Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore EBook หนังสือเราคิดอะไรฉบับที่336

EBook หนังสือเราคิดอะไรฉบับที่336

Published by godofthecrash, 2018-07-03 09:42:16

Description: EBookหนังสือเราคิดอะไรฉบับที่๓๓๖ ปีที่๒๔ เดือนกรกฎาคม ๒๕๖๑

Search

Read the Text Version

บริบรู ณ์ ไม่รูจ้ ักร้แู จง้ ในความเป็น“อตั ตา๓” โลกัง ปรญั จ โลกงั สยัง อภญิ ญฺ า สจั ฉกิ ตัหรอื “ไมม่ ีสมั มาทฏิ ฐิ๑๐”แน่ จึงจะประมาท วา ปเวเทนตฺ ีต”ิ ซึง่ “ทฏิ ฐิ๑๐”นพ้ี ระพทุ ธเจ้าหลงตนวา่ “ทำ� ใจในใจ”ได้ “ทำ� ใจในใจ”เปน็ แต่ ตรัสไว้ในพระไตรปิฎก เล่ม ๑๔ ข้อ ๒๕๗ท่ีแท้“ท�ำใจในใจ”ได้ ทว่าไม่ถ่องแท้(อโยนิโส) “มหาจตั ตารสี กสตู ร” เปน็ ขอ้ ต้นไมล่ งไปถงึ ทเ่ี กดิ ของ“สตั วโ์ อปปาตกิ ะ”อยา่ งมลี ำ� ดบั แนๆ่ ซงึ่ มคี นผ“ู้ หลงตน”(มอี ตั ตามานะ) ซึ่งปุถุชนคนอวิชชาที่ยัง“มิจฉาทิฏฐิ”เชน่ วา่ น้ีมากมายเยอะแยะในสงั คมโลกยคุ น้ี อยู่ท้ัง ๑๐ ข้อ ต่อให้ปฏิบัติหนักแค่ไหน ก็ “ไม่มผี ล”(นัตถิ) นนั่ คอื ไม่ม“ี สัมมาปฏิเวธ” การรจู้ กั รแู้ จง้ รจู้ รงิ เปน็ “ของยาก”เพราะ แน่นอน เพราะ“ท�ำใจในใจ”(มนสิกโรติ)ไมเ่ ปน็พทุ ธลึกซ้ึงจริงๆ(คัมภีรา) เห็นตามได้ยาก(ทุทฺ หรอื ไม่ถูกต้องตามทฤษฎีของพุทธทสา) รตู้ ามไดย้ าก(ทุรนโุ พธา) ซง่ึ สงบพเิ ศษแท(้สนั ตา)สุขุมยิ่ง(ปณีตา) รู้ไม่ได้ด้วยตรรกะ(อตักกาวจรา) สรุป“การท�ำใจในใจ”(มนสกิ าร)ก็คอื “ทำ�ละเอยี ดขน้ั นพิ พาน(ปณีตา) บณั ฑติ จรงิ เทา่ นนั้ ฌานหรอื ท�ำสมาธิ”น่นั เอง ทำ� ไม่เป็น ไมถ่ ูกจงึ จะรไู้ ดแ้ ท้(ปณั ฑติ เวทนยี า) [พตปฎ. เล่ม๙ ข้อ๒๖] ตอ้ งตามแบบพทุ ธ ทมี่ “ี ทฤษฎ”ี เฉพาะตนแท้ ดังน้ัน ผู้ปฏิบัติ“มรรค ๘”บรรลุมรรค แม้แต่“ทำ� ทาน” ก“็ ทำ� ใจในใจ”ไมเ่ ปน็ -ผลกนั จรงิ ๆ จะต้องได้พบเห็น“แสงอรณุ ๗” จะยงั มี“ภพ” ติดสวรรค์ หลงสวรรค์ ไม่ตรงบรบิ รู ณ์มาก่อน จงึ จะปฏบิ ตั “ิ มรรค๘”บรรลุ ตามแบบเฉพาะของพุทธกนั ได้ง่ายๆหรอกสมั มาอาริยผลของพทุ ธได้แท้ ส�ำเร็จจรงิ ๆ ใน“มจิ ฉาทฏิ ฐิ ๑๐” ท่ีพระพุทธเจา้ ตรสั ตอ่ มาก็จะตอ้ งผ่านด่าน“ทฏิ ฐิ๑๐”อีก ไว้ในพระไตรปฎิ ก เลม่ ๑๔ ขอ้ ๒๕๕ เรมิ่ ตงั้ แต่ ขอ้ แรก“มรรค๘”ม“ี ทฏิ ฐ”ิ เปน็ ประธาน “การทำ� ทาน”ก“็ นตั ถิ ทนิ นงั ” อนั หมายความ คอื ม“ี สมั มาทฏิ ฐิ๑๐”ไดแ้ ก่ “อตั ถิ ทนิ นงั ว่า “ทานท่ีท�ำแล้ว ไม่มีผล” เพราะ“มิจฉา-อัตถิ ยิฏฐัง -อัตถิ หุตัง -อัตถิ สุกตทุก ทฏิ ฐ”ิ เพราะ“ทำ� ทาน”โดย“ทำ� ใจในใจ” กเิ ลสกฏานัง กมั มานงั ผลงั วปิ าโก -อตั ถิ อยงั โลโก ไม่ลดละหน่ายคลายลงเลย กิเลสมีแต่เพิ่ม-อตั ถิ ปโรโลโก -อตั ถิ มาตา -อตั ถิ ปติ า -อตั ถิ คอื ยัง“ทำ� ทาน”ไม่สมั มาทิฏฐิ กันอยทู่ ้ังนั้นสตั ตาโอปปาติกา -อตั ถิ โลเก สมณพฺราหฺมณา สมั มัคคตา สัมมาปฏิปันนา เย อมิ ญั จ กล่าวคือ “ท�ำทาน”โดย“ท�ำใจในใจ”มี แตก่ ารสรา้ ง“ภพ”สรา้ ง“ชาต”ิ เตมิ กเิ ลสใส่ใจ ตนเองลงไป“ในจิต”(มนสิ) ของตนเองอีกซ้�ำ เขา้ ไป ดว้ ยอวชิ ชา หรอื มจิ ฉาทฏิ ฐอิ ยู่นนั่ เอง50 • เราคิดอะไร

น่นั ก็คือ “ทำ� ใจในใจ” ไม่เปน็ “โยนโิ ส” อตั ตา เนรมติ สวรรคป์ น้ั สรา้ งขนึ้ ในใจ จงึ เกดิไม่ถูกต้องถ่องแท้ กล่าวคือ “มนสิการ”(การ “ภพ”ยง่ิ ๆข้ึน ไมเ่ ป็นการลดภพ ลดชาตเิ ลยท�ำใจในใจ)ไม่เป็นไปตามที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ แต่ไป“ท�ำใจในใจ”ตามแบบของคน เพราะ“ทำ� ทาน”ทีใด กไ็ ดแ้ ต่“ทำ� ใจในใจ”อ่ืน ตามคำ� สอนผอู้ ืน่ อันไม่ใช่แบบพุทธ เชน่ “อธษิ ฐาน”เปน็ ตน้ คือตงั้ จติ ขนึ้ ในจติ “มี ‘ภพ’ข้ึนมา” คือมี“แดนที่ไปในข้างหน้า”ข้ึน ค�ำกล่าวน้ี ไม่ใช่พูดอย่างอวดดี ไร้ ในจติ ตนจรงิ ๆ จงึ ม“ี ภพ”เพม่ิ ขนึ้ ม“ี ชาต”ิ ของความจรงิ แตเ่ ปน็ “ความจรงิ อนั ประเสรฐิ แท”้ กิเลสตัณหาหรอื อปุ าทาน ที่เป็น“ความโลภ-เปน็ “สมั มาอารยิ สจั จะ”ของพทุ ธ ท“่ี คมั ภรี า- ความตอ้ งการจะได้” ใส่จติ ใจตนเองเพ่มิ ขน้ึ ๆททุ ฺทสา-ทุรนโุ พธา-สนั ตา- ฯลฯ” จริงๆ มีแต่“ท�ำใจอยากได้ส่ิงตอบแทนคืน ยง่ิ ขอ้ ๒“ยฏิ ฐงั ”อนั หมายถงึ “การปฏบิ ตั ิ มา”มากข้ึนๆ จิตใจก็มีแต่“ท�ำใจ”เติมกิเลสตามยัญญะพิธีท่ีปฏิบัติต่างๆ”น้ัน ก“็ นตั ถิ โลภเพมิ่ ขน้ึ ๆ แลว้ มนั จะ“มผี ล”ลดความโลภยฏิ ฐงั ” หมายความวา่ “ยญั ทบี่ ชู าแลว้ (วิธีปฏบิ ัติ ลดละกิเลส ลดภพ-ลดชาติกันตรงไหนล่ะ?ทปี่ ฏบิ ตั กิ นั แลว้ ) ไม่มีผล(นัตถิ)”เพราะ“มจิ ฉาทฏิ ฐ”ิอกี แหละ เพราะ“ทำ� ตาม“วธิ กี าร”นน้ั แลว้ “ไมม่ ี ลองตรวจตามทพ่ี ระพทุ ธเจา้ ตรสั ไวด้ สู ิผล” โดย“ทำ� ใจในใจ”แลว้ กเิ ลสไม่ลดละหน่าย ตรงเป๊ะเลย(พระไตรปฎิ ก เล่ม ๒๓ ข้อ ๔๙) ตงั้ แต่คลายลงเลย กเิ ลสมีแต่เพิ่มขน้ึ ๆเพราะ“ทำ� ใจ “ทำ� ใจในใจไว”้ เรมิ่ จากให้ทานโดย“มคี วามหวงัในใจ”ไมเ่ ปน็ “ทำ� ใจในใจ”ไมถ่ กู ตอ้ งตามทฤษฎี อยู่ในใจ”(สาเปกโฺ ข) หรอื หนกั ขนึ้ ไปอกี ให้ทานของพระพทุ ธเจา้ จรงิ ๆ ซงึ่ ยงั หลงผดิ (โมหะ)กนั โดย“มีจิตผูกพนั ในผล”(ปฏิพัทธจิตโต) หรอื ยง่ิอยเู่ ตม็ ไปหมดในการปฏบิ ตั ติ นของชาวพทุ ธ ร้ายกวา่ นน้ั ขนึ้ ไปอกี โดย“มงุ่ การสงั่ สมในผลที่ทกุ วนั น้ี อยา่ งทเี่ หน็ และเปน็ อย่จู รงิ (มใิ ชก่ ลา่ วตู่) ตนให้ทาน”(สนั นิธิสาเปกโฺ ข ทานงั เทติ ) กล่าวคือ ผู้“ท�ำทาน” ท�ำทานเป็นแต่ หนักร้ายท้ายสุด หยาบใหญ่ท่ีสุดคือภายนอก สว่ นใจ“ทำ� ใจในใจ”(มนสกิ โรต)ิ ไมเ่ ปน็ “ทำ� ทาน”แลว้ ยงั ตง้ั จติ คดิ วา่ ตายไปแลว้ จะ“ทำ� ใจในใจ”(มนสกิ โรต)ิ ไมล่ ดความโลภ เปน็ ตน้ ได้เสพเสวยผลของทานท่ี ให้แล้วนนั้ ๆ”(อมิ งั เปจจฺ ะ ปริภุญชฺ สิ ฺสามตี ิ ทานัง เทติ) ..ผิดซำ�้ ผดิ ซ้อน กลับซ้�ำหนักหน้าเป็น“การท�ำใจในใจ”ให“้ โลภ”เพม่ิ มกี เิ ลสหนาขน้ึ หรอื ใหเ้ พมิ่ ภพ ซ้�ำร้ายงมงายย้�ำกระหน่�ำตนด้วยการเพิ่มชาตยิ งิ่ ๆขน้ึ เปน็ สวรรค์เก๊ สวรรค์มโนมย ทำ� ใจ“ปลื้มใจ-ดอี กดใี จย่งิ ท่ีตนท�ำทานน้ัน” อา่ นตอ่ ฉบับหน้า ปีที่ ๒๔ ฉบับท่ี ๓๓๖ กรกฎาคม ๒๕๖๑ • 51

52 • เราคดิ อะไร

ปที ่ี ๒๔ ฉบบั ท่ี ๓๓๖ กรกฎาคม ๒๕๖๑ • 53

[ กิ้งกา่ ไดท้ รัพย์ ชหู วั ลืมตวั หลงเงิน เปน็ ใหญ่ ตดิ เชอ้ื นายทุน เจาะใจ นสิ ัย พง่ึ เงนิ เพอ่ื เงิน. ตดิ เช้อื นายทนุ (กกณั ฏกชาดก)ณ ธรรมสภา ภิกษุทั้งหลายประชุมกันอยู่ เม่ือภกิ ษเุ หล่านั้นกราบทลู ขอรอ้ งให้เลา่ พระแล้วได้เอย่ ถึงพระผู้มพี ระภาคเจา้ ดงั น้ี ศาสดาจึงตรัสเรอื่ งน้นั ให้ฟงั“ดูก่อนท่านท้ังหลายพระศาสดาของพวกเรา FFFนน้ั เปน็ ผมู้ พี ระปญั ญาใหญ่ พระปญั ญากวา้ งขวาง ในอดตี กาล มพี ระราชาพระนามวา่ วเิ ทหะพระปญั ญารา่ เรงิ พระปญั ญาลกึ ซง้ึ พระปญั ญาดจุแผ่นดิน พระปัญญาแหลมคม พระปัญญาว่องไว เสวยราชสมบัติในกรุงมิถิลาแห่งแคว้นวิเทหะพระปัญญาแทงตลอด สามารถย�่ำยีวาทะของคน ทรงมีผู้เป็นยอดแห่งบัณฑิตเป็นที่ปรึกษานามว่าอื่นได้ พระองค์ทรงกำ� จัดกิเลสของคนเปน็ อนั มาก มโหสถแลว้ ให้ต้งั อย่ใู นมรรคผล” มีอยู่วันหน่ึง พระเจ้าวิเทหราชเสด็จไปพระขณะนั้นเอง พระศาสดาเสด็จมา เหล่าภิกษุ ราชอุทยานกับมโหสถบัณฑิต พร้อมด้วยบริวารจึงทูลเร่ืองท่ีสนทนากันอยู่ให้ทรงทราบ พระองค์ ตดิ ตามตรัสตอบวา่ ขณะเสด็จชมพระราชอุทยานอยู่น้ัน พลัน“ดูก่อนภิกษุท้ังหลาย มิใช่แต่ปัจจุบันนี้ มีกิ้งก่าตัวหน่ึง พอมันเห็นพระราชาเสด็จมา ก็เท่านั้นที่ตถาคตมีปัญญามาก แม้ในอดีตชาติก็ รีบคลานลงจากเสาค่ายที่เกาะอยู่ แล้วมาก้มหัวเป็นผู้มปี ัญญามากเหมอื นกัน” หมอบทพ่ี ้นื ดนิ ขา้ งทางเสด็จ54 • เราคดิ อะไร

พระราชาทอดพระเนตรกิริยาของกิ้งก่า ยงั เชดิ หนา้ ชหู วั อวดเหรยี ญกงิ่ มาสกนนั้ ดว้ ยความเชน่ นัน้ จึงตรัสถามมโหสถบัณฑิตวา่ คดิ ยกตนตเี สมอพระราชา “พระองคม์ พี ระราชทรพั ยม์ ากกจ็ รงิ แตต่ วั “แน่ะ ! ก้ิงก่าตวั นี้ทำ� อะไรของมันเล่า” เราก็มที รัพยม์ ากเหมอื นกนั ” “กิ้งก่าตัวนี้มาหมอบถวายตัวแก่พระองค์ แลว้ กส็ า่ ยหวั ไปมาอยบู่ นยอดเสาคา่ ยนนั้ เมอ่ืพระเจา้ ขา้ ” พระราชาได้ทอดพระเนตรกิริยาของมัน จึงตรัส พระเจ้าวิเทหราชทรงพอพระทัยนัก ถึงกับ ถามข้นึ มาวา่ตรสั วา่ “เอะ๊ ! วนั นท้ี ำ� ไมกง้ิ กา่ ไมล่ งมาหมอบออ่ นนอ้ ม “แม้มันจะเป็นสัตว์ดิรัจฉาน แต่การถวาย เหมือนครง้ั กอ่ นๆ มโหสถบณั ฑิตรู้หรอื ไม่ ไยมนั จึงตัวด้วยอาการนอบน้อมอย่างน้ีก็มีผล ฉะน้ัน มอี าการกระดา้ งเยย่ี งนเี้ ลา่ ”ราชบุรุษ(คนของพระราชา)จงให้ทรัพย์สมบัติ มโหสถพจิ ารณาดกู งิ้ กา่ แลว้ กร็ ไู้ ดด้ ว้ ยปญั ญาแกก่ ง้ิ กา่ ตัวน”้ี ของตนทันที จงึ กราบทลู แตม่ โหสถรบี กราบทลู ทดั ทานว่า “กงิ้ กา่ ตวั นม้ี ที รพั ยก์ งึ่ มาสกหอ้ ยคอ ลมุ่ หลงใน “กงิ้ กา่ มใิ ชต่ อ้ งการไดท้ รพั ย์ ควรพระราชทาน ทรพั ยท์ ไ่ี ดม้ า ซง่ึ มนั ไมเ่ คยได้ จงึ ดหู มน่ิ ตอ่ พระองค์เพยี งแคข่ องกินก็พอ พระเจา้ ข้า” ผคู้ รองกรุงมิถลิ า พระเจ้าข้า” “แลว้ มันกนิ อะไรกนั ” พระราชาทรงสดับค�ำตอบเช่นน้ัน จึงเรียก “มนั กนิ เน้อื พระเจา้ ขา้ ” ราชบุรุษมาซักถาม ก็ได้รับความจริงตรงด่ังค�ำ “จะต้องกนิ มากน้อยสกั เทา่ ใด” ของมโหสถ ท�ำใหเ้ ลื่อมใสในสตปิ ัญญาของมโหสถ “กเ็ ป็นเน้ือราคาราว ๑ กากณึก (เงนิ เหรยี ญ ยิ่งนัก ด้วยทรงคิดว่ามีค่าน้อยสุด เท่ากับค่าของช้ินเน้ือที่กาพอคาบไป “มโหสถไม่ได้ถามอะไรกับใครๆ เลย แต่ได)้ พระเจา้ ขา้ ” สามารถรนู้ สิ ยั และจติ ใจของกง้ิ กา่ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง” พระราชาจึงตรสั สั่งราชบรุ ษุ วา่ ดังน้ันทรงพระราชทานส่วย(เงินภาษี)ที่เรียก “รางวัลทรัพย์ ๑ กากณึกน้ันไม่ควร เจ้า เกบ็ ค่าผ่านประตเู มืองทง้ั ๔ แก่มโหสถบัณฑติ แต่จงหาเน้ือราคา ๑ กากณึกให้กิ้งก่าตัวนี้ได้กิน กร้ิวก้ิงก่าที่นิสัยเปล่ียนไป รับสั่งจะให้ฆ่าท้ิงเสียทกุ วนั ” มโหสถจึงไดท้ ูลทดั ทานพระราชาไว้ ราชบุรษุ รบั พระราชโองการ แลว้ กระท�ำตาม “ธรรมดาของสตั วด์ ริ จั ฉานนนั้ ยอ่ มโงเ่ ขลานัน้ อย่างสม�่ำเสมอ ไร้ปัญญา ติดหลงในทรัพย์ ขอพระองค์โปรด กระท่งั วนั หน่งึ เปน็ วนั อโุ บสถ(วันพระ) ซึง่ คน ประทานอภยั โทษให้แกม่ ันเถิด พระเจ้าขา้ ”ทั้งหลายล้วนงดเว้นการฆ่าสัตว์ ราชบุรุษหาซื้อ พระเจา้ วเิ ทหราชจงึ ทรงยกโทษใหแ้ กก่ ง้ิ กา่ นนั้เน้ือสัตว์ไม่ได้ จึงน�ำเอาเงินเหรียญกึ่งมาสก(๒๐สตางค)์ มาเจาะเปน็ รู แลว้ ใชด้ า้ ยรอ้ ยผกู เปน็ เครอ่ื ง FFFประดบั ไวท้ ค่ี อกง้ิ ก่า นบั แตว่ นั นน้ั ...กง้ิ กา่ กห็ ลงทรพั ยท์ ไี่ ดม้ าหอ้ ย ครนั้ พระศาสดาทรงนำ� ชาดกนมี้ าตรสั เลา่ แลว้คอ มีนิสยั ถอื ตวั ชหู วั เย่อหย่ิง โอ้อวดเหรยี ญกึง่ ก็ทรงเฉลยว่ามาสกนน้ั เสมอๆ “พระเจ้าวิเทหราชในคร้ังนั้น ได้มาเป็น และแล้วอยู่มาวันหน่ึง พระเจ้าวิเทหราชได้ กาฬทุ ายภี กิ ษใุ นบดั นี้ สว่ นมโหสถบณั ฑติ กค็ อื เราเสดจ็ มาทพี่ ระราชอทุ ยานอกี ครานแ้ี มก้ ง้ิ กา่ จะเหน็ ตถาคตในบัดนี้”พระราชาเสดจ็ มา กย็ งั คงเกาะอยทู่ บ่ี นเสาคา่ ย ทงั้ (พระไตรปฎิ กเล่ม ๒๗ ขอ้ ๑๘๙ อรรถกถาแปลเล่ม ๕๗ หน้า ๑๒๒ อรรถกถาแปลเล่ม ๖๓ หนา้ ๓๕๗) ปีท่ี ๒๔ ฉบับที่ ๓๓๖ กรกฎาคม ๒๕๖๑ • 55

ต า ม ห ยั่ ง ฟ้ า ท ะ ลุ ดิ น ไทยไม่ตอ้ งตามก้นอเมรกิ าเลย เดินหนา้ ตามศาสตร์พระราชา• ดงั นัน้ วิมุตตินยิ ม ชูธงเศรษฐกิจพอเพยี งแมน่  ๆ ทุ่มทำ� ขา้ วผกั ผลไม้ ทีเ่ ราถนัดให้เป็นครัวโลก เป็นมหาอ�ำนาจทางอาหารการกิน ทำ� กสิกรรมไรส้ ารพษิ ผลติ ผลธรรมชาติดแี ละถูกดว้ ย ไมต่ อ้ งกลวั ลน้ ตลาด เศรษฐกจิ สาธารณโภคีคือวิถีประชาธปิ ไตย ใคร ๆ กก็ นิ ดอี ยดู่ ีบอลโลกช่างพาโงไ่ ปถงึ ไหนจา้ … เอ่ยถงึ นกั เตะบอลยิง่ สงั เวชของเด็กเลน่ เอา มองอยากมีหัวคิดสักนิดน่าสมเพชคนเสพติด เป็นอาชีพได้ไง ย่ิงเตะเก่งยิ่งค่าตัวโคตรแพง ซ้ือบอลโลก ไมเ่ ห็นมีสาระอะไรเลย ของเล่นสำ� หรับ ตวั ยิง่ กวา่ วัวควายไดร้ าคาอ้อื ซ่าเดก็ แท ้ ๆ โตแลว้ ไมว่ ายหลงของเลน่ เดก็  ๆ คนชอบ คา่ นยิ มทำ� มาหาเงนิ แบบดาราเตะลกู หนงั มนัดูเขาว่ามันส์ มันเป็นสวรรค์ลม ๆ แล้ง ๆ ลงทุน ดงึ เอาหนมุ่  ๆ ออกจากทอ้ งทงุ่ ทำ� มาหากนิ แทนทจ่ี ะลงแรงถ่างตาดูดึกด่ืน อดตาหลบั ขบั ตานอน ชว่ ยปลกู ข้าวพืชผักผลไม้ จากครัวไทยไปครวั โลก ถ้าให้ไปท�ำงาน คงไม่มีวันขยันแบบดูบอล เป็นมหาอำ� นาจทางอาหารพระพุทธเจ้าทรงสอนแต่ยุค ๒,๕๐๐ กว่าปีก่อน กีฬาบอลกลับพาไปผลาญเวลาเสียแรงแข่งเทยี่ วดกู ารละเลน่ มนั เปน็ อบายมขุ คนเลน่ เตะบอล เตะลูกบอลเปลา่  ๆ ซ่ึงกินไมไ่ ด้ ไร้สาระส้นิ ดี ไมม่ ียงั อา้ งไดว้ า่ ออกกำ� ลงั คนเฝา้ ดหู นา้ จองอแขง้ ขามี ปญั ญาคิดกนั เลยแตเ่ สยี สขุ ภาพสนิ้ ดี จะมปี ระโยชนจ์ ากกฬี าตรงไหน กีฬากีฬาเป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลสท�ำคนให้ไมเ่ หน็ เปน็ คน...เดย๋ี วน้กี ลา้ เอามาเปิดเขา้ หูรึ คงไม…่ ประเด็นหลงดูบอลนี่แหละเป็นปัญหาสาหัส ถงึ เทศกาลบา้ บอลโลกกนั ดนี กั เลยอยากฝากกวา่ ลงมอื ไปเลน่ ดว้ ยตัวเอง!!! อะไรใหแ้ ฟนบอลบา้ ง56 • เราคดิ อะไร

เพราะความจรงิ กฬี ากีฬาเป็นยาผีเปรต เพมิ่ ย่ิงติดอบายมุข พนันบอล กินสูบด่ืมเสพกองกิเลสท�ำคนให้เป็นผีซะมากกว่า พระวัดไหน เบียดเบียนตัวเอง ฟุ้งเฟ้อผลาญพร่า บริโภคเกินกลา้ สอนชัด ๆ แบบนี้ มีหวังอันตราย! กว่าผลผลิตตวั เองทำ� ได้ มนั ต้องยากจนข้นแคน้ ไป สงั คมกำ� ลงั วปิ รติ เหน็ กงจกั รเปน็ ดอกบวั เอา ตามจรงิเรอื่ งไรส้ าระเปน็ สาระ แคก่ ฬี าของเลน่ เดก็ ไรเ้ ดยี ง- บทพรพระถึงมวี ่า สเี ลน โภคสัมปทา ศลี ย่อมสา ผู้ใหญ่เอามาป่วน ชวนผลาญพร่าเศรษฐกิจ นำ� พาให้เจรญิ โภคทรัพย์ คนขยัน ประหยัด แค่นี้คิดแบบทนุ นิยมสามานย์ เลยพูดกนั ไมร่ ู้เร่ือง ฮิฮิ ยอ่ มร่�ำรวยขา้ วของกินใช้ไดง้ ่ายเศรษฐกิจหมดปัญหา เม่อื นำ� พาศีลธรรม เฉพาะอย่างยิ่ง อานิสงส์ศีล ส�ำคัญคือ มันง่ายขนาดน้ีเหรอ ไม่เชื่อบ่เป็นหยัง อย่า อวปิ ฏิสาร หมดเร่ืองเดือดเนอื้ รอ้ นใจเพง่ิ ลบหลู่ ย้อนไปดูสมัยพรรคทุนนยิ มสามานย์ ท่ี ฉะนน้ั ใครยงั เดอื ดเนอื้ รอ้ นใจอะไรอยู่ จำ� เปน็ทักษณิ ชนิ วตั ร เป็นสาวกบชู าลทั ธติ ามอเมรกิ า ตอ้ งกลบั มาดกู ารถอื ศลี ของตน คอื มอี ะไรยงั ไมเ่ ปน็ รัฐบาลประชาธิปไตยเผด็จการรัฐสภาสร้าง อธศิ ลี เกิดอธจิ ิต ถึงอธปิ ัญญา อยา่ งไรไฉนบ้าง…ประวัติศาสตร์ไทยฆ่าไทย ปราบประชาชนคนต่อต้านมือเปล่าถึงชีวิตด้วยอาวุธสงคราม เกิด การเมืองเรอ่ื งแกป้ ัญหาเศรษฐกจิมิคสัญญีพฤษภาใจกลางกรุงฝีมือพวก นปช. เมอ่ื เอย่ ถงึ การเมอื ง คนมกั เขา้ ใจเปน็ การเมอื งพลพรรคทักษิณ ภาครัฐสภา ดังเช่นพรรคต่าง ๆ ก�ำลังมุ่งแสวงหา จนถึงยุคยิ่งลักษณ์จ�ำน�ำข้าวเน่า เจ๊งหกเจ็ด อำ� นาจจากประชาชนใหเ้ ลอื กพรรคตน โดยสญั ญาแสนล้านลว้ นผลาญเศรษฐกิจเกินบรรยาย วา่ จะใชอ้ ำ� นาจหนา้ ทที่ ำ� เศรษฐกจิ บา้ นเมอื งใหด้ ขี นึ้ เดชะบญุ ธรรมะยอ่ มชำ� นะอธรรม ฝา่ ยยดึ มนั่ งานอกี ฟากหนึง่ คอื การเมืองภาคประชาชนสนั ติ อหงิ สา สามารถยนื หยัดความจรงิ จนรฐั บาล เพื่อไปรับใช้ประชาชนด้วยกันน่ันแหละ ภาคน้ีโจรต้องแพ้ภัยตัว กระท่ัง คสช.เข้ามายึดอ�ำนาจ ไมต่ อ้ งวุ่นวายไปยื้อแยง่ อำ� นาจกบั ใคร ทุกคนช่วยคนื ความสงบสุขแกส่ ังคมจากวนิ าทีน้นั แก้เศรษฐกิจได้เลย ต้ังแต่ช่วยท�ำมาหากินเลี้ยง มาถึงวันน้ี แม้พลเอกประยุทธ์จะเป็นนายก- ตวั เองพอเพียงแลว้ ส่วนเหลอื กนิ เกินใช้ แบง่ ปนัรฐั มนตรีท่ีดีกวา่ แมห่ ญิง คอ-นก-รีต และคนอื่น ๆ แจกจา่ ย ซื้อขายให้ถกู  ๆขนาดไหน พวกใจเรว็ ดว่ นไดย้ งั ไมพ่ อใจเศรษฐกจิ ที่ ข้าวของผลติ ขึ้นมาได้เยอะ ๆ ท�ำของดี ถูก ๆตกต�่ำอยูไ่ มห่ าย ไม่ยักดูผลพวงรฐั บาลกอ่ น ๆ เขา ด้วย ยิง่ ชว่ ยใหเ้ ศรษฐกจิ ดีท�ำล่มจมไปต้ังเท่าไร กว่าจะแก้ฟื้นคืนคงไม่ทันใจ ส�ำคัญตรงเข้าใจท�ำแบบคนจน ไม่ลงทุนสูงพวกเปน็ ธรรมดา ไมใ่ ชส้ ารเคมี ไมเ่ ป็นหนี้ เม่อื มีตน้ ทุนตำ�่ ตอ่ ให้ล้น แน่นอนว่า บทเรียนนักการเมืองน้�ำเน่า ตลาดขนาดไหน ไมน่ ่าต้องเดอื ดร้อน คนซ้อื กินใช้ทุกพรรคและรัฐบาลโคตรโกงทุกคณะ ตลอด กลับดีใจใหญ่ประชาชนคนท�ำร้ายชีวิต ท�ำลายข้าวของโดยขี้ เช่น สับปะรดเชียงรายราคาตก ผู้ใจบุญซ้ือโกงของรัฐของสาธารณะ เศรษฐกิจประเทศย่อม แจกนกั ท่องเท่ยี ว เปน็ นำ้� ใจคนไทยช่วยกนั ดีทรุดโทรมตามผลพวงนั้น ๆ ประเดน็ ทช่ี าวไรเ่ ดอื ดรอ้ นทกุ ทเี มอ่ื ราคาตกตำ�่ หันมาดูใกล้ตัวแต่ละบ้านแต่ละคน เม่ือไป เป็นเพราะไมท่ ำ� ตามศาสตรพ์ ระราชา ไปกู้หน้ีทำ�เบียดเบยี นทำ� รา้ ยใคร มันยอ่ มเกดิ โทษภัยพาตัวเอง เกินก�ำลังตัวเอง ไม่รู้จักลดต้นทุนวิธีธรรมชาติเดือดเนื้อร้อนใจตามไปด้วย ไหนจะต้องเสียค่าใช้ ไรส้ ารพิษ ไปลงทำ� แบบทุนนิยมเลยลำ� บากเวลาจ่ายค่าเสียหาย ไหนจะตอ้ งเสยี เวลาทำ� มาหากนิ ราคาตก เม่ือไหร่ชาวไร่ชาวนาจะมีปัญญาท�ำอย่าง ปที ี่ ๒๔ บบั ที่ ๓๓๖ กรกฎาคม ๒๕๖๑ • 57

คนจนที่มีแบบ คือพ่ึงตัวเอง ลงทุนต่�ำสุด มีแต่ อตั ตาจนสนิ้ สญูค่าแรงตัวเองเป็นหลัก ย่ิงได้เยอะ ยิ่งวิเศษ เมื่อ จากพระศรอี าริยใ์ นฝัน เกดิ สวรรคบ์ นดนิ วนั น้ีเหลือกนิ เกินใช้ ขายถกู ยังไงก็รอด ของฟรไี มม่ ใี นโลก ฟงั แลว้ นา่ หนกั ใจถา้ รบั ของ อย่างเก่งขาดทุนค่าแรงตัวเองบ้าง เท่ากับ ใครมาเปลา่  ๆ แตอ่ นั ไหนเขาอยากใหจ้ รงิ  ๆ ควรรบัเสียสละ ขาดทุนของเราเป็นก�ำไรของเรา น้ำ� ใจไว้บา้ ง ตา่ งให้กนั ไปใหก้ นั มาน่าช่นื ใจดี ชาวอโศกต้ังหลักท�ำตามในหลวง ร.๙ เต็ม และสงั คมทอี่ ะไร ๆ เปน็ เงนิ เปน็ ทอง ตอ้ งแลกก�ำลังอยู่เป็นปกติ ต้องช่วยลดราคาลดต้นทุนพืช เปลี่ยนแบบทุนนิยม จนกลัวได้เปรียบเสียเปรียบผลแบบนี้แหละ เศรษฐกิจถึงดีข้ึนยั่งยืนกระทั่ง ตอ้ งแฟร ์ ๆ แบบอเมรกิ นั แชร์ กแ็ ลว้ แตว่ ัฒนธรรมกา้ วหนา้ ไปเปน็ มหาอำ� นาจทางอาหาร เปน็ ครวั โลก หมชู่ นดังฝัน ส�ำหรับไทยเรา โดดเด่นน�้ำใจเอื้ออารีมาเก่า อย่าไปหลงมิจฉาทิฐิแบบทุนนิยม คอยฉวย ก่อน เป็นผลพวงศรัทธาพระพุทธเจ้าอยู่ในสายโอกาสทำ� ราคาขา้ วของใหแ้ พงแพงเขา้ ไว้ มนั ทำ� ให้ เลอื ด เลยกลา้ ทำ� บญุ ทำ� ทานเกง่ คงเปน็ กศุ ลวบิ ากคนจนเดอื ดรอ้ นกอ่ นเพือ่ น พาคนไทยเกดิ อยใู่ นดนิ แดนสวุ รรณภมู แิ ผน่ ดนิ พทุ ธ พ่อครูเคยชี้ชัดว่า เมืองไทยเศรษฐกิจดีนะ สุดแสนอุดมสมบรู ณ์ปลูกอะไรกล็ ้นตลาด ส่วนคนไม่ฉลาดท�ำไร่นาแบบ ในขณะที่อเมริกาน�ำหน้าแข่งเอาเปรียบคนจนท่มี แี บบ เลยออกมาโวยไม่เสรจ็ ทุกที ทำ� ก�ำไรสงู สดุ ไทยอยูต่ รงข้ามคนละซกี โลก ไม่ ตอ้ งตามกน้ อเมรกิ าเลย กลบั ท�ำสวนกระแสซะเศรษฐกิจโลกยี ์ถงึ โลกตุ ระ เดินหน้าตามศาสตร์พระราชา ชูธงเศรษฐกิจ ชุมชนบุญนิยมของชาวอโศก ต่างท�ำงาน พอเพยี งแมน่  ๆ ทมุ่ ทำ� ขา้ วผกั ผลไม้ ทเ่ี ราถนดั ให้การเมอื งภาคประชาชน คนละไมค้ นละมอื คอื ชว่ ย เปน็ ครวั โลก เปน็ มหาอ�ำนาจทางอาหารการกนิกันท�ำ พืชผลกสิกรรม ให้เล้ียงตนช่วยเหลือเผ่ือ จากการทำ� กสกิ รรมไรส้ ารพษิ ผลติ ผลธรรมชาติแจกจา่ ยเจอื จาน แบง่ ปนั ฟรี บา้ งขายตำ่� กวา่ ตลาด ดแี ละถูกด้วย ไม่ตอ้ งกลวั ลน้ ตลาด ในขณะที่โลกทุนนิยม ย่อมเข้าใจท�ำมาหากิน เพราะไม่ยอมท�ำอย่างคนจนท่ีมีแบบฉบับตามประสาโลกยี ชน จดั ประเภทนบั ตัง้ แต่ ไปหลงทำ� สบั ปะรดมกั งา่ ยพชื เดยี่ ว ทำ� เกนิ แรง ตอ้ ง ๑.เผดจ็ การนายทุน จา้ งแพง ตน้ ทนุ สงู มีหนี้ มดี อกเบ้ยี จงึ เจ๊งสิครับ ๒.ประชาธิปไตยทุนนิยม มีอเมริกาเป็นผู้น�ำ ยุคพระศรีอาริย์ประมาณว่า คนจะรักสมัครหนีไม่พ้นอิทธพิ ลทนุ ใหญ่ครอบง�ำ สมานเหมือนเป็นพี่น้องกันหมด ข้าวของกินใช้ได้ ๓.คอมมวิ นสิ ต์ เปน็ คณะเผดจ็ การ จนี รสั เซยี ตามสบาย บ้านไหน ๆ ไม่มหี วงแหนเป็นประเทศน�ำอย่าง ไม่น่าเช่ือเมื่อทุกวันน้ี หมู่บ้านบุญนิยมเช่น และท่ีเหนือชั้นกว่าชนิดโลกีย์ทั้งสาม ได้แก่ ราชธานีอโศก เราอยู่ในระบบสาธารณโภคี มีโลกตุ ระอกี สองชนดิ คือ ให้กินใช้อยู่ฟรีอย่างพอเพียงพอตัว น่าพึงพอใจ ๔.ราชประชาธรรมาธปิ ไตย คอื ประชาธปิ ไตย ไม่น้อยเชียวโลกุตระมีพระมหากษัตริย์ทรงธรรมาภิบาลเป็น ย้อนไปสมัยเก่าก่อนหน้าน้ี ธรรมชาติป่าเขาประมุข คลองบงึ ยงั อดุ มใหเ้ กบ็ ผกั หกั ฟนื เหลอื เฟอื ของฟรี ๕.สาธารณโภคีพระศรีอาริย์ อันสุดยอด มีกนิ ใชเ้ ยอะแยะโลกุตระชนิดน้ี มีประชาธิปไตยแบบมหากษัตริย์ แม้ว่าลัทธิทุนนิยม บริโภคนิยม จะพาคนเป็นประมุขด้วยเช่นกัน ต่างกันตรงเอกลักษณ์ ผลาญพรา่ ธรรมชาตแิ วดลอ้ มบรสิ ทุ ธใิ์ หเ้ กดิ มลพษิสาธารณโภคีสมบูรณ์สูงสุด พาเสียสละ ลดละ58 • เราคิดอะไร

สูญเสีย แต่ชาวบุญนิยมจ�ำต้องแทนคุณแผ่นดิน อนั ยากเยน็ เหลอื เขญ็ ทพี่ อ่ ครหู าญมงุ่ ทมุ่ เทสดุ ชวี ติฟื้นฟูธรรมชาติสาธารณประโยชน์ ให้สมฐานะผู้ จติ วิญญาณ อนั ควรเจรญิ รอยตามวิสัยผู้ออ่ นด้อยเจรญิ ซ่ึงอยูท่ ไ่ี หน ๆ ไมเ่ ปน็ คนหนักแผน่ ดนิ แทนท่ี อินทรียพ์ ละด้วยคนบ้างจะสร้างเสีย มีแต่สร้างสรรจรรโลง เช่น ต้นไม้ เราอย่ใู นยคุ ก่ึงพุทธกาล เพิ่งผา่ นพ้น ๒,๕๐๐ใบหญา้ ก็ไม่ใชส้ ารพิษใด ๆ มาได้ ๖๑ ปี โบราณเล่าขานช่วงอายุพุทธกาล ดังน้ันการท�ำมาหาเงินเพ่ือเอาเปรียบมีก�ำไร เปรียบเหมือนสากต�ำข้าวท่อนยาวคอดกลางมันเบียดเบียนเพื่อนมนุษย์ จะให้บริสุทธ์ิย่ังยืน พ่อครูโพธิสัตว์สืบต่ออายุพุทธศาสน์ ในช่วงต่�ำควรหันมาท�ำงานฟรี มีแต่ขาดทุนเราไป ให้เป็น ทรดุ สุด ๆ ได้ทนั เวลาก�ำไรใคร ๆ ยิ่งท�ำของฟรีให้เกิดในโลกมากขึ้น จากนี้พุทธศาสนาอยู่ในช่วงขาขึ้นไปเร่ือย ๆใคร ๆ กช็ อบใจ คนใจกล้าใหย้ อ่ มดีใจกอ่ น อม่ิ อก ประเทศไทยเปน็ เมอื งพุทธ พ่อครูวา่ ศาสนาพุทธอิม่ ใจ แขง่ กนั ให้แสนสนุก ดกี วา่ แยง่ กนั เอา ถอยออกจากอนิ เดยี ชมพทู วปี เปลย่ี นมาเปน็ ทไี่ ทย ผลิตผลพืชผักผลไม้ เม่ือท�ำแบบคนจน แล้ว ไมบ่ อกไม่รนู้ ะเนย่ีพง่ึ ตน ตน้ ทนุ ตำ่� อาศยั ธรรมชาตชิ ว่ ย ทำ� ไดเ้ หลอื กนิ ในขณะทอี่ เมรกิ าทุนนยิ มยกั ษ์ใหญ่ อยู่ซกี โลกเกนิ ใช้ จะแบง่ ปนั แจกจา่ ยขายถูกขาดทุนใหเ้ ปลา่ ตะวันตก ตรงข้ามคือประเทศไทย ผุดเกิดลัทธิยังไง ย่อมท�ำไดต้ ามกำ� ลงั อย่แู ล้ว บุญนิยม เสนอตัวข้ึนมาเทียบเคียงคู่ เพ่ือให้โลก ประหลาดไหม คนจนแบบฉบับพอเพียง มี รู้บ้างว่า เม่ือลัทธิทุนนิยม พาเสื่อมท�ำลายตัวเองปัญญาเลยี้ งเพอ่ื นพอ้ งนอ้ งพีไ่ ด้ ผดิ กบั คนกลา้ รวย บญุ นยิ มเปน็ ทางเลอื กทางรอดยงั ไงสนใจไหมเอย่ …!ช่วยใครไม่ได้จริงจังเลย ซ�้ำร้ายจะช่วยคนให้จน อน่งึ ยุคสมัยนีเ้ หน็ ชดั จริง ๆ พระพทุ ธเจ้าแจง้หนักมากกว่ารึเปล่า น่าคิดดี ๆ ใครบาปไหนบุญ เกดิ ไมไ่ ดเ้ ดด็ ขาด ดงั เชน่ แตเ่ รมิ่ แรกเปดิ ฉากแสดงใครท�ำคณุ ทำ� โทษ ตัว พ่อครูประกาศตนฐานะพระโพธิสัตว์ เมือง เมื่อเรากล้าขาดทุนไปให้ก�ำไรคนเขาเท่ากับ ไทยถิ่นเถรวาทไม่เดียงสากับโพธิสัตว์ เลยไม่เกิดเป็นประโยชน์ก�ำไรชีวิตของเราเองเต็ม ๆ ตาม ปฏิกริ ิยาตอบรับ แตไ่ ม่มีภูมิกลา้ คดั คา้ นอะไรด้วยในหลวงมาทำ� ผ่านมานานหลายสิบปีพ่อครูค่อยประกาศปรากฏการณม์ รรคผลบนแผ่นดนิ พุทธ เป็นตัวยืนยันมรรคผลอรหันต์ แม้กระน้ันวงการ ศภุ วาระมงคลปี ๒๕๖๑ ชาวอโศกถอื โอกาสจดั ชาวพุทธไม่เห็นต่ืนตัวสะดุดกับลัทธิพุทธเกิดอะไรงานฉลองบชู าพ่อครูครบรอบ ๘๔ ปี ๔๘ พรรษา ใหม่ในแผ่นดนิ เท่าท่คี วรนับเป็นเวลายาวนานไม่น้อยส�ำหรับชีวิตสมณะ ใช่จะชวนให้ถึงกับตื่นเต้นต่ืนตูมโกลาหลเกินพอ่ ครโู พธริ กั ษ์ ผปู้ ระกาศตนเปน็ พระโพธสิ ตั วอ์ ยา่ ง การ เพียงประสงค์บง่ ชีง้ านเปดิ เผยความจริงยิง่เปน็ ทางการ ใหญ่ขัน้ อตุ ตริมนสุ สธรรมน้นั มนั ไมง่ า่ ยเลยจริงๆ เพ่ือมาท�ำงานสืบสานพุทธศาสนาซึ่งเส่ือม เพราะสังคมพทุ ธแทบจะไม่เช่อื กนั แล้วว่า ยงัทรุดสดุ สงั เวชในยคุ ก่ึงพทุ ธกาล ใหย้ นื ยาวถ้วนถงึ มีพระอรหันต์ตัวจริงเสียงจริงๆเกิดเป็นได้สมัยน้ี๕,๐๐๐ ปีจนได้จริง ๆ นี่คือปณิธานสืบสานพันธกิจ เพราะไม่มีใครเคยกล้าประกาศ ถึงมีก็โดนกวาดรบั ผิดชอบเตม็  ๆ ของพอ่ ครเู อง ท้ิงหาว่าไม่ใช่ซะอีก โดยฝังใจสนิทส�ำคัญผิดว่าผู้ ผู้มีปัญญาศรัทธาได้ยินดังข้างต้นแล้ว ย่อม บรรลธุ รรมคณุ วเิ ศษ เผยความจรงิ ของตนเองไมไ่ ด้ชวนเกาะติดสถานการณ์ตามศึกษาโดยอัธยาศัย ตอ้ งปิดปากเป็นใบก้ ิน พังเลย…ในฐานะผู้น้อยคอยแสวงหาธรรมตามติดด้วยคน อย่างไรก็ดี ขนะนี้ท้ังอาณาจักรเฉพาะอย่างหนงึ่ มาตลอด ๔๗ ปี รสู้ ึกซาบซึ้งเห็นใจในภารกจิ ย่ิงสังฆมณฑลศาสนจักร ก�ำลังเกิดปฏิรูปปฏิวัติ สนุกสนานขนานใหญ่ อย่ากะพริบตาประมาณนั้น ปีที่ ๒๔ บับที่ ๓๓๖ กรกฎาคม ๒๕๖๑ • 59

ทางดา้ นตลุ าการยตุ ธิ รรม คดโี คตรโกงฉอ้ ฉล ในศาสนานี้มากหลาย ค้างศาลติดขัดจําเลยลอ่ งหน หลังปลด แลว้ ใครเกดิ ดวงตาเหน็ ธรรมบา้ งละ่ มรรคผลลอ็ คกฎหมายเดนิ หนา้ โลด คดคี วามเรยี งควิ เชค็ บลิ ปจั จตั ตงั อยรู่ ะหวา่ งสำ� รวจญาตธิ รรมตามโครงการเป็นแถว ไม่นานเกินรอ ประตูนรกเปิดกว้างคอย ค้นหาพระโสดาบนั ในตน คงไดค้ ำ� ตอบเรว็  ๆ นี้รบั รองพวกหลงทำ� ชว่ั ไดด้ มี ีถมไป ยังมีอีกหน่ึงชิ้นงานโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ สว่ นหวั จกั รมหาเถรสมาคม เมอ่ื ยกเครอื่ งลา้ ง ส�ำคญั ของแผน่ ดินพุทธ ซ่ึงพ่อครพู าท�ำสมั ฤทธิผลบางสะสางดงั ทเ่ี ปน็ ขา่ วใหญ่ พทุ ธกระแสหลกั ยอ่ ม แม้ในยุคน้ี คือเศรษฐกิจสาธารณโภคี น�ำหน้าไปพลกิ ผันดวี นั ดคี ืนเปน็ แนเ่ ทียว ไกลกว่าครั้งพุทธกาลอันท�ำได้เฉพาะแวดวงสงฆ์ เหลยี วกลบั มาดกู ระแสของหมอู่ โศกเรา เหลา่ เรียกวา่ เป็นของกลางสงฆ์ลูก ๆ ย่อมภาคภูมิใจได้มาอยู่ใต้ร่มบารมีโพธิสัตว์ ตวั อยา่ งสองผลงานเอก ทง้ั ชมุ ชนคนถอื ศลีพอ่ ครผู นู้ ำ� จติ วญิ ญาณชาวอโศก ตา่ งอยเู่ ยน็ เปน็ สขุ โลกุตระทั้งท�ำงานฟรีมีเศรษฐกิจสาธารณโภคีสมัครสมาทานศีลพุทธ ลดละอบายมุขหมดทุกข์ มีประชาธิปไตยบุญนิยมพร้อมสรรพส�ำหรับเดอื ดเนื้อรอ้ นใจไปตามลำ� ดับอนิ ทรยี พ์ ละส่วนตน บำ� เพญ็ ประโยชน์ สงั คมเพอ่ื มนษุ ยชาตปิ ระมาณ ผลงานเอกเพชรน้�ำหน่ึงซึ่งสามารถหยิบยก นี้ ย่อมบ่งชี้ฝีมือพ่อครูโพธิสัตว์กอบกู้ศาสนาขึ้นเปิดเผยแสดงให้เห็นแจ้งประจักษ์สิทธิ์สู่ พุทธเป็นงานโพธกิ จิ ไม่ใช่ธรรมดา…..สาธารณชน คอื ปรากฏการณแ์ ผ่นดินพุทธบังเกดิขน้ึ ณ ชมุ ชนหม่บู า้ นราชธานอี โศก แจ้งข่าวจาก “เราคิดอะไร” วาทะคานธีอนั วา่ คำ� ตอบอย่ทู ่หี มบู่ ้าน สมาชิกท่ีประสงค์จะต่ออายุหนังสือ หรือ ใชเ่ ลย กับบา้ นราชเมืองเรอื แหง่ นี้ สมคั รสมาชกิ ใหม่ ตดิ ตอ่ สง่ ธนาณตั ิ หรอื ตว๋ั แลก ล�ำพังการประกาศตัวพ่อครูเป็นพระโพธิสัตว์ เงินไปรษณยี ์สงั่ จา่ ย ไดท้ ี่กระทง่ั เปดิ เผยประจกั ษพ์ ยานขนั้ อรหนั ตเ์ ตม็ ๆ นน่ั นางสาวใบแก้ว ชาวหนิ ฟ้าย่อมเปน็ เพียงวาทกรรม ปท.คลองกมุ่ ๑๐๒๔๔ กว่าจะรู้จริงลึกซึ้งจึงต้องสัมผัสคบคุ้นพิสูจน์ สำ� นกั พมิ พ์กล่ันแก่นตามปฏิบัติจนเกิดมรรคผลในตนเท่าใด ย่อมร่วม ๖๔๔ ซ.นวมนิ ทร์ ๔๔ ถ.นวมนิ ทร์เป็นสกั ขีพยานไดต้ ามน้นั แขวงคลองกุ่ม เขตบงึ กมุ่ กทม.๑๐๒๔๐ และส�ำคญั ประกบคขู่ าดไม่ได้ คอื รูปธรรมอัน หรือโอนเงินผ่านบัญชีออมทรพั ย์มองเห็นจับต้องได้ เช่น ชุมชนหมู่บ้าน อันพ่อครู ธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนนวมนิ ทร์ ๓๖น�ำพาหมูค่ ณะญาตธิ รรมมารวมตวั กอ่ เกดิ ใหเ้ หน็ บญั ช ี นางสาวใบแก้ว ชาวหนิ ฟ้าเปน็ ตวั อย่างบ้านวัดโรงเรียนนำ� รอ่ งขึ้นมา เลขท่ ี ๐๓๘-๘-๖๖๗๐๕-๒ ถึงวันน้ีชุมชนบุญนิยมหมู่บ้านราชธานีอโศก ยนื ยันการโอนที่ ๐๘-๖๔๘๖-๗๘๖๘เติบโตก้าวหน้ามาตามล�ำดับ นับเป็นหมู่มิตรดี หรือ [email protected]สหายดี สังคมส่ิงแวดล้อมดี ที่มีพื้นฐานสมาทาน อัตราค่าสมาชกิศีลหา้ ปลอดอบายมขุ ถอื มงั สวิรตั ิ ๑ ป ี  ๑๒ ฉบบั ๒๕๐ บาท จัดเป็นปรากฏการณ์หมู่มวลพุทธบริษัทผู้มีศรัทธาในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ท้ังมีศีล ๒ ปี ๒๔ ฉบบั ๕๐๐ บาทเชน่ เบญจศลี เบญจธรรม ตรงตามหลกั โสดาปตั ต-ิยังคะ ๔ คอื องค์คุณโสดาบนั บุคคลผ้เู ขา้ กระแสธรรมอนั ไมต่ กตำ่� เปน็ ธรรมดา สามารถเปน็ ผเู้ จรญิ60 • เราคดิ อะไร

• ฟ้าสาง เม่ือชวี ิตเกดิ ใหม่ทางจิตวิญญาณภายใต้ร่มโพธสิ ตั ว์ ในหมมู่ วลของชาวอโศก ไดฝ้ ึกฝนตนเองให้เขา้ ถึงการเป็น “คนจนอย่างสุขสำ� ราญเบกิ บานใจ” อย่างแทจ้ ริง ตง้ั แตเ่ รมิ่ ตน้ มาเปน็ เดก็ นักเรยี นสมั มาสิกขา เรียนรูก้ ารฝกึ พึง่ ตนเองจนสามารถเปน็ ทพี่ ง่ึ ให้ผอู้ นื่ ฝกึ ฝนการมักนอ้ ยสนั โดษ เปน็ คนเลย้ี งง่าย บำ� รงุ ง่าย ให้เป็นผมู้ ีวรรณะ ๙จากจนท่ีไม่มแี บบ ส่จู นทมี่ ีแบบ (๑) หลังจากท่ีฉันได้อ่านหนังสือ “จนท่ีมีแบบ” ตัวเองเม่ือครั้งอดีต และได้แง่คิด ประสบการณ์ของหลวงปสู่ มณะโพธริ กั ษ์ และไดข้ นึ้ เวทรี ายการ จากชีวติ ในคร้ังนน้ั อกี คร้งัสัมภาษณ์ปฏิบัติกรชุด “จนอย่างสุขส�ำราญ เม่ือชีวิตของฉันได้เข้ามาเกิดใหม่ทางเบกิ บานใจ” ในงานอโศกรำ� ลกึ และบชู าพระบรม จิตวิญญาณภายใต้ร่มโพธิสัตว์ ในหมู่มวลของสารีริกธาตุ ครั้งท่ี ๓๗ ณ บวรราชธานีอโศก ชาวอโศก ได้มาฝึกฝนตนเองให้เข้าถึงการเป็นจ.อบุ ลราชธานี กท็ ำ� ใหฉ้ นั ไดย้ อ้ นรำ� ลกึ ถงึ ชวี ติ ของ “คนจนอย่างสุขส�ำราญเบิกบานใจ” อย่าง 61ปที ี่ ๒๔ ฉบับท่ี ๓๓๖ กรกฎาคม ๒๕๖๑ •

แท้จริง ต้ังแต่เร่ิมต้นมาเป็นเด็กนักเรียนสัมมา- มภี มู ิคุ้มกนั ตามหลักเศรษฐกจิ พอเพยี งทีใ่ นหลวงสิกขา ไดเ้ รียนรกู้ ารฝกึ พึง่ ตนเอง จนสามารถเป็น ร.๙ ท่านตรัสสอนคนไทยไว้ หรือถือศีลปฏิบัติทพ่ี ึ่งใหผ้ ้อู ่ืนได้ ฝึกฝนการมกั น้อยสนั โดษ เป็นคน ธรรมอะไร กด็ น้ิ รนตอ่ สแู้ ละกอบโกยไปตามระบบเลีย้ งงา่ ย บำ� รงุ งา่ ย ใหเ้ ป็นผมู้ วี รรณะ ๙ ทนุ นิยม มือใครยาวสาวไดส้ าวเอาอยา่ งนั้น ฉันเริ่มต้นชีวิตจากความจนที่ไม่มีแบบ แม้ เมื่อครั้งเป็นเด็ก ฉันไม่รู้จักว่า “ความจนจะเกิดมาในครอบครัวที่เคยมีฐานะก็ตาม เงิน คืออะไร? และความรวยเป็นอย่างไร” เพราะทองก็เป็นเพียงสมมุติโลกท่ีฉาบฉวย มีเท่าไหร่ สภาพแวดล้อมที่โตมาอย่างมีพร้อมทุกอย่าง พี่ ๆถึงจะเรียกวา่  “รวย” รวยขนาดไหนถึงจะเรียกว่า เคยบอกว่าฉันเกิดมาก็สบายเลย เพราะที่บ้าน“พอ” ถ้ารวยล้นฟ้าแต่ยังไม่พออยู่ดี ฉันว่ามัน เริ่มมีฐานะแล้ว แต่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกว่าที่บ้านรวยก็เป็นความจนอย่างหนึ่ง ซ่ึงก็คือความจนท่ีไม่มี แต่อย่างใด เพราะทุกคนก็มีเหมือนๆกันไปหมดแบบนนั่ เอง ฉันเข้าเรียนแต่โรงเรียนเอกชนต้ังแต่อนุบาลตาม จากเดก็ ทเี่ กดิ ในครอบครวั ครงึ่ จนี ครง่ึ ไทย ฉนั ที่พ่อแม่สรรหาโรงเรียนที่ดีที่สุดตามท่ีจะหาได้จงึ เรยี กพอ่ แมว่ า่ ปะปา๊ กบั หมา่ มา้ มาตงั้ แตเ่ กดิ แม้ มาตลอด มีเพ่ือนท้ังคนไทยและต่างชาติ ทุกคนดูเหมือนว่าเช้ือจีนน้ันแทบจะไม่มีในฉันเลยก็ตาม ไม่มีอะไรแตกต่างกัน ฉันมีอะไรเพอื่ นกม็ อี ย่างน้นัเพราะเปน็ คนผวิ คล้�ำ ตาสองชน้ั มาแตไ่ หนแตไ่ ร เพอ่ื นมอี ะไรฉนั กม็ อี ยา่ งนน้ั จนฉนั คดิ วา่ ทกุ คนบน ด้วยพ่อแม่เป็นคนกรุงเทพฯ ท้ังคู่ ฉันจึงใช้ โลกน้ีคงเหมือนกันหมด เพราะไม่เคยรู้จักความชีวิตอยู่ในเมืองท่ีมีแต่ตึกสูง ถนนคอนกรีต มา ไม่มเี ลยตั้งแต่เกิด จนโตมาได้สักหน่อยครอบครัวก็ย้าย จนเม่อื ชีวติ ได้มาสัมผสั กับ “ความไม่ม”ี เป็นถนิ่ ฐานมาทเ่ี มอื งนนทบรุ ี เพอื่ ทจ่ี ะไดอ้ ยนู่ อกเมอื ง ครั้งแรก เม่ือเจอพิษเศรษฐกิจปี ๒๕๔๐ ธุรกิจที่แมจ้ ะเปน็ เขตปรมิ ณฑลกต็ าม แตก่ ย็ งั คงความเปน็ ก�ำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด สร้างแต่ยอดตึกท่ีเมืองท่มี ีถนนใหญ่ ๘ เลนตดั ผ่านหน้าหมบู่ า้ น มี ทะยานสูงขึ้นไป หากแต่ลืมสร้างเสาเข็มที่มั่นคงแต่ความเร่งรีบและวุ่นวาย พร้อมกับห้างสรรพ- แขง็ แรงไวเ้ ปน็ หลกั ยดึ ตา่ งกพ็ ากนั ลม้ ระเนระนาดสินค้าและสิ่งอ�ำนวยความสะดวกท่ีล่อตาล่อใจ เช่นเดียวกับธุรกิจครอบครัวของฉัน จากที่เคยมีล่อกิเลสให้คนติดสบายอยู่ดี ชีวิตของฉันจึงไม่ บ้านหลายหลัง รถหลายคัน ก็ถูกยึดไปจนหมดคอ่ ยไดส้ มั ผัสกับธรรมชาตเิ ลยมาตงั้ แต่เลก็ ธรุ กจิ ทก่ี ำ� ลงั เตบิ โตขยายออกไปหลายสาขา กล็ ม้ ตามพ้ืนเพครอบครัวคนจีนน้ันมักชอบท�ำ เป็นโดมิโน่ กระทบถงึ กันไปหมด จากท่เี คยมเี งินมีธรุ กจิ คา้ ขาย บา้ นฉนั กเ็ ชน่ กนั ฉนั เกดิ มากม็ ขี องเลน่ ทองใช้จ่ายเต็มที่ ก็กลับมาเป็นหน้ีก้อนโต จากที่เปน็ อปุ กรณไ์ ฟฟา้ -ประปา เหลก็ สวา่ น ฯลฯ เพราะ เคยเป็นลูกเถ้าแก่กลายมาเป็นลูกเถ้าถ่านภายในที่บ้านขายอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ทุกอย่าง โดยปะป๊า พรบิ ตา โดยไมค่ าดฝนั มาก่อนเปน็ ชา่ งรบั เหมากอ่ สรา้ งทมี่ ลี กู นอ้ งมากมาย ตอ้ ง แม้ตอนน้ันจะเป็นเด็ก แต่ฉันก็สัมผัสได้ออกไปท�ำงานข้างนอกตลอด ส่วนหม่าม้าก็ขาย ถึงโลกธรรมของตัวเอง ท่ีถูกดูถูกดูแคลนแล้วของอยูท่ บ่ี า้ น จะรู้สึกอาย เจอคนพูดจาเหน็บแนมก็จะรู้สึก ไม่รู้ว่าปะป๊ากับหม่าม้าเคยค้าขายอะไรมา เกลียด ไม่พอใจ ต่อว่าต่อขานโชคชะตาท่ีท�ำให้บา้ งกอ่ นฉนั เกดิ แตพ่  ่ี ๆ เคยเลา่ วา่ ทบ่ี า้ นเคยขาย ฉันต้องมาเผชิญกับเรื่องราวเหล่าน้ี ไม่ได้เป็นแทบทุกอย่าง แม้แต่เข็นผลไม้ขายก็เคย จริง ๆ ลูกเถ้าแก่ที่คนคอยเอาอกเอาใจเหมือนก่อนแล้วแล้วท่านก็เริ่มก่อร่างสร้างตัวจากความไม่มี ไป และส่งผลต่อปัญหาครอบครัวท่ีบานปลายต่อสูค่ วามมี จากมนี อ้ ยไปสมู่ มี ากข้ึน ๆ โดยยงั ไม่ได้ มา จนปะป๊ากับหม่าม้าหย่าร้าง แยกทางกันไป62 • เราคดิ อะไร

โลกท่ีเคยสดใสของฉันก็เหมือนพังทลายมืดมิดลง สมดุ พก ตามท่คี รอบครวั คาดหวงัไปทุกอยา่ ง ฉันเร่ิมไม่ได้คาดหวังกับการต้องเรียนให้ได้ ตอนนนั้ ฉันยังเด็กมาก ประมาณ ๗-๘ ขวบ คะแนนด ี ๆ แตห่ ันมาใส่ใจคนรอบข้างมากขึน้ หนัเท่านั้น แต่ก็ท�ำให้เรียนรู้จากประสบการณ์ชีวิต มาท�ำกิจกรรมกับเพื่อน ๆ มากขึ้น จนเม่ือฉันอยู่เหลา่ นนั้ อยา่ งมากมาย เพราะปา๊ -มา้ ไมม่ เี งนิ ทอง ชั้น ป.๕ ไดม้ โี อกาสไปคัดเลือกเป็นประชาสัมพนั ธ์มาใหเ้ หมือนเคย ไมม่ ีเงินจ้างพ่ีเลยี้ ง จ้างแม่บา้ น ของโรงเรียนกับเพื่อน ๆ และได้รับเลือกเป็นหนึ่งอีกแล้ว ฉันก็ต้องเริ่มฝึกตั้งแต่การดูแลตนเองให้ ในคณะประชาสัมพันธ์ของโรงเรียน ฉันจึงมีงานได้ก่อน ตื่นนอน เก็บท่ีนอน ซักผ้า แต่งตัว ฝึก ท�ำประจ�ำทุกวัน ต้องอ่านหนังสือมากขึ้นเพ่ือหาท�ำความสะอาดห้องตวั เอง ฯลฯ อะไรทไี่ ม่เคยได้ สาระน่ารู้มาอ่านเสียงตามสายในโรงเรียน ท�ำทำ� ก็ตอ้ งมาฝึกท�ำให้เป็น หนา้ ทปี่ ระชาสมั พนั ธเ์ รอื่ งราวตา่ ง ๆ เปน็ ผนู้ ำ� เสยี ง จากท่ีเคยมีรถเก๋งคันงามไปรับ-ไปส่งท่ี ร้องเพลงชาติ สวดมนต์ และน�ำปฏญิ าณตนหนา้โรงเรียน ฉันก็ต้องมาฝึกท่ีจะข้ึนรถโดยสาร จาก เสาธงทกุ วัน วนั ละ ๓ เวลาท่ีเคยเรียนแต่โรงเรียนเอกชน เม่ือไม่มีเงินจะ ในช่วงนั้นฉันรู้สึกสนุกกับการท�ำงานมากจ่ายค่าเทอมแล้ว ฉันก็ต้องย้ายมาเรียนโรงเรียน แม้จะไม่ชอบการพูดไมค์ต่อหน้าคนอ่ืนก็ตาม แต่เทศบาล และที่นี่ก็เหมือนเปิดโลกทัศน์ในอีกมุม ฉันก็พยายามท�ำงานเบื้องหลังในการรับผิดชอบหนึ่งใหไ้ ดเ้ รียนรู้ ได้มเี พ่อื นในอีกแบบหน่งึ ทีไ่ มเ่ คย เคร่อื งเสียง เครือ่ งสง่ สญั ญาณแทน ทั้งช่วงเชา้มมี ากอ่ น ฉนั สนกุ กบั การไดเ้ รยี นรโู้ ลกใบใหม่ ไดไ้ ป ต้องมาโรงเรียนก่อนใครเพ่ือท่ีจะมาเปิดเครื่องชว่ ยเพอ่ื นทำ� งานทบ่ี า้ นหลงั เลกิ เรยี น ไดส้ มั ผสั ชวี ติ ส่งสัญญาณ และกลับทีหลังคนอ่ืนเพ่ือรอปิดจริง ๆ ของคนหาเช้ากินค�่ำ และเร่ิมเข้าใจว่า เครื่องส่งสัญญาณ จนได้รับเลือกเป็นหัวหน้าความจนมนั ก็ไมไ่ ดน้ า่ เกลยี ดน่ากลวั อะไร หากแต่ ประชาสัมพนั ธ์ของโรงเรยี นในเวลาตอ่ มาน่าสนุกด้วยซ�้ำท่ีได้ใช้ประสิทธิภาพหลายด้าน ได้ ช่วงเวลานั้นฉันรู้สึกขอบคุณความจนเป็นฝกึ ทำ� งานหลายอยา่ งเพอ่ื เอาชวี ติ รอดใหไ้ ดใ้ นสงั คม คร้งั แรก ทีน่ �ำพาให้ชีวติ ของฉนั ดีขนึ้ แม้ภายนอกทนุ นยิ มที่ปลาใหญก่ นิ ปลาเลก็ มันจะดูแย่ลง จากเด็กโรงเรียนเอกชนหรูมาสู่ จนเมื่อฉันเร่ิมปรับตัว และเริ่มรู้สึกสนุก เด็กโรงเรียนเทศบาลหรือโรงเรียนวัด แต่ถ้ามองกับชีวิตที่ต้องขยันขันแข็งเพื่อเอาตัวรอดให้ได้ ภายในถึงจิตวิญญาณแล้ว ตอนที่ฉันเป็นลูกคุณฉันก็ได้ค้นพบว่า “ความจน” สอนอะไรให้ชีวิต หนูเรียนโรงเรียนเอกชนน่ันต่างหากท่ีฉันเส่ือมลงมากมาย ฉนั รสู้ กึ ตวั เองเรมิ่ มคี ณุ คา่ เมอ่ื ไดท้ ำ� อะไร เพราะชวี ติ ไมม่ คี ณุ คา่ เลย ฉนั ไมเ่ คยไดท้ ำ� ประโยชน์สกั อยา่ งสำ� เรจ็ แมแ้ ตแ่ คล่ า้ งจานเปน็ กวาดบา้ นให้ อะไรให้กับผู้อ่ืน ไม่เคยได้สัมผัสถึงรสชาติของสะอาด ลา้ งหอ้ งนำ้� ใหเ้ อยี่ มออ่ ง กถ็ อื วา่ เปน็ คณุ คา่ ชีวติ ทต่ี อ้ งด้นิ รนต่อสู้ ตอ้ งขยนั อดทน ประหยดัอยา่ งหนง่ึ ของชวี ติ แล้ว มธั ยัสถ์ และมีน�้ำใจตอ่ ผู้อืน่ ฉันรู้สึกโตขึ้นอย่างรวดเร็วภายในช่วงเวลา ต้องขอบคุณความจน ที่ท�ำให้ฉันมองเห็นเหล่านั้น ได้ฝึกท�ำอะไรหลายอย่างท่ีไม่เคยท�ำ คุณค่าของการเป็นคนจน เพราะความจนท�ำให้มาก่อน ไดใ้ ช้ชวี ติ ในแบบท่ีไมเ่ คยไดใ้ ช้มาก่อน ฉัน รจู้ กั การพงึ่ ตนเอง รจู้ กั ความอดทนอยา่ งสรา้ งสรรไดเ้ รยี นหนงั สอื ไปพรอ้ ม ๆ กบั เรยี นการใชช้ วี ติ ทไ่ี ม่ รจู้ ักประหยัด มัธยสั ถ์ และพอเพียง และนีแ่ หละต้องแข่งขันกับใครเหมอื นเม่ือกอ่ น ทจี่ ะต้องเรยี น คือเส้นทางที่จะน�ำไปสู่ความจนที่มีแบบในอนาคตให้ติด ๑ ใน ๓ อันดับของห้องให้ได้เสมอ และ ของฉันในรั้วสัมมาสิกขาในเวลาต่อมาภาคภมู ใิ จกบั การอยเู่ หนอื คนอนื่ เมอื่ อวดคะแนนใน อ่านต่อฉบับหน้า 63ปีที่ ๒๔ ฉบบั ที่ ๓๓๖ กรกฎาคม ๒๕๖๑ •

• ต่อจากฉบับท่ี ๓๓๕ เทคโนโลยีด้านสารสนเทศและการสื่อสารในโลกปัจจุบนั สามารถจะทำ� ให้ “การศกึ ษาเพือ่ ทวยราษฎร์” เปน็ ไปได้อย่างกวา้ งขวาง ครอบคลมุ พ้นื ท่ีทุกหม่บู ้านตำ� บลทว่ั ประเทศ แตกต่างจากเงื่อนไขขอ้ จ�ำกดั ในยุคสมยั เมื่อร้อยกวา่ ปีก่อน เปลีย่ นปกรระะเบทวศนไททยศั น์ใหม่ ๓. ลงมือปฏิบัติตามกฎกติกา (Action) เมื่อ “พอประมาณ” ท่ีมีความสมดุลอย่างเป็นพลวัตก�ำหนดเป้าหมายร่วมตลอดจนยุทธศาสตร์และ ในขั้น “เข้าถึง” ของวิถีเศรษฐกิจพอเพียงตามแผนปฏิบัติสู่เป้าหมายนั้น ๆ ซึ่งครอบคลุมถึง แผนภูมทิ ี่กล่าวมาข้างตน้ ด้วยกฎกติกาและระเบียบแบบแผนต่าง ๆ ท่ีจะต้อง การประพฤติปฏิบัติตนสุจริตในกฎกติกาก็ประพฤติปฏิบัติร่วมกันแล้ว ขั้นตอนต่อไปของ คือการมีความจริงใจไม่หลอกตัวเอง หรือหาข้อ“SEAL” ตามแนวทางแหง่ พระราชดำ� รสั คณุ ธรรม แก้ตัวต่าง ๆ นานาเพ่ือหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามส่ีประการชุดหลังในข้อท่ีสามก็คือ “การท่ีทุกคน ข้อตกลงที่ให้ไว้กับตนเองและผู้อ่ืน ส่วนการประพฤติปฏิบัติตนสุจริตในกฎกติกา และใน ประพฤติปฏิบัติในระเบียบแบบแผนโดยเท่าเทียมระเบียบแบบแผนโดยเท่าเทียมเสมอกัน” ซ่ึง เสมอกันน้ัน หมายถึงความเท่าเทียมส�ำหรับคนสัมพันธ์กับขั้นตอนการ “ด�ำรงความมุ่งหมาย” ที่อยู่ในระดับเดียวกัน เช่น เด็กกับผู้ใหญ่ ซึ่งมีตลอดจนการ “อดทนอดกล้ันและอดออม” ใน ก�ำลังความสามารถแตกต่างกัน จะให้ปฏิบัติตามการประพฤติปฏิบัติขั้นที่ห้าและหกตามแนวพระ- ระเบยี บแบบแผนของกฎเกณฑเ์ ดยี วกนั ดว้ ยความราชด�ำรัสคุณธรรมส่ีประการชุดแรก อีกทั้งยัง เสมอเท่าเทียมกันทุกอย่างน้ันย่อมเป็นไปได้ยากสอดคล้องกับขั้นตอนการประพฤติปฏิบัติให้ถึงจุด64 • เราคดิ อะไร

จึงต้องออกแบบกฎกติกาและระเบียบแบบแผน การมองให้เห็นปัญหา ก�ำหนดขอบเขตเป้า-ที่เหมาะสมกับผู้คนระดับต่าง ๆ แต่มีความสอด หมายในการแก้ปัญหาให้ตรงกับสาเหตุ ท�ำแผนประสานกันอย่างเหมาะสมเพ่ือขับเคล่ือนไปสู่ ปฏิบัติ สร้างกฎกติกาและระเบียบแบบแผนของ“เปา้ หมายร่วม”ทกี่ ำ� หนดน้นั  ๆ แลว้ ผู้คนแตล่ ะ การปฏิบัติ จากน้ันก็ “ปลูกฝังวินัย” ของการระดับก็ประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบแบบแผน ประพฤติปฏิบัติตนให้สุจริตในกฎกติกาและในท่ีเหมาะสมกับระดับก�ำลังของตนโดยเท่าเทียม ระเบียบแบบแผนดังกล่าว โดยต้องฝึกใจตนเองเสมอสมานกนั เป็นต้น ให้มีวินัยที่จะปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง แล้วใช้ความ การท่ีทุกคนปฏิบัติตนอยู่ในกฏกติกาและ อดทนอดกลั้นของ “ก�ำลังทางจิตใจ” กับความระเบียบแบบแผนโดยเท่าเทียมเสมอกันดังกล่าว อดออมของ “ก�ำลงั ทางปญั ญา” ตดั ความเคยชินจะก่อให้เกิด “สนามพลังแห่งสามัคคีธรรม” ขึ้น เก่า ๆ ท่ีไม่ดีไม่งามให้ขาดจากจิตใจ จนสัมผัสถึงซึ่งสามารถเหนี่ยวน�ำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงไป “ผลที่ดี” ของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดข้ึน และสู่ “เป้าหมายร่วม” ตามที่พึงประสงค์ได้ เหมือน ปญั หาตา่ ง ๆ ทเ่ี คยบบี คน้ั ใหเ้ ราเกดิ ความทกุ ขก์ งั วลการเดินสวนสนามของทหาร ถ้าต่างคนต่างเดิน คล่คี ลายลดนอ้ ยลง สดุ ท้ายกจ็ ะเข้าสู่ขัน้ ตอนการอย่างไม่มีระเบียบแบบแผน เราจะไม่รู้สึกถึงพลัง ทบทวนสรุปผลของกระบวนการเรียนรู้ท้ังหมดอะไร แตเ่ มอ่ื ทหารทกุ คนเดนิ พรอ้ มเพรยี งกนั อยา่ ง เพื่อท�ำความคิดความเห็นให้เที่ยงตรงและมั่นคงมีจังหวะตามระเบียบแบบแผนท่ีก�ำหนด เราจะ อยใู่ นเหตใุ นผลนนั้ ยง่ิ ๆ ขนึ้ อนั จะนำ� ไปสกู่ ารสะสมสมั ผสั ถงึ  “สนามพลงั ” ทเี่ กดิ ขน้ึ ไดท้ นั ที และสนาม มวลกำ� ลงั  (momentum) ของพลงั ทางปญั ญา ซงึ่พลังของการปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนโดย จะกลายเป็น “ภูมิคุ้มกัน”ของชีวิตส�ำหรับใช้แก้เทา่ เทยี มเสมอกนั เชน่ นี้ กจ็ ะกลายเปน็ ปจั จยั สำ� คญั ปญั หาเรอื่ งอนื่ ๆ ตลอดจนยกระดบั ไปส“ู่ การผลติย่ิงประการหนึ่งส�ำหรับใช้เป็นพลังในการต่อสู้เพ่ือ ซ�้ำ”(reproduction) ของกระบวนการเรียนรู้ในเอาชนะขา้ ศกึ ได้ เป็นตน้ รอบใหมท่ ี่สงู ขึ้น ๆ ต่อไป ๔. ท�ำความเห็นให้ถูกต้องเท่ียงตรงในเหตุ เม่ือต่างคนต่างท�ำความคิดความเห็นของตนในผล (Learning) เม่ือได้ประพฤติปฏิบัติตาม ให้ “เท่ยี งตรงในเหตุในผล” เหมือนการทีต่ า่ งคนกระบวนการเรียนรู้ของ “SEAL”มาโดยล�ำดับ ตา่ งพยายามลากเสน้ ทส่ี นั้ ทส่ี ดุ จากจดุ ของ “เหต”ุในที่สุดก็จะเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายของแนวพระ ไปสจู่ ดุ ของ “ผล” ทกี่ ำ� หนดรว่ มกนั ในทส่ี ดุ กย็ อ่ มราช-ดำ� รัสคุณธรรมส่ปี ระการ อนั คือ “การที่ตา่ ง จะ “ลงรอยเดยี วกัน” ในทางทีด่ ีที่เจริญในความคนต่างพยายามท�ำความคิดความเห็นของตน เป็น “เส้นตรง” น้ัน ๆ อันจักน�ำมาซึ่งพลังแห่งใหถ้ กู ต้อง เที่ยงตรงและม่ันคงอย่ใู นเหตุในผล” ความ “รู้-รกั -สามัคคี” ได้ซ่ึงจะสอดคล้องกับการปฏิบัติในขั้นตอนสุดท้าย “ระเบียบวินัย” ของกระบวนการเรียนรูจ้ ากแหง่ พระราชดำ� รสั เรอ่ื งคณุ ธรรมสปี่ ระการชดุ แรก การลงมือประพฤติปฏิบัติตามขั้นตอนของหลักอันคอื การ “ละวางความช่ัวความทุจริต” ตลอด คิด หลักปฏิบัติ และหลักการสร้างกระบวนการจนสอดคล้องกับข้ันตอนสุดท้ายของวิถีเศรษฐกิจ เรียนรู้สู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียงตามที่กล่าวมา จึงพอเพยี ง ทนี่ ำ� ไปสกู่ าร “พฒั นา” ใหส้ ามารถ “เขา้ เป็นเครื่องมือที่สามารถน�ำไปสู่การสร้าง “สนามถึงความพอเพยี งจนตกผลึกเปน็ ภมู ิค้มุ กนั ” พลัง” ซึ่งจะเหน่ียวน�ำให้เกิด “ความรู้ ความ รัก ความสามัคค”ี ขน้ึ ในหมชู่ นต่าง ๆ ไดโ้ ดยคำ� ปที ี่ ๒๔ ฉบับที่ ๓๓๖ กรกฎาคม ๒๕๖๑ • 65

ว่า “ระเบียบวินัย” (หรือ “ธรรมวินัย” ของการ จากทฤษฎสี ู่การปฏิบัติศกึ ษาหรอื “สกิ ขา”) น้ี จะมคี วามหมายครอบคลมุทั้งในแง่“วินัย”(discipline) ของตัวผู้เรียน เม่ือตอนท่ีพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า-และ “ระเบยี บแหง่ องคค์ วามร”ู้ (discipline) ของ เจ้าอยู่หัวทรงด�ำเนินรัฐประศาสโนบาย ให้มีสาขาความรทู้ เ่ี รียน ซึง่ มีการจดั ระเบยี บอย่างเป็น การจัดการศึกษาเพื่อทวยราษฎร์เม่ือร้อยกว่าขั้นเป็นตอนจากง่ายไปหายาก จากหยาบไปหา ปีก่อนนั้น ข้อจ�ำกัดของการสื่อสารคมนาคมละเอียด ตลอดจนมกี ารจัดหมวดหมขู่ องความรู้ และทรัพยากรในยุคสมัยน้ัน ท�ำให้ทรงมีพระสว่ นที่เปน็ วิชาพน้ื ฐานท่จี �ำเปน็ ต้องเรยี นรู้ กบั ส่วน ราชด�ำริให้อาศัยวัดต่าง ๆ ท่ัวราชอาณาจักรที่มีท่ีเป็นวิชาเลือกต่าง ๆ ตามความถนัดและความ อยู่แลว้ เป็นสถานศึกษา และอาศยั พระสงฆ์สว่ นสนใจ เปน็ ตน้ หน่ึงท�ำหน้าที่เป็นครูสอนนักเรียน อันกลับเป็น โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ คำ� วา่ “วนิ ยั ” โดยรากศพั ท์ ข้อดีที่ท�ำให้ระบบการศึกษาของชาติขณะนั้น มีแปลวา่  “ไม”่ กไ็ ด้ หรอื แปลว่า “ยิ่ง” ก็ได้ วินยั ความกลมกลืนกับรากฐานทางวัฒนธรรมและของตวั ผูเ้ รยี นจงึ มีอยูส่ องระดับได้แก่ ในข้นั แรก จริยธรรมในโครงสร้างส่วนลึกของสังคมไทย ที่ของการประพฤติตนด้วยการข่มใจฝืนใจ ให้อยู่ ตั้งอยู่บนหลักพระพุทธศาสนามาต้ังแต่ยุคสมัยในกรอบของกฎกตกิ าและระเบยี บแบบแผนทต่ี งั้ ใจ สโุ ขทยั อยธุ ยา จวบจนถึงสมยั กรุงรัตนโกสินทร์ปฏิบตั นิ น้ั  ๆ จะเปน็ ระดบั ความหมายของ “วนิ ยั ” แต่ต่อมาเม่ือมีการพัฒนาระบบการศึกษาและอันคือการฝึกใจตนเองขม่ ใจตนเองให้ “ไม่ละเมิด หลักสูตรการเรียนรู้ตามแบบอย่างอารยธรรมตอ่ นยั ะ” แหง่ กรอบของกฎระเบยี บหรอื แบบแผน ตะวนั ตก ซงึ่ ท�ำให้ “บ้าน วดั โรงเรียน” (หรอื ที่การประพฤตปิ ฏิบตั ทิ ี่กำ� หนดขนึ้ ดงั กลา่ ว จนเมื่อ เรยี กวา่ “บวร”) แปลกแยกจากกัน “โครงสร้างมกี ารใชก้ ำ� ลงั จติ ใจและกำ� ลงั สตปิ ญั ญา “ตดั ความ ส่วนบน” ของระบบสังคมการเมืองไทยที่ได้รับเคยชินทีไ่ ม่ดี” ใหข้ าดจากจติ ใจได้ โดยไม่ต้องใช้ อิทธิพลจากรากฐานการศึกษาของผู้คนในบ้านความพยายามข่มใจฝืนใจอะไรอีกต่อไปแล้ว ก็ เมือง ก็เริ่มแปลกแยกจาก “โครงสร้างส่วนลึก”จะเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายของการสรุปผล เพื่อให้ ทางวัฒนธรรมและจริยธรรมของสังคมไทย ที่ต้ังตกผลึกเป็น “ภูมิคุ้มกัน” อันเกิดจากความคิด อยู่บนพระพุทธศาสนา (อันเป็นพื้นฐานท่ีรองรับความเห็นท่ีเที่ยงตรงและม่ันคงในเหตุในผลของ โครงสร้างส่วนบนดังกล่าวมาแต่เดิม) จนกลาย“วินัย” ซ่ึงหมายถงึ “นัยอนั ย่งิ ” ของ “ผลที่ดี” ที่ เป็นวิกฤติปัญหาความขัดแย้งแตกแยกในระบบเป็นสิ่งซ่ึง “มปี ระสิทธิผล มีประโยชน์ และทำ� ให้ สงั คมการเมืองไทย ระหว่างผคู้ นฝา่ ยหนึง่ ซง่ึ อ้างมคี วามสุขอยา่ งยัง่ ยนื ” อนั เกิดจากการประพฤติ อุดมการณ์ “ประชาธิปไตย” (ที่ไม่ค่อยค�ำนึงถึงปฏิบัติ “เหตุ” นั้น ๆ ตามที่ได้สัมผัสด้วยตนเองจน เรื่องคุณธรรมแบบเก่า) กับอีกฝ่ายหน่ึงซึ่งอ้างหมดความกังขาสงสยั เมื่อนน้ั จึงจักเกดิ จากการ อดุ มการณ ์ “คณุ ธรรม” (ทไี่ มค่ อ่ ยคำ� นงึ ถงึ กฎกตกิ ายกระดับให้พฒั นาไปสู่ชีวติ ใหม่ ทม่ี ีความ “รูส้ กึ ของประชาธปิ ไตยในโลกสมยั ใหม)่ เพอื่ เปน็ เครอื่ งนกึ คดิ ” อยา่ งใหม่ เหมือนการได้เกดิ ใน “ภพภูมิ ต่อส้เู อาชนะกันในทางการเมอื งทุกวันน้ีใหม่” ท่ีสูงข้ึนกว่าเดิม และมีความสุขท่ียั่งยืนยิ่ง อยา่ งไรก็ตาม เทคโนโลยดี า้ นสารสนเทศและข้ึนกว่าเกา่ การสื่อสารในโลกปจั จุบัน สามารถจะท�ำให้ “การ ศึกษาเพ่ือทวยราษฎร์” เป็นไปได้อย่างกว้าง-66 • เราคดิ อะไร ขวางครอบคลุมพ้ืนที่ทุกหมู่บ้านต�ำบลทั่วประเทศ แตกต่างจากเงื่อนไขข้อจ�ำกัดในยุคสมัยเมื่อร้อย

กวา่ ปกี ่อน ซ่งึ ถ้าหากอาศัยเทคโนโลยสี ารสนเทศ เรียนรู้ตามความสนใจของผู้เรียนแต่ละกลุ่ม (โดยสมัยใหม่เป็นเคร่ืองมือ “ส่งผ่าน” ปรัชญาการ ใหผ้ จู้ ดั การศนู ยเ์ รยี นรแู้ ตล่ ะแหง่ คดั เลอื กเรอ่ื งทจ่ี ะศึกษาภายใต้กระบวนทัศน์ใหม่แห่งเศรษฐกิจ เรยี นในกลมุ่ วชิ าเลอื กตามความเหมาะสม) ภายพอเพียงดังที่กล่าวมาไปสู่ประชาชนทุกหมู่บ้าน ใต้ช่ือหลักสูตร “การผลิตอาหารปลอดภัยและชุมชนทั่วประเทศ ก็น่าจะสามารถสร้าง สร้างสุขภาวะตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง” แล้วกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้ประชาชนเกิดการ ทดลองดำ� เนนิ การกบั ศนู ยเ์ รยี นรู้ ๒๐ แหง่ กระจาย“เขา้ ใจ เข้าถึง พัฒนา” ในทิศทางที่นำ� ไปสกู่ าร ในภมู ิภาคตา่ ง ๆ ของประเทศ แตล่ ะแหง่ มีผเู้ รียนปลูกฝัง “ธรรมะแห่งความเป็นพลเมือง” ของ ประมาณ ๒๐ คน ระยะเวลาเรียนตามหลักสูตรหลักเศรษฐกิจพอเพียง ท่ีอธิบายจากกรอบความ ๑ เดือน เรยี นสปั ดาห์ละ ๓ ครั้ง ครง้ั ละประมาณคิดทางพุทธปรัชญาอันเป็นรากฐานของสังคม ๒-๓ ชว่ั โมง โดยจะใชส้ ถานทไ่ี หนเปน็ ทเ่ี รยี นกไ็ ด้ไทยแตเ่ ดมิ นัน้ ให้เกิดข้ึนไดอ้ ย่างกวา้ งขวาง เพื่อ ขอเพียงมีเครื่องรับโทรทัศน์และเครื่องเล่นวีดิ-เป็นพื้นฐานน�ำไปสู่การสร้าง “ประชาธิปไตยที่ ทศั น์ ตลอดจนจะเรียนเวลาไหนกไ็ ด้สดุ แตผ่ เู้ รยี นมีคุณภาพและคุณธรรม” ในบ้านเมือง (เพราะ จะตกลงกนั ในกลมุ่ เช่น บางแหง่ ผ้เู รียนส่วนใหญ่ถ้าปลูกฝังให้ผู้คนส่วนใหญ่มีความ “รู้สึกนึกคิด” ท�ำงานเวลากลางวัน ก็จัดตารางเวลาเรียนช่วงอย่างไร ระบบสังคมเศรษฐกิจการเมืองก็จะขับ กลางคนื ระหวา่ ง ๑๙.๐๐ – ๒๑.๐๐ น. ณ จดุ ท่ีเคล่ือนไปในทิศทางน้ัน ๆ) อันอาจจะเป็นหนทาง ผู้เรียนในหมู่บ้านน้ัน ๆ สามารถเดินทางมาเรียนช่วยคล่ีคลายวิกฤติปัญหาความขัดแย้งแตกแยก ร่วมกนั ไดส้ ะดวกในเวลาคำ่� คนื เป็นต้นของผู้คนในชาติทุกวันน้ี จากการไดส้ ร้าง “เป้า-หมายร่วม” และ “ยุทธศาสตร์” ท่ีจะน�ำไปสู่ อ่านตอ่ ฉบบั หน้าเป้าหมายดังกล่าวร่วมกันของผู้คนในชาติ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศที่ ขอนอบน้อมกตญั ญูเทดิ พระคณุจัดให้ จนปัญหาความขัดแย้งท่ีด�ำรงอยู่ค่อย ๆ ๔๗ ปีบนเส้นทางสัมมาอาริยมรรคคล่คี ลายลดนอ้ ยลงก็เปน็ ได้ “เราคดิ อะไร” ก้าวส่ปู ที ่ี ๒๔ ยินดีด้วย เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๑ สถาบันสร้างเสริมนวัต-กรรมภูมิปัญญาเศรษฐกิจพอเพียงกรมส่งเสริม ความเปน็ สัตวไ์ มไ่ ด้อยู่ท่ีแท่งก้อนดิน้ ดุ๊กดก๊ิการเกษตร โดยการสนับสนุนจากกองทุน สตั วท์ ี่หมายคอื วิญญาณทย่ี ังเป็นสตั ว์สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ได้น�ำหลักการ มอี ารมณต์ �่ำ สัตวแ์ บบโลกน่นั หยาบสร้างกระบวนการเรียนรู้ของเศรษฐกิจพอเพียง ในทางธรรมหมายเอาตามแนวพระราชด�ำรัสเร่ืองคุณธรรมส่ีประการ จิต เจตสกิ รูป นพิ พานสองชุด (SEAL) ไปทดลองพัฒนาเป็นหลักสูตร ถ้าจับเรยี นรูส้ ัตว์นไี้ ม่ได้เรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ ผ่านชุดสื่อ กฆ็ ่าสัตวไ์ ม่ได้วีดิทัศน์ที่รวบรวมจากแหล่งต่าง ๆ ได้เกือบ ๗๐ ถา้ ไม่รูส้ ตั ว์ จะฆา่ สัตว์ได้อยา่ งไรเรื่อง แล้วจัดหมวดหมู่ของกลุ่มเนื้อหา โดย • พ่อครูสมณะโพธริ ักษ์แบง่ เป็น ๔ หมวดความรู้ แต่ละหมวดมีสือ่ บงั คับ บรรยายทางเอกให้ดูและเรียนรู้เป็นวิชาพื้นฐานประมาณ ๓๐เปอร์เซ็นต์ ท่ีเหลือส่วนใหญ่ให้เลือกดูและ ด้วยความปรารถนาดี ครอบครวั คุณสมยศ เฉลมิ พงศ์ ปีที่ ๒๔ ฉบบั ท่ี ๓๓๖ กรกฎาคม ๒๕๖๑ • 67

• เฉลิมศักด์ิ แหงมงาม งานทีต่ ้องระมัดระวงั เปน็ พิเศษ ก็คอื การก่อเกดิ การทุจริตคอรัปชัน่ น่ีซิ นรกมารอคอยอยกู่ อ่ นแล้วในสมองก้อนเลก็  ๆ ทั้งยามหลับและยามต่นื จาตุมหาราช บทท่ี ๑๖ “นรกกบั สวรรค์” • ต่อจากฉบบั ๓๓๕ (จบตอน) เสยี งบบี แตรยางในจงั หวะกระชน้ั ถยี่ ามรงุ่ สาง กระเปาะลมกลมดกิ ใหแ้ ตรยางสง่ เสยี งกงั วานปลกุดงั มาแวว่  ๆ จากถนนหนา้ บา้ น สามญั งวั เงยี ลกุ ขนึ้ ชาวบ้านท้ังสองฟากฝั่งถนนให้ลุกข้ึน มาหุงข้าวอยา่ งเกยี จครา้ น.....มนั คอื เชา้ ทเี่ หงาเงยี บ มเี พยี ง ท�ำกับข้าว เพ่ือเตรียมใส่บาตรเม่ือภิกษุออกเดินเขาคนเดียวเท่านั้นในบ้านหลังใหญ่ขนาดสองชั้น โปรดสัตว์ยามเช้า ๆ สามัญเคยเห็นแม่แก่หรือโอโ่ ถงหลงั น้ี ยายออกมาใส่บาตรอยู่ประจ�ำ เมื่อครั้งสามัญ ภกิ ษุทกุ วันนีไ้ มเ่ หมือนอดตี เชา้  ๆ กอ่ นตะวนั ยงั เด็กมานอนกบั พ่อแก่แมแ่ ก่ ภิกษจุ ะบิณฑบาตขนึ้ เมอ่ื ออกบณิ ฑบาต จะใชแ้ ตรยางปากกวา้ ง บบี เป็นสาย ๆ อยปู่ ระจ�ำ ไมเ่ คยว่างเว้น หยดุ เฉพาะ68 • เราคิดอะไร

วันพระใหญ่ ยายจึงถือเป็นกิจวัตรที่จะต้องใส่ บานเบอะไปทั้งแผ่นดิน ไม่ว่าภาคการเมืองหรือบาตรพระ ราชการประจ�ำ มันคือการฝืนทนท่ีท�ำให้เขา แต่ทุกวันน้ีไม่อย่างนั้น วันใดถ้าติดงาน เหมือนอยู่ในนรกและสวรรค์เกือบจะพร้อม ๆ กันบุญกุศลหรือวันพระ ภิกษุจะไม่ออกโปรดสัตว์ ณ ขณะเวลาน้ันญาติโยม บางสัปดาห์หยุดติดต่อกันถึงสามสี่วัน สวรรค์จะบังเกิด ก็เมื่อได้เล่ือนขั้นเลื่อนดงั นนั้ การใชแ้ ตรยางบบี แตรลมกอ้ งไปทงั้ คงุ้ ถนน ต�ำแหน่ง อยู่ในงานเลี้ยงสังสรรค์โอ่อ่า งานหนา้ บ้าน มันจึงเปน็ เสยี งสญั ญาณคอยย้ำ� เตือน มงคลพธิ ที ี่สงบรม่ เยน็ ไม่วา่ งานสงกรานต์ รดนำ�้ชาวบา้ นวา่ วนั นี้ภิกษุมาแล้วนะ ดำ� หวั บางทมี นั เปน็ ไปตามประเพณอี ยา่ งฝนื  ๆ ใน กลับจากท�ำงานถึงบ้านทุกคร้ัง สามัญจะ บรรยากาศกลน่ิ อายทค่ี ละคลงุ้ ไปดว้ ยผลประโยชน์หุงข้าวและซ้อื กับขา้ วถุงไว้พรอ้ ม เตรียมสำ� หรบั และอ�ำนาจของผู้ที่นอบน้อมเสแสร้งผ่านเข้ามาใส่บาตรยามรุ่งอรุณ เขาไม่ใช่คนอายุยังน้อย คารวะหกสบิ ปีเขา้ ไปแลว้ จะเป็นจะตายเมือ่ ไหร่ ไมแ่ น่ สขุ รา่ เรงิ หรอื สวรรคจ์ ะบงั เกดิ ไมน่ า่ จะเกนิ วนัไมน่ อนหรอก การสงั่ สมบุญช�ำระกเิ ลสทุก ๆ เช้า หรือสองสามวันเสียด้วยซ�้ำจงึ เป็นเรอื่ งสมควรท�ำเป็นอยา่ งย่งิ และเขาเองก็ วนั ทผี่ ใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชามารดนำ�้ ขอพร ตามดว้ ยพยายามกระทำ� อยู่ประจ�ำ เสยี งดนตรกี ระหมึ่ กงั วานไปทง้ั ลานสนามหญา้ หนา้ ทว่าเช้านี้ วันเกษยี ณราชการวันแรก เขา บา้ นพกั กล่มุ หน่มุ สาว กำ� นนั ผ้ใู หญบ่ ้าน ออกไปกลับลุกข้ึนอย่างฝืดฝืนเต็มทน เหมือนจะกลับ ดีดดิน้ เต้นรำ� ตามยุคสมยักลายเป็นคนเกียจคร้านในหน้าท่ีการงานไปเสีย หรือวันที่ผู้รับเหมาก่อสร้างจัดงานเลี้ยงวันแลว้ เกิดให้แก่เขา โดยเชิญชวนแขกเหร่ือเพ่ือนพ้อง แท้จริง เมื่อคืนผ่านมาเขาก็อยู่ในอาการ น้องพม่ี าร่วมงานกันอยา่ งคบั คงั่ ทว่าพลนั ทงี่ านหลับ ๆ ตื่น ๆ เกือบครึ่งค่อนคืน ตีสองเข้าไป จบสน้ิ เหลอื เพียงเจ้าหนา้ ท่ีระดบั ล่าง อ.ส. คนแล้ว สามัญก็ยังรู้สึกว่าไม่ได้หลับแต่ประการใด ใกลช้ ดิ คอยเกบ็ กวาดเชด็ ถทู ำ� ความสะอาดบรเิ วณเพราะส่ิงท่ีวกวนในความฝัน คืออดีตและหน้าที่ บา้ นพกั ไปอยา่ งเงยี บ ๆ ความเงยี บเหงาจะผา่ นเขา้การงานท่ีผ่านเข้ามายามเขานอนหลับอยู่ใน มาในความร้สู ึกของเขาอยา่ งเนิบเนือยภวงั ค์ พลนั ทเี่ ขาสะดุ้งตน่ื ตระหนกกบั เหตกุ ารณ์ และแลว้ งานการทคี่ า้ งคาอยบู่ นโตะ๊ หรอื งานท่ีในฝนั จงึ เหมือนเขาไม่ไดห้ ลบั ดุจหนึง่ ว่าเขาอยู่ ล่วงผา่ น ก็เร่มิ วกวนเข้ามาเตน้ เรา่ ในโพรงสมองในเหตุการณ์นั้นจริง ๆ ทว่ามันคือความฝันอย่าง อกี ครง้ั ตามราวใี หเ้ ขาต้องคดิ อย่างตอ่ เนอื่ งทันทีครงึ่ หลบั คร่งึ ตน่ื แม้จะเป็นงานเพ่ือส่วนรวม งานเพ่ือความดีงาม หนา้ ทก่ี ารงานทส่ี ามญั กระทำ� มาตลอดทง้ั ชวี ติ เพอ่ื ชาตบิ า้ นเมอื งกต็ าม ถงึ อย่างไรมันกต็ อ้ งคิดพยายามทำ� ใหท้ กุ อยา่ งเกดิ ความเทย่ี งตรงและเปน็ เกอื บทง้ั สน้ิ เพอื่ ใหก้ ารงานในหนา้ ทน่ี นั้ สำ� เรจ็ ลลุ ว่ งธรรมแกป่ ระชาชนในตำ� แหน่งหน้าท่นี ายอำ� เภอ เป็นทีย่ อมรับของประชาชนสว่ นรวม มนั ไม่นา่ จะ แตน่ ัน่ แหละ ถงึ ทส่ี ดุ ก็ท�ำได้อยา่ งกระท่อน- หนกั สมองสกั เท่าไหร่กระแท่น เพราะคนท้ังสังคมถูกหล่อหลอมด้วย ทว่างานที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ก็คือค่านิยมแห่งการแสวงหาก�ำไรอย่างไม่มีวันสิ้นสุด การกอ่ เกดิ การทจุ รติ คอรปั ชนั่ นซี่ ิ นรกมารอคอยน้อยคนนกั ทจ่ี ะคดิ ขาดทนุ หรือยอมท�ำงานอย่าง อยกู่ อ่ นแลว้ ในสมองกอ้ นเลก็  ๆ ทั้งยามหลับและเสยี เปรียบเพอ่ื ให้ชาตบิ ้านเมอื งเกดิ ความมน่ั คง ยามตื่น การทำ� งานราชการถงึ ไดเ้ ละตมุ้ เปะ๊ คอรปั ชนั่ บางคร้ังถึงกับท�ำให้เขากินไม่ได้นอนไม่หลับ 69ปีท่ี ๒๔ ฉบับที่ ๓๓๖ กรกฎาคม ๒๕๖๑ •

ตอ้ งออกท้องท่ีบอ่ ยครงั้ ขึ้น พบปะประชาชนมาก หม้อข้าวหงุ เตรียมไวต้ ง้ั แต่หวั ค�ำ่ ผา่ นมา หุงยิ่งขึ้นเพ่ือสดับตรับฟังข่าวคราวการเคล่ือนไหว เสร็จซกุ เก็บในตเู้ ยน็ น�ำมาเสียบหมอ้ อุ่นอกี ครง้ั ก็ท้ังต้องระวังพวกท่ีชอบแทงข้างหลัง ด่าก่น เหมือนข้าวสกุ ใหม ่ ๆ อนุ่ จนไดท้ ี่ตามสญั ญาณไฟสาปแช่งเขาอย่างไม่มีชิ้นดี หากเขาเกิดการ ขา้ งหม้อบอกเตือนผิดพลาดไม่วา่ เรอ่ื งการกอ่ สรา้ ง แบบแปลน การ พส่ี าวแท้ ๆ บา้ นเคยี งกนั กายเธอเหมอื นหญงิพัฒนาที่จะต้องคุมด้านรายละเอียด บางงานถึง ชรา เรอื นผมขาวโพลนทงั้ ศรี ษะ เธอไปนงั่ คอยอยู่กับฝ่ายตรงข้ามขนกลุ่มชาวบ้านเดินขบวนไปถึง แลว้ ทเี่ กา้ อข้ี า้ งถนนหนา้ บา้ น สามขี องเธอยกเกา้ อ้ีจงั หวดั ฟอ้ งรอ้ งเขากบั เจา้ นายเพอื่ บบี ใหเ้ ขาออก มาใหน้ ่ัง พรอ้ มเกา้ อีเ้ ลก็  ๆ ที่วางขันขา้ วไปจากพื้นท่ีให้ได้ สามญั ยงั ยนื คอยใหข้ ้าวระอจุ นได้ท่ี และรอ แต่นั่นแหละ ความถูกต้องก็คือความถูกต้อง กับข้าวในตู้อบเย็นลงอีกเล็กน้อย เขาจึงจะตักถงึ อยา่ งไรเขากฟ็ นั ฝา่ อปุ สรรคเหลา่ นน้ั มาไดอ้ ยา่ ง ขา้ วสวยรอ้ น ๆ ใสข่ นั พรอ้ มทพั พลี ายสลกั สเี งนิ อนัเรียบร้อยตราบกระท่ังทุกวันนี้ วันท่ีเขาเกษียณ วจิ ติ รออกจากงานราชการ งานรับใช้พระเจ้าแผ่นดิน นกดเุ หวา่ รอ้ งดงั มาแวว่  ๆ บนคาคบกงิ่ มะมว่ งหรืองานทำ� ความดีเพ่อื แผน่ ดินนนั่ เอง หลงั บา้ น...นานแลว้ นะทเี่ ขาไมไ่ ดย้ นิ เสยี งมนั มารอ้ ง พลังเงียบ ประชาชนชั้นล่างตามท้องไร่ ปลกุ แมแ้ ตเ่ สยี งไกข่ นั ทเ่ี คยเพรยี กเสยี งยามหวั รงุ่ท้องนา คนยากไร้ ยังพูดถึงเขาในแง่ท่ีงดงาม ทอดรบั กันไปทั้งหมบู่ ้านเหมอื นในอดตี เขาก็ไมม่ ียกเวน้ บางคนเทา่ นนั้ ทอี่ าจจะสญู เสยี ผลประโยชน์ โอกาสได้ยนิ ใจเขามกั มัวพะวงอยกู่ บั ความนกึ คดิและอำ� นาจท่พี ึงจะไดร้ ับ หน้าที่การงานที่ผ่านเข้ามาในโพรงสมองวันแล้ว สิ่งเหลา่ นี้ประมวลกันขน้ึ ในความฝัน ทำ� ให้ วนั เล่า ไม่วา่ ยามเช้า สาย บา่ ยเยน็ ในทที่ ำ� งานเขาฝนั ถงึ การงานทกี่ ระทำ� สงิ่ ทอ่ี บุ ตั ซิ ำ้� แลว้ ซำ�้ เลา่ หรือค�่ำคืนดึกด่ืนในบ้านพัก มันเต้นเร่าในโพรงเหมอื นทา้ ทายดวงจติ วา่ เขาจะยืนหยดั ในความ สมองเกอื บทุกเวลานาที อย่าคดิ ว่าจะตดั ทุกส่งิ ได้บริสุทธิ์ สิ่งทีถ่ ูกตอ้ ง ควรเสียสละได้หรือไม่ งา่ ย ๆ ทกุ งานรวมศนู ยม์ าทเ่ี ขาในฐานะนายอำ� เภอ บางค�่ำคืนเขาฝันถึงมูลอุจจาระในโถส้วม แหง่ ทอ้ งที่ เขาจะตอ้ งอำ� นวยการแกไ้ ขปญั หา จงึภาพแล้วภาพเล่า เหมือนเขาได้ตกลงไปอยู่ใต้ ไม่แปลกท่ีใจเขาจะไม่ว่างอย่างเพียงพอท่ีจะได้ยินอาจมเหลา่ นน้ั เกอื บทง้ั เรอื นรา่ ง และเขาพยายาม เสยี งเพลงในธรรมชาติรอบขา้ งที่เพรยี กดังมาท่ีจะดิ้นรนผ่านพ้นกล่ินเน่าเหม็นเหล่านั้นออกมา แมเ้ ชา้ นรี้ า่ งกายเขาจะออกอาการเปลยี้ เพลยีให้ได้ กว่าปกติ เมื่อคนื เขาหลบั ไมเ่ ตม็ อม่ิ หลบั  ๆ ตนื่   บางค่�ำคืนเหมือนเขาจะฝ่าเข้าไปในหลุมบ่อ ๆเกือบตีสาม ภาพการงานพร่ังพรูหลั่งไหลไม่นรก แดนท่เี ขายงั ไม่เคยผา่ นพบ จะไมม่ ีสวรรค์ จบสิน้บา้ งเลยหรอื อยา่ งไร ในจิตดวงนอ้ ย ๆ ทีโ่ ลดเต้น ทวา่ ในโพรงสมองของเขายามนกี้ ลบั วา่ งโหวงในสำ� นกึ เบาสบายผดิ กว่าทุกวนั ที่ผ่านมา ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จสามัญก็ปิดเครื่อง พอกันทีชีวิตหน้าท่ีการงานที่สุมรุม ข้อปรับอากาศในห้องนอน แล้วเดินลงมาห้องครัว กฎหมายที่ร้อยรัดบีบกระชับเกือบทุกเวลานาทีชั้นล่าง เสยี บปล๊ักต้อู บไฟฟา้ อนุ่ กับข้าวไมโครเวฟ พลาดเมอื่ ไหรเ่ ขาก็ตกนรกทงั้ เปน็ เทา่ น้ันหยิบถุงกับข้าวในช่องตู้เย็นมาเทใส่ถ้วยกระเบื้อง ว่างเสียจนเหมือนเคร่ืองยนต์ดับอยู่นิ่ง ๆ จนเคลือบ แล้วซุกเข้าไปอุ่นในตู้อะลูมิเนียมขนาด เช้าน้ีเขาไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นท�ำงานส่ิงไรก่อนหลังเล็ก เตรียมใส่บาตรในเชา้ วนั น้ี ในสมองว่างเปล่า ได้ยินรับรู้แม้กระท่ังเสียงนก70 • เราคิดอะไร

ดุเหว่ามาเพรียกเสียงให้ได้ยินอย่างชักจะร่ืนรมย์ ไปฟากตะวนั ตก ทั้งสองหลังมนี อกชานแลน่ ถึงกนักับเสียงนน้ั ย้งุ ข้าวคือครัวไฟ หน้ายุง้ มีพ้ืนกระดานแคบ ๆ วาง แตรยางให้สัญญาณ หมู่สงฆ์ที่เดินเป็นแถว เตาไฟเครือ่ งครวั เชื่อมตอ่ ระหวา่ งเรือนสองหลงับณิ ฑบาตกำ� ลงั ผ่านกลับมายงั ถนนหน้าบ้าน เขา คนแกอ่ ยกู่ บั ความเหงา มขี า้ วในยุ้งไว้หุงกนิรีบยกขันข้าวพร้อมถ้วยกับข้าวเดินตัดสนามหญ้า กบั ข้าวก็งา่ ย ๆ ตามธรรมชาติ ถ้าสามญั จำ� ไม่ผดิไปยนื รอตรงประตเู หลก็ หนา้ บา้ น เคยี งขา้ งผพู้ ส่ี าว นำ้� พริกผักตม้ น่าจะเปน็ กบั ขา้ วทีข่ าดไม่ไดใ้ นส�ำรับ “ใส่บาตรเหมือนกันหรือ” พ่สี าวเอย่ ทกั ยิม้ ยายชอบปิ้งปลาตัวใหญ่ ๆ ท่ีตาลงทุนปักเบ็ดจนเห็นเหงือกสีชมพู ไร้ฟันอย่างแจ่มใส เธอขี่ ชักรอกไม้ไผ่กลางแม่น้�ำ และแกมักจะได้ปลารถจักรยานยนต์ไปชนต้นไม้เม่ือหกปีก่อน ท�ำให้ ตะพากตวั ใหญ่ ๆ กลบั มาจากแม่น�้ำเสมอชราเรว็ กวา่ ปกติ ฟนั หมดปาก เรอื นผมขาวโพลน ยายจะใช้ตะแกรงปิ้งปลาด�ำคล่ักด้วยเขม่าท้ังศีรษะ สมองของเธอเริ่มเบลอและเลอะเลือน ปิ้งปลาอยู่บนเตาอย่างช้า ๆ พลิกไปพลิกมาจนในบางขณะ เกลด็ ปลาเรม่ิ ไหมก้ ลิ่นหอมฉุย มนั เย้ิม ปิ้งจนสกุ “แก่แล้ว...ต้องสั่งสมบุญ จะตายวันตาย เน้ือขาวระอุ ยายถึงจะยกแผงปง้ิ ปลาลง แลว้พรุ่งยังไม่รู้” สามัญเอ่ยตอบ ย้ิมให้เธอเล็กน้อย วางปลาบนจานสังกะสีสีขาว ถ้าไม่มีน้�ำจ้ิมพริกพุทธศาสนาคือสิ่งที่เป็นที่พ่ึงมาเกือบท้ังชีวิตการ แจ่วสดห่ันซอย ผสมกระเทียมหั่นเป็นชิ้นบาง ๆรับราชการ เขา้ ผสมในถว้ ยตราไกส่ ขี าว ๆ กจ็ ะเปน็ นำ�้ พรกิ ปลา เธอย้ิม สายตาแจ่มใสบอกว่าเข้าใจในสิ่งท่ี ย่าง กนิ ขา้ วคลกุ ปลาย่าง อร่อยเหาะจนพงุ กางสามัญร�ำพึง เธอผ่านสายตาไปยังถนนด้านทิศ วันดีคืนดียายจะต้มปลาตะพาก ห่ันเป็นบ้ัง ๆเหนือ อีกร้อยกว่าเมตรกว่าภิกษุจะชักแถวเดิน บบี นำ�้ มะนาว พรกิ แหง้ เผาจนไดท้ ี่ ขยกี้ ระจายผา่ นมาถึง จนเต็มหม้อ รสนำ้� ต้มปลาร้อน ๆ แซบไปอกี แบบ สามัญมองเธออย่างพนิ จิ พส่ี าวที่คลกุ คลกี นั เรือนหลังใหญ่ใคร ๆ นา่ จะเขา้ ใจวา่ ยายนา่มาต้งั แต่เป็นเด็ก กนิ นอนดว้ ยกนั ในเรอื นไม้หลงั จะเปน็ ผมู้ ีอันจะกนิ ในอดีต แทจ้ รงิ หาใช่ไม่ คนเล็ก ๆ บา้ นชัน้ เดียวใต้ถุนสูงแบบชนบท บ้านนอกกินอยู่อย่างพอมีพอกินแทบทั้งสิ้น ผัก เขาคดิ ถงึ แมแ่ ละยายข้นึ มาทันที แม้ทง้ั สอง ปลาหาได้แถบตามบ้านค้างต�ำลึงริมรั้ว ผักบุ้งจะเสียชวี ติ ไปแล้วกต็ าม ทอดยอดตามนาขา้ ว หรอื ไมก่ ็ปลากลางแม่น้ำ� ทกุ นางไมแ่ ตกตา่ ง แมแ้ ตพ่ ส่ี าว ตา่ งเดนิ ตาม ยามว่าง ๆ แตย่ ายก็ไม่เคยว่าง แกจะดายรนุ่กนั มาอยา่ งเกอื บจะคลา้ ย ๆ กนั เพยี งแตเ่ วลาและ เก็บหญา้ รกเร้ือ ผกั ขมหนาม ตน้ สาบเสอื ที่ขึน้ เต็มสิง่ แวดลอ้ มเทา่ นัน้ ที่เปลยี่ นแปร ริมกระไดและลานหนา้ บา้ น กลับมาบ้านทุกครั้ง หรือครั้งหลังสุดท่ีแม่ มนั พอแลว้ นะ...มนั นา่ จะพอแลว้ กบั ชวี ติ ของมาพกั อยู่บา้ นนอก แมก่ ใ็ สบ่ าตรภิกษสุ งฆไ์ ม่เคย ยายท่ไี มไ่ ด้สลับซบั ซอ้ นอะไรมากนกัวา่ งเว้น เช้ามืดก่อนตะวันสาง ยายจะลุกหุงข้าว แต่ภาพแม่แก่หรือยายนั่นซิ กลับแจ่มใสใน เตรยี มส�ำหรบั ใสบ่ าตรพระทเ่ี ดินผ่านหนา้ บา้ นมโนส�ำนึก เป็นแบบอย่างท่ีตราตรึงในความทรง มะม่วงพันธุ์เขยี วรสหอมหวาน ล�ำต้นขนาดจำ� ของสามัญตลอดมา หกเจด็ คนโอบรอบ สงู ทะมึน ให้รม่ เงาแผ่ใบคร้มึ ครวั ไฟอยหู่ นา้ ยงุ้ ขา้ ว มนั คอื ยงุ้ เรอื นไมเ้ ลก็  ๆ ตดิ ถนน มีมา้ น่งั ยาวรอบล�ำตน้ ท�ำไวส้ ำ� หรับให้เช่ือมต่อระหว่างเรือนเก็บฝาด้านใต้กับส่วนด้าน ยายมาน่ังรอใส่บาตรสงฆ์ที่จะเดินผ่านมาบนถนนเหนอื เรอื นไทยหลงั ใหญค่ รมึ้ หนั หนา้ ผา่ นนอกชาน ลกู รังรมิ แมน่ ้�ำ 71ปที ี่ ๒๔ ฉบบั ท่ี ๓๓๖ กรกฎาคม ๒๕๖๑ •

ยายจะลงน่ังยอง ๆ ในชุดโจงกระเบนสีเมล็ด ตน้ พทุ รา ไมม่ ที อ้ งนาเออ่ นำ�้ เหมอื นทอ้ งทะเลสาบพรกิ ผ้าฝา้ ยผนื สีขาวเกือบคลำ้� รดั หนา้ อก แก ใหญใ่ นหนา้ น้�ำใหแ้ ลเหน็จรดขนั ขา้ วขน้ึ เหนอื ศรี ษะอธษิ ฐาน กอ่ นใชท้ พั พคี ด เม่ือก่อน ความรู้สึกเด็กชายโบราณ ท้องนาลงในขนั ทองเหลอื ง ตกั ข้าวร้อนระอุควันกรุน่ ใส่ จะกว้างใหญไ่ พศาลสุดนับประมาณ ร่มพทุ ราผลลงในบาตรพระทีละรูป ๆ อยา่ งเนิบช้า ขนาดหวั แม่มอื กลมดกิ สเี หลอื งอมส้ม หล่นเกลอ่ื น แตล่ ะวนั สงฆจ์ ะเดินผ่านถนนดนิ ลกู รังไมน่ อ้ ย กล่น รสมนั กรอบปนสม้ เปรย้ี ว ๆ ใครจะเก็บกินกว่าสี่ห้ารูปเป็นอย่างต�่ำ หน่ึงพรรษาที่ลูกผู้ชาย ก็ได้ ไม่หวงแหน ทว่าในวนั น้ีไม่มพี ุทราต้นน้ันอีกในหมู่บ้านจะบวชจ�ำพรรษา วัดในหมู่บ้านอย่าง ตอ่ ไปเครง่ ครัดในศลี และวนิ ัย ล�ำรางคลองเหมืองจะมีสายน้�ำในหน้าท�ำนา เมอื่ ยายใสบ่ าตรเรยี บรอ้ ย กลบั ขนึ้ เรอื น แก ตดั ผา่ นทงุ่ นาหลงั บา้ น ขนานกบั ถนนดนิ ทอี่ งคก์ ารไมล่ มื จะอทุ ศิ กรวดนำ�้ ใหป้ ยู่ า่ ตายายทล่ี ว่ งลบั ยาย บรหิ ารส่วนตำ� บลมาท�ำให้ แมกไม้ปลายทงุ่ เลอื นมกี าทองเหลอื งใบเลก็  ๆ เตรยี มไวแ้ ลว้ แกเทหยาด หาย แทบไมม่ ีแมกไมใ้ ห้แลเห็นน�้ำลงในจานแล้วสวดแผ่ส่วนกุศลเหนือแม่ธรณีใต้ สามัญคดข้าวใส่จานมาวางบนพ้ืนโต๊ะตรงรม่ สม้ โอเกอื บจะตดิ ลำ� ตน้ หลงั จากนน้ั จงึ เทหยาด หนา้ เมล็ดข้าวเพงิ่ อนุ่ ไอร้อนกรนุ่ กระจายขน้ึ มาน�้ำลงทีโ่ คนลำ� ตน้ บาง ๆ เขายกฝาชีไมไ้ ผอ่ อกวางไวข้ ้าง ๆ ถว้ ยผัด “พระมาแล้ว” พี่สาวเอ่ยบอก กระตุกสติที่ ผัก แกงหวั ตาลใสใ่ บชะอม ไขเ่ จียวเพ่ิงจะตกั ออกชักจะเลอะ ๆ เลือน ๆ ของชายชรานามว่าสามัญที่ จากกระทะขน้ึ มาใหม ่ ๆ เมอ่ื ครใู่ หญ่ ขา้ วจานเดยี วยืนอยเู่ คยี งกัน และกับขา้ วทีว่ างอยู่เบอ้ื งหน้าก็พออิม่ นบั แต่นี.้ .. พระสงฆ์ผ่านเข้ามาเพียงสองรูป พร้อมรถ คงไมม่ ีงานเล้ียงในห้องโรงแรมหรใู ห้สมั ผสัเขน็ ทคี่ นวดั ดนั ผา่ นตามหลงั มาตดิ  ๆ ถนนลกู รงั ผา่ น วนั ปลดเกษยี ณ ....เหมอื นเขาจะวางทกุ อยา่ งหนา้ บ้าน กลบั กลายเปน็ ถนนลาดยางในปจั จุบัน ลงเกือบส้นิ ไม่วา่ ลาภยศ สรรเสริญ หรือสุขที่ สามญั ถอนหายใจเลก็ นอ้ ยกอ่ นจะยกขนั ขา้ วท่ี เหมือนจะเป็นคนอีกระดับ สูงกว่าชาวบ้านทั่ว ๆเตรยี มไว้ คดขา้ วใสล่ งในบาตรพระลกู ชายชาวบา้ น ไป สามญั มองผา่ นจานขา้ วกน้ ตน้ื กระเบอ้ื งเคลอื บยคุ นภ้ี กิ ษสุ งฆจ์ ำ� พรรษานอ้ ยลง คนยคุ ใหมเ่ รง่ รอ้ น สขี าวลายดอกไมก้ ว้างเพียงคืบ เขาจะกนิ มันหมดท�ำมาหากิน บวชเรียนประเดี๋ยวประด๋าวไม่เกิน หรือไม่สิบห้าวันด้วยซ้�ำ ก็สึกหาลาเพศบรรพชิตก่อนวัน มันน่าจะเหลือถึงมื้อเท่ียงด้วยซ้ำ�เข้าพรรษาจะมาถงึ ยามเปน็ เดก็ ชายกลางทอ้ งนา เขากก็ นิ ไมเ่ กนิ ใส่บาตรเสร็จสามัญกลับขึ้นบ้านหลังใหญ่ เลยไปกวา่ น.้ี ..เปน็ นายอำ� เภอกเ็ ถอะ กนิ ไดก้ แ็ คอ่ ม่ิเดินผา่ นโถงกว้างมายังเรือนครวั หลงั บ้าน ชายชราหลงั เรม่ิ คอ้ ม เรอื นผมสดี อกเลา มอง ยคุ นไ้ี มต่ อ้ งทำ� กบั ขา้ ว ซอ้ื กบั ขา้ วถงุ มาเตรยี ม เหม่อไปยังท้องฟ้าขาวโพลนด้วยหมู่เมฆ เหนือไวแ้ ตเ่ ยน็ ยำ่� เชา้  ๆ เอาออกมาอนุ่ ไมน่ อ้ ยกวา่ สอง ภูเขาหลังบ้าน เขาก�ำลังจะกลับกลายเป็นชายสามอยา่ ง วางพรอ้ มแลว้ อยบู่ นโตะ๊ ไมก้ ลางครวั ไฟ แก ่ ๆ ในหมบู่ า้ น เปน็ คนชราทยี่ ากไรเ้ หมอื นในอดตี ลกู กรงเหลก็ ดดั โปรง่  ๆ ผนงั หลงั บา้ น สงู สอง ไปแลว้ ใช่ไหม.เมตร กว้างเท่าตัวบ้าน เช่ือมติดก�ำแพงปูนด้าน (จบภาค “จาตมุ หาราช” เตรยี มพบ...“ชายล่างชนพ้ืนกระเบื้อง สูงหนึง่ เมตร ทำ� ใหส้ ามัญ ชราผูก้ ลับไปสู่ความยากไร้”)สามารถมองเลยนอกรว้ั สังกะสอี อกไป ผ่านสวนรกเรอื้ ไปยงั ทอ้ งนาและเทอื กเขาสงู ใหญล่ บิ ๆ ไมม่ ี อ่านต่อฉบบั หนา้72 • เราคดิ อะไร

จากใจถงึ ใจd d d d d ๗ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๑ เป็นวาระครบรอบ ๔๘ พรรษา บนเส้นทางสัมมาอารยิ มรรค พอ่ ครูสมณะโพธริ ักษ์ ผูน้ �ำชาวอโศก  และหนังสือพิมพ์ “เราคดิ อะไร” ก้าวสปู่ ีที่ ๒๕  ในฉบบั ที่ ๓๔๐ประจำ� เดอื นพฤศจิกายน ๒๕๖๑ นี้  เพอ่ื ขอบคณุ มวลสมาชกิ และผมู้ ีอปุ การคณุ ที่สนบั สนนุ ตลอดมาสำ� นกั พมิ พก์ ลน่ั แกน่ จงึ ไดจ้ ดั พมิ พห์ นงั สอื  “รวมคนจะมธี รรมะไดอ้ ยา่ งไร เลม่ ๒” เปน็ บรรณาการในรูปเลม่ พ็อกเก็ตบุ๊คขนาด ๑๖ หนา้ ยกพิเศษ ในวาระพิเศษน้ีใคร่ขออนุญาตเรียนว่า เพื่อเป็นการขยับเลื่อนฐานวัตถุทานลึกซึ้งขึ้นดังน้ันจะไม่มีการลงรายช่ือผู้ร่วมสนับสนุนในหน้าสีหรือหน้าขาวด�ำใด ๆ ทั้งสิ้น น่ันคือทุกบาททกุ สตางค์ทท่ี ุกทา่ นบรจิ าค จะเป็นการแสดงเจตนารมณแ์ หง่ การใหก้ ารสละท่ไี มต่ ดิ ไมย่ ดึ ไมส่ �ำคญัมน่ั หมาย ไมเ่ อาอะไรตอบแทนกลบั คืนมาแม้แต่ชอ่ื -นามสกลุ หรอื ช่ือหนว่ ยงานตัวเล็ก ๆ ปรากฏ ท่านใดหรอื หน่วยงานใดประสงค์จะร่วมแสดงความยินดชี ่วยสนับสนุน ตดิ ต่อได้ที่ คณุ ใบแกว้ ชาวหินฟ้า โทรศพั ท์ ๐๘-๖๔๘๖-๗๘๖๘ ปท.คลองกมุ่ ๑๐๒๔๔ ส�ำนกั พิมพ์กลนั่ แก่น ๖๔๔ ซ.นวมินทร์ ๔๔ ถ.นวมินทร์ แขวงคลองกมุ่ เขตบึงกุม่ กทม.๑๐๒๔๐ หรือโอนเงนิ ผา่ นบญั ชอี อมทรพั ย์ ธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนนวมนิ ทร์ ๓๖ บญั ช ี นางสาวใบแก้ว ชาวหนิ ฟา้ เลขท ่ี ๐๓๘-๘-๖๖๗๐๕-๒ (หมายเหตุ : ทุกท่านที่รว่ มสนับสนุน เจ้าหนา้ ที่ออกใบเสร็จรบั เงินตามปกติ) การทานวัตถุก็ดี ทานแรงงานก็ดี มีอภัยทานซ้อน ถ้ายังโลภ ยังยึดเป็นเรา เป็นของเรา แลกเปล่ียนอยา่ งโลภไว้ในใจอยู่ ก็ยงั ไม่อภัย ยงั เป็นภัยอยู่ เป็นภยั ทาน ทานวัตถุแล้วยังมีโลภ เป็น “ภยั ทาน” ไมใ่ ช ่ “อภัยทาน” ยังเปน็ ภัยตอ่ ตน ต่อผ้อู ืน่ อยู่ ภัยตอ่ ตนก็คือกเิ ลส เป็นกเิ ลส สงั่ สมโลภ จะใหแ้ รงงาน ให้วตั ถุ แลว้ กย็ งั จะเอาของแลกเปลี่ยน “อยากจะได”้ ยังผกู ใจยึดว่าของเรานะ นีข่ องเรานะ นีบ่ ญุ คณุ ของเรานะ นีข่ องเราท�ำนะ นี่ของฉนั นะ นี่ฉันนะ ก็ยงั เป็นภยั ยังไมอ่ ภยั โลภกด็ ี โกรธก็ดเี ป็นตวั ภัย ในศาสนาพทุ ธนชี่ ดั เจน โลภ โกรธ หลง นเี่ ป็นตวั  “ภัย” เปน็ ภยั ทัง้ ของตนเองและผู้อ่นื (สมณะโพธริ กั ษ์ จากหนังสือ มหาทาน) 73ปีท่ี ๒๔ ฉบบั ท่ี ๓๓๖ กรกฎาคม ๒๕๖๑ •

แ ค ่ คิ ด ก็ ห น า ว . . . ว ์ ๖. เพราะคดิ วา่ เงนิ จา้ งได!้ สถติ นิ เ้ี ปน็ ทแี่ รกในโลก ๑๐ นดั เปลยี่ นโคช้ ๑๐ คน (เดลนิ วิ ส์• นายธิง วินเทอร์ ๑๓ เม.ย.๖๑) (นเี่ ขาเรยี กปรากฏการณ์ “ต้องชนะ” ให้ได้ แทนท่ีจะมีแผน ระยะยาว....) ๑. สงั คมไทยเต็มไปด้วยคนชา่ งต!ิ ๗. เงนิ ๑ บาทตา่ งจงั หวดั มีค่ามากกว่า ๑ บาท‘มาร์ค’ สบั  คสช. ๔ ปแี ก ้ ศก. เหลว ในกรุงเทพฯ! แห่เที่ยวเข่ือนนางรอง แม่ค้าย้ิมรับ(มติชน ๑๕ เม.ย.๖๑) (ตอนตวั เอง รายได้พุ่ง (ไทยโพสต์ ๙-๑๐มอี �ำนาจท�ำอะไรบ้าง?....) เม.ย.๖๑) (ที่น่าเศร้าก็คือ ตัวเลขไปเที่ยวต่างประเทศ ๒. พัฒนาอะไรก็ไม่ได้ ถ้าไม่ สงู มหาศาล อรกิ าโตะบนั ไซ....)พัฒนาจิต! ‘ออเจ้า’ เฮกันล่ัน เลขเด็ด ๘. เมอื่ อุตสาหกรรมฟเู ฟอื่ ง ธรุ กิจฟูฟ่อง! ทด่ี ิน‘การะเกด’ ใหโ้ ชค (เดลนิ วิ ส ์ ๑๗ เม.ย.๖๑) ตะวนั ออกพงุ่ รับ กม.อีอีซี ล่าสดุ แตะระดับ ๒๕ ลา้ นต่อ(การศกึ ษาทถี่ กู ทศิ ทาง เขาไมท่ ำ� แบบนหี้ รอก...) ๑ ไรห่ ลงั  กม.ผา่ น (มตชิ น ๙ ม.ี ค. ๖๑) (แล้วท่ีนาทส่ี วนกห็ ายไป ๓. เรื่องธรรมะจะเร่มิ สอน กนิ ให้ร-ู้ อยใู่ ห้เปน็ ! วันน้ีเร่ืองอดอยาก เร่ืองอาหารธปท.เผยอายตุ ่ำ� กว่า ๒๕ เป็นหน้ีสูง ขาดแคลน เขายงั ไมส่ �ำนกึ หรอก....)(มติชน ๒๓ ม.ี ค.๖๑) (คนจะไปนพิ พาน ๙. โกงกนั ระเบิด โกงไม่ดตู ามา้ ตาเรือ!เขาก็จะผา่ นเร่ืองประหยัดกอ่ นนะ....) แฉยาฉดี ปอ้ งพษิ สนุ ขั บา้ ‘วคั ซนี ’ ปลอม (มตชิ น ๑๖ ม.ี ค.๖๑) (เมอื่ ๔. ความฝนั กบั ความจริง ถา้ หา่ งกันมากเขาเรียก  ก่อนโกงก็โกงแบบมีคุณธรรม‘ฟุ้งซ่าน’! กรมศาสนามุ่งเป็นต้นแบบ วนั นใี้ ครฉบิ หายเขาไมส่ น คนขโี้ กงองคก์ รคุณธรรม (เดลนิ วิ ส์ ๑๙ ม.ี ค.๖๑) (ทกุ คณุ ธรรมก็ยังส้คู นโกงสมัยก่อนไม่ได้เลย......)หนว่ ยงานเขามนี กั คดิ เยอะเพราะเรยี นกนั มาแตน่ ักปฏบิ ัตกิ ารมือทอง หายากนะ....) ๕. ความฟุ่มเฟือยคือหายนะ! วัยรุ่นแห่รูดปื๊ดเงิน ๑๐. ยุคทนุ นยิ ม..ใหญไ่ วก้ ่อน!อนาคต (เดลินวิ ส์ ๑๒ เม.ย.๖๑) รพ.ใหญ่สุดอาเซยี น ม.ขอนแก่น ผุด ๕(บทบาทบุคลากรทางศาสนาควร พนั เตียง (ไทยโพสต์ ๑๕-๑๖ ม.ค.๖๑)หันมาทำ� งานเรอ่ื งนเี้ สยี ท.ี ...) (ทุนนิยมรวยกระจุก-จนกระจาย ป่วยกระจุก-เจ็บ กระจาย มันขัดแยง้ กับเรือ่ ง “พอเพียง” เลยแหละ...)74 • เราคดิ อะไร

๑๑. เหตุเกดิ ที่ประเทศไทย! ๑๖. ดูขยัน-ดูดี-ดูมีอนาคต! ระดมสมองภาคระดุมเก็บขยะเกลื่อนหาดเกาะรัง เอกชน ขดี เสน้ ยกระดบั ‘เอสเอม็ อ’ี ชูมรสมุ ซดั เขา้ ฝง่ั วนั ละ ๔๐๐-๕๐๐ กก. สินคา้ ชมุ ชน อ้มุ ท่องเท่ยี ว (เดลินิวส์(มติชน ๑๔ มี.ค.๖๑) (คณุ ธรรมสอบ ๕ เม.ย.๖๑) (ท�ำดีก็ช่วยกันสาธุ แต่ตกไม่วา่ จะเป็น ‘สะอาด’ เป็น ‘วนิ ยั ’ เปน็ ‘น้�ำใจ’ เป็น เถา้ แกเ่ ลก็ เถา้ แกน่ อ้ ยทผ่ี ลติ ของกนิ ของใช้ แลว้ หา้ งใหญ่‘เสยี สละ’ เปน็ ‘รกั สง่ิ แวดลอ้ ม’ นค่ี นไทยแท ้ ๆ เลยนะ....) ทกุ หา้ งท�ำเอง ขายถกู กว่า แลว้ มาวางขายคู่กัน คงรอ วันตาย รอวันแหง้ นะออเจา้ ....) ๑๒. ท�ำได้แค่น้ีเอง! กก.ปฏิรูปต�ำรวจชงเพ่ิมเงิน ๑๗. ตนื่ ววั ต่ืนควายก็สู้ตน่ื คนไม่ได!้เตม็ พิกดั (เดลนิ วิ ส์ ๑๑ ม.ั ค.๖๑) แหก่ รดี๊ พระเอกคนดงั ในละครยอดฮิต ‘บุพเพสนั นิวาส’(คิดถึงส�ำนวนไทย เร่ืองตดม้า เดินสายโชว์ตัว เสียงกร๊ีดสนั่นเสียงดังน่าดู แต่ขี้ออกมานิด หว่นั ไหวจากแฟนคลับกว่า ๕ พนัเดียว รัฐบุรษุ เขาท�ำเพื่ออนาคต คน (ภาพเป็นข่าว) (๑ เม.ย.๖๑)แตค่ นไมม่ อี ดุ มการณ์ เขาทำ� เพอ่ื ตวั เองคนขขี้ ลาดยงิ่ ไม่ (ชีวิตดาราก็เหมือนพลุ เกิดดับกล้าขัดแย้งใครเลย.....) รวดเรว็ แต่เราก็ยังตนื่ เตน้ ตมู ตาม.....) ๑๓. เถ้าแก่ขอท�ำเองทุกอย่าง! ประชาพิจารณ์ ๑๘. เค้าผดิ -เค้าขอโทษ! อาเบะขอโทษชาวญ่ปี นุ่ฉลยุ หนนุ หวยชดุ แกแ้ พง (ไทยโพสต์ อีกรอบเร่ืองฉาว.....เล่นพรรคเล่นพวก๖-๗ เม.ย.๖๑) (๑ ใบ รางวลั ๖ ลา้ น และปกปิดข้อมูลเพ่ือเอ้ือธุรกิจของเพื่อนถกู ใบเดยี วดใี จตายแล้ว นอี่ ยากถูก ภรรยา (ไทยโพสต์ ๒๖ ม.ี ค.๖๑) (จติ สำ� นกึหวยชุดทีเดียว ๑๒ ล้าน ๑๘ ล้าน ของนักการเมืองย่อมขึ้นอยู่กับจิตส�ำนึก๓๐ ล้าน ดูความโลภของคนซ้ือหวยซิ มันร้ายจรงิ  ๆ....) ประชาชน นักการเมืองเลว เราจะโทษใครด?ี ....) ๑๔. ธรรมเนียมของต่างประเทศเขาปฏิบัติกัน! ๑๙. ปนื มไี วฆ้ า่ คนกนั เอง! อเมรกิ นั ชนกวา่ ๑ ลา้ นอเมริกาไม่ให้อยู่ ๔๓ ผู้ร้ายคดีอาญา คนเดินขบวนเรียกร้องการควบคุมจบั สง่ กลบั กมั พชู า (ไทยโพสต์ ๖ เ ม.ย. อาวุธปืนอย่างเข้มงวด (ไทยโพสต์๖๑) (ประเทศไทยเคยทำ� หรอื ยงั ใคร ๒๖ มี.ค.๖๑) (ทกุ อย่างเปน็ เหรยี ญร้ายกับประเทศไทย เราก็ห้ามเข้าประเทศเสียบ้าง ๒ ด้านโปรดไตรต่ รองให้มาก ๆ....) เขา้ ใจหรอื ยัง พวกนักเขยี นรบั จ้างมนั เยอะจรงิ  ๆ....) ๑๕. อิทัปปัจยตา แก้ที่เหตุ ผลก็ดับ! รบ.อังกฤษ ๒๐. Lady and Gentleman this is Thai-ประกาศหา้ มขายงาชา้ ง ปกปอ้ งสายพนั ธุ์ land! ช็อปกันกระจุย สินค้าช้างไม่ให้สูญพันธุ์ (เดลินิวส์ ๕ เม.ย.๖๑) ฟุ่มเฟือยทะลุทุกหมวด (ไทย-(น่ีคือเหตุท่ีชาวอโศกไม่กินเนื้อสัตว์ ศีลปาณาติปาตนี้ลึกซ้ึง โพสต์ ๒๖ มี.ค.๖๑) อ่านข่าวนี้ พอ่ แม่น�ำ้ ตาไหล โถๆๆ เงินของฉนั ทง้ั น้ัน.....)นกั หนา....) 75ปที ่ี ๒๔ ฉบบั ท่ี ๓๓๖ กรกฎาคม ๒๕๖๑ •

(ตอนที่ ๔๙) P คนท‘่ี เป็นไข’้ นั้น เกล็ดเลอื ดลดต่�ำลงมากๆ ท�ำใหร้ า่ งกาย ตอ้ งส่งสญั ญาณไปท‘่ี ไต’ เพ่ือขอแร่ธาตุสำ� รองจาก‘กระดูก’ ไขกระดกู จะตอ้ งเปลยี่ น‘ไขมนั ’เปน็ แรธ่ าตุ สำ� รอง ด้วยการ‘เป็นไข้’ เพ่อื ใหร้ ่างกายเม่ือย ท้องอืด ไม่อยากไปไหน อยากนอน ไม่อยากลืมตา จะเป็นอาการอยา่ งนี้ จนกระท่งั ‘ไขกระดูก’ สรา้ งแร่ธาตสุ �ำรองจนสมดลุไ d  ข้มหานิล กม็ ี ดงั สีผลหวา้ สกุ ก็มี ดงั สีดนิ หม้อกม็ ี อาการ รอ้ นในกระหายนำ�้ ปากขม ปากแหง้ ลักษณะอาการเหมือนไขม้ หาเมฆ ฟนั แหง้ รอ้ นเปน็ เปลวไปทงั้ ตวั เชอื่ มมวั มาก ไมม่ สี ติ สมปฤดี ใหส้ ลบ รกั ษาไดส้ กั สว่ นหนงึ่ ตายสามสว่ น d ไขร้ ะบุชาด d ไข ้  ไฟเดือน ๕ ผุดข้ึนมาเป็นเม็ด เท่าเมล็ดผักปลัง เท่าเมล็ดเทียน เท่าเมล็ดงาก็มี ขึ้นเป็นเหล่ากันอยู่ ผดุ ข้นึ ท่ีอก ด�ำก็มี แดงกม็ ี สีดงั เปลวไฟขนาด ๑-๒ นิว้ สีดังชาด ขึ้นท้งั ตัว อาการ ร้อนในกระหายน�้ำ เช่ือมมัวไม่มีสติ อาการ ท�ำพิษให้เชือ่ มมัว ร้อนในกระหายน�้ำ ลน้ิ กระดา้ งคางแขง็ สลบ ทำ� พษิ ใหร้ อ้ นในอกเปน็ กำ� ลงัหอบ สะอกึ ทำ� พษิ ตา่ ง ๆ ถา้ แพทยร์ กั ษาดี รอดบา้ ง d  ไขเ้ ปลวไฟฟ้า d  ไขส้ ายฟ้าฟาด ท�ำพิษให้รอ้ นเปน็ ท่ีสดุ ร้อนเป็นเปลวจับเอา ผุดเป็นร้ิว ลงมาตามตัว ทั้งหน้าทั้งหลัง หวั อกดำ� จมูกดำ� หน้าดำ� สเี ป็นควนัขนาด ๑-๒ นวิ้ แดงดงั ผลตำ� ลงึ สกุ เขยี วดงั สคี ราม76 • เราคิดอะไร

อาการ ปากแห้ง ลิน้ แห้ง ฟนั แหง้ ปากล้นิ ใหญ่ ๒-๓ น้ิวก็มี เป็นเม็ดเล็กเหมือนมดกัดก็มีแตกระแหง ลน้ิ ดำ� เพดานลอก ใหส้ ลบ ไม่มสี ติ แลว้ กลับดำ� ถ้ารกั ษาคลายพิษแลว้ ผดุ ข้นึ เป็นทิวสมปฤดี แลว้ กลับดำ� เปน็ หนงั แรด อยู่ ๖ เดอื นตาย ถ้าลง อาการนี้ สว่ นตายสกั สีส่ ว่ น กนิ ตบั กินปอดขาดออกมาตาย อาการ สะบดั รอ้ นสะทา้ นหนาว ปวดศรี ษะมาก d  ไขข้ ้าวไหมน้ อ้ ย ตาแดงดังโลหิต ร้อนเป็นก�ำลัง มือเย็นเท้าเย็น ท�ำพิษเจ็บในเน้ือในกระดูก ลิ้นกระด้างคางแข็ง ผุดขึ้นมาเหมือนมดกัดเป็นแผ่นท่ัวตัว ใหห้ อบ สะอกึมยี อดแหลมขาว ๆ ตาแดง มือเทา้ เย็น อาการ ตวั รอ้ นเปน็ เปลวไฟ มอื เทา้ เยน็ เจบ็ d ไข้หงษ์ระทดไปทั่วสรรพางค์กาย เจ็บเนื้อในกระดูก หอบสะอึก ให้เช่ือมมวั ลน้ิ กระดา้ งคางแขง็ ลักษณะการผุด ไม่มีการผุด แต่ให้ตัว เกรยี มไปทวั่ ทั้งตัว(ไขข้ อน) d  ไข ้ ขา้ วไหม้ ใหญ่ อาการ ตัวร้อนเป็นเปลว เท้าเย็นมือเย็น เชื่อมมัว หอบสะอึก จับตัวแข็งเหมือนท่อนไม้ การผุด เหมือนไข้ข้าวไหม้น้อย ตาแดง ลนิ้ กระด้างคางแขง็ ไมเ่ ปน็ เวลา ไมม่ ีสตสิ มปฤดีดังโลหิต อาการ สะบดั ร้อนสะทา้ นหนาว ปวดศีรษะ d ไขจ้ นั ทรสตู รมาก ตาแดงดังโลหติ มอื เทา้ เยน็ เจบ็ ในเนอ้ืในกระดกู ลิ้นกระด้างคางแข็ง ลกั ษณะการผดุ ไมม่ กี ารผดุ ถา้ พระจนั ทรข์ น้ึ ทำ� พิษใหส้ ลบ พระจันทรไ์ มข่ ้ึนพษิ ถอยลง อาการ ตัวร้อนเป็นเปลว เท้าเย็นมือเย็น d  ไขด้ าวเรอื ง เชอ่ื มมวั ไม่มีสติสมปฤดี หอบสะอกึ จบั ตวั แข็ง เหมือนทอ่ นไม้ ล้นิ กระด้างคางแขง็ ไมเ่ ป็นเวลา ผดุ ขึ้นมาเหมือนลายโคมคร่ึงลกู อาการ จับเท้าเย็นมือเย็น ตวั รอ้ นเปน็ เปลว d  ไข้สรุ ิยสูตรตาแดงดงั โลหติ ปวดศรี ษะมาก ดงั ตาจะแตกออกมาอาเจยี นเปน็ กำ� ลงั รอ้ นในกระหายนำ�้ ใหห้ อบ สะอกึ ลักษณะการผุดเหมือนไข้จันทรสูตรลิน้ กระดา้ งคางแข็ง บางทที ำ� พษิ ถึงสลบ ถ้าพระอาทิตย์ข้ึนท�ำพิษมากข้ึนจนอาทิตย์ตก บางทีให้สลบ d  ไข้สงั วาลพระอินทร์ อาการ เหมือนไขจ้ นั ทรสตู ร ผุดเป็นเม็ดแดงๆ เป็นแถวๆ หญิงข้ึนซ้าย d  ไขเ้ มฆสตู รชายขนึ้ ขวา สะพายแล่งคลา้ ยสงั วาล อาการ เป็นพิษให้หอบ สะอึก สะบัดร้อน ลักษณะการผุดเหมือนไข้สุริยสูตร แต่ผิด สะบัดหนาว กันบ้าง เวลาเกิดพายุฟ้าฝนเมฆต้ังข้ึนทั่วทิศ กระท�ำพษิ ใหส้ ลบ d ไข้ขา้ วไหม้ ใบเกรยี ม ต่อฉบบั หนา้ ผดุ ขนึ้ ทง้ั ตวั ปวดในเนอ้ื ในกระดกู ผดุ ขนึ้ มาดงั ลมพษิ แดงเหมอื นผลตำ� ลงึ สกุ เปน็ แผน่ ทวั่ ตวั ปีท่ี ๒๔ ฉบบั ที่ ๓๓๖ กรกฎาคม ๒๕๖๑ • 77

พระกบั การบรหิ ารการเงิน ขณะนี้ข่าวการจับกุมพระผู้ใหญ่ในเรื่องคดีเงิน อำ� นาจเทา่ น้ัน แต่ตอ้ งมคี วามรบั ผดิ ชอบตามอ�ำนาจทอนวดั กำ� ลงั เปน็ ขา่ วโดง่ ดงั ไปทวั่ ประเทศ และทำ� ทา่ หน้าทดี่ ว้ ย เมอ่ื เกิดเรอื่ งไมช่ อบมาพากลข้ึนจ�ำรบั ผิดจะแผ่ขยายเข้าไปสู่วงการต่างๆ มากขึ้น ไม่ว่าการ ชอบไหวไหม หลกั สูตรการบริหารองคก์ รสงฆ์ในมหาเมอื ง การตา่ งประเทศ การทตู กระบวนการยตุ ธิ รรม เถรสมาคม จะมกี ารเรยี นการสอนดา้ นการบรหิ ารงบและองคก์ รสทิ ธมิ นษุ ยชน นบั วนั จะลกุ ลามบานปลาย ประมาณ การจัดท�ำงบประมาณ การเงิน การคลงัอย่าน่าติดตาม ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรพวกเราที่ไม่ การพัสดุ การบญั ชี หรือระเบียบสำ� นักนายกว่าดว้ ยไดเ้ กีย่ วขอ้ งไม่อาจทราบได้ ที่สงิ่ ท่ีฟังเป็นยตุ กิ ันตาม เรอ่ื งดังกล่าวนี้หรอื ไม่กไ็ มอ่ าจทราบได้ แม้จะมีการขา่ วในสอ่ื ตา่ งๆ นน้ั ฟงั วา่ เจา้ หนา้ ทใี่ นสำ� นกั พระพทุ ธ เรยี นการสอนกนั ในทางโลก กย็ งั มกี ารทำ� ผดิ ทำ� พลาดศาสนามีอ�ำนาจในการตั้งงบประมาณช่วยเหลือดูแล กันมากมาย เพยี งแต่ใครไมไ่ ดม้ ีเจตนารา้ ยก็เวน้ โทษใหว้ ดั ตา่ งๆ เพอื่ สนบั สนนุ การเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนา ทางอาญาไว้ คงเพียงแตช่ ดใช้คนื ในทางแพ่ง แตถ่ า้ไมว่ ่าการซ่อมแซมโบราณสถาน การก่อสรา้ งอาคาร จ�ำนวนเงินมากๆ ก็ไม่อาจชดใชก้ ันไหวเหมือนกนัการให้ทนุ สนบั สนุนโรงเรยี น หรือกิจการใดๆ ของวดั การท�ำงานร่วมกันของพระกับเจ้าหน้าท่ีของต่างๆ ซ่ึงตัวเลขที่เอกสารทางราชการจัดเงินมาให้ ส�ำนกั งานพระพทุ ธศาสนานน้ั จะมีหลักประกันอะไรมีจ�ำนวนมากกว่าที่น�ำมาใช้จ่ายจริง ฟังว่ามีการคืน ว่าพระจะมีความรู้เพียงพอในเรื่องการเงินการคลังเงินบางส่วนใหเ้ จ้าหน้าท่ีบางคนกลับไป โดยเจ้าหน้า หรือการงบประมาณที่จะไปลงชื่อ ลงนาม หรือคนน้ันท่ีอ้างว่าต้องพาไปแบ่งให้วัดอ่ืนๆ แต่จะแบ่ง ท�ำนิติกรรมในเอกสารต่างๆ สุดท้ายก็ต้องสาวไปจริงหรือไม่ ไม่มีใครทราบ หรือจะเอาไปให้พระบาง หาเหตุว่าเร่ืองท้ังหมดเกิดจากให้พระไปบริหารการรูปท่ีท�ำตัวเป็นนายหน้าวิ่งเต้นให้วัดน้ันๆ ได้รับงบ เงินการคลังหรืองบประมาณจ�ำนวนมากทั้งที่พระไม่ประมาณหรอื ไม่ กไ็ มม่ ใี ครยนื ยนั อกี เชน่ กนั บางเรอื่ ง มีตวามรู้ ไมเ่ ข้าใจกฎระเบียบ นี้ยังไมน่ บั ถงึ พระบางตามข่าวว่าขอไปใช้ในกิจการหน่ึง แต่ไม่ได้ใช้ตามท่ี รูปที่มีเจตนาไม่บริสุทธ์ิ เข้าไปหาผลประโยชน์จากได้ของบประมาณ แต่กลับน�ำไปใช้ในกิจการอื่น จะ งบประมาณ น่าสงสารพระบางรูปที่ตกเป็นเยื่ออันใช้ครบ ใช้หมด หรือหลงเหลืออยทู่ ใ่ี คร หรือไม่ กไ็ ม่ โอชะของขา้ ราชการบางคน บางพวก ทีเ่ ขาโกงแบบอาจทราบได้ มีความรู้ โดยไมม่ ีลายมือชื่อหลกั ฐานวา่ เขาไดเ้ ขา้ ไป ปัญหานี้ผมเคยเขียนบทความเสนอแนะไป เกยี่ วขอ้ งเลยแมแ้ ตน่ อ้ ย สดุ ทา้ ยเขากด็ ถู กู ดแู คลนวา่หลายคร้ังแล้วว่า การให้พระไปบริหารเงิน บริหาร พระโง่ๆ หลอกง่ายๆ สบายๆงบประมาณ หรือการให้พระไปเป็นตัวแทนวัดซ่ึง แมแ้ ตก่ ารตรวจสอบเรากไ็ มร่ วู้ า่ ทำ� กนั จรงิ จงั แค่เป็นนิติบุคคลน้ันอันตรายมากๆ ต�ำแหน่งหน้าที่ใดๆ ไหน มีการรูปหน้าปะจะหมูกกันหรือไม่ ถ้าท�ำเสมอก็ตาม ท่ีมีอ�ำนาจย่อมจะต้องมีผลประโยชน์เข้ามา หนา้ กนั ทกุ คนทกุ รปู กต็ อ้ งไปพสิ จู นก์ นั ในศาลวา่ ทท่ี ำ�เกยี่ วขอ้ งเสมอ การเป็นเจ้าพนกั งานไม่ได้แปลวา่ มี ไป มเี จตนาอยา่ งไร มีการเข้าข่ายท่ีผดิ กฎหมายหรอื78 • เราคดิ อะไร

ไม่ และควรรับโทษสถานใด แต่ขนั้ ตอนในขบวนการ ถงึ ขนาดใหต้ ้องตรวจเช็คพระวินยั ของพระแต่ละรูปยตุ ธิ รรมยาวนานกวา่ จะพสิ ูจน์ได้ จะเหลือชวี ติ อยไู่ ด้ เหมอื นครตู รวจการบา้ นนกั เรยี นกนั เลยครบั แคพ่ ระรไู้ ด้เหน็ กนั หรือไม่ ยงั ไม่รู้ ควรรับเงินที่ญาติโยมถวายไว้ใช้จ่ายเป็นการส่วนตัว วิธีที่ดีท่ีสุดคือการยึดหลักพระธรรมวินัยว่าพระ ของพระรปู นน้ั ไดห้ รอื ไม่ เรอื่ งแค่นผี้ มกย็ ังไม่รู้วา่ จะไม่ควรเข้าไปยึดถือเงินทองทรัพย์สินว่าเป็นของตน ไปในทิศทางใด กันแน่ ตราบใดเราไม่ยอมคัดเลือกนา่ จะดีทส่ี ุด องคส์ มเดจ็ พระสงั ฆราช ประมุขสงู สุด และต้ังกฎเกณฑ์การรับคนที่เข้ามาบวช หรือตั้งกฎของฝา่ ยคณะสงฆใ์ นการปกครองของมหาเถรสมาคม เกณฑ์การควบคุมดูแลกันในหมู่พระสงฆ์ ปัญหานี้ได้ทรงออกมาเน้นย้�ำว่า พวกเราควรเลิกถวายเงิน แกไ้ ม่ได้ครบัให้พระเสียที เพ่ือปกป้องพระพุทธศาสนา แต่เห็น การคดั เลอื กวดั พฒั นาตวั อยา่ ง ถา้ ยงั ใชเ้ กณฑ์ ดูตามข่าวก็มีพระออกมาแสดงความคิดเห็นจ�ำนวน โบสถ์ วหิ าร อาคาร สถานที่ มนั กจ็ บแลว้ ครบั เพราะมากว่า แล้วพระจะเอาเงินท่ีไหนไปช�ำระค่าน�้ำ ค่า เป็นเพียงการพัฒนาด้านวัตถุเท่านั้น ลองเปล่ียนไฟ ค่าพาหนะในการเดินทาง หรอื จัดซื้อจัดจ้าง ใน เกณฑก์ ารคดั เลอื กวดั พฒั นาตวั อยา่ งโดยวดั ไปในทางเรื่องตา่ งๆ เกี่ยวกับการเผยแผพ่ ระศาสนา หรือการ จติ วิญญาณ จติ ใจ มโนสำ� นึก จริยธรรม คุณธรรมประกอบพิธีกรรมต่างๆ ตามหลักพระพุทธศาสนา แทนจะดีกว่าไหม เช่น การประหยัด ความสะอาดหรอื ขนบ ธรรมเนียม ประเพณี แคน่ ีก่ ็วุ่นวายกันพอ สมถะ เป็นระเบียบ การไมร่ บั เงนิ ทอง ไม่โฆษณารบัสมควรแลว้ วา่ จะเอาอยา่ งไรกนั แน่ เราควรถวายเงนิ บรจิ าค การแครง่ ในศลี แครง่ ในพระธรรมวนิ ยั รกั ษาใหพ้ ระแต่ละรูปเปน็ การส่วนตัวหรอื ไม่ คำ� สอน ปฏบิ ตั ติ ามคำ� สอน ตรวจสอบพฤตกิ รรมของ การบริจาคเงินให้วัดหรือองค์กรต่างๆ ในทาง ญาติโยมที่มาวัดว่าปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางพระพทุ ธศาสนา ไม่วา่ วดั สำ� นกั สงฆ์ มลู นิธิ สมาคม ที่ดีขึ้นหรือไม่ ผมว่าน่าจะดีกว่านะครับ คิดอีกทีก็ดีโรงเรียน และพระยังเป็นผู้บริหารเงิน บริหารงบ เหมือนกันนะครับ คดีเงินทอนวัดคร้ังนี้ท�ำให้หลายประมาณ เปน็ ผจู้ ดั ทำ� บญั ชที างการเงนิ การคลงั เปน็ วัดเริ่มกระหนักแล้วว่าเงินทองไม่ได้มีแต่ประโยชน์ผจู้ ดั ซอื้ จดั จา้ ง เปน็ ผตู้ รวจรบั งาน ตลอดจนเจรจาตอ่ แต่อาจเป็นภัยอันใหญ่หลวงต่อการท�ำงานด้านพระรอง ผดั ผ่อนหน้สี นิ ลงชอื่ ในสญั ญาทางการก่อสรา้ ง ศาสนา การละวางเครอื ญาตนิ อ้ ยใหญ่ และทรพั ยส์ นิและนิติกรรมต่างๆ แทนวัด ไม่ว่าพระรูปนั้นจะมี เงนิ ทอง ตามทพ่ี ระพทุ ธองคบ์ อกเลา่ ชที้ างไวน้ า่ จะถกูความรู้ หรอื ไมม่ คี วามรกู้ ต็ าม ยงิ่ เปน็ การผลกั พระให้ ตอ้ งเทย่ี งแทม้ ากกวา่ ปลอ่ ยใหเ้ ปน็ นา่ ทญี่ าตโิ ยมเถอะเขา้ ไปใกลค้ กุ ใกลต้ ะรางมากยงิ่ ขนึ้ ไมว่ า่ พระรปู นนั้ จะ ครับในการบริหารการเงินของวัดมตี ำ� แหน่งทางปกครองหรอื ไมก่ ต็ าม ยง่ิ ไปกำ� หนดให้ ส่วนคณะสงฆท์ ไ่ี มไ่ ดส้ ังกดั มหาเถรสมาคม ไมว่ ่าพระทางฝา่ ยปกครองเปน็ เจา้ พนกั งานยงิ่ ตอ้ งรบั โทษ คณะไหนกต็ ามควร ใชเ้ หตกุ ารณใ์ นคดเี งนิ ทอนวดั ครงั้หนกั ข้ึน ควรยกเลิกกฎหมายแบบน้เี สยี ทีได้ไหม นี้ วางระเบียบกฎเกฎของพระ หรอื สมณะ ตลอดจนเหน็ นกั เคลอ่ื นไหวทงั้ หลายทเี่ สนอใหป้ ฏริ ปู นน้ั ปฏริ ปู นกั บวชในรปู แบบตา่ งๆในการเกย่ี วขอ้ งกบั เงนิ ๆ ทองๆนี้ กันวุ่นวายสุดท้ายผมยังไม่เห็นได้ปฏิรูปอะไรได้ การจดั ซอ้ื จดั จา้ ง การเงนิ การคลงั การบญั ชี อำ� นาจเลย ชว่ ยปฏริ ูปสกั เรื่องได้ไหม ปฏิรูปใหก้ ารบริหาร หนา้ ทใี่ นการทำ� นิตกิ รรม สัญญาตา่ งๆ ในองค์กรของวัดวาอาราม สถานศึกษาในพระพทุ ธศาสนา มูลนธิ ิ คณะสงฆต์ นเอง เพอ่ื ความบรสิ ทุ ธิ์ บริบูรณ์ ในคณะสมาคม ต่างๆ ให้เป็นหน้าท่ีของญาติโยม พระเป็น สงฆข์ องตนเอง เพื่อสืบสานพระพุทธศาสนาในเป็นท่ีได้แคท่ ป่ี รกึ ษา อยา่ ใหม้ อี ำ� นาจหนา้ ท่ี โดยเฉพาะใน เลอ่ื มใสศรทั ธาเปน็ เนอื้ นาบญุ ของโลกตอ่ ไปใหไ้ ดจ้ รงิ ๆเรอ่ื งเงินๆ ทองๆ ห้ามใหเ้ ดด็ ขาด ไมต่ อ้ งป่วยการไป อยา่ ใหเ้ หตุการณ์น้สี ูญเปล่าไปนะครบั 79ปที ่ี ๒๓ ฉบับที่ ๓๓๖ กรกฎาคม ๒๕๖๑ •

นักการเมือง...ขา้ ราชการ vvvvv “คา่ คน” ปวงชนชาต ิ ใช่อ�ำนาจชนนบนอบ “ศรทั ธา” กรรมสามกอปร มุ่งมนั่ มอบมวลประชา อดตี กาล “เผด็จการ” กอ่ ผู้นำ� ตอ่ สูฟ้ ันฝ่า สร้างชาตพิ ลชี วี า แลกรกั ษาสบื ทอดนาน รวมชนหลากนิยม ร่วมนคิ มหยั่งรากฐาน หยัดตา้ นเหลา่ รุกราน มั่นประสานรวบรวมทนุ หลากหลายชุมชนชาติ ดงั ร่วมญาติรว่ มเกอ้ื หนุน สมทบผสานเจือจุน ใน “คอมมูน” สังคมชน หลกั การดปี านใด หากจติ ใจยงั มดื มน หลักการเปน็ หลกั กล “อกุศล” คือผลกรรม เผดจ็ การ “เผด็จกรรม”ชัด แจกแจงสจั จ์กระจ่างธรรม “กรรมสาม” ชดั ชนี้ ำ� แจ้งจดจ�ำจากจติ ตน “ประชา-อธิปไตย” แสงรำ� ไรขอบฟา้ หม่น ดังหวังสุดทา้ ยดล จักแจงผลประชากร ก็เพยี ง “โลกียสขุ ” มพิ น้ ทกุ ข์กเิ ลสหลอน ตราบใดราษฎร ยงั ทกุ ข์รอ้ น---รฐั ฤๅเยน็ ขับเคลือ่ น “ยทุ ธศาสตร์” ป่าวประกาศดบั ยุคเข็ญ หนา้ ทพ่ี งึ บ�ำเพ็ญ กจิ โดดเดน่ ... “ราชการ”80 • เราคดิ อะไร


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook