Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore สรุปงายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ ปี 2558-บัว

สรุปงายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ ปี 2558-บัว

Published by dnavaroj15, 2020-02-29 21:26:35

Description: สรุปงายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ ปี 2558-บัว

Search

Read the Text Version

ตวั แปร ตวั แปรอิสระ ไดแ้ ก่ ยำจดุ กันยุงที่มีใบบวั (บวั สำย,บัวผัน,บวั หลวง)เปน็ สว่ นประกอบ ตัวแปรตำม ได้แก่ ผลของกำรไลย่ งุ ตวั แปรควบคุม ได้แก่ ระยะเวลำ,อณุ หภูม,ิ สถำนท,่ี ชดุ ทดลองใหย้ ุงเข้ำหำ ,ปริมำณใบบวั ใบบวั หลวงแก่ ใบบวั สายแก่ บวั ทายาจดุ ทดลองไลย่ งุ จานวนยงุ ใบบวั ผนั แก่ กนั ยงุ รูปท่ี 1 ผงั เหตุ-ผล หรอื ตัวแปรตน้ (เหตุ) ตัวแปรตำม(ผล) ของโครงงำนฐำนวจิ ยั น้ี จากตวั แปรของการทดลองตา่ งๆ ทาใหเ้ ราไดผ้ งั การทดลอง รูปท่ี 2 ดงั น้ี ใบบวั สาย ใบบวั หลวง ยาจดุ กนั ยงุ ทดลองความกลา้ ของยุง จานวนยงุ ใบบวั ผนั การวดั ผล ( ตัวแปรตามเป็นส่งิ ที่สังเกตได้ วัดได้ ) -สังเกตกำรณ์ทดลองในระยะเวลำทก่ี ำหนด คือ ในระยะเวลำ 5 ช่ัวโมง -บันทึกผลกำรทดลองในระยะเวลำท่กี ำหนด อปุ กรณ์ให้ยงุ เข้ากลอ่ ง ดงั รูปภำพแผนกำรทดลองต่อไปน้ี ยาจดุ กนั ยงุ ที่มใี บบวั หลวงเป็ นสว่ นประกอบ ยาจดุ กนั ยงุ ทม่ี ใี บบวั ผนั เป็ นสว่ นประกอบ ยาจดุ กนั ยงุ ท่ีมใี บบวั สายเป็ นสว่ นประกอบ

ผลการวิจัย จำกรูปที่ 1 มกี ำรออกแบบผลกำรทดลองเพื่อท่จี ะทดสอบผลปลำยทำง (ควำมสำมำรถของกล่นิ ดอกบัวต่อ กำรไลย่ ุง) สำมำรถบันทึกผลกำรทดลอง ดงั นี้ เวลำ (นำท)ี จำนวนยงุ ยำจดุ กนั ยงุ ที่มีใบบวั หลวง ยำจดุ กันยงุ ที่มีใบ ยำจุดกันยุงท่ีมีใบบวั ยสี ต์ แก่เป็นส่วนประกอบ บวั ผนั แก่เป็น สำยแก่เป็น สว่ นประกอบ สว่ นประกอบ 20 6 10 9 5 40 5 8 7 12 60 3 6 5 18 กำรทดลองครง้ั ที่2 จำนวนยุง เวลำ (นำท)ี ยำจดุ กนั ยุงที่มีใบบวั หลวงแก่ ยำจุดกันยงุ ท่ีมใี บบัว ยำจดุ กนั ยุงท่ีมใี บ ยสี ต์ เป็นสว่ นประกอบ ผันแก่เปน็ บัวสำยแก่เปน็ สว่ นประกอบ ส่วนประกอบ 7 20 7 15 40 5 12 10 22 60 2 9 6 6 9 กำรทดลองครั้งที่3 เวลำ (นำท)ี ยำจดุ กนั ยุงท่ีมใี บบัวหลวงแก่ จำนวนยงุ ยำจุดกันยุงท่ีมใี บ ยีสต์ เปน็ สว่ นประกอบ บัวสำยแก่เปน็ ยำจุดกนั ยุงที่มใี บบัว สว่ นประกอบ 6 20 9 ผันแก่เปน็ 13 40 6 สว่ นประกอบ 8 19 60 5 10 9 11 5 8

สรปุ ผล จำกกำรสังเกตกำรเปรียบเทียบประสิทธิภำพในกำรไล่ยุงของบวั หลวง บวั สำย และบวั ผนั พบวำ่ บัวหลวง สำมำรถไลย่ งุ ดีทสี่ ุด บวั ทง้ั 3ชนิดท่นี ำมำทดลองจะสำมำรถไล่ยงุ ได้จรงิ แต่จะไลไ่ ดส้ ูงสุด ในช่วงประมำณ 60 นำที ยำกันยงุ จะเรียกยุงเขำ้ มำในกล่อง อภปิ รำยผล จำกกำรเปรยี บเทยี บประสทิ ธิภำพของ บัวหลวง บวั สำย บวั ผนั โดยกำรทดลองนี้ มีกำรกำหนดปรมิ ำณ ผง ของบวั น้ำ แปง้ ข่ีเลอ่ื ย และเวลำ จะพบวำ่ ในเวลำ 20 นำที ยุงทเ่ี หลืออย่ใู นกรงบัวหลวง 6 ตัว บัวสำย 9 ตวั บวั ผัน 10 ตัว ในเวลำ 40 นำที ทเี่ หลืออยู่ในกรงบวั หลวง 5 ตัว บวั สำย 7 ตัว บวั ผนั 8 ตัว และในเวลำ 60 นำที ทีเ่ หลอื อยูใ่ นกรงบัวหลวง 3 ตวั บัวสำย 5 ตวั บัวผัน 6 ตัว ทำให้ผลกำรทดลองทั้ง 3 ชนิดนี้ พบว่ำ บัว หลวงสำมำรถเรียกยงุ ไดด้ ที ีส่ ุด เหตุผล ทยี่ ำกันยุงสำมำรถไล่ยุงได้ น่ำจะเกดิ จำก สว่ นประสมของใบบัวมำก เพรำะยง่ิ มำกยิง่ มี ประสิทธิภำพ เอกสารอ้างอิง มหำวิทยำลยั เทศโนโลยรี ำชมงคลธัญบรุ ี พิพธิ ภณั ฑ์บัว 18 ธันวำคม 2559 https://thipsuda.wordpress.com/ โรงพยำบำลสิริโรจน์ ภูเก็ต รูท้ ันภยั ไขเ้ ลอื ดออก 28 ธนั วำคม 2559 http://www.phuketbulletin.co.th/Lifestyle/view.php?id=184 https://th.wikipedia.org http://frynn.com http://www.ideaforlife.net/health/news/0004.html http://www.nanagarden.com/

ภาคผนวก

สญั ญำท่ี RDG5740040/58-09 รำยงำนวิจยั ฉบับสมบรู ณ์ โครงงำนยอ่ ยที่ 6 เรือ่ ง เทยี นหอมจำกกล่ินบัว อำจำรย์ที่ปรึกษำโครงงำน นำยกติ ติพงษ์ บุญสำร คณะผู้วิจยั (นกั เรยี น) นำยมงคลธรรม สำยโสดำ นำยณัฐเดช จันทร์ดง นำงสำวธญั ญำพร ทะเสนฮด นำงสำวเพ็ญนภำ ไกยเวช นำงสำวโสภิดำ บุญจรัส สนบั สนุนโดยสำนักงำนกองทนุ สนับสนุนกำรวิจัย(สกว) และ บมจ.ธนำคำรกสิกรไทย ชดุ โครงกำร “เพำะพนั ธ์ปุ ญั ญำ (พัฒนำยุววจิ ยั )”

กิตติกรรมประกาศ ในกำรจัดทำโครงงำน เรือ่ ง เทยี นหอมจำกกล่ินบวั ในคร้งั น้ี สำเร็จลุล่วงได้ ต้องขอกรำบขอบพระคุณ นำยชำติชำย สิงค์พรหมสำร ผู้อำนวยกำรโรงเรียนสมเด็จพระญำณสังวร ในพระสังฆรำชูปถัมภ์ นำยเชิดชัย สิงห์คิบุตร รองผู้อำนวยกำรโรงเรียนสมเด็จพระญำณสังวร ในพระสังฆรำชูปถัมภ์ ท่ีให้คำชี้แนะและอำนวย ควำมสะดวกในกำรทำโครงงำนน้ี ขอขอบคณุ คุณครูกติ ติพงษ์ บญุ สำร ครทู ี่ปรกึ ษำ ทใี่ ห้คำปรึกษำ ดูแล แนะนำ และแก้ไขข้อบกพร่อง ในกำรทำโครงงำนทุกด้ำน ขอขอบคุณ คณะครู บุคลำกรทำงกำรศึกษำ และเพื่อนๆนักเรียนที่คอยให้กำลังใจ ขอขอบคุณ บิดำ-มำรดำ และสมำชิกในครอบครัว ที่คอยให้กำลังใจจนกระท่ังโครงงำน เรื่อง เทียนหอมจำก กลน่ิ บัสรำ้ งรำยได้ สำเรจ็ ลลุ ว่ ง

ชื่อโครงงำน บทคดั ยอ่ ผจู้ ัดทำ เทยี นหอมจำกกลิน่ บัว นำยมงคลธรรม สำยโสดำ ครูท่ปี รึกษำ นำยณฐั เดช จันทร์ดง โรงเรียน นำงสำวธญั ญำพร ทะเสนฮด ปที ่ีพมิ พ์ นำงสำวเพญ็ นภำ ไกยเวช นำงสำวโสภิดำ บุญจรัส คุณครูกิตติพงษ์ บุญสำร สมเด็จพระญำณสังวร ในพระสังฆรำชปู ถมั ภ์ 2558-2559 โครงงำนเทียนหอมจำกกลิ่นบัว มีควำมสนใจท่ีจะนำเกสรดอกบัว มำใช้ในกำรทำเทียนหอม เพ่ือ เพ่ิมคณุ ค่ำของเทยี น โดยใชเ้ กสรดอกบวั แตล่ ะชนิดมำเป็นสว่ นผสม และไดท้ ำแบบสอบสำรวจควำมพึงพอใจ จำกกำรใชเ้ ทยี นหอม เพือ่ พัฒนำกำรผลติ เทยี นหอมให้ตรงกับควำมต้องกำรของผู้ใช้ โดยกำรนำเอำกีบดอกบัวมำตำกแห้ง แล้วนำมำทอดกับน้ำมันมะพร้ำวเพื่อจะให้ได้กลิ่นของดอกบัว เพือ่ นำมำผสมในกำรทำเทยี นหอม จำกแบบสำรวจพบว่ำ พฤติกรรมกำรบริโภคเทียนหอม ส่วนใหญ่ชอบกลิ่นของเทียนหอมร้อยละ 43% รองลงมำคือ สสี ันของเทยี นหอม รอ้ ยละ 22%

บทนา ความเป็นมาและความสาคัญของโครงงาน บวั เป็นพืชนำ้ ลกั ษณะลำต้น เป็นเหง้ำ ไหล หรอื หัว ใบเปน็ ใบเดยี่ วเจรญิ ขึน้ จำกลำต้น มีดอกที่ สวยงำม และเกสรของบวั มีกล่ินหอม บวั เป็นรำชินีแหง่ ไมน้ ้ำ ท่ถี ือเป็นสัญลักษณข์ องคุณงำมควำมดี ถิ่น กำเนดิ ของบัวอยู่ในเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ กำ้ นดอกยำวมหี นำมเหมือนก้ำนใบ ชดู อกเหนือนำ้ และชูสูง กว่ำใบเล็กน้อย มี กลบี เล้ยี ง 4-5 กลบี เทียน นอกจำกจะใหแ้ สงสวำ่ งแล้ว ยงั มกั จะถกู นำมำเก่ียวข้องกับพิธีกรรมต่ำงๆ โดยเฉพำะสำหรับ ชำวพุทธที่ใช้เทียนในกำรบูชำพระ ซึ่งแสดงออกถึงวิวัฒนำกำรด้ำนศิลปะด้วย และยังมีกำรใช้เทียนใน กิจกรรมด้ำนตำ่ งๆอย่ำงหลำกหลำย เพรำะเทยี นเปน็ สัญลักษณ์แหง่ ควำมหวังและแรงบันดำลใจ จำกเหตุผลดังกล่ำวข้ำงต้น กลุ่มของข้ำพเจ้ำจึงมีควำมสนใจที่จะนำเกสรดอกบัว มำใช้ในกำรทำเทียน หอม เพื่อเพิ่มคุณค่ำของเทียน โดยใช้เกสรดอกบัวแต่ละชนิดมำเป็นส่วนผสม และทำงกลุ่มเรำยังได้ทำ แบบสอบสำรวจควำมพึงพอใจจำกกำรใช้เทียนหอม เพื่อนำมำพัฒนำกำรผลิตเทียนหอมให้ตรงกับควำม ตอ้ งกำรของผใู้ ชใ้ นโอกำสตอ่ ไป วัตถุประสงค์ 1. เพอื่ ให้ได้เทยี นที่มสี ่วนผสมทีม่ ีกลน่ิ ของดอกบวั 2. เพื่อศึกษำประวัติและประโยชนข์ องเทียนหอมท่ีมีต่อวถิ กี ำรดำรงชีวติ ในชุมชน 3. เพื่อรณรงค์ให้ชำวบ้ำนในชมุ ชนหันมำใชเ้ ทยี นหอมเพ่ือลดพลังงำนไฟฟำ้

แนวคดิ และทฤษฎเี ก่ียวขอ้ ง 1. ความเป็นมาของบัว บัว เป็นพืชน้ำล้มลุก ลักษณะลำต้นมีทั้งท่ีเป็นเหง้ำ ไหล หรือหัว ใบเป็นใบเดี่ยวเจริญขึ้นจำกลำต้น โดยมีก้ำนใบสง่ ขึน้ มำเจริญที่ใต้น้ำ ผิวน้ำหรือเหนือน้ำ รูปร่ำงของใบส่วนใหญ่กลมมีหลำยแบบ บำงชนิดมี กำ้ นใบบัว บัว เป็นรำชินีแห่งไม้น้ำ จัดเป็นพันธ์ุไม้น้ำที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของคุณงำมควำมดี บัวหลวง ชอบ ขึ้นในน้ำจืดออกดอกตลอดปี ชอบน้ำสะอำด อยู่ในน้ำลึกพอสมควร ถ่ินกำเนิดของบัวอยู่ในเอเชีย ตะวนั ออกเฉียงใต้ จะเริ่มบำนตง้ั แต่ตอนเช้ำ ก้ำนดอกยำวมีหนำมเหมือนก้ำนใบ ชูดอกเหนือน้ำ และชูสูง กว่ำใบเลก็ น้อย กลีบเลีย้ ง 4-5 กลีบ สีขำวอมเขียวหรือสีเทำชมพู ร่วงง่ำย กลีบดอกจำนวนมำกเรียงซ้อน หลำยช้นั เกสรตัวผูม้ จี ำนวนหลำยสี 2. ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์ ต้น เปน็ พชื นำ้ ลม้ ลกุ ลักษณะลำต้นมีท้ังทเี่ ป็นเหง้ำ ไหล หนอ่ และหวั ใบ เป็นใบเดีย่ วเจรญิ ข้ึนจำกลำต้น โดยมีก้ำนใบสง่ ขึน้ มำเจรญิ ที่ใตน้ ำ้ ผวิ นำ้ หรอื เหนือนำ้ รูปรำ่ ง ของใบสว่ นใหญก่ ลมมีหลำยแบบ ฐำนใบแยกกำงออกตรงจุดต่อของใบ และก้ำนใบ (Cordate) บำงชนดิ มี ก้ำนใบติดอย่ทู ห่ี ลงั ใบ ดอก เป็นดอกเดี่ยวสมบูรณ์เพศ ก้ำนดอกยำวมีหนำมเหมือนก้ำนใบ ชูดอกเหนือน้ำ และชูสูง กว่ำใบเล็กน้อย กลีบเล้ียง 4-5 กลีบ สีขำวอมเขียวหรือสีเทำชมพู ร่วงง่ำย กลีบดอก (Petal) มีทั้งชนิด กลีบซ้อน และไมซ่ ้อน ดอกตูมเป็นรูปกรวยแหลม ดอกมสี ีสันแตกต่ำงกนั แลว้ แต่ชนดิ ฝกั /ผล ตรงใจกลำงดอกมรี ูปรำ่ งคล้ำยกรวย สีเหลอื งนวล หรอื ทีเ่ รียกกันวำ่ ฝักบัว พอแก่จะมีสี เขียว รอบรูปกรวยที่มีไข่ฝังอยู่ มีเกสรตัวผู้ลักษณะเป็นเส้นสีเหลือง ล้อมรอบอยู่มำกมำย เปลือกเมล็ดสี เขยี ว ภำยในมีเน้อื สขี ำวนวล รสหวำนมนั ตรงกลำงทฝ่ี ำเมลด็ บัวประกบกนั 3. สรรพคณุ 1. รำกและเมด็ บวั มีรสหวำนเยน็ และมนั เลก็ น้อย มีสรรพคณุ ชว่ ยบำรุงกำลัง ใชเ้ ป็นยำชูกำลัง (รำก ,เม็ดบัว ดอก 2. ชว่ ยบำรุงร่ำงกำย แกก้ ษยั (เมด็ บัว,ใบอ่อน, กลีบดอก 3. เม็ดบัวมีคุณค่ำทำงอำหำรสูง ช่วยเพิ่มพลังงำนและไขมันในร่ำงกำย จึงเหมำะสำหรับผู้ป่วยที่เพ่ิง หำยปว่ ยใหม่ ๆ ท่ียงั มีอำกำรอ่อนเพลียอยู่ หรือใช้เป็นอำหำรบำรุงกำลังของหญิงต้ังครรภ์ท่ีมีอำกำรแพ้ท้อง มี อำกำรอ่อนเพลีย หรอื อำเจยี น (เมด็ บัว) หรือจะใช้รำกต้มเป็นน้ำกระสำยดื่มแก้อำกำรอ่อนเพลียก็ได้ (รำก) ทำ ใหร้ ำ่ งกำยกระชมุ่ กระชวย (เม็ดบวั ) 4. ดอกบัวสดสีขำวใช้ต้มกับน้ำดื่มติดต่อกัน จะมีสรรพคุณเป็นยำบรรเทำอำกำรอ่อนเพลีย ทำให้สด ชืน่ ขึ้น และชว่ ยลดอำกำรใจสนั่ (ดอก,เกสร, กลีบดอก) 5. ชว่ ยบำรงุ โลหติ (เม็ดบวั , ใบแก่)

6. ช่วยลดควำมดันโลหิตสูงและลดไขมันในเส้นเลือด ด้วยกำรใช้ใบสดหรือแห้งนำมำหั่นเป็นฝอยต้ม กับน้ำพอท่วมจนเดือดประมำณ 10-15 นำที ใช้ดื่มครั้งละ 1 แก้ว วันละ 3 คร้ัง โดยให้ดื่มติดต่อกันอย่ำงน้อย 20 วนั และตรวจสัดควำมดันเป็นระยะพร้อมท้ังสังเกตอำกำร ได้แก่ อำกำรปวดศีรษะ เวียนศีรษะ มึนงง ปวด ท้ำยทอย หำกดื่มแล้วควำมดันโลหิตลดลงก็ต้องหมั่นตรวจวัดควำมดันอย่ำงน้อยเดือนละ 2-3 คร้ัง พร้อมท้ัง สังเกตอำกำรดังกล่ำวไปด้วย ถ้ำหำกพบว่ำมีอำกำรผิดปกควรรีบไปพบแพทย์ (ใบ) หรือจะใช้ดีบัวประมำณ 1.5-6 กรัม นำมำตม้ เอำน้ำดื่ม ก็มีสรรพคุณช่วยลดควำมดันโลหิตได้เช่นกัน อีกท้ังยังมีสรรพคุณช่วยขยำยเส้น เลือดเลีย้ งกลำ้ มเนอื้ หัวใจ ในกรณีทเ่ี สน้ เลือดตบี (ดบี ัว) 7. ชว่ ยบำรงุ ประสำทและสมอง (เม็ดบวั , เกสร) 8. ช่วยผ่อนคลำยควำมเครียด อำกำรหงดุ หงิดนอนไม่หลับ ชว่ ยทำให้นอนหลบั สบำย ด้วยกำรใชด้ ีบวั ประมำณ 1.5-6 กรัม นำมำต้มเอำน้ำด่ืม (ดบี วั ) 9. บวั หลวง สรรพคณุ ของรำกชว่ ยเสรมิ ฤทธย์ิ ำนอนหลบั ทำใหห้ ลบั สบำย โดยมฤี ทธ์ไิ มแ่ รงมำกนกั (รำก) 10.เม็ดบัวมสี ำรตอ่ ต้ำนอนมุ ลู อสิ ระสูง ซ่งึ มีคณุ สมบตั ิช่วยปอ้ งกนั มะเร็ง โดยเฉพำะอยำ่ งยิ่งมะเรง็ ตับ (เมด็ บัว) 4. ประโยชน์ 1. รำกบวั หลวง (เหง้ำบวั ) สำมำรถนำใช้เป็นปรุงเปน็ อำหำรได้ทง้ั คำวหวำน เช่น เหง้ำบัวผัดน้ำมัน เหง้ำบัวอ่อนต้มหรอื ตนุ๋ กระดูกหมูกับเคร่ืองยำจนี นำมำเช่ือมแห้งรับประทำนเป็น ของหวำน ทำเปน็ น้ำรำกบวั หรือนำมำต้มเปน็ น้ำสมนุ ไพรรำกบัว 2. ไหลบัว (หลดบวั ) สำมำรถนำมำประกอบอำหำรได้ทั้งสดและแห้ง เชน่ กำร นำมำทำแกงเลยี ง แกงสม้ ต้มกะทิ ผดั เผ็ดตำ่ ง ๆ ฯลฯ 3. สำยบวั นำมำปรุงเป็นอำหำรหรือใชแ้ ทนผักได้หลำยชนิด เช่น แกงสม้ สำยบวั กบั ปลำทู แกงสม้ สำยบวั ต้มกะทิปลำทู ฯลฯ 4. ดอกนำมำบชู ำพระ หรือนำมำใชใ้ นทำงศำสนำ เนื่องจำกดอกบัวหลวงเป็น สัญลักษณแ์ หง่ ควำมดงี ำมทำงพระพทุ ธศำสนำ มีควำมเก่ียวข้องโดยตรงสำหรบั กำรบชู ำพระรัตนตรยั อันได้แก่ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ 5. กลีบดอกนยิ มนำไปทำเมยี่ งดอกบัว ยำดอกไม้ หรือทำเมนูกลบี วั ชบุ แป้งทอด 6. กลบี ดอกแหง้ ในอดีตใชม้ วนเปน็ บหุ ร่ี 7. สำรสกดั จำกเกสรนำใช้ทำเป็นเครอ่ื งสำอำง ทเี่ ป็นตัวชว่ ยชะลอกำรสร้ำงเม็ดสี ผวิ ทำใหผ้ วิ หนังเตง่ ตึงและอ่อนนุ่ม เชน่ ครมี กันแดด ครีมบำรงุ ผิวทง้ั กลำงวนั กลำงคนื 8. เกสรตวั ผูเ้ ม่ือนำมำตำกแห้ง สำมำรถใช้เป็นสว่ นผสมในเคร่ืองยำไทยและจนี ได้ หลำยชนดิ เชน่ ยำลม ยำหอม ยำนตั ถ์ุ 9. ใบบวั หลวงนำมำใชส่ ำหรับห่อข้ำว ห่ออำหำร ห่อขนม ซ่ึงจะช่วยทำเพม่ิ ควำม หอมน่ำรบั ประทำนยงิ่ ขนึ้ หรอื จะนำห่อผกั สดเกบ็ ในตเู้ ย็น หรือใชใ้ นงำนประดิษฐต์ ่ำง ๆ ส่วนใบอ่อน ใช้รับประทำนเป็นผักสดแกล้มกับน้ำพริกได้ 10. ใบบัวแกเ่ ม่ือนำมำตำกแห้ง ใชเ้ ป็นส่วนผสมของยำกันยุง 11. ก้ำนใบและก้ำนดอกบวั สำมำรถนำมำใชท้ ำเป็นกระดำษ และเส้นใยใช้ทำไส้ตะเกยี ง

12. เมด็ บัวท้งั อ่อนและแก่ สำมำรถนำมำรบั ประทำนหรือใช้ประกอบอำหำรได้ หลำกหลำย ทีร่ จู้ ักกนั ดกี ค็ ือ น้ำอำร์ซี ขำ้ วอบใบบัว เม็ดบัวต้มน้ำตำลทรำยแดงผสมในเต้ำฮวยหรือเต้ำ ท้ึง สังขยำเม็ดบัว เม็ดบัวเชื่อม สำคูเม็ดบัว ขนมหม้อแกงเม็ดบัว เป็นต้น และยังสำมำรถนำมำใช้ทำ เปน็ แปง้ ไดเ้ ป็นอยำ่ 13. เปลอื กบวั นำมำใช้เปน็ วสั ดใุ นกำรปลกู เหด็ ชนิดหนง่ึ หรือทเ่ี รยี กว่ำ “เหด็ บัว” 14. เปลอื กเมลด็ และฝกั แก่ ใช้ทำเป็นปยุ๋ 15. เนอื่ งจำกดอกบวั หลวงมคี วำมสวยและมกี ลิ่นหอม จงึ นยิ มปลูกไว้ประดบั ใน สระนำ้ หรอื ปลกู ไว้ในกระถำงทรงสูง 5. อุปกรณ์และวธิ กี ารทดลอง 1.วตั ถุดบิ - พำรำฟิน 2 กิโลกรัม - พีอี 1 ขีด - สเตียร์ค 1 ขีด - ไมโครแว๊กซ์ 1 ขดี - นำ้ มนั หอมระเหยกลิ่นบัว 500 มลิ ลิลติ ร - ไส้เทียน 2 วำ - สี(น้ำมันผง) 50 กรมั 2.วัสดุ - บีกเกอร์ 2 อนั - ตะเกียงแอลกอฮอล์ 2 อนั - แทง่ ขนสำร 2 อัน - ถุงพลำสติก 50 ถงุ 6. วิธีการทา 1. นำกลีบบวั 300 กรัม ไปตำกแหง้ 2. นำกลีบบัว 300 กรัมที่แห้งแลว้ เอำไปทอดกับนำ้ มันมะพรำ้ ว 500 มลิ ลิลติ ร ใชเ้ วลำ 15 นำที 3. พกั ไวใ้ หแ้ ลว้ บีบน้ำออกจำกกลบี บวั 4. นำพำรำฟินมำหนั เปน็ ช้ินเลก็ เพ่ือให้สะดวกในกำรต้ม 5. ตั้งไฟในตะเกียงแอลกอฮอล์ แลว้ นำพำรำฟินท่หี นั เป็นชิ้นนำมำหลอมละลำยและ ใสพอี ี 1ขดี สเตียรคิ 1 ขดี 6. พอพำรำฟนิ ละลำยแลว้ นำสนี ำ้ มัน เพือ่ ผสมใหเ้ ทียนมีสีสนั สวยงำม 7. ปดิ ตะเกียงแอลกอฮอล์แล้วนำเทยี นเทใ่ ส่แม่พิมพ์ แล้วใสไ่ ส้เทยี นพักไว้จนเทียนแห้ง ประมำณ 3-5 นำที 8. แกะออกจำกแม่พิมพ์แลว้ แพค็ ใส่ถุงให้เรยี บร้อย

ผลการวจิ ัย กำรทำแบบสอบถำมคร้ังท่ี 1 คือ กำรสำรวจพฤติกรรมควำมต้องกำรใช้เทียนหอม เพ่ือต้องกำร ทรำบข้อมูลพื้นฐำนท่ัวไปของผู้บริโภค ข้อมูลพฤติกรรมกำรใช้เทียนหอมและข้อมูลเกี่ยวกับกำรพัฒนำกำรใช้ เทียนหอมใหเ้ ป็นท่นี ิยมของชมุ ชนมำกขน้ึ โดยกลุ่มของพวกเรำได้ทำแบบสอบถำมกำรสำรวจพฤติกรรมควำม ต้องกำรของกำรใช้เทียนหอม ทำท้ังส้นิ 20 ชุด จำกน้นั ไปคิดเป็นเปอรเ์ ซ็นต์ สรปุ ผลได้ดังตำรำงด้ำนล่ำง ตอนที่ 1 ขอ้ มูลทั่วไปของผตู้ อบแบบสอบถาม ขอ้ ท่ี หัวข้อ ตวั เลือก จานวน เปอร์เซ็นต์ 1 เพศ ชำย 3 3% หญงิ 17 17% 2 อำยุ 15-20 15 15% 21-25 5 5% 3 อำชพี นักเรยี น 20 20% ตอนที่ 1 ข้อมูลเก่ียวกับพฤตกิ รรมการใชเ้ ทยี นหอม เพื่อบริโภคในชีวิตประจาวัน ขอ้ ท่ี หัวข้อ ตวั เลอื ก จานวน เปอร์เซ็นต์ 10% 1 เทยี นหอมจำกเกสร มำกทส่ี ดุ 10 8% 2% บัวมกี ล่นิ หอมมำกน้อยเพียงใด มำก 8 0% 0% ปำนกลำง 2 5% 13% น้อย 0 2% 0% นอ้ ยทส่ี ดุ 0 0% 1% 2 รำคำของเทยี นหอมจำกเกสรบัว มำกทีส่ ดุ 5 18% 1% (10-15)บำท มคี วำมเหมำะสม มำก 13 0% 0% มำกน้อยเพยี งใด ปำนกลำง 2 4% 6% นอ้ ย 0 10% 0% นอ้ ยทสี่ ุด 0 0% 3 ภำชนะท่ีใส่เทยี นหอมมี มำกที่สดุ 1 ควำมเหมำะสมมำกนอ้ ยเพียงใด มำก 18 ปำนกลำง 1 นอ้ ย 0 นอ้ ยทส่ี ดุ 0 4 เทียนหอมมีประโยชน์ตอ่ มำกที่สุด 4 ชีวิตประจำวนั มำกน้อยเพยี งใด มำก 6 ปำนกลำง 10 นอ้ ย 0 น้อยทสี่ ุด 0

5 ท่ำนคิดว่ำกำรนำเกสรบวั มำกทีส่ ุด 8 8% มำทำเทียนหอมมำกน้อยเพยี งใด มำก 9 9% ปำนกลำง 3 3% 6 สีสันของเทยี นหอมหอม นอ้ ย 0 0% มคี วำมเหมำะสมมำกน้อยเพยี งใด นอ้ ยท่ีสุด 0 0% มำกทีส่ ุด 12 12% มำก 6 6% ปำนกลำง 2 2% น้อย 0 0% ขอ้ ที่ หัวข้อ นอ้ ยท่ีสุด 0 0% 7 เทยี นหอมจำกเกสรบัว ตัวเลอื ก จานวน เปอร์เซ็นต์ มรี ปู แบบสวยงำม มำกที่สุด 10 10% มำก 8 8% 8 คณุ สมบตั ิของเทยี นหอม ปำนกลำง 2 2% มีมำกน้อยเพียงใด น้อย 0 0% คณุ สมบัติของเทียนหอม น้อยท่ีสุด 0 0% มำกที่สดุ 6 6% มำก 12 10% ปำนกลำง 4 4% น้อย 0 0% น้อยทส่ี ุด 0 0% สรุปผล การทาแบบสอบถามครง้ั ท่ี 1 คือ กำรสำรวจพฤตกิ รรมควำมตอ้ งกำรของผูบ้ รโิ ภคต่อผลิตภัณฑเ์ ทยี นหอมจำก กลนิ่ บวั จำกกำรสอบถำมทว่ั ไปส่วนใหญ่เป็นหญิง 17% มีช่วงอำยุ 15-20 ปี ท่ีชอบเทียนหอมจำกกลิ่นบัว 13% กลุ่มบรโิ ภคสว่ นมำกเปน็ นกั เรียน พฤติกรรมเทียนหอมส่วนใหญ่ชอบกล่ินของดอกบัว 13% รองลงมำคือชอบสีสันของเทียนหอม 12% รองลงมำคอื คณุ สมบตั ขิ องเทียนหอม 12% และ รำคำประมำณ 15 บำท

แบบสอบถามครงั้ ท่ี 2 กำรสำรวจพฤติกรรมควำมตอ้ งกำรของผู้บรโิ ภคเมื่อได้ทดลองใช้เทียนหอมกล่นิ บวั ทำเพื่อสำรวจควำมพึงพอใจผลติ ภัณฑข์ องผู้บรโิ ภคหลงั จำกกำรทดลองใช้เทียนหอมเพ่ือนำข้อมูลท่ีได หรือข้อมูลควำมต้องกำรเกี่ยวกับกำรพัฒนำผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคต้องกำรใช้ นำกลับมำแก้ไข้และพัฒนำ ผลิตภณั ฑ์ ใหด้ ขี ้ึนโดยกลุม่ ของพวกเรำสำรวจพฤติกรรมต้องกำรของผบู้ รโิ ภคเม่ือได้ทดลองใช้เทียนหอม ทั้งส้ิน 50 ชดุ จำกนน้ั ไดค้ ดิ เปน็ เปอร์เซน็ ต์ สรุปผลไดต้ ำมตำรำง ข้อท่ี หวั ข้อ ตัวเลอื ก จำนวน เปอร์เซ็นต์ 1 เทยี นหอมจำกเกสร มำกที่สดุ 33 66% มำก 14 28% บัวมกี ลนิ่ หอมมำกน้อยเพยี งใด ปำนกลำง 1 2% น้อย - 0% 2 รำคำของเทียนหอมจำกเกสรบวั น้อยที่สดุ 2 4% 10บำท มคี วำมเหมำะสม มำกท่สี ุด 12 24% มำกน้อยเพียงใด มำก 30 60% ปำนกลำง 6 12% 3 รำคำของเทยี นหอมจำกเกสรบัว น้อย 2 4% 15บำท มีควำมเหมำะสม นอ้ ยท่ีสดุ - 0% มำกน้อยเพยี งใด มำกทีส่ ดุ - 0% มำก 15 30% 4 ภำชนะทใ่ี สเ่ ทยี นหอมมี ปำนกลำง 24 48% ควำมเหมำะสมมำกน้อยเพียงใด น้อย 8 16% น้อยท่ีสุด 3 6% มำกทส่ี ุด 10 20% มำก 15 30% ปำนกลำง 13 26% นอ้ ย 2 4% นอ้ ยทส่ี ดุ 10 20%

ขอ้ ท่ี หวั ขอ้ ตัวเลอื ก จำนวน เปอร์เซน็ ต์ 5 เทยี นหอมมีประโยชน์ตอ่ มำกท่ีสุด 5 10% 19 38% ชวี ติ ประจำวนั มำกน้อยเพียงใด มำก 15 30% 2 4% ปำนกลำง 9 18% 6 12% น้อย 11 22% 17 34% นอ้ ยท่สี ุด 13 26% 3 6% 6 ท่ำนคิดว่ำกำรนำเกสรบัว มำกท่ีสุด 10 20% มำทำเทียนหอมมำกน้อยเพยี งใด มำก 22 44% 14 28% ปำนกลำง น้อย น้อยทส่ี ุด 7 สีสันของเทียนหอมหอม มำกท่ีสดุ มำก มคี วำมเหมำะสมมำกน้อยเพียงใด ปำนกลำง 8 เทียนหอมจำกเกสรบวั มรี ูปแบบ น้อย - 0% สวยงำม น้อยทส่ี ุด 4 8% มำกท่ีสดุ 19 38% มำก 14 28% ปำนกลำง 9 18% น้อย 1 2% น้อยท่ีสดุ 7 14% สรุป กำรทำแบบสอบถำมครัง้ ท่ี 2 กำรสำรวจพฤตกิ รรม ควำมตอ้ งกำรของผู้บริโภคเม่ือได้ทดลองกำรลองใช้ เทียนหอมจำกกลิ่นบัว จำกกำรสำรวจพบว่ำ ผู้บริโภคมีควำมชอบเทียนหอมจำกเกสรบัวมำกที่สุด 33% มี ควำมสนใจ รปู แบบของเทียน 19% ซ่งึ เทียนหอมควรมรี ำคำขำยถุงละ 10 บำท และเทียนหอมเป็นผลิตภัณฑ์ ท่ีมีประโยชนต์ อ่ ชีวิตประจำวนั 50%

อภปิ รายผล ในกำรทำเทียนหอมจำกกล่ินบัวสร้ำงรำยได้ มีกำรทำแบบสอบถำมสองครั้ง โดยครั้งท่ีหนึ่ง คือ กำร สำรวจควำมต้องกำรของเทียนหอมต่อผลิตภัณฑ์ของเทียนหอม โดยมีกลุ่มตัวอย่ำงทั่วไปส่วนใหญ่จะเป็น นักเรยี น สว่ นใหญก่ ำลังศกึ ษำอยูท่ ีต่ อ้ งกำรใช้เทียนหอม พฤติกรรมกำรใช้เทียนหอมส่วนใหญ่ชอบกล่ินเทียนหอม 20% รองลงมำสีสันของเทียนหอม 20% และอยำกใหม้ ภี ำชนะทีใ่ ส่แบบหลำกหลำย 20% รำคำเทียนหอมถงุ ละ 10 บำท ดั้งน้ัน เพ่ือเป็นกำรสำรวจควำมต้องกำรก่อนมีกำรจำหน่วย ผลิตภัณฑ์จำกเทียนหอม เพื่อหำรำยได้ เสรมิ ไดม้ ีกำรทำแบบสอบถำมคร้งั ที่ 2 โดยกำรสำรวจพฤติกรรมควำมต้องกำรของผู้บริโภคเม่ือได้ทดลองใช้ ผลิตภณั ฑเ์ ทยี นหอม โดยพบว่ำผู้บรโิ ภคชืน่ ชอบในผลิตภณั ฑ์เทียนหอม สรปุ ผล ในกำรทำโครงงำน เร่ือง เทียนหอมจำกกล่ินบัวได้สร้ำงรำยได้ เป็นโครงงำนประเภท เศรษฐศำสตร์ ไดม้ ีกำรทำเทียนหอมจำกกล่ินบัว เพ่ือเพ่ิมรำยได้ และสำมำรถทำเป็นอำชีพได้ จำกน้ันพวกเรำ ไดอ้ อกแบบสอบถำมโดยยดึ หลกั กำรตลำด 7 ps โดยออกแบบคร้งั ท่ี หนง่ึ เกย่ี วกบั ควำมต้องกำรเทียนหอม ทำ ใหท้ รำบว่ำ ส่วนมำกเป็นเพศหญงิ ทีน่ ิยมซือ้ เทียนหอม ซงึ่ มีอำยรุ ะหวำ่ ง 15-21 ปี มีสถำนภำพ เปน็ นกั เรยี น พฤติกรรมกำรบริโภคเทียนหอมซึ่งส่วนใหญ่ชอบกลิ่นของเทียนหอมลองลงมำคือ สีสันของ เทียนหอม ดังน้ันกลุ่มของพวกเรำจึงได้จักทำเทียนหอมจำกกล่ินบัว ใส่บรรจุในถุงพลำสติกแข็ง และขำยใน รำคำถงุ ละ 10 บำท และหลังจำกที่ผู้บริโภคได้ลองใช้เทียนหอมแล้วพบว่ำมีควำมชื่นชอบและเทียนหอมเป็น ประโยชนต์ อ่ ผบู้ รโิ ภค ทำใหป้ ระหยัดพลังงำนมำกขนึ้ จำกกำรหำกำไร – ขำดทนุ สรุปผล ถำ้ ขำยในรำคำ 10 บำท จะขำดทุน เพรำะมีต้นทุนผลผลิต อย่ทู ี่ 9 บำท แตถ่ ้ำขำยในรำคำ 15 บำทจะไดก้ ำไร 6 บำท ดง้ั นัน้ จงึ กำหนดรำคำขำย ในรำคำ 15 บำท นำบัวที่ตำกแห้งมำทอดกับน้ำมันมะพร้ำวเพ่ือจะให้ได้กล่ินของดอกบัวเพื่อนำมำหยดใส่เทียน หอมเพื่อให้เทียนมีควำมหอมและถ่ำยทอดสู่วิถีชุมชนเพ่ือนำไปตั้งโชว์ที่บ้ำนหรือเป็นของที่ ระลึกและเทียนยัง สำมำรถนำมำจดุ เพื่อให้มีกลิ่นหอมหอม เอกสารอ้างองิ Fern.com.มปป.บัวหลวง สรรพคณุ และประโยชน์ของดอกบวั หลวง 83 ขอ้ .สบื คน้ วนั ท่ี 7 กรกฎำคม 2558 . http://frynn.com http://www.baanjomyut.com/library_2/extension-2/lotus/02.html สรำ้ งเม่ือ สงิ หำคม 2543 http://www.pantown.com https://pattize.wordpress.com http://frynn.com

ภาคผนวก 1. สกดั กลน่ิ ดอกบวั จำกน้ำมนั มะพร้ำว อปุ กรณ์ในกำรทำเทยี นหอม

1. นำพำลำฟินมำหน่ั ให้เป็นชน้ิ เล็กๆ 2. ตม้ พำรำฟินใหล้ ะลำยแล้วใส่สีน้ำมนั เพ่ือให้เทยี นมสี สี ันสวยงำม

3. เม่อื ตม้ เทยี นหอมเรยี บรอ้ ยแล้วนำมำเทใ่ สแ่ ก้วหรือแม่พมิ พ์ 4. ใส่ไส้เทยี นแลว้ รอให้เทียนแหง้

5. แพ็กใสถ่ ุงใหส้ วยงำม

ภาพกิจกรรมการทาโครงงาน

สญั ญำที่ RDG5740040/58-09 รำยงำนวจิ ัยฉบับสมบรู ณ์ โครงงำนยอ่ ยท่ี 7 เรือ่ ง แสงแดดมีผลต่อกำรยอ้ มตดิ สขี องใบบัวหลวง อำจำรยท์ ่ีปรึกษำโครงงำน นำงสำวยำใจ เจริญพงษ์ คณะผวู้ จิ ยั (นักเรยี น) นำย มนสั ศักดิ์ รวมธรรม นำย คริ ำกร สีงำม นำย ธนำคำร รวมธรรม นำงสำว เสำวลักษณ์ ทนิ บตุ ร นำงสำว อมิทตรำ ศริ ิดล นำงสำว เขม็ ศริ ิ สตุ ะคำน นำงสำว สภุ ำรัตน์ นกั ผกู สนับสนนุ โดยสำนกั งำนกองทุนสนับสนนุ กำรวิจัย(สกว)สนับสนนุ โดยสำนกั งำนกองทุน สนบั สนนุ กำรวจิ ัย(สกว) และ บมจ.ธนำคำรกสกิ รไทย ชุดโครงกำร “เพำะพันธป์ุ ญั ญำ (พัฒนำยุววิจยั )”

กติ ติกรรมประกาศ ในกำรจัดทำโครงงำน RBL เรอ่ื ง แสงแดดมผี ลตอ่ กำรย้อมติดสขี องใบบัวหลวงในครงั้ นส้ี ำเร็จลลุ ่วง ไดด้ ว้ ยดตี อ้ งขอกรำบขอบพระคณุ นำยชำตชิ ำย สิงหพ์ รหมสำร ผู้อำนวยกำรโรงเรยี นสมเดจ็ พระญำณสงั วร ในพระสังฆรำชูปถัมภ์ นำยเชิดชยั สงิ ห์คิบตุ ร รองผู้อำนวยกำรโรงเรียน คณะพ่เี ลยี้ ง จำกมหำวทิ ยำลัย อุบลรำชธำนี ท่ใี ห้คำช้ีแนะ และอำนวยควำมสะดวกในกำรทำโครงงำน ครง้ั น้ี กรำบขอบพระคณุ คณุ ครูยำใจ เจริญพงษ์ ท่ีให้คำปรึกษำคอยชี้แนะ และแก้ไขข้อบกพร่อง ในกำร ทำโครงงำนทุกด้ำน กรำบขอบพระคุณ คณะคุณครู บุคลำกรทำงกำรศึกษำ ผู้ปกครอง และเพื่อนๆ นักเรียน ทุกคน ท่ีคอยให้กำลังใจ จนกระท่ังโครงงำน RBL เร่ืองแสงแดดมีผลต่อกำรย้อมติดสีของใบบัวหลวง สำเร็จ ลลุ ว่ งตำมวตั ถุประสงคท์ กุ ประกำร คณุ งำมควำมดีของพวกเรำผู้จัดทำทุกคนท่ีได้ร่วมทำงำนกันมำ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่โรงเรียน และวงกำรศึกษำ พวกเรำขอน้อมถวำยแด่ เจ้ำพระคุณสมเด็จพระญำณสังวร สมเด็จพระสังฆรำช สกลมหำ สังฆปรณิ ำยก องคอ์ ุปถัมภ์โรงเรียน พระคณุ บิดำมำรดำ บรู พำจำรยแ์ ละผู้มพี ระคณุ ทกุ ทำ่ น

บทคัดยอ่ ชอ่ื โครงงาน แสงแดดมีผลต่อกำรยอ้ มตดิ สีของใบบวั หลวง คาสาคัญ แสงแดดมีผลต่อกำรยอ้ มตดิ สีของใบบัวหลวง นกั เรยี นผู้ทาโครงงาน นำย มนสั ศักด์ิ รวมธรรม นำย คิรำกร สงี ำม นำย ธนำคำร รวมธรรม นำงสำว เสำวลกั ษณ์ ทินบุตร นำงสำว อมิทตรำ ศิริดล นำงสำว เข็มศิริ สตุ ะคำน นำงสำว สภุ ำรัตน์ นกั ผกู ครทู ่ีปรกึ ษา คนที่ ช่ือ-สกลุ สอนกลุ่มสำระ โทรศพั ท์ อเี มล์ 0862506414 [email protected] 1 นำงสำว ยำใจ เจริญพงษ์ วทิ ยำศำสตร์ กำรวิจัย เรื่องแสงแดดมีผลต่อกำรย้อมติดสีของใบบัวหลวง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษำวิธีที่เหมำะสมใน กำรตำกแดดเพอื่ ย้อมใบบัวหลวงให้ติดสีและพัฒนำเป็นผลิตภัณฑ์งำนประดิษฐ์ในรูปแบบต่ำงๆ เน้นกำรนำพืช ธรรมชำติมำใชใ้ หเ้ กิดประโยชนค์ ุ้มค่ำมำกทสี่ ุด กำรศึกษำแสงแดดมีผลต่อกำรติดสีของใบบัวหลวง โดยกำรนำใบบัวท่ีทำกำรย้อมน้ีมำศึกษำ โดยศึกษำ ปัจจัยท่ีเกี่ยวข้อง 2 ประกำร ได้แก่ ปัจจัยแรก คือ ช่ัวโมงกำรตำกแดด คือกำรนำใบบัวหลวงมำตำกแดด โดย ใช้เวลำห่ำงกนั 10 นำที เริม่ จำก 10 นำที , 20 นำที , 30 นำที , 40 นำที , 50 นำที , 60 นำที และ 70 นำที ตำมลำดบั และปัจจัยทสี่ อง คอื สงั เกตกำรยอ้ มตดิ สีของใบบัวหลวง โดยกำรนำใบบัวหลวงที่ตำกแดดมำย้อมสีและสงั เกตกำรติดสขี องใบบวั มีวธิ กี ำรทำดงั นี้ 1. เกบ็ ใบบัวหลวงมำจำกแหล่งนำ้ นำใบบัวไปล้ำง 2. นำใบบวั มำตำกให้แห้งเปน็ เวลำ 0-70 นำที ตำมลำดับ 3. นำใบบัวมำตำกแดดตำมเวลำทกี่ ำหนดแลว้ นำไปย้อมสี โดยกำรตม้ ในป๊ีบ ใสน่ ำ้ 5 ลิตร และย้อมสีกก 1 ซอง (น้ำหนัก 15 กรมั ) ใช้เวลำ 2 นำที หลังจำกย้อมแล้ว นำมำสะดุ้งด้วยน้ำเยน็ 4. นำใบบัวที่ยอ้ มแลว้ ไปผงึ่ ลมไวน้ ำน 2 นำที 5. นำใบบวั ทีย่ อ้ มสีไปทำผลติ ภัณฑ์ เชน่ หุม้ กลอ่ งแล้วจดั ตบแต่งใหส้ วยงำม 6. พัฒนำเพื่อเปน็ ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ตอ่ ไป ผลกำรทดลอง สรุปได้ว่ำ เวลำในกำรตำกแดด 40 นำที แล้วนำมำย้อมสี เปน็ เวลำเหมำะสมทส่ี ุด เพรำะ ใบบัว ยอ้ มตดิ สดี ที ่ีสุด มีสีสวยงำม เหมำะในกำรนำไปทำผลิตภณั ฑ์ เพรำะทำให้มีสีสันสวย ดึงดูด ควำมสนใจ เพรำะตอบวัตถุประสงค์ได้ครบทง้ั 3 ข้อ คอื 1) เพือ่ ศึกษำเวลำที่เหมำะสมในกำรตำกแดดเพ่ือย้อม ใบบัวหลวงให้ติดสี 2) เพ่ือส่งเสริมแนวคิดในกำรพัฒนำเป็นผลิตภัณฑ์ และ 3) เพ่ือนำพืชในธรรมชำติมำใช้ ประโยชนใ์ หค้ ุ้มคำ่ มำกทสี่ ดุ

บทนา ที่มาและความสาคัญของโครงงาน “บัว”มีจุดเด่น คือ ดอกที่มีควำมงำม เกษตรกรผู้ปลูกบัวยึดอำชีพกำรตัดดอกบัวเพ่ือขำย ดอกบัวถูก นำมำใช้ประโยชน์ทำงศำสนำ แต่ในอีกแง่มุมหน่ึงของภูมิปัญญำของชำวบ้ำน มีกำรนำบัวมำใช้ประโยชน์ เกี่ยวกับกำรทำอำหำรท่ีได้จำกส่วนอื่นๆ แต่ส่วนประกอบอื่นของบัวท่ียังไม่ได้นำมำใช้ประโยชน์ คือ สว่ นประกอบทเ่ี ป็นใบและกำ้ น ปจั จุบันงำนประดษิ ฐท์ ท่ี ำจำกวัสดธุ รรมชำติหรอื ทำจำกวัสดุเหลือใช้ ท่ีไม่ทำลำยต่อสิ่งแวดล้อมกำลังเป็น ทีน่ ิยม งำนประดษิ ฐ์เหล่ำนจ้ี ะเป็นกำรนำทรัพยำกรที่มีอยู่แล้ว หรือไร้ประโยชน์มำประดิษฐ์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ข้ึนมำ กำรศึกษำวิจัยในคร้ังนี้ จึงมีแนวคิดท่ีจะพัฒนำงำนประดิษฐ์จำก”ใบบัว” ให้มีควำมแปลกใหม่และมี ควำมหลำกหลำยสำมำรถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงและเป็นกำรส่งเสริมกำรปลูกบัวของประชำกรในพื้นที่ ให้มี รำยไดเ้ พิม่ ขึ้นจำกกำรจำหนำ่ ยใบบวั คือกำรนำใบบวั มำทำเปน็ ผลติ ภัณฑ์ในรูปแบบตำ่ งๆ ดังนั้นกลุ่มของข้ำพเจ้ำ จึงมีควำมสนใจท่ีจะศึกษำ ช่ัวโมงกำรตำกแดดว่ำมีผลต่อกำรย้อมติดสีของใบ บัวหลวงหรือไม่ วตั ถปุ ระสงค์ 1.เพ่อื ศึกษำวธิ ีที่เหมำะสมในกำรตำกแดดเพื่อให้ใบบัวยอ้ มติดสี 2.เพื่อสง่ เสริมแนวคดิ ในกำรพัฒนำเปน็ ผลติ ภณั ฑ์ 3.เพอื่ นำพชื ในธรรมชำตมิ ำใช้ประโยชน์ใหค้ ุม้ ค่ำทีส่ ดุ แนวคดิ และทฤษฏที ีเ่ กย่ี วข้อง ช่ือวิทยาศาสตร:์ Nelumbo nucifera ชอ่ื วงศ:์ NYMPHACACEAE ชือ่ สามัญ: Lotus, Sacred lotus, Egyptian ชอื่ พ้นื เมือง: บณุ ฑริก ปณุ ฑรกิ ปทมุ ปทั มำ โกกระณต สัตตบษุ ย์ บัวฉัตรขำว สตั ตบงกช บวั ฉตั ร ชมพู โชค้ บัวอุบล ลักษณะท่ัวไป: ต้น ไมโ้ ผล่เหนือน้ำ อำยุหลำยปี ลำต้นมีทง้ั ทเี่ ปน็ เหง้ำใต้ดนิ และเปน็ ไหลเหนือดิน ใต้น้ำ ใบ ใบเดีย่ ว เรียงสลับ ใบรูปไขค่ ่อนชำ้ งกลม ขนำด 15-40 เซนติเมตร ขอบใบเรยี บและเปน็ คล่นื เล็กน้อย แผ่นใบเรียบ สเี ขียวและมีนวลเคลอื บ ก้ำนใบกลมเรยี วแข็งสง่ ใบให้เจรญิ ทผ่ี วิ นำ้ หรือเหนือนำ้ มีหนำมเป็นต่มุ เลก็ ๆ ภำยในก้ำนใบมนี ้ำยำงใสเมอื่ ถูกอำกำศเป็นสคี ล้ำ ดอก สีชมพู ขำว มีกลิ่นหอม ออกเปน็ ดอกเดีย่ วขนำดใหญ่ กำ้ นดอกสีเชยี ว อวบกลมสง่ ดอกชูขนึ้ เหนือ นำ้ กลบี เลี้ยง 4-5 กลีบ มีท้งั กลีบดอกช้นั เดียวและกลบี ดอกซ้อนกัน มีเกสรตัวผ้จู ำนวนมำกติดอยู่รอบ ฐำนรองดอกทบี่ วมขยำยใหญ่ หุม้ รังไข่ไว้ภำยในเรียกว่ำ \"ฝกั บัว\" ดอกบำนเตม็ ท่ีกว้ำง 20-25 เซนติเมตร บวั หลวงมหี ลำยพันธ์ุมีชื่อเรยี กต่ำงกันไปตำมขนำดและลักษณะชองดอกคือ ดอกเล็กสขี ำว เรยี ก บัวปักกิง่ ขำว บัวหลวงจนี ขำว บวั เข็มขำว ดอกเล็กสชี มพู เรยี ก บัวปกั กิ่งชมพู บวั หลวงจีนชมพู บัวเข็มชมพู

ดอกสีขำว เรยี ก บณุ ฑริก ปณุ ฑริก ดอกสชี มพู เรียก ปทมุ ปทั มำ โกกระณต ดอกส้นั ป้อมสขี ำวกลบี ซ้อน เรียก บัวสตั ตบุษย์ บวั ฉตั รขำว ดอกสน้ั ป้อมสีชมพูกลีบซ้อน เรียก บวั สัตตบงกช บัวฉัตรสชี มพู ฝัก/ผล ผลแห้ง เเบบผลกลุม่ ประกอบด้วยผลยอ่ ยรูปกลมรีจำนวนมำกอยูภ่ ำยในฝักบัวรูปกรวย ในผลยอ่ ย มเี มล็ดขนำดประมำณ 1 เซนตเิ มตร เมลด็ ลอ่ น ฤดกู าลออกดอก: ตลอดปี การปลกู : ปลูกประดบั สระน้ำหรอื ปลูกในกระถำงทรงสงู การขยายพันธุ์: ไหล หรือโดยกำรแยกกอ ส่วนที่มีกล่ินหอม: ดอก การใชป้ ระโยชน:์ - ไม้ประดบั - ก้ำนใบและกำ้ นดอก ทำกระดำษ และเส้นใยใชท้ ำไส้ตะเกยี ง - บชู ำพระ - เปลือกเมล็ดบวั แห้ง และฝักแก่ทำปุ๋ย - เคร่ืองสำอำง - สมุนไพร - บริโภค แหล่งทพ่ี บ: พบทัว่ ไปทกุ ภำค สว่ นท่ีใช้บรโิ ภค: เม็ดบัว รำกบัว ไหลบัว สำยบัว ใบออ่ น การปรุงอาหาร : - เม็ดบวั สำมำรถนำมำกินได้ท้ังสดและแห้ง เมด็ บวั มีปรมิ ำณสำรอำหำรท่ีสำคัญ คือ โปรตนี ประมำณ 23 % ซึ่งสงู กว่ำข้ำวถึง 3 เทำ่ และเปน็ แหล่งรวมธำตุ อำหำรหลำยชนิดดว้ ยกนั เม็ดบัวนำมำประกอบอำหำร ไดท้ ั้งคำวหวำน เช่น สังขยำ เม็ดบวั ขนมหม้อแกงเม็ดบวั เมด็ บัวเชอ่ื ม สำคเู ม็ดบวั เป็นตน้ - รากบวั นิยมนำมำเชอื่ มแหง้ กินเป็นของหวำน - ไหลบวั สำมำรถนำมำประกอบอำหำรได้ทง้ั สด ท้ังแหง้ โดยมำกจะนำมำแกงสม้ แกงเลยี ง ผดั เผด็ ตำ่ งๆ - สายบวั สำมำรถปรงุ อำหำรแทนผกั ไดห้ ลำยชนิด ทง้ั แกงสม้ สำยบวั แกงสำยบัวกับปลำทู ฯลฯ - ใบออ่ น สำมำรถนำมำกินเป็นผักสดแกลม้ น้ำพริก สรรพคุณทางยา : - รากบวั นำไปตม้ กบั น้ำตำลกรวด แกร้ ้อนใน ชำวอนิ เดยี จะใหเ้ ด็กดม่ื นำ้ รำกบวั เพ่ือระงบั อำกำร ทอ้ งรว่ ง - สายบัว กินเพื่อแกอ้ ำกำรทอ้ งรว่ ง - ใบบัว นำมำหั่นฝอย ๆ ชงด่ืมแทนนำ้ ชำ ชว่ ยแก้รอ้ นในกระหำยน้ำได้เปน็ อย่ำงดี - เกสรบัว ส่วนของเกสรสเี หลอื ง สำมำรถใช้เขำ้ เครื่องยำท้ังไทยและจีน โดยเฉพำะยำลม ยำหอม ยำ บำรงุ หัวใจ และยำขบั ปัสสำวะ - ดีบัว เปน็ ส่วนของตน้ อ่อนทอี่ ยู่ภำยในเมด็ บัว มีรสขมจดั สำมำรถนำมำเปน็ ส่วนผสมของยำโบรำณ มี

ฤทธิข์ ยำยหลอดเลือดท่ีไปเลีย้ งกลำ้ มเนื้อหัวใจได้ ความมงคล : บัวหลวง นับว่ำเป็นสญั ลักษณแ์ หง่ ควำมดีงำมในทำงพระพุทธศำสนำ ซึง่ นบั ตง้ั แต่อดีตจนถึงปัจจุบันคนไทยก็ยัง นิยมนำดอกบวั หลวงมำใชบ้ ชู ำพระ ยำกทีจ่ ะหำไมด้ อกชนดิ อนื่ มำทดแทนได้ ซง่ึ บัวทนี่ ยิ มนำมำไหว้พระกไ็ ด้แก่ บัวหลวง บวั หลวง นอกจำกดอกท่ีมีคุณค่ำแล้ว สว่ นอน่ื ๆของบัวหลวงก็มีคณุ คำ่ ไม่แพ้ดอก ซึ่งแตล่ ะสว่ นก็ล้วน แล้วแต่มปี ระโยชนท์ ้ังสน้ิ การปลกู พืน้ ท่ีปลกู บัวหลวงควรเปน็ พื้นท่รี ำบล่มุ พ้ืนท่ีมีควำมสงู ต่ำสมำ่ เสมอ และใกล้แหลง่ น้ำ ลักษณะของดินควรเป็น ดนิ รว่ นหรือดนิ เหนยี ว หน้ำดนิ เป็นโคลนตมไม่หนำมำก สำหรบั ดนิ รว่ นปนทรำยจะให้ผลผลติ ของดอกน้อย ใบ จะมำกกว่ำ การเตรียมแปลง – กำรเตรียมแปลงปลูกบัวหลวงจะมีลกั ษณะคลำ้ ยกบั กำรทำนำ แต่จะขุดแปลงลกึ กวำ่ ประมำณ 1-1.5 เมตร เพอ่ื ใหก้ ักเกบ็ นำ้ สงู 0.5-1 เมตร – หำกเป็นแปลงเก่ำหรือบ่อเกำ่ ให้สูบนำ้ ออกใหห้ มด พร้อมไถ และปรับพื้นท่ีใหเ้ รียบ และกำจดั วัชพชื – หวำ่ นปูนขำว เพอ่ื ฆำ่ เช้ือ และปรบั สภำพดนิ พร้อมตำกแดดบอ่ ประมำณ 1-2 อำทิตย์ – ทำกำรหวำ่ นปยุ๋ สตู ร 12-12-24 อตั รำ 30 กก./ไร่ ร่วมกับปุ๋ยคอก 200 กก./ไร่ พร้อมทำกำรไถ และปรบั หนำ้ ดินอกี ครงั้ ขนั้ ตอนการปลกู กำรปลกู จะใชว้ ิธกี ำรแยกเหงำ้ บวั หรอื รำกบัวออกปลกู โดยเหง้ำท่ีใช้ จะยำวประมำณ 2-3 ขอ้ และมี ตำเหง้ำ 2-3 ตำ ซง่ึ หลังปลกู ตน้ บัวใหม่จะงอกข้ึนตำมตำบรเิ วณข้อบวั แบ่งเป็น 2 วธิ ี คอื 1. กำรปลูกในแปลงดินแห้ง มักใช้สำหรบั แปลงใหม่หรอื ต้องกำรปลูกในลกั ษณะของดินแหง้ หลังจำกกำรเตรยี มบ่อ กำรปลูกในแปลง ลักษณะนี้จะใช้วิธกี ำรขุดหลมุ ด้วยเสยี มหรือจอบลกึ ประมำณ 15-20 ซม. พรอ้ มฝงั เหงำ้ บัว โดยให้เหลอื ส่วนที่ เปน็ ตำบัวเหนือผิวดินประมำณ 1-2 ข้อ หลงั จำกนน้ั จงึ ทำกำรปล่อยน้ำเข้ำแปลง 2. กำรปลกู ในแปลงดนิ โคลน เปน็ วิธีกำรท่ีนยิ มปลกู เนื่องจำกงำ่ ย และสะดวกกวำ่ วิธแี รก ดว้ ยกำรปลอ่ ยน้ำเข้ำแปลงเพียงเลก็ น้อย หรอื สูง กว่ำผวิ ดิน 3-5 ซม. เพื่อใหด้ นิ เป็นโคลนตม หลงั จำกนน้ั จะให้เหง้ำบัวเสียมลงแปลง โดยใหเ้ หลอื สว่ นเหนอื ผิว ดนิ ประมำณ 1-2 ข้อ เม่อื ปลูกเสร็จจึงทำกำรปล่อยนำ้ ให้ท่วมแปลง การดแู ล 1. กำรปลอ่ ยน้ำ จะปลอ่ ยน้ำหลังปลกู เสร็จให้ทว่ มแปลงในระดับสูงกวำ่ ปลำยเหง้ำบัวเพยี งเล็กน้อย เมอื่ ต้นออ่ นบัวเริมงอก และตั้งตวั ได้แล้วจึงทำกำรปล่อยนำ้ เขำ้ แปลงอีกคร้ัง 2. กำรใส่ปยุ๋ จะทำกำรใส่ป๋ยุ ครั้งแรกเมื่อเห็นตน้ ออ่ นของบวั งอกแล้วประมำณ 1-2 อำทิตย์ โดยใชส้ ูตร 16-16-8 และอีกครัง้ ในระยะก่อนบวั ออกดอกในสูตร 12-12-24 ทั้งสองครั้งใส่ประมำณ 30 กก./ไร่ นอกจำกนี้ ในระยะแรกอำจใส่ปยุ๋ มลู สัตว์ร่วมดว้ ยในอตั รำ 100 กก./ไร่ ไม่ควรใสป่ ุย๋ ชนิดนี้มำกเพรำะทำใหน้ ้ำเน่ำเสยี ได้

การเก็บผลผลิต ผลผลิตท่ไี ดจ้ ำกกำรปลกู บัวหลวงแบ่งไดเ้ ปน็ หลำยส่วน คือ 1. ดอก ถือเป็นผลผลติ หลกั ของกำรปลูกบัวหลวง เนือ่ งจำกมีควำมต้องกำรทำงตลำดมำกท่สี ดุ กำรเกบ็ ดอก สำมำรถเก็บไดต้ ลอดอำยุของบวั ดว้ ยกำรตัดก้ำนดอกยำว 30-40 ซม. 2. ใบ เปน็ ผลพลอยได้จำกกำรปลกู บัว นิยมตัดใบอ่อนนำมำใช้ในกำรห่อขำ้ วของ หรือพิธกี รรมต่ำงๆ เชน่ งำนบวช 3. ฝักบัว ถือเปน็ ผลผลิตที่มีกำรจำหน่ำยในทอ้ งตลำดชนิดหนงึ่ ท่ีนิยมกนั มำก เนื่องจำกสำมำรถรับประทำน สดได้ หรือนำมำทำของหวำน ในรปู ของเมล็ดบวั เช่ือม กำรเกบ็ ฝักบวั จะเกบ็ ในระยะฝกั แก่ 4. เหงำ้ บวั หรือรำกบวั นยิ มนำมำทำรำกบัวเชอ่ื ม หรือนำมำปรงุ เปน็ อำหำร กำรเก็บรำกบวั จะเก็บ เมอ่ื ตน้ บัวมปี ริมำณถ่มี ำกเกนิ ไป อุปกรณ์และวิธกี ารทดลอง อุปกรณ์ 1. ปี๊บ 3 ใบ 2. สยี ้อมกก 10 ซอง (15 กรมั ) 3. ถงุ มือ 1 กลอ่ ง 4. คดั เตอร์ 3 เล่ม 5. กรรไกร 3 เลม่ 8. กระดำษแข็ง 6 แผ่น 9. กำวตรำชำ้ ง 1 โหล 10. ใบบวั หลวง 80 ใบ 11.ช้อนชำ 3 ดำ้ ม แผนกจิ กรรม เตรยี มสถำนท่ี เตรียมอุปกรณ์ เตรยี มใบบวั เวลำตำก ยอ้ มใบบวั จำนวนผลติ ภณั ฑ์ แดด 1 วัน 1 วัน วธิ กี ารทดลอง 1. เก็บใบบวั หลวงมำจำกแหลง่ นำ้ นำใบบวั ไปลำ้ ง 2. นำใบบัวมำตำกใหแ้ ห้งเปน็ เวลำ 0-70 นำที ตำมลำดบั 3. นำใบบัวมำตำกแดด ตำมเวลำทกี่ ำหนด แล้วนำไปยอ้ มสี โดยกำรตม้ ในปีป๊ ใสน่ ้ำ 5 ลติ ร และใช้สียอ้ ม กก 1 ซอง ( นำ้ หนกั 15 กรัม) ใช้เวลำต้ม 2 นำที หลังจำกย้อมแล้ว นำมำสะดุ้งด้วยน้ำเย็น 4. นำใบบวั ทยี่ อ้ มแลว้ ไปผงึ่ ลมไว้นำน 2 นำที 5. นำใบบวั ท่ีย้อมสีไปทำผลติ ภณั ฑ์ เชน่ หุ้มกลอ่ งแล้วจดั ตบแต่งให้สวยงำม 6. หรอื เพื่อพฒั นำเป็นผลติ ภณั ฑ์อ่นื ๆ ต่อไป

ผลการทดลอง ตารางตอนที่ 1 การสังเกตสีของใบบวั หลวง เวลำในกำร ควำมแหง้ ของใบบวั กำรสังเกต และ หมำยเหตุ ตำกแดด (สงั เกตปริมำณนำ้ ในใบบัว) ครัง้ 1 ครั้ง 2 ครงั้ 3 กำรสมั ผัส 0 นำที 000 10 นำที 010 เฉล่ีย ใชต้ วั เลขแทน 20 นำที 121 0 สีเขียวเข้มมำก ใบมันวำว 0= ใบบวั สด 30 นำที 311 0.3 สเี ขยี วเขม้ มำก ใบเริม่ เห่ียว ขอบใบเรมิ่ 1-1.9=แหง้ น้อย 2-2.9=แห้งปำน 40 นำที 222 มว้ นงอ ใบมันวำวลดลง 1.3 สีเขียวเขม้ มำก ขอบใบเร่มิ ม้วนงอมำก กลำง 50 นำที 443 3-3.9=แหง้ มำก ใบเร่ิมนมิ่ ใบมันวำวลดลง 60 นำที 343 1.6 สเี ขียวเข้มลดลง ขอบใบเร่มิ ม้วนงอ 4-4.9=แห้งมำก มำกข้นึ ใบน่ิมมำก ใบมันวำวลดลง ที่สดุ 70 นำที 322 2 สีเขียวเข้มลดลง ขอบใบเรม่ิ ม้วนงอ มำก ใบน่มิ มำก ใบไม่มนั วำว 3.6 สีเขียวเรม่ิ ซีด ขอบใบมว้ นงอมำก ใบ นมิ่ มำก ใบไม่มนั วำว 3.3 สเี ขียวซีดมำกขน้ึ ขอบใบม้วนงอมำก ใบนม่ิ มำก ใบไม่มนั วำว 2.3 สเี ขยี วซีดมำก ขอบใบม้วนงอมำกท่สี ุด ใบนิ่มมำก ใบไมม่ นั วำว ผลการทดลอง ตารางตอนท่ี 2 การสังเกตการย้อมตดิ สีของใบบัวหลวง เวลำ/ นำที กำรติดสขี องใบบวั กำรสังเกต และ หมำยเหตุ (สังเกตปริมำณสใี นใบบวั ) กำรสัมผัส ใชต้ ัวเลขแทน 0-0.9 = ไมต่ ดิ สี คร้ัง 1 ครง้ั 2 ครง้ั 3 เฉลย่ี 1-1.9 = ตดิ สี น้อย 0 นำที 0 0 0 0 ไม่ติดสี 2-2.9= ตดิ สปี ำน กลำง 10 นำที 0 0 1 0.3 สีเร่มิ ติด ตำมขอบใบ 3-3.9=ติดสมี ำก 4-4.9=ติดสีมำก 20 นำที 1 0 1 0.6 ตดิ สีเล็กนอ้ ย ตดิ สีเพียงดำ้ นหลงั ใบ ทีส่ ุด 30 นำที 1 2 1 1.3 สตี ิดปำนกลำง ติดทั้งด้ำนหน้ำและ ดำ้ นหลงั 40 นำที 2 2 2 2 สตี ดิ ปำนกลำง ติดท้ังใบ ขอบใบไม่ช้ำ 50 นำที 2 3 4 3 สตี ดิ มำก ติดทั้งใบ ขอบใบเริ่มช้ำ 60 นำที 3 4 4 3.6 สตี ิดมำกขึน้ ตดิ ทง้ั ใบ ขอบใบช้ำมำก 70 นำที 4 4 4 4 สีตดิ มำก ตดิ ท้ังใบ ขอบใบชำ้

กราฟแสดงผลการทดลอง เวลำในกำรตำกแดด ครงั้ ท่ี 1 ตอนท่ี 1 การสังเกตสีของใบบวั หลวงขณะตำกแดด เวลำในกำรตำกแดด คร้งั ท่ี 2 เวลำในกำรตำกแดด ครง้ั ท่ี 3 (สขี องใบบวั ) 4.5 (เวลำ/นำที) 4 3.5 3 2.5 2 1.5 1 0.5 0 0 นำที 10 นำที 20 นำที 30 นำที 40 นำที 50 นำที 60 นำที 70 นำที กราฟแสดงผลการทดลอง ตอนที่ 2 กราฟการสังเกตการย้อมติดสขี องใบบัวหลวง

(สีของของใบบัว) คร้งั ที่ 1 4.5 ครง้ั ที่ 2 ครงั้ ท่ี 3 4 3.5 (เวลำ/นำที) 3 2.5 2 1.5 1 0.5 0 10 นำที 20 นำที 30 นำที 40 นำที 50 นำที 60 นำที 70 นำที ค่าเฉลย่ี ตอนท่ี 1 การสังเกตสีของใบบวั หลวง เวลำ/นำที ค่ำเฉล่ีย 0 นำที 0 10 นำที 0.33 20 นำที 1.33 30 นำที 1.67 40 นำที 2 50 นำที 3.67 60 นำที 3.33 70 นำที 2.33

(ค่ำเฉล่ีย) คา่ เฉลี่ย 4 3 3.67 3.67 3.5 คำ่ เฉล่ยี 2 50 3 1.33 (เวลำ) 0.67 60 70 2.5 0 10 20 30 40 2 1.5 1 0.5 0 0 0 คา่ เฉล่ีย ตอนที่ 2 การสังเกตการย้อมตดิ สีของใบบัวหลวง เวลำ คำ่ เฉลี่ย 0 นำที 0 10 นำที 0.3 20 นำที 0.6 30 นำที 1.3 40 นำที 2 50 นำที 3 60 นำที 3.6 70 นำที 4

ค่าเฉล่ีย 4.5 4 4 3.5 3.6 (คำ่ เฉล่ยี ) 3 3 2.5 2 2 1.5 1.3 1 0.6 0.5 0 0.3 0 0 นำที 10 นำที 20 นำที 30 นำที 40 นำที 50 นำที 60 นำที 70 นำที อภปิ รายผล การอภปิ รายผลการทดลอง จากผลการทดลองตอนท่ี 1 การสังเกตสีของใบบัวหลวง ผลการทดลองพบวา่ เวลำตำกแดด 0 นำที ใบบวั สดมสี เี ขยี วเข้มมำก ใบมลี ักษณะมันวำว เวลำตำกแดด 10 นำที ใบบวั เริม่ แห้ง สเี ขียวเขม้ มำก ใบเร่ิมเห่ียว ขอบใบเร่ิม มว้ นงอ ใบมันวำวลดลง เวลำตำกแดด 20 นำที ใบบวั แห้งนอ้ ย สีเขียวเข้มมำก ขอบใบเริ่มมว้ นงอมำก ใบเรม่ิ น่มิ ใบมนั วำวลดลง เวลำตำกแดด 30 นำที ใบบวั แห้งนอ้ ย สีเขียวเข้มลดลง ขอบใบเริม่ มว้ นงอมำกขนึ้ ใบนมิ่ มำก ใบมันวำวลดลง เวลำตำกแดด 40 นำที ใบบัวแหง้ ปำนกลำง สเี ขยี วเข้มลดลง ขอบใบเริ่มมว้ นงอมำกขนึ้ ใบน่ิมมำก ไม่มันวำว เวลำตำกแดด 50 นำที ใบบวั แห้งมำก สีเขยี วเริม่ ซดี ขอบใบม้วนงอมำก ใบนิ่มมำก ไมม่ ันวำว เวลำตำกแดด 60 นำที ใบบวั แห้งมำก สีเขยี วซดี มำกขน้ึ ขอบใบมว้ นงอมำก ใบนม่ิ มำก ไมม่ ันวำว เวลำตำกแดด 70 นำที ใบบัวแหง้ มำก สีเขยี วซีดมำกขึ้น ขอบใบม้วนงอมำกทสี่ ุด ใบนิ่มมำก ไมม่ ันวำว จากผลการทดลองตอนท่ี 2 การสงั เกตการย้อมติดสีของใบบัวหลวง ผลการทดลองพบว่า เวลำตำกแดด 0 นำที ใบบวั สด ย้อมไม่ตดิ สี เวลำตำกแดด 10 นำที ใบบวั เร่ิมแห้ง ย้อมแลว้ สเี ริ่มตดิ ตำมขอบใบ เวลำตำกแดด 20 นำที ใบบวั แห้งนอ้ ย ยอ้ มแล้วสตี ดิ นอ้ ย ติดสเี พียงด้ำนท้องใบบัว เวลำตำกแดด 30 นำที ใบบัวแห้งนอ้ ย ย้อมแลว้ สตี ิดปำนกลำง ตดิ ทัง้ ด้ำนหลังและด้ำนท้องของใบบัว เวลำตำกแดด 40 นำที ใบบวั แห้งปำนกลำง ย้อมแล้วสีตดิ ปำนกลำง ตดิ ทั้งใบ แตข่ อบใบไมช่ ้ำ เวลำตำกแดด 50 นำที ใบบัวแห้งมำก ย้อมแลว้ สตี ิดมำก ติดทัง้ ใบ ขอบใบเริ่มชำ้ เวลำตำกแดด 60 นำที ใบบวั แห้งมำก ย้อมแล้วสตี ิดมำกขึ้น ติดท้ังใบ ขอบใบช้ำมำก เวลำตำกแดด 70 นำที ใบบัวแหง้ มำก ย้อมแลว้ สีตดิ มำก ติดทัง้ ใบ ใบช้ำ

สรปุ ผล กำรศึกษำวจิ ยั เร่ืองแสงแดดมผี ลตอ่ กำรยอ้ มตดิ สีของใบบวั หลวง มวี ตั ถปุ ระสงค์ 1. เพื่อศึกษำวิธีทเ่ี หมำะสมในกำรตำกแดดเพ่ือให้ใบบัวย้อมติดสี จำกผลกำรทดลอง พบวำ่ เวลำในกำรตำกแดด 40 นำที แลว้ นำมำยอ้ มสีเหมำะสมท่ีสุด เพรำะใบบัว ยอ้ มตดิ สีดที ี่สุด มีสีสวยงำมไม่เข้ม หรืออ่อนเกินไป เหมำะในกำรนำไปทำผลิตภัณฑ์ เพรำะทำให้มสี ีสันสวย สำมำรถดงึ ดดู ควำมสนใจได้ 2. เพอื่ สง่ เสริมแนวคิดในกำรพฒั นำเป็นผลิตภณั ฑ์ 3.เพอ่ื นำพชื ในธรรมชำติมำใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่ำมำกทส่ี ดุ ดงั นนั้ เวลำในกำรตำกแดด 40 นำที จงึ เป็นเปน็ เวลำดที ี่สุดในกำรย้อม เพรำะสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ท้ัง 3 ขอ้ เอกสารอ้างองิ ก่องกำนดำ ชยำมฤต และลนี ำ ผูพ้ ัฒนพงศ์. สมุนไพรไทย ตอนท่ี 7. กรงุ เทพมหำนคร: สำนักพมิ พ์ประชำชน, 2545. ไทยเกษตรศำสตร.์ “บวั หลวง“. [ออนไลน์]. สบื คน้ เมอ่ื 20 พฤศจกิ ำยน 2558 จำกเว็บไซต์ http://www.thaikasetsart.com. นนั ทวัน บุณยะประภัศร และคณะ. สมุนไพรไมพ้ ืน้ บ้าน (1). กรุงเทพมหำนคร: สำนักพิมพป์ ระชำชน, 2539. _________. สมนุ ไพรไม้พื้นบ้าน (2). กรงุ เทพมหำนคร: สำนักพิมพ์ประชำชน, 2541. _________. สมนุ ไพรไม้พ้ืนบ้าน (3). กรุงเทพมหำนคร: สำนักพิมพป์ ระชำชน, 2542. นพมำศ สนุ ทรเจริญนนท์ และนงลกั ษณ์ เรอื งวเิ ศษ. 2551. วิเคราะหว์ ิจัยคณุ ภาพเครอ่ื งยาไทย. กรงุ เทพมหำนคร: คอนเซ็พท์ เมดิคสั จำกัด, 2551. ไพรวรรณ ขนั ธจร. สียอ้ มกก. [ออนไลน์]. สบื ค้นวันที่ 13 มกรำคม 2559 จำกเวบ็ ไซต์ http://www.pks2000.com/Products/Pro-Kok.html ภทั รำพร ตัง้ สขุ ฤทยั . 2549. มหัศจรรยแ์ หง่ บวั . วำรสำรหมออนำมยั ปที ี่ 15 ฉบับที่ 5 หน้ำ 66-70. : กรงุ เทพมหำนคร, 2542. ลัดดำวลั ย์ บญุ รัตนกรกจิ . บวั หลวงสมนุ ไพรนา่ ใช้ เลม่ 1. พมิ พ์ดีกำรพิมพ์: กรงุ เทพมหำนคร, 2541. วนั ดี กฤษณพนั ธ์. สมุนไพรนา่ รู้. กรุงเทพมหำนคร: สำนกั พมิ พ์แห่งจุฬำลงกรณ์มหำวทิ ยำลัย, 2551. วพิ ธุ โยคะ รัตนรังษี, สวุ ตั ร์ ตั้งเจริญ และปรญิ ญำ อทุ ศิ ชลำนนท์. เพชรนา้ เอก: กรุยอดตารับยา สมุนไพร. กรุงเทพฯ: สุวรี ิยำศำสน์, 2541. สำนักงำนโครงกำรอนรุ ักษพ์ ันธกุ รรมพืชอันเนื่องมำจำกพระรำชดำริ สมเด็จพระเทพรตั นรำชสดุ ำฯ สยำมบรม รำชกุมำร.ี “บัวหลวง“. [ออนไลน์]. สบื ค้นเมือ่ 20 พฤศจกิ ำยน 2558 จำกเวบ็ ไซต์ http://www.rspg.or.th.

ภาคผนวก 1. เก็บใบบัวหลวงจากแหลง่ น้า 2. นาใบบวั มาตากแดด

3.นาบวั ใบไปย้อมสี

4.นาใบบัวท่ีย้อมแลว้ ไปผง่ึ ลมไว้ 2 นาที 5. นาใบบวั มาประดิษฐ์ทาผลิตภณั ฑ์ (ทากลอ่ ง)

สญั ญำที่ RDG5740040/58-09 รำยงำนวิจัยฉบบั สมบูรณ์ โครงงำนยอ่ ยที่ 8 เรือ่ ง ศึกษำกำรทำใบบำงจำกใบบวั หลวง อำจำรย์ท่ปี รึกษำโครงงำน นำยเดชมณี เนำวโรจน์ คณะผวู้ ิจัย(นักเรยี น) นำงสำวสริ ิธร วงเวยี น นำงสำวปัฐทิชำ พลู ทวี นำงสำวอรอมุ ำ บุญไชย นำงสำวปิยะวรรณ วงษ์ศิริ นำยนนทวฒั น์ หลกั คำ นำยนรำธร ทำทอง สนับสนนุ โดยสำนกั งำนกองทุนสนับสนุนกำรวจิ ยั (สกว) และ บมจ.ธนำคำรกสิกรไทย ชดุ โครงกำร “เพำะพนั ธ์ปุ ัญญำ (พัฒนำยวุ วิจยั )”

กิตติกรรมประกาศ โครงงำนRBL เร่ือง ศึกษำกำรทำใบบำงจำกใบบวั หลวง ในครั้งนี้สำเร็จลลุ ว่ งได้ต้องขอกรำบ ขอบพระคณุ นำยชำติชำย สงิ ห์พรหมสำร ผู้อำนวยกำรโรงเรยี นสมเด็จพระญำณสังวร ในพระสงั ฆรำชูปถัมภ์ นำยเชิดชัย สงิ หค์ บิ ุตร รองผอู้ ำนวยกำรโรงเรยี นสมเดจ็ พระญำณสังวร ในพระสังฆรำชูปถมั ภ์ ท่ีให้คำช้แี นะ อำนวยควำมสะดวกในกำรทำโครงงำน และขอบคุณศูนย์พ่ีเลย้ี งมหำวิทยำลยั อุบลรำชธำนี ทเี่ ปดิ โอกำสให้ ขำ้ พเจ้ำและคณะไดม้ โี อกำสได้เรียนรกู้ ำรทำโครงกำร RBL ในครั้งนี้ กรำบขอบพระคุณ คณุ ครู เดชมณี เนำวโรจน์ คุณครูยำใจ เจรญิ พงษ์ คุณครแู สงเดอื น บกนอ้ ย ท่ีให้ คำปรกึ ษำ ดูแลแนะนำ และแก้ไขข้อบกพรอ่ งในกำรทำโครงงำนทุกด้ำน กรำบขอบพระคุณ คณะครู บคุ ลำกร ทำงกำรศกึ ษำ และเพ่อื นนักเรียนทค่ี อยใหก้ ำลงั ใจ จนกระทั่งโครงงำน เรอื่ ง ศกึ ษำกำรทำใบบำงจำกใบบัว หลวงสำเรจ็ ลุล่วงไปด้วยดี

บทคดั ย่อ ช่ือโครงงาน ศกึ ษำกำรทำใบบำงจำกใบบัวหลวง ผ้จู ัดทา นำงสำวสิรธิ ร วงเวยี น นำงสำวปัฐทิชำ พูลทวี นำงสำวอรอมุ ำ บญุ ไชย นำงสำวปิยะวรรณ วงษศ์ ิริ นำยนนทวฒั น์ หลกั คำ นำยนรำธร ทำทอง ครูท่ีปรึกษา นำยเดชมณี เนำวโรจน์ นำงสำวแสงเดือน บกน้อย ปีที่ทา พ.ศ. 2558 โรงเรียนสมเดจ็ พระญำณสังวร ในพระสังฆรำชปู ถัมภ์เป็นโรงเรยี นวิถพี ุทธจึงเลือกบัวเป็นประเดน็ หลกั ใน กำรทำกำรทดลอง ทำให้มีกำรศึกษำกำรทำใบบำงจำกใบบัว โดยเรำจะศึกษำสำรละลำยท่ที ำใหใ้ บบัวกลำยเป็น ใบบำง โดยทดลองนำใบบวั มำแชส่ ำรละลำย NaOH และสำรละลำย HCl ทม่ี คี วำมเข้มข้นปริมำณละ 0.01mol/������������3 , 0.02mol/������������3, 0.03mol/������������3ลงในกะละมังโดยใช้ปริมำณสำรละลำย 2 ลิตรใน ระยะเวลำ 12 วนั กำรออกแบบกำรทดลอง แบง่ ออกเปน็ 3 ชดุ กำรทดลอง คือ ชุดกำรทดลองของ NaOH , ชุดกำร ทดลองของ HCl และชดุ กำรทดลองนำ้ เปลำ่ สงั เกตในระยะเวลำ 12 วนั ผลท่ไี ดค้ ือ ใบบัวทีไ่ ดจ้ ำกกำรแช่ NaOH ใบจะยงั เหนยี วอยู่ขูดยำก เม่อื เปรียบเทียบกบั ใบบัวท่แี ชใ่ นสำรละลำย HCl ใบบัวจะอ่อนทำให้สำมำรถ ขูดเนอื้ ออกไดง้ ำ่ ย ทำให้เหน็ เส้นใยท่ชี ัดเจนและเป็นใบบำงที่สวยงำม จำกผลกำรทดลอง สรปุ ได้ว่ำ ใบบวั ท่แี ชส่ ำรละลำย HCl 0.03mol/������������3ในระยะเวลำ 12 วนั ทำ ให้ใบบวั กลำยเป็นใบบำงได้

บทนา ความเป็นมาและความสาคัญของโครงงาน กลุ่มของข้ำพเจ้ำเลือกนำบัวหลวงมำทดลองเพรำะบัวพบได้มำกในพ้ืนท่ีหมู่บ้ำนของนักเรียนโรงเรียน สมเด็จพระญำณสงั วร เป็นพชื ทีม่ ีสรรพคณุ มำกมำยและเป็นพืชท่ีเก่ียวข้องกับวิถีชีวิตชำวบ้ำน อีกท้ังดอกบัวยัง เป็นดอกไม้ที่มีควำมสัมพันธ์กับโรงเรียนของเรำซึ่งเป็นโรงเรียนวิถีพุทธ ประกอบด้วยกลุ่มของข้ำพเจ้ำมีควำม สนใจเรอ่ื งกำรทำใบบำงจำกใบโพธ์ิ ดังนั้นคณะผู้จัดทำจึงมีแนวคิดท่ีจะนำพืชมีในท้องถ่ินมำศึกษำสำรละลำยท่ี ใช้ในกำรทำใบบำงโดยใช้สำรละลำยที่มีควำมเป็นกรด เบส ท่ีควำมเข้มข้นต่ำงกันมำทดสอบเพ่ือหำสมบัติของ สำรท่สี ำมำรถทำใบบำงจำกใบบัวหลวงได้คุณสมบัติตำมท่ีต้องกำรมำกทส่ี ดุ วตั ถปุ ระสงค์ ศึกษำควำมเข้มข้นของสำรละลำยทท่ี ำใหไ้ ด้ใบบำงจำกใบบัวหลวง สมมติฐำน ใบบำงที่ได้จำกใบบัวหลวงท่ีแช่สำรละลำยท่ีตำ่ งกันในระยะเวลำท่ตี ่ำงกนั ให้คณุ ภำพเสน้ ใย ต่ำงกนั ตัวแปร โครงงำนน้มี ตี ัวแปรต่อไปนี้ และแสดงผงั เหตุ-ผลในรูปต่อไปนี้ ตวั แปรอิสระ คอื ใบบำงจำกใบบวั ตวั แปรตำม คอื คณุ ภำพเสน้ ใยบวั จำกกำรแชส่ ำรละลำยท่ีตำ่ งกันและระยะเวลำที่ตำ่ งกนั ตวั แปรควบคมุ คอื ปริมำณใบบัว ปริมำณของสำรละลำย ระยะเวลำในกำรทดลอง NaOH ระยะเวลา ทดสอบคุณภาพ คลอโรฟิ วลท์ ยี่ งั ติดอยู่ HCl เสน้ ใยบวั บนเส้นใย เสน้ ใย การตดิ สี ความเขม้ ขน้ ของ สารละลาย ผงั เหตุ-ผล หรือตวั แปรต้น (เหตุ) ตัวแปรตำม (ผล) ของโครงงำนฐำนวิจัยน้ี

แนวคิด และทฤษฎที ี่เกีย่ วข้อง ลักษณะของบวั หลวง ต้นบัวหลวง จัดเป็นไม้ล้มลุก มีอำยุหลำยปี ลำต้นมีท้ังเป็นเหง้ำอยู่ใต้ดิน และเป็นไหลอยู่เหนือดินใต้ นำ้ ลกั ษณะของเหง้ำเปน็ ท่อนยำว มีปลอ้ งสเี หลอื งอ่อนจนถงึ สีเหลอื ง มคี วำมแข็งเล็กน้อย หำกตัดตำมขวำงจะ เหน็ เปน็ รูปกลม ๆ อยู่หลำยรู โดยส่วนของไหลจะเป็นส่วนเจริญไปเป็นต้นใหม่ สำมำรถเจริญเติบโตได้ดีในดิน เหนียว ในระดับน้ำลึก 30-50 เซนติเมตร และสำมำรถขยำยพันธ์ุด้วยวิธีกำรใช้เมล็ดหรือวิธีกำรแยกไหล มีถ่ิน กำเนิดในทวปี เอเชยี [1],[2],[3] ใบบวั หลวง ใบเป็นใบเด่ียว ใบอ่อนจะลอยปริ่มน้ำ ส่วนใบแก่แผ่นใบจะชูข้ึนเหนือน้ำ ลักษณะของใบ เป็นรูปเกือบกลมและมีขนำดใหญ่ โดยมีขนำดประมำณ 50 เซนติเมตร ขอบใบเรียบและเป็นคล่ืน ผิวใบ ด้ำนบนเป็นนวลเคลือบอยู่ ก้ำนใบจะติดอยู่ตรงกลำงของแผ่นใบ ก้ำนใบมีลักษณะแข็งและเป็นหนำม หำกตัด ตำมขวำงจะเหน็ รอู ยูภ่ ำยใน และก้ำนใบจะมีนำ้ ยำวสีขำว เม่อื หักกำ้ นจะมีสำยใยสขี ำว ๆ สำหรบั ใบอ่อนจะเป็น สเี ทำนวล ปลำยจะม้วนงอข้ึนเข้ำหำกนั ท้ังสองดำ้ น[1],[2] ดอกบัวหลวง ออกดอกเปน็ ดอกเดย่ี ว มีสีขำว สีชมพู ดอกมกี ล่ินหอม ดอกมีกลีบเลี้ยง 4-5 กลีบ กลีบ เลี้ยงมีขนำดเล็กและสีขำวอมเขียวหรือเป็นสีเทำอมชมพู ร่วงได้ง่ำย ส่วนกลีบดอกจะมีจำนวนมำกและเรียง ซ้อนกันอยู่หลำยชั้น ลักษณะของกลีบดอกเป็นรูปไข่กว้ำงประมำณ 5-6 เซนติเมตร และยำวประมำณ 7-9 เซนติเมตร เมื่อดอกบำนเต็มที่จะมีขนำดประมำณ 20-25 เซนติเมตร ในดอกจะมีเกสรตัวผู้สีเหลืองอยู่เป็น จำนวนมำก ซ่ึงมีควำมยำวประมำณ 4-5 เซนติเมตร และล้อมรอบอยู่บริเวณฐำนรองดอกซ่ึงมีลักษณะเป็นรูป

กรวยหงำย หรอื ทเี่ รียกว่ำ “ฝกั บัว” ท่ีปลำยอับเรณจู ะมีระยำงคล้ำงกระบองเล็ก ๆ มีสีขำว ส่วนเกสรตัวเมียจะ มรี งั ไขฝ่ งั อยู่ในฐำนรองดอก เมื่อออ่ นเป็นสเี หลือง หำกแก่แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว ช่องรังไข่จะเรียงเป็นวงบน ผิวหน้ำตดั มีจำนวน 5-15 อนั ส่วนก้ำนดอกมีสีเขียว ลักษณะยำวและมีหนำมเหมือนก้ำนใบ โดยก้ำนดอกจะชู ข้นึ เหนือน้ำและชูขึน้ สงู กวำ่ กำ้ นใบเลก็ น้อย ดอกบัวหลวงจะเริ่มบำนในตอนเช้ำ โดยจะออกดอกและผลในช่วง เดือนสิงหำคมถึงเดือนธันวำคม (ดอกมีสำรอัลคำลอยด์ (alkaloids) ช่ือ nelumbine ส่วน Embryo มี lotusine ส่วนเกสรมีสำรฟลำโวนอยด์หลำยชนิด เช่น quercetin, isoquercitrin, luteolin, luteolin glucoside และยังพบว่ำมีสำรอลั คำลอยดด์ ว้ ย)[1],[2],[3],[4],[6] ฝกั บวั หลวง ในฝกั มีผลอ่อนสีเขียวนวลและมีจำนวนมำก ผลจะฝังอยู่ในส่วนท่ีเป็นฝักรูปกรวยในดอก ใน รูปกรวยของดอกนน้ั เม่ือออ่ นจะเปน็ สเี หลือง เมอ่ื แกแ่ ลว้ จะขยำยใหญ่ขน้ึ และเปลีย่ นเปน็ สเี ทำอมเขียว โดยจะมี ผลสเี ขียวออ่ นฝังอยูใ่ นฝักรูปกรวยเปน็ จำนวนมำก[1]

ผลบัวหลวง หรือ เมล็ดบัวหลวง ออกผลเป็นกลุ่มหรือท่ีเรียกว่ำฝัก ลักษณะผลเป็นรูปกลมรี ผลอ่อนมีสี เขียวนวลและมจี ำนวนมำก เมล็ดมีควำมกว้ำงประมำณ 1 เซนติเมตร ในเมล็ดมีดีบัว หรือต้นอ่อนท่ีฝังอยู่กลำง เมลด็ มสี ีเขียว (เมลด็ มสี ำรอัลคำลอยด์ (alkaloids) และ beta-sitosterol[1],[2],[7] ดบี ัวหลวง คอื สว่ นของต้นออ่ นทอ่ี ยู่ในเม็ดบวั หลวง ดีบวั มีลักษณะคลำ้ ยสำก มีควำมยำวประมำณ 1- 1.5 เซนติเมตร และมีขนำดเส้นผ่ำนศูนย์กลำงประมำณ 2 มิลลิเมตร มีใบอ่อน 2 ใบ ใบหนึ่งส้ัน ส่วนอีกใบยำว ใบมสี ีเขียวเข้มหรือสเี ขียวอมเหลือง ปลำยใบมลี ักษณะม้วนเป็นรูปคล้ำยลูกศร มีต้นอ่อนตรง ขนำดเล็กมำกอยู่ ระหว่ำงใบอ่อนท้ังสอง มีควำมยำวประมำณ 2 มิลลิเมตร โคนต้นมีสีเหลืองอ่อนหรือเป็นสีเหลืองอมเขียว ลักษณะเป็นรูปทรงกระบอกยำวประมำณ 2-4 มิลลิเมตร เน้ือหนำเปรำะ ร้อนหน้ำตัดจะมีรูเล็ก ๆ จำนวนมำก ดีบัวมีรสขมจัด แต่ไม่มีกล่ิน (ดีบัวมีสำรในกลุ่มอัลคำลอนด์อยู่หลำยชนิด เช่น Demethylcoclaurine, Isoliensinine, Liensinine, Lotusine, Methyl corypalline, Neferine, Nuciferine, Pro Nuciferine และ ยงั มีสำรในกลุม่ ฟลำโวนอยด์ เช่น Galuteolin, Hyperin, Rutin)[15]

อุปกรณแ์ ละวธิ ีการทดลอง วสั ดอุ ปุ กรณ์ NaOH [เกร็ด] 2 กระปกุ ( 350 g ) HCl [ 6 mol ] 2 ขวด กะละมงั 7 ใบ บีกเกอร์ 10 ใบ แท่งแกว้ คนสำร 2 แท่ง เคร่ืองช่ังสำร 2 เครื่อง หลอดหยด(ใหญ่) 5 หลอด ใบบัวหลวง 50 ใบ นำ้ กรอง 10 ลิตร แปรงสฟี ัน 10 ดำ้ ม ตลับเมตร 1 อนั วิธกี ำรทดลอง 1. เตรยี มใบบวั ทีใ่ ชใ้ นกำรทดลอง โดยกำรเลือกใบบัวหลวงทม่ี ีขนำดและอำยุเท่ำกนั หรือไกลเ้ คียงกันนำมำล้ำง นำ้ ใหส้ ะอำด 2. เตรยี มสำรละลำย NaOH และสำรละลำย HCl ท่ีมคี วำมเขม้ ขน้ ปรมิ ำณละ 0.01mol/������������3 , 0.02mol/������������3, 0.03mol/������������3ลงในกะละมังโดยใช้ปริมำณสำรละลำย 2 ลติ ร 3. นำใบบวั หลวงที่เตรยี มไว้มำแช่ในสำรละลำยเปน็ เวลำ 12 วนั 4. นำข้นึ มำจำกภำชนะทีแ่ ช่ แลว้ นำมำล้ำงนำ้ ใหส้ ะอำดหรือใชแ้ ปรงขนนุ่มขดั ส่วนท่เี ปน็ คลอโรฟลิ ทย่ี ังติดอยู่ กับเส้นใยออก 5. บันทึกผลกำรทดลอง

ผลการวจิ ัย NaOH NaOH ตำรำงบนั ทกึ ผลกำรทดลอง NaOH 0.02mol/������������������ 0.03mol/������������������ ความเข้มขน้ ใบเรมิ่ เปลย่ี นสี สำรละลำยเรมิ่ ซมึ เข้ำใบ ระยะเวลา (วัน) NaOH น้ำเปลย่ี นเปน็ สีออกเหลือง น้ำเปลี่ยนเป็นสีเหลอื งส้ม 0.01mol/������������������ ไมเ่ กิดกำรเปลยี่ นแปลง 1 ใบเริ่มเป็นสีเขียวคล้ำๆ ใบเปน็ สเี ขยี วเข้มคล้ำๆ ใบเป็นสเี ขยี วเข้มออกคล้ำ 3 น้ำเรม่ิ มีสีเหลงื สม้ บรเิ วณขอบใบ ยกเว้นบริเวณกลำงใบ นำ้ เปน็ สีส้มอ่อนๆ น้ำเปน็ สสี ้มอมนำ้ ตำล นำ้ เปน็ สสี ม้ อมนำ้ ตำล นำ้ เปน็ สนี ้ำตำลส้มอ่อนๆ นำ้ เปน็ สนี ้ำตำล ใบเปลี่ยนเป็นสีเขียวเขม้ ใบเปน็ สเี ขียวคลำ้ ๆ ใบเร่มิ เปล่ยี นเขียวเข้มคล้ำ 5 คลำ้ ๆ เร่มิ มองเหน็ เสน้ ใย มองเห็นเสน้ ใยชัดเจน ยกเวน้ บรเิ วณกลำงใบ มองเหน็ เส้นใบชัดเจน นำ้ เปลี่ยนเปน็ สีน้ำตำล นำ้ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตำลส้ม นำ้ เป็นสีน้ำตำลสม้ เข้ม อ่อนๆ สขี องใบเร่ิมคลำ้ ใบเริ่มอ่อนตัว แผน่ ใบบำง 10 ใบเร่ิมเปลี่ยนเป็นสเี ขยี ว เส้นใบเป็นสีดำและ ขึน้ ขมี้ ้ำ มองเหน็ ชัดเจนข้นึ ใบเปล่ียนเปน็ สีดำแดง เสน้ ใยเรม่ิ เปลย่ี นเปน็ สดี ำ มองเห็นเสน้ ใยชัดเจน ใบเปน็ สีนำ้ ตำลเขม้ ใบเปล่ียนเป็นสดี ำคลำ้ ๆ ใบเปน็ สดี ำแดง 12 นำ้ เปลย่ี นเปน็ สนี ้ำตำลสม้ มองเห็นเส้นใบชดั เจน มองเห็นเส้นใบชดั เจน มองเห็นเสน้ ใยไดช้ ัดเจน นำ้ เปล่ียนเปน็ สนี ำ้ ตำล น้ำเป็นสนี ำ้ ตำลออกส้ม

ตำรำงบันทึกผลกำรทดลอง HCl ระยะเวลา (วัน) ความเข้มขน้ HCl 0.02mol/������������������ HCl 0.03mol/������������������ 1 HCl 0.01mol/������������������ มีจดุ สีสม้ แดงบริเวณขอบ ใบบวั มีสสี ม้ แดงยกเว้น มจี ุดสีส้มๆบรเิ วณขอบใบ ใบ บรเิ วณกลำงใบ 3 บริเวณขอบใบมีสีส้มอม ขอบใบเปน็ สสี ้มอมแดง น้ำ ใบบัวเปน็ สีสม้ แดง แดง น้ำเป็นสีใส เปน็ สใี ส น้ำเป็นสีใส 5 สขี องใบเร่ิมซดี มีเย่ือของ สีของใบเป็นสเี ขยี วซีด สีของใบเปน็ สีส้มออกซีด ใบหลุดลอยอยู่ มเี ส้นใบหลุดลอยอยู่ มีเส้นใบหลดุ ลอยอยู่ นำ้ มสี ีใสขนุ่ น้ำมีสใี สข่นุ นำ้ มีสใี สข่นุ เร่มิ มองเห็น เส้นใบ 10 นำ้ มสี ใี สขนุ่ มเี ย่ือของใบ นำ้ มสี ใี สขนุ่ มเี ยื่อของใบ น้ำเริ่มขนุ่ มีเย่ือใบลอย หลดุ ออกเพิ่มขนึ้ สใี บเป็น หลดุ ลอยอยู่ในนำ้ เร่ิม สใี บเป็นสสี ม้ ออกซดี สีจำง มองเห็นเสน้ ใบ มองเหน็ เส้นใบชดั เจน 12 นำ้ มสี ใี สขุน่ น้ำเปน็ สีใสขนุ่ มเี ยอ่ื ใบ นำ้ ขุ่นออกสนี ้ำตำล มเี ยือ่ ของใบหลุดลอย ลอยอย่ใู นน้ำ ใบเป็นสเี ขยี วอมน้ำตำลซดี ใบเปลีย่ นเปน็ สีเขียวซีดจน ใบเป็นสเี ขียวซีดๆ มองเหน็ เสน้ ใบชดั เจน คล้ำยเหย่ี ว มองเห็นเสน้ ใยชดั เจน

ตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง ������������������ ระยะเวลา (วัน) น้าเปล่า(������2������ ) 1 ไม่มีกำรเปล่ยี นแปลง 3 ไมม่ ีกำรเปลย่ี นแปลง 5 ขอบใบมีจุดสีดำเลก็ ๆ 10 บริเวณขอบใบมีจดุ สดี ำคลำ้ หลำยจดุ มีรำขน้ึ บรเิ วณกลำงใบ นำ้ เป็นสใี ส 12 ใบเปลย่ี นเป็นสีดำคลำ้ เร่ิมเน่ำ นำ้ เปน็ สีใส ตารางสรปุ ผลการทดลอง สำรละลำยท่คี วำมเขม้ ข้นทดี่ ี ควำมเข้มข้น 0.02mol/������������3 0.03mol/������������3 ที่สุด 0.01mol/������������3 ขูดเน้ือใบออกยำก ขดู ออกยำก ใบแขง็ มี NaOH ขูดไม่ออก เน้ือใบยงั ติด ออกเฉพำะบรเิ วณขอบๆ เฉพำะตรงกลำงใบที่ขูด แน่นอยกู่ ับเสน้ ใยบัว ใบ เส้นใยเป็นสีเขยี ว ไมอ่ อกเสน้ ใยเปน็ สเี ขยี ว ออ่ นๆ ขดู ยำกแตเ่ นอื้ ใบหลุด ขูด เนื้อใบออกหมด ขูดงำ่ ย มองเหน็ เสน้ ใย HCl ออกท้งั หมดยกเว้นตรง มเี ส้นใยอ่อน เป็นสี ชดั เจน เปน็ แผ่นเยอ่ื บำง กลำงของใบบวั เสน้ ใย น้ำตำล แต่ขำดง่ำย อ่อน เป็นสีนำ้ ตำล ขูดเน้ือใบออกไม่ใด้ ใบบวั มรี ำข้นึ ������2������

อภปิ รายผล ทดลองนำใบบวั มำแชส่ ำรละลำย NaOH และสำรละลำย HCl ลงในกะละมังโดยใชป้ ริมำณสำรละลำย 2 ลิตร กำรทดลอง แบ่งออกเป็น 3 ชุดกำรทดลอง คือ ชุดกำรทดลองของ NaOH 0.01mol/������������3 , 0.02mol/������������3, 0.03mol/������������3, ชุดกำรทดลองของ HCl 0.01mol/������������3 , 0.02mol/������������3, 0.03mol/������������3 และชุดกำรทดลองน้ำเปล่ำ สังเกตในระยะเวลำ 12 วัน ผลท่ีได้คือ ใบบัวที่ได้จำกกำรแช่ NaOH ใบจะยงั เหนียวอยูข่ ดู ยำกขน้ึ เมอื่ ควำมเข้มข้นสงู ข้ึน เมื่อเปรียบเทียบกับใบบัวท่ีแช่ในสำรละลำย HCl ท่ี ควำมเข้มข้นสูงข้ึนใบบัวจะอ่อนสำมำรถขูดเนื้อออกได้ง่ำย ทำให้เห็นเส้นใยที่ชัดเจนและเป็นใบบำงที่สวยงำม ใบบัวท่ีนำมำใช้ในกำรทดลองควรเลือกบัวท่ีไม่แก่จนเกินใบเพรำะจะทำบัวขูดยำกและใช้เวลำนำนในกำร ทดลอง สรปุ ผลการทดลอง จำกผลกำรทดลอง สรุปได้ว่ำ ใบบัวที่แช่สำรละลำย HCl 0.03mol/������������3ในระยะเวลำ 12 วัน ทำ ใหใ้ บบัวกลำยเปน็ ใบบำงที่ตรงตำมควำวมต้องกำรมำกท่ีสุดและใบบัวที่นำมำแช่จะต้องไม่ใช้ใบบัวแก่เพรำะจะ ทำให้ไมส่ ำมำรถขูดเอำใบบำงใด้ เอกสารอ้างองิ http://opac.tistr.or.th/Multimedia/STJN/4603/4603-17.pdf คน้ คว้ำเมื่อวนั ที่ 17 กนั ยำยน 2558 http://chm-thai.onep.go.th/chm/alien/use_paktubjava_paper.html เข้ำศกึ ษำคน้ คว้ำเม่ือวันที่ 17 กนั ยำยน 2558 http://frynn.com/%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8 %A7%E0%B8%87/ เขำ้ ศกึ ษำค้นควำ้ เม่ือวันที่ 24 กันยำยน 2558 http://www.research.rmutt.ac.th/wp-content/uploads/2012/06/1Front1.pdf เข้ำศึกษำค้นคว้ำ เมอ่ื วันที่ 24 กนั ยำยน 2558

ภาคผนวก ภำพกิจกรรม ใบบวั ที่แช่สารละลาย HCl 0.03mol/������������3


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook