ระดมสมอง ลองยกตวั อย่าง เพราะฝนตกหนกั น้าจงึ ทว่ ม ประโยคความเดียว คาเชื่อม ประโยคความเดยี ว เพราะ...จงึ ปธ. กริ. ขยายกริยา ปธ. กริ. ฝนตกหนกั น้าทว่ ม เปน็ ประโยคความรวม จึง เพราะ...จึง ทีม่ ีใจความ.....เ..ป..น็...เ.ห...ต..ุเ..ป..น็...ผ...ล..ก..ัน........ ดงั นัน้ ...จึง ฉะนัน้ ...จึง
ระดมสมอง ลองยกตัวอยา่ ง พแ่ี ละน้องกาลังรบั ประทานอาหาร พ่คี นโตของฉันและน้องกาลงั รบั ประทานอาหาร ประโยคความเดียวท่ซี ับซอ้ น คาเชอ่ื ม ประโยคความเดียว และ ปธ. ขยายประธาน กรยิ า กรรม ปธ. กริยา กรรม พี่คนโตของฉนั กาลงั รบั ประทานอาหาร น้องกาลังรบั ประทานอาหาร เปน็ ประโยคความรวมท่ซี ับซอ้ น ทม่ี สี ่วนประกอบเปน็ ประโยค .ค..ว..า..ม...เ.ด...ีย..ว..ท...ซี่...บั ..ซ...อ้...น.. และ ........ค...ว..า..ม...เ.ด...ยี ..ว..........
ระดมสมอง ลองยกตวั อยา่ ง แมท่ าอาหารสว่ นพอ่ ทาสวน แม่ทาอาหารและดโู ทรทัศน์ส่วนพอ่ ทาสวนและฟงั เพลง ประโยคความรวม คาเช่ือม ประโยคความรวม ส่วน กร.ิ คาเชือ่ ม กริ. กริ. คาเชื่อม กริ. แม่ทาอาหารและดโู ทรทัศน์ พอ่ ทาสวนและฟังเพลง เป็นประโยคความรวมที่ซบั ซ้อน ท่มี สี ว่ นประกอบเป็นประโยค .........ค...ว..า..ม...ร..ว..ม........... และ .........ค...ว..า..ม...ร..ว..ม...........
ระดมสมอง ลองยกตวั อย่าง นักเรียนจะอ่านหนังสือหรอื เลน่ กฬี า คาเชือ่ มประโยคความซอ้ น ชนิดคณุ านุประโยค นกั เรียนจะอ่านหนังสือทีค่ รูกาหนดใหห้ รือเล่นกีฬา “ที่ ซ่ึง อนั ผ”ู้ ประโยคความซอ้ น คาเชือ่ ม ประโยคความเดยี ว กริยา คาเชือ่ ม กรยิ า หรอื กรยิ า นกั เรยี นจะอ่านหนงั สือท่คี รกู าหนดให้ นักเรียนจะเลน่ กีฬา เปน็ ประโยคความรวมทีซ่ บั ซ้อน ทีม่ สี ว่ นประกอบเปน็ ประโยค .........ค..ว...า..ม..ซ...อ้ ..น........... และ ........ค...ว..า..ม...เ.ด...ยี ..ว..........
ระดมสมอง ลองยกตวั อย่าง เพราะฝนตกหนักนา้ จึงทว่ ม คาเช่ือมประโยคความซ้อน ชนิดวิเศษณานุประโยค เพราะฝนตกหนักจนเข่ือนพังทลายนา้ จงึ ทว่ มและทาลายบา้ นเรือน “จน เมือ่ เพือ่ ตาม ต้งั แต่” ประโยคความซอ้ น คาเชอื่ ม ประโยคความรวม กร.ิ คาเช่ือม กรยิ า เพราะ...จึง กร.ิ คาเช่ือม กร.ิ ฝนตกหนักจนเขือ่ นพงั ทลาย น้าท่วมและทาลายบา้ นเรือน เปน็ ประโยคความรวมท่ีซบั ซ้อน ท่ีมสี ว่ นประกอบเปน็ ประโยค .........ค..ว...า..ม..ซ...อ้ ..น........... และ .........ค...ว..า..ม...ร..ว..ม...........
จับฉันใสต่ ะกร้า ข้อ มสี ่วนประกอบเป็นประโยค ที่ ประโยคความรวมซับซ้อน ความเดียว ความรวม ความซอ้ น ท่ีซับซ้อน กรยิ า คาเชอ่ื ม กริ. ๑ นกกาลังขยบั ปกี โผบินข้นึ ไปบนทอ้ งฟ้าแต่ไกบ่ นิ ไม่ได้ คาเช่ือม กร.ิ กร.ิ คาเชอ่ื ม คช. กร.ิ กริยา ๒ คนทมี่ ีคุณธรรมประสบสุขส่วนคนท่ีทาชัว่ จะพบจดุ จบ ขยายประธาน กรยิ า คาเชอื่ ม กร.ิ ๓ เจนน้องสาวของนุ่นซอ้ มร้องเพลงทุกวันดังนั้นเขาจงึ ชนะโบ คาแเชอ่ืลมะไดกรร้ยิ าับรางวลั
ประโยคความรวมซบั ซอ้ นคอื อะไร ? ประโยคความรวมทมี่ ีส่วนประกอบของประโยคเปน็ ประโยค ความเดียวซับซ้อน ประโยคความรวม หรือประโยค ความซ้อน
ช่วั โมงท่ี ๓
ประโยคความซ้อนมีโครงสร้างอยา่ งไร ? ประโยคความซอ้ น ประโยคความเดยี ว คาเชือ่ ม ประโยคความเดยี ว ประโยคหลัก (อาจไมม่ กี ็ได้) ประโยคย่อย (มุขยประโยค) (อนปุ ระโยค) ประโยคที่เปน็ ใจความสาคญั ประโยคท่ีขยายความ ทต่ี ้องการสือ่ สาร ในประโยคหลกั ใหส้ มบรู ณย์ ่งิ ข้นึ
ระดมสมอง ลองยกตัวอย่าง ฉันเห็นดาราเขา้ ไปในหา้ ง ผชู้ ายที่สวมกางเกงยีนส์เปน็ นกั รอ้ ง สมชายว่ิงเรว็ มากจนเพือ่ นตามไม่ทนั
ระดมสมอง ลองยกตัวอยา่ ง ฉนั เห็นดาราเขา้ ไปในหา้ ง ประโยคหลัก คาเช่ือม ประโยคย่อย ประโยคความเดยี ว ประโยคความเดียว ปธ. กริ. - ปธ. กรยิ า ดาราเข้าไปในหา้ ง ฉนั เห็นดารา เป็นประโยคความซอ้ น ประโยคยอ่ ยทาหนา้ ท่ีแทนคานาม ชนดิ .......น..า..ม...า..น...ปุ ..ร..ะ...โ.ย..ค........... หรือคาสรรพนามในประโยคหลกั วา่ ให้
ระดมสมอง ลองยกตวั อย่าง ผชู้ ายที่สวมกางเกงยนี ส์เปน็ นักรอ้ ง ประโยคหลกั ประโยคย่อย ประโยคความเดียว คาเชอ่ื ม ประโยคความเดยี ว ปธ. กริ. ท่ี ปธ. กรยิ า ผู้ชายสวมกางเกงยีนส์ ผ้ชู ายเปน็ นกั รอ้ ง เปน็ ประโยคความซอ้ น ประโยคย่อยทาหนา้ ทข่ี ยายคานาม ชนิด.......ค...ณุ ...า..น...ุป...ร..ะ..โ..ย..ค........... หรือคาสรรพนามในประโยคหลัก ที่ ซง่ึ อัน ผู้
ระดมสมอง ลองยกตวั อย่าง สมชายวง่ิ เร็วมากจนเพอื่ นตามไมท่ นั ประโยคหลัก ประโยคยอ่ ย ประโยคความเดยี ว คาเชือ่ ม ประโยคความเดยี ว ปธ. กริ. จน ปธ. กรยิ า สมชายว่งิ เรว็ มาก เพ่ือนตามไมท่ ัน เป็นประโยคความซอ้ น ประโยคยอ่ ยทาหน้าที่ขยายคากริยา ชนิด.....ว..ิเ.ศ...ษ...ณ...า..น...ุป...ร..ะ..โ.ย..ค........ หรือคาวิเศษณ์ในประโยคหลกั จน เมอ่ื เพ่ือ กระท่ัง ต้ังแต่ ตาม เพราะ ขณะที่
ระดมสมอง ลองยกตวั อย่าง ฉันเห็นดาราเข้าไปในห้าง ฉนั เห็นดาราเขา้ ไปในห้างและเลือกซอ้ื สินค้า ประโยคหลกั คาเชอ่ื ม ประโยคยอ่ ย ประโยคความเดียว ประโยคความรวม ปธ. กร.ิ - ปธ. กริยา คาเช่ือม กรยิ า ฉันเหน็ ดารา ดาราเขา้ ไปในห้างและเลือกซ้ือสินค้า เป็นประโยคความซ้อนทีซ่ ับซอ้ น ที่มีสว่ นประกอบเปน็ ประโยค ........ค...ว..า..ม...เ.ด...ยี ..ว.......... และ .........ค...ว..า..ม...ร..ว..ม...........
ระดมสมอง ลองยกตวั อย่าง ผชู้ ายทส่ี วมกางเกงยีนส์เป็นนักร้อง ผ้ชู ายที่สวมกางเกงยีนส์เป็นนกั รอ้ งผมู้ ีชือ่ เสยี ง ประโยคหลัก คาเชื่อม ประโยคยอ่ ย ประโยคความซ้อน ประโยคความเดียว ปธ. กร.ิ คาเชอ่ื ม กริยา ท่ี ปธ. กริยา ผูช้ ายเปน็ นักร้องผ้มู ชี อ่ื เสยี ง ผู้ชายสวมกางเกงยนี ส์ เป็นประโยคความซ้อนที่ซับซ้อน ที่มสี ว่ นประกอบเป็นประโยค .........ค..ว...า..ม..ซ...อ้ ..น........... และ ........ค...ว..า..ม...เ.ด...ีย..ว..........
ระดมสมอง ลองยกตัวอย่าง สมชายวง่ิ เรว็ มากจนเพ่ือนตามไมท่ นั สมชายหวั หน้าหอ้ ง ม.๓/๑ วิ่งเร็วมากจนเพ่ือนตามไมท่ ันและถอนตวั ประโยคหลกั คาเชือ่ ม ประโยคยอ่ ย ประโยคความเดียวทีซ่ บั ซ้อน ประโยคความรวม ปธ. ขยายประธาน กริ. จน ปธ. กริยา คาเชือ่ ม กริยา สมชายหวั หน้าห้อง ม.๓/๑ ว่งิ เร็วมาก เพ่อื นตามไม่ทนั และถอนตวั เปน็ ประโยคความซ้อนทซี่ ับซอ้ น ทีม่ สี ่วนประกอบเป็นประโยค .ค..ว..า..ม...เ.ด...ยี ..ว..ท...ีซ่...บั ..ซ...้อ...น.. และ .........ค...ว..า..ม...ร..ว..ม...........
จบั ฉันใส่ตะกร้า ขอ้ มสี ว่ นประกอบเปน็ ประโยค ท่ี ประโยคความซ้อนซับซอ้ น ความเดยี ว ความรวม ความซ้อน ทซ่ี ับซ้อน คณุ แมบ่ อกน้อง นอ้ งกินขา้ วต้มหรือไมก่ ด็ ื่มนมสด ๑ คุณแมบ่ อกให้นอ้ งกินข้าวตม้ หรอื ไม่กด็ ื่มนมสด ท้ังลุงและป้าไปทางาน ฝนตกหนักจนน้าทว่ ม ๒ ทง้ั ลุงและปา้ ไปทางานในขณะทีฝ่ นตกหนักจนนา้ ทว่ ม นักเรียนกระโดดโลดเต้นดใี จ ครูบอกว่านกั เรยี นสอบผ่าน ๓ นักเรียนกระโดดโลดเต้นดีใจเม่อื ครูบอกวา่ นักเรยี นสอบผ่าน
ประโยคความซอ้ นซับซ้อนคอื อะไร ? ประโยคความซ้อนที่มีสว่ นประกอบของประโยค เปน็ ประโยคความเดยี วซบั ซ้อน ประโยคความรวม หรอื ประโยคความซอ้ น
(๑) ระดบั ภาษา วิชาภาษาไทย ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๓
ความหมายของระดับภาษา ระดับภาษา หมายถึง การใช้ถ้อยคาสานวนในภาษา โดยคานึงถึง ฐานะทางสังคม โอกาส กาลเทศะ และเน้ือเรื่อง (เช่น การเมือง ศาสนา) เพ่ือให้ การสื่อสารมปี ระสทิ ธิภาพสงู สุด ตัวอย่าง นกั เรยี นพูดกับคณุ ครูในโรงเรียน = หนูจะเรียนใหค้ ณุ ครทู ราบเร่ือง............ นกั เรียนพูดกับเพ่ือนในหอ้ งเรียน = เราจะบอกใหเ้ ธอรเู้ รอื่ ง............ คุณครูพดู กับรฐั มนตรีในหอ้ งประชุม = กระผมจะกราบเรียนใหท้ ่านทราบเร่ือง.... คุณครพู ดู กบั คณุ ครูในทป่ี ระชุม = ผมขอเรียนใหท้ ่ปี ระชมุ ทราบเร่อื ง....
ระดบั ภาษา ๕ ระดับ ระดบั พิธีการ 100% ระดับทางการ 75% ระดบั ก่ึงทางการ 50% ระดับสนทนา 25% ระดับ ต่ากวา่ 25% กนั เอง
การจาแนกระดบั ภาษา ภาษาแบบเปน็ ทางการ ภาษาแบบไมเ่ ป็นทางการ ภาษาที่ใช้อย่างเป็นทางการมีลกั ษณะเปน็ พิธกี าร ภาษาทีไ่ มเ่ ครง่ ครัดตามแบบแผน มักใชใ้ นการสอ่ื สารท่ัวไป ถูกตอ้ งตามแบบแผนของภาษาเขียน ในชีวติ ประจาวัน หรอื โอกาสท่วั ๆ ไปทไ่ี มเ่ ปน็ ทางการ ❑ ภาษาระดับพธิ ีการ ❑ ภาษาระดับก่งึ ทางการ ❑ ภาษาระดับทางการ ❑ ภาษาระดับสนทนา ❑ ภาษาระดับกนั เอง
๑) ภาษาระดบั พธิ กี าร ❑ ภาษาทสี่ มบูรณ์แบบ ❑ รูปประโยคถูกตอ้ งตามหลักไวยากรณ์ ❑ ถอ้ ยคาทใ่ี ชม้ คี วามเครง่ ครัด ประณีต และไพเราะ ❑ มีประโยคที่ซบั ซอ้ น (ข้อความขยายมาก) ❑ ผู้สง่ สารไม่มีความสมั พันธ์กับผรู้ ับสารเป็นการสว่ นตวั ❑ ใชใ้ นพธิ ีการหรอื โอกาสสาคญั ๆ เชน่ กล่าวสดดุ ี กลา่ วไว้อาลัย กลา่ วปราศรัย กล่าวสุนทรพจน์ กล่าวพธิ เี ปดิ -ปิดงาน ตา่ ง ๆ การเขียนถวายพระพร รวมท้ังวรรณกรรมชนั้ สูง
การกลา่ วเปดิ ประชมุ รัฐสภา การกล่าวอวยพร การกลา่ วรายงาน การกลา่ วต้อนรบั
(๒) ระดบั ภาษา วิชาภาษาไทย ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๓
๒) ภาษาระดบั ทางการ ❑ อาจเรยี กวา่ ภาษาราชการ หรอื ภาษาแบบแผน ❑ รูปประโยคถกู ตอ้ งตามหลกั ไวยากรณ์ ❑ ใชภ้ าษาสุภาพ เน้นความชัดเจน ตรงประเดน็ เปน็ สาคัญ ❑ ใชใ้ นการตดิ ต่อสอื่ สารระหวา่ งหนว่ ยงานราชการ หน่วยงานรฐั วสิ าหกจิ และ เอกชน ผสู้ ง่ สารอาจเป็นหนว่ ยงานหรอื บุคคล ❑ ใชใ้ นโอกาสสาคญั ท่เี ปน็ ทางการ เชน่ หนังสอื ราชการ วิทยานพิ นธ์ รายงานทาง วชิ าการ การกลา่ วปราศรัย การกลา่ วเปิดงานสาคัญ ๆ การพูดในที่ประชมุ การเขยี นเรยี งความ บทความวิชาการ และคานาหนังสือตา่ ง ๆ
การใชภ้ าษาระดับทางการ ➢ การเรียบเรยี ง จาเปน็ ต้องพถิ ีพิถันในการเรียบเรียงเกย่ี วกับลาดับหรือระเบยี บของใจความ ➢ การใชถ้ อ้ ยคา บุรุษท่ี ๑ เชน่ คาว่า “กระผม ผม ดิฉนั ข้าพเจ้า” บรุ ุษที่ ๒ เชน่ คาว่า “ท่าน ท่านทัง้ หลาย” บรุ ษุ ที่ ๓ เช่นคาว่า “ท่าน” ➢ การใช้คาสามานยนาม เชน่ คาว่า สนุ ัข งานมงคลสมรส โรงภาพยนตร์ ใบอนญุ าตขับรถยนต์ ➢ คาวิสามานยนาม เชน่ ชอ่ื โรงเรียน ชอื่ คน ช่ือหน่วยงาน ในระดบั ภาษาทางการขน้ึ ไปควรใชช้ ื่อ เตม็ แต่ในระดบั ภาษากง่ึ ทางการลงมาอาจไม่ใช้ชือ่ เต็มก็ได้ ➢ การใช้คากริยา ใชต้ า่ งกนั ในระดบั ต่าง ๆ เชน่ กริยาคาว่า “ ตาย ” ใชต้ า่ งกนั ตามฐานะบคุ คล และโอกาส คอื “ เสยี , สน้ิ ถงึ แก่กรรม , ถงึ แกอ่ นจิ กรรม , ถงึ แกอ่ สญั กรรม
การใช้ภาษาระดับทางการ (ตอ่ ) ➢ กรยิ าบางคาใช้ต่างกันระหวา่ งระดับทางการขึ้นไป กบั ระดับต่ากว่าทางการ เช่น คาวา่ “ออกลูก” กับ “คลอดลกู ” คาวา่ “ทง้ิ จดหมาย” กบั “ส่งจดหมายทางไปรษณีย์” ➢ การใช้คาวเิ ศษณ์ ระดบั ทางการขน้ึ ไปไม่นิยมใช้คาวเิ ศษณบ์ อกลักษณะและบอกปริมาณ เชน่ เปร้ยี วจด๊ี , ขมป๋ี , อว้ นฉุ , ยุ่งจงั , ย้มิ แฉง่ จะมีใช้บา้ งบางคา เช่น เป็นอนั มาก , มาก, จัด ➢ คาวา่ “ คะ , ครับ , ซิ , นะ , เถอะ ใชเ้ ฉพาะระดับไม่เปน็ ทางการ และระดบั กนั เอง ➢ การออกเสียง “อยา่ งงั้น ยงั งี้ ยงั ไง” ใชภ้ าษาพูดเฉพาะภาษาระดับกึ่งทางการลงมา ในระดบั ทางการขึ้นไปควรใช้คาให้เตม็ และออกเสียงให้ชัดเจนว่า “อย่างนัน้ อยา่ งน้ี อย่างไร” ➢ ไมใ่ ช้คาย่อ หรอื คาตัดใหส้ ้ัน เช่น สนใจ – สน / กลา่ วหา - หา ➢ ไม่ใชค้ าทบั ศพั ท์ภาษาองั กฤษ หากคาน้นั มภี าษาไทยใช้
การใชภ้ าษาระดับทางการ (ตอ่ ) ➢ ไมใ่ ช้ภาษาฟุ่มเฟอื ย คอื การใช้คาจานวนมากแต่ไดค้ วามเท่าเดมิ ) เชน่ ๑) “อุบตั ิเหตคุ รงั้ น้ันทาใหท้ ุกคนตายหมดไมม่ ีใครรอดชวี ิตเลยสักคน” ควรแก้เปน็ “อบุ ัตเิ หตุ คร้งั น้นั ทาให้ทุกคนตาย” ๒) “เขาให้ความช่วยเหลือเพอ่ื นในการทาการบ้าน” ควรแก้เปน็ “เขาช่วยเพื่อนทาการบ้าน” ๓) “ตารวจทาการจบั กุมผู้ร้าย” ควรแก้เป็น “ตารวจจับกุมผรู้ ้าย” ➢ ไมใ่ ช้ภาษากากวม คอื การใชภ้ าษาทีม่ คี วามหมายได้หลายนัย เช่น ๑) “นอ้ งไมช่ อบกนิ ขา้ วเย็น” ความหมายที่ ๑ คอื อาหารมอ้ื เยน็ และความหมายท่ี ๒ คือ ข้าวที่มีความเยน็ ๒) “ผมยุ่งมาก” ความหมายที่ ๑ คือ กริ ิยาอาการ และความหมายท่ี ๒ คอื ลักษณะเส้นผม
การใช้ภาษาระดบั ทางการ (ตอ่ ) ➢ ไม่ใช้สานวนภาษาตา่ งประเทศ คือ รูปประโยคท่ีใช้ในภาษาไทยมีประโยคขึ้นต้นด้วยกรรม และ ขึ้นต้นด้วยกริยา เชน่ ๑) สานวนภาษาต่างประเทศ : นักเรียนถูกทาโทษโดยอาจารยเ์ ฉลิม สานวนภาษาไทย : อาจารยเ์ ฉลิมทาโทษนกั เรยี น ๒) สานวนภาษาต่างประเทศ : ในความคดิ ของครหู มีวชิ าภาษาไทยเรยี นสนุกมาก สานวนภาษาไทย : ครหู มคี ิดว่าวชิ าภาษาไทยเรยี นสนุกมาก ➢ การใชค้ าอาการนาม และลักษณนาม ➢ การใชค้ าเช่ือม ➢ การวางสว่ นขยาย
๓) ภาษาระดบั ก่งึ ทางการ ❑ ภาษาทย่ี ังคงความสภุ าพแตไ่ ม่เคร่งครัดแบบภาษาทางการ ❑ อาจใชภ้ าษาระดบั สนทนามาปนอยดู่ ้วย ❑ อาจใชร้ ูปประโยคงา่ ย ๆ ไมซ่ ับซอ้ น หรอื ละบางสว่ นของ ของประโยคได้ เชน่ ประธาน กริยา ❑ ใช้ติดต่อธุรการงาน หรือสือ่ สารกบั บุคคลที่ไม่สนิทคุ้นเคย ❑ ใช้ในการส่อื สารทว่ั ไป เชน่ บทความ สารคดี เรือ่ งเล่าต่าง ๆ คอลมั น์ หรือขอ้ เขยี นตา่ ง ๆ ที่ตีพมิ พใ์ นสอ่ื มวลชน และรายงานขา่ วทง้ั ทาง โทรทศั น์ วิทยุ อนิ เทอร์เนต็ หรอื ใชใ้ นการประชุมยอ่ ย
(๓) ระดบั ภาษา วิชาภาษาไทย ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๓
๔) ภาษาระดบั สนทนา ❑ ภาษาท่ีใชพ้ ูดสนทนาในชวี ติ ประจาวัน ระหว่างบคุ คล ที่ร้จู กั สนิทสนม คุ้นเคยกัน ❑ มีรปู ประโยคไมซ่ ับซอ้ น อาจใชค้ าซา้ คาสแลง คาตัด คาตอ่ คาเฉพาะกลุม่ ปะปน แตจ่ ะไมใ่ ช้คาหยาบ ❑ ใชใ้ นการเจรจาซอ้ื ขาย การประชมุ ท่ีไม่เปน็ ทางการ ❑ มกั ใชใ้ นการพดู คยุ กัน การเขียนนวนยิ าย บทละคร การรายงานข่าว บทภาพยนตร์ การวเิ คราะห์ข่าว
๕) ภาษาระดบั กนั เอง ❑ ภาษาพดู ทใ่ี ชส้ นทนากับบคุ คลทสี่ นทิ คนุ้ เคย มกั ใช้ สถานท่ีสว่ นตัว หรือในโอกาสที่ตอ้ งการความสนกุ สนานคร้นื เครง หรือการทะเลาะวิวาท หรือเรยี กวา่ “ภาษาปาก” ❑ มรี ปู ประโยคไมเ่ ครง่ ครัด อาจมีคาตัด คาสแลง คาตา่ คาหยาบปะปน ❑ โดยท่วั ไปไม่นยิ มใชใ้ นภาษาเขยี น ยกเว้นงานเขียนประเภท เช่น เรอ่ื งสน้ั นวนยิ าย ภาษาขา่ วหนังสอื พมิ พ์ การเขยี นบทละคร ข่าวกฬี า บทล้อเลยี นเสยี ดสี จดหมายสว่ นตัว
ภาษาทีเ่ ปน็ ทางการ ภาษากงึ่ ทางการ ภาษาไมเ่ ปน็ ทางการ ขา้ พเจา้ กระผม ดฉิ ัน ผม ฉนั เรา ผม ฉัน หนู บิดา คณุ พอ่ พ่อ มารดา คุณแม่ แม่ โรงภาพยนตร์ โรงหนัง โรงหนงั ใบอนญุ าตขับรถยนต์ ใบขับข่ี ใบขบั ขี่ หนังสือรบั รอง ใบรับรอง ใบรบั รอง ดวงตราไปรษณียากร แสตมป์ แสตมป์ กรงุ เทพมหานคร กรงุ เทพ ฯ บางกอก ศีรษะ หัว กบาล ฌาปนกจิ ศพ ปลงศพ เผาศพ ประทับตรา ตีตรา ตีตรา ปม๊ั ตรา รบั ประทาน กนิ กนิ ยดั แดก ซัด
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152