Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore มรกดกธรรม เล่ม 2

มรกดกธรรม เล่ม 2

Published by koranis9, 2020-11-05 03:28:29

Description: มรกดกธรรม เล่ม 2

Search

Read the Text Version

มรดกธรรมศาลาพระราชศรัทธา วดั ปทมุ วนารามราชวรวิหาร ป ๒๕๖๑ เลม ท่ี ๒ อริยสัจท้ัง ๔ พระพุทธเจาทรงตรัสมี “เหตุ” กับ “ผล” เทานั้น เหตอุ นั หนงึ่ นําทุกขนําโทษมาให เหตอุ นั หนง่ึ พอเราตง้ั ใจปฏบิ ัติ ตามน้ันแลว สงบระงับดับเหตุใหเกิดความทุกข เหตุอันหนึ่ง สรางทุกข เหตอุ ันหนง่ึ สงบระงับดบั ทกุ ข ความทุกข ก็คือ อัตภาพรางกายของเรา ซ่ึงเปนกองทุกข เปน กอนทุกข จิตใจของเรา ก็เปนกองทุกข เปนกอนทุกข รางกาย ของเราตกอยูในภาวะของความไมอยูกับท่ี ตองเปลี่ยนไป เปน อนจิ จัง กอ นกายของเรามนั เปนกองสังขารกองหนง่ึ จติ ของเราก็ เปนกองสังขารกองหนึ่ง กองสังขาร คือส่ิงปรุง สิ่งประกอบ ต้ังแต ๒ ส่ิงเปนตนไป มารวมกัน ทานเรียกวา กองสังขาร ซ่ึงมี สามัญลกั ษณะ คอื มีอนิจจัง มที กุ ขงั มอี นตั ตา อยูใ นนั้น การที่เราต้ังใจปฏิบัติธรรม อยาลืมวาเราตั้งใจปฏิบัติเพ่ือรูขันธ ท้ัง ๕ ขันธท้ัง ๕ ไมใชเรา ไมใชของๆ เรา ตั้งใจปฏิบัติเพ่ือเอา ความรูสัจธรรมจากขันธท้ัง ๕ เพื่อเขามาเห็นทุกข เห็นโทษ ของอตั ภาพรางกาย คอื อนจิ จงั ทกุ ขัง อนตั ตา รา งกายของเรา อยไู มเ ทาเดมิ เราลองนึกลองดูซิ ระลึกยอนเขาไปจนถึงวันคลอด ระลึกไป จนถึงในทองแม ระลึกไปจนถึงปฏิสนธิในทองแม นํ้าใสๆ อยูใน ทองแม หลังจากไปประกอบกันเปนกองสังขาร กองสังขารพอ กับกองสังขารแม ประกอบกันในทองแมแลว ไมเคยอยูเทาเดิม เลย เปล่ียนไปเรื่อย เปนนํ้าใสๆ เปนนํ้าแดงๆ เปนนํ้าเลือด เปน กอนเลือด เปนกอนเน้ือ เปนปญจสาขา พัฒนาตัวเอง ไมเคย หยดุ นิง่ อยกู บั ที่ นีแ่ หละทกุ ขัง – ความไมท นอยใู นสภาพเดมิ ๑๔๗

มรดกธรรมศาลาพระราชศรทั ธา วดั ปทุมวนารามราชวรวิหาร ป ๒๕๖๑ เลม ที่ ๒ กิเลส แปลวา สภาพที่ทําใหใจเราเศราหมอง แสดงความโกรธ ออกมาแลว ทําใหใจเราเศราหมอง แสดงความโลภ ทําใหใจเรา เศราหมอง ราคะตัณหา ดูไปท่ีใจของเรา ใจของเราจะผองใสได ใจของเราจะตองสงบระงับจากสิ่งเหลา น้ี จิตผองใสคือจิตสงบ ถาจิตไมสงบ จิตมีความโลภ จิตมีความ โกรธ จิตจะไมผองใส ท่ีเรียกวา จิตมีกิเลส ซ่ึงมันก็มาจากตัว ตัณหาตัวเดียว มันเกิดขึ้นจากพฤติกรรม จากจิตของเรา เพราะ เราสะสมกันมากีก่ ัป กัลป ก่บี ุพชาตมิ าแลว จิตใจของเราเปนกองสังขาร เพราะมจี ิต คือผูรู คือธาตุรู แตธาตุ รูของเราไมบริสุทธิ์เพราะมีกิเลสปนเปอนมา เพราะพฤติกรรม ของตัวเอง สรางมาทุกภพทุกชาติ จนแข็งกราวเปน กิเลส ตัณหา อาสวะประจําอยูในหัวใจของเรา จะชะลางออก แกออก ชะออก ลางออก ยากมาก แมแตพระพุทธเจาของเรา ศึกษาเพื่อจะใหรูขอปฏิบัติเหลานี้ ตองสรางบุญญาบารมี ๔ อสงไขย แสนมหากัปกวาจะไดตรัสรู กวาจะไดรู กวาจะไดตกผลึก ถึงขอปฏิบัติเพื่อชะลางส่ิงเหลาน้ี ไปได กวาจะไดเห็นสัจธรรม แจมแจงชัดเจนดวยพระญาณ – อาสวกั ขยญาณของพระองค เราดูกรรมเรา ไมตองไปดูท่ีไหน เรามาดูกริยาท่ีเราเปนเราอยู กริยาเหลาอื่นที่ไมเกิดโทษ พระพุทธเจาทานจึงไมทรงเอามา แสดง แตพฤติกรรมท่ีกายกรรมของเรา ไปฆาสัตว ทําใหคนอื่น เดือดรอน มีทุกขมีโทษตามมา ไปลักทรัพย เปนเหตุใหคนอื่น เดือดรอน มีทุกขมีโทษตามมา ไปประพฤติผิดลูก ผิดผัว ผิดเมีย ของเขา เปนเหตุใหคนอื่นเดือดรอน มีทุกขมีโทษตามมา เปน ๑๔๘

มรดกธรรมศาลาพระราชศรัทธา วดั ปทมุ วนารามราชวรวหิ าร ป ๒๕๖๑ เลม ที่ ๒ พฤติกรรมที่ทําใหเราตองไดรับสนองผลตามมา เน่ืองจากความ ไมม ีศีล ความไมม ีธรรมเหลา น้ี จะทําใหเ ราตกต่ํา เราตอ งพยายามตั้งสติกําหนดรู จอ เขามา ปลุกผรู ขู องเราใหต ื่น รูอยูในขณะน้ัน ส่ิงที่มันปรุงแตงอยูในหัวใจของเรา มันก็ตกไป มันก็หยุด มันก็ชะลอ แลวก็หมดไปในหัวใจของเรา เพราะ อารมณใ หม จะทับอารมณเ กาอยเู สมอ อารมณใหมท่ีรุนแรงกวา ยอมทับอารมณเกาท่ีออนแอกวาเสมอ พยายามจับหลักใหไ ด หลกั ของการเจรญิ มหาสตปิ ฏฐาน - กาย เวทนา จิต ธรรม การเจริญตามแนวทางมหาสติปฏฐาน เหมือนมงกุฎกรรมฐานครอบไปหมด ทั้งสมถะ ทั้งวิปสสนา ตั้งใจเจริญต้ังใจทําไปเถอะ แตไมตองไปคํานึงคํานวณหรอก วา เปนสมถะหรือยัง เปนวิปสสนาหรือยัง ขออยาใหตัณหามัน แทรกมาในหัวใจของเราได ใหม ีแตอรรถธรรมอยูในแตห วั ใจของ เรา ทํายังไงหัวใจของเราจะอยูดวยอรรถดวยธรรม เราตองเอา อารมณมากํากับ พุทโธ พุทโธ พุทโธ ต้ังสติโร พุทโธ พุทโธ พุท โธ – พุทโธ น่ีเปนอารมณของธรรม อารมณในแตละปจจุบัน ขณะ เราตองอยูดวยอารมณของธรรม จะเปนอารมณของ สมถะก็ตาม วิปสสนาก็ตาม พยายามสืบทอดอารมณของธรรม ใหตอเนื่อง อยูอยางนี้ เราจะไมเสียทา เสียทีใหกับอํานาจของ ตัณหาในหัวใจของเรา ถาหากเราไมตั้งอกตั้งใจทํา ตัณหามัน พรอมท่ีจะแทรกเขามาทันที ย่ิงเราตั้งอกตั้งใจทําใจใหไดรับ ความสงบสงัดมากเทาไร กิเลสมันชอบมาก มันย่ิงอยากทดสอบ ขนึ้ มาทนั ทเี ลย ๑๔๙

มรดกธรรมศาลาพระราชศรัทธา วดั ปทุมวนารามราชวรวหิ าร ป ๒๕๖๑ เลม ที่ ๒ เนสัชชกิ ขอใหตงั้ อกตง้ั ใจทาํ ใครมคี วามเสยี สละทจี่ ะต้งั ใจ ตัง้ ใจ อด ตั้งใจทํา คนน้ันแปลวาเปนคนมีความจริงจังใหกับตัวเอง ถา ไมมีความจริงจัง ถาไมมีสัจจาธิษฐาน เอาไมได เอาไมอยูดอก คนเราที่จะดิบได ที่จะดีได ตองมีสัจจะใหกับตัวเอง การที่เรา จะผานไปแตละคืน แตละคืน เราตองมีสัจจะใหก ับตัวเอง การที่ เราจะต้ังใจภาวนา ใหมีผล มีอานิสงสน้ัน เราจะตองมีสัจจะ ใหกบั ตัวเอง สัจจะกค็ ือ ตัง้ ยังไงกเ็ ปน อยอู ยา งนั้น เราตงั้ ใจบรกิ รรมพทุ โธ พทุ โธ ทําไมเราตองต้งั ใจบรกิ รรม เพราะ ถา หากเราไมต งั้ ใจบรกิ รรม มันไมเ ปนการต้งั สติ แตล ะพุทโธ แต ละพุทโธ จะตองมีสติกํากับ พุท ต่ืนรูพรอม พุท พยายาม ประคองตื่นรูน้ี ไปถึง โธ จาก โธ ไปหา พุท จาก พุท ไปหา โธ ไมใหมันคลาดไปจากสายหูสายตา ถาไมต้ังอกตั้งใจจริงๆ นะ แผลบเดียวมันไปแลวนะ “สติ” ตัวเดียวเทาน้ันแหละ เปน คณุ ธรรม ท่มี าปลุกจติ ของเราใหต ่ืนรู รูต่ืน ต่ืนจากอะไร – ต่ืนจากความหลับใหล ลุมหลง – หลงโลภ หลง โกรธ หลงราคะ หลงตัณหา เพราะฉะนั้นทานจึงใหดําริ ตั้ง เจตจาํ นง ต้งั เจตนาเต็มรอย ปลกุ จติ ของเราใหตืน่ รู รอู ยูเตม็ รอย พุท ก็ต่ืนเต็มรอย ประคองจาก พุท ไปหา โธ โธ ต่ืนเต็มรอย ประคองจากโธ ไปหา พุท พุท เต็มรอย ประคองกันอยูอยางน้ี ทําใหตอเนื่อง ลองจับใหตอเน่ือง ดูสัก ๕ นาที ลองดู เสร็จแลว คอ ยขยบั ไป สกั ๑๐ นาที คอยขยับไป พยายามจบั หลักตรงน้ีให ได เปนแบบฝกหัด เปน แบบฝก ซอม ความพอใจ เปน กําลัง ศรัทธาเปน กาํ ลงั ดงึ ความพากความเพียร เขามา ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปญญา เวลามันทํางาน มันอยู ๑๕๐

มรดกธรรมศาลาพระราชศรัทธา วดั ปทุมวนารามราชวรวหิ าร ป ๒๕๖๑ เลม ที่ ๒ ดวยกันท้ังหมด อยาไปคิดวา สมถะ เสียเวลา สมถะก็มีปญญา อยใู นน้นั ตัวสติธรรม ตัวสัมปชัญญะธรรม จะเปนเหตุเปนปจจัยสราง ปญญาใหเกิดข้ึน วิริยะ ความพาก ความเพียร ความอด ความ ทน ขันติ ความอด ความทน สิ่งเหลานี้เปนอุปกรณ เปนเคร่ือง ไมเครื่องมือ ท่ีจะชวยพยุงใหทานมีกําลัง ศรัทธา ความเช่ือม่ัน ศรทั ธาเวลามนั เกดิ ข้ึนในหวั ใจ จากนัน้ ความพากความเพียรมัน ก็ตามมา ความมีกําลังใจ มันก็ตามมา – สติ พรอมท่ีจะกําหนด จดจอ มันก็ตามมา น่ีคือการต้ังสมถะ ต้ังเจริญวิปสสนา เรามา กําหนดจดจออยูอยา งนี้ จากนั้นก็แยกแยะละเอียดยอยเขาไปอีก เปนอาการ เปนผม เปนขน เปนเลบ็ เปน ฟน เปนหนงั – แยกแยะทาํ ไม เพราะอัตต สัญญา – ความสําคัญมั่นหมายวาเปนตัวเปนตน มันมีอยู ทาน จึงใหเราหัดพยายามพิจารณาแยกแยะ สัญญามันเปนตัวหลอก ในหัวใจของเรา ใหเราไปยึดไปเกาะผูกพันหมดทุกส่ิงทุกอยาง ยึดวาเราเปนผูชาย ยึดวาเราเปนผูหญิง ยึดวาเราเปนบาว ยึดวา เราเปนนาย ยึดวาเราเปนนูน ยึดวาเราเปน ... ยึดวาเราเปน สารพัด ทานสอนใหเราเจริญอนิจจสัญญา เห็นอัตภาพรางกายไมเท่ียง อนัตตสัญญา ไมใชตัวไมใชตน อสุภสัญญา ใหเห็นรางกายเปน ของเนา เปนของเปอย เปนของปฏิกูล เปนของโสโครกไปเลย เพ่อื เปนการไปตดั กระแสราคะ ตณั หาในหวั ใจของเรา แทท่ีจริงการเขาถึงธรรม การเขาไปรูภาวะของทุกส่ิงทุกอยาง เปนภาวะของธรรม มันไมมีสัญญาเขาไปเก่ียวของ ไมมีสัญญา ๑๕๑

มรดกธรรมศาลาพระราชศรัทธา วดั ปทุมวนารามราชวรวิหาร ป ๒๕๖๑ เลม ท่ี ๒ หมาย ถาขาดสติ ขาดสัมปชัญญะโดยธรรมเมื่อไร มันจะเขาพา เราไปหมายผิด หมายวาสวย หมายวางาม หมายวาดี ถือตัววา เราดีกวาเขา เราเสมอเขา เราเลวกวาเขา ยังไมบริสุทธ์ิ ยังมีการ ถอื ตวั อยู เราจะต้ังใจเจริญสมถะก็ตาม ต้ังใจเจริญวิปสสนาก็ตาม ใหเรารู ใหเราเขาใจ โดยเฉพาะหนางาน เชน เราตั้งใจภาวนา พุทโธ พุทโธ ตรงบริกรรม พุทโธ คือหนางาน สดๆรอนๆ เฉพาะหนา เรา ลมหายใจเขา ดําริ “พุท” ลมหายใจออก ดําริ “โธ” เราทํา อยา งนี้เปนการเจรญิ มหาสติ มนั เปนการเจริญอานาปานสติ มัน ไดท้ังรูปธรรม มันไดทั้งนามธรรม ผูดําริ “พุทโธ” ก็คือ จิต เปน นามธรรม ลมหายใจเขา หายใจออก เปน รูปธรรม เวลาเราทาํ ไป พุทโธหายไป เหลือแตลมหายใจเขา ลมหายใจออก มีความรูสึก อยูเฉพาะตรงน้ัน ก็อยาไปเอะใจกับมัน พยายามรูอยูตรงนั้น แหละ พยายามรอู ยตู รงนัน้ ตรงนีแ้ หละทีเ่ รียกวาหนางาน ถาหากสติของเราไมดี ความประคับประคองของเราไมตอเนื่อง ตัณหามันจะแทรกเขามาแลว อารมณท่ีรุนแรงมันมาทับปบ อารมณเกาหายไปแลว พุทโธหาย อารมณใหมมาแทนที่ พยายามสังเกตสังการณ พยายามจับ พยายามจดจอ ขอใหจิต ของเราไดร ับความสงบ สงบอยูกับคําวา พุทโธ พทุ โธ พทุ โธ พุท โธ อยางอื่นเขาไปแทรกไมได แคน้ีก็เปนความสงบของจิตแลว นะ มีวิตก มีวจิ ารณในตัว หรือไม เราก็พุทโธ พุทโธ เราก็ยอนไปดูผูดําริวาพุทโธ พุทโธ ยอ นไปดูผรู ู พุทโธ ยอนไปดูผูรู ยอนไปดผู ูรดู ว ย พจิ ารณากาย ดู ๑๕๒

มรดกธรรมศาลาพระราชศรทั ธา วดั ปทมุ วนารามราชวรวิหาร ป ๒๕๖๑ เลม ที่ ๒ เวทนา หลวงตาทานสอนใหพิจารณาเวทนา รางกายของเรา เจ็บปวด หลวงตาทานใหกําหนดไปท่ีทุกขเวทนา เอาผูรูของเรา จอเขาไปตรงความเจ็บ ความปวด ลองยอนไปจอมันดู มันยอน ได ถาหากเรายอนได มันก็แยกโดยอัตโนมัติของมัน เราก็ยอนตรง นั้นแหละ ตรงตะโพกที่วามันปวดที่สุด กําหนดจดจอดูตรง ตะโพก ยอนไปดตู รงเวทนา ที่มนั ปวดอยูตรงนนั้ ยอ นมาดูจิตผูรู ผูรวู า เจบ็ ผรู วู า ปวด ผรู ูวากาย ลองยอนดู ลองหัดยอ นลองดู เรา บริกรรมพุทโธ ยอนมาดูผูรูของเรา ฝากปญหาไว ใหทาน ทั้งหลายไปทํา ใหไดรับความรู ไดรับความเขาใจ มันทําไดไหม มันแยกไดไหม มันทําใหเ ราละ วาง ตณั หา อุปาทานไดไ หม เปน ขอทดสอบไดวา “วิชาธรรมะ” ที่พระพุทธเจาทานเอามาบอก มาสอน สามารถชะลางกิเลสตัณหาในหวั ใจของเราได ธมฺมจารี สุขํ เสติ ผปู ระพฤตธิ รรมยอมอยเู ปนสุข ๑๕๓

มรดกธรรมศาลาพระราชศรทั ธา วัดปทมุ วนารามราชวรวหิ าร ป ๒๕๖๑ เลมที่ ๒ “มรดกธรรมศาลาพระราชศรัทธา” วดั ปทุมวนารามราชวรวหิ าร ป ๒๕๖๑ เลม ท่ี ๒ ประธานบรหิ ารศาลาพระราชศรทั ธา พระธรรมธัชมุนี เจาอาวาสวัดปทุมวนาราม พระอดลุ ธรรมเมธี (โสฬส วรี ญาโณ) ทีป่ รึกษา พิสจู นอกั ษรบาลี พระกติ ติสารสธุ ี (เชิดชัย สลี สมั ปน โน) คณะทํางาน พระมหาชาญชยั ชยปตุ ̣โต พระมหานนทรตั น ชยานฺนโท ออกแบบปก ปท มา เจียระศิริสิน ประสานงาน จิณณภัสร จิตเสรพี ิชยั พมิ พค รง้ั ท่ี ๒ ชฎาธาร โอษธศี และ พิมพท่ี คณะทาํ งานศิลปวัฒนธรรม วทิ ยาลยั ประชากรศาสตร จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลัย สมศกั ด์ิ ตุมทอง สดุ ารตั น กนั ทะเนตร ตลุ าคม ๒๕๖๓ จํานวน ๑,๐๐๐ เลม สาํ นกั พิมพแหง จฬุ าลงกรณ- มหาวิทยาลยั ๑๕๔

มรดกธรรมศาลาพระราชศรัทธา วดั ปทุมวนารามราชวรวิหาร ป ๒๕๖๑ เลม ท่ี ๒ รายนามผรู ว มบุญพิมพห นงั สอื มรดกธรรม คณุ อภชิ ยั -คณุ ศิรพิ ร สุสมาวัตนะกลุ ๕๐,๐๐๐ ผศ.ดร.ปทพร สคุ นธมาน ๑,๐๐๐ คุณธรี ะพงษ ศรีวมิ ลวฒั นา ๓,๐๐๐ ผศ.ดร.ยศ อมรกจิ วกิ ยั ๑,๐๐๐ คุณพัชราพรรณ ภูบญุ ศรี ๓,๐๐๐ ผศ.ดร.รกั ชนก คชานบุ าล ๑,๐๐๐ ด.ญ.วรนนั ท สสุ มาวตั นะกุล ๓,๐๐๐ ผศ.ดร.รตั ตยิ า ภูละออ ๑,๐๐๐ คุณวชิ ยั สขุ ในใบบญุ ๒,๐๐๐ ศ.ดร.วพิ รรณ ประจวบเหมาะ ๒,๐๐๐ คุณสาธติ สขุ ในใบบญุ คณุ จันที โทบุตร คณุ ณฐั สขุ ในใบบุญ ๑,๐๐๐ คณุ จิราภรณ อานุภาพ ๔๐ คณุ โชตริ ส ลิขติ เจรญิ พาณิชย ๕๐๐ คณุ วรนิ ทรพ ร ตงั ตระกูลไพศาล ๒๐๐ คณุ วรรณวิภา สทุ ธไิ กร ๒๐๐ คุณณฐั วฒั น มว งประเสรฐิ ๕๐ คณุ กนกกร แยม สงวนศกั ดิ์ ๓๐๐ คุณดวงกมล ผลเพมิ่ ๑๐๐ คณุ ภูมพิ ัฒน โภชฌงค ๓๐๐ คณุ บุศรนิ บางแกว ๒๐๐ คุณณชั ชากญั ญ ชชู ่ืน ๓๐๐ วา ทร่ี อ ยตรี ประวัติ สายโน ๑๔๐ คณุ ประเทือง ลม้ิ กลุ ๒๐๐ คณุ ปราณี แหวนทองคํา ๓๐๐ คุณสิทธิ์ ยองประโคน ๒๐๐ คณุ ปาริชาติ เขตสมทุ ร ๑๐๐ คุณขยาวนิจ กมลศกั ดพ์ิ ทิ กั ษ ๑๐๐ คุณวนิดา เซยี สกุล ๑๐๐ คณุ หนูใหม ตรีบาตร ๑๐๐ คุณวรรณวดี จันทรว งั โปง ๒๗๐ คณุ ธนภร เพ็ชรกาํ จัด ๒๐๐ คณุ ชาตรี หาศริ ิ ๒๐๐ คุณลิละวรรณ ธรรมชาติ ๕๐๐ คุณวษิ ณุ ญาณเนตร ๑๐๐ คณุ กชพร วงคชยั คุณสมศกั ด์ิ ตมุ ทอง ๕๐๐ คณุ ชตุ ิกาญจน ธนาตยย ศพล ๑,๐๐๐ คุณอรพนิ พยุงวงษ ๑๐๐ คุณเปมปญ ญภา ปญ ญาปวรี  ๒,๐๐๐ ดร.ชลธชิ า อัศวนริ นั ดร ๑๐๐ คุณสุวมิ ล หวังสมั ฤทธ์ผิ ล ๑,๐๐๐ คุณวิรัลพชั ร มานติ ศรศกั ดิ์ ๕๐๐ คณุ รงุ นภา ถริ เจริญสกลุ คณุ รชั ฎาภา แสงแกว ๑๐๐ ๕๐๐ ๑๕๕

มรดกธรรมศาลาพระราชศรัทธา วดั ปทมุ วนารามราชวรวิหาร ป ๒๕๖๑ เลม ที่ ๒ รายนามผรู วมบญุ พมิ พหนงั สือมรดกธรรม คณุ กมิ ฮวย กลุ ัตถน าม ๑,๐๐๐ คุณวลยั ลักษณ เบอหนิง ๗๒๐ คุณณฐั นชิ เทง ฮะ ๓๐๐ คุณววิ ดาว พงษเรอื งเกยี รติ ๑,๑๕๒ คุณเจนจิรา กติ ตกิ าร ๒๐๐ คุณวลยั พรรณ เพ็ญชาติ ด.ช. ภาณวุ ชั ร กิตตกิ าร ๑๐๐ คุณภัทรานุช เขมจรัส ๗๒๐ คุณพมิ พอ ปั สร งอนสวรรค ๑๐๐ คณุ ศิริวรรณ พลับอินทร ๑,๐๐๘ คุณเพชรรัตน งอนสวรรค ๑๐๐ ผูไ มประสงคออกนาม ADORA GEMS ๒๐๐ พ่ีนอย วัดปทุม ๗๒๐ คุณธรี เดช ศยามล ๑๐๐ คุณวายนู อดุ มสัจจานนั ท ๓๐๐ คุณเครอื วัลย งอนสวรรค ๑๐๐ คณุ จาตรุ นต กติ ติสรุ ินทร ๕๐๐ ด.ญ.ภรรมั ภา งอนสวรรค ๑๐๐ คณุ อรณุ รัตน สวัสดทิ์ อง ๑,๐๐๐ คณุ แมเฮยี ง ศริ ิเทพ ๑๐๐ คุณธนิยา หทโยดม ๒๐๐ คณุ อนวุ ัตร งอนสวรรค ๑๐๐ คุณณัฐา พิศภมู ิวถิ ี ๓,๐๐๐ คณุ แมท องสขุ กุสมุ าลย ๑๐๐ คณุ สิรนิ ทร พลจนั ทร ๕,๐๐๐ คณุ พอทองสู กสุ ุมาลย ๑๐๐ คณุ วนั ทนยี  ลอตระกลู ๑,๔๔๐ คณุ ณัฐกาญจน กสุ ุมาลย ๑๐๐ คุณเนาวรตั น ตนั ตเิ วทย ๗๒๐ คณุ กนั ยา กสุ ุมาลย ๑๐๐ คุณเอนก สสุ ทุ ธิ ๕๐๐ คณุ จาํ ลอง กสุ ุมาลย ๑๐๐ คุณชุณหพมิ าณ ศภุ ธาเสฏฐ ๕๐๐ คุณสุริยา-คณุ รกั เร บญุ วสิ ยั ๑๐๐ คุณทพิ วรรณ พนั ธวงศศภุ กร ๒๐๐ คณุ วยิ ะดา แกวเชยี งหวาง ๒๐๐ คุณถนอมศรี รัตนอนันต ๑,๐๐๐ คุณทิ้ง ตาคาํ ๑๐๐ คณุ เพ็ชรี รกั ษาเสรี ๕๐๐ คุณอลุ ยั ไชยะบบุ ผา ๑๐๐ คุณกนั ยารตั น รกั ษาเสรี ๑,๐๐๐ คณุ ภทั ราพร ตาคาํ ๑๐๐ คุณจนั ทมิ า รักษาเสรี ๕๐๐ คณุ สุกญั ญา บุญวลิ ยั ๑๐๐ คุณทิพยวรรณ รักษาเสรี ๕๐๐ คุณนฤพน สวสั ดนิ์ ที ๑๐๐ คุณวรวรรณ โถทองคํา ๕๐๐ ๒,๐๐๐ ๕๐๐ ๑๕๖

มรดกธรรมศาลาพระราชศรทั ธา วดั ปทมุ วนารามราชวรวิหาร ป ๒๕๖๑ เลม ท่ี ๒ ด.ญ.พิณญาดา สวสั ดิ์นที ๑๐๐ คณุ สมรกั ษ โลหวิสัย ๕๐๐ รายนามผรู ว มบุญพมิ พห นังสือมรดกธรรม คณุ ซนั ดพี -คุณอภรู วา ตัก ๑๐๐ คุณถนิมใจ สมทุ วณชิ ๕๐๐ คุณอุไรรัตน นาคา ๒๐๐ คุณบุษกร พฤกษพงศ ๖,๐๐๐ คุณสมทรง ๑๐๐ คุณมนนิภา พฤกษพงศ คุณเต ๒๐๐ คุณอรวรรณ ชมนารถ ๑,๐๐๐ คุณอรณุ ประเวรภยั ๑๐๐ คุณอุไรพรรณ พิพฒั นไ พบูลย ๑,๐๐๐ ส.ต.อ.อดสิ ร กุสมุ าลย ๑๐๐ แมชีนภาจร เหมะจัน ๒๐,๐๐๐ คณุ วนดิ า อ่ําเอี่ยม ๑๐๐ คณุ ธนติ า (คณุ หมอนก) ๑๒,๐๐๐ ด.ญ.ชนิดา กสุ ุมาลย ๑๐๐ คุณนํา้ -คุณเปล รา นแวน ส.ต.อ.ปญญาวธุ บตุ รพรม ๑๐๐ คุณปทมา เจยี ระศริ สิ ิน ๕๐๐ คุณอมรรัตน กสุ ุมาลย ๑๐๐ คุณไพโรจน คีรรี ัตน ๑,๐๐๐ ด.ช.ปยวธุ บตุ รพรม ๑๐๐ คณุ ชอรดา ชยั วีรจิต คุณสุภัทรา ไชยลือชา ๒๐๐ คุณธยานษิ ฐ จนั ทราภาส ๕๐๐ คณุ บานเยน็ จนั ทรพพิ ฒั น ๑๐๐ คุณปญ ญนาถ นลิ สขุ ๑,๐๐๐ คณุ อดุ มทรพั ย มาลา ๓๐๐ คุณสุรยี  ศภุ วิบลู ย ๑,๐๐๐ คุณธัญกมล สกุลวนภรณ ๑๐๐ คณุ เหมอื นฝน ธารณธรรม ๑,๐๐๐ คุณกาญจนา อิทธิพงศ ๑,๐๐๐ คุณอภพิ ร อดุลยพจิ ติ ร ๑,๐๐๐ คณุ วภิ าดา อทิ ธิพงศ ๑,๐๐๐ คุณวรลญั วลญั ช วริษฐพฒุ ิเมธ คุณกรรณกิ า นนั ทวฒั นศ ริ ิ ๖๐๐ คณุ วัชรพงษ มุขเชดิ ๕๐๐ คณุ ภาษกร นันทวฒั นศ ริ ิ คณุ ภควรรณ ศิลาเพชรจรสั ๒๐๐ พญ.พงศภ ารดี เตทะเกษตรนิ ๑,๐๐๐ คุณพิชญานนิ ชว ยนกุ ลุ ๓๐๐ คุณพงศพ ฒั นา ธารมงคล คณุ สุดารตั น กนั ทะเนตร ๑,๐๐๐ คุณณัฏฐกิ า เลศิ ฤทธเ์ิ รอื งสนิ ๕๐๐ คุณณิชารีย ภกั ดนี ฤนาถ ๕๐ คณุ สภุ าภรณ ฟงุ สาธติ คุณสมศักดิ์ กานตภ ทั รพงศ ๒๐๐ ๕๐๐ ๑,๐๐๐ ๑๕๗

มรดกธรรมศาลาพระราชศรทั ธา วดั ปทุมวนารามราชวรวหิ าร ป ๒๕๖๑ เลม ที่ ๒ คุณวรรณทนา เข็มทอง ๓๐๐ คุณเหนือฟา กจิ จนิ ดาโอภาส ๑,๐๐๐ คณุ วสุ ยวุ นบุณย ๒๐๐ คุณสทุ ธิวรรณ เวชมนสั ๕๐๐ รายนามผูร ว มบุญพิมพห นังสือมรดกธรรม คณุ ทวิ า ณฤทยั ทิวาเจรญิ ๓๐๐ คุณธดิ ารัตน จนั ทรฉายงาม ๑,๒๐๐ ๑๐๐ ๕๐๐ คณุ พนอ วงศคาํ ๑๐๐ คณุ จิดาภา อทิ ธิพงศ ๕๐๐ ๑,๐๐๐ ๖๐๐ คุณลมัย สขุ อว ม คณุ ตอ ง กรนิ ทร ๕๐๐ ๒๐๐ ๑๐๐ คณุ บเิ รน ปาริก คณุ เลก็ (เพอื่ น) ๑๐๐ ๓๐๐ ๒๐ คณุ แปรนนา ปารกิ ๕๐๐ คณุ ธนัดดา กริอุณะ ๕๐ ๕๐๐ ๒๐๐ คุณคุชคเู ชลิ้ ปารกิ คุณนํา้ ฝน ชาวโพธิส์ ระ ๒๐๐ ๑,๒๐๐ คุณแมก รรัฐ สทิ ธจิ ินดา ๔,๕๔๐ คุณวรนิ ทร สขุ จิตต ๑,๐๐๐ และ คุณแมว ิภา พงศส ุวรรณ ๑๐๐ คณุ ศดานันท รักษาผล ๒,๘๘๐ ๑,๐๐๐ ๑๐๐ คุณนิภา จนั ทศรี ๑,๐๐๐ คณุ จารุวรรณ วนั เพ็ง ๕๐๐ ๑,๐๐๐ คุณกรณิศ พฒั นชยั ๑,๐๐๐ Mr. Rotha Sing ๒,๐๐๐ ๖๐๐ คุณศิวนันท บุญโท คณุ สารกิ า งามทานตะวัน ๖,๕๐๐ คุณนชิ ณา ลมิ้ พิทยา คณุ อุทยั ทองบุญชู คุณกันยณฏั ฐ บญุ กติ ติชัย คุณนัฐพรรณ บุญทมิ คุณพมิ พศ ยา ล้ิมพริ ยิ ะภาณณิ คุณประวุธ ปลดรมั ย ผไู มประสงคออกนาม (รวม) คุณตุน คุณกงุ คุณบุญเปรม-คุณเพญ็ แข สารกิ ิจ แพทยห ญงิ สขุ ฤทยั เลขยานนท คุณชลธชิ า มาทสิ และครอบครวั คุณศภุ สิ รา แกน แกว และครอบครวั คณุ งามพรรณ ฐติ พิ รรณกลุ คุณพรศกั ด์ิ โครตวงษ และครอบครวั และครอบครัว คุณสเุ มธ ศรเี มอื ง และคณะวัดปทมุ คณุ ณรงค ผอ งแผว -คณุ พรนิภา คณุ สมบูรณ กาญจนรัศมีโชติ ชื่นอารมย และครอบครัว คุณอรวรรณา ฉายา และครอบครวั คุณพิศาล-วิภาดา จรรยาเลศิ อดลุ คุณธนกรณ ธนทวโี ชติ และครอบครัว ด.ช. เปรมสรุ นิ ทร จรรยาเลศิ อดุล ๑๕๘

มรดกธรรมศาลาพระราชศรทั ธา วดั ปทมุ วนารามราชวรวหิ าร ป ๒๕๖๑ เลม ที่ ๒ คณุ สถิตย แถลงสตั ย และครอบครวั ๓,๐๐๐ ด.ช. ปลมื้ สรุ ินทร จรรยาเลศิ อดลุ ด.ช. โปรดรินทร จรรยาเลิศอดุล คณุ ศิรวิ รรณ ศรีวิมลวฒั นา (นวพาณชิ น) รายนามผรู วมบุญพมิ พหนังสือมรดกธรรม คุณสุพาพรค- คุณสมจิตร พัฒนประเสรฐิ ๑,๐๐๐ คุณลลิตา อยูประเสรฐิ และครอบครัว ๒,๐๐๐ คุณสไบทอง ชัยประภาและครอบครวั ๗๒๐๐ คุณดศิ นิติ-ปญ ชนติ ิ-สณั หนิติ โตวิวฒั น ๗,๗๖๐ คุณสมสมาน-อลสิ า-บญุ จริ า โสตถทิ ตั ๒,๑๖๐ และ คณุ สมมา บุญสง คุณสายบัวทอง-คณุ สมพงษ โดสวุ รรณ ๑๐๐ คุณสกุ ญั ญา จาํ นงคบ ญุ และครอบครัว ๑๐๐ คุณกฤษฎี บญุ สวยขวญั และครอบครวั ๒๐๐ คุณจไุ รรัตน เปย มเพชรกลุ และครอบครัว ๑๒๐ คณุ มยุรี และคุณมาลี ดอนนภาพร ๒๐๐ คุณพมิ พชนก ตันตยิ ทุ ธ ๑๐๐ ๑๕๙


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook