แปลโดย โซเฟยี น และคณะ
คำนำ หนังสือเล่มน้ีแปลมาจากหนังสือเร่ือง Who was Thomas Alva Edison? ซ่ึงเขียนโดย Magaret Frith เป็นหนังสือเก่ียวกับ ชีวประวัติของ Thomas Alva Edison บุคคลท่ีมีความสาคัญต่อการ เปลี่ยนแปลงและพัฒนาวงการไฟฟ้า เป็นทั้งนักวิทยาศาสตร์และนัก ประดิษฐ์ผู้ก้องโลก สร้างผลงานมากมายอันเป็นประโยชน์ต่อโลกใบนี้ ชื่อของเขาได้รบั การกลา่ วขานมาจนถึงทุกวันนี้ หนังสือเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา การแปลเพ่ือ ความกา้ วหนา้ ในอาชีพ (2108315) ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2562 ทางกลุ่มหวังเป็นอย่างย่ิงว่าหนังสือเล่มน้ีจะเป็นประโยชน์สาหรับ ผูอ้ า่ นทีส่ นใจไดเ้ ป็นอยา่ งดี โซเฟียน และคณะ 25 ตุลาคม 2562
สำรบัญ ใครคือ Thomas Alva Edison…………………………………………………1 อยากรอู้ ยากเห็นตลอดเวลา……………………………………………..……….3 นักประดษิ ฐน์ อ้ ย…………………………………………………………….………15 Tom และเด็กๆ ของเขา………………………………………………….………25 โครงงานส่ิงประดิษฐ์ของเขา…………………………………………………….40 เปดิ ไฟ…………………………………………………………………………………..53 การสรา้ งภาพยนตร์…………………………………………………………..……70 ประดิษฐ์หลอด……………………………………………………………………….90 กติ ติกรรมประกาศ……………………………………………………………….103
1 ใครคอื Tomas Alva Edison ? วนั หน่งึ คนในครอบครัว Edison หาเด็กชายวัยหกขวบไม่เจอ คนในครอบครัวจะเรยี กเขาว่า Al ในปี พ.ศ. 2396 (ค.ศ.1853) พวก เขาได้ไปเยย่ี มพสี่ าวและพเี่ ขยของ Al ที่ฟารม์ ซ่ึงอยู่ในรฐั Ohio เมอื ง Milan ทนั ใดนัน้ ลุงของ Al นกึ ข้ึนได้ เลยวงิ่ ออกไปท่ีโรงนาและเขาเหน็ Al กาลังนั่งอยทู่ ี่กองฟาง โดยท่ี เขาพยายามทจ่ี ะฟักไข่หา่ น เขา กาลังมองแม่ไก่กาลงั กกไข่อยู่ แล้วมีลูกไก่ฟักตวั ออกมา Al ก็ เลยต้องการใหไ้ ข่ห่านฟักลูก ออกมาเหมือนกนั
2 Edison ไมไ่ ดร้ ู้สึก ประหลาดใจแต่อยา่ งใด เขามีลูก 3 คน แต่ Al เปน็ ลูกคนสุดท้อง เขา เป็นคนทใี่ ฝ่รู้ และเปน็ แบบนั้นมา โดยตลอด โลกไดแ้ ตกต่างออกไปใน ตอนท่ี Al ยังเปน็ เด็ก ตอนนั้นไม่มี ไฟฟา้ ให้ใช้ ไม่มเี คร่ืองบนั ทึกเสียงไวฟ้ ังเพลง ไม่มีหนังให้ดู แต่ Alva Edison เป็นคนทเ่ี ปล่ียนชวี ิตของเราไปตลอดกาล โดย Alva Edison เชอื่ ว่าสงิ่ ประดิษฐจ์ ะทาให้การ ใช้ชวี ติ ของเรานน้ั สะดวกสบาย และงา่ ยย่ิงขนึ้ และเขาก็ทามนั สาเร็จ บางที Tomas Alva Edison อาจจะเปน็ นักประดิษฐ์ ทเ่ี กง่ ที่สุดในยคุ น้ันก็เป็นได้
3 บทท่ี 1 อยำกรอู้ ยำกเหน็ ตลอดเวลำ Thomas Alva Edison เกิดเม่ือวันท่ี 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2390 (ค.ศ.) ในคืนอันเหน็บหนาวท่ามกลางหิมะในเมือง Milan รัฐโอไฮโอ พ่อแม่ ข อ ง เข า ช่ื อ ว่ า Nancy แ ล ะ Samuel ได้ตั้งชื่อ เข า ว่ า Thomas ตามช่ือท้ายของตา ของเขา แล ะ Alva ตามช่ือของ เพื่ อ น ข อ ง พ่ อ เข า คนในครอบครัวจะ ไ ม่ เรี ย ก เข า ว่ า Tom หรือ Tommy แต่พวกเขาเรียกวา่ Al Al ตวั นอ้ ยต้องการค้นหาทกุ อย่างที่เกยี่ วกับสิง่ ต่างๆรอบตัว ของเขา เขาทาราวกบั ว่าตัวเองเปน็ นักวิทยาศาสตร์ท่ีกาลงั ทาการ ทดลอง
4 เขาไม่เพียงแค่ถามคาถาม แตเ่ ขายังชอบค้นหาคาตอบ ด้วยตวั เขาเอง คร้ังหนึ่ง Al ทาลายรังผึ้งเพื่อดูวา่ มีอะไร อยู่ขา้ งในรงั ต่อมา เขาสงั เกตดูนกกนิ หนอนและบนิ ออกไป ดงั นน้ั Al จึง ทาการผสมน้าและหนอนบด
5 หลังจากนั้นเขาให้ส่ิงนั้นแก่เพ่ือนบ้านสาวดื่ม เขาอยากรู้ว่าการกิน ห น อ น จ ะท าให้ ห ญิ งส าว ค น นั้ น บิ น ได้ ห รือ ไม่ แ ต่ สุ ด ท้ าย มันกลับทาใหผ้ ู้หญิงคนนั้นป่วย สดุ ทา้ ย Al ถกู ตีดว้ ยไม้เรยี ว ไม่มีส่ิงใดหยุด Al ได้ ไม่ใช่ผ้ึง ไม่ใช่ไม้เรียว และไม่ใช่แม้แต่ การตกลงไปในถังเก็บธัญพืช ในขณะที่เขาเดินอยู่บนขอบถัง เขาก็ตก ลงไปในถัง โชคดีมีคนช่วยเขาด้วยการดึงขาของเข้าออกมาก่อนที่เขา จะจมลงใต้กองข้าวสาลี พ่อของ Al เป็นเจ้าของโรงงานผลิตธัญพืชและไม้ซุงในเมือง Milan เรอื หลายๆลาของ Captain Alva Bradley
