4. แบบสอบถามความพงึ พอใจของนกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ต่อการเรยี น โดยใชบ้ ทเรียนคอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดีย วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการหาค่าประมาณของ ทศนิยม แบง่ เป็น 2 ตอน ดงั นี้ ตอนท่ี 1 เป็นแบบสอบถามความพงึ พอใจของนกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ต่อการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอรม์ ัลติมีเดีย วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการหา ค่าประมาณของทศนิยม ในการศึกษาวิจัยครง้ั นีผ้ ู้วิจัยสรา้ งขึน้ ตามวิธีของลิเคอร์ (Likert) โดยใชร้ ูปแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scalc) 5 ระดบั จานวนทง้ั หมด 10 ขอ้ มีเกณฑด์ งั นี้ ความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั มากท่ีสดุ ใหค้ ะแนน 5 คะแนน ความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั มาก ใหค้ ะแนน 4 คะแนน ความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั ปานกลาง ใหค้ ะแนน 3 คะแนน ความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั พอใช้ ใหค้ ะแนน 2 คะแนน ความพงึ พอใจอย่ใู นระดบั ปรบั ปรุง ใหค้ ะแนน 1 คะแนน คา่ เฉล่ีย 4.51 – 5.00 หมายถงึ มีความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั มากท่ีสดุ คา่ เฉล่ีย 3.51 – 4.50 หมายถงึ มีความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั มาก ค่าเฉล่ีย 2.51 – 3.50 หมายถึง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับปาน กลาง
ค่าเฉล่ีย 1.51 – 2.50 หมายถงึ มีความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั พอใช้ ค่าเฉล่ีย 1.00 – 1.50 หมายถงึ มีความพงึ พอใจอย่ใู นระดบั ปรบั ปรุง ตอนท่ี 2 เป็นข้อคาถามให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับการใช้ บทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ติมีเดีย วิชาคณิตศาสตร์ เร่อื งการหาค่าประมาณของทศนิยม ของชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 โดยใหน้ กั เรยี นตอบแบบสอบถามหลงั สิน้ สดุ การเรยี น โดยใช้ บทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ตมิ ีเดีย การสร้างเคร่ืองมือทใี่ ช้ในการวจิ ัย การศึกษาวิจัยในคร้ังนี้ผู้วิจัยได้สร้างเคร่ืองมือในการวิจัย ตามขั้นตอน ดงั ต่อไปนี้ 1. แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการหาค่าประมาณของ ทศนิยม ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 5 โดยใชบ้ ทเรียนคอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดีย มี ขน้ั ตอนในการสรา้ งดงั นี้ 1.1 ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) และตัวชีว้ ัดและสาระการเรียนรูแ้ กนกลางกลุ่มสาระการ เรยี นรูค้ ณิตศาสตร์
1.2 วิเคราะหต์ วั ชีว้ ดั และสาระการเรียนรูแ้ กนกลางกล่มุ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ เพ่ือกาหนดขอบข่ายผลการเรียนรูแ้ ละกาหนดโครงสรา้ งของแผนการ จดั การเรยี นรู้ 4 ช่วั โมง ภายในระยะ 2 สปั ดาห์ 1.3 จดั ทาแผนการจดั การเรยี นรู้ วชิ าคณิตศาสตร์ เร่อื งการหาค่าประมาณ ของทศนิยม ของชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 โดยใชบ้ ทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ติมีเดีย จานวน 1 แผน เวลารวม 4 ช่วั โมง แผนการเรยี นรูป้ ระกอบดว้ ย ผลการเรยี นรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ ภาระงาน/ชิน้ งาน ส่ือการเรียนรู้ แหล่งการเรยี นรู้ การวดั และประเมินผล บนั ทึกผลหลงั การจดั การเรียนรู้ โดยในแต่ละช่วั โมงผวู้ ิจยั จดั การเรียนรู้ 5 ขน้ั ตอน ประกอบดว้ ย ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรยี น ขนั้ การจดั การเรยี นรู้ และขน้ั สรุป 1.4 นาแผนการจดั การเรียนรูท้ ่ีสรา้ งเสร็จเรียบรอ้ ยแลว้ เสนอผเู้ ช่ียวชาญ จานวน 3 ท่าน เพ่ือประเมินค่าดชั นีความสอดคลอ้ งของแผนการจดั การเรียนรูซ้ ่ึงมีค่า ความสอดคลอ้ งดงั ตอ่ ไปนี้ 1.4.1 ค่าดัชนีความสอดคลอ้ งของแผนการจัดการเรียนรูช้ ่ัวโมงท่ี 1 วิชาคณิตศาสตร์ เร่อื งการหาค่าประมาณของทศนิยม สาหรบั นกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษา ปีท่ี 5 โดยใชบ้ ทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ตมิ ีเดีย เท่ากบั 0.93 แสดงว่าบทเรยี นคอมพวิ เตอร์ มลั ติมีเดีย มีความเหมาะสมสามารถนาไปทดลองกบั ประชากรได้ 1.4.2 ค่าดชั นีความสอดคลอ้ งของแผนการจดั การเรยี นรูว้ โมงท่ี 2 วิชา คณิตศาสตร์ เร่อื งการหาค่าประมาณของทศนยิ ม สาหรบั นกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอรม์ ัลติมีเดีย เท่ากับ 0.93 แสดงว่าบทเรียนคอมพิวเตอร์ มลั ตมิ ีเดีย มีความเหมาะสมสามารถนาไปทดลองกบั ประชากรได้
1.4.3 ค่าดัชนีความสอดคลอ้ งของแผนการจัดการเรียนรู้ช่ัวโมงท่ี 3 วิชาคณิตศาสตร์ เร่อื งการหาค่าประมาณของทศนิยม สาหรบั นกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษา ปีท่ี 5 โดยใชบ้ ทเรียนคอมพิวเตอรม์ ลั ตมิ ีเดีย เท่ากบั 0.93 แสดงว่าบทเรยี นคอมพวิ เตอร์ มลั ติมีเดีย มีความเหมาะสมสามารถนาไปทดลองกบั ประชากรได้ 1.4.4 ค่าดัชนีความสอดคลอ้ งของแผนการจัดการเรียนรู้ช่ัวโมงท่ี 4 วิชาคณิตศาสตรเ์ ร่อื งการหาค่าประมาณของทศนิยมสาหรบั นกั เรยี นชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี 5 โดยใชบ้ ทเรียนคอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดีย เท่ากบั 0.93 แสดงว่าบทเรียนคอมพิวเตอร์ มลั ติมีเดีย มีความเหมาะสมสามารถนาไปทดลองกบั ประชากรได้ 1.5 ปรบั ปรุงแผนการจดั การเรยี นรูต้ ามคาแนะนาของผเู้ ช่ียวชาญ 1.6 นาแผนการจดั การเรยี นรูไ้ ปทดลองกบั นกั เรยี นประชากร 2. การสรา้ งบทเรียนคอมพิวเตอรม์ ัลติมีเดีย เร่ืองการหาค่าประมาณของ ทศนยิ ม ของนกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 จานวน 1 เร่อื ง มีขนั้ ตอนการสรา้ งดงั นี้ 2.1 ศึกษาขอ้ มูลพืน้ ฐานและวิเคราะหห์ ลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน พืน้ ฐานพทุ ธศกั ราช 2551 และหลกั สูตรสถานศึกษากล่มุ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรยี นวดั พชื นิมติ (คาสวสั ดิร์ าษฎรบ์ ารุง) 2.2 ศึกษาแนวคิดทฤษฎีงานวิจัยท่ีเก่ียวข้องกับบทเรียนคอมพิวเตอร์ มลั ตมิ ีเดีย 2.3 ศึกษารายละเอียดของเนือ้ หา เร่ืองการหาค่าประมาณของทศนิยม เพ่ือกาหนดผลการเรียนรูจ้ ุดประสงคก์ ารเรียนรู้ เรียงลาดับเนือ้ หาก่อนและหลงั และ จดั ลาดบั ขน้ั ตอนของกิจกรรมการเรยี นรู้
2.4 ดาเนนิ การสรา้ งบทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ตมิ ีเดีย วิชาคณิตศาสตร์ เร่อื ง การหาคา่ ประมาณของทศนยิ ม นกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 2.5 นาบทเรียนคอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดีย เสนอผอู้ านวยการโรงเรียนตรวจ พจิ ารณาเพ่อื รบั ขอ้ เสนอแนะและปรบั ปรุง 2.6 ปรบั ปรุงแกไ้ ขบทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ตมิ ีเดีย ตามคาแนะนาของ ผอู้ านวยการโรงเรยี น 2.7 นาบทเรียนคอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดีย ท่ีสรา้ งเสร็จเรียบรอ้ ยแลว้ เสนอ ผเู้ ช่ียวชาญจานวน 3 ท่านเพ่อื ประเมนิ ค่าดชั นีความสอดคลอ้ งของบทเรยี นคอมพวิ เตอร์ มลั ติมีเดีย ซง่ึ มีคา่ ความสอดคลอ้ งเท่ากับ 0.93 แสดงวา่ บทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ติมีเดีย มีความเหมาะสมสามารถนาไปทดลองกบั ประชากรได้ 2.8 นาบทเรียนคอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดีย มาปรบั ปรุงตามคาแนะนาและ ขอ้ เสนอแนะของผเู้ ช่ียวชาญ 2.9 นาบทเรียนคอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดีย ท่ีสรา้ งขึน้ ไปหาประสิทธิภาพ E1/ E2 กบั นกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ท่ีไมใ่ ช่ประชากรดงั นี้ 2.9.1 ขน้ั หาประสิทธิภาพแบบรายบคุ คล (Individual Tryout) ทดลอง กบั นกั เรยี นโรงเรียนวดั พืชนิมติ (คาสวสั ดิร์ าษฎรบ์ ารุง) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 จานวน 3 คนท่ีไม่ใช่ประชากรและยังไม่ไดร้ บั การฝึกดว้ ยบทเรียนคอมพิวเตอรม์ ัลติมีเดีย วิชา คณิตศาสตร์ เร่อื งการหาค่าประมาณของทศนิยม ของนกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ท่ี มีผลการเรียนระดบั เก่ง คือ มีเกรดเฉล่ีย 3.5 - 4.0 ปานกลาง คือ มีเกรดเฉล่ีย 2.0 - 3.0 และอ่อน คือ มีเกรดเฉล่ีย 1.0 - 1.5 ซ่ึงผูว้ ิจัยไดท้ ดลองใหน้ ักเรียนเรียนดว้ ยบทเรียน
คอมพิวเตอรม์ ัลติมีเดีย วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการหาค่าประมาณของทศนิยม ของ นกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6 สปั ดาหล์ ะ 3 ช่วั โมง เป็นเวลา 2 สปั ดาห์ รวม 6 ช่วั โมง โดยจัดกระบวนการเรียนรูต้ ามแผนการจัดการเรียนรู้ มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 71.93/73.33 ซ่งึ ค่าประสิทธิภาพท่ีไดต้ ่ากว่าเกณฑท์ ่ีกาหนดจึงทาใหต้ อ้ งปรบั ปรุงแกไ้ ข แลว้ นาไปทดลองกบั นกั เรยี นกลมุ่ เล็กตอ่ ไป 2.9.2 ขน้ั หาประสิทธิภาพแบบกล่มุ เลก็ ทดลองกบั นกั เรยี นโรงเรยี น วัดพืชนิมิต (คาสวัสดิ์ราษฎรบ์ ารุง) ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 จานวน 10 คน ท่ีไม่ใช่ ประชากร และยงั ไม่ไดร้ บั การฝึกดว้ ยบทเรียนคอมพวิ เตอรม์ ลั ติมีเดีย วิชาคณิตศาสตร์ เร่อื งการหาค่าประมาณของทศนิยม ของนกั เรียนชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 โดยดาเนินการ เช่นเดียวกับข้ันตอนท่ี 1 ทุกประการ มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 75.79/71.00 ซ่ึงค่า ประสิทธิภาพท่ีไดต้ ่ากว่าเกณฑท์ ่ีกาหนดจึงทาให้ตอ้ งปรบั ปรุงแกไ้ ข เนือ้ หาใหม้ ีความ เหมาะสม แลว้ นาไปทดลองกบั นกั เรยี นกลมุ่ ภาคสนามตอ่ ไป 2.9.3 ขน้ั หาประสทิ ธิภาพแบบภาคสนามทดลองกบั นกั เรยี นโรงเรียน วดั พืชนิมิต (คาสวสั ดิร์ าษฎรบ์ ารุง) ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 จานวน 30 คนมีผลการเรียน ระดับเก่ง ปานกลาง และอ่อนท่ี ไม่ใช่ประชากรและยังไม่ไดร้ บั การฝึกดว้ ยบทเรียน คอมพิวเตอรม์ ัลติมีเดีย วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการหาค่าประมาณของทศนิยม ของ นกั เรียนชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 โดยกล่มุ หาประสิทธิภาพภาคสนามมีการปรบั ปรุงตาม คาแนะนา ซ่ึงมีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 80.61/82.33 ซ่ึงค่าประสิทธิภาพท่ีไดส้ ูงกว่า เกณฑท์ ่ีกาหนด แสดงว่าบทเรียนคอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดีย มีความเหมาะสมสามารถ นาไปทดลองกบั ประชากรได้
2.10 นาบทเรียนคอมพิวเตอรม์ ัลติมีเดีย วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการหา คา่ ประมาณของทศนยิ ม ของนกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 นาไปทดลองกบั ประชากร สาหรบั ขน้ั ตอนในการการสรา้ งบทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ตมิ ีเดีย ขา้ งตน้ ดงั แสดงในภาพ ท่ี 3.2
ศกึ ษาวิเคราะหห์ ลกั สตู รการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน วเิ คราะหส์ าระและมาตรฐานการเรียนรู้ กาหนดจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ และสาระการเรียนรู้ วเิ คราะหก์ ารวดั และประเมนิ ผลตามจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ จดั ทาบทเรียนคอมพวิ เตอรม์ ลั ตมิ ีเดยี ตรวจสอบโดยผเู้ ช่ียวชาญ จานวน 3 คน ปรบั ปรุงแกไ้ ขตามขอ้ เสนอแนะ
ทดลองใช้ (Try-out) หน่งึ ตอ่ หนง่ึ กลมุ่ เล็ก สนาม (3 คน) (10 คน) (30 คน) ปรบั ปรุงแกไ้ ข เตรยี มนาไปใชง้ านจรงิ ในการทดลองเพ่ือยืนยนั ประสิทธิภาพของบทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ตมิ ีเดยี ภาพที่ 3.2 : ขน้ั ตอนการสรา้ งบทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ตมิ ีเดีย 3. การสรา้ งแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เร่อื งการ หาค่าประมาณของทศนิยม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ท่ี 5 โดยใช้บทเรียน คอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดียผวู้ ิจยั ไดส้ รา้ งแบบทดสอบจานวน 1 ชดุ มีขนั้ ตอนในการสรา้ ง ดงั นี้ 3.1 ศึกษาทฤษฎีและหลักการสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทาง การศกึ ษา 3.2 วิเคราะหม์ าตรฐานการเรยี นรูผ้ ลการเรยี นรูส้ าระการเรยี นรูแ้ ละกาหนด จุ ด ป ร ะ ส ง ค์ก า ร เ รี ย น รู ้เ พ่ื อ ส ร ้า ง แ บ บ ท ด ส อ บ วัด ผ ล สั ม ฤ ท ธิ์ ท า ง ก า ร เ รี ย น รู ้วิ ช า
คณิตศาสตร์ เร่ืองการหาค่าประมาณของทศนิยม โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ มลั ตมิ ีเดีย 3.3 สรา้ งแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง การหาค่าประมาณของทศนิยม ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 โดยใชบ้ ทเรียน คอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดียผวู้ ิจยั ไดส้ รา้ งแบบทดสอบแบบอิงเกณฑเ์ ป็นแบบทดสอบปรนยั ชนดิ 4 ปรนยั ชนดิ เลือกตอบ 4 ตวั เลือก จานวน 10 ขอ้ กาหนดเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนโดย ขอ้ ท่ีถกู ใหค้ ะแนนขอ้ ละ 1 คะแนนขอ้ ท่ีผดิ หรอื ไม่ตอบใหค้ ะแนนขอ้ ละ 0 คะแนน 3.4 นาแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นวิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการ หาค่าประมาณของทศนิยม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ท่ี 5 โดยใช้บทเรียน คอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดียท่ีสรา้ งขึน้ 1 ชุดคือแบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียนเสนอ ผเู้ ช่ียวชาญจานวน 3 ทา่ น เพ่อื หาประสิทธิภาพคา่ ดชั นีความสอดคลอ้ งแบบทดสอบ ซง่ึ มีคา่ ดชั นีความสอดคลอ้ งของแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นก่อนเรยี นและหลงั เรียนวิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการหาค่าประมาณของทศนิยม ของนักเรียนช้ัน ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 โดยใชบ้ ทเรียนคอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดีย อย่รู ะหว่าง 0.67-1.00 แสดง ว่าแบบทดสอบสอดคลอ้ งกบั วตั ถปุ ระสงค์ 3.5 ปรับปรุงแก้ไขตามคาแนะนา จากนั้นนาผลการพิจารณาของ ผเู้ ช่ียวชาญแต่ละท่านนาไปหาค่าดชั นีความสอดคลอ้ งระหว่างขอ้ สอบกบั วตั ถปุ ระสงค์ การเรียนรู้ โดยคดั เลือกขอ้ คาถามท่ีใชใ้ นการสรา้ งแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการ เรียนท่ีผูเ้ ช่ียวชาญไดพ้ ิจารณาเห็นแลว้ ว่ามีความสอดคล้องระหว่างข้อคาถามกับ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรูม้ ากกว่าหรอื เท่ากบั 0.05 ขนึ้ ไป ตามท่ี (พสิ ณุ ฟองศร.ี 2552, หนา้ 155 ) กล่าวว่าถา้ ไม่ใช่ตามเกณฑต์ อ้ งนาขอ้ คาถามไปปรบั ปรุงแกไ้ ขตามคาแนะนาของ
ผเู้ ช่ียวชาญ โดยผวู้ จิ ยั ไดค้ ดั เลือกขอ้ คาถามท่ีค่าดชั นีความสอดคลอ้ งระหวา่ งขอ้ คาถาม กบั จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรูท้ ่ีมีค่าตง้ั แต่ 0.80 - 1.00 ไปใชส้ รา้ งแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ ทางการเรยี น 3.6 นาแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นก่อนเรยี นและหลงั เรยี นวิชา คณิตศาสตร์ เร่ืองการหาค่าประมาณของทศนิยม ของนกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 5 โดยใชบ้ ทเรียนคอมพิวเตอรม์ ัลติมีเดีย ไปทดลองกับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรยี นวดั พืชนมิ ิต (คาสวสั ดิร์ าษฎรบ์ ารุง) จานวน 20 คน 3.7 นาคะแนนท่ีไดจ้ าก 3.6 มาวิเคราะหห์ าความยากง่าย (P) และค่า อานาจจาแนก (B) คดั เลือกขอ้ สอบท่ีมีความยากง่ายตง้ั แต่ 0.20 - 0.80 และมีคา่ อานาจ จาแนก 0.20 ขนึ้ ไป ผวู้ จิ ยั ไดค้ ดั เลือกขอ้ สอบตามเกณฑด์ งั กล่าวดงั นี้ 3.7.1 ค่าความยากง่าย (P) และค่าอานาจจาแนก (B) และค่าความ เช่ื อม่ ันของแบบฝึ กทักษะวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนก่ อนเรียนและหลังเรียน วิชา คณิตศาสตร์ เร่อื งการหาค่าประมาณของทศนิยม ของนกั เรียนชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ท่ี เรยี นโดยใชบ้ ทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ติมีเดีย 1. หาคา่ ความยากง่าย (P) และคา่ อานาจจาแนก (B) จานวน 10 ขอ้ ผูว้ ิจัยไดค้ ัดเลือกขอ้ สอบท่ีมีค่าอานาจจาแนกยากง่ายอยู่ในระดบั 0.33 – 0.67 และมีค่าอานาจจาแนกอย่ใู นระหว่าง 0.33 – 0.67 จานวน 10 ขอ้ ท่ีเป็นไปตามเกณฑท์ ่ี กาหนดเพ่อื นาไปทดลองกบั ประชากร 2. ค่าความเช่ือม่ัน (Reliability) ของแบบทดสอบวัดผล สมั ฤทธิ์ทางการเรยี นก่อนเรยี นและหลงั เรยี น วิชาคณิตศาสตร์ เร่อื ง การหาค่าประมาณ
ของทศนิยม ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 ท่ีเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ มลั ติมีเดียท่ีคดั เลือกไวจ้ านวน 10 ขอ้ มีค่าเท่ากับ 0.72 โดยใชส้ ตู ร RK-20 (ลว้ นสายยศ และองั คณา สายยศ, 2543: 197-198) 3.7 จดั พิมพแ์ บบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน และหลงั เรียนวิชา คณิตศาสตร์ เรอ่ื ง การหาค่าประมาณของทศนยิ ม ของนกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ท่ี เรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอรม์ ัลติมีเดีย เพ่ือนาไปทดสอบกับนักเรียนประชากร สามารถสรุปไดเ้ ป็นแผนภมู ิ ดงั แสดงในภาพท่ี 3.3 ศกึ ษาคาอธิบายรายวิชาและจดุ ประสงคข์ องการเรียนรู้
กาหนดจดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรมและวิเคราะหข์ อ้ สอบ สรา้ งแบบทดสอบตามท่ีกาหนดไวใ้ นตารางวเิ คราะหข์ อ้ สอบ ผเู้ ช่ียวชาญตรวจสอบเนือ้ หาและภาษา เหมาะสม คดั เลือกขอ้ สอบก่อนนาไปทดสอบ ไม่ เหมาะสม ปรบั ปรุง นาไปทดสอบเพ่ือหาคณุ ภาพ ขอ้ สอบ ไดต้ ามเกณฑ์ ไมไ่ ดต้ ามเกณฑ์ คดั เลือกขอ้ สอบท่ีมีคา่ p ระหวา่ ง .20 - .80 และคา่ r ตงั้ แต่ .20 ขนึ้ ไป
ปรบั ปรุง นาไปใช้ ภาพท่ี 3.3 : ขนั้ ตอนการสรา้ งแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น 4. การสรา้ งแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 ต่อการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอรม์ ัลติมีเดีย วิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง การหา ค่าประมาณของทศนิยม มีขนั้ ตอนในการสรา้ งดงั นี้ 4.1 ศึกษาทฤษฎี หลักการ แนวคิด และเอกสาร งานวิจยั ท่ีเก่ียวขอ้ งกับ วธิ ีการสรา้ งแบบสอบถามความพงึ พอใจของนกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ตอ่ การเรยี น โดยใชบ้ ทเรียนคอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดีย วิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง การหาค่าประมาณของ ทศนยิ ม 4.2 สรา้ งแบบสอบถามความพงึ พอใจของนกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ต่อการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอรม์ ัลติมีเดีย วิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง การหา ค่าประมาณของทศนยิ มแบง่ เป็น 2 ตอนดงั นี้ ตอนท่ี 1 เป็นแบบสอบถามความพงึ พอใจของนกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ต่อการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอรม์ ัลติมีเดีย วิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง การหา
ค่าประมาณของทศนิยม ในการศึกษาวิจัยครั้งนีผ้ ูว้ ิจัยสรา้ งขึน้ ตามวิธีของลิเคิรท์ (Likert) โดยใชร้ ูปแบบมาตราสว่ นประมาณคา่ (Rating Scale) 5 ระดบั จานวนทง้ั หมด 10 ขอ้ มีเกณฑด์ งั นี้ ความพงึ พอใจอย่ใู นระดบั มากท่ีสดุ ใหค้ ะแนน 5 คะแนน ความพงึ พอใจอย่ใู นระดบั มาก ใหค้ ะแนน 4 คะแนน ความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั ปานกลาง ใหค้ ะแนน 3 คะแนน ความพงึ พอใจในระดบั พอใช้ ใหค้ ะแนน 2 คะแนน ความพงึ พอใจอย่ใู นระดบั ตอ้ งปรบั ปรุง ใหค้ ะแนน 1 คะแนน ค่าเฉล่ีย 4.51 - 5.00 หมายถึง มีความพงึ พอใจอย่ใู นระดบั มากท่ีสดุ ค่าเฉล่ีย 3.51 - 4.50 หมายถงึ มีความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั มาก ค่าเฉล่ีย 2.51 - 3.50 หมายถึง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง คา่ เฉล่ีย 1.51 - 2.50 หมายถงึ มีความพงึ พอใจอย่ใู นระดบั พอใช้ คา่ เฉล่ีย 1.00 - 1.50 หมายถึง มีความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั ปรบั ปรุง ตอนท่ี 2 เป็นข้อคาถามให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับการใช้ บทเรยี น คอมพิวเตอรม์ ัลติมีเดีย วิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง การหาค่าประมาณของทศนิยม ของ นกั เรียนชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 โดยใหน้ กั เรียนตอบแบบสอบถามหลงั สิน้ สุดการเรียน โดยใชบ้ ทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ตมิ ีเดีย
4.3 นาแบบสอบถามความพงึ พอใจของนกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ต่อการเรยี นโดยใชบ้ ทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ติมีเดีย วิชาคณิตศาสตร์ เรอ่ื ง การหา ค่าประมาณของทศนยิ ม เสนอผเู้ ช่ียวชาญจานวน 3 ท่าน ซง่ึ มีค่าความสอดคลอ้ ง เท่ากบั 1.00 4.4 จดั พิมพแ์ บบสอบถามความพงึ พอใจของนกั เรียนชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี 5 ต่อการเรียน โดยใชบ้ ทเรียนคอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดีย วิชาคณิตศาสตร์ เร่อื ง การหา คา่ ประมาณของทศนยิ ม 4.5 นาแบบสอบถามความพึงพอใจของนกั เรียนชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 ต่อการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอรม์ ัลติมีเดีย วิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง การหา คา่ ประมาณของทศนยิ มใหน้ กั เรยี นตอบแบบสอบถามหลงั สิน้ สดุ การเรยี น การเก็บรวบรวมข้อมลู การศึกษาวิจยั ในครง้ั นีเ้ ป็นการศึกษาวิจยั เชิงก่ึงทดลอง ประชากรเป็นนกั เรียน ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนวัดพืชนิมิต (คาสวสั ดิ์ราษฎรบ์ ารุง) ปีการศึกษา 2563 จานวน 2 หอ้ งมีจานวนนกั เรียน 53 คน ซง่ึ ไดม้ าจากการส่มุ อย่างง่าย (Simple Random sampling) ผวู้ จิ ยั ไดเ้ ก็บรวบรวมขอ้ มลู ดงั นี้ 1. การพัฒนาหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอรม์ ัลติมีเดีย วิชา คณิตศาสตร์ เร่อื ง การหาค่าประมาณของทศนิยม สาหรบั นกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ผวู้ ิจยั ไดส้ รา้ งบทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ติมีเดียจานวน 1 เรอ่ื ง เร่อื ง การหาค่าประมาณ
ของทศนิยม แลว้ นาไปใหผ้ เู้ ช่ียวชาญตรวจสอบหาค่าดชั นีความสอดคลอ้ ง จากนนั้ จึง นาบทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ตมิ ีเดียไปหาประสิทธิภาพ 3 ขน้ั ตอนดงั นี้ 1.1 หาประสิทธิภาพแบบรายบุคคล (individual Tryout) การทดลองกับ นกั เรียน โรงเรียนวดั พืชนิมิต (คาสวสั ดิ์ราษฎรบ์ ารุง) ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6 จานวน 3 คนท่ีไมใ่ ช่ประชากร มีคา่ ประสิทธิภาพเท่ากบั 71.93/73.33 1.2 หาประสิทธิภาพแบบกลมุ่ เล็ก (Small Group Tryout) ทดลองกบั นกั เรยี น โรงเรียนวดั พืชนิมิต (คาสวสั ดิ์ราษฎรบ์ ารุง) ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6 จานวน 10 คน ท่ี ไมใ่ ชป่ ระชากร มีค่าประสทิ ธิภาพเทา่ กบั 75.79/71.00 1..3 หาประสทิ ธิภาพแบบภาคสนาม (Field Tryout) ทดลองกบั นกั เรยี น โรงเรียนวดั พืชนิมิต (คาสวัสดิ์ราษฎรบ์ ารุง) ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6 จานวน 30 คน ท่ี ไม่ใชป่ ระชากร มีคา่ ประสิทธิภาพเทา่ กบั 80.61/82.33 จากบทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ติมีเดีย วิชาคณิตศาสตร์ เร่อื ง การหาค่าประมาณ ของทศนิยม สาหรบั นกั เรียนชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 ท่ีผูว้ ิจัยไดส้ รา้ งขึน้ จานวน 1 เร่ือง และหาค่าประสิทธิภาพแลว้ นาไปใชท้ ดลองกับประชากรตามแผนการจดั การเรียนรู้ ตอ่ ไป 2. การพฒั นาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรอ่ื ง การหาค่าประมาณของ ทศนิยม ของนกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 โดยใชบ้ ทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ติมีเดีย การ ศึกษาวิจยั ในครง้ั นีผ้ วู้ ิจยั ใชแ้ บบแผนการทดลองแบบกล่มุ เดียว ทดสอบก่อนและหลัง (The One Group Pre-test Post-test Design) ดงั ตาราง 2 ดงั นี้
ตาราง 2 แบบแผนการทดลองแบบกลุ่มเดียว ทดสอบก่อนและหลงั (The One Group Pre-test Post-test Design) P1 X P2 (Pre-test) (Treatment) (Post-test) ทดสอบก่อนเรยี น การจดั การเรยี นรู้ ทดสอบหลงั เรยี น เม่ือ P1 หมายถงึ การทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นก่อนเรยี น X หมายถึง การจดั การเรยี นรูโ้ ดยใชบ้ ทเรยี นคอมพวิ เตอร์ มลั ตมิ ีเดียเร่อื งการหาคา่ ประมาณของทศนยิ ม P2 หมายถึง การทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นหลงั เรยี น และสอบถามความพงึ พอใจ การศึกษาวิจัยในครงั้ นี้ ผูว้ ิจัยไดด้ าเนินการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชา คณิตศาสตร์ เร่ือง การหาค่าประมาณของทศนิยม ของนกั เรียนชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 โดยใชบ้ ทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ติมีเดีย ดาเนนิ การตามขนั้ ตอนดงั นี้
2.1 ทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน วิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง การหาค่าประมาณของทศนิยม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 ท่ีเรียนโดยใช้ บทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ตมิ ีเดีย ท่ีสรา้ งขนึ้ จานวน 10 ขอ้ ใชเ้ วลา 30 นาที 2.2 จดั การเรยี นรูต้ ามแผนการจดั การเรียนรู้ วิชาคณิตศาสตร์ เร่อื ง การหา คา่ ประมาณของทศนยิ ม โดยใชบ้ ทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ตมิ ีเดีย จานวน 1 แผน 4 ช่วั โมง 1 สปั ดาห์ 2.3 ทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนหลงั เรียนวิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง การหาค่าประมาณของทศนิยม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 ท่ีเรียนโดยใช้ บทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ติมีเดีย ท่ีสรา้ งขนึ้ จานวน 10 ขอ้ ใชเ้ วลา 30 นาที 3. การศกึ ษาความพงึ พอใจของนกั เรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ต่อการเรยี นโดย ใช้บทเรียนคอมพิวเตอรม์ ัลติมีเดีย วิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง การหาค่าประมาณของ ทศนิยม ผวู้ ิจยั ไดส้ รา้ งแบบสอบถามความพึงพอใจและนาไปใหผ้ เู้ ช่ียวชาญตรวจสอบ หาค่าดชั นีความสอดคลอ้ ง แบง่ เป็น 2 ขนั้ ตอนดงั นี้ ตอนท่ี 1 เป็นแบบสอบถามความพงึ พอใจของนกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ต่อการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอรม์ ัลติมีเดีย วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการหา ค่าประมาณของทศนิยมในการศึกษาวิจัยคร้ังนี้ผู้วิจัยสรา้ งขึน้ ตามวิธีของลิเคิร์ท (Likert) โดยใชร้ ูปแบบมาตราสว่ นประมาณคา่ (Rating Scale) 5 ระดบั จานวนทงั้ หมด 10 ขอ้ ตอนท่ี 2 เป็นขอ้ คาถามใหน้ กั เรยี นแสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกบั การใชบ้ ทเรยี น คอมพิวเตอรม์ ัลติมีเดีย วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการหาค่าประมาณของทศนิยม ของ นกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 หลงั จากท่ีผวู้ ิจยั ไดส้ รา้ งแบบสอบถามความพงึ พอใจและ
นาไปใหผ้ เู้ ช่ียวชาญตรวจสอบหาค่าดชั นีความสอดคลอ้ งแลว้ ผวู้ ิจยั ไดน้ าแบบทดสอบ ถามความพึงพอใจ โดยใหน้ ักเรียนตอบแบบสอบถามความพึงพอใจหลงั สิน้ สุดการ เรียนโดยใชบ้ ทเรียนคอมพวิ เตอรม์ ัลติมีเดีย วิชา คณิตศาสตร์ เร่อื ง การหาค่าประมาณ ของทศนิยม สาหรบั นกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 การวเิ คราะหข์ อ้ มูล การศึกษาวิจัยในครงั้ นีผ้ ูว้ ิจยั ไดเ้ ก็บรวบรวมคะแนนของนกั เรียนท่ีไดจ้ ากการ เรยี นโดยใชบ้ ทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ติมีเดีย วิชาคณิตศาสตร์ เร่อื ง การหาค่าประมาณ ของทศนิยม สาหรบั นกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 มาวิเคราะหข์ อ้ มลู ดงั นี้ 1. การพฒั นาหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทกั ษะวิชาคณิตศาสตร์ เร่อื ง การหา คา่ ประมาณของทศนยิ ม สาหรบั นกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ผวู้ ิจยั ไดร้ วบรวมคะแนน ของนกั เรียนท่ีไดจ้ ากการทาบทเรียนคอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดีย ระหว่างเรียน (E1) ของ นกั เรียนประชากรอย่างมาวิเคราะหข์ อ้ มลู โดยใชส้ ถิติ ค่าเฉล่ีย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และประสิทธิภาพ (E1 /E2) 2. การพฒั นาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นวิชาคณิตศาสตร์ เรอ่ื ง การหาค่าประมาณ ของทศนิยม ของนกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 5 โดยใชบ้ ทเรยี นคอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดีย ผวู้ ิจยั ไดร้ วบรวมคะแนนของนกั เรยี นท่ีไดจ้ ากการทาแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการ เรียนก่อนเรียนกับหลงั เรียน (E2) ของนกั เรียนประชากรมาทดสอบสมมติฐานของการ ศกึ ษาวิจยั โดยใชส้ ถิติ Dependent Samples t- test
3. การศกึ ษาความพงึ พอใจของนกั เรยี นชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 ต่อการเรียนโดย ใช้บทเรียนคอมพิวเตอรม์ ัลติมีเดีย วิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง การหาค่าประมาณของ ทศนิยม ผวู้ ิจยั ไดน้ าคะแนนของนกั เรยี นประชากรจากการตอบแบบสอบถามความพงึ พอใจโดยใหน้ ักเรียนตอบแบบสอบถามความพึงพอใจหลังสิน้ สุดการเรียนโดยใช้ บทเรียนคอมพวิ เตอรม์ ลั ติมีเดีย วิชาคณิตศาสตร์ เร่อื ง การหาค่าประมาณของทศนิยม สาหรบั นกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 มาวิเคราะหข์ อ้ มลู โดยใชส้ ถิติ ค่าเฉล่ีย และส่วน เบ่ียงเบนมาตรฐาน สถิติทใี่ ช้ในการวิเคราะหข์ ้อมูล 1. สถติ ิพืน้ ฐาน ได้แก่ 1.1 รอ้ ยละ (Percentage) โดยใชส้ ตู ร (บญุ ชม ศรสี ะอาด,2545, หนา้ 104) p = f 100 N เม่ือ P หมายถึง รอ้ ยละ f หมายถงึ ความถ่ีท่ีตอ้ งการแปลงใหเ้ ป็นรอ้ ยละ N หมายถึง จานวนความถ่ีทงั้ หมด 1.2 คา่ เฉล่ีย (Mean)โดยคานวณจากสตู ร = เม่ือ หมายถึง คะแนนเฉล่ีย x หมายถงึ ผลรวมคะแนนของแตล่ ะคนยกกาลงั สอง
N หมายถงึ จานวนนกั เรยี นทง้ั หมดในกล่มุ ทดลอง 1.3 สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยใชส้ ตู ร (บญุ ชม ศรี สะอาด,2545, หนา้ 106) เม่ือ σ หมายถึง ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน x2 หมายถึง ผลรวมคะแนนของแต่ละคนยกกาลงั สอง x2 หมายถงึ ผลรวมคะแนนของแตล่ ะคนทงั้ หมดยก กาลงั สอง N หมายถงึ จานวนนกั เรยี นทง้ั หมดในกล่มุ ทดลอง 2. สถิตหิ าคุณภาพของเครื่องมือทใี่ ช้ในการวิจยั ประกอบด้วย 2.1 การหาค่าความเท่ียงตรงตามเนื้อหาของแบบทดสอบแต่ละข้อ กับ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรูแ้ ละเนือ้ หา โดยใชส้ ตู ร IOC (Index of Objective Congruence) เป็น ค่าดชั นีความสอดคลอ้ งของผเู้ ช่ียวชาญทง้ั หมดตามวิธีของ โรวิเนลลี (Rovinelli) และ แฮมเบลิ ตนั (Hambleton) (สมนกึ ภทั ทยิ ธนี,2546, หนา้ 221) ดงั นี้ IOC R N เม่ือ IOC หมายถึง ดชั นีความสอดคลอ้ งระหว่างจดุ ประสงค์ กบั เนือ้ หา หรอื ระหวา่ งขอ้ สอบกบั จดุ ประสงค์
R หมายถึง ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของ ผเู้ ช่ียวชาญทงั้ หมด N หมายถงึ จานวนผเู้ ช่ียวชาญ 2.2 การหาค่าอานาจจาแนก (Discrimination) ของแบบทดสอบวัดผล สมั ฤทธิ์ทางการเรยี น โดยใชส้ ตู รของเบรนแนน (Brennan) (บญุ ชม ศรีสะอาด, 2545, หนา้ 90 ) เม่ือ B B U L n1 n2 หมายถึง ค่าอานาจจาแนก U หมายถึง จานวนผสู้ อบในกล่มุ เก่งตอบถกู L หมายถึง จานวนผสู้ อบในกล่มุ ออ่ นตอบถกู n1 หมายถึง จานวนผสู้ อบในกล่มุ เก่ง n2 หมายถงึ จานวนนกั เรยี นในกล่มุ ออ่ น 2.3 การหาค่าระดบั ความยาก (P) ของแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการ เรยี น โดยใชส้ ตู รของเบรนแนน (Brennan) (บญุ ชม ศรสี ะอาด, 2545, หนา้ 84 ) ดงั นี้ P = R N เม่ือ P หมายถึง ระดบั ความยาก R หมายถึง จานวนผตู้ อบถกู ทงั้ หมด N หมายถึง จานวนนกั เรยี นสอบทง้ั หมด
2.4 การหาค่าความเช่ือม่ัน (Reliability) ของแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์ ทางการเรียน โดยใชส้ ตู ร KR-20 (ลว้ นสายยศ และองั คณา สายยศ ,2543, หนา้ 197- 198) r SPtt= n 1 q n 1 2 t เม่ือ rtt หมายถึง คา่ ความเช่ือม่นั ของแบบทดสอบ P หมายถึง สดั สว่ นของผทู้ าไดใ้ นขอ้ หน่งึ ๆ น่นั คือ สดั ส่วนของคนทาถกู กบั คนทง้ั หมด q หมายถงึ สดั สว่ นของผทู้ าผิดในขอ้ หน่งึ ๆ หรอื คือ 1- p n หมายถงึ จานวนขอ้ สอบแบบทดสอบ S2 หมายถึง ความแปรปรวนของคะแนนทง้ั ฉบบั t 3. สถติ ทิ ใี่ ช้ทดสอบสมมตฐิ าน 3.1 การวิเคราะหป์ ระสทิ ธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 โดยใชส้ ตู ร E1 / E2 ดงั นี้ X E1 N 100 A
Y E2 N 100 B เม่ือ E1 หมายถงึ ค่าประสทิ ธิภาพของกระบวนการคิดเป็นรอ้ ยละ E2 หมายถงึ คา่ ประสิทธิภาพของผลลพั ธ์ X หมายถงึ คะแนนรวมจากการทาชดุ ฝึกทกั ษะหรอื แบบทดสอบ Y หมายถึง คะแนนรวมจากการทาแบบทดสอบหลงั เรยี น N หมายถงึ จานวนนกั เรยี นทง้ั หมดในกลมุ่ ทดลอง A หมายถึง คะแนนเต็มของชดุ ฝึกทกั ษะทกุ ชดุ รวมกนั B หมายถงึ คะแนนเตม็ ของแบบทดสอบหลงั เรยี น 3.2 ทดสอบความแตกต่างระหว่างคะแนนเฉล่ียโดยใช้สถิติ Dependent Samples t-test t D ; df = n-1 N D2 D2 N 1 เม่ือ t หมายถงึ ค่าสถิตทิ ่ีใชใ้ นการพจิ ารณาใน t – distribution
D หมายถงึ ความแตกตา่ งของคะแนนแตล่ ะคู่ N หมายถึง จานวนกล่มุ ตวั อยา่ งหรอื จานวนคะแนนแตล่ ะคู่ D หมายถึง ผลรวมทง้ั หมดของผลตา่ งของคะแนนก่อนเรยี น และหลงั เรยี น D2 หมายถึง ผลรวมของกาลงั สองของผลต่างของคะแนนก่อน เรยี นและหลงั เรยี น
บทท่ี 4 ผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล การศกึ ษาวิจยั เร่อื ง “พฒั นาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นวชิ าคณิตศาสตร์ โดยใชโ้ ดย ใชบ้ ทเรียนคอมพิวเตอรม์ ลั ตมิ ีเดีย เร่อื งการหาค่าประมาณของทศนิยม ของนกั เรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5” มีวตั ถปุ ระสงคข์ องการวิจยั เพ่ือพฒั นาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนวิชา คณิตศาสตร์ โดยใใช้บทเรียนคอมพิวเตอรม์ ัลติมีเดีย เร่ืองการหาค่าประมาณของ ทศนิยม ใหม้ ีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เพ่ือพฒั นาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา คณิตศาสตร์ โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอรม์ ัลติมีเดีย เร่ืองการหาค่าประมาณของ ทศนิยมของนกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 และเพ่อื ศกึ ษาความพงึ พอใจของนกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 5 ต่อการเรยี นโดยใชบ้ ทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ตมิ ีเดีย ผวู้ ิจยั ไดก้ าหนด สญั ลกั ษณแ์ ละนาเสนอผลการวิเคราะหข์ อ้ มลู ตามลาดบั ต่อไปนี้ สัญลักษณท์ ใี่ ช้ในการวเิ คราะหข์ อ้ มูล E1 หมายถงึ คะแนนเฉล่ียรอ้ ยละของคะแนนท่ีนกั เรยี นไดจ้ ากการทา แบบฝึกทกั ษะระหว่างเรยี นของนกั เรยี นประชากรไดร้ อ้ ยละ 80 E2 หมายถงึ คะแนนเฉล่ียรอ้ ยละของคะแนนท่ีนกั เรยี นทง้ั หมดท่ีทา แบบทดสอบแบบฝึกทกั ษะหลงั เรยี นของนกั เรยี นประชากร ไดร้ อ้ ยละ 80
µ หมายถึง คา่ เฉล่ียของแบบทดสอบและแบบสอบถาม หมายถงึ ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานของแบบทดสอบและ แบบสอบถาม คา่ สถิตกิ ารแจกแจงขอ้ มลู t หมายถึง ความนา่ จะเป็นท่ีคานวณไดจ้ ากค่าสถิติท่ีใชใ้ นการ Sig หมายถงึ ระดบั นยั สาคญั ของการทดสอบทางสถิติ ทดสอบสมมติฐาน จานวนนกั เรยี นทงั้ หมดในประชากร p หมายถงึ N หมายถึง การวเิ คราะหผ์ ลข้อมูลและแปลความหมาย การวิเคราะหผ์ ลข้อมูลและแปลความหมาย แบ่งออกเป็ น 3 ตอน คือ ตอนท่ี 1 ผลการพฒั นาบทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ตมิ ีเดีย เรอ่ื งการหาคา่ ประมาณ ของทศนยิ ม ของนกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ใหม้ ีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 ตอนท่ี 2 ผลการพฒั นาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน โดยการใชบ้ ทเรยี นคอมพวิ เตอร์ มลั ติมีเดีย เรอ่ื งการหาคา่ ประมาณของทศนยิ ม ของนกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 หลงั เรยี นสงู กวา่ ก่อนเรยี น ตอนท่ี 3 ผลการศกึ ษาความพงึ พอใจของนกั เรียนชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ต่อการ ใชบ้ ทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ตมิ ีเดีย เรอ่ื งการหาคา่ ประมาณของทศนิยม
ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ตอนที่ 1 ผลการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่องการหา ค่าประมาณของทศนิยม ของนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปี ที่ 5 ให้มี ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 ตาราง 3 การหาประสทิ ธิภาพของบทเรียนคอมพวิ เตอร์มลั ติมเี ดยี เรอื่ งการหาค่าประมาณของ ทศนยิ มสาหรบั นกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5 ขนั้ ทดลองหาประสิทธิภาพของบทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ติมีเดีย เรอ่ื งการหา คา่ ประมาณของทศนยิ มของนกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 รายบคุ คล ( 3 ) กลมุ่ เล็ก ( 10 ) ภาคสนาม ( 30 ) E1/E2 E1/E2 E1/E2 71.93/73.33 75.79/71.00 80.61/82.33 จากตาราง 3 พบว่าการหาประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดีย เร่อื ง การหาค่าประมาณของทศนิยมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 ในการทดลอง รายบุคคล เท่ากับ 71.93/73.33และกลุ่มเล็ก เท่ากับ 75.79/71.00 ซ่ึงต่ากว่าเกณฑท์ ่ี
กาหนด 80/80 ส่วนการทดลองแบบภาคสนาม เท่ากับ 80.61/82.33 ซ่ึงเป็นไปตาม เกณฑท์ ่ีกาหนด 80/80 ตอนที่ 2 ผลการพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวชิ าคณิตศาสตร์ โดย การใช้บทเรียนคอมพวิ เตอร์มัลติมีเดีย เรื่องการหาค่าประมาณของ ทศนิยมของนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปี ที่ 5 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ตาราง 4 คะแนนผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นวชิ าคณติ ศาสตร์ โดยการใชบ้ ทเรยี นคอมพวิ เตอร์ มลั ตมิ เี ดยี เรอื่ งการหาค่าประมาณของทศนยิ มของนกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5 การทดสอบ จานวนคน µ t Sig ทดสอบก่อนเรยี น 52 3.47 1.297 -23.499 .000 ทดสอบหลงั เรยี น 52 8.09 .718 *p < .05 จากตาราง 4 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ เร่อื งการหาค่าประมาณของทศนิยม ของนกั เรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 โดยใชบ้ ทเรยี น
คอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดีย ก่อนเรยี นและหลงั เรียน จานวน 52 คน วิเคราะห์ t – test แบบ Dependent พบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนมีค่าเฉล่ีย เท่ากับ 3.47 ส่วน เบ่ียงเบนมาตรฐาน เท่ากบั 1.297 ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนหลงั เรียนมีค่าเฉล่ีย เท่ากบั 8.09 สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน เท่ากบั .718 เม่ือเปรยี บเทียบคะแนนเฉล่ียก่อนเรยี นและ หลงั เรยี น พบว่าคา่ เฉล่ียหลงั เรยี นสงู กว่าก่อนเรยี นอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั .05 ซ่งึ สอดคลอ้ งกบั สมมติฐานของการวิจยั คือ ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการหาค่าประมาณของทศนิยม ของนกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 5 ท่ีเรียนโดยใช้ บทเรียนคอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดีย หลงั เรียนสงู กว่าก่อนเรียน แสดงว่านกั เรียนมีความรู้ เพม่ิ มากขนึ้ ตอนที่ 3 ผลการศกึ ษาความพึงพอใจของนักเรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 5 ต่อการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่องการหาค่าประมาณของ ทศนิยม ตาราง 5 ค่าเฉลยี่ และสว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐานของแบบสอบถามความพงึ พอใจของนกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5 มผี ลต่อการเรยี นโดยใชบ้ ทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ตมิ เี ดยี เรอื่ งการหา คา่ ประมาณของทศนยิ ม
ขอ้ ความ µ แปลความหมาย มาก 1. วิธีการจดั การเรยี นรูท้ ่ีเรม่ิ ตน้ ดว้ ยการทบทวน 3.77 0.75 มาก ความรูค้ าบเรยี นท่ีผ่านมา มาก 2. บทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ตมิ ีเดีย ช่วยทาให้ 3.84 0.65 เขา้ ใจเนือ้ หา เร่อื ง การหาค่าประมาณของ มาก ทศนยิ มมากขนึ้ มาก 3. การทาบทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ตมิ ีเดีย ประกอบการจดั การเรยี นรูท้ าใหน้ กั เรยี น 3.88 0.70 แกป้ ัญหา เรอ่ื งการหาคา่ ประมาณของทศนยิ ม ได้ 4. ในชน้ั เรยี นเป็นบรรยากาศแหง่ การเรยี นรู้ 4.02 0.46 3.77 0.75 5. ครูสนบั สนนุ และเปิดโอกาสใหน้ กั เรยี นได้ อภปิ รายเพ่อื แลกเปล่ียนความรูก้ บั เพ่อื น ตาราง 5 (ตอ่ ) µ แปลความหมาย ขอ้ ความ
6. นกั เรยี นพอใจตอ่ การวดั และประเมนิ ผล 3.79 0.68 มาก ดว้ ยวธิ ีการท่ีหลากหลาย มาก มาก 7. มีการวดั และประเมนิ ผลเพ่อื ตรวจสอบ 3.84 0.65 มาก ความกา้ วหนา้ สม่าเสมอ มาก 8. นกั เรยี นเขา้ ใจเนือ้ หาและการแกป้ ัญหา เร่อื ง 3.93 0.67 การหาค่าประมาณของทศนิยม ไดถ้ กู ตอ้ ง 9. วชิ าคณิตศาสตร์ สามารถประยกุ ตใ์ ชใ้ น 3.77 0.75 ชีวิตประจาวนั ได้ 10. นกั เรยี นเขา้ ใจวชิ าคณิตศาสตรม์ ากขนึ้ จาก การใชบ้ ทเรยี นคอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดีย 4.02 0.71 รวม 3.86 0.68 มาก จากตาราง 5 พบว่า ผลการศึกษาความพงึ พอใจของนกั เรยี นชน้ั ประถมศึกษาปี ท่ี 5 ต่อการใชบ้ ทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ตมิ ีเดีย เร่อื งการหาคา่ ประมาณของทศนิยม โดย ภาพรวมนกั เรียนมีความพึงพอใจอย่ใู นระดบั มาก โดยไดค้ ะแนนเฉล่ียเท่ากบั 3.86 ส่วน เบ่ียงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.68 เม่ือพิจารณาเป็นรายขอ้ พบว่านกั เรียนมีความพึง พอใจเก่ียวกับในชั้นเรียนเป็นบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ และนักเรียนเข้าใจวิชา คณิตศาสตรม์ ากขึน้ จากการใชบ้ ทเรียนคอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดีย อยู่ในระดบั มากท่ีสดุ โดยให้คะแนนเฉล่ียเท่ากับ 4.02 ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.46 และ 0.71
รองลงมา คือ นกั เรียนเขา้ ใจเนือ้ หาและการแกป้ ัญหา เร่ือง การคูณ ไดถ้ ูกตอ้ งอย่ใู น ระดบั มาก โดยไดค้ ะแนนเฉล่ียเท่ากับ 3.93 ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานเท่ากบั 0.63 และ วิธีการจดั การเรียนรูท้ ่ีเร่ิมตน้ ดว้ ยการทบทวนความรูค้ าบเรียนท่ีผ่านมา ครูสนบั สนุน และเปิดโอกาสให้นักเรียนได้อภิปรายเพ่ือแลกเปล่ียนความรู้กับเพ่ือน และวิชา คณิตศาสตร์ สามารถประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวันได้ อยู่ในระดับปานกลาง โดยได้ คะแนนเฉล่ียต่าสดุ เทา่ กบั 3.77 ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานเท่ากบั 0.75
บทที่ 5 สรุปผลการศกึ ษา อภปิ รายผลและข้อเสนอแนะ การศึกษาวิจัยในคร้ังนี้ศึกษาเร่ือง พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา คณิตศาสตร์ โดยใชโ้ ดยใชบ้ ทเรยี นคอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดีย เร่อื งการหาค่าประมาณของ ทศนยิ ม ของนกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 โดยมีวตั ถปุ ระสงคข์ องการวจิ ยั ดงั นี้ (1) เพ่อื สรา้ งและหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพวิ เตอรม์ ลั ติมีเดีย เร่อื งการหาค่าประมาณ ของทศนิยม ใหม้ ีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 (2) เพ่อื พฒั นาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น โดยการใชบ้ ทเรียนคอมพิวเตอรม์ ัลติมีเดีย เร่ืองการหาค่าประมาณของทศนิยม ของ นกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 หลงั เรียนสงู กว่าก่อนเรยี น (3) เพ่ือศึกษาความพงึ พอใจ ของนักเรียนต่อการใช้บทเรียนคอมพิวเตอรม์ ัลติมีเดีย เร่ืองการหาค่าประมาณของ ทศนิยม ผวู้ ิจยั ใชแ้ บบแผนการทดลองแบบกล่มุ เดียว ทดสอบก่อนและหลงั (The One Group Pre-test Post-test Design) ประชากร ท่ีใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็ นนักเรียน ชั้น ประถมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนวัดพืชนิมิต (คาสวัสดิ์ราษฎรบ์ ารุง) ปีการศึกษา 2563 จานวน 2 หอ้ งเรียน 53 คน ซ่ึงไดม้ าจากการสุ่มอย่างง่าย (simple random sampling) เคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการวิจยั ไดแ้ ก่ แผนการจดั การเรียนรู้ บทเรียนคอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดีย แบบทดสอบผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น และแบบสอบถามความพงึ พอใจ วชิ าคณิตศาสตร์ เร่ืองการหาค่าประมาณของทศนิยม สาหรบั นกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 5 ท่ีผ่านการ ตรวจสอบจากผเู้ ช่ียวชาญเพ่อื หาค่าความสอดคลอ้ ง การเก็บรวบรวมขอ้ มลู ผวู้ ิจยั ดาเนินการเก็บรวบรวมขอ้ มลู ดว้ ยตนเองดงั นี้
1. การพฒั นาหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพวิ เตอร์มลั ติมีเดีย เรื่องการหา ค่าประมาณของทศนิยม ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 5 มี 3 ข้นั ตอน โดยทดลองกบั นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 6 โรงเรียนวดั พืชนิมิต (คาสวสั ด์ิราษฎร์บารุง) คือ (1) หา ประสิทธิภาพแบบรายบุคคล (2) หาประสิทธิภาพแบบกลุ่มเลก็ และ(3) หาประสิทธิภาพ แบบภาคสนาม 2. การพฒั นาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน วชิ าคณิตศาสตร์ เร่ืองการค่าประมาณของ ทศนิยม ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 5 โดยใชบ้ ทเรียนคอมพิวเตอร์มลั ติมีเดีย การ ศึกษาวิจยั ในคร้ังน้ีผูว้ ิจยั ใช้แบบแผนการทดลองแบบกลุ่มเดียว ทดลองก่อนและหลงั (The One Group Pre-test Post-test Design) ให้ดาเนินตามข้นั ตอน ดงั น้ี (1) ทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียน วชิ าคณิตศาสตร์ เรื่องการหาค่าประมาณของทศนิยม (2) จดั การเรียนรู้ตามแผนการจดั การเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์เรื่องการหาค่าประมาณของ ทศนิยมโดยใชบ้ ทเรียนคอมพิวเตอร์มลั ติมีเดีย จานวน 1 แผน 4 ชวั่ โมง 1 สัปดาห์ (3) ทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิการเรียนหลงั เรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการหาค่าประมาณของ ทศนิยม 3. การศึกษาความพงึ พอใจของนกั เรียนชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ต่อการเรยี นโดย ใชบ้ ทเรียนคอมพิวเตอรม์ ัลติมีเดีย เร่ืองการหาค่าประมาณของทศนิยม ผูว้ ิจัยไดน้ า แ บ บ ส อ บ ถ า ม ค ว า ม พึ ง พ อ ใ จ ใ ห้นัก เ รี ย น ท า ห ลัง สิ ้น สุ ด ก า ร เ รี ย น โ ด ย ใ ช้ บ ท เ รี ย น คอมพวิ เตอรม์ ลั ตมิ ีเดีย วชิ าคณิตศาสตร์ เรอ่ื งการหาค่าประมาณของทศนิยม การวิเคราะหข์ อ้ มลู ผวู้ จิ ยั ไดเ้ ก็บรวบรวมขอ้ มลู ดงั นี้ 1. การพฒั นาหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดียโดยใชส้ ถิติ คา่ เฉล่ีย สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน และประสิทธิภาพ (E1/ E2)
2. การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ใช้สถิติ Dependent Sample t-test 3. การศึกษาความพงึ พอใจของนกั เรยี นชน้ั ประถมศึกษาปี ท่ี 5 ต่อการเรียนโดย ใชบ้ ทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ตมิ ีเดีย โดยใชส้ ถิติ ค่าเฉล่ีย และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน สรุปผลการศึกษาวิจยั จากการศกึ ษาวจิ ยั ครง้ั นี้ ผวู้ จิ ยั พบวา่ 1. บทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ติมีเดียวชิ าคณิตศาสตร์ เรอ่ื งการหาค่าประมาณของ ทศนิยม ของนกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 มีประสทิ ธิภาพ (E1/ E2) เทา่ กบั 81.21/80.23 ซง่ึ สงู กวา่ เกณฑท์ ่ีกาหนดไว้ 80/80 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการหาค่าประมาณของ ทศนิยมของนักเรียนชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 โดยใชบ้ ทเรียนคอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดีย มี ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นหลงั เรยี นสงู กวา่ ก่อนเรยี นอย่างมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั .05 3. ความพงึ พอใจของนกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ต่อการเรียนโดยใชบ้ ทเรยี น คอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดียวิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการหาค่าประมาณของทศนิยม มีความ พงึ พอใจอยใู่ น ระดบั มาก อภิปรายผล การศกึ ษา เรอ่ื งการพฒั นาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น วชิ าคณิตศาสตร์ เรอ่ื งการหา ค่าประมาณของทศนิยม ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 ท่ีเรียนโดยใช้บทเรียน คอมพวิ เตอรม์ ลั ติมีเดียวิชาคณิตศาสตร์ ผวู้ จิ ยั ไดน้ าผลการศกึ ษามาอภปิ รายไดด้ งั นี้
1. บทเรียนคอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดียวิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการหาค่าประมาณ ของทศนิยม ของนกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 จานวน 52 คนมีประสิทธิภาพ (E1/ E2 ) เท่ากับ 81.21/80.23 ซ่ึงสูงกว่าเกณฑท์ ่ีกาหนด 80/80 เป็นไปตามสมมติฐานท่ีตงั้ ไว้ เน่ืองจากบทเรียนคอมพิวเตอรม์ ัลติมีเดีย ไดผ้ ่านกระบวนการและข้ันตอนการสรา้ ง อย่างเป็นระบบตามขน้ั ตอนการสรา้ งบทเรียนคอมพวิ เตอรม์ ลั ติมีเดีย กล่าวคือ มีความ ม่งุ หมายในการสรา้ งท่ีแน่นอน มีการวางแผนและกาหนดจุดม่งุ หมายวิเคราะหท์ ักษะ และเนือ้ หาท่ีตอ้ งการใช้สรา้ งบทเรียนคอมพิวเตอรม์ ัลติมีเดีย กาหนดรูปแบบของ บทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ติมีเดีย เนน้ กระบวนการการแกป้ ัญหา กระตนุ้ ใหน้ กั เรยี นไดฝ้ ึก ปฏิบตั ิจริง ซ่งึ สอดคลอ้ งกบั แนวการสรา้ งบทเรียนคอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดีย ของ สวุ ิทย์ มลู คา และสนุ นั ทา สุนทรประเสรฐิ (2550, น. 62 – 64) ไดเ้ สนอแนะรูปแบบการสรา้ ง แบบฝึกทกั ษะ โดยอธิบายว่าการสรา้ งแบบฝึกทกั ษะรูปแบบก็เป็นส่ิงสาคญั ในการท่ีจะ จงู ใจใหผ้ เู้ รียนไดท้ ดลองปฏิบตั ิแบบฝึกจึงควรมีรูปแบบท่ีหลากหลาย มิใช่ใชแ้ บบเดียว จะเกิดความจาเจน่าเบ่ือหน่าย ไม่ทา้ ทายใหอ้ ยากรูอ้ ยากลองจึงขอเสนอรูปแบบท่ีเป็น หลักใหญ่ไวก้ ่อน ส่วนผูส้ รา้ งจะนาไปประยุกตใ์ ช้ ปรบั เปล่ียนรูปแบบอ่ืน ๆ ก็แลว้ แต่ เทคนิคของแต่ละคน ซ่ึงจะเรียงลาดับจากง่ายไปหายาก อีกท้ังผลการศึกษาวิจยั ยัง สอดคล้องกับ นิตยา ล่ิมสนิท (2560: บทคัดย่อ) ได้ศึกษาวิจัยเร่ือง การพัฒนาชุด กิจกรรมการเรียน การสอนมลั ติมีเดียเพ่ือพฒั นาความสามารถด้านดนตรีสากลตาม แนวคิดโคดาย สาหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปี ท่ี 3 ผลวิจัยพบว่า จากการทา แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนมีความแตกต่างกัน อย่างมีนัยสาคัญท่ีสถิติ .05 ผลจากการสอบถามความพึง พอใจต่อชุดกิจกรรมอย่ใู น ระดบั ความพอใจมากท่ีสดุ
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการหาค่าประมาณของ ทศนิยมของเรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 โดยใชบ้ ทเรยี นคอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดีย จานวน 52 คนมีผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนหลงั เรียนสงู กว่าก่อนเรียนอย่างมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ี ระดบั .05 เป็นไปตามสมมติฐานท่ีตง้ั ไวแ้ สดงใหเ้ ห็นว่าการจดั การเรยี นรูโ้ ดยใช้บทเรยี น คอมพวิ เตอรม์ ลั ตมิ ีเดียท่ีผวู้ จิ ยั ไดส้ รา้ งขนึ้ มีการเรยี งลาดบั จากเนือ้ หาจากงา่ ยไปหายาก เนน้ กระบวนการปฏิบตั ิจรงิ มีขน้ั ตอนในการแกป้ ัญหาและภาพประกอบท่ีสวยงามดงึ ดดู ความสนใจ กระตนุ้ ใหน้ กั เรยี นไดฝ้ ึกทาแบบทดสอบดว้ ยตนเอง กระตนุ้ ใหน้ กั เรยี นไดฝ้ ึก ปฏิบัติจริงและการจัดการเรียนรูท้ ่ีเปิดโอกาสให้นักเรียนมีอิสระในการเรียนรูโ้ ดยให้ ผูเ้ รียนท่ีเก่งกว่าช่วยแนะนาเพ่ือนท่ีอ่อนกว่า พรอ้ มกับการใหค้ าปรึกษาของครู การ ศึกษาวิจัยในครง้ั นีส้ ามารถพฒั นาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนใหส้ ูงขึน้ ได้ เพราะมีการตรวจสอบบทเรียนคอมพิวเตอรม์ ัลติมีเดียจากผูเ้ ช่ียวชาญก่อนท่ีจะนา บทเรียนคอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดียไปทดลอง ซ่งึ สอดคลอ้ งกบั ผลการศึกษาวิจยั ของ โชติ กา วัชรเดชโภคิน และรสริน พิมลบรรยงก์ (2559) ได้ทาการศึกษาวิจัย เพ่ือพัฒนา บทเรียนคอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดีย โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะชนิดเกม วิชาภาษาองั กฤษ เร่ือง Things Around Me สาหรบั นกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 3 เพ่ือเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรยี นระหว่างการสอนดว้ ยบทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ตมิ ีเดีย โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ ชนิดเกม กบั การสอนปกติ กล่มุ ตวั อย่างท่ีใชใ้ นการวิจยั ไดแ้ ก่ นกั เรียนชน้ั ประถมศกึ ษา ปีท่ี 3 โรงเรยี นวดั สระแกว้ สานกั งานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษานครราชสีมาเขต 1 ท่ีกาลังศึกษาในภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2558 จานวน 8 หอ้ งเรียน จานวนนักเรียน 351 คน ไดม้ าโดยการส่มุ ตวั อย่างแบบแบ่งกล่มุ จานวน 3 หอ้ งเรียน แบ่งออกเป็น กล่มุ ท่ีใชใ้ นการหาประสิทธิภาพ 1 หอ้ งเรียน จานวน 45 คน และกลุ่มท่ีใชใ้ นการทดลอง จานวน 2 หอ้ งเรียน คือ กลุ่มทดลอง จานวน 45 คน และกลุ่มควบคุม จานวน 49 คน
เคร่อื งมือท่ีใชใ้ นการวิจยั ประกอบดว้ ยบทเรยี นคอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดีย แผนการจดั การ เรยี นรู้ 70 แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น สถิติท่ีใชใ้ นการวิเคราะหข์ อ้ มลู ไดแ้ ก่ ค่าเฉล่ีย ค่าส่วน เบ่ียงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที ผลการศึกษาพบว่า ประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ มลั ติมีเดียโดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะชนิดเกม เร่ือง Things Around Me วิชาภาษาองั กฤษสาหรบั นกั เรยี น ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 มีค่า E1/E2 เทา่ กบั 76.25/77.22 สงู กว่า เกณฑท์ ่ีตง้ั ไวท้ ่ี 75/75 ผลสมั ฤทธิ์ ทางการเรยี นหลงั เรยี นของ กล่มุ ท่ีสอนโดยใชบ้ ทเรียนคอมพวิ เตอรม์ ลั ติมีเดีย โดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ ชนิดเกมสงู กว่า กลมุ่ ท่ีสอนแบบปกติ อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิตทิ ่ีระดบั .05 3. ความพึงพอใจของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 ต่อการเรียนโดยใช้ บทเรียนคอมพวิ เตอรม์ ลั ติมีเดีย วิชาคณิตศาสตร์ เร่อื งการหาค่าประมาณของทศนิยม อย่ใู นระดบั มาก ( = 3.86 , σ = 0.68 ) เน่ืองจากนกั เรียนไดเ้ รียนรูอ้ ย่างอิสระโดยมี การแลกเปล่ียนเรียนรูซ้ ่ึงกันและกัน มีการแลกเปล่ียนความคิดเห็น มีการแบ่งปัน ทรพั ยากรการเรยี นรู้ มีการใหก้ าลงั ใจซง่ึ กนั และกนั และคนเก่งช่วยเหลือคนท่ีอ่อนกว่า นอกจากนีย้ งั สอดคลอ้ งกบั งานวิจยั ของ วรลกั ษณ์ วิทวู ินิต (2559) ไดท้ าการศกึ ษาวิจยั เพ่ือสรา้ งส่ือการสอนมลั ติมีเดียเสมือนจรงิ เร่อื ง ประวตั ิศาสตรส์ ถาปัตยกรรม อยธุ ยา : กรณีศึกษาวดั พระราม เพ่ือศึกษาความเหมาะสมของส่ือการสอนจากผเู้ ช่ียวชาญและ เพ่ือศกึ ษาความพงึ พอใจในส่ือการสอนจากนกั ศึกษา การพฒั นาส่ือการสอนมลั ติมีเดีย เสมือนจริงมีขัน้ ตอนการวิจยั 6 ข้ันตอน คือ 1) ขัน้ ตอนการวิเคราะหแ์ ละออกแบบ 2) ขัน้ ตอนการจัดเตรียมขอ้ มลู ภาพ เสมือนจริง 3) ข้ันตอนในการสรา้ งระบบนาเสนอ 4) ขนั้ ตอนการสรา้ งระบบนาทางในการชมเกาะอยุธยา 5) ขั้นตอนการเผยแพร่ และ 6) ขั้นตอนการสรุปผล โดยใชโ้ ปรแกรมในการพฒั นาดังนี้ 1) โปรแกรม Easypano Tour weaver 7.50 Professional Edition 2) โปรแกรม Photoshop CS 6 3) โปรแกรม Maya และ
4) โปรแกรมDreamweaver CS6 กล่มุ เป้าหมายในงานวิจยั คือ นกั ศึกษาระดบั ปริญญา ตรี สาขาวิชาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม ในมหาวิทยาลยั ท่ัวประเทศไทย ผลการวิจัย พบว่าส่ือการสอนมัลติมีเดียเสมือนจริง เร่ืองประวัติศาสตรส์ ถาปัตยกรรมอยุธยา : กรณีศึกษาวดั พระราม ผ่านการประเมินความเหมาะสมโดยผเู้ ช่ียวชาญดา้ น เนือ้ หาได้ ประเมินความ เหมาะสมอยู่ในระดบั มาก (x = 4.42, S.D.= 0.40) และผูเ้ ช่ียวชาญดา้ น เทคนิคไดป้ ระเมินความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ( x = 3.53, S.D.= 0.46) และกลุ่ม ตวั อย่างคือ นกั ศึกษาสาขาวิชาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราช มงคลตะวนั ออก วิทยาเขตอเุ ทนถวาย ไดป้ ระเมินความพึงพอใจอย่ใู นระดบั มาก (x = 4.23, S.D.= 0.16) ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะในการนาไปใช้ 1. ควรนาเคร่ืองมือท่ีใช้ในการวิจัยไปทดลองกับกลุ่มประชากรควรมีการ วางแผนและศกึ ษาขอ้ มลู เพ่อื ตรวจสอบหาคณุ ภาพของเครอ่ื งมือ 2. การจัดกิจกรรมการเรียนรูค้ รูควรใหน้ ักเรียนทุกคนมีส่วนรว่ มในการปฏิบตั ิ กิจกรรม เพ่อื ใหน้ กั เรยี นไดพ้ ฒั นากระบวนการคดิ ไดอ้ ย่างอิสระ 3. ครูผสู้ อนจะตอ้ งศึกษาการใชบ้ ทเรียนคอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดียใหล้ ะเอียดให้ เขา้ ใจในการดาเนินกิจกรรมแต่ละขน้ั ตอนเพ่ือสรา้ งความม่นั ใจในการสอนและมีความ ถกู ตอ้ งในการปฏบิ ตั ิ
4. ครูผู้สอนจะต้องให้คาปรึกษาและศึกษาเนื้อหาในแต่ละขั้นตอน เพ่ือ ช่วยเหลือนกั เรยี นท่ีมีขอ้ สงสยั ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง 5. ครูผู้สอนควรมีการแจ้งผลการปฏิบัติทันที เพ่ือให้นักเรียนไดต้ รวจสอบ ความกา้ วหนา้ ของตนเอง 6. ครูผสู้ อนมีการเสรมิ แรงทางบวกใหแ้ ก่นกั เรยี นดว้ ยการยกย่องชมเชย และให้ ความสนใจกบั นกั เรยี นทกุ คน ซง่ึ จะส่งผลทาใหน้ กั เรยี นปฏบิ ตั ิกิจกรรมดว้ ยความตง้ั ใจ 7. ครูผสู้ อนควรเตรียมการสอนเพ่ือกระตนุ้ ใหน้ กั เรียนสนใจและเกิดแนวคิดใน การแกป้ ัญหา 8. เวลาท่ีใชใ้ นการจดั กิจกรรมการเรียนรูค้ วรยืดหย่นุ ไปตามเหตุการณเ์ ฉพาะ หนา้ ตามความเหมาะสม ข้อเสนอแนะในการศึกษาครัง้ ต่อไป 1. การทาวิจยั ครงั้ ต่อไปควรทาวิจยั เพ่ือพฒั นาบทเรยี นคอมพิวเตอรม์ ลั ติมีเดีย คณิตศาสตรใ์ นเนือ้ หาอ่ืน ๆท่ีมีปัญหาในการจดั การเรยี นรู้ 2. การทาวิจัยครง้ั ต่อไปควรทาวิจัยท่ีพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอรม์ ัลติมีเดีย คณิตศาสตรไ์ ปพรอ้ มกบั วธิ ีการสอนตา่ ง ๆ ท่ีหลากหลาย
ภาคผนวก ก รายนามผู้เช่ียวชาญตรวจสอบเครื่องมือ
รายช่ือผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเคร่ืองมือ 1. นางสาวเสาวลกั ษณ์ เกตุแกว้ วฒุ ิการศึกษา คบ. คอมพวิ เตอร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั มหาสารคาม ตาแหน่ง ครู (คอมพวิ เตอร์) วทิ ยฐานะ - โรงเรียนราชมนตรี (ปล้ืม-เช่ือมนุกลู ) 2. นายดนุพล นิโอ๊ะ วฒุ ิการศึกษา คบ. คอมพิวเตอร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั พระนครศรีอยธุ ยา ตาแหน่ง ครู (คอมพวิ เตอร์) วทิ ยฐานะ - โรงเรียนประเทียบวทิ ยาทาน 3. นางสาวสุชาดา วนั สี วฒุ ิการศึกษา คบ. คอมพิวเตอร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั พระนครศรีอยธุ ยา ตาแหน่ง ครู (คอมพิวเตอร์) วทิ ยฐานะ - โรงเรียนวดั มงคล
ตาราง 6 ค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 ชั่วโมงที่ 1 วิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง ค่าประมาณเป็ นจานวนเต็มหน่วย ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ที่ 5โดยใช้บทเรียน คอมพิวเตอร์มลั ติมเี ดยี ข้อ ประเดน็ ผู้เชี่ยวชาญ ∑ IOC แปล (คน) ความหมาย 1 มคี วามสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรู้ตามหลกั สูตร 2 สอดคลอ้ งกบั ผลการเรียนรู้ที่คาดหวงั 123 3 ครอบคลุมเน้ือหาสาระการเรียนรู้ตามหลกั สูตร 4 การเรียงลาดบั ของเน้ือหาสาระการเรียนรู้ 2+1 2 +1 2+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 5 เน้ือหามีความยากง่ายเหมาะสม 6 บทเรียนคอมพิวเตอร์มลั ติมีเดียคณิตศาสตร์มรี ูปแบบ +1 3 +1 3+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ หลากหลาย 2 1 2 +1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 7 เหมาะสมกบั วุฒิภาวะและวยั ของผเู้ รียน 8 ความเหมาะสมของภาษาที่ใช้ 3+1 3 +1 3 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 9 ความเหมาะสมของเวลาท่ีใช้ 10 ภาพประกอบในเอกสารน่าสนใจ 2+1 2 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 11 คาช้ีแจงการใชแ้ บบฝึกชดั เจน สมบูรณ์ ครบถว้ น 12 เป็นบทเรียนท่ีเนน้ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ 0 2+ 1 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 13 กิจกรรมเป็นกลุ่มและรายบุคคลมีความเหมาะสม 14 แกป้ ัญหาการเรียนการสอนเร่ืองบทประยกุ ตไ์ ด้ 2+1 3+ 1 3+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 15 ประยกุ ตใ์ ชใ้ นกิจกรรมกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆได้ +1 2+ 1 2+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 2+1 3+ 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ ค่าเฉลย่ี ใชไ้ ด้ 0 2+ 1 2+1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 2+1 + 1 1+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 3+1 + 1 0+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 4+1 1+ 1 1+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 5+1 + 1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 6+1 + 1 +1 3.00 1.00 2.80 0.93
ตาราง 7 ค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1 ช่ัวโมงท่ี 2 วิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง ค่าประมาณใกล้เคียงเป็นทศนิยม 1 ตาแหน่ง ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 5 โดยใช้ บทเรียนคอมพิวเตอร์มลั ติมเี ดีย ข้อ ประเดน็ ผ้เู ช่ียวชาญ แปล (คน) ∑ ������ IOC ความหมาย 1 มีความสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรู้ตามหลกั สูตร 2 สอดคลอ้ งกบั ผลการเรียนรู้ที่คาดหวงั 12 3 ใชไ้ ด้ 3 ครอบคลมุ เน้ือหาสาระการเรียนรูต้ ามหลกั สูตร 2+1 0 + 1 2.00 0.67 4 การเรียงลาดบั ของเน้ือหาสาระการเรียนรู้ 5 เน้ือหามคี วามยากง่ายเหมาะสม 3+1 +1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 6 บทเรียนคอมพิวเตอร์มลั ติมีเดียมีรูปแบบหลากหลาย 7 เหมาะสมกบั วฒุ ิภาวะและวยั ของผเู้ รียน 2+1 2+1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 8 ความเหมาะสมของภาษาท่ีใช้ 9 ความเหมาะสมของเวลาที่ใช้ 3+1 3+1 3 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 10 ภาพประกอบในเอกสารน่าสนใจ 11 คาช้ีแจงการใชแ้ บบฝึ กชดั เจน สมบูรณ์ ครบถว้ น 2+1 2+1 2 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 12 เป็ นบทเรียนท่ีเนน้ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ 13 กิจกรรมเป็นกล่มุ และรายบุคคลมคี วามเหมาะสม 2+1 2+1 2 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 14 แกป้ ัญหาการเรียนการสอนเรื่องบทประยกุ ตไ์ ด้ 15 ประยกุ ตใ์ ชใ้ นกิจกรรมกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืนๆ ได้ +1 3+1 3 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ ค่าเฉลย่ี 2+1 2+1 2 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 3+1 3+1 3 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 2+1 2+1 2 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 1+1 +1 1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 0+1 0+1 0 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 1+1 1+1 1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 2+1 2+1 2 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 3+1 3+1 3 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 2.80 0.93
ตาราง 8 ค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 ช่ัวโมงท่ี 3 วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ค่าประมาณเป็ นทศนิยม 2 ตาแหน่ง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ท่ี 5 โดยใช้บทเรียน คอมพิวเตอร์มลั ติมเี ดยี ข้อ ประเดน็ ผ้เู ช่ียวชาญ ∑ ������ IOC แปล (คน) ความหมาย 1 มคี วามสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรู้ตามหลกั สูตร 123 2 + 1 2 +1 2 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 2 สอดคลอ้ งกบั ผลการเรียนรู้ที่คาดหวงั 3 + 1 3 +1 3 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 3 ครอบคลุมเน้ือหาสาระการเรียนรู้ตามหลกั สูตร 2 + 1 2 +1 2 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 4 การเรียงลาดบั ของเน้ือหาสาระการเรียนรู้ 0 2 +1 2 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 5 เน้ือหามีความยากง่ายเหมาะสม 2 + 1 3 +1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 6 บทเรียนคอมพวิ เตอร์มลั ติมีเดียมีรูปแบบหลากหลาย 2 + 1 2 +1 2 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 7 เหมาะสมกบั วุฒิภาวะและวยั ของผเู้ รียน 0 2 +1 2 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 8 ความเหมาะสมของภาษาท่ีใช้ 2 + 1 0 2 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 9 ความเหมาะสมของเวลาท่ีใช้ 3 + 1 2 +1 3 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 10 ภาพประกอบในเอกสารน่าสนใจ 2 + 1 2 +1 2 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 11 คาช้ีแจงการใชแ้ บบฝึกชดั เจน สมบูรณ์ ครบถว้ น 1 + 1 3 +1 2 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 12 เป็นบทเรียนท่ีเนน้ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ 0 + 1 2 +1 3 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 13 กิจกรรมเป็นกลุ่มและรายบุคคลมคี วามเหมาะสม 1 + 1 2 +1 2 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 14 แกป้ ัญหาการเรียนการสอนเรื่องบทประยกุ ตไ์ ด้ 2 + 1 3 +1 2 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 15 ประยกุ ตใ์ ชใ้ นกิจกรรมกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืนๆ ได้ 3 + 1 2 +1 3 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ ค่าเฉลย่ี 2.73 0.91
ตาราง 9 ค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 ช่ัวโมงท่ี 4 วิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง ค่าประมาณเป็ นทศนิยม 3 ตาแหน่ง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ท่ี 5 โดยใช้บทเรียน คอมพิวเตอร์มลั ติมเี ดยี ข้อ ประเดน็ ผ้เู ชี่ยวชาญ แปล (คน) ∑ ������ IOC ความหมาย 1 มีความสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรู้ตามหลกั สูตร 2 สอดคลอ้ งกบั ผลการเรียนรู้ที่คาดหวงั 12 3 ใชไ้ ด้ 3 ครอบคลมุ เน้ือหาสาระการเรียนรู้ตามหลกั สูตร 2+1 0 + 1 2.00 0.67 4 การเรียงลาดบั ของเน้ือหาสาระการเรียนรู้ 5 เน้ือหามีความยากง่ายเหมาะสม 3+1 +1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 6 บทเรียนคอมพวิ เตอร์มลั ติมีเดียมรี ูปแบบหลากหลาย 7 เหมาะสมกบั วฒุ ิภาวะและวยั ของผเู้ รียน 2+1 2+1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 8 ความเหมาะสมของภาษาท่ีใช้ 9 ความเหมาะสมของเวลาที่ใช้ 3+1 3+1 3 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 10 ภาพประกอบในเอกสารน่าสนใจ 11 คาช้ีแจงการใชแ้ บบฝึ กชดั เจน สมบูรณ์ ครบถว้ น 2+1 2+1 2 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 12 เป็ นบทเรียนท่ีเนน้ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ 13 กิจกรรมเป็นกล่มุ และรายบุคคลมีความเหมาะสม 2+1 2+1 2 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 14 แกป้ ัญหาการเรียนการสอนเร่ืองบทประยกุ ตไ์ ด้ 15 ประยกุ ตใ์ ชใ้ นกิจกรรมกล่มุ สาระการเรียนรู้อื่นๆ ได้ +1 3+1 3 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ ค่าเฉลยี่ 2+1 2+1 2 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 3+1 3+1 3 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 2+1 2+1 2 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 1+1 +1 1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 0+1 0+1 0 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 1+1 1+1 1 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 2+1 2+1 2 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 3+1 3+1 3 + 1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 2.80 0.93
ตาราง 10 ค่าดชั นีความสอดคล้องของบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมเี ดยี วิชาคณิตศาสตร์ เร่ืองการหา ค่าประมาณของทศนิยม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ท่ี 5โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ มลั ติมเี ดีย ข้อ ประเด็น ผู้เช่ียวชาญ IOC แปล (คน) ∑ ������ ความหมาย 123 1 เน้ือหาในการทาบทเรียนคอมพิวเตอร์มลั ติมเี ดีย + 1 1 +1 +1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ ครอบคลุมหลกั สูตร 2 เน้ือหามคี วามเหมาะสมและสอดคลอ้ งกบั จุดประสงคใ์ น +1 2 +1 2+1 การทาบทเรียนคอมพิวเตอร์มลั ติมีเดีย 3 บทเรียนคอมพวิ เตอร์มลั ติมเี ดียมีการฝึกกระบวนการคิด + 1 3 +1 3+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ และการแกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร์ 4 เน้ือหาในบทเรียนคอมพวิ เตอร์มลั ติมีเดียมีความ + 1 4 +1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ สอดคลอ้ งกนั ทุกข้นั ตอน 0 5 +1 5+1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 5 เน้ือหาในบทเรียนคอมพวิ เตอร์มลั ติมีเดียเป็นไป ตามลาดบั ข้นั ตอน เรียนรู้จากเรื่องง่ายไปหายาก 6 ภาษาที่ใชใ้ นการทาบทเรียนคอมพวิ เตอร์มลั ติมีเดียมีการ + 1 6 +1 6+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ ใชภ้ าษาไดถ้ ูกตอ้ งชดั เจนและเขา้ ใจง่าย 7 บทเรียนคอมพิวเตอร์มลั ติมเี ดียมีขนาดตวั อกั ษรและ + 1 7 +1 7+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ ภาพประกอบท่ีเหมาะสม 8 บทเรียนคอมพวิ เตอร์มลั ติมเี ดียมีรูปแบบสวยงาม + 1 8 +1 8+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ เหมาะสมกบั การนาไปใช้ 9 บทเรียนคอมพิวเตอร์มลั ติมเี ดียสามารถนาไปใชไ้ ดอ้ ยา่ ง + 1 9 +1 9+1 สะดวกประหยดั และคุม้ ค่า 10 บทเรียนคอมพวิ เตอร์มลั ติมีเดียเหมาะสมกบั นกั เรียน +1 10+1 0+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ ค่าเฉลยี่ 2.80 0.93
ตาราง 11 ค่าดัชนีความสอดคล้องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนและหลังเรียน วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการหาค่าประมาณของทศนิยม ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 5 โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์มลั ติมเี ดยี ข้อ รายการประเมิน ผ้เู ชี่ยวชาญ ∑ ������ IOC แปล (คน) ความหมาย 123 1 ขอ้ สอบขอ้ ท่ี 1 + 1 2+1 2+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 2 ขอ้ สอบขอ้ ที่ 2 + 1 0 3+1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 3 ขอ้ สอบขอ้ ที่ 3 + 1 3+1 3+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 4 ขอ้ สอบขอ้ ที่ 4 + 1 4+1 0 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 5 ขอ้ สอบขอ้ ท่ี 5 + 1 5+1 5+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 6 ขอ้ สอบขอ้ ท่ี 6 0 6+1 +1 2.00 0.67 ใชไ้ ด้ 7 ขอ้ สอบขอ้ ที่ 7 + 1 7+1 7+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 8 ขอ้ สอบขอ้ ที่ 8 + 1 8+1 8+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 9 ขอ้ สอบขอ้ ท่ี 9 + 1 9+1 9+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ 10 ขอ้ สอบขอ้ ท่ี 10 + 1 +1 1+1 3.00 1.00 ใชไ้ ด้ ค่าเฉลยี่ 2.70 0.90
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125