Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การสร้างชุดกิจกรรมฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ในรายวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร ชั้นปีที่ 1 สาขาภาษาไทย (1)

การสร้างชุดกิจกรรมฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ในรายวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร ชั้นปีที่ 1 สาขาภาษาไทย (1)

Published by husoclibrary.lpru, 2023-08-23 01:25:51

Description: การสร้างชุดกิจกรรมฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ในรายวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร ชั้นปีที่ 1 สาขาภาษาไทย (1)

Search

Read the Text Version

F.ห้องสมุดคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โทร.081-950-2340 [email protected] การสร้างชุดกิจกรรมฝึ กทักษะการ คิดวิเคราะห์ในรายวิชาภาษาไทย เพื่อการสื่อสาร ชั้นปี ที่ 1 สาขา ภาษาไทย อรทัย ใจซื่อ

ชื่อเรื่อง การสร้างชุดกิจกรรมฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ ในรายวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร สําหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ผู้รายงาน อรทัย ใจซื่อ ปีการศึกษา 2556 บทคัดย่อ รายงานการสร้างชุดกิจกรรมฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ ในรายวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มีจุดมุ่งหมายเพื่อ (1) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของชุดฝึกทักษะการ อ่านเชิงวิเคราะห์ สำหรับนักศึกษาปีที่ 1 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 (2) เพื่อเปรียบ เทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะ การอ่านเชิงวิเคราะห์ สําหรับ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 และ (3) เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการจัดการ เรียนรู้โดย ใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัย ราชภัฏลำปาง ปีการศึกษา 2556 จำนวน 41 คน โดยใช้วิธีเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย (1) ชุดฝึกทักษะการอ่านเชิง วิเคราะห์ สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง (2) แบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การอ่านเชิงวิเคราะห์ จำนวน 40 ข้อ และ (3) แบบสอบถามความ พึงพอใจที่มีต่อชุดฝึกทักษะการ อ่านเชิงวิเคราะห์ จำนวน 8 ข้อ ผลการศึกษาพบว่า ชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ สำหรับนักศึกษาปีที่ 1 ทั้ง 6 ชุด มี ประสิทธิภาพ 84,02/83.41 สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ 80/80 นักศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และนักศึกษามีความพึงพอใจต่อ การเรียนด้วยชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ อยู่ในระดับมากที่สุด

สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การรายงานการสร้างชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ สำหรับนักศึกษาปีที่ 1 สาขาวิชา ภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง มีขั้นตอนในการศึกษาและสรุปผลการศึกษาได้ดังนี้ จุดมุ่งหมายของการศีกษา 1. เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ สำหรับนักศึกษา ปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะ การอ่านเชิงวิเคราะห์ สำหรับนักศึกษาปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง 3. เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักศีกษาปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ การวิเคราะห์ข้อมูล 1. ข้อมูลประสิทธิภาพของชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ สําหรับนักศึกษาปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ใช้การหาประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2. ข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ สำหรับนักศึกษาปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ใช้การหาค่าความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ย ของการ ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้ t-test แบบ Dependent 3. ข้อมูลความพึงพอใจที่มีต่อชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ สำหรับนักศึกษาปีที่ 1 สาขาวิชา ภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ใช้การหาค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าเบี่ยงเบน มาตรฐาน (Standard Deviation)

สรุปผลการศีกษา จากการวิเคราะห์ผลการทดลองที่ได้จากการทดลองใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ สำหรับนักศึกษาปีที่ 1สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง สรุปผลการวิเคราะห์ออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้ 84.02/83.41 1. ผลการหาประสิทธิภาพของชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ สำหรับนักศึกษาปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง จำนวน 6 ชุด พบว่ามีคะแนนกระบวนการระหว่าง การ เรียนรู้ คิดเป็นร้อยละ 84.02 และคะแนนทดสอบสรุปหลังการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ 83.41 นั้น คือ ประสิทธิภาพของชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ มีประสิทธิภาพ EVE, เฉลี่ยเท่ากับ 84,02/83.41 ซึ่งสูง กว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กําหนด 80/80 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ สําหรับนักศึกษาปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลัง เรียนสูงกว่าก่อนเรียน โดยนักศึกษามีคะแนนเฉลี่ยก่อนการเรียนด้วยชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ สำหรับนักศึกษาปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง เท่ากับ 12.69 และมี คะแนนเฉลี่ย หลังเรียนชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ 24.69 เมื่อนำคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนก่อนเรียนและ หลังเรียนเปรียบเทียบด้วยสถิติแบบที (t-test) มีค่าที่เท่ากับ 19.69 มากกว่าค่า วิกฤติของการแจกแจง แบบที แสดงว่ากลุ่มทดลองมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแตกต่างกันทางสถิติ ที่ระดับนัยสำคัญ .05 กล่าวคือ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนซึ่งสอดคล้องกับ สมมติฐานที่ตั้งไว้ 3. ผลการศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ สําหรับ นักศึกษาปีที่ 1สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง พบว่า นักศึกษามีความพึง พอใจอยู่ใน ระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.75 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.22 สอดคล้อง กับสมมติฐาน ที่ตั้งไว้ อภิปรายผล จากผลการศึกษาการพัฒนาชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ สำหรับนักศึกษาปีที่ 1 สาขาวิชา ภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ผู้ศึกษาได้นำประเด็นสำคัญที่ค้นพบมาอภิปราย โดย แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนตามจุดมุ่งหมายของการศึกษาดังต่อไปนี้ 1. ผลการสร้างและหาประสิทธิภาพของชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ แบ่งออกเป็น 2 ข้อ ดังต่อไปนี้ 1.1 ค่าความตรงเชิงเนื้อหาของชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ โดยพิจารณาจากผล การประเมินของผู้เชี่ยวชาญทั้ง 5 ท่าน มีความคิดเห็นว่าชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ สำหรับ นักศึกษาปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ทั้ง 6 ชุด มีค่าดัชนีความสอดคล้อง

(OC) ระหว่างข้อคำถามกับเนื้อหาของชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ ระหว่าง 0.60 - 1.00 มี ความ เหมาะสม ด้านเนื้อหา สอดคล้องกับ บุญชม ศรีสะอาด (2545, หน้า 64) ที่กล่าวว่า ค่าดัชนี ความสอดคล้อง ที่มีค่าเฉลี่ยมากกว่าหรือเท่ากับ 0.5 เป็นคุณสมบัติเฉพาะที่สามารถวัดได้ตรงตามสิ่งที่ ต้องการวัดจริง 1.2 ด้านการหาประสิทธิภาพของชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ สำหรับนักศึกษาปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ทั้ง 6 ชุด มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 53.85/82.31 แสดงว่า ชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ ทั้ง 6 ชุด มีค่าประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ซึ่ง สอดคล้องกับ บุญเกื้อควรหา เวช (2542, หน้า 9) กล่าวว่า การสร้างชุดฝึกทักษะที่ใช้วิธีดำเนินงาน อย่างมีระบบท่าให้มั่นใจได้ว่าชุดฝึก ทักษะช่วยให้นักศึกษาได้รับความรู้อย่างมีประสิทธิภาพ และยัง ช่วยให้ผู้สอนเกิดความเชื่อมั่นและพร้อมที่จะ สอนอีกด้วย นอกจากนี้ ธีระชัย บูรณโชติ (2532, หน้า 4) ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่าชุดฝึกทักษะที่ได้จากการผลิต ที่มีความสอดคล้องกับวิชาหน่วยเรื่อง และวัตถุประสงค์ของวิชานั้น ๆ จะช่วยให้นักศึกษาเกิดการเรียนรู้อย่าง มีประสิทธิภาพในการนี้ผู้ศึกษาได้ใช้การจัดการเรียนรู้แบบการใช้คำถามเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านเชิง วิเคราะห์ของผู้เรียนที่เกิดจาก ประสบการณ์ตรงในการตั้งคำถาม และคำตอบที่เหตุการณ์หรือเรื่องราวที่เกิด ขึ้น สามารถสื่อ ความหมายในการรับรู้ จดจําและคงสิ่งที่เรียนไว้ได้ เกิดทักษะการคิด การสังเกต การเปรียบ เทียบ การ ตีความ ขยายความ และการสรุปอ้างถึงได้เป็นอย่างดี ดังที่ สุวิทย์ มูลค่า (2547, หน้า 21 - 22) กล่าวถึงการอ่านเชิงวิเคราะห์ว่าเป็นการคิดเชิงลึก คิดอย่างละเอียดจากเหตุไปสู่ผล ตลอดจนการ เชื่อมโยง ความสัมพันธ์ในเชิงเหตุและผล และความสัมพันธ์ระหว่างข้อโต้แย้งที่เกี่ยวข้องและไม่ เกี่ยวข้องนักศีกษา สามารถตั้งค่าถามจากเนื้อเรื่องว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นมาจากอะไร สถานที่เกิดขึ้นที่ไหน ทําไมจึงเกิดเหตุการณ์นี้ ขึ้น ช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ใครเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์ และมีรายละเอียดของ สิ่งที่เกิดขึ้นว่ามีความเป็นมา อย่างไร ซึ่งสอดคล้องกับคำกล่าวของ ทิศนา แขมมณี และคณะ (2544, หน้า 155 – 168) ที่กล่าวถึง กระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้รับการฝึกทักษะการอ่านการอ่าน เชิงวิเคราะห์และการเขียนสรุป ความว่า การเรียนรู้นั้นต้องอาศัยการฝึก ผู้เรียนให้มีการควบคุมการคิด ของตนเอง ซึ่งอ่านแล้วสามารถระบุ ว่ารู้อะไร ผู้เรียนจะต้องท่าความเข้าใจ สนทนาหรืออภิปราย สรุป ประเด็นการตั้งค่าถาม หาค่าตอบจาก ประเด็นคำถาม ขณะเดียวกันจะมีทักษะแก้โจทย์ปัญหาที่มีการ เชื่อมประสบการณ์จากเรื่องราวที่เกิดจาก การเรียนรู้ไปใช้ในสถานการณ์ชีวิตประจำวันได้ ซึ่งสอดคล้อง กับ ชยาภรณ์ รักพ่อ (2551, หน้า 65) ได้กล่าว ถึงการพัฒนาและสร้างชุดฝึกทักษะเรื่องการแปลงทาง เรขาคณิต โดยเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับลวดลายเวียง กาหลง สาหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 2 พบว่า ประสิทธิภาพของชุดฝึกทักษะผลลัพธ์เท่ากับ 86.28/84.39 แสดง ให้เห็นว่าชุดฝึกทักษะที่พัฒนาขึ้นมี ประสิทธิภาพเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้ คือ 80/80 และยัง สอดคล้องกับศิริพร ภูมิพันธ์ (2547) ได้พัฒนาชุดฝึกทักษะโดยใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนตามกระบวนการ 5E เรื่องซากดึกดำบรรพ์ของสิ่งมีชีวิตต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 พบว่าหลังได้ รับการเรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะกลุ่มตัวอย่างมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นและยังสอดคล้องกับปริญญาบุญ เกตุ (2547,บทคัดย่อ)ได้สร้างและหาประสิทธิภาพของชุดการสอนวิทยาศาสตร์เรื่องทรัพยากรสิ่งแวดล้อม สำหรับนักศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 พบว่าประสิทธิภาพของชุดฝึกทักษะโดยรวมทำให้นักศึกษามีคะแนนผล สัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนนอกจากนี้ยังสอดคล้องกับ

งานวิจัยของ กัญญา สิทธิศุภเศรษฐ์ (2548) ได้วิจัยเรื่อง ผลการใช้กิจกรรมการตั้งคำถามที่มีต่อทักษะ การคิดของนักศึกษาที่มีความสามารถทางการเรียนแตกต่างกัน พบว่าคะแนนเฉลี่ยทักษะการอ่านเชิง วิเคราะห์โดยรวมหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนเท่ากับ 12.69 และมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนชุดฝึกทักษะ การอ่านเชิงวิเคราะห์ 24.69 เมื่อนำคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน เปรียบเทียบ ด้วยสถิติแบบที (t-test) มีค่าเท่ากับ 19.69 มากกว่าค่าวิกฤติ 2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศีกษาพบว่า ค่าเฉลี่ยของคะแนน วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักศึกษากลุ่มตัวอย่างระหว่างก่อนเรียน เท่ากับ 17.83 และหลังเรียน มีค่าเท่ากับ 33.37 มีค่าเฉลี่ยของคะแนนความแตกต่างเท่ากับ 15.54 เมื่อทำการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย โดยใช้ค่าสถิติทดสอบที่ พบว่าค่าเฉลี่ยของคะแนนวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ เรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ สำหรับนักศึกษาปีที่ 1 หลังเรียนมีค่าสูง กว่าก่อนเรียนอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 หมายความว่า ชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ ช่วยให้ผู้เรียนมี พัฒนาการด้านการเรียนรู้ดีขึ้น ซึ่งสอดคล้องงานวิจัยของ บุญนำ เที่ยงดี (2548 หน้า 82 - 90) ได้วิจัย เปรียบเทียบความสามารถในการอ่านเชิงวิเคราะห์ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ เรื่อง ร่างกายมนุษย์และสัตว์ พบว่านักศึกษาที่เรียนรู้โดยใช้กลุ่ม ร่วมมือแบบ STAD กับ นักศึกษาที่เรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะมีความสามารถในการอ่านเชิง วิเคราะห์ และมีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ สอดคล้องกับ ปริญญา บุญเกตุ (2547, บทคัดย่อ) ศึกษาผลการใช้ชุดฝึกทักษะการสอนวิทยาศาสตร์ เรื่อง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ง แวดล้อม สำหรับนักศึกษาปีที่ 1 พบว่าประสิทธิภาพของชุดฝึกทักษะ โดยรวมคือ สามารถทำให้นักศึกษามี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนถึงขั้นรอบรู้ที่กำหนดโดยมีค่าเท่ากับร้อย ละ 89.95 และนักศีกษามีคะแนนผล สัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนและมีคะแนน ความสามารถในการตัดสินใจหลังเรียนสูง กว่าก่อนเรียน นอกจากนี้ชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ ยังใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ คำถามเพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ จัดการอ่านเชิงวิเคราะห์ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้ในชีวิตจริง ซึ่งสอดคล้อง กับงานวิจัยของ นิตยา ชัยสวัสดิ์ (2538) ได้ศึกษาผล จากการที่ผู้เรียนตั้งค่าถามเกี่ยวกับบทอ่านด้วย ตนเองที่มีต่อความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษ และ ความคงทนในการจ่า นักศีกษาปีที่ 1 พบว่าผล สัมฤทธิ์ในการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษของ นักศึกษาในกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัย สำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .05 และความคงทนใน การจ่าเนื้อเรื่องได้อ่านของนักศึกษาในกลุ่มทดลองสูงกว่า กลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 และ ทิวาวรรณ ภาคำ (2544) ได้ศึกษาผลการใช้ผัง มโนทัศน์เรื่องปัญหา ทรัพยากรธรรมชาติต่อระดับการคิด

โดยใช้ระดับการคิด 3 ระดับ คือ ระดับความรู้ ความจํา ระดับความเข้าใจ และระดับการนำไปใช้ การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินค่า กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่เลือกเรียนวิชาสิ่ง แวดล้อมศึกษา (ส 051) ผลการวิจัยพบว่า ระดับการคิดก่อนการเรียนและหลังการเรียนแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดย ระดับการคิดหลังการเรียนสูงกว่าก่อนเรียน และมีค่าเฉลี่ย ของคะแนนระดับการคิดอยู่ที่ระดับการ นำไปใช้วิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินค่าซึ่งเป็นระดับการ คิดขั้นสูง 3. ผลการประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อชุดฝึกทักษะการอ่านเชิง วิเคราะห์ พบ ว่าโดยภาพรวมนักศึกษามีความพึงพอใจต่อชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์อยู่ในระดับมากทีสุด (X – 4.75 ) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจการอ่านเชิงวิเคราะห์การ เรียน ภาษาที่ใช้ในชุดฝึกทักษะสื่อความให้เข้าใจได้ง่ายการเรียน คำชี้แจงการเรียน ชัดเจน ปฏิบัติการ เรียน ส่งเสริมทักษะกระบวนการใช้ค้าถามการเรียน ส่งเสริมทักษะกระบวนการอ่านเชิงวิเคราะห์การ เรียน นักศึกษาสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันการเรียน สื่อในชุดฝึกทักษะ กระตุ้นให้เกิดความสนใจการเรียน และรายการสุดท้ายคือ ในการเรียนการวัดและ ประเมินผลเหมาะสม กับ การเรียนรู้การเรียน ทั้งนี้เพราะชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ที่ผู้ศึกษา สร้างขึ้น ได้ดำเนินงาน อย่างเป็นระบบเป็นขั้นตอน โดยก่อนสร้างชุดฝึกทักษะได้ศึกษาเนื้อหาและ มาตรฐานตัวชี้วัด จากนั้นมี การวิเคราะห์และจัดลำดับเนื้อหากำหนดสาระการเรียนรู้ จุดประสงค์ เวลา ที่ใช้ให้สอดคล้องกับการ กำหนดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยให้นักศึกษาได้ทำกิจกรรมทั้งที่เป็นกลุ่ม และรายบุคคล กำหนด สื่อ เพื่อให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ ที่สอดคล้องกับชีวิตประจําวันและกําหนดวิธีการ วัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ การกำาหนดเนื้อหาในกิจกรรม ทั้ง 6 ชุด ซึ่งสอดคล้องกับอุบลรัตน์ เพ็งสถิต (2539, หน้า 175 - 176) กล่าวถึง ความแตกต่างระหว่าง บุคคลด้านความสามารถด้านสติ ปัญญา ด้านความต้องการ ด้านความสนใจ ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ และความแตกต่างระหว่างบุคคล ด้านสังคม และการคำนึงถึงผลที่ต้องการ หรือจุดประสงค์การเรียนรู้ ว่าควรนำเสนอในรูปแบบใด เพื่อให้เหมาะสมกับเนื้อหา ซึ่งสอดคล้องกับ กรมวิชาการ (2535, หน้า 13- 16) ได้กล่าวถึงการจัด กระบวนการเรียนรู้ต้องฝึกให้ผู้เรียนรู้จักคิดวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ และ สังเคราะห์สิ่งที่ได้ฟัง และ อ่านเพื่อฝึกความคิดในการแก้ปัญหามีการสอดแทรกคุณธรรมต่างๆ ในการ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในชีวิตจริง

นอกจากนี้ กิติยวดี บุญชื่อ (2540, หน้า 16) ได้กล่าวถึงรูปแบบกิจกรรมว่า กิจกรรม ที่หลาก หลาย บทเรียนสนุก กิจกรรมการเรียนรู้ที่ แปลกใหม่ ทำให้นักศึกษารู้สึกมีความสุขและความพึงพอใจใน เนื้อหาที่ได้เรียนและเกิดการเรียนรู้ใน ที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับสำเริง บุญเรืองรัตน์ (2540, หน้า 101) ที่ กล่าวว่า ความรู้สึกรวมของบุคคลที่มี ต่อการทํางานในทางบวกเป็นความสุขของบุคคลที่เกิดจากการปฏิบัติ งาน และได้สิ่งตอบแทนเป็นที่พึ่ง พอใจ ทําให้เกิดความกระตือรือร้นมีความมุ่งมั่นที่จะทํางาน มีขวัญและ กำลังใจ สิ่งเหล่านี้มีผลต่อ ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการทํางาน รวมทั้งส่งผลต่อความสําเร็จ นอกจากนี้ มังกร ทองสุข (2533, หน้า 36 - 37) ได้กล่าวถึงลักษณะของคำถามที่ช่วยกระตุ้นความคิดว่า ต้องกระตุ้นให้ผู้เรียนได้ คิดทั้งด้านเหตุผลการวิเคราะห์ สร้างสรรค์ เป็นคำถาม ยั่วยุ สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ของการเรียน แต่ละเนื้อหาใช้ภาษาง่าย ๆ เหมาะสมกับระดับขั้นของผู้เรียนและวุฒิภาวะของ ผู้เรียนจะทำให้ผู้เรียนมี ความสุขในการเรียนรู้ ข้อเสนอแนะ การศึกษาในครั้งนี้ เป็นการสร้างและพัฒนาชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ ผลจาก การศึกษา มีข้อเสนอแนะไว้ดังนี้ 1. ผู้สอนควรศึกษากรอบทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ให้เข้าใจ อย่างละเอียดลึกซึ้ง ก่อนน่าไปใช้ 2. ผู้สอนควรกระตุ้นให้คำชี้แนะ และสร้างแรงเสริมให้นักศึกษาร่วมกันแลกเปลี่ยนความ คิดเห็น ระหว่างนักศึกษาในแต่ละกลุ่ม 3. ผู้สอนควรมีความเป็นกันเองกับนักศึกษา และทำความคุ้นเคยกับนักศึกษาพร้อมที่จะ แนะนำ ในประเด็นที่นักศึกษาไม่เข้าใจตลอดเวลาเพื่อไม่ให้นักศึกษาท้อแท้เมื่อประสบปัญหา 4. ควรศึกษาการ พัฒนาชุดฝึกทักษะเกี่ยวกับการอ่านเชิงวิเคราะห์ในสาระอื่น ๆ เพื่อให้ นักศึกษาเกิดทักษะมากยิ่งขึ้น