เฉลย เรียบเรยี งโดย ศิณาพร แสงใส บจดั รพิษิมพัท์จำสหำนน่ายกั โดพยมิ พ์ประสานมติ ร (ปสม.) จำกดั 54 ซอยพัฒนาการ 44 ถนนพัฒนาการ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ 10250 โทร. 0-2321-3434 (10 ค่สู าย), 0-2321-0375-6 โทรสาร 0-2321-9038
เฉลย พมิ พค์ รง้ั ท่ี 1 พ.ศ. 2555 สงวนลิขสทิ ธต์ิ ามพระราชบญั ญัติ ข้อมูลทางบรรณานุกรมของสำนักหอสมดุ แห่งชาติ ศิณาพร แสงใส. แบบฝกึ ปฏบิ ตั ิประกอบการประเมนิ ผลระหว่างเรียน รายวิชา คณติ ศาสตร์ ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ .--กรงุ เทพฯ : ประสานมติ ร, 2555 104 หน้า 1. คณิตศาสตร์--การศึกษาและการสอน (มัธยมศึกษา). I. ชื่อเรื่อง 510.76 พมิ พท์ ่ี บรษิ ทั กรทอง การพมิ พ์ จำกดั 9/3 หมู่ 2 ถ.บางน้ำเปรีย้ ว-องครกั ษ ์ ต.หมอนทอง อ.บางนำ้ เปรี้ยว จ.ฉะเชงิ เทรา 24150 โทร. 0-3858-1715-7 โทรสาร 0-3858-1719
หนงั สอื แบบฝกึ ปฏบิ ตั ปิ ระกอบการประเมินผลระหว่างเรยี น รายวชิ าคณิตศาสตร์ กล่มุสาระความรพู้ ืน้ ฐาน ตามหลักสตู รการศึกษานอกระบบ ระดบั การศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช2551ม่งุ เน้นที่จะพัฒนาองค์ความรู้ทกั ษะกระบวนการคิดทกั ษะกระบวนการแกป้ ัญหาและการคดิ วิเคราะหใ์ หผ้ ้เู รยี น หนงั สือแบบฝกึ ปฏบิ ัติประกอบการประเมินผลระหวา่ งเรียน รายวิชาคณติ ศาสตร์ กลุ่มสาระความร้พู ืน้ ฐาน ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ เลม่ นี้ สำนักพมิ พป์ ระสานมิตรได้จดั ทำขึ้นเพอื่ให้สอดคล้องกบั การจดั การเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดบั การศึกษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 เนน้ ผูเ้ รยี นเปน็ สำคญั ด้วยการให้ผู้เรียนมีสว่ นร่วมวางแผนการทำกิจกรรม เสนอความคดิ เหน็ ในส่งิ ท่อี ยากเรยี นรู้ ฝกึ การสืบคน้ และฝึกปฏบิ ตั ิดว้ ยตนเองให้เกิดความรคู้ วามเข้าใจ มที กั ษะกระบวนการในการปฏิบัติตามท่ีเหมาะสมกบั วุฒิภาวะของผเู้ รยี นโดยคณะผู้จดั ทำไดอ้ อกแบบกิจกรรมสำหรับให้ผ้เู รยี นไดฝ้ กึ คดิ ฝกึ ทำอยา่ งหลากหลาย ดังน้ี 1. กิจกรรมพฒั นากระบวนการเรยี นรู้ โดยประกอบดว้ ยกจิ กรรมเดย่ี วและกิจกรรมกลุ่ม 2. แบบทดสอบประเมนิ ความร้แู ละการคิดตามตวั ช้วี ัด 3. แบบทดสอบประเมินความรู้และการคดิ ท้ายเลม่ อนึ่ง หนังสอื แบบฝึกปฏบิ ัตปิ ระกอบการประเมนิ ผลระหวา่ งเรยี น รายวชิ าคณติ ศาสตร์กลมุ่ สาระความร้พู ้ืนฐาน ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้นเลม่ นี้ ยงั อำนวยความสะดวกแก่ครู กศน.และผเู้ รยี นในการประเมนิ ผลตามตวั ช้วี ดั ประเมนิ ความรู้และการคิด ประเมินทกั ษะกระบวนพฒั นาการคิดและการนำไปใช้ และสามารถเก็บช้ินงาน/หลกั ฐาน สรปุ ผลการประเมนิ แตล่ ะบทนำไปบนั ทกึ ผลการประเมนิ คุณภาพตนเองเม่อื สิน้ ปหี รือจบชน้ั สำนักพิมพ์ประสานมิตรและคณะผู้จัดทำปรารถนาเป็นอย่างย่ิงว่าหนังสือแบบฝึกปฏิบัติประกอบการประเมินผลระหวา่ งเรยี น รายวชิ าคณิตศาสตร์ กลมุ่ สาระความรพู้ นื้ ฐานระดับมัธยมศึกษาตอนตน้ เลม่ น้จี ะเป็นประโยชน์ตอ่ การเรียนการสอนของครแู ละผเู้ รยี นเปน็ อย่างดี หากท่านมีความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะประการใดทางสำนักพิมพ์ยินดีรับไว้พิจารณาด้วยความขอบคุณยิ่ง คณะผู้จดั ทำ
โครงสร้างหนงั สือแบบฝึกปฏิบัติประกอบ ตวั ชว้ี ดั ท่ี 3 กิจกรรมท่ี 3 47การประเมินผลระหว่างเรียน 1 ตวั ช้วี ดั ท่ี 4 กจิ กรรมท่ี 4 48บทที่ 1 จำนวนและการดำเนินการ 2 ตวั ชี้วัดที่ 5 กจิ กรรมที่ 5 48 ตวั ชี้วดั ท่ี 1 กจิ กรรมท่ี 1 2 ตวั ชี้วดั ที่ 6 กจิ กรรมท่ี 6 49 ตัวชี้วัดท่ี 2 กจิ กรรมท่ี 2 4 แบบทดสอบประเมินความรแู้ ละ ตัวชว้ี ัดท่ี 3 กจิ กรรมที่ 3 6 การคดิ ตามตวั ชวี้ ัด 50 ตัวชว้ี ัดท่ี 4 กจิ กรรมท่ี 4 9 บทที่ 7 คู่อันดับและกราฟ 52 แบบทดสอบประเมินความรแู้ ละ ตวั ชว้ี ดั ที่ 1 กิจกรรมที่ 1 52 การคิดตามตัวช้ีวดั 10 ตวั ชว้ี ดั ที่ 2 กจิ กรรมท่ี 2 53บทที่ 2 เศษสว่ นและทศนิยม 12 ตวั ชีว้ ดั ที่ 3 กจิ กรรมท่ี 3 54 ตวั ชี้วัดที่ 1 กิจกรรมที่ 1 12 แบบทดสอบประเมินความรูแ้ ละ ตวั ชว้ี ดั ที่ 2 กิจกรรมที่ 2 13 การคิดตามตวั ชว้ี ดั 58 ตัวชว้ี ัดที่ 3 กิจกรรมท่ี 3 14 บทท่ี 8 ความสมั พันธ์ระหวา่ งรูปเรขาคณติ ตวั ชี้วัดที่ 4 กจิ กรรมที่ 4 15 สองมิตแิ ละสามมติ ิ 60 ตวั ชว้ี ดั ที่ 5 กิจกรรมที่ 5 17 ตวั ชว้ี ดั ท่ี 1 กิจกรรมท่ี 1 61 แบบทดสอบประเมนิ ความรแู้ ละ ตัวชว้ี ดั ที่ 2 กิจกรรมท่ี 2 63 การคดิ ตามตวั ชว้ี ัด 19 ตวั ชว้ี ดั ที่ 3 กจิ กรรมท่ี 3 67บทท่ี 3 เลขยกกำลัง 21 แบบทดสอบประเมนิ ความรู้และ ตัวชว้ี ัดที่ 1 กจิ กรรมท่ี 1 21 การคดิ ตามตัวชี้วัด 68 ตัวชี้วดั ที่ 2 กจิ กรรมที่ 2 23 บทที่ 9 สถิติ 71 ตวั ชี้วดั ที่ 3 กจิ กรรมที่ 3 24 ตวั ชว้ี ัดที่ 1 กิจกรรมที่ 1 72 แบบทดสอบประเมินความรู้และ ตวั ชว้ี ัดที่ 2 กจิ กรรมที่ 2 73 การคิดตามตวั ชวี้ ัด 25 ตัวชว้ี ัดท่ี 3 กิจกรรมที่ 3 77บทที่ 4 อตั ราสว่ นแและรอ้ ยละ 27 ตัวชี้วัดท่ี 4 กจิ กรรมท่ี 4 78 ตวั ชี้วดั ท่ี 1 กจิ กรรมที่ 1 27 ตัวชี้วดั ท่ี 5 กิจกรรมท่ี 5 78 ตัวชว้ี ัดที่ 2 กิจกรรมท่ี 2 29 ตัวชี้วดั ที่ 6 กจิ กรรมท่ี 6 79 ตัวชี้วดั ที่ 3 กิจกรรมที่ 3 30 แบบทดสอบประเมนิ ความรแู้ ละ ตวั ชว้ี ัดท่ี 4 กจิ กรรมที่ 4 32 การคิดตามตัวชีว้ ัด 80 แบบทดสอบประเมนิ ความรู้และ บทท่ี 10 ความน่าจะเป็นเบอ้ื งตน้ 82 การคดิ ตามตัวช้วี ัด 34 ตวั ชี้วัดท่ี 1 กจิ กรรมที่ 1 82บทที่ 5 การวัด 36 ตัวชี้วัดท่ี 2 กจิ กรรมท่ี 2 84 ตัวชว้ี ัดท่ี 1 กจิ กรรมท่ี 1 37 แบบทดสอบประเมนิ ความรแู้ ละ ตัวชี้วดั ที่ 2 กจิ กรรมที่ 2 38 การคิดตามตัวชว้ี ัด 85 ตัวชว้ี ดั ที่ 3 กิจกรรมที่ 3 39 บทท่ี 11 การใชท้ กั ษะกระบวนการทาง ตัวชว้ี ัดท่ี 4 กิจกรรมท่ี 4 40 คณติ ศาสตรใ์ นงานอาชีพ 87 ตัวชว้ี ดั ที่ 5 กิจกรรมที่ 5 41 ตวั ชี้วดั ท่ี 1 กจิ กรรมที่ 1 87 แบบทดสอบประเมินความร้แู ละ ตัวชว้ี ัดท่ี 2 กจิ กรรมท่ี 2 89 การคดิ ตามตวั ชี้วดั 42 แบบทดสอบประเมินความรแู้ ละบทที่ 6 ปริมาตรและพื้นท่ีผวิ 44 การคดิ ตามตัวชวี้ ัด 91 ตัวชว้ี ัดที่ 1 กิจกรรมท่ี 1 45 แบบทดสอบประเมินความรูแ้ ละ ตวั ชีว้ ดั ที่ 2 กจิ กรรมที่ 2 45 การคิดตามตัวชว้ี ัดท้ายเลม่ 93
แบบฝกึ ปฏิบตั ิประกอบการประเมนิ ผลระหว่างเรยี น รายวิชาคณติ ศาสตร์ ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น 1 โครงสร้างหนังสอื แบบฝึกปฏบิ ตั ิประกอบการประเมินผลระหวา่ งเรียน สาระความรพู้ น้ื ฐาน คณติ ศาสตร์ รหสั วิชา (พค21001) ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้สาระสำคัญ จำนวนต็มบวก จำนวนเต็มลบและศนู ย์ การเปรยี บเทยี บจำนวนเตม็ การบวก ลบ คูณ และหารจำนวนเตม็ สมบตั ิของจำนวนเต็มและการนำไปใช้ ความหมายของเศษส่วนและทศนิยม การเขยี นเศษส่วนและทศนยิ ม และเขียนทศนิยมซำ้ เปน็ เศษสว่ น การเปรียบเทยี บเศษส่วนและทศนิยมการบวก ลบ คณู หารเศษส่วนและทศนยิ ม โจทย์ปัญหาหรือสถานการณเ์ กยี่ วกบั เศษสว่ น และทศนิยมความหมายของเลขยกกำลัง การเขียนแสดงจำนวนในรูปสญั กรณ์วิทยาศาสตร์ การคณู และการหารเลขยกกำลังท่มี ฐี านเดียวกันและเลขช้ีกำลงั เปน็ จำนวนเตม็ การแกโ้ จทยป์ ญั หาเก่ยี วกบั อตั ราส่วนสัดส่วน และรอ้ ยละ หน่วยความยาว พนื้ ที่ การหาพ้ืนที่ของรปู เรขาคณิต การแก้ปัญหาหรอื สถานการณ์ในชวี ติ ประจำวนั โดยใช้ความรู้เกีย่ วกับพน้ื ที่ และการคาดคะเน การหาพ้นื ทีผ่ ิวและปริมาตรของปริซมึ ทรงกระบอก การหาปริมาตรของพรี ะมดิ กรวย และทรงกลม การเปรียบเทยี บหน่วยปรมิ าตรการแก้โจทย์ปัญหาเกย่ี วกบั พน้ื ที่ผิวและปริมาตร คอู่ ันดับ กราฟ และการนำไปใชภ้ าพของรูปเรขาคณิตสองมิตทิ เี่ กดิ จากการคล่ีรปู เรขาคณติ สามมติ ิ ภาพท่ีไดจ้ ากการมองทางด้านหนา้ ดา้ นข้าง หรอื ด้านบนของรูปเรขาคณติ สามมิติ การวาด หรอื ประดิษฐ์รปู เรขาคณิตท่ปี ระกอบขน้ึจากลกู บาศก์ การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล การนำเสนอข้อมูล การหาค่ากลางของข้อมูล การอา่ นการแปลความหมาย การวเิ คราะห์ข้อมลู และการใช้ขอ้ มูลสารสนเทศ การทดลองสุม่ เหตุการณ์การหาความน่าจะเป็นของเหตกุ ารณ์ และการนำไปใช้ผลการเรยี นรูท้ คี่ าดหวัง 1. ระบุหรือยกตัวอยา่ งเกยี่ วกับจำนวนและการดำเนนิ การ เศษส่วน และทศนยิ ม เลขยกกำลงัอตั ราสว่ น สัดส่วน และร้อยละ การวัด การหาปริมาตร และพ้ืนทผี่ ิว คู่อนั ดับ และกราฟ ความสัมพันธ์ระหวา่ งรูปเรขาคณิตสองมติ ิและเรขาคณิตสามมิติ สถติ แิ ละความน่าจะเปน็ 2. สามารถคิดคำนวณและแกโ้ จทย์ปัญหาที่ใชใ้ นชวี ติ ประจำวนัขอบขา่ ยเน้อื หา บทท่ี 1 จำนวนและการดำเนนิ การ บทที่ 2 เศษสว่ นและทศนยิ ม บทท่ี 3 เลขยกกำลัง บทที่ 4 อัตราส่วนและรอ้ ยละ บทท่ี 5 การวัด บทท่ี 6 ปรมิ าตรและพ้ืนทีผ่ ิว บทที่ 7 ค่อู ันดบั และกราฟ บทท่ี 8 ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งรูปเรขาคณติ สองมติ แิ ละสามมติ ิ บทที่ 9 สถติ ิ บทท่ี 10 ความนา่ จะเปน็ เบอื้ งต้น บทที่ 11 การใชท้ ักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในงานอาชีพ
2 แบบฝึกปฏบิ ัติประกอบการประเมินผลระหว่างเรยี น รายวิชาคณิตศาสตร์ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น1 จำนวนและการดำเนินการ ตัวช้ีวดั ขอบขา่ ยเนอื้ หา1. ระบหุ รอื ยกตวั อย่างจำนวนเต็มบวก 1. จำนวนเตม็ บวก จำนวนเต็มลบและศนู ย์ จำนวนเต็มลบ และศนู ย ์ 2. การเปรียบเทยี บจำนวนเต็ม2. เปรยี บเทียบจำนวนเต็ม3. บวก ลบ คณู หาร จำนวนเต็ม 3. การบวก ลบ คณู และหารจำนวนเตม็ และอธิบายผลท่ีเกดิ ขนึ้ 4. สมบัตขิ องจำนวนเตม็ และการนำไปใช้4. บอกสมบตั ขิ องจำนวนเต็มและนำความ ร้เู กย่ี วกบั สมบัติของจำนวนเต็มมาใช้ กจิ กรรมพฒั นากระบวนการเรยี นรู้ ตัวชีว้ ดั ข้อท่ี 1 ระบหุ รือยกตวั อย่างจำนวนเตม็ บวก จำนวนเตม็ ลบ และศูนย์กจิ กรรมท่ี 1 ตอบคำถาม1. ขอ้ ความตอ่ ไปนเี้ ป็นจรงิ หรือเทจ็___เ_ท_จ็ ___1) 0 เป็นจำนวนเต็มบวก___จ_ร_งิ ___2) -24 เปน็ จำนวนเต็มลบ___จ_ร_ิง___3) 700 เปน็ จำนวนเตม็___เ_ท_จ็ ___4) 1.9 เปน็ จำนวนเตม็___จ_ร_ิง___5) 62 ไม่เปน็ จำนวนเตม็___จ_ร_ิง___6) จำนวนเตม็ บวกเป็นจำนวนนับ
แบบฝกึ ปฏบิ ตั ิประกอบการประเมินผลระหว่างเรียน รายวชิ าคณิตศาสตร์ ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้ 32. จงเขียนเสน้ จำนวนแสดงจำนวนตงั้ แต่ 3 ถึง -7 _______-_7____-_6____-_5____-_4_____-_3____-_2____-__1____0_______1_____2_____3______________3. จงเขยี นเส้นจำนวนที่ต่อจาก 0 โดยลดลงทีละ 2 _________-_1__2___-_1_0____-__8____-_6______-_4_____-_2______0____________________________4. จงเขียนจำนวนอีก 5 จำนวนตอ่ จาก 0 โดยลดลงทลี ะ 3 _0_,_-_3_,_-_6_,__-_9_,_-_1_2_,__-_1_5_______________________________________________________5. จงเขยี นจำนวน 5 จำนวนทตี่ ่อจาก -15 โดยเพมิ่ ข้ึนทลี ะ 6 _-_1_5_,_-_9_,_-__3_,_3_,_9_,_1__2_________________________________________________________6. จากจำนวนทกี่ ำหนดใหต้ อ่ ไปนี้ จงเตมิ จำนวนเต็มอกี 3 จำนวนตามลำดบั 1) -8, -6, -4, _-_2__, _0_,_2_________________________________________________ 2) -7, -4, -1 _2__, _5_,_8__________________________________________________ 3) 4, 2, 0 _-_2__, _-_4_,_-_6_______________________________________________ 4) 15, 10, 5 _0__, _-_5_,_-_1_0_______________________________________________ 5) 6, 2, -2 _-_6__, _-_1_0_,_-_1__4____________________________________________7. จงเติมจำนวนลงในตารางให้ถูกต้อง ขอ้ จำนวนที่กำหนดให ้ จำนวนเต็มลบ ศูนย์ จำนวนเต็มบวก 1 -9, 5, 0, 8, -13 -9, -13 0 5, 8 6, 10 2 4.5, -6, -8, 6, 10 -6, -8 - 120 , 24 3 120, - 2800, -35, 24,-7 -35, -7, -2800 - 12, 30 4 203 ,- 11055, 12, 30, -13 - 11055 , -13 203 58 5 -110, 58, -74, 9.8, -1 10, -74 -8. จงเขยี นเคร่อื งหมาย 3 หน้าขอ้ ทถ่ี กู และเขียนเครอ่ื งหมาย 7 หนา้ ขอ้ ท่ีผิด_______3______1) จำนวนตรงข้ามของ -35 คอื – (-35)_______3______2) ค่าสัมบรู ณ์ของ 121 เทา่ กบั คา่ สมั บรู ณ์ของ -121______7_______3) คา่ สมั บูรณข์ อง -29 คือ จำนวนตรงขา้ มของ 29_______3______4) จำนวนตรงขา้ มของ 0 คือ 0_______3______5) 37 เปน็ คา่ สัมบูรณ์ของจำนวนตรงขา้ มของ 37
4 แบบฝึกปฏิบตั ปิ ระกอบการประเมินผลระหว่างเรยี น รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ตวั ช้ีวัดข้อที่ 2 เปรยี บเทียบจำนวนเตม็กจิ กรรมที่ 2 ตอบคำถาม1. จงเรียงลําดับจํานวนต่อไปน้จี ากนอ้ ยไปหามาก 1) -15, -21, -18, 1, -13 __-_2__1_,_-_1_8__, _-_1_5_,_-_1__3_,_1__________________________ 2) 10, 2, -22, -98, -17___-_9_8__, _-_2_2_,_-_1__7_,_2_,_1_0_____________________________ 3) -100, -300, 230, -50, -20___-_3_0__0_,_-_1_0__0_,_-_5_0_,_-_2__0_,_2_3_0_________________2. จงเรยี งลาํ ดับจํานวนต่อไปนจี้ ากมากไปหานอ้ ย 1) -7, 4, -13, 0, -36___-__4_,_0_,_-_7_,__-_1_3_,_-_3_6_________________________________ 2) -20, -270, -120, -240, -1____-_1_,_-_2__0_,_-_1_2_0__, _-_2_4_0_,__-_2_7_0________________ 3) -11, 70, -18, -450, 50____7_0_,_5__0_,_-_1_1_,_-__1_8_,_-_4_5__0______________________3. จงเตมิ เคร่อื งหมาย > และ < เพอื่ ทําให้ประโยคต่อไปนเ้ี ปน็ จรงิ> 1) 6______________5 3) -8_____________9 >> > >2) -42______________-35 4) -87______________-97> 5) -17___________19 6) -45______________-544. กรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศประจําวัน ของ 5 จังหวัดทางภาคเหนือของ ประเทศไทย โดยวดั อุณหภมู ทิ ยี่ อดเขาของจงั หวดั ต่าง ๆ ไดด้ ังนี้ - จังหวดั ลาํ พูน 5 องศาเซลเซียส - จังหวัดเชยี งราย -7 องศาเซลเซยี ส - จังหวดั เชียงใหม่ -3 องศาเซลเซียส - จงั หวัดแมฮ่ ่องสอน -5 องศาเซลเซยี ส - จังหวัดแพร่ -1 องศาเซลเซียส 1) จงั หวดั ใดมสี ภาพอากาศอบอนุ่ ที่สดุ ตอบ______ล_ำ_พ_นู __________________________ 2) จังหวดั ใดมีสภาพอากาศหนาวเย็นมากทสี่ ุด ตอบ____เ_ช_ยี _ง_ร_า_ย___________________
แบบฝกึ ปฏบิ ตั ิประกอบการประเมนิ ผลระหวา่ งเรยี น รายวิชาคณิตศาสตร์ ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น 5 3) จงเรียงชื่อของจงั หวัด จากจงั หวัดทมี่ อี ากาศอบอนุ่ ทส่ี ุด ไปยงั จังหวดั ที่มีอากาศ หนาวเย็นมากที่สดุ ตอบ __ล_ำ_พ_นู__, _แ_พ_ร_,่_เ_ช_ีย_ง_ใ_ห_ม__,่ _แ_ม_ฮ่_อ่__งส__อ_น_,_เ_ช_ยี _ง_ร_า_ย___________5. จงตรวจดูวา่ ประโยคตอ่ ไปนข้ี ้อใดเป็นจริง และประโยคในข้อใดเปน็ เทจ็ __จ_ร_ิง___1) (8 + 5) × 2 = (8 × 2) + (5 × 2) __เ_ท_จ็___2) (12 – 6) × 4 = (12 × 4) – (12 × 4) __เ_ท_็จ___3) 7 × (3 + 9) = (7 + 3) × (7 + 9) __เ_ท_็จ___4) 28 – (16 – 7) = (28 – 16) – 7 __จ_ร_ิง___5) 15 × (20 – 5) = (15 × 20) – (15 × 5)6. จงหาผลลัพธ์ 2) 101 + 0 = ____1_0_1____ 1) 0 + (-5) = ____-_5_____ 4) 1 × 0 = _____0_____ 3) (-7) – 0 = ____-_7_____ 6) 0 ÷ 1 = _____0_____ 5) 0 × (-1) = ____0______ 7. จงหาคา่ ของ a ท่ีทําใหป้ ระโยคต่อไปนเ้ี ป็นจริง 1) (a + 2)(a + 3) = 0 ; a = ___-_2_,_-_3___ 2) (a – 3)(a + 5) = 0 ; a = ___3_,_-_5____ 3) (a + 1)(a – 1) = 0 ; a = ___-_1_,_1____8. จงหาผลลัพธ์ 1) 1 × 15 = ____1__5____ 2) 1 × (-1) = ____-_1_____ 3) (-11) × 1 = ____-_1_1____ 4) 1 × a = ____9______ 5) –a × 1 = _____-_9____ 6) (-a) ÷ 1 = ___-_9______ 7) - 61 = ____-_6_____ 8) --55 = ____1______ 9) (a × b) ÷ 1 = ____-_9_6____ 10) (-a) × b ÷ 1 = ____-__a_b___
6 แบบฝกึ ปฏบิ ัติประกอบการประเมินผลระหวา่ งเรยี น รายวชิ าคณิตศาสตร์ ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ ตวั ช้วี ดั ขอ้ ท่ี 3 บวก ลบ คูณ หาร จำนวนเตม็ และอธบิ ายผลทีเ่ กิดขึ้นกิจกรรมที่ 3 ฝึกทักษะ คดิ คำนวณ1. จงหาผลบวกตอ่ ไปน้ี 1) 17 + 23 =_______4_0________ 2) 23 + 17 =_______4_0________ 3) (-4) + (-6) =_______-_1_0_______ 4) (-6) + (-4) =_______-_1_0_______ 5) (-8) + (-9) =_______-_1_7_______ 6) (-9) + (-8) =_______-_1_7_______ 7) (-20) + (-10) =_______-_3_0_______ 8) (-10) + (-20) =_______-_3_0_______ 9) (-54) + (-46) =______-_1_0__0______ 10) (-46) + (-54) =______-_1_0__0______ จากผลลัพธ์ท่ไี ด้ในข้อ 3) ถงึ ข้อ 10) การบวกจํานวนเตม็ ลบนา่ จะมสี มบัติ _ก_า_ร_ส__ล_ับ_ท_ขี่_อ_ง_ก__าร_บ__ว_ก_________________________________________________________2. จงหาผลลพั ธ์โดยบวกสองจํานวนที่อย่ใู นวงเล็บใหญ่ก่อน 1) 5 + [2 + 8] =____1_5____________________________ 2) [5 + 2] + 8 =____1_5____________________________ 3) (-4) + [(-6) + (-3)] =____-_1_3___________________________ 4) [(-4) + (-6)] + (-3) =____-_1_3___________________________ 5) (-3) + [(-7) + (-9)] =____-_1_9___________________________3. จงหาจาํ นวนเต็มท่ีแทน x แล้วทาํ ใหไ้ ด้ประโยคที่เปน็ จริง 1) x + (-4) = -8 ; x = ____-_4__________________________ 2) x + (-7) = -15 ; x = ____-_8__________________________ 3) x + (-11) = -23 ; x = ___-_1__2_________________________ 4) x + (-16) = -38 ; x = ___-_2__2_________________________ 5) x + (-29) = -59 ; x = ___-_3__0_________________________
แบบฝึกปฏบิ ตั ิประกอบการประเมินผลระหว่างเรยี น รายวิชาคณิตศาสตร์ ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น 74. จงเขยี นการลบตอ่ ไปนใี้ นรปู การบวกของจาํ นวนตรงข้าม 1) (-3) – 5 =___(_-_3_)__+_(_-_5_)____ 2) 4 – (-16) =______4_+__1_6______ 3) (-13) – (-7) =___(_-_1__3_)_+__7_____ 4) (-63) – (-28) =____(_-_6_3_)__+_2_8____ 5) 10 – 13 =__1__0_+__(_-_1_3__)____ 6) 1 – 18 =_____1__+_(_-_1_8__)___5. จงหาผลลบ 1) (-3) – 5 =_______-_8________ 2) 4 – (-16) =_______2_0________ 3) (-13) – (-7) =_______-_6________ 4) (-63) – (-28) =_______-_3_5_______ 5) 10 – 13 =______-_3_________ 6) 1 – 18 =_______-_1__7______6. จงหาจํานวนเต็มท่แี ทน x แลว้ ทําให้ประโยคเป็นจริง 1) (-4) – x = -10 ; x = ______6______ 2) x – 12 = 10 ; x =_____2__2_____ 3) (-5) – x = -20 ; x = _____1__5_____ 4) (-46) – (-35) = x ; x =_____-_1_1_____ 5) 80 – x = 40 ; x = _______4_0____ 6) (-17) – x = 30 ; x =_____-_4__7____7. จงหาผลลบ =______-_1_4_______________ =_______-_7_______________ 1) (-10) + {(-13) – (-9)} =______3__7_______________ 2) {(-4) – (-8)} + (-11) =______-_2_4_______________ =______-_1_5_______________ 3) 19 – (-25) + (-7) 4) (-12) – (-6) – 18 5) {15 + (-11) – (-6)} + (-25) 8. จงหาผลคูณ 1) 9 × 12 =_______1_0_8______ 2) (-11) × 7 =______-_7_7______ 3) 13 × (-8) =______-_1_0__4_____ 4) (-20) × (-12) =______2_4_0______ 5) (-25) × 25 =______-_6_2__5_____ 6) (-400) × 10 =____-_4_,_0_0_0_____9. จงหาผลลัพธ์ 1) 2 × (3 + 7) =_____2_x__1_0_____ 2) (2 × 3) + (2 × 7) =_____6__+_1__4____ =______2_0_______ =_______2_0______
8 แบบฝึกปฏิบตั ปิ ระกอบการประเมนิ ผลระหวา่ งเรยี น รายวิชาคณิตศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนตน้{ } { } 3) (-4) × (5 + 6) =___(-_4__)_x__1_1____ 4) (-4)×5 + (-4)×6 =__(_-_2_0_)__+__(_-_2_4_) =_____-_4_4_______ =_______-_4_4_____ 5) 3× {(-2) + 7} =_____3_x__5______ 6) {3 × (-2)} + (3 × 7) =____(_-_6__)_+__2_1__ =______1_5_______ =________1_5_____10. จงหาจาํ นวนเตม็ ท่แี ทน y แลว้ ทําให้ได้ประโยคท่ีเปน็ จริง 1) y × 6 = -12 ; y =_______2_______ 2) 5 × y = -5 ; y =______-__1______ 3) (-2) × y = 6 ; y =______-_3_______ 4) (-1) × y = 1 ; y =______-__1______ 5) y × 1 = -1 ; y =______-_1_______ 6) 100 × y = -200 ; y =_______-_2______11. จงหาผลหาร 2) 48 ÷ (-4) =______-_1_2______ 1) 12 ÷ (-2) =______-_6_______ 4) 64 ÷ (-8) =______-_8_______ 3) 36 ÷ (-6) =______-_6_______ 6) (-72) ÷ 8 =______-_9_______ 5) 110 ÷ (-10) =______-_1_1______ 12. จงหาจาํ นวนเต็มทแ่ี ทน z แลว้ ทําใหไ้ ด้ประโยคทเ่ี ป็นจรงิ 1) z ÷ (-3) = 4 ; z =______-_1_2______ 2) 15 ÷ z = -5 ; z =______-_3_______ 3) (-16) ÷ z = -4 ; z =_______4_______ 4) z ÷ 1 = 12 ; z =______1_2_______ 5) (-32) ÷ z = 1; z =______-_3_2______ 6) [(-64) ÷ 8 ] ÷ z = 2 ; z =_______-_4______
แบบฝกึ ปฏบิ ตั ิประกอบการประเมินผลระหวา่ งเรียน รายวิชาคณติ ศาสตร์ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น 9 ตวั ช้ีวดั ขอ้ ที่ 4 บอกสมบตั ขิ องจำนวนเต็มและนำความรู้เกีย่ วกบั สมบัตขิ องจำนวนเต็มมาใช้ กิจกรรมที่ 4 ตอบคำถาม1. จงหาจำนวนทแ่ี ทนคา่ ตัวแปร แลว้ ทำใหป้ ระโยคเปน็ จรงิ 1) x + 10 = 10 + (-31) ; x = ______-_3_1______ 2) y × 15 = 17 × 15 ; y = ______1__7______ 3) (2 + 3) + 5 = z + (3 + 5) ; z = _______2_______ 4) (9 × 8) × 7 = 9 × (a × 7) ; a = _______8_______ 5) 12 × [(-2) + 7] = [a × (-2)] + [12 × b] ; a = ___1_2__ , b = ___7___2. จงเตมิ จำนวนหรอื ตวั แปรลงในชอ่ งวา่ งโดยทำใหป้ ระโยคเปน็ จรงิ สำหรบั ทกุ ๆคา่ ของตวั แปร 1) (-5) + (_____5______+ 9) = [(-5) + 5] + 9 2) 9 × (8 × _____5______) = (_____9______×______8_____) × 5 3) a × (19 + 5) = (a × _____1_9_____) + (a × _____5______) 4) 9 × (____5_0_0_____+_____2_0_____+_____2______) = 9 × 522 5) [5 + (-3) + 2] × ______6_____ = (______5_____ × 6) + [(-3) × 6] + (______2_____ × 6)3. จงเขยี นเครอ่ื งหมาย 3 หน้าขอ้ ทถ่ี กู และเขียนเคร่ืองหมาย 8 หน้าข้อทผี่ ดิ ___3____1) (8 + 5) × 2 = (8 × 2) + (5 × 2) ___3____2) (12 – 6) × 4 = (12 × 4) – (12 × 4) ___8____3) 7 × (3 + 9) = (7 + 3) × (7 + 9) ___8____4) 28 – (16 – 7) = (28 – 16) – 7 ___3____5) 15 × (20 – 5) = (15 × 20) – (15 × 5) ___3____6) (-4) × (13 + 7) = [(-4) × 13] + [(-4) × 7)] ___8____7) [(-9) – 7] – 18 = (-9) – [7 – 18] ___8____8) [45 ÷ 15] ÷ 3 = 45 ÷ (15 ÷ 3) ___3____9) (21 ÷ 7) + (14 ÷ 7) = (21 + 14) ÷ 7 ___8____10) (a × b) × c = (a × c) + (b × c)
10 แบบฝกึ ปฏิบตั ิประกอบการประเมนิ ผลระหว่างเรียน รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ แบบทดสอบประเมินความรู้และการคดิ ตามตวั ชีว้ ัด เร่อื ง จำนวนและการดำเนนิ การคำชี้แจง ใหผ้ ู้เรยี นทำเครือ่ งหมาย x ทับตวั อกั ษรหนา้ คำตอบที่ถูกทสี่ ุด1. ข้อตอ่ ไปนีข้ อ้ ใดเป็นจรงิ ค -1, 1, -2, 2 ก 0 เปน็ จำนวนนับ 8ง -7, -5, -3, -1 ข เม่อื แทน a ดว้ ย จำนวนใดๆ a + 0 = 0 8ค เม่อื แทน a ดว้ ยจำนวนใดๆ a × 0 = 0 5. ขอ้ ตอ่ ไปน้ีขอ้ ใดถูกตอ้ ง ง 0 ไมเ่ ป็นจำนวนเตม็ 8ก -( - 4 ) = 4 2. ถา้ y – (y × y) = 0 แลว้ y แทนจำนวนใด ข - -6 = 6 8ก 1 หรือ 0 ค - [3 + (-3)] = 6 ข 1 เพียงจำนวนเดียว ง 2 - (- 2) = 0 ค 0 เพยี งจำนวนเดยี ว 6. คา่ ของ -(-3) + -5 มีคา่ ตรงกบั ข้อใด ง ไมม่ จี ำนวนใดเลย ก -2 ข 23. ให้ a และ b แทนจำนวนเตม็ ใดๆ ค - 8 8ง 8 ประโยคใดเปน็ เทจ็ 7. คา่ ของ - -5 + 3 -(- 4 )ตรงกบั ขอ้ ใด ก a + b = b + a 8ก 2 ข - 2 ข –a + b = b - a ค 12 ง - 12 ค a × b = b × a 8ง a ÷ b = b ÷ a 8. จำนวนเตม็ ในขอ้ ใดมีคา่ นอ้ ยทส่ี ดุ ก [( - 12) - ( - 13)] – (- 14)4. ข้อใดเรียงลำดับจำนวนเต็มจากน้อยไป ข ( - 12) - [( - 13) – (- 14)] หามากได้ถูกต้อง 8ค [( - 12) + ( - 13) ] + (- 14) ก -6, -8, -10, -12 ง ( - 12) - [( - 13) + (- 14)] ข -4, -5, -6, -7
แบบฝึกปฏิบตั ิประกอบการประเมินผลระหวา่ งเรียน รายวิชาคณิตศาสตร์ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ 119. ถา้ a = - 9, b = - 7 และ c = - 5 13. คา่ ของ ((--12 )) +× 2( -+1)3 × (-4) แล้ว(a + b) – c มคี า่ เท่าใด + (-4) ก – 7 8ข - 11 ค - 17 ง - 21 ตรงกับขอ้ ใด ก 8 8ข 0 ค -8 ง ไม่มคี ำตอบ10. ถ้า s และ t เปน็ จำนวนใดๆ ท่ี s × t > 0 14. ถา้ (x - y) - z = 3 แลว้ คา่ ของ x,y แล้วขอ้ ใดเป็นจริง และ z ตรงกับข้อใด ก s เป็นจำนวนเต็มบวก ก 3, 3, 3 ข t เปน็ จำนวนเต็มลบ ข 3,- 3 , 3 ค s เป็นจำนวนเต็มบวก และ t เปน็ 8ค 3, 3 , -3 จำนวนเต็มลบ ง 3, - 3 , -3 8ง s และ t เปน็ จำนวนเตม็ ลบท้ังคู่ 15. ปกติบนดวงจันทร์ในตอนกลางวันจะมี11. คา่ ของ (6- a ) × b เมอ่ื a = -2 , อุณหภูมิประมาณ 256 องศาเซลเซียส และในตอนกลางคนื จะมอี ณุ หภมู ปิ ระมาณ b = -3 ตรงกบั ขอ้ ใด -278 องศาเซลเซียสอยากทราบว่า อุณหภูมิของดวงจันทร์ในตอนกลางคืน ก 12 ข - 12 ลดลงจากตอนกลางวันกี่องศาเซลเซียส ค 24 8ง - 2412. ถ้าใช้สมบตั ิการแจกแจงแล้ว 4 × ( a + b– c) ก - 54 องศาเซลเซียส มคี า่ เท่ากับข้อใด ข -36 องศาเซลเซียส ก 4a +4b + 4c ค 354 องศาเซลเซยี ส 8ข 4a +4b - 4c 8ง 534 องศาเซลเซียส ค 4a +b - c ง -4abc
12 แบบฝกึ ปฏิบตั ิประกอบการประเมนิ ผลระหว่างเรียน รายวิชาคณิตศาสตร์ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ 2 เศษสว่ นและทศนิยม ตัวชวี้ ดั ขอบขา่ ยเนอื้ หา1. บอกความหมายของเศษส่วน และทศนยิ ม 1. ความหมายของเศษสว่ น และทศนิยม2. เขยี นเศษสว่ นในรปู ทศนยิ ม และ 2. การเขียนเศษสว่ นดว้ ยรปู ทศนิยม และเขยี น เขียนทศนิยมซำ้ ในรูปเศษสว่ น ทศนยิ มซำ้ เปน็ รูปเศษสว่ น3. เปรียบเทยี บเศษส่วน และทศนิยม 3. การเปรยี บเทียบเศษสว่ นและทศนยิ ม4. บวก ลบ คูณ หาร เศษสว่ น และทศนยิ มได้ 4. การบวก ลบ คณู หาร เศษสว่ น และทศนยิ ม และอธิบายผลทเี่ กดิ ขน้ึ5. นำความรู้เกยี่ วกบั เศษส่วนและทศนิยม ไปใช้ 5. โจทยป์ ญั หา หรอื สถานการณเ์ ก่ียวกบั เศษสว่ นแกป้ ญั หารวมทง้ั สถานการณ์เกี่ยวกับชวี ิต และทศนยิ มประจำวัน กจิ กรรมพฒั นากระบวนการเรยี นรู้ตัวชีว้ ัดข้อท่ี 1 บอกความหมายของเศษส่วน และทศนิยมกจิ กรรมท่ี 1 ตอบคำถาม1. จงบอกจำนวนทแ่ี ทนดว้ ยจดุ A, B, C, D, E และ F จากเส้นจำนวนต่อไปนี้ A B C D E F ___-_1-_1__3 1_ __ _ จดุ 0 _______1_____-1_31__3_1___3__2____________ จุด A แทนจำนวน จุด B แทนจำนวน จุด D แทนจำนวนจุด C แทนจำนวน _____0______ F แทนจำนวนจุด E แทนจำนวน _____1______
แบบฝึกปฏบิ ัติประกอบการประเมนิ ผลระหว่างเรยี น รายวิชาคณิตศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 132. จงเขียนเส้นจำนวนแทนจำนวนตอ่ ไปน้ี - 163 , 86 ,- 56 , -2 36 , 1 16 , 2 56 -2 63 - 163 - 68 - 65 1 61 2 65 23 -3 -2 -1 0 1 ตัวชวี้ ัดขอ้ ที่ 2 เขียนเศษส่วนในรูปทศนิยม และเขียนทศนิยมซ้ำในรูปเศษส่วน กิจกรรมท่ี 2 ตอบคำถาม1. จงเขียนเศษสว่ นตอ่ ไปนี้ให้อยู่ในรปู ทศนยิ ม 3. 2 1003,000 =______2__.0_0__0_0_3___ 4. -8 1,00 401,0500 =__-__8_._0__0_0__4_1__5__ 1. 1 10 =_______0_._1_______ 2. -1, 0501 0 =_____-_0_._0_5_1______ 2. จงเขยี นทศนยิ มต่อไปนี้ให้อยใู่ นรปู เศษสว่ น 3. 22.058 =___2__2_1_,5_0_80_0______ ==____1-__,__019__01,__00__20__30________________ 4. -364.0249=_-_3__6_4_1_0_2_,04_0_9_0____ 1. 0.009 2. -0.123 3. จงเขียนเศษส่วนในขอ้ ตอ่ ไปน้ใี หอ้ ยู่ในรปู ทศนยิ มซำ้ =_______0_._6_. ______ 1. 57 =______1_.4__0_. ______ 3. 32 =______-__0_.5__. _____ 2. 83 =____0__.3_7__5_0_._____ 4. - 594. จงเข312ยี ... น600ท...401ศ..12 น.54ยิ.. ม ซ ้ำตอ่ ไป===น______ีใ้ ห___9149___อ้ 92___ย___94ู่ใ___6น______ร91___ปู95___เ0___ศ___ษ___ส______ว่ น 4. 00-3..25...218..30 44.5 . ===____________95___92___,,9198___-90___3___94___29___,,___39___49___59______ 5. 6.
14 แบบฝกึ ปฏบิ ัตปิ ระกอบการประเมินผลระหวา่ งเรียน รายวิชาคณติ ศาสตร์ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น ตัวช้ีวัดขอ้ ท่ี 32 เปรียบเทยี บเศษส่วน และทศนิยมกจิ กรรมท่ี 3 ตอบคำถาม 1. จงเตมิ เครอ่ื งหมาย >, < หรือ = ใหถ้ ูกต้อง >____ - 172 ____ 1125 1. - 59 >= 2. - 11 13 ____ - 57 3. 73 > 4. 18 3 >____ 1277 > 5. -158 ____ - 1266 6. -1175 ____ -1 37> 7. -8.12 ____ -8.14 >8. 6.25 ____ 6 51> 9. -3.461 ____ -3.462 >10. 20.7725 ____ 2.077252. จงเรียงลำดับจำนวนตอ่ ไปนจ้ี ากน้อยไปหามาก และแสดงวธิ ีทำให้สมบรู ณ์ _1_3__))__-58-__13__3156__,__,1__15,2__5,2-__-__,94__,25__4913__,-__,,__-,__52 __49 9485__,__- __ ,__31__- __ 56__ __ ________ 2__4__))__--__--1__17__2567658______,,,,__--__--1__132__328413____,,,,__-__---__185__15883__41__,,__-,__-56-,__11__-7__2341__56______ 3. จงเรียงลำดบั จำนวนตอ่ ไปนจี้ ากมากไปหานอ้ ย 1) 4.635, 4.106, 4.356 ___4_._6_3_5_,_4_._3_5_6__, _4_.1__0_6_________________________________________ 2) 51.528, 73.814, 64.145 ___7_3_._8_1_4_,_6__4_.1__4_5_,_5_1__.5_2__8_____________________________________ 3) -10.923, -10.239, -10.3290, -10.0239 ___-_1_0_._0_2_3_9__, _-_1_0_._2_3_9_,__-_1_0_._3_2_9_0_,__-_1_0_._9_2_3_______________________ 4) -102.357, -201.537, -120.753, -200.357 ___-_1_0_2__.3_5_7__, _-_1_2_0__.7_5_3__, _-_2_0_0__.3_5_7__, _-_2_0_1__.5_3_7_____________________ 5) -0.9206, -0.2096, -0.0269, -0.6209 ___-_0_._0_2_6_9_,__-_0_.2__0_9_6_,_-_0__.6_2__9_0_,_-_0_._9_2_0__6_________________________
แบบฝกึ ปฏิบตั ิประกอบการประเมนิ ผลระหว่างเรยี น รายวชิ าคณิตศาสตร์ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น 15 ตวั ช้วี ดั ข้อท่ี 42 บวก ลบ คูณ หาร เศษสว่ น และทศนยิ มได้และอธบิ ายผลทีเ่ กดิ ขึ้น กจิ กรรมที่ 4 ตอบคำถาม1. จงหาผลลพั ธ์ 1) 49 + (-79 ) =____-__13__________________ 2) (-152 ) + (-11 53 ) + (-54 ) =___-__2__1_12________________ 3) 94 - (- 97 ) - 59 =______3_2_________________ 4) (3 15)-(-4170) - (-2 21 ) =___1__0__52_________________ 5) (-4 38) - 10 65 + 5 34 - 1 =__-_1__0__21_41________________2. หาค่าของ X ท่ีทำใหป้ ระโยคขา้ งลา่ งนี้เป็นจรงิ 1) x - 14 = 132 , x = ___1___11_21____ 2) x + 43 = 10 , x = ___9___4_1____ 3) 4x = 6 , x = ____2__4_____3. กำหนดให้ a = - 12 , b = 23 และ c = - 56 ตรวจดวู า่ ประโยคต่อไปน้ีเปน็ จริงหรอื เทจ็ __จ_ร_ิง___ 1) a + b = b + a __เ_ท_จ็___ 2) b - c = c - b __จ_ร_ิง___ 3) (a + b) + c = a + ( b + c) __เ_ท_จ็___ 4) (a – b) - c = a – (b – c) __จ_ร_ิง___ 5) a × (b + c) = (a × b) + (a × c) __จ_ร_งิ___ 6) (a – b) × c = (a × c) – (b × c)
16 แบบฝกึ ปฏบิ ัตปิ ระกอบการประเมนิ ผลระหว่างเรยี น รายวชิ าคณิตศาสตร์ ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น4. จากการทำแบบฝกึ หดั ในข้อ 3 แล้วตอบคำถามตอ่ ไปนี้ 1) เศษสว่ นมีสมบตั กิ ารสลับทส่ี ำหรับการบวกหรือไม่ ตอบ_ม_สี _ม_บ__ตั _กิ _า_ร_ส_ล_บั__ท_ี่ส_ำ_ห_ร_ับ_ก_ารบวก 2) เศษสว่ นมสี มบตั กิ ารเปลย่ี นหมสู่ ำหรบั การบวกหรอื ไม่ ตอบ _ม_สี _ม_บ_ตั _กิ _า_ร_เป_ล_ี่ย_น_ห_ม_ู่ส_ำ_ห_ร_ับ_ก_ารบวก 3) เศษส่วนมสี มบตั ิการแจกแจงหรอื ไม่ ตอบ _ม_ีส_ม_บ__ัต_กิ _าร_แ__จก__แ_จ_ง______5. หาผลลัพธ์ 1) 1115 × (-75 ) =___-_12__11__________________ 2) (-272 ) × 156 × (-7285 ) =____1_4_5__________________ 3) - 6541 ÷ (-3 43) =_____81_70__________________ 4) 3 15 ÷ (-623 ) =____-__2_0_________________ 5) {(-43 ) × (-112 ) × 78 } + {(-153 ) ÷ 2156 } =____-__23__38_54_______________6. กำหนดให้ a = 2 13 , b = -3 15 และ c = 143 ตรวจดวู ่าประโยคต่อไปนีเ้ ป็นจรงิ หรอื เทจ็ __จ_ร_ิง___1) a × b = b × a __เ_ท_จ็ ___2) b ÷ c = c ÷ b __จ_ร_งิ___3) (a × b) × c = a × ( b × c) __เ_ท_็จ___4) (a ÷ b) ÷ c = a ÷ (b ÷ c) __เ_ท_็จ___5) c × (a ÷ b) = (c × a) ÷ (c × b) __จ_ร_ิง___6) (a – b) ÷ c = (a ÷ c) – (b ÷ c)7. หาคา่ ของ m ทีท่ ำให้ประโยคข้างลา่ งนีเ้ ปน็ จรงิ 1) m × (-3 34 ) = -6 12 , m = _____1__11_15________ 2) m × [ 121 + (-441 )] = -316 , m = _____3__1_51________ 3) - 47 = (-2110 ) ÷ m , m = _____-__56_________8. หาผลลัพธ์ 1) 2.94 + 0.355 =___3_.2__9_5_________________________ 2) (-35.013) + 13.73 =__-_2_1_._2_8_3________________________
แบบฝกึ ปฏิบตั ปิ ระกอบการประเมนิ ผลระหวา่ งเรยี น รายวชิ าคณิตศาสตร์ ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น 17 3) (-11.37) + (-21.63) =__-_3_3____________________________ 4) 14.75 – (-4.362) =__1_9_._1_1_2_________________________ 5) 1.15 × (-0.045) =__-_0_._0_5_1_7__5______________________ 6) (-2.04) × (-0.35) =__0_._7_1_4__________________________ 7) 14.75 ÷ 5 =__2_._9_5___________________________ 8) (-23.14) ÷ (-0.99) =__2_3_._3_•7_•_________________________ 9) [(-4.5) ÷ 1.25] ÷ [(-1.25) × 3.6] =___0_._8___________________________ 10) [(-7.329) ÷ 0.0003] × [(-8.216) ÷ 0.26] =__7_7__1_9_8_8___________________ ตัวชวี้ ัดขอ้ ที่ 25 นำความร้เู ก่ียวกบั เศษส่วน และทศนิยมไปใชแ้ กป้ ญั หารวมทัง้ สถานการณเ์ กีย่ วกบั ชวี ติ ประจำวนั กจิ กรรมที่ 5 แสดงวิธีทำ1. วนารัตน์ถกู รางวลั สลากกนิ แบง่ รัฐบาลเป็นเงิน 2,000 บาท ใหค้ ณุ แม่ 15 ของเงินท้งั หมด ฝากธนาคาร 43 ของทเ่ี หลอื นอกน้ันเก็บไวซ้ ้อื เสอ้ื ผา้ และอปุ กรณใ์ นการเรยี น อยากทราบว่า วนารตั นเ์ หลอื เงินสว่ นสดุ ทา้ ยเท่าไร__ว_ธิ _ที _ำ_ _ว_น__า_ร_ัต_น_ถ์ _กู_ส__ล_า_ก_ก_ิน_แ_บ__ง่ _ร_ฐั _บ_า_ล_เ_ป_น็ _เ_ง_นิ ____ ___ ___ __________2_,_0_0_0_ _ ________บ_า_ท___________ ______ _________สฝใ___ห___่วา___ก้คน___ธุณส___นุดแ___าท___มค___้า่าย___ร15___เก___บ็___34ข___ไอ___วขง___้ซเอ___้ืองง___อนิ ท___ุปท___เ่ี กหั้ง___รห___ลณ___มือ___ด์ใ___คน___ดิคก___เดิา___ปรเ___ป็นเ___ร็น___ีย___น___34___215___x,___0x1___0___,206___,-00______00(___40___0=___ 0=___ ___+______1___,2______041___0,0___2)0___0 ___0=___ ___ 4______0___0___ ____________บบบ___าาา___ททท_______________2. มเี ชอื กยาว 541 เมตร ตอ้ งการตดั เชอื กใหย้ าวเสน้ ละ 90 เซนตเิ มตร จะไดก้ เ่ี สน้ และเหลอื เศษ ยาวเท่าไร____ ว__ิธ__ ที____ำ ____มต__้อเี __ชง__อืก__กา__รย__ตา__วดั__ใ__ห____ย้ 5__า__ว41__เส__น้____ล__เะม____ต9__ร0__(__ค__เซ__ิด__นเป__ต__็นเิ __ม__5ต__2ร__5____เ__ซ__น__ต__เิ__ม__ต__ร__)__________________________________________________________ __ ____จ_ะ_ไ_ด_เ้ ช__ือ_ก__5_2__5_-__9_0__=__5__เส_้น__เ_ห_ล_อื_เ_ศ_ษ__ย_า_ว_7__5_เ_ซ_น__ต_เิ ม__ต_ร_____________________________________________________________________________________________________
18 แบบฝึกปฏิบตั ปิ ระกอบการประเมินผลระหวา่ งเรียน รายวิชาคณติ ศาสตร์ ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้3. ไมท้ อ่ นหนง่ึ ยาว1052 เมตร แบง่ เปน็ 4ทอ่ นเทา่ ๆกนั ไมท้ แี่ บง่ ไดย้ าวทอ่ นละเทา่ ไรถา้ ไมท้ แี่ บง่ แลว้ ขายในราคาเมตรละ 12 บาท ไม้แตล่ ะท่อนราคาทอ่ นละเทา่ ไร__ว_ิธ_ที _ำ_ __ไม__ท้ _อ่ _น_ห__น_่งึ _ย_า_ว_ ____1_0__ 25__ ___ __ _________เ_ม_ต_ร__________________________________ __ ____แ_บ_ง่ _เ_ป_็น_ ___ ________4_ ___ ___ __ _________ท_่อ__น_เท__่า_ๆ__ก_นั ___________________________ __ ____จ_ะ_ได__ไ้ ม__ย้ _า_ว_ท_อ่ _น_ล__ะ_ _1_0__52__÷_4__=__2_ _35 _______เ_ม_ต_ร__________________________________ __ ____ถ_้า_ข_า_ย_ใ_น_ร_า_ค_า_เ_ม_ต_ร_ล_ะ_ ____1_2__ __ _________บ_า_ท___________________________________ __ ____ไม__้แ_ต_ล่ _ะ_ท__อ่ _น_ร_า_ค_า_ __2__53___x__1_2__=_3__1_ 15_____บ_า_ท_________________________________4. ถังใบหน่ึงมีน้ำมันอยู่ 15 ของถัง ถ้าเติมน้ำมัน 165 ลิตร แล้วจะมีน้ำมันอยู่ 54 ของถัง ถังใบนีจ้ นุ ำ้ ไดก้ ลี่ ติ ร__ว_ิธ_ที _ำ_ __ให__้ถ_งั _ใ_บ_น_จี้ _ุน_้ำ_ม__นั _ไ_ด_้ _ _____x__ล_ติ__ร______________________________________________ __ ____เต_ิม__น_้ำ_ม_ัน_ _15__ข__อ_ง_ถ_งั _เ_ต_มิ _ไ_ป__อ_ีก_จ_ำ_น_ว_น_ห__น_่งึ _แ_ล_้ว_ม_นี__ำ้ _ม_ัน___54___ข_อ_ง_ถ_งั_____________________ __ ____แ_ส_ด_ง_ว_า่ __เต__มิ _น_้ำ_ม_นั_ไ_ป___54___-___51___=___53___ข_อ_ง_ถ_งั_____________________________________ ____ ________ซ53__ง่ึ __x__35__=__ข__1อ__6ง__5ถ____ัง,ค__x__ดิ __=เ__ป2__น็ 7____51__6ล__5__ิต__รล__ติ __ร______________________________________________________________________________________________5. ววันัลทดสี่าออง่าอนา่ หนนไดังอ้สกีือ14นวขนอิงยจาำยนเวลน่มหหนนา้ ่ึงทเี่ โหดลยอื วันวนั แทรสี่กาอม่าอนา่ ไนปไไดดอ้ ้ กี5118ขอหงนจา้ ำนปรวานกหฏนว้า่ารทวั้งมหสมามด วันอา่ นได้ครง่ึ เลม่ พอดี อยากทราบว่าหนงั สอื เล่มนี้มีทั้งหมดกี่หน้า______ ว___ธิ ___ ีท___ำ___ ______ววให___ันนั ___้หทท___นส่ีี่ห___ังอน___สง___ึง่ อือ___อ่าเ___่าลน___น่ม___ไได___นด___้ีม้ ้ 14___ีท___ (้งั___ห___ ___45ม___ด51___x___) ___xx___=___หห___51นน______าา้้ ___x______ห______น___้า____________14___0x______--___ -___115___x00xx_________=___==____________-___--___1___118___880__________________________________________________ __ ____ว_ัน_ท_ี่ส_า_ม_อ__่าน__ไ_ด_้ 1__8_ห__น_้า_ ___ ____ ___ ___ __________x___=_ ______1_8_0__________________ __ __ __51__x__+_51___x_+__1_8__=__12___x___________________________________________________
แบบฝกึ ปฏิบตั ิประกอบการประเมินผลระหว่างเรียน รายวชิ าคณิตศาสตร์ ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น 19 แบบทดสอบประเมินความรแู้ ละการคิดตามตัวชวี้ ดั เร่ือง เศษส่วนและทศนยิ มคำชแ้ี จง ให้ผเู้ รยี นทำเครื่องหมาย x ทับตวั อกั ษรหน้าคำตอบทถี่ ูกที่สุด1. พจิ ารณาเสน้ จำนวนดา้ นล่าง ตอ่ ไปน้ี 4. ถา้ a = 87 - 43 , b = 16 + 95 , เศษสว่ นในขอ้ ใดแทนจุด c = 23 + 12 , d = 21 + 71 A, B, C และ D ตามลำดบั ไดถ้ กู ตอ้ ง แล้วข้อใดเรียงลำดับจากน้อยไปหามาก ก 12 , 45 , 23 , 31 ได้ถกู ต้อง ข 23 , 54 , 13 , 12 ก a, b, c, d ข a, d, c, b ค 21 , 45 , 31 , 32 ค a, c, b, d 8ง a, d, b, c 8ง 13 , 23 , 54 , 112 5. {(- 32 ) + (- 45 )} × 21 53 เท่ากับข้อใด 8ก - 22 322. - 19182 มีค่าเทา่ กบั ขอ้ ใด ข - 2212 8ก - 78 ข - 76 ค - 1273 ง - 1227 ค - 56 ง - 54 6. ถ้า 12 + 31 + 1a = 1123 แล้ว a มีค่า เทา่ ไร3. ขอ้ ใดเรยี งลำดบั 23 , 53 , 170 , 185 ก -6 8ข -4 จากน้อยไปหามาก ไดถ้ กู ต้อง ค - 16 ง - 14 ก 23 , 53 , 185 , 17 0 7. (2 16 - 158 ) ÷ 2 98 เท่ากบั ขอ้ ใด ก 1 9 6 ข 176 ข 23 , 35 , 170 , 185 ค 53 , 23 , 185 , 170 ค 1 56 8ง 136 8ง 185 , 53 , 32 , 170
20 แบบฝึกปฏิบัตปิ ระกอบการประเมินผลระหว่างเรียน รายวิชาคณิตศาสตร์ ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น 8 .ชชไาดั่วย้โ5มคงน35ลหะนก2ิโ่ึงลเ5ดเ2มินตกทริโาลจงเะดมใ้วตชยร้เวคลถวา้าาเเมทขาเ่ารเได็วรินเฉทลาี่ยง 12. พจิ ารณาขอ้ ความต่อไปนี้ 1) 5.45 = 500 + 40 + 5 2) 759.39 เลขโดด 9ในหลักหน่วย มีค่ามากกว่าเลขโดด 9 ในหลัก 8ก 2 31 ช่ัวโมง สว่ นรอ้ ยอยู่ 0.1 ข 2 23 ชัว่ โมง 3) 9 0 0 + 8 0 + 0 . 2 + 0 . 0 3 ค 3 31 ชวั่ โมง + 0.004 = 980.234 ขอ้ ใดถูกต้อง ง 3 21 ชวั่ โมง ก ข้อ 1), 2) 8ข ขอ้ 3) ค ข้อ 1), 3) ง ขอ้ 1) , 2) และ 3) 9 . โจรำงนเวรนียนนแักหเร่งยี หนนทึ่งง้ั มหีนมักดเรถยี า้ นผหลตญา่ ิงง23ระ93หวขา่องง นักเรียนหญิงและนักเรียนชายเป็น105 13. (115.14 × 0.01)-(0.45 ÷ 0.125) คน โรงเรียนนี้มีนกั เรียนทง้ั หมดกคี่ น มคี ่าเท่าใด ก -24.486 8ข -2.4486 ก 580 คน 8ข 585 คน ค 24.486 ง 2.4486 ค 590 คน ง 595 คน 14. ถ้ากำหนดให้ 10. ข้อใดเขียนเศษส่วนในรูปทศนิยมได้ A = (-6.8321) – (-2.4758) + 3.6174 ถกู ตอ้ ง B = 20.05 ÷ (-0.05) × 0.0014 C = 1.7145 + 0.0397 + ( -2.4971) D = 0.0937 × (-0.84) ÷ 0.12 ก 45 = 0.40 ข้อใดเรียงลำดับจำนวนจากมากไปหาน้อย ข - 4285 = -0.96 ได้ถกู ต้อง 8ค -12295 = -0.232 ก A, B, C, D ง 29570= 0.485 ข C, A, D, B 8ค B, D, A, C ง D, C, B, A11. ข้อใดไมถ่ ูกตอ้ ง 15. วัตถุชิ้นหนึ่งช่ังในอากาศหนัก 72.25 กรัม นำไปช่ังในน้ำจะหนัก 69.714 กรัม อยาก ก -4 1106000 = -4.160 ทราบว่าชั่งในน้ำเบากว่าช่ังในอากาศก่ีกรัม ข 20.30 = 20 13000 ก 4.36 กรัม ข 3.069 กรัม ค 3.45 = 3 290 8ค 2.536 กรมั ง 1.356 กรัม 8ง -0.09 = - 190
แบบฝกึ ปฏิบตั ิประกอบการประเมนิ ผลระหวา่ งเรียน รายวิชาคณิตศาสตร์ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น 21 3 เลขยกกำลงั ตวั ช้ีวัด ขอบข่ายเนอ้ื หา 1. บอกความหมายและเขยี นเลขยกกำลังทม่ี เี ลข 1. ความหมายและการเขียนเลขยกกำลัง ช้กี ำลงั เป็นจำนวนเต็มแทนจำนวนที่กำหนดให้ 2. บอกและนำเลขยกกำลงั มาใชใ้ นการเขียนแสดง 2. การเขยี นแสดงจำนวนในรูปสัญกรณ์วิทยาศาสตร์ จำนวนในรูปสัญกรณว์ ทิ ยาศาสตร์ 3. คูณ และหาร เลขยกกำลังท่ีมฐี านเดียวกนั และ 3. การคูณ และการหาร เลขยกกำลังที่มฐี าน เลขชกี้ ำลังเปน็ จำนวนเตม็ เดยี วกนั และเลขช้ีกำลงั เป็นจำนวนเตม็ กิจกรรมพัฒนากระบวนการเรยี นรู้ ตัวช้วี ดั ขอ้ ที่ 21 บอกความหมายและเขียนเลขยกกำลงั ท่มี ีเลขช้ีกำลังเปน็ จำนวน เต็มแทนจำนวนที่กำหนดให้ กจิ กรรมที่ 1 ตอบคำถาม 1. หาค่าของเลขยกกำลังต่อไปนี้ 1) 25 = 2 × 2 × 2 × 2 × 2 = 32 2) 26 =__3_x__3_x__3________________=__2_7_____________________ 3) (-1)5 =__(-_1_)_x_(_-_1)__x _(_-1_)_x__(-_1_)_x_(_-1_)__=__-_1_____________________ 4) (32)3 ==____(320__.__x3__)__32x____(x__0__.323__)____x__(__0__.3__)______________==____028__.0__72__7______________________________________ 5) (0.3)2 [ ] [ ] 6) (-1)3 + (-2)3 =__(_-1_)_x_(-_1)_x_(-_1_) __+ __(-_2)_x_(-_2_) x_(_-2_)_=__8______________________
22 แบบฝกึ ปฏิบตั ปิ ระกอบการประเมินผลระหว่างเรียน รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น2. เขียนจำนวนต่อไปนใ้ี นรูปเลขยกกำลัง 2) 27 =_3_3_____________ 1) 32 =__2_5____________ =_-_9_2____________ 3) -8 =__(_-_2_)_3_________ 4) -81 =_5_3_____________ 5) 0.0004 =__(_0_.0_2__)2________ =__3_43____________ 7) 0.0081 =__(_0_.0_9__)2________ 6) 125 =_(__71__)_3_________ 9) 10 6020 50 = _(__15_0_)_4_________ 2136741 3 8) 10)3. เขยี นจำนวนท่ีแทนด้วยสญั ลักษณต์ อ่ ไปนี้ 2) 4 × 32 =_3_6_____________ 4) (-2)3 × 5 =_-_4_0____________ 1) 23 × 3 =_2_4_____________ 3) 52 × 1.5 =_3_7_._5___________ 5) 110 × 32 =_9______________4. หาค่าของจำนวนต่อไปนี้ 1) 105 + (7 × 105) - (6 × 105) = _2__x_1_0_5_________ 2) (8 × 106) + (12 × 106) - (5 × 106) = _1_5__x_1_0_6________ 3) (5 × 1010) - (160 × 108) + (26 × 109) = _6__x__1_0_10________ 4) (17 × 103) - (5 × 102) - 104 = _6_.5__x__1_0_3_______ 5) (7 × 109) - (16 × 108) + (3 × 109) = _8_.4__x__1_0_9_______5. โรงงานผลิตปลากระป๋องแห่งหน่ึงรับซื้อปลาทะเลสดไว้ 125 × 105 ตัน สามเดือน ตอ่ มาไดร้ ับซือ้ ปลาทะเลสดไว้ 354 × 104 ตนั อยากทราบว่ามีผ้นู ำปลาทะเลสดมาขายให้ โรงงานแห่งนเี้ พิม่ ขึน้ หรอื ลดลงกี่ตัน___ว_ธิ _ีท_ำ_ _โ_ร_ง_ง_า_น_ผ_ล_ติ _ป_ล_า_ก_ร_ะ_ป_อ๋_ง_ร_ับ_ป__ล_าท__ะ_เล_ส_ด_ไ_ว_ ้ ______1_2_5__x_1_0_5_ ______ต_นั _______________________ __ ___ส_า_ม_เ_ด_ือ_น_ต_อ่_ม_า_ร_บั _ซ_้อื_ป__ล_าท__ะ_เล_ส_ด_ไ_ว_ ้ __ ________3_5_4__x_1_0_4_ ______ต_ัน______________________ __ ___ม_ผี_นู้__ำป__ล_าม__าข_า_ย_ล_ด_ล__ง_(_1_2_5__x_1_0_5_)_-__(3__5_.4__x_1_0_5_)_=__8_9_._6_x__1_0_5_ต_ัน__=_8_._9_6__x_1_0_6__ต_นั _____6. ระยะทางจากดวงอาทิตย์ถึงดาวอังคารประมาณ 228 × 106 กิโลเมตร และระยะทางจาก ดวงอาทิตย์ถงึ โลกประมาณ 1,500 × 105 กโิ ลเมตร จงหาระยะทางจากโลกถงึ ดาวอังคาร (สมมตใิ หด้ วงอาทิตย์ ดาวอังคาร และโลกวางตวั อยใู่ นแนวเสน้ ตรงเดยี วกนั )_ว_ิธ_ที_ำ_ __ร_ะ_ย_ะ_ท_า_ง_จ_า_ก_ด_ว_ง_อ_าท__ติ _ย_ถ์ _ึง_ด_า_ว_อ_งั _ค_า_ร_ _ _______2__2_8_x__1_0_6_ _____ก_โิ_ล_เ_ม_ต_ร__________________ __ ____ร_ะ_ย_ะ_ท_า_งจ_า_ก_ด_ว_ง_อ_า_ท_ิต_ย_ถ์_ึง_โ_ล_ก_ ____ _________1__,5_0_0__x_1_0__5 ____ก_ิโ_ล_เ_ม_ต_ร_________________ __ ____ร_ะ_ย_ะ_ท_า_งจ_า_ก_โ_ล_ก_ถ_ึง_ด_า_ว_อ_งั _ค_า_ร_ (_2_2_8__x_1_0__6)__-_(_1_5_0__x_1_0_6_)_=__7_8__x_1_0_6_=__7_.8__x_1__0_7_ก_ิโ_ล_เม_ต__ร__
แบบฝึกปฏิบัตปิ ระกอบการประเมินผลระหวา่ งเรียน รายวิชาคณิตศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 23ตวั ชี้วดั ข้อที่ 2 บอกและนำเลขยกกำลังมาใช้ในการเขียนแสดงจำนวนในรปู สัญกรณ์วทิ ยาศาสตร์กจิ กรรมท่ี 2 ตอบคำถาม 1. เขยี นจำนวนในแตล่ ะข้อตอ่ ไปนใี้ นรปู A × 10n เม่อื 1< A < 10 และ n เป็นจำนวนเต็ม 1) 40,000 =_4__x_1_0_4____ 2) 491,000 =_4_._9_1__x_1_0__5 3) 740,000,000 =_7_.4__x_1__0_8__ 4)206,000,000,000 =_2_._0_6__x__1_0_11 5) 14,000,000,000 =_1_.4__x_1__0_10__ 6) 0.095 × 106 =_9_._5__x_1__0_4_ 7) 0.04 × 107 =_4__x_1_0_5____ 8) 563.07 × 105 =_5_._6_3_0__7__x_107 9) 730,000 × 102 =_7_.3__x_1__0_7__ 10) 0.05681 × 106 =_5_._6_8_1__x__1_042. เขยี นจำนวนตอ่ ไปนีใ้ หอ้ ยใู่ นรปู จำนวนเตม็ หรือ จำนวนทศนิยม 1) 2.1 × 107 =__2_1_, _0_0_0_,_0_0_0__________ 2) 6,170 × 103 =__6_, _1_7_0_,_0_0_0___________ 3) 147.59 × 105 =__1_4_, _7_5_9_,_0_0_0__________ 4) 0.00172 × 10-2 =_0_._0_0_0_0_1_7_2____________ 5) 0.00004 × 10-3 =_0_._0_0_0_0_0_0_0__4__________ 6) 0.007839 × 106 =_7_8_3_9_________________3. เขียนจำนวนในแต่ละข้อตอ่ ไปนี้ในรปู A × 10n เมือ่ 1< A < 10 และ n เปน็ จำนวนเตม็ 1) โลกมีอายุโดยประมาณถงึ 4,500,000,000 ปี ____4_.5__x_1_0_9__ป_ี _________________________________________________________ 2) ระยะทางจากโลกถงึ ดวงอาทติ ยป์ ระมาณ 150,000,000,000 กิโลเมตร ____1_.5__x_1_0_1_1_ก_ิโ_ล_เ_ม_ต_ร____________________________________________________ 3) เมื่อดาวเสาร์โคจรอยูใ่ กลโ้ ลกมากท่ีสดุ ระยะทางประมาณ 762,700,000 ไมล์ ____7_.6_2_7__x_1__0_8_ไ_ม_ล_์ _____________________________________________________ 4) พ้ืนท่ีผิวของโลกประมาณ 361,847,000 ตารางกิโลเมตร เป็นน้ำและพ้ืนท่ีผิว ของโลกประมาณ 148,225,000 ตารางกิโลเมตร เปน็ พ้นื ดิน ____น_ำ้ _3_._6_1_8_4_7__x_1_0_8__ต_า_รา_ง_ก_ิโ_ล_เ_ม_ต_ร_, _พ_น้ื _ด_นิ__1_._4_8_2_2_5__x_1_0_8_ต__าร_า_ง_ก_ิโ_ล_เม__ต_ร___________
24 แบบฝึกปฏิบตั ิประกอบการประเมินผลระหว่างเรยี น รายวชิ าคณิตศาสตร์ ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ ตวั ช้ีวัดข้อที่ 32 คูณ และหาร เลขยกกำลังท่มี ีฐานเดียวกัน และเลขชก้ี ำลงั เป็นจำนวนเตม็ กิจกรรมท่ี 3 ตอบคำถาม 1. ทำให้อยใู่ นรูปอยา่ งงา่ ยและมีเลขชี้กำลังเปน็ จำนวนเต็มบวก 1) 75 × 73 =__7_8____________ 2) x3 × x5 =_x_8_____________ 3) 52 × 5 × 54 =__5_7____________ 4) (x3y5)(xy2) =_x_4_y_7___________ 68))(aa3bb4cc)5-×3×a(ba23cb33)3==__a__4__ab__c66__b3c__68__________________ 5) (-2)3 × (-2)7 =__(-_2_)_1_0_________ 7) 0.59 × 0.52 × 0.57 =__(0_._5_)_18_________ 2. กำหนดให้ a = 2, b = 3 และ c = 5 จงหาคา่ ของจำนวนต่อไปน้ี = _1_,_3_5_0_______ = _9_0_0_________ 1) abc = _3_0__________ 2) ab3c2 3) a2b3c = _5_4_0_________ 4) a2b2c2 5) a2bc = _6_0__________3. ทำให้อยูใ่ นรปู อยา่ งง่ายและมีเลขชกี้ ำลังเปน็ จำนวนเตม็ บวก 1) 138 ÷ 135 = _1_3_3_________ 2) a5 ÷ a2 = _a_3__________ 3) 2b 24b×1 38b 7 = ___b_44________ 4) 4xx3 4y2y6 = _4__x_y_4_______ 5) (6x 12 y47 x)3(y 22 x4) 6) 543 xx23 y2 =______ba_22_____ 7) aa23 bb32 cc 32 = ________6__xa__713b__cy__5________ 8) ((aa 2bb2 ))23 ×× b5 = _____1_a8_2y_2____ = ab 9) ( 2x y4 )5 = __2_3_5_5x_25_1y_52_0___ 10) (3m 2n7)m2(29nm4n2) = _____3_1_m_____ 3z34. ทำให้เป็นผลสำเร็จ 1) 23n × 8n-1 = _2_6_n-_3________ = _5_4_n-_7_x_2_-_8_n-_4__ 32)) 534n +923(m ×7+2a1)× 02man-3 9n+×m 25-9n = _7_4_m_+4_x_9__3n_-m___
แบบฝึกปฏบิ ตั ิประกอบการประเมนิ ผลระหว่างเรียน รายวชิ าคณิตศาสตร์ ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ 25แบบทดสอบประเมินความร้แู ละการคดิ ตามตวั ชีว้ ัด เรือ่ ง เลขยกกำลงัคำช้แี จง ให้ผู้เรียนทำเครือ่ งหมาย x ทับตัวอกั ษรหน้าคำตอบที่ถูกทีส่ ุด1 . 135 มีจำนวนใดเป็นเลขฐาน 6. 54 ÷ 52 เท่ากับข้อใด ก 1 ข 3 ค 5 8ง 13 ก 58 ข 56 8ค 52 ง -252. ข้อใดไมถ่ ูกต้อง 7. ผลลพั ธ์ของ 22 3× ×3 ข32 24×2×5×5032เท่ากับจำนวนใด 8ก a0 = 1 8ง 22 × 32 × 5 ข a1 = 0 ก 32621 ×5× 32 ค am × an = am+n ค 5 ง a = a 8. ผลลัพธ์ของ ( 32x85y6 ) × ( 91x0-1-y1-1) - 1 เทา่ กบั จำนวนใด 1991 0 x0yxy 1990x0y xy3. (625)2n มคี า่ ตามขอ้ ใด ก ข 8ค ง ก 54n ข 56n 9. ข้อความใดผิด 8ค 58n ก (-4x)-2 ==12y61 x2 ข (2y-1)-1 ง 510n4. bb1250 = bb3m คา่ ของ m เท่ากบั ขอ้ ใด 8ค (103)0 = 1030 ก 5 ข 10 ง xy × x5y = x6y 8ค 18 ง 25 10. ค่าของ 7x0 - 8(3x0) เมอื่ x = -2 5. (-1)2 ×(-1)2 ×(-1)2 เท่ากับขอ้ ใด ตรงกับขอ้ ใด 8ก -17 ข -7 8ก -6 ข -3 ค 1 ง -1 ค 1 ง 6
26 แบบฝกึ ปฏบิ ัติประกอบการประเมินผลระหวา่ งเรียน รายวิชาคณติ ศาสตร์ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้11. ผลลัพธ์ของ ((-- 48 )) ×× ((--48)) 14. แสงมีความเร็วประมาณ 300,000,000 ไม่เทา่ กบั จำนวนใด เมตรตอ่ วนิ าทีเขยี นใหอ้ ยู่ในรปู ของA×10n เมอื่ 1< A < 10 ไดด้ ังข้อใด ก (21 )2 ข (- 12 )2 8ก 3 × 108 เมตร ต่อ วนิ าที ค 0.5 × 102 8ง (- 14 )2 ข 3 × 107 เมตร ตอ่ วนิ าที ค 30 × 107 เมตร ต่อ วินาที 12. ประโยคในข้อใดเปน็ เทจ็ ง 30 × 106 เมตร ต่อ วนิ าที ก 500,000 × 7,000 = 3.5 × 109 15. ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของแมลงชนิด หน่ึงมีความยาว 0.000000037 ข 0.036 × 106 = 3.6 × 104 เซนติเมตร จะเขียนในรูปสัญกรณ์ทาง ค 1.0246 × 108 = 102460000 วิทยาศาสตร์ เท่ากับขอ้ ใด 8ง (-5)4 × 108 = 6.25 × 1012 ก 3.7 ×10-7 เซนติเมตร 13. 4,000 × 300,000 เขยี นใหอ้ ยู่ ในรปู ของ 8ข 3.7 ×10-8 เซนติเมตร ค 3.7 ×10-9 เซนติเมตร A × 10n เมื่อ 1< A <10 ไดด้ งั ข้อใด ง 3.7 ×10-10 เซนติเมตร ก 12 × 109 ข 12 × 108 8ค 1.2 × 109 ง 1.2 × 1010
แบบฝกึ ปฏบิ ัตปิ ระกอบการประเมนิ ผลระหวา่ งเรยี น รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ 274 อตั ราส่วนและร้อยละ ตวั ชว้ี ัด ขอบขา่ ยเน้อื หา1. กำหนดอัตราส่วน 1. อัตราสว่ น2. คำนวณสดั สว่ น 2. สัดสว่ น3. หาค่ารอ้ ยละ 3. ร้อยละ4. แกโ้ จทยป์ ัญหาในสถานการณ์ตา่ งๆเก่ยี วกับ 4. การแก้โจทยป์ ญั หาเก่ียวกบั อตั ราสว่ น สัดส่วน อตั ราส่วน สัดสว่ น และร้อยละ และร้อยละ กิจกรรมพฒั นากระบวนการเรียนรู้ ตัวชว้ี ัดขอ้ ที่ 12 กำหนดอัตราสว่ นกิจกรรมที่ 1 ตอบคำถาม 1. เขียนอัตราสว่ นแสดงการเปรียบเทยี บปรมิ าณ 2 ปรมิ าณ ดงั ต่อไปนี้ 1) นาย ก สงู 170 ซม. นาย ข สูง 165 ซม. อัตราส่วนความสูงของนาย ก ตอ่ นาย ข = __1_7_0__:_1_6_5_______ 2) พ่ีมีเงนิ 50 บาท น้องมีเงิน 20 บาท อตั ราส่วนจำนวนเงินของพ่ีต่อนอ้ ง = _5_0__:_2_0__________ 3) สบั ปะรด 3 ผล ราคา 33 บาท อตั ราส่วนจำนวนสบั ปะรดตอ่ ราคา = __3__ผ_ล_:_3__3_บ_า_ท____ 4) เงาะ 3 กโิ ลกรมั ราคา 36 บาท อัตราสว่ นจำนวนเงาะต่อราคา = __3__ก_ิโล__ก_รมั__:_3_6__บ_า_ท 5) ทำงาน 5 วัน ตอ่ สปั ดาห์ อัตราสว่ นเวลาทำงานต่อสปั ดาห์ = _5__ว_ัน__: _1_ส_ัป__ด_า_ห_์ __
28 แบบฝกึ ปฏบิ ัตปิ ระกอบการประเมนิ ผลระหว่างเรียน รายวิชาคณติ ศาสตร์ ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้2. เติมคำตอบลงในช่องว่าง 1) ทโี่ รงเรียนแหง่ หนึ่ง จำนวนนักเรยี นชาย ต่อ จำนวนนักเรยี นหญิง แทนดว้ ย 3 : 5 ก) เขียนเศษส่วนแสดงการเปรียบเทียบจำนวนนักเรียนชายต่อจำนวนนักเรียนหญิง ข) _เข_ีย_53_น_อ_ัต_ร__า_ส_่ว_น_แ_ส__ด_ง_ก_า_ร_เ_ปรียบเทียบจำนวนนักเรียนหญิงต่อจำนวนนักเรียนชาย _5__:_3__________________ ค) ถา้ มีนักเรยี นชายจำนวน 33 คน จะมีนกั เรยี นหญิงจำนวน_____5_5__________คน ง) ถา้ มนี ักเรียนหญิงจำนวน 150 คน จะมนี กั เรียนชายจำนวน____9_0__________คน 2) ทีมฟุตบอลของโรงเรียนแห่งหนึ่งแข่งขันชนะของจำนวนคร้งั ทง้ั หมดทีเ่ ขา้ แข่งขัน ก) หาอตั ราสว่ น 2 อตั ราสว่ น ทแี่ สดงการเปรยี บเทยี บจำนวนครง้ั ทชี่ นะการแขง่ ขนั ตอ่ จำนวนคร้ังที่เข้าแข่งกนั __5__:_6_____________________ ข) ถ้าทมี นีช้ นะการแข่งขนั 25 ครง้ั จะตอ้ งเข้าแขง่ ขันทั้งหมด______3_0________ครั้ง ค) ถ้าแขง่ ขนั 120 ครง้ั จะชนะ _______1_0_0__________ครัง้ ง) ถา้ แข่งขนั 72 ครัง้ จะแพ้ _________1_2___________ครั้ง3. จงทำให้อตั ราส่วนตอ่ ไปน้ีให้เป็นอัตราสว่ นอย่างตำ่ 1) 24 : 36 = _2__:_3______ 4)0.96 : 4.8 = _1__:_5______ 2) 35 : 49 = _5__:_7______ 5)51 : 225 = _1_7__:_7_5____ 3) 55 : 132 = _5__:_1_1_____4. จงหาอตั ราส่วนที่เท่ากบั อตั ราส่วนที่กำหนดให้มา 3 อตั ราสว่ น 1) 2 : 3 =_4__:_6___ =_6__:_9___ =_8__:_1_2__ 2) 7 : 8 =_1_4__:_1_6_ =_2_1__:_2_4_ =_2_8__:_3_2_ 3) 5 : 6 =_1_0__:_1_2_ =_1_5__:_1_8_ =_2_0__:_2_4_ 4) 24 : 36 =_4__:_6___ =_6__:_9___ =_8__:_1_2__ 5) 60 : 12 =_5__:_1___ =_1_0__:_2__ =_2_0__:_4__5. จงตรวจสอบวา่ อตั ราส่วนต่อไปน้เี ท่ากนั ( = ) หรือไม่ ( ≠ ) 1) 3 : 5 ___≠____ 15 : 10 2) 40 : 32 ___=____ 5 : 4 3) 4.0 : 6.4 ___≠____ 1 : 4 4) 25 เล่ม : 300 บาท ___=____ 5 เล่ม : 60 บาท 5) 1 เซนตเิ มตร : 4,000 เมตร ___≠____ 4,000 เมตร : 1เซนติเมตร6. จงเขยี นอตั ราสว่ นต่อเนอื่ งตอ่ ไปนี้ 1) a : b = 4 : 5 b : c = 5 : 6 c : d = 1 : 2 ดงั นัน้ a : b : c : d = _4__: _5_:_6__:_1_2___ a : d = _4_:_1__2________ 2) อายขุ องต่าย ต่ออายุของต้น เป็น 4 : 5 อายุของตน้ ตอ่ อายขุ องตอ้ ม เป็น 5 : 7
แบบฝึกปฏบิ ัตปิ ระกอบการประเมนิ ผลระหวา่ งเรียน รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น 29 2.1) อตั ราสว่ นอายขุ องตา่ ย ต่ออายขุ องตน้ ตอ่ อายุของตอ้ ม = __4_:_5__:_7______ 2.2) อัตราสว่ นอายุของตา่ ย ต่ออายขุ องต้อม = __4_:_7_________3) ABCD เปน็ รูปสี่เหลย่ี มรูปหนงึ่ มอี ัตราส่วนของความยาวของด้านตา่ ง ๆ ดังนี้ AB : BC = 4 : 3 , BC : CD = 2 : 3, AD : CD = 1 : 3 จงเขียนอัตราสว่ นของความยาว ของดา้ น 3.1) AB : BC : CD = _8__:_6_:__9________ 3.2) AB : CD = _8__:_9___________ 3.3) BC : CD : AD = _6__:_9_:__3________ 3.4) BC : AD = _6__:_3___________ 3.5) AB : BC : CD : AD = _8__:_6_:__9_:_3______ ตวั ชว้ี ดั ขอ้ ท่ี 2 คำนวณสดั สว่ น กิจกรรมท่ี 2 ตอบคำถาม1. จงเขียนสดั สว่ นทง้ั 2 แบบ พร้อมเตมิ ตัวเลขทห่ี ายไปใหส้ มบรู ณ์ หหหหหหรรรรรรือืออือือืือ_21_____1____3443251_36____0175______=_________=====_84__________3869611____941_051_____729________________________ ตวั อยา่ ง 1 : 2 = 4 : 8 1.1 10 : 3 = 30 : 9 1.2 3 : 4 = 6 : 8 1.3 2 : 3 = 6 : 9 1.4 6 : 17 = 42 : 119 1.5 45 : 51 = 15 : 17 2. จงหาค่าของตวั แปรในสัดส่วนต่อไปนี้ 1) 2340 = c8 ; c = __1_0_____ 2) x 5+ 3 = 14088 ; x = ___8_.2_5___ 3) a5 = 3495 ; a = __7______ 4) x 9+ 8 = 6742 ; x = ___0_____ 3. กำ ห1น)ด ค5ใ่า)หข(้ อabง,9+ba,1เcม) แื่อ=ลbะ12=d277;เ ,ป cน็ b=ส=ดั 4ส_9_่ว3_น,_d_แ_ล=_ะ_2ab1 = cd จงหา ______________a7__________=____42__91__________________________________________________________________________________________________________________ _______a_____=__24_19_x_7__=__3___________________________________________________
30 แบบฝึกปฏบิ ตั ปิ ระกอบการประเมนิ ผลระหวา่ งเรียน รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ 2) ค่าของ c เม่ือ a = 3 , b = 4 , d = 10 ________34________=____1__c0__________________________________________________________________________________________________________________________ 3__)_ cค_า่_=_ข_อ1_ง0_3d_x_เ_4ม_่อื_=_a_1_=3__310_._5__,_b__=__0_._8__, _c_=__5__.6__________________________________ ________00__..85______=____5__d.__6________________________________________________________________________________________________________________________ _4_)_ dค_า่_=_ข_อ0_ง._50b__x.8เ_ม5_.่อื_6_a_=_=_3_5._5._2__,_c__=__1_.6__,__d_=__1__.3__________________________________ ________5__b.2______=____11__..__36________________________________________________________________________________________________________________________ 5__)_ bค_า่_=_ข_อ5_ง._21d_.3_xเ_ม1_.่ือ_6_a_=_=_6_0._4._5__,_b__=__2__,__c__=__8____________________________________ ________02__.5______=______8d__________________________________________________________________________________________________________________________ ___d__=__0_._52__x_8___=__2_______________________________________________________ ตัวช้ีวดั ขอ้ ที่ 23 หาค่ารอ้ ยละ กจิ กรรมที่ 3 ตอบคำถาม 1. เปล่ียนร้อยละให้อยู่ในรูปเศษสว่ น ===_________15113___00204___40000______________________________ ==______211__,0__0022__00__50________________ 1) 4% 2) 20.25% 3) 120% 4) 0.002% 5) 6 45 % 2. เปลยี่ นร้อยละให้อยู่ในรปู ทศนยิ ม =__0_._0_0_4_3________ 1) 10% =__0_.1____________ 2) 73 %
แบบฝึกปฏบิ ัติประกอบการประเมนิ ผลระหวา่ งเรียน รายวิชาคณติ ศาสตร์ ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น 31 3) 65.3% =__0_._6_5_3_________ 4) 2818 % =_0_._2_8_1_2_5________ 5) 335% =__3_._3_5__________ 3. เปลย่ี นจำนวนตอ่ ไปนีใ้ หอ้ ยูใ่ นรปู รอ้ ยละ =__4_5_.8__3_%________ 3.1 23 5 =__1_2_%___________ 3.2 21 41 =__2_5__%__________ 3.3 5 23 =__5_6_6_.6_7__%_______ 3.4 0.25 3.5 15.2 =__1_5_2_0__%________4. หาผลลพั ธใ์ นแต่ละข้อต่อไปนี้ 1) 75% ของ 60 มีคา่ เทา่ ไร________________________1__70__5__0______x__6__0____=__4__5______________________________________________________________________________________________________________ __ ______________2__)__53__5__%03____0__ข__อ__xง__55__0__00__0__=__ม3____คี __า่ __เ__ท__า่ __ไ__ร____________________________________________________________________________________________ 3) 30.5% ของ 500 มีค่าเท่าไร________________________31__00__0.__5______x__3__0__0____=__9__1____.5______________________________________________________________________________________________________ 4) 10 เปน็ กเี่ ปอรเ์ ซ็นต์ของ 25________________________1__0__x__0______xx__2__=5____=__11__010____0x__01__0____0______, __x__=____4__0__%______________________________________________________________________________ 5) 3 เป็น 15% ของจำนวนใด__ __ ______________6__)__ จ__1ง__10ห__5__0า__ค__า่ __xขx__Xอ__==__ง__333____01x__%51__0__ข__0อ____ง__,5__x__0=__%__2__0ข____อ__ง__4____,5____0__0__________________________________________________________________________________________13__0__00______x____1__5__00__0__________x____4__,5__0__0____=____6__7__5________________________________________________________________________________
32 แบบฝกึ ปฏิบัติประกอบการประเมนิ ผลระหว่างเรยี น รายวชิ าคณิตศาสตร์ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้5. ในโรงเรียนแห่งหน่ึงมีนักเรียน 450 คน ไม่มาเรียน 20% จงหาจำนวนนักเรียนที่ไม่มา เรยี น________1__2__00__0______x__4____5__0__=____9__0_____________________________________________________________________________________________________________________________น_กั _เ_ร_ีย_น_9__0_ค_น__ไม_ม่__าเ_ร_ยี _น_______________________________________________________6. เกบ็ เงินได้รอ้ ยละ 5 ของเงินที่หามาได้ ถา้ หาเงนิ ได้ 1,200 บาท จะเก็บเงนิ ไดเ้ ท่าไร________1____05__0______x__1____,2__0__0____=__6____0__บ__า__ท______________________________________________________________________________________________________________7. ขายของมีค่านายหนา้ 10% ถ้าไดค้ า่ นายหนา้ 35 บาท คดิ เปน็ ราคาของเทา่ ไร____________1___1___00___0_________xxx___==X______3=___53___30___551___บ0x___า___1ท___0___0___________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________ตัวช้ีวดั ข้อท่ี 42 แกโ้ จทยป์ ัญหาในสถานการณ์ตา่ งๆ เกีย่ วกบั อัตราสว่ น สัดส่วน และรอ้ ยละกิจกรรมที่ 4 วิเคราะห์ และแสดงวิธที ำ 1. แปลนบ้านหลังหนึ่งใช้มาตราส่วน 1 : 100 ถ้าความยาวของห้องหน่ึงบนแปลนยาว 8.5 เซนติเมตร ความยาวจริงมคี า่ เท่าใด____ว_ิธ_ีท_ำ__ _8_.5__x_1__0_0_=__8__5_0_เ_ซ_น_ต_เิ _ม_ต_ร_______________________________________________2. ในการผสมคอนกรตี จะใชอ้ ตั ราสว่ นปนู ตอ่ กรวด ตอ่ ทราย เปน็ 4 : 1 : 3 ถา้ ผสมทงั้ สามอยา่ ง แล้วได้คอนกรตี หนกั 720 ตัน จะต้องใช้ปนู กรวด และ ทรายอย่างละกต่ี ัน____ว_ิธ_ที _ำ_ __ใ_น_ก_า_ร_ผ_ส_ม_ค_อ_น_ก_ร_ีต_ใ_ช_้ป_ูน_ต_่อ_ก__รว_ด_ต__่อ_ท_ร_า_ย_เ_ป_็น__4_: _1_:__3________________________________ __ ____ค_ิด_เ_ป_็น_ส_่ว_น_ผ_ส_ม_ท__งั้ ห__ม_ด_ __ __ ________8_ _____ส__ว่ น___________________________________ __ ____จ_ะ_ได__้ค_อ_น_ก_ร_ีต_ห_น_กั_ ___ __ __ _________7_2_0_ ___ต__นั _______________________________________ ____ ________จค__ะอ__ในช__ก__ป้ ร__ูนตี __9__1__0ส__x่ว__น__4__ค=__ดิ __เ3ป__6__็น0__ __ต__ นั __, __ก__ร__ว__ด__9____07__82ต__0ัน____ท__=ร__า9__ย__09__ต__0ัน__x____3__=____2__7__0____ต__นั ________________________________________
แบบฝึกปฏบิ ตั ปิ ระกอบการประเมินผลระหว่างเรียน รายวิชาคณิตศาสตร์ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ 333. ในการทำแชมพูสมุนไพร ประกอบด้วยส่วนผสม อัตราส่วนปริมาณหัวแชมพูต่อปริมาณ ผงข้นต่อปริมาณลาโนลีนต่อปริมาณผงฟองต่อปริมาณน้ำมะกรูดต่อปริมาณว่านหางจระเข้ ตอ่ ปรมิ าณนำ้ สะอาด เทา่ กบั 20 : 4 : 2 : 6 : 3 : 10 : 25 ถา้ ใชล้ าโนลนี 100 กรมั จะไดป้ รมิ าณแชมพสู มุนไพรทง้ั หมดเท่าไร____ว_ธิ _ที _ำ_ _ห_วั_แ_ช__ม_พ_ู _: _ผ_ง_ข_้น_:_ล_า_โ_น_ล_ี _:_ผ_ง_ฟ_อ_ง_:_น__ำ้ ม__ะก__รดู__:_ว_า่ _น_ห_า_ง_จ_ร_ะ_เข_้_:_น_ำ้ _ส_ะ_อ_า_ด___________________ __ ___2_0__x_5__0_:_4__x_5_0__:_2__x_5_0__:_6__x_5_0__:_3__x_5_0__:_1_0__x_5_0__:_2_5__x_5_0________________________ __ ___1_,_0_0_0__:_2_0_0__:_1_0_0__:_3_0_0__:_1_5_0__: _5_0_0__: _6_2_5_0______________________________________ __ ___จ_ะ_ไ_ด_้แ_ช_ม_พ__ู 3_,_5_0_0__ก_ร_มั __________________________________________________________________________________________________________________________________4. ห้องเรยี นห้องหนึ่งมีนักเรียนชาย 4 คน ตอ่ นกั เรียนหญงิ 3 คน ถา้ นักเรยี นหอ้ งนี้ มที ้ังหมด 35 คน จะมีนักเรียนชายและนักเรยี นหญงิ กค่ี น____ว_ธิ _ที _ำ_ _ช_า_ย__:_ห_ญ_ิง__ __ _____ค__ดิ _เป_็น__ท_ั้ง_ห_ม_ด_______________________________________________ __ ___4__x_5__:_3__x_5__ _____7__x_5__=__3_5_________________________________________________ __ ___2_0__:_1_5____________________________________________________________________ __ ___ม_ีน__ัก_เร_ีย_น_ช_า_ย__2_0__ค_น_แ__ล_ะน__กั _เร_ยี _น_ห__ญ_ิง_1__5_ค_น__________________________________________________________________________________________________________________5. แดงซอ้ื รถยนตม์ าคนั หนงึ่ ในราคาเงนิ ผอ่ น โดยเขาผอ่ นคดิ เปน็ เงนิ 9% ของเงนิ เดอื นของเขา ถา้ เขาผ่อนรถยนต์เปน็ เงนิ เดอื นละ 4,500 บาท แสดงว่าแดงมเี งินเดอื นเทา่ ใด____________ว ___ิธ___ที ___ำ___ 1___ 90______0______x___X___XX___===___4___54___,0,55___,000___000___9___0x___1______0___0_____________________________________________________________________________________________________________________________________________________________ __ ___แ_ด__งม__ีเง_ิน_เ_ด_ือ_น__5_0_,0_0_0__บ_า_ท_______________________________________________________________________________________________________________________________
34 แบบฝกึ ปฏิบัติประกอบการประเมินผลระหวา่ งเรียน รายวิชาคณิตศาสตร์ ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้นแบบทดสอบประเมนิ ความร้แู ละการคดิ ตามตัวชวี้ ดั เรอ่ื ง อัตราส่วนและร้อยละคำช้ีแจง ใหผ้ ูเ้ รยี นทำเครอื่ งหมาย x ทับตวั อักษรหนา้ คำตอบทถ่ี กู ทีส่ ุด1. นักเรียนห้องหนึ่งเป็นนักเรียนชาย 20 4. ถา้ 30 : x = 15 : 9 คา่ ของ x คือขอ้ ใด คน เป็นหญิง 25 คน ข้อสรุปใดไม่ถูกต้อง 8ก 18 ข 25 ก อัตราส่วนของนักเรียนชายต่อนักเรียน ค 35 ง 50 หญงิ เป็น 4 : 5 ข อตั ราสว่ นของนกั เรยี นทงั้ หมดตอ่ นกั เรยี น 5. อัตราสว่ นของ ก : ข = 1 : 2 และ อตั ราสว่ น หญงิ เปน็ 9 : 5 ของ ข : ค = 3 : 4 จงหาอัตราส่วนของ 8ค อัตราส่วนของนักเรียนชายต่อนักเรียน ก :ข : ค คอื ข้อใด ทั้งหมดเปน็ 20 : 25 ก 1 : 2 : 3 ง อัตราส่วนของนักเรียนหญิงต่อนักเรียน 8ข 3 : 6 : 8 ทัง้ หมดเปน็ 25 : 45 ค 2 : 6 : 8 ง 2 : 4 : 62. “ ดินสอราคาโหลละ 20 บาท” อัตราสว่ น ของจำนวนดนิ สอเปน็ แทง่ ตอ่ จำนวนเงนิ เปน็ 6. อตั ราสว่ นจำนวนเงนิ ของแดง : ดำ = 3 : 2 บาท คือข้อใด และ แดง : ขาว = 2 : 1 อัตราส่วน ก 1 : 20 ข 10 : 20 จำนวนเงินของแดง : ดำ : ขาว คอื ขอ้ ใด 8ค 12 : 20 ง 20 : 1 8ก 6 : 4 : 3 ข 3 : 4 : 63. ข้อใดไมใ่ ชอ่ ตั ราสว่ นเดียวกัน ค 1 : 2 : 3 ก 48 : 72 ข 24 : 36 ง 3 : 2 : 1 ค 12 : 18 8ง 12 : 36
แบบฝึกปฏบิ ตั ปิ ระกอบการประเมนิ ผลระหวา่ งเรยี น รายวชิ าคณิตศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 357. อตั ราสว่ นของนำ้ หนกั ของ ก ตอ่ นำ้ หนกั ของ 12. ถ้า 17 % ของเลขจำนวนหนึ่งเป็น 85 ข เปน็ 5 : 6 และอตั ราสว่ นของนำ้ หนกั ของ ดังนนั้ 7 % ของเลขจำนวนนั้นเป็นเท่าไร ขตอ่ นำ้ หนกั ของคเปน็ 4:5ถา้ คมนี ำ้ หนกั ก 15 ข 25 60กโิ ลกรมั นำ้ หนกั ของกจะเปน็ กกี่ โิ ลกรมั 8ค 35 ง 45 8ก 40 กิโลกรัม ข 50 กิโลกรัม 13. แม่ค้าซอ้ื ไขม่ า 20 ฟอง เป็นเงนิ 50 บาท ค 60 กโิ ลกรมั แล้วนำไปขายฟองละ 3 บาท แม่คา้ ขายไข่ ง 70 กิโลกรมั ไดก้ ำไรร้อยละเทา่ ไร ก รอ้ ยละ 5 8. ก้งุ มผี า้ อยู่ชิ้นหน่ึง ยาว 18 เมตร ตอ้ งการ ข รอ้ ยละ 10 ตดั แบง่ ใหเ้ พอื่ นในทมี 3 คน ดว้ ยอตั ราสว่ น ค ร้อยละ 15 1 : 2 : 3 เพอ่ื นคนทสี่ ามจะไดผ้ า้ ยาวกเี่ มตร 8ง รอ้ ยละ 20 ก 3 เมตร ข 4 เมตร 14. โรงเรียนแห่งหนึ่งรับนักเรียนเข้าเรียนชั้น ค 6 เมตร ม.1 ไดเ้ พยี ง 350 คน แตม่ ผี มู้ าสมคั ร 500 8ง 9 เมตร คน โรงเรยี นแหง่ นรี้ บั นกั เรยี นเขา้ เรยี นตอ่9. เขยี น 54 : 8 ให้อยใู่ นรูปรอ้ ยละได้ดังข้อใด ได้ก่เี ปอรเ์ ซ็นของนกั เรียนทมี่ าสมคั รสอบ ก 60 % ข 65 % 8ก รอ้ ยละ 10 8ค 70 % ง 75 % ข ร้อยละ 8 ค รอ้ ยละ 5 15. ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งมีคนอายุเกิน 40 ปี ง รอ้ ยละ 4 อยู่ 585 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 65 ของ10. 23 % ของ 5 เทา่ กับ 74 % ของจำนวนใด ประชากรทง้ั หมดจงหาวา่ ประชากรทง้ั หมด ก 4.21 ข 4.76 8ค 5.83 ง 6.38 ในหมบู่ า้ นแหง่ นีม้ ีก่คี น ก 600 คน ข 700 คน11. ให้ a = 20% ของ 180 และ b = 150% ค 800 คน ของ 60 แล้ว a+b เทา่ กบั ขอ้ ใด 8ง 900 คน ก 96 ข 106 ค 116 8ง 126
36 แบบฝึกปฏิบตั ปิ ระกอบการประเมนิ ผลระหว่างเรยี น รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น5 การวดัตัวช้ีวดั ขอบขา่ ยเนอื้ หา1. เปรยี บเทียบหน่วยความยาวและพื้นท่ใี นระบบ 1. การเปรียบเทียบหนว่ ยความยาวและพนื้ ท่ี เดยี วกัน และตา่ งระบบ2. เลอื กใชห้ น่วยการวัดเกย่ี วกับความยาวและพ้ืนท่ี 2. การเลอื กใชห้ นว่ ยการวดั เก่ียวกบั ความยาวและในระบบเดยี วกนั และต่างระบบ พืน้ ที่3. หาพ้นื ทข่ี องรปู เรขาคณติ 3. การหาพ้นื ทข่ี องรูปเรขาคณิต4. แกโ้ จทย์ปัญหาเกี่ยวกับพืน้ ทส่ี ถานการณ์ตา่ งๆ 4. การแก้โจทยป์ ัญหาในสถานการณต์ า่ งๆ ในชวี ิตประจำวนั5. อธิบายการคาดคะเน และแนะนำวิธกี ารไปใช้ 5. การคาดคะเนเวลา ระยะทาง ขนาด นำ้ หนัก ในการคาดคะเนเวลา ระยะทาง ขนาด น้ำหนกั
แบบฝึกปฏบิ ตั ปิ ระกอบการประเมนิ ผลระหวา่ งเรียน รายวิชาคณติ ศาสตร์ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น 37กิจกรรมพฒั นากระบวนการเรียนรู้ตวั ชวี้ ดั ข้อที่ 21 เปรยี บเทยี บหนว่ ยความยาวและพนื้ ทใ่ี นระบบเดยี วกัน และตา่ งระบบกจิ กรรมที่ 1 ตอบคำถาม1. เติมตัวเลขแสดงการเปรยี บเทียบหนว่ ยความยาวตามตารางขา้ งลา่ งน้ี เ ซนต ิเมต ร เมตร 100 ____1____ ____4____ 400 __6__0_0___ 6 ____9____ 900 ___1__5___ _1_,_5_0_0___ ___1__0___ 1,000 น้ิว ฟตุ 24 ____2____ ___6__0___ 5 72 120 ____6____ ___2_4_0___ ___1_0____ 202. เติมคำตอบลงในชอ่ งว่างตอ่ ไปน้ใี ห้สมบูรณ์ 1) ผ้ายาว 6 เมตร 15 เซนตเิ มตร คดิ เปน็ ผ้ายาว _6_1__5_____________ เซนติเมตร 2) ซ้ือไมย้ าว 8 เมตรครงึ่ คดิ เป็นไม้ยาว __8_5_0____________________ เซนตเิ มตร 3) เชอื กยาว 5 วา คดิ เปน็ เชือกยาว __2_0_________________________ ศอก 4) หนงั สอื หนา 3 เซนติเมตร 2 มิลลิเมตร คดิ เปน็ __3_2______________ มิลลิเมตร 5) ถนนยาว 3 กโิ ลเมตร 10 เส้น คิดเปน็ ถนนยาว __8_5______________เส้น 6) ถนนยาว 16 กิโลเมตร คิดเปน็ ถนนยาว ___1_0_________________ ไมล์
38 แบบฝกึ ปฏบิ ตั ปิ ระกอบการประเมนิ ผลระหว่างเรียน รายวิชาคณติ ศาสตร์ ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น3. เตมิ คำตอบลงในช่องว่างตอ่ ไปน้ใี หส้ มบูรณ์ 1) พน้ื ที่ 40 ตารางเมตรคดิ เปน็ พนื้ ท่_ี ______4_0_0_,_0_0_0_____________ตารางเซนติเมตร 2) พนื้ ท่ี 30,000 ตารางเซนติเมตร คดิ เป็นพ้นื ท่ี __3_____________ตารางเมตร 3) พืน้ ท่ี 1 ตารางกโิ ลเมตร คดิ เปน็ พนื้ ที่ __1_,_0_0_0_,0__0_0____________ตารางเมตร 4) พื้นท่ี 40 ตารางวา คิดเป็นพนื้ ท่ี ___1_6_0_____________________ตารางเมตร 5) พ้นื ท่ี 10 ไร่ คิดเป็นพนื้ ท่ี ____4_,0__0_0_______________________ ตารางวา 6) พน้ื ท่ี 2 ไร่ คิดเป็นพื้นท่ี __3__,2_0_0___________________________ตารางเมตรตวั ช้วี ดั ข้อที่ 2 เลือกใชห้ นว่ ยการวดั เก่ยี วกบั ความยาวและพน้ื ที่ในระบบเดียวกัน และตา่ งระบบกิจกรรมที่ 2 ค้นหาหนว่ ยการวดั ท่เี หมาะสมเติมหน่วยการวดั ลงในชอ่ งว่างให้เหมาะสม โรงเรียนแห่งหน่ึง มีนักเรียนทั้งหมด 317 คน นักเรียนมีร่างกายท่ีสมบูรณ์แข็งแรงดี โดยเฉลี่ยแล้วนักเรียนช้ัน ม.ต้น จะมีน้ำหนักประมาณ 35_ก_ิโ_ล_ก_ร_ัม__มีส่วนสูงประมาณ150_เ_ซ_น_ต_เิ ม_ต_ร_ส่วนนักเรียนชั้นม.ปลาย จะหนักประมาณ 48__ก_ิโล_ก_ร_มั __และสูงประมาณ165_เซ_น_ต__เิ ม_ต_ร_พื้นที่ภายในบริเวณโรงเรียนมีประมาณ 20____ไ_ร_่ __มีอาคารเรียนท้ังหมด3 หลัง อาคารเรียนหลังท่ี 1 กว้างกว่าอาคารเรียนหลังที่ 2 ประมาณ 2.5__เ_ม_ต_ร__.และอาคารเรียนท่ี 1 ยาวกว่าอาคารที่ 3 ประมาณ 12___เม__ต_ร__ในห้องเรียนจะมีกระดานซ่ึงมีความยาวประมาณ 5___เม__ต_ร__ ในหอ้ งเรยี นบางหอ้ งจะมอี ปุ กรณม์ ากมาย อยา่ งเชน่ หอ้ งวทิ ยาศาสตร์มีท้ังเครื่องมือท่ีใช้ในทดลองโทรทัศน์ขนาด 21___น_้วิ____และเครื่องมืออ่ืนๆ อีกหลายชนิดโรงเรียนแห่งนี้อยู่ห่างจากตัวเมือง ประมาณ 70_ก_โิ_ล_เ_ม_ต_ร_ใช้เวลาในการเดินทาง1___ช_่ัว_โม_ง__.15___น_า_ท_ี __ โรงเรียนนเี้ ปน็ โรงเรยี นที่นา่ อยู่อีกโรงเรยี นหนงึ่ เพราะนอกจากจะมนี ักเรียนท่ีน่ารักแลว้ กย็ ังมคี ุณครทู ใี่ จด(ี มากๆ)อกี ดว้ ย
แบบฝกึ ปฏิบัตปิ ระกอบการประเมนิ ผลระหวา่ งเรียน รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น 39 ตวั ชว้ี ัดขอ้ ที่ 32 หาพน้ื ท่ีของรปู เรขาคณิต กิจกรรมท่ี 3 ตอบคำถาม 1. หาพ้ืนทขี่ องรูปสี่เหลยี่ ม ตอ่ ไปนี้ 1) รปู สเ่ี หลี่ยมจตั ุรัส ทมี่ ดี ้านกวา้ งด้านละ 7 ซม. ตอบ__4_9__ต_า_รา_ง_เ_ซ_น_ต_เิ _ม_ต_ร________ 2) รูปส่ีเหลี่ยมผืนผ้า ที่มีด้านยาวยาว 5 ซม. และมีด้านกว้างยาว 3 ซม. ตอบ___1_5_ต_า_ร_า_ง_เซ__น_ต_ิเม__ต_ร______________ 3) รูปส่ีเหล่ียมด้านขนาน ท่ีมีด้านฐานยาว 10 เมตร และสูง 5 เมตร ตอบ___5_0_ต_า_ร_า_ง_เม__ต_ร__________________2. หาพืน้ ท่ีของรูปสามเหลย่ี ม ตอ่ ไปน้ี 1) รปู สามเหลีย่ ม ทมี่ ฐี านยาว 10 เมตร และสูง 5 เมตร ตอบ__2_5_ต_า_ร_า_ง_เม__ต_ร_____ 2) รปู สามเหลย่ี ม ทีม่ ฐี านยาว 6 ซม. และสงู 5 ซม. ตอบ__1_5__ต_า_ร_า_ง_เม_ต_ร_________ 3) รูปสามเหลี่ยม ที่มฐี านยาว 10 ซม. และสูง 8 ซม. ตอบ__4_0__ต_า_ร_าง_เ_ม_ต_ร________3. หาพ้นื ที่ของรูปวงกลม ต่อไปน้ี (กำหนดให้ π = 3.14) 1) รูปวงกลม ที่มรี ัศมยี าว 10 เมตร ตอบ___3_1_4__ต_า_ร_าง_เ_ม_ต_ร____________________ 2) รปู วงกลม ทมี่ รี ศั มยี าว 6 ซม. ตอบ__1_1__3_.0_4__ต_า_ร_า_งเ_ซ_น_ต_เิ_ม_ต_ร_________________ 3) รูปวงกลม ทีม่ เี ส้นผ่านศนู ยก์ ลางยาว 42 นว้ิ ตอบ___1_3_8_4__.7_4__ต_า_ร_าง_น_ว้ิ_________
40 แบบฝึกปฏิบตั ิประกอบการประเมินผลระหว่างเรียน รายวิชาคณิตศาสตร์ ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น ตวั ชี้วดั ขอ้ ท่ี 42 แกโ้ จทยป์ ญั หาเกี่ยวกบั พน้ื ท่ี สถานการณ์ต่างๆ ในชีวติ ประจำวนักิจกรรมที่ 4 ตอบคำถาม 1. รปู สามเหลยี่ มABCมมี มุ Aเปน็ มมุ ฉากและAB=3หนว่ ยAC=4หนว่ ยถา้ ตอ้ งการลากเสน้ จาก จดุ A มาตดั BC ท่จี ุด X จะได้ AX ท่สี ้นั ที่สุดกหี่ นว่ ย ตอบ__2_._4_ห__น_่ว_ย__________________2. สวนขนดั หนง่ึ เปน็ รปู สเ่ี หลยี่ มผนื ผา้ กวา้ ง 40 เมตร ยาว 80 เมตร ถา้ ตอ้ งการทำทางเดนิ รอบๆ สวนแหง่ นดี้ า้ นนอก โดยให้ทางเดนิ กว้าง 2.5 เมตร จงหาพน้ื ทีข่ องทางเดนิ ตอบ___5_7_5_ต__าร_า_ง_เ_ม_ต_ร____________ 3. วงกลมวงหนงึ่ มีเส้นผา่ นศูนยก์ ลางยาว 10 เซนตเิ มตร สเ่ี หลี่ยมจตั รุ ัสที่บรรจใุ นวงกลมนม้ี ี พน้ื ทีม่ ากท่ีสดุ เทา่ ไร ตอบ___2_8_9__ต_า_ร_า_ง_เซ_น_ต_ิเ_ม_ต_ร________ 4. ผนงั ห้องสูง 2.8 ม. ยาว 6 ม. ต้องการทาสีผนังทั้ง 2 ด้าน ตอ้ งทาสีเป็นพืน้ ทีเ่ ท่าไร ตอบ___3_3_.6__ต_า_ร_า_ง_เม_ต__ร___________ 5 . 3 ซม . 5 ซม . จงหาพน้ื ทีส่ ่วนทแ่ี รเงา (กำหนดให้ π = 3.14) โดยดา้ นของ สามเหลยี่ มมมุ ฉากทอ่ี ยภู่ ายใน ยาว 3 เซนตเิ มตร 4 เซนตเิ มตร 4 ซ ม. และ 5 เซนตเิ มตร ตามลำดบั ตอบ__1_9_.6_2_5__ต_า_ร_า_ง_เซ_น_ต__ิเม_ต_ร_6. กระดาษสี่เหลี่ยมจตั ุรัส มคี วามยาวด้านละ 10 น้วิ นำมาตัดเป็นรูปส่ีเหล่ียมทม่ี ีฐานยาว 5 นวิ้ สงู 8 น้ิว ได้กีร่ ปู ตอบ___2_ร_ปู_____________________ 7. หอ้ งเรยี นกวา้ ง5เมตรยาว12.5เมตรตอ้ งใชพ้ รมขนาดกวา้ ง 2.5เมตรยาวเทา่ ไรจงึ จะปไู ดเ้ ตม็ หอ้ งพอดี ตอบ__2_5__เ_ม_ต_ร__________________ 8. นายคณติ ต้องการทำแปลงปลูกผักเปน็ รปู สีเ่ หล่ียมผืนผา้ มีดา้ นยาว 10 หลา และด้านกว้าง 2 หลา 2 ฟตุ นายคณิตจะตอ้ งใชพ้ น้ื ท่ีเทา่ ไหร่ ตอบ___2_4_0__ต_า_ร_าง_ฟ__ตุ __________________9. บ่อน้ำแห่งหน่ึงมีปากบ่อเป็นรูปวงกลม มีเส้นผ่านศูนย์กลางยาว 2.1 เมตร มีถนน คอนกรีตรอบปากบ่อ ถนนกว้าง 50 เซนติเมตร จงหาความยาวของถนนรอบนอกและหา พื้นทข่ี องถนน ตอบ__ถ_น_น_ร_อ_บ_น_อ_ก_ย_า_ว__6_.6__เ_ม_ต_ร_ถ_น_น__ม_ีพ_้นื _ท_ี่_3_.1__4_3_ต_า_ร_า_ง_เม__ต_ร_____________
แบบฝึกปฏิบตั ิประกอบการประเมินผลระหว่างเรยี น รายวิชาคณิตศาสตร์ ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้ 41ตวั ชวี้ ดั ขอ้ ท่ี 52 อธิบายการคาดคะเน และแนะนำวธิ ีการไปใช้ในการคาดคะเน เวลา ระยะทางขนาด น้ำหนกักจิ กรรมท่ี 5 ตอบคำถาม 1. อธบิ ายการคาดคะเนในสถานการณต์ ่อไปนีว้ ่าเหมาะสมหรอื ไม่อยา่ งไร 1) ปกตินภาดาเคยซอื้ มะมว่ งจากแม่ค้าประจำได้ 3 ผลต่อกิโลกรัม วันนแ้ี มค่ า้ มาสาย คดั มะมว่ งใหไ้ มท่ นั นภาดาตอ้ งการมะมว่ ง 1 12 กโิ ลกรมั จงึ หยบิ มะมว่ งขนาดทเ่ี คยซอ้ื 3 ผล และขนาดที่ย่อมกว่าเลก็ น้อยมา 2 ผล ตอบ_เ_ห_ม_า_ะ_ส_ม__เพ_ร_า_ะ_ม_ะ_ม_ว่_ง__3_ผ_ล_ห__น_ัก_ป_ร_ะ_ม_า_ณ__1_ก_โิ_ล_ก_ร_มั __แ_ล_ะ_ข_น_า_ด_ย_อ่ _ม_ก_ว_่า_อ_ีก__2_ผ_ล____ __ห_น_กั _ป_ร_ะ_ม_า_ณ___21__ก_ิโ_ล_ก_ร_ัม__ร_วม__เป_น็__ม_ะ_ม_ว่ _ง_ห_น_กั _ป_ร_ะ_ม_า_ณ__1__12___ก_ิโ_ล_ก_ร_ัม___________ 2) มานะทราบว่าทรายหนกั เปน็ 2.6 เทา่ ของน้ำทมี่ ปี รมิ าตรเท่ากนั เขามีถงั ขนาด เดียวกนั 2 ใบ ใบหน่งึ ใสท่ รายไวค้ รึง่ ถงั อกี ใบหน่งึ ใส่น้ำไวเ้ ต็มถงั มานะบอกน้อง ชายใหห้ ว้ิ ถงั น้ำ สว่ นตวั เขาหิ้วถังทราย เพราะรูว้ ่า ถังทรายหนกั กว่า ตอบ_เ_ห_ม_า_ะ_ส_ม__เพ_ร_า_ะ_ว_า่ _ท_ร_า_ย_ค_ร_ึ่ง_ถ_ังห__น_ัก_1__.3__เท_า่__ข_อ_ง_น_้ำ_เต_ม็__ถ_งั ____________________ ________________________________________________________________ 3) ปกติแพนเค้กใช้เวลาเดินทางจากบ้านไปโรงเรียนโดยผ่านตลาดประมาณ บ56อกชกั่วับโมแงพนใชเค้เว้กลวา่าเดตินอทนาเงยจ็นาหกลโรังงเลเริกียเรนียถนึงตใหล้แาวดะปซรื้อะผมลาไณม้ด14้วย ช่ัวโมง วันน้ีคุณแม่ ปรากฏว่าแพนเค้ก เลิกเรียน และเดินทางไปตลาดเม่ือเวลา 16.00 น. แพนเค้กคาดคะเนว่า น่าจะ กลบั ถึงบา้ นก่อน 17.00 น. ตอบ_ไ_ม_่เ_ห_ม_า_ะ_ส_ม_เ_พ_ร_า_ะ_ก_า_ร_เด_นิ__ท_า_งจ_า_ก_บ_้า_น_ไ_ป_โ_ร_ง_เร_ยี_น__ใช_เ้_ว_ล_า_ป_ร_ะ_ม_า_ณ__1_ช__วั่ โ_ม_ง__ถ_้า_แ_ว_ะ_ซ_้อื __ผ_ล_ไม__้จ_ะต__้อ_งใ_ช_้เ_ว_ล_า_เพ__ิม่ _ข_น้ึ _อ_ีก_แ__พ_น_เ_ค_ก้ _ค_ง_ก_ล_บั _บ_้า_น_ก_อ่ _น__1_7_._0_0_น_._ไ_ม_ไ่_ด_้___________
42 แบบฝกึ ปฏิบัตปิ ระกอบการประเมินผลระหว่างเรียน รายวิชาคณติ ศาสตร์ ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้แบบทดสอบประเมินความรู้และการคดิ ตามตัวชวี้ ดั เรือ่ ง การวดัคำช้แี จง ใหผ้ เู้ รียนทำเคร่อื งหมาย x ทบั ตัวอักษรหน้าคำตอบทถ่ี ูกท่ีสดุ1. ลุงยมต้องการล้อมรั้วลวดหนามรอบท่ีดิน ข 7.0465 กโิ ลเมตร รูปสีเ่ หลย่ี มผนื ผา้ ซง่ึ มคี วามยาวดา้ นกว้าง ค 8.465 กโิ ลเมตร 11 หลา2 ฟตุ ดา้ นยาว15หลา10นว้ิ ลงุ ยม 8ง 8.0465 กิโลเมตร ต้องซ้อื ลวดหนามยาวก่นี ้วิ 8ก 1,940 นวิ้ ข 2,040 นิว้ 5. สนามรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีด้านยาว 18 ค 2,140 นิ้ว ง 2,240 นว้ิ เมตร และ ด้านกว้าง 10 เมตร สนามแห่ง นม้ี ีพ้นื ทีเ่ ทา่ ไร2. ข้อใดไม่ถูกตอ้ ง ก 150 ตารางเมตร ก พนื้ ท่ี4ไร่ 2งาน เทา่ กบั 1,800ตารางวา ข 160 ตารางเมตร ข พน้ื ท่ี 3 งาน 70 ตารางวา เทา่ กบั 1,480 ค 170 ตารางเมตร ตารางเมตร 8ง 180 ตารางเมตร 8ค พ้นื ที่ 1,200 ตารางวา เท่ากบั 3 ไร่ 1 งาน 6. ที่นาแปลงหน่ึงเป็นรูปสี่เหล่ียมจัตุรัส มี ง พืน้ ท่ี 1,680 ตารางเมตร เท่ากับ 1 ไร่ ความยาวด้านละ 45 วา จะมพี น้ื ทีเ่ ท่าไร 20 ตารางวา ก 5 ไร่ 20 ตารางวา 8ข 5 ไร่ 25 ตารางวา3. รปู สเ่ี หลย่ี มผนื ผา้ และรปู สเี่ หลย่ี มดา้ นขนาน ค 6 ไร่ 20 ตารางวา จะมพี ืน้ ทเ่ี ท่ากันในกรณใี ด ง 6 ไร่ 25 ตารางวา ก มีดา้ นยาวเทา่ กนั ข มีฐานยาวเท่ากัน 7. สนามรูปส่ีเหล่ียมผืนผ้ากว้าง 15 เมตร ค มีส่วนสูงเทา่ กัน ยาว 18 เมตร ปูหญา้ เตม็ สนามขนาดแผ่น 8ง มีฐานรว่ มกันและมีส่วนสงู เท่ากัน หญ้ารูปส่ีเหล่ียมจัตุรัสยาวด้านละ 30 เซนตเิ มตร ตอ้ งซอ้ื แผน่ หญา้ ทง้ั หมดกแี่ ผน่4. ถ้าระยะทางจากบ้านของแนนถึงโรงเรียน ก 1,500 แผน่ เท่ากบั 5 ไมล์ อยากทราบวา่ บา้ นของ ข 2,000 แผ่น แนนห่างจากโรงเรียนกีก่ โิ ลเมตร 8ค 3,000 แผ่น ก 7.465 กโิ ลเมตร ง 3,500 แผน่
แบบฝกึ ปฏิบัตปิ ระกอบการประเมนิ ผลระหว่างเรียน รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ 438. แผน่ ไมร้ ปู สเ่ี หลย่ี มขนมเปยี กปนู มเี สน้ ทแยง มมุ ยาว 22 เซนตเิ มตร และ 38 เซนตเิ มตร 8ก 44 เซนติเมตร แผน่ ไม้มพี นื้ ทเ่ี ท่าไร ข 56 เซนติเมตร ก 120 ตารางเซนติเมตร ค 98 เซนติเมตร ข 240 ตารางเซนติเมตร ง 196 เซนติเมตร ค 348 ตารางเซนตเิ มตร 1 2. ลรถอ้ จจกักั รรยยาานนเคมลเี สอื่ น้นรทอไี่ ปบไวดงรย้ ะายวะ2ทา51ง เมตร ถา้ 8ง 418 ตารางเซนตเิ มตร เมตร ล้อรถหมนุ ทั้งหมดกีร่ อบ 12351 9. 8ก 56 รอบ ข 57 รอบ ค 58 รอบ ง 59 รอบ สนามหญา้ รปู สเ่ี หลย่ี มผนื ผา้ กวา้ ง 20 เมตร 13. ถ้านำเส้นลวดยาว 28 นิ้วมาดัดเป็นรูป ยาว 30 เมตร ตอ้ งการทำถนนรอบสนาม สเ่ี หลย่ี มจตั รุ สั สเี่ หลยี่ มทไี่ ดจ้ ะมพี น้ื ทเ่ี ทา่ ไร หญา้ แหง่ นี้ โดยทำถนน กวา้ ง 2 เมตร ดงั รปู ก 28 ตารางนวิ้ จงหาพ้นื ที่ของถนน ข 32 ตารางนิว้ ก 816 ตารางเมตร 8ค 49 ตารางนว้ิ ข 600 ตารางเมตร ง 56 ตารางนว้ิ 8ค 216 ตารางเมตร 14. กระดาษรปู สเ่ี หลยี่ มจตั รุ สั รปู หนงึ่ มดี า้ นยาว ง 116 ตารางเมตร ด้านละ a + b ฟตุ ตดั ท้ิงเป็นรูปสเี่ หลี่ยม10. สระนำ้ รปู วงกลมรศั มี 8 วา และมที างเดิน มมุ ฉาก ยาว x ฟุต กวา้ ง y ฟตุ จะเหลือ กวา้ ง1เมตรลอ้ มรอบสระนำ้ อยากทราบวา่ พน้ื ทีก่ ี่ตารางฟุต ทางเดินรอบสระน้ำมีพื้นท่ีก่ีตารางเมตร ก a2 + b2 - xy ตารางฟตุ (ตอบในรปู ของ π ) 8ข (a + b)2 - xy ตารางฟตุ ก 11 π ตารางเมตร ค (a + b) - xy ตารางฟุต ข 21 π ตารางเมตร ง ไมม่ ีคำตอบทีถ่ กู ต้อง 8ค 31 π ตารางเมตร 15. ห้องรับแขกบ้านต้นกว้าง 12 เมตร ง 41 π ตารางเมตร ยาว 20 เมตร และสงู 4 เมตร ตอ้ งการ11. รปู วงกลม ป บรรจุอยู่ในรปู สีเ่ หลยี่ มจตั ุรัส ติดวอลล์เปเปอร์ท่ีผนังห้องทั้ง 4 ด้าน กขคง ความยาวรอบรูป 56 ซม. ดังรูป จะตอ้ งใช้วอลลเ์ ปเปอรก์ ีต่ ารางวา วงกลม ป มคี วามยาวรอบรูปเทา่ ไร ก 256 ตารางวา ข 128 ตารางวา 8ค 64 ตารางวา ง 32 ตารางวา
44 แบบฝึกปฏิบตั ิประกอบการประเมนิ ผลระหว่างเรยี น รายวชิ าคณิตศาสตร์ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้6 ปริมาตรและพืน้ ทผี่ ิว ตัวชว้ี ดั ขอบขา่ ยเน้ือหา1. อธิบายลักษณะและสมบตั ขิ องปรซิ มึ พรี ะมิด 1. ลักษณะ สมบตั แิ ละการหาพื้นท่ีผวิ และปริมาตร ทรงกระบอก กรวย ทรงกลม ของปรซิ ึม2. หาปรมิ าตรและพ้นื ทีผ่ วิ ของปริซึม ทรงกระบอก 2. การหาปริมาตรและพ้นื ท่ีผิวของทรงกระบอก3. หาปรมิ าตรและพ้นื ทีผ่ ิวของ พรี ะมิด กรวย 3. หาปริมาตรและพ้นื ทีผ่ ิวของ พรี ะมดิ กรวย และทรงกลม และทรงกลม4. เปรียบเทยี บหนว่ ยความจุ หรอื หนว่ ย ปริมาตร 4. การเปรียบเทียบหนว่ ยความจุ หรือหนว่ ย ในระบบเดยี วกนั หรอื ตา่ งระบบ และเลือกใช้ ปรมิ าตร หนว่ ยการวดั เกี่ยวกับความจุ หรอื ปรมิ าตร ไดอ้ ย่างเหมาะสม 5. การแกโ้ จทยป์ ญั หาเก่ยี วกับปริมาตรและพื้นท่ีผิว5. ใช้ความรเู้ กี่ยวกับปรมิ าตรและพน้ื ทผี่ วิ แก้ไข ปญั หาในสถานการณ์ตา่ งๆ ในชวี ิตประจำวัน6. ใชก้ ารคาดคะเนเก่ยี วกบั ปริมาตรและพ้นื ที่ผวิ 6. การคาดคะเนเกยี่ วกบั ปรมิ าตร และพ้นื ที่ผวิ แก้ไขปญั หาในสถานการณต์ า่ งๆในชีวติ ประจำวนั
แบบฝึกปฏิบตั ปิ ระกอบการประเมินผลระหวา่ งเรียน รายวิชาคณติ ศาสตร์ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ 45กจิ กรรมพฒั นากระบวนการเรียนรู้ตัวชว้ี ัดข้อที่ 12 อธิบายลักษณะและสมบตั ิของปริซึม พรี ะมดิ ทรงกระบอก กรวย ทรงกลมกิจกรรมที่ 1 ตอบคำถาม 1. ให้อธิบายความหมายของรปู เรขาคณติ สามมิติตา่ งๆ 1) ปร ซิ มึ (Pr ism) หมายถงึ __ท_รง_ส_า_ม_ม_ติ _ิท_มี่ _หี _น_้า_ต_ัด_ห_วั _ท_้า_ย_เป_็น_ร_ปู _เ_ห_ล_ี่ย_ม_ต_า่ ง_ๆ__เห__ม_อื น__กัน__โด_ย_ม_พี _น้ื_ท_ี่_เท_า่ _ก_ัน_ร_ูป_แ_บ_บ_เ_ด_ีย_ว_ก_ัน_ข_น_าน_ก_ัน__ด_้า_น_ข_้าง_ข_น_า_น_ก_ัน_แ_ล_ะ_เป_็น_ค_ว_า_ม_ย_าว_ข_อ_ง_ป_ร_ซึ _มึ _โด_ย_พ_ืน้__ท_ีด่ _้าน_ข_า้_ง_เป_็น_ส_เ่ี_ห_ล_ย่ี _ม_ผ_ืน_ผ_า้ _ท_กุ _รปู__ 2 ) พ รี ะมดิ (Py ramid ) หม ายถึง__ท_ร_ง_ส_า_ม_ม_ติ _ทิ_่ีม__ฐี _าน_เ_ป_็น_ร_ูป__ส_เ่ี ห_ล_่ยี_ม__ใด__ๆ_ม__ีย_อ_ด_แ_ห_ล_ม_ซ_ง่ึ_____ไม_อ่_ย_่บู__น_ร_ะ_น_า_บ_เด_ยี__วก_บั__ฐ_าน__แ_ล_ะ_ห_น__้าท__ุก_ห_น_า้ _เป_น็__ร_ปู _ส_า_ม_เห__ล_่ยี _ม_ท_ีม่ _จี _ดุ _ส_ดุ_ย_อ_ด__รว่_ม__ก_ัน_ท_ย่ี _อ_ด_แ_ห_ล_ม__น_น้ั _______ 3) ท รงก ระบ อก ( Cylin der) หม ายถงึ __ท_ร_ง_ส_า_ม_ม_ิต_ทิ _ี่ม__ีฐา_น_เ_ป_็น_ร_ูป_ว_ง_ก_ล_ม__ท_ีเ่ ท_า่_ก_ัน__ท_กุ _ป_ร_ะ_ก_า_ร_แ__ล_ะ_อ_ย_่ใู น__ระ_น__าบ__ท_่ีข_น_า_น_ก_ัน___________________________________________________________ 4) กร วย (Co ne) หมายถงึ ___ท_ร_งส__าม__ม_ิต_ทิ _ี่ม_ฐี _า_น_เ_ป_็น_ร_ูป_ว_ง_ก_ล_ม_ม_ีย_อ_ด_แ__ห_ล_ม_ท_ีไ่ _ม_อ่ _ย_ู่บ_น_ร_ะ_น_า_บ__เ_ด_ยี _ว_ก_บั _ฐ_า_น______________________________________________________________________ 5) ท รงกล ม (S phe re) ห มาย ถึง __ท_ร_ง_ส_า_ม_ม_ติ__ทิ _ีม่ _ีผ_ิว_เ_รยี_บ__โค_ง้_แ_ล_ะ_จ_ุด_ท__กุ _จ_ดุ _บ_น_ผ_วิ _โ_ค_้ง_อ_ย_ู่ ___ห__า่ _งจ_า_ก_จ_ุด_ค_ง_ท_ีจ่_ดุ_ห__น_ึ่ง_เป_น็__ระ_ย_ะ_ท__าง_เ_ท_่า_ก_นั ________________________________________________ ตวั ชวี้ ดั ขอ้ ที่ 2 หาปริมาตรและพืน้ ทีผ่ ิวของปรซิ ึม ทรงกระบอก กิจกรรมท่ี 2 ตอบคำถาม 1. จงหาปริมาตรและพ้ืนที่ผิวของทรงสามมิตติ อ่ ไปน้ี 1) 2) ปริมาตร__5_0_.2_4__c_m_3_____ ปรมิ าตร_6_0__m_3_________ พ้ืนท่ีผิว __7_5_.3__6_c_m_2_____ พนื้ ทผ่ี วิ _1_1_2__m_2________
46 แบบฝกึ ปฏบิ ตั ิประกอบการประเมินผลระหวา่ งเรยี น รายวิชาคณิตศาสตร์ ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ 3) 4) ปริมาตร_8_2_8__c_m_3_______ ปริมาตร_1_2_5__.6__cm__3_____ พ้ืนทผ่ี ิว _8_4_6__c_m_2_______ พน้ื ท่ีผิว _1_5_0__.7_2__c_m_2____2. โรงงานแหง่ หนงึ่ มีส่วนต่าง ๆ ตามทีก่ ำหนดใหใ้ นรปู อยากทราบวา่ โรงงานแหง่ นมี้ ีปรมิ าตร กล่ี ูกบาศก์เมตร ตอบ____1_3_,6_3__5_ล_กู__บ_า_ศ_ก_เ์ _ม_ต_ร______________________________________________________3. ถงั นำ้ ทรงสเ่ี หลย่ี มใบหนงึ่ กน้ ถงั เปน็ รปู สเ่ี หลย่ี มจตั รุ สั ถงั ใบนสี้ งู 150เซนตเิ มตรและจนุ ำ้ ได้0.6 ลูกบาศก์เมตร ก้นถงั ใบนมี้ ีพ้นื ทก่ี ีต่ ารางเมตร ตอบ__0_._4__ต_า_รา_ง_เ_ม_ต_ร___________________4. แท่งปริซึมแก้วสามเหล่ียมสูง 10 เซนติเมตร ฐานของปริซึมเป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก มีด้านประกอบมมุ ฉากยาว 5 และ 12 เซนตเิ มตร แทง่ แกว้ นมี้ ปี รมิ าตรกีล่ กู บาศก์เซนตเิ มตร ตอบ____3_0_0__ล_กู _บ_า_ศ_ก_เ์ _ซ_น_ต_เิ_ม_ต_ร_____________________________________________________5. ถงั ทรงปริซมึ ใบหนึ่งฐานรูปสเ่ี หลยี่ มมมุ ฉาก วัดขนาดภายในถังไดก้ ว้าง15 เซนตเิ มตร ยาว 20 เซนติเมตร และสูง 25 เซนติเมตร ใส่น้ำโดยระดับน้ำต่ำกว่าปากถัง 8 เซนติเมตร นำกอ้ นหนิ กอ้ นหนง่ึ หยอ่ นลงในภาชนะนี้ ปรากฏวา่ ระดบั นำ้ จะตำ่ กวา่ ปากถงั 4 13 เซนตเิ มตร จงหาปริมาตรของก้อนหนิ ตอบ__1_,_1_0_0__ล_ูก_บ_า_ศ_ก_์เซ_น__ต_ิเม__ต_ร_________________6. ถงั นำ้ ทรงกระบอกสูง 2 ฟุต มพี ้ืนท่หี นา้ ตัด 10 ตารางฟตุ ใส่นำ้ จนเต็มถัง ถา้ เปดิ น้ำออก 2 ลกู บาศก์ฟุต นำ้ จะลดลงมาจากระดับเดมิ กีฟ่ ุต ตอบ__0_.2__ฟ_ตุ _________________________
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104