วิธีการเขียนงานวจิ ัยทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง เสนอ อาจารย์สุนสิ า อินทนิล จัดทำโดย นางสาวอนญั ญา พรมกอง 65407010415 ระดับปรญิ ญาตรีปี 2 หลกั สูตรเทคโนโลยบี ัณฑติ สาขาการโรงแรม (ต่อเน่อื ง) ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา2566
วธิ กี ารเขียนงานวิจยั ทเี่ กย่ี วข้อง นฤมล กมิ ภากรณ์ พลิ าสลักษณ์ อนนั ตธนโชคดแี ละจริ าวรรณ ฉายสุวรรณ (2562 : 93-112) ไดศ้ กึ ษา วิจัยเรื่อง ความรู้ในตราสินค้าที่มผี ลตอ่ ความผูกพนั ของลูกค้าในตราสนิ ค้าไวน์ผลไม้ไทย โดยมวี ตั ถุประสงค์ การวิจยั เพอื่ 1) เพ่อื ศกึ ษาการรบั รแู้ ละความหมายของข้อมูลเก่ยี วกับตราสนิ คา้ ไวน์ผลไมไ้ ทยระดับพรีเมย่ี มที่ อย่ใู นความทรงจำของผู้บรโิ ภค 2) เพอื่ ศกึ ษาความสมั พนั ธข์ องความรู้ในตราสินคา้ ไวน์ผลไมไ้ ทยระดบั พรเี มี่ยม ตอ่ ความผูกพันทล่ี ูกค้ามตี ่อตราสินค้าดรีมมี แวลลยี ์ประชากร/กลมุ่ ตวั อยา่ ง ได้มาโดยวิธี กลมุ่ ตัวอย่างเป็น ลูกคา้ ตราสินคา้ ดรีมมี แวลลยี ์ จำนวน 385 คน เครือ่ งมือทใี่ ช้ในการวจิ ยั ประกอบดว้ ย 1) รวบรวมขอ้ มลู ดว้ ยแบบสอบถามมาตราสว่ นประมาณค่า 5 ระดบั ตามแนวของไลเคริ ์ท จำนวน 6 องคป์ ระกอบ รวม 40 ขอ้ สถติ ทิ ่ีใช้ในการวิจัย ได้แกก่ ารวิเคราะห์การถดถอย เชงิ พหคุ ูณ (Multiple regression analysis) ผลการวิจัยพบวา่ 1) การวเิ คราะหก์ ารถดถอยเชิงพหุดณู (Multiple regression analysis)ผลการวจิ ัย พบว่า องคป์ ระกอบดวามรู้ในตราสินคา้ (Brand knowledge) โดยรวมอยู่ในระดับรู้จัก และองคป์ ระกอบทกุ ดน้ ของดวามรใู้ นตรสนิ คา้ อยใู่ นระดับมาก เรยี งลำดบั คือ การรับ รูใ้ นองคป์ ระกอบความรใู้ นตราสินค้าด้นคุณสมบัติทเี่ ก้ยี วกับตัวสนิ ค้า(Product related attributes) ดา้ น ประโยชนเ์ ชิงหน้าทข่ี องตราสนิ ค้า (Functional benefits) ด้านทัศนคติที่มตี อ่ ตราสนิ ค้า (Attitudes) ด้าน ประโยชนเ์ ชิงสญั ลักษณ(์ Symbolic benefits) ดา้ นคุณสมบตั ิทไี่ ม่เกยี่ วกบั ตัวสินคา้ (Non-product related attributes) และด้านประโยชน์เชิงประ สบการณ์ (Experienial benefits) สว่ นความผกู พันของลกู คา้ ใน ตราสนิ คา้ (Customer-brand engagement)อยใู่ นระดบั ผกู พนั 2) การทดสอบความสัมพันธเ์ ชิงเส้นของ องค์ประกอบความรใู้ นตราสินคา้ กับดวามผูกพันที่มตี ่อตราสินค้า ทรี่ ะดับความเชอ่ื มนั่ รอ้ ยละ 95 พบวา่ องค์ประกอบด้านทัศนดติต่อตราสินคา้ มผี ลมากที่สุด รองลงมาคือ องค์ประกอบดา้ นประโยชน์เชงิ ประสบกรณ์ องคป์ ระกอบด้านคณุ สมบตั ทิ ี่ไม่เก่ยี วกบั ตวั สนิ คา้ และองคป์ ระกอบดา้ นการรู้จักตราสนิ คา้ เมอื่ ทดสอบตาม กล่มุ อายแุ ละเหตผุ ลของการด่ืมไวนผ์ ลไม้ของลกู ค้าพบวา่ องคป์ ระกอบดวามรใู้ นตราสินค้าท่ีมผี ลตอ่ ความ ผกู พันในตราสินค้า มคี วามแตกต่างกนั บางประการ พทุ ธพร อักษรไพโรจน์ และ ประกอบศริ ิ ภักดีพินจิ (2560 : 1-15 ) ได้ศึกษาวิจัยเรอ่ื ง กลยุทธ์การ เพมิ่ ขีดความสามารถในการแขง่ ขนั ของธรุ กจิ สปาในโรงแรมและรสี อรท์ จงั หวัดภูเกต็ เพอื่ รองรับประชาคม เศรษฐกจิ อาเซยี น โดยมวี ตั ถุประสงคก์ ารวิจัยเพื่อ 1) เพ่ือศึกษาปจั จัยที่มอี ทิ ธพิ ลตอ่ ขีดความสามารถในการ แข่งขันของผู้ประกอบการสปาในโรงแรมและรสี อร์ท จงั หวดั ภเู ก็ต 2) เพอื่ เสนอกลยทุ ธ์การเพมิ่ ชดี ความ
สามารถในการแข่งขนั ของธรุ กิจสปาในโรงแรมและรสี อรท์ จังหวดั ภูเก็ต เพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอา เซียน ประชากร/กลุ่มตวั อย่าง ไดม้ าโดยวธิ ี ประชากร คอื ผู้ดำเนนิ การสปาหรือผู้บรหิ ารธุรกิจสปาในโรงแรมและรสี อ ร์ทจังหวัดภเู กต็ ท่ีผ่านมาตรฐานการรับรองกระทรวงสาธารณสขุ จำนวน 68 สถานประกอบการ (กรมสนับสนุน บรกิ ารสขุ ภาพ, 2557)เกบ็ ขอ้ มลู จากประชากรทัง้ หมด โดยไดร้ ับการตอบกลับ จากธรุ กจิ จำนวน 58 สถาน ประกอบการ เครอ่ื งมอื ทใ่ี ช้ในการวิจยั ประกอบด้วย 1) เครือ่ งมอื คอื แบบสอบถาม (Questionnaire) ผวู้ จิ ัยทบทวนแนว คดิ ทฤษฎีเกีย่ วกับมาตรฐานการดำเนนิ งานสปาเพือ่ สุขภาพ และแรงผลักตันทง้ั 5 (Five ForceModel) ในการ ทำธรุ กจิ (Porter, 1980) เพื่อนำมาสรา้ งตวั แปรและออกแบบข้อคำถาม สถิตทิ ใี่ ช้ในการวิจัย ได้แก่ สถติ ิที่ใช้ วเิ คราะห์ คอื สถิติอา้ งองิ (Inference Statistics) สรุปอา้ งองิ ถึงประชากร(Population) วิเคราะหข์ ้อมูลด้วย โปรแกรม SPSS for Window Version 23 จากค่าเฉล่ยี สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน การวเิ คราะห์ถดถอยเชงิ เสน้ พหุ (Multiple Linear Regression Analysis) โดยเลือกตวั แปรเขา้ สมการแบบ Backward โดยเขียนในรูป ของสมการ ผลการวจิ ยั พบวา่ ปัจจัยทม่ี อี ิทธพิ ลต่อการสร้างใหเ้ กิดแรงผลกั ดันในการทำธรุ กิจต่อขีดความ สามารถในการแข่งขันของธุรกิจสปาในโรงแรมและรสี อรท์ จังหวัดภเู ก็ต พบว่า อทิ ธิพลในการทำนายสงู สุด คอื ด้านผลิตภัณฑ์ เคร่อื งมือและอุปกรณ์ ทเี่ กดิ อทิ ธพิ ลในการทำนายรอ้ ยละ 82 (R-0.82 โดยมคี า่ การ เปลีย่ นแปลงสูงสดุ จากแรงผลักตันจากคู่แข่งรายใหม่ 0.19 (3=0.19)กลยทุ ธก์ ารเพ่มิ ขีดความสามารถในการ แข่งขนั ของธุรกจิ สปาในโรงแรมและรสี อรท์ จงั หวดั ภูเก็ต เพอ่ื รองรบั ประชาคมเศรษฐกจิ คือ กลยทุ ธ์การมุ่งเน้น เฉพาะส่วน (Focus) และกลยทุ ธก์ ารสรา้ งความแตกต่าง (Differentiation)ในมติ ิของกลยุทธ์การสรา้ งความ แตกตา่ งทบ่ี ริการ (Services Differentiation) กลยุทธ์ การสร้างความแตกต่างทภี่ าพลกั ษณ์ (Image differentiation) กลยุทธก์ ารสร้างความแตกต่างท่ีผใู้ หบ้ รกิ าร (People Differentiation)กลยุทธก์ ารสร้าง ความแตกตา่ งท่ีผลติ ภัณฑ์ (Product Differentiation) และกลยุทธ์การสรา้ งความแตกต่างท่ีช่องทางบริการ (Channel Differentiation) นมิ ติ ซุน้ สั้น และ ศิรวิ ทิ ย์ ศริ ิรกั ษ์ (2561 : 1-14) ได้ศึกษาวิจัยเร่อื ง การประยกุ ตใ์ ช้การส่ือสารออ นไลน์ เพ่ือสง่ เสรมิ ภาพลกั ษณ์โรงแรมของโรงแรมขนาดเล็กและขนาดกลาง โดยมวี ัตถปุ ระสงคก์ ารวิจัยเพือ่ ศกึ ษาแนวทางการประยกุ ตใี ชก้ ารสื่อสารออนไลนเ์ พ่ือส่งเสริมภาพลกั ษณ์โรงแรมทสี่ ่งผลต่อความภักดีของ ลกู คา้ ประชากร/กลุ่มตวั อยา่ ง ไดม้ าโดยวิธี กลมุ่ ตวั อย่าง ผู้มสี ่วนได้สว่ นเสีย(Stakehoder) ในธรุ กิจโรงแรม ทั้งจากภาครฐั ภาคเอกชน และสมาคมทไี่ ม่หว’ั ผลกำไร ท้ัง 3 จงั หวัดคือ ภเู กต็ พงั งา และกระบ่ี การสมั ภาษณ์ เชิงลึกรายบคุ คล รวมทัง้ สน้ิ 30 คน การสนทนากลมุ่ ย่อยใชเ้ ทคนิคการคดั เลือกแบบเจาะจง ( Purposive
Selection) มผี ู้เขา้ รว่ มทั้งสนิ้ 39 คน เครือ่ งมือทใ่ี ช้ในการวิจัย ประกอบดว้ ย เครอ่ื งมือที่ใชใ้ นการศึกษาคอื แบบสมั ภาษณเ์ ชงิ ลึก (In-Depth Interview)และแบบสนทนากลมุ่ ย่อย ( Focus Group Semi-Structure Inteview) สถิตทิ ใ่ี ช้ในการวจิ ยั ไดแ้ ก่ การวเิ คราะห์ข้อมลู เชงิ คุณภาพ และบรรยายแบบปฏสิ ัมพนั ธข์ องข้อมลู (InteractiveApproach) ดว้ ยวธิ ีการบรรยาย (Content Analysis )ผลการวจิ ยั พบวา่ จากผลการศกึ ษา สามารถวิเคราะหอ์ อกเป็น 3 หมวดหมู่ ไดแ้ ก่ ภาพลกั ษณ์โรงแรมทถี่ กู พจิ ารณาจากภาพลกั ษณ์โดยรวม และ คณุ ลกั ษณะแตล่ ะอยา่ งของโรงแรม สว่ นความภกั ดีของลูกค้าทแ่ี สดงออกผ่านความต้ังใจจะกลับมาใชบ้ ริการ การบอกตอ่ และการเสนอแนะ สดุ ทา้ ยเป็นการสอื่ สารออนไลนท์ ต่ี อ้ งใช้กจิ กรรม ช่องทาง และลักษณะการ สอื่ สารนอกจากนนั้ ยงั แสดงให้เหน็ วา่ การสอื่ สารออนไลนส์ ามารถถกู นำไปประยุกต์ใชเ้ พอ่ื การสอ่ื สาร ภาพลกั ษณ์โรงแรมไปยงั กลุ่มลูกคา้ เปา้ หมาย และช่วยใหล้ กู ค้ามปี ฏสิ มั พันธก์ บั โรงแรมไดใ้ นระยะยาวอกี ด้วย สว่ นขอ้ เสนอแนะจากการศึกษานัน้ ไดน้ ำเสนอไว้ในบทความเพ่ือนำไปประยุกต์ใชใ้ ห้เหมาะสมต่อไป
Search
Read the Text Version
- 1 - 4
Pages: