www.kalyanamitra.org
ธรรมะจาก Siripunno Fanpage สัจกิรยิ า-พลังมวลชน ISBN : 978-616-91637-9-4 ผคู้ ้นควา้ และเรียบเรยี ง : สิรปิ ุณโฺ ณ ภาพประกอบ : www.dmc.tv ออกแบบปก : จริ พัฒน์ ยังโปย้ รูปเล่ม/จัดอาร์ต : สุกัญญา บุญทนั พมิ พ์ครง้ั ท่ี ๑ : พ.ศ. ๒๕๖๐ ลขิ สทิ ธิแ์ ละจดั พมิ พโ์ ดย : สมาคมสมาธิเพ่ือการพฒั นาศลี ธรรมโลก โทร. ๐๓๘-๔๒๐๐๔๓ พมิ พ์ท ี่ : บริษทั พมิ พ์ดี จำ� กัด โทร. ๐-๒๔๐๑-๙๔๐๑ ขอ้ มลู ทางบรรณานุกรมของสำ� นกั หอสมุดแห่งชาติ National Library of Thailand Cataloguing in Publication Data ธรรมะจาก Siripunno Fanpage สจั กิริยา-พลงั มวลชน ชลบุรี : สมาคมสมาธิเพ่อื การพฒั นาศีลธรรมโลก, ๒๕๖๐. ๑๑๒ หนา้ ๑. ธรรมะประยกุ ต,์ ๒. ชาดก, ๓. คาถาธรรมบท, ๔. อรรถกถาพระสูตร I. สิริปุณฺโณ ผคู้ น้ ควา้ และเรียบเรียง II.ชื่อเรื่อง 294.308 ISBN : 978-616-91637-9-4 www.kalyanamitra.org
คำ� น�ำ หนังสือเล่มน้ีเป็นการรวบรวม บทความท่ีเคย เขยี นลงใน Siripunno Fanpage ตอ่ เนอื่ งมาหลายเดอื น และหลายวาระ เห็นว่าเป็นธรรมะและเป็นเร่ืองเล่า ง่ายๆ อา่ นสบายๆ พอมคี วามรตู้ ิดตัวไปบ้าง เปน็ การตอบบางประเดน็ ทอี่ ยากรแู้ บบตรงๆ โดย อาศัยการค้นคว้าอ้างอิงที่ถูกต้องและเป็นการถ่ายทอด ในลกั ษณะรว่ มสมยั ท่ีนกั อา่ นยุคน้ชี อบกัน คืออ่านเร่ือง สน้ั ๆ บางเรอื่ งอาจมหี ลายตอน เพอ่ื ใหง้ า่ ยแกก่ ารตดิ ตาม อา่ น และทำ� ความเขา้ ใจ จงึ ทำ� สรปุ เปน็ ตารางใหท้ ำ� ความ เข้าใจเปน็ ช่วงๆ หวังว่าท่านผู้อ่านจะได้รับความรู้ มุมมอง ความ เชอ่ื มโยงในเนอื้ หา และสาระจากเรอ่ื งเลา่ ทงั้ หมดในเลม่ นี้ เจริญสขุ สวัสดี สริ ิปุณฺโณ กมุ ภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๐ Line ID : Siripunno Facebook : Siripunno E-mail : [email protected] www.kalyanamitra.org
สารบัญ ๓ ค�ำน�ำ ๗ ธรรมะวนั นี้ สจั กิรยิ า บทนำ� ๑๑ ธรรมะวันนี้ สจั กิรยิ า ๑ (๑.๑ สวี ิราชชาดก) ๑๗ ธรรมะวนั น้ี สจั กริ ิยา ๒ (๑.๒ วัฏฏกชาดก) ๒๑ ธรรมะวันนี้ สจั กิรยิ า ๓ (๒.๑ มัจฉชาดก, ๒.๒ สุปปารกชาดก) ๒๖ ธรรมะวนั น้ี สจั กิรยิ า ๔ (๓.๑ มัณฑพั ยชาดก) ๓๐ ธรรมะวันนี้ สัจกิรยิ า ๕ (๔.๑ เตมียชาดก) ๓๕ ธรรมะวนั น้ี สัจกริ ิยา ๖ (๕.๑ สุวรรณสามชาดก) ๓๙ ธรรมะวนั น้ี สจั กิรยิ า ๗ (๕.๒ จนั ทกุมารชาดก) ๔๑ ธรรมะวนั น้ี สัจกริ ิยา ๘ (๕.๓ ชัยทสิ ชาดก) ๔๘ ธรรมะวนั น้ี สจั กริ ิยา ๙ (๖.๑ มหาโมรชาดก) ๕๒ ธรรมะวนั น้ี สจั กริ ิยา ๑๐ (๗.๑ สมั พลุ าชาดก) ๕๘ ธรรมะวันน้ี สัจกริ ิยา ๑๑ (๘.๑ คาถาธรรมบท เรอ่ื งพระมหากปั ปนิ เถระ) ๖๒ ธรรมะวนั นี้ สจั กริ ยิ า ๑๒ (๑. อรรถกถาสูตรท่ี ๓ ประวัติพระโกณฑธานเถระ) ๖๖ ธรรมะวันนี้ สัจกริ ยิ า ๑๓ (๔.อรรถกถาอังคลุ ิมาลสตู ร, ๕ .อรรถกถาสตู รที่ ๙ ประวัติพระมหากปั ปินเถระ) www.kalyanamitra.org
๗๐ ธรรมะวันน้ี สจั กิริยา ๑๔ (๖. อรรถกถาสักกปญั หสตู ร, ๗. อรรถกถาเวลามสูตร) ๗๗ ธรรมะวันน้ี พลงั มวลชน บทน�ำ ๗๙ ธรรมะวันน้ี พลงั มวลชน ๑ (มโหสถชาดก) ๘๒ ธรรมะวนั น้ี พลงั มวลชน ๒ (ปทกสุ ลมาณวชาดก) ๘๕ ธรรมะวันนี้ พลงั มวลชน ๓ (สัจจังกิรชาดก) ๘๗ ธรรมะวันนี้ พลังมวลชน ๔ (จันทกุมารชาดก) ๙๑ ธรรมะวนั นี้ พลงั มวลชน ๕ (มหาเวสสนั ตรชาดก) ๙๓ ธรรมะวนั น้ี พลังมวลชน ๖ (มหาสตุ โสมชาดก) ๙๕ ธรรมะวันนี้ พลงั มวลชน ๗ (คตุ ติลชาดก) ๙๘ ธรรมะวันนี้ พลังมวลชน ๘ (อุปาหนชาดก) ๑๐๐ ธรรมะวนั นี้ พลังมวลชน ๙ (โสมนสั สชาดก) ๑๐๒ ธรรมะวันนี้ บทสง่ ทา้ ย สัจจกริ ยิ า และพลังมวลชน ภาคผนวก ๑๐๖ แนะน�ำหนงั สือของสมาคมฯ ๑๑๑ e-book Free Download ๑๑๒ รายนามเจา้ ภาพ www.kalyanamitra.org
การท�ำสัจกิริยาในแบบตา่ งๆ ผทู้ ำ� สัจกิรยิ า บุคคลท่ีได้รับผล ทม่ี ปี รากฏในพระไตรปิฎก พระโพธิสัตว์ คนอื่ 1 คนอ่ืน 2 เทวดา พระโพธสิ ัตว์ คนอืน่ 1 คนที่ 2 สรรพสตั ว์ อ่ืนๆ พระปจั เจกฯ l l มารดา 1 พระโพธสิ ตั ว์ ทำ� สจั กริ ยิ าดว้ ยตนเองเพอ่ื ตนเอง พระเจา้ สวี ริ าช พระนาง ได้ดวงตาทัง้ สอง 1.1 สวี ริ าชชาดก วา่ ด้วยการให้ดวงตาเปน็ ทาน ลกู นกคมุ่ จันทรเทวี รอดชีวิตจากไฟปา่ 1.2 วัฎฎชาดก ว่าดว้ ยความจริง www.kalyanamitra.org l l 2 พระโพธสิ ัตว์ ท�ำสจั กิรยิ าด้วยตนเอง เพ่ือชว่ ยคนอืน่ ปลา หมปู่ ลา รอดชวี ิต 2.1 มจั ฉชาดก วา่ ด้วยปลาขอฝน 2.2 สปุ ปารกชาดก วา่ ดว้ ย ทะเล ๖ ประการ สปุ ปารกบัณฑิต สปุ ปารกบณั ฑติ รอดชวี ติ ลกู เรอื ๗๐๐ รอดชวี ติ 3 พระโพธสิ ตั ว์ ท�ำสัจกิริยาด้วยตนเองรว่ มกบั l คนอน่ื เพ่ือชว่ ยคนอืน่ ยญั ญทตั ตกมุ าร กัณหทีปายน บดิ า รอดชวี ติ จากพิษงู 3.1 มณั ฑัพยชาดก ว่าด้วย ความรกั ทมี่ ีต่อบุตร ดาบส l l 4 พระโพธสิ ตั ว์หรือคนอืน่ ท�ำสจั กริ ยิ าเพอ่ื ขอ เตมียกมุ าร คล้าย พระเทวมี ี สง่ิ ทีต่ นปรารถนา เตมยี กมุ าร งอ่ ยเปลย้ี , หหู นวก, ใบ้ พระโอรส 4.1 เตมยี ชาดก ว่าดว้ ยพระเจา้ เตมยี ท์ รงบำ� เพญ็ l l เนกขมั มบารมี เวลามพราหมณ์ เวลามพราหมณ์ 10 พระโพธิสัตว์ท�ำสัจกิรยิ า เพ่อื พิสจู น์ความจริง (อรรถกถาเวลามสตู ร)
ธรรมะวนั นี้ สจั กริ ิยา บทนำ� ัสจกิ ิรยา (พ. ๔ ม.ค. ๖๐) ความหมายของ สัจกิริยา สัจกิริยา คือการกล่าวอ้างความสัจจะ คุณความดี ของพระรัตนตรัย หรือของตนเพื่อขจัดปัดเป่าทุกข์ภัย ทเี่ กดิ ขึน้ กับตนเอง หรือบคุ คลอื่น ทา่ นผรู้ บู้ างทา่ น อธบิ ายวา่ สจั กริ ยิ า คอื การอา้ งเอา ความจรงิ สิง่ ทีเ่ ราทำ� มาจริงแล้วขอพร ขอใหเ้ ปน็ อยา่ งนน้ั อยา่ งน้ี โดยไดอ้ า้ งองิ ถงึ เนอ้ื หาในมณั ฑพั ยชาดก. การที่จะสรุปอย่างใดอย่างหนึ่ง เพ่ือให้ครอบคลุม จ�ำเป็นต้องค้นคว้าหาข้อมูล แต่ละที่ท่ีปรากฎอยู่ใน พระไตรปฎิ กกอ่ น เท่าท่ีค้นหาเร่ืองการท�ำสัจกิริยาในแบบต่างๆ ใน ชาดกมีอยู่ประมาณ ๑๑ เร่ือง, ในอรรถกถาพระสูตร มี ๗ เรอ่ื ง, ในคาถาธรรมบท ๑ เรอื่ ง, แตใ่ นบทความน้จี ะ เน้นชาดกกับคาถาธรรมบทเป็นหลัก แล้วรวบอรรถกถา ไว้ในตอนสุดทา้ ยทเี ดยี ว ซึ่งพอจะสรปุ ไดด้ ังน้ี ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 7 www.kalyanamitra.org
๑. พระโพธสิ ัตว์ ท�ำสัจกริ ยิ าดว้ ยตนเองเพื่อตนเอง ๑.๑ สวี ริ าชชาดก วา่ ดว้ ยการใหด้ วงตาเปน็ ทาน ๑.๒ วฏั ฏกชาดก ว่าดว้ ยความจริง ๒. พระโพธิสัตว์ ท�ำสัจกิริยาด้วยตนเองเพ่ือช่วย คนอน่ื ๒.๑ มจั ฉชาดก ว่าดว้ ยปลาขอฝน ๒.๒ สปุ ปารกชาดก ว่าด้วยทะเล ๖ ประการ ๓. พระโพธิสัตว์ ท�ำสัจกิริยาด้วยตนเองร่วมกับ คนอื่น เพ่ือชว่ ยคนอน่ื ๓.๑ มัณฑัพยชาดก ว่าด้วยความรักที่มีต่อบุตร (กัณหทีปายนชาดก ว่าด้วยจริยาวัตรของกัณหทีปายนะ ดาบส) ๔. พระโพธิสัตว์หรือคนอื่น ท�ำสัจกิริยาเพ่ือขอสิ่งท่ี ตนปรารถนา ๔.๑ เตมยี ชาดก วา่ ดว้ ย พระเจา้ เตมยี ท์ รงบำ� เพญ็ เนกขัมมบารมี (อรรถกถาสูตรท่ี ๓ ประวัตพิ ระโกณฑธานเถระ อรรถกถากุณฑธานเถรคาถา มขี อ้ ความทำ� นองคลา้ ยกนั 8 www.kalyanamitra.org
อรรถกถากณุ ฑธานวรรคที่ ๔ เถราปทาน กณุ ฑ- ัสจกิ ิรยา ธานเถราปทาน มขี อ้ ความทำ� นองคลา้ ยกนั อรรถกถาทงั้ สามแหง่ จะเลา่ ในตอนสดุ ทา้ ยทเี ดยี ว) ๕. คนอ่ืน ช่วยท�ำสัจกริ ยิ าเพื่อช่วยพระโพธิสัตว์ ๕.๑ สวุ รรณสามชาดก วา่ ดว้ ยสวุ รรณสามบำ� เพญ็ เมตตาบารมี ๕.๒ จันทกุมารชาดก ว่าด้วยพระจันทกุมาร ทรงบ�ำเพญ็ ขันติบารมี ๕.๓ ชยั ทสิ ชาดก วา่ ดว้ ยโปรสิ าทกบั พระเจา้ ชยั ทสิ ๖. พระปัจเจกพุทธเจ้า ท�ำสัจกิริยาด้วยตนเอง เพื่อชว่ ยสรรพสตั ว์ ๖.๑ มหาโมรชาดก วา่ ดว้ ยพญานกยงู พน้ จากบว่ ง ๗. คนอน่ื ทำ� สจั กริ ยิ าเพอ่ื พสิ จู นต์ นเองและชว่ ยผอู้ น่ื ๗.๑ สัมพุลาชาดก ว่าด้วยความซื่อสัตย์ของ พระนางสมั พลุ า (อรรถกถาองั คลุ ิมาลสตู ร) ๘. คนอน่ื ทำ� สจั กริ ยิ าโดยนกึ ถงึ คณุ ของพระรตั นตรยั ๘.๑ คาถาธรรมบทเรอ่ื งพระมหากปั ปินเถระ (อรรถกถาสตู รที่ ๙ ประวตั พิ ระมหากปั ปินเถระ) ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 9 www.kalyanamitra.org
๙. คนอื่นทำ� สัจกริ ยิ า เพือ่ ตนเองพ้นภยั (อรรถกถาสักกปัญหสูตร) ๑๐. พระโพธสิ ัตว์ท�ำสัจกิรยิ า เพื่อพสิ ูจนค์ วามจริง (อรรถกถาเวลามสูตร) การท�ำสัจกิริยาแบบต่างๆ เพื่อตนเองหรือเพื่อ ผู้อ่ืนล้วนแต่ต้องอาศัยความดีของตนเองโดยเฉพาะศีล, ความสตั ย์ (ไม่มสุ าวาท), คุณของพระรัตนตรยั เพ่ือชว่ ย แก้ไขทุกข์โศกโรคภัยท่ีเกิดขึ้นไม่ได้มีเอาไว้ท�ำลายหรือ เบียดเบียนผูอ้ ืน่ เป็นการเอาความดี เอาบุญบารมีท่ีได้สั่งสมมาเป็น ทพี่ ึ่ง ใช้ปญั ญา (รวมบารมีอน่ื เช่น ทาน ศลี , เนกขมั มะ, วริ ยิ ะ, ขนั ต,ิ สจั จะ, อธษิ ฐาน, เมตตา, อเุ บกขา เขา้ ดว้ ยกนั ในคราวเดียว) เพ่ือปัดเป่าทุกข์ของตนเอง หรือคนที่รัก ไม่ได้ใช้ไปท�ำร้าย หรือท�ำลายผู้อ่ืน จึงเป็นหนทางแห่ง สันติ เป็นพุทธประเพณีท่ีดีงามเป็นวิธีการเดียวกับ พระมหาสัตวเ์ อาชนะหมมู่ ารในคนื วนั ตรสั รู้ธรรม l พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เขียนและออก เสยี งว่า สจั กิรยิ า [สดั จะ] น. การตั้งความสตั ย.์ หนังสือเล่มน้ี จะใช้ค�ำว่า สัจกิริยา, สัจจบารมี, สจั จาธิษฐาน 10 www.kalyanamitra.org
ธรรมะวนั นี้ สจั กริ ยิ า ตอนท่ี ๑ ัสจกิริยา ๑ (พฤ. ๕ ม.ค. ๖๐) เน่ืองจากชาดกฉบับเต็มในหลายเรื่องมีความยาว มากโดยเฉพาะตวั อยา่ งตอนทา้ ย จะเปน็ ทศชาตชิ าดกเสยี ๓ เรื่อง (การจัดเป็นทศชาติชาดกเพราะมีคาถามากกว่า ๑๐๐ บท, พูดง่ายๆ เรือ่ งยาว) จึงคัดเฉพาะตอนที่กล่าวถึงการท�ำสัจกิริยาพอให้ เหน็ ภาพ สว่ นรายละเอยี ดทมี่ ากกวา่ นน้ั คงตอ้ งหาอา่ นจาก ฉบับเตม็ อาจค้นจากกเู กิ้ลกไ็ ด้ ไมย่ ากอะไร ๑. พระโพธสิ ตั ว์ ทำ� สจั กริ ยิ าดว้ ยตนเองเพอื่ ตนเอง ๑.๑ สวี ริ าชชาดก วา่ ดว้ ยการใหด้ วงตาเปน็ ทาน ตอนหนงึ่ ความว่า (ฉบับยอ่ ) ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 11 www.kalyanamitra.org
พระโพธิสตั ว์บังเกดิ เป็นพระเจา้ สวี ิราช ครองแคว้น สพี ี พระองคเ์ ปน็ ผยู้ นิ ดใี นการบรจิ าคทาน ทรงบรจิ าคทาน ทุกวนั วันละ ๖๐๐,๐๐๐ กหาปณะ โดยสรา้ งศาลาโรงทาน ไว้ ๖ แหง่ คอื ทีป่ ระตูเมอื งท้งั ๔ แห่ง ใจกลางเมืองอีก ๑ แห่ง และทป่ี ระตพู ระราชนเิ วศนอ์ กี ๑ แหง่ พระองคจ์ ะ เสดจ็ ไปโรงทาน ทรงตรวจตราการใหท้ านดว้ ยพระองคเ์ อง ในทกุ วนั พระ ครั้งหน่ึง ในวันดิถี ๑๕ ค่�ำ พระเจ้าสีวิราชประทับ เหนอื ราชบลั ลงั ก์ ทรงนกึ ถงึ มหาทานทพี่ ระองคไ์ ดบ้ รจิ าค พลางด�ำริว่า ‘ทรัพย์สมบัติภายนอกทุกอย่างเราก็ให้ครบ ถ้วนบรบิ ูรณ์แล้ว ไม่มีส่ิงใดที่เรายงั ไม่เคยบริจาค แต่ทาน เหล่านี้มิได้ท�ำให้เรายินดีปรีดาเพิ่มข้ึนเลย ไฉนหนอจะมี คนทม่ี าขอวัตถุท่ีเป็นของภายในบา้ ง’ พระองคท์ รงดำ� รติ อ่ ไปวา่ ‘ในวนั นห้ี ากมผี มู้ าขอเนอ้ื เรากจ็ ะใหเ้ นื้อ ขอเลือดกจ็ ะให้เลือด ขอหวั ใจก็จะใหห้ วั ใจ และถ้าใครขอดวงตาของเรา เราจะควักดวงตาท้ังคู่ให้ ทันท’ี ทา้ วสกั กเทวราชประสงคจ์ ะทดลองกำ� ลงั ใจ จงึ แปลง เป็นพราหมณ์ชรามีดวงตามืดบอด ไปเข้าเฝ้าพระราชา ผู้ก�ำลังตรวจตราโรงทาน เม่ือไปถึงได้ประคองอัญชลี 12 www.kalyanamitra.org
เหนือเศียรเกล้า พระราชาตรัสถามว่า “ท่านพราหมณ์ ัสจกิริยา ๑ ท่านมาวนั น้ี มคี วามประสงคส์ ่งิ ใด” ท้าวสักกเทวราชตรัสตอบว่า “ข้าแต่มหาราชเจ้า ผู้ทรงธรรม การบริจาคทานของพระองค์ได้ฟุ้งขจรไปท่ัว สารทิศ ข้าพระองค์เป็นคนตาบอดมีนัยน์ตาข้างเดียว ขอพระองค์โปรดพระราชทานพระเนตรข้างหนึ่งแก่ ข้าพระองค์ด้วยเถิด” พระราชาสดับถ้อยค�ำเช่นนั้น เกิด ความปีตปิ ราโมทยย์ ่ิงนัก ถึงกบั เปล่งอทุ านวา่ “เปน็ ลาภ ใหญข่ องเราหนอ ความปรารถนาของเราจะสำ� เรจ็ บรบิ รู ณ์ ในวันนี้แหละ เราจะได้ใหใ้ นส่ิงทีใ่ หไ้ ดโ้ ดยยากแล้ว” พราหมณ์ไดก้ ราบทูลอกี ว่า “บัณฑติ ทัง้ หลายกลา่ ว ว่า ‘ดวงตาเป็นสิง่ ยากทบ่ี รุ ษุ จะสละได้’ ขอพระองคโ์ ปรด พระราชทานดวงเนตรนั้น ที่ไม่มีส่ิงอื่นจะยิ่งกว่า แก่ข้า พระองคเ์ ถิด” พระราชาตรสั ตอบวา่ “ทา่ นพราหมณ์ ทา่ นปรารถนา ส่ิงใดจากเรา ขอส่ิงน้ันจงเป็นผลส�ำเร็จแก่ท่านเถิด เมื่อ ทา่ นขอ ดวงตาขา้ งเดยี ว เราจะใหด้ วงตาทงั้ ๒ ขา้ งแกท่ า่ น เลยทเี ดยี ว” จากนน้ั ทรงนำ� พราหมณเ์ ขา้ ไปในพระราชฐาน รับสั่งใหเ้ รยี กหมอมาควักดวงตาของพระองค์ ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 13 www.kalyanamitra.org
เรอื่ งทพี่ ระราชาจะบรจิ าคดวงตาแกพ่ ราหมณต์ าบอด ได้กระจายไปทว่ั เมอื งอยา่ งรวดเร็ว เหลา่ อำ� มาตยร์ าชเสนาพสกนกิ รตา่ งกราบทลู ทดั ทาน พระราชาเอาไว้ แต่พระราชาทรงยืนยันว่า “แม้เราจะรัก ดวงตาทงั้ สองปานใด แตส่ พั พัญญตุ ญาณอนั ประเสรฐิ นนั้ เป็นสิ่งท่ีเรารักและปรารถนามากยิ่งกว่า เพราะฉะนั้น เราจึงยินดีท่ีจะสละดวงตา ท่านทั้งหลายอย่าได้ห้ามการ บริจาคของเรา และอยา่ ได้ถอื โกรธในพราหมณ์น้เี ลย” จากน้ัน พระองค์ทรงรับสั่งให้แพทย์ควักดวงตา ท้ังสองออก หมอได้บดโอสถหลายขนานทาพระเนตร เบื้องขวา พระองคไ์ ดร้ ับทุกขเวทนาแสนสาหัส หมอเกดิ ความสงสารขน้ึ มาจบั ใจ ไมอ่ าจทำ� ตอ่ ไปได้ จึงกราบทูลพระราชาว่า “ขอเดชะ ข้าแต่มหาราชเจ้า ขอพระองคท์ รงตดั สนิ พระทยั ใหมเ่ ถดิ ขา้ พระองคส์ ามารถ ทำ� พระเนตรใหก้ ลบั เปน็ ปกติได”้ พระองค์ทรงปฏิเสธว่า “ท่านอย่ามัวชักช้าอยู่เลย จงรบี ควักดวงตาของเราออกเถิด” หมอจึงปรุงโอสถน้อมเข้าไปให้ทรงทาพระเนตร ซำ�้ อกี 14 www.kalyanamitra.org
เมอ่ื ดวงตาถกู ควกั ออก พระราชาทรงเกดิ ทกุ ขเวทนา ัสจกิริยา ๑ แสนสาหัส แต่ด้วยความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวท่ีจะสละดวงตา เปน็ ทานใหไ้ ด้ จึงขม่ ทกุ ขเวทนาไว้ หมอไดว้ างดวงตาไว้ ในพระหัตถ์ของพระราชา พระองค์ทรงรับดวงตาท้ังสอง ไว้ พลางตรัสว่า “สัพพัญญุตญาณเท่าน้ันเป็นท่ีรักกว่า นัยน์ตาทั้งสองของเราตั้งร้อยเท่า พันเท่า ขอผลที่เรา บริจาคดวงตาน้ี จงเป็นปัจจัยให้ได้พระสัพพัญญุตญาณ อันประเสริฐนั้นเถิด” แล้วได้พระราชทานดวงพระเนตร ทั้งสองแกพ่ ราหมณ์ พราหมณร์ บั ดวงตาทงั้ สองมาแลว้ ไดป้ ระดษิ ฐานไว้ ในเบ้าตาด้วยฤทธานุภาพ ท�ำให้สามารถมองเห็นได้อีก เป็นอัศจรรย์ เม่ือพระราชารู้ว่า ‘พราหมณ์มองเห็นได้เป็นปกติ’ ทรงโสมนสั เปน็ อยา่ งยงิ่ มปี ตี แิ ผซ่ าบซา่ นไปทว่ั พระวรกาย ข่มทุกขเวทนาที่เกิดข้ึน ท�ำให้ความเจ็บปวดท่ีมีอยู่หาย ไปหมดสน้ิ เม่ือพระราชาเห็นว่า ‘พระองค์เป็นคนตาบอด ไม่สะดวกที่จะปกครองบ้านเมืองอีกต่อไป’ จึงมอบราช- สมบัติแกอ่ �ำมาตยท์ ้ังหลาย แลว้ เสด็จออกผนวชเปน็ ฤๅษี อยู่ในพระราชอุทยาน ทรงร�ำพึงถึงทานของพระองค์ว่า ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 15 www.kalyanamitra.org
“ก่อนให้ก็มีจิตเลื่อมใส ขณะให้ก็มีใจศรัทธา หลังให้แล้ว มใี จเอิบอมิ่ เบกิ บาน” ทา้ วสกั กะเหน็ ความเดด็ เดย่ี วในการบรจิ าคทานของ พระโพธสิ ตั ว์ จงึ เสดจ็ มาแนะนำ� ใหพ้ ระราชาขอพร เพอ่ื ให้ ได้ดวงตากลบั คืนมาอีกคร้งั พระราชาทรงท�ำสัจกิริยาว่า “ผู้ใดมาขอกับเรา ผู้นั้นเป็นที่รักของเรายิ่งนัก เมื่อพราหมณ์มาขอดวงตา ข้างเดียว เราได้ให้ดวงตาทั้งสอง โดยไม่มีความรู้สึก เสียดายเลย ด้วยสัจจวาจานี้ ขอจักษุจงบังเกิดข้ึนแก่ เราเถิด” ส้ินค�ำอธิษฐาน ดวงตาทั้งสองเกิดขึ้นใหม่ทันที มลี ักษณะทสี่ วยงามมาก พระองคส์ ามารถทอดพระเนตร ได้ไกลถึง ๑๐๐ โยชน์ มองทะลุฝาหรือก�ำแพงหรือภูเขา ได้หมด ไมม่ สี ิ่งใดบดบงั ดวงตาของพระองคไ์ ดอ้ ีกตอ่ ไป (สจั จปารมติ าจักษุ - จกั ษทุ เ่ี กดิ จากสัจจบารมี) l ชาดกเรื่องนี้คล้ายกับต�ำนานเจ้าแม่กวนอิม (พระ- โพธสิ ตั วก์ วนอมิ จงึ ตง้ั สจั จาธษิ ฐานใหแ้ ขนและดวงตา กลับคืนมาดังเดิม ด้วยพุทธานุภาพแขนและดวงตา จงึ คนื กลบั มาเหมอื นเดมิ ) ใครตน้ ฉบบั กพ็ จิ ารณากนั เอง 16 www.kalyanamitra.org
ธรรมะวันนี้ สจั กริ ยิ า ตอนที่ ๒ ัสจกิริยา ๒ (ศ. ๖ ม.ค. ๖๐) ๑. พระโพธสิ ตั ว์ ทำ� สจั กริ ยิ าดว้ ยตนเองเพอื่ ตนเอง ๑.๒ วฏั ฏกชาดกวา่ ดว้ ยความจรงิ (ล.๕๕, น.๓๔๔, มมร.) ตอนหนง่ึ ความวา่ พระโพธิสัตว์นอนอยู่ในรังนั่นเอง ชะเง้อคอแล เหน็ ไฟป่าก�ำลงั ไหมต้ ลบมา จึงคดิ วา่ ‘ถา้ เราจะพงึ มกี ำ� ลงั ทจี่ ะเหยยี ดปกี ออกบนิ ไปในอากาศไซร้ เรากจ็ ะพงึ โบยบนิ ไปทอ่ี น่ื ถา้ เราจะพงึ มกี ำ� ลงั ทจ่ี ะยกเทา้ เดนิ ไปบนบกไดไ้ ซร้ เรากจ็ ะยา่ งเทา้ ไปทอี่ น่ื เสยี ฝา่ ยบดิ ามารดาของเรากก็ ลวั แต่ มรณภยั ทง้ิ เราไวแ้ ตผ่ เู้ ดยี ว เมอ่ื จะปอ้ งกนั ตน จงึ ไดห้ นไี ป ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 17 www.kalyanamitra.org
บัดน้ี ท่ีพ่ึงอ่ืนของเราไม่มี เราไม่มีท่ีต้านทาน ไม่มีที่พ่ึง วนั น้ี เราจะท�ำอยา่ งไรหนอจึงจะควร’ ล�ำดับน้ัน พระโพธิสัตว์นั้นได้มีความคิดอย่างน้ีว่า ‘ช่ือว่าคุณแห่งศีล ย่อมมีอยู่ในโลกน้ี ช่ือว่าคุณแห่งสัจจะ กย็ ่อมมี ในอดีตกาล ช่ือว่าพระสพั พัญญพู ุทธเจา้ ทงั้ หลาย ผู้ทรงบ�ำเพ็ญบารมีทั้งหลายประทับนั่งท่ีพื้นต้นโพธิ ได้ ตรัสร้พู ร้อมยิง่ แลว้ ทรงเพียบพร้อมดว้ ยศีล สมาธิ ปญั ญา วิมุตติและวิมุตติญาณทัสสนะ ทรงประกอบด้วยสัจจะ ความเอน็ ดู ความกรณุ าและขันติ ย่อมมอี ยู่ และคณุ ของ พระธรรมทั้งหลายที่พระสัพพัญญูพุทธเจ้าท้ังหลายนั้น ทรงรแู้ จง้ แลว้ ยอ่ มมอี ยู่ เออกค็ วามสจั อยา่ งหนงึ่ ยอ่ มมอี ยู่ ในเราแท้ สภาวธรรมอยา่ งหนง่ึ ยอ่ มมปี รากฏอยู่ เพราะฉะนน้ั เราจะรำ� ลกึ ถงึ อดตี พระพทุ ธเจา้ ทง้ั หลาย และคณุ ทง้ั หลาย ท่ีอดีตพระพุทธเจ้าเหล่าน้ันรู้แจ้งแล้ว ถือเอาสภาวธรรม คือสัจจะซ่ึงมีอยู่ในเรา กระท�ำสัจกิริยาให้ไฟถอยกลับไป กระท�ำความปลอดภัยแก่ตนและหมู่นกที่เหลือในวันน้ี ย่อมควร.’ ดว้ ยเหตุนนั้ ท่านจงึ กล่าววา่ “คณุ แหง่ ศลี มอี ยใู่ นโลก ความสตั ย์ ความสะอาด และ ความเอ็นดู มีอยู่ในโลก ด้วยความสัจนั้น ข้าพเจ้าจักท�ำ 18 www.kalyanamitra.org
สัจกิริยาอันยอดเย่ียม ข้าพเจ้าพิจารณาก�ำลังแห่งธรรม ัสจกิริยา ๒ ระลกึ ถงึ พระชนิ เจา้ ทงั้ หลายในปางก่อน อาศยั ก�ำลังสัจจะ ขอทำ� สจั กิรยิ า.” ลำ� ดบั นน้ั พระโพธสิ ตั วร์ ะลกึ ถงึ พระคณุ ทงั้ หลายของ พระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้ปรินิพพานไปแล้วในอดีต แล้ว ปรารภสภาวะคือสัจจะซ่ึงมีอยู่ในตน เมื่อจะท�ำสัจกิริยา จึงกลา่ วคาถานีว้ า่ “ปกี ของเรามีอยู่ แต่กบ็ นิ ไมไ่ ด้ เทา้ ท้ังสองของเรา มีอยู่ แต่ก็เดินไม่ได้ มารดาและบิดาของเรา ออกไปหา อาหาร ดูก่อนไฟ ทา่ นจงถอยกลับไปเสยี .” พร้อมกับสัจกิริยาของพระโพธิสัตว์นั้น ไฟได้ถอย กลบั ไปในทป่ี ระมาณ ๑๖ กรสี ( ๑ กิโลเมตร) กแ็ หละ เมอ่ื จะถอยไป ก็ไหม้ไปยังที่อ่ืนในป่า ทั้งดับแล้วในที่นั้นเอง เหมอื นคบเพลงิ อนั บคุ คลใหจ้ มลงในนา้ํ ฉะนน้ั ดว้ ยเหตนุ น้ั ท่านจงึ กล่าววา่ เม่ือเราท�ำสัจจะ เปลวไฟอันรงุ่ เรืองใหญ่หลีกไป ๑๖ กรสี พรอ้ มดว้ ยคำ� สตั ย์ ประหนงึ่ เปลวไฟอนั ตกถงึ นาํ้ กด็ บั ไป ฉะนนั้ สง่ิ ไรเสมอดว้ ยสจั จะของเราไมม่ ี นเ้ี ปน็ สจั บารมี ของเรา ดังน้.ี ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 19 www.kalyanamitra.org
ก็สถานท่ีน้ันเกิดเป็นปาฏิหาริย์ ช่ือว่าต้ังอยู่ช่ัวกัป เพราะไฟจะไม่ไหม้ในกปั น้แี มท้ งั้ สน้ิ . พระโพธิสัตว์ ครั้นท�ำสัจกิริยาอย่างนี้แล้ว ในเวลา สิ้นชวี ิตได้ไปตามยถากรรม. l ประชุมชาดกว่า มารดาบิดาในครั้งนน้ั คงเป็น มารดาบดิ า อยตู่ ามเดมิ ในบดั นี้ ส่วนพระยานกคมุ่ ไดเ้ ป็น พระตถาคตเจ้า l จากเรื่องน้ี พระโพธิสัตว์ถือก�ำเนิดเป็นลูกนกคุ่ม ไม่ได้บรรลุคุณวิเศษอันใด แต่ใช้สัจจาธิษฐาน ดังน้ัน การทพี่ ระมหาสตั วน์ กึ ถงึ บญุ บารมชี นะเหลา่ มารในคนื วนั ตรัสรู้ ก็ไม่ใชเ่ รอื่ งแปลก เพราะบญุ บารมีเตม็ เปย่ี ม แล้ว 20 www.kalyanamitra.org
ธรรมะวันน้ี สจั กิริยา ตอนที่ ๓ สัจ ิกริยา ๓ (ส. ๗ ม.ค. ๖๐) ๒. พระโพธสิ ตั ว์ ทำ� สจั กริ ยิ าดว้ ยตนเองเพอื่ ชว่ ย คนอ่นื ๒.๑ มัจฉชาดก ว่าด้วยปลาขอฝน (ล.๕๖, น.๒๐๘, มมร.) ความตอนหนงึ่ ว่า พระโพธสิ ตั วเ์ หน็ ความพนิ าศของหมญู่ าติ กด็ ำ� ริ ว่า ‘ผู้อื่นเว้นเราเสียแล้ว ใครเล่าท่ีจะได้ชื่อว่าสามารถ ปลดเปล้ืองทุกข์ของพวกปลาเหล่าน้ี เป็นไม่มี เราจักท�ำ สจั กิรยิ าให้ฝนตก ปลดเปล้อื งฝูงญาตจิ ากทุกข์ คอื ความ ตายใหจ้ งได.้ ’ ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 21 www.kalyanamitra.org
แล้วแหวกตมสีดำ� ออก พญาปลาใหญ่สกี ายเหมือน ปมุ่ ตน้ อญั ชัน ลืมตาทั้งคู่ อันเปรียบได้กบั แก้วมณสี ีแดงที่ เจียรนัยแล้ว มองดูอากาศ บันลือเสียงกล่าวแก่เทวราช ปัชชุนนะวา่ “ขา้ แตพ่ ระปชั ชนุ นะ๑ ผู้เจริญ ข้าพเจา้ อาศยั หมูญ่ าตเิ ดือดร้อนมาก ในเมอื่ ข้าพเจ้าผ้ทู รงศีลลำ� บากอยู่ ท�ำไมท่านไม่ช่วยให้ฝนตกลงมาเล่า ข้าพเจ้าบังเกิด ในฐานะท่ีจะกัดกินพวกเดียวกัน แต่ก็ยังไม่เคยได้ช่ือว่า กัดกินมัจฉาชาติตั้งต้นแต่ปลาเล็กแม้มีขนาดเท่าเมล็ด ขา้ วสาร ถงึ สตั วม์ ปี ราณอนื่ ๆ เลา่ ขา้ พเจา้ กม็ ไิ ดเ้ คยแกลง้ ปลงชีวิตเลย ด้วยสัจจวาจานี้ ขอท่านจงให้ฝนตกลงมา ปลดเปลอื้ งหม่ญู าติของข้าพเจา้ จากทุกข์เทอญ” เม่ือจะเรียกเทวราชปัชชุนนะ ประหน่ึงส่ังงานคน รบั ใช้ กลา่ วคาถานี้ ความวา่ :- “ขา้ แตพ่ ระปชั ชนุ นะ ทา่ นจงคำ� รนคำ� รามใหข้ มุ ทรพั ย์ ของกาพินาศไป จงท�ำลายฝูงกาด้วยความโศก และ จงปลดเปลอ้ื งขา้ พเจ้าจากความโศกเถิด” ดงั น.้ี พระโพธิสัตว์เรียกท้าวปัชชุนนะ เหมือนส่ังบังคับ คนรับใช้อย่างน้ี ให้ฝนห่าใหญ่ตกท่ัวแคว้นโกศล ให้ ๑ ธิดาของท้าวจาตมุ หาราชิกาผูเ้ ป็นเทวราชของวสั สวลาหก ชื่อว่าทา้ วปชั ชุนนะ, อรรถกถาปันชนุ นธีตุสตู ร 22 www.kalyanamitra.org
มหาชนพ้นจากมรณทุกข์ ในปริโยสานกาลของชีวิตก็ได้ สัจ ิกริยา ๓ ไปตามยถากรรม. l ทรงประชุมชาดกว่า ฝูงปลาในคร้ังนน้ั ไดม้ าเป็น พุทธบริษทั ปัชชนุ นะเทวราช ได้มาเป็น พระอานนท์ สว่ นพญาปลา ไดม้ าเป็น พระตถาคตเจ้า ๒.๒ สปุ ปารกชาดก วา่ ดว้ ยทะเล ๖ ประการ (ล.๖๐, น.๑๐๔, มมร.) ความตอนหนงึ่ ว่า พวกลูกเรือประมาณ ๗๐๐ คนพากันขึ้นเรือน้ันไป พวกนั้นท้ังหมดพากันกลัวต่อมรณภัย ต่างเปล่งเสียง โอดครวญร�่ำไห้ ประดงั เปน็ เสยี งเดยี วกนั เหมือนฝงู สตั ว์ ทก่ี �ำลังหมกไหม้อยู่ในอเวจีนรกฉะนั้น. พระมหาสตั วด์ ำ� รวิ า่ ‘เวน้ เราเสยี แลว้ คนอนื่ ทจี่ ะชอื่ วา่ สามารถท�ำความปลอดภัยให้แก่พวกน้ีไม่มีเลย. เราต้อง ตง้ั สตั ยก์ ระทำ� ความปลอดภยั ใหแ้ กพ่ วกเขา.’ เรยี กพวกนน้ั มา กล่าวว่า “พ่อทั้งหลาย พวกเธอจงให้เราอาบน้�ำด้วย นำ�้ หอมใหน้ งุ่ ผา้ ใหม่ เตรยี มถาดนำ�้ วางไวท้ แ่ี อกเรอื โดยเรว็ เถดิ . “พ่อค้าเหลา่ นั้นพากันทำ� ตามนัน้ . พระมหาสัตว์ถือถาดเต็มด้วยน้�ำด้วยมือท้ังสองข้าง ยืนท่ีแอกเรือ. เมือ่ กระทำ� สจั กิรยิ า จงึ กล่าวคาถาทส่ี ุด ว่า ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 23 www.kalyanamitra.org
“ตง้ั แต่ ขา้ พเจา้ ระลกึ ถงึ ตนได้ ถงึ ความเปน็ ผรู้ เู้ ดยี งสา ข้าพเจ้าไม่เคยรู้สึกแกล้งเบียดเบียนสัตว์ แม้สักตัวเดียว เลย. ด้วยสัจจวาจานี้ขอเรือจงกลบั ไดโ้ ดยสวสั ดี.” กพ็ ระโพธสิ ตั วไ์ ดก้ ระทำ� สจั กริ ยิ าดว้ ยอำ� นาจแหง่ ศลี ๕ อย่างน้ีว่า “ส่ิงของผู้อ่ืนก�ำหนดแม้เพียงเส้นหญ้า กไ็ มเ่ คยหยบิ ฉวยเลย. ภรรยาของผอู้ น่ื กไ็ มเ่ คยมองดดู ว้ ย อ�ำนาจความโลภ. ค�ำพดู เท็จก็ไม่เคยพูด. น้�ำเมากไ็ มเ่ คย ด่ืมแม้แตจ่ ะหยดดว้ ยยอดหญา้ .” ครั้นกระท�ำสัจกิริยาแล้ว ก็รดน�้ำในถาดที่เต็มลงที่ แอกเรอื เรืออันแล่นไปผิดทิศทางตลอด ๔ เดือน กบ็ ่าย หัวกลับได้ไปถึงท่าภรุกัจฉะเพียงวันเดียวเท่าน้ันด้วย อานภุ าพแหง่ สจั จะ ประหนึ่งท่านผู้มีฤทธบิ์ ันดาล ครัน้ ถงึ แลว้ ยงั แล่นไปบนบกได้ประมาณ ๘ อุสภะ๒ หยุดทป่ี ระตู เรือนของนายเรอื พอดี. l ทรงประชมุ ชาดกว่า บริษัทในครงั้ น้ัน ได้มาเปน็ พุทธบริษัท ส่วนสปุ ปารกบัณฑิต ไดม้ าเป็น พระตถาคตเจา้ ๒ มาตราวดั ๔ ศอก เปน็ ๑ วา, ๒๕ วา เปน็ ๑ อสุ ภะ, ๘๐ อสุ ภะ เป็น ๑ คาวุต 24 www.kalyanamitra.org
l ชาดกเรือ่ งสุปปารกชาดก มบี างคนไปเปรียบเทียบ สัจ ิกริยา ๓ ว่าน่าจะเป็นปรากฎการณ์คล้ายบริเวณ สามเหลี่ยม เบอร์มิวด้า (Bermuda Triangle) หรืออาจรู้จักกัน ในชอื่ ‘สามเหลยี่ มปศี าจ’ (Devil’s Triangle) เปน็ พนื้ ท่ี สมมุติทางตะวันตกของมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ซึ่งมีการอ้างว่าอากาศยานและเรือผิวน้�ำจ�ำนวนหนึ่ง หายสาบสญู ไปโดยหาสาเหตุมไิ ดใ้ นบริเวณดังกล่าว ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 25 www.kalyanamitra.org
ธรรมะวันน้ี สัจกริ ิยา ตอนที่ ๔ (อา. ๘ ม.ค. ๖๐) ๓. พระโพธิสัตว์ ท�ำสัจกิริยาด้วยตนเองร่วมกับ คนอน่ื เพ่อื ชว่ ยคนอ่ืน ๓.๑ มณั ฑพั ยชาดก วา่ ดว้ ยความรกั ทมี่ ตี อ่ บตุ ร (กัณหทีปายนชาดก ว่าด้วยจริยาวัตรของกัณหทีปายนะ ดาบส) (ล.๕๙, น.๘๓๙, มมร.) ความตอนหนึ่งว่า ลำ� ดบั นนั้ มารดาบดิ ารวู้ า่ ลกู ถกู อสรพษิ กดั จงึ ยก กุมารขึ้นแล้วอุ้มมาท่ีพระดาบสให้นอนลง แทบเท้าแล้ว กลา่ ววา่ “ ทา่ นเจา้ ขา้ ธรรมดาบรรพชติ ยอ่ มจะรโู้ อสถหรอื ปรติ ขอทา่ นไดโ้ ปรดทำ� บตุ รของขา้ พเจา้ ใหห้ ายโรคเถดิ .” 26 www.kalyanamitra.org
พระดาบสกลา่ ววา่ “ เราไมร่ ูโ้ อสถ เราเปน็ บรรพชิต สัจ ิกริยา ๔ จักท�ำเวชกรรมไม่ได.้ ” พระดาบสถูกเขาขอร้องว่า “ถ้าเช่นน้ัน ขอท่านได้ ตงั้ เมตตาในกุมารทำ� สตั ยาธิษฐานเถิด” จงึ รับว่า “ดแี ล้ว เราจะท�ำสัจกริ ยิ า.” แล้ววางมือลง ท่ีศีรษะยญั ญทัตตกมุ าร จึงไดก้ ล่าวคาถาท่ี ๑ ว่า :- “เราเป็นผู้มีความต้องการบุญ ได้มีจิตเล่ือมใส ประพฤตพิ รหมจรรยอ์ ยเู่ พียง ๗ วันเทา่ น้นั ต่อจากนั้นมา แมเ้ ราจะไมม่ คี วามใครบ่ รรพชา กท็ นประพฤตพิ รหมจรรย์ ของเราอยู่ได้ถงึ ๕๐ กวา่ ปี ดว้ ยความสัตย์อันนี้ ขอความ สวสั ดจี งมแี กย่ ญั ญทตั ตกมุ าร พษิ จงคลายออกยญั ญทตั ต กมุ ารจงรอดชวี ิตเถดิ .” พรอ้ มกบั สจั กริ ยิ า พษิ ในกายตอนบนของยญั ญทตั ต กุมารก็ตกเข้าแผ่นดินหมด กุมารลืมนัยน์ตาข้ึนดูมารดา บิดาเรยี กว่า “แม”่ แลว้ พลกิ นอน. ล�ำดับนั้น กัณหทีปายนดาบสจึงกล่าวกับบิดาของ กุมารน้ันว่า “ก�ำลังของเรา เราท�ำได้เท่านั้น ท่านจงท�ำ กำ� ลงั ของตนบา้ งเถดิ .” เขากลา่ วว่า “เราจะทำ� สัจกิริยาบา้ ง.” แลว้ วางมอื ลง ทีห่ นา้ อกบตุ ร จึงได้กล่าวคาถาที่ ๒ วา่ :- ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 27 www.kalyanamitra.org
“เพราะเหตทุ เ่ี ราเหน็ แขกในเวลาทม่ี าถงึ บา้ นเพอื่ จะ พักอยู่ บางคร้ังไม่พอใจจะให้พักเลย แม้สมณพราหมณ์ ผู้เป็นพหูสูต ก็ไม่ทราบความไม่พอใจของเรา แม้เรา ไมป่ ระสงค์จะใหก้ ใ็ หไ้ ด้ ดว้ ยความสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงมแี กย่ ญั ญทตั ตกมุ าร พษิ จงคลายออก ยญั ญทตั ตกมุ าร จงรอดชวี ิตเถิด.” เมอ่ื บดิ าทำ� สจั กริ ยิ าอยา่ งนแี้ ลว้ พษิ ในกายตอนเหนอื สะเอวก็ตกเขา้ แผ่นดนิ กุมารลกุ ขึน้ นงั่ ได้แต่ยังยนื ไม่ได้ ล�ำดับนน้ั บิดาไดก้ ลา่ วกะมารดาของกุมารนั้นวา่ “ทร่ี กั เราไดท้ ำ� กำ� ลงั ของเราแลว้ ทนี เี้ จา้ จงทำ� สจั กริ ยิ า ให้บุตรลุกขึน้ เดินได้.” มารดากลา่ ววา่ “ขา้ แตน่ าย ความสตั ยข์ องฉนั กม็ อี ยู่ อยา่ งหนง่ึ แตไ่ ม่อาจกลา่ วต่อหน้านาย.” บิดากล่าววา่ “อย่างไรๆ ก็กลา่ วไปเถอะท่รี ัก จงทำ� บุตรของเราใหห้ ายโรค.” นางรบั คำ� วา่ “ดแี ลว้ ” เมอ่ื กระทำ� สจั กริ ยิ า จงึ ไดก้ ลา่ ว คาถาที่ ๓ วา่ :- “ลูกรกั อสรพษิ ทีอ่ อกจากโพรงกดั เจา้ น้ันมีเดชมาก ไม่เปน็ ทรี่ กั ของแม่ในวนั นีเ้ ลย อสรพิษนัน้ กบั บดิ าของเจา้ 28 www.kalyanamitra.org
ไม่แปลกกันเลย ด้วยความสัตย์น้ี ขอความสวัสดีจงมีแก่ ยญั ญทตั ตกมุ าร พษิ จงคลายออก ยญั ญทตั ตกมุ ารจงรอด ชวี ิตเถดิ .” พร้อมกับสัจกิริยา พิษทั้งหมดก็ตกลงเข้าแผ่นดิน ยัญญทัตตเมื่อร่างกายหมดพิษแล้ว ก็ลุกขึ้นเริ่มจะเล่น ต่อไป เม่ือบตุ รลุกขน้ึ ไดแ้ ลว้ อย่างน้ี l ทรงประชมุ ชาดกว่า นายมณั ฑัพยะในครง้ั น้ัน ได้มาเป็น พระอานนท์ ในบัดน ี้ ภรรยาในครั้งน้ัน ไดม้ าเปน็ นางวิสาขา บตุ รในครั้งน้ัน ได้มาเป็น พระราหุล สว่ นกณั หทีปายนดาบสในครง้ั นนั้ คือ พระตถาคตเจา้ สัจ ิกริยา ๔ ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 29 www.kalyanamitra.org
ธรรมะวันน้ี สจั กิรยิ า ตอนที่ ๕ (พ. ๑๑ ม.ค. ๖๐) ๔. พระโพธิสัตว์หรือคนอ่ืน ท�ำสัจกิริยาเพื่อขอ สิง่ ทีต่ นปรารถนา ๕.๑ เตมยี ชาดก วา่ ดว้ ย พระเจา้ เตมยี ท์ รงบำ� เพญ็ เนกขมั มบารมคี วามโดยย่อตอนหนึ่งว่า พระราชาพระองคห์ นึ่ง ทรงพระนามว่า พระเจา้ กาสกิ ราช ครองเมอื งชอื่ วา่ พาราณสี มพี ระมเหสี พระนาม ว่า จันทเทวี พระราชาไม่มีพระราชโอรสที่จะครองเมือง ต่อจากพระองค์ จึงโปรดให้พระนางจันทเทวีท�ำพิธีขอ พระโอรสจากเทพเจ้า 30 www.kalyanamitra.org
พระนางจันทรเทวีจึงทรงอธิษฐานว่า “ข้าพเจ้าได้ ัสจกิริยา ๕ รักษาศีลบริสุทธ์ิตลอดมา ขอให้บุญกุศลนี้บันดาลให้ ขา้ พเจา้ มโี อรสเถดิ ” ด้วยอานุภาพแห่งศีลบริสุทธ์ิ พระนางจันทเทวี ทรงครรภ์ และประสูติพระโอรสสมดังความปรารถนา พระโอรส มรี ูปโฉม งดงามย่งิ นัก ทง้ั พระราชาพระมเหสี และประชาชนทั้งหลาย มีความยินดีเป็นท่ีสุด พระราชา จึงต้ังพระนามโอรสว่า “เตมีย์” แปลว่า เป็นที่ยินดีของ คนทง้ั หลาย บรรดาพราหมณ์ผู้รู้วิชาท�ำนายลักษณะบุคคล ได้ กราบทลู พระราชาวา่ “พระโอรสองคน์ มี้ ลี กั ษณะประเสรฐิ เมอ่ื เตบิ โตขน้ึ จะไดเ้ ปน็ พระราชาธริ าชของมหาทวปี ทงั้ ส.่ี ” พระราชาทรงยนิ ดี เปน็ อยา่ งยงิ่ และทรงเลอื กแมน่ ม ทม่ี ลี กั ษณะดเี ลศิ ตามตำ� รา จำ� นวน ๖๔ คน เปน็ ผปู้ รนนบิ ตั ิ เลีย้ งดูพระเตมยี ์กุมาร วนั หนง่ึ พระราชาทรงอ้มุ พระเตมยี ไ์ ว้บนตกั ขณะที่ ก�ำลังพิพากษาโทษผู้ร้าย ๔ คน พระราชาตรัสส่ังให้เอา หวาย ทม่ี หี นามแหลมคมมาเฆยี่ นผรู้ า้ ยคนหนงึ่ แลว้ สง่ ไป ขังคุกให้เอาฉมวกแทงศีรษะผู้ร้ายคนที่สาม และให้ใช้ หลาว เสียบผู้รา้ ยคนสุดทา้ ย ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 31 www.kalyanamitra.org
พระเตมีย์ซึ่งอยู่บนตักพระบิดาได้ยินค�ำพิพากษา ดังนัน้ ก็มีความตกใจหวาดกลวั ทรงคิดว่า ‘ถ้าเราโตขนึ้ ได้เป็นพระราชา เราก็คงต้องตัดสินโทษผู้ร้ายบ้างและ คงต้องท�ำบาป เช่นเดียวกันนี้ เมื่อเราตายไป ก็จะต้อง ตกนรกอยา่ งแนน่ อน’ เน่ืองจากพระเตมีย์เป็นผู้มีบุญจึงร�ำลึกชาติได้และ ทรงทราบวา่ ‘ในชาติกอ่ นไดเ้ คยเป็นพระราชาครองเมือง และได้ตัดสินโทษ ผู้ร้ายอย่างเดียวกันน้ี เมื่อพระองค์ ส้ินพระชนม์จึงต้องตกนรกอยู่ถึง ๘,๐๐๐ ปี ได้รับความ ทุกขท์ รมานเปน็ อนั มาก’ พระเตมยี ท์ รงมีความหวาดกลวั อย่างยิ่ง ทรงร�ำพงึ ว่า “ท�ำอยา่ งไร หนอ เราจึงจะไมต่ ้อง ทำ� บาป และไม่ต้องตกนรกอกี .” ขณะน้ันเทพธิดาที่รักษาเศวตฉัตรได้ยินค�ำร�ำพึง ของพระเตมีย์จึงปรากฏกายให้พระองค์เห็นและแนะน�ำ พระเตมีย์วา่ “หากพระองคท์ รงหว่ันที่จะกระท�ำบาป ทรง หวนั่ เกรงว่าจะตกนรก ก็จงทำ� เป็น หูหนวก เปน็ ใบ้ และ เป็นง่อยเปล้ีย อย่าให้ชนท้ังหลายรู้ว่าพระองค์เป็น คนฉลาด เป็นคนมีบุญ พระองค์จะต้องมีความอดทน ไม่ว่าจะได้รับความเดือดร้อนอย่างใดก็ต้องแข็งพระทัย 32 www.kalyanamitra.org
ตอ้ งทรงตอ่ สกู้ บั พระทยั ตนเองใหจ้ งได้ อยา่ ยอมใหส้ ง่ิ หนงึ่ สิ่งใดมาชักจูงใจ พระองค์ไปจากหนทางที่พระองค์ต้ัง พระทัยไว้” พระเตมีย์กุมารได้ยินเทพธิดาว่าดังนั้นก็ดีพระทัย เปน็ อยา่ งยงิ่ จงึ ทรงตง้ั จติ อธษิ ฐานวา่ ‘ตอ่ ไปนี้ เราจะทำ� ตน เป็นคนใบ้ หูหนวก และง่อยเปลี้ย ไม่ว่าจะมีเร่ืองอันใด เกิดขน้ึ เรากจ็ ะไมล่ ะความต้ังใจเป็นอนั ขาด’ l ทรงประชมุ ชาดกว่า เทพธิดาผูส้ ิงสถิตอยทู่ เี่ ศวตฉัตร เปน็ อุบลวรรณาภิกษุณี พระชนกและพระชนน ี เปน็ มหาราชสกุล. สว่ นบณั ฑติ ผทู้ ำ� เปน็ ใบ้ ทำ� เปน็ งอ่ ยเปลย้ี คอื พระตถาคตเจา้ ัสจกิริยา ๕ ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 33 www.kalyanamitra.org
การท�ำสัจกริ ยิ าในแบบต่างๆ ผทู้ ำ� สจั กิรยิ า บคุ คลทไี่ ดร้ บั ผล ท่มี ปี รากฏในพระไตรปฎิ ก พระปจั เจกฯ พระโพธิสตั ว์ คนอื่น 1 คนอื่น 2 เทวดา พระโพธิสตั ว์ คนอื่น 1 คนที่ 2 สรรพสตั ว์ อน่ื ๆ 5 คนอนื่ ชว่ ยทำ� สจั กริ ยิ าเพอื่ ชว่ ยพระโพธสิ ตั ว์ 5.1 สุวรรณสามชาดก ทุกูลฤษี ปารกิ าฤษณี ี เทพธิดา l บิดา มารดา พระบิดา, พระนาง สุนทรี สวุ รรณสามรอดชวี ติ หายจากตาบอด, มองเห็นได้ วา่ ดว้ ยสุวรรณสามบ�ำเพ็ญเมตตาบารมี มารดา จันทาเทวี www.kalyanamitra.org 5.2 จันทกุมารชาดก พระชายา พระจนั ทกุมาร พระโอรส, พระธิดา, ช้าง, พระชายา, รอดชวี ติ พระมเหส,ี คฤหบดี มา้ , โค วา่ ดว้ ยพระจนั ทกมุ ารทรงบำ� เพญ็ ขนั ตบิ ารมี พระภคินี (น้อง) พระเจ้าชัยทสิ อยา่ งละส่รี อดชวี ติ 5.3 ชยั ทิสชาดก รอดจากถูกยักษ์กิน ว่าดว้ ยปรสิ าทกับพระเจ้าชัยทสิ l 6 พระปัจเจกพทุ ธเจา้ ทำ� สัจกิรยิ า ด้วยตนเองเพอื่ ชว่ ยสรรพสัตว์ อดตี พราน พญานกยงู เป็นอสิ ระ นก, สัตวท์ ถี่ กู คมุ ขงั เปน็ อสิ ระ 6.1 มหาโมรชาดก ว่าดว้ ยพญานกยูงพ้นจากบว่ ง พระนางสมั พลุ า โสตถเิ สนราชกมุ าร หายจากโรคเรอ้ื น 7 คนอ่ืนทำ� สัจกิริยา เพอ่ื พิสจู น์ตนเอง และช่วยผอู้ ื่น พระราชา พระมเหสี พระราชา, มเหสี มฆมาณพ และบริวารขับมา้ , 7.1 สัมพุลาชาดก พรอ้ มบรวิ าร รถม้าข้ามแม่นำ้� ๓ สาย ว่าด้วยความซือ่ สัตย์ของพระนางสัมพุลา ชา้ งไม่กลา้ เหยียบ 8 คนอน่ื ท�ำสัจกิริยา โดยนึกถึงคณุ ของ พระรัตนตรยั 8.1 คาถาธรรมบทเรื่องพระมหากปั ปนิ เถระ 9 คนอืน่ ทำ� สัจกริ ิยา เพือ่ ตนเองพ้นภยั (อรรถกถาสักกปัญหสตู ร)
ธรรมะวันน้ี สัจกิริยา ตอนที่ ๖ ัสจ ิกริยา ๖ (จ. ๙ ม.ค. ๖๐) ๔. คนอนื่ ชว่ ยทำ� สจั กริ ยิ าเพอ่ื ชว่ ยพระโพธสิ ตั ว์ ๔.๑ สุวรรณสามชาดก ว่าด้วย สุวรรณสาม บำ� เพญ็ เมตตาบารมี ความตอนหน่ึงวา่ ด้วยความรักในบุตร นางจึงคิดหาวิธีที่จะช่วย บตุ รใหก้ ลบั ฟ้ืนข้นึ มาใหไ้ ด้ คร้ันไม่เห็นหนทางอ่ืนใดที่จะช่วยลูกได้ นางจึง ประนมมือข้ึน ระลึกถงึ บุญ และคุณความดที ่ีสุวรรณสาม ได้กระท�ำมาโดยตลอด ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 35 www.kalyanamitra.org
แล้วตั้งสัจกิริยาเบื้องหน้าร่างอันแน่น่ิงของบุตรว่า “ตลอดกาลที่ผ่านมา ลูกสามะของเรา ได้เป็นผู้ประพฤติ ธรรมเปน็ ปกติ ไดเ้ ปน็ ผูป้ ระพฤตดิ งั พรหมเปน็ ปกติ ...ได้ เป็นผู้กล่าวค�ำสัตย์จริงมาโดยตลอด ได้เป็นผู้เล้ียงดูบิดา มารดา เป็นผู้ประพฤติย�ำเกรงต่อท่านผู้เจริญในสกุล ทัง้ ยงั เปน็ ทร่ี กั ยงิ่ กว่าชวี ติ ของข้าพเจ้า ...ดว้ ยการกล่าวคำ� สตั ยจ์ ริงทั้งหมดน้ี ขอใหพ้ ษิ ของ ลกู สามะจงหายไป บญุ อยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ ทล่ี กู สามะกระทำ� แล้วแก่เรา และแก่บิดาของเธอ หากมีอยู่ ด้วยอานุภาพ แห่งบุญกุศลท้ังหมดน้ัน ขอพิษของลูกสามะจงหายไป ในบดั นด้ี ว้ ยเถิด” เมื่อนางปาริกาฤษิณไี ด้ต้ังสจั กริ ยิ าจบลง อานภุ าพ แหง่ คำ� สตั ยน์ นั้ ทำ� ใหร้ า่ งกายทแี่ ขง็ กระดา้ งประหนงึ่ ทอ่ นไม้ บัดนเี้ ริม่ ออ่ นนุ่ม และเรม่ิ ขยบั ตวั ได้ เมอ่ื ทกุ คนเหน็ ดงั นนั้ กด็ ใี จอยา่ งสดุ ประมาณ ทกุ ลู ฤษี จงึ รบี ตงั้ สจั กริ ยิ าตอกยำ�้ ในคำ� กลา่ วเดยี วกบั นางปารกิ าวา่ “ตลอดกาลท่ีผ่านมา ลูกสามะ เป็นผู้ประพฤติธรรมเป็น ปกติ ...ไดเ้ ปน็ ผปู้ ระพฤตดิ งั พรหมเปน็ ปกติ ไดเ้ ปน็ ผกู้ ลา่ ว คำ� สตั ยจ์ ริงมาโดยตลอด ได้เป็นผเู้ ลยี้ งดบู ิดามารดา เปน็ 36 www.kalyanamitra.org
ผู้ประพฤติย�ำเกรงต่อท่านผู้เจริญในสกุล และเป็นท่ีรัก ัสจ ิกริยา ๖ ยิ่งกวา่ ชีวิตของเรา ...ด้วยการกล่าวความจริงน้ัน ขอพิษของลูกสามะ จงหายไป บุญอย่างใดอย่างหนึ่งที่ลูกสามะกระท�ำแล้ว แก่เรา และแก่มารดาของเธอ หากมีอยู่ ด้วยอานุภาพ บญุ กุศลท้ังหมดนัน้ ขอพิษของลูกสามะจงหายไปในบดั นี้ ดว้ ยเถิด” เมอ่ื สน้ิ คำ� สตั ยข์ องทกุ ลู ฤษแี ลว้ รา่ งของพระโพธสิ ตั ว์ ก็พลกิ ตัวกลบั สอู่ กี ดา้ นหนึ่งแตย่ ังไมฟ่ ืน้ คืนสตแิ ตอ่ ยา่ งใด ในขณะน้ันเอง นางเทพธิดาสุนทรี ซึ่งเป็นมารดา ในครัง้ อดีตชาตขิ องพระโพธสิ ัตว์ บดั น้ีอาศัยอยู่ ณ ภเู ขา คนั ธมาทน์ ไดใ้ ชท้ พิ ยจกั ษเุ ลง็ แลมายงั พระโพธสิ ตั วต์ ลอด เวลา คร้ันเห็นฤษีท้ังสองต้ังสัจกิริยาเพ่ือช่วยสุวรรณสาม แลว้ นางจงึ อนั ตรธานจากภเู ขาคนั ธมาทน์ มาปรากฏกาย อยเู่ บอ้ื งบนนภากาศ เหนอื ฤษที งั้ สาม แลว้ กลา่ วสจั จวาจา เพอ่ื ชว่ ยสวุ รรณสามวา่ “เราอยทู่ ภี่ เู ขาคนั ธมาทนม์ าตลอด กาลนาน ใครอนื่ ทจ่ี ะเปน็ ทร่ี กั ของเรายง่ิ กวา่ สวุ รรณสามนน้ั ไมม่ เี ลย ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 37 www.kalyanamitra.org
...ณ คันธมาทน์บรรพตแห่งนี้มากมีด้วยต้นไม้ ลว้ นเปน็ ไมห้ อมทง้ั หมด ไมม่ ตี น้ ไมใ้ ดทปี่ ราศจากกลน่ิ หอม ดว้ ยสัจวาจานี้ ขอพษิ ของสามะกุมารจงหายไปด้วยเถิด” เม่ือส้ินเสียงของนางเทพธิดาพสุนทรี เหตุการณ์ อันน่าอัศจรรย์กพ็ ลันบังเกดิ ขนึ้ พร้อมกันถงึ ๔ อย่างคือ ความเจบ็ ปว่ ยของสวุ รรณสามพระโพธสิ ตั วไ์ ดค้ ลาย หายไปเป็นปลิดทิ้ง แม้รอยแผลอันเกิดจากการถูกยิง ก็กลับเลอื นหายไปไม่ปรากฏรอยแผลใดๆ เลย ประการท่ีสอง ฤษีผู้เป็นบิดามารดาพระโพธิสัตว์ ไดด้ วงตากลับคืนมา สามารถมองเหน็ เปน็ ปกติดังเดิม ประการทส่ี าม ชนทง้ั หมด คอื สวุ รรณสาม ฤษที งั้ สอง และพระราชานน้ั ไดห้ ายตวั จากรมิ ฝง่ั แมน่ ำ้� มคิ สมั มตาไป ปรากฏตัวอยู่ท่ีอาศรมอย่างเปน็ อศั จรรย์ และเหตกุ ารณท์ ง้ั สามนนั้ บงั เกดิ ขนึ้ พรอ้ มๆ กบั แสง แหง่ อรณุ ร่งุ พลนั ปรากฏข้นึ ทฟี่ ากฟา้ เบ้ืองบรู พทิศ ขับไล่ ความมดื มิดใหเ้ ลือนหายจากผืนปา่ อกี คราหน่งึ 38 www.kalyanamitra.org
ธรรมะวนั น้ี สัจกิริยา ตอนท่ี ๗ สัจ ิกริยา ๗ (อัง. ๑๐ ม.ค. ๖๐) ๔. คนอื่น ช่วยท�ำสัจกิริยาเพอื่ ช่วยพระโพธสิ ัตว์ ๔.๒ จันทกุมารชาดก ว่าด้วย พระจันทกุมาร ทรงบำ� เพ็ญขนั ติบารมี ความตอนหนง่ึ ว่า พระนางจนั ทาเทวเี หน็ ดงั นนั้ คดิ วา่ ‘ทพี่ ง่ึ อน่ื ของ เราไมม่ ี เราจกั กระทำ� ความสวสั ดขี องพระสวามี ดว้ ยกำ� ลงั ความสตั ยข์ องเรา.’ จงึ ประคองอญั ชลดี ำ� เนนิ ไป ในระหวา่ ง แห่งท่ชี ุมนุมชน แลว้ ทรงกระทำ� สจั กิรยิ า ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 39 www.kalyanamitra.org
เมื่อเขาตกแต่งเครื่องบูชายัญทุกส่ิงแล้ว เม่ือพระ- จันทกุมารและพระสุริยกุมารประทับนั่งเพ่ือประโยชน์แก่ การบชู ายญั พระราชธดิ าของพระเจา้ ปญั จาลราช ประนม อัญชลี เสด็จด�ำเนินเวียน ในระหว่างบริษัททั้งปวง ทรง กระทำ� สจั กริ ยิ าวา่ “กณั ฑหาละผมู้ ปี ญั ญาทราม ไดก้ ระทำ� กรรมอันชั่ว ดว้ ยความสจั จรงิ อนั ใด ด้วยสัจจวาจานี้ ขอใหข้ า้ พเจา้ ไดอ้ ยรู่ ว่ มกบั พระสวามี อมนษุ ยเ์ หลา่ ใด มีอยู่ในท่ีนี้ ยักษ์ สัตว์ที่เกิดแล้วและสัตว์ท่ีจะมาเกิดก็ดี ขอจงกระทำ� ความขวนขวายช่วยเหลือขา้ พเจ้า. ขอใหข้ า้ พเจา้ ไดอ้ ยรู่ ว่ มกบั พระสวามี เทวดาทง้ั หลาย ท่ีมาแล้วในที่น้ี ปวงสัตว์ที่เกิดแล้วและสัตว์ท่ีจะมาเกิด ขอจงคุ้มครองข้าพเจ้าผู้แสวงหาทพ่ี ง่ึ ผูไ้ ร้ทพ่ี ง่ึ ข้าพเจ้าขอวิงวอนท่านทั้งหลาย ขออย่าให้พวก ข้าศกึ ชนะพระสวามีของขา้ พเจา้ เลย.” ท้าวสักกเทวราช ได้ทรงสดับเสียงคร่�ำครวญของ พระนางจันทาเทวีนั้นแล้ว ทรงกวัดแกว่งค้อน. ยังความ กลัวให้เกิดแกพ่ ระเจา้ เอกราชนนั้ . 40 www.kalyanamitra.org
ธรรมะวันนี้ สัจกิรยิ า ตอนที่ ๘ สัจ ิกริยา ๘ (ส. ๑๔ ม.ค. ๖๐) ๔. คนอนื่ ชว่ ยทำ� สจั กริ ยิ าเพอ่ื ชว่ ยพระโพธสิ ตั ว์ ๔.๓ ชัยทิสชาดก ว่าด้วยโปริสาทกับพระเจ้า ชัยทิส (ล.๖๑, น.๕๘๓, มมร.) ความตอนหนง่ึ วา่ พระชนนขี องพระราชกมุ ารนน้ั ทรงมที กุ ขโ์ ทมนสั ล้มลงเหนือปฐพี พระชนกนาถเล่า ก็ทรงประคองสอง พระพาหา ครำ�่ ครวญดว้ ยเสยี งอนั ดงั . ครน้ั ตรสั กง่ึ พระคาถา ดังนแ้ี ลว้ ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 41 www.kalyanamitra.org
เม่ือจะทรงประกาศสัจกิริยา อันพระราชบิดา ของพระกุมารน้ันทรงประกอบ และอันพระราชมารดา, พระภคินี (นอ้ งสาว) และพระชายาทรงกระท�ำแล้ว จงึ ได้ ตรสั พระคาถาตอ่ ไปอกี ๔ คาถา ความวา่ พระราชบดิ า ทรงทราบชดั วา่ พระโอรสกำ� ลงั มงุ่ หนา้ เสด็จไป ทรงเบือนพระพักตร์ประคองอัญชลี กราบไหว้ เทวดาทงั้ หลาย คอื พระโสมราชาพระวรณุ ราช พระปชาบดี พระจันทร์และพระอาทิตย์ ขอเทพยเจ้าเหลา่ นี้ ชว่ ยคมุ้ ครองโอรสของเรา จาก อำ� นาจแหง่ ยกั ษ์ อลนี สตั ตลุ กู รกั ขอยกั ษน์ นั้ จงอนญุ าตให้ เจา้ กลบั มาโดยสวัสด.ี มารดาของรามบุรษุ ผไู้ ปส่แู คว้นของพระเจา้ ทัณฑ- กริ าช ไดค้ มุ้ ครองทำ� ความสวสั ดี แกร่ ามะผเู้ ปน็ บตุ รอยา่ งใด แม่ขอท�ำความสวัสดีอย่างนั้นแก่เจ้า ด้วยค�ำสัตย์น้ัน ขอทวยเทพจงชว่ ยคมุ้ ครอง ขอใหเ้ จา้ ไดร้ บั อนญุ าต กลบั มา โดยสวสั ดีเถิด ลูกรัก. นอ้ งนกึ ไมอ่ อกเลย ถงึ ความคดิ ประทษุ รา้ ย ในอลนี - สัตตุผู้พระเชษฐา ทั้งในที่แจ้งหรือท่ีลับ ด้วยความสัตย์นี้ 42 www.kalyanamitra.org
ขอเทพยเจา้ โปรดระลกึ ถงึ พระเชษฐาทเ่ี คารพขอพระเชษฐา สัจ ิกริยา ๘ จงได้รบั อนุญาตให้กลบั มาโดยสวสั ด.ี ข้าแต่พระสวามี พระองค์ไม่เคยประพฤตินอกใจ หมอ่ มฉันเลย ฉะนั้น จงึ เป็นท่ีรักของหมอ่ มฉันดว้ ยใจจริง ด้วยความสัตย์นี้ ขอเทพยเจ้าโปรดระลึกถึงพระสวามีท่ี เคารพ ข้าแต่พระสวามี ขอพระองค์ จงได้รับอนุญาตให้ กลับมาโดยสวสั ดี. พระราชกุมาร เสด็จด�ำเนินไปสู่ทางที่อยู่ของยักษ์ ตามค�ำแนะน�ำท่ีพระราชบดิ าตรสั บอก. ฝ่ายยกั ษค์ ิดวา่ ‘ธรรมดากษตั รยิ ม์ มี ายามาก ใครจะ รู้ว่าจักเกิดอะไรข้ึน.’ จึงขึ้นต้นไม้น่ังแลดูทางที่พระเจ้า ชัยทิสจะเสด็จมา เหลือบเห็นพระกุมารก�ำลังด�ำเนินมา คดิ ว่า ‘ชะรอยพระโอรสจักใหพ้ ระราชบดิ ากลบั แลว้ ตวั มา แทน ภัยคงไมม่ แี ก่เรา.’ จึงลงจากต้นไม้น่งั ผนิ หลังให.้ ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 43 www.kalyanamitra.org
เร่อื งย่อ ชัยทสิ ชาดก ว่าด้วยโปรสิ าทกบั พระเจ้าชัยทสิ l สถานท่ีตรสั ณ พระเชตวนั มหาวิหาร l ทรงปรารภภกิ ษุผเู้ ลยี้ งมารดารปู หนึง่ เรือ่ งยอ่ ความว่า ครง้ั นน้ั พระโพธสิ ตั วไ์ ดบ้ งั เกดิ เปน็ พระราชโอรสของพระเจา้ ชยั ทิสมหาราช พระราชาทรงโปรดการลา่ เนื้อมาก วันหน่ึงก่อนที่จะเสด็จไปล่าเน้ือ นันทพราหมณ์ได้มา เขา้ เฝา้ พระราชาทรงพอพระทยั พราหมณม์ าก จงึ บอกวา่ หลงั จาก เสร็จธุระแล้ว จะกลับมาฟังธรรม และจะพระราชทานทรัพย์ให้ เมอ่ื พระราชทานบ้านพกั แก่พราหมณแ์ ลว้ จงึ เสด็จไปล่าเน้ือ จากนั้น พระองค์ก็เสด็จเข้าป่าไปพร้อมกับเหล่าเสนา อ�ำมาตย์ ในขณะที่ก�ำลังไล่ต้อนเน้ืออยู่น้ัน พระองค์รับส่ังว่า “ถ้าเนื้อหนีไปทางผู้ใดผู้นั้นจะต้องมีโทษ” แต่บังเอิญว่าเนื้อได้ วงิ่ หนไี ปทางพระราชาพระองคท์ รงจบั ไมท่ นั จงึ ไลต่ ามไปโดยลำ� พงั ในทส่ี ดุ กส็ ามารถจบั เนือ้ ได้ แตใ่ นระหวา่ งทางทจ่ี ะกลับ ทรงพลัด หลงเข้าไปในเขตยักษก์ นิ คน จงึ ถกู ยักษ์จบั ไว้ พระราชาตรัสบอกกับยักษ์ ถึงเร่ืองท่ีพระองค์ได้ทรงให้ สัญญากับพราหมณ์ไว้ว่าจะกลับไปฟังธรรม แล้วจะมอบทรัพย์ ให้แก่พราหมณ์ขอให้ยักษ์ได้ปล่อยพระองค์ไปก่อน แล้วจะกลับ 44 www.kalyanamitra.org
มาให้กินในภายหลัง ยักษ์รู้ว่าธรรมดากษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนค�ำ สัจ ิกริยา ๘ จึงอนุญาตให้พระองค์กลับไป แต่ให้กลับมาภายในวันรุ่งขึ้น พระราชากใ็ หค้ �ำม่ันสัญญา วันรุ่งข้ึน ก่อนท่ีพระองค์จะเสด็จไปหายักษ์ ได้ตรัสเรียก พระโอรสมาให้โอวาทว่า “ขอให้ลูกจงประพฤติธรรมในรัฐสีมา จงปกครองไพร่ฟ้าประชาราษฎร์แทนพ่อ วันน้ีพ่อจะต้องไปให้ ยกั ษ์กนิ ตามสัญญา ลกู จงเสวยราชสมบัตเิ ถิด.” ธรรมดาของพระโพธสิ ตั วเ์ ปน็ ผมู้ คี วามกตญั ญกู ตเวที จงึ ได้ ทูลว่า “ขอเสด็จพ่ออย่าได้เสด็จไปเลย ลูกจะขอเอาชีวิตแลกกับ พระชนมช์ พี ของเสด็จพ่อเองเสด็จพ่อไดโ้ ปรดวางพระทัยเถดิ .” แมพ้ ระราชาจะทรงทดั ทานอยา่ งไรกไ็ มส่ ำ� เรจ็ เพราะพระโพธ-ิ สตั วม์ ใี จเดด็ เดย่ี วมงุ่ มน่ั ทจี่ ะทดแทนพระคณุ พระราชาจงึ ตอ้ งทรง อนญุ าตในทสี่ ุด พระโพธิสัตว์ได้เสด็จออกจากพระนคร ด้วยความองอาจ กล้าหาญ ทรงปีติโสมนัสว่า ‘เราจะได้ทดแทนพระคุณของบิดา มารดา ซงึ่ เปน็ โอกาสทหี่ าไดย้ าก แมจ้ ะตอ้ งตาย เรากไ็ มห่ วนั่ ไหว ตอ่ มรณภัย.’ แล้วไดเ้ สดจ็ ไปยังทอี่ ย่ขู องยักษ์ ฝ่ายยกั ษร์ อคอยการมาของพระราชาอยูใ่ ตต้ ้นไม้ เมื่อเหน็ พระโอรสเสด็จมาแทน จึงถามว่า “ท่านไม่รู้หรือว่าเราเป็นยักษ์ ทำ� ไมจึงเดินมาหาเรา?” ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 45 www.kalyanamitra.org
พระโพธิสัตว์ตรัสว่า “เรารู้ว่าท่านเป็นยักษ์กินคน เราคือ โอรสของพระราชา วนั นที้ ่านจงกินเราแทนพระชนกเถดิ .” ยักษ์กล่าวว่า “ธรรมดาสัตว์ทั้งหลายย่อมกลัวตาย ท่าน มาแทนบิดา ท่านไม่กลัวตายหรือ?.” พระโพธิสัตว์กล่าวว่า “เราไม่กลัว เรานี่แหละ กล้าตาย แทนบิดามารดาได้ แมเ้ ราจะต้องตายไปในวนั นี้ ย่อมจะไปสู่สคุ ติ โลกสวรรค์ เพราะเราเห็นคุณข้อนี้ เราจึงไม่กลัวตาย เชิญท่าน กินเนอ้ื เราเถิด.” เมื่อยักษ์ได้ฟังถ้อยค�ำ และเห็นท่าทีอันเด็ดเดี่ยวของ พระโพธสิ ตั ว์ จงึ เกดิ ความครัน่ คร้าม และรู้สกึ หวั่นไหวเปน็ อย่าง มาก ตกใจกลวั แลว้ คดิ ในใจวา่ ‘มนษุ ยผ์ กู้ ลา้ หาญเชน่ นี้ เราไมเ่ คย เจอมากอ่ นเลย เรากลวั ใจบรุ ษุ ผนู้ ้ีทที่ ำ� ให้เราหวัน่ ไหว เราไมอ่ าจ ทจ่ี ะกินเขาได้ จะตอ้ งหาอบุ ายขบั ไล่ใหห้ นไี ปเสยี .’ แลว้ จงึ แกลง้ บอก เพ่ือเปิดโอกาสให้หนีไปว่า “ท่านจงเข้าไปในป่าหาฟืนมา กอ่ ไฟเราจะย่างเน้ือของทา่ นในกองไฟนั้น.” พระองค์ได้ท�ำตามยักษ์บอก ด้วยความกระตือรือร้นมิได้ มีท่าทีแห่งความสะทกสะท้านเลย น�ำฟืนมากองแล้วจุดไฟ เดิน กลบั ไปหายักษ์. ยักษไ์ ด้เห็นพระโพธสิ ตั ว์ท�ำเช่นน้ัน จงึ เกดิ อาการขนพอง สยองเกลา้ ขน้ึ ดำ� รวิ า่ ‘บรุ ษุ นเี้ ปน็ ประดจุ ราชสหี ์ ผไู้ มก่ ลวั ความตาย เราไม่เคยพบเห็นบคุ คลผมู้ ีความกตญั ญู กตเวที ต่อบิดามารดา ถึงเพยี งน้ี ถา้ เรากนิ เขาเป็นอาหาร ศีรษะเราจะตอ้ งแตกเป็นเจด็ เสยี่ งแน่นอน.’ 46 www.kalyanamitra.org
ยกั ษ์จึงบอกวา่ “ทา่ นสตั บุรษุ ผตู้ งั้ อยู่ในธรรม ทา่ นมีความ กตัญญูท่ีใครๆ ในโลกท�ำได้ยาก บัดน้ีท่านเหมือนดวงจันทร์ ท่ี พ้นจากปากแห่งราหูแล้ว ย่อมไพโรจน์กว่าหมู่ดาวบนท้องฟ้า ฉันใด ท่านผูม้ ีอานุภาพกเ็ ปน็ ฉันนน้ั ท่านไดห้ ลุดพ้นจากเราแล้ว เพราะเรายอมแพ้ใจของท่าน ท่านจงกลับไปเถิด ท่านให้ชีวิต แก่พระบิดา ส่วนเราบูชาความกตัญญู และความสัตย์ของท่าน เราจงึ ไดใ้ หช้ วี ติ แกท่ า่ น ขอทา่ นจงบำ� รงุ บดิ ามารดาของทา่ นเถดิ .” พระโพธิสัตว์เม่ือได้ชีวิตแล้ว จึงกล่าวสั่งสอนยักษ์ ให้ สมาทานในศีล และประพฤติธรรม อย่าได้มีเวรกับใคร จะได้ ไม่ต้องกลับมาเกิดเป็นยักษ์อีก พระดาบสได้บอกว่าทั้งสองเป็น ลงุ กับหลานกัน จากนั้นจงึ เสดจ็ กลบั พระนครโดยปลอดภัย พระบรมศาสดา คร้ันทรงน�ำพระธรรมเทศนานี้มาแสดง สัจ ิกริยา ๘ จบแล้ว ทรงประกาศอริยสัจจธรรม ในเวลาจบอริยสัจจกถา พระเถระผเู้ ล้ียงดมู ารดา ไดต้ ้ังอยูใ่ นโสดาปัตติผล l ประชุมชาดกวา่ พระราชมารดาบดิ า ไดม้ าเปน็ ตระกลู แหง่ พระมหาราชเจา้ พระดาบส ไดม้ าเป็น พระสารีบตุ ร ยกั ษ์ ไดม้ าเป็น พระองคุลมิ าล พระกนษิ ฐภคินี ได้มาเปน็ นางอุบลวรรณาเถรี พระอคั รมเหสี ได้มาเปน็ ราหลุ มารดา อลนี สตั ตรุ าชกมุ าร ไดม้ าเปน็ พระตถาคตเจา้ ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 47 www.kalyanamitra.org
ธรรมะวันนี้ สัจกิริยา ตอนท่ี ๙ (ศ. ๑๓ ม.ค. ๖๐) ๖. พระปัจเจกพุทธเจ้า ท�ำสัจกิริยาด้วยตนเอง เพ่อื ชว่ ยสรรพสัตว์ ๖.๑ มหาโมรชาดก ว่าดว้ ย พญานกยงู พน้ จาก บ่วง (ล.๖๐, น.๔๖๖, มมร.) ความตอนหนึ่งว่า ก็แลครั้นพญายูงกล่าวอย่างน้ีแล้ว ขู่ให้กลัวภัย ในนรก. ก็เขาเป็นพระปัจเจกโพธิสัตว์ผู้มีบารมีบ�ำเพ็ญ เต็มแล้ว มีญาณอันแก่กล้าแล้วเป็นเหมือนดอกปทุมที่ 48 www.kalyanamitra.org
แก่แล้ว ชูก้านรอการถูกต้องของแสงอาทิตย์ฉะนั้น ัสจ ิกริยา ๙ เมอ่ื ฟังธรรมกถาของพญายูง ยืนอยดู่ ว้ ยทา่ เดมิ นั้นแหละ กำ� หนดสงั ขารทงั้ หลาย พจิ ารณาไตรลกั ษณ์ บรรลปุ จั เจก โพธญิ าณแลว้ . การบรรลขุ องทา่ นและการพน้ จากบว่ งของพระมหา- สตั ว์ ไดม้ ใี นขณะเดยี วกนั และ. พระปจั เจกพทุ ธเจา้ ทำ� ลาย กิเลสท้ังหลายแล้ว ด�ำรงอยู่ ณ สุดแดนของภพทีเดียว เมือ่ จะเปลง่ อทุ านจึงกลา่ วคาถาว่า “ความเปน็ พรานนี้ เราละไดแ้ ลว้ เหมอื นงลู อกคราบ เก่าของตน หรอื เหมอื นตน้ ไม้อนั เขียวชอุ่ม ผลัดใบเหลอื ง ท้ิง ฉะนั้น วนั นเ้ี ราละความเป็นพรานได.้ ” คร้ันท่านเปล่งอุทานน้ีแล้ว ด�ำริว่า ‘เราพ้นจาก เครอ่ื งพวั พนั คอื กเิ ลสทง้ั ปวงไดแ้ นน่ อน แตใ่ นทอี่ ยขู่ องเรา ยังมีนกถูกกักขังอยู่มาก เราจักปลดปล่อยนกเหล่านั้น ไดอ้ ย่างไร’ จึงถามพระมหาสัตว์ว่า “พญายูงเอ๋ยในที่อยู่ของ ข้าพเจ้า มีนกถูกกักขังอยู่เป็นอันมาก ข้าพเจ้าจักปลด ปล่อยนกเหล่าน้ันได้อย่างไรละ.” อันท่ีจริง ญาณในการ ธรรมะจาก Siripunno Fanp@ge 49 www.kalyanamitra.org
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113