Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิชาโปรแกรมประมวลผลคำ บทที่ 1-10

วิชาโปรแกรมประมวลผลคำ บทที่ 1-10

Published by Kullanun Khamawan, 2021-05-23 12:24:42

Description: วิชาโปรแกรมประมวลผลคำ บทที่ 1-10

Search

Read the Text Version

9. มี Formula Auto-Complete ท่ชี ่วยให้ผู้ใชท้ างานเกีย่ วกบั ฟงั กช์ นั สะดวกขน้ึ โดยจะแสดงฟังกช์ นั ที่มี อักษรตวั แรกเกดิ ข้ึนมาใหเ้ ลอื กโดยอัตโนมตั ิ สว่ นประกอบหน้าจอของ Microsoft Office Excel 2016 การใชง้ านริบบอน (Ribbon) โปรแกรมชุด Microsoft Office 2010 มกี ารทางานของโปรแกรมในรปู แบบของ Ribbonซึ่งหมายถงึ การ จักลมุ่ ของชดุ คาสั่งแบง่ เปน็ ประเภทของการใช้งาน เพ่อื ให้ผู้ใชง้ านทางานได้สะดวกและง่ายขึ้น โดยประกอบดว้ ย ป่มุ ของเคร่อื งมอื 7 แท็บ โดยมรี ายละเอยี ดดังนี้

หน่วยที่ 4 การสร้างตารางข้อมูล 1.สาระสาคญั การใช้ตารางเพ่ือทาการจัดระเบียบของข้อมูลในเอกสารให้ดูง่าย เป็นระเบียบ แบ่งสัดส่วนของข้อมูลให้ ชัดเจน Microsoft Word 2016 สามารถทาได้โดยโปรแกรมได้จัดเตรียมตารางไว้ให้ใช้งาน ในกรณีที่ข้อมูลมี ลักษณะท่ีเป็นตัวเลข หรือข้อความอื่นๆ ท่ีมีความจาเป็นจะต้องใส่ลงในตาราง Microsoft Word 2016 จะปรับ ความกว้างและความสูงของช่องตารางตามขนาดของตวั อกั ษรและความกวา้ งของบรรทัด สามารถปรับแตง่ รูปแบบ ของตารางได้หลากหลายเพ่ือนาไปประยุกต์ใช้งานได้เหมาะสมรวมท้ังยังมีรูปแบบตารางสาเร็จให้เลือกใช้งานได้ อยา่ งรวดเรว็ และสวยงาม 2.สมรรถนะประจาหนว่ ย 1. แสดงการสร้างตารางข้อมลู ด้วยโปรแกรม Microsoft Word 2016 2. ประยุกตใ์ ชค้ วามรเู้ กย่ี วกบั การสรา้ งตารางขอ้ มูล ในชีวติ ประจาวันและการประกอบอาชีพ 3.จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ จุดประสงค์ท่วั ไป เพอ่ื ให้ผู้เรียนมคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกีย่ วกบั การสรา้ งตารางขอ้ มูล จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม เม่อื ผูเ้ รยี นศึกษาจบหน่วยการเรยี นนแ้ี ล้ว ผ้เู รยี นสามารถ 1. สร้างตารางแบบต่างๆ ได้ 2. กรอกขอ้ มลู ลงในตารางได้ 3. จัดตาแหนง่ ขอ้ ความได้ 4. ปรบั ขนาดของตารางได้ 5. การเพมิ่ จานวนแถวหรอื คอลมั น์ 6. การผสานและแยกเซลล์ 7. การลบเซลลท์ ีไ่ มต่ ้องการ 8. การกาหนดเสน้ ขอบของตาราง 9. เพ่ิมจานวนแถวหรือคอลมั น์ได้ 10. ผสานและแยกเซลล์ได้ 11. ลบเซลลท์ ี่ไมต่ อ้ งการได้ 12. กาหนดเส้นขอบของตารางได้

13. ปฏบิ ตั ิงานดว้ ยความมวี นิ ัย ขยัน ซ่ือสตั ย์ รับผิดชอบ สภุ าพ ดาเนนิ ชีวติ โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง 4.สาระการเรยี นรู้ 1. การสรา้ งตาราง 2. การกรอกขอ้ มลู ลงในตาราง 3. การจดั ตาแหนง่ ขอ้ ความ 4. การปรับขนาดของตาราง 5. การเพิ่มจานวนแถวหรือคอลัมน์ 6. การผสานและแยกเซลล์ 7. การลบเซลลท์ ไ่ี มต่ อ้ งการ 8. การกาหนดเส้นขอบของตาราง 1.การสรา้ งตาราง โปรแกรม Microsoft Word 2010 สามารถสรา้ งตารางไดด้ ว้ ยการเลือกจากตวั เลอื กของตารางท่ี จดั รปู แบบแล้ว พรอ้ มขอ้ มูลตวั อยา่ ง หรือการเลือกจานวนแถวและคอลมั นท์ ตี่ ้องการ สามารถลงในเอกสารหรอื แทรกตารางลงในอกี ตารางหน่งึ เพ่ือสร้างตารางทซ่ี บั ซอ้ นมา การสรา้ งตารางดว้ ยโปรแกรม Microsoft Word 2010 ทาไดห้ ลายวธิ ี ซง่ึ แตล่ ะวธิ ีนน้ั ที่จะสรา้ งตารางใหอ้ อกมา เหมอื นกันได้ ขึ้นอยูก่ ับวา่ จะเลอื กใชว้ ชิ ใี ดในการสร้างตาราง ซงึ่ มีวิธตี ่างๆ ดงั นั้น 1. การสรา้ งตารางแบบกาหนดเซลลอ์ ัตโนมัติ การสรา้ งตารางแบบกาหนดเชลลอ์ ัตโนมตั ินน้ั โปรแกรม Microsoft Word 2010 จะสามารถกาหนดช่องตารางอัตโนมตั ิได้ ซึ่งทาได้ดังตอ่ ไปน้ีPage Layout 1. วางเคอร์เซอรบ์ นตาแหนง่ ท่ตี อ้ งการสรา้ งตาราง 2. คลกิ คาส่งั ตาราง (Table) บนรบิ บอน แทรก (Insert) 3.ลากเมาส์กาหนดจานวนแถวและคอลัมนท์ ่ีตอ้ งการ 4.ได้ตารางทก่ี าหนดไว้ตามตอ้ งการ

2. การสรา้ งตารางแบบกาหนดเอง เปน็ การสรา้ งตารางดว้ ยการใสจ่ านวนคอลัมน์และจานวนแถว ตามทตี่ ้องการ ซ่ึงสามารถทาไดต้ งั ต่อไปนี้ Page Layout 1. วางเคอรเ์ ซอรบ์ นตาแหนง่ ท่ตี อ้ งการสร้างตาราง 2. คลกิ คาสง่ั ตาราง (Table) บนริบบอน แทรก (Insert) 3.เลอื กคาสั่ง แทรกตาราง (Insert Table) 4. ใสจ่ านวนคอลัมนท์ ตี่ อ้ งการในชอ่ ง จานวน คอลมั น์ (Number of columns) และใส่จานวน แถวที่ตอ้ งการในช่อง จานวนแถว (Number of rows) 5.คลิก ตกลง (OK) จะไดต้ ารางทตี่ ้องการ 3. การสรา้ งตารางแบบวาดตาราง เป็นการวาดเส้นต่อกันเพ่อื กาหนดขนาดตาราง ขนาดแถวและขนาด ของคอลัมน์ ลงในหนา้ เอกสาร ในการสรา้ งตารางดว้ ยวธิ ีน้ีมขี อ้ ดคี ือสามารถกาหนดตารางไดต้ ามรปู แบบทต่ี ้องการ ช่องตารางไมจ่ าเป็นต้องเทา่ กันทาได้ดังนี้ 1. วางเคอร์เซอร์บนตาแหนง่ ทตี่ ้องการสร้างตาราง 2. คลิกคาส่ัง ตาราง (Table) บนริบบอน แทรก 3.คลกิ คาส่ัง วาดตาราง (Draw Table) แลว้ จะเห็นเมาสเ์ ปลีย่ นเปน็ รูปปากกา 4. คลกิ เมาส์ลากปากกาเปน็ เสน้ ตารางตามทเี่ ราตอ้ งการ

4. การสรา้ งตารางโดยแปลงขอ้ ความเป็นตาราง เปน็ วิธีการสร้างตารางทไ่ี มย่ ุ่งยากสาหรับผูท้ ไี่ มไ่ ดส้ ร้าง ตารางกอ่ นพมิ พ์ขอ้ ความ ซง่ึ วธิ นี เี้ ราตอ้ งพิมพ์ข้อความที่จะสรา้ งเปน็ ตารางกอ่ น โดยท่ชี อ่ งของคอลมั นจ์ ะแบ่งจาก การทก่ี ดคยี แ์ ทบ็ (Tab) 1 คร้ัง (หากกดแทบ็ 2 ครั้ง ก็จะเปน็ ตาราง 2 คอลมั น)์ และการกดเอ็นเทอร์ (Enter เพอื่ ขึน้ บรรทดั ใหม่ ก็จะเป็นการเพ่มิ จานวนแถวโดยอตั โนมัติ โดยการสรา้ งตารางด้วยการแปลงขอ้ ความเปน็ ตาราง สามารถทาได้ดงั ต่อไปนี้ 1. ลากเมาส์ (Drag Mouse) คลุมข้อความทีต่ อ้ งการ 2.คลกิ ป่มุ คาสัง่ ตาราง (Table) บนริบบอน แทรก (Insert) 3.คลกิ คาสงั่ แปลงข้อความตาราง (Convert Textto Table) 4. จะปรากฎไดอะล็อกบอ็ กซ์ แปลงขอ้ ความตาราง (Convert Text to Table) ใหค้ ลกิ ปุ่ม ตกลง (OK) 5. โปรแกรมจะแบง่ คอลมั นแ์ ละแถวตามท่เี รา พมิ พ์ ขอ้ ความไว้ และจะไดต้ ารางทตี่ ้องการ 5. การแทรกตารางดว้ ยกระดาษคานวณ Excel เปน็ การแทรกตารางท่ีนารปู แบบโปรแกรม Excel มาใช้ งานเหมาะสาหรับผ้ทู ี่ค้นุ เคยโปรแกรม Excel เนอ่ื งจากใชร้ ูปแบบเซลล์ได้ โปรแกรม Excel ท่สี มารถคานวณ ตวั เลขไดต้ ามต้องการ ทาได้ดงั นี้

1. วางเคอรซ์ อร์บนตาแหนง่ ที่ต้องการสรา้ งตาราง 2. คลิกชุมคาสัง่ ตาราง (Table) บนรบิ บอน แทรก 3.คลิกคาส่ัง กระดาษคานวณ Excel (Excel Spreadsheet) 4. จะปรากฎหน้าตา่ งโปรแกรม Excel ขึ้นมาใหล้ ากเมาส์ที่มมุ ล่างด้านขวาเพือ่ กาหนด จานวนคอลมั น์และจานวนแถวท่ีเราต้องการ 5. พมิ พ์ข้อมลู ลงในตาราง เมือ่ เสร็จแล้วให้คลิกเมาส์นอกหนา้ ตา่ งโปรแกรม Excel 6. ได้ตารางตามทีเ่ ราสรา้ งขึน้ 6.สร้างตารางแบบใส่ตารางด่วน เปน็ กาสรา้ งตารางท่ีโปรแกรมไดจ้ ดั เตรยี มตารางสาเรจ็ รู ท้งั รปู แบบตาราง แบบอกั ษร สีสันตา่ งๆ ในตาราง ไวเ้ รยี บร้อยแล้ว ให้เลอื กรูปแบบและพิมพข์ ้อความ ลงไปในตารางทีเ่ ลือก ทาไดน้ ี้ 1. วางเคอรเ์ ซอรบ์ นตาแหนง่ ท่ีต้องการสรา้ งตาราง 2.คลกิ ปุ่มคาส่ัง ตาราง (Table) บนรบิ บอน แทรก (Insert) 3.คลิกคาส่ัง ตารางดว่ น (Quick Tables) เลอื ก รูปแบบตารางทเ่ี ราต้องการ 2.การกรอกขอ้ มูลลงในตาราง เมอ่ื สร้างตารางแล้วการป้อนข้อมลู ในตารางทส่ี รา้ งข้นึ ทาไดด้ ังน้ี

1.ลากเมาส์ (Drag Mouse) คลมุ ตารางท่ีเราสรา้ ง 2.กาหนดรูปแบบอกั ษรและขนาดอกั ษรที่ต้องการทคี่ าสง่ั Font บนริบบอน หนา้ แรก (Home) 3. คลกิ ในเซลล์ท่เี ราต้องการและพมิ พข์ ้อความลงไป กดคียล์ ูกศรบนคยี ์บอรด์ เพอ่ื เล่ือนไปยงั เซลล์อ่ืนทเ่ี รา ตอ้ งการพิมพ์ตอ่ ไป 5. เมอ่ื พมิ พ์เอกสารครบถ้วนแล้วให้คลกิ เมาสน์ อกตาราง 3.การจัดตาแหนง่ ขอ้ ความ หลงั จากกรอกข้อความลงในตารางเรยี บร้อยแล้ว เราอาจตอ้ งการจดั ตาแหน่งข้อความในตารางเพอ่ื ความ สวยงาม โดยสามารถทาไดด้ ังต่อไปนี้ 1.เลอื กขอ้ มลู ที่เราตอ้ งการจดั ตาแหนง่ 2. คลกิ ปุ่มจัดตาแหน่งตามที่เราต้องการ เช่น ต้องการจดั กึง่ กลาง 3.สามารถจัดตาแหนง่ ให้กับเซลลอ์ ่นื ๆ ได้ตามตอ้ งการเพื่อความสวยงามของเอกสาร 4.การปรับขนาดของตาราง บนไม้บรรทดั เพือ่ ปรับความกว้างของ การปรบั ความกวา้ งของคอลัมน์ในตาราง ผู้ใช้สามารถปรบั ความกว้างของตารางได้โดยคลกิ แลว้ ลาก ตาราง

หรือนาเมาสไ์ ปวางทคี่ อลมั นใ์ นตารางที่ตอ้ งปรบั คลิกเมาสค์ ้างไว้และลากเอนไปทางซ้ายหรือขวาเพอ่ื ปรบั ขนาดความกวา้ งของคอลมั น์ในตาราง ลากเมาส์ตามเสน้ ประลกู ศรเพือ่ ปรับความกวา้ งของคอลัมน์ การปรับความสูงของแถวในตาราง สามารถปรบั บนไมบ้ รรทดั ไดแ้ บบเดยี วกับการปรบั ความกวา้ งของตาราง หรือนาเมาสไ์ ปวางทีแ่ ถวในตารางทต่ี อ้ งการปรับ คลกิ เมาส์คา้ งไวแ้ ละเล่อื นไปดา้ นบนหรอื ดา้ นล่างปรบั ขนาดความสูงของแถวในตาราง

ลากเมาสต์ ามเส้นประลูกศรเพ่อื ปรบั ความกว้างของแถว การปรบั ความกว้างของตาราง สามารถทาไดโ้ ดยการคลกิ เมาส์ที่มุมลา่ งดา้ นขวาของตาราง เพื่อปรับขยายความกวา้ งหรอื ลดขนาดตาราง ตามทตี่ อ้ งการ 6.การผสานและแยกเซลล์ การผสานเซลล์ เปน็ การรวมเชลล์ท่ีเราเลือกไว้เป็นเซลล์เดยี วกนั โดยสามารถทาได้ 1. ลากเมาส์ (Drag Mouse) คลุมเชลลท์ ี่ต้องการผสาน 2. คลิกปุ่มคาส่งั ผสานเซลล์ (Merge cells) บนรบิ บอน เค้าโครง (Layout) การแยกเซลล์ เปน็ การแยกเชลลท์ ่เี ราเลือกไว้เปน็ หลายเซลล์ ซงึ่ เราสามารถจะกาหนดจานวนแถวหรือ คอลมั น์ได้ตามต้องการ โดยสามารถทาไดด้ ังต่อไปน้ี 1. วางเคอรเ์ ซอรไ์ วใ้ นเซลล์ท่ีเราต้องการแยก 2.

2.คลิกปุ่มคาสงั่ แยกเซลล์ (Split Cells) บนรบิ บอนเคา้ โครง (Layout) 3.ใสจ่ านวนแถวและคอลมั น์ที่ตอ้ งการในไดอะล็อกบ็อกซ์ การแยกเซลล์ 4.คลอกป่มุ ตกลง Ok 7.การลบเซลล์ทไ่ี ม่ตอ้ งการ หากสร้างตารางเรียบร้อยแลว้ พบว่ามีเซลล์ แถว หรือคอลัมน์ ท่เี ราไมต่ อ้ งการใช้ และต้องการลบออกไป เราสามารถทาไดด้ ังตอ่ ไปน้ี 1. วางเคอรเ์ ซอร์ไวใ้ นเซลล์ท่เี ราต้องการลบ 2.คลิกปุม่ คาสง่ั ลบ (Delete) บนรบิ บอน เคา้ โครง (Layout) 3.เลอื กคาสัง่ ดงั นี้

 ลบเชลล์ (Delete Cells) เมอ่ื ตอ้ งการลบเซลลน์ นั้  ลบคอลมั น์ (Delete Columns) เม่อื ต้องการลบท้งั คอลมั น์ที่เคอรเ์ ชอรอ์ ยู่  ลบแถว (Delete Rows) เมื่อต้องการลบทงั้ แถวทเี่ คอร์เซอรอ์ ยู่  ลบตาราง (Delete Table) เม่ือตอ้ งการลบท้งั ตาราง 4.ปรากฎไดอะล็อกบ็อกซ์ ลบเซลล์ ( Delete Cells ) ให้เลือกดงั น้ี  Shift cells left เม่อื ตอ้ งการเลอ่ื นเชลลม์ าทางซา้ ย  Shift cells up เมือ่ ต้องการเลื่อนเซลลข์ ึน้  Delete entire row เม่ือตอ้ งการลบท้งั แถว  Delete entire column เม่ือตอ้ งการลบท้งั คอลมั น์ 8.การกาหนดเส้นขอบตาราง เม่อื สรา้ งตารางเสรจ็ แล้ว สามารถกาหนดคุณลกั ษณะใหก้ ับเสน้ ขอบของตารางเพอื่ เพม่ิ ความสวยงาม ให้กบั เอกสารของเราได้ ซ่ึงสามารถทา ได้ดังตอ่ ไปน้ี 1. คลิกปุ่มคาสงั่ วาดตาราง (Draw Table) บนริบบอน ออกแบบ (Design) 2. เลอื กรปู แบบเส้นทกี่ ลุ่มคาสง่ั Line Style 3. เลือกความหนาของเสน้ ท่กี ลุ่มคาสงั่ Line Weight 4. เลอื กสเี สน้ ทีป่ มุ่ Pen Color 5. ลากเมาส์วาดลงบนเสน้ ทต่ี อ้ งการ 6. เสน้ ตารางจะเปล่ียนไปตามทีเ่ ราวาด ผเู้ รียนสามารถแสกนคิวอาร์โคด๊ (QR Code) เพ่อื ศกึ ษาเนอ้ื หาหน่วยท่ี 4 ผ่าน Power Point



แบบฝึกหัด หนว่ ยที่ 4 เร่อื ง การสร้างตารางขอ้ มลู คาช้ีแจง : ใหเ้ ตมิ คาสัง่ ลงในช่องว่างให้สมบูรณ์ 1. อธบิ ายขัน้ ตอนการสรา้ งตารางโดยการกาหนดเอง ต้องทาอยา่ งไร .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................. 2. อธิบายการแทรกเซลลท์ างดา้ นขวามอื ตอ้ งทาอยา่ งไร .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................... 3. อธบิ ายวธิ กี ารสร้างตารางสาเรจ็ รปู ต้องทาอยา่ งไร .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................... 4. อธิบายวิธีการจดั ตาแหน่งขอ้ ความในเซลล์ตอ้ งทาอยา่ งไร .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................... 5. จงบอกข้ันตอนการเขยี นรูปแบบเสน้ ขอบให้กับตาราง ตอ้ งทาอย่างไร

.................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................... แบบฝึกปฏบิ ตั ิ คาชีแ้ จง : ใหฝ้ ึกปฏบิ ัตดิ ังตอ่ ไปนี้ ข้อ 1. จงพิมพ์ตารางตอ่ ไปนี้ บันทึกไฟล์ชอ่ื Ex4-1.docx ท่ี รายการ จานวน ราคา/หน่วย รวมเป็นเงนิ 18,000 1 คา่ เชา่ รถบัส 1 18,000 8,000 2 คา่ อาหารคณะเดินทาง 40 200 4,800 1,500 3 คา่ บัตรเขา้ ชมสถานสาคญั 40 120 4,500 4 คา่ สาเนาเอกสารประกอบการจัดโครงการ 5 300 36,000.00 5 ค่าจดั ทาหนังสอื และรปู ถ่าย 45 100 รวม ขอ้ 2. จงพิมพ์ตารางตอ่ ไปน้ี บันทึกไฟลช์ ่ือ Ex4-2.docx College New students Graduating Change students Cedar University Undergraduate +7 Elm college 110 103 +9 Maple Academy 223 214 +77 Pine College 197 120 +13 Oak Institute 134 121 -8 202 210 Cedar University +4 Elm college Graduate 20 -10 Maple Academy 24 53 -8 Pine College 43 11 +5 3 4 9

Oak Institute 2. 52 +1 Total 998 908 90 ข้อ 3. จงพิมพ์ตารางจากโปรแกรม Microsoft Excel ต่อไปน้ี บันทกึ ไฟลช์ อ่ื Ex4-3.docx บริษัท เนเจอรฮ์ ลิ ล์ส จากัด งบประมาณการขาย สาหรบั ไตรมาสสน้ิ สดุ วันท่ี 31 มีนาคม 2547 ผลิตภัณฑ์ จานวนหนว่ ย ราคาขาย รวมยอดขาย อาหารเพ่ือสขุ ภาพจากสมนุ ไพรไทย 160,000 550 88,000,000 สาหรบั ผวิ พรรณจากสมนุ ไพรไทย 140,000 1,350 189,000,000 277,000,000 บรษิ ัท เนเจอรฮ์ ิลลส์ จากดั งบประมาณการผลติ สาหรบั ไตรมาสสิน้ สุดวนั ที่ 31 มีนาคม 2547 ผลิตภณั ฑ์ จานวนหนว่ ย ราคาขาย หน่วยท่ีจะขาย 160,000 140,000 บวก สนิ ค้าสาเรจ็ รปู คงเหลอื ปลายปี 35,000 50,000 รวม 195,000 190,000 หกั สนิ ค้าคงเหลอื สาเรจ็ รปู ตน้ ปี 30,000 40,000 จานวนที่จะต้องผลติ 165,000 150,000 ข้อ 4. จงพมิ พ์ตารางต่อไปนี้ บันทกึ ไฟล์ชือ่ Ex4-4.docx

สรปุ จานวนผเู้ ขา้ รว่ มประชมุ เชงิ ปฏวิ ัตกิ าร ลาดบั หอ้ งเรียนทเ่ี ขา้ ประชมุ จานวนผูเ้ ขา้ ประชุม สาขาวชิ า ที่ ปวช. ปวส. 1 AA01 5 บัญซี 2 BC01 8 คอมพวิ เตอร์ 3 CA01 14 บญั ชี 4 DM01 7 การตลาด 5 DA01 9 บัญชี 6 GA01 3 บัญชี 7 GC01 5 คอมพวิ เตอร์ 8 KM01 2 การตลาด รวม 9 57

หนว่ ยที่ 5 การสรา้ งแบบฟอรม์ เอกสาร 1.สาระสาคัญ โปรแกรม Microsoft Word 2016 มคี วามสามารถในการสร้างงานเอกสารทวั่ ไปไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ และยังมีเคร่ืองมือที่สามารถนามาใช้ในการสรา้ งแบบฟอรม์ เอกสารสาเร็จรูปได้อย่างงา่ ยและสะดวก เครอ่ื งมือ ส่วนประกอบด่วน (Quick Parts) สามารถจดั ทาแบบฟอรม์ เอกสารโดยมคี าสัง่ สาเร็จรปู มาให้ ยงั สามารถสร้าง รูปแบบสาเร็จรูปเก็บไว้ใช้งานได้อกี ด้วย เครื่องมอื ในการสร้างแบบฟอร์มเอกสารอกี เคร่ืองมือหนึ่งคือ นักพัฒนา (Developer) ซึง่ สามารถสรา้ งแบบฟอร์มเอกสารทีส่ ามารถเติมข้อมลู ในสว่ นทส่ี ร้างไวเ้ ตมิ เลือกข้อมลู ตามเง่ือนไข เตมิ วนั ทโี่ ดยมีหน้าตา่ งวนั ที่ให้เลือก รวมถึงการเลอื กข้อมูลทจี่ ดั เตรียมไวใ้ ห้ ลักษณะเหมอื นกนั การสร้างแบบฟอร์ม โดยการเขียนโปรแกรม 2.สมรรถนะประจาหน่วย 1. แสดงการสร้างแบบฟอรม์ เอกสารดว้ ยโปรแกรม Microsoft Word 2016 2. ประยุกต์ใช้ความรเู้ กย่ี วกบั การสรา้ งแบบฟอร์มเอกสารในชวี ติ ประจาวันและการประกอบอาชีพ 3.จดุ ประสงค์การเรียนรู้ จดุ ประสงค์ท่ัวไป เพอื่ ให้ผู้เรยี นมีความรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกบั การสรา้ งแบบฟอร์มเอกสาร จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม เมอื่ ผเู้ รยี นศึกษาจบหน่วยการเรยี นนี้แลว้ ผู้เรียนสามารถ 1. อธบิ ายความหมายของแบบฟอรม์ ได้ 2. สรา้ งแบบฟอร์มดว้ ยคาสง่ั ส่วนประกอบด่วน (Quick Parts) ได้ 3. สรา้ งแบบฟอรม์ ดว้ ยรบิ บอนนกั พฒั นา (Developer) ได้ 4. ป้องกันการแกไ้ ขแบบฟอร์มได้ 5. บันทกึ แบบฟอร์มได้ 6. ปฏบิ ัติงานด้วยความมวี นิ ัย ขยัน ซื่อสตั ย์ รบั ผิดชอบ สุภาพ ดาเนินชวี ิตโดยยดึ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง 4.สาระการเรยี นรู้ 1. ความหมายของแบบฟอร์ม 2. การสรา้ งแบบฟอรม์ ดว้ ยคาสง่ั สว่ นประกอบดว่ น (Quick Parts) 3.สรา้ งแบบฟอรม์ ดว้ ยรบิ บอนนกั พฒั นา (Developer) ได้ 4.ปอ้ งกนั การแกไ้ ขแบบฟอร์มได้

5.บนั ทึกแบบฟอรม์ ได้ 1.ความหมายของแบบฟอรม์ คาวา่ “แบบฟอรม์ ” หมายถงึ เอกสารหรอื สัญญาทท่ี าขึน้ โดยพิมพ์ข้อความบางสว่ นไว้ และเวน้ ที่วา่ งไว้ บางส่วนสาหรับผู้ท่เี กี่ยวข้องกรอกข้อความลงไป จะเหน็ ไดว้ ่าแบบฟอร์ม ประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ๆ คือ ส่วนของข้อความทพ่ี มิ พไ์ ว้แลว้ และส่วนของ พ้นื ท่ีวา่ งซ่ึงเว้นไวส้ าหรบั กรอกเพ่มิ เติมให้สมบรู ณ์ โดยกรอกรายการดงั น้ี 1. ใส่ขอ้ ความ (Text) 2. ใสต่ ัวเลอื กเพอื่ เลือกสงิ่ ใดส่งิ หนง่ึ (Button Option) 3. เช็กบ็อกซใ์ นช่องสี่เหลี่ยม (Check Box) 4. เลอื กรายการจากข้อความทีม่ ีมาให้ (Drop Down List) 5. ใสว่ ันที่ (Date Picker) 2.การสรา้ งแบบฟอร์มดว้ ยคาส่ังส่วนประกอบดว่ น (Quick Parts) โปรแกรม Microsoft Word 2016 มีความสามารถในการจดั การเอกสารใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ รวมถงึ การ จดั การแบบฟอร์มเอกสาร ซึง่ สามารถนาคาสัง่ เพมิ่ เตมิ ในโปรแกรมมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการสร้าง แบบฟอรม์ เอกสาร รปู แบบต่างๆ ดังน้ี 1. การสรา้ งแบบฟอร์มดว้ ยคาสั่งส่วนประกอบดว่ น (Quick Parts) 2. การสรา้ งแบบฟอรม์ ดว้ ยรบิ บอนนักพัฒนา (Developer) การสร้างแบบฟอร์มด้วยคาสัง่ สว่ นประกอบดว่ น (Quick Parts) Quick Parts เป็นอีกความสามารถทเ่ี พ่มิ ความสามารถของ Microsoft Word 2010 โดยเพม่ิ ความสามารถในส่วนของ AutoText ซง่ึ เปน็ สว่ นการทางานอัตโนมตั ทิ ่ีถกู ออกแบบเพอื่ ใหส้ ามารถแทรก สว่ นประกอบของเอกสาร รปู แบบต่างๆ ไดง้ ่าย สะดวก รวดเรว็ การใชง้ านทาไดโ้ ดยคลกิ เลือกที่แทบ็ Insert เลือกปุ่มคาสั่ง Quick Parts เลือกรูปแบบสาเร็จรปู หรือสรา้ งข้นึ มาใหม่ซึง่ ทาไดโ้ ดยสรา้ งวตั ถุหรอื ขอ้ ความ บนั ทึกรปู แบบท่สี ร้างใหม่โดยเลอื กคาสงั่ Insert > Quick Parts> Save Selection Quick Part Gallery จากน้ันใหร้ ะบชุ อื่ และคาอธบิ ายประกอบ Document Property การสร้างคณุ สมบตั ขิ องเอกสาร Field การแทรกฟลิ ดเ์ พมิ่ เติมในเอกสาร โดยการเลือกรูปแบบฟิลดท์ มี่ มี าให้ลงในเอกสาร Build Block Organizer เลือกรปู แบบสาเร็จรูปท่มี มี าใหโ้ ดยมีตวั อย่าง เม่อื ต้องการใชร้ ปู แบบใดให้

วธิ กี ารสร้างแบบฟอรม์ เอกสารดว้ ยคาสง่ั สว่ นประกอบด่วน (Quick Parts) 1. การสรา้ งหวั จดหมายด้วย AutoText 1. สรา้ งรปู แบบหวั จดหมาย แล้วเลือกคลมุ ข้อความรวมท้งั โลโก้บรษิ ทั บริษทั สง่ เสรมิ การค้า จากัด 133/22 ถนนแจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลอื อ.ปากเกรด็ จ.นนทบุรี โทร. 02 583 2451 Email: SongSermahotmail.com บรษิ ทั สง่ เสริมการค้า จากัด 133/22 ถนนแจ้งวฒั นะ ต.คลองเกลอื อ.ปากเกรด็ จ.นนทบุรี โทร. 02 583 2451 Email: SongSermahotmail.com 2.บันทกึ รปู แบบหวั จดหมาย เลอื กคาสั่ง Insert > Quick Parts> Save Selection Quick Part Gallery  ตั้งชอ่ื มนช่อง Name  อธิบายรปู แบบเพม่ิ เตมิ ในช่อง Description 3.การสรา้ งหวั จดหมายโดยใช้ AutoText ท่สี ร้างข้ึน  สรา้ งเอกสารขึ้นมาใหม่ เลือก Insert > Header > Edit Header

 คลิกในพ้นื ที่หัวจดหมาย จากนัน้ เลอื กรปู แบบ AutoText ที่สร้างข้ึน  จะได้รูปแบบหวั จดหมายทส่ี รา้ งขึ้นจาก AutoText บริษทั ส่งเสรมิ การค้า จากดั 133/22 ถนนแจง้ วัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกรด็ จ.นนทบรุ ี โทร. 02 583 2451 Email: SongSermahotmail.com 2.การสร้างแบบฟอรม์ เอกสารดว้ ย Document Property Document Property จะมรี ูปแบบสาเร็จรูปเพ่อื ให้ สามารถกรอกแบบฟอรม์ ลงในเอกสารตามทีก่ าหนดไว้ เช่น ชอื่ บรษิ ทั ทีอ่ ยู่ เบอร์โทรศัพท์ เป็นตนั ทาให้การสรา้ ง แบบฟอร์มเอกสารมีความสะดวกรวดเรว็ ยงิ่ ขนึ้ ดงั ตวั อย่างตอ่ ไปน้ี การสร้างแบบฟอรม์ การกรอกข้อมลู บริษทั 1. พมิ พห์ วั ขอ้ ของแบบฟอร์ม 2. ใช้คาส่งั Quick Parts > Document Property แลว้ เลอื กหวั ข้อของข้อมูลทตี่ อ้ งการปอ้ นเชน่ หัวข้อ บริษัท ให้ปอ้ นช่ือบรษิ ทั โดยเลือกตาแหน่งทีต่ ้องการปอ้ น จากนนั้ ใหใ้ ช้ปุ่มคาส่งั Quick Parts

3. ใหท้ าตามข้นั ตอนท่ี 2 โดยเลือก Document Property ให้ตรงหวั ขอ้ ทต่ี อ้ งการให้เดิม ขอ้ มลู บริษัท ชอื่ บริษทั (Company) ผูจ้ ดั การ (Manager) ทีอ่ ยู่ทีต่ ดิ ต่อได้ เลขที่ (Company Address) เบอร์โทรศัพท์ (Company Phone) Email: (Company E-mail) วันท่บี นั ทึกขอ้ มูล (Publish Date) 4.ทดสอบการปอ้ นข้อมลู เมอ่ื คลิกทต่ี าแหนง่ ทต่ี ้องการปอ้ นขอ้ มูล จะมีกลอ่ งขอ้ ความสาหรับการเตมิ ข้อมลู ลงไป 3.สร้างแบบฟอร์มดว้ ยรบิ บอนนกั พัฒนา (Developer) 1.การเรียกใชแ้ ทบ็ เคร่ืองมือนักพฒั นา (Developer) ริบบอน Developer ไมไ่ ดแ้ สดงใหเ้ ห็นเมอื่ เปิดโปรแกรม ตอ้ งเรยี กริบบอนนกั พัฒนา (Developer)ทใี่ ช้ใน การสรา้ งแบบฟอรม์ ขนึ้ มาเพม่ิ เติมเสียกอ่ น ทาไดด้ ังตอ่ ไปน้ี 1. คลิกแท็บ File คลกิ คาสง่ั ตัวเลอื ก (Options) จะปรากฏหนา้ ต่าง Word Options ขึ้นมา 2. คลกิ ปุ่ม Customize Ribbon ด้านซา้ ย 3. คลกิ เซก็ บ็อกซ์ Developerท่ชี อ่ งดา้ นขวา 4. คลกิ ปุ่ม ตกลง (OK)

5.จะปรากฏริบบอน นักพฒั นา (Developer)ข้นึ มา เพ่อื ชว่ ยในการสรา้ งฟอรม์ 2.การสร้างแบบฟอรม์ โดยการใชร้ บิ บอนนักพฒั นา (Developer) ริบบอนนกั พฒั นาจะมเี คร่อื งมอื ในการสรา้ งแบบฟอรม์ ทีส่ ามารถกรอกลงในเอกสารและยังสามารถนาไป เก็บเปน็ ฐานข้อมูลไดอ้ ีก แต่ในบทนจ้ี ะกล่าวถึงเฉพาะเคร่อื งมือทีช่ ว่ ยในการสร้างแบบฟอรม์ เอกสารให้มีความ หลากหลายขน้ึ สามารถทจ่ี ะคลิกหรือเลอื กใหเ้ อกสารเตมิ เครื่องหมายหรอื เตมิ ตัวเลอื กลงในเอกสารไดท้ นั ที การสร้างแบบฟอร์มใบสมัครงาน 1. สรา้ งเอกสารใหม่ โดยกดคยี ์ Ctrl+N หรอื คลิกแท็บ File เลือกคาส่ัง New 2. เลอื กเอกสารเปล่า (Blank Document) 3. คลกิ ปุม่ สรา้ ง (Create) 4.สร้างหวั กระดาษโดยใชเ้ คร่ือง Quick Part (จากตวั อยา่ งเดิม) พมิ พ์ใบสมคั รงานและทากรอบรูป

5. ทาการพมิ พห์ วั ขอ้ รายละเอียดตา่ งๆ ทีต่ ้องการในใบสมัครตามแบบฟอรม์ ของบรษิ ัท 6.บรรทัดแรกของใบสมัครให้พมิ พ์ ชื่อ-สกลุ และเวน้ ทว่ี ่างไวส้ าหรบั กรอกชือ่ มขี ัน้ ตอนการทา  เลือกบริเวณพ้ืนท่ที ่ตี อ้ งการใหก้ รอกขอ้ มูล ช่อื -นามสกลุ คลิกป่มุ ข้อความ (Plain Text Content Control) บนริบบอน นกั พัฒนา (Developer)  จะปรากฏตวั ควบคุมเนอ้ื หาข้อความ

 หากตอ้ งการเปล่ียนขอ้ ความเพ่ือบอกวธิ ีการปอ้ นข้อมูลในตัวควบคมุ เน้ือหาขอ้ ความให้พมิ พ์ ขอ้ ความลงไปแทนท่ี  เมอื่ มผี มู้ าสมัคร ใหพ้ ิมพช์ ่อื -นามสกลุ ลงในตวั ควบคมุ เนอื้ หาได้เลย 7. แทรกตัวควบคุมเนื้อหาข้อความในตาแหน่งทต่ี อ้ งการ และเงนิ เดอื น และรายการอ่ืนท่ีตอ้ งทาการปอ้ น ข้อมลู ที่เป็นข้อความ ไปจนถงึ สว่ นของสถานภาพ 8. ส่วนสถานภาพ  คลิกปมุ่ คาสง่ั เคร่ืองมอื ดง้ั เดมิ (Legacy Tools) บนรบิ บอน นกั พฒั นา (Developer  เลอื กป่มุ ตัวเลอื ก (Option Button) ในกรอบ ตวั ควบคมุ ActiveX (ActiveX Control  จะได้สว่ นควบคมุ ปมุ้ ตัวเลือก  เปลีย่ นขอ้ ความในปมุ่ ตัวเลอื ก จาก OptionButton1 เปน็ \"โสด\" โดยการคลิกเลอื กปุ่ม Properties บนริบบอน

 จะปรากฏหนา้ ตา่ ง Properties ใหเ้ ปล่ียน Caption ขอ้ ความจาก OptionButton1 เป็น โสด  ให้ทาตามขัน้ ตอนตงั้ แตแ่ รกแล้วเปลยี่ น Caption เปน็ \"สมรส\" \"หยา่ รา้ ง\" 4.ป้องกนั การแก้ไขแบบฟอร์มได้ เม่ือจดั ทาแบบฟอร์มและทดสอบเรียบรอ้ ยแลว้ ใหป้ อ้ งกันการแกไ้ ขแบบฟอรม์ เพอ่ื ใหแ้ บบฟอรม์ ที่จัดทา ขนึ้ สามารถป้อนข้อมูลได้เฉพาะสว่ นทใ่ี ห้ป้อนเทา่ นั้น โดยมขี นั้ ตอนดังนี้  คลกิ ป่มุ คาสั่ง ป้องกันเอกสาร (Restrict Editing) บนริบบอน นกั พฒั นา (Developer)  ในไดอะล็อกบ็อกซ์ การปอ้ งกนั เอกสาร (Restrict Formatting and Editing) ดา้ นขวาของ โปรแกรมใต้หัวข้อ 2.ข้อจากัดของการแก้ไข (Editing restrictions) ใหเ้ ลือกอนญุ าตใหใ้ ช้ เพยี งรูปแบบของการแกไ้ ขนีใ้ นเอกสาร (Allow only this type of editing in the document)

 รายการข้อจากัดของการแกไ้ ข ใหเ้ ลอื กกรอกฟอรม์ (Filling in forms)  หัวข้อ เรมิ่ ต้นการบงั คบั (Start enforcement) Are you ready to apply these ใหค้ ลกิ เลือก ใช่ เริ่มตน้ บังคับใชก้ าร ป้องกัน (Yes, Start Enforcing Protection )  หากต้องการกาหนดรหัสผ่านให้กับเอกสารเพ่ือใหส้ ามารถแกไ้ ขได้เฉพาะเราเท่านน้ั ใหพ้ มิ พ์ รหสั ผ่านลงไปในกรอบ ป้อนรหสั ผา่ นใหม่ (ทางเลือก) (Enter new password) และยืนยัน รหสั ผ่าน(Reenter password to confirm) แลว้ คลิกตกลง (OK)

5.บนั ทกึ แบบฟอรม์ ได้ ในการบันทึกเอกสารที่เปน็ แบบฟอรม์ ดว้ ยโปรแกรม Microsoft Word 2010 นัน้ ใหบ้ ันทึกเป็น เอกสารปกติ ซงึ่ จะได้ไฟล์เปน็ สกลุ d๐cx เท่านั้น ไม่สามารถบันทึกเปน็ เอกสารในเวอรช์ ันก่อน ไมเ่ ช่นนน้ั จะไมส่ ามารถเปดิ แบบฟอร์มใชง้ านได้ ผ้เู รียนสามารถแสกนควิ อาร์โคด๊ (QR Code) เพอื่ ศกึ ษาเนื้อหาหน่วยที่ 5 ผา่ น Power Point แบบฝึกหัดหนว่ ยที่ 5 เร่อื ง การสร้างแบบฟอรม์ เอกสาร คาชีแ้ จง : ให้เติมคาส่งั ในชอ่ งวา่ งใหส้ มบูรณ์ 1.คาวา่ \"แบบฟอรม์ \" มคี วามหมายอย่างไร .................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................. 2.เครือ่ งมือ Quick Parts ประยกุ ตก์ ารสร้างแบบฟอรม์ โดยใชค้ าสง่ั ใดบา้ ง ยกตวั อย่าง .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................. 3.ใหบ้ อกขน้ั ตอนการเรยี กริบบอนนักพัฒนา (Developer) ขน้ึ มาใชง้ าน .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................... 4.ใหอ้ ธิบายการกาหนดคณุ สมบัติของการแสดงผลข้อมลู ทเี่ ปน็ วันท่ี มขี ั้นตอนอย่างไรบา้ ง .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................... 5. ให้บอกขน้ั ตอนการป้องกันการแกไ้ ขแบบฟอร์ม .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................... แบบฝกึ ปฏิบตั ิ คาชี้แจง : ให้ฝึกปฏบิ ัติดังตอ่ ไปน้ี ขอ้ 1. จงสร้างโลโก้บริษทั โดยใช้คาส่ัง Text Box และปรบั แต่งกรอบ Text Box โดยใชเ้ คร่อื งมอื Edit Shape และใส่ Effects ใหก้ รอบและตวั หนงั สอื ดังรปู บันทึกไฟลช์ อ่ื Ex5-01 และใช้คาส่งั Quick Parts เกบ็ เปน็ รูปแบบ AutoText

ตัวอย่าง ขอ้ 2. ใหส้ รา้ งแบบฟอร์มเก่ียวกบั ขอ้ มูลบรษิ ัท บันทึกไฟล์ชอ่ื Ex5-02 1.1 1.1สรา้ งแบบฟอร์มตอ่ ไปนี้ ใบสมัคร โครงการพฒั นาประสทิ ธิภาพนกั เรียน ส่วนที่ 1 ขอ้ มูลสถานศึกษา ชือ่ สถานศกึ ษา...................................................................................................................................................... ประเภทสถานศกึ ษา สามญั วิชาชพี ทอี่ ย่สู ถานศึกษา เลขท.่ี .................... หม่.ู ............... ซอย ....................... ถนน..................................................... ตาบล/แขวง.................................................อาเภอ/เขต...........................................จังหวดั ................................. รหสั ไปรษณยี ์..............................................โทรศพั ท์.................................................โทรสาร............................... 1.2 ประยุกต์ใชค้ าส่ัง Documents Property กบั แบบฟอร์มท่สี รา้ งข้ึน ตวั อย่าง

ขอ้ 3. ให้สร้างแบบฟอร์มใบเสรจ็ รับเงินโดย 1. การสรา้ งหวั แบบฟอรม์ ด้วยคาสงั่ สว่ นประกอบด่วน (Quick Parts) 2. การสรา้ งแบบฟอร์มดว้ ยรบิ บอนนักพฒั นา (Developer) 3. ป้องกนั การแก้ไขแบบฟอร์ม โดยนกั เรยี นกา หนดรหัสผ่านเอง 4. บันทึกไฟลช์ อื่ Ex5-03 ตัวอยา่ ง หน่วยที่ 6 หนงั สือราชการ 1.สาระสาคญั

การพัฒนาระบบงานการติดตามหนังสือราชการ ได้เร่ิมศึกษาจากระบบงานเดิมท่ีใช้อยู่เป็นพ้ืนฐาน โดย ลักษณะระบบงานเดิมการรับเอกสาร การส่งเอกสาร รวมถึงการติดตามหนังสือราชการ ที่ปฏิบัติโดยใช้บุคลากร ปฏิบัติงาน การปฏิบัติตามระเบียบหนังสือราชการของหน่วยราชการหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนที่ได้มี การนาระบบนี้ไปใช้ในแต่ละหน่วยงาน การติดต่อราชการนั้นมีหลายลักษณะ อีกท้ังการเลือกใช้หนังสือราชการ ประเภทใดก็ควรให้เหมาะสมกับลักษณะและเร่ืองที่จะติดต่อราชการด้วย ในปัจจุบันการพิมพ์หนังสือราชการได้มี การพัฒนามาใช้โปรแกรมประมวลผลคา ซึ่งมีความสะดวก รวดเร็ว สามารถจัดทาแบบฟอร์มมาตรฐานเพ่ือใช้ให้ เหมือนกนั ทกุ หนว่ ยงานไดอ้ กี ดว้ ย 2.สมรรถนะประจาหนว่ ย 1. แสดงการพมิ พ์หนังสอื ราชการดว้ ยโปรแกรม Microsoft Word 2016 2. ประยุกตใ์ ช้ความรเู้ ก่ียวกบั หนงั สอื ราชการในชวี ติ ประจาวันและการประกอบอาชพี 3.จุดประสงค์การเรียนรู้ จดุ ประสงคท์ ว่ั ไป เพือ่ ใหผ้ เู้ รยี นมีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับหนงั สือราชการ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เม่อื ผเู้ รยี นศกึ ษาจบหน่วยการเรยี นน้ีแลว้ ผู้เรียนสามารถ 1. อธบิ ายความหมายและชนดิ ของหนังสือราชการได้ 2. พิมพห์ นังสือราชการดว้ ยคอมพิวเตอร์ได้ 3. พิมพ์หนังสือราชการภายนอกได้ถกู ตอ้ ง 4. ปฏบิ ัตงิ านด้วยความมวี นิ ัย ขยนั ซ่ือสัตย์ รบั ผิดชอบ สภุ าพ ดาเนินชีวติ โดยยดึ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจ พอเพยี ง 4.สาระการเรยี นรู้ 1.ความหมายและชนดิ ของหนงั สือราชการ 2. การพิมพห์ นังสอื ราชการดว้ ยคอมพวิ เตอร์ 3. หนังสอื ราชการภายนอก 4.พมิ พ์หนงั สือราชการภายในได้ถูกตอ้ ง 5.พมิ พห์ นงั สือประทับตราไดถ้ กู ตอ้ ง 1.ความหมายและชนดิ ของหนังสอื ราชการ หนังสอื ราชการ คอื เอกสารท่ีเปน็ หลกั ฐานในราชการ ไดแ้ ก่ 1. หนังสอื ที่มไี ปมาระหวา่ งส่วนราชการ

2. หนังสอื ท่ีส่วนราชการมไี ปถึงหน่วยงานอ่ืนใดซ่ึงมใี ชส่ ่วนราชการหรือทมี่ ีไปถึงบุคคลภายนอก 3. หนังสือทีห่ น่วยงานอน่ื ใดซึ่งมใิ ชส่ ่วนราชการหรอื ท่ีบุคคลภายนอกมมี าถึงส่วนราชการ 4. เอกสารทท่ี างราชการจดั ทาข้ึนเพือ่ เป็นหลกั ฐานในราชการ 5. เอกสารทีท่ างราชการจัดทาข้ึนตามกฎหมาย ระเบยี บ หรอื ข้อบงั คบั 6.ขอ้ มลู ข่าวสารหรือหนงั สอื ที่ได้รับเข้าจากระบบสารบรรณอิเลก็ ทรอนกิ ส์ 7.หนังสือที่เจ้าหนา้ ทท่ี าขึ้นหรือรบั ไว้เป็นหลกั ฐานในราชการ ลกั ษณะของหนงั สอื ราชการ หนังสือราชการมที ั้งหมด 6 ชนิด ได้แก่ หนังสอื ภายนอก คือ หนงั สอื ติดตอ่ ราชการที่เป็นแบบพธิ ี โดยใชก้ ระดาษตราครุฑ เช่น หนังสือ ตดิ ตอ่ ราชการระหวา่ งส่วนราชการ หรอื สว่ นราชการมถี งึ หน่วยงานอ่นื ใดซง่ึ มใิ ชส่ ว่ นราชการหรือทมี่ ี ถึงบุคคลภายนอก หนังสอื ภายใน คือ หนงั สอื ติดตอ่ ราชการที่เปน็ แบบพธิ ีนอ้ ยกวา่ หนังสือภายนอก เปน็ หนงั สอื ตดิ ตอ่ ภายในกระทรวง ทบวง กรม หรือจังหวดั เดียวกนั ใชก้ ระดาษบนั ทกึ ข้อความ หนงั สอื ประทับตรา คอื หนังสอื ที่ใช้ประทบั ตราแทนการลงชือ่ ของหวั หน้าสว่ นราชการ ระดับกรมขนึ้ ไปเปน็ ผู้รับผดิ ชอบลงช่ือย่อกากับตรา หนงั สือสัง่ การ มี 3 ชนดิ ไดแ้ ก่ คาสัง่ ระเบียบ และขอ้ บงั คับ  คาส่ัง คือ บรรดาข้อความท่ีผบู้ งั คบั บญั ชาสั่งการใหป้ ฏิบตั ิโดยชอบดว้ ยกฎหมาย ใช้กระดาษตราครฑุ  ระเบยี บ คอื บรรดาขอ้ ความท่ีมผี ูม้ อี านาจทห่ี นา้ ทไ่ี ดว้ างไวโ้ ดยอาศัยอานาจของกฎหมาย หรือไม่กไ็ ด้  ข้อบงั คับ คือ บรรดาขอ้ ความทผ่ี ูม้ อี านาจหนา้ ทกี่ าหนดให้ใช้โดยอาศยั อานาจของกฎหมาย บัญญตั ิใหก้ ระทาได้ หนังสือประชาสัมพนั ธ์ มี 3 ชนดิ ได้แก่ ประกาศ แถลงการณ์ และข่าว  ประกาศ คือ บรรดาขอ้ ความทที่ างราชการประกาศหรอื ชีแ้ จงใหท้ ราบ หรอื แนะแนวทาง ปฏิบัติ ใชก้ ระดาษตราครุฑ  แถลงการณ์ คอื บรรดาข้อความที่ทางราชการแถลงเพือ่ ทาความเขา้ ใจในกิจการของ ทางราชการ หรอื เหตกุ ารณ์หรือกรณีใดๆ ให้ทราบชดั เจนโดยทวั่ กนั ใช้กระดาษตราครุฑ  ขา่ ว คอื บรรดาขอ้ ความทท่ี างราชการเหน็ สมควรเผยแพรใหท้ ราบ หนงั สือทีเ่ จ้าหน้าทที่ าข้ึนเพอื่ รับไว้เปน็ หลกั ฐานในราชการ คือ หนังสอื ท่ีทางราชการทาข้นึ นอกจากทกี่ ลา่ วมานแ้ี ล้วขา้ งตน้ หรอื หนงั สอื ทห่ี นว่ ยงานอน่ื ใดซึ่งมใี ช่สว่ นราชการหรอื บุคคลภายนอกมมี าถงึ

ส่วนราชการ และสว่ นราชการรบั ไว้เปน็ หลกั ฐานของทางราชการ มี 4 ชนดิ  หนังสอื รบั รอง คือ หนงั สือที่สว่ นราชการออกใหเ้ พ่อื รับรองแก่นติ บิ คุ คลหรือหนว่ ยงาน เพอ่ื วัตถุประสงค์อยา่ งหนึ่งอยา่ งใดใหป้ รากฎแกบ่ คุ คลโดยทว่ั ไปไมจ่ าเพาะเจาะจง ใชก้ ระดาษตราครุฑ  รายงานการประชุม คอื การบันทกึ ความคิดเห็นของผูม้ าประชมุ ผเู้ ขา้ รว่ มประชมุ และมติ ของท่ีประชุมไวเ้ ปน็ หลกั ฐาน  บันทึก คอื ขอ้ ความซ่ึงผู้ใตบ้ งั คบั บัญชาเสนอตอ่ ผ้บู ังคับบญั ชา หรือผ้บู ังคับบญั ชาสงั่ การ แกผ่ ใู้ ต้บงั คับบัญชา หรือขอ้ ความท่เี จ้าหน้าทห่ี รือหนว่ ยงานระดับต่ากว่าสว่ นราชการระดบั กรมตดิ ต่อกนั ในการปฏิบัติราชการ  หนังสืออ่ืน คอื หนงั สือหรอื เอกสารอื่นใดทีเ่ กิดขน้ึ เนอื่ งจากการปฏิบัตงิ านของเจ้าหน้าท่ี เพ่อื เป็นหลักฐานในทางราชการ 2. การพิมพ์หนังสือราชการดว้ ยคอมพวิ เตอร์ การพิมพห์ นังสอื ราชการภาษาไทย การจัดทากระดาษตราครฑุ และกระดาษบนั ทกึ ข้อความ โดยใช้โปรแกรมการพมิ พ์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ใหจ้ ดั ทาใหถ้ กู ต้องตามแบบของกระดาษตราครฑุ (แบบที่ ๒๘) และ แบบของบันทึกข้อความ (แบบที่ ๒๙) ท้ายระเบียบ โดยเฉพาะส่วนหัวของกระดาษบันทึกข้อความจะต้องใช้จุดไข่ ปลาแสดงเส้นบรรทัดที่เป็นช่องว่างหลังคา ดังต่อไปน้ี ส่วนราชการ ที่ วันที่ เร่ืองละไม่ต้องมีเส้นขีดทึบแบ่งส่วน ระหว่างหวั กระดาษบันทึกขอ้ ความกบั สว่ นท่ีใชส้ าหรับจัดทาข้อความ การตัง้ ค่าการพิมพ์  การต้ังระยะขอบหน้ากระดาษ ขอบขา้ ย 3 ชม. ขอบขวา 2 ซม.  การตัง้ ระยะบรรทดั ใหใ้ ชค้ า่ ระยะบรรทดั ปกติ คอื 1 เท่า หรือ Single  การกน้ั คา่ ไม้บรรทดั ระยะการพิมพ์ อยู่ระหวา่ ง 0 - 16 ชม. ขนาดตราครฑุ  ตราครฑุ สูง 3 ชม. ใชส้ าหรบั การจดั ทา กระดาษตราครฑุ และตราครุฑสงู 1.5 ชม. ใช้สาหรบั การจดั ทากระดาษบันทึกข้อความ  การวางตรวจครุฑใหว้ า่ งหา่ งจากขอบกระดาษบน ประมาณ 1.5 ชม. การพมิ พ์ หนงั สือภายนอก

 การพมิ พเ์ รือ่ ง คาข้ึนต้น อา้ งถงึ สง่ิ ทส่ี ง่ มาดว้ ยให้มรี ะยะบรรทดั ระหว่างกันเทา่ ก้ันระยะบรรทดั ปกติ และ เพิ่มคากอ่ นหน้าอีก 6 พอยต์ (1 Enter + Before 6 Pt)  การพิมพ์ขอ้ ความภาคเหตุ ภาคความประสงค์ และภาคสรปุ ให้มีระยะบรรทดั ระหวา่ งข้อความแตล่ ะภาค หา่ งเทา่ กบั ระยะบรรทัดปกติ และเพ่ิมคาก่อนหนา้ อีก 6 พอยต์ (1 Enter +Before 6 Pt)  การยอ่ หนา้ ข้อความภาคเหตุ ภาคความประสงค์ และภาคสรปุ ให้มีระยะย่อหน้าตามคา่ ไมบ้ รรทัดระยะ การพมิ พ์ เทา่ กบั 2.5 ชม.  การพมิ พค์ าลงทา้ ย ใหม้ รี ะยะบรรทดั หา่ งจากบรรทัดสดุ ทา้ ยภาคสรปุ เทา่ กับระยะบรรทัดปกติ และเพิ่มคา่ กอ่ นหน้าอกี 12 พอยต์ (1 Enter + Before 12Pt)  การพิมพช์ ่อื เต็มของเจ้าของหนงั สอื ให้เว้นบรรทัดการพมิ พ์ 3 บรรทดั (4 Enter)จากคาลงทา้ ย  การพมิ พ์ชือ่ สว่ นราชการเจา้ ของเรอ่ื ง ให้เว้นบรรทดั การพิมพ์ 3 บรรทดั (4 Enter)จากตาแหน่งของเจา้ ของ หนงั สอื หนังสอื ภายใน ส่วนหัวของแบบบนั ทึกข้อความกาหนดขนาดอกั ษรดงั นี้  คาว่า \"บนั ทึกขอ้ ความ\" พิมพ์ดว้ ยอกั ษรตวั หนาขนาด 29 พอยตแ์ ละปรับคา่ ระยะบรรทดั จาก 1 เทา่ เป็นคา่ แนน่ อน (Exactly) 35 พอยต์  คาวา่ \"สว่ นราชการ\" วนั ท่ี เร่ือง \"พิมพด์ ว้ ยอกั ษรตวั หนาขนาด20 พอยต์  การพิมพค์ าข้นึ ตน้ ใหม้ ีระยะบรรทดั หา่ งจากเรอื่ งเท่ากบั ระยะบรรทดั ปกตแิ ละเพิ่มค่ากอ่ นหน้าอกี 6 พอยต์ (1 Enter + Before 6 Pt)  การพิมพ์ข้อความภาคเหตุ ภาคความประสงค์ ภาคสรปุ และการยอ่ หนา้ ให้ถอื ปฏิบตั เิ ชน่ เดียวกับการพมิ พ์ หนงั สือภายนอก  การพิมพ์ชอ่ื เต็มของเจ้าของหนงั สือ ให้เว้นระยะบรรทดั การพมิ พ์ 3 บรรทดั จากภาคสรุป (4 Enter) จานวนบรรทดั ในการพิมพ์หนังสอื ราชกรในแตล่ ะหน้าให้เปน็ ไปตามความเหมาะสมกับ จานวนข้อความ และความสวยงาม การพิมพ์หนงั สอื ราชการแบบยื่นตามที่ระเบยี บกาหนดใหถ้ อื ปฏบิ ัตติ ามนัยดังกล่าวขา้ งตน้ โดยอนโุ ลม โดยคานงึ ถงึ ความเหมาะสมกับรปู แบบของหนงั สือชนิดนน้ั หมายเหตุ กรณที ี่มคี วามจาเป็น ส่วนราชการอาจปรับการพิมพห์ นงั สอื ราการใหแ้ ตกตา่ งจากนี้ไดต้ ามความ เหมาะสม โดยให้คานึงถงึ ความสวยงามและรปู แบบของหนงั สอื ราชการเป็นสาคัญ ตารางเปรยี บเทยี บการต้งั คา่ การพิมพ์โดยใช้เครือ่ งพิมพด์ ดี กับเคร่ืองคอมพวิ เตอร์

(โปรแกรมประมวลผลคา) การตั้งคา่ เมื่อพมิ พ์โดยเครอื่ งพิมพด์ ีด การตัง้ คาเม่อื พมิ พโ์ ดยโปรแกรมในเครอื่ งคอมพิวเตอร์ 1.ในบรรทดั หนึง่ ให้ต้ังจังหวะเคาะไว้ 70 จังหวะ 1.การกั้นค่าไม้บรรทดั ระยะการพมิ พ์อยรู่ ะหวา่ ง เคาะ 0 – 16 เชนตเิ มตร 2.การพมิ พ์ 1 หน้ากระดาษขนาดเอ 4 โดยปกติ 2.ตัง้ ค่าระยะบรรทดั เป็นหนึง่ เทา่ หรือ Singleบรรทัดใน ให้พิมพ2์ 5 บรรทดั หนง่ึ หนา้ ตามความเหมาะสม 3.ขนาดตราครฑุ สาหรบั แบบพิมพม์ ี 2 ขนาด 3.ขนาดตราครฑุ  สงู 3 เชนติเมตรสาหรบั หนงั สอื  สูง 3 เชนติเมตรใช้สาหรบั การจัดทากระดาษ ภายนอกและหนงั สอื ประทับตรา ประทับตรา  สูง 1.5 เชนติเมตรสาหรบั หนังสอื  สูง 1.5 เชนตเิ มตรใช้สาหรับการจดั ทากระดาษ ภายใน บันทึกข้อความ  การวางตราครฑุ ใหว้ างหา่ งจากขอบกระดาษบน ประมาณ 1.5 เซนตเิ มตร 4.บรรทดั แรกของกระดาษควรอยหู่ า่ งจาก 4.เม่ือใช้ Template มาตรฐานบรรทดั แรกของหนังสอื ขอบกระดาษดา้ นบนประมาณ 5 เชนติเมตร จะอยหู่ า่ งจากขอบกระดาษด้านบนประมาณ 4 - 4.5 เซนตเิ มตร 5.บรรทดั แรกของกระดาษควรอยู่หา่ งจาก 5.การข้นึ บรรทดั ใหม่ = 1 Enter ขอบกระดาษดา้ นบนประมาณ 5 เชนตเิ มตร 6.การขน้ึ บรรทดั ยอ่ หนา้ ใหม่ = ปดั 1 บดิ ขึน้ 1 6.การขึน้ บรรทดั ข้อความใหม่ = 1 Enter + Before 6pt 7.ระยะห่างจากขอบกระดาษดา้ นซ้ายมอื 7.ระยะหา่ งจากขอบกระดาษดา้ นซ้ายมอื ประมาณ3 เชน ประมาณ3 เชนตเิ มตร ติเมตร 8.ระยะห่างจากขอบกระดาษดา้ นขวาไมน่ อ้ ย 8.ระยะห่างจากขอบกระดาษดา้ นขวาไม่น้อยกวา่ กวา่ 2 เซนตเิ มตร 2 เซนตเิ มตร 9.การย่อหนา้ ให้เวน้ ห่างจากระยะกน้ั หนา้ 10 9.การยอ่ หน้าใหเ้ ว้นหา่ งจากระยะก้ันหนา้ 2.5 เขนตเิ มตร จังหวะเคาะ 10. การพิมพค์ าลงท้ายให้มรี ะยะบรรทดั ห่าง 10.การพมิ พ์คาลงทา้ ยใหม้ ีระยะบรรทดั หา่ งจากบรรทดั จากบรรทัดสดุ ทา้ ยภาคสรปุ = ปดั 2 สุดทา้ ยภาคสรปุ = 1 Enter + Before 12 pt

11.การเว้นระยะใหล้ งชื่อ = ปดั 2 บิดข้ึน 1 11. การเวน้ ระยะให้ลงชอื่ = 4 Enter 5 3. หนงั สือราชการภายนอก หนงั สอื ราชการภายนอก คือ หนงั สอื ตดิ ตอ่ ราชการที่เป็นแบบพิธี โดยใชก้ ระดาษตราครฑุ เป็นหนังสอื ตดิ ตอ่ ระหวา่ งสว่ นราชการ หรอื สว่ นราชการมถี งึ หนว่ ยงานอน่ื ซึ่งมีใช่สว่ นราชการหรอื ที่มถี งึ บุคคลภายนอก มีสว่ นประกอบสาคัญๆ ดังนี้  ที่ หมายถงึ เลขท่ีออกหนังสอื ให้ลงรหัสพยัญชนะแทนชื่อกระทรวง ทบวงหรือสว่ นราชการ 2 ตัว และรหสั ตวั เลข 4 ตวั 2 ตวั แรกหมายถงึ กรม 2 ตวั หลังหมายถงึ กองโดยพิมพต์ ดิ ก้ันระยะซ้ายอยู่ในระดับเดียวกัน กบั ตนี ครุฑพมิ พค์ าว่า \"ท\"่ี แลว้ เว้น 1 วรรคพมิ พอ์ กั ษรย่อ และเลขทอ่ี อกหนังสอื ของส่วนราชการนนั้  ชอ่ื ส่วนราชการท่ีออกหนงั สอื ให้ลงชื่อสว่ นราชการสถานทรี่ าชการหรือคณะกรรมการซึ่งเป็นเจ้าของ หนงั สือน้นั  วนั เดือนปี ให้ลงเลขของวนั ท่ี (คาว่า \"วนั ท\"่ี ไมต่ อ้ งใช้) ช่อื เต็มของเดือนและตัวเลขของปีพุทธศกั ราช (คา วา่ พ.ศ. ไมต่ ้องใช้) โดยให้มีระยะบรรทัดระหวา่ งกันเท่ากบั ระยะบรรทดั ปกติ และเพิ่มคากอ่ นหน้าอกี 6 พอยต์ (1 Enter + Before 6 Pt) จากสว่ นราชการท่ีออกหนงั สอื เร่มิ พมิ พ์วนั ที่ตรงกง่ึ กลางกระดาษ (หาง ครุฑ)  เร่อื ง ให้ลงซื่อยอ่ ที่เป็นข้อความสนั้ ที่สดุ ของหนงั สอื ฉบับน้ัน โดยใหม้ รี ะยะบรรทดั ระหวา่ งกบั ระยะบรรทดั ปกติ และเพ่ิมคากอ่ นหนา้ อีก 6 พอยด์ (1 Enter + Before 6 Pt) จากวันทพี่ มิ พก์ นั้ ระยะชา้ ย หลัง \"เรื่อง\" เวน้ 2 วรรคแล้วจึงพิมพข์ อ้ ความ  คาขน้ึ ตน้ ใหใ้ ช้คาขึน้ ตันตามฐานะของผรู้ บั หนงั สอื ตามตารางการใช้คาขนึ้ ตันสรรพนามและคาลงทา้ ยโดย ให้มีระยะบรรทดั ระหว่างกนั เท่ากบั ระยะบรรทัดปกติ และเพิม่ คากอ่ นหน้าอีก 6 พอยด(์ 1 Enter + Before 6 Pt จากเรื่อง พิมพช์ ดิ กั้นระยะซ้ายหลงั คาขนึ้ ตันใหเ้ วน้ 2 วรรค 6  อ้างถึง (ถ้ามี ให้อ้างถึงหนังสือที่เคยมีติดต่อกันเฉพาะหนังสือท่ีส่วนราชการผู้รับหนังสือแล้วจะจากส่วน ราชการใดกต็ าม โดยให้ลงชอ่ื สว่ นราชการเจา้ ของหนังสือ เลขท่ี หนงั สอื เดือนพุทธศกั ราชทอ่ี อกหนงั สือนน้ั การอ้างถงึ ให้อ้างถึงหนังสอื ฉบับสดุ ท้ายที่ตดิ ต่อกนั เพยี งฉบับเดียวเว้นแตม่ เี ร่ืองอนื่ ท่ีเปน็ สาระสาคญั ตอ้ ง นามาพิจารณาจึงอ้างถึงหนังสือฉบับอ่ืนๆ ท่ีเก่ียวกับเร่ืองนั้นโดยเฉพาะให้ทราบด้วย ให้มีระยะบรรทัด ระหว่างกันเท่ากับระยะบรรทัดปกติ และเพิ่มคาก่อนหน้าอีก 6 พอยด์(1 Enter + Before 6 Pt) จากคา ข้นึ ต้นพิมพ์ชิดกนั้ ระยะซา้ ยหลงั \"อ้างถึง\" เวน้ 2 วรรคแลว้ พมิ พข์ อ้ ความ  สง่ิ ท่สี ่งมาดว้ ย (ถา้ มี ให้ลงชอื่ สง่ิ ของ เอกสาร หรอื บรรณสารทสี่ ง่ ไปพร้อมกับ หนงั สือนน้ั ให้มีระยะบรรทดั ระหว่างกันเท่ากบั ระยะบรรทัดปกติ และเพิ่มคาก่อนหนา้ อีก 6 พอยต์ (1 Enter + Before6 Pt) จากอ้าง ถึงพิมพช์ ดิ กน้ั ระยะขา้ งหลัง \"สิ่งท่ีส่งมาด้วย\" เวน้ 2 วรรคแลว้ จึงพิมพ์ขอ้ ความ

 ข้อความจดหมาย ให้ลงสาระสาคัญของเรื่องให้ชัดเจนและเข้าใจง่ายหากมีความประสงค์หลายประการ ให้แยกเป็นขอ้ ๆให้มีระยะบรรทัดระหว่างกันเทา่ กบั ระยะบรรทัดปกติ และเพมิ่ คาก่อนหน้าอีก6 พอยต์ (1 Enter + Before 6 Pt) จากสง่ิ ท่ีส่งมาดว้ ยหรืออา้ งถงึ หรือเรยี น (แลว้ แต่กรณี) ใหม้ รี ะยะย่อหน้าตามคา่ ไม้ บรรทัดระยะการพิมพ์ เท่ากับ 2.5 ชม.เริ่มพิมพ์ข้อความถ้ามีหลายย่อหน้า ระหว่างย่อหน้าให้มีระยะ บรรทัดระหว่างกันเท่ากับระยะบรรทัดปกติ และเพ่ิมคาก่อนหน้าอีก 6 พอยต์ (1 Enter + Before 6 Pt และยอ่ หน้าตามคาไมบ้ รรทัดระยะการพิมพ์ เทา่ กับ 2.5 ชม.  คาลงท้าย ให้ใช้คาลงท้ายตามฐานะของผู้รับหนังสอื ตามตารางการใช้คาขน้ึ ตนั สรรพนามและคาลงทา้ ยที่ กาหนดให้มีระยะบรรทัดห่างจากบรรทัดสดุ ท้ายภาคสรุปเท่ากบั ระยะบรรทัดปกติและเพ่ิมค่าก่อนหน้าอีก 12 พอยต์ (1 Enter + Before 12 Pt) จากข้อความเรม่ิ พมิ พ์ที่ก่งึ กลาง  ลงชื่อ ให้ลงลายมือช่ือเจ้าของหนังสือและให้พิมพ์ช่ือเต็มของเจ้าของลายมือช่ือไว้ใต้ลายม้ือช่ือให้เว้น บรรทัดการพิมพ์ 3 บรรทัด (4 Enter) จากคาลงท้ายจากคาลงท้าย พิมพ์ช่ือผู้ลงนามไว้ในวงเล็บโดยวาง ศนู ย์กับคาลงทา้ ย และต้องพมิ พค์ านาหนา้ นาม คือ นาย, นาง, นางสาว เป็นตน้  ตาแหน่ง ให้ลงตาแหน่งเจ้าของหนังสือ Enter 1 คร้ังจากลงชื่อ พิมพ์ตาแหน่ง โดยวางตูกับคาลงท้าย เช่นเดียวกับ \"ลงช่ือ\" แต่ไม่ต้องใส่วงเล็บในกรณีที่มีการลงชื่อแทนให้ใช้คาว่า ปฏิบัติหน้าท่ีรักษาราชการ แทน ปฏิบัติราชการแทน ทาการแทน ให้พิมพ์ไวบ้ รรทัดเดยี วกบั ตาแหน่งของผู้สง!\"ในจดหมายนนั้ โดยเว้น ระยะ 1 เคาะแลว้ พิมพต์ าแหนง่ ทแ่ี ทนไวบ้ รรทัดล่างครฑุ ตรงกับวนั ท่ี  ส่วนราชการเจ้าของเร่ือง ให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่อง หรือหน่วยงานทีถ้าส่วนราชการท่ีออก หนังสืออยู่ในระดับกระทรวงหรือทบวง ให้ลงชื่อราชการเจ้าของเร่ืองท้ังระดับกรมและกอง ถ้าส่วน ราชการท่ีออกหนังสืออยู่ในระดับกรมลงมาให้ลงชื่อส่วนราชการเจ้าของเรื่องเพียงระดับกองหรือ หน่วยงานทีร่ ับผิดชอบใหเ้ ว้นบรรทัดการพิมพ์ 3 บรรทัด (4 Enter) จากตาแหน่งของเจา้ ของหนังสือจาก ตาแหน่งพิมพช์ ิดก้ันระยะซ้าย  เบอร์โทรศัพท์ ให้ลงหมายเลขโทรศัพท์ของส่วนราชการเจ้าของเรื่องหรือหน่วยงานที่ออกหนังสือและ หมายเลขภายในตู้สาขาหรือโทรสาร (ถ้ามี) ไว้ด้วยแล้ว Enter จากส่วนราชการเจ้าของเร่ืองพิมพ์ชิดก้ัน ระยะซ้าย หรือจะพมิ พ์บรรทัดเดียวกบั ชอ่ื ส่วนราชการเจ้าของเรื่องกไ็ ด้  สาเนาส่ง (ถ้ามี) ในกรณีท่ีผู้ส่งจัดทาสาเนาส่งไปให้ส่วนราชการหรือบุคคลอ่ืนทราบและประสงค์จะให้ผู้ รบั ทราบวา่ ได้มสี าเนาสง่ ไปใหผ้ ้ใู ดแล้วให้พมิ พช์ ่ือเต็มหรอื ชอ่ื ยอ่ ส่วนราชการหรอื ช่ือบคุ คลทสี่ ่งสาเนาไปให้ เพอื่ ให้เป็นที่เข้าใจระหว่างผู้ส่งและผู้รบั ถ้าหากมรี ายชื่อที่สง่ มากใหพ้ ิมพ์ไปว่าส่งไปตามรายช่ือทีแ่ นบและ แนบรายชื่อไปด้วย โดยให้มีระยะบรรทัดระหว่างกันเท่ากับระยะบรรทัดปกติ และเพิ่มคาก่อนหน้าอีก6 พอยท์ (1 Enter + Before 6 Pt) พมิ พ์ชิดกน้ั ระยะซา้ ย

 ดว่ นทสี่ ุด ดว่ นมาก ด่วน ช้ันความเรว็ (ถ้ามี) ใหพ้ มิ พเ์ หนือเลขทีอ่ อกหนังสือ และขดี เสน้ ใตห้ รือประทบั \"ด่วน, ดว่ นมาก, ดว่ นทส่ี ดุ \" ดว้ ยตรายางหมกึ สแี ดงเม่ือพิมพเ์ สรจ็ แล้ว ตัวอย่างหนังสือราชการภายนอกทพี่ มิ พโ์ ปรแกรมประมวลผลคา



4.หนังสอื ราชการภายใน หนังสือราชการภายใน คอื หนังสอื ติดต่อราชการท่ีเป็นแบบพิธนี อ้ ยกวา่ หนงั สอื ราชการภายนอกเปน็ หนังสือตดิ ตอ่ ภายในกระทรวงทบวงกรมหรอื จงั หวัดเดยี วกนั ใชก้ ระดาษบันทกึ วธิ กี ารพิมพ์หนงั สือราชการภายใน 1.สว่ นราชการให้ลงชื่อสว่ นราชการเจา้ ของเรื่อง หรือหน่วยงานทอ่ี อกหนงั สือโดยมรี ายละเอยี ดพอสมควร โดยปกตถิ า้ สว่ นราชการที่ออกหนงั สอื อยใู่ นระดบั กรมขน้ึ ไปใหล้ งชือ่ ส่วนราชการเจา้ ของเร่ืองทง้ั ระดับกรมและกอง ถ้าสว่ นราชการทอ่ี อกหนงั สอื อยใู่ นระดับต่ากวา่ กรมลงมาใหล้ งชื่อสว่ นราชการเจ้าของเรื่องเพยี งระดับกองหรือส่วน ราชการเจา้ ของเร่ืองพร้อมทง้ั หมายเลขโทรศพั ท์ 2. ที่ ใหล้ งรหัสตวั พยัญชนะและเลขประจาของเจ้าของเร่อื ง ทับเลขทะเบียนหนังสือสง่ 3.วนั ที่ ให้ลงตวั เลขของวันท่ชี อื่ เต็มของเดอื น และตัวเลขของปพี ทุ ธศักราชทีอ่ อกหนังสอื 4.เร่อื ง ให้ลงเรือ่ งย่อที่เปน็ ใจความสน้ั ทสี่ ดุ ของหนงั สอื ฉบบั น้ันในกรณีท่เี ป็นหนังสือต่อเนอื่ ง โดยปกตใิ ห้ลงเรือ่ งของหนังสือฉบบั เดิม 5. คาขน้ึ ต้นให้มรี ะยะบรรทัดระหว่างกันเทา่ กบั ระยะบรรทดั ปกติ และเพิม่ คาก่อนหนา้ อีก 6 พอยต์ (1 Enter + Before 6 Pt) จาก \"เร่ือง\" แลว้ จึงเรมิ่ พิมพ์คาขน้ึ ต้น การใชค้ าข้นึ ตน้ ควรใชต้ ามฐาน: ของผู้รับหนงั สอื ตามตารางการใช้คาขึ้นตน้ สรรพนาม และคาลงทา้ ย เช่น เรยี น หรอื กราบเรยี น เปน็ ตน้ หลังคา ขนึ้ ตน้ ใหเ้ คาะเว้นวรรค 2 เคาะ แลว้ จงึ พมิ พช์ อ่ื หรือตาแหนง่ ของผรู้ บั ข้อความให้มรี ะยะบรรทัดระหวา่ งกันเทา่ กับ ระยะบรรทดั ปกติ และเพม่ิ คาก่อนหน้า(1 Enter + Before 6 Pt) จาก \"คาขน้ึ ตน้ \" แล้วย่อหนา้ ตามคา่ ไมบ้ รรทดั ระยะการพิมพ์ เท่ากบั 2.5 ชม.จงึ เรม่ิ พิมพข์ อ้ ความขอ้ ความเป็นสาระสาคญั ของเร่ืองให้พมิ พใ์ ห้ชดั เจนและเขา้ ใจ ง่ายหากมีความประสงคห์ ลายประการใหแ้ ยกเปน็ ขอ้ ๆ ในกรณที ีม่ ีการอา้ งถึงหนังสอื ทีเ่ คยมีตดิ ตอ่ กนั หรอื มสี ิง่ ท่สี ่ง มาด้วยใหร้ ะบุไวใ้ นข้อน้ี ถ้ามหี ลายย่อหนา้ ทกุ ย่อหน้าก่อนพมิ พ์ให้มรี ะยะบรรทดั ระหวา่ งกนั เท่ากบั ระยะบรรทดั ปกติและเพ่ิมคากอ่ นหนา้ อกี 6 พอยต์ (1 Enter + Before 6 Pt) และย่อ 2.5 ชม.จึงพิมพข์ ้อความต่อไป 7. ลงชือ่ และตาแหนง่ ให้เว้นระยะบรรทดั การพิมพ์ 3 บรรทดั จากภาคสรุป (4 Enter) เลอ่ื นไปทีก่ ึง่ กลาง กระดาษพมิ พช์ ื่อผลู้ งนามอยู่ในวงเลบ็ จากนนั้ Enter 1 ครงั้ พิมพ์ตาแหน่งโดยการวางศูนย์กับชอ่ื ผู้ลงนาม

ตวั อย่างหนงั สือราชการภายในที่พมิ พด์ ้วยโปรแกรมประมวลผลคา

5.หนงั สอื ประทับตรา หนงั สอื ประทบั ตรา คือ หนังสอื ประทบั ตราแทนการลงช่ือของหัวหนา้ สว่ นราชการระดับกรมข้ึนไปโดยให้ หัวหนา้ สว่ นราชการระดบั กองหรอื ผู้ทีไ่ ด้รบั มอบหมายจากหวั หนา้ สว่ นราชการระดบั กรมขึน้ ไปเป็นผรู้ ับผดิ ชอบ ลง ชือ่ ย่อกากับตรา หนังสอื ประทบั ตราใชก้ ระดาษตราครฑุ เราจะใชห้ นังสอื ประทบั ตราระหว่างสว่ นราชการกับส่วนราชการ และระหว่างสว่ นราชการกับ บุคคลภายนอก เฉพาะกรณที ี่ไม่ใชเ่ รื่องสาคัญ เชน่ การสง่ สาเนาหนงั สือ สิ่งของ เอกสาร หรอื บรรสาร การขอ รายละเอยี ดเพม่ิ เตมิ การตอบรบั ทราบไมเ่ ก่ยี วกับเร่ืองการเงิน การเตือนเรอ่ื งท่ีค้างอยู่ เปน็ ตน้ ซง่ึ สว่ นประกอบของหนงั สือประทับตราทีส่ าคญั ๆ มดี ังตอ่ ไปนี้ 1. ท่ี หมายถึงเลขทอ่ี อกหนงั สอื ของส่วนราชการนนั้ ใหล้ งรหัสพยัญชนะแทนชื่อกระทรวงทบวงหรอื สว่ น ราชการ 2 ตวั และรหัสตวั เลข 4 ตัว 2 ตัวแรกหมายถงึ กรม 2 ตวั หลังหมายถงึ กองโดยพิมพ์ชดิ กนั้ ระยะบรรทดั เดยี วกบั ตีนครฑุ 2. ถึง คือ ช่ือของสว่ นราชการ หนว่ ยงาน หรอื บุคคล ทีจ่ ะส่งหนังสือไปถงึ ใหม้ ีระยะบรรทัดระหวา่ งกัน เทา่ กับระยะบรรทัดปกติ และเพ่ิมคากอ่ นหน้าอีก 6 พอยต์ (1 Enter + Before 6 Pt) จากเลขหนังสือออก 3. ขอ้ ความ ให้ลงสาระสาคญั ของเรอ่ื งให้ชัดเจนและเขา้ ใจง่าย หากมีความประสงคห์ ลายประการใหแ้ ยก เปน็ ขอ้ ๆ ใหม้ ีระยะบรรทัดระหวา่ งกันเทา่ กับระยะบรรทดั ปกติ 2 บรรทดั และเพิม่ คากอ่ นหนา้ อกี 12พอยต์ (2Enter + Before 12Pt) จากชือ่ ของส่วนราชการทส่ี ง่ ไปถงึ ยอ่ หนา้ 2.5 ชม. เรม่ิ พมิ พข์ ้อความถ้ามีหลายย่อหนา้ ระหว่างย่อหน้าใหม้ ีระยะบรรทดั ระหวา่ งกนั เทา่ กบั ระยะบรรทัดปกติ และเพม่ิ คากอ่ นหนา้ อีก 6 พอยต์ (1 Enter + Before 6 Pt) และยอ่ หน้า 2.5 ชม. 4. ช่ือส่วนราชการที่ออกหนงั สอื ใหพ้ มิ พช์ อื่ ของสว่ นราชการ หรอื หน่วยงานทอ่ี อกหนังสอื จากกลางครฑุ โดยกาหนดระยะบรรทดั 3 บรรทดั (Enter) 5. วนั เดือน ปี ใหพ้ มิ พว์ างศนู ย์กับช่ือส่วนราชการที่ส่งหนงั สอื ออก และประทับตราชอ่ื สว่ นราชการดว้ ย ตรายางสีแดง และใหผ้ ูร้ บั ผิดชอบลงลายมือช่อื ยอ่ กากบั โดยใช้ตวั อกั ษรขดี เส้นใต้ และใหผ้ รู้ บั ผิดชอบลงลายมอื ชือ่ ย่อกากับ (ข้าราชการระดบั หวั หน้ากองหรอื ผไู้ ด้รบั มอบหมาย) โดยกาหนดระยะบรรทดั ปกติหรอื 1 Enter จากชือ่ ส่วนราชการท่ีออก 6. สว่ นราชการเจ้าของเรื่อง ใหล้ งชื่อสว่ นราชการเจ้าของเรื่อง หรอื หน่วยงานทอ่ี อกหนังสอื โดยพมิ พ์ชิด ดา้ นซา้ ย โดยกาหนดระยะบรรทัด 3 บรรทัด (4 Enter) จากวันท่ี 7. โทรศพั ท์ หรอื ทีต่ ้งั ให้ลงหมายเลขโทรศัพท์หรอื ส่วนราชการเจ้าของเรอ่ื ง และหมายเลขภายในตสู้ าขา (ถา้ ม)ี ไว้ดว้ ย กรณไี มม่ ีโทรศพั ทใ์ หล้ งทีต่ งั้ ของส่วนราชการเจา้ ของเร่ือง และลงเลขที่ ตาบล ทอ่ี ยตู่ ามความจาเป็น และรหสั ไปรษณยี ์ โดยกาหนดเท่ากบั ระยะบรรทดั ปกติ 1 บรรทดั หรอื 1 Enterโทรสาร ให้ใสห่ มายเลขโทรสาร ดว้ ย (ถ้ามี โดยกาหนดเทา่ กับระยะบรรทดั ปกติ 1 บรรทดั หรือ 1 Enter

ตวั อยา่ งหนงั สือราชการประทบั ตราท่พี ิมพด์ ้วยโปรแกรมประมวลผลคา ผ้เู รยี นสามารถแสกนควิ อาร์โคด๊ (QR Code) เพ่อื ศึกษาเน้อื หาหน่วยท่ี 6 ผ่าน Power Point

ผเู้ รียนสามารถแสกนคิวอารโ์ ค๊ด (QR Code) เพอื่ ศกึ ษาเน้อื หาหน่วยท่ี 6 ผา่ น Power Point

แบบฝึกหดั หน่วยท่ี 6 เรื่อง หนงั สือราชการ คาช้แี จง : ให้เตมิ คาสั่งในชอ่ งวา่ งใหส้ มบรู ณ์ 1. หนงั สอื ราชการมีลกั ษณะอยา่ งไรบ้าง .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... 2. หนังสอื ราชการมกี ่ชี นดิ อะไรบ้าง .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................... 3. จงเปรยี บเทยี บความแตกตา่ งระหวา่ งหนงั สือราชการภายในกบั หนงั สือราชการภายนอก .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... 4. จงให้คาจากดั ความของ “หนังสอื ประทบั ตรา” .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................

แบบฝึกปฏิบตั ิ คาช้ีแจง : จงพมิ พ์หนังสอื ราชการภายนอกดังตอ่ ไปนี้ ข้อ 1. หนังสือที่ ศธ ๑๔๒๒๙/๗๙ ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๗ ส่วนราชการท่ีออกหนังสือ สานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ กทม. ๑0๓๐๐ เรื่อง การประชมุ ปฏิบตั ิการสรา้ งความรู้ ความเข้าใจเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (OBECQA)ของโครงการ โรงเรียนมาตรฐานสากล ปี ๑๕๕๗ - ๒๕๕๘ เรียน ผู้อานวยการสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาส่ิงท่ีส่งมาด้วย ๑. กาหนดการประชมุ ฯ ๒. รายชอ่ื และ แบบฟอร์มใบตอบรับการเขา้ ร่วมประชมุ ฯ ภาคเหตุ ด้วย สานักงานคณะกรรมการการศึกษาช้ันพ้ืนฐาน ได้กาหนดการจัดประชุมปฏิบัติการสร้าง ความรคู้ วามเขา้ ใจเกณฑ์รางวลั คณุ ภาพแห่งสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน (OBECQA)ของโครงการ โรงเรียนมาตรฐานสากล ปี ๑๕๕๗ - ๒๕๕๘ ระหว่างวันที่ ๒๑ - ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗ณ โรงแรมปรินซ์พาเลช มหานาค กรุงเทพมหานคร ภาคความประสงค์ สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน ขอให้ท่านแจง้ ผมู้ ีรายชอ่ื ทสี่ ่งมาพร้อมน้ี เข้าร่วมการประชุม พร้อมทั้งส่งใบตอบรับกลับมายังสานักงานบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย ภายในวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๗ หากผู้เข้าร่วมประชุมท่านใดมีผู้ติดตาม, สังเกตการณ์และพนักงานขับรถยนต์ ขอให้เบิก คา่ ใช้จา่ ยจากโรงเรียนต้นสงั กัด ภาคสรุป จึงเรียนมาเพื่อทราบและอนุญาตให้บุคลากรในสังกัด เข้าร่วมการประชุมตามวัน เวลา และ สถานท่ีดังกล่าว ท้ังน้ี จะตัดโอนงบประมาณค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการหลังเสร็จสิ้นการประชุเรียบร้อย แล้วสานักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย โทร. 0 ๑๑๘๘ ๕๙๔๐/โทรสาร - ๒๒๘๘ ๕๙๔๑ขอแสดงความ นับถอื นายอภชิ าต จรี ะวฒุ ิ เลขาธกิ ารคณะกรรมการการศกึ ษาชน้ั พื้นฐานเป็นส่วนราชการเจ้าของเรอ่ื ง

ข้อ 2. หนังสือท่ี มท 0๕๑๖.๕/ ๒๖๐๓๒ ลงวันท่ี ๗ ตุลาคม ๒๕๕๖ ส่วนราชการท่ีออกหนังสือ กรมท่ีดินศูนย์ราชการ เฉลิมพระเกียรติ ๘0 พรรษาฯ อาคารรัฐประศาสนาภักดี ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้องเขตหลักส่ีกรุงเทพฯ ๑๐๒๑0 เรอ่ื ง โครงการเร่งรัดการออกโฉนดที่ดินหรือหนงั สือรบั รองการทาประโยชนจ์ ากหลกั ฐาน ส.ค.๑สาหรบั คา ขอท่ีอยรู่ ะหว่างการดาเนนิ การ ทส่ี ารวจ ณ วันท่ี ๘ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๕๓ ปงี บประมาณ พ.ศ.๒๕๕๔-พ.ศ.๒๕๕๖ เรียน ผวู้ า่ ราชการจงั หวัดทุกจังหวัด อา้ งถงึ ๑.หนังสอื กรมท่ีดิน ด่วนท่สี ุด ท่ี มท 0๕๑๖.๕/ว ๓๒๖๕๐ ลงวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๔ ๒.หนังสือกรมที่ดนิ ดว่ นที่สดุ ท่ี มท 0๕๑๖.๕/ว ๑๕๕๔๕ ลงวันที่ ๕ มถิ นุ ายน ๒๕๕๕ ๓. หนงั สือกรมทดี่ นิ ท่ี มท .๕๑๖.๕/ว ๑๙๘๑๕ ลงวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ๔.หนงั สอื กรมทดี่ นิ ท่ี มท ๕๑๖.๕/ว ๒๒๙๙๓ ลงวนั ที่ ๒0 สงิ หาคม ๒๕๕๕ ๕. หนังสอื กรมทดี่ นิ ดว่ นทีส่ ดุ ท่ี มท 0๕๑๖.๕/ว ๔๗๙๘ ลงวันท่ี 60 กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๖ ส่งิ ทสี่ ง่ มาดว้ ย รายช่อื จังหวดั ทย่ี ังไมแ่ จ้งผลการดาเนนิ การตามโครงการฯ ภาคเหตุ ตามท่ีกรมที่ดินไดจ้ ัดทาโครงการเรง่ รดั การออกโฉนดทด่ี นิ หรอื หนังสอื รับรองการทา ประโยชนจ์ ากหลกั ฐาน ส.ค.๑ สาหรับคาขอที่อยรู่ ะหว่างดาเนนิ การ ทส่ี ารวจ ณ วนั ที่ ๘ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๕๓ ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๔ - พ.ศ.๒๕๕๖ ตามขอ้ สั่งการของกระทรวงมหาดไทย และได้เวยี นโครงการฯ พรอ้ มแนวทางปฏิบตั ิใหจ้ ังหวดั ทราบตามหนงั สอื ท่ีอา้ งถงึ ๑, และมหี นังสือแจง้ เตือนให้จงั หวัดรายงาน ผลการดาเนินการตามหนงั สือทีอ่ า้ งถงึ ๓, < และ ๕ ความละเอยี ดแจง้ แลว้ นนั้ ภาคความประสงค์ กรมที่ดนิ พิจารณาแล้วเห็นวา่ การดาเนินการตามโครงการฯ ทผ่ี า่ นมายงั ได้ รบั ขอ้ มูลไม่ครบถ้วน เนอ่ื งจากมีบางจงั หวดั ยงั ไมไ่ ด้รายงานผลการดาเนนิ การให้กรมท่ีดนิ ทราบ ทาให้ ในแต่ละงบประมาณสามารถสรปุ ผลการดาเนินการได้ และเนอ่ื งจากโครงการฯ ดังกลา่ วกาหนดเวลาส้นิ สุด เม่อื วันท่ี ๓๐ กนั ยายน ๒๕๕๖ ดงั น้ัน ขอใหจ้ ังหวัดทย่ี งั ไม่แจ้งผลการดาเนินการในแตล่ ะปงี บประมาณ สง่ิ ทสี่ ่งมาดว้ ย แจ้งผลการดาเนนิ การใหก้ มทดี่ นิ ทราบ พรอ้ มทง้ั แจ้งผลการดาเนนิ ปงี บประมาณ พ.ศ.๒๕๕๖ ให้กรมทด่ี นิ ทราบภายในวันท่ี ๑๘ ตลุ าคม ๒๕๕๖ เพ่ือกรมทีด่ ินจะได้นาขอ้ มูล ไปสรปุ รายงานกระทรวงมหาดไทยตอ่ ไป ภาคสรปุ จงึ เรยี นมาเพ่ือโปรดทราบและสง่ั การใหเ้ จ้าหน้าที่ถือปฏบิ ตั ติ อ่ ไปขอแสดงความนับถอื นายพินิจ หาญพาณิชย์ อธิบดีกรมทีด่ นิ สานกั มาตรฐานการออกหนังโทร. 0๒๕๐๓๓๘๑๒ โทรสาร ๑๒๒๘๘๕๐๓๓๓๙๘ เป็นส่วนราชการเจา้ ของเร่ือง

จงพิมพห์ นังสอื ราชการภายใน (บนั ทึกขอ้ ความ) ดังต่อไปน้ี ขอ้ 3. ราชการสานกั เลขานุการกรม กล่มุ งานชว่ ยอานวยการและประสานราชการโทร ๐๒๑๔๑๖๐๓๐ ท่ี มท ๑๔๐๑.๒/ว ๙๘ วนั ท่ี ๒๔ เมษายน ๒๕๕๓ เรื่อง ขอส่งกาหนดการเดินทางมารายงานตวั ของอธบิ ดีกรมการ พฒั นาชมุ ชน (นายวเิ ชียร ชวลิต) เรยี นรองอธบิ ดกี รมพัฒนาชุมชน หัวหนา้ ผตู้ รวจราชการกรม ผตู้ รวจราชการกรม ผู้อานวยการสานักเสรมิ สร้างความเข้มแข็งชุมชน ผู้อานวยการสานกั สง่ เสริมภมู ปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ และวสิ าหกิจชุมชน ผชู้ ่วยผูอ้ านวยการศนู ย์อานวยการบรหิ ารจงั หวัดชายแดนภาคใต้(พช.) ผอู้ านวยการสถาบันการพฒั นาชมุ ชน ผอู้ านวยการสานักพัฒนาทนุ และองคก์ รการเงนิ ชมุ ชนผอู้ านวยการศูนย์สารสนเทศเพอ่ื การพัฒนาชมุ ชน ผู้อานวยการกองทนุ ทกุ กอง หวั หนา้ ผตู้ รวจสอบและหวั หน้ากลุ่มพฒั นาระบบบรหิ าร ภาคเหตุ ด้วยกระทรวงมหาดไทย แจ้งวา่ คณะรฐั มนตรีไดม้ มี ติเมื่อวนั ที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๓ อนุมัตแิ ต่งตง้ั ข้าราชการพลเรือนสามญั ตาแหน่งประเภทบรหิ ารระดับสงู สังกัดกระทรวงมหาดไทย ตง้ั แต่ วันทีพ่ รงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ แต่งตั้ง เป็นตนั ไป และขณะนี้อยใู่ นระหว่างนาความกราบบังคมทูลเพือ่ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ แตง่ ต้งั ต่อไป เพอื่ ให้การปฏบิ ตั ริ าชการของกระทรวงมหาดไทยเป็นไปดว้ ย ความเรยี บร้อย กระทรวงมหาดไทยได้มีคาส่งั ที่ ๑๖๕/๒๕๕๓ เรือ่ ง ใหข้ า้ ราชการรกั ษาราชการแทน โดยให้ มงคล สรุ ะสัจจะ ตาแหน่งอธิบดรี มกพัฒนาชมุ ชน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการปก ต้ังแตว่ ันท่ี ๒๘ เมษายน ๒๕๕๓ และ นายวเิ ชียร ชวลติ ผวู้ ่าราชการจงั หวดั สุรนิ ทร์ รกั ษาราชการแทน อธิบดีกรมการพัฒนาชมุ ชน ท้งั น้ี ตัง้ แตว่ ันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เป็นต้นไป ภาคความประสงค์ สานกั งานเลขานกุ ารกรม จึงขอสง่ กาหนดการของอธบิ ดีกรมการพฒั นาชุมชน (นายวิเซียร ชวลติ ) โดยเดนิ ทางมารายงานตัว ในวนั จันทรท์ ี่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เวลา 0๘.๐๐ น. ณ กระทรวงมหาดไทย จงึ ขอเรียนเชญิ ท่านร่วมใหก้ ารตอ้ นรับตามกาหนดการทไ่ี ด้เรยี นแนบ อนงึ่ สานักงาน เลขานุการกรม ได้จดั เตรยี มแจกนั ดอกไมเ้ พื่อรว่ มแสดงความยินตใ๋ี นนามของคณะผู้บริหาร ขา้ ราชการ พนกั งานราชการ และลกู จ้างกรมการพฒั นาชมุ ชนด้วยแล้ว ภาคสรปุ จึงเรยี นมาเพอ่ื โปรดทราบ นางสาวเพ็ญศรี เจริญสทุ ธิพนั ธ์ เลขานกุ ารกรม

ขอ้ 4. ส่วนราชการสานักงานปลัด องค์การบรหิ ารส่วนตาบลกาแพงแสน ท่ี - วนั ที่ ๓ ตลุ าคม เรอื่ งการทาข้อตกลงปฏบิ ัติราชการระหว่างพนกั งานส่วนตาบลกบั ผู้บรหิ าร ประจาปีงบประมาณ เรียนนายกองคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบลกาแพงแสน เนอ้ื หา ๑. เรื่องเดิม ตามท่ีองคก์ ารบริหารสว่ นตาบลกาแพงแสน ไดด้ าเนินการจัดทาขอ้ ตกลงการปฏบิ ัติราชการ งพนกั านสว่ นตาบลกับผู้บรหิ าร ประจาปงี บประมาณ ๒๕๕๔ เพอ่ื ให้การบรหิ ารราชการขององคก์ ารบรหิ ารสว่ น ตาบลกาแพงแสนเกดิ ผลสัมฤทธติ์ อ่ ภารกิจของรัฐ โดยมีผรู้ บั ผดิ ชอบตอ่ ผลการปฏบิ ตั ิงานและมเี ป้าหมายการ ทางานทีช่ ดั เจน ตลอดจนมีตัวช้วี ดั ผลการดาเนินงานทแี่ สดงประสทิ ธภิ าพและประสิทธผิ ลการปฏบิ ตั ิงาน ตามพระ ราชกฤษฎกี าว่าด้วยหลกั เกณฑก์ ารบรหิ ารกิจการบ้านเมืองทีด่ พี .ศ. ๒๕๔๖ และหนังสอื กระทรวงมหาดไทยที่ มท ๑๘๙๒.๔/ว ๔๓๕ ลงวนั ท่ี ๑๑ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๔๘ ไปแลว้ นนั้ ๒. ขอ้ เท็จจรงิ บัดน้ี หมดระยะเวลาในการประกาศใชข้ ้อตกลงการปฏิบตั ริ าชการระหว่างพนักงานสว่ นตาบลกับผบู้ ริหาร ประจาปีงบประมาณ ๒๕๕๔ แล้ว ซึง่ ไดก้ าหนดระยะเวลาการใช้ ๑ ปงี บประมาณ โดยเรม่ิ ต้ังแต่วนั ที่ ๑ ตลุ าคม ๒๕๕๓ - ๓๐ กันยายน ๒๕๕๔ ๓. ระเบียบ/ข้อกฎหมาย ๓.๑ หนังสอื กระทรวงมหาดไทย ที่ มท ๑๘๙๒.๔/J ๔๓๕ ลงวันที่ ๑๑ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๔๘ กาหนดหลักเกณฑ์การดาเนินการตามพระราชกฤษฎีกาวา่ ดว้ ยหลกั เกณฑ์การบริหารกจิ การบา้ นเมอื งทด่ี ี พ.ศ. ๒๕๔๖โดยใหอ้ งคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ินจัดทาขอ้ ตกลงในการปฏบิ ตั ริ าชการซง่ึ เปน็ การปฏบิ ตั ิราชการ แนวใหมท่ ี่มคี วามสาคัญในการสรา้ งความรับผดิ ชอบของผบู้ รหิ ารเพือ่ ทีจ่ ะกากับการปฏบิ ัติราชการให้ ประสบความสาเรจ็ และเกดิ ผลสมั ฤทธ์ิของงาน โดยมีสิ่งจูงใจในการปฏิบตั งิ านเปน็ รางวัลทก่ี าหนดเป็น ประโยชนต์ อบแทนอน่ื เป็นกรณีพเิ ศษ ๓.๒ พระราชกฤษฎกี าวา่ ด้วยหลกั เกณฑก์ ารบรหิ ารกจิ การบ้านเมืองทด่ี ี พ.ศ. ๒๕๔๖ หมวด ๓ มาตรา ๙ การบริหารราชการเพ่อื ให้เกดิ ผลสมั ฤทธติ์ อ่ ภารกจิ ของรฐั ให้สว่ นราชการดาเนินการดังน้ี (๑) ก่อนจะดาเนนิ การตามภารกจิ ใด สว่ นราชการตอ้ งจดั ทาแผนปฏบิ ตั ิราชการไว้เปน็ การลว่ งหน้า (๒) การกาหนดแผนปฏบิ ตั ิราชการของส่วนราชการตาม (๑) ตอ้ งมรี ายละเอียดของขัน้ ตอน ระยะเวลา และงบประมาณทจ่ี ะต้องใชใ้ นการดาเนินการงานของแต่ละชัน้ ตอน เป้าหมายของภารกิจ ผลสมั ฤทธิ์ ของภารกจิ และตวั ชวี้ ดั ความสาเรจ็ ของภารกจิ (๓) สว่ นราชการต้องจัดให้มกี ารตดิ ตามและประเมนิ ผล การปฏิบตั ติ ามแผนปฏบิ ัติราชการตามหลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ารที่สว่ นราชการกาหนดขึน้

๔. ข้อพจิ ารณา เพอ่ื ใหเ้ กดิ ประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธิผลการปฏบิ ัติงานและเกิดผลสัมฤทธ์ิต่อภารกจิ ภาครฐั จงึ เหน็ ควร จดั ทาข้อตกลงการปฏบิ ตั ริ าชการระหวา่ งพนักงานสว่ นตาบลกับผบู้ รหิ ารองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบลประจาปี งบประมาณ ๒๕๕๕ โดยให้มผี ลบังคบั ใช้ระหว่างวนั ที่ ๑ ตลุ าคม ๒๕๕๔ ถงึ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๕ เปน็ ระยะเวลา ๑ ปีงบประมาณ ๕. ข้อเสนอ จึงเรยี นมาเพอ่ื โปรดพจิ ารณา หากเหน็ ชอบโปรดลงนามในเอกสารท่แี นบมาพรอ้ มนี้ นายประยุทธ ธรรมโกศล บุคลากร จงพิมพห์ นงั สือประทบั ตราดังต่อไปนี้ ขอ้ 5. หนังสอื ประทับตราจาก สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน ลงวันที่ ๙ สงิ หาคม ๒๕๕๔ เลขทห่ี นงั สือ ศธ0๔๐๐๘/ว ๙๑๐ ถงึ สานกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษามัธยมศกึ ษา เน้ือหา พร้อมนส้ี านกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐานขอสง่ ประกาศรายชือ่ ผู้ผา่ นการคัดเลอื ก ขา้ รว่ ม \"การประชมุ ปฏิบตั กิ ารจัดการความรูเ้ พอ่ื ยกระดับคณุ ภาพการจดั การศกึ ษาตามแนวทางการพฒั นา คุณภาพการบรหิ ารจดั การภาครฐั (PMQA) ปี ๒๕๕๔\" ระหวา่ งวันที่ ๑๗ - 60 สิงหาคม ๒๕๕๔ ณ โรงแรมรเิ วอรไ์ ซด์ ชอยวัดภศนิ ีนาถ ถนนราชวถิ ี กรงุ เทพมหานคร ทั้งนจี้ ะโอนงบประมาณคา่ ใชจ้ า่ ย ในการเดนิ ทางมาราชการภาคพนื้ ดินอย่างประหยดั และสนบั สนุนงบประมาณในการเตรยี มการนาเสนอ ผลงานและพัฒนาตอ่ ยอดนวตั กรรม มาเบกิ จา่ ยที่สานกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษาตน้ สงั กดั ท้ังนขี้ อใหแ้ จ้ง ผู้มีรายชอื่ ตามประกาศทราบด้วย สว่ นราชการเจา้ ของเรือ่ ง กลุม่ วิจยั และส่งเสรมิ การวจิ ยั ทางการศกึ ษา สานักพฒั นานวัตกรรม การศกึ ษา โทรศพั ท์ ๐ ๒๒๘๘ ๕๘๘๒ /โทรสาร -๒๒๘๑ ๕๒๑๖ http://inno.ob http://km.obec.go.th


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook