โครงงานศกึ ษาการประยุกต์ใช้บญั ชใี นชวี ติ ประจำวนั ของกลุม่ นกั เรยี นระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชพี ชั้นปที ี่ 1 และ 2 สาขาการบัญชี วิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาชลบรุ ี ผ้รู บั ผดิ ชอบโครงงาน นางสาวเกศินี นาคมณี ชัน้ ปวส.2/2 สาขาการบญั ชี นางสาวรุง่ นภา งามศิลป์ ชน้ั ปวส.2/3 สาขาการบัญชี โครงงานนเ้ี ปน็ สว่ นหนึง่ ของการศกึ ษาตามหลกั สตู รประกาศนยี บตั รวิชาชีพชั้นสงู รายวชิ า โครงงาน รหัสวชิ า 30201-8501 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2566 วทิ ยาลยั อาชวี ศกึ ษาชลบุรี
โครงงานศกึ ษาการประยุกต์ใช้บญั ชใี นชวี ติ ประจำวนั ของกลุม่ นกั เรยี นระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชพี ชั้นปที ี่ 1 และ 2 สาขาการบัญชี วิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาชลบรุ ี ผ้รู บั ผดิ ชอบโครงงาน นางสาวเกศินี นาคมณี ชัน้ ปวส.2/2 สาขาการบญั ชี นางสาวรุง่ นภา งามศิลป์ ชน้ั ปวส.2/3 สาขาการบัญชี โครงงานนเ้ี ปน็ สว่ นหนึง่ ของการศกึ ษาตามหลกั สตู รประกาศนยี บตั รวิชาชีพชั้นสงู รายวชิ า โครงงาน รหัสวชิ า 30201-8501 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2566 วทิ ยาลยั อาชวี ศกึ ษาชลบุรี
บทท่1ี บทนำ 1.1 ความเปน็ มาและความสำคญั ของปญั หา การบัญชี คือ ขั้นตอนของระบบการรวบรวม วิเคราะห์และการรายงานทางการเงิน ซึ่งเป็น ศาสตร์ศิลปะของการเก็บรวบรวม บันทึก จำแนก และทำสรุปข้อมูลอันเกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ทาง เศรษฐกิจในรูปตัวเงิน ซึ่งมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐบาล หน่วยงานเอกชลหรือหน่วยงานรัฐวิสาหกจิ อดีตมีการค้นพบหลักฐานวา่ การบัญชีเกิดข้ึนมาตั้งแตย่ ุคสมัย เมโสโปเตเมียหรือมากกว่า 4,000 ปีมาแล้ว โดยก่อนคริสตวรรษที่ 14 มีพ่อค้าชาวอิตาเลี่ยนได้พัฒนา ระบบบญั ชีคู่ขนึ้ ใช้เปน็ ครงั้ แรก และจึงพฒั นาให้มีความสำคญั ต่อธรุ กิจและชวี ติ ประจำวนั มากยง่ิ ข้ึน ปัจจุบันได้มีการนำการบัญชีมาปรับเป็นหลักสูตรใช้ในการเรียนการสอนเพื่อก่อให้เกิดการขยาย วิชาชีพออกไปหลายด้าน อันได้แก่ การทำบัญชี การสอบบัญชี การบัญชีบริหาร การวางระบบบัญชี การ บัญชีภาษีอากร ด้านการศึกษาและเทคโนโลยีการบัญชี ทั้งนี้หากบริษัทหรือหน่วยงานไม่มีการจัดทำบัญชี อาจเกิดผลกระทบต่อหน่วยงานหรือบรษิ ทั ซ่งึ อาจนำไปสูผ่ ลเสยี อกี หลายด้าน จากข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นทางคณะผู้จัดทำได้เล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาความสนใจใน วิชาบัญชี ความรู้และความเข้าใจในการใช้บัญชีในชีวิตประจำวันของตัวนักเรียนนักศึกษาระดับชั้น ประกาศนียบตั รวิชาชีพชน้ั ปีท่ี 1และ 2 สาขาการบัญชี วทิ ยาลยั อาชีวศกึ ษาชลบรุ ี 1.2 วัตถปุ ระสงค์ของโครงงาน 1.2.1 เพื่อศกึ ษาการประยุกต์ใชบ้ ัญชใี นชีวิตประจำวัน 1.2.2 เพื่อเปน็ แนวทางในการพฒั นาการใช้บัญชีในชีวติ ประจำวัน 1.3 ขอบเขตของโครงงาน 1.3.1 ขอบเขตดา้ นเนื้อหาที่ใชใ้ นการศกึ ษาครงั้ นี้ ได้แก่ การศึกษาความสนใจในวิชาการบัญชี ความรู้และความเขา้ ใจในการใช้บัญชใี น ชวี ิตประจำวนั
1.3.2 ขอบเขตดา้ นพน้ื ทใี่ ชใ้ นการศกึ ษาครง้ั นี้ ได้แก่ นกั เรยี นประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ชน้ั ปที ่ี 1 และ 2 สาขาการบัญชี จำนวน 162 คน 1.4 นยิ ามศพั ทเ์ ฉพาะ 1.4.1 การบัญชี หมายถึง กระบวนการจัดการ รวบรวม วิเคราะห์ จดบันทึกข้อมูลหรือ เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานซึ่งมีความสัมพันธ์กับเวลา ในรูปของตัวเลขที่เป็น เงินตราและจำแนกออกเป็นหมวดหมู่ รวมถงึ การสรุปเพอ่ื ให้ขอ้ มลู ในรปู ของรายงานทางการเงนิ 1.4.2 งบการเงิน หมายถึง รายงานผลการดำเนินงาน ฐานะการเงิน หรือการเปลี่ยนแปลง ฐานะการเงินของกิจการ ไม่ว่าจะรายงานโดยงบดุล งบกำไรขาดทุน งบกำไรสะสม งบกระแสเงินสด งบ แสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น งบประกอบ หรือหมายเหตุประกอบงบการเงิน หรือคำอธิบายอื่น ซงึ่ ระบุไว้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงิน 1.4.3 มาตรฐานการบัญชี หมายถึง หลักการบัญชีและวิธีปฏิบัติทางการบัญชีที่รับรองทั่วไป หรือมาตรฐานการบัญชีท่กี ำหนดตามกฎหมายวา่ ด้วยการนั้น 1.4.4 ผู้ทำบัญชี หมายถึง ผู้รับผิดชอบในการทำบัญชีของผู้มีหน้าที่ในการจัดทำบัญชีไม่ว่าจะ กระทำในฐานะเป็นลูกจา้ งของ ผู้มีหนา้ ทจี่ ดั ทำบัญชหี รอื ไม่ก็ตาม โดยต้องเปน็ ผมู้ ีคณุ สมบตั ิและปฏบิ ัตติ าม เงื่อนไขที่อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดตามประกาศ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนด คุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. ๒๕๕๗ และได้ขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกของสภาวิชาชีพ บัญชี รวมท้งั ต้องปฏิบัตติ ามเงอื่ นไขอ่ืนตามทสี่ ภาวิชาชพี บัญชกี ำหนด 1.4.5 ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี หมายถึง ผู้ประกอบอาชีพ ด้านการทำบัญชี ด้านการสอบบัญชี ด้านการบัญชีบริหาร ด้านการวางระบบบัญชี ด้านการบัญชีภาษีอากร ด้านการศึกษาและเทคโนโลยีการ บัญชี และบริการเกี่ยวกับการบัญชีด้านอื่นตามที่กฎกระทรวงกำหนดให้เป็นวิชาชีพบัญชี และให้ หมายความรวมถงึ ผซู้ ง่ึ ขน้ึ ทะเบยี นไว้กบั สภาวชิ าชีพบญั ชีดว้ ย 1.5 ประโยชนท์ คี่ าดว่าจะไดร้ บั 1.5.1 นกั เรยี นสามารถประยกุ ตใ์ ชบ้ ญั ชีในชวี ติ ประจำวันได้ 1.5.2 ใช้เปน็ แนวทางในการใชบ้ ัญชใี นชีวติ ประจำวัน
บทที่ 2 เอกสารและงานวจิ ยั ที่เก่ยี วขอ้ ง การดำเนินโครงงานศกึ ษาการประยุกตใ์ ชบ้ ญั ชีในชวี ิตประจำวันของกลมุ่ นักเรยี นระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชนั้ ปีที1่ และ2 สาขาการบญั ชี วิทยาลัยอาชวี ศึกษาชลบุรี ผ้ดู ำเนนิ โครงงานได้ ศกึ ษาค้นคว้าจากเอกสารและงานวจิ ัยทีเ่ ก่ียวข้องมีเนอื้ หาสาระดงั ตอ่ ไปน้ี 2.1 หลกั การทางบัญชี 2.2 มาตรฐานการรายงานทางการเงนิ 2.3 หลกั การเศรษฐกิจพอเพยี ง 2.4 งานวิจยั ท่ีเกยี่ วข้อง 2.1 หลักการทางบญั ชี 2.1.1 ความหมายของการบญั ชี กระบวนการจัดการในส่วนของบนั ทึกรายการทางการค้า ไดแ้ ก่ การ เขยี นบนั ทกึ รายการทางการคา้ การจำแนกแยกประเภทหมวดหมูท่ างการค้า การสรุปผลการดำเนนิ งาน รวมไปถึงการวิเคราะห์และการแปลความหมายขอ้ มลู ของนักบัญชี การบญั ชีเกดิ ข้นึ ต้งั แต่สมยั สเุ มเรียนในดินแดนเมโสโปเตเมยี ในชว่ งแรกๆก็เปน็ แค่การเก็บข้อมูล เกี่ยวกับปริมาณผลผลิตทางการเกษตร กบั มลู ค่าเหลา่ นั้น ส่วนวชิ าการบญั ชที ีม่ พี ืน้ ฐานเหมอื นกับระบบ คณติ ศาสตร์ (ระบบบัญชคี ู่ ซงึ่ หมายถงึ การบันทึกข้อมลู ทางด้านการเงนิ โดยมกี ารบันทึกทัง้ ด้านบวก (เด บติ หรอื อาจเรียกวา่ การบันทกึ บัญชีทางดา้ นซ้าย) กับ ดา้ นลบ (เครดิต หรอื อาจเรยี กวา่ การบันทกึ บญั ชี ทางด้านขวา) โดยที่การบนั ทึกแต่ละคร้งั จะต้องมยี อดรวมดา้ นบวกรวมกับด้านลบเป็นศนู ย์) เกดิ ข้ึนใน ประเทศอติ าลกี อ่ นปี ค.ศ. 1543 โดย ไดพ้ มิ พ์หนังสือช่ือวา่ Vennice ซึง่ เป็นหนังสือเกยี่ วกบั การบันทึก บัญชี โดยพน้ื ฐานของการบญั ชที ้งั หมดมาจากสมการวา่ \"สนิ ทรพั ย=์ หนีส้ นิ +ทุน\" ส่วนรายได้และคา่ ใช้จ่าย ถือเป็นส่วนหนงึ่ ของทนุ 2.1.2 แนวความคิดและหลกั การบัญชี ผู้ใชข้ ้อมลู ทางการบญั ชีมีหลายฝา่ ยไม่ว่าจะเปน็ ผบู้ ริหารกิจการ เจ้าหน้ี นกั ลงทุน หน่วยงาน ของรฐั บาล หรืออ่นื ๆ ซง่ึ ในบางคร้ังบุคคลท่ใี ช้ข้อมูลทางการบัญชเี หล่านม้ี คี วามตอ้ งการทีจ่ ะใช้ขอ้ มลู ทางการบญั ชใี นทศิ ทางทีแ่ ตกตา่ งกนั เช่น ผู้บริหารตอ้ งการแสดงผลการดำเนนิ งานท่ีมีกำไรน้อยกวา่ ความ เปน็ จริงหรือขาดทุน เพือ่ ทีจ่ ะได้เสียภาษีน้อยลง หรือไม่เสยี ภาษีเลย ในทางตรงกนั ขา้ มกรมสรรพากรซง่ึ
เป็นหนว่ ยงานของรฐั บาลท่ีมหี นา้ ท่ีจัดเก็บภาษกี ต็ อ้ งการใหแ้ สดงขอ้ มลู ตามความเป็นจริง เพือ่ จะได้จดั เก็บ ภาษีได้อยา่ งถูกตอ้ ง รัฐบาลจะได้นำเงินมาพฒั นาประเทศต่อไป ดงั นนั้ เพื่อให้ขอ้ มลู ทางการบญั ชีท่ฝี า่ ยบญั ชนี ำเสนอเชอ่ื ถือได้และเป็นธรรมต่อผใู้ ช้ข้อมลู ทางการบัญชที ุกฝา่ ย นักบญั ชจี งึ จำเปน็ ตอ้ งจัดทำบญั ชตี ามหลกั การบัญชที ี่รับรองทวั่ ไป (Generally Accepted Accounting Principles) ซึง่ หมายถงึ ประเพณนี ิยม กฎเกณฑ์ และวิธกี ารตา่ ง ๆ ซึ่งอธิบาย ให้ทราบถงึ วิธปี ฏบิ ัติทางการบัญชที ่ีใช้กันโดยทัว่ ไป สมาคมนักบญั ชแี ละผู้สอบบญั ชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย ได้กำหนดข้อสมมตุ ทิ างการบัญชี ไว้ในแม่บทการบญั ชี 2 ขอ้ คอื 1. เกณฑค์ งคา้ ง งบการเงินจัดทำขึ้นโดยใช้เกณฑค์ งคา้ งเพือ่ ให้บรรลวุ ัตถปุ ระสงค์ดังทีก่ ลา่ ว มาแลว้ ภายใต้เกณฑค์ งค้าง รายการและเหตกุ ารณ์ทางบญั ชจี ะรบั รู้เมอื่ เกิดขึน้ มิใชเ่ มือ่ มีการรับหรอื จา่ ยเงนิ สดหรอื รายการเทียบเทา่ เงนิ สดโดยรายการต่างๆ จะบนั ทกึ บัญชีและแสดงในงบการเงนิ ตามงวดท่ี เก่ียวขอ้ ง งบการเงนิ ท่ีจดั ทำขน้ึ ตามเกณฑค์ งคา้ งนอกจากจะให้ข้อมลู แกผ่ ู้ใช้งบการเงนิ เกี่ยวกบั รายการคา้ ในอดีตทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การรับและจา่ ยเงนิ สดแล้ว ยงั ใหข้ อ้ มลู เก่ยี วกบั ภาระผูกพนั ท่ีกจิ การตอ้ งจ่ายเป็นเงิน สดในอนาคตและขอ้ มลู เก่ียวกับทรพั ยากรทจี่ ะไดร้ บั เปน็ เงินสดในอนาคตดว้ ย ดงั น้ัน งบการเงินจงึ สามารถใหข้ ้อมูลเกีย่ วกับรายการและเหตกุ ารณท์ างบญั ชใี นอดีตซงึ่ เป็นประโยชนแ์ กผ่ ู้ใชง้ บการเงินในการ ตดั สนิ ใจเชิงเศรษฐกิจ 2. การดำเนนิ งานตอ่ เนือ่ ง โดยทัว่ ไปงบการเงินจดั ทำขึน้ ตามข้อสมมตทิ ่วี ่ากจิ การจะ ดำเนนิ งานอยา่ งต่อเน่อื งและดำรงอยตู่ อ่ ไปในอนาคต ดังนั้น จงึ สมมุติว่ากจิ การไมม่ ีเจตนาหรือมีความ จำเปน็ ทจ่ี ะเลิกกิจการหรือลดขนาดของการดำเนินงานอยา่ งมีนัยสำคัญ หากกจิ การมีเจตนาหรือความ จำเป็นดังกลา่ ว งบการเงนิ ต้องจดั ทำขึ้นโดยใช้เกณฑ์อื่นและตอ้ งเปิดเผยหลกั เกณฑท์ ใ่ี ชใ้ นงบการเงนิ ด้วย 2.1.3 ข้อสมมตุ ิทางการบญั ชีทไี่ ด้กลา่ วมาแล้ว สมาคมนกั บัญชแี ละผู้สอบบัญชีรับอนญุ าตแหง่ ประเทศไทย ยงั ไดก้ ำหนดลกั ษณะเชิงคณุ ภาพของงบการเงินไวใ้ นแม่บทการบัญชอี ีก 14 ขอ้ ดังน้ี 2.1.3.1 ความเข้าใจได้ ข้อมลู ในงบการเงนิ ต้องสามารถเข้าใจได้ในทนั ทีทผ่ี ู้ใช้งบการเงนิ ใช้ ขอ้ มลู ดังกลา่ ว ดังนนั้ จึงตอ้ งมีขอ้ สมมุติว่าผใู้ ช้งบการเงินมีความรู้ตามควรเกย่ี วกบั ธุรกจิ กจิ กรรมเชิง เศรษฐกิจและการบัญชี รวมทง้ั มคี วามตงั้ ใจตามควรทีจ่ ะศึกษาขอ้ มูลดงั กลา่ ว อยา่ งไรก็ตาม ขอ้ มลู แม้วา่ จะมีความซบั ซอ้ น แตถ่ า้ เกย่ี วข้องกับการตัดสนิ ใจเชิงเศรษฐกจิ ก็ไม่ควรละเวน้ ที่จะแสดงในงบการเงนิ เพียง เหตุผลท่วี า่ ข้อมูลดังกล่าวยากเกินกวา่ ทผ่ี ใู้ ชง้ บการเงนิ บางคนจะเข้าใจได้ 2.1.3.2 ความเกยี่ วข้องกับการตดั สนิ ใจ ขอ้ มลู ทม่ี ีประโยชนต์ ้องเกย่ี วข้องกับการตดั สนิ ใจของ ผูใ้ ชง้ บการเงนิ ขอ้ มูลจะเก่ียวข้องกบั การตดั สนิ ใจเชิงเศรษฐกจิ ไดก้ ็ตอ่ เมอื่ ขอ้ มูลนัน้ ช่วยให้ผูใ้ ช้งบการเงนิ
สามารถประเมนิ เหตุการณ์ในอดตี ปัจจบุ นั และอนาคต รวมทง้ั ชว่ ยยืนยนั หรือชข้ี ้อผดิ พลาดของผลการ ประเมนิ ทผี่ ่านมาของผ้ใู ช้งบการเงินได้ บทบาทของขอ้ มูลที่ช่วยในการคาดคะเนและยนื ยนั ความถกู ต้อง ของการคาดคะเนท่ีผ่านมามีความสัมพันธก์ นั ตวั อยา่ งเช่น ขอ้ มลู เกย่ี วกับปริมาณและโครงสร้างของ สนิ ทรพั ย์ทกี่ จิ การมีอยใู่ นปัจจุบันมปี ระโยชนต์ ่อผู้ใชง้ บการเงนิ เพราะจะช่วยใหผ้ ูใ้ ชง้ บการเงนิ สามารถ คาดคะเนถึงความสามารถของกจิ การในการรบั ประโยชน์จากโอกาสใหม่ๆ และในการแกไ้ ขสถานการณ์ ข้อมูลเดียวกนั นม้ี ีบทบาทในการยนื ยันความถกู ต้องของการคาดคะเนในอดตี ท่ีเกีย่ วกบั โครงสรา้ งของ กิจการและผลการดำเนินงานตามท่ีวางแผนไว้ ขอ้ มูลเก่ียวกบั ฐานะการเงนิ และผลการดำเนินงานในอดีต ของกจิ การมักถือเป็นเกณฑ์ในการคาดคะเนฐานะการเงนิ และผลการดำเนินงานในอนาคต รวมทั้งเรื่อง อ่ืนๆ ทผ่ี ้ใู ช้งบการเงินสนใจ เชน่ การจ่ายเงินปนั ผล การจา่ ยค่าจา้ ง การเคล่อื นไหวของราคาหลกั ทรพั ย์ และความสามารถของกิจการในการชำระภาระผูกพันเมื่อครบกำหนด อยา่ งไรกต็ าม ขอ้ มลู จะมีประโยชน์ ต่อการคาดคะเนได้โดยไม่จำเปน็ ตอ้ งจดั ทำในรูปของประมาณการ ความสามารถในการคาดคะเนจะ เพม่ิ ข้นึ ตามลักษณะการแสดงข้อมลู ในงบการเงินของรายการและเหตุการณท์ างบญั ชที ่เี กิดข้ึนในอดตี ตวั อยา่ งเช่น งบกำไรขาดทนุ จะมปี ระโยชน์ในการคาดคะเนเพม่ิ ข้ึนหากรายการเก่ยี วกับการดำเนนิ งานที่มี ลกั ษณะไมเ่ ปน็ ปกติ รายการผิดปกตจิ ากการดำเนินงานและรายการท่ไี มเ่ กิดขึน้ บอ่ ยคร้งั ของรายได้และ ค่าใชจ้ า่ ยจะแสดงแยกตา่ งหากจากกนั 2.1.3.3 ความมนี ัยสำคัญ ความเกยี่ วข้องกับการตัดสนิ ใจของขอ้ มลู ขึน้ อยู่กับลักษณะและ ความมนี ัยสำคญั ของขอ้ มลู นน้ั ในบางกรณี ลกั ษณะของขอ้ มลู เพยี งอยา่ งเดยี วก็เพียงพอทีจ่ ะใช้ตัดสินว่า ขอ้ มลู มีความเกี่ยวข้องกบั การตัดสินใจหรอื ไม่ ตวั อยา่ งเช่น การรายงานส่วนงานใหม่อาจส่งผลกระทบต่อ การประเมนิ ความเสยี่ งและโอกาสของกิจการ แมว้ า่ ผลการดำเนินงานของสว่ นงานในงวดนั้นจะไม่มี นัยสำคญั ในกรณอี นื่ ทงั้ ลกั ษณะและความมีนยั สำคญั ของข้อมูลมสี ว่ นสำคญั ในการตัดสนิ ว่าขอ้ มลู มคี วาม เกย่ี วขอ้ งกบั การตดั สนิ ใจหรอื ไม่ ตวั อยา่ งเช่น มูลค่าของสนิ ค้าคงเหลอื แยกตามประเภทหลกั ทเี่ หมาะสม กับธรุ กจิ หากมูลคา่ ของสินคา้ คงเหลอื ไม่มีนยั สำคัญ ขอ้ มลู เกยี่ วกบั สนิ คา้ คงเหลอื น้ันก็ไมเ่ กี่ยวขอ้ งกบั การ ตัดสินใจขอ้ มลู จะถือวา่ มนี ัยสำคญั หากการไม่แสดงขอ้ มูลหรือการแสดงข้อมลู ผดิ พลาดมีผลกระทบต่อผใู้ ช้ งบการเงินในการตดั สินใจเชิงเศรษฐกจิ ความมนี ัยสำคญั ข้นึ อยู่กับขนาดของรายการหรอื ขนาดของความ ผดิ พลาดท่เี กิดขึ้นภายใต้สภาพการณ์เฉพาะซึง่ จะต้องพจิ ารณาเปน็ กรณี ๆ ไป ดงั นน้ั ความมนี ยั สำคญั จงึ ถอื เป็นขอ้ พิจารณามากกวา่ จะเป็นลกั ษณะเชิงคุณภาพซ่ึงขอ้ มูลตอ้ งมีหากข้อมลู นัน้ จะถอื ว่ามีประโยชน์ 2.1.3.4 ความเช่อื ถอื ได้ ข้อมูลท่เี ปน็ ประโยชนต์ ้องเชื่อถือได้ ข้อมลู จะมคี ุณสมบตั ิของความ เช่อื ถอื ได้หากปราศจากความผดิ พลาดที่มนี ัยสำคัญและความลำเอยี ง ซ่ึงทำใหผ้ ูใ้ ชข้ อ้ มลู สามารถเช่อื ได้วา่ ข้อมูลน้นั เป็นตวั แทนอนั เที่ยงธรรมของขอ้ มลู ท่ีต้องการใหแ้ สดงหรอื ควรแสดงขอ้ มูลอาจมคี วามเกยี่ วข้อง
กับการตัดสนิ ใจแตก่ ารรับรู้ของขอ้ มลู ดงั กล่าวอาจทำใหผ้ ู้ใชง้ บการเงนิ เขา้ ใจผิดเนอ่ื งจากขอ้ มูลขาดความ น่าเชื่อถอื ตัวอย่างเช่น ประมาณการคา่ เสยี หายจากการฟอ้ งรอ้ งท่ีอยูร่ ะหวา่ งการพจิ ารณาคดีอาจขาด ความน่าเชอ่ื ถือเน่ืองจากจำนวนค่าเสียหาย และผลการพจิ ารณาคดยี งั เปน็ ทไี่ ม่แนน่ อนและไมส่ ามารถคาด เดาอย่างสมเหตุสมผลได้ ดังน้ัน กจิ การจึงไมค่ วรรับรคู้ ่าเสยี หายดังกลา่ วในงบการเงนิ แตค่ วรเปดิ เผย จำนวนคา่ เสยี หายท่ีมีการเรยี กรอ้ งและเหตกุ ารณท์ ่ีเก่ยี วกับการฟอ้ งร้องดงั กลา่ ว 2.1.3.5 การเปน็ ตวั แทนอนั เที่ยงธรรม ขอ้ มูลจะมีความเชอื่ ถือได้เม่ือรายการและเหตุการณ์ ทางบัญชีได้ได้แสดงอย่างเที่ยงธรรมตามท่ีตอ้ งการใหแ้ สดงหรือควรจะแสดง ดังนน้ั งบดุลควรแสดง สินทรัพย์ หนส้ี นิ และส่วนของเจา้ ของ เฉพาะรายการและเหตกุ ารณ์ทางบัญชที ่ีเขา้ เกณฑ์การรบั รู้รายการ ณ วนั ท่ีเสนอรายงานข้อมลู ทางการเงนิ อาจไม่เปน็ ตัวแทนอันเทย่ี งธรรมของรายการที่ต้องการใหแ้ สดง ทง้ั นมี้ ิไดม้ ีสาเหตมุ าจากความลำเอยี ง หากเกดิ จากความซับซ้อนในการวัดคา่ ของรายการและเหตุการณ์ ทางบญั ชีหรอื เกิดจากการนำหลักการวัดค่าและเทคนิคในการนำเสนอรายการมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นบางกรณี การวัดค่าผลกระทบทางการเงนิ ของรายการบางรายการอาจมคี วามไมแ่ นน่ อนสงู จนกระทัง่ กจิ การไมอ่ าจ รบั รรู้ ายการน้นั ในงบการเงินได้ ตัวอยา่ งเช่น กจิ การมคี า่ ความนยิ มทเ่ี กดิ ข้ึนหลังจากไดด้ ำเนินงานมาระยะ หนึ่ง แต่กจิ การไม่สามารถบนั ทึกคา่ ความนยิ มทเี่ กิดขึน้ ภายในได้ เนอื่ งจากเปน็ การยากที่กิจการจะกำหนด มูลค่าของความนิยมดังกล่าวไวอ้ ยา่ งน่าเชื่อถอื อย่างไรกต็ าม ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องรับรู้รายการและ เปิดเผยข้อมลู เกีย่ วกบั ความเสยี่ งจากการผิดพลาดในการรบั รแู้ ละการวดั คา่ ของรายการน้ัน 2.1.3.6 เนอ้ื หาสำคัญกว่ารูปแบบ ข้อมูลเปน็ ตวั แทนอนั เที่ยงธรรมของรายการและเหตุการณ์ ทางบญั ชี ดงั น้ัน ขอ้ มลู ตอ้ งบันทึกและแสดงตามเน้อื หาและความเป็นจรงิ เชงิ เศรษฐกิจมิใชต่ ามรูปแบบ ทางกฎหมายเพยี งอยา่ งเดียว เนอื้ หาของรายการและเหตกุ ารณท์ างบญั ชีอาจไม่ตรงกับรปู แบบทาง กฎหมายหรือรปู แบบที่ทำข้ึน ตัวอยา่ งเชน่ กิจการอาจโอนสินทรัพย์ใหก้ บั บุคคลอนื่ โดยมเี อกสารยนื ยนั ว่า ไดม้ ีการโอนกรรมสทิ ธติ์ ามกฎหมายไปให้บคุ คลนั้นแล้ว แตใ่ นสญั ญาระบใุ ห้กิจการยังคงได้รับประโยชน์ เชิงเศรษฐกิจในอนาคตจากสนิ ทรัพยน์ น้ั ต่อไป ในกรณีดังกลา่ ว การท่ีกจิ การรายงานว่าไดข้ ายสินทรัพย์จึง ไมเ่ ป็นตวั แทนอนั เท่ียงธรรมของรายการที่เกดิ ขนึ้ 2.1.3.7 ความเป็นกลาง ขอ้ มลู ท่แี สดงอยูใ่ นงบการเงินมคี วามน่าเชื่อถอื เม่ือมีความเปน็ กลาง หรือปราศจากความลำเอยี ง งบการเงินจะขาดความเปน็ กลางหากการเลือกขอ้ มลู หรือการแสดงข้อมูลใน งบการเงินนั้นมผี ลทำใหผ้ ู้ใช้งบการเงินตัดสนิ ใจหรือใชด้ ลุ ยพินจิ ตามเจตนาของกจิ การ 2.1.3.8 ความระมดั ระวงั โดยท่ัวไปผจู้ ดั ทำงบการเงินตอ้ งประสบกับความไมแ่ น่นอนอนั หลีกเลี่ยงไมไ่ ด้เกย่ี วกบั เหตกุ ารณ์ต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น ความสามารถในการเก็บหนี้ การประมาณอายุการ ใชง้ านของสินทรพั ยท์ ีม่ ตี วั ตน และจำนวนการเรยี กรอ้ งค่าเสยี หายท่อี าจเกิดขึ้นตามสญั ญารับประกนั
กิจการอาจแสดงความไมแ่ นน่ อนดงั กลา่ ว โดยการเปดิ เผยถึงลกั ษณะผลกระทบ และหลกั ความระมดั ระวัง ทีก่ ิจการใช้ในการจดั ทำงบการเงนิ หลักความระมัดระวงั นี้รวมถงึ การใชด้ ุลยพินจิ ทีจ่ ำเปน็ ในการประมาณ การภายใต้ความไมแ่ น่นอนเพอ่ื มใิ ห้สินทรัพยห์ รือรายไดแ้ สดงจำนวนสูงเกนิ ไป และหนี้สนิ หรือค่าใชจ้ า่ ย แสดงจำนวนต่ำเกนิ ไป อยา่ งไรกต็ าม การใชห้ ลักความระมดั ระวงั มิไดอ้ นุญาตให้กจิ การตัง้ สำรองลับหรอื ตง้ั คา่ เผอ่ื ไว้สงู เกินไป การแสดงสนิ ทรพั ย์หรือรายไดใ้ ห้ต่ำเกินไปหรือแสดงหน้ีสนิ หรือค่าใช้จา่ ยใหส้ ูงเกนิ ไป โดยเจตนาจะทำใหง้ บการเงนิ ขาดความเป็นกลางและทำให้ขาดความน่าเช่อื ถือ 2.1.3.9 ความครบถ้วน ขอ้ มลู ในงบการเงนิ ท่ีเช่ือถือไดต้ อ้ งครบถ้วนภายใตข้ ้อจำกัดของความ มนี ยั สำคญั และตน้ ทนุ ในการจัดทำ รายการบางรายการหากไม่แสดงในงบการเงินจะทำให้ขอ้ มูลมคี วาม ผิดพลาดหรอื ทำใหผ้ ใู้ ชง้ บการเงินเขา้ ใจผดิ ดังนัน้ ขอ้ มูลดังกล่าวจะมคี วามเกย่ี วข้องกับการตดั สินใจ นอ้ ยลงและขาดความนา่ เชื่อถอื ได้ 2.1.3.10 การเปรียบเทียบกนั ได้ ผู้ใชง้ บการเงนิ ตอ้ งสามารถเปรียบเทียบงบการเงินของ กิจการในรอบระยะเวลาทต่ี ่างกัน เพือ่ คาดคะเนถงึ แนวโน้มของฐานะทางการเงนิ และผลการดำเนินงาน ของกจิ การน้นั นอกจากนผี้ ้ใู ชง้ บการเงินยงั ตอ้ งสามารถเปรยี บเทยี บงบการเงินระหว่างกจิ การเพ่อื ประเมนิ ฐานะทางการเงนิ ผลการดำเนินงาน และการเปลีย่ นแปลงฐานะทางการเงนิ ดงั น้นั การวัดมลู คา่ และการ แสดงผลกระทบทางการเงนิ ของรายการและเหตุการณท์ างบัญชีท่ีมีลกั ษณะคลา้ ยคลึงกนั จงึ จำเป็นตอ้ ง ปฏบิ ัตอิ ย่างสมำ่ เสมอไมว่ า่ จะเป็นการปฏิบัตภิ ายในกิจการเดียวกันแต่ตา่ งรอบระยะเวลา หรอื เปน็ การ ปฏิบัติของกิจการแตล่ ะกิจการกต็ าม การเปรียบเทียบกนั ได้เปน็ ลกั ษณะเชงิ คุณภาพทีส่ ำคัญกล่าวคอื ผูใ้ ช้ งบการเงินจำเปน็ ต้องไดร้ บั ข้อมลู เก่ียวกบั นโยบายการบัญชที ีใ่ ช้ในการจดั ทำงบการเงิน รวมทัง้ การ เปลี่ยนแปลงนโยบายการบญั ชแี ละผลกระทบจากการเปลย่ี นแปลงดงั กลา่ ว ผใู้ ชง้ บการเงนิ ต้องสามารถ ระบุความแตกต่างระหว่างนโยบายการบญั ชที ก่ี ิจการใชส้ ำหรับรายการและเหตกุ ารณท์ างบญั ชีท่ี คล้ายคลงึ กนั ในรอบระยะเวลาบญั ชีทตี่ า่ งกัน และความแตกตา่ งระหว่างนโยบายการบัญชที ่ใี ชข้ องกิจการ แตล่ ะกจิ การได้ การปฏบิ ัตติ ามมาตรฐานการบญั ชซี ่ึงรวมถึงการเปิดเผยนโยบายการบัญชจี ะช่วยใหง้ บ การเงนิ มีคุณสมบัติในการเปรียบเทียบกันได้ การที่ข้อมูลจำเป็นต้องเปรียบเทยี บกันได้มิไดห้ มายความวา่ ข้อมลู ตอ้ งอยใู่ นรปู แบบเดียวกนั ตลอดไป และไมใ่ ชข้ อ้ อ้างอันสมควรทจี่ ะไมน่ ำมาตรฐานการบัญชที ี่ เหมาะสมกวา่ มาถอื ปฏบิ ตั ิ ตวั อย่างเชน่ กจิ การไมค่ วรใช้นโยบายการบญั ชตี ่อไปสำหรับรายการและ เหตุการณท์ างบญั ชีหากนโยบายการบญั ชีนนั้ ไม่สามารถทำใหข้ อ้ มูลมีลกั ษณะเชงิ คณุ ภาพที่เก่ียวขอ้ งกบั การตัดสนิ ใจและความเชือ่ ถือได้ นอกจากน้นั กิจการควรเลือกใช้นโยบายการบญั ชอี ื่น หากทำให้ขอ้ มลู เกย่ี วข้องกับการตดั สินใจและเช่ือถือได้มากขึน้ เนอ่ื งจากผู้ใชง้ บการเงินต้องการเปรียบเทียบฐานะทางการ
เงิน ผลการดำเนนิ งาน และการเปลีย่ นแปลงฐานะทางการเงินของกจิ การสำหรับรอบระยะเวลาท่ตี า่ งกัน ดังนนั้ งบการเงนิ จงึ ควรแสดงขอ้ มูลของรอบระยะเวลาที่ผ่านมาด้วยเพอ่ื ประโยชนใ์ นการเปรียบเทียบ 2.1.3.11 ทันต่อเวลา การรายงานขอ้ มูลล่าชา้ อาจทำให้ขอ้ มูลสญู เสียความเกี่ยวข้องกับการ ตัดสนิ ใจ อย่างไรก็ตามฝา่ ยบรหิ ารอาจต้องพจิ ารณาเปรยี บเทยี บระหว่างประโยชนท์ ่จี ะได้รับจาก การ รายงานทที่ นั ตอ่ เวลากับความเชอ่ื ถือไดข้ องรายงานน้นั กิจการอาจจำเป็นตอ้ งเสนอรายงานใหท้ นั ตอ่ เวลา กอ่ นท่ีจะทราบข้อมูลเก่ียวกับรายการและเหตกุ ารณท์ างบญั ชีในทุกลกั ษณะซ่งึ อาจทำใหค้ วามเชอ่ื ถอื ได้ ลดลง ในทางกลับกัน หากกจิ การจะรอจนกระทง่ั ทราบข้อมูลในทกุ ลกั ษณะจงึ จะเสนอรายงาน รายงาน น้นั อาจมีความเชือ่ ถือได้สงู แตไ่ มม่ ปี ระโยชน์ต่อผ้ใู ช้งบการเงินในการตดั สนิ ใจในชว่ งเวลานนั้ ในการหา ความสมดุลระหวา่ งความเก่ียวขอ้ งกับการตัดสินใจและความเชือ่ ถือได้ของขอ้ มลู กจิ การจงึ ต้องพิจารณา ถึงความต้องการของผู้ใชง้ บการเงนิ ในการตดั สินใจเชงิ เศรษฐกิจเป็นหลัก 2.1.3.12 ความสมดลุ ระหว่างประโยชนท์ ่ไี ด้รับกับต้นทุนที่เสียไป ความสมดุลระหวา่ ง ประโยชน์ท่ีได้รับกับตน้ ทุนทเ่ี สียไปถือเปน็ ข้อจำกัดท่สี ำคัญของงบการเงินมากกว่าจะถือเปน็ ลักษณะเชิง คณุ ภาพโดยทวั่ ไป ประโยชน์ที่ไดร้ ับจากขอ้ มูลควรมากกวา่ ต้นทนุ ในการจดั หาข้อมูลนน้ั การประเมนิ ประโยชน์และตน้ ทนุ จำเปน็ ต้องใช้ดุลยพินจิ เปน็ หลกั โดยเฉพาะเมอ่ื ผู้ทไ่ี ดร้ บั ประโยชนจ์ ากขอ้ มูลไม่ต้อง รบั ผิดชอบตอ่ ต้นทุนในการจดั หาขอ้ มลู น้นั และข้อมลู อาจใหป้ ระโยชนแ์ ก่บคุ คลอน่ื นอกเหนือจากผู้ท่ี กิจการต้องการเสนอข้อมลู ดงั น้ันจึงเป็นการยากท่จี ะกำหนดสตู รสำเร็จในการหาความสมดุลระหวา่ ง ประโยชนท์ ไี่ ด้รบั กับต้นทนุ ท่เี สยี ไปเพอ่ื นำมาปฏิบัตไิ ดใ้ นทุกกรณีอยา่ งไรก็ตาม คณะกรรมการมาตรฐาน การบัญชีจะไม่ละเลยขอ้ จำกดั ดังกลา่ วในการออกกฎและผูใ้ ชง้ บการเงนิ ต้องตระหนักว่าผจู้ ดั ทำงบการเงิน มขี ้อจำกัดเดยี วกันในการจัดทำและนำเสนองบการเงนิ 2.1.3.13 ความสมดลุ ของลกั ษณะเชิงคุณภาพ ในทางปฏิบตั ิ การสรา้ งความสมดลุ ระหว่าง ลกั ษณะเชงิ คุณภาพต่างๆ ถือเปน็ ส่งิ จำเปน็ ผู้จดั ทำงบการเงนิ ต้องหาความสมดุลของลักษณะเชิงคณุ ภาพ ตา่ ง ๆ เพอื่ ใหง้ บการเงนิ บรรลุวตั ถุประสงค์ แต่ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งลักษณะเชิงคณุ ภาพจะแตกตา่ งกันไป ในแตล่ ะกรณี ผู้จดั ทำงบการเงนิ จึงจำเป็นต้องใช้ดุลพินิจเยย่ี งผ้ปู ระกอบวิชาชพี ในการตดั สินใจเลอื กความ สมดลุ ดงั กลา่ ว 2.1.3.14 การแสดงข้อมลู ทถ่ี กู ต้องตามควร โดยทัว่ ไป งบการเงินแสดงข้อมลู ที่ถูกต้องตามควร เกย่ี วกบั ฐานะการเงิน ผลการดำเนนิ งาน และการเปล่ยี นแปลงฐานะทางการเงนิ ของกิจการ แม้ว่าแม่บท การบัญชีนไี้ มเ่ กี่ยวขอ้ งโดยตรงกบั แนวคดิ ในการแสดงข้อมูลที่ถูกตอ้ งตามควร แตก่ ารนำลกั ษณะเชิง คุณภาพและมาตรฐานการบญั ชีที่เหมาะสมมาปฏิบตั ิกส็ ามารถสง่ ผลใหง้ บการเงินแสดงขอ้ มลู ท่ถี กู ตอ้ ง และยตุ ิธรรมไดห้ รืออีกนยั หนึง่ งบการเงินน้ันให้ขอ้ มลู ทถี่ กู ต้องตามควรน่ันเอง
2.1.4 วัตถปุ ระสงคข์ องการจัดทำบัญชี 2.1.4.1 เพ่ือเป็นการบันทกึ เหตกุ ารณท์ างการค้า 2.1.4.2 เพอื่ ใหเ้ จา้ ของกิจการได้ทราบวา่ ชว่ งเวลานัน้ ๆ มสี นิ ทรัพย์หน้สี นิ และสว่ นของ เจา้ ของ อยู่เป็นจำนวนเทา่ ใดและอยา่ งไร 2.1.4.3 เพอ่ื เป็นปจั จยั หน่งึ ประกอบการตดั สินใจในการลงทุนของนกั ธุรกจิ และประกอบการ ตัดสนิ ใจในการบรหิ ารของเจ้าของกิจการ 2.1.4.4 เพอื่ เป็นการป้องกนั การทจุ ริตและการสญู หายของสนิ ทรพั ย์ 2.1.4.5 เพื่อใหเ้ ป็นไปตามขอ้ บังคบั ของกฎหมาย 2.1.4.6 เพือ่ เปน็ เครือ่ งมอื นำมาใชใ้ นการคำนวณภาษที จี่ ะต้องจ่ายแกร่ ัฐ 2.1.5 ขอบเขตของงานบญั ชี 2.1.5.1 การบญั ชีการเงิน (Financial Accounting) - เป็นการบญั ชีทจ่ี ัดทำโดยบันทกึ ตาม มาตรฐานการบัญชหี รือหลักการบญั ชีที่รบั รองกนั ท่ัวไป ไดแ้ ก่ งบแสดงฐานะการเงนิ งบกำไรขาดทุน งบ กระแสเงนิ สด นโยบายการบัญชีและหมายเหตุประกอบงบการเงนิ เพื่อรายงานต่อบคุ คลภายนอกกิจการ อาทิ นักลงทุน เจา้ หน้ี ผ้ถู ือหนุ้ หน่วยงานราชการ ลกู จา้ ง 2.1.5.2 การบญั ชเี พ่ือการจัดการ (Managerial Accounting) - เป็นการจัดทำเพ่อื รวบรวม ข้อมูลเสนอต่อผ้ใู ช้ขอ้ มลู ท่เี ป็นบคุ คลภายในกจิ การ ได้แก่ กรรมการบริหาร ผูจ้ ัดการ หวั หน้าฝ่าย หัวหนา้ แผนก ฯลฯ เพ่ือใชใ้ นการวางแผน และควบคุมการดำเนนิ งานใหเ้ ปน็ ไปอย่างมีประสทิ ธภิ าพ ข้อมูลนนั้ สว่ นหน่งึ มาจากการทำบญั ชี รวมกับขอ้ มลู อน่ื ๆทง้ั ทเี่ ปน็ ตัวเงินและไมเ่ ป็นตัวเงิน เช่น จำนวนช่ัวโมงการ ทำงาน จำนวนหนว่ ยของวตั ถุดบิ เปน็ ตน้ รายงานทางการบัญชเี พือ่ การจัดการมไี ดห้ ลากหลายรูปแบบ ข้นึ อยู่กับความตอ้ งการของผ้บู ริหาร 2.2 มาตรฐานการรายงานทางการเงนิ มาตรฐานการรายงานทางการเงนิ ของไทย Thai Financial Reporting Standards (ชอ่ื ยอ่ TFRS) ถอื เป็นภาษาทางธุรกจิ และแนวทางการดำเนินธุรกจิ ที่ช่วยส่ือสารและรวบรวมธรุ กรรมที่เกดิ ข้ึนประจำวนั ออกมาเป็นรูปแบบงบการเงินทอี่ ่านและเขา้ ใจง่ายแกน่ กั ธุรกิจลงทนุ ตลอดจนผใู้ ชร้ ายงานทางการเงินกล่มุ อ่นื ๆ ทศิ ทางของมาตราฐานการรายงานทางการเงนิ ไทยปจั จบุ นั มาตราฐานการรายงานทางการเงินของ ไทยนัน้ จดั ข้นึ ทำตามเกณฑท์ ่ีกำหนดขนึ้ โดยมาตราฐานการรายงานทางการเงนิ ระหวา่ งประเทศซ่ึง
มาตราฐานรายงานทางการเงินของไทยนนั้ จะมีผลบงั คบั ใชภ้ ายใน 1 ปีนบั จากวนั ทถ่ี ือปฏิบตั ขิ องมาตรฐาน การรายงานทางการเงนิ ระว่างประเทศ (IFRS) 2.2.1 มาตราฐานการรายงานทางการเงินทีผ่ ถู้ ือปฏิบัติจะต้องนำไปใช้สำหรบั การจดั ทำรายงาน ทางการเงนิ ในแตล่ ะรอบระยะเวลาบญั ชี ประกอบดว้ ย 3 สว่ นคือ 2.2.1.1 มาตรฐานการรายงานทางการเงนิ (ฉบับปรบั ปรงุ ) : เป็นมาตราฐานการรายงานทาง การเงนิ เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดข้ึนโดยมาตราฐานการรายงานทางการเงนิ ระหวา่ งประเทศ (IFRS) 2.2.1.2 มาตรฐานการบัญชไี ทย : เป็นมาตราฐานการบัญชที ี่ใชเ้ ฉพาะในประเทศไทยเทา่ นั้น โดยหลกั การของมาตราฐานนน้ั อา้ งองิ จากหลกั การบญั ชที ่รี บั รองโดยท่วั ไปของประเทศอื่น 2.2.1.3 แนวปฏิบตั ทิ างการบัญชี : เป็นแนวปฏบิ ัตทิ ่อี อกมาใชเ้ ฉพาะในประเทศไทย เนอ่ื งจาก มาตราฐานการรายงานทางการเงินหรอื มาตราฐานการบญั ชไี มไ่ ด้หลักการหรือแนวทางปฏิบตั ิกำหนดไว้มี ทั้งหมด 6 เกณฑใ์ นการวดั มาตรฐาน คอื ก. การศึกษา วจิ ยั และติดตาม IFRS (มาตรฐานรายงานทางการเงินระหวา่ ง ประเทศ) โดยคณะอนกุ รรมการศกึ ษาและตดิ ตาม IFRS จะดำเนนิ การศกึ ษาและติดตาม IFRS ท่ีอยู่ ระหวา่ งการจดั ทำของคณะกรรมการมาตรฐานการบญั ชีระหวา่ งประเทศ (IASB) และพิจารณาเนอื้ หาของ รา่ ง IFRS น้นั ตลอดจนวเิ คราะห์ผลกระทบที่อาจเกดิ ขึ้นตอ่ ธรุ กิจที่มีการนำ IFRS เหลา่ น้ันไปปรบั ใชใ้ น อนาคต ข. การวางแผนงานในการจดั ทำ TFRS โดยคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการบญั ชี จะวางแผนในการจดั ทำ TFRS โดยพจิ ารณาจากแผนการจดั ทำ IFRS ของ IASB ซ่ึงหากมมี าตรฐานฯทีม่ ี การเปลย่ี นแปลงซับซอ้ นและอยา่ งมนี ัยสำคัญคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการบญั ชจี ะมีการส่อื สาร ผลกระทบของการเปล่ยี นแปลงล่วงหนา้ อย่างนอ้ ย 2 ปี กอ่ นวันถอื ปฏิบตั ขิ องมาตรฐานฯ ฃ. การจัดทำมาตรฐานการรายงานทางการเงนิ โดยคณะกรรมการกำหนดมาตรฐาน การบญั ชยี กรา่ งมาตรฐานการรายงานทางการเงนิ เปน็ ภาษาไทยจาก IFRS ที่เป็นภาษาอังกฤษ และนำ ผลกระทบในการนำมาใชใ้ นประเทศไทยจากการศึกษาของคณะอนกุ รรมการติดตามมาตรฐานการรายงาน ทางการเงินระหว่างประเทศมาพจิ ารณา ค. การจดั สัมมนาทำความเข้าใจ หรือสมั มนาพจิ ารณร์ า่ งมาตรฐานการรายงานทาง การเงิน คณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการบญั ชจี ะเผยแพรร่ า่ งมาตรฐานการรายงานทางการเงนิ ฉบับ ภาษาไทยผ่านทางเว็บไซตส์ ภาวชิ าชพี บญั ชี และดำเนนิ การจัดสมั มนาทำความเขา้ ใจหรือสัมมนาพิจารณ์ เพ่ือรบั ฟงั ความคิดเห็นและผลกระทบจากการนำมาตรฐานการรายงานทางการเงนิ ไปใช้ โดยระยะเวลาที่
ใช้ในการจดั การสัมมนาพิจารณจ์ ะตอ้ งมีความเหมาะสม เพยี งพอ และสอดคล้องกบั ความยากง่ายหรือ ความซับซ้อนของมาตรฐานการรายงานทางการเงนิ ในแตล่ ะเรือ่ ง ฅ. การนำเสนอ ร่างมาตรฐานการรายงานทางการเงินต่อคณะอนกุ รรมการกลน่ั กรอง มาตรฐานการบัญชี คณะกรรมการสภาวชิ าชพี บญั ชี และคณะกรรมการกำกบั ดแู ลการประกอบวิชาชีพ บัญชี (กกบ.) พิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยระยะเวลาในการนำเสนอ 1 เดอื นในแต่ละคณะ พรอ้ มทงั้ รายงานความคบื หน้าเปน็ ระยะๆ ถึงการนำเสนอร่างมาตรฐานฯ วา่ ไดม้ ีการดำเนินการไปถงึ คณะกรรมการ ชดุ ใดผ่านบนเว็บไซต์สภาวิชาชพี บญั ชี ฆ. กระบวนการหลังจากทม่ี าตรฐานได้รับการเผยแพร่ หลังจากท่ีมาตรฐานการ รายงานทางการเงินประกาศลงราชกจิ จานุเบกษา คณะอนกุ รรมการเทคนคิ มาตรฐานการบญั ชจี ะจัดทำ คู่มอื อธิบายมาตรฐานการรายงานทางการเงินดงั กล่าวเพื่อสรปุ การเปลี่ยนแปลงและผลกระทบของ มาตรฐานการรายงานทางการเงนิ ทเ่ี ปล่ยี นแปลงไป 2.2.2 สถานะและวตั ถปุ ระสงค์ของกรอบแนวคิดสำหรับการรายงานทางการเงนิ 2.2.2.1 กรอบแนวคิดสำหรบั การรายงานทางการเงนิ (กรอบแนวคิด) อธบิ าย วัตถุประสงค์ และแนวคิดสำหรบั การรายงานทางการเงินเพอื่ วตั ถปุ ระสงค์ท่ัวไป วตั ถุประสงค์ของกรอบแนวคิดคอื 2.2.2.2 ช่วยคณะกรรมการมาตรฐานการบัญชรี ะหว่างประเทศ (คณะกรรมการฯ) พฒั นา มาตรฐานการรายงานทางการเงิน (มาตรฐาน) ที่อย่บู นแนวคิดทส่ี อดคล้องกัน 2.2.2.3 ช่วยผ้จู ดั ทาพฒั นานโยบายการบัญชีที่ สอดคลอ้ งกันเม่ือไมม่ มี าตรฐานใช้ กบั รายการ นน้ั หรอื เหตกุ ารณ์อ่ืนหรอื เมื่อมาตรฐานอนุญาตให้มที างเลือกของนโยบายการบัญชแี ละ 2.2.2.4 ช่วยผเู้ กี่ยวขอ้ งทัง้ หมดในการทำความเข้าใจและตคี วามมาตรฐานฉบบั ตา่ งๆ ก. กรอบแนวคดิ ไม่ใชม่ าตรฐาน ไม่มีประเดน็ ใดของกรอบแนวคิดที่ จะแทนท่ี มาตรฐานหรอื ขอ้ กำหนดใดในมาตรฐาน ข. เพือ่ ใหบ้ รรลวุ ัตถปุ ระสงคข์ องกำรรำยงำนทำงกำรเงินเพ่อื วัตถปุ ระสงค์ทัว่ ไป บางครง้ั คณะกรรมการฯอาจระบุข้อกำหนดทแ่ี ตกตา่ งจากแนวทางของกรอบแนวคดิ หากคณะกรรมการฯ ปฏิบัตเิ ชน่ น้นั คณะกรรมการฯ จะอธบิ ายความแตกต่างไว้ในสรปุ หลักการและเหตผุ ลประกอบมาตรฐาน นน้ั ฃ. อาจมีการแกไ้ ขกรอบแนวคิดเป็นครัง้ คราวตามประสบการณ์ของคณะกรรมการฯ ทีท่ ำหนา้ ท่กี ารแกไ้ ขกรอบแนวคิดไมน่ ำไปส่กู ารเปล่ยี นแปลงมาตรฐานโดยอตั โนมตั กิ ารตดั สนิ ใจปรบั ปรงุ มาตรฐานจะกำหนดใหค้ ณะกรรมการฯ ตอ้ งผ่านขน้ั ตอนการจดั ทำมาตรฐานโดยเพมิ่ โครงการในวาระและ พัฒนากำรปรบั ปรุงมาตรฐานนน้ั
ค. กรอบแนวคดิ สนับสนุนพันธกจิ ของ IFRS Foundation และคณะกรรมการฯ ซง่ึ เป็นส่วนหนง่ึ ของ IFRS Foundation พันธกิจดงั กล่าวคอื การพฒั นามาตรฐานท่ี นำมาซึ่งความโปร่งใส ความรับผิดชอบตามหนำ้ ท่แี ละความมีประสิทธภิ าพมาสู่ตลาดการเงนิ ทั่วโลก งานของคณะกรรมการฯ สนองประโยชนส์ าธารณะในเศรษฐกิจโลก โดยการเสริมสรา้ งความไวว้ างใจการเติบโตและเสถยี รภาพทำง กำรเงนิ ระยะยาว กรอบแนวคดิ ปพู ื้นฐานเพอื่ ใหม้ าตรฐาน 1) สนับสนุนความโปรง่ ใสโดยเพิม่ ความสามารถในการเปรียบเทยี บกนั ได้ระหวา่ ง ประเทศและเพิม่ คุณภาพของขอ้ มูลการเงนิ ชว่ ยนักลงทุนและผรู้ ่วมตลาดอน่ื ให้ตดั สินใจเชงิ เศรษฐกิจ อยา่ งมีข้อมลู ประกอบ 2) เสรมิ ความความรับผดิ ชอบตามหน้าท่โี ดยลดช่องวา่ งของขอ้ มูลระหวา่ งผู้ให้ เงนิ ทนุ กบั ผ้ดู แู ลเงิน มาตรฐานที่องิ จากกรอบแนวคดิ จะใหข้ อ้ มูลทจี่ ำเป็นเพ่อื ใหฝ้ ่ายบรหิ ารมคี วามความ รบั ผิดชอบตามหน้าที่ ในฐานะแหลง่ ข้อมูลทเ่ี ปรียบเทียบกันไดร้ ะดบั โลกมาตรฐานเหลา่ น้ีมคี วามสำคญั ต่อ หน่วยงานกำกบั ดแู ลทวั่ โลก 3) สนับสนนุ ความมีประสทิ ธิภาพเชิงเศรษฐกิจโดยชว่ ยนกั ลงทนุ ใหร้ ะบโุ อกาส และความเสยี่ งทวั่ โลก จึงเป็นการปรับปรุงการจดั สรรเงินทนุ ให้ดขี ึ้น สาหรบั การประกอบธรุ กจิ การใช้ ภาษาบญั ชีเดียวทเ่ี ช่ือถอื ได้เพราะมาจากมาตรฐานทอ่ี งิ จากกรอบแนวคิดทำให้ต้นทุนเงนิ ทุนต่ำลงและลด ตน้ ทุนการรายงานระหวา่ งประเทศ 2.2.3 วตั ถุประสงค์ประโยชนแ์ ละข้อจำกดั ของการรายงานทางการเงนิ เพ่อื วัตถปุ ระสงค์ทว่ั ไป 2.2.3.1 วัตถปุ ระสงค์ของการรายงานทางการเงนิ เพอ่ื วตั ถุประสงค์ท่วั ไป คอื การให้ข้อมูล การเงินเกย่ี วกับกิจการท่ีเสนอรายงานทม่ี ีประโยชน์ตอ่ นกั ลงทุน ผใู้ หก้ แู้ ละเจา้ หน้อี ื่นท้งั ในปจั จบุ ันและ ที่ อาจจะเป็นในอนาคตในการตัดสินใจเกี่ยวกบั การจดั หาทรพั ยากรใหแ้ กก่ ิจการนน้ั การตดั สินใจเหลา่ นน้ั เกีย่ วกบั ก. การซ้ือ ขาย หรือถือตราสารทุนและตราสารหนี้ ข. การใหห้ รอื ชำระเงินกแู้ ละสินเช่อื ในรูปแบบอ่นื หรอื ฃ. การใชส้ ิทธอิ อกเสยี งหรือมีอทิ ธพิ ลตอ่ การดำเนนิ การของฝ่ายบรหิ ารท่ี กระทบการ ใช้ทรพั ยากรเชิงเศรษฐกจิ ของกิจการ 2.2.3.2 การตดั สินใจขน้ึ อยกู่ บั ผลตอบแทนทน่ี ักลงทนุ ผู้ใหก้ แู้ ละเจ้าหนอ้ี น่ื ทงั้ ในปัจจบุ นั และ ท่ีอาจจะเปน็ ในอนาคตคาดหวงั เชน่ ปันผลการจา่ ยคืนเงินตน้ และการจา่ ยดอกเบี้ยหรอื การเพิ่มข้ึนของ ราคาตลาด ความคาดหวงั เก่ียวกบั ผลตอบแทนของนกั ลงทนุ ผ้ใู หก้ ูแ้ ละเจา้ หนี้อ่ืน ขน้ึ อย่กู ับการประเมิน จำนวนเงินจังหวะเวลาและความไมแ่ นน่ อน (การคาดการณ์) ของกระแสเงินสดรับสุทธิอนาคตทีจ่ ะเข้าสู่
กจิ การและการประเมินหนา้ ที่และความรับผิดชอบของฝ่ายบรหิ ารต่อทรพั ยากรเชงิ เศรษฐกจิ ของกจิ การ นกั ลงทุน ผใู้ หก้ ู้และเจา้ หนอี้ น่ื ทั้งในปจั จุบนั และที่อำจจะเปน็ ในอนาคตต้องการข้อมูลเพ่อื ชว่ ยในการ ประเมนิ 2.2.3.3 ในการประเมินเรื่องต่างๆ นักลงทุน ผู้ใหก้ แู้ ละเจ้าหน้อี ื่นทัง้ ในปจั จบุ ันและที่อาจจะ เป็นในอนาคตตอ้ งการขอ้ มลู เกย่ี วกบั ก. ทรพั ยากรเชิงเศรษฐกิจของกิจการ สิทธิเรียกรอ้ งต่อกิจการ และการเปลี่ยนแปลง ทรพั ยากรและสิทธิเรยี กร้องเหล่านน้ั ข. ความมปี ระสทิ ธิภาพและประสิทธผิ ลของผบู้ รหิ ารและคณะกรรมการกากบั ดแู ล ของกิจการในการใชท้ รพั ยากรเชิงเศรษฐกิจของกจิ การตามความรับผิดชอบ 2.2.3.4 นักลงทนุ ผใู้ ห้กแู้ ละเจา้ หนอ้ี นื่ ทั้งในปัจจบุ นั และทอ่ี าจจะเป็นในอนาคตจำนวนมากไม่ สามารถกำหนดใหก้ ิจการทเี่ สนอรายงานเสนอขอ้ มูลโดยตรงตอ่ พวกเขาได้และต้องใช้รายงานการเงนิ เพอ่ื วัตถปุ ระสงคท์ ่วั ไป เพ่ือให้ไดข้ อ้ มลู การเงินส่วนใหญ่ท่พี วกเขาตอ้ งการ ดงั น้นั บุคคลเหล่านจ้ี งึ เป็นผใู้ ช้หลัก ของรายงานการเงนิ เพอื่ วตั ถุประสงคท์ วั่ ไป 2.2.3.5 อยา่ งไรกต็ ามรายงานการเงนิ เพอื่ วัตถปุ ระสงค์ทวั่ ไปไมใ่ หแ้ ละไมส่ ามารถให้ขอ้ มลู ท้งั หมดที่นักลงทุน ผ้ใู ห้ก้แู ละเจา้ หนีอ้ นื่ ทง้ั ในปจั จบุ นั และที่ อาจจะเปน็ ในอนาคตตอ้ งการ ผู้ใช้เหลา่ นตี้ ้อง พิจารณาขอ้ มลู ที่ เก่ยี วขอ้ งจากแหลง่ อ่นื เชน่ สภาพเศรษฐกิจและความคาดหวังเก่ยี วกับเศรษฐกจิ โดยทว่ั ไป เหตุการณ์ทางการเมืองและบรรยากาศการเมอื ง สภาพการณ์เก่ยี วกับอุตสาหกรรมและบริษทั 2.2.3.6 รายงานการเงนิ เพอื่ วัตถปุ ระสงคท์ ั่วไปไมไ่ ดถ้ กู ออกแบบเพ่ือแสดงมูลค่าของกิจการที่ เสนอรายงาน แตร่ ายงานทางการเงินน้ีใหข้ ้อมูลเพื่อชว่ ยนกั ลงทุน ผู้ให้กแู้ ละเจ้าหน้อี ื่นทง้ั ในปจั จบุ นั และท่ี อาจจะเปน็ ในอนาคตประมาณมูลค่าของกจิ การท่ีเสนอรายงาน 2.2.3.7 ผ้ใู ชห้ ลักแตล่ ะรายมคี วามต้องการขอ้ มูลทแ่ี ตกต่างกันและอาจขัดแย้งกนั ในการ พฒั นามาตรฐานการรายงานทางการเงิน คณะกรรมการฯ จะหาวธิ ีท่ีจะใหช้ ุดข้อมูลซึ่งตรงกบั ความ ต้องการของผใู้ ชห้ ลกั จำนวนสงู ที่สดุ แตก่ ารเน้นความต้องการข้อมลู ของผใู้ ช้สว่ นใหญไ่ มไ่ ดเ้ ปน็ การกดี กนั กจิ การที่เสนอรายงานในการให้ขอ้ มูลเพมิ่ เตมิ ทมี่ ีประโยชนท์ ี่สุดต่อกล่มุ ยอ่ ยกลมุ่ ใดกลุ่มหนง่ึ ของผูใ้ ช้หลัก ดังกล่าว 2.2.3.8 ฝา่ ยบริหารของกจิ การทเี่ สนอรายงานมีความสนใจขอ้ มูลการเงนิ เกีย่ วกับกจิ การ เชน่ กนั อยา่ งไรกต็ ำมฝ่ายบรหิ ารไมจ่ ำเปน็ ต้องอาศัยรายงานการเงินเพื่อวัตถปุ ระสงค์ทั่วไปเพราะฝา่ ย บริหารสามารถได้รบั ข้อมูลการเงนิ ทตี่ อ้ งการจากภายในกิจการ
2.2.3.9 ผเู้ กยี่ วข้องอ่ืน เช่น หน่วยงานกำกับดแู ลและสาธารณชนนอกจากนักลงทนุ ผใู้ ห้กู้และ เจา้ หนี้อน่ื อาจพบว่ารายงานการเงินเพอื่ วตั ถุประสงค์ท่ัวไปมปี ระโยชนอ์ ย่างไรก็ตาม รายงานเหลา่ น้ันไม่ได้ มีวัตถปุ ระสงค์หลกั เพ่อื ประโยชน์ของผใู้ ชก้ ลุ่มน้ี 2.2.3.10 รายงานการเงินในหลายสว่ นมีการใชก้ ารประมาณการ ดุลยพินจิ และแบบจำลอง มากกวา่ กำรแสดงภาพท่ถี ูกตอ้ งแม่นยำ กรอบแนวคิดนีก้ ำหนดแนวคิดเบื้องหลังการประมาณการ ดุลย พินจิ และแบบจำลองเหลา่ นั้น แนวคดิ ดังกลา่ วคือเปา้ หมายทค่ี ณะกรรมการฯ และผจู้ ดั ทำรายงานการเงนิ มุ่งจะไปใหถ้ งึ แต่เชน่ เดยี วกับเปา้ หมายส่วนใหญ่ วิสัยทัศนข์ องกรอบแนวคดิ ของการรายงานการเงินใน อดุ มคตไิ มม่ ที างท่ีจะสำเร็จไดอ้ ยา่ งสมบูรณ์ อยา่ งนอ้ ยท่สี ุดภายในระยะเวลาส้ันเพราะตอ้ งใชเ้ วลาทำความ เขา้ ใจยอมรบั และใช้วิธีการใหมใ่ นการวิเคราะห์รายการและเหตุการณ์อื่น แต่กระน้นั การกำหนดเปา้ หมาย ที่ ต้องมุ่งไปให้ถึงเปน็ ส่งิ จำเปน็ หากการรายงานทางการเงินจะตอ้ งมีการพฒั นาต่อไปเพ่ือปรบั ปรุงการ รายงานทางการเงนิ ใหม้ ปี ระโยชน์มากยง่ิ ขนึ้ 2.2.4 ข้อมลู เกย่ี วกับทรพั ยากรเชิงเศรษฐกิจของกจิ การที่เสนอรายงาน สทิ ธิเรยี กร้องตอ่ กจิ การ และ การเปลย่ี นแปลงทรพั ยากรและสทิ ธิเรยี กรอ้ ง 2.2.4.1 รายงานการเงินเพ่อื วัตถปุ ระสงค์ท่วั ไปให้ขอ้ มูลเกยี่ วกับฐานะการเงินของกจิ การที่ เสนอรายงานซึ่งเป็นขอ้ มูลเก่ียวกบั ทรพั ยากรเชงิ เศรษฐกจิ ของกจิ การและสทิ ธิเรียกร้องตอ่ กจิ การท่ี เสนอ รายงาน รายงานการเงนิ ยังใหข้ อ้ มูลเกยี่ วกบั ผลกระทบของรายการและเหตุการณ์อน่ื ท่ี เปลี่ยนแปลง ทรพั ยากรเชิงเศรษฐกิจของกิจการท่ีเสนอรายงานและสทิ ธเิ รยี กรอ้ งตอ่ กิจการ ข้อมลู ทงั้ สองประเภทให้ ข้อมูลทีเ่ ปน็ ประโยชนต์ อ่ การตดั สินใจเก่ียวกับการจดั หาทรพั ยากรให้แก่ กจิ การหน่ึงๆ 2.2.5 ทรพั ยากรเชงิ เศรษฐกจิ และสทิ ธิเรียกรอ้ ง 2.2.5.1 ข้อมูลเกีย่ วกับลกั ษณะและจำนวนเงนิ ของทรพั ยากรเชิงเศรษฐกจิ ของกิจการที่เสนอ รายงานและสทิ ธเิ รยี กร้องตอ่ กิจการชว่ ยผ้ใู ชใ้ นการระบจุ ดุ แข็งและจดุ ออ่ นทางการเงนิ ของกิจการที่เสนอ รายงาน ข้อมูลนัน้ ช่วยผใู้ ช้ในการประเมินสภาพคลอ่ งและความสามารถในการชำระหนี้ของ กจิ กำรท่ี เสนอรายงาน ความจำเปน็ ทต่ี ้องใชเ้ งินทนุ เพิม่ เติมและความเปน็ ไปไดท้ ่จี ะไดร้ ับเงนิ ทนุ นน้ั ข้อมลู นนั้ ยังชว่ ย ผ้ใู ชใ้ นการประเมนิ หนา้ ที่และความรับผดิ ชอบของฝ่ายบรหิ ารตอ่ ทรพั ยากรเชงิ เศรษฐกจิ ของกิจการ ขอ้ มลู เกี่ยวกับลำดับความสำคัญและขอ้ กำหนดการจ่ายชำระของสิทธิเรยี กร้องทมี่ ีอยชู่ ว่ ยผู้ใชใ้ นการ คาดการณว์ า่ จะจดั สรรกระแสเงินสดอนาคตให้บคุ คลต่างๆ ทม่ี สี ทิ ธิเรยี กรอ้ งตอ่ กิจการท่ีเสนอรายงาน อยา่ งไร 2.2.5.2 ประเภทของทรัพยากรเชงิ เศรษฐกจิ ท่ี แตกตา่ งกันส่งผลที่แตกตา่ งกันต่อการประเมิน ของผใู้ ช้เกีย่ วกบั การคาดการณ์กระแสเงนิ สดอนาคตของกิจการที่ เสนอรายงาน กระแสเงินสดอนาคต
บางรายการเปน็ ผลโดยตรงจากทรัพยากรเชิงเศรษฐกจิ ทม่ี ีอยู่ เช่น ลูกหนก้ี ารค้า กระแสเงินสดอื่น เป็นผล จากการใช้ทรพั ยากรตา่ งๆ รว่ มกนั เพื่อผลติ และจำหน่ายสนิ คา้ หรือบรกิ ารใหล้ ูกค้า แม้วา่ กระแสเงนิ สด เหล่าน้นั ไมส่ ามารถระบไุ ด้วา่ เป็นผลจากทรพั ยากรเชิงเศรษฐกิจ (หรือสทิ ธิเรยี กร้อง) รายการใดเป็นการ เฉพาะ ผู้ใชร้ ายงานการเงนิ จำเป็นต้องทราบลกั ษณะและจำนวนเงนิ ของทรัพยากรทมี่ ีไว้เพื่อใช้ในการ ดำเนินงานของกจิ การที่เสนอรายงาน 2.2.6 การเปลย่ี นแปลงทรพั ยากรเชิงเศรษฐกิจและสิทธเิ รยี กร้อง 2.2.6.1 การเปลีย่ นแปลงทรพั ยากรเชิงเศรษฐกิจของกิจการท่ีเสนอรายงานและสิทธเิ รยี กร้อง ต่อกิจการ เปน็ ผลมาจากผลการดำเนนิ งานการเงินของกจิ การน้นั และจากเหตกุ ำรณ์อ่นื หรอื รายการ เชน่ การออกตราสารหนี้หรือตราสารทนุ ในการประเมนิ อย่างเหมาะสมถงึ ความเป็นไปได้สำหรบั กระแสเงนิ สด รบั สุทธอิ นาคตของกิจการท่ีเสนอรายงานและหน้าท่แี ละความรับผิดชอบของฝ่ายบรหิ ารตอ่ ทรพั ยากรเชงิ เศรษฐกิจของกจิ การได้ผ้ใู ชต้ ้องสามารถระบุการเปลยี่ นแปลงท้งั สองประเภทนี้ได้ 2.2.6.2 ข้อมลู เกย่ี วกบั ผลการดำเนนิ งานการเงนิ ของกจิ การทเ่ี สนอรายงานช่วยผใู้ ชใ้ หเ้ ขา้ ใจ ผลตอบแทนทกี่ จิ การไดม้ าจากทรัพยากรเชิงเศรษฐกิจของกิจการ ขอ้ มลู เก่ียวกบั ผลตอบแทนท่ีกจิ การ ไดม้ านส้ี ามารถชว่ ยผู้ใช้ในการประเมนิ หนา้ ท่ี และความรับผิดชอบของฝ่ายบรหิ ารตอ่ ทรพั ยากรเชงิ เศรษฐกจิ ของกิจการท่ีเสนอรายงาน ขอ้ มูลเกี่ยวกบั ความผนั แปรและส่วนประกอบของผลตอบแทนนน้ั มี ความสำคญั เชน่ กนั โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ในการประเมนิ ความไมแ่ นน่ อนของกระแสเงนิ สดอนาคต ข้อมูล เกีย่ วกับผลการดำเนนิ งานการเงนิ ในอดีตของกิจการท่ีเสนอรายงานและวิธกี ารทีฝ่ ่ายบรหิ ารยตุ คิ วาม รบั ผดิ ชอบในหนา้ ที่และความรบั ผิดชอบตอ่ ทรพั ยากรเชงิ เศรษฐกิจ มักมปี ระโยชน์ในการคาดการณ์ ผลตอบแทนในอนาคตของกิจการจากทรัพยากรเชงิ เศรษฐกจิ 2.2.7 ผลการดำเนินงานการเงินที่สะทอ้ นจากการบญั ชคี งคา้ ง 2.2.7.1 การบญั ชคี งคา้ งแสดงภาพผลกระทบของรายการและเหตุการณแ์ ละสภาพแวดล้อม อ่นื ต่อทรพั ยากรเชิงเศรษฐกิจของกิจการที่เสนอรายงานและสิทธิเรยี กรอ้ งต่อกิจการในรอบระยะเวลาท่ี ผลกระทบเหลา่ นน้ั เกดิ ขน้ึ แมว้ ่าการรับและจ่ายเงินสดจะเกดิ ข้นึ ในรอบระยะเวลาอนื่ ประเด็นนส้ี ำคญั เน่ืองจากขอ้ มลู เกย่ี วกบั ทรพั ยากรเชงิ เศรษฐกจิ ของกจิ การทเี่ สนอรายงานและสทิ ธิเรยี กรอ้ งตอ่ กจิ การและ การเปลยี่ นแปลงทรพั ยากรเชิงเศรษฐกิจและสิทธิเรียกรอ้ งในระหวา่ งรอบระยะเวลาเปน็ เกณฑท์ ่ดี ีกวา่ ข้อมูลกำรรบั และจา่ ยเงนิ ในระหวา่ งรอบระยะเวลาสำหรบั การประเมินผลการดำเนินงานในอดีตและ อนาคตของกิจการ 2.2.7.2 ขอ้ มูลเกีย่ วกับผลการดำเนินงานการเงินในระหวา่ งรอบระยะเวลาของกจิ การที่เสนอ รายงานซึ่งสะทอ้ นจากการเปลีย่ นแปลงทรพั ยากรเชงิ เศรษฐกิจและสทิ ธเิ รยี กร้องนอกเหนือจากการไดร้ ับ
ทรพั ยากรเพ่ิมเตมิ โดยตรงจากนักลงทนุ และเจา้ หนเ้ี ปน็ ข้อมูลทม่ี ปี ระโยชน์ตอ่ การประเมินความสามารถใน อดตี และอนาคตของกจิ การในการสร้างกระแสเงินสดรับสทุ ธขิ อ้ มลู นนั้ บง่ ชีว้ า่ กจิ การท่เี สนอรายงานไดเ้ พ่มิ ทรัพยากรเชงิ เศรษฐกิจที่มีอยู่ไดม้ ากขึน้ เพียงใดและยังบ่งบอกถงึ ศกั ยภาพในการสร้างกระแสเงนิ สดรบั สทุ ธิจากการดำเนนิ งานของกิจการที่ไมใ่ ชก่ ารไดร้ บั ทรพั ยากรเพ่ิมเติมโดยตรงจากนักลงทนุ และเจา้ หน้ี ขอ้ มูลเกย่ี วกับผลการดำเนนิ งานการเงนิ ในระหวา่ งรอบระยะเวลาของกจิ การทเ่ี สนอรายงานยังช่วยผู้ใช้ใน การประเมินหนา้ ท่ีและความรบั ผิดชอบของฝ่ายบรหิ ารตอ่ ทรพั ยากรเชิงเศรษฐกิจของกิจการทเี่ สนอ รายงานดว้ ย 2.2.7.3 ข้อมลู เก่ยี วกับผลการดำเนนิ งาการเงินของกจิ การท่เี สนอรายงานในระหวา่ งรอบ ระยะเวลาอาจบ่งชว้ี า่ เหตุการณ์เช่น การเปลยี่ นแปลงราคาตลาดหรอื อัตราดอกเบย้ี ทำใหท้ รพั ยากรเชงิ เศรษฐกิจของกิจการและสิทธิเรียกรอ้ งต่อกิจการเพม่ิ ขน้ึ หรอื ลดลงมากนอ้ ยเพียงใด ซึ่งสง่ ผลกระทบตอ่ ความสามารถของกจิ การในการสร้างกระแสเงนิ สดรบั สุทธิ 2.2.8 ผลการดำเนินงานการเงนิ ท่ีสะทอ้ นจากกระแสเงนิ สดอดีต 2.2.8.1 ข้อมลู เก่ยี วกบั กระแสเงินสดในระหว่างรอบระยะเวลาของกิจการท่ีเสนอรายงาน ยงั ชว่ ยให้ผูใ้ ชป้ ระเมินความสามารถของกจิ การในการสร้างกระแสเงนิ สดรบั สุทธิอนาคตและประเมินหนา้ ท่ี และความรับผดิ ชอบของฝา่ ยบริหารตอ่ ทรัพยากรเชงิ เศรษฐกิจของกิจการ ข้อมูลดังกลา่ วบ่งช้ีว่า กจิ การที่ เสนอรายงานไดร้ ับเงินสดและจ่ายเงนิ สดอย่างไรรวมถึงขอ้ มลู เกี่ยวกบั การกยู้ ืมและ การจา่ ยคืนหน้สี นิ เงนิ ปนั ผลหรือการจดั สรรคืนเงนิ สดอน่ื ให้นักลงทนุ และปัจจยั อืน่ ที่ อาจกระทบสภาพคลอ่ งและความสามารถ ในการชำระหน้ีของกจิ การ ข้อมูลเกี่ยวกับกระแสเงนิ สด ช่วยให้ผู้ใช้เขา้ ใจการดำเนนิ งานของกิจการ ประเมินกจิ กรรมการจดั หาเงินและกิจกรรมการ ลงทุน ประเมินสภาพคลอ่ งหรือความสามารถในการชำระ หน้ี และตคี วามขอ้ มูลอืน่ เก่ียวกับผล การดำเนินงานการเงนิ การเปลย่ี นแปลงทรัพยากรเชิงเศรษฐกจิ และ สิทธเิ รยี กร้องทีไ่ มไ่ ดเ้ ปน็ ผลจากผลการดำเนนิ งานการเงิน 2.2.8.2 ทรัพยากรเชิงเศรษฐกิจของกจิ การทเี่ สนอรายงานและสทิ ธิเรียกรอ้ งต่อกจิ การอาจยงั เปลยี่ นแปลง ดว้ ยเหตผุ ลอ่ืนนอกจากผลการดำเนินงานการเงนิ เช่น การออกตราสารหนี้หรือตราสารทุน ขอ้ มูลเกี่ยวกบั กำรเปล่ยี นแปลงประเภทนี้มคี วามจำเปน็ เพอื่ ให้ผูใ้ ช้มคี วามเข้าใจอยา่ งครบถ้วน ถงึ สาเหตุท่ี ทรัพยากรเชิงเศรษฐกิจของกิจการท่ี เสนอรายงานและสทิ ธเิ รยี กร้องตอ่ กิจการไดเ้ ปลย่ี นแปลงและ ผลกระทบของการเปล่ียนแปลงเหล่าน้นั ต่อผลการดำเนินงานการเงินอนาคต ของกิจการ 2.2.9 ข้อมูลเกยี่ วกับการใชท้ รพั ยากรเชิงเศรษฐกิจของกิจการ 2.2.9.1 ขอ้ มูลเกย่ี วกับประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ลของการปลดเปลื้องความรบั ผดิ ชอบของ ฝา่ ยบรหิ ารของกจิ กรทเ่ี สนอรายงานในการใชท้ รพั ยากรเชงิ เศรษฐกจิ ของกจิ การ ชว่ ยผู้ใชป้ ระเมินหนา้ ท่ี
และความรับผดิ ชอบของฝา่ ยบริหารต่อทรัพยากรเหล่าน้นั ข้อมลู ดังกลา่ วยังมปี ระโยชน์สำหรับ การ พยากรณ์วา่ ฝา่ ยบรหิ ารจะใช้ทรัพยากรเชงิ เศรษฐกจิ ของกจิ การอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและประสทิ ธิผล อยา่ งไรในรอบระยะเวลาอนาคต ดงั นั้นขอ้ มูลนี้จึงมปี ระโยชนส์ ำหรบั การประเมนิ ความเปน็ ไปไดส้ ำหรับ กระแสเงินสดรบั สุทธอิ นาคตของกิจการ 2.2.9.2 ตัวอยา่ งของความรับผดิ ชอบของฝ่ายบรหิ ารในการใช้ทรัพยากรเชงิ เศรษฐกจิ ของ กจิ การรวมถงึ การปกปอ้ งทรพั ยากรของกิจการจากผลกระทบท่ีไม่น่าพอใจของปัจจัยเชิงเศรษฐกจิ เช่น การเปลยี่ นแปลงราคาและการเปลีย่ นแปลงเทคโนโลยีและทำให้มนั่ ใจวา่ กจิ การปฏิบตั ิตามกฎหมาย ระเบียบและข้อกำหนดตามสัญญาท่ีเกย่ี วขอ้ ง 2.2.10 บทนำ 2.2.10.1 ลกั ษณะเชิงคณุ ภาพของขอ้ มลู การเงนิ ท่ี มีประโยชน์ซ่งึ อภปิ รายในบทนรี้ ะบปุ ระเภท ของขอ้ มลู ทีน่ ่าจะมปี ระโยชนม์ ากท่สี ดุ สำหรบั นักลงทุน ผใู้ หก้ ้แู ละเจา้ หนอ้ี ื่นทง้ั ในปัจจุบันและที่อาจจะ เป็นในอนาคต เพอื่ ใชต้ ัดสินใจเก่ียวกับกิจการที่ เสนอรายงานโดยพิจารณาจากข้อมูลในรายงานการเงิน (ข้อมลู กำรเงนิ ) 2.2.10.2 รายงานการเงินใหข้ ้อมลู เกี่ยวกับทรัพยากรเชงิ เศรษฐกจิ ของกิจการทเ่ี สนอรายงาน สทิ ธเิ รียกร้องต่อกิจการที่เสนอรายงาน และผลกระทบของรายการและเหตกุ ารณ์และเงื่อนไขอืน่ ท่ี เปลี่ยนแปลงทรพั ยากรและสิทธเิ รียกร้องเหล่าน้ัน (กรอบแนวคิดกลา่ วถึงข้อมลู นี้วา่ เป็นขอ้ มลู เกีย่ วกับ ปรากฏการณ์เชงิ เศรษฐกิจ) รายงานการเงนิ ยังรวมเอกสารเชงิ อรรถาธิบายเกย่ี วกับความคาดหวังและกล ยุทธ์ของฝ่ายบรหิ ารสำหรับกจิ การทเ่ี สนอรายงานและขอ้ มูลคาดการณ์อนาคตประเภทอืน่ ดว้ ย 2.2.10.3 ลกั ษณะเชงิ คณุ ภาพของข้อมูลกำรเงินท่มี ปี ระโยชน์ 5 ให้ประยุกตก์ บั ข้อมูลกำรเงิน ท่ีใหใ้ นงบการเงินตลอดจนขอ้ มลู การเงินที่ให้ในรูปแบบอืน่ ตน้ ทนุ ซ่ึงเปน็ ข้อจำกัดในวงกว้างของ ความสามารถของกิจการที่เสนอรายงานในการใหข้ ้อมลู การเงินทีม่ ปี ระโยชนก์ ็ประยุกต์ได้ในทำนอง เดยี วกันอยา่ งไรกต็ าม การพิจารณาในการประยุกต์ลักษณะเชงิ คุณภาพและข้อจำกดั ดา้ นตน้ ทนุ อาจ แตกตา่ งกันตามประเภทของขอ้ มูลที่แตกตา่ งกัน ตวั อย่างเชน่ การประยุกต์ลักษณะเชิงคุณภาพและ ข้อจำกัดดา้ นต้นทุนกบั ขอ้ มูลคาดการณอ์ นาคตอาจแตกตา่ งจากการประยุกต์กับข้อมลู เกยี่ วกบั ทรพั ยากร เชิงเศรษฐกจิ และสทิ ธิเรยี กรอ้ งทม่ี อี ยแู่ ละการเปลยี่ นแปลงทรพั ยากรและสทิ ธเิ รียกรอ้ งเหล่าน้ันลักษณะ เชงิ คุณภาพของข้อมลู การเงินที่มปี ระโยชน์ 2.2.10.4 ข้อมลู การเงนิ จะมปี ระโยชน์ ขอ้ มูลนน้ั ต้องเก่ยี วข้องกับการตัดสนิ ใจและเปน็ ตัวแทน อันเทยี่ งธรรมถึงสิ่งทตี่ ัง้ ใจจะสื่อ ประโยชนข์ องข้อมลู การเงินจะเพิ่มขน้ึ ถ้าขอ้ มลู นั้นเปรียบเทยี บกนั ได้ พสิ จู น์ยืนยันไดท้ นั เวลาและเข้าใจไดล้ ักษณะเชงิ คุณภาพพื้นฐาน
2.2.10.5 ลกั ษณะเชงิ คณุ ภาพพนื้ ฐานคอื ความเกยี่ วขอ้ งกับการตัดสินใจและความเป็นตัวแทน อนั เทย่ี งธรรมความเกี่ยวข้องกับกำรตดั สนิ ใจ 2.2.10.6 ขอ้ มลู กำรเงินที่ เกยี่ วข้องกบั กำรตัดสนิ ใจสามารถทำใหผ้ ใู้ ชต้ ดั สนิ ใจแตกตา่ งกัน ขอ้ มูลอาจสามารถทำใหเ้ กิดการตดั สินใจทแี่ ตกตา่ งกันแม้ว่าผูใ้ ชบ้ างรายเลอื กทจ่ี ะไมใ่ ชป้ ระโยชน์จาก ข้อมลู หรอื ไดร้ บั รู้ข้อมลู ดังกลา่ วจากแหล่งอนื่ แลว้ 2.2.10.7 ขอ้ มลู การเงนิ สามารถทำใหเ้ กดิ การตดั สนิ ใจทแ่ี ตกตา่ งกนั ถา้ ข้อมลู น้นั มคี ณุ คา่ เพ่ือ การพยากรณค์ ณุ ค่าเพื่อการยืนยันหรือทั้งสองอยา่ ง 2.2.10.8 ข้อมลู การเงินมีคณุ คา่ เพือ่ การพยากรณถ์ ้าข้อมูลนน้ั สามารถใชเ้ ปน็ ขอ้ มูลนำเขา้ สู่ กระบวนการทีผ่ ูใ้ ช้ ใชใ้ นการพยากรณ์ผลลพั ธใ์ นอนาคต ข้อมูลการเงินไม่จำเป็นต้องเป็นค่าพยากรณห์ รอื ค่าคาดการณ์จึงจะถือวา่ มีคณุ ค่าเพอื่ การพยากรณ์ผู้ใช้ ใชข้ ้อมูลการเงินที่มีคณุ ค่าเพอ่ื การพยากรณใ์ นการ ได้มาซึ่งค่าพยากรณข์ องตนเอง 2.2.10.9 ขอ้ มลู การเงินมคี ณุ คา่ เพือ่ การยนื ยัน ถ้าขอ้ มูลนน้ั ให้ข้อมลู ปอ้ นกลบั เก่ยี วกับ (ยืนยนั หรอื เปลีย่ นแปลง) การประเมนิ ก่อนหน้า 2.2.10.10 คณุ คา่ เพื่อการพยากรณ์และคณุ คา่ เพ่อื การยนื ยนั ของขอ้ มลู การเงินมีความสัมพนั ธ์ ซง่ึ กนั และกันขอ้ มลู ท่ี มคี ณุ คา่ เพ่อื การพยากรณม์ กั จะมคี ณุ ค่าเพือ่ การยืนยันด้วย เช่น ข้อมูลรายได้สำหรับ ปีปจั จบุ ัน ซ่งึ สามารถใช้เปน็ เกณฑส์ ำหรบั การพยากรณร์ ายไดใ้ นปี ต่อๆไปสามารถเปรียบเทียบกบั ข้อมูล รายได้สำหรบั ปี ปจั จบุ ันทไ่ี ดพ้ ยากรณ์ไวใ้ นปี ก่อนๆ ดว้ ย ผลของการเปรียบเทยี บดงั กลา่ วสามารถชว่ ยให้ ผ้ใู ช้แก้ไขและปรบั ปรงุ กระบวนการตา่ งๆ ทเ่ี คยใชใ้ นการได้มาซ่งึ ค่าพยากรณ์ก่อนหนา้ 2.2.11 ความมสี าระสำคัญ 2.2.11.1 ข้อมูลมีสาระสำคญั หากการละเว้นการแสดงข้อมูล การแสดงข้อมูลท่ี ขัดตอ่ ขอ้ เท็จจริง หรอื การแสดงข้อมูลแบบไมช่ ดั เจนน้ัน สามารถคาดไดอ้ ยา่ งสมเหตสุ มผลวา่ มอี ิทธิพลตอ่ การ ตดั สนิ ใจบนข้อมลู ของงบการเงินของผู้ใช้หลักของงบการเงินเพ่ือวตั ถุประสงค์ท่วั ไป ซ่ึงใหข้ อ้ มลู การเงนิ เก่ยี วกับกิจการท่ีเสนอรายงาน กล่าวอีกนัยหนงึ่ ความมีสาระสำคัญเปน็ แง่มมุ หนึ่ง ของความเก่ียวข้องกับ การตัดสินใจอนั มีความจำเพาะกบั กจิ การทอี่ ิงกับลกั ษณะหรอื ขนาดของรายการหรอื ทั้งสองอยา่ งซง่ึ มี ความสัมพันธ์กบั ขอ้ มลู น้ันในบริบทของรายงานการเงนิ ของกิจการใดกจิ การหนึ่ง ดงั นั้น คณะกรรมการฯ ไมส่ ามารถกำหนดเกณฑ์ขน้ั ต่ำเชิงปริมาณเพยี งเกณฑเ์ ดยี วสำหรบั ความมสี าระสำคัญหรอื ไมส่ ามารถ กำหนดไวล้ ว่ งหนา้ ไดว้ ่าจำนวนเงินเทา่ ใดถอื วา่ มีสาระสำคัญในสถานการณใ์ ดสถานการณ์หนึ่ง ความเป็น ตัวแทนอนั เทีย่ งธรรม
2.2.11.2 รายงานการเงินสอื่ ความถึงปรากฏการณ์เชงิ เศรษฐกิจในรปู ของข้อความและตวั เลข ขอ้ มูลการเงินที่มีประโยชน์ต้องไมเ่ พียงแตส่ อ่ื ความถึงปรากฏการณท์ ่เี กี่ยวขอ้ งกบั การตัดสนิ ใจเท่านั้น แต่ ยังต้องเปน็ ตัวแทนอันเที่ยงธรรมถงึ สำระของปรากฏการณ์ที่ต้ังใจจะสื่อความ ในหลายสภาพแวดล้อม สาระของปรากฏการณเ์ ชงิ เศรษฐกิจและรปู แบบตามกฎหมายมีความเหมอื นกัน แต่ถา้ ไม่เหมือนกันการให้ ขอ้ มลู เกยี่ วกบั รปู แบบตามกฎหมายเทา่ น้นั จะไม่เป็นตัวแทนอนั เทยี่ งธรรมถึงปรากฏการณ์เชงิ เศรษฐกจิ 2.2.11.3 เพอื่ ให้เปน็ ตวั แทนอันเทยี่ งธรรมอยา่ งสมบรู ณ์แบบ การแสดงภาพเชิงเศรษฐกจิ จะมี สามลกั ษณะไดแ้ ก่ ความครบถ้วน ความเป็นกลาง และการปราศจากข้อผิดพลาด แนน่ อนที่ความสมบรู ณ์ แบบหากจะเกดิ ข้นึ กเ็ ปน็ ไปได้ยาก วัตถปุ ระสงค์ของคณะกรรมการฯ จึงเปน็ การทำใหข้ ้อมลู มีลกั ษณะ ดงั กล่าวมากทส่ี ุดเทา่ ทีจ่ ะเป็นไปได้ 2.2.2.11.4 การแสดงภาพที่ครบถว้ นจะรวมขอ้ มูลท้งั หมดทจี่ ำเปน็ สำหรับผ้ใู ช้ เพื่อใหเ้ ขา้ ใจ ปรากฏการณ์ที่ ตอ้ งการแสดงภาพรวมทั้งคำบรรยายและคำอธิบายที่ จำเป็นทั้งหมด เชน่ การแสดงภาพที่ ครบถ้วนของกลมุ่ สินทรพั ย์อยา่ งน้อยทส่ี ุดจะรวมคำบรรยายของลักษณะของสินทรัพยใ์ นกลมุ่ การแสดง ภาพที่เปน็ ตวั เลขของสินทรพั ย์ทง้ั หมดในกลมุ่ และคำบรรยายถงึ ส่ิงท่ีการแสดงภาพท่ีเปน็ ตัวเลขจะสอ่ื ความ (ตัวอยา่ งเช่น ตน้ ทุนเดิมหรือมลู ค่ายุตธิ รรม) ในบางรายการ การแสดงภาพทค่ี รบถ้วนอาจนำไปสู่ คำอธบิ ายของขอ้ เทจ็ จรงิ ที่ มนี ยั สำคญั เกย่ี วกับคุณภาพและลกั ษณะของรายการน้ัน ปจั จยั และ สภาพแวดล้อมทีอ่ าจกระทบคณุ ภาพและลกั ษณะของรายการเหล่านัน้ และกระบวนการทีใ่ ช้ในการ กำหนดการแสดงภาพท่ีเปน็ ตัวเลข 2.2.11.5 การแสดงภาพทเี่ ปน็ กลางคอื การเลอื กหรอื นำเสนอข้อมลู การเงินท่ีปราศจากอคติ การแสดงภาพทเ่ี ปน็ กลางจะไม่เอนเอียง ไมถ่ ่วงนำ้ หนักไปข้างใดขา้ งหนึ่ง ไม่ยำ้ เนน้ หรอื ยำ้ เนน้ หรอื มฉิ ะน้นั ไมป่ รุงแตง่ เพือ่ เพ่ิมความน่าจะเปน็ ไปทท่ี ำใหข้ ้อมูลการเงินเปน็ คุณหรือไมเ่ ปน็ คณุ ตอ่ ผใู้ ชข้ ้อมลู ที่ เป็นกลางมไิ ด้หมายความถึงขอ้ มลู ท่ีไม่มีวัตถุประสงค์หรอื ไมม่ อี ิทธิพลตอ่ พฤตกิ รรม ในทางตรงขา้ ม ขอ้ มลู การเงนิ ทเี่ ก่ียวขอ้ งกบั การตัดสนิ ใจโดยคำนยิ ามแลว้ สามารถทำให้ผู้ใช้ตัดสนิ ใจแตกตา่ งกนั ได้ 2.2.11.6 ความเปน็ กลางจะต้องมีการใช้ความรอบคอบ ความรอบคอบเปน็ การใช้ดลุ ยพินิจ ภายใต้เงือ่ นไขของความไม่แน่นอนอยา่ งระมดั ระวงั การใชค้ วามรอบคอบหมายความวา่ สนิ ทรพั ย์และ รายได้ไมแ่ สดงสูงเกินไป และหน้สี ินและค่าใชจ้ ่ายไมแ่ สดงตำ่ เกินไป6และการใชค้ วามรอบคอบกไ็ ม่ยอมให้ แสดงสินทรพั ยห์ รอื รายไดต้ ำ่ เกินไป หรือแสดงหนี้สินหรือค่ำใช้จ่ายสงู เกนิ ไป การแสดงรายการทข่ี ดั ตอ่ ข้อเทจ็ จริงดงั กลา่ วนำไปสูก่ ารแสดงรายได้สงู เกินไปหรือคา่ ใช้จา่ ยตำ่ เกินไปในรอบระยะเวลาอนาคต 2.2.11.7 การใชค้ วามรอบคอบไมไ่ ดม้ นี ัยถงึ ความจำเปน็ ต้องมีความอสมมาตร ตัวอยา่ งเช่น ระบบท่ีการรับรู้สนิ ทรพั ย์หรือรายได้ต้องมหี ลักฐานที่ชกั จูงใหเ้ ชอื่ มากกวา่ การรบั รหู้ นี้สนิ หรอื คา่ ใชจ้ า่ ย
ความอสมมาตรดังกล่าวมิใชล่ กั ษณะเชงิ คณุ ภาพของขอ้ มูลการเงินที่มีประโยชนแ์ มก้ ระนนั้ ก็ตามมาตรฐาน บางฉบับอาจมีขอ้ กำหนดทีอ่ สมมาตร หากเป็นผลที่ ตามมาของการตดั สินใจท่ีตัง้ ใจเลอื กข้อมลู ทีเ่ กี่ยวขอ้ ง กับการตัดสนิ ใจมากทส่ี ุดเพ่ือเป็นตวั แทนอันเทยี่ งธรรมถึงสง่ิ ทีต่ งั้ ใจจะสือ่ 2.2.11.8 ความเป็นตวั แทนอันเที่ยงธรรมมิได้หมายถึงความแม่นยำในทกุ แงม่ ุม การปราศจาก ข้อผดิ พลาดหมายความวา่ ไมม่ ีขอ้ ผิดพลาดหรอื ไมม่ กี ารละเว้นในคำบรรยายของปรากฏการณ์ และ กระบวนการทใี่ ชใ้ นการสร้างขอ้ มลู ท่ีรายงานได้เลือกและประยุกต์โดยไมม่ ขี ้อผิดพลาด ในบรบิ ทน้ีการ ปราศจากข้อผดิ พลาดมไิ ดห้ มายถงึ ความแม่นยำอยา่ งสมบรู ณแ์ บบในทุกแง่มมุ เชน่ ประมาณการราคา หรอื มูลค่าทไ่ี ม่สามารถสงั เกตได้ ไม่สามารถบอกไดว้ ่าแมน่ ยาหรอื ไม่แมน่ ยาอยา่ งไรกต็ าม คา่ ประมาณการ นน้ั สามารถเปน็ ตัวแทนอนั เท่ยี งธรรมหากจำนวนเงนิ ได้บรรยายไวอ้ ยา่ งชัดเจนและถูกต้องวา่ เป็น คา่ ประมาณการ มกี ารอธบิ ายถงึ ลกั ษณะและขอ้ จำกดั ของกระบวนการในการประมาณการ และไมม่ ี ขอ้ ผิดพลาดในการเลือกและประยกุ ต์กระบวนการท่เี หมาะสมเพ่ือการไดม้ าซึง่ ค่าประมาณการนั้น 2.2.11.9 เม่ือจำนวนท่ีเปน็ ตัวเงินในรายงานการเงินไม่สามารถสงั เกตไดโ้ ดยตรงและต้องใช้ การประมาณการแทนความไมแ่ นน่ อนของการวัดค่าจะเกิดขึน้ การใชค้ ่าประมาณการท่สี มเหตุสมผลเป็น ส่วนสำคญั ของการจัดทำขอ้ มูลการเงนิ และไม่ทำให้ประโยชนข์ องข้อมลู ลดลง หากคำ่ ประมาณการมีการ บรรยายและอธิบายอยา่ งชัดเจนและถูกตอ้ ง การมีความไม่แนน่ อนของการวดั ค่าในระดบั สงู ไมก่ ดี กนั ค่าประมาณการนนั้ ในการใหข้ อ้ มลู ทีเ่ ปน็ ประโยชน์ 2.2.12 การประยกุ ต์ลกั ษณะเชิงคุณภาพพ้ืนฐาน 2..2.12.1 ขอ้ มลู ตอ้ งมที ั้งความเกย่ี วข้องกับการตดั สนิ ใจและตอ้ งสามารถเป็นตัวแทนอันเท่ยี ง ธรรมถึงสงิ่ ท่ีต้งั ใจจะสื่อจงึ จะเปน็ ข้อมลู ทีม่ ีประโยชน์ความเป็นตัวแทนอนั เทย่ี งธรรมของปรากฏการณ์ทีไ่ ม่ เกี่ยวขอ้ งกับการตัดสนิ ใจหรอื การไม่เป็นตัวแทนอนั เที่ยงธรรมของปรากฏการณ์ท่ีเก่ียวข้องกบั การ ตดั สินใจไมช่ ว่ ยให้ผใู้ ชม้ กี ารตัดสนิ ใจที่ดี 2.2.12.2 กระบวนการที่มีประสิทธภิ าพและประสิทธิผลมากทส่ี ดุ สำหรบั การประยุกต์ลักษณะ เชิงคุณภาพพื้นฐานมกั จะเปน็ ดงั น้ี(ขึ้นอยกู่ บั ผลกระทบของลกั ษณะเสรมิ และข้อจำกัดดา้ นต้นทุนท่ไี มน่ ำมา พิจารณาในตวั อยา่ งน)้ี ลำดับแรก ระบุปรากฏการณเ์ ชงิ เศรษฐกิจที่ให้ขอ้ มลู ทเ่ี ป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ขอ้ มูล การเงนิ ของกจิ การท่ีเสนอรายงาน ลำดับท่สี องระบปุ ระเภทของข้อมูลเก่ยี วกบั ปรากฏการณ์นั้นซึ่งมคี วาม เกี่ยวขอ้ งกับการตัดสนิ ใจมากทสี่ ุด ลำดับทส่ี ามพจิ ารณาว่าข้อมูลมีพร้อมหรือไมแ่ ละสามารถเปน็ ตัวแทน อนั เทยี่ งธรรมถึงปรากฏการณ์เชงิ เศรษฐกจิ น้นั หรอื ไม่ หากเป็นเชน่ นั้นกระบวนการเพ่อื ให้ไดม้ าซ่งึ ลักษณะ เชิงคุณภาพพื้นฐานสิ้นสุด ณ จุดนั้น หากไมเ่ ปน็ เช่นน้นั ตอ้ งปฏิบตั ติ ามกระบวนการอีกครัง้ กับประเภท ข้อมูลที่เกย่ี วขอ้ งกับการตดั สินใจมากทส่ี ุดรองลงไป
2.2.12.3 ในบางกรณกี ารได้มาซึง่ ลกั ษณะเชงิ คุณภาพพืน้ ฐานลกั ษณะหนงึ่ แลกกบั การสญู เสีย ลักษณะเชงิ คณุ ภาพอีกอยา่ งหนึง่ อาจจำเป็นเพ่อื บรรลวุ ัตถปุ ระสงค์ของการรายงานทางการเงนิ ซง่ึ คอื การ ให้ขอ้ มลู ท่เี ปน็ ประโยชน์เกี่ยวกับปรากฏการณ์เชงิ เศรษฐกิจ ตวั อยา่ งเช่น ขอ้ มลู ที่เกยี่ วข้องกบั กรตัดสินใจ มากท่ีสดุ เก่ยี วกบั ปรากฏการณห์ น่งึ อาจเปน็ ค่าประมาณการที่มคี วามไม่แนน่ อนสงู ในบางกรณีระดับความ ไมแ่ นน่ อนของการวัดค่าที่ เกีย่ วขอ้ งกบั การประมาณการอาจสูงมากจนเกดิ ขอ้ สงสัยวา่ คา่ ประมาณการจะ เป็นตวั แทนอันเทยี่ งธรรมอยา่ งเพียงพอถึงปรากฏการณ์นั้นหรือไม่ในกรณีดังกล่าว ขอ้ มลู ทเี่ ปน็ ประโยชน์ มากทสี่ ดุ อาจเป็นคา่ ประมาณการที่มีความไมแ่ นน่ อนสูงซึ่งมาพรอ้ มกบั คำบรรยายของคา่ ประมาณการ และคำอธบิ ายของความไม่แน่นอนทีส่ ่งผลกระทบตอ่ คา่ ประมาณการน้ัน ในกรณอี ื่น หากขอ้ มลู นัน้ ไมเ่ ป็น ตัวแทนอนั เทยี่ งธรรมอยา่ งเพียงพอถงึ ปรากฏการณ์นั้น ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากท่ีสดุ อาจรวม คา่ ประมาณการอกี ประเภทหน่ึงท่มี ีความเกี่ยวข้องกับการตดั สินใจลดลงเพยี งเล็กน้อยแตม่ ีความไม่ แน่นอนของการวดั ค่าตำ่ กว่าในสภาพแวดล้อมที่ ไมบ่ อ่ ยนกั อาจไมม่ ีค่าประมาณการใดทใี่ หข้ ้อมูลทเี่ ปน็ ประโยชน์จงึ อาจจำเป็นทต่ี ้องให้ข้อมูลทไ่ี มอ่ าศยั ค่าประมาณการ 2.2.13 ลกั ษณะเชิงคุณภาพเสริม 2.2.13.1 การเปรียบเทยี บกนั ได้การพิสจู น์ยนื ยนั ไดค้ วามทันเวลาและความเข้าใจไดเ้ ป็น ลักษณะเชิงคณุ ภาพท่ีเสรมิ ความมีประโยชนข์ องข้อมลู ทที่ ้งั เก่ียวข้องกบั การตัดสนิ ใจและเป็นตวั แทนอัน เท่ยี งธรรมถงึ ส่ิงทต่ี ้งั ใจจะสื่อลกั ษณะเชิงคุณภาพเสรมิ อาจช่วยในการพิจารณาระหวา่ งสองแนวทางว่าควร ใช้แนวทางใดเพอ่ื แสดงภาพปรากฏการณ์ หากทงั้ สองแนวทางนัน้ ให้ขอ้ มลู ที่เก่ียวข้องกับการตัดสินใจ เทา่ กันและเปน็ ตัวแทนอนั เท่ยี งธรรมเทา่ กนั ถึงปรากฏการณ์นัน้ 2.2.14 การเปรยี บเทียบกนั ได้ 2.2.14.1 การตดั สินใจของผ้ใู ชเ้ กีย่ วขอ้ งกับการเลือกระหว่างทางเลอื กตา่ งๆ เชน่ การขาย หรือถือครองเงินลงทุนหรือการลงทุนในกจิ การแห่งหน่งึ หรืออีกแหง่ ดงั นั้น ข้อมลู เกีย่ วกบั กจิ การท่เี สนอ รายงานจะมีประโยชน์มากขนึ้ หากขอ้ มลู นนั้ สามารถเปรยี บเทยี บกนั ได้กับข้อมูลที่ คลา้ ยกนั เกย่ี วกบั กจิ การอ่นื และกบั ขอ้ มลู ที่คลา้ ยกนั เกย่ี วกบั กจิ การเดยี วกนั น้นั สำหรบั รอบระยะเวลาอ่ืนหรอื ณ วนั ท่อี ื่น 2.2.14.2 การเปรยี บเทียบกนั ได้เปน็ ลักษณะเชงิ คุณภาพท่ีทำใหผ้ ู้ใชส้ ามารถระบแุ ละเขา้ ใจความเหมือนและความแตกตา่ งของรายการตา่ งๆ การเปรยี บเทยี บกันไดไ้ ม่เหมอื นลกั ษณะเชิงคณุ ภาพ อืน่ คือไม่เกยี่ วกบั รายการเพยี งรายการเดียว การเปรยี บเทยี บตอ้ งมีอย่างน้อยสองรายการ 2.2.14.3 แม้ความสมำ่ เสมอเกีย่ วข้องกับการเปรยี บเทยี บกันได้แตไ่ มเ่ หมอื นกนั ความ สมำ่ เสมอหมายถงึ การใช้วธิ ีเดียวกนั กบั รายการท่เี หมือนกนั ไม่ว่าจะเปน็ จากรอบระยะเวลาหน่งึ สู่รอบ
ระยะเวลาหน่งึ ในกิจการทเี่ สนอรายงานเดียวกนั และในรอบระยะเวลาเดียวกันระหวา่ งกิจการตา่ งๆ การ เปรียบเทยี บกนั ไดเ้ ปน็ เปา้ หมายในขณะทค่ี วามสม่ำเสมอช่วยใหบ้ รรลเุ ปา้ หมายนน้ั 2.2.14.4 การเปรียบเทียบกนั ได้ไมใ่ ชก่ ารมรี ูปแบบเดียวกันการทขี่ ้อมูลจะเปรียบเทยี บกันได้ สิ่งทีเ่ หมือนกันตอ้ งดเู หมือนกันและสิ่งทแี่ ตกตา่ งกนั ตอ้ งดูแตกตา่ งกนั การเปรียบเทยี บกันได้ของข้อมูล การเงินจะไมเ่ พม่ิ ขึน้ ด้วยการทำให้ส่งิ ที่ ไมเ่ หมอื นกนั ดูเหมอื นกนั หรอื การทำให้ส่งิ ทเี่ หมอื นกันดูแตกตา่ ง กนั 2.2.14.5 การเปรยี บเทยี บกนั ได้ในระดับหน่ึงน่าจะไดม้ าโดยการทำให้เปน็ ไปตามลักษณะเชิง คุณภาพพ้ืนฐานความเป็นตวั แทนอนั เท่ยี งธรรมถงึ ปรากฏการณเ์ ชงิ เศรษฐกจิ ทเ่ี ก่ียวข้องกับการตดั สินใจ โดยธรรมชาตแิ ลว้ ควรเปรียบเทยี บกันไดใ้ นระดบั หน่ึงกับความเปน็ ตัวแทนอนั เท่ียงธรรมถึงปรากฏการณ์ เชิงเศรษฐกจิ ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การตดั สนิ ใจทค่ี ล้ายคลึงกันของกจิ การท่เี สนอรายงานอกี แหง่ หน่ึง 2.2.14.6 แมว้ า่ ปรากฏการณ์เชงิ เศรษฐกจิ สามารถเปน็ ตัวแทนอันเท่ยี งธรรมได้ในหลายวธิ กี าร อนุญาตให้เลือกใช้วิธีการบญั ชตี า่ งๆ สำหรบั ปรากฏการณเ์ ชงิ เศรษฐกจิ เดยี วกันจะทำให้การเปรยี บเทยี บ กนั ได้ลดลง 2.2.14.7 การพสิ ูจนย์ นื ยันได้ 2.2.14.8 การพสิ ูจนย์ นื ยันไดช้ ว่ ยให้ความเชอ่ื มั่นแก่ผใู้ ชว้ า่ ข้อมลู เป็นตัวแทนอนั เทย่ี งธรรมถึง ปรากฏการณ์เชิงเศรษฐกิจถึงสิง่ ที่ตง้ั ใจจะส่ือการพสิ ูจนย์ ืนยันได้หมายความวา่ ผสู้ งั เกตการณ์รายตา่ งๆ ที่ มคี วามรอบรูแ้ ละมคี วามเปน็ อิสระมฉี นั ทามติ แต่ไมจ่ ำเปน็ ตอ้ งเปน็ เอกฉันท์วา่ การแสดงภาพนนั้ คือความ เป็นตัวแทนอนั เทีย่ งธรรม ขอ้ มูลเชงิ ปรมิ าณที่พิสจู น์ยืนยันไดไ้ มจ่ ำเปน็ ต้องเปน็ ค่าประมาณการค่าเดยี ว ชว่ งของจำนวนเงนิ ทเี่ ป็นไปไดแ้ ละความน่าจะเปน็ ท่เี ก่ยี วข้องสามารถพิสจู น์ยนื ยันได้เช่นกนั 2.2.14.9 การพสิ ูจน์ยืนยันได้สามารถทำได้โดยตรงหรือโดยออ้ ม การพสิ จู นย์ ืนยนั โดยตรง หมายถงึ การพิสจู น์ยนื ยันจำนวนเงินหรอื การส่ือความอ่นื ด้วยการสงั เกตโดยตรง เชน่ การนบั เงนิ สดการ พิสจู นย์ นื ยันโดยอ้อมหมายถึงการตรวจสอบปัจจัยนำเข้าแบบจำลอง สูตรหรือเทคนิคอน่ื และการคำนวณ ผลลพั ธอ์ ีกคร้งั ดว้ ยวิธีเดยี วกัน เช่น การพิสจู นย์ ืนยันมลู คา่ ตามบญั ชีของสินค้าคงเหลอื ด้วยการตรวจสอบ ปจั จยั นำเขา้ (ปริมาณและตน้ ทุน) และคำนวณสนิ ค้าคงเหลอื สิ้นงวดอีกคร้ังดว้ ยขอ้ สมมติการไหลเล่อื น ของต้นทนุ เดียวกัน (เช่น การใชว้ ิธีเข้าก่อน ออกกอ่ น) 2.2.14.10 การพิสูจน์ยืนยนั คำอธิบายและขอ้ มูลการเงนิ คาดการณอ์ นาคตบางอยา่ งอาจ เปน็ ไปไมไ่ ด้จนกวา่ อนาคตจะมาถึงซงึ่ บางครัง้ อาจพสิ ูจน์ยนื ยันไม่ไดเ้ ลย เพื่อชว่ ยผู้ใชใ้ นการตัดสนิ ใจวา่ จะ ใช้ขอ้ มูลน้นั หรอื ไม่ โดยปกตแิ ลว้ จำเปน็ ตอ้ งเปิดเผยข้อสมมตทิ ีใ่ ช้ในการจดั ทำขอ้ มูลนน้ั วธิ ีรวบรวมข้อมูล และปจั จยั และสภาพแวดล้อมอ่ืนทีส่ นบั สนนุ ข้อมูลน้นั ความทันเวลา
2.2.14.11 ความทันเวลา หมายถงึ การมีขอ้ มูลพร้อมให้ผตู้ ัดสินใจในเวลาท่ี ขอ้ มูลสามารถมี อิทธิพลต่อการตดั สนิ ใจ โดยทัว่ ไปข้อมลู ย่งิ ยอ้ นอดตี นานขึน้ ข้อมูลย่งิ มปี ระโยชน์น้อยลง แต่ขอ้ มูล บางอยา่ งอาจยงั ถือวา่ มีความทันเวลาไปอีกนานหลังส้นิ รอบระยะเวลารายงานด้วยเหตผุ ลเช่น ผู้ใชบ้ างราย อาจจำเป็นต้องระบแุ ละประเมนิ แนวโนม้ ความเข้าใจได้ 2.2.14.12 การจดั ประเภท การกำหนดลักษณะ และการนำเสนอขอ้ มลู อยา่ งชดั เจนและ กระชับทำให้ขอ้ มูลนั้นเป็นทเ่ี ข้าใจได้ 2.2.14.13 ปรากฏการณ์บางอย่างโดยตวั เองแลว้ มีความซับซ้อนและไมส่ ามารถทำให้งา่ ยตอ่ ความเข้าใจการไม่รวมขอ้ มูลเกยี่ วกบั ปรากฏการณ์นั้นในรายงานการเงินอาจทำให้ขอ้ มูลในรายงานการเงิน ง่ายขน้ึ ตอ่ ความเขา้ ใจ แตร่ ายงานการเงินน้ันจะไมส่ มบรู ณแ์ ละอาจเปน็ ไปได้ท่ี จะทำให้เกิดความเข้าใจผดิ 2.2.14.14 รายงานการเงินจัดทำเพ่ือผใู้ ชท้ ่มี ีความรเู้ กี่ยวกับกจิ กรรมทำงธรุ กิจและเศรษฐกจิ อยา่ งสมเหตสุ มผลและเปน็ ผูท้ ีท่ บทวนและวเิ คราะห์ข้อมลู นนั้ ด้วยความอตุ สาหะ บางครง้ั แม้ผใู้ ช้ท่ีมีความ อุตสาหะและรบั ทราบข้อมลู เป็นอย่างดียังอาจจำเป็นต้องแสวงหาความชว่ ยเหลือจากท่ี ปรกึ ษาเพ่ือให้ เขา้ ใจขอ้ มลู เก่ียวกับปรากฏกำรณ์เชงิ เศรษฐกจิ ทซ่ี ับซ้อน 2.2.15 การประยุกตล์ ักษณะเชิงคณุ ภาพเสริม 2.2.15.1 ลักษณะเชิงคณุ ภาพเสรมิ ควรนำมาประยกุ ตใ์ หค้ รอบคลุมมากท่ีสดุ เทา่ ทจ่ี ะเป็นไป ได้อยา่ งไรก็ตามลกั ษณะเชิงคุณภาพเสริม ไม่วา่ จะนำมาประยกุ ต์โดยลำพงั หรอื เปน็ กลมุ่ ไม่สามารถทำให้ ขอ้ มูลมีประโยชนไ์ ดห้ ากขอ้ มลู นัน้ ไมเ่ ก่ยี วขอ้ งกับการตดั สินใจหรอื ไม่เปน็ ตวั แทนอันเทย่ี งธรรมถงึ ส่ิงทตี่ ง้ั ใจ จะสอ่ื 2.2.15.2 การประยุกตล์ ักษณะเชงิ คุณภาพเสรมิ เปน็ กระบวนการทีต่ อ้ งทบทวนเป็นประจำ โดยไม่มีการกำหนดลำดับไวใ้ นบางคร้งั อาจตอ้ งลดลกั ษณะเชิงคุณภาพเสรมิ หนงึ่ เพอ่ื เพ่มิ ลกั ษณะเชิง คุณภาพเสริมอกี อยา่ งหนึ่งให้มากทีส่ ดุ เชน่ การลดการเปรยี บเทียบกนั ได้เป็นการช่วั คราวซึง่ เปน็ ผลของ การใชม้ าตรฐานการรายงานทางการเงนิ ฉบับใหมแ่ บบเปลย่ี นทันทีเป็นต้นไปอาจคุม้ ค่าเพอื่ เพม่ิ ความ เก่ียวขอ้ งกบั การตดั สนิ ใจหรอื ความเปน็ ตวั แทนอันเที่ยงธรรมในระยะยาวการเปดิ เผยขอ้ มลู ทีเ่ หมาะสม อาจชดเชยการเปรยี บเทยี บกนั ไม่ได้ในบางส่วน 2.2.16 ข้อจำกดั ดา้ นตน้ ทนุ ต่อการรายงานทางการเงินที่มีประโยชน์ 2.2.16.1 ตน้ ทุนเป็นข้อจำกดั ในวงกวา้ งของขอ้ มูลทไ่ี ด้จากการรายงานทางการเงิน การ รายงานขอ้ มลู การเงนิ มตี น้ ทุนจึงมีความสำคญั ทีต่ ้นทนุ นน้ั ตอ้ งคมุ้ กับผลประโยชนข์ องการรายงานข้อมลู นัน้ ต้นทุนและผลประโยชน์ทีจ่ ะนำมาพจิ ารณามหี ลายประเภท
2.2.16.2 ผใู้ หข้ ้อมูลการเงนิ ใชค้ วามพยายามสว่ นใหญไ่ ปกบั การรวบรวม การประมวลผล การพิสูจน์ยนื ยันและการเผยแพร่ขอ้ มลู การเงนิ แตใ่ นท้ายที่สุดผู้ใชเ้ ป็นผแู้ บกรับตน้ ทุนนั้นในรูปของ ผลตอบแทนทลี่ ดลง ผใู้ ช้ข้อมลู การเงินยงั มตี ้นทุนการวเิ คราะหแ์ ละการตีความขอ้ มูลทีไ่ ด้ดว้ ย หากไม่ได้รบั ข้อมูลทีต่ ้องใชผ้ ใู้ ช้จะมีต้นทนุ ส่วนเพ่มิ เพอ่ื ให้ไดร้ ับข้อมลู นนั้ จากแหลง่ อ่นื หรอื ประมาณการขอ้ มลู นนั้ ขน้ึ เอง 2.2.16.3 การรายงานข้อมูลการเงนิ ทเ่ี กี่ยวข้องกับการตดั สนิ ใจและเปน็ ตัวแทนอันเทีย่ งธรรม ถงึ ส่งิ ทต่ี ง้ั ใจจะสื่อชว่ ยให้ผู้ใชต้ ดั สินใจด้วยความเชือ่ ม่ันยงิ่ ขน้ึ ซ่งึ สง่ ผลให้การทำหนา้ ทขี่ องตลาดทนุ มี ประสทิ ธภิ าพมากยง่ิ ขนึ้ และต้นทนุ เงินทนุ ตำ่ ลงสำหรบั เศรษฐกจิ ในภาพรวม นักลงทนุ ผูใ้ ห้กหู้ รอื เจ้าหน้ี อ่นื แต่ละรายยงั ไดร้ บั ผลประโยชนจ์ ากการตดั สนิ ใจด้วยการรบั ทราบข้อมลู ท่ีมากขน้ึ อยา่ งไรกต็ าม เปน็ ไป ไมไ่ ดท้ ี่รายงานการเงนิ เพือ่ วตั ถุประสงคท์ ว่ั ไปจะให้ขอ้ มลู ทง้ั หมดทผี่ ใู้ ช้ทกุ คนเห็นว่ามีความเกยี่ วข้องกบั การตดั สนิ ใจ 2.2.16.4 ในการประยุกตข์ อ้ จำกดั ดา้ นตน้ ทนุ คณะกรรมการฯประเมินวา่ ผลประโยชน์ของ การรายงานขอ้ มูลเรือ่ งใดเร่อื งหน่ึงนา่ จะคมุ้ กับตน้ ทนุ ท่เี กดิ ขึ้นเพือ่ ใหแ้ ละใช้ข้อมูลนัน้ หรอื ไม่ เมอ่ื คณะกรรมการฯประยกุ ตข์ ้อจำกัดดา้ นต้นทุนในการพัฒนาข้อเสนอมาตรฐานการรายงานทางการเงนิ คณะกรรมการฯจะแสวงหาขอ้ มลู จากผู้ให้ขอ้ มลู การเงิน ผใู้ ชผ้ ู้สอบบญั ชนี กั วชิ าการและบคุ คลอน่ื เก่ยี วกบั ลกั ษณะและปริมาณของผลประโยชนท์ ่คี าดว่าจะไดร้ บั และต้นทนุ ทีค่ าดวา่ จะเกิดของข้อเสนอมาตรฐาน การรายงานทางการเงนิ น้ัน ในสถานการณส์ ่วนใหญ่การประเมนิ จะองิ กับข้อมูลทง้ั เชงิ ปรมิ าณและเชงิ คุณภาพรวมกัน 2.2.16.5 ด้วยอตั วสิ ยั เองการประเมินต้นทนุ และผลประโยชนข์ องการรายงานข้อมูลการเงนิ รายการใดรายการหนงึ่ โดยผู้ประเมินคนละคนกนั จะได้ผลทแ่ี ตกตา่ งกัน ดงั นนั้ คณะกรรมการฯจงึ พยายาม ทีจ่ ะพิจารณาต้นทนุ และผลประโยชนท์ ่เี กี่ยวขอ้ งกบั การรายงานทางการเงนิ โดยทัว่ ไปและไมเ่ พียง เกย่ี วขอ้ งกบั กิจการที่เสนอรายงานแต่ละกจิ การท้ังน้ีไมไ่ ดห้ มายความวา่ การประเมินต้นทนุ และ ผลประโยชน์จะสนับสนนุ วา่ การใชข้ อ้ กำหนดการรายงานที่เหมอื นกันสำหรบั ทกุ กิจการมคี วามเหมาะสม เสมอไปการใช้ข้อกำหนดทแี่ ตกตา่ งกนั อาจเหมาะสมเพราะขนาดทแ่ี ตกตา่ งกันของกจิ การ แนวทางที่ แตกตา่ งกันในการระดมทุน (ผ่านสาธารณชนหรือเอกชน) ความต้องการของผูใ้ ชท้ แ่ี ตกตา่ งกันหรอื ปัจจัย อื่น
2.3 หลักการเศรษฐกิจพอเพียง 2.3.1 ความพอประมาณ คอื การดำรงชีวติ ให้เหมาะสม ซง่ึ เราควรจะมีความพอประมาณทั้งการหา รายได้ และพอประมาณในการใชจ้ ่าย ความพอประมาณในการหารายได้ คอื ทำงานหารายได้ด้วย ชอ่ งทางสจุ ริต ทำงานให้เตม็ ความสามารถ ไมเ่ บยี ดเบียนผูอ้ ื่น สว่ นความพอประมาณในการใชจ้ ่าย หมายถึง การใชจ้ ่ายให้เหมาะกับฐานะความเป็นอยู่ ไม่ใช้จา่ ยฟมุ่ เฟือยหรอื ใช้จา่ ยเกินตัว และใน ขณะเดียวกนั ก็ใชจ้ ่ายในการดแู ลตนเอง และครอบครัวอยา่ งเหมาะสม ไม่อยอู่ ย่างลำบาก และฝดื เคือง จนเกนิ ไป 2.3.2 ความมเี หตผุ ล ไม่วา่ จะเป็นการทำธรุ กิจ หรือการดำรงชีวติ ประจำวัน เราจำเปน็ ตอ้ งมี การตดั สินใจตลอดเวลา ซง่ึ การตัดสนิ ใจท่ีดี ควรต้งั อยู่บนการไตรต่ รองถึงเหตุ รวมทงั้ คำนงึ ถงึ ผลทอี่ าจ ตามมาจากการตดั สนิ ใจอย่างรอบคอบ ไม่ใชต่ ัดสนิ ใจตามอารมณ์ หรือจากสงิ่ ทค่ี นอ่ืนบอกมาโดย ปราศจากการวิเคราะห์ 2.3.3 การมภี มู คิ ุ้มกนั ทด่ี ี คอื การเตรียมตัวใหพ้ ร้อมรบั กับความเปล่ยี นแปลง ในโลกท่ีไม่มี อะไรแน่นอน ท้ังสภาพลม ฟา้ อากาศทไ่ี มเ่ อื้ออำนวยตอ่ การทำเกษตร การเปลยี่ นแปลงในบรษิ ัทคคู่ ้า การ เลกิ จ้างพนกั งานในบริษัทใหญ่ หรอื แมแ้ ตค่ วามไม่แนน่ อนของสถานการณท์ งั้ ในและต่างประเทศทม่ี ีผลตอ่ การลงทุน เราจงึ จำเปน็ ต้องเรยี นรู้ทีจ่ ะดำรงอยูไ่ ดด้ ้วยการพึง่ พาตนเอง และตั้งอยูใ่ นความไมป่ ระมาทอยู่ เสมอ เช่น เตรยี มแผนสำรองสำหรับแตล่ ะสถานการณ์ การมรี ายไดห้ ลายทางเพือ่ ลดความเสย่ี งในวันท่ีถกู เลกิ จ้าง หรอื การกระจายความเสย่ี งในการลงทนุ โดยการดำรงชวี ิตตามหลกั การทง้ั สามข้อนน้ั จำเปน็ ต้องมีความรแู้ ละคุณธรรมประกอบด้วย ความรชู้ ่วยสรา้ งภมู ิคุ้มกันท่เี หมาะสม เช่น ความรูใ้ นการประกอบวชิ าชีพช่วยให้ธุรกิจและการงาน เจริญกา้ วหน้า หรือความร้ใู นการลงทนุ ช่วยสรา้ งภูมิคมุ้ กันให้นักลงทนุ ทง้ั น้ี ความรู้และประสบการณ์ จะ ชว่ ยทำใหเ้ ราตดั สนิ ใจได้อยา่ งเปน็ เหตเุ ป็นผล ถึงแม้วา่ พืน้ ฐานความคิดและประสบการณท์ ่ีแตกต่างกัน อาจทำให้เหตผุ ลของแต่ละคนน้ันแตกต่างกัน แตห่ ากทุกคนยึดมั่นอยู่ในหลักคุณธรรม กจ็ ะทำใหก้ ารอยู่ ร่วมกนั ในสงั คมเปน็ ไปอย่างสงบสุข “บัญชคี รัวเรือน” เป็นการประยกุ ต์ทางการบัญชีเพอ่ื ใชเ้ ป็นเคร่ืองมอื ประเภทหนงึ่ ในปรชั ญา เศรษฐกจิ พอเพยี ง ผู้จัดทำบัญชคี รัวเรือนสามารถลดคา่ ใชจ้ ่ายท่ีไมจ่ ำเปน็ ทำให้เกิดการประหยัดและการ ออมและในที่สดุ จะสามารถแกไ้ ขปัญหาหนสี้ ินได้อยา่ งย่ังยนื จากรายงานการวิจัยหลายฉบับได้สนบั สนนุ ถงึ ประโยชนข์ องการจดั ทำบัญชคี รัวเรอื นแต่พบวา่ บุคคลส่วนใหญ่ยังคงไมม่ ีการจดั ทำบทความนี้จงึ มี วัตถุประสงค์เพอ่ื เผยแพรค่ วามรใู้ นการจดั ทำบญั ชคี รัวเรอื นอนั จะเปน็ ผลใหม้ ีการจัดทำบญั ชคี รัวเรือน มากกวา่ ทเ่ี ปน็ อยู่ในปจั จบุ นั คำสำคัญ: บัญชคี รัวเรอื น การบญั ชปี ระยกุ ต์ เศรษฐกิจพอเพียง
2.3.4 บทนำ 2.3.4.1 วัตถปุ ระสงคข์ องการบันทึกบญั ชกี ค็ ือ เพ่อื ใชเ้ ป็นเครือ่ งมือในการวัดผลการ ดำเนินงานของกจิ การใหข้ ้อมลู ในการบรหิ ารงานและตัดสนิ ใจแกผ่ ู้บรหิ ารของกิจการ นอกจากการบญั ชมี ี ความสำคญั ทางดา้ นธรุ กิจแล้วยงั สามารถนำการบญั ชมี าใช้ในชีวติ ประจำวนั ไดอ้ ีกดว้ ย โดยมีการนำการ บัญชมี าประยุกตเ์ พื่อเปน็ เคร่ืองมืออยา่ งหนึง่ ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ซงึ่ เรยี กว่า “บญั ชีครัวเรอื น” เพอ่ื สำหรับการบันทกึ รายรบั และรายจา่ ย อนั จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้จัดทำหลายประการ จากรายงาน การวิจยั หลายฉบบั ไดส้ นบั สนนุ ถึงประโยชน์ของการ จัดทำบญั ชีครัวเรือน แต่พบว่าบุคคลสว่ นใหญย่ ังคง ไมม่ กี ารจดั ทำ สาเหตุหน่ึงเนอ่ื งมาจากการขาดความรแู้ ละความเขา้ ใจในการจัดทำ บทความจงึ มี วตั ถุประสงค์เพ่ือเผยแพร่ความรใู้ นการจดั ทำบัญชีครวั เรือน เพือ่ ให้มกี ารจัดทำบญั ชีครัวเรือนแพรห่ ลาย มากย่งิ ขนึ้ ความหมายของคำว่า “การบญั ชี” มีผู้ให้ความหมายของคำว่า “การบัญชี” ไว้ดงั นี้ เชาวลีย์ พงศผ์ าติโรจน์ และ วรศกั ด์ิ ทมุ มานนท์ (2552, หนา้ 2) อา้ งถงึ สมาคมนกั บัญชีและผสู้ อบ บัญชรี ับ อนญุ าตในสหรฐั อเมรกิ า ไดใ้ ห้คำจำกดั ความของคำว่าการบัญชีไว้ดงั นี้ การบัญชีเป็นศลิ ปะของการ จด บนั ทกึ รายการ หรอื เหตกุ ารณท์ ่เี กี่ยวข้องกับการเงนิ ไวใ้ นรูปของเงนิ ตรา จัดแยกหมวดหมขู่ องรายการท่ี บันทึก สรปุ ผลและวเิ คราะห์ความหมายของรายการท่ไี ดจ้ ดบนั ทึกไว้ โดยจัดทำในรูปของรายงานทางการ เงิน ธารี หิรญั รศั มี, สุภาพร เชิงเอ่ยี ม, ภาวณิ ี มะโนวรรณ และ ประภาภรณ์ เกียรติกุลวัฒนา (2549, หน้า 9) กล่าวว่า การบัญชี หมายถงึ ศิลปะการจดบนั ทึกรายการหรอื เหตุการณ์สำคัญทางการเงินไว้ในรูป เงนิ ตรา ตลอดจนการจัดประเภท สรุปผล และตคี วามหมายของรายการท่จี ดบันทึกนัน้ อรุณี อยา่ งธารา, อรสา วรี ะประดษิ ฐ์, ณฏั ฐพร เหล่าธรรมทศั น์ และวภิ าดา ตนั ติประภา (2554, หน้า 1) กล่าววา่ การบัญชี คอื การคดั เลอื ก การจดบนั ทกึ การจำแนก การสรุปผล และการจดั ทำรายงาน ทางการเงิน โดยใช้หน่วย วัดเปน็ เงินตรา รวมถงึ การแปลความหมายของรายงานเกีย่ วกับการเงนิ ดงั กล่าวเพื่อนำไป ใช้ในการ ตดั สนิ ใจไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง สรปุ ได้วา่ การบัญชี หมายถึง การเกบ็ รวบรวมข้อมูลทางการเงิน แล้วนำมาบนั ทกึ จดั หมวดหมู่ วิเคราะห์ แล้วจดั ทำเป็นรายงานทางการเงนิ ต่าง ๆ เพือ่ นำข้อมลู จากรายงานเหล่านนั้ ไปใช้ ประโยชน์ในการ บริหารงานและตดั สินใจตอ่ ไป ความหมายของบญั ชีครัวเรอื น บญั ชีครวั เรอื น (home accounting) เปน็ การนำการบญั ชมี าประยกุ ตเ์ พอื่ เป็นเคร่ืองมอื อยา่ งหน่งึ ของ ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง โดยเปน็ บญั ชที ีใ่ ช้สำหรับบนั ทกึ รายได้และรายจ่าย รายไดแ้ ละรายจ่ายท่บี ันทึกอาจเปน็ รายไดแ้ ละ รายจ่ายส่วนบคุ คล หรอื รายไดแ้ ละรายจ่ายท่เี ปน็ ตน้ ทนุ ในการผลติ ของธุรกิจขนาดย่อม เพือ่ ทจ่ี ะทำให้ ผู้ ประกอบกิจการทราบถึงผลกำไรหรือขาดทนุ จากการประกอบธรุ กจิ นั้น โดยในบทความนีจ้ ะกลา่ วถึงการ บันทึก บญั ชีรายได้และรายจา่ ยทเ่ี ป็นของส่วนบคุ คลหรอื ครอบครวั โดยข้อมูลรายไดแ้ ละรายจ่ายทไ่ี ดจ้ าก การบนั ทกึ จะ ถูกวิเคราะหเ์ พอ่ื ใชป้ ระโยชน์ต่อไป
2.3.5 วัตถปุ ระสงคข์ องการบนั ทึกบัญชี โดยท่วั ๆไปจดุ ม่งุ หมายของการบนั ทึกรายการทางการบัญชกี ็เพือ่ จดั ใหม้ ีข้อมูลท่ีเกย่ี วขอ้ งกับ สินทรัพยท์ ่ีกจิ การเปน็ เจ้าของ หนี้สนิ ทีก่ จิ การได้ก่อไว้และทุนของเจ้าของกจิ การท่ีนำมาลงตลอดจนผล การดำเนนิ งานของกจิ การ กลา่ วคอื มุ่งเน้นเพือ่ การบรหิ ารงานทางธรุ กจิ โดยการจัดทำรายงานทางการ บัญชเี พ่อื ให้ เจา้ ของกจิ การทราบถึงผลการดำเนนิ งานทีผ่ ่านมาว่าไดก้ ำไรหรอื ขาดทนุ เทา่ ไรหากเกิดการ ขาดทุนหรือกำไรนอ้ ยกว่าที่ควรจะเปน็ จะได้หาหนทางแก้ไขเพอ่ื ให้สามารถดำเนินธุรกิจให้อย่รู อด ปลอดภยั และสามารถเจรญิ เตบิ โตตอ่ ไปในอนาคตได้ ในปัจจบุ ันนอกจากการจดั ทำบัญชเี พื่อประโยชน์ทาง ธุรกจิ แล้วยงั สามารถจัดทำบัญชเี พ่อื ประโยชนส์ ่วนบุคคลไดอ้ กี ดว้ ย โดยมกี ารนำการบัญชเี ข้ามา ประยกุ ต์ใชก้ บั เรอ่ื งเศรษฐกิจพอเพยี ง ซึง่ เรียกว่า “บัญชี ครัวเรอื น” วัตถปุ ระสงคข์ องการบนั ทกึ บญั ชี ครัวเรอื น กเ็ พื่อใหผ้ บู้ ันทกึ ทราบถงึ รายไดแ้ ละคา่ ใช้จา่ ยของตนและ ครอบครัว และเนอื่ งจากทุกคร้งั ท่ี บันทกึ บญั ชจี ะทราบถึงยอดเงินคงเหลือของตน จงึ สามารถวางแผนการใชจ้ ่าย ตอ่ ไปไดอ้ ยา่ งรอบคอบ ไม่ ใชจ้ า่ ยเกนิ กวา่ เงนิ คงเหลือ เมอ่ื ผู้บันทกึ ทำการวิเคราะหร์ ายได้และค่าใช้จา่ ยของตนทไี่ ด้บันทึกไวแ้ ล้วจะ สามารถลดค่าใช้จ่ายท่ีไมจ่ ำเป็นทำใหเ้ กิดการประหยัดและการออม และหากมกี ารใช้จา่ ยเท่าทม่ี กี จ็ ะไม่ ก่อใหเ้ กดิ หน้สี นิ จงึ สามารถแก้ไขปญั หาหนส้ี ินไดอ้ ยา่ งยงั่ ยนื บญั ชีครัวเรือนกบั ชวี ิตประจำวนั การดำเนนิ ชวี ติ ประจำวันย่อมมรี ายรับและรายจ่ายตา่ งๆท่เี กิดข้นึ รายรบั ได้มาจากการทำมาหาเล้ยี งชีพทงั้ จากอาชพี หลักและอาชพี รอง สว่ นรายจ่ายกไ็ ดแ้ กค่ ่าใช้จา่ ยต่างๆ ไดแ้ กค่ ่าอุปโภคและบรโิ ภคท่จี ำเป็นต่อการ ดำรงชีวติ ซึ่งค่าใช้จา่ ยเหล่านมี้ จี ำนวนเพิ่มสงู ข้ึนมาโดยตลอดและไม่มแี นวโนม้ ที่จะลดลง บญั ชีครวั เรอื น เป็น บัญชีท่ีใชส้ ำหรบั บันทึกรายได้และรายจา่ ยทเี่ กดิ ข้ึนในชวี ิตประจำวนั ของเราว่าในแต่ละวนั เรามีรายได้ เขา้ มาแล้วจา่ ยคา่ ใชจ้ ่ายออกไปเท่าไร ปจั จุบันยอดเงนิ คงเหลอื มเี ทา่ ไรทำให้เกิดการวางแผนการใชจ้ า่ ย ตอ่ ไปอย่าง รอบคอบใช้จา่ ยอย่างพอเพียงเท่าที่มีอยา่ งระมัดระวัง ความเกีย่ วข้องระหว่างบญั ชีครัวเรอื น และเศรษฐกจิ พอเพยี ง เน่อื งจากผจู้ ัดทำบัญชีครัวเรือนจะสามารถทราบถงึ รายไดแ้ ละคา่ ใช้จ่ายของตน และครอบครัว จงึ สามารถวางแผนการใช้จา่ ยต่อไปได้อยา่ งรอบคอบเกิดความพอประมาณในการใชจ้ ่าย สามารถลดค่าใชจ้ า่ ยท่ีไมจ่ ําเปน็ ทำใหเ้ กิดการประหยัดและการออม และหากมีการใชจ้ า่ ยเทา่ ทีม่ ีก็จะไม่ กอ่ ให้เกดิ หนีส้ ิน จึงสามารถแก้ไขปญั หาหนสี้ นิ ได้อยา่ งยั่งยืน เป็นผลให้เกดิ ภูมคิ ุม้ กนั ทดี่ ใี นการรับการ เปลี่ยนแปลงทางการเงนิ ท่ีอาจเกิดขน้ึ ในอนาคต หากเกดิ การตกงานหรืออบุ ัติเหตทุ ่ีทำให้ไม่สามารถหา รายไดม้ าเลีย้ งชีพตนเองและครอบครวั ได้ การบันทึกบัญชีครัวเรือน จงึ สามารถทำให้ผู้บันทกึ เกดิ คณุ สมบัติ 3 ขอ้ คอื 2.3.5.1 ความพอประมาณในการใช้จ่าย 2.3.5.2 มเี หตมุ ีผลในการตดั สินใจใช้จา่ ย ใช้จา่ ยอยา่ งรอบคอบ และระมัดระวงั
2.2.5.3 กอ่ ให้เกิดภมู คิ ุ้มกันที่ดใี นการรบั การเปลยี่ นแปลงทางการเงนิ ทีอ่ าจเกดิ ขึ้นในอนาคต ซงึ่ เป็นไปตามคุณลักษณะสำคัญ 3 ประการในองคป์ ระกอบของเศรษฐกจิ พอเพยี ง โดยอยู่ภายใต้ 2 เงอ่ื นไข คือ ก. ความรใู้ นการจดั ทำบัญชคี รัวเรอื น การวเิ คราะหร์ ายได้และค่าใช้จา่ ยที่ไดบ้ ันทกึ ไว้ ข. คณุ ธรรม คือการดำเนินชีวติ ด้วยความอดทน และใช้สติปัญญาในการดำเนนิ ชวี ิต ผ้บู ันทกึ บัญชคี รวั เรือนสามารถทำใหเ้ กิดความพอเพียงหรือพอประมาณกับตนเองอยูไ่ ด้อย่างพอกินพอใช้ ไมเ่ ดือดรอ้ น เป็นการยดึ ทางสายกลาง โดยเมื่อทำอะไรก็ตามให้พอเหมาะพอควรและมเี หตมุ ีผลประโยชน์ ทไ่ี ด้รบั จากการบนั ทึกบญั ชคี รวั เรอื นดงั กล่าวขา้ งตน้ ให้ผลสอดคลอ้ งกับความหมายคณุ สมบตั ิและเง่ือนไข ทเี่ ป็นองคป์ ระกอบของเศรษฐกิจพอเพียงจึงถอื ได้วา่ บัญชีครวั เรือนเปน็ เครื่องมืออยา่ งหนึ่งที่ถูกนำมาใชใ้ น ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง 2.3.6 ความหมายของเศรษฐกิจพอเพยี ง เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาในพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ ัวภมู พิ ลอดุลยเดช มผี ู้ให้ ความหมายของ คำวา่ “เศรษฐกิจพอเพยี ง” ไวด้ งั น้ี ดร.สุเมธ ตนั ตเิ วชกลุ (2550, หนา้ 45) ได้กลา่ วสรุป ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนว พระราชดำรไิ วว้ า่ หมายถึง เศรษฐกจิ ที่สามารถอุม้ ชูตวั เองได้ ใหม้ คี วามพอเพียงกบั ตวั เอง (self-sufficiency) อยไู่ ด้โดยไมเ่ ดอื ดรอ้ น ซง่ึ ตอ้ งสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกจิ ของตวั เองให้ดเี สียก่อน คอื ให้ตนเองสามารถอยไู่ ดอ้ ยา่ ง พอกนิ พอใช้ มิได้มงุ่ หวงั ท่จี ะสรา้ งความเจริญยก เศรษฐกจิ ให้เจรญิ อยา่ งรวดเร็วเพยี งอย่างเดียว ศาสตราจารย์ นายแพทยป์ ระเวศ วะสี (2550, หนา้ 5-6) กลา่ วว่า เศรษฐกจิ พอเพียง หมายถึง พอเพียงในอย่างน้อย 7 ประการด้วยกัน คือ 2.3.6.1 พอเพยี งสำหรบั ทุกคนทุกครอบครวั ไมใ่ ช่เศรษฐกจิ แบบทอดทง้ิ กนั 2.3.6.2 จิตใจพอเพยี งทำให้รักและเออื้ อาทรคนอนื่ ได้คนทีไ่ มพ่ อจะรกั คนอ่นื ไมเ่ ปน็ และ ทำลายมาก 2.3.6.3 ส่งิ แวดลอ้ มพอเพียง การอนรุ กั ษแ์ ละเพิม่ พนู สิ่งแวดลอ้ ม ทำให้ยงั ชพี และทำมาหากนิ ได้ เชน่ การทำเกษตรผสมผสานซง่ึ ไดท้ ั้งอาหารไดท้ ั้งส่งิ แวดลอ้ มและได้ทั้งเงนิ 2.3.6.4 ชุมชนเขม้ แขง็ พอเพียง การรวมตวั กันเปน็ ชมุ ชน เข้มแขง็ จะทำใหส้ ามารถแกป้ ญั หา ตา่ งๆได้ เชน่ ปัญหาสงั คม ปญั หาความยากจน หรอื ปญั หาสิ่งแวดลอ้ ม 2.3.6.5 ปัญญาพอเพียง มกี ารเรียนร้รู ว่ มกันในทางปฏิบัติ และปรบั ตวั ได้อย่างตอ่ เนื่อง 2.3.6.6 อยู่บนพืน้ ฐานวัฒนธรรม พอเพยี ง วฒั นธรรมหมายถึง วถิ ีชีวติ ของกลุ่มชนท่ีสมั พนั ธ์ อย่กู ับสงิ่ แวดล้อมท่ีหลากหลายดงั นั้น เศรษฐกิจจึงควรสมั พนั ธแ์ ละเติบโตขนึ้ จากพืน้ ฐานทางวัฒนธรรมจงึ จะมัน่ คง เช่น เศรษฐกิจของจังหวัดตราดขณะนีไ้ มก่ ระทบกระเทือนจากฟองสบแู่ ตกไม่มคี นตกงานเพราะ
อยู่บนพืน้ ฐานของสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมทอ้ งถ่นิ ทีเ่ อื้อต่อการทำสวนผลไม้ทำการประมงและการ ท่องเทย่ี ว 2.3.6.7 มีความมัน่ คงพอเพยี ง ไม่ใชว่ บู วาบ เด๋ยี วจนเด๋ียวรวยแบบกะทนั หนั เด๋ียวตกงานไม่มี กินไมม่ ใี ช้ ถา้ เปน็ แบบนนั้ ประสาทมนษุ ยค์ งทนไมไ่ หวตอ่ ความผันผวนทเ่ี ร็วเกินจนสุขภาพจิตเสยี เครียด เพ้ยี น รนุ แรง ฆ่าตวั ตาย ติดยา เศรษฐกิจพอเพียงทม่ี นั่ คงจงึ ทำใหส้ ขุ ภาพจิตดี สรปุ ได้ว่า เศรษฐกิจ พอเพียง หมายถึง เศรษฐกจิ ทส่ี ามารถทำให้เกิดความพอเพียงหรือพอประมาณกบั ตนเองอยู่ไดอ้ ย่างพอ กินพอใช้ไมเ่ ดอื ดร้อนเปน็ การยดึ ทางสายกลางเม่อื ทำอะไรก็ตามใหพ้ อเหมาะพอควรมเี หตุมผี ลและ สามารถสรา้ งภมู ิคุ้มกนั ใหก้ บั ตนเอง โดยอาศัยท้ังความรู้และคุณธรรมเป็นพืน้ ฐาน 2.2.7 องค์ประกอบของเศรษฐกจิ พอเพยี ง รงค์ ประพันธ์พงศ์ (2550, หน้า 34) ได้กล่าวถึงองคป์ ระกอบของเศรษฐกจิ พอเพียง ไว้วา่ ปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง มุ่งเน้นทางสายกลาง หรือแบบมชั ฌมิ าปฏปิ ทาตามหลักพุทธศาสนา คำนิยาม เศรษฐกจิ พอเพียง ประกอบดว้ ย 3 คุณลกั ษณะทีเ่ ปน็ หว่ งสอดร้อยประสานกันเพ่ือนำไปสู่การปฏบิ ัติ ไดแ้ ก่ 2.2.7.1 ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดี ไมน่ อ้ ยเกนิ ไปและไมม่ ากเกนิ ไป โดยไม่ เบยี ดเบยี นตนเอง และผูอ้ น่ื เชน่ การผลิตและการบริโภคทอ่ี ยูใ่ นระดบั พอประมาณ 2.2.7.2 ความมีเหตผุ ล หมายถงึ การตดั สนิ ใจเก่ยี วกบั ระดบั ของความพอเพียงนน้ั จะต้อง เป็นไปอยา่ ง มีเหตผุ ล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจยั ท่เี ก่ยี วขอ้ ง ตลอดจนคำนึงถึงผลท่ีคาดว่าจะเกิดขน้ึ จาก การทำน้ัน ๆ อยา่ ง รอบคอบ 2.2.7.3 การมภี มู ิคุ้มกันท่ีดีในตัว หมายถงึ การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการ เปลี่ยนแปลงด้าน ต่าง ๆ ท่ีจะเกิดข้ึน โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ตา่ ง ๆ ทคี่ าดวา่ จะ เกดิ ขึ้นในอนาคตทงั้ ใกล้และ ไกล นอกจากคุณลักษณะ 3 หว่ งดงั กลา่ วแล้ว สงิ่ สำคัญอีกอยา่ งหนง่ึ คอื การกำหนดเงอื่ นไขไว้ 2 ประการ เพ่ือการตัดสนิ ใจและดำเนินกจิ กรรมต่างๆใหอ้ ย่ใู นระดบั พอเพียงน้นั ต้องอาศยั ทัง้ ความรู้และ คุณธรรมเปน็ พนื้ ฐาน นัน่ คือเง่อื นไขต่อไปนี้ เง่ือนไขความรู้ ประกอบดว้ ย ความรอบรูเ้ กีย่ วกบั วชิ าการ ต่างๆ ท่ีเกยี่ วข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบทจี่ ะนำความร้เู หลา่ น้นั มาพจิ ารณาใหเ้ ชอื่ มโยงกนั เพือ่ ประกอบการวางแผนและระมดั ระวังในข้นั ปฏบิ ัติ เงอ่ื นไขคณุ ธรรมที่จะต้องเสริมสรา้ งประกอบดว้ ย มี ความตระหนักในคุณธรรม มคี วามซือ่ สัตยส์ จุ รติ และมีความอดทน มคี วามเพียร ใช้สตปิ ัญญาในการ ดำเนินชีวิต อาจกลา่ วไดว้ า่ ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งคือทางสายกลางทปี่ ระกอบดว้ ย 3 หว่ ง 2 เงือ่ นไข การจัดทำบญั ชคี รวั เรอื นในการวิจัยของผเู้ ขยี น (ภัทรา เรืองสนิ ภิญญา, 2552, หนา้ 72) เรอ่ื ง “พฤตกิ รรม
การบันทกึ บัญชี รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคล ของนักศึกษาและบคุ ลากรของมหาวทิ ยาลัยราชภฏั เพชรบรุ ี” พบวา่ สว่ นใหญ่ไมม่ ี การบันทกึ บญั ชรี ายได้และรายจ่ายสว่ นบุคคล และไมม่ ีแนวโนม้ ทีจ่ ะทำ การบันทกึ บญั ชีในอนาคต แมว้ ่าจะมีทศั นคตทิ ่ีดมี ากตอ่ การบนั ทึกบัญชีกต็ ามและส่วนใหญ่มีความต้องการ เรียนร้ใู นหัวขอ้ การบันทกึ บัญชรี ายได้และรายจ่ายส่วนบคุ คล ปจั จยั ท่มี ีผลตอ่ พฤติกรรมการบันทกึ บญั ชีที่ สำคญั ปจั จัยหน่งึ ไดแ้ ก่ ระดับความรดู้ า้ นการบัญชผี ้ตู อบแบบสอบถามสว่ นใหญม่ รี ะดบั ความรู้ด้านการ บัญชนี ้อยจึงเป็นผลให้ไมม่ ีการบนั ทึกบญั ชีจากรายงานการวจิ ยั ของวารพิ ิณ มงคล (2552) เร่อื ง “การ จัดการความรทู้ างบัญชตี ามแนวคดิ เศรษฐกิจพอเพยี ง” พบว่า ชมุ ชนส่วนใหญ่ไม่ได้บนั ทึกบัญชคี รัวเรือน เพราะขาดความเข้าใจในการทำบญั ชีครวั เรือน เนอื่ งจากผลการวิจัยขา้ งต้นผ้เู ขียนจงึ มีความเหน็ วา่ หากมี การถา่ ยทอดความรูใ้ นการจัดทำบญั ชคี รวั เรือนใหแ้ กบ่ คุ คลท่ัวไป อาจเป็นส่งิ กระตนุ้ ใหม้ กี ารจัดทำบญั ชี ครวั เรือนมากขนึ้ กว่าทเี่ ปน็ อยใู่ นปจั จบุ ันได้ ในการจดั ทำบัญชีครัวเรือนนัน้ เป็นเรื่องทท่ี ำไดไ้ ม่ยากทกุ คนสามารถทำการบนั ทึกบัญชี ครวั เรือนได้ ด้วยตนเองในเวลาไม่มากดงั มแี บบฟอรม์ ซึง่ สามารถจดั ทำขึน้ เองได้ง่ายๆในสมุดหรือกระดาษ เหลอื ใชต้ าม ตาราง 1 เป็นวธิ ีการบันทกึ บญั ชีตามหวั ข้อเร่ืองวิธกี ารบนั ทึกบญั ชคี รัวเรือน และมีตวั อยา่ ง การบนั ทึกบัญชี ครัวเรือนตามตาราง 2 ตาราง 1 ตวั อย่างแบบฟอรม์ บญั ชีครวั เรอื น (บญั ชีรายรับและรายจา่ ย) บัญชีรายรบั -รายจ่าย 2.2.8 วิธกี ารบันทกึ บญั ชคี รวั เรอื น 2.2.8.1 ช่อง“วนั ท่”ี ใชบ้ นั ทกึ วันที่ เดือน และปี พ.ศ. ทเ่ี กิดรายการรับเงนิ หรือจ่ายเงินจรงิ แต่ หากจำวนั ทเ่ี กิดรายการไมไ่ ด้ ให้ใชว้ ันทท่ี ำการบันทึกบญั ชีแทน 2.2.8.2 ชอ่ ง“รายการ”ใชบ้ ันทกึ คำอธบิ ายหรอื รายละเอยี ดของการรับเงินหรือจา่ ยเงิน การ รับเงิน เชน่ รับเงินเดอื น รบั ค่าล่วงเวลา การจ่ายเงิน เชน่ ค่าอาหาร ชำระหนเ้ี งนิ กู้ คา่ นํา้ -ค่าไฟฟาู คา่ เรียนพเิ ศษลูก เป็นตน้ 2.2.8.3 ชอ่ ง“รับ”ใชบ้ นั ทึก“จำนวนเงิน”ท่ีได้รับเข้ามาทกุ รายการ ไมว่ า่ จะเป็นรายรับจาก อาชพี หลกั หรอื รายไดอ้ นื่ ๆ
2.2.8.4 ช่อง“จา่ ย”ใชบ้ ันทึก“จำนวนเงิน”ที่จา่ ยออกไปทกุ รายการ ไม่ว่าจะจา่ ยออกไปใน เรอ่ื งใดกต็ าม 2.2.8.5 ชอ่ ง“คงเหลือ”ใชบ้ ันทึก“จำนวนเงนิ ”คงเหลอื หลงั จากไดร้ ับเข้ามาหรอื จา่ ยออกไป ควรคำนวณทกุ คร้ังที่มกี ารบนั ทึกบญั ชีการรบั เขา้ หรือจ่ายออก เพ่ือจะได้ทราบวา่ ปัจจบุ นั มีจำนวนเงินคง เหลืออย่เู ทา่ ใด โดยต้ังต้นด้วยจำนวนเงินคงเหลอื ล่าสดุ นำรายการรับมาบวกเขา้ และนำรายการจ่ายมาหัก ออกจะได้ยอดคงเหลือปัจจบุ ัน เพอ่ื สามารถวางแผนการใช้จ่ายในอนาคตได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ 2.2.8.6 ช่อง“หมายเหตุ”ใช้บันทึกรายละเอยี ดทีต่ ้องการบันทึกเพ่ิมเติมจากช่องรายการ 2.2.8.7 บรรทดั “ยอดคงเหลอื ยกมา”ใชบ้ นั ทกึ “จำนวนเงนิ ”ในช่องคงเหลอื โดยนำตวั เลขมา จาก จำนวนเงินในช่อง“คงเหลือ”จากบรรทดั “รวม”(บรรทดั สดุ ทา้ ย) ของหนา้ บญั ชกี ่อนหน้าน้ี แต่หาก เป็นการเริ่มต้นบนั ทึกบญั ชเี ป็นครัง้ แรกในหนา้ น้ี ให้ใส่จำนวนเงนิ คงเหลือตามตัวเลขทีม่ ีเงนิ คงเหลอื อยู่เปน็ ตวั เลขตง้ั ตน้ 2.2.8.8 บรรทดั รวม รับ จ่าย และยอดคงเหลอื ยกไป ใชบ้ ันทกึ “จำนวนเงนิ รวม”ตามแนวต้ัง ในช่องรบั และจา่ ย ส่วนช่องคงเหลอื เปน็ จำนวนเงินคงเหลือที่เป็นปัจจุบนั โดยนำตวั เลขนีม้ าจากชอ่ ง คงเหลือลา่ สุดของหน้าบญั ชนี ้ี ซึง่ จำนวนเงนิ นจ้ี ะนำไปใสใ่ นบรรทัดยอดคงเหลือยกมาในชอ่ งคงเหลอื ของ หน้าบัญชีถัดไป แตห่ าก ตอ้ งการทราบยอดรวมของรายรบั และรายจ่ายในหนา้ บัญชถี ดั ไปดว้ ยกใ็ ห้ยก รวมในชอ่ งรบั และจา่ ยไปใส่ในหน้าบญั ชถี ัดไปพรอ้ มกนั จำนวนเงินยอดคงเหลือยกไปในหน้าบัญชีนีจ้ ะต้อง เท่ากบั จำนวนเงินยอดคงเหลือยกมา ในหนา้ บัญชถี ัดไป ตาราง 2 ตัวอย่างการบนั ทกึ บญั ชคี รวั เรือน (บัญชรี ายรับและรายจ่าย) บัญชรี ายรับ–รายจา่ ย
2.2.9 ประโยชนข์ องจากการจัดทำบญั ชีครัวเรือน ผลการวิจัยทไี่ ดส้ นับสนุนถึงประโยชนข์ องจากการจัดทำบญั ชีครัวเรือน ดงั นี้ การวจิ ัยของวาริ พิณ มงคลสมัย (2551) เรื่อง “การจัดการความรู้ทางการบัญชีเพอ่ื พฒั นาวสิ าหกจิ ชมุ ชนในการผลติ ผลิตภัณฑล์ ำไยอบแหง้ สที องของกลมุ่ เกษตรกรบา้ นเหมืองกวัก ต.มะเขอื แจ้ อ.เมือง จ.ลำพนู ” พบวา่ ผล การบนั ทึกบญั ชที ำใหช้ ุมชนสามารถลดค่าใชจ้ ่ายทไ่ี ม่จำเปน็ และเป็นกำลังใจในการหารายได้เข้าสู่ ครอบครวั มากขึน้ การวิจัยของวารพิ ิณ มงคลสมยั (2552) เรอื่ ง “การจดั การความรูท้ างบัญชีตามแนวคิด เศรษฐกิจ พอเพยี ง” พบวา่ การจัดทำบญั ชีครัวเรอื น ทำใหช้ มุ ชนลดค่าใชจ้ ่ายทไ่ี มจ่ ําเปน็ และมีเงนิ ออ มมากขึ้น การวิจัยของชนิตา โชติเสถียรกุล (2551) เร่ือง “การศึกษาสภาพปญั หาการจดั ทำบญั ชีครวั เรือน ของ ผู้ปกครองนักศกึ ษาสาขาการบัญชี คณะบริหารธรุ กิจและศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าช มงคลลา้ นนา ภาคพายพั เชียงใหม่” พบว่า การจัดทำบัญชีครวั เรอื นมีประโยชนส์ ูงสดุ ในด้านทที่ ำใหล้ ด ค่าใช้จา่ ยท่ีเกดิ ขึน้ และมีเงนิ ออมเพิม่ ขึ้น และจากการวจิ ยั ของศุภโชตกิ ์ แก้วทอง และสมบูรณ์ เจรญิ จิระ ตระกูล (2552) เรอื่ ง “การประเมนิ ผลการจดบันทึกบัญชคี รัวเรือนเพื่อลดปัญหาหนส้ี ินของเกษตรกรใน เขตตำบลยุโป อำเภอเมอื ง จังหวดั ยะลา” พบว่า หลงั การจดบันทกึ บญั ชีครวั เรือนส่วนใหญม่ รี ายได้ เพ่ิมข้ึน มคี า่ ใชจ้ า่ ยลดลง มหี นส้ี นิ ลดลง และมีเงินออมเพ่ิมขึน้ ผจู้ ดบนั ทกึ สามารถนำขอ้ มลู ท่ีจดบนั ทกึ มา บริหารจดั การในการควบคุมพฤตกิ รรมในการใช้จา่ ยของตนได้ สรปุ ได้ว่าเมอื่ ผู้จดั ทำบัญชีครัวเรอื นทำการ บนั ทึกบัญชี จะทราบยอดคงเหลือของเงนิ ทเ่ี ป็นปจั จุบนั ทำให้สามารถวางแผนการใช้จา่ ยเงินท่ยี ังคง เหลอื อยไู่ ด้อย่างรอบคอบ ระมัดระวัง และมปี ระสิทธิภาพเพือ่ ทีจ่ ะได้ไม่ใช้จ่ายเกนิ กวา่ รายได้ สามารถ ควบคมุ พฤติกรรมในการใชจ้ า่ ยของตนได้ ลดคา่ ใช้จ่ายทไ่ี ม่จำเป็นลง มีเงนิ ออมเพิม่ ขึน้ และทำให้มีหน้สี ิน ลดลง สรุป “บญั ชคี รัวเรือน” ซึ่งเป็นบญั ชที ใี่ ช้สำหรบั บนั ทกึ รายไดแ้ ละรายจ่าย ผู้จัดทำบญั ชีครวั เรือนจะ ไดร้ ับ ประโยชน์คอื มรี ายไดเ้ พมิ่ ขน้ึ มีค่าใช้จา่ ยลดลง มีเงนิ ออมเพิ่มขึน้ มหี น้สี นิ ลดลง และในทสี่ ุดจะ สามารถแกไ้ ขปัญหาหนส้ี นิ ไดอ้ ย่างย่งั ยนื อันเป็นไปตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงทมี่ ุ่งเนน้ ใหเ้ กิด ความพอเพยี งหรือ พอประมาณกบั ตนเอง อยูไ่ ด้อยา่ งพอกินพอใช้ไม่เดอื ดรอ้ นเปน็ การยดึ ทางสายกลาง โดยอาศยั ทง้ั ความรูแ้ ละ คุณธรรมเปน็ พ้ืนฐาน เน่อื งในวโรกาสที่พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู วั ภมู พิ ลอดลุ ย เดชมพี ระชนมายุครบ 84 พรรษาในวนั ท่ี 5 ธนั วาคม พ.ศ. 2554 จงึ ขอเชญิ ชวนทา่ นผอู้ ่านไดม้ ีการน้อมนํา ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาปรบั ใช้เพ่อื เป็น แนวทางในการดำรงชวี ติ ประจำวนั ในหนทางทีค่ วรจะเป็น โดยเร่ิมจากส่งิ ท่ที ำได้ไม่ยากและใกล้ตัว นน่ั ก็คือการ บันทกึ บญั ชีครัวเรอื น เพ่อื ใหเ้ กิดวนิ ัยในการใช้จา่ ย และเป็นการเสริมสรา้ งลักษณะนสิ ัยการออม อันจะเปน็ ผลให้ ผูป้ ฏบิ ัติมคี ุณภาพชีวติ ทดี่ ขี ้ึน
2.4 งานวิจยั ทเี่ กีย่ วข้อง 2.4.1 การประยกุ ตใ์ ช้การบัญชบี รหิ าร ในการจัดการธรุ กจิ ของวิสาหกจิ ขนาดกลางและขนาดยอ่ มใน จงั หวัดพษิ ณุโลก (ดร.อุษณยี ์ เส็งพานชิ * ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ประจำสาขาวิชาการจดั การประยกุ ต์ คณะ วทิ ยาการจัดการ มหาวิทยาลยั ราชภัฏพบิ ูลสงคราม : 29 มถิ ุนายน 2562) งานวิจัยนม้ี ีวัตถุประสงคเ์ พ่อื ศึกษาการประยุกต์ใช้บญั ชบี รหิ ารในการดำเนินงานของวสิ าหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในอำเภอเมือง จังหวดั พษิ ณโุ ลก และเปรยี บเทียบการประยกุ ตใ์ ชก้ ารบญั ชบี ริหารในการวางแผน การส่ังการ การควบคุม และการตัดสนิ ใจ จำแนกตามลกั ษณะของวสิ าหกิจขนาดกลางและขนาดยอ่ ม ได้แก่ รปู แบบธรุ กจิ มูลค่า สนิ ทรัพยถ์ าวร จำนวนพนกั งาน ระยะเวลาดำเนินงาน กำหนดขนาดตวั อย่างดว้ ย ตาราง Taro Yamane ทีร่ ะดับความเชอื่ มั่น 95% คา่ ความคลาดเคล่อื น 0.05 ไดจ้ ำนวนตวั อยา่ ง 395 ราย ใช้วิธีสุม่ ตวั อยา่ งอย่าง ง่าย (simple random sampling) เพื่อเกบ็ ข้อมูลดว้ ยแบบสอบถาม สถิตทิ ีใ่ ชใ้ นการ วเิ คราะหข์ อ้ มูล ไดแ้ ก่ คา่ ความถ่ี คา่ ร้อยละ ค่าเฉล่ีย สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน และ F-test ผลการวจิ ยั พบวา่ วสิ าหกจิ ขนาดกลางและขนาดย่อมในจังหวัดพษิ ณโุ ลกมีการประยกุ ต์ ใชก้ ารบัญชเี พ่ือการจดั การโดยภาพรวมใน ระดบั มาก นอกจากนว้ี ิสาหกจิ ขนาดกลางและขนาดยอ่ มทีม่ รี ูปแบบกจิ การ มลู คา่ สนิ ทรพั ย์ถาวร และ ระยะเวลา ในการดำเนนิ การต่างกนั มีการประยุกต์ใช้การบัญชบี ริหารด้านการวางแผน การควบคมุ และ การตัดสินใจ แตกตา่ งกัน สว่ นวิสาหกจิ ขนาดกลางและขนาดย่อมทีม่ จี ำนวนพนกั งานต่างกนั มกี าร ประยกุ ตใ์ ช้การบญั ชี บริหารดา้ นการส่ังการ และการควบคมุ แตกตา่ งกัน 2.4.2 การบริหารการเงินและบัญชที ม่ี ีผลตอ่ ประสิทธิภาพการปฏิบตั ิงานของบุคลากรงานการเงิน และบญั ชี สงั กัดกระทรวงพาณิชย์ (อาภาวรรณ สงวนหงษแ์ ละเบญจพร โมกขะเวส : 2564) ข้อมลู ท่วั ไป ของผตู้ อบแบบสอบถามพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญงิ จำนวน 139 คนคิดเปน็ รอ้ ยละ 83.73 มีอายุระหวา่ ง 30 39 ปจี ำนวน 64 คนคิดเป็นรอ้ ยละ 38.55 มปี ระสบการณ์ในการอบรมสัมมนา เพ่อื เพ่ิมพูนความรูต้ ่ออายุการทำงานระหวา่ งครง้ั จำนวน 64 คนคิดเป็นรอ้ ยละ 38.55 และมีประสบการณ์ ในการปฏบิ ัติงานด้านการเงนิ และบญั ชีนอ้ ยกว่า 5 ปจี ำนวน 67 คนคดิ เปน็ รอ้ ยละ 40,36 การบริหาร การเงินและบัญชีดา้ นการรบั -จา่ ยเงินด้านระเบียบและแนวทางการปฏบิ ัติงานด้านการพฒั นาเทคโนโลยี ดา้ นการตรวจสอบใบสำคัญและดา้ นการบนั ทึกบัญชพี บวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามสว่ นใหญม่ คี วามเห็นวา่ การ บรหิ ารการเงินและบัญชีมผี ลต่อประสิทธิภาพในการปฏบิ ตั งิ านด้านความถกู ตอ้ งและครบถว้ นดา้ นเสรจ็ ตามเวลาที่กำหนดและดา้ นสามารถตรวจสอบได้การการทดสอบความสมั พนั ธพ์ บว่าตวั แปรอสิ ระทง้ั 6 ตวั แปร ได้แก่ ด้านการรับ-จ่ายเงินด้านระเบียบและแนวทางการปฏิบตั งิ านด้านการพฒั นาเทคโนโลยดี ้านการ ตรวจสอบใบสำคญั ด้านความสามารถของบุคลากรและด้านการบนั ทกึ บญั ชมี คี ่า VIF สงู สุดเทา่ กับ 2.977
ซ่งึ น้อยกวา่ เกณฑ์ 10 ดังนั้นจงึ สรปุ ได้วา่ ตวั แปรอสิ ระทั้ง 6 ตวั แปรไมม่ คี วามสมั พันธร์ ะหว่างกนั และเป็น อิสระต่อกนั หรือไม่มีความซับซ้อนในการวดั ค่ามคี วามเหมาะสมทจี่ ะนำไปวเิ คราะหก์ ารถดถอยเชงิ พหุคณู
บทที่ 3 วิธดี ำเนนิ โครงงาน การดำเนนิ โครงงานศึกษาการประยกุ ต์ใชบ้ ญั ชใี นชีวิตประจำวันของกลุ่มนกั เรียนระดับ ประกาศนยี บตั รวิชาชพี ช้ันปีท่ี 1 และ 2 สาขาการบัญชี วิทยาลยั อาชีวศกึ ษาชลบุรี ผู้ดำเนนิ โครงงานมี วิธกี ารดำเนินโครงงานดงั น้ี 3.1 ประชากรและกลมุ่ ตวั อยา่ ง 3.2 เคร่ืองมือที่ใชใ้ นการศึกษา 3.3 วธิ กี ารเก็บรวบรวมขอ้ มูล 3.4 การวเิ คราะหข์ ้อมลู และสถิติทีใ่ ช้ 3.1 ประชากรและกลุม่ ตัวอย่าง กลมุ่ เปา้ หมายครั้งนี้ ไดแ้ ก่ นกั ศกึ ษาระดับประกาศนียบตั รวิชาชีพ ชัน้ ปที ่ี 1 กลุ่ม 1,2 และ 3 สาขา วิชาชพี การบญั ชี และนักศกึ ษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชัน้ ปีที่ 2 กลุ่ม 1,2 และ 3 สาขาวชิ าชพี การ บัญชี ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2566 วิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบรุ ี จำนวน 156 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 96 ของกลมุ่ เป้าหมาย 3.2 เครื่องมือทีใ่ ช้ในการศึกษา เครือ่ งมือที่ใชใ้ นการศกึ ษาคร้งั นี้ ไดแ้ ก่ แบบสอบถามศึกษาการประยกุ ตใ์ ช้บัญชีในชวี ติ ประจำวันของ กล่มุ นักเรียนระดบั ประกาศนียบัตรวชิ าชีพชั้นปีท่ี 1 และ 2 สาขาการบญั ชี วทิ ยาลัยอาชีวศกึ ษาชลบุรี แบ่งเป็น 3 ดา้ น คือ ด้านเนื้อหาสาระ ด้านการนำไปประยุกตใ์ ช้ และดา้ นการวัดและประเมินผล 3.2.1 เคร่ืองมอื ท่ใี ชใ้ นการสอบถามความพงึ พอใจ แบง่ ออกเป็น 3 ตอน ดังนี้ 3.2.1.1 ตอนที่ 1 ขอ้ มูลทวั่ ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ก. เพศ ข. ช่วงอายุ ฃ. ระดับชั้น 3.2.1.2 ตอนที่ 2 เพื่อศกึ ษาความพึงพอใจที่มีต่อการประยุกต์ใชบ้ ัญชีในชีวิตประจำวนั ของ กลมุ่ นกั เรียนระดบั ประกาศนียบัตร วชิ าชพี ช้ันปที ่ี 1 และ 2 สาขาการบญั ชี วทิ ยาลยั อาชวี ศกึ ษาชลบุรี แบ่งเป็น 3 ด้าน คือ ด้านเนอื้ หาสาระ ดา้ นการนำไปประยกุ ต์ใช้ และดา้ นการวดั และประเมนิ ผล เป็น แบบสอบถามประเมนิ ค่า 5 ระดับ
ก. ด้านเน้อื หาสาระ ไดแ้ ก่ ความรู้และความเขา้ ใจในบัญชี ไดร้ ับประโยชน์จาก วิชาการบัญชี เน้ือหาทเ่ี รยี นใช้ภาษาท่เี ข้าใจงา่ ย เน้ือหาทีเ่ รียนใชไ้ ด้ในชีวิตจรงิ บญั ชีเป็นส่งิ ท่เี ขา้ ถงึ งา่ ย บญั ชมี คี วามน่าสนใจต่อผเู้ รียน ข. ดา้ นการนำไปประยกุ ต์ใช้ ได้แก่ ผู้เรียนนำมาประยกุ ต์ใช้ไดจ้ ริง บัญชีกบั การทำงาน มีความสำคญั ต่อกัน สามารถนำความรทู้ ่ไี ดร้ บั ไปประยกุ ตใ์ ช้ในการวางแผนชีวติ ประจำวนั ผเู้ รียนสามารถ นำความรู้ไปปฏิบัตใิ นชวี ติ หลักการบญั ชมี คี วามจำเปน็ ต่อการทำงาน สามารถนำความรู้ไปเผยแพรห่ รอื ถา่ ยทอดได้ ค. ด้านการวดั และประเมนิ ผล ได้แก่ ใชเ้ ทคนคิ หรือวธิ กี ารทางการบญั ชีอยา่ ง หลากหลาย ผู้เรียนควรมกี ารตรวจเชค็ บัญชีเปน็ ประจำ ให้ข้อมลู ยอ้ นกลับเพื่อนำไปส่กู ารพฒั นาตนเอง มี การประเมนิ พัฒนาการของผู้เรียนครอบคลมุ ทัง้ ความร้แู ละทกั ษะ 3.2.1.3 ตอนที่ 3 ขอ้ เสนอแนะ และคำถามปลายเปดิ แสดงความคดิ เหน็ ที่มีตอ่ การประยกุ ต์ใช้ บญั ชีในชีวิตประจำวนั 3.3 วธิ ีการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู 3.3.1 ผศู้ กึ ษาทำการรวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถามท่แี จกให้กล่มุ เป้าหมาย 3.3.2 ผู้ศกึ ษาทำการรวบรวมขอ้ มลู จากงานวิจยั ตำรา เอกสารท่ีเก่ียวขอ้ ง 3.3.3 ผูศ้ กึ ษาทำการรวบรวมขอ้ มูลจากแบบสอบถามทกี่ ลมุ่ เป้าหมายไดจ้ ดั ทำเรยี บร้อยแล้วมา วิเคราะหแ์ ละจัดทำการสรุปผลตามขนั้ ตอนต่อไป 3.4 วิธกี ารวิเคราะห์ข้อมลู และสถติ ทิ ่ใี ชใ้ นการศึกษา การวเิ คราะห์ข้อมูลประกอบดว้ ย 2 สว่ นดังน้ี 3.4.1 การวเิ คราะห์ขอ้ มูลเกี่ยวกบั ลกั ษณะสว่ นบุคคลของผตู้ อบแบบสอบถาม สถติ ทิ ่ีใชเ้ ป็นคา่ ร้อย ละ (Percentage) ค่าเฉลย่ี เลขคณติ (Mean) ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดย รวบรวมขอ้ มูลการหาค่าสถติ ิพนื้ ฐาน คือ รอ้ ยละ ค่าเฉลีย่ และส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐานของ คะแนนทไ่ี ด้ โดยใชส้ ตู รดังนี้ (บุญชม ศรสี ะอาด, 25….. : 112 – 114)
3.4.1.1 ค่ารอ้ ยละ = ������ × 100 = ������ P เม่อื P แทน ร้อยละ แทน ความถที่ ่ตี ้องการแปลค่าให้เปน็ รอ้ ยละ F แทน จำนวนความถี่ท้งั หมด n 3.4.1.2 คา่ เฉลยี่ ∑ ������ ������ ������̅ เมื่อ ������̅ แทน ค่าเฉล่ยี ผลรวมของคะแนนทั้งหมดในกลมุ่ ∑ ������ แทน จำนวนคะแนนในกลุ่ม N แทน 3.4.1.3 ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน S.D. = √������ ∑ ������2−( ∑ ������)2 ������(������−1) เมอื่ S.D. แทน สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน ∑ ������ N แทน ผลรวมของคะแนนแต่ละตวั แทน จำนวนคะแนนในกลมุ่ 3.4.2 วิเคราะหข์ อ้ มลู เก่ียวกบั โครงงานศึกษาการประยุกตใ์ ชบ้ ัญชีในชีวิตประจำวันของกลมุ่ นกั เรียน ระดับประกาศนียบตั รวิชาชีพชนั้ ปีที่ 1 และ 2 สาขาการบญั ชี วทิ ยาลัยอาชีวศกึ ษาชลบุรี แบง่ เป็น 3 ดา้ น คือ ดา้ นเน้ือหาสาระ ด้านการนำไปประยกุ ตใ์ ช้ และดา้ นการวดั และประเมนิ ผล โดยใชค้ า่ เฉล่ียเลขคณติ และสว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน 3.4.2.1 ระดบั ความคิดเหน็ แบ่งออกเปน็ 5 ระดบั ดังน้ี ระดับ 5 หมายถึง มคี วามเห็นมากทส่ี ดุ ระดับ 4 หมายถึง มีความเหน็ มาก ระดับ 3 หมายถึง มีความเหน็ ปานกลาง ระดบั 2 หมายถึง มีความเห็นนอ้ ย ระดบั 1 หมายถึง มีความเห็นน้อยทสี่ ุด
3.4.2.2 กำหนดการวดั ค่าตวั แปล ซง่ึ เป็นการแปลคา่ เฉลี่ยของแบบสอบถามโดย ใช้หลกั ทาง คณิตศาสตร์ มเี กณฑว์ ดั การแปลผล ดงั น้ี 4.21 - 5.00 หมายถงึ มคี วามเหน็ มากท่สี ุด 3.41 - 4.20 หมายถงึ มคี วามเห็นมาก 2.61 - 3.40 หมายถงึ มคี วามเห็นปานกลาง 1.81 - 2.60 หมายถึง มคี วามเหน็ น้อย 1.00 - 1.80 หมายถึง มีความเห็นน้อยท่สี ุด
บทที่ 4 ผลการดำเนนิ โครงงาน การดำเนนิ โครงงาน ศกึ ษาการประยกุ ตใ์ ช้บญั ชีในชีวิตประจำวนั ของกล่มุ นักเรียนระดบั ประกาศนียบตั รวิชาชีพ ช้นั ปีที่ 1 และ 2 สาขาการบัญชี วทิ ยาลยั อาชีวศกึ ษาชลบรุ ี มวี ตั ถุประสงค์ 1.เพ่ือศึกษาการประยกุ ตใ์ ชบ้ ญั ชีในชีวิตประจำวนั 2. เพือ่ เป็นแนวทางในการพัฒนาการใช้บญั ชใี น ชีวิตประจำวัน จากการวิเคราะหข์ อ้ มูล ผ้ดู ำเนินโครงงานมผี ลการดำเนินโครงงานดังตอ่ ไปน้ี 4.1 สญั ลกั ษณท์ ใี่ ช้ในการวเิ คราะหข์ ้อมลู 4.2 การนำเสนอผลการศกึ ษา 4.3 การนำเสนอผลการวิเคราะหข์ ้อมลู 4.1 สัญลกั ษณ์ที่ใช้ในการวเิ คราะห์ข้อมูล n แทน จำนวนกลมุ่ เป้าหมาย ���̅��� แทน คะแนนค่าเฉล่ยี S.D. แทน ส่วนเบ่ยี งเบนมาตราฐาน 4.2 การนำเสนอผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล การวเิ คราะหข์ ้อมลู ในการศกึ ษาน้ี ผ้ศู กึ ษาไดด้ ำเนินการวเิ คราะห์ออกเป็น 3 ตอนดงั น้ี ตอนท่ี 1 ข้อมูลทัว่ ไปของผ้ตู อบแบบสอบถาม ตอนที่ 2 ข้อมูลศึกษาความพงึ พอใจท่มี ตี ่อการประยุกตใ์ ชบ้ ญั ชใี นชวี ติ ประจำวนั ของกลมุ่ นกั เรยี นระดบั ประกาศนยี บตั รวิชาชีพ ชั้นปีท่ี 1 และ 2 สาขาการบัญชี วทิ ยาลัยอาชวี ศึกษาชลบรุ ี แบ่งเป็น 3 ดา้ น คือ ดา้ นเน้อื หาสาระ ด้านการนำไปประยกุ ตใ์ ช้ และด้านการวัดและประเมินผล เป็น แบบสอบถามประเมนิ ค่า 5 ระดบั ตอนท่ี 3 ข้อเสนอแนะ
4.3 การนำเสนอผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู ตอนที่ 1 ข้อมลู ท่ัวไปของผตู้ อบแบบสอบถาม ตารางที่ 4-1 แสดงความถ่ีและร้อยละของกลุ่มเปา้ หมาย จำแนกตาม เพศ รายการ n = 156 รอ้ ยละ จำนวน 5.13 เพศ 94.87 100.00 ชาย 8 หญิง 148 รวม 156 จากตารางที่ 4-1 พบว่า กลุ่มเป้าหมายสว่ นใหญ่เป็นเพศหญงิ จำนวน 148 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 94.87 เปน็ เพศชาย จำนวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 5.13 5.13% 94.87% ชาย 8 คน หญงิ 148 คน ภาพท่ี 4-1 แสดงความถ่แี ละร้อยละของกล่มุ เปา้ หมาย จำแนกตาม เพศ
ตารางท่ี 4-2 แสดงความถี่และร้อยละของกลุม่ เป้าหมาย จำแนกตาม ชว่ งอายุ รายการ n = 156 ร้อยละ จำนวน 22.44 ชว่ งอายุ 75.64 1.92 14-15 ปี 35 100.00 16-17 ปี 118 18 ปขี น้ึ ไป 3 รวม 156 จากตารางท่ี 4-2 พบวา่ กลุม่ เป้าหมายสว่ นใหญ่ อายุ 16-17 ปี จำนวน 118 คน คดิ เป็นร้อยละ 75.64 รองลงมาอายุ 14-15 ปี จำนวน 35 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 22.44 และ 18 ปีขน้ึ ไป จำนวน 3 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 1.92 1.92% 22.44% 75.64% 14-15 ปี 35 คน 16-17 ปี 118 คน 18 ปีขน้ึ ไป 3 คน ภาพท่ี 4-2 แสดงความถแ่ี ละรอ้ ยละของกลมุ่ เปา้ หมาย จำแนกตาม ชว่ งอายุ
ตารางที่ 4-3 แสดงความถ่ีและร้อยละของกลมุ่ เปา้ หมาย จำแนกตาม ระดบั ชน้ั รายการ n = 156 รอ้ ยละ จำนวน 44.23 ระดบั ช้นั 55.77 100.00 ปวช.1 69 ปวช.2 87 รวม 156 จากตารางท่ี 4-3 พบวา่ กลุ่มเป้าหมายสว่ นใหญ่ ระดับชน้ั ปที ่ี 2 จำนวน 87 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 55.77 และระดบั ชั้นปีที่ 1 จำนวน 69 คน คดิ เป็นร้อยละ 44.23 55.77% 44.23% ปวช.1 69 คน ปวช.2 87 คน ภาพที่ 4-3 แสดงความถแ่ี ละร้อยละของกลุม่ เป้าหมาย จำแนกตาม ระดับชั้น
ตอนที่ 2 ขอ้ มูลเกีย่ วกบั ศึกษาการประยุกตใ์ ชบ้ ญั ชีในชีวิตประจำวันที่ของกลมุ่ นักเรียนระดับ ประกาศนยี บตั ร วชิ าชพี ช้ันปที ี่ 1 และ 2 สาขาการบัญชี วิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาชลบรุ ี แบง่ เปน็ 3 ดา้ น คอื ดา้ นเนื้อหาสาระ ด้านการนำไปประยกุ ต์ใช้ และด้านการวัดและประเมนิ ผล ตารางท่ี 4-4 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน ศกึ ษาการประยกุ ตใ์ ช้บญั ชีในชวี ติ ประจำวนั ของ กลุม่ เป้าหมาย สรปุ เปน็ รายด้าน รายการประเมิน ระดับความคดิ เหน็ ������̅ S.D. แปลผล 1. ด้านเน้ือหาสาระ 3.90 0.76 มาก 2. ดา้ นการนำไปประยุกต์ใช้ 4.27 0.75 มากที่สดุ 3. ด้านการวัดและประเมินผล 4.09 0.81 มาก รวม 4.09 0.77 มาก จากตารางท่ี 4-4 พบวา่ การประยุกตใ์ ชบ้ ญั ชใี นชีวิตประจำวนั ของกลมุ่ เป้าหมาย โดยรวมมี ความคดิ เห็นในระดบั มาก (������̅ = 4.09 และ S.D. = 0.77) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านแลว้ ด้านการนำไป ประยกุ ตใ์ ช้ ความคิดเหน็ ในระดบั มากทีส่ ดุ (������̅ = 4.27 และ S.D. = 0.75) รองลงมาดา้ นการวดั และ ประเมนิ ผล ความคดิ เห็นในระดบั มาก (������̅ = 4.09 และ S.D. = 0.81) และด้านเนื้อหาสาระ ความคดิ เหน็ ในระดับมาก (������̅ = 3.90 และ S.D. = 0.76) ตามลำดับ
4.5 0.76 0.75 0.81 S.D. 4 4.27 4.09 3.5 3.9 3 2.5 2 1.5 1 0.5 0 ระดับความคิดเห็น ดา้ นเน้ือหาสาระ ดา้ นการนามาประยกุ ตใ์ ช้ ดา้ นการวดั และประเมนิ ผล ภาพท่ี 4-4 แสดงคา่ เฉลี่ยและส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน ศกึ ษาการประยุกต์ใชบ้ ัญชีในชีวิตประจำวนั ของกลมุ่ เปา้ หมาย สรปุ เป็นรายดา้ น
ตารางท่ี 4-5 แสดงคา่ เฉล่ียและสว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน ศกึ ษาการประยกุ ต์ใช้บญั ชใี นชวี ติ ประจำวนั ของกลุม่ เปา้ หมาย ด้านเนื้อหาสาระ รายการประเมนิ ระดบั ความคดิ เห็น ������̅ S.D. แปลผล 1. ความรแู้ ละความเข้าใจในบัญชี 3.81 0.74 มาก 2. ไดร้ ับประโยชนจ์ ากวชิ าการบญั ชี 4.14 0.68 มาก 3. เนื้อหาท่เี รียนใช้ภาษาทเี่ ขา้ ใจง่าย 3.77 0.74 มาก 4. เน้ือหาทเ่ี รียนใช้ได้ในชวี ติ จริง 4.13 0.74 มาก 5. บัญชเี ป็นส่ิงทเี่ ขา้ ถึงงา่ ย 3.79 0.86 มาก 6. บัญชมี คี วามน่าสนใจต่อผ้เู รยี น 3.89 0.84 มาก รวม 3.92 0.76 มาก จากตารางที่ 4-5 พบว่าศึกษาการประยุกต์ใช้บัญชใี นชีวิตประจำวนั ของกลุ่มเป้าหมาย ดา้ น เนือ้ หาสาระ โดยรวมมีความคิดเห็นในระดบั มาก (������̅ = 3.92 และ S.D. = 0.76) เมื่อพจิ ารณาเป็นรายขอ้ แล้ว ไดร้ บั ประโยชน์จากวิชาการบัญชี มีความคดิ เหน็ ในระดบั มาก (������̅ = 4.14 และ S.D. = 0.68) รองลงมา เนื้อหาที่เรยี นใช้ได้ในชีวิตจริง มีความคดิ เห็นในระดบั มาก (������̅ = 4.13 และ S.D. = 0.74) บญั ชี มีความนา่ สนใจต่อผูเ้ รียน มคี วามคิดเหน็ ในระดบั มาก (������̅ = 3.89 และ S.D. = 0.84) ความรู้และความ เข้าใจในบัญชี มีความคดิ เหน็ ในระดับมาก (������̅ = 3.81 และ S.D. = 0.74) บญั ชีเป็นสิ่งทีเ่ ขา้ ถึงงา่ ย มคี วาม คดิ เหน็ ในระดบั มาก (������̅ = 3.79 และ S.D. = 0.86) และเนอ้ื หาที่เรยี นใช้ภาษาท่เี ข้าใจง่าย มีความคิดเหน็ ในระดบั มาก (������̅ = 3.77 และ S.D. = 0.74) ตามลำดบั
4.5 4.14 4.13 4 3.81 3.77 3.79 3.89 3.5 3 0.74 0.68 0.74 0.74 0.86 0.84 2.5 S.D. 2 1.5 1 0.5 0 ความคิดเห็น ความรู้และความเขา้ ใจในบญั ชี ไดร้ ับประโยชน์จากวชิ าการบญั ชี เน้ือหาท่ีเรียนใชภ้ าษาท่ีเขา้ ใจง่าย เน้ือหาท่ีเรียนใชไ้ ดใ้ นชีวติ จริง บญั ชีเป็นสิ่งที่เขา้ ถึงง่าย บญั ชีมีความน่าสนใจต่อผเู้ รียน ภาพที่ 4-5 แสดงค่าเฉล่ยี และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ศกึ ษาการประยกุ ตใ์ ชบ้ ญั ชีในชวี ิตประจำวนั ของกลุ่มเป้าหมาย ด้านเนอื้ หาสาระ
ตารางที่ 4-6 แสดงค่าเฉลี่ยและสว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน ศกึ ษาการประยกุ ตใ์ ช้บญั ชีในชวี ิตประจำวนั ของ กลมุ่ เปา้ หมาย ด้านการนำมาประยุกตใ์ ช้ รายการประเมนิ ระดบั ความคดิ เหน็ ������̅ S.D. แปลผล 1. ผเู้ รียนนำมาประยุกต์ใช้ได้จรงิ 4.25 0.77 มากทสี่ ดุ 2. บัญชกี ับการทำงานมคี วามสำคัญต่อกัน 4.52 0.63 มากที่สุด 3. สามารถนำความรทู้ ่ีไดร้ บั ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการ 4.24 0.75 มากที่สุด วางแผนชวี ิตประจำวัน 4. ผเู้ รียนสามารถนำความรู้ไปปฏบิ ตั ใิ นชวี ติ 4.23 0.78 มากท่สี ดุ 5. หลกั การบญั ชมี ีความจำเป็นตอ่ การทำงาน 4.38 0.71 มากท่สี ดุ 6. สามารถนำความรู้ไปเผยแพรห่ รือถา่ ยทอดได้ 4.15 0.84 มาก รวม 4.29 0.75 มากทส่ี ดุ จากตารางท่ี 4-6 พบวา่ ศกึ ษาการประยุกต์ใชบ้ ญั ชีในชวี ติ ประจำวันของกลมุ่ เป้าหมาย ดา้ นการ นำมาประยกุ ต์ใช้ โดยรวม มีความคิดเหน็ ในระดับมากที่สดุ (������̅ = 4.29 และ S.D. = 0.75) เมอื่ พจิ ารณา เป็นรายข้อแล้ว บญั ชกี ับการทำงานมีความสำคญั ตอ่ กัน มีความคิดเหน็ ในระดบั มากทส่ี ุด (������̅ = 4.52 และ S.D. = 0.63) รองลงมา หลักการบญั ชมี คี วามจำเปน็ ต่อการทำงาน มคี วามคดิ เห็นในระดับมากที่สดุ (������̅ = 4.38 และ S.D. = 0.71) ผูเ้ รยี นนำมาประยุกตใ์ ช้ได้จริง มีความคดิ เหน็ ในระดับมากท่ีสดุ (������̅ = 4.25 และ S.D. = 0.77) สามารถนำความรู้ทีไ่ ด้รบั ไปประยุกต์ใชใ้ นการวางแผนชวี ิตประจำวัน มคี วามคดิ เหน็ ใน ระดบั มากทสี่ ุด (������̅ = 4.24 และ S.D. = 0.75) ผู้เรียนสามารถนำความร้ไู ปปฏิบัติในชวี ติ มคี วามคดิ เหน็ ใน ระดบั มากที่สุด (������̅ = 4.23 และ S.D. = 0.78) และสามารถนำความรไู้ ปเผยแพร่หรอื ถ่ายทอดได้ มคี วาม คดิ เหน็ ในระดบั มาก (������̅ = 4.15 และ S.D. = 0.84) ตามลำดับ
Search