โรคไขเ้ ลอื ดออก DENGUE HAEMORRHAGIC FEVER ; DHFเชือ้ ท่เี ป็ นสาเหตุ : VIRUS DENGUE มี 4 SEROTYPES DEN-1 DEN-2 DEN-3 DEN-4
การตดิ ตอ่
ยุงพาหะนาโรคไข้เลอื ดออก ยงุ ลายบ้าน Aedes aegypti ยงุ ลายสวน Aedes albopictus
ชีวนิสยั ของยงุ ลาย ออกหากนิ ในเวลากลางวนั 8.00- หลงั กนิ เลอื ด 2-3 วนั วางไข่ ชอบ 17.00 น. วางไข่ในตอนบา่ ยๆ หากนิ ไม่ไกลจากแหลง่ เพาะพนั ธุ์ ไม่ชอบแสงและลมแรง บนิ ไปไม่เกนิ 50 เมตร ยุงลายบา้ นชอบกดั คนในบา้ น ชอบเกาะพกั ตามสง่ิ หอ้ ยแขวน ยุงลายสวนชอบกนิ เลอื ดสตั ว์ และ ต่างๆ คนนอกบา้ น ยงุ ลายตวั เมียกนิ เลอื ดประมาณ 3- มีอายปุ ระมาณ 1-2 เดือน 4 วนั /ครง้ั
การระบาดของโรคข้นึ อยู่กบั องคป์ ระกอบ1. คน ไดแ้ ก่ กลมุ่ อายุ ภมู คิ มุ้ กนั โรค และการไดร้ บั เช้อื ในอดีต2. ชนิดชองเช้ือเดงก่ไี วรสั ท่รี ะบาดในพ้นื ท่นี ้นั ในปีน้นั ในขณะน้นั3. องคป์ ระกอบอน่ื ๆ ไดแ้ ก่ ความชกุ ชมุ ของยงุ ลาย การเดนิ ทาง การเคลอ่ื นยา้ ยของ ปชก. ความหนาแน่นของชุมชน
การแพร่ของโรคไขเ้ ลอื ดออกม. A ม. B • ยุงลายบนิ ระยะใกล้ประมาณ 100-200 เมตร • คนท่มี ีเชือ้ เดงก่ไี วรัสเข้าไปในพนื้ ท่ที ่มี ีพาหะของโรค
สถานการณ์ไข้เลอื ดออกในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2501 - 2546อ3ตั5ร0าป่ วยต่อแสนประชากร300 ปี 2530 ระบาดรุนแรง (325)250200150 ปี 2521 ระบาดทกุ อาเภอ ระบาดคร้ังแรก100 ใน กทม. 500 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 ปี พ.ศ. 25....
การเฝ้ าระวงั โรคไขเ้ ลอื ดออก มี 4 วธิ ี การเฝ้ าระวังผู้ป่ วย การเฝ้ าระวงั Antibody ของประชาชน การเฝ้ าระวังความชุกชุมของยุงลาย (พาหะของโรค) การเฝ้ าระวงั ชนิดของ Dengue type
การสอบสวนโรค จะไมส่ อบสวนทกุ ราย สอบสวนผูป้ ่วยรายแรกของพ้นื ท่ี
การกาจดั หรอื ควบคมุ ลกู น้ายงุ ลายการกาจดั ทางกายภาพการกาจดั ทางชวี วทิ ยาการกาจดั ดว้ ยสารเคมี
ขน้ั ตอนในการพยากรณโ์ รค1. การพยากรณ์การระบาดในระยะไกล ต้องใช้ข้อมลู เฝ้ าระวงั โรคในระดับจงั หวดั อย่างน้อย 8-10 ปี วเิ คราะห์การระบาด2. การพยากรณ์ระยะใกล้ ถ้าพบว่าเดอื น ม.ค. – เม.ย. มี ผู้ป่ วยมากกว่าค่ามัธยฐาน 5-7 ปี แสดงว่าการระบาด จะรุนแรง ระยะนีม้ เี วลาพอท่จี ะกาจดั ลูกนา้ และตวั แก่ ได้ทนั ก่อนฤดูฝน
ขนั้ ตอนในการป้องกนั โรค1. หลังจากพยากรณ์การระบาดและเลือกพนื้ ท่เี ส่ียงต่อการ ระบาดรุนแรง ในระดบั หมู่บ้าน ตาบล อาเภอ และจังหวัด แล้ว ออกไปกาจดั ลูกนา้ และตวั แก่ เพ่อื ลดจานวนลูกนา้ ยุงลายให้ต่าสุดก่อนฤดฝู น2. ทาการเฝ้ าระวังผู้ป่ วยอย่างใกล้ชดิ เม่ือพบผู้ป่ วยจะต้อง รายงานให้ผู้เก่ียวข้องทราบและออกไปกาจัดตวั แก่ทนั ที ตามด้วยการกาจดั ลูกนา้ ในช่วงเวลาเดียวกัน
ขน้ั ตอนในการควบคมุ โรค1. เฝท้ ารราะบวงภั ผายูป้ ่ใวนยอ2ย4่างชใมกล. ชแ้ ิดลว้ เอมอ่อื กพไบปกPาจt.ดั ตตวั อ้แงกรท่ายนั งทาใีนนใบหา้ผ้ นูเ้ แกย่ีลวะขรออ้ บง บา้ นผูป้ ่วย รศั มี 50-100 ม. ถา้ ชมุ ชนหนาแน่นตอ้ งพน่ ยาใหก้ วา้ ง ถา้ ชมุ ชนกระจาย ไม่ตอ้ งพน่ ยาใหก้ วา้ ง (ข้ึนอยู่กบั สถานท่)ี ตามดว้ ยการกาจดั ลกู น้า ยงุ ลาย2. ควรทาแผนท่ีบา้ นผูป้ ่ วยในระดบั หมู่บา้ น คอยติดตามอย่างใกลช้ ิด และสมา่ เสมอ
แนวทางในการเลอื กหม่บู า้ นเสย่ี งสูง1. หมู่บ้านท่ไี ม่เคยเกดิ โรค แต่อย่ใู กล้พนื้ ท่เี คยเกดิ โรคเม่ือ 1-3 ปี ท่ี ผ่านมา2. หมู่บ้านท่ไี ม่เคยเกดิ โรค และเป็ นชุมชนหนาแน่น3. หมู่บ้านท่มี ีการคมนาคมจากชุมชนใหญ่สะดวก และพนื้ ท่ที ่มี ีการ ไปมาหาสู่กนั เสมอ4. หมู่บ้านท่มี คี วามชุกชุมยุงลายสูง5. หมู่บ้านท่มี ผี ู้ป่ วยหรือมกี ารระบาดในปี ก่อน หรือหม่บู ้านท่มี ี ผู้ป่ วยไม่ตดิ ต่อกัน 3 ปี
องคป์ ระกอบอน่ื ท่ชี ่วยในการควบคมุ ไขเ้ ลอื ดออก วสั ดุ อปุ กรณ์ งบประมาณ ตอ้ งเพยี งพอ สารเคมี ตอ้ งมีคณุ ภาพ เครอ่ื งพน่ ยงุ ลาย ตอ้ งดี การกาจดั ยงุ ลายพาหะและลกู น้า ตอ้ งทาทกุ หมู่บา้ น ทกุ ภาชนะ ทาอย่างตอ่ เน่ือง สมา่ เสมอ ทกุ 7 วนั ไดร้ บั ความร่วมมอื จากประชาชน
ดชั นีความชกุ ของลกู น้า1 2 3 4 บ้าน HI บ้านมลี ูกนา้ (4) (3)๑ ๑ ภาชนะมนี า้ BภI าชนะมลี ูกนา้ (10) CI (5)๑ ๑ ๑ HI = 3 X 100 = 75 % 4 CI = 5 x 100 = 50 % 10 BI = 5 X 100 = 125 4
เหตใุ ดตอ้ งควบคุมแมลงและสตั วน์ าโรคใน กระบวนการผลติ อาหาร ?ก่อความราคาญพาหะนาโรคปญั หาการไมย่ อมรบั ???
สาแหตขุ องการเจบ็ ป่วยจากอาหารเป็นสอ่ื อนั ตรายจากอาหาร ชีวภาพ เคมี กายภาพ
จลุ นิ ทรยี ท์ ท่ี าใหเ้กดิ โรคมาจาก คน สตั ว์ (อาหาร) สตั ว์ (นก สุนขั ) หนู แมลง ดนิ
หนู
หนูทส่ี าคญั ๆ หนูนอรเ์ วย์ (Rattus norvegicus) บางทเ่ี รยี กหนูขยะ หนูทอ่ หนูสนี า้ ตาลหนูชนิดน้เี ป็นหนูทม่ี ขี นาดใหญ่ทส่ี ุดในตระกูล มนี า้ หนกั ตวั 300 –บางตวั อาจมนี า้ หนกั ถงึ 400 กรบั ขนาดลาตวั และหวั ยาวประมาณ 350 –กร2มั50 – – 180มยามว.ปหราะงมยาาณวป1ร7ะม–าณ23 150 220 มม. ตนี หลงั ยาวประมาณ 35 40 มม. หู มม.ลกั ษณะรูปรา่ ง ลกั ษณะขนหยาบมสี นี า้ ตาลปนเทา หอ้ งสเี ทา ส่วนจมูกทู่ ใบหูเลก็ ตาเลก็ หางสน้ั มี 2 สี ดา้ นบนสดี า ดา้ นลา่ งสจี าง มเี กลด็ หยาบๆ ทห่ี าง และดา้ นบนของตนี หลงั มสี ขี าว มเี ตา้ นมรวม 6 คู่ อยู่ทอ่ี ก 3 คู่ ทอ้ ง 3 คู่ถ่นิ ท่อี ยู่อาศยั มกั อยู่ตามรู ตามทอ่ ระบายนา้ โสโครก ท่อนา้ ใตถ้ นุ ตกึ หรอืบา้ นเรอื น บรเิ วณลาคลอง กองขยะมลู ฝอย ไมช่ อบข้นึ ทส่ี ูง กนิ อาหารบูดเน่ากรพะาวยรกแะแทพปา้รงงพ่ กผนาั กัรธหุ์เอนาก้ออื นิกแล1ลูก0ะป0ปีลล–ะา1450– 7 ครอก ลูกหน่งึ ครอกมจี านวน 8 –12 ตวั ฟตุลกั ษณะมูลหนู มขี นาดใหญ่คลา้ ยแคปซูลยาวประมาณ 3-4 น้วิ
หนูทอ้ งขาว (Rattus rattus) บางครงั้ เรยี กหนูหลงั คา (roof rat) เป็นหนูตระกูล Rattus ทม่ี ขี นาดใหญ่ปานกลางรูปร่างเพรยี ว มนี า้ หนกั ตวั 90-250 กรมั บางตวั อาจมนี า้ หนกั 360 กรมั ขนาดลาตวั และหวั ยาวประมาณ 182 มม. หางยาวประมาณ 188 มม. ตนี หลงั ยาวประมาณ 33 มม. ความยาวใบหูประมาณ 23 มม. มเี ตา้ นมรวม 5-6 คู่ อยู่ทอ่ี ก 2 คู่ทท่ี อ้ ง 3 คู่ลกั ษณะรูปรา่ ง ขนดา้ นหลงั มสี นี า้ ตาล (ฐานขนสเี ทาปลายสนี า้ ตาล) ไม่มขี นคลา้ ยหนาม (spine) ขนส่วนทอ้ งมสี ขี าวปนเทาหรอื เหลอื งครมี จมกู แหลม ตา โปน มขี นาดหูใหญ่ หางมสี ดี าและมเี กลด็ ละเอยี ดตลอดหาง ความยาวของหางมากกว่าความ ยาวของลาตวั ถ่นิ ท่อี ยูอ่ าศยั ชอบอาศยั อยูต่ ามอาคารบา้ นเรอื น หลงั คาบา้ น บรเิ วณกนั สาดใตห้ ลงั คา ถา้ บรเิ วณรอบบา้ นมตี น้ ไม้ แผ่ก่งิ กา้ นสาขาอยู่ใกลเ้คยี งอาจพบหนูทอ้ งขาวและรงั อยู่บนตน้ ไม้ นนั้ ดว้ ย มคี วามสามารถในการปีนป่ายเก่งกินอาหารทกุ ชนิด อาหารทช่ี อบมากคือ เมลด็ พชื เช่น ขา้ วเปลอื ก ถวั่ ขา้ วโพด การแพรพ่ นั ธุ์ ออกลูกปีละ 4-6 ครอก ลูกหน่งึ ครอกมจี านวน 6-8 ตวั ระยะทางหากนิ 100-150 ฟตุ ลกั ษณะมลู เป็นรูปกระสวย ปลายแหลม ขนาดความยาวไมเ่ กนิ 1-2 น้วิ
หนูจ๊ดี (Rattus exulans) เป็นตระกูลของ Rattus ทม่ี ขี นาดเลก็ แต่ตวั โตกวา่ หนูหร่งิ นา้ หนกั ตวั ประมาณ 36 กรมั ขนาด ลาตวั และหวั ยาวประมาณ 115 มม. หางยาวประมาณ 128 มม. ตนี หลงั ยาวประมาณ 23 มม. ความยาวหูประมาณ 16 มม. มเี ตา้ นมรวม 4 คู่ อยู่ทห่ี นา้ อก 2 คู่ ทท่ี อ้ ง 2 คู่ลกั ษณะรูปรา่ ง รูปร่างเพรยี ว จมกู แหลม ตาโต หูใหญ่ ขนดา้ นหลงั สนี า้ ตาลมลี กั ษณะอ่อนนุ่ม มขี นแขง็ (spine) ข้นึ แซมบา้ งเลก็ นอ้ ย ขนดา้ นทอ้ งสเี ทา ผวิ หางเรยี บไมม่ ี เกลด็ มสี ดี าตลอด ถ่นิ ท่อี ยูอ่ าศยั ตามบา้ นเรอื น ชอบทส่ี ูงตามซอกมมุ ทล่ี บั ตาอาคาร บน เพดาน และมคี วามสามารถในการปีนป่ายเก่งเหมอื นหนูทอ้ งขาว การแพรพ่ นั ธุ์ ตวั เมยี ออกลูกครง้ั ละ 8 – 12 ตวั ระยะทางหากนิ 20 – 50 ฟตุ เวลาออกหากนิ กลางคนื จะสง่ เสยี งรอ้ ง จดี๊ ๆ ใหไ้ ดย้ นิ
หนูหร่งิ (Mus musculus) หรอื บางครง้ั เรยี กวา่ house mouse เป็นหนูในตระกูล Mus ชนิดทพ่ี บเหน็ ตามบา้ นเรอื นมาก เป็น หนูบา้ นทม่ี ขี นาดเลก็ ทส่ี ุด มนี า้ หนกั ตวั เพยี ง 10 – 15 กรมั ขนาดลาตวั และหวั ยาวประมาณ 74 มม. หางยาวประมาณ 79 มม. ตนี หลงั ยาวประมาณ 16 มม. ใบหูยาวประมาณ 12มม. มเี ตา้ นมรวม 5 คู่ อยู่ทอ่ี ก 3 คู่ และทท่ี อ้ ง 2 คู่ ลกั ษณะรูปร่าง จมกู แหลม ขนดา้ นหลงั สเี ทาบางทมี สี นี า้ ตาลปน มลี กั ษณะอ่อน นุ่ม ขนดา้ นทอ้ งสขี าว ส่วนหางมี 2 สดี า้ นบนสดี า ส่วนดา้ นลา่ งสจี างกวา่ ถ่นิ ท่อี ยู่อาศยั ตามบา้ นเรอื น มกั ชอบหลบซอ่ นตวั อยู่ตามตู้ โตะ๊ ทเ่ี ก็บของ ตาม ช่อง ฝาผนงั ตามครวั กนิ อาหารไดท้ กุ ชนดิ แต่ชอบพวกเมลด็ พชื ขา้ ว การแพรพ่ นั ธุ์ ออกลูกปีละประมาณ 8 ครอก ลูกหน่งึ ครอกมจี านวน 5 - 6 ตวั ระยะทางการหากนิ 10 – 30 ฟตุ ลกั ษณะมลู หนู ขนาดเลก็ กลมยาวปลายแหลมยาวประมาณ 1/8 น้วิ
ร่องรอยของหนู ?มหี นู ซากหนูบรเิ วณผลติ อาหารมลู กลน่ิ ปสั สาวะเสยี งรอ้ ง กดั แทะร่องรอยกดั แทะรอยเทา้รงั และทพ่ี กั อาศยั
หนูท่อ
หนูทอ้ งขาว
หนูจ๊ีด
หนูหร่ิง
จะควบคมุ หนูไดอ้ ย่างไร?การจดั การสุขาภบิ าลสง่ิ แวดลอ้ มการขจดั ทพ่ี กั อาศยั ของหนูการสรา้ งอาคารหรอื ทพ่ี กั อาศยั ใหป้ ้องกนั หนูได้ปิดช่องทางหนูเขา้ ออกการรวบรวมและกาจดั ขยะมลู ฝอยการกาจดั หรอื ทาลายหนู
จะทาลายหนูไดอ้ ย่างไร?การทาลายหนูโดยวธิ กี ลการทาลายหนูโดยใชส้ ารเคมีการทาลายหนูโดยอาศยั ศตั รูธรรมชาติ
การใชก้ บั ดกั (Trapping) กบั กรง (Live trap) กบั ตตี าย (Snap trap)
การรมควนัการใชส้ ารเคมีประเภทสารพษิ หรอื สารฆา่ หนูผสมกบั เหย่อื สารฆ่าหนูท่อี อกฤทธ์เิ ฉียบพลนั สารฆา่ หนูท่อี อกฤทธ์ชิ า้
แมลงวนั บา้ น ลกั ษณะสาคญั : ตวั เตม็ วยั สเี ทา มีแถบสดี า 4 เสน้ พาดอยู่สว่ นอก ดา้ นบน หรอื กลางลาตวั ลาตวั ยาวตวั ประมาณ 1/8-1/4 น้ิว ตวั หนอนสี ขาวครมี หวั แหลมทา้ ยป้ าน ไม่มีขา ไข่มีขนาดเรยี วยาว 1 มม. สขี าว อาหาร : กนิ อาหารไดห้ ลายชนิด รวมทง้ั ของเสยี ตวั เมียวางไข่ไดค้ รง้ั ละ 100-150 ฟอง และสามารถวางไข่ไดส้ ูงถงึ 600 ฟองโดยชอบวางไข่ตามกองขยะท่มี ีความช้ืนสูง หรอื สง่ิ ปฏกิ ูลตา่ งๆ ไข่ใช้ เวลาฟกั ตวั ประมาณ 6 ชวั่ โมง ตวั หนอนลอกคราบประมาณ 3 ครง้ั จากน้นั จะเขา้ ดกั แด้ และฟกั เป็นตวั เตม็ วยั ในระยะเวลา 1-2 สปั ดาห์
แมลงวนั หวั เขยี ว เป็นแมลงวนั ทม่ี ขี นาดใหญ่ มขี นาดลาตวั 8-12 มลิ ลเิ มตร ลาตวั สนี า้ เงนิ แกมเขยี ว เป็นมนั แมลงวนั ชนดิ น้ชี อบอยู่นอกบา้ น บางครงั้ อาจตอมอาหาร หรอื แหลง่ ทม่ี เี ช้อื โรค ตวั เตม็ วยั จะหากนิ ตามแหลง่ อาหารทม่ี โี ปรตนี สูง เช่น เลา้ เป็ด ไก่ กองขยะ ตลาด ซากเน่าเป่ือย มลู สตั ว์ ก่อใหเ้กดิ ความราคาญกบั สตั วแ์ ละอาจนาโรคมาสูส่ ตั ว์ อาหาร : กนิ อาหารไดห้ ลายชนิด ของเหลวจากสารอนิ ทรยี ว์ ตั ถุ นา้ หวานจาก พชื แมลงวนั หวั เขยี ว ใชร้ ะยะเวลาในการเจรญิ เตบิ โต ตงั้ แต่ระยะไข่ ตวั หนอน ดกั แด้ และฟกั เป็นตวั เตม็ วยั เป็นเวลา อยา่ งนอ้ ย 10 วนั ตวั เมยี วางไขแ่ ละ ตวั หนอนอาศยั เจรญิ เตบิ โตตามมลู สตั ว์
การควบคมุ แมลงวนั ภายในอาคารการกาจดั มูลฝอยและสง่ิ ปฏกิ ลู ภายในอาคารและท่พี กั อาศยั ใหส้ ะอาด เช่น ถงั ขยะภายในหอ้ งครวั ของบา้ นหรอื อาคารควรมีฝาปิดใหม้ ิดชิดไม่ รวั่ ซึมการใชก้ ลวธิ ที างกายภาพ เช่น ประตูหนา้ ตา่ ง ตอ้ งมตี ระแกรงหรือมงุ้ ลวดไวเ้ พอ่ื ไม่ใหแ้ มลงวนั เขา้ บา้ น ทาลายโดยใชก้ าวดกั แมลงวนั ตวั แก่ หรอื ในหอ้ งครวั ตอ้ งมีตูห้ รอื ฝาชีครอบอาหารเพ่อื ป้ องกนั แมลงวนั เป็น ตน้การใชว้ ธิ ที างเคมี โดยการใชย้ าฆ่าแมลงวนั ตวั ออ่ น และตวั แก่ เช่น 0.1 % ของไพรที มั ผสมกบั 1 % ของมาลาไทออน
แมลงสาบ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116