Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore โครงการศึกษาวิจัยพลวัตของ Supply Chain

โครงการศึกษาวิจัยพลวัตของ Supply Chain

Published by J มากสาระ, 2022-01-31 07:39:11

Description: ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและนัยต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

Search

Read the Text Version

โครงการศึกษาวิจยั พลวตั ของ Supply Chain ในอนภุ มู ภิ าคลมุ่ นำ้ โขงและนยั ตอ่ การพฒั นาโครงสรา้ งพน้ื ฐาน สารบญั รายงานสรปุ สำหรบั ผู้บรหิ าร รายงานสรุปสำหรบั ผู้บรหิ าร โครงการศกึ ษาวิจยั พลวตั ของ Supply Chain ในอนุภมู ภิ าคลมุ่ น้ำโขง และนัยตอ่ การพฒั นาโครงสรา้ งพื้นฐาน สารบัญ หน้า สารบญั I สารบัญตาราง VI สารบัญรูป VIII บทท่ี 1 บทนำ 1-1 1.1 ความเป็นมา 1-2 1.2 วตั ถุประสงค์ของการศึกษา 1-2 1.3 แนวเสน้ ทางทีศ่ ึกษา 1-4 1.4 ขอบเขตการศกึ ษา 1-6 1.5 กระบวนการศกึ ษา บทท่ี 2 การศึกษายุทธศาสตร์ แผนงาน โครงการ และขอ้ มลู ตา่ งๆ ท่เี ก่ยี วข้อง 2-1 2.1 ด้านกรอบการพัฒนาระเบยี งเศรษฐกจิ อนภุ มู ิภาคลมุ่ แม่น้ำโขง (GMS Economic Corridors) 2-5 2.2 ดา้ นนโยบายและแผนยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาท่ีเกีย่ วข้อง 2-10 2.3 ด้านการอำนวยความสะดวกทางดา้ นการคมนาคมขนส่งและการค้า 2-10 2.4 ดา้ นนโยบายการกีดกันการค้าท่มี ิใชภ่ าษี (Non-Tariff Barrier) 2-14 2.5 ดา้ นเศรษฐกิจและสงั คม 2-14 2.6 สรุปการศกึ ษายุทธศาสตร์ แผนงาน โครงการ และขอ้ มูลตา่ งๆ ท่เี ก่ยี วข้อง บริษัท ทรานสค์ อนซลั ท์ จำกัด I FN_FN_Exsum_Contents-2115

โครงการศกึ ษาวจิ ยั พลวตั ของ Supply Chain ในอนุภมู ิภาคลุ่มนำ้ โขงและนยั ตอ่ การพฒั นาโครงสร้างพนื้ ฐาน สารบัญ รายงานสรปุ สำหรบั ผบู้ ริหาร สารบญั (ต่อ) หน้า บทที่ 3 การศึกษาสภาพปจั จบุ นั และความพรอ้ มของการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ อนุภมู ภิ าคลุ่มแมน่ ำ้ โขง 3.1 การศึกษาสภาพปัจจบุ ันและความพร้อมแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนอื - ใต้ 3-1 (North - South Economic Corridor) 3.1.1 การพัฒนาโครงสรา้ งพน้ื ฐานท่ีสำคัญด้านการคมนาคมขนสง่ 3-1 3.1.2 การลงทนุ ขนาดใหญข่ องภาครัฐและภาคเอกชนท่ีเข้ามาประกอบกิจการ 3-4 ตามแนวระเบยี งเศรษฐกิจฯ 3.2 การศกึ ษาสภาพปจั จุบันและความพรอ้ มแนวระเบยี งเศรษฐกิจตะวนั ออก - ตะวันตก 3-4 (East - West Economic Corridor) 3.2.1 การพัฒนาโครงสรา้ งพ้ืนฐานท่ีสำคัญด้านการคมนาคมขนส่ง 3-4 3.2.2 การลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐและภาคเอกชนทเ่ี ขา้ มาประกอบกจิ การ 3-9 ตามแนวระเบยี งเศรษฐกิจฯ 3.3 การศึกษาสภาพปัจจบุ ันและความพรอ้ มแนวระเบยี งเศรษฐกิจตอนใต้ 3-12 (Southern Economic Corridor) 3.3.1 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคญั ด้านการคมนาคมขนส่ง 3-12 3.3.2 การลงทนุ ขนาดใหญ่ของภาครฐั และภาคเอกชนทเ่ี ข้ามาประกอบกิจการ 3-15 ตามแนวระเบียงเศรษฐกจิ ฯ 3.4 การพฒั นาสาธารณปู โภคทสี่ ำคญั ต่อการผลติ 3-20 3.4.1 การพัฒนาดา้ นพลงั งานไฟฟา้ 3-21 3.4.2 การพฒั นาดา้ นทรัพยากรน้ำ 3-23 3.5 สรปุ ความพร้อมและปญั หาอุปสรรคของการพฒั นาระเบยี งเศรษฐกิจ 3-25 อนุภมู ภิ าคลุ่มแม่นำ้ โขง (GMS Economic Corridors) บทท่ี 4 การศกึ ษาสนิ คา้ ศักยภาพในระดบั พื้นท่ี 4-1 4.1 การคัดเลือกสินค้าท่ีมีศักยภาพในระดับพน้ื ที่ 4-1 4.1.1 การจัดกลุม่ อตุ สาหกรรม 4-2 4.1.2 เกณฑ์การคดั เลอื กสนิ ค้าอุตสาหกรรมทมี่ ีศักยภาพ บริษัท ทรานสค์ อนซลั ท์ จำกดั II FN_FN_Exsum_Contents-2115

โครงการศกึ ษาวิจยั พลวตั ของ Supply Chain ในอนุภูมภิ าคลมุ่ นำ้ โขงและนยั ตอ่ การพฒั นาโครงสรา้ งพน้ื ฐาน สารบัญ รายงานสรปุ สำหรบั ผบู้ รหิ าร สารบัญ (ต่อ) หนา้ 4.2 หว่ งโซอ่ ปุ ทานสินค้าแนวระเบียงเศรษฐกจิ เหนือ - ใต้ 4-6 (North - South Economic Corridor): อตุ สาหกรรมยางพารา 4.2.1 สถานการณย์ างพาราโลก 4-6 4.2.2 สถานการณต์ ลาดยางพาราของไทย 4-6 4.2.3 ห่วงโซ่อปุ ทานตน้ น้ำของอตุ สาหกรรมยางพารา 4-7 4.2.4 ห่วงโซ่อุปทานกลางน้ำของอตุ สาหกรรมยางพารา 4-8 4.2.5 หว่ งโซอ่ ปุ ทานปลายนำ้ ของอุตสาหกรรมยางพารา 4-10 4.2.6 ศกั ยภาพการบรหิ ารจัดการหว่ งโซ่อปุ ทานอุตสาหกรรมยางพารา 4-13 4.3 หว่ งโซ่อุปทานสินคา้ แนวระเบียงเศรษฐกจิ ตะวันออก - ตะวันตก 4-13 (East - West Economic Corridor): อตุ สาหกรรมผลไม้ (ทเุ รยี น ลำไย) 4.3.1 สถานการณ์การผลติ และการตลาดผลไมข้ องโลก 4-14 4.3.2 สถานการณ์การผลติ และการตลาดผลไม้ของไทย 4-14 4.3.3 ห่วงโซ่อุปทานตน้ นำ้ ของอตุ สาหกรรมผลไม้ (ทเุ รยี น ลำไย) 4-15 4.3.4 หว่ งโซ่อปุ ทานกลางน้ำของอตุ สาหกรรมผลไม้ (ทุเรียน ลำไย) 4-18 4.3.5 หว่ งโซอ่ ปุ ทานปลายน้ำของอุตสาหกรรมผลไม้ (ทเุ รียน ลำไย) 4-21 4.3.6 การวิเคราะห์และสรปุ ผลการศกึ ษาหว่ งโซ่อุปทานอตุ สาหกรรมผลไม้ 4-21 (ทุเรยี น ลำไย) 4.4 ห่วงโซ่อุปทานสนิ ค้าแนวระเบียบเศรษฐกจิ ตอนใต้ 4-25 (Southern Economic Corridor): อตุ สาหกรรมจกั รยานยนต์และสว่ นประกอบ 4.4.1 สถานการณ์การผลิตและการตลาดรถจกั รยานยนต์ 4-25 และสว่ นประกอบของโลก 4.4.2 สถานการณ์การผลิตและการตลาดรถจกั รยานยนต์ 4-26 และสว่ นประกอบของไทย 4.4.3 ห่วงโซอ่ ปุ ทานตน้ น้ำของอตุ สาหกรรมรถจักรยานยนตแ์ ละส่วนประกอบ 4-27 4.4.4 หว่ งโซ่อุปทานกลางน้ำของอตุ สาหกรรมรถจักรยานยนต์และสว่ นประกอบ 4-28 4.4.5 หว่ งโซอ่ ปุ ทานปลายน้ำของอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์และสว่ นประกอบ 4-29 4.4.6 การวิเคราะห์และสรปุ ผลการศกึ ษาห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ 4-30 และส่วนประกอบ บริษัท ทรานส์คอนซลั ท์ จำกัด III FN_FN_Exsum_Contents-2115

โครงการศกึ ษาวิจยั พลวตั ของ Supply Chain ในอนภุ มู ิภาคลมุ่ นำ้ โขงและนยั ต่อการพฒั นาโครงสร้างพนื้ ฐาน สารบัญ รายงานสรุปสำหรบั ผ้บู รหิ าร สารบัญ (ต่อ) หน้า 4.5 ห่วงโซ่อุปทานสนิ ค้าเพิ่มเติม : อตุ สาหกรรมท่องเทย่ี ว 4-31 4.5.1 สถานการณ์การท่องเทย่ี วโลก 4-32 4.5.2 สถานการณ์การท่องเทย่ี วของไทย 4-33 4.5.3 ห่วงโซอ่ ุปทานต้นน้ำของอุตสาหกรรมท่องเทย่ี ว 4-33 4.5.4 หว่ งโซอ่ ุปทานกลางน้ำของอตุ สาหกรรมทอ่ งเท่ียว 4-34 4.5.5 หว่ งโซ่อปุ ทานปลายน้ำของอุตสาหกรรมท่องเทีย่ ว 4-36 4.5.6 วเิ คราะห์และสรุปผลการศกึ ษาหว่ งโซอ่ ุปทานอตุ สาหกรรมทอ่ งเทีย่ ว 4-36 4-38 4.6 แนวทางการจัดทำแผนงาน บทที่ 5 แผนกลยุทธ์การพัฒนาระเบียงเศรษฐกจิ อนภุ ูมิภาคลุ่มแมน่ ้ำโขง 5-1 5.1 กระบวนการจัดทำแผนกลยุทธ์การพฒั นาในภาพรวม 5-5 5.2 การวเิ คราะหห์ ว่ งโซ่คุณคา่ (Value Chain) ของการพฒั นาโครงสรา้ งพ้นื ฐาน และห่วงโซ่อปุ ทานของสินคา้ ท่มี ศี ักยภาพ 5-5 5.2.1 แนวระเบียงเศรษฐกจิ เหนือ - ใต้ 5-7 5.2.2 แนวระเบยี งเศรษฐกจิ ตะวันออก - ตะวนั ตก 5-7 5.2.3 แนวระเบยี งเศรษฐกิจตอนใต้ 5-7 5.3 แผนกลยุทธก์ ารพัฒนาระเบียงเศรษฐกจิ อนุภูมิภาคลุม่ แมน่ ้ำโขง 5-11 5.3.1 เปา้ หมายหลกั 5-11 5.3.2 แนวทางการพฒั นา 5-12 5.3.3 แผนกลยทุ ธ์การพฒั นาโครงสรา้ งพืน้ ฐานและสงิ่ อาํ นวยความสะดวก ดา้ นโลจสิ ตกิ สท์ จ่ี าํ เป็นของแนวระเบียงเศรษฐกิจ 5-13 5.3.4 แผนงานและโครงการภายใต้แผนกลยทุ ธ์การพฒั นา ของแนวระเบยี งเศรษฐกจิ เหนือ - ใต้ 5-18 5.3.5 แผนงานและโครงการภายใต้แผนกลยทุ ธก์ ารพฒั นา ของแนวระเบยี งเศรษฐกิจตะวันออก - ตะวนั ตก 5-22 5.3.6 แผนงานและโครงการภายใต้แผนกลยุทธก์ ารพัฒนา ของแนวระเบยี งเศรษฐกิจตอนใต้ 5-26 5.3.7 โครงการพฒั นาโครงสรา้ งพ้ืนฐานและสง่ิ อำนวยความสะดวก ภายใต้การดำเนินการของ สพพ. ทคี่ วรเร่งดำเนินการ 5-27 5.4 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย (Policy Recommendations) บรษิ ทั ทรานสค์ อนซลั ท์ จำกัด IV FN_FN_Exsum_Contents-2115

โครงการศึกษาวิจยั พลวตั ของ Supply Chain ในอนุภมู ภิ าคลมุ่ น้ำโขงและนยั ตอ่ การพฒั นาโครงสรา้ งพนื้ ฐาน สารบญั รายงานสรปุ สำหรบั ผู้บริหาร สารบญั (ต่อ) หนา้ บทท่ี 6 ผลกระทบจากการพัฒนาต่อเศรษฐกจิ และสงั คมในภาพรวม 6-1 6.1 แนวความคิดและทฤษฎแี บบจำลองเศรษฐมิติ 6-4 6.2 ผลกระทบการพฒั นาต่อเศรษฐกจิ และสงั คมในภาพรวม 6-6 6.3 ผลการวิเคราะห์แบบจำลองเมทรกิ ซ์การบัญชีสังคม บรรณานุกรม บรษิ ทั ทรานส์คอนซลั ท์ จำกัด V FN_FN_Exsum_Contents-2115

โครงการศกึ ษาวิจยั พลวตั ของ Supply Chain ในอนภุ ูมภิ าคล่มุ น้ำโขงและนยั ตอ่ การพฒั นาโครงสรา้ งพน้ื ฐาน สารบญั รายงานสรปุ สำหรบั ผ้บู ริหาร สารบญั ตาราง ตารางท่ี หนา้ 2.1-1 สรุปผลการศึกษาขอ้ มูลกรอบการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจอนภุ มู ิภาคล่มุ แมน่ ้ำโขง 2-3 2.2-1 สรุปผลการศึกษานโยบายและแผนยทุ ธศาสตร์การพฒั นาท่ีเกยี่ วข้อง 2-8 2.4-1 นโยบายการกดี กนั การค้าทม่ี ิใชภ่ าษขี องกัมพชู า สปป.ลาว เมยี นมา เวยี ดนาม 2-12 และจีนตอนใต้ 3-6 3.1.2-1 กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการลงทุนในเขตเศรษฐกจิ พิเศษตามแนวระเบียงเศรษฐกจิ 3-11 เหนอื - ใต้ (North - South Corridor) 3.2.2-1 กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการลงทนุ ในเขตเศรษฐกจิ พเิ ศษตามแนวระเบยี งเศรษฐกิจ 3-18 ตะวันออก - ตะวันตก (East - West Corridor) 3-23 3.3.2-1 กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ และการลงทุนในเขตเศรษฐกจิ พิเศษตามแนวระเบียงเศรษฐกิจ 3-26 ตอนใต้ (Southern Economic Corridor) 3-27 3.4.2-1 จำนวนอา่ งเกบ็ นำ้ จำแนกตามการใช้ประโยชน์ของประเทศในอนุภมู ภิ าคลุ่มแม่น้ำโขง 3.5-1 สรุปความพรอ้ มและปัญหาอุปสรรคของการพัฒนาแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ - ใต้ 3-28 (North - South Economic Corridor) 4-4 3.5-2 สรปุ ความพรอ้ มและปัญหาอุปสรรคของการพัฒนาแนวระเบียงเศรษฐกจิ 4-5 4-5 ตะวนั ออก - ตะวันตก (East - West Economic Corridor) 4-6 3.5-3 สรปุ ความพร้อมและปัญหาอุปสรรคของการพัฒนาแนวระเบยี งเศรษฐกิจตอนใต้ 4-8 4-10 (Southern Economic Corridor) 4-12 4.1.2-1 สรปุ ผลการคัดเลือกสินคา้ ที่มีศกั ยภาพในแนวระเบยี งเศรษฐกิจเหนือ - ใต้ 4-15 4.1.2-2 สรุปผลการคัดเลือกสนิ ค้าทีม่ ีศกั ยภาพในแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวนั ออก - ตะวนั ตก 4-16 4.1.2-3 สรปุ ผลการคดั เลอื กสนิ ค้าทมี่ ีศกั ยภาพในแนวระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ 4-16 4.2.2-1 การส่งออกยางพาราของไทย 4-23 4.2.3-1 เนอื้ ท่กี รีดและผลผลติ ยางพาราของไทย ปี 2559 - 2563 4.2.4-1 จำนวนผ้ปู ระกอบการแปรรปู ยางข้นั ต้นของไทย ปี 2564 4.2.5-1 ตน้ ทุนโลจิสติกสก์ ารสง่ ออกยางพารา 4.3.2-1 การส่งออกทุเรยี นและลำไยของไทยทงั้ ในรูปผลสดและผลติ ภัณฑ์ ปี 2561 - 2563 4.3.3-1 เนื้อทีใ่ หผ้ ลของทเุ รียนและลำไยของไทย ปี 2561 -2564 4.3.3-2 ปริมาณผลผลติ ทุเรยี นและลำไยของไทย ปี 2560 - 2564 4.3.6-1 ศักยภาพโลจสิ ติกส์ในการส่งออกผลไมไ้ ปจีนตามเส้นทางระเบียงเศรษฐกจิ ตะวันออก - ตะวันตก (ทุเรยี น) บริษัท ทรานส์คอนซลั ท์ จำกัด VI FN_FN_Exsum_Contents-2115

โครงการศกึ ษาวิจยั พลวตั ของ Supply Chain ในอนุภูมภิ าคลุ่มน้ำโขงและนยั ต่อการพฒั นาโครงสรา้ งพนื้ ฐาน สารบญั รายงานสรุปสำหรับผู้บริหาร สารบัญตาราง (ต่อ) ตารางท่ี หน้า 4.3.6-2 ศกั ยภาพโลจสิ ติกสใ์ นการส่งออกผลไมไ้ ปจนี ตามเส้นทางระเบียงเศรษฐกจิ 4-24 ตะวันออก - ตะวนั ตก (ลำไย) 4.5.4-1 รายละเอยี ดเสน้ ทางท่องเท่ยี ว (Tourism Destination) ในอนภุ ูมิภาคลุ่มน้ำโขง 4-35 ท่สี ำคญั 11 เสน้ ทาง (Route) 4.6-1 การวเิ คราะหส์ นิ ค้าแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ - ใต้ : อุตสาหกรรมยางพารา 4-39 4.6-2 การวิเคราะหส์ ินค้าแนวระเบียงเศรษฐกจิ ตะวนั ออก - ตะวันตก : อตุ สาหกรรมผลไม้ 4-41 4.6-3 การวิเคราะห์สนิ ค้าแนวระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ : อตุ สาหกรรมจักรยานยนต์ 4-45 และสว่ นประกอบ 5.3.4-1 แผนงานและโครงการภายใต้แผนกลยทุ ธก์ ารพฒั นาของแนวระเบยี งเศรษฐกจิ เหนือ - ใต้ 5-13 5.3.5-1 แผนงานและโครงการภายใต้แผนกลยทุ ธ์การพัฒนาของแนวระเบียงเศรษฐกิจ 5-18 ตะวนั ออก - ตะวนั ตก 5.3.6-1 แผนงานและโครงการภายใต้แผนกลยทุ ธ์การพัฒนาของแนวระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ 5-22 6.2-1 มลู ค่าการคา้ ระหว่างประเทศและดลุ การคา้ ของประเทศอนุภมู ิภาคลุ่มนำ้ โขง 6-4 ตัง้ แต่ พ.ศ. 2566 - 2570 6.2-2 มลู ค่าการค้าชายแดนระหว่างประเทศและดุลการคา้ ของประเทศอนภุ ูมิภาคล่มุ น้ำโขง 6-5 ต้ังแต่ พ.ศ. 2566 - 2570 6.2-3 มูลคา่ การค้าสินค้าผ่านแดนระหว่างไทยกบั กลุ่มประเทศอนุภมู ภิ าคล่มุ น้ำโขง 6-5 ตง้ั แต่ พ.ศ. 2566 - 2570 6.2-4 จำนวนนกั ท่องเทยี่ วจากประเทศกลุ่มอนภุ ูมภิ าคลมุ่ น้ำโขง ตั้งแต่ พ.ศ. 2566 - 2570 6-6 บริษัท ทรานสค์ อนซลั ท์ จำกดั VII FN_FN_Exsum_Contents-2115

โครงการศกึ ษาวจิ ยั พลวัตของ Supply Chain ในอนภุ มู ิภาคลมุ่ นำ้ โขงและนยั ตอ่ การพฒั นาโครงสร้างพนื้ ฐาน สารบญั รายงานสรปุ สำหรบั ผูบ้ ริหาร สารบัญรูป รปู ท่ี หน้า 1.3-1 แนวระเบยี งเศรษฐกิจที่ดำเนินการศกึ ษา 1-3 1.5-1 กรอบแนวคิด (Conceptual Framework) ที่แสดงถึงโครงสรา้ งการศึกษา 1-7 โครงการศึกษาวจิ ยั พลวัตของ Supply Chain ในอนุภมู ภิ าคลุ่มน้ำโขง และนัยตอ่ การพฒั นาโครงสร้างพ้ืนฐาน 2.1-1 สรปุ กรอบการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจอนภุ ูมภิ าคลุ่มแม่น้ำโขง 2-2 2.2-1 นโยบายและแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาทเี่ กี่ยวข้องกับอนภุ ูมภิ าคลมุ่ แม่นำ้ โขง 2-7 2.3-1 โครงขา่ ยการคมนาคมและขนสง่ ทีส่ ำคัญ 2-11 2.5-1 อนุภูมิภาคลุม่ แมน่ ำ้ โขง Greater Mekong Subregion เศรษฐกจิ และสังคม 2-15 2.6-1 ความสมั พันธข์ องอนภุ มู ิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) กับประเทศมหาอำนาจ 2-16 2.6-2 กรอบความเชอื่ มโยงในการจัดทำแผนกลยทุ ธใ์ นการพฒั นาโครงสร้างพ้ืนฐาน 2-20 และส่ิงอาํ นวยความสะดวกด้านโลจิสติกสท์ จ่ี าํ เป็นของแนวระเบียงเศรษฐกิจฯ 3.1.1-1 การพฒั นาโครงสร้างพ้ืนฐานที่สำคญั ด้านการคมนาคมขนสง่ 3-2 ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ - ใต้ (North - South Economic Corridor: NSEC) 3.1.2-1 เขตเศรษฐกจิ พเิ ศษตามแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ - ใต้ 3-5 (North - South Economic Corridor) 3.2.1-1 การพฒั นาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคญั ด้านการคมนาคมขนส่ง 3-7 ตามแนวระเบยี งเศรษฐกิจตะวนั ออก - ตะวันตก (East - West Economic Corridor) 3.2.2-1 เขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวระเบยี งเศรษฐกิจตะวันออก - ตะวนั ตก 3-10 (East - West Corridor) 3.3.1-1 การพัฒนาโครงสรา้ งพนื้ ฐานท่ีสำคัญด้านการคมนาคมขนสง่ 3-13 ตามแนวระเบยี งเศรษฐกจิ ตอนใต้ (Southern Economic Corridor) 3.3.2-1 เขตเศรษฐกิจพเิ ศษตามแนวระเบียงเศรษฐกจิ ตอนใต้ (Southern Economic Corridor) 3-17 3.4.1-1 โครงขา่ ยการเชื่อมโยงสายส่งไฟฟ้าในอนภุ มู ภิ าค 3-22 3.4.2-1 อ่างเก็บนำ้ จำแนกตามการใช้ประโยชน์ของประเทศในอนุภูมภิ าคลุ่มแมน่ ้ำโขง 3-24 4.2.2-1 ตลาดส่งออกยางพาราที่สำคัญของไทย ปี 2563 4-7 4.2.3-1 กิจกรรมโลจสิ ตกิ สภ์ ายใตห้ ว่ งโซ่อุปทานยางพาราของเกษตรกร 4-7 4.2.4-1 กจิ กรรมภายใตห้ ่วงโซ่อปุ ทานยางพาราของโรงงานแปรรปู ยางขั้นต้น 4-9 4.2.5-1 เส้นทางโลจิสติกสข์ องยางพาราจากไทยไป สปป.ลาว และต่อไปจีนโดยทางบก 4-11 4.2.5-2 เสน้ ทางโลจสิ ตกิ ส์ของยางพาราจากไทยไป สปป.ลาว และต่อไปจนี โดยทางเรือ 4-12 บรษิ ัท ทรานส์คอนซลั ท์ จำกัด VIII FN_FN_Exsum_Contents-2115

โครงการศึกษาวิจยั พลวตั ของ Supply Chain ในอนภุ ูมิภาคลุ่มน้ำโขงและนยั ตอ่ การพฒั นาโครงสรา้ งพนื้ ฐาน สารบญั รายงานสรปุ สำหรับผู้บริหาร สารบญั รปู (ต่อ) รูปที่ หน้า 4.3.3-1 หว่ งโซ่อปุ ทานของอตุ สาหกรรมผลไม้ ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนอื - ใต้ 4-15 4.3.3-2 กจิ กรรมภายใต้ห่วงโซ่อปุ ทาน (ทเุ รียน) ของเกษตรกร 4-17 4.3.3-3 กิจกรรมภายใตห้ ่วงโซ่อุปทาน (ลำไย) ของเกษตรกร 4-18 4.3.4-1 กจิ กรรมภายโลจสิ ติกสภ์ ายใต้ใต้หว่ งโซ่อปุ ทานทเุ รยี นของโรงคดั บรรจุ 4-19 4.3.4-2 กิจกรรมโลจสิ ตกิ ส์ภายใต้ห่วงโซอ่ ปุ ทานลำไยของโรงคดั บรรจุ 4-20 4.3.5-1 กิจกรรมภายใต้ห่วงโซ่อปุ ทานปลายน้ำในการขนสง่ ผลไมท้ างบกแนวระเบยี งเศรษฐกิจ 4-22 ตะวนั ออก-ตะวนั ตกไปจนี 4.4.1-1 ร้อยละของครวั เรือนท่ใี ชร้ ถจักรยานยนต์ในแตล่ ะประเทศ 4-25 4.4.1-2 มูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนตข์ องไทย 4-26 4.4.2-1 โรงงานผลติ รถจักรยานยนตใ์ นไทย 4-27 4.4.3-1 ห่วงโซ่อปุ ทานตน้ น้ำของอุตสาหกรรมจักรยานยนต์และสว่ นประกอบ 4-28 4.4.4-1 ห่วงโซอ่ ปุ ทานกลางน้ำของอตุ สาหกรรมจักรยานยนตแ์ ละส่วนประกอบ 4-29 4.4.5-1 หว่ งโซอ่ ุปทานปลายน้ำของอุตสาหกรรมจกั รยานยนต์และส่วนประกอบ 4-30 4.5.6-1 หว่ งโซ่อปุ ทานการทอ่ งเทีย่ วในองคป์ ระกอบของระบบท่องเที่ยว 4-37 5.1-1 Porter’s Value Chain 5-2 5.1-2 ภาพรวมกระบวนการจัดทำแผนกลยทุ ธก์ ารพฒั นาแนวระเบียงเศรษฐกจิ ฯ 5-3 5.1-3 กรอบแนวคิด (Conceptual Framework) เพ่ือแสดงขนั้ ตอนการดำเนินงาน 5-4 ไปส่รู ายงานขน้ั สดุ ทา้ ย 5.2.1-1 การวเิ คราะหห์ ว่ งโซ่คุณคา่ (Value Chain) ของแนวระเบยี งเศรษฐกจิ เหนือ - ใต้ 5-6 5.2.2-1 การวเิ คราะหห์ ่วงโซค่ ุณค่า (Value Chain) ของแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวนั ออก - ตะวันตก 5-8 5.2.3-1 การวิเคราะหห์ ว่ งโซค่ ุณคา่ (Value Chain) ของแนวระเบียงเศรษฐกจิ ตอนใต้ 5-9 5.3-1 ความเช่ือมโยงในการจัดทำแผนกลยุทธ์ในการพัฒนาโครงสร้างพนื้ ฐาน 5-10 และสิ่งอาํ นวยความสะดวกด้านโลจสิ ตกิ สท์ ีจ่ ําเป็นของแนวระเบียงเศรษฐกิจฯ 5.3.2-1 ระยะพฒั นาแผนกลยุทธข์ องแนวระเบยี งเศรษฐกจิ 5-12 5.4-1 กรอบข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย (Policy Recommendation Frame Work) 5-28 5.4-2 แผนกลยุทธก์ ารพัฒนาระเบยี งเศรษฐกิจอนภุ ูมภิ าคล่มุ แม่น้ำโขง 5-29 6.1-1 กรอบการวิเคราะห์แนวคดิ แบบจำลองเศรษฐมิตอิ นุภูมภิ าคลุ่มแม่นำ้ โขง 6-2 6.3-1 การกระจายรายได้ของห่วงโซอ่ ปุ ทานอุตสาหกรรมผลไม้และผลิตภัณฑ์ 6-7 (ทเุ รียน ลำไย และผลไม้อ่ืนๆ) บริษัท ทรานส์คอนซลั ท์ จำกดั IX FN_FN_Exsum_Contents-2115

โครงการศึกษาวจิ ยั พลวัตของ Supply Chain ในอนุภมู ภิ าคลมุ่ นำ้ โขงและนยั ต่อการพฒั นาโครงสรา้ งพน้ื ฐาน สารบัญ รายงานสรปุ สำหรบั ผบู้ รหิ าร สารบัญรูป (ต่อ) รปู ท่ี หนา้ 6.3-2 การกระจายรายได้ของหว่ งโซอ่ ปุ ทานอตุ สาหกรรมปศุสัตว์และผลติ ภัณฑ์ 6-8 (โคเนือ้ โคนม ปศสุ ตั ว์ และอื่นๆ) 6-9 6.3-3 การกระจายรายได้ของหว่ งโซ่อุปทานอตุ สาหกรรมยางพาราและผลิตภัณฑ์ 6-10 6.3-4 การกระจายรายได้ของหว่ งโซอ่ ุปทานอุตสาหกรรมรถจกั รยานยนตแ์ ละส่วนประกอบ 6-11 6.3-5 การกระจายรายได้ของห่วงโซ่อุปทานอตุ สาหกรรมอาหารสัตว์ บรษิ ทั ทรานส์คอนซลั ท์ จำกดั X FN_FN_Exsum_Contents-2115

บทท่ี 1 บทนำ

โครงการศกึ ษาวจิ ยั พลวัตของ Supply Chain ในอนภุ ูมภิ าคลุ่มนำ้ โขงและนยั ต่อการพฒั นาโครงสรา้ งพน้ื ฐาน รายงานสรุปสำหรบั ผบู้ ริหาร บทท่ี 1 บทนำ ประเทศไทยได้มียุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศระยะยาว คือ ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) ซึ่งในยุทธศาสตร์ที่ 2 การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันได้ให้ความสำคัญกับ การส่งเสริมการค้าการลงทุน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาต,ิ 2561)1 รวมทงั้ การเชือ่ มโยงกับภูมิภาคและเศรษฐกิจโลก ประกอบกบั (ร่าง) แผนพฒั นาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 - 2570) หมุดหมายที่ 5 ไทยเป็นประตูการค้าการลงทุนและ ยทุ ธศาสตร์ทางโลจสิ ติกส์ของภมู ภิ าค (สำนกั งานสภาพัฒนาการเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาต,ิ 2564)1 และ แผนอน่ื ๆ ที่เกีย่ วขอ้ งกบั การส่งเสรมิ การพัฒนาระดบั ภมู ิภาค ไดใ้ ห้ความสำคญั กบั การสานตอ่ ความร่วมมือกับ ประเทศเพอื่ นบ้าน และนานาประเทศท้ังในระดบั ทวภิ าคี และพหภุ าคี โดยเรง่ ขบั เคลือ่ นการดำเนินงานผ่าน กรอบความร่วมมือต่างๆ จากแนวทางการพัฒนาของไทยในระยะยาวน้ี ทำให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญ ในการร่วมพัฒนาแผนความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion Economic Cooperation Program: GMS Program) ที่เกิดจากความรว่ มมอื ของ 6 ประเทศ คือ ไทย เมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม และจีนตอนใต้ ทำให้ในปัจจุบันการพัฒนาแนวระเบียง เศรษฐกิจตามกรอบ GMS ทั้งแนวเหนือ - ใต้ (North - South Economic Corridor) แนวตะวันออก - ตะวันตก (East - West Economic Corridor) และ แนวตอนใต้ (Southern Economic Corridor) มีการพัฒนาโครงการเพื่อสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่สำคัญๆ อยู่หลายโครงการแต่ยังต้องการการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานที่จะช่วยสนับสนุนและเติมเต็มห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของการผลิตสินค้าตาม แนวระเบยี งเศรษฐกิจต่างๆ ดังนั้น เพื่อให้เกิดทิศทางการพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐาน (Supply Side) ที่สอดคลอ้ งกบั การเติมเต็ม ของห่วงโซ่อุปทานในการผลิตสินค้าอย่างเหมาะสม และสอดรับกับแนวทางการพัฒนาของไทย และอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การ มหาชน) (สพพ.) ได้เล็งเห็นความจําเป็นในการดำเนินการดังกล่าว จึงมีแนวคิดที่จะศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ ห่วงโซ่อุปทานของสินค้าที่มีศักยภาพภายใต้กรอบการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS Economic Corridors) เพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์ในการสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบน แนวระเบียงเศรษฐกจิ GMS ที่จะช่วยสนับสนุนการเชอ่ื มโยงและเติมเต็มหว่ งโซ่อุปทานต่อไป บรษิ ัท ทรานส์คอนซลั ท์ จำกดั 1-1 FN_FN_Exsum_C1-2115

โครงการศกึ ษาวิจยั พลวตั ของ Supply Chain ในอนุภูมภิ าคลุ่มน้ำโขงและนยั ตอ่ การพฒั นาโครงสร้างพน้ื ฐาน รายงานสรุปสำหรับผบู้ ริหาร 1) เพื่อศึกษาระดับการพัฒนาของโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบันและความพร้อมของระเบียงเศรษฐกิจ อนภุ มู ิภาคล่มุ แมน่ ้ำโขง (GMS Economic Corridors) 2) เพ่อื ศกึ ษาห่วงโซอ่ ุปทาน (Supply Chain) ของสนิ คา้ อุตสาหกรรมที่มศี ักยภาพในแนวระเบียง เศรษฐกิจฯ จำนวน 3 ระเบียง 3) เพื่อจัดทำแผนกลยุทธ์ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอํานวยความสะดวก ด้านโลจิสติกส์ที่จําเป็นของแนวระเบียงเศรษฐกิจฯ เพื่อเชื่อมโยงและเติมเต็มห่วงโซ่อุปทานของการผลิต ผ่านแนวระเบยี งเศรษฐกจิ ฯ และประตกู ารค้าของประเทศ แนวเส้นทางที่ศึกษาได้ครอบคลุมเส้นทางพัฒนาตามแนวระเบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ดังรูปที่ 1.3-1 พร้อมทั้งศึกษาสินค้าที่มีศักยภาพในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจ 3 แนวหลัก (Asian Development Bank, 2018)1 ไดแ้ ก่ 1) แนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ - ใต้ (North - South Economic Corridor: NSEC) ได้แก่ แนวระเบียงยอ่ ยดา้ นตะวนั ตก (Western Subcorridor) (หรือเสน้ ทาง NSEC-1) เป็นเสน้ ทางจากคุนหมงิ (จนี ) ถึงกรุงเทพ (ไทย) ระยะทางประมาณ 1,800 กิโลเมตร ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 สายย่อย ได้แก่ เส้นทาง NSEC-1 (ผา่ น สปป.ลาว) จากอำเภอเชยี งของ (ไทย) - หว้ ยทราย - หลวงนำ้ ทา - บอ่ เตน็ (สปป.ลาว - โมหนั - เชียงรุ่ง - คุนหมิง (จีน)) เชื่อมต่อระหว่างไทย สปป.ลาว และมณฑลยูนนาน (จีน) และเส้นทาง NSEC-1 (ผ่านเมียนมา) จากอำเภอแม่สาย (ไทย) - ท่าข้เี หล็ก (เมียนมา - ตา้ ลวั้ (จนี )) โดยเส้นทางน้ีเชื่อมกับเสน้ ทาง NSEC-1 ท่ีเชียงรุ่ง และไปยงั คนุ หมงิ (จนี ) 2) แนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก - ตะวันตก (East - West Economic Corridor: EWEC) เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก - ตะวันตก (EWEC) มีระยะทางประมาณ 1,450 กิโลเมตร เชื่อมโยง ทะเลจีนใต้ (มหาสมุทรแปซิฟิก) กับทะเลอันดามัน (มหาสมุทรอินเดีย) เริ่มต้นจากดานัง ผ่านเมืองเว้ ดงหา และลาวบาว (เวียดนาม) เข้ามาในสปป.ลาว แดนสะหวัน สุวรรณเขต ข้ามแม่น้ำโขงเข้าสู่ไทยโดยข้ามสะพาน มิตรภาพไทยลาว แห่งที่ 2 ที่มุกดาหาร ผ่านกาฬสินธุ์ ขอนแก่น แล้วตัดกับระเบียงเศรษฐกิจแนวเหนือ - ใต้ ที่จังหวัดพิษณุโลกและตาก ผ่านแม่สอด (ไทย) และเข้าไปยังเมียวดี (เมียนมา) จากนั้นออกไปสู่ ท่าเรือที่ เมาะละแหมง่ บริษทั ทรานสค์ อนซลั ท์ จำกดั 1-2 FN_FN_Exsum_C1-2115

โครงการศกึ ษาวิจยั พลวัตของ Supply Chain ในอนุภมู ภิ าคลุ่มน้ำโขงและนยั ต่อการพฒั นาโครงสรา้ งพน้ื ฐาน รายงานสรปุ สำหรับผบู้ รหิ าร ที่มา : ทปี่ รึกษา (2564) รปู ท่ี 1.3-1 แนวระเบียงเศรษฐกจิ ท่ีดำเนนิ การศกึ ษา FN_FN_Exsum_C1-2115 บริษทั ทรานสค์ อนซลั ท์ จำกัด 1-3

โครงการศกึ ษาวจิ ยั พลวัตของ Supply Chain ในอนุภูมภิ าคลมุ่ นำ้ โขงและนยั ตอ่ การพฒั นาโครงสร้างพน้ื ฐาน รายงานสรุปสำหรบั ผู้บรหิ าร 3) แนวระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ (Southern Economic Corridor: SEC) ประกอบด้วย 2 เส้นทางย่อย (Subcorridor) โดยเป็นเส้นทางหลักที่มีความสำคัญต่อการขนส่งทางถนน คือ (1) แนวระเบียง เศรษฐกิจย่อยตอนเหนือ (Northern Subcorridor) มีระยะทาง 1,150 กิโลเมตร เริ่มต้นจากกวีเญิน - เปลกู (เวียดนาม) - สตึงเตร็ง - เสียมราฐ (กัมพูชา) - สระแก้ว - กรุงเทพฯ - กาญจนบุรี (ไทย) - ทวาย (เมียนมา) และ (2) แนวระเบียงเศรษฐกิจย่อยตอนกลาง (Central Subcorridor) มีระยะทาง 1,005 กิโลเมตร เริ่มต้นจากหวุงเต่า - โฮจิมินซิตี้ (เวียดนาม) - พนมเปญ (กัมพูชา) - สระแก้ว - กรุงเทพฯ - กาญจนบุรี (ไทย) - ทวาย (เมียนมา) ซง่ึ เส้นทางดังกล่าวเช่ือมโยงเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจและมีประชากรอาศัยหนาแน่น ของทั้ง 3 ประเทศ นอกจากนี้ที่ปรึกษายังได้ทำการศึกษารวบรวมข้อมูลแนวระเบียงเศรษฐกิจย่อยเลียบ ชายฝั่งด้านใต้ (Southern Coastal Subcorridor) มีระยะทาง 970 กิโลเมตร เริ่มต้นจากนำกัน - กาเมา - ฮาเตียน (เวียดนาม) - ศรีหนุวิล (กัมพูชา) - ตราด - กรุงเทพฯ - กาญจนบุรี (ไทย) - ทวาย (เมียนมา) เชื่อมโยงพื้นที่ Eastern Seaboard ของไทยกับชายฝั่งของกัมพูชาและเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเลียบ ชายฝั่งทะเลใต้ กัมพูชา และเวียดนาม เพื่อให้เกิดความครบถ้วนสมบูรณ์ ตลอดจนเป็นประโยชน์ต่อ ประเทศไทยและประเทศในอนภุ ูมภิ าคลุ่มแมน่ ้ำโขงในอนาคต โครงการศึกษาวิจัยพลวัตของ Supply Chain ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและนัยต่อการพัฒนา โครงสรา้ งพนื้ ฐาน มขี อบเขตการศกึ ษาครอบคลมุ 4 ข้อ ดงั น้ี 1) การรวบรวมขอ้ มูลและเอกสารรายงานโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกบั กรอบการพัฒนาระเบยี ง เศรษฐกิจอนภุ ูมภิ าคลุม่ แม่น้ำโขง (GMS Economic Corridors) - ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลและเอกสารรายงานโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนที่เป็น นโยบาย และแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ตลอดจนมติคณะรัฐมนตรี ระเบียบ ข้อบังคับ ขอ้ กฎหมาย และแผนงานนโยบาย และแผนยทุ ธศาสตร์ GMS Strategy 2030 - ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลด้านการอํานวยความสะดวกทางด้านการคมนาคมขนส่งและ การค้าภายใต้การตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion Cross Border Transport Facilitation Agreement: GMS CBTA) และการอํานวยความ สะดวกดา้ นคมนาคมขนส่งและการคา้ รวมถึงความก้าวหน้าการดำเนนิ งานในสว่ นท่เี กย่ี วขอ้ ง - รวบรวม ศึกษา และวิเคราะห์ ข้อมูลทุติยภูมิด้านเศรษฐกิจและสังคม เช่น จำนวน ประชากร จำนวนการจดทะเบียนยานพาหนะ รายได้ ตวั ชวี้ ดั เศรษฐกิจ ผลิตภัณฑ์มวลรวม การค้าระหว่าง ประเทศ เปน็ ตน้ รวมถงึ ขอ้ มูลด้านเศรษฐกิจ การบริการ การค้า การทอ่ งเท่ยี ว ด้านสงั คม ดา้ นอุตสาหกรรม ดัชนีชี้วัดภาวะเศรษฐกิจและข้อมูลด้านอื่นๆ ที่สำคัญและจําเป็นต่อการสนับสนุนการพัฒนาระเบียง เศรษฐกิจฯ บรษิ ทั ทรานสค์ อนซลั ท์ จำกดั 1-4 FN_FN_Exsum_C1-2115

โครงการศึกษาวจิ ยั พลวัตของ Supply Chain ในอนภุ มู ิภาคลมุ่ น้ำโขงและนยั ต่อการพฒั นาโครงสรา้ งพนื้ ฐาน รายงานสรปุ สำหรับผูบ้ ริหาร - รวบรวมและศึกษาข้อมูลด้านนโยบายการกีดกันการค้าที่มิใช่ภาษี (Non - Tarif Barrier) ของแต่ละประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยจากการ ดำเนินนโยบายท่กี ล่าว 2) การศึกษาสภาพปัจจุบันและความพร้อมของการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจอนภุ ูมิภาคลุ่มแมน่ ำ้ โขง (GMS Economic Corridors) - ดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ และรวบรวมข้อมูลของการพัฒนาในปัจจุบัน โดยอย่างน้อย จะต้องดำเนินการศึกษาครอบคลุมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญด้านการคมนาคมขนส่ง การพัฒนาสาธารณปู โภคที่สำคัญต่อการผลติ ปญั หาและอุปสรรคทเ่ี กิดขึน้ การลงทนุ ขนาดใหญข่ องภาครัฐ และภาคเอกชนที่เข้ามาประกอบกิจการตามแนวระเบียงเศรษฐกิจฯ รวมถึงความพร้อมของการพัฒนา ระเบียงเศรษฐกิจฯ ครอบคลุมพ้นื ท่ปี ระเทศไทยและประเทศเพอื่ นบา้ นทีเ่ กย่ี วข้อง จำนวน 3 ระเบยี ง ได้แก่ (1) ระเบียงเศรษฐกิจเหนอื -ใต้ (North-South Economic Corridor) (2) ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor) (3) ระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ (Southern Economic Corridor) 3) การศึกษาสินค้าทีม่ ีศักยภาพในระดบั พ้ืนที่และประเมนิ ศักยภาพดา้ นหว่ งโซอ่ ุปทาน การประเมินศักยภาพด้านห่วงโซ่อุปทานของสินค้าอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ โดยอย่างน้อย จะต้องดำเนินการวิเคราะห์ให้ทราบถึงฐานการผลิต รูปแบบการขนส่ง และการจัดจําหน่าย โดยทำการ คัดเลือกสินค้าอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและมีผู้ประกอบการไทยเข้าไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน หรือ สินค้าอุตสาหกรรมทีผ่ ู้ประกอบการไทยจะได้ประโยชน์จากการเช่ือมโยงห่วงโซอ่ ุปทาน เพื่อมาเป็นตัวแทน ในการศกึ ษาศกั ยภาพด้านห่วงโซอ่ ปุ ทาน 4) การจดั ทำแผนกลยทุ ธก์ ารพฒั นาแนวระเบียงเศรษฐกจิ ฯ การจัดทำแผนกลยุทธ์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และสิ่งอํานวยความสะดวกด้านโลจสิ ติกส์ ของแนวระเบียงเศรษฐกิจฯ เพ่ือเช่ือมโยงหว่ งโซอ่ ปุ ทานของสินค้าอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพบนแนวระเบียง เศรษฐกจิ ฯ โดยอยา่ งนอ้ ยจะตอ้ งมีรายละเอยี ด ได้แก่ รูปแบบแนวคดิ ของแผนงาน โครงการ ระยะเวลาของ แผนงาน ปจั จัยแห่งความสำเรจ็ และรายละเอยี ดอื่นๆ ทจี่ าํ เป็นต่อการนําไปต่อยอด และศกึ ษารายละเอียด ในอนาคต บรษิ ทั ทรานส์คอนซลั ท์ จำกดั 1-5 FN_FN_Exsum_C1-2115

โครงการศึกษาวิจยั พลวตั ของ Supply Chain ในอนภุ มู ิภาคลมุ่ นำ้ โขงและนยั ต่อการพฒั นาโครงสร้างพน้ื ฐาน รายงานสรุปสำหรับผบู้ รหิ าร กรอบแนวคิด (Conceptual Framework) ที่แสดงถึงโครงสร้างการศึกษาโครงการศึกษาวิจัย พลวัตของ Supply Chain ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และนัยต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ได้แบ่ง การศึกษาออกเป็น 2 ส่วน คือ 1) ระบบการศึกษา (Study System) และ 2) กระบวนการศึกษาวิจัย (Methodology) โดยแต่ละส่วนจะมีความสอดคล้องกันในแต่ละขั้นของการศึกษา เริ่มจากการนำเข้า (Input) กระบวนการ (Process) ผลลัพธ์ (Output) ผลสัมฤทธิ์ (Outcome) และผลกระทบ (Impact) นำไปสู่เป้าหมายและผลลัพธ์สำคัญ (Objective & Key Results: OKRs) ของโครงการฯ คือ การบรรลุซึ่ง เปา้ หมายสงู สดุ (Ultimate Goal) ภายใตย้ ุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) เพอ่ื เป้าหมาย ให้เกิดการกระจายรายได้ (Income Distribution) และการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (Economic Growth) แสดงได้ดงั รูปที่ 1.5-1 บริษัท ทรานสค์ อนซลั ท์ จำกัด 1-6 FN_FN_Exsum_C1-2115

โครงการศึกษาวิจยั พลวตั ของ Supply Chain ในอนุภมู ิภาคลุ่มนำ้ โขงและนยั ตอ่ การพฒั นาโครงสรา้ งพน้ื ฐาน ท่มี า : ท่ปี รกึ ษา (2564) รูปที่ 1.5-1 กรอบแนวคิด (Conceptual Framework) ท่ีแสดงถงึ โครงสรา้ งการศกึ ษาโครงการศ บริษัท ทรานสค์ อนซลั ท์ จำกัด

รายงานสรปุ สำหรบั ผบู้ ริหาร ศึกษาวิจยั พลวตั ของ Supply Chain ในอนภุ ูมิภาคล่มุ นำ้ โขง และนัยต่อการพฒั นาโครงสรา้ งพื้นฐาน 1-7 FN_FN_Exsum_C1-2115

บทที่ 2 การศกึ ษายทุ ธศาสตร์ แผนงาน โครงการ และข้อมูลตา่ งๆ ท่เี กี่ยวข้อง

โครงการศกึ ษาวิจยั พลวัตของ Supply Chain ในอนภุ ูมิภาคลมุ่ นำ้ โขงและนยั ต่อการพฒั นาโครงสร้างพนื้ ฐาน รายงานสรุปสำหรบั ผู้บรหิ าร บทท่ี 2 การศกึ ษายทุ ธศาสตร์ แผนงาน โครงการ และข้อมูลต่างๆ ทเี่ ก่ยี วขอ้ ง การศึกษาข้อมูลและเอกสารรายงานโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS Economic Corridors) และความพร้อมของระเบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาค ลุ่มแมน่ ้ำโขง (GMS Economic Corridors) ทง้ั ในด้านนโยบาย กฎระเบียบ ขอ้ บังคับ รวมถงึ สภาพทางด้าน เศรษฐกิจสังคมในปัจจุบัน และแนวโน้มของอนาคตในด้านต่างๆ ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ สามารถสรุปออกเป็น 5 ดา้ น ดังน้ี การศึกษากรอบความตกลงและความคืบหน้าในการดำเนินงานตามกรอบความตกลงต่างๆ ที่มี การพัฒนาที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ประกอบไปด้วย ความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Sub-region) ความร่วมมือแม่โขง - ญี่ปุ่น (Mekong - Japan Cooperation) ความรว่ มมือแม่โขง - สาธารณรัฐเกาหลี (Mekong - ROK Cooperation) ความร่วมมือแมโ่ ขง - ล้านช้าง (Mekong - Lancang Cooperation) ความร่วมมือรเิ ริม่ ลุ่มน้ำโขงตอนลา่ ง (Lower Mekong Initiative) และความร่วมมือลุ่มน้ำโขง - คงคา (Mekong - Qanga Cooperation) รวมทั้งการเชื่อมโยงแนวระเบียงเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ทั้ง 3 แนว คือ (1) ระเบียงเศรษฐกิจ เหนือ - ใต้ (North - South Economic Corridor) (2) ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก - ตะวันตก (East - West Economic Corridor) และ (3) ระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ (Southern Economic Corridor) ซ่ึงแสดงความเชอ่ื มโยงของประเทศสมาชกิ ได้ดังรูปที่ 2.1-1 โดยกรอบความร่วมมือ GMS (Greater Mekong Subregion) หรืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เป็นกรอบความร่วมมือหลักในการพัฒนาประเทศสมาชิกอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ที่ประกอบด้วย 6 ประเทศ คือ ไทย เมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม และจีนตอนใต้ ซึ่งกรอบความร่วมมือระเบียง เศรษฐกจิ อนุภูมิภาคลุ่มแม่นำ้ โขงนัน้ มีความหลากหลายและครอบคลุมประเดน็ ทเ่ี กีย่ วข้องกับการพัฒนาใน หลายๆ ด้าน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการขยายตัวด้านอุตสาหกรรม การเกษตร การค้า การลงทุนและบริการ การจา้ งงาน ยกระดับการครองชีพ การถ่ายทอดเทคโนโลยีและการศึกษาระหว่างกัน การใชท้ รัพยากรธรรมชาติ ที่ส่งเสริมกันอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยเพิ่มขีดความสามารถและโอกาสการแข่งขันในเวทีการค้าโลก ให้กับประเทศสมาชิก ผ่านกลยุทธ์หลัก 3 ด้าน คือ 1) สนับสนุนให้มีการเชื่อมโยงระหว่างกัน (Connectivity) 2) เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) และ 3) สร้างความเข้มแข็ง ให้กบั ชมุ ชน (Community) (สำนักประสานงานความรว่ มมอื ระหว่างประเทศ กระทรวงแรงงาน, 2562) บรษิ ัท ทรานส์คอนซลั ท์ จำกดั 2-1 FN_FN_Exsum_C2-2115

โครงการศึกษาวจิ ยั พลวตั ของ Supply Chain ในอนภุ มู ภิ าคล่มุ นำ้ โขงและนยั ตอ่ การพฒั นาโครงสรา้ งพน้ื ฐาน ท่มี า : ท่ปี รกึ ษา (2564) รูปท่ี 2.1-1 สรุปกรอบการพัฒนาระ บริษัท ทรานสค์ อนซลั ท์ จำกัด

รายงานสรปุ สำหรบั ผ้บู ริหาร ะเบยี งเศรษฐกจิ อนภุ มู ิภาคลุ่มแมน่ ้ำโขง FN_FN_Exsum_C2-2115 2-2

โครงการศึกษาวจิ ยั พลวตั ของ Supply Chain ในอนุภูมภิ าคลมุ่ น้ำโขงและนยั ตอ่ การพฒั นาโครงสร้างพนื้ ฐาน รายงานสรุปสำหรบั ผูบ้ รหิ าร นอกจากนี้กรอบความร่วมมือที่เกี่ยวข้อง ที่กลุ่มประเทศ - สมาชิก คือ ไทย เมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ได้รว่ มมอื กบั ประเทศผู้นำทางเศรษฐกจิ อืน่ ๆ นอกเหนือจากจนี คอื 1) ความร่วมมือ โขง - ญ่ปี ุ่น 2) ความร่วมมอื โขง - สาธารณะรฐั เกาหลี 3) ความรว่ มมือโขง - ล้านชา้ ง 4) ความรว่ มมือริเร่ิม ลมุ่ น้ำโขงตอนล่าง และ 5) ความรว่ มมือลมุ่ น้ำโขง - คงคา ซ่ึงกรอบความร่วมมือสว่ นใหญ่ มุ่งเน้นการพัฒนา เศรษฐกจิ ในอนภุ ูมิภาคเปน็ หลัก ผ่านการสง่ เสริมและสนบั สนนุ การพฒั นาดา้ นโครงสร้างพน้ื ฐาน เศรษฐกิจ สังคม และการเมือง โดยที่จะเกิดประโยชน์ต่อประเทศสมาชิกเจ้าของพื้นที่ และเอื้ออำนวยต่อการพัฒนา เศรษฐกิจในด้านการค้าและการลงทุนในประเทศสมาชิกของประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจที่เข้ามาให้การ สนับสนุน คือ ญี่ปุ่น เกาหลี จีน สหรัฐอเมริกา และอินเดีย นำมาสู่การเกิดประโยชน์ร่วมกันได้ สรุปได้ดัง ตารางที่ 2.1-1 โดยการรวมกลุ่มกันในอนุภูมิภาค (Community) โดยการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมที่มี ความสำคัญและมีการดำเนินการที่เปน็ รูปธรรมชดั เจน นำไปสู่ความร่วมมือในระเบยี งเศรษฐกิจอนุภูมิภาค ลุ่มน้ำโขงทั้ง 3 แนว ได้แก่ (1) แนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ - ใต้ (North - South Economic Corridor: NSEC) (2) แนวระเบียงเศรษฐกิจตะวนั ออก - ตะวนั ตก (East - West Economic Corridor: EWEC) และ (3) แนวระเบียงเศรษฐกจิ ตอนใต้ (Southern Economic Corridor: SEC) ตารางที่ 2.1-1 สรุปผลการศึกษาขอ้ มูลกรอบการพัฒนาระเบียงเศรษฐกจิ อนภุ ูมภิ าคลุ่มแม่นำ้ โขง การพฒั นาที่เกี่ยวขอ้ ง ประเดน็ วัตถปุ ระสงค์ การพัฒนาโครงสรา้ งพนื้ ฐาน การพฒั นาด้านเศรษฐกิจ และ การจดั การหว่ งโซ่อุปทาน 1) กรอบความร่วมมือพัฒนาลมุ่ แม่น้ำโขง และแนวทางการดำเนนิ งาน (1) ความร่วมมอื อนภุ ูมภิ าค ความร่วมมือทางเศรษฐกิจของ สร้างความเชอ่ื มโยง (Connectivity) เสริมสรา้ งศักยภาพในการแขง่ ขนั ลุม่ แมน่ ้ำโขง (Greater 6 ประเทศ คอื กัมพูชา สปป.ลาว พัฒนาโครงสร้างพืน้ ฐาน เชน่ ถนน (Competitiveness) มี Mekong Sub-region)a เมยี นมา เวียดนาม ไทย และ ไฟฟา้ ประปา และสะพานขา้ มแม่น้ำ ความก้าวหนา้ คือ ดำเนนิ งานอย่ภู ายใต้กรอบ จีนตอนใต้ ภายใต้ยุทธศาสตร์ โขงตามแนวระเบยี งเศรษฐกจิ ทส่ี ำคญั - การเรง่ ปรบั แก้กฎระเบยี บด้าน ยุทธศาสตร์แผนงาน GMS ร่วมกนั 3 ดา้ น ได้แก่ 3 แนว ตัวอย่างความก้าวหนา้ โครงการ พธิ ีการศลุ กากร การข้ามแดน ปี 2561 - 2565 - สรา้ งความเชื่อมโยง สำคัญ คือ ของรถขนส่งสินค้า (Connectivity) ผ่านการ - โครงการกอ่ สร้างรถไฟทางคู่ - โครงการให้ความชว่ ยเหลือ พัฒนาโครงสรา้ งพน้ื ฐาน เดน่ ชัย - เชียงราย ทางวิชาการ (RETA 6450 : และยกระดับโครงขา่ ย - โครงการพฒั นาท่าเรอื แหลมฉบัง Enhancing Transport and เส้นทางคมนาคมขนสง่ ระยะที่ 3 Trade Facilitation in GMS) - เสรมิ สร้างศักยภาพในการ - โครงการก่อสร้าง Motor Way เพื่ออำนวยความสะดวก แข่งขนั (Competitiveness) (บางใหญ่ - กาญจนบุร)ี การค้าและการขนสง่ โดย ADB การอำนวยความสะดวก - การผลกั ดันการดำเนินงานภายใต้ ด้านการค้าและการเดนิ ทาง ความตกลงขนสง่ ขา้ มพรมแดนใน - สรา้ งความเข้มแขง็ ให้กบั อนภุ ูมภิ าคลุ่มแมน่ ้ำโขง (GMS ชุมชน (Community) CBTA) ไดร้ ่วมดำเนินการในระยะ แรกเร่มิ (Early Harvest) บริษทั ทรานสค์ อนซลั ท์ จำกัด 2-3 FN_FN_Exsum_C2-2115

โครงการศึกษาวจิ ยั พลวตั ของ Supply Chain ในอนุภูมภิ าคลมุ่ น้ำโขงและนยั ตอ่ การพฒั นาโครงสรา้ งพน้ื ฐาน รายงานสรปุ สำหรับผูบ้ รหิ าร ตารางท่ี 2.1-1 สรปุ ผลการศกึ ษาข้อมูลกรอบการพัฒนาระเบียงเศรษฐกจิ อนภุ มู ิภาคลุ่มแมน่ ำ้ โขง (ต่อ) การพัฒนาที่เก่ียวขอ้ ง ประเดน็ วัตถุประสงค์ การพัฒนาโครงสร้างพ้นื ฐาน การพัฒนาด้านเศรษฐกจิ และ การจดั การหว่ งโซ่อุปทาน 1) กรอบความร่วมมือพัฒนาลุ่มแม่นำ้ โขง และแนวทางการดำเนนิ งาน (ต่อ) (2) ความร่วมมือแม่โขง - ญ่ีปนุ่ สมาชิก 6 ประเทศ ไดแ้ ก่ - ความรว่ มมอื ระหวา่ งไทยกบั เมยี น - การอำนวยความสะดวกดา้ น (Mekong - Japan กัมพชู า สปป.ลาว เมียนมา มาในการพฒั นาท่าเรอื และนิคม การคา้ การลงทุนและ Cooperation)b การประชมุ ไทย เวยี ดนาม และญปี่ ่นุ อตุ สาหกรรมทวาย การสง่ เสรมิ การมีสว่ นร่วมของ ผนู้ ำกรอบความร่วมมือลมุ่ มวี ตั ถปุ ระสงค์ คือ - การพฒั นาความเชือ่ มโยงดา้ น ภาคเอกชน แมน่ ้ำโขง - ญ่ปี ุ่น ครัง้ ท่ี 12 - เพ่อื ลดช่องว่างทาง โครงสรา้ งพนื้ ฐาน คมนาคม ปี 2563 เน้นยำ้ ถึงความ เศรษฐกจิ และระหวา่ ง พลังงาน ดิจิทลั กฎระเบยี บ และ รว่ มมือระหวา่ งประเทศใน ประเทศอาเซยี นเดมิ และ อตุ สาหกรรม โดยไทยได้พัฒนา การแก้ไขปัญหา และชื่นชม ใหม่ภายในอนภุ มู ิภาค เสน้ ทางสำคญั ๆ 2 โครงการ ไดแ้ ก่ ความก้าวหน้าในการดำเนินการ - เพ่ือความแข็งแกรง่ ของ (1) โครงการแลนด์บรดิ จ์ (Land ภายใตย้ ทุ ธศาสตรโ์ ตเกยี ว อาเซยี น Bridge) และ ค.ศ. 2018 (2) โครงการสะพานไทย (3) ความร่วมมอื แม่โขง - ความร่วมมือลมุ่ แม่นำ้ โขงกบั ความเชอื่ มโยงในอาเซียน (โครงสรา้ ง - การพัฒนาท่ยี ัง่ ยนื (การเตบิ โต สาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรฐั เกาหลี สมาชิก พน้ื ฐานทางกายภาพและเทคโนโลยี ทางเศรษฐกจิ ทเ่ี ป็นมติ รต่อ (Mekong - ROK 6 ประเทศ คอื กัมพูชา สปป.ลาว ระหว่างประเทศ) สง่ิ แวดลอ้ มและการจดั การ Cooperation)c การประชุม เมยี นมา ไทย เวยี ดนาม และ ทรพั ยากรนำ้ ) และการพัฒนา ผู้นำกรอบความร่วมมอื ลมุ่ สาธารณรฐั เกาหลี มวี ตั ถปุ ระสงค์ ท่มี ีประชาชนเป็นศนู ยก์ ลาง แมน่ ำ้ โขง - สาธารณรัฐเกาหลี - เพ่อื กระชับมติ รภาพและ (การเกษตร/การพฒั นาชนบท คร้งั ที่ 2 ปี 2563 ยกระดับ ความรว่ มมือในดา้ น และการพัฒนาทรพั ยากร ความร่วมมอื ไปสู่การเป็น การเมือง เศรษฐกจิ สังคม มนษุ ย์) หุน้ ส่วนแบบยทุ ธศาสตร์ และวฒั นธรรม - ไทยใหก้ ารสนับสนนุ พร้อมทั้ง ระหวา่ งกนั ผ่านนโยบาย ผลกั ดนั ความรว่ มมือเพ่อื การ มุ่งใตใ้ หม่พลัส (New ฟื้นฟภู ายหลังโควดิ -19 ใน Southern Policy Plus) 2 เร่อื งหลกั ได้แก่ 1) ความรว่ มมอื ด้าน สาธารณสขุ และ 2) การสร้าง ความเช่ือมโยงของหว่ งโซ่ อปุ ทานในอนุภูมิภาคและโลก (4) ความร่วมมอื แมโ่ ขง - สมาชิก คือ สปป.ลาว เมียนมา ความเชอื่ มโยงการจัดการทรพั ยากรน้ำ ความเช่อื มโยงศักยภาพการผลติ ลา้ นช้าง (Mekong - ไทย กัมพชู า เวียดนาม และจนี การแบ่งปนั ข้อมลู นำ้ ตลอดทงั้ ปีกับ ความรว่ มมอื ทางเศรษฐกจิ ข้าม Lancang Cooperation)d เนน้ การพัฒนาความรว่ มมือ ประเทศสมาชิก เพอื่ ส่งเสริมธรรมาภบิ าล พรมแดน การเกษตรและการ ผลการดำเนินงานครบรอบ 5 ปี 3 เสาหลกั ได้แก่ ดา้ นการจดั การน้ำขา้ มพรมแดน แก้ไขปญั หาความยากจน 2563 แสดงบทบาทสำคญั - การเมืองและความมนั่ คง ในการส่งเสรมิ ความร่วมมือ - เศรษฐกิจและการพัฒนาท่ี ในสาขาหลักไดอ้ ย่างดี ยั่งยืน สงั คม วัฒนธรรม ความร่วมมอื ทีจ่ ะต้อง และปฏสิ มั พันธร์ ะหว่าง ดำเนนิ การต่อไป คือ ประชาชน การปอ้ งกนั และควบคุม การแพรร่ ะบาด และฟ้นื ฟู หลงั สถานการณแ์ พรร่ ะบาด ส้นิ สุดลง บริษัท ทรานส์คอนซลั ท์ จำกัด 2-4 FN_FN_Exsum_C2-2115

โครงการศกึ ษาวิจยั พลวัตของ Supply Chain ในอนภุ มู ิภาคลุม่ น้ำโขงและนยั ตอ่ การพฒั นาโครงสร้างพน้ื ฐาน รายงานสรุปสำหรบั ผูบ้ ริหาร ตารางที่ 2.1-1 สรปุ ผลการศกึ ษาข้อมูลกรอบการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจอนภุ ูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (ต่อ) การพฒั นาที่เก่ียวขอ้ ง ประเดน็ วตั ถปุ ระสงค์ การพฒั นาโครงสร้างพน้ื ฐาน การพฒั นาด้านเศรษฐกิจ และ การจดั การหว่ งโซ่อุปทาน 1) กรอบความร่วมมอื พฒั นาลุ่มแมน่ ำ้ โขง และแนวทางการดำเนนิ งาน (ต่อ) (5) ความร่วมมือรเิ ริ่มลมุ่ น้ำโขง ส่งเสรมิ ความเปน็ หุ้นสว่ น - พฒั นาโครงการสำหรบั รวบรวม ยกระดับความร่วมมอื ในดา้ นการ ตอนล่าง (Lower Mekong ระหว่างประเทศลมุ่ น้ำโขงกับ และแลกเปลย่ี นข้อมูลทรพั ยากรน้ำ เชอื่ มโยงทางเศรษฐกิจ Initiative)e การประชุม MUSP สหรัฐฯ วตั ถปุ ระสงคเ์ พือ่ ในแม่นำ้ โขง การพฒั นาทนุ มนษุ ย์ คร้ังที่ 1 ปี 2563 เพอ่ื สานต่อ พัฒนาอนุภูมิภาคลุ่มแม่นำ้ โขง - โครงการห้นุ ส่วนเพอ่ื โครงสรา้ ง งานท่ีกำลังดำเนินการอยู่ ใหม้ กี ารเจริญเติบโตทาง พนื้ ฐานที่ยง่ั ยืน ตามกรอบ LMI 2552 - 2563 เศรษฐกิจอย่างยัง่ ยืน ภายใต้ - ยกระดบั ความร่วมมอื ในด้านความ และยกระดับความรว่ มมือ ความร่วมมอื 6 สาขา ได้แก่ มน่ั คงดา้ นพลงั งาน และการจัดการน้ำ สิ่งแวดลอ้ มและนำ้ สาธารณสุข และทรัพยากรธรรมชาตขิ า้ ม การศกึ ษา ความเชือ่ มโยง พรมแดน การเกษตรและความมน่ั คงทาง อาหาร และความมน่ั คงทาง พลังงาน (6) ความรว่ มมือล่มุ นำ้ โขง - ด้วนสมาชกิ 6 ประเทศ คือ - ความรว่ มมือด้านคมนาคม - ความร่วมมือดา้ นการ คงคา (Mekong - Ganga ไทย เมยี นมา สปป.ลาว เช่ือมโยงลมุ่ แม่นำ้ โขงให้เปน็ ตดิ ตอ่ สือ่ สาร Cooperation)f การประชมุ กมั พชู า เวียดนาม และอินเดีย ระเบียงเศรษฐกจิ ลมุ่ แมน่ ้ำโขง - รฐั มนตรีกรอบความร่วมมอื มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ เสรมิ สร้าง อินเดยี (Mekong - India - ความรว่ มมอื ด้านการเกษตร ลุ่มแม่นำ้ โขง - คงคา คร้งั ที่ 10 ความร่วมมอื ในกิจกรรมหลัก Economic Corridor) - ความรว่ มมือด้านวทิ ยาศาสตร์ ปี 2562 รับรองแผนปฏิบตั ิการ 4 สาขา ไดแ้ ก่ MGC ปี 2562 - 2565 (MGC - การท่องเทยี่ ว - ความรว่ มมอื ด้านการจัดการ และเทคโนโลยี Plan of Action 2019 - - การศกึ ษา ทรัพยากรนำ้ - ความรว่ มมือด้านการท่องเท่ียว 2022) - วัฒนธรรม - การคมนาคมขนส่ง ที่มา : a สำนกั ประสานความรว่ มมือระหวา่ งประเทศ (2562) b กองส่งเสรมิ เศรษฐสมั พันธแ์ ละความรว่ มมอื กรมเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศ กระทรวงการตา่ งประเทศ (2556)1 c กองสง่ เสริมเศรษฐสมั พนั ธแ์ ละความร่วมมอื กรมเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ (2556)2 d ธนาคารแหง่ ประเทศไทย (ม.ป.ป.) และอรมน ทรัพยท์ วธี รรม (2564) e กองบรรณาธิการจุลสาร จับตาอาเซยี น (2561) f กองส่งเสรมิ เศรษฐสมั พันธแ์ ละความร่วมมือ กรมเศรษฐกจิ ระหวา่ งประเทศ กระทรวงการตา่ งประเทศ (2555) และปรบั ปรงุ โดยที่ปรกึ ษา (2564) นโยบายและแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ในการศึกษานี้ แบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ 1) ระดับนานาชาติ ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ 2030 ของ ADB (ADB Strategy 2030) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community - AEC) และยุทธศาสตร์ความ ร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี - เจ้าพระยา - แม่โขง (Ayeyawady - Chao Phraya - Mekong Economic Cooperation Strategy: ACMECS) และ 2) ประเทศไทย ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี บริษัท ทรานสค์ อนซลั ท์ จำกดั 2-5 FN_FN_Exsum_C2-2115

โครงการศกึ ษาวิจยั พลวตั ของ Supply Chain ในอนภุ มู ภิ าคลุ่มนำ้ โขงและนยั ต่อการพฒั นาโครงสรา้ งพน้ื ฐาน รายงานสรปุ สำหรับผูบ้ ริหาร (พ.ศ. 2561 - 2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการต่างประเทศ ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2565) และ (ร่าง) แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 - 2570) แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของ ประเทศไทย ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2560 - 2564) และยุทธศาสตร์ 20 ปี ของ สพพ. (พ.ศ. 2563 - 2582) ซง่ึ สามารถสรปุ ความเชื่อมโยงและประเด็นการพฒั นาได้ดังรปู ที่ 2.2-1 โดยยุทธศาสตร์ 2030 (ADB Strategy 2030) มีเป้าหมายในการพัฒนาเอเชียแปซิฟิกให้มีความ เจริญรุ่งเรอื ง มีการพัฒนาอย่างท่วั ถึงพร้อมรับการเปล่ียนแปลงและมคี วามยั่งยืน ขณะเดียวกนั ยังคงมุ่งเน้น ขจัดความยากไร้อย่างต่อเนื่อง จากการผลักดันและสนับสนุนการพัฒนาประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกของ ADB ถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งของไทยและกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ที่จะ ดำเนินการพัฒนาภายใต้การสนับสนุนด้านการเงิน และองค์ความรู้ โดยเฉพาะในประเทศที่มีการพัฒนา ล้าหลังและมีการกระจุกตัวของความยากจนและความเปราะบางเป็นอันดับแรก เพื่อให้สามารถยกระดับ การพัฒนาให้ทัดเทียมกับประเทศในกลุ่มภูมิภาค นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังความร่วมกันได้อย่าง รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการพลิกโฉมภูมิภาคสู่เวทีโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ส่วนนโยบายและยุทธศาสตร์ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) ให้ความสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจร่วมกัน ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม โดย แผนงานที่ใช้ในการขับเคลื่อน คือ แผนงานประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2025 ซึ่งใช้เป็นแนวทางในการ พัฒนากลุ่มประเทศไปสู่กลุ่มประชาคมที่สำคัญของโลก นอกจากนี้ ยังมียุทธศาสตร์ความร่วมมืออิรวดี - เจ้าพระยา - แมโ่ ขง (Ayeyawady - Chao Phraya - Mekong Economic Cooperation Strategy: ACMECS) ที่เป็นข้อริเริ่มของไทยเมื่อปี 2546 และสมาชิก กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม ที่มุ่งเน้น การพัฒนาอย่างไร้รอยต่อระหว่างประเทศที่นำไปสู่ความยั่งยืนของเศรษฐกิจและสังคมร่วมกัน (Asian Development Bank, 2018)1 ซึง่ สามารถสรุปการพฒั นาที่เกีย่ วขอ้ งได้ดงั ตารางที่ 2.2-1 สำหรับนโยบายและยุทธศาสตร์ของไทยที่เกี่ยวข้องกับอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง คือ ยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการตา่ งประเทศ แผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2565) และ (ร่าง) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 - 2570) ท่ีให้ความสำคัญกับระบบโลจิสติกส์และการเชื่อมโยงกับ ต่างประเทศ โดยส่งเสริมให้ไทยเป็นประตูการค้าการลงทุนและจุดยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ที่สำคัญของ ภูมิภาค เนื่องจากความได้เปรียบด้านภูมิรัฐศาสตร์และศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทย (สำนักงานสภา พฒั นาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาต,ิ 2559 และสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาต,ิ 25641) โดยที่สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) ที่มีบทบาท ในการขบั เคลอ่ื นนโยบายดา้ นการพฒั นาระหวา่ งประเทศอย่างยั่งยนื ควบค่กู ับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมของประเทศเพื่อนบ้าน ได้มีการจัดทำยุทธศาสตร์ 20 ปี ของ สพพ. (พ.ศ. 2563 - 2582) ขึ้น เพ่ือ สอดรับกับกรอบการพัฒนาในระดับนานาชาติ และประเทศ ภายใตว้ สิ ัยทศั น์ “เป็นองค์กรชัน้ นำในการร่วม พัฒนาและสร้างการเติบโตอย่างทั่วถึงและยั่งยืน” (สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศ เพือ่ นบา้ น (องค์การมหาชน), 2562) บรษิ ทั ทรานสค์ อนซลั ท์ จำกัด 2-6 FN_FN_Exsum_C2-2115

โครงการศกึ ษาวจิ ยั พลวัตของ Supply Chain ในอนุภูมิภาคลุม่ น้ำโขงและนยั ต่อการพฒั นาโครงสร้างพนื้ ฐาน รายงานสรปุ สำหรับผบู้ รหิ าร ท่มี า : ท่ปี รึกษา (2564) รปู ท่ี 2.2-1 นโยบายและแผนยทุ ธศาสตรก์ ารพัฒนาทเี่ กย่ี วข้องกับอนุภูมิภาคลุม่ แม่น้ำโขง บรษิ ทั ทรานส์คอนซลั ท์ จำกดั 2-7 FN_FN_Exsum_C2-2115

โครงการศึกษาวิจยั พลวตั ของ Supply Chain ในอนภุ ูมิภาคลุม่ น้ำโขงและนยั ต่อการพฒั นาโครงสรา้ งพน้ื ฐาน รายงานสรปุ สำหรับผูบ้ ริหาร ตารางท่ี 2.2-1 สรปุ ผลการศกึ ษานโยบายและแผนยุทธศาสตร์การพฒั นาทีเ่ กีย่ วขอ้ ง การพฒั นาที่เก่ียวขอ้ ง ประเดน็ วัตถปุ ระสงค์ การพฒั นาโครงสร้างพืน้ ฐาน การพฒั นาด้านเศรษฐกจิ และ การจดั การหว่ งโซ่อุปทาน (1) ยทุ ธศาสตร์ 2030 ของ เพื่อบรรลเุ ป้าหมายในการ เน้นการดำเนินงาน 7 ดา้ น ADB (ADB Strategy พัฒนาเอเชียแปซิฟิกใหม้ ี ได้แก่ 2030) การประชุม ความเจริญรุ่งเรอื ง มกี าร - การแกป้ ญั หาความยากจน กรรมการบริหาร ADB พัฒนาอยา่ งทวั่ ถึงพร้อมรบั ปี 2561 อนุมัตแิ ผน การเปล่ยี นแปลงและมคี วาม และลดความไมเ่ ทา่ เทียม ยุทธศาสตร์ระยะยาว ยง่ั ยนื ขณะเดยี วกันยงั คง กันทีย่ ังคงอยู่ ฉบบั ใหม่ ได้แก่ มงุ่ เนน้ ขจัดความยากไร้อยา่ ง - ผลักดนั ความเทา่ เทยี มกัน แผนยทุ ธศาสตร์ 2030 ตอ่ เน่ืองตอ่ ไป ทางเพศให้มีความกา้ วหน้า (Strategy 2030) - รบั มอื กับการเปลยี่ นแปลง สภาพภูมิอากาศสรา้ ง กลไกปอ้ งกันภยั พบิ ตั แิ ละ สภาพภมู อิ ากาศและสรา้ ง ความยัง่ ยืนทางสงั คม แวดลอ้ มให้ดีข้ึน - ทำเขตเมอื งให้น่าอยู่ - ส่งเสรมิ การพัฒนาชนบท และความมั่นคงทางอาหาร - สง่ เสรมิ ระบบธรรมาภบิ าล และขีดความสามารถเชงิ สถาบันให้เข้มแขง็ - ส่งเสริมการบูรณาการและ ความร่วมมอื ระดับภมู ภิ าค (2) ประชาคมเศรษฐกิจ ให้ความสำคัญในการ - การพฒั นาโครงสรา้ งพ้นื ฐาน เปดิ เสรีสนิ ค้าและบรกิ ารสำคัญ อาเซยี น (ASEAN เสรมิ สร้างความแขง็ แกรง่ (Infrastructure Development) 12 สาขาสำคัญ (Priority Economic Community - ทางเศรษฐกจิ ร่วมกนั ร่วมกนั Sectors) ไดแ้ ก่ AEC) การประชมุ สุดยอด - การท่องเท่ยี ว อาเซยี นคร้ังที่ 39 ปี 2564 - การบิน ม่งุ เนน้ พัฒนาการ - ยานยนต์ ความสมั พนั ธแ์ ละ - ผลติ ภัณฑ์ไม้ ความร่วมมอื กบั หุ้นสว่ น - ผลติ ภณั ฑย์ าง ภายนอกภูมภิ าค - สิง่ ทอ - อเิ ลก็ ทรอนิกส์ - สินค้าเกษตร - ประมง - เทคโนโลยีสารสนเทศ - สขุ ภาพ - สาขาโลจสิ ตกิ ส์ บริษัท ทรานสค์ อนซลั ท์ จำกดั 2-8 FN_FN_Exsum_C2-2115

โครงการศกึ ษาวจิ ยั พลวัตของ Supply Chain ในอนภุ ูมิภาคล่มุ นำ้ โขงและนยั ตอ่ การพฒั นาโครงสรา้ งพนื้ ฐาน รายงานสรุปสำหรบั ผู้บรหิ าร ตารางท่ี 2.2-1 สรปุ ผลการศกึ ษานโยบายและแผนยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาทเ่ี ก่ยี วข้อง (ตอ่ ) การพฒั นาท่เี กย่ี วขอ้ ง ประเดน็ วตั ถุประสงค์ การพฒั นาโครงสรา้ งพื้นฐาน การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ และ การจัดการหว่ งโซ่อปุ ทาน (3) ยทุ ธศาสตรค์ วามร่วมมอื สมาชิก 5 ประเทศ ได้แก่ ดำเนนิ ความรว่ มมอื ในดา้ น ดำเนนิ ความรว่ มมอื ในด้านการ ทางเศรษฐกิจ อิรวดี - กัมพูชา สปป.ลาว เมยี นมา ความเชอ่ื มโยงทางคมนาคมขนส่ง อำนวยความสะดวกทางการคา้ เจ้าพระยา - แมโ่ ขง เวียดนาม และไทย มี โดยมคี วามคบื หนา้ คือ การลงทนุ การเกษตร อตุ สาหกรรม (Ayeyawady - Chao เปา้ ประสงค์หลัก คอื - การเชอ่ื มโยงคมนาคม และพลังงานการท่องเท่ยี ว Phraya - Mekong - การเสรมิ สร้างความ การพัฒนาทรพั ยากรมนษุ ย์ Economic Cooperation (สปป.ลาวเป็นประเทศนำ) สาธารณสุข และ ส่ิงแวดลอ้ ม Strategy: ACMECS) เชื่อมโยงแบบไรร้ อยต่อ ได้แก่ 1) ACMECS Single โดยมคี วามคบื หนา้ ของสาขา การจัดการประชุม ในอนภุ ูมภิ าค (Seamless Window Transport ความร่วมมือตา่ งๆ คอื คณะทำงานเพ่ือยกรา่ ง Connectivity) Cooperation และ 2) ACMECS - การอำนวยความสะดวก แผนแมบ่ ท ACMECS - การสอดประสานดา้ น Tourism Transport Corridors ครงั้ ที่ 3 ปี 2561 เศรษฐกจิ (Synchronized การคา้ และการลงทุน (ไทย ก่อนนำเสนอรา่ ง ACMECS Economies) เป็นประเทศนำ) ในการ แผนแมบ่ ทฯ ให้ท่ีประชมุ - การพฒั นาภูมภิ าคใน จัดตง้ั ศูนย์ One - Stop - ผนู้ ำ ACMECS ครงั้ ที่ 8 ลักษณะยงั่ ยืนและมี Service (ด่านพรมแดน รับรอง นวตั กรรม (Smart and มกุ ดาหาร) สง่ เสริมการใช้ Sustainable ACMECS) ระบบ Single Stop ที่มา : ท่ีปรึกษา (2564) Inspection บริเวณ ชายแดน ผอ่ นปรน กฎระเบยี บสำหรบั ผู้มีถนิ่ พำนักนอกประเทศไทย และโครงการความร่วมมอื ดา้ นพาณชิ ยอ์ ิเลคทรอนิคส์ (E - Commerce) - การเกษตร (เมียนมาเปน็ ประเทศนำ) การทำเกษตร แบบมสี ญั ญา (Contract Farming) - อตุ สาหกรรมและพลังงาน (เวยี ดนามเปน็ ประเทศนำ) - การทอ่ งเที่ยว (กัมพูชาเปน็ ประเทศนำ) ร่วมกิจกรรม สง่ เสริมการทอ่ งเท่ยี วและ คาราวานสำรวจเส้นทาง ของประเทศสมาชกิ บริษัท ทรานสค์ อนซลั ท์ จำกัด 2-9 FN_FN_Exsum_C2-2115

โครงการศกึ ษาวจิ ยั พลวตั ของ Supply Chain ในอนภุ มู ิภาคลมุ่ น้ำโขงและนยั ต่อการพฒั นาโครงสรา้ งพนื้ ฐาน รายงานสรปุ สำหรบั ผูบ้ รหิ าร กรอบความร่วมมือ GMS ในปัจจุบันส่วนใหญ่เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ตามแนวพื้นท่ี ระเบียงเศรษฐกิจท่ีสำคัญ 3 แนว คือ แนวเหนือ - ใต้ (North - South Economic Corridors) แนว ตะวันออก - ตะวันตก (East - West Economic Corridor) และแนวใต้ (Southern Economic Corridor) ซึ่งมีโครงข่ายการคมนาคมและขนส่งที่สำคัญ ดังรูปที่ 2.3-1 โดย ADB ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักด้านเงินทนุ และวิชาการของการพัฒนาโครงการความร่วมมือทางเศรษฐกิจ GMS โดยการจัดทำโครงการให้ความ ช่วยเหลือทางวิชาการ (RETA 6450: Enhancing Transport and Trade Facilitation in GMS) เพื่อ อำนวยความสะดวกการค้าและการขนส่ง โดยเน้น 4 เรื่องหลักๆ คือ (1) การสร้างความเข้มแข็งด้าน สุขอนามยั และสขุ อนามัยพชื (SPS) (2) การพฒั นาระบบโลจสิ ติกส์ระดับประเทศและอนภุ ูมิภาค GMS เพ่ือ ลดอุปสรรคทางด้านกฎระเบียบ และต้นทุนด้านค่าใช้จ่ายและเวลา (3) การจัดตั้งองค์กร/สถาบัน ผู้เชี่ยวชาญในการสนับสนุนการอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งและการค้า (4) การแลกเปลี่ยนข้อมูล ระหว่างกนั ในอนุภูมิภาค (ทศวิณหุ์ เกียรติทัตต์, 2563) และในขณะเดียวกันกลุ่มประเทศ CLMVT มีการกำหนด ข้อตกลงเพ่ืออำนวยความสะดวกการขนส่งข้ามแดนในอนภุ ูมิภาคลุ่มแม่นำ้ โขง ช่วยลดขั้นตอน กฎระเบียบ และพิธีการ ที่เกี่ยวข้องกับการข้ามแดน ซึ่งจะครอบคลุมมิติการขนส่งข้ามพรมแดน ได้แก่ การขนส่ง การตรวจคนเข้าเมือง การกักกัน เป็นต้น (กองส่งเสริมเศรษฐกิจสัมพันธ์และความร่วมมือ กรมเศรษฐกิจ ระหวา่ งประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ, 2556)1 รูปที่ 2.3-1 โครงข่ายการคมนาคมและขนสง่ ที่สำคญั จากการกีดกนั ทางการคา้ ท่ีมิใช่ภาษี ทง้ั มาตรการทม่ี ใิ ช่ภาษี (Non - Tariff Measures: NTMs) และ อุปสรรคทางการค้าที่มิใชภ่ าษี (Non - Tariff Barriers: NTBs) สง่ ผลกระทบในด้านการค้าระหว่างประเทศ สมาชิก เช่น ผู้ประกอบการต้องมีต้นทุนเพิ่มขึ้นและขาดความสามารถในการส่งออก ภาครัฐสูญเสียรายได้ เข้าประเทศจากมูลค่าการส่งออกที่ลดลง และเป็นภาระของหน่วยงานของรัฐที่ต้องคอยติดตามการ ประกาศ/ออกเงื่อนไขการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีของประเทศคู่ค้า และหากประเทศที่มีการพึ่งพาการ ส่งออกมาก รายได้จากการส่งออกลดลง และจะส่งผลให้รายได้และการจา้ งแรงงานของประเทศลดลงและส่งผล ต่อความมน่ั คงในประเทศตามไปด้วย (กรมเจรจาการค้าระหวา่ งประเทศ, 2556) แต่หากในอนาคตมีการผ่อนปรนมาตรการด้านนโยบายการกีดกันการค้าที่มิใช่ภาษี (Non - Tariff Barrier) ก็จะช่วยให้ลดต้นทุนการส่งออกสินค้า ทำให้รัฐบาลมีรายได้เข้าประเทศจากมูลค่า การส่งออกทเ่ี พิม่ ขน้ึ และลดภาระของหน่วยงานของรฐั รวมท้งั ส่งผลต่อรายไดแ้ ละการจา้ งแรงงานท่ีเพ่ิมขึ้น ขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าให้กับประเทศสมาชิก CLMVT ที่เพิ่มข้ึน โดยจากการรวบรวมและศึกษาข้อมูลด้านนโยบายการกีดกันการค้าที่มิใช่ภาษีของแต่ละประเทศใน อนภุ มู ิภาคลุ่มแมน่ ำ้ โขงและจีนตอนใต้ ดังตารางที่ 2.4-1 บรษิ ัท ทรานสค์ อนซลั ท์ จำกดั 2-10 FN_FN_Exsum_C2-2115

โครงการศึกษาวิจยั พลวตั ของ Supply Chain ในอนุภมู ิภาคล่มุ นำ้ โขงและนยั ต่อการพฒั นาโครงสร้างพน้ื ฐาน ทีม่ า : ท่ปี รกึ ษา (2564) รปู ท่ี 2.3-1 โครงข่ายการ บรษิ ทั ทรานส์คอนซลั ท์ จำกดั 2

รายงานสรปุ สำหรับผบู้ ริหาร รคมนาคมและขนสง่ ที่สำคญั FN_FN_Exsum_C2-2115 2-11

โครงการศกึ ษาวจิ ยั พลวตั ของ Supply Chain ในอนุภมู ิภาคลุ่มนำ้ โขงและนยั ต่อการพฒั นาโครงสร้างพนื้ ฐาน รายงานสรปุ สำหรบั ผู้บรหิ าร ตารางท่ี 2.4-1 นโยบายการกดี กันการคา้ ท่ีมิใชภ่ าษขี องกมั พูชา สปป.ลาว เมียนมา เวยี ดนาม และจีนตอนใต้ ประเทศ นโยบายการกีดกันการค้าทม่ี ิใช่ภาษี (Non - Tariff Barrier: NTBs) กมั พูชา สินค้าเกษตร ก่อนการนำเข้าแต่ละครั้งต้องได้รับความเห็นชอบจากกรม CAMCONTROL มาตรการด้าน สุขอนามัยกำหนดให้มีใบรับรองมาตรฐานสินค้าโดยขึ้นทะเบียนทดสอบมาตรฐานสินค้ามีใบรับรองปลอด ศตั รพู ชื และรายละเอยี ดอาหารเป็นภาษากมั พชู า Import Prohibition: หา้ มนำเข้า - สง่ ออกสินค้าไมซ้ ุง เนือ่ งจากเปน็ การอนรุ ักษ์ป่าไม้ ระเบียบและขั้นตอนการนำเข้าสินค้า สินค้าที่จะนำเข้ากัมพูชาต้องผ่านการตรวจสอบจากบริษัท SGS ท่ี กระทรวงพาณชิ ย์กัมพชู าตงั้ ขน้ึ มาเพือ่ ตรวจสอบคุณภาพสินคา้ และทำการประเมนิ พิกดั ศุลกากร ถา้ สินคา้ ใด ไมผ่ ่านการตรวจสอบจะไมส่ ามารถส่งเขา้ ไปขายในตลาดกมั พชู าได้ สปป.ลาว กฎหมายและระเบียบต่างๆ มีการเปลีย่ นแปลงบ่อยไมช่ ัดเจน ทั้งนี้ เริ่มมีการปรับเปลี่ยนเพือ่ คุ้มครองคนใน ประเทศมากขนึ้ เชน่ การกำหนดอาชีพสงวนสำหรบั คนในประเทศ การกำหนดเง่อื นไขในการประกอบธุรกิจ มากขน้ึ ธุรกิจบางประเภทต้องขออนุญาตจากหน่วยงานท่ีเกยี่ วขอ้ ง เปน็ ตน้ นโยบายของรัฐบาลกลางกับนโยบายของแต่ละแขวงอาจจะไม่สอดคล้องกันในทางปฏิบัติ ทั้งที่ได้รับ การส่งเสริมจากรัฐบาลกลางทำให้บางครั้งไม่สามารถขออนมุ ัตกิ ารดำเนินการได้ มาตรฐานการจัดเตรียมเอกสารนำเข้าไม่ชัดเจน หน่วยงานภาครัฐยังไม่มีมาตรฐานการเตรียมเอกสารที่ ชัดเจน มีการขอเอกสารเพิ่มเตมิ บอ่ ยและมากขึ้นทุกปี เช่น รายละเอียดสินค้า จึงทำให้การดำเนินงานล่าช้า และมกี ารใชเ้ อกสารเกินความจำเป็น เปน็ ต้น จำกัดประเภทสินค้าที่นำเข้าผ่านด่านท้องถิ่นและด่านประเพณีได้ โดยอนุญาตสำหรับสินค้า 2 กลุ่ม คือ 1) สินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในการผลิตและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ และ 2) ยานพาหนะ เครื่องจกั ร และวสั ดุอุปกรณข์ นาดเล็กที่ใชใ้ นการทำเกษตรกรรม เช่น รถไถเดินตาม เครื่องสูบน้ำ โดยสินค้า นอกเหนือจาก 2 กลุ่มดังกล่าว จะต้องนำเข้าผ่านด่านสากลเทา่ นั้น ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเริ่มบังคบั ใชเ้ มือ่ วนั ที่ 1 มกราคม 2560 ท่ดี ่านท้องถ่นิ ปากตะพาน แขวงสาละวนั ตรงขา้ มกับจุดผ่านแดนถาวรบา้ นปากแซง อุบลราชธานี เมยี นมา การขอใบอนุญาตนำเข้า ระยะเวลาในการขอใบอนุญาตนำเข้าต่างกันระหว่างผู้นำเข้าต่างชาติใช้เวลา ดำเนนิ การ 3 - 6 เดือน และผนู้ ำเข้าทอ้ งถน่ิ ใชเ้ วลา 2 - 3 วนั สินค้าที่ควบคุมการนำเข้า ได้แก่ ผงชูรส น้ำหวานและเครื่องดื่ม ขนมปังกรอบทุกชนิด หมากฝรั่ง ขนมเคก้ ขนมเวเฟอร์ ชอ็ กโกแล็ต อาหารกระป๋อง (เน้อื สตั ว์และผลไม้) เสน้ หมีท่ ุกชนดิ เหล้า เบียร์ บุหร่ี ผลไม้สดทุกชนิด ห้ามนำเข้าสนิ คา้ ในรปู แบบการคา้ ปกตทิ างทะเล ตามประกาศ ฉบับที่ 2/2000 ลงวนั ท่ี 25 กมุ ภาพนั ธ์ 2554 โดยใหเ้ หตผุ ลวา่ เพือ่ สงวนเงินตราตา่ งประเทศและคุ้มครองอุตสาหกรรมภายในประเทศ Import Licensing: การออกใบอนุญาตการนำเข้า เป็นมาตรการจำกัดปริมาณนำเข้าหรือ Quantitative Restriction: QR ไดแ้ ก่ สนิ ค้าทกุ ชนิดต้องขอหนังสอื อนุญาตนำเข้าสนิ ค้าอุปโภคบรโิ ภค ห้ามนำเขา้ จากไทย 8 รายการ (สุรา เบียร์ บุหรี่ หมากฝรั่ง เค้ก เวเฟอร์ ช็อกโกแลต และสินค้าควบคุมนำเข้าตามกฎหมายที่ บังคับใชอ้ ยู่แล้ว) เมื่อวันท่ี 9 พฤษภาคม 2564 มีการประกาศห้ามนำเข้ารถจักรยานยนต์ชั่วคราวจากทุกประเทศ เนื่องจาก เหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศที่ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะในการสร้างความไม่สงบจึงได้ระงับ การนำเขา้ ชวั่ คราว บรษิ ัท ทรานสค์ อนซลั ท์ จำกดั 2-12 FN_FN_Exsum_C2-2115

โครงการศึกษาวจิ ยั พลวัตของ Supply Chain ในอนภุ มู ภิ าคลุ่มนำ้ โขงและนยั ตอ่ การพฒั นาโครงสร้างพนื้ ฐาน รายงานสรปุ สำหรบั ผ้บู รหิ าร ตารางที่ 2.4-1 นโยบายการกีดกนั การคา้ ท่มี ิใชภ่ าษีของกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวยี ดนาม และจีนตอนใต้ (ต่อ) ประเทศ นโยบายการกดี กันการคา้ ทม่ี ใิ ชภ่ าษี (Non - Tariff Barrier: NTBs) เวยี ดนาม สนิ คา้ เกษตรและอาหาร ต้องขอใบอนุญาตนำเขา้ สินค้าเกษตรและอาหารโดยยน่ื คำรอ้ งพรอ้ มเอกสารและ แจง้ ผลการพิจารณาทางไปรษณียเ์ ท่านนั้ ทำใหเ้ กดิ ความลา่ ช้า การส่งออกสินค้าโดยใช้สิทธิประโยชน์โดยการใช้ L/C ในการชำระเงินธนาคารของประเทศ ผู้นำเข้าใน เวียดนาม มักจะมีการร้องขอเอกสารประกอบการส่งออกมากเกินความจำเป็นทำให้ผู้ส่งออกต้องใช้เวลาใน การทำเอกสารมากเกนิ ความจำเปน็ โดยเอกสารบางรายการไม่มีความจำเปน็ ในการเดนิ พิธกี ารศลุ กากร Import Licensing: การออกใบอนุญาตการนำเข้า เป็นมาตรการจำกัดปริมาณนำเข้าหรือ Quantitative Restriction: QR ไดแ้ ก่ สินคา้ อาหารและเกษตรได้ขยายรายการสินคา้ นำเขา้ ที่อย่ภู ายใตก้ ารขออนญุ าตแบบ อัตโนมัติมากขึ้นให้ยื่นคำร้อง และแจ้งตอบทางไปรษณีย์เท่านั้น สินค้าอุปโภคบริโภคบางรายการต้องขอ อนญุ าตนำเข้าโดยอัตโนมตั ิ Import Restriction: มีข้อจำกัดการนำเข้า บุหรี่และซิการ์ น้ำมันดิบ หนังสือพิมพ์ วารสารและนิตยสาร และสื่อที่บันทกึ ด้วยเสียงหรือภาพ (ยกเว้นบางรายการ) สงวนสิทธิ์บางสินค้าไว้ให้กับวิสาหกิจของรัฐเท่านั้น และสงวนธุรกิจการค้าและกระจายสินค้าให้เฉพาะบริษัทเวียดนามเท่านั้น สินค้าโทรศัพท์มือถือ เครื่องสำอาง เหล้าและไวน์ ให้นำเข้าได้ 3 ท่าเท่านั้น (นครโฮจิมินห์ ดานัง และไฮฟอง) และผู้นำเข้าต้องมี เอกสารแต่งต้งั เปน็ ผู้ดำเนินการจากผ้ผู ลติ ซ่ึงได้รบั รองเอกสารโดยสถานทูตเวียดนามในประเทศผู้ผลิต Import Prohibition: ไม่อนุญาตให้นำเข้าอาวธุ ยุทโธปกรณ์ วัตถุระเบิด ยาเสพติด สารเคมีท่ีเป็นพิษ สินค้า ทางวัฒนธรรมที่ขัดแย้งและเสื่อมทราม พลุ ไฟ ของเล่นเด็กบางประเภท สินค้าอุปโภคบริโภคมือสอง ยานยนต์ขับเคลื่อนมือขวา วัสดุจากแร่ใยหินกลุ่ม Amphibole ซอฟท์แวร์และอุปกรณ์เข้ารหัสต่างๆ เศษวสั ดุ/ของใชแ้ ลว้ ทท่ี ำให้เกดิ ขยะมลภาวะและอปุ กรณ์ ทำความเย็นทใี่ ช้ Chlorofluorocarbons จีนตอนใต้ ฉลากสิ่งแวดล้อมต้องมเี อกสารรับรองด้านส่ิงแวดล้อมของจนี (China Environmental United Certification Center: CEC) สนิ ค้าอุปโภคบรโิ ภคมีการออกกฎหมายภายในประเทศให้มีความแตกตา่ งกันระหวา่ งรฐั บาลกลางและระดับ มณฑล การจดั เก็บภาษีและคา่ ธรรมเนยี มมคี วามซ้ำซ้อนกนั ในประเทศ การตรวจสอบสินค้าผัก ผลไม้นำเขา้ มคี วามเขม้ งวดสงู และใช้เวลานาน การขอใบอนญุ าตนำเขา้ ของผปู้ ระกอบการจนี กำหนดให้เฉพาะชาวจีนเท่าน้ัน การส่งออกผลไม้จากไทยเข้าสู่ตลาดจีน ถึงแม้จะไม่มีการเก็บภาษีนำเข้าแต่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 13 ขณะที่ผลไม้จีนที่เข้ามาในตลาดไทยเสียภาษีร้อยละ 0 การเสียค่าใช้จ่ายในการผ่านด่านประเทศเพื่อนบ้าน ทำใหต้ ้นทุนการขนส่งเพม่ิ ขึ้น ปญั หาดา้ นระวางเรือทไ่ี มเ่ พยี งพอและการเปดิ ปิดเขื่อนเพอื่ อำนวยความสะดวก ให้กบั เรอื ขนสินค้าของจีน รวมถึงการขนส่งทต่ี อ้ งใช้รถคอนเทนเนอร์แบบต้แู ช่เย็นเพ่อื ป้องกันความเสียหาย ทีม่ คี ่าใช้จา่ ยค่อนข้างสงู ที่มา : สำนักงานเลขาธกิ ารสภาผู้แทนราษฎร (ม.ป.ป.) บริษทั ทรานส์คอนซลั ท์ จำกัด 2-13 FN_FN_Exsum_C2-2115

โครงการศึกษาวจิ ยั พลวัตของ Supply Chain ในอนภุ มู ภิ าคลุม่ นำ้ โขงและนยั ตอ่ การพฒั นาโครงสร้างพน้ื ฐาน รายงานสรปุ สำหรับผ้บู ริหาร การศึกษาวิจัยพลวัตของ Supply Chain ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและนัยต่อการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน มีขอบเขตพื้นที่ในการศึกษา คือ 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย กัมพูชา เมียนมา สปป.ลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้ ดังนั้นในการศึกษาด้านเศรษฐกิจสงั คมจึงนำเสนอข้อมูลด้านเศรษฐกิจและสังคม ของ 6 ประเทศ ท้งั น้ี ขอ้ มูลจีนตอนใต้บางสว่ นท่ีไม่มกี ารเผยแพร่ในแหลง่ ขอ้ มูลทเี่ ชื่อถือได้จะถูกนำเสนอใน ภาพรวมของจีน ซึ่งภาวะเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงมีการเติบโตตามการขยายตัวของ ภาวะเศรษฐกิจโลก สรุปดังรูปที่ 2.5-1 โดยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จนกระท่ังเริ่มหดตัวในปี 2563 จากผลกระทบของปัญหาโรคระบาดโควิด-19 เมื่อพิจารณารายได้ต่อหัว ของประชากรในกลุ่มประเทศ พบว่า ไทยมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวมากที่สุดในขณะที่เมียนมาต่ำที่สุด ทั้งนี้ โครงสร้างการผลิตของทุกประเทศในกลุ่มประเทศมีสัดส่วนภาคบริการมากที่สุดโดยเฉพาะไทยและจีนที่มี สัดส่วนรายได้เกิดจากภาคบริการมากกว่ากึ่งหนึ่ง ส่วนดุลการค้าระหว่างประเทศในช่วง 5 ปี (2558 - 2562) พบว่า มีเพียงไทยและจีนเท่านั้นที่มีดุลการค้าเกินดุลในขณะที่ประเทศอื่นอยู่ในภาวการณ์ขาด ดุลการค้าอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตามในปีปัจจุบันที่ทุกประเทศต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจซบเซาจาก ปัญหาโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของแต่ละประเทศแตกต่างกันทั้งนี้ขึ้นกับ การบริหารจัดการและการแก้ไขปัญหาทั้งจากความซบเซาจากการระบาดในปี 2563 และการระบาด รอบใหม่ที่ส่งผลกระทบเพิ่มขึ้นของภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละประเทศที่จะส่งผลต่อ การฟืน้ ตวั และการเติบโตทางเศรษฐกิจของทุกประเทศ (International Monetary Fund, 2021) รปู ที่ 2.5-1 อนภุ ูมภิ าคลมุ่ แม่น้ำโขง Greater Mekong Subregion เศรษฐกิจและสังคม จากข้อมูลต่างๆ ที่ได้กล่วามาแล้วข้างต้น จะเห็นได้ว่า GMS เป็นกรอบความร่วมมือที่มีศักยภาพ ทั้งด้านเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยการดำเนินงานของ GMS นั้นเป็นการดำเนินการ ภายในกลุ่ม แต่ย่อมไม่รอดพ้นจากการแทรกแซง การเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากประเทศมหาอำนาจ ที่เข้ามามีอิทธิพลสำคัญใน GMS ประกอบด้วย จีน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น อินเดีย และเกาหลีใต้ เพือ่ เสริมสรา้ งศักยภาพของประเทศและกลุ่มในภูมภิ าค ดงั รปู ท่ี 2.6-1 จะเหน็ ได้ว่าแต่ละประเทศพยายาม เข้ามามีบทบาทในอนุภูมิภาคในรูปแบบต่างๆ ดงั นี้ บรษิ ทั ทรานส์คอนซลั ท์ จำกดั 2-14 FN_FN_Exsum_C2-2115

โครงการศึกษาวิจยั พลวัตของ Supply Chain ในอนุภมู ภิ าคลมุ่ นำ้ โขงและนยั ต่อการพฒั นาโครงสร้างพนื้ ฐาน ท่มี า : International Monetary Fund (2021) และปรับปรงุ โดยท่ีปรึกษา (2564) รปู ท่ี 2.5-1 อนุภมู ิภาคลุ่มแม่น้ำโขง Great บรษิ ทั ทรานส์คอนซลั ท์ จำกดั 2

รายงานสรุปสำหรบั ผ้บู ริหาร ter Mekong Subregion เศรษฐกิจและสังคม FN_FN_Exsum_C2-2115 2-15

โครงการศกึ ษาวจิ ยั พลวตั ของ Supply Chain ในอนุภมู ิภาคลุ่มน้ำโขงและนยั ต่อการพฒั นาโครงสร้างพนื้ ฐาน รายงานสรุปสำหรับผบู้ ริหาร ทมี่ า : วรวิช ศริ ิจนิ ตนา (2563) รปู ท่ี 2.6-1 ความสัมพันธ์ของอนุภูมิภาคล่มุ แมน่ ำ้ โขง (GMS) กับประเทศมหาอำนาจ 1) จีน ในฐานะสมาชิก GMS พยายามแผ่ขยายอิทธิพลของตน โดยการกระชับความสัมพันธ์กับ ประเทศสมาชิกให้แน่นแฟ้นและครอบคลุมรอบดา้ น ผ่านความร่วมมือด้านตา่ งๆ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกจิ การเร่งพัฒนาเส้นทางคมนาคม ขนส่งทั้งทางรถยนต์และรถไฟในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพิ่มความร่วมมือเพ่ือการพัฒนาและลดปัญหาความยากจน การสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศใน GMS นอกจากน้ี จนี ยังผลักดันกรอบความร่วมมือลา้ นช้าง - แม่โขง (Mekong - Lancang Cooperation - LMC) ซึ่งประกอบด้วย จีน ไทย เมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม เพื่อเป็นกลไกกระชับความร่วมมือ ของประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างจีน-อาเซียน (สำนักข่าวกรอง แหง่ ชาติ, 2564) 2) สหรัฐอเมริกา พยายามรักษาบทบาท และความสัมพันธ์กับประเทศในลุ่มน้ำโขงตอนล่าง (ประกอบด้วย ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม) เพื่อถ่วงดุลอิทธิพลจีนในภูมิภาค ตามกรอบข้อริเริ่ม ลุ่มแม่นำ้ โขงตอนลา่ ง (Lower Mekong Initiative - LMI) ท่ีสหรฐั ฯ ริเริม่ ไว้ตง้ั แตป่ ี 2552 ซง่ึ เปดิ โอกาสให้ สหรัฐฯ มีส่วนช่วยเหลือและร่วมพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ในด้านพลังงาน สาธารณสุข ความมั่นคง ทางอาหาร การเกษตร การศึกษา การรักษาสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยในวันที่ 11 กันยายน 2563 สหรฐั อเมรกิ า กมั พูชา สปป.ลาว เมียนมา ไทย และเวยี ดนาม ไดเ้ ปดิ ตัวกรอบความร่วมมือ หุ้นส่วนลุ่มน้ำโขง - สหรัฐฯ (Mekong - U.S. Partnership) เพื่อย้ำจุดยืนความสัมพันธ์ที่ยืนนานระหว่างกัน ซึง่ สหรฐั อเมริกาไดป้ ระกาศแผนการดำเนินงาน โดยรว่ มมือกับสภาคองเกรส เพอ่ื ยกระดบั การสนับสนุนให้ เกิดเอกราช ความเป็นอิสระทางเศรษฐกิจ ธรรมาภิบาล และการเติบโตที่ยั่งยืนในประเทศภาคีลุ่มน้ำโขง (กองบรรณาธิการ จุลสารจับตาอาเซียน, 2561) บรษิ ัท ทรานส์คอนซลั ท์ จำกดั 2-16 FN_FN_Exsum_C2-2115

โครงการศกึ ษาวจิ ยั พลวัตของ Supply Chain ในอนุภูมิภาคลมุ่ น้ำโขงและนยั ต่อการพฒั นาโครงสรา้ งพน้ื ฐาน รายงานสรุปสำหรับผบู้ ริหาร 3) ญี่ปุ่น ต้องการมีบทบาทที่ชัดเจนขึ้นในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง จึงผลักดันกรอบความร่วมมือ ลุ่มน้ำโขง กับญี่ปุ่น (Mekong - Japan Cooperation) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดช่องว่างทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาระหว่าง สมาชิกก่อตั้งกับสมาชิกใหม่ของอาเซียนภายใน GMS เพื่อความแข็งแกร่งของ อาเซียน ซึ่งจะนำไปสู่สันติภาพเสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคเอเชียตอ่ ไป โดยผ่านการให้ ความช่วยเหลือของญี่ปุ่นที่ให้แก่ GMS กลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ในด้านต่างๆ ทั้งการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม การเสริมสร้าง ขีดความสามารถด้านโลจิสติกส์และการกระจายสินค้า รวมถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและประชาชน ขณะที่ไทยแสดงบทบาทเป็นประเทศผู้ให้ร่วม (Co - donor/Co - sponsor) กับญี่ปุ่นในการพัฒนา GMS โดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือในด้าน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ซึ่งไทยมีประสบการณ์และศักยภาพ ทั้งนี้ญี่ปุ่นมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนา GMS มาเป็นเวลานาน โดยให้เงินสนับสนุนผ่าน ADB ภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจใน GMS ใน การประชุมรัฐมนตรีกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง - ญี่ปุ่น เห็นพ้องที่จะสานต่อความร่วมมอื ภายใต้ 3 เสาหลัก ของ Tokyo Strategy 2018 ได้แก่ 1) การพัฒนาความเชื่อมโยงที่ดีและมีคุณภาพ 2) การพัฒนา สีเขียวในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยสนับสนุนการจัดทำข้อริเริ่มลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่นเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ปี 2573 (Mekong - Japan Initiative for SDGs toward 2030) ให้เสร็จสิ้นเพื่อสามารถรับรองในการ ประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง - ญี่ปุ่น และ 3) การสร้างสังคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง (กองส่งเสริมเศรษฐสัมพันธแ์ ละความร่วมมือ กรมเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ, 2556)1 4) อินเดีย ส่งเสริมความร่วมมือกับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงภายใต้กรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง - คงคา (Mekong - Ganga Cooperation - MGC) ซึง่ ประกอบด้วย อินเดีย กัมพชู า ลาว เมยี นมา ไทย และ เวียดนาม โดยให้ ความสำคัญกบั ความรว่ มมอื ด้านการท่องเที่ยว การศึกษาการพัฒนาทรพั ยากรมนุษย์และ การขนส่ง นอกจากนี้ อินเดียยังพยายามผลักดันกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง - คงคาให้เป็นระเบียง เศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง - อินเดีย (Mekong - India Economic Corridor) ซึ่งจะบูรณาการเข้ากับความ เชื่อมโยงอินเดีย - อาเซียน (India - ASEAN Connectivity) เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการค้า นอกจากนี้ ที่ประชุมรัฐมนตรีกรอบความร่วมมือ ลุ่มน้ำโขง - คงคา ครั้งที่ 10 ที่กรุงเทพฯ เมื่อสิงหาคม 2562 ได้รับรองแผนปฏิบัติการ MGC ปี 2562 - 2565 (MGC Plan of Action 2019 - 2022) ซึ่งช่วย กำหนดทิศทางความร่วมมือในอนาคตของ MGC โดยมุ่งเน้นสาขาความร่วมมือด้านคมนาคมและการ ติดต่อสื่อสาร การเกษตร การจัดการทรัพยากรน้ำ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วัฒนธรรม การท่องเที่ยว เชิงพุทธศาสนา การศึกษา สาธารณสุขและการแพทย์แผนโบราณ และในปี 2563 ครบรอบ 20 ปี ของ ความร่วมมือดังกล่าว (กองส่งเสริมเศรษฐสัมพันธ์และความร่วมมือ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ, 2556) 5) เกาหลีใต้ มีความร่วมมือภายใต้กรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับเกาหลีใต้ (Mekong - ROK Cooperation) ซึ่งประกอบไปดว้ ย กัมพชู า ลาว เมยี นมา เวียดนาม ไทย และเกาหลใี ตโ้ ดยมีเป้าหมายที่จะ ลดช่องว่างการพัฒนาในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง รวมถึงส่งเสริมสัมพันธ์ระหว่างอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงแ ละ เกาหลีใต้ ในดา้ นตา่ งๆ เฉพาะอย่างยง่ิ ความเช่ือมโยงทางเศรษฐกิจ ตามแผนปฏบิ ัตกิ ารลุ่มน้ำโขงกับเกาหลี บริษทั ทรานส์คอนซลั ท์ จำกดั 2-17 FN_FN_Exsum_C2-2115

โครงการศึกษาวจิ ยั พลวัตของ Supply Chain ในอนุภูมิภาคลมุ่ นำ้ โขงและนยั ต่อการพฒั นาโครงสร้างพน้ื ฐาน รายงานสรปุ สำหรบั ผบู้ รหิ าร ใต้ปี 2557 - 2560 ซงึ่ ระบุแนวทางการดำเนินความร่วมมือใน 6 สาขา ไดแ้ ก่ โครงสรา้ งพน้ื ฐาน เทคโนโลยี สารสนเทศ การเกษตร การจัดการทรัพยากรน้ำ การพัฒนาที่เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม และการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ (กองส่งเสริมเศรษฐสัมพันธ์และความร่วมมือ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวง การตา่ งประเทศ, 2556)2 ดงั นนั้ เม่อื พจิ ารณาความสมั พันธ์ของอนภุ ูมิภาคลุม่ แม่น้ำโขง (GMS) กับประเทศมหาอำนาจจากท่ี กล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่าอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) กลายเป็นจุดสนใจและเป้าหมายของประเทศ มหาอำนาจมากขึ้น เชน่ จีน สหรฐั ฯ ญี่ปุน่ อนิ เดยี เกาหลใี ต้ เน่ืองจากเป็นกลไกหลักท่ีสำคัญในการพัฒนา ลุ่มน้ำโขงที่จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งของประชาคมอาเซียน เห็นได้จากกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนา แผนงาน GMS ระยะ 10 ปี (ปี 2555 - 2565) ท่ีเน้นความรว่ มมอื ในการดำเนินงานดา้ นต่างๆ อย่างต่อเนอื่ ง ได้แก่ การพัฒนาเส้นทางคมนาคมขนส่ง การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน โทรคมนาคม การท่องเที่ยว การเกษตร การค้าและการลงทุน ซึ่งจะส่งผลให้ GMS กลายเป็นกลุ่มความร่วมมือทาง เศรษฐกิจที่มีแนวโน้มจะขยายตัวอย่างรวดเร็วและเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียนอย่างมาก ความสำเร็จในการรวมตัวในอนุภูมิภาคทำให้ประเทศมหาอำนาจต้องการเข้ามามี สว่ นรว่ มหรือแสวงประโยชน์ทั้งจากทรัพยากรที่อุดมสมบรู ณ์และตลาดลงทุนทีส่ ำคัญ ขณะท่ีในอีกด้านหน่ึง สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นศูนย์กลางของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ที่มีต่อประชาคมโลก ซึ่งกรอบ ความร่วมมือต่างๆ จะทำให้เกิดประโยชน์ในการยกระดับเศรษฐกิจและสังคม และประโยชน์อื่นๆ แก่ไทย และกลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแมน่ ำ้ โขงได้ดงั น้ี - ป้องกนั ความขดั แยง้ ระหว่างประเทศสมาชิก เพื่อสง่ เสริมการพัฒนาร่วมกนั ของอนุภมู ภิ าค - พัฒนาโครงสรา้ งพน้ื ฐานให้สอดรับกนั และเปน็ หนึ่งเดยี วกันอยา่ งไรร้ อยต่อ - พัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ไปให้ทิศทางเดียวกัน เพื่อความเป็นหนึ่งเดียวกัน และสามารถสร้างอำนาจต่อรองแก่ประเทศสมาชิกในเวทีโลกทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และ การเมอื ง - ทำให้เกดิ สภาพคลอ่ งในการพัฒนาเศรษฐกจิ การคา้ และการลงทนุ ระหว่างประเทศ - ตลาดขนาดใหญ่ของอนุภูมิภาค จะเป็นโอกาสในการขยายการส่งออกสินค้าไทยมากขึ้น และ ยกระดับเป็นตลาดท่ีสำคญั ในระดบั โลกได้ - การรวมเป็นตลาดเดียวกันจะช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนในภูมิภาค รวมถึงไทยมากขึน้ ซง่ึ จะช่วยสร้างงานและรายไดแ้ กป่ ระชาชน - ร่วมมือกันปรับระเบียบและกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศสมาชิกที่จะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และขจัดมาตรการกดี กันต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทนุ ระหว่างกัน ลดอปุ สรรคใน การพัฒนาเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศ และอนภุ ูมภิ าคให้เขา้ สตู่ ลาดเศรษฐกิจระดับโลกได้อยา่ งม่นั คงร่วมกัน - ชว่ ยกระต้นุ ให้ภาคสว่ นตา่ งๆ ของไทย และประเทศสมาชิก อาทิ ภาคธรุ กจิ เกษตร ท่องเที่ยว เริม่ ปรับตวั เพื่อรับมอื กบั เศรษฐกิจโลกที่กำลงั เปลย่ี นแปลงไปอย่างรวดเรว็ บริษัท ทรานส์คอนซลั ท์ จำกดั 2-18 FN_FN_Exsum_C2-2115

โครงการศกึ ษาวจิ ยั พลวัตของ Supply Chain ในอนุภูมภิ าคล่มุ นำ้ โขงและนยั ต่อการพฒั นาโครงสร้างพนื้ ฐาน รายงานสรปุ สำหรับผบู้ ริหาร - การลดช่องว่างด้านการพัฒนาระหว่างประเทศสมาชิก และลดปัญหาการโยกย้ายถิ่นฐานของ ประเทศท่พี ฒั นานอ้ ยกว่า - ช่วยให้ประชาชนมีความเป็นอยูแ่ ละคุณภาพชีวิตที่ดีขึน้ ความยากจนจะลดลง สามารถเข้าถึง การศึกษาไดอ้ ยา่ งทว่ั ถึง มีสวสั ดิการทางสงั คมท่มี น่ั คง ดังนั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาต่างๆ เกิดประโยชน์สูงสุดดังที่ได้กล่าวมาแล้ว และนำไปสู่ การยกระดับและการจัดทำแผนกลยุทธ์ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบนั จากการวิเคราะห์กรอบ ความร่วมมือ นโยบายและแผนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง สถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งทางด้านโครงสร้างพื้นฐานและ เศรษฐกิจ-สังคม พบว่า การจัดทำแผนกลยุทธ์ฯ ที่จะทำให้เกิดความเชื่อมโยงต่อการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานและหว่ งโซ่อุปทาน ของ GMS ใหส้ ามารถพฒั นาโครงสร้างพื้นฐานและส่ิงอำนวยความสะดวกอย่าง ไร้รอยต่อ และยกระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในอนุภูมิภาคและไทยได้น้ัน ต้องดำเนินการในสอดรับกับแผนและยุทธศาสตร์การพัฒนาในระดับนานาชาติและระดับประเทศในกรอบ หลักดังรูปที่ 2.6-2 ซึ่งจะเป็นเป้าหมายหลักในการดำเนินงานศึกษาภายใต้โครงการศึกษาวิจัยพลวัตของ Supply Chain ในอนภุ มู ิภาคลุ่มนำ้ โขงและนยั ตอ่ การพัฒนาโครงสร้างพน้ื ฐานนี้ต่อไป บริษัท ทรานส์คอนซลั ท์ จำกดั 2-19 FN_FN_Exsum_C2-2115

โครงการศึกษาวิจยั พลวัตของ Supply Chain ในอนภุ ูมิภาคลุ่มนำ้ โขงและนยั ตอ่ การพฒั นาโครงสร้างพน้ื ฐาน ที่มา : ทีป่ รึกษา (2564) รูปที่ 2.6-2 กรอบความเช่อื มโยงในการจดั ทำแผนกลยุทธใ์ นการพัฒนาโครงสรา้ งพ บริษทั ทรานสค์ อนซลั ท์ จำกดั 2

รายงานสรุปสำหรับผ้บู รหิ าร พนื้ ฐานและสิ่งอํานวยความสะดวกดา้ นโลจสิ ตกิ สท์ จ่ี าํ เปน็ ของแนวระเบยี งเศรษฐกจิ ฯ FN_FN_Exsum_C2-2115 2-20

บทที่ 3 การศึกษาสภาพปัจจุบนั และ ความพรอ้ มของการพฒั นาระเบยี ง เศรษฐกจิ อนภุ มู ภิ าคลุ่มแมน่ ำ้ โขง

โครงการศกึ ษาวิจยั พลวัตของ Supply Chain ในอนภุ มู ิภาคลุ่มนำ้ โขงและนยั ตอ่ การพฒั นาโครงสร้างพนื้ ฐาน รายงานสรปุ สำหรบั ผู้บริหาร บทท่ี 3 การศกึ ษาสภาพปัจจบุ ันและความพร้อม ของการพฒั นาระเบยี งเศรษฐกจิ อนุภมู ภิ าคล่มุ แม่น้ำโขง การศึกษาสภาพปัจจุบันและความพร้อมของการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS Economic Corridors) มวี ัตถปุ ระสงค์ดงั นี้ 1) เพ่อื รวบรวมและศกึ ษาขอ้ มูลในปัจจบุ นั ของระเบียงเศรษฐกิจอนุภมู ิภาคลมุ่ แม่น้ำโขง 2) เพือ่ ศกึ ษาความพร้อมในการพฒั นาในอนาคตของระเบียงเศรษฐกจิ อนุภูมภิ าคลุ่มแม่น้ำโขง 3) เพื่อให้ทราบถึงปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมถึงผลกระทบต่อการพัฒนาระเบียง เศรษฐกจิ อนภุ มู ิภาคล่มุ แมน่ ำ้ โขง (GMS Economic Corridors) โดยมุ่งเน้นการศึกษาการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS Economic Corridors) จำนวน 3 ระเบียง คอื 1) ระเบยี งเศรษฐกิจเหนอื - ใต้ (North - South Economic Corridor) 2) ระเบยี งเศรษฐกิจตะวนั ออก - ตะวันตก (East - West Economic Corridor) และ 3) ระเบยี งเศรษฐกิจ ตอนใต้ (Southern Economic Corridor) มีผลการศึกษาดังนี้ 3.1.1 การพัฒนาโครงสรา้ งพนื้ ฐานทส่ี ำคญั ดา้ นการคมนาคมขนสง่ โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญด้านคมนาคมขนส่งในแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ - ใต้ (North - South Economic Corridor: NSEC) ดงั รปู ที่ 3.1.1-1 ประกอบดว้ ย 1) การพัฒนาทางถนน ระเบียงเศรษฐกิจย่อยในแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ - ใต้ (North - South Economic Corridor: NSEC) ที่มีแนวเส้นทางพาดผ่านไทย ประกอบไปด้วย NSEC-1, NSEC-2 และ NSEC-7 ซึ่งสภาพ ถนนส่วนใหญ่อยู่ในสภาพดี และมีการซ่อมแซมและยกระดับให้เป็น Primary Class 4 ช่องจราจร ในพื้นท่ี สปป.ลาว และจีนตอนใต้ แต่มีบางส่วนที่ต้องปรับปรุง โดยเฉพาะในแนวที่พาดผ่านเมียนมา และ สปป.ลาว สง่ ผลใหต้ อ้ งมีการปิดการจราจรเปน็ บางครั้งในช่วงทีส่ ภาพถนนไม่ปลอดภัย (Asian Development Bank, 2018)1 2) การพัฒนาทางราง เส้นทางรถไฟ GMS ในแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ - ใต้ (North - South Economic Corridor: NSEC) ประกอบไปด้วย - เส้นทางรถไฟในไทย คือ กรุงเทพฯ - รังสิต ชุมทางบ้านภาชี - ลพบุรี และรังสิต - ชุมทาง บ้านภาชี ซึ่งมีท่าเรือบกที่ สถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง ลาดกระบัง การรถไฟแห่งประเทศไทย (Inland Container Depot, ICD) (การรถไฟแห่งประเทศไทย, 2562 และการรถไฟแห่งประเทศไทย, ม.ป.ป.) บริษัท ทรานสค์ อนซลั ท์ จำกดั 3-1 FN_FN_Exsum_C3-2115

โครงการศึกษาวจิ ยั พลวัตของ Supply Chain ในอนภุ มู ิภาคลมุ่ น้ำโขงและนยั ต่อการพฒั นาโครงสรา้ งพน้ื ฐาน ที่มา : ทีป่ รึกษา (2564) รูปท่ี 3.1.1-1 การพฒั นาโครงสรา้ งพ้นื ฐานท่สี ำคัญดา้ นการคมนาคมขนสง่ ตาม บรษิ ัท ทรานสค์ อนซลั ท์ จำกดั

รายงานสรุปสำหรับผ้บู รหิ าร มแนวระเบยี งเศรษฐกจิ เหนอื - ใต้ (North - South Economic Corridor: NSEC) FN_FN_Exsum_C3-2115 3-2

โครงการศกึ ษาวิจยั พลวัตของ Supply Chain ในอนภุ มู ิภาคล่มุ นำ้ โขงและนยั ตอ่ การพฒั นาโครงสร้างพนื้ ฐาน รายงานสรปุ สำหรบั ผู้บรหิ าร - เส้นทางรถไฟใน สปป.ลาว คือ ทางรถไฟสายหนองคาย - ท่านาแล้ง หรือทางรถไฟสาย หนองคาย - เวียงจันทน์ เป็นทางรถไฟ ระหว่างประเทศที่เชื่อมไทยและ สปป.ลาว ซึ่งมีท่าเรือบกที่ท่าเรือบก ท่าแขก (Thakhek Dry Port) ตั้งอยู่ในแขวงคำม่วน (Khammuan) (จารุวรรณ สมคะเณย์, 2562 และ Advertorial Desk, 2021) - เวียดนามไม่มีเส้นทางรถไฟ ในแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ - ใต้ (North - South Economic Corridor: NSEC) แต่ท่าเรือบกจำนวน 11 แห่ง (United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific, 2017) ทั้งนี้ ไทย สปป.ลาว และจีนตอนใต้ มีการพัฒนาระบบรางเพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงของ เครือข่ายรถไฟในอนุภูมิภาค อาทิ โครงการรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูงในไทย โครงการพัฒนาระบบ รถไฟ สายบ่อเต็น - เวียงจันทน์ (Boten - Vientiane Railway) โครงการพัฒนาระบบรถไฟ สาย ท่าแขก - หวุงอ๋าง (Vientiane - Vung Ang Railway) และโครงการท่าเรือบก - ท่านาแล้ง (Thanaleng Dry Port: TDP) และเขตโลจิสติกส์นครหลวงเวียงจันทน์ (Vientiane Logistics Park: VLP) ของ สปป.ลาว รวมทั้ง โครงการพัฒนาระบบรถไฟ สายอฺวี้ซี - บ่อหาน (Yuxi - Mohan Railway or Yumo Railway) ของจีน (Devonshire - Ellis, 2021) 3) การพัฒนาทางนำ้ การพัฒนาทางน้ำตามแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ - ใต้ จำแนกออกเป็น ในแผ่นดิน (Inland Waterway) และทางทะเล ดังน้ี - ในแผ่นดิน (Inland Waterway) ได้แก่ ท่าเรือเชียงของ ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน ท่าเรือบ๊ัก ที่ตั้งอยู่จังหวัดเชียงราย ของไทย (ศูนย์ข้อมูลข่าวสารอาเซียน กรมประชาสัมพันธ์, 2560 และการท่าเรือแห่ง ประเทศไทย, 2562) - ทางทะเล (Maritime Waterway) ได้แก่ ท่าเรือแหลมฉบัง ของไทย และท่าเรือน้ำลึก หวุงอา๋ ง (Vung Ang) ของเวยี ดนาม 4) ทางอากาศ ท่าอากาศยานนานาชาติที่มีบทบาทสำคัญในแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ - ใต้ (North - South Economic Corridor) ประกอบไปด้วย Jinghong International Airport ในจีน Luangprabang International Airport ใน สปป.ลาว ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา ในไทย (Greater Mekong Subregion, 2021) 5) จุดผา่ นแดน จุดผ่านแดนส่วนใหญ่ตลอดแนวระเบียงเศรษฐกิจย่อย NSEC-1 NSEC-2 และ NSEC-7 ในแนว ระเบียงเศรษฐกิจเหนือ - ใต้ (North - South Economic Corridor: NSEC) มีสิ่งอำนวยความสะดวกในการ ผ่านแดน (Border Crossing Facilities) เช่น พิธีการศุลกากร สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และด่านตรวจพืช หรือ Customs Immigration Quarantine (CIQ) จดุ ตรวจ-ปล่อยร่วม หรอื CCA Common Control Area (CCA) เป็นต้น พร้อมแก่การใช้งาน ยกเว้น จุดผ่านแดนบ่อเต็น (Boten) ท่านาแล้ง (Thanaleng) น้ำพาว (Nam Phao) ทา่ แขก (Thakhek) และนาพาว (Na Phao) ใน สปป.ลาว ทจี่ ำเปน็ จะตอ้ งได้รับการยกระดับ บริษัท ทรานส์คอนซลั ท์ จำกัด 3-3 FN_FN_Exsum_C3-2115


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook