Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore พฤติกรรมการสื่อสารสารสนเทศทางการเมืองของคนไทย

พฤติกรรมการสื่อสารสารสนเทศทางการเมืองของคนไทย

Published by Komgrit Rumdon, 2021-07-07 04:23:00

Description: พฤติกรรมการสื่อสารสารสนเทศทางการเมืองของคนไทย

Keywords: การเมือง

Search

Read the Text Version

113 จากตารางท่ี 55 แสดงระดับการใช้สารสนเทศทางการเมือง พบว่า ผูต้ อบแบบสอบถามมีใช้ สารสนเทศทางการเมืองโดยการใชส้ ิทธิเลือกต้งั (ค่าเฉลี่ย 3.51 คา่ เบ่ียงเบนมาตรฐาน 1.077) อยใู่ นระดบั มาก ส่วนการร่วมกิจกรรมของพรรคการเมืองและประชุมหรือชุมนุมทางการเมือง (ค่าเฉลี่ย 2.23 ค่าเบี่ยงเบน มาตรฐาน 1.136) การบริจาคเงินสนบั สนุนและระดมทุน (ค่าเฉล่ีย 2.29 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.175) การ เสนอตวั เป็ นผูแ้ ข่งขนั ทางการเมือง (ค่าเฉล่ีย 2.29 ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน 1.208) การแสดงสัญลกั ษณ์ในการ สนับสนุนพรรคการเมือง (ค่าเฉล่ีย 2.32 ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน 1.146) การชักจูงผูอ้ ่ืนให้เลือกต้งั ผูท้ ี่ตน สนบั สนุน (ค่าเฉล่ีย 2.35 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.045) และการริเริ่มประเด็นพูดคุยทางการเมือง (ค่าเฉลี่ย 2.52 ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน 1.113) อยู่ในระดบั น้อย นอกน้นั มีใชส้ ารสนเทศทางการเมืองอยู่ในระดบั ปาน กลาง

ตารางที่ 56 การใช้สารสนเทศทางการเมืองจาแนกตามกลุ่มอาชีพหลกั การใช้สารสนเทศทางการเมือง นกั เรียน/นักศึกษา กลุ่มอาชีพการผลติ Mean S.D. แปลผล Mean S.D. แปลผล การแสดงความสนใจต่อกจิ กรรมทาง 3.10 0.983 ปานกลาง 2.96 0.765 ปานกลาง การเมือง ท่านติดตามขา่ วสารทางการเมืองอยู่ 3.40 0.949 ปานกลาง 3.06 0.721 ปานกลาง เป็ นประจา ทา่ นรวบรวมขอ้ มลู ข่าวสารทาง การเมืองเพื่อเพ่ิมพนู ความรู้ทางการ 2.84 0.971 ปานกลาง 2.91 0.739 ปานกลาง เมืองของตนเอง ทา่ นนาขอ้ มูลข่าวสารทางการเมืองมา 3.06 1.030 ปานกลาง 2.91 0.836 ปานกลาง วิเคราะห์ในการตดั สินใจทางการเมือง การใช้สิทธิเลือกต้ัง 3.50 1.098 มาก 3.18 1.055 ปานกลาง ทา่ นติดตามขา่ วสารการหาเสียง เลือกต้งั และตดั สินใจในการไปใชส้ ิทธิ 3.52 1.091 มาก 3.11 0.921 ปานกลาง เลือกต้งั ท่านตดั สินใจเลือกพรรคการเมืองโดย 3.48 1.105 มาก 3.26 1.189 ปานกลาง ดูจากนโยบายของพรรค ท่านตดั สินใจเลือกพรรคการเมืองโดย พิจารณาจากคุณสมบตั ิของบคุ คลที่รับ 3.46 1.147 มาก 3.55 1.055 มาก สมคั รการเลือกต้งั ทา่ นมีส่วนร่วมในการติดตามผลการ 2.53 1.071 นอ้ ย 2.77 0.926 ปานกลาง นบั คะแนนการเลือกต้งั ทกุ คร้ัง ทา่ นติดตามผลการนบั คะแนนการ 2.75 1.105 ปานกลาง 2.79 1.004 ปานกลาง เลือกต้งั ผา่ นทางสื่อสารมวลชนทกุ คร้ัง

114 กล่มุ อาชีพหลกั กล่มุ อาชีพผู้ใช้แรงงาน กลุ่มอาชีพผ้ปู ฏบิ ัตงิ าน กล่มุ อาชีพการค้า และบริการ ในองค์กร Mean S.D. แปลผล Mean S.D. แปลผล Mean S.D. แปลผล ง 3.19 0.919 ปานกลาง 3.07 1.063 ปานกลาง 3.06 1.024 ปานกลาง ง 3.32 0.947 ปานกลาง 3.19 1.354 ปานกลาง 3.27 1.001 ปานกลาง ง 2.95 0.898 ปานกลาง 3.03 1.248 ปานกลาง 2.84 1.003 ปานกลาง ง 3.29 0.912 ปานกลาง 3.00 0.587 ปานกลาง 3.08 1.067 ปานกลาง ง 3.54 0.988 มาก 3.48 1.164 มาก 3.82 0.985 มาก ง 3.45 1.066 มาก 3.43 1.201 มาก 3.70 1.095 มาก ง 3.63 0.910 มาก 3.53 1.126 มาก 3.94 0.875 มาก 3.54 0.947 มาก 3.44 1.052 มาก 3.77 1.004 มาก ง 2.76 1.122 ปานกลาง 3.15 1.433 ปานกลาง 2.93 1.152 ปานกลาง ง 2.95 1.156 ปานกลาง 3.26 1.343 ปานกลาง 3.41 1.240 มาก

การใช้สารสนเทศทางการเมือง นักเรียน/นกั ศึกษา กลุ่มอาชีพการผลติ Mean S.D. แปลผล Mean S.D. แปลผล การริเร่ิมประเดน็ พูดคุยทางการเมือง 2.29 1.196 น้อย 2.53 1.038 น้อย ทา่ นสนทนาประเดน็ ทางการเมืองกบั 2.72 1.327 ปานกลาง 2.64 1.049 ปานกลาง คนในครอบครัวของท่าน ท่านพบปะพดู คุยประเด็นทางการเมือง 2.06 1.071 นอ้ ย 2.41 1.044 นอ้ ย กบั เพ่อื นบา้ น/ชุมชนเสมอๆ ทา่ นแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ผา่ นส่ือสังคมออนไลน์เสมอๆ เช่น 2.09 1.191 นอ้ ย 2.55 1.022 นอ้ ย Facebook, Line, SMS เป็นตน้ การชักจูงผ้อู ่ืนให้เลือกต้งั ผ้ทู ีต่ น 2.06 0.966 น้อย 2.48 0.969 น้อย สนับสนุน ท่านโนม้ นา้ วใจใหผ้ อู้ ื่นเลือก 2.06 0.966 นอ้ ย 2.48 0.969 นอ้ ย นกั การเมืองที่ท่านเห็นวา่ เหมาะสม การแสดงสัญลกั ษณ์ในการสนบั สนุน 1.55 0.920 น้อยที่สุด 2.66 1.088 ปานกลาง พรรคการเมือง ท่านใส่เส้ือหรือติดสญั ลกั ษณ์ของ 1.58 0.969 นอ้ ยท่ีสุด 2.71 1.060 ปานกลาง พรรคการเมืองที่ท่านสนบั สนุนเสมอๆ ท่านติดสติ๊กเกอร์พรรคการเมืองที่ทา่ น 1.52 0.871 นอ้ ยท่ีสุด 2.61 1.116 นอ้ ย สนบั สนุนที่ยานพาหนะของทา่ น การบริจาคเงนิ สนับสนุนและระดมทุน 1.68 1.081 น้อยท่ีสุด 2.79 1.060 ปานกลาง ท่านบริจาคเงินหรือหรือสิ่งของตา่ งๆ เพอื่ สนบั สนุนกิจกรรมทางการเมือง 1.65 1.164 นอ้ ยที่สุด 2.77 1.040 ปานกลาง ของพรรคการเมือง

115 กล่มุ อาชีพหลกั กล่มุ อาชีพผ้ใู ช้แรงงาน กลุ่มอาชีพผู้ปฏบิ ัตงิ าน และบริการ ในองค์กร กล่มุ อาชีพการค้า Mean S.D. แปลผล Mean S.D. แปลผล Mean S.D. แปลผล 2.75 1.224 ปานกลาง 2.40 0.970 น้อย 2.70 1.053 ปานกลาง ง 3.00 0.991 ปานกลาง 2.93 1.223 ปานกลาง 2.63 0.876 ปานกลาง 2.64 1.064 ปานกลาง 2.78 1.074 ปานกลาง 2.21 0.901 นอ้ ย 2.47 1.102 นอ้ ย 2.55 1.376 นอ้ ย 2.36 1.131 นอ้ ย 2.64 1.123 ปานกลาง 2.33 1.169 น้อย 2.26 0.921 น้อย 2.64 1.123 ปานกลาง 2.33 1.169 นอ้ ย 2.26 0.921 นอ้ ย ง 2.89 0.976 ปานกลาง 2.79 0.993 ปานกลาง 1.70 1.032 น้อยทส่ี ุด ง 3.00 1.018 ปานกลาง 2.77 1.152 ปานกลาง 1.81 1.123 นอ้ ยที่สุด 2.78 0.934 ปานกลาง 2.80 0.834 ปานกลาง 1.60 0.940 นอ้ ยท่ีสุด ง 2.74 1.102 ปานกลาง 2.71 1.119 ปานกลาง 1.37 0.564 น้อยที่สุด ง 2.85 1.134 ปานกลาง 2.61 1.158 นอ้ ย 1.35 0.587 นอ้ ยที่สุด

การใช้สารสนเทศทางการเมือง นกั เรียน/นกั ศึกษา กล่มุ อาชีพการผลติ Mean S.D. แปลผล Mean S.D. แปลผล ท่านไดร้ ับเงินหรือส่ิงของต่างๆ เพื่อ สนบั สนุนกิจกรรมทางการเมืองของ 1.71 0.973 นอ้ ยที่สุด 3.00 0.968 ปานกลาง พรรคการเมือง ทา่ นเขา้ ร่วมจดั กิจกรรมระดมทุน สนบั สนุนพรรคการเมือง เช่น การ 1.69 1.105 นอ้ ยที่สุด 2.61 1.171 นอ้ ย จาหน่ายเส้ือ การจดั แสดงดนตรี การร่วมกจิ กรรมของพรรคการเมือง 1.95 1.075 น้อย 2.59 1.122 น้อย และประชุมหรือชุมนุมทางการเมือง เมื่อมีกิจกรรมทางการเมือง ทา่ นไดเ้ ขา้ 1.88 1.005 นอ้ ย 2.71 1.088 ปานกลาง ร่วมกิจกรรมอยา่ งเสมอๆ ท่านเขา้ ร่วมรับฟังการหาเสียงหรือ 2.02 1.145 นอ้ ย 2.47 1.156 นอ้ ย นโยบายของพรรคการเมืองเสมอๆ การร่วมรณรงค์ทางการเมือง 2.93 1.234 ปานกลาง 3.00 1.229 ปานกลาง ท่านชกั ชวนบคุ คลอื่นให้ไปใชส้ ิทธิ 2.93 1.234 ปานกลาง 3.00 1.229 ปานกลาง เลือกต้งั เสมอๆ การเสนอตัวเป็ นผู้แข่งขันทางการเมือง 1.80 1.281 น้อยท่ีสุด 2.81 1.305 ปานกลาง ท่านหาขอ้ มลู ในการเสนอชื่อเพื่อเขา้ 1.80 1.281 นอ้ ยที่สุด 2.81 1.305 ปานกลาง ชิงตาแหน่งทางการเมือง

116 กลุ่มอาชีพหลกั กล่มุ อาชีพผ้ใู ช้แรงงาน กลุ่มอาชีพผ้ปู ฏบิ ัตงิ าน กล่มุ อาชีพการค้า และบริการ ในองค์กร Mean S.D. แปลผล Mean S.D. แปลผล Mean S.D. แปลผล ง 2.56 1.134 นอ้ ย 2.56 1.083 นอ้ ย 1.48 0.643 นอ้ ยที่สุด 2.81 1.039 ปานกลาง 2.95 1.117 ปานกลาง 1.29 0.463 นอ้ ยท่ีสุด 2.54 1.278 น้อย 2.33 1.096 น้อย 1.82 0.905 น้อย ง 2.58 1.251 นอ้ ย 2.27 1.048 นอ้ ย 1.67 0.890 นอ้ ยที่สุด 2.49 1.306 นอ้ ย 2.40 1.143 นอ้ ย 1.98 0.921 นอ้ ย ง 3.04 1.319 ปานกลาง 2.86 1.278 ปานกลาง 2.85 1.243 ปานกลาง ง 3.04 1.319 ปานกลาง 2.86 1.278 ปานกลาง 2.85 1.243 ปานกลาง ง 2.39 1.197 น้อย 2.32 0.905 น้อย 1.40 0.632 น้อยท่ีสุด ง 2.39 1.197 นอ้ ย 2.32 0.905 นอ้ ย 1.40 0.632 นอ้ ยท่ีสุด

จากตารางที่ 56 การใชส้ ารสนเทศทางการเมืองจาแนกตามกลุ่มอาชีพหลกั ใช้สิทธิเลือกต้งั (ค่าเฉล่ีย 3.50 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.098) อยูใ่ นระดบั ปานกลาง มาตรฐาน 0.983) การร่วมรณรงคท์ างการเมือง (ค่าเฉลี่ย 2.93 ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน ของพรรคการเมืองและประชุมหรือชุมนุมทางการเมือง (ค่าเฉลี่ย 1.95 ค่าเบี่ยงเบ เบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.966) และการริเริ่มประเด็นพูดคุยทางการเมือง (ค่าเฉล่ีย 2.29 นอ้ ยท่ีสุด กลุ่มอาชีพการผลิต มีการใชส้ ารสนเทศทางการเมืองในระดบั นอ้ ย ไดแ้ ก่ กา การริเริ่มประเด็นพูดคุยทางการเมือง (ค่าเฉลี่ย 2.53 คา่ เบ่ียงเบนมาตรฐาน 1.038) แล 2.59 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.122) นอกน้นั มีการใชส้ ารสนเทศทางการเมืองอยใู่ นระด กลุ่มอาชีพการคา้ มีการใชส้ ารสนเทศทางการเมืองในระดบั มาก คือ การใชส้ เสนอตวั เป็ นผูแ้ ข่งขนั ทางการเมือง (ค่าเฉล่ีย 2.39 ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน 1.197) และ 2.54 คา่ เบ่ียงเบนมาตรฐาน 1.278) นอกน้นั มีการใชส้ ารสนเทศทางการเมืองอยใู่ นระด กลุ่มอาชีพผใู้ ชแ้ รงงานและบริการ มีการใชส้ ารสนเทศทางการเมืองในระด ระดบั นอ้ ย ไดแ้ ก่ การเสนอตวั เป็ นผูแ้ ข่งขนั ทางการเมือง (ค่าเฉล่ีย 2.32 ค่าเบ่ียงเบน เบ่ียงเบนมาตรฐาน 1.169) และการร่วมกิจกรรมของพรรคการเมืองและประชุมหรื สารสนเทศทางการเมืองอยใู่ นระดบั ปานกลาง กลุ่มอาชีพผปู้ ฏิบตั ิงานในองคก์ ร มีการใชส้ ารสนเทศทางการเมืองในระดบั ม ปานกลาง ไดแ้ ก่ การแสดงความสนใจต่อกิจกรรมทางการเมือง (ค่าเฉล่ีย 3.06 ค่าเ มาตรฐาน 1.243) อยใู่ นระดบั นอ้ ย ไดแ้ ก่ การริเริ่มประเด็นพูดคุยทางการเมือง (ค่าเ

117 พบวา่ นกั เรียน/นกั ศึกษา มีการใชส้ ารสนเทศทางการเมืองอยใู่ นระดบั มาก คือ การ ง ไดแ้ ก่ การแสดงความสนใจต่อกิจกรรมทางการเมือง (ค่าเฉลี่ย 3.10 ค่าเบี่ยงเบน น 1.234) ส่วนการใชส้ ารสนเทศทางการเมืองในระดบั นอ้ ย ไดแ้ ก่ การร่วมกิจกรรม บนมาตรฐาน 1.075) การชักจูงผูอ้ ่ืนให้เลือกต้งั ผูท้ ่ีตนสนับสนุน (ค่าเฉล่ีย 2.06 ค่า ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน 1.196) นอกน้นั มีการใชส้ ารสนเทศทางการเมืองอยูใ่ นระดบั ารชกั จูงผอู้ ่ืนใหเ้ ลือกต้งั ผทู้ ่ีตนสนบั สนุน (ค่าเฉล่ีย 2.48 คา่ เบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.969) ละการร่วมกิจกรรมของพรรคการเมืองและประชุมหรือชุมนุมทางการเมือง (ค่าเฉล่ีย ดบั ปานกลาง สิทธิเลือกต้งั (คา่ เฉลี่ย 3.54 คา่ เบ่ียงเบนมาตรฐาน 0.988) อยใู่ นระดบั นอ้ ย ไดแ้ ก่ การ ะการร่วมกิจกรรมของพรรคการเมืองและประชุมหรือชุมนุมทางการเมือง (ค่าเฉลี่ย ดบั ปานกลาง ดบั มาก คือ การใชส้ ิทธิเลือกต้งั (ค่าเฉลี่ย 3.48 ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน 1.164) อยูใ่ น นมาตรฐาน 0.905) การชกั จูงใหผ้ ูอ้ ื่นเลือกต้งั ผทู้ ่ีตนเองสนบั สนุน (ค่าเฉล่ีย 2.33 ค่า อชุมนุมทางการเมือง (ค่าเฉล่ีย 2.33 ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน 1.096) นอกน้นั มีการใช้ มาก คือ การใชส้ ิทธิเลือกต้งั (ค่าเฉล่ีย 3.82 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.985) อยใู่ นระดบั เบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.024) การร่วมรณรงค์ทางการเมือง (ค่าเฉล่ีย 2.85 ค่าเบี่ยงเบน เฉล่ีย 2.40 ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน 0.970) การชกั จูงผอู้ ื่นใหเ้ ลือกต้งั ผทู้ ี่ตนสนบั สนุน

(คา่ เฉล่ีย 2.26 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.921)การร่วมกิจกรรมของพรรคการเมืองและป อยใู่ นระดบั นอ้ ยท่ีสุด

118 ประชุมหรือชุมนุมทางการเมือง (คา่ เฉลี่ย 1.82 คา่ เบ่ียงเบนมาตรฐาน 0.905) นอกน้นั

119 ตารางที่ 57 การใช้สารสนเทศทางการเมืองจาแนกตามเขตทีอ่ ยู่อาศยั เขตทอ่ี ย่อู าศัย การใชส้ ารสนเทศทางการเมือง สังคมเมือง สังคมชนบท S.D. แปลผล Mean S.D. แปลผล Mean 0.996 ปานกลาง 1.047 ปานกลาง การแสดงความสนใจต่อกจิ กรรมทางการเมือง 3.04 0.935 ปานกลาง 3.11 1.009 ปานกลาง ท่านติดตามขา่ วสารทางการเมืองอยเู่ ป็ นประจา 3.21 0.978 ปานกลาง 3.29 0.932 ปานกลาง 1.099 มาก ทา่ นรวบรวมขอ้ มลู ข่าวสารทางการเมืองเพ่ือเพิ่มพนู ความรู้ 2.84 0.939 ปานกลาง 2.99 1.099 ปานกลาง ทางการเมืองของตนเอง 1.099 มาก ท่านนาขอ้ มูลขา่ วสารทางการเมืองมาวิเคราะห์ในการ 3.08 0.887 ปานกลาง 3.05 ตดั สินใจทางการเมือง 1.038 มาก การใช้สิทธิเลือกต้ัง 3.58 1.054 มาก 3.43 1.230 ปานกลาง ท่านติดตามขา่ วสารการหาเสียงเลือกต้งั และตดั สินใจในการ 3.50 1.079 มาก 3.39 1.234 ปานกลาง ไปใชส้ ิทธิเลือกต้งั 1.123 น้อย 1.088 ปานกลาง ท่านตดั สินใจเลือกพรรคการเมืองโดยดูจากนโยบายของ 3.65 1.030 มาก 3.48 พรรค 1.041 นอ้ ย ทา่ นตดั สินใจเลือกพรรคการเมืองโดยพิจารณาจาก 3.59 1.052 มาก 3.51 1.239 นอ้ ย คุณสมบตั ิของบุคคลที่รับสมคั รการเลือกต้งั 1.046 น้อย 1.046 นอ้ ย ทา่ นมีส่วนร่วมในการติดตามผลการนบั คะแนนการเลือกต้งั 2.78 1.090 ปานกลาง 2.87 1.112 น้อย ทกุ คร้ัง 1.195 นอ้ ย ท่านติดตามผลการนบั คะแนนการเลือกต้งั ผา่ นทาง 2.99 1.162 ปานกลาง 3.09 1.030 นอ้ ย สื่อสารมวลชนทกุ คร้ัง 1.177 น้อย 1.226 นอ้ ย การริเริ่มประเดน็ พูดคยุ ทางการเมือง 2.48 1.105 น้อย 2.56 1.103 นอ้ ย ทา่ นสนทนาประเดน็ ทางการเมืองกบั คนในครอบครัวของ 2.74 1.127 ปานกลาง 2.82 ทา่ น ทา่ นพบปะพดู คุยประเดน็ ทางการเมืองกบั เพ่ือนบา้ น/ชุมชน 2.38 1.069 นอ้ ย 2.41 เสมอๆ ทา่ นแสดงความคิดเห็นทางการเมืองผา่ นสื่อสงั คมออนไลน์ 2.33 1.120 นอ้ ย 2.46 เสมอๆ เช่น Facebook, Line, SMS เป็นตน้ การชักจูงผู้อื่นให้เลือกต้ังผ้ทู ่ีตนสนบั สนุน 2.27 1.045 น้อย 2.41 ทา่ นโนม้ นา้ วใจใหผ้ อู้ ื่นเลือกนกั การเมืองที่ทา่ นเห็นวา่ 2.27 1.045 นอ้ ย 2.41 เหมาะสม การแสดงสัญลกั ษณ์ในการสนับสนุนพรรคการเมือง 2.28 1.186 น้อย 2.36 ทา่ นใส่เส้ือหรือติดสญั ลกั ษณ์ของพรรคการเมืองท่ีทา่ น 2.33 1.194 นอ้ ย 2.40 สนบั สนุนเสมอๆ ทา่ นติดสต๊ิกเกอร์พรรคการเมืองที่ท่านสนบั สนุนที่ 2.23 1.178 นอ้ ย 2.31 ยานพาหนะของทา่ น การบริจาคเงนิ สนับสนุนและระดมทุน 2.29 1.181 น้อย 2.30 ท่านบริจาคเงินหรือหรือสิ่งของต่างๆ เพือ่ สนบั สนุน 2.28 1.185 นอ้ ย 2.32 กิจกรรมทางการเมืองของพรรคการเมือง ทา่ นไดร้ ับเงินหรือสิ่งของตา่ งๆ เพื่อสนบั สนุนกิจกรรมทาง 2.29 1.153 นอ้ ย 2.28 การเมืองของพรรคการเมือง

120 เขตทอ่ี ยู่อาศัย การใชส้ ารสนเทศทางการเมอื ง สังคมเมือง สังคมชนบท ทา่ นเขา้ ร่วมจดั กิจกรรมระดมทุนสนบั สนุนพรรคการเมือง Mean S.D. แปลผล Mean S.D. แปลผล เช่น การจาหน่ายเส้ือ การจดั แสดงดนตรี การร่วมกจิ กรรมของพรรคการเมืองและประชุมหรือชุมนุม 2.29 1.206 นอ้ ย 2.29 1.202 นอ้ ย ทางการเมือง เมื่อมีกิจกรรมทางการเมือง ท่านไดเ้ ขา้ ร่วมกิจกรรมอยา่ ง 2.15 1.179 น้อย 2.31 1.087 น้อย เสมอๆ ทา่ นเขา้ ร่วมรับฟังการหาเสียงหรือนโยบายของพรรค 2.10 1.184 นอ้ ย 2.33 1.051 นอ้ ย การเมืองเสมอๆ การร่วมรณรงค์ทางการเมือง 2.21 1.174 นอ้ ย 2.29 1.122 นอ้ ย ท่านชกั ชวนบุคคลอื่นใหไ้ ปใชส้ ิทธิเลือกต้งั เสมอๆ การเสนอตวั เป็ นผู้แข่งขนั ทางการเมือง 2.88 1.210 ปานกลาง 2.99 1.299 ปานกลาง ทา่ นหาขอ้ มูลในการเสนอช่ือเพ่ือเขา้ ชิงตาแหน่งทาง 2.88 1.210 ปานกลาง 2.99 1.299 ปานกลาง การเมือง 2.28 1.231 น้อย 2.30 1.194 น้อย 2.28 1.231 นอ้ ย 2.30 1.194 นอ้ ย จากตารางที่ 57 แสดงการใช้สารสนเทศทางการเมืองโดยจาแนกตามเขตท่ีอยู่อาศยั พบว่า ผูต้ อบ แบบสอบถามที่อาศยั อยูใ่ นสังคมเมืองมีการใชส้ ารสนเทศทางการเมืองอยูใ่ นระดบั มาก ไดแ้ ก่ การใชส้ ิทธิ เลือกต้งั (ค่าเฉล่ีย 3.58 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.054) อยูใ่ นระดบั ปานกลาง ไดแ้ ก่ การแสดงความสนใจต่อ กิจกรรมทางการเมือง (คา่ เฉล่ีย 3.04 คา่ เบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.935) และการร่วมรณรงคท์ างการเมือง (คา่ เฉลี่ย 2.88 คา่ เบ่ียงเบนมาตรฐาน 1.210) นอกน้นั อยใู่ นระดบั นอ้ ย ผูต้ อบแบบสอบถามที่อาศยั อยูใ่ นสังคมชนบทมีการใช้สารสนเทศทางการเมืองอยู่ในระดบั ปาน กลาง ได้แก่ การใช้สิทธิเลือกต้งั (ค่าเฉลี่ย 3.43 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.099) มีการใช้สารสนเทศทาง การเมืองอยู่ในระดบั ปานกลาง ไดแ้ ก่ การแสดงความสนใจต่อกิจกรรมทางการเมือง (ค่าเฉลี่ย 3.11 ค่า เบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.996) และการร่วมรณรงค์ทางการเมือง (ค่าเฉล่ีย 2.99 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.299) นอกน้นั อยใู่ นระดบั นอ้ ย

121 3. การตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมืองของคนไทย ตัดสินใจ ไม่ตัดสินใจ จานวน ร้อยละ จานวน ร้อยละ ตารางท่ี 58 การตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมือง 96.06 3.94 การตัดสินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมือง 324 98.18 6 1.82 การแสดงความสนใจต่อกจิ กรรมทางการเมือง 310 93.94 20 6.06 ทา่ นให้ความสาคญั กบั ข่าวสารทางการเมืองมากกวา่ เรื่องอื่นๆ ในระดบั ชาติ 1.97 ทา่ นติดตามข่าวสารเก่ียวกบั การสมคั รกานนั /ผใู้ หญบ่ า้ น นายกองคก์ ารบริหารส่วนตาบล 98.03 นายกองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั 325 98.48 5 1.52 การใช้สิทธิเลือกต้ัง ทา่ นเห็นความสาคญั ในการใชส้ ิทธิเลือกต้งั สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร และสมาชิกวฒุ ิสภา 322 97.58 8 2.42 ท่านใหค้ วามสาคญั ในการใชส้ ิทธิเลือกต้งั ขององคก์ ารบริหารส่วนตาบล และองคก์ าร 17.12 บริหารส่วนจงั หวดั 82.88 การริเร่ิมประเดน็ พูดคยุ ทางการเมือง 48 14.55 ทา่ นแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมืองในการดาเนินงานของพรรคการเมือง 282 85.45 65 19.70 สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร และสมาชิกวฒุ ิสภา ท่านชอบวิพากษว์ ิจารณ์และติดตามการดาเนินงานขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน 265 80.30 24.70 การชักจูงผู้อ่ืนให้เลือกต้ังผ้ทู ต่ี นสนับสนุน 75.30 ทา่ นเปิ ดประเด็นการบริหารราชการเพื่อช้ีใหเ้ พ่อื นเห็นถึงขอ้ ดีและขอ้ เสีย 79 23.94 ของการบริหารงานของพรรคการเมือง 251 76.06 84 25.45 ท่านไดร้ ับอิทธิพลจากเพื่อนในการเห็นขอ้ ดีและขอ้ เสียขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน การแสดงสัญลกั ษณ์ในการสนับสนุนพรรคการเมือง 246 74.55 53.79 ทา่ นแสดงพฤติกรรมการสนบั สนุนพรรคการเมืองโดยการสวมเส้ือพรรค ติดสติ๊กเกอร์พรรค 46.21 176 53.33 ทา่ นแสดงพฤติกรรมทางการเมืองโดยเขา้ ร่วมการหาเสียงของกานนั /ผใู้ หญ่บา้ น 179 54.24 การบริจาคเงนิ สนับสนุนและระดมทุน 154 46.67 ทา่ นบริจาคเงินเพอื่ สนบั สนุนการทางานของสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร และสมาชิกวฒุ ิสภาท่ี 151 45.76 64.55 ทา่ นสนบั สนุนเสมอ ทา่ นบริจาคเงินเพ่ือสนบั สนุนการทางานของกานนั /ผใู้ หญบ่ า้ นที่ท่านสนบั สนุนเสมอ 35.45 211 63.94 การร่วมกจิ กรรมของพรรคการเมืองและประชุมหรือชุมนุมทางการเมือง 215 65.15 ทา่ นเขา้ ร่วมชุมนุมทางการเมืองท่ีมีการรวมกลุ่มการตอ่ สูท้ างการเมือง 119 36.06 ทา่ นเขา้ ร่วมในการต่อสูท้ ่ีเก่ียวขอ้ งกบั ผลประโยชน์ของชุมชน 53.33 การร่วมรณรงค์ทางการเมือง 115 34.85 191 57.88 ท่านเขา้ ร่วมรณรงคใ์ ห้คนไปใชส้ ิทธ์ิเลือกต้งั สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร และสมาชิกวฒุ ิสภา 46.67 161 48.79 ท่านเขา้ ร่วมรณรงคใ์ หค้ นไปใชส้ ิทธ์ิเลือกต้งั กานนั /ผใู้ หญบ่ า้ น การเสนอตัวเป็ นตัวแทนทางการเมือง 139 42.12 32.12 ทา่ นเสนอตวั ในการลงรับสมคั รเลือกต้งั สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร และสมาชิกวฒุ ิสภา 169 51.21 97 29.39 ท่านเสนอตวั ในการลงรับสมคั รเลือกต้งั กานนั /ผใู้ หญบ่ า้ น 115 34.85 67.88 233 70.61 79.24 215 65.15 259 78.48 264 80.00 20.76 71 21.52 66 20.00

122 จากตารางที่ 58 แสดงการตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมือง พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามส่วน ใหญ่มีการตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมืองในการใชส้ ิทธิเลือกต้งั (ร้อยละ 98.03) รองลงมาคือ การ แสดงความสนใจต่อกิจกรรมทางการเมือง (ร้อยละ 96.06) และที่นอ้ ยที่สุดคือ การเสนอตวั เป็ นตวั แทนทาง การเมือง (ร้อยละ 20.76)

123 ตารางที่ 59 ระดับการตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมือง ระดบั การตดั สินใจ Mean S.D. แปลผล การตดั สินใจในการมสี ่วนร่วมทางการเมือง 2.95 0.900 ปานกลาง 3.13 0.816 ปานกลาง การแสดงความสนใจต่อกจิ กรรมทางการเมือง ท่านใหค้ วามสาคญั กบั ข่าวสารทางการเมืองมากกวา่ เรื่องอื่นๆ ในระดบั ชาติ 2.76 0.983 ปานกลาง ท่านติดตามขา่ วสารเก่ียวกบั การสมคั รกานนั /ผใู้ หญบ่ า้ น นายกองคก์ ารบริหารส่วนตาบล นายก องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั 3.82 0.952 มาก การใช้สิทธิเลือกต้ัง 3.94 0.897 มาก ทา่ นเห็นความสาคญั ในการใชส้ ิทธิเลือกต้งั สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร และสมาชิกวฒุ ิสภา ท่านใหค้ วามสาคญั ในการใชส้ ิทธิเลือกต้งั ขององคก์ ารบริหารส่วนตาบล และองคก์ ารบริหารส่วน 3.70 1.007 มาก จงั หวดั การริเร่ิมประเดน็ พดู คยุ ทางการเมือง 2.73 1.063 ปานกลาง ท่านแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมืองในการดาเนินงานของพรรคการเมือง สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร และสมาชิกวฒุ ิสภา 2.79 1.055 ปานกลาง ท่านชอบวิพากษว์ ิจารณ์และติดตามการดาเนินงานขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน การชักจูงผ้อู ่ืนให้เลือกต้ังผู้ทีต่ นสนบั สนุน 2.67 1.070 ปานกลาง ท่านเปิ ดประเด็นการบริหารราชการเพื่อช้ีให้เพื่อนเห็นถึงขอ้ ดีและขอ้ เสียของการบริหารงานของ 2.63 1.108 ปานกลาง พรรคการเมือง ทา่ นไดร้ ับอิทธิพลจากเพื่อนในการเห็นขอ้ ดีและขอ้ เสียขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น 2.62 1.126 ปานกลาง การแสดงสัญลกั ษณ์ในการสนับสนุนพรรคการเมือง ท่านแสดงพฤติกรรมการสนบั สนุนพรรคการเมืองโดยการสวมเส้ือพรรค ติดสต๊ิกเกอร์พรรค 2.63 1.090 ปานกลาง ท่านแสดงพฤติกรรมทางการเมืองโดยเขา้ ร่วมการหาเสียงของกานนั /ผใู้ หญบ่ า้ น 2.12 1.095 นอ้ ย การบริจาคเงนิ สนับสนุนและระดมทุน 2.10 1.104 นอ้ ย ท่านบริจาคเงินเพ่อื สนบั สนุนการทางานของสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร และสมาชิกวฒุ ิสภาที่ทา่ น 2.15 1.086 นอ้ ย สนบั สนุนเสมอ 1.96 1.062 นอ้ ย ทา่ นบริจาคเงินเพ่ือสนบั สนุนการทางานของกานนั /ผใู้ หญบ่ า้ นที่ท่านสนบั สนุนเสมอ การร่วมกจิ กรรมของพรรคการเมืองและประชุมหรือชุมนุมทางการเมือง 1.93 1.031 นอ้ ย ท่านเขา้ ร่วมชุมนุมทางการเมืองท่ีมีการรวมกลุ่มการตอ่ สู้ทางการเมือง ท่านเขา้ ร่วมในการต่อสู้ที่เกี่ยวขอ้ งกบั ผลประโยชน์ของชุมชน 1.98 1.092 นอ้ ย การร่วมรณรงค์ทางการเมือง 2.21 1.082 นอ้ ย ทา่ นเขา้ ร่วมรณรงคใ์ ห้คนไปใชส้ ิทธ์ิเลือกต้งั สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร และสมาชิกวฒุ ิสภา 2.15 1.083 นอ้ ย ท่านเขา้ ร่วมรณรงคใ์ หค้ นไปใชส้ ิทธ์ิเลือกต้งั กานนั /ผใู้ หญ่บา้ น 2.26 1.082 นอ้ ย การเสนอตัวเป็ นตวั แทนทางการเมือง 2.79 1.220 ปานกลาง ทา่ นเสนอตวั ในการลงรับสมคั รเลือกต้งั สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร และสมาชิกวฒุ ิสภา 2.82 1.233 ปานกลาง ท่านเสนอตวั ในการลงรับสมคั รเลือกต้งั กานนั /ผใู้ หญ่บา้ น 2.77 1.208 ปานกลาง 2.09 1.000 นอ้ ย รวม 2.10 1.002 นอ้ ย 2.08 0.997 นอ้ ย 2.59 1.054 ปานกลาง

124 จากตารางที่ 59 แสดงระดบั การตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมือง ผตู้ อบแบบสอบถามส่วน ใหญ่มีการตดั สินใจมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยรวมอยู่ในระดบั ปานกลาง (ค่าเฉลี่ย 2.59 ค่าเบ่ียงเบน มาตรฐาน 1.057) เม่ือพิจารณาการตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมืองแยกตามประเด็น พบวา่ การใช้ สิทธิเลือกต้งั (คา่ เฉล่ีย 3.82 ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน 0.952) อยใู่ นระดบั มาก ส่วนการการบริจาคเงินสนบั สนุน และระดมทุน (ค่าเฉลี่ย 1.96 ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน 1.062) การเสนอตวั เป็ นตวั แทนทางการเมือง (ค่าเฉลี่ย 2.09 คา่ เบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.000) การการแสดงสญั ลกั ษณ์ในการสนบั สนุนพรรคการเมือง (ค่าเฉล่ีย 2.12 ค่า เบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.095) และการร่วมกิจกรรมของพรรคการเมืองและประชุมหรือชุมนุมทางการเมือง (ค่าเฉลี่ย 2.21 ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน 1.082) อยใู่ นระดบั นอ้ ย นอกน้นั มีการตดั สินใจมีส่วนร่วมทางการเมือง อยใู่ นระดบั ปานกลาง

ตารางท่ี 60 การตัดสินใจในการมสี ่วนร่วมทางการเมืองจาแนกตามกลุ่มอาชีพหลกั การตดั สินใจในการมสี ่วนร่วม นักเรียน/นักศึกษา กลุ่มอาชีพการผลติ ทางการเมือง Mean S.D. แปลผล Mean S.D. แปลผล 2.99 0.896 ปานกลาง 3.05 0.687 ปานกลาง การแสดงความสนใจต่อกจิ กรรมทาง การเมือง 3.22 0.820 ปานกลาง 3.14 0.634 ปานกลาง ทา่ นให้ความสาคญั กบั ข่าวสารทางการ เมืองมากกวา่ เร่ืองอ่ืนๆ ในระดบั ชาติ 2.77 0.972 ปานกลาง 2.97 0.740 ปานกลาง ท่านติดตามขา่ วสารเก่ียวกบั การสมคั ร กานนั /ผใู้ หญ่บา้ น นายกองคก์ าร 4.09 0.931 มาก 3.75 0.875 มาก บริหารส่วนตาบล นายกองคก์ าร 4.20 0.870 มาก 3.94 0.820 มาก บริหารส่วนจงั หวดั การใช้สิทธิเลือกต้ัง 3.98 0.992 มาก 3.56 0.930 มาก ท่านเห็นความสาคญั ในการใชส้ ิทธิ 1.51 0.588 น้อยที่สุด 2.73 0.817 ปานกลาง เลือกต้งั สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร และ 1.82 0.766 นอ้ ย 2.88 0.864 ปานกลาง สมาชิกวฒุ ิสภา ท่านใหค้ วามสาคญั ในการใชส้ ิทธิ เลือกต้งั ขององคก์ ารบริหารส่วนตาบล และองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั การริเร่ิมประเดน็ พดู คุยทางการเมือง ทา่ นแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการ เมืองในการดาเนินงานของพรรค การเมือง สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร และสมาชิกวฒุ ิสภา

125 กลุ่มอาชีพหลกั กล่มุ อาชีพผู้ใช้แรงงาน กล่มุ อาชีพผู้ปฏิบัติงาน กล่มุ อาชีพการค้า และบริการ ในองค์กร Mean S.D. แปลผล Mean S.D. แปลผล Mean S.D. แปลผล ง 2.87 0.840 ปานกลาง 3.00 1.127 ปานกลาง 2.82 0.897 ปานกลาง ง 3.08 0.669 ปานกลาง 3.17 1.077 ปานกลาง 3.06 0.827 ปานกลาง ง 2.66 1.010 ปานกลาง 2.83 1.177 ปานกลาง 2.58 0.967 นอ้ ย 3.70 1.028 มาก 3.76 0.890 มาก 3.79 0.981 มาก 3.88 1.015 มาก 3.75 0.718 มาก 3.92 0.989 มาก 3.53 1.041 มาก 3.77 1.062 มาก 3.66 0.973 มาก ง 2.85 0.898 ปานกลาง 3.22 1.293 ปานกลาง 2.72 0.986 ปานกลาง ง 2.97 0.925 ปานกลาง 3.23 1.310 ปานกลาง 2.75 0.915 ปานกลาง

การตดั สินใจในการมสี ่วนร่วม นกั เรียน/นักศึกษา กลุ่มอาชีพการผลติ ทางการเมือง Mean S.D. แปลผล Mean S.D. แปลผล 1.20 0.410 นอ้ ยที่สุด 2.59 0.771 นอ้ ย ท่านชอบวิพากษว์ จิ ารณ์และติดตามการ 1.34 0.582 น้อยที่สุด ดาเนินงานขององคก์ รปกครองส่วน 1.36 0.581 นอ้ ยที่สุด 2.51 0.908 น้อย ทอ้ งถิ่น การชักจูงผู้อื่นให้เลือกต้งั ผู้ท่ีตน 1.32 0.582 นอ้ ยที่สุด 2.60 0.931 นอ้ ย สนบั สนุน 1.22 0.422 น้อยทีส่ ุด ทา่ นเปิ ดประเดน็ การบริหารราชการ 1.25 0.442 นอ้ ยที่สุด 2.43 0.884 นอ้ ย เพ่ือช้ีใหเ้ พอ่ื นเห็นถึงขอ้ ดีและขอ้ เสีย 2.27 1.006 น้อย ของการบริหารงานของพรรคการเมือง 1.19 0.402 นอ้ ยที่สุด 2.22 0.947 นอ้ ย ท่านไดร้ ับอิทธิพลจากเพื่อนในการเห็น 1.23 0.427 น้อยที่สุด ขอ้ ดีและขอ้ เสียขององคก์ รปกครอง 1.29 0.470 นอ้ ยที่สุด 2.32 1.065 นอ้ ย ส่วนทอ้ งถิ่น การแสดงสัญลกั ษณ์ในการสนับสนุน 2.08 1.119 น้อย พรรคการเมือง 2.05 1.071 นอ้ ย ทา่ นแสดงพฤติกรรมการสนบั สนุน พรรคการเมืองโดยการสวมเส้ือพรรค ติดสติ๊กเกอร์พรรค ท่านแสดงพฤติกรรมทางการเมืองโดย เขา้ ร่วมการหาเสียงของกานนั / ผใู้ หญ่บา้ น การบริจาคเงนิ สนับสนุนและระดมทุน ทา่ นบริจาคเงินเพ่อื สนบั สนุนการ ทางานของสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร

126 กลุ่มอาชีพหลกั กลุ่มอาชีพผ้ใู ช้แรงงาน กลุ่มอาชีพผ้ปู ฏิบัติงาน กลุ่มอาชีพการค้า และบริการ ในองค์กร Mean S.D. แปลผล Mean S.D. แปลผล Mean S.D. แปลผล 2.74 0.871 ปานกลาง 3.21 1.276 ปานกลาง 2.70 1.057 ปานกลาง 2.68 1.004 ปานกลาง 3.16 1.277 ปานกลาง 2.69 1.018 ปานกลาง 2.62 1.069 ปานกลาง 3.14 1.309 ปานกลาง 2.69 1.006 ปานกลาง 2.74 0.940 ปานกลาง 3.18 1.244 ปานกลาง 2.70 1.030 ปานกลาง 2.49 1.008 น้อย 2.79 1.107 ปานกลาง 1.59 0.943 น้อยทส่ี ุด 2.50 1.164 นอ้ ย 2.79 1.048 ปานกลาง 1.59 1.012 นอ้ ยที่สุด 2.48 0.851 นอ้ ย 2.79 1.166 ปานกลาง 1.59 0.875 นอ้ ยที่สุด 2.40 0.998 น้อย 2.56 1.081 น้อย 1.28 0.629 น้อยทส่ี ุด 2.41 1.083 นอ้ ย 2.45 0.985 นอ้ ย 1.16 0.473 นอ้ ยท่ีสุด

การตัดสินใจในการมสี ่วนร่วม นักเรียน/นกั ศึกษา กลุ่มอาชีพการผลติ ทางการเมือง Mean S.D. แปลผล Mean S.D. แปลผล และสมาชิกวฒุ ิสภาที่ทา่ นสนบั สนุน 1.17 0.383 นอ้ ยที่สุด 2.12 1.166 นอ้ ย เสมอ ทา่ นบริจาคเงินเพอื่ สนบั สนุนการ 1.16 0.415 น้อยที่สุด 2.40 1.038 น้อย ทางานของกานนั /ผใู้ หญบ่ า้ นที่ท่าน 1.23 0.528 นอ้ ยที่สุด 2.40 1.037 นอ้ ย สนบั สนุนเสมอ 1.10 0.301 นอ้ ยท่ีสุด 2.41 1.040 นอ้ ย การร่วมกจิ กรรมของพรรคการเมือง 2.68 1.300 ปานกลาง 2.68 1.120 ปานกลาง และประชุมหรือชุมนุมทางการเมือง 2.67 1.277 ปานกลาง 2.60 1.161 นอ้ ย ทา่ นเขา้ ร่วมชุมนุมทางการเมืองท่ีมีการ รวมกลุ่มการต่อสู้ทางการเมือง 2.69 1.323 ปานกลาง 2.75 1.080 ปานกลาง ทา่ นเขา้ ร่วมในการต่อสู้ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั 0.00 0.000 ไม่มี 0.00 0.000 ไม่มี ผลประโยชน์ของชุมชน 0.00 0.000 ไม่มี 0.00 0.000 ไม่มี การร่วมรณรงค์ทางการเมือง ท่านเขา้ ร่วมรณรงคใ์ ห้คนไปใชส้ ิทธ์ิ 0.00 0.000 ไม่มี 0.00 0.000 ไม่มี เลือกต้งั สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร และ สมาชิกวฒุ ิสภา ท่านเขา้ ร่วมรณรงคใ์ หค้ นไปใชส้ ิทธ์ิ เลือกต้งั กานนั /ผใู้ หญ่บา้ น การเสนอตัวเป็ นตัวแทนทางการเมือง ทา่ นเสนอตวั ในการลงรับสมคั ร เลือกต้งั สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร และ สมาชิกวฒุ ิสภา ท่านเสนอตวั ในการลงรับสมคั ร เลือกต้งั กานนั /ผใู้ หญ่บา้ น

127 กล่มุ อาชีพหลกั กล่มุ อาชีพผู้ใช้แรงงาน กล่มุ อาชีพผู้ปฏบิ ตั ิงาน กล่มุ อาชีพการค้า และบริการ ในองค์กร Mean S.D. แปลผล Mean S.D. แปลผล Mean S.D. แปลผล 2.40 0.913 นอ้ ย 2.67 1.177 ปานกลาง 1.39 0.786 นอ้ ยท่ีสุด 2.43 1.076 น้อย 2.72 0.991 ปานกลาง 2.00 1.012 น้อย 2.48 1.090 นอ้ ย 2.78 1.013 ปานกลาง 1.71 0.902 นอ้ ยท่ีสุด 2.38 1.063 นอ้ ย 2.66 0.968 ปานกลาง 2.28 1.123 นอ้ ย ง 2.70 1.173 ปานกลาง 3.02 1.187 ปานกลาง 2.93 1.291 ปานกลาง 2.72 1.155 ปานกลาง 3.18 1.279 ปานกลาง 3.00 1.255 ปานกลาง ง 2.67 1.190 ปานกลาง 2.87 1.095 ปานกลาง 2.87 1.327 ปานกลาง 1.89 0.654 น้อย 2.64 1.011 ปานกลาง 1.49 0.849 น้อยทสี่ ุด 1.95 0.705 นอ้ ย 2.70 0.952 ปานกลาง 1.41 0.796 นอ้ ยท่ีสุด 1.84 0.602 นอ้ ย 2.57 1.069 นอ้ ย 1.58 0.902 นอ้ ยท่ีสุด

จากตารางที่ 60 แสดงการตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมืองจาแนกตา เมืองอยูใ่ นระดบั มาก ไดแ้ ก่ การใชส้ ิทธิเลือกต้งั (ค่าเฉลี่ย 4.09 ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐ ไดแ้ ก่ การแสดงความสนใจต่อกิจกรรมทางการเมือง (ค่าเฉล่ีย 2.99 ค่าเบ่ียงเบนมาต 1.300) นอกน้นั มีการตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมืองในระดบั นอ้ ยท่ีสุด กลุ่มอาชีพการผลิต มีการตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมืองอยใู่ นระด การตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมืองอยใู่ นระดบั ปานกลาง ไดแ้ ก่ การแสดงค ริเร่ิมประเด็นพูดคุยทางการเมือง (ค่าเฉล่ีย 2.73 ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน 0.817) และก การตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมืองอยใู่ นระดบั นอ้ ย กลุ่มอาชีพการคา้ มีการตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมืองอยใู่ นระดบั ม ตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมืองอยใู่ นระดบั ปานกลาง ไดแ้ ก่ การแสดงความส ประเด็นพูดคุยทางการเมือง (ค่าเฉล่ีย 2.85 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.898) การชกั จูงให การร่วมรณรงคท์ างการเมือง (ค่าเฉลี่ย 2.70 คา่ เบ่ียงเบนมาตรฐาน 1.173) นอกน้นั มีก กลุ่มอาชีพผใู้ ชแ้ รงงานและบริการ มีการตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเ 0.890) อยใู่ นระดบั นอ้ ย คือ การบริจาคเงินสนบั สนุนและระดมทุน (คา่ เฉลี่ย 2.56 คา่ ในระดบั ปานกลาง กลุ่มอาชีพผปู้ ฏิบตั ิงานในองคก์ ร มีการตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเม 0.981) ส่วนการตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมืองอยใู่ นระดบั ปานกลาง ไดแ้ ก 0.897) การริเริ่มประเด็นพูดคุยทางการเมือง (ค่าเฉลี่ย 2.72 ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน มาตรฐาน 1.018) และการร่วมรณรงคท์ างการเมือง (ค่าเฉลี่ย 2.93 ค่าเบี่ยงเบนมาตร หรือชุมนุมทางการเมือง (ค่าเฉล่ีย 2.00 ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน 1.012) นอกน้นั มีการตด

128 ามกลุ่มอาชีพหลกั พบวา่ นกั เรียน/นกั ศึกษา มีการตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการ ฐาน 0.931) ส่วนการตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมืองอยู่ในระดบั ปานกลาง ตรฐาน 0.896) และการร่วมรณรงคท์ างการเมือง (ค่าเฉลี่ย 2.68 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดบั มาก ไดแ้ ก่ การใชส้ ิทธิเลือกต้งั (ค่าเฉล่ีย 3.75 ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน 0.875) ส่วน ความสนใจต่อกิจกรรมทางการเมือง (คา่ เฉลี่ย 3.05 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.687) การ การร่วมรณรงคท์ างการเมือง (ค่าเฉล่ีย 2.68 ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน 1.120) นอกน้นั มี มาก ไดแ้ ก่ การใชส้ ิทธิเลือกต้งั (คา่ เฉล่ีย 3.70 ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน 1.028) ส่วนการ สนใจต่อกิจกรรมทางการเมือง (คา่ เฉล่ีย 2.87 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.840) การริเริ่ม หผ้ ูอ้ ่ืนเลือกต้งั ผทู้ ี่ตนเองสนบั สนุน (ค่าเฉลี่ย 2.68 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.004) และ การตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมืองอยใู่ นระดบั นอ้ ย เมืองอยใู่ นระดบั มาก ไดแ้ ก่ การใชส้ ิทธิเลือกต้งั (คา่ เฉลี่ย 3.76 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน าเบ่ียงเบนมาตรฐาน 1.081) นอกน้นั มีการตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมืองอยู่ มืองอยใู่ นระดบั มาก ไดแ้ ก่ การใชส้ ิทธิเลือกต้งั (ค่าเฉล่ีย 3.79 ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน ก่ การแสดงความสนใจต่อกิจกรรมทางการเมือง (ค่าเฉลี่ย 2.82 คา่ เบี่ยงเบนมาตรฐาน น 0.986) การชกั จูงให้ผูอ้ ื่นเลือกต้งั ผูท้ ่ีตนเองสนบั สนุน (ค่าเฉลี่ย 2.69 ค่าเบ่ียงเบน รฐาน 1.291) อยใู่ นระดบั นอ้ ย คือ การร่วมกิจกรรมของพรรคการเมืองและประชุม ดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมืองอยใู่ นระดบั นอ้ ยที่สุด

129 ตารางท่ี 61 การตดั สินใจในการมสี ่วนร่วมทางการเมืองจาแนกตามเขตทีอ่ ยู่อาศยั เขตทอ่ี ย่อู าศัย การตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมือง สังคมเมือง สังคมชนบท S.D. แปลผล Mean S.D. แปลผล Mean 0.891 ปานกลาง 0.774 ปานกลาง การแสดงความสนใจต่อกจิ กรรมทางการเมือง 2.89 0.906 ปานกลาง 3.00 1.008 ปานกลาง ทา่ นใหค้ วามสาคญั กบั ขา่ วสารทางการเมืองมากกวา่ เร่ือง 3.08 0.856 ปานกลาง 3.19 อื่นๆ ในระดบั ชาติ 0.932 มาก 0.862 มาก ทา่ นติดตามข่าวสารเก่ียวกบั การสมคั รกานนั /ผใู้ หญ่บา้ น 1.001 มาก นายกองคก์ ารบริหารส่วนตาบล นายกองคก์ ารบริหารส่วน 2.71 0.956 ปานกลาง 2.81 1.079 ปานกลาง จงั หวดั 1.045 ปานกลาง การใช้สิทธิเลือกต้ัง 3.74 0.969 มาก 3.89 1.112 ปานกลาง 1.144 ปานกลาง ทา่ นเห็นความสาคญั ในการใชส้ ิทธิเลือกต้งั 3.88 0.929 มาก 3.99 1.172 ปานกลาง สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร และสมาชิกวฒุ ิสภา 1.115 ปานกลาง ท่านใหค้ วามสาคญั ในการใชส้ ิทธิเลือกต้งั ขององคก์ าร 3.60 1.008 มาก 3.80 1.135 น้อย บริหารส่วนตาบล และองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั 1.193 นอ้ ย 1.078 นอ้ ย การริเร่ิมประเดน็ พดู คยุ ทางการเมือง 2.60 1.035 น้อย 2.86 1.064 น้อย ท่านแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมืองในการดาเนินงาน 1.066 นอ้ ย ของพรรคการเมือง สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร และสมาชิก 2.66 1.053 ปานกลาง 2.92 1.063 นอ้ ย วฒุ ิสภา 1.122 น้อย ทา่ นชอบวพิ ากษว์ ิจารณ์และติดตามการดาเนินงานของ 2.54 1.016 นอ้ ย 2.80 1.083 นอ้ ย องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน การชักจูงผู้อื่นให้เลือกต้งั ผ้ทู ต่ี นสนับสนุน 2.50 1.055 น้อย 2.75 ท่านเปิ ดประเด็นการบริหารราชการเพื่อช้ีให้เพ่อื นเห็นถึง 2.45 1.052 นอ้ ย 2.78 ขอ้ ดีและขอ้ เสียของการบริหารงานของพรรคการเมือง ท่านไดร้ ับอิทธิพลจากเพ่ือนในการเห็นขอ้ ดีและขอ้ เสียของ 2.54 1.058 นอ้ ย 2.72 องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น การแสดงสัญลกั ษณ์ในการสนับสนุนพรรคการเมือง 1.99 1.031 น้อย 2.26 ทา่ นแสดงพฤติกรรมการสนบั สนุนพรรคการเมืองโดยการ 1.91 0.968 นอ้ ย 2.29 สวมเส้ือพรรค ติดสต๊ิกเกอร์พรรค ทา่ นแสดงพฤติกรรมทางการเมืองโดยเขา้ ร่วมการหาเสียง 2.07 1.095 นอ้ ย 2.22 ของกานนั /ผใู้ หญบ่ า้ น การบริจาคเงนิ สนับสนุนและระดมทุน 1.90 1.065 น้อย 2.02 ท่านบริจาคเงินเพื่อสนบั สนุนการทางานของ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร และสมาชิกวฒุ ิสภาท่ีทา่ น 1.85 0.997 นอ้ ย 2.02 สนบั สนุนเสมอ ท่านบริจาคเงินเพ่ือสนบั สนุนการทางานของกานนั / 1.94 1.134 นอ้ ย 2.02 ผใู้ หญบ่ า้ นที่ท่านสนบั สนุนเสมอ การร่วมกจิ กรรมของพรรคการเมืองและประชุมหรือชุมนุม 2.11 1.027 น้อย 2.29 ทางการเมือง ท่านเขา้ ร่วมชุมนุมทางการเมืองที่มีการรวมกลุ่มการต่อสู้ 2.10 1.088 นอ้ ย 2.20 ทางการเมือง

130 เขตที่อยู่อาศัย การตัดสินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมือง สังคมเมือง สังคมชนบท ทา่ นเขา้ ร่วมในการต่อสูท้ ่ีเก่ียวขอ้ งกบั ผลประโยชน์ของ Mean S.D. แปลผล Mean S.D. แปลผล ชุมชน การร่วมรณรงค์ทางการเมือง 2.12 0.966 นอ้ ย 2.38 1.160 นอ้ ย ท่านเขา้ ร่วมรณรงคใ์ หค้ นไปใชส้ ิทธ์ิเลือกต้งั สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร และสมาชิกวฒุ ิสภา 2.65 1.153 ปานกลาง 2.93 1.263 ปานกลาง ท่านเขา้ ร่วมรณรงคใ์ ห้คนไปใชส้ ิทธ์ิเลือกต้งั กานนั / ผใู้ หญบ่ า้ น 2.60 1.174 นอ้ ย 3.02 1.255 ปานกลาง การเสนอตัวเป็ นตัวแทนทางการเมือง ท่านเสนอตวั ในการลงรับสมคั รเลือกต้งั สมาชิกสภาผแู้ ทน 2.70 1.133 ปานกลาง 2.83 1.272 ปานกลาง ราษฎร และสมาชิกวฒุ ิสภา 2.00 0.928 น้อย 2.16 1.059 น้อย ทา่ นเสนอตวั ในการลงรับสมคั รเลือกต้งั กานนั /ผใู้ หญ่บา้ น 2.00 0.931 นอ้ ย 2.18 1.059 นอ้ ย 2.00 0.926 นอ้ ย 2.14 1.058 นอ้ ย จำกตำรำงท่ี 61 แสดงกำรตัดสนิ ใจในกำรมสี ่วนร่วมทำงกำรเมืองจำแนกตำมเขตท่อี ยู่อำศัย พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามท่ีอาศยั อยใู่ นสังคมเมืองมีการตัดสินใจในกำรมีส่วนร่วมทำงกำรเมืองอยู่ในระดับมำก ได้แก่ การใชส้ ิทธิเลือกต้งั (ค่าเฉลี่ย 3.74 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.929) อยู่ในระดับปำนกลำง ได้แก่ การ แสดงความสนใจต่อกิจกรรมทางการเมือง (ค่าเฉล่ีย 2.89 ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน 0.906) และการร่วมรณรงค์ ทางการเมือง (คา่ เฉลี่ย 2.65 คา่ เบ่ียงเบนมาตรฐาน 1.153) นอกน้นั อยู่ในระดับน้อย ผตู้ อบแบบสอบถามที่อาศยั อยูใ่ นสังคมชนบทมีการตัดสินใจในกำรมีส่วนร่วมทำงกำรเมืองอยู่ใน ระดับมำก ได้แก่ การใช้สิทธิเลือกต้งั (ค่าเฉล่ีย 3.89 ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน 0.932) อยู่ในระดับปำนกลำง ได้แก่ การแสดงความสนใจต่อกิจกรรมทางการเมือง (ค่าเฉลี่ย 3.00 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.891) การร่วม รณรงค์ทางการเมือง (ค่าเฉล่ีย 2.93 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.263) การเร่ิมพูดคุยประเด็นทางการเมือง (ค่าเฉล่ีย 2.86 ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน 1.079) และการการชกั จูงผอู้ ื่นใหเ้ ลือกต้งั ผทู้ ่ีตนสนบั สนุน (คา่ เฉลี่ย 2.75 ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน 1.144) นอกน้นั อยู่ในระดับน้อย

131 ตารางที่ 62 ความตอ้ งการสารสนเทศทางการเมืองกบั ระดบั การมสี ่วนร่วมทางการเมอื ง การมีส่วนร่วมทางการเมือง ความต้องการสารสนเทศทางการเมือง ระดบั ต่า ระดบั กลาง ระดบั สูง Mean แปลค่า Mean แปลค่า Mean แปลค่า สารสนเทศที่เกี่ยวกบั นโยบายที่ลงมา 4.26 มากท่ีสุด 4.23 มากท่ีสุด 4.17 มาก ช่วยเหลือประชาชน สารสนเทศที่เก่ียวกบั นโยบายวางแผนระยะ 3.67 มาก 3.71 มาก 3.74 มาก ยาวท่ีจะเกิดข้ึนในอนาคต สารสนเทศท่ีเก่ียวกบั การแสดงความสนใจต่อ 3.62 มาก 3.63 มาก 3.77 มาก กิจกรรมทางการเมือง สารสนเทศที่เก่ียวกบั การใชส้ ิทธิเลือกต้งั 3.62 มาก 3.635 มาก 3.77 มาก สารสนเทศท่ีเกี่ยวกบั การเร่ิมพดู คุยประเด็น 3.51 มาก 3.48 มาก 3.61 มาก ทางการเมือง สารสนเทศท่ีเก่ียวกบั การชกั จูงผอู้ ่ืนให้ 3.57 มาก 3.53 มาก 3.65 มาก เลือกต้งั ผทู้ ี่ตนสนบั สนุน สารสนเทศท่ีเกี่ยวกบั การติดตอ่ กบั 3.21 ปานกลาง 3.21 ปานกลาง 3.34 ปานกลาง นกั การเมืองหรือผนู้ าทางการเมือง สารสนเทศท่ีเกี่ยวกบั การเป็นสมาชิกและ 3.09 ปานกลาง 3.09 ปานกลาง 3.26 ปานกลาง บริจาคเงินสนบั สนุนกิจกรรมทางการเมือง สารสนเทศที่เกี่ยวกบั การร่วมรณรงคท์ าง 3.56 มาก 3.56 มาก 3.69 มาก การเมือง สารสนเทศท่ีเก่ียวกบั การเขา้ ร่วมกิจกรรมของ 3.32 ปานกลาง 3.29 ปานกลาง 3.45 มาก พรรคการเมือง สารสนเทศท่ีเก่ียวกบั การเสนอตวั เป็ นผู้ 3.18 ปานกลาง 3.2 ปานกลาง 3.35 ปานกลาง แข่งขนั ทางการเมือง จากตารางที่ 62 แสดงควำมต้องกำรสำรสนเทศทำงกำรเมืองกับระดับกำรมีส่วนร่วมทำงกำรเมือง พบว่ำ ผู้ตอบแบบสอบถำมท่ีมีส่วนร่วมทำงกำรเมืองในระดับต่ำมีควำมต้องกำรสำรสนเทศท่ีเก่ียวกับ นโยบำยท่ลี งมำช่วยเหลือประชำชน อยู่ในระดับมำกท่ีสุด (ค่ำเฉล่ีย 4.26) นอกน้ันอยู่ในระดับมำกและ ระดับปำนกลำง ผู้ตอบแบบสอบถำมท่มี ีส่วนร่วมทำงกำรเมืองในระดับกลำงมีควำมต้องกำรสำรสนเทศท่เี ก่ียวกับ นโยบำยท่ีลงมำช่วยเหลือประชำชน อยู่ในระดับมำกท่สี ุด (ค่ำเฉล่ีย 4.23) นอกน้ันอยู่ในระดับมำกและ ระดับปำนกลำง ผู้ตอบแบบสอบถำมท่มี ีสว่ นร่วมทำงกำรเมืองในระดบั สูงมีควำมต้องกำรสำรสนเทศท่เี ก่ียวกบั อยู่ ในระดับปำนกลำง ได้แก่ สำรสนเทศท่เี ก่ยี วกบั กำรติดต่อกบั นักกำรเมืองหรือผู้นำทำงกำรเมือง (ค่ำเฉล่ีย 3.34) สำรสนเทศท่ีเก่ียวกับกำรเป็ นสมำชิกและบริจำคเงินสนับสนุนกิจกรรมทำงกำรเมือง (ค่ำเฉล่ีย 3.26) และสำรสนเทศท่เี ก่ียวกับกำรเสนอตัวเป็นผู้แข่งขันทำงกำรเมือง(ค่ำเฉล่ีย 3.35) นอกน้ันอยู่ใน ระดบั มำก

132 ตารางท่ี 63 การแสวงหาสารสนเทศทางการเมืองกบั ระดบั การมสี ่วนร่วมทางการเมือง การมีส่วนร่วมทางการเมือง แหล่งสารสนเทศทางการเมือง ระดบั ตา่ ระดบั กลาง ระดบั สูง Mean แปลค่า Mean แปลค่า Mean แปลค่า แหล่งสารสนเทศบุคคล 2.63 ปานกลาง 2.71 ปานกลาง 2.76 ปานกลาง แหล่งสารสนเทศสถาบนั 1.93 นอ้ ย 1.93 นอ้ ย 1.91 นอ้ ย แหล่งส่ือมวลชน 3.07 ปานกลาง 3.19 ปานกลาง 3.25 ปานกลาง แหล่งอินเตอร์เน็ต 2.72 ปานกลาง 2.78 ปานกลาง 2.61 ปานกลาง แหล่งองคก์ ารทางการเมือง 2.53 นอ้ ย 2.70 ปานกลาง 2.79 ปานกลาง จำกตำรำงท่ี 63 แสดงกำรแสวงหำสำรสนเทศทำงกำรเมืองกับระดับกำรมีส่วนร่วมทำงกำรเมือง พบว่ำ ผู้ตอบแบบสอบถำมท่มี ีส่วนร่วมทำงกำรเมืองในระดับต่ำ ระดับกลำง และระดับสูง มีกำรแสวงหำ สำรสนเทศจำกแหล่งสำรสนเทศสถำบัน อยู่ในระดบั น้อย (ค่ำเฉล่ีย 1.93, 1.93 และ 1.91 ตำมลำดบั ) ผู้ตอบแบบสอบถำมท่ีมีส่วนร่วมทำงกำรเมืองในระดับต่ำ มีกำรแสวงหำสำรสนเทศจำกแหล่ง องคก์ ำรทำงกำรเมอื ง อยู่ในระดับน้อย (ค่ำเฉล่ีย 2.53) นอกน้ันอยู่ในระดับปำนกลำง ตารางท่ี 64 การใชส้ ารสนเทศทางการเมอื งกบั ระดบั การมสี ่วนร่วมทางการเมอื ง การมสี ่วนร่วมทางการเมือง การใช้สนเทศทางการเมือง ระดบั ต่า ระดบั กลาง ระดบั สูง Mean แปลค่า Mean แปลค่า Mean แปลค่า 3.39 ปานกลาง 3.49 มาก การแสดงความสนใจต่อกิจกรรมทางการเมือง 3.10 ปานกลาง 3.26 ปานกลาง 2.87 ปานกลาง 2.67 ปานกลาง การใชส้ ิทธิเลือกต้งั 3.32 ปานกลาง 3.38 ปานกลาง 2.49 นอ้ ย การริเริ่มพดู คุยทางการเมือง 2.56 นอ้ ย 2.74 ปานกลาง 2.42 นอ้ ย การชกั จูงผอู้ ื่นให้เลือกต้งั ผทู้ ่ีตนสนบั สนุน 2.38 นอ้ ย 2.55 นอ้ ย 2.51 นอ้ ย การแสดงสญั ลกั ษณ์ในการสนบั สนุนพรรค 2.36 นอ้ ย 2.38 นอ้ ย การเมือง 3.18 ปานกลาง 2.37 นอ้ ย การบริจาคเงินสนบั สนุนและระดมทุน 2.33 นอ้ ย 2.35 นอ้ ย การร่วมกิจกรรมของพรรคการเมืองและ 2.27 นอ้ ย 2.40 นอ้ ย ประชุมหรือชุมนุมทางการเมือง การร่วมรณรงคท์ างการเมือง 2.94 ปานกลาง 3.08 ปานกลาง การเสนอตวั เป็นผแู้ ข่งขนั ทางการเมือง 2.33 นอ้ ย 2.36 นอ้ ย จำกตำรำงท่ี 63 แสดงใช้สำรสนเทศทำงกำรเมืองกับระดับกำรมีส่วนร่วมทำงกำรเมือง พบว่ำ ผู้ตอบแบบสอบถำมท่มี ีสว่ นร่วมทำงกำรเมืองในระดบั ต่ำ มีกำรใช้สำรสนเทศทำงกำรเมืองอยู่ในระดับปำน กลำง ได้แก่ การใชส้ ารสนเทศในการแสดงความสนใจต่อกิจกรรมทางการเมือง (ค่ำเฉล่ีย 3.10) การใช้ สิทธิเลือกต้งั (ค่ำเฉล่ีย 3.32) และการร่วมรณรงคท์ างการเมือง (ค่ำเฉล่ีย 2.94) นอกน้นั อยใู่ นระดบั ปาน กลาง

133 ผู้ตอบแบบสอบถำมท่มี ีส่วนร่วมทำงกำรเมืองในระดับกลำง มีกำรใช้สำรสนเทศทำงกำรเมืองอยู่ ในระดับปำนกลำง ได้แก่ การใชส้ ารสนเทศในการแสดงความสนใจต่อกิจกรรมทางการเมือง (ค่ำเฉล่ีย 3.26) การใช้สิทธิเลือกต้งั (ค่ำเฉล่ีย 3.38) การริเริ่มพูดคุยทางการเมือง (ค่ำเฉล่ีย 2.74) และการร่วม รณรงคท์ างการเมือง (ค่ำเฉล่ีย 3.08) นอกน้นั อยใู่ นระดบั ปานกลาง ผู้ตอบแบบสอบถำมท่ีมีส่วนร่วมทำงกำรเมืองในระดับสูง มีกำรใช้สำรสนเทศทำงกำรเมืองอยู่ใน ระดบั มำก ได้แก่ การใชส้ ิทธิเลือกต้งั (ค่ำเฉล่ีย 3.49) นอกน้นั อยใู่ นระดบั ปานกลางและระดบั นอ้ ย

134 บทท่ี 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การศึกษาวิจยั เรื่อง พฤติกรรมการส่ือสารสารสนเทศทางการเมืองของคนไทย วตั ถุประสงค์เพื่อ ศึกษำกำรตัดสนิ ใจในกำรมีส่วนร่วมทำงกำรเมืองของคนไทย และศึกษำพฤติกรรมกำรส่ือสำรสำรสนเทศ ทำงกำรเมอื งของคนไทย ประชำกรและกลุ่มตัวอย่ำง ได้แก่ ประชาชนท่ีมีอายตุ ้งั แต่ 18 ปี ข้ึนไป มีภูมิลาเนาและอาศยั อยู่ใน ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือในประเทศไทย ขนาดของกลุ่มตวั อยา่ งกรณีจานวนประชากรไม่แน่นอน (บุญชม ศรีสะอาด, 2538) ซ่ึงในการศึกษาคร้ังน้ียอมให้เกิดความคาดเคล่ือนได้ 5% สุ่มกลุ่มตวั อยา่ งจากประชากร จะ ใช้วิธีการสุ่มกลุ่มตวั อยา่ งแบบเมทริกซ์ (Matrix Random Sampling) แบ่งสัดส่วนจากกลุ่มตวั อย่างจานวน 330 คน ตามคุณลกั ษณะดงั น้ี 1. แหล่งทอ่ี ย่อู าศัย ไดแ้ ก่ สงั คมเมือง และสงั คมชนบท 2. กลุ่มอาชีพหลัก ได้แก่ (1) นักเรียน/นักศึกษา (2) กลุ่มอาชีพการผลิต เช่น ช่างฝี มือ เกษตรกรรม (3) กลุ่มอาชีพการค้า เช่น ค้าขาย (4) กลุ่มอาชีพผูใ้ ช้แรงงานและบริการ (5) กลุ่มอาชีพ ผปู้ ฏิบตั ิงานในองคก์ ร เช่น รับราชการ พนกั งานบริการ พนกั งานบริษทั ผวู้ จิ ยั วิเคราะห์ขอ้ มูลโดยใช้โปรแกรมสารวจรูปทางสังคมศาสตร์ (The Statistical Package for the Social Sciences) หรือ SPSS ในการวิเคราะห์ขอ้ มูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติบรรยาย ไดแ้ ก่ ร้อยละ คา่ เฉล่ีย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สรุปผลการวจิ ัย 1. ข้อมูลทว่ั ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ผูต้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็ นเพศหญิง (ร้อยละ 60.30) อยูใ่ นช่วงอายุ 18-30 ปี (ร้อยละ 38.18) จบระดบั การศึกษาในระดบั มธั ยมศึกษาหรือเทียบเท่า (ร้อยละ 47.27) เกบ็ ขอ้ มูลจากกลุ่มอาชีพหลกั ออกเป็ น 5 กลุ่ม กลุ่มละ 66 คนเท่ากนั (ร้อยละ 20.00) ดงั น้ี (1) นกั เรียน/นกั ศึกษา (2) กลุ่มอาชีพการผลิต (3) กลุ่ม อาชีพการคา้ (4) กลุ่มอาชีพผใู้ ชแ้ รงงานและบริการ (5) กลุ่มอาชีพผปู้ ฏิบตั ิงานในองคก์ ร ส่วนใหญ่ประกอบ อาชีพเสริมคา้ ขาย (17.27) มีรายไดเ้ ฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท (ร้อยละ 36.67) นบั ถือศาสนาพุทธ (98.79) และผวู้ จิ ยั แบ่งเขตที่อยูอ่ าศยั ออกเป็ น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 165 คนเท่ากนั (ร้อยละ 50.00) ดงั น้ี (1) สังคม เมือง (2) สังคมชนบท

135 2. การตดั สินใจในการมสี ่วนร่วมทางการเมือง มีการตดั สินใจมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยรวมอยู่ในระดบั ปานกลาง แต่ประเด็นการใช้สิทธิ เลือกต้งั อยใู่ นระดบั มาก นอกน้นั มีการตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมืองอยใู่ นระดบั นอ้ ย 2.1. จาแนกตามกล่มุ อาชีพหลกั นักเรียน/นักศึกษา ประเด็นการใช้สิทธิเลือกต้งั โดยรวมอยู่ในระดบั มาก ประเด็นการแสดงความ สนใจต่อกิจกรรมทางการเมือง และประเด็นการร่วมรณรงคท์ างการเมือง โดยรวมอยู่ในระดบั ปานกลาง นอกน้นั มีการตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมืองอยใู่ นระดบั นอ้ ยท่ีสุด กล่มุ อาชีพการผลติ ประเด็นการใช้สิทธิเลือกต้งั โดยรวมอยู่ในระดบั มาก ประเด็นการแสดงความ สนใจต่อกิจกรรมทางการเมือง โดยรวมอยู่ในระดบั ปานกลาง รวมถึงประเด็นการริเริ่มประเด็นพูดคุย ทางการเมืองเช่นกนั แต่มีการวิพากษว์ ิจารณ์และติดตามการดาเนินงานขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น อยู่ ในระดบั นอ้ ย อีกท้งั ประเด็นการร่วมรณรงคท์ างการเมืองเช่นกนั แต่มีการเขา้ ร่วมรณรงค์ให้คนไปใช้สิทธ์ิ เลือกต้งั สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา อยูใ่ นระดบั นอ้ ย นอกน้นั มีการตดั สินใจในการมีส่วน ร่วมทางการเมืองอยใู่ นระดบั นอ้ ย กลุ่มอาชีพการค้า ประเด็นการใช้สิทธิเลือกต้งั โดยรวมอยู่ในระดบั มาก ประเด็นการแสดงความ สนใจต่อกิจกรรมทางการเมือง ประเด็นการริเริ่มประเด็นพูดคุยทางการเมือง ประเด็นการชกั จูงผูอ้ ื่นให้ เลือกต้งั ผทู้ ่ีตนสนบั สนุน และประเดน็ การร่วมรณรงคท์ างการเมือง โดยรวมอยใู่ นระดบั ปานกลาง นอกน้นั มี การตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมืองอยใู่ นระดบั นอ้ ย กล่มุ อาชีพผ้ใู ช้แรงงานและบริการ ประเด็นการใช้สิทธิเลือกต้งั โดยรวมอยู่ในระดบั มาก ประเด็นการแสดงความ สนใจต่อกิจกรรมทางการเมือง ประเด็นการริเร่ิมประเด็นพูดคุยทางการเมือง ประเด็นการชักจูงผูอ้ ่ืนให้ เลือกต้งั ผูท้ ี่ตนสนบั สนุน ประเด็นการแสดงสัญลกั ษณ์ในการสนบั สนุนพรรคการเมือง ประเด็นการร่วม กิจกรรมของพรรคการเมืองและประชุมหรือชุมนุมทางการเมือง ประเด็นการร่วมรณรงค์ทางการเมือง โดยรวมอยูใ่ นระดบั ปานกลาง รวมถึงประเด็นการเสนอตวั เป็ นตวั แทนทางการเมืองเช่นกนั แต่มีการเสนอ ตวั ในการลงรับสมคั รเลือกต้งั กานนั /ผูใ้ หญ่บา้ น อยูใ่ นระดบั นอ้ ย นอกน้นั มีการตดั สินใจในการมีส่วนร่วม ทางการเมืองอยใู่ นระดบั นอ้ ย แตป่ ระเด็นการบริจาคเงินสนบั สนุนและระดมทุน โดยรวมอยใู่ นระดบั นอ้ ย มี การบริจาคเงินเพอ่ื สนบั สนุนการทางานของกานนั /ผใู้ หญ่บา้ นที่ท่านสนบั สนุนเสมอ อยใู่ นระดบั ปานกลาง กลุ่มอาชีพผ้ปู ฏบิ ตั ิงานในองค์กร ประเด็นการใช้สิทธิเลือกต้งั โดยรวมอยูใ่ นระดบั มาก ประเด็นการริเริ่มประเด็น พดู คุยทางการเมือง ประเดน็ การชกั จูงผูอ้ ่ืนใหเ้ ลือกต้งั ผทู้ ี่ตนสนบั สนุน ประเด็นการร่วมรณรงคท์ างการเมือง

136 โดยรวมอยู่ในระดบั ปานกลาง รวมถึงประเด็นการแสดงความสนใจต่อกิจกรรมทางการเมืองเช่นกนั แต่มี การติดตามข่าวสารเกี่ยวกบั การสมคั รกานัน/ผูใ้ หญ่บา้ น นายกองค์การบริหารส่วนตาบล นายกองค์การ บริหารส่วนจงั หวดั อยใู่ นระดบั นอ้ ย นอกน้นั มีการตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมืองอยใู่ นระดบั นอ้ ย และระดบั นอ้ ยท่ีสุด 2.2. จาแนกตามเขตทอ่ี ย่อู าศัย สังคมเมือง ประเด็นการใช้สิทธิเลือกต้งั โดยรวมอยู่ในระดบั มาก ประเด็นการแสดงความ สนใจต่อกิจกรรมทางการเมือง โดยรวมอยใู่ นระดบั ปานกลาง รวมถึงประเด็นการร่วมรณรงคท์ างการเมือง เช่นกนั แต่มีการเขา้ ร่วมรณรงคใ์ ห้คนไปใชส้ ิทธ์ิเลือกต้งั สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา อยใู่ น ระดบั น้อย นอกน้ันมีการตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมืองอยู่ในระดบั น้อย แต่ประเด็นการริเร่ิม ประเด็นพูดคุยทางการเมือง มีการการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมืองในการดาเนินงานของพรรค การเมือง สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรและสมาชิกวฒุ ิสภา อยใู่ นระดบั ปานกลาง สังคมชนบท ประเด็นการใช้สิทธิเลือกต้งั โดยรวมอยู่ในระดบั มาก ประเด็นการแสดงความ สนใจต่อกิจกรรมทางการเมือง ประเด็นการริเริ่มประเด็นพูดคุยทางการเมือง ประเด็นการชกั จูงผูอ้ ่ืนให้ เลือกต้งั ผทู้ ี่ตนสนบั สนุน และประเดน็ การร่วมรณรงคท์ างการเมือง โดยรวมอยใู่ นระดบั ปานกลาง นอกน้นั มี การตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมืองอยใู่ นระดบั นอ้ ย 3. พฤตกิ รรมการสื่อสารสารสนเทศทางการเมืองของคนไทย การใช้สารสนเทศทางการเมืองโดยรวมอยู่ในระดบั ปานกลาง แต่ประเด็นการใช้สิทธิเลือกต้งั โดยรวมอยใู่ นระดบั มาก แต่มีการติดตามผลการนบั คะแนนการเลือกต้งั ผา่ นทางสื่อสารมวลชนทุกคร้ัง และ มีส่วนร่วมในการติดตามผลการนบั คะแนนการเลือกต้งั ทุกคร้ัง อยใู่ นระดบั ปานกลาง นอกน้นั มีการตดั สินใจ ในการมีส่วนร่วมทางการเมืองอยใู่ นระดบั นอ้ ย รวมถึงประเด็นการริเร่ิมประเด็นพูดคุยทางการเมืองเช่นกนั แต่มีการสนทนาประเดน็ ทางการเมืองกบั คนในครอบครัว อยใู่ นระดบั ปานกลาง ความตอ้ งการสารสนเทศทางการเมืองโดยรวมอยู่ในระดบั มาก แต่ประเด็นอยากให้รัฐบาลจดั ทา นโยบายที่ลงมาช่วยเหลือประชาชน อยู่ในระดบั มากที่สุด รวมถึงประเด็นสารสนเทศที่เก่ียวกบั การร่วม รณรงค์ทางการเมืองเช่นกนั แต่มีความตอ้ งการสารสนเทศท่ีเก่ียวขอ้ งกบั การรณรงค์ทางการเมือง อยู่ใน ระดบั ปานกลาง นอกน้นั มีความตอ้ งการสารสนเทศทางการเมืองอยใู่ นระดบั ปานกลาง การแสวงหาสารสนเทศทางการเมืองโดยรวมอยใู่ นระดบั นอ้ ย แตม่ ีการแสวงหาสารสนเทศทางการ เมืองจากแหล่งสารสนเทศบุคคล แหล่งส่ือมวลชน และแหล่งอินเตอร์เน็ต อยใู่ นระดบั ปานกลาง การใชเ้ ครื่องมือในการเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมือง มีการใชโ้ ทรทศั น์ อยูใ่ นระดบั มาก มีการใช้ โทรศพั ทม์ ือถือ อยใู่ นระดบั ปานกลาง และมีการใชว้ ทิ ยแุ ละคอมพิวเตอร์ อยใู่ นระดบั นอ้ ย

137 สถานท่ีเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมือง มีการเปิ ดรับที่บา้ น อยใู่ นระดบั มาก มีการเปิ ดรับท่ีสถานที่ ทางาน ตลาด และบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ อยใู่ นระดบั ปานกลาง นอกน้นั มีการเปิ ดรับตามสถานที่อยู่ใน ระดบั นอ้ ย วิธีการเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมือง มีการเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมืองดว้ ยวิธี การไดย้ นิ การ สนทนาทางการเมือง และการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง อยใู่ นระดบั ปานกลาง แตม่ ีการเขา้ ร่วมประชุม อยใู่ นระดบั นอ้ ย ลกั ษณะสารสนเทศทางการเมืองโดยรวมอยูใ่ นระดบั ปานกลาง แต่มีการเปิ ดรับโปสเตอร์หาเสียง และรถแห่หาเสียง อยใู่ นระดบั มาก และเปิ ดรับอีเมลก์ ารเมือง อยใู่ นระดบั นอ้ ย คุณภาพของสารสนเทศทางการเมืองโดยรวมอยใู่ นระดบั ปานกลาง แต่สารสนเทศมีความทนั สมยั และทนั ต่อเหตุการณ์ในปัจจุบนั อยใู่ นระดบั มาก 3.1. จาแนกตามกลุ่มอาชีพหลกั นักเรียน/นักศึกษา การใชส้ ารสนเทศทางการเมือง ประเด็นการใชส้ ิทธิเลือกต้งั โดยรวมอยูใ่ นระดบั มาก แต่มีการติดตามผลการนบั คะแนนการเลือกต้งั ผา่ นทางสื่อสารมวลชนทุกคร้ัง อยู่ในระดบั ปานกลาง และส่วนร่วมในการติดตามผลการนบั คะแนนการเลือกต้งั ทุกคร้ัง อยใู่ นระดบั นอ้ ย ประเด็นการแสดงความ สนใจต่อกิจกรรมทางการเมือง และประเด็นการร่วมรณรงค์ทางการเมือง โดยรวมอยู่ในระดบั ปานกลาง นอกน้นั มีใชส้ ารสนเทศทางการเมืองอยใู่ นระดบั นอ้ ยและระดบั นอ้ ยที่สุด ความตอ้ งการสารสนเทศทางการเมือง อยากให้รัฐบาลจดั ทานโยบายท่ีลงมา ช่วยเหลือประชาชน อยู่ในระดบั มากที่สุด อยากให้รัฐบาลจดั ทานโยบายวางแผนระยะยาวท่ีจะเกิดข้ึนใน อนาคต ตอ้ งการใหร้ ัฐบาลจดั ทานโยบายประชานิยม ตอ้ งการสารสนเทศท่ีเก่ียวกบั การแสดงความสนใจตอ่ กิจกรรมทางการเมือง สารสนเทศที่เก่ียวกบั การใช้สิทธิเลือกต้งั โดยรวมอยู่ในระดบั มาก นอกน้นั มีความ ตอ้ งการสารสนเทศทางการเมืองอยูใ่ นระดบั ปานกลาง รวมถึงประเด็นความตอ้ งการสารสนเทศท่ีเกี่ยวกบั การร่วมรณรงคท์ างการเมืองเช่นกนั แต่มีความตอ้ งการสารสนเทศท่ีเก่ียวกบั สิทธิหนา้ ท่ีของประชาชนใน รัฐธรรมนูญ อยใู่ นระดบั มาก การแสวงหาสารสนเทศทางการเมือง มีการแสวงหาสารสนเทศทางการเมืองจาก แหล่งสื่อมวลชน และแหล่งอินเตอร์เน็ต อยูใ่ นระดบั ปานกลาง และแสวงหาสารสนเทศทางการเมืองจาก แหล่งองคก์ ารทางการเมือง และแหล่งสารสนเทศบุคคล อยู่ในระดบั น้อย แต่แสวงหาสารสนเทศทางการ เมืองจากแหล่งสารสนเทศสถาบนั อยใู่ นระดบั นอ้ ยที่สุด การใชเ้ คร่ืองมือในการเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมือง มีการใชโ้ ทรศพั ทม์ ือถือ อยู่ ในระดบั มาก มีการใชโ้ ทรทศั น์ อยูใ่ นระดบั ปานกลาง นอกน้นั มีการใช้เคร่ืองมือในการเปิ ดรับสารสนเทศ ทางการเมืองอยใู่ นระดบั นอ้ ย

138 สถานท่ีเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมือง มีการเปิ ดรับท่ีบา้ น และบนเครือขา่ ยสังคม ออนไลน์ อยู่ในระดบั มาก มีการเปิ ดรับที่สถานที่ทางาน และตลาด อยู่ในระดบั ปานกลาง นอกน้ันมีการ เปิ ดรับตามสถานท่ีอยใู่ นระดบั นอ้ ย วิธีการเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมือง มีการเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมืองดว้ ย วิธีการไดย้ นิ การสนทนาทางการเมือง และการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง อยูใ่ นระดบั ปานกลาง แต่มี การเขา้ ร่วมประชุม อยใู่ นระดบั นอ้ ย ลกั ษณะสารสนเทศทางการเมือง มีการเปิ ดรับโปสเตอร์หาเสียง รถแห่หาเสียง และเสียงโฆษณาพรรคการเมืองผ่านวิทยุ โทรทศั น์ หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ อยู่ในระดบั มาก และ เปิ ดรับอีเมลก์ ารเมือง อยใู่ นระดบั นอ้ ย นอกน้นั มีการเปิ ดรับตามสถานท่ีอยใู่ นระดบั ปานกลาง คุณภาพของสารสนเทศทางการเมือง มีการให้สารสนเทศมีความทนั สมยั และทนั ต่อเหตุการณ์ในปัจจุบนั อยูใ่ นระดบั มาก นอกน้นั มีการใหค้ ุณภาพของสารสนเทศทางการเมืองอยใู่ นระดบั ปานกลาง กล่มุ อาชีพการผลติ การใช้สารสนเทศทางการเมือง ประเด็นการแสดงความสนใจต่อกิจกรรมทาง การเมือง ประเด็นการร่วมรณรงคท์ างการเมือง ประเด็นการเสนอตวั เป็ นผูแ้ ข่งขนั ทางการเมือง โดยรวมอยู่ ในระดบั ปานกลาง ส่วนประเด็นการใช้สิทธิเลือกต้งั อยู่ในระดบั ปานกลางเช่นกนั แต่มีการตดั สินใจเลือก พรรคการเมืองโดยพิจารณาจากคุณสมบตั ิของบุคคลที่รับสมคั รการเลือกต้งั อยใู่ นระดบั มาก ส่วนประเด็น การแสดงสัญลกั ษณ์ในการสนบั สนุนพรรคการเมืองต้งั อยูใ่ นระดบั ปานกลางเช่นกนั แต่มีการติดสต๊ิกเกอร์ พรรคการเมืองที่ท่านสนับสนุนท่ียานพาหนะของตนเอง อยู่ในระดบั น้อย ส่วนประเด็นการบริจาคเงิน สนับสนุนและระดมทุนอยู่ในระดบั ปานกลางเช่นกนั แต่เขา้ ร่วมจดั กิจกรรมระดมทุนสนับสนุนพรรค การเมือง เช่น การจาหน่ายเส้ือ การจดั แสดงดนตรี อยใู่ นระดบั นอ้ ย นอกน้นั มีใชส้ ารสนเทศทางการเมืองอยู่ ในระดบั นอ้ ยและระดบั นอ้ ย แต่ประเด็นการริเริ่มประเด็นพูดคุยทางการเมือง มีการสนทนาประเด็นทางการ เมืองกบั คนในครอบครัวของท่าน อยูใ่ นระดบั ปานกลาง และประเด็นการร่วมกิจกรรมของพรรคการเมือง และประชุมหรือชุมนุมทางการเมือง มีการเขา้ ร่วมรับฟังการหาเสียงหรือนโยบายของพรรคการเมืองเสมอๆ อยใู่ นระดบั นอ้ ย ความตอ้ งการสารสนเทศทางการเมือง อยากให้รัฐบาลจดั ทานโยบายท่ีลงมา ช่วยเหลือประชาชน ตอ้ งการให้รัฐบาลจดั ทานโยบายประชานิยม ประเด็นความต้องการสารสนเทศท่ี เกี่ยวกบั การใชส้ ิทธิเลือกต้งั สารสนเทศท่ีเก่ียวกบั การเร่ิมพูดคุยประเด็นทางการเมือง สารสนเทศที่เก่ียวกบั การชกั จูงผอู้ ื่นใหเ้ ลือกต้งั ผูท้ ่ีตนสนบั สนุน โดยรวมอยใู่ นระดบั มาก แตม่ ีประเดน็ ความตอ้ งการสารสนเทศที่ เกี่ยวกับการแสดงความสนใจต่อกิจกรรมทางการเมือง โดยต้องการสารสนเทศท่ีเกี่ยวข้องกับความ เคลื่อนไหวทางการเมือง อยูใ่ นระดบั นอ้ ย และประเด็นความตอ้ งการสารสนเทศท่ีเกี่ยวกบั การร่วมรณรงค์

139 ทางการเมือง โดยตอ้ งการสารสนเทศที่เก่ียวขอ้ งกบั การรณรงคท์ างการเมือง อยใู่ นระดบั ปานกลาง นอกน้นั มีความตอ้ งการสารสนเทศทางการเมืองอยใู่ นระดบั ปานกลาง การแสวงหาสารสนเทศทางการเมือง มีการแสวงหาสารสนเทศทางการเมืองจาก แหล่งสารสนเทศสถาบนั อยูใ่ นระดบั นอ้ ย นอกน้นั มีแสวงหาสารสนเทศทางการเมืองจากแหล่งสารสนเทศ อยใู่ นระดบั ปานกลาง การใชเ้ คร่ืองมือในการเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมือง มีการใชโ้ ทรทศั น์ อยู่ใน ระดบั มาก มีการใชว้ ิทยุ อยูใ่ นระดบั ปานกลาง นอกน้นั มีการใชเ้ คร่ืองมือในการเปิ ดรับสารสนเทศทางการ เมืองอยใู่ นระดบั นอ้ ย สถานที่เปิ ดรับสารสนเทศทางการเมือง มีการเปิ ดรับท่ีบา้ น อยูใ่ นระดบั มาก มีการ เปิ ดรับที่ร้านตดั ผม ร้านอาหาร สถานที่ทางาน และตลาด และเวทีสาธารณะ อยใู่ นระดบั ปานกลาง นอกน้นั มี การเปิ ดรับตามสถานท่ีอยใู่ นระดบั นอ้ ย วิธีการเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมือง มีการเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมืองดว้ ย วิธีการไดย้ นิ การสนทนาทางการเมือง และการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง อยใู่ นระดบั ปานกลาง แต่มี การเขา้ ร่วมประชุม อยใู่ นระดบั นอ้ ย ลกั ษณะสารสนเทศทางการเมือง มีการเปิ ดรับโปสเตอร์หาเสียง รถแห่หาเสียง และเสียงโฆษณาพรรคการเมืองผ่านวิทยุ โทรทศั น์ หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ อยู่ในระดบั มาก และ เปิ ดรับอีเมลก์ ารเมือง อยใู่ นระดบั นอ้ ย นอกน้นั มีการเปิ ดรับตามสถานที่อยใู่ นระดบั ปานกลาง คุณภาพของสารสนเทศทางการเมือง มีการให้คุณภาพของสารสนเทศทาง การเมืองทุกประเดน็ อยใู่ นระดบั ปานกลาง กลุ่มอาชีพการค้า การใชส้ ารสนเทศทางการเมือง ประเด็นการใช้สิทธิเลือกต้งั อยู่ในระดบั มาก แต่ การมีส่วนร่วมในการติดตามผลการนับคะแนนการเลือกต้งั ทุกคร้ัง และติดตามผลการนับคะแนนการ เลือกต้งั ผา่ นทางสื่อสารมวลชนทุกคร้ัง อยูใ่ นระดบั ปานกลาง ประเด็นการการแสดงความสนใจต่อกิจกรรม ทางการเมือง ประเด็นการริเร่ิมประเด็นพูดคุยทางการเมือง ประเด็นการชักจูงผูอ้ ื่นให้เลือกต้งั ผูท้ ่ีตน สนบั สนุน ประเด็นการแสดงสัญลกั ษณ์ในการสนบั สนุนพรรคการเมือง ประเด็นการบริจาคเงินสนบั สนุน และระดมทุน และประเด็นการร่วมรณรงคท์ างการเมือง โดยรวมอยใู่ นระดบั ปานกลาง นอกน้นั มีการการใช้ สารสนเทศทางการเมืองอยใู่ นระดบั นอ้ ย ความตอ้ งการสารสนเทศทางการเมือง อยากให้รัฐบาลจดั ทานโยบายท่ีลงมา ช่วยเหลือประชาชน ตอ้ งการให้รัฐบาลจดั ทานโยบายประชานิยม ตอ้ งการสารสนเทศในประเด็นท่ีเกี่ยวกบั การแสดงความสนใจต่อกิจกรรมทางการเมือง สารสนเทศที่เก่ียวกบั การใช้สิทธิเลือกต้งั สารสนเทศที่ เก่ียวกบั การเร่ิมพูดคุยประเด็นทางการเมือง สารสนเทศที่เก่ียวกบั การชกั จูงผูอ้ ื่นให้เลือกต้งั ผทู้ ี่ตนสนบั สนุน

140 และสารสนเทศที่เก่ียวกบั การร่วมรณรงคท์ างการเมือง โดยรวมอยู่ในระดบั มาก นอกน้นั มีความตอ้ งการ สารสนเทศทางการเมืองอยใู่ นระดบั ปานกลาง การแสวงหาสารสนเทศทางการเมือง มีการแสวงหาสารสนเทศทางการเมืองจาก แหล่งสารสนเทศบุคคล และแหล่งสื่อมวลชน อยูใ่ นระดบั ปานกลาง มีการแสวงหาสารสนเทศทางการเมือง จากแหล่งอินเตอร์เน็ต และแหล่งองคก์ ารทางการเมือง อยู่ในระดบั น้อย นอกน้นั การแสวงหาสารสนเทศ ทางการเมืองอยใู่ นระดบั นอ้ ยที่สุด การใชเ้ คร่ืองมือในการเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมือง มีการใชโ้ ทรทศั น์ อยูใ่ น ระดับมาก มีการใช้โทรศัพท์มือถือ อยู่ในระดับปานกลาง นอกน้ันมีการใช้เครื่องมือในการเปิ ดรับ สารสนเทศทางการเมืองอยใู่ นระดบั นอ้ ย สถานท่ีเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมือง มีการเปิ ดรับท่ีบา้ น อยูใ่ นระดบั มาก มีการ เปิ ดรับท่ีสถานท่ีทางาน ตลาด และเครือข่ายสังคมออนไลน์ อยใู่ นระดบั ปานกลาง นอกน้นั มีการเปิ ดรับตาม สถานที่อยใู่ นระดบั นอ้ ย วิธีการเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมือง มีการเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมืองดว้ ย วิธีการไดย้ ินการสนทนาทางการเมือง และการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง อยูใ่ นระดบั ปานกลาง แต่มี การเขา้ ร่วมประชุม อยใู่ นระดบั นอ้ ย ลกั ษณะสารสนเทศทางการเมือง มีการเปิ ดรับโปสเตอร์หาเสียง และรถแห่หาเสียง อยใู่ นระดบั มาก นอกน้นั มีการเปิ ดรับตามสถานที่อยใู่ นระดบั ปานกลาง คุณภาพของสารสนเทศทางการเมือง มีการให้สารสนเทศมีความทนั สมยั และทนั ต่อเหตุการณ์ในปัจจุบนั อยูใ่ นระดบั มาก นอกน้นั มีการใหค้ ุณภาพของสารสนเทศทางการเมืองอยใู่ นระดบั ปานกลาง กล่มุ อาชีพผู้ใช้แรงงานและบริการ การใช้สารสนเทศทางการเมือง ประเด็นการใช้สิทธิเลือกต้งั อยูใ่ นระดบั มาก แต่ การมีส่วนร่วมในการติดตามผลการนับคะแนนการเลือกต้งั ทุกคร้ัง และติดตามผลการนับคะแนนการ เลือกต้งั ผา่ นทางสื่อสารมวลชนทุกคร้ัง อยูใ่ นระดบั ปานกลาง ประเด็นการการแสดงความสนใจต่อกิจกรรม ทางการเมือง ประเด็นการริเร่ิมประเด็นพูดคุยทางการเมือง ประเด็นการแสดงสัญลกั ษณ์ในการสนบั สนุน พรรคการเมือง ประเด็นการร่วมรณรงคท์ างการเมือง โดยรวมอยู่ในระดบั ปานกลาง รวมท้งั ประเด็นการ บริจาคเงินสนบั สนุนและระดมทุนเช่นกนั แต่มีการบริจาคเงินหรือหรือสิ่งของต่างๆ เพ่อื สนบั สนุนกิจกรรม ทางการเมืองของพรรคการเมือง และไดร้ ับเงินหรือส่ิงของต่างๆ เพื่อสนบั สนุนกิจกรรมทางการเมืองของ พรรคการเมือง อยใู่ นระดบั นอ้ ย นอกน้นั มีการการใชส้ ารสนเทศทางการเมืองอยใู่ นระดบั นอ้ ย ความตอ้ งการสารสนเทศทางการเมือง อยากให้รัฐบาลจดั ทานโยบายที่ลงมา ช่วยเหลือประชาชน และตอ้ งการให้รัฐบาลจดั ทานโยบายประชานิยม อยใู่ นระดบั มากที่สุด อยากใหร้ ัฐบาล จดั ทานโยบายวางแผนระยะยาวท่ีจะเกิดข้ึนในอนาคต ตอ้ งการสารสนเทศในประเด็นที่เกี่ยวกบั การแสดง

141 ความสนใจต่อกิจกรรมทางการเมือง สารสนเทศท่ีเกี่ยวกบั การใชส้ ิทธิเลือกต้งั สารสนเทศท่ีเก่ียวกบั การเริ่ม พูดคุยประเด็นทางการเมือง สารสนเทศท่ีเกี่ยวกบั การชกั จูงผูอ้ ื่นให้เลือกต้งั ผูท้ ่ีตนสนบั สนุน สารสนเทศที่ เกี่ยวกบั การร่วมรณรงค์ทางการเมือง สารสนเทศท่ีเกี่ยวกบั การเขา้ ร่วมกิจกรรมของพรรคการเมือง และ สารสนเทศท่ีเก่ียวกบั การเสนอตวั เป็ นผูแ้ ข่งขนั ทางการเมือง โดยรวมอยู่ในระดบั มาก นอกน้ันมีความ ตอ้ งการสารสนเทศทางการเมืองอยใู่ นระดบั ปานกลาง การแสวงหาสารสนเทศทางการเมือง มีการแสวงหาสารสนเทศทางการเมืองจาก แหล่งสารสนเทศบุคคล และแหล่งส่ือมวลชน อยใู่ นระดบั ปานกลาง มีการแสวงหาสารสนเทศทางการเมือง จากแหล่งอินเตอร์เน็ต และแหล่งองค์การทางการเมือง อยูใ่ นระดบั นอ้ ย นอกน้นั การแสวงหาสารสนเทศ ทางการเมืองอยใู่ นระดบั นอ้ ยท่ีสุด การใช้เคร่ืองมือในการเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมือง มีการใชโ้ ทรทศั น์ อยู่ใน ระดบั มาก มีการใช้วิทยุ และโทรศพั ท์มือถือ อยู่ในระดบั น้อย นอกน้ันมีการใช้เคร่ืองมือในการเปิ ดรับ สารสนเทศทางการเมืองอยใู่ นระดบั นอ้ ยที่สุด สถานที่เปิ ดรับสารสนเทศทางการเมือง มีการเปิ ดรับท่ีบา้ น สถานที่ทางาน และ ตลาด อยใู่ นระดบั ปานกลาง นอกน้นั มีการเปิ ดรับตามสถานที่อยใู่ นระดบั นอ้ ย วิธีการเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมือง มีการเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมืองดว้ ย วธิ ีการไดย้ นิ การสนทนาทางการเมือง และการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง อยูใ่ นระดบั ปานกลาง แต่มี การเขา้ ร่วมประชุม อยใู่ นระดบั นอ้ ย ลกั ษณะสารสนเทศทางการเมือง มีการเปิ ดรับโปสเตอร์หาเสียง และรถแห่หาเสียง โพลทางการเมือง และเสียงโฆษณาพรรคการเมืองผา่ นวิทยุ โทรทศั น์ หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ อยู่ใน ระดบั มาก มีการเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมืองในลกั ษณะอีเมล์ทางการเมือง อยู่ในระดบั นอ้ ย นอกน้นั มี การเปิ ดรับตามสถานท่ีอยใู่ นระดบั ปานกลาง คุณภาพของสารสนเทศทางการเมือง มีการให้สารสนเทศมีความทนั สมยั และทนั ต่อเหตุการณ์ในปัจจุบนั อยูใ่ นระดบั มาก นอกน้นั มีการให้คุณภาพของสารสนเทศทางการเมืองอยูใ่ นระดบั ปานกลาง กลุ่มอาชีพผู้ปฏบิ ตั ิงานในองค์กร การใชส้ ารสนเทศทางการเมือง ประเด็นการใชส้ ิทธิเลือกต้งั โดยรวมอยูใ่ นระดบั มาก แต่มีส่วนร่วมในการติดตามผลการนบั คะแนนการเลือกต้งั ทุกคร้ัง อยใู่ นระดบั ปานกลาง ประเด็นการ การแสดงความสนใจต่อกิจกรรมทางการเมือง ประเด็นการแสดงความสนใจต่อกิจกรรมทางการเมือง และ ประเด็นการการร่วมรณรงคท์ างการเมือง โดยรวมอยรู่ ะดบั ปานกลาง ประเด็นการชกั จูงผูอ้ ื่นให้เลือกต้งั ผูท้ ี่ ตนสนบั สนุน และประเดน็ การร่วมกิจกรรมของพรรคการเมืองและประชุมหรือชุมนุมทางการเมือง โดยรวม อยใู่ นระดบั นอ้ ย นอกน้นั มีการใชส้ ารสนเทศทางการเมืองอยใู่ นระดบั นอ้ ยท่ีสุด

142 ความตอ้ งการสารสนเทศทางการเมือง อยากให้รัฐบาลจดั ทานโยบายท่ีลงมา ช่วยเหลือประชาชน และอยากใหร้ ัฐบาลจดั ทานโยบายวางแผนระยะยาวท่ีจะเกิดข้ึนในอนาคต อยใู่ นระดบั มากท่ีสุด มีความตอ้ งการให้รัฐบาลจดั ทานโยบายประชานิยม ตอ้ งการสารสนเทศในประเด็นท่ีเก่ียวกบั การ แสดงความสนใจต่อกิจกรรมทางการเมือง สารสนเทศที่เกี่ยวกบั การใชส้ ิทธิเลือกต้งั สารสนเทศท่ีเก่ียวกบั การชกั จูงผอู้ ื่นให้เลือกต้งั ผทู้ ่ีตนสนบั สนุน และสารสนเทศที่เกี่ยวกบั การร่วมรณรงคท์ างการเมือง โดยรวม อยใู่ นระดบั มาก นอกน้นั มีความตอ้ งการสารสนเทศทางการเมืองอยใู่ นระดบั ปานกลาง การแสวงหาสารสนเทศทางการเมือง มีการแสวงหาสารสนเทศทางการเมืองจาก แหล่งสารสนเทศบุคคล และแหล่งส่ือมวลชน อยูใ่ นระดบั ปาน นอกน้นั การแสวงหาสารสนเทศทางการ เมืองอยใู่ นระดบั นอ้ ย การใช้เครื่ องมือในการเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมือง มีการใช้โทรทัศน์ โทรศพั ท์มือถือ และคอมพิวเตอร์ อยู่ในระดบั มาก นอกน้ันมีการใช้เคร่ืองมือในการเปิ ดรับสารสนเทศ ทางการเมืองอยใู่ นระดบั ปานกลาง สถานท่ีเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมือง มีการเปิ ดรับบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ อยใู่ นระดบั มาก มีการเปิ ดรับที่บา้ น อยใู่ นระดบั ปานกลาง นอกน้นั มีการเปิ ดรับตามสถานที่อยใู่ นระดบั น้อย และระดบั นอ้ ยท่ีสุด วิธีการเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมือง มีการเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมืองดว้ ย วธิ ีการไดย้ ินการสนทนาทางการเมือง อยูใ่ นระดบั ปานกลาง แต่มีการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง และ การเขา้ ร่วมประชุม อยใู่ นระดบั นอ้ ย ลกั ษณะสารสนเทศทางการเมือง มีการเปิ ดรับโปสเตอร์หาเสียง และรถแห่หาเสียง โพลทางการเมือง และเสียงโฆษณาพรรคการเมืองผ่านวิทยุ โทรทศั น์ หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ อยู่ใน ระดบั มาก มีการเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมืองในลกั ษณะอีเมล์ทางการเมือง อยูใ่ นระดบั น้อย นอกน้นั มี การเปิ ดรับตามสถานท่ีอยใู่ นระดบั ปานกลาง คุณภาพของสารสนเทศทางการเมือง มีการให้สารสนเทศมีความทนั สมยั และทนั ต่อเหตุการณ์ในปัจจุบนั อยูใ่ นระดบั มาก นอกน้นั มีการให้คุณภาพของสารสนเทศทางการเมืองอยใู่ นระดบั ปานกลาง 3.2. จาแนกตามแหล่งทอ่ี ยู่อาศัย สังคมเมือง การใชส้ ารสนเทศทางการเมือง ประเด็นการใชส้ ิทธิเลือกต้งั โดยรวมอยใู่ นระดบั มาก ประเด็นการแสดงความสนใจต่อกิจกรรมทางการเมือง และประเด็นการร่วมรณรงค์ทางการเมือง โดยรวมอยู่ในระดบั ปานกลาง นอกน้ันมีใช้สารสนเทศทางการเมืองอยู่ในระดบั น้อย รวมถึงการริเริ่ม ประเดน็ พดู คุยทางการเมืองเช่นกนั แตม่ ีการสนทนาประเด็นทางการเมืองกบั คนในครอบครัวของท่าน อยใู่ น ระดบั ปานกลาง

143 ความต้องการสารสนเทศทางการเมือง อยากให้รัฐบาลจดั ทานโยบายที่ลงมา ช่วยเหลือประชาชน อยูใ่ นระดบั มากที่สุด อยากให้รัฐบาลจดั ทานโยบายวางแผนระยะยาวท่ีจะเกิดข้ึนใน อนาคต ตอ้ งการให้รัฐบาลจดั ทานโยบายประชานิยม ตอ้ งการสารสนเทศที่เกี่ยวกบั การแสดงความสนใจต่อ กิจกรรมทางการเมือง สารสนเทศที่เก่ียวกบั การใชส้ ิทธิเลือกต้งั สารสนเทศที่เก่ียวกบั การเริ่มพูดคุยประเด็น ทางการเมือง สารสนเทศท่ีเก่ียวกบั การชกั จูงผอู้ ่ืนให้เลือกต้งั ผทู้ ี่ตนสนบั สนุน โดยรวมอยใู่ นระดบั ปานกลาง รวมถึงตอ้ งการสารสนเทศท่ีเกี่ยวกบั การร่วมรณรงคท์ างการเมืองเช่นกนั แต่ตอ้ งการสารสนเทศท่ีเก่ียวขอ้ ง กบั การรณรงคท์ างการเมือง อยู่ในระดบั ปานกลาง นอกน้นั มีความตอ้ งการสารสนเทศทางการเมืองอยูใ่ น ระดบั ปานกลาง การแสวงหาสารสนเทศทางการเมือง มีการแสวงหาสารสนเทศทางการเมืองจาก แหล่งสารสนเทศบุคคล แหล่งส่ือมวลชน และแหล่งอินเตอร์เน็ต อยู่ในระดบั ปานกลาง และแสวงหา สารสนเทศทางการเมืองจากแหล่งองคก์ ารทางการเมือง อยู่ในระดบั นอ้ ย แต่แสวงหาสารสนเทศทางการ เมืองจากแหล่งสารสนเทศสถาบนั อยใู่ นระดบั นอ้ ยที่สุด การใชเ้ ครื่องมือในการเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมือง มีการใช้โทรทศั น์ อยู่ใน ระดับมาก มีการใช้โทรศัพท์มือถือ อยู่ในระดับปานกลาง นอกน้ันมีการใช้เครื่องมือในการเปิ ดรับ สารสนเทศทางการเมืองอยใู่ นระดบั นอ้ ย สถานท่ีเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมือง มีการเปิ ดรับที่บา้ น อยใู่ นระดบั มาก มีการ เปิ ดรับที่สถานที่ทางาน ตลาด และบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ อยใู่ นระดบั ปานกลาง นอกน้นั มีการเปิ ดรับ ตามสถานที่อยใู่ นระดบั นอ้ ย วิธีการเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมือง มีการเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมืองดว้ ย วธิ ีการไดย้ นิ การสนทนาทางการเมือง และการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง อยใู่ นระดบั ปานกลาง แต่มี การเขา้ ร่วมประชุม อยใู่ นระดบั นอ้ ย ลกั ษณะสารสนเทศทางการเมือง มีการเปิ ดรับโปสเตอร์หาเสียง และรถแห่หาเสียง อยูใ่ นระดบั มาก และเปิ ดรับอีเมล์การเมือง อยู่ในระดบั น้อย นอกน้นั มีการเปิ ดรับตามสถานที่อยูใ่ นระดบั ปานกลาง คุณภาพของสารสนเทศทางการเมือง มีการให้คุณภาพของสารสนเทศทา ง การเมืองทุกประเดน็ อยใู่ นระดบั ปานกลาง สังคมชนบท การใชส้ ารสนเทศทางการเมือง ประเด็นการใชส้ ิทธิเลือกต้งั โดยรวมอยใู่ นระดบั มาก แต่มีการติดตามข่าวสารการหาเสียงเลือกต้งั และตดั สินใจในการไปใชส้ ิทธิเลือกต้งั การมีส่วนร่วมใน การติดตามผลการนบั คะแนนการเลือกต้งั ทุกคร้ัง และการติดตามผลการนบั คะแนนการเลือกต้งั ผ่านทาง สื่อสารมวลชนทุกคร้ัง อยู่ในระดบั ปานกลาง ประเด็นการแสดงความสนใจต่อกิจกรรมทางการเมือง และ

144 ประเด็นการร่วมรณรงคท์ างการเมือง โดยรวมอยูใ่ นระดบั ปานกลาง นอกน้นั ใชส้ ารสนเทศทางการเมืองอยู่ ในระดบั นอ้ ย ความต้องการสารสนเทศทางการเมือง อยากให้รัฐบาลจดั ทานโยบายที่ลงมา ช่วยเหลือประชาชน อยู่ในระดบั มากท่ีสุด อยากให้รัฐบาลจดั ทานโยบายวางแผนระยะยาวท่ีจะเกิดข้ึนใน อนาคต ตอ้ งการให้รัฐบาลจดั ทานโยบายประชานิยม ตอ้ งการสารสนเทศท่ีเก่ียวกบั การแสดงความสนใจตอ่ กิจกรรมทางการเมือง สารสนเทศท่ีเกี่ยวกบั การใชส้ ิทธิเลือกต้งั สารสนเทศท่ีเก่ียวกบั การเร่ิมพูดคุยประเดน็ ทางการเมือง สารสนเทศท่ีเก่ียวกบั การชกั จูงผอู้ ื่นให้เลือกต้งั ผทู้ ี่ตนสนบั สนุน โดยรวมอยใู่ นระดบั ปานกลาง รวมถึงตอ้ งการสารสนเทศที่เกี่ยวกบั การร่วมรณรงคท์ างการเมืองเช่นกนั แต่ตอ้ งการสารสนเทศท่ีเก่ียวขอ้ ง กบั การรณรงคท์ างการเมือง อยูใ่ นระดบั ปานกลาง นอกน้นั มีความตอ้ งการสารสนเทศทางการเมืองอยูใ่ น ระดบั ปานกลาง การแสวงหาสารสนเทศทางการเมือง มีการแสวงหาสารสนเทศทางการเมืองจาก แหล่งสารสนเทศบุคคล แหล่งสื่อมวลชน และแหล่งอินเตอร์เน็ต อยู่ในระดบั ปานกลาง และแสวงหา สารสนเทศทางการเมืองจากแหล่งสารสนเทศสถาบนั และแหล่งองคก์ ารทางการเมือง อยใู่ นระดบั นอ้ ย การใช้เคร่ืองมือในการเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมือง มีการใชโ้ ทรทศั น์ อยู่ใน ระดับมาก มีการใช้โทรศัพท์มือถือ อยู่ในระดับปานกลาง นอกน้ันมีการใช้เคร่ืองมือในการเปิ ดรับ สารสนเทศทางการเมืองอยใู่ นระดบั นอ้ ย สถานที่เปิ ดรับสารสนเทศทางการเมือง มีการเปิ ดรับท่ีบา้ น อยูใ่ นระดบั มาก มีการ เปิ ดรับที่สถานท่ีทางาน ตลาด บนเครือขา่ ยสังคมออนไลน์ และเวทีสาธารณะ อยใู่ นระดบั ปานกลาง นอกน้นั มีการเปิ ดรับตามสถานท่ีอยใู่ นระดบั นอ้ ย วิธีการเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมือง มีการเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมืองดว้ ย วธิ ีการไดย้ ินการสนทนาทางการเมือง และการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง อยใู่ นระดบั ปานกลาง แต่มี การเขา้ ร่วมประชุม อยใู่ นระดบั นอ้ ย ลกั ษณะสารสนเทศทางการเมือง มีการเปิ ดรับโปสเตอร์หาเสียง รถแห่หาเสียง และเสียงโฆษณาพรรคการเมืองผ่านวิทยุ โทรทศั น์ หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ อยู่ในระดบั มาก และ เปิ ดรับอีเมลก์ ารเมือง อยใู่ นระดบั นอ้ ย นอกน้นั มีการเปิ ดรับตามสถานท่ีอยใู่ นระดบั ปานกลาง คุณภาพของสารสนเทศทางการเมือง มีการให้สารสนเทศมีความทนั สมยั และทนั ต่อเหตุการณ์ในปัจจุบนั อยูใ่ นระดบั มาก นอกน้นั มีการให้คุณภาพของสารสนเทศทางการเมืองอยใู่ นระดบั ปานกลาง

145 อภิปรายผล 1. การตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมืองของคนไทย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั ไทยปี 2560 (รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั ไทย, 2560) มาตราที่ 50 ได้ กาหนดหนา้ ท่ีของปวงชนชาวไทย ในขอ้ ที่ 7 ระบุไวว้ า่ “ไปใชส้ ิทธิเลือกต้งั หรือลงประชามติอยา่ งอิสระโดย คานึงถึงประโยชน์ส่วนรวมของประเทศเป็ นสาคญั ” และมาตราท่ี 78 ระบุวา่ “รัฐพึงส่งเสริมให้ประชาชน และชุมชนมีความรู้ความเขา้ ใจท่ีถูกตอ้ งเก่ียวกบั การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รง เป็นประมุข และมีส่วนร่วมในการพฒั นาประเทศดา้ นต่าง ๆ การจดั ทาบริการสาธารณะท้งั ในระดบั ชาติและ ระดบั ทอ้ งถ่ิน การตรวจสอบการใชอ้ านาจรัฐการต่อตา้ นการทุจริตและประพฤติมิชอบ รวมตลอดท้งั การ ตดั สินใจทางการเมือง และการอื่นใดบรรดาท่ีอาจมีผลกระทบต่อประชาชนหรือชุมชน” ซ่ึงผลการวิจยั พบวา่ ผูต้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีการตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยรวมอยใู่ นระดบั ปาน กลาง เมื่อพิจารณาตามรายประเด็นแล้ว พบว่า มีการให้ความสาคญั กบั การใช้สิทธิเลือกต้งั มากที่สุด ซ่ึง สอดคลอ้ งกบั รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั ไทยปี 2560 ที่กาหนดให้ประชาชนชาวไทยไปใชส้ ิทธิเลือกต้งั หรือลงประชามติอยา่ งอิสระโดยคานึงถึงประโยชน์ส่วนรวมของประเทศเป็ นสาคญั โดยเห็นความสาคญั ใน การใชส้ ิทธิเลือกต้งั สมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ซ่ึงการเลือกต้งั ล่าสุดที่เกิดข้ึนน้นั อยู่ในปี พ.ศ. 2554 และในปี พ.ศ. 2557 ไดเ้ กิดรัฐประหารข้ึน จึงไม่มีกิจกรรมการเลือกต้งั จนถึงปัจจุบนั รวมถึงการ ให้ความสาคัญในการใช้สิทธิเลือกต้งั ขององค์การบริหารส่วนตาบลและองค์การบริหารส่วนจงั หวดั เน่ืองจากในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2561 สมาชิกสภาและผบู้ ริหารทุกองคก์ รขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน (อปท.) จะมีการบริหารครบวาระทวั่ ประเทศ จานวน 7,852 แห่ง (กรมส่งเสริมการปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน, 2561) จึงทาใหป้ ระชาชนตื่นตวั และใหค้ วามสาคญั กบั การเลือกต้งั ในระดบั ประเทศและระดบั ทอ้ งถ่ินที่จะ เกิดข้ึนในคร้ังตอ่ ไป ท้งั น้ีประชาชนใหค้ วามสาคญั ของการเลือกต้งั วา่ เป็นหนา้ ท่ีของตนเอง ซ่ึงหากไม่ปฏิบตั ิ ตามอาจจะตอ้ งเสียสิทธิการเมืองบางประการ ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั ดนูนารถ จีนอนนั ต์ (2552 : 154) ท่ีศึกษาการ มีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในเขตอาเภอเมือง จงั หวดั อุตรดิตถ์ พบวา่ การมีส่วนร่วมทางการเมือง โดยรวมอยใู่ นระดบั ปานกลาง โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ การไปใชส้ ิทธิลงคะแนนเสียงเลือกต้งั ส่วนการแสดงสัญลกั ษณ์ในการสนบั สนุนพรรคการเมือง การบริจาคเงินสนบั สนุนและระดมทุน และการร่วมกิจกรรมของพรรคการเมืองและประชุมหรือชุมนุมทางการเมือง อยู่ในระดบั น้อย อาจเป็ น เพราะวา่ การออกคาสงั่ ของหวั หนา้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ท่ี 3/2558 ขอ้ ท่ี 12 ระบุวา่ “ผใู้ ดมวั่ สุม หรือชุมนุมทางการเมือง ณ ท่ีใด ๆ ท่ีมีจานวนต้งั แต่ห้าคนข้ึนไป ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหน่ึงหม่ืนบาท หรือท้งั จาท้งั ปรับ เวน้ แต่เป็ นการชุมนุมท่ีได้รับอนุญาตจากหัวหน้าคณะ รักษาความสงบแห่งชาติหรือผูท้ ี่ไดร้ ับมอบหมาย” และ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 กาหนดให้ ผูจ้ ดั การชุมนุมตอ้ งแจง้ การชุมนุมต่อตารวจในทอ้ งท่ีล่วงหนา้ 24 ชวั่ โมง ห้ามการชุมนุมสาธารณะในรัศมี 150 เมตรจากพระราชวงั ห้ามกีดขวางทางเขา้ ออกหน่วยงานของรัฐ ห้ามก่อให้เกิดความไม่สะดวกแก่ ประชาชน ห้ามพกอาวธุ ห้ามปิ ดบงั ใบหนา้ ห้ามข่มข่ใู ห้เกิดความกลวั ห้ามเคล่ือนขบวนตอนกลางคืน ฯลฯ

146 โดยการฝ่ าฝืนขอ้ หา้ มแตล่ ะขอ้ น้นั มีบทกาหนดโทษแตกต่างกนั ไป จากคาสง่ั ดงั กล่าวทาใหป้ ระชาชนไม่กลา้ เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองท้งั การสวมเส้ือหรือติดสต๊ิกเกอร์ของพรรคการเมือง การบริจาคเงินเพื่อ สนบั สนุนการทางานของสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร สมาชิกวฒุ ิสภา และกานนั /ผใู้ หญบ่ า้ น การเขา้ ร่วมชุมนุม ทางการเมืองที่มีการรวมกลุ่มการต่อสู้ทางการเมือง และเขา้ ร่วมในการต่อสู้ที่เกี่ยวขอ้ งกบั ผลประโยชน์ของ ชุมชน ส่วนการเสนอตวั เป็ นตวั แทนทางการเมือง พบวา่ ผูต้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีอายุอยูร่ ะหวา่ ง 18- 30 ปี อยู่ในกลุ่มอาชีพนักเรียน/นักศึกษา ซ่ึงไม่สอดคล้องกบั คุณสมบตั ิการการสมคั รเป็ นตวั แทนทาง การเมืองท้งั ในระดบั ประเทศและระดบั ทอ้ งถ่ินที่ระบุว่าผูส้ มคั รตอ้ งเคยรับราชการหรือปฏิบตั ิหน้าท่ีใน หน่วยงานรัฐ/เคยมีช่ืออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวดั ท่ีสมัคร ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปี (สานักงาน คณะกรรมการการเลือกต้งั , 2561) ดงั น้นั หากมีการยกเลิกคาสง่ั อาจจะส่งผลใหป้ ระชาชนมีการตดั สินใจใน การเขา้ ร่วมกิจกรรมทางการเมืองต่าง ๆ มากข้ึนในอนาคต 2. พฤตกิ รรมการการสื่อสารสารสนเทศทางการเมืองของคนไทย 2.1. ความต้องการสารสนเทศทางการเมือง จากผลการวิจยั พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่ตอ้ งการสารสนเทศเก่ียวกบั นโยบายของ รัฐบาลไม่ว่าจะเป็ นการช่วยเหลือประชาชน การวางแผนระยะยาวท่ีจะเกิดข้ึนในอนาคต และการจดั ทา ประชานิยม รวมถึงสารสนเทศสนเทศที่เกี่ยวกบั การแสดงความสนใจต่อกิจกรรมทางการเมือง การใชส้ ิทธิ เลือกต้งั การเริ่มพูดคุยประเด็นทางการเมือง การชกั จูงผูอ้ ่ืนให้เลือกต้งั ผทู้ ี่ตนสนบั สนุน และการร่วมรณรงค์ ทางการเมืองอยูใ่ นระดบั มาก แต่เมื่อจาแนกตามกลุ่มอาชีพ พบวา่ กลุ่มอาชีพนกั เรียน/นกั ศึกษา กลุ่มอาชีพ การผลิต กลุ่มอาชีพการคา้ กลุ่มอาชีพผูใ้ ชแ้ รงงานและบริการ และกลุ่มอาชีพผปู้ ฏิบตั ิงานในองคก์ ร มีความ ตอ้ งการใหร้ ัฐบาลจดั ทานโยบายที่ลงมาช่วยเหลือประชาชนมากท่ีสุด ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั Atkin (1973) ท่ีกล่าว ไวว้ า่ ผทู้ ี่ตอ้ งการข่าวสารทางการเมืองมาจากความตอ้ งการที่จะทราบถึงผลประโยชนท์ ่ีตนเองจะไดร้ ับ ไมว่ า่ จะเป็ นนโยบายของรัฐบาลในการแกป้ ัญหา การช่วยเหลือประชาชนหรือแนวทางในการดาเนินชีวติ ประจา วนั รวมถึงความพงึ พอใจส่วนตวั ที่ตอ้ งการขา่ วสารเพื่อทราบถึงสวสั ดิการท่ีตนเองจะไดร้ ับ เช่น สารสนเทศ ท่ีเก่ียวกบั นโยบายประชานิยม ดงั น้นั การเปิ ดเผยสารสนเทศดา้ นนโยบายของรัฐบาลที่จะดาเนินการบริหาร ประเทศและช่วยเหลือประชาชนควรมีความชดั เจนและถูกตอ้ ง ไม่เป็ นช่องทางในการก่อให้เกิดการทุจริต คอรัปชนั่ ในการบริหารบา้ นเมือง ซ่ึงการกาหนดยทุ ธศาสตร์แห่งชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) นบั วา่ เป็ นการ กาหนดนโยบายในการพฒั นาประเทศในระยะยาวท่ีจะทาให้ตนเองไดท้ ราบวา่ จะมีการดาเนินชีวติ ประจาวนั อยา่ งไรเพ่ือใหส้ อดรับกบั ยทุ ธศาสตร์แห่งชาติ 20 ปี แมว้ า่ ยุทธศาสตร์ชาติจะมีผลผกู พนั ที่ใหร้ ัฐบาลชุดใหม่ ท่ีจะเขา้ มาบริหารประเทศจะตอ้ งปฏิบตั ิตาม และเป็ นการปฏิบตั ิตามท่ีอยู่บนพ้ืนฐานความตอ้ งการของ ประชาชน ซ่ึงหากรัฐบาลใหม่มีนโยบายท่ีจะขบั เคลื่อนประเทศก็สามารถทาควบคู่ไปได้ ซ่ึงประชาชนก็จะ ไดร้ ับผลประโยชน์โดยตรง

147 2.2. การแสวงหาสารสนเทศทางการเมือง จากผลการวจิ ยั พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีการแสวงหาสารสนเทศทางการเมืองจาก แหล่งสารสนเทศบุคคล แหล่งส่ือมวลชน และแหล่งอินเตอร์เน็ต ซ่ึงการแสวงหาสารสนเทศทางการเมือง จากแหล่งสารสนเทศบุคคลน้ันอาจเป็ นเพราะวา่ ผูต้ อบแบบสอบถามใช้วิธีการถามจากบุคคลใกลช้ ิดเม่ือ ตอ้ งการทราบสารสนเทศทางการเมืองท่ีตนเองตอ้ งการหรือท่ีขาดหายไป ไมว่ า่ จะเป็น คนในครอบครัว ผนู้ า ชุมชน และผรู้ ่วมงาน ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั เกศสุดา วฒุ ิ (2552) อญั ชสา สีนวนแกว้ (2558) และโชคธารงค์ จงจอ หอ. (2560) ที่พบวา่ การแสวงหาสารสนเทศทางการเมืองจะเป็ นการสอบถามจากบุคคลใกลช้ ิด และเพ่ือน ร่วมงานหรือหวั หนา้ งาน เพราะแหล่งสารสนเทศดงั กล่าวเป็นแหล่งที่อยใู่ กล้ เขา้ ไดส้ ะดวกและรวดเร็ว ไมจ่ า เป็นตอ้ งเดินทางใหเ้ สียเวลาเพ่ือไปหาสารสนเทศจากแหล่งอื่นๆ ส่วนแหล่งส่ือมวลชน ไดแ้ ก่ โทรทศั น์ วทิ ยุ หนงั สือพิมพแ์ ละนิตยสาร เป็ นแหล่งสารสนเทศท่ีทุกคนสามารถเขา้ ถึงสารสนเทศทางการเมืองไดง้ ่าย ซ่ึง สอดคลอ้ งกบั วิชุดา ต่ิงตอ้ ย (2551) และสุรียา ทศั นาทินกร (2559) ที่พบวา่ ประชาชนมีการติดตามข่าวสาร ทางการเมืองจากสื่อโทรทศั น์มากท่ีสุด ซ่ึงเป็นสื่อท่ีสามารถเขา้ ถึงไดง้ ่าย มีท้งั ภาพและเสียง มีความน่าสนใจ ในการติดตาม อีกท้งั ขอ้ มูลสารสนเทศท่ีได้ยงั มีความทนั สมยั มีขอ้ มูลมาก และหลากหลายกว่าแหล่งอ่ืนๆ รวมถึงแหล่งอินเตอร์เน็ต ที่ผตู้ อบแบบสอบถามสามารถเขา้ ถึงสารสนเทศทางการเมืองไดง้ ่าย สะดวก และ รวดเร็ว เขา้ ถึงไดท้ ุกท่ีทุกเวลา จึงทาใหแ้ หล่งสารสนเทศท่ีกล่าวมาขา้ งตน้ เป็นช่องทางการสื่อสารสารสนเทศ ทางการเมืองท่ีมีผลตอ่ การตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมืองของผตู้ อบแบบสอบถาม 2.2.1. เครือ่ งมือในการเปิ ดรบั สารสนเทศทางการเมือง จากผลการวจิ ยั พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามส่วนใหญร่ ับสารสนเทศสนเทศทางการเมืองจาก โทรทศั น์มากท่ีสุด ซ่ึงโทรทศั น์เป็ นเครื่องมือในการเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมืองท่ีมีอยู่ทว่ั ไป โดยมี ความสามารถในการส่งขา่ วสารทางการเมืองในรูปแบบภาพและเสียงไปสู่ผูร้ ับสารไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว และยงั มี สีสันท่ีน่าสนใจ รวมถึงการส่งกระจายเสียงครอบคลุมพ้นื ที่ไดก้ วา้ งขวาง มีการเสนอข่าวฉบั ไว ทนั เหตุการณ์ และเขา้ ใจง่าย คุณสมบตั ิเหล่าน้ีส่งผลใหม้ ีการรับขา่ วสารจากโทรทศั น์มากกวา่ สื่ออื่น ๆ ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั คิว ซิค คิม (2545) และ รุ่งอรุณ กุลหินต้งั (2558) ที่พบวา่ ประชาชนมีการเปิ ดรับข่าวสารจากโทรทศั น์มากกว่า วทิ ยุและหนงั สือพิมพ์ โดยผูว้ จิ ยั ไดจ้ าแนกตามกลุ่มอาชีพ พบวา่ กลุ่มอาชีพผใู้ ชแ้ รงงานและบริการมีการใช้ คอมพิวเตอร์เป็ นเคร่ื องมือในการเปิ ดรับข่าวสารทางการเมืองน้อยท่ีสุด อาจเป็ นเพราะว่าผู้ตอบ แบบสอบถามในกลุ่มอาชีพน้ี เช่น ลูกจา้ งในโรงงานการผลิต พนกั งานบริการในร้านอาหาร และพนกั งาน ป๊ัมน้ามนั ไม่มีความจาเป็ นในการใช้คอมพิวเตอร์ในการปฏิบตั ิงาน แต่มีการใชโ้ ทรทศั น์เป็ นเคร่ืองมือใน การเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมือง จะเห็นไดว้ า่ โทรทศั น์เป็ นเครื่องมือท่ีทุกคนสามารถเปิ ดรับสารสนเทศ ทางการเมืองไดง้ ่าย สะดวก และรวดเร็ว 2.2.2. สถานทีเ่ ปิ ดรบั สารสนเทศทางการเมือง จากผลการวิจยั พบวา่ ผูต้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่รับสารสนเทศทางการเมืองอยูท่ ี่บา้ น มากที่สุด อาจเป็ นเพราะวา่ บา้ นเป็ นสถานที่ที่มีเครื่องมือในการเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมือง ไม่วา่ จะเป็น

148 โทรทศั น์ วิทยุ และหนงั สือพิมพอ์ ยูต่ ลอดเวลา ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั อณพสิษฐ ไชยเชษฐ์ (2543) ท่ีกล่าวไวว้ า่ ประชาชนในเขตเทศบาลนครขอนแก่นมีการเปิ ดรับสารสนเทศทางการเมืองที่บา้ นผ่านช่องทางโทรทศั น์ และวิทยุมากที่สุด เม่ือผูว้ ิจยั ได้จาแนกตามเขตที่อยู่อาศยั พบว่า ในสังคมเมืองมีการใช้เวทีสาธารณะเป็ น สถานที่เปิ ดรับสารสนเทศทางการเมืองอยใู่ นระดบั น้อย แต่สังคมชนบทมีการใช้เวทีสาธารณะอยูใ่ นระดบั ปานกลาง อาจเป็นเพราะวา่ เวทีสาธารณะในสังคมชนบทหมายถึงศาลากลางหมู่บา้ นที่มีการจดั ประชุมช้ีแจง ข่าวสารของผนู้ าชุมชนตอ่ คนในชุมชนอยอู่ ยา่ งตอ่ เนื่อง ไม่วา่ จะเป็นข่าวสารทางการเมือง เหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึน ในชุมชน และการพฒั นาชุมชน ทาให้ประชาชนในเขตชนบทมีการใชเ้ วทีสาธารณะมากกวา่ สังคมเมือง ซ่ึง สอดคล้องกบั อาพล สิงหโกวินทร์ และสวสั ด์ิ กฤตรัชตนันทน์ (2516) กล่าวว่า แหล่งสารสนเทศทาง การเมืองท่ีสาคญั ท่ีสุดของประชาชนคือ การประชุมช้ีแจงข่าวสารของกานนั /ผใู้ หญ่บา้ นผา่ นเวทีสาธารณะ ดงั น้นั ผนู้ าชุมชนควรมีการเผยแพร่สารสนเทศทางการเมืองท่ีถูกตอ้ ง เป็ นปัจจุบนั และเอ้ือประโยชน์ต่อคน ในชุมชน 2.2.3. วิธีการเปิ ดรบั สารสนเทศทางการเมอื ง จากผลการวิจยั พบว่า ผูต้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีวิธีการเปิ ดรับสารสนเทศทางการ เมืองโดยการไดย้ ินการสนทนาการเมือง และการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง อาจเป็ นเพราะว่าในการ ดาเนินชีวิตประจาวนั วนั น้ันประชาชนมีการพูดคุยสื่อสารระหว่างกันอย่างสม่าเสมอ ไม่ว่าจะเป็ นการ สนทนาระหวา่ งคนในครอบครัว คนในชุมชน เพื่อนร่วมงาน ที่มีการพูดคุยกนั ในเร่ืองต่าง ๆ รวมถึงขอ้ มูล ข่าวสารทางการเมือง รับฟังสารสนเทศทางการเมืองผา่ นส่ือมวลชน ยอ่ มมีการแสดงความคิดเห็นสอดแทรก ในประเดน็ น้นั ๆ เช่น การสนทนาเกี่ยวกบั การเมือง เป็นตน้ ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั อณพสิษฐ ไชยเชษฐ์ (2543) ที่ กล่าวไวว้ า่ ผูต้ อบแบบสอบถามมีการเลือกรับสารสนเทศทางการเมืองผ่านส่ือมวลชน ซ่ึงเป็ นการเปิ ดรับ เรื่องราวสาธารณะต่าง ๆ รวมถึงสารสนเทศทางการเมืองที่นาไปใชใ้ นการสนทนาและแสดงความคิดเห็น ทางการเมือง ถือวา่ เป็ นการมีส่วนร่วมทางการเมืองในการริเร่ิมประเด็นพูดคุยทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็ น แลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมืองในการดาเนินงานของพรรคการเมือง สมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรและ สมาชิกวฒุ ิสภา และการวพิ ากษว์ จิ ารณ์และติดตามการดาเนินงานขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน 2.2.4. ลกั ษณะสารสนเทศทางการเมือง จากผลการวจิ ยั พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามส่วนใหญร่ ับสารสนเทศทางการเมืองในลกั ษณะ โปสเตอร์หาเสียง และรถแห่หาเสียง อยู่ในระดับมาก สังเกตได้จากทุกคร้ังท่ีมีการเลือกต้ังท้ังใน ระดบั ประเทศและระดบั ทอ้ งถิ่นมกั มีการจดั ทาสื่อประชาสัมพนั ธ์ในลกั ษณะต่าง ๆ ของผเู้ สนอตวั เขา้ รับการ เลือกต้งั เป็ นตวั แทนทางการเมือง เช่น โปสเตอร์หาเสียง ท่ีถูกติดต้งั ไวต้ ามสถานท่ีต่าง ๆ ทาให้ประชาชนที่ สัญจรผา่ นสถานท่ีน้นั พบเห็นโปสเตอร์หาเสียงไดง้ ่าย อีกท้งั การใชร้ ถแห่หาเสียง เป็ นการประชาสัมพนั ธ์ที่ ประชาชนสามารถเขา้ ถึงไดง้ ่ายเช่นกนั ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั นิลุบล ใจอ่อนนอ้ ม (2543) พบวา่ ประชาชนมีการ เปิ ดรับขอ้ มูลข่าวสารจากสื่อต่าง ๆ โดยสื่อท่ีเปิ ดรับมากกว่าส่ืออ่ืน ๆ คือแผ่นป้ายหาเสียง รองลงมาเป็ น เอกสารส่ิงพิมพ์ และโทรทศั น์ตามลาดบั

149 2.2.5. คุณภาพสารสนเทศทางการเมือง จากผลการวจิ ยั พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่ให้สารสนเทศมีความทนั สมยั และทนั ต่อเหตุการณ์ใน ปัจจุบนั อยูใ่ นระดบั มาก เพราะขอ้ มูลข่าวสารทางการเมืองมีการเปลี่ยนแปลงอยา่ งรวดเร็ว ทาให้ประชาชน ตอ้ งการตอ้ งมูลข่าวสารท่ีทนั สมยั อยูต่ ลอดเวลา ซ่ึง Hendriks Vettenen (2004) ไดก้ ล่าววา่ บุคคลท่ีมีความรู้ ทางการเมืองมาก จะมีการพิจารณาคุณภาพสารสนเทศทางการเมืองโดยการเปิ ดรับและรู้ถึงแหล่งสารสนเทศ มากไปด้วย ส่วนความน่าเช่ือถือต่อสารสนเทศทางการเมืองน้ัน ประชาชนสามารถปฏิเสธการเปิ ดรับ สารสนเทศทางการเมืองท่ีไม่ตอ้ งการหากมีแหล่งสารสนเทศท่ีอาจทาให้เกิดความสงสัย ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั สุรียา ทศั นาทินกร (2559) ท่ีพบวา่ มีความตอ้ งการในการใชส้ ารสนเทศปี ปัจจุบนั มากที่สุด โดยใหเ้ หตุผลวา่ ข้อมูลข่าวสารที่การอัพเดททันต่อสถานการณ์เป็ นข้อมูลท่ีมีความจาเป็ นมาก จะทาให้รู้เท่าทันและ ปรับเปล่ียนแผนต่างๆ ให้เขา้ กบั สถานการณ์มากที่สุด จาเป็ นตอ้ งติดตามขอ้ มูลให้เป็ นปัจจุบนั อยูเ่ สมอ เพื่อ ไม่ให้เกิดการผดิ พลาดในการปฏิบตั ิงานงาน เพราะขอ้ มูลท่ีมีความทนั สมยั เป็ นขอ้ มูลมีความน่าเช่ือถือ และ สามารถนามาปรับปรุงเปล่ียนแปลงใหเ้ ขา้ กบั งานไดท้ นั ที 2.3. การใช้สารสนเทศทางการเมืองของคนไทย จากผลการวจิ ยั พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีการใชส้ ารเทศทางการเมืองโดยรวมอยู่ ในระดบั ปานกลาง แต่มีการใชส้ ารสนเทศทางการเมืองในการสิทธิเลือกต้งั โดยการติดตามข่าวสารในการ หาเสียงเลือกต้งั และตดั สินใจในการไปใช้สิทธิเลือกต้งั รวมถึงการตดั สินใจเลือกพรรคการเมืองโดยดูจาก นโยบายของพรรคและพิจารณาจากคุณสมบตั ิของบุคคลท่ีรับสมคั รการเลือกต้งั อยูใ่ นระดบั มาก อาจเป็ น เพราะวา่ การใชส้ ิทธิเลือกต้งั เป็นสิทธิหนา้ ท่ีของประชาชน โดยมีการคานึงถึงพรรคการเมืองและคุณสมบตั ิ ของบุคคลท่ีรับสมคั รการเลือกต้งั ประกอบกนั ซ่ึงตอ้ งใชส้ ารสนเทศท่ีถูกตอ้ ง แม่นยา และเป็ นปัจจุบนั ใน การตดั สินใจการเลือกต้งั พรรคการเมืองและตวั แทนการเมืองเขา้ มาบริหารท้งั ในระดบั ประเทศและระดบั ทอ้ งถ่ิน เมื่อจาแนกตามกลุ่มอาชีพ พบวา่ นกั เรียน/นกั ศึกษา มีส่วนร่วมในการติดตามผลการนบั คะแนนการ เลือกต้งั ทุกคร้ัง อยู่ในระดับน้อย อาจเป็ นเพราะว่า นักเรียน/นักศึกษามีการใช้สิทธิในการเลือกต้งั ตาม กฎหมายของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทยปี พ.ศ. 2560 แต่นกั เรียน/นกั ศึกษาไม่ไดม้ ีความสนใจใน การติดตามผลการนบั คะแนนการเลือกต้งั เนื่องจากการนบั ผลคะแนนการเลือกต้งั โดยส่วนใหญ่แลว้ เป็ น กลุ่มของผทู้ ่ีเก่ียวขอ้ ง เช่น ผนู้ าชุมชน กรรมการชุมชน องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น (อปท.) หน่วยงานระดบั จงั หวดั สานกั งานคณะกรรมการการเลือกต้งั ประจาจงั หวดั เป็นตน้ ดงั น้นั ควรมีการส่งเสริม ประชาสมั พนั ธ์ รณรงค์ และใหค้ วามรู้ความเขา้ ใจถึงความสาคญั ในการติดตามผลการเลือกต้งั ในกบั นกั เรียน/นกั ศึกษา ส่วนการริเริ่มประเด็นพดู คุยทางการเมือง การชกั จูงผอู้ ื่นให้เลือกต้งั ผทู้ ี่ตนสนบั สนุน การแสดง สัญลกั ษณ์ในการสนบั สนุนพรรคการเมือง การร่วมกิจกรรมของพรรคการเมืองและประชุมหรือชุมนุมทาง การเมือง และการเสนอตวั เป็ นผูแ้ ข่งขนั ทางการเมือง อยู่ในระดบั น้อย อาจเป็ นเพราะว่าการออกคาส่ังของ หวั หน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ท่ี 3/2558 และ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มีการ จากดั การเขา้ ร่วมกิจกรรมทางการเมือง ทาใหผ้ ตู้ อบแบบสอบถามไม่สามารถใชส้ ารสนเทศทางการเมืองใน

150 การทากิจกรรมดงั น้ีกล่าวมาขา้ งตน้ ไม่วา่ จะเป็ นการพบปะพูดคุยประเด็นทางการเมืองกบั เพ่ือนบา้ น/ชุมชน การแสดงความคิดเห็นทางการเมืองผา่ นสื่อสงั คมออนไลน์ การโนม้ นา้ วใจใหผ้ อู้ ่ืนเลือกนกั การเมืองท่ีตนเอง เห็นวา่ เหมาะสม การติดสัญลกั ษณ์ของพรรคการเมืองท่ีเส้ือหรือยานพาหนะท่ีตนเองสนบั สนุน การบริจาค เงินหรือหรือสิ่งของต่าง ๆ เพ่ือสนบั สนุนกิจกรรมทางการเมืองของพรรคการเมือง การรับเงินหรือสิ่งของ ต่าง ๆ เพื่อสนบั สนุนกิจกรรมทางการเมืองของพรรคการเมือง การเขา้ ร่วมกิจกรรมหรือรับฟังการหาเสียง หรือนโยบายของพรรคการเมือง และการหาขอ้ มูลในการเสนอช่ือเพ่อื เขา้ ชิงตาแหน่งทางการเมือง ข้อเสนอแนะ 1. ข้อเสนอแนะจากการวจิ ัย จากการวิจยั ในคร้ังน้ี พบวา่ พฤติกรรมการส่ือสารสารสนเทศทางการเมืองของคนไทย มีความ ตอ้ งการสารสนเทศทางดา้ นนโยบายท่ีจะช่วยเหลือประชาชน และการวางแผนพฒั นาประเทศในอนาคต ที่ จะส่งผลให้ประชาชนไดร้ ับประโยชน์สูงสุดจากการบริหารประเทศจากตวั แทนทางการเมืองท่ีไดร้ ับการ เลือกต้งั ท้งั ในระดบั ประเทศและระดบั ทอ้ งถิ่น จากความตอ้ งการดงั กล่าวทาให้ประชาชนมีการแสวงหา สารสนเทศจากคนใกลช้ ิด คนในครอบครัว และเพื่อนร่วมงาน ซ่ึงโดยส่วนใหญ่มีการเปิ ดรับสารสนเทศ ทางการเมืองผา่ นโทรทศั น์ ดงั น้นั สารสารสนเทศทางการเมืองควรมีคุณภาพไม่ว่าจะเป็ นความน่าเชื่อถือ ความถูกตอ้ ง ความทนั สมยั มีความสอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการ สามารถพิสูจน์ได้ และสามารถนาไปใช้ ประกอบการตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมือง ซ่ึงจะสะทอ้ นความรู้ความเขา้ ใจในเร่ืองการเมืองของ สังคมไทย เพื่อเป็ นแนวทางในการพฒั นาสารสนเทศท่ีสามารถตอบสนองความตอ้ งการ เพ่ือใหม้ ีพฤติกรรม ทางการเมืองท่ีอยบู่ นความรู้ความเขา้ ใจทางการเมืองได้ แต่การเขา้ ร่วมกิจกรรมทางการเมืองต่าง ๆ จะตอ้ ง อยภู่ ายใตก้ ฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2560 2. ข้อเสนอแนะในการทาวจิ ัยคร้ังต่อไป 2.1. ควรมีการวิจยั เก่ียวกบั พฤติกรรมการส่ือสารสารสนเทศทางการเมืองของคนไทย โดยเก็บ กลุ่มตวั อยา่ งจากภูมิภาคอ่ืน ๆ นอกเหนือจากภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ 2.2. ควรศึกษาแนวทางการส่งเสริมใหป้ ระชาชนเขา้ มามีส่วนร่วมทางการเมืองใหม้ ากข้ึน 2.3. ควรมีการศึกษาปัจจยั เอ้ือตอ่ การตดั สินใจในการมีส่วนร่วมทางการเมือง

151 บรรณานุกรม เกศสุดา วฒุ ิ. (2553). การรับรู้ข่าวสารทางการเมืองของประชาชนในพืน้ ท่ีเทศบาลนครเชียงราย. วทิ ยานิพนธ์ ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบณั ฑิต มหาวทิ ยาลยั นเรศวร. คาส่ังหวั หนา้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี 3/2558 เรื่องการรักษาความสงบเรียนร้อยและความมนั่ คงของ ชาติ. ราชกจิ จานุเบกษา เล่มท่ี 132 ตอนพเิ ศษ 73 ง, 1 เมษายน 2558. คิวซิค คิม. (2545). ทัศนะต่อข่าวสารทางการเมืองจากหนังสือพิมพ์กับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตาบลและประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้. วิทยานิพนธ์ ปริญญาศิลปศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ าภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์. จุฑารัตน์ ช่างทอง. (2554). รูปแบบพฤติกรรมสารสนเทศของเยาวชนไทยจากการศึกษาโดยใช้ทฤษฎีฐาน ราก. วทิ ยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบณั ฑิต มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น. ชวรัตน์ มารุ่งเรือง. (2560). แนวทางสร้างประชาธิปไตยอย่างยั่งยืนในสังคมไทย. กรุงเทพฯ : สานกั งานศาล รัฐธรรมนูญ. ชานาญ จันทร์เรื อง. (2551). การเมืองคืออะไร. เครือข่ายกฎหมายมหาชนไทย. จาก http://public- law.net/publaw/view.aspx?id=1242 เชษฐา ไชยสัตย.์ (2555). การส่ือสารทางการเมืองท่ีมีอทิ ธิพลต่อพฤติกรรมการออกเสียงเลือกต้ังการเมือง ท้องถิ่น : กรณีศึกษาการเลือกต้ังท้องถ่ินในจังหวัดอุบลราชธานี. วิทยานิพนธ์ปริญญารัฐศาสตร มหาบณั ฑิต มหาวทิ ยาลยั รามคาแหง. โชคธารงค์ จงจอหอ. (2560). พฤติกรรมการแสวงหาความรู้ภูมิปัญญาขา้ วไทย, พฤติกรรมการแสวงหา ความรู้ภูมิปัญญาขา้ วไทย, อนิ ฟอร์เมชั่น, 24(1) : 70-89. ฐิติราช หนองหารพทิ กั ษ.์ (2535). การพฒั นาประชาธิปไตยของไทย. กรุงเทพมหานคร: วทิ ยานิพนธ์ปริญญา มหาบณั ฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . ดนูนารถ จีนอนนั ต.์ (2552). การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในเขตอาเภอเมือง จังหวดั อุตรดิตถ์. วิทยานิพนธ์ปริญญารัฐประศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาการบริหารและพฒั นาประชาคมเมืองและ ชนบท มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อุตรดิตถ.์ ดลภพ เหล่าวานิช. (2550). ปัจจัยนามาสู่การประมวลผลโดยใช้ความคิดเชิงรวบรัดในการตัดสินใจทาง การเมือง. วทิ ยานิพนธ์ปริญญานิเทศศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ าวารสารสนเทศ ภาควิชาวารสาร สนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .

152 ดาเกิง ลกั ษณะโยธิน. (2552). การมีส่ วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในเขตเทศบาลนครลาปาง. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์การเมือง บณั ฑิตวิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่. นพดล นะประสิทธ์ิ. (2538). ปัจจัยท่ีมีผลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักธุรกิจไทย. วิทยานิพนธ์ ปริญญาศิลปศาสตรมหาบณั ฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวทิ ยาลยั รามคาแหง. นนั ทนา นนั ทวโรภาส. (2548). การส่ือสารทางการเมือง: ศึกษากรณี การรณรงค์หาเสียงเลือกต้ังท่ัวไปของ พรรคไทยรักไทย. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต คณะวารสารศาสตร์และส่ือสารมวลชน มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์. นิรันดร์ จงวุฒิเวศน์. (2527). แนวทางวิธีการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในงานพัฒนาชุมชนใน การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการพัฒนาชุมชน. กรุงเทพฯ: ศกั ด์ิโสภาการพิมพ.์ บณั ฑร อ่อนคา. (2521). บทบาทของผู้นาท้องถ่ินและการระดมประชาชนให้เข้าสู่กระบวนการพัฒนาใน รายงานกาสัมมนาระดับชาติ: สถาบันในชนบทและการร่วมมือของประชาชนในการพัฒนา. อุบลราชธานี. บุณฑริกา เจี่ยงเพช็ ร์. (2543). พฤติกรรมการสื่อสารทางการเมืองผ่านสื่อมวลชน สื่อบุคคล ส่ืออนิ เตอร์เน็ต และทัศนคติทางการเมืองแบบประชาธิปไตยที่มีต่อความรู้ ทัศนคติ และกิจกรรมการมีส่วนร่วม ทางการเมืองท่ีเกี่ยวกับการเลือกต้ังระบบใหม่ของกลุ่มผู้ใช้ อินเตอร์เน็ตในกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญาวารสารศาสตรมหาบัณฑิต (ส่ือสารมวลชน) คณะวารสารศาสตร์และ สื่อสารมวลชน มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์. ประภาวดี สืบสนธ์ิ. (2530). การใช้และการแสวงหาสารนิเทศของเกษตรกร อาเภอมะขาม จังหวดั จันทบุรี. กรุงเทพฯ: คณะอกั ษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . ประสงค์ สาวเสม. (2551). การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ในเขตเทศบาลตาบลหลักเมือง อาเภอ เมือง จังหวดั ราชบุรี. วทิ ยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบณั ฑิต มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั หมู่บา้ นจอมบึง. ปวณี า อุดมกนั . (2553). การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน : กรณีศึกษาตาบลบางทรายใหญ่ อาเภอ เมือง จังหวัดมุกดาหาร. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวิชายุทธศาสตร์การ พฒั นา มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อุบลราชธานี. พงษ์ธวฒั น์ บุญพิทกั ษ์. (2560). สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย พทุ ธศักราช 2560. สานกั กฎหมาย สานกั งานเลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎร. พรศกั ด์ิ ผอ่ งแพว้ . (2526). รายงานการวจิ ัยเร่ืองการรับข่าวสารทางการเมืองของคนไทย. กรุงเทพฯ: สานกั คณะกรรมการการวจิ ยั แห่งชาติ. พระราชบญั ญตั ิการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558. ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 132 ตอนที่ 63 ก, 14 กรกฎาคม 2558.

153 พฤธิสาณ ชุมพล. (2535). ระบบการเมือง. กรุงเทพฯ: โรงพิมพจ์ ุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . _____________. (2540). ระบบการเมือง: ความรู้เบื้องต้น. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . พฒั น์ สุขจานงค์ และคณะ. (2524). การพฒั นาชุมชนแบบผสานในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พ์ ไทยวฒั นาพานิช. พิเชษฐ์ พลพิชิต. (2560). วฒั นธรรมสารสนเทศสุขภาพในชุมชนชนบทไทย, วารสารบรรณศาสตร์ มศว, 10(2): 63-77. ไพรัตน์ เดชะรินทร์. (2527). นโยบายและกลวิธีการมีส่ วนร่วมของชุมชนในยุทธศาสตร์การพัฒนาใน ปัจจุบัน การมีส่ วนร่ วมของประชาชนในการพัฒนา. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์ศึกษานโยบาย สาธารณสุขมหาวทิ ยาลยั มหิดล. ภูมิศกั ด์ิ ขาป่ ู. (2536). การส่ือสารทางการเมืองกบั การมีส่วนร่วมทางการเมืองของชาวนา: กรณีศึกษาชาวนา หมู่บ้านกุดนาขาม ตาบลเจริญศิลป์ กิ่งอาเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร. สารนิพนธ์รัฐศาสตร มหาบณั ฑิต มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2560. ราชกจิ จานุเบกษา เล่มที่ 134 ตอนที่ 40 ก, 6 เมษายน 2560. รุ่งอรุณ กุลหินต้งั . (2558). พฤติกรรมสารสนเทศของผูป้ ระกอบการบนระเบียงเศรษฐกิจอนุภาคลุ่มแม่น้า โขง, วารสารสารสนเทศศาสตร์, 33(3): 79-96. วงธรรม สรณะ. (2560). ความหมาย ความสาคัญและรูปแบบของการเมือง. (ออนไลน์). สืบค้นวนั ท่ี 22 ตุลาคม 2560. จาก https://goo.gl/M9r8X8 วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ. (2546). วัฒนธรรมทางการเมืองกับการมีส่ วนร่ วมทางการเมืองไทย. ใน เอกสารการสอนชุ ด วิช าสถาบันและ กระ บวนการทางการเมื องไทย . นนทบุ รี : มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช. วราวุธ เด่งแพทยช์ รางกูร. (2545). พฤติกรรมการเปิ ดรับข่าวสารและการมีส่ วนร่วมทางการเมืองของ นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคาแหง. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบณั ฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวทิ ยาลยั รามคาแหง. วฒั นา ใหม่เมืองศรี. (2539). การมีส่วนร่วมทางการเมืองของนิสิต คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม. วทิ ยานิพนธ์ปริญญามหาบณั ฑิต มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม. วีระ เฮงษฎีกุล. (2550). ความรู้ความเข้าใจและปัจจัยในการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในเขต เทศบาลตาบลห้วยอ้อ อาเภอลอง จังหวัดแพร่ . วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อุตรดิตถ.์ ศศิธร ยุวโกศล. (2550). การสร้างโลกแวดล้อมทางสารสนเทศทางการเมืองของบุคคล. วิทยานิพนธ์นิเทศ ศาสตรดุษฎีบณั ฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook