100 คำอธบิ ำยรำยวิชำเพม่ิ เตมิ วชิ ำทกั ษะกำรอำ่ นและกำรเขียน คำอธิบำยรำยวชิ ำ กลมุ่ สำระกำรเรียนรภู้ ำษำไทย ท๑๑๒๐๑ ทักษะกำรอำ่ นและกำรเขยี น ๑
101 ช้นั ประถมศกึ ษำปีท่ี ๑ จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง คำอธิบำยรำยวิชำ อ่านและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย การอ่านและเขียนสะกดคาที่ไม่มีตัวสะกด มี ตัวสะกด คาพ้ืนฐาน ๗๐๘ คา การผันวรรณยุกต์ เรียบเรียงคาเป็นประโยคง่าย ๆ มีความรู้ในเร่ืองคา บอก ความหมายของคา โดยการเขียนและฝึกทักษะจากการฟัง การพูด การพัฒนาการอ่านและเขียนให้สามารถใช้ ภาษาไดถ้ ูกต้อง การนาความร้ไู ปเป็นพืน้ ฐานในการเรียนวิชาอ่ืน ๆ และการนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน ผลกำรเรยี นรู้ ๑. อา่ นและเขียนพยญั ชนะ สระและผนั วรรณยุกต์ไดถ้ ูกตอ้ ง ๒. อา่ นและเขียนสะกดคาทไี่ ม่มีตวั สะกดและมีตัวสะกดได้ ๓. อ่านและเขยี นคาพ้นื ฐานได้ถูกตอ้ ง ๔. เขยี นประโยคเรียบเรยี งไดถ้ ูกต้อง ๕. มีความรูเ้ รอ่ื งคาและความหมายของคา นาไปใช้ได้ถูกตอ้ ง ๖. เหน็ คุณค่าของการอ่านและเขียนคาในภาษาไทย นาไปเป็นพื้นฐานในการเรียนได้ รวมทั้งหมด ๖ ผลกำรเรยี นรู้ คำอธิบำยรำยวชิ ำ กลมุ่ สำระกำรเรยี นร้ภู ำษำไทย ท๑๒๒๐๑ ทักษะกำรอ่ำนและกำรเขยี น ๒
102 ชั้นประถมศกึ ษำปที ี่ ๒ จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง คำอธบิ ำยรำยวิชำ ใช้ทกั ษะกระบวนการอ่านและการเขียน สรา้ งความรู้ ความคิดเพอ่ื นาไปใชใ้ นการตดั สนิ ใจ แกป้ ัญหาใน การดาเนนิ ชวี ติ มีนสิ ยั รกั การอ่าน โดยใชว้ ิธีการอ่านออกเสียง การอ่านในใจ บอกความหมายของคาและเขียน สะกดคาท่ีประกอบด้วนคาพ้ืนฐาน ๑คา ระบุความสาคัญของคาที่อ่านและ เขยี นตามคาบอกจากคา ๐๙๘, พนื้ ฐาน อธบิ ายความหมายของคา คดั ลายมอื ตวั บรรจงเตม็ บรรทัดรวมทั้งมีมารยาทในการอา่ นและเขียน ผลกำรเรยี นรู้ ๑. อ่านออกเสียงคาพ้ืนฐานได้ถูกตอ้ ง ๒. อธบิ ายความหมายของคาพืน้ ฐานไดถ้ กู ต้อง ๓. คดั ลายมือตัวบรรจงเตม็ บรรทัดไดส้ ะอาด ถูกต้องและสวยงาม ๔. เขยี นสะกดคาพืน้ ฐานได้ถกู ต้อง ๕. มีมารยาทในการอา่ นและการเขียน ๖. บอกความหมายของคา นาไปใช้ไดถ้ ูกต้อง ๗. นาประสบการณ์การอา่ นและการเขยี นไปใชใ้ นการดาเนนิ ชีวติ รวมทั้งหมด ๗ ผลกำรเรยี นรู้ คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ กลุ่มสำระกำรเรยี นรภู้ ำษำไทย ท๑๓๒๐๑ ทักษะกำรอำ่ นและกำรเขยี น ๓
103 ชนั้ ประถมศกึ ษำปีท่ี ๓ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง คำอธบิ ำยรำยวิชำ อ่านออกเสียงคาพ้ืนฐานเพิ่มจาก ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๒ ไม่น้อยกว่า ๑คาการอ่านจับใจความ ๒๐๐, จากส่อื ตา่ ง ๆ อา่ นข้อความ เร่ืองสนั้ บทรอ้ ยกรอง งา่ ยๆใช้กระบวนการอ่านสร้างองคค์ วามรู้ ความคิด วเิ คราะห์ วิจารณ์และประเมินคุณค่าการอ่านเพื่อนาไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดาเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน คัด ลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดตามรูปแบบการเขยี นตัวอักษรไทยท่ีกาหนด การเขยี นสะกดคาและบอกความหมาย ของคา ใช้กระบวนการเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียน รายงานข้อมูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาค้นคว้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีมารยาทในการอ่านการเขียน อย่างสร้างสรรค์ และปลูกฝังนิสัยรักการอ่านการเขียนเพื่อพัฒนาตนเองอยู่เสมอ มีความเข้าใจธรรมชาติของ ภาษา การใช้พจนานุกรม เลือกใช้ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่นไดเ้ หมาะสมกับกาลเทศะ ระบุข้อคิดและ แสดงความคิดเหน็ ทีไ่ ดจ้ ากการอ่านวรรณกรรมที่มีคุณคา่ แลว้ นามาประยุกต์ใช้ใน ชีวติ จรงิ ผลกำรเรยี นรู้ ๑. อา่ นออกเสยี งคา ข้อความเรื่องส้ัน บทรอ้ ยกรอง ง่ายๆ ได้ถูกต้อง คลอ่ งแคล่ว ๒กระบวนการอ่านสร้างองคค์ วามรู้ได้ . ๓. เขยี นสะกดคา อธิบายความหมายของคาและข้อความที่อ่านได้ ๔. ระบชุ นิดและหนา้ ที่ของคาในประโยคได้ ๕. ใชพ้ จนานุกรมเพื่อค้นคว้าหาความหมายของคาได้ ๖. ใช้กระบวนการเขียนส่ือสาร ในรูปแบบต่าง ๆ ได้ ๗. มมี ารยาทและนิสยั รักการอ่านการเขียน รวมทั้งหมด ๗ ผลกำรเรียนรู้ คำอธบิ ำยรำยวิชำ กลมุ่ สำระกำรเรียนรภู้ ำษำไทย ท๑๔๒๐๑ ทกั ษะกำรอำ่ นและกำรเขียน ๔
104 ชนั้ ประถมศกึ ษำปีท่ี ๔ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ การอ่านออกเสยี งบทบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง แสดงความคิดเห็นจากบทร้อยกรองที่ฟงั และอา่ น สรุปใจความ สาคัญ ข้อเท็จจรงิ และแสดงข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน อธิบายความหมายโดยนัยจากเรอื่ งท่ีอ่านอย่างหลากหลาย วิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับเรื่องที่อ่านเพื่อนาไปใช้ในการดาเนินชีวิต มีมารยาทในการอ่านได้อย่าง เหมาะสม เขียนสื่อสารโดยใช้คาได้ถูกต้องชัดเจนและหลากหลาย สามารถพูดแสดงความรู้ ความคิดเห็น และ ความรู้สึกจากเรื่องท่ีฟังและดู มีมารยาทในการฟัง การดูและการพูด สรุปเร่ืองจากวรรณคดี วรรณกรรมท่ีอ่าน ระบุความร้แู ละข้อคิดที่ไดจ้ ากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีสามารถนาไปใช้ ในชีวิตจริง ทอ่ งจาบทอาขยาน ตามท่ีกาหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการอ่าน การเขียน และพูด วิเคราะห์ สรุป และนาเสนอ เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะทางภาษาในการส่ือสาร มีนิสัยรักการอ่าน เห็นคุณค่า ภาษาไทยในฐานะภาษาประจาชาติ ผลกำรเรียนรู้ 1. สรุปใจความสาคญั ของเรื่องท่ีอ่านได้อย่างถกู ต้อง 2. สรุปขอ้ เท็จจริง และข้อคิดเห็นได้ 3. เขียนแสดงความคิดเห็นจากเรื่องท่ีอา่ น ฟงั ดู ได้ 4. เขียนบทร้อยกรอง และคาขวัญได้ 5. แสดงความคิดเห็นจากบทร้อยกรองท่ีฟังและอา่ นได้ 6. อา่ นบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ งตามอักขรวธิ ี 7. เข้าใจในบทร้อยกรองที่ฟังและอ่าน 8. เขียนคาขวัญสั้นๆ เก่ียวกบั ตนเองและส่ิงรอบตวั ได้ รวมทั้งหมด ๘ ผลกำรเรยี นรู้ คำอธิบำยรำยวิชำ กลมุ่ สำระกำรเรียนรูภ้ ำษำไทย ท๑๕๒๐๑ ทกั ษะกำรอำ่ นและกำรเขยี น ๕
105 ช้นั ประถมศึกษำปที ี่ ๕ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง คำอธบิ ำยรำยวิชำ การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้อง อธิบายความหมายของคาประโยคและ ขอ้ ความทีเ่ ป็นการบรรยายและพรรณนา อธิบายความหมายโดยนัยจากเร่ืองที่อา่ นอย่างหลากหลาย วเิ คราะห์และ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเร่ืองที่อ่านเพื่อนาไปใช้ในการดาเนินชีวิต มีมารยาทในการอ่านได้อย่างเหมาะสม คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและคร่ึงบรรทัด เขียนสื่อสารโดยใช้คาได้ถูกต้องชัดเจนและหลากหลาย สามารถ พดู แสดงความรู้ ความคิดเห็น และความรู้สึกจากเร่ืองที่ฟังและดู มีมารยาทในการฟัง การดูและการพูด สรุปเรื่อง จากวรรณคดี วรรณกรรมที่อา่ น ระบคุ วามรแู้ ละข้อคดิ ทไี่ ด้จากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมทีส่ ามารถนาไปใช้ ในชีวิตจริง ท่องจาบทอาขยานตามที่กาหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการอ่าน การเขียน และพูด วิเคราะห์ สรุป และนาเสนอ เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะทางภาษาในการสื่อสาร มนี สิ ยั รกั การอา่ น เห็นคณุ ค่าภาษาไทยในฐานะภาษาประจาชาติ ผลกำรเรยี นรู้ 1. สรปุ ใจความสาคญั ของเรื่องท่ีอ่านได้อยา่ งถกู ต้อง 2. สรปุ ขอ้ เทจ็ จรงิ และข้อคดิ เห็นได้ 3. เขยี นแสดงความคดิ เห็นจากเรื่องที่อา่ น ฟัง ดู ได้ 4. อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและรอ้ ยกรองได้ 5. แสดงความคดิ เห็นจากบทร้อยกรองทฟี่ งั และอา่ นได้ 6. มมี ารยาทในการฟัง การดูและการพูด รวมทั้งหมด ๖ ผลกำรเรียนรู้ คำอธบิ ำยรำยวิชำ กลุ่มสำระกำรเรยี นรภู้ ำษำไทย ท๑๖๒๐๑ ทักษะกำรอำ่ นและกำรเขียน ๖
106 ช้ันประถมศกึ ษำปที ี่ ๖ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง คำอธบิ ำยรำยวิชำ การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง ความหมายของคา ประโยคและข้อความท่ีเป็น โวหาร อ่านเรื่องสั้น แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องท่ีอ่าน การอ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คาส่ัง ข้อแนะนาและ ปฏิบัติตาม ความหมายของข้อมูลจากการอ่านแผนผัง แผนที่ แผนภูมิและกราฟ การเลือก อา่ นหนังสือตามความ สนใจ การคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและคร่ึงบรรทัด การเขียนสื่อสารโดย แผนภาพโครงเร่ืองและ แผนภาพความคิดเพ่ือใช้พัฒนางานเขียน การเขียนเรียงความ ย่อความ จดหมาย ส่วนตัว เร่ืองตามจินตนาการ และสร้างสรรค์และการกรอกแบบรายการต่าง ๆ การพูดแสดงความรคู้ วาม เข้าใจจุดประสงค์ของเรื่องท่ีฟังและดู สื่อโฆษณาอย่างมีเหตุผล พูดรายงานเร่ืองหรือประเด็นท่ีศึกษาค้นคว้า จาก การพูดโน้มน้าวอย่างมีเหตุผลและ นา่ เชื่อถือ ชนิดและหน้าท่ขี องคาในประโยค การใชค้ าไดเ้ หมาะสม กับกาลเทศะและบคุ คล คาภาษาต่างประเทศท่ี ใช้ในภาษาไทย ลักษณะของประโยค บทร้อยกรอง สานวนที่ เป็นคาพังเพยและสุภาษิต วรรณคดีหรือวรรณกรรม เล่านิทานพ้ืนบ้านท้องถ่ิน และนิทานพ้ืนบ้านของ ท้องถ่ินอื่น บทอาขยานตามท่ีกาหนด โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการส่ือความ กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการสังเกต กระบวน กรแยกข้อเท็จจริง กระบวนการค้นคว้า กระบวนการใช้ เทคโนโลยีในการสื่อสาร กระบวนการใช้ทักษะทางภาษา การฝึกปฏิบัติอธิบาย บนั ทึก การต้งั คาถาม ตอบ คาถาม ใช้ทักษะการฟงั การดแู ละการพูด พูดแสดงความคิดเห็น กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด เพื่อให้เกิดความรู้ความคิด ความเข้าใจ ส่ือสารได้ถูกต้องรักการเรียน ภาษาไทย เห็นคุณค่าของการอนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย มีวินัย ซื่อสัตย์สุจริตใฝ่รู้ใฝ่เรียน มุ่งมั่นในการ ทางาน อยู่อย่างพอเพยี ง มคี ณุ ธรรม และมีจิตสาธารณะ สามารถนาความรู้ไปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์ใน ชีวิตประจาวัน ไดอ้ ยา่ งถกู ต้องเหมาะสม ผลกำรเรยี นรู้ 1. นักเรียนไดท้ ราบความเป็นมาของท้องถิ่นตนได้ 2. นกั เรียนอธบิ ายลกั ษณะนิทานพนื้ บ้านของไทยได้ 3. นกั เรยี นบอกขอ้ คิดจากนิทานพื้นบ้านของไทยได้ 4. นักเรียนอธิบายภาพสะทอ้ นของวิถีชีวิตจากนิทานพน้ื บ้านได้ 5. นักเรียนตระหนักถึงคุณคา่ ของนิทานพนื้ บ้านได้ รวมทั้งหมด ๕ ผลกำรเรยี นรู้
107 คำอธิบำยรำยวิชำเพ่ิมเตมิ วชิ ำคณิตศำสตร์เพ่ิมเตมิ คำอธิบำยรำยวชิ ำ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้คณิตศำสตร์ ค๑๔๒๐๑ คณิตศำสตรเ์ พ่มิ เติม ๑
108 ชนั้ ประถมศึกษำปีท่ี ๔ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง คำอธิบำยรำยวิชำ ศึกษาหลักการเรียงลาดับจากมากไปน้อยและจากน้อยไปมาก ต้องอาศัยการนับเลขที่ชานาญและคล่อง แคล้ว การฝกึ ท่องอยูเ่ สมอจะทาใหเ้ ราไม่ มขี ้อผิดพลาดดังนัน้ การฝกึ นับเลขเพิ่มทีละเทา่ ๆกัน ช่วยให้เราหาผลลพั ธ์ ได้เร็วขึน้ โดยใชค้ วามร้ทู ักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้ปญั หาในสถานการณ์ตา่ งๆ ได้อยา่ งเหมาะสม รูจ้ ักใช้วธิ ีการที่หลากหลายในการแก้ปัญหา ใชเ้ หตผุ ลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลได้อยา่ ง เหมาะสม ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการส่ือสาร การสื่อความหมาย และการนาเสนอได้อย่าง ถูกต้องและชัดเจน สามารถเช่ือมโยงความรู้หลักการกระบวนการทางคณิตศาสตร์ไปใช้ในการเรียนรู้สง่ิ ต่างๆ และ ใช้ในชีวิตประจาวันอย่างสร้างสรรค์รวมท้ังเห็นคุณค่าและมีเจตนคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์มีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีวิจารณญาณ และมีความเชื่อม่ันในตนเอง เพื่อให้ นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจกระบวนการแก้ปัญหา การเรียงจานวนจากมากไปน้อยและการเรียงจากน้อยไปมาก ได้มีทักษะการนับเลขที่ดี เพื่อให้เข้าใจบทบาทและการแก้ปัญหาท่ีถูกต้อง สามารถนามาประยุกต์ใช้กับ ชวี ติ ประจาวันได้ ผลการเรียนรู้ 1. ผเู้ รยี นอธิบายการเรยี งลาดบั จากมากไปนอ้ ยได้ 2. ผเู้ รยี นอธบิ ายการเรยี นลาดับจากนอ้ ยไปมากได้ 3. ผ้เู รียนสามารถเรียงลาดบั ได้อยา่ งคล่องแคล่วและถูกต้อง 4. ผเู้ รยี นสามารถนบั เลขอย่างคลอ่ งแคลว่ 5. ผู้เรียนมีความรับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้มีวินัย มีความมุ่งม่ันในการฝึกซ้อมและเกิดทัศนะคติที่ดีต่อการ เรียนคณิตศาสตร์ รวม 5 ผลการเรยี นรู้ คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ กล่มุ สำระกำรเรียนรู้คณติ ศำสตร์ ค๑๕๒๐๑ คณิตศำสตรเ์ พ่มิ เติม ๒
109 ชนั้ ประถมศึกษำปีท่ี ๕ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ สถติ แิ ละความน่าจะเป็นเบ้ืองต้น การอ่าน และการเขียนแผนภูมิเปรยี บเทยี บ การอ่านและการเขยี นกราฟ เส้นการอ่านแผนภูมิวงกลม การเกบ็ รวบรวมข้อมูล ความหมาย และการนาไปใช้ในชีวิตประจาวันของเหตุการณ์ท่ี เกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้น ไม่เกิดขึ้นแน่นอน โดยใช้การศึกษาค้นคว้าการศึกษาเรียนรู้การอ่านและการเขียนแผนภูมิ เปรยี บเทียบ การอ่านและการเขียนเส้นกราฟ การอ่านแผนภูมิวงกลม การเก็บรวบรวมข้อมลู ต้องลงมอื ปฏบิ ัติจาก สถานการณ์จริง สิ่งท่ียังไม่เกิด และไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน การเขียนแผนภูมิแท่งเป็นการเขียนท่ีให้เห็นความ แตกต่างสามารถเปรียบเทียบระหวา่ งสงิ่ ของสองอย่างและหลายๆ อย่างได้ เพอื่ ให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการ เก็บรวบรวมข้อมูล การเปรียบเทียบแผนภูมิและการอ่านและการเขียนเส้นกราฟ การอ่านแผนภูมิวงกลม เข้าใจ ความหมาย การนาไปใช้ในชีวิตจรงิ ได้ การอ่านแผนภูมิแท่งและแผนภูมิแท่งเปรียบเทียบ การเก็บรวบรวมข้อมูลและการเขียนแผนภูมิแท่ง ความหมายและการนาไปใช้ในชีวิตประจาวันของเหตุการณ์ท่ีเกิดขึ้นแน่นอน อาจจะเกิดข้ึนหรือไม่เกิด และไม่ เกิดข้ึนอย่างแน่นอน โดยใช้การศึกษาค้นคว้าการศึกษาเรียนรู้การอ่านแผนภูมิแท่งและแผนภูมิเปรียบเทียบ การ เก็บรวบรวมข้อมูลต้องลงมือปฏิบัติจากสถานการณจริง ส่ิงที่ยังไม่เกิด และไม่เกิดข้ึนอย่างแน่นอน การเขียน แผนภูมแิ ท่งเป็นการเขียนท่ีให้เห็นความแตกต่างสามารถเปรียบเทียบระหว่างส่ิงของสองอย่างและหลายๆ อย่างได้ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมข้อมูล การสร้างแผนภูมิ การเปรียบเทียบแผนภูมิและเข้าใจ ความหมาย การนาไปใช้ในชีวติ จริงได้ ผลการเรยี นรู้ 1. ผู้เรียนอธิบายถึงความหมายและการนาไปใช้ได้ 2. ผู้เรียนรู้จักเก็บรวบรวมข้อมูลและการเขียนแผนภูมิเปรียบเทียบ การอ่านและการเขียนเส้นกราฟ การอ่านแผนภมู ิวงกลม 3. ผูเ้ รยี นสรา้ งแผนภูมใิ นแต่ ละแบบได้ 4. ผู้เรยี นเปรยี บเทยี บผลในแผนภมู แิ ท่งได้ รวม 4 ผลการเรียนรู้ คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้คณติ ศำสตร์ ค๑๖๒๐๑ คณิตศำสตร์เพ่มิ เติม ๓
110 ชนั้ ประถมศกึ ษำปีท่ี ๖ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง คำอธิบำยรำยวิชำ ความยาวรอบรูป คือ ผลบวกของความยาวด้านทุกด้านของรูปเหลี่ยม วิธีหาความยาวรอบรูป ส่ีเหลี่ยม รูปส่ีเหล่ียมโดยท่ัวไปหาความยาวเส้นรอบรูปได้โดยวัดความยาวของด้านทุกด้านแล้วนามาบวกกัน รูปส่ีเหล่ียมบางชนิดหาความยาวโดยใช้สูตรความยาวรอบรูปได้โดยวัดความยาวบางด้านแล้วนามาคานวณโดยใช้ สูตรดังนี้ สีเ่ หลย่ี มผนื ผ้า, สี่เหล่ียมด้านขนาน =2 × ( กว้าง ( ยาว + สี่เหล่ียมจัตรุ ัส, สเี่ หล่ียมขนมเปียกปูน =4 × ด้าน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับการหาความยาวรอบรูปสี่เหล่ียมและการหาพ้ืนที่ภายใน รูป สี่เหลย่ี ม มีความมงุ่ มนั่ ใฝ่เรียนรู้นาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง วงกลม คือ รูประนาบท่ีล้อมรอบด้วยเส้นรอบวง และห่างจากจุดจุดหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดคงท่ีระยะทางเท่ากัน เสมอ เรียกจุดคงที่นี้ว่า ” จุดศูนย์กลางของรูปวงกลม” ส่วนประกอบของวงกลมความหมายของส่วนต่างๆ ของ วงกลม •จุดศูนย์กลางของวงกลม คือ จุดคงที่ท่ีอยู่ตรงกลางวงกลม อยู่ห่างจากเส้นรอบวงทุกๆ ส่วนเท่ากัน คือ รัศมี และ ส่วนของเส้นตรงที่ลากจากจุดศูนย์กลางไปยังเส้นรอบวงอีกด้านคือ เส้นผ่านศูนย์กลาง และ ส่วนของ เส้นตรงท่ีลากจากจุดหนึ่งบนเส้นรอบวงด้านหน่ึงผ่านจุดศูนย์กลางไปยังอีกจุดหนึ่งบนเส้นรอบวงอีกด้านหน่ึง คือ คอร์ด และ ส่วนของเส้นตรงท่ีลากจากเส้นรอบวงด้านหน่ึงไปยังเส้นรอบวงอีกด้านหน่ึง คือ เซกเมนต์ โดยพื้นที่ที่ อยู่ระหว่างเส้นรอบรูปกับคอร์ด เพ่ือให้นักเรียนเกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับส่วนประกอบของรูปวงกลมและ ความหมายของสว่ นประกอบของรูปวงกลม มีความมุ่งมน่ั ใฝ่เรยี นรู้นาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ตอ่ ตนเอง ผลกำรเรยี นรู้ 1. ผเู้ รียนอธิบายความหมายของความยาวรอบรูปและการหาพน้ื ทีไ่ ด้ 2. ผเู้ รยี นจาสูตรการหาพื้นทตี่ า่ งๆ 3. ผู้เรียนวิเคราะห์โจทย์ปญั หา และบอกสงิ่ ท่โี จทย์ตอ้ งการได้ 4. ผู้เรยี นเข้าใจวธิ ีการหาผลลพั ธแ์ ละขัน้ ตอนวธิ กี ารทา 5. ผเู้ รยี นอธิบายความหมายรปู วงกลมได้ 6. ผ้เู รยี นรจู้ กั สว่ นประกอบของรูปวงกลม 7. ผเู้ รยี นจาสูตรการหาพนื้ ทภ่ี ายในรูปวงกลมได้ 8. ผเู้ รียนเข้าใจวิธีการทาและขน้ั ตอนการหาผลลพั ธ์ รวม 8 ผลการเรียนรู้
111 คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพ่ิมเติม วชิ ำคอมพวิ เตอร์ ค๑๔๒๐๑ คอมพวิ เตอร์ ๑ คำอธบิ ำยรำยวิชำ กล่มุ สำระกำรเรยี นรู้วิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี
112 ชัน้ ประถมศกึ ษำปที ี่ ๔ จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง คำอธบิ ำยรำยวิชำ ศึกษา การค้นหาข้อมูลอย่างมีข้ันตอนและนาเสนอข้อมูลในรูปแบบต่างๆ ความหมายของเทคโนโลยี สารสนเทศ ขอ้ มูลกบั เทคโนโลยีสมัยใหม่ องคป์ ระกอบของคอมพิวเตอร์ การทางานของคอมพิวเตอร์ อปุ กรณ์รับ ข้อมูล อุปกรณแ์ สดงผลขอ้ มลู วิธีดูแลรักษาอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ การบันทกึ ข้อมูล การเปดิ แฟ้มข้อมูล การพิมพ์เอกสาร การใช้โปรแกรม Microsoft Word ในการจัดทาเอกสาร สร้างชิ้นงาน และประยุกต์ใช้ โปรแกรมใหส้ อดคลอ้ งกบั กลุม่ สาระตา่ งๆ โดยการสืบค้น รวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ และการอภิปรายเพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนสามารถอธิบายส่ิงท่ีเรียนรู้ สร้างสรรค์ผลงานจากสิ่งท่ีได้เรียน สามารถนาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ใน ชวี ิตประจาวนั และเห็นคุณค่า ความสาคญั ของชิน้ งานทสี่ รา้ งขนึ้ ผลกำรเรยี นรู้ 1. ค้นหาข้อมูลอย่างมีข้นั ตอนและนาเสนอข้อมูลในรปู แบบต่างๆ 2. บอกความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ องค์ประกอบของเทคโนโลยีสารสนเทศข้อมูลกับ เทคโนโลยสี มัยใหม่ 3. อธบิ ายถึงองค์ประกอบของคอมพิวเตอรไ์ ด้ 4. อธิบายถึงการทางานของคอมพิวเตอร์ได้ 5. บอกถึงอปุ กรณร์ ับข้อมูล อปุ กรณ์แสดงผลขอ้ มูล 6. บอกวิธีดแู ลรักษาอปุ กรณเ์ ทคโนโลยสี ารสนเทศ 7. สามารถบันทึกข้อมูล เปดิ แฟม้ ขอ้ มูล และพิมพ์เอกสารได้ 8. ใชง้ านโปรแกรม Microsoft Word ในการจัดทาเอกสาร สรา้ งชน้ิ งาน และประยกุ ต์ใช้ โปรแกรมใหส้ อดคล้องกับกลุ่มสาระตา่ งๆ 9. เหน็ คณุ ค่า ความสาคญั ของชิ้นงาน รวมท้ังหมด ผลการเรยี นรู้ 9 ค๑๕๒๐๑ คอมพิวเตอร์ ๒ คำอธบิ ำยรำยวิชำ กลุม่ สำระกำรเรยี นรู้วทิ ยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี
113 ชนั้ ประถมศกึ ษำปที ี่ ๕ จำนวน ๔๐ ช่วั โมง คำอธิบำยรำยวิชำ ศกึ ษาความหมายของข้อมูล แหล่งข้อมลู ประเภทของข้อมูล ประโยชนข์ องขอ้ มลู รวบรวมขอ้ มลู ชือ่ และ หนา้ ทขี่ องอุปกรณ์ องค์ประกอบของคอมพวิ เตอร์ การใชง้ านคอมพวิ เตอร์อย่าง ถูกวิธี การใช้อินเทอร์เน็ต การ ใช้งานโปรแกรม Ms PowerPoint ในการนาเสนอ จัดรูปแบบ ภาพน่งิ แทรกตารางและแผนภมู ิในงานนาเสนอ นาเสนองานภาพนิ่ง โดยการสืบค้น รวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลใกล้ตัว และการอภิปรายเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนสามารถอธิบายส่ิงท่ีเรียนรู้ สร้างสรรค์ผลงานจากสิ่งท่ีได้เรียน สามารถนาไปใช้ ให้เกิดประโยชน์ใน ชีวติ ประจาวนั เห็นคณุ ค่า ความสาคญั ของชน้ิ งานท่ีสร้างข้ึน ผลการเรยี นรู้ 1. บอกความหมายของขอ้ มลู แหล่งข้อมูล ประเภทของขอ้ มลู ประโยชนข์ องข้อมลู และรวบรวมขอ้ มลู ได้ 2. บอกชอื่ และหน้าที่ของอุปกรณ์ องค์ประกอบของคอมพวิ เตอรแ์ ละใช้งานคอมพิวเตอร์ได้อยา่ งถูกวิธี 3. สืบค้นขอ้ มูลโดยใช้อินเทอร์เนต็ ได้ 4. ใชง้ านโปรแกรม Ms PowerPoint ในการนาเสนอ จดั รปู แบบ ภาพนิง่ ได้ 5. แทรกตารางและแผนภมู ิในงานนาเสนอได้ 6. นาเสนองานภาพน่งิ ได้ 7. ประยกุ ต์เพ่อื ใชง้ านไดแ้ ละเห็นความสาคญั ของช้นิ งาน รวมท้ังหมด ผลการเรยี นรู้ 7 ค๑๖๒๐๑ คอมพวิ เตอร์ ๓ คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ กล่มุ สำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
114 ชน้ั ประถมศึกษำปที ่ี ๖ จำนวน ๔๐ ช่วั โมง คำอธบิ ำยรำยวิชำ ศึกษาความหมายบทบาทและประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศ ชื่อและหน้าที่ของอุปกรณ์และ องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ ความหมาย ประโยชน์และโทษของอินเทอร์เน็ตและสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ใช้งานโปรแกรม Ms Excel เบอื้ งต้น จัดรูปแบบของข้อมูลบนเวิร์กชตี ใช้สตู รและฟังก์ช่ันในการคานวณ อธิบาย การใช้งาน ออกแบบและสรา้ ง E-book ดว้ ยโปรแกรม Flip Album โดยการสืบค้น รวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลใกล้ตัว และการอภิปรายเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนสามารถอธิบายส่ิงที่เรียนรู้ สร้างสรรค์ผลงานจากส่ิงที่ได้เรียน สามารถนาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ใน ชวี ติ ประจาวนั เห็นคณุ ค่า ความสาคัญของช้ินงานท่สี รา้ งขึน้ ผลการเรยี นรู้ 1. บอกความหมาย บทบาทและประโยชนข์ องเทคโนโลยสี ารสนเทศได้ 2. บอกช่ือและหนา้ ทข่ี องอุปกรณ์และองคป์ ระกอบของคอมพวิ เตอร์ได้ 3. บอกความหมาย ประโยชนแ์ ละโทษของอนิ เทอรเ์ น็ตและสบื ค้นข้อมลู จากอนิ เทอรเ์ นต็ ได้ 4. ใช้งานโปรแกรม Ms Excel เบ้ืองต้นได้ 5. จดั รปู แบบของข้อมลู บนเวิรก์ ชีตได้ 6. ใช้สตู รและฟงั ก์ชั่นในการคานวณได้ 7. อธิบายการใชง้ าน ออกแบบและสร้าง E-book ด้วยโปรแกรม Flip Albumได้ 8. ประยุกตเ์ พื่อใช้งานได้และเหน็ ความสาคัญของชิ้นงาน รวมท้ังหมด 8 ผลการเรยี นรู้
115 คำอธิบำยรำยวิชำเพมิ่ เติม วชิ ำภำษำองั กัษเพ่ิมเติม
116 ค๑๑๒๐๑ ภำษำอังกัษเพ่มิ เติม ๑ คำอธิบำยรำยวชิ ำ ช้ันประถมศึกษำปีที่ ๑ กลุม่ สำระกำรเรยี นรู้ภำษำต่ำงประเทศ จำนวน ๘๐ ชวั่ โมง คำอธิบำยรำยวิชำ รายวิชาภาษาอังกฤษเพิ่มเติม ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1 เป็นรายวิชาท่ีมุ่งให้ผู้เรียนเข้าใจและใช้คาส่ังใน ห้องเรียน คาขอร้อง ตัวอักษร เสียงตัวอักษร สระ การสะกดคา การอ่านออกเสียงคา กลุ่มคา ประโยคท่ีมี ความหมายสัมพนั ธ์กับส่ิงต่างๆ ใกล้ตัว อาหาร เคร่ืองด่มื บทอ่าน บทสนทนาด้วยภาษาง่ายๆ ประโยค นทิ านง่ายๆ ท่ีมีภาพประกอบ การเล่านิทานประกอบท่าทาง ให้ข้อมูลและความต้องการเก่ียวกับตนเองส้ันๆ เช่น การพูด แนะนาตนเอง ขอบคุณ ขอโทษ เรยี นรู้คาศพั ท์เกยี่ วกับเทศกาล ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี เทศกาล งานฉลอง เห็น ประโยชน์ในการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ โดยสนใจเขา้ ร่วมกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรม และแสวงหาความรู้ ความ เพลิดเพลินจากภาษาอังกฤษ การร้องเพลง เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้ และนา ความรู้ไปใช้ประโยชน์ ในชีวิตประจาวัน มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่าง พอเพยี ง มุ่งมนั่ ในการทางาน รักความเปน็ ไทย และมจี ติ สาธารณะ ผลการเรยี นรู้ .ป1/1 ใชค้ าทักทายเปน็ ภาษาองั กฤษได้ถูกต้องเหมาะสม .ป1/2 อา่ นและเขยี นตวั อักษร คาศัพท์ท่เี กีย่ วข้องใกลต้ วั .ป1/3 ใชภ้ าษาอังกฤษส่ือสารและให้ขอ้ มูลเร่ืองใกล้ตัวเหมาะสมกับวยั .ป1/4 ใชภ้ าษาอังกฤษสื่อสารได้ตามวยั มัน่ ใจ และกลา้ แสดงออก .ป1/5 ขอและใหข้ ้อมูลง่ายๆ เก่ยี วกับตนเอง เพอ่ื นและเรื่องใกลต้ ัว .ป1/6 นกั เรยี นใช้ภาษาอังกฤษได้ตามมารยาททางสังคมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา รวมทั้งสน้ิ 7 ผลการเรียนรู้
117 ค๑๒๒๐๑ ภำษำองั กัษเพ่ิมเติม ๒ คำอธบิ ำยรำยวิชำ ช้นั ประถมศึกษำปีท่ี ๒ กล่มุ สำระกำรเรยี นรู้ภำษำตำ่ งประเทศ จำนวน ๘๐ ชัว่ โมง คำอธบิ ำยรำยวิชำ ปฏิบัติตามคาส่ังง่ายๆ และคาขอร้องง่ายๆ ท่ีฟัง ระบุตัวอักษรและเสียง อ่านออกเสียงคา สะกดคา และ อ่านประโยคงา่ ยๆ ถูกตอ้ งตามหลักการอา่ น เลือกภาพตรงตามความหมายของคาและกลุ่มคาที่ฟงั ตอบคาถามจาก การฟังประโยค บทสนทนาหรอื นิทานง่าย ๆ ท่ีมภี าพประกอบ พูดโต้ตอบด้วยคาสั้นๆ งา่ ย ๆในการสื่อสารระหวา่ ง บุคคลตามแบบที่ฟัง ใช้คาส่ังและคาขอร้องง่าย ๆ ตามแบบท่ีฟัง บอกความต้องการง่ายๆของตนเองตามแบบท่ี ฟัง พูดขอและให้ข้อมูลง่ายๆ เกี่ยวกับตนเองตามแบบที่ฟัง พูดให้ข้อมูล เก่ียวกับตนเองและเร่ืองใกล้ตัว พูดและ ทาท่าทางประกอบตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา บอกชื่อและคาศัพท์เกี่ยวกับเทศกาลสาคัญของเจ้าของภาษา การเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมท่ีเหมาะสม กับวัย ระบุตัวอักษรและเสียงอักษรของ ภาษาต่างประเทศพูดใน/และภาษาไทย บอกคาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน ฟัง(ภาษาอังกฤษ) สถานการณ์ง่ายๆทเ่ี กดิ ขึน้ ในหอ้ งเรียนใช้ภาษาตา่ งประเทศเพื่อรวบรวมคาศัพท์ท่ีเกี่ยวข้องใกลต้ ัว(ภาษาอังกฤษ) โดยการระบุ อ่านออกเสียง เลือก ตอบคาถาม พูดโต้ตอบ ใช้ บอก ทาท่าทาง เข้าร่วม ฟัง เพ่ือให้ผู้เรียน มีความรู้ความเข้าใจและนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน เกิดสมรรถนะตามความต้องการของหลักสูตร มี คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ข้ึนในตัวของผู้เรียน และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข สามารถ นาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไปประยุกต์ใช้กับ ชีวิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถกู ต้องเหมาะสม มำตรฐำนตวั ชวี้ ัด/ ต ๑ ๑. ป.๒.ป , ๑/๒.ป , ๒/๒.ป , ๓/๒๔/ ต ๑ ๒. ป.๒ , ๑/ป.๒.ป , ๒/๒.ป , ๓/๒ ๔/ ต ๑๓. ป.๒ , ๑/ป ๑/๒. ต ๒ ๑. ป.๒.ป , ๒/๒ ๓/ ต ๒๒. .ป๒ ๑/ ต ๓ ๑. ป.๒ ๑/ ต ๔ ๑. ป.๒ ๑/ ต ๔๒. ป.๒ ๑/ รวม ๘ มำตรฐำน ๑๖ ตัวชวี้ ัด
118 ค๑๓๒๐๑ ภำษำอังกัษเพิม่ เตมิ ๓ คำอธบิ ำยรำยวิชำ ช้ันประถมศึกษำปที ่ี ๓ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำตำ่ งประเทศ จำนวน ๘๐ ชวั่ โมง คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ รายวชิ าภาษาองั กฤษเพิ่มเติม 10231อ)) ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 0 เป็นรายวิชาที่มุ่งให้ผู้เรียนพูดทักทายเป็น ภาษาองั กฤษได้ถูกต้องเหมาะสม อ่านออกเสียงตัวอักษร คาประโยคง่ายๆ ท่ีเก่ียวกับเร่ืองใกล้ตัว บอกความหมาย ของคาที่เรียน และท่ีฟังได้ตรงตามความหมาย ตอบคาถามจากการฟังเรื่องท่ีเรียนได้ พูดขอและให้ข้อมูลง่ายๆ เก่ียวกับเรื่องท่ีเรียนได้เหมาะสมตามวัย สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการส่ือสารระหว่างบุคคลตามแบบท่ีเรียนได้ เหมาะสมตามวัย ใชภ้ าษาในการพดู และทาท่าประกอบตามมารยาทสังคม วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา รวมทง้ั เข้า ร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมท่ีเหมาะสมกับวัย โดยมีทักษะทางสังคม มีวิถีตามระบอบประชาธิปไตย ซ่ือสัตย์ ใฝ่เรียนรู้ แสดงออกถึงความเป็นไทย เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้ และนา ความร้ไู ปใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจาวัน ผลกำรเรียนรู้ ป.0/1 นักเรียนใชค้ าทักทายเปน็ ภาษาองั กฤษได้ถูกต้องเหมาะสม ป.0/2 อ่านออกเสยี งตัวอักษร คา ประโยคง่ายๆ ท่ีเก่ยี วกับเร่ืองใกล้ตัว ป.0/3 บอกความหมายของคาท่ีเรียน และท่ีฟังไดต้ รงตามความหมาย ป.0/4 ตอบคาถามจากการฟงั เร่ืองที่เรียนได้ ป.0/5 พูดขอและใหข้ ้อมูลง่ายๆ เกี่ยวกบั เรื่องที่เรยี นได้เหมาะสมตามวยั ป.0/6 ใชภ้ าษาอังกฤษในการสื่อสารระหวา่ งบุคคลตามแบบที่เรียนไดเ้ หมาะสมตามวยั ป.0/7 ใช้ภาษาในการพูดและทาทา่ ประกอบตามมารยาทสงั คม วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา รวมทง้ั เข้าร่วมกจิ กรรมทางภาษา และวฒั นธรรมที่เหมาะสมกับวัย รวมทั้งสิ้น 7 ผลกำรเรยี นรู้
119 คำอธิบำยรำยวชิ ำ กิจกรรมพฒั นำผเู้ รียน คำอธิบำยรำยวิชำกจิ กรรมพฒั นำผู้เรียน
120 ก๑๑๙๐๑ กจิ กรรมแนะแนว กจิ กรรมพัฒนำผเู้ รยี น ชั้นประถมศกึ ษำปที ี่ ๑ เวลำ ๔๐ ชัว่ โมง คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ บอกชื่อและหน้าที่ของส่วนต่าง ๆ ของร่างกายตนเองได้ถูกต้อง ระบุส่วนต่าง ๆ ของร่างกายท่ีตนเองพอใจ พร้อมเหตุผล และรับรู้ในส่วนของร่างกายท่ีเพ่ือนพอใจ ดูแลรักษาส่วนต่าง ๆ ของรา่ งกายท้ังของตนเองและเพ่ือน ให้ปลอดภัยบอกอารมณ์และความรูส้ ึกของตนเองได้ รับรู้ความแตกต่างทางด้านร่างกายของตนเองและเพื่อน ยอมรับ ความแตกต่างทางด้านร่างกายของตนเองและเพื่อน ระบุงานและกิจกรรมเก่ียวกับการเรียนที่ชอบและไม่ชอบ รวมทั้งการรับร้คู วามชอบและไม่ชอบของเพือ่ นในชน้ั เรียน บอกอาชีพของพ่อแม่ บอกความหมายของเคร่ืองหมาย สัญลักษณ์ท่ีแสดงถึงคุณภาพด้านการเรียนของตน ดูแล ตัวเองในการปฏิบัติกิจวัตรประจาวัน ร้จู ักสังเกต ตั้งคาถาม และแสวงหาคาตอบ รู้เท่าทันอารมณ์ของตนเอง และ เปน็ ผู้ฟงั ทดี่ ี ผลกำรเรยี นรู้ ๑. เรยี กชือ่ ส่วนตา่ ง ๆ ของร่างกายได้ถกู ต้อง ๒. ระบสุ ว่ นต่าง ๆ ของร่างกายทต่ี นเองพอใจพร้อมเหตผุ ล และรบั รู้ในส่วนของร่างกายท่เี พื่อนพอใจ ๓. ดแู ลส่วนต่าง ๆ ของร่างกายทงั้ ของตนเองและเพื่อนให้ปลอดภยั ๔. บอกอารมณแ์ ละความรสู้ กึ ของตนเองได้ ๕. รับรู้ความแตกตา่ งทางด้านร่างกายของตนเองและเพ่ือน ๖. ยอมรบั ความแตกตา่ งทางดา้ นร่างกายของตนเองและเพ่ือน ๗. ระบุงานและกิจกรรมเกี่ยวกับการเรียนที่ชอบและไม่ชอบ รวมท้ังการรับรู้ความชอบและไม่ชอบ ของเพอื่ นในชนั้ เรียน ๘. บอกอาชพี ของพ่อแม่ ๙. บอกความหมายของเคร่อื งหมาย สญั ลักษณท์ แี่ สดงถึงคุณภาพด้านการเรียนของตน ๑๐. ดแู ลตัวเองในการปฏิบตั ิกจิ วัตรประจาวนั ๑๑. รจู้ กั สงั เกต ต้งั คาถาม และแสวงหาคาตอบ ๑๒. ร้เู ท่าทันอารมณ์ ๑๓. เป็นผฟู้ ังทด่ี ี รวมท้ังหมด ๑๓ ผลกำรเรียนรู้ คำอธบิ ำยรำยวิชำกจิ กรรมพฒั นำผูเ้ รียน
121 ก๑๒๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมพฒั นำผู้เรยี น ชัน้ ประถมศึกษำปีที่ ๒ เวลำ ๔๐ ชวั่ โมง คำอธิบำยรำยวิชำ อธิบายหน้าท่ีของส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ถูกต้อง ดูแลรักษาส่วนต่าง ๆ ของร่างกายท้ังของตนเองและ เพื่อให้ปลอดภยั บอกอารมณ์ ความรู้สึกของตนและรับรู้อารมณ์ความรู้สึกของครู เพื่อนในห้องเรียนและสมาชิกในครอบครัว รบั รอู้ ารมณ์ความรู้สกึ ของตนเองและเพ่ือน ยอมรับความแตกต่างด้านอารมณ์ จติ ใจของตนเองและเพ่อื น บอกอาชีพในชุมชน บอกความหมายผลการเรียนของตน ระบุวิชาท่ีมีผลการเรียนอยู่ในระดับดีและที่ต้อง ปรบั ปรงุ แสดงพฤติกรรมที่แสดงถึงความมีเมตตา แบ่งปนั ของกินของใช้ วิเคราะหค์ วามน่าเชอ่ื ถือของขอ้ มูลขา่ วสารได้ สมเหตุสมผล ควบคมุ อารมณ์ของตนเองได้ และใชภ้ าษาและกิรยิ าท่เี หมาะสมในการส่อื สาร ผลกำรเรียนรู้ ๑. อธบิ ายหน้าทข่ี องส่วนต่าง ๆ ของรา่ งกายไดถ้ ูกต้อง ๒. ดูแลรกั ษาส่วนต่าง ๆ ของร่างกายทงั้ ของตนเองและเพ่ือใหป้ ลอดภยั ๓. บอกอารมณ์ ความรู้สึกของตนและรับรู้อารมณ์ความรู้สึกของครู เพื่อนในห้องเรียนและสมาชิกใน ครอบครัว ๔. รบั รู้อารมณค์ วามรู้สกึ ของตนเองและเพือ่ น ๕. ยอมรับความแตกต่างด้านอารมณ์ จิตใจของตนเองและเพ่ือน ๖. บอกอาชพี ในชุมชน ๗. บอกความหมายผลการเรยี นของตน ๘. ระบวุ ิชาที่มีผลการเรียนอย่ใู นระดับดแี ละทตี่ อ้ งปรบั ปรุง ๙. แสดงพฤติกรรมทีแ่ สดงถึงความมเี มตตา แบง่ ปันของกนิ ของใช้ ๑๐. วิเคราะห์ความนา่ เชื่อถือของข้อมูลขา่ วสารไดส้ มเหตสุ มผล ๑๑. ควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ ๑๒. ใช้ภาษาและกริ ิยาท่เี หมาะสมในการสือ่ สาร รวมทั้งหมด ๑๒ ผลกำรเรยี นรู้ คำอธบิ ำยรำยวิชำกจิ กรรมพฒั นำผูเ้ รยี น
122 ก๑๓๙๐๑ กจิ กรรมแนะแนว กจิ กรรมพฒั นำผเู้ รยี น ชั้นประถมศกึ ษำปที ี่ ๓ เวลำ ๔๐ ชัว่ โมง คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ บอกประโยชน์ของส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ถูกตอ้ ง รบั รูก้ ารเปล่ียนแปลงของรา่ งกายตามวัย ยอมรบั การ เปลี่ยนแปลงของร่างกายตามวัย ระบุสาเหตุของการเกิดอารมณ์ความรู้สึกของตนเองและเพื่อน ยอมรับความแตกต่างด้านอารมณ์ จิตใจ ของตนเองและเพ่ือน รับรู้อารมณ์ ความรู้สึกของครู เพื่อนต่างห้องเรียน และสมาชิกในครอบครัว แสดงความคิด และแสดงออกด้านอารมณ์ทีม่ ีต่อสถานการณต์ า่ ง ๆ ได้อยา่ งเหมาะสม รู้จักเอาใจเขามาใสใ่ จเรา คานงึ ถึงความรูส้ ึก ของผอู้ ่นื ในการสอ่ื สาร ระบุความสนใจ ความถนัด ความสามารถด้านการเรียนของตนเองพร้อมเหตุผล รับรู้ความสนใจ ความถนัด ความสามารถดา้ นการเรยี นของเพื่อนพร้อมเหตผุ ล ยอมรับความแตกต่างดา้ นความสนใจ ความถนดั ความสามารถ ทางการเรยี นของตนเองและเพือ่ น ยอมรบั ความแตกตา่ งด้านบคุ ลิกภาพของตนเองและเพอ่ื น บอกอาชีพที่หลากหลาย บอกพฤติกรรมของตนเองที่ช่วยให้ผลการเรียนดี ระบุพฤติกรรมที่จะนามาใช้ในการ ปรับตัวด้านการเรียนให้มีผลการเรียนระดับดีข้ึนไป และมีความพร้อมสาหรับการประเมินระดับชาติ รวมท้ัง ประเมนิ สถานการณแ์ ละนาไปประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ ประจาวัน ผลกำรเรียนรู้ ๑. บอกประโยชนข์ องส่วนตา่ ง ๆ ของร่างกายไดถ้ ูกตอ้ ง ๒. รับรกู้ ารเปลยี่ นแปลงของรา่ งกายตามวัย ๓. ยอมรับการเปล่ียนแปลงของรา่ งกายตามวัย ๔. ระบุสาเหตุของการเกิดอารมณค์ วามรู้สึกของตนเองและเพื่อน ๕. ยอมรบั ความแตกตา่ งด้านอารมณ์ จิตใจของตนเองและเพื่อน ๖. รบั รู้อารมณ์ ความร้สู กึ ของครู เพ่ือนตา่ งห้องเรียน และสมาชกิ ในครอบครวั ๗. แสดงความคิดและแสดงออกดา้ นอารมณ์ที่มีต่อสถานการณต์ า่ ง ๆ ได้อยา่ งเหมาะสม ๘. รูจ้ กั เอาใจเขามาใสใ่ จเรา ๙. คานึงถงึ ความรสู้ กึ ของผู้อืน่ ในการสือ่ สาร ๑๐. ระบคุ วามสนใจ ความถนดั ความสามารถดา้ นการเรยี นของตนเองพร้อมเหตผุ ล ๑๑. รบั รู้ความสนใจ ความถนดั ความสามารถด้านการเรยี นของเพ่อื นพร้อมเหตุผล ๑๒. ยอมรับความแตกตา่ งด้านความสนใจ ความถนดั ความสามารถทางการเรยี นของตนเองและเพ่ือน ๑๓. ยอมรับความแตกต่างด้านบุคลิกภาพของตนเองและเพือ่ น ๑๔. บอกอาชพี ท่หี ลากหลาย ๑๕. บอกพฤติกรรมของตนเองท่ชี ว่ ยให้ผลการเรียนดี ๑๖. ระบุพฤติกรรมที่จะนามาใช้ในการปรับตัวด้านการเรียนให้มีผลการเรียนระดับดีข้ึนไป และมีความ พร้อมสาหรับการประเมินระดบั ชาติ ๑๗. ประเมินสถานการณแ์ ละนาไปประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตประจาวัน รวมท้ังหมด ๑๗ ผลกำรเรยี นรู้ คำอธบิ ำยรำยวิชำกจิ กรรมพฒั นำผเู้ รียน
123 ก๑๔๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมพฒั นำผู้เรียน ชัน้ ประถมศึกษำปที ่ี ๔ เวลำ ๔๐ ช่วั โมง คำอธิบำยรำยวชิ ำ รับรู้การเปล่ียนแปลงของร่างกายตามวัย บอกความคิด ความรู้สึก อารมณ์ของตนและรับรู้ความคิด ความรู้สึก อารมณ์ของครู เพ่ือน และสมาชิกในครอบครัว จาแนกความคิด ความรู้สึก อารมณ์ที่ดีและไม่ดีของ ตนเองและผอู้ ่นื อธิบายบุคลิกภาพของตนเองและรับรู้บุคลิกภาพของเพื่อน รับได้กับบุคลกิ ภาพของตนเอง ยอมรับในสิ่งที่ ผูอ้ ื่นเป็นด้านบุคลิกภาพ พอใจในส่ิงที่ดีของตนเองด้านร่างกาย ความคิด อารมณ์ และจิตใจ ชื่นชมสิ่งที่ดีของผู้อื่น ดา้ นร่างกาย ความคิด อารมณ์ และจิตใจ ยอมรับสง่ิ ท่ีตนเองมีในด้านความสนใจ ความถนัด ความสามารถทางการเรียน เขา้ ใจผ้อู น่ื ในดา้ นความสนใจ ความถนัด ความสามารถทางการเรียน บอกลักษณะของอาชีพที่สนใจ บอกคุณลักษณะของตนเองท่ีสอดคล้องกับอาชีพท่ีสนใจ วิเคราะห์ผลการเรียน ของตนแต่ละรายวชิ า และระบุวิธกี ารพัฒนารายวชิ าทีผ่ ลการเรยี นยังไม่เป็นทพี่ อใจ มีจินตนาการและมีความสามารถในการคิดเชื่อมโยง มีวิธีผ่อนคลายอารมณ์และความเครียดให้กับตนเอง รู้จักแสดงความคดิ ความรสู้ ึกชนื่ ชมการกระทาทด่ี ีงามให้ผู้อนื่ รบั รู้ มีมารยาทในการสื่อสารกับผู้อื่น ชื่นชมความสาเร็จ ความสามารถและการกระทาที่ดีงามของผู้ อื่น ด้วยคาพูด ภาษากาย และสัญลักษณ์ ควบคุมความคิดและอารมณ์ของตนเองได้ และมีวิธีสร้างความมั่นคงในอารมณ์ ของตนเองได้อยา่ งเหมาะสม ผลกำรเรยี นรู้ ๑. รบั รกู้ ารเปลย่ี นแปลงของร่างกายตามวัย ๒. บอกความคดิ ความรู้สึก อารมณ์ของตนและรับรู้ความคิด ความรสู้ ึก อารมณ์ของครู เพื่อน และ สมาชิกในครอบครัว ๓. จาแนกความคิด ความร้สู กึ อารมณ์ท่ีดแี ละไม่ดีของตนเองและผู้อน่ื ๔. อธบิ ายบุคลิกภาพของตนเองและรบั รู้บคุ ลิกภาพของเพ่ือน ๕. รบั ได้กับบุคลกิ ภาพของตนเอง ๖. ยอมรับในส่ิงที่ผ้อู ื่นเปน็ ดา้ นบคุ ลกิ ภาพ ๗. พอใจในสงิ่ ท่ดี ีของตนเองดา้ นรา่ งกาย ความคิด อารมณ์ และจิตใจ ๘. ชน่ื ชมส่ิงที่ดีของผู้อน่ื ด้านรา่ งกาย ความคิด อารมณ์ และจิตใจ ๙. ยอมรับสง่ิ ทต่ี นเองมีในด้านความสนใจ ความถนัด ความสามารถทางการเรยี น ๑๐. เข้าใจผอู้ ืน่ ในด้านความสนใจ ความถนัด ความสามารถทางการเรียน ๑๑. บอกลกั ษณะของอาชีพที่สนใจ ๑๒. บอกคณุ ลกั ษณะของตนเองท่สี อดคล้องกบั อาชีพที่สนใจ ๑๓. วเิ คราะห์ผลการเรียนของตนแตล่ ะรายวิชา ๑๔. ระบวุ ิธกี ารพัฒนารายวิชาทผ่ี ลการเรียนยังไม่เปน็ ทีพ่ อใจ ๑๕. มจี นิ ตนาการและมคี วามสามารถในการคดิ เช่อื มโยง ๑๖. มวี ิธีผอ่ นคลายอารมณแ์ ละความเครยี ดใหก้ บั ตนเอง ๑๗. ร้จู ักแสดงความคดิ ความรสู้ ึกช่ืนชมการกระทาทดี่ งี ามให้ผู้อื่นรบั รู้ ๑๘. มีมารยาทในการส่ือสารกับผอู้ ่นื
124 ๑๙. ชน่ื ชมความสาเร็จ ความสามารถและการกระทาทด่ี ีงามของผู้อน่ื ดว้ ยคาพดู ภาษากาย และ สญั ลกั ษณ์ ๒๐. ควบคุมความคดิ และอารมณข์ องตนเองได้ ๒๑. มวี ธิ สี ร้างความมัน่ คงในอารมณข์ องตนเองไดอ้ ย่างเหมาะสม รวมทั้งหมด ๒๑ ผลกำรเรียนรู้ คำอธบิ ำยรำยวชิ ำกิจกรรมพฒั นำผู้เรียน
125 ก๑๕๙๐๑ กจิ กรรมแนะแนว กจิ กรรมพัฒนำผู้เรยี น ชน้ั ประถมศึกษำปีท่ี ๕ เวลำ ๔๐ ชัว่ โมง คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ รับรู้การเปล่ียนแปลงของร่างกายตามวัย ระบุบุคลิกภาพที่ดีและไม่ดีของตนเองและรับรู้บุคลิกภาพท่ีดี และไมด่ ีของเพ่ือน ภูมใิ จในบุคลกิ ภาพดา้ นดขี องตน ช่ืนชมบคุ ลกิ ภาพด้านดขี องผู้อ่ืน แสดงออกถึงความมั่นใจในสิ่งที่ดีของตนเอง ด้านร่างกาย ความคิด อารมณ์ และจิตใจ รู้เท่าทันความคิด และอารมณข์ องตนเอง จดั การกับความคิดและอารมณข์ องตนเองได้อย่างเหมาะสม บอกวิชาทตี่ นเองถนัดอย่างมเี หตผุ ล รับรู้วิชาทเี่ พื่อนถนดั พร้อมเหตุผล ภูมใิ จในคุณค่าของตนเองในดา้ นความสนใจ ความถนัด ความสามารถทางการเรียน และอาชีพ ช่ืนชมในคุณค่าของผู้อ่ืนในด้านความสนใจ ความถนัด ความสามารถทางการเรยี น และอาชพี บอกอาชีพท่ีตนสนใจ บอกคุณสมบัติของบุคคลที่ประกอบอาชีพ ศึกษาข้อมูลด้านอาชีพท่ีกว้างและลึกซึ้ง มากข้ึน รับรู้ความคิด ความรู้สึก อารมณ์ของผู้ท่ีตนคบหาสมาคม วิเคราะห์ผลการเรียนของตนแต่ละรายวิชาและ ปรับปรงุ พฤตกิ รรมการเรียนในรายวิชาที่มผี ลการเรียนไมเ่ ปน็ ทพ่ี อใจ วิพากษ์ วิจารณ์ บนพ้ืนฐานของข้อมูลสารสนเทศที่ถูกต้อง การยุติข้อขัดแย้งในกลุ่มเพ่ือนด้วยสันติวิธี อาสาทางานเพ่ือสว่ นรวมและสงั คม รู้จักปฏิเสธ ต่อรอง และร้องขอความช่วยเหลือในสถานการณ์เสี่ยง แสดงออก ถงึ พฤติกรรมที่ดใี นการอยูร่ ว่ มกบั ผูอ้ ่นื ตลอดจนรับฟงั และยอมรับความคิดเห็นซึ่งกนั และกัน ผลกำรเรยี นรู้ ๑. รบั รู้การเปล่ยี นแปลงของรา่ งกายตามวัย ๒. ระบบุ คุ ลิกภาพท่ดี ีและไมด่ ีของตนเองและรบั รบู้ คุ ลิกภาพที่ดีและไมด่ ีของเพื่อน ๓. ภูมใิ จในบคุ ลกิ ภาพดา้ นดขี องตน ๔. ชืน่ ชมบุคลกิ ภาพด้านดีของผู้อืน่ ๕. แสดงออกถึงความมนั่ ใจในสงิ่ ท่ีดขี องตนเอง ดา้ นร่างกาย ความคดิ อารมณ์ และจิตใจ ๖. รเู้ ทา่ ทันความคดิ และอารมณข์ องตนเอง ๗. จัดการกบั ความคดิ และอารมณ์ของตนเองได้อย่างเหมาะสม ๘. บอกวิชาท่ตี นเองถนดั อย่างมีเหตผุ ล ๙. รบั รวู้ ชิ าที่เพ่อื นถนัดพร้อมเหตผุ ล ๑๐. ภูมิใจในคณุ ค่าของตนเองในดา้ นความสนใจ ความถนดั ความสามารถทางการเรียน และอาชพี ๑๑. ชืน่ ชมในคณุ ค่าของผอู้ ืน่ ในด้านความสนใจ ความถนดั ความสามารถทางการเรยี น และอาชพี ๑๒. บอกอาชีพทต่ี นสนใจ ๑๓. บอกคณุ สมบัตขิ องบคุ คลท่ีประกอบอาชพี ๑๔. ศกึ ษาข้อมูลดา้ นอาชพี ทีก่ ว้างและลกึ ซ้งึ มากข้นึ ๑๕. รับรู้ความคดิ ความรูส้ ึก อารมณข์ องผูท้ ต่ี นคบหาสมาคม ๑๖. วิเคราะห์ผลการเรียนของตนแตล่ ะรายวิชาและปรับปรุงพฤติกรรมการเรียนในรายวิชาที่มีผลการเรียน ไมเ่ ป็นท่พี อใจ ๑๗. วิพากษ์ วจิ ารณ์ บนพ้นื ฐานของข้อมูลสารสนเทศที่ถูกตอ้ ง ๑๘. ยุติข้อขัดแย้งในกลุ่มเพือ่ นด้วยสันตวิ ธิ ี ๑๙. อาสาทางานเพ่อื สว่ นรวมและสังคม
126 ๒๐. ร้จู ักปฏิเสธ ต่อรอง และรอ้ งขอความชว่ ยเหลือในสถานการณ์เส่ียง ๒๑. แสดงออกถงึ พฤตกิ รรมที่ดใี นการอยูร่ ว่ มกบั ผูอ้ ื่น ๒๒. รบั ฟังและยอมรับความคิดเห็นซ่ึงกันและกัน รวมท้ังหมด ๒๒ ผลกำรเรียนรู้ คำอธิบำยรำยวิชำกิจกรรมพัฒนำผูเ้ รยี น
127 ก๑๑๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว กจิ กรรมพัฒนำผ้เู รยี น ช้ันประถมศกึ ษำปีท่ี ๑ เวลำ ๔๐ ชวั่ โมง คำอธบิ ำยรำยวิชำ รับรู้ความคิด ความรู้สึก อารมณ์ของคู่สนทนา แสดงออกถึงความมั่นใจในคุณค่าของตนเอง ด้านความสนใจ ความถนัด ความสามารถทางการเรียนและอาชีพ เชื่อมั่นในคุณค่าของผู้อ่ืนด้านความสนใจ ความถนัด ความสามารถ ทางการเรียนและอาชีพ แสดงออกถึงความมั่นใจในบุคลิกภาพด้านดีของตนเอง รวมทั้งเช่ือม่ันในคุณค่าของผู้อื่น ดา้ นบุคลิกภาพ มีข้อมูลโลกกว้างทางด้านการศึกษา มีแนวทางในการเลือกศึกษาต่อ พิจารณาความเหมาะสมของตน กับอาชีพท่ีสนใจ ระบุอาชีพท่ีตนเองสนใจ วิเคราะห์ผลการเรียนของตนแต่ละรายวิชา โดยเฉพาะวิชาท่ีต้องใช้ ประเมนิ ระดับชาติ และการเรียนตอ่ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น และเรียนรู้เพม่ิ เติมเพื่อความพร้อมในการเข้าเรียนต่อ ปฏิบัติตามกฎ กติกา และระเบียบของสังคม ปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว โรงเรียน และ ประเทศชาติ มีวิธีสร้างความม่ันคงในอารมณ์ของตนเองได้อย่างเหมาะสม มีคุณธรรมท่ีเหมาะสมกับวัย เช่น ซ่ือสัตย์ กตัญญูกตเวที เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีน้าใจ มีจิตสานึกเพ่ือส่วนรวม สามัคคี ฯลฯ มีจิตอาสา และทากิจกรรมท่ีเป็นประโยชน์ ต่อสว่ นรวม รู้จักวิธีการตัดสินใจและแก้ปัญหาท่ีถูกต้อง ปฏิบัติกิจกรรมที่ทาแล้วมีความสุข ผู้อ่ืนไม่เดือดร้อน ตลอดถึง ให้ความรว่ มมอื และทางานรว่ มกับผูอ้ ่ืนได้อย่างสร้างสรรค์ ผลกำรเรียนรู้ ๑. รบั รคู้ วามคิด ความรสู้ ึก อารมณข์ องค่สู นทนา ๒. แสดงออกถึงความมั่นใจในคุณค่าของตนเอง ด้านความสนใจ ความถนัด ความสามารถทางการ เรียนและอาชพี ๓. เช่ือม่ันในคณุ คา่ ของผ้อู ่นื ดา้ นความสนใจ ความถนัด ความสามารถทางการเรยี นและอาชีพ ๔. แสดงออกถงึ ความมัน่ ใจในบคุ ลกิ ภาพดา้ นดีของตนเอง ๕. เช่อื มัน่ ในคณุ ค่าของผอู้ น่ื ดา้ นบคุ ลิกภาพ ๖. มีขอ้ มูลโลกกวา้ งทางดา้ นการศกึ ษา ๗. มีแนวทางในการเลือกศกึ ษาตอ่ ๘. พจิ ารณาความเหมาะสมของตนกับอาชีพท่สี นใจ ๙. ระบอุ าชพี ที่ตนเองสนใจ ๑๐. วิเคราะห์ผลการเรียนของตนแต่ละรายวชิ า โดยเฉพาะวชิ าที่ต้องใช้ประเมินระดบั ชาติ และการเรียน ตอ่ ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้ ๑๑. เรียนรเู้ พ่มิ เติมเพื่อความพร้อมในการเขา้ เรยี นต่อ ๑๒. ปฏิบัติตามกฎ กตกิ า และระเบยี บของสังคม ๑๓. ปฏิบตั ิตนเป็นสมาชกิ ทีด่ ีของครอบครัว โรงเรียน และประเทศชาติ ๑๔. มวี ิธีสรา้ งความมัน่ คงในอารมณ์ของตนเองได้อย่างเหมาะสม ๑๕. มีคุณธรรมที่เหมาะสมกับวัย เช่น ซื่อสัตย์ กตัญญูกตเวที เอ้ือเฟ้ือเผื่อแผ่ มีน้าใจ มีจิตสานึกเพื่อ สว่ นรวม สามคั คี ฯลฯ ๑๖. มจี ิตอาสา และทากิจกรรมทเ่ี ปน็ ประโยชนต์ ่อส่วนรวม ๑๗. รู้จักวธิ กี ารตัดสนิ ใจและแกป้ ญั หาทถี่ กู ตอ้ ง
128 ๑๘. ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมทท่ี าแลว้ มีความสุข ผอู้ ่นื ไมเ่ ดอื ดร้อน ๑๙. ให้ความรว่ มมือและทางานร่วมกบั ผู้อืน่ ไดอ้ ยา่ งสร้างสรรค์ รวมท้ังหมด ๑๙ ผลกำรเรยี นรู้ คำอธบิ ำยรำยวิชำกจิ กรรมพัฒนำผูเ้ รียน
129 ก๑๑๙๐๒ เตรยี มลูกเสือสำรองและลกู เสอื สำรอง (ดำวดวงท่ี ๑) กจิ กรรมนกั เรยี น ช้ันประถมศึกษำปที ี่ ๑ เวลำ ๔๐ ชวั่ โมง คำอธบิ ำยรำยวิชำ เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัตกิ ิจกรรมตามคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือสารอง เรยี นรูจ้ ากการคดิ และปฏบิ ตั ิจริง ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลกู เสอื สารองทีม่ ีความเปน็ เอกลักษณร์ ว่ มกัน ศกึ ษาธรรมชาติ ในชุมชนด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพยี ง สรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม ปดิ ประชมุ กอง ในเรอื่ งตอ่ ไปน้ี ๑. เตรียมลูกเสือสารอง นิยายเมาคลี ประวัติการเร่ิมกิจการลูกเสือ การทาความเคารพหมู่ (แกรนด์ฮาวล์) การทาความเคารพเปน็ รายบุคคล การจบั มอื ซ้าย ระเบียบแถวเบ้ืองต้น คาปฏญิ าณ กฎและคติพจน์ของลูกเสือสารอง ๒. ลูกเสือสารองดาวดวงท่ี ๑ อนามัย ความสามารถเชิงทกั ษะ การสารวจ การค้นหาธรรมชาติ ความปลอดภัย บริการ ธงและประเทศต่าง ๆ การฝีมอื กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทิง การผูกเง่ือน คาปฏิญาณและกฎของลูกเสือ สารอง เพ่ือใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสารองดาวดวงท่ี ๑ สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎ และ คติพจน์ของลูกเสือสารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจา เชื่อฟัง และพึง่ ตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย และ เห็นอกเห็นใจผู้อ่ืน รจู้ ักบาเพ็ญตนเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ ร้จู ักทาการฝีมือและฝกึ ฝนทากิจกรรมตา่ ง ๆ ตาม ความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม และความมั่นคงของชาติ และสามารถประยุกต์ใช้ ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ผลกำรเรียนรู้ ๑. มนี ิสัยในการสังเกต จดจา เช่อื ฟังและพ่ึงพาตนเองได้ ๒. มคี วามซือ่ สตั ย์ สุจริต มรี ะเบยี บวนิ ยั และเหน็ อกเหน็ ใจผู้อื่น ๓. บาเพญ็ ตนเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ ๔. ทาการฝมี ือและฝกึ ฝนการทากจิ กรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม ๕. รกั ษาและส่งเสริมจารตี ประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาทอ้ งถน่ิ และความมน่ั คงของชาติ ๖. อนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม ลดภาวะโลกร้อน และสามารถประยุกต์ใชป้ รัชญาของ เศรษฐกิจพอเพยี งได้ รวมท้ังหมด ๖ ผลกำรเรยี นรู้ คำอธิบำยรำยวิชำกจิ กรรมพัฒนำผูเ้ รียน
130 ก๑๒๙๐๒ เตรียมลูกเสอื สำรองและลูกเสอื สำรอง (ดำวดวงที่ ๒) กจิ กรรมนักเรียน ชนั้ ประถมศึกษำปที ี่ ๒ เวลำ ๔๐ ช่วั โมง คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตามคาปฏิญาณ คติพจน์ และกฎของลูกเสอื สารอง เรยี นรู้จากการคิดและปฏิบตั ิจริง ใช้สัญลักษณส์ มาชิกลูกเสอื สารองที่มีความเปน็ เอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษาธรรมชาติ ในชุมชนด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ ตามวิถเี ศรษฐกิจพอเพยี ง สรปุ ผลและปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ปิดประชมุ กอง ในเรื่องตอ่ ไปนี้ ลูกเสือสารองดาวดวงท่ี ๒ นิยายเมาคลี ประวัติการเริ่มกิจการลูกเสือ การทาความเคารพหมู่ (แกรนฮาวล์) การทา ความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถว คาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือสารอง อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสารวจ การค้นหาธรรมชาติ การอนุรักษ์ทรัพยากรในชุมชนท้องถิ่น ความปลอดภัย บริการ การผูกเงื่อน ธงและประเทศต่าง ๆ การฝมี ือท่ีใช้วสั ดุเหลือใช้ในท้องถ่ิน กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทิงที่ส่งเสริมสุขภาพ กาย สุขภาพจติ และอนุรักษภ์ มู ิปัญญาท้องถน่ิ อนรุ กั ษท์ รัพยากรธรรมชาติ ส่ิงแวดลอ้ ม ลดภาวะโลกรอ้ น เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสอื สารองดาวดวงที่ ๒ สามารถปฏิบตั ิตามคาปฏิญาณ กฎและ คติพจน์ของลูกเสือสารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจา เช่ือฟัง และพ่ึงตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจ รู้จักบาเพ็ญตนเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จักทาการฝีมือและฝึกฝนทากิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สงิ่ แวดลอ้ ม ความมน่ั คงของชาติ และสามารถประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ผลกำรเรยี นรู้ ๑. มนี สิ ยั ในการสังเกต จดจา เชอ่ื ฟังและพึ่งพาตนเองได้ ๒. มคี วามซ่อื สตั ย์ สุจริต มีระเบียบวินัยและเหน็ อกเห็นใจผู้อ่นื ๓. บาเพญ็ ตนเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ ๔. ทาการฝีมือและฝกึ ฝนการทากิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม ๕. รักษาและสง่ เสริมจารตี ประเพณี วัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาทอ้ งถิ่น และความมนั่ คงของชาติ ๖. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน และสามารถประยุกต์ใช้ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพยี งได้ รวมทั้งหมด ๖ ผลกำรเรียนรู้ คำอธิบำยรำยวิชำกิจกรรมพฒั นำผู้เรียน
131 ก๑๓๙๐๒ เตรียมลูกเสอื สำรองและลกู เสอื สำรอง (ดำวดวงที่ ๓) กิจกรรมนกั เรียน ชนั้ ประถมศึกษำปที ี่ ๓ เวลำ ๔๐ ชวั่ โมง คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตามคาปฏิญาณ คติพจน์ และกฎของลูกเสอื สารอง เรยี นรู้จากการคิดและปฏิบตั ิจริง ใชส้ ญั ลักษณส์ มาชิกลูกเสอื สารองท่ีมีความเป็นเอกลักษณ์รว่ มกนั ศกึ ษาธรรมชาติ ในชุมชนด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ ตามวิถเี ศรษฐกจิ พอเพยี ง สรุปผลและปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ปิดประชมุ กอง ในเรื่องต่อไปนี้ ลูกเสือสารองดาวดวงท่ี ๓ นิยายเมาคลี ประวัติการเริ่มกิจการลูกเสือ การทาความเคารพหมู่ (แกรนฮาวล์) การทา ความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถว คาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือสารอง อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสารวจ การค้นหาธรรมชาติ การอนุรักษ์ทรัพยากรในชุมชนท้องถ่ิน ความปลอดภัย บริการ การผูกเงื่อน ธงและประเทศต่าง ๆ การฝมี ือที่ใช้วัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่น กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทิงที่ส่งเสริมสุขภาพ กาย สุขภาพจติ และอนุรักษภ์ มู ิปญั ญาทอ้ งถ่ิน อนุรักษท์ รพั ยากรธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อม ลดภาวะโลกรอ้ น เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสารองดาวดวงที่ ๓ สามารถปฏิบตั ิตามคาปฏิญาณ กฎและ คติพจน์ของลูกเสือสารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจา เช่ือฟัง และพ่ึงตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจ รู้จักบาเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จักทาการฝีมือและฝึกฝนทากิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สงิ่ แวดลอ้ ม ความมน่ั คงของชาติ และสามารถประยกุ ต์ใชป้ รัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผลกำรเรยี นรู้ ๑. มนี สิ ยั ในการสังเกต จดจา เชือ่ ฟงั และพ่ึงพาตนเองได้ ๒. มคี วามซ่อื สตั ย์ สจุ ริต มีระเบยี บวินัยและเหน็ อกเห็นใจผู้อ่ืน ๓. บาเพญ็ ตนเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ ๔. ทาการฝีมือและฝึกฝนการทากจิ กรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ๕. รักษาและสง่ เสรมิ จารตี ประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาทอ้ งถิน่ และความม่นั คงของชาติ ๖. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม ลดภาวะโลกร้อน และสามารถประยกุ ต์ใชป้ รชั ญาของ เศรษฐกิจพอเพยี งได้ รวมทั้งหมด ๖ ผลกำรเรียนรู้ คำอธิบำยรำยวชิ ำกจิ กรรมพฒั นำผ้เู รียน
132 ก๑๔๙๐๒ ลกู เสอื สำมญั (ลูกเสือตรี) กิจกรรมนักเรียน ชั้นประถมศกึ ษำปที ี่ ๔ เวลำ ๔๐ ชัว่ โมง คำอธิบำยรำยวชิ ำ เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบตั ิกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏบิ ัติกิจกรรมตามคาปฏิญาณ คติพจน์ และกฎของลูกเสือสามัญ เรยี นรจู้ ากการคดิ และปฏิบตั จิ ริง ใชส้ ญั ลักษณ์สมาชิกลูกเสอื สามญั ที่มีความเป็นเอกลกั ษณร์ ่วมกนั ศกึ ษาธรรมชาติ ในชุมชนด้วยความสนใจ ใฝร่ ู้ ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สรปุ ผลและปฏิบัตกิ จิ กรรม ปดิ ประชมุ กอง ในเรื่องต่อไปนี้ ความรู้เก่ียวกับกระบวนการลูกเสือ ประวัติของลอร์ด เบเดน โพเอลล์ (Load Baden Powell ; B.P.) พระราช ประวัตสิ ังเขปของพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยหู่ วั ววิ ัฒนาการของกระบวนการลกู เสือไทยและลูกเสือโลก การทาความเคารพ การแสดงรหัส การจับมอื ซา้ ย กจิ กรรมกลางแจ้ง ระเบียบแถว ท่ามือเปลา่ ทา่ ถอื ไม้พลอง การ ใช้สัญญาณมือและนกหวีด การตั้งแถวและการเรียกแถว การใช้ทักษะในทางวิชาลูกเสือ การรู้จักดูแลตนเอง การ ชว่ ยเหลือผอู้ ่นื การเดินทางไปยงั สถานท่ตี ่าง ๆ การทางานอดเิ รกและเร่อื งที่สนใจ เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ ลกู เสือสามัญ มีนิสยั ในการสังเกต จดจา เชื่อฟังและพึ่งตนเอง มคี วามซื่อสัตย์สุจรติ มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจ ผอู้ ืน่ บาเพ็ญตนเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ ทาการฝมี ือและฝึกฝนการทากิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความมั่นคงของชาติ และสามารถ ประยุกตใ์ ช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ผลกำรเรยี นรู้ ๑. มีนสิ ัยในการสังเกต จดจา เชือ่ ฟงั และพ่ึงพาตนเองได้ ๒. มีความซอ่ื สัตย์ สจุ ริต มรี ะเบยี บวนิ ัยและเหน็ อกเห็นใจผู้อืน่ ๓. บาเพ็ญตนเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ ๔. ทาการฝีมือและฝกึ ฝนการทากิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม ๕. รกั ษาและส่งเสรมิ จารตี ประเพณี วฒั นธรรม ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถ่ิน และความมั่นคงของชาติ ๖. อนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน และสามารถประยุกต์ใชป้ รัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงได้ รวมทั้งหมด ๖ ผลกำรเรียนรู้ คำอธบิ ำยรำยวิชำกิจกรรมพฒั นำผเู้ รียน
133 ก๑๕๙๐๒ ลูกเสอื สำมัญ (ลูกเสอื โท) กจิ กรรมนกั เรียน ชนั้ ประถมศกึ ษำปที ่ี ๕ เวลำ ๔๐ ชั่วโมง คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัตกิ ิจกรรมตามคาปฏิญาณ คติพจน์ และกฎของลูกเสือสามัญ เรียนรจู้ ากการคิดและปฏิบัติจริง ใชส้ ัญลักษณ์สมาชิกลกู เสือสามญั ท่ีมีความเป็นเอกลกั ษณ์รว่ มกนั ศึกษาธรรมชาติ ในชุมชนด้วยความสนใจ ใฝร่ ู้ ตามวิถเี ศรษฐกจิ พอเพียง สรุปผลและปฏิบตั ิกิจกรรม ปิดประชุมกอง ในเร่อื งตอ่ ไปน้ี ความรู้เก่ียวกับกระบวนการลูกเสือ ประวัติของลอร์ด เบเดน โพเอลล์ (Load Baden Powell ; B.P.) พระราช ประวัติสังเขปของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจา้ อย่หู วั วิวัฒนาการของกระบวนการลูกเสอื ไทยและลูกเสือโลก การทาความเคารพ การแสดงรหัส การจับมอื ซ้าย กจิ กรรมกลางแจ้ง ระเบียบแถว ท่ามอื เปล่า ท่าถือไมพ้ ลอง การ ใช้สัญญาณมือและนกหวีด การตั้งแถวและการเรียกแถว การใช้ทักษะในทางวิชาลูกเสือ การรู้จักดูแลตนเอง การ ชว่ ยเหลือผู้อนื่ การเดินทางไปยังสถานทตี่ ่าง ๆ การทางานอดเิ รกและเรอ่ื งทส่ี นใจ เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ ลูกเสือสามัญ มีนิสยั ในการสังเกต จดจา เชื่อฟงั และพึ่งตนเอง มคี วามซ่ือสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจ ผู้อ่ืน บาเพ็ญตนเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์ ทาการฝมี ือและฝึกฝนการทากิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความม่ันคงของชาติ และสามารถ ประยุกตใ์ ช้ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผลกำรเรียนรู้ ๑. มีนสิ ยั ในการสงั เกต จดจา เช่ือฟงั และพ่ึงพาตนเองได้ ๒. มีความซื่อสตั ย์ สุจรติ มีระเบียบวินัยและเหน็ อกเหน็ ใจผู้อนื่ ๓. บาเพ็ญตนเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ ๔. ทาการฝมี อื และฝึกฝนการทากจิ กรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ๕. รักษาและสง่ เสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมปิ ญั ญาทอ้ งถิ่น และความม่นั คงของชาติ ๖. อนรุ กั ษท์ รัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน และสามารถประยุกต์ใชป้ รชั ญาของ เศรษฐกิจพอเพยี งได้ รวมทั้งหมด ๖ ผลกำรเรยี นรู้ คำอธบิ ำยรำยวิชำกิจกรรมพัฒนำผ้เู รียน
134 ก๑๖๙๐๒ ลกู เสอื สำมัญ (ลูกเสือเอก) กิจกรรมนักเรียน ชั้นประถมศกึ ษำปที ี่ ๖ เวลำ ๔๐ ชวั่ โมง คำอธิบำยรำยวิชำ เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบตั ิกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติกิจกรรมตามคาปฏิญาณ คติพจน์ และกฎของลูกเสือสามัญ เรยี นรจู้ ากการคดิ และปฏิบัตจิ ริง ใชส้ ญั ลักษณ์สมาชิกลกู เสอื สามัญที่มีความเป็นเอกลกั ษณร์ ่วมกนั ศึกษาธรรมชาติ ในชุมชนด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สรปุ ผลและปฏิบัตกิ จิ กรรม ปิดประชมุ กอง ในเรือ่ งตอ่ ไปนี้ ความรู้เก่ียวกับกระบวนการลูกเสือ ประวัติของลอร์ด เบเดน โพเอลล์ (Load Baden Powell ; B.P.) พระราช ประวัตสิ ังเขปของพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยู่หัว ววิ ัฒนาการของกระบวนการลกู เสอื ไทยและลูกเสือโลก การทาความเคารพ การแสดงรหัส การจับมอื ซ้าย กจิ กรรมกลางแจ้ง ระเบียบแถว ท่ามอื เปลา่ ทา่ ถือไม้พลอง การ ใช้สัญญาณมือและนกหวีด การตั้งแถวและการเรียกแถว การใช้ทักษะในทางวิชาลูกเสือ การรู้จักดูแลตนเอง การ ชว่ ยเหลือผอู้ ่นื การเดินทางไปยงั สถานทตี่ ่าง ๆ การทางานอดเิ รกและเร่อื งที่สนใจ เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ ลกู เสือสามัญ มีนิสยั ในการสังเกต จดจา เช่ือฟงั และพึ่งตนเอง มคี วามซื่อสัตย์สุจรติ มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจ ผอู้ ืน่ บาเพ็ญตนเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ ทาการฝมี ือและฝึกฝนการทากิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความมั่นคงของชาติ และสามารถ ประยุกตใ์ ช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ผลกำรเรยี นรู้ ๑. มีนสิ ัยในการสังเกต จดจา เชอื่ ฟงั และพ่ึงพาตนเองได้ ๒. มีความซอ่ื สัตย์ สจุ ริต มรี ะเบียบวนิ ัยและเหน็ อกเห็นใจผู้อืน่ ๓. บาเพ็ญตนเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ ๔. ทาการฝีมือและฝกึ ฝนการทากิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม ๕. รกั ษาและสง่ เสรมิ จารตี ประเพณี วฒั นธรรม ภมู ปิ ัญญาท้องถ่ิน และความมั่นคงของชาติ ๖. อนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ ม ลดภาวะโลกร้อน และสามารถประยุกต์ใช้ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงได้ รวมทั้งหมด ๖ ผลกำรเรียนรู้ คำอธบิ ำยรำยวิชำกิจกรรมพฒั นำผเู้ รียน
กิจกรรมชุมนมุ 135 ช้ันประถมศึกษำปีที่ ๑-๖ กิจกรรมนักเรียน เวลำ ๓๐ ชั่วโมง คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการ เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถด้านการคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ ให้เกิดประสบการณ์ทั้งด้านวิชาการและพ้ืนฐานอาชีพ ทักษะชีวิต และสังคม ตามศักยภาพ อย่างรอบด้าน เพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีความสามารถในการส่ือสาร มีทักษะการคิด แก้ปัญหา ความสามารถ ในการใช้เทคโนโลยี พัฒนาทักษะในการทางานและการอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนในสังคมได้อย่างมีความสุข รักในสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีความซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ดารงชีวิตอย่างพอเพียง มีความมุ่งมั่น ในการทางาน รักความเป็นไทย และมจี ิตสาธารณะ เพื่อให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการของตน ได้พัฒนาความรู้ ความสามารถดา้ นการคิดวเิ คราะห์ สังเคราะห์ ใหเ้ กิดประสบการณ์ ทงั้ ทักษะทางวชิ าการ ทกั ษะอาชพี ทักษะชวี ิต และสังคมตามศักยภาพ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม คิดเป็น ทาได้ ทางานร่วมกับผู้อ่ืนได้ ตามวิถปี ระชาธิปไตย และประยุกต์หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างเหมาะสม โรงเรียนบ้านซับจาปา ได้กาหนดกิจกรรมชุมนุมที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนและสอดคล้องตาม จุดเน้นของสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา เพ่ือให้นักเรียนเลือกเข้าตามความถนัดและความสนใจ โดยให้มีผลการ เรยี นร้ตู ามทช่ี ุมนุมน้นั ๆ กาหนด
136 กิจกรรมเพ่อื สังคม และสำธำรณประโยชน์ คำอธบิ ำยรำยวชิ ำกิจกรรมพฒั นำผ้เู รยี น
137 กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสำธำรณประโยชน์ กิจกรรมพฒั นำผ้เู รยี น ชนั้ ประถมศกึ ษำปที ี่ ๑-๖ เวลำ ๑๐ ช่ัวโมง คำอธบิ ำยรำยวิชำ ฝึกปฏิบัติกิจกรรมด้วยความสมัครใจผ่านกิจกรรมท่ีหลากหลาย ฝึกการทางานที่สอดคล้องกับชีวิตจริง ตลอดจนสะท้อนความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ สารวจและใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนอย่างเป็นระบบ เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์ และใช้ความคิดสร้างสรรค์ การบริการด้านต่าง ๆ ท่ีเป็นประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม เสริมสร้างความมีน้าใจ เอื้ออาทร ความเป็นพลเมืองดีและความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม คิดออกแบบกิจกรรมบาเพ็ญประโยชน์ในลักษณะอาสาสมัคร จิตอาสา เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ตามแนวทางวถิ ชี วี ิตเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้ผู้เรียนบาเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคม และประเทศชาติ สามารถออกแบบการจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์อยา่ งสรา้ งสรรค์ ตามความถนดั และความสนใจ ในลกั ษณะอาสาสมัคร พัฒนาศกั ยภาพตนเองในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ จนเกิดคุณธรรม จริยธรรม ตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีจิตสาธารณะ และใชเ้ วลาว่างให้เกิดประโยชน์ และสามารถประยุกตใ์ ช้หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได้ ผลกำรเรียนรู้ ๑. บาเพ็ญตนให้เป็นประโยชนต์ อ่ ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ๒. ออกแบบการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ ตามความถนัดและความ สนใจ ในลักษณะอาสาสมัคร ๓. สามารถพัฒนาศกั ยภาพในการจดั กิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์ได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ ๔. ปฏิบัติกิจการเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรม ตามคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ๕. สามารถประยุกตใ์ ช้หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้ รวมทั้งหมด ๕ ผลกำรเรยี นรู้ เกณฑก์ ารจบการศึกษา
138 หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านซับจาปา พุทธศักราช ๒๕๖๓ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศักราช๒๕๖๐) กาหนดเกณฑ์สาหรบั การจบการศึกษา ไว้ดงั นี้ เกณฑก์ ารจบระดับประถมศกึ ษา ๑. ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติมตามที่กาหนด และมีผลการประเมินรายวิชา พน้ื ฐานผ่านทกุ รายวิชา ๒. ผู้เรยี นต้องมีผลการประเมินการอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขยี น ระดบั “ผ่าน” ข้ึนไป ๓. ผเู้ รียนมีผลการประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ระดับ “ผ่าน” ข้นึ ไป ๔. ผ้เู รียนตอ้ งเข้าร่วมกจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี นและไดร้ บั การตัดสินผลการเรยี น “ผ่าน” ทุกกจิ กรรม การจัดการเรยี นรู้ การจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการสาคัญในการนาหลักสูตรสู่การปฏิบัติ หลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน เป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสาคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน เป็นเป้าหมายสาหรับพฒั นาเด็กและเยาวชน ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณสมบัติตามเป้าหมายหลักสูตร ผู้สอนพยายามคัดสรรกระบวนการเรียนรู้ จัดการเรียนรู้โดยช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ผ่านสาระท่ีกาหนดไว้ในหลักสูตร ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมทั้งปลูกฝัง เสรมิ สรา้ งคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ พัฒนาทักษะต่าง ๆ อันเปน็ สมรรถนะสาคัญใหผ้ ู้เรียนบรรลุตามเปา้ หมาย ๑. หลักการจดั การเรยี นรู้ การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้สมรรถนะสาคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่กาหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยยึดหลักว่า ผู้เรียนมีความสาคัญที่สุด เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึดประโยชน์ท่ีเกิดกับผู้เรียน กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ คานึงถึง ความแตกต่างระหวา่ งบคุ คลและพัฒนาการทางสมอง เน้นใหค้ วามสาคัญท้ังความรู้ และคณุ ธรรม ๒. กระบวนการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เป็นเคร่ืองมือท่ีจะนาพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร โดยกระบวนการเรียนรู้ท่ีจาเป็นสาหรับผู้เรียน อาทิ กระบวนการเรียนรู้แบบบรู ณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการ เผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติ ลงมือทาจริง กระบวนการจัดการ กระบวนการวจิ ยั กระบวนการเรยี นรู้การเรยี นรูข้ องตนเอง กระบวนการพฒั นาลกั ษณะนิสัย กระบวนการเหล่านี้ จัดเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝนและพัฒนา เพราะจะสามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี บรรลุเป้าหมายของหลักสูตร ดังน้ัน ผู้สอนจึงจาเป็นต้องศึกษา ทาความเข้าใจในกระบวนการเรยี นรู้ตา่ ง ๆ เพื่อใหส้ ามารถเลือกใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธภิ าพ ๓. การออกแบบการจัดการเรียนรู้
139 ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนะสาคัญ ของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน แล้วจึงจะพิจารณาออกแบบ การจัดการเรียนรู้โดยเลือกใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน ส่ือ/แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เพ่ือให้ผู้เรียน ได้พฒั นาเต็มตามศักยภาพ และบรรลตุ ามเป้าหมายที่กาหนด ๔. บทบาทของผู้สอนและผเู้ รยี น การจัดการเรียนรู้เพือ่ ให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลักสูตร ท้งั ผู้สอนและผู้เรียนควรมีบทบาท ดังนี้ ๔.๑ บทบาทของผ้สู อน ๑) ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล แล้วนาข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการจัดการเรียนรู้ ที่ท้าทายความสามารถของผูเ้ รียน ๒) กาหนดเปา้ หมายท่ีต้องการให้เกิดขึ้นกบั ผเู้ รียน ดา้ นความรู้และทักษะกระบวนการ ในท่ีเป็น ความคิดรวบยอด หลกั การ และความสมั พนั ธ์ รวมทง้ั คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ๓) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ท่ีตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการ ทางสมอง เพื่อนาผเู้ รียนไปสู่เป้าหมาย ๔) จดั บรรยากาศท่เี ออ้ื ต่อการเรียนรู้ และดูแลชว่ ยเหลอื ผเู้ รยี นให้เกิดการเรียนรู้ ๕) จัดเตรียมและเลอื กใชส้ ื่อใหเ้ หมาะสมกบั กิจกรรม นาภมู ปิ ัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยที เ่ี หมาะสม มาประยุกต์ใช้ในการจดั การเรยี นการสอน ๖) ประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนด้วยวิธีการท่ีหลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาติของวิชา และระดบั พฒั นาการของผู้เรียน ๗) วิเคราะห์ผลการประเมินเพื่อนามาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน รวมทั้งปรับปรุง การจดั การเรยี นการสอนของตนเอง ๔.๒ บทบาทของผ้เู รยี น ๑) กาหนดเปา้ หมาย วางแผน และรบั ผิดชอบการเรียนรขู้ องตนเอง ๒) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ข้อความรู้ ต้ังคาถาม คดิ หาคาตอบหรือหา แนวทางแก้ปญั หาดว้ ยวิธีการตา่ ง ๆ ๓) ลงมอื ปฏิบตั ิจริง สรปุ สง่ิ ท่ีได้เรยี นร้ดู ว้ ยตนเอง และนาความรไู้ ปประยกุ ตใ์ ชใ้ นสถานการณต์ ่าง ๆ ๔) มปี ฏสิ มั พนั ธ์ ทางาน ทากจิ กรรมรว่ มกับกลมุ่ และครู ๕) ประเมนิ และพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของตนเองอยา่ งตอ่ เน่ือง สอื่ การเรยี นรู้
140 สื่อการเรียนรู้เป็นเคร่ืองมือส่งเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้ ทกั ษะกระบวนการ และคุณลักษณะตามมาตรฐานของหลักสตู รได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ สอ่ื การเรียนรูม้ หี ลากหลาย ประเภท ทั้งส่ือธรรมชาติ สื่อส่ิงพิมพ์ สื่อเทคโนโลยี และเครือข่ายการเรียนรู้ต่าง ๆ ท่ีมีในท้องถิ่น การเลือกใช้ส่ือ ควรเลอื กให้มคี วามเหมาะสมกบั ระดับพัฒนาการ และลีลาการเรียนรู้ท่หี ลากหลายของผเู้ รียน การจัดหาส่ือการเรียนรู้ ผู้เรียนและผู้สอนสามารถจัดทาและพัฒนาขึ้นเอง หรือปรับปรุงเลือกใช้อย่างมี คุณภาพจากส่ือต่าง ๆ ท่ีมีอยู่รอบตัว เพื่อนามาใช้ประกอบในการจัดการเรียนรู้ที่สามารถส่งเสริมและสื่อสารให้ ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ โดยสถานศึกษาควรจัดให้มีอย่างพอเพียง เพ่ือพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง สถานศกึ ษา เขตพ้นื ท่ีการศึกษา หน่วยงานทเี่ กีย่ วขอ้ ง และผู้มีหนา้ ท่ีจดั การศกึ ษาข้นั พน้ื ฐานควรดาเนินการ ดงั นี้ ๑. จัดให้มีแหล่งการเรยี นรู้ ศูนย์สื่อการเรียนรู้ ระบบสารสนเทศการเรียนรู้ และเครือข่ายการเรียนรู้ที่มี ประสิทธิภาพ ทั้งในสถานศึกษาและในชุมชน เพ่ือการศึกษาค้นคว้าและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้ ระหว่างสถานศกึ ษา ท้องถิน่ ชุมชน สงั คมโลก ๒. จัดทาและจดั หาสือ่ การเรียนรู้สาหรับการศกึ ษาค้นคว้าของผ้เู รียน เสรมิ ความรู้ให้ผ้สู อน รวมทงั้ จัดหา ส่ิงทมี่ อี ย่ใู นทอ้ งถิ่นมาประยกุ ต์ใช้เป็นส่ือการเรยี นรู้ ๓. เลือกและใช้สื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้ ธรรมชาตขิ องสาระการเรยี นรู้ และความแตกตา่ งระหว่างบุคคลของผเู้ รยี น ๔. ประเมนิ คุณภาพของส่อื การเรียนรู้ทเ่ี ลอื กใชอ้ ยา่ งเป็นระบบ ๕. ศึกษาคน้ คว้า วิจยั เพือ่ พฒั นาสื่อการเรียนรู้ใหส้ อดคล้องกับกระบวนการเรยี นรขู้ องผเู้ รยี น ๖. จัดให้มีการกากับ ติดตาม ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเก่ียวกับส่ือ และการใช้ส่ือการเรียนรู้ เป็นระยะ ๆ และสม่าเสมอ ในการจัดทา การเลือกใช้ และการประเมินคุณภาพส่ือการเรียนรู้ท่ีใช้ในสถานศึกษา ควรคานึงถึงหลักการสาคัญของ ส่ือการเรียนรู้ เช่น ความสอดคล้องกับหลักสูตร วัตถุประสงค์การเรียนรู้ การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ การจัด ประสบการณ์ใหผ้ ู้เรียน เนือ้ หามคี วามถกู ต้องและทันสมัย ไมก่ ระทบความมั่นคงของชาติ ไม่ขัดตอ่ ศลี ธรรมมีการใช้ ภาษาทีถ่ กู ต้อง รปู แบบการนาเสนอทเี่ ขา้ ใจงา่ ยและน่าสนใจ การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานสองประการคอื การประเมินเพื่อ พัฒนาผู้เรียน และเพื่อตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนให้ประสบผลสาเร็จนั้น ผู้เรียน จะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวชี้วัด เพื่อให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะสาคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษา และระดับชาติ การวัดและประเมินผล การเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและสารสนเทศที่แสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสาเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจนข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมให้ผู้เรียน เกิดการพฒั นา และเรียนรูอ้ ย่างเต็มตามศักยภาพ การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น ๔ ระดับ ประกอบด้วย ระดับช้นั เรยี น ระดบั สถานศึกษา ระดับเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษา และระดบั ชาติ โดยมรี ายละเอยี ดดังน้ี ๑. การประเมินระดับชั้นเรียน เป็นการวัดและประเมินผลท่ีอยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ครูผู้สอน ดาเนินการเป็นปกติและสม่าเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย เช่น การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน แฟ้มสะสมงาน
141 การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผปู้ ระเมินเองหรือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมินตนเอง เพ่ือนประเมนิ เพ่ือน ผูป้ กครองรว่ มประเมนิ ในกรณีทไี่ ม่ผา่ นตัวช้ีวดั ใหม้ กี ารสอนซอ่ มเสรมิ การประเมินระดับชั้นเรียนเป็นการตรวจสอบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าในการเรียนรู้อันเป็นผล มาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีส่ิงที่จะต้องได้รับการพัฒนาปรับปรุงและ ส่งเสริมในด้านใด นอกจากน้ียงั เป็นข้อมูลให้ผู้สอนใช้ปรับปรงุ การเรียนการสอนของตนด้วย ท้ังน้ีโดยสอดคล้องกับ มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชว้ี ดั ๒. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินที่สถานศึกษาดาเนินการเพื่อตัดสินผลการเรียน ของผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากนี้เพ่ือให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อการเรียนรู้ ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมท้ังสามารถนาผลการเรียนของผู้เรียนในสถานศึกษา เปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการปรับปรุง นโยบาย หลกั สตู ร โครงการ หรอื วิธกี ารจดั การเรียนการสอน ตลอดจนเพอ่ื การจัดทาแผนพัฒนาคุณภาพการศกึ ษา ของสถานศึกษาตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษา และการรายงานผลการจัดการศึกษาต่อคณะกรรมการ สถานศึกษา สานักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษา สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน ผู้ปกครองและชมุ ชน ๓. การประเมินระดับเขตพื้นท่ีการศึกษา เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพ้ืนที่การศึกษา ตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน เพ่ือใช้เป็นข้อมูลพ้ืนฐานในการพัฒนา คุณภาพการศึกษาของเขตพื้นท่ีการศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดาเนินการโดยประเมินคุณภาพ ผลสัมฤทธ์ิของผู้เรียนด้วยข้อสอบมาตรฐานที่จัดทา และดาเนินการโดยเขตพ้ืนที่การศึกษา หรือด้วยความร่วมมือ กบั หน่วยงานต้นสังกัดในการดาเนินการจัดสอบ นอกจากนี้ยังได้จากการตรวจสอบทบทวนข้อมลู จากการประเมิน ระดับสถานศึกษาในเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษา ๔. การประเมินระดับชาติ เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนที่เรียนในช้ันประถมศึกษาปีที่ ๓ ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖ เข้ารับการประเมิน ผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมูลในการเทียบเคียงคุณภาพการศึกษา ในระดับต่าง ๆ เพื่อนาไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ตลอดจนเป็นข้อมูลสนับสนุน การตัดสนิ ใจในระดับนโยบายของประเทศ ข้อมูลการประเมนิ ในระดับต่าง ๆ ขา้ งต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบ ทบทวนพัฒนา คุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาท่ีจะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุงแก้ไข ส่งเสริมสนับสนุน เพ่ือให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพื้นฐานความแตกต่างระหว่างบุคคล ท่ีจาแนกตาม สภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนทั่วไป กลุ่มผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ กลุ่มผู้เรียนท่ีมีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนตา่ กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาด้านวินยั และพฤติกรรม กลุ่มผเู้ รียนที่ปฏิเสธโรงเรียน กลุ่มผู้เรียนท่ีมีปัญหา ทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มพิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูลจากการประเมินจึงเป็นหัวใจของ สถานศึกษา ในการดาเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงที เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาและ ประสบความสาเรจ็ ในการเรียน สถานศึกษาในฐานะผู้รับผิดชอบจัดการศึกษา จะต้องจัดทาระเบียบว่าด้วยการวัดและประเมินผลการ เรียนของสถานศึกษา ให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติ ท่ีเป็นข้อกาหนดของหลักสูตร แกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน เพอื่ ให้บคุ ลากรทีเ่ กย่ี วขอ้ งทกุ ฝา่ ยถือปฏบิ ัตริ ่วมกัน
142 เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผลการเรียน ๑. การตดั สิน การให้ระดับ และการรายงานผลการเรียน ๑.๑ การตัดสนิ ผลการเรยี น ในการตัดสินผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะ อนั พึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี นนนั้ ผู้สอนต้องคานึงถึงการพัฒนาผู้เรียนแต่ละคนเป็นหลัก และต้องเก็บ ข้อมูลของผู้เรียนทุกด้านอย่างสม่าเสมอและต่อเนื่องในแต่ละภาคเรียน รวมทั้งสอนซ่อมเสริมผู้เรียนให้พัฒนา จนเต็มตามศักยภาพ ระดบั ประถมศึกษา (๑) ผูเ้ รยี นต้องมเี วลาเรยี นไมน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทง้ั หมด (๒) ผเู้ รยี นตอ้ งไดร้ บั การประเมินทกุ ตวั ชว้ี ัด และผา่ นตามเกณฑ์ทส่ี ถานศึกษากาหนด (๓) ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสนิ ผลการเรยี นทุกรายวชิ า (๔) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากาหนด ในการอา่ น คิดวิเคราะหแ์ ละเขยี น คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น การพิจารณาเลื่อนชั้น ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และสถานศึกษาพิจารณาเห็นว่า สามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้อยู่ในดุลพินิจของสถานศึกษาท่ีจะผ่อนผันให้เล่ือนช้ันได้ แต่หากผู้เรียน ไม่ผ่านรายวิชาจานวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น สถานศึกษาอาจต้ัง คณะกรรมการพิจารณาใหเ้ รียนซา้ ช้ันได้ ทงั้ น้ใี ห้คานึงถงึ วุฒิภาวะและความรคู้ วามสามารถของผ้เู รียนเปน็ สาคัญ ๑.๒ การใหร้ ะดับผลการเรียน ระดับประถมศึกษา ในการตัดสินเพอ่ื ให้ระดับผลการเรียนรายวชิ า การตัดสินผลการเรียนรายวชิ า ของกลมุ่ สาระการเรียนรู้ ใหใ้ ชร้ ะบบตวั เลข แสดงระดับการเรียนในแตล่ ะกลุ่มสาระ ดงั น้ี ระดบั ผลกำรเรียน ควำมหมำย ช่วงคะแนนรอ้ ยละ ๔ ผลการเรยี นดเี ยยี่ ม ๘๐ ๑๐๐ - ๓๕. ผลการเรยี นดมี าก ๗๕ ๗๙ - ๓ ผลการเรยี นดี ๗๐ ๗๔ - ๒๕. ผลการเรียนคอ่ นข้างดี ๖๕ ๖๙ - ๒ ผลการเรยี นนา่ พอใจ ๖๐ ๖๔ - ๑๕. ผลการเรียนพอใช้ ๕๕ ๕๙ - ๑ ผลการเรยี นผ่านเกณฑข์ ั้นต่า ๕๐ ๕๔ - ๐ ผลการเรียนต่ากว่าเกณฑ์ ๐ ๔๙ - การประเมนิ การอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขยี น เป็นผ่านและไม่ผา่ น ถา้ กรณที ่ีผ่าน กาหนดเกณฑ์ การตัดสินเป็นดเี ย่ียม ดี และผา่ น ดีเยี่ยม หมายถงึ มีผลงานทแ่ี สดงถงึ ความสามารถในการอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขยี นทีม่ ีคณุ ภาพ ดีเลศิ อยเู่ สมอ ดี หมายถงึ มผี ลงานทแี่ สดงถึงความสามารถในการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขียนที่มีคุณภาพเป็นที่ ยอมรบั
143 ผ่าน หมายถงึ มีผลงานที่แสดงถงึ ความสามารถในการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขียน ทีม่ ีคณุ ภาพ เป็นท่ียอมรบั แตย่ ังมีข้อบกพร่องบางประการ ไมผ่ ่าน หมายถึง ไมม่ ผี ลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอา่ น คิดวเิ คราะห์ และเขยี น หรอื ถา้ มผี ลงาน ผลงานนนั้ ยังมขี อ้ บกพร่องที่ต้องไดร้ บั การปรบั ปรุงแก้ไขหลายประการ การประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ รวมทุกคุณลักษณะเพ่ือการเล่ือนช้นั และจบการศกึ ษา เปน็ ผ่านและไม่ผา่ น ในการผ่าน กาหนดเกณฑก์ ารตดั สินเป็นดเี ยยี่ ม ดี และผ่าน และความหมายของแตล่ ะ ระดับ ดังนี้ ดเี ย่ยี ม หมายถงึ ผูเ้ รยี นปฏบิ ัติตนตามคุณลักษณะจนเปน็ นสิ ัย และนาไปใชใ้ นชีวิตประจาวันเพื่อ ประโยชนส์ ุขของตนเองและสังคม โดยพิจารณาจากผลการประเมนิ ระดบั ดเี ย่ียม จานวน ๕คุณลกั ษณะ ๘- และ ไมม่ ีคุณลกั ษณะใดไดผ้ ลการประเมินตา่ กวา่ ระดับดี ดี หมายถึง ผู้เรียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ เพื่อให้เป็นการยอมรับของสังคมโดย พิจารณาจาก ๑( ได้ผลการประเมินระดับดีเยี่ยมจานวน ๑๔- คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการ ประเมินตา่ กวา่ ระดับดี หรอื (๒ ได้ผลการประเมินระดับดี เยี่ยมจานวน ๔ คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการ ประเมินตา่ กว่าระดับผา่ นหรือ ๓( ได้ผลการประเมินระดับดี จานวน ๕๘- คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการประเมิน ตา่ กวา่ ระดับผา่ น ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และเง่ือนไขท่ีสถานศกึ ษากาหนด โดยพิจารณา จาก ได้ผลการประเมินระดับผ่าน จานวน (๑ ๕๘- คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการ ประเมินตา่ กวา่ ระดบั ผ่าน หรือ (๒ ได้ผลการประเมินระดับดี จานวน ๔ คุณลักษณะ และไม่มคี ุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่า กวา่ ระดับผา่ น ไม่ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติได้ไม่ครบตามกฎเกณฑ์และเง่ือนไขท่ีสถานศึกษากาหนด โดยพจิ ารณาจากผลการประเมินระดบั ไม่ผา่ นตงั้ แต่ ๑ คณุ ลักษณะ การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาท้ังเวลาการเข้าร่วมกิจกรรมการปฏิบัติกิจกรรม และผลงานของผู้เรียนตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกาหนดและให้ผลการประเมินเป็นผ่าน และไม่ผ่านให้ใช้ตัวอักษร แสดงผลการประเมนิ ดงั น้ี “ผ” หมายถงึ ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน ไม่นอ้ ยกว่าร้อยละ ๘๐ ปฏิบัติกจิ กรรม และมผี ลงานเป็นท่ีประจกั ษ์ “มผ” หมายถึง ผู้เรยี นมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน ปฏิบัติกิจกรรมและมีผลงานไมเ่ ป็นไป ตามเกณฑท์ ่ีสถานศึกษากาหนด
144 ในกรณีท่ีผู้เรียนได้ ครูผู้ดูแลกิจกรรมต้องจัดซ่อมเสริมให้ผู้เรียนทากิจกรรมในส่วนที่ผู้เรียน ”มผ“ ไม่ได้เข้าร่วมหรือไม่ได้ทาจนครบถ้วน แล้วจึงเปล่ียนผลการเรียนจาก “มผ” เป็น “ผ” ได้ ทั้งนี้ ต้องดาเนินการ ให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษาน้ัน ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัยห้อยู่ในดุลยพินิจของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ท่ีได้รับ มอบหมาย ๑.๓ การรายงานผลการเรยี น การรายงานผลการเรียน เป็นการสื่อสารให้ผู้ปกครองและผู้เรียนทราบความก้าวหน้าในการเรียนรู้ ของผู้เรียน ซึ่งสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมินและจัดทาเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบเป็นระยะ ๆ หรือ อย่างน้อยภาคเรียนละ ๑ คร้ัง การรายงานผลการเรียน สามารถรายงานเป็นระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียนที่สะท้อน มาตรฐานการเรียนรู้กลุม่ สาระการเรียนรู้ ๒.กำรเล่ือนชน้ั เมอ่ื สิน้ ปีการศึกษา ผู้เรยี นจะได้รับการเล่ือนชนั้ เมือ่ มีคณุ สมบตั ิตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้เรยี นต้องมีเวลาเรยี นไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทัง้ หมด ของจานวน ๘๐ ผู้เรยี นตอ้ งได้รับการประเมนิ ทกุ ตวั ชว้ี ดั และผ่านเกณฑ์ไมน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ยละ (๒) ตัวชวี้ ัด ผ้เู รียนตอ้ งไดร้ บั การตัดสินผลการเรียนทกุ รายวิชา ไม่นอ้ ยกวา่ ระดับ (๓) “ ๑ ” จึงจะถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์ตามทสี่ ถานศกึ ษากาหนด นักเรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมิน (๔) การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ใน ระดับ “ ผ่าน ” ข้ึนไป มีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับ“ ผ่าน ” ขึ้นไป และมีผลการ ประเมนิ กิจกรรมพัฒนานกั เรยี น ในระดับ “ ผา่ น ” ทง้ั น้ี ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพยี งเล็กน้อย และพจิ ารณาเห็นวา่ สามารถพัฒนาและสอนซอ่ มเสริมได้ให้ อยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของสถานศกึ ษาทีจ่ ะผ่อนผนั ใหเ้ ลอ่ื นชน้ั ได้ อน่ึง ในกรณีที่ผู้เรียนมีหลักฐานการเรียนรู้ที่แสดงว่ามีความสามารถดีเลิศ สถานศึกษาอาจให้โอกาส ผู้เรียนเลื่อนชั้นกลางปีการศึกษา โดยสถานศกึ ษาแตง่ ต้ังคณะกรรมการประกอบด้วยฝา่ ยวิชาการของสถานศึกษา และผู้แทนของเขตพื้นที่การศึกษาหรือต้นสังกัดประเมินผู้เรียนและตรวจสอบคุณสมบัติให้ครบถ้วนตามเง่ือนไขท้ัง ๓ ประการตอ่ ไปน้ี ๑. มีผลการเรียนในปีการศึกษาที่ผ่านมาและมีผลการเรียนระหว่างปีที่กาลังศึกษาอยู่ในเกณฑ์ดี เย่ยี ม ๒. มวี ฒุ ิภาวะเหมาะสมท่จี ะเรยี นในช้นั ทส่ี ูงขึน้ .๓ ผ่านการประเมนิ ผลความรู้ความสามารถทกุ รายวิชาของช้ันปที เี่ รียนปัจจุบัน และความรู้ ความสามารถทุกรายวชิ าในภาคเรียนแรกของชั้นปีทจ่ี ะเลื่อนขนึ้ การอนมุ ัติให้เล่ือนชน้ั กลางปกี ารศึกษาไปเรียนช้ันสูงข้ึนได้ ๑ ระดับชั้นน้ี ตอ้ งไดร้ ับการยินยอม จากผู้เรียนและผู้ปกครองและต้องดาเนินการให้เสร็จส้ินก่อนเปิดภาคเรียนท่ี ๒ ของปีการศึกษาน้ัน สาหรับใน
145 กรณีท่ีพบว่ามีผู้เรียนกลุ่มพิเศษประเภทต่าง ๆ มีปัญหาในการเรียนรู้ให้สถานศึกษาดาเนินงานร่วมกับสานักงาน เขตพื้นทก่ี ารศึกษาเฉพาะความพิการหาแนวทางการแกไ้ ขและพัฒนา ๓. เกณฑ์การจบการศึกษา เกณฑ์การจบการศึกษาเป็นไปตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กาหนดเกณฑ์สาหรบั การจบการศึกษา ดงั น้ี เกณฑ์กำรจบระดับประถมศึกษำ ๕ ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน จานวน (๑),๐๔๐ ช่ัวโมงและรายวิชาเพ่ิมเติมกิจกรรมเพิ่มเติม/ ๔๘๐ จานวน ช่วั โมง ๑ ผูเ้ รยี นต้องมผี ลการประเมินรายวชิ าพ้ืนฐานระดับ (๒) ขึ้นไปทกุ รายวชิ า (๓)ผู้เรียนมีผลการประเมนิ การอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขียนผ่านเกณฑก์ ารประเมินในระดบั ”ผ่าน“ ขน้ึ ไป ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับ ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับ (๔) ขึ้นไป ”ผา่ น“ ทุกกิจกรรม ”ผา่ น“ ผูเ้ รยี นเขา้ ร่วมกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี นและมีผลการประเมิน (๕) ๔.กำรเรยี นซ้ำชนั้ ผู้เรียนที่ไม่ผ่านรายวิชาจานวนมากและมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นท่ีสูงขึ้น สถานศึกษา ต้องตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้าชั้นได้ ท้ังน้ีให้คานึงถึงวุฒิภาวะและความรู้ความสามารถ ของผ้เู รียนเปน็ สาคญั ผู้เรียนท่ีไม่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์การเลื่อนช้ัน สถานศึกษาควรให้เรียนซ้าชั้น ท้ังนี้ สถานศึกษา อาจใช้ดลุ ยพนิ จิ ใหเ้ ลื่อนชนั้ ได้ หากพจิ ารณาว่าผูเ้ รยี นมคี ณุ สมบัติข้อใดขอ้ หน่งึ ดงั ต่อไปน้ี ๑( มีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ ๘๐ อันเนื่องจากสาเหตุจาเป็นหรือเหตุสุดวิสัย แต่มีคุณสมบัติ ตามเกณฑ์การเลอ่ื นชนั้ ในขอ้ อนื่ ๆ ครบถว้ น ๒( ผู้เรียนมีผลการประเมินผ่านมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดไม่ถึงเกณฑ์ตามที่สถานศึกษา กาหนดในแต่ละรายวิชา แต่เห็นว่าสามารถสอนซ่อมเสริมได้ในปีการศึกษาน้ัน และมีคุณสมบัติตามเกณฑ์การ เลื่อนชน้ั ในขอ้ อ่นื ๆ ครบถ้วน ๓( ผู้เรียนมีผลการประเมินรายวิชาในกลุ่มสาระภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคม ศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรมอยูใ่ นระดบั ผ่าน ก่อนที่จะให้ผู้เรียนเรียนซ้าช้ัน สถานศึกษาต้องแจ้งให้ผู้ปกครองและผู้เรียนทราบเหตุผลของการ เรียนซ้าช้นั
146 เอกสารหลักฐานการศกึ ษา เอกสารหลักฐานการศึกษา เป็นเอกสารสาคัญท่ีบันทึกผลการเรียน ข้อมูล และสารสนเทศท่ีเก่ียวข้อง กับพฒั นาการของผู้เรยี นในด้านต่าง ๆ แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ดังนี้ ๑. เอกสารหลกั ฐานการศึกษาทก่ี ระทรวงศกึ ษาธกิ ารกาหนด ๑.๑ ระเบยี นแสดงผลการเรียน เป็นเอกสารแสดงผลการเรียนและรบั รองผลการเรียนของผู้เรยี น ตามรายวิชา ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา และผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน สถานศึกษาจะต้องบันทึกข้อมูลและออกเอกสารนี้ให้ผู้เรียนเป็นรายบุคคล เมือ่ ผ้เู รียนจบการศกึ ษาระดบั ประถมศึกษา (ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๖) ๑.๒ แบบรายงานผู้สาเร็จการศึกษา เป็นเอกสารอนุมัติการจบหลักสูตร โดยบันทึกรายชื่อและ ข้อมลู ของผู้จบการศกึ ษาระดบั ประถมศกึ ษา (ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๖) ๒. เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษาทีส่ ถานศึกษากาหนด เป็นเอกสารที่สถานศึกษาจัดทาขึ้นเพื่อบันทึกพัฒนาการ ผลการเรียนรู้ และข้อมูลสาคัญเก่ียวกับผู้เรียน เช่น แบบ รายงานประจาตัวนักเรียน แบบบันทึกผลการเรียนประจารายวิชา ระเบียนสะสม ใบรับรองผลการเรียน และ เอกสารอนื่ ๆ ตามวัตถปุ ระสงค์ของการนาเอกสารไปใช้ การเทยี บโอนผลการเรยี น สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผู้เรียนในกรณีต่าง ๆ ได้แก่ การย้ายสถานศึกษา การเปล่ียน รปู แบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคันและขอกลับเข้ารับการศึกษาต่อ การศึกษาจากต่างประเทศ และขอเข้าศึกษาต่อในประเทศ นอกจากนี้ ยังสามารถเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จากแหล่งการเรียนรู้ อน่ื ๆ เช่น สถานประกอบการ สถาบันศาสนา สถาบนั การฝกึ อบรมอาชพี การจัดการศึกษาโดยครอบครัว การเทียบโอนผลการเรยี น ควรดาเนินการในชว่ งก่อนเปิดภาคเรียนแรก หรือต้นภาคเรียนแรกทสี่ ถานศึกษา รับผู้ขอเทียบโอนเป็นผู้เรียน ทั้งนี้ ผู้เรียนที่ได้รับการเทียบโอนผลการเรียนต้องศึกษาต่อเนื่องในสถานศึกษาที่รับ เทียบโอนอยา่ งน้อย ๑ ภาคเรียน โดยสถานศกึ ษาที่รับผู้เรยี นจากการเทยี บโอนควรกาหนดรายวชิ า/จานวนหน่วยกิต ท่ีจะรับเทยี บโอนตามความเหมาะสม การพิจารณาการเทยี บโอน สามารถดาเนนิ การไดด้ ังนี้ ๑. พจิ ารณาจากหลักฐานการศึกษา และเอกสารอ่นื ๆ ทใี่ หข้ ้อมลู แสดงความรู้ ความสามารถของผู้เรยี น ๒. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผู้เรียน โดยการทดสอบด้วยวิธีการต่าง ๆ ท้ังภาคความรู้และ ภาคปฏิบตั ิ ๓. พจิ ารณาจากความสามารถและการปฏบิ ตั ใิ นสภาพจรงิ การเทียบโอนผลการเรยี นใหเ้ ปน็ ไปตามประกาศ หรือแนวปฏิบตั ิของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร การบริหารจัดการหลักสูตร ในระบบการศึกษาทมี่ ีการกระจายอานาจให้ทอ้ งถิ่น และสถานศึกษามบี ทบาทในการพัฒนาหลักสูตรน้ัน หนว่ ยงานตา่ ง ๆ ทเ่ี กย่ี วข้องในแต่ละระดับ ตง้ั แต่ระดบั ชาติ ระดับท้องถิ่น จนถงึ ระดับสถานศึกษา มบี ทบาทหน้าท่ี และความรับผิดชอบในการพัฒนา สนับสนุน ส่งเสริมการใช้ และพัฒนาหลักสูตรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การดาเนินการจัดทาหลักสูตรสถานศึกษา และการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษามีประสิทธิภาพ สงู สดุ อนั จะส่งผลใหก้ ารพฒั นาคุณภาพผูเ้ รียน บรรลุตามมาตรฐานการเรยี นร้ทู ก่ี าหนดไวใ้ นระดบั ชาติ ระดับท้องถ่ิน ได้แก่ สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา หน่วยงานต้นสังกัดอ่ืน ๆ เป็นหน่วยงานที่มีบทบาท ในการขับเคล่ือนคุณภาพการจัดการศึกษา เป็นตัวกลางท่ีจะเชื่อมโยงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานท่ีกาหนด
147 ในระดับชาติ ให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถ่ิน เพ่ือนาไปสู่การจัดทาหลักสูตรของสถานศึกษา สง่ เสริมการใช้และพัฒนาหลักสูตรในระดับสถานศึกษา ให้ประสบความสาเร็จ โดยมีภารกิจสาคัญคือ กาหนดเป้าหมาย และจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในระดับท้องถ่ิน โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับสิ่งที่เป็นความต้องการในระดับชาติ พัฒนาสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับท้องถ่ิน รวมทั้งเพิ่มพูนคุณภาพการใช้หลักสูตร ดว้ ยการวิจัยและการพัฒนาบุคลากร สนับสนนุ ส่งเสริม ตดิ ตามผล ประเมินผล วิเคราะห์ และรายงานผลคณุ ภาพ ของผเู้ รยี น สถานศึกษามีหน้าท่ีสาคัญในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การวางแผนและดาเนินการใช้หลักสูตร การเพิม่ พนู คุณภาพการใชห้ ลักสูตรด้วยการวิจัย และพัฒนาการปรบั ปรุงและพฒั นาหลกั สูตร จัดทาระเบยี บการวัด และประเมินผล ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ข้ันพน้ื ฐาน และรายละเอียดที่เขตพ้ืนท่ีการศึกษา หรอื หน่วยงานสังกัดอ่ืน ๆ ในระดับท้องถน่ิ ได้จดั ทาเพิ่มเติม รวมทั้ง สถานศึกษาสามารถเพิ่มเติมในส่วนท่ีเกี่ยวกบั สภาพปญั หาในชุมชนและสังคม ภูมปิ ัญญาทอ้ งถ่ิน และความตอ้ งการ ของผ้เู รียน โดยทุกภาคส่วนเข้ามามีสว่ นร่วมในการพฒั นาหลักสูตรสถานศึกษา ภำคผนวก
148 คำสง่ั สำนักงำนเขตพืน้ ท่ีกำรศกึ ษำประถมศึกษำลพบุรี เขต ๒ ที่ / ๒๕๖๓ เร่อื ง แตง่ ต้ังคณะกรรมกำรบริหำรหลกั สตู รและงำนวิชำกำรสถำนศกึ ษำขน้ั พ้นื ฐำน ********************************* เพื่อให้การบริหารหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับพระราชบญั ญตั ิการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ หมวด ๔ มาตรา ๒๗ ท่ีกาหนดให้สถานศึกษาข้ัน พ้นื ฐานมีหน้าทจ่ี ัดทาสาระของหลักสูตรเพ่ือความเปน็ ไทย ความเป็นพลเมืองท่ีดีของชาติ การดารงชีวติ และการ ประกอบอาชีพ ตลอดจนเพ่ือการศึกษาต่อ ในส่วนที่เก่ียวกับสภาพของปัญหาในชุมชน และสังคม ภูมิปัญญา ท้องถิน่ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงคเ์ พอื่ เปน็ สมาชิกทด่ี ขี องครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติ และสอดคล้อง กับระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ.๒๕๔๔ อาศัยอานาจตามมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบญั ญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม จึงแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารหลักสูตร และงานวิชาการสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน โรงเรยี นบ้านซับจาปา ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓ ดงั น้ี ๑. นายปรนิ ทร์ ศรษี ะเนตร ผูอ้ านวยการโรงเรยี นบ้านซบั จาปา ประธานกรรมการ ๒. นายแสน แยม้ ศรี ประธานกรรมการสถานศึกษาฯ ท่ปี รกึ ษา
149 ๓. นางสวุ ารี ไวยวุฒินันท์ ครูชานาญการพเิ ศษ ผทู้ รงคณุ วฒุ ิ ๔. นางสาวละออง มุ่งแซกกลาง หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย กรรมการ ๕. นางสาวจรรยา สวามชี ัย หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ กรรมการ ๖. นางอไุ ร ภายสนั ใจ หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ กรรมการ ๗. นางสาวละออง มุง่ แซกกลาง หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษาฯ กรรมการ ๘. นางสาวศิริกาญจน์ รงุ่ เป้า ผูช้ ่วยหัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ กรรมการ ๙. นายสุพรรณ ตะบบุ ผา หวั หน้ากล่มุ สาระการเรยี นรู้สุขศกึ ษา และพลศึกษา กรรมการ ๑๐. นางสาวสวุ ารี ไวยวฒุ ินนั ท์ หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ กรรมการ ๑๑. นายพสษิ ฐ์ นาหว่าน หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี และเทคโนโลยี กรรมการ ๑๒. นางสาวธนพร คาสวสั ดิ์ หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ กรรมการ ๑๓. นางสาวจรรยา สวามีชยั หัวหน้างานกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน กรรมการ ๑๔. นางสาวสุคนธลักษณ์ คาไทยหัวหนา้ ครผู สู้ อนระดบั ปฐมวยั กรรมการ ๑๕. นางสาวฑัณทิกา อิฐไธสง ผ้ชู ว่ ยครูผู้สอนระดับปฐมวยั กรรมการ ๑๖. นางสาวละออง มุ่งแซกกลาง หวั หน้ากลมุ่ งานบรหิ ารวชิ าการ กรรมการและเลขานกุ าร คณะกรรมกำรดำเนนิ กำร มหี นำ้ ท่ีและดำเนนิ กำรจดั กำรตำมข้ันตอนทีก่ ำหนด ดงั นี้ ๑. วางแผนการดาเนินงานวิชาการ กาหนดสาระรายละเอียดของหลักสูตรระดับสถานศึกษาและแนว ทางการจัดสัดส่วนสาระการเรียนรู้ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของสถานศึกษา ให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) และสภาพเศรษฐกิจ สังคม ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปญั ญาท้องถน่ิ ๒. จัดทาคู่มือการบริหารหลักสูตร และงานวิชาการของสถานศึกษา นิเทศ กากับ ติดตาม ให้คาปรึกษา เก่ียวกับการพัฒนาหลักสูตร การจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลและการแนะแนวให้สอดคล้องและ เป็นไปตามหลกั สูตรการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน ๓. สง่ เสริมและสนับสนนุ การพฒั นาบคุ ลากรเกี่ยวกบั การพัฒนาหลกั สูตร การจัดกระบวน การเรยี นรู้ การวดั และ ประเมนิ ผลและการแนะแนวให้เป็นไปตามจุดหมายและแนวทางการดาเนนิ การของหลักสูตร ๔. ประสานความร่วมมือจากบุคคล หน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ และชุมชน เพ่ือให้การใช้หลักสูตรเป็นไป อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพและมคี ณุ ภาพ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164