6 สง่ ไม้ซุงจากแคนาดาผ่านทะเลสาบ Erie ลงสู่แม่น้า Huron และผ่าน คลอง Milan ที่นั้น มันจะถูกตัดให้เป็นท่อนและแผ่นกระดาน ท่ี โรงงาน เชน่ เดียวกบั ของนาย Edison รถบรรทุกและรถยนต์ ยังไม่ได้รับการคิดค้น และรถไฟยังมา ไม่ถึงเมือง Milan แต่อยู่มาวันหนึ่งทางรถไฟก็ถูกสร้างขึ้น รถไฟเร่ิม ได้ยินเสียงในเขต เมือง และคลอง เป็นสิ่งท่ีไม่สาคัญ ม า ก อี ก ต่ อ ไ ป ระบบรถไฟใช้งาน ได้เร็วและง่ายกว่า ใ น ก า ร ข น ส่ ง ส่ิ ง ข อ ง ภายในประเทศ ดังน้ันเมื่อ Al อายุ 7 ขวบ
7 ครอบครัวยา้ ยบ้านใหม่ไปยังเมือง Port Huron รัฐมิชิแกน ระยะทาง กว่า 160 กโิ ลเมตร ไปทางเหนือของเมือง Milan พวกเขาอาศัยอยู่ ในบ้านหลังใหญ่บนแม่น้า St. Clair พ่อ ของ Al ทาหลายสิ่งเพ่ือหาเล้ียงชีพ เขา ทางานเป็นช่างไม้ เขาเปิดร้านขายของ ชา เขาทาสวนผัก เขาพยายามทานา และเขาก็ยังสร้างป้อมปราการสูง 30 เมตร ที่สามารถมองเห็นแม่น้าได้ ทุก คนสามารถปีนข้ึนและมองเรือแล่นผ่าน ได้ โดยการจา่ ยเงนิ ประมาณ 25 เซนต์ ครอบครวั Edison อยทู่ นี่ ่ันแค่ เวลาสั้น ๆ เมื่อ Al ปว่ ยเป็นไข้ อดี าอีแดง มนั คือโรคที่รุนแรงในชว่ งนนั้ ไมม่ ยี ารักษาท่ีใช้กนั ทุกวนั น้ี
8 เขามีไข้สูง ผื่นสีแดงข้ึนตามผิวหนังของเขา หลังจากที่ Al หายจากอาการป่วย แต่เขารู้สึกว่าเขาไม่สามารถได้ยินได้ดีเหมือน อย่างทผี่ า่ นมา อาจเปน็ เพราะไข้อดี าอแี ดง ที่โรงเรียนครู บ่นว่า Al ไม่ตั้งใจเรียน เขาล่องลอย เขาอาจจะ เบื่อห รือไม่ก็อาจจะ ไมไ่ ด้ยินเสียงอะไรเลย วันหนง่ึ เมอื่ เขา อายุ 8 ขวบ Al ได้ยิน ครูของเขากาลังเล่าให้ บางคนฟังว่า เขาสมอง กลวง เขาหมายความ ว่าสมองของ Al ได้รับการกระทบกระเทือน เมื่อ Al เล่าให้แม่เขาฟัง ทาให้แมข่ องเขาโกรธมาก เขานาลกู ชายของเขาออกจากโรงเรียนและ เรม่ิ สอนหนังสือให้ลูกเขาท่บี า้ น Al รกั ในการอ่าน ครขู อง Al ประหลาดใจมากเท่าทแ่ี ม่ของ Al ใหห้ นังสือทย่ี ากมากแก่ Al
9 ห นั ง สื อ เ ห ล่ า น้ั น เ กี่ ย ว กั บ ป ระวัติศ าสตร์ ธรรม ช าติแล ะ วิท ยาศ าสต ร์ Al อ่ าน ห นั งสื อ เหล่านั้นเร็วที่สุดเท่าท่ีเขาจะทาได้ หนังสือเล่มท่ีเขาชอบมากที่สุดซึ่งมี ช่ื อ ว่ า A school Compendium of Natural and Experimental Philosophy มั น เ ป็ น ห นั ง สื อ วิทยาศาสตร์พูดถึงเก่ียวกับกระแสไฟฟ้า แบตเตอร่ี ของเล่นไฟฟ้า และอนื่ ๆอีกมากมาย มนั คอื การทดลองทัว่ ไป Al ตื่นเต้นมาก เขาเริ่มทาการทดลองต่างๆทุกที่ในบ้าน เขา ใช้ส่ิงของเช่น ขนนก ข้ีผ้ึง และสารเคมีจากร้านยา ห้องนอนของเขา เต็มไปด้วยเหยือกละขวด ในท่ีสุดแม่ของเขาส่งเข้าไปยังห้องใต้ดิน เพ่อื ให้เป็นห้องทดลองของเขาเอง
10 รหัส Morse ( 2334 – 2415 ) Samuel Morse เกิดในย่าน Charlestown รัฐแมสซาซูเซตส์ เขาคอื จิตรกรทาสรี ปู ปนั้ คนในชว่ งครึง่ ชีวิตแรกของเขา
11 Morse มักจะสนใจในเร่ืองวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะเรื่อง กระแสไฟฟ้า เขาเกิดแนวคิดเม่ือตอนที่เขาอายุ 41 ปี อะไรคือ การส่งข้อความโดยรหัส ผ่านสายไฟ แนวคิดน้ีผุดข้ึนในหัวเขา ในขณะที่เขาอยู่บนเรือ เดินทางกลับบ้านจากฝรั่งเศส ท่ีซ่ึงใช้ เวลายาวนานถึง 1 เดือน สาหรับการส่งจดหมายฉบับหน่ึงให้ การไปถงึ เขาจากอเมรกิ า การทดลองอันแสนธรรมดาท่ีเขาได้สร้างในปี พ.ศ. 2382 (ค.ศ. 1837) ถูกใช้งานคร้ังแรก แต่มันใช้งานไม่ได้ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2382 (ค.ศ. 1844) เขาสามารถส่งโทร เลขครั้งแรกอย่างเป็นทางการ Morse พิมพ์ประโยคจากคาภีร์ ไบเบิล \"What hath god wrough?\" มันถูกส่งจากวอชิงตัน ดี.ซี. ไปยังเมือง Baltimore รัฐแมร่ีแลนด์ ระยะทาง 55 กิโล ไกลออกไป มันใช้เวลาน้อยกว่า 1 วินาทีในการเดินทางผ่าน สายไฟ
12 ส่วนหน่ึงในหนังสือท่ีทาให้ Al สนใจมากท่ีสุด มันเกี่ยวกับ พยัญชนะระบบการส่งโทรเลขของ Morse Morse คือ ช่ือของรหัส มันถูกใช้เพื่อสง่ ขอ้ ความไปยงั ที่ต่างโดยผ่านสายโทรเลข ในตอนน้ันยัง ไม่มีโทรศัพท์ใช้ คุณไม่สามารถพูดคุยกับคนอื่นที่อยู่ไกล แต่คุณ สามารถส่งขอ้ ความทถ่ี งึ พวกเขาได้อย่างรวดเร็ว Samuel Morse สร้างรหัสขึ้นมา แทนการใช้ตัวอักษรและ ตัวเลข เขาใช้จุดและเครื่องหมายขีดเพ่ือส่งข้อความ ซ่ึงกลายเป็นท่ี รจู้ กั กันในชื่อโทรเลข
13 ทางรถไฟมีบทบาทอย่างมาก เพราะสายโทรเลขท่ีขนส่งโทร เลขถูกพาไว้กับเสาตลอดทางรถไฟ ผู้ควบคุมสถานีรถไฟสามารถส่ง โทรเลขล่วงหน้า ในกรณีถ้าตารางการเดินรถมีการเปล่ียนแปลง หรือ มีอุบัติเหตุหรอื เกดิ ความลา่ ชา้ ในบางกรณี การส่งโทรเลขทาให้รถไฟมี ความปลอดภัยมากขึ้น ผู้ปฏิบัติงานพิมพ์ข้อความด้วยการเคาะจุดและเคร่ืองหมาย ขีด โดยใช้กุญแจโลหะบนแป้นพิมพ์ ข้อความถูกส่งอย่างรวดเร็วผ่าน เสาไฟฟ้าไปยังสถานีข้างหน้า จุดและขีดถูกทาให้เป็นรอยบากหรือ ตัดลงไปบนม้วนกระดาษ ผู้ปฏิบัติงานถอดรหัสข้อความโดยการใช้ รหสั Morse และเขยี นขอ้ ความเป็นคาต่าง โทรเลขมรี าคาแพง ดงั นัน้ ส่วนใหญ่จะใชส้ ่งโทรเลขกันในทาง ธุรกิจ แต่คนท่ัวไปก็ส่งโทรเลขเช่นกัน เพื่อ ส่งข่าวให้ครอบครัวและ เพอ่ื นไดท้ ราบอยา่ งรวดเร็ว เช่น การเกิดของลูกคนใหม่ Al ไม่สามารถท่ีจะรอเพ่ือใช้มัน เขาสร้างรหัสโทรเลขแบบธรรมดา และเขาก็เริ่มเรียนรู้รหัส Morse และเขากย็ ังสร้างสายขน้ึ มาระหว่าง บ้านของเขากบั บ้านของเพอื่ นเขาซึง่ อยใู่ กล้กัน
14 ขณะท่ีพวกเขาเรียนรู้รหสั เขากเ็ รม่ิ สง่ ข้อความโต้ตอบไปมา ในไมช่ า้ นี้ Al จะไปทางานที่สถานรี ถไฟ และท่ีนั่นก็ทาให้ ความสนใจในเทคนคิ การสง่ โทรเลขเพิ่มขึ้นและจรงิ จงั มากข้ึน
15 บทท่ี 2 นกั ประดษิ ฐ์นอ้ ย เมื่อ Al มีอายุได้ 12 ปี พ่อของเขาช่วยหางานใหเ้ ขาทาทท่ี าง รถไฟGrand Trunkเส้นทางรถไฟที่เดินทางไปมาระหว่าง Port Huron และ Detroit รฐั มชิ แิ กนทกุ ๆ วัน Al เคยเป็นเดก็ ส่งหนังสือพมิ พ์ เขาได้เขา้ ร่วมกับเด็กผู้ชายคน อืน่ ๆ ขายหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และขนมขบเคี้ยว เช่น ลกู อมและถ่ัว หรือแซนด์วิช
16 รถไฟไม่มีรถเสบยี ง ผู้โดยสาร จงึ ต้องนาอาหารของตวั เองมา หรอื ซ้อื จากเดก็ ๆ ที่ขาย รถไฟออกจาก Port Huron ในตอน 7 นาฬิกาตอน เช้า และกลับมาถึงตอน 9 นาฬิกากลางคืน โดยใช้เวลา 3 ชว่ั โมงในแต่ละเส้นทาง Al มีเวลามากตอนท่ีรถไฟอยู่ท่ี Detroit ก่อน จะกลับบ้าน Al ไม่ใช่เด็กผู้ชายที่น่ังคอยและไม่ทาอะไร เขาใช้เวลาใน ห้องสมุดเพื่ออ่านหนังสือ ส่วนมากจะเป็นหนังสือที่ เก่ียวกับ วิทยาศาสตร์ และเขาก็ยังจุดประกายฝันอื่นๆ เพื่อท่ีจะหารายได้บน รถไฟอีกด้วย เขาซ้ือของจากตลาดท่ี Detroit และขายบนรถไฟ เส้นทางจากบ้านไปยัง Port Huron ท่ีนั่นเขาได้นาผักจากฟาร์มของ ครอบครวั มาขายทส่ี ถานดี ว้ ย ห ลั งจากนั้ น ท่ี ส ถานี Detroit เข าได้ สั งเก ต เห็ น ว่ ามี หนังสอื พิมพถ์ ูกโยนทงิ้ ขวา้ ง โดยมชี ้นิ ส่วนของน้าหมกึ แผน่ กระดาษ
17 Al จึงซ้ือเครื่องปริ้นเล็ก ๆ และเร่ิมพิมพ์หนังสือพิมพ์ราย สัปดาห์ เขาใช้ชื่อว่า “Grand Trunk Herald” โดยมีค่าสมัคร สมาชิก 8 เซ็นต์ต่อเดือน เขาขายหนังสือพิมพ์ได้ประมาณ 200 เล่ม ต่อสัปดาห์ ผู้คนชอบหนังสือพิมพ์ของ Al เพราะมีการนาเสนอข่าว ท้องถนิ่ ตารางรถไฟ โฆษณาและขา่ วซบุ ซิบ Al ได้ติดตั้งเครื่องพิมพ์ตรงที่วางสัมภาระบนรถไฟ เขายัง ติดตั้งห้องทดลองง่าย ๆ อีกด้วย เขาเขียน พิมพ์ และทาการทดลอง หลาย ๆ อย่าง โดยทเ่ี จา้ หนา้ ท่ีควบคุมรถไฟไม่ได้ถือสาว่าอะไรเขา
18 และแล้ววันหนึง่ หนึ่งในส่วนผสมทางเคมีของเขาไหม้ลุกเป็น ไฟ ทาให้เจ้าหน้าท่ีควบคุมรถไฟโกรธเขาอย่างย่ิง เขาไล่Alลงจาก รถไฟพร้อมสัมภาระต่างๆ ของเขาอีกด้วย แต่นัน่ ก็ไมไ่ ด้ทาให้ Al ต้อง ตกงานในฐานะเด็กส่ง หนังสือพิมพ์ แต่เขาแค่ ไม่ มี ห้ องท ด ลอ งบ น รถไฟอีกตอ่ ไป ในปีพ.ศ. 2947 ( ค.ศ. 1861) พลเรือน ได้แตกแยกออกเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่ายเหนือ และ ใต้ รัฐมิชิแกนอยู่ทาง ฝ่ายเหนือ ซึ่งเป็นฝ่าย ข อ งป ร ะ ธ าน า ธิ บ ดี Abraham Lincoln ข่าวเก่ียวกับเหตุการณ์นี้สร้างความกังวลอย่างยิ่งต่อประชาชน ข่าวนี้ น่ีเองท่ีทาให้ Al มองเห็นแนวทางที่จะทาให้หนังสือพิมพ์ของเขาขาย ไดม้ ากขน้ึ เขามผี ู้ประกอบการโทรเลขใน Detroit เพือ่ ส่งข่าวเกยี่ วกับ สงครามในวันนั้นล่วงหน้าไปยังสถานีระหว่างไป Port Huron ผู้ประกอบการได้เขียนข่าวบนกระดานดาท่สี ถานี เม่ือรถไฟมาถึง ผู้โดยสารก็ได้ทราบว่าเกิดอะไรข้ึน และพวก เขาต้องการอ่านเพ่ิมเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ท่ีเกิดขึ้นตามหนังสือพิมพ์
19 Al ขายหนังสอื พิมพ์ได้ประมาณ 100 ฉบับอยู่บ่อย ๆ วันทขี่ ่าวร้ายมา จากการสู้รบกันที่เมือง Shiloh รัฐTennessee เม่ือผู้ชายถูกสังหาร และบาดเจ็บมากกว่า 23,000 คน หนังสือพิมพ์ของเขาย่ิงขายดีมาก ขึ้นเป็น 1,000 ฉบับ Al เติบโตเป็นวัยรุ่น และเขาได้ตัดสินใจว่าเขาต้องการที่จะ ถกู เรียกขานวา่ Tom หลงั จากน้ันเป็นต้นมา เขากไ็ ดเ้ ป็นทร่ี จู้ กั ในนาม ของชอื่ Tom หรือ Thomas วันหนึ่ง Tom เห็นรถไฟกาลังจะพุ่งชน Jimmy ลูกชายของ นายสถานีรถไฟท่ีอายุเพียง 3 ขวบ Tom จึงรีบคว้าตัวเด็กคนนั้นได้ ทนั และปลอดภัย
20 เพื่อเป็นการขอบคุณ Tom ท่ีช่วยเหลือลูกของเขา นาย สถานีรถไฟได้เสนอที่จะสอน Tom เกี่ยวกับเทคนิคการส่งโทรเลข Tom รู้สึกปลาบปล้ืม เขาเพ่ิงทราบเกี่ยวกับรหัสมอร์ส (Morse Code) น่เี ปน็ โอกาสท่ี จะทาให้เขาได้เรียนรู้ วิธีการท่ีทาให้เขาได้ เป็ น นั ก ส่ ง โ ท ร เล ข การส่งโทรเลขไม่ใช่ เป็นเพียงแค่การส่ง จากสถานีรถไฟเท่านั้น แต่ยังมีการส่งจากสานักงานที่เป็น เจา้ ของโดยบรษิ ัทท่ีชื่อว่า Western Union. Tom ขยันทางานจนเขา ไดท้ างานใหมท่ ่ี Western Union ท่ี Port Huron ในขณะที่เขามีอายุ ได้เพียง 17 ปีเท่าน้ัน Tom เริ่มรับและส่งข้อความได้เร็วมากขึ้น กว่าเดิม ซึ่งการเป็นนักโทรเลขท่ีดี สามารถรบั และส่งคาประมาณ 45 คาต่อนาที
21 Tom อยากทาให้ดีทีส่ ุด เขาจงึ ฝกึ ฝนในห้องของเขาใน ตอนกลางคนื เขาชอบเคาะเล่น บทละครอยา่ ง Hamlet ทแ่ี ตง่ โดย William Shakespeare. วันหนึ่งเพ่ือนของ Tom บอกเขาเก่ียวกับงานที่ Western Union ใน เมื อ ง บ อ ส ตั น รั ฐ แมสซาชูเซตส์ ในปี พ.ศ. 2411 (ค.ศ. 1868) สงครามกลางเมืองได้สิ้นสุดลงเม่ือ 3 ปีก่อน ตอนนี้ Tom อายุ 21 ปี แลว้ เขาก็ไปอย่างฉับพลนั Tom ทางานกลางคืน ในระหว่างวันท่ีเขาทางานเก่ียวกับ ส่ิงประดิษฐ์ของเขา เขาใช้เวลาอยู่ท่ีร้านขายเครื่องจักร ท่ีซ่ึงพวกเขา สามารถสรา้ งชิ้นส่วนในสิ่งในส่ิงท่ีเขากาลังสร้างอยู่ นั่นหมายความว่า การนอนไม่เพียงพอ กลายเป็นพฤติกรรมที่ติดตัวเขาไปตลอดช่วงชีวิต ของเขา
22 Tom จะพกสมุดเล่มเล็กๆ ใส่ไว้ในกระเป๋าของเขาอยู่เสมอ เพื่อท่ีเขาจะได้จด ความคิดของเขา ล ง ไ ป ซ่ึ ง สิ่งประดิษฐ์ของ เขาก็คือ เครื่อง ลงคะแนนไฟฟ้า เขาคิดว่าส่ิงประดิษฐ์น้ีสามารถขายได้ เขาสังเกตเห็นว่าสมาชิกสภา นติ บิ ัญญัติของรัฐแมสซาชเู ซตส์ ใช้เวลานานในการลงคะแนน และทุก คร้ังท่ีมีการลงคะแนนพวกเขาจะเขียนด้วยมือ ดังน้ันเครื่องลงคะแนน ไฟฟ้าน้ีจะทาใหก้ ารลงคะแนนนัน้ เรว็ ขึ้น Tom ได้ย่ืนขอจดสิทธิบัตรจากรัฐบาลสหรัฐฯ ในกรุง วอชิงตัน ดี.ซี. เป็นสิทธิบัตรคุ้มครองเจ้าของความคิดการประดิษฐ์ เพ่ือที่จะป้องกันการลอกเลียแบบและการขาย โดยเขาระบุวัน เวลา และสถานท่ีท่ไี ดค้ ดิ ค้นข้นึ
23 อีกท้ังในสิทธบิ ัตรนน้ั ยังครอบคลมุ คาอธบิ ายและภาพการรา่ ง ค ว า ม คิ ด ซึ่ ง รายละเอียดทั้งหมด จะอ ยู่ใน เอ ก ส าร ของเขา เพ่ื อเป็ น การยืนยันว่าเขาน้ัน ได้ ล ง มื อ ท า จ ริ ง Tom ไดร้ บั สิทธิ บัตรการคุ้มครองมากกว่า 1,093 รายการ เป็นเวลา 60 กว่าปีแล้ว รวมถงึ ทกุ วนั นี้ด้วย Tom ได้พยายามที่จะขาย เครอื่ งลงคะแนนของเขาใหแ้ ก่รฐั บาล แต่ถูกปฏเิ สธ เนื่องจากพวกเขานัน้ ยนิ ดีท่ีจะให้การลงคะแนนนน้ั เป็นไป อย่างล่าช้า เพราะวธิ นี ีน้ เ่ี องท่ีพวกเขา จะไดล้ องและชักชวนใหผ้ อู้ ่ืนได้แกไ้ ข คะแนนก่อนท่ีการลงคะแนนจะสนิ้ สดุ ลง
24 Tom ได้เดินทางไปกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพ่ือท่ีจะดูว่ารัฐสภา สหรัฐฯ ต้องการส่ิงประดิษฐ์น้ีหรือไม่ แต่ด้วยเหตุผลเดิม คือพวกเขา ไดป้ ฏิเสธ Tom ไม่อยากจะเช่ือเลย เขาได้ตัดสินใจทันทีว่าเขาจะไม่ ประดิษฐ์เคร่ืองประดิษฐ์ใดๆ อีกต่อไปแล้ว เว้นแต่เขาจะแน่ใจได้ว่า ผู้คนต้องการมัน น่ีเป็นวิธีเดียวท่ีจะได้เงินมา Tom ไม่ได้ต้องการเป็น นักประดิษฐ์ที่ร่ารวย แต่เขาเข้าใจว่ามันต้องใช้เงินในการท่ีจะ ประดษิ ฐส์ ่งิ ประดษิ ฐใ์ หเ้ ป็นจรงิ ขึ้นมา Tom ได้เขียนบทความเก่ียวกับโทรเลข ผู้คนที่ได้อ่าน บทความของ Tom ต่างก็ชื่นชมนักประดิษฐ์น้อยคนนี้ หลายคนได้ เรียกเขาว่าอัจฉริยะ บางคนท่ีเป็นนักลงทุนถึงขั้นอยากจะมอบเงินแก่ เขาเพ่ือช่วยให้เขาไดค้ ดิ คน้ สง่ิ ประดษิ ฐ์ขึน้ มา Tom ลาออกจากงานที่ Western Union โดยเขาใช้เวลา ส่วนใหญ่ไปกับการประดิษฐ์ของเขา เขาอยากรู้วิธีการส่งข้อความที่ มากกว่าหน่ึงข้อความไดแ้ ต่ละครั้ง เพ่ือที่จะได้ส่งโทเลขได้มากขึ้น แต่ หลังจากผ่านไปเพียง 1 ปี เงินของเขาหมด ทาให้เขาตัดสินใจท่ีจะ ยา้ ยออกจากบอสตนั ไปอยูท่ น่ี ิวยอร์ก
25 บทที่ 3 ทอมและเดก็ ๆ ของเขำ ในปี ค.ศ.1869 Tomได้มาถึง New York โดยที่ไม่มีงานทา แต่ Tom ก็ไม่มีปัญหาในการหางาน เขาได้รับการกล่าวขานและยก ย่องให้เป็นเด็กหนุ่มที่มีความคิดที่น่าตื่นเต้นและมีความคิดริเริ่ม เขา เป็นคนหนึ่งที่สามารถสร้างส่ิงใหม่ๆได้
26 Tom ไม่มีอปุ สรรคในการหางาน เพยี งไม่นาน เขาและเพื่อน ร่วมงานไดเ้ ร่ิมทาธุรกจิ เปน็ ของตนเอง การสร้างและพฒั นาเครอ่ื งจกั ร รูปแบบใหม่คือสิ่งที่พวกเขาจะทา บริษัทเครื่องจักรกลส่วนใหญ่ท่ี ประสบความสาเร็จถูกเรียกว่าหุ้นสากลเครื่องพิมพ์ ตลอดท้ังวันส่ง ราคาเปล่ียนแปลงของทอง ให้กับธุรกิจบนกาแพงถนน Tom ได้พัฒนาเครื่องพิมพ์ และเขาขายสิทธิบัตรให้กับ Western Union ด้วยราคา 906,647 บาท ( 30,000 ดอลลาร์) ด้วยเงินจานวนน้ีและนักลงทุนสองคน Tom เร่ิมเปิดบริษัท เปน็ ของเขาเอง ในปี พ.ศ.2413 ( ค.ศ.1870 ) เขาพบอาคารขนาดใหญ่ใน Newark New Jersey สาหรบั Newark Telegraph Works ของเขา เขาทางานอย่างต่อเนื่องให้กับงานประดิษฐ์ของเขา แต่ บริษัทยังผลิตหรือสร้างเคร่ืองจักรเพื่อขาย Tom ทางานอยู่เสมอเพ่ือ พัฒนาเคร่ืองจักรชนิดต่าง ๆ และ บริษัท อย่าง Western Union
27 ได้มาหาเขาเพ่ือสร้างเคร่ืองจักรท่ีพวกเขาต้องการ หรือเพ่ือแก้ไข ปญั หาเกี่ยวกบั เคร่อื งจักรที่พวกเขาใชอ้ ยแู่ ลว้ การทางานกับ Tom หมายถึงการทางานท่ีนานหลายชั่วโมง เขาอยู่ท่ีสานักงานใน Newark ตลอดเวลา เขารู้ทุกส่ิงท่ีเกิดขึ้น เขา เกบ็ บันทึกรายละเอียด เขารา่ งความคิดใหม่ๆ เขาทางานหนักกว่าใคร Tom เชื่อในประสบการณ์ของตัวเองที่ทาอะไรบางอย่างด้วยตัวเอง เชน่ การสร้างเครอ่ื งจกั รเปน็ วิธที ่ดี ีทสี่ ุดเพ่อื การเรียนรู้ วันหนึ่ง มีหญิงสาวชื่อ Mary Stilwell มาทางานท่ีบริษัทน้ี เธอและ Tom ได้ตกหลุมรักกัน ขณะนั้นเธออายุได้16 ปี ส่วน Tom อายุ 24 ปี 3 เดือนต่อมาพวกเขาแต่งงานกันซึ่งตรงกับวันคริสต์มาส พอดี ถึงกระนั้นในวันน้ัน Tom ก็ยังออกไปทางานเป็นเวลาสักช่ัวโมง กว่า ๆ และ Mary ก็ได้ค้นพบ ว่า Tom จะใช้เวลาอยู่กับงาน มากกวา่ อยทู่ ่บี ้าน
28 ผ่านมาหลายปี ครอบครัว Adison’s ก็ได้บุตรเป็นจานวน สามคน บุตรคนแรกชื่อ Marian ตามมาด้วย Thomas Junior พ่อ เรียกพวกเขาด้วยความรักว่า จุดและเส้นประ ได้ช่ือนี้จากรหัสมอร์ส จากนั้นก็มีบุตรชายอีกคนช่ือ William Tom รักค รอ บ ครัว ของเขา แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังใช้ เวลาทางานมากกว่าท่ีบ้าน น่ีจึง ไม่ใช่เร่ืองง่ายสาหรับ Mary และเด็ก ๆ เลย บ่อยครั้งท่ี ภรรยาของเขารู้สึกเหงาและ ผิดหวงั นักประดิษฐ์ส่วนใหญ่มักทางานคนเดียว แต่ Tom น้ัน แตกต่าง เขาชอบทางานเป็นกลุ่มโดยท่ีเขาเป็นหัวหน้ากลุ่ม เขาจ้าง คนที่มีความสามารถสูงที่สุดเท่าท่ีเขาจะหาได้ เขาจ้างนักร่างภาพที่ สามารถร่างความคิดของเขาลงบนกระดาษ จ้างช่างท่ีสามารถผลิตสิ่ง ต่าง ๆ จากภาพที่ร่าง และจ้างคนท่ีสามารถเข้าใจความต้องการของ เขาและพยายามปรับปรงุ พัฒนางานด้วยตนเอง
29 Tom เรียกเพ่ือนร่วมร่วมงานว่า เด็ก ๆ และพวกเขาก็เรียก ทอมว่า ชายชรา แม้ว่า Tom จะมีอายุเพียง 24 ปีเท่านั้นและก็ยัง อ่อนกว่าเพื่อนร่วมงานอีกหลายคน เพ่ือนร่วมงานบางส่วนได้ทางาน ร่วมกบั Tom มาเป็นเวลาถึง 20 ปี บ้างก็ 30 ปี ในช่วงปีแรกๆ Tom คิดวิธีการส่งโทรเลขส่ีข้อความพร้อม กันแบบสองทาง คือ ส่งไปยังคนแรก กับส่งไปยังคนท่ีสองได้ด้วยใน เวลาเดียวกัน คนอื่น ๆ มีวธิ ีรับและส่งข้อความได้คร้ังหนึ่งเท่ากับสอง ข้อความ คนอื่นรู้เพียงวิธีการรับส่งสองข้อความแบบเดิม แต่การรับส่ง ได้ส่ีข้อความน้นั หมายถึงการทาการรับส่งข้อความแค่สองคร้ังซ่ึงจะใช้ เวลานอ้ ยกวา่ เขาเรยี กลกั ษณะการรบั สง่ รูปแบบนี้ว่า quadruplex เขาได้สร้างปากกาไฟฟ้าอีกด้วย นักเขียนได้เขียนข้อความ ด้วยปากกา มีมอเตอร์ขนาดเล็กทางานด้วยพลังงานแบตเตอร่ีทา หน้าท่ีย้ายจุดปากกาข้ึนและ ลง ฉลุรูกระดาษให้เป็นลาย ฉลุ จากนั้นกระดาษที่เต็มไป ด้วยข้อความก็จะถูกฉาบด้วย น้าหมกึ จากน้ันนาไปกล้ิงบน กระดาษแผ่นอ่ืนด้วยลูกกล้ิง
30 ข้อความกจ็ ะถกู พมิ พ์ไดอ้ ีกซ้า ๆ ไปเรื่อย ๆ หลงั จากหกปีท่ี Newark Tom รู้สึกว่าได้เวลาแห่ งการ เปล่ียนแปลงอีกคร้ัง เขาอยากที่จะใช้เวลาไปกับการประดิษฐ์แทนท่ี จะผลิตเพื่อขาย เขาพบสถานท่ีแห่งหนึ่งเป็นชุมชนเกษตรพื้นที่เล็ก ๆ แถบ New Jersey เรียกว่า Menlo Park ซ่ึงอยู่ห่างจาก New York City เปน็ ระยะทางประมาณ 25 ไมล์ เป็นท่ที ่ีเหมาะสาหรับครอบครัว ของเขาและเดก็ ๆ ของเขาท่เี ปน็ โขยงๆอกี ด้วย
31
32 ในปี พ.ศ. 2419 (ค.ศ. 1876) Tom ได้ซือ้ ทด่ี ินขนาดใหญ่ 2 ผืนและได้มีการเร่ิมวางแผนก่อสร้าง เขามีการดาเนินงานสร้าง อาคาร 2 แห่งโดยอาคารหน่ึงใช้สาหรับเป็นห้องปฏิบัติการของเขา และอีกอาคารหน่ึงใช้เป็นสานักงานและห้องสมุดซึ่งก็จะประกอบไป ด้วยโรงไม้ ร้านขายเคร่ืองจักร ร้านขายเคร่ืองแก้วเป่า และบ้าน เคร่ืองยนต์ นอกจากน้ีเขายังสร้างเป็นหอพักสาหรับเด็ก ๆ ของเขา เพื่อสามารถเขา้ ไปพักอาศยั ได้อกี ด้วย Tom มีบ้านหลังใหญ่แสนน่าอยู่สาหรับครอบครัวของเขา แต่แม้พวกเขาจะอยู่ใกล้กันก็ไม่ได้แปลว่า Tom จะอยู่บ้านมากข้ึน เขาไม่ค่อยอยู่รับประทานอาหารอาหารเย็น แม้จะสัญญากับ Mary แล้วก็ตาม และเขาก็ไม่เคยกลับบ้านมารับประทานอาหารเท่ียงเลย บางครั้ง Marian ลูกสาวของเขาก็จะมาร่วมรับประทานอาหารเท่ียง ร่วมกับเขาที่ห้องทดลองด้วย เธอเป็นคนน่ารักสดใสและเป็นคนช่าง สังเกต ช่างโชคร้ายท่ีน้องชายของเธอท่ีช่ือ Thomas Junior มักจะ ปว่ ยอยู่บ่อย ๆ
33 บางคร้ัง Marian พบว่าพ่อของเขาใช้เวลาไปกับเด็ก ๆ ของ พวกเขามากเกินไป บางคร้ังเธอก็พบว่าเขานั่งอยู่ที่โต๊ะธรรมดาๆหัน หน้าไปทางสิ่งวุ่นวายรอบตัวเขา ถ้าเธอโชคดีเขาก็จะใหเ้ ศษเหรียญให้ เธอไวซ้ ือ้ ขนม Marian ชอบไปแวะเย่ียมทุกท่ีท่ีเธอมองดูแล้วแปลก เช่นยา คุมกาเนิดทป่ี ระดิษฐเ์ สรจ็ ไปแลว้ ครึ่งหนึง่ วางอยูบ่ นโตะ๊ ทางาน ชัน้ วาง ที่เต็มไปด้วยขวดแก้วและเหยือกเป็น pack และขวดทรงกลมท่ีเตม็ ไป ด้วยขนนก หิน และวัสดุอื่น ๆ ท่ีน่าสนใจ Tom และเด็ก ๆ ของเขา รกั Menlo Park พวกเขาดีใจท่ีได้ออกห่างจากความวุ่นวายของเมือง Newark พวกเขาไม่ได้ว่าอะไรหาก Tom จะให้ถอดนาฬิกาออก เพราะว่าจะได้ไม่ต้องมีใครให้ความสนใจว่าตอนน้ีเป็นเวลาเท่าไหร่ แล้ว พวกเขายังคงทางานเป็นเวลาหลายชั่วโมง แต่สาหรับเวลาของ Tom แล้ว บางครง้ั Tom ก็ไม่ไดก้ ลับบ้านเลย เขานอนหลับไปพร้อม กับชุดท่ีเขาสวมใส่บนช้ันวางในห้องทดลองสัก 2-3 ช่ัวโมง จากนั้นก็ กลับเขา้ ไปทางานใหม่
34 Menlo Park เป็นสถานท่ีที่เหมาะที่สุดสาหรับการใช้ ความคิด คร้ังหนึ่ง Tom พูดว่า “คนที่ไม่ได้คิดท่ีปลูกฝังนิสัยการคิด นั้น ไม่สามารถที่ทาประโยชน์สงู สดุ แก่ตนเองได้ ทุก ๆ ความก้าวหน้า ทุก ๆ ความสาเร็จ เกิดจากความคิด” เขาเรียก Menlo Park ว่าเป็น “โรงงานประดิษฐ์” ทีมงานของเขาคือ เด็ก ๆ ซ่ึงทางานมากถึง 40 โครงการ Tom ที่ประสบความสาเร็จมากข้ึน ทาให้ได้รับความสนใจ มากขึ้น มีกลุ่มนักลงทุนมาหาเขา นิตยสารและหนังสือพิมพ์ได้ลง บทความเกีย่ วกับเขาและส่งิ ประดษิ ฐข์ องเขา
35 Tom เหมือนเป็นบุคคลท่ีมีช่ือเสียง ยิ่งผู้คนได้ยินเก่ียวกับ สิ่งประดษิ ฐ์ของเขา ผู้คนก็ยงิ่ ต้องการเขา ช่วงเวลาเดียวกัน นี้ Alexander Graham Bell คิดค้ น โทรศัพท์ Tom อยากให้ตนเองคดิ ถงึ เรอื่ งนกี้ ่อน
36 โทรศพั ท์ นักประดิษฐผ์ มู้ ชี อ่ื เสยี งแห่งวงการโทรศพั ท์ มีนามวา่ Alexander Graham Bell เกดิ ท่ี Scotland เพียงไม่กี่เดอื นหลังจาก ท่ี Adison เกิด แม่ของเขาเป็นนกั เปยี โนชา่ งสีท่มี ีความสามารถ ซง่ึ เป็นคนทีเ่ กอื บจะหูหนวกสนิท ปูแ่ ละพ่อของเขา รวมถึงตัวเขาเอง กเ็ ปน็ ครสู อนคนหูหนวก พ่อของเขา ประดษิ ฐ์ “เสียงพูดที่มองเหน็ ได้” เปน็ ลักษณะของการใชอ้ ักษรเป็น สญั ลกั ษณ์ซึง่ ช่วยใหค้ นหหู นวกเรยี น ร้ทู จี่ ะพูดคยุ Bell ย้ายไปยัง Boston ในปี ค.ศ. 1871 เขาสนใจในเร่ืองท่ี เก่ียวกับไฟฟ้าเช่นเดียวกับ Adison ท่ีประสบความสาเร็จในการ ปรบั ปรุงโทรเลข ด้วยเหตนุ ้ีจึงนาพาเขาไปส่กู ารประดิษฐ์โทรศัพทใ์ นปี ค.ศ.1876 เขาได้พดู คาแรกกบั ผูช้ ่วยของเขาซึ่งอยู่ในอกี ห้องขา้ ง ๆ ว่า “Watson มานี่หนอ่ ย ฉันตอ้ งการคุณ”
37 แต่แล้วโทรศัพท์ของ Bell นั้นมีปัญหาคือ สามารถท่ีจะ ทางานได้ในระยะทางสั้นๆ และต้องตะโกนดังๆเพื่อให้ได้ยินเสียง บริษัท Western Union จึงได้มาปรกึ ษา Tom เพื่อทาให้โทรศัพท์ใช้ งานดีข้ึน สิ่งท่ีโทรศัพท์ต้องการคือ ทรานสมิตเตอร์ (transmitter) เป็นส่วนที่ทาหน้าท่ีส่งสัญญาณเสียงจากโทรศัพท์เครื่องหนึ่งไปยังอีก เครื่องหนึ่ง ซ่ึงอุปกรณ์จะอยู่ภายในโทรศัพท์ในส่วนที่ผู้พูดใช้พูด เม่ือ เสียงพูดเดินทางมาถึงทรานสมิตเตอร์ ก็จะเกิดการสั่นสะเทือนหรือ เคลื่อนที่ไปมา เสียงจะถูกเปลย่ี นให้อย่รู ูปของไฟฟ้า สามารถที่จะเดิน ทางผ่านขดลวดเปน็ ระยะทางไกล ๆ ได้
38 ทรานสมิตเตอร์ของ Bell ผลิตจากโลหะซึ่งทาให้เกิดปัญหา คือไม่ทนทานพอท่ีใช้สาหรับการส่ันสะเทือน Tom จึงพยายามหา วสั ดุทีใ่ ชง้ านดกี วา่ โลหะ เวลาน้ี Tom และทีมงานของเขาทางานทั้งวันทั้งคืน สุดท้าย Tom กไ็ ด้มาซ่งึ คาตอบ วัน ห นึ่ ง Tom ได้ขูดบาร์คอนบางส่วน ออกจากช้ินสว่ นของแก้ว ท่ีแตกจากตะเกียงน้ามัน อันเก่า คาร์บอนหรือ เขม่าดา คือ เขม่าเทียน Tom กลิ้งคาร์บอนไปมา ระหว่างนิ้วมือของเขา ราวกับว่าเป็นดินเหนียวอ่อน เขาป้ันเป็นทรงกลมสองก้อน เขาติด ก้อนคาร์บอนน้ีบนทรานสมิตเตอร์โลหะของ Bell ก้อนหน่ึงและอีก ก้อนหนึ่งติดอยู่ใกล้ ๆ เกือบจะสัมผัสกัน เมื่อเกิดการส่ันสะเทือน กระแสไฟฟา้ จะสง่ สัญญาณท่ีแรงและชดั เจนผ่านสายโทรศพั ท์ ปัญหา กไ็ ดร้ บั แกไ้ ข
39 Tom รู้สึกผิดหวังท่ีเขาไม่ได้ประดิษฐโ์ ทรศัพท์ แต่คารบ์ อนท รานสมิตเตอร์ของเขาได้ทาให้โทรศัพท์ทางานดีขึ้น และทรานสมิต เตอร์ของเขาได้นาพาเขาสู่สิ่งประดิษฐ์ที่ยอดเย่ียมของเขา ยังไม่เคยมี ใครทาการบันทึกเสียงและเล่นเสียงบุคคลได้ในภายหลัง Tom คือ คนทีท่ าสิ่งนนั้ ส่งิ ประดิษฐข์ องเขาถูกเรยี กวา่ แผน่ เสยี ง
40 บทท่ี 4 โครงงำนสง่ิ ประดิษฐข์ องเขำ ในกลางปี พ.ศ.2343 (ค.ศ.1800) ไดม้ ชี ายหนุม่ ชาวฝร่ังเศส และหนุ่มจากรัฐ Massachusetts พวกเขาท้ังสองคดิ คน้ เร่ืองของการ บนั ทกึ เสียง แต่แบบแผนในกระดาษเต็มไปด้วยเครื่องยัติภงั ค์และจดุ ซึง่ เปน็ รหสั มอรส์ ( morse code ) ไม่มีใครหา คาตอบของวิธกี าร บันทึกเสยี งและเล่น เสียงที่บันทกึ ได้ และนั่น คอื ส่งิ ที่ Tom ต้องการ ทา เขามีแนวความคิด แต่ไมร่ ้วู ่าจะใชง้ านได้ หรือไม่ เขาจึงวาดแบบ ครา่ ว ๆ
41 Tom และทีมของเขาทางานเกี่ยวกับเครื่องอัดเสียงเป็น เวลา 8 เดือน ในระหว่างนั้นพวกเขาทางานเกี่ยวกบั สิ่งประดิษฐอ์ ื่นไป ด้วย พวกเขาดาเนินงานโดยไม่ได้เร่งรีบแต่ต่อมาก็ได้มีการปรากฏ บทความในนิตยสารที่สาคัญ Scientific American พู ด ถึ ง Thomas Edison ได้ ประดิษฐ์เคร่ืองท่ีน่าอัศจรรย์ มันเล่นเสียง ของมนุษย์ “เคร่ืองประดิษฐ์มหัศจรรย์” พ ว ก เข า ป ร ะ ก า ศ ด้ ว ย ข่ า ว ที่ น่ า ยิ น ดี Tom รู้ว่าทุกคนจะต้องถามถึงการได้ ยนิ เสียงของเคร่ืองอัดเสียงของเขา
42 Tom ตอนน้ีจึงต้องเร่งรีบ มีคนจาก Menlo Park ได้บอกกับนักข่าวเกี่ยวกับสิ่งที่ Tom กาลังทา Tom ไม่ใส่ใจเขาอาจจะรู้ว่าเป็นใครที่เป็นคนบอกกับ นิตยสารเกี่ยวกับเครื่องบันทึกเสียงน้ัน เขาชอบการมีช่ือเสียงแต่ ตอนน้ีเขาตอ้ งสรา้ งเคร่ืองบันทึกเสยี งต่อไป เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2420 (ค.ศ. 1877) Tom นั่งวาด แบบโครงร่างอ่ืน เขามอบมันให้กับคนคุมเคร่ืองที่ดีของเขา คนอ่ืน ๆ อาจจะรู้สึกสับสนงงงวยกับการทาตามแบบมัน แต่คนคุมเครื่องคนนี้ ใชแ้ บบโครงร่างของTom สัปดาห์ต่อมาเขากลบั มาพรอ้ มแบบจาลอง
43 แบบจาลองมีสกรูยาวสาหรับการยึดเพียงตัวเดยี ว สกรูสอดผา่ น ช่องกระบอกโลหะที่หุ้มโดยแผ่นดีบุก อีกฝ่ังของกระบอกจะเป็นแผ่น โลหะทป่ี ักดว้ ยหมุดและท่อกลวงสนั้ Tom หันหน้าไปทางเครอื่ งจกั รหมนุ ท่จี ับ และพูดใส่ช่องหนึ่ง พร้อมกับหมุนสกรูท่ีอยู่ติดกับกระบอกอีกข้างไปพร้อมกัน “Marry มี แกะตัวน้อย ขนแกะท่ีขาวราวกับหิมะ และทุกที่ท่ี Mary ไป เจ้าแกะ ก็จะตามไปดว้ ย” เสียงของ Tom ทาให้แผ่นเสียงท่ีถูกหมุดปักไว้ส่ันและขูดไป ตามเสียงบนแผ่นดีบุก เม่ือเขาหยุดพูด Tom คอมดึงหมุดออกจาก
44 กระบอก เขาหมุนที่จับในทิศทางท่ีตรงกันข้ามกัน และย้ายกระบอก กลับไปอยู่ท่เี ดิม เขาปกั หมดุ ไปทางอกี ดา้ นหนึง่ เพ่ือตา้ นกระบอก
45 วธิ กี ำรทำงำนของเครอื่ งเลน่ เสยี ง บันทึกเสียง : เสียงเขา้ สู่ช่องแตร กระบงั ลมสนั่ ไปกบั เขม็ เพราะรอยบุม๋ ท่หี มุนอยบู่ นกระบอกที่หมุ้ ดว้ ยแผ่นดีบุก เล่นเสียงท่ีบันทึก : รอยบุ๋มท่ีอยู่บนกระบอกจะมีการส่ันเข็ม และกระบังลมทอี่ ยู่อีกข้างหนงึ่ เสียงจะออกทางช่องแตร
46 ตอนนี้คือสถานการณ์ท่ียิ่งใหญ่ Tom หมุนท่ีจับอีกคร้ัง กระบอกหมุนไปตามสกรูและเสียงพูดของเขาที่ออกมาน้ันคล้ายกับ จังหวะเสียงกล่อมเดก็ Tom มักจะเป็นคนท่ีส่วนใหญ่ประหลาดใจ เขาเชอ่ื ว่าเคร่ือง เลน่ เสียงของเขาใช้งานได้เป็นคร้ังแรก Tom พมิ พ์อะไรไปที่สานักงาน Scientific American เพื่อน เล่นเคร่ืองเล่นเสียงท่ีน่าอัศจรรย์ของเขา บรรดานักบรรณาธิการต่าง ตื่นเต้นและอยู่ล้อมรอบอย่างอัดแน่น ว้าว พวกเขาไม่เคยเห็นหรือได้ ยินเกี่ยวกบั อะไรแบบน้มี ากอ่ น
47 ในเดือนเมษายนปีพ.ศ.2421 (ค.ศ.1878) Tom ได้เดินทาง ไปยังรัฐวอชิงตัน ดี.ซี. เขาได้พูดท่ีสถาบันวิทยาศาสตร์นานาชาติ เกี่ยวกับส่ิงประดิษฐ์ของเขา Matthew Brady ซึ่งเป็นช่างภาพ สงครามกลางเมืองชือ่ ดงั กไ็ ดถ้ า่ ยรูปเขาไว้
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109