ก
ข ก ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ เร่ือง การรักษาดุลยภาพของร่างกาย รายวิชาชีววิทยา3 (ว32242) กลุ่ม สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์ สาหรบั นักเรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 มีท้ังหมด 7 ชดุ ดังน้ี ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 1 โครงสร้างทใี่ ช้ในการแลกเปล่ยี นแกส๊ ของสัตว์ ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 2 โครงสร้างที่ใช้ในการแลกเปลีย่ นแก๊สของคน ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ท่ี 3 การขบั ถา่ ยของสตั ว์ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 4 การขับถ่ายของคน ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ที่ 5 การลาเลียงสารในรา่ ยกายของสัตว์ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ท่ี 6 การลาเลยี งสารในรา่ งกายของคน ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 7 ระบบนา้ เหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ เร่ือง การรักษาดุลยภาพของร่างกาย รายวิชาชีววิทยา3 (ว32242) กลุ่ม สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 ส่งเสริมให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติ จริงมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางการจัดการศึกษาของชาติท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญสนอง ต่อพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2545) และ สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ท่ีมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้รับการ พัฒนาท้ังด้านความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา ความสามารถ ใน การสือ่ สาร การตัดสินใจ การนาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวัน ตลอดจนมีจิตวิทยาศาสตร์ คุณธรรมและ ค่านยิ มอนั พึงประสงค์ ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าชุดกิจกรรมการเรียนรู้นี้ จะช่วยให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายและ ชดั เจนข้นึ มีผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนสูงขึ้น มีเจตคติที่ดตี อ่ การเรยี นชีววิทยา เป็นแนวทางหนึ่งให้นักเรียน พัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ นอกจากจะใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในห้องเรียนแล้ว นกั เรยี นยังสามารถศกึ ษาดว้ ยตนเองเพื่อทบทวนเนื้อหา หรือสามารถนาไปใช้ในการเรียนซ่อมเสริมได้อีก ด้วย กรรณิการ์ อินทะจร
เรอ่ื ง ขข คานา หนา้ สารบัญ รายละเอยี ดของชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ ก ผงั มโนทัศนช์ ุดกจิ กรรมการเรียนรู้ ข คาแนะนาการใชช้ ุดกจิ กรรมการเรียนรู้ (สาหรบั ครู) ค คาแนะนาการใชช้ ดุ กิจกรรมการเรียนรู้ (สาหรบั นักเรียน) ง ผงั มโนทศั น์ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จ สาระการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรยี นรู้ สาระสาคญั ฉ เนื้อหา จุดประสงค์การเรียนรู้ ช แบบทดสอบก่อนเรียน ซ บัตรคาสั่งท่ี 1.1 ณ บัตรกจิ กรรมที่ 1.1 1 บตั รคาส่งั ที่ 1.2 4 บตั รกิจกรรมท่ี 1.2 5 บัตรคาสง่ั ท่ี 1.3 6 บตั รกจิ กรรมที่ 1.3 7 บตั รกจิ กรรมที่ 1.4 5 บตั รคาสั่งที่ 1.4 9 บัตรเนอ้ื หาท่ี 1.1 11 บตั รคาส่งั ที่ 1.5 14 บัตรกจิ กรรมท่ี 1.5 15 บัตรกิจกรรมท่ี 1.6 24 บัตรคาสง่ั ที่ 1.6 25 บัตรกิจกรรมท่ี 1.7 28 บัตรกิจกรรมที่ 1.8 29 แบบทดสอบหลังเรียน 30 บรรณานุกรม 31 32 ภาคผนวก 34 36
คค ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง การรักษาดุลยภาพของร่างกาย รายวิชาชีววิทยา3 (ว32242) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 ชุดที่ 1 โครงสรา้ งที่ใช้ในการแลกเปลย่ี นแก๊สของสัตว์ ประกอบด้วย ผงั มโนทศั น์ของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ คาแนะนาการใชช้ ุดกจิ กรรมการเรียนรู้ สาหรับครู คาแนะนาการใช้ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ สาหรับนกั เรยี น ขั้นตอนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ สาระ มาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ สาระสาคญั ขอบขา่ ยเน้ือหา จดุ ประสงค์การเรียนรู้ แบบทดสอบก่อนเรยี น บตั รคาส่งั บตั รกิจกรรม บัตรเนือ้ หา แบบทดสอบหลงั เรียน บรรณานุกรม ภาคผนวก บตั รเฉลย
1ง ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้เร่อื ง การรักษาดลุ ยภาพของร่างกาย ชุดที่ 1 โครงสรา้ งที่ใชใ้ นการ แลกเปลี่ยนแกส๊ ของสัตว์ ชุดที่ 7 ชดุ ท่ี 2 ระบบน้าเหลืองและ โครงสร้างที่ใช้ในการ แลกเปลย่ี นแกส๊ ของคน ระบบภมู คิ ้มุ กนั ชุดท่ี 3 ชดุ ท่ี 6 การขับถ่ายของ การลาเลียงสารใน ร่างกายของคน สัตว์ ชุดท่ี 5 ชุดท่ี 4 การลาเลยี งสารใน การขับถา่ ยของคน รา่ งกายของสัตว์
จ2 ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การรักษาดุลยภาพของร่างกาย รายวิชาชีววิทยา (ว32242) กลุ่ม สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 ชุดที่ 1 โครงสร้างท่ีใช้ในการ แลกเปลี่ยนแกส๊ ของสตั ว์ มีจดุ ม่งุ หมายเพอ่ื ชว่ ยใหก้ ารดาเนินกิจกรรมการเรียนรู้ บรรลุวัตถุประสงค์การ เรียนรู้และมปี ระสทิ ธภิ าพ ผู้สอนควรเตรียมความพร้อม และปฏิบตั ิตามคาแนะนา ดงั ตอ่ ไปนี้ 1. ศึกษารายละเอียดเก่ียวกับการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ และแผนการจัดการเรียนรู้ เร่ือง การรักษาดุลยภาพของร่างกาย รายวิชาชีววิทยา ว32242 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาหรับ นักเรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 ให้เขา้ ใจ 2. เตรียมชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามจานวนนักเรียน วัสดุ ส่ิงของ และอุปกรณ์ที่ระบุ ไว้ในชุด กจิ กรรมการเรยี นรู้ 3. ก่อนจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ครูควรช้ีแจงให้นักเรียนเขา้ ใจบทบาทของตนเอง แนะนาขั้นตอน การใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้ แนวปฏบิ ัติ ในระหวา่ งการดาเนนิ กจิ กรรมการเรยี นรู้ 4. ดาเนนิ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การจดั ชน้ั เรียน นกั เรยี นจะทากิจกรรมเป็นกลุ่มๆ ละ 5 คน เมื่อทาการวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน นักเรียนจะต้องแยกกลุ่มและจัดห้องทาการสอบเป็น รายบุคคล 5. ดาเนินการประเมินผลการเรียนรู้จากการตรวจแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนสังเกต พฤตกิ รรมการปฏิบัติงานกลุ่ม ประเมนิ ผลการปฏบิ ตั กิ าร ตรวจบตั รกิจกรรมการเรียนรู้ 6. ครูใหค้ าแนะนา และอานวยความสะดวกในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ 7. เมื่อสิ้นสุดการปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนร่วมตรวจสอบและเก็บวัสดุ ส่ิงของ และ อปุ กรณ์ให้เรยี บรอ้ ย เพอ่ื สะดวกในการใชค้ รง้ั ต่อไป
3ฉ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การรักษาดุลยภาพของร่างกาย รายวิชาชีววิทยา3 (ว32242) กลุ่ม สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ชุดที่ 1 โครงสร้างที่ใช้ในการ แลกเปลย่ี นแกส๊ ของสัตว์ นกั เรยี นปฏิบัตติ ามข้นั ตอนด้วยความซอ่ื สัตยแ์ ละตงั้ ใจ ดังนี้ 1. ชดุ กิจกรรมการเรียนรทู้ ี่ 1 เรื่อง โครงสร้างที่ใช้ในการแลกเปลีย่ นแกส๊ ของสตั ว์ ใช้เวลา 3 ชั่วโมง 2. นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 5 คน โดยคละนักเรียนในกลุ่มเป็น 3 ระดับ คือ เก่ง ปานกลาง และออ่ น 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาร่วมกันศึกษาสาระสาคัญ ผลการเรียนรู้ และจุดประสงค์การเรียนรู้ ขอบข่ายเน้ือหาประจาชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ 4. นักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ี 1 เร่ือง โครงสร้างที่ใช้ในการ แลกเปลี่ยนแก๊สของสตั ว์ จานวน 10 ข้อ 5. นักเรียนลงมือปฏิบตั ิกิจกรรมตามข้ันตอนในแตล่ ะชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ดว้ ยความตง้ั ใจและ ซอ่ื สัตย์ตอ่ ตนเอง 6. นกั เรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ที่ 1 เรอื่ ง โครงสร้างที่ใชใ้ นการ แลกเปล่ียนแกส๊ ของสัตว์ จานวน 10 ขอ้ 7. หากพบข้อสงสัยใหป้ รกึ ษาครูผสู้ อนได้ทนั ที
4 ช ศึกษาคมู่ ือในการใช้ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ ทาแบบทดสอบก่อนเรียน ดาเนินการใชช้ ุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ ทาแบบทดสอบหลังเรียน ไม่ผา่ นเกณฑ์ ผ่านเกณฑ์ ศกึ ษาชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ตอ่ ไป
ซ5 มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระท่ี 1 สิ่งมีชวี ิตกับกระบวนการดารงชีวิต มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจหน่วยพ้ืนฐานของสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าท่ีของ ระบบต่างๆ ของส่ิงมีชีวิตที่ทางานสัมพันธ์กัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนา ความรู้ไปใชใ้ นการดารงชวี ิตของตนเองและดูแลสง่ิ มชี ีวติ สาระท่ี 8 ธรรมชาติของเทคโนโลยี มาตรฐาน ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้ว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติท่ีเกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอนสามารถอธิบายและ ตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลาน้ัน ๆ เข้าใจว่าวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสงิ่ แวดลอ้ มมคี วามเกย่ี วขอ้ งสัมพันธ์กัน ผลการเรียนรู้ สารวจ ตรวจสอบสบื ค้นข้อมลู อภปิ ราย และสรุปเก่ียวกบั การรกั ษาดุลยภาพของร่างกายสัตว์และ มนุษย์โดยการทางานของระบบหายใจ ระบบขับถ่าย ระบบหมุนเวียนเลือดระบบน้าเหลืองและการสร้าง ภมู คิ ้มุ กนั สาระสาคัญ สิ่งมีชีวติ เซลล์เดียว เช่น อะมีบา พารามีเซียมยังไม่มีโครงสร้างที่ใช้ในการแลกเปล่ียนแก๊สอาศัย การแพรข่ องแกส๊ เขา้ และออกจากสภาพแวดลอ้ มโดยตรง สัตวไ์ มม่ กี ระดูกสันหลังขนาดเล็กที่อาศัยตาม แหล่งนา้ หรอื แหลง่ ทีอ่ ยทู่ มี่ คี วามชุ่มช้ืนตลอดเวลา จะใช้ผิวชั้นนอกสุดของร่างกายในการแลกเปลี่ยนแก๊ส เช่น ฟองนา้ ไฮดรา พลานาเรยี ไสเ้ ดือนดิน สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังชนิดอื่นๆ เช่น แมลงใช้ระบบท่อลม แมงมมุ ใช้ปอดแผง สตั ว์มีกระดกู สนั หลังส่วนใหญ่มพี ้นื ทผ่ี ิวสาหรับการแลกเปล่ียนแก๊สที่บางและชื้นโดย สัตวน์ า้ เชน่ ปลาใช้เหงอื ก สตั ว์ทม่ี ีกระดกู สนั หลงั บนบกใช้ปอด
ณ6 เน้ือหา 1. โครงสร้างทใ่ี ชใ้ นการแลกเปลย่ี นแก๊สของสิ่งมชี ีวิตเซลล์เดียว 2. โครงสร้างทใ่ี ชใ้ นการแลกเปล่ยี นแกส๊ ของสัตว์ไมม่ ีกระดูสนั หลงั 3. โครงสร้างทใ่ี ชใ้ นการแลกเปลีย่ นแกส๊ ของสตั ว์มีกระดูสันหลัง จุดประสงค์การเรียนรู้ ดา้ นความรคู้ วามเขา้ ใจ (Knowledge : K) 1. อธิบายลักษณะสาคัญของอวัยวะในการแลกเปล่ียนแก๊สของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังและสัตว์มี กระดกู สนั หลังได้ 2. อภิปราย เปรยี บเทียบ และสรปุ โครงสรา้ งท่ใี ช้ในการแลกเปล่ียนแกส๊ ของสิง่ มชี ีวติ ตา่ งๆได้ ดา้ นทักษะกระบวนการ (Process : P) 1. ทาการทดลอง/ทากิจกรรมเพ่ือศึกษาลักษณะอวัยวะในการแลกเปลี่ยนแก๊สของสัตว์ไม่มีกระดูก สันหลงั และสัตวม์ ีกระดกู สันหลงั ได้ 2. สืบค้นข้อมูล และเขียนตารางเปรียบเทียบโครงสร้างท่ีใช้ในการแลกเปลี่ยนแก๊สของสิ่งมีชีวิต ต่างๆได้ ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude : A) 1. ปฏิบัติกจิ กรรมดว้ ยความสนใจใฝ่รู้ มรี ะเบียบวนิ ัย และเสรจ็ ทันตามเวลากาหนด 2. บันทึกผลการทากิจกรรม และผลการสืบค้นข้อมูลด้วยความถูกต้องตาม ข้อเท็จจริงใช้ภาษาได้ อย่างถูกต้องเหมาะสม และใชอ้ ุปกรณบ์ นพ้ืนฐานความพอเพียง ด้านสมรรถนะสาคัญ (Competencies : C) 1. นาเสนอผลการทากจิ กรรมการเรยี นรู้ เรื่อง โครงสร้างท่ีใชใ้ นการแลกเปลยี่ นแกส๊ ของสัตว์ 2. สามารถใช้กระบวนการกลุ่มในการทากิจกรรมและปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้เปน็ กลุ่มได้ 3. สามารถสบื คน้ ข้อมูลโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เร่อื ง โครงสร้างท่ีใช้ในการแลกเปลย่ี นแก๊สของ สตั ว์
17 คาชแี้ จง: 1. แบบทดสอบก่อนเรยี น มีจานวน 10 ข้อ ใชเ้ วลา 10 นาที 2. จงเลอื กขอ้ ทถี่ ูกต้องทีส่ ดุ เพียงข้อเดียว โดยทาเครอ่ื งหมาย ลงในชอ่ งตรงกบั อักษร ก. ข. ค. และ ง. ในกระดาษคาตอบทแ่ี จกให้ 1 สิ่งมชี ีวติ ชนดิ ใดใชเ้ ยอื่ หมุ้ เซลล์เปน็ โครงสร้างทาหน้าทแี่ ลกเปล่ียนแก๊ส ซงึ่ คล้ายกับการ ส่ิ แลกเปลี่ยนแก๊สของเซลลเ์ มด็ เลอื ดแดงของคน ก. พลานาเรีย ข. อะมีบา ค. ไส้เดือนดนิ ง. แมลง 2 ปจั จัยสาคัญในการแลกเปลี่ยนแกส๊ ระหว่างสิ่งแวดล้อมกบั สิง่ มชี วี ติ ชนดิ ตา่ ง ๆ คอื ส่ิ ก. พื้นที่ผิวสาหรบั แลกเปลีย่ นแกส๊ ตอ้ งบาง ข. พื้นทผ่ี ิวสาหรบั แลกเปลย่ี นแก๊สตอ้ งมลี กั ษณะเปียกช้นื ค. พนื้ ท่ีผวิ สาหรบั แลกเปล่ียนแกส๊ ตอ้ งมหี ลอดเลือด ง. ท้ังข้อ ก และข้อ ข 3 อวัยวะแลกเปลย่ี นแกส๊ ของสัตวน์ ้า ส่วนใหญ่คอื สิ่ ก. Trachea ข. Gills ค. Malpighian tubules ง. Book lungs 4 สง่ิ ทเี่ หมาะสมสาหรบั อวยั วะท่ใี ชแ้ ลกเปลย่ี นแก๊สของสตั ว์นา้ เม่อื เปรยี บเทียบกับอวัยวะ ส่ิ แลกเปลย่ี นแกส๊ ของสัตวบ์ ก คือ ก. การไหลเวยี นของแก๊ส ข. อวยั วะอยใู่ นทีป่ ลอดภยั กว่า ค. ความเปยี กชื้น ง. ปริมาณออกซิเจนสงู
82 5 สภาพท่ไี มเ่ หมาะสมในการแลกเปลีย่ นแก๊สของสัตวน์ า้ เม่ือเทียบกบั สตั ว์บก คือ สิ่ ก. การไหลเวียนของนา้ ผา่ นไปช้ามาก ข. พน้ื ที่ผวิ ของอวยั วะแลกเปลยี่ นแก๊สในนา้ มักถกู ทาลายได้ง่าย ค. ปรมิ าณออกซเิ จนที่ละลายอย่ใู นน้ามนี ้อยมาก ง. ปรมิ าณคารบ์ อนไดออกไซดใ์ นนา้ มักมนี อ้ ยกว่าบนบก 6 ตั๊กแตนมีวธิ ที าให้แก๊สหมุนเวียนเข้าสู่พ้ืนทีผ่ ิวท่ีแลกเปลีย่ นแกส๊ ได้โดย ส่ิ ก. เคล่อื นไหวกะบังลม ข. เคลอื่ นไหวซโี่ ครง ค. การเคลือ่ นทีข่ องซเิ ลยี เล็ก ๆ จานวนมหาศาล ง. จังหวะของการเคลื่อนไหวลาตัว 7 พน้ื ทผี่ ิวของถุงลมในปอดคน มีขนาดประมาณเท่าใด สิ่ ก. จานข้าว ข. โต๊ะกนิ ขา้ ว ค. เต้นทน์ อน 4 คน ง. สนามเทนนิส 8 ในสัตว์เลีย้ งลูกดว้ ยน้านม การหายใจขน้ึ อยู่กบั การควบคมุ ของสมองส่วนทีเ่ รยี กวา่ ส่ิ ก. Cerebellum ข. Hypothalamus ค. Thalamus ง. Medulla oblongata 9 สตั ว์ชนิดใดไมใ่ ชป้ อดสาหรบั หายใจ สิ่ ก. งดู ิน ข. ปลามปี อด ( lung fish ) ค. ปลาดาว ง. นกนางแอน่ 10 นกมีถงุ ลมแทรกเข้าไปในชอ่ งว่างของลาตวั นก เพื่อทาหน้าทใ่ี ด สง่ิ ก. สารองอากาศเอาไวใ้ หน้ กใชข้ ณะบิน เปน็ การเพิ่มประสิทธิภาพการแลกเปล่ียนแก๊ส ข. ทาให้กระดูกพรุน ตัวจะได้เบาสะดวกในการบนิ ค. เปน็ ถุงเกบ็ พกั อาหารเอาไว้ ก่อนนาไปยอ่ ย ง. แลกเปลีย่ นแก๊สได้
39 ทดสอบกอ่ นเรยี น ทดสอบหลงั เรยี น ข้อ ก ข ค ง ข้อ ก ข ค ง 1 1 2 2 3 3 4 4 5 5 6 6 7 7 8 8 9 9 10 10 คะแนน กอ่ นเรยี น คะแนน หลงั เรยี น เตม็ 10 เตม็ 10 ได้ ได้
410 โปรดอ่านคาส่งั ให้เขา้ ใจและปฏบิ ตั ติ ามขัน้ ตอนตา่ งๆตอ่ ไปน้ี 1. ให้ประธานกลมุ่ อา่ นบัตรคาส่ังให้สมาชกิ กลมุ่ ฟังดว้ ยเสยี งดงั ชดั เจนและไม่รบกวนกลมุ่ ขา้ งๆ 2. สมาชิกในกลมุ่ ทา “บัตรกจิ กรรมท่ี 1.1 เรือ่ งทบทวนกันกอ่ น...สกั นดิ ” 3. เมื่อทากจิ กรรมเสรจ็ ให้สมาชิกร่วมกันอภิปรายคาตอบของ ตนเอง หลังจากนนั้ ประธานอา่ นบัตรเฉลย 4. หลงั จากทากจิ กรรมเสร็จแลว้ นักเรยี นตอ้ งไมร่ บกวนเพือ่ นกลุ่มอ่นื
151 บัตรกจิ กรรมท่ี 1.1 เรื่อง“ทบทวนกันก่อน..สักนิด” คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามต่อไปน้ี โดยใชค้ วามรู้เดิมทีเ่ คยเรียนมากอ่ น 1. การสลายสารอาหารระดบั เซลลแ์ บบใชอ้ อกซเิ จน เซลล์ส่ิงมชี ีวติ ต้องการแก๊สใด และ ผลจากการสลายสารอาหารจะได้แก๊สอะไร ………………...……………………………………………………………………..…………………………………………………… ………………...……………………………………………………………………..…………………………………………………… 2. จากคาตอบข้อ 1 สิ่งมชี ีวติ มกี ารรบั แก๊ส และปลอ่ ยแก๊สออกจากร่างกายดว้ ยวธิ กี ารใด ………………...……………………………………………………………………..…………………………………………………… ………………..………………...……………………………………………………………………..……………………….………… 3. ส่ิงมีชีวิตท่ีอยู่ในสภาพแวดล้อมทีต่ ่างกัน โครงสร้างร่างกายต่างกัน จะมกี ารรักษา ดลุ ยภาพต่างกันหรือไม่อย่างไร ………………...……………………………………………………………………..…………………………………………………… ………………...……………………………………………………………………..……………………………………………………
162 โปรดอา่ นคาสง่ั ใหเ้ ข้าใจและปฏิบัตติ ามขนั้ ตอนต่างๆตอ่ ไปน้ี 1. ใหป้ ระธานกลุ่มอ่านบตั รคาส่ังใหส้ มาชกิ กลุ่มฟังด้วยเสียงดงั ชดั เจน และไมร่ บกวนกลมุ่ ข้างๆ 2. สมาชกิ ในกล่มุ ทา “บัตรกิจกรรมที่ 1.2 เรื่องปญั หาชวนคิด” โดยให้ นักเรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกันอภปิ รายวิเคราะห์คาถาม 3. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มนาเสนอ และสรปุ ผลการวิเคราะหภ์ าพรว่ มกนั 4. เมอ่ื ทากจิ กรรมเสร็จใหป้ ระธานอา่ นบัตรเฉลย 5. หลงั จากทากิจกรรมเสรจ็ แลว้ นกั เรยี นตอ้ งไมร่ บกวนเพอื่ นกลุม่ อืน่
137 บัตรกิจกรรมท่ี 1.2 เรอ่ื ง “ปัญหา..ชวนคดิ ” ไฮดรา ภาพที่ 1 การแพรข่ องสารผ่านเยอ้ื ห้มุ เซลลข์ องสิ่งมีชีวิต ท่มี า: https://sites.google.com/a/satreephuket.ac.th/biology5-2/rabb-hayci (สืบคน้ เมอื่ 12 กนั ยายน 2559) 1. จากภาพแสดงการแพร่ของสารผา่ นเยือ่ หุ้มเซลล์ สารจะแพรจ่ ากเขา้ และออกเซลลโ์ ดยวิธีการใด ตอบ ............................................................................................................................. ........... 2. นกั เรยี นคิดวา่ สิ่งมีชีวติ เซลล์เดยี วมกี ารแลกเปลย่ี นแกส๊ โดยวิธใี ด ตอบ ............................................................................................................................. ........... 3. สัตว์ที่มโี ครงสร้างรา่ งกายขนาดใหญแ่ ละซบั ซ้อน แตล่ ะเซลลจ์ ะกาจัดแก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ และรบั แกส๊ ออกซิเจนด้วยวิธกี ารแพรเ่ หมือนกบั ส่ิงมชี ีวิตเซลลเ์ ดยี วเดียวไดห้ รอื ไม่ เพราะเหตุใด ตอบ ............................................................................................................................. .................. ............................................................................................................................. ............................
180 โปรดอ่านคาสง่ั ให้เขา้ ใจและปฏิบัตติ ามขนั้ ตอนตา่ งๆตอ่ ไปน้ี 1. ให้ประธานกลุม่ อา่ นบตั รคาสง่ั ให้สมาชกิ กลมุ่ ฟังด้วยเสยี งดงั ชดั เจน และไมร่ บกวนกลมุ่ ข้างๆ 2. สมาชิกในกลุ่มทา“บตั รกิจกรรมท่ี 1.3 เรือ่ ง ทา้ ...ทดลอง เรอ่ื ง ศกึ ษาโครงสร้างท่ใี ช้ใน การแลกเปล่ยี นแกส๊ ของไสเ้ ดือนดนิ ” โดยให้สมาชิกทกุ คนในกลมุ่ ระดมความคิดเพ่ือ ออกแบบวิธีการทดลองและเขียนลงในบตั รกิจกรรมท่ี 1.3 3. สมาชิกในกล่มุ ทาการทดลองตามทก่ี ลุ่มของตนเองออกแบบวธิ กี ารทดลองไว้ บนั ทกึ ผลการทดลอง และสรุปผลการทดลอง 4. ใหส้ มาชิกกลมุ่ ทุกคน นาเสนอ และสรปุ ผลการทดลองร่วมกันรว่ มกัน และตอบ คาถามท้ายการทดลอง 5. เม่ือทากิจกรรมเสรจ็ ให้ประธานอ่านบัตรเฉลย และทาบัตรกจิ กรรมท่ี 1.4 6. สมาชิกในกล่มุ ทา“บัตรกจิ กรรมที่ 1.4 เรื่อง ท้า...ทดลอง เรอ่ื ง ศึกษาลักษณะและ โครงสร้างของปอดหมู” โดยให้สมาชิกทกุ คนในกล่มุ ระดมความคิดเพื่อกาหนด ปัญหาและสมมุตฐิ าน ในบตั รกจิ กรรมที่ 1.4 7. สมาชิกในกลมุ่ ทุกคนลงมอื ทากจิ กรรมการทดลอง ตามขั้นตอนของบัตรกิจกรรมท่ี 1.4 8. ใหส้ มาชกิ กล่มุ ทุกคน นาเสนอ และสรปุ ผลการทดลองรว่ มกันร่วมกนั และตอบ คาถามท้ายการทดลอง 9. หลงั จากทากจิ กรรมเสร็จแล้วนกั เรียนตอ้ งไมร่ บกวนเพือ่ นกล่มุ อ่นื
11 9 บัตรกิจกรรมท่ี 1.3 เรื่อง “ทา้ ...ทดลอง” เร่ือง ศกึ ษาโครงสร้างท่ใี ชใ้ นการแลกเปลยี่ นแก๊สของไส้เดือนดิน กล่มุ ท่ี ............................ ช่ือกลุ่ม ............................................................. ชน้ั .................... สมาชกิ ในกลุ่ม 1. ............................................................................ ประธาน 2. ............................................................................ รองประธาน 3. ............................................................................ กรรมการ 4. ............................................................................ กรรมการ 5. ............................................................................ เลขานกุ าร 1. สังเกตลกั ษณะผวิ หนงั ที่ใช้ในการแลกเปล่ียนแกส๊ ของไสเ้ ดอื นดนิ 1. ไสเ้ ดือนดิน 1 ตัว 2. ถาดเคลอื บพาราฟิน 1 ใบ 3. เคร่อื งมือผ่าตดั ชดุ เลก็ 1 ชุด 4. เข็มหมดุ 1 กล่อง 5. แว่นขยาย 1 อัน 6. ถงุ มอื ยาง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………..
1120 ประเดน็ ทส่ี งั เกต ผลการสงั เกต 1. ลักษณะภายนอกของผิวหนงั 2. หลอดเลือดใต้ผิวหนงั 3. ปรมิ าตรลาตวั เม่อื เทยี บกบั ผวิ หนงั ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………….. ผวิ หนังของไส้เดือนดิน มีโครงสรา้ งทเ่ี หมาะสมกบั การแลกเปล่ียนแกส๊ อยา่ งไร ............................................................................................... .......................................................... ............................................................................................... ........................................................ .. หลอดเลอื ดฝอยที่พบมากบริเวณใต้ผวิ หนงั ทาหนา้ ทอ่ี ะไร ............................................................................................... .......................................................... ............................................................................................... ........................................................ .. ผวิ หนงั ของไสเ้ ดือนดินมลี ักษณะอยา่ งไร ลักษณะดังกลา่ วมีผลตอ่ การแลกเปลีย่ นแกส๊ อยา่ งไร ............................................................................................... .......................................................... ......................................................................................................................................................... แกส๊ ทีแ่ พรผ่ า่ นทางผิวหนังจะถูกลาเลียงไปยังเซลลต์ ่างๆ ทว่ั ร่างกายไดอ้ ย่างไร ............................................................................................... .......................................................... ............................................................................................... ........................................................ .. ถ้าจับไส้เดือนดินใส่ในกองขีเ้ ถา้ จะมผี ลต่อการแลกเปล่ยี นแก๊สอย่างไร ............................................................................................... .......................................................... ............................................................................................... ........................................................ ..
113 1 บัตรกจิ กรรมท่ี 1.4 เรอ่ื ง “ท้า...ทดลอง” เรือ่ ง ศึกษาลกั ษณะและโครงสรา้ งของปอดหมู กลมุ่ ที่ ............................ ชือ่ กลุม่ ............................................................. ชน้ั .................... สมาชิกในกลุ่ม 1. ............................................................................ ประธาน 2. ............................................................................ รองประธาน 3. ............................................................................ กรรมการ 4. ............................................................................ กรรมการ 5. ............................................................................ เลขานุการ ศกึ ษาลักษณะและโครงสร้างการแลกเปลย่ี นแก๊สของสตั วม์ กี ระดูกสันหลัง นกั เรียนคดิ ว่าโครงสร้างของปอดหมูมคี วามเหมาะสมตอ่ การทาหน้าท่ีอย่างไร ................................................................................................. ................................................................... . ........................................................................................................... ........................................................ .. ปัญหา >>................................................................................................................................. สมมุตฐิ าน >>......................................................................................................................... ......................................................................................................................... 1. ปอดหมหู รือปอดววั 2. เคร่ืองมือผา่ ตดั ถาดผ่าตดั 3. สายยางขนาดเสน้ ผา่ นศูนย์กลาง 0.5 cm 4. ถงุ มือยาง 5. ทสี่ ูบลม
1124 ใหน้ ักเรยี นสวมถงุ มือยาง นาปอดไปล้างให้สะอาดและดาเนนิ การดังนี้ 1. ให้พจิ ารณาลักษณะและโครงสรา้ งของปอด 2. ตัดส่วนอืน่ ๆ ออกเหลือแต่ท่อลมและปอด ลองใชน้ ้วิ มือบีบแล้วปล่อยสังเกตการเปล่ียนแปลงท่ี เกดิ ข้นึ จากนั้นสงั เกตการจัดเรยี งตัวของกระดูกอ่อน และรูปรา่ งของกระดกู ออ่ นท่ีประกอบกันเปน็ ท่อลม 3. เลาะเน้อื เยื่อตรงรอยตอ่ ของท่อลมและหลอดลม (bronchus) เพือ่ หาตาแหนง่ ของหลอดลม ใชส้ ายยางสอดเขา้ ไปในทอ่ ลมแล้วใชท้ ่สี ูบลม สูบลมเขา้ ไป แล้วสงั เกตการเปล่ยี นแปลงของปอด (ห้ามใช้ ปากเป่า) 4. กรดี หลอดลมแลว้ ใช้สายยางสอดเข้าไปท่หี ลอดลม ใชท้ ่ีสบู ลม สูบลมเข้าไปสงั เกตการณ์ เปลี่ยนแปลงท่เี กิดขนึ้ และผ่าเนอ้ื ปอดบริเวณต่าง ๆ ทีย่ งั คงเห็นหลอดลมอยู่ เพ่อื ศึกษาการแตกแขนงของ หลอดลม 5. สงั เกตการณ์เรียงลาดับของทางเดนิ อากาศตัง้ แตห่ ลอดลม ว่าจะไปสิ้นสดุ ทใ่ี ด ประเด็นท่ีสงั เกต ผลการสงั เกต 1. ลกั ษณะของหลอดลม 2. ลักษณะของปอด 3. เย้อื ห้มุ ปอด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………….
1153 ปอดมีสีอะไร เพราะเหตใุ ดจงึ มสี เี ช่นนน้ั .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ลักษณะรูปร่างและขนาดของปอดซา้ ย และปอดขวาท่ีนักเรยี นสังเกตได้มคี วามแตกต่างกันอยา่ งไร .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. จากกิจกรรมเม่ือใช้นว้ิ บบี หลอดลมแล้วปล่อยหลอดลมมีการเปลย่ี นแปลงอย่างไร .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ลกั ษณะของหลอดลม การจัดเรยี งตัวของกระดูกอ่อน ลกั ษณะของกระดูกอ่อนและถงุ ลมมคี วาม เหมาะสมต่อการทาหน้าท่ีอย่างไร .................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................
1164 โปรดอา่ นคาสั่งให้เขา้ ใจและปฏิบัติตามขน้ั ตอนต่างๆต่อไปน้ี 1. ใหป้ ระธานกลมุ่ อา่ นบัตรคาส่ังใหส้ มาชิกกลุ่มฟงั ดว้ ยเสียงดงั ชัดเจน และไมร่ บกวนกลมุ่ ขา้ งๆ 2. สมาชกิ ในกลมุ่ ศึกษา“บตั รเนือ้ หาท่ี 1.1 เรอ่ื ง โครงสร้างที่ใช้ในการแลกเปลี่ยน แก๊สของสัตว์” 3. ใหน้ ักเรยี นทกุ คน ตอบคาถามท้ายบัตรเน้อื หา 4. ใหน้ ักเรียนเปลีย่ นกันตรวจโดยประธานเปน็ ผอู้ า่ นเฉลย 5. หลงั จากทากจิ กรรมเสร็จแลว้ นักเรียนตอ้ งไมร่ บกวนเพ่อื นกลุ่มอื่น
1175 บัตรเนือ้ หาท่ี 1.1 เรอ่ื ง“โครงสรา้ งทีใ่ ช้ในการแลกเปลี่ยนแกส๊ ของสตั ว์” ระบบหายใจ ( Respiration ) ส่ิงมชี วี ิตต้องใชพ้ ลังงานในกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อการดารงชีวิต พลังงานส่วนใหญ่ได้มา จากการสลายโมเลกุลของสารอาหาร ด้วยการทาปฏิกิริยากับแก๊สออกซิเจน กระบวนการ สลายอาหารเพ่ือให้ได้พลังงานเช่นนี้เรียกว่า การหายใจ ( Respiration ) มีส่ิงมีชีวิตต่างๆ มี อวยั วะท่ีใชใ้ นการหายใจหรอื แลกเปลี่ยนแกส๊ แตกตา่ งกนั ขึ้นอยกู่ ับรา่ งกายของสิ่งมีชีวิตนั้น ๆ วา่ มีความซบั ซอ้ นมากเท่าใด การแลกเปลย่ี นแก๊ส (Gas exchange) การแลกเปล่ียนแก๊ส คือ การนาแก๊สออกซิเจนจากส่ิงแวดล้อมไปให้เซลล์ต่าง ๆ เพื่อให้เกิดกระบวนการหายใจระดับเซลล์ และนาของเสียจากการสลายสารอาหารคือแก๊ส คาร์บอนไดออกไซดอ์ อกไปสู่ส่ิงแวดลอ้ มภายนอก โดยทัว่ ไปการแลกเปล่ียนแก๊สระหว่างเซลล์ และสงิ่ แวดล้อมที่อยโู่ ดยรอบเกิดข้ึนโดยอาศัยการแพร่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ท่ีเปียกชื้น แก๊สที่ผ่าน เย่ือหุ้มเซลล์เข้าไปได้จะต้องอยู่ในสภาพสารละลาย โดยท่ัวไปผิวแลกเปลี่ยนแก๊ส แบ่งเป็น 2 ประเภท คอื 1. ประเภทที่อยดู่ ้านนอกเหมาะสาหรับสิง่ มีชีวติ ทอ่ี าศยั อยู่ในนา้ เพราะสามารถ สัมผสั กับนา้ ภายนอกได้โดยตรง 2. ประเภทที่อยู่ด้านใน คือการมีพ้ืนผิวแลกเปลี่ยนแก๊สที่อยู่ภายในร่างกาย สิ่งมชี วี ติ ที่มีการแลกเปลี่ยนแก๊สแบบนี้ จะต้องอาศัยการลาเลียงแก๊สไปสู่ เซลล์เหล่านั้น โดยสามารถลาเลียงแก๊สระหว่างพื้นท่ีแลกเปลี่ยนแก๊สกับ ส่ิงแวดล้อมและเซลล์ภายในอย่างมีประสิทธิภาพ มีการป้องกันพ้ืนผิวท่ีเป็น แหล่งแลกเปลี่ยนแก๊สจากอันตรายต่างๆ ได้โดยเฉพาะการเสียดสี และการ รกั ษาพื้นผวิ แลกเปล่ียนแก๊สให้ชื้นอยูเ่ สมอ
1186 โครงสร้างที่ใช้ในการแลกเปล่ียนแกส๊ ของโพรทิสต์และสัตว์บางชนดิ 1. สง่ิ มีชีวิตเซลล์เดียว ในสงิ่ มีชีวติ ขนาดเลก็ และมีเซลล์เพยี งเซลลเ์ ดียว ในพวกโพรทิสต์ เช่น อะมีบา การแลกเปล่ียนแก๊ส ใช้วิธีการแพร่เข้า – ออกผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ เมื่ออะมีบาต้องการออกซิเจนนั้น ปริมาณออกซิเจนในเซลล์มี ความหนาแน่นน้อยกว่าความหนาแน่นของออกซิเจนที่อยู่นอกเซลล์ ออกซิเจนจึงแพร่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์เข้า มา ในขณะนั้นความหนาแน่นของคาร์บอนไดออกไซด์ภายในเซลล์มีมากกว่าภายนอกจึงมีการแพร่ออก แต่ การแพร่เข้าออกน้ีจะเกดิ ขึ้นไม่ได้เลยหากเยื่อหุ้มเซลล์ปราศจากความชน้ื หรือมีความบางไม่พอ ภาพท่ี 2 โครงสรา้ งท่ใี ช้ในการแลกเปล่ยี นแกส๊ ของพารามีเซยี ม ทม่ี า : http://suthep123.blogspot.com/p/blog-page_13.html (สืบค้นเม่อื 12 กนั ยายน 2559) 2. สตั ว์หลายเซลล์ เมื่อส่ิงมีชีวิตมีจานวนเซลล์มากข้ึนพร้อมกับมีขนาดใหญ่ขึ้น การแลกเปล่ียนแก๊สต้องมีโครงสร้าง ซับซอ้ นมากขน้ึ ในฟองนา้ การแลกเปล่ียนแกส๊ เกดิ กบั เซลลแ์ ต่ละเซลล์ทน่ี า้ ผ่านเข้าไปถงึ ทางช่องนา้ เขา้ ภาพท่ี 3 แสดงทางนา้ เขา้ และทางน้าออกของฟองนา้ ทมี่ า : https://sites.google.com/site/mondoomd/i-3biology/1-xwaywa-laek-peliyn-kaes-khxng-satw (สบื ค้นเม่อื 15 กันยายน 2559)
1197 ไฮดราใชช้ ่องแกสโตรวาสคลู ารเ์ ป็นทางผา่ นของนา้ เปน็ ตัวนาออกซเิ จนและรับคารบ์ อนไดออกไซด์ จากเซลลอ์ อกมา ดงั รูปที่ 3 ภาพท่ี 4 โครงสร้างทใี่ ชใ้ นการแลกเปลี่ยนแกส๊ ของไฮดรา ทม่ี า : http://www.suwattana.net/bio_technology/page4.html (สืบค้นเมื่อ 12 กนั ยายน 2559) โครงสร้างทใ่ี ชแ้ ลกเปลย่ี นแก๊สน้ีอาจแบ่งไดเ้ ปน็ 4 ประเภท 1. ผวิ ของรา่ ง (body surface) พบในสัตว์เล็กๆ ท่ีมีสัดส่วนของพื้นที่ต่อปริมาตรสูง (เช่น ขนาดตัวเล็ก และยาว หรือแบน)ใช้ ผวิ หนงั ทัว่ ร่างเป็นพ้ืนที่หายใจ เช่น โปรโตซัว ฟองน้า พยาธิตัวแบน ไส้เดือน เป็นต้น สัตว์เหล่าน้ีมีผิวหนังท่ี ประกอบด้วยเซลล์จานวนไม่มาก มีลักษณะบาง ทาให้แก๊สสามารถแพร่ผ่านเข้าออกได้ง่ายออกซิเจนและ คาร์บอนไดออกไซด์แพร่ผ่านเข้า-ออกได้โดยตรงไม่ต้องอาศัยระบบทางเดินหายใจ สัตว์จาพวก สะเทินน้า สะเทินบก (amphibians) ได้ออกซิเจน ประมาณ 25% จากทางผิวหนังสัตว์พวกนี้จะต้องมีผิวหนังท่ีเปียก ชืน้ จงึ จะสามารถเกดิ การแลกเปลย่ี นแก๊สได้ ดงั นั้นจึงตอ้ งอาศยั อยู่ในนา้ หรอื ท่เี ปียกชื้น ภาพที่ 5 การแลกเปลี่ยนแกส๊ ของไฮดรา พลานาเรยี และไสเ้ ดือนดนิ ท่ีมา : https://sites.google.com/a/satreephuket.ac.th/biology5-2/rabb-hayci (สบื คน้ เม่อื 17 กันยายน 2559)
1280 2. เหงอื ก (gill) ในสตั วน์ า้ หลายชนดิ ไมว่ ่าจะเปน็ กงุ้ หอย ปู ปลา มีเหงอื กเป็นอวัยวะ ทาหน้าท่ีแลกเปล่ียนแก๊สกับ นา้ โดยมพี ืน้ ที่สัมผสั กับนา้ มาก และในเหงือกของสัตว์ชั้นสูงจะมีหลอดเลือดฝอยมาเลี้ยงเหงือก อาจมีผิวบาง ๆ หรือมีเซลล์เพียงแถวเดียวก้ันระหว่างเลือดกับน้าหรือมีผนังหลอดเลือดบาง ๆ เพื่อสะดวกในการรับ ออกซิเจนจากน้า และคายคาร์บอนไดออกไซดอ์ อกจากเลือด เหงอื กปลาจะมีแผน่ แกม้ ( Operculum ) ปิดเหงือกเอาไว้ โดยเฉพาะบริเวณของของแผ่นแก้มด้าน ที่ติดกบั ลาตัวนนั้ เปดิ ปดิ ได้ เม่ือปลาอ้าปากใหน้ ้าผา่ นปากเขา้ ไป ปลายนจ้ี ะปิด เม่อื มันต้องการให้น้าไหลผ่าน เหงือกไปปลายแผ่นแก้มดา้ นนี้จะเปดิ ซ่ีเหงือกขยายใหญ่จะเห็นหลอดเลือดฝอยแทรกอยู่ในแขนงของซ่ีเหงือก การท่ีเหงือกปลาแตก แขนงเป็นเส้นเล็ก ๆ เป็นการเพิ่มพ้ืนที่ผิวที่จะได้สัมผัสกับออกซิเจนในน้า โดยมีเยื่อบาง ๆ ของเหงือกอยู่ ใกลช้ ิดกบั หลอดเลอื ดมากทาใหอ้ อกซเิ จนแพร่จากน้าเข้าหลอดเลือดได้ง่าย ปลาใช้เฉพาะส่วนเหงือกเท่าน้ันท่ีแลกเปลี่ยนแก๊ส ไม่ได้ใช้พ้ืนท่ีผิวตลอดลาตัวเหมือนไส้เดือนดิน ปลาจะอ้าปากฮุบน้าและหุบปากไล่น้าผ่านไปทางช่องเหงือก ดังนั้นจะเห็นแผ่นแก้มหรือกระดูกปิดเหงือก ปลาเคล่ือนไหวอยู่ตลอดเวลาเป็นจังหวะพอเหมาะพอดีกับการอ้าปากและหุบปากของปลา ไม่ว่าปลาจะ ลอยตัวอยู่นิ่งหรอื ปลากาลงั วา่ ยน้าเคล่อื นไหวอยู่ไปมา ดังนั้น ถึงแม้ในน้ามีปริมาณออกซิเจนละลายอยู่เพียง 0.5 เปอร์เซ็นต์โดยปริมาตรก็ตาม ปลาก็ยังสามารถรับออกซิเจนจากน้าด้วยกระบวนการดังกล่าวน้ี อย่าง เพยี งพอกบั ความต้องการตลอดเวลา ภาพที่ 6 โครงสรา้ งท่ีใช้ในการแลกเปลี่ยนแกส๊ ของปลา ท่ีมา : http://scienceclassm2.blogspot.com/p/blog-page_81.html (สืบคน้ เมอื่ 12 กันยายน 2559)
1219 3. ท่อลม (trachea) ในสัตว์ช้ันสูงข้ึนมา ได้แก่ พวกอาร์โทรพอด เช่น แมลง จ้ิงหรีด ตั๊กแตน บริเวณท้องจะพบว่ามีรู เล็กๆ เรยี กว่า ชอ่ งหายใจ หรือ สไปเรเคิล ( Spiracle ) อยู่ท่ีผนังลาตัว ตามปกติมี 10 คู่ คือ ปล้องอก 2 คู่ และปล้องท้อง 8 คู่ ถัดจากรูเปิดสไปเรเคิลเข้าไปในลาตัวจะเป็นท่อลม ( trachea ) เป็นหลอดใสๆ เล็ก ๆ ยืดหดได้คล้ายสปริงเมื่ออากาศเข้าไปตามท่อลมแล้วจะผ่านไปตามท่อลมที่แตกแขนงเป็นท่อลมฝอย ( tracheole ) จนถึงท่อท่ีเล็กท่ีสุดมีผนังบางมากท่ีสัมผัสกับเซลล์ร่างกาย ปลายท่อท่ีเล็กท่ีสุดมีของเหลว อาบอยู่ ออกซิเจนจากท่อลมจะละลายในของเหลวและแพร่เข้าสู่เน้ือเยื่อใกล้เคียง เน่ืองจากระบบลาเลียงใน แมลงเป็นระบบเลือดเปิด และมีสารที่รับออกซิเจนเป็นฮีโมไซยานิน ระบบเลือดหรือเลือดหรือหลอดเลือด ของแมลงเกอื บไมจ่ าเป็นทจี่ ะต้องรับออกซเิ จนไปส่งทีเ่ ซลล์เพราะระบบทอ่ ลมของแมลงนาอากาศสง่ ไปถงึ เนื้อเย่ือได้รวมทั้งการเคลื่อนไหวของลาตัวแมลง ทาให้ท่อลมยืดหด ช่วยให้อากาศไหลเวียนเข้าออกจาก ระบบทอ่ ลมได้ดี ภาพที่ 7 โครงสร้างที่ใชใ้ นการแลกเปล่ียนแกส๊ ของแมลง ทม่ี า : http://119.46.166.126/self_all/selfaccess11/m5/biology5_1/lesson1/index1_1.php (สืบค้นเมอื่ 17 กนั ยายน 2559) ผนังของท่อลมมีความแขง็ แรง ประกอบดว้ ยคิวติเคลิ ( Cuticle ) จึงทาให้คงรูปอยู่ได้แมลงบางชนิด มถี ุงลม ( Air sac ) ขนาดใหญช่ ว่ ยเกบ็ อากาศไวห้ ายใจเพอื่ ช่วยอัดอากาศใหผ้ ่านเข้าออกได้เร็วข้ึน แมลงบาง ชนิด เช่น ตั๊กแตนใช้การยืดหดของกล้ามเน้ือหน้าท้องและอก เพ่ือช่วยดันอากาศให้เข้าออกจากตัวทางช่อง หายใจ ดังนั้นถ้าแมลงตัวโตมาก ๆ จะไม่มีความดันบรรยากาศเพียงพอท่ีจะส่งแก๊สเข้าไปสู่ปลายสุดของท่อ ลม ( คอื Tracheole ) ได้ เป็นสาเหตทุ าใหแ้ มลงมีขนาดจากัด
2202 ภาพที่ 8 โครงสร้างท่ีใชใ้ นการแลกเปลีย่ นแกส๊ ของแมลง ท่ีมา : http://scincegen.blogspot.com/2013/02/diffusion-gill-trachea-httpmywhiteblood.html (สบื คน้ เม่อื 17 กันยายน 2559) 4. ปอด (lung) ปอด ( Lung ) เปน็ อวัยวะในรา่ งกาย มีโครงสรา้ งแตกแขนงและถา่ ยเทอากาศ ในสตั ว์พวกสัตว์ไม่มี กระดูกสนั หลงั จะพบในแมงมุม แมงป่อง หอยทาก ครัสเตเซยี น ( Crustacean ) อารโ์ ทรพอด สว่ นในพวก สตั ว์มกี ระดูกสันหลังพบในปลาปอด ( Lung fish ) สัตว์คร่งึ บกครง่ึ นา้ ทีโ่ ตแลว้ ( ยกเวน้ ซาลามานเดอร์ ) และในสัตวม์ กี ระดูกสนั หลังอื่น ๆ แผงปอด ( Book lung ) ภาพท่ี 9 แสดงโครงสรา้ งของแผงปอด ( Book lung ) ทมี่ า : http://www.suwattana.net/bio_technology/page4.html (สืบค้นเมอ่ื 17 กันยายน 2559) พบในแมงมุม มีลักษณะเปน็ ห้องเล็ก ๆ มที างตดิ ต่อกับอากาศภายนอกภายในห้องเล็ก ๆ มีแผ่นเยื่อ บาง ๆ เรียงซ้อนเป็นปึก ออกซิเจนจากอากาศจะเข้าสู่ของเหลวที่หมุนเวียนอยู่ในบุคลัง ของเหลวนา ออกซิเจนไปใหเ้ นอ้ื เย่ือรา่ งกายและดงึ คารบ์ อนไดออกไซด์ออกมา
2231 ในสัตว์ช้ันสูงต้ังแต่กบขึ้นไป ( รวมทั้ง Lungfish และหอยฝาเดียว Pulmonat ) ปอดเป็นอวัยวะ แลกเปล่ยี นแก๊ส โดยท่เี ซลลต์ ่าง ๆ ในร่างกายไม่ได้สัมผสั อากาศภายนอกโดยตรง ร่างกายจึงมีวิธีช่วยให้แก๊ส ที่อยู่ภายนอกตดิ ต่อกบั เซลลร์ ่างกาย โดยเกดิ กระบวนการรับและส่งออกซิเจนและคารบ์ อนไดออกไซด์ ปอดมีวิวัฒนาการเร่ิมจากถึงธรรมดา มีหลอดเลือดฝอยมาหล่อเล้ียงและมีความชื้น จนกระท่ัง วิวัฒนาการในการเพ่ิมพ้ืนท่ีผิวของปอดให้มากท่สี ดุ โดยการแบ่งพน้ื ทผ่ี วิ ดา้ นในให้มีรอยพับมากขึ้น พร้อมทั้ง มหี ลอดเลอื ดฝอยมาเล้ียงมากขึน้ ภาพที่ 10 แสดงสว่ นหนึ่งของกลบี ปอด ขยายใหเ้ หน็ ถงึ ถุงลม และเส้นเลอื ดฝอยทล่ี อ้ มรอบถุงลม เพอื่ ปลอ่ ย คาร์บอนไดออกไซด์ ออกไป และรบั ออกซิเจนเขา้ มา ที่มา : https://il.mahidol.ac.th/e-media/respiration/L1T1_new.html (สบื คน้ เมือ่ 17 กันยายน 2559) การหายใจของนกต่างไปจากสัตว์อ่ืน ๆ ที่นกต่างไปจากสัตว์อ่ืน ๆ ที่นกจะต้องบิน จึงต้องใช้ พลงั งานมาก เพือ่ ลอยตวั อยูใ่ นอากาศ ดงั นัน้ นกจึงมีวิวัฒนาการจนทาให้กระดูกเบา โดยมีโพรงอยู่ในกระดูก และตามโพรงเหล่าน้ันมีถุงลม(Air sacs) แทรกเข้าไปโครงสร้างเช่นนี้จึงช่วยในการบินและแลกเปล่ียนแก๊ส ด้วย ถุงลมเหล่านี้ทาหน้าท่ีเก็บสารองอากาศไว้ให้นกใช้แลกเปล่ียนแก๊สโดยถุงลมจานวน 8 – 9 ถุงน้ีมีทาง ติดต่อกับปอด เม่ือนกหายใจผ่านหลอดลมคอเข้าไปอากาศจะแยกออกไปตามหลอดลมเข้าสู่ปอดบางส่วน ผ่านเลยเข้าไปยังถุงลม นกแลกเปลี่ยนแก๊สกับอากาศในปอดก่อน เมื่อหายใจออกอากาศในปอดจะออกไป และอากาศจากถุงลมทต่ี ่อจากปอดจะเข้าไปแทนท่ี นกจึงสามารถแลกเปลี่ยนแก๊สได้อีกคร้ัง ดังนั้นนกสูดลม หายใจเข้าออกแต่ละครงั้ ปอดสามารถแลกเปล่ยี นแกส๊ ได้ 2 คร้ัง ซึ่งมากกว่าสตั ว์เลี้ยงลูกดว้ ยนา้ นมเท่าตัว ภาพท่ี 11 แสดงภาพแสดงระบบหายใจของนก ที่มา : http://119.46.166.126/self_all/selfaccess11/m5/biology5_1/lesson1/index1_1.php (สบื ค้นเมอ่ื 12 กนั ยายน 2559)
24 22 ภายในปอดของนกมหี ลอดลม ( Bronchus ) และมแี ขนงหลอดลม ( ParaBronchus ) แยกออกไป ทีแ่ ขนงหลอดลมมีท่ออากาศ ( Air capillary ) แตกแขนงออกโดยรอบและมหี ลอดเลอื ดฝอยมาพนั อยู่ การ แลกเปล่ียนแกส๊ ในปอดนกเกิดขน้ึ ทที่ ่ออากาศนี้ ปอดเป็นอวยั วะท่ใี ช้ในการแลกเปล่ียนแก๊สกบั บรรยากาศ อย่ภู ายในลาตัว อากาศจากภายนอกผ่าน ทางรจู มกู เข้าหลอดลม ซึ่งมขี นาดเลก็ ลงทุกที ๆ พร้อมกับมีการแตกแขนงเป็นหลอดลมฝอย ในสัตว์เล้ียงลูก ด้วยน้านมส่วนสุดท้ายของปอด คือถุงลมหรือ อัลวีโอลัส ( Alveolus ) ซึ่งเป็นถุงลมขนาดเล็กจานวนมาก ลักษณะของถุงลมมีเยื่อบาง ๆ เป็นผนังและมีหลอดเลือดฝอยหุ้มถึงเหล่านี้อยู่ท่ัว ๆ ไป เพราะย่ิงมีพื้นที่ผิว สาหรบั แลกเปลยี่ นแก๊สกบั ระบบหมนุ เวยี นเลอื ดมากเท่าใด การแลกเปล่ียนแก๊สย่ิงมาก การแลกเปล่ียนแก๊ส ใช้หลักการแพร่ และมีหลักเช่นเดียวกับอวัยวะแลกเปลี่ยนแก๊สของสัตว์อื่น ๆ คือ ต้องมีผนังบางและมี ความช้นื ขอใหเ้ พอื่ นๆตอบคาถาม เพม่ิ ความเขา้ ใจนะครบั
2235 จากภาพดา้ นล่างเป็นการแลกเปลีย่ นแก๊สแบบใด และของส่ิงมีชีวิตใด .......................................................................................................... ..................... .......................................................................................................... ..................... Book lung เปน็ โครงสร้างทีใ่ ชใ้ นการแลกเปลยี่ นแก๊สของสัตว์พวกใด .......................................................................................................... ..................... .......................................................................................................... ..................... เหงอื กมีลักษณะท่เี หมาะสมต่อการแลกเปลี่ยนแกส๊ ของสัตว์นา้ อยา่ งไร ............................................................................................................................... .......................................................................................................... ..................... กบ ใช้โครงสรา้ งใดในการแลกเปล่ียนแกส๊ .......................................................................................................... ..................... .......................................................................................................... ..................... ระบบการแลกเปล่ยี นแก๊สของสตั ว์น้า เช่น ปลา กุง้ มกี ารปรับตัวอยา่ งไร .......................................................................................................... ..................... .......................................................................................................... .....................
2246 โปรดอา่ นคาสัง่ ให้เข้าใจและปฏบิ ัตติ ามขัน้ ตอนต่างๆตอ่ ไปน้ี 1. ให้ประธานกล่มุ อา่ นบัตรคาสงั่ ให้สมาชกิ กลมุ่ ฟงั ด้วยเสียงดังชัดเจน และไมร่ บกวนกลมุ่ ข้างๆ 2. สมาชิกในกลมุ่ ทา“บตั รกจิ กรรมท่ี 1.5 เพิ่มเตมิ ...เสรมิ ความรู้” และบตั รกิจกรรมที่ 1.6 คาถาม...ขยายความรู้” 3. ใหน้ ักเรยี นเปลยี่ นกันตรวจโดยประธานเป็นผอู้ า่ นเฉลย ใหน้ ักเรียนรบั ทราบผลการ ปฏบิ ตั กิ จิ กรรม 5. หลงั จากทากจิ กรรมเสร็จแล้วนักเรียนต้องไม่รบกวนเพอื่ นกลุ่มอนื่
2257 บัตรกจิ กรรมที่ 1.5 เรื่อง “เพม่ิ เตมิ ..เสริมความรู้” ใหน้ ักเรียนศึกษาภาพโครงสรา้ งที่ใช้ในการแลกเปล่ยี นแก๊สของสงิ่ มีชีวติ เซลล์เดียวและ ของสตั วแ์ ละเตมิ คาตอบในชอ่ งว่างให้ถูกต้อง ไฮดรา --> ……………………………………………………………………..…….. ………………...……………………………………………………………………..…….. ภาพที่ 12 โครงสร้างทีใ่ ช้ในการแลกเปลย่ี นแกส๊ ของไฮดรา ที่มา : http://www.suwattana.net/bio_technology/page4.html (สืบคน้ เมื่อ 12 กันยายน 2559) อะมีบา --> …………………………………………………………….………….. ………………...………………………………………………………………………….. ภาพท่ี 13 โครงสร้างทีใ่ ช้ในการแลกเปลยี่ นแก๊สของอะมบี า ท่มี า : http://suthep123.blogspot.com/p/blog-page_13.html (สบื คน้ เมอื่ 12 กันยายน 2559) พารามีเซียม --> ………………………………………………………………….. ………………...…………………………………………………………………………….. ภาพที่ 14 โครงสรา้ งทีใ่ ชใ้ นการแลกเปลยี่ นแกส๊ ของพารามีเซียม ที่มา : http://suthep123.blogspot.com/p/blog-page_13.html (สบื ค้นเม่อื 12 กนั ยายน 2559)
2268 พลานาเรีย --> …………………………………………………………………….. ………………...…………………………………………………………………………….. ภาพท่ี 15 โครงสร้างทีใ่ ชใ้ นการแลกเปลย่ี นแกส๊ ของพลานาเรีย ทีม่ า : http://119.46.166.126/self_all/selfaccess11/m5/biology5_1/lesson1/index1_1.php (สบื ค้นเมอื่ 12 กันยายน 2559) ไส้เดือนดิน --> ……………………………………………..………………….. ………………...……………………………………………………………………………… ภาพที่ 16 โครงสรา้ งท่ใี ช้ในการแลกเปลย่ี นแก๊สของไสเ้ ดอื นดนิ ทม่ี า : http://119.46.166.126/self_all/selfaccess11/m5/biology5_1/lesson1/index1_1.php (สบื ค้นเม่ือ 12 กันยายน 2559) แมลง --> …………………………..……………………..……………………….. ………………...…………………….………………..…………………………………… ภาพท่ี 17 โครงสรา้ งทใี่ ชใ้ นการแลกเปลยี่ นแก๊สของแมลง ทมี่ า : http://scincegen.blogspot.com/2013/02/diffusion-gill-trachea-httpmywhiteblood.html (สืบค้นเมื่อ 12 กนั ยายน 2559) แมงมุม -->………………………………….…………………..………………….. ………………...…………………………………………………………………………… ภาพที่ 18 โครงสรา้ งที่ใช้ในการแลกเปลยี่ นแก๊สของแมงมุม ท่ีมา : https://sites.google.com/site/bamzorigi/bth-thi-6-kar-raksa-dulyphaph-ni-rangkay/6-1-rabb-hayci- kab-kar-raksa-dulyphaph-khxng-rangkay (สืบค้นเม่อื 12 กันยายน 2559)
2297 ปลา --> …………..………………………………………………..………………….. ………………...……………………………………………………………………….…… ภาพที่ 19 โครงสร้างท่ีใชใ้ นการแลกเปลย่ี นแกส๊ ของปลา ที่มา : http://scienceclassm2.blogspot.com/p/blog-page_81.html (สืบคน้ เมอ่ื 12 กนั ยายน 2559) น ก --> …………..………………………………………………..………………… ………………...………………………………………………………………………… ภาพท่ี 20 โครงสรา้ งที่ใชใ้ นการแลกเปลยี่ นแกส๊ ของนก ท่มี า : http://119.46.166.126/self_all/selfaccess11/m5/biology5_1/lesson1/index1_1.php (สบื ค้นเมอ่ื 12 กันยายน 2559)
2380 บัตรกิจกรรมท่ี 1.6 เรอื่ ง “คาถาม..ขยายความรู้” 1. โครงสร้างทใี่ ชใ้ นการแลกเปล่ียนแก๊สของอะมีบา พลานาเรีย ไส้เดอื นดิน เหมือนกนั หรือไม่อยา่ งไร …………………………………………………………………………………………………………………………………..…….……….. ………………………………………………………………………………………………………………………………..…………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. พลานาเรยี มีขนาดของร่างกายใหญ่ข้ึน ประกอบดว้ ยเน้ือเย่ือ 3 ช้นั คอื เนื้อเย่ือช้ันนอก เนื้อเยอื่ ช้ัน กลาง และ เนอ้ื เยอ่ื ช้ันใน พลานาเรีย มกี ารปรบั โครงสรา้ งของร่างกายอยา่ งไร เพื่อให้เซลลท์ กุ เซลล์ ได้รับ แก๊สออกซิเจน อยา่ งทวั่ ถึง …………………………………………………………………………………………………………….…..…...……………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………….…..…...…………………………… 3. โครงสร้างที่ใช้ในการแลกเปลยี่ นแกส๊ ของแมลงประกอบดว้ ยโครงสร้างใดบ้าง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…... ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…... ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 4. พลานาเรยี และไส้เดอื นดนิ มีพืน้ ทีผ่ วิ ลาตัวเท่า ๆ กัน แต่พลานาเรียอาศัยอยู่ในนา้ ไสเ้ ดือนดนิ อยู่บนบก นกั เรยี นคิดวา่ พื้นทีผ่ ิวในการแลกเปล่ยี นแก๊สระหว่าง พลานาเรีย และไส้เดือนดินเทา่ กันหรือไม่ อยา่ งไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…... ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…... 5. ปอดแผงและระบบท่อลม แตกตา่ งกันอย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2319 โปรดอ่านคาสง่ั ใหเ้ ขา้ ใจและปฏบิ ตั ิตามขนั้ ตอนตา่ งๆตอ่ ไปน้ี 1. ใหป้ ระธานกลุ่มอ่านบัตรคาสั่งใหส้ มาชิกกลุม่ ฟงั ด้วยเสียงดงั ชัดเจน และไมร่ บกวนกลุม่ ขา้ งๆ 2. สมาชิกในกลุ่มทา“บตั รกิจกรรมท่ี 1.7 เรอื่ ง ประมวล...ความรู้” และเม่ือทา กจิ กรรมเสร็จให้นกั เรยี นเปลี่ยนกันตรวจโดยประธานเป็นผูอ้ ่านเฉลยใหน้ ักเรยี น รับทราบผลการ ปฏิบัติกจิ กรรม 3. สมาชกิ ในกลมุ่ ทา“บัตรกจิ กรรมท่ี 1.8 เรอื่ ง นาความร.ู้ ..สชู่ ุมชน” และเมื่อทา กจิ กรรมเสร็จใหน้ กั เรยี นเปลยี่ นกันตรวจโดยประธานเป็นผูอ้ ่านเฉลยใหน้ ักเรยี น รบั ทราบผลการ ปฏบิ ัตกิ ิจกรรม 4. หลังจากทากจิ กรรมเสร็จแล้วนักเรียนตอ้ งไม่รบกวนเพอ่ื นกลมุ่ อ่นื
3302 บตั รกจิ กรรมท่ี 1.7 เร่อื ง “ประมวล...ความร”ู้ นักเรยี นเขยี นแผนผังความคิด (Mind Map) สรุปเร่อื ง โครงสรา้ งท่ใี ชใ้ นการแลกเปล่ยี นแกส๊ ของสตั ว์
3331 บตั รกจิ กรรมท่ี 1.8 เรอื่ ง “นาความรู้..สู่ชมุ ชน” ใหน้ กั เรียนวเิ คราะห์และอธิบายสถานการณ์ต่อไปน้ี ในช่วงเดือนเมษายน แม่น้าแห่งหน่ึงสภาพ 2 ข้างฝั่งแม่น้ามีโรงงานอุตสาหกรรมน้าในช่วงดังกล่าว แห้งขอดจนสามารถเดินข้ามฝั่งได้ สภาพน้าเป็นสีเขียว มีตะไคร้น้าปกคลุมท่ัวบริเวณราวระยะพื้นที่กว่า 3 กิโลเมตร พบว่ามีปลาหลายพันธ์ุ อาทิปลานิล ปลาตะเพียนปลาแขยง ลอยขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็นเป็นจานวน มาก จนแหลง่ น้าดังกลา่ วไมส่ ามารถที่จะนาน้ามาใช้ในการอุปโภคบริโภคได้ จากเหตุการณ์ดังกล่าวนักเรียน คดิ ว่าสาเหตุใดทที่ าให้ปลาตายและนักเรียนจะมีวธิ ีดแู ลรกั ษาแหล่งน้าอย่างไรบา้ ง
3324 คาชแี้ จง: 1. แบบทดสอบหลังเรยี น มีจานวน 10 ขอ้ ใชเ้ วลา 10 นาที 2. จงเลือกข้อที่ถูกตอ้ งทีส่ ุดเพียงข้อเดียว โดยทาเครื่องหมาย ลงในช่องตรงกบั อักษร ก. ข. ค. และ ง. ในกระดาษคาตอบที่แจกให้ 1 อวัยวะแลกเปลี่ยนแกส๊ ของสัตวน์ ้า ส่วนใหญค่ อื ก. Trachea ข. Gills ค. Malpighian tubules ง. Book lungs 2 สิง่ ท่เี หมาะสมสาหรับอวัยวะที่ใช้แลกเปล่ียนแกส๊ ของสัตวน์ า้ เมอ่ื เปรียบเทียบกับอวยั วะ แลกเปล่ียนแก๊สของสตั ว์บก คือ ก. การไหลเวยี นของแกส๊ ข. อวัยวะอย่ใู นทีป่ ลอดภยั กว่า ค. ความเปยี กชืน้ ง. ปริมาณออกซิเจนสงู 3 ปัจจยั สาคญั ในการแลกเปลย่ี นแก๊สระหว่างสิง่ แวดล้อมกบั สิง่ มชี วี ติ ชนิดต่าง ๆ คอื ส่ิ ก. พน้ื ท่ีผิวสาหรับแลกเปล่ียนแก๊สตอ้ งบาง ข. พืน้ ทผี่ วิ สาหรับแลกเปลยี่ นแก๊สตอ้ งมลี ักษณะเปียกชน้ื ค. พื้นท่ผี วิ สาหรับแลกเปล่ียนแก๊สต้องมีหลอดเลือด ง. ท้งั ขอ้ ก และข้อ ข 4 ส่ิงมีชวี ติ ชนดิ ใดใชเ้ ยอ่ื หมุ้ เซลลเ์ ปน็ โครงสร้างทาหนา้ ทแี่ ลกเปล่ยี นแกส๊ ซง่ึ คล้ายกบั การ แลกเปล่ียนแก๊สของเซลลเ์ มด็ เลือดแดงของคน ก. พลานาเรยี ข. อะมีบา ค. ไสเ้ ดือนดิน ง. แมลง
3335 5 ในสตั วเ์ ลย้ี งลูกดว้ ยน้านม การหายใจขน้ึ อยู่กบั การควบคมุ ของสมองสว่ นทีเ่ รียกว่า สิ่ ก. Cerebellum ข. Hypothalamus ค. Thalamus ง. Medulla oblongata 6 สัตว์ชนิดใดไม่ใชป้ อดสาหรับหายใจ ก. งดู ิน ข. ปลามปี อด ( lung fish ) ค. ปลาดาว ง. นกนางแอน่ 7 นกมถี งุ ลมแทรกเข้าไปในชอ่ งวา่ งของลาตัวนก เพ่ือทาหน้าที่ใด ก. สารองอากาศเอาไวใ้ ห้นกใชข้ ณะบิน เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการแลกเปล่ียนแกส๊ ข. ทาใหก้ ระดูกพรนุ ตวั จะได้เบาสะดวกในการบนิ ค. เป็นถุงเกบ็ พกั อาหารเอาไว้ กอ่ นนาไปย่อย ง. แลกเปลี่ยนแก๊สได้ 8 สภาพท่ีไม่เหมาะสมในการแลกเปลยี่ นแกส๊ ของสัตว์นา้ เมื่อเทียบกบั สัตวบ์ ก คือ ส่ิ ก. การไหลเวียนของนา้ ผา่ นไปช้ามาก ข. พนื้ ทีผ่ ิวของอวัยวะแลกเปลย่ี นแกส๊ ในน้ามักถกู ทาลายไดง้ ่าย ค. ปริมาณออกซิเจนท่ลี ะลายอยู่ในนา้ มีน้อยมาก ง. ปริมาณคารบ์ อนไดออกไซดใ์ นน้ามักมนี ้อยกวา่ บนบก 9 ต๊กั แตนมวี ธิ ที าให้แกส๊ หมุนเวียนเขา้ สูพ่ ้นื ทผ่ี ิวที่แลกเปลีย่ นแก๊สไดโ้ ดย สิ่ ก. เคลอื่ นไหวกะบงั ลม ข. เคล่อื นไหวซีโ่ ครง ค. การเคลอื่ นท่ขี องซิเลยี เล็ก ๆ จานวนมหาศาล ง. จงั หวะของการเคล่ือนไหวลาตวั 10 พ้นื ที่ผิวของถุงลมในปอดคน มขี นาดประมาณเทา่ ใด ก. จานขา้ ว ข. โต๊ะกนิ ขา้ ว ค. เตน้ ท์นอน 4 คน ง. สนามเทนนสิ
3346 บรรณานกุ รม นภทั ร ปราบมีชัย.(2559). ชีวะระยะประชดิ .กรงุ เทพฯ : สานักพิมพ์ Short Note. ปรชี า สวุ รรณพินจิ . (2555) High School Biology ชีววิทยา ม.4 – 6 เลม่ 1 (รายวชิ าเพ่มิ เติม). กรงุ เทพ : สานกั พิมพ์ บริษัท ไฮเอด็ พบั ลชิ ช่งิ จากดั . พจน์ สงมณี. (2556). Compact ชีววิทยา ม.4 เล่ม 2. กรงุ เทพฯ : สานกั พิมพ์แม็คเอ็ดดูเคชั่น. ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี,สถาบนั . (2558). หนังสือเรยี นรายวิชาเพิ่มเติม ชีววิทยา เลม่ 2. พมิ พ์ครั้งท่ี 7. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ สกสค.ลาดพร้าว. ______ (2558). คมู่ อื ครู รายวิชาเพ่ิมเติมชีววทิ ยา เลม่ 2. พมิ พ์คร้ังท่ี 7. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ สกสค.ลาดพร้าว. ประสงค์ และจิตเกษม หลาสะอาด. (2554). คู่มือชีววิทยา ม.4-6 เล่ม 2. กรุงเทพฯ พฒั นาศึกษา. สมาน แก้วไวยุทธ. (2551). 100 จุดเนน้ ชีววิทยา ม.4-5-6. กรงุ เทพฯ: ไฮเอด็ พบั ลชิ ชง่ิ . สมาน แก้วไวยทุ ธ. (2553). ตะลุยคลงั ขอ้ สอบเขา้ มหาวิทยาลยั วชิ าชีววิทยา. กรงุ เทพฯ: ไฮเอ็ดพับลชิ ชง่ิ . อนริ ทุ พรหมเจรญิ . (2558). เกร็งข้อสอบ ม.5. กรงุ เทพฯ : สานักพิมพแ์ ม็คเอ็ดดเู คชั่น. แหลง่ อ้างอิงออนไลน์ ภาพการแพรข่ องสารผา่ นเยอ้ื หุ้มเซลล์ของสิง่ มชี วี ิต (ออนไลน์).เขา้ ถึงจาก : https://sites.google.com/a/satreephuket.ac.th/biology5-2/rabb-hayci (สบื ค้นเม่ือ 12 กนั ยายน 2559) ภาพโครงสร้างท่ีใชใ้ นการแลกเปลี่ยนแก๊สของไฮดรา (ออนไลน)์ .เข้าถงึ จาก : http://www.suwattana.net/bio_technology/page4.html (สบื คน้ เมื่อ 12 กันยายน 2559) โครงสรา้ งท่ีใช้ในการแลกเปลี่ยนแก๊สของอะมบี า (ออนไลน์).เข้าถงึ จาก : http://suthep123.blogspot.com/p/blog-page_13.html (สืบคน้ เม่ือ 12 กนั ยายน 2559) ภาพโครงสรา้ งทใ่ี ชใ้ นการแลกเปลี่ยนแก๊สของพารามีเซยี ม (ออนไลน์).เขา้ ถึงจาก : ทมี่ า : http://suthep123.blogspot.com/p/blog-page_13.html (สืบค้นเม่ือ 12 กันยายน 2559) ภาพโครงสรา้ งท่ใี ชใ้ นการแลกเปลย่ี นแกส๊ ของพลานาเรีย (ออนไลน์).เข้าถงึ จาก : http://119.46.166.126/self_all/selfaccess11/m5/biology5_1/lesson1/index1_1.php (สบื คน้ เม่ือ 12 กนั ยายน 2559) ภาพโครงสร้างทีใ่ ช้ในการแลกเปลี่ยนแก๊สของไส้เดือนดนิ (ออนไลน)์ .เข้าถงึ จาก : http://119.46.166.126/self_all/selfaccess11/m5/biology5_1/lesson1/index1_1.php (สบื ค้นเมื่อ 12 กนั ยายน 2559) ภาพ โครงสรา้ งที่ใชใ้ นการแลกเปลีย่ นแก๊สของแมลง (ออนไลน์).เขา้ ถึงจาก :
3375 4 บรรณานกุ รม http://scincegen.blogspot.com/2013/02/diffusion-gill-trachea-httpmywhiteblood.html (สืบค้นเมื่อ 12 กนั ยายน 2559) ภาพโครงสรา้ งทใี่ ช้ในการแลกเปล่ียนแก๊สของแมงมุม (ออนไลน)์ .เข้าถึงจาก : https://sites.google.com/site/bamzorigi/bth-thi-6-kar-raksa-dulyphaph-ni-rangkay/6-1-rabb- hayci-kab-kar-raksa-dulyphaph-khxng-rangkay (สบื ค้นเมื่อ 12 กันยายน 2559) ภาพ โครงสร้างท่ใี ช้ในการแลกเปลย่ี นแกส๊ ของปลา (ออนไลน)์ .เข้าถงึ จาก : http://scienceclassm2.blogspot.com/p/blog-page_81.html (สบื ค้นเมื่อ 12 กนั ยายน 2559) ภาพ โครงสร้างที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนแก๊สของนก (ออนไลน)์ .เข้าถึงจาก : http://119.46.166.126/self_all/selfaccess11/m5/biology5_1/lesson1/index1_1.php (สบื คน้ เม่ือ 12 กันยายน 2559) ภาพ แสดงทางนา้ เข้าและทางนา้ ออกของฟองน้า (ออนไลน์).เขา้ ถึงจาก : https://sites.google.com/site/mondoomd/i-3biology/1-xwaywa-laek-peliyn-kaes-khxng-satw (สบื คน้ เมื่อ 15 กันยายน 2559) ภาพ การแลกเปลี่ยนแก๊สของไฮดรา พลานาเรีย และไส้เดอื นดิน (ออนไลน์).เขา้ ถงึ จาก : https://sites.google.com/a/satreephuket.ac.th/biology5-2/rabb-hayci (สบื ค้นเม่ือ 17 กนั ยายน 2559) ภาพ โครงสรา้ งที่ใชใ้ นการแลกเปลี่ยนแกส๊ ของปลา (ออนไลน)์ .เขา้ ถึงจาก : http://scienceclassm2.blogspot.com/p/blog-page_81.html (สืบค้นเม่ือ 12 กันยายน 2559) ภาพ โครงสร้างทใ่ี ชใ้ นการแลกเปลย่ี นแกส๊ ของแมลง (ออนไลน์).เข้าถงึ จาก : http://119.46.166.126/self_all/selfaccess11/m5/biology5_1/lesson1/index1_1.php (สืบค้นเมื่อ 17 กนั ยายน 2559) ภาพ แสดงโครงสร้างของแผงปอด ( Book lung ) (ออนไลน์).เขา้ ถึงจาก : http://www.suwattana.net/bio_technology/page4.html (สืบคน้ เม่อื 17 กนั ยายน 2559) ภาพ แสดงสว่ นหน่ึงของกลีบปอด ขยายให้เหน็ ถงึ ถุงลม และเส้นเลอื ดฝอยที่ลอ้ มรอบถุงลม เพ่อื ปล่อย คารบ์ อนไดออกไซด์ ออกไป และรบั ออกซเิ จนเขา้ มา (ออนไลน์).เขา้ ถงึ จาก : https://il.mahidol.ac.th/e-media/respiration/L1T1_new.html (สืบค้นเมอ่ื 17 กันยายน 2559)
3386 ภาคผนวก
3397 ขอ้ ก ข ค ง ขอ้ ก ข ค ง 1X 1X 2X 2X 3X 3X 4X 4X 5X 5X 6X 6X 7X 7X 8X 8X 9X 9X 10 X 10 X
3840 เฉลยบตั รกจิ กรรมที่ 1.1 เร่ือง“ทบทวนกันก่อน..สกั นิด” คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามต่อไปน้ี โดยใชค้ วามรเู้ ดิมท่ีเคยเรยี นมากอ่ น 1. การสลายสารอาหารระดบั เซลลแ์ บบใช้ออกซิเจน เซลลส์ งิ่ มชี ีวติ ต้องการแก๊สใด และ ผลจากการสลายสารอาหารจะได้แกส๊ อะไร แนวคาตอบ ต้องการแก๊สออกซิเจน และผลจากการสลายสารอาหารจะได้ แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ 2. จากคาตอบข้อ 1 สิ่งมชี วี ิตมีการรับแกส๊ และปล่อยแกส๊ ออกจากรา่ งกายดว้ ยวธิ ีการใด แนวคาตอบ โดยใชว้ ิธีการแพร่ 3. สง่ิ มีชีวิตทีอ่ ยูใ่ นสภาพแวดล้อมท่ีต่างกนั โครงสร้างร่างกายต่างกนั จะมีการรักษา ดุลยภาพต่างกันหรือไม่อย่างไร แนวคาตอบ ห้องที่ปดิ มดิ ชิดมีแก๊สคารบ์ อนไดออกไซดส์ ะสม จากการหายใจออกมา และปริมาณแกส๊ ออกซิเจนจะถกู นาไปใช้ในการหายใจเขา้ จึงทาใหเ้ ราร้สู ึกอึดอัด
3491 เฉลยบตั รกิจกรรมที่ 1.2 เรอ่ื ง “ปัญหา..ชวนคดิ ” 1. ให้นักเรียนแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันอภิปรายวเิ คราะห์คาถาม 2. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มนาเสนอ สรุปผลการวิเคราะหภ์ าพ ไฮดรา ภาพท่ี 1 การแพร่ของสารผ่านเย้ือห้มุ เซลล์ของส่ิงมีชีวิต ทม่ี า: https://sites.google.com/a/satreephuket.ac.th/biology5-2/rabb-hayci (สืบคน้ เม่อื 12 กันยายน 2559) 1. จากภาพแสดงการแพร่ของสารผา่ นเย่อื ห้มุ เซลล์ สารจะแพรจ่ ากเข้าและออกเซลลโ์ ดยวิธกี ารใด ตอบ โดยวิธกี ารแพร่ (Diffusion) 2. นักเรียนคิดวา่ ส่ิงมีชวี ิตเซลลเ์ ดยี วมีการแลกเปล่ียนแก๊สโดยวิธใี ด ตอบ โดยวิธกี ารแพร่ (Diffusion) 3. สตั วท์ ม่ี โี ครงสรา้ งร่างกายขนาดใหญ่และซับซ้อน แต่ละเซลล์จะกาจัดแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ และรับแกส๊ ออกซิเจนดว้ ยวธิ กี ารแพรเ่ หมอื นกับสิ่งมชี วี ติ เซลล์เดียวเดยี วได้หรือไม่ เพราะเหตุใด ตอบ ไมไ่ ด้ เพราะสตั ว์ที่มีเซลลอ์ ย่กู นั หนาแนน่ จะมีปัญหาในการแพร่แก๊สเข้า และ ออกสนู่ อกรา่ งกายไม่ทัน เพราะการแพร่จะแพรช่ ้า และอาจแพร่ไปไม่ถึงเซลลท์ ่ีอยดู่ า้ นในทาให้ เซลล์ทีอ่ ยู่ดา้ นในของรา่ งกายตายได้
4042 บตั รกิจกรรมที่ 1.3 เรือ่ ง “ทา้ ...ทดลอง” เรือ่ ง ศกึ ษาโครงสรา้ งทีใ่ ช้ในการแลกเปล่ียนแกส๊ ของไส้เดือนดิน กล่มุ ที่ ............................ ชอ่ื กลมุ่ ............................................................. ช้นั .................... สมาชิกในกลุ่ม 1. ............................................................................ ประธาน 2. ............................................................................ รองประธาน 3. ............................................................................ กรรมการ 4. ............................................................................ กรรมการ 5. ............................................................................ เลขานุการ 1. สงั เกตลักษณะผวิ หนังท่ใี ชใ้ นการแลกเปลี่ยนแก๊สของไสเ้ ดือนดนิ 1. ไสเ้ ดอื นดิน 1 ตัว 2. ถาดเคลอื บพาราฟนิ 1 ใบ 3. เคร่ืองมือผ่าตดั ชดุ เลก็ 1 ชุด 4. เขม็ หมุด 1 กล่อง 5. แวน่ ขยาย 1 อัน 6. ถงุ มอื ยาง 1. นักเรียนสวมถงุ มือยางและนาไสเ้ ดือนดนิ มาวางบนถาด 2. ใหส้ ังเกตลกั ษณะของผวิ หนงั ภายนอกของไส้เดอื นดิน 3. นาไสเ้ ดอื นดินจุ่มลงไปในบีกเกอร์ทีม่ แี อลกอฮอล์ เม่ือไสเ้ ดอื นดินตายใช้คีมคีบออกมาใสใ่ นถาด 4. ใช้เขม็ หมดุ ปักหัวและสว่ นท้ายลาตวั ในลักษณะเฉยี งออกด้านนอกให้ลาตวั ตึง 5. คอ่ ยๆใชใ้ บมีดโกนกรดี ผิวหนัง จากส่วนหัวมายงั คร่งึ ลาตัว พรอ้ มกบั ใช้เขม็ หมุดตรงึ สว่ นผวิ หนัง ใหแ้ ผอ่ อกทั้งสองขา้ งของลาตวั พร้อมบนั ทกึ ผลการสังเกตลงในตารางบนั ทึกผลการทดลอง 3. เสร็จแลว้ ล้างถาดใหเ้ รยี บร้อย 4. นาเสนอผลการศึกษาหนา้ ชัน้ เรยี น
Search