Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิจัยการวิจัยชั้นเรียน

วิจัยการวิจัยชั้นเรียน

Published by beawdyz_full, 2022-09-21 23:03:55

Description: วิจัยการวิจัยชั้นเรียน

Search

Read the Text Version

รายงานวิจัยชัน้ เรยี น การพฒั นาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนคณติ ศาสตร์ เร่ือง โจทย์ปญั หาการวัดความยาว ดว้ ยรูปแบบ Active Learning โดยให้ผู้เรยี นแสวงหาและค้นพบความรดู้ ้วยตนเอง กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 3 โดย นางสุณยี ์ แสงจนั ทร์ ตำแหน่งครู วทิ ยฐานะครูชำนาญการพเิ ศษ โรงเรียนบา้ นมว่ ง อำเภอสะเดา สำนักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

ก คำนำ ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ระบุให้ครูมีความสามารถทำวิจัยในชั้นเรียนเพื่อแก้ปัญหา หรอื พัฒนานักเรียนบางคน บางเรอ่ื ง เพื่อให้นักเรียนได้ทบทวนบทเรียนหรือเพมิ่ ศักยภาพของนักเรียนให้เต็ม ตามศักยภาพ หรือครูทำงานเพื่อพัฒนานักเรียนให้ดียิ่งขึ้น และตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ การจัดการเรียนรู้ในหลักสูตรดังกล่าวได้ให้ ความสำคัญกับการพัฒนาผู้เรียนทางด้านการคิดและกำหนดไว้เป็นสมรรถนะที่สำคัญของผู้เรียน ด้วยถือว่า เป็นทักษะท่ีจะนำไปสกู่ ารสรา้ งความรแู้ ละการนำความรู้ไปใชใ้ นชวี ิตได้อยา่ งมีคณุ ภาพ จากการศึกษาสภาพปญั หาของการจดั การเรียนรู้ กล่มุ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ของปีการศึกษา 2563 ปรากฏว่านักเรียนส่วนมากมีปัญหาเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโจทย์ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ และจากรายงานผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนบ้านม่วง ปีการศึกษา 2563 พบว่า ความสามารถด้านคณิตศาสตร์มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 64.80 ระดับคุณภาพดี แต่ใน สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณิต มาตรฐาน 2.1 เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวดั วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ ต้องการวัดและนําไปใช้ ตัวชี้วัด ป.3/6 แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ป ญหาเกี่ยวกับความยาวที่มีหน่วยเป็น เซนติเมตรและมิลลิเมตร เมตรและเซนติเมตร กิโลเมตรและเมตร มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 20 ระดับคุณภาพ ปรับปรุง ครูผู้สอนจึงจำเป็นต้องหานวัตกรรมมาแก้ปัญหาและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาการวัดความยาว ซึ่งพบว่าการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบ Active Learning โดยให้ผู้เรียน แสวงหาและค้นพบความรู้ ดว้ ยตนเอง เป็นวธิ ีการอย่างหน่ึงท่ีจะช่วยใหผ้ ู้เรยี นได้เรียนรู้เกิดทักษะกระบวนการ ทางคณิตศาสตร์ เพราะการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยรูปแบบ Active Learning โดยให้ผู้เรียนแสวงหาและ ค้นพบความรู้ด้วยตนเอง เป็นนวัตกรรมที่ประมวลเนื้อหา ประสบการณ์ แนวคิด วิธีการ กิจกรรมและสื่อได้ อย่างสอดคล้องกับแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นที่สำคัญที่ควรใหน้ ักเรียนได้ศึกษาเรียนรู้ และสามารถพัฒนาทักษะ กระบวนการทางคณิตศาสตร์และสร้างเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ เกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุข ส่งผลให้ นกั เรียนมีผลสัมฤทธิท์ างการเรียนสูงข้ึนดว้ ยเหตผุ ลข้างตน้ สณุ ยี ์ แสงจันทร์ ครู โรงเรียนบา้ นมว่ ง

ข สารบญั เรือ่ ง หน้า คำนำ ก สารบญั ข รายงานการใช้นวัตกรรมสำหรับการแก้ปัญหาและพัฒนาในชั้นเรียน.................................. ค บทท่ี 1 บทนำ.................................................................................................................... 1 บทที่ 2 เอกสารและงานวจิ ัยทเ่ี กีย่ วข้อง............................................................................. 5 บทที่ 3 วิธดี ำเนินการวิจยั .................................................................................................. 10 บทท่ี 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล........................................................................................... 11 บทท่ี 5 สรปุ ผล อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ.................................................................. 13 บรรณานุกรม........................................................................................................... ............ 15 ภาคผนวก.......................................................................................................................... .. 16

ค รายงานการใช้นวัตกรรมสำหรับการแกป้ ญั หาและพฒั นาในช้ันเรยี น 1. ชือ่ ปัญหาในชน้ั เรยี นที่จะต้องแกไ้ ข ผลสัมฤทธิท์ างการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทยป์ ญั หาการวัดความยาว 2. ลักษณะของปัญหาที่จะต้องแกไ้ ข จากการศึกษาสภาพปญั หาของการจัดการเรยี นรู้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ของปีการศึกษา 2563 ปรากฏว่านักเรียนส่วนมากมีปัญหาเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโจทย์ปัญหาทาง คณิตศาสตร์ และจากรายงานผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนบ้านม่วง ปีการศึกษา 2563 พบว่า ความสามารถด้านคณิตศาสตร์มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 64.80 ระดับคุณภาพดี แต่ใน สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณติ มาตรฐาน 2.1 เข้าใจพื้นฐานเกีย่ วกับการวดั วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งท่ี ต้องการวัดและนําไปใช้ ตัวชี้วัด ป.3/6 แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ป ญหาเกี่ยวกับความยาวที่มีหน่วยเป็น เซนติเมตรและมิลลิเมตร เมตรและเซนติเมตร กิโลเมตรและเมตร มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 20 ระดับคุณภาพ ปรับปรุง เพื่อให้การเรียนการสอนเรื่อง โจทย์ปัญหาการวัดความยาว มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผู้รายงานจึง จำเป็นต้องหานวัตกรรมมาแก้ปัญหาและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาการวดั ความยาว ซึ่งพบว่าการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบ Active Learning โดยให้ผู้เรียนแสวงหาและค้นพบความรู้ ด้วยตนเอง เปน็ วธิ กี ารอย่างหนึง่ ทจ่ี ะชว่ ยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เกดิ ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เพราะการ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยรูปแบบ Active Learning โดยให้ผู้เรียนแสวงหาและค้นพบความรู้ด้วยตนเอง เป็นนวัตกรรมที่ประมวลเนื้อหา ประสบการณ์ แนวคิด วิธีการ กิจกรรมและสื่อได้อย่างสอดคล้องกับแหล่ง เรียนรู้ในท้องถิ่นที่สำคัญที่ควรให้นักเรียนได้ศึกษาเรียนรู้ และสามารถพัฒนาทักษะกระบวนการทาง คณิตศาสตร์และสร้างเจตคตทิ ี่ดีตอ่ คณิตศาสตร์ เกิดการเรียนรูอ้ ย่างมีความสขุ ส่งผลให้นักเรยี นมีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรยี นสูงขนึ้ ดว้ ยเหตผุ ลขา้ งต้น 3. กลุ่มเปา้ หมายท่ีจะต้องได้รับการแกไ้ ข นักเรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564 โรงเรยี นบ้านมว่ ง อำเภอสะเดา จงั หวัดสงขลา จำนวน 14 คน

ง 4. นวตั กรรมท่ีใช้กบั ประชากรทีจ่ ะตอ้ งแก้ไข 4.1 ชอ่ื นวตั กรรม การพัฒนาผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปญั หาการวดั ความยาว ด้วยรปู แบบ Active Learning โดยให้ผู้เรยี นแสวงหาและคน้ พบความรู้ด้วยตนเอง 4.2 การไดม้ าของนวัตกรรม พฒั นาข้ึนมาใหม่ 5. ขั้นตอนในการใชน้ วตั กรรมในการแกป้ ญั หา กับกลุ่มเป้าหมาย 1. ศกึ ษานวตั กรรม 2. จัดทำแผนการจดั การเรยี นรู้ 3. ทดสอบก่อนการใชน้ วัตกรรม 4. นำนวัตกรรมมาใช้ให้สอดคลอ้ งตามข้นั ตอนการดำเนินการทที่ ำไวแ้ ล้ว 5. นำผลงานนักเรียนทุกคนมาจดั เขา้ แฟม้ ผลงาน 6. ทดสอบหลังการใช้นวตั กรรม

1 บทท่ี 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปญั หา คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จในการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 เนื่องจากคณิตศาสตร์ ช่วยให้มนุษย์มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือ สถานการณ์ได้อย่างรอบคอบและถี่ถ้วน ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้คณิตศาสตร์ยังเป็นเครื่องมือในการศึกษา ดา้ นวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศาสตร์อื่น ๆ อันเป็นรากฐานในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของชาติให้มีคุณภาพ และพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้ทัดเทียมกับนานาชาติ โดยการเตรียมผู้เรียนใหม้ ีทักษะด้านการคดิ วิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การแก้ปัญหา การคิดสร้างสรรค์ การใช้เทคโนโลยี การสื่อสารและการร่วมมือ ซึ่งจะ ส่งผลใหผ้ ู้เรยี นรู้เทา่ ทนั การเปลย่ี นแปลงของระบบเศรษฐกจิ สงั คม วัฒนธรรม และสภาพแวดลอ้ ม สามารถแข่งขัน และอยรู่ ว่ มกับประชาคมโลกได้ ทั้งนกี้ ารจัดการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ทปี่ ระสบความสำเร็จนน้ั จะตอ้ งเตรียมผู้เรยี นให้ มีความพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ พร้อมที่จะประกอบอาชีพเมื่อจบการศึกษา หรือสามารถศึกษาต่อในระดับท่ี สูงข้ึน ดังนั้นสถานศึกษาควรจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมตามศักยภาพของผู้เรียน (สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. 2560 : 8) หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 มเี ป้าหมายทตี่ ้องการให้เกดิ กับผู้เรียน เมื่อจบหลักสูตร ดังนี้ 1) มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิด หลักการ ทฤษฎีในสาระคณิตศาสตร์ที่จำเป็น พรอ้ มท้งั สามารถนำไปประยุกตไ์ ด้ 2) มคี วามสามารถในการแก้ปัญหา สือ่ สารและสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ เชื่อมโยง ใหเ้ หตุผลและมีความคิดสร้างสรรค์ 3) มเี จตคติทดี่ ีต่อคณติ ศาสตร์ เหน็ คุณคา่ และตระหนักถงึ ความสำคัญ ของคณิตศาสตร์ สามารถนำความรู้ทางคณิตศาสตร์ไปเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ในระดับการศึกษาที่สูงข้ึน ตลอดจนการประกอบอาชีพ 4) มีความสามารถในการเลือกใชส้ ื่อ อุปกรณ์ เทคโนโลยแี ละแหล่งข้อมูลท่ีเหมาะสม เพื่อเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้การสื่อสาร การทำงาน และการแก้ปัญหาอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. 2560 : 7) และมีจุดเน้นเพ่ือต้องการพัฒนา ผู้เรยี นให้มคี วามรคู้ วามสามารถท่ีทัดเทยี มกับนานาชาติ ไดเ้ รยี นรูค้ ณิตศาสตร์ทเี่ ชื่อมโยงความรู้กับกระบวนการคิด มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์คิดอย่างมีเหตผุ ล เป็นระบบ สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ได้อย่างรอบคอบ และถถี่ ว้ น ชว่ ยให้คาดการณว์ างแผน ตดั สินใจ แก้ปัญหา ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม และสามารถนำไปใชใ้ นชวี ติ จริง ได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ (สถาบันส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย.ี 2564 : 4)

2 การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ เป็นวิชาที่มุ่งเนน้ ดา้ นทกั ษะกระบวนการ เพื่อให้นักเรียน ไดฝ้ ึกการคิดและแก้ปัญหา มีการจัดลาํ ดบั เน้ือหาเรยี งลําดับจากง่ายไปหาเนื้อหาท่ียาก และจากส่ิงที่เป็นนามธรรม ต้องมีการฝึกปฏิบัติให้กับผู้เรียนจนสามารถเข้าใจเนื้อหาเป็นรูปธรรมได้ ในกระบวนการนี้เป็นเรื่องที่ยากสําหรับ การจดั การเรยี นการสอนเพราะนักเรยี นจะไม่คิดตามกระบวน หรือขา้ มขั้นตอน จนทําใหเ้ กิดความสบั สนและไม่เกิด เปน็ ความคิดรวบยอดในเร่ืองนั้น ๆ ซึ่งกอ่ ให้เกิดปัญหาในการจัดการเรียนการสอน ทาํ ให้ไม่ประสบผลสําเร็จในการสอน มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างตํ่า แต่นั่นก็มีเหตุปจั จัยหลายอยา่ ง เช่น มาจากหลักสูตร เนื้อหาที่ แน่นแตเ่ วลาเท่าเดิม การจดั การเรยี นในบางเร่ืองไม่สามารถทําได้เต็มท่ี ครูผสู้ อน นักเรยี น สภาพแวดล้อม เป็นต้น ปัญหาหนึ่งที่พบเจอในการจัดการเรียนสอนคณิตศาสตร์อยู่เสมอนั้นคือ การแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ นักเรียน ส่วนใหญ่จะไม่ชอบเรียนเนื้อหาที่เกี่ยวกับโจทย์ปัญหา นักเรียนจะมองว่าเข้าใจได้ยาก นั่นมาจากนักเรียนขาด ทักษะการอ่าน ตีความและทักษะการคิดวิเคราะห์ (สุพาณี เหมือนแสวง. 2561 : 2) การจัดการเรียนการสอน คณิตศาสตร์ให้ผ้เู รียนบรรลมุ าตรฐานการเรียนรู้ เปา้ หมายทก่ี ำหนดไว้ในหลักสูตร และพัฒนาให้ผเู้ รียนมีสมรรถนะ ตามที่หลักสูตรกำหนด ครูผู้สอนจะต้องให้ความสำคัญกับเทคนิควิธีการสอน หรือวิธีจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้ฝกึ ทกั ษะกระบวนการคิดอยา่ งมีประสิทธภิ าพและประสทิ ธิผล สง่ ผลต่อการพฒั นาศักยภาพของผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนมี พลงั ในการเรียนรู้ กอ่ ให้เกิดแนวทางในการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง การพัฒนาผเู้ รยี นใหม้ ผี ลการเรยี นรู้และคุณลักษณะท่ี พึงประสงค์ จำเปน็ ตอ้ งมีการพฒั นารูปแบบการเรียนการสอนที่ดำเนินการอยา่ งเปน็ ระบบและต่อเนื่อง บนพ้ืนฐาน ของทฤษฎกี ารเรยี นรู้ หลักการ แนวคดิ การจดั การเรียนการสอน (วรรณภาภรณ์ ลิ้มสงั กาศ (2559 : 2) สิริพร ทิพย์คง (2545 ; อ้างใน เจนจิรา สรสวัสดิ. 2560 : 37) ได้ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการ จัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการแก้ปัญหาไว้ว่า ครูควรเลือกใช้รูปแบบของการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับ สาระการเรียนรู้ และในส่วนของการจัดการเรียนรู้การแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ครูควรจัดประสบการณ์ในการ แก้ปัญหาให้กับนักเรียน ส่งเสริมบรรยากาศในชั้นเรียน ยอมรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน ให้โอกาสนักเรียน ไปค้นหาปัญหาด้วยตนเอง ให้เวลานักเรียนมากพอในการแก้ปัญหา ให้นักเรียนได้อธิบายแนวคิดในการแก้ปัญหา แต่ละขั้นตอน เพื่อให้นักเรียนมีความสามารถและความมั่นใจในการแก้ปัญหาโดยการพัฒนาความสามารถ ในการแกป้ ัญหาของนกั เรียน ครจู ะต้องสร้างพน้ื ฐานใหน้ ักเรียนเกิดความคุน้ เคยกับกระบวนการแกป้ ัญหา จากการศึกษาเกี่ยวกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหา พบว่า การใช้รูปแบบ Active Learning โดยให้ผู้เรียนแสวงหาและค้นพบความรูด้ ว้ ยตนเอง ช่วยให้นักเรียนมีผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรียนที่ดีและมีความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์สอดคล้องตามเกณฑ์ที่กำหนด การจัดการ เรียนรู้แบบ Active Learning เป็นกระบวนการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในชั้นเรียน สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูผู้สอนกับผู้เรียน มุ่งให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติโดยมีครูเป็นผู้อำนวยความสะดวก

3 สร้างแรงบันดาลใจ ใหค้ ำปรึกษา ดูแล แนะนำ จดั วธิ ีการเรยี นรแู้ ละแหลง่ เรยี นรู้ทหี่ ลากหลายใหผ้ ู้เรยี นไดเ้ รยี นรู้ อย่างมีความหมาย สร้างองค์ความรู้ได้ มีความเข้าใจในตนเอง ใช้สติปัญญา คิดวิเคราะห์ สร้างสรรค์ผลงาน มสี มรรถนะสำคญั มีทักษะวิชาการ ทกั ษะชวี ติ บรรลุเปา้ หมายการเรยี นรู้ตามระดบั ชว่ งวัย ลักษณะของการจดั การเรยี นร้แู บบ Active Learning มีดงั น้ี 1. เปน็ การพฒั นาศักยภาพการคิด การแก้ปญั หา และการนำความร้ไู ปประยุกต์ใช้ 2. ผู้เรยี นมีสว่ นร่วมในการจัดระบบการเรียนรู้ และสร้างองค์ความรู้โดยมีปฏิสมั พันธ์ร่วมกันในรูปแบบ ของความรว่ มมือ 3. เปิดโอกาสใหผ้ ู้เรียนมสี ่วนรว่ มในกระบวนการเรียนรูส้ ูงสดุ 4. เปน็ กิจกรรมท่ีใหผ้ ู้เรียนบรู ณาการขอ้ มลู ขา่ วสาร สารสนเทศ สูท่ กั ษะการคดิ วิเคราะห์ 5. ผเู้ รยี นได้เรยี นรู้ความมวี นิ ัยในการทำงานร่วมกบั ผอู้ ่ืน 6. ความรู้เกิดจากประสบการณ์ และการสรปุ ของผูเ้ รียน 7. ผ้สู อนเปน็ ผูอ้ ำนวยความสะดวกในการจดั การเรยี นรู้ เพ่ือให้ผ้เู รียนเปน็ ผปู้ ฏบิ ตั ิดว้ ยตนเอง (บหุ งา วัฒนะ. 2546 : 30-34). ครูผสู้ อนในฐานะที่เป็นครูคณิตศาสตร์จึงมีความสนใจที่จะจัดการเรียนร้เู พื่อพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน การแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ แต่เมื่อย้อนกลับมาพิจารณาการสอนที่ผ่านมาพบว่า ครูผู้สอนใช้วิธีการจัดการ เรียนรู้ที่ใช้การอธิบายและให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดตามตัวอย่าง มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่กระตุ้นให้ผู้เรียน พัฒนาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์เป็นบางครั้ง ส่งผลให้ผู้เรียนมีผลการเรียนรู้ยังไม่เป็นที่ น่าพอใจโดยเฉพาะเนื้อหาที่เกี่ยวกับโจทย์ปัญหา และจากรายงานผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 ของโรงเรียนบ้านม่วง ปีการศึกษา 2563 พบว่า ความสามารถด้านคณิตศาสตร์มีคะแนน เฉลยี่ ร้อยละ 64.80 ระดบั คุณภาพดี แต่ในสาระท่ี 2 การวดั และเรขาคณิต มาตรฐาน 2.1 เขา้ ใจพืน้ ฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ต้องการวัดและนําไปใช้ ตัวชี้วัด ป.3/6 แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ป ญหา เกีย่ วกับความยาวที่มหี น่วยเป็นเซนตเิ มตรและมลิ ลเิ มตร เมตรและเซนติเมตร กโิ ลเมตรและเมตร มีคะแนนเฉลี่ย รอ้ ยละ 20 ระดับคุณภาพปรับปรุง ครผู ู้สอนจงึ จำเป็นต้องหานวัตกรรมมาแกป้ ัญหาและพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการ เรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาการวัดความยาว ซึ่งพบว่าการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบ Active Learning โดยให้ผู้เรียนแสวงหาและค้นพบความรู้ ด้วยตนเอง เป็นวิธีการอย่างหนึ่งท่ีจะช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เกิดทักษะ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ เพราะการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยรูปแบบ Active Learning โดยให้ผู้เรียน แสวงหาและค้นพบความรู้ด้วยตนเอง เป็นนวัตกรรมที่ประมวลเนื้อหา ประสบการณ์ แนวคิด วิธีการ กิจกรรม และสื่อได้อย่างสอดคล้องกับแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นที่สำคัญที่ควรให้นักเรียนได้ศึกษาเรียนรู้ และสามารถพัฒนา ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์และสร้างเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ เกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุข ส่งผลให้

4 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงข้ึนดว้ ยเหตุผลข้างต้น ดังนั้นครูผู้สอนจงึ ได้จัดทำนวัตกรรมมาแก้ปัญหาและ พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาการวัดความยาว ด้วยรูปแบบ Active Learning โดยให้ผู้เรียนแสวงหาและค้นพบความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เพื่อยกระดับ ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นคณิตศาสตรข์ องนักเรยี น และเปน็ แนวทางในการพฒั นาการจดั การเรยี นรูต้ อ่ ไป วตั ถปุ ระสงค์การวิจยั เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์หลังการเรียน เรื่อง โจทย์ปัญหาการวัดความยาว ด้วยรูปแบบ Active Learning โดยให้ผู้เรียนแสวงหาและค้นพบความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียน ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 3 กบั เกณฑ์รอ้ ยละ 70 สมมตฐิ านของการวจิ ัย ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์หลังการเรียน เรื่อง โจทย์ปัญหาการวัดความยาว ด้วยรูปแบบ Active Learning โดยให้ผู้เรียนแสวงหาและค้นพบความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หลังการเรยี นสูงกว่าเกณฑร์ อ้ ยละ 70 ประโยชน์ท่ีได้รบั จากการวิจัย 1. ครูผู้สอนใช้รูปแบบ Active Learning โดยให้ผู้เรียนแสวงหาและค้นพบความรู้ด้วยตนเอง ในการ จัดการเรียนรู้ เรื่อง โจทย์ปัญหาการวัดความยาว และสามารถนำไปบูรณาการกับการจัดการเรียนรู้เรื่องอื่น ๆ ในวิชาคณิตศาสตร์ได้ 2. นักเรยี นได้พัฒนาผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนคณิตศาสตร์ เรอื่ ง โจทย์ปญั หาการวดั ความยาว ด้วยรูปแบบ Active Learning โดยใหผ้ ู้เรียนแสวงหาและคน้ พบความรู้ด้วยตนเอง กล่มุ เปา้ หมาย นักเรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 3 ปกี ารศึกษา 2564 โรงเรยี นบา้ นม่วง อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา จำนวน 14 คน ซง่ึ ได้มาโดยการส่มุ อย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยการคัดเลือกแบบเจาะจง

5 บทท่ี 2 เอกสารและงานวจิ ยั ทเี่ กย่ี วข้อง การศึกษาเรื่อง “การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาการวัดความยาว ด้วยรูปแบบ Active Learning โดยให้ผู้เรียนแสวงหาและค้นพบความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียน ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 3” ผูศ้ ึกษาได้ศึกษาเอกสารและงานวจิ ัยทเ่ี กีย่ วขอ้ งกบั การดำเนินการวจิ ยั ดังตอ่ ไปน้ี 1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. 2560 : 8-9) ทำไมต้องเรียนคณติ ศาสตร์ คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จในการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 เนื่องจากคณิตศาสตร์ช่วย ให้มนุษย์มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือ สถานการณ์ได้อย่างรอบคอบและถี่ถ้วน ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้คณิตศาสตร์ยังเป็นเครื่องมือในการศึกษา ด้านวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศาสตร์อื่น ๆ อันเป็นรากฐานในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของชาติให้มีคุณภาพ และพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้ทัดเทียมกับนานาชาติ การศึกษาคณิตศาสตร์จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนา อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันสมยั และสอดคล้องกบั สภาพเศรษฐกิจ สังคม และความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่เจริญกา้ วหน้าอย่างรวดเร็วในยุคโลกาภวิ ัตน์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบับนี้ จัดทำขึ้นโดยคำนึงถึงการส่งเสริมให้ผู้เรียน มีทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เป็นสำคัญ นั่นคือ การเตรียมผู้เรียนให้มีทักษะด้านการคิด วิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การแก้ปัญหา การคิดสร้างสรรค์ การใช้เทคโนโลยี การสื่อสารและการ ร่วมมือ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้เรียนรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อม สามารถแข่งขันและอยรู่ ่วมกับประชาคมโลกได้ ท้งั นกี้ ารจัดการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ทปี่ ระสบความสำเร็จน้ัน จะต้อง เตรียมผู้เรียนให้มีความพร้อมที่จะเรยี นรู้สิ่งต่าง ๆ พร้อมที่จะประกอบอาชีพเมื่อจบการศึกษา หรือสามารถศึกษา ตอ่ ในระดับที่สูงข้นึ ดังน้ันสถานศกึ ษาควรจัดการเรยี นรู้ให้เหมาะสมตามศักยภาพของผเู้ รียน

6 เรียนร้อู ะไรในคณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์จัดเป็น 3 สาระ ได้แก่ จำนวนและพีชคณิต การวัดและเรขาคณิตและ สถิติ และความน่าจะเปน็ จำนวนและพีชคณิต เรียนรู้เกี่ยวกับระบบจำนวนจริง สมบัติเกี่ยวกับจำนวนจริง อัตราส่วน ร้อยละ การประมาณค่า การแก้ปัญหาเกี่ยวกับจำนวน การใช้จำนวนในชีวิตจริง แบบรูป ความสัมพันธ์ฟังก์ชัน เซต ตรรกศาสตร์ นิพจน์ เอกนาม พหุนาม สมการ ระบบสมการ อสมการ กราฟ ดอกเบ้ียและมูลค่าของเงนิ ลำดับและ อนกุ รม และการนำ ความรูเ้ ก่ยี วกับจำนวนและพีชคณิตไปใชใ้ นสถานการณต์ ่าง ๆ การวัดและเรขาคณิต เรียนรู้เกี่ยวกับความยาว ระยะทาง น้ำหนัก พื้นที่ ปริมาตรและความจุ เงินและ เวลา หน่วยวัดระบบต่าง ๆ การคาดคะเนเกี่ยวกับการวัด อัตราส่วน ตรีโกณมิติ รูปเรขาคณิตและสมบัติของรูป เรขาคณิต การนึกภาพ แบบจำลองทางเรขาคณิต ทฤษฎีบททางเรขาคณิต การแปลงทางเรขาคณิตในเรื่อง การเลอ่ื นขนาน การสะทอ้ น การหมุน และการนำความร้เู กีย่ วกบั การวดั และเรขาคณติ ไปใชใ้ นสถานการณต์ ่าง ๆ สถิติและความน่าจะเป็น เรียนรู้เกี่ยวกับการตั้งคำถามทางสถิติ การเก็บรวบรวมข้อมูล การคำนวณ ค่าสถิติการนำเสนอและแปลผลสำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ หลักการนับเบื้องต้น ความน่าจะเป็น การแจกแจงของตวั แปรสุ่ม การใช้ความร้เู กี่ยวกับสถติ ิและความน่าจะเป็นในการอธิบายเหตุการณ์ต่าง ๆ และช่วย ในการตัดสนิ ใจ 2. หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านม่วง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2563) (โรงเรยี นบ้านม่วง. 2563 : 7-8) สาระมาตรฐานการเรยี นรู้ สาระท่ี 1 จํานวนและพีชคณติ มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจํานวน ระบบจาํ นวน การดําเนินการของจํานวน ผลท่เี กดิ ขึ้นจากการดาํ เนนิ การ สมบัตขิ องการดําเนินการ และนาํ ไปใช้ มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจและวเิ คราะหแ์ บบรูป ความสมั พนั ธ์ ฟังก์ชัน ลําดบั และอนุกรม และนําไปใช้ มาตรฐาน ค 1.3 ใชน้ ิพจน์ สมการ อสมการ และเมทริกซ์ อธิบายความสัมพันธ์ หรือชว่ ย แกป้ ญั หาท่ี กาํ หนดให้ สาระท่ี 2 การวดั และเรขาคณิต มาตรฐาน ค 2.1 เขา้ ใจพื้นฐานเก่ียวกบั การวดั วัดและคาดคะเนขนาดของสงิ่ ทต่ี ้องการวัด และนาํ ไปใช้

7 มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวเิ คราะห์รูปเรขาคณิต สมบตั ิของรูปเรขาคณิต ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งรูป เรขาคณติ และทฤษฎีบททางเรขาคณติ และนําไปใช้ มาตรฐาน ค 2.3 เขา้ ใจเรขาคณติ วเิ คราะห์ และนาํ ไปใช้ มาตรฐาน ค 2.4 เขา้ ใจเวกเตอร์ การดําเนนิ การของเวกเตอร์ และนาํ ไปใช้ สาระท่ี 3 สถติ ิและความนา่ จะเป็น มาตรฐาน ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใชค้ วามรูท้ างสถิติในการแกป้ ญั หา มาตรฐาน ค 3.2 เขา้ ใจหลกั การนบั เบ้อื งต้น ความน่าจะเป็น และนําไปใช้ ทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์เป็นความสามารถที่จะนําความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้ สิ่งตา่ ง ๆ เพื่อให้ไดม้ าซึ่งความรู้ และประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจําวันได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ ทักษะ และ กระบวนการ ทางคณิตศาสตร์ในที่นี้ เน้นที่ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่จําเป็น และต้องการพัฒนาให้เกิดขึ้นกับ ผเู้ รียน ได้แก่ ความสามารถต่อไปนี้ 1. การแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการทําความเข้าใจปัญหา คิดวิเคราะห์ วางแผนแก้ปัญหา และเลือกใช้วธิ ีการท่ีเหมาะสม โดยคาํ นึงถงึ ความสมเหตสุ มผลของคําตอบ พร้อมทั้งตรวจสอบความถกู ต้อง 2. การสื่อสารและการสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร์ เป็นความสามารถในการใช้รูป ภาษาและ สัญลักษณท์ างคณิตศาสตรใ์ นการสื่อสาร ส่ือความหมาย สรุปผล และนาํ เสนอได้อย่างถูกตอ้ ง ชัดเจน 3. การเชื่อมโยง เป็นความสามารถในการใช้ความรทู้ างคณิตศาสตร์เปน็ เครื่องมือในการเรยี นรู้ คณติ ศาสตรเ์ น้ือหาต่าง ๆ หรือศาสตร์อ่นื ๆ และนําไปใช้ในชวี ิตจริง 4. การให้เหตผุ ล เป็นความสามารถในการใหเ้ หตุผล รับฟงั และใหเ้ หตุผลสนบั สนุน หรือโตแ้ ย้ง เพอื่ นาํ ไปสกู่ ารสรปุ โดยมขี ้อเท็จจริงทางคณิตศาสตรร์ องรับ 5. การคดิ สร้างสรรค์ เปน็ ความสามารถในการขยายแนวคิดทมี่ ีอยู่เดิม หรือสรา้ งแนวคิดใหม่ เพื่อ ปรบั ปรงุ พฒั นาองค์ความรู้ คุณภาพผู้เรียน จบช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 3 • อา่ น เขียนตัวเลข ตวั หนังสือแสดงจาํ นวนนับไมเ่ กนิ 100,000 และ 0 มีความรสู้ ึกเชงิ จํานวน มที กั ษะ การบวก การลบ การคณู การหาร และนําไปใชใ้ นสถานการณ์ตา่ ง ๆ • มคี วามรูส้ ึกเชงิ จาํ นวนเกยี่ วกบั เศษส่วนท่ีไม่เกิน 1 มีทักษะการบวก การลบ เศษสว่ นท่ีตวั ส่วนเท่ากัน และนําไปใชใ้ นสถานการณ์ต่าง ๆ

8 • คาดคะเนและวัดความยาว น้ำหนกั ปริมาตร ความจุ เลือกใช้เครอื่ งมือและหน่วยท่เี หมาะสม บอกเวลา บอกจํานวนเงนิ และนําไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ • จาํ แนกและบอกลักษณะของรูปหลายเหลยี่ ม วงกลม วงรี ทรงสีเ่ หลีย่ มมุมฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก และกรวยเขียนรปู หลายเหล่ียม วงกลมและวงรีโดยใช้แบบของรปู ระบุรปู เรขาคณิตที่มแี กน สมมาตรและจํานวน แกนสมมาตร และนําไปใชใ้ นสถานการณต์ ่าง ๆ • อ่านและเขียนแผนภมู ิรปู ภาพ ตารางทางเดยี ว และนําไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ คำอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน ค13101 คณติ ศาสตร์ กลุม่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 3 ศึกษา ฝึกทกั ษะการคดิ คำนวณ และฝกึ การแก้ปญั หาในสาระต่อไปน้ี (โรงเรียนบ้านมว่ ง. 2563 : 33-34) การใช้จำนวนแสดงปริมาณที่ได้จากการนับ การอ่านและการเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจำนวนนับไม่เกิน 100,000 หลัก ค่าของเลขโดดในแต่ละหลัก และการเขียนตัวเลขแสดง จำนวนในรูปกระจาย การเปรียบเทียบและการเรียงลำดับจำนวน การบวก การลบ การคูณ การหารสั้น การหารยาว และการบวก ลบ คูณ หารระคนของจำนวนนับและโจทย์ปัญหา การใช้เศษส่วนแสดงปริมาณของสิ่งต่าง ๆ ที่ตัวเศษน้อยกว่าหรือเท่ากับตัวส่วน การอ่านและการเขียนเศษส่วน การเปรียบเทียบและเรียงลำดับเศษส่วน การบวก การลบเศษสว่ น และโจทย์ปัญหา แบบรูปของจำนวนที่เพมิ่ ข้ึนหรอื ลดลงทีละเท่า ๆ กัน การใช้เงินแสดงจำนวนเงิน บอกจำนวนเงิน เขียนแสดงจำนวนเงินแบบใช้จุด เปรียบเทียบจำนวนเงิน และการแลกเงนิ การอ่านและเขียนบนั ทึกรายรับรายจ่าย และโจทย์ปัญหา การบอกเวลาเป็นนาฬิกาและนาที การอา่ นเวลา การเขยี นบอกเวลาโดยใช้มหัพภาค (.) หรือ ทวิภาค (:) การบอกระยะเวลา การเปรียบเทียบระยะเวลา การอา่ นและการเขียนบันทกึ กิจกรรมท่ีระบุเวลา และโจทย์ปญั หา การวัดความยาว การเลือกเครื่องวัดความยาวท่ีเหมาะสม การคาดคะเนความยาวเป็นเมตร และเป็น เซนติเมตร การเปรียบเทียบความยาว และโจทย์ปัญหาการวัดน้ำหนัก การเลือกใช้เคร่ืองชั่งที่เหมาะสม การคาดคะเนน้ำหนัก เป็นกิโลกรัมและเป็นขีด การเปรียบเทียบน้ำหนัก และโจทย์ปัญหา การวัดปริมาตรและ ความจุ การเลือกเครือ่ งตวงท่ีเหมาะสม การคาดคะเนปริมาตรและความจเุ ป็นลิตร การเปรยี บเทยี บปริมาตรและ ความจุ และโจทยป์ ญั หา การจำแนกรปู ท่มี ีแกนสมมาตรและรูปทไ่ี ม่มแี กนสมมาตร ระบุรปู เรขาคณิตสองมิติทมี่ แี กนสมมาตร และจำนวนแกนสมมาตร การเก็บรวบรวมข้อมูลและจำแนกข้อมูล การอ่านและการเขียนแผนภูมิรูปภาพ การอ่านและ การเขยี นตารางทางเดยี ว การใชแ้ ผนภูมิรูปภาพและตารางทางเดียวในการหาคำตอบของโจทยป์ ัญหา การจดั ประสบการณ์หรือการสร้างสถานการณ์ทใ่ี กลต้ ัวให้นักเรยี นไดศ้ ึกษาค้นควา้ โดยปฏบิ ัตจิ ริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะการคิดคำนวณ และทักษะการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสารและการส่ือ ความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณ์ความรู้ ความคิด ทักษะและกระบวนการที่ได้ไปใช้ในการเรียนรู้ สิ่งต่าง ๆ และใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งเห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทำงาน อยา่ งเป็นระบบระเบียบ รอบคอบ มคี วามรับผิดชอบ มวี ิจารณญาณและเชื่อมนั่ ในตนเอง การวัดและประเมินผล ใชว้ ิธีการทห่ี ลากหลายตามสภาพความเปน็ จรงิ ของเนื้อหาและทักษะทตี่ ้องการวดั

9 รหสั ตวั ช้ีวดั ค 1.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7, ป.3/8, ป.3/9, ป.3/10, ป.3/11 ค 1.2 ป.3/1 ค 2.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7, ป.3/8, ป.3/9, ป.3/10 ป.3/11, ป.3/12, ป.3/13 ค 2.2 ป.3/1 ค 3.1 ป.3/1, ป.3/2 รวมทั้งหมด 28 ตัวช้ีวดั 3. การจดั การเรยี นรู้แบบ Active Learning (บหุ งา วัฒนะ. 2546 : 30-34). การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เป็นกระบวนการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม ในชั้นเรียน สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูผู้สอนกับผู้เรียน มุ่งให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ โดยมีครูเป็นผู้อำนวยความ สะดวก สร้างแรงบันดาลใจ ให้คำปรึกษา ดูแล แนะนำ จัดวิธีการเรียนรู้และแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีความหมาย สร้างองค์ความรู้ได้ มีความเข้าใจในตนเอง ใช้สติปัญญา คิด วิเคราะห์ สรา้ งสรรค์ผลงาน มสี มรรถนะสำคญั มีทกั ษะวิชาการ ทกั ษะชวี ติ บรรลุเป้าหมายการเรียนรูต้ ามระดบั ชว่ งวัย ลกั ษณะของการจดั การเรียนรู้แบบ Active Learning มีดังนี้ 1. เปน็ การพัฒนาศกั ยภาพการคิด การแก้ปัญหา และการนำความร้ไู ปประยกุ ต์ใช้ 2. ผเู้ รยี นมสี ว่ นร่วมในการจัดระบบการเรยี นรู้ และสร้างองค์ความรู้โดยมปี ฏิสัมพันธ์ร่วมกันในรูปแบบ ของความรว่ มมอื 3. เปดิ โอกาสใหผ้ ู้เรยี นมีสว่ นร่วมในกระบวนการเรยี นรู้สงู สดุ 4. เป็นกิจกรรมท่ีใหผ้ เู้ รียนบูรณาการข้อมลู ขา่ วสาร สารสนเทศ สูท่ ักษะการคิดวเิ คราะห์ 5. ผเู้ รยี นไดเ้ รยี นร้คู วามมวี ินยั ในการทำงานรว่ มกับผ้อู น่ื 6. ความรู้เกิดจากประสบการณ์ และการสรปุ ของผูเ้ รยี น 7. ผู้สอนเปน็ ผอู้ ำนวยความสะดวกในการจดั การเรยี นรู้ เพือ่ ให้ผ้เู รียนเปน็ ผปู้ ฏิบตั ิดว้ ยตนเอง

10 บทท่ี 3 วิธีดำเนินการวจิ ัย กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเปา้ หมายเป็นนกั เรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 โรงเรยี นบา้ นม่วง สังกดั สำนกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษา ประถมศึกษาสงขลา เขต 3 สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน เครื่องมือท่ใี ช้ในการวิจยั 2.1 แบบทดสอบหลังเรยี น 2.2 แบบฝึกทักษะ เรื่อง โจทย์ปัญหาการวัดความยาว กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 ขนั้ ตอนการสร้างเครื่องมอื 3.1 ศึกษาเอกสารหลักสูตรสถานศกึ ษา แนวคดิ ทฤษฏีการเรยี นการสอน 3.2 ศกึ ษาปัญหาของนักเรยี น วเิ คราะหข์ ้อมูลทพ่ี บในการจัดการเรยี นการสอน 3.3 ศึกษาแนวทางการจดั การเรยี นรู้แบบ Active Learning 3.4 ศกึ ษาเทคนคิ การจัดทำแบบฝกึ ทกั ษะ เพอื่ ใหเ้ หมาะสมกับเนอื้ หาและผูเ้ รียน 3.5 สร้างแบบฝกึ ทกั ษะและแบบทดสอบหลงั เรยี น 3.6 ดำเนนิ การจัดกิจกรรมตามแผนการจัดการเรยี นรู้ 3.7 ประเมนิ ผลการทำแบบฝึกทกั ษะและแบบทดสอบหลงั เรียน การเก็บรวบรวมขอ้ มลู ใช้การเก็บรวบรวมข้อมูลในสถานการณ์จริงในชั้นเรียน จากการทำแบบฝึกทักษะ ทดสอบหลังเรียน และสังเกตพฤตกิ รรมของผู้เรียนระหวา่ งจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน

11 บทท่ี 4 ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล การศึกษา เรื่อง “การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาการวัดความยาว ด้วยรูปแบบ Active Learning โดยให้ผู้เรียนแสวงหาและค้นพบความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 3” ผู้ศึกษาไดน้ ำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมลู ดังน้ี การวิเคราะห์ข้อมูล ข้อมูลที่รวบรวมได้จากแบบฝึกทักษะและทดสอบหลังเรียน นำมาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย (  ) และค่าเฉลยี่ ร้อยละ แลว้ เปรยี บเทียบกับเกณฑร์ ้อยละ 70 ผลการวิเคราะหข์ อ้ มูล ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มที่ศึกษา คือ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ทั้งหมดรวม 14 คน มีการ ดำเนินการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง โจทย์ปัญหาการวัดความยาว แล้วให้ นักเรียนทำแบบฝึกทักษะ หลังจากจบบทเรียนจึงทำการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลังเรียน แล้วจึงนำผลการเรียนรู้ มาเกบ็ รวบรวมข้อมลู ระหว่างเรยี นและหลังเรียนที่รวบรวมได้จากเครอ่ื งมือที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นมา ดงั นี้

ตาราง แสดงคะแนนผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น เรือ่ ง โจทย์ปัญหาการวดั ความยาว 12 ชอ่ื -สกุล คะแนน ทดสอบ รวม รอ้ ยละ หลังเรียน คะแนน ท่ี ระหวา่ งเรยี น 100 คะแนน 30 80 88.75 50 26 71 81.25 25 65 78.75 1 เด็กชายอาดัม ทองเส็น 45 23 63 70.00 21 56 77.50 2 เด็กชายอคั รวนิ ท์ เภอโส๊ะ 43 24 62 85.00 25 68 66.25 3 เด็กชายวาริต บลิ มาหลี 40 21 53 87.50 26 70 80.00 4 เด็กชายมุมิน หมดุ หล๊ะ 35 23 64 72.50 22 58 63.75 5 เด็กหญงิ นุชรี ชูดำ 38 20 51 61.25 19 49 63.75 6 เดก็ หญงิ จุฑารัตน์ ยุทธปิ นู 43 20 51 73.75 23 59 1050 7 เดก็ หญงิ อรญั ญา สงิ หเ์ นยี่ ว 32 75.00 8 เดก็ หญิงชวลั ลักษณ์ เพ็ชรัตน์ 44 9 เดก็ หญิงนารมี าน เกตศุ รทั ธา 41 10 เดก็ หญิงนูรโซเฟยี หะยีมซู อ 36 11 เด็กหญงิ มูรนี า หมดั เลาะ 31 12 เด็กหญงิ นาซฮู า วานิ 30 13 เด็กหญงิ นิสรีน สาหมนุ 31 14 เด็กหญิงมุกรนิ ทร์ สมัยอยู่ 36 รวม คะแนนเฉลย่ี ร้อยละ จากตารางสรปุ ไดว้ ่า การพฒั นาผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นคณติ ศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปญั หาการวัดความยาว ด้วยรูปแบบ Active Learning โดยให้ผู้เรียนแสวงหาและค้นพบความรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียน ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 3 มคี ะแนนเฉลย่ี ร้อยละ 75.00

13 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ สรุปผล การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์หลังการเรียน เรื่อง โจทย์ปัญหาการวัดความยาว ด้วยรูปแบบ Active Learning โดยให้ผู้เรียนแสวงหาและค้นพบความรู้ ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กับเกณฑ์ร้อยละ 70 พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังการเรยี นสูงกว่าเกณฑร์ ้อยละ 70 อภิปรายผล ผลการศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ปรากฏว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง โจทย์ปัญหาการวัดความยาว ของนักเรียนหลังการจัดการเรียนรู้ ด้วยรูปแบบ Active Learning โดยให้ผู้เรียนแสวงหาและค้นพบความรู้ ดว้ ยตนเอง มีคุณภาพและประสิทธภิ าพอยา่ งดียง่ิ ด้วยเหตุผลดังต่อไปน้ี 1. การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เปน็ การจัดกจิ กรรมการเรียนร้ทู ่ีเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง มุ่งให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง มีส่วนร่วมในรูปแบบของความร่วมมือกัน ส่งผลให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สูงขึ้น 2. การจัดการเรียนรู้ เรื่อง โจทย์ปัญหาการวัดความยาว ด้วยรูปแบบ Active Learning โดยให้ ผู้เรียนแสวงหาและค้นพบความรู้ด้วยตนเอง เป็นรูปแบบการเรียนรู้และแบบฝึกทักษะที่มีคุณภาพและ ประสิทธิภาพตามผลของการวิเคราะหข์ ้อมูลดังกลา่ ว 3. แบบฝึกทักษะ เรื่อง โจทย์ปัญหาการวัดความยาว ชุดนี้สร้างขึ้นอย่างถูกวิธี ได้ผ่านขั้นตอนการ สร้างและพัฒนาอย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่การศึกษาเอกสารหลักสูตรและเอกสารที่เกี่ยวข้องในการใช้หลักสูตร และยังได้รับการแนะนำ ข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านเนื้อหาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ความเหมาะสมของเน้ือหา 4. การจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ เร่ือง โจทยป์ ัญหาการวัดความยาว สง่ ผลให้ผู้เรียนเกิดการ เรียนรไู้ ด้อย่างเหมาะสมกบั เนอ้ื หา 5. การจัดการเรียนรู้ เรื่อง โจทย์ปัญหาการวัดความยาว ด้วยรูปแบบ Active Learning โดยให้ ผู้เรียนแสวงหาและค้นพบความรู้ด้วยตนเอง ได้เรียงลำดับความยากง่ายสอดคล้องตามธรรมชาติการเรียนรู้ ทำให้เรียนรู้สึกว่าตนเองประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ จึงสรุปได้ว่า การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

14 คณิตศาสตร์ เรื่อง โจทย์ปัญหาการวัดความยาว ด้วยรูปแบบ Active Learning โดยให้ผูเ้ รียนแสวงหาและค้นพบ ความรูด้ ว้ ยตนเองมีประสิทธิภาพอยา่ งยง่ิ สง่ ผลใหผ้ ู้เรยี นมผี ลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนสงู กวา่ เกณฑร์ ้อยละ 70 ขอ้ เสนอแนะ จากผลการศกึ ษาค้นคว้าครง้ั นี้มขี ้อเสนอแนะเพ่ือประโยชน์ตอ่ ศึกษาดงั นี้ 1. ก่อนนำแบบฝึกทักษะไปใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครูผู้สอนควรศึกษารายละเอยี ดของ ทุกกจิ กรรมก่อนนำไปใช้ 2. แบบฝึกทกั ษะ เรอ่ื ง โจทยป์ ญั หาการวัดความยาว นี้จะเกิดความสมบูรณ์ ครผู ู้สอนต้องใช้ควบคู่ไป กบั การจัดการเรยี นรู้แบบ Active Learning โดยใหผ้ เู้ รยี นแสวงหาและคน้ พบความรู้ดว้ ยตนเอง จัดกจิ กรรมให้ ครบทุกขัน้ ตอน ต้องตรวจแบบฝกึ ทกั ษะอย่างเปน็ ปจั จุบนั ใหผ้ เู้ รยี นรผู้ ลทันที พร้อมกบั เฉลยคำตอบทถ่ี ูกต้องให้ ผเู้ รียนไดร้ ทู้ ุกครงั้

15 บรรณานุกรม เจนจริ า สรสวัสด.์ิ (2560). การศกึ ษาความสามารถในการแก้ปญั หาทางคณิตศาสตร์ เร่อื ง ความน่าจะเปน็ โดยใช้รูปแบบ SSCS. วทิ ยานพิ นธ์ศึกษาศาสตรมหาบณั ฑิต. กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์. บหุ งา วัฒนะ. (2546). Active learning. วารสารวิชาการ. [ออนไลน์]. แหลง่ ท่ีมา : http://edsactivelearning.blogspot.com/p/blog-page_25.html. เข้าถงึ เมื่อ 24 ธันวาคม 2564. โรงเรยี นบ้านมว่ ง. (2564). หลกั สูตรกลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศกั ราช 2564 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560). สงขลา. วรรณภาภรณ์ ล้ิมสงั กาศ. (2559). การพฒั นาแบบฝึกทักษะการแกป้ ญั หาคณิตศาสตร์ เรอ่ื ง การประยุกตข์ อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดยี ว ด้วยวธิ กี ารเรยี นรู้แบบ SSCS สำหรบั นกั เรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 2. ลพบุรี : โรงเรยี นเทศบาล 4 ระบบสาธติ เทศบาลเมืองลพบุรี. สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลย.ี (2564). คมู่ อื ครูรายวิชาพืน้ ฐาน คณิตศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 3 เล่ม 2 ตามมาตรฐานการเรียนร้แู ละตวั ชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา : www.ipst.ac.th. เข้าถงึ เมื่อ 24 ธนั วาคม 2564. สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). มาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละ ตัวชว้ี ัด กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และสาระภมู ิศาสตร์ ในกลมุ่ สาระการเรียนรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษา ข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชุมนมุ สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกดั .

16 ภาคผนวก


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook