Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง การบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง การบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

Published by moopraew54, 2021-07-30 08:31:06

Description: วิจัย ปีการศึกษา 2562
จัดทำโดย:นางสาวแพรวรุ่ง ศรีประภา

Search

Read the Text Version

118 3. การสร้างแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 โดยใช้แบบฝึ กทกั ษะ ผูว้ ิจยั ไดส้ ร้าง แบบทดสอบจานวน 1 ชุด มีข้นั ตอนในการสร้างดงั น้ี 3.1 ศึกษาทฤษฎีและหลกั การสร้างแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการศึกษา 3.2 วิเคราะห์มาตรฐานการเรี ยนรู้ผลการเรี ยนรู้สาระการเรียนรู้และกาหนด จุดประสงคก์ ารเรียนรู้เพื่อสร้างแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง การบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ 3.3 สร้างแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ ผวู้ ิจยั ไดส้ ร้าง แบบทดสอบแบบอิงเกณฑ์เป็ นแบบทดสอบปรนัยชนิด 4 ปรนัย ชนิดเลือกตอบ 4 ตวั เลือก จานวน 10 ขอ้ กาหนดเกณฑ์การให้คะแนนโดยขอ้ ที่ถูกให้คะแนนขอ้ ละ 1 คะแนนขอ้ ท่ีผิด หรือไม่ตอบใหค้ ะแนนขอ้ ละ 0 คะแนน 3.4 นาแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 โดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะท่ีสร้างข้ึน 1 ชุด คือแบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียนเสนอผเู้ ชี่ยวชาญจานวน 3 ท่าน เพ่ือหาประสิทธิภาพค่า ดชั นีความสอดคลอ้ งแบบทดสอบ ซ่ึงมีค่าดชั นีความสอดคลอ้ งของแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรียนก่อนเรียนและหลงั เรียนวิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใช้แบบฝึ กทักษะ อยู่ระหว่าง 0.67-1.00 แสดงว่า แบบทดสอบสอดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงค์ 3.5 ปรับปรุงแกไ้ ขตามคาแนะนา จากน้นั นาผลการพิจารณาของผูเ้ ชี่ยวชาญแต่ละ ท่านนาไปหาคา่ ดชั นีความสอดคลอ้ งระหวา่ งขอ้ สอบกบั วตั ถุประสงคก์ ารเรียนรู้ โดยคดั เลือกขอ้ คาถามท่ีใชใ้ นการสร้างแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนท่ีผูเ้ ช่ียวชาญไดพ้ ิจารณาเห็น แลว้ วา่ มีความสอดคลอ้ งระหวา่ งขอ้ คาถามกบั จุดประสงคก์ ารเรียนรู้มากกวา่ หรือเท่ากบั 0.05 ข้ึน ไป ตามท่ี (พิสณุ ฟองศรี.2552, หน้า 155 ) กล่าวว่าถ้าไม่ใช่ตามเกณฑ์ต้องนาขอ้ คาถามไป ปรับปรุงแก้ไขตามคาแนะนาของผูเ้ ช่ียวชาญ โดยผูว้ ิจยั ไดค้ ดั เลือกขอ้ คาถามท่ีค่าดชั นีความ

119 สอดคล้องระหว่างขอ้ คาถามกับจุดประสงค์การเรียนรู้ที่มีค่าต้ังแต่ 0.80 - 1.00 ไปใช้สร้าง แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน 3.6 นาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรี ยนก่อนเรี ยนและหลังเรี ยนวิชา คณิตศาสตร์ เรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 โดยใช้ แบบฝึ กทักษะไปทดลองกับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 5 โรงเรียนวดั พืชนิมิต (คาสวสั ด์ิ ราษฎร์บารง) จานวน 45 คน 3.7 นาคะแนนที่ไดจ้ าก 3.6 มาวิเคราะห์หาความยากง่าย (P) และค่าอานาจจาแนก (B) คดั เลือกขอ้ สอบท่ีมีความยากงา่ ยต้งั แต่ 0.20 - 0.80 และมีค่าอานาจจาแนก 0.20 ข้ึนไป ผวู้ ิจยั ไดค้ ดั เลือกขอ้ สอบตามเกณฑด์ งั กลา่ วดงั น้ี 3.7.1 ค่าความยากง่าย (P) และค่าอานาจจาแนก (B) และค่าความเชื่อมนั่ ของ แบบฝึกทกั ษะวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียนและหลงั เรียนวิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 ที่เรียนโดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ 1. หาค่าความยากง่าย (P) และค่าอานาจจาแนก (B) จานวน 10 ขอ้ ผูว้ ิจยั ไดค้ ดั เลือกขอ้ สอบที่มีค่าอานาจจาแนกยากง่ายอยู่ในระดบั 0.33 – 0.67 และมีค่าอานาจ จาแนกอยใู่ นระหวา่ ง 0.33 – 0.67 จานวน 10 ขอ้ ท่ีเป็ นไปตามเกณฑท์ ี่กาหนดเพื่อนาไปทดลอง กบั ประชากร 2. ค่าความเช่ือมั่น (Reliability) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรียนก่อนเรียนและหลงั เรียน วิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง การบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 ท่ีเรียนโดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ ท่ีคดั เลือกไวจ้ านวน 10 ขอ้ มีคา่ เท่ากบั 0.72 โดยใชส้ ูตร RK-20 (ลว้ นสายยศ และองั คณา สายยศ, 2543: 197-198) 3.7 จัดพิมพ์แบบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรี ยนก่อนเรี ยน และหลังเรี ยนวิชา คณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 ที่เรียน โดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะเพ่ือนาไปทดสอบกบั นักเรียนประชากร สามารถสรุปไดเ้ ป็ นแผนภูมิ ดงั แสดงในภาพท่ี 3.3

120 ศกึ ษาคำอธิบายรายวิชาและจุดประสงค์ของการเรยี นรู้ กำหนดจดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรมและวเิ คราะหข์ ้อสอบ สร้างแบบทดสอบตามที่กำหนดไว้ในตารางวิเคราะหข์ ้อสอบ ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเนื้อหาและภาษา เหมาะสม ไมเ่ หมาะสม คดั เลือกขอ้ สอบก่อนนำไปทดสอบ นำไปทดสอบเพ่ือหาคุณภาพ ปรับปรงุ ข้อสอบ ไม่ไดต้ ามเกณฑ์ ไดต้ ามเกณฑ์ คดั เลือกขอ้ สอบท่มี ีค่ำ p ระหวำ่ ง .20 - .80 และคำ่ r ตงั้ แต่ .20 ขนึ้ ไป ปรับปรุง นำไปใช้ ภาพท่ี 3.3 : ข้นั ตอนการสร้างแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน 4. การสร้างแบบสอบถามความพึงพอใจของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 ต่อการ เรียนโดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ วชิ าคณิตศาสตร์ เร่ือง การบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม มีข้นั ตอนใน การสร้างดงั น้ี

121 4.1 ศึกษาทฤษฎี หลกั การ แนวคิด และเอกสาร งานวิจยั ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั วิธีการสร้าง แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 6 ต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึ ก ทกั ษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม 4.2 สร้างแบบสอบถามความพึงพอใจของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 ต่อการ เรียนโดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม แบ่งเป็ น 2 ตอนดงั น้ี ตอนท่ี 1 เป็ นแบบสอบถามความพึงพอใจของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 ต่อ การเรียนโดยใช้แบบฝึ กทกั ษะ วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิ ยม ใน การศึกษาวิจยั คร้ังน้ีผวู้ จิ ยั สร้างข้ึนตามวธิ ีของลิเคิร์ท (Likert) โดยใชร้ ูปแบบมาตราส่วนประมาณ คา่ (Rating Scale) 5 ระดบั จานวนท้งั หมด 10 ขอ้ มีเกณฑด์ งั น้ี ความพึงพอใจอยใู่ นระดบั มากที่สุด ใหค้ ะแนน 5 คะแนน ความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั มาก ใหค้ ะแนน 4 คะแนน ความพึงพอใจอยใู่ นระดบั ปานกลาง ใหค้ ะแนน 3 คะแนน ความพึงพอใจในระดบั พอใช้ ใหค้ ะแนน 2 คะแนน ความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั ตอ้ งปรับปรุง ใหค้ ะแนน 1 คะแนน คา่ เฉล่ีย 4.51 - 5.00 หมายถึง มีความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั มากที่สุด คา่ เฉลี่ย 3.51 - 4.50 หมายถึง มีความพึงพอใจอยใู่ นระดบั มาก คา่ เฉล่ีย 2.51 - 3.50 หมายถึง มีความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั ปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.51 - 2.50 หมายถึง มีความพึงพอใจอยใู่ นระดบั พอใช้ ค่าเฉลี่ย 1.00 - 1.50 หมายถึง มีความพึงพอใจอยใู่ นระดบั ปรับปรุง ตอนท่ี 2 เป็นขอ้ คาถามใหน้ กั เรียนแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั การใชแ้ บบ ฝึกทกั ษะ วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษา ปี ที่ 6 โดยใหน้ กั เรียนตอบแบบสอบถามหลงั สิ้นสุดการเรียนโดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ 4.3 นาแบบสอบถามความพึงพอใจของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 ต่อการ เรียนโดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม เสนอ ผเู้ ช่ียวชาญจานวน 3 ท่าน ซ่ึงมีค่าความสอดคลอ้ งเทา่ กบั 1.00

122 4.4 จดั พิมพแ์ บบสอบถามความพึงพอใจของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 ต่อ การเรียน โดยใช้ แบบฝึกทกั ษะ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม 4.5 นาแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 ต่อการ เรียนโดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ใหน้ กั เรียน ตอบแบบสอบถามหลงั สิ้นสุดการเรียน การเกบ็ รวบรวมข้อมูล การศึกษาวิจัยในคร้ังน้ีเป็ นการศึกษาวิจัยเชิงก่ึงทดลอง ประชากรเป็ นนักเรียนช้ัน ประถมศึกษาปี ที่ 6 โรงเรียนวดั พืชนิมิต (คาสวสั ด์ิราษฎร์บารุง) ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2562 จานวน 1 หอ้ งมีจานวนนกั เรียน 41 คน ซ่ึงไดม้ าจากการสุ่มอยา่ งง่าย (Simple Random sampling) ผวู้ จิ ยั ไดเ้ กบ็ รวบรวมขอ้ มลู ดงั น้ี 1. การพฒั นาหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทกั ษะ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม สาหรับนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 ผวู้ ิจยั ไดส้ ร้างแบบฝึกทกั ษะจานวน 12 เล่ม เรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม แลว้ นาไปให้ผูเ้ ช่ียวชาญตรวจสอบหาค่าดชั นีความ สอดคลอ้ ง จากน้นั จึงนาแบบฝึกทกั ษะไปหาประสิทธิภาพ 3 ข้นั ตอนดงั น้ี 1.1 หาประสิทธิภาพแบบรายบุคคล (individual Tryout) การทดลองกับนักเรียน โรงเรียนวดั พืชนิมิต (คาสวสั ด์ิราษฎร์บารุง) ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 5 จานวน 3 คนที่ไม่ใช่ ประชากร มีค่าประสิทธิภาพเทา่ กบั 70.58/74.01 1.2 หาประสิทธิภาพแบบกลุ่มเล็ก (Small Group Tryout) ทดลองกับนักเรี ยน โรงเรียนวดั พืชนิมิต (คาสวสั ด์ิราษฎร์บารุง) ช้ันประถมศึกษาปี ที่ 5 จานวน 10 คน ที่ไม่ใช่ ประชากร มีค่าประสิทธิภาพเทา่ กบั 74.43/71.20 1..3 หาประสิทธิภาพแบบภาคสนาม (Field Tryout) ทดลองกบั นกั เรียน โรงเรียนวดั พืชนิมิต (คาสวสั ด์ิราษฎร์บารุง) ช้ันประถมศึกษาปี ที่ 5 จานวน 30 คน ท่ีไม่ใช่ ประชากร มีคา่ ประสิทธิภาพเท่ากบั 80.77/83.68

123 จากแบบฝึ กทกั ษะ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม สาหรับ นักเรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 ท่ีผูว้ ิจยั ไดส้ ร้างข้ึนจานวน 12 เล่ม และหาค่าประสิทธิภาพแลว้ นาไปใชท้ ดลองกบั ประชากรตามแผนการจดั การเรียนรู้ต่อไป 2. การพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนคณิตศาสตร์ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม สาหรับนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ การศึกษาวิจยั ในคร้ังน้ีผวู้ จิ ยั ใชแ้ บบ แผนการทดลองแบบกลมุ่ เดียว ทดสอบก่อนและหลงั (The One Group Pre-test Post-test Design) ดงั ตาราง 2 ดงั น้ี ตาราง 2 แบบแผนการทดลองแบบกลุ่มเดียว ทดสอบก่อนและหลัง (The One Group Pre-test Post-test Design) P1 X P2 (Pre-test) (Treatment) (Post-test) ทดสอบก่อนเรียน การจดั การเรียนรู้ ทดสอบหลงั เรียน เม่ือ P1 หมายถึง การทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียน X หมายถึง การจดั การเรียนรู้โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ เรื่อง การ คูณ ทศนิยม คูณทศนิยม P2 หมายถึง การทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนหลงั เรียน และสอบถามความพึงพอใจ การศึกษาวิจยั ในคร้ังน้ี ผูว้ ิจยั ไดด้ าเนินการวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม สาหรับนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 โดยใชแ้ บบฝึ ก ทกั ษะดาเนินการตามข้นั ตอนดงั น้ี 2.1 ทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียน วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม สาหรับนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 ที่เรียนโดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ ท่ี สร้างข้ึนจานวน 10 ขอ้ ใชเ้ วลา 30 นาที

124 2.2 จดั การเรียนรู้ตามแผนการจดั การเรียนรู้ วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม สาหรับนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 โดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ จานวน 12 แผน 22 ชว่ั โมง 6 สัปดาห์ 2.3 ทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลงั เรียนวชิ าคณิตศาสตร์ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม สาหรับนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 ท่ีเรียนโดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ ท่ีสร้าง ข้ึนจานวน 10 ขอ้ ใชเ้ วลา 30 นาที 3. การศึกษาความพึงพอใจของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 ต่อการเรียนโดยใชแ้ บบ ฝึ กทกั ษะ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ผูว้ ิจยั ไดส้ ร้างแบบสอบถาม ความพึงพอใจและนาไปใหผ้ เู้ ชี่ยวชาญตรวจสอบหาคา่ ดชั นีความสอดคลอ้ ง แบ่งเป็น 2 ข้นั ตอน ดงั น้ี ตอนที่ 1 เป็ นแบบสอบถามความพึงพอใจของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 ต่อการ เรียนโดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ วชิ าคณิตศาสตร์ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ในการศึกษา วิจัยคร้ังน้ีผูว้ ิจยั สร้างข้ึนตามวิธีของลิเคิร์ท (Likert) โดยใช้รูปแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดบั จานวนท้งั หมด 10 ขอ้ ตอนที่ 2 เป็ นขอ้ คาถามให้นกั เรียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั การใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ วชิ าคณิตศาสตร์ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 หลังจากท่ีผู้วิจัยได้สร้างแบบสอบถามความพึงพอใจและนาไปให้ผูเ้ ชี่ยวชาญ ตรวจสอบหาค่าดชั นีความสอดคลอ้ งแลว้ ผูว้ ิจยั ไดน้ าแบบทดสอบถามความพึงพอใจ โดยให้ นักเรียนตอบแบบสอบถามความพึงพอใจหลังส้ินสุดการเรียนโดยใช้แบบฝึ กทักษะ วิชา คณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 การวเิ คราะห์ข้อมูล การศึกษาวิจยั ในคร้ังน้ีผวู้ จิ ยั ไดเ้ กบ็ รวบรวมคะแนนของนกั เรียนที่ไดจ้ ากการเรียนโดยใช้ แบบฝึกทกั ษะ วชิ าคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 มาวเิ คราะหข์ อ้ มูล ดงั น้ี

125 1. การพฒั นาหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทกั ษะวิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 ผวู้ ิจยั ไดร้ วบรวมคะแนนของนกั เรียนท่ีไดจ้ ากการ ทาแบบฝึ กทกั ษะระหว่างเรียน (E1) ของนักเรียนประชากรอย่างมาวิเคราะห์ขอ้ มูลโดยใชส้ ถิติ ค่าเฉล่ีย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และประสิทธิภาพ (E1 /E2) 2. การพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหาร ทศนิยม ของช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ ผวู้ ิจยั ไดร้ วบรวมคะแนนของนกั เรียน ที่ไดจ้ ากการทาแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียนกบั หลงั เรียน (E2) ของนกั เรียน ประชากรมาทดสอบสมมติฐานของการศึกษาวจิ ยั โดยใชส้ ถิติ Dependent Samples t- test 3. การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 ต่อการเรียนโดยใชแ้ บบ ฝึ กทกั ษะ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ผูว้ ิจยั ไดน้ าคะแนนของ นกั เรียนประชากรจากการตอบแบบสอบถามความพึงพอใจโดยให้นกั เรียนตอบแบบสอบถาม ความพึงพอใจหลงั สิ้นสุดการเรียนโดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 มาวิเคราะห์ขอ้ มูลโดยใชส้ ถิติ ค่าเฉล่ีย และส่วน เบ่ียงเบนมาตรฐาน สถติ ทิ ี่ใช้ในการวเิ คราะห์ข้อมูล 1. สถติ ิพน้ื ฐาน ได้แก่ 1.1 ร้อยละ (Percentage) โดยใชส้ ูตร (บุญชม ศรีสะอาด,2545, หนา้ 104) p = f  100 N เมื่อ P หมายถึง ร้อยละ f หมายถึง ความถี่ที่ตอ้ งการแปลงใหเ้ ป็นร้อยละ N หมายถึง จานวนความถี่ท้งั หมด 1.2 คา่ เฉลี่ย (Mean)โดยคานวณจากสูตร = คะแนนเฉล่ีย ผลรวมคะแนนของแต่ละคนยกกาลงั สอง เมื่อ หมายถึง  x หมายถึง

126 N หมายถึง จานวนนกั เรียนท้งั หมดในกลุม่ ทดลอง 1.3 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยใชส้ ูตร (บุญชม ศรีสะอาด ,2545, หนา้ 106) เม่ือ σ หมายถึง ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  x2 หมายถึง ผลรวมคะแนนของแต่ละคนยกกาลงั สอง (x)2 หมายถึง ผลรวมคะแนนของแต่ละคนท้งั หมดยกกาลงั สอง N หมายถึง จานวนนกั เรียนท้งั หมดในกลุ่มทดลอง 2. สถติ ิหาคุณภาพของเคร่ืองมอื ทีใ่ ช้ในการวิจยั ประกอบด้วย 2.1 การหาค่าความเท่ียงตรงตามเน้ือหาของแบบทดสอบแต่ละขอ้ กบั จุดประสงค์ การเรียนรู้และเน้ือหา โดยใช้สูตร IOC (Index of Objective Congruence) เป็ นค่าดัชนีความ สอดคล้องของผู้เช่ียวชาญท้ังหมดตามวิธีของ โรวิเนลลี (Rovinelli) และแฮมเบิลตัน (Hambleton) (สมนึก ภทั ทิยธนี,2546, หนา้ 221) ดงั น้ี IOC=  R N เม่ือ IOC หมายถึง ดชั นีความสอดคลอ้ งระหวา่ งจุดประสงค์ กบั เน้ือหา หรือระหวา่ งขอ้ สอบกบั จุดประสงค์ R หมายถึง ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของ ผเู้ ชี่ยวชาญท้งั หมด N หมายถึง จานวนผเู้ ชี่ยวชาญ

127 2.2 การหาค่าอานาจจาแนก (Discrimination) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรียน โดยใชส้ ูตรของเบรนแนน (Brennan) (บญุ ชม ศรีสะอาด, 2545, หนา้ 90 ) เมื่อ B B= U− L n1 n2 หมายถึง คา่ อานาจจาแนก U หมายถึง จานวนผสู้ อบในกลุ่มเก่งตอบถกู L หมายถึง จานวนผสู้ อบในกลมุ่ อ่อนตอบถกู n1 หมายถึง จานวนผสู้ อบในกลมุ่ เก่ง n2 หมายถึง จานวนนกั เรียนในกล่มุ ออ่ น 2.3 การหาค่าระดบั ความยาก (P) ของแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน โดย ใชส้ ูตรของเบรนแนน (Brennan) (บญุ ชม ศรีสะอาด, 2545, หนา้ 84 ) ดงั น้ี P = R N เมื่อ P หมายถึง ระดบั ความยาก R หมายถึง จานวนผตู้ อบถูกท้งั หมด N หมายถึง จานวนนกั เรียนสอบท้งั หมด 2.4 การหาค่าความเช่ือมน่ั (Reliability) ของแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการ เรียน โดยใชส้ ูตร KR-20 (ลว้ นสายยศ และองั คณา สายยศ ,2543, หนา้ 197-198) r SPtt= n 1 − q  −   n 1 2  t เม่ือ rtt หมายถึง คา่ ความเชื่อมนั่ ของแบบทดสอบ P หมายถึง สัดส่วนของผทู้ าไดใ้ นขอ้ หน่ึง ๆ นน่ั คือ

q หมายถึง 128 n หมายถึง สดั ส่วนของคนทาถกู กบั คนท้งั หมด สดั ส่วนของผทู้ าผดิ ในขอ้ หน่ึงๆ หรือคือ S2 หมายถึง 1- p t จานวนขอ้ สอบแบบทดสอบ ความแปรปรวนของคะแนนท้งั ฉบบั 3. สถติ ิทใ่ี ช้ทดสอบสมมติฐาน 3.1 การวิเคราะหป์ ระสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 โดยใชส้ ูตร E1 / E2 ดงั น้ี X E1 = N 100 A Y E2 = N 100 B เมื่อ E1 หมายถึง ค่าประสิทธิภาพของกระบวนการคิดเป็นร้อยละ E2 หมายถึง คา่ ประสิทธิภาพของผลลพั ธ์ X หมายถึง คะแนนรวมจากการทาชุดฝึกทกั ษะหรือ แบบทดสอบ Y หมายถึง คะแนนรวมจากการทาแบบทดสอบหลงั เรียน N หมายถึง จานวนนกั เรียนท้งั หมดในกลมุ่ ทดลอง A หมายถึง คะแนนเตม็ ของชุดฝึกทกั ษะทุกชุดรวมกนั B หมายถึง คะแนนเตม็ ของแบบทดสอบหลงั เรียน 3.2 ทดสอบความแตกตา่ งระหวา่ งคะแนนเฉล่ียโดยใชส้ ถิติ Dependent Samples t-test เม่ือ t t=  D ; df = n-1 N  D2 − ( D)2 หมายถึง N −1 คา่ สถิติท่ีใชใ้ นการพจิ ารณาใน t – distribution D หมายถึง ความแตกตา่ งของคะแนนแต่ละคู่

129 N หมายถึง จานวนกล่มุ ตวั อยา่ งหรือจานวนคะแนนแต่ละคู่  D หมายถึง ผลรวมท้งั หมดของผลต่างของคะแนนก่อนเรียน และหลงั เรียน  D2 หมายถึง ผลรวมของกาลงั สองของผลต่างของคะแนนก่อน เรียนและหลงั เรียน

130 บทที่ 4 ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล การศึกษาวิจัยเรื่ อง “การพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรี ยน โดยใช้แบบฝึ กทักษะ คณิตศาสตร์ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6” มีวตั ถุประสงค์ ของการวิจยั เพ่ือพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ โดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะเร่ืองการ บวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เพื่อพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ โดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะเร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 6 และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนช้ัน ประถมศึกษาปี ท่ี 6 ตอ่ การเรียนโดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ ผวู้ จิ ยั ไดก้ าหนดสัญลกั ษณ์และนาเสนอผล การวเิ คราะหข์ อ้ มลู ตามลาดบั ต่อไปน้ี สัญลกั ษณ์ท่ีใช้ในการวเิ คราะห์ข้อมูล E1 หมายถึง คะแนนเฉล่ียร้อยละของคะแนนที่นกั เรียนไดจ้ ากการทาแบบฝึก ทกั ษะระหวา่ งเรียนของนกั เรียนประชากรไดร้ ้อยละ 80 E2 หมายถึง คะแนนเฉลี่ยร้อยละของคะแนนท่ีนกั เรียนท้งั หมดที่ทา แบบทดสอบแบบฝึกทกั ษะหลงั เรียนของนกั เรียนประชากร ไดร้ ้อยละ 80 µ หมายถึง คา่ เฉลี่ยของแบบทดสอบและแบบสอบถาม หมายถึง ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานของแบบทดสอบและแบบสอบถาม t หมายถึง ค่าสถิติการแจกแจงขอ้ มูล Sig หมายถึง ความน่าจะเป็นท่ีคานวณไดจ้ ากคา่ สถิติที่ใชใ้ นการทดสอบ สมมติฐาน p หมายถึง ระดบั นยั สาคญั ของการทดสอบทางสถิติ N หมายถึง จานวนนกั เรียนท้งั หมดในประชากร

131 การวเิ คราะห์ผลข้อมูลและแปลความหมาย การวเิ คราะห์ผลข้อมูลและแปลความหมาย แบ่งออกเป็ น 3 ตอน คือ ตอนที่ 1 ผลการพฒั นาแบบฝึกทกั ษะคณิตศาสตร์ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 ใหม้ ีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 ตอนท่ี 2 ผลการพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน โดยการใช้แบบฝึ กทกั ษะคณิตศาสตร์ เรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 เรียนสูงกวา่ ก่อนเรียน ตอนที่ 3 ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 ต่อการใชแ้ บบ ฝึกทกั ษะ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล ตอนท่ี 1 ผลการพฒั นาแบบฝึ กทกั ษะคณติ ศาสตร์ เรื่องการบวก ลบ คณู และหาร ทศนยิ ม ของนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 ตาราง 3 การหาประสิทธิภาพแบบฝึ กทักษะ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม สาหรับนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 6 ข้นั ทดลองหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทกั ษะคณิตศาสตร์ เร่ืองการบวก ลบ คูณและหาร ทศนิยม ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 รายบคุ คล ( 3 ) กลมุ่ เลก็ ( 10 ) ภาคสนาม ( 30 ) E1/E2 E1/E2 E1/E2 70.58/74.01 74.43/71.20 80.77/83.68 จากตาราง 3 พบวา่ การหาประสิทธิภาพแบบฝึกทกั ษะคณิตศาสตร์ เรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 ในการทดลองรายบุคคล เทา่ กบั 70.58/74.01 และกลุ่มเล็ก เท่ากับ 74.43/71.20 ซ่ึงต่ากว่าเกณฑ์ที่กาหนด 80/80 ส่วนการทดลองแบบ ภาคสนาม เทา่ กบั 80.77/83.68 ซ่ึงเป็นไปตามเกณฑท์ ่ีกาหนด 80/80

132 ตอนที่ 2 ผลการพฒั นาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวชิ าคณติ ศาสตร์ โดยการใช้แบบฝึ ก ทักษะ เรื่องการบวก ลบ คณู และหารทศนิยม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ท่ี 6 หลงั เรียนสูงกว่าก่อนเรียน ตาราง 4 คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ โดยการใช้แบบฝึ กทักษะ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของนกั เรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 การทดสอบ จานวนคน µ t Sig ทดสอบก่อนเรียน 41 3.44 1.30 -13.479 .000 ทดสอบหลงั เรียน 41 8.10 .73 *p < .05 จากตาราง 4 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการบว ลบ คูณ และหารทศนิยม ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ ก่อนเรียนและ หลงั เรียน จานวน 41 คน วิเคราะห์ t – test แบบ Dependent พบว่าผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อน เรียนมีค่าเฉลี่ย เท่ากบั 3.44 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากบั 1.30 ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลงั เรียนมีค่าเฉลี่ย เท่ากบั 8.10 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากบั .73 เม่ือเปรียบเทียบคะแนนเฉล่ีย ก่อนเรียนและหลงั เรียน พบว่าค่าเฉลี่ยหลงั เรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสาคญั ทางสถิติที่ ระดบั .05 ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั สมมติฐานของการวิจยั คือ ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการคูณทศนิยม ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 5 ที่เรียนโดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ หลงั เรียน สูงกวา่ ก่อนเรียน แสดงวา่ นกั เรียนมีความรู้เพม่ิ มากข้ึน ตอนท่ี 3 ผลการศึกษาความพงึ พอใจของนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 6 ต่อการใช้แบบ ฝึ กทกั ษะ เรื่องการบวก ลบ คณู และหารทศนยิ ม ตาราง 5 ค่าเฉล่ียและส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรี ยนช้ัน ประถมศึกษาปี ที่ 6 มีผลต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึ กทักษะ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม

133 ขอ้ ความ µ แปลความหมาย มาก 1. วธิ ีการจดั การเรียนรู้ที่เร่ิมตน้ ดว้ ยการทบทวน 3.77 0.75 มาก มาก ความรู้คาบเรียนท่ีผา่ นมา มาก 2. แบบฝึกทกั ษะช่วยทาใหเ้ ขา้ ใจเน้ือหา เรื่อง 3.84 0.65 มาก มาก การบวก ลบ คูณและหารทศนิยม มากข้ึน มาก มาก 3. การทาแบบฝึทกั ษะประกอบการจดั การเรียนรู้ 3.88 0.70 มาก มาก ทาใหน้ กั เรียนแกป้ ัญหา เร่ือง การบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ได้ 4. ในช้นั เรียนเป็นบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ 4.02 0.46 5. ครูสนบั สนุนและเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนได้ 3.77 0.75 อภิปรายเพ่อื แลกเปล่ียนความรู้กบั เพื่อน 6. นกั เรียนพอใจต่อการวดั และประเมินผล ดว้ ย 3.79 0.68 วิธีการท่ีหลากหลาย 7. มีการวดั และประเมินผลเพอ่ื ตรวจสอบ 3.84 0.65 ความกา้ วหนา้ สม่าเสมอ 8. นกั เรียนเขา้ ใจเน้ือหาและการแกป้ ัญหา เร่ือง 3.93 0.69 การบวก ลบ คูณและหารทศนิยม ไดถ้ ูกตอ้ ง 9. วชิ าคณิตศาสตร์ สามารถประยกุ ตใ์ ชใ้ น 3.71 0.75 ชีวติ ประจาวนั ได้ 10. นกั เรียนเขา้ ใจวิชาคณิตศาสตร์มากข้ึนจาก 4.02 0.71 การทาแบบฝึกทกั ษะ รวม 3.80 0.70 มาก จากตาราง 5 พบวา่ ผลการศึกษาความพงึ พอใจของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 ตอ่ การ ใชแ้ บบฝึกทกั ษะ เรื่องการบวก ลบ คูณและหารทศนิยม โดยภาพรวมนกั เรียนมีความพึงพอใจอยู่

134 ในระดบั มาก โดยไดค้ ะแนนเฉล่ียเทา่ กบั 3.80 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากบั 0.70 เม่ือพิจารณา เป็นรายขอ้ พบวา่ นกั เรียนมีความพงึ พอใจเก่ียวกบั ในช้นั เรียนเป็นบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ และ นักเรียนเขา้ ใจวิชาคณิตศาสตร์มากข้ึนจากการทาแบบฝึ กทกั ษะอยู่ในระดบั มากที่สุด โดยให้ คะแนนเฉลี่ยเท่ากบั 4.02 ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานเท่ากบั 0.71 รองลงมา คือ นักเรียนเขา้ ใจ เน้ือหาและการแกป้ ัญหา เรื่อง การคูณ ไดถ้ ูกตอ้ งอยู่ในระดบั มาก โดยไดค้ ะแนนเฉลี่ยเท่ากบั 3.93 ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.69 และวิธีการจดั การเรียนรู้ท่ีเริ่มตน้ ดว้ ยการทบทวน ความรู้คาบเรียนท่ีผ่านมา ครูสนับสนุนและเปิ ดโอกาสให้นกั เรียนไดอ้ ภิปรายเพื่อแลกเปลี่ยน ความรู้กบั เพื่อน และวิชาคณิตศาสตร์ สามารถประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้ อยใู่ นระดบั มาก โดยไดค้ ะแนนเฉลี่ยต่าสุด เทา่ กบั 3.71 ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานเทา่ กบั 0.75

135 บทท่ี 5 สรุปผลการศึกษา อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ การศึกษาวิจยั ในคร้ังน้ีศึกษาเร่ือง การพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยมีวตั ถุประสงค์ของการวิจัยดังน้ี (1) เพ่ือสร้างและหาประสิทธิภาพของแบบฝึ กทกั ษะ คณิตศาสตร์ เรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 (2) เพื่อ พฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน โดยการใชแ้ บบฝึกทกั ษะคณิตศาสตร์ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และ หารทศนิยม ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 หลงั เรียนสูงกวา่ ก่อนเรียน (3) เพื่อศึกษาความ พึงพอใจของนักเรียนต่อการใชแ้ บบฝึกทกั ษะ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ผูว้ ิจยั ใช้ แบบแผนการทดลองแบบกลุ่มเดียว ทดสอบก่อนและหลงั (The One Group Pre-test Post-test Design) ประชากร ท่ีใชใ้ นการวจิ ยั คร้ังน้ีเป็นนกั เรียน ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 โรงเรียนวดั พชื นิมิต (คาสวสั ด์ิราษฎร์บารุง) ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2562 จานวน 1 ห้องเรียน 41 คน ซ่ึงไดม้ าจาก การสุ่มอย่างง่าย (simple random sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจยั ได้แก่ แผนการจัดการ เรียนรู้ แบบฝึ กทกั ษะ แบบทดสอบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจ วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม สาหรับนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 ท่ี ผา่ นการตรวจสอบจากผเู้ ช่ียวชาญเพื่อหาค่าความสอดคลอ้ ง การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล ผวู้ จิ ยั ดาเนินการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ดว้ ยตนเองดงั น้ี 1. การพฒั นาหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทกั ษะคณิตศาสตร์ เรื่องการบวก ลบ คูณ และ หารทศนิยม ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 6 มี 3 ข้ันตอน โดยทดลองกับนักเรียนช้ัน ประถมศึกษาปี ที่ 5 โรงเรียนวดั พืชนิมิต (คาสวสั ด์ิราษฎร์บารุง) คือ (1) หาประสิทธิภาพแบบ รายบุคคล (2) หาประสิทธิภาพแบบกลมุ่ เลก็ และ(3) หาประสิทธิภาพแบบภาคสนาม

136 2. การพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน วชิ าคณิตศาสตร์ เรื่องการบวก ลบ คูณ และหาร ทศนิยม ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 โดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ การศึกษาวิจยั ในคร้ังน้ีผูว้ ิจยั ใชแ้ บบแผนการทดลองแบบกลุ่มเดียว ทดลองก่อนและหลงั (The One Group Pre-test Post-test Design) ให้ดาเนินตามข้นั ตอน ดังน้ี (1) ทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียน วิชา คณิตศาสตร์ เรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม (2) จดั การเรียนรู้ตามแผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าคณิตศาสตร์เรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ จานวน 12 แผน 22 ชว่ั โมง 6 สปั ดาห์ (3) ทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิการเรียนหลงั เรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม 3. การศึกษาความพึงพอใจของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 ต่อการเรียนโดยใชแ้ บบ ฝึ กทกั ษะ เร่ืองกการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ผูว้ ิจยั ไดน้ าแบบสอบถามความพึงพอใจให้ นกั เรียนทาหลงั สิ้นสุดการเรียนโดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะวิชาคณิตศาสตร์เรื่องการบวก ลบ คูณ และ หารทศนิยม การวิเคราะห์ขอ้ มูล ผวู้ ิจยั ไดเ้ กบ็ รวบรวมขอ้ มลู ดงั น้ี 1. การพฒั นาหาประสิทธิภาพของแบบฝึ กทกั ษะ โดยใช้สถิติ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบ่ียงเบน มาตรฐาน และประสิทธิภาพ (E1/ E2) 2. การพฒั นาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ใชส้ ถิติ Dependent Sample t-test 3. การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 ต่อการเรียนโดยใชแ้ บบ ฝึกทกั ษะ โดยใชส้ ถิติ คา่ เฉล่ีย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สรุปผลการศึกษาวิจยั จากการศึกษาวิจยั คร้ังน้ี ผวู้ จิ ยั พบวา่ 1. แบบฝึกทกั ษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 มีประสิทธิภาพ (E1/ E2) เท่ากบั 82.06/81.23 ซ่ึงสูงกว่าเกณฑ์ที่กาหนดไว้ 80/80

137 2. ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของ นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 โดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลงั เรียนสูงกวา่ ก่อนเรียนอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั .05 3. ความพึงพอใจของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 ต่อการเรียนโดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ วชิ าคณิตศาสตร์ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม มีความพงึ พอใจอยใู่ น ระดบั มาก อภิปรายผล การศึกษา เร่ืองการพฒั นาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน วชิ าคณิตศาสตร์ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 ที่เรียนโดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ ผวู้ ิจยั ไดน้ าผล การศึกษามาอภิปรายไดด้ งั น้ี 1. แบบฝึ กทกั ษะวิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของนกั เรียน ช้ันประถมศึกษาปี ที่ 6 จานวน 41 คนมีประสิทธิภาพ (E1/ E2 ) เท่ากบั 82.06/81.23 ซ่ึงสูงกว่า เกณฑท์ ี่กาหนด 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานที่ต้งั ไวเ้ น่ืองจากแบบฝึกทกั ษะไดผ้ า่ นกระบวนการ และข้นั ตอนการสร้างอย่างเป็ นระบบตามข้นั ตอนการสร้างแบบฝึ กทกั ษะ กล่าวคือ มีความมุ่ง หมายในการสร้างที่แน่นอน มีการวางแผนและกาหนดจุดมุ่งหมายวิเคราะห์ทกั ษะและเน้ือหาท่ี ต้องการใช้สร้างแบบฝึ กทักษะ กาหนดรูปแบบของแบบฝึ กทักษะ เน้นกระบวนการการ แกป้ ัญหา กระตุน้ ใหน้ กั เรียนไดฝ้ ึ กปฏิบตั ิจริง ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั แนวการสร้างแบบฝึ กทกั ษะของ สุวิทย์ มูลคา และสุนันทา สุนทรประเสริฐ (2550, น. 62 – 64) ไดเ้ สนอแนะรูปแบบการสร้าง แบบฝึกทกั ษะ โดยอธิบายว่าการสร้างแบบฝึ กทกั ษะรูปแบบก็เป็นส่ิงสาคญั ในการที่จะจูงใจให้ ผูเ้ รียนไดท้ ดลองปฏิบตั ิแบบฝึ กจึงควรมีรูปแบบที่หลากหลาย มิใช่ใชแ้ บบเดียวจะเกิดความจาเจ น่าเบื่อหน่าย ไม่ท้าทายให้อยากรู้อยากลองจึงขอเสนอรูปแบบที่เป็ นหลกั ใหญ่ไวก้ ่อน ส่วน ผูส้ ร้างจะนาไปประยุกต์ใช้ ปรับเปลี่ยนรูปแบบอ่ืน ๆ ก็แลว้ แต่เทคนิคของแต่ละคน ซ่ึงจะ เรียงลาดบั จากง่ายไปหายาก อีกท้งั ผลการศึกษาวิจยั ยงั สอดคลอ้ งกบั ไพรัช วงศย์ ทุ ธไกร (2553, บทคัดย่อ) ได้ศึกษาเร่ือง ประสิทธิภาพของแบบฝึ กทกั ษะวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติมสาหรับ นักเรี ยนที่มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรี ยนต่า ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธ์ิทางการเรี ยนวิชา คณิตศาสตร์เพ่ิมเติม ของนกั เรียนท่ีมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนต่าที่ไดร้ ับการสอนโดยใชแ้ บบฝึ ก

138 ทกั ษะวิชาคณิตศาสตร์เพมิ่ เติม เร่ืองบทประยกุ ตร์ ะดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1 มีผลสมั ฤทธ์ิทางการ เรียนสูงข้ึน ประสิทธิภาพของแบบฝึกทกั ษะวิชาคณิตศาสตร์เพ่ิมเติม เรื่องบทประยกุ ต์ ท่ีสร้าง ข้ึนมีประสิทธิภาพเทา่ กบั 83/83.38 สูงกวา่ สมมติฐาน 80/80ประสิทธิภาพของแบบฝึกทกั ษะวิชา คณิตศาสตร์เพม่ิ เติม สาหรับนกั เรียนท่ีมีผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนต่า 2. ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวชิ าคณิตศาสตร์ เรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของ เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ จานวน 41 คนมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลงั เรียนสูงกวา่ ก่อนเรียนอยา่ งมีนัยสาคญั ทางสถิติท่ีระดบั .05 เป็ นไปตามสมมติฐานที่ต้งั ไวแ้ สดง ให้เห็นว่าการจดั การเรียนรู้โดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะท่ีผูว้ ิจยั ไดส้ ร้างข้ึนมีการเรียงลาดบั จากเน้ือหา จากง่ายไปหายาก เน้นกระบวนการปฏิบตั ิจริงมีข้นั ตอนในการแกป้ ัญหาและภาพประกอบท่ี สวยงามดึงดูดความสนใจ กระตุน้ ให้นกั เรียนไดฝ้ ึกทาแบบทดแบบฝึกทกั ษะดว้ ยตนเอง กระตุน้ ให้นกั เรียนไดฝ้ ึ กปฏิบตั ิจริงและการจดั การเรียนรู้ที่เปิ ดโอกาสให้นักเรียนมีอิสระในการเรียนรู้ โดยให้ผูเ้ รียนที่เก่งกว่าช่วยแนะนาเพื่อนที่อ่อนกว่า พร้อมกับการให้คาปรึกษาของครู การ ศึกษาวิจยั ในคร้ังน้ีสามารถพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนกั เรียนให้สูงข้ึนได้ เพราะมีการ ตรวจสอบแบบฝึ กทกั ษะจากผูเ้ ชี่ยวชาญก่อนที่จะนาแบบฝึ กทกั ษะไปทดลอง ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั ผลการศึกษาวิจยั ของ ประภาพร ถิ่นอ่อง (2553, บทคดั ย่อ) ไดศ้ ึกษาเรื่อง การพฒั นาแบบฝึ ก ทกั ษะวิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง การแยกตวั ประกอบของพหุนามดีกรีสอง สาหรับนักเรียนช้ัน มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 ผลการวิจยั พบว่า ประสิทธิภาพของแบบฝึ กทกั ษะ วิชา คณิตศาสตร์เรื่องการ แยกตัวประกอบของพหุนามดีกรี สอง สาหรับนักเรี ยนช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 3 พบว่า มี ประสิทธิภาพเท่ากบั 79.17 / 77.78 ซ่ึงสูงกว่าเกณฑ์ที่กาหนดไวค้ ือ 75/75 ผลสัมฤทธ์ิทางการ เรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง การแยกตวั ประกอบของพหุนาม ดีกรีสองหลงั การใชแ้ บบฝึกทกั ษะ สูง กว่าก่อนการใชแ้ บบฝึ กทกั ษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการแยกตวั ประกอบของพหุนามดีกรีสอง สาหรับนักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 อยา่ งมีนัยสาคญั ทางสถิติที่ระดบั .01 นกั เรียนมีความพึง พอใจต่อการเรียนรู้โดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะวิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการแยกตวั ประกอบของพหุนาม ดีกรีสอง สาหรับนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3โดยภาพรวม มีความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั มาก 3. ความพึงพอใจของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 ต่อการเรียนโดยใชแ้ บบฝึ กทกั ษะ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม อยใู่ นระดบั มาก ( = 3.80, σ =0.70 )

139 เน่ืองจากนักเรี ยนได้เรี ยนรู้อย่างอิสระโดยมีการแลกเปล่ียนเรี ยนรู้ซ่ึงกันและกัน มีการ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น มีการแบ่งปันทรัพยากรการเรียนรู้ มีการใหก้ าลงั ใจซ่ึงกนั และกนั และ คนเก่งช่วยเหลือคนที่อ่อนกว่านอกจากน้ียงั สอดคล้องกับงานวิจยั ของ ประเทือง ชนะพนั ธ์ (2552, บทคดั ย่อ) ไดศ้ ึกษา เร่ืองผลการพฒั นาแบบฝึ กเสริมทกั ษะคณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการ เรียนรู้คณิตศาสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2 เร่ืองอตั ราส่วนและร้อยละ ผลการวจิ ยั พบวา่ ผลสมั ฤทธ์ิ ทางการเรียนของนกั เรียน ภายหลงั ไดร้ ับการสอนโดยใชแ้ บบฝึ กเสริมทกั ษะคณิตศาสตร์กลุ่ม สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 2 เรื่องอตั ราส่วนและร้อยละสูงกว่าก่อนเรียน อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั .05 และนกั เรียนมีความพงึ พอใจต่อการเรียนรู้ โดยใชแ้ บบฝึก เสริมทกั ษะ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 2 เร่ืองอตั ราส่วนและร้อยละ อยใู่ นระดบั มาก ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะในการนาไปใช้ 1. ควรนาเคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการวิจยั ไปทดลองกบั กลุ่มประชากรควรมีการวางแผนและ ศึกษาขอ้ มูลเพ่อื ตรวจสอบหาคุณภาพของเครื่องมือ 2. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ครูควรให้นกั เรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการปฏิบตั ิกิจกรรม เพ่อื ใหน้ กั เรียนไดพ้ ฒั นากระบวนการคิดไดอ้ ยา่ งอิสระ 3. ครูผสู้ อนจะตอ้ งศึกษาการใชแ้ บบฝึกทกั ษะใหล้ ะเอียดใหเ้ ขา้ ใจในการดาเนินกิจกรรม แต่ละข้นั ตอนเพื่อสร้างความมนั่ ใจในการสอนและมีความถกู ตอ้ งในการปฏิบตั ิ 4. ครูผูส้ อนจะต้องให้คาปรึกษาและศึกษาเน้ือหาในแต่ละข้ันตอน เพื่อช่วยเหลือ นกั เรียนที่มีขอ้ สงสัยไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง 5. ครูผสู้ อนควรมีการแจง้ ผลการปฏิบตั ิทนั ที เพื่อใหน้ กั เรียนไดต้ รวจสอบความกา้ วหนา้ ของตนเอง 6. ครูผูส้ อนมีการเสริมแรงทางบวกให้แก่นักเรียนดว้ ยการยกย่องชมเชย และให้ความ สนใจกบั นกั เรียนทกุ คน ซ่ึงจะส่งผลทาใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิกิจกรรมดว้ ยความต้งั ใจ

140 7. ครูผูส้ อนควรเตรียมการสอนเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนสนใจและเกิดแนวคิดในการ แกป้ ัญหา 8. เวลาท่ีใชใ้ นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ควรยืดหยุน่ ไปตามเหตุการณ์เฉพาะหน้าตาม ความเหมาะสม ข้อเสนอแนะในการศึกษาคร้ังต่อไป 1. ครู ผู้สอนควรมีการแจ้งผลการปฏิบัติทันที เพ่ือให้นักเรี ยนได้ตรวจสอบ ความกา้ วหนา้ ของตนเอง 2. ครูผูส้ อนสามารถนาไปเป็ นแนวทางในการสร้างนวตั กรรมในบทเรียนอื่น ๆ เช่น แบบเรียนมลั ติมิเดีย เป็นตน้

141 ภาคผนวก ก รายนามผู้เช่ียวชาญตรวจสอบเครื่องมือ

142 รายนามผ้เู ชี่ยวชาญตรวจสอบเคร่ืองมือ 1. นางสาวโยษิตา มุขแกว้ วฒุ ิการศึกษา คบ.คณิตศาสตร์ 2. นางสาวพรไพรินทร์ งาคชสาร มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อตุ รดิตถ์ ตาแหน่ง ครู 3. นางสาวจิระพนั ธุ์ ปากวิเศษ (คณิตศาสตร์) วิทยฐานะ - สถานที่โรงเรียนวดั หวา่ นบญุ วฒุ ิการศึกษา กศ.บ.คณิตศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม ตาแหน่ง ครู (คณิตศาสตร์) วทิ ยฐานะ - สถานที่โรงเรียนชุมชนวดั หตั ถสารเกษตร วฒุ ิการศึกษา วท.บ. สถิติ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ี วฒุ ิการศึกษา ศษ.ม. คณิตศาสตรศึกษา มหาวิทยาลยั รามคาแหง ตาแหน่ง ครู (คณิตศาสตร์) วิทยฐานะ – สถานท่ีโรงเรียนวดั พชื นิมิต (คาสวสั ด์ิราษฎร์บารุง)

143 ภาคผนวก ข เครื่องมือทใ่ี ช้ในการวิจัย - แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1 วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการอ่านและการเขยี นทศนิยมไม่เกินสามตาแหน่ง ของนกั เรียน ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2 วชิ าคณิตศาสตร์ เรื่องหลกั และคา่ ประจาหลกั ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 โดย ใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3 วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการเขยี นทศนิยมในรูปกระจาย ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4 วชิ าคณิตศาสตร์ เรื่องการเปรียบเทียบ และการเรียงลาดบั ทศนิยม ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 5 วชิ าคณิตศาสตร์ เรื่องการเขียนทศนิยมในรูปเศษส่วนและการเขยี นเศษส่วนในรูป ทศนิยม ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 6 วชิ าคณิตศาสตร์ เร่ืองการบวกและลบทศนิยมไมเ่ กินสามตาแหน่ง ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 7 วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณและหารที่มีผลลพั ธเ์ ป็นทศนิยมไมเ่ กินสามตาแหน่ง ของ นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 8 วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการหารทศนิยมเมอื่ ตวั หารเป็นจานวนนบั หรือเป็นทศนิยมไมเ่ กิน สามตาแหน่ง ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 9 วชิ าคณิตศาสตร์ เรื่องการบวก ลบ คณู และหารทศนิยมระคน ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 10 วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องโจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยมที่มผี ลลพั ธเ์ ป็น ทศนิยมไมเ่ กินสามตาแหน่ง ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 11 วชิ าคณิตศาสตร์ เรื่องโจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยมระคน ท่ีมผี ลลพั ธ์ เป็นทศนิยมไม่เกินสามตาแหน่ง ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 12 วชิ าคณิตศาสตร์ เรื่องการสร้างโจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คูณ และหารระคนของ ทศนิยม นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - แบบฝึกทกั ษะ วชิ าคณิตศาสตร์ เร่ืองการบวก ลบ คณู และหารทศนิยม ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 โดยใช้ แบบฝึกทกั ษะ - แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนก่อนและหลงั เรียน วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวก ลบ คณู และหาร ทศนิยม ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - แบบสอบถามความพงึ พอใจของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 5 ตอ่ การเรียนโดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ

144 แผนการจดั การเรียนรู้ (แนบท้าย)

145 ภาคผนวก ค ผลการตรวจสอบคุณภาพเคร่ืองมือ - คา่ ดชั นีความสอดคลอ้ งของแผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1 วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการอ่านและการเขียนทศนิยมไมเ่ กิน สามตาแหน่ง ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - คา่ ดชั นีความสอดคลอ้ งของแผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 2 วชิ าคณิตศาสตร์ เรื่องหลกั และค่าประจาหลกั ของนกั เรียน ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - คา่ ดชั นีความสอดคลอ้ งของแผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 3 วชิ าคณิตศาสตร์ เรื่องการเขยี นทศนิยมในรูปกระจาย ของ นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - ค่าดชั นีความสอดคลอ้ งของแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 4 วชิ าคณิตศาสตร์ เรื่องการเปรียบเทียบ และการเรียงลาดบั ทศนิยม ของนกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปี ท่ี 6 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - ค่าดชั นีความสอดคลอ้ งของแผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 5 วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการเขยี นทศนิยมในรูปเศษส่วนและ การเขียนเศษส่วนในรูปทศนิยม ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - ค่าดชั นีความสอดคลอ้ งของแผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 6 วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการบวกและลบทศนิยมไมเ่ กินสาม ตาแหน่ง ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - ค่าดชั นีความสอดคลอ้ งของแผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 7 วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการคูณและหารที่มีผลลพั ธ์เป็น ทศนิยมไมเ่ กินสามตาแหน่ง ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - คา่ ดชั นีความสอดคลอ้ งของแผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 8 วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการหารทศนิยมเมื่อตวั หารเป็นจานวน นบั หรือเป็นทศนิยมไม่เกินสามตาแหน่ง ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - ค่าดชั นีความสอดคลอ้ งของแผนการจดั การเรียนรู้ที่ 9 วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ระคน ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - คา่ ดชั นีความสอดคลอ้ งของแผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 10 วชิ าคณิตศาสตร์ เรื่องโจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คูณ และ หารทศนิยมท่ีมีผลลพั ธเ์ ป็นทศนิยมไม่เกินสามตาแหน่ง ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - ค่าดชั นีความสอดคลอ้ งของแผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 11 วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องโจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คณู และ หารทศนิยมระคน ที่มีผลลพั ธ์เป็นทศนิยมไมเ่ กินสามตาแหน่ง ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 โดยใชแ้ บบฝึก ทกั ษะ - คา่ ดชั นีความสอดคลอ้ งของแผนการจดั การเรียนรู้ที่ 12 วชิ าคณิตศาสตร์ เรื่องการสร้างโจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คูณ และหารระคนของทศนิยม นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - ค่าดชั นีความสอดคลอ้ งของแบบฝึกทกั ษะ วชิ าคณิตศาสตร์ เรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของนกั เรียน ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - ค่าดชั นีความสอดคลอ้ งของแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนและหลงั เรียน วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการ บวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ - คา่ ความยากง่าย ค่าอานาจจาแนก และค่าความเช่ือมนั่ ของแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนก่อนและหลงั เรียน วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวก ลบ คณู และหารทศนิยม ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใชแ้ บบฝึก ทกั ษะ - ค่าดชั นีความสอดคลอ้ งของแบบสอบถามความพึงพอใจของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 6

146 ตาราง 6 ค่าดัชนคี วามสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1 วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการอ่านและการ เขยี นทศนิยมไม่เกินสามตาแหน่ง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใช้แบบฝึ กทักษะ ข้อ ประเดน็ ผ้เู ช่ียวชาญ ∑ ������ IO แปล (คน) C ความหมาย 1 23 1 มีความสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรู้ตามหลกั สูตร 2+1 2+1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 2 สอดคลอ้ งกบั ผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวงั +1 3+1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 3 ครอบคลมุ เน้ือหาสาระการเรียนรู้ตามหลกั สูตร 2+ 1 +1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 4 การเรียงลาดบั ของเน้ือหาสาระการเรียนรู้ 3+1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 5 เน้ือหามีความยากง่ายเหมาะสม 2+1 2+1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 6 แบบฝึกทกั ษะคณิตศาสตร์มีรูปแบบหลากหลาย 0 + 1 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 7 เหมาะสมกบั วฒุ ิภาวะและวยั ของผเู้ รียน 2+1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 8 ความเหมาะสมของภาษาท่ีใช้ +1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 9 ความเหมาะสมของเวลาที่ใช้ 2+1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 10 ภาพประกอบในเอกสารน่าสนใจ 0 + 1 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 11 คาช้ีแจงการใชแ้ บบฝึกชดั เจน สมบรู ณ์ ครบถว้ น 2+1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 12 เป็นแบบฝึกทกั ษะที่เนน้ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ 3+1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 13 กิจกรรมเป็นกลุม่ และรายบคุ คลมีความเหมาะสม 3+1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 14 แกป้ ัญหาการเรียนการสอนเรื่องบทประยกุ ตไ์ ด้ 5+1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 15 ประยกุ ตใ์ ชใ้ นกิจกรรมกลมุ่ สาระการเรียนรู้อ่นื ๆได้ 6+1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ ค่าเฉลีย่ 2.80 0.93

147 ตาราง 7 ค่าดัชนคี วามสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2 วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองหลักและค่า ประจาหลัก ของนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใช้แบบฝึ กทักษะ ข้อ ประเดน็ ผ้เู ช่ียวชาญ ∑ ������ IOC แปล (คน) ความหมาย 12 3 1 มีความสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรู้ตามหลกั สูตร +1 0 + 1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 2 สอดคลอ้ งกบั ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวงั +1 +1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 3 ครอบคลุมเน้ือหาสาระการเรียนรู้ตามหลกั สูตร +1 +1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 4 การเรียงลาดบั ของเน้ือหาสาระการเรียนรู้ +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 5 เน้ือหามคี วามยากงา่ ยเหมาะสม +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 6 แบบฝึกทกั ษะคณิตศาสตร์มีรูปแบบหลากหลาย +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 7 เหมาะสมกบั วุฒิภาวะและวยั ของผเู้ รียน +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 8 ความเหมาะสมของภาษาที่ใช้ +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 9 ความเหมาะสมของเวลาท่ีใช้ +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 10 ภาพประกอบในเอกสารน่าสนใจ +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 11 คาช้ีแจงการใชแ้ บบฝึกชดั เจน สมบูรณ์ ครบถว้ น +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 12 เป็นแบบฝึกทกั ษะที่เนน้ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 13 กิจกรรมเป็นกลุ่มและรายบุคคลมีความเหมาะสม +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 14 แกป้ ัญหาการเรียนการสอนเร่ืองบทประยกุ ตไ์ ด้ +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 15 ประยกุ ตใ์ ชใ้ นกิจกรรมกล่มุ สาระการเรียนรู้อนื่ ๆ ได้ +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ ค่าเฉลย่ี 2.87 0.96

148 ตาราง 8 ค่าดชั นีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการเขยี น ทศนิยมในรูปกระจาย ของนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใช้แบบฝึ กทักษะ ข้อ ประเดน็ ผู้เชี่ยวชาญ ∑ ������ IOC แปล (คน) ความหมาย 123 1 มีความสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรู้ตาม + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ หลกั สูตร + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 2 สอดคลอ้ งกบั ผลการเรียนรู้ทีค่ าดหวงั 3 ครอบคลุมเน้ือหาสาระการเรียนรูต้ ามหลกั สูตร + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 4 การเรียงลาดบั ของเน้ือหาสาระการเรียนรู้ 0 +1 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 5 เน้ือหามีความยากงา่ ยเหมาะสม + 1 +1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 6 แบบฝึกทกั ษะคณิตศาสตร์มีรูปแบบหลากหลาย + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 7 เหมาะสมกบั วุฒิภาวะและวยั ของผเู้ รียน 0 +1 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 8 ความเหมาะสมของภาษาที่ใช้ + 1 0 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 9 ความเหมาะสมของเวลาท่ีใช้ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 10 ภาพประกอบในเอกสารน่าสนใจ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 11 คาช้ีแจงการใชแ้ บบฝึกชดั เจน สมบูรณ์ ครบถว้ น + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 12 เป็นแบบฝึกทกั ษะท่ีเนน้ กระบวนการทาง + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ คณิตศาสตร์ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 13 กิจกรรมเป็นกลุม่ และรายบคุ คลมคี วามเหมาะสม 14 แกป้ ัญหาการเรียนการสอนเร่ืองบทประยกุ ตไ์ ด้ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 15 ประยกุ ตใ์ ชใ้ นกิจกรรมกลมุ่ สาระการเรียนรู้อ่ืนๆ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ ได้ 2.73 0.91 ค่าเฉลย่ี

149 ตาราง 9 ค่าดัชนคี วามสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการเปรียบเทียบ และการเรียงลาดับทศนิยม ของนกั เรียนชั้นประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใช้แบบฝึ กทักษะ ข้อ ประเดน็ ผู้เช่ียวชาญ ∑ ������ IO แปล (คน) C ความหมาย 1 23 1 มีความสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรู้ตามหลกั สูตร +1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 2 สอดคลอ้ งกบั ผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวงั +1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 3 ครอบคลุมเน้ือหาสาระการเรียนรูต้ ามหลกั สูตร + 1 +1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 4 การเรียงลาดบั ของเน้ือหาสาระการเรียนรู้ +1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 5 เน้ือหามคี วามยากง่ายเหมาะสม +1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 6 แบบฝึกทกั ษะคณิตศาสตร์มีรูปแบบหลากหลาย 0 + 1 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 7 เหมาะสมกบั วฒุ ิภาวะและวยั ของผเู้ รียน +1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 8 ความเหมาะสมของภาษาท่ีใช้ +1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 9 ความเหมาะสมของเวลาท่ีใช้ +1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 10 ภาพประกอบในเอกสารน่าสนใจ 0 + 1 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 11 คาช้ีแจงการใชแ้ บบฝึกชดั เจน สมบรู ณ์ ครบถว้ น +1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 12 เป็นแบบฝึกทกั ษะท่ีเนน้ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ +1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 13 กิจกรรมเป็นกลุ่มและรายบุคคลมคี วามเหมาะสม +1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 14 แกป้ ัญหาการเรียนการสอนเร่ืองบทประยกุ ตไ์ ด้ +1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 15 ประยกุ ตใ์ ชใ้ นกิจกรรมกลมุ่ สาระการเรียนรู้อืน่ ๆได้ +1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ ค่าเฉลย่ี 2.60 0.87

150 ตาราง 10 ค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 5 วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการเขยี น ทศนิยมในรูปเศษส่วนและการเขยี นเศษส่วนในรูปทศนิยม ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใช้แบบฝึ กทักษะ ข้อ ประเด็น ผู้เช่ียวชาญ ∑ ������ IOC แปล 1 มีความสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรู้ตามหลกั สูตร (คน) 2.00 0.67 ความหมาย 12 3 ใชไ้ ด้ +1 0 + 1 2 สอดคลอ้ งกบั ผลการเรียนรู้ทีค่ าดหวงั +1 +1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 3 ครอบคลุมเน้ือหาสาระการเรียนรู้ตามหลกั สูตร +1 +1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 4 การเรียงลาดบั ของเน้ือหาสาระการเรียนรู้ +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 5 เน้ือหามีความยากง่ายเหมาะสม +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 6 แบบฝึกทกั ษะคณิตศาสตร์มีรูปแบบหลากหลาย +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 7 เหมาะสมกบั วุฒิภาวะและวยั ของผเู้ รียน +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 8 ความเหมาะสมของภาษาที่ใช้ +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 9 ความเหมาะสมของเวลาที่ใช้ +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 10 ภาพประกอบในเอกสารน่าสนใจ +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 11 คาช้ีแจงการใชแ้ บบฝึกชดั เจน สมบรู ณ์ ครบถว้ น +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 12 เป็นแบบฝึกทกั ษะท่ีเนน้ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 13 กิจกรรมเป็นกลุ่มและรายบคุ คลมีความเหมาะสม +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 14 แกป้ ัญหาการเรียนการสอนเร่ืองบทประยกุ ตไ์ ด้ +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 15 ประยกุ ตใ์ ชใ้ นกิจกรรมกลุ่มสาระการเรียนรู้อนื่ ๆ ได้ +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ ค่าเฉลยี่ 2.80 0.93

151 ตาราง 11 ค่าดัชนคี วามสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการบวกและลบ ทศนิยมไม่เกินสามตาแหน่ง ของนกั เรียนชั้นประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใช้แบบฝึ กทักษะ ข้อ ประเด็น ผู้เชี่ยวชาญ ∑ ������ IOC แปล (คน) ความหมาย 123 1 มีความสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรู้ตาม + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ หลกั สูตร + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 2 สอดคลอ้ งกบั ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวงั 3 ครอบคลมุ เน้ือหาสาระการเรียนรู้ตามหลกั สูตร + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 4 การเรียงลาดบั ของเน้ือหาสาระการเรียนรู้ 0 +1 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 5 เน้ือหามคี วามยากงา่ ยเหมาะสม + 1 +1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 6 แบบฝึกทกั ษะคณิตศาสตร์มีรูปแบบหลากหลาย + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 7 เหมาะสมกบั วุฒิภาวะและวยั ของผเู้ รียน 0 +1 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 8 ความเหมาะสมของภาษาที่ใช้ + 1 0 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 9 ความเหมาะสมของเวลาท่ีใช้ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 10 ภาพประกอบในเอกสารน่าสนใจ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 11 คาช้ีแจงการใชแ้ บบฝึกชดั เจน สมบรู ณ์ ครบถว้ น + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 12 เป็นแบบฝึกทกั ษะที่เนน้ กระบวนการทาง + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ คณิตศาสตร์ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 13 กิจกรรมเป็นกลุ่มและรายบคุ คลมคี วามเหมาะสม 14 แกป้ ัญหาการเรียนการสอนเร่ืองบทประยกุ ตไ์ ด้ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 15 ประยกุ ตใ์ ชใ้ นกิจกรรมกลุ่มสาระการเรียนรู้อืน่ ๆ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ ได้ 2.73 0.91 ค่าเฉล่ีย

152 ตาราง 12 ค่าดัชนคี วามสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการคูณและหาร ท่ีมีผลลพั ธ์เป็นทศนิยมไม่เกินสามตาแหน่ง ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใช้แบบ ฝึ กทักษะ ข้อ ประเด็น ผู้เช่ียวชาญ ∑ ������ IOC แปล (คน) ความหมาย 1 23 1 มีความสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรู้ตาม +1 2+1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ หลกั สูตร +1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 2 สอดคลอ้ งกบั ผลการเรียนรู้ท่คี าดหวงั 3 ครอบคลมุ เน้ือหาสาระการเรียนรูต้ ามหลกั สูตร + 1 +1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 4 การเรียงลาดบั ของเน้ือหาสาระการเรียนรู้ +1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 5 เน้ือหามีความยากง่ายเหมาะสม +1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 6 แบบฝึกทกั ษะคณิตศาสตร์มีรูปแบบหลากหลาย 0 + 1 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 7 เหมาะสมกบั วฒุ ิภาวะและวยั ของผเู้ รียน +1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 8 ความเหมาะสมของภาษาที่ใช้ +1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 9 ความเหมาะสมของเวลาท่ีใช้ +1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 10 ภาพประกอบในเอกสารน่าสนใจ 0 + 1 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 11 คาช้ีแจงการใชแ้ บบฝึกชดั เจน สมบรู ณ์ ครบถว้ น +1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 12 เป็นแบบฝึกทกั ษะที่เนน้ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ +1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 13 กิจกรรมเป็นกลมุ่ และรายบคุ คลมคี วามเหมาะสม +1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 14 แกป้ ัญหาการเรียนการสอนเร่ืองบทประยกุ ตไ์ ด้ +1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 15 ประยกุ ตใ์ ชใ้ นกิจกรรมกลมุ่ สาระการเรียนรู้อน่ื ๆได้ +1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ ค่าเฉล่ีย 2.60 0.87

153 ตาราง 13 ค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 8 วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการหารทศนิยม เม่ือตวั หารเป็นจานวนนับหรือเป็นทศนิยมไม่เกินสามตาแหน่ง ของนกั เรียนชั้น ประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใช้แบบฝึ กทักษะ ข้อ ประเดน็ ผ้เู ช่ียวชาญ ∑ ������ IOC แปล 1 มีความสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรู้ตามหลกั สูตร (คน) 2.00 0.67 ความหมาย 12 3 ใชไ้ ด้ +1 0 + 1 2 สอดคลอ้ งกบั ผลการเรียนรู้ทคี่ าดหวงั +1 +1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 3 ครอบคลุมเน้ือหาสาระการเรียนรู้ตามหลกั สูตร +1 +1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 4 การเรียงลาดบั ของเน้ือหาสาระการเรียนรู้ +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 5 เน้ือหามีความยากงา่ ยเหมาะสม +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 6 แบบฝึกทกั ษะคณิตศาสตร์มีรูปแบบหลากหลาย +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 7 เหมาะสมกบั วุฒิภาวะและวยั ของผเู้ รียน +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 8 ความเหมาะสมของภาษาท่ีใช้ +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 9 ความเหมาะสมของเวลาท่ีใช้ +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 10 ภาพประกอบในเอกสารน่าสนใจ +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 11 คาช้ีแจงการใชแ้ บบฝึกชดั เจน สมบูรณ์ ครบถว้ น +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 12 เป็นแบบฝึกทกั ษะที่เนน้ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 13 กิจกรรมเป็นกลุ่มและรายบุคคลมีความเหมาะสม +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 14 แกป้ ัญหาการเรียนการสอนเร่ืองบทประยกุ ตไ์ ด้ +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 15 ประยกุ ตใ์ ชใ้ นกิจกรรมกลมุ่ สาระการเรียนรู้อ่ืนๆ ได้ +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ ค่าเฉล่ีย 2.80 0.93

154 ตาราง 14 ค่าดชั นีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 9 วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยมระคน ของนกั เรียนชั้นประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใช้แบบฝึ กทักษะ ผู้เชี่ยวชาญ ข้อ ประเด็น (คน) ∑ ������ IOC แปลความหมาย 123 1 มีความสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรู้ตาม + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ หลกั สูตร + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 2 สอดคลอ้ งกบั ผลการเรียนรู้ทคี่ าดหวงั 3 ครอบคลุมเน้ือหาสาระการเรียนรูต้ ามหลกั สูตร + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 4 การเรียงลาดบั ของเน้ือหาสาระการเรียนรู้ 0 +1 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 5 เน้ือหามคี วามยากงา่ ยเหมาะสม + 1 +1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 6 แบบฝึกทกั ษะคณิตศาสตร์มีรูปแบบหลากหลาย + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 7 เหมาะสมกบั วุฒิภาวะและวยั ของผเู้ รียน 0 +1 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 8 ความเหมาะสมของภาษาท่ีใช้ + 1 0 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 9 ความเหมาะสมของเวลาที่ใช้ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 10 ภาพประกอบในเอกสารน่าสนใจ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 11 คาช้ีแจงการใชแ้ บบฝึกชดั เจน สมบรู ณ์ ครบถว้ น + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 12 เป็นแบบฝึกทกั ษะที่เนน้ กระบวนการทาง + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ คณิตศาสตร์ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 13 กิจกรรมเป็นกลุ่มและรายบุคคลมีความเหมาะสม 14 แกป้ ัญหาการเรียนการสอนเรื่องบทประยกุ ตไ์ ด้ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 15 ประยกุ ตใ์ ชใ้ นกิจกรรมกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ ได้ 2.73 0.91 ค่าเฉลย่ี

155 ตาราง 15 ค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองโจทย์ปัญหา การบวก ลบ คูณ และหารทศนิยมท่ีมผี ลลพั ธ์เป็นทศนิยมไม่เกินสามตาแหน่ง ของนักเรียน ช้ันประถมศึกษาปี ที่ 6 โดยใช้แบบฝึ กทักษะ ข้อ ประเด็น ผ้เู ชี่ยวชาญ ∑ ������ IO แปล (คน) C ความหมาย 1 23 1 มีความสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรู้ตามหลกั สูตร +1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 2 สอดคลอ้ งกบั ผลการเรียนรู้ท่คี าดหวงั +1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 3 ครอบคลุมเน้ือหาสาระการเรียนรู้ตามหลกั สูตร + 1 +1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 4 การเรียงลาดบั ของเน้ือหาสาระการเรียนรู้ +1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 5 เน้ือหามคี วามยากงา่ ยเหมาะสม +1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 6 แบบฝึกทกั ษะคณิตศาสตร์มีรูปแบบหลากหลาย 0 + 1 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 7 เหมาะสมกบั วุฒิภาวะและวยั ของผเู้ รียน +1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 8 ความเหมาะสมของภาษาท่ีใช้ +1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 9 ความเหมาะสมของเวลาที่ใช้ +1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 10 ภาพประกอบในเอกสารน่าสนใจ 0 + 1 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 11 คาช้ีแจงการใชแ้ บบฝึกชดั เจน สมบูรณ์ ครบถว้ น +1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 12 เป็นแบบฝึกทกั ษะท่ีเนน้ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ +1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 13 กิจกรรมเป็นกลมุ่ และรายบุคคลมคี วามเหมาะสม +1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 14 แกป้ ัญหาการเรียนการสอนเรื่องบทประยกุ ตไ์ ด้ +1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 15 ประยกุ ตใ์ ชใ้ นกิจกรรมกลมุ่ สาระการเรียนรู้อ่นื ๆได้ +1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ ค่าเฉล่ยี 2.80 0.93

156 ตาราง 16 ค่าดชั นคี วามสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องโจทย์ปัญหา การบวก ลบ คูณ และหารทศนิยมระคน ท่ีมผี ลลพั ธ์เป็นทศนิยมไม่เกินสามตาแหน่ง ของ นกั เรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใช้แบบฝึ กทักษะ ข้อ ประเดน็ ผู้เชี่ยวชาญ ∑ ������ IOC แปล 1 มีความสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรู้ตามหลกั สูตร (คน) 2.00 0.67 ความหมาย 12 3 ใชไ้ ด้ +1 0 + 1 2 สอดคลอ้ งกบั ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวงั +1 +1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 3 ครอบคลมุ เน้ือหาสาระการเรียนรู้ตามหลกั สูตร +1 +1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 4 การเรียงลาดบั ของเน้ือหาสาระการเรียนรู้ +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 5 เน้ือหามีความยากง่ายเหมาะสม +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 6 แบบฝึกทกั ษะคณิตศาสตร์มีรูปแบบหลากหลาย +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 7 เหมาะสมกบั วฒุ ิภาวะและวยั ของผเู้ รียน +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 8 ความเหมาะสมของภาษาท่ีใช้ +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 9 ความเหมาะสมของเวลาท่ีใช้ +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 10 ภาพประกอบในเอกสารน่าสนใจ +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 11 คาช้ีแจงการใชแ้ บบฝึกชดั เจน สมบรู ณ์ ครบถว้ น +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 12 เป็นแบบฝึกทกั ษะที่เนน้ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 13 กิจกรรมเป็นกลมุ่ และรายบคุ คลมีความเหมาะสม +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 14 แกป้ ัญหาการเรียนการสอนเรื่องบทประยกุ ตไ์ ด้ +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 15 ประยกุ ตใ์ ชใ้ นกิจกรรมกล่มุ สาระการเรียนรู้อ่นื ๆ ได้ +1 +1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ ค่าเฉลยี่ 2.80 0.93

157 ตาราง 17 ค่าดชั นีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 12 วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการสร้างโจทย์ ปัญหาการบวก ลบ คูณ และหารระคนของทศนิยม นกั เรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใช้ แบบฝึ กทักษะ ข้อ ประเด็น ผู้เชี่ยวชาญ ∑ ������ IOC แปล (คน) 3.00 1.00 ความหมาย 1 มีความสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรู้ตาม หลกั สูตร 123 ใชไ้ ด้ + 1 2 +1 +1 2 สอดคลอ้ งกบั ผลการเรียนรู้ทีค่ าดหวงั + 1 3 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 3 ครอบคลมุ เน้ือหาสาระการเรียนรูต้ ามหลกั สูตร + 1 2 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 4 การเรียงลาดบั ของเน้ือหาสาระการเรียนรู้ 0 2 +1 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 5 เน้ือหามคี วามยากง่ายเหมาะสม + 1 3 +1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 6 แบบฝึกทกั ษะคณิตศาสตร์มีรูปแบบหลากหลาย + 1 2 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 7 เหมาะสมกบั วุฒิภาวะและวยั ของผเู้ รียน 0 2 +1 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 8 ความเหมาะสมของภาษาท่ีใช้ + 1 0 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 9 ความเหมาะสมของเวลาที่ใช้ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 10 ภาพประกอบในเอกสารน่าสนใจ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 11 คาช้ีแจงการใชแ้ บบฝึกชดั เจน สมบูรณ์ ครบถว้ น + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 12 เป็นแบบฝึกทกั ษะที่เนน้ กระบวนการทาง + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ คณิตศาสตร์ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 13 กิจกรรมเป็นกลุ่มและรายบุคคลมีความเหมาะสม 14 แกป้ ัญหาการเรียนการสอนเรื่องบทประยกุ ตไ์ ด้ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 15 ประยกุ ตใ์ ชใ้ นกิจกรรมกลมุ่ สาระการเรียนรู้อื่นๆ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ ได้ 2.73 0.91 ค่าเฉล่ยี

158 ตาราง 18 ค่าดชั นคี วามสอดคล้องของแบบฝึ กทักษะ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวก ลบ คูณ และหาร ทศนิยม ของนกั เรียนชั้นประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใช้แบบฝึ กทักษะ ข้อ ประเด็น ผ้เู ช่ียวชาญ ∑ ������ IOC แปล (คน) ความหมาย 1 เน้ือหาในการทาแบบฝึกทกั ษะครอบคลุมหลกั สูตร 3.00 1.00 2 เน้ือหามคี วามเหมาะสมและสอดคลอ้ งกบั 123 ใชไ้ ด้ จุดประสงคใ์ นการทาแบบฝึกทกั ษะ + 1 +1 +1 +1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 3 แบบฝึกทกั ษะมีการฝึกกระบวนการคิดและการ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ แกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร์ 4 เน้ือหาในแบบฝึกทกั ษะมคี วามสอดคลอ้ งกนั ทกุ + 1 +1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ ข้นั ตอน 0 +1 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 5 เน้ือหาในแบบฝึกทกั ษะเป็นไปตามลาดบั ข้นั ตอน เรียนรู้จากเรื่องงา่ ยไปหายาก 6 ภาษาท่ีใชใ้ นการทาแบบฝึกทกั ษะมีการใชภ้ าษาได้ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ ถูกตอ้ งชดั เจนและเขา้ ใจงา่ ย 7 แบบฝึกทกั ษะมีขนาดตวั อกั ษรและภาพประกอบที่ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ เหมาะสม 8 แบบฝึกทกั ษะมีรูปเลม่ สวยงามเหมาะสมกบั การ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ นาไปใช้ + 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 9 แบบฝึกทกั ษะสามารถนาไปใชไ้ ดอ้ ยา่ งสะดวก ประหยดั และคมุ้ คา่ 10 แบบฝึกทกั ษะเหมาะสมกบั นกั เรียน +1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ ค่าเฉล่ยี 2.87 0.96

159 ตาราง 19 ค่าดัชนีความสอดคล้องของแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน วิชา คณิตศาสตร์ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ที่ 6โดย ใช้แบบฝึ กทักษะ ข้อ รายการประเมนิ ผ้เู ชี่ยวชาญ ∑ ������ IOC แปล (คน) ความหมาย 123 1 ขอ้ สอบขอ้ ที่ 1 + 1 2+1 2+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 2 ขอ้ สอบขอ้ ท่ี 2 + 1 0 3+1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 3 ขอ้ สอบขอ้ ท่ี 3 + 1 3+1 3+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 4 ขอ้ สอบขอ้ ที่ 4 + 1 4+1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 5 ขอ้ สอบขอ้ ท่ี 5 + 1 5+1 5+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 6 ขอ้ สอบขอ้ ท่ี 6 0 6+1 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 7 ขอ้ สอบขอ้ ท่ี 7 + 1 7+1 7+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 8 ขอ้ สอบขอ้ ท่ี 8 + 1 8+1 8+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 9 ขอ้ สอบขอ้ ที่ 9 + 1 9+1 9+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 10 ขอ้ สอบขอ้ ที่ 10 + 1 +1 1+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ ค่าเฉลยี่ 2.60 0.87

160 ตาราง 20 ค่าความยากง่าย ค่าอานาจจาแนก และค่าความเช่ือมนั่ ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 โดยใช้แบบฝึ กทักษะ รายการประเมิน ค่าความยากง่าย (P) ค่าอานาจจาแนก (B) แปลคณุ ภาพข้อสอบ ขอ้ สอบขอ้ ท่ี 1 0.53 0.53 ใชไ้ ด้ ขอ้ สอบขอ้ ท่ี 2 0.60 0.67 ใชไ้ ด้ ขอ้ สอบขอ้ ท่ี 3 0.40 0.53 ใชไ้ ด้ ขอ้ สอบขอ้ ท่ี 4 0.47 0.53 ใชไ้ ด้ ขอ้ สอบขอ้ ที่ 5 0.63 0.67 ใชไ้ ด้ ขอ้ สอบขอ้ ท่ี 6 0.33 0.53 ใชไ้ ด้ ขอ้ สอบขอ้ ท่ี 7 0.43 0.60 ใชไ้ ด้ ขอ้ สอบขอ้ ท่ี 8 0.67 0.33 ใชไ้ ด้ ขอ้ สอบขอ้ ท่ี 9 0.53 0.53 ใชไ้ ด้ ขอ้ สอบขอ้ ที่ 10 0.40 0.53 ใชไ้ ด้

161 ตาราง 21 ค่าดชั นีความสอดคล้องของแบบสอบถามความพึงพอใจของนกั เรียนชั้นประถมศึกษาปี ท่ี 6 ข้อ ประเด็น ผ้เู ชี่ยวชาญ ∑ ������ IOC แปล (คน) 3.00 1.00 ความหมาย 1 วิธีการจดั การเรียนรู้ท่ีเริ่มตน้ ดว้ ยการทบทวนความรู้ คาบเรียนท่ีผา่ นมา 123 ใชไ้ ด้ + 1 1+1 1+1 2 แบบฝึกทกั ษะช่วยทาใหเ้ ขา้ ใจเน้ือหา เร่ือง การคณู มาก + 1 2+1 2+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ ข้นึ 3 การทาแบบฝึกทกั ษะประกอบการจดั การเรียนรู้ทาให้ + 1 0 3+1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ นกั เรียนแกป้ ัญหา เร่ือง การคณู ได้ 4 ในช้นั เรียนเป็นบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ + 1 4+1 4+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 5 ครูสนบั สนุนและเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนไดอ้ ภิปรายเพ่อื 0 5+1 5+1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ แลกเปล่ียนความรู้กบั เพอื่ น 6 นกั เรียนพอใจตอ่ การวดั และประเมินผล ดว้ ยวธิ ีการท่ี + 1 1+1 1+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ หลากหลาย 7 มีการวดั และประเมินผลเพอื่ ตรวจสอบความกา้ วหนา้ + 1 2+1 2+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ สม่าเสมอ 8 นกั เรียนเขา้ ใจเน้ือหาและการแกป้ ัญหา เรื่อง การคูณ ได้ + 1 3+1 3+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ ถกู ตอ้ ง 9 วิชาคณิตศาสตร์ สามารถประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั + 1 4+1 4+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ ได้ + 1 5+1 5+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 10 นกั เรียนเขา้ ใจวิชาคณิตศาสตร์มากข้นึ จากการทาแบบ ฝึกทกั ษะ ค่าเฉล่ยี 2.50 0.84

162 ภาคผนวก ง ผลการหาประสิทธิภาพของแบบฝึ กทกั ษะ - ค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) ของแบบฝึกทกั ษะ แบบรายบคุ คล (Individual Tryout) - ค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) ของแบบฝึกทกั ษะ แบบกลุม่ เลก็ (Small Group Tryout) - คา่ ประสิทธิภาพ (E1/E2) ของแบบฝึกทกั ษะ แบบภาคสนาม (Field Tryout) - คา่ ประสิทธิภาพของแบบฝึกทกั ษะ ทดลองจริงกบั นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6

163 ตาราง 22 ผลการคานวณหาประสิทธิภาพของแบบฝึ กทักษะ แบบรายบุคคล (Individual Tryout) คะแนน คะแนนแบบฝึ กทกั ษะระหว่างเรียน คะแนน สอบ สอบ คนท่ี ก่อน เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม รวม หลงั เรียน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 เรียน 10 10 10 10 10 10 10 10 10 10 10 10 10 120 10 1 3 7 7 8 7 7 7 8 8 8 8 8 8 91 8 2 5 9 8 8 9 8 9 8 8 9 9 9 8 102 9 3 4 8 8 8 8 8 7 8 8 8 8 7 8 94 9 รวม 12 24 23 24 24 23 23 24 24 25 25 24 24 287 26 E1 / E2 = 70.58 / 74.01

164 ตาราง 23 ผลการคานวณหาประสิทธิภาพของแบบฝึ กทักษะ แบบกล่มุ เลก็ (Small Group Tryout) คะแนน คะแนนแบบฝึ กทกั ษะระหว่างเรียน คะแนน สอบ สอบ คนท่ี ก่อน เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม รวม หลงั เรียน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 เรียน 10 10 10 10 10 10 10 10 10 10 10 10 10 120 10 1 7 7 8 7 7 8 8 8 7 9 8 8 8 93 9 2 1 7 7 7 7 7 7 7 7 7 6 6 6 81 7 3 6 9 9 9 9 9 9 9 9 9 9 9 8 107 9 4 2 7 7 8 7 7 7 8 8 8 8 8 8 91 7 5 5 9 8 8 9 8 9 8 8 9 9 9 8 102 9 6 2 8 8 8 8 8 7 8 8 8 8 7 8 94 7 7 3 7 7 7 7 7 7 7 7 7 7 7 7 84 7 8 3 7 7 8 7 7 7 8 8 8 8 8 8 91 8 9 5 9 8 8 9 8 9 8 8 9 9 9 8 102 9 10 4 8 8 8 8 8 7 8 8 8 8 7 8 94 9 รวม 38 78 77 78 78 77 77 79 78 82 80 78 77 939 81 E1 / E2 = 74.43 / 71.20

165 ตาราง 24 ผลการคานวณหาประสิทธิภาพของแบบฝึ กทักษะ แบบภาคสนาม (Field Tryout) คะแนน คะแนนแบบฝึ กทกั ษะระหว่างเรียน คะแนน สอบ สอบ คนท่ี ก่อน เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม รวม หลัง เรียน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 เรียน 10 10 10 10 10 10 10 10 10 10 10 10 10 120 10 1 5 9 8 8 9 8 9 8 8 9 9 9 8 102 9 2 2 8 8 8 8 8 7 8 8 8 8 7 8 94 8 3 3 7 7 7 7 7 7 7 7 7 7 7 7 84 8 4 3 7 7 8 7 7 7 8 8 8 8 8 8 91 8 5 5 9 8 8 9 8 9 8 8 9 9 9 8 102 8 6 4 8 8 8 8 8 7 8 8 8 8 7 8 94 8 7 3 7 7 7 7 7 7 7 7 7 7 7 7 84 7 8 3 7 7 8 7 7 7 8 8 8 8 8 8 91 7 9 5 9 8 8 9 8 9 8 8 9 9 9 8 102 7 10 4 8 8 8 8 8 7 8 8 8 8 7 8 94 8 11 1 7 7 7 7 7 7 7 7 7 6 6 6 81 7 12 6 9 9 9 9 9 9 9 9 9 9 9 8 107 9 13 2 7 7 8 7 7 7 8 8 8 8 8 8 91 9 14 5 9 8 8 9 8 9 8 8 9 9 9 8 102 9 15 2 8 8 8 8 8 7 8 8 8 8 7 8 94 8 16 1 7 7 7 7 7 7 7 7 7 6 6 6 81 8 17 6 9 9 9 9 9 9 9 9 9 9 9 8 107 9 18 2 7 7 8 7 7 7 8 8 8 8 8 8 91 9 19 5 9 8 8 9 8 9 8 8 9 9 9 8 102 9 20 2 8 8 8 8 8 7 8 8 8 8 7 8 94 7

166 ตาราง 24 (ต่อ) ผลการคานวณหาประสิทธิภาพของแบบฝึ กทักษะ แบบภาคสนาม (Field Tryout) คะแนน คะแนนแบบฝึ กทกั ษะระหว่างเรียน คะแนน สอบ สอบ คนที่ ก่อน เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม เล่ม รวม หลัง เรียน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 เรียน 10 10 10 10 10 10 10 10 10 10 10 10 10 120 10 21 6 9 9 9 9 9 9 9 9 9 9 9 8 107 9 22 2 7 7 8 7 7 7 8 8 8 8 8 8 91 7 23 5 9 8 8 9 8 9 8 8 9 9 9 8 102 9 24 2 8 8 8 8 8 7 8 8 8 8 7 8 94 7 25 3 7 7 7 7 7 7 7 7 7 7 7 7 84 7 26 3 7 7 8 7 7 7 8 8 8 8 8 8 91 8 27 3 7 7 7 7 7 7 7 7 7 7 7 7 84 9 28 3 7 7 8 7 7 7 8 8 8 8 8 8 91 9 29 5 9 8 8 9 8 9 8 8 9 9 9 8 102 9 30 4 8 8 8 8 8 7 8 8 8 8 7 8 94 9 รวม 105 237 230 237 237 230 230 237 237 244 242 235 232 2828 245 E1 / E2 = 80.77 / 83.68

167 ภาคผนวก จ คะแนนสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียนและหลงั เรียน