Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนอภิบาล 2021-2030

แผนอภิบาล 2021-2030

Published by Chandiocese, 2023-07-09 06:50:07

Description: แผนอภิบาล 2021-2030

Keywords: chandiocese

Search

Read the Text Version

แผนอภบิ าลสงั ฆมณฑลจนั ทบรุ ี คริสตศักราช 2021-2030 จากแผนอภิบาลสังฆมณฑลจนั ทบรุ ี ค.ศ. 2016-2020 และแถลงการณส์ มัชชาสงั ฆมณฑลจนั ทบุรี ค.ศ. 2021 เพ่อื พระศาสนจกั รท่ีกา้ วไปดว้ ยกนั “ความเป็นหนึ่งเดยี วกนั การมีสว่ นร่วม และพนั ธกิจ”

ค�ำประกาศ เรอื่ ง แผนอภิบาลสังฆมณฑลจนั ทบรุ ี ครสิ ตศกั ราช 2021-2030 สังฆมณฑลจันทบุรี มีความตระหนักและให้ความส�ำคัญกับการบริหารสังฆมณฑลและการ อภบิ าลสตั บรุ ษุ เสมอมา เรม่ิ ตน้ จากปี ค.ศ. 1965 หลงั สงั คายนาวาตกิ นั ท่ี 2 ไดม้ นี โยบายสง่ เสรมิ ใหค้ รสิ ตชน ฆราวาสเข้ามามสี ว่ นรว่ มในการบริหารงานและร่วมงานอภบิ าลมากยงิ่ ขึ้น สงั ฆมณฑลจันทบรุ จี ึงไดร้ เิ ริ่มให้ มคี ณะกรรมการ ตอ่ มาได้พัฒนามาเปน็ สภา และสภาอภิบาลดงั เช่นปัจจุบันตามล�ำดับ จากปี ค.ศ. 2000 เป็นต้นมา สังฆมณฑลจันทบุรีได้มีแผนอภิบาลทุก 5 ปี ซึ่งปรับไปตาม นโยบายของพระศาสนจกั รสากล สภาพความเป็นจรงิ ทเี่ กิดขนึ้ และความตอ้ งการของพนี่ อ้ งสตั บรุ ษุ ในชว่ ง ระยะเวลาตา่ ง ๆ ล่าสุด ได้มแี ผนอภิบาลสงั ฆมณฑลจนั ทบุรี ค.ศ. 2016-2020 ซงึ่ เมื่อแผนนีส้ ้ินสดุ ลง ได้ เกดิ การแพรร่ ะบาดของโรคติดเช้ือไวรสั โควดิ 2019 ท�ำใหก้ ารประเมนิ ผลและวางแผนส�ำหรบั แผนอภิบาล คร้งั ตอ่ ไปลา่ ช้าลง ขณะเดยี วกนั ในปี ค.ศ. 2021 พระสนั ตะปาปาฟรงั ซสิ ไดป้ ระกาศใหม้ กี ารสมชั ชาบชิ อปสากล ครงั้ ท่ี 16 หวั ขอ้ “เพอ่ื พระศาสนจกั รทก่ี า้ วเดนิ ไปดว้ ยกนั ในความเปน็ หนงึ่ เดยี ว การมสี ว่ นรว่ ม และพนั ธกจิ โดยแบ่งออกเปน็ 3 ระดบั คอื ระดับสงั ฆมณฑล ระดับทวปี และระดับโลก สังฆมณฑลจันทบุรีจึงได้ด�ำเนินการตามพระด�ำริของพระสันตะปาปา ท่ามกลางการแพร่ ระบาดจึงท�ำให้การด�ำเนินการไม่สะดวกและมีความจ�ำกัดหลายประการ แต่อาศัยการท�ำงานของคณะ อนุกรรมการฯ คณะสงฆ์ ตวั แทนนักบวชชายหญงิ และตวั แทนคริสตชนฆราวาส ท�ำใหก้ ารทำ� สมชั ชาใน ระดบั สงั ฆมณฑลสำ� เรจ็ บรบิ รู ณ์ จนไดอ้ อกเอกสารสดุ ทา้ ยออกมา นนั่ กค็ อื “แถลงการณส์ มชั ชาสงั ฆมณฑล จนั ทบุรี ค.ศ. 2021” 4

จากแถลงการณส์ มัชชาสังฆมณฑลจนั ทบรุ ี ค.ศ. 2021 ได้ถูกนำ� มาเปน็ พื้นฐานในการจดั ทำ� แผนอภิบาลสังฆมณฑลจนั ทบรุ ี ค.ศ. 2021 – 2030 เพ่ือเปน็ การสบื สานแผนอภิบาลฉบับเดิมทีไ่ ด้สิ้นสุด ลง และน�ำผลที่ไดจ้ ากการสมัชชาฯ มาใช้ ขอใหค้ ณะสงฆ์ นกั บวชชายหญงิ สภาอภบิ าล และพน่ี อ้ งสตั บรุ ษุ ทกุ คน ไดน้ ำ� แผนอภบิ าลนไ้ี ป ใชใ้ หบ้ งั เกิดผล ในทกุ วัด ทกุ หนว่ ยงาน ทกุ องคก์ ร ตลอดจนมีการส่งเสริม สนบั สนุน ประสานงาน ตดิ ตาม ประเมนิ ผล และพฒั นาใหก้ า้ วหนา้ ตอ่ ไปเปน็ ระยะ ทงั้ นี้ เพอ่ื ใหบ้ รรลถุ งึ ความดขี องสว่ นรวม และพระเกยี รติ มงคลของพระเจ้าเสมอไป โอกาสสมโภชพระนางมารีย์ผู้ปฏิสนธินิรมล ข้าพเจ้า พระสังฆราชซิลวีโอ สิริพงษ์ จรัสศรี ประมขุ สังฆมณฑลจันทบรุ ี ขอประกาศใช้ “แผนอภบิ าลสังฆมณฑลจนั ทบุรี ค.ศ. 2021 – 2030” จึงขอ ให้พี่นอ้ งคริสตชนไดท้ ราบโดยท่วั กัน อำ� นวยพรมายังพน่ี อ้ งทกุ คน (พระสังฆราชซิลวโี อ สิริพงษ์ จรัสศรี) ประมุขแหง่ สงั ฆมณฑลจนั ทบุรี (คณุ พ่อยอแซฟ ธรรมรัตน์ เรือนงาม) เลขาธิการสงั ฆมณฑลจนั ทบรุ ี ประกาศ ณ ศนู ยส์ ังฆมณฑลจนั ทบุรี วนั ที่ 5 ธนั วาคม ค.ศ. 2022 5

ค�ำกลา่ วของคุณพ่อยอแซฟ ยอด เสนารักษ์ อปุ สังฆราช สงั ฆมณฑลจนั ทบรุ ี “พ่นี ้อง จงขอบพระคณุ พระบดิ าเจ้าดว้ ยความยนิ ดี พระองค์โปรดให้ทา่ นเป็นบคุ คลที่เหมาะสมจะเขา้ อยใู่ นแสงสวา่ ง มีสว่ นไดร้ บั มรดกร่วมกบั บรรดาผู้ศักด์สิ ทิ ธ์ิของพระเจา้ ” (คส 1:12) ขอขอบคณุ คณะกรรมการทกุ ทา่ น ทงั้ คณะสงฆ์ สภาอภิบาลทกุ วดั กลุม่ องคก์ ร คาทอลิก และผู้รับผิดชอบทุกฝา่ ยทีม่ สี ่วนรว่ ม เป็นหนงึ่ เดียวกันอย่างแข็งขันในการเดินทาง อนั ยาวนาน เพอื่ ตระเตรยี มการสมัชชาฯ อย่างเปน็ ระบบ มีกระบวนการตา่ ง ๆ ท่ดี ีและหลาก หลาย มกี ารสวดภาวนา รำ� พงึ ไตร่ตรองพระวาจา และบชู ามิสซาร่วมกันในทกุ โอกาสทีม่ กี าร ประชมุ สมั มนา นเี่ ป็นจุดเร่มิ ตน้ ของการเดินทางตอ่ ไปในอนาคต เปน็ “การจาริกแสวงบญุ ” ตลอดเวลาของสงั ฆมณฑลจนั ทบรุ ี ของครสิ ตชนทกุ คน เป็น “พันธกจิ อนั งามสงา่ ” เป็นการ เรียกของพระเจ้า และเราคริสตชนสังฆมณฑลจันทบุรีได้ยิน และตอบสนองต่อพันธกิจของ เราในพระคริสตเจ้า อาศัยพระหรรษทานแหง่ ศลี ล้างบาป ท�ำให้เรามีสว่ นรว่ มใน “พระกาย ทิพย์” ของพระคริสตเจ้าใน “การประกาศข่าวดี” เป็นการท�ำให้ประวัติศาสตร์แห่งความ รอดและความรกั เปน็ จริงและเป็นปจั จุบันทุกวัน ในนามของสงั ฆมณฑลจนั ทบรุ ี ในนามของคณะกรรมการ มคี วามชน่ื ชมยนิ ดแี ละ ภูมใิ จในพ่ีน้องทุกท่าน ขอพระอวยพร ดว้ ยความเคารพรกั คณุ พ่อยอด เสนารักษ์ 6

ค�ำกลา่ วของคณุ พอ่ ยอแซฟ ธรรมรัตน์ เรือนงาม เลขาธิการ สงั ฆมณฑลจนั ทบุรี “เราเปน็ เถาองุ่น ท่านทัง้ หลายเป็นก่ิงกา้ น ผทู้ ด่ี ำ� รงอยูใ่ นเรา และเราด�ำรงอยู่ในเขา ก็ย่อมเกดิ ผลมากมาย เพราะถา้ ไมม่ เี รา ทา่ นก็ทำ� อะไรไม่ได้เลย” (ยน 15:5) จากพระศาสนจกั รทก่ี า้ วเดนิ ไปดว้ ยกนั : ความเปน็ หนงึ่ เดยี วกนั (Communion) การมสี ว่ นรว่ ม (participation) และพนั ธกจิ (Mission) ในรปู แบบและกระบวนการการรบั ฟงั เสยี งของกนั และกนั และทกุ คนฟงั เสยี งของพระจติ เจา้ ทำ� ใหเ้ กดิ โอกาส และกระบวนการการ เรยี นรู้ กลบั ใจ และฟ้ืนฟูชวี ติ คริสตชนไทย โดยเฉพาะครสิ ตชนในเขตศาสนปกครองจันทบุรี ของเราอยา่ งชดั เจน และพร้อมทจี่ ะแบง่ ปนั ความเช่อื ความไวใ้ จ และความรกั ในรปู แบบของ การปฏิบัติดีแก่กันและกัน อีกท้ังยังเป็นบันไดน�ำไปสู่การสร้างความเป็นน�้ำหนึ่งใจเดียวกัน ส�ำนึกในการมีส่วนร่วมในพันธกิจร่วมกันในการประกาศข่าวดี เพ่ือร่วมสร้างพระอาณาจักร ของพระเจา้ ใหเ้ กดิ ขนึ้ ในครอบครวั ชวี ติ และเพอื่ นพนี่ อ้ ง ทงั้ ในความเชอื่ เดยี วกนั และตา่ งความ เชือ่ ท่ามกลางกระแสสังคมโลกในปัจจุบัน เพอื่ จะทำ� ใหเ้ ราแตล่ ะคนจะไดช้ ่ือวา่ เปน็ ศษิ ย์พระ คริสต์ สู่ศิษย์ธรรมทูตอยา่ งแทจ้ รงิ ในนามของสังฆมณฑลจันทบุรี และในนามของคณะกรรมการ ขอขอบคุณทุก ทา่ นท่มี ีสว่ นเก่ียวข้องท่ีท�ำให้การดำ� เนนิ การและจัดท�ำ ทั้งในภาคส่วนของสมัชชาสงั ฆมณฑล จนั ทบุรี และแผนอภิบาลสงั ฆมณฑลฯ ค.ศ. 2021-2030 นี้ ส�ำเรจ็ ลลุ ่วงไปด้วยดี โดยไดร้ ับ ความรว่ มมอื รว่ มใจ และรว่ มพนั ธกจิ จากพระสงั ฆราชทงั้ สองทา่ น คณะสงฆ์ นกั บวชชาย-หญงิ และทส่ี ำ� คญั คอื บรรดาพน่ี อ้ งครสิ ตชนทกุ คนในเขตศาสนปกครองจนั ทบรุ ี ขอพระเยซเู จา้ และ พระแม่มารี โปรดคุม้ ครองและอวยพรทุกทา่ นเสมอไป ดว้ ยความเคารพรกั คณุ พ่อธรรมรตั น์ เรอื นงาม 7

สารบญั ประวตั ิการบริหารงานสังฆมณฑลจันทบุรี........................................................................... 7 เอกสารประกอบการสมชั ชาสังฆมณฑลจนั ทบุรี ค.ศ. 2021 (See) ................................... 10 บทท่ี 1 หลักการ เหตผุ ล วตั ถปุ ระสงค์ การเตรยี มการ และการด�ำเนนิ การ บทท่ี 2 การก้าวเดินไปดว้ ยกันในชวี ิตและพนั ธกจิ ของพระศาสนจักร บทท่ี 3 สภาพความเป็นจรงิ ของสังฆมณฑลจนั ทบุรใี นปัจจบุ ัน บทท่ี 4 การกา้ วเดินไปด้วยกนั ในสังฆมณฑลจนั ทบุรี บทที่ 5 พระนางมารยี ผ์ ู้ก้าวเดินไปดว้ ยกันในพระศาสนจักร แถลงการณ์สมัชชาสงั ฆมณฑลจนั บุรี ค.ศ. 2021 (Judge) ................................................ 29 ก. กระบวนการจดั สมชั ชาสังฆมณฑลจนั ทบุรี ค.ศ. 2021 ข. สภาพความเปน็ จริงของสังฆมณฑลจนั ทบรุ ใี นปัจจุบัน บทที่ 1 ความเป็นหนึง่ เดียวกัน (Communion) บทที่ 2 การมีสว่ นร่วม (Participation) บทท่ี 3 พนั ธกจิ (Mission) บทสรุป แผนอภบิ าลสงั ฆมณฑลจนั ทบรุ ี ค.ศ. 2021-2030 (Act).................................................... 38 วสิ ยั ทัศน์ พันธกจิ หลกั การ แผนงานอภบิ าลท้ัง 6 ฝ่าย จดุ รว่ มกนั ของการทำ� งานแต่ละฝา่ ย 1. ด้านอภบิ าล 2. ด้านธรรมทตู 3. ด้านสังคม 4. ด้านศกึ ษาอบรม 5. ด้านสอื่ สารสงั คม 6. ด้านบริหารจัดการ อภธิ านศัพท์........................................................................................................................ 50 8

ประวัติการบริหารงาน สังฆมณฑลจันทบุรี สังฆมณฑลจันทบุรีได้รับการก่อต้ังอย่างเป็นทางการจากพระสันตะปาปาปีโอที่ 12 เม่ือวันที่ 11 พฤษภาคม ค.ศ. 1944 โดยมพี ระสงั ฆราชและคณะสงฆพ์ นื้ เมอื งเปน็ ผบู้ รหิ ารและอภบิ าลสตั บรุ ษุ ในเขต 8 จงั หวดั ภาคตะวันออกของประเทศไทย ตลอดระยะเวลาท่ีผ่านมา คณะสงฆ์สังฆมณฑลจันทบุรีได้พยายามพัฒนาและ ปรบั ปรงุ การบรหิ ารงานสงั ฆมณฑลและรปู แบบการอภบิ าลสตั บรุ ษุ ใหเ้ ปน็ ไปตามทศิ ทางของพระศาสนจกั รสากล สภาพความเปน็ จรงิ ท่เี กิดขน้ึ และความตอ้ งการของบรรดาสตั บุรุษเสมอมา หลังจากสงั คายนาวาตกิ ันท่ี 2 สนิ้ สุดลงในปี ค.ศ. 1965 สังฆมณฑลได้มีนโยบายสง่ เสรมิ ใหค้ รสิ ตชน ฆราวาสเขา้ มามสี ่วนรว่ มในการบรหิ ารงานและรว่ มงานอภิบาลมากยงิ่ ขึน้ ในรูปแบบของคณะกรรมการวัด สภา วดั และสภาอภบิ าลวัดตามล�ำดบั 9

ปี ค.ศ. 1998 ไดม้ ีการจดั ท�ำ “คมู่ ือการด�ำเนินงานสภาอภบิ าลวดั ” เพ่อื เป็นแนวทางในการจัดต้ัง และดำ� เนินงานอยา่ งเปน็ รปู ธรรมและชัดเจน, ปี ค.ศ. 2000 ได้มกี ารรณรงคใ์ หท้ ุกวัดมีสภาอภบิ าลวดั , และใน ปี ค.ศ. 2004 ได้มีการรวมกลุ่มสภาอภบิ าลวดั เป็นระดับแขวง ปี ค.ศ. 2000 ได้เร่ิมมีการวางทิศทางงานอภิบาลในระดับสังฆมณฑลอย่างเป็นทางการ ประกอบ ไปดว้ ยวสิ ยั ทัศน์และนโยบายปฏิบัติ ซ่ึงแบง่ ออกเปน็ 6 ดา้ น คือ ด้านอภิบาล ด้านธรรมทูต ด้านสงั คม ด้านการ ศกึ ษาอบรม ดา้ นสื่อสารสงั คม และด้านบรหิ ารจดั การ โดยมีการประกาศใชเ้ ม่ือวันท่ี 7 มกราคม ค.ศ. 2001 ใช้ ช่อื วา่ “ทศิ ทางงานอภบิ าลสังฆมณฑลจนั ทบรุ ี ค.ศ. 2000-2005” ปี ค.ศ. 2006 ไดม้ กี ารประกาศใช้ “ทศิ ทางงานอภบิ าลสงั ฆมณฑลจนั ทบุรี ค.ศ. 2006-2010” เมื่อวนั พธุ ศักดิส์ ทิ ธท์ิ ่ี 12 เมษายน ค.ศ. 2006 ณ วัดพระหฤทยั แหง่ พระเยซเู จ้า ศรีราชา ปี ค.ศ. 2010 เพอ่ื เป็นการประเมินผลทศิ ทางงานอภบิ าลสงั ฆมณฑลจันทบรุ ี ค.ศ. 2006-2010 และ เตรยี มแผนฉบับต่อไป ได้จดั ใหม้ ีการท�ำวจิ ยั ดว้ ยแบบสอบถามกึง่ โครงสรา้ ง จ�ำแนกออกเปน็ งานแตล่ ะด้าน และ จัดสมั มนากลมุ่ ย่อยต่าง ๆ ได้แก่ พระสงฆ์ นักบวช สภาอภิบาลระดบั แขวง และสมัชชาใหญ่พร้อมกนั ระหวา่ ง วันท่ี 17-19 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2011 หัวข้อ “ชุมชนศิษย์พระคริสต์ เสริมสร้างพระอาณาจักรของพระเจ้า” ตามกระบวนการ “วถิ ีเชงิ บวก” (Appreciative Inquiry Method) ที่สุด ไดม้ กี ารประกาศใช้ “แผนอภิบาล สงั ฆมณฑลจันทบรุ ี ค.ศ. 2011-2015” เมอื่ วนั ท่ี 18 มถิ นุ ายน ค.ศ. 2011 สืบเน่ืองมาจาก กฤษฎีกาสมัชชาใหญ่ของพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย ค.ศ. 2015 “ศษิ ยพ์ ระครสิ ตเ์ จรญิ ชวี ติ ประกาศขา่ วดใี หม”่ และการศกึ ษาผลการดำ� เนนิ งานตาม “แผนอภบิ าลสงั ฆมณฑล ค.ศ. 2011-2015” ซึ่งได้เริม่ ทำ� จากระดับวัด ระดบั แขวง ส่รู ะดบั สังฆมณฑล สังฆมณฑลจนั ทบุรไี ดป้ ระกาศใช้ “แผนอภิบาลสังฆมณฑลจนั ทบุรี ค.ศ. 2016–2020” เม่อื วนั ท่ี 10 ธันวาคม ค.ศ. 2016 ณ อาสนวหิ ารพระนาง มารีอาปฏิสนธนิ ริ มล ระหวา่ งปี ค.ศ. 2020-2022 การแพร่ระบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 ในขณะเดียวกัน พระ สันตะปาปาฟรงั ซิสไดป้ ระกาศใหม้ ีการสมชั ชาบิชอปสากล ครง้ั ท่ี 16 โดยแบ่งกระบวนการออกเป็น 3 ระดับ คือ ระดับสงั ฆมณฑล ระดบั ทวีป และระดับโลก โดยเริ่มตน้ ต้งั แตว่ ันท่ี 17 ตุลาคม ค.ศ. 2021 (ดูเอกสารประกอบ การสมชั ชาสังฆมณฑลจนั ทบุรี ค.ศ.2021 หน้า 10 ) 10

สงั ฆมณฑลจนั ทบุรีไดแ้ ตง่ ตั้งคณะอนกุ รรมการเพ่อื จดั เตรียมการทำ� สมัชชาดังกล่าว ด้วยการศกึ ษา เอกสารทเ่ี กยี่ วขอ้ ง และออกแบบสอบถามความคดิ เหน็ จากตวั แทนประชากรของพระเจา้ ในสงั ฆมณฑล เพอ่ื เตรยี ม ขอ้ มลู สำ� หรบั การสมชั ชาตอ่ ไป และถอื โอกาสนเ้ี ปน็ การประเมนิ แผนอภบิ าลสงั ฆมณฑล ค.ศ. 2016-2020 ไปดว้ ย 17 ตุลาคม ค.ศ. 2021 ได้มีพิธเี ปดิ การทำ� สมชั ชาโดยพระสงั ฆราชซลิ วีโอ สิรพิ งษ์ จรสั ศรี ณ อาสน วิหารพระนางมารีอาปฏิสนธนิ ิรมล ท่ามกลางกฎระเบียบในการควบคุมโรคติดต่ออยา่ งเคร่งครัด จากนน้ั ได้มกี าร สมัชชาของสมาชิกสมัชชาร่วมกัน 2 ครัง้ ณ ศนู ยส์ งั ฆมณฑลจันทบรุ ี คอื วันเสาร์ที่ 13 พฤศจกิ ายน และวนั จนั ทร์ ท่ี 6 ธนั วาคม ค.ศ. 2021 ทสี่ ดุ ไดม้ กี ารประกาศ “แถลงการณส์ มัชชาสังฆมณฑลจนั ทบุรี” อยา่ งเปน็ ทางการ โดยพระสงั ฆราชซิลวโี อ สิรพิ งษ์ จรสั ศรี ณ อาสนวหิ ารพระนางมารอี าปฏิสนธนิ ริ มล เมือ่ วนั อาทิตยป์ สั กาท่ี 17 เมษายน ค.ศ. 2022 จากแถลงการณส์ มัชชาสงั ฆมณฑลจนั ทบรุ ี ค.ศ. 2021 คณะผ้บู รหิ ารสังฆมณฑลจันทบุรจี ึงได้จดั ทำ� “แผนอภบิ าลสังฆมณฑลจนั ทบุรี ค.ศ. 2021-2030” อาศัยการฟังซึ่งกนั และกนั การฟังเสียงของพระจิตเจา้ การพจิ ารณาเครอื่ งหมายแหง่ กาลเวลา การไตรต่ รองคณุ คา่ พระวรสาร ความตอ้ งการของบรรดาสตั บรุ ษุ ในปจั จบุ นั พระด�ำรขิ องพระสนั ตะปาปาฟรังซิส ความเปน็ หนง่ึ เดียวกบั พระศาสนจักรสากล การแสวงหาพระประสงคข์ อง พระเจ้าในชวี ิตประจ�ำวันของคริสตชนแต่ละคน ทงั้ นี้ เพ่อื สบื สานพนั ธกจิ การประกาศข่าวดจี ากอดีตท่ีได้ด�ำเนนิ มาจนถึงปัจจุบัน เพื่อความดีของส่วนรวม และเพ่ือพระเกียรติมงคลของพระเจ้าจะได้ปรากฏอยู่ในสังฆมณฑล จนั ทบุรีสืบไป 11

เอกสารประกอบการสมชั ชา สังฆมณฑลจันทบุรี ค.ศ. 2021 เอกสารประกอบการสมชั ชา (Instrumentum Laboris) เปน็ เอกสารทจ่ี ดั ทำ� งานระหวา่ งกระบวนการ สมชั ชาสงั ฆมณฑลจนั ทบุรี ค.ศ. 2021 แบง่ ออกเปน็ 5 บทด้วยกนั ดงั มรี ายละเอยี ดดงั ต่อไปน้ี คอื บทท่ี 1. บทนำ� กล่าวถงึ หลกั การและเหตุผล วัตถุประสงค์ และกระบวนการในการท�ำสมัชชาฯ บทที่ 2. การก้าวเดินไปด้วยกันในชีวิตและพันธกิจของพระศาสนจักร เป็นการสรุปใจความส�ำคัญ ของแนวความคิดในการเตรยี มสมัชชาบชิ อปสากลครง้ั ท่ี 16 ที่จดั ท�ำขน้ึ โดยคณะกรรมการ ธกิ ารเทววทิ ยานานาชาติ กรงุ โรม ประเทศอติ าลี ซง่ึ ถอื ไดว้ ่าเปน็ วสิ ยั ทศั นข์ องการจดั สมชั ชา บชิ อปในครง้ั น้ี ประกอบไปดว้ ย 4 บทยอ่ ยดว้ ยกัน คอื 1) การกา้ วเดนิ รว่ มกนั ในพระคมั ภรี ์ ในธรรมประเพณี และในประวตั ศิ าสตข์ องพระศาสนจกั ร 2) เทววิทยาแห่งการก้าวเดนิ ไปดว้ ยกัน 3) วธิ กี ารท�ำงานรว่ มกัน 4) การกลบั ใจสู่การฟน้ื ฟกู ารก้าวเดนิ ไปด้วยกัน บทท่ี 3. สภาพความเปน็ จรงิ ของสังฆมณฑลจนั ทบรุ ใี นปัจจบุ ันในด้านต่าง ๆ 1) ความเจรญิ ก้าวหนา้ ทางด้านเศรษฐกจิ 2) ความเจริญกา้ วหนา้ ทางด้านเทคโนโลยี 3) ด้านครอบครัว 4) ดา้ นสภาพแวดลอ้ มของชุมชนแห่งความเชอื่ 5) ผลกระทบจากการแพรร่ ะบาดของโรคติดเชอื้ ไวรัสโคโรนา 2019 บทที่ 4. การกา้ วเดินไปดว้ ยกนั ในสังฆมณฑลจันทบุรี โดยนำ� ข้อเสนอแนะจากเอกสารการกา้ วเดิน ไปด้วยกันในชีวิตและพันธกิจของพระศาสนจักร (ในบทที่ 2) มาวิเคราะห์และสังเคราะห์ กับบริบทของสังฆมณฑลจันทบุรี เพื่อให้มาซ่ึงเป้าหมายของการท�ำสมัชชาตามพระด�ำริ ของพระสนั ตะปาปาไวล้ ่วงหน้าก่อนการทำ� สมชั ชาฯ จริง ในดา้ นความเปน็ หนึ่งเดยี ว การ มีสว่ นรว่ ม และพันธกิจ บทที่ 5. พระนางมารยี ผ์ ้กู ้าวเดนิ ไปด้วยกันในพระศาสนจกั ร และบทภาวนาเพอ่ื การสมัชชาฯ 12

บทที่ 1 บทนำ� 1.1 หลกั การและเหตุผล 1. เนื่องด้วยพระสันตะปาปาฟรังซิสประกาศให้มีการสมัชชาบิชอปสากลสมัยสามัญคร้ังท่ี 16 ใน เดอื นตุลาคม ค.ศ. 2023 หวั ข้อ “เพ่ือพระศาสนจกั รทีก่ ้าวเดินไปดว้ ยกนั : ความเปน็ หน่งึ เดียว, การมีส่วนรว่ ม, และพนั ธกจิ ” (For A Synodal Church: Communion, Participation and Mission) โดยแบง่ การสมัชชา ออกเปน็ 3 ระดบั ดงั ต่อไปน้ี คือ 1) ระดับสังฆมณฑล เร่มิ ตัง้ แต่วันท่ี 17 ตุลาคม ค.ศ. 2021 2) ระดบั ทวีป เริม่ ตง้ั แต่ เดือนกนั ยายน ค.ศ. 2022 3) ระดับโลก ในเดอื นตลุ าคม ค.ศ. 2023 ณ นครรัฐวาติกนั 1 2. การท�ำสมัชชาในคร้ังนี้ค�ำนึงถึงกระบวนการของการมีส่วนร่วมท่ีกว้างขึ้นของประชากรพระเจ้า (People of God) ในสังฆมณฑล โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ จากประชาสัตบรุ ษุ ใหเ้ กิดความมีสว่ นร่วม, การกลบั ใจใน การดำ� เนนิ ชวี ติ , และสรา้ งพระศาสนจกั รทก่ี า้ วเดนิ ไปดว้ ยกนั โดยมงุ่ เนน้ ไปทกี่ ารฟงั และการเรยี นรซู้ ง่ึ กนั และกนั 2 และฟังเสยี งของพระจติ เจ้า เพ่ือแสวงหาขอบฟา้ ใหม่ทพ่ี ระองค์จะประทานใหก้ ับเรา, เป็นการเห็นพ้องต้องกนั ใน ความเช่อื ของพระศาสนจักร, และปรบั โฉมหนา้ ของพระศาสนจกั รท้องถ่ินในชว่ งเวลาแห่งการเปล่ยี นแปลงน3ี้ 3. สงั ฆมณฑลจนั ทบรุ จี งึ ขานรบั ตอ่ คำ� เชอ้ื เชญิ ของพระสนั ตะปาปาฟรงั ซสิ และพรอ้ มทจี่ ะกา้ วเดนิ ไป ดว้ ยกันกบั สังฆมณฑลอ่ืน ๆ ทัง้ ในประเทศไทยและทั่วโลก จึงได้จัดให้มีการท�ำสมัชชาระดบั สงั ฆมณฑลข้ึน เพ่อื ใชโ้ อกาสนไี้ ตรต่ รองและวเิ คราะห์สถานการณ์จรงิ ท่ีเกดิ ข้นึ ภายในสังฆมณฑลในยุคปัจจบุ ัน (See) พรอ้ มกับมอง สัญญาณแห่งกาลเวลาด้วยสายตาแห่งความเชื่อ ในการแสวงหาพระประสงคข์ องพระเจ้า กบั พนั ธกิจทไี่ ดร้ บั จาก พระเยซูคริสตเจ้าในการประกาศข่าวดีแห่งคุณค่าพระวรสาร (Judge) ที่สุด เพื่อจะได้วางแผนการท�ำงานด้าน อภิบาลและด้านการแพร่ธรรมให้บังเกิดประสิทธิผล และสอดคล้องกับความต้องการของประชากรของพระเจ้า ทัง้ ในปัจจุบนั และในอนาคตตอ่ ไป (Act) 1.2 วตั ถุประสงค์ 4. วัตถุประสงค์ของสมัชชาสงั ฆมณฑลจนั ทบรุ ี มดี ังตอ่ ไปนี้ คอื 1) เพื่อวิเคราะห์ ไตร่ตรอง สภาพความเปน็ จรงิ ทเี่ กิดขึน้ ในปัจจบุ นั ท่สี ง่ ผลกระทบต่อชวี ิตและ พันธกจิ ของสงั ฆมณฑลในมิติต่าง ๆ ทัง้ ภายในและภายนอกพระศาสนจกั ร 2) เพ่ือแสวงหาความตอ้ งการทแ่ี ทจ้ ริงและเปน็ ปัจจุบนั ของประชากรพระเจา้ ในสงั ฆมณฑล 3) เพื่อกระตุ้นท�ำให้เกิดการก้าวเดินไปด้วยกันในระดับสังฆมณฑล: ความเป็นหน่ึงเดียวกัน, การมีส่วนร่วม, และพันธกิจ 4) เพ่อื กำ� หนดทิศทางงานอภบิ าลและแพร่ธรรมของสงั ฆมณฑล 1 คำ�แถลงการณข์ องพระคาร์ดนิ ัลมารโิ อ เกรช (Card. Mario Grech) เลขาธิการสมชั ชาบชิ อปสากล (the Secretary General of Synod of Bishops) เกยี่ วกบั การจดั สมชั ชาฯ ตามวตั ถปุ ระสงค์ของพระสนั ตะปาปา เม่อื วันเสาร์ท่ี 22 พฤษภาคม ค.ศ. 2021 กอ่ นวันสมโภชพระจิตเจา้ 2 คำ�ปราศรยั ของพระสันตะปาปาฟรังซิส โอกาสครบรอบ 50 ปี สมชั ชาบชิ อปสากล (the Synod of Bishops) เม่ือวันที่ 17 ตุลาคม ค.ศ. 2015 3 สาส์นของพระคาร์ดินัลมารโิ อ เกรช ถึงอัครสังฆมณฑลลเิ วอร์พลู อังกฤษ เมื่อวันท่ี 15 มถิ นุ ายน ค.ศ. 2021 13

1.3 การดำ� เนินงานระดับสังฆมณฑล การเตรียมการสมัชชา 5. การเตรียมการสมชั ชาสังฆมณฑลจนั ทบรุ ี เดือนสงิ หาคม 2021 −−วางแผนการสมชั ชา, จดั ตง้ั คณะทำ� งาน, แตง่ ตงั้ สมาชกิ สมชั ชา, นำ� เสนอสภาบาทหลวง (สภาสงฆ)์ −−จัดท�ำแนวทางในการทำ� สมชั ชา (Lineamenta/Guideline of the Synod) จากเอกสารส�ำคัญ 3 ชุด คือ 1) คมู่ อื การทำ� สมชั ชา (Vademecum / Handbook) และเอกสารเตรยี มสมชั ชา (Prepara- tory Document) ทีไ่ ด้รบั จากส�ำนกั เลขาธกิ ารบิชอปสากล 2) การประเมินผลกฤษฎีกาใหญ่ ปี ค.ศ. 2015 ในระดับสังฆมณฑล และการประเมินผล แนวทางอภบิ าลของสงั ฆมณฑล ปี ค.ศ. 2015 – 2020 3) แนวค�ำถามที่ได้รับจากเลขาธิการสมัชชาบชิ อปสากล จ�ำนวน 10 คำ� ถาม เดือนกนั ยายน 2021 −−สง่ เอกสารการเร่มิ ท�ำสมชั ชาและคำ� ถาม (Lineamenta) ไปใหส้ มาชิกสมัชชา −−คณะบาทหลวงร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ ในระดับแขวง −−น�ำค�ำตอบทไ่ี ดร้ บั มาจัดทำ� ค่มู อื ในการทำ� สมัชชา (Instrumentum Laboris) ท�ำการสมชั ชา 6. การทำ� สมัชชาสงั ฆมณฑลจนั ทบรุ ี เดือนตลุ าคม 2021 −−17 ตุลาคม บิชอปซิลวีโอ สิริพงษ์ จรัสศรี ท�ำการเปิดการท�ำสมัชชาฯ อย่างเป็นทางการ ณ อาสนวิหารพระนางมารอี าปฏิสนธินริ มล จ.จนั ทบุรี เวลา 10.00 น. −−สง่ คมู่ อื ในการทำ� สมชั ชา (Instrumentum Laboris) กลบั ไปใหส้ มาชกิ เพอ่ื เตรยี มการทำ� สมชั ชา −−แต่ละแขวงจดั สมชั ชาเพอ่ื ระดมความคิดเหน็ −−คณะกรรมการเตรยี มสมชั ชาฯ รวบรวมความคดิ เหน็ ทไี่ ดเ้ พอ่ื จดั ทำ� “รา่ งกฤษฎกี าหลงั สมชั ชา” (Draft of Decree) −−จัดสง่ ร่างกฤษฎีกาฯ กลับไปยงั สมาชิกสมชั ชาเพ่ือตรวจสอบและแสดงความคิดเห็นเพ่ิมเตมิ เดือนธันวาคม 2021 −−6 ธนั วาคม ประชุมสมาชกิ สมชั ชาเพ่ือลงมติกฤษฎกี า (Decree) −−สภาบาทหลวง (สภาสงฆ์) พิจารณากฤษฎกี า −−บิชอปซลิ วีโอ สริ พิ งษ์ จรัสศรี ประกาศใชก้ ฤษฎีกาอยา่ งเป็นทางการ −−สง่ กฤษฎกี าหลงั สมชั ชาไปยงั เลขาธกิ ารสภาประมขุ แหง่ บาทหลวงโรมนั คาทอลกิ แหง่ ประเทศไทย −−ส้ินสุดกระบวนการสมัชชาฯ 14

บทท่ี 2 การกา้ วเดนิ ไปดว้ ยกนั ในชวี ติ และพนั ธกจิ ของพระศาสนจักร 2.1 การกา้ วเดนิ ร่วมกันในพระคมั ภรี ,์ ธรรมประเพณี และในประวตั ิศาสตร์ของพระศาสนจกั ร 7. พระเจ้าทรงสร้างอทุ ยานเอเดนทมี่ ีความสมบูรณแ์ ละสวยงามใหม้ นษุ ยไ์ ด้อยู่อาศยั และพระองค์ ไดท้ รงพระด�ำเนินอยูใ่ นสวนนน้ั พรอ้ มกับพวกเขา (เทยี บ ปฐก 2:8) แต่มนษุ ยห์ ลงเช่ืองูมากกว่าการเชื่อฟงั พระเจ้า จึงถูกงูล่อลวง ผลของบาปนั้นได้ท�ำลายแผนการของพระเจ้าด้วยความไม่ซื่อสัตย์ และความมืดบอด (ดู พระ ครสิ ต์ทรงพระชนม์ ข้อ 102)4 ต่อกระแสเรยี ก กระนน้ั ก็ดี พระเปน็ เจ้ายังคงเดินเคียงข้างกับมนุษย์เสมอตลอด ประวัติศาสตรท์ ผ่ี ่านมา เพอ่ื ช้ีน�ำทาง สง่ั สอน และเปดิ เผยความจริงตา่ ง ๆ ใหก้ ับมนษุ ย์ได้รบั รู้ โดยแผนการนั้น สำ� เรจ็ สมบูรณใ์ นองค์พระเยซูครสิ ตเจ้า 8. พระเยซเู จา้ ผทู้ รงสอนใหเ้ รากา้ วเดนิ ไปขา้ งหนา้ อยตู่ ลอดเวลา พระองคค์ อื หนทาง (เทยี บ ยน 14:6) และเราเดินบนหนทางน้ัน เรากับพระองค์หรือพระองค์กับเราก็เดินทางไปด้วยกันตลอดประวัติศาสตร์ของพระ ศาสนจกั ร เฉกเชน่ เดยี วกบั ศษิ ยส์ องคนทก่ี ำ� ลังเดินทางไปเอมมาอูส โดยได้สนทนากบั พระเยซเู จา้ ตลอดเส้นทาง ซึง่ พระองคไ์ ด้ใหแ้ สงสว่างกบั เขาด้วยพระวาจา และหลอ่ เลีย้ งพวกเขาด้วยศีลมหาสนทิ (ลก 24:13-35) พระองค์ ทรงมอบอ�ำนาจและหนา้ ทนี่ ใี้ หก้ บั บรรดาอคั รสาวกดว้ ยพระพรของพระจติ เจา้ ในการเลยี นแบบพระองค์ และเมอื่ มีปัญหาหรือความขัดแย้งพวกเขาได้แลกเปล่ียนความคิดเห็น โดยรับฟังกันและกันในสมัชชาแห่งกรุงเยรูซาเล็ม (เทยี บ กจ 15 และ กท 2:1-10) เพื่อท่ีจะกา้ วเดินตอ่ ไปดว้ ยกนั 9. จากนน้ั เปน็ ตน้ มา การสมชั ชาจงึ ถอื เปน็ เครอื่ งมอื ในการเดนิ ทางของพระศาสนจกั ร เพอ่ื ทจี่ ะทำ� ให้ บรรดาศษิ ย์ก้าวเดนิ ไปบนหนทางเดยี วกนั เชน่ ที่เมืองนิเชอา (325), กรงุ คอนสแตนติโนเปิล (381), เมืองชาลซี ดอน (451) นอกจากน้นั ในศตวรรษที่ 4 มีการประชมุ กนั อย่างสม่ำ� เสมอที่เมืองอเล็กซานเดรียและอันทิโอก ใน เรือ่ งพธิ ีกรรม, กฎหมาย, และเร่อื งสำ� คญั เร่งด่วนตา่ ง ๆ, เมืองเตร็นท์ (1512), วาติกนั ท่ี 1 (1869) และ วาติกนั ท่ี 2 (1962) 2.2 วัตถปุ ระสงค์ 10. พนื้ ฐานทางดา้ นเทววทิ ยาของการกา้ วเดนิ ไปดว้ ยกนั อยทู่ ค่ี วามสมั พนั ธข์ องพระตรเี อกภาพ เปน็ 1) ต้นกำ� เนดิ 2) รปู แบบ และ 3) เปา้ หมายของการกา้ วเดินไปดว้ ยกัน 11. พระศาสนจักรจงึ มีความศักดิส์ ทิ ธ์ิ สากล และสบื เน่ืองมาจากอคั รสาวก อันเป็นผลงานของพระ ตรเี อกภาพ อาศัยพระจิตเจ้าและพระพรของพระจิตเจา้ ทพี่ ระเยซคู รสิ ตเจา้ ประทานให้ในวนั เปนเตกอสเต (เทียบ กจ 2:1-36) ในความสัมพันธน์ ้ที ำ� ใหส้ หพันธ์นักบญุ (สวรรค์ แผ่นดนิ และแดนชำ� ระ) กลายเป็นจริงท้งั ในความ หมายของความเป็นหน่ึงเดียวกันและความศักดิ์สิทธ์ิ ซึ่งมีกระแสเรียกในการก้าวเดินไปสู่ความสมบูรณ์ในองค์ พระเยซคู รสิ ตเจ้า 4 สมณลิขติ เตือนใจหลงั สมชั ชาบชิ อปสากลเก่ียวกับเยาวชน ชอ่ื “พระคริสต์ทรงพระชนม์” (Christus Vivit) โดยพระสันตะปาปาฟรังซสิ เมื่อวันที่ 25 มนี าคม ค.ศ. 2019 ข้อ 102 15

12. หนทางแห่งการก้าวเดินของพระศาสนจักร 1) ถูกหล่อหลอมและได้รับการท�ำนุบ�ำรุงด้วยศีลมหาสนิท ที่ท�ำให้เราได้เป็นร่างกายเดียวกัน โดยมีองค์พระเยซคู รสิ ตเจา้ เป็นศรี ษะ (1 คร 12:12-30) 2) พระศาสนจกั รจึงมีธรรมชาตเิ ป็น “ผ้เู ดนิ ทาง” และ “ธรรมทูต” ไปพรอ้ ม ๆ กัน โดยมี จุดมุ่งหมายไปที่การสิ้นพิภพ หรือการเสด็จกลับมาครั้งที่สองขององค์พระเยซูคริสตเจ้า (เทียบ กจ 1:8) 3) ในความสมั พนั ธก์ นั ระหวา่ งพระศาสนจกั รแหง่ กรงุ โรม, พระศาสนจกั รสากล, พระศาสนจกั ร ระดบั ภมู ภิ าค (ทวปี ), และพระศาสนจกั รทอ้ งถนิ่ ทเี่ ปน็ เพอ่ื นรว่ มเดนิ ทางไปดว้ ยกนั , สมั พนั ธ์ กนั , พงึ่ พากนั , และขึ้นตอ่ กันและกนั 4) พระสนั ตะปาปาฟรงั ซสิ ไดท้ รงเปล่ียนพีรามิดของประชากรพระเจ้าในพระศาสนจักรให้เป็น “พรี ามิดทก่ี ลบั หวั ” โดยพระองค์ทา่ นเป็นผู้ท่อี ยสู่ ว่ นล่างสุดของฐานพีรามิดน้นั ท่จี ะตอ้ ง ใหก้ ารบรกิ ารและรบั ใช้ทกุ คนท่ีอยใู่ นพระศาสนจักร 13. วิสัยทัศน์เชิงเทววิทยาเรื่องพระศาสนจักร สามารถให้ค�ำจ�ำกัดความของประชากรออกเป็น 3 ลกั ษณะดว้ ยกนั กลา่ วคอื 1) “ทกุ คน” (All) หมายถึง การสำ� นกึ ในความเชือ่ (Sensus Fidei)5 ของบรรดาสตั บรุ ษุ ทกุ คน 2) “บางคน” (Some) หมายถึง บรรดาบชิ อปพร้อมกบั คณะบาทหลวงของพวกทา่ น 3) “คนเดียว” (One) หมายถึง บิชอปแหง่ กรงุ โรม หรือ พระสนั ตะปาปา 14. การฟน้ื ฟกู ารกา้ วเดนิ ไปดว้ ยกนั ของพระศาสนจกั ร เรยี กรอ้ งใหเ้ กดิ กระบวนการแลกเปลย่ี นความ คิดเห็นกนั อย่างสรา้ งสรรค์ และจำ� เปน็ ต้องปรึกษาหารือกบั ประชากรทั้งปวงเพราะเป็นเรือ่ งของทกุ คน และอะไร กต็ ามทีม่ ผี ลกระทบตอ่ ทกุ คน ควรมกี ารอภิปรายและได้รับความเห็นชอบจากทกุ คน ในมิติ 3 ประการ ของพระ ศาสนจกั ร คอื 1) ความเชอ่ื 2) ศีลศักดิ์สิทธิ์ 3) การปกครอง เพอ่ื ทำ� ใหเ้ กดิ การมสี ว่ นรว่ มและรบั ผดิ ชอบรว่ มกนั โดยทกุ ความคดิ เหน็ ไมค่ วรทจ่ี ะละทงิ้ ไป ใหค้ วาม เคารพในความคดิ เหน็ ทแ่ี ตกตา่ ง การรับฟงั ด้วยความตง้ั ใจ 5 “Sensus fidei” (sense of the faith หรือ sense of the Faithful หรอื ความสำ�นกึ ในความเช่อื ) ในความหมายตามคำ�สอนของพระศาสนจกั รคาทอลิก (CCC) หมายถงึ 1) ความสำ�นกึ (กตญั ญ)ู เหนือธรรมชาตใิ นฐานะทเ่ี ป็นผูท้ ่มี ีความเชือ่ คนหนึ่ง ต่อการมสี ว่ นร่วม หรือความเป็นเจา้ ของในพระศาสนจกั รสากล 2) ด้วยการยดึ มนั่ ในความเช่อื , กฎศีลธรรม และคำ�สง่ั สอนตา่ ง ๆ ของพระศาสนจกั ร อันอยูบ่ นรากฐานขององค์พระจติ เจา้ แห่งความจริง 3) พวกเขาจะยึดติดกับความเชือ่ อย่างไม่ปลอ่ ยวาง โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ในมโนธรรมส่วนลึกของพวกเขาในการเลือกทำ�สิ่งต่าง ๆ ในชีวติ ปจั จบุ นั ดงั ที่พระเยซคู รสิ ตเจ้าทรงตรัสว่า “ประตูนรกจะไมม่ วี ันเอาชนะพระศาสนจักรได”้ (มธ 16:18) 4) พระศาสนจกั รในท่ีนีห้ มายถึง หนา้ ท่ใี นการดูแลของบรรดาพระสังฆราชท่ีจะไม่ใหบ้ รรดาสัตบรุ ษุ ผิดหลงไปจากความเชอ่ื 16

2.3 วธิ ีการทำ� งานร่วมกนั 1. การเรียกทกุ คนใหก้ า้ วเดนิ ทางไปดว้ ยกนั 15. ด้วยความส�ำนึกในความเช่อื (Sensus Fidei) สัตบุรษุ ทุกคนควรถกู เรียกให้มารับผิดชอบรว่ ม กนั โดยทำ� ให้พระพรจากพระจิตเจ้าท่ีไดร้ ับปรากฏออกมาใหเ้ หน็ ในชมุ ชนแห่งความเชื่อ และเป็นส่วนหน่งึ ในการ ฟน้ื ฟูพระศาสนจกั รทัง้ ครบ โดยเฉพาะอยา่ งย่ิง ประสบการณ์แหง่ ความเชื่อ ความศรัทธาประชานยิ ม การอภิบาล วฒั นธรรม สงั คม และความสามารถสว่ นตวั 16. กระแสเรียกแห่งการก้าวเดินไปด้วยกัน ยังหมายถึง การฟังพระวาจาของพระเจ้า การเข้าใจ ในขอ้ ความเชอ่ื อย่างสมเหตุสมผล สอดคลอ้ งกบั ความเช่อื และวิทยาศาสตร์ ความสุขมุ รอบคอบในการไตรต่ รอง เคร่อื งหมายของกาลเวลาตามแสงสว่างแหง่ พระวรสาร การเสวนากบั สังคมและวัฒนธรรม 2. การก้าวเดนิ ไปดว้ ยกันในระดบั พระศาสนจักรท้องถิน่ (ระดบั วัดและระดับสังฆมณฑล) 17. พระศาสนจักรท้องถิ่นจะต้องแข็งขันในการเฉลิมฉลองศีลมหาสนิท การสวดภาวนา การร่วม พิธกี รรมอย่างเปน็ ทางการของสงั ฆมณฑลท่มี บี ชิ อปเปน็ ประธานลอ้ มรอบด้วยคณะบาทหลวงและสังฆานกุ รของ ท่าน ในบรบิ ทของประวัตศิ าสตรข์ องสงั ฆมณฑล ภาษาท้องถิน่ และวฒั นธรรมท่ีเกย่ี วข้อง อันจะทำ� ให้ภาพของ การเปน็ ประจกั ษพ์ ยานไดป้ รากฏในชมุ ชน และกอ่ ใหเ้ กดิ งานธรรมทตู ทท่ี �ำใหผ้ คู้ นไดก้ ลบั ใจ โดยน�ำหลกั การ “ทกุ คน”, “บางคน” และ “คนเดยี ว” มาใชใ้ นสงั ฆมณฑล 18. หน่วยงานและองคก์ รต่าง ๆ ท่ที �ำให้พนั ธกิจของบิชอปไดป้ รากฏข้ึนในสงั ฆมณฑล เชน่ คณะท่ี ปรึกษา, สภาสงฆ์, กรรมการบริหารฯ, ฝา่ ย, แผนก, ส�ำนกั งาน, องค์กร, สภาอภิบาล ฯลฯ ถอื เป็นหน่วยงานถาวร ท่ที ำ� หนา้ ทส่ี ง่ เสริมความเปน็ หน่ึงเดยี วและการกา้ วเดนิ ไปดว้ ยกัน ที่บิชอปจะต้องฟงั เสยี ง, ปรกึ ษาหารอื , เสวนา, ประชุมและประเมนิ ผลรว่ มกบั พวกเขา เพอ่ื ความดีงามและคณุ ประโยชน์ของสังฆมณฑลส่วนรวม ภายใต้อำ� นาจ ในการตัดสนิ ใจของบชิ อป 3. การกา้ วเดินไปด้วยกันในพระศาสนจกั รระดบั ภมู ภิ าค (ทวีป) 19. จากประสบการณ์ในการจดั ตง้ั พระศาสนจักรในระดบั ภมู ภิ าค โดยอาศยั ความคล้ายคลึงกนั ของ ประวตั ศิ าสตรก์ ารกอ่ ตั้งพระศาสนจกั ร วฒั นธรรม สังคม ปัญหา และอปุ สรรค ท�ำให้เกดิ ความเขา้ ใจรว่ มกัน การ ช่วยเหลือแบ่งปันท�ำให้พระศาสนจักรเข้มแข็ง ความท้าทายท่ีเหมือนกันท�ำให้เกิดเป้าหมายในการพัฒนาร่วม กนั การแลกเปลย่ี นวิธใี นการท�ำงานทำ� ใหเ้ กิดการพัฒนาท่รี วดเรว็ ขึน้ ซ่งึ หมายถึง การกอ่ ใหเ้ กดิ กระบวนการน�ำ ขา่ วดีเขา้ สวู่ ฒั นธรรม (Inculturation) นนั้ ๆ ดงั นน้ั เครื่องมอื ทีจ่ ะทำ� ใหเ้ กดิ การก้าวเดินไปดว้ ยกันในระดบั พระ ศาสนจกั รภูมภิ าคนก้ี ค็ อื การสมชั ชาในระดบั ภมู ิภาคและการประชมุ ของสภาบิชอป เพือ่ ทจ่ี ะท�ำให้เกดิ ความเป็น หนึ่งเดียวกันในเร่ืองเทววิทยา, พธิ ีกรรม, ชีวิตภายใน และดา้ นกฎหมาย และด้วยแนวความคดิ นี้เอง ก็จะผลกั ดัน ท�ำใหเ้ กดิ การกา้ วเดินไปดว้ ยกนั ในระดับพระศาสนจักรสากลตอ่ ไปเช่นเดยี วกนั 17

2.4 การกลับใจสู่การฟ้ืนฟกู ารกา้ วเดินไปด้วยกัน 20. การก้าวเดินไปด้วยกันเรียกร้องให้เกิดการกลับใจของกระแสเรียกแห่งการเป็นคริสตชน การ มีชีวิตจิตแห่งความเป็นหน่ึงเดียวกัน การฝึกการฟังการเสวนาและการไตร่ตรองร่วมกันกับทุกคน อันอยู่บนพื้น ฐานของความเปน็ พ่ีนอ้ งกัน ความเอ้ืออาทร และการไมท่ อดทง้ิ ผู้ใดไวข้ า้ งหลงั น่ันหมายถึง การกลับใจด้านการ อภบิ าลและธรรมทตู ใน 4 มิติ คอื 1) จิตตารมณ์ 2) ทัศนคติ 3) วิธีการท�ำงาน และ 4) โครงสร้างการด�ำเนินงาน ที่เน้นทกุ คนเขา้ มามสี ่วนรว่ มและรบั ผดิ ชอบด้วยกันตามหลักการ ของ “ทุกคน”, “บางคน” และ “คนเดยี ว” 21. การสรา้ งความเปน็ หนงึ่ เดยี วกนั ระหวา่ งพระศาสนจกั รทอ้ งถนิ่ และพระศาสนจกั รสากล, การกา้ ว เดินไปด้วยกนั กบั ผู้น�ำพระศาสนจักรสากลหรือพระสันตะปาปาตามนโยบายในการท�ำงานของท่าน, การเป็นหนง่ึ เดียวกันกบั คริสตจักรต่าง ๆ (คริสตสมั พันธ)์ และผู้มีความเชื่ออื่น (ศาสนสมั พันธ์) 22. พระศาสนจกั รในฐานะทเ่ี ปน็ ศีลศักดส์ิ ทิ ธ์ิ คือ เป็นเครื่องหมายและเปน็ เครอ่ื งมอื แหง่ ความรอด ของพระครสิ ตเจา้ เรียกรอ้ งใหท้ ุกคนกลับใจ โดยแสดงออกมาให้เห็นทาง 1) การยอมรับผอู้ นื่ 2) การรับฟังความคิดเห็นของกนั และกนั 3) ความมใี จโอบอ้อมอารี และ 4) การไมเ่ สแสร้งหรือใสห่ น้ากากเขา้ หากัน และเป็นหนง่ึ เดยี วกนั ในศีลมหาสนทิ ดังน้ัน พระศาสนจกั รจึงเป็นทงั้ “บา้ นและโรงเรยี นแหง่ ความเปน็ หนงึ่ เดียวกัน” ทีจ่ ะนำ� ทุกคนไป ส่คู วามสมบรู ณใ์ นพระคริสตเจ้า โดยการน�ำความสำ� นกึ ในความเชื่อ (Sensus fidei) มาใช้ 23. พิธีบูชาขอบพระคุณ คือตน้ กำ� เนดิ แห่งความเป็นหน่ึงเดียวกนั กลา่ วคอื 1) ในพธิ บี ูชาขอบพระคณุ เราไดส้ รรเสรญิ พระตรเี อกภาพ ต้นแบบ, รูปแบบ, และเปา้ หมาย แหง่ ความเปน็ หนึ่งเดียวกนั 2) ในศลี มหาสนทิ เกย่ี วขอ้ งกบั ศลี แหง่ การคนื ดี ระหวา่ งกนั และกนั และระหวา่ งตวั เรากบั พระเจา้ 3) ในพธิ บี ชู าขอบพระคณุ เราไดฟ้ งั พระวาจาของพระเจ้า แล้วนำ� ไปปฏิบัตติ าม ดจุ ดังตะเกยี งท่ี สอ่ งสวา่ งและช่วยใหเ้ ราเห็นหนทางทพี่ ึงเดนิ ในองค์พระครสิ ตเจ้า เหน็ เพ่อื นพ่ีน้อง เหน็ คน ยากจน เชน่ เดียวกบั การหกั ปงั ซงึ่ เราจะมอบชวี ิตของเราให้กับคนอ่นื 4) ศีลมหาสนทิ ท�ำให้เราเปน็ หนง่ึ เดียวกนั 5) พิธีบูชาขอบพระคณุ เป็นจดุ เร่มิ ตน้ ของชวี ติ ธรรมทูต “พธิ ีบชู าขอบพระคณุ จบแลว้ จงไป ประกาศพระวาจาท่ไี ด้รับฟงั ในวนั น้เี ถิด” 18

บทที่ 3 สภาพความเปน็ จริงของสงั ฆมณฑลจันทบุรใี นปัจจุบัน 3.1 ความเจรญิ กา้ วหน้าทางด้านเศรษฐกจิ 24. จากการก่อต้ังประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน (ASEAN Economic Community หรือ AEC) การ เจรญิ เตบิ โตทางด้านเศรษฐกิจการคา้ อตุ สาหกรรม การขนสง่ การท่องเท่ียว การพัฒนาอสงั หารมิ ทรพั ย์ ท�ำให้ สภาพสงั คมในภาคตะวนั ออกของประเทศไทยเกดิ การพฒั นากา้ วหนา้ และเปลยี่ นแปลงไปอยา่ งรวดเรว็ ในระยะ 10 ปี ทผ่ี ่านมา ทำ� ใหเ้ กิดผลดีและผลเสยี ต่อสังคมในหลายมติ ิ ท่ีเหน็ ได้อย่างเดน่ ชัดกค็ อื การเกิดนิคมอุตสาหกรรม ในภาคตะวนั ออกหลายแหง่ ท�ำให้เกดิ การหลงั่ ไหลของผ้ใู ชแ้ รงงาน พนกั งาน ท้ังชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามา ในพ้ืนที่จำ� นวนมาก (ในจำ� นวนนี้มพี ี่นอ้ งคริสตชนคาทอลิกหลายคนหรือหลายครอบครัวไดอ้ พยพย้ายถิน่ ฐานเขา้ มาประกอบอาชีพและต้ังรกราก บางคนอยูห่ ่างไกลจากวัดทำ� ใหไ้ มส่ ะดวกในการมาร่วมพธิ ีกรรมโดยเฉพาะอยา่ ง ย่ิงพิธีบูชาขอบพระคุณในวันอาทิตย์), การขยายตัวทางด้านคมนาคม ถนนหนทาง สนามบิน ท่าเรือ โกดังเก็บ สินค้า, ท�ำให้สังคมเมืองเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว สังคมมีความหลากหลายทางด้านเช้ือชาติ ศาสนา ความเชื่อ วัฒนธรรม ภาษา, สงิ่ แวดล้อมถูกทำ� ลาย, เกดิ มลพิษ (ดู Laudato Sì ขอ้ 20-22)6, อาชญากรรม, การค้ามนษุ ย,์ ความอยุติธรรม, เปน็ แหล่งการท�ำธุรกิจท่ผี ิดกฎหมาย, ยาเสพติด, ขณะเดียวกันก็เกิดความยากจน, ชมุ ชนแออัด, การท�ำลายคุณภาพชวี ิตมนุษย์และความเส่ือมถอยของสังคม (ดู Laudato Sì ขอ้ 43-52)7 25. ความเจริญก้าวหน้าทางด้านเศรษฐกิจนี้ อาจน�ำผู้คนไปสู่กระแสการบริโภคนิยม วัตถุนิยม ทนุ นยิ ม การทำ� ใหท้ ันสมัย (Modernization) ไม่สนใจเร่ืองจริยธรรมและคุณธรรม การให้ความสำ� คญั กบั คณุ ค่า ทางศาสนาลดลง การลว่ งละเมิด (ดู พระคริสตท์ รงพระชนม์ ขอ้ 98)8 สิทธมิ นุษยชนข้ันพ้ืนฐาน การทำ� ธรุ กิจการ คา้ ทข่ี าดศลี ธรรม การวดั คณุ คา่ ของสง่ิ ตา่ ง ๆ ดว้ ยตวั เงนิ หรอื ผลประโยชนท์ างวตั ถทุ ไ่ี ดร้ บั กลบั คนื มา ความฟงุ้ เฟอ้ ฟุ่มเฟือย การให้ความส�ำคัญกับตัวเองมากเกินไป (Individualism) การปรนเปรอตนเอง (Self-Absorption) การใช้ความคดิ เหน็ ส่วนตวั เปน็ เกณฑ์ตัดสินด้านศลี ธรรม9 ติดการพนัน ใชส้ ารเสพตดิ การทำ� แทง้ เสรี การม่งุ แต่ พฒั นาความเจรญิ กา้ วหน้าที่รวดเร็วแตข่ าดการควบคุมและไตร่ตรองถึงผลกระทบต่อโลกแบบองค์รวม ความรัก ฉนั พนี่ อ้ ง การช่วยเหลือกัน การเกิดช่องว่างระหวา่ งคนยากจนและคนรวย (นายทุน) ความเอือ้ อาทรในสังคมลด นอ้ ยลง (ดู Laudato Sì ข้อ 203-208)10 6 พระสมณสาส์นเกยี่ วกับการดูแลรักษาโลก บ้านที่เราอาศัยอยู่รว่ มกัน ชอ่ื “ขอสรรเสริญองคพ์ ระผู้เปน็ เจา้ ” (Laudato Sì) เมื่อวันท่ี 24 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 ขอ้ 20-22 7 Ibid, ข้อ 43-52 8 สมณลขิ ติ เตือนใจหลังสมชั ชาบิชอปสากลเกี่ยวกบั เยาวชน ชอื่ “พระคริสตท์ รงพระชนม”์ (Christus Vivit) โดยพระสนั ตะปาปาฟรังซิส เมื่อวนั ท่ี 25 มีนาคม ค.ศ.2019 ขอ้ 98 9 “ลทั ธิสัมพนั ธนยิ ม” (Relativism) หมายถึง เกณฑ์ตดั สินดชี ัว่ ไม่มีอยจู่ รงิ (ไม่มมี าตรฐานเดียวกันสำ�หรับทุกคน) เป็นทัศนะท่เี หน็ วา่ “ด”ี ไมใ่ ชส่ ิ่งที่ตายตวั การกระทำ�อันใดอนั หน่งึ จะดีหรือชัว่ ผดิ หรอื ถกู ข้ึนอยูก่ ับเงื่อนไขหลายอย่าง ในบางสถานการณส์ ิง่ น้ันอาจจะถกู แตใ่ นอีกสถานการณ์หนงึ่ อาจจะผิดก็ได้ 10 พระสมณสาสน์ เก่ยี วกบั การดแู ลรักษาโลก บา้ นทีเ่ ราอาศัยอยู่ร่วมกนั ชือ่ “ขอสรรเสริญองค์พระผ้เู ปน็ เจา้ ” (Laudato Sì) เม่อื วันที่ 24 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 ข้อ 203-208 19

3.2 ความเจรญิ กา้ วหนา้ ทางดา้ นเทคโนโลยี 26. ช่วงระยะเวลา 5 ปีท่ผี ่านมา ความเจริญกา้ วหนา้ ทางดา้ นเทคโนโลยไี ด้ส่งผลกระทบตอ่ ชวี ิตและ สงั คมเปน็ อยา่ งมาก โดยเฉพาะอย่างย่งิ การใช้โปรแกรมต่าง ๆ ในโทรศัพท์มอื ถอื และเครื่องคอมพวิ เตอร์ ทำ� ให้ คนใชเ้ วลาในดา้ นเทคโนโลยมี ากขน้ึ ในการตดิ ตอ่ ส่อื สาร การแสวงหาความรู้ การศกึ ษา การท�ำงาน การค้า การ ประชาสัมพนั ธ์ โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ เมื่อเกิดการแพรร่ ะบาดของโควิด-19 เมอื่ ผูค้ นไม่สามารถออกจากบ้านได้ ยง่ิ ทำ� ให้บทบาทของเทคโนโลยีมีความจ�ำเปน็ มากยง่ิ ข้ึนสำ� หรับการซอื้ สินค้า อาหาร การท�ำงาน การประชุม การ เรยี นการสอน และแมก้ ระทงั่ เปน็ เครอื่ งมอื สำ� หรบั พระศาสนจกั รในการทำ� พธิ บี ชู าขอบพระคณุ ออนไลน์ ถา่ ยทอด สดพิธกี รรม จัดท�ำรายการถ่ายทอดสด ผลิตสอื่ ออนไลนม์ ากข้ึน การประชาสัมพันธ์ แจ้งขา่ วสาร การอบรม การ ประชุม เปน็ ต้น 27. ขณะเดยี วกนั ผลกระทบของการใชส้ อื่ ออนไลนก์ ม็ ขี น้ึ ไดห้ ากใชอ้ ยา่ งไมร่ ะวงั และรเู้ ทา่ ไมถ่ งึ การณ์ เชน่ การตกเป็นเหย่อื ของการหลอกลวงทางด้านการค้า ขา่ วปลอม (Fake News) การชกั นำ� ไปสู่อาชญากรรม หรือการล่วงละเมิดทางเพศ การท�ำผิดศีลธรรมอันดีงามของสังคมและศาสนา ขาดการควบคุมอารมณ์หรือการ แสดงออกในโลกออนไลน์ ใชค้ �ำพดู ทีไ่ มส่ ุภาพ สรา้ งความแตกแยก การอยู่ในโลกอีกใบหน่งึ ที่ไม่ใชโ่ ลกแหง่ ความ เป็นจรงิ การรกุ รานในโลกออนไลน์ (Cyber Bullying) เปน็ ตน้ 28. การใชเ้ ทคโนโลยขี องกลุ่มบุคคลตา่ ง ๆ ตามความชอบ หรือความถนดั ในโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ (หรือแอพพลิเคช่ันตา่ ง ๆ) ความสนใจพิเศษทั้งสว่ นบคุ คลและชว่ งวัยต่าง ๆ อาจนำ� มาสู่ความแตกตา่ งหลากหลาย ทางความคดิ พ้นื ฐานความเขา้ ใจ การรับรขู้ ้อมูล ความรวดเร็วในการแสวงหาขอ้ มูลด้านตา่ ง ๆ การน�ำเสนอ การ รับและส่งข้อมลู หรอื ขอ้ ความหรือรูปภาพอาจน�ำมาซึง่ ความเขา้ ใจไม่ตรงกนั ได้ในระหว่างบุคคล ครอบครัว สังคม และแมก้ ระทง่ั ในชมุ ชนวดั เชน่ การแสดงความคดิ เหน็ ทางดา้ นการเมอื ง ศาสนา ความเชอื่ ทศั นคตใิ นเรอ่ื งทว่ั ๆ ไป 3.3. ดา้ นครอบครวั 29. จากความจำ� เปน็ ทางดา้ นเศรษฐกจิ การเปลย่ี นแปลงทางดา้ นสงั คม ความเจรญิ กา้ วหนา้ ทางดา้ น เทคโนโลยดี า้ นการสอ่ื สาร ไดท้ ำ� ใหส้ ภาพครอบครวั ในปจั จบุ นั เปลยี่ นแปลงไปจากเดมิ สามแี ละภรรยา หรอื พอ่ และ แม่ ตอ้ งท�ำงานมากยิ่งขึน้ ท้งั สองฝ่าย หรือต้องย้ายไปท�ำงานที่อนื่ ทำ� ให้การใช้ชวี ิตร่วมกนั ระหวา่ งพ่อ แม่ และลกู ลดนอ้ ยลง ผสู้ งู อายตุ อ้ งอยตู่ ามลำ� พงั แนวโนม้ การแตง่ งานลดนอ้ ยลง อตั ราการเกดิ ลดลง คนตอ้ งการเปน็ โสดมาก ยงิ่ ขน้ึ เพราะมอี สิ ระและยงั ไมพ่ รอ้ มทจี่ ะตอ้ งรบั ผดิ ชอบครอบครวั อตั ราการหยา่ รา้ งมากขน้ึ ขาดการถา่ ยทอดความ เชอื่ การสอนคำ� สอนในครอบครวั การใชช้ วี ติ อยรู่ ว่ มกนั เด็ก ๆ และเยาวชน มีความคิดและพฤตกิ รรมที่แตกตา่ ง หลากหลาย (ดู พระครสิ ต์ทรงพระชนม์ ขอ้ 72-85)11 เกดิ ชอ่ งว่างระหวา่ งวัยและบุคคลตา่ ง ๆ ความไม่เข้าใจกนั 11 สมณลิขติ เตอื นใจหลงั สมชั ชาบิชอปสากลเกย่ี วกบั เยาวชน ชื่อ “พระคริสตท์ รงพระชนม”์ (Christus Vivit) โดยพระสันตะปาปาฟรังซิส เม่อื วนั ที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 2019 ข้อ 72-85 20

3.4 ดา้ นสภาพแวดล้อมของชุมชนแห่งความเชอ่ื 30. ชมุ ชนครสิ ตชนดงั้ เดมิ สว่ นใหญ่ เปน็ ครอบครวั ครสิ ตชนทอ่ี าศยั อยรู่ อบ ๆ วดั (หรอื บนทดี่ นิ ของวดั ) โดยมีวัดและโรงเรียนของวัด บ้านนักบวช เป็นศูนย์กลางของชุมชนท้ังทางด้านผังเมืองและจิตใจ แต่เน่ืองจาก สภาพแวดลอ้ มทางสังคมปัจจุบนั เปลี่ยนแปลงไป คนหนมุ่ สาวได้ออกไปทำ� งานนอกชุมชน เด็กวัยรนุ่ เข้าไปศกึ ษา ตอ่ ในเมืองใหญ่ การขยายครอบครัวใหมห่ ลงั การแตง่ งานกระจายออกไปยังท่ีต่าง ๆ คงเหลือไวเ้ พยี งแคผ่ ูส้ ูงอายุ ที่อยู่ในชุมชน และมารว่ มพิธีกรรมกับทางวัด ในขณะเดียวกัน ชุมชนวดั บางแหง่ ถกู แวดล้อมไปดว้ ยครอบครวั ของ พ่นี ้องตา่ งความเช่อื และความหลากหลายทางวัฒนธรรมตา่ ง ๆ เขา้ มาแทนท่ี เยาวชนส่วนมากมแี นวโน้มหา่ งเหิน จากการปฏบิ ตั ศิ าสนกิจและกจิ กรรมรว่ มกบั ทางวดั ใหค้ วามส�ำคญั กบั เรอ่ื งศาสนาและศลี ธรรมลดลง (ดู ความปตี ิ ยินดีแหง่ ความรัก 263-267)12 ใช้เวลาส่วนมากอยูใ่ นโลกออนไลน์ ส่งผลทำ� ให้กระแสเรียกแหง่ การเป็นบาทหลวง และนกั บวชชาย-หญงิ ลดน้อยลง 31. “โรงเรยี นคาทอลกิ ” ในชุมชนถูกท้าทายในการเปน็ สนามงานแห่งการประกาศข่าวดี การสอน คำ� สอน การถ่ายทอดความเชื่อ ทา่ มกลางกระแสแหง่ การเปลีย่ นแปลงทกุ มิติอยา่ งรวดเรว็ และตลอดเวลา ทงั้ ตวั เดก็ ๆ และเยาวชน, กระแสสังคม, การเมือง, การเรยี กร้องสทิ ธแิ ละหน้าทีข่ องคนรุ่นใหม่, ความแตกต่างหลาก หลายทางดา้ นทศั นคตแิ ละมมุ มองในการดำ� เนนิ ชวี ติ , รปู แบบการใชช้ วี ติ (Lifestyle), การใหค้ ณุ คา่ ทางดา้ นศาสนา ศีลธรรม จรยิ ธรรม และความหลากหลายทางเพศ 12 สมณลิขติ เตือนใจหลงั สมชั ชาบชิ อปสากลเก่ียวกบั ความรักในครอบครัว ชือ่ “ความปีตยิ ินดแี ห่งความรัก” (Amoris Laetitia) โดยพระสนั ตะปาปา ฟรงั ซสิ เม่ือวนั ที่ 19 มนี าคม ค.ศ. 2016 ขอ้ 263-267 21

3.5 ผลกระทบจากการแพรร่ ะบาดของโควดิ -19 32. จากการแพร่ระบาดของโควดิ -19 ตง้ั แต่ตน้ ปี ค.ศ. 2020 จนกระทั่งปัจจบุ นั ไดส้ ่งผลกระทบตอ่ สงั คมโลกในวงกว้างในทุกมติ ิ ซึง่ สามารถแบ่งออกไดด้ ังตอ่ ไปนี้ คอื 1) ผลกระทบภายในพระศาสนจักร −−วัดตอ้ งปิด ไมส่ ามารถประกอบพิธีกรรมไดต้ ามปกตเิ ปน็ ระยะเวลายาวนาน ทำ� ใหก้ ารร่วม พิธกี รรมในรูปแบบออนไลน์ไดร้ บั ความนิยมมากขน้ึ −−สัตบุรุษมีความรู้สึกว่าห่างไกลวัด โหยหาชีวิตแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกัน การพบปะกัน เหมือนเดิม ส่วนหน่ึงสามารถร่วมพิธีกรรมแบบออนไลน์ได้ แต่อีกหลายคนรอคอยการ เปดิ วัดอีกครงั้ หนึ่ง −−โรงเรยี นตอ้ งปดิ นกั เรียนและครู ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติ ตอ้ งหันไป สอนแบบออนไลนแ์ ทน ซ่ึงท้ังครู นักเรียน และผปู้ กครอง ต้องปรบั ตวั ในเร่ืองการจดั การ เรียนการสอนในลกั ษณะน้ี ผลทต่ี ามมาก็คือ นักเรียนมคี วามกดดนั เครยี ด เรยี นไม่รเู้ ร่อื ง ไม่สนใจเรยี น ฯลฯ −−หน่วยงาน องคก์ รต่าง ๆ ของพระศาสนจักรไมส่ ามารถดำ� เนนิ งานได้ตามปกติ งดการเดนิ ทาง งดการออกเยี่ยม ตอ้ งหันมาจดั กจิ กรรมในรูปแบบของออนไลน์แทน 2) ผลกระทบภายนอกพระศาสนจกั ร −−ด้านสังคม ผู้คนไม่สามารถด�ำเนินชีวิตได้ตามปกติ ต้องปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตแบบใหม่ (New Normal Life) ใส่หน้ากาก เว้นระยะหา่ ง การทำ� งานทบี่ ้าน (Work from Home) การกำ� หนดเวลาเปดิ -ปดิ ของสถานบรกิ ารตา่ ง ๆ, การเดนิ ทาง, การเขา้ -ออกบา้ น (Curfews) −−ดา้ นเศรษฐกจิ เศรษฐกจิ มกี ารชะลอตวั ลงอยา่ งมาก รายไดล้ ดนอ้ ยลง เกดิ ภาวะเงนิ ฝดื (คน ไมใ่ ชเ้ งิน) กิจการห้างร้านหลายแห่งตอ้ งปิดตวั ลง ขายกิจการ ไมม่ นี ักทอ่ งเทยี่ วเป็นระยะ เวลานาน ตอ้ งเดนิ ทางกลับไปยงั ถน่ิ ฐานเดมิ เปลยี่ นอาชีพ 22

บทท่ี 4 การก้าวเดนิ ไปดว้ ยกันในสงั ฆมณฑลจันทบุรี 33. จากวัตถุประสงค์และจิตตารมณ์ของการท�ำสมัชชาบิชอปสากล คร้ังท่ี 16 ค.ศ. 2021-2023 ดังที่ปรากฏในเอกสารประกอบการสมัชชาสังฆมณฑลจันทบุรีน้ีในบทท่ี 2 และสภาพความเป็นจริงท่ีเกิดข้ึนใน บริบทของสังฆมณฑลจันทบุรีในบทท่ี 3 ประกอบกับเสียงเรียกร้องจากตัวแทนประชากรของพระเจ้าในการท�ำ แบบสอบถามเตรียมการท�ำสมัชชาฯ 34. สงั ฆมณฑลจนั ทบรุ ขี อรว่ มสานฝนั ของพระสนั ตะปาปาฟรงั ซสิ รว่ มกบั ทกุ สงั ฆมณฑลทว่ั โลก และ ครสิ ตชนทุกคน ในการกา้ วเดนิ ไปดว้ ยกนั ในพนั ปีทีส่ าม ดว้ ยการฟังเสียงของกันและกนั และเสยี งของพระจิตเจ้า เพื่อให้พระศาสนจักรมีชวี ิตชีวา ให้ความหวังกับผู้คนทุกคนโดยไม่ทอดทิ้งผู้ใดไว้ขา้ งหลัง น�ำความชื่นชมยินดีไป สูก่ ารประกาศข่าวดใี หม่ดว้ ยวธิ ีการใหมแ่ ละสรา้ งสรรค์ ตามหวั ขอ้ ของการสมัชชาในครัง้ น้ี คอื “การก้าวเดินไป ด้วยกนั ” ใน 3 มิติ คือ ความเป็นหนึ่งเดยี ว, การมสี ่วนร่วม และพันธกจิ ซ่งึ มแี นวทางดังต่อไปน้ี คอื 4.1 ความเป็นหนง่ึ เดยี วกัน (Communion) 35. ประชากรของพระเจ้า คือ ผู้ที่ได้รับศีลล้างบาปแล้วทุกคนในสังฆมณฑลจันทบุรีร่วมเป็นหน่ึง เดียวกนั ในการปลกุ “จิตส�ำนึกในความเชือ่ ” (Sensus Fidei / Sense of Faith) ใหเ้ กิดข้ึนในจติ ใจ โดยการมี ส่วนร่วมและเปน็ เจ้าของพระศาสนจักร (Sense of Belonging) ดำ� เนนิ ชวี ติ ตามพระวาจาของพระเจ้าและค�ำสง่ั สอนตา่ ง ๆ ของพระศาสนจกั รอยา่ งจรงิ จงั จนกระทง่ั ไดช้ อ่ื วา่ เปน็ “ศษิ ยพ์ ระครสิ ต”์ และเปน็ “ประจกั ษพ์ ยาน” ถึงจิตตารมณ์พระวรสารในการด�ำเนนิ ชวี ติ ประจ�ำวัน โดยเฉพาะอย่างย่ิง ความรักและการรับใช้ (ดู ความปีตยิ ินดี แหง่ ความรัก ข้อ 93-94 และ 259-261)13 36. ความเป็นหนึ่งเดียวกันนี้แสดงออกมาให้เห็นใน “กิจการแห่งความรักและความเมตตา” (Charity) ต่อผู้อื่นอย่างเท่าเทียมกัน ไม่เลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับเพ่ือนพ่ีน้องท่ีมีความต้องการ เจ็บ ป่วย ยากจน ผู้สงู อายุ (ดู ความปีติยินดแี หง่ ความรัก ข้อ 191-193)14 ผดู้ อ้ ยโอกาส ผพู้ กิ าร ผู้ถูกจองจำ� (ดู พระ คริสตท์ รงพระชนม์ ข้อ 148-149)15 ผู้ทีเ่ ดอื ดรอ้ น ผ้ทู ่ถี ูกทอดทิ้ง ผทู้ ่ีมคี วามหลากหลายทางเพศ ผูท้ ่ีออ่ นแอใน สงั คม ผูท้ ่มี คี วามแตกต่างทางดา้ นเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม โดยการใหเ้ กยี รติ ปกป้องสิทธิ เคารพในเสรภี าพ16 (ดู กฤษฎกี าสมัชชาใหญ่ ค.ศ. 2015 ขอ้ 27 และ ความช่นื ชมยินดแี ห่งพระวรสาร ขอ้ 218-221) และการตดั สินใจ ส่วนบคุ คล ส่งเสริมความยุตธิ รรม ความใส่ใจในสง่ิ แวดลอ้ ม (เทยี บ แอมะซอนทร่ี ัก ขอ้ ที่ 9 และ กฤษฎกี าสมัชชา ใหญ่ ค.ศ. 2015 ขอ้ 28)17 และการใชท้ รัพยากรธรรมชาตใิ หเ้ กิดประโยชนส์ ูงสุด 13 สมณลขิ ิตเตอื นใจหลงั สมัชชาบิชอปสากลเกยี่ วกบั ความรกั ในครอบครัว ช่อื “ความปตี ยิ นิ ดแี ห่งความรัก” (Amoris Laetitia) โดยพระสันตะปาปา ฟรังซิส เม่อื วนั ท่ี 19 มีนาคม ค.ศ. 2016 ขอ้ 263-267 14 Ibid, ข้อ 191-193 15 สมณลิขิตเตอื นใจหลังสมชั ชาบิชอปสากลเกีย่ วกับเยาวชน ชือ่ “พระครสิ ตท์ รงพระชนม”์ (Christus Vivit) โดยพระสันตะปาปาฟรังซิส เมื่อวนั ที่ 25 มนี าคม ค.ศ. 2019 ข้อ 148-149 16 ดู กฤษฎีกาสมชั ชาใหญ่ ค.ศ. 2015 ข้อ 27 และ สมณลิขิตเตือนใจหลังสมัชชาบชิ อปสากลเก่ยี วกับความรักในครอบครวั ช่อื “ความปีติยนิ ดแี หง่ พระ วรสาร” (Evangelii Guadium) โดยพระสันตะปาปาฟรงั ซิส เม่ือวันที่ 24 พฤศจิกายน ค.ศ. 2013 ขอ้ 218-221 17 สมณลขิ ติ เตอื นใจหลงั สมชั ชาบิชอปสากลเกยี่ วกบั สิง่ แวดล้อมช่อื “แอมะซอนท่รี ัก” (Querida Amazonia) โดยพระสนั ตะปาปาฟรังซสิ เมื่อวันท่ี 2 กมุ ภาพนั ธ์ ค.ศ. 2020 ขอ้ 9 23

37. พิธบี ูชาขอบพระคุณ คือหวั ใจของความเป็นหนงึ่ เดียวกนั ในชุมชนแหง่ ความเชือ่ ทแ่ี สดงออกมา ให้เหน็ ถึงความเปน็ หนึง่ เดียวกัน ความรัก การให้อภัย การคนื ดี การเฉลิมฉลองพระวาจาและศลี มหาสนทิ (เทียบ แอมะซอนทรี่ กั ขอ้ 91)18 และพลงั แหง่ การเปน็ “ศษิ ยธ์ รรมทตู ” (Missionary Disciple)19 ชมุ ชนแหง่ ความเชอ่ื จงึ ควรสง่ เสรมิ ใหก้ ารเฉลมิ ฉลองพธิ บี ชู าขอบพระคณุ มชี วี ติ ชวี า การมสี ว่ นรว่ มของสตั บรุ ษุ ทกุ คน การอธบิ ายพระวาจา ของพระเจ้าและการเทศนส์ อนทสี่ อดคลอ้ งกับการดำ� เนนิ ชวี ติ ประจ�ำวันของสตั บรุ ษุ ในภาษาทเี่ ขา้ ใจง่าย ประทบั ใจ ใหก้ �ำลงั ใจ ความหวัง และความช่ืนชมยนิ ดี (ดู ความชน่ื ชมยนิ ดีแหง่ พระวรสาร ข้อ 135-136 และ 145)20 38. ชุมชนแห่งความเช่อื 21 ควรเสรมิ สร้างกิจกรรมทสี่ ร้างความเปน็ หน่งึ เดียวกนั ในชมุ ชน ไดแ้ ก่ การ สวดภาวนารว่ มกัน, การส่งเสริมให้คริสตชนมาวดั ในวนั อาทิตย,์ การใหบ้ ริการศลี ศักดิส์ ทิ ธ์ติ ่าง ๆ อย่างสมำ�่ เสมอ โดยอธบิ ายให้เหน็ ถงึ ความส�ำคญั และความหมายของการกระท�ำตา่ ง ๆ, การอา่ นพระคมั ภรี ์ การแบง่ ปนั พระวาจา (ดู ความชน่ื ชมยินดแี หง่ พระวรสาร ขอ้ 174-175)22 และประสบการณ์ความเชื่อ, การทำ� วถิ ีชุมชนวัด (Basic Ec- clesial Community หรือ BEC)23, การอภบิ าลคู่สมรสท่ีก�ำลังจะสร้างครอบครวั คริสตชนใหม่ (ดู ความปตี ยิ นิ ดี แหง่ ความรัก ขอ้ 120-122 และ 205-231)24 โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ การแต่งงานแบบตา่ งฝ่ายตา่ งถือ (ดู ความปีติ ยินดแี หง่ ความรัก ข้อ 247-252)25 การแลกเปลย่ี นประสบการณ์ชวี ิตครอบครัว (ดู ความปตี ยิ นิ ดีแห่งความรกั ข้อ 136-141)26, การอภิบาลครอบครวั อย่างตอ่ เนอ่ื ง (ดู ความปีติยนิ ดแี หง่ ความรกั ข้อ 199-204)27 ครอบครัว ท่ีก�ำลังประสบปัญหาตา่ ง ๆ (ดู ความปตี ิยินดีแหง่ ความรกั ขอ้ 232-240 และ 253-258)28 และการเป็นผู้รว่ มทาง กบั พวกเขา (ดู ความปตี ยิ ินดีแหง่ ความรัก ข้อ 241-246)29 เพ่อื สรา้ งพระศาสนจักรระดับครอบครัว (Domestic Church)30, การสอนค�ำสอนเด็ก ๆ, การสอนคำ� สอนผู้ใหญ่โดยการนำ� กระบวนการพิธรี ับผใู้ หญเ่ ขา้ เป็นครสิ ตชน (RCIA)31 มาปรับใช้เพื่อสร้างกลุ่มคริสตชนใหม่ให้ก้าวเดินไปด้วยกัน32 และต้อนรับเข้าสู่บรรยากาศชุมชนแห่ง 18 Ibid, ขอ้ 91 19 ดู กฤษฎกี าสมัชชาใหญ่ ค.ศ. 2015 ขอ้ 13 20 สมณลขิ ติ เตือนใจชื่อ “ความชน่ื ชมยนิ ดแี หง่ พระวรสาร” (Evangelii Guadium) โดยพระสันตะปาปาฟรงั ซิส เมือ่ วันที่ 24 พฤศจิกายน ค.ศ. 2013 ข้อ 135-136 และ 145 21 ดู กฤษฎีกาสมชั ชาใหญ่ ค.ศ. 2015 ขอ้ 22 22 สมณลิขติ เตือนใจช่ือ “ความชน่ื ชมยนิ ดแี ห่งพระวรสาร” (Evangelii Guadium) โดยพระสันตะปาปาฟรังซสิ เมอื่ วันที่ 24 พฤศจกิ ายน ค.ศ. 2013 ขอ้ 174-175 23 ดู กฤษฎกี าสมัชชาใหญ่ ค.ศ.2015 ขอ้ 23 24 สมณลขิ ิตเตือนใจหลงั สมชั ชาบชิ อปสากลเก่ยี วกับความรกั ในครอบครัว ช่ือ “ความปีติยนิ ดีแห่งความรกั ” (Amoris Laetitia) โดยพระสนั ตะปาปา ฟรงั ซิส เมอ่ื วนั ท่ี 19 มนี าคม ค.ศ. 2016 ข้อ 120-122 และ 205-231 25 Ibid, ข้อ 247-252 26 Ibid, ขอ้ 136-141 27 Ibid, ขอ้ 199-204 28 Ibid, ขอ้ ข้อ 232-240 และ 253-258 29 Ibid, ขอ้ 241-246 30 ดู กฤษฎีกาสมัชชาใหญ่ ค.ศ. 2015 ข้อ 24 31 “พธิ ีรับผ้ใู หญเ่ ข้าเปน็ ครสิ ตชน” (Rite of Christian Initiation of Adults หรอื RCIA) โดยสมณกระทรวงเพ่อื การนมสั การพระเจ้า (พิธกี รรมศกั ดิส์ ทิ ธิ)์ และกฎเกณฑ์เรอ่ื งศลี ศกั ด์สิ ิทธ์ิต่าง ๆ (Congregation for Divine Worship and the Discipline of the Sacraments) เปน็ กระบวนการเตรยี มตวั ผู้ ใหญ่ท่ีสนใจเข้าเป็นคริสตชนอย่างเป็นข้ันตอน มคี วามหมาย และสง่ เสริมใหป้ รบั เข้าสูบ่ รบิ ทของชมุ ชนวัดต่าง ๆ อย่างเหมาะสม 32 “คำ�สอนพระศาสนจกั รคาทอลกิ ” (Catechism of the Catholic Church) ออกเม่ือ 11 ตุลาคม ค.ศ. 1992 ขอ้ 1232 24

ความเช่อื อยา่ งมคี วามหมาย, การถา่ ยทอดความเช่อื จากร่นุ สูร่ ุ่น (ดู ความปีตยิ ินดีแหง่ ความรัก ข้อ 287-290)33, งานอภิบาลเดก็ ๆ และเยาวชน (ดู พระคริสตทรงพระชนม์ ขอ้ 39-40)34, การสร้างผู้น�ำและการอบรมต่อเนือ่ ง (On-going Formation)35 ของคริสตชนในงานดา้ นตา่ ง ๆ 39. การเสวนา (Dialogue) และการออกเย่ียม เปิดโอกาสใหไ้ ดส้ มั ผัสกบั สภาพความเป็นจรงิ ทาง สังคม (ดู ความชน่ื ชมยินดแี ห่งพระวรสาร ขอ้ 238-241)36 ไดฟ้ งั เสยี งของผอู้ นื่ เพื่อแสวงหาวิธกี ารท่เี หมาะสม สรา้ งสรรค์ มเี หตผุ ลสอดคลอ้ งกบั วทิ ยาศาสตร3์ 7 และตอบสนองตอ่ ความตอ้ งการของผคู้ นทงั้ ทางดา้ นรา่ งกายและ จติ ใจ (เทียบ แอมะซอนทร่ี กั ขอ้ ท่ี 27)38, ความเป็นหน่ึงเดยี วกบั พ่นี อ้ ง (ดู พระครสิ ต์ทรงพระชนม์ ข้อ 163)39 คริสตชนนกิ ายอืน่ (ครสิ ตสมั พนั ธ)์ 40, พี่น้องต่างความเช่ือ (ศาสนสัมพนั ธ)์ 41 (ดู แอมะซอนทีร่ ัก ข้อ 106-108)42 กระบวนการในการปลูกฝังความเช่ือให้หยั่งรากลึกลงในวัฒนธรรมท้องถ่ินนั้น ๆ (การปรับเข้าสู่วัฒนธรรม)43 (เทียบ แอมะซอนท่รี ัก ขอ้ 70-73)44 รวมถงึ ผทู้ ่ียงั ไมร่ ูจ้ ักพระเยซคู รสิ ตเจ้า ผู้ทีไ่ มย่ อมรับและผทู้ ่ปี ฏเิ สธพระองค์ 40. ทง้ั นี้ เพ่อื ทำ� ให้เกิดความเป็นหนง่ึ เดียวกันระหวา่ งประชากรของพระเจ้า มติ รภาพ (ดู พระครสิ ต์ ทรงพระชนม์ ข้อ 150-156)45 ระหวา่ งเพอ่ื นพน่ี ้องตา่ งความเช่ือและวัฒนธรรม ความเปน็ ครอบครัวเดยี วกันใน ชุมชนแห่งความเช่ือ การพ่ึงพาอาศัยกันระหว่างชุมชนแห่งความเช่ืออ่ืน ความร่วมมือกันในสังฆมณฑล ความ สมั พนั ธร์ ะหว่างสังฆมณฑลอน่ื และความสอดคลอ้ งกบั นโยบายของพระศาสนจกั รสากล หรือพระสันตะปาปา46 33 สมณลขิ ติ เตอื นใจหลงั สมัชชาบชิ อปสากลเกย่ี วกับความรักในครอบครวั ชื่อ “ความปีตยิ นิ ดีแห่งความรัก” (Amoris Laetitia) โดยพระสนั ตะปาปา ฟรังซิส เมื่อวนั ท่ี 19 มนี าคม ค.ศ. 2016 ขอ้ 287-290 34 สมณลิขติ เตอื นใจหลงั สมชั ชาบชิ อปสากลเกีย่ วกับเยาวชน ช่ือ “พระครสิ ตท์ รงพระชนม”์ (Christus Vivit) โดยพระสนั ตะปาปาฟรังซสิ เมื่อวันท่ี 25 มนี าคม ค.ศ. 2019 ข้อ 39-40 35 ดู กฤษฎีกาสมัชชาใหญ่ ค.ศ. 2015 ขอ้ 36-37 36 สมณลขิ ติ เตือนใจชือ่ “ความชืน่ ชมยนิ ดีแห่งพระวรสาร” (Evangelii Guadium) โดยพระสนั ตะปาปาฟรังซสิ เมือ่ วนั ท่ี 23 พฤศจกิ ายน ค.ศ. 2013 ข้อ 238-241 37 Ibid, ข้อ 242-243 38 สมณลขิ ติ เตือนใจหลงั สมัชชาบิชอปสากลเกย่ี วกับสิ่งแวดล้อม ชอ่ื “แอมะซอนที่รกั ” (Querida Amazonia) โดยพระสันตะปาปาฟรังซสิ เม่ือวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2020 ข้อ 27 39 สมณลขิ ิตเตือนใจหลังสมัชชาบชิ อปสากลเกี่ยวกบั เยาวชน ชื่อ “พระคริสตท์ รงพระชนม”์ (Christus Vivit) โดยพระสันตะปาปาฟรงั ซสิ เม่ือวนั ท่ี 25 มนี าคม ค.ศ. 2019 ข้อ 163 40 ดู กฤษฎกี าสมัชชาใหญ่ ค.ศ. 2015 ข้อ 30 และ สมณลิขติ เตอื นใจชือ่ “ความช่ืนชมยนิ ดีแหง่ พระวรสาร” (Evangelii Guadium) โดยพระสันตะปาปา ฟรังซสิ เมื่อวนั ท่ี 24 พฤศจิกายน ค.ศ. 2013 ขอ้ 244-246 41 ดู กฤษฎีกาสมชั ชาใหญ่ ค.ศ. 2015 ข้อ 27 และ สมณลขิ ติ เตือนใจชอื่ “ความชืน่ ชมยินดีแห่งพระวรสาร” (Evangelii Guadium) โดยพระสันตะปาปา ฟรังซสิ เม่อื วนั ท่ี 24 พฤศจิกายน ค.ศ. 2013 ขอ้ 247-254 42 สมณลิขติ เตอื นใจหลงั สมัชชาบิชอปสากลเกย่ี วกบั สง่ิ แวดล้อม ชื่อ “แอมะซอนท่ีรกั ” (Querida Amazonia) โดยพระสันตะปาปาฟรงั ซสิ เม่อื วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2020 ขอ้ 106-108 43 ดู กฤษฎกี าสมัชชาใหญ่ ค.ศ. 2015 ข้อ 29 44 สมณลขิ ิตเตือนใจหลังสมัชชาบชิ อปสากลเกย่ี วกบั สิง่ แวดล้อม ชื่อ “แอมะซอนท่รี ัก” (Querida Amazonia) โดยพระสนั ตะปาปาฟรังซิส เมอ่ื วนั ท่ี 2 กมุ ภาพันธ์ ค.ศ. 2020 ข้อ 70-73 45 สมณลิขิตเตือนใจหลงั สมชั ชาบชิ อปสากลเกีย่ วกับเยาวชน ชือ่ “พระครสิ ต์ทรงพระชนม”์ (Christus Vivit) โดยพระสันตะปาปาฟรังซิส เมอื่ วันท่ี 25 มนี าคม ค.ศ. 2019 ขอ้ 150-156 46 ดู กฤษฎีกาสมัชชาใหญ่ ค.ศ. 2015 ขอ้ 32-35 25

4.2 การมสี ว่ นร่วม (Participation) 41. ประชากรของพระเจ้าในสงั ฆมณฑลจันทบุรี เลียนแบบความสัมพนั ธ์อันเปน็ หนึง่ เดียวของพระ ตรเี อกภาพแสดงออกถงึ ความเปน็ น�้ำหน่ึงใจเดยี วกันและความรับผดิ ชอบตามบทบาทหน้าทขี่ องตนดว้ ยจิตส�ำนึก ในความเช่อื (Sensus Fidei / Sense of Faith) เพอ่ื ท่ีจะกา้ วเดนิ ไปด้วยกนั จ�ำเปน็ ต้องฟงั เสยี งของกันและกนั ดว้ ยความตง้ั ใจ (Empathy) แสดงออกถึงการมสี ว่ นร่วมในความชื่นชมยนิ ดแี ละในความหวังของแตล่ ะคน โดยอยู่ บนพืน้ ฐานของความเปน็ พ่ีนอ้ ง (Fraternity) และความเป็นครอบครวั เดยี วกนั , และฟงั เสียงของพระจิตเจา้ ทอ่ี ยู่ ในจิตใจของตนเองและในจิตใจของเพื่อนพี่น้อง เพ่ือแสวงหาพระประสงค์ของพระเจ้าในการด�ำเนินชีวิตประจ�ำ วนั การท�ำงานรว่ มกัน ทงั้ นี้ เพือ่ ความดีส่วนรวม (Common Good) จะได้ปรากฏในสังฆมณฑลทุกภาคส่วน (ดู ความชื่นชมยนิ ดแี ห่งพระวรสาร ขอ้ 111)47 42. ความรกั ฉนั นอ้ งพี่ แสดงออกมาใหเ้ หน็ ไดด้ ว้ ยการรบั ฟงั กนั และกนั ดว้ ยความสภุ าพ ความเออ้ื อาทร ความเหน็ อกเหน็ ใจ ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในความเป็นตวั ตน (Identity) การเคารพในความแตกต่างของบุคคล อนื่ ลดความเป็นตวั ตนของตนเองลง ร่วมทกุ ข์รว่ มสุข ให้อภยั ส่งเสริมและใหก้ �ำลงั ใจซง่ึ กันและกนั การตอ้ นรบั ทกุ คนในชุมชน ไมท่ อดทงิ้ ผใู้ ดไวข้ ้างหลัง (no one left behind) ใชพ้ ระพรทีต่ นเองไดร้ ับเพื่อส่งเสรมิ กนั และกนั สร้างความเสมอภาค ความยุตธิ รรม และความเทา่ เทียมกนั กับทกุ คน ไม่แบง่ แยก ปรบั ทัศนคติใหส้ อดคล้องต้อง กนั เพอื่ เห็นแก่ประโยชนข์ องส่วนรวมร่วมกัน มคี วามไวตอ่ การรับรู้ถงึ ความตอ้ งการของทุกคนในชมุ ชน (ดู ความ ชน่ื ชมยนิ ดีแหง่ พระวรสาร ขอ้ 52)48 43. ความเปน็ หนง่ึ เดยี วทแี่ สดงออกมาใหเ้ หน็ นี้ จะเปน็ “ประจกั ษพ์ ยาน” (Testimony) ถงึ จติ สำ� นกึ แห่งความเชื่อท่ีมีอยู่ภายในให้ปรากฏออกมาในชุมชนแห่งความเชื่ออย่างเป็นรูปธรรม ท่ามกลางเพื่อนพี่น้องท่ีมี ความแตกตา่ งหลากหลายที่ตอ้ งการเห็นความเชื่อคริสตชนทีม่ ชี วี ิต สมั ผัสแตะต้องได้ และทำ� ให้ภาพขององค์พระ ผู้เป็นเจา้ ผู้ทรงเปน็ องคแ์ หง่ ความรัก (1 ยน 4:20) เปน็ จรงิ ทา่ มกลางเรา ดว้ ยการเย่ยี มเยียนและสัมผสั ความเปน็ จริงในสังคม เพ่ือปรับเปลย่ี นวธิ แี ละกระบวนทศั น์ (Paradigm Shift) ในการทำ� งานอยู่ตลอดเวลา (ดู ความชื่นชม ยนิ ดีแห่งพระวรสาร ข้อ 115)49 44. เพอื่ ทจ่ี ะทำ� ใหเ้ กดิ การมสี ว่ นรว่ มเพอ่ื สรา้ งความเปน็ หนงึ่ เดยี ว ประชากรของพระเจา้ ทกุ คนจะตอ้ ง ปฏบิ ตั ิตามบทบาทหนา้ ที่ของตนเองอย่างจรงิ จัง สามารถท�ำงานรว่ มกบั คนอ่นื ไดใ้ นทกุ ระดบั ทกุ องค์กร ใหค้ วาม ร่วมมอื ยดื หยนุ่ ในวิธกี ารทำ� งาน การปรับกระบวนการท�ำงานให้สอดคลอ้ งกับสภาพความเป็นจริงของชมุ ชนและ ความตอ้ งการพนื้ ฐานของแตล่ ะคน โปร่งใส สร้างความไว้เนอื้ เชื่อใจตอ่ กนั มคี วามสมั พนั ธ์ทีด่ ีต่อกนั พง่ึ พาอาศยั กัน และข้นึ ต่อกนั และกัน50 47 สมณลขิ ติ เตอื นใจชอื่ “ความชืน่ ชมยินดีแหง่ พระวรสาร” (Evangelii Guadium) โดยพระสนั ตะปาปาฟรงั ซิส เมื่อวนั ท่ี 24 พฤศจกิ ายน ค.ศ. 2013 ข้อ 111 48 Ibid, ขอ้ 52 49 Ibid, ข้อ 115 50 Ibid, ข้อ 119 26

45. การทำ� งานในยคุ ปจั จบุ ัน ต้องปรบั กระบวนการ วธิ ีการ เคร่ืองมือ ตลอดจนการใชเ้ ทคโนโลยี การสอื่ สารให้เหมาะสมกับคนวัยต่าง ๆ ใหม้ ชี ่องทางอันหลากหลาย51 ในการประชาสัมพนั ธ์ ให้ความรู้ ตอบข้อ สงสัย ดว้ ยวิธกี ารทีส่ รา้ งสรรค์ เชิงรุก เข้าถงึ และเข้าใจงา่ ย ชัดเจน (ดู พระคริสตท์ รงพระชนม์ ข้อ 86-90)52 โดยไม่ ละทิง้ สื่อด้งั เดมิ ทีย่ งั คงมปี ระสทิ ธผิ ล ประสิทธิภาพ และยงั คงอยใู่ นความตอ้ งการของคนบางกลุ่มอยู่ ทงั้ น้ี องค์กร ทุกภาคสว่ นในทกุ ระดับจะต้องก้าวเดินไปในทิศทางเดยี วกนั หรอื ดำ� เนนิ การใหเ้ ปา้ หมายของสว่ นรวมทไ่ี ดต้ ง้ั เอา ไวบ้ รรลวุ ัตถุประสงค์ อาศยั ความรว่ มมอื การวางแผน ประสานงาน การทำ� งานรว่ มกันอยา่ งจริงจงั การติดตาม และประเมินผลเป็นระยะ 46. โรงเรยี นคาทอลกิ ยงั เปน็ สถานทแ่ี หง่ การอภบิ าล การแพรธ่ รรม และการประกาศขา่ วดที ส่ี ำ� คญั ให้ ครอบคลมุ ทกุ กลมุ่ เปา้ หมาย คอื นกั เรยี น (ดู พระครสิ ตท์ รงพระชนม์ ขอ้ 221-223)53 คณุ ครู ผปู้ กครอง บาทหลวง นกั บวชชาย-หญงิ พน่ี อ้ งตา่ งความเชื่อและต่างวฒั นธรรม ต่างเชือ้ ชาติ เจา้ หน้าท่ี และบุคลากรด้านตา่ ง ๆ ท้งั น้ี เพ่ือเป็นศนู ย์กลางการเรยี นรู้ การพัฒนาคนท้งั ครบไปสู่การเป็นมนษุ ย์ทีส่ มบูรณ์ 47. ชุมชนแห่งความเชอื่ จะต้องสง่ เสริมบทบาท หน้าที่ การมสี ่วนร่วมของสัตบุรษุ ทุกคนตามความ สามารถ และความเป็นจรงิ ของชวี ิต สรา้ งผนู้ ำ� ฆราวาส54 ผนู้ ำ� เยาวชน (ดู พระครสิ ตท์ รงพระชนม์ ขอ้ 158-162)55 ส�ำหรับการท�ำงานในองค์กรหรอื หนว่ ยงานตา่ ง ๆ โดยเฉพาะอย่างยงิ่ งานอภบิ าลเยาวชน สตรี (ดู ความชนื่ ชม ยนิ ดีแห่งพระวรสาร ขอ้ 103-104)56 อภิบาลครอบครัว ผสู้ ูงอายุ การส่งเสรมิ กจิ ศรัทธาตา่ ง ๆ การดแู ลผู้อ่อนแอ ในสังคม (ดู ความชื่นชมยนิ ดแี ห่งพระวรสาร ขอ้ 209-216)57 คนยากจน ผูอ้ พยพหรือแรงงานยา้ ยถ่นิ (ดู พระ คริสต์ทรงพระชนม์ ขอ้ 91-94)58 ผ้พู กิ าร การสง่ เสรมิ กระแสเรยี ก การดูแลสงิ่ แวดลอ้ ม ตลอดจนความต้องการ เรง่ ดว่ นของชมุ ชนท่เี กดิ จากเสยี งเรยี กรอ้ งของชุมชน และการฟังเสยี งของผู้ทีไ่ มม่ โี อกาสได้ออกเสียง (the voice of the voiceless) ในสังคมด้วย (เทยี บ แอมะซอนทร่ี กั ขอ้ 63)59 51 ดู กฤษฎกี าสมชั ชาใหญ่ ค.ศ. 2015 ขอ้ 39 52 สมณลิขิตเตือนใจหลังสมัชชาบชิ อปสากลเกยี่ วกบั เยาวชน ชื่อ “พระครสิ ตท์ รงพระชนม”์ (Christus Vivit) โดยพระสันตะปาปาฟรังซิส เมอื่ วันท่ี 25 มนี าคม ค.ศ. 2019 ข้อ 86-90 53 Ibid, ข้อ 221-223 54 ดู กฤษฎีกาสมชั ชาใหญ่ ค.ศ. 2015 ขอ้ 36-38 และ สมณลขิ ิตเตือนใจชอื่ “ความชน่ื ชมยินดีแห่งพระวรสาร” (Evangelii Guadium) โดยพระสันตะปา ปาฟรงั ซิส เมอ่ื วันที่ 24 พฤศจกิ ายน ค.ศ. 2013 ข้อ 130 55 สมณลิขติ เตอื นใจหลังสมัชชาบิชอปสากลเกยี่ วกบั เยาวชน ช่ือ “พระคริสตท์ รงพระชนม”์ (Christus Vivit) โดยพระสนั ตะปาปาฟรังซสิ เม่อื วนั ท่ี 25 มนี าคม ค.ศ. 2019 ข้อ 158-162 56 สมณลิขติ เตอื นใจชอ่ื “ความชนื่ ชมยนิ ดีแห่งพระวรสาร” (Evangelii Guadium) โดยพระสนั ตะปาปาฟรงั ซสิ เม่อื วนั ท่ี 24 พฤศจกิ ายน ค.ศ. 2013 ข้อ 103-104 57 Ibid, ขอ้ 209-216 58 สมณลิขติ เตือนใจหลงั สมัชชาบิชอปสากลเก่ียวกับเยาวชน ชอ่ื “พระครสิ ต์ทรงพระชนม”์ (Christus Vivit) โดยพระสันตะปาปาฟรงั ซิส เม่ือวันท่ี 25 มนี าคม ค.ศ. 2019 ข้อ 91-94 59 สมณลขิ ิตเตือนใจหลังสมชั ชาบชิ อปสากลเกี่ยวกบั สิง่ แวดลอ้ มช่อื “แอมะซอนท่ีรกั ” (Querida Amazonia) โดยพระสันตะปาปาฟรงั ซสิ เมือ่ วันที่ 2 กมุ ภาพันธ์ ค.ศ. 2020 ขอ้ 63 27

4.3 พันธกจิ (Mission) 48. ประชากรของพระเจา้ ทกุ คนในสงั ฆมณฑลจนั ทบรุ ี มคี วามสำ� นกึ ในความเชอื่ (Sensus Fidei) ซงึ่ ได้รับมาจากศลี ล้างบาป ทำ� ให้มีสว่ นร่วมในชีวิตพระตรีเอกภาพ (ดู CCC ข้อ 1266)60 ในการทำ� หนา้ ท่ี 3 ประการ ตามบทบาทหน้าทีข่ องตนในชวี ิตประจำ� วนั ดว้ ยความรบั ผดิ ชอบ ได้แก่ 1) การเปน็ ประกาศก คือ หนา้ ท่ีในการ ประกาศและในการเป็นประจกั ษพ์ ยาน 2) การเปน็ พระสงฆ์ คอื หนา้ ทใี่ นการสวดภาวนาและสร้างความศกั ดส์ิ ิทธิ์ ให้กบั โลก และ 3) กษตั รยิ ์ คือ หนา้ ท่ีในการปกครองดูแล และการรับใช้ทกุ คน โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ คนยากจน61 49. ด้วยความส�ำนึกนี้ เรียกร้องให้คริสตชนทุกคนมีภารกิจในการเป็นผู้ประกาศข่าวดีตามกระแส เรียกทีต่ นเองได้รับ เพื่อท�ำใหค้ �ำส่ังของพระเยซคู ริสตเจ้าเป็นจรงิ ท่วี า่ “ทา่ นทัง้ หลายจงออกไปทั่วโลก ประกาศ ข่าวดใี ห้มนษุ ยท์ ัง้ ปวง” (มก 16:15) การออกไปประกาศนี้กเ็ ทา่ กบั ความพยายามท่ีจะทำ� ให้โลกได้เป็นหน่ึงเดยี ว และมสี ว่ นรว่ มตอ่ กนั เฉกเชน่ เดยี วกบั ความสมั พนั ธใ์ นพระตรเี อกภาพ การประกาศขา่ วดนี ที้ ำ� ใหค้ ำ� สง่ั ของพระเยซู ครสิ ตเจา้ เปน็ จรงิ และเป็นการใชพ้ ระพรของพระจติ เจา้ ใหบ้ งั เกดิ ผลในชวี ติ ประจำ� วันของเรา62 50. เม่ือบรรดาคริสตชนได้เป็นน้�ำหน่ึงใจเดียวกันอย่างแท้จริง จะท�ำให้ภาพของพระกายทิพย์ของ พระครสิ ตเจา้ (เทียบ คส 1:18 และ อฟ 4:25)63 ปรากฏขึ้นทา่ มกลางเพื่อนพ่ีนอ้ งทงั้ หลาย โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ใน พิธกี รรมตา่ ง ๆ ของพระศาสนจักร การประกอบและการให้บรกิ ารศีลศกั ดสิ์ ทิ ธ์ิ64 ซ่งึ มอี งค์พระเยซคู รสิ ตเจ้าเป็น ศูนยก์ ลางระหวา่ งพระเปน็ เจ้าและมนุษยช์ าติ ไดท้ �ำใหธ้ รรมชาติของพระศาสนจักรทเี่ ปน็ “ศลี ศักด์ิสิทธิ”์ เพื่อนำ� พระพรและความรอดพ้นมาสู่โลกได้เปน็ จริง (เทยี บ CCC 774-776)65 51. ภารกิจแห่งการสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันนี้ เรียกร้องให้เกิดการกลับใจอย่างแท้จริง66 ที่ แสดงออกถึงการรบั ฟงั กนั และกนั ด้วยความเขา้ ใจ การยอมรบั ผ้อู ่นื ความเอ้ืออาทร ความจรงิ ใจ และการรับใช้ ซงึ่ กันและกัน เฉกเช่นเดียวกับความเปน็ หน่งึ เดียวกันในศีลมหาสนทิ ภารกจิ นจ้ี งึ มงุ่ ไปสู่ความเป็นหนึง่ เดยี วกันใน ทุกระดับ ทัง้ ภายในพระศาสนจกั รและภายนอกพระศาสนจักร อยา่ งไม่มขี อบเขตและเงื่อนไข (เช้ือชาติ ศาสนา วัฒนธรรม เพศ ความคิดเหน็ อนั หลากหลายทางด้านความเชื่อ การเมอื ง ปรชั ญา รูปแบบการด�ำเนินชวี ิต ฯลฯ) แต่ด้วยความเคารพในสทิ ธิ เสรีภาพ อสิ รภาพ เกียรติ ศกั ดิ์ศรี ในการไตรต่ รองเครื่องหมายแหง่ กาลเวลา รวมถงึ สิง่ สรา้ งท้ังหลายของพระเจ้าดว้ ย67 60 “คำ�สอนพระศาสนจกั รคาทอลกิ ” (Catechism of the Catholic Church) ออกเมื่อ 11 ตลุ าคม ค.ศ. 1992 ขอ้ 1266 61 Ibid, ขอ้ 783-786 62 สมณลิขติ เตอื นใจหลังสมัชชาบชิ อปสากลเกีย่ วกับเยาวชน ชอื่ “พระครสิ ตท์ รงพระชนม์” (Christus Vivit) โดยพระสันตะปาปาฟรงั ซสิ เมอ่ื วนั ที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 2019 ข้อ 9-10 63 “คำ�สอนพระศาสนจักรคาทอลกิ ” (Catechism of the Catholic Church) ออกเมือ่ 11 ตลุ าคม ค.ศ. 1992 ข้อ 1267 64 สมณลขิ ติ เตอื นใจหลงั สมชั ชาบิชอปสากลเกี่ยวกับเยาวชน ช่อื “พระครสิ ตท์ รงพระชนม์” (Christus Vivit) โดยพระสนั ตะปาปาฟรงั ซสิ เมื่อวันที่ 25 มนี าคม ค.ศ. 2019 ข้อ 35 65 “คำ�สอนพระศาสนจักรคาทอลกิ ” (Catechism of the Catholic Church) ออกเมื่อ 11 ตลุ าคม ค.ศ. 1992 ขอ้ 774-776 66 สมณลขิ ติ เตอื นใจหลังสมชั ชาบิชอปสากลเกี่ยวกบั เยาวชน ชื่อ “พระคริสตท์ รงพระชนม์” (Christus Vivit) โดยพระสันตะปาปาฟรงั ซิส เมื่อวนั ที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 2019 ข้อ 25 67 Ibid, ข้อ 27-33 28

52. พันธกจิ แห่งการมสี ่วนรว่ ม เรยี กรอ้ งให้ ทุกฝา่ ย แผนก หนว่ ยงาน องคก์ ร วดั โรงเรยี น สาม เณราลยั ตามโครงสร้างการบริหารงานของสังฆมณฑล ตลอดจนสถาบนั นกั บวชชาย-หญิง ครอบครวั จนกระทัง่ คริสตชนแต่ละคน ร่วมมอื กันท�ำงานอย่างจรงิ จัง สรา้ งสรรค์68ต่อเน่อื ง โดย ก) มีการวางแผนการทำ� งานทีด่ ี มี การปรับกระบวนการ (Process) และวธิ ีการทำ� งาน (Methodology) ใหเ้ หมาะสมกบั สภาพแวดลอ้ มหรือสภาพ ความเปน็ จริงท่เี กิดข้นึ เปิดโอกาสให้ทกุ คนได้เขา้ มาท�ำงานรว่ มกัน การฟังข้อเสนอแนะของทกุ ๆ คน ทบทวน ประเมินผล และพฒั นาให้ดขี น้ึ อยตู่ ลอดเวลา (ดู ความชืน่ ชมยินดีแห่งพระวรสาร ข้อ 234-237)69 ข) ดำ� เนินชีวิต ประจำ� วันเปน็ ประจกั ษ์พยาน (Testimony) ถงึ จิตตารมณ์พระวรสาร และยดึ มน่ั ในคำ� ส่ังสอนของพระศาสนจักร เพือ่ ก้าวเดนิ ไปส่คู วามสมบูรณใ์ นองคพ์ ระเยซูคริสตเจ้า (เทียบ ยน 10:10) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในความรกั ความ เมตตา การรับใชเ้ พอื่ นพน่ี ้องทกุ คนในสังคม ทง้ั นี้ เพื่อให้บรรลุถงึ ความเป็นหนงึ่ เดียวและการมีส่วนร่วมดว้ ยกัน โดยมีตัวบง่ ชี้ถงึ ความสำ� เรจ็ ท่ีเปน็ รูปธรรมชดั เจน70 68 “วธิ ีการทำ�งานทส่ี รา้ งสรรค์” คอื การใชว้ ิธีการที่ใหม่ หรือ วธิ ีการที่ไม่เคยใช้มากอ่ น ที่ไดผ้ ลดกี ว่าเดิม 69 สมณลขิ ติ เตอื นใจช่ือ “ความชน่ื ชมยนิ ดแี ห่งพระวรสาร” (Evangelii Guadium) โดยพระสันตะปาปาฟรังซสิ เมือ่ วันที่ 24 พฤศจกิ ายน ค.ศ. 2013 ข้อ 234-237 70 ดู กฤษฎกี าสมัชชาใหญ่ ค.ศ. 2015 ขอ้ 34 29

บทท่ี 5 พระนางมารีย์ผ้กู ้าวเดนิ ไปดว้ ยกนั ในพระศาสนจกั ร71 53. พระนางมารีย์เป็น “แบบอย่างของผู้ท่ีมีความเช่ือ” และติดตามพระเยซูคริสตเจ้าในหนทาง ของพระองค์ตง้ั แต่ทรงปฏสิ นธิด้วยพระจติ เจา้ จนกระท่ังถึงภูเขากลั วารโี อ (ดู พระครสิ ต์ทรงพระชนม์ ข้อ 43)72 พระนางจงึ เปน็ “นักเดินทาง” ตั้งแตไ่ ด้รับสารจากอัครทูตกาเบรยี ล พระนางไดเ้ ดนิ ทางด้วยความกระตือรอื ร้น ไปรบั ใชน้ างเอลซิ าเบธญาติของเธอซ่ึงต้งั ครรภ์ด้วยพระจิตเจา้ เชน่ เดียวกนั 54. ตลอดชีวิตของพระนางได้เดนิ ทางอนั ยาวไกลหลายคร้งั เชน่ เดยี วกับบรรดา “ประกาศก” ท่เี ดิน ทางออกไปประกาศขา่ วดี จากเมืองเบธเลเฮมไปประเทศอียิปตเ์ พราะหนีการเบยี ดเบยี นจากกษตั ริย์เฮโรด จาก ประเทศอียิปต์กลับมาประเทศอิสราเอล จากเมืองนาซาเร็ธไปกรุงเยรูซาเล็ม น่ันแสดงให้เราเห็นว่า พระนางได้ ทมุ่ เท เสยี สละ อุทิศตน เพ่อื ด�ำเนินชวี ิตตามแผนการของพระเจา้ และปกปอ้ งดแู ลพระเยซคู รสิ ตเจ้าในวัยเยาว์ ชวี ติ ทเ่ี รยี บงา่ ยและเปราะบางของพระนางไดป้ ระกาศความยง่ิ ใหญแ่ ละการประทบั อยใู่ นประวตั ศิ าสตรม์ นษุ ยชาติ ของพระเจ้า เพือ่ บนั ดาลความศักด์ิสทิ ธ์ใิ ห้แดม่ นุษยท์ กุ คน 55. พระนางมารยี ไ์ ดม้ สี ่วนรว่ มทำ� ให้แผนการไถก่ ขู้ องพระเปน็ เจ้าสำ� เร็จไปในพระบุตรของพระองค์ ดังเชน่ งานเลีย้ งสมรสที่เมอื งคานา (ยน 2) เมื่อพระนางมารียม์ ่ันใจวา่ จะมเี หล้าอง่นุ เพยี งพอสำ� หรบั แขกทกุ คน จน กระทั่งแทบเชงิ ไม้กางเขนด้วยความระทมทุกข์ เมื่อ “พระมารดาท่ีเตม็ เปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณา” ต้อง พลดั พรากจากบตุ รสุดท่รี กั 56. ครสิ ตชนจงึ ควรเลยี นแบบพระนางมารยี ์ ในการเดนิ ทางตดิ ตามองคพ์ ระเยซคู รสิ ตเจา้ ในหนทาง ที่พระองค์ได้เตรียมไว้ให้กับเราในชีวิตประจ�ำวัน การเป็นประจักษ์พยานถึงความเช่ือ และการเป็นบุคคลที่เต็ม เป่ยี มไปดว้ ยความรักเมตตา และการยอมรับว่า “ตนเองเปน็ ผู้ที่ขดั สน บาดเจบ็ ทุกข์ทรมาน” เพ่ือเปิดชอ่ งวา่ ง ใหพ้ ระเปน็ เจา้ ไดเ้ ขา้ มาทำ� งานในชวี ติ ของเรา เพอ่ื เราจะไดเ้ ปน็ หนง่ึ เดยี วในแผนการของพระองค์ โดยเฉพาะอยา่ ง ยง่ิ การกา้ วเดินไปในพันปีทส่ี ามพร้อมกับผูท้ ีไ่ ด้รับศลี ลา้ งบาปแลว้ ทกุ คนในโลกใบน้ี 57. บทภาวนาเพ่อื การสมัชชาสงั ฆมณฑลจันทบุรี ข้าแต่พระบิดาผู้ทรงสรรพานุภาพ พระองค์ทรงเดินเคียงข้างมนุษยชาติตลอดประวัติศาสตร์แห่งความ รอด ทรงสง่ พระเยซคู รสิ ตเจา้ พระบตุ รของพระองค์ มาเปน็ หนทางใหข้ า้ พเจา้ ทง้ั หลายเดนิ ทางไปพรอ้ มกบั พระองค์ ตลอดประวตั ิศาสตร์ของพระศาสนจกั ร อีกทัง้ ยังหลอ่ เล้ียงข้าพเจา้ ทง้ั หลายดว้ ยพระวาจาและศีลศกั ดสิ์ ิทธิ์ ขอพระองคป์ ระทานพระพรใหก้ บั การท�ำสมชั ชาของสังฆมณฑลจันทบุรี ให้เปน็ ไปตามพระประสงค์ของ พระองค์ และการดลใจของพระจติ เจา้ ใหข้ ้าพเจา้ ทงั้ หลายฟังเสียงของกันและกนั และเสียงของพระจิตเจ้า เพ่อื ปรบั ปรุงตนเอง และเปลย่ี นแปลงพระศาสนจักรให้กา้ วหนา้ เพ่อื เปน็ เครื่องหมายแห่งความรอดของพระองคใ์ น โลกยุคปจั จบุ ัน โปรดให้ข้าพเจ้าท้ังหลายก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยกัน ในความเป็นหน่ึงเดียว การมีส่วนร่วม และพันธ กจิ จนกวา่ จะบรรลถุ ึงความสมบูรณใ์ นพระบุตรของพระองค์ ลูกวอนขอท้งั น้ี อาศยั พระบารมีพระเยซูคริสตเจา้ พระเจ้าของขา้ พเจ้าทั้งหลาย อาแมน พระนางมารีย์ปฏิสนธนิ ิรมล องค์อุปถัมภข์ องสงั ฆมณฑลจันทบุรี ช่วยวิงวอนเทอญ 71 จากบทเทศน์ของพระสนั ตะปาปาฟรงั ซิส ณ แสวงบญุ สถานแหง่ ชาติ เมอื งซาสตนิ ประเทศสโลวาเกยี เมอื่ วันพุธที่ 15 กนั ยายน ค.ศ. 2021 72 สมณลขิ ติ เตอื นใจหลงั สมัชชาบิชอปสากลเก่ียวกบั เยาวชน ชื่อ “พระครสิ ต์ทรงพระชนม”์ (Christus Vivit) โดยพระสันตะปาปาฟรงั ซิส เม่ือวนั ท่ี 25 มนี าคม ค.ศ. 2019 ข้อ 43 30

แถลงการณ์สมชั ชา สงั ฆมณฑลจนั ทบุรี ค.ศ. 2021 ตามกระบวนการสมัชชาบชิ อปสากล สมัยสามญั คร้ังที่ 16 ค.ศ. 2021-2023 หวั ขอ้ “เพื่อพระศาสนจักรท่ีก้าวเดนิ ไปด้วยกนั : ความเปน็ หนงึ่ เดยี ว การมีสว่ นรว่ ม และพนั ธกจิ ” 31

บทน�ำ 1. สงั ฆมณฑลจันทบุรี ได้ดำ� เนินการสมัชชาสงั ฆมณฑลจนั ทบุรี ค.ศ. 2021 ตามพระด�ำริของ พระสันตะปาปาฟรังซิส เพ่ือพระศาสนจักรที่ก้าวเดินไปด้วยกันในพันปีที่สาม ได้เรียกให้ประชากรของ พระเจา้ ทกุ คนปลุกจติ สำ� นกึ ในความเช่ือ (Sensus fidei) โดยให้แตล่ ะคนฟงั เสยี งของกันและกัน และให้ ทกุ คนฟงั เสยี งของพระจติ เจ้า เพื่อแสวงหาพระประสงคข์ องพระเจา้ ส�ำหรับชวี ติ ประจำ� วนั ของตนเองตาม กระแสเรียกท่ีได้รับ ประชากรของพระเจ้าทุกคนได้กลับใจโดยเฉพาะด้านชีวิตจิต ด้านอภิบาลและด้าน ธรรมทตู โดยด�ำเนนิ ชีวิตตามกระแสเรยี กและปฏบิ ตั ิพนั ธกจิ อยา่ งซอ่ื สัตยต์ ามบทบาทหนา้ ท่ขี องตนเอง ด้วยความรับผิดชอบ ส�ำหรับพันธกิจการประกาศข่าวดีเรื่องพระคริสตเจ้า การไตร่ตรองวินิจฉัยร่วมกัน ถึงเคร่ืองหมายแห่งกาลเวลาตามแสงสว่างแห่งคุณค่าพระวรสาร และมองไปยังขอบฟ้าใหม่ท่ีพระองค์ ประทานให้กบั เรา ก. กระบวนการจัดสมัชชาสังฆมณฑลจันทบุรี ค.ศ. 2021 2. คณะกรรมการเตรยี มการสมชั ชาสงั ฆมณฑลจนั ทบรุ ี ไดด้ ำ� เนนิ การสมชั ชาตามกระบวนการ ท่สี ำ� นักเลขาธกิ ารสมชั ชาบิชอปสากล (The Secretariat of the Synod of Bishops) ใหค้ �ำแนะน�ำ คอื ได้จดั ท�ำแนวทางการสมชั ชา (Lineamenta) และการออกแบบสอบถามเพื่อเตรียมการสมชั ชา (Ques- tionnaire) จำ� นวน 541 ชดุ โดยสง่ ไปยงั บชิ อป บาทหลวง นกั บวชชาย-หญงิ ผทู้ ที่ ำ� งานตามโครงสรา้ งการ ท�ำงานของสงั ฆมณฑล ตวั แทนสัตบุรุษตามแขวงและวัดตา่ ง ๆ เยาวชน ผสู้ งู อายุ ผพู้ กิ าร พน่ี ้องครสิ ตชน ต่างนกิ าย และพ่ีนอ้ งต่างความเชื่อ โดยไดร้ ับแบบสอบถามกลับมาจำ� นวน 512 ชดุ คิดเปน็ รอ้ ยละ 94.64 ของแบบสอบถามทัง้ หมดท่ีสง่ ไป 3. คณะกรรมการเตรียมการสมชั ชาฯ ไดน้ �ำข้อมลู ท่ีได้รับจากแบบสอบถามมาวิเคราะหแ์ ละ สังเคราะห์ร่วมกับข้อเสนอแนะของบาทหลวง นักบวชชาย-หญิง และคริสตชนฆราวาสตามแขวงต่างๆ (ซึ่งมจี ำ� นวน 5 แขวง คอื แขวงจันทบรุ ี แขวงศรีราชา แขวงหวั ไผ่ แขวงปราจนี บรุ ี และแขวงสระแกว้ ) เอกสารอ่ืนๆ ที่ออกโดยส�ำนักเลขาธิการสมัชชาบิชอปสากล เช่น คู่มือการท�ำสมัชชา (Vademecum) เอกสารเพอื่ การเตรยี มสมชั ชา (Preparatory Document) และเอกสารทางการตา่ งๆ ของพระศาสนจกั ร ทอี่ อกโดยพระสันตะปาปาฟรังซสิ เป็นเอกสารประกอบการสมชั ชา (Instrumentum Laboris) เพือ่ ใช้ ในการประชมุ ใหญค่ รั้งท่ี 1 วันเสาร์ท่ี 13 พฤศจกิ ายน ค.ศ. 2021 ซง่ึ สมาชิกสมชั ชาแสดงความคดิ เห็น กันในกลุ่มย่อย และนำ� เสนอในทป่ี ระชุมใหญ่ 4. คณะกรรมการจดั เตรยี มสมชั ชาฯ ไดร้ วบรวมขอ้ เสนอตา่ ง ๆ จดั ทำ� รา่ งแถลงการณส์ มชั ชา สงั ฆมณฑลจนั ทบรุ ี ค.ศ. 2021 สง่ ใหส้ มาชกิ สมชั ชาเพอ่ื พจิ ารณาปรบั ปรงุ แกไ้ ขและนำ� เสนอในการประชมุ ใหญ่ครัง้ ท่ี 2 วันจนั ทร์ที่ 6 ธนั วาคม ค.ศ. 2021 โดยมกี ารประชมุ กลมุ่ ย่อยเพื่อทบทวน อภปิ ราย แสดง ความคดิ เหน็ และทสี่ ดุ มกี ารลงมตขิ อ้ เสนอแตล่ ะขอ้ ในทปี่ ระชมุ ใหญเ่ พอ่ื จดั ทำ� แถลงการณส์ มชั ชาสงั ฆมณฑล จนั ทบุรี ค.ศ. 2021 ฉบับสมบรู ณ์ 32

ข. สภาพความเปน็ จริงของสงั ฆมณฑลจันทบรุ ีในปัจจบุ ัน 5. การก่อตงั้ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น ได้ส่งผลกระทบทำ� ใหพ้ ้ืนท่ใี นภาคตะวันออกของ ประเทศไทย ซึ่งสว่ นใหญอ่ ยู่ในเขตสังฆมณฑลจันทบรุ ี ได้มีการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ การขยายตวั ของ สงั คมเมือง เขตอุตสาหกรรม การท่องเทีย่ ว การค้า การขนส่ง การพัฒนาดา้ นอสงั หาริมทรัพย์ การเกษตร เชิงพาณิชยเ์ พอ่ื การส่งออก การพฒั นาดา้ นการขนสง่ มวลชนทง้ั ทางบก ทางน�ำ้ และทางอากาศ 6. ความเจริญก้าวหน้าเหล่านี้ ได้ส่งผลกระทบต่อวิถีการด�ำเนินชีวิตของผู้คน การอพยพ ย้ายถ่ินฐานเพื่อเข้ามาประกอบอาชีพท้ังชาวไทยและชาวต่างชาติ ความแตกต่างหลากหลายทางด้าน เชอ้ื ชาติ ศาสนา วฒั นธรรม ภาษา สภาพแวดลอ้ มทางธรรมชาตเิ ปลีย่ นแปลงไป มลภาวะเป็นพษิ ความ แออัด คุณค่าและศักด์ิศรีรวมถึงสิทธิและเสรีภาพของความเป็นมนุษย์ถูกลดทอน เกิดช่องว่างระหว่าง คนที่ร�่ำรวยและคนยากจน การค้ามนุษย์ การใช้แรงงานอย่างผิดกฎหมาย ธุรกิจท่ีผิดกฎหมายและการ ไม่สนใจต่อจรยิ ธรรมและศีลธรรม 7. ความเจริญกา้ วหน้าทางด้านเทคโนโลยีการส่ือสาร ไดเ้ ปลี่ยนรูปแบบการด�ำเนนิ ชีวิตของ ผคู้ นในยคุ ปจั จบุ นั เปน็ อยา่ งมาก และกลายเปน็ สว่ นสำ� คญั ของการดำ� เนนิ ชวี ติ การสอื่ สารทร่ี วดเรว็ ไดท้ ำ� ให้ พฤตกิ รรมของผ้คู นเปล่ยี นไป โดยเฉพาะอยา่ งยิ่ง การส่ือสารระหว่างกันและกนั การดำ� เนินธรุ กิจการคา้ ในโลกออนไลน์ การรบั รขู้ อ้ มลู ขา่ วสารทร่ี วดเรว็ และหลากหลาย การแบง่ กลมุ่ ของบคุ คล ทใ่ี ชช้ อ่ งทางการ ส่อื สาร (Communication Channel) ทแ่ี ตกตา่ งกนั ทำ� ให้เกดิ ชอ่ งวา่ งในการตดิ ตอ่ ส่ือสารระหวา่ งวัย ระหวา่ งกลุ่มบุคคล เชน่ การเมือง ศาสนา หรือทศั นคติในเร่อื งตา่ ง ๆ 8. การแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ทำ� ใหเ้ กดิ ผลกระทบตอ่ ผคู้ น ในทุกระดบั ท้งั ภายในและภายนอกพระศาสนจกั ร เชน่ มาตรการหา้ มการเดนิ ทาง หา้ มการชมุ นมุ กนั เปน็ จำ� นวนมาก ท�ำให้บทบาทของเทคโนโลยีการสือ่ สารมีมากขนึ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจัดกจิ กรรมต่าง ๆ แบบออนไลน์ ได้แก่ การร่วมพิธบี ชู าขอบพระคณุ พธิ ีกรรม การประชมุ การท�ำงาน การเรียน ฯลฯ ส่งิ ตา่ ง ๆ เหล่านไี้ ดส้ ่งผลกระทบตอ่ ชุมชนวดั โรงเรียน ธุรกจิ การคา้ การท่องเท่ียว โรงแรม รา้ นอาหาร การปดิ ตวั ลงของกจิ การหลายแหง่ เศรษฐกจิ ตกต�ำ่ ส่งผลกระทบให้ผู้คนตกงาน หรือเดนิ ทางกลบั ภูมิลำ� เนาเดมิ 33

บทท่ี 1 ความเปน็ หนึ่งเดียวกนั (Communion) 9. คริสตชนทกุ คนในสงั ฆมณฑลจันทบุรี มีจิตส�ำนกึ ในความเชอื่ (Sensus fidei) อนั ไดร้ บั มาจาก ศีลล้างบาป จิตส�ำนึกนี้เรียกร้องให้แต่ละคนด�ำเนินชีวิตเลียนแบบพระเยซูคริสตเจ้าผู้ทรงเป็นหนทาง ความจริง และชวี ติ (ยน 14:6) เปน็ ศษิ ยพ์ ระครสิ ตท์ ่แี ท้จริงดว้ ยการดำ� เนนิ ชวี ิตตามพระวาจาของพระเจา้ (The Word of God) ไมผ่ ดิ หลงไปจากธรรมประเพณขี องพระศาสนจกั ร (Tradition) และปฏบิ ตั ติ ามคำ� สง่ั สอนของพระศาสนจกั ร (Magisterium) ทสี่ ืบทอดมาจากบรรดาอัครสาวก โดยปรบั ให้เขา้ กบั กระแสเรยี ก และการด�ำเนนิ ชวี ิตประจ�ำวนั ของแต่ละคน 10. ชมุ ชนศิษยพ์ ระคริสตห์ รือชมุ ชนวดั (Parish Church) ตอ้ งได้รับการหล่อหลอมและเสริมสร้าง ความเป็นหนึ่งเดียวกันให้ปรากฏข้ึนท้ังในระหว่างคริสตชนและกับเพื่อนพ่ีน้องทุกคนท่ีอยู่โดยรอบ พิธีบูชา ขอบพระคุณในวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันพระเจ้าต้องเป็นหัวใจของความเป็นหน่ึงเดียวกันของชีวิตและพันธกิจของ ชุมชนวดั นอกจากน้ี ควรสง่ เสริมการสรา้ งความสมั พนั ธอ์ ันดรี ะหว่างชุมชนแห่งความเชื่อใกล้เคยี ง หรือในระดับ แขวงและระดบั สังฆมณฑล ในโอกาสตา่ ง ๆ เช่น การฉลองชุมชนแหง่ ความเชื่อ พธิ ีบวชบาทหลวง เปน็ ต้น 11. การรวมตวั กนั ของกลมุ่ ครสิ ตชนนี้ ควรเลยี นแบบการด�ำเนนิ ชวี ติ ของกลมุ่ ครสิ ตชนแรกเรม่ิ กลา่ ว คอื การมคี วามสนทิ สมั พนั ธ์กับพระเจา้ และเป็นหนึ่งเดยี วกบั เพอื่ นพ่ีน้องอย่างแทจ้ รงิ ซึ่งสามารถแสดงออกมาให้ เห็นได้ด้วยการแบ่งปันประสบการณ์ความเชื่อซึ่งมาจากการไตร่ตรองและเจริญชีวิตตามพระวาจาของพระเจ้า ความลมุ่ ลกึ ในการสวดภาวนา และนมสั การพระเจา้ รว่ มกนั ในพธิ กี รรมตา่ ง ๆ การดำ� เนนิ ชวี ติ ดว้ ยความชนื่ ชมยนิ ดี กบั พ่นี อ้ งทุกคน ร่วมวนิ ิจฉยั แก้ปญั หาที่เกดิ ข้นึ รว่ มกัน และการให้ความช่วยเหลอื ผูท้ ีข่ ดั สน (เทยี บ กจ 2:42-47) 12. หน่วยงานตามโครงสร้างการบริหารงานของสังฆมณฑล ได้แก่ ส�ำนักงานสังฆมณฑล (The Diocesan Curia) สภาบาทหลวง คณะทปี่ รึกษา กรรมการบรหิ ารสังฆมณฑล วดั โรงเรียน สามเณราลยั องคก์ ร คาทอลกิ ฯลฯ ตอ้ งร่วมกนั สรา้ งความเปน็ น้�ำหน่ึงใจเดียวกนั (Communion) ซ่ึงแสดงออกมาใหเ้ หน็ ด้วยการมี สว่ นร่วมระหว่างกัน (Participation) และปฏิบัตติ ามหนา้ ท่หี รอื พันธกิจ (Mission) ของตนเองดว้ ยความรบั ผดิ ชอบเพอ่ื ใหบ้ รรลวุ ตั ถปุ ระสงคต์ ามแผนอภบิ าลของสงั ฆมณฑลท้ัง 6 ด้าน คือ 1) ด้านอภบิ าล 2) ดา้ นธรรมทตู 3) ด้านสังคม 4) ด้านการศึกษาอบรม 5) ดา้ นสือ่ สารสังคม และ 6) ดา้ นบริหารจัดการ 13. คริสตชนทุกคนในสังฆมณฑลจันทบุรี มีส่วนร่วมตามบทบาทและหน้าที่ของตนอย่างจริงจังใน ทกุ ภาคสว่ นและทุกระดับ เช่น ครอบครวั ชมุ ชน วัด โรงเรยี น แขวง สงั ฆมณฑล ดว้ ยการฟังเสยี งของกันและกนั ด้วยความสุภาพและอดทน ผ่อนหนักผ่อนเบา ยืดหยุ่น มีที่ว่างส�ำหรับทุกความคิดเห็น ความเป็นหน่ึงเดียวกัน นี้รวมความถึง ความเป็นน�ำ้ หน่งึ ใจเดยี วกบั คริสตชนต่างนกิ าย (Ecumenism) พ่นี ้องต่างความเช่ือ (Interfaith Dialogue) องค์กรรฐั หรือเอกชนทอ่ี ยใู่ นชมุ ชน ความร่วมมอื กันระหวา่ งสังฆมณฑลอ่ืน ๆ ความเกยี่ วข้องกบั พระ ศาสนจักรระดบั ทวีป ความสมั พนั ธ์กับพระศาสนจกั รสากล และพระสันตะปาปา 34

บทท่ี 2 การมีส่วนร่วม (Participation) 14. ครสิ ตชนทุกคนในสังฆมณฑลจนั ทบรุ ี มีสว่ นรว่ มตามบทบาทและหน้าทีข่ องตนดว้ ยความรับผดิ ชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พนั ธกิจที่ได้รับมาจากศลี ล้างบาป (The Three Offices of Christ) นน่ั คือ 1) การเปน็ ประกาศก คอื หนา้ ท่ใี นการประกาศขา่ วดี การถ่ายทอดความเชอื่ และเป็นพยานยืนยนั ถงึ องค์พระเยซคู ริสตเจ้า 2) การเปน็ สงฆ์ คอื หน้าท่ีในการสวดภาวนา การเฉลิมฉลองพิธกี รรมและศีลศักดสิ์ ิทธิ์ และ 3) การเปน็ กษตั รยิ ์ คอื หนา้ ทใี่ นการรบั ใช้ซ่ึงกนั และกันตามแบบอย่างของพระเยซคู รสิ ตเจ้า 15. หน่วยงานตามโครงสร้างการบริหารงานของสังฆมณฑล ปฏิบัติหน้าท่ีด้วยความรับผิดชอบ จริงจงั เนน้ การท�ำงานเพ่อื สง่ เสรมิ ความกา้ วหน้าทางด้านจติ ตารมณม์ ากกว่าความเจรญิ ทางดา้ นวัตถสุ ่ิงของ การ มีทศั นคติท่ดี ใี นการท�ำงานรว่ มกนั การสรา้ งความสมั พันธ์ท่ีดตี ่อกัน การท�ำงานดว้ ยวธิ ีการทส่ี ร้างสรรค์ การปรับ เปล่ียนโครงสร้างการท�ำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน การยอมรับและฟังความคิดเห็นของกันและ กนั การมใี จโอบออ้ มอารี ความจริงใจ ความซ่ือสัตย์ ความโปร่งใส การเห็นตอ่ ความดีของสว่ นรวม (Common Good) การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์หรือกฎระเบียบของการท�ำงานอย่างจริงจัง ยุติธรรม การยืดหยุ่นในวิธีการ ท�ำงาน การเตรียมบุคลากรให้พร้อมและเหมาะสมกับเป้าหมายของการท�ำงาน การส่งเสริมการอบรมต่อเน่ือง (On-going Formation) ในทุกระดับ ทัง้ นี้ โดยมสี ำ� นักงานสังฆมณฑล (Diocesan Curia) และคณะกรรมการ บรหิ ารสงั ฆมณฑล เปน็ ผปู้ ระสานงานการทำ� งานในแตล่ ะระดบั รว่ มกนั มกี ารวางแผนรว่ มกนั การดำ� เนนิ ตามแผน และมีการประเมนิ ผลอยา่ งเปน็ ระบบ 16. ส่งเสรมิ บทบาท หน้าท่ี และพัฒนาคริสตชนฆราวาส ให้มีสว่ นร่วมในพันธกจิ ต่าง ๆ ของพระ ศาสนจกั รตามความสามารถในทุกระดับ ตามโครงสร้างการบริหารงานของสงั ฆมณฑล และสภาพความเปน็ จริง ในชีวติ ของพวกเขา โดยอบรมใหค้ วามรูอ้ ยา่ งเพียงพอและต่อเนอ่ื ง โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ทางดา้ นจติ ตารมณต์ า่ ง ๆ เพ่อื เสรมิ สร้างวฒุ ิภาวะทางด้านความเชอ่ื (Maturity of Faith) และการตอบรับการทำ� หนา้ ท่ีตามกระแสเรยี ก 17. สง่ เสริมการใชเ้ ทคโนโลยกี ารส่อื สาร (Communication Technology) ท่เี หมาะสม เข้าใจง่าย ชดั เจน และนา่ สนใจ เพอื่ การทำ� งานอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ สรา้ งสรรค์ ทนั ตอ่ สถานการณป์ จั จบุ นั และตรงตอ่ ความ ต้องการของกลุ่มเปา้ หมาย อกี ท้ังให้ความรเู้ กย่ี วกับส่ือศกึ ษา (Media Study) ตอ่ กลุม่ เป้าหมายต่าง ๆ อย่างถูก ตอ้ งและเหมาะสม 18. เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความเปน็ หนง่ึ เดยี วกนั อยา่ งแทจ้ รงิ และความสำ� เรจ็ ของพนั ธกจิ ในแตล่ ะระดบั หนว่ ย งานและองคก์ รต่าง ๆ ของสังฆมณฑลจ�ำเปน็ ตอ้ งทำ� งานแบบบรู ณาการ โดยประสานความร่วมมอื ระหว่างหน่วย งาน องคก์ รตา่ ง ๆ ทง้ั ภาครฐั และเอกชน เพอ่ื ชว่ ยเหลอื กนั ทำ� งานตามบทบาท หนา้ ท่ี ความรบั ผดิ ชอบ และพระพร พเิ ศษท่แี ตล่ ะคนไดร้ ับ ทั้งน้ี เพื่อส่งเสรมิ การพฒั นามนษุ ย์ทัง้ ครบ และเพอื่ ความดีของสังคมส่วนรวมรว่ มกนั 35

บทที่ 3 พันธกิจ (Mission) 19. คริสตชนทุกคนมีหน้าท่ีในการประกาศข่าวดีเรื่องพระเยซูคริสตเจ้าผู้ทรงรับทนทุกข์ทรมาน สนิ้ พระชนม์ และทรงกลบั คืนพระชนมชีพ (Kerygma) ตามค�ำสงั่ ของพระเยซูครสิ ตเจา้ ท่ีว่า “ท่านทงั้ หลายจง ออกไปทวั่ โลก ประกาศขา่ วดใี ห้มนษุ ย์ทั้งปวง” (มก 16:15) พันธกิจน้ีอยู่บนพนื้ ฐานของการเคารพต่อสทิ ธิและ เสรีภาพ การใหเ้ กยี รติตอ่ วฒั นธรรมอนั หลากหลาย ภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน และปรัชญาในการดำ� เนนิ ชวี ิต ซง่ึ แสดงให้ เห็นถงึ ความงดงามทม่ี ีอยูใ่ นวัฒนธรรมต่าง ๆ (ดู NA ขอ้ 1-5) 20. “ชมุ ชนวดั ” (Parish Church) ตอ้ งเปน็ ศนู ยก์ ลางของประชากรของพระเจา้ ทแี่ สดงออกรว่ มกนั ถงึ ความเปน็ หนงึ่ เดยี วกนั ของทกุ คนในชมุ ชน การมสี ว่ นรว่ ม และพนั ธกจิ ใหป้ รากฏขน้ึ อยา่ งชดั เจน โดยเฉพาะอยา่ ง ยิ่ง ในพิธีบชู าขอบพระคุณวนั อาทติ ย์ พิธกี รรมต่าง ๆ การสง่ เสรมิ การอา่ นและการอธิบายพระวาจาของพระเจ้า การเทศน์สอนท่เี ข้าใจงา่ ย กระชับ และสามารถน�ำไปใช้ในชวี ติ ประจำ� วันได้ การสนับสนนุ งานองค์กร การสอน คำ� สอนและการถา่ ยทอดความเชอื่ โดยน�ำกระบวนการรับผ้ใู หญ่เข้าเป็นครสิ ตชน หรือ RCIA มาปรบั ใช้ เนน้ การ ออกเยีย่ มเด็ก เยาวชน ครอบครัว ผ้สู ูงอายุ ผเู้ จ็บปว่ ย ผถู้ กู ทอดทงิ้ คนยากจน ผู้พกิ าร ผทู้ ที่ ิง้ วดั ผู้อยู่หา่ งไกลวดั รวมท้ังผ้ถู ือต่างความเช่ือในชมุ ชน 21. “วิถีชมุ ชนวัด” (Basic Ecclesial Community หรือ BEC) เปน็ จิตตารมณห์ รอื กระบวนการ ฟน้ื ฟคู วามเชอื่ ของครสิ ตชน ทจ่ี ะทำ� ใหค้ รสิ ตชนทอี่ าศยั อยรู่ อบ ๆ เขตวดั และทหี่ า่ งไกล ไดม้ โี อกาสรวมตวั กนั ตามรปู แบบของครสิ ตชนสมยั แรกเรมิ่ ในการอา่ นและศกึ ษาพระคมั ภรี ์ การสวดภาวนารว่ มกนั การแบง่ ปนั ประสบการณ์ ความเช่ือ การดำ� เนนิ ชวี ติ ร่วมกนั ฉนั พน่ี ้อง การเปน็ ประจักษ์พยานถงึ คุณคา่ พระวรสารท่ามกลางเพอื่ นพ่ีน้องต่าง ความเช่อื และวฒั นธรรม การวนิ จิ ฉัยและแก้ปญั หาร่วมกัน การใหค้ วามช่วยเหลอื เพื่อนพ่ีนอ้ งที่ขดั สน เพื่อทจี่ ะ ท�ำให้อาณาจกั รพระเจา้ ปรากฏท่ามกลางพวกเขา (เทยี บ กจ 2:42-47) ดงั น้ัน เพื่อทจี่ ะท�ำใหภ้ าพตา่ ง ๆ เหลา่ นี้ ปรากฏขนึ้ อยา่ งจรงิ จงั และตอ่ เนอ่ื ง ชมุ ชนวดั ตอ้ งสนบั สนนุ และสง่ เสรมิ จติ ตารมณแ์ หง่ การเปน็ ครสิ ตชนขนั้ พนื้ ฐาน สรา้ งผนู้ ำ� ครสิ ตชนฆราวาสและเครอื ขา่ ยในการทำ� งานทง้ั ผใู้ หญแ่ ละเยาวชน ทงั้ ในระดบั วดั และในระดบั สงั ฆมณฑล อยา่ งต่อเน่ือง ส�ำหรับการน�ำจติ ตารมณ์นไ้ี ปปรับใช้ในมิติต่าง ๆ ของชุมชนแห่งความเช่ือ 22. “สถานศกึ ษาคาทอลกิ ” เปน็ สนามงานอภบิ าลและการประกาศขา่ วดสี ำ� หรบั ทกุ คน ดงั นน้ั สถาน ศึกษาคาทอลกิ ในสังฆมณฑลจันทบรุ ี ตอ้ งสร้างเครอื ข่ายความรว่ มมือในการจดั การศึกษาเพอ่ื บ่มเพาะทุกคนดว้ ย คณุ ค่าพระวรสาร ตามเอกลักษณ์และอตั ลกั ษณ์การศึกษาคาทอลกิ เน้นการปฏิบตั ติ ามคำ� สัญญาของโลกเพอ่ื การ ศกึ ษา (Global Compact on Education) โดยสรา้ งความเปน็ หนึง่ เดยี วและประสานความร่วมมอื ของทกุ ๆ ฝา่ ยในการจดั การศกึ ษาใหเ้ ปน็ ไปในทศิ ทางเดยี วกนั เพอื่ พฒั นาความเปน็ บคุ คลในทกุ มติ ขิ องชวี ติ การวนิ จิ ฉยั และ แกป้ ญั หารว่ มกนั อีกทง้ั ใหค้ วามสำ� คัญในการชว่ ยเหลือผูด้ ้อยโอกาสใหไ้ ดร้ ับโอกาสทางการศึกษาอย่างเหมาะสม 36

23. “การสอนค�ำสอนและการถ่ายทอดความเชื่อ” (Catechesis and Transmission of Faith) ตอ้ งสรา้ งความตระหนกั วา่ การสอนคำ� สอนเปน็ หนา้ ทข่ี องครสิ ตชนทกุ คน ทจี่ ะตอ้ งรว่ มกนั ทำ� ใหเ้ กดิ บรรยากาศแหง่ การถ่ายทอดความเชอื่ ใหเ้ กิดข้ึนในทกุ ระดบั และบริบทชวี ติ อนั หลากหลาย เช่น ในครอบครัว โรงเรยี นคาทอลิก ชมุ ชนวดั การเสวนารว่ มกันในการด�ำเนินชวี ิต และในโอกาสตา่ ง ๆ ชุมชนวดั และโรงเรียนคาทอลิก ควรสร้างและ ส่งเสริมจำ� นวนครูค�ำสอนให้เพยี งพอ อีกทัง้ พฒั นาวธิ กี ารสอนคำ� สอนและสร้างส่อื การสอนใหถ้ ูกต้อง เหมาะสม กับผู้เรียนในแต่ละวัย และวิถีชีวิตอันหลากหลาย ส่งเสริมงานอภิบาลเด็กและเยาวชนให้เกิดข้ึนในชุมชนเพ่ือมุ่ง ไปสกู่ ารสร้างกล่มุ ตา่ ง ๆ เช่น กลมุ่ เด็กช่วยมิสซา นกั ขบั รอ้ ง เยาวชน ฯลฯ 24. “พระศาสนจักรของผยู้ ากจน” (The Church of the Poor) เนน้ การทำ� งานตามโครงสร้าง การทำ� งานพฒั นา และอภบิ าลดา้ นสงั คมของสงั ฆมณฑล ดว้ ยการสรา้ งจติ ตารมณแ์ หง่ ความรกั และรบั ใชผ้ ทู้ ม่ี คี วาม ทกุ ขย์ ากและปรารถนาใหพ้ วกเขามีชีวติ ท่ดี ีข้ึนในทกุ มติ ิของชีวติ ท้ังทางด้านรา่ งกาย จิตใจ สงั คม และวัตถสุ ิง่ ของ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การท�ำกจิ เมตตาสงเคราะห์ (Works of Charity) ตอ่ ผทู้ ี่เดอื ดรอ้ นจากภัยพิบตั ิตา่ ง ๆ ผยู้ ากจน ผพู้ ิการ ผเู้ จบ็ ป่วย ผู้ถูกจองจ�ำ ผูอ้ พยพ ผู้ใชแ้ รงงานต่างชาติ ผเู้ ดินทางทะเล การสง่ เสริมสทิ ธแิ ละเสรภี าพ การ ปกปอ้ งและใหค้ วามช่วยเหลอื ผู้ทอ่ี อ่ นแอ เด็ก สตรี ผสู้ งู อายุ ผูท้ เ่ี ปน็ เหย่อื ของความรนุ แรงและการค้ามนุษย์ การ สร้างความยตุ ธิ รรม ความเท่าเทียมกนั ความเสมอภาค ให้กบั ผดู้ ้อยโอกาส การดแู ลรักษาโลก บ้านท่ีเราอาศัยอยู่ รว่ มกัน และการให้ความรูแ้ ก่บรรดาสตั บรุ ุษในเรอ่ื งคำ� สอนพระศาสนจักรดา้ นสงั คม 25. “งานอภิบาลเยาวชน” (Youth Ministry) มุ่งเน้นการปลกู ฝงั และการถ่ายทอดความเช่ือไปสู่ บรรดาเยาวชน การฟังเสียงความต้องการของพวกเขา และส่งเสริมบทบาทหน้าท่ีของเยาวชนในการมีส่วนร่วม ในดา้ นต่าง ๆ ของชมุ ชนวดั การสร้างผู้น�ำเยาวชนเพอื่ ใหเ้ ปน็ ผูใ้ หญ่ทมี่ คี ณุ ภาพต่อไปในอนาคต ดว้ ยการอบรมให้ ความรู้ การรจู้ กั แยกแยะและเลือกหนทางการด�ำเนินชีวิตไดอ้ ย่างถูกต้อง สอดคล้องกับสถานการณป์ ัจจุบัน และ หลกั ค�ำสอนของศาสนา การใหค้ วามช่วยเหลอื เยาวชนทป่ี ระสบปัญหาด้านต่าง ๆ การท�ำกจิ กรรมสรา้ งสรรคร์ ่วม กนั การมสี ว่ นรว่ มของหนว่ ยงานและองคก์ รตา่ ง ๆ ทง้ั ในระดบั วดั โรงเรยี น ระดบั แขวง และระดบั สงั ฆมณฑล การ ส่งเสริมงานองคก์ รคาทอลิกในโรงเรยี น การสรา้ งกลมุ่ นิสิตคาทอลิกในระดับอดุ มศึกษา การส่งเสริมกระแสเรียก การเป็นบาทหลวงและนักบวชชาย-หญงิ มากยิ่งข้นึ 26. “งานอภบิ าลครอบครัว” (Family Ministry) สนับสนนุ ให้ครอบครวั เปน็ พระศาสนจกั รระดับ บ้าน (The Domestic Church) โดยมีพอ่ แม่ญาติพนี่ ้องเป็นผ้ถู ่ายทอดความเช่อื ให้กบั ลกู หลาน การสอนค�ำสอน ค่สู มรสสำ� หรบั การสรา้ งครอบครวั ใหม่ โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ ค่สู มรสทแี่ ตง่ งานแบบต่างฝ่ายตา่ งถือศาสนา (Dispar- ity of Cult) ส่งเสรมิ การอภิบาลครอบครวั ครสิ ตชนทุกรปู แบบอย่างตอ่ เนอื่ ง โดยเฉพาะคสู่ มรสใหม่ในชว่ ง 5 ปี แรกของการสมรส รวมถึงครอบครัวท่ีล้มเหลว การสร้างทีมงานผู้เช่ียวชาญ เพิ่มช่องทางการให้ค�ำปรึกษาเร่ือง ครอบครัวอย่างถูกตอ้ งและเพียงพอ 37

27. “การประกาศข่าวดี” (Evangelization) ส่งเสริมการอบรม ปลุกจิตส�ำนึก และสร้างจิต ตารมณก์ ารประกาศขา่ วดีใหก้ บั คริสตชนทกุ คน โดยการสร้างสือ่ เทคโนโลยที กุ รปู แบบ สนับสนนุ และสง่ เสริมให้ เกิดงานการประกาศขา่ วดี ได้แก่ ศาสนสมั พันธ์ (Interfaith Dialogue) ครสิ ตศาสนจักรสมั พนั ธ์ (Ecumenism) งานยุวธรรมทูต (Holy Childhood) โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายผู้ท่ียังไม่รู้จักพระคริสตเจ้า หรือผู้ท่ีไม่เช่ือสู่ความ เชื่อ (Missio ad gentes) ผ้ทู ีเ่ ชื่อแล้วให้มีความเช่อื ท่ลี ึกซึง้ ข้นึ (Missio ecclesiae) ผูท้ รี่ ับศีลลา้ งบาปแลว้ แตไ่ ม่ ได้ด�ำเนินชีวิตตามความเช่ือ (Re-evangelization) โดยการเสวนา (Dialogue) และการปรับความเชื่อให้เข้าสู่ วฒั นธรรม (Inculturation) 28. “การบริหารจัดการ” (Administration) ทุกฝ่าย หน่วยงาน องค์กร ฯลฯ มีการปฏิบัติให้ สอดคล้องกับแผนอภบิ าลสงั มณฑลจันทบรุ ี และของพระศาสนจกั รในระดับตา่ ง ๆ มีการตดิ ตาม วิจจิ ฉยั ประเมิน ผลการปฏิบตั ิงานอย่างต่อเนื่อง สรา้ งเครอื ขา่ ยในการทำ� งานในทกุ ระดับ ทุกองค์กร รวมทง้ั พฒั นากระบวนการ ท�ำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน มีการแต่งต้ังผู้ปฏิบัติหน้าท่ีอย่างชัดเจนในทุกระดับ มุ่งเน้นการใช้ ทรพั ยากรอย่างรูค้ ุณคา่ เพอ่ื ความดสี ว่ นรวม การอนุรักษธ์ รรมชาติ และการดแู ลสงิ่ แวดลอ้ ม 38

บทสรปุ 29. ขอใหค้ ริสตชนทุกคนในสงั ฆมณฑลจันทบรุ ี มจี ติ สำ� นกึ ในความเชอื่ (Sensus fidei) จากศีลลา้ ง บาปทต่ี นเองไดร้ บั ดว้ ยการดำ� เนนิ ชวี ติ เปน็ “ศษิ ยพ์ ระครสิ ต”์ (Christ’s Disciple) คอื การตดิ ตามและเลยี นแบบ พระครสิ ตเจ้า การเปน็ ประจกั ษ์พยาน (Witness) ถงึ ค�ำสั่งสอนของพระองคต์ ามจติ ตารมณแ์ ห่งพระวรสาร และ การเปน็ “ศษิ ย์ธรรมทูต” (Missionary Disciple) คอื การประกาศข่าวดเี ร่อื งพระเยซคู ริสตเจ้าไปยงั ผู้อื่น ตาม บรบิ ทของชวี ติ และกระแสเรียกทต่ี นเองไดร้ ับ 30. ดว้ ยจติ สำ� นกึ ในความเชอื่ นี้ เรยี กรอ้ งใหป้ ระชากรของพระเจา้ ทกุ คนไดก้ ลบั ใจ (The Conversion of Heart) โดยเฉพาะดา้ นชวี ิตจิต ดา้ นอภิบาล และดา้ นธรรมทตู โดยปฏิบตั ิพันธกิจ (Mission) อย่างซือ่ สัตยต์ าม บทบาทหนา้ ทข่ี องตนเองดว้ ยความรบั ผดิ ชอบ ตามกฤษฎกี าสมชั ชาใหญข่ องพระศาสนจกั รคาทอลกิ ในประเทศไทย ค.ศ. 2015 และแผนอภบิ าลของสงั ฆมณฑลจนั ทบรุ ี ทม่ี งุ่ เนน้ ใหท้ กุ คนเขา้ มามสี ว่ นรว่ ม (Participation) ในการรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของกนั และกนั การประสานความรว่ มมอื ชว่ ยเหลอื แบง่ ปนั เออ้ื อาทร และการแสดงออกถงึ ความ รกั ฉนั พีน่ ้องท่ีมตี ่อกนั ทั้งนี้ เพือ่ ให้ภาพแหง่ ความเป็นหน่ึงเดียวกัน (Communion) ไดป้ รากฏข้ึนในสังฆมณฑล อย่างแท้จริง คือ พระศาสนจักรท่ีก้าวเดินไปด้วยกัน (Synodal Church) เป็นการเดินทางของประชากรของ พระเจา้ ร่วมกนั ในพนั ปีท่ีสาม ไปสู่ขอบฟ้าใหมท่ พ่ี ระเจ้าได้ประทานให้กับเรา ด้วยการนำ� ทางของพระจติ เจ้า โดย ไม่ทอดท้งิ ผใู้ ดไว้ข้างหลัง (No one left behind) แตเ่ ป็นหนง่ึ เดยี วกนั ในชวี ติ พระตรีเอกภาพ โดยมีพระวาจา ของพระเจ้าและศลี มหาสนทิ เปน็ ศูนย์กลาง ทัง้ น้ี เพ่ือน�ำทุกคนไปสู่ความสมบรู ณ์อย่างแทจ้ รงิ ในองค์พระเยซู คริสตเจา้ (เทียบ ยน 10:10) 31. ขอพระนางมารีย์ แบบอย่างแห่งการติดตามองค์พระเยซูคริสตเจ้าด้วยความเชื่อและความไว้ วางใจ บนหนทางท่พี ระเจา้ ได้ทรงเตรยี มไว้ ตั้งแต่การยอมรับองค์พระบตุ รในพระครรภ์ จนกระทั่งวาระสดุ ทา้ ย ของชวี ิต ได้เปน็ ผูเ้ สนอวงิ วอนตอ่ พระบดิ าเจา้ เพ่อื เราทกุ คนจะได้เดินบนหนทางของพระเยซคู ริสตเจ้าด้วยความ ช่นื ชมยินดี เตม็ เปี่ยมไปดว้ ยพลงั ของพระจิตเจ้า เพอ่ื นำ� ความรอดและความหวังไปสูท่ กุ คน แถลงการณ์สมัชชาสังฆมณฑลจันทบุรี ค.ศ. 2021 ได้จัดท�ำข้ึนตามกระบวนการ และค�ำแนะน�ำ ของส�ำนักเลขาธิการสมัชชาบิชอปสากล ด้วยการฟังเสียงของประชากรของพระเจ้าในสังฆมณฑลจันทบุรี การ ไตร่ตรองทางด้านพระคัมภีร์และเทววิทยาท่ีเก่ียวข้อง การวอนขอการน�ำทางขององค์พระจิตเจ้าแห่งความจริง ต่อสถานการณใ์ นปจั จบุ นั การท�ำงานร่วมกันระหว่างสมาชกิ สมชั ชาและบคุ คลอื่น ๆ ท่มี ีสว่ นเก่ียวขอ้ ง ขา้ พเจา้ บิชอปซิลวโี อ สริ พิ งษ์ จรัสศรี ประมขุ สังฆมณฑลจันทบรุ ี จงึ รับรองขอ้ ความท้ังหมดในแถลงการณ์ฉบับน้ี และ ประกาศใชเ้ พ่อื พระเกยี รตมิ งคลของพระเจ้า และความดขี องสังฆมณฑลจันทบรุ ี ประกาศ ณ อาสนวิหารพระนางมารอี าปฏิสนธนิ ิรมล จนั ทบรุ ี วันอาทติ ยป์ สั กา 17 เมษายน ค.ศ. 2022 สมโภชพระเยซูครสิ ตเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพ (บชิ อปซลิ วีโอ สริ ิพงษ์ จรัสศร)ี ประมขุ สงั ฆมณฑลจันทบุรี 39

แผนอภบิ าลสังฆมณฑลจันทบุรี ครสิ ตศกั ราช 2021-2030 วสิ ยั ทศั น์ (Vision) “คริสตชนสงั ฆมณฑลจนั ทบุรี เป็นหนึ่งเดยี วกับพระเจา้ และเพอ่ื นพีน่ อ้ ง ประกาศพระเยซูคริสต์ เสรมิ สร้างพระอาณาจกั รของพระเจา้ ” พันธกิจ (Mission) ครสิ ตชนสงั ฆมณฑลจันทบุรี 1. เปน็ หนง่ึ เดยี วกับพระเจา้ ในการอธษิ ฐานภาวนา พิธบี ชู าขอบพระคณุ การดำ� เนินชีวติ ตามพระวาจา และการเตบิ โตในศลี ศกั ดิ์สทิ ธ์ิ 2. เป็นหน่ึงเดยี วกับเพ่อื นพนี่ อ้ งทุกคน ในความเชื่อ เคารพคุณคา่ ศกั ดศิ์ รี ความแตกต่าง และเสรภี าพของทกุ คน พฒั นาชวี ติ ทั้งครบ กระแสเรยี ก และสถาบนั ครอบครัวให้เข้มแขง็ 3. ประกาศพระเยซคู รสิ ต์ ด้วยการด�ำเนนิ ชวี ิตเป็นประจักษพ์ ยาน เป็นศิษยพ์ ระครสิ ตแ์ ละศษิ ย์ธรรมทตู อภบิ าลและแพรธ่ รรม สอนค�ำสอนและถ่ายทอดความเชอื่ ประกาศขา่ วดีด้วยเทคโนโลยีและวิธีการทีเ่ หมาะสม สร้างสรรค์ เสวนากับพี่น้องผมู้ คี วามเชือ่ อนื่ 4. เสริมสรา้ งพระอาณาจกั รของพระเจ้า สรา้ งความยุตธิ รรม ความรัก สนั ติสุข และความช่ืนชมยินดใี นชมุ ชน ความรกั ฉนั พีน่ ้อง ชว่ ยเหลือ แบ่งปนั รว่ มทกุ ขร์ ว่ มสุข อย่เู คียงข้างผยู้ ากจน เด็กและสตรี สง่ เสริมประเพณี วัฒนธรรมอนั ดงี าม อนรุ กั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม 40

หลกั การ สังฆมณฑลจันทบุรี ภายใต้การน�ำทางขององค์พระจิตเจ้า ความเป็นหน่ึงเดียวกับพระ ศาสนจักรสากล ตอบรับพระด�ำริของพระสันตะปาปาฟรังซิสในกระบวนการสมัชชาบิชอปสากลคร้ัง ท่ี 16 (2021-2023) เพ่ือพระศาสนจักรทกี่ า้ วเดนิ ไปดว้ ยกนั ในพนั ปีท่สี าม ในความเป็นหนึง่ เดียว การ มีส่วนร่วม และพันธกิจ โดยปลุกจิตส�ำนึกในความเช่ือของคริสตชนทุกคน ให้ฟังเสียงของกันและกัน และฟงั เสียงของพระจติ เจ้า แสวงหาพระประสงค์ของพระเป็นเจา้ ในชวี ติ ประจ�ำวนั ตามกระแสเรยี กที่ แตล่ ะคนไดร้ ับ อาศัยการไตร่ตรองเครื่องหมายแหง่ กาลเวลา แสงสว่างแห่งคณุ ค่าพระวรสาร เพ่ือมอง ไปยังขอบฟา้ ใหมท่ ีพ่ ระองคป์ ระทานให้กบั เรา เพ่ือฟื้นฟแู ละพนั ธกจิ ของพระศาสนจักร ดงั ต่อไปนี้ คือ ก. ความเป็นหน่ึงเดียว (Communion) ในการด�ำเนินชีวิตเลียนแบบพระเยซูเจ้า เป็น ศิษยพ์ ระคริสต์และศษิ ย์ธรรมทูต ปฏิบัติตามธรรมประเพณแี ละค�ำส่งั สอนของพระศาสนจกั ร เป็นหน่งึ เดียวกบั พระเจ้าในพิธบี ูชาขอบพระคณุ และการอธิษฐานภาวนา และเปน็ หน่งึ เดยี วกับเพอ่ื นพน่ี ้องทกุ คนดว้ ยการรักและรับใช้ การเปดิ ใจยอมรับซ่ึงกนั และกนั การแบ่งปนั ประสบการณ์ความเชอ่ื และการ ชว่ ยเหลอื ผทู้ ่ขี ดั สน ข. การมีส่วนร่วม (Participation) ตามบทบาทและหน้าที่ของตนด้วยความรับผิดชอบ จรงิ จงั มที ศั นคตทิ ด่ี ตี อ่ กนั ทำ� งานดว้ ยวธิ กี ารทส่ี รา้ งสรรค์ บรู ณาการ สอดคลอ้ งกบั สถานการณป์ จั จบุ นั การเหน็ ต่อความดขี องสว่ นรวมรว่ มกนั ยืดหยนุ่ ในวิธกี ารทำ� งาน สรา้ งบุคลากรใหพ้ รอ้ มและเหมาะสม ใช้เทคโนโลยีการสอ่ื สารให้หลากหลาย ส่งเสริมการพฒั นามนุษย์ทง้ั ครบ และใช้พระพรที่แต่ละคนได้ รบั ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ค. พันธกิจ (Mission) ของคริสตชนทุกคน คือ การประกาศข่าวดเี รอ่ื งพระเยซูเจ้าผทู้ รง รบั ทนทกุ ขท์ รมาน สน้ิ พระชนม์ และกลบั คนื พระชนมชพี ดว้ ยการเคารพตอ่ วฒั นธรรมและรปู แบบการ ดำ� เนนิ ชีวติ อนั หลากหลายของแตล่ ะบุคคล ในชมุ ชนวัด การด�ำเนินชีวติ ตามวถิ ชี ุมชนวัด สถานศกึ ษา คาทอลกิ การสอนคำ� สอน การอยเู่ คยี งขา้ งคนยากจน การอภบิ าลเยาวชนและครอบครวั การแพรธ่ รรม การบรหิ ารจัดการทรพั ยากรอย่างค้มุ คา่ และรักษาสงิ่ แวดลอ้ ม ทง้ั น้ี ครสิ ตชนทกุ คนจะตอ้ งเปน็ นำ้� หนง่ึ ใจเดยี วกนั เพอื่ ใหส้ ง่ิ เหลา่ นเี้ ปน็ จรงิ อาศยั จติ สำ� นกึ ของการมีส่วนร่วมในหน้าท่ีและความรับผิดชอบ และกระท�ำพันธกิจท่ีได้รับมอบหมาย ตามฝ่ายงาน อภบิ าลทงั้ 6 ดา้ น คือ 1) ด้านอภบิ าล 2) ด้านแพร่ธรรม 3) ดา้ นสงั คม 4) ด้านศึกษาอบรม 5) ด้าน สอ่ื สารสงั คม และ 6) ดา้ นบรหิ ารจัดการ 41

แผนงานอภิบาลทงั้ 6 ฝ่าย จดุ รว่ มกันของการทำ� งานแต่ละฝ่าย 1. ความเป็นหนึ่งเดียว “รว่ มมอื กันทำ� งาน” ตามโครงสร้างการบรหิ ารงานของสงั ฆมณฑล “การ สรา้ งเครอื ขา่ ยในการทำ� งาน” แบบประสานความรว่ มมอื ระหวา่ งพระศาสนจกั ร หนว่ ยงานภาครฐั องคก์ รเอกชน ตลอดจนผูเ้ ชีย่ วชาญในด้านต่าง ๆ (แถลงการณ์สมชั ชาข้อ 12, 15, 18, 28) 2. การมสี ว่ นรว่ ม มงุ่ เนน้ การทำ� งานเพอ่ื เหน็ แก่ “ความดขี องสว่ นรวม” สรา้ ง “จติ ตารมณค์ รสิ ตชน” และ “การพัฒนาบคุ คลทง้ั ครบ” มากกว่าความเจรญิ ทางดา้ นวตั ถุ (แถลงการณ์สมชั ชาขอ้ 15, 18, 28) 3. พนั ธกจิ “สรา้ งผนู้ ำ� ครสิ ตชนฆราวาส” ในทกุ ระดบั ทกุ หนว่ ยงาน โดยอาศยั การเลอื กสรร อบรม ใหค้ วามรอู้ ย่างต่อเนื่อง ฝึกปฏิบัติ และมอบหมายงานใหท้ �ำอย่างเหมาะสม “ใช้เทคโนโลยีการสอ่ื สาร” ในการ ทำ� งาน เผยแพร่ และประชาสมั พันธ์ ในช่องทางและวธิ กี ารตา่ ง ๆ อนรุ กั ษ์ “ทรพั ยากรธรรมชาติ” และรักษา “ส่ิงแวดล้อม” เพอ่ื การพฒั นาทีย่ ่ังยืน (แถลงการณ์สมัชชาข้อ 16, 17, 24, 25, 27, 28) ยุทธศาสตร์ท่ี 1 สร้างผนู้ ำ� ฆราวาส ตวั อย่าง กจิ กรรม/โครงการ 1. ส่งเสริมใหฆ้ ราวาสให้เข้ารับการอบรมตา่ ง ๆ 2. เปิดโอกาสใหเ้ ยาวชน คนรุน่ ใหม่ หรอื บุคคลทไ่ี ม่เคยเข้ามาปฏบิ ตั ิงาน ไดเ้ ข้ามามสี ่วนรว่ มในการท�ำงาน ดา้ นตา่ ง ๆ มากยิง่ ขนึ้ ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 2 ส่งเสรมิ การใช้เทคโนโลยกี ารสื่อสาร ตัวอยา่ ง กจิ กรรม/โครงการ 1. ใชเ้ ทคโนโลยีการสื่อสารในการประชาสมั พันธแ์ ละเผยแพรข่ อ้ มลู ผ่านทางโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Ap- plication เช่น Facebook, YouTube, Line, Instagram, Twitter) มากยงิ่ ขนึ้ 2. จดั เกบ็ ขอ้ มูลตา่ ง ๆ ในระบบดิจิทัล เชน่ ทะเบยี นศีลลา้ งบาป ทะเบียนครอบครวั ครสิ ตชน ยทุ ธศาสตร์ที่ 3 อนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติและรกั ษาสงิ่ แวดลอ้ ม ตัวอย่าง กจิ กรรม/โครงการ 1. ทำ� ความสะอาดบรเิ วณวัด อาคาร สถานท่ีตา่ ง ๆ ปลกู ตน้ ไม้ 2. น�ำสิ่งของมาใชอ้ ีกคร้งั หนงึ่ (Reuse) หรอื การคดั แยกขยะ (Recycle) 3. พัฒนา ทำ� ความสะอาด เกบ็ ขยะ พนื้ ทสี่ ่วนรวมหรือสาธารณะ เชน่ คู คลอง หนอง บงึ ทอ่ ระบายน�้ำ ถนน แหล่งเส่อื มโทรม บริเวณทท่ี งิ้ ขยะ ขอ้ คดิ เชิงสรุป รว่ มมือกนั ท�ำงาน สรา้ งผ้นู ำ� ใชเ้ ทคโนโลยี อนุรักษ์ทรัพยากร รกั ษาสง่ิ แวดลอ้ ม 42

1.ด้านอภบิ าล 1.1. ฟนื้ ฟูความเชื่ออนั ไดร้ บั มาจากศีลล้างบาป หลอ่ เลี้ยงดว้ ยพระวาจาของพระเจ้า เตบิ โตในศีลศักดิ์สิทธิ์ ลึกซ้ึงในชีวิตภาวนา แสดงออกให้เห็นได้ในความเป็นน�้ำหนึ่งใจเดียวกัน ด้วยการรักและรับใช้ซ่ึงกัน และกนั (แถลงการณ์สมัชชาขอ้ 9, 10, 11, 14, 20, 27, 29) 1.2. ท�ำให้ชุมชนวัดเป็นชุมชนศิษย์พระคริสต์ที่มีชีวิตชีวา ด้วยส่งเสริมการด�ำเนินชีวิตตามพระวาจาของ พระเจ้า การท�ำวิถีชุมชนคริสตชนย่อย (BEC) การอ่านพระวาจาของพระเจ้า การอธิษฐานภาวนา ประจ�ำวัน การร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณในวันอาทิตย์ การเทศน์สอนท่ีสามารถน�ำไปปฏิบัติในชีวิต ประจำ� วนั ได้ (แถลงการณ์สมัชชาข้อ 9, 10, 11, 20, 21, 27, 29) 1.3. สนับสนนุ การทำ� ครอบครัวให้เป็นพระศาสนจกั รระดบั บ้าน (The Domestic Church) การถา่ ยทอด ความเชอื่ ใหก้ บั ลกู หลาน การสอนคำ� สอนใหก้ บั เดก็ ๆ เพอื่ เตรยี มตวั รบั ศลี ศกั ดส์ิ ทิ ธต์ิ า่ ง ๆ การสอนคำ� สอนผู้ใหญ่ท่ีเตรียมตัวเป็นคริสตชนโดยการนำ� กระบวนการรบั ผใู้ หญเ่ ข้าเป็นครสิ ตชน (RCIA) มาปรบั ใช้ การสอนค�ำสอนเพือ่ เตรียมตัวสมรส และการอบรมตอ่ เนอ่ื งสำ� หรับคริสตชนทกุ คน (แถลงการณ์ สมัชชาข้อ 20, 21, 23, 25, 26, 27, 29) 1.4. สง่ เสรมิ การทำ� งานของกลมุ่ องคก์ รคาทอลกิ ตา่ ง ๆ ในทกุ ระดบั งานอภบิ าลเดก็ และเยาวชน งานอภบิ าล ครอบครวั สง่ เสรมิ กระแสเรียกแหง่ การเปน็ พระสงฆ์และนักบวช (แถลงการณส์ มัชชาขอ้ 14, 15, 16, 18, 20, 21, 23, 25, 26, 27, 29) 1.5. เนน้ อภิบาลและเยย่ี มเยียนสัตบุรุษในชมุ ชน ผ้ยู ากจน ผสู้ งู อายุ ผเู้ จ็บปว่ ย ผู้ทุพพลภาพ ผู้อพยพยา้ ย ถ่นิ ผถู้ ูกคมุ ขัง คริสตชนต่างชาติ ครสิ ตชนทไ่ี มป่ ฏิบตั ศิ าสนกิจ ผทู้ ีอ่ ยหู่ า่ งไกลจากวดั และผ้ทู ี่ไดร้ ับ ความเดอื ดรอ้ นตา่ ง ๆ (แถลงการณส์ มัชชาขอ้ 20, 21, 24, 25, 26, 27, 29) ยทุ ธศาสตร์ท่ี 4 ฟ้นื ฟูความเชือ่ ครสิ ตชน ตวั อยา่ ง กิจกรรม/โครงการ 1. จัดอบรม สัมมนา หรอื ส่งคริสตชนฆราวาสไปอบรมด้านความเชื่อ ข้อค�ำสอน 2. สง่ เสรมิ การเรยี นรู้ และจัดกจิ กรรมสง่ เสรมิ ความศรัทธา พระคมั ภรี ์ พิธกี รรม จติ ภาวนาอยา่ งเพยี งพอ ถูกต้องและตอ่ เนื่อง 3. สง่ เสรมิ และสอนคำ� สอนครสิ ตชนในระดบั หรอื วยั ต่าง ๆ เพอื่ เตรยี มตวั รับศลี ศักดิส์ ทิ ธอ์ิ ยา่ งเหมาะสม 4. สง่ เสรมิ กิจกรรมดา้ นกระแสเรียก / ฝ่ายสง่ เสรมิ กระแสเรยี กของวัด ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 5 วถิ ชี ุมชนวดั ตวั อย่าง กจิ กรรม/โครงการ 1. สง่ เสริมกจิ กรรมวถิ ีชมุ ชนวัด 2. จดั อบรม และส่งเสรมิ คริสตชนฆราวาสเข้าอบรมจิตตารมณ์วิถชี มุ ชนวัด ท้ังระดับแกนน�ำ และครสิ ตชน ทว่ั ไปอยา่ งเปน็ ระบบ ต่อเน่ือง และน�ำสู่ชีวติ อย่างเหมาะสม 43

ยุทธศาสตร์ที่ 6 พระศาสนจกั รระดบั บา้ น ตวั อย่าง กิจกรรม/โครงการ 1. อบรม ให้ความรูก้ บั คริสตชนในเรือ่ งครสิ ตชนระดบั บ้าน 2. สอนคำ� สอน หรืออบรมคริสตชนทจี่ ะรับศีลสมรส 3. อบรม หรือสง่ เสรมิ ใหค้ ริสตชนท่แี ต่งงานแลว้ เขา้ รบั การอบรมดา้ นครอบครวั อยา่ งตอ่ เนือ่ ง 4. ติดตามและอภิบาลครอบครัวคริสตชน โดยเฉพาะคู่สมรสในระยะแรกเร่ิม 5 ปี ครอบครัวที่ ต้องการความช่วยเหลอื ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 7 สง่ เสริมองค์กรคาทอลกิ ตวั อย่าง กจิ กรรม/โครงการ 1. สง่ เสรมิ กจิ กรรมองคก์ รคาทอลกิ ทกุ ระดบั ในเขตวดั ทง้ั เดก็ เยาวชน ชวี ติ ครอบครวั และองคก์ รคาทอลกิ อืน่ ๆ 2. สง่ เสรมิ ให้ครสิ ตชนฆราวาสเข้ารับการอบรมหรือเปน็ สมาชิกในองค์กรคาทอลิกต่าง ๆ 3. จดั กิจกรรมเพอื่ ฟืน้ ฟจู ิตใจสมาชิกองค์กรคาทอลกิ ตา่ ง ๆ ยุทธศาสตรท์ ี่ 8 อภิบาลและเยยี่ มเยียน ตัวอย่าง กิจกรรม/โครงการ 1. ออกเยีย่ มเยยี มครสิ ตชนที่อยูใ่ นเขตวัด รวมถงึ กล่มุ เป้าหมายต่าง ๆ ในขอ้ 1.5 ขอ้ คดิ เชงิ สรุป ฟื้นฟูความเชอ่ื วถิ ีชมุ ชนวัด พระศาสนจักรระดบั บ้าน ส่งเสรมิ องคก์ รคาทอลกิ อภบิ าลและเย่ยี มเยยี น 44

2.ดา้ นธรรมทตู 2.1. สรา้ งจติ ตารมณ์ธรรมทตู ใหก้ ับครสิ ตชนในทกุ ระดบั ใหส้ ามารถประกาศข่าวดดี ว้ ยการดำ� เนินชิวติ เปน็ ประจกั ษ์พยานสำ� หรับทุกคน (แถลงการณ์สมัชชาข้อ 14, 16, 19, 20, 21, 25, 27, 29) 2.2. สง่ เสรมิ การทำ� ครสิ ตศาสนจักรสัมพันธ์ ศาสนสัมพันธ์ เพ่อื สรา้ งความรู้ ความเข้าใจ และความสมั พนั ธ์ ทด่ี ตี ่อกัน อาศยั การเสวนา การแลกเปลยี่ นความคดิ เหน็ การอธษิ ฐานภาวนา การร่วมกิจกรรมด้วย กนั (แถลงการณส์ มัชชาข้อ 10, 14, 19, 20, 21, 27, 29) 2.3. จัดท�ำคู่มือธรรมทูต การท�ำคริสตศาสนจักรสัมพันธ์ ศาสนสัมพันธ์ การแสดงออกด้านความเช่ือกับ วัฒนธรรมท้องถิ่น หลักปฏิบัติในการเข้าร่วมศาสนพิธีของศาสนาอ่ืน การด�ำเนินชีวิตร่วมกับพ่ีน้อง ต่างความเชื่ออ่ืน ตลอดจนการปฏิบัติตนในประเพณีหรือวัฒนธรรมท้องถ่ินต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง (แถลงการณส์ มชั ชาขอ้ 17, 19) ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 9 ส่งเสริมจิตตารมณ์ธรรมทูต ตวั อยา่ ง กจิ กรรม/โครงการ 1.จดั อบรมใหค้ วามร้เู รอื่ งจิตตารมณ์ธรรมทตู ใหก้ ับสัตบุรุษ 2.ส่งเสริมกจิ กรรมธรรมทูตระดับวัด ทั้งในกล่มุ สภาอภิบาล เดก็ เยาวชน และบคุ คลทั่วไป ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 10 ท�ำคริสตศาสนจกั รสมั พนั ธ์และศาสนสมั พนั ธ์ ตัวอยา่ ง กิจกรรม/โครงการ 1. ส่งเสริมให้สัตบุรษุ มีความรู้ ความเขา้ ใจ หลักปฏตั ใิ นเร่ืองครสิ ตศาสนจกั รสัมพันธแ์ ละศาสนสมั พนั ธ์ 2. เยย่ี มเยียน สร้างความสัมพนั ธอ์ ันดีระหวา่ งคริสตจกั ร และผูน้ ำ� ศาสนาต่าง ๆ ในชมุ ชน ยุทธศาสตรท์ ี่ 11 คมู่ อื จติ ตารมณ์ธรรมทูต ตัวอยา่ ง กิจกรรม/โครงการ 1. จดั ท�ำคมู่ ือจิตตารมณ์ธรรมทูต ขอ้ คดิ เชงิ สรปุ สง่ เสริ มจติ ตารมณ์ธรรมทตู สรา้ งครสิ ตศาสนจักรสัมพันธ์ ท�ำศาสนสมั พันธ์ คมู่ อื ธรรมทูต 45

3.ดา้ นสังคม 3.1. เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ ไตรต่ รอง ค�ำสอนดา้ นสงั คมของพระศาสนจกั ร การเป็นพระศาสนจกั ร ของผ้ยู ากจนให้กบั ครสิ ตชนทกุ คน (แถลงการณส์ มัชชาข้อ 17, 23, 24, 27, 29) 3.2. สนบั สนนุ ใหค้ รสิ ตชนทกุ คนดำ� เนนิ ชวี ติ เปน็ ประจกั ษพ์ ยาน ตามจติ ตารมณร์ กั และรบั ใช้ ชว่ ยเหลอื และ แบ่งปัน การท�ำกจิ เมตตาสงเคราะห์ ตอ่ ผยู้ ากจน ผดู้ อ้ ยโอกาส ผูต้ กทกุ ขไ์ ดย้ าก ตลอดจนผทู้ ต่ี ้องการ ความช่วยเหลอื ในทกุ รูปแบบท้งั ในชุมชนแห่งความเช่อื ในสังคม (แถลงการณส์ มัชชาขอ้ 14, 16, 20, 21, 24, 27, 29) 3.3. ส่งเสริมคณุ ค่าและศักดศ์ิ รีความเปน็ มนุษย์ ปกป้องผอู้ ่อนแอ สิทธิเด็กและสตรี ผ้ทู ีต่ กเปน็ เหยื่อของ ความรนุ แรงและการคา้ มนษุ ย์ มงุ่ พฒั นาสงั คมใหเ้ กดิ ความยตุ ธิ รรม ความเทา่ เทยี มกนั และความเสมอ ภาคในสังคม (แถลงการณส์ มัชชาขอ้ 24, 25, 26, 27) 3.4. ศกึ ษาความดงี ามของวฒั นธรรมท้องถ่ิน ประเพณี ภูมิปัญญา ปรัชญาในการดำ� เนนิ ชีวติ เพ่ือสง่ เสริม และยกระดบั คณุ คา่ ทางดา้ นจติ ใจใหก้ บั ผคู้ นในชมุ ชน สรา้ งความผกู พนั ความสามคั คี หวงแหน ปกปอ้ ง อนรุ กั ษธ์ รรมชาติ รักษาสงิ่ แวดล้อม และการพฒั นาท่ีย่ังยืนในชุมชนท้องถิ่นของตนเอง (แถลงการณ์ สมัชชาขอ้ 17, 24, 27) ยุทธศาสตร์ที่ 12 ใหค้ วามรู้ดา้ นสงั คมของพระศาสนจกั ร ตวั อย่าง กจิ กรรม/โครงการ 1. จัดอบรม ให้ความรู้ กับบรรดาสตั บุรุษในเร่อื งค�ำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักร 2. จัดท�ำหนังสือ คู่มือ ค�ำแนะน�ำเรื่องค�ำสอนดา้ นสงั คมของพระศาสนจักรเพ่ือเผยแพรใ่ ห้กับสตั บรุ ุษ 3. ประชาสัมพันธ์ ข้อมลู ข่าวสาร ความเคลอ่ื นไหวต่าง ๆ เก่ียวกับงานด้านสังคม ยทุ ธศาสตร์ที่ 13 สง่ เสริมกิจกรรมเมตตาสงเคราะห์ ตัวอย่าง กิจกรรม/โครงการ 1. ออกเยี่ยมผูย้ ากไร้ ผู้ออ่ นแอ ผูด้ ้อยโอกาส ผ้ทู ม่ี คี วามตอ้ งการในชมุ ชน 2. เย่ยี มเยยี น ช่วยเหลือ สถานสงเคราะหต์ า่ ง ๆ 3. สง่ เสริมคริสตชนทุกระดับให้มจี ติ สาธารณะ เหน็ ต่อความดสี ว่ นรวม สอดคลอ้ งกับสถานการณป์ ัจจุบนั ยุทธศาสตรท์ ี่ 14 ส่งเสรมิ คุณค่าและศกั ดิศ์ รคี วามเป็นมนุษย์ ตัวอยา่ ง กจิ กรรม/โครงการ 1. ปกปอ้ งผูอ้ ่อนแอ ผู้ที่ตกเป็นเหย่อื ของความรนุ แรงและการคา้ มนุษย์ 2. อบรม ใหค้ วามรู้ เรอื่ งคณุ ค่าและศักด์ศิ รีความเป็นมนุษยก์ บั บคุ คลทัว่ ไป นกั เรยี น 46

ยุทธศาสตรท์ ี่ 15 ส่งเสรมิ วฒั นธรรมท้องถิ่น ตวั อยา่ ง กิจกรรม/โครงการ 1. สืบสานวฒั นธรรมท้องถ่นิ โดยเฉพาะวัฒนธรรมของชมุ ชนทอ้ งถิ่นทีส่ อดคลอ้ งกับคุณคา่ พระวรสาร 2. จดั กจิ กรรมอนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม 3. สร้างเครือข่าย ประสานงาน ให้ความร่วมมือท้ังภายในสถาบันของพระศาสนจักร และกับหน่วยงาน รัฐ และเอกชน ขอ้ คดิ เชิงสรุป ใหค้ วามร้ดู ้านสังคม ส่งเสริมกจิ เมตตาสงเคราะห์ ส่งเสรมิ คุณคา่ และศกั ดศิ์ รีความเป็นมนษุ ย์ วัฒนธรรมท้องถิน่ และอนรุ ักษส์ ิง่ แวดล้อม 47

4.ด้านศกึ ษาอบรม 4.1. ส่งเสริมให้สถานศึกษาคาทอลิก เป็นสนามงานอภิบาลและแพร่ธรรม เป็นสถานท่ีบ่มเพาะและเป็น ประจกั ษพ์ ยานถงึ คณุ คา่ พระวรสาร สรา้ งอตั ลกั ษณแ์ ละเอกลกั ษณต์ ามปรชั ญาการศกึ ษาคาทอลกิ ให้ กบั นกั เรยี น คณุ ครู บคุ ลากรทางดา้ นการศกึ ษา และผบู้ รหิ ารทกุ คน (แถลงการณส์ มชั ชาขอ้ 22, 25, 27) 4.2. สนบั สนนุ ใหส้ ถานศกึ ษาคาทอลกิ มกี ารสอนคำ� สอนใหก้ บั นกั เรยี นคาทอลกิ เพอื่ เตรยี มตวั รบั ศลี ศกั ดส์ิ ทิ ธ์ิ ขั้นพน้ื ฐาน สง่ เสริมกิจกรรมองคก์ รคาทอลกิ ในโรงเรยี น จดั สรรบคุ ลากรด้านการสอนคำ� สอน ส่ือการ สอน อยา่ งเพียงพอ เหมาะสม ตอ่ เน่ือง และได้รบั สวสั ดกิ ารอยา่ งเหมาะสม (แถลงการณ์สมชั ชาข้อ 22, 23, 25, 27) 4.3. ใหค้ วามช่วยเหลือเดก็ นักเรียนทย่ี ากจน ด้อยโอกาส โดยเฉพาะเดก็ และเยาวชนคาทอลิก ใหไ้ ด้รบั การ ศกึ ษาในสถานศึกษาคาทอลิก (แถลงการณส์ มชั ชาขอ้ 22, 24, 25) 4.4. ศกึ ษา รวบรวม และจดั ทำ� ประวัตชิ มุ ชน วัด โรงเรยี น วัฒนธรรมท้องถ่ิน เพื่อเปน็ แหลง่ เรยี นรู้ เผยแพร่ สบื สานความเช่ือ และภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น (แถลงการณส์ มัชชาข้อ 17, 19) ยุทธศาสตรท์ ่ี 16 สนามงานอภบิ าลและแพรธ่ รรม ตวั อย่าง กจิ กรรม/โครงการ 1. ใหค้ วามรแู้ ละสง่ เสรมิ ทกุ คนในสถาบนั การศกึ ษามอี ตั ลกั ษณแ์ ละเอกลกั ษณต์ ามปรชั ญาการศกึ ษาคาทอลกิ 2. จดั กจิ กรรมเพอื่ ส่งความสำ� คญั ของสถาบนั ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตรยิ ์ ในวันสำ� คญั ตา่ ง ๆ ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 17 สอนค�ำสอน ตวั อย่าง กจิ กรรม/โครงการ 1. จดั ใหม้ กี ารสอนคำ� สอนนกั เรยี นคาทอลิกในทกุ ระดับชนั้ 2. สง่ เสรมิ ให้นกั เรียนคาทอลิกได้รับศีลศักด์ิสทิ ธต์ิ ามระดับชั้นต่าง ๆ 3. ส่งเสริมกิจศรทั ธา พธิ บี ชู าขอบพระคุณ การอบรมดา้ นครสิ ตจรยิ ศาสตร์ ใหก้ บั ทกุ คนเปน็ ประจำ� และ ตอ่ เนื่อง 4. สง่ เสรมิ ใหม้ ีจ�ำนวนครูค�ำสอนอย่างเพยี งพอ และได้รับการอบรมอยา่ งต่อเนอื่ ง ยทุ ธศาสตร์ที่ 18 ชว่ ยเหลอื เดก็ ดอ้ ยโอกาส ตวั อย่าง กจิ กรรม/โครงการ 1. ให้ทนุ การศึกษาและชว่ ยเหลือเดก็ ท่ีดอ้ ยโอกาส 2. ให้ความชว่ ยเหลือเด็กนกั เรยี นที่ต้องการความชว่ ยเหลอื เปน็ พเิ ศษ เชน่ พกิ าร มีพฒั นาการชา้ 48

ยทุ ธศาสตร์ที่ 19 รวบรวมประวตั ิศาสตรแ์ ละวฒั นธรรมท้องถิ่น ตัวอยา่ ง กจิ กรรม/โครงการ 1. รวบรวมประวัติศาสตร์ของหน่วยงานอย่างเป็นระบบ ชัดเจน ถูกต้อง โดยเฉพาะให้เป็นดิจิทัลให้ง่าย ต่อการค้นหา 2. ศึกษา รวบรวม น�ำเสนอคุณค่า ความงดงามของศลิ ปวฒั นธรรมท้องถิ่น 3. ประชาสมั พนั ธ์ อธบิ าย ใหค้ วามหมาย ของวนั สำ� คญั ทางประเพณแี ละวฒั นธรรมทอ้ งถนิ่ ในโอกาสตา่ ง ๆ ข้อคิดเชงิ สรุป สนามงานอภิบาลและแพรธ่ รรม สอนค�ำสอน ช่วยเหลอื เดก็ ดอ้ ยโอกาส รวบรวมประวัตศิ าสตร์ และวัฒนธรรมท้องถนิ่ 49

5.ดา้ นส่ือสารสังคม 5.1. สง่ เสรมิ ใหค้ รสิ ตชนทกุ คนใชเ้ ทคโนโลยกี ารสอื่ สารชอ่ งทางตา่ ง ๆ เพอ่ื ประกาศขา่ วดี และเปน็ ประจกั ษ์ พยานถงึ จติ ตารมณพ์ ระวรสาร ตลอดจนขอ้ คำ� สอนตา่ ง ๆ ของพระศาสนจกั ร ตามบทบาท หนา้ ท่ี และ สถานะในชวี ิตของตนอย่างเหมาะสม (แถลงการณ์สมชั ชาขอ้ 14, 17, 19, 20, 27, 29) 5.2. จัดทำ� รวบรวม ขอ้ มูลขา่ วสารของหนว่ ยงาน องค์กร วัด โรงเรยี น ใหเ้ ปน็ ปจั จุบนั และใชเ้ ทคโนโลยี การส่ือสารผา่ นทางช่องทางตา่ ง ๆ เผยแพรใ่ หก้ ับกลุม่ บคุ คลตา่ ง ๆ อย่างเหมาะสมและครอบคลมุ ทุก กลุ่มเปา้ หมาย (แถลงการณ์สมชั ชาขอ้ 17, 27, 28) 5.3. พฒั นาระบบการจัดเกบ็ ขอ้ มลู (Data) ในรปู แบบดจิ ิทลั เช่น ทะเบยี นศีลลา้ งบาป ทะเบยี นครอบครัว ครสิ ตชน ประวตั ศิ าสตรข์ องชมุ ชน วดั โรงเรยี น และหนว่ ยงานตา่ ง ๆ เพอื่ ใหส้ ามารถเขา้ ถงึ ขอ้ มลู ตา่ ง ๆ ได้อยา่ งสะดวก รวดเรว็ ถกู ตอ้ ง เปน็ ปจั จบุ นั และเชื่อมโยงถึงกนั (แถลงการณ์สมัชชาข้อ 17, 28) ยทุ ธศาสตร์ที่ 20 สง่ เสรมิ การใช้เทคโนโลยีการส่ือสาร ตวั อยา่ ง กิจกรรม/โครงการ 1. ส่งเสริมให้คริสตชนในระดับต่าง ๆ ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารเพ่ืออภิบาล แพร่ธรรม ประชาสัมพันธ์ ประกาศข่าวดี เปน็ ประจกั ษ์ ถงึ ชีวติ คริสตชนและคุณค่าพระวรสารทางชอ่ งทางตา่ ง ๆ 2. เผยแพร่พระวาจาของพระเจ้าและขอ้ ค�ำสอนผา่ นทางช่องทางต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ยุทธศาสตรท์ ี่ 21 ท�ำขอ้ มลู ให้เปน็ ปจั จบุ ัน ตัวอย่าง กจิ กรรม/โครงการ 1. ทำ� ขอ้ มลู ของหนว่ ยงานใหเ้ ปน็ ปจั จบุ นั เชน่ นโยบายในการปฏบิ ตั กิ าร แนวทางในการปฏบิ ตั ิ กฎ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั สถิติตา่ ง ๆ 2. เผยแพรข่ อ้ มลู ต่าง ๆ ผ่านทางช่องทางท่เี หมาะสมและเพียงพอตอ่ กลุม่ เปา้ หมายต่าง ๆ ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 22 จดั เก็บขอ้ มลู แบบดจิ ิทลั ตวั อย่าง กิจกรรม/โครงการ 1. จดั เก็บฐานขอ้ มลู ตา่ ง ๆ ในระบบดจิ ทิ ลั ขอ้ คดิ เชิงสรปุ ใช้เทคโนโลยกี ารสื่อสาร ทำ� ข้อมูลใหเ้ ปน็ ปจั จบุ นั จดั เกบ็ แบบดิจทิ ัล 50


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook