Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หนังสือการพัฒนาตามหลักกสิกรรมธรรมชาติสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง

หนังสือการพัฒนาตามหลักกสิกรรมธรรมชาติสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง

Published by Thalanglibrary, 2021-09-29 05:35:02

Description: หนังสือการพัฒนาตามหลักกสิกรรมธรรมชาติสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง

Search

Read the Text Version

แต่ส่ ำ�ำ หรับั จังั หวัดั ในภาคใต้ฝ้ั่ง� อ่า่ วไทยจะไม่ม่ ีลี มหนาว เพราะลมหนาวที่่พ� ัดั ผ่า่ นอ่า่ วไทย จะพาความชื้�นจากทะเลไปด้ว้ ย กลายเป็็นลมฝนหรืือพายุุฝนแทน สิ่�งที่่�มาพร้อ้ มกัับลม กสิกิ รรมธรรมชาติิ 140

เมื่อ�่ ลมพัดั ผ่า่ นต้น้ ไม้้ และใบของต้น้ ไม้จ้ ะช่ว่ ยกรองฝุ่�น ดููดซับั กลิ่น�่ ซับั เสียี ง และช่ว่ ยลด แรงลม แต่ต่ ้น้ ไม้ท้ ี่่�มีคี วามสููงระดับั เดียี ว ก็็จะช่ว่ ยลดปัญั หามลภาวะได้้แค่่ในระดับั ความสููงนั้้�น ๆ ลมกายสััมผััส คืือ ลมในระยะความสููง 0-3 เมตร ซึ่ง่� เป็น็ ความสููงที่่�ครอบคลุุมความสููง ของคน เป็น็ ลมที่่ม� ีีผลต่่อตััวคน ทั้้ง� เรื่�อ่ งความเย็น็ กลิ่�่น เสียี ง ละอองฝน และฝุ่�น เราจึงึ ควรปลููก ต้น้ ไม้ท้ ี่่ม� ีีความสููงครอบคลุมุ ทุุกระดัับ ตั้้ง� แต่่ไม้เ้ ลื้�อยเรี่ย� ดิิน พุ่่�มเตี้�ยจนถึงึ ไม้ใ้ หญ่ท่ ี่่�สููงถึงึ 3 เมตร เพื่�อ่ ให้ต้ ้้นไม้้ช่่วยลดมลพิิษต่า่ ง ๆ ก่่อนมาถึงึ ตััวเรา 4. ไฟ (แสงแดด) ในประเทศไทยเราจะเห็็นแสงอาทิิตย์์เคลื่่�อนตััวจากทิิศตะวัันออกไปทิิศตะวัันตกแบบ อ้อ้ มใต้้ 8 เ ดืือนโดยเฉพาะในช่่วงฤดููหนาวจะยิ่่�งอ้อ้ มใต้้มากขึ้�นฤดููหนาวดวงอาทิิตย์จ์ ะขึ้�นช้า้ และ ตกเร็ว็ ช่ว่ งกลางวันั จึึงสั้�นกว่า่ ปกติิและแสงแดดร้้อนจััดมาก เพราะระยะทางจากดวงอาทิิตย์์กัับ พื้้น� โลกอยู่�ใกล้ก้ ัันกว่า่ ในฤดููอื่่น� การที่่ต� ะวันั อ้้อมใต้ท้ ำ�ำ ให้ท้ ิิศตะวัันตก จะรัับแดดร้้อนจััดแค่่เพีียง 3-4 ชั่่ว� โมงในหนึ่่ง� วันั แต่ท่ ิิศใต้จ้ ะร้อ้ นตลอดทั้้ง� วันั ดังั นั้้น� การเลืือกตำ�ำ แหน่ง่ เพื่อ�่ วางโครงสร้า้ งใด ๆ ไม่ว่ ่า่ จะเป็น็ บ้า้ น คอกสัตั ว์์ แปลงผััก ฯลฯ ทั้้�งต้อ้ งการรับั แสงหรืือเลี่ย� งแสง ก็จ็ ำ�ำ เป็น็ ต้้องดููเรื่�อ่ ง ทิิศเป็น็ หลัักด้้วย 5. พืืช (การวางผัังเพื่่อ� ปลูกู พืืชใน โคก หนอง นา) 5.1 การเลืือกพัันธุ์์�พืืช ควรเลืือกปลููกพัันธุ์�ไม้ท้ ้อ้ งถิ่่น� โดยสังั เกตจากต้น้ ไม้เ้ ดิิมที่่�มีใี นพื้้�นที่่� เนื่อ่� งจากต้น้ ไม้้นั้้น� จะมีีความสามารถในการต้้านทานโรคและแมลงสููง เจริิญเติิบโตในสภาพแวดล้้อมนั้้�น ๆ ได้้ดีี กล้า้ พันั ธุ์์�มีราคาถููก หาง่า่ ย และยังั ถืือเป็น็ การอนุรุ ักั ษ์พ์ ันั ธุ์์�พืืชท้อ้ งถิ่น�่ อีกี ด้ว้ ย แต่ห่ ากต้อ้ งการปลููกไม้้ ต่่างถิ่่�น ต้้องศึึกษาทำำ�ความเข้้าใจ และเลืือกพัันธุ์�ไม้้ที่่�เหมาะสมกัับภููมิิประเทศของพื้้�นที่่� เช่่น ต้น้ สักั ไม่ช่ อบน้ำ��ำ ขังั หากพื้้น� ที่่ม� ีนี ้ำ��ำ ท่ว่ มเป็น็ ประจำ�ำ ก็ค็ วรเลี่ย� งการปลููกต้น้ สักั แต่ค่ วรปลููกไม้ท้ นน้ำ��ำ เช่่น ยางนา มะฮอกกานีี เป็็นต้้น กสิกิ รรมธรรมชาติิ 141

5.2 การกำำ�หนดระยะปลูกู และตำ�ำ แหน่ง่ ปลูกู การวางผังั ปลููกพืืชในแนวทาง โคก หนอง นา คืือการสร้า้ งป่า่ 3 อย่า่ ง ประโยชน์์ 4 อย่า่ ง และการปลููกไม้้ 5 ระดับั (+1 คืือพืืชน้ำำ�� ) ข้อ้ มููลที่่ค� วรทราบก่อ่ นเลืือกพันั ธุ์�ไม้ม้ าปลููก เพื่อ�่ กำ�ำ หนดระยะปลููกไม่ใ่ ห้ต้ ้น้ ไม้บ้ ังั แสงกันั และง่า่ ยต่่อการดููแลรัักษา คืือ 1. ความสููงของต้้นไม้้เมื่�อ่ โตเต็็มที่่� 2. เส้้นผ่า่ นศููนย์ก์ ลางทรงพุ่�มของต้น้ ไม้เ้ มื่�อ่ โตเต็็มที่่� โดยเราจะกำำ�หนดตำำ�แหน่่งปลููกจาก 1. ความต้้องการแสงของต้้นไม้้ 2. ความต้อ้ งการน้ำ�ำ�ของต้้นไม้้ การกำำ�หนดระยะปลููก ควรเริ่่�มจากต้้นไม้้ระดัับสููงที่่�มีีขนาดใหญ่่ที่่�สุุดก่่อนแล้้วค่่อยไล่่ ระดับั ลงมา สำ�ำ หรับั ไม้ส้ ููงควรเว้น้ ระยะห่า่ งแต่ล่ ะต้น้ 6-8 เมตรขึ้้น� ไป และต้อ้ งไม่น่ ้อ้ ยกว่า่ 5 เมตร ระหว่า่ งไม้ส้ ููง ควรปลููกไม้ก้ ลาง (ไม้ผ้ ล) เพื่อ�่ ให้ไ้ ด้ร้ ับั แสงจากด้า้ นบน และมีที ี่่ว� ่า่ งรอบต้น้ เพียี งพอ ในการตััดแต่่งกิ่่�งและเก็็บเกี่ �ยวผลผลิิต เพราะไม้้ผลต้้องตััดแต่่งกิ่่�งเสมอเพื่่�อให้้ได้้ผลผลิิตที่่�ดีี ส่่วนไม้้เตี้้�ย ไม้้เรี่�ยดิินและหััวใต้้ดิิน ให้้เลืือกปลููกในพื้้�นที่่�ที่่�มีีแสงและความชื้ �นเหมาะกัับชนิิด พืืชนั้้�น ๆ เช่่นชอบร่่มก็็ปลููกใต้้ไม้้สููง ชอบแดดก็็ปลููกกลางแดด ส่่วนไม้้+1 คืือ พวกไม้้น้ำำ��ต่่าง ๆ เช่น่ บัวั สาย ผักั บุ้�ง ผักั กระเฉด กสิิกรรมธรรมชาติิ 142

ในเรื่อ�่ งความต้อ้ งการน้ำ��ำ ถ้า้ เป็น็ พืืชที่่ช� อบน้ำ��ำ ชื้้น� แฉะควรปลููกข้า้ ง ๆ คลองไส้ไ้ ก่ ่ ส่ว่ นไม้้ ที่่�ไม่่ชอบน้ำ��ำ มีีปััญหารากเน่า่ ง่า่ ย ก็ค็ วรปลููกบนโคก เป็็นต้น้ ทั้้ง� นี้้� ไม่่แนะนำำ�ให้ป้ ลููกไม้้ผลชิิดริิม หนองน้ำ��ำ มากเกิินไป เพราะไม่ส่ ะดวกในการตัดั แต่่งกิ่ง่� ก้้าน เก็บ็ ผลผลิิตและจััดการกัับผลที่่�ร่่วง เน่่าเสีีย ซึ่่�งหากมีีผลร่่วงลงน้ำ�ำ�มากและทิ้้ง� ไว้น้ าน ก็อ็ าจทำ�ำ ให้้น้ำำ��เน่่าได้้ จึึงควรวางตำำ�แหน่่งปลููก ข้า้ งคลองไส้ไ้ ก่จ่ ะดีกี ว่า่ อีกี ประการหนึ่่ง� การปลููกไม้ส้ ููงและไม้ก้ ลางริิมหนองน้ำ��ำ จะทำ�ำ ให้ร้ ากแขนง ของพืืชเจริิญเติิบโตตามแนวนอนได้้ไม่่ดีี ส่่งผลให้้ต่อ่ การยึดึ เกาะและทรงตััวของพืืช อาจทำ�ำ ให้้ ต้้นไม้้เอนหรืือโค่น่ ล้ม้ ลงน้ำ��ำ ในที่่ส� ุุด ภููมิิสังั คมด้้านสัังคม 1. ตนเอง หมายถึงึ เจ้า้ ของแปลงหรืือผู้�้ที่จ� ะทำ�ำ โคก หนอง นา จะต้อ้ งพิิจารณาความพร้อ้ มในทุกุ ๆ ด้้านของตนเองก่่อน เช่่น พละกำำ�ลััง ข้้อจำำ�กััดด้้านเวลา แล้้วค่่อย ๆ ทำำ�ตามความเหมาะสม ทำ�ำ ตามฐานะและกำำ�ลััง 2. ครอบครััว เป็น็ กลุ่�มที่่ม� ีอี ิิทธิิพลในการทำ�ำ โคก หนอง นา เป็น็ อย่า่ งมาก ควรพููดคุยุ เพื่อ�่ ทำ�ำ ความเข้า้ ใจ ให้ต้ รงกััน หากครอบครััวไม่่เห็น็ ด้้วย อาจเลี่�ยงการเข้า้ มามีสี ่่วนร่่วม แต่ห่ ากต้้องการปรัับให้ค้ ิิด เห็็นในแนวทางเดีียวกััน ควรทำำ�ตามหลัักปฏิิบััติิทั้้�ง 5 ข้้อในพระบาทสมเด็็จพระเจ้้าอยู่่�หััว รัชั กาลที่่� 9 และควรมีีขั้�นตอนในการปรัับทััศนคติิอย่า่ งค่่อยเป็็นค่่อยไป ไม่่หักั โหม ไม่่บังั คับั ฝืืนใจ กสิิกรรมธรรมชาติิ 143

3. เพื่่อ� นบ้า้ น จำำ�เป็น็ ต้้องทำำ�ความรู้�้ จักั และสร้า้ งความสัมั พันั ธ์์อันั ดีี โดยเฉพาะผู้้�ที่�ย้า้ ยถิ่�่นไปทำำ� โคก หนอง นา ในพื้้�นที่่�ใหม่ซ่ ึ่่�งยังั ไม่คุ่้�นเคย เช่่น หากต้้องการทำำ�รั้้ว� รอบพื้้�นที่่� ให้้เลืือกทำ�ำ รั้้ว� กิินได้โ้ ดย ปลููกพืืชต่า่ ง ๆ ผสมผสานกันั ให้เ้ กิิดเป็น็ ไม้้ 5 ระดับั เราได้ป้ ระโยชน์ใ์ นส่ว่ นของการเป็น็ รั้ว� และยััง ได้อ้ าหารไร้้สารพิิษ ส่่วนเพื่อ่� นบ้า้ นก็็จะได้อ้ าศััยใช้ป้ ระโยชน์เ์ ช่่นกันั 4. ความเชื่่อ� ศาสนา ควรศึกึ ษาและปรับั ตััว ไม่่ทำ�ำ สิ่ง�่ ที่่�ขััดต่่อหลักั ความเชื่�่อและหลัักศาสนาประจำ�ำ ท้อ้ งถิ่�่น ซึ่ง�่ บางความเชื่อ�่ อาจเป็น็ กุศุ โลบายเพื่อ�่ ให้ค้ นใช้ช้ ีวี ิิตร่ว่ มกับั ธรรมชาติิ ไม่เ่ บียี ดเบียี นธรรมชาติิ เช่น่ ทางภาคเหนืือมีคี วามเชื่อ�่ ว่า่ การสร้า้ งบ้า้ นขวางทางน้ำ��ำ มันั จะ “ขึ้ด� ” คืือ ไม่เ่ ป็น็ มงคล เป็น็ อาถรรพ์์ เสนียี ด เป็น็ สิ่ง�่ ที่่ห� ้า้ มทำ�ำ ซึ่ง�่ ในความเป็น็ จริิง การสร้า้ งบ้า้ นขวางทางน้ำ��ำ อาจทำ�ำ ให้น้ ้ำ��ำ ท่ว่ มข้า้ วของ เสียี หาย บ้้านโดนกระแสน้ำำ��พัดั ผ่า่ นบ่อ่ ย ๆ ก็็ผุุกร่อ่ นพัังง่่าย เป็น็ ต้น้ 5. ประเพณีี วััฒนธรรม การทำ�ำ ตัวั ให้ก้ ลมกลืืนเป็น็ ส่ว่ นหนึ่ง� ของสังั คมที่เ� ข้า้ ไปสร้า้ งโคกหนองนาอยู่� เช่น่ ทางภาคอีสี าน มีปี ระเพณีี“ฮีตี สิิบสองคองสิิบสี่”� เป็น็ งานบุญุ ประเพณีทีี่่ท� ำ�ำ สืืบต่อ่ กันั มาช้า้ นานแต่ล่ ะเดืือนจะมีปี ระเพณีี การทำ�ำ บุญุ ครบทั้้ง� 12 เดืือน ว่า่ ด้ว้ ยการผสมผสานพิิธีกี รรมที่่เ� กี่ย� วกับั เรื่อ� งผีแี ละพิิธีกี รรมทางการเกษตร เข้า้ กับั พุทุ ธศาสนา เรื่อ� งเหล่า่ นี้้น� ับั เป็น็ ศาสตร์อ์ ย่า่ งหนึ่่ง� ซึ่ง�่ จะมีคี วามแตกต่า่ งกันั ไปในแต่ล่ ะท้อ้ งถิ่น�่ การสำ�ำ รวจพื้้�นที่่ก� ่อ่ นการออกแบบ เป็็นการเตรีียมข้้อมููลและวาดผัังพื้้�นที่่�ลงบนกระดาษก่่อนออกสำำ�รวจพื้้�นที่่�จริิง ควรวาดให้้ได้ร้ ููปร่่าง - สััดส่่วนใกล้้เคียี งกัับความเป็็นจริิง ขั้น� ตอนการสำ�ำ รวจพื้้�นที่่� 1. วาดรููปร่า่ งของแปลงโดยดููจากโฉนดของ ตนเองหรืือภาพถ่่ายทางอากาศว่่าแปลงมีี รููปร่่างลัักษณะอย่่างไร ยัังไม่่ต้้องกัังวล เรื่อ�่ งมาตราส่่วน วาดรููปร่่างของแปลงให้้ใกล้้เคีียงความเป็็น จริิงมากที่่ส� ุดุ ใส่แ่ กนทิิศ เหนืือ ใต้ ้ ตะวันั ออก หรือตะวันั ตก ทิิศทางแสงและทิิศทางลมหนาว ลมมรสุมุ หรืือตามสภาพความเป็น็ จริิง กสิิกรรมธรรมชาติิ 144

2. สำำ�รวจรอบนอกพื้้�นที่่�ว่่าทุุกด้้านติิดกัับ อะไรบ้้าง ตััวอย่่าง ทิิศเหนืือติิดคลอง ธรรมชาติิ หรืือ คลองชลประทาน ทิิศใต้้ ติิดถนน ตะวันั ออกและตะวันั ตกติิดแปลงนา เพื่อ�่ นบ้้าน แล้ว้ เขีียนข้้อมููลกำ�ำ กับั ไว้้ 3. สำ�ำ รวจทางน้ำ��ำ ภายนอกพื้้น� ที่่ว� ่า่ ทางน้ำ��ำ ไหล น้ำ��ำ หลาก เข้า้ มาในพื้้น� ที่่เ� ราทางไหน ไหลหลาก มาอย่่างไร เช่่น หลากเข้้ามาทางคููน้ำำ��ฝั่่�ง ติิดถนน และไหลออกไปด้้านหลัังแปลงฝั่�ง คลองสาธารณะ โดยลากเส้้นทางน้ำ�ำ� และ เขียี นกำ�ำ กับั ไว้้จากนั้้น� สำ�ำ รวจความลาดเอียี ง ภายในพื้้น� ที่่� โดยดููจากเส้น้ ทางที่่น� ้ำ��ำ ไหลผ่า่ น เพื่อ�่ ให้รู้้�ว่าตรงไหนเป็น็ พื้้น� ที่่ส� ููง ตรงไหนเป็น็ พื้้�นที่่�ต่ำำ��ระดัับความสููงต่ำำ��เป็็นอย่่างไร เขีียนรายละเอียี ดกำ�ำ กับั ไว้้ กสิิกรรมธรรมชาติิ 145

4. จากข้อ้ มููลพื้้�นที่่�จริิง สามารถใช้ว้ ิิธีอี ย่า่ ง ง่า่ ยแทนการกำ�ำ หนดมาตราส่ว่ น คืือ มีเี นื้้อ� ที่่� เท่า่ กับั กี่ไ� ร่่ ให้แ้ บ่ง่ พื้้น� ที่่อ� อกเป็น็ ส่ว่ นเท่า่ ๆ กันั ตามจำ�ำ นวนไร่แ่ ละใน 1 ส่ว่ น (ซึ่ง�่ เป็น็ ตัวั แทน ของ 1 ไร่่) อาจแบ่่งย่่อยลงไปอีกี เช่่น พื้้�นที่่� 3 ไร่่ ให้ต้ ีเี ส้น้ แบ่ง่ พื้้น� ที่่เ� ป็น็ 3 ส่ว่ นเท่า่ ๆ กันั จะได้้ส่ว่ นละประมาณ 1 ไร่่ และใน 1 ส่ว่ น ให้้ตีีเป็็นตารางย่่อยอีีก 4 ส่่วน คืือ ส่่วนละ 1 งาน จะทำำ�ให้เ้ ราคาดประมาณเนื้้อ� ที่่ใ� น แต่ล่ ะส่ว่ นและองค์ป์ ระกอบต่า่ ง ๆ ได้ง้ ่า่ ยขึ้น� เช่น่ ขนาดของบ้้านหรืือหนองน้ำ�ำ� มีขี นาด เป็็นสัดั ส่ว่ นแค่ไ่ หนของพื้้น� ที่่� เราสามารถ แบ่่งช่่อง (ตีีเส้้นกริิด) ให้้เล็็กลงไปได้้อีีก เช่่น ตีอี ีกี ครึ่ง� หนึ่่ง� ของ 1 งาน เป็็นครึ่ง� งาน ทั้้�งนี้้�เพื่่�อให้้การวาดหรืือลงรายละเอีียดบนผัังพื้้�นที่่�ได้้ใกล้้เคีียงสััดส่่วนความเป็็นจริิงมากที่่�สุุด จากนั้้น� สำำ�รวจสภาพปััจจุุบัันภายในพื้้�นที่่ว� ่่ามีอี าคาร หรืือสิ่�่งปลููกสร้้างอะไร หรืือ ต้น้ ไม้ ้ ที่่�ต้้อง การเก็บ็ ไว้อ้ ยู่�บริิเวณใดบ้า้ งในพื้้น� ที่่� แล้ว้ ระบุตุ ำ�ำ แหน่ง่ ลงไปในผังั และระบุเุ ส้น้ ทางการเข้า้ ออกพื้้น� ที่่ด� ้ว้ ย ข้อ้ ควรระวังั ไม่ค่ วรกำ�ำ หนดทางเข้า้ ออกพื้้น� ที่่อ� ยู่�ชิดขอบใดขอบหนึ่่ง� ของพื้้น� ที่่ม� ากเกิินไป เพื่่�อความปลอดภััยในการสััญจร โดยธรรมชาติิเวลาเราขัับรถเข้้าพื้้�นที่่�หากขัับรถด้้วยความเร็็ว และต้อ้ งเลี้ย� วเข้า้ ถนนในพื้้น� ที่่ท� ี่่ช� ิิดขอบอย่า่ งรวดเร็ว็ โอกาสเกิิดความไม่ป่ ลอดภัยั สููงมาก การวาง ถนนในพื้้น� ที่่เ� ท่า่ กับั การแบ่ง่ ส่ว่ นพื้้น� ที่่อ� อกเป็น็ อย่า่ งน้อ้ ยสองส่ว่ น ดังั นั้้น� การวางถนนทางเข้า้ พื้้น� ที่่� ชิิดขอบอาจจะทำำ�ให้้เกิิดเนื้้�อที่่�ติิดขอบที่่�เล็็กหรืือแคบเกิินไปจนใช้้ประโยชน์์ไม่่ได้้ และเนื้้�อที่่� อีกี ด้า้ นหนึ่่ง� อาจจะมาก หรืือ ไกลเกิินไป จนเกิิดความไม่่สะดวก ขั้้น� ตอนการออกแบบ โคก หนอง นา ด้้วยตนเอง ใช้้ผังั พื้้น� ที่่�ที่่�เราสำำ�รวจเป็็นแนวทางในการออกแบบ แล้ว้ วาดผัังพื้้�นที่่ล� งบนกระดาษ 1. วาดรููปร่่างพื้้�นที่่ใ� นกระดาษขนาดใหญ่่ โดยการเทีียบสเกลหรืือประมาณสัดั ส่่วนให้ใ้ กล้้ เคียี งพื้้น� ที่่จ� ริิงมากที่่�สุดุ กสิกิ รรมธรรมชาติิ 146

2. แบ่ง่ พื้้�นที่่�ออกเป็น็ ส่ว่ น ๆ เช่่น ส่่วนละ 1 ไร่่หรืือเล็ก็ กว่่า เพื่�่อให้้เห็น็ ภาพรายละเอียี ด สิ่ง�่ ที่่จ� ะจัดั วางในแต่่ละพื้้น� ที่่�ได้้สะดวกขึ้�น ให้้เห็น็ ว่า่ ในพื้้�นที่่�แต่่ละส่ว่ น เราทำ�ำ อะไรได้้บ้า้ ง 3. กำำ�หนดเส้้นทางสัญั จรในพื้้�นที่่� โดยควรแบ่ง่ พื้้�นที่่เ� ป็น็ ถนนสำำ�หรัับรถยนต์ ์ ถนนสำำ�หรัับ รถเข็น็ และเส้้นทางสำ�ำ หรัับเดิิน เพื่�อ่ เชื่่อ� มต่่อไปยัังพื้้�นที่่ส� ่ว่ นอื่น่� ๆ ในแปลง 4. กำ�ำ หนดความต้้องการต่า่ ง ๆ เช่่น บ้า้ น โรงปุ๋�ย คอกสัตั ว์์ นา หนองน้ำำ�� คลอง 5. วางตำำ�แหน่่งกิิจกรรมต่่าง ๆ ให้้เหมาะสมตามธรรมชาติิทั้้�งเรื่่�องแสง ลม และความลาดเอียี งของพื้้น� ที่่� เช่น่ • ไม่ว่ างคอกสััตว์์ หรืือกิิจกรรมที่่�ส่ง่ กลิ่่�นไม่่พึงึ ประสงค์์ไว้ใ้ นทิิศที่่ข� วางทางลม • วางนาหรืือหนองน้ำำ�� ไว้้ในทิิศที่่ร� ัับลมฝน • วางบ้า้ นพักั อาศัยั ให้ห้ น้้าบ้า้ นหลบแสงแดดจัดั • วางหนองน้ำ��ำ ไว้ใ้ นตำ�ำ แหน่ง่ ที่่ร� ับั น้ำ��ำ จากภายนอกและดักั น้ำ��ำ ไว้ก้ ่อ่ นปล่อ่ ยออกนอกพื้้น� ที่่� หรืือ เพิ่่ม� หนองน้ำ��ำ ในบริิเวณที่่�ต่ำ�ำ� ที่่�สุดุ ในแปลง เป็น็ ต้้น 6. จิินตนาการการทำ�ำ กิิจกรรมต่า่ ง ๆ ในรอบ 1 วันั และ 1 สัปั ดาห์ ์ ว่า่ การวางตำ�ำ แหน่ง่ ต่า่ ง ๆ ในพื้้�นที่่�นั้้�นตอบสนองการใช้้ชีีวิิตหรืือไม่่ มีีความไม่่สะดวกสบายอย่่างไร หรืือมีีปััญหาการใช้้ พื้้น� ที่่ต� ่่าง ๆ หรืือไม่่ ปััจจััยที่่�ควรคำ�ำ นึงึ ถึึงในการออกแบบ การออกแบบ โคก หนอง นา ด้ว้ ยตนเอง สำ�ำ หรับั ผู้�้ที่ย� ังั ไม่เ่ คยทำ�ำ กสิิกรรมมาก่อ่ น หรืือผู้�้ที่ม� ีี ประสบการณ์น์ ้อ้ ยนอกจากจะต้อ้ งทำ�ำ ความเข้า้ ใจหลักั กสิิกรรมธรรมชาติิและความรู้ใ� นศาสตร์ต์ ่า่ งๆ แล้ว้ ยังั จำ�ำ เป็น็ จะต้อ้ งอาศัยั จิินตนาการในการวางแผนกิิจกรรมที่่จ� ะเกิิดขึ้น� ใน โคก หนอง นา ด้ว้ ย โดยสามารถเริ่่�มต้้นวางแผนการออกแบบได้้โดยคำำ�นึึงถึึงปััจจััย 2 รููปแบบ คืือ เริ่�่มจากปััจจัยั ภายนอก หรืือ เริ่ม่� จากปัจั จััยภายใน การเริ่�มออกแบบจากปััจจััยภายนอก เป็็นการคิิดจากภาพใหญ่่ของธรรมชาติิก่่อน เพราะจะช่ว่ ยทำ�ำ ให้เ้ ห็น็ โอกาสและอุปุ สรรคของพื้้น� ที่่ข� องเราในแต่ล่ ะช่ว่ งฤดููตลอดทั้้ง� ปีี แล้ว้ ค่อ่ ย ออกแบบการใช้้ชีวี ิิตให้้สอดคล้้องกับั ธรรมชาติินั้้น� ๆ 1. คำ�ำ นึึงถึึงธรรมชาติิของพื้้น� ที่่แ� ละสิ่่�งที่่�จะเกิิดขึ้น� ในแต่่ละฤดููกาล เช่่น • ห น้้าแล้ง้ ฝนไม่่ตกเป็น็ เดืือน พื้้น� ที่่�ขาดแคลนน้ำ�ำ� ในการออกแบบก็จ็ ำ�ำ เป็น็ ต้อ้ งมีีพื้้�นที่่�เก็็บ น้ำำ��ที่่ม� ีคี วามจุุมากพอสำ�ำ หรับั เก็็บน้ำ��ำ ให้้พอใช้้ตลอดช่ว่ งหน้า้ แล้้ง • ห น้้าหนาว ลมหนาวพััดผ่า่ นพื้้�นที่่�มากทำำ�ให้้หน้า้ ดิินแห้ง้ จััด ก็็ต้้องห่่มดิินให้ห้ นาขึ้�นและ ใส่่ปุ๋�ยแห้้งชามน้ำำ��ชามเพื่่�อช่่วยรัักษาความชื้ �นให้้ดิิน หากแปลงมีีพื้้�นที่่�กว้้างก็็ควรมีีจุุด เก็็บปุ๋�ยหมัักและน้ำำ��หมักั ไว้้ใกล้้ ๆ กิิจกรรมที่่ต� ้อ้ งการใช้ปุ้๋�ย • ห น้า้ ฝน มีนี ้ำ�ำ� ท่่วมสููงทุุกปีี ควรออกแบบให้้มีพี ื้้น� ที่่�รับั น้ำ��ำ ยอมให้้น้ำำ��ท่ว่ มได้้แต่ก่ ็็ต้้องมีีโคก สููงที่่จ� ะไม่ใ่ ห้้น้ำำ��ท่่วมถึงึ สำ�ำ หรัับเป็็นที่่พ� ักั ที่่จ� อดรถ โรงเก็็บของ คอกสััตว์์ หรืือปลููกต้้นไม้้ กสิกิ รรมธรรมชาติิ 147

2. ร่า่ งกิิจกรรมที่่จ� ะทำ�ำ ในแต่ล่ ะเดืือน หรืือในรอบสััปดาห์์ ซึ่�่งอาจจะเป็น็ กิิจกรรมที่่ไ� ม่ต่ ้้อง ทำ�ำ ทุุกวันั เช่่น การปลููกป่า่ การเผาถ่า่ น การทำำ�น้ำ��ำ หมักั 3. ลงรายละเอียี ดกิิจกรรมในชีวี ิิตประจำ�ำ วันั ตั้้ง� แต่ต่ ื่น�่ จนถึงึ ก่อ่ นนอน ซึ่ง�่ จะนำ�ำ ไปสู่่�กิิจกรรม ในรายสัปั ดาห์์หรืือรายเดืือนด้้านบน เช่น่ • ตอนเช้า้ ตื่�น่ ขึ้�นมาอยากนั่่ง� จิิบกาแฟที่่�ริิมน้ำ��ำ ก็็ควรออกแบบให้ม้ ีีแหล่ง่ น้ำ�ำ�ใกล้บ้ ้า้ น • ตอนสายเดิินไปแปลงปลููกผักั ก็ค็ วรวางตำ�ำ แหน่ง่ แปลงผักั ไว้ไ้ ม่ไ่ กลจากบ้า้ นทำ�ำ ถนนทางเดิิน เชื่อ�่ มจากบ้า้ นไปแปลง และที่่เ� ก็บ็ อุปุ กรณ์ป์ ลููกผักั ก็ค็ วรอยู่�ในพื้้น� ที่่ใ� กล้ก้ ันั ไม่ต่ ้อ้ งเดิินอ้อ้ มไปไกล • ตอนกลางวััน หากพักั ทานอาหารที่่�แปลงก็็ควรมีศี าลาหรืือที่่�ร่ม่ ให้น้ ั่่�งพักั หลบแดด • ตอนบ่่าย ต้้องออกนอกพื้้�นที่่�และกลัับมาในช่่วงเย็็น ควรต้อ้ งคำำ�นึงึ ถึึงที่่�จอดรถ ถนนและ สิ่ง�่ ที่่เ� กี่�ยวข้้องกัับกิิจกรรม เช่่น โรงเก็บ็ ของ โรงเก็บ็ อุปุ กรณ์์ ควรอยู่�ใกล้ท้ ี่่จ� อดรถ เป็็นต้น้ การเริ่�มออกแบบจากปััจจััยภายใน เป็็นการจิินตนาการถึึงความต้้องการของตััวเรา เองก่อ่ น แล้ว้ ค่อ่ ยขยายมุมุ มองไปยังั ภาพที่่ใ� หญ่ม่ ากขึ้น� เมื่อ�่ เห็น็ ภาพใหญ่ท่ ั้้ง� สัปั ดาห์ห์ รืือทั้้ง� เดืือน แล้ว้ ค่อ่ ยนำำ�มาประยