หัวใจ แกท้ อ้ งเดนิ แก้ปวดทอ้ ง ทอ้ งอดื จกุ เสียด ขับปัสสาวะ แกไ้ ข้พษิ แก้ไข้ แก้ไข้อนั เกดิ แต่ซาง และโลหิต แก้ ไข้อภิญญาณ แก้ไข้คุดทะราด แก้โรคประสาท แก้ร้อน หัวใช้ขับปัสสาวะ ขับลมในลำไส้ แก้ไข้หวัด แก้ท้องเดิน แก้ร้อน แก้ปวดเมื่อย น้ำมันหอมระเหย ทำให้นอนหลับ ทำให้สงบ ทำให้ผิวหนังร้อนแดง ทั้งนี้ในบญั ชียาสมนุ ไพร ตามประกาศคณะกรรมการแห่งชาติด้านยายังระบุใหม้ ีการใช้รากแฝกหอมเป็นส่วนประกอบในตำรับ ”ยาหอมเทพ จิตร” ที่มีสรรพคุณในการแก้ลมกองละเอียด ได้แก่ อาการหน้ามืด ตาลาย สวิงสวาย ใจสั่น ตำรั บ “ยา หอมนวโกฐ” สรรพคุณแก้ลมวิงเวียน คลื่นเหียน อาเจียน ในผู้สูงอายุ แก้ลมปลายไข้ ตำรับ “ยาประสะกานพล”ู ที่มีสรรพคุณบรรเทาอาการปวดท้อง จุกเสียด แน่นเฟ้อจากอาหารไม่ย่อย เนื่องจากธาตุไม่ปกติ “ตำรับยาเขียว หอม” บรรเทาอาการไข้ ร้อนในกระหายนำ้ แก้พษิ หัด พิษสุกใส และตำรับ “ยามโหสถธจิ ันทน์” อกี ดว้ ย การนำไปใชป้ ระโยชน์ ราก มสี รรพคณุ ทำให้ดวงจติ ชุ่มชนื่ กล่ินมสี รรพคุณกล่อมปEระสาท ใช้ปรุงเปน็ ยาขับลมในลำไส้ ทำให้หาวเรอ บำรุงโลหิต แก้ปวดท้อง จุกเสยี ด แก้ทอ้ งอดื ขบั ปสั สาวะ แกไ้ ข้ แก้ไข้พษิ แกไ้ ขอ้ ภิญญาณ แกไ้ ขอ้ ันเกดิ แต่ซาง โลหิต ดี และคุดทะราด แก้โรคประสาท แก้ท้องเดิน แก้ร้อน ต้มอาบทำให้กระชุ่มกระชวย อบเสื้อผ้าให้หอม และสกัดนำ้ มันหอมระเหย หัว ขบั ลมในลำไส้ ขบั ปัสสาวะ แก้ท้องเดิน แกร้ อ้ น แก้ไข้หวัด แก้ปวดเมื่อย น้ำมนั หอม ระเหยมีฤทธิ์ฆา่ เช้ือ ทำใหน้ อนหลบั ทำให้สงบ ทำใหผ้ ิวหนังรอ้ นแดงอย่างออ่ น
ภาพท่ี 3 ย่านาง เถาวลั ยย์ า่ นาง ชอ่ื สามัญ Bamboo grass ช่อื วทิ ยาศาสตร์ Tiliacora triandra (Colebr.) Diels ไม้เถาเลื้อย เถากลมขนาดเล็ก มีเนื้อไม้ เลื้อยพันตามตน้ ไม้ หรือกิ่งไม้ เถามีสีเขียว ยาว 10-15 เมตร เถา อ่อนสีเขยี ว เม่ือเถาแกจ่ ะมสี คี ลำ้ แตกเปน็ แนวถี่ เถาอ่อนมขี นนุ่มสเี ทา มเี หงา้ ใตด้ ิน ก่ิงก้านมรี อยแผลเปน็ รูปจานท่ี ก้านใบหลุดไป มีขนประปราย หรือเกลี้ยง ใบเด่ียว หนา สีเขียวเข้มเปน็ มัน เรียงแบบสลับ รูปไข่ ยาวประมาณ 6- 12 เซนติเมตร กว้างประมาณ 4-6 เซนติเมตร ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม ฐานใบมน ผิวใบเป็นคลื่นเลก็ นอ้ ย ก้าน ใบยาวประมาณ 1.5 เซนติเมตร ผวิ ใบเรยี บมัน ไม่มหี ูใบ เน้ือใบคลา้ ยกระดาษ แต่แขง็ เหนียว มีเส้นใบก่ึงออกจาก โคนใบรูปฝ่ามือ 3-5 เส้น และมีเส้นแขนงใบ 2-6 คู่ เส้นเหล่าน้ีจะไปเชื่อมกันที่ขอบใบ เส้นกลางใบด้านล่างจะยน่ ละเอียดใกล้ๆโคน ขนเกลีย้ ง ก้านใบผิวย่นละเอยี ด ดอกออกเป็นช่อเล็กๆ แบบแยกแขนงตามขอ้ และซอกใบ มีดอก 1-3 ดอก สเี หลือง กา้ นช่อดอกยาวประมาณ 0.5 เซนติเมตร แยกเป็นชอ่ ดอกเพศผแู้ ละช่อดอกเพศเมีย ดอกเพศผู้ สีเหลือง กลีบเลี้ยงมี 6-12 กลีบ กลีบวงนอกสุดมีขนาดเล็กที่สุด กลีบวงในมีขนาดใหญ่กว่าและเรียงซ้อนกัน รูปรี กวา้ ง ยาว 2 มิลลเิ มตร ค่อนขา้ งเกล้ียง กลีบดอกมี 3 หรือ 6 กลีบ สอบแคบ ปลายเว้าตนื้ ยาว 1 มลิ ลเิ มตร เกล้ียง เกสรเพศผู้มี 3 อัน เป็นรูปกระบอง ยาว 1.5-2 มิลลิเมตร ดอกเพศเมีย กลีบเลี้ยงวงในรูปกลม ยาว 2 มิลลิเมตร ด้านนอกมีขนประปราย กลีบดอกมี 6 กลีบ รูปรีแกมขอบขนาน ยาว 1 มิลลิเมตร เกสรเพศเมียมี 8-9 อัน แต่ละ อันยาวไม่ถึง 1 มิลลิเมตร ติดอยู่บนก้านชูสัน้ ๆ ยอดเกสรเพศเมียไมม่ ีก้าน ผลเป็นผลกลุม่ ผลกลมรูปไข่กลับ กว้าง 6-7 มิลลิเมตร ยาว 7-10 มิลลิเมตร ผิวเกลี้ยง มีเมล็ดแข็ง ผลสีเขียว ฉ่ำน้ำ ออกเป็นพวง ตามข้อและซอกใบ ติด บนก้านยาว 3-4 มิลลิเมตร เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีส้มและแดงสด เมล็ดรูปเกือกม้า ผนังผลชั้นในมีสันไม่เป็น ระเบยี บ พบตามป่าเต็งรัง ปา่ ดิบใกล้ทะเล ตามริมน้ำในป่าละเมาะ พบมากในทรี่ กร้าง ไร่ สวน ออกดอกช่วงเดือน มนี าคมถึงเมษายน
สรรพคุณทางยา ตำรายาไทย ใช้ ราก รสจืด รสจืดขม ใช้ในตำรับยาแก้ไข้เบญจโลกวิเชียร (ประกอบด้วยรากย่านาง รวม กบั รากเท้ายายม่อม รากมะเดอื่ ชุมพร รากคนทา รากชงิ ชี่ อย่างละเทา่ กัน) แก้ไข้ (ใชร้ ากแหง้ ครง้ั ละ 1 กำมือ หรือ ประมาณ 15 กรมั ตม้ กับน้ำดืม่ ก่อนอาหารเช้า กลางวัน เย็น) แก้พิษเมาเบ่ือ กระทุง้ พิษไข้ แก้เมาสุรา ถอนพิษผิด สำแดง นำมาต้มกินเป็นยาแก้อสี กุ อีใส ตมุ่ ผน่ื แกไ้ ข้ ขบั พษิ ต่างๆ แกท้ ้องผกู ปรุงยาแกไ้ ข้รากสาด ไข้กลบั ไข้หวั ไข้ พิษ ไข้สันนิบาต ไข้ป่าเรื้องรัง ไข้ทับระดู บำรุงหัวใจ บำรุงธาตุ แก้พิษภายในให้ตกสิ้น แก้โรคหัวใจบวม แก้กำเดา แก้ลม แก้ไข้จับสั่น แก้เมาสุรา รากผสมกับรากหมาน้อย ต้มกินแก้ไข้มาลาเรีย ลำต้น รสจืดขม ถอนพิษผิดสำแดง รักษาพิษไข้ แก้ไข้ตัวร้อน แก้ไข้พิษ แก้ไข้รากสาด ไข้ดำแดง ไข้ฝีดาษ ไข้เซื่องซึม ไข้กลับไข้ซ้ำ แก้ลิ้นเป็นฝ้าขาว แก้ลิ้นแข็งกระด้าง รักษาโรคปวดข้อ ก้านที่มีใบผสมกับพืชอื่นใช้เป็นยาแก้ท้องเสีย ใบ รสจืดขม รับประทานถอน พษิ แกไ้ ข้ แก้ไข้รากสาด ไขพ้ ิษ ไขเ้ ซอ่ื งซมึ ไข้หวั ไข้พิษ ปวดหวั ตวั รอ้ น อสี กุ อีใส หดั ลิน้ กระดา้ งคางแข็ง เป็นยาก วาดคอ แก้ไข้ฝีดาษ ไข้ดำแดง ชาวบา้ นทางภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือใช้ น้ำคนั้ จากใบ มรี สขม ปรงุ ใสแ่ กงหนอ่ ไมแ้ กงออ่ ม หรือแกงอีสาน ตา่ งๆ เปน็ เคร่ืองชรู สไดด้ ชี นิดหน่ึง เส้นใยจากเถา เหนยี วมาก ใช้ทำเชอื ก หรอื ใชม้ ัดตบั หญ้าคาทีใ่ ชม้ ุงหลงั คาได้ การนำไปใชป้ ระโยชน์ ราก ใชแ้ กไ้ ข้ทกุ ชนดิ ท้งั ไขพ้ ษิ ไขเ้ หนือ ไข้หัด ไขฝ้ ดี าษ ไขก้ าฬ ไขท้ ับระดู ใบ แก้เบื่อเมา กระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้ แก้พิษเมา แก้อาการผิดสำแดง แก้ไข้กลับ แก้เลือดตก แก้กำเดา แก้ ลม ลดความร้อน เถา แก้ไข้ ลดความร้อนในร่างกาย ขอ้ มูลทางเภสชั วิทยาระบวุ า่ ตา้ นมาลาเรีย ยับยั้งการหดเกรง็ ของลำไส้ ตา้ น
ภาพที่ 4 ตองแตก ตองแตก ชื่อสามญั - ช่ือวิทยาศาสตร์ Baliospermum montanum (Willd.) Mull. Arg. ไม้พุ่ม ขนาดเล็ก สูงถึง 2 เมตร ใบ เป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ ใบรูปหอก รูปไข่ หรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กวา้ ง 3-10 เซนติเมตร ยาว 8-12 เซนติเมตร ใบบรเิ วณโคนต้นมักมขี อบหยักเว้าเปน็ 3-5 แฉก ปลายแฉกมน หรือ แหลม ใบมีขนแขง็ เอนท้งั สองด้าน ฐานใบมน ขอบใบจกั ฟันเลอื่ ย หรือหยกั มน ดอก เป็นดอกยอ่ ยแยกเพศ ดอกตวั ผู้มจี ำนวนมากอย่ตู อนบนของช่อ ไมม่ ีกลีบดอก กลบี เลี้ยงสีเหลืองแกมเขียว 4-5 กลีบ ดอกตวั เมียออกที่โคนช่อ ไม่ มกี ลีบดอก ผล ผลค่อนข้างกลม ผลแหง้ แตกได้ มี 3 พู กลบี เลยี้ งติดทน และขยายตวั เมอื่ ตดิ ผล สรรพคณุ ทางยา ตำรายาไทย เปลือกต้น รสเฝื่อน ใช้เปน็ ยาถา่ ย ใบ รสเฝอ่ื น แช่น้ำรับประทานแก้หดื ใบแห้งต้มน้ำด่ืมเป็น ยาถ่ายพยาธิ แก้ฟกบวม ผล รสขมฝาด ทาฟันทำให้ฟันมีสีดำ แก้ปวดฟัน รากรสเฝื่อนร้อนขม เป็นยาถ่ายอย่าง อ่อน ใช้ต้มรับประทานถ่ายลม ถ่ายเสมหะเป็นพิษ ถ่ายพิษพรรดึก ไม่ไซ้ท้อง ใช้ในรายที่ถ่ายด้วยยาดำไม่ได้ โรค ริดสีดวงทวาร ถา่ ยพยาธิ แก้ฟกบวม แกบ้ วมน้ำ แก้ดีซ่าน แก้ม้ามอกั เสบ แกโ้ ลหติ จาง แกต้ บั อักเสบ เมลด็ รสเบ่ือ ขม ใชเ้ ป็นยาถา่ ยอย่างแรง (ไมน่ ิยมใช)้ เป็นยาถ่ายแทนสลอดได้ ถ่ายพยาธิ ตำทาถูนวด แกป้ วดตามขอ้ แก้ฟกบวม การนำไปใช้ประโยชน์ ราก รสเฝ่ือนร้อนขม ถ่ายลมถา่ ยเสมหะเปน็ พิษ ไมไ่ ซทอ้ ง ใช้ในรายท่ีถา่ ยด้วยยาดำไม่ได้ แกบ้ วมน้ำ แก้ดี ซา่ น แก้ม้ามอกั เสบ แก้โลหิตจาง ใบ รสเฝ่อื น แก้หดื ระบายอจุ จาระ เมล็ด รสเบ่ือขม เปน็ ยาถา่ ยแทนสลอดได้ ตำทาถูนวด แกป้ วดตามขอ้ เปลือกต้น รสเฝ่ือน เป็นยาถา่ ย
ภาพที่ 5 ข้กี า ข้ีกา ชื่อสามญั Gymnopetalum integrifolium Kurz ช่ือวิทยาศาสตร์ Bryonia lacinioas Linn เป็นไม้เถาเลื้อยพาดพันกับสิ่งยึดเกาะที่อยู่ใกล้ๆ เถา มีขนสีขาวสั้นตั้งตรงเกาะติดหนาแน่น ใบ เป็นใบ เดี่ยว การเกาะติดของใบบนกิ่งแบบเวียนและมีหนวดทีโ่ คนก้านใบ ใบรูปไข่เกือบกลม 5 เหลี่ยม ขนาดประมาณ 10 x 15 เซนติเมตร ปลายแหลม โคนเว้าเป็นติ่งหู ขอบหยักบิดเป็นคล่ืน แผ่นใบผิวหยาบสากเป็นลอนตามรอยกดเปน็ รอ่ งของเสน้ ใบ หลงั ใบมขี นสนั้ สขี าวจำนวนมาก ก้านใบสเี ขยี วอ่อนแกมเหลอื งยาว มขี นชนิดเดียวกนั ดอก เปน็ ดอก เดย่ี วแยกเพศกนั เกดิ ทซี่ อกใบ ดอกสขี าวกลบี ดอกสว่ นโคนเช่ือมตดิ กนั เป็นหลอดส่วนปลายแยกเปน็ กลีบ 4 - 5 กลีบ ดอกเพศเมียท่ฐี านดอกมีรังไขท่ รงกลม ดอกเพศผู้ไมม่ ี ผล ทรงกลม ผวิ เรยี บ ผลออ่ นสเี ขยี ว มีริว้ สขี าวจางๆ เมอื่ แกส่ ี ส้มแดง ภายในมีเมลด็ จำนวนมาก เมลด็ ทรงกลมรีแบนมีเยอื่ หมุ้ เมล็ดเป็นเมือกใสสีเขียวเข้มเกือบดำ สรรพคณุ ทางยา ใบ รสขม ตำพอกฝี ทาแก้โรคผวิ หนงั อักเสบ หัว รสขม บำรุงหัวใจ แก้ม้ามย้อย ตับโต หรืออวัยวะในช่อง ท้องบวมโต ราก รสขม บำรุงน้ำดี แก้ไข้ ดับพิษไข้ แก้ปวดศีรษะ แก้จุกเสียด บดทาฝีฝักบัว แก้ตับโต ม้ามย้อย อวัยวะในช่องท้องบวมโต ผล รสขม บำรุงน้ำดี แก้พิษเสมหะและโลหิต ถ่ายพิษเสมหะให้ตก แก้พิษตานซาง แก้ ตานขโมย ขบั พยาธิ เปน็ ยาถ่ายอย่างแรง ใช้ควนั รม แก้หดื ทง้ั เถา รสขม ตม้ อาบ แกเ้ มด็ ผดผืน่ คนั แกไ้ ข้หัว ไข้พิษ ไขก้ าฬ ต้มด่ืม บำรงุ น้ำดี ขับเสมหะ ดบั พิษ แก้ไอเปน็ เลือด
การนำไปใชป้ ระโยชน์ ใบ รสขม ตำพอกฝี ทาแกโ้ รคผิวหนงั อักเสบ หวั รสขม บำรุงหวั ใจ แก้ม้ามย้อย ตบั โต หรืออวัยวะในช่องทอ้ งบวมโต ราก รสขม บำรุงนำ้ ดี แกไ้ ข้ ดบั พษิ ไข้ แก้ปวดศรี ษะ แกจ้ กุ เสียด บดทาฝฝี ักบัว แก้ตับโต ม้ามย้อย อวยั วะ ในชอ่ งท้องบวมโต ผล รสขม บำรุงน้ำดี แกพ้ ษิ เสมหะและโลหิต ถ่ายพษิ เสมหะให้ตก แก้พิษตานซาง แกต้ านขโมย ขับพยาธิ เปน็ ยาถา่ ยอย่างแรง ใชค้ วนั รม แกห้ ืด ท้ังเถา รสขม ต้มอาบ แก้เม็ดผดผื่นคัน แก้ไข้หัว ไข้พิษ ไข้กาฬ ตม้ ดื่ม บำรุงนำ้ ดี ขบั เสมหะ ดับพิษ แก้ไอ เป็นเลอื ด
ภาพท่ี 6 เถาวัลย์เปรยี ง เถาวัลยเ์ ปรยี ง ชอื่ สามัญ Jewel vine ชือ่ วิทยาศาสตร์ Derris scandens (Roxb.) Benth. ต้นเถาวัลย์เปรียง จัดเป็นไม้เถาเลื้อยขนาดใหญ่ สามารถเลื้อยไปได้ไกลถึง 20 เมตร มีกิ่งเหนียวและ ทนทาน กิ่งแตกเถายืดยาวอย่างรวดเร็ว เถามักเลื้อยพาดพันตามต้นไม้ใหญ่ เถาแก่มีเนื้อไม้แข็ง เปลือกเถาเรียบ และเหนียว เป็นสีน้ำตาลเข้มอมสีดำหรือแดง เถาใหญ่มักจะบิด เนื้อไม้เป็นสีออกน้ำตาลอ่อน ๆ มีวงเป็นสีน้ำตาล ไหม้คล้ายกับเถาต้นแดง (เนื้อไม้มีรสเฝื่อนและเอียน) ตามกิ่งอ่อนและยอดอ่อนมีขนสีน้ำตาลปกคลุม ขยายพันธ์ุ ด้วยวธิ กี ารเพาะเมล็ดหรอื วธิ กี ารแยกไหลใต้ดนิ ชอบอากาศเยน็ แต่แสงแดดจัด ทนความแห้งแล้งได้ดี หากปลูกในที่ แลง้ จะออกดอกดก แตจ่ ะมีขนาดเล็กกวา่ ปลกู ในที่ชุ่มช้ืน พรรณไม้ชนดิ นี้มักข้ึนเองตามชายป่าและท่โี ล่งทั่วไป เป็น พรรณไม้ที่มีมากทส่ี ดุ ในประเทศไทยและใชก้ ันทุกจังหวัด สรรพคุณทางยา ตำรายาพื้นบ้าน: ใชเ้ ถา ขับปัสสาวะ แก้บดิ แกห้ วดั ใช้เถาควั่ ไฟใหห้ อมชงนำ้ กินแก้ปวดเม่ือย แก้เส้นเอ็น พิการ แก้เมื่อยขบในรา่ งกาย แก้กระษัยเหน็บชา ต้มรับประทานถ่ายเส้น ถ่ายกระษัย แก้เส้นเอ็นขอด ถ่ายเสมหะ ไมถ่ า่ ยอจุ จาระ เหมาะท่จี ะใชใ้ นโรคบดิ ไอ หวดั ใช้ในเด็กได้ดี แก้ปวด แกไ้ ข้ ทำให้เสน้ เอน็ ออ่ นลง ขบั ปัสสาวะ แก้ ปสั สาวะพิการ บางตำรากล่าววา่ ทำให้มีกำลงั ดีแข็งแรงสูไ้ ม่ถอย เป็นสมุนไพรที่มีการนำมาใช้ในสูตรยาอบสมุนไพรเพื่อสุขภาพ โดยใช้เป็นส่วนประกอบเพิ่มเติมจากสูตร ยาอบสมุนไพรหลกั เมือ่ ตอ้ งการอบเพือ่ รกั ษาอาการปวดเมอ่ื ย ปวดหลงั ปวดเอว เป็นตน้ บัญชียาจากสมุนไพร: ที่มีการใช้ตามองค์ความรู้ดั้งเดิม ตามประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยา แห่งชาติ ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ระบุการใช้เถาวัลย์เปรียงในตำรับ “ยาผสมเถาวัลย์เปรียง” มีส่วนประกอบของ เถาวัลยเ์ ปรียงรว่ มกบั สมนุ ไพรชนิดอ่ืนๆ ในตำรบั มีสรรพคุณบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย
การนำไปใชป้ ระโยชน์ เถา ชงน้ำกิน บรรเทาการปวดเม่ือย แกเ้ สน้ เอน็ พิการ แกเ้ มอ่ื ยขบในร่างการ แกก้ ระษัยเหน็บชา ค่ัวไฟชง น้ำดืม่ แก้ปวดเมื่อย ถ่ายเสน้ ถา่ ยกระษัย แก้เสน้ เอ้นขอด ถา่ ยเสมหะ ช่วยการขับถา่ ย แกป้ สั สาวะพิการ แก้บิด แก้ หวัด
ภาพท่ี 7 สมอไทย สมอไทย ช่ือสามญั Myrabolan Wood. ชื่อวทิ ยาศาสตร์ Terminalia chebula Retz. สมอไทยเป็นพืชท้องถิ่นไทย มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ พม่า และลาว เป็น ตน้ รวมถงึ เอเชียใต้ พบไดม้ ากในป่าเต็งรงั และปา่ เบญจพรรณ ในภาคกลาง อีสาน และภาคเหนือ ชาวธิเบตถือว่า สมอไทยคือ \"ราชาแหง่ ยา\" สรรพคุณทางยา ในตำรายาไทย สมอไทยจดั อย่ใู นยาสมนุ ไพร พกิ ดั ตรผี ลา การจำกัดจำนวนผลไม้ 3 อย่างคอื ลกู สมอพิเภก ลูกสมอไทย ลูกมะขามป้อม พิกัดตรีผลา การจำกัดจำนวนสมอ 3 อย่าง คือ สมอพิเภก สมอไทย และสมอเทศ พิกัดตรีฉันทลามมก การจำกัดจำนวนตัวยาแก้ธาตุลามกให้ตกไป 3 อย่างคือ โกศน้ำเต้า สมอไทย และรงทอง นอกจากนี้บัญชียาจากสมุนไพร ที่มีการใช้ตามองค์ความรู้ดั้งเดิม ตามประกาศ คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา (ฉบับที่ 5) ปรากฏการใช้สมอไทย ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ในตำรับ ในยารักษากลุ่มอาการทางระบบทางเดิน อาหาร รวม 2 ตำรับ คือ “ยาถ่ายดีเกลือฝรั่ง” สรรพคุณ แก้อาการท้องผูก กรณีที่ใช้ยาอื่นแล้วไม่ได้ผลและ“ยา ธาตุบรรจบ”ใช้บรรเทาอาการท้องอืดเฟ้อและอาการอุจจาระธาตุพิการท้องเสียที่ไม่ติดเชื้อ ซึ่งสมอไทยนั้นมีรส ต่างๆ ถึง 6 รสด้วยกัน ซึ่งเป็นสมุนไพรที่มานาชาตินิยมมากที่สุดในจำนวนสมุนไพรทั้งหมดทั้งมวลก็ว่าได้ ซึ่งจะมี รสชาติดงั น้ี รสเปรย้ี ว รสฝาด รสหวาน รสขม รสเผด็ รสเคม็ ท้ังหมดนี้คือสรรพคณุ ของสมอไทย การนำไปใชป้ ระโยชน์ ผลดบิ กินเปน็ ผลไม้สด รสเปรี้ยวขมอมฝาด มแี ทนนินเป็นจำนวนมาก หรอื นำไปดองเกลือ ผลห่าม นำไปจ้ิมน้ำพริก
ผลอ่อน ใช้เป็นยาระบาย ผลแก้เป็นยาฝาดสมาน แก้ลมจุกเสียด เยื่อหุ้มเมลด็ แกข้ ัดและโรคเกีย่ วกับน้ำดี มสี ารอาหารท่เี ปน็ ประโยชนห์ ลายชนดิ เชน่ วติ ามนิ ซี วติ ามนิ เอ แคลเซยี ม ฟอสฟอรสั ชาวกะเหร่ยี งใชผ้ ลยอ้ มผ้า ผลสุก 5 – 6 ผลต้นกับน้ำใส่เกลือเล็กน้อย ใช้เป็นระบายอ่อนๆ ใช้น้ำประมาณ 1 ถ้วยแก้ว จะถ่าย หลงั จากกินแล้วประมาณ 2 ชว่ั โมง
ภาพที่ 8 ละหุง่ แดง ละหงุ่ แดง ช่ือสามัญ Castor bean, Castor oil, Palma-christi ชือ่ วิทยาศาสตร์ Ricinus communis L. ไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูงได้ถึง 6 เมตร ละหุ่งขาวลำต้นและก้านใบจะเปน็ สีเขียว ละหุ่งแดงลำต้น และก้านใบจะเป็นสีแดง ยอดอ่อนและช่อดอกเป็นนวลขาว ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ใบกว้าง 15 เซนติเมตร ยาว 60 เซนติเมตร รูปฝ่ามือ มี 6-11 แฉก ปลายแฉกแหลม ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย ขนาดไม่เท่ากัน ปลายจัก เป็นต่อม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10-20 เซนติเมตร โคนใบแบบก้นปิด เส้นแขนงใบเรียงจรดปลายจักที่มีขนาด ใหญ่ ก้านใบยาว 10-30 เซนติเมตร มีต่อมที่ปลายก้าน หูใบเชื่อมติดกันรูปสามเหลี่ยม ยาวได้ประมาณ 1.5 เซนตเิ มตร ติดตรงข้ามใบ โอบรอบกงิ่ รว่ งง่าย ดอกออกเปน็ ช่อ ท่ปี ลายกิ่งหรอื ทป่ี ลายยอดแบบช่อกระจะ บางคร้ัง แยกแขนง มีทัง้ ดอกตัวผู้ และดอกตัวเมยี อย่ใู นช่อเดยี วกัน ดอกเพศผอู้ ยู่ชว่ งบน ดอกเพศเมยี อยู่ช่วงล่าง ก้านดอก ยาวกว่าดอกเพศผู้ กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ในดอกเพศเมียเรียวแคบกว่า เกสรเพศผู้จำนวนมาก เชื่อมติดกันเป็นกลุ่มๆ แตกแขนง รังไข่ 3 ชอ่ ง แต่ละช่องมีออวุล 1 เม็ด มเี กลด็ คลา้ ยหนามปกคลุม ก้านเกสร 3 อัน ยาวเท่าๆ กลีบเล้ียง บางแยกเป็น 3-5 แฉก ติดทน ไม่มีกลีบดอก ก้านดอกยาว ไม่มีจานฐานดอก กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน ปลายเป็น 5 หยัก รูปสามเหลี่ยม ยาวได้ประมาณ 1 เซนติเมตร ร่วงง่าย ผลเป็นผลแห้งแบบแคปซูล ทรงรี ยาวประมาณ 1.5 เซนติเมตร มี 3 พู รูปไข่ สีเขียว ยาว 1-1.5 เซนติเมตร ผิวมีขนคล้ายหนามอ่อน ทั้งผล คล้ายผลเงาะ เมล็ดทรงรี เปลือกเมลด็ สนี ้ำตาลแดงประขาว คล้ายตัวเหบ็ เนอื้ ในสีขาว เมลด็ มีพิษ มนี ำ้ มนั สรรพคุณทางยา ตำรายาไทย ใช้ น้ำมันจากเมล็ด รสมันเอียน มีฤทธิ์ระบายอุจจาระสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ (ต้องสกัดเอา แต่น้ำมันจากเมล็ดเท่านั้น ไม่ติดส่วนอื่นมาจะเป็นพิษได้ วิธีบีบน้ำมันจากเมล็ดต้องไม่ใช้ความร้อน ถ้าบีบโดยใช้ ความรอ้ นจะมโี ปรตีนท่เี ปน็ พิษช่ือ “ricin” ติดมาด้วย ไม่ใช้ทำยา) เมลด็ นำเมล็ดมาทุบแลว้ เอาจดุ งอกออก ต้มกับ นมครึ่งหนึ่ง แล้วต้มกับน้ำเพื่อทำลายพิษ กินแก้ปวดข้อปวดหลัง ตำเป็นยาพอกแผล ใบสด รสจืดขื่น มีฤทธิ์ฆ่า
แมลงบางชนิดได้ ต้มกินเป็นยาระบาย แก้ปวดท้อง ขับน้ำนม ขับระดู ขับลม เผาไฟพอกแก้ปวดบวม ปวดตามข้อ ปวดศีรษะ และแผลเรื้อรัง ตำเป็นยาพอกฝี แก้ช้ำรั่ว(อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่) แก้เลือดลมพิการ ราก รสจืด ตำ เป็นยาพอกเหงือกแก้ปวดฟัน ต้มกินเป็นยาระบาย รากใช้สุมเป็นถ่านทำเปน็ ยารับประทานแก้พิษไข้เซ่ืองซึม และ เปน็ ยาสมาน ทางเภสัชกรรม ใช้ น้ำมันละหุ่ง กินเป็นยาระบายหรือยาถ่ายอย่างอ่อนมีฤทธิก์ ระตุ้นผนงั ลำไส้ให้บบี ตัว ขับกากอาหารออกมา มักใช้ในผู้ป่วยโรคท้องเดินเฉียบพลันที่เกิดจากอาหารเป็นพิษ เพื่อขับถ่ายอาหาร ที่เป็น พิษออกมา หรือใช้ทำความสะอาดลำไส้ก่อนการเอ็กซเรย์ลำไส้และกระเพาะอาหาร แต่ผปู้ ว่ ยบางรายอาจมีอาการ ปวดมวนท้องได้ นอกจากน้ียาขีผ้ ้งึ นำ้ มนั ละหงุ่ ความเขม้ ข้นร้อยละ 5-10 ใช้ทาแกผ้ ิวหนงั อักเสบ การนำไปใช้ประโยชน์ ใบ ช่วยแก้อาการช้ำรั่ว ปัสสาวะไหลหยดย้อย ช่วยขับเลือด ขับลม ขับน้ำนม รวมทั้งแก้อาการปวดท้อง ชว่ ยระบายอจุ จาระ แกเ้ ลือดลมพิการ ตลอดจนนำมาสุมไฟใหเ้ ปน็ ถ่าน ช่วยถอนพษิ ยาเบ่ือยาเมา แก้อาการไข้เซ่ือง ซมึ และสามารถนำมาปิ้งไฟพอออ่ นปดิ แก้อาการฟกช้ำหรือบวม เมล็ด เมล็ดจะมีพิษอยู่ค่อนข้างมากรับประทานเพียงแค่ 2 – 3 เมล็ดก็อาจเสียชีวิตได้ทันที ให้ทุบเอา เปลือกและดีของใบเลี้ยงทิ้งไป แล้วนำไปต้มกับน้ำนมจนสุก จากนั้นต้มกับน้ำอีกครั้ง แล้วเทน้ำนมกับน้ำออกไป รับประทานเนื้อเมล็ดที่ได้ ช่วยแก้อาการปวดตามข้อ แก้ปวดเมื่อย ใช้เป็นยาถ่าย และสามารถนำมาตำพอก บาดแผล น้ำมันจากเมลด็ ให้นำมาบบี โดยไม่ใชค้ วามร้อนใช้เปน็ ยาระบายสำหรับเด็กและผ้สู ูงอายุ ซ่ึงหากบีบโดยใช้ ความร้อนจะมีสารพิษ Ricin เจอื ปนออกมาด้วย ซ่งึ พิษของมนั อาจทำให้เสียชวี ติ ได้ ราก ใช้สุมเป็นถ่าน แก้พิษไข้เซื่องซึม หรือไข้ที่มีพิษร้อน และช่วยสมานแก้ช้ำร่ัว ขับน้ำนม และแก้เลือด ลม ให้รสจืดขื่น
ภาพท่ี 9 พิมเสนต้น พมิ เสนตน้ ช่อื สามญั Patchouli, Patchoulli, Patchouly ชื่อวิทยาศาสตร์ Pogostemon cablin (Blanco) Benth. ต้นพมิ เสนตน้ หรอื ต้นพมิ เสน โดยจดั เปน็ พรรณไมล้ ม้ ลกุ มีความสูงของตน้ ประมาณ 30-100 เซนตเิ มตร ลำต้นตั้งตรงกิ่งก้านเป็นสี่เหลี่ยม โดยจะแตกกิ่งก้านสาขาบริเวณยอดต้น ทั้งต้นเมื่อนำมาขยี้ดมจะมีกลิ่นหอมฉุน และมีขนสีเหลืองปกคลุมอยู่ทั้งต้น ขยายพันธด์ุ ้วยวิธีการตัดลำตน้ ปกั ชำ ใบพมิ เสนต้น ใบเปน็ ใบเด่ียวออกเรียงตรง ข้าม ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ ขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1.5-4 เซนติเมตรและยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร ใบที่โคนต้นจะมีขนาดเล็กกว่าที่บริเวณยอดต้น แผ่นใบมีขนสีเทาอ่อนปกคลุมทั้งหน้าใบและหลังใบ โดยเฉพาะตรงส่วนของเส้นใบจะมีขนปกคลุมอยู่มาก ส่วนก้านใบยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร ดอกพิมเสนต้น ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่งและตามซอกใบ ช่อดอกยาวประมาณ 2-8 เซนติเมตร มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ 1-2 เซนตเิ มตร ดอกเปน็ สีขาวอมสีมว่ ง ลักษณะเปน็ รปู ทรงกระบอกยาวได้ประมาณ 6-8 มิลลิเมตร ดอก มีกลีบเลี้ยงห่อหุ้มอยู่ 4 ใบ ยาวประมาณ 8 มิลลิเมตร มีกลีบดอก 5 กลีบ มีเกสรเพศผู้ 4 ก้าน ผลพิมเสนต้น ผล เปน็ ผลแหง้ ไม่แตก มีขนาดเลก็ ลกั ษณะเป็นรปู ไข่ยาว การกระจายพนั ธุ์ : มถี นิ่ กำเนดิ ในประเทศฟลิ ิปปินส์ อนิ เดยี ศรีลังกา อนิ โดนเี ซีย และในประเทศมาเลเซีย สรรพคณุ ทางยา ตำรายาไทย ใบ รสเย็นหอม ถอนพิษร้อน แก้ไข้ทุกชนิด ทำให้ความร้อนในร่างกายลดลง ผสมในยาเขียว และยาหอม แก้ลม บำรงุ หวั ใจ บญั ชียาจากสมนุ ไพร: ท่มี กี ารใชต้ ามองคค์ วามรู้ดงั้ เดิม ตามประกาศ คณะกรรมการแห่งชาติดา้ นยา ระบุ การใช้ใบพิมเสนต้น ในยารักษากลุ่มอาการทางระบบทางเดินอาหาร ปรากฏในตำรับ “ยาธาตุบรรจบ” มี ส่วนประกอบของใบพิมเสนต้น ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ในตำรับ มีสรรพคุณ บรรเทาอาการท้องอืดเฟ้อ และ อาการอุจจาระธาตุพิการ ท้องเสียที่ไม่ติดเชื้อ และปรากฏการใช้ใบพิมเสนต้น ร่วมกับสมุนไพรอื่นๆ ใน “ตำรับ
ยาเขียวหอม” สรรพคุณ บรรเทาอาการไข้ ร้อนในกระหายน้ำ แก้พิษหัด พิษอีสุกอีใส (บรรเทาอาการไข้จากหัด และอสี ุกอใี ส) การนำไปใชป้ ระโยชน์ ราก รสเยน็ ต้มดมื่ เพ่ือกระตุ้นการทำงานของร่างกาย ใบ รสเย็นหอม สกัดให้น้ำมัน Patchoull ใช้ในการทำเครื่องสำอางบางชนิด และป้องกันแมลง ทาศีรษะ แกป้ วด แกป้ วดทอ้ ง บำรงุ ธาตุ และระดผู ดิ ปกติ ถอนพิษรอ้ น ดับพิษไข้ บำรุงหวั ใจ ใบและยอดออ่ น รสหอมเย็น ต้มเอานำ้ อาบแก้ไขท้ ุกชนดิ
ภาพท่ี 10 เท้ายายมอ่ ม เท้ายายมอ่ ม ชื่อสามญั East Indian arrow root. ชือ่ วิทยาศาสตร์ Clerodendrum indicum (L.) Kuntze ไม้พุ่มขนาดเลก็ สูง 1-2.5 เมตร เป็นไมล้ งรากแกว้ อนั เดยี วลึก พุ่งตรง รากกลม ดำ โต ลำต้นตัง้ ตรง ไม่มี กิ่งก้านสาขา หรือแตกกิ่งบริเวณใกล้ยอด บริเวณปลายกิ่งเป็นสันสี่เหลี่ยม ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม หรือรอบข้อ ข้อ ละ 3-5 ใบ จากต้นตรงข้นึ ไปจนถงึ ยอด ใบรูปวงรีแกมขอบขนาน หรือรปู ขอบขนานแกมใบหอกกลบั กวา้ ง 1.5-2.5 เซนติเมตร ยาว 12-18 เซนติเมตร เสน้ กลางใบงอโค้งเข้าหาลำต้น เกือบเป็นรปู คร่ึงวงกลม ดดั ใบให้งอตามไปด้วย เมื่อแตกกิ่งใหม่ ปลายและโคนใบแหลม ดอกช่อแยกแขนง ออกที่ปลายกิ่ง เป็นพุ่มกระจาย คล้ายฉัตรเป็นช่อชั้นๆ ต้ังข้ึน กลีบดอกสีขาว เช่ือมติดกนั เป็นหลอดยาว ขนาดดอกกว้าง 1.5 เซนติเมตร กา้ นดอกยาว 10-12 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงสีเขยี ว หรือแดง มี 5 แฉก ผลสดรปู ทรงกลม แป้น เมื่อสุกมีสีน้ำเงินแกมสดี ำ หรือสีดำแดง มีกลีบเลี้ยงสี แดงติดอยู่ พบตามป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ดอกออกช่วงเดือนเมษายนถึงพฤศจิกายน ยอดอ่อนและดอกอ่อน นำมาลวกเป็นผักจ้มิ น้ำพรกิ สรรพคณุ ทางยา ตำรายาไทย ใช้ ราก รสจืดขื่น เปน็ ตัวยาในพกิ ัดยาเบญจโลกวิเชยี รแก้ไข้ แก้พษิ สตั วก์ ดั ต่อย ปรุงเป็นยา แก้พิษไข้ พิษกาฬ ลดความร้อนในร่างกาย กระทุ้งพิษไข้หวัด ไข้เหนือ ขับเสมหะลงสู่เบื้องต่ำ ถอนพิษไข้ทุกชนิด แก้ร้อนในกระหายน้ำ แกห้ ืดไอ แกอ้ าเจยี น ดบั พษิ ฝี แกไ้ ขเ้ หนือไข้พิษ ไข้กาฬ ตดั ไขจ้ ับ แก้ไข้เพื่อดีพิการ แก้พิษงู ราก ใบ แก้หดื ต้น รสจดื เฝื่อน ขับเสมหะให้ลงเบือ้ งตำ่ ขบั พิษไขท้ ุกชนดิ แกร้ อ้ นใน ยาพื้นบ้านล้านนา ใช้ ราก ผสมใบพิมเสนต้น เหง้าว่านกีบแรด เนระพูสีทั้งต้น ใช้น้ำซาวข้าวและน้ำ เกสรบนุ นาคเปน็ นำ้ กระสายยา ป้นั เปน็ ลูกกลอน กินถอนพษิ ไขก้ าฬ (ไข้ท่มี ตี ุม่ ท่ีผิวหนัง ตมุ่ อาจมสี ีดำ) การนำไปใช้ประโยชน์ ราก - เป็นยาแกพ้ ิษไข้ พิษกาฬ ลดความรอ้ นในร่างกาย
- กระทงุ้ พษิ ไขห้ วัด เปน็ ยาขบั พษิ ไข้ทกุ ชนดิ - เปน็ ยาแกแ้ พ้ อักเสบ ปวดบวม พษิ ฝี - แมลงสัตวก์ ัดต่อย - แกร้ อ้ นในกระหายน้ำ แก้อาเจยี น หดื ไอ
ภาพที่ 11 คนทา คนทา ชื่อสามัญ - ช่ือวทิ ยาศาสตร์ Harrisonia perforata (Blanco) Merr. ต้นคนทา จัดเป็นพรรณไม้พมุ่ แกมเถาหรือเป็นไม้พมุ่ เล้ือยทอดเกาะเกี่ยวขึ้นไป มีความสูงได้ประมาณ 3-6 เมตร ลำต้นจะมีขนาดโตเท่ากบั ตน้ หมาก เปลอื กลำตน้ เรยี บเป็นสีน้ำตาล และมีหนามแหลมและส้นั ตลอดทั้งลำต้น และตามกิ่งก้าน พรรณไม้ชนิดนี้มีเขตกระจายพนั ธุ์ตั้งแต่จีนตอนใต้ลงไปถึงมาเลเซีย สำหรับในประเทศไทยมักพบ ขน้ึ ทว่ั ไปในป่าตามธรรมชาติ ทนความแห้งแลง้ ได้ดี พบมากในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนอื และทางภาคเหนือ โดย จะพบได้ตามที่โล่งในป่าผลดั ใบ ป่าละเมาะ และป่าเขาหินปูน ที่ระดับความสูงใกล้ระดับน้ำทะเลจนถึง 900 เมตร และสามารถขยายพันธุโ์ ดยวธิ กี ารใชเ้ มลด็ สรรพคุณทางยา ตำรายาไทย ราก รสขมเฝื่อน แก้ไข้เหนือ ไข้พิษ ไข้กาฬ ไข้ตักศิลา แก้ไข้เส้น กระทุ้งพิษ ไข้หัว แก้ไข้ทุก ชนิดแก้บวม บวมพอง สมานบาดแผล แก้บิด แก้ท้องร่วง แก้ตาเจ็บ แก้ปวดเมื่อย แก้ร้อนในกระหายน้ำ รักษา ลำไส้ ขบั ลม ขับโลหิต แก้นำ้ เหลืองสยี เปลอื กราก แก้ไข้ แก้ท้องรว่ ง แก้บิด รกั ษาโรคลำไส้ รากเป็นส่วนประกอบ หลักในตำรับยาแก้ไข้เบญจโลกวิเชียร รากออ่ นและต้น แกท้ ้องรว่ ง แกบ้ ดิ ตน้ แกบ้ ดิ แกท้ ้องร่วง กระทุ้งไข้ แก้พิษ ไข้กาฬ แก้ร้อนในกระหายน้ำ ทั้งต้น รสขมเฝื่อน แก้ไข้ได้ทุกชนิด แก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ แก้บิด ท้องเสีย กิ่ง ก้าน รสขมเฝื่อน ทุบกิ่งก้านทำเป็นแปรงใช้สฟี ัน รักษาฟัน เปลือกต้น แก้บิด แก้ท้องร่วง รักษาลำไส้ ต้มแล้วเค่ยี ว เอานำ้ พน่ ตาสัตว์แก้เจ็บตาใบ มรี สขม แก้ปวด ดอก แกพ้ ิษแตนต่อย ผล รสขมฝาด ทาฟนั ทำให้ฟันมีสีดำ แก้ปวด ฟัน การนำไปใช้ประโยชน์ ใบ แก้ปวด ดอก แก้พิษแตนต่อย
ตน้ แก้บดิ แก้ทอ้ งรว่ ง กระทงุ้ ไขพ้ ิษไข้กาฬ แกร้ ้อนในกระหายน้ำ เปลอื ก แกบ้ ดิ แกท้ อ้ งรว่ ง รักษาโรคลำไส้ เปลอื กราก แก้ไข้ แก้ทอ้ งร่วง แก้บดิ รกั ษาโรคลำไส้ ราก ดับพิษไขห้ ัว แกไ้ ขเ้ หนอื แกไ้ ข้จบั สนั่ แกไ้ ขพ้ ิษ กระทุง้ พษิ ไข้ แก้ไขก้ าฬ ไข้ตักศลิ า แก้บวม บวมพอง สมานบาดแผล แกบ้ ดิ แก้ทอ้ งร่วง แกต้ าเจบ็ แก้ปวดเมอ่ื ย แก้ร้อนในกระหายนำ้ รักษาลำไส้ ขับลม ขับ
ภาพที่ 12 ยาดำ ยาดำ ชอ่ื สามัญ Socotrin Aloe, Curacao Aloe, Cape Aloe ชอ่ื วิทยาศาสตร์ Aloe vera (L.) Burm.f. ยาดำเป็นยางที่แข็งเป็นก้อน มีสีแดงน้ำตาลจนถึงดำ เปราะ ผิวมัน ทึบแสง รสขมเหม็นเบื่อ ชวนคลื่นไส้ อาเจียน กลิ่นฉุน ยาดำได้จากการตัดใบว่านหางจระเข้บริเวณส่วนโคนใบที่อยู่ใกล้กับผิวดิน จะมีน้ำยางสีเหลืองท่ี อยู่ระหว่างผิวนอกของใบกับวุ้น ไหลออกมา รวบรวมน้ำยางสีเหลืองใส่ภาชนะ นำน้ำยางสีเหลืองที่รวบรวมได้ไป เคีย่ วดว้ ยไฟออ่ นๆ จนข้นเหนียว แล้วผงึ่ แดดใหแ้ หง้ จะแขง็ กลายเปน็ กอ้ นสีดำ สรรพคุณทางยา แก้โรคท้องผูก โดยกระตุ้นลำไส้และทางเดินอาหารให้บีบตัว ใช้เป็นยาแทรกในยาระบายหลายตำรับ จนกระทั่งมีคำพังเพยว่า “แทรกเป็นยาดำ” หมายถึงแทรกหรือปนอยู่ทั่วไป เป็นยาถ่าย ถ่ายลมเบื้องสูงลงสู่เบื้อง ต่ำ กัดฟอกเสมหะและโลหิต ถ่ายพิษไข้ ถ่ายพยาธิตัวตืด ไส้เดือน ขับน้ำดี มีฤทธิ์ไซร้ท้อง ฝนกับเหล้าขาวทาหัวฝี ทาแกฟ้ กบวม การนำไปใชป้ ระโยชน์ ยางจากใบว่านหางจระเข้ ยาระบาย โดยไปออกฤทธิ์บรเิ วณลำไสใ้ หญ่
ภาพที่ 13 แสมทะเล แสมทะเล ชอ่ื สามัญ Avicennia marina (Forssk) Vierh. ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ Avicennia marina (Forsk.) Vierh. แสมทะเล เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง-ใหญ่ สูง 8-25 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มหนา แตกกิ่งระดับต่ำ ไม่มี พพู อน เปลือกเรยี บ หรอื แตกเปน็ รอ่ งเล็กน้อย สเี ทาถึงเทาอมน้ำตาล หรอื นำ้ ตาล อมเขยี ว มีชอ่ งอากาศตามลำต้น มรี ากหายใจคล้ายดนิ สอ ยาว 15-25 เซนติเมตร เหนอื ผวิ ดนิ สรรพคุณทางยา ตำรายาไทย: รสเคม็ กร่อยเฝ่ือน แกเ้ ลอื ดลม แก้ลมในกระดูก แกก้ ระษัย ฟอกและขับโลหิตระดู ถ่ายระดู เนา่ เสีย แก้ปัสสาวะพิการ การนำไปใชป้ ระโยชน์ แก่น รสเค็มกร่อยเฝื่อน แก้เลือดลม แก้ลมในกระดูก แก้กระษัย ฟอกและขับโลหิตระดู ถ่ายระดูเน่าเสีย แก้ปสั สาวะพกิ าร
ภาพท่ี 14 แสมสาร แสมสาร ชอื่ สามัญ Samae saan. ชือ่ วทิ ยาศาสตร์ Senna garrettiana (Craib) Irwin & Barneby. ไม้ต้น ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยรูปใบหอก หรือรูปไข่กว้าง ดอกช่อ ออกที่ปลายกิ่ง กลีบ ดอก สเี หลอื ง ผลเป็นฝักแบน เป็นมัน สรรพคุณทางยา ตำรายาไทย: แก่นมีรสขมเฝื่อน ผสมกับสมุนไพรอื่นๆ ในตำรายา มีสารสำคัญที่มีฤทธิ์เพิ่มการบีบตัวของ ลำไส้ใหญ่ จึงทำหนา้ ทเี่ ป็นยาระบาย และพบเปน็ ส่วนประกอบในตำรับยาฟอกเลือดของสตรีด้วย การนำไปใชป้ ระโยชน์ ราก ยาฟอกโลหติ ช่วยบำรุงโลหิต ดับพษิ โลหิต ใบ บำบดั โรคมะเร็งในเมด็ เลือดขาว ขบั พยาธิ ยาถ่ายบำบัดโรคงสู วดั รักษาแผลสดและแผลแหง้ ยอด แก้โรคเบาหวาน เปลอื กตน้ ขับเสมหะแกร้ ดิ สีดวงทวาร แก่น แก้โลหิต แก้ลมช่วยถ่ายกระษัยแก้โลหิตกำเดา ยาระบาย แก้ปัสสาวะเป็นสีต่างๆ ช่วยฟอกถ่าย ประจำเดือนของสตรี แก้ลมในกระดกู ดอก แกน้ อนไมห่ ลับ
ภาพท่ี 15 เปล้านอ้ ย เปล้าน้อย ชอ่ื สามัญ Thai croton ช่ือวิทยาศาสตร์ Croton fluviatilis Esser. เปล้าน้อยเป็นไม้ประจำถิ่นในเขตร้อนของทวีปเอเชีย พบขึ้นกระจายในประเทศพม่าและไทย ตามป่า เบญจพรรณ ป่าแพะ รวมถึงป่าชายหาดบางพื้นที่ในประเทศไทยพบได้มากในหลายจังหวัด เช่น สุรินทร์ , อุบลราชธานี , นครพนม , กาญจนบุรี ปราจีนบรุ ี และประจวบคีรีขนั ธ์ ซึ่งเปล้านอ้ ยนี้เป็นพืชท่ีเจริญได้ดีในพื้นที่ท่ี เป็นดินรว่ นปนทรายทมี่ ีการระบายน้ำได้ดี โดยออกดอกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มถิ ุนายน และเร่ิมติดผลในเดือน มนี าคม – สิงหาคม สรรพคุณทางยา ตำรายาไทย: แก่นมีรสขมเฝื่อน ผสมกับสมุนไพรอื่นๆ ในตำรายา มีสารสำคัญที่มีฤทธิ์เพิ่มการบีบตัวของ ลำไสใ้ หญ่ จึงทำหนา้ ทเี่ ป็นยาระบาย และพบเป็นส่วนประกอบในตำรับยาฟอกเลือดของสตรีด้วย การนำไปใชป้ ระโยชน์ ใบ รสรอ้ น แกค้ ันตามตัว รักษาแผลในกระเพาะอาหารและลำไสไ้ ดด้ ี เปลือกและใบ รักษาโรคทอ้ งเสีย บำรุงโลหิตประจำเดอื น รกั ษาโรคผวิ หนงั ราก รสร้อน แกล้ มขนึ้ เบ้อื งบนใหเ้ ปน็ ปกติ ขับโลหติ แกช้ ้ำใน ผล รสร้อน ตม้ นำ้ ดืม่ ขับหนองให้กระจาย ดอก เป็นยาขับพยาธิ เปลือกต้น รสรอ้ น ช่วยย่อยอาหาร ใบ ราก แกค้ ัน รักษามะเร็งเพลงิ รกั ษาโรคผวิ หนัง กลาก เกลอ้ื นแก้พยาธติ ่างๆ
ภาพท่ี 16 เปล้าใหญ่ เปลา้ ใหญ่ ช่ือสามัญ - ช่อื วทิ ยาศาสตร์ Croton persimilis Müll.Arg. ต้นเปล้าใหญ่ หรือ ต้นเปล้าหลวง จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก เป็นไม้ผลัดใบ มีความสูงของต้นประมาณ 8 เมตร เปลือกของลำต้นเรียบ เป็นสีน้ำตาล มีรอยแตกบ้างเล็กน้อย ที่กิ่งก้านค่อนข้างใหญ่ ตามใบอ่อน ยอดอ่อน และช่อดอก จะมีเกล็ดสีเทาเป็นแผ่นเล็ก ๆ ปกคลุมอยู่ทั่วไป โดยมักพบได้ตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง[1] ป่า ผลดั ใบ ทม่ี คี วามสูงไม่เกิน 950 เมตร สรรพคณุ ทางยา ตำรายาไทย มักใชร้ ว่ มกบั เปลา้ น้อย เรียกว่าเปลา้ ทัง้ สอง ใบ มรี สร้อน เมาเอียน เปน็ ยาบำรงุ ธาตุ แกค้ นั ตามตวั แกล้ มจกุ เสียด เปน็ ยาบำรุงกำลงั แก้กระหาย แก้เสมหะ และลม ดอก รสร้อน เป็นยาขบั พยาธิ ผล รสร้อน เมาเอียน ดองสุราดื่มขับเลือดหลังคลอด ขับน้ำคาวปลา เปลือกต้นและกระพี้ รสร้อน เมาเย็น เป็นยาช่วยย่อย อาหาร แก้เลือดร้อน เปลือกต้น และใบ แก้ท้องเสีย บำรุงโลหิต น้ำต้มเปลือกต้น กินแก้ไข้ แก้ตับอักเสบ แก้ปวด ข้อและปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ แก่น รสร้อนเมาเย็น ขับพยาธิไส้เดือน ขับเลือด ขับหนองให้ตก ราก รสร้อนเมา เย็น ขับลมและแก้โรคผิวหนังผื่นคัน น้ำเหลืองเสีย แก้โรคเรื้อน มะเร็ง คุดทะราด กระจายลม ทำน้ำเหลืองให้แหง้ รากต้มน้ำกินแก้โรคเหน็บชา โรคทางเดินปัสสาวะ แก้ปวดเมื่อย เจริญอาหาร และแก้ร้อนใน เนื้อไม้ รสร้อน แก้ รดิ สดี วงลำไส้และริดสีดวงทวารหนัก แกน่ แกล้ มอันผูกเป็นก้อนให้กระจาย เปน็ ยาขบั พยาธิไส้เดือน เมล็ด กินเป็น ยาถา่ ย การนำไปใชป้ ระโยชน์ ยาพนื้ บา้ น ใช้ ต้น ผสมกับรากส้มลม ตน้ เลบ็ แมวต้นตับเตา่ โคก ต้นมะดกู ตน้ มะเดอ่ื อุทุมพร ต้นกำจาย ต้นกำแพงเจ็ดชัน้ และต้นกะเจียน ต้มน้ำดื่ม แก้ปวดเมือ่ ย ราก ต้มน้ำดื่ม แก้ปวดท้อง ถ่ายเป็นมูกเลอื ด ใบ ต้มน้ำ อาบ แก้ผ่นื คนั ยาพนื้ บ้านนครราชสีมา ใช้ นำ้ ตม้ ใบ ชำระลา้ งบาดแผล
ภาพที่ 17 ลกู จันทน์ ลูกจนั ทน์ ชอ่ื สามัญ - ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ Myristica fragrans Houtt. เมล็ดรปู รี ขนาดยาว 2-4 เซนติเมตร เสน้ ผ่านศูนย์กลาง 1.5-2.5 เซนติเมตร ผิวนอกสนี ้ำตาลอ่อน มัน วาว มีลายริ้วที่เมล็ด ผลที่สุกแล้วเอาส่วนรก(ดอกจันทน์) และเปลือกเมล็ดออก เปลือกเมล็ดจะแข็งแต่เปราะ ภายในคือส่วนของเนื้อในเมล็ด เมื่อผ่าดูจะเห็นเนื้อเป็นรอยย่นตามยาวของเมล็ด ส่วนเมล็ดเมื่อทำแห้งเรียก “ลูก จนั ทน์เทศ” มกี ลิ่นแรง หอมเฉพาะ รสขม ฝาด เปร้ยี ว เผด็ ร้อน สรรพคณุ ทางยา ตำรายาไทย: ลูกจันทน์ ใช้แก้ธาตุพิการ บำรุงกำลัง แก้ไข้ บำรุงหัวใจ บำรุงธาตุ แก้จุกเสียด ขับลม รักษาอาการอาหารไม่ย่อย คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย แก้บิด แก้กำเดา แก้ท้องร่วง แก้ร้อนใน กระหายน้ำ แก้ เสมหะโลหิต แก้ปวดมดลูก และบำรุงโลหิต เปลือกเมล็ด รสฝาดมันหอม สมานบาดแผลภายใน แก้ท้องอืด แก้ ปวดทอ้ ง ประเทศอนิ โดนีเซีย: ใชล้ ูกจันทนเ์ ทศรกั ษาอาการท้องเสีย และนอนไม่หลบั ตำรายาไทย: ปรากฏการใชจ้ นั ทนเ์ ทศใน “พิกดั ตรีพิษจักร” คอื การจำกัดจำนวนตัวยาที่มีรสซึมซาบไวดัง กงจักร มี 3 อย่างคือ ผลจันทน์เทศ ผลผักชีล้อม และกานพลู สรรพคุณแก้ลม แก้พิษเลือด แก้ธาตุพิการ บำรุง โลหิต “พิกัดตรีคันธวาต” คือการจำกัดจำนวนตัวยาที่มีกลิน่ หอมแก้ลม 3 อย่าง มี ผลจันทน์เทศ ผลเร่วใหญ่ และ กานพลู สรรพคณุ แก้ธาตพุ กิ าร แก้ไขอ้ ันเกดิ แต่ดี แก้จกุ เสยี ด บัญชียาจากสมุนไพร: ที่มีการใช้ตามองค์ความรู้ดั้งเดิม ตามประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยา แห่งชาติ ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ปรากฏการใช้ลูกจันทน์ ในยารักษาอาการโรคในระบบต่างๆของร่างกาย ได้แก่ ตำรับ”ยาหอมเทพจิตร” และตำรับ ”ยาหอมนวโกฐ” มีส่วนประกอบของลูกจันทน์ ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ใน ตำรับ มีสรรพคุณในการแก้ลมวิงเวียน แก้อาการหน้ามืด ตาลาย ใจสั่น คลื่นเหียน อาเจียน แก้ลมจุกแน่นในท้อง ตำรับ “ยาธาตุบรรจบ” มีส่วนประกอบของลูกจันทน์ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ในตำรับ มีสรรพคุณ บรรเทา
อาการท้องอืดเฟ้อ, ตำรับ “ยาประสะกานพลู” มีส่วนประกอบของลกู จนั ทนร์ ว่ มกับสมนุ ไพรชนิดอืน่ ๆ ในตำรับ มี สรรพคุณบรรเทาอาการปวดทอ้ ง จุกเสียด แน่นเฟ้อจากอาหารไม่ย่อย เนื่องจากธาตุไม่ปกติ, ตำรับ “ยาแก้ลมอัม พฤกษ์” มีส่วนประกอบของลูกจันทน์ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ในตำรับ มีสรรพคุณบรรเทาอาการปวดตามเส้น เอ็น กลา้ มเนอ้ื มอื เท้า ตงึ หรอื ชา, ตำรบั \"ยาเลือดงาม\" มสี ว่ นประกอบของลกู จนั ทน์ ร่วมกับสมุนไพรชนดิ อ่นื ๆ ใน ตำรับ มสี รรพคณุ บรรเทาอาการปวดประจำเดือน ช่วยใหป้ ระจำเดอื นมาเปน็ ปกติ แกม้ ตุ กิด การนำไปใชป้ ระโยชน์ ลูกจันทน์ ใช้แก้ธาตุพิการ บำรุงกำลัง แก้ไข้ บำรุงหัวใจ บำรุงธาตุ แก้จุกเสียด ขับลม รักษาอาการ อาหารไม่ย่อย คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย แก้บิด แก้กำเดา แก้ท้องร่วง แก้ร้อนใน กระหายน้ำ แก้เสมหะโลหิต แก้ปวดมดลกู และบำรุงโลหติ เปลอื กเมล็ด รสฝาดมันหอม สมานบาดแผลภายใน แกท้ อ้ งอดื แกป้ วดท้อง
ภาพท่ี 18 จนั ทนข์ าว จนั ทน์ขาว ช่ือสามญั - ชอ่ื วิทยาศาสตร์ Tarenna hoaensis Pit. ต้นจันทน์ขาว เป็นไม้ต้น สูง 10-15 เมตร เปลือกต้นเรียบ สีน้ำตาลแข้มอมเทา กิ่งอ่อนยอดอ่อนมีขนสี น้ำตาลปกคลุม กิ่งกา้ นเหนยี ว ใบจันทน์ขาว เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปรี กว้าง 2.5-3 ซม. ยาว 7-10 ซม. โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ แผน่ ใบเรยี บเป็นมันลืน่ สีเขยี วเขม้ ดอกจันทน์ขาว ดอกแยกเพศอยู่ตน้ เดยี วกนั ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อ ส่วนดอกเพศเมียออกดอกเด่ียว ดอกสี ขาวนวล กลบี ดอกเช่ือมติดกนั ส้นั ๆ ผลจันทน์ขาว รูปกลมแป้นเรียกว่า ลูกจัน ไม่มีเมล็ด ผลกลม เรียกว่า อิน มีเมล็ด ผิวเรียบ ผลอ่อนสีเขียว ผลสกุ สเี หลอื ง มีกลิน่ หอม รับประทานได้ ที่ขัว้ ผลมีกลีบเลี้ยงตดิ ทน สรรพคุณทางยา โบราณว่าจันทน์ขาวมีรสขม หวาน มี สรรพคุณบำรุงประสาท บำรุงเนื้อหนังให้สดชื่น แก้ร้อนใน แก้ กระหายนำ้ แกต้ บั ปอด และดีพิการ แก้เหงอื่ ตกหนัก ขับพยาธิ น้ำจันทนข์ าวทใี่ ช้เปน็ น้ำกระสายละลายยาจึงช่วย เสริมฤทธิ์ ของยาในตำรับนั้นด้วย เช่นยาขนานที่ ๒๗ อันเป็นยาแก้ปฐวีธาตุพิการ ในตำราพีะโอสถพระนารายณ์ ให้ใช้น้ำจันทร์ขาวหรือน้ำชะเอม เป็นน้ำกระสายยา ดังนี้ ถ้ามิถอย ให้เอาบรเพ็ด กะพังโหม รากมะแว้งทั้ง๒ ราก หญ้าขัดมอญหลวง รากขี้กาแดง เชือกเขาพรรณ เสมอภาค ทำเปนจุณ ละลายน้ำจันทน์ขาวน้ำชเอมก็ได้ กินตาม กำลงั แก้ปถวีธาตุพิการแลฯ
การนำไปใช้ประโยชน์ แก่นจันทน์ขาว มีรสขมหวาน แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้ไข้ บำรุงผิวและบำรุงหัวใจ ขับพยาธิ บำรุงตับ และปอดให้ปกติ ผลจันทนข์ าว มรี สฝาดหวาน แก้การนอนไม่หลับ กระวนกระวาย แก้ท้องเสีย บำรงุ ประสาท เปน็ ยาบำรุง กำลงั เนื้อไม้จันทน์ขาว รสขมหวาน บำรุงประสาท บำรุงเนื้อหนังให้สดชื่น แก้ไข้ แก้ปอดตับพิการ แก้ดีพิการ แกร้ ้อนในกระหายน้ำ แกเ้ หงอื่ ตกหนัก ขบั พยาธิ
ภาพที่ 19 จันทนแ์ ดง จันทน์แดง ชอ่ื สามญั - ชอ่ื วิทยาศาสตร์ Dracaena loureiroi Gagnep. จนั ทนแ์ ดงเป็นไมป้ ่าชนิดหนึ่งที่เกดิ ข้ึนในธรรมชาติ มีถ่ินกำเนดิ ในประเทศไทย ซงึ่ ในธรรมชาติ จันทน์แดง จะพบได้ตามภูเขาสูงหรือเกาะแก่งกลางทะเลท่ีหา่ งไกลจากฝ่ัง รวมไปถงึ ภเู ขาหนิ ปูนสูงๆ ท่มี ีแสงแดดจัดๆ และมัก ขึ้น ในสภาพของดินที่เป็นดินปนทราย หรือ หินที่มีการระบายน้ำได้ดี และมีความชื้นปานกลาง โดยมักพบมากใน ภูเขาหินปูนในแถบภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่,เชียงราย,แม่ฮ่องสอน,ลำพูน ฯลฯ และรวมไปถึงตามเกาะตา่ ง ๆ ทาง ภาคใต้ ในปัจจุบันจันทนแ์ ดงจัดเป็นพชื หวงหา้ มตามกฎหมายของไทยอกี ดว้ ย สรรพคุณทางยา ตำรายาไทย ใช้ แก่น ที่มีเชื้อราลง จนทำให้แก่นมีสีแดงและมีกลิ่นหอม มีรสขมเย็น ฝาดเล็กน้อย แก้ พษิ ไขภ้ ายนอกและภายใน แกไ้ ขท้ ุกชนิเด แก้เหงอ่ื ตก กระสบั กระสา่ ย แกไ้ ออันเกิดจากซางและดี แก้ไขเ้ พอ่ื ดีพิการ บำรุงหัวใจ แกพ้ ษิ ฝีทม่ี อี าการอักเสบและปวดบวม แก้บาดแผล แก้เลือดออกตามไรฟัน ฝนทาแกฟ้ กบวม การนำไปใชป้ ระโยชน์ แก่นหรอื เนื้อไม้ รสขมเย็น เนื้อไมท้ ม่ี เี ชือ้ ราลงจนเปน็ สีแดงเข้มเรียกวา่ จนั ทร์แดง ใชเ้ ป็นยาเยน็ ดับพิษไข้ บำรุงหัวใจ แก้ไออันเกิดจากซางและดี แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้ไข้เพื่อดีพิการ ฝนทาภายนอกแก้ฟกช้ำ บวม ฝี และแกบ้ าดแผล
ภาพท่ี 20 มะขามปอ้ ม มะขามป้อม ช่ือสามัญ Emblic myrabolan , Malacca tree , Indian gooseberry. ชือ่ วิทยาศาสตร์ Phyllanthus emblica Linn. จันทน์แดงเป็นไมป้ ่าชนิดหนึ่งท่ีเกดิ ขึ้นในธรรมชาติ มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย ซึ่งในธรรมชาติ จันทน์แดง จะพบไดต้ ามภูเขาสูงหรือเกาะแก่งกลางทะเลท่ีหา่ งไกลจากฝ่ัง รวมไปถึงภเู ขาหนิ ปูนสูงๆ ทมี่ ีแสงแดดจัดๆ และมัก ขึ้น ในสภาพของดินที่เป็นดินปนทราย หรือ หินที่มีการระบายน้ำได้ดี และมีความชื้นปานกลาง โดยมักพบมากใน ภูเขาหินปูนในแถบภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่,เชยี งราย,แมฮ่ ่องสอน,ลำพูน ฯลฯ และรวมไปถึงตามเกาะต่าง ๆ ทาง ภาคใต้ ในปัจจุบันจนั ทนแ์ ดงจดั เปน็ พชื หวงห้ามตามกฎหมายของไทยอีกดว้ ย สรรพคุณทางยา ตำรายาไทย: เนื้อผลแห้ง รสเปรี้ยวฝาดขม ขับเสมหะ ทำให้ชุ่มคอ เป็นยาฝาดสมาน แก้ริดสีดวง แก้บิด ท้องเสีย ใช้ควบกบั ธาตุเหลก็ แก้โรคดซี า่ น และช่วยยอ่ ยอาหาร ยางจากผล รสเปร้ียวฝาดขม ช่วยย่อยอาหาร ขับ ปสั สาวะ ใชเ้ ป็นยาแกไ้ อ ตำรับยาแผนโบราณ: ผลอ่อน รสเปรี้ยวหวานฝาดขม บำรุงเนื้อหนังให้บริบูรณ์ กัดเสมหะในคอ ทำให้ เสียงเพราะ แก้มังสังให้บริบูรณ์ แก้พรรดึก(ท้องผูก) แก้พยาธิ ผลแก่ รสเปรี้ยวฝาดขมเผ็ด แก้ไข้เจือลม แก้ไอ แก้ กระหายน้ำ แก้เสมหะ ทำให้ชุ่มคอ ลดไข้ ขับปัสสาวะ ระบายท้อง บำรุงหัวใจ ฟอกโลหิต แก้ลม แก้ลักปิดลักเปิด มีวิตามนิ ซมี ากกว่าส้ม 20 เทา่ (เม่ือเทียบในปริมาณเทา่ กนั ) ตำรายาไทย: มะขามป้อมจัดอยใู่ น “พิกดั ตรีผลา” คือการจำกดั จำนวนผลไม้ 3 อยา่ ง มี ลกู สมอพิเภก ลูก สมอไทย ลกู มะขามป้อม สรรพคณุ แก้ปติ ตะ วาตะ เสมหะ ในกองธาตุ กองฤดู กองอายุ และกองสมุฎฐาน การนำไปใช้ประโยชน์ เนื้อผลแห้ง รสเปรี้ยวฝาดขม ขับเสมหะ ทำให้ชุ่มคอ เป็นยาฝาดสมาน แก้ริดสีดวง แก้บิด ท้องเสีย ใช้ ควบกับธาตุเหล็ก แก้โรคดีซ่าน และช่วยย่อยอาหาร ยางจากผล รสเปรี้ยวฝาดขม ช่วยย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ ใช้เป็นยาแก้ไอ
เนื้อผลอ่อน รสเปรี้ยวหวานฝาดขม บำรุงเนื้อหนงั ให้บรบิ ูรณ์ กัดเสมหะในคอ ทำให้เสียงเพราะ แก้มังสัง ให้บริบูรณ์ แก้พรรดกึ (ท้องผูก) แก้พยาธิ ผลแก่ รสเปร้ียวฝาดขมเผ็ด แกไ้ ข้เจอื ลม แก้ไอ แก้กระหายน้ำ แก้เสมหะ ทำให้ชุ่มคอ ลดไข้ ขับปัสสาวะ ระบายท้อง บำรุงหัวใจ ฟอกโลหิต แก้ลม แก้ลักปิดลักเปิด มีวิตามินซีมากกว่าสม้ 20 เทา่ (เมื่อเทยี บในปรมิ าณเทา่ กัน)
ภาพท่ี 21 ว่านนำ้ วา่ นน้ำ ชอ่ื สามัญ Calamus, Calamus Flargoot, Flag Root, Mytle Grass, Myrtle sedge, Sweet Flag, Sweetflag, Sweet Sedge ชอื่ วิทยาศาสตร์ Acorus calamus L. (ช ื ่ อ พ ้ อ ง ว ิ ท ย า ศ า ส ต ร ์ Acorus angustifolius Schott, Acorus aromaticus Gilib., Acorus calamus var. verus L., Acorus terrestris Spreng.) ต้นว่านน้ำ มีถิ่นกำเนิดในทวีปยุโรป จัดเป็นพรรณไม้ขนาดเล็ก มีความสูงของต้นประมาณ 50-80 เซนติเมตร และมีเหง้าเจริญไปตามยาวขนานกับพื้นดิน เหง้าเป็นรูปทรงกระบอกค่อนข้างแบน ลักษณะเป็นข้อ ๆ มองเห็นชัด ผิวนอกเป็นสีน้ำตาลอ่อนหรือสีน้ำตาลอมชมพู มีรากฝอยเป็นเสน้ เล็กยาวติดอยูท่ ั่วไป พันรุงรังไปตาม ข้อปล้องของเหง้า เนื้อภายในเป็นสีเนื้อแก่ มีกลิ่นหอม รสเผ็ดร้อนฉุนและขม มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5-10 มิลลิเมตร ขยายพันธุ์โดยวิธีการแยกหน่อ มักพบขึ้นเองตามบริเวณริมหนองน้ำ สระ บ่อ คูคลอง ในที่ที่มีน้ำ ทว่ มขัง หรือท่ชี ืน้ แฉะหรอื แหลง่ น้ำตื้น สรรพคุณทางยา ตำรายาไทย: เหง้า เป็นยาขับลม ยาหอม แก้ธาตุพิการ เป็นยาขมช่วยเจริญอาหาร ช่วยได้ในอาการ ท้องเสีย อาหารไม่ย่อย และอ่อนเพลีย ราก แก้ไข้มาลาเรีย แก้หวัด หลอดลมอักเสบ แก้เจ็บคอ แก้ปวดฟัน เป็น ยาระบาย แกเ้ สน้ กระตุก บำรุงหวั ใจ แกห้ ดื แกเ้ สมหะ เผาใหเ้ ปน็ ถ่านรับประทานถอนพิษสลอด แกป้ วดศรี ษะ แก้ ลงท้อง พอกแก้ปวดตามขอ้ และกล้ามเนื้อ แก้บิด แก้ไอ แก้ปวดท้อง แก้จกุ เสยี ด หัว ใชข้ บั ลมในท้อง แกท้ ้องขึ้นอืด เฟ้อ แน่นจุกเสียด ช่วยย่อยอาหาร แก้โรคกระเพาะอาหาร แก้ธาตุพิการ แก้ลมจุกแน่นในทรวงอก แก้ลมที่อยู่ใน ท้องแต่นอกกระเพาะและลำไส้ บำรุงธาตุน้ำ แก้ข้อกระดูหักแพลง ขับเสมหะ แก้ปวดท้อง แก้ท้องเสีย แก้บิด ขับ พยาธิ กินมากทำใหอ้ าเจยี น บำรุงกำลงั แกโ้ รคลม แกป้ วดข้อ ปวดกลา้ มเนอื้ แก้ไข้จับส่นั บำรงุ ประสาท หลอดลม บิดในเด็ก ขบั เสมหะ ขบั ระดู ขับปัสสาวะ รากฝนกบั สรุ าทาหน้าอกเด็กเพ่ือเพื่อเป็นยาดดู พิษแก้หลอดลมและปอด อกั เสบ เหงา้ ต้มรวมกับขิงและไพลกนิ แก้ไข้ ผสมชมุ เห็ดเทศ ทาแกโ้ รคผิวหนงั
ตำรายาไทยแผนโบราณ: ว่านน้ำ จัดอยู่ใน “พิกัดจตุกาลธาตุ” ประกอบด้วย หัวว่านน้ำ รากนมสวรรค์ รากแคแตร รากเจตมูลเพลิงแดง สรรพคุณแก้ธาตุพิการ บำรุงธาตุ แก้จุกเสียด แก้เสมหะ แก้โลหิตในท้อง แก้ไข้ แก้ลม การนำไปใชป้ ระโยชน์ ราก - รับประทานมาก ทำให้อาเจียน แต่มีกลิ่นหอม รับประทานน้อย เป็นยาแก้ปวดท้อง ธาตุเสีย บำรุงธาตุ แกจ้ กุ ขบั ลมในลำไส้ ปรงุ ลงในยาขมตา่ งๆ ทำให้ระงับอาการปวดทอ้ งไดด้ ี - ในว่านน้ำมีสารชนิดหนึ่งเรียกวา่ อาโกริน acorine มีรสขมและแอลคาลอยด์ คาลาไมท์ อยู่ในนี้เป็นยา แกบ้ ดิ เปน็ ยารักษาบิดของเด็ก (คอื มูกเลอื ด) และหวัดลงคอ (หลอดลมอกั เสบ) ได้อย่างดี เปน็ ยาขบั เสมหะอย่างดี ชาวอนิ เดียใชฉ้ กี เปน็ ชิน้ เลก็ ๆ เคย้ี ว 2-3 นาที แก้หวัดและเจบ็ คอ และใชป้ รุงกบั ยาระบายเพอ่ื เป็นยาธาตดุ ้วยในตัว - เปน็ ยาเบอ่ื แมลงตา่ งๆ เชน่ แมลงวัน - เปน็ ยาแก้เส้นกระตุก แก้หดื ขบั เสมหะ แกป้ วดศีรษะ แก้ Hysteria และ Neuralgia แก้ปวดกล้ามและ ขอ้ แกโ้ รคผวิ หนงั เหง้า - ใช้ขบั ลม แกท้ ้องอืด ท้องเฟอ้ แกโ้ รคผิวหนงั เป็นยาหอม น้ำมนั หอมระเหยจากตน้ - แก้ชกั เปน็ ยาขมหอม ขับแกส๊ ในท้อง ทำใหเ้ จริญอาหาร ช่วยการย่อย
ภาพที่ 22 บอระเพ็ด บอระเพด็ ชื่อสามญั - ชื่อวทิ ยาศาสตร์ Tinospora crispa (L.) Miers ex Hook.f.& Thomson ไม้เถาเลื้อยพาดพันต้นไม้อื่น เถากลมมีขนาดใหญ่เป็นปุ่มปม สีเทาอมดำ มีรสขม เปลือกลอกออกได้ ใบ เป็นใบเด่ยี ว ออกเรยี งสลับ รูปหวั ใจ ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ สีเขยี ว ก้านใบยาว 8-10 ซม. ดอก ออกตามซอกใบ ดอกแยกเพศอยู่คนละชอ่ ดอกสเี ขียวอมเหลอื ง มขี นาดเลก็ มาก ผล รปู ทรงค่อนขา้ งกลม สีเหลอื งหรือสแี ดง สรรพคุณทางยา ตำรายาไทย: เถา มีรสขมจัดเย็น แก้ไข้ทุกชนิด แก้พิษฝีดาษ เป็นยาขมเจริญอาหาร ต้มดื่มเพื่อให้เจริญ อาหาร ช่วยย่อย บำรุงน้ำดี บำรุงไฟธาตุ แก้โรคกระเพาะอาหาร บำรุงร่างกาย แก้สะอึก แก้มาลาเรีย เป็นยาขับ เหงื่อ ดับกระหาย แก้ร้อนในดีมาก ลดน้ำตาลในเลือด ขับพยาธิ แก้อหิวาตกโรค แก้ท้องเสีย ไข้จับสั่น ระงับความ ร้อน ทำให้เนื้อเย็น ทำให้เลือดเย็น แก้โลหิตพิการ ใช้ภายนอกใช้ล้างตา ล้างแผลที่เกิดจากโรคซฟิ ิลิส ทุกส่วนของ พืช ใชแ้ กไ้ ข้ เปน็ ยาบำรงุ แก้บาดทะยัก โรคดีซ่าน ยาเจริญอาหาร แกม้ าลาเรยี ตำรายาไทย บอระเพด็ จดั อยใู่ น “พกิ ัดตรีญาณรส” คือการจำกัดจำนวนตวั ยาที่ทำใหร้ ู้รสอาหาร 3 อย่าง มี ไส้หมาก รากสะเดา เถาบอระเพ็ด มีสรรพคณุ แกไ้ ข้ ดับพิษรอ้ น ขับปสั สาวะ ขับเสมหะ บำรุงไฟธาตุ บำรุงกำลัง “พิกัดยาแก้ไข้ 5 ชนิด” คือการจำกัดจำนวนตัวยาแก้ไข้ 5 อย่าง มี รากย่านาง รากคนทา รากชิงชี่ ขี้เหล็กทั้ง 5 และเถาบอระเพ็ด สรรพคุณแกไ้ ข้พิษร้อน ตำราอายุรเวทของอินเดีย: ใช้ เถา เป็นยาแก้ไข้ เช่นเดียวกบั ชิงช้าชาลี กล่าวไว้ว่า แก้ไข้ดีเท่ากบั ซงิ โคนา แก้ธาตุไม่ปกติ โรคเกยี่ วกบั ทางเดนิ ปสั สาวะ แก้อาการอักเสบ แก้อาการเกรง็ การนำไปใช้ประโยชน์ ราก - แก้ไขเ้ หนือ ไขส้ ันนิบาต แก้ไข้พิษ ไขจ้ ับสนั่ - ดบั พิษรอ้ น ถอนพษิ ไข้ - เจริญอาหาร ตน้
- แกไ้ ข้ แกไ้ ขพ้ ษิ แก้ไขก้ าฬ แกไ้ ขเ้ หนือ - บำรุงกำลัง บำรุงธาตุ - แกอ้ าการแทรกซอ้ น ขณะทเ่ี ป็นไข้ทรพษิ - แกไ้ ข้เพอ่ื โลหิต แก้เลอื ดพิการ - แกร้ อ้ นในกระหายน้ำ แกส้ ะอึก แกพ้ ษิ ฝดี าษ - เปน็ ยาขมเจรญิ อาหาร - เป็นยาอายุวฒั นะ ใบ - แก้ไข้ แก้ไขพ้ ษิ แกไ้ ขก้ าฬ แก้ไขจ้ บั ส่นั - ขบั พยาธิ แก้ปวดฝี - บำรงุ ธาตุ - ยาลดความร้อน - ทำใหผ้ ิวพรรณผอ่ งใส หนา้ ตาสดช่นื - รักษาโรคผิวหนงั ผดผน่ื คนั ตามรา่ งกาย - ช่วยให้เสยี งไพเราะ - แก้โลหติ คง่ั ในสมอง - เปน็ ยาอายุวัฒนะ ดอก - ฆ่าพยาธิในท้อง ในฟัน ในหู ผล - แก้เสมหะเปน็ พษิ แก้ไขพ้ ษิ - แก้สะอกึ และสมุฎฐานกำเรบิ ส่วนทง้ั 5 บำบัดรกั ษาโรค ดงั นี้ - เป็นยาอายุวัฒนะ แก้ปวดเมื่อย แก้ไข้ปวดศีรษะ รักษาฟัน รักษาโรคริดสีดวงทวาร ช่วยให้เจรญิ อาหาร แกฝ้ ีมดลกู ฝีมตุ กติ แกร้ ้อนใน รักษาโรคเบาหวาน ลดความรอ้ น แกด้ พี กิ าร แกเ้ สมหะ เลอื ดลม แกไ้ ขจ้ บั สนั่
ภาพท่ี 23 แหว้ หมู แห้วหมู ชอ่ื สามัญ Nut grass, Purple nut sedge, Nut sadge ชอ่ื วิทยาศาสตร์ Cyperus rotundus Linn. แหว้ หมูจัดเปน็ วัชพืชทม่ี กี ารกระจายพันธ์สุ งู ในเขตร้อน แห้วหมู มอี ยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ แหว้ หมูใหญ่และ แห้วหมูเล็ก ซึ่งมีลักษณะภายนอกที่แตกต่างกันในเรื่องของความสูงของลำต้น ลักษณะของดอก โดยสามารถ นำมาใช้เป็นยาสมุนไพรได้ทั้ง 2 ชนิด เพราะมีสรรพคุณที่ใกล้เคียงกันมาก โดยส่วนที่นิยมนำมาใช้ปรุงเป็นยาก็ ได้แก่ ส่วนของหัว ตน้ ราก และใบแห้วหมู แห้วหมู เป็นพรรณไม้ที่มักเกิดข้ึนเองโดยธรรมชาติ ตามทุ่งนา ข้างทาง หรือทีร่ กรา้ ง กระจายพนั ธส์ุ ูงในเขตร้อน พบไดใ้ นทุกประเทศในเขตร้อน ในประเทศไทยพบไดท้ กุ ภาค สรรพคณุ ทางยา ตำรายาไทย หัวรสซ่าติดจะร้อนเผ็ด ขับลมในลำไส้ แก้ปวดท้อง แก้ปวดประจำเดือน แก้ประจำเดือน ผิดปกติ บำรุงธาตุ เจริญอาหาร แก้ท้องอืดเฟ้อ บำรุงกำลัง บำรุงครรภ์รักษา (บำรุงทารกในครรภ์) เป็นยาบำรุง หัวใจ ขับเหงี่อ ขับระดู ขับปัสสาวะ แก้ไข้ เป็นยาฝาดสมาน สงบประสาท เป็นยาอายุวัฒนะ แก้ไข้ ลดความดัน โลหติ ลดการอกั เสบ แก้บิด แก้ทอ้ งเสีย แกอ้ าเจียน แกโ้ รคตบั อกั เสบ ชาวเปอร์เซียและอาหรับ ใช้เป็นยาขับลมในลำไส้ และแก้ปวดท้อง โดยใช้หัวแห้วหมูตำกับขิง แล้ว รบั ประทานกับนำ้ ผึ้ง และใชเ้ ปน็ ยาแกบ้ ิด บางทอ้ งทใ่ี ช้หัวโขลกพอกทีน่ ม เป็นยาช่วยใหน้ ้ำนมมาก และกล่าวว่าถ้า รับประทานมากเปน็ ยาขับพยาธิไส้เดอื น ถา้ ใช้ภายนอกเป็นยาพอกดูดพษิ บญั ชียาจากสมุนไพร: ทมี่ กี ารใชต้ ามองค์ความรู้ดั้งเดมิ ตามประกาศคณะกรรมการพฒั นาระบบยาแห่งชาติ ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ระบุการใช้แห้วหมูในตำรับ “ยาเหลืองปิดสมุทร” มีส่วนประกอบของหัวแห้วหมูร่วมกับ สมุนไพรชนิดอ่ืนๆ ในตำรับ มีสรรพคณุ บรรเทาอาการท้องเสียชนิดที่ไม่เกดิ จากการตดิ เช้ือ เชน่ อุจจาระไม่เป็นมูก หรอื มเี ลือดปน และทอ้ งเสยี ชนิดที่ไม่มีไข้ การนำไปใชป้ ระโยชน์
หัว รสซ่าติดจะร้อนเผ็ด ขับลมในลำไส้ แก้ปวดท้อง แก้ปวดประจำเดือน แก้ประจำเดือนผิดปกติ บำรุง ธาตุ เจริญอาหาร แก้ท้องอืดเฟ้อ บำรุงกำลัง บำรุงครรภ์รักษา (บำรุงทารกในครรภ์) เป็นยาบำรุงหัวใจ ขับเหง่ีอ ขับระดู ขับปัสสาวะ แก้ไข้ เป็นยาฝาดสมาน สงบประสาท เป็นยาอายุวัฒนะ แก้ไข้ ลดความดันโลหิต ลดการ อกั เสบ แกบ้ ดิ แกท้ ้องเสยี แก้อาเจียน แกโ้ รคตบั อักเสบ
ภาพที่ 24 มะกา มะกา ช่อื สามญั - ชื่อวิทยาศาสตร์ Bridelia ovata Decne. ตน้ มะกา จดั เปน็ ไม้ยนื ต้นขนาดเลก็ มคี วามสูงของต้นประมาณ 5-10 เมตร แตกกิ่งก้านแผก่ วา้ ง เปลอื กลำ ต้นเรียบเปน็ สนี ้ำตาล พอลำต้นแก่จะแตกเปน็ สะเกด็ ยาว ขยายพันธุ์ด้วยวธิ ีการเพาะเมล็ด การตอนกิ่ง และวิธีการ ปักชำกิ่ง เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนระบายน้ำได้ดี ชอบความชื้นมาก และมีแสงแดดแบบเต็มวัน พบขึ้นตามป่า โปร่งทัว่ ทกุ ภาคของประเทศไทย สรรพคุณทางยา มะกา เป็นพืชสมุนไพรช่วยแก้ไขอาการท้องผูกชาวบ้านรู้จักใช้เป็นยาระบาย“อาการท้องผูก” พบว่าเป็น ปญั หาทางด้านสุขภาพกับทุกคนและทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผสู้ งู อายุ ที่นบั วันประสิทธิภาพของระบบอวัยวะและ ระบบการทำงานของรา่ งกายเริ่มเสื่อมถอยไปตามกาลเวลา อาทิ ระบบขับถา่ ยจนสง่ ผลใหเ้ กิดโรคอน่ื ๆ ตามมา เช่น โรครดิ สดี วงทวาร ลำไส้อกั เสบ ฯลฯ คุณลุงเล็กและคณุ ป้าถนอม คสู่ ามีภรรยา ได้ทำการปลกู พืชสมนุ ไพรทีส่ ามารถ นำมาใช้ประโยชน์ในการบรรเทาและรักษาโรคบางชนิดได้ ลุงเล็กเลยนำสูตรสมุนไพรซึ่งเป็นสูตรยาระบายอ่อนๆ สำหรบั ผู้สงู อายุมาฝาก การนำไปใช้ประโยชน์ ใบมะกามีรสขม ชื่น ใช้ต้มน้ำดื่มเพื่อเป็นยาถ่ายเสมหะและโลหิต ถ่ายพิษตานซาง ถ่ายพิษไข้ ชักลมเบื้อง สงู ลงสู่เบ้อื งต่ำ แตต่ อ้ งนำใบสดมาปิง้ ไฟกอ่ นใช้ เพื่อไมใ่ ห้มอี าการไซท้ ้อง เปลือกตน้ มะกา มรี สขมฝาด ใชแ้ กก้ ระษยั เป็นยาสมานลำไส้ แก่น มรี สขม ใช้เพ่ือแกก้ ระษัย ไตพิการ เป็นยาฟอกโลหติ ใช้ระบายอุจจาระธาตุ ขับเสมหะ
ภาพที่ 25 จันทน์เทศ จนั ทน์เทศ ช่อื สามัญ Nutmeg ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ Myristica fragrans Houtt. ต้นจันทน์เทศ มีถิ่นกำเนิดในหมู่เกาะโมลุกกะ ประเทศอินโดนีเซีย[7] โดยจัดเป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดกลาง ถึงขนาดใหญ่ ไม่ผลัดใบ มีความสูงของต้นประมาณ 5-18 เมตร เปลือกลำต้นเรียบเป็นสีเทาอมดำ เนื้อไม้สีนวล หอมเพราะมีน้ำมันหอมระเหย โดยต้นจันทน์เทศสามารถขึ้นได้ในดินเกือบทุกชนิด แต่ดินที่เหมาะกับการ เจริญเติบโตคือดินร่วนปนทรายที่มีอินทรีย์วัตถุสูง โดยจะเจริญเติบโตได้ดีในเขตร้อนชื้นโดยเฉพาะทางภาค ตะวันออกและทางภาคใต้ของไทย สามารถขึ้นได้ในพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 900 เมตร และ นยิ มขยายพันธดุ์ ว้ ยวิธีการเพาะเมลด็ ในปจั จบุ ันพบวา่ มกี ารปลกู ท่วั ไปในเขตเมอื งร้อน ในประเทศไทยจะพบได้มาก ทางภาคใต้ สรรพคุณทางยา เนื้อจันทน์เทศมีรสเปรี้ยวฝาด กลิ่นหอม เนื้อผลแก่นิยมนำไปแปรรูปเป็นของขบเคี้ยว ให้รสหอมสดช่ืน เผด็ ธรรมชาติ หวานชุม่ คอ และมีสรรพคุณช่วยขบั ลม แก้บิด ดอกตวั ผู้ตากแหง้ เปน็ ส่วนผสมในเคร่ืองยาจีน มีฤทธ์ ช่วยขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ธาตุอาหารพิการ นำมาชงน้ำร้อนดื่มช่วยย่อยอาหาร น้ำมันลูกจันทร์ นำมาทำเป็น ยาดม ดอกจนั ทร์และลูกจันทน์ใช้เป็นยาแก้ไข้ แกป้ วดศรษี ะ รอ้ นใน ผนื่ คนั ลมจกุ เสียด เลอื ดกำเดาออก ท้องร่วง บำรุงปอด หัวใจ ตับ น้ำดี ช่วยให้เจรฺญอาหาร ขับลม ขับเสมหะ และกระจายเลือดลม ในปัจจุบันจันทน์เทศใช้ใน อุตสาหกรรมที่อเมริกามากเป็นอันดับหนึ่งของโลก ตามโรงงานผลิตอาหารกระป๋อง เครื่องหอม เครื่องสำอาง สบู่ ยาสระผม สรุ า ลกู อมลกู กวาด การนำไปใช้ประโยชน์ เน้ือไม้จันทนเ์ ทศ แก่นจันทนเ์ ทศ มรี สขมหอมร้อน แก้ไขด้ เี ดือด ดพี ลุ่ง แกก้ ระสับกระส่ายตาลาย เผลอ สติ บำรุงตบั ปอด หัวใจ น้ำดี
เมล็ดในจนั ทนเ์ ทศ (ลกู จันทน์) แกธ้ าตพุ กิ าร บำรุงกำลัง แกไ้ ข้ บำรงุ หวั ใจ บำรงุ ธาตุ แกจ้ กุ เสียด ขับลม รกั ษาอาการอาหารไมย่ ่อย คลื่นไส้อาเจยี น ท้องเสยี แก้บดิ แก้กำเดา แก้ท้องรว่ ง แก้ร้อนใน กระหายนำ้ แกเ้ สมหะ โลหิต แก้ปวดมดลกู และบำรงุ โลหติ เปลือกเมลด็ จนั ทนเ์ ทศ รสฝาดมนั หอม สมานบาดแผลภายใน แกท้ อ้ งอืด แกป้ วดท้อง รกหุ้มเมล็ดจันทน์เทศ (ดอกจันทน์) บำรุงโลหิต บำรุงธาตุ ขับลม แก้ปวดมดลูก แก้ท้องร่วง บำรุงกำลงั บำรงุ ผิวเนอื้ ให้เจรญิ นำ้ มนั ระเหยง่ายใชเ้ ป็นสว่ นผสมของขผี้ ้ึงท่ใี ช้ทาระงบั ความปวด ใชข้ ับประจำเดอื น ทำให้แท้ง ทำให้ประสาทหลอน ประเทศอนิ โดนเี ซยี ใชบ้ ำรุงธาตุ แก้ปวดขอ้ กระดกู
ภาพที่ 26 เทยี นทง้ั ห้า เทยี นท้งั ห้า สมนุ ไพรเทียนทัง้ 5 ประกอบขึน้ จากตวั ยาสมนุ ไพร 5 ชนิด ไดแ้ ก่ เทียนดำ มีสรรพคุณ บำรุงโลหิต ขับลมในลำไส้ แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน เวียนหัว หน้ามืดตาลาย ขับ เสมหะ ทำให้รูส้ กึ สดชื่น เทียนดำมกี ลน่ิ หอมฉุน มีรสชาติเผ็ด ขม ใหค้ วามรู้สึกร้อน คลา้ ยๆ กบั เครอ่ื งเทศ เทียนขาว มสี รรพคุณ แก้ลมวิงเวยี น แก้อาการหนา้ มืด ตาลาย ใจส่นั คลืน่ เหียน อาเจยี นแก้อาการจุกเสีย มีลมในกระเพาะและในลำไส้ ขับลมเสียดแทงภายใน ขับเสมหะ แก้ดีพิการ และยังสามารถใช้ขับระดูขาวในคุณ สภุ าพสตรีได้อกี ดว้ ย เทียนแดง มสี รรพคณุ เพิม่ การไหลเวยี นของโลหติ แก้ลมวงิ เวียน แก้อาการหนา้ มืด ตาลาย ใจสัน่ คล่ืนไส้ อาเจยี น แกล้ มเสยี ดมีอาการจุกแน่นในทอ้ ง เทยี นขา้ วเปลอื ก มีสรรพคุณ เป็นยาบำรุงกำลัง ขบั ลมในทอ้ งและลำไส้ ทำใหห้ ายจุกแน่นท้อง ขับเสมหะ แกช้ พี จรอ่อนชพี จรพิการ แก้อาการนอนสะดุ้งตอนกลางคืน ทำให้หลับสนทิ เทียนตาตั๊กแตน มีสรรพคุณ บำรุงธาตุ ทำให้สุขภาพแข็งแรง และเกิดความสมดุล ขับเสมหะ ทำให้รู้สึก สดชนื่ ขบั ลม แกป้ ญั หาเลอื ดกำเดาไหล ดูแลเสน้ เลือดใหม้ คี วามยดื หยุน่ ไมเ่ ปราะแตกงา่ ย
ภาพที่ 27 อบเชย อบเชย ชื่อสามญั Cinnamon Tree. ชอ่ื วิทยาศาสตร์ Cinnamomum verum J.Presl. อบเชยเปน็ เคร่อื งยา และเครอ่ื งเทศ ทีไ่ ด้จากการขดู เอาเปลือกชน้ั นอกออกใหห้ มด แล้วลอกเปลือกช้ันใน ออกจากแก่นลำต้น โดยใช้มีดกรีดตามยาวของกิ่ง แล้วรวบรวมนำไปผึง่ ที่ร่มสลับกับการนำออกตากแดดประมาณ 5 วัน ขณะตากใช้มือม้วนขอบทั้งสองข้างเข้าหากัน จนเปลือกแห้งจึงมัดรวมกัน เปลือกอบเชยที่ดีจะมีสีน้ำตาล อ่อน(สีสนิม) มีความตรงและบางสม่ำเสมอ ยาวประมาณ 1 เมตร มกี ล่นิ หอมเฉพาะ รสสขุ มุ เผ็ด หวานเล็กน้อย สรรพคุณทางยา ตำรายาไทย: น้ำต้มเปลือกต้น ดื่มแก้ตับอักเสบ อาหารไม่ย่อย แก้ท้องเสีย ลำไส้เล็กทำงานผิดปกติ ขับ พยาธิ มีสรรพคุณบำรุงดวงจิต แก้อ่อนเพลีย ชูกำลัง ขับผายลม บำรุงธาตุ แก้บิด แก้ลมอัณฑพฤกษ์ แก้ ไขส้ นั นบิ าต ใชป้ รงุ เป็นยานตั ถ์ุแกป้ วดหัว รับประทานแกเ้ บอื่ อาหาร แก้จกุ เสยี ด แนน่ ท้อง อาหารไม่ย่อย แก้ไอ แก้ไข้หวัด ลำไส้อักเสบ ท้องเสียในเด็ก อาการหวัด ปวดปะจำเดือน แก้อ่อนเพลีย คลื่นไส้อาเจียน แก้ปวด ประจำเดอื น ห้ามเลอื ด บดเป็นผงโรยแผลกามโรค สมานแผล อบเชยมีการนำมาใช้ในพิกัดยาไทย คือ “พิกัดตรีธาตุ” ประกอบด้วย กระวาน ดอกจันทน์ และอบเชย เป็นยาแก้ธาตุพิการ แก้ลม แก้เสมหะ แก้ไข้ “พิกัดตรีทิพย์รส” คือการจำกัดจำนวนของที่มีรสดี 3 อย่าง คือโกฐ กระดูก เนื้อไม้ และอบเชยไทย มีสรรพคุณบำรุงธาตุ บำรุงกระดูก บำรุงตับปอดให้เป็นปกติ แก้ลมในกองเสมหะ บำรุงโลหิต “พิกัดจตุวาตะผล” คือการจำกัดจำนวนตัวยาแก้ลม ประกอบด้วยผล 4 อย่าง คือ เหง้ าขิงแห้ง กระลำพัก อบเชยเทศ และโกฐหัวบวั มีสรรพคุณแก้ไข้ แก้พรรดึก แก้ตรีสมุฏฐาน ขบั ผายลม บำรุงธาตุ แก้ลมกอง ริดสีดวง “พกิ ัดทศกุลาผล” คอื การจำกัดจำนวนตวั ยาตระกูลเดยี วกนั 10 อยา่ ง มีชะเอมทงั้ 2 (ชะเอมไทย ชะเอม เทศ) ลูกผักชีทั้ง 2 (ผักชีล้อม ผักชีลา) อบเชยทั้ง 2 (อบเชยไทย อบเชยเทศ) ลำพันทั้ง 2 (ลำพันแดง ลำพันขาว)
ลูกเร่วทั้ง 2 (เร่วน้อย เร่วใหญ่) มีสรรพคุณ แก้ไข้เพื่อดีและเสมหะ ขับลมในลำไส้ บำรุงธาตุ บำรุงปอด แก้รัตตะ ปิตตะโรค แกล้ มอัมพฤกษ์ อมั พาต บำรงุ กำลัง บำรุงดวงจติ ใหแ้ ช่มช่ืน แกไ้ ข้ การนำไปใชป้ ระโยชน์ เปลือกตน้ ตากใหแ้ หง้ แล้วนำไปเค้ียวกนิ กับหมาก ราก ตม้ นำ้ ด่ืมแก้อการปวดหลงั ปวดเอว ใหส้ ตรกี ินหลังคลอดบุตร และลดไขห้ ลังการผ่าตัด ต้น เปลือกต้น ใช้แทน cinnamon เคี้ยวกินเปน็ ยาแกป้ วดท้อง ยาชงจากเปลือกต้น ใชเ้ ปน็ ยาถ่าย เปลอื กตน้ ต้มน้ำดมื่ เป็นยาบำรงุ ธาตุ ช่วยเจรญิ อาหาร ใบ น้ำยางจากใบใชท้ าแผลถอนพษิ ของยางน่อง และตำเปน็ ยา
ภาพท่ี 28 กฤษณา กฤษณา ชือ่ สามญั Eagle wood, Agarwood, Aglia, Aloewood, Akyaw, Calambac, Calambour, Lignum aloes ชือ่ วทิ ยาศาสตร์ Aquilaria crassna Pierre ex Lecomte ไม้กฤษณา จัดเป็นไม้หวงห้ามประเภท ข. และไม่อนุญาตให้ทำการตัดฟัน (เฉพาะในป่า) จึงมีการลักลอบ ตัดเพ่อื นำแก่นไม้หอมมาขาย ทำให้ไม้กฤษณานั้นใกล้จะสูญพันธเ์ุ ข้าไปทุกที โดยไม้ในสกุล Aquilaria มีอยู่ด้วยกัน ประมาณ 15 ชนิด มีการกระจายพันธุ์ทั่วไปในแถบเอเชียเขตร้อน ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จนถึงฟิลิปปินส์ ใน เอเชียใต้ในประเทศอนิ เดีย ปากีสถาน ศรีลงั กา ภฏู าน รัฐอัสสมั เบงกอล รวมท้ังกระจายพันธ์ไุ ปทางเอเชียเหนือไป จนถึงประเทศจีน สำหรบั การกระจายพนั ธ์ใุ นประเทศไทยจะมกี ฤษณาอยดู่ ้วยกัน 3 ชนดิ คอื Aquilaria crassna Pierre. พบได้ในป่าดิบชื้นและป่าดิบแล้งทางภาคเหนือ ภาคกลาง และภาค ตะวันออกเฉียงเหนอื Aquilaria malaccensis Lamk. (ชื่อพ้อง Aquilaria agallocha Roxb.) พบได้ในเฉพาะทางภาคใต้ที่มี ความช่มุ ชน้ื Aquilaria subintegra Ding Hau (ชนิดใหม่ที่ค้นพบโดย Dr. Ding Hau) ชนิดนี้จะพบได้เฉพาะทางภาค ตะวันออก สว่ นชนดิ อน่ื ๆ ท่ีอาจจะพบได้ คือ Aquilaria rugosa, Aquilaria baillonil, และ Aquilaria hirta สรรพคุณทางยา เนื้อไม้ซึ่งเป็นสีดำ และมีกลิ่นหอม รสขม ตามตำรายาไทย: ใช้ คุมธาตุ บำรุงโลหิตและหัวใจ ทำให้หัวใจ ชุ่มชื่น ใช้ผสมยาหอม แก้ลมวิงเวยี นศรี ษะ บำรุงกำลัง บำรุงธาตุ บำรุงตับและปอดให้ปกติ เป็นยาอายุวัฒนะ แก้ อาเจียน ทอ้ งรว่ ง แก้ไขต้ า่ งๆ บำบัดโรคปวดบวมตามข้อ ตม้ ดืม่ แกร้ ้อนในกระหายน้ำ แก้เสมหะ โดยนำมาผสมกับ ยาหอมกิน หรอื นำมาต้มนำ้ ด่มื กรณกี ระหายน้ำมาก
ในตำราพระโอสถพระนารายณ์: มีการนำแก่นไม้กฤษณาไปใชห้ ลายตำรับ โดยเป็นตวั ยาผสมกับสมนุไพร ชนิดอนื่ ๆ อีกหลายชนิดในตำรับเพื่อรกั ษาอาการของโรคต่างๆ เช่น ตำรบั ยาขผ้ี ้ึงบ้ีพระเสน้ หรอื ยาถูนวดเส้น ตำรับ ยาน้ำมันมหาวิศครรภราชไตล ทำให้โลหิตไหลเวียนดี และเป็นยาคลายเส้น ตำรับยาทรงทาพระนลาฎ ใช้ทา หน้าผากแก้เลือดกำเดาที่ทำใหป้ วดศีรษะ ยามโหสถธิจันทน์ เป็นยาแก้ไข้ตัวร้อน และยังปรากฏเป็นส่วนประกอบ ในตำรบั ยาหอมเทพจติ ร ซึง่ มสี มนุ ไพรชนดิ อน่ื ๆร่วมอยู่ด้วยในตำรับ ตามบัญชยี าจากสมุนไพร พ.ศ. 2549 ประกาศ คณะกรรมการแหง่ ชาตดิ ้านยาของไทย ในแหลมมลายู: ใชก้ ฤษณาเปน็ สว่ นผสมในเครื่องสำอางและใช้บำบัดโรคผิวหนังหลายชนิด ผงกฤษณาใช้ โรยบนเส้ือผ้าหรอื บนรา่ งกายเพอื่ ฆา่ หมัดและเหา ในประเทศมาเลเซีย: นำเอากฤษณาผสมกบั น้ำมนั มะพร้าว นำมาทาบรรเทาอาการปวดเมอ่ื ย หรือบรรเทา อาการของโรครมู าตซิ มั ยาพื้นบ้านของอินเดียและหลายประเทศในเอเชยี : ใช้กฤษณาเป็นส่วนผสมในยาหอม ยาบำรุง ยากระตุ้น หวั ใจ และ ยาขบั ลม นอกจากนยี้ ังใช้เป็นยาแกป้ วด แก้อัมพาตและเป็นตวั ยา รักษาโรคมาลาเรีย ชาวอาหรับ: ใชผ้ งไม้กฤษณาโรยเสื้อผ้า ผวิ หนัง ปอ้ งกันตัวเรือด ตวั ไร และมีความเชือ่ วา่ น้ำมันหอมระเหย ของกฤษณาเปน็ ยากระต้นุ ทางเพศ ชาวฮินดนู ยิ ม: นำมาใชจ้ ดุ ไฟ ใหม้ กี ลน่ิ หอมในโบสถ์ ประเทศจีน: ใช้แก้ปวดหนา้ อก แกอ้ าเจียน แกไ้ อ แกห้ อบหืด การนำไปใช้ประโยชน์ เนือ้ ไม้ บำรุงโลหิตในหัวใจ บำรงุ ตับและปอดให้เป็นปกติ แก้ลม แกล้ มซาง แกล้ มอ่อนเพลีย ทำให้ชุ่มช่ืน ใจ บำรุงกำลงั แกไ้ ข้ บำรุงโลหิต รกั ษาโรคปวดขอ้ แก่นไม้ บำรุงโลหิต บำรงุ หวั ใจ บำรุงตับ และปอดใหป้ กติ นำ้ มันจากเมล็ด รักษาโรคผวิ หนัง แก้โรคเร้ือน แกม้ ะเร็ง ไม่ระบุสว่ นทใ่ี ช้ บำรุงโลหิต แก้ตับปอดพิการ แก้ไข้เบื่อ ขับเสมหะ บำรุง โลหิตในหัวใจ ทำตับปอด ให้เป็นปกติ คมุ ธาตุ
ภาพที่ 29 สมลุ แว้ง สมลุ แว้ง ชอ่ื สามญั - ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ Cinnamomum bejolghota (Buch.-Ham.) Sweet เปลือกหนา ผิวนอกสีน้ำตาลอ่อน มีรอยแตก ขรุขระ เนื้อในสีน้ำตาลแดง เป็นมัน ขนาดความกว้าง 1-3 เซนติเมตร ยาว 3-7 เซนตเิ มตร หนา 0.2-0.8 เซนติเมตร มกี ล่นิ หอมเฉพาะ รสร้อนปร่า สรรพคณุ ทางยา ตำรายาไทย เปลอื กตน้ หอมฉุน รสร้อนปร่า แกล้ มวิงเวียน และลมทท่ี ำให้ใจสั่น แกพ้ ษิ หวดั กำเดา ขับลม ในลำไส้ แกธ้ าตพุ ิการ ตำราพระโอสถพระนารายณ์: ระบุ “ตำรบั ยาทรงนตั ถ์ุ” เข้าเครื่องยา 15 สงิ่ ใชป้ รมิ าณเทา่ ๆกัน รวมท้ัง สมุลแว้งด้วย ผสมกัน บดเป็นผงละเอียด ใช้สำหรับนัตถุ์ หรือห่อผ้าบาง ใช้ดมแก้ปวดหัว วิงเวียน แก้สลบ แก้ ริดสีดวงจมกู คอ และตา บัญชียาจากสมนุ ไพร: ทีม่ กี ารใช้ตามองค์ความรู้ด้ังเดิม ตามประกาศ คณะกรรมการแหง่ ชาตดิ ้านยา ระบุ การใช้เปลือกสมุลแว้งในยารักษากลุ่มอาการทางระบบทางเดินอาหาร ปรากฏในตำรับ “ยาธาตุบรรจบ” มี ส่วนประกอบของเปลือกสมุลแว้งร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ในตำรับ มีสรรพคุณ บรรเทาอาการท้องอืดเฟ้อ และ อาการอจุ จาระธาตพุ กิ าร ท้องเสียทีไ่ ม่ตดิ เช้ือ การนำไปใช้ประโยชน์ รากและใบ ตม้ ใหห้ ญงิ ทค่ี ลอดใหม่ รับประทานและรักษาไข้ เนอื้ ไม้ มีกลิน่ หอมคล้ายการะบนู เนอื้ หยาบแขง็ ค่อนขา้ งเหนียว ใช้ในการแกะสลักทำหีบใส่ของที่ป้องกัน แมลงเครอ่ื งเรือนไม้บผุ นังท่สี วยงาม
ภาพท่ี 30 บุนนาค บนุ นาค ชื่อสามัญ Iron wood, Indian rose chestnut ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ Mesua ferrea L. ต้นบุนนาค กับความเชื่อ คนไทยโบราณเชื่อว่าบา้ นใดปลูกตน้ ไม้ชนิดนี้ไว้เป็นไม้ประจำบ้าน จะช่วยทำให้ เป็นผูม้ คี วามประเสรฐิ และมบี ุญ (พ้องกับความหมายของช่ือ) และคำว่านาคยงั หมายถงึ พญานาคทม่ี ีแสนยานุภาพ ที่จะช่วยปกป้องคุ้มครองภัย นอกจากนี้ยังเชื่อว่าจะช่วยป้องกันภัยอันตรายต่าง ๆ จากภายนอกได้ด้วย เนื่องจาก ใบของบุนนาคสามารถช่วยรักษาพิษต่าง ๆ ได้ โดยจะนยิ มปลกู ต้นบนุ นาคไว้ทางทิศตะวันตกของบา้ น และปลูกกัน ในวนั เสาร์เพ่ือเอาคณุ สรรพคณุ ทางยา ตำรายาไทย: ดอก มีกลิ่นหอมเย็น รสขมเล็กน้อย เป็นยาฝาดสมาน บำรุงธาตุ และขับลม แก้ลมกอง ละเอยี ด วงิ เวียน หน้ามืดตาลาย ใจสั่น ชูกำลงั บำรุงโลหติ บำรุงหัวใจใหแ้ ช่มช่ืน แกร้ อ้ นในกระสับกระส่าย รักษา อาการร้อนอ่อนเพลีย แก้กลิ่นสาบในร่างกาย แก้ร้อนในกระสับกระส่าย มีกลิ่นหอมใชอ้ บเครื่องหอม ใช้แต่งกลิน่ เข้าเครือ่ งยาเป็นยาฝาดสมาน บำรงุ ธาตุ แกไ้ อ แก้ไข้ ขับเสมหะ แกร้ ้อนใน ดับกระหาย บำรุงโลหติ หรือบดให้เป็น ผงผสมกับเนยเหลว เป็นยาพอกแก้ริดสีดวงทวาร น้ำมันหอมระเหยจากดอก มีสาร mesuol และ mesuone มี ฤทธิเ์ หมอื นยาปฏิชวี นะ คือยับยง้ั การเจริญเตบิ โตของเชื้อโรค เกสร รสหอมเย็น เข้ายาหอม มฤี ทธฝิ์ าดสมาน บำรุง ธาตุ ขบั ลม บำรุงครรภรกั ษา ทำใหห้ ัวใจชุม่ ช่ืน ช่นื ใจ แก้ไข้ ตำรายาไทยนำเกสรมาเข้าเครื่องยาไทยใน “พิกัดเกสรทั้งห้า” (ดอกมะลิ ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ดอก สารภี และเกสรบัวหลวง) “พกิ ดั เกสรทั้งเจ็ด” (มีดอกจำปาและดอกกระดังงาเพิ่มเข้ามา) และ “พกิ ัดเกสรท้ังเก้า” (มีดอกลำดวน และดอกลำเจียกเพิ่มเข้ามา) มีสรรพคุณ บำรุงหัวใจ บำรุงดวงจิตให้ชุ่มชื่น ทำให้ชื่นใจ แก้ลมกอง ละเอียด วิงเวียน หน้ามืด ตาลาย บำรุงครรภ์ นอกจากนี้บุนนาคยังจัดไวใ้ นพกิ ัดพิเศษ “พิกัดเทวตรคี ันธา” (ทเวติ คันธา) คือการจำกัดจำนวนตัวยาที่มีกลิ่นหอม 2 ชนิด รวมเครื่องยา 6 อย่างคือ ดอกบุนนาค รากบุนนาค แก่น
บุนนาค ดอกมะซาง รากมะซาง และแก่นมะซาง มีสรรพคุณขับลมในลำไส้ แก้รัตตะปิตตะโรค บำรุงโลหิต แก้ กล่นิ เหมน็ สาบในร่างกาย แกก้ ำเดา แก้ไขส้ ำปะชวน ทำให้ใจช่มุ ชน่ื ชกู ำลัง นอกจากนี้บัญชียาจากสมุนไพร: ที่มีการใช้ตามองค์ความรู้ดั้งเดิม ตามประกาศ คณะกรรมการแห่งชาติ ด้านยา ปรากฏการใช้ดอกบุนนาค ในยารักษากลุ่มอาการทางระบบไหลเวียนโลหิต (แก้ลม) มีส่วนประกอบของ ดอกบุนนาค อยู่ในพิกัดเกสรทั้ง 5 ร่วมกับสมุนไพรชนดิ อื่นๆ ในตำรับ ได้แก่ ”ยาหอมเทพจิตร” มีสรรพคุณแก้ลม กองละเอียด ได้แก่ อาการหน้ามืด ตาลาย สวิงสวาย ใจสั่น บำรุงดวงจิตให้ชุ่มชื่น และตำรับ ”ยาหอมนวโกฐ” มี สรรพคุณในการแก้ลมวิงเวียน คลื่นเหียน อาเจียน แก้ลมจุกแน่นในอก ในผู้สูงอายุ แก้ลมปลายไข้ (หลังจากฟืน้ ไข้ แล้วยังมีอาการ เช่น คลื่นเหียน วิงเวียน เบื่ออาหาร ท้องอืด อ่อนเพลีย) นอกจากนี้ตำรับยาแก้ไข้ปรากฎการใช้ ดอกบนุ นาคร่วมกบั สมนุ ไพรอน่ื ๆใน “ตำรบั ยาเขยี วหอม” สรรพคณุ บรรเทาอาการไข้ ร้อนในกระหายน้ำ แก้พิษ หัด พิษสุกใส (บรรเทาอาการไขจ้ ากหัดและสุกใส) การนำไปใชป้ ระโยชน์ ต้น เปลอื ก ให้ยางมาก เป็นยาฝาดสมาน มกี ลิน่ หอมเล็กน้อย ต้มรวมกับขงิ กินเป็นขาขับเหง่ือ ใบ ตำเป็น ยาพอกโดยรวมกบั น้ำนมและนำ้ มนั มะพรา้ วใช้สุมหวั แก้ไขห้ วดั อย่างแรง ดอก แห้งมกี ลน่ิ หอมมาก ใช้เข้าเคร่อื งยาเปน็ ยาฝาดสมาน บำรุงธาตุ แกไ้ อ ขับเสมหะ หรอื บดให้เป็นผง ผสมกบั เนยเหลว เป็นยาพอกแกร้ ดิ สีดวงทวาร ผล กนิ เป็นยากระตุ้นการทำงานของรา่ งกาย แกน้ ้ำเหลืองเสีย และแก้ทางเดินปสั สาวะอักเสบ เมล็ด ให้น้ำมันเป็นยาทาถูกนวดแก้ rheumatism ทาแก้บาดแผลเล็ก ๆ น้อย ๆ แก้ผื่นคันและแก้หิด กรดทพี่ บในน้ำมนั จะมีพิษต่อหวั ใจ
ภาพที่ 31 กระดอม กระดอม ช่ือสามญั - ช่ือวิทยาศาสตร์ Gymnopetalum chinensis (Lour.) Merr. กระดอมมีถิ่นกำเนิดในแถบเขตร้อนของเอเชียใต้ เช่น อินเดยี , ศรีลังกา แล้วมีการแพร่กระจายพันธ์ุไปสู่ เขตร้อนของภูมิภาคอินโดจีน ในประเทศบังคลาเทศ พม่า ไทย ลาว กัมพูชา มาเลเซีย เป็นต้น สำหรับในประเทศ ไทยนั้น สามารถพบได้ตามที่รกร้างหรือชายป่าทั่วทุกภาคของประเทศโดยเฉพาะทางภาคเหนือที่นิยมนำมา รบั ประทานเปน็ อาหาร สรรพคุณทางยา ตำรายาไทย: นำ้ ต้ม เมลด็ รับประมานเป็นยาลดไข้ แกพ้ ษิ สำแลง เป็นยาถอนพิษจากการกินผลไม้ท่ีเป็น พิษบางชนดิ ถอนพิษจากพชื พิษ ขบั นำ้ ลาย ชว่ ยยอ่ ยอาหาร ขับนำ้ ดี บำรงุ ธาตุ รักษาโรคในการแท้งลูก ผล บำรุง น้ำดี ผลอ่อน รสขม บำรุงน้ำดี แก้ดีแห้ง ดีฝ่อ คลั่งเพ้อ คุ้มดีคุ้มร้าย เจริญอาหาร แก้สะอึก ดับพิษโลหิต บำรุง มดลูก แก้ไข้ รักษามดลูกหลังการแท้ง หรือการคลอดบุตร แก้มดลูกอักเสบ ถอนพิษผิดสำแดง ต้มน้ำดื่ม บำรุง โลหิต ทั้งห้าสว่ น (ราก ลำต้น ใบ ดอก ผล)บำรุงธาตุ เจริญอาหาร ถอนพิษผิดสำแดง แก้ไข้กลับไข้ซ้ำ รักษามดลูก หลังจากการคลอดบตุ ร เจรญิ อาหาร บำรุงน้ำดี บำรุงนำ้ นม แก้ไข้ แก้ไข้จับส่นั ดบั พิษรอ้ น ตำรายาพื้นบ้านอีสาน: ใช้ ผล ต้มน้ำดื่ม บำรุงโลหิต เป็นส่วนประกอบในตำรับยาหอมนวโกฐ, ยาหอม อนิ ทจกั ร์ และตำรับยาแก้ไข้จนั ทนล์ ีลา การนำไปใชป้ ระโยชน์ เมลด็ รับประมานเป็นยาลดไข้ แก้พิษสำแลง เป็นยาถอนพิษจากการกินผลไม้ที่เป็นพิษบางชนิด ถอน พิษจากพชื พษิ ขบั นำ้ ลาย ช่วยย่อยอาหาร ขับนำ้ ดี บำรุงธาตุ รักษาโรคในการแท้งลูก ผล บำรุงนำ้ ดี
ผลอ่อน รสขมเย็น บำรงุ น้ำดี แก้ดแี หง้ ดีฝอ่ ดเี ดือด คลงั่ เพอ้ คมุ้ ดีคุม้ รา้ ย ช่วยเจรญิ อาหาร แก้สะอึก ดับ พิษโลหิต บำรุงมดลูก แก้ไข้ รักษามดลูกหลังการแท้ง หรือการคลอดบุตร แก้มดลูกอักเสบ ถอนพิษผิดสำแดง ต้ม น้ำดืม่ บำรุงโลหติ ทั้งห้าส่วน (ราก ลำต้น ใบ ดอก ผล) บำรุงธาตุ เจริญอาหาร ถอนพิษผิดสำแดง แก้ไข้กลับไข้ซ้ำ รักษา มดลกู หลงั จากการคลอดบตุ ร เจรญิ อาหาร บำรงุ นำ้ ดี บำรุงนำ้ นม แกไ้ ข้ แกไ้ ขจ้ บั ส่ัน ดบั พิษร้อน ใบ รสขม ตำคนั้ เอาน้ำหยอดตา แก้ตาอกั เสบ รับประทายแก้พิษของลูกสกุ แกพ้ ิษบาดทะยัก ราก รสขม ต้มรับประทานแก้ไข้ บำรงุ ธาตุ ช่วยย่อยอาหาร ดับพิษโลหติ เจรญิ อาหาร บดผสมน้ำร้อน ทา ถนู วดแก้ปวดเมือ่ ยกลา้ มเนอื้ และออ่ นล้า การใชส้ มุนไพรรักษาโรค โรคไข้ทบั ฤดู ลกั ษณะอาการ ภาวะไข้ทับระดู คืออาการเป็นไข้ระหว่างมีประจำเดือนค่ะ เมื่อได้ยินชื่อของโรคแล้วผู้หญิงส่วนใหญ่คง คิดถึงเพียงแต่ว่าเป็น โรคที่มีอาการป่วย เป็นไข้ ไม่สบายในช่วงเวลาของการมี ประจำเดือน บางคนแค่กินยาแก้ ปวดลดไข้ธรรมดาก็หาย แต่ในขณะที่ บางคนทานยาแล้วอาการกลับไม่ดีขึ้น ดังนั้นสาวๆ ควรรู้วิธีดูแลและรับมือ หากเลี่ยงอาการปว่ ยน้ไี ม่ได้ ไข้ทับระดู จะเป็นในระหว่างที่มีระดูได้ครึ่งวัน หนึ่งวัน หรือสองวัน มักจะมีอาการปวดหัว ตัวร้อน ไข้สู ง หนาวสั่น ปวดท้องน้อย ตกขาวออกเป็นหนอง มีกลิ่นเหม็น อาจมีอาการปวดหลัง คลื่นไส้ อาเจียน อาจมี ประจำเดือนออกมาก และมีกลิ่นเหม็น หมอจะตรวจวินิจฉัยโรคจากอาการไข้สูงและกดเจ็บมาก บริเวณท้องน้อย ข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้าง บางครั้งพบอาการซีดหรือภาวะช็อกร่วมด้วย หมอจะหาสาเหตุด้วยการตรวจเลือด ตรวจ ปัสสาวะเพือ่ หาเชื้อหรอื อาจมกี ารตรวจ อัลตร้าซาวดร์ ่วมด้วย ไข้ทับระดู อาจเกิดจากสาเหตุอื่นก็ได้โดยที่ไม่มีสาเหตุเกีย่ วข้องกับประจำเดือนกไ็ ด้ เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ มาลาเรีย ไขเ้ ลอื ดออก และไทฟอยด์ เป็นต้น แต่มาเปน็ ในจังหวะเวลา เดียวกบั ช่วงท่มี ีประจำเดือนก็ได้ ไข้ทับระดู สามารถ แบ่งออกได้ เป็น 2 แบบ คอื ไข้ทับระดู ที่ไม่มีสภาวะอื่นแอบแฝง โดยจะมีอาการคล้ายเป็นไข้หวัดภายหลังทานยาแก้ ปวดลดไข้ก็หายได้ สาวๆ จึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรือ่ งนี้เป็นเรื่องธรรมชาติของ ผู้หญิงที่เกิดขึ้นระหว่างมีประจำเดือนซึ่งบางครัง้ อาจมี อาการออ่ นเพลยี หรือปวดประจำเดือนรว่ มด้วย
ไข้ทับฤดู ที่มสี ภาวะโรคแอบแฝง จะมอี าการไขข้ ึน้ สูงหนาวส่นั ปวดหลงั คลื่นไส้ อาเจียน และปวดทอ้ งน้อย มี ตกขาวปนหนองออกมาระหว่างมีประจำเดือน ซึ่งบางครั้งประจำเดือนอาจมีมากผิดปกติและมีกลิ่นเหม็น หากมี อาการรนุ แรงมากข้ึนในทุกๆ รอบเดือน น่ันเปน็ สัญญาณของโรคองุ้ เชิงกรานอกั เสบเร้ือรงั • การใช้สมนุ ไพรยาไขท้ บั ฤดู นำก้านสะเดา 33 ก้าน รากแฝกหอม 1 บาท เถาวันหญ้านาง 1 บาท รากตองแตก 1 บาท ลูกขี้กา 1 บาท เถาวัน เปรียง 1 บาท สมอทั้งตลิ่งละ 1 บาท รากระหุ่งแดง 1 บาท ใบพิมเสน 1 บาท รากท้าวยายม่อม 1 บาท คนทา 1 บาท ยาดำ 2 บาท แสมทะเล 1 บาท แสมสาร 1 บาท เนื้อในศักราชพริก 1 บาทเปล้าน้อย 1 บาท เปล้าใหญ่ 1 บาท ลูกจัน 1 บาท ดีเกลอื 2 บาท จันขาว 1 บาท จนั แดง 1 บาท มะขามปอ้ ม 1 บาท ว่านนำ้ 1 บาท บอระเพชร 1 บาท หวั แหว้ หมู 1 บาท ใบมะกา 2 กำมือใหญ่ๆ ใสก่ น้ หม้อ วิธที ำ นำหม้อต้มน้ำจนเดือดแล้วใส่ส่วนผสมทั้งหมดตามที่ทางร้านยาจัดมาให้ลงไปต้มทั้งหมด เคี่ยวจนน้ำเริ่ม เปลี่ยนสี จากนั้นยกลงกรองเอากากออก พักไว้จนเย็น เทใส่แก้ว เติมน้ำแข็ง พร้อมดื่ม หรือเทเก็บใส่ขวดแช่เย็น เก็บไวด้ ื่ม ภาพสมุนไพรยาไข้ทับฤดู กา้ นสะเดา รากแฝกหอม เถาวันหญา้ นาง
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204