Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หนังสือราชบุรีในยุคสงครามโลกครั้งที่2

หนังสือราชบุรีในยุคสงครามโลกครั้งที่2

Published by pisut.pro, 2019-02-06 03:11:46

Description: หนังสือ “ราชบุรีในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2” เล่มนี้ สืบเนื่องมาจากผู้เขียน คือ พันเอก ดร.สุชาตจันทรวงศ์ ได้มีความตั้งใจที่จะบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับจังหวัดราชบุรีในยุคสงครามโลก ครั้งที่ 2 ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่สนใจได้ศึกษาเรียนรู้ สามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานอ้างอิง เป็นสื่อเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์สงคราม เป็นอนุสรณ์ให้แก่ผู้ที่ได้เสียชีวิต
ในสงครามโลก ครั้งที่ 2 ทั้งฝ่ายสัมพันธมิตร ฝ่ายอักษะ และประชาชนทั่วไป รวมทั้งผู้ที่ได้เสียสละในการปกป้องประเทศไทยให้รอดพ้นจากการเป็นประเทศที่พ่ายแพ้สงครามในสมัยนั้น ตลอดจน
นำเหตุการณ์และบทเรียนในอดีตมาปรับปรุงและพัฒนาเหตุการณ์ในปัจจุบันและอนาคตเพื่อความก้าวหน้าต่อไป ซึ่งผู้เขียนต้องใช้ความพยายามในการศึกษาค้นคว้าข้อมูลต่างๆ อยู่นานหลายปี เพราะหลักฐานและข้อมูลค่อนข้างหายาก ไม่ค่อยมีใครเขียนบันทึกเหตุการณ์
ขณะนั้นที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดราชบุรีไว้มากนัก

Keywords: ราชบุรีในยุคสงครามโลกครั้งที่2

Search

Read the Text Version

15 ตลุ �ตม ฝ�่ ยสมั พนั ธมิตรโจมตีท�งอ�ก�ศสถ�นีหนองปล�ดุก 3 ธนั ว�คม ฝ่�ยสมั พนั ธมติ รท้งิ ระเบดิ สถ�นหี นองปล�ดุก พ.ศ.2488 (ค.ศ.1945) 14 มกร�คม ฝ�่ ยสัมพนั ธมติ รท้ิงระเบดิ บรเิ วณสะพ�นรถไฟจุฬ�ลงกรณ์ ครง้ั ท่ี 1 15 มกร�คม ชว่ งเช�้ หลวงนคิ มคณ�รกั ษ์ (เทยี น ก�ำ เนดิ เพชร) ข�้ หลวงประจ�ำ จ.ร�ชบรุ ี ถกู ระเบดิ ท่หี น่วงเวล�ไว้เสียชีวิต บรเิ วณสี่แยกสะพ�นดำ� ตวั เมอื งร�ชบุรี 30 มกร�คม ฝ�่ ยสัมพนั ธมติ รทง้ิ ระเบดิ บรเิ วณสะพ�นรถไฟจฬุ �ลงกรณ์ คร้งั ท่ี 2 11 กมุ ภ�พันธ์ ฝ่�ยสัมพันธมิตรท้ิงระเบิดบริเวณสะพ�นรถไฟจฬุ �ลงกรณ์ ครงั้ ท่ี 3 12 กุมภ�พนั ธ์ เกดิ ระเบดิ ขน้ึ จ�กลกู ระเบดิ ทห่ี นว่ งเวล�ไว้ บนสะพ�นรถไฟจฬุ �ลงกรณ์ ท�ำ ใหส้ ะพ�น จฬุ �ลงกรณ์ช่วงแรกท�งฝ่ังเมอื งร�ชบรุ หี ัก ไมส่ �ม�รถใช้ง�นได้ 3 เมษ�ยน ทห�รญป่ี นุ่ กอ่ สร�้ งสะพ�นรถไฟใหมด่ ว้ ยโครงสร�้ งไมแ้ ทนสะพ�นรถไฟจฬุ �ลงกรณเ์ ดมิ 18 เมษ�ยน ฝ่�ยสัมพันธมิตรตัดก�รขนส่งบริเวณคลองดำ�เนินสะดวก โดยทิ้งระเบิดบริเวณ ประตนู ้ำ�บ�งนกแขวก และประตนู �้ำ บ�งย�ง 2 พฤษภ�คม เปดิ ใช้ง�นสะพ�นรถไฟทีญ่ ป่ี นุ่ สร้�งใหม่ 20 พฤษภ�คม สะพ�นรถไฟทส่ี ร�้ งใหม่ หกั เนอ่ื งจ�กรบั น�้ำ หนกั ไมไ่ หว หวั รถจกั รไอน�ำ้ จมลงใตแ้ มน่ �้ำ - แม่กลอง 30 พฤษภ�คม ฝ่�ยสมั พันธมติ รท้งิ ระเบิดสถ�นีรถไฟร�ชบรุ ี 1 มถิ นุ �ยน ฝ�่ ยสมั พันธมิตรทงิ้ ระเบดิ สถ�นีรถไฟร�ชบุรี 10 กรกฎ�คม ฝ�่ ยสมั พันธมิตรทิ้งระเบิดสถ�นรี ถไฟร�ชบุรี 14 กรกฎ�คม ฝ�่ ยสมั พนั ธมติ รโจมตที �งอ�ก�ศบรเิ วณท�่ เรอื ของญป่ี นุ่ รมิ แมน่ �ำ้ แมก่ ลองและสถ�นี รถไฟร�ชบุรี 6 สงิ ห�คม สหรัฐอเมรกิ �ท้งิ ลกู ระเบิดปรม�ณลู กู แรกลงเมอื งฮโิ รชมิ � ประเทศญีป่ นุ่ 9 สิงห�คม สหรฐั อเมรกิ �ทง้ิ ลกู ระเบดิ ปรม�ณลู ูกทส่ี องท่ีเมอื งน�ง�ซ�กิ ประเทศญป่ี ุ่น 15 สงิ ห�คม ญ่ีปนุ่ ยอมแพ้โดยไมม่ เี ง่ือนไข 20 ตลุ �คม สะพ�นจุฬ�ลงกรณ์ถูกซ่อมแซมบูรณะข้ึนใหม่ โดยกองทห�รจ�กประเทศอินเดีย ใชแ้ รงง�นของทห�รญี่ปุ่นผู้พ�่ ยแพ้สงคร�มเป็นกรรมกร 5 ธนั ว�คม เปดิ ใช้สะพ�นจฬุ �ลงกรณ์ต�มปกติ 31 ในยคุ สงครามโลก ครงั้ ท่ี 2

ชวี ิตช�วร�ชบุรี ในชว่ งปี พ.ศ. 2485-2488 ก�รขนย�้ ยเชลยศกึ ของญป่ี นุ่ ทจี่ บั ไดจ้ �กยทุ ธภมู ติ �่ งๆ แถบเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้ จะขนย้�ยโดยท�งรถไฟจ�กท�งใต้ของประเทศไทย เพ่ือไปก่อสร้�งเส้นท�งรถไฟ ส�ยไทย-พม�่ รถไฟจะตอ้ งม�หยดุ แวะพกั เพอื่ เตมิ น�้ำ และฝนื ทส่ี ถ�นรี ถไฟร�ชบรุ กี อ่ นทจ่ี ะเดนิ ท�งตอ่ ไป ยังสถ�นีบ้�นโป่ง แล้วเดินท�งต่อด้วยเท้�ไปยังสถ�นีหนองปล�ดุกจุดเริ่มต้นก�รก่อสร้�ง ในตอนน้ัน ช�วเมอื งร�ชบรุ มี รี �ยไดด้ จี �กก�รข�ยของใหเ้ ชลยศกึ ทผ่ี �่ นม�แวะยงั สถ�นรี ถไฟร�ชบรุ ี โดยช�วร�ชบรุ ี จะน�ำ ข�้ ว ปล� อ�ห�ร และผลไม้ ม�แลกเปล่ยี น กบั เงนิ ทอง ข�้ วของ เครือ่ งใช้ และเครื่องประดบั ของเชลยศกึ ทีต่ ดิ ตวั ม� แลว้ นำ�ไปข�ยตอ่ อีกทหี นึ่ง ตอ่ ม�เมือ่ ทห�รญ่ปี ่นุ เข้�ม�ต้ังค่�ยทห�รอยูท่ ่ีสถ�นหี นองปล�ดกุ วดั ดอนตูม อ.บ�้ นโป่ง และ ตวั เมอื งร�ชบรุ ี แลว้ ช�วร�ชบรุ กี ม็ รี �ยไดเ้ พมิ่ ขน้ึ จ�กก�รไปรบั จ�้ งท�ำ ง�นในค�่ ยญป่ี นุ่ และเปน็ กรรมกร รับจ้�งสร้�งท�งรถไฟส�ยไทย-พม่� อีกท�งหน่งึ ดว้ ย ชวี ติ ช�วร�ชบรุ ี โดยทว่ั ไปคงมผี ลกระทบคล�้ ยกบั จงั หวดั อน่ื ๆ ทมี่ ที ห�รญปี่ นุ่ เข�้ ม�ตง้ั ค�่ ยอยู่ แต่ท่ี จ.ร�ชบุรี นี้ มีลักษณะพิเศษกว่�เพร�ะเป็นจุดเร่ิมต้นของก�รก่อสร้�งท�งรถไฟส�ยไทย-พม่� จึงทำ�ให้มีกรรมกรรับจ้�งซ่ึงเป็นคนไทยที่ม�จ�กจังหวัดอื่นๆ และกรรมกรช�วต่�งด้�ว ได้แก่ คนจีน คนมล�ยู คนอนิ เดยี ม�อยอู่ �ศยั อกี เปน็ จ�ำ นวนม�ก ซงึ่ กอ่ ใหเ้ กดิ ปญั ห�ม�กม�ยต�มม� ดงั ท่ี พวงทพิ ย์ เกียรตสิ หกุล (2553) ไดศ้ กึ ษ�เอ�ไว้ว่� ก�รก่อสร้�งท�งรถไฟส�ยไทย-พม่� และท�งรถไฟส�ยคอคอดกระของกองทัพญ่ีปุ่น มีผล ทำ�ใหท้ ห�รญี่ปนุ่ เชลยศกึ สมั พนั ธมิตร กรรมกรมล�ยแู ละจนี จำ�นวนม�กเข�้ ม�พักอ�ศัยอยู่ในท้องที่ อนั เปน็ ทต่ี งั้ ของก�รสร�้ งเสน้ ท�งรถไฟ รวมทง้ั ในจงั หวดั ทตี่ ง้ั อยบู่ นท�งรถไฟส�ยใต้ ทส่ี �ำ คญั อนั ไดแ้ ก่ ร�ชบรุ ี ก�ญจนบุรี สงขล� ชมุ พร และระนอง มีผลกระทบ 4 ประก�รทสี่ ำ�คัญ คอื ปญั ห�ก�รใช้เงิน ดอลล�รข์ องทห�รญป่ี นุ่ ปญั ห�เครอื่ งอปุ โภคบรโิ ภคร�ค�สงู ปญั ห�ก�รข�ดแคลนข�้ วส�ร และปญั ห� เร่ือง “ผหู้ ญิงหย่อนใจ” พวงทพิ ย์ เกียรตสิ หกลุ (2553 : 120-134) ) ได้ศึกษ�ผลกระทบ 4 ประก�รทส่ี �ำ คัญไว้ สรปุ ได้ ดังนี้ 32 ในยุคสงครามโลก ครง้ั ท่ี 2

ปญั ห�ก�รใชเ้ งินดอลล�ร์ของทห�รญปี่ นุ่ นบั ตง้ั แตเ่ ดอื นธนั ว�คม พ.ศ. 2484 หลงั จ�กญป่ี นุ่ ยกพลขน้ึ บกทป่ี ระเทศไทยแลว้ กองทพั ญป่ี นุ่ ไดน้ �ำ เงนิ ทพ่ี มิ พข์ นึ้ เองเพอื่ ไวส้ �ำ หรบั ใชจ้ �่ ยในดนิ แดนทต่ี วั เองยดึ ครองได้ เพอื่ น�ำ ไปใชจ้ �่ ยซอื้ ข�ยสนิ ค�้ ในประเทศนนั้ ๆ เพร�ะธนบตั รของแตล่ ะประเทศทยี่ ดึ ครองไดข้ �ดแคลน เงนิ ทป่ี ระเทศญป่ี นุ่ พมิ พเ์ องนี้ เรยี กว�่ “เงนิ ดอลล�รท์ ห�รญป่ี นุ่ ” (เงนิ เยนทห�ร) สว่ นใหญค่ �่ ของเงนิ 1 ดอลล�รญ์ ป่ี นุ่ จะเท�่ กบั 1 สกลุ ของเงินน้ันๆ เช่น ในประเทศไทย 1 ดอลล�ร์=1 บ�ท ในฟิลิปปินส์ 1 ดอลล�ร์=1 เปโซ ในพม่� 1 ดอลล�ร=์ 1 รูปี เป็นต้น นอกจ�กนน้ั ญป่ี นุ่ กจ็ ะน�ำ เงนิ ตระกลู สเตรตสเ์ ซท็ เตลิ เมนทท์ ยี่ ดึ ได้ (เงนิ ตระกลู สเตรตสเ์ ซท็ เตลิ - เมนท์ คอื เงนิ ทอ่ี งั กฤษผลติ ขนึ้ เพอื่ ใชใ้ นอาณานคิ มของตนเองในเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ ไดแ้ ก่ รฐั ปนี งั ดินดงิ (สว่ นหนึง่ ของรฐั เประ) รฐั มะละกา สงิ คโปร์ และลาบวน) ม�ใชป้ ระกอบด้วย รปู ภาพ 10 เงนิ สเตรตสเ์ ซท็ เติลเมนท์ มูลค่� 1 เซนต์ ท่มี � (Colnect, 2018 : ออนไลน)์ . เงินดอลล�ร์ทห�รญ่ีปุ่นท่ีนำ�ม�ซ้ือสินค้�ของคนไทย เมื่อคนไทยได้รับเงินดอลล�ร์จ�กทห�ร ญปี่ นุ่ แลว้ ตอ้ งน�ำ ไปแลกเปน็ เงนิ บ�ทไทยเอ�เอง และกห็ �แลกย�กม�กเนอื่ งจ�กธนบตั รไทยข�ดแคลน อัตร�ก�รแลกเปล่ียนระหว่�งเงินดอลล�ร์ญี่ปุ่นกับเงินไทยนั้น กองทัพญี่ปุ่นเป็นผู้กำ�หนดเองเป็น ครง้ั คร�วไป รฐั บ�ลขณะนนั้ พย�ย�มแกไ้ ขปญั ห�อตั ร�แลกเปลย่ี นใหเ้ กดิ คว�มยตุ ธิ รรมตอ่ ประเทศไทย แต่ไม่ได้ผล กองทัพญ่ีปุ่นคิดอัตร�แลกเปล่ียน 1 ดอลล�ร์ญี่ปุ่น ต่อ 1 บ�ท เนื่องจ�กร�ค�ที่ไม่สม 33 ในยุคสงครามโลก ครัง้ ที่ 2

คว�มเป็นจรงิ นเ้ี อง และก�รแลกเงนิ ดอลล�ร์ญีป่ ่นุ เป็นเงินไทยก็ห�แลกย�ก ทำ�ใหบ้ รรด�พ่อค้�แมค่ ้� คนไทยและคนจีน ต�่ งไดร้ ับคว�มเดอื ดร้อน รปู ภาพ 11 ดอลล�รท์ ห�รญี่ปนุ่ คอื ธนบตั รท่ญี ่ปี นุ่ พิมพ์ จังหวัดท่ีมีทห�รญี่ปุ่นต้ังค่�ยอยู่ ใช้เอง เพอื่ จบั จ�่ ยใชส้ อยประเทศทยี่ ดึ ครองได้ หล�ยจังหวัด รวมทั้ง จ.ร�ชบุรีด้วย จะเกิด ในสมยั สงคร�มโลก ครงั้ ท่ี 2 อัตร� 1 ดอลล�ร์ เหตุก�รณ์ ดังเช่น เม่ือมีทห�รญี่ปุ่นนำ�เงิน จะเท�่ กบั 1 สกลุ เงนิ ของช�ติน้ันๆ ใชใ้ น ดอลล�ร์ม�ซ้ือของ เจ้�ของร้�นค้�ท่ีเป็น ระหว�่ ง พ.ศ. 2485-2487 รวมท้งั ใช้ใน คนไทยและคนจีน จะไม่ยอมข�ยสินค้�ให้ ประเทศไทยด้วย เพร�ะต้องก�รรับเงินบ�ทไทย แต่ผลที่เกิด ทมี่ � (หนนู ้อยเหล็กดัดฟัน, 2561 : ออนไลน์). ต�มม�ก็คือ ห�กเจ้�ของร้�นใดไม่ข�ยก็อ�จ มีเรือ่ งเกดิ ข้นึ ทห�รญีป่ ุ่นจะบังคับให้เจ�้ ของ ร้�นข�ย หรือไม่ก็เอ�สินค้�ไปแล้วทิ้งเงิน ดอลล�ร์เอ�ไว้ให้ เอ�ไม่เอ�ไม่รู้ หรือบ�งที ก็เอ�สินค้�ไปเฉยๆ โดยไม่จ่�ยเงินก็มี ด้วย เหตุนี้ พอ่ ค้�ร�ยยอ่ ยและร�ษฎรไทยจึงไดร้ ับ คว�มเดือดร้อนถ้วนหน้�กัน ท่ีต้องสูญเสีย ของไปเปล�่ ๆ ถ�้ จะฟอ้ งรอ้ งกนั กจ็ �ำ หน�้ ไมไ่ ด้ บ�งร�้ นห�วธิ แี กไ้ ขดว้ ยตนเอง คอื ก�รปดิ ร�้ น ในช่วงทที่ ห�รญีป่ ุน่ เข�้ ม�ซ้ือของ ต่อม�ธนบัตรไทยเกิดข�ดแคลน บรษิ ทั ฯ สัญช�ตอิ งั กฤษท่เี คยพมิ พใ์ ห้กต็ ดิ ตอ่ ไม่ได้ รัฐบ�ลจึงตัดสินใจพิมพ์ธนบัตรข้ึนเอง แต่มีคณุ ภ�พตำ่� ไม่ไดม้ �ตรฐ�น จึงขอให้ท�ง ญี่ปุ่นช่วยจัดพิมพ์ธนบัตรไทยให้แทน และ รปู ภาพ 12 รฐั บ�ลไทยเปลยี่ นค�่ ของเงนิ จ�ก 10 บ�ท เป็น 50 สต�งค์ ท่ีม� (สรศัลย์ แพ่งสภ�, 2558). 34 ในยคุ สงครามโลก ครง้ั ที่ 2

ช่วยจัดส่งม�ให้ด้วย ไม่เช่นน้ันจะไม่มีเงินบ�ทไทยแลกคืนกับเงินดอลล�ร์ญี่ปุ่น ทห�รญ่ีปุ่นก็จะซ้ือ สนิ ค�้ จ�กคนไทยไมไ่ ด้ ก�รขอคว�มรว่ มมอื ในก�รจดั ห�เงนิ บ�ทใหก้ บั กองทพั ญปี่ นุ่ เพอ่ื ใชใ้ นร�ชก�ร ทห�รเปน็ จ�ำ นวนม�กอย�่ งเรง่ ดว่ นและกะทนั หนั เกดิ ขน้ึ อยเู่ สมอตลอดเวล�ในชว่ งสงคร�มโลก ครง้ั ท่ี 2 ตอ่ ม�ไดก้ อ่ ใหเ้ กดิ ปญั ห�ก�รข�ดแคลนเงนิ บ�ทหมนุ เวยี นในทอ้ งตล�ด ซง่ึ สร�้ งคว�มปนั่ ปว่ นท�งก�รเงนิ ให้รัฐบ�ลไทยอย่�งม�ก ประกอบกับก�รส่ังพิมพ์ธนบัตรไทยเพิ่มข้ึนจำ�นวนม�กส่งผลให้เกิดสภ�วะ เงนิ เฟอ้ สนิ ค�้ อปุ โภคบรโิ ภคร�ค�สงู ขนึ้ กอ่ ใหเ้ กดิ คว�มเดอื ดรอ้ นตอ่ ค�่ ครองชพี ของร�ษฎรไทยถบี ตวั สงู ข้ึนในขณะนน้ั ปญั ห�เครอื่ งอปุ โภคบรโิ ภคร�ค�สงู โรม บุนน�ค (2551 : 88-89) ได้กล่�วไว้ว่� คว�มอดอย�กย�กแค้นของคนไทยในสมัย สงคร�มโลก ครั้งท่ี 2 เน่ืองม�จ�กสินค้�ต่�งประเทศไม่ส�ม�รถนำ�เข้�ม�ข�ยยังประเทศไทยได้ นอกจ�กนนั้ แลว้ กองทพั ญป่ี นุ่ กย็ งั กว�้ นซอื้ สนิ ค�้ ต�่ งๆ ภ�ยในประเทศไทยสง่ ไปเลย้ี งกองทพั ตวั เองท่ี มล�ยู พม�่ และอนิ เดยี และยงั สง่ กลบั ไปยงั ประเทศตวั เองอกี ดว้ ย สนิ ค�้ ทญี่ ป่ี นุ่ กว�้ นซอ้ื ทส่ี �ำ คญั ไดแ้ ก่ ย�รกั ษ�โรค น�้ำ มนั หมู สบู่ แปง้ ข�้ วเจ�้ ผกั สด และยงั มคี ว�มตอ้ งก�รววั และคว�ย อกี ปลี ะ 600,000 ตวั พวกพอ่ ค�้ เองกก็ กั ตนุ สนิ ค�้ ไมข่ �ยใหค้ นไทย เอ�ไปข�ยใหญ้ ป่ี นุ่ เพร�ะไดก้ �ำ ไรม�กกว�่ จนเกดิ “เศรษฐี สงคร�ม” ขน้ึ หล�ยคน ก�รขนสง่ สนิ ค�้ กเ็ ปน็ ไปดว้ ยคว�มย�กล�ำ บ�กเพร�ะญปี่ นุ่ ยดึ รถไฟขนสง่ ทห�ร ท�ำ ให้สนิ ค�้ จังหวัดหน่ึงกับอีกจงั หวดั หนึ่งร�ค�ต่�งกนั ม�ก ของจ�ำ เปน็ ทข่ี �ดแคลนม�กในย�มสงคร�มกค็ อื น�้ำ มนั เชอ้ื เพลงิ ทกุ ประเภทรวมทง้ั น�้ำ มนั ก�๊ ด นำ�้ ต�ลทร�ย สบู่ ผ�้ ไม้ขดี ไฟ ตะปู ย�รักษ�โรค กระด�ษ เหลก็ ทองแดง ทองเหลือง สงั กะสี ในบ�ง จังหวดั ประช�ชนที่ต้องก�รสินค�้ จ�ำ เป็นในครัวเรือน ตอ้ งน�ำ ทะเบยี นสำ�มะโนประช�กรไปขอรับบตั ร ปันส่วนท่อี �ำ เภอ แต่กไ็ ด้นำ�้ ต�ลทร�ยเพยี งครึ่งกโิ ล ไมข้ ดี 1 กลกั และนำ�้ มนั ก�๊ ด 1 ลติ รเท่�นนั้ ก�รกว้�นซ้ือเสบียงอ�ห�รและสิ่งของเคร่ืองใช้ท่ีจำ�เป็นสำ�หรับทห�รญี่ปุ่นทั้งที่ประจำ�ก�ร ในพม่� มล�ยู และประเทศไทย ส่งผลให้เครือ่ งอปุ โภคบรโิ ภคในประเทศไทยร�ค�สงู ขน้ึ โดยเฉพ�ะ จังหวัดที่มีก�รเพ่ิมขน้ึ ของทห�รญี่ปนุ่ เชลยศึกสมั พนั ธมติ ร กรรมกรมล�ยแู ละจนี จำ�นวนม�ก ได้แก่ จ.ก�ญจนบุรี ร�ชบรุ ี ชุมพร ระนอง สรุ �ษฎรธ์ �นี นครศรธี รรมร�ช และสงขล� กองทพั ญป่ี นุ่ จดั ห�อ�ห�รและสง่ิ ของเครอื่ งใช้ ผ�่ นพอ่ ค�้ คนกล�งสญั ช�ตญิ ป่ี นุ่ ทเ่ี คยท�ำ ก�รค�้ อยใู่ นประเทศไทย พอ่ ค�้ คนกล�งจงึ กว�้ นซอื้ สนิ ค�้ จ�ำ นวนม�กจ�กทง้ั ร�้ นค�้ และผขู้ �ยปลกี ร�ยยอ่ ย ใน ร�ค�ทส่ี งู กว่�ทอ้ งตล�ด เมอื่ สนิ ค�้ ในทอ้ งตล�ดเหลอื นอ้ ยร�ษฎรไทย กจ็ ำ�เป็นตอ้ งซอ้ื สนิ ค้�ร�ค�แพง 35 ในยุคสงครามโลก ครัง้ ท่ี 2

ในชว่ งสงคร�ม ร�ค�สนิ ค�้ บรโิ ภคร�ค�สงู ขนึ้ เฉลย่ี 170% ไดแ้ ก่ ข�้ วส�ร ปล� ผกั และพชื ผล เนอ้ื สตั ว์ ของชำ� แป้ง ส่วนสินค้�อุปโภคร�ค�สูงขึ้นโดยเฉล่ีย 1,226% ได้แก่ ของใช้เบ็ดเตล็ด ต�มด้วย เคร่อื งนุ่งห่ม ในปล�ยปี พ.ศ. 2485 รฐั บ�ลไดพ้ ย�ย�มห�วธิ แี กไ้ ขใหแ้ กร่ �ษฎร โดยออกระเบยี บก�รปนั สว่ น เครื่องอุปโภคบริโภคบ�งอย่�งให้แก่ร�ษฎรให้ได้ใช้ต�มสัดส่วนที่สำ�คัญ และแบ่งปันให้ร้�นค้�ของ คนไทยทเี่ ปน็ ผจู้ �ำ หน�่ ยบ�้ ง เกณฑก์ �รปนั สว่ นสนิ ค�้ ทจ่ี �ำ เปน็ ขน้ั ตน้ 3 ชนดิ คอื น�ำ้ ต�ลทร�ยข�ว ไมข้ ดี ไฟ และน้ำ�มันก๊�ด แต่ในท�งปฏิบัติเกิดปัญห�และคว�มยุ่งย�กหล�ยประก�ร ไม่ส�ม�รถพิสูจน์ทร�บ ร�ษฎรทยี่ �้ ยออกไปจ�กภมู ลิ �ำ เน�เดมิ เพร�ะกลวั ภยั สงคร�มได้ โควต�บ�งสว่ นจงึ ตกไปอยทู่ พี่ อ่ ค�้ แทน และยงั มีปญั ห�ทุจรติ คอรปั ชั่นเก่ยี วกบั ก�รกกั ตุนสินค้�เกิดข้นึ อกี ด้วย ร�ษฎรทวั่ ไปไดร้ ับบตั รปนั สว่ น ไมท่ ั่วถงึ ครอบครัวที่ได้รบั บตั รปนั สว่ น สว่ นใหญเ่ ปน็ ข�้ ร�ชก�ร ร�ษฎรบ�งคน ทไ่ี ดร้ บั บตั รปนั สว่ น พอนำ�ไปซื้อสนิ ค้� กับพ่อค้�ร้�นจำ�หน่�ย พ่อค้�ก็อ้�งว่� ไมม่ สี นิ ค�้ ข�ย เพร�ะพอ่ ค�้ ตง้ั ใจกกั ตนุ สนิ ค้�ไวข้ �ยใหญ้ ี่ปนุ่ และเกง็ กำ�ไร ร�ษฎรไทยต้องแก้ปัญห�โดย ใช้น้ำ�มันมะพร้�วหรือน้ำ�มันย�งแทน น้�ำ มนั ก�๊ ด ใช้แท่งเหลก็ หรือหิน 2 ชน้ิ ตีกันให้เกิดประก�ยไฟแล้วเอ�เปลือก ต้นเต่�ร้�ง (คล้�ยๆ เปลือกต้นหม�ก) หรอื เศษนนุ่ รองไวด้ �้ นล�่ งเพอ่ื ใหต้ ดิ ไฟ แทนก�รใช้ไม้ขีดไฟ จ�กนั้นใช้เศษไม้ หรือคบเพลิงที่ทำ�ข้ึนคอยสุมไฟไว้ใช้ ตลอดทั้งวัน รูปภาพ 13 บตั รปนั สว่ น 36 ในยคุ สงครามโลก คร้ังท่ี 2

ปัญห�ก�รข�ดแคลนข้�วส�ร ในชว่ งสงคร�มโลก ครง้ั ท่ี 2 พ้ืนที่ก�รท�ำ น�ในประเทศไทยลดน้อยลง ได้รบั ปริม�ณข�้ วทไ่ี ม่ เพียงพอต่อคว�มต้องก�ร เนื่องจ�กร�ษฎรย้�ยหนีออกจ�กพื้นท่ีทำ�น� เพร�ะเสี่ยงต่ออันตร�ยจ�ก ก�รสรู้ บ ยง่ิ ในปี พ.ศ. 2485 ยงั เกดิ อทุ กภยั อย�่ งหนกั ขนึ้ ในประเทศไทย น�้ำ ทว่ มหล�ยจงั หวดั ในภ�คต�่ งๆ โดยเฉพ�ะอย่�งยิง่ จงั หวดั บริเวณลมุ่ แมน่ �ำ้ เจ้�พระย� ปงิ วัง ยม น่�น ท�่ จนี แม่กลอง บ�งปะกง และ ท�งภ�คอสี �น และภ�คใต้ ซ่งึ ถอื ว�่ เปน็ ปีหน่ึงที่มีน้�ำ ทว่ มรุนแรงทส่ี ุดในประวัติศ�สตรก์ อ่ นที่จะมีก�ร ก่อสร้�งเขื่อนขน�ดใหญ่ คอื เข่ือนภมู ิพล และเขอ่ื นสริ ิกติ ิ์ ซำ้�เติมให้น�ข�้ วเสียห�ย ผลผลิตข�้ วลดลง หนักย่ิงขน้ึ กว่�เดิม ไม่เพยี งพอให้คนไทยไดก้ นิ ต�มปกติ ประกอบกบั กองทพั ญ่ปี ่นุ ยงั ไดก้ ว�้ นซอ้ื ข�้ ว เพ่อื เป็นเสบยี งอ�ห�รเลี้ยงทห�รญป่ี ุ่นทต่ี ้งั ค�่ ยอยใู่ นประเทศไทย เชลยศึกสัมพันธมติ ร และกรรมกร ช�วมล�ยแู ละจนี ทกี่ �ำ ลงั สร�้ งท�งรถไฟ และยงั ตอ้ งสง่ ไปเลยี้ งทห�รญปี่ นุ่ ทอ่ี ยใู่ นมล�ยู และพม�่ อกี ดว้ ย คว�มต้องก�รข้�วจึงมีเพ่ิมข้ึนจำ�นวนม�ก แต่กำ�ลังก�รผลิตน้อยลง ข้�วส่วนใหญ่จึงตกอยู่ในมือของ กองทัพญีป่ ่นุ สง่ ผลให้ร�ษฎรประสบปญั ห�ก�รข�ดแคลนข้�วส�รสำ�หรับบรโิ ภคม�กย่งิ ขึน้ รปู ภาพ 14 นำ้�ท่วมใหญ่ ปี พ.ศ. 2485 ท่ีม� (บก.ข�่ วว๊�ว, 2558 : ออนไลน)์ . 37 ในยุคสงครามโลก ครั้งท่ี 2

ปัญห� เร่อื ง ผู้หญงิ ปลอบขวญั ของทห�รญี่ปนุ่ เมอื่ ญป่ี นุ่ ไปท�ำ สงคร�มทใี่ ด กองทพั ญป่ี นุ่ จะจดั ใหม้ ี “ผหู้ ญงิ ปลอบขวญั ” (Comfort Woman) ในไทยเรยี กกนั ว�่ “หญงิ หย่อนใจ” บ�้ ง “น�งบำ�เรอ” บ้�ง เพ่ือใหบ้ รกิ �รท�งเพศใหก้ ับทห�รญป่ี ุ่น ในแนวหน้�เพ่ือก�รปลอบขวัญทห�ร มีก�รออกกฎให้ทห�รญี่ปุ่นใช้ถุงย�งอน�มัย และจัดให้มีก�ร ตรวจโรคอย�่ งถกู ต้อง วธิ กี �รจัดห�ผูห้ ญงิ ปลอบขวญั ของกองทัพญ่ปี ุ่นมี 2 วิธี คือ 1. ขอคว�มรว่ มมอื จ�กผนู้ �ำ และเจ�้ หน�้ ทท่ี อ้ งถน่ิ ใหจ้ ดั ห�ผหู้ ญงิ ช�วพน้ื เมอื งม�ใหบ้ รกิ �รแก่ ทห�รญี่ปุ่น 2. ทห�รญปี่ นุ่ คดั เลอื กผหู้ ญงิ ทปี่ ระกอบอ�ชพี โสเภณอี ยแู่ ลว้ ม�จ�กสถ�นบรกิ �รทเี่ ปน็ เอกชน โดยเจ้�ของสถ�นบริก�รเหล่�น้ันจะได้รับคว�มคุ้มครองจ�กตำ�รวจลับของญี่ปุ่น และตำ�รวจประจำ� ท้องท่นี น้ั ๆ ด้วย เม่ือกองทัพญ่ีปุ่นทำ�สงคร�มที่ใด จะมีก�รจัดสถ�นที่ให้บริก�รผู้หญิงปลอบขวัญ (Comfort Station) ไว้คอยบริก�ร ท่ีเหน็ มมี �กกใ็ นประเทศไต้หวนั จีน และฮ่องกง โดยมีทัง้ ก�รเกณฑ์ บังคบั และก�รจ�้ งผหู้ ญงิ ปลอบขวญั ชนช�ตนิ น้ั ๆ ในพน้ื ทม่ี �ใหบ้ รกิ �ร สว่ นในประเทศไทยไมค่ อ่ ยมขี �่ วคร�ว เพร�ะประเทศไทยเปน็ พันธมิตรกับญ่ีป่นุ ไม่ใช่คูส่ งคร�ม จงึ ไมค่ ่อยกล้�รมุ่ ร่�มกับหญงิ ไทย แต่กพ็ อมี หลักฐ�นก�รบันทึกร�ยง�นอยู่บ้�ง เช่น ที่ จ.ลำ�ป�ง คณะกรรมก�รผสมไทย-ญี่ปุ่น จำ�เป็นต้องให้ คว�มร่วมมือในก�รจัดห� “หญงิ หยอ่ นใจ” หรอื “ผู้หญิงปลอบขวัญ” โดยเช่�โฮเตล็ ยุงฮิงในจังหวดั เปดิ เปน็ สถ�นบรกิ �รก�ำ หนดค�่ บรกิ �รชดั เจนคอื พลทห�รค�่ บรกิ �ร1บ�ทตอ่ 1ชวั่ โมงน�ยสบิ 1.50บ�ท ตอ่ 1 ชวั่ โมง น�ยทห�ร 2.50 บ�ทตอ่ 1 ชว่ั โมง พลทห�รค�้ งคนื ไมไ่ ด้ น�ยสบิ และน�ยทห�รค�้ งคนื ได้ คืนละ 4.50 และ 7.50 บ�ท ต�มลำ�ดบั หญงิ หยอ่ นใจจะได้ 30% แบ่งใหผ้ ้จู ดั ก�ร 70% หลกั ฐ�นในจงั หวดั อนื่ ๆ ของประเทศไทยยงั ไมพ่ บ แตส่ นั นษิ ฐ�นว�่ น�่ จะมกี �รบงั คบั ขอคว�ม ร่วมมือเช่นน้ีในอีกหล�ยจังหวัด โดยเฉพ�ะ จ.ก�ญจนบุรี ร�ชบุรี ระนอง และชุมพร โดยเฉพ�ะที่ จ.ก�ญจนบรุ ี มกี �รบันทึก และบอกเล่�ให้เห็นกนั อย่�งชดั เจน ดังเช่น ผนิ ทุ่งค� (2560 : ออนไลน)์ กล�่ วไวว้ �่ จ�กก�รคน้ คว�้ ของคณุ โสภดิ � วรี กลุ เทวญั พบว�่ ในเมอื งไทยกม็ สี ถ�นบรกิ �รท�งเพศจ�ำ เพ�ะ สำ�หรับบรรด�ทห�รญี่ปุ่นเหมือนกัน บรรด�หญิงบริก�รเหล่�นี้จำ�นวนหนึ่งถูกส่งม�จ�กต่�งประเทศ โดยจะพักอยู่รวมกันในบ้�นหลังหน่ึงกล�ง อ.เมืองก�ญจนบุรี มีผู้หญิงอยู่ร�ว 10-20 คน ส่วนด้�น คุณนิทัศน์ ถนอมทรัพย์ อดีตน�ยกเทศมนตรีและคนที่อยู่ในพ้ืนท่ี จ.ก�ญจนบุรี ในขณะเกิดเหตุ อกี ร�ยเล�่ ว�่ ผหู้ ญงิ บรกิ �รเหล�่ นม้ี ที งั้ เก�หลี ไตห้ วนั และญป่ี นุ่ โดยเมอ่ื ทห�รญป่ี นุ่ เข�้ ม�ตง้ั ค�่ ยเปน็ ท่ี เรียบร้อยแลว้ ก็จะสง่ ผหู้ ญิงต�มม� โดยตอ้ งเดนิ เท�้ กันม�จ�ก อ.บ�้ นโปง่ จ.ร�ชบรุ ี 38 ในยคุ สงครามโลก ครัง้ ที่ 2

ภทั รกร ภทู่ อง (อ�้ งถงึ ใน ช�ญวทิ ย์ เกษตรศริ ,ิ 2553 : 537-538) กล�่ วว�่ จ�กเอกส�รลบั เฉพ�ะ ของกองบญั ช�ก�รทห�รสงู สดุ ของไทย สมยั สงคร�มโลก ครั้งที่ 2 รวมทง้ั คำ�บอกเล่�ของคนทอ้ งถ่นิ พบว�่ ในประเทศไทยนน้ั มคี อมฟอรท์ สเตชนั่ อยใู่ นพนื้ ทก่ี รงุ เทพมห�นคร จ.สงขล� ก�ญจนบรุ ี ร�ชบรุ ี ภเู กต็ นครศรธี รรมร�ช ระนอง ชมุ พร แมฮ่ อ่ งสอน และ จ.เชยี งใหม่ ซง่ึ พน้ื ทเ่ี หล�่ นเี้ ปน็ จดุ ยทุ ธศ�สตร์ ทสี่ �ำ คญั ของกองทพั ญปี่ นุ่ เพร�ะเปน็ จงั หวดั ช�ยแดน และส�ม�รถพฒั น�เสน้ ท�งคมน�คมไปยงั ดนิ แดน ใกล้เคียงได้เป็นอย่�งดี และจ�กแฟ้มเอกส�รของกองบัญช�ก�รทห�รสูงสุดอีกเช่นกัน ท่ียืนยัน หลักฐ�นว่� รัฐบ�ลไทยเองให้ก�รสนับสนุนระบบท�สรับใช้ท�งเพศของทห�รญี่ปุ่น ท�งก�รไทยได้ จัดห�เคร่ืองไม้เคร่ืองมือ อุปกรณ์ก่อสร้�งรวมทั้งอำ�นวยคว�มสะดวกในก�รจัดต้ังคอมฟอร์ทสเตชั่น ดงั ท่ปี ร�กฏในหล�ยพ้ืนท่ี อย�่ งกรณีของบ�้ นโปง่ ท่ีท�งก�รไทยชว่ ยเป็นธรุ ะในก�รเจรจ�กบั เจ้�ของ ทด่ี นิ เพือ่ ก่อสร้�งโรงพกั ผ่อนของญป่ี ุ่น ผ้หู ญงิ ในคอมฟอร์ทสเตช่นั ในเมอื งไทยสว่ นใหญ่ เป็นช�วเก�หลี จนี ญีป่ ุ่น ไต้หวนั ฟลิ ิบปนิ ส์ รวมท้ังผู้หญิงไทยเอง พวกเธอถูกส่งตัวไปท่ัวประเทศ รวมทั้งถูกส่งไปยังประเทศใกล้เคียงอย่�งพม่� เวยี ดน�ม ม�เลเซยี และสิงคโปร์ ผ�่ นท�งรถยนต์ รถไฟ หรือในบ�งกรณี คอื ก�รเดนิ เท้�ต�มหลัง ทห�ร เชน่ มผี พู้ บเหน็ หญงิ ช�วเอเชยี นบั สบิ เดนิ เท�้ จ�ก อ.บ�้ นโปง่ จ.ร�ชบรุ ี ไปยงั ก�ญจนบรุ ี ซง่ึ เปน็ ระยะท�งกว�่ เจ็ดสบิ กิโลเมตร ทมี ว�ไรต้ี (2557 : ออนไลน์) ไดก้ ล่�วเพม่ิ เติมเกย่ี วกบั เร่อื งผ้หู ญิงปลอบขวญั ที่ อ.บ�้ นโปง่ ว�่ ชว่ งทท่ี ห�รญป่ี นุ่ เข�้ ม�คนในบ�้ นโปง่ กม็ เี ศรษฐใี หมเ่ กดิ ขนึ้ เพร�ะตอ้ งมกี �รข�ยผ�้ และเครอ่ื งใชใ้ หก้ บั ทห�รญปี่ นุ่ แตก่ ลมุ่ คนพวกนไ้ี มค่ อ่ ยเปดิ เผยตวั เท�่ ไหร่ ท�ำ ใหก้ �รสบื คน้ ประวตั ศิ �สตรช์ ว่ งนนั้ ข�ดห�ย เชน่ เดยี วกบั ผหู้ ญงิ ทเี่ ปน็ น�งบ�ำ เรอใหก้ บั ทห�ร ซง่ึ ทห�รญปี่ นุ่ จบั ม�จ�กจนี เก�หลี แตก่ อ่ นคนในบ�้ นโปง่ เรยี กซอยทผี่ ู้หญิงพวกนอ้ี �ศยั อยวู่ �่ “ซอย 10 บ�ท” เพร�ะเกบ็ ค่�ตวั คร้งั ละ 10 บ�ท ท่นี ่�สนใจคือ ซอยนเ้ี ปน็ ศนู ยก์ ล�งห�่ งจ�กเมอื งก�ญจนบรุ ี 40 กโิ ลเมตร และม�วดั ดอนตมู ทเ่ี ปน็ ค�่ ยกกั กนั ไดไ้ มไ่ กลนกั ตลอดจนส�ม�รถเดนิ กลบั หนองปล�ดกุ ได้ 7 กโิ ลเมตร หลงั จ�กจบสงคร�มโลก ครงั้ ท่ี 2 ผหู้ ญงิ เหล�่ นี้ บ�งส่วนได้กลับประเทศ ขณะท่ีอีกส่วนยังอยู่ในซอยนี้และทำ�อ�ชีพเดิม ต่อม�สถ�นบริก�รในซอยนี้ ห�ยไปจนปัจจุบันประวัตศิ �สตรเ์ หล�่ นี้ทบี่ ้�นโป่งกค็ อ่ ยๆ เลือนร�ง 39 ในยุคสงครามโลก ครงั้ ที่ 2

รูปภาพ 15 ซอย 10 บ�ท (ถนนเช�วฉ์ ล�ด) แหล่งหญิงง�มเมือง (โบร�ณ) ริมแมน่ �ำ้ แม่กลอง แถบนี้เคยเป็นค่�ยทห�รญป่ี นุ่ ในสมัยสงคร�ม มีก�รกว�ดต้อนเชลยศกึ ส�ว ช�วเอเชยี ม�บังคบั เป็น Comfort Woman ที่ม� (ช�ญวทิ ย์ เกษตรศริ ิ, 2553 : 538) คว�มตอนหนึ่งในช่วงก�รก่อสร้�งที่ย�กลำ�บ�กของก�รก่อสร้�งเส้นท�งรถไฟส�ยไทย-พม่� แล้วเสร็จ มีก�รบันทึกไว้ว่� ประม�ณเดือนตุล�คม พ.ศ.2486 กองทัพญ่ีปุ่นจัดให้มีก�รเฉลิมฉลอง คว�มสำ�เร็จและให้ร�งวัลแก่ทห�รญี่ปุ่นท่ีทำ�ง�นหนัก กองทัพญ่ีปุ่นได้จัดส่งหญิงปลอบขวัญช�ว เก�หลใี ต้ 6-7 คน โดยท�งรถไฟ และหยดุ ให้บริก�รท�งเพศแก่ทห�รญป่ี ่นุ ต�มสถ�นีต่�งๆ สถ�นีละ 1 คนื ที่สถ�นมี ที ห�รญี่ปุ่นรอใชบ้ ริก�รประม�ณ 60 น�ย 40 ในยุคสงครามโลก ครัง้ ท่ี 2

สภ�พของเทศบ�ลเมืองร�ชบุรี เทศบ�ลเมอื งร�ชบรุ ใี นชว่ งสงคร�มโลก ครง้ั ที่ 2 นน้ั มนี �ยกเทศมนตรดี �ำ รงต�ำ แหนง่ ตอ่ เนอ่ื งกนั 3 ท่�น ได้แก่ ขนุ ร�ชเรอื งระบนิ (เต้ยี ม มณวี รรณ) ระหว่�ง 1 เมษ�ยน พ.ศ. 2483 - 28 พฤศจกิ �ยน พ.ศ. 2487 ตอ่ ดว้ ย ขนุ ชว่ งบรุ ก�ร (แอบ ชว่ งสวุ นิช) ระหว�่ ง 3 มกร�คม พ.ศ. 2488-25 กรกฎ�คม พ.ศ. 2488 ตอ่ ดว้ ย น�ยประยรู โมนยกุล ระหว่�ง 10 ตุล�คม พ.ศ. 2488-10 มนี �คม พ.ศ. 2489 ในหนังสือเทศบ�ลเมอื งร�ชบรุ ี (2500 : 201) วชิ ยั มณรี ัตน์ บนั ทกึ ไวว้ ่� “ในชว่ งของสงคร�มโลก ครงั้ ท่ี 2 กจิ ก�รของเทศบ�ลเมอื งร�ชบุรีในขณะนน้ั มไิ ด้มกี �รทำ�นุ บ�ำ รงุ ใดๆ นอกจ�กก�รปฏบิ ตั หิ น�้ ทต่ี �มปกติ เชน่ ก�รเกบ็ เงนิ ผลประโยชนร์ �ยไดต้ �่ งๆ ก�รอยเู่ วรเฝ�้ ดูแลทรพั ยส์ นิ ของเทศบ�ล พอตกเย็นก็รบี กลับไปท่พี กั ซ่งึ อพยพไปอยนู่ อกเมืองทัง้ สนิ้ สภ�พภ�ยใน ตัวเมืองจึงเงียบสงัด ขณะนั้นศ�ล�กล�งจังหวัดได้โยกย้�ยไปอยู่ที่วัดศ�ลเจ้� ตำ�บลคุ้งกระถิน ก่อน ก�รโจมตที งิ้ ระเบดิ เงนิ ผลประโยชนร์ �ยไดข้ องเทศบ�ลตอ้ งน�ำ สง่ ฝ�กคลงั ซงึ่ ตงั้ อยใู่ นโบสถว์ ดั ศ�ลเจ�้ เป็นประจำ�แทบทุกวัน ทรัพย์สินที่สำ�คัญๆ ของเทศบ�ล เช่น เคร่ืองไฟฟ้� และรถยนต์ได้นำ�ไปเก็บ รกั ษ�ไว้ ณ โรงสเี ข�วงั สว่ นเอกส�รหลกั ฐ�นใบส�ำ คญั เกยี่ วกบั ก�รเงนิ ไดข้ นย�้ ยไปเกบ็ รกั ษ�ไวท้ ใ่ี ตก้ ฏุ ิ วัดเทพอ�ว�ส ส่วนส�ยไฟฟ้�และหม้อมิเตอร์ก็ได้ปลดม�เก็บรักษ�ไว้เช่นเดียวกันและได้นำ�ออกใช้ เม่ือสงคร�มสงบแล้ว แต่ในขณะท่ีทำ�ก�รเก็บส�ยไฟฟ้�นั้น ไม่ส�ม�รถทำ�เสร็จได้ในวันเดียว พอตก กล�งคนื กม็ คี นนอกม�ชว่ ยเกบ็ ไปแปรธ�ตเุ ปน็ เงนิ ไปบ�้ ง เพร�ะเวล�นน้ั ทองแดงมรี �ค�ร�วกบั ทองค�ำ เวล�น้ี แตก่ น็ บั ว�่ สว่ นนอ้ ย ก�รโจรกรรมขณะนนั้ มอี ยชู่ กุ ชมุ สว่ นใหญจ่ ดั เปน็ กระบวนก�ร มงุ่ โจมตเี ฉพ�ะ ทรพั ยส์ นิ ของญป่ี นุ่ กระบวนก�รเหล�่ นด้ี �ำ เนนิ ก�รแบบใตด้ นิ ซง่ึ เร�เรยี กว�่ หนว่ ยงดั บ�้ ง หนว่ ยแงะบ�้ ง แล้วแตโ่ อก�สจะอ�ำ นวย นบั ว�่ กองทพั ญปี่ นุ่ ในระหว�่ งสงคร�มไดม้ สี ว่ นเปลยี่ นแปลงฐ�นะคนไทยบ�งจ�ำ พวกใหร้ งุ่ เรอื ง ขน้ึ ไดช้ วั่ ระยะหนงึ่ มพี ฤตกิ �รณบ์ �งอย�่ งทส่ี มควรจะบนั ทกึ ไวด้ ว้ ย คอื ในก�รจดั เวรย�มเฝ�้ ดแู ลรกั ษ� ทรัพย์สนิ ทีเ่ ข�วงั ได้ใชค้ นง�นกว�ดถนนและคนง�นล้�งทอ่ เป็นคนเฝ้� ปร�กฏว�่ เคยมีนักฉวยโอก�ส ขอซอื้ ย�งรถยนตก์ บั คนง�นเหล�่ นี้ เพอื่ จะน�ำ ไปจ�ำ หน�่ ยในร�ค�แพง แตค่ นง�นเหล�่ น้ี ไดร้ กั ษ�หน�้ ท่ี ของตนโดยก�รรกั ษ�รถยนตพ์ ร้อมทง้ั อปุ กรณ์ตลอดม�จนกระทง่ั สงคร�มสงบ... พนกั ง�นของเทศบ�ลทกุ คนในขณะนนั้ จงึ เปน็ เหมอื นปโู่ สมเฝ�้ ทรพั ย์ ตอ้ งถกู ทอดทง้ิ อยใู่ นเมอื ง พร้อมด้วยพนักง�นโรงพย�บ�ลและตำ�รวจเท่�นั้น หน่วยร�ชก�รอ่ืนๆ ได้อพยพต�ม ศ�ล�กล�ง จงั หวดั ไปจนหมดสนิ้ ทรพั ยส์ นิ ของเทศบ�ลทสี่ ญู ห�ยในขณะนน้ั นอกจ�กก�รลกั ตดั ส�ยไฟฟ�้ ในเวล� กล�งคนื แลว้ ได้มกี �รขโมยมอเตอร์สบู น�ำ้ ของโรงไฟฟ้� 2 ลกู ซ่ึงน�ยโอ๋ ฤทธิน์ มุ่ หัวหน�้ ช�่ งเครอื่ ง 41 ในยคุ สงครามโลก ครัง้ ท่ี 2

ถอดไปฝ�กไวท้ สี่ �ำ นกั ง�นเทศบ�ลชวั่ คร�ววดั ชอ่ งลม พรอ้ มดว้ ยจกั รย�น 1 คนั ขณะนน้ั ขนุ ชว่ งบรุ ก�ร ซ่ึงเคยเป็นกำ�นันต�ำ บลหน้�เมืองม�เป็นเวล�น�น ดำ�รงต�ำ แหนง่ น�ยกเทศมนตรี ท�่ นผนู้ ้ี ขณะทรี่ บั ต�ำ แหนง่ ก�ำ ลงั ปว่ ยอยู่ แตก่ ไ็ ดพ้ ย�ย�มสงั่ ก�รใหถ้ อดเครอ่ื งไฟฟ�้ รวมทง้ั ขนทรพั ยส์ นิ อน่ื ๆ ไปเกบ็ รกั ษ�ไว้ ท่ีโรงสีเข�วัง ซึ่งเป็นท่ีปลอดภัยจนกระท่ังสงคร�มสงบ แต่ท่�นได้ถึงแก่กรรมเสียก่อนสงคร�มสงบ ตลอดเวล�ทที่ �่ นผ้นู ด้ี �ำ รงตำ�แหนง่ น�ยกเทศมนตรไี มเ่ คยรบั เงินค่�ป่วยจ�กเทศบ�ลเลย เมอื่ สงคร�มสงบลงใหมๆ่ ทห�รสหประช�ช�ตไิ ดเ้ ข�้ ม�ปลดอ�วธุ ทห�รญปี่ นุ่ และจบั เปน็ เชลย และยงั ไดช้ ว่ ยเหลอื จดั สร�้ งสะพ�นไมใ้ หร้ ถไฟข�้ มแมน่ �้ำ ไดช้ วั่ คร�ว โดยใชเ้ ชลยศกึ ญป่ี นุ่ เปน็ แรงส�ำ คญั อกี ดว้ ย ในขณะนนั้ น�ยประยรู โมนยกลุ ด�ำ รงต�ำ แหนง่ น�ยกเทศมนตรี ท�่ นผนู้ เี้ ปน็ ผทู้ ส่ี นทิ สนมคนุ้ เคย กบั น�ยทห�รสหประช�ช�ติ ชอ่ื พนั ตรี กอตตง้ิ และ พนั ตรี จอนสนั ไดเ้ ปน็ ผตู้ ดิ ตอ่ ประส�นง�นระหว�่ ง จงั หวัดกับน�ยทห�รสหประช�ช�ติ ใหด้ �ำ เนนิ ไปโดยคว�มเรยี บร้อยเป็นที่เข้�ใจกนั เปน็ อย�่ งดี” สภ�พท่โี รงเรียนเบญจมร�ชทู ิศ ร�ชบรุ ี ในหนงั สอื ครบรอบ 111 ปี โรงเรยี นเบญจมร�ชทู ศิ ร�ชบรุ ี (เบญจมร�ชทู ศิ ร�ชบรุ ,ี 2542 : 7) ไดก้ ล่�วเหตุก�รณ์ตอนสงคร�มโลก ครัง้ ที่ 2 ทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับโรงเรียนไว้ ดังน้ี พ.ศ. 2485 ทห�รญป่ี นุ่ พรอ้ มดว้ ยอ�วธุ ยทุ โธปกรณ์ ตลอดจนย�นพ�หนะต�่ งๆ ทเี่ คลอื่ นก�ำ ลงั เข้�ม�ต้ังค่�ยในเขตเทศบ�ลเมืองร�ชุบรีหล�ยแห่ง เป็นเหตุให้ฝ่�ยสัมพันธมิตรส่งเครื่องบิน B-24 ม�ทง้ิ ระเบดิ จดุ ส�ำ คญั ต�่ งๆ เชน่ สะพ�นจฬุ �ลงกรณ์ สถ�นรี ถไฟ โรงไฟฟ�้ และอ�ค�รสองข�้ งท�งรถไฟ โรงเรยี นกไ็ ดเ้ ตรยี มก�รขนย�้ ยวสั ดคุ รภุ ณั ฑต์ �่ งๆ ออกไปเกบ็ ไวใ้ นทป่ี ลอดภยั เท�่ ทจี่ ะท�ำ ได้ แตโ่ รงเรยี น ก็คงได้รบั คว�มเสียห�ยจ�กภัยสงคร�มอยู่หล�ยคร�ว เช่น ในวันท่ี 14 มกร�คม พ.ศ. 2488 เวล� 24.00 น. สมั พนั ธมติ รไดส้ ง่ เครอ่ื งบนิ B-24 ม�ทง้ิ ระเบดิ เวล�ต�มจดุ ยทุ ธศ�สตรต์ �่ งๆ เปน็ จ�ำ นวนม�ก มีระเบิดหล�ยลูกที่พล�ดเป้�ม�ตกในบริเวณโรงเรียนและเมื่อชนวนระเบิดทำ�ง�นต�มเวล�ท่ีตั้งไว้ อ�ค�รต�่ งๆ รวมทงั้ บ�้ นพกั ครเู กอื บทกุ หลงั กพ็ งั ทล�ย คงเหลอื แตโ่ ครงสร�้ งของอ�ค�รของตกึ หลงั แรก และอ�ค�รไม้ “เรอื นแกว้ สวุ รรณดษิ ฐ”์ ซึ่งก็ใช้ก�รไม่ได้ และตอ่ ม�ในวนั ท่ี 21 มกร�คม พ.ศ. 2488 กม็ กี �รทงิ้ ระเบดิ เวล�ลงม�ซ�ำ้ อกี จ�ำ นวนหนงึ่ แมว้ �่ ไมม่ รี ะเบดิ ตกในบรเิ วณโรงเรยี นกจ็ รงิ แรงสะเทอื น ทำ�ใหเ้ กดิ คว�มเสยี ห�ยซำ้�เตมิ ลงไปอีก ทำ�ให้อ�ค�รทั้งหมดใช้ก�รไม่ได้ ตน้ เดอื นกมุ ภ�พนั ธ์ พ.ศ. 2488 ทห�รญปี่ นุ่ กองรอ้ ยแรกกเ็ ข�้ ม�พกั ในบรเิ วณโรงเรยี น เพอื่ จะ ซอ่ มแซมอ�ค�รเตรยี มรบั กองก�ำ ลงั ทจี่ ะเคลอื่ นย�้ ยเข�้ ม�ทหี ลงั เมอ่ื มกี �รเคลอ่ื นก�ำ ลงั เข�้ ม�เตม็ อตั ร� กม็ ีก�รยกป้�ยหน้�ประตูโรงเรียนเรยี กว�่ “หน่วยเอตงั ” 42 ในยุคสงครามโลก ครัง้ ท่ี 2

คว�มเสยี ห�ยของโรงเรยี นระยะนนี้ บั ว�่ ม�กทสี่ ดุ ซ�กปรกั หกั พงั ของอ�ค�รถกู ใชเ้ ปน็ เชอื้ เพลงิ สน�มถกู ขดุ เปน็ สน�มเพล�ะ หลมุ หลบภยั รงั ปนื กล พนื้ ถนนและสน�มถกู รถถงั รถหมุ้ เกร�ะ ตลอดจน ย�นยนตต์ ่�งๆ แล่นทบั จนเป็นหลุมเป็นบ่อโคลนตมท่วั ไป พ.ศ. 2490 เม่ือภ�วะหลัง รปู ภาพ 16 ซ�กอ�ค�ร หลังแรก ของโรงเรยี นเบญจมร�ชทู ิศ ร�ชบรุ ี สงคร�มสิ้นสุดลง รัฐบ�ลได้อนุมัติ ทถี่ กู ระเบดิ งบประม�ณเพ่ือบูรณะโรงเรียน ท่มี � (เบญจมร�ชทู ศิ ร�ชบุรี, 2542 : 7) เป็นเงิน 270,000 บ�ท จึงได้รื้อ โครงหลงั ค�ตกึ หลงั แรกออก ดดั แปลง เป็นตึกหลังค�โดยก่ออิฐโดยรอบ บงั หลังค� (แต่กพ็ อมองเหน็ หลังค�) ตอ่ มขุ ออกไปอกี 1 หอ้ ง กล�ยเปน็ ตกึ ขน�ด 10 ห้อง มีมุขขย�ยกว่�เดิม 8 เมตร หมดเงนิ ไป 164,000 บ�ท เงินท่ีเหลือ นำ�ไปสร้�งบ้�นพัก อ�จ�รยใ์ หญแ่ ละผชู้ ว่ ยอ�จ�รยใ์ หญ่ ได้อีก 2 หลงั ในช่วงสงคร�มโลก คร้งั ท่ี 2 ผู้บริห�รโรงเรียนเบญจมร�ชูทิศ ร�ชบุรี ได้แก่ น�ยสังข์ อิศร�งกูร ณอยธุ ย�ระหว�่ งวนั ที่17พฤษภ�คม พ.ศ. 2484-11 พฤษภ�คม พ.ศ. 2487 ต่อดว้ ย น�ยผ�ด วฒั นพงศ์ ระหว่�ง 16พฤษภ�คมพ.ศ.2487-30กนั ย�ยน พ.ศ. 2507 รูปภาพ 17 อ�ค�รเรียนหลังแรกทไ่ี ดร้ ับก�รดัดแปลงหลงั สงคร�ม ทม่ี � (เบญจมร�ชูทศิ ร�ชบุรี, 2542 : 7) 43 ในยุคสงครามโลก ครั้งท่ี 2

สรุปท้ายเรอ่ื ง จ.ร�ชบุรี เป็นจังหวัดหน่ึงที่เก่ียวข้องกับสงคร�มโลก ครั้งที่ 2 โดยตรง เป็นเวล�ถึง 4 ปี ตง้ั แต่ปี พ.ศ.2485-2488 โดยเปน็ จงั หวัดที่ต้งั ของเส้นท�งรถไฟส�ยหลักลงสู่ภ�คใต้และเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นท�ง รถไฟส�ยไทย-พม่� ท่ีสถ�นีหนองปล�ดุก และยังเป็นท่ีตั้งค่�ยของ ทห�รญ่ปี ุ่นถงึ 3 ค่�ย เชลยศึกฝ่�ยสมั พันธมติ รท่ีถกู ส่งไปสร�้ งท�งรถไฟ ส�ยไทย-พม�่ ท่ี จ.ก�ญจนบุรี ลว้ นต้องเดินท�งผ่�นสถ�นีรถไฟร�ชบรุ ี ม�ลงที่สถ�นีบ้�นโป่ง และสถ�นีหนองปล�ดุกเกือบทุกคน ในช่วงท้�ย สงคร�มฯ จ.ร�ชบุรี ยังเป็นเป้�หม�ยก�รโจมตีท�งอ�ก�ศของฝ่�ย สมั พนั ธมติ รถึง 12 คร้ัง ซึง่ ร�ยละเอียดจะได้กล�่ วถึงในบทตอ่ ไป 44 ในยคุ สงครามโลก คร้ังที่ 2

สถ�นีรถไฟหนองปล�ดุก จุดเร่มิ ตน้ ท�งรถไฟส�ยไทย-พม�่ ประเทศไทยเป็นประเทศท่ีมีทำ�เลท่ีต้ังอยู่บริเวณตอนกล�งของประเทศในเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ และเปน็ ประเทศเดยี วที่มไิ ด้ตกเปน็ อ�ณ�นคิ มของมห�อำ�น�จตะวันตก กองทัพญ่ีปนุ่ เล็งเหน็ คว�มสำ�คัญของไทยในฐ�นะเป็นจุดยุทธศ�สตร์ท่ีสำ�คัญ ส�ม�รถใช้เป็นฐ�นก�รขนส่งลำ�เลียงกำ�ลัง ทห�ร เสบยี งอ�ห�ร และอ�วธุ ยทุ โธปกรณ์ เพ่ือส่งกำ�ลงั บำ�รงุ ให้กบั กองทพั ญีป่ ุ่น ในประเทศพม�่ และ มล�ยไู ดเ้ ปน็ อย�่ งดี กองทพั ญป่ี นุ่ จงึ ไดพ้ ย�ย�มเข�้ ควบคมุ เสน้ ท�งคมน�คมทสี่ �ำ คญั ของไทย ทงั้ ท�งน�ำ้ ท�งถนน และท�งรถไฟ โดยเฉพ�ะเสน้ ท�งรถไฟทั้ง 3 ส�ย คือ ส�ยเหนอื ส�ยตะวนั ออก และส�ยใต้ และมุ่งเนน้ ก�รควบคุมท�งรถไฟส�ยใต้เป็นส�ำ คญั พวงทพิ ย์ เกียรติสหกลุ (2553) กล�่ วว�่ ก�รเข้�ม�ควบคุมเส้นท�งรถไฟส�ยใต้ของกองทพั ญี่ปุน่ จะกระท�ำ ใน 2 ลกั ษณะ คือ ลักษณะแรกเปน็ ก�รจดั ขบวนรถไฟพเิ ศษเพื่อก�รขนส่งในร�ชก�ร ทห�รของกองทัพญ่ีปุ่นบนท�งรถไฟส�ยใต้ จนกองทัพญี่ปุ่นส�ม�รถส่งกำ�ลังทห�รและอ�วุธเข้�ไป ยดึ ครองมล�ยแู ละสงิ คโปรไ์ ดส้ ำ�เรจ็ ลกั ษณะท่สี องเปน็ ก�รสร�้ งท�งรถไฟทห�รส�ยใหม่เพ่ือเชอื่ มต่อ จ�กสถ�นรี ถไฟส�ยใตท้ ม่ี อี ยเู่ ดมิ ไปยงั ประเทศพม�่ 2 เสน้ ท�ง ส�ยแรก คอื ท�งรถไฟส�ยหนองปล�ดกุ - ก�ญจนบรุ -ี ทนั บซู �ยตั (ท�งรถไฟส�ยไทย-พม�่ ) ส�ยทส่ี อง คอื ท�งรถไฟส�ยชมุ พร-กระบรุ ี (ท�งรถไฟ ส�ยคอคอดกระ) ก�รสร�้ งท�งรถไฟทห�รส�ยไทย-พม�่ และท�งรถไฟส�ยทห�รคอคอดกระ ของกองทพั ญป่ี นุ่ มีผลให้ทห�รญ่ปี นุ่ เชลยศกึ สมั พนั ธมิตร กรรมกรช�วมล�ยแู ละจีน จำ�นวนม�กเข้�ม�พักอ�ศยั อยใู่ น บริเวณท้องที่อันเป็นที่ต้ังของเส้นท�งรถไฟส�ยใหม่ และในบริเวณจังหวัด ที่ตั้งอยู่บนแนวเส้นท�ง ก�รกอ่ สร�้ ง อนั ไดแ้ ก่ ร�ชบรุ ี ก�ญจนบรุ ี สงขล� ชมุ พร และระนอง ก�รเข�้ ม�ของทห�รและกรรมกร ช�วต�่ งด�้ วน้ีกอ่ ใหเ้ กดิ ปญั ห�ต�มม�ม�กม�ยเชน่ ปญั ห�ก�รใชเ้ งนิ ดอลล�รข์ องทห�รญปี่ นุ่ ปญั ห�เครอื่ ง อุปโภคบริโภคร�ค�สงู ปญั ห�ก�รข�ดแคลนข�้ วส�ร และปญั ห� เรอ่ื ง “ผหู้ ญิงหย่อนใจ” เปน็ ตน้ 45 ในยุคสงครามโลก คร้ังท่ี 2

รปู ภาพ 18 แผนทแ่ี สดงเส้นท�งรถไฟ จ�กกรุงเทพฯ ไปสงิ คโปร์ และม�เลเซยี และเส้นท�ง รถไฟท่กี องทัพญี่ปนุ่ สร�้ งใหม่ เรมิ่ คว�มคดิ ทจ่ี ะสร�้ งท�งรถไฟส�ยไทย-พม่� จุดมุ่งหม�ยของกองทัพญ่ีปุ่นในส่วนยุทธก�รท�งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ ก�รทำ�ล�ย กองก�ำ ลงั ของกองทพั องั กฤษที่มล�ยู สิงคโปร์ สุม�ตร� บอร์เนียว หมู่เก�ะเซลีเบส กองทัพญี่ปนุ่ ไดส้ ่ง กองพลท่ี 15 เข้�ควบคุมสถ�นก�รณ์ในประเทศไทย และห�โอก�สบกุ เข�้ ไปใน เมืองมะละแหม่งของ ประเทศพม�่ เพ่อื ท�ำ ก�รยดึ พม่�ท�งตอนใต้ แล้วเดนิ ท�งตอ่ ไปยงั ประเทศอนิ เดีย วรวุธ สุวรรณฤทธิ์ (2544 : 6-10) ระบุว่�จ�กบันทึกภ�ยหลังสงคร�มของพันโท ฮิโรฮิเกะ หัวหน้�ท่ีปรึกษ�กองบัญช�ก�รเสน�ธิก�รรถไฟ หน่วยท่ี 2 ได้บันทึกไว้ว่� “ความคิดท่ีจะสร้างทาง รถไฟสายนี้ เกิดขึ้นในคืนวนั ที่ 18 ตลุ าคม พ.ศ. 2484 โดยจะใช้เป็นเส้นทางในการลำาเลียงกองกำาลัง ของญี่ปุ่น อาวุธยุทโธปกรณ์ และเสบียงอาหารในแนวหลัง เพื่อเข้ายึดครองประเทศพม่า และเพื่อ 46 ในยคุ สงครามโลก ครง้ั ท่ี 2

ทจี่ ะชว่ ยแบง่ เบาภาระการลาำ เลยี งทางทะเล จากยา่ งกงุ้ ไปยงั สงิ คโปร์ และชอ่ งแคบมะละกาอกี ทางหนง่ึ เนอ่ื งจากเส้นทางลำาเลยี งทางทะเลล่อแหลมตอ่ การโจมตีของฝ่ายสัมพนั ธมิตร” ตอ่ ม� พลตรี โช อซิ �มุ สงั กดั กองบญั ช�ก�รกองทพั ใหญแ่ หง่ ภ�คพน้ื ทศิ ใตใ้ นขณะนนั้ ไดร้ �ยง�น ข้อพิจ�รณ�ดังกล่�วไปยังกองบัญช�ก�รสูงสุดเหล่�ทัพท่ีโตเกียว เพื่อให้รับทร�บเร่ืองคว�มคิดของ ก�รสร�้ งท�งรถไฟ ซง่ึ ต�่ งกม็ คี ว�มเหน็ ว�่ เปน็ ก�รสร�้ งท�งรถไฟทยี่ �กล�ำ บ�ก เพร�ะมภี เู ข�ลกู มหมึ � ขว�งอยถู่ งึ 2 ลกู ท�ำ ใหม้ ปี ญั ห�ว�่ ไมน่ �่ จะสร�้ งทนั ใชใ้ นย�มสงคร�ม บ�งคนยงั เหน็ ว�่ ก�รขดุ คอคอดกระ น�่ จะเป็นประโยชนม์ �กกว่� แปดเสน้ ท�งล�ำ เลยี งสพู่ ม่� ต่อม� พนั โท อวี � ฮ�ชิ เสน�ธกิ �รของกองทัพญี่ปนุ่ ได้รับมอบหม�ยให้ดำ�เนินก�รรวบรวม ข้อมูลเบอื้ งต้นเรือ่ งเส้นท�ง พบว่�มชี �วองั กฤษไดเ้ คยทำ�ก�รสำ�รวจ และเขียนแผนที่เส้นท�งจ�กไทย ไปสพู่ ม�่ ไวแ้ ลว้ จ�ำ นวน 8 เสน้ ท�งดว้ ยกนั แยกเปน็ ท�งบก 7 เสน้ ท�ง และ ท�งทะเล 1 เสน้ ท�ง ไดแ้ ก่ เส้นทางลาำ เลียงทางบก 1. กรงุ เทพฯ-เชยี งใหม-่ เชียงตงุ -มณั ฑะเลย์ 2. กรงุ เทพฯ-เชยี งใหม่-แมฮ่ อ่ งสอน-ตองอู 3. กรงุ เทพฯ-พษิ ณุโลก-แมส่ อด-มะละแหม่ง 4. บ�้ นโปง่ -ก�ญจนบรุ -ี ด่�นพระเจดีย์ส�มองค์-ทนั บูซ�ยตั 5. บ�้ นโปง่ -ก�ญจนบรุ -ี ทว�ย 6. ประจวบคีรีขนั ธ์-ตะน�วศรี-มะรดิ 7. ชมุ พร-ระนอง-ย่�งกุ้ง เสน้ ทางลำาเลยี งทางทะเล 1. ไซ่งอ่ น-สงิ คโปร-์ ปีนงั -ย�่ งก้งุ ผลก�รวเิ คร�ะหข์ อ้ ดี ข้อเสยี และคว�มเปน็ ไปได้ของเส้นท�งลำ�เลียงท�งบกในแตล่ ะเสน้ ท�ง มดี งั น้ี (Dawoo2530-ข : ออนไลน)์ เสน้ ทางที่ 1 เป็นเส้นท�งที่ย�วท่ีสุดในบรรด�ท�งบก ส�ม�รถใช้ท�งรถไฟส�ยเหนือ จ�ก กรงุ เทพฯ-เชยี งใหม่ ไดอ้ ยแู่ ลว้ ผ�่ นทรี่ �บรฐั ฉ�นทไี่ มส่ งู ชนั ม�กนกั เปน็ เสน้ ท�งเดนิ ทพั ของทห�รญปี่ นุ่ และยังเป็นเสน้ ท�งถอยร่นตอนแพ้สงคร�ม แต่เวล�ลำ�เลียงนั้น ไม่ไดใ้ ช้ถึงเชยี งใหม่ ลงรถไฟทส่ี ถ�นี นครลำ�ป�ง แล้วผ�่ นไปเชียงร�ยแทน 47 ในยคุ สงครามโลก ครง้ั ที่ 2

เสน้ ทางท่ี 2 ยงั ไมม่ ถี นนระหว�่ งเชยี งใหมแ่ ละแมฮ่ อ่ งสอน ในร�วเดอื นพฤศจกิ �ยน ตอ่ เดอื น ธันว�คม พ.ศ. 2486 ทห�รญป่ี ุ่นกองพันหน่งึ ของกองพลที่ 15 ได้รบั มอบหม�ยใหส้ ร�้ งเสน้ ท�งส�ยนี้ แต่ญ่ปี นุ่ ไดแ้ พ้สงคร�มเสยี ก่อน จึงท�ำ ใหก้ �รกอ่ สร้�งยังไมแ่ ลว้ เสร็จ เสน้ ทางที่ 3 เป็นเส้นท�งพ�ณิชย์ เป็นเส้นท�งท่ีต้องขึ้นเข�ลงห้วยม�กม�ย เป็นเส้นท�ง ที่สร้�งขึ้นเพ่ือแก้ปัญห�เฉพ�ะหน้�ก่อนก�รสร้�งท�งรถไฟส�ยไทย-พม่� ก�รขนส่งต้องใช้รถบรรทุก จ�ำ นวนม�ก ท�ำ ให้สน้ิ เปลอื งม�กแตไ่ ด้ผลนอ้ ย เส้นทางที่ 4 เป็นเส้นท�งท่ีส้ันท่ีสุด ไทยกับพม่�เคยใช้เส้นท�งน้ีบ่อยครั้งในประวัติศ�สตร์ ก�รทำ�สงคร�มระหว่�งกนั โดยใช้ถึงจ�ำ นวน 16 ครง้ั จ�กก�รรบ 44 ครัง้ เสน้ ทางท่ี 5 -ไม่มขี อ้ มูล- เส้นทางที่ 6 จ�กประจวบครี ขี นั ธ์ ผ�่ นตะน�วศรขี องพม�่ นนั้ เปน็ เสน้ ท�งกอ่ สร�้ งโดยทห�ร ร�บอสิ ระที่ 161 ตั้งแตเ่ ดอื นธนั ว�คม 2487 เปน็ เสน้ ท�งทสี่ ร�้ งข้นึ เพ่ือใช้ในก�รถอยร่นออกจ�กพม�่ ม�กกว่�ล�ำ เลยี งกำ�ลงั พลเข�้ ไปในพม�่ เส้นทางที่ 7 -ไม่มีขอ้ มลู - กองทัพญี่ปุ่นตัดสินใจเลือกก�รสร้�งท�งรถไฟส�ยไทย-พม่� ในเส้นท�งท่ี 4 เนื่องจ�กมี ระยะท�งส้นั ทส่ี ดุ ได้แก่ บ้�นโป่ง-ก�ญจนบรุ -ี ด่�นพระเจดยี ์ส�มองค์-ทันบซู �ยตั ก�รเจรจ�เรอื่ งก�รกอ่ สร�้ งท�งรถไฟกับฝ่�ยไทย วันท่ี 23 มนี �คม พ.ศ.2485 เสน�ธกิ �รใหญ่ สุรยิ �ม่� ฮ�จเิ มะ ไปเยือนกองบญั ช�ก�รภ�คพืน้ ทศิ ใต้ ไดร้ บั ทร�บเรอ่ื ง โครงก�รก�รกอ่ สร�้ งท�งรถไฟส�ยไทย-พม�่ เปน็ ครงั้ แรก โดยก�รร�ยง�นของ พันโทอีว� ฮ�ชิ ฝ่�ยกองทัพญ่ีปุ่นจึงไดย้ นื่ ข้อเสนอใหฝ้ �่ ยไทยชว่ ยดำ�เนนิ ก�ร ดังนี้ (Dawoo2530-ข : ออนไลน)์ 1. ขอใหฝ้ �่ ยไทยสร�้ งท�งรถไฟจ�กบ�้ นโปง่ -ก�ญจนบรุ -ี แควนอ้ ย จนถงึ จดุ หนงึ่ ใตม้ ะละแหมง่ ระยะท�งประม�ณ 70 กิโลเมตร 2. ก�รสร�้ งท�งรถไฟจ�กไทยไปพม�่ เปน็ ท�งตรงประม�ณ 330 กม. ถ�้ รวมท�งหลกี ประม�ณ 430 กม. ขอใหฝ้ �่ ยไทย ชว่ ยห�ร�งรถไฟให้เปน็ ระยะท�งประม�ณ 60 กม. 3. ขอใหฝ้ �่ ยไทย จดั กลุ แี ละน�ยง�นประม�ณ 3,000 คน ทเี่ หลอื นอกจ�กนนั้ ท�งญปี่ นุ่ จะใช้ เชลยศกึ และทห�รช่�งของญี่ปนุ่ 4. ก�ำ หนดเวล�สร�้ งใหแ้ ลว้ เสร็จภ�ยใน 1 ปี 48 ในยคุ สงครามโลก คร้งั ท่ี 2

กรมรถไฟไทยหนกั ใจ จอมพล ป.พบิ ลู สงคร�ม ไดแ้ สดงท�่ ทชี ดั เจนตอ่ ขอ้ เสนอของฝ�่ ยทห�รญปี่ นุ่ เกยี่ วกบั ก�รกอ่ สร�้ ง ท�งรถไฟว่� ฝ่�ยไทยจะเป็นผู้สร้�ง ขณะเดียวกันได้แจ้งข้อเสนอของฝ่�ยญ่ีปุ่น ให้กรมรถไฟทร�บ กรมรถไฟได้มหี นังสือแสดงคว�มคดิ เหน็ ลงวนั ท่ี 3 เมษ�ยน พ.ศ. 2485 ถึงผบู้ ญั ช�ก�รทห�รสูงสุดว�่ “มคี วามเหน็ เปน็ ทหี่ นกั ใจมาก เกรงวา่ จะสรา้ งเสรจ็ ไมท่ นั ” โดยมเี หตผุ ลดงั ตอ่ ไปน้ี คอื (Dawoo2530-ข : ออนไลน)์ 1. ระยะท�งเกอื บ 400 กโิ ลเมตร นบั ว�่ ย�วม�ก ถ�้ เปน็ ท�งรถไฟถ�วร แมอ้ ยใู่ นทร่ี �บตอ้ งใช้ เวล�สร�้ งไมน่ อ้ ยกว่� 8 ปี 2. ภมู ปิ ระเทศทที่ �งรถไฟนผ้ี �่ น พเิ คร�ะหด์ ตู �มแผนทแี่ ลว้ ออกจ�กบ�้ นโปง่ ไป จะเปน็ ภเู ข� เกอื บห�ทร่ี �บไม่ได้ ก�รสร้�งท�งรถไฟบนเข�จะต้องใชเ้ วล�ม�กกว�่ ท�งร�บ 3. สงิ่ ของทใ่ี ชใ้ นก�รสร�้ ง หวั ประแจ และเครอื่ งประกอบต�่ งๆ กบั วตั ถหุ นนุ ร�ง เชน่ ไมห้ มอน และหิน เหล่�นี้ สำ�หรับท�งรถไฟที่ย�วม�ก เช่นน้ี คว�มต้องก�รใช้มีจำ�นวนม�ก และต้องขนส่ง โดยท�งรถไฟทัง้ สิ้น เวล�นี้ ล้อเล่อื นของก�รรถไฟทีม่ ีอยู่กไ็ ด้ถูกไปใชใ้ นก�รล�ำ เลียงทห�รทงั้ ไทยและ ญปี่ นุ่ เกือบหมด จะแบง่ ไปใชใ้ นก�รสร�้ งท�งรถไฟส�ยนไี้ ดบ้ �้ งกน็ ้อยเตม็ ที 4. เครอื่ งมอื ส�ำ หรบั ง�นดนิ และถ�งป�่ เชน่ จอบ เสยี ม ขว�น เลอื่ ย เหล�่ น้ี ห�ซอ้ื ในทอ้ งตล�ด กรุงเทพฯ เกอื บไม่ได้เลย เพร�ะทห�รญ่ีปุ่นกว�้ นซ้ือไปหมด 5. แรงง�นส�ำ หรบั สร�้ งท�งรถไฟส�ยนี้ แมจ้ ะเกณฑจ์ �กร�ษฎรได้ แตก่ ย็ งั สงสยั ถงึ สมรรถภ�พ ว�่ จะท�ำ ง�นไดร้ วดเรว็ หรอื ไม่ นอกจ�กนนั้ คว�มไขใ้ นภมู ปิ ระเทศตอนเข�ชกุ ชมุ ถ�้ เวชภณั ฑจ์ ะบ�ำ บดั โรคกข็ �ดแคลน อ�จท�ำ ให้สมรรถภ�พของง�นทีจ่ ะดำ�เนินน้อยลงอกี 6. ก�รซ่อมท�งรถไฟของกรมรถไฟน้ีเต็มมือ เน่ืองจ�กมีก�รเดินรถม�กกว่�ปกติ ก�รถอน เจ�้ หน้�ท่ีไปใช้ในก�รสร้�งท�งส�ยน้ี จึงคงแบ่งไปได้จำ�นวนนอ้ ย กรมรถไฟเข�้ ใจถกู ตอ้ งแลว้ ว�่ เปน็ ระยะท�ง 400 กโิ ลเมตร ตอ้ งใชเ้ วล�ถงึ 8 ปี จงึ จะสร�้ งเสรจ็ ได้ ฝ�่ ยไทยหนกั ใจเรอื่ งระยะเวล�และภมู ปิ ระเทศ สมรรถภ�พของรถไฟไทยนอ้ ยลงไปม�กเพร�ะตอ้ งเอ� รถไฟสว่ นหนง่ึ ล�ำ เลยี งทห�รญป่ี นุ่ รถดว่ นส�ยใตจ้ �กกรงุ เทพฯ-ปนี งั นนั้ มสี ปั ด�หล์ ะ 2 ขบวน มรี �งรถไฟ เชอ่ื มตอ่ ทเ่ี ปไร ตรงข�้ มเก�ะปนี งั และเชอื่ มลงไปยงั สงิ คโปร์ ใชเ้ วล�แลน่ จ�กกรงุ เทพฯ-สงิ คโปร์ 50 ชม. และจะมีขบวนรถไฟพเิ ศษ ส�ำ หรับทห�รญ่ีปุ่นโดยเฉพ�ะ วนั ละ 3 เท่ยี ว แสดงให้เหน็ ว�่ ทห�รญี่ปุน่ ใชร้ ถไฟของไทยถม่ี �ก 49 ในยุคสงครามโลก ครง้ั ที่ 2

รฐั บ�ลไทยตกลงลงน�มสร�้ งท�งรถไฟ แต่ในท่ีสดุ รัฐบ�ลไทย-ญปี่ นุ่ จึงไดล้ งน�มในข้อตกลงไทย-ญป่ี ุ่น เก่ยี วกบั ก�รสร้�งท�งรถไฟ เชอ่ื มระหว�่ งประเทศไทยกบั พม�่ เมอื่ คนื วนั ที่ 16 กนั ย�ยน พ.ศ. 2485 ระหว�่ ง จอมพล ป.พบิ ลู สงคร�ม น�ยกรัฐมนตรี กบั พลตรี เซจิ โมรยิ � ผูแ้ ทนกองทพั บกญี่ปุ่นประจำ�ประเทศไทย ท�งรถไฟส�ยน้ี เรม่ิ จดุ แรก โดยแยกจ�กท�งรถไฟส�ยใต้ท่ีบ้�น หนองปล�ดกุ อ.บ�้ นโปง่ จ.ร�ชบรุ ี ท่ี กโิ ลเมตร 64+196 โดยสร�้ งเปน็ ท�ง รถไฟส�ยเดี่ยวคว�มกว้�งของร�ง 1.00 เมตร เลียบต�มลำ�น�้ำ แม่กลอง ตรงไปยัง จ.ก�ญจนบุรี แล้วตัดข้ึน เหนือที่บ้�นท่�มะข�ม เลียบต�ม ล�ำ น�้ำ แควนอ้ ย ไปจนสดุ ช�ยแดนไทย ทดี่ �่ นพระเจดยี ส์ �มองค์ จนถงึ สถ�นี ธนั บอี ูซ�ยัด อยู่ระหว่�งเมืองมะละ- แหมง่ กบั เมอื งตองยี ในประเทศพม�่ รวมระยะท�งย�ว 415 กิโลเมตร อยใู่ นเขตไทย303.95กโิ ลเมตรอยใู่ น เขตพม่� 101.05 กิโลเมตร โดยมี แผนว่�จะใช้เวล�ก่อสร้�ง จำ�นวน 14 เดือน รูปภาพ 19 เสน้ ท�งรถไฟส�ยไทย-พม�่ ท่มี � (เจ พี, ม.ป.ป.) 50 ในยุคสงครามโลก คร้ังที่ 2

ตารางที่ 1 ร�ยช่ือสถ�นรี ถไฟส�ยไทย-พม�่ (เฉพ�ะในเขตประเทศไทย) ลำาดบั กิโลเมตร ชือ่ สถานี (ภาษาไทย) ชื่อสถานี (ภาษาอังกฤษ) 1 000 หนองปล�ดุก Nongpladuk 2 005 บ�้ นโป่งใหม่ Ban Pong Mai 3 013 ลูกแก Luk Kal 4 026 ท�่ เรอื นอ้ ย Tha Rua Noi 5 039 ท่�ม่วง Tha Muang 6 047 เข�ดนิ Khao Din 7 048 ป�กแพรก Pak Prage 8 051 ก�ญจนบรุ ี Kanchanaburi 9 055 ท่�มะข�ม Tha Makham 10 057 เข�ปูน ช่องไก่ Chungkai, Kao Poon 11 069 วังล�น Wanglan 12 078 ท่�โป่ง วงั เย็น Tapong Wangyen 13 088 บ�้ นเก่� Ban Kao 14 098 ท�่ กิเลน Tha Kilen 15 108 อ�้ ยหดิ Aruhiru 16 110 ลุม่ สุ่ม Lum Sum 17 114 วงั โพ Wang Po 18 121 ชอ่ งแคบ Chong Cap 19 125 วงั ใหญ่ Wang Yai 20 130 ท่�เส� Tha Soe 21 139 ท้องช้�ง Tong Chang 22 147 ถ�้ำ ผี Tam pi 23 155 หินตก Hin Tok 24 166 ห�ดง้วิ Kanyu 25 168 ไทรโยค Sai Yok 26 172 ก่ิงไทรโยค Kingsaiyok 51 ในยุคสงครามโลก คร้งั ท่ี 2

ลำาดบั กโิ ลเมตร ชือ่ สถานี (ภาษาไทย) ชื่อสถานี (ภาษาอังกฤษ) 27 181 รน่ิ ถน่ิ Lin Tin 28 190 กุยแหย่ Kuei Ye 29 197 หินด�ด Hin Dad 30 208 ปรังก�สี Brang Kasi 31 216 ท�่ ขนุน Tha Khanun 32 229 น้ำ�โจนใหญ่ Nam Chon Yai 33 236 ท�่ มะยอ Tha Mayioeo 34 244 ทำ�รงผ�โห้ Tam Ronpato 35 250 เกรงิ ไกร Kroeng Khai 36 257 กุลีกอนด�้ Kuri Konta 37 262 แกง่ คอยท่� Kang Koi Tha 38 278 ทิมองด้� Thi Mong Tha 39 281 นิเกะ Nike 40 294 ซองก�เลีย Song Kalia 41 301 จันก�ร�ย� (สุดช�ยแดนไทย) Changaraya ว�งร�งรถไฟร�งแรกทหี่ นองปล�ดุก สถ�นีรถไฟหนองปล�ดุก ตงั้ อยทู่ ่ี หมู่ 7 ต.หนองกบ อ.บ�้ นโป่ง จ.ร�ชบรุ ี ซง่ึ ถอื เป็นจุดเริ่มตน้ ของก�รกอ่ สร�้ งเสน้ ท�งรถไฟส�ยไทย-พม�่ ญปี่ นุ่ เรมิ่ ด�ำ เนนิ ก�รกอ่ สร�้ งในวนั ที่ 23 ตลุ �คม พ.ศ. 2485 ได้สร้�งค่�ยท่ีพักท่ีสถ�นีหนองปล�ดุก และได้นำ�เชลยศึกม�จ�กสิงคโปร์เข้�สู่ประเทศไทยไปยัง จ.ก�ญจนบรุ ี เพอื่ เปน็ ก�ำ ลงั ในก�รกอ่ สร�้ งท�งรถไฟส�ยนี้ ตอ่ จ�กนนั้ ไมน่ �น กองทพั ญป่ี นุ่ กไ็ ดเ้ รมิ่ ว�ง ร�งรถไฟทีห่ นองปล�ดกุ เป็นร�งแรก เม่ือวนั ท่ี 8 ธนั ว�คม 2485 เส้นท�งรถไฟส�ยไทย-พม่�นี้ เป็นเส้นท�งยุทธศ�สตร์สำ�คัญของกองทัพญ่ีปุ่นซึ่งจะใช้เป็น เสน้ ท�งล�ำ เลยี งทห�ร อ�วธุ ยทุ โธปกรณ์ เสบยี งอ�ห�ร น�ำ้ มนั จ�กสงิ คโปร์ ผ�่ นมล�ยู เข�้ สทู่ �งตอนใต้ ของประเทศไทย เพอ่ื สง่ ก�ำ ลงั บ�ำ รงุ ไปยงั กองทพั ของตนเองในประเทศพม�่ และประเทศอนิ เดยี ดงั นน้ั ในระหว่�งก�รก่อสร้�ง จึงถูกต่อต้�นจ�กกำ�ลังกองทัพฝ่�ยสัมพันธมิตรอย่�งหนัก และในช่วงปล�ย 52 ในยุคสงครามโลก ครัง้ ที่ 2

สงคร�มโลก ก�ำ ลังท�งอ�ก�ศของสหรัฐอเมรกิ �ไดม้ �ตง้ั ฐ�นบินใหม่อยู่ทเี่ มอื งจุงกิง ประเทศจนี ได้สง่ เครอื่ งบนิ แบบบี 24 และบี 29 บนิ ม�ทงิ้ ระเบดิ บรเิ วณเสน้ ท�งรถไฟส�ยไทย-พม�่ เพอื่ ขดั ขว�งก�รถอย ของกองทัพญี่ปุ่น ตัง้ แต่วนั ท่ี 3 มกร�คม พ.ศ. 2487 และโจมตีเปน็ ระยะๆ ตลอดเวล� ซ่งึ ท�งรถไฟ ส�ยนีถ้ ูกโจมตีรวมทงั้ ส้นิ 16 ครงั้ เชลยศกึ ฝ�่ ยสมั พนั ธมติ รลงรถไฟท่ีสถ�นบี ้�นโป่ง ในช่วงปี พ.ศ. 2485-2486 เชลยศึกฝ�่ ยสมั พันธมิตรท่ถี ูกจับจ�กยทุ ธภมู ิต่�งๆ ใน ย�่ นเอเชยี แปซฟิ ิก ไดถ้ ูกสง่ ม�ยังประเทศไทยและประเทศพม่� เพ่อื สร้�งท�งรถไฟส�ยไทย-พม่� เป็นเชลยศกึ ช�วองั กฤษ ฮอลนั ด� (ดตั ช)์ ออสเตรเลยี และช�วอเมรกิ นั โดยไดถ้ กู สง่ ตวั ม�จ�กหล�ยแหง่ ดว้ ยกนั คอื จ�กอนิ โดนเี ซยี สงิ คโปร์ ฟลิ ปิ ปนิ ส์ และฮอ่ งกง บ�งคนกเ็ ปน็ วศิ วกร เปน็ แพทย์ เปน็ นกั โบร�ณคดี ฯลฯ นอกจ�กนน้ั ยงั มแี รงง�นกรรมกรช�วเอเชยี ทญี่ ปี่ นุ่ จ�้ งเพมิ่ เตมิ ดว้ ย ไดแ้ ก่ พวกแขกมล�ยู หรอื เรยี กกนั ว�่ แขกลิงค์ จนี ญวน อนิ เดยี พม�่ ฯลฯ ส่วนกรรมกรที่เป็นช�วไทย ส่วนใหญม่ �จ�ก จ.สพุ รรณบรุ ี ห�กนงั่ รถไฟม�จ�กท�งใตจ้ ะถงึ สถ�นบี �้ นโปง่ กอ่ น แลว้ จงึ ไปสถ�นหี นองปล�ดกุ ทง้ั 2 สถ�นี ห�่ งกนั ประม�ณ 5 กโิ ลเมตร นกั โทษเชลยศกึ สงคร�มทถี่ กู กองทพั ญป่ี นุ่ เกณฑม์ �สร�้ งท�งรถไฟในสมยั นน้ั ส่วนใหญ่จะถูกขนย้�ยม�จ�กค่�ยเชลยศึกเมืองช�งจี (Changi) ประเทศสิงคโปร์ เดินท�งด้วยรถไฟ ขึ้นม�ยังประเทศม�เลเซีย เข้�สู่ภ�คใต้ของประเทศไทย และม�ลงรถไฟจุดสุดท้�ยที่ สถ�นีบ้�นโป่ง จ.ร�ชบรุ ี แลว้ เข�้ พกั ทค่ี �่ ยวดั ดอนตมู เปน็ หลกั มบี �งสว่ นถกู สง่ ไปทคี่ �่ ยหนองปล�ดกุ บ�้ งแตไ่ มม่ �กนกั ก�รขนเชลยศึก และกรรมกรช�ว มล�ยูม�ช่วยสร้�งท�งรถไฟส�ย ไทย-พม�่ จะอยปู่ ระม�ณเดอื นตลุ �คม พ.ศ. 2485-เดือนพฤษภ�คม พ.ศ. 2486 ในช่วงแรกๆ เชลยศึกและ กรรมกรจะช่วยสร้�งท�งรถไฟช่วง เรม่ิ ตน้ จ�กสถ�นหี นองปล�ดกุ ไปกอ่ น เม่ือท�งรถไฟย�วข้ึนก็จะถูกทยอย ส่งต่อไปยัง จ.ก�ญจนบุรี ด้วยก�ร รปู ภาพ 20 สถ�นรี ถไฟบ�้ นโปง่ สถ�นท่ลี งรถไฟของเชลยศกึ เดินเท้�ต่อม�ก็ใช้รถยนต์ และรถไฟ ฝ่�ยสมั พันธมิตรและกรรมกรจ�กมล�ยทู ีถ่ ูกเกณฑ์ ทห�ร ต�มล�ำ ดบั ม�สร�้ งท�งรถส�ยไทย-พม่� ถ่�ยเมอ่ื เดอื นกนั ย�ยน 2488 ท่มี � (เจ พี, ม.ป.ป. : 11) 53 ในยคุ สงครามโลก ครั้งท่ี 2

เจ.พี. (ม.ป.ป. : 29-47) บันทึกเร่ืองเก่ียวกับกองกำ�ลังของเชลยศึกไว้ว่� กองกำ�ลังเชลยศึก ที่ม�ลงรถไฟที่สถ�นบี ้�นโปง่ มจี �ำ นวน 3 กองกำ�ลัง ดงั นี้ 1. กองกำ�ลังดันลอป (Donlop Force) กำ�เนิดม�จ�กกองพลทห�รออสเตรเลีย ท่ี 878 ประกอบด้วย ทห�รช�วอังกฤษ จ�ำ นวน 3,000 คน และทห�รช�วดตั ชป์ ระม�ณ 600 คน มี พนั โท ดนั ลอป เปน็ ผบู้ งั คบั บญั ช� เคลอ่ื นย�้ ยม�จ�กค�่ ยเชลยศกึ ทปี่ ระเทศอนิ โดนเี ซยี ม�ขนึ้ เก�ะสงิ คโปรใ์ น วันที่ 4 มกร�คม พ.ศ. 2486 จ�กน้นั เดนิ ท�งโดยรถไฟตอ่ ม�ลงยังสถ�นบี �้ นโป่งในวนั ท่ี 20 มกร�คม พ.ศ. 2486 จ�กนนั้ เดนิ เท�้ ตอ่ เปน็ เวล� 4 วนั เพอ่ื ไปยงั ค�่ ยเชลยศกึ คอนยู (Konyu) (ในปจั จบุ นั เรยี กว�่ ช่องเข�ข�ด) เขต จ.ก�ญจนบรุ ี 2. กองก�ำ ลังเอฟ (F Force) ประกอบไปดว้ ยทห�รออสเตรเลยี 3,600 คน และทห�รองั กฤษ 3,400 คน ภ�ยใต้ก�รบังคับบัญช�ของ พนั โท แอริส แห่งกองพลท่ี 18 ขององั กฤษ เดนิ ท�งออกจ�ก ค่�ยทห�รเชลยศกึ เมืองช�งจี ในวนั ท่ี 16 เมษ�ยน พ.ศ. 2486 โดยใชร้ ถไฟถงึ 13 ขบวน ม�ลงท่ีสถ�นี รถไฟบ�้ นโป่ง และเดนิ เท้�ตอ่ ไปเป็นระยะท�งกว�่ 300 กโิ ลเมตร ในป�่ เมืองก�ญจนบุรี ไปยงั ค่�ย เชลยศกึ ท่ี อ.สังขละ เขต จ.ก�ญจนบรุ ี 3. กองก�ำ ลงั เฮช (H Force) ถกู จดั ตง้ั ขนึ้ ในสงิ คโปร์ เมอ่ื เดอื น เมษ�ยน พ.ศ. 2486 ประกอบดว้ ย นักโทษเชลยศึกสงคร�มจำ�นวน 3,270 คน เป็นทห�รช�วอังกฤษ ดัทช์ อเมริกันและออสเตรเลีย มพี นั โท แฮมเชยี ร์ เปน็ ผบู้ งั คบั บญั ช� และพนั โท โอก๊ เปน็ รองผบู้ งั คบั บญั ช� กองก�ำ ลงั เฮช เดนิ ท�งดว้ ย รถไฟม�ถึงสถ�นีบ้�นโป่งใน เดือนพฤษภ�คม พ.ศ. 2486 ลงเดินเท้�ต่อไปยัง บ้�นต้น- จนั ทน์ หนิ ตก (น�้ำ ตก) และไป ตง้ั ค�่ ยเชลยศกึ อยทู่ บี่ �้ นถ�ำ้ ผี เขต จ.ก�ญจนบุรี ระยะท�ง ประม�ณ 147 กโิ ลเมตร จ�ก สถ�นีหนองปล�ดุก รูปภาพ 21 ภ�พจ�ำ ลองก�รควบคุมเชลยศึกของกองทัพญี่ปุน่ ทมี่ � (ปวริศ ศิรขิ ันแสง และคณะ, 2560 : ออนไลน์) 54 ในยคุ สงครามโลก ครงั้ ท่ี 2

แต่จ�กก�รค้นคว้�ของ พวงทิพย์ เกียรติสหกุล. (2554 : 262-266) พบว่�จำ�นวนเชลยศึก สมั พนั ธมติ รทก่ี องทพั ญปี่ นุ่ ขนจ�กสงิ คโปรเ์ ข�้ ม�โดยใชเ้ สน้ ท�งส�ยใต้ ม�ลงทสี่ ถ�นบี �้ นโปง่ ระหว�่ ง วนั ท่ี 13 ตลุ �คม พ.ศ. 2485-1 พฤษภ�คม พ.ศ. 2486 มจี �ำ นวน 37,457 คน ดังแสดงไวใ้ นต�ร�งท่ี 2 ตารางที่ 2 แสดงจำ�นวนเชลยศึกสัมพันธมิตรท่ีกองทัพญ่ีปุ่นขนส่งจ�กสิงคโปร์เข้�ม�โดยใช้เส้นท�ง รถไฟส�ยใตล้ งที่สถ�นีบ้�นโปง่ ระหว�่ งวนั ที่ 13 ตลุ �คม พ.ศ. 2485-1 พฤษภ�คม พ.ศ. 2486 วนั เดอื น ปี จาำ นวน จำานวน สัญชาติเชลยศกึ สถานรี ถไฟ ค่ายพกั ทหารญ่ีปุ่น เชลยศึก สัมพันธมิตรทถ่ี กู ท่ลี ง วดั ดอนตูม ที่ควบคมุ บ�้ นโปง่ 13 ตุล�คม 2485 25 600 ควบคุม 14 ตุล�คม 2485 10 650 องั กฤษ 15 ตุล�คม 2485 13 650 16 ตลุ �คม 2485 10 700 17 ตุล�คม 2485 10 650 หนองปล�ดกุ หลงั สถ�นีหนองปล�ดุก 18 ตลุ �คม 2485 8 400 บ้�นโปง่ วัดดอนตูม 19 ตลุ �คม 2485 13 600 21 ตลุ �คม 2485 12 675 25 ตลุ �คม 2485 13 550 26 ตลุ �คม 2485 13 650 27 ตุล�คม 2485 13 630 28 ตลุ �คม 2485 14 400 29 ตลุ �คม 2485 13 650 30 ตลุ �คม 2485 14 650 31 ตลุ �คม 2485 12 600 1 พฤศจกิ �ยน 2485 14 650 2 พฤศจกิ �ยน 2485 14 675 3 พฤศจกิ �ยน 2485 14 600 4 พฤศจกิ �ยน 2485 11 650 5 พฤศจิก�ยน 2485 11 650 6 พฤศจิก�ยน 2485 17 650 7 พฤศจกิ �ยน 2485 19 620 55 ในยุคสงครามโลก ครง้ั ที่ 2

วัน เดอื น ปี จำานวน จาำ นวน สัญชาติเชลยศกึ สถานรี ถไฟ ค่ายพกั ทหารญีป่ นุ่ เชลยศึก สมั พันธมิตรทีถ่ ูก ทีล่ ง ท่ีควบคมุ ควบคุม 8 พฤศจกิ �ยน 2485 19 650 9 พฤศจิก�ยน 2485 19 600 10 พฤศจกิ �ยน 2485 19 700 3 ธันว�คม 2485 30 1,500 20 มกร�คม 2486 13 600 ออสเตรเลยี โดยส�รรถยนตต์ อ่ ไป 21 มกร�คม 2486 28 600 ยงั จ.ก�ญจนบรุ ี 23 มกร�คม 2486 21 625 องั กฤษ 25 มกร�คม 2486 25 625 26 มกร�คม 2486 40 532 100 แขกพนื้ เมืองจ�ก ชว�และมล�ยู 27 มกร�คม 2486 21 625 ฮอลันด� 31 มกร�คม 2486 20 625 ฮอลันด�และทห�ร พน้ื เมอื งจ�กชว� 2 กุมภ�พนั ธ์ 2486 25 625 ฮอลันด�และทห�ร 3 กมุ ภ�พนั ธ์ 2486 25 625 พนื้ เมืองเนเธอแลนด์ 7 กุมภ�พันธ์ 2486 35 1,250 อิสต์อนิ เดยี 8 กมุ ภ�พนั ธ์ 2486 15 625 9 กมุ ภ�พันธ์ 2486 20 625 25 625 18-24 มีน�คม 2486 25 3,920 เชลยศึกผิวข�ว หนองปล�ดุก โดยส�รรถไฟทห�ร (รวม 7 วนั ) พักท่ี ต.บ้�นเหนือ และ ต.ป�กแพรก อ.เมอื ง จ.ก�ญจนบุรี 12 เมษ�ยน 2486 ไม่ระบุจ�ำ นวน 750 กรรมกรช�วมล�ยู บ�้ นโปง่ เดินเท�้ ทยอยเข้�ไป ในท้องท่ี อ.เมอื ง จ.ก�ญจนบุรี 19 เมษ�ยน 2486 30 500 ไม่ระบุสัญช�ติ วดั ดอนตูม แล้วเดินเท้� ไปยงั จ.ก�ญจนบรุ ี 56 ในยุคสงครามโลก ครงั้ ที่ 2

วัน เดอื น ปี จาำ นวน จำานวน สัญชาตเิ ชลยศึก สถานีรถไฟ คา่ ยพกั ทหารญ่ปี นุ่ เชลยศกึ สมั พันธมิตรทีถ่ กู ทล่ี ง ท่ีควบคมุ 20 เมษ�ยน 2486 25 500 ควบคมุ 21 เมษ�ยน 2486 27 500 22 เมษ�ยน 2486 30 600 23 เมษ�ยน 2486 30 600 24 เมษ�ยน 2486 30 600 25 เมษ�ยน 2486 25 580 26 เมษ�ยน 2486 30 600 27 เมษ�ยน 2486 25 500 28 เมษ�ยน 2486 25 600 29 เมษ�ยน 2486 25 600 30 เมษ�ยน 2486 25 500 1 พฤษภ�คม 2486 25 500 รวม 37,457 ปรับปรุงจ�ก (พวงทพิ ย์ เกียรตสิ หกุล, อ2554 : 262-266) เรอ่ื งเชลยศกึ น้ี ยังมอี กี หล�ยท�่ น ไดก้ ล่�วไว้ดงั น้ี วรวุธ สุวรรณฤทธ์ิ (2544 : 12) กล่�วว่� เชลยศึกถูกลำ�เลียงม�จ�กค่�ยแซงงีท่ีสิงคโปร์ ประม�ณเดอื นพฤษภ�คม ปี พ.ศ. 2485 เชลยศึกบ�งกลุ่มเดินท�งไปพม�่ โดยท�งเรือ และเชลยศกึ บ�งกลมุ่ เดนิ ท�งโดยรถไฟม�ยงั บ�้ นโปง่ แลว้ เดนิ ท�งไปยังสถ�นท่สี ร้�งท�งรถไฟท่ี จ.ก�ญจนบุรี จอร์จ โวกส์ (Geroge Voges) อดีตเชลยศึกช�วฮอลแลนด์ ได้เล่�คว�มทรงจำ�เก่ียวกับ ก�รสร�้ งท�งรถไฟไวว้ �่ (อ�้ งถงึ ใน วรวธุ สวุ รรณฤทธ.ิ์ 2544 : 16) “ผมและเพอ่ื นทหารถกู ควบคมุ ตวั ไว้ ชวั่ คราวกอ่ นถกู ส่งไปลงเรอื ไปยงั คา่ ยคุมขงั ท่สี ิงคโปร์ และจากน้นั กน็ ่ังรถบรรทุกสนิ ค้าอีก 5 วนั จงึ ถึง ประเทศไทย แลว้ เดนิ ทางตอ่ ไปยงั บา้ นโปง่ ซง่ึ อยทู่ างใตข้ องกาญจนบรุ ี ประมาณ 34 กโิ ลเมตร พวกเรา ถูกขังไว้ท่ีบ้านโป่ง และถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มๆ กลุ่มละประมาณ 800 คน จากนั้นต้องเดินด้วยเท้า ตอ่ ไป 12 วนั การเดนิ ทางนัน้ เราเดนิ ทางในตอนกลางคืน พักตอนกลางวนั ....” 57 ในยุคสงครามโลก ครัง้ ที่ 2

พลโทรวมศักดิ์ ไชยโกมนิ ทร์ (อ�้ งถึงใน วรวธุ สวุ รรณฤทธิ์. 2544 : 123) กล�่ วว�่ “กลางปี พ.ศ. 2485 เม่ือญปี่ ุน่ โจมตสี งิ คโปร์ไดแ้ ล้ว จงึ เกณฑบ์ รรดาเชลยศึกชาวองั กฤษ ออสเตรเลีย ฮอลนั ดา ขึ้นรถไฟมาลงท่ีบ้านโป่งและเดินทางมายังกาญจนบุรี จากน้ันก็ต้องเดินทางต่อมาเมืองกาญจนบุรี แบกขา้ วของเครอื่ งใชข้ องทหาร และเครอ่ื งอาำ นวยความสะดวก เชน่ เครอื่ งดนตรี มกี ตี า้ ร์ เครอ่ื งพมิ พด์ ดี ระยะทางเกือบ 50 กิโลเมตร ทำาให้เชลยศึกอยู่ในสภาพท่ีน่าสงสาร บางคนรองเท้ากัด เท้าช้ำาบวม เดินโขยกเขยก มาถึงเมืองกาญจนบุรีก็ไม่มีที่พัก ทหารญ่ีปุ่นให้ไปนอนท่ีโรงเรียน ศาลาวัดบ้าง และ ตอ่ มากม็ พี วกกรรมกร พวกแขกมลายู หรอื เรยี กกนั วา่ แขกลงิ ค์ จนี ญวน อนิ เดยี พมา่ กรรมกรพวกนน้ั ถกู เกณฑ์มาสร้างทางรถไฟ........” น�ยแสวง ครุฑธ�นนท์ (อ้�งถงึ ใน วรวธุ สุวรรณฤทธ.์ิ 2544 : 128-129) กล่�วว่� “ผมยังจำาได้ วันนั้นได้ประมาณต้นเดือนมกราคม 2485 กองทัพญ่ีปุ่นได้เดินทางเข้ามา เมอื งกาญจนบรุ ี และควบคมุ เชลยเดนิ ทางจากบา้ นโปง่ มาตามถนนเปน็ แถว เชลยสว่ นมากไมร่ วู้ า่ ญปี่ นุ่ พามาเมืองกาญจนบุรีเพื่อมาทำาอะไร รู้ว่าถูกควบคุมไว้ท่ีนี่เท่าน้ัน พวกฝร่ังส่วนมากหอบสัมภาระ เต็มไปหมด บางคนถอดเสือ้ ตัวแดง เพราะอากาศทน่ี ่ีร้อนอบอ้าวมากในตอนกลางวนั ....” น�ยประพฤติ สิทธสิ งั ข์ (อ�้ งถึงใน วรวุธ สุวรรณฤทธิ์ .2544: 158) กล�่ วว�่ “พวกเชลยศึกเดินทางมาทางรถไฟมาลงท่ีบ้านโป่ง แล้วเดินทางมาเมืองกาญจนบุรีด้วยเท้า มาตง้ั พักอยู่แถว 2 ฝากริมถนนแสงชูโต ไม่มีคา่ ยแตอ่ ยา่ งใด นอนกนั 2 ข้างทาง” เร่ืองก�รเกณฑ์เชลยศกึ น้ี โรม บนุ น�ค (2551 : 121-122) กล�่ วว�่ ทห�รญี่ปุน่ จะใช้วธิ หี ลอก เชลยศกึ ฝ่�ยสัมพนั ธมติ รทถ่ี ูกคุมขงั อยู่ในค�่ ยกกั กันต่�งๆ เช่น ท่สี งิ คโปรท์ สี่ ภ�พเลวร้�ยอยูแ่ ลว้ ว่�มี ก�รสร�้ งค�่ ยเชลยศกึ ใหมข่ น้ึ ในประเทศไทย มคี ว�มเปน็ อยทู่ ด่ี กี ว�่ สงิ คโปรม์ �ก อ�ห�รก�รกนิ สมบรู ณ์ กว�่ ฝ่�ยเชลยศกึ ไมเ่ ช่อื ญี่ปุ่นอยู่แล้ว แต่ก็ยงั หวงั ว่�ถ้�ดกี ว�่ ทส่ี ิงคโปรห์ น่อยกย็ งั ดเี พร�ะทส่ี ิงคโปรใ์ ห้ อ�ห�รวนั ละ 2 มอ้ื ข�้ วแตล่ ะมอื้ กไ็ มพ่ อกนิ ซ�้ำ ยงั ถกู เหยยี ดหย�มรงั แก บ�้ งกฝ็ นั ว�่ ค�่ ยใหมอ่ �จจะอยู่ ในคว�มดแู ลของก�ช�ดส�กล เหล่�เชลยศึกจงึ เต็มใจทจ่ี ะม�เมืองไทยกนั บ�ทหลวงในกองทัพอังกฤษคนหน่ึงช่ือดักล�ส ได้เล่�ให้เห็นภ�พก�รหลอกเชลยศึกจ�ก สิงคโปร์ม�ท�ำ ง�นสร�้ งท�งรถไฟส�ยไทย-พม่� เพม่ิ เตมิ ไว้ว�่ “ทหารญี่ปุ่นบอกเราว่าจะไปสถานพักฟ้ืน พวกเราดีใจ เขาบอกว่าพวกเราจะได้เล่นเปียโน ฟงั เพลงจากแผ่นเสยี ง เขาจะจัดหาแผ่นเสียงใหเ้ รา เราทาำ ตามดว้ ยความยนิ ดี จำานวนอาหารทีน่ อ้ ยลง และจำานวนคนเพิ่มที่สิงคโปร์ ก่อให้เกิดความต่ืนตระหนกและกังวล พวกเขาบอกว่าไปน่ีจะเป็น การฟน้ื ฟรู า่ งกายทอี่ อ่ นแอ และเปน็ การปลดปลอ่ ยจากความเปน็ อยทู่ จ่ี าำ เจภายในรวั้ ลวดหนาม พวกเขา 58 ในยคุ สงครามโลก คร้งั ที่ 2

พดู วา่ จะขบั ไลโ่ รครา้ ยและจะดขี น้ึ พวกเราเชอ่ื ตาม แตก่ ารเรมิ่ ตน้ ของการเดนิ ทางไปสสู่ วรรคท์ ที่ หาร ญีป่ ่นุ บอกไมม่ เี คา้ เช่นนนั้ เลย พวกเขาไดจ้ บั พวกเราใสเ่ ข้าไปในตรู้ ถสินคา้ เหล็ก รถไฟ 1 ตูบ้ รรทุกคน 35 คน ไปยงั ประเทศไทย ประเทศเสรี โดยใช้เวลา 5 วัน 5 คนื ฝา่ ความรอ้ นจากแสงอาทิตยข์ องมลายู ซงึ่ แผดเผาอยา่ งไรเ้ มตตา ไดร้ บั อาหารเพยี งแคข่ า้ วกบั ซปุ ทเี่ รยี กวา่ สตวู ์ แตท่ จ่ี รงิ ไมใ่ ช่ ถงึ กระนน้ั กต็ าม พวกเรากย็ งั มีความหวงั แตพ่ อถงึ บ้านโป่ง พวกเขาพูดวา่ “ทกุ คนเดินหน้า เดิน เดนิ ” พวกเราคนหนง่ึ ถามขึ้นว่า “พวกเราไม่ได้มาพักผ่อนเหรอ” ทันใดน้ัน ทหารญ่ีปุ่นก็เปล่งเสียงหัวเราะท่ีเต็มไปด้วย การเยาะเย้ยและการดูถูก ซ่ึงเชลยศึกในกองทัพญี่ปุ่นเท่านั้นท่ีจะเข้าใจได้ พวกเรารู้ได้ทันทีว่านี่คือ การหกั หลงั แก่นอกี อย่างหนงึ่ ของทหารญ่ปี ุ่น” รูปภาพ 22 สภ�พเชลยศกึ ฝ่�ยสัมพันธมติ ร ท่ีถูกขนย้�ยจ�กสงิ คโปร์ ม�สถ�นีบ้�นโป่ง ร�ชบรุ ี ใชเ้ วล� 5 วนั 5 คนื ท่ีม� (โรม บนุ น�ค, 2551 : 121) โรม บนุ น�ค (2551 : 125-12) ยังกล�่ วตอ่ ว่� ก�รกอ่ สร�้ งท�งรถไฟส�ยไทย-พม�่ นอกจ�ก ญ่ีปนุ่ จะใช้แรงง�นจ�กเชลยศกึ ฝ่�ยสัมพนั ธมิตรแลว้ ยงั ใช้กรรมกรร่วมดว้ ย อ�ทิ ช�วจีน ทมิฬ อนิ เดยี สิงคโปร์ ม�เลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดน�ม แต่ก็ยังไม่พอ ญ่ีปุ่นยังขอร้องให้ไทยห�ให้อีกจำ�นวน 13,000 คน โดยเสนอค�่ แรงให้วนั ละ 2 บ�ท ค่�เดนิ ท�งอีก 1 บ�ท และห�คนง�นระดบั ฝมี อื ให้อีก 2,000 คน แตไ่ ทยปฏเิ สธว�่ ห�ไมไ่ ด้ ญปี่ นุ่ จงึ บงั คบั ใหส้ ม�คมพ�ณชิ ยจ์ นี ใหส้ ง่ กรรมกรจนี ให้ ไทยกอ็ �้ งว�่ ไม่มีอำ�น�จบังคับสม�คม แต่ในท่ีสุดสม�คมพ�ณิชย์จีนก็ติดต่อกับญ่ีปุ่นเองรับจะจัดห�กรรมกรให้ โดยขอค�่ แรงวนั ละ 3 บ�ท ถ�้ ต�ยขอค�่ ท�ำ ศพ 200 บ�ท และขออนญุ �ตข�ยเหล�้ ข�ยฝน่ิ ดว้ ย เพร�ะ คนจีนเช่อื ว�่ สบู ฝนิ่ แล้วจะไม่เป็นไขม้ �ล�เรยี 59 ในยคุ สงครามโลก ครั้งที่ 2

แม้จะสง่ กรรมกรไปใหต้ �มค�ำ ขอแลว้ ก็ยงั ไม่พอ ญปี่ นุ่ ก็ขอม�เรื่อยๆ สม�คมพ�ณิชย์จีนไดไ้ ป ห�คนจนี ม�จ�กจงั หวดั ยะล� โดยบอกว�่ จะจ�้ งไปท�ำ ง�นที่ จ.ชมุ พร แตก่ ลบั พ�ม�ถงึ อ.บ�้ นโปง่ ท�ำ ให้ กรรมกรเหล�่ นน้ั แสดงคว�มไมพ่ อใจจนเกอื บจะมเี รอื่ ง จนส�รวตั รผสมไทย-ญป่ี นุ่ พรอ้ มดว้ ยข�้ หลวง ประจ�ำ จังหวดั ก�ญจนบรุ ตี อ้ งเข�ไประงับเหตุ สว่ นกรรมกรไทยทไ่ี ปตอ้ นม�จ�กร�ชบรุ ี โดนขูว่ �่ ถ�้ ใครไมไ่ ปจะถูกจบั ไปสง่ นิคม ซ่ึงตอนน้ัน นคิ มสร�้ งตนเองของ จอมพล ป.พบิ ลู สงคร�ม เปน็ ทห่ี ว�ดกลวั ของคนทถ่ี กู ตอ้ นไปม�ก แตค่ ว�มจรงิ แลว้ ดีกว�่ ก�รไปรบั จ้�งเปน็ กุลสี ร้�งท�งรถไฟส�ยไทย-พม่� หล�ยรอ้ ยเท�่ นกั เร่ืองเชลยศึกน้ี พวงทิพย์ เกียรติสหกุล (2554 : 120-121) กล่�วว่� หลังจ�กก�รก่อสร้�ง ท�งรถไฟส�ยไทย-พม�่ ในเดือนตลุ �คม พ.ศ. 2486 แล้วเสรจ็ ต่อม�ไดม้ รี �ยง�นจ�ก รอ้ ยเอก สุรจิต อนิ ทรก�ำ แหง ข�้ หลวงประจ�ำ จงั หวดั ก�ญจนบรุ ี ถงึ เจ�้ กรมประส�นง�นพนั ธมติ ร แจง้ บญั ชแี สดงจ�ำ นวน ช�วต�่ งช�ตทิ ก่ี องทพั ญปี่ นุ่ น�ำ เข�้ ม�เปน็ แรงง�นในก�รสร�้ งท�งรถไฟฯ ทย่ี งั คงพกั อยใู่ น จ.ก�ญจนบรุ ี เมอื่ วนั ท่ี 19 พฤศจิก�ยน พ.ศ. 2486 ดังแสดงไวใ้ นต�ร�งท่ี 3 ตารางท่ี 3 จำ�นวนเชลยศกึ พนั ธมติ ร กรรมกรแขก (มล�ย)ู และกรรมกรจนี ทอ่ี ย่ใู นเขต จ.ก�ญจนบุรี เมือ่ 19 พฤศจกิ �ยน พ.ศ. 2486 (ค.ศ.1943) ลำาดับที่ อาำ เภอ ตำาบล เชลยผวิ ขาว กรรมกรแขก กรรมกรจีน 1 เมอื งก�ญจนบุรี บ้�นเหนอื 2,600 2,400 300 บ้�นใต้ 500 500 300 2 ท�่ ม่วง ป�กแพรก 1,200 1,800 400 3 ท่�มะก� ท�่ มะข�ม 300 - - เก�ะส�ำ โรง 9,000 4 35 จระเขเ้ ผือก - - 220 ล่มุ สมุ่ 1,590 1,450 ไทรโยค 1,030 3,100 1,200 สิงห์ - - 1,630 ท่�ม่วง - - ท่�ล้อ - - 150 ดอนขมิ้น - - - ท�่ เรอื - - - - - 60 ในยุคสงครามโลก ครั้งที่ 2

ลาำ ดบั ท่ี อาำ เภอ ตำาบล เชลยผิวขาว กรรมกรแขก กรรมกรจีน 4 บ้�นโปง่ หนองออ้ - - 800 5 ทองผ�ภมู ิ หนองกบ - 300 ป�กแรต 1,300 900 รวมท้ังสนิ้ บ�้ นโปง่ 250 8,900 - ลนิ่ ถิน่ 50 - 200 หนิ ด�ด 200 200 ท่�ขนุน 700 300 ปิลอ๊ ก 600 1,950 หนองลู 4,700 4,800 500 ปลงั แผล 1,500 1,400 - 1,500 - 200 10,200 9,700 36,954 9,075 34,820 อ.บ้�นโป่ง เดิมอยู่ใน จ.ร�ชบุรี ถูกย้�ยให้ไปรวมกับ จ.ก�ญจนบุรี หลังจ�กเกิดเหตุก�รณ์ปะทะกันท่ีบ้�นโป่ง เมอ่ื 18 ธนั ว�คม พ.ศ.2485 ปรับปรงุ จ�ก (พวงทพิ ย์ เกียรติสหกุล, 2554: 121) สถ�นรี ถไฟหนองปล�ดุก สถ�นหี นองปล�ดกุ เปน็ ทตี่ ง้ั ค�่ ยของทห�รญป่ี นุ่ ทส่ี �ำ คญั ซง่ึ ใชเ้ ปน็ ฐ�นในก�รสง่ ก�ำ ลงั บ�ำ รงุ หลกั เพอ่ื สนบั สนนุ ก�รกอ่ สร�้ งท�งรถไฟส�ยไทย-พม�่ และเปน็ จดุ ทสี่ ง่ ตอ่ เชลยศกึ ฝ�่ ยสมั พนั ธมติ ร รวมทง้ั กรรมกรช�วจีน ไทย อินเดีย อีกแห่งหน่ึง นอกเหนือจ�กค่�ยวัดดอนตูม เข้�ไปก่อสร้�งท�งรถไฟ ท่ี จ.ก�ญจนบุรี ตอ่ ไป ห�กนงั่ รถไฟม�จ�กท�งใต้ จะถงึ สถ�นบี �้ นโปง่ กอ่ น แลว้ จงึ ไปทส่ี ถ�นหี นองปล�ดกุ ทงั้ 2 สถ�นี ห�่ งกันประม�ณ 5 กโิ ลเมตร นกั โทษเชลยศึกสงคร�มทีถ่ ูกเกณฑ์ม�สร้�งท�งรถไฟ ส่วนใหญ่ จะม�ลง รถไฟสถ�นสี ดุ ท�้ ยทส่ี ถ�นบี �้ นโปง่ จ.ร�ชบรุ ี แลว้ เข�้ พกั ทค่ี �่ ยวดั ดอนตมู และบ�งสว่ นกเ็ ดนิ เท�้ เข�้ ไป พักยังค�่ ยหนองปล�ดุก วรวธุ สวุ รรณฤทธิ์ (2544. 42-34) ยงั กล�่ วอกี ว�่ กองทห�รญป่ี นุ่ ไดเ้ ตรยี มง�นดนิ คนั ท�งเสรจ็ และเร่ิมว�งร�งรถไฟท่ีหนองปล�ดุกเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 ธันว�คม พ.ศ. 2485 โดยใช้เชลยศึก ช�วอังกฤษวันละประม�ณ 300 คน ว�งร�งได้วันละประม�ณ 1,500 เมตร สถ�นีหนองปล�ดุก จึงเป็นสถ�นีสำ�คัญท่ีกองทห�รญ่ีปุ่นจะต้องสำ�รองร�งรถไฟหลักให้เพียงพอ จนกระทั่งถึงประม�ณ 61 ในยคุ สงครามโลก ครั้งท่ี 2

เดือนมีน�คม 2486 จงึ ได้เริม่ ใช้รถจกั รล�กจงู รถต้บู รรทุกสมั ภ�ระสจู่ งั หวัดก�ญจนบุรตี อ่ ไป กองทัพ ญปี่ นุ่ ไดส้ ร�้ งค�่ ยบรเิ วณบ�้ นหนองปล�ดกุ เปน็ ค�่ ยแหง่ หนง่ึ ทตี่ งั้ อยใู่ กลก้ บั สถ�นหี นองปล�ดกุ เพอ่ื เปน็ ท่พี ักของเชลยศึก และกรรมกรช�วต�่ งด้�วที่ลำ�เลยี งม�จ�กประเทศสงิ คโปรแ์ ละที่อ่นื ๆ เมอื่ สงคร�มยตุ ลิ ง ทห�รฝ่�ยสมั พันธมิตร ทเี่ คยเปน็ เชลย ได้ควบคมุ ตัวทห�รญีป่ ่นุ ซึ่งบัดน้ี ถอื ว�่ เปน็ เชลยศกึ โดยควบคมุ ตวั เชลยศกึ ญป่ี นุ่ ม�ขนึ้ รถไฟทสี่ ถ�นหี นองปล�ดกุ เพอ่ื สง่ กลบั ไปสงิ คโปร์ ในวนั นั้น ทห�รญป่ี ่นุ ไดม้ ีก�รเผ�เอกส�รสำ�คัญที่สถ�นรี ถไฟหนองปล�ดุก และสถ�นีบ้�นโป่งทง้ิ เพ่ือ ปิดบังขอ้ มลู บ�งอย�่ ง โดยน�่ จะเกิดขนึ้ ในวนั ท่ี 15 สงิ ห�คม 2488 เพร�ะจ�กบนั ทกึ ของ น�ยน�ก�เซ่ ต�ก�ชิ อดีตน�ยทห�รญี่ปุ่นผู้ควบคุมเชลยศึกในก�รสร้�งท�งรถไฟ (อ้�งถึงใน วรวุธ สุวรรณฤทธิ์. 2544 : 110) กล่�วว�่ “วันท่ี 15 สงิ หาคม 2488 เป็นวันอปั ยศวันแห่งความพา่ ยแพข้ องกองทพั ญี่ปนุ่ ท่ีสถานีรถไฟบ้านโป่งเกิดไฟไหม้ข้นึ ทราบวา่ เป็นการเผาทาำ ลายเอกสารของทางราชการ” สร้�งท�งรถไฟเข้�ห�กนั เส้นท�งรถไฟส�ยไทย-พม่� น้ีมีระยะท�งรวม 415 กิโลเมตร เร่ิมก่อสร้�งอย่�งจริงจังใน เดอื นกันย�ยน พ.ศ. 2485 แบ่งก�รก่อสร�้ งออกเปน็ 2 เส้นท�ง คอื เสน้ ท�งท่ี 1 เปน็ ก�รก่อสร้�งในชว่ งทีอ่ ยู่ในประเทศไทย เริม่ จ�กสถ�นีหนองปล�ดุก-สถ�นี กองกุยตะ ระยะท�ง 263 กโิ ลเมตร อยใู่ นก�รควบคุมดูแลของกรมก�รกอ่ สร้�งรถไฟท่ี 9 ของญป่ี ุ่น ภ�ยใตก้ �รสงั่ ง�นของกองพนั ทห�รช�่ งท่ี 1 แห่งกองทพั ญ่ีปุ่น ต้ังฐ�นบัญช�ก�รอยทู่ ่ี จ.ก�ญจนบรุ ี เสน้ ท�งที่ 2 เป็นก�รก่อสร้�งในช่วงที่อยู่ในประเทศพม่� เร่ิมจ�กสถ�นีทันบูซ�ยัต-สถ�นี กองกุยตะ ระยะท�ง 152 กิโลเมตร อยู่ในคว�มควบคุมของกรมก�รก่อสร้�งรถไฟท่ี 5 ของญ่ีปุ่น ตง้ั ฐ�นบญั ช�ก�รอย่ทู เี่ มืองทนั บูยูซ�ยัท กองทพั ญี่ปุ่น ใชท้ ห�รช่�งจ�ำ นวนกว�่ 12,000 คนในก�รควบคุมก�รก่อสร�้ ง และใช้แรงง�น ในก�รก่อสร้�งรวมทั้งส้ินประม�ณ 261,000 คน± แยกเป็นนักโทษเชลยศึกสงคร�ม ช�วอังกฤษ ออสเตรเลยี อเมรกิ นั แคน�ด� นวิ ซแี ลนด์ เดนม�รก์ และฮอลแลนด์ (ดทั ซ)์ ประม�ณ 61,000± คน และ แรงง�นช�วเอเชยี จ�ก อนิ เดยี จนี อนิ โดนเี ซยี ม�เลเซยี สงิ คโปร์ พม�่ และไทย ประม�ณ 200,000± คน ซง่ึ ทห�รญป่ี ุ่นเรยี กแรงง�นช�วเอเชยี เหล�่ น้วี ่� “โรมูซ�” (romusha) ก�รกอ่ สร�้ งท�งรถไฟเรม่ิ สร�้ งพรอ้ มกนั ทงั้ ในประเทศไทยและประเทศพม�่ โดยในประเทศไทย เริ่มสร้�งจ�กสถ�นีหนองปล�ดุกไปจรดช�ยแดนไทย (ช่วงสถานีหนองปลาดุก-สถานีกาญจนบุรี ระยะทาง 51 กิโลเมตร รัฐบาลไทยช่วยสรา้ ง) ส่วนในประเทศพม่�ก็สร้�งจ�กสถ�นีทนั บูซ�ยตั ลงม� 62 ในยคุ สงครามโลก คร้งั ที่ 2

ยงั ประเทศไทยผ�่ นท�งด�่ นเจดยี ส์ �มองค์ ทง้ั สองเสน้ จะม�เชอื่ มตอ่ กนั ที่ สถ�นกี องกยุ ตะ (Konkuita) ซึง่ อยู่ในประเทศไทย ห�่ งจ�กด�่ นเจดียส์ �มองค์ลงม�ท�งทิศใต้ประม�ณ 18 กโิ ลเมตร ก�รเช่ือมต่อ เป็นผลสำ�เร็จ เมื่อวันท่ี 16 ตุล�คม พ.ศ.2486 รวมระยะเวล�ทีใ่ ชก้ อ่ สร�้ งประม�ณ 13 เดือน และ มีพธิ เี ปิดอย่�งเป็นท�งก�รในวันที่ 25 ตุล�คม พ.ศ. 2486 รปู ภาพ 23 สถ�นีกองกยุ ตะ ถ�่ ยเม่อื 25 ตลุ �คม พ.ศ. 2486 ท่ีม� (เจ พ,ี ม.ป.ป.) รูปภาพ 24 รถไฟขบวนแรกที่แล่น ผ่�นสถ�นีกองกุยตะ ทม่ี � (เจ พ,ี ม.ป.ป.) 63 ในยุคสงครามโลก ครั้งท่ี 2

หลงั สงคร�มโลก ครง้ั ท่ี 2 ยตุ ลิ ง เหลอื แคห่ นองปล�ดกุ -น�ำ้ ตก ข้อมลู จ�กรถไฟไทยดอทคอม (CivilSpice, 2545 : ออนไลน์) ระบุว่�กองทัพญี่ปุ่นไดก้ ่อสร้�ง ท�งรถไฟจ�กประเทศไทยเพื่อลำ�เลียงกำ�ลังทห�ร อ�วุธยุทโธปกรณ์ เสบียงอ�ห�ร น้ำ�มัน และ ยทุ ธภัณฑส์ งคร�ม ไปยังประเทศพม่� จ�ำ นวนท้ังสน้ิ 2 เสน้ ท�ง คือ 1. จ�กสถ�นหี นองปล�ดกุ ไปก�ญจนบรุ ี ข�้ มแมน่ �ำ้ แควใหญ่ และเลยี บแมน่ �ำ้ แควนอ้ ยไปจนถงึ พรมแดนไทย-พม่� ทด่ี ่�นเจดีย์ส�มองค์ จ�กนั้นสร้�งเลยเข�้ ไปในเขตประเทศพม�่ โดยไปบรรจบกับ ท�งรถไฟส�ยมะละแหมง่ -เย ทสี่ ถ�นีทนั บูซ�ยัต 2. จ�กสถ�นีชมุ พร ไประนอง (ตำ�บลละอนุ่ ) ระยะท�งย�ว 91 กิโลเมตร แต่สร้�งได้เพยี ง 68 กิโลเมตร พอถึงกระบรุ ี ก็หยดุ เพร�ะสงคร�มส้ินสุดลงกอ่ น จ�กน้ันกองทพั สมั พนั ธมติ ร ก็สงั่ ให้ ร้อื ถอนเอ�ร�งรถไฟและเครือ่ งประกอบทงั้ หมดกลับไปมล�ยูต�มเดมิ ก�รสร�้ งท�งรถไฟส�ยไทย-พม่� เริ่มตน้ ในปี พ.ศ. 2485 โดยเริ่มจ�ก สถ�นี หนองปล�ดุกถงึ สถ�นกี �ญจนบุรี ระยะท�ง 50 กม. ซงึ่ เปน็ ท�งร�บตลอด ต่อจ�กสถ�นีก�ญจนบรุ ไี ปยังสถ�นีน้�ำ ตก เร่มิ มีภูมปิ ระเทศเป็นเนนิ สงู มีภูเข�เล็กน้อย แต่ไมถ่ งึ กับชันม�กนัก ตอ่ จ�กสถ�นนี ำ้�ตกขึ้นไป เปน็ ท�ง ขน้ึ เข�มีคว�มล�ดชนั สงู จนถึงจดุ สงู สุดที่เรียกว�่ “ถ�้ำ ผี” จ�กนนั้ ท�งรถไฟจะล�ดลงผ่�นหมูบ่ ้�นและ ตวั น้ำ�ตกไทรโยค ไปจนถึงท�่ ขนุน อ.ทองผ�ภูมิ ระยะท�งรวม 88 กโิ ลเมตร จ�กสถ�นีท่�ขนนุ ไปท�ง รถไฟจะเลยี บแมน่ �้ำ แควนอ้ ยขนึ้ ไป จนถงึ สถ�นนี เิ กะ อ.สงั ขละบรุ ี และไปถงึ พรมแดนไทย-พม�่ ทด่ี �่ น เจดยี ์ส�มองค์เป็นระยะท�ง 303 กโิ ลเมตร กองทัพญ่ปี นุ่ ไดส้ ร้�งท�งรถไฟเข้�ไปในเขตประเทศพม่�อกี 112 กโิ ลเมตร ไปบรรจบกับท�ง รถไฟของพม่�ส�ยมะละแหมง่ -เย ทสี่ ถ�นีทันบูซ�ยัต ก�รกอ่ สร้�งใชแ้ รงง�นเชลยศกึ ฝ�่ ยสมั พนั ธมิตร ทมี่ ที งั้ ช�วองั กฤษ ฮอลนั ด� ออสเตรเลยี โดยกองทพั ญปี่ นุ่ ตอ้ งก�รเรง่ รดั ใหส้ ร�้ งเสรจ็ โดยเรว็ เพอ่ื จะใช้ ลำ�เลียงกำ�ลังทห�รและอ�วุธยุทโธปกรณ์ จึงต้องดำ�เนินก�รก่อสร้�งหล�ยๆ จุดพร้อมกันแล้วจึงม� เชือ่ มตอ่ กัน ก�รกอ่ สร้�งคร้งั นัน้ เชลยศกึ ต่�งลม้ ต�ยเปน็ จำ�นวนม�กเน่อื งจ�กเสน้ ท�งผ่�นช่วงป�่ เข� เต็มไปด้วยอนั ตร�ยและไขป้ ่�ชุกชมุ จนไดร้ ับก�รขน�นน�มว่�เป็น “เสน้ ท�งรถไฟส�ยมรณะ” เส้นท�งส�ยนี้ ก่อสร้�งเสร็จจ�กสถ�นหี นองปล�ดกุ ในประเทศไทย จนถงึ สถ�นี ทันบูซ�ยตั ในประเทศพม�่ รวมระยะท�ง 415 กโิ ลเมตร ใช้เวล�ในก�รก่อสร�้ งเกือบ 1 ปีเศษ 64 ในยคุ สงครามโลก ครั้งที่ 2

เมอื่ สงคร�มโลก ครง้ั ท่ี 2 ยตุ ลิ งในเดอื นสงิ ห�คม พ.ศ. 2488 โดยญปี่ นุ่ เปน็ ฝ�่ ยพ�่ ยแพส้ งคร�ม เส้นท�งส�ยน้ีจึงตกเป็นสมบัติของฝ่�ยสัมพันธมิตร ซ่ึงก็ได้ทำ�ก�รร้ือถอนท�งในช่วงพรมแดนของ ทั้งสองประเทศออกเสียส่วนหน่ึง ส่วนท่ีเหลือในประเทศไทยประม�ณ 300 กิโลเมตรนั้น ท�งฝ่�ย สัมพันธมติ รไดเ้ สนอข�ยท�งรถไฟ รวมทั้งล้อเล่ือน และเครอื่ งประกอบต่�งๆ ให้รัฐบ�ลไทย ในร�ค� 50 ล้�นบ�ท หลังรับมอบเส้นท�งดังกล่�วแล้ว กรมรถไฟหลวงจึงได้ปรับปรุงให้ใช้ประโยชน์ในก�รขนส่ง สินค้� และก�รโดยส�ร แต่ได้ปรับปรุงสภ�พท�งให้ใช้ก�รได้เฉพ�ะช่วงชุมท�งหนองปล�ดุก-นำ้�ตก เท่�นนั้ เปน็ ระยะท�ง 130 กโิ ลเมตร ส่วนเสน้ ท�งต่อจ�กนนั้ ไป เป็นอันตร�ยต่อก�รเดนิ รถ เน่อื งจ�ก ก่อสร้�งด้วยคว�มเร่งรีบ ไม่มั่นคงแข็งแรง และไม่คุ้มค่�กับค่�ใช้จ่�ยในก�รบำ�รุงดูแลรักษ� จึงได้ ทำ�ก�รร้ือถอนร�งออกทั้งหมด โดยร�งที่ยังมีคุณภ�พดีได้นำ�ไปเปล่ียนใช้ในเส้นท�งส�ยชุมท�ง หนองปล�ดกุ -สพุ รรณบรุ ี ตลอดส�ย ตลอดจนน�ำ ไปว�งในเสน้ ท�งสรุ �ษฎรธ์ �น-ี ครี รี ฐั นคิ ม ตลอดส�ย และเสน้ ท�งส�ยแก่งคอย-ชยั บ�ด�ล อีกส่วนหนงึ่ ดว้ ย 65 ในยุคสงครามโลก ครั้งท่ี 2

เหตุก�รณ์ปะทะกนั ที่บ้�นโปง่ หลงั จ�กทีท่ ห�รญปี่ ุน่ เข้�ม�ตงั้ ค่�ยต่�งๆ ในประเทศไทย คนไทยสว่ นใหญ่มีปฏิกริ ิย�ต่อต้�น ญป่ี นุ่ เพร�ะถอื ว�่ ญป่ี นุ่ เปน็ ผรู้ กุ ร�นไทย จงึ เกดิ เรอ่ื งกระทบกระทง่ั ระหว�่ งคนไทยกบั ทห�รญป่ี นุ่ ขน้ึ อยู่ เนอื งๆ โดยเฉพ�ะเหตกุ �รณท์ ร่ี �้ ยแรงจนบ�นปล�ยเปน็ เรอ่ื งร�วใหญโ่ ต ท�ำ ล�ยคว�มสมั พนั ธร์ ะหว�่ ง ไทย-ญี่ปุ่น ให้เส่ือมทร�มลง จนถึงระดับรัฐบ�ลต้องลงม�แก้ไขปัญห� คือ เหตุก�รณ์ปะทะกันของ ทห�รญป่ี นุ่ กบั กรรมกร ต�ำ รวจและทห�รไทยท่ี อ.บ�้ นโปง่ จ.ร�ชบรุ ี เมอ่ื วนั ท่ี 18 ธนั ว�คม พ.ศ. 2485 โดยมีจดุ เกิดเหตุ 2 แห่ง คือ บริเวณวดั ดอนตูม และสถ�นตี ำ�รวจบ้�นโปง่ รูปภาพ 25 แผนทแ่ี สดงทต่ี ง้ั วัดดอนตมู สถ�นตี �ำ รวจบ้�นโปง่ สถ�นีรถไฟบ้�นโป่ง และสถ�นีหนองปล�ดกุ สถ�นที่เกิดเหตุ 66 ในยุคสงครามโลก ครัง้ ท่ี 2

เรื่องเหตกุ �รณ์ปะทะกันทบี่ �้ นโป่งนี้ มผี บู้ นั ทกึ เรอื่ งร�วไว้จำ�นวนม�ก อ�ทิ ศนโิ รจน์ ธรรมยศ (2561 : 123-124), น�ยสละ จนั ทรวงศ์ (2484-2488 : 59-60), ทศ พนั ธุมเสน และจนิ ตน� ยศสุนทร (2544 : 14-15), ดำ�ริห์ เรือสุธรรม (2544 : 106-107), Giselle Studios (2013 : ออนไลน์), โรม บุนน�ค (2551 : 133-143) และ ช�ญวิทย์ เกษตรศริ ิ (2553 : 447-539) ผูเ้ ขียนไดศ้ กึ ษ�และ ประมวลเหตุก�รณท์ ่เี กิดข้ึน จึงพอสรุปเรื่องร�วท่เี กดิ ขึน้ ได้ ดังนี้ ร�ยน�มผู้ทอ่ี ยู่รว่ มในเหตุก�รณ์ เพ่อื ใหผ้ อู้ �่ นไดเ้ ข้�ใจเร่อื งร�วได้ดขี นึ้ จึงขอแนะน�ำ ร�ยน�มผ้ทู อี่ ยู่ร่วมในเหตกุ �รณใ์ นคร้ังน้นั ทีส่ �ำ คัญว่� ใครเป็นใครบ�้ ง ดงั นี้ ผกู้ ่อเหตฝุ ่ายไทยทต่ี กเปน็ จำาเลย ในก�รฟอ้ งศ�ลทห�ร (พระนคร) 1. น�ยเพม่ิ สริ ิพิบูล (ส�มเณร) จ�ำ เลยท่ี 1 2. น�ยเปะ นมุ่ ชนิ วงส์ (กรรมกร) จ�ำ เลยที่ 2 3. พลทห�รจ�หรือสุดจ� โสมทัต จำ�เลยท่ี 3 (เป็นพลทหารสังกัดกองพาหนะมณฑล ทหารบกที่ 5 และเป็นพลทหารประจำาตัวของ ร.ต.เกษม ลิขิตวงศ์ หัวหน้าสารวัตรผสมบ้านโป่ง- กาญจนบรุ ี) เจา้ หน้าทฝ่ี า่ ยไทย 1. พลต�ำ รวจโท อดลุ ย์ อดุลเดชจรัส อธบิ ดกี รมต�ำ รวจ 2. พลตรี ไชย ประทีปะเสน เจ�้ กรมประส�นง�นพันธมิตร 3. พนั โท หม่อมเจ้� พสิ ิถดสิ พงส์ ดิสกลุ รองเจ้�กรมประส�นง�นพันธมิตร 4. น�ยจอน ส�ลกิ �นนท์ ข�้ หลวงประจำ�จงั หวดั ร�ชบุรี (ขณะเกิดเหตุก�รณ)์ 5. น�ยธรรมรตั น์ โรจนสนุ ทร ข้�หลวงประจำ�จงั หวดั ร�ชบรุ ี (หลงั จ�กเหตกุ �รณ์ น�ยจอน ส�ลิก�นนท์ ถกู ย้�ย) 6. พระมห�สนิท เขมะจ�รี ทั่งจนั ท์ เจ�้ คณะ อ.บ�้ นโปง่ 7. น�ยแม้น อรจนั ทร์ น�ยอ�ำ เภอบ�้ นโปง่ (ขณะเกิดเหตกุ �รณ)์ 8. น�ยพรหม สูตรสุคนธ์ น�ยอำ�เภอบ้�นโป่ง (หลังจ�กเหตุก�รณ์ น�ยแม้น อรจันทร์ ถูกย้�ยไปเป็นปลัดจังหวัดนครปฐม) 9. รอ้ ยตำ�รวจเอก เลก็ ก�ำ เนดิ ง�ม ผูบ้ ังคบั กองต�ำ รวจบ้�นโปง่ 10. ร้อยตำ�รวจโท ศรสี ุข อุ่นค�ำ เจ้�หน�้ ทีต่ ำ�รวจบ�้ นโปง่ 67 ในยคุ สงครามโลก คร้งั ท่ี 2

11. น�ยเชิน เกษตรศริ ิ เทศมนตรีเมอื งบ�้ นโปง่ 12. ร้อยตรี เกษม ลขิ ิตวงศ์ หัวหน้�ส�รวตั รผสมบ�้ นโปง่ -ก�ญจนบุรี 13. น�ยบนั จง เส�วพรึกส์ ล่�มประจำ�กองอ�ำ นวยก�รคณะกรรมก�รผสม เจา้ หน้าทฝ่ี า่ ยญ่ปี นุ่ 1. พลตรี ช. โมริย� ผู้แทนกองทัพบกญป่ี นุ่ ประจำ�ประเทศไทย 2. พนั โท อิชิอิ น�ยทห�รช้ันผู้ใหญ่ฝ่�ยญ่ีปุ่น ประจำ�บ�้ นโปง่ 3. พนั โท ฮ�ชิโมโต หวั หน้�หนว่ ยคลังพัสดุสร�้ งท�งรถไฟหนองปล�ดกุ 4. พนั โท น�ค�อิ หวั หน้�หนว่ ยพล�ธิก�รฝ�่ ยรถไฟ 5. พันตรี โยชดิ � หวั หน�้ กองจ�่ ยพัสดสุ ร้�งท�งรถไฟ 6. ร้อยโท ไคนูม�่ น�ยทห�รประจ�ำ ทตู ทห�รบกญี่ป่นุ 7. สบิ เอก โคะอเิ กะ หัวหน้�หน่วยส�รวัตรทห�รญีป่ ุ่น ทหารญีป่ ุน่ ทีเ่ สียชีวิต รวม 7 คน 1. พนั ตรี โดนมู � โกชิโร 2. สิบเอก เนโนโต โทโมชโิ ร 3. สบิ โท โคชคิ ริ ิซนุ ยิ 4. สิบตรี องิ �ฮ�ชิ ท�เคชิ 5. พลทห�ร พเสส ค�มดั ซุ ซซู ูบุ 6. ไม่ทร�บชือ่ 2 คน เหตุเกิดทว่ี ัดดอนตูม ร�วเดอื นพฤษภ�คม พ.ศ. 2485 กองทพั ญปี่ นุ่ เรมิ่ เข�้ ม�ตง้ั ค�่ ยทห�รท่ี วดั ดอนตมู อ.บ�้ นโปง่ จ.ร�ชบุรี เป็นค่�ยทห�รญ่ีปุ่นขน�ดใหญ่ ช่ือว่�หน่วยน�รีฮิซ่� เป็นที่พักของทห�รญี่ปุ่น และเป็น ค�่ ยพกั เชลยศกึ ฝ�่ ยสมั พนั ธมติ รทถี่ กู ญปี่ นุ่ จบั ม�สงิ คโปรแ์ ละลงรถไฟทสี่ ถ�นบี �้ นโปง่ ม�พกั เพอ่ื เตรยี ม กอ่ สร�้ งท�งรถไฟส�ยไทย-พม�่ และบรเิ วณศ�ล�วดั ดอนตมู กย็ งั ใชเ้ ปน็ ทพ่ี กั อ�ศยั ของกรรมกรคนไทย ท่มี �รบั จ้�งท�งรถไฟเชน่ เดียวกนั เหตกุ �รณเ์ กดิ ขน้ึ ทว่ี ดั ดอนตมู ในวนั ที่ 18 ธนั ว�คม พ.ศ.2485 เวล�ประม�ณ 17.00 น. ส�มเณร เพมิ่ สริ ิพิบูล อ�ยุ 34 ปี อยูว่ ัดศ�ล�ตึก บ้�นหว้ ยกระบอก ต.ทุ่งลกู นก อ.ก�ำ แพงแสน จ.นครปฐม ได้เดินม�ต�มถนนทรงพล ถึงบริเวณหน้�วัดดอนตูม ได้พบเชลยศึกอยู่ต�มถนน เชลยศึกได้แสดง 68 ในยุคสงครามโลก ครงั้ ที่ 2

กรยิ �ท�่ ท�งขอบุหรส่ี ูบ ส�มเณรเพมิ่ ฯ จงึ ให้บุหรแ่ี ก่เชลยศกึ 1 ซอง ทห�รญ่ีปุน่ ม�พบเข�้ จงึ เอ�มือ ตบศรี ษะส�มเณรเพม่ิ 3 ที จนส�มเณรเพ่ิมฯ ลม้ ลง ตอ่ ม�มีผู้ห�้ มส�มเณรเพม่ิ ฯ ไปทร่ี �้ นข�ยของใกล้ วัดดอนตูม และห�ย�ดมม�ให้ดม ต่อจ�กนั้นส�มเณรเพิ่มฯ ก็เข้�ไปในวัดดอนตูมเพื่อขอย�ลมกิน พวกกรรมกรไทยที่อ�ศัยอยู่ในวัดเข้�ม�สอบถ�ม จึงเล่�เรื่องให้ฟัง พวกกรรมกรไทยแสดงอ�ก�ร ไมพ่ อใจตอ่ ก�รกระทำ�ของทห�รญปี่ นุ่ ต่อม�เวล�ประม�ณ 19.00 น. เศษ มีทห�รญ่ปี ่นุ คนหน่งึ ถอื ไม้กระบองย�วประม�ณ 2 ศอก เดนิ ม�ทบ่ี นั ไดศ�ล�วดั ซงึ่ เปน็ ทพี่ กั ของกรรมกรไทย พวกกรรมกรทน่ี อนอยใู่ กลบ้ นั ไดลกุ ขนึ้ ทห�รญปี่ นุ่ ผ้นู ัน้ ก็กลับไป หลังจ�กน้ันอีกประม�ณ 15 น�ที ก็มีทห�รญ่ีปุน่ 2 คน ถือไม้กระบอง และค�ดด�บ ปล�ยปนื กลบั ม�ใหม่ เดนิ ขนึ้ บนั ไดศ�ล�วดั ท�งด�้ นทศิ ตะวนั ตก พวกกรรมกรกล็ กุ ฮอื ขน้ึ ทห�รญปี่ นุ่ คนหนงึ่ เงอื้ ไมท้ �ำ ท�่ จะตี แตย่ งั ไมท่ นั ตี กม็ กี รรมกรคนหนงึ่ เอ�ไมข้ ว�้ งใสท่ ห�รญปี่ นุ่ แตไ่ มถ่ กู ใคร ทห�ร ญปี่ ุน่ เหล�่ น้นั กก็ ลบั ไปหลังจ�กน้นั อีกประม�ณ 5 น�ที กม็ ที ห�รญปี่ นุ่ 4 คน ถือปนื เดนิ ม�ท่ีศ�ล�วัด ด�้ นทศิ ตะวนั ออก และอกี 7-8 คน มปี นื พรอ้ มตดิ ด�บปล�ยปนื เรยี บรอ้ ย เดนิ ออกจ�กค�่ ยทห�รญปี่ นุ่ ตรงม�ท�งศ�ล� คนหน้�ถอื ตะเกียงร้ัวม�ดว้ ย แลว้ ข้ึนบันไดศ�ล�ด�้ นทศิ ตะวันตก ทันใดน้ัน มีเสียงปืนดังข้ึนท�งด้�นทิศตะวันออกของศ�ล� 4-5 นัด บรรด�เหล่�กรรมกร ที่อ�ศัยอยู่ในวัดประม�ณ 1,000 คน ก็แตกหนีกันชุลมุนวุ่นว�ยไปหมด กรรมกรทุกคนไม่มีอ�วุธ จงึ ใช้ จอบ เสยี ม และไมต้ ะบองเปน็ อ�วธุ เข�้ ตอ่ สทู้ �ำ ร�้ ยญปี่ นุ่ น�ยเปะ นมุ่ ชนิ วงส์ เปน็ กรรมกรคนหนง่ึ ท่ถี อื ไมก้ ระบองเข้�ต่อสู้กับทห�รญ่ปี ่นุ ด้วย ทห�รญป่ี ุ่นกับกรรมกรไทยต่อสู้กนั อยปู่ ระม�ณ 1 ช่ัวโมง เสยี งปนื จึงสงบลง โดยมี น�ยแมน้ อรจันทร์ น�ยอ�ำ เภอบ้�นโปง่ ร.ต.อ.เล็ก ก�ำ เนดิ ง�ม ผ้บู งั คับกอง ตำ�รวจบ�้ นโปง่ พ.ต.โยชิด� หัวหน�้ กองจ�่ ยพัสดุสร้�งท�งรถไฟ ส.อ.โคอเิ กะ หวั หน�้ ส�รวัตรทห�ร ญ่ปี นุ่ ประจ�ำ บ้�นโป่ง น�ยปรดี � บรู ณสิริ ล�่ มฝ่�ยญี่ปนุ่ และน�ยบนั จง เส�วพรกึ ส์ ล่�มประจ�ำ กอง อำ�นวยก�รคณะกรรมก�รผสม เข�้ ไประงบั เหตุ ปร�กฏว�่ ทห�รญ่ปี ุ่นเสยี ชวี ิต 2 คน บ�ดเจ็บส�หัส 1 คน สว่ นก�รบ�ดเจบ็ ของกรรมกรไทย ไมท่ ร�บได้ เพร�ะเจ�้ หน�้ ทไี่ ทยไมส่ �ม�รถเข�้ ไปสอบสวนได้ เพร�ะเปน็ พืน้ ท่ีของค�่ ยทห�รญี่ปุน่ แตจ่ �กบนั ทกึ ของน�ยบนั จง เส�วพรกึ ส์ ล�่ มประจ�ำ กองอ�ำ นวยก�รคณะกรรมก�รผสม (อ�้ งถงึ ใน ช�ญวิทย์ เกษตรศริ ิ (2553 : 452-446) ได้บนั ทกึ เกี่ยวกับก�รบ�ดเจ็บของกรรมกรไทย ไวว้ �่ “พอเดนิ เขา้ ไปในคา่ ยหนว่ ยนารฮี ซิ า่ ซง่ึ ตงั้ อยใู่ นวดั ดอนตมู และเปน็ หนว่ ยทเ่ี กดิ เหต.ุ .เหน็ ทหาร ญปี่ ่นุ ได้มดั มือเทา้ กรรมกรไทยไว้ 4-5 คน ทกุ ๆ คน ลว้ นแต่มบี าดเจ็บแผลและโลหิตอาบรา่ งกาย...” 69 ในยคุ สงครามโลก ครง้ั ท่ี 2

“ขณะนนั้ พวกเราซ่ึงยงั อยู่ ณ ทีน่ น้ั ได้ยนิ เสยี งปืนดังขน้ึ อีกหลายนดั พรอ้ มไดย้ ินเสียงโห่ร้อง และเสียงตะโกนของเหล่าทหารญี่ปุ่นดังแซ่ไปหมดท่ัวบริเวณวัดดอนตูม พวกเราจึงได้รีบออกจากท่ี บญั ชาการเดนิ ตรงไปยงั ลานวดั ตอนใกลศ้ าลา ซง่ึ กรรมกรไทยพกั นอนกนั อยู่ พวกเราไดพ้ บกรรมกรไทย คนหน่ึงนอนอยู่บนดิน เสียงร้องคราญครางว่า ตัวเขาไม่รู้เร่ืองอะไรเลย ไปตลาดเพ่ิงกลับมานอน ตะกนี้ เ้ี อง ก็พอดีถูกทหารญ่ปี นุ่ ฟนั เอารอ้ งครวญครางขอความช่วยเหลอื ” “พวกทหารญี่ปุ่นท่ีออกว่ิงไล่จับกรรมกรไทยน้ัน ทุกคนถือปืนและติดหอกปลายปืน พอเห็น เงาตะคมุ่ ๆ ทต่ี รงไหนกว็ งิ่ ไลไ่ ปจบั ทนั ที ทหารบางคนใชด้ าบแกวง่ ไลห่ ลงั กรรมกรไปกม็ ี ตอนนพ้ี วกเรา ไดเ้ ดนิ ตอ่ ไปอกี ประมาณ 10 กวา่ กา้ ว พบกรรมกรไทยอกี คนหนง่ึ นอนรอ้ งครวญครางดว้ ยความเจบ็ ปวด อยใู่ กลบ้ รเิ วณนนั้ ดว้ ยเสยี งออ้ แอ้ รอ้ งออกมาวา่ ตนไดถ้ กู ทหารญปี่ นุ่ ฟนั เอาโดยทตี่ นไมม่ สี ว่ นเกยี่ วขอ้ ง อะไรเลย...มีใครคนหนึ่งในหมู่พวกเรา ได้ส่องไฟฉายไปท่ีกรรมกรคนนั้น ได้เห็นโลหิตแดงอาบ เปรอะเปอ้ื นไปทงั้ กาย และเหน็ ทหารญีป่ ุ่นกำาลังลากตัวไปยงั ทีบ่ ัญชาการ” “ทหารญี่ปุ่นท่ีได้รับบาดเจ็บนั้น เขาได้พาไปส่งโรงพยาบาลสนามของเขาเสียแล้ว ขณะน้ี ฉนั เหน็ กรรมกรทถ่ี กู ฟนั และถกู แทง โดยทหารญป่ี นุ่ ถกู มดั มอื และเทา้ นอนกลง้ิ อยตู่ ามพน้ื กม็ ี บางคน ได้รับบาดเจ็บที่แขน ท่ีศีรษะ ถูกมัดมือไพล่หลังน่ังก้มหน้าก็มีกรรมกรไทยที่ได้รับบาดเจ็บมีจำานวน 5 คน กบั อกี 1 คน ไมไ่ ดร้ บั บาดเจบ็ ประการใด แตถ่ กู มดั ใหน้ งั่ ยองๆ อยใู่ กลๆ้ กบั พวกนน้ั ...พวกทไ่ี ดร้ บั บาดเจ็บล้วนมีโลหิตอาบตามหน้าและตามตัว เสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดไม่ขาดระยะ ขณะน้นั ฉนั เขา้ ใจว่าเปน็ เวลาประมาณ 22.00 น. เหน็ จะได้ ทางหนว่ ยนารฮี ซิ ่า ได้โทรศัพทร์ ายงาน การเกดิ เหตุไปทาง จ.กาญจนบรุ ี โดยทหารคนหนง่ึ ....” เร่อื งก�รเสยี ชวี ติ และบ�ดเจ็บของทห�รญปี่ นุ่ น�ยบันจง เส�วพรึกส์ ไดบ้ นั ทึกต่อไว้ว�่ “...พวกเราได้เดินทางจากค่ายหน่วยนารีฮิซ่ามุ่งไปโรงพยาบาล...ได้เห็นทหารญ่ีปุ่นคนหนึ่ง ไดส้ น้ิ ชวี ติ ไปแลว้ และตวั ของทหารผนู้ ม้ี บี าดแผลรอยแทงสาหสั มาก ขา้ งหลงั มรี อยแทงทะลถุ งึ ขา้ งหนา้ สองรู นอกนน้ั ไมท่ ะลอุ กี 8 รู กระดูกค้ิวข้างซา้ ยหัก เหนือค้ิวมีรอยถกู แทงสองรู ลกึ ประมาณหนง่ึ คืบ กระดกู โหนกแกม้ ใตต้ าและลกู คางหกั สงั เกตเหน็ บาดแผลลว้ นเปน็ อาการปางตายทง้ั สน้ิ ...ขณะทพี่ วกฉนั เขา้ ไปนน้ั เหน็ ทหารแพทยช์ ว่ ยกนั เยบ็ แผลทกุ ๆ แผลของทหารญป่ี นุ่ พวกนอี้ ยู่ ถงึ แมจ้ ะสนิ้ ชวี ติ ไปแลว้ กต็ าม ทหารอกี คนหนงึ่ กาำ ลงั ถกู เยบ็ แผลทที่ อ้ ง แผลโตเทา่ เกอื บฝา่ มอื นายแพทยก์ าำ ลงั จดั การทาำ แผลอยู่ สว่ นทหารอกี คนหนงึ่ ถกู ทาำ แผลอยนู่ อกหอ้ งผา่ ตดั เพราะทหารคนนน้ั เขาบอกวา่ ไดร้ บั บาดเจบ็ เพยี งเปน็ แผลขูดไปเลก็ น้อยเทา่ น้นั ไมส่ าหสั เท่าไรนกั ” 70 ในยุคสงครามโลก ครั้งที่ 2

เหตกุ �รณท์ ค่ี �่ ยวดั ดอนตมู น้ี ทห�รญป่ี นุ่ ไดจ้ บั กรรมกรไทยไวจ้ �ำ นวน 50 คนเศษ และพระภกิ ษุ 14 รูป โดยตอนแรกฝ่�ยญ่ีปุ่นจะมอบตัวให้ฝ่�ยไทย แต่กลับคำ�โดยอ้�งว่�เพร�ะมีทห�รของเข� เสยี ชีวติ แลว้ จงึ ไม่ขอบมอบตวั ให้ฝ่�ยไทย เหตุก�รณต์ อ่ เนือ่ งที่สถ�นตี ำ�รวจบ�้ นโปง่ เวล� 21.00 น. ยังมีเสียงปืนดังอยู่ที่บริเวณค่�ยวัดดอนตูม ระหว่�งน้ีไฟฟ้�ดับทั่วบริเวณ บ�้ นโปง่ ท�งสถ�นตี �ำ รวจบ�้ นโปง่ ไดจ้ �่ ยปนื และกระสนุ ใหต้ �ำ รวจและส�รวตั รทห�ร เพอื่ เตรยี มพรอ้ ม จนกระทงั่ เวล� 22.00 น. ไฟฟ�้ กใ็ ชไ้ ด้ แต่ ร.ต.ท.สรสี ขุ ยงั คงสง่ั ไมใ่ หเ้ ปดิ ไฟฟ�้ ทส่ี ถ�นตี �ำ รวจ จนเวล� ประม�ณ 22.30 น. เสียงปืนท่ีวดั ดอนตมู ก็เงยี บสงบลง ขณะเดียวกันกม็ รี ถยนต์ของทห�รวงิ่ ม�จอด ทีส่ ถ�นตี ำ�รวจ จ�ำ นวน 2 คัน เปน็ รถบรรทุกและรถเก๋ง และมเี สียงปืนดังข้ึนจ�กรถบรรทุก พวกทอ่ี ยู่ ในสถ�นตี ำ�รวจก็ยิงออกไปสู้ ส�รวตั รทห�รไทยซ่งึ หลบอยฟู่ �กตรงข�้ มกับสถ�นตี ำ�รวจ ก็ยิงสู้เช่นกัน ยงิ กนั อยปู่ ระม�ณ 2 น�ที พ.ต.โยชดิ � ร.ต.อ.เลก็ ก�ำ เนดิ ง�ม ร.ต.เกษม ลขิ ติ วงศ์ และน�ยแมน้ อรจนั ทร์ น�ยอำ�เภอบ�้ นโปง่ ก็ม�ถึง แลว้ ช่วยกนั ระงับเหตุ เหตุก�รณ์จงึ ไดส้ งบลง ปร�กฏว�่ พลทห�รจ�ด ปลกุ ปล้ืม ส�รวตั รทห�รไทย ถูกยงิ ทกี่ ้นริมทว�รหนักด�้ ยขว�ทะลุ ไข่ดนั ซ้�ย ได้รับบ�ดเจบ็ ส�หสั ในขณะท่หี ลบอยู่ทขี่ อนไมร้ มิ ถนนชดิ กบั รั้วทท่ี �ำ ก�รไปรษณีย์ ซง่ึ ตั้งอยู่ คนละฟ�กของสถ�นีตำ�รวจ ฝ่�ยญี่ปุ่นเสียชีวิต 4 คน ในจำ�นวนน้ัน มีร้อยเอก คูโนม� น�ยแพทย์ ส�รวตั รทห�ร 1 คน และพลทห�ร 2 คน กบั บ�ดเจบ็ อกี 4 คน กระสนุ ทไี่ ปถกู น�ยแพทยเ์ สยี ชวี ติ นน้ั เปน็ กระสนุ ของพลทห�รจ�หรอื สดุ จ� โสมทตั เป็นผู้ยงิ ระหว่�งน้ี ก็มีเสียงปืนดังขึ้นอีกที่บริเวณโรงไฟฟ้�ของเทศบ�ลบ้�นโป่ง ซึ่งอยู่ห่�งจ�กสถ�นี ตำ�รวจประม�ณ 1 กโิ ลเมตร ที่โรงไฟฟ�้ นั้นมรี ถป้นั จัน่ ของทห�รญี่ปุ่นจ�ำ นวน 1 คนั ต้งั อยู่ เพอื่ ท�ำ ง�น ยกส่ิงของขึ้นจ�กแม่นำ้�แม่กลองและมีทห�รญี่ปุ่นเฝ้�อยู่ ผลก�รสอบสวนพบว่�ไม่มีใครยิงใคร และ ไม่มผี ูใ้ ดไดร้ บั บ�ดเจบ็ หลงั จ�กเหตุก�รณท์ ุกอย่�งสงบแล้ว น�ยแม้น อรจนั ทร์ น�ยอ�ำ เภอบ�้ นโป่งได้เขียนประก�ศ แลว้ มอบให้น�ยเชนิ เกษตรศริ ิ เทศมนตรเี มอื งบ้�นโป่ง ชว่ ยประก�ศท�งเครื่องกระจ�ยเสยี งของท�ง เทศบ�ลเกยี่ วกบั อุบตั เิ หตทุ เี่ กดิ ขึน้ ว�่ เป็นเรอ่ื งเข้�ใจผดิ ระหว่�งกรรมกรกบั ทห�รญี่ปนุ่ เพยี งเลก็ นอ้ ย และบดั นเี้ จ�้ หน�้ ทฝี่ �่ ยไทยและญปี่ นุ่ ไดร้ ะงบั เหตกุ �รณเ์ ปน็ ทเ่ี รยี บรอ้ ยแลว้ ขอใหป้ ระช�ชนอย�่ ตกใจ ขอใหต้ งั้ อยใู่ นคว�มสงบทวั่ กนั ตอ่ จ�กนน้ั กโ็ ทรศพั ทร์ �ยง�นเหตกุ �รณท์ งั้ หมดไปยงั น�ยจอน ส�ลกิ �นนท์ ข�้ หลวงประจ�ำ จงั หวดั ร�ชบรุ ี เพอ่ื ทร�บ สว่ น ร.ต.อ.เลก็ ฯ กโ็ ทรศพั ทร์ �ยง�นผกู้ �ำ กบั ก�รต�ำ รวจร�ชบรุ ี ร.ต.เกษมฯ ก็ร�ยง�นตอ่ พ.อ.ไชย ประทีปปะเสน 71 ในยุคสงครามโลก คร้ังท่ี 2

น�้ำ ผง้ึ หยดเดียว ศนิโรจน์ ธรรมยศ (2561 : 123-124) กล่�วว่� กรณีทห�รญ่ีปุ่นตบหน้�ส�มเณรคนไทยที่ มอบบุหร่ีให้กับเชลยศึกสัมพันธมิตรที่ อ.บ้�นโป่ง จนบ�นปล�ยกล�ยเป็นเหตุก�รณ์นำ้�ผึ้งหยดเดียว สร�้ งคว�มตงึ เครยี ดม�กขนึ้ เรอ่ื ยๆ ท�ำ ใหท้ ห�รญป่ี นุ่ ตอ้ งพกอ�วธุ ตดิ ตวั ตลอดเวล�และมกี �รขดุ สน�ม เล�ะรอบบริเวณท่ีตั้งของตน เพ่ือเป็นก�รป้องกันก�รโจมตีจ�กฝ่�ยไทย ในที่สุดญ่ีปุ่นต้องส่งพลโท อ�เกโตะ น�ก�มรู ะ ม�เปน็ ผู้บัญช�ก�รในไทย เพ่อื ห�หนท�งประนีประนอมคว�มขัดแย้งทเี่ กดิ ข้นึ ด�ำ รหิ ์ เรือสธุ รรม (2544 : 106-107) ไดก้ ล่�วถึงเหตกุ �รณก์ รณีบ้�นโปง่ ไวว้ �่ หนงั สอื พมิ พม์ ห�ชนและเจนิ ฮว�่ เป�้ ฉบบั ใตด้ นิ ไดร้ �ยง�นเหตกุ �รณป์ ะทะครงั้ นไี้ วว้ �่ ในวนั ท่ี 18 ธนั ว�คม พ.ศ. 2485 ทห�รญป่ี นุ่ ทคี่ มุ สร�้ งท�งอยทู่ วี่ ดั ดอนตมู ไดใ้ ชฝ้ �่ มอื ตบหน�้ ภกิ ษไุ ทยรปู หนง่ึ อย�่ งป�่ เถอ่ื น คนง�นไทยก�ำ ลงั สร�้ งท�งอยู่ ณ บรเิ วณนน้ั ไดเ้ ข�้ ห�้ มปร�มตอ่ ว�่ ทห�รญปี่ นุ่ กถ็ กู ทห�ร ญี่ปุ่นใช้ด�บปล�ยปืนไล่ท่ิมแทง และไล่ยิงคนง�นจนได้รับบ�ดเจ็บล้มต�ยหล�ยคน เม่ือน�ยอำ�เภอ กับหัวหน้�สถ�นีตำ�รวจบ้�นโป่งและหัวหน้�ส�รวัตรทห�รไทยทร�บเหตุ ก็พ�กันไปห้�มปร�ม และ หยุดยงั้ ก�รใชอ้ �ำ น�จป�่ เถอ่ื นของทห�รญป่ี นุ่ เหล�่ นนั้ กก็ ลบั ถูกทห�รญ่ีปุ่นใชป้ ืนยิงกร�ดเข�้ ใส่ ตอ่ ม�กองทห�รญปี่ นุ่ ทปี่ ระจ�ำ อยใู่ นค�่ ยทจ่ี งั หวดั ก�ญจนบรุ ที ร�บข�่ วกเ็ คลอื่ นก�ำ ลงั 3 คนั รถ ไปลอ้ มสถ�นตี �ำ รวจ อ.บ�้ นโปง่ จงึ เกดิ ก�รยงิ ตอ่ สกู้ นั ขนึ้ ทห�รญปี่ นุ่ ใชป้ นื กลยงิ กร�ดอย�่ งดเุ ดอื ด เปน็ เหตใุ หต้ �ำ รวจและช�วบ�้ นบ�ดเจบ็ ลม้ ต�ยกว�่ รอ้ ยคน ฝ�่ ยญปี่ นุ่ ต�ยและบ�ดเจบ็ 4 คน เมอื่ น�ยอ�ำ เภอ กับหัวหน้�สถ�นีตำ�รวจ พร้อมกับน�ยทห�รญี่ปุ่น ยศน�ยพันไปช่วยกันระงับก�รปะทะ เหตุก�รณ์ จึงสงบลง ท�งก�รญี่ปุน่ ไดก้ ล�่ วร�้ ยป�้ ยสวี ่� กรณนี ี้เกดิ จ�กก�รยุแหย่ของช�วจีนที่เกลียดชังญี่ปุน่ ด้�น โรม บนุ น�ค (2551 : 133-143) ได้กล�่ วถงึ เหตุก�รณท์ ่ีบ�้ นโป่ง นไี้ ว้ค่อนข�้ งละเอยี ด ดงั น้ี เร่ืองเกดิ ขน้ึ เมอ่ื วันที่ 18 ธันว�คม พ.ศ. 2485 เวล�ประม�ณ 5 โมงเยน็ ท่วี ดั ดอนตูม ในตวั อ.บ�้ นโปง่ ซงึ่ เปน็ ทตี่ งั้ ค�่ ยทห�รญป่ี นุ่ ขณะที่ สามเณรเพม่ิ สริ พิ บิ ลู อ�ยุ 37 ปแี ลว้ เปน็ คนสตไิ มค่ อ่ ย สมประกอบ กำ�ลังเดินอยู่ในวัด ได้มีเชลยศึกผิวข�วคนหน่ึงเดินเข้�ไปขอบุหร่ี ส�มเณรเพ่ิมก็ส่งให้ ด้วยคว�มเมตต� ทห�รญ่ีปุ่นคนหนึ่งเห็นเข้�ก็ตรงรี่เข้�ม�ดึงบุหรี่ในมือเชลยศึกขยำ้�ทิ้ง และตบหน้� ส�มเณรจนลม้ คว่ำ� ก�รตบหน้�เป็นม�ตรก�รลงโทษขั้นพ้ืนฐ�นในกองทัพญี่ปุ่น น�ยทห�รจะตบหน้�ผู้ใต้บังคับ บัญช�อยู่เป็นประจำ� และถือว่�เป็นเร่ืองลงโทษธรรมด�ในคว�มผิดข้ันตำ่� แต่สำ�หรับคนไทยแล้ว ก�รตบหน�้ เปน็ เรอื่ งร�้ ยแรงทจี่ ะตอ้ งปกปอ้ งศกั ดศ์ิ รดี ว้ ยชวี ติ ชกหน�้ เสยี ยงั ดกี ว�่ ยง่ิ ตบหน�้ พระหรอื เณรท่ีอยใู่ นผ้�เหลืองดว้ ยแลว้ คว�มโกรธแคน้ ยิง่ เพิ่มทวีคูณ 72 ในยคุ สงครามโลก คร้งั ท่ี 2

คนไทยทเ่ี หน็ เหตกุ �รณไ์ ดเ้ ข�้ พยงุ ส�มเณรเพม่ิ ไปปฐมพย�บ�ล เมอ่ื กรรมกรไทยทไี่ ปสร�้ งท�ง รถไฟให้ญ่ีปุ่นกลับม�พักท่ีวัดในตอนค่ำ� พอรู้เรื่องน้ีเข้�ต่�งพ�กันโกรธม�ก ได้พ�ส�มเณรเพิ่มไปพบ ล่�มญ่ีป่นุ เพือ่ ประท้วง ล่�มญปี่ นุ่ รบั ว่�จะร�ยง�นผใู้ หญ่ฝ�่ ยญีป่ ุน่ ให้ทร�บ เพอ่ื พิจ�รณ�จัดก�รตอ่ ไป เม่อื ส�มเณรเพม่ิ และกรรมกรกลบั ม�ถึงวัดในเวล� 20.00 น. ทห�รญ่ีป่นุ คนหนึ่งซึง่ ไมพ่ อใจ คนไทยที่ไปประท้วง ก็ข้ึนไปบนศ�ล�วัดที่พักของกรรมกร เอะอะโวยว�ยแสดงอำ�น�จข่มขู่ ต่อม� กม็ ที ห�รญีป่ นุ่ อีก 2 คน ถอื ปนื ขน้ึ ไปบนศ�ล�วัด ท�ำ เอ�กรรมกรพ�กนั ตกใจกลวั พอทห�รญปี่ ุ่นทัง้ 3 กลับไป ร�ว 5 น�ที ก็มที ห�รญ่ปี ่นุ ร�ว 10 คน มีอ�วุธบกุ ขึ้นไปบนศ�ล�และยงิ ปืนขู่ เหล�่ กรรมกร พ�กนั เผ่นหนลี งจ�กศ�ล�วงิ่ หนีกนั หัวซุกหวั ซนุ ทห�รญ่ปี ุ่นยงั ยิงปืนไลต่ �มหลงั เคร�ะหด์ ที ่ไี ม่ถกู ใคร แม้คนไทยจะหนีไปซ่อนกันหมดแล้ว ทห�รญ่ีปุ่นก็ยังยิงข่มขู่อยู่อีก ทำ�ให้บ�งคนเหลืออด คว้�จอบ เสียม เครื่องมือทำ�ง�นเตรียมสู้ ก็พอดีน�ยทห�รญี่ปุ่นยศร้อยตรีกับน�ยอำ�เภอบ้�นโป่งม�ระงับเหตุ ไลท่ ห�รญีป่ นุ่ กลับไป ตอ่ ม�เกอื บเทย่ี งคนื ทห�รญปี่ นุ่ จ�กเมอื งก�ญจนม์ � 5 คนั รถ ยกกนั ม�ทบ่ี �้ นโปง่ 2 คนั ตรงไป ท่วี ดั ดอนตูม อีก 1 คนั ไปท�งริมแม่กลองอกี 2 คนั เปน็ รถบรรทุกม�จอดที่หน�้ สถ�นตี �ำ รวจบ้�นโปง่ กระจ�ยกำ�ลังยึดแนวถนนหน้�สถ�นี จ�กน้ันทห�รญ่ีปุ่นกลุ่มหน่ึงมีอ�วุธเดินตรงไปที่สถ�นี ทันใด ก็มีสียงปืนดงั ขึน้ ตอบโต้กนั เพียง 2-3 น�ทกี ็ยตุ ิ มีน�ยทห�รญป่ี นุ่ 1 คนและพลทห�ร 4 คน เสียชีวติ ส่วนที่วัดดอนตูมก็มีเสียงปืนเช่นกัน ทห�รญ่ีปุ่นได้จับคนไทยไป 31 คน และจับพระเณร ทง้ั วดั ไปสอบสวนตลอดคนื แตไ่ ดป้ ลอ่ ยพระไปในตอนเช�้ นอกจ�กส�มเณรเพม่ิ รปู เดยี ว สว่ นกรรมกร 31 คน ถูกขังตอ่ ไปจนถงึ วันท่ี 24 ธนั ว�คม หลงั จ�กสอบสวนแล้ว ก็ปล่อยตวั ไป 20 คน อีก 11 คน ถูกขังตอ่ ไป ส่วนส�มเณรเพ่มิ นั้น มอบใหฝ้ ่�ยไทยเปน็ ผู้ควบคมุ คว�มขุ่นเคืองของคนไทยได้ลุกโชนข้ึนอีกในตอนส�ยของ วันท่ี 19 ธนั ว�คม เม่อื ทห�รญ่ีปนุ่ ได้จบั พระครูปญั ญ�ธกิ �ร (เต�่ ) เจ้�อ�ว�สวดั ดอนตมู ไปนัง่ ต�กแดด โทษฐ�นไม่ควบคมุ ดแู ลวัด รปู ภาพ 26 พระครูปัญญ�ธิก�ร (เต�่ ) ท่มี � (Giselle Studios, 2013 : ออนไลน์). 73 ในยุคสงครามโลก ครง้ั ท่ี 2

โรม บุนน�ค (2551 : 138-140) กล่�วต่อว่� พระสมศกั ด์ิ ยโสธโร จันทรเ์ ปรม วัย 81 ปี พระลูกวดั ดอนตูม ได้เล่�เหตุก�รณ์ในคร้ังนั้นให้ฟังเมื่อปี พ.ศ. 2546 ว่� ตอนนั้น อ�ตม�เป็นพลทห�รสังกัดแผนก ทห�รช่�ง ท่ีร�ชบุรี เร่ืองท่ีทห�รญ่ีปุ่นตบหน้�เณรน้ัน ไม่คอ่ ยรู้เรอ่ื งเท�่ ไหร่ บ�งคนกพ็ ดู กันว่�เป็นเณรปลอม เข้�ม�รับของแจก แต่เร่ืองจบั เจ้�อ�ว�สไปนัง่ ต�กแดด น้ัน โกรธแค้นม�ก ตอนนั้น พันเอกหม่อมหลวงโอสถ ทนิ กร เปน็ หวั หน�้ แผนกทห�รช�่ ง (จรงิ ๆ แลว้ ในชว่ งนนั้ มพี นั โท หลวงประเสรฐิ ยงยทุ ธ (ประเสรฐิ ชโิ นทยั ) เปน็ หัวหน้าแผนกทหารช่าง ผู้เขียน) ได้นำ�ทห�รม�ซุ่มอยู่ ทหี่ มบู่ �้ นหลงั วดั ดอนตมู ใชค้ นั ท�งรถไฟเปน็ แนวก�ำ บงั รูปภาพ 27 พระสมศักดิ์ ยโสธโร จันทรเ์ ปรม ต้ังปืนกลหนักกันเลย กะถล่มค่�ยญี่ปุ่นท่ีวัดดอนตูม ทม่ี � (โรม บุนน�ค, 2551 : 132) อ�ตม�เป็นทห�รท่ีม�ด้วย จำ�ได้ว่�ม�นอนอยู่ 2 คืน อ�ห�รก�รกินของพวกทห�รสมบูรณ์ม�ก ช�วบ้�น เลยี้ งกันไม่อนั้ ญี่ปุ่นก็รู้ว่�ไทยไม่พอใจเรื่องนี้ม�ก ชุมนุมกันอยู่หล�ยแห่งแถวนครปฐมและโพธ�ร�ม เตรียมถล่มญป่ี นุ่ พันตรอี ริ ิเอะ น�ยทห�รญ่ปี ุ่น ได้ถ�ม พันโท ม.จ.พศิ ฐิ ดิศพงษ์ ดศิ กุล ผอู้ �ำ นวยก�ร คณะกรรมก�รผสมว่� “ไทยต้องการรบกับญ่ีปุ่นหรือ ถ้าประสงค์เช่นนั้น ญี่ปุ่นจะได้เตรียมรบ” ซ่ึง ม.จ.พสิ ิฐดสิ พงษฯ์ ได้ตอบต�มนโยบ�ย จอมพล ป. พบิ ลู สงคร�ม ไปว�่ “ไทยไม่มีความประสงค์เช่นนั้น ประเทศไทยเป็นประเทศเล็ก มีกำาลังเพียงเล็กน้อยเท่าน้ัน จะไปสู้รบกับญ่ีปุ่นอันเป็นเสมือนพี่ชายได้อย่างไร เพ่ือให้เป็นท่ีบริสุทธิ์ใจ อยากจะไปดูด้วยกันก็ไม่ ขัดข้อง” ญปี่ นุ่ ไดส้ ง่ ทห�ร 2 คน รว่ มไปดกู �รชมุ นมุ พลของทห�รไทยต�มข�่ วลอื ซงึ่ อ�จเปน็ เพร�ะเหตนุ ้ี ทำ�ให้ทห�รช่�งร�ชบุรีที่ม�ซุ่มอยู่ในหมู่บ้�นหลังวัดดอนตูมต้องถอนกำ�ลังออกไป พระสมศักดิ์ฯ เล�่ ตอ่ ว�่ “พอมขี �่ วว�่ คนไทยไมพ่ อใจเรอื่ งนม้ี าก กม็ นี ายทหารใหญข่ องญป่ี นุ่ คนหนงึ่ มาทค่ี า่ ยวดั ดอนตมู คนน้ีคงจะระดับนายพล อาตมายังจำาได้ดี รูปร่างเตี้ยลำ่าเป็นมะขามข้อเดียว พอมาถึงก็เรียกทหาร 74 ในยุคสงครามโลก คร้ังท่ี 2

ทงั้ คา่ ยมาเขา้ แถวแลว้ ถามหาคนทจี่ บั พระไปนงั่ ตากแดด พอไดต้ วั กต็ รงเขา้ ไปตบควาำ่ แลว้ เขา้ ไปกราบ ขอโทษเจา้ อาวาส ตอนนนั้ ท่านกาำ ลังจะออกไปเทศน์ท่ีหมบู่ า้ นแหง่ หนง่ึ เขาก็ขอตามไปด้วยทัง้ ๆ ท่ีพดู ภาษาไทยได้ไม่ก่คี าำ เขา้ ไปคุยกับชาวบ้าน เป็นท่หี ัวเราะกันสนุกสนาน เร่ืองก็เลยคลค่ี ลายไปดว้ ยด”ี แตท่ ว�่ คลค่ี ล�ยเฉพ�ะทว่ี ดั ดอนตมู เท�่ นน้ั คว�มโกรธเคอื งเคยี ดแคน้ ทห�รญป่ี นุ่ ไดก้ ระจ�ยไปทว่ั โดยเฉพ�ะทกี่ �ญจนบรุ แี ละบ�้ นโปง่ ซงึ่ เปน็ ฐ�นก�ำ ลงั ในก�รสร�้ งท�งรถไฟส�ยไทย-พม�่ กรรมกรไทย 500 คน ซง่ึ สว่ นใหญม่ �จ�กนครปฐมและร�ชบรุ ี ไดห้ นกี ลบั บ�้ นหมด นอ๊ ตยดึ หวั ร�งรถไฟถกู มอื ดแี อบ ถอดไปเกือบพนั ตวั ญป่ี นุ่ เข�้ ไปซอื้ อ�ห�รในตล�ดก็ถูกช�วบ�้ นตะโกนด�่ ต่�งๆ น�น� บ�งทีได้จังหวะ ตำ�รวจไทยก็เอ�ปืนจท้ี ห�รญปี่ ุ่นขอค้นตวั ให้ห�ยซ่�เล่น “ทหารญปี่ นุ่ ทไี่ ปเดนิ ตรวจการณค์ นเดยี วในทเี่ ปลย่ี วๆ ถกู แอบตหี วั เอาปนื ไปกม็ ”ี พระสมศกั ดฯ์ิ เล�่ ญ่ีปุน่ ไมย่ อม..ใหป้ ระห�รชวี ิตคนไทยในเหตุก�รณ์ท้ังหมด ญปี่ นุ่ ยงั ไมย่ อมจบเหตกุ �รณท์ บ่ี �้ นโปง่ เพร�ะทห�รญป่ี นุ่ ทเี่ สยี ชวี ติ เปน็ น�ยทห�รยศรอ้ ยเอก ต�ำ แหนง่ น�ยแพทย์ กองทพั ญป่ี นุ่ ตอ้ งก�รใหผ้ รู้ ว่ มกอ่ เหตทุ บี่ �้ นโปง่ ถกู ประห�รชวี ติ ทง้ั หมดเพอ่ื ศกั ดศ์ิ รี ของกองทพั ญป่ี นุ่ แตฝ่ �่ ยไทยกย็ อมไมไ่ ดท้ จ่ี ะใหญ้ ปี่ นุ่ ม�บงก�รจบั ผกู้ อ่ เหตทุ งั้ หมดไปประห�ร เพร�ะไทย มอี ธปิ ไตยและญ่ปี นุ่ กล็ งน�มรบั รองท่ีจะเค�รพอธปิ ไตยของไทยอยู่แลว้ จ�กก�รสอบสวนรว่ มกนั ญ่ปี ุ่นยืนยนั ว�่ ไทยเป็นฝ�่ ยลงมือกอ่ น ฝ�่ ยไทยจึงได้สง่ พลโทจรูญ เสรีเรงิ ฤทธิ์ เป็นหัวหน้�คณะ ไปขอขม�ตอ่ ผูบ้ ญั ช�ก�รรถไฟของญปี่ ุน่ อย�่ งเปน็ ท�งก�รเมือ่ วนั ที่ 22 ธันว�คม พ.ศ. 2485 ส่วนในด�้ นคดีนัน้ ญปี่ ุ่นยังเรยี กร้องใหป้ ระห�รชีวติ ผู้กอ่ เรอื่ งทง้ั หมด ในวันที่ 28 ธันว�คม พ.ศ. 2485 จอมพล ป.พิบูลสงคร�ม น�ยกรัฐมนตรี ได้แต่งต้ัง คณะกรรมก�รข้ึนสอบสวนกรณีเหตุก�รณ์บ้�นโป่งขึ้นโดยเฉพ�ะประกอบด้วย น�ยตำ�รวจและ น�ยทห�รชั้นผู้ใหญ่ 5 คน ซึ่งร�ยง�นของคณะกรรมก�รชุดนี้ แตกต่�งตรงกันข้�มกับผลสอบสวน ของญ่ีปุ่น จอมพล ป.ฯ บันทึกคว�มเห็นลงไปด้วยว่� “การที่ทะเลาะกันนั้น ตามเสียงมาจากญ่ีปุ่น ฝ่ายเดยี วอยา่ งทา่ นวา่ มกี ารตบหนา้ ชักดาบขู่ เมา และเข้าไปพาลเกเรต่างๆ ถา้ เขาทาำ ใหห้ ายไปได้ คงไมม่ ีเรอ่ื งอะไร” เหตุก�รณ์ท่ีบ้�นโป่ง ทำ�ให้กระทบกระเทือนต่อคว�มสัมพันธ์ไทย-ญ่ีปุ่นม�ก อ�จจะเป็น อุปสรรคตอ่ ก�รสร�้ งท�งรถไฟส�ยไทย-พม�่ กำ�หนดแล้วเสรจ็ ก็ใกลเ้ ข�้ ม� น�ยพลฮเิ ดกิ โตโจ น�ยก รัฐมนตรีญ่ปี ่นุ เปน็ ห่วงเร่ืองน้ีม�ก จงึ ไดเ้ ปลย่ี นตวั ส่ง พลโทอ�เคโตะ น�ก�มรู ะ เข้�ม� รับต�ำ แหนง่ 75 ในยคุ สงครามโลก ครั้งท่ี 2

ผู้บญั ช�ก�รกองทพั ญ่ปี ่นุ ประจ�ำ ประเทศไทย เม่ือวันท่ี 21 มกร�คม พ.ศ. 2486 ซงึ่ กอ่ นม� น�ยพลน� ก�มรู ะ ไดร้ บั ค�ำ เตอื นจ�ก น�ยดเิ รก ชยั น�ม เอกอคั รร�ชทตู ไทยประจ�ำ กรงุ โตเกยี วว�่ ก�รตบหน�้ เปน็ จดุ บอดของคว�มสมั พนั ธไ์ ทย-ญปี่ นุ่ คนเอเชยี อ�คเนย์ โดยเฉพ�ะคนไทย ถอื ว�่ ก�รตบหน�้ เปน็ ก�รหลู่ เกยี รติอย่�งรนุ แรง จะยอมสถู้ ึงต�ย ในเดือนมีน�คม พ.ศ. 2486 ได้มีก�รยกฐ�นะ “กองอำ�นวยก�รคณะกรรมก�รผสม” เป็น “กรมประส�นง�นพนั ธมิตรไทย-ญี่ปนุ่ โดยมี พนั เอกไชย ประทีปะเสน เป็นเจ้�กรม ซงึ่ ได้ร�ยง�นถงึ ก�รดำ�เนินคดีเหตกุ �รณบ์ �้ นโปง่ ต่อ จอมพล ป.พบิ ูลสงคร�ม มขี อ้ คว�มตอนท้�ยว่� “อน่ึง มีทางที่จะช่วยเหลืออยู่ก็คือ ไม่ให้คนพวกน้ีต้องถูกประหารชีวิต เพราะกฎหมายเรา ไม่อาำ นวย และแมจ้ ะถกู ตดั สินจำาขังตลอดชวี ติ กต็ าม สภาพการจำาขงั หรอื ระยะเวลาย่อมอยู่ที่เรา และ โยงถึงชะตากรรมของประเทศเก่ยี วข้องกับญ่ปี ุ่น..” จอมพล ป. ได้บนั ทกึ ต่อท้�ยไวใ้ นร�ยง�น ช้แี จงแกต้ วั ให้ด้วยว�่ “ทราบแลว้ ใหเ้ อามาขน้ึ ศาล ทหารทก่ี รงุ เทพฯ ขอไมใ่ ห้ประหารเพราะเข้าใจผดิ เวลาค่าำ คนื ” ขึน้ ศ�ลทห�ร ในทสี่ ดุ ญป่ี นุ่ กย็ อมใหผ้ ตู้ อ้ งห�ทงั้ หมดขน้ึ ศ�ลไทย เพอ่ื เค�รพอธปิ ไตยของไทย แตไ่ ดเ้ รยี กรอ้ ง เงิน 80,000 บ�ท (บ�งหลกั ฐ�นระบวุ �่ 71,000 บ�ท) เป็นค�่ ชดใชแ้ กค่ รอบครวั ทห�รญ่ปี นุ่ ที่เสียชวี ติ จำ�เลยท้ัง 3 คน ถูกน�ำ ขึ้นศ�ลทห�ร ในวันที่ 10 มถิ ุน�ยน พ.ศ.2486 จำ�เลยท่ี 1 ได้แก่ สามเณรเพม่ิ สิริพิบูล ถูกฟ้องในข้อห�คว�มผิดฐ�นมีก�รติดต่อกับเชลยศึกและยุยงกรรมกรให้ต่อสู้กับทห�รญี่ปุ่น จ�ำ เลยที่ 2 นายเปะ นมุ่ ชนิ วงส์ กรรมกร ถกู ฟอ้ งในขอ้ ห� เปน็ กรรมกรทเ่ี สพสรุ �จนมนึ เม�และชกั ชวน กรรมกรคนอื่นๆ ใหจ้ บั อ�วธุ เข�้ กลุม้ รุมท�ำ ร้�ยทห�รญี่ปุน่ จนถงึ แก่คว�มต�ยและบ�ดเจ็บส�หัส และ จำ�เลยที่ 3 ได้แก่ พลทหารจา ถูกฟ้องในขอ้ ห� มคี ว�มผิดฐ�นใช้ปืนส้ันยงิ ทห�รญีป่ ุ่นท่ีม�ติดต่อกับ เจ�้ หน�้ ทตี่ �ำ รวจบนโรงพกั บ�้ นโปง่ เปน็ เหตใุ หต้ �ำ รวจไทยกบั ทห�รญป่ี นุ่ เกดิ คว�มเข�้ ใจผดิ จนยงิ ตอ่ สกู้ นั ทำ�ให้น�ยทห�รและพลทห�รญีป่ ่นุ ถึงแกค่ ว�มต�ยรวม 5 คน บ�ดเจ็บส�หัส 3 คน ฝ่�ยไทยบ�ดเจบ็ 1 คน ก�รกระท�ำ ของจ�ำ เลยทงั้ 3 ท�ำ ใหค้ ว�มสมั พนั ธอ์ นั ดรี ะหว�่ งไทย-ญป่ี นุ่ ไดเ้ สอื่ มทร�มลงชว่ั ระยะ เวล�หน่งึ ศ�ลทห�รกรงุ เทพฯ ไดพ้ ิจ�รณ�อย�่ งเร่งดว่ น และมคี ำ�พพิ �กษ�เมื่อวนั ท่ี 22 ตลุ �คม พ.ศ. 2486 ปร�กฏว�่ ส�มเณรเพมิ่ ทถี่ กู ทห�รญป่ี นุ่ ตบหน�้ จนลม้ คว�่ำ รบั ไปเตม็ ๆ คอื ประห�รชวี ติ แตจ่ �ำ เลย ให้ก�รรับส�รภ�พไม่ต่อสคู้ ดี ทั้งยังปร�กฏว่�เป็นคนมีโรคจติ และไมร่ หู้ นงั สือ จึงลดโทษใหเ้ หลอื จำ�คกุ 76 ในยคุ สงครามโลก คร้ังที่ 2

ตลอดชีวติ กรรมกรผู้เป็นจำ�เลยท่ี 2 น้นั ไรก้ �รศกึ ษ�และเสพสรุ �เป็นประจำ� จนเป็นเหตุให้ก่อคดขี น้ึ ถูกตดั สนิ ให้จำ�คุกตลอดชวี ติ เช่นกัน สว่ นจำ�เลยท่ี 3 พลทห�รผยู้ งิ ลงม�จ�กสถ�นตี ำ�รวจขณะทท่ี ห�ร ญีป่ ่นุ มอี �วุธตรงเข้�ไปเปน็ ก�รป้องกนั ตวั เกินกว่�เหตุ ทำ�ใหผ้ ู้อ่ืนถงึ แก่คว�มต�ย ใหจ้ �ำ คุกไว้ 10 ปี ญป่ี นุ่ มคี ว�มพอใจในค�ำ พพิ �กษ� จงึ ไดม้ อบเงนิ 80,000 บ�ท (บ�งหลกั ฐ�นระบวุ �่ 71,000 บ�ท) ค่�ชดใช้คืนให้แก่ฝ่�ยไทย เพ่ือนำ�ไปช่วยเหลือครอบครัวคนไทยท่ีเสียชีวิต ตอนเหตุก�รณ์ท่ีญ่ีปุ่น ยกพลขนึ้ บกเม่ือวนั ที่ 8 ธันว�คม พ.ศ. 2484 คำ�พพิ �กษ�คดบี ้�นโป่ง พนั ตรี อนญั ญ์ อนุ หเลขกะ ไดส้ รปุ ยอ่ ค�ำ พพิ �กษ�คดบี �้ นโปง่ ร�ยง�นตอ่ เจ�้ กรมประส�นง�น พนั ธมติ ร ไว้ดงั นี้ (อ�้ งถงึ ใน ช�ญวทิ ย์ เกษตรศิร,ิ 2553 : 502-503) 1. อยั ก�รศ�ลทห�รกรุงเทพฯ เปน็ โจทย์ น�ยเพมิ่ สิริพิบลู จำ�เลยท่ี 1 น�ยเปะ น่มุ ชนิ วงส์ จ�ำ เลยที่ 2 พลทห�รจ�กหรอื สดุ จ� โสมทัด จำ�เลยท่ี 3 2. โจทย์ฟ้องว่� จำ�เลยท่ี 1 ได้ติดต่อกับเชลยศึกโดยนำ�บุหรี่ไปให้ทห�รญี่ปุ่นผู้ควบคุมได้ ห�้ มปร�มและตบหน�้ จ�ำ เลย จ�ำ เลยโกรธ แลว้ คดิ ว�งแผนก�รตอบแทน โดยน�ำ เรอ่ื งทถ่ี กู ตบหน�้ ไปเล�่ ให้จ�ำ เลยท่ี 2 และกรรมกรให้แกแ้ คน้ แทนจำ�เลยท่ี 1 ทง้ั นจ้ี ำ�เลยที่ 1 เจตน�จะให้เกิดเหตทุ �ำ ร�้ ยกัน ระหว�่ งกรรมกรกับทห�รญ่ีปนุ่ ซงึ่ ในทส่ี ดุ ดว้ ยอบุ �ยยยุ งสง่ เสรมิ ของจำ�เลยท่ี 1 นีเ้ อง จ�ำ เลยที่ 2 กบั กรรมกรเข้�ตอ่ ส้กู ับทห�รญ่ปี ุ่น เป็นเหตุใหท้ ห�รญีป่ นุ่ ถึงแก่คว�มต�ย 2 คน บ�ดเจบ็ ส�หสั 2 คน 3. โจทย์ฟ้องว่� ในวันเกิดเหตุ จำ�เลยท่ี 2 เสพสุร�มึนเม� เมื่อได้ฟังคำ�ยุยงของจำ�เลยท่ี 1 กโ็ กรธแคน้ และชกั ชวนกรรมกรอนื่ ตระเตรยี มอ�วธุ ไว้ พอทห�รญปี่ นุ่ เดนิ ผ�่ นม� จ�ำ เลยที่ 2 กเ็ ข�้ กลมุ้ รุมทำ�ร้�ย เป็นเหตใุ หท้ ห�รญ่ปี ุ่นถึงแก่คว�มต�ยและบ�ดเจ็บดงั กล่�วแล้วในขอ้ 2 4. โจทย์ฟ้องว่� ในเวล�ต่อเนื่องกันกับที่จำ�เลยที่ 2 กับพวกทำ�ร้�ยทห�รญ่ีปุ่นดังกล่�วแล้ว ในข้อ 3 จำ�เลยที่ 3 มีเจตน�ร้�ย ใช้ปืนส้ันเป็นศ�สตร�วุธยิงทห�รญี่ปุ่น ซึ่งม�ติดต่อกับเจ้�หน้�ที่ ต�ำ รวจทีส่ ถ�นตี ำ�รวจบ�้ นโปง่ ถึงแก่คว�มต�ย ดว้ ยก�รกระท�ำ ของจำ�เลยท่ี 3 น้ีเอง เป็นเหตใุ หต้ �ำ รวจ และส�รวตั รทห�รไทยกับทห�รญปี่ นุ่ เข�้ ใจผิด จนถงึ ไดย้ งิ ตอ่ ส้กู ัน เป็นผลให้น�ยทห�ร น�ยสิบ และ พลทห�รญ่ปี ุ่น ถงึ แก่คว�มต�ยรวม 5 คน บ�ดเจบ็ ส�หัส 3 คน ฝ่�ยไทย พลทห�รจ�ด ปลุกปลมื้ ส�รวตั รทห�รไทยบ�ดเจบ็ ส�หัส 77 ในยคุ สงครามโลก ครัง้ ที่ 2

ก�รกระท�ำ ของจ�ำ เลยทง้ั 3 เปน็ ผลใหค้ ว�มสมั พนั ธไมตรอี นั สนทิ สนมระหว�่ งประเทศไทยกบั ประเทศญป่ี นุ่ คล�ยลงชว่ั ระยะเวล�หนง่ึ และรฐั บ�ลไทยไดร้ บั ขอ้ เรยี กรอ้ งจ�กฝ�่ ยญป่ี นุ่ หล�ยประก�ร จึงพรอ้ มกนั พพิ �กษ�ว่� จ�ำ เลยที่ 1 มคี ว�มผดิ ฐ�นเปน็ ตวั ก�รใชใ้ หผ้ อู้ นื่ ฆ�่ คนโดยเจตน� ต�มกฎหม�ยลกั ษณะอ�ญ� ม�ตร� 249 และ 64 ใหว้ �งโทษประห�รชวี ติ แตจ่ �ำ เลยใหก้ �รรบั ส�รภ�พไมต่ อ่ สคู้ ดอี ย�่ งใด ทง้ั ปร�กฏ ว่�เคยเป็นคนท่ีมีโรคจิตและไม่รู้หนังสือ จึงให้ลดโทษต�มกฎหม�ยลักษณะอ�ญ�ม�ตร� 59 ลงเสีย 1 ใน 3 คงใหจ้ �ำ คุกตลอดชวี ติ จำ�เลยท่ี 2 มคี ว�มผดิ ฐ�นเปน็ ตวั ก�รฆ�่ คนต�ยโดยเจตน�ต�มกฎหม�ยลกั ษณะอ�ญ�ม�ตร� 249 และ 63 โทษน้ี ต�มกฎหม�ยมีอยู่ 3 สถ�น คือ ประห�รชวี ติ จำ�คกุ ตลอดชีวิต และจำ�คกุ 15 ปี ถงึ 20 ปี แตโ่ ดยทีจ่ �ำ เลยเป็นกรรมกรที่ไรก้ �รศึกษ� ยึดมั่นในพุทธศ�สน� ปกตเิ ปน็ คนชอบเสพสรุ � ทุกเวล�เย็น เม่ือเห็นกรรมกรอื่นๆ กลุ้มรมุ ทำ�ร้�ยทห�รญีป่ ุน่ ก็เลยเข�้ ผสมท�ำ ร้�ยดว้ ย จึงควรว�งโทษ สถ�นกล�ง คอื จำ�คุกตลอดชวี ิต จำ�เลยท่ี 3 มีคว�มผิดฐ�นกระทำ�ก�รฆ่�คนต�ยเพ่ือป้องกันตัวเกินกว่�เหตุ ต�มกฎหม�ย ลักษณะอ�ญ�ม�ตร� 249, 50 และ 53 ใหจ้ ำ�คกุ ไว้มีก�ำ หนด 10 ปี นบั โทษแต่วันควบคมุ ตัวเป็นตน้ ไป รฐั บ�ลสัง่ ย้�ยข�้ หลวงประจำ�จงั หวัดร�ชบรุ ีและเจ้�หน�้ ที่ ทเ่ี กีย่ วขอ้ ง เหตกุ �รณ์กรณีบ้�นโป่ง ได้ทำ�ใหค้ ว�มสัมพนั ธร์ ะหว�่ งฝ่�ยไทยกบั กองทัพญป่ี นุ่ อยู่ในสภ�พที่ ตงึ เครยี ดม�ก ผแู้ ทนกองทพั บกญป่ี นุ่ ประจ�ำ ประเทศไทย ไดส้ ง่ หนงั สอื ประทว้ ง จอมพล ป.พบิ ลู สงคร�ม ด้วยคว�มเห็นอันรุนแรง เรียกร้องให้รัฐบ�ลดำ�เนินคดีต่อคนไทยและเจ้�หน้�ที่ฝ่�ยไทยที่ทำ�ให้ทห�ร ญ่ปี ุ่นบ�ดเจบ็ ล้มต�ยอย�่ งเฉียบข�ด พร้อมทง้ั ข่สู ำ�ทบั ด้วยว่� ญ่ปี ุน่ จะรอดผู ลก�รปฏิบตั ขิ องฝ�่ ยไทย แล้วจึงกำ�หนดท่�ทีของฝ่�ยกองทัพญี่ปุ่นต่อประเทศไทยในภ�ยหลัง ในอน�คต ถ้�ห�กมีคดีเช่นนี้ เกดิ ขนึ้ อกี ฝ�่ ยญป่ี นุ่ จะถอื ว�่ เปน็ ก�รขดั ขว�งตอ่ ก�รด�ำ เนนิ ก�รยทุ ธข์ องกองทพั ญปี่ นุ่ และจะด�ำ เนนิ ก�ร โดยพลก�รในสถ�นทน่ี ัน้ ๆ โดยประเทศไทยตอ้ งรบั ผดิ ชอบในเหตุก�รณท์ เ่ี กิดขึ้น ภ�ยใต้ก�รคุกค�มของญี่ปุ่น จอมพล ป. พิบูลสงคร�ม น�ยกรัฐมนตรี จึงได้มีคำ�ส่ังแต่งต้ัง กรรมก�รพจิ �รณ�ห�ท�งปอ้ งกนั เหตแุ ทรกแซงระหว�่ งไทย-ญปี่ นุ่ ขนึ้ เมอื่ วนั ที่ 26 ธนั ว�คม พ.ศ. 2485 และได้ก�ำ หนดม�ตรก�รทฝ่ี ่�ยไทยนำ�ม�ใช้เพอื่ ปอ้ งกันเหตแุ ทรกแซงท�งก�รเมือง คอื 78 ในยคุ สงครามโลก คร้งั ที่ 2

1. สั่งหน่วยทห�รส�รวัตรไทยที่ตั้งค่�ยอยู่บริเวณใกล้เคียง อ.บ้�นโป่ง ถอนกำ�ลังกลับเพื่อ ป้องกนั เหตลุ ุกล�ม 2. ให้จัดก�รย้�ยข้�หลวงประจำ�จังหวัดร�ชบุรี น�ยอำ�เภอบ้�นโป่ง ผู้กำ�กับก�รตำ�รวจภูธร บ้�นโป่ง น�ยตำ�รวจ ตลอดจนน�ยสิบและพลตำ�รวจจ�กสถ�นีบ้�นโป่งประม�ณครึ่งหนึ่งไปร�ชก�ร ที่อ่ืน และให้โยกย้�ยสับเปล่ียนข้�หลวงประจำ�จังหวัดก�ญจนบุรีและน�ยอำ�เภอต่�งๆ ในจังหวัด ก�ญจนบรุ ีด้วย นอกจ�กน้ี ยังสั่งโยกย้�ย ร.ต.ต.ศรีสุข อุ่นคำา น�ยตำ�รวจผู้รับผิดชอบบังคับบัญช�ที่สถ�นี บ้�นโปง่ ใหไ้ ปอยทู่ ่ี อ.ก�ฬสนิ ธ์ จ.มห�ส�รค�ม ข้�หลวงประจำ�จังหวัดร�ชบุรีในขณะท่ีเกิดเหตุ คือ พระนิกรบดี (จอน ส�ริก�นนท์) ดำ�รง ต�ำ แหนง่ ต้งั แต่ 18 มิถุน�ยน พ.ศ. 2482 ถกู ย�้ ยโดยม�ตรก�รของรฐั บ�ลทป่ี ระก�ศดงั กล่�วในวนั ที่ 20 มกร�คม พ.ศ. 2486 ผู้ทีม่ �ด�ำ รงต�ำ แหนง่ ใหมแ่ ทน คอื ขนุ ธรรมรัตนธรุ ทร (ธรรมรัตน์ โรจนสนุ ทร) และน�ยแมน้ อรจันทร์ น�ยอำ�เภอบ�้ นโป่งในขณะนนั้ กถ็ กู ย้�ยเชน่ กัน ไปเปน็ ปลดั จังหวัดนครปฐม มีน�ยพรหม สูตรสคุ นธ์ ม�ด�ำ รงต�ำ แหน่งน�ยอำ�เภอบ้�นโป่งแทน ประก�ศเขตห�้ มท�งทห�ร ในกรณีเหตุก�รณ์ปะทะท่ีบ้�นโป่งนี้ กองทัพญ่ีปุ่นเชื่อว่�ส่วนหน่ึงเป็นก�รยุยงปลุกป่ันจ�ก ช�วจีน (ซ่ึงถือเป็นศัตรูกันในขณะน้ัน) ท่ีม�ทำ�ม�ห�กินในประเทศไทย ต่อม�ในวันท่ี 31 ธันว�คม พ.ศ. 2485 กองทัพญี่ปุ่นจึงขอให้รัฐบ�ลไทยมีก�รประก�ศให้ อ.บ้�นโป่ง อ.ลูกแก อ.ท�่ เรือน้อย อ.ท่�ม่วง และทุกอำ�เภอใน จ.ก�ญจนบุรีเป็น “เขตห้ามทางทหาร” ให้ช�วต่�งด้�ว (ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นชาวจนี ) ย้�ยออกจ�กเขตห้�มท�งทห�รภ�ยใน 10 วนั ผู้ใดฝ่�ฝืนจะมีโทษจ�ำ คุก หรืออ�จมโี ทษ ถงึ ต�ยในข้อห�กอ่ คว�มไม่สงบ ก�รประก�ศเขตห�้ มท�งทห�รเชน่ น้ี อกี 2 เดอื นตอ่ ม�ยงั ไดข้ ย�ยไปใชใ้ นอกี 7 จงั หวดั ภ�คเหนอื ตอนบนอีกด้วย ซึ่งทำ�ให้ช�วจีนซึ่งถือว่�เป็นช�วต่�งด้�วในเขตเหล่�น้ีนับจำ�นวนหล�ยแสนคนต้อง อพยพล้ีภัย และได้รับคว�มเดือดร้อนอย่�งแสนส�หัส เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นคว�มคิดช�ตินิยมของ รัฐบ�ล จอมพล ป.พิบลู สงคร�ม ที่ร่วมกบั ญีป่ นุ่ ตอ่ ต�้ นช�วจนี เป็นอย�่ งดี ก�รประก�ศเขตห�้ มท�งทห�ร น้ี ไม่ปร�กฏหลักฐ�นว่� รฐั บ�ลไดป้ ระก�ศบรเิ วณรอบค�่ ย ทห�รญีป่ ุ่นที่ตั้งอยบู่ รเิ วณ อ.เมืองร�ชบุรี เปน็ เขตห�้ มท�งทห�รหรอื ไม่ แต่ปจั จุบนั ในตัวเมอื งร�ชบรุ ี ยงั คงมรี อ่ งรอยหลกั ฐ�น “ป�้ ยเขตทห�ร” หลอ่ ดว้ ยปนู ปร�กฏอยใู่ หเ้ หน็ โดยบนป�้ ยมตี ร�สญั ลกั ษณ์ 79 ในยุคสงครามโลก ครง้ั ที่ 2

ของกองบญั ช�ก�รทห�รสงู สดุ อยดู่ ว้ ย จ�ำ นวน 3 จดุ ไดแ้ ก่ 1) ตรงหวั มมุ ตล�ดหอน�ฬกิ � (สนามหญา้ ) 2) รมิ ร้ัววดั สตั น�รถปรวิ ตั ร ด�้ นตรงข�้ มโรงเรียนเบญจมร�ชทู ศิ ร�ชบรุ ี และ 3) บรเิ วณริมท�งรถไฟ สะพ�นดำ� (ลงจากสะพานธนะรัชต์เลี้ยวซ้ายไปทางถนนมนตรีสุริยวงศ์) ตำ�แหน่งน้ีเหลือแต่เส� ป้�ยห�ยไปแลว้ แตจ่ �กก�รสบื คน้ พบว�่ “ป�้ ยเขตทห�ร” ดงั กล�่ วน�่ จะสร�้ งขน้ึ เมอ่ื ปี พ.ศ. 2483 หนงึ่ ปกี อ่ น ท่ีกองทพั ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกท่ปี ระเทศไทย ไมเ่ ก่ียวกบั ก�รประก�ศเขตห้�มท�งทห�ร ต�มทก่ี ล�่ วม� ข้�งต้นแต่อย่�งใด โดยสร้�งข้ึนเพื่อระบุขอบเขตต�มประก�ศใน “พระร�ชกฤษฎีก�กำ�หนดบริเวณ เขตต์ปลอดภัยในร�ชก�รทห�รแห่งมณฑลทห�รบกท่ี 5 ในท้องที่อำ�เภอเมืองร�ชบุรี จังหวัดร�ชบุรี พุทธศกั ร�ช 2483” ซึ่งตร�ไว้ ณ วนั ที่ 19 เมษ�ยน พ.ศ. 2483 ในสมัยนั้น มณฑลทห�รบกที่ 5 แต่เดิมตั้งอยู่ที่ จ.นครศรีธรรมร�ช ต่อม�ได้ถูกเปล่ียนชื่อ เป็นมณฑลทห�รบกที่ 6 และไดต้ งั้ มณฑลทห�รบกที่ 5 ขน้ึ ใหม่ที่ จ.ร�ชบุรี ต�มคำ�สั่งทห�รที่ 272/ 22351 ลงวนั ที่ 6 มถิ ุน�ยน 2484 มีพ้นื ท่ีรบั ผิดชอบ คอื จังหวดั ก�ญจนบุรี ร�ชบรุ ี ประจวบครี ขี นั ธ์ ชมุ พร และระนอง ด้วยเหตุดังกล่�วจึงมี พระร�ชกฤษฎีก�กำ�หนดเขตปลอดภัยท�งทห�รฯ ให้แก่มณฑล ทห�รบกที่ 5 ดังกล่�ว โดยครอบคลุมพ้ืนท่ีฝั่งขว�ของแม่น้ำ�แม่กลองบริเวณตัวเมืองร�ชบุรีบ�งส่วน เรื่อยไปจนถึงวัดสัตตน�รถปริวัตร ข้�มฝ่ังแม่น้ำ�ไปยังวัดท้�ยเมือง จรดคลองขุดลัดเมืองร�ชบุรี เรอื่ ยม�ถงึ วัดพญ�ไม้ ต�มแสดงไว้ในรปู ภ�พท่ี 36 รปู ภาพ 28 ป�้ ยเขตทห�ร 80 ในยุคสงครามโลก ครัง้ ที่ 2


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook