บทที่ 8: บทวิเคราะห์ 273บทท่ี 8 273บทวิเคราะห ขอหารือขางตนของกรมประมงจึงมีลักษณะที่ตองการวางหลักท่ัวไปสําหรับกําหนดขอบเขตอํานาจของ อปท. ในการตราขอบัญญัติทองถ่ินเพื่ออนุรักษและจัดการทรัพยากรทางทะเล กรมสงเสริมการปกครองทองถน่ิ พิจารณาแลว มีความเหน็ สรุปไดดังน3้ี 15 1) พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 บัญญัติใหเทศบาลมีอํานาจในการตราเทศบัญญัติเพ่ือ ปฏิบัติการใหเปนไปตามอํานาจหนาท่ีของเทศบาล และเม่ือมีกฎหมายบัญญัติใหเทศบาล ตราเทศบญั ญัติหรอื ใหมอี าํ นาจตราเทศบัญญัติ อยางไรก็ดี การตราเทศบัญญตั ินน้ั ตองไมขดั หรอื แยง ตอบทกฎหมาย 2) พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 ไดกําหนดท่ีจับสัตวนํ้าไว 4 ประเภท โดยใหคณะ กรมการจังหวัดโดยอนุมัติของรัฐมนตรีมีอํานาจประกาศกําหนดท่ีจับสัตวน้ําภายในเขต ทองท่ีของตนวาเขาอยูในประเภทท่ีรักษาพืชพันธุ ที่วาประมูล หรือท่ีอนุญาต สวนท่ีจับสัตว น้ําใดมิไดถูกคณะกรมการจังหวัดกําหนดใหที่จับสัตวนํ้า 3 ประเภทดังกลาวขางตนจะถือ เปนท่ีสาธารณประโยชนซึ่งบุคคลมีสิทธิทาํ การประมงและเพาะเล้ียงสัตวน้ําได โดยปฏิบัติ ตามเงอ่ื นไขที่รัฐมนตรีกาํ หนด เนื่องจากพื้นท่ีทะเลสาบสงขลาตามรางเทศบัญญัติตําบลคูเตาท้ังสามฉบับยังมิไดถูกกําหนดใหเปนที่จับสัตวน้ําประเภทท่ีรักษาพืชพันธุ ที่วาประมูล หรือท่ีอนุญาต พื้นท่ีดังกลาวจึงถือวาเปนท่ีสาธารณประโยชน ในเมื่อไมมีบทบัญญัติใดในพระราชบัญญัติการประมงหรือกฎหมายอื่นใดใหอํานาจเทศบาล อบต. หรือ อปท. อื่นในการตราเทศบัญญัติหรือขอบัญญัติหามทําการประมงหรือเพาะเล้ียงสัตวนํ้าในที่จับสัตวน้ําได การตรารางเทศบัญญัติท่ีมีเน้ือหาเปนการกําหนดพ้ืนที่หามทําการประมงหรือจับสัตวน้ํา รวมท้ังกําหนดเง่ือนไขการอนุญาตหรือกําหนดเครื่องมือทําการประมงหรือจับสัตวน ้าํ จึงเปน การตราเทศบญั ญตั ิท่ขี ดั หรอื แยง ตอพระราชบัญญัติการประมงพ.ศ. 2490 ตัวอยางความเห็นของฝายตางๆ ดังกลาวมาขางตน ท้ังนักวิชาการดานนิติศาสตร ศาลปกครองสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือแมแตกรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น ซ่ึงเปนหนวยงานที่มีหนาท่ีสงเสริมการกระจายอํานาจใหแก อปท. ลวนเปนไปในแนวทางที่วา อปท. ไมมีอํานาจตราขอบัญญัติทองถิ่นโดยอาศัยอํานาจตามรัฐธรรมนูญฯ พระราชบัญญัติจัดตั้ง อปท. หรือ ตามมาตรา 16แหงพระราชบัญญัติกําหนดแผนและข้ันตอนการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถ่ินฯ ไดแตเพียงลาํ พัง อปท. จะมีอํานาจออกขอบัญญัติทองถิ่นเพ่ือบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติในเร่ืองท่ีมีกฎหมายอื่นบญั ญัติไวเปนการเฉพาะแลวก็ตอเมื่อมีกฎหมายบัญญัติให อปท. มีอํานาจกระทําเชนนั้นไดอยางชดั แจง ขอจํากัดดังกลาวน้ีกอใหเกิดปญหาและอุปสรรคแก อปท. ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติใหสอดคลองกับสภาพทองถิ่นและใหสามารถตอบสนองความตองการและความจําเปนของชุมชนทองถิ่น315 หนงั สอื กรมสง เสริมการปกครองทองถิน่ ถึงอธิบดกี รมประมง ที่ มท 0804.3/8899 เร่อื ง หารือปญ หาขอ กฎหมาย ลงวนั ที่ 3 กันยายน2553
274 การปฏริ ปู กฎหมายเพือ่ ส่งเสริมประสทิ ธิภาพและนวตั กรรมการบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาตขิ อง อปท.274 การปฏริ ปู กฎหมายเพอ่ื สงเสริมประสทิ ธภิ าพและนวตั กรรม การบรหิ ารจัดการทรพั ยากรธรรมชาตขิ อง อปท.โดยเฉพาะอยางยิ่งในกรณีของการจัดการทรัพยากรปาไมหรือปาชุมชน และการจัดการทรัพยากรทางทะเลท่ีมีความสาํ คญั ตอวิถชี วี ิตของชุมชนประมงชายฝง 8.1.2 ราชการสว นกลางใชอ าํ นาจกาํ กับดูแล อปท. มากจนเกนิ ขอบเขตหรอื ไม รัฐธรรมนูญฯ พุทธศักราช 2550 มาตรา 282 วรรคหน่ึง บัญญัติในเรื่องการกํากับดูแล อปท. ไววา “การกํากับดูแลองคก รปกครองสวนทองถิน่ ตอ งทําเทาท่ีจําเปน และมีหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขท่ีชดั เจน สอดคลอ งและเหมาะสมกบั รูปแบบขององคกรปกครองสวนทอ งถิน่ ทง้ั น้ตี ามทีก่ ฎหมายบัญญัติโดยตองเปนไปเพ่ือคุมครองประโยชนของประชาชนในทองถิ่นหรือประโยชนของประเทศเปนสวนรวมและจะกระทบถึงสาระสําคัญแหงหลักการปกครองตนเองตามเจตนารมณของประชาชนในทองถ่ิน หรือนอกเหนือจากทก่ี ฎหมายบัญญตั ิไวม ไิ ด” มาตรา 283 วรรคหน่ึง ของรัฐธรรมนูญฯ บัญญัติตอไปในเร่ืองความเปนอิสระของ อปท. วา“องคกรปกครองสวนทองถ่ินยอมมีอํานาจหนาที่โดยทั่วไปในการดูแลและจัดทําบริการสาธารณะเพื่อประโยชนของประชาชนในทองถ่ิน และยอมมีอิสระในการกําหนดนโยบาย การบริหาร การจัดทําบริการสาธารณะ การบริหารงานบุคคล การเงินและการคลัง และมีอํานาจหนาท่ขี องตนเองโดยเฉพาะ โดยตองคํานงึ ถงึ ความสอดคลองกบั การพัฒนาของจังหวดั และประเทศเปนสวนรวมดวย” อยางไรก็ดี ปรากฏวา พระราชบัญญัติจัดตั้ง อปท. ประเภทตางๆ ยังคงมีบทบัญญัติท่ีใหอํานาจกับสวนกลางมากจนเกินขอบเขตของการกํากับดูแล โดยเฉพาะบทบัญญัติท่ีใหอํานาจกระทรวงมหาดไทยในการตราระเบียบขอบังคับใหทองถ่ินตองปฏิบัติเพิ่มเติมจากท่ีบัญญัติไวในพระราชบัญญตั ิ ระเบยี บกระทรวงมหาดไทยทีต่ ราขนึ้ เปนจาํ นวนมากมลี ักษณะเปนการกาํ หนดอาํ นาจในการกํากับดูแลทองถ่ินเพ่ิมเติมจากอํานาจกํากับดูแลท่ีกําหนดไวในพระราชบัญญัติ โดยเฉพาะการกําหนดใหการกระทําอยางใดอยางหนึ่งของทองถิ่นจะตองไดรับความเห็นชอบหรือไดรับอนุมัติจากสวนกลางกอน ทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญฯ บัญญัติใหการใชอํานาจกํากับดูแลตองกระทําโดยกฎหมายระดับพระราชบัญญัติเทานั้น การกํากับดูแลโดยใชระเบียบกระทรวงมหาดไทยซ่ึงมีสถานะเปนกฎหมายลําดับรองจึงนาจะเปนการกระทําที่ขัดกับรัฐธรรมนูญฯ สมควรท่ีศาลปกครองจะพิจารณาความไมชอบดวยกฎหมายรัฐธรรมนญู ฯ ของระเบยี บฯ เหลานนั้ เพ่อื ท่จี ะทาํ ใหร ะเบียบขอบงั คบั ในลักษณะน้ีสน้ิ ผลไป316 นอกจากระเบยี บกระทรวงมหาดไทยฉบับตา งๆ ทีใ่ หอํานาจแกสว นกลางในการกํากับดูแล อปท.จนเกินขอบเขตและมีลักษณะขัดกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฯ แลว ยังมีการออกหนังสือส่ังการหรือหนังสือเวียนของสวนกลางซ่ึงเปนการกํากับดูแล อปท. มากเกินกวาที่กําหนดไวโดยพระราชบัญญัติ ซึ่งถือวา เปน การกระทําโดยไมชอบดวยกฎหมาย และขัดกบั บทบัญญตั ิของรฐั ธรรมนูญฯ เชนกัน ทองถ่ินจึงยอมมีอํานาจเสนอใหศ าลปกครองพจิ ารณาเพกิ ถอนการกระทาํ ดงั กลาวของสว นกลางได3 17 เราจึงสามารถสรุปไดวา แมรัฐธรรมนูญฯ จะบัญญัติเรื่องความเปนอิสระของทองถิ่น และกําหนดใหการกาํ กบั ดูแล อปท. กระทําไดเ ทา ท่ีจาํ เปน เพือ่ ประโยชนของประชาชนในทอ งถ่ิน แตในความ316 สมคดิ เลิศไพฑูรย, กฎหมายการปกครองทอ งถน่ิ , อางแลว , หนา 496-501.317 สมคดิ เลิศไพฑรู ย, กฎหมายการปกครองทอ งถ่นิ , อา งแลว , หนา 502.
บทท่ี 8: บทวิเคราะห์ 275บทท่ี 8 275บทวเิ คราะหเปนจริง ความเปนอิสระของทองถ่ินยังไมเกิดข้ึน เน่ืองจากการกํากับดูแลของสวนกลางยังคงมีมากจนมีลักษณะเปน การบงั คบั บัญชา8.2 การกระจายอาํ นาจการจดั การทรพั ยากรปาไม แผนปฏิบัติการกําหนดข้ันตอนการกระจายอํานาจใหแก อปท. กําหนดใหกรมอุทยานแหงชาติฯและกรมปาไมมอบอํานาจการบริหารจัดการ ดูแล และอนุรักษพื้นท่ีปาไมใหแก อปท. กฎหมายหลักท่ีเก่ียวของโดยตรงกับการจัดการทรัพยากรปาไมมี 4 ฉบับ ไดแก พระราชบัญญัติปาไม พุทธศักราช2484 พระราชบัญญัติอุทยานแหงชาติ พ.ศ. 2504 พระราชบัญญัติปาสงวนแหงชาติ พ.ศ. 2507 และพระราชบัญญัติสงวนและคุมครองสัตวปา พ.ศ. 2535 รวมทั้งกฎกระทรวง ประกาศกระทรวง และระเบียบฯ อีกมากมายที่ออกโดยอาศัยอํานาจตามพระราชบัญญัติเหลาน้ี นับจนถึงปจจุบัน ยังไมมีการแกไขเพ่ิมเติมพระราชบัญญัติท้ัง 4 ฉบับดังกลาวขางตนเพื่อรองรับการกระจายอํานาจในการจัดการทรพั ยากรปา ไมใ หแ ก อปท. ในทางปฏิบัติ เปนที่ชัดเจนวากฎหมายและระเบียบท้ังปวงที่ราชการสวนกลางออกมาใชบังคับเพื่อควบคุมการใชและการเขาถึงทรัพยากรปาไมและท่ีดินมีการบังคับใชนอยมาก กฎระเบียบบางประการ เชน การกําหนดบริเวณที่จะอนุญาตใหเขาและผานทางในเขตปาสงวนแหงชาติ หรือบริเวณที่จะอนุญาตใหนําหรือปลอยสัตวเล้ียงเขาไปในเขตปาสงวนแหงชาติ เปนกฎระเบียบที่อยูในกระดาษและไรความหมายตอวิถีชีวิตของชุมชนท่ียังมีความจําเปนในการใชพื้นท่ีปาไม ท่ีกลาวมาน้ี ยังไมนับรวมถึงการใชพื้นท่ีปาไมทั้งที่อยูในเขตปาสงวนแหงชาติและเขตปาอนุรักษเพ่ือทํากินและอยูอาศัย ซ่ึงนับวันจะขยายเพ่ิมขึ้นออกไป และเปนสภาพการณที่บุคลากรของหนวยงานสวนกลางและสวนภูมิภาคที่ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ยอมรับวา กฎหมายขาดสภาพบังคับและไมสอดคลองกับความเปนจริงและวิถีชวี ิตของชุมชน การกระจายอํานาจให อปท. ที่มีความพรอมและศักยภาพเขามามีสวนรวมในการจัดการทรัพยากรปาไมม ากข้นึ จึงนา จะกอ ใหเกิดผลดแี ละประสทิ ธภิ าพในการบรหิ ารจัดการทรัพยากรปาไมมากข้ึน เน่ืองจาก อปท. เปนหนวยงานที่อยูใกลชิดกับชุมชนมากท่ีสุด และมีโอกาสเขาถึงปญหาและความตองการของชุมชนไดม ากกวา พระราชบัญญัตสิ ภาตําบลและองคการบรหิ ารสวนตาํ บล พ.ศ. 2537 มาตรา 67 บัญญัติให อบต.มีหนาที่ตองคุมครอง ดูแล และบํารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม และพระราชบัญญัติกําหนดแผนและข้ันตอนการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่น พ.ศ. 2542 มาตรา 16บัญญัติใหเทศบาล เมืองพัทยา และ อบต. มีอํานาจหนาที่จัดการ บํารุงรักษา และใชประโยชนจากปาไมที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม แตดังไดกลาวมาแลวขางตนวา ยังเปนเรื่องท่ีถกเถียงกันอยูมากวา อปท. จะอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติเหลานี้เพ่ือตราขอบัญญัติทองถิ่นในการอนุรักษและจัดการทรัพยากรธรรมชาติในทองถิ่นของตนไดหรือไม แมวาขอบัญญัติทองถ่ินดังกลาวจะเกิดจากความตองการของชุมชนในเขต อปท. และจะชวยเพิ่มประสิทธิภาพในการอนุรักษและจัดการทรัพยากรธรรมชาตไิ ดอ ยา งย่งั ยืนมากกวา การบรหิ ารจัดการโดยภาครฐั แตฝา ยเดียวกต็ าม
276 การปฏริ ูปกฎหมายเพือ่ สง่ เสริมประสทิ ธิภาพและนวตั กรรมการบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาตขิ อง อปท.276 การปฏิรปู กฎหมายเพ่ือสง เสรมิ ประสิทธิภาพและนวตั กรรม การบริหารจัดการทรพั ยากรธรรมชาตขิ อง อปท. 8.2.1 การกระจายอํานาจการจดั การทรัพยากรปา ไมใหแก อปท. แมจะยังไมมีการแกไขเพิ่มเติมกฎหมายปาไมเพื่อกระจายอํานาจใหแก อปท. แตหนวยงานสวนกลางก็ไดออกประกาศกระทรวงและระเบียบฯ ฉบับตางๆ เพื่อเปดให อปท. มีอํานาจและมีสวนรวมในการจดั การทรพั ยากรปาไมอ ยางนอย 2 ประการคอื 1) การออกประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมเพ่ือแตงตั้งผูบริหาร อปท. และบุคลากรของ อปท. เปนพนักงานเจาหนา ท่ี ตามกฎหมายปา ไม ไดแ ก นายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี นายกองคการบริหารสวนตําบล รองนายก องคการบริหารสวนตําบล และปลัดองคการบริหารสวนตําบล เปนพนักงานเจาหนาท่ี ตามพระราชบัญญัติปาไม พุทธศักราช 2484 และพระราชบัญญัติปาสงวนแหงชาติ พ.ศ. 2507 นายกเทศมนตรี ปลดั เทศบาล นายกองคการบริหารสวนตําบล และปลัดองคการบริหาร สวนตําบล เปนพนักงานเจาหนาที่ตามพระราชบัญญัติอุทยานแหงชาติ พ.ศ. 2504 และ พระราชบญั ญตั ิสงวนและคุมครองสัตวปา พ.ศ. 2535 อยางไรก็ดี อํานาจหนาที่ของผูบริหาร อปท. และบุคลากรของ อปท. ในฐานะพนักงานเจาหนาท่ีตามประกาศกระทรวงฯ เหลาน้ี เปนเพียงอํานาจหนาที่ในการปองกัน จับกุมปราบปรามผกู ระทําความผดิ และยดึ ของกลางท่ีไดจ ากการกระทําผิดตามกฎหมายปา ไมเทา นน้ั 2) การออกระเบียบฯ เพื่อกําหนดใหการขออนุญาตเขาทําประโยชนในพื้นท่ีปาไมและ เขตปาสงวนแหงชาติตองมีหนังสือแสดงการไดรับความเห็นชอบจากจากสภา องคก ารบริหารสวนตําบล หรอื อปท. พรอ มทั้งบนั ทึกยินยอมแกไขปญ หาราษฎร กรมปาไมไดออกระเบียบฯ ฉบับตางๆ ซ่ึงใชบังคับกับการขออนุญาตเขาทําประโยชน การทําเหมืองแร และการปลูกสรางสวนปาและไมยืนตนในเขตปาสงวนแหงชาติ โดยกําหนดเงื่อนไขวา การขออนุญาตตองมีหนังสือใหความเห็นชอบจากสภาตําบล หรือ อปท. รวมท้ังจะตองไมมีปญหากับราษฎรในพื้นที่ (ดูหนา 32-54) ดังไดกลาวมาแลววา กรมปาไมไดยึดถือระเบียบฯ เหลานี้เปนแนวปฏิบัติที่ใชกับกรณีการขออนุญาตใชประโยชนในพ้ืนที่ปาอ่ืนๆ เชน พื้นท่ีปาไมถาวร ที่อยูนอกเขตปาสงวนแหงชาติดวย ฉะนั้น แมวาอํานาจอนุญาตจะอยูท่ีอธิบดีกรมปาไมและรัฐมนตรีฯ แตการใชประโยชนในพื้นท่ีปาไมโดยหนวยงานหรือบุคคลใดเพ่ือวัตถุประสงคตางๆ ดังกลาวขางตนจะเกิดขึ้นไดก็ตอเมื่อ อปท. ใหความเห็นชอบเทาน้ัน ประเด็นสําคัญจงึ อยูท่ีวา การใหความเห็นชอบหรือไมใหความเห็นชอบของ อปท.สอดคลองหรือสะทอนปญหาหรือความตองการของชุมชนหรือประชาชนในพ้ืนท่ีมากนอยเพียงใดเน่ืองจากปรากฏการณท่ีเกิดข้ึนในหลายๆ พื้นที่ก็คือ อปท. อาจใหความเห็นชอบ แตชุมชนอาจคัดคานไมเห็นดวย ยกตัวอยางเชนกรณีการออกประทานบัตรทําเหมืองแรในหลายพื้นที่ ท้ังๆ ท่ีในทางปฏิบัตินอกจากจะตอ งมีหนังสือใหค วามเหน็ ชอบจาก อปท. ในการอนุญาตใหใ ชป ระโยชนในพื้นท่ีปาไมแลว ยังมีระเบียบฯ ท่ีออกโดยกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแรท่ีกําหนดใหการออกประทานบัตรทําเหมืองแรต อ งมีหนงั สือใหความเห็นชอบจาก อปท. ดวยเชน กนั
บทท่ี 8: บทวเิ คราะห์ 277บทท่ี 8 277บทวเิ คราะห 8.2.2 การสงเสริมการกระจายอํานาจในการจดั การทรัพยากรปา ไมใหแ ก อปท. นับจนถึงปจจุบัน การกระจายอํานาจใหแก อปท. มีเพียงดานการปองกัน ปราบปราม จับกุมและยึดของกลางจากการกระทําผิดตามกฎหมายปาไม และการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะดานการจัดการไฟปาเทาน้ัน แตยังไมมีการถายโอนงบประมาณเพ่ือให อปท. สามารถดําเนินภารกิจดังกลาวไดอยางมีประสิทธิภาพ เน่ืองจากกรมปาไมเองก็มีงบประมาณจํากัด ยกตัวอยางเชน ในกรณีของพ้ืนที่ปาไมในสามจังหวัดภาคเหนือ (เชียงใหม ลําพูน และแมฮองสอน) ซ่ึงมีอยู 13-14 ลานไร กรมปาไมมีงบประมาณเพ่ือดําเนินภารกิจทั้งดานการจัดที่ดิน และการสงเสริมการปลูกปาคิดเฉลี่ยเปนเงินเพียงไรละ 3 บาท และหากคิดคํานวณเปนพ้ืนที่ความรับผิดชอบตอบุคลากรท้ังหมดของกรมปาไมทั้งที่เปนขาราชการและอัตราจางก็จะตกประมาณ 30,000 ไร ตอคน318 สําหรับภารกิจดานการจัดการไฟปาซึ่งไดถายโอนใหแก อปท. แลวนั้น การต้ังงบประมาณยังอยูที่กรมอุทยานแหงชาติ สัตวปา และพันธุพืช319 อปท. จึงขาดท้ังงบประมาณและบุคลากรในการดําเนินภารกิจดังกลาวเชนกัน บาง อปท. ไดพยายามจัดสรรงบประมาณท่ีมีอยูอยางจํากัดเพ่ือสนับสนุนกิจกรรมปองกันไฟปาของชุมชน เชน อบต.สบเต๊ียะ อําเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม จัดสรรงบประมาณให 11 หมูบานท่ีอยูใกลพื้นท่ีปาไมเปนจํานวน 5,000 บาท/หมูบาน/ป หรือกรณี อบต.ทาเหนือ อําเภอแมออน จังหวัดเชียงใหม ซ่ึงอยูในเขตอุทยานแหงชาติและมีขอตกลงกับเจาหนาท่ีกรมปาไมและเจาหนาท่ีอุทยานในการจัดการทรัพยากรปาไมรวมกัน ตองจัดสรรงบประมาณจัดการไฟปาให 5 หมูบานในเขต อบต. หมูบานละ 15,000 บาทตอปเปน ตน ในสวนของภารกิจดานการฟนฟูและบํารุงรักษาปาไมนั้น กรมปาไมและกรมอุทยานแหงชาติฯยังคงดําเนินการผานบุคลากรของกรมปาไมและกรมอุทยานฯ ทั้งในสวนกลางและสวนภูมิภาคเปนหลักโดยอาศัยอํานาจตามมาตรา 19 แหงพระราชบัญญัติปาสงวนแหงชาติ พ.ศ. 2507 และมาตรา 19 แหงพระราชบัญญัติอุทยานแหงชาติ พ.ศ. 2504 กิจกรรมหนึ่งท่ีเดนชัดก็คือ การจัดตั้งปาชุมชนในเขตปาสงวนแหงชาติ ซึ่งในปจจุบันมีปาชุมชนทั่วประเทศท่ีไดขึ้นทะเบียนไวกับกรมปาไมประมาณ 8,000 แหงเฉพาะในพื้นที่ปาสามจังหวัดภาคเหนือมีปาชุมชนอยูประมาณ 480 แหง แตหนวยงานที่เรียกวา สวนจัดการปาชุมชนของสํานักจัดการทรัพยากรปาไมท่ี 1 (เชียงใหม) ท่ีรับผิดชอบพ้ืนท่ีดังกลาวมีเจาหนาที่ปา ชมุ ชนเพียง 25 คน320 การดําเนนิ งานดานปาชุมชนโดยสว นใหญจงึ ขาดทัง้ การตดิ ตามและการประมนิผล ในกรณีของภาคเหนือ ประมาณกันวามีเพียงรอยละ 30 ของปาชุมชนท่ีไดจัดต้ังไปแลวที่ยังมีกิจกรรมดานปาชุมชนอยางตอเนื่อง รอยละ 50 ยังคงมีกิจกรรมดานการจัดการปาชุมชนอยูบาง และอีกรอยละ 20 คือปาชุมชนท่ีไมมีกิจกรรมหรือลมเหลวไปแลว321 การเปดให อปท. เขามามีสวนรวม318 ขอมูลจากการสัมภาษณนายวีระวัฒน ฉินทกานันท ผูอํานวยการสวนจัดการที่ดินปาไม สํานักจัดการทรัพยากรปาไมท่ี 1 (เชียงใหม)เม่ือวนั ท่ี 23 กมุ ภาพันธ 2554319 เพง่ิ อาง320 ขอมูลจากการสัมภาษณ นายผจญ สิทธิกัน ผูอํานวยการสวนจัดการปาชุมชน สํานักจัดการทรัพยากรปาไมท่ี 1 (เชียงใหม) เม่ือวันท่ี14 มกราคม 2554321 เพง่ิ อา ง
278 การปฏริ ปู กฎหมายเพอ่ื สง่ เสรมิ ประสิทธิภาพและนวัตกรรมการบริหารจัดการทรพั ยากรธรรมชาติของ อปท.278 การปฏิรูปกฎหมายเพอ่ื สงเสริมประสิทธภิ าพและนวัตกรรม การบรหิ ารจดั การทรัพยากรธรรมชาตขิ อง อปท.รับผิดชอบการดําเนินงานดานปาชุมชน และการติดตามประเมินผลกิจกรรมปาชุมชนจึงเปนเร่ืองที่สมควรอยา งย่งิ โดยสภาพขอ เท็จจริงแลวปรากฎวา การจัดการปา ไมโดยหนวยงานของรัฐแตฝายเดียวไมอาจจะประสบความสําเร็จได ในกรณีของพ้ืนท่ีปาไมภาคเหนือ การดูแลรักษา จัดการ และใชประโยชนจากปารวมท้งั การจดั การไฟปา โดยชุมชนเปนปรากฏการณท่ีพบเหน็ ท่วั ไปในชุมชนท่ีอาศัยอยูในเขตพื้นท่ีปาไมหรือมีแนวเขตติดตอกับพ้ืนท่ีปาไม ชุมชนมักแบงปาออกเปนโซนปาอนุรักษ ปาใชสอย และพ้ืนท่ีทํากินการยื่นเร่ืองเพื่อขอจัดต้ังปาชุมชนในภาคเหนือสวนใหญเกิดจากการริเร่ิมของกํานัน ผูใหญบาน ในขณะที่ในภาคอีสานและภาคใตมักมาจากการริเร่ิมของผูนําชุมชน องคประกอบของคณะกรรมการปาชุมชนขึ้นอยูกับการคัดเลอื กในชมุ ชน322 การจัดการปาโดยชุมชนในบางพื้นท่ีเปนกิจกรรมที่ไดรับการสนับสนุนและดําเนินการรวมกับ อปท. แตในหลายพื้นที่ อปท. มีเพียงบทบาทในการสนับสนุนดานงบประมาณซึง่ สว นใหญมกั เปนงบประมาณจาํ นวนนอยเนอ่ื งจาก อปท. มที รพั ยากรจาํ กดั อยา งไรกด็ ี ดงั ไดกลาวมาแลวในบทที่ 3 วา กรมปาไมไดมีหนังสือส่ังการเม่ือ พ.ศ. 2550 ใหการดําเนินกิจกรรมใดๆ ดานการดูแลและบํารุงรักษาปาตามมาตรา 19 แหงพระราชบัญญัติปาสงวนแหงชาติฯซึ่งรวมถึงการจัดทําปาชุมชน จะตองจัดทําโครงการโดยมีเจาหนาที่ของกรมปาไมเปนหัวหนาโครงการ(ดหู นา 39-40) นโยบายดงั กลาวสะทอ นความคดิ แบบรวมศนู ย แทนทจี่ ะกระจายอาํ นาจใหแก อปท. และชมุ ชน ในดา นการควบคมุ การใชป ระโยชนในพน้ื ท่ีปาไม ไดม ีการมอบอาํ นาจบางสว นใหแกราชการสวนภูมิภาค ไดแก ผูวาราชการจังหวัด และผูอํานวยการสํานักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมจังหวัด (ทสจ.) แตยงั ไมมีการกระจายอํานาจหรอื มอบอํานาจใหแก อปท. ในปจ จุบัน ผูวาราชการจังหวัดไดร ับมอบอาํ นาจใหเ ปน ผอู นญุ าตกจิ การบางอยางท่ีเก่ยี วของกับอุตสาหกรรมการทําไม เชน การแปรรูปไม การทําไมในพ้นื ที่ “เปด ประโยชน” (เชน การอนญุ าตใหนําไมออกในกรณีท่ีสวนราชการขอใชพ้ืนที่ปาเพ่ือทําประโยชน) การออกใบเบิกทางการนําไมเคลื่อนที่ เปนตน สวน ทสจ. มีอํานาจอนุญาตใหใชเสนทางผานปาสงวนแหงชาติ ซ่ึงในทางปฏบิ ตั ิแทบไมม ีผูใดขออนุญาตใชเสนทางเลย แมจะมีการใชเขตปา สงวนแหงชาตเิ พื่ออยอู าศยั และทําประโยชนอยา งกวา งขวางก็ตาม เปน ทนี่ า สังเกตวา ในการสัมภาษณผ ูบ ริหาร อปท. สว นใหญ รวมท้งั อปท. ท่มี ีความกาวหนาถึงขนาดตราขอบัญญัติทองถิ่นเพ่ือจัดการปาชุมชนในเขตพ้ืนท่ีของตน เชน อบต.แมทา อําเภอแมออนจังหวัดเชียงใหม ผูบริหาร อปท. มิไดมองไกลไปถึงการกระจายอํานาจใหแก อปท. ในการอนุญาตและควบคมุ การใชประโยชนในพื้นท่ีปาไม แตตองการใหกระบวนการอนุญาตส้ินสุดเบ็ดเสร็จในระดับจังหวัดโดยใหอํานาจอนุญาตอยูท่ีผูวาราชการจังหวัดแทนที่จะตองสงเรื่องไปอนุมัติท่ีกรมปาไม3 23 ความเห็นดังกลาวอาจดูสวนทางกับทิศทางการกระจายอํานาจการจัดการทรัพยากรธรรมชาติใหแก อปท. แตก็สะทอนใหเห็นวา อาจยังไมถึงเวลาท่ีจะให อปท. มีอํานาจอนุญาตคําขอเขาทําประโยชนในพ้ืนท่ีปาไม322 เพิ่งอาง323 ขอมลู จากการสัมภาษณน ายกนกศักด์ิ ดวงแกวเรอื น นายกองคการบรหิ ารสวนตําบลแมท า อ.แมอ อน จ.เชียงใหม เม่ือวันที่ 8 เมษายน2554
บทที่ 8: บทวเิ คราะห์ 279บทท่ี 8 279บทวเิ คราะหแต อปท. ควรมีอํานาจในการออกขอบัญญัติทองถิ่นเพื่อกําหนดกติกาการใชประโยชนและการอนุรักษทรัพยากรปาไมใ นชุมชน ขอมูลและการวิเคราะหที่นําเสนอมาขางตนชี้ใหเห็นอยางชัดเจนวา หนวยงานของราชการสวนกลางและสวนภูมิภาคแตเพียงลําพังไมอาจจัดการทรัพยากรปาไมไดอยางมีประสิทธิผล อันเน่อื งมาจากขอจํากดั ทั้งในดา นงบประมาณและบคุ ลากร รวมท้งั ความสามารถในการตอบสนองตอปญหาและความตองการของชุมชนท่ียังตองพึ่งพิงทรัพยากรปาไมในการดําเนินวิถีชีวิตของตน เทาที่ผานมาสวนราชการ เชน กรมปาไม ไดมีการปรับตัวไปแลวในระดับหน่ึง โดยการออกระเบียบฯ ให อปท. และชมุ ชนมสี ว นรวมในกระบวนการอนุญาตใหใชประโยชนในพื้นที่ปาไม แตก็ยังมีประเด็นที่สมควรปรับปรุงใหดีข้ึนไปอีกเพื่อใหสอดคลองกับทิศทางของการกระจายอํานาจและการมีสวนรวมตามหลักการของรฐั ธรรมนญู ฯ ในที่นี้ จึงขอเสนอแนะใหกระจายอํานาจในการจัดการทรัพยากรปาไมใหแก อปท. มากข้ึนท้ังในเชิงกฎหมายและเชงิ การบรหิ ารจดั การดงั น้ี ขอเสนอแนะในการแกไขเพิม่ เติมพระราชบญั ญัตปิ า สงวนแหง ชาติ พ.ศ. 2507 ควรเพ่ิมเติมนยิ ามของ “องคกรปกครองสวนทองถ่ิน” ในมาตรา 4 แหงพระราชบัญญัติปาสงวนแหงชาติ พ.ศ. 2507 และแกไขเพ่ิมเติมมาตรา 19 แหงพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน เพื่อเปดให อปท.สามารถริเริ่มโครงการดูแลและบํารุงรักษาปาไม รวมท้ังจัดทําปาชุมชนไดดวยตนเอง นอกจากนี้ ควรใหอปท. มีอํานาจออกขอบัญญัติทองถ่ิน เพื่อกําหนดกติกาการอนุรักษและการใชประโยชนจากปาไมอยางยั่งยืนได ซึ่งจะทําใหปญหาและอุปสรรค และขอถกเถียงตางๆ เก่ียวกับอํานาจในการตราขอบัญญัติทองถิน่ ของ อปท. หมดสิน้ ไป การแกไขเพิ่มเติมกฎหมายปาไม เพ่ือกระจายอํานาจการบริหารจัดการใหแก อปท. มากข้ึนอาจกระทําไดดังน้ี 1) เพ่ิมเติมนิยามของ “องคกรปกครองสวนทองถ่ิน” และ “เจาพนักงานทองถ่ิน” ในมาตรา 4 แหงพระราชบัญญัตปิ าสงวนแหงชาติ พ.ศ. 2507 ดังนี้ “องคกรปกครองสว นทอ งถิน่ หมายความวา องคก ารบรหิ ารสว นจงั หวัด เทศบาล องคก ารบริหารสวนตาํ บล กรงุ เทพมหานคร เมอื งพัทยา และองคก รปกครองสวนทองถนิ่ อ่นื ท่มี กี ฎหมายจดั ตง้ั ” “เจา พนกั งานทอ งถ่นิ หมายความวา (1) นายกองคก ารบริหารสวนจังหวัดสําหรบั ในเขตองคการบริหารสวนจังหวัด (2) นายกเทศมนตรสี ําหรับในเขตเทศบาล (3) นายกองคการบริหารสว นตาํ บลสาํ หรบั ในเขตองคก ารบริหารสว นตาํ บล (4) ผูวาราชการกรุงเทพมหานครสาํ หรบั ในเขตกรุงเทพมหานคร (5) นายกเมืองพทั ยาสาํ หรับในเขตเมอื งพัทยา (6) หัวหนาผูบ รหิ ารทองถนิ่ ขององคกรปกครองสว นทองถ่ินอ่นื ท่ีมกี ฎหมายจดั ต้งั สําหรับใน เขตองคก รปกครองสว นทองถิน่ น้นั ”
280 การปฏิรปู กฎหมายเพ่อื ส่งเสรมิ ประสทิ ธิภาพและนวตั กรรมการบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาตขิ อง อปท.280 การปฏิรูปกฎหมายเพ่ือสงเสรมิ ประสิทธิภาพและนวตั กรรม การบรหิ ารจดั การทรัพยากรธรรมชาติของ อปท. 2) แกไขเพิ่มเติมมาตรา 19 แหงพระราชบัญญัติปาสงวนแหงชาติโดยเพิ่มมาตรา 19 ทวิ ใน พระราชบัญญตั ิปาสงวนแหง ชาติ ในทาํ นองดังน้ี “มาตรา 19 ทวิ เจาพนักงานทองถิ่นอาจกระทําการอยางใดอยางหน่ึงเพ่ือการควบคุม ดูแลบํารุงรักษา และใชประโยชนอยางยั่งยืนในเขตปาสงวนแหงชาติได โดยไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากอธบิ ดี ในการดําเนินการตามวรรคหน่ึง ใหองคกรปกครองสวนทองถ่ิน มีอํานาจออกขอบัญญัติทองถ่ินเพ่ือกําหนดหลักเกณฑและเง่ือนไขเก่ียวกับการอนุรักษและการใชประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติอยางยั่งยนื ในเขตปาสงวนแหงชาติได การออกขอบัญญัติทองถิ่นตามวรรคสอง ตองประกอบดวยกระบวนการมีสวนรวมของสมาชิกชุมชนในเขตพื้นท่ีซ่ึงขอบัญญัติทองถิ่นน้ันใชบังคับ ซ่ึงรวมถึงการใหขอมูลขาวสาร และการรับฟงความคดิ เหน็ จากชมุ ชน” ขอ เสนอแนะในการแกไ ขเพ่มิ พระราชบญั ญัติอทุ ยานแหงชาติ พ.ศ. 2504 เพิ่มคํานิยามของ “องคกรปกครองสวนทองถิ่น” และ “เจาพนักงานทองถิ่น” ในมาตรา 4 แหงพระราชบัญญัติอุทยานแหงชาติ พ.ศ. 2504 เชนเดียวกันกบั กรณีการเพ่ิมคํานิยามในพระราชบัญญัติปาสงวนแหงชาติฯ และแกไขเพิ่มเติมมาตรา 19 แหงพระราชบัญญัติอุทยานแหงชาติ พ.ศ. 2504 โดยเพิ่มมาตรา 19 ทวิ ดวยหลักการและเหตุผลเดียวกัน เพื่อให อปท. มีอํานาจในการดําเนินการรวมกับชุมชนในการกําหนดกตกิ าเพ่ืออนุรกั ษ จดั การ และใชประโยชนจากทรพั ยากรธรรมชาตอิ ยา งย่ังยืนดงั น้ี “บทบัญญัติในมาตรา 16 มิใหใชบังคับแกเจาพนักงานทองถ่ินซึ่งปฏิบัติการไปเพ่ือประโยชนในการคุมครองและดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งการใชประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติอยางยง่ั ยนื ท้งั นี้ตองเปน ไปตามระเบียบที่อธิบดีกาํ หนดโดยอนมุ ัติของรฐั มนตรี ในการดําเนินการตามวรรคหน่ึง ใหองคกรปกครองสวนทองถิ่น มีอํานาจออกขอบัญญัติทองถิ่นเพื่อกําหนดหลักเกณฑและเง่ือนไขเก่ียวกับการอนุรักษและการใชประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติอยางยงั่ ยืนในเขตอทุ ยานแหงชาติได การออกขอบัญญัติทองถิ่นตามวรรคสอง ตองประกอบดวยกระบวนการมีสวนรวมของสมาชิกชุมชนในเขตพื้นท่ีซึ่งขอบัญญัติทองถ่ินนั้นใชบังคับ ซ่ึงรวมถงึ การใหขอมูลขาวสาร และการรับฟงความคดิ เหน็ จากชุมชน” ขอเสนอแนะในการแกไขเพม่ิ เตมิ พระราชบญั ญัตสิ งวนและคมุ ครองสตั วป า พ.ศ. 2535 เพิ่มคํานิยามของ “องคกรปกครองสวนทองถิ่น” และ “เจาพนักงานทองถ่ิน” ในมาตรา 4 แหงพระราชบัญญัติสงวนและคุมครองสัตวปา พ.ศ. 2535 เชนเดียวกันกับกรณีการเพ่ิมคํานิยามในพระราชบัญญัติปาสงวนแหงชาติฯ และพระราชบัญญัติอุทยานแหงชาติฯ และแกไขเพ่ิมเติมมาตรา 38แหงพระราชบัญญัติสงวนและคุมครองสัตวปาฯ โดยเพ่ิมมาตรา 38 ทวิ ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ดวยหลักการและเหตุผลเดียวกันดังน้ี
บทท่ี 8: บทวเิ คราะห์ 281บทท่ี 8 281บทวิเคราะห “มาตรา 38 ทวิ เพื่อประโยชนในการคุมครอง บํารุงรักษา และใชประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติอยางย่ังยืน เจาพนักงานทองถ่ินมีอํานาจกระทําอยางใดอยางหน่ึงในเขตรักษาพันธุสัตวปาไดตามระเบยี บที่อธิบดกี าํ หนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ324 การคุมครอง บํารุงรักษา และการใชประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติตามวรรคหนึ่งมิใหรวมถึงการคุม ครอง อนรุ ักษ และจดั การสัตวปาสงวนและสตั วป าคุมครองตามพระราชบญั ญตั นิ ี้ ในการดําเนินการตามวรรคหน่ึง ใหองคกรปกครองสวนทองถ่ิน มีอํานาจออกขอบัญญัติทองถิ่นเพื่อกําหนดหลักเกณและเงื่อนไขเกี่ยวกับการอนุรักษและการใชประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติอยางยง่ั ยนื ในเขตรักษาพนั ธุสัตวป าได การออกขอบัญญัติทองถ่ินตามวรรคสาม ตองประกอบดวยกระบวนการมีสวนรวมของสมาชิกชุมชนในเขตพื้นท่ีซ่ึงขอบัญญัติทองถ่ินน้ันใชบังคับ ซึ่งรวมถึงการใหขอมูลขาวสาร และการรับฟงความคิดเหน็ จากชมุ ชน” ขอ เสนอแนะดานการบรหิ ารจดั การ 1) กระจายอํานาจในการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและการจัดการไฟปาใหแก อปท. ให สมบูรณย่ิงข้ึน ดวยการถายโอนงบประมาณใหแก อปท. เพื่อใหสามารถปฏิบัติภารกิจ เหลาน้ีไดอยางแทจริง ซึ่งจะทําให อปท. สามารถพัฒนาศักยภาพของตนและบุคลากรของ อปท. ในการเปน หุนสว นดา นการดแู ลรกั ษาปา ไมไ ดอ ยา งเตม็ ที่ 2) ให อปท. มีสวนรวมในการกําหนดแนวเขตพื้นที่ปาสงวนแหงชาติและพ้ืนที่ปาอนุรักษ เนื่องจากปญหาความขัดแยงระหวางรัฐกับราษฎรเก่ียวกับการถือครองที่ดินในพื้นท่ีปาไม สวนหน่ึงเกิดจากการประกาศพื้นที่ปาทับที่ทํากินของราษฎร หรือในบางครั้งมีการประกาศ พื้นที่ปาแลว มีราษฎรเขาไปยึดถือพ้ืนท่ีทํากินในพ้ืนที่ปาไม จึงเกิดปญหาการพิสูจนวาคน อยูกอนการประกาศเขตปาหรือไม ในปจจุบัน มี อปท. จํานวนมากที่อยูในพื้นที่ปาและมี ความใกลชิดกับราษฎรและทราบขอมูลในระดับพ้ืนท่ีมากกวากรมปาไมและกรมอุทยาน แหงชาติ ฉะนั้น จึงควรเปดให อปท. และชุมชนเขามามีสวนรวมในกระบวนการการออก กฎกระทรวงกําหนดพื้นที่ปาสงวนแหงชาติ และการออกพระราชกฤษฎีกากําหนดเขต อทุ ยานแหงชาติ และเขตรักษาพนั ธุสัตวปา การดําเนินการเพื่อให อปท. มีสวนรวมในการประกาศเขตพื้นท่ีปาสงวนแหงชาติ และเขตปาอนุรักษดังกลาวมาขางตนอาจกระทําไดโดยแกไขเพิ่มเติมบทบัญญัติท่ีเกี่ยวของในพระราชบัญญัติทั้งสามฉบับ ไดแก มาตรา 6 แหงพระราชบัญญัติปาสงวนแหงชาติ พ.ศ. 2507325 มาตรา 6 แหงพระราชบัญญัติอุทยานแหงชาติ พ.ศ. 2504326 และมาตรา 33 แหงพระราชบัญญัติสงวนและคุมครอง324 หมายถึง คณะกรรมการสงวนและคมุ ครองสตั วปา แหงชาติ325 พระราชบัญญตั ปิ า สงวนแหงชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 6 วรรคสอง บัญญัติวา “เมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรกําหนดปาอ่ืนใดเปนปาสงวนแหงชาติ เพื่อรักษาสภาพปาไม ของปา หรือทรัพยากรธรรมชาติอ่ืน ใหกระทําโดยออกกฎกระทรวง ซงึ่ ตองมีแผนทแี่ สดงแนวเขตปาที่กําหนดเปนปา สงวนแหง ชาตนิ ้ันแนบทา ยกฎกระทรวงดวย”326 พระราชบญั ญตั อิ ุทยานแหงชาติ พ.ศ. 2504 มาตรา 6 บญั ญตั วิ า
282 การปฏริ ูปกฎหมายเพอื่ สง่ เสริมประสิทธภิ าพและนวัตกรรมการบรหิ ารจัดการทรัพยากรธรรมชาตขิ อง อปท.282 การปฏิรปู กฎหมายเพอ่ื สง เสริมประสิทธภิ าพและนวตั กรรม การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาตขิ อง อปท.สัตวปา พ.ศ. 2535327 เพ่ือเพ่ิมขอกําหนดให อปท. และชุมชนมีสวนรวมในการออกกฎกระทรวงหรือพระราชกฤษฎีกา ซึ่งจะชวยทําใหกฎหมายปาไมท้ังสามฉบับสอดคลองกับหลักการมีสวนรวมตามที่บญั ญัติไวใ นรฐั ธรรมนญู ฯ อยางไรก็ดี เน่ืองจากการแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเปนเรื่องท่ีตองใชเวลาและประสบความสําเรจ็ คอ นขางยาก วธิ กี ารทสี่ ะดวกกวาก็คือ การออกระเบียบกรมปาไม และระเบียบกรมอุทยานฯเพื่อกําหนดวิธีการและขั้นตอนปฏิบัติในการออกกฎกระทรวงกําหนดเขตปาสงวนแหงชาติและพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตอุทยานฯ หรือเขตรักษาพันธุสัตวปาแลวแตกรณี โดยใหมีขอกําหนดเก่ียวกับการมีสว นรวม การปรกึ ษาหารือ และการรับฟง ความคิดเหน็ จาก อปท. และชมุ ชน 3) ให อปท. มีสวนรวมในกระบวนการพิสูจนสิทธิทํากินของราษฎรในพ้ืนท่ีปาไม ดังไดกลาว มาแลวโดยละเอียดในบทที่ 3 วา รัฐบาลไดใชมติคณะรัฐมนตรีมากมายเปนเคร่ืองมือในการ กําหนดนโยบายปาไม และแกไขปญหาความขัดแยงระหวางรัฐและราษฎรท่ีอยูอาศัยทํากิน ในพื้นที่ปา ในปจจุบัน มติคณะรัฐมนตรีท่สี ําคัญซ่ึงมีผลกระทบตอสิทธิของราษฎรมากที่สุด ไดแ ก มติคณะรัฐมนตรี 30 มิถุนายน 2541 กําหนดวิธีการตรวจสอบพิสูจนการครอบครอง ท่ีดินของราษฎร โดยพิจารณารวมกับพยานหลักฐานตางๆ ที่เก่ียวของกับการทํา ประโยชนในท่ีดนิ อยา งตอ เน่ือง มติคณะรัฐมนตรี 11 พฤษภาคม 2542 เปดใหราษฎรท่ีอางวาตนอยูมากอนการสงวน หวงหา มพ้นื ทีป่ า มาขนึ้ ทะเบียนและแจงการครอบครองทด่ี ินในพืน้ ทปี่ า ไมภ ายใน 30 วัน และใหบุคคลดังกลาวไดรับความคุมครองสิทธิช่ัวคราวจากการจับกุมในระหวางการ ดําเนินกระบวนการพิสูจนสิทธิตามวิธีการที่กําหนดไวในมติคณะรัฐมนตรี 30 มิถุนายน 2541 เปนท่ีทราบกันดีวา กระบวนการพิสูจนสิทธิตามมติคณะรัฐมนตรีที่กลาวมาขางตนเปนไปดวยความลาชา อีกท้ังผูที่จะไดรับความคุมครองสิทธิจากการถูกจับกุมจะตองเปนผูที่อางวาตนเองอยูอาศัยในพื้นทีป่ ามากอนวันที่ 30 มิถุนายน 2541 เทานน้ั ในปจ จุบนั ยังไมม ีมตคิ ณะรัฐมนตรีทีก่ าํ หนดนโยบายเพ่ือรองรับกลุมคนท่ีเขาอยูอาศัยทํากินในพื้นท่ีปาหลังวันที่ 30 มิถุนายน 2541 เปนตนมา ท้ังๆ ท่ีเวลา “เมือ่ รัฐบาลเหน็ สมควรกําหนดบริเวณที่ดนิ แหง ใดทม่ี สี ภาพธรรมชาติเปนที่นาสนใจ ใหคงอยูในสภาพธรรมชาติเดิมเพื่อสงวนไวใหเปนประโยชนแกการศึกษาและรื่นรมยของประชาชน ก็ใหมีอํานาจกระทําไดโดยประกาศพระราชกฤษฎีกา และใหมีแผนท่ีแสดงแนวเขตแหงบรเิ วณท่กี าํ หนดน้นั แนบทายพระราชกฤษฎกี าดว ย บรเิ วณที่กําหนดนีเ้ รยี กวา “อทุ ยานแหง ชาติ” ที่ดินท่ีจะกําหนดใหเปนอุทยานแหงชาตินั้น ตองเปนท่ีดินท่ีมิไดอยูในกรรมสิทธิ์หรือครอบครองโดยชอบดวยกฎหมายของบุคคลใดซ่ึงมใิ ชท บวงการเมอื ง”327 พระราชบัญญตั ิสงวนและคุม ครองสัตวป า พ.ศ. 2535 มาตรา 33 บญั ญตั ิวา “เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นสมควรกําหนดบริเวณท่ีดินแหงใดใหเปนท่ีอยูอาศัยของสัตวปาโดยปลอดภัยเพื่อรักษาไวซ่ึงพันธุสัตวปา ก็ใหกระทําไดโดยตราเปนพระราชกฤษฎีกา และใหมีแผนท่ีแสดงแนวเขตแหงบริเวณกําหนดนั้นแนบทายพระราชกฤษฎีกาดวย บริเวณท่ีกาํ หนดนเี้ รยี กวา “เขตรกั ษาพันธุส ัตวป า” ทด่ี ินท่ีกําหนดใหเ ปนเขตรักษาพันธุสัตวปาน้ัน ตองเปนที่ดินท่ีมิไดอยูในกรรมสิทธ์ิหรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินของบคุ คลใดซง่ึ มใิ ชทบวงการเมอื ง”
บทที่ 8: บทวิเคราะห์ 283บทท่ี 8 283บทวเิ คราะหไดลวงเลยมากวา 13 ป และสภาพการใชที่ดินในพื้นที่ปาไดเปลี่ยนแปลงไปมากแลว ในหลายๆ พื้นท่ีเชน อบต. ทาเหนือ อําเภอแมออน และ อบต. ปางหินฝน อําเภอแมแจม จังหวัดเชียงใหม ชุมชน และเจาหนาท่ีปาไม และเจาหนาที่อุทยาน ไดเรียนรูปญหาและจัดทําขอตกลงหรือกติการวมกันเพ่ือกําหนดแนวเขตท่ีทํากินท่ีเปนปจจุบัน ซึ่งแสดงใหเห็นวา นโยบายของรัฐและสภาพความเปนจริงมีความแตกตา งกันเกอื บจะสิน้ เชงิ เทาท่ีผานมา ภาคประชาชนไดมีการเคลื่อนไหวหลายคร้ังใหยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีฉบับ 30มิถุนายน 2541 แตก็ไมประสบความสําเร็จ นอกจากนี้ มติคณะรัฐมนตรีดังกลาวก็มิไดกลาวถึงบทบาทของ อปท. ในกระบวนการพิสูจนส ิทธขิ องราษฎรอยางชัดเจน ท้ังๆ ที่ อปท. เปนหนวยงานท่ีนาจะทราบขอมูลดีในระดับพื้นที่ อยางไรก็ดี ในทางปฏิบัติกรมปาไมไดมีการประสานกับ อปท. ใหเขามามีสวนรวมในกระบวนการพิสูจนสิทธิดวยในฐานะหนวยงานที่เก่ียวของ ดังน้ัน เพอื่ ใหมีความชัดเจนเกี่ยวกับบทบาทหนาท่ีของ อปท. กรมปาไมและกรมอุทยานฯ จึงควรออกระเบียบฯ เพ่ือกําหนดให อปท. มีสวนรวมในกระบวนการพิสูจนสิทธินี้ แมวาการมีสวนรวมของ อปท. อาจจะไมสามารถแกไขความไมเปนธรรมของมติคณะรัฐมนตรีฯ ดังกลาวได แตก็อาจชวยใหกระบวนการพิสูจนสิทธิมีความรวดเร็วและเปนธรรมมากขึน้ ขอเสนอแนะตางๆ ขางตนจะชวยกระจายอํานาจให อปท. มีสวนรวมในการจัดการทรัพยากรปาไมมากขึ้น ตลอดจนมีอํานาจออกขอบัญญัติทองถ่ินสําหรับใชบังคับในชุมชนที่มีความเขมแข็ง เพ่ือกําหนดกติกาการอนุรักษและใชประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งสอดคลองกับหลักการกระจายอํานาจและสิทธิชุมชนในการมีสวนรวมจัดการและใชประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติอยางย่ังยืนนอกจากน้ี ยังเปนทางออกอันหนึ่งในการลดความขัดแยงระหวางรัฐกับราษฎรในระหวางท่ียังไมมีการออกกฎหมายปาชุมชน ท้ังน้ีเพราะปญหาอุปสรรคประการหนึ่งของการจัดทํากฎหมายปาชุมชนก็คือความเห็นท่ียังคงมีอยูในภาครัฐและองคกรพัฒนาเอกชนบางสวนท่ีมีความไมวางใจวาชุมชนจะสามารถดูแลรักษาปาไดจริง การกระจายอํานาจให อปท. อาจเปน หนทางอันหน่ึง (แมวาหนวยงานสวนกลางและสวนภูมิภาคสวนใหญก็ไมไววางใจ อปท. เชนกัน) เนื่องจาก อปท. เปนหนวยงานท่ีมีสถานะที่เปนทางการและจะตองมี accountability (ตองรับผิดชอบตอการกระทําของตนเองและเปดใหสามารถตรวจสอบได) อยางไรก็ดี การกระจายอํานาจใหแก อปท. ดังท่ีกลาวมาจะสนองตอบเปาหมายของการสรางความเปนธรรมในการเขาถึงและการใชทรัพยากรไดก็ตอเม่ือ อปท. น้ันๆ มีวิสัยทัศน และเปนสวนหนึ่งหรือ “เปนเนื้อเดียวกันกับชุมชน” มิเชนนั้นแลว การจัดการทรัพยากรโดย อปท. อาจกลายเปนสวนหน่ึงของการสรางความขัดแยง ในการใชท รัพยากรระหวางกลุม ผลประโยชนตางๆ เสียเอง8.3 การกระจายอํานาจการจัดการทรพั ยากรทดี่ ิน การจัดการทรัพยากรที่ดินมีนัยสําคัญมากตอการสรางความเปนธรรมในสังคม อีกทั้งมีความสลับซับซอนมากกวาปญหาการจัดการทรัพยากรปาไม เนื่องจากประกอบดวยหลายมิติและมีหนวยงานที่เกยี่ วของมากมาย ซ่ึงตางมีอํานาจหนาที่ตามกฎหมายที่ตนรับผิดชอบ ในที่นี้จะวิเคราะหอํานาจหนาท่ี
284 การปฏิรปู กฎหมายเพ่อื ส่งเสรมิ ประสิทธภิ าพและนวัตกรรมการบริหารจดั การทรพั ยากรธรรมชาตขิ อง อปท.284 การปฏิรปู กฎหมายเพือ่ สง เสริมประสิทธิภาพและนวตั กรรม การบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาตขิ อง อปท.ของหนวยงานตางๆ โดยใหความสําคัญแกเร่ืองการกระจายอํานาจใหแก อปท. ตามประเด็นตางๆดังตอไปน้ี 8.3.1 การจัดทด่ี นิ ใหแ กป ระชาชน ดังไดกลาวมาแลววาขอมูลจากกรมการปกครองระบุวา ปจจุบันมีประชาชนท่ีมีปญหาเร่ืองท่ีทํากินกวา 4 ลานราย การจัดท่ีทํากินใหแกประชาชนจึงเปนภารกิจสําคัญของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย แตเทาท่ีผานมา การดําเนินงานในดานน้ียังไมประสบความสําเร็จเทาท่ีควร อีกท้ังขาดการสนับสนุนทางการเมอื งที่ตอ เนือ่ ง การจัดที่ดินใหแกประชาชนยังเปนภารกิจของราชการสวนกลางและสวนภูมิภาคเปนหลักหนวยงานสําคัญท่ีมีอํานาจหนาที่ในการจัดที่ดินใหแกประชาชน ไดแก ส.ป.ก. กรมที่ดิน กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กรมสงเสริมสหกรณ และกรมปาไม (ในกรณีท่ีเปนการออกเอกสาร ส.ท.ก. ในเขตปาสงวนเสื่อมโทรม) หลักการและเหตุผลในการจัดที่ดินของหนวยงานเหลาน้ีมีลักษณะคลายๆ กันคือการจัดที่ดินใหประชาชนหรอื เกษตรกรท่ยี ากจน ไรทด่ี ิน หรอื มที ดี่ นิ ไมเ พยี งพอแกก ารเลย้ี งชีพ อปท. ยังไมม ีสวนรว มในกระบวนการจัดท่ีดินหรือคัดเลือกเกษตรกรผูมีสิทธิไดรับท่ีดิน ภารกิจท่ีหนวยงานซ่ึงมีอํานาจหนาที่ปฏิรูปที่ดินหรือจัดท่ีดินใหแกประชาชนถายโอนใหแก อปท. สวนใหญ จะเปนภารกิจดานการบาํ รุงรกั ษาโครงสรา งพน้ื ฐานและสาธารณปู โภค ไดแ ก3 28 ส.ป.ก. ถายโอนถนนลูกรังในเขตปฏิรูปที่ดินให อปท. บํารุงรักษา หรือพัฒนาถนนท่ีไดรับ ถายโอนใหประชาชนสัญจรไดโดยสะดวก โดย อปท. อาจปรับปรุงถนนลูกรังใหเปน ถนนลาดยาง หรือ คสล. ไดตามความเหมาะสมและศักยภาพของ อปท. ส.ป.ก. ถายโอนการดูแล บํารุงรักษาสระเก็บนํ้าเพ่ืออุปโภคบริโภคท่ีประชาชนใชประโยชน รวมกัน การขุดลอกแหลงนํ้า บอบาดาล และฝายนํ้าลนในเขตปฏิรูปที่ดินใหเทศบาล อบจ. และ อบต. ในเขตพ้นื ท่ี ส.ป.ก. มอบอํานาจการบริหารจัดการ การอนุรักษและการฟนฟูสภาพแวดลอมในเขตปฏิรูป ทดี่ นิ ให อปท. กรมสง เสรมิ สหกรณถ า ยโอนถนนสาธารณะท้ังหมดท่ีอยูในความรับผิดชอบของกรมสงเสริม สหกรณ ทั้งในและนอกเขตนิคมสหกรณ ให อปท. ใชประโยชนและดูแลรักษา ซอมแซม หรือกอสรางเพิ่มเติม โดยใชงบประมาณของ อปท. หรือของบประมาณสนับสนุนจาก หนว ยงานทีม่ ีภารกจิ ในเรื่องนี้โดยตรง เชน กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท เปนตน รวมทัง้ ให อปท. ปรับปรุงซอมแซมถนนและสะพานใหอยใู นสภาพสมบูรณใ ชง านได โดยสรุปก็คือ ภารกิจซ่ึงหนวยงานที่มีอํานาจหนาที่ดานการปฏิรูปท่ีดินหรือจัดที่ดินใหแกประชาชนถายโอนใหแก อปท. คือ งานดานการบํารุงรักษาโครงสรางพ้ืนฐานและสาธารณูปโภค จึงมีลักษณะเปนการถายโอนงาน แตไมมีการถายโอนงบประมาณและอํานาจในการตัดสินใจ โดยหลักการแลว ในเม่ือ อปท. เปนหนวยงานที่มีหนาท่ีดูแลคุณภาพชีวิตและจัดบริการสาธารณะใหแกประชาชน328 แผนปฏิบตั ิการกําหนดขั้นตอนการกระจายอาํ นาจใหแกอ งคก รปกครองสว นทอ งถน่ิ (ฉบบั ท่ี 2 ) พ.ศ. 2551
บทที่ 8: บทวเิ คราะห์ 285บทท่ี 8 285บทวเิ คราะหภารกิจดานการจัดที่ดินใหแกประชาชนในพ้ืนท่ีความรับผิดชอบของ อปท. ไมควรจะเปนภารกิจของหนวยงานสว นกลางแตฝ ายเดียว อยางไรก็ดี การกระจายอาํ นาจให อปท. มสี ว นรว มรบั ผดิ ชอบดา นการจัดท่ีดินใหแกประชาชนก็เปนประเด็นท่ีขึ้นอยูกับความพรอมและทัศนคติของ อปท. ดวยเชนกันเนือ่ งจากมี อปท. ไมนอ ยที่มองภารกจิ ทไี่ ดรับการถายโอนมาจากสว นกลางวาเปน ภาระ อยางไรก็ดี หากมีการถายโอนงบประมาณและบุคลากรให อปท. มากเพียงพอ อปท. ก็นาจะมีความพรอมในการรวมปฏิบัติภารกิจดานการจัดที่ดินใหประชาชนไดเปนอยางดี ซึ่งนาจะกอใหเกิดประสิทธิผลในการจัดท่ีดินมากขนึ้ 8.3.2 การแกไ ขปญหาการบกุ รกุ ทีด่ ินของรัฐ ปญหาความยากจนและการไรท่ีดินเปนสาเหตุสําคัญท่ีทําใหเกิดการบุกรุกท่ีดินของรัฐอยางกวางขวาง ในปจจุบัน หนวยงานที่มีภารกิจหลักดานการแกไขปญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐคือคณะกรรมการแกไขปญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ (กบร.) ซ่ึงสังกัดสํานักแกไขปญหาการบุกรุกท่ีดินของรัฐ (สบร.) สํานักงานปลดั กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ ม ในการแกไขปญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ นโยบายของรัฐก็คือ ไมควรออกเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดินใหแกผูบุกรุกท่ีดินของรัฐ หากพิสูจนไดวาผูถูกกลาวหาวาบุกรุกเปนผูครอบครองท่ีดินกอนท่ีจะมีการสงวนหวงหามท่ีดินนั้น ก็ใหจัดทําโครงการออกเอกสารสิทธิใหแกผูครอบครอง แตหากราษฎรอยูอาศัยในพื้นที่ท่ีแนวเขตที่ดินของรัฐไมชัดเจน ก็ใหเรงดําเนินการสํารวจแนวเขต สําหรับท่ดี นิ ทีร่ ัฐไมจาํ เปนตอ งสงวนหวงหา มอกี ตอไป หรือเปนท่สี าธารณประโยชนท ่เี ปนปาสงวนแหงชาติเสื่อมโทรม ก็ใหดําเนินการตามกฎหมายปฏิรูปที่ดิน หรือใหเชาหรืออนุญาตใหเขาทําประโยชนไดโดยเสียคาตอบแทนแลวแตก รณี นอกจากนี้ ยังมนี โยบายแกไขปญหาความยากจนท่ีออกมาเม่ือ พ.ศ. 2547 ในยุครัฐบาลทักษิณ ท่ีกําหนดใหกรมที่ดินนําที่ดินสาธารณประโยชนที่ประชาชนเลิกใชประโยชนรวมกันแลวมาออกใบอนญุ าตใหผ ูบกุ รกุ เขาครอบครองใชป ระโยชนใ นที่ดินนั้นไดไมเกนิ ครอบครวั ละ 15 ไร เปนระยะเวลาคราวละ 5 ป โดยสามารถขอตอใบอนุญาตไดหากไมมีการฝาฝนเงื่อนไขในใบอนุญาต (ดูหนา77-82) กระบวนการตางๆ ในการแกไขปญหาการบุกรุกท่ีดินของรัฐดังที่กลาวมานี้ลวนเกี่ยวของกับความเปนธรรมในการใชทรพั ยากรและขอเท็จจริงในระดับพ้ืนท่ีเปนอยางมาก จึงเปนการสมควรที่ อปท.จะเขาไปมีสว นรวมชว ยแกไ ขปญหา เปนที่นาสังเกตวา ระเบียบกระทรวงมหาดไทยวา ดวยการสอบสวนเกี่ยวกับการบุกรุกท่ีหรือทางสาธารณประโยชน พ.ศ. 2539 ซึ่งออกมาใชบังคับกอนที่ประเทศไทยจะมีนโยบายกระจายอํานาจใหแก อปท. กําหนดใหผูวาราชการจังหวัดหรือปลัดกรุงเทพมหานครเปนผูมีอํานาจหนาท่ีในการสอบสวน โดยไมไดกลาวถึงบทบาทหนาท่ีของ อปท. ทั้งๆ ท่ี อปท. มีภารกิจดานการดูแลรักษาและปองกันที่สาธารณะในปจจุบัน ในขณะท่ีระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยการอนุญาตใหประชาชนใชประโยชนในท่ีดินของรัฐ พ.ศ. 2547 ซ่ึงออกมาในยุคหลังเพื่อดําเนินการตามนโยบายแกไขปญหาความยากจน กําหนดใหมีผูแทนคณะผูบริหารทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่นในพื้นท่ีอยูในคณะกรรมการที่มีอํานาจอนุญาตใหผูบุกรกุ ที่ดินของรัฐใชประโยชนในที่ดินนั้นได ฉะนั้น จึงควร
286 การปฏิรูปกฎหมายเพ่ือสง่ เสริมประสิทธภิ าพและนวัตกรรมการบรหิ ารจัดการทรพั ยากรธรรมชาตขิ อง อปท.286 การปฏริ ปู กฎหมายเพอ่ื สง เสรมิ ประสทิ ธิภาพและนวตั กรรม การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติของ อปท.ทบทวนและแกไขระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยการสอบสวนเกี่ยวกับการบุกรุกที่หรือทางสาธารณประโยชน พ.ศ. 2539 ใหทนั สมัยเพือ่ กาํ หนดให อปท. มบี ทบาทชดั เจนในกระบวนการสอบสวนการบกุ รุกท่ดี นิ ของรฐั ดวย 8.3.3 การสงวนหวงหามที่ดินของรฐั เพือ่ ประชาชนใชป ระโยชนรวมกัน ตามระเบียบคณะกรรมการจัดท่ีดินแหงชาติ ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2529) การสงวนหวงหามท่ีดินของรัฐเพื่อใหประชาชนใชประโยชนรวมกันเปนอํานาจหนาที่ของผูวาราชการจังหวัดและคณะกรรมการจัดท่ีดินแหงชาติ (กจช.) โดยมีนายอําเภอเปนผูดําเนินการตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับสภาพของทดี่ ินนน้ั รวมทัง้ สอบถามความเหน็ ของคณะกรรมการหมูบา นและสภาตาํ บลวา สมควรสงวนหรือหวงหามที่ดินน้ันเพ่ือใหประชาชนใชประโยชนรวมกันหรือไม แตอํานาจในการตัดสินใจวาจะสงวนหรือหวงหามท่ีดินหรือไมอยูที่ผูวาราชการจังหวัด หากคณะกรรมการหมูบานและหรือสภาตําบลไมเห็นดวยกับการที่จะสงวนหรือหวงหามที่ดินน้ัน ผูวาราชการจังหวัดจะเปนผูพิจารณาความเห็นดังกลาววาชอบดวยเหตุผลหรือไม ในกรณีท่ีจําเปน ผูวาราชการจังหวัดอาจรายงาน กจช. พรอมดวยความเห็น เพ่ือใหกจช. พิจารณาวาสมควรสงวนหรอื หวงหามทีด่ นิ น้ันหรือไม อํานาจในการสงวนหรือหวงหามที่ดินเพื่อประชาชนใชประโยชนรวมกันจึงเปนของหนวยงานสว นกลางและสวนภูมิภาค อันไดแก ผูวาราชการจังหวัด และ กจช. โดยนําความเห็นของคณะกรรมการหมูบ า นและสภาตําบลมาประกอบการพิจารณา โดย อปท. ไมมีบทบาทใดๆ ตามระเบียบฯ น้ี จึงสมควรที่จะจัดทําระเบียบฯ ใหมหรือแกไขเพ่ิมเติมระเบียบฯ น้ีเพื่อให อปท. ในเขตพื้นที่มีอํานาจหนาท่ีและมีสวนรวมในกระบวนการตัดสินใจวาสมควรจะสงวนหรือหวงหามท่ีดินนั้นเพื่อประชาชนใชประโยชนรว มกันหรือไม 8.3.4 การคมุ ครองและดแู ลรกั ษาท่ีสาธารณะ ในบรรดาภารกิจดานการจัดการทรัพยากรท่ีดินทั้งหมด อปท. มีภารกิจชัดเจนมากที่สุดในการคุมครองและดูแลรักษาท่ีดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดิน ภารกิจดังกลาวปรากฏชัดเจนทั้งในกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ อันไดแก พระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองท่ี พระพุทธศักราช 2457ซึ่งกําหนดให อปท. รวมกับนายอําเภอมีอํานาจหนาท่ีในการดูแลรักษาสาธารณสมบัติของแผนดินที่ประชาชนใชประโยชนรวมกัน นอกจากนี้ ยังมีระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยการดูแลรักษาและคุมครองปองกันที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินสําหรับพลเมืองใชรวมกัน พ.ศ. 2553 ซึ่งขยายความและกําหนดขอบเขตหนาที่ความรับผิดชอบของ อปท. ในเรื่องน้ี เชน อํานาจหนาท่ีของ อปท. ในการจัดทําทะเบียนท่ีดินสาธารณประโยชน การดําเนินการกับขอพิพาทเก่ียวกับที่ดินสาธารณะ และการรองทุกขกลาวโทษบุคคลท่ีบุกรุกที่ดินสาธารณะ โดย อปท. เปนผูออกคาใชจายท้ังหมด ซึ่งรวมถึงคาใชจา ยในการตรวจสอบและการออกหนังสอื สําคัญสาํ หรับทหี่ ลวงดว ย เปนตน
บทที่ 8: บทวเิ คราะห์ 287บทที่ 8 287บทวิเคราะห อปท. มีอํานาจออกคาํ ส่งั ใหเอกชนร้ือถอนสงิ่ กอสรางออกจากที่ดินสาธารณะหรอื ไม เปนท่ีนาสังเกตวา อปท. มีเพียงอํานาจหนาที่ในการดูแลรักษาและคุมครองปองกันที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินเทาน้ัน แตทั้งนายอําเภอและ อปท. ไมมีอํานาจพิจารณาอนุญาตหรือไมอนญุ าตใหห นว ยงานหรือบคุ คลใดใชท ด่ี นิ ซึง่ เปน สาธารณสมบตั ิของแผน ดินที่ราษฎรใชประโยชนรวมกันเวนแตจะไดรับความเห็นชอบจากผูวาราชการจังหวัด (ดูหนา 122-123) นอกจากน้ี แมวากฎหมายจะกําหนดให อปท. มีอํานาจหนาท่ีดูแลและคุมครองปองกันท่ีดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดิน แตก็มิไดหมายความวา อปท. จะมีอํานาจในการออกคําส่ังใหเอกชนร้ือถอนส่ิงปลูกสรางใดๆ ออกจากทางสาธารณะได ดงั ปรากฏตามคาํ พิพากษาศาลปกครองสงู สดุ ที่ 145/2552 ทก่ี ลาวมาแลวขา งตน ซึ่งเปนคดีท่ีเอกชนฟองวา อบต. ออกคําสั่งใหร้ือถอนสิ่งกอสรางออกจากทางสาธารณะโดยไมชอบดวยกฎหมาย ศาลพิพากษาวา แม อปท. จะมีอํานาจหนาที่ในการดูแลและคุมครองท่ีดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินตามมาตรา 68 (8) แหงพระราชบัญญัติสภาตําบลและองคการบริหารสวนตําบลพ.ศ. 2537 มาตรา 16 แหงพระราชบัญญัติกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่น พ.ศ. 2542 ระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยการดูแลรักษาและคุมครองปองกันที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดิน พ.ศ. 2544 (ปจจุบันถูกยกเลิกและแทนท่ีโดยระเบียบฯพ.ศ. 2553) และคําส่ังกระทรวงมหาดไทยที่ 12/2543 แตเม่ือไมปรากฏวามีบทบัญญัติใดท่ีใหอํานาจอบต. ในการออกคําส่ังใหเอกชนร้ือถอนส่ิงกอสรางใดๆ ออกจากทางสาธารณะไวอยางชัดแจง อํานาจหนาท่ีของ อบต. ในเรื่องดังกลาวจึงเปนเพียงอํานาจทั่วไป อบต. ไมมีอํานาจออกคําสั่งใหผูฟองคดีรื้อถอนส่ิงกอ สรางออกจากท่ีสาธารณสมบตั ิของแผน ดนิ คาํ สง่ั ดังกลาวจงึ เปน คาํ ส่ังท่ไี มชอบดว ยกฎหมาย คําพิพากษาศาลปกครองดังกลาวมาน้ีแสดงใหเห็นอยางชัดเจนเกี่ยวกับขอจํากัดของ อปท. ในการปฏิบัติภารกิจดานการดูแลรักษาและคุมครองปองกันสาธารณสมบัติของแผนดิน หาก อปท. ไมมีอํานาจออกคําส่ังใหผูฝาฝนกฎหมายร้ือถอนส่ิงกอสรางออกจากท่ีดินสาธารณะ การดูแลรักษาและคุมครองที่ดินสาธารณะยอมขาดประสิทธิผล จึงขอเสนอแนะใหแกไขเพ่ิมเติมกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวของ อันไดแก การแกไขเพ่ิมเติมมาตรา 122 แหงพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองที่ พระพุทธศักราช 2457 เพ่ือให อปท. มีอํานาจออกคําส่ังใหบุคคลหรือเอกชนที่ฝาฝนกฎหมายรื้อถอนสิ่งกอสรางออกจากท่ีดินสาธารณสมบัติของแผนดินที่ประชาชนใชประโยชนรวมกันได รวมท้ังแกไขเพ่ิมเติมระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยการดูแลรักษาและคุมครองปองกันที่ดินอันเปนสาธารณสมบตั ขิ องแผนดนิ พ.ศ. 2553 เพื่อกาํ หนดแนวปฏิบตั สิ าํ หรับ อปท. ใหสอดคลองกนั บทบาทของ อปท. ในการออกหนังสอื สาํ คัญสําหรบั ท่ีหลวง นอกจากขอจํากัดเร่ืองการคุมครองที่ดินสาธารณะดังกลาวมาแลว อปท. ยังมีบทบาทนอยในกระบวนการออก “หนังสือสําคัญสําหรับที่หลวง” สําหรับที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินสําหรับพลเมอื งใชรวมกันตามประมวลกฎหมายทด่ี ิน อํานาจในการออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงเปนอํานาจของหนวยงานสวนกลางและสวนภูมิภาค กลาวคือ นับตั้งแต พ.ศ. 2535 เปนตนมา อธิบดีกรมที่ดินไดมีคําส่ังมอบอํานาจใหผ ูวาราชการจงั หวัดปฏิบตั ิราชการแทนเกีย่ วกับการออกหนังสือสําคัญสําหรับท่ีหลวง
288 การปฏิรูปกฎหมายเพือ่ ส่งเสรมิ ประสทิ ธิภาพและนวัตกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาตขิ อง อปท.288 การปฏริ ปู กฎหมายเพ่อื สง เสรมิ ประสิทธภิ าพและนวตั กรรม การบริหารจดั การทรพั ยากรธรรมชาตขิ อง อปท.ในเขตจังหวัดของตน โดยมีระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ กําหนดใหสภาตําบลหรือ อปท. มีหนาท่ีเพียงใหความรวมมือ ชวยเหลือ ประสานงาน ควบคุมดูแลการรังวัด อํานวยความสะดวกแกเจาหนาท่ีของหนวยงานเหลาน้ี ตลอดจนชวยแกไขปญหาและอุปสรรคตางๆ ที่อาจจะเกิดข้ึนในกระบวนการออกหนังสือสําคัญสําหรับท่ีหลวง ในกรณีที่มีปญหาวาสมควรคงสภาพที่ดินสาธารณประโยชนเพื่อออกหนังสือสําคัญสําหรับท่ีหลวงไวเปนหลักฐาน หรือสมควรจะถอนสภาพเพ่ือนํามาจัดสรรใหราษฎรทํากินหรือจัดทําประโยชนอยางอื่น หรือสมควรจะดําเนินการขับไลผูบุกรุกท่ีดินน้ันหรือไม นายอําเภออาจรองขอให อปท. นัดประชุมราษฎร ผูนําชุมชน และหนวยงานตางๆ ในพ้ืนที่เพ่ือเปดใหมีสวนรวมในการตัดสนิ ใจ แลวสง ผลการประชมุ ใหนายอาํ เภอดาํ เนินการตอ ไป แต อปท. อาจยนื่ ขอออก นสล. ได โดยสรุปแลว อปท. เปนเพียงผูชวย และผูอํานวยความสะดวก พรอมท้ังออกคาใชจายในการดําเนินการใหแกหนวยงานสวนภูมิภาคในการออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวง อปท. ยังมีบทบาทนอยในการแกไขขอพพิ าทเกี่ยวกับการออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงทับท่ีทํากินของราษฎร จึงเปนการสมควรท่ีจะปรับปรุงกฎหมายและระเบียบเพ่ือให อปท. มีสวนรวมตัดสินใจมากข้ึนในกระบวนการดังกลาว เนื่องจาก อปท. เปนหนวยงานที่ราษฎรเขาถึงและสามารถตรวจสอบไดมากกวา และจะตองรับผิดชอบ (accountable) ในการกระทําของตนเองตอราษฎร การเพิ่มบทบาทของ อปท. อาจกระทําไดโดยการแกไ ขเพิ่มเติมกฎหมายดงั ตอ ไปน้ี 1) แกไขเพิ่มเติมมาตรา 8 ตรี ในประมวลกฎหมายท่ีดินเพ่ือเพ่ิมอํานาจหนาที่และบทบาทของ อปท. โดยกําหนดใหการออกหนังสือสําคัญสําหรับท่ีหลวงตองมีหนังสือใหความเห็นชอบ จาก อปท. หรืออยางนอยตองสอบถามความเห็นของ อปท. รวมทั้งการประชุมช้ีแจงและรับ ฟงความคิดเห็นของราษฎร แทนที่จะปลอยใหเปนอํานาจของอธิบดีกรมท่ีดินแตฝายเดียว ดงั เชน ในปจจบุ นั (ซง่ึ ไดม อบอํานาจใหผ วู าราชการจงั หวัด) 2) ออกระเบียบกระทรวงมหาดไทยเพื่อกําหนดอํานาจหนาที่ของ อปท. ในเรื่องนี้ใหมากกวา เพียงหนาที่ในการใหความรวมมือและชวยเหลือนายอําเภอในกระบวนการออกหนังสือ สําคัญสําหรับท่ีหลวงดังเชนที่เปนอยูในปจจุบัน แนวทางนี้เปนวิธีการซ่ึงนาจะงายกวาและมี ความเปนไปไดม ากกวาในอนาคตอนั ใกล 8.3.5 การอนุญาตใหใชป ระโยชนใ นทดี่ นิ ของรัฐ มาตรา 9 และมาตรา 12 แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน พ.ศ. 2497 บัญญัติเรื่องการอนุญาตใหบุคคลเขาใชประโยชนในที่ดินของรัฐได เชน การเขายึดถือครอบครองใชประโยชน การขุดตักดินลูกรังและหินผุ และการขุดตักหรือดูดทราย เปนตน พนักงานเจาหนาที่ผูมีอํานาจอนุญาตตามมาตรา 9 ไดแกอธิบดีกรมที่ดิน (ในบริเวณที่เขาหรือภูเขา และปริมณฑลรอบท่ีเขาหรือภูเขา 40 เมตร ท่ีรัฐมนตรีฯ ยังมิไดประกาศกําหนดใหเ ปน แหลง หินปนู หรือดนิ ลูกรงั หรือหนิ ผุเพอื่ การกอสราง) และผูวาราชการจังหวัดสวนการอนุญาตตามมาตรา 12 เปนกรณีการใหสัมปทาน ซ่ึงผูมีอํานาจอนุญาตคือรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย (ดูหนา 111-117) ระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยหลักเกณฑและวิธีการเก่ียวกับการอนุญาตตามมาตรา 9 แหง ประมวลกฎหมายท่ีดิน พ.ศ. 2543 กําหนดใหอปท. มีสวนรวมใน
บทที่ 8: บทวเิ คราะห์ 289บทที่ 8 289บทวเิ คราะหการเสนอความคิดเห็นในกรณีที่เปนอํานาจอนุญาตของผูวาราชการจังหวัด และเปนหนึ่งในคณะกรรมการประจาํ จงั หวดั ท่ีเสนอความเห็นเพือ่ ประกอบการพิจารณาของผูวา ราชการจังหวัด ประมวลกฎหมายที่ดินและระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ ยังมิไดกําหนดหลักเกณฑใหการใชทรัพยากรในพ้ืนท่ีตองไดรับความเห็นชอบจาก อปท. หรือกําหนดใหตองมีการประชุมช้ีแจงและรับฟงความคิดเห็นจากราษฎร จึงยังคงมีลักษณะการจัดการแบบรวมศูนย ขาดการกระจายอํานาจใหแกทองถิ่น และขาดการมีสว นรวมของประชาชน ซ่งึ นาจะไมส อดคลอ งกบั หลักการตามท่บี ัญญตั ิไวในรฐั ธรรมนญู ฯ ในท่ีน้ี จึงขอเสนอแนะใหแกไขเพ่ิมเติมมาตรา 9 และมาตรา 12 แหงประมวลกฎหมายที่ดินรวมท้ังระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยหลักเกณฑและวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาตตามมาตรา 9 แหงประมวลกฎหมายทดี่ นิ พ.ศ. 2543 เพ่อื เปด ให อปท. มีสว นรวมในการตัดสินใจเกี่ยวกับการใชทรัพยากรในพื้นท่ีมากข้ึน โดยกําหนดใหการอนุญาตตองมีหนังสือใหความเห็นชอบจาก อปท. และตองมีการใหขอมลู ตลอดจนจัดใหม กี ารประชุมเพอ่ื ชแี้ จงและรบั ฟง ความคดิ เหน็ จากราษฎร นอกจากการอนุญาตใหใชประโยชนในที่ดินของรัฐตามมาตรา 9 และมาตรา 12 แหงประมวลกฎหมายทด่ี ินดังกลา วมาแลว ยังมปี ระเดน็ เร่ืองการจดั หาผลประโยชนในทีด่ ินของรัฐตามมาตรา 10 และมาตรา 11 แหง ประมวลกฎหมายที่ดินฯ ซ่ึงบัญญัติใหอธิบดีกรมที่ดินมีอํานาจจัดหาผลประโยชนในท่ีดินของรัฐซ่ึงมิใชสาธารณสมบัติของแผนดินอันราษฎรใชประโยชนรวมกัน และรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยมีอาํ นาจมอบหมายใหทบวงการเมืองอื่นเปนผูจัดหาผลประโยชนสําหรับรัฐหรือบํารุงทองถ่ินได โดยมิไดกลาวถึงการมีสวนรวมของ อปท. และชุมชนทองถิ่น ทั้งๆ ท่ีการใชอํานาจดังกลาวอาจมีผลกระทบโดยตรงแกทองถ่ินได จึงสมควรแกไขเพิ่มเติมมาตรา 11 และมาตรา 12 เพ่ือใหสอดคลอ งกบั หลกั การกระจายอาํ นาจใหแ กทอ งถ่นิ ดว ยเชนกัน 8.3.6 การควบคุมสิง่ กอสรางทลี่ วงลา้ํ ลาํ นาํ้ และชายหาด การดูแลท่ีสาธารณะซ่ึงเปนท่ีชายตล่ิง ท่ีชายหาด แมนํ้า ลําคลอง ทะเลสาบ และทะเลในนานนํ้าไทย รวมตลอดถึงการควบคุมและอนุญาตสิ่งกอสรางท่ีลวงลํ้าลําน้ําและชายหาด เปนอํานาจหนาท่ีของกรมเจาทาตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในนานนํ้าไทย พระพุทธศักราช 2456 ในปจจุบัน กรมเจาทาได “มอบอํานาจ” ให อปท. พิจารณาและอนุญาตใหปลูกสรางส่ิงลวงลํ้าลําน้ําและชายหาด อนุญาตใหขุดลอกดูแลรักษารองนํ้าทางเรือเดินขนาดเล็กที่อยูใน อปท. เพียงแหงเดียวและรองนํ้าชายฝงทะเลขนาดเล็ก และบริหารดูแลรักษาสถานีขนสงทางน้ําหรือทาเทียบเรือ นอกจากน้ี ยังมอบอํานาจให อปท.ดําเนินการตามกฎหมายกับผูฝาฝนกฎหมายของเจาทา ออกคําส่ังใหผูฝาฝนร้ือถอนหรือแกไขอาคารหรือสิ่งอื่นใดที่ลวงลํ้า หรือไมเปนไปตามเงื่อนไขการอนุญาต แจงความรองทุกขตอพนักงานสอบสวนกรณีมีผูฝาฝนบทบัญญัติตางๆ ของกฎหมาย ตลอดจนมีอํานาจเปรียบเทียบปรับผูตองหาไดเม่ือผเู สยี หายยินยอม ในกรณที เ่ี ปน ความผิดซึง่ มโี ทษปรับสถานเดียวไมเกิน 10,000 บาท อปท. จึงมีอํานาจในการดูแลพ้ืนที่ชายตลิ่งและพ้ืนที่ชายหาดโดยการบังคับใชพระราชบัญญัติการเดนิ เรอื ในนา นน้าํ ไทย พระพทุ ธศกั ราช 2456 หรอื กฎหมายเจาทา อยางกวางขวาง (ดูหนา 126-135)ปญหาและอุปสรรคสําคัญคือความพรอมของ อปท. ซ่ึงขาดแคลนบุคลากรท่ีมีความรูเชิงเทคนิคในการ
290 การปฏริ ปู กฎหมายเพ่อื สง่ เสริมประสทิ ธิภาพและนวตั กรรมการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาตขิ อง อปท.290 การปฏริ ปู กฎหมายเพอ่ื สงเสรมิ ประสทิ ธภิ าพและนวตั กรรม การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติของ อปท.พิจารณาอนุญาตสิ่งกอสรางใหถูกตองตามหลักเกณฑที่กรมเจาทากําหนด แมวากรมเจาทาจะไดจัดทําคูมือการอนุญาตใหปลูกสรางส่ิงลวงล้ําลํานํ้าและการขุดลอกรองนํ้าขนาดเล็ก และจัดฝกอบรมใหแกบุคลากรของ อปท. มาต้ังแต พ.ศ. 2548 แลวก็ตาม ปญหาสําคัญอีกประการหน่ึงก็คือ ความไมรูกฎหมายของ อปท. เชน ไมทราบวาตนเองมีอํานาจแจงความรองทุกขกับผูฝาฝนกฎหมายได หรือไมทราบวาตนเองมีอํานาจออกคําสั่งใหบุคคลผูฝาฝนรื้อถอนส่ิงปลูกสรางได ดังเห็นไดจากกรณีศึกษาของโครงการยอยท่ี 2 ในชุดโครงการนี้ซ่ึงมี อปท. ท่ีมองวาตนเองไมมีอํานาจใดๆ ในการดําเนินการตามกฎหมายกบั เอกชนทบ่ี กุ รุกพน้ื ทชี่ ายหาด เปนตน อยา งไรกด็ ี ในการใชอาํ นาจดูแลรักษาท่สี าธารณะซง่ึ ประชาชนใชป ระโยชนรว มกนั อปท. จะตอ งคํานึงถึงคุณภาพชีวิต สภาพพ้ืนที่ และการประกอบอาชีพของประชาชนในพื้นที่ดวย ศาลปกครองสูงสุดไดเคยมีคําสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 651/2545 ใหรับคําฟองของกลุมผูประกอบอาชีพประมงชายฝงจํานวน 50 คน ที่ใชพื้นที่บริเวณชายหาดนเรศวร อําเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธเปนท่ีจอดเรือและเก็บเครอ่ื งมือประมงสบื ทอดกนั มาหลายชัว่ คน โดยกลมุ ผฟู อ งคดไี ดยืน่ ฟอ งประธานกรรมการบริหารอบต. ปากนํ้าปราณ เน่ืองจาก อบต. มีคําส่ังใหสมาชิกกลุมประมงเรือเล็กร้ือถอนโรงเรือนและส่ิงปลูกสรา งไปอยใู นที่ใหมท่ี อบต. จัดให เพอ่ื ที่ อบต. จะไดปรับปรงุ ภูมิทศั นบ ริเวณชายหาดนเรศวรและพฒั นาบริเวณดังกลาวใหเปนแหลงทองเท่ียว ศาลปกครองสูงสุดไมเห็นพองดวยกับศาลปกครองช้ันตนที่มีคําส่ังไมรับฟองดวยเหตุผลวาท่ีดินบริเวณหาดนเรศวรเปนท่ีสาธารณสมบัติของแผนดินตามมาตรา1304 (2) แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย ผูฟองคดีมิใชเปนผูมีสิทธิครอบครองที่ดินสาธารณะดังกลาวโดยชอบดวยกฎหมาย จึงมิใชผูไดรับความเดือดรอนเสียหายซึ่งจะมีสิทธิฟองคดีได ศาลปกครองสูงสุดมีความเห็นวา การท่ี อบต. ใชมาตรการบังคับและยืนยันท่ีจะใชกฎหมายเขาไปรื้อถอนสิ่งปลูกสรางของผูฟองคดีบนชายหาดสาธารณะเปนการกระทําท่ีมีผลกระทบตอผูฟองคดี เพราะสถานท่ีแหงใหมที่จัดใหไมเหมาะสมกับการประกอบอาชีพประมง และยังมีชายหาดบริเวณอ่ืนที่จะปรับปรุงใหเปนแหลงทอ งเท่ียวไดโ ดยประชาชนไมเดอื ดรอน จงึ เปนคดีพิพาทเกีย่ วกบั การกระทําของหนวยงานทางปกครองหรือเจาหนาที่ของรัฐท่ีอาจมีลักษณะเปนการเลือกปฏิบัติที่ไมเปนธรรม สรางภาระใหแกประชาชนเกินสมควร หรือเปนการใชดุลพินิจโดยไมชอบ จึงถือวากลุมผูฟองคดีเปนผูไดรับความเดอื ดรอนหรือเสยี หาย และศาลปกครองสูงสุดมคี าํ สั่งใหรับคาํ ฟองไวพิจารณา8.4 การกระจายอาํ นาจการจัดการทรพั ยากรแร การจัดการทรัพยากรแรมีความเก่ียวของกับกฎหมายหลายฉบับ ไดแก พระราชบัญญัติแรพ.ศ. 2510 ประมวลกฎหมายท่ีดิน พ.ศ. 2497 พระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2543 และระเบียบกระทรวงมหาดไทยท่ีเก่ียวของกับการอนุญาตใหขุดลอก ดูด และตักทรายฯ ซึ่ง อปท. มีสวนเกี่ยวของในระดับตา งๆ กัน ดงั สรุปในตารางท่ี 16
บทที่ 8: บทวเิ คราะห์ 291บทท่ี 8 291บทวเิ คราะหตารางท่ี 16 กฎหมายและหนว ยงานที่เกี่ยวของกบั การจัดการทรพั ยากรแร กฎหมาย ภารกิจ หนวยงานสวนกลาง/ภูมภิ าค อปท.พระราชบัญญัติแร การออกอาชญาบัตรสาํ รวจ รฐั มนตรวี าการกระทรวง -พ.ศ. 2510 แร อุตสาหกรรม การออกประทานบตั ร รัฐมนตรวี า การกระทรวง อปท. ประสานกบั อตุ สาหกรรมออกประทานบัตร ผูใหญบ านในพื้นทป่ี ระทาน เมอ่ื คณะกรรมการตาม บัตรใหจ ดั ประชุมประชาชน พ.ร.บ.แร มมี ตเิ หน็ ชอบ ในรัศมี 500 เมตรจากแนว เขตคาํ ขอประทานบัตรเพอื่ รบั ฟงการช้ีแจง อปท.จัดประชมุ สภา อปท. เพื่อใหค วามเห็นชอบ หรอื ไมเ หน็ ชอบเปน หนงั สอื กอ นการออกประทานบัตร การตออายุประทานบตั ร รัฐมนตรวี า การกระทรวง - อตุ สาหกรรมอนุญาตหรอื ปฏเิ สธ คําขอเมอ่ื คณะกรรมการตาม พ.ร.บ.แร มีมตเิ ห็นควรอนญุ าต หรอื ปฏเิ สธ การออกใบอนุญาตและ ผูวาราชการจงั หวดั (ตามคาํ สั่ง - ควบคุมกิจการตางๆ ตาม กรมอุตสาหกรรมพ้ืนฐานและการ พ.ร.บ.แร เชน เหมอื งแร ที่ 222/2546) ใบอนญุ าตการซอื้ ขายแร การเกบ็ แร แตงแร ประกอบโลหกรรม สัง่ ใหเ ปลี่ยนแปลง แกไข หรอื หยดุ การทาํ เหมอื ง แร กําหนดใหท ่ีดินที่ไมไดใ ช ทาํ เหมืองแลวใหทําเปน อยางอ่นื โดยไมตองถม ขมุ หลุม หรือ ปลอ ง หรือทําใหเปนไป ตามเดิม ฯลฯ
292 การปฏริ ปู กฎหมายเพอ่ื ส่งเสริมประสทิ ธภิ าพและนวัตกรรมการบรหิ ารจัดการทรพั ยากรธรรมชาตขิ อง อปท.292 การปฏริ ูปกฎหมายเพือ่ สง เสริมประสิทธิภาพและนวตั กรรม การบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาตขิ อง อปท.กฎหมาย ภารกจิ หนวยงานสวนกลาง/ภมู ภิ าค อปท.คําส่งั กระทรวง การตดิ ตามและตรวจสอบ - ดาํ เนนิ การตรวจสอบและแจงอตุ สาหกรรมท่ี ดานสิ่งแวดลอ มและมลพิษ ผลการตรวจสอบตามแบบ127/2547 เร่ือง จากการทําเหมอื งแร รายงานของ กพร. แปลงละ 3 ครง้ั /ปแตงต้งั พนักงานเจาหนาทีต่ าม การติดตามเฝา ระวงั คุณภาพ - ดําเนนิ การตรวจสอบตามแบบพระราชบญั ญัตแิ ร ส่งิ แวดลอ ม รายงานขอ มลู ของ กพร.พ.ศ. 2510 ภายในวันที่ 15 มกราคมของ• นายกเทศมนตรี ทกุ ปปลัดเทศบาล นายก การแกไขและฟนฟู - จดั ทําโครงการปองกันแกไขอบต. ปลัด อบต. และ ส่งิ แวดลอ มในพ้ืนที่เหมอื งแร ปญหาสิ่งแวดลอมและโครงการหวั หนา หนวยงาน ฟน ฟูพ้นื ที่ท่ีทาํ เหมืองแรแลว โดย อปท. ตัง้ งบประมาณเองสาธารณสขุ และ และ กพร. เปน ท่ปี รกึ ษาสง่ิ แวดลอ มของ อปท. การจดั การปญหาขอ - ตรวจสอบพื้นที่และรายงาน รองเรียนเกี่ยวกับการทํา ขอ เทจ็ จรงิ เกย่ี วกบั ปญ หาขอ เหมอื งแร รอ งเรยี นจากการทาํ เหมอื งแร ตามแบบท่ี กพร. กาํ หนดประมวลกฎหมาย การอนญุ าตขดุ ตักดนิ ลกู รัง อธิบดีกรมท่ดี ิน (กรณเี ปน -ท่ีดิน พ.ศ. 2497 หรอื หินผุ บริเวณท่ีเขาหรือภูเขา และมาตรา 9 ประกอบ ปริมณฑลรอบที่เขาหรอื ภเู ขากับคาํ ส่งั กระทรวง 40 เมตร ท่ีรัฐมนตรีฯ ยังมไิ ดมหาดไทยที่ ประกาศกาํ หนดใหเปนแหลง หนิ ปูนหรอื ดนิ ลูกรัง หรือหินผุ109/2538 เพ่ือการกอสราง) ผวู าราชการจงั หวัดพระราชบญั ญัตกิ าร ออกกฎกระทรวงกําหนด รฐั มนตรีวา การ -ขุดดนิ และถมดิน หลักเกณฑ วธิ ีการ และ กระทรวงมหาดไทย เงอ่ื นไขการขุดดนิ และถมดินพ.ศ. 2543 ออกขอบัญญัติทอ งถ่ิน - อปท. ออกขอบญั ญัติทอ งถนิ่ เพ่อื กาํ หนดรายละเอียดเพมิ่ เติม จากกฎกระทรวง ผูป ระกอบการแจงการขดุ ดิน - อปท. ออกใบรับแจงเปน และถมดนิ หลกั ฐาน ออกคาํ สง่ั ใหผ ูขุดดนิ ผถู ม - อปท. ออกคําสั่ง ดิน หรอื เจาของที่ดิน หยดุ การขดุ ดนิ หรอื ถมดนิ หรอื จดั การปอ งกนั ความเสยี หาย
บทที่ 8: บทวเิ คราะห์ 293บทที่ 8 293บทวเิ คราะหกฎหมาย ภารกจิ หนวยงานสวนกลาง/ภูมิภาค อปท.ระเบียบกระทรวง การใหค วามเหน็ ชอบ ผวู าราชการจังหวดั นายอาํ เภอ หรือ อปท. เสนอมหาดไทยวา ดวย โครงการขดุ ลอกแหลงนา้ํ ที่ โครงการการขดุ ลอกแหลง ตน้ื เขนินาํ้ สาธารณประโยชนที่ตืน้ เขนิพ.ศ. 2547ระเบยี บกระทรวง การสอบสวนขอเทจ็ จริงและ นายอาํ เภอ หรือเจาพนักงาน ผูแ ทน อปท. รวมกบั นายอําเภอมหาดไทยวา ดวย ออกใบชนั สูตรสอบสวนที่ดิน ทด่ี นิ จงั หวดั สอบสวนขอเท็จจริง หรือพนกั งานที่ดนิ จังหวดั ออก ทข่ี ออนญุ าตดูดทราย ใบชันสูตรสอบสวนทีด่ นิ ที่ขอการอนุญาตใหดดู อนุญาตทราย พ.ศ. 2546 การพิจารณาเรื่องการขอ คณะอนุกรรมการพจิ ารณา ผบู รหิ ารทองถิน่ หรอื ผแู ทน อนญุ าตดูดทรายเพ่อื การคา อนุญาตใหด ูดทราย 15 คน และ คณะผูบรหิ ารทองถิ่นเปน รวบรวมผลการพจิ ารณาสงให หนึ่งในคณะอนุกรรมการ กรมที่ดนิ เพ่ือเสนอคณะกรรมการ พิจารณาอนญุ าต พจิ ารณาอนญุ าตใหด ดู ทราย สภา อปท. ใหความ (กพด.) เหน็ ชอบ โดยคํานึงถึงความ เดือดรอ นของราษฎร การอนญุ าตใหด ูดทรายเพอ่ื กพด. พจิ ารณาอนญุ าต - การคา ผูวาราชการจังหวัดออก ใบอนญุ าต ขอเสนอแนะเกีย่ วกับการปรับปรงุ กฎหมายแร จากตารางสรุปขางตน จะเห็นไดวาอํานาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับการออกประทานบัตรแรตามพระราชบัญญัติแร ซ่ึงครอบคลุมถึงการระเบิดและยอยหินในปจจุบันอยูท่ีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม ท้ังในขั้นตอนการออกอาชญาบัตรสํารวจแร และการออกประทานบัตรเหมืองแร โดยมีการมอบอํานาจใหผูวาราชการจังหวัดเปนผูออกใบอนุญาตเพ่ือควบคุมกิจกรรมอ่ืนๆ ที่เก่ียวเน่ืองกับการทําเหมืองแร รวมตลอดถึงการออกคําสั่งใหผูประกอบกิจการแกไขเปลี่ยนแปลง หรือหยุดการทําเหมืองแรหากเห็นวาจะเปนอันตรายตอส่ิงแวดลอม และมอบหมายใหอุตสาหกรรมจังหวัดปฏิบัติหนา ท่เี จา พนกั งานอตุ สาหกรรมแรประจาํ ทอ งท่ีภายในเขตที่ตนรบั ผิดชอบ กพร. ไดออกระเบียบฯ ซ่ึงกําหนดใหการออกประทานบัตรตองมีหนังสือใหความเห็นชอบจากอปท. ในพ้นื ที่ทีค่ ําขอประทานบัตรตั้งอยู โดย อปท. จะตองประสานกับผูใหญบานใหจัดประชุมชี้แจงกับสมาชกิ ชมุ ชน และนําขอคดิ เหน็ และขอมูลทไ่ี ดจ ากการประชมุ มาประกอบการพิจารณาของตน ฉะน้ันจึงอาจสรุปไดวา การออกประทานบัตรจะเกิดข้ึนมิไดหากไมมหี นังสือใหความเห็นชอบจาก อปท. แตในหลายพืน้ ที่ซงึ่ มีการเคล่ือนไหวตอตานการทําเหมืองแรกลับปรากฏวา อปท. และชุมชน
294 การปฏริ ูปกฎหมายเพอ่ื ส่งเสริมประสิทธิภาพและนวัตกรรมการบริหารจัดการทรพั ยากรธรรมชาติของ อปท.294 การปฏิรปู กฎหมายเพอ่ื สง เสริมประสิทธิภาพและนวตั กรรม การบรหิ ารจัดการทรพั ยากรธรรมชาตขิ อง อปท.ไมไดม ีความเห็นสอดคลองกัน สถานการณดังกลาวมีสาเหตุจากการเมืองทองถิ่นและปจจัยอ่ืนๆ ท่ีทําใหเกิดความแปลกแยกระหวาง อปท. กับชุมชน ในบางพื้นท่ีเชน เทศบาลตําบลลี้ ซึ่งมีเอกชนยื่นคําขอประทานบัตรทําเหมืองแรลิกไนต ชุมชนในหมูบานท่ีไดรับผลกระทบมีความเห็นแตกออกเปนฝายท่ีเห็นดวยและฝายท่ีไมเห็นดวย ซ่ึงมีผลใหสภาเทศบาลตองสงความเห็นท่ีไดจากการทําประชาคมหมูบานไปใหหนวยงานท่ีเก่ียวของพิจารณา แทนท่ีจะลงมติเห็นชอบหรือไมเห็นชอบกับคําขอประทานบัตร ฉะนั้นสิ่งท่ีมีความสําคัญในลําดับตน ณ ขณะน้ีก็คือ การทําให อปท. และชุมชนเปนสวนหนึ่งของกันและกันและการใหความเห็นชอบหรือไมเห็นชอบแกคําขอประทานบัตรของ อปท. สะทอนความเห็นและความตองการของชมุ ชนอยางแทจ ริง อยางไรก็ดี แมวาระเบียบ กพร.ฯ จะกําหนดใหกระบวนการออกประทานบัตรการทําเหมืองตองมีหนังสือใหความเห็นชอบจาก อปท. และรายงานการประชุมรับฟงความคิดเห็นของประชาชนมาเปนเอกสารประกอบการพิจารณา แตก็มีชองโหว กลาวคือ ไมไดกําหนดให อปท. หรือชุมชนมีสวนรวมใหความเห็นแกคําขอตออายุประทานบัตร ขอเท็จจริงก็คือ แมวา อปท. อาจใหความเห็นชอบแกการออกประทานบตั รในตอนแรก แตส ถานการณใ นพ้นื ท่ีอาจเปล่ียนแปลงไปหลังจากการทําเหมืองแร ทั้งในดานผลกระทบทางสังคมและส่ิงแวดลอ ม จึงควรแกไ ขเพมิ่ เติมระเบยี บ กพร. ใหอ ปท. มีสว นรวมใหความเห็นในขน้ั ตอนการขอตอ อายปุ ระทานบัตรดว ย นอกจากน้ี การกระจายอํานาจใหแก อปท. ตามพระราชบัญญัติแร ยังจํากัดอยูแตในดานการกํากับดูแลดานส่ิงแวดลอมและมลพิษที่เกิดจากการทําเหมืองแร ซึ่งรวมถึงการเขาไปในเขตเหมืองเพ่ือตรวจการทําเหมืองตามมาตรา 70 แหงพระราชบัญญัติแร แตไมรวมถึงการออกคําสั่งเปนหนังสือใหผูถือประทานบัตรจัดการปองกันอันตรายอันอาจเกิดจากการทําเหมืองหรือแตงแร หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ การกระจายอํานาจตามมาตรา 70 ดังกลาวยังไมไดกระจายอยางเต็มที่ ซึ่งนาจะเปนขอจํากัดสําคัญสําหรับอปท. ในการกํากับดูแลปญหาสิ่งแวดลอมท่ีเกิดจากการทําเหมืองแร แมวาในมุมมองของ กพร. จะมีเหตุผลวา อปท. ยังไมมีความรูหรือความพรอมมากพอท่ีจะออกคําสั่งดังกลาวซ่ึงอาจจะมีผลกระทบมากตอผูถือประทานบัตรก็ตาม แตเมื่อมีกรณีประชาชนรองเรียนเก่ียวกับปญหาฝุนและมลพิษท่ีเกิดจากการทําเหมืองแร อปท. ก็ไมมีอํานาจออกคําสั่งใดๆ ใหผูถือประทานบัตรดําเนินการแกไขได นอกจากขอความรวมมือ จึงควรแกไขคําส่ังกระทรวงอุตสาหกรรมท่ี 127/2547 เร่ืองแตงต้ังพนักงานเจาหนาท่ีตามพระราชบัญญัติแร พ.ศ. 2510 (ดูหนา 154-155) เพื่อยกเลิกขอจํากัดอํานาจของ อปท. ในการติดตามตรวจสอบการทําเหมืองแร และให อปท. มีอํานาจออกคําส่ังเพื่อใหผูถือประทานบัตรจัดการปองกันอันตรายอันอาจเกิดจากการทําเหมืองหรือแตงแรได โดยเฉพาะอยางยิ่งในกรณีท่ีการทําเหมืองอาจกอใหเกดิ ผลกระทบรนุ แรงตอสิง่ แวดลอม ในขณะท่ี อปท. ไมมีอํานาจในการออกคําส่ังใหผูถือประทานบัตรดําเนินการแกไขปญหาสิ่งแวดลอมที่เกิดขึ้นจากการทําเหมือง แตก็มีการมอบภารกิจเกือบทั้งหมดในการติดตามเฝาระวังสิ่งแวดลอมใหแก อปท. หลังจาก กพร. ออกประทานบัตรแลว อปท. ในพื้นที่ประทานบัตรตองติดตามตรวจสอบวาผูทําเหมืองแรไดปฏิบัติตามมาตรการปองกันและแกไขผลกระทบตอส่ิงแวดลอมหรือไมติดตามเฝาระวังคุณภาพสิ่งแวดลอม และจัดทําโครงการฟนฟูส่ิงแวดลอมโดย อปท. ต้ังงบประมาณเอง
บทที่ 8: บทวิเคราะห์ 295บทท่ี 8 295บทวเิ คราะหและมี กพร. เปนที่ปรึกษา ในการทําหนาที่กํากับดูแลและเฝาระวังสิ่งแวดลอมดังกลาวมาน้ี อปท. ตองกรอกขอมูลตามแบบฟอรมที่กําหนดหลายชุด และจัดสงให กพร. ตามระยะเวลาท่ีกําหนด ซึ่งในบางเรื่องตองรายงานทุกไตรมาส (ดูหนา 156) ดังไดกลาวมาแลววา โดยสภาพขอเท็จจริงก็คือ อปท. ขาดบุคลากรและความรูเชิงเทคนิคในการปฏิบัติภารกิจที่ไดรับมอบหมายน้ีอยางมีคุณภาพ แมวา กพร. จะไดจัดทําคูมือและฝกอบรมบุคลากรใหแก อปท. แลวก็ตาม ฉะนั้น หากจะให อปท. สามารถกํากับดูแลสิ่งแวดลอมและมลพิษท่ีเกิดจากการทําเหมืองแรไดอยางแทจริง รัฐจะตองใหการสนับสนุนทั้งดานงบประมาณและดา นวิชาการใหแก อปท. มากกวา น้ี ประการสุดทายก็คือ ควรปรับปรุงสวนแบงคาภาคหลวงใหเปนธรรม เพื่อให อปท. ในพ้ืนท่ีตามประทานบตั รไดรบั สวนแบง คาภาคหลวงในสัดสว นทม่ี ากขึ้น ในปจจบุ นั ตามพระราชบัญญตั กิ าํ หนดแผนและข้ันตอนการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถ่ิน มาตรา 23 และมาตรา 24คาภาคหลวงแรห ลงั หักสง เปน รายไดร ัฐในอตั รารอยละ 40 แลว ใหจัดสรรใหเทศบาล หรือ อบต. เจาของพ้ืนท่ปี ระทานบัตรเพียงรอ ยละ 20 ให อบจ. ในจังหวดั ซ่งึ เปน ท่ีต้งั ประทานบตั รรอ ยละ 20 สวนที่เหลือใหกระจายใหเทศบาล และ อบต. ในเขตจังหวัดเดียวกันรอยละ 10 และเทศบาล และ อบต. อื่นๆ ทั่วประเทศอีกรอยละ 10 (ดูหนา 152-153) ฉะนั้น บางเทศบาล หรือ อบต. ที่ไมไดตั้งอยูในพื้นท่ีประทานบัตรก็จะไดสวนแบงคาภาคหลวงเพียงประมาณปละหมื่นกวาบาท329 ในขณะท่ี อปท. ซ่ึงอยูในพื้นท่ีประทานบัตร เชน เทศบาลตําบลลี้ ไดรับคาภาคหลวงรวมทุกแหลงแลวไมถึง 2 ลานบาท (ดูหนา 153)ทั้งๆ ที่การทําเหมืองแรกอใหเกิดผลกระทบอยางกวางขวางตอส่ิงแวดลอม สุขภาพ และโครงสรางพื้นฐานในเขตพ้ืนท่ีของ อปท. ไมวาจะเปนปญหาฝุนละออง และถนนที่ชํารุดเสียหายจากยานพาหนะท่ีตองผานเขาออกในระหวางกิจกรรมทําเหมืองแร แมวาสัดสวนการจัดสรรคาภาคหลวงตามที่กําหนดในกฎหมายปจจุบันจะมีวัตถุประสงคเพ่ือกระจายความเปนธรรมในเร่ืองรายไดจากคาภาคหลวง แตก็มีลักษณะเปนเบี้ยหัวแตก เน่ืองจากไมไดมีผลอยางมีนัยสําคัญแก อปท. อื่นนอกพื้นที่ประทานบัตรในขณะที่ อปท. และประชาชนในพ้นื ทท่ี ีไ่ ดร บั ผลกระทบโดยตรงกลับไมไ ดรับการชดเชยตามสมควร โครงการนี้จึงมีขอเสนอแนะดานการปรับปรุงกฎหมายท่ีเก่ียวของกับการทําแรตามพระราชบญั ญัติแร รวมทั้งการทบทวนปรับปรุงแผนการถายโอนภารกิจใหแก อปท. ดังน้ี 1) แกไขเพิ่มเติมระเบียบกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแรวาดวยการดําเนินการ เก่ียวกับคําขอประทานบัตร การออกประทานบัตร การตออายุประทานบัตร พ.ศ. 2547 เพื่อให อปท. มสี วนรวมใหค วามเห็นชอบในขนั้ ตอนการขอตอ อายปุ ระทานบัตร 2) แกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจใหแกองคกร ปกครองสวนทองถ่ิน พ.ศ. 2542 มาตรา 23 และมาตรา 24 เพื่อให อปท. ซึ่งเปนท่ีตั้งของ พื้นท่ีประทานบัตรไดรับสวนแบงคาภาคหลวงในสัดสวนที่เปนธรรมมากข้ึน เพราะจะเปน สวนหน่ึงของการชดเชยความเสียหายในพื้นที่ และทําให อปท. มีรายไดสนับสนุนการแกไข ปญหาผลกระทบและฟนฟูสิ่งแวดลอมในพืน้ ท่ี329 ขอมูลจากการสัมภาษณคุณวริศรา ชัยสมภาร นายกองคการบริหารสวนตําบลเวียงแกว และคุณพร สุวรรณทีป ปลัดองคการบริหารสว นตาํ บลเวียงแกว อําเภอลี้ จังหวัดลาํ พนู เมอื่ วันท่ี 20 เมษายน พ.ศ. 2555
296 การปฏิรปู กฎหมายเพือ่ สง่ เสริมประสทิ ธภิ าพและนวัตกรรมการบริหารจดั การทรพั ยากรธรรมชาติของ อปท.296 การปฏิรปู กฎหมายเพ่อื สงเสริมประสิทธิภาพและนวตั กรรม การบรหิ ารจัดการทรพั ยากรธรรมชาตขิ อง อปท. 3) ทบทวนแผนและขอบเขตการถา ยโอนภารกิจซึง่ ในปจจบุ นั กําหนดภาระหนาที่ให อปท. มาก เกินไปในดานการกํากับดูแลดานส่ิงแวดลอมและมลพิษที่เกิดจากการทําเหมืองแร โดยมิได มีการสนับสนุนดานงบประมาณและบุคลากรผูมีความรูเชิงเทคนิคใหแก อปท. อยาง เพียงพอ 4) แกไขเพิ่มเติมคําสั่งกระทรวงอุตสาหกรรม เร่ือง แตงต้ังผูบริหาร อปท. และบุคลากรของ อปท. เปน พนักงานเจาหนา ท่ตี ามพระราชบัญญัติแร พ.ศ. 2510 เพื่อให อปท. มีอํานาจออก คําสั่งเปนหนังสือใหผูถือประทานบัตรจัดการปองกันอันตรายอันอาจเกิดจากการทําเหมือง แรหรือแตงแร ท้ังนี้เพื่อให อปท. สามารถจัดการกับปญหาขอรองเรียนและความเดือดรอน ของราษฎรในพ้นื ทไ่ี ดอยา งแทจรงิ ขอเสนอแนะดา นการอนุญาตใหใชประโยชนใ นท่ดี ินของรัฐตามประมวลกฎหมายทด่ี ิน การอนุญาตใหใชประโยชนในที่ดินของรัฐตามมาตรา 9 แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน เชน การขุดตักดินลูกรัง การขุดหรือดูดทราย เปนอํานาจของผูวาราชการจังหวัด และอธิบดีกรมท่ีดินแลวแตกรณีและในกรณีท่ีเปนการใหสัมปทาน เปนอํานาจของรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย ตามมาตรา 12แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน ในปจจุบัน อปท. ยังไมไดมีสวนรวมตัดสินใจในการอนุญาตตามบทบัญญัติเหลาน้ี ยกเวนกรณีการอนุญาตดูดทราย ซึ่งมีระเบียบกระทรวงมหาดไทยกําหนดใหตองผานคณะอนุกรรมการอนุญาตใหดูดทราย ซง่ึ ผบู รหิ าร อปท. หรือผูแทน เปนหนึ่งในคณะอนุกรรมการ ดังน้ันจึงขอเสนอแนะใหแ กไ ขเพมิ่ เติมกฎหมายและระเบียบฯ ดงั ตอไปน้ี 1) แกไขเพ่ิมเติมมาตรา 9 แหงประมวลกฎหมายท่ีดิน เพ่ือกําหนดใหตองมีหนังสือใหความ เห็นชอบจาก อปท. และมีการประชุมรับฟงความคิดเห็นจากราษฎรกอนที่ผูวาราชการ จงั หวัดหรืออธิบดจี ะอนุญาตใหใ ชป ระโยชนใ นทีด่ นิ ของรฐั ตามมาตรา 9 2) แกไขเพ่ิมเติมมาตรา 12 แหงประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อกําหนดใหตองมีหนังสือใหความ เห็นชอบจาก อปท. และมีการประชุมรับฟงความคิดเห็นจากราษฎรกอนที่รัฐมนตรีฯ จะให สัมปทานตามมาตรา 12 3) ออกระเบียบฯ ใหมหรือแกไขเพ่ิมเติมระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยหลักเกณฑและ วธิ ีการเก่ยี วกับการอนญุ าตตามมาตรา 9 แหงประมวลกฎหมายที่ดนิ พ.ศ. 2543 เพ่ือใหการ อนุญาตตามมาตรา 9 ตองไดรับความเห็นชอบจาก อปท. ในพื้นท่ี และตองมีการประชุมรับ ฟงความคิดเห็นของประชาชน 4) ออกระเบยี บกระทรวงมหาดไทยเพื่อกําหนดหลักเกณฑและวิธีการเก่ียวกับการอนุญาตตาม มาตรา 12 แหงประมวลกฎหมายที่ดิน เพ่ือใหการใหสัมปทานตามมาตรา 12 ตองไดรับ ความเห็นชอบจาก อปท. ในพื้นที่ และตอ งมีการประชุมรบั ฟง ความคิดเหน็ ของประชาชน ขอ เสนอแนะเพอื่ ปรบั ปรงุ กฎหมายการขุดดนิ และถมดนิ พระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2543 เปนเคร่ืองมือสําคัญท่ี อปท. ใชในการควบคุมการขุดดินและถมดินในเขตพ้ืนที่ของตนไมใหสงผลกระทบตอส่ิงแวดลอม และกอใหเกิดความเดือดรอน
บทที่ 8: บทวิเคราะห์ 297บทท่ี 8 297บทวิเคราะหแกเจาของท่ีดินขางเคียง บทบัญญัติของกฎหมายมีลักษณะคลายกับพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ที่ใหอํานาจแก อปท. ในระดับหนึ่งในการตราขอบัญญัติทองถ่ินเพื่อกําหนดหลักเกณฑและเง่ือนไขใหเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของตน นอกจากนี้ยังใหอํานาจแก อปท. ในการออกคําส่ังใหผูขุดดิน ผูถมดิน หรือเจาของที่ดินหยุดการขุดดินหรือถมดินหรือจัดการปอ งกนั ความเสยี หายที่อาจเกิดขึน้ ไดต ามสมควร แมวาจะมีกฎกระทรวงทีอ่ อกโดยกระทรวงมหาดไทยเปนกรอบในการใชดุลพินิจ แตหลาย อปท.ก็มคี วามคดิ รเิ ริ่มและนวตั กรรมในการออกขอบัญญัติทองถ่ินที่ควบคุมการขุดดินและถมดินอยางเขมงวดรวมทั้งกําหนดใหผูขุดดินและผูถมดินตองวางเงินประกันความเสียหายดวยในบางกรณี แมเร่ืองดังกลาวจะมิไดมกี าํ หนดไวในตัวพระราชบัญญัติหรือกฎกระทรวงกต็ าม อยางไรก็ดี กฎหมายฉบับน้ีกําหนดใหผูขุดดิน และผูถมดิน มีเพียงหนาที่แจง อปท. พรอมเอกสารขอมูลตางๆ เชน แผนผังบริเวณที่จะขุดดินและถมดิน ที่ดินขางเคียง วิธีดําเนินการ ระยะเวลาที่จะขุดดินและถมดิน และช่ือผูควบคุมงาน ฯลฯ และให อปท. มีอํานาจหนาท่ีออกใบรับแจง ซึ่งเปนมาตรการในลกั ษณะตงั้ รบั จงึ ขอเสนอแนะใหแ กไขเพม่ิ เตมิ กฎหมายดงั น้ี 1) แกไขเพ่ิมเติมมาตรา 17 และมาตรา 26 แหงพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2543 เพ่ือกําหนดใหผูประสงคจะขุดดิน หรือถมดิน มีหนาท่ีตองขออนุญาตจาก อปท. และ อปท. มอี าํ นาจอนญุ าต แทนทีจ่ ะใหผ ูประกอบการมีเพยี งหนา ท่ีแจง และ อปท. มีหนาท่ี ออกใบรับแจง ดังเชนท่ีเปนอยใู นปจจุบนั 2) แกไขเพ่ิมเติมมาตรา 7 แหงพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2543 ซึ่งบัญญัติให อปท. มีอํานาจออกขอบัญญัติทองถ่ินเพื่อกําหนดในเรื่องท่ียังไมมีกฎกระทรวงกําหนด โดย เพิ่มสาระให อปท. มีอํานาจออกขอบัญญัติทองถิ่นท่ีกําหนดใหผูประกอบการตองวางเงิน ประกันความเสียหายท่ีอาจจะเกิดข้ึนไดดวย ท้ังน้ีเพ่ือปองกันปญหาหรือขอโตแยงท่ีอาจจะ เกิดขึ้นวา อปท. มีอํานาจออกขอบัญญัติทองถ่ินในลักษณะดังกลาวไดหรือไม ในเมื่อตัว พระราชบัญญัติไมไ ดบญั ญัตเิ ร่ืองน้ีไวอยางชดั แจง ขอ เสนอแนะเกยี่ วกบั การอนญุ าตใหขดุ ลอก ดูด หรือตักทราย การอนุญาตใหข ุดลอก ดดู หรือตักทรายในปจจบุ นั แบง ออกไดเ ปน 2 กรณีคือ 1) การขุดลอกกรวด หิน ดิน ทราย จากแหลงนํ้าสาธารณประโยชนท่ีต้ืนเขิน ซึ่งมีระเบียบ กระทรวงมหาดไทยฯ กําหนดใหการดําเนินการโดย อปท. เพ่ือแกไขปญหาการตื้นเขินของ แหลงนํ้าสาธารณะตองขอความเห็นชอบจากผูวาราชการจังหวัด แมวาขั้นตอนดังกลาวจะ ไมไดสรางปญหาแก อปท. มากนัก แตก็เปนการใชอํานาจกํากับและควบคุม อปท. มากจน เกินความจําเปน จึงควรยกเลิกขอกําหนดใหตองขอความเห็นชอบจากผูวาราชการจังหวัด และเปดให อปท. สามารถบํารุงรักษา และขุดลอกแหลงนํ้าสาธารณประโยชนที่ตื้นเขินได ตามที่ตนเห็นสมควร ทั้งน้ีเพื่อใหเปนไปตามหลักการกระจายอํานาจ แทนที่จะใหราชการ ภมู ิภาคมากํากบั อปท. ในทกุ กจิ กรรม
298 การปฏิรูปกฎหมายเพอื่ ส่งเสริมประสทิ ธภิ าพและนวตั กรรมการบรหิ ารจัดการทรัพยากรธรรมชาตขิ อง อปท.298 การปฏิรปู กฎหมายเพ่อื สงเสริมประสิทธิภาพและนวัตกรรม การบรหิ ารจดั การทรพั ยากรธรรมชาติของ อปท. 2) การอนุญาตใหดูดทรายเพ่ือการคา มีระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยการอนุญาตใหดูด ทราย ที่กําหนดใหตองผานคณะอนุกรรมการอนุญาตใหดูดทราย และคณะกรรมการ พิจารณาอนุญาตใหดูดทราย (กพด.) ซ่ึงเปนคณะกรรมการระดับชาติน้ัน รวมท้ังมี หลักเกณฑการพิจารณาท่ีกําหนดใหการอนุญาตตองไดรับความเห็นชอบจากสภา อปท. โดยคํานึงถึงความเดือดรอนของราษฎร และความเสียหายทางเศรษฐกิจหรือ ทรพั ยากรธรรมชาติ แมจะชอบดวยเหตุผลเนื่องจากการอนุญาตใหดูดทรายจะตองพิจารณา ในภาพรวม และไมควรปลอยใหแตละ อปท. ดําเนินการเรื่องนี้ไดโดยลําพัง แตก็ควรแกไข เพ่ิมเติมระเบยี บฯ เพ่ือใหม ผี แู ทนของ อปท. ใน กพด. ดว ย8.5 การกระจายอาํ นาจการจัดการทรพั ยากรทางทะเล กฎหมายที่เกี่ยวของกับทรัพยากรทางทะเลและมีผลกระทบตอวิถีชีวิตของชุมชนมากที่สุดก็คือพระราชบัญญัตกิ ารประมง พ.ศ. 2490 ซ่ึงมีกรมประมงเปนผูใชกฎหมาย สําหรับกรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝง (ทช.) นั้นเปนหนวยงานอนุรักษทรัพยากรทางทะเลท่ียังไมมีกฎหมายเปนของตนเอง งานอนุรักษที่สําคัญสวนหนึ่งซึ่ง ทช. ไดรับมอบหมายเฉพาะเจาะจงก็คือการอนุรักษปาชายเลน และการแกไขปญหาการกัดเซาะชายฝง ทช. มีการประสานและตองทํางานกับ อปท. อยูแลวในหลายๆ พื้นท่ีเน่ืองจากตองอาศัยความรวมมือจาก อปท. ในการทํางานดานอนุรักษ การถายโอนภารกิจจาก ทช. จึงไมใชป ญหาสําคัญตอความเปนธรรมในการเขา ถงึ ทรัพยากรทางทะเล แตคณะกรรมการกระจายอํานาจฯกลับใหความสนใจแกเรื่องนี้มากกวาเร่ืองการการถายโอนภารกิจจากกรมประมง รวมท้ังแผนปฏิบัติการกําหนดข้ันตอนการกระจายอํานาจฯ ก็มีแตสวนท่ีกําหนดให ทช. ถายโอนภารกิจดานการจัดการอนรุ กั ษ และฟนฟูทรัพยากรชายฝงทะเล ใหแก อปท. โดยมไิ ดกลาวถึงกรมประมงแตอยางใด บทบัญญัติของพระราชบัญญัติการประมงฯ ที่มีผลกระทบตอชุมชนชายฝงทะเลอยางกวางขวางก็คือ บทบัญญัติที่ใหอํานาจแกจังหวัดในการกําหนดใหท่ีจับสัตวนํ้าเปน “ที่อนุญาต” ซ่ึงประกอบดวยท่ีอนุญาตทําการประมง ที่อนุญาตเพาะเล้ียงสัตวนํ้า และที่อนุญาตรายบุคคล ซ่ึงลวนมีผลตอสิทธิในการเขาถึงทรัพยากรทางทะเล เน่ืองจากผูที่มีสิทธิและสามารถเขาถึงทรัพยากรจะตองไดแกผูไดรับใบอนุญาตเทาน้ัน กระบวนการประกาศ “ท่ีอนุญาต” มาจากการริเร่ิมของจังหวัด เปนผูเสนอใหกรมประมงพิจารณา และเมื่อไดรบั ความเหน็ ชอบจากกรมประมงแลว ใหจังหวัดดําเนินการประกาศกําหนดท่ีอนุญาตได โดยสงสําเนาใหกรมประมงเพื่อรายงานใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตรและสหกรณทราบกระบวนการออกใบอนุญาตทําการประมงหรือเพาะเล้ียงสัตวนํ้าในท่ีอนุญาตประกอบดวย การยื่นคําขอตอ นายอาํ เภอทองที่ แลว ใหป ระมงจังหวัดพิจารณาคําขอวาสมควรอนุญาตหรือไม โดยมีนายอําเภอหรือปลัดอําเภอผูเปนหัวหนาประจําก่ิงอําเภอเปนผูลงลายมือช่ือในใบอนุญาต นอกจากน้ี ยังมีเรื่องการออกใบอนุญาตใหเพาะเล้ียงสัตวนํ้าในที่สาธารณประโยชน ซึ่งผูขออนุญาตตองย่ืนเรื่องผานอําเภอหรือกิ่งอําเภอในทองท่ี เพื่อใหเสนอความเห็นรายงานจังหวัด และสงตออธิบดีกรมประมงพิจารณาอนุญาตเปนรายๆ ไป รายละเอียดขั้นตอนการประกาศกําหนดใหท่ีจับสัตวน้ําเปน “ท่ีอนุญาต” ประเภทตางๆ เปนดงั ท่ไี ดน ําเสนอไปแลว ในบทท่ี 6
บทที่ 8: บทวิเคราะห์ 299บทที่ 8 299บทวิเคราะห การกําหนดที่จับสัตวน้ําอีกประเภทหนึ่งที่อาจสงผลกระทบตอวิถีชีวิตของชุมชนก็คือ การประกาศที่จับสัตวนํ้าเปน “ท่ีรักษาพืชพันธุ” ซ่ึงก็มาจากการริเร่ิมหรือเสนอโดยจังหวัดเชนกัน การประกาศที่รักษาพืชพันธุตองเสนอใหคณะกรมการจังหวัดพิจารณาใหความเห็นชอบ เมื่อคณะกรมการจังหวัดใหความเห็นชอบแลว ใหสงเร่ืองใหกรมประมงพิจารณาเสนอใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตรและสหกรณอนุมัติ เม่ือรัฐมนตรีฯ อนุมัติแลว จึงใหผูวาราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรมการจังหวัดลงนามประกาศกําหนดท่ีจับสัตวนํ้าเปนที่รักษาพืชพันธุตอไป แตหากบริเวณท่ีประกาศอยูในวัดมัสยิด สถานที่ราชการ โรงเรียน หรือมีอาณาเขตติดกับสถานที่ดังกลาว เมื่อคณะกรมการจังหวัดมีมติเห็นชอบแลว ก็ใหเสนอผูวาราชการจังหวัดลงนามในประกาศไดเลย โดยไมตองสงเรื่องใหกรมประมงพจิ ารณา ผูท่ีเกี่ยวของในกระบวนการท้ังหมดดังกลาวมาขางตนจึงไดแก หนวยงานสวนกลางและสวนภูมิภาค มีหนังสือสั่งการ 2 ฉบับจากกรมประมงและกระทรวงเกษตรและสหกรณที่ออกมาต้ังแตพ.ศ. 2520 ถงึ ผูวาราชการจงั หวัดทกุ จังหวัด เพอ่ื กาํ หนดขั้นตอนการปฏิบัติในการออกประกาศท่ีจับสัตวน้ําเปน “ท่ีอนุญาต” ซึ่งรวมถึงการรวบรวมขอมูลเก่ียวกับพื้นที่ และการประชุมช้ีแจงและรับฟงความคิดเห็นจากราษฎร (ดูหนา 184-186) เนื่องจากหนังสือส่ังการดังกลาวมีอายุกวา 30 ปแลว จึงไมนาแปลกที่จะไมไดกลาวถึงบทบาทหรือการมีสวนรวมของ อปท. ในกระบวนการตัดสินใจประกาศกําหนดใหที่จับสัตวน้ําเปน “ที่อนุญาต” นอกจากน้ี เนื่องจากมีสถานะเปนเพียงหนังสือสั่งการฯ จึงไมชัดเจนวาหนวยงานที่เก่ียวของมีการประชุมช้ีแจงราษฎรหรือถือปฏิบัติตามหนังสือส่ังการนี้มากนอยเพียงใด จึงควรมีการยกระดับแนวปฏิบัติตามหนังสือสั่งการเหลาน้ีขึ้นเปนกฎหมาย โดยแกไขเพ่ิมเติมพระราชบัญญัติการประมงเพ่ือเพ่ิมเติมข้ันตอนการมีสวนรวมของ อปท. และประชาชนในพ้ืนที่ในกระบวนการกําหนดทจ่ี บั สัตวน ้าํ เปนท่ีอนุญาตดวย ในสว นของการประกาศ “ท่ีรกั ษาพืชพันธุ” นั้น หนังสือสั่งการจากกรมประมงเมื่อ พ.ศ. 2547 ถึงผูวาราชการจังหวัดทุกจังหวัด กําหนดใหจังหวัดตองประชุมช้ีแจงราษฎรในชุมชนใหรับทราบวัตถุประสงค และให อปท. รวมทั้งนายอําเภอทองท่ีมีสวนรวมในการพิจารณาดวย (ดูหนา 177-181) จึงอาจกลาวไดวา อปท. มีสวนรวมในกระบวนการประกาศท่ีรักษาพืชพันธุ แตแนวปฏิบัติดังกลาวก็มีสถานะเปนเพียงหนังสือส่ังการ จึงควรยกระดับข้ึนเปนกฎหมายดวยการแกไขเพ่ิมเติมบทบัญญัติที่เก่ยี วของของพระราชบญั ญัติการประมงฯ เชน กนั บทบญั ญตั ิสําคัญอกี สวนหนงึ่ ของพระราชบญั ญตั ิการประมงท่เี กยี่ วขอ งกับการอนรุ ักษท รพั ยากรทางทะเล คือ มาตรา 32 ซึ่งใหอํานาจแกรัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตรและสหกรณ และผูวาราชการจงั หวดั โดยอนุมตั ิของรัฐมนตรีฯ ในการออกประกาศกําหนดมาตรการอนุรักษตางๆ ท้ังเร่ืองลักษณะของเครื่องมือประมง ระยะท่ีตั้งของเครื่องมือประจําที่ และการหามใชเครื่องมือบางประเภทในฤดูกาลท่ีสัตวน้ําวางไข เปนตน (ดูหนา 193-196) กระบวนการกําหนดมาตรการอนุรักษจึงมีลักษณะเปนแบบจากบนสูลางเปนหลัก โดย อปท. และชุมชนทองถ่ินไมไดมีสวนรวมในการตัดสินใจ ดังไดกลาวมาแลววา มีอปท. ในหลายพ้ืนท่ีซ่ึงตั้งอยูในพื้นที่ชายฝงทะเล ไดออกขอบัญญัติทองถิ่นท่ีกําหนดมาตรการอนุรักษทรัพยากรทางทะเลในเขตพื้นท่ีของตนเพ่ือใหชุมชนสามารถใชประโยชนจากทรัพยากรไดอยางยั่งยืน
300 การปฏิรูปกฎหมายเพ่ือสง่ เสรมิ ประสิทธิภาพและนวตั กรรมการบริหารจดั การทรพั ยากรธรรมชาตขิ อง อปท.300 การปฏิรูปกฎหมายเพ่อื สง เสรมิ ประสทิ ธิภาพและนวตั กรรม การบรหิ ารจัดการทรัพยากรธรรมชาตขิ อง อปท.แตใ นปจ จบุ นั ยงั เปนทีถ่ กเถียงกนั ในทางนติ ศิ าสตรวา อปท. จะมอี าํ นาจตราขอบญั ญัติทองถ่ินในลักษณะนี้ไดหรือไม ในเมื่อกฎหมายเฉพาะ ซึ่งในที่นี้ไดแก พระราชบัญญัติการประมงฯ มิไดบัญญัติใหอํานาจดังกลาวไว จึงเปนการสมควรท่ีจะแกไขเพ่ิมเติมมาตรา 32 แหงพระราชบัญญัติการประมงฯ เพื่อเปดชองให อปท. มีอํานาจออกขอบัญญัติทองถิ่นเพื่อกําหนดมาตรการอนุรักษทรัพยากรทางทะเลใหสอดคลอ งกับสภาพปญหาและความจําเปน ของชมุ ชนทองถนิ่ ได ขอเสนอแนะเพ่ือแกไขพระราชบัญญตั กิ ารประมง พ.ศ. 2490 1) แกไขเพ่ิมเติมมาตรา 32 เพื่อใหอํานาจแก อปท. โดยอนุมัติของรัฐมนตรีฯ มีอํานาจออก ขอบัญญัติทองถิ่นเพ่ือกําหนดมาตรการอนุรักษตางๆ ตามมาตราน้ี เชน หามมิใหใช เครื่องมือประมงบางชนิด กําหนดตาและระยะชองของเคร่ืองมือ และกําหนดหามใช เครอ่ื งมอื บางประเภทในฤดทู ีส่ ัตวนํา้ วางไข เปนตน 2) แกไขเพ่มิ เตมิ มาตรา 7 เพือ่ ให อปท. มีสวนรวมในกระบวนการประกาศกําหนดที่จับสัตวน้ํา เปนท่ีรักษาพืชพันธุ และท่ีอนุญาต โดยกําหนดใหการประกาศที่รักษาพืชพันธุ และท่ี อนุญาต ตองไดรับความเห็นชอบจาก อปท. รวมทั้งตองมีการใหขอมูลชี้แจง และรับฟง ความคิดเห็นจากราษฎร ในพื้นท่ีซึ่งท่ีจับสัตวนํ้านั้นตั้งอยู ซ่ึงจะทําใหมีการกระจายอํานาจ และเปดใหประชาชนมีสวนรวมในการจัดการและการเขาถึงทรัพยากรตามหลักการของ รฐั ธรรมนูญฯ 3) ออกประกาศกระทรวงแตงต้ังใหผูบริหารและบุคลากรของ อปท. เปนพนักงานเจาหนาที่ ตามพระราชบัญญัตกิ ารประมง8.6 การกระจายอาํ นาจการจัดการทรพั ยากรน้าํ แผนการกระจายอํานาจและแผนปฏิบัติการฯ ฉบับท่ี 1 และฉบับที่ 2 รวมตลอดถึงรางแผนยุทธศาสตรการกระจายอํานาจและแผนปฏิบัติการฯ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2555-2559) กําหนดให อปท.มีหนาท่ีจัดหาน้ําเพ่ืออุปโภคบริโภคและการเกษตรใหเพียงพอกับความตองการขั้นพื้นฐานของประชาชนในพ้ืนท่ีทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ และกําหนดใหหนวยงานที่มีอํานาจหนาที่ในการพัฒนาแหลงน้ําและจัดการนํ้าถายโอนภารกิจดานการกอสรางและบํารุงรักษาแหลงนํ้าขนาดเล็ก (แหลงน้ําท่ีมีปริมาตรเก็บกักนอยกวา 2 ลานลูกบาศกเมตร) ใหแก อปท. ฉะน้ัน นับต้ังแต พ.ศ. 2545 เปนตนมา หนวยงานตางๆ ที่สําคัญไดแก กรมชลประทาน กรมทรัพยากรนํ้า กรมพัฒนาท่ีดิน กรมทรัพยากรนํ้าบาดาล และส.ป.ก. ไดถายโอนทรัพยสินเปนจํานวนมากท่ีเปนแหลงนํ้าขนาดเล็กใหแก อปท. ท้ังท่ีเปนหนองนํ้า อางเก็บน้ํา ฝายนํ้าลน ระบบสงนํ้า คลองและคูน้ํา บอน้ําบาดาล รวมท้ังสวนควบ และเครื่องมืออุปกรณ เชนอาคารประกอบและเครอื่ งสบู น้าํ ฯลฯ การถายโอนทรัพยสินและภารกิจในชวงทศวรรษท่ีผานมาเปนไปอยางรวดเร็วตามนโยบายการกระจายอาํ นาจของรฐั โดยไมไ ดเตรยี มความพรอ มและจดั สรรงบประมาณให อปท. เพื่อรองรบั การดําเนินภารกิจดังกลาวไดอยางเพียงพอ อปท. เปนจํานวนมากไมมีงบประมาณและบุคลากรที่มีความรูเชิง
บทท่ี 8: บทวเิ คราะห์ 301บทที่ 8 301บทวิเคราะหเทคนิคท่จี ะบาํ รงุ รักษาซอมแซมแหลง น้ําหรือบอบาดาลที่ไดรับการถายโอน โดยเฉพาะ อปท. ขนาดเล็กและขนาดกลางซึ่งไมมีงบประมาณเพียงพอที่จะขุดลอกหนองนํ้า อางเก็บน้ํา ซอมแซมฝายที่พังชํารุดเสียหาย หรือซอมแซมบอนาํ้ บาดาล ทาํ ให อปท. ตอ งจดั ทาํ โครงการเพ่อื ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากหนวยงานของรัฐ โดยเฉพาะกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ํา และกรมพัฒนาท่ีดิน ท้ังในเรื่องการกอสรางแหลงนาํ้ ขนาดเล็กเพ่อื สนองตอบความตอ งการของประชาชน และการซอ มแซมบาํ รุงรักษาแหลงนํ้า ในขณะที่หนวยงานตางๆ ท่ีไดถายโอนทรัพยสินและภารกิจใหแก อปท. ไปแลวก็ไมสามารถขอต้ังงบประมาณเพ่ือการซอมแซมบํารุงรักษาแหลงนํ้าเหลานั้นไดอีกตอไป สงผลใหแหลงนํ้าและทรัพยสินตางๆ ที่ถายโอนใหแก อปท. ตกอยูในภาวะทรุดโทรม ซ่ึงหากไมมีการแกไขปญหา ก็จะกอใหเกิดความเสยี หายมหาศาลแกส ว นรวม ปญหาและอุปสรรคในการถายโอนภารกิจดานการจัดการทรัพยากรนํ้าใหแก อปท. จึงเปนปญหาในเชิงการบริหารจัดการกระบวนการกระจายอํานาจมากกวาที่จะเปนปญหาในเชิงกฎหมาย หากอปท. ไดรบั การจัดสรรงบประมาณเพือ่ ดําเนนิ ภารกิจดานนํ้าอยา งเพยี งพอ กน็ าจะชว ยแกปญ หาไปไดในระดับหนึ่ง เนื่องจาก อปท. สามารถจัดซื้อจัดจางเอกชนมาดําเนินการในกิจกรรมที่ตนไมสามารถดําเนนิ การไดดวยตนเอง เชน การเปา ลา งบอ บาดาล หรอื การซอมบาํ รงุ เครื่องสูบนา้ํ แบบบอลกึ เปนตน อยางไรก็ดี ดูเหมือนวาหนวยงานท่ีเก่ียวของก็เขาใจถึงปญหาที่เกิดขึ้นและไดมีความพยายามที่จะแกไขปญหาน้ี ดังจะเห็นไดจากรางแผนปฏิบัติการกําหนดข้ันตอนการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่น ฉบับท่ี 3 (พ.ศ. 2555-2559) ซึ่งกําหนดใหสวนราชการที่เก่ียวของติดตามผลหลังการถายโอน ชวยเหลือสนับสนุน ใหคําแนะนํา และคําปรึกษาทางเทคนิคแก อปท.เตรียมความพรอมใหแกบ คุ ลากรของ อปท. โดยจัดทําหลักสูตรและฝกอบรมให จัดทําแผนพัฒนาแหลงน้ําของ อปท. ระยะยาว 5 ปเสนอตอคณะกรรมการการกระจายอํานาจฯ (กกถ.) เพื่อให กกถ. พิจารณาจัดลําดับความจําเปนเรงดวนและจัดสรรงบประมาณใหแก อปท. กําหนดใหมีกลไกบริหารจัดการภารกิจกอสรางและดแู ลรกั ษาแหลง น้าํ ภายใน กกถ. เพื่อทําหนาท่ีกลั่นกรองขอเสนอของสวนราชการ บูรณาการการบริหารจัดการและพัฒนาแหลงนํ้าของ อปท. รวมทั้งแกไขปญหาอุปสรรคในการถายโอนภารกิจใหแก อปท.นอกจากน้ี คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารแผนการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถน่ิ ยงั ไดม ีหนังสือขอความรวมมอื จากหนวยงานตา งๆ ทถี่ ายโอนภารกิจดานโครงสรางพ้ืนฐานใหแกอปท. ใหรายงานผลการถายโอนภารกิจ เชน บัญชีแหลงน้ําที่ถายโอนให อปท. แลวใหคณะอนุกรรมการฯทราบ เพ่ือท่ีคณะอนุกรรมการฯ จะไดประมวลผลนําเสนอ กกถ. ซึ่งทั้งหมดนี้นาจะเปนขอมูลท่ีเปนประโยชนตอ การพิจารณาดานการจดั สรรงบประมาณใหแก อปท. ขอมูลเชิงประจักษที่ไดจากปญหาการถายโอนภารกิจโครงสรางพ้ืนฐานดานแหลงน้ําใหแกอปท. แสดงใหเห็นวา ในกระบวนการกระจายอํานาจและการกําหนดขั้นตอนการถายโอนภารกิจ เราจําเปนตองจําแนก อปท. ออกเปน อปท. ที่มีความพรอมและ อปท. ที่ตองเตรียมความพรอม เพื่อใหอปท. สามารถปฏิบัตภิ ารกิจทไ่ี ดรับการถา ยโอนไดอ ยา งมคี ณุ ภาพ แทนทจี่ ะถายโอนภารกิจใหทุก อปท.เหมือนกันและเทากันหมดอยางท่ีผานมา ท้ังๆ ท่ีบาง อปท. โดยเฉพาะ อปท. ขนาดเล็กและขนาดกลางไมสามารถแบกรบั ภารกจิ ทถ่ี ายโอนมาอยา งมากมายไดภ ายใตง บประมาณทไ่ี ดรบั การจัดสรรอยางจาํ กัด
302 การปฏิรปู กฎหมายเพอื่ ส่งเสรมิ ประสิทธิภาพและนวัตกรรมการบรหิ ารจัดการทรพั ยากรธรรมชาติของ อปท.302 การปฏริ ูปกฎหมายเพ่อื สง เสรมิ ประสทิ ธภิ าพและนวัตกรรม การบรหิ ารจัดการทรัพยากรธรรมชาตขิ อง อปท. เน่ืองจากการจัดการทรัพยากรน้ําในภาพรวมไมอาจจะยึดตามเขตการปกครองของ อปท. แตจะตองบูรณาการความรวมมือของ อปท. ต้ังแตตนนํ้า กลางนํ้า ถึงปลายน้ํา การจัดทํารางพระราชบญั ญตั ิทรพั ยากรนา้ํ ที่กาํ หนดโครงสรางการบรหิ ารจดั การนํา้ โดยยึดลมุ นาํ้ เปนหลักจึงเปนเร่ืองท่ียังคงตองดําเนินการตอไป ซ่ึงหมายความวาจะตองมีการพัฒนากลไกบริหารจัดการนํ้าอยางบูรณาการในระดับ 25 ลุมนํ้าหลัก 254 ลุมนํ้าสาขา และอีกกวา 5,000 ลุมนํ้ายอย โดยใหผูใชน้ําและผูมีสวนไดเสียตลอดลุมน้ํามีสวนรวม มีขอมูลเชิงประจักษทั้งจากการศึกษาครั้งน้ีและงานศึกษาอื่นๆ อีกมากมายที่ช้ีใหเห็นวา ความเขมแข็งของกลุมผูใชนํ้าเปนกลไกสําคัญตอการบริหารจัดการน้ําและการแกไขปญหาความขดั แยงเรื่องนํา้ ไดอยา งมปี ระสทิ ธิภาพ อยางไรก็ดี การสรางกลไกการบริหารจัดการลุมน้ําแบบบบูรณาการเปนหลักการท่ีดีแตเปนภารกิจท่ียากจะบรรลุผลหากหนวยงานท่ีเก่ียวของมิไดใหความสําคัญแกเร่ืองนี้อยางจริงจัง อปท. จะมีบทบาทสําคัญในกลไกการบริหารจัดการนํ้าในทุกระดับลงไปถึงลุมนํ้าสาขาและลุมนํ้ายอย เน่ืองจากอปท. เปนหนวยงานทีใ่ กลชิดกับปญหาของชุมชนมากที่สุด และมีศักยภาพสูงในการจัดการปญหาความขัดแยงเร่ืองน้ําซึ่งหลาย อปท. ทําหนาท่ีนี้ไดเปนอยางดีอยูแลวในปจจุบัน ในชวงสองทศวรรษท่ีผานมาความพยายามในการพัฒนากลไกในระดับลุมน้ําตางๆ ยังมีความกาวหนานอย เนื่องจากขาดการสนับสนุนทั้งดานการเมืองและงบประมาณ สมควรที่หนวยงานท่ีเก่ียวของ โดยเฉพาะกรมทรัพยากรนํ้าจะตองใหความสําคัญมากข้ึนแกเร่ืองการจัดทําแผนแมบทลุมน้ํา สงเสริมความเขมแข็งของกลุมผูใชน้ําและเครือขายอนุรักษลุมนํ้า รวมท้ัง อปท. เพื่อใหการมีสวนรวมของทุกภาคสวนในการบริหารจัดการนํ้าอยางบูรณาการ (Integrated Water Resources Management: IWRM) เปนจริงขึ้นมาได ท่ีกลาวมาน้ีเปนภารกิจที่กรมทรัพยากรนํ้าก็ดําเนินการอยูแลวในชวงหลายปท่ีผานมา แตการสนับสนุนดานงบประมาณแกการดําเนินงานของคณะกรรมการลุมน้ําและคณะทํางานลุมน้ําสาขายังมีนอยและขาดความตอเนื่อง จึงควรปรับปรุงโดยกําหนดใหงานพัฒนาเครือขายการจัดการลุมน้ําเปนงานท่ีมีความสําคญั ลาํ ดับตน แทนที่จะกระจายทรพั ยากรออกไปในดานการกอสรา งแหลงนาํ้ ซึ่งมีหนวยงานอ่ืนๆหลายหนว ยงานรบั ผิดชอบอยูแ ลว ขอเสนอแนะเกย่ี วกบั การปรบั ปรงุ กระบวนการถา ยโอนภารกิจดา นน้ําใหแก อปท. เนื่องจากการถายโอนภารกิจดานนํ้าใหแก อปท. ในชวงท่ีผานมาสวนใหญเปนการถายโอนโครงสรางพ้ืนฐานท่ีเปนแหลงน้ําให อปท. กอสรางและบํารุงรักษา (ในกรณีท่ีเปนแหลงนํ้าขนาดเล็กและบอบาดาลที่หนวยงานขุดเจาะไวแตเดิม) ปญหาท่ีเกิดข้ึนจึงเปนเรื่องของการบริหารจัดการขั้นตอนการถายโอนภารกิจและการจัดสรรงบประมาณให อปท. สามารถปฏิบัติภารกิจท่ีไดรับการถายโอนไดมากกวาที่จะเปนปญหาเชิงกฎหมาย ขอเสนอแนะในที่นี้จึงเปนไปในดานการปรับปรุงการบริหารจัดการดังนี้ 1) กกถ. ควรจําแนก อปท. ออกเปน อปท. ที่มีความพรอม และ อปท. ท่ีตองเตรียมความ พรอม เพื่อกําหนดข้ันตอนการถายโอนภารกิจท่ีแตกตางกัน แทนท่ีจะถายโอนภารกิจ ทั้งหมดใหทุก อปท. เหมือนกันหมด ท้ังๆ ท่มี ี อปท. ขนาดกลางและขนาดเล็กจํานวนมาก
บทที่ 8: บทวเิ คราะห์ 303บทท่ี 8 303บทวเิ คราะห โดยเฉพาะ อปท. ท่ีอยูในพื้นท่ีหางไกล ที่ยังตองการสนับสนุนดานวิชาการ การพัฒนา ศักยภาพ และงบประมาณ เพื่อใหสามารถบํารุงรักษาแหลงนํ้าที่ไดรับการถายโอน ในระยะ ยาว อาจตอ งพิจารณาควบรวม อปท. ขนาดเล็กเขาดวยกัน เพ่ือใหค มุ คาแกคาใชจายในการ บรหิ ารจดั การและการจดั บรกิ ารสาธารณะดา นนาํ้ 2) หนวยงานสวนกลางผูถายโอนภารกิจควรติดตามผลการถายโอนภารกิจและจัดทําบัญชี ทรัพยส ินทถ่ี ายโอนใหแตละ อปท. พรอ มงบประมาณทีต่ อ งใชใ นการดูแลรกั ษาและซอมแซม แหลงน้ํา เพือ่ ให กกถ. ใชเปนขอมูลในการจัดสรรงบประมาณใหแก อปท. 3) อปท. ตองจดั ทาํ ทะเบียนแหลงน้ําขนาดเล็กในพื้นท่ี เพื่อเปนฐานขอมูลในการบริหารจัดการ แหลงนาํ้ การทาํ แผนพฒั นาแหลงนํา้ และการจัดสรรงบประมาณของ กกถ. 4) หนว ยงานผถู า ยโอนภารกิจควรทําหนา ที่เปน พเ่ี ล้ยี งให อปท. จัดทําแผนพัฒนาแหลงนํ้าราย ปใหแก อปท. รวมทั้งการสํารวจและออกแบบ และสงแบบสํารวจพรอมวงเงินงบประมาณที่ ตองใชใหแ ก กกถ. เพือ่ เปนขอมูลในการจดั สรรงบประมาณ 5) เพื่อปองกันมิใหแหลงนํ้าและทรัพยสินที่ถายโอนตองประสบกับภาวะชํารุดทรุดโทรมลงไป มากกวาที่เปนอยูในระหวางท่ี อปท. หลายแหงยังขาดความพรอมดานงบประมาณและ บุคลากรในการบํารุงรักษาแหลงน้ํา กกถ. และสํานักงบประมาณควรเปดใหสวนราชการผู ถายโอนต้ังงบประมาณเพ่ือการซอมแซมได รวมท้ังจัดสรรงบประมาณใหสวนราชการ สามารถเปนพ่ีเลี้ยงและจัดฝก อบรมใหแ ก อปท. ไดอยางตอ เนอื่ ง 6) อบจ. ควรพัฒนาบทบาทของตนเองในดานการบริหารจัดการนํ้าใหชัดเจนตามที่กําหนดไว ในรางแผนยุทธศาสตรการกระจายอํานาจและรางแผนปฏิบัติการฯ ฉบับท่ี 3 กลาวคือ อํานวยการในการจัดทําแผนและประสานแผนพัฒนาแหลงนํ้าทั้งจังหวัดรวมกับสวนราชการ และ อปท. ในจงั หวัด รวมทงั้ จัดหานาํ้ บริหารจัดการ และบํารุงรักษาแหลงนํ้าท่ีประชาชนใช ประโยชนร ว มกันในพน้ื ทีท่ ่คี าบเก่ยี ว 2 อปท. ขน้ึ ไป 7) กกถ. ควรนําแผนพฒั นาแหลงนาํ้ ของ อปท. ทเี่ สนอผานคณะกรรมการลุม นํ้ามาใชประโยชน และเปนแนวทางในการจดั สรรงบประมาณใหแ ก อปท. 8) กรมทรัพยากรน้ํา และกรมชลประทาน ควรจัดสรรทรัพยากรมากข้ึนใหแกการสรางความ เขมแขง็ แกก ลุม ผูใชนา้ํ และเครือขายอนุรกั ษล มุ น้ํา รวมท้งั อปท.8.7 บทสรปุ และขอเสนอแนะ แมวาจะเปนที่ประจักษชัดเจนวา การกระจายอํานาจใหแก อปท. ในชวงกวาทศวรรษที่ผานมาไดสงผลดีตอการเขาถึงบริการสาธารณะของประชาชนไดอยางท่ัวถึงมากขึ้น อปท. มีสวนชวยใหประชาชนมีคุณภาพชีวิตท่ีดีขึ้น และสามารถตอบสนองและแกไขปญหาใหแกราษฎรไดดีและทันทวงทีมากกวาหนวยงานของราชการสวนกลางและสวนภูมิภาค การกระจายอํานาจในการจัดการทรพั ยากรธรรมชาตใิ หแ ก อปท. ก็นา จะสง ผลในทํานองเดียวกัน แตการพัฒนาศักยภาพและความพรอมของ อปท. จะเปนไปไดและมีความรวดเร็วเพียงใด ก็ข้ึนอยูกับการกระจายงบประมาณและบุคลากรให
304 การปฏิรปู กฎหมายเพือ่ ส่งเสรมิ ประสทิ ธิภาพและนวัตกรรมการบริหารจดั การทรพั ยากรธรรมชาตขิ อง อปท.304 การปฏิรปู กฎหมายเพอ่ื สง เสรมิ ประสิทธิภาพและนวัตกรรม การบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาตขิ อง อปท.ทองถิ่น รวมทั้งการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่เปนอุปสรรคตอการดําเนินภารกิจของ อปท.ขออางท่ีมักถูกหยิบยกข้ึนมาในการไมกระจายอํานาจ เชน อปท. ยังไมมีความพรอม หรือ อปท. ทุจริตคอรัปช่ัน ไมอาจจะปฏิเสธความจริงที่วา การกระจายอํานาจใหแก อปท. เปนกลไกสําคัญท่ีจะนําไปสูการแกไ ขปญ หาความไมเปน ธรรมในการเขาถงึ ทรพั ยากร ในปจจุบัน หลาย อปท. ไดริเริ่มจัดทําขอบัญญัติทองถิ่นของตนเองเพ่ือใชในการอนุรักษและควบคุมการใชป ระโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของตน ปรากฏการณเชนนี้มีแนวโนมท่ีจะขยายเพ่ิมมากขึ้นเร่ือยๆ ซึ่งแสดงใหเห็นถึงศักยภาพและความพรอมของ อปท. ในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ในขณะท่ีกลไกการบริหารจัดการของราชการสวนกลางและสวนภูมิภาคยังขาดประสทิ ธภิ าพในการสนองตอบตอ การแกไ ขปญ หาของชมุ ชน ปญหาและอุปสรรคสําคัญอันหน่ึงในดานการบริหารจัดการของ อปท. ก็คือ การจัดสรรงบประมาณใหแ ก อปท. ท่ียงั ไมเพยี งพอตอการรองรับภารกิจที่มีอยูมากมาย บาง อปท. เชน อบต. ปางหินฝน อําเภอแมแจม จังหวัดเชียงใหม มีพื้นท่คี วามรับผิดชอบ 154,035 ไร ซ่ึงถือเปน อปท. ท่ีมีพื้นท่ีมากเปน อนั ดับ 5 ในอาํ เภอแมแ จม มี 14 หมบู า น บางหมบู านแบง ออกเปน อีกหลายหยอมบาน แตไดรับงบประมาณรวมเงินอุดหนุนและเงินรายไดเพียงประมาณ 20 ลานบาท (รวมรายไดจากภาษีโรงเรือนที่จัดเก็บเองไดเพียง 5,000 บาท) มีงบพฒั นาเหลือเพยี งปละไมถึง 1 ลานบาท ซ่ึงแสดงใหเห็นวา อปท. ท่ีอยูในพ้ืนท่ีปา และอยูในพ้ืนที่หางไกลยังตองการการสนับสนุนจากรัฐบาลอีกมาก รวมทั้งควรไดรับการจัดสรรงบประมาณในการอนุรกั ษแ ละฟนฟทู รัพยากรธรรมชาติเพม่ิ มากข้ึนดว ย อยางไรก็ดี อปท. เปนจํานวนมากยังขาดกลไกการทํางานที่เช่ือมตนเองเขากับชุมชน การปรับโครงสรางของ อปท. จากสถานะ อบต. ข้ึนเปนเทศบาลตําบล ย่ิงทําใหความเช่ือมตอระหวาง อปท. กับชุมชนในหลายๆ พื้นท่ีมีความหางเหินมากขึ้น เนื่องจากขาดตัวแทนจากหมูบานเขาไปเปนสมาชิกเทศบาลตําบล ในพ้ืนท่ีสวนใหญของภาคเหนือที่คณะผูวิจัยไดสัมผัส กํานัน ผูใหญบานมีบทบาทสําคัญมากในระดบั ชมุ ชน แตก ํานันผใู หญบานถือวาเปนหนวยท่ีอยูภายใตสายบังคับบัญชาของนายอําเภอและผูวาราชการจังหวัดซึ่งเปนราชการสวนภูมิภาค ในบางพ้ืนท่ีที่ อปท. และกํานันผูใหญบานประสานการทํางานกัน การทํางานเพ่ือชุมชนก็ดําเนินไปดวยดี แตในหลายพ้ืนที่การทํางานของกํานันผูใหญบานก็อาจจะไมเปนไปในทิศทางเดียวกันกับ อปท. ปญหาตางๆ เหลานี้นาจะนําไปสูการอภิปรายถึงความเปน ไปไดในการปรับโครงสรา ง อปท. ใหสามารถเช่ือมโยงการทาํ งานเขากับชมุ ชนใหมากขน้ึ แมวาในปจจุบันยังไมมีการตรากฎหมายเพื่อรองรับการกระจายอํานาจในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติใหแก อปท. ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฯ และการแกไขเพิ่มเติมกฎหมายท่ีเกี่ยวของยังมีความกาวหนานอยมาก แตผลการศึกษาตามโครงการน้ีช้ีใหเห็นวา ภายใตกฎระเบียบท่ีเปนอยูในปจจุบัน อปท. สามารถมีสวนรวมในกระบวนการจัดการและอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติรวมทั้งสามารถปกปองผลประโยชนและปองกันผลกระทบที่จะเกิดแกชุมชนจากการจัดการทรัพยากรธรรมชาติแบบรวมศูนยไดในระดับหน่ึง ปรากฏการณความขัดแยงท่ีเกิดข้ึนในบางพื้นท่ีมีสาเหตุสวนหน่ึงมาจากความแปลกแยกระหวางชุมชนกับ อปท. มากกวาจากปญหาเรื่องการกระจายอํานาจ หาก อปท. ไมสามารถเชื่อมตอการทํางานของตนใหเขากับชุมชน การใชอํานาจตามกฎหมาย
บทท่ี 8: บทวิเคราะห์ 305บทที่ 8 305บทวิเคราะหของ อปท. อาจกลับกลายเปนการกอใหเกิดความขัดแยงขึ้นในชุมชนเสียเอง ดังตัวอยางที่เห็นไดจากการใหความเห็นชอบของ อปท. แกการออกประทานบัตรทําเหมืองแรในบางพ้ืนท่ี นอกจากนี้ การสรางความรูความเขาใจเกี่ยวกับกฎหมายใหแก อปท. เพื่อให อปท. สามารถใชกฎหมายท่ีมีอยูใหเกิดประโยชนอ ยา งเตม็ ท่ี จะชวยเสริมสรางศักยภาพในการจัดการทรัพยากรธรรมชาตใิ หแก อปท. โครงการวิจัยนี้ไดศึกษาทบทวนกฎหมายที่เก่ียวของกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่เปนปาไม ที่ดนิ แร ทรพั ยากรทางทะเล และทรัพยากรนา้ํ ประกอบกับการศึกษาวจิ ัยภาคสนามในภมู ิภาคตางๆของประเทศ ทําใหทราบถึงระดับของการกระจายอํานาจการบริหารจัดการใหแก อปท. ในทรัพยากรแตละประเภท ปญหา อุปสรรค และขอขัดของทางกฎหมายทั้งในระดับพระราชบัญญัติ กฎระเบียบ และคําส่ังตางๆ รวมท้ังปญหาและอุปสรรคในเชิงบริหารจัดการข้ันตอนการถายโอนภารกิจในกรณีของการถายโอนภารกิจดานน้ํา โดยไดวิเคราะหและจัดทําขอเสนอแนะดานการแกไขเพิ่มเติมหรือปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบท่ีเกี่ยวของ รวมท้ังขอเสนอแนะดานการบริหารจัดการข้ันตอนการถายโอนภารกิจไวแลวในบทนี้ ในทน่ี ี้จึงขอสรปุ ขอเสนอแนะตางๆ ไวตามตารางตอไปนี้ตารางที่ 17 ขอ เสนอแนะการปรับปรุงกฎหมายดา นการจัดการทรัพยากรปาไมขอเสนอแนะ การแกไ ขกฎหมายและกฎระเบียบทเ่ี ก่ียวของ1) กระจายอํานาจให อปท. มี แกไ ขเพิม่ เตมิ บทบัญญตั ิทเี่ กี่ยวขอ งดงั ตอไปน้ีสวนรวมในการตดิ ตามและ พ.ร.บ.ปา สงวนแหง ชาติ พ.ศ. 2507ประเมนิ ผลการดําเนนิ งาน มาตรา 4 เพม่ิ เติมนิยาม “องคก รปกครองสวนทอ งถนิ่ ” และ “เจา พนักงานดา นปาชุมชน และมอี ํานาจ ทองถ่ิน”ออกขอบญั ญัติทองถิน่ เพอ่ื เพมิ่ มาตรา 19 ทวิ เพือ่ ใหอ าํ นาจเจาพนักงานทองถิ่นในการกระทําการเพ่ือกาํ หนดกติกาการอนุรักษ ควบคุมดแู ล บํารุงรกั ษา และใชป ระโยชนอ ยางยัง่ ยืนในเขตปาสงวนแหงชาตไิ ดจดั การ และการใชป ระโยชน โดยไดรับอนุญาตจากอธิบดี รวมทั้งให อปท. มอี าํ นาจออกขอ บญั ญตั ทิ อ งถน่ิจากทรพั ยากรปาไมอ ยา ง โดยชุมชนมสี วนรวมเพอื่ กาํ หนดหลักเกณฑและเง่ือนไขเกีย่ วกบั การอนรุ กั ษและย่งั ยืน รว มกบั ชุมชน ใชประโยชนจ ากทรัพยากรธรรมชาติอยา งย่ังยืนในเขตปา สงวนแหง ชาติได พ.ร.บ.อทุ ยานแหงชาติ พ.ศ. 2504 มาตรา 4 เพิม่ เตมิ นยิ าม “องคกรปกครองสว นทองถิ่น” และ “เจา พนกั งาน ทองถนิ่ ” เพมิ่ มาตรา 19 ทวิ เพื่อใหอ าํ นาจเจา พนักงานทองถิน่ ในการปฏบิ ัตกิ ารเพ่อื ประโยชนใ นการคมุ ครอง ดแู ลรกั ษาทรพั ยากรธรรมชาติ และการใชประโยชน จากทรพั ยากรธรรมชาติอยางย่ังยนื ในเขตอุทยานแหง ชาติได ตามระเบียบที่ อธิบดกี ําหนด รวมท้ังให อปท. มอี ํานาจออกขอบญั ญัติทอ งถิ่นโดยชุมชนมี สวนรว มเพ่อื กาํ หนดหลักเกณฑและเงื่อนไขเก่ียวกับการอนรุ ักษแ ละใช ประโยชนจากทรพั ยากรธรรมชาติอยา งยั่งยนื ในเขตอทุ ยานแหง ชาตไิ ด พ.ร.บ.สงวนและคุมครองสัตวปา พ.ศ. 2535 มาตรา 4 เพิ่มเติมนยิ าม “องคก รปกครองสว นทอ งถิน่ ” และ “เจาพนักงาน ทองถิน่ ”
306 การปฏิรปู กฎหมายเพ่ือส่งเสริมประสทิ ธภิ าพและนวตั กรรมการบรหิ ารจดั การทรพั ยากรธรรมชาติของ อปท.306 การปฏิรปู กฎหมายเพอื่ สง เสรมิ ประสิทธภิ าพและนวัตกรรม การบรหิ ารจัดการทรัพยากรธรรมชาตขิ อง อปท.ขอเสนอแนะ การแกไ ขกฎหมายและกฎระเบยี บท่เี กีย่ วของ เพ่ิมมาตรา 38 ทวิ เพ่อื กาํ หนดใหเจา พนักงานทองถิ่นมอี ํานาจกระทาํ อยางใด อยา งหน่ึงในเขตรกั ษาพนั ธุสตั วป าเพื่อประโยชนในการคุมครอง บํารุงรกั ษา และใชประโยชนจ ากทรพั ยากรธรรมชาติอยางยง่ั ยืนได (ไมรวมถึงการอนุรกั ษ และจัดการสัตวปาสงวนและสตั วป าคมุ ครอง) รวมทั้งให อปท. มีอาํ นาจออก ขอบัญญตั ิทองถ่ินโดยประชาชนมสี ว นรว มเพ่อื กําหนดหลักเกณฑและเง่ือนไข เกีย่ วกบั การอนุรกั ษแ ละใชประโยชนอยา งยั่งยืนในเขตรกั ษาพันธสุ ตั วปาได2) ถายโอนงบประมาณให -อปท. สามารถดําเนินภารกจิดานการอนรุ ักษทรัพยากรธรรมชาติและการจดั การไฟปา3) เปด ให อปท. และชุมชนเขา เพม่ิ ขอกําหนดให อปท. และชุมชนเขา มามีสว นรว มในกระบวนการออกมามีสวนรว มในการกําหนด กฎกระทรวงกําหนดพื้นท่ีปาสงวนแหงชาติ และการออกพระราชกฤษฎกี าแนวเขตพ้ืนทป่ี าสงวนและ กาํ หนดเขตอุทยานแหงชาติ และเขตรักษาพันธุส ัตวป า โดยแกไ ขเพมิ่ เตมิพืน้ ท่ปี า อนรุ กั ษ บทบัญญัติดังตอไปนี้ แกไขเพิ่มเตมิ มาตรา 6 แหง พ.ร.บ.ปา สงวนแหงชาติ พ.ศ. 2507 โดยเพม่ิ วรรคสอง เพอื่ กําหนดใหก ารออกกฎกระทรวงโดยรฐั มนตรีฯ ตามวรรคหน่ึง ตองไดร ับความเหน็ ชอบหรืออยางนอยตองสอบถามความคดิ เห็นจาก อปท. และจะตอ งจัดประชุมเพื่อชีแ้ จงและรบั ฟง ความคดิ เหน็ จากราษฎร แกไขเพม่ิ เติมมาตรา 6 แหง พ.ร.บ.อุทยานแหงชาติ พ.ศ. 2504 โดยเพมิ่ เตมิ วรรคสาม เพ่ือกําหนดใหก ารออกพระราชกฤษฎีกาโดยรฐั บาลตามวรรคหนง่ึ ตองไดร ับความเหน็ ชอบหรอื อยางนอ ยตองสอบถามความคิดเห็นจาก อปท. และจะตองจัดประชมุ เพอ่ื ชแ้ี จงและรบั ฟงความคดิ เห็นจากราษฎร แกไขเพมิ่ เติมมาตรา 33 แหง พ.ร.บ.สงวนและคมุ ครองสตั วปา พ.ศ. 2535 โดยเพ่ิมเติมวรรคสาม เพอ่ื กาํ หนดใหการออกพระราชกฤษฎกี าโดย คณะรัฐมนตรีตามวรรคหนง่ึ ตอ งไดรับความเห็นชอบหรืออยางนอ ยตอง สอบถามความคดิ เหน็ จาก อปท. และจะตอ งจัดประชมุ เพ่ือชี้แจงและรับฟง ความคิดเหน็ จากราษฎร ออกระเบยี บกรมปาไม และระเบียบกรมอุทยานฯ กาํ หนดวธิ ีการและขนั้ ตอน ปฏิบตั ใิ นการออกกฎกระทรวง หรอื พระราชกฤษฎกี า โดยใหม ีขอ กาํ หนด เกี่ยวกับการมีสวนรว ม การปรกึ ษาหารอื และการรับฟงความคิดเหน็ จาก อปท. และชมุ ชนมาตรา 6 แหง พ.ร.บ.ปาสงวนแหง ชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 6 แหง พ.ร.บ.อุทยานแหง ชาติ พ.ศ. 2504 และ มาตรา 33 แหง พ.ร.บ.สงวนและ คมุ ครองสัตวป า พ.ศ. 2535
บทท่ี 8: บทวิเคราะห์ 307บทที่ 8 307บทวิเคราะหขอเสนอแนะ การแกไขกฎหมายและกฎระเบยี บทเี่ ก่ียวของ4) ให อปท. มีสวนรวมใน ออกระเบียบกรมปา ไม เพ่อื กาํ หนดให อปท. และราษฎรเขามามสี ว นรวมในการ กระบวนการพิสูจนสทิ ธิทํา กระบวนการพิสูจนสิทธขิ องราษฎร ในกรณที ีท่ ี่ดินตั้งอยใู นเขตปาสงวนแหงชาติ กนิ ของราษฎรในพื้นทป่ี า ไม ออกระเบยี บกรมอุทยานฯ เพื่อกาํ หนดให อปท. และราษฎรเขามามีสวนรวมใน เพ่ือใหเ กดิ ความรวดเร็วและ การกระบวนการพิสูจนสิทธขิ องราษฎร ในกรณที ่ที ่ีดินต้ังอยูในเขตอุทยาน ความเปน ธรรมมากยงิ่ ขนึ้ แหง ชาติ หรอื เขตรกั ษาพนั ธุสตั วปา ให อปท. ชว ยติดตามตรวจสอบการใชที่ดนิ และคณุ สมบตั ิของผูถือครองที่ดิน ส.ป.ก. รายแปลงตารางที่ 18 ขอเสนอแนะการปรบั ปรุงกฎหมายดา นการจัดการทรพั ยากรทด่ี นิ ขอ เสนอแนะ การแกไ ขกฎหมายและกฎระเบียบที่เกย่ี วของ1) จดั สรรงบประมาณให อปท. สามารถดําเนิน -ภารกจิ ท่ไี ดร บั การถายโอนดานการบาํ รงุ รกั ษาและดูแลโครงสรางพ้ืนฐานและสาธารณูปโภค(เชน ถนน สระน้ํา ฯลฯ) และการอนุรกั ษฟนฟูทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสภาพแวดลอ มในเขตปฏิรูปทด่ี นิ และนคิ มสหกรณ2) ให อปท. มีสว นรวมและมบี ทบาทชัดเจนใน แกไขเพม่ิ เตมิ ระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยการกระบวนการสอบสวนการบกุ รุกทีด่ นิ ของรัฐ และ สอบสวนเกยี่ วกับการบกุ รุกท่ีหรอื ทางสาธารณะประโยชนการแกไ ขปญหาการบุกรุกทีด่ ินของรฐั พ.ศ. 2539 เพอื่ กาํ หนดให อปท. มีบทบาทอยา งชัดเจนใน กระบวนการสอบสวนการบกุ รุกทด่ี ินของรัฐ3) กระจายอํานาจให อปท. มีสว นรวมตดั สินใจใน จัดทําระเบียบคณะกรรมการจดั ที่ดินแหงชาติฉบับใหม หรือกระบวนการสงวนหวงหา มท่ดี ินของรัฐเพอื่ แกไ ขเพ่มิ เติมระเบยี บคณะกรรมการจัดที่ดินแหง ชาติ ฉบับท่ีประชาชนใชป ระโยชนรวมกนั 9 (พ.ศ. 2529) เพื่อให อปท. มีอํานาจหนาทแ่ี ละมีสว นรว ม ในกระบวนการตัดสินใจวาสมควรจะสงวนหรือหวงหามท่ีดนิ ในเขตพนื้ ทีข่ องตนเพอ่ื ประชาชนใชป ระโยชนร วมกันหรอื ไม4) ให อปท. มีอํานาจออกคําสง่ั ใหเอกชนรอ้ื ถอน แกไ ขเพม่ิ เติมมาตรา 122 แหง พ.ร.บ.ลักษณะปกครองทองที่สงิ่ กอสรา งออกจากทสี่ าธารณะได พระพทุ ธศักราช 2457 เพ่ือให อปท. มอี ํานาจออกคาํ สง่ั ให บคุ คลหรือเอกชนท่ีฝาฝน กฎหมายรื้อถอนสิ่งกอ สรา งออกจาก ท่ดี ินสาธารณสมบัติของแผน ดินทปี่ ระชาชนใชประโยชน รวมกันได แกไขเพ่ิมเตมิ ระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยการดแู ล รกั ษาคมุ ครองปอ งกันทด่ี ินอนั เปน สาธารณสมบตั ขิ องแผนดิน พ.ศ. 2553 เพือ่ ใหสอดคลอ งกับบทแกไ ขเพิม่ เติมมาตรา 122 แหง พ.ร.บ.ลกั ษณะปกครองทองท่ีฯ ตามขอ เสนอแนะขางตน
308 การปฏริ ูปกฎหมายเพ่ือส่งเสริมประสทิ ธภิ าพและนวตั กรรมการบริหารจดั การทรพั ยากรธรรมชาติของ อปท.308 การปฏริ ูปกฎหมายเพือ่ สงเสรมิ ประสิทธิภาพและนวัตกรรม การบรหิ ารจัดการทรพั ยากรธรรมชาตขิ อง อปท.ขอเสนอแนะ การแกไขกฎหมายและกฎระเบยี บท่เี กย่ี วของ5) เพิม่ บทบาทของ อปท. ในการออกหนงั สือ แกไ ขเพิ่มเติมมาตรา 8 ตรี แหง ประมวลกฎหมายท่ีดนิ เพื่อสาํ คญั สาํ หรับท่ีหลวง จากการเปน เพยี งผชู วย เพม่ิ บทบาทของ อปท. ในกระบวนการออกหนงั สอื สาํ คัญผอู ํานวยความสะดวก และผอู อกคาใชจ าย โดย สาํ หรบั ทหี่ ลวง โดยกําหนดใหตองมหี นงั สือใหค วามเหน็ ชอบใหม ีสว นรว มในการตดั สนิ ใจ และมีบทบาทใน จาก อปท. หรืออยา งนอยตองสอบถามความเห็นจาก อปท.การแกไ ขขอ พิพาทเก่ยี วกับการออกหนงั สือ รวมทง้ั ตอ งจดั ประชุมเพอื่ ช้แี จงและรบั ฟง ความคดิ เหน็ จากสาํ คญั สําหรับที่หลวงทับที่ทาํ กนิ ของราษฎร ราษฎร แทนท่จี ะเปนอํานาจของอธบิ ดีกรมท่ดี ิน (มอบอํานาจ ใหผ วู าราชการจงั หวัด) แตฝ า ยเดยี ว ออกระเบียบกระทรวงมหาดไทยใหรองรับและสอดคลอ งกับ การแกไ ขเพม่ิ เตมิ มาตรา 8 ตรี ตามขอ เสนอแนะขางตน เพ่ือ กาํ หนดอาํ นาจหนา ที่ให อปท. มสี วนรว มตัดสินใจและมี บทบาทมากข้นึ ในกระบวนการออกหนงั สือสาํ คัญสาํ หรบั ท่ี หลวง6) ให อปท. และชมุ ชนมีสวนรว มตดั สินใจในการ แกไขเพิ่มเตมิ มาตรา 10 และมาตรา 11 แหง ประมวลจัดหาผลประโยชนจ ากทีด่ ินของรัฐ กฎหมายที่ดนิ ฯ เพอ่ื ใหก ารจดั หาผลประโยชนใ นที่ดินของรัฐ ตองไดร ับความเห็นชอบจาก อปท. และชมุ ชนในพน้ื ที่7) กรมเจา ทาใหการสนบั สนุนแก อปท. อยา ง -จรงิ จงั มากขนึ้ ดังน้ี การพฒั นาบุคลากรของ อปท. โดยเฉพาะการใหความรูเ ชิงเทคนิคดานการพจิ ารณาอนญุ าตสิ่งกอ สรางทรี่ ุกล้าํ ลํานํ้าหรือชายฝงทะเลใหถกู ตองตามหลักเกณฑและคูม อื ที่กรมเจา ทา กําหนด ใหค วามรแู ละชแ้ี จงให อปท. เขาใจเก่ียวกบัอาํ นาจหนา ทีท่ ่ีกรมเจา ทา ไดม อบอํานาจใหอปท. ภายใตพระราชบญั ญัติการเดินเรอื ในนานนํา้ ไทยฯ เชน การแจงความรอ งทุกขกรณมี กี ารบกุ รุกพน้ื ท่ีชายหาดสาธารณะและการปลอ ยมลพิษในพืน้ ที่ริมนํ้าและชายหาดที่อยใู นความรับผดิ ชอบ เปนตน
บทท่ี 8: บทวเิ คราะห์ 309บทที่ 8 309บทวเิ คราะหตารางที่ 19 ขอเสนอแนะการปรับปรงุ กฎหมายดา นการจดั การทรัพยากรแรขอเสนอแนะ การแกไขกฎหมายและกฎระเบยี บทีเ่ กย่ี วของ1) ให อปท. และชุมชนมสี วนรวม แกไ ขเพมิ่ เตมิ ระเบยี บ กพร. วาดวยการออกประทานบัตร และการตอ อายุ ตัดสนิ ใจในขน้ั ตอนการตออายุ ประทานบัตรฯ พ.ศ. 2547 โดยกาํ หนดใหการตออายุประทานบัตรตองมี ประทานบัตรตาม พ.ร.บ.แร หนงั สอื ใหค วามเห็นชอบจาก อปท. และตอ งมรี ายงานการประชมุ รบั ฟง พ.ศ. 2510 ความคดิ เห็นของประชาชนในหมูบ านซ่ึงเปน ท่ีตงั้ คําขอประทานบตั ร เชน เดยี วกันกับที่กําหนดไวแ ลว สาํ หรับขัน้ ตอนการออกประทานบตั ร2) ลดขอจาํ กัดอาํ นาจของ อปท. ใน แกไ ขคาํ สัง่ กระทรวงอตุ สาหกรรมที่ 127/2547 เร่อื งแตงตั้งพนักงานการกาํ กบั ดแู ลและติดตาม เจาหนา ทต่ี าม พ.ร.บ.แร พ.ศ. 2547 เพอ่ื ยกเลิกขอจาํ กดั อํานาจของ อปท.ผลกระทบดา นสิ่งแวดลอมจากการ ในการตดิ ตามตรวจสอบการทําเหมืองแร โดยให อปท. มีอาํ นาจออกคําสงั่ทาํ เหมืองแร ใหผูถอื ประทานบตั รแกไข หรือหยุดทําเหมอื งในกรณที ีก่ ารทําเหมือง กอใหเกดิ ผลกระทบรนุ แรงตอส่ิงแวดลอมได3) จัดสรรสวนแบงคา ภาคหลวงแร แกไ ขเพ่มิ เติมมาตรา 23 แหง พระราชบัญญตั กิ ําหนดแผนและข้นั ตอนการ ใหแก อปท. ในพ้ืนท่ีที่ครอบคลุม กระจายอํานาจใหแกอ งคก รปกครองสว นทองถิ่น พ.ศ. 2542 เพื่อเพม่ิ โดยประทานบัตรใหม ีความเปน สดั สวนสวนแบงคาภาคหลวงแรใหแ ก อปท. ในพ้ืนท่ีประทานบัตร ธรรมมากขึ้น4) กพร. ทบทวนและปรบั ปรุง -กระบวนการถายโอนภารกจิ ดา นการกํากบั ดแู ลส่ิงแวดลอมและมลพิษจากการทาํ เหมืองแร เพื่อใหอปท. สามารถติดตามและตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรการลดผลกระทบส่ิงแวดลอมของผถู ือประทานบัตร และสามารถเฝาระวังส่งิ แวดลอ มไดอ ยางแทจ ริง5) กระจายอํานาจให อปท. และชุมชน แกไ ขเพม่ิ เติมมาตรา 9 แหง ประมวลกฎหมายทด่ี นิ โดยเพ่ิมวรรคสองใหมสี ว นรว มตดั สินใจอนุญาตใหใช ตอ งมหี นงั สือใหความเหน็ ชอบจาก อปท. และมีการประชมุ รบั ฟงความประโยชนในทีด่ ินของรฐั ตาม คิดเห็นของราษฎรกอนการอนุญาตที่กระทําโดยพนักงานเจาหนา ที่ประมวลกฎหมายที่ดนิ (การขดุ ตกั (ผวู าราชการจงั หวัด และอธิบดีกรมท่ีดนิ ) ตามวรรคหนึ่งดินลกู รัง การขุดหรอื ดดู ทราย แกไ ขเพ่มิ เตมิ มาตรา 12 แหง ประมวลกฎหมายทด่ี ิน โดยเพมิ่ วรรคสามใหฯลฯ) ตอ งมีหนงั สอื ใหความเห็นชอบจาก อปท. และมีการประชุมรับฟงความ คดิ เหน็ ของราษฎรกอนทร่ี ัฐมนตรีฯ จะใหสัมปทานตามวรรคหนงึ่ ออกระเบยี บฯ ใหม หรือแกไขระเบียบกระทรวงมหาดไทยวา ดวย หลกั เกณฑแ ละวธิ ีการเกย่ี วกบั การอนุญาตตามมาตรา 9 แหงประมวล กฎหมายทีด่ ิน พ.ศ. 2543 เพ่ือกําหนดใหต อ งมีหนงั สือใหความเหน็ ชอบ จาก อปท. และมกี ารประชุมรับฟง ความคดิ เห็นของราษฎรกอนที่ผวู า ราชการจังหวัดหรืออธิบดีกรมทด่ี ินจะอนุญาตตามมาตรา 9
310 การปฏริ ปู กฎหมายเพ่อื สง่ เสริมประสทิ ธิภาพและนวตั กรรมการบรหิ ารจัดการทรพั ยากรธรรมชาติของ อปท.310 การปฏิรูปกฎหมายเพ่ือสงเสริมประสิทธิภาพและนวตั กรรม การบรหิ ารจดั การทรพั ยากรธรรมชาตขิ อง อปท.ขอ เสนอแนะ การแกไ ขกฎหมายและกฎระเบยี บทเี่ ก่ียวของ ออกระเบียบกระทรวงมหาดไทยเพื่อกาํ หนดหลกั เกณฑและวิธีการเก่ียวกบั การอนญุ าตตามมาตรา 12 แหงประมวลกฎหมายทีด่ ิน เพ่ือใหการให สัมปทานตามมาตรา 12 ตองไดร ับความเห็นชอบจาก อปท. ในพนื้ ที่ และ ตองมกี ารประชมุ รับฟงความคิดเหน็ ของประชาชน6) ให อปท. มีอาํ นาจอนญุ าตใหขดุ แกไขเพิม่ เติมมาตรา 17 และมาตรา 26 แหง พ.ร.บ.การขดุ ดินและถมดินดิน หรือถมดิน แทนทจ่ี ะมีหนา ที่ พ.ศ. 2543 เพือ่ กาํ หนดใหผปู ระสงคจะขดุ ดิน หรือถมดนิ มีหนา ทตี่ อ งขอเพียงออกใบรับแจง ใหกบั ผูประสงค อนญุ าตจาก อปท. และ อปท. มีอํานาจอนุญาต แทนทีจ่ ะใหผูประกอบการจะขดุ ดนิ หรอื ถมดนิ เทาน้นั มเี พียงหนา ทีแ่ จง และ อปท. มีหนา ทีอ่ อกใบรับแจงดังเชนทีเ่ ปนอยใู น ปจ จบุ ัน7) ให อปท. มีอํานาจออกขอบัญญัติ แกไ ขเพิ่มเติมมาตรา 7 แหง พ.ร.บ.การขดุ ดนิ และถมดิน พ.ศ. 2543 โดยทองถ่นิ เพอื่ กําหนดให เพิม่ สาระให อปท. มอี ํานาจออกขอบญั ญัติทองถ่ินทก่ี าํ หนดใหผปู ระกอบการตอ งวางเงินประกัน ผูประกอบการตอ งวางเงนิ ประกันความเสียหายที่อาจจะเกดิ ขน้ึ ไดดวยความเสยี หายที่อาจจะเกดิ ขนึ้ ได8) กระจายอํานาจให อปท. สามารถ แกไขระเบยี บกระทรวงมหาดไทยวาดว ยการขุดลอกแหลงนาํ้ขดุ ลอกแหลงนาํ้ สาธารณประโยชน สาธารณประโยชนท่ีตนื้ เขนิ พ.ศ. 2547 โดยยกเลกิ ขอกําหนดท่ใี ห อปท.ไดโ ดยไมต อ งขอความเหน็ ชอบ ตองขอความเห็นชอบจากผูวาราชการจงั หวดั ในการขุดลอกแหลงน้ําจากผูว า ราชการจงั หวดั สาธารณะทีต่ ื้นเขิน9) ลดขนั้ ตอนในการอนญุ าตใหดูด แกไ ขระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยการอนญุ าตใหด ดู ทราย ทราย พ.ศ. 2546 เพอื่ ลดขั้นตอนการขออนุญาตดูดทรายใหส น้ิ สุดในระดับจังหวดั แทนท่ีจะตองสงเรื่องใหค ณะกรรมการพจิ ารณาอนุญาตใหดูดทราย (กพด.) ซ่งึ เปนคณะกรรมการระดับชาติเปน ผพู จิ ารณาอนญุ าตในทุกกรณี
บทที่ 8: บทวเิ คราะห์ 311บทที่ 8 311บทวิเคราะหตารางที่ 20 ขอเสนอแนะการปรับปรุงกฎหมายดานการจดั การทรพั ยากรทางทะเล ขอ เสนอแนะ การแกไ ขกฎหมายและกฎระเบียบท่เี ก่ยี วของ1) ให อปท. มอี ํานาจออกขอ บัญญัติ แกไ ขเพ่ิมเตมิ มาตรา 32 แหง พ.ร.บ.การประมง พ.ศ. 2490 โดยให ทองถน่ิ เพ่อื กําหนดมาตรการอนุรักษ อํานาจแก อปท. ในการออกขอ บัญญัติทอ งถน่ิ โดยอนมุ ัตขิ อง ทรัพยากรทางทะเลในทอ งถ่นิ ของตนได รฐั มนตรวี าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ เพือ่ กําหนดมาตรการ อนรุ ักษตางๆ เชน หา มมใิ หใ ชเคร่อื งมอื ประมงบางชนิด กําหนดตา และระยะชองของเครอ่ื งมอื กาํ หนดเครอ่ื งมอื ท่ีใชไดใ นฤดูทีส่ ัตวนํ้า วางไข เปนตน2) ให อปท. และชมุ ชนมีสว นรว มในการ แกไขเพิ่มเติมมาตรา 7 แหง พ.ร.บ.การประมง พ.ศ. 2490 โดยกําหนดทจ่ี บั สัตวน า้ํ เปน “ทร่ี กั ษาพืช กําหนดใหการประกาศทีร่ ักษาพืชพันธุ และทีอ่ นุญาต ตองไดรบั ความพนั ธ”ุ และ “ที่อนุญาต” เหน็ ชอบจาก อปท. รวมทง้ั ตองมีการใหข อ มูลชแ้ี จงและรบั ฟง ความ คิดเหน็ จากราษฎรในพ้นื ทีซ่ ่ึงท่ีจบั สัตวน้ําน้นั ตั้งอยดู วย3) แตง ต้ังผูบรหิ าร อปท. และบุคลากร ออกประกาศกระทรวงฯ หรอื คําสง่ั กระทรวงเพ่อื แตงต้งั ใหผบู ริหาร อปท. เปนพนักงานเจา หนา ท่ีตาม หรือบุคลากรของ อปท. มอี ํานาจหนาท่ปี ฏิบัตกิ ารตามมาตรา 56, 57 พระราชบญั ญัติการประมงฯ และ 59 (มีอํานาจเขาไปในที่จับสัตวนํ้าหรือเรือทําการประมงของ บคุ คลใดๆ เพอ่ื ตรวจการทาํ การประมงหรือเคร่อื งมอื ทําการประมง จับกมุ บุคคลผูก ระทาํ ความผิด และมีอาํ นาจรื้อถอนทาํ ลายหรือยดึ เครอื่ งมอื ซ่งึ ตง้ั อยูในทีจ่ บั สัตวนาํ้ โดยฝาฝน กฎหมาย)ตารางที่ 21 ขอ เสนอแนะดา นการบริหารจดั การกระบวนการถา ยโอนภารกิจดานนาํ้ ใหแก อปท.หนว ยงานทีเ่ กี่ยวขอ ง ขอเสนอแนะคณะกรรมการการกระจายอํานาจใหแก จําแนก อปท. ออกเปน อปท. ที่มีความพรอ ม และ อปท. ท่ตี องเตรียมองคกรปกครองสวนทองถน่ิ และสาํ นัก ความพรอ ม เพื่อกําหนดขัน้ ตอนการถา ยโอนภารกจิ ท่ีแตกตา งกัน รวมทง้ังบประมาณ พิจารณา ควบรวม อปท. ขนาดเล็กเขาดวยกัน เพอื่ ใหค ุมคาแกคา ใชจ ายในการ บรหิ ารจัดการและการจดั บริการสาธารณะดา นนา้ํ นาํ แผนพฒั นาแหลง นํา้ ของ อปท. ที่เสนอผานคณะกรรมการลุมนา้ํ มาใช ประโยชนแ ละเปน แนวทางในการจัดสรรงบประมาณใหแก อปท. เปดใหส ว นราชการผถู ายโอนต้ังงบประมาณเพื่อการซอ มแซมบํารงุ รักษา แหลงน้ําไดใ นระหวา งที่ อปท. ยงั ไมม คี วามพรอมดา นงบประมาณและ บคุ ลากร จัดสรรงบประมาณใหสว นราชการสามารถเปน พเี่ ล้ียงและจดั ฝกอบรมใหแก อปท. ไดอ ยางตอเนือ่ ง
312 การปฏริ ูปกฎหมายเพอ่ื ส่งเสริมประสิทธภิ าพและนวตั กรรมการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติของ อปท.312 การปฏิรปู กฎหมายเพื่อสง เสริมประสิทธภิ าพและนวัตกรรม การบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาตขิ อง อปท. หนว ยงานทเ่ี กี่ยวขอ ง ขอเสนอแนะกรมชลประทาน กรมทรัพยากรนา้ํกรมทรัพยากรน้ําบาดาล ติดตามผลการถายโอนภารกิจและจัดทาํ บญั ชีทรัพยส ินที่ถา ยโอนใหแ ตล ะกรมพฒั นาทด่ี นิ และ ส.ป.ก. อปท. พรอ มงบประมาณท่ีตอ งใชในการดแู ลรักษาและซอ มแซมแหลงนา้ํ เพ่อื ให กกถ. ใชเปน ขอ มูลในการจดั สรรงบประมาณใหแ ก อปท.องคก ารบรหิ ารสวนจงั หวัด ทาํ หนา ทเ่ี ปน พี่เลยี้ ง ชวยเหลอื และใหคาํ ปรกึ ษาทางวชิ าการแก อปท.เทศบาล และ อบต. จดั ทําแผนพฒั นาแหลง นํ้ารายปใหแ ก อปท. รวมทง้ั การสาํ รวจและ ออกแบบ และสงแบบสาํ รวจพรอมวงเงินงบประมาณที่ตองใชใ หแ ก กกถ. เพื่อเปน ขอมูลในการจัดสรรงบประมาณ สรางความเขมแข็งแกก ลุม ผูใ ชนํา้ และเครอื ขา ยอนรุ กั ษล มุ นํา้ รวมทงั้ อปท. รว มกนั พัฒนารางพระราชบญั ญตั ทิ รพั ยากรน้ํา โดยยึดหลักการจดั การ ทรพั ยากรลมุ นา้ํ อยางบรู ณาการ อํานวยการในการจดั ทําแผนและประสานแผนพฒั นาแหลง นา้ํ ท้ังจังหวดั รวมกบั สว นราชการและ อปท. ในจงั หวัด จัดหาน้ํา บริหารจัดการ และบํารุงรกั ษาแหลงน้ําท่ีประชาชนใชป ระโยชน รว มกันในพื้นท่ีทค่ี าบเก่ยี ว 2 อปท. ข้นึ ไป จดั ทําทะเบียนแหลงนํ้าขนาดเล็กในพืน้ ท่ี เพื่อเปนฐานขอมูลในการบรหิ าร จัดการแหลง นํ้า การทําแผนพัฒนาแหลง นํ้าในพนื้ ที่ รวมทั้งเปนขอ มูลใน การพจิ ารณาจัดสรรงบประมาณของ กกถ. สงบคุ ลากรเขารับการฝก อบรมตามโครงการฝกอบรมท่หี นวยงาน ผูถา ยโอนภารกิจจดั ใหอ ยา งตอเนอ่ื ง
บรรณานุกรม 313บรรณานุกรม บรรณานุกรมกรมการขนสงทางน้ําและพาณิชยนาวี. 2547. คูมือการปฏิบัติงาน การอนุญาตใหปลูกสรางสิ่ง ลวงลํ้าลําน้ําและการขุดลอกรองน้ําขนาดเล็ก. คูมือการปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติการ กาํ หนดขนั้ ตอนการกระจายอํานาจใหแกอ งคก รปกครองสวนทองถ่ิน ดานโครงสรางพ้ืนฐาน เลม 7. กรุงเทพฯ: สํานักงานคณะกรรมการการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถ่ิน สาํ นกั งานปลดั นายกรฐั มนตร.ี แหลงทม่ี า: http://lawlocal.tongthin.com/law/1_7.pdf.กรมชลประทาน. 2552a. แผนยุทธศาสตรกรมชลประทาน พ.ศ. 2553-2556. แหลงท่ีมา: www.rid.go.th/2009/data/docs/planerid/strategy53-56.pdf.______. 2552b. เอกสารนําเสนอในการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การเสริมสรางความรูความเขาใจใน ภารกิจท่ีถายโอนให อปท. สําหรับบุคลากรของกรมชลประทาน. 24 กันยายน. แหลงที่มา: http://water.rid.go.th/hwm/imp/Datas/Transfer_rid_job.ppt.กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝง. 2552. มตคิ ณะรัฐมนตรที เี่ กีย่ วของกับปา ชายเลน. กรุงเทพฯ: กรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝง .กรมพัฒนาท่ีดิน. 2554a. ทําเนียบเขตพัฒนาท่ีดิน. กรุงเทพฯ: กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตร และสหกรณ.______. 2554b. ผลการสํารวจงานสงมอบและสภาพแหลงนํ้า งานพัฒนาแหลงนํ้าเพ่ือการ อนุรักษดินและน้ํา พ.ศ. 2524-2553. กรุงเทพฯ: กรมพัฒนาท่ีดิน กระทรวงเกษตรและ สหกรณ.กรมอุทยานแหงชาติ สัตวปา และพันธุพืช. 2554. รายงานขอมูลสถิติ 2553. แหลงท่ีมา: http://www.dnp.go.th/statistics/2553/stat2553.asp.______. ม . ป . ป . น โ ย บ า ย ที่ เ ก่ี ย ว ข อ ง กั บ ก า ร จั ด ก า ร ลุ ม นํ้ า . แ ห ล ง ที่ ม า : http://www.dnp.go.th/watershed/policy1.htm#two. มิถุนายน 2554.กระทรวงอุตสาหกรรม. ม.ป.ป. ขั้นตอนดําเนินการอนุญาตประทานบัตร. แหลงที่มา: http://www.industry.go.th/ops/pio/nakhonratchasima/Lists/rule/Attachments/.pdf. 6 มิถุนายน 2554.กองอนุรักษทรัพยากรประมง กรมประมง. 2534. คูมือวาดวยท่ีอนุญาต. กรุงเทพฯ: กองอนุรักษ ทรัพยากรประมง กรมประมง.กอบกุล รายะนาคร. 2547. กฎหมายท่ีเก่ียวของกับการจัดการทรัพยากรนํ้าของประเทศไทย. กรงุ เทพฯ: โครงการยทุ ธศาสตรน โยบายฐานทรพั ยากร คณะกรรมการสิทธมิ นุษยชนแหงชาต.ิคณะกรรมการสมัชชาปฏริ ูป. 2554. ที่ดิน: ปญ หา สาเหตุ และแนวทางการจัดสรรอยางเปนธรรม. เอกสารประกอบการจัดเวทีสมัชชาปฏิรูปเฉพาะประเด็น “การปฏิรูปโครงสรางการจัดการที่ดิน และทรพั ยากร”, โรงแรมมริ าเคลิ แกรนด กรงุ เทพมหานคร, 9 กมุ ภาพนั ธ.
314 การปฏิรูปกฎหมายเพอื่ สง่ เสรมิ ประสิทธิภาพและนวัตกรรมการบรหิ ารจัดการทรพั ยากรธรรมชาตขิ อง อปท.314 การปฏิรูปกฎหมายเพือ่ สง เสรมิ ประสทิ ธภิ าพและนวัตกรรม การบรหิ ารจัดการทรัพยากรธรรมชาตขิ อง อปท.คูมือแนวทางการปฏิบัติในการตรวจสอบและรายงานการขออนุญาตเขาทําประโยชนในเขต พื้นที่ปาไม. แหลงท่ีมา: http://www2.suratthani.go.th/onre/download/230.pdf. 1 มิถุนายน 2554.ฐานขอมูลความรูทางทะเล (Marine Knowledge Hub). แหลงท่ีมา: http://www.mkh.in.th/ index.php/2010. มีนาคม 2554.พนม เอี่ยมประยูร. 2539. “อํานาจตราขอบังคับขององคการปกครองตนเองสวนทองถ่ิน.” วารสาร นติ ศิ าสตร 24, 3: 477-493.ม่ิงสรรพ ขาวสอาด และคณะ. 2540. การศึกษาเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําในลุมนํ้า เจาพระยา: มุมมองดานสถาบันสําหรับการบริหารจัดการน้ํา. กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัย เพ่อื การพฒั นาประเทศไทย.______. 2555. โครงการสํารวจและการศึกษาระดับพ้ืนที่เกี่ยวกับขอจํากัดของการบริหาร จัดการที่ดีของ อปท. โครงการยอยท่ี 2 ภายใตชุดโครงการวิจัยการศึกษานโยบายสาธารณะ เพื่อขับเคล่ือนการกระจายอํานาจสู อปท. และชุมชน เสนอตอสํานักงานกองทุนสนับสนุนการ สรา งเสรมิ สขุ ภาพ (สสส.). เชียงใหม: สถาบนั ศึกษานโยบายสาธารณะ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม.วนิดา พรไพบูลย. 2541. คําอธิบายพระราชบัญญัติปาสงวนแหงชาติ พ.ศ. 2507. กรุงเทพฯ: กรมปาไม.วันเพ็ญ สุรฤกษ. 2528. พัฒนาการทางประวัติความเปนมาและการจัดการเกี่ยวกับระบบ ช ล ป ร ะ ท า น ใ น ภ า ค เ ห นื อ ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย. เ ชี ย ง ใ ห ม : ค ณ ะ สั ง ค ม ศ า ส ต ร มหาวิทยาลยั เชยี งใหม.วุฒิสาร ตันไชย. 2554. ปจฉิมปาฐกในหัวขอ “อปท. กับการกระจายอํานาจดานการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติ” ในการสัมมนาทางวิชาการเร่ือง การกระจายอํานาจ: ความทาทายและ ความสําเร็จ. จัดโดย สถาบันศึกษานโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม ภายใตแผนงาน สรา งเสริมนโยบายสาธารณะทีด่ ี (นสธ.), โรงแรมอิมพีเรียล แมปง จังหวดั เชยี งใหม, 7 มีนาคม.ศูนยบริการวิชาการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร. 2552. โครงการศึกษารูปแบบและการนํา รองการถายโอนภารกิจดานนํ้าบาดาลของกรมทรัพยากรนํ้าบาดาลไปสูองคกรปกครอง สวนทองถิ่น. รายงานการวิจัยเสนอตอ กรมทรัพยากรนํ้าบาดาล. กรุงเทพฯ: ศูนยบริการ วชิ าการ สถาบนั บณั ฑิตพัฒนบรหิ ารศาสตร.ศูนยศ กึ ษาและพัฒนาการปกครองทอ งถิ่น สถาบนั บณั ฑิตพฒั นบรหิ ารศาสตร. 2552. คูมือปฏิบัติงาน ดานน้ําบาดาลของเทศบาลและองคการบริหารสวนตําบล. เสนอตอกรมทรัพยากรน้ํา บาดาล. กรุงเทพฯ: ศูนยศึกษาและพัฒนาการปกครองทองถิ่น สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหาร ศาสตร.
บรรณานุกรม 315บรรณานกุ รม 315สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย. 2555. รายงานฉบับสุดทาย โครงการศึกษาและพัฒนา สิทธิการถือครองที่ดินของเกษตรกรในเขตปฏิรูปท่ีดินเพื่อนําไปสูกรรมสิทธิ์ในที่ดินของ รัฐ. กรงุ เทพฯ: สถาบนั วจิ ัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย.______. 2555. เอกสารประกอบการประชุมเพ่ือรับฟงความคิดเห็นเร่ือง “แนวทางการพัฒนาสิทธิการ ถือครองท่ีดินของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน” ภายใตโครงการศึกษาและพัฒนาสิทธิการถือ ครองที่ดินของเกษตรกรในเขตปฏิรูปท่ีดินเพื่อนําไปสูกรรมสิทธ์ิในท่ีดินของรัฐ. จัดโดย สาํ นกั งานปฏริ ูปท่ีดนิ เพ่ือเกษตรกรรม รวมกับ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย, โรงแรม เจาพระยาปารค กรงุ เทพฯ, 9 มีนาคม.สมคิด เลิศไพฑูรย. 2549. กฎหมายการปกครองทองถ่ิน. กรุงเทพฯ: สํานักพิมพคณะรัฐมนตรีและ ราชกจิ จานเุ บกษา.สมพร ใชบางยาง. 2554. การปาฐกถาเรือ่ ง ”ลดความเหล่ือมล้ํา สรางความเปนธรรม โดย อปท. ไดอยางไร?” ใน การประชุมสมัชชาองคกรปกครองสวนทองถิ่นเพื่อการปฏิรูป, สํานักงาน คณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ (สสส.), โรงแรมอิมพีเรียลแมปง เชยี งใหม, วันท่ี 3-4 กุมภาพันธ.สวนคุมครองที่ดินของรัฐ สํานักจัดการที่ดินของรัฐ กรมที่ดิน. 2550. คูมือการปฏิบัติงานเก่ียวกับ การดูแลรักษาและคุมครองปองกันที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดิน. กรุงเทพฯ: กรมทดี่ นิ กระทรวงมหาดไทย.สวนจัดการที่ดินของรัฐ สํานักจัดการที่ดินของรัฐ กรมที่ดิน. 2551. คูมือการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการ จัดการทด่ี ินของรฐั . กรงุ เทพฯ: กองการพิมพ กรมทด่ี ิน กระทรวงมหาดไทย.สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพ่ือเกษตรกรรม. ม.ป.ป. สาระสําคัญกฎหมายปฏิรูปที่ดิน. แหลงท่ีมา: http://www.alro.go.th/alro/index.jsp. 24 สิงหาคม 2554.สํานักงานคณะกรรมการการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่น. ม.ป.ป. การถายโอน ภารกิจการจัดการอนุรักษและฟนฟูทรัพยากรชายฝงของกรมทรัพยากรทางทะเลและ ชายฝง . แหลงท่ีมา: http://www.dloc.opm.go.th/Upload/Attachment/172_202.pdfสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม. 2553. โครงการขับเคล่ือน ยุทธศาสตรการบริหารจัดการท่ีดินไปสูการปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: สํานักนโยบายและแผน ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอมสํานักพัฒนาพื้นท่ีปฏิรูปท่ีดิน สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม. 2553. ขอมูลสถิติ โครงสรางพ้นื ฐานที่ สปก. ไดถ า ยโอนใหแก อปท. กรุงเทพฯ: สํานักพัฒนาพื้นที่ปฏิรูปท่ีดิน สํานกั งานการปฏิรปู ทดี่ นิ เพอื่ เกษตรกรรม.สํานักสงเสริมการมีสวนรวมของประชาชน กรมชลประทาน. 2548. การบริหารจัดการนํ้าและการ บริหารองคกรผูใชนํ้าชลประทาน. กรุงเทพฯ: สํานักสงเสริมการมีสวนรวมของประชาชน กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ.
316 การปฏิรปู กฎหมายเพือ่ สง่ เสริมประสทิ ธิภาพและนวตั กรรมการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาตขิ อง อปท.316 การปฏิรูปกฎหมายเพื่อสง เสรมิ ประสิทธภิ าพและนวตั กรรม การบริหารจัดการทรพั ยากรธรรมชาตขิ อง อปท.______. 2553. คูมือคูใจอาสาสมัครชลประทาน. กรุงเทพฯ: สํานักสงเสริมการมีสวนรวมของ ประชาชน กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ.______. 2554. การบริหารจัดการชลประทานโดยเกษตรกรมีสวนรวม. กรุงเทพฯ: สํานัก สงเสรมิ การมีสว นรว มของประชาชน กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ.______. 2555. คําส่ังการแตงตั้งคณะกรรมการจัดการชลประทาน. แหลงท่ีมา: http://113.53.240.217/ppp/index.php?option=com_content&view=article&id=248%3A2010 -02-11-13-3.สํานักอนุรักษทรัพยากรปาชายเลน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝง. 2552. แผนแมบทการ จดั การปาชายเลนประเทศไทย. กรุงเทพฯ: กรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝง .สํานักอุทกวิทยาและบริหารนํ้า กรมชลประทาน. 2551. การจัดต้ังองคกรผูใชน้ําชลประทาน. กรุงเทพฯ: สํานักอทุ กวิทยาและบรหิ ารนํา้ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ.สุรพล ธรรมสาร และวินัย สามารถ. 2554. เอกสารฝกอบรมภารกิจถายโอนนํ้าบาดาลไปสูเทศบาล/ อบต. โรงแรมเอมเมอรัลด กรุงเทพฯ, วันท่ี 23-25 มีนาคม.โสภณ ชมชาญ. 2548. ฐานขอมูลดานนโยบายท่ีดินของประเทศไทย. เอกสารวิชาการหมายเลข 16 ภายใตโครงการนโยบายสาธารณะเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี โดยการสนับสนุนของสํานักงาน กองทุนสนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ (สสส.). เชียงใหม: สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลยั เชยี งใหม.อนุวัฒน นทีวัฒนา. 2551. พื้นที่คุมครองทางทะเลในประเทศไทย: เปาหมายป ค.ศ. 2010/2012 ภายใตกฎหมายวาดวยความหลากหลายทางชีวภาพ. เอกสารเผยแพรสํานักอนุรักษ ทรัพยากรทางทะเลและชายฝง ฉบับที่ 35, กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝง. แหลงที่มา: http://www.mkh.in.th/index.php/2010. มีนาคม 2554.“6 อปท. รว มฟน ทะเลอาวตราด.” 2554. หนังสือพมิ พม ติชน (1 เมษายน): 8.“สปก.เช็กบิล ‘วงั น้ําเขียว’ อีก 99 รีสอรต .” 2554. หนังสือพิมพมตชิ น (24 สงิ หาคม): 12.http://www.onep.go.th/lands/law%20and20%rule.html.http://www/alro.go.th/alro/intranet/files/Land-Three/20110731_files/sheet001.htmกฎหมาย และเอกสารราชการทเี่ กี่ยวขอ งรฐั ธรรมนญู แหงราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช 2540รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช 2550ประมวลกฎหมายทดี่ ิน พ.ศ. 2497พระราชบญั ญัติการขดุ ดนิ และถมดนิ พ.ศ. 2543พระราชบญั ญัติจัดทีด่ นิ เพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511พระราชบญั ญัตกิ ารชลประทานราษฎร พ.ศ. 2482
บรรณานุกรม 317บรรณานกุ รม 317พระราชบัญญตั ิการชลประทานหลวง พ.ศ. 2485พระราชบัญญตั ิการเดนิ เรือในนานนํา้ ไทย (ฉบบั ท่ี 14) พ.ศ. 2535พระราชบัญญตั ิการเดนิ เรอื ในนานน้ําไทย พระพุทธศักราช 2456พระราชบัญญัติการเดินเรือในนานน้ําไทย พระพุทธศักราช 2477 แกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติการ เดินเรอื ในนา นนํ้าไทย (ฉบบั ที่ 14) พ.ศ. 2535พระราชบัญญตั ิการปฏิรปู ท่ดี ินเพ่อื เกษตรกรรม พ.ศ. 2518พระราชบญั ญตั กิ ารประปานครหลวง พ.ศ. 2510พระราชบญั ญตั ิการประปาสว นภูมิภาค พ.ศ. 2522พระราชบัญญัตกิ ารประมง พ.ศ. 2490พระราชบัญญัติการไฟฟาฝา ยผลติ แหงประเทศไทย พ.ศ. 2511พระราชบญั ญัตกิ าํ หนดแผนและขั้นตอนการกระจายอาํ นาจใหแ กอ งคก รปกครองสว นทอ งถ่ิน พ.ศ. 2542พระราชบญั ญตั แิ กไขเพิม่ เตมิ ประมวลกฎหมายท่ดี นิ (ฉบบั ท่ี 4) พ.ศ. 2528พระราชบญั ญตั คิ นั และคูน้ํา พ.ศ. 2505พระราชบญั ญตั ิท่รี าชพัสดุ พ.ศ. 2518พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496พระราชบญั ญตั ินํ้าบาดาล พ.ศ. 2520พระราชบญั ญตั ิปรับปรงุ กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545พระราชบัญญตั ิปองกนั และบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550พระราชบญั ญัติปา ไม พุทธศักราช 2484พระราชบญั ญตั ิปา สงวนแหง ชาติ พ.ศ. 2507พระราชบัญญัติพฒั นาทด่ี นิ พ.ศ. 2551พระราชบัญญตั ิระเบียบบรหิ ารราชการแผนดนิ พ.ศ. 2534พระราชบญั ญัตแิ ร พ.ศ. 2510พระราชบัญญตั ิลกั ษณะปกครองทอ งท่ี พระพุทธศกั ราช 2457พระราชบญั ญตั ิสงวนและคุม ครองสตั วปา พ.ศ. 2535พระราชบัญญตั ิสงเสริมและรักษาคณุ ภาพสิ่งแวดลอมแหง ชาติ พ.ศ. 2535พระราชบัญญัตสิ ภาตาํ บลและองคการบรหิ ารสว นตําบล พ.ศ. 2537พระราชบัญญัตสิ ภาองคกรชมุ ชน พ.ศ. 2551พระราชบัญญัติองคการบรหิ ารสว นจังหวัด พ.ศ. 2540พระราชบญั ญตั อิ ทุ ยานแหง ชาติ พ.ศ. 2504พระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงหามที่ดินในทองที่อําเภอเมืองกาญจนบุรี อําเภอวังขนาย อําเภอบาน ทวน และอําเภอวังกะ จังหวดั กาญจนบรุ ี พ.ศ. 2481พระราชกฤษฎีกากําหนดไมหวงหาม พ.ศ. 2530พระราชกฤษฎีกากําหนดหลกั เกณฑแ ละเงือ่ นไขการเปน เกษตรกร พ.ศ. 2535
318 การปฏริ ูปกฎหมายเพ่ือสง่ เสริมประสิทธิภาพและนวตั กรรมการบรหิ ารจดั การทรพั ยากรธรรมชาติของ อปท.318 การปฏิรปู กฎหมายเพอื่ สง เสรมิ ประสทิ ธิภาพและนวัตกรรม การบรหิ ารจดั การทรพั ยากรธรรมชาติของ อปท.พระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอํานาจหนาที่ของสวนราชการ ใหเปนไปตามพระราชบัญญัติ ปรบั ปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 พ.ศ. 2545กฎกระทรวง (พ.ศ. 2535) กําหนดใหพื้นท่ีเกาะสาก เกาะลาน เกาะครก บริเวณนานนํ้ารอบเกาะ ดังกลาว รวมท้ังนานนํ้าชายฝงเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี บริเวณอาวกระทิงลาย อาวกะทะ อาว พระจันทร อาวพัทยา และหาดไมลวก วัดจากแนวน้ําลดลงต่ําสุดออกไปในทะเลเปนระยะ 3 กิโลเมตร เปนพ้ืนที่คุมครองสิง่ แวดลอมกฎกระทรวง กาํ หนดคาธรรมเนียมและคา ใชจา ยในการขุดดนิ และถมดนิ พ.ศ. 2546กฎกระทรวง กําหนดใหหินเปนหินประดับหรือหินอุตสาหกรรม และดินหรือทรายเปนดินอุตสาหกรรม หรือทรายอตุ สาหกรรม พ.ศ. 2550กฎกระทรวง ฉบับท่ี 1 (พ.ศ. 2490) วาดวยช่ือเครื่องมือในพิกัด ออกตามความในพระราชบัญญัติการ ประมง พ.ศ. 2490 ลงวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2490กฎกระทรวง ฉบับท่ี 10 (พ.ศ. 2490) วาดวยการติดโคมไฟและเครื่องหมาย ออกตามความใน พระราชบัญญัตกิ ารประมง พ.ศ. 2490 ลงวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2490กฎกระทรวง ฉบับท่ี 1106 (พ.ศ. 2528) ออกตามความในพระราชบัญญัติปาสงวนแหงชาติ พ.ศ. 2507 วา ดวยการทาํ ไมในเขตปา สงวนแหงชาติกฎกระทรวง ฉบับท่ี 1107 (พ.ศ. 2528) ออกตามความในพระราชบัญญัติปาสงวนแหงชาติ พ.ศ. 2507 วา ดวยการเก็บหาของปา ในเขตปา สงวนแหงชาติกฎกระทรวง ฉบบั ที่ 17 (พ.ศ. 2521) ออกตามความในพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2521กฎกระทรวง ฉบับท่ี 19 (พ.ศ. 2510) ออกตามความในพระราชบัญญัติการเดินเรือในนานน้ําไทย (ฉบับ ท่ี 6) พทุ ธศกั ราช 2481กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2535) กําหนดพื้นที่บริเวณเกาะภูเก็ตและเกาะอื่นๆ ของจังหวัดภูเก็ต รวมท้ังบริเวณนานน้ํารอบเกาะดังกลาววัดจากแนวนํ้าลงต่ําสุดออกไปในทะเลเปนระยะ 3 กิโลเมตร เปนพนื้ ที่คุมครองสงิ่ แวดลอมกฎกระทรวง ฉบับท่ี 3 (พ.ศ. 2535) กําหนดพื้นท่ีบริเวณเกาะยูง เกาะไมไผ พีพีดอน เกาะพีพีเล และ เกาะบิดะ จังหวัดกระบ่ี รวมทั้งบริเวณนานํ้ารอบเกาะดังกลาววัดจากแนวนํ้าลงตํ่าสุดออกไปใน ทะเลเปนระยะทาง 3 กโิ ลเมตร เปนพน้ื ที่คมุ ครองสิง่ แวดลอมกฎกระทรวง ฉบับท่ี 5 (พ.ศ. 2490) วาดวยที่อนุญาต ออกตามความในพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 ลงวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2490กฎกระทรวง ฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2534) ออกตามความในพระราชบัญญัติการเดินเรือในนานน้ําไทย พุทธศกั ราช 2456กฎกระทรวง ฉบับที่ 63 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติการเดินเรือในนานนํ้าไทย พระพุทธศักราช 2456
บรรณานกุ รม 319บรรณานุกรม 319กฎกระทรวง ฉบับที่ 64 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติการเดินเรือในนานนํ้าไทย พระพทุ ธศกั ราช 2456กฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2539) กําหนดพื้นท่ีบริเวณปาดูนลําพัน อําเภอนาเชือก จังหวัด มหาสารคาม เน้ือทีก่ วา 311 ไร เปนพนื้ ที่คมุ ครองสิ่งแวดลอ มกฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2540) แกไขเพ่ิมเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2543) ออกตาม ความในพระราชบญั ญัตนิ า้ํ บาดาล พ.ศ. 2520กฎกระทรวง ฉบับท่ี 9 (พ.ศ. 2490) วาดวยใบอนุญาตรายบุคคล ออกตามความในพระราชบัญญัติการ ประมง พ.ศ. 2490 ลงวันที่ 14 เมษายน 2490กฎกระทรวงวาดวยการขอและการออกอาชญาบัตรเพื่อใชเคร่ืองมือในพิกัดทําการประมง พ.ศ. 2545 ลงวันท่ี 14 สิงหาคม 2545 (กระทรวงเกษตรและสหกรณ)ระเบยี บกรมชลประทานวา ดว ยการถายโอนภารกจิ ใหแกอ งคก รปกครองสว นทอ งถ่นิ พ.ศ. 2553ระเบียบกรมทรัพยากรน้ําบาดาลวาดวยการดําเนินการเก่ียวกับคําขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต การตอใบอนุญาต การโอนใบอนุญาต การออกใบแทนใบอนุญาต และการแกไขใบอนุญาต ประกอบกจิ การนํ้าบาดาล (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2552 ลงวันท่ี 14 มกราคม พ.ศ. 2552ระเบียบกรมประมงวาดวยการย่ืนคําขอและการอนุญาตใหเพาะเล้ียงสัตวนํ้าในที่จับสัตวนํ้าประเภทที่ สาธารณประโยชน พ.ศ. 2533ระเบยี บกรมปาไมวาดวยการใชประโยชนเก่ียวกับการเขาไป การผาน หรือการใชทางและการนําหรือ ปลอ ยสัตวเ ลี้ยงเขา ไปภายในเขตปาสงวนแหง ชาติ พ.ศ. 2548 ลงวนั ที่ 17 มกราคม 2548ระเบียบกรมปาไมวาดวยการอนุญาตใหเขาทําประโยชนหรืออยูอาศัยภายในเขตปาสงวนแหงชาติ ลงวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2548ระเบียบกรมปาไมวาดวยการอนุญาตใหทําการปลูกสรางสวนปาหรือปลูกไมยืนตนภายในเขตปาสงวน แหง ชาติ พ.ศ.2548 ลงวันที่ 17 มกราคม 2548ระเบียบกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแรวาดวยการดําเนินการเกี่ยวกับคําขอประทานบัตร การออกประทานบัตร การตออายุประทานบัตร และการโอนประทานบัตร พ.ศ. 2547 แกไข เพ่ิมเติมโดย ระเบียบกรมอุตสาหกรรมพ้ืนฐานและการเหมืองแรวาดวยการดําเนินการเก่ียวกับ คําขอประทานบัตร การออกประทานบัตร การตออายุประทานบัตร และการโอนประทานบัตร (ฉบับท่ี 4) พ.ศ. 2551 ลงวันท่ี 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2551ระเบียบกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแรวาดวยการดําเนินการเก่ียวกับคําขอประทานบัตร การออกประทานบตั ร การตอ อายปุ ระทานบตั ร และการโอนประทานบัตร พ.ศ. 2547ระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยการดูแลรักษาและคุมครองปองกันที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของ แผนดิน พ.ศ. 2553, ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลม 127 ตอนพิเศษ 95 ง วันที่ 6 สิงหาคม 2553ระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยหลักเกณฑและวิธีการเก่ียวกับการอนุญาตตามมาตรา 9 แหง ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2543 ลงวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2543
320 การปฏริ ปู กฎหมายเพื่อสง่ เสรมิ ประสทิ ธภิ าพและนวัตกรรมการบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาติของ อปท.320 การปฏิรูปกฎหมายเพ่ือสงเสริมประสทิ ธิภาพและนวัตกรรม การบริหารจัดการทรพั ยากรธรรมชาตขิ อง อปท.ระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยการมอบหมายใหสภาตําบลหรือองคกรปกครองสวนทองถ่ิน ชวยเหลือในการดําเนินการออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวง พ.ศ. 2543 ลงวันท่ี 3 มีนาคม 2543ระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยการสอบสวนเก่ียวกับการบุกรุกที่หรือทางสาธารณประโยชน พ.ศ. 2539 ลงวันท่ี 27 พฤศจกิ ายน 2539ระเบียบกระทรวงมหาดไทยวา ดวยการอนญุ าตใหด ูดทราย พ.ศ. 2546ระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยการอนุญาตใหประชาชนใชประโยชนในที่ดินของรัฐ พ.ศ. 2547 ลงวันท่ี 6 กนั ยายน 2547ระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยวิธีการเกี่ยวกับการขุดลอกแหลงนํ้าสาธารณประโยชนที่ตื้นเขิน พ.ศ. 2547ระเบียบกระทรวงมหาดไทยวาดวยการเปล่ียนสภาพท่ีดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินสําหรับ พลเมอื งใชร ว มกนั จากการใชเพ่อื สาธารณประโยชนอยางหนงึ่ เปน อีกอยางหน่งึ พ.ศ. 2543ระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติ ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2529) วาดวยการสงวนหรือหวงหามที่ดิน ของรฐั เพื่อใหป ระชาชนใชประโยชนร ว มกัน ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2529ระเบียบคณะกรรมการปฏริ ปู ท่ดี นิ เพ่อื เกษตรกรรมวาดวยหลกั เกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขในการคัดเลือก เกษตรกรซง่ึ จะมีสทิ ธไิ ดร ับท่ดี ินจากการปฏริ ูปทดี่ นิ เพอ่ื เกษตรกรรม พ.ศ. 2535ระเบยี บคณะกรรมการปฏิรปู ทด่ี ินเพือ่ เกษตรกรรมวาดว ยหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขในการคัดเลือก เกษตรกรซึ่งจะมีสิทธิไดรับท่ีดินจากการปฏิรูปที่ดินเพ่ือเกษตรกรรม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2538 ลงวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2538ระเบยี บวาดว ยการจดั ที่ดนิ เพอ่ื ประชาชน วนั ที่ 24 สงิ หาคม 2498ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการแกไขปญหาการบุกรุกท่ีดินของรัฐ พ.ศ. 2545 แกไขเพ่ิมเติม พ.ศ. 2547ระเบียบสาํ นกั นายกรฐั มนตรีวาดว ยการจัดใหม โี ฉนดชุมชน พ.ศ. 2553ระเบียบสาํ นกั นายกรฐั มนตรีวา ดวยการบริหารทรพั ยากรนํ้าแหง ชาติ พ.ศ. 2550ประกาศกรมเจาทา ท่ี 251/2541 ลงวนั ท่ี 22 มิถุนายน 2541ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ เรื่อง กําหนดเขตหามใชเคร่ืองมืออวนลากและอวนรุนทําการ ประมงในบรเิ วณอาวพงั งา ลงวันที่ 14 ธนั วาคม 2541ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ เรอื่ ง กาํ หนดเขตหามใชเคร่ืองมืออวนลากและอวนรุนที่ใชเรือยนต ทาํ การประมง ลงวนั ท่ี 20 กรกฎาคม 2515ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ เรื่อง กําหนดพื้นที่อนุรักษในทะเลอันดามัน ลงวันที่ 11 เมษายน 2528ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ เร่ือง กําหนดพื้นท่ีอนุรักษในอาวไทย ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2527
บรรณานุกรม 321บรรณานกุ รม 321ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ เรอื่ ง กาํ หนดหามใชเ ครอ่ื งมืออวนลากและอวนรุนท่ีใชประกอบเรือ ยนตท าํ การประมงในที่จับสตั วนาํ้ บางแหง (จงั หวดั ตรัง) ลงวนั ที่ 9 ตลุ าคม 2550ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ เร่ือง เง่ือนไขวาดวยการอนุญาตใหทําการประมงหรือเพาะเล้ียง สัตวนํ้าในท่ีจับสัตวน้ําประเภทที่สาธารณประโยชนตามพระราชบัญญัติการประมง ลงวันท่ี 5 กุมภาพนั ธ พ.ศ. 2533ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ เร่ือง หามใชเคร่ืองมือประมงประเภทอวนลอมจับประกอบแสงไฟ ลอในบรเิ วณนอกฝงจงั หวดั ตราดในอาวไทย ลงวนั ท่ี 24 มกราคม 2528ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ เร่ือง หามใชเคร่ืองมืออวนลากและอวนรุนในพ้ืนที่นอกฝงจังหวัด ชลบุรี ลงวนั ที่ 26 มถิ ุนายน 2518ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ เรื่อง หามมิใหใชคราดหอยทุกชนิดในเขต 3,000 เมตรจากชายฝง ลงวนั ท่ี 18 กมุ ภาพันธ 2517ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม เร่ือง กําหนดเขตนํ้าบาดาลและความลึกของนํ้า บาดาล ลงวันที่ 13 ธนั วาคม พ.ศ. 2554ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เรื่อง กําหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุมครอง ส่ิงแวดลอมในทองท่ีอําเภออาวลึก อําเภอเมืองกระบ่ี อําเภอเหนือคลอง อําเภอคลองทอม และ อาํ เภอเกาะลนั ตา จังหวดั กระบ่ี พ.ศ. 2550ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เรื่อง กําหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุมครอง สง่ิ แวดลอมในบรเิ วณพื้นทจ่ี งั หวัดกระบี่ พ.ศ. 2553ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เร่ือง กําหนดเขตพ้ืนท่ีและมาตรการคุมครอง สง่ิ แวดลอมในบรเิ วณพ้ืนท่ีจังหวัดภเู กต็ พ.ศ. 2553ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เรื่อง กําหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุมครอง สิ่งแวดลอ มในบริเวณพน้ื ทอี่ าํ เภอบางละมุง และอําเภอสตั หีบ จังหวดั ชลบรุ ี พ.ศ. 2553ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอม เรื่อง กาํ หนดประเภท ขนาด และวิธีปฏิบัติสําหรับ โครงการหรือกิจการท่ีอาจกอใหเกิดผลกระทบตอชุมชนอยางรุนแรงท้ังทางดานคุณภาพ สิ่งแวดลอม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพฯ ลงวนั ท่ี 29 ธันวาคม 2552ประกาศกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม เรือ่ ง กําหนดประเภท ขนาด และวิธีปฏิบัติสําหรับ โครงการหรือกิจการที่อาจกอใหเกิดผลกระทบตอชุมชนอยางรุนแรงท้ังทางดานคุณภาพ สง่ิ แวดลอ ม ทรพั ยากรธรรมชาติ และสขุ ภาพฯ ลงวนั ท่ี 19 พฤศจิกายน 2553ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม เร่ือง กําหนดพ้ืนที่และมาตรการคุมครอง ส่งิ แวดลอมในทอ งทอ่ี าํ เภอครุ ะบรุ ี อําเภอตะก่ัวปา อําเภอทายเหมือง อําเภอทับปุด อําเภอเมือง พงั งา อาํ เภอตะก่วั ทงุ และอาํ เภอเกาะยาว จังหวดั พังงา พ.ศ. 2550ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เร่ือง แตงต้ังพนักงานเจาหนาท่ีตาม พระราชบัญญัติอุทยานแหงชาติ พ.ศ. 2504 และพระราชบัญญัติสงวนและคุมครองสัตวปา พ.ศ. 2535 ลงวนั ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2547
322 การปฏิรูปกฎหมายเพ่ือส่งเสริมประสทิ ธิภาพและนวัตกรรมการบรหิ ารจดั การทรพั ยากรธรรมชาติของ อปท.322 การปฏิรูปกฎหมายเพื่อสง เสรมิ ประสิทธิภาพและนวัตกรรม การบริหารจดั การทรพั ยากรธรรมชาตขิ อง อปท.ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม เรื่องแตงตั้งพนักงานเจาหนาที่ตาม พระราชบัญญตั ปิ าไม พุทธศกั ราช 2484 ลงวันที่ 25 มถิ ุนายน 2547ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม เร่ืองแตงต้ังพนักงานเจาหนาท่ีตาม พระราชบัญญัติปา ไม พทุ ธศักราช 2484 ลงวนั ท่ี 16 ธันวาคม 2547ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม เรื่องแตงตั้งพนักงานเจาหนาท่ีตาม พระราชบญั ญัติปา สงวนแหงชาติ พ.ศ. 2507 ลงวันท่ี 25 มถิ นุ ายน 2547ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เร่ืองแตงต้ังพนักงานเจาหนาท่ีตาม พระราชบัญญตั ปิ า สงวนแหงชาติ พ.ศ. 2507 ลงวันที่ 16 ธันวาคม 2547ประกาศคณะกรรมการการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่น เร่ือง การบังคับใชแผนการ กระจายอาํ นาจใหแ กอ งคก รปกครองสว นทองถ่ิน (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2551ประกาศคณะกรรมการการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่น เรื่อง กําหนดอํานาจและ หนาที่ในการจัดระบบบริการสาธารณะขององคการบริหารสวนจังหวัด ลงวันท่ี 13 สิงหาคม 2546 แกไ ขเพ่มิ เตมิ โดยประกาศฯ เรือ่ งเดยี วกัน (ฉบบั ที่ 2) ลงวนั ท่ี 23 พฤศจิกายน 2552ประกาศคณะกรรมการการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่น เร่ือง กําหนดอํานาจและ หนาที่ในการจัดระบบบริการสาธารณะขององคการบริหารสวนจังหวัด (ฉบับท่ี 2) ลงวันท่ี 23 พฤศจกิ ายน 2552ประกาศคณะกรรมการการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวนทองถ่ิน เรื่อง หลักเกณฑในการ สนับสนุนขององคการบริหารสวนจังหวัด เทศบาล และองคการบริหารสวนตําบลในการ ใหบ รกิ ารสาธารณะ ลงวนั ที่ 23 พฤศจกิ ายน 2552ประกาศคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติ เร่ือง การสงวนหวงหามที่ดินของรัฐเพื่อใหประชาชนใช ประโยชนรวมกนั ลงวันท่ี 15 มถิ นุ ายน 2544ประกาศคณะกรรมการทรัพยากรนํ้าแหงชาติ เร่ือง คุณสมบัติ การสรรหา การแตงตั้ง วาระการดํารง ตําแหนงและการพนจากตําแหนงของกรรมการในคณะกรรมการลุมนํ้า ลงวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2551ประกาศคณะกรรมการประสานงานเพ่ือจัดใหมีโฉนดชุมชน วาดวยหลักเกณฑและวิธีการในการ ดาํ เนินงานโฉนดชุมชน พ.ศ. 2553 ลงวันที่ 26 ตุลาคม 2553ประกาศจังหวัดตรัง เรื่อง กําหนดหามใชเคร่ืองมือประมงบางชนิดทําการประมงในบริเวณแหลงหญา ทะเลภายในพ้ืนท่ีทกี่ ําหนด ลงวนั ท่ี 16 พฤษภาคม 2535คําสั่งกรมการขนสงทางนํ้าและพาณิชยนาวี ที่ 185/2548 ลงวนั ที่ 25 เมษายน 2548คาํ ส่ังกรมการขนสง ทางน้ําและพาณิชยนาวี ที่ 186/2548 เร่ือง แนวทางการพจิ ารณาสง่ิ ลว งลาํ้ ลาํ นํา้คาํ สัง่ กรมการขนสงทางน้าํ และพาณชิ ยนาวี ท่ี 320/2547 ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2547คาํ ส่งั กรมการขนสง ทางนา้ํ และพาณชิ ยนาวี ท่ี 442/2547 ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2547คําสั่งกรมชลประทาน ท่ี ข.1056/2546 เร่ือง แตงตั้งเจาหนาที่ขององคการบริหารสวนตําบลและ เจาหนาที่ของเทศบาลเปน เจาพนักงาน ลงวันที่ 5 กนั ยายน พ.ศ. 2546
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360