คาํ ภาษาต่างประเทศ ท่ีใช้ในภาษาไทย ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษา ครูภญิ ญามาศ แสงนิยม
สาเหตุทภ่ี าษาต่างประเทศปะปนในภาษาไทย ๑. อทิ ธิพลด้านภูมิศาสตร์ มีอาณาเขตใกล้เคยี ง ตดิ ต่อกนั เช่น ภาษาเขมร ภาษาพม่า ภาษาจีน ภาษาชวา-มลายู ๒. อทิ ธิพลทางด้านการค้า เช่น ภาษาจนี ภาษาองั กฤษ ภาษาฝรั่งเศส ๓. อทิ ธิพลด้านวฒั นธรรมและศาสนา เช่นศิลปะ วรรณคดี ศาสนาพทุ ธ ๔. อทิ ธิพลด้านการศึกษา การศึกษาต่อในต่างประเทศ ๕. อทิ ธิพลด้านความเจริญทางเทคโนโลยีและการเผยแพร่ข่าวสาร
อทิ ธิพลของภาษาต่างประเทศทม่ี ตี ่อภาษาไทย ๑. ทาํ ให้คาํ ภาษาไทยมหี ลายพยางค์ ภาษาเขมร เผดจ็ เสวย กงั วล บําเพญ็ ถนน ภาษาจนี ตะหลวิ แซยดิ ก๋วยเตยี๋ ว เอยี้ มจุ๊น ภาษาชวา บุหลนั บุหรง ยหิ วา ประไหมสุหรี ภาษาองั กฤษ คลนิ ิก สนุกเกอร์ เนกไท แคชเชียร์ ภาษาบาล,ี สันสกฤต ปรัชญา อจั ฉรา สนิท อคั นี วทิ ยา
อทิ ธิพลของภาษาต่างประเทศท่ีมตี ่อภาษาไทย ๒. ทาํ ให้คาํ ไทยมเี สียงควบกลาํ้ มากขนึ้ และเพมิ่ เสียงควบกลาํ้ ทไี่ ม่มใี นภาษาไทยอกี ด้วย ทร - จนั ทรา นิทรา ทรานซิสเตอร์ เอน็ ทรานซ์ ดร - ดรีม ดรัมเมเยอร์ ดร๊าฟ บร - เบรก บรูไน บรอนซ์ บล - แบลก็ บลอ็ ก ฟร - ฟรี ฟริกโทส ฟรานซ์ ฟล - แฟลต ฟลอโชว์ ฟลูออรีน
อทิ ธิพลของภาษาต่างประเทศท่ีมตี ่อภาษาไทย ๓. ทําให้คาํ ไทยมตี วั สะกดเพม่ิ ขนึ้ เช่น แม่กก - สุข เมฆ พยคั ฆ์ เช็ค แม่กด - ฤทธ์ิ พธุ เลศิ รัฐ ก๊าซ ฟิ ต แม่กบ - รูป ภาพ โลภ กราฟ ซุป กอล์ฟ แม่กน - เพญ็ พล การ สูญ บุญ ดล บอล
อทิ ธิพลของภาษาต่างประเทศท่มี ตี ่อภาษาไทย ๔. ทาํ ให้ภาษาไทยมีคาํ ศัพท์เพม่ิ มากขนึ้ สามารถเลือกใช้ ให้เหมาะสมกบั โอกาสและความต้องการได้ เช่น มคี าํ ท่ีมคี วามหมายเดยี วกนั ให้เลือกใช้ เช่น นํา้ - ชล อุทก วารี ธาร ชโลทร ผู้หญงิ - อติ ถี สตรี นารี กลั ยา สุดา สมร วนิดา พระอาทติ ย์ - สุริยา สุริยนั รพิ รวิ ภากร ดอกไม้ - มาลี บุปผา บุษบา บุหงา โกสุม
อทิ ธิพลของภาษาต่างประเทศทม่ี ีต่อภาษาไทย มีคาํ แจกแจงความหมายได้ละเอยี ดลออแตกต่างกนั เช่น ทอี่ ยู่อาศัย - อาคาร คฤหาสน์ นิเวศน์ วมิ าน ปราสาท มีคาํ ทใี่ ช้แสดงถงึ ฐานะหรือระดบั ของบุคคล เช่น ผวั - สามี สวามี พระสวามี ภสั ดา เมยี - ภรรยา ภริยา ชายา มเหสี นอน - นิทรา บรรทม ไสยาสน์
อทิ ธิพลของภาษาต่างประเทศท่ีมีต่อภาษาไทย มคี าํ เรียกสิ่งประดษิ ฐ์ใหม่ ๆ และส่ิงที่ไม่มีคาํ ใช้เรียก เช่น คอมพวิ เตอร์ อนิ เทอร์เน็ต เทคโนโลยี โทรเลข อ้งั โล่ โทรศัพท์ มรสุม ประชาธิปไตย โลกาภวิ ตั น์ ไอศกรีม มีคาํ ภาษาต่างประเทศบางคาํ นําไปใช้เป็ นราชาศัพท์ เช่น เสดจ็ บรรทม เสวย โปรด เกล้า กระหม่อม
วธิ ีการนําคาํ ต่างประเทศมาใช้ในภาษาไทย ๑. ใช้ตามคาํ เดมิ ของภาษาทย่ี ืมมา เช่น ภาษา คาํ เดมิ ไทยนํามาใช้ ความหมาย เขมร แข แข ดวงเดือน กงั วล เก่ียวขอ้ ง,ห่วงใย กงั วล วาโย ลม บาลี,สนั สกฤต วาโย นานาจิตตงั ต่างจิตตา่ งใจ นานาจิตตงั กรัม หน่วยวดั น้าหนกั อยา่ งหน่ึง อเมริกา ชื่อประเทศ องั กฤษ กรัม แป๊ ะซะ ชื่ออาหารชนิดหน่ึง อเมริกา จีน แปะซะ
วธิ ีการนําคาํ ต่างประเทศมาใช้ในภาษาไทย ๒. เปลยี่ นตัวสะกดให้ผดิ ไปจากเดมิ ภาษา คาํ เดมิ ไทยนํามาใช้ ความหมาย เขมร จสั จดั แก่,เขม้ ,เตม็ ท่ี,กลา้ เผอิญ จาเพาะเป็ น เผอิล วฒุ ิ ภูมิรู้ บาล,ี สันสกฤต วฑุ ฒิ ปอนด์ องั กฤษ พาวนด มาตราตวงวดั อยา่ งหน่ึง
วธิ ีการนําคาํ ต่างประเทศมาใช้ในภาษาไทย ๓. เปลยี่ นรูปและเสียงให้ผดิ ไปจากเดมิ เช่น ภาษา คาํ เดิม ไทยนํามาใช้ จนี เล่งซ้ึง ลงั ถึง,ซ้ึง ฮวงโลว้ อ้งั โล่ เขมร กระเบย กระบือ
วธิ ีการนําคาํ ต่างประเทศมาใช้ในภาษาไทย ๔. ตดั คาํ ให้มีเสียงส้ันลง เช่น ภาษา คาํ เดมิ ไทยนํามาใช้ เขมร จญั เจิม เจิม กาชรวจ จรวด,กรวด บาล,ี สันสกฤต อุโบสถ โบสถ์ อกั โขภิณี อกั โข
วธิ ีการนําคาํ ต่างประเทศมาใช้ในภาษาไทย ๕. แผลงสระและพยญั ชนะให้ผดิ ไปจากเดมิ เช่น ภาษา คาํ เดมิ ไทยนํามาใช้ เขมร ผจง ประจง,บรรจง บาล,ี สันสกฤต สงแรก สาแหรก ปัญจ ปัญจะ, เบญจะ วชิระ วิเชียร กีรติ เกียรติ
วธิ ีการนําคาํ ต่างประเทศมาใช้ในภาษาไทย ๖. เปลยี่ นความหมายให้ผดิ ไปจากเดมิ เช่น ภาษา ความหมายเดมิ ความหมายทไี่ ทยนํามาใช้ วติ ถาร(บาล)ี งาม นอกแบบ,มากเกินไป อุตริ(บาล)ี ยงิ่ นอกแบบ, นอกคอก โมโห(บาลสี ันสกฤต) ความหลง,ความโง่ โกรธ สมเพช(บาลสี ันสกฤต) เคขวลาามสลด สงสาร,ควรกรุณา
วธิ ีการนําคาํ ต่างประเทศมาใช้ในภาษาไทย ๗. บญั ญตั เิ ป็ นศัพท์ใหม่ เช่น ภาษาเดิม บัญญตั ิเป็ น Activity กิจกรรม(บาลี,สันสกฤต) Electricity ไฟฟ้า(ไทย+ไทย) Light - year ปี แสง (ไทย+ไทย) Allergy ภูมิแพ้ (บาลี+ไทย
ลกั ษณะของคาํ ทม่ี าจากภาษาบาลี คาํ ทมี่ าจากภาษาบาลี มีข้อสังเกต ดงั นี้ ๑. สระในภาษาบาลมี ี ๘ ตัว คอื อะ อา อิ อี อุ อู เอ โอ ๒. พยัญชนะในภาษาบาลมี ี ๓๓ ตวั คอื วรรค แถว แถวท่ี ๑ แถวที่ ๒ แถวท่ี ๓ แถวที่ ๔ แถวท่ี ๕ วรรค ก กข ค ฆง วรรค จ จฉ ช ฌญ วรรค ฎ ฎฐ ฑ ฒณ วรรค ต ตถ ท ธน วรรค ป ปผ พ ภม เศษวรรค ย ร ล ว ส ห ฬ (อัง) นฤคหติ
๓. มหี ลกั เกณฑ์การสะกดคาํ ทแี่ น่นอน ๑) ถา้ พยญั ชนะแถวท่ี ๑ สะกด แถวท่ี ๑ และ ๒ เป็นตวั ตาม เช่น อกุ กาบาต ทุกข์ มจั ฉา วตั ถุ บุปผา ๒) ถา้ พยญั ชนะแถวที่ ๓ สะกด แถวท่ี ๓ และ ๔ เป็นตวั ตาม เช่น พยคั ฆ์ อคั คี วชั ชี มชั ฌิม พทุ ธ ๓) ถา้ พยญั ชนะแถวที่ ๕ สะกด ทกุ แถวในวรรคเป็นตวั ตาม ได้ เช่น สมั ปทาน สมั ผสั พิมพ์ คมั ภีร์
๔. พยญั ชนะวรรค ฏ นิยมตดั ตวั สะกดเดมิ แล้วใช้ตัวตาม สะกดแทน เช่น รัฏฐ เป็ น รัฐ ทฏิ ฐิ เป็ น ทฐิ ิ อฏั ฐ เป็ น อฐั วุฑฒิ เป็ น วฒุ ิ
๕. ถ้าตัวสะกดและตัวตามเป็ นตวั เดียวกนั มกั จะตัดเสียตวั หนึ่ง เช่น รัชชกาล เป็ น รัชกาล บุญญ์ เป็ น บุญ ยุตติ เป็ น ยุติ เขตต์ เป็ น เขต อสิ สระ เป็ น อสิ ระ
๖. คาบาลีนิยมใชต้ วั ฬ เช่นคาวา่ กีฬา อาสาฬหบูชา โอฬาร ๗. คาบาลีนิยมใน ริ เช่น กิริยา จริยา อริยะ
คาํ ที่มาจากภาษาสันสกฤต มขี ้อสังเกตดงั นี้ ๑. สระในภาษาสันสกฤตมี ๑๔ ตวั คือ อะ อา อิ อี อุ อู ฤ ฤา ฦ ฦา เอ โอ ไอ เอา ๒.พยญั ชนะในภาษาสันสกฤตมี ๓๕ ตวั คือ แถว แถวท่ี ๑ แถวท่ี ๒ แถวท่ี ๓ แถวท่ี ๔ แถวที่ ๕ วรรค ก ขค ฆง วรรค ก จ ฉช ฌญ วรรค จ ฎ ฐฑ ฒณ วรรค ฎ ต ถท ธน วรรค ต ป ผพ ภม วรรค ป ยรลวศษสหฬ (อัง)นฤคหติ เศษวรรค
๓. ภาษาสันสกฤตมีการสะกดคาํ ไม่แน่นอน พยญั ชนะตวั ใด จะ เป็ นตวั สะกดและตัวใดจะเป็ นตัวตามกไ็ ด้ เช่น อคั นี พนัส ปรัชญา สัปดาห์ ๔. คาํ สันสกฤตใช้ ฑ ในขณะทภี่ าษาบาลใี ช้ ฬ เช่น จุฑา กรีฑา ๕. คาํ สันสกฤตใช้ ศ ษ เช่นคาํ ว่า ศีรษะ ศาล อภเิ ษก หมายเหตุ คือ คาํ ทใ่ี ช้ ศ เช่น คาํ ว่า ศอก ศึก โศก เศร้า ศอ ศก เป็ นคาํ ไทยแท้ ไม่ได้เป็ น ภาษาสันสกฤต
๖. คาํ สันสกฤตใช้ ฤ ฤา ไอ เอา เช่นคาํ ว่า ฤทธ์ิ ฤา ไมตรี เสาร์ ๗. คาํ สันสกฤตใช้ รร (ร หัน) เช่นคาํ ว่า กรรม ธรรม สวรรค์ อศั จรรย์ ๘. คาํ สันสกฤตใช้ คาํ ควบกลาํ้ เช่นคาํ ว่า จกั ร สมคั ร เพชร มติ ร สมุทร อนิ ทร์ ทรัพย์ หมายเหตุ คาํ ทม่ี าจากภาษาบาลสี ันสกฤต จะไม่มรี ูปวรรณยุกต์และ ไม่มีไม้ไต่คู้กาํ กบั ยกเว้น เล่ห์ พ่าห์ กระบ่ี เท่ห์ พทุ โธ่ ซึ่งเราเติมรูป วรรณยุกต์ขึน้ ภายหลงั
คาํ บาลี คาํ สันสกฤต ๑. สระมี ๘ ตวั คือ อะ อา อี อี อุ อู เอ โอ ๑. สระในภาษาสันสกฤตมี ๑๔ ตวั คือ อะ อา อิ อี อุ อู ฤ ฤา ฦ ฦา เอ โอ ไอ เอา ๒. พยญั ชนะมี ๓๓ ตวั ๒. พยญั ชนะมี ๓๕ ตัว เพมิ่ ศ ษ ๓. มหี ลกั การสะกดตายตัว ๓. หลกั การสะกดไม่ตายตวั ๔. นิยมใช้ ฬ ๔. นิยมใช้ ฑ ๕. นิยมใช้ ริ ๕. นิยมใช้ รร
คาํ ทีม่ าจากภาษาเขมร มีข้อสังเกตดงั นี้ ๑. คาํ ทม่ี าจากภาษาเขมรไม่ใช้รูปวรรณยุกต์ ยกเว้น เสน่ง เขม่า ๒.คาํ ที่มาจากภาษาเขมรมักใช้อกั ษรควบกลาํ้ และใช้อกั ษรนํา อกั ษรตาม เช่น ฉนาํ โตนด ฉนาก ขยาํ ขจี ถวาย เสวย เฉนียน เสดจ็ ขนง
๓. คาสองพยางคท์ ขี่ นึ้ ตน้ ดว้ ยคาวา่ กา คา จา ดา ตา ทา มักเป็ นคาแผลงทมี่ าจากภาษาเขมร เช่น กานัล กาเนิด กาหนด คานับ คารบ จาหน่าย จาแนก ชารุด ชานาญ ดารง ดาเนิน ดาริ ตารา ตารวจ ทานบ ทาเนียบ
๔.คาํ ทข่ี นึ้ ต้นด้วย บงั บนั บรร มักจะมาจากภาษาเขมร บงั เช่น บังเอญิ บงั เกดิ บังควร บังคบั บงั อาจ บนั เช่น บันเทงิ บันได บันทกึ บนั ดาล บาํ เช่น บาํ เพญ็ บําบดั บําบวง บรร เช่น บรรทม บรรทุก บรรทดั บรรจง บรรสาน บรรจบ บรรเจิด บรรจุ
๕.คาํ ท่ขี นึ้ ต้นด้วย ประ บางคาํ แผลงมาจากคาํ เขมรทข่ี นึ้ ต้นด้วย ผ เช่น ประจง แผลงมาจาก ผจง ประทม แผลงมาจาก ผทม ประสาน แผลงมาจาก ผสาน
๖. คาํ เขมรนยิ มใช้ จ ญ ร ล ส เป็ นตวั สะกด จ สะกด อาจ เสร็จ ตรวจ ญ สะกด เจริญ เขญ็ เพญ็ ร สะกด ขจร เดริ (เดนิ ) ล สะกด ถกล ถวลิ ผาล ตาํ บล ส สะกด ตรัสรู้ ประพาส
ภาษาจีนและภาษาไทยคล้ายคลงึ กนั มาก จะสังเกตได้ดังนี้ ๑. มลี กั ษณะเป็ นคาํ โดด เช่น ตือ(หมู) เจยี๊ ะ(กนิ ) พะ(ต)ี เป็ นต้น ๒. คาํ บางคาํ มีสําเนียงคล้ายคลงึ กนั เช่น จนี ไทย ซา สาม ส่ี สี่ ลก หก ก้าว เก้า
๓. มีเสียงเป็ นเสียงดนตรี คือ มีเสียงวรรณยุกต์ คาํ ทม่ี ีระดบั เสียงต่างกนั มคี วามหมายต่างกนั เช่น เก๊า แปลว่า หมา ก้าว แปลว่า เก้า ก๋าว แปลว่า ลงิ ๔. มีการเรียงประโยคเช่นเดยี วกบั ไทย คือ ประธาน กริยาและกรรม เช่น ไทย จนี ฉันตเี ธอ อว๊ั พะลือ้ ฉินกนิ ข้าว อว๊ั เจยี๊ ะปึ ง
๕. มคี าํ ลกั ษณนามเหมือนภาษาไทย เช่น น่อน้ัง แปลว่า สองคน ซาเลยี้ บ แปลว่า สามลูก ซาก่อ แปลว่า สามอนั
๑. เป็ นคาํ หลายพยางค์ คาํ ท่มี าจากภาษาองั กฤษส่วนใหญ่มักเป็ นคาํ หลาย พยางค์ เม่ือไทยนํามาใช้จงึ ทาํ ให้ภาษาไทยมคี าํ หลาย พยางค์เพม่ิ มากขนึ้ เช่น ไวโอลนิ , อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์, เทคโนโลยี แบตเตอรี่, คอมพวิ เตอร์ เป็ นต้น
๒. ไม่มกี ารเปลย่ี นแปลงรูปทางไวยากรณ์ ภาษาองั กฤษมกี ารเปลยี่ นแปลงรูปคาํ ตามลกั ษณะไวยากรณ์ แต่เมื่อยืมเข้ามาใช้ในภาษาไทยไม่มกี ารเปลย่ี นแปลงรูปไปตาม ลกั ษณะทางไวยากรณ์ทเ่ี ปลยี่ นแปลงไปน้ัน คาํ นามมกั เป็ นรูป เอกพจน์ เช่น แอปเปิ้ ล คาํ กริยามกั เป็ นรูปปัจจุบันกาล เช่น วอร์ม, ปรู๊ฟ, ดร็อป
คนไทยใช้คาํ ทีม่ าจากภาษาองั กฤษโดยไม่ได้คาํ นึงถงึ ชนิดและหน้าท่ี ของคาํ ในภาษาองั กฤษ เช่น คาํ ไทย คาํ องั กฤษ คอร์รัปช่ัน (กริยา) Corruption (นาม) ช็อปปิ้ ง , ชอปปิ ง (กริยา) Shopping (นาม) ไดเอท (กริยา) diet (นาม)
๓.๑ การปรับเสียงพยญั ชนะต้นท่ีไม่มใี นระบบเสียงภาษาไทย จะปรับมาใช้ในลกั ษณะท่ีใกล้เคยี งกนั แทน คาํ ไทย คาํ องั กฤษ โชว์ show เบนซิน benzene ววิ view แยม, แจม jam
๓.๒ การปรับเสียงพยญั ชนะท้ายให้เข้ากบั เสียงตวั สะกดแม่กบ, กน และกด ของไทย เช่น golf ออกเสียงเป็ น /ก๊อบ/(กอล์ฟ) football ออกเสียงเป็ น /ฟุดบ็อน/(ฟุตบอล) gas ออกเสียงเป็ น /แก๊ด/(แก๊ส)
๓.๓ การตัดเสียงพยญั ชนะตาํ แหน่งที่ ๑ ของเสียงพยญั ชนะท้ายประสมออกใช้ เคร่ืองหมาย ทณั ฑฆาตบนรูปพยญั ชนะทไี่ ม่ออกเสียงดงั กล่าว เช่น คาํ ไทย คาํ องั กฤษ การ์ด card ฟาร์ม farm ชอล์ก chalk ฟิ ล์ม film ปาล์ม palm
๓.๔ คาํ จาํ นวนมากเมื่อนํามาใช้ในภาษาไทยทไี่ ม่เป็ นทางการมกั ตดั พยางค์ออก คาํ ไทย คาํ องั กฤษ แอร์ air - condition ไมค์ microphone กโิ ล kilogram เบอร์ number
๔. การใช้เสียงพยญั ชนะทไี่ ม่มใี นระบบเสียงภาษาไทย ๔.๑ การเพมิ่ เสียงพยญั ชนะควบกลาํ้ /ทร-, พร- ,พล- , ฟร- , ดร- , บร- , บล-/ คาํ ไทย คาํ องั กฤษ บลอ็ ก block เบรก brake ดราฟต์ draft แฟลช flash ฟรี free ทรัมเป็ ต trumpet พลาสตกิ plastic
๔.๒ การเพม่ิ เสียงพยญั ชนะท้าย /- f, -l , -s/ ในภาษาไทย เช่น คาํ ไทย คาํ องั กฤษ พฟั puff สต๊าฟ staff แคปซูล capsule ดบั เบิล้ double โบนัส bonus โฟกสั focus อ๊อฟฟิ ศ office
ภาษาชวา ที่ยืมมาใช้ส่วนใหญ่เป็ นคาํ ๒ พยางค์หรือมากกว่า เช่น กระจับป่ี (พณิ ๔ สาย) ซ่าหริ่ม บุหงนั (ดอกไม้) บุหงารําไป บุหรง(นก) บุหลนั (ดวงเดือน) ปะหนัน(ลาํ เจยี ก) ป้ันเหน่ง(เข็มขัด) ยาหยี ยหิ วา องั กะลงุ
ภาษามลายู ทย่ี ืมมาใช้ส่วนใหญ่เป็ นคาํ ๒ พยางค์หรือมากกว่า เช่น กระดังงา กระจิริด กลั ปังหา กะลาสี กาํ ยาน ทุเรียน มงั คุด กาํ ยาน จับปิ้ ง โสร่ง สาคู สลดั สลาตนั
ตวั อย่างคาํ ทยี่ ืมมาจากภาษาโปรตุเกส ได้แก่คาํ ว่า กระดาษ (สันนิษฐานว่าเพยี้ นมาจาก “กราตัส”) กะละแม กะละมงั (ขนม)ปัง ป้ันเหน่ง หลา เหรียญ บาทหลวง เลหลงั สบู่
ตวั อย่างคาํ ทย่ี ืมมาจากภาษาเปอร์เชีย เช่น คาํ ว่า กหุ ลาบ มาจากคาํ ว่า Gul Gol แปลว่า กหุ ลาบ, ดอกไม้ทว่ั ไปสีแดง เตมิ suffix – ab เป็ น กลุ ลาพ แปลว่า นํา้ กหุ ลาบหรือ นํา้ ดอกไม้เทศ ไทยนํามาใช้แทนดอกไม้ขนาดย่อม มกี ลน่ิ หอม นอกจากนีย้ งั มีคาํ อ่ืน ๆ เช่น เกด คาราวาน ชุกชี เยยี รบับ ตรา ตราชู ฝรั่ง ราชาวดี ศาลา สักหลาด สุหร่าย องุ่น
ตวั อย่างคาํ ทยี่ ืมมาจากภาษาอาหรับได้แก่ กะลาสี โกหร่าน (พระคมั ภรี ์กรุ อาน) ระยาํ (การลงโทษโดย ใช้ก้อนหินขว้างให้ตายเพราะทาํ ผดิ ประเพณี ไทยนํามาใช้ ในความหมายว่า ช่ัวช้าเลวทราม)
ตวั อย่างคาํ ท่ียืมมาจากภาษาทมฬิ ได้แก่คาํ ว่า กะไหล่ กลุ ี กานพลู กาํ มะหยี่ จงกลนี (บวั ชนดิ หน่ึง) ตรียมั ปวาย ปะวะหลาํ่ กะละออม กะหร่ี (แกงแขกชนิดหน่ึง) เจียระไน ตะกว่ั อาจาด มาลยั ยห่ี ร่า อนิ ทผลมั
กงสุล กาสิโน กโิ ยตนิ คูปอง โชเฟอร์ โดม บุฟเฟต์ บูเกต์ ปาร์เกต์
การยืมคาํ ภาษาต่างประเทศก่อให้เกดิ การเปลย่ี นแปลง ทางภาษาโดยวธิ ีการต่าง ๆ ทาํ ให้มภี าษาต่างประเทศปะปนอยู่ ในภาษาไทยเป็ นจาํ นวนมาก และก่อให้เกดิ การเปลย่ี นแปลง ทางภาษา เราจงึ ควรศึกษาเรื่องคาํ ภาษาต่างประเทศที่ใช้ใน ภาษาไทยให้เข้าใจอย่างถูกต้อง ชัดเจน ท้งั รูปลกั ษณ์ และ ความหมายของคาํ เพ่ือจะได้ใช้ส่ือสารได้ถูกต้องตามจุดประสงค์
เด็ก ๆอย่าลืมทําแบบทดสอบท่มี สิ ส่งให้ และส่งตอบกลบั มาเหมือนเดมิ นะคะ สวสั ดคี ่ะ
Search
Read the Text Version
- 1 - 50
Pages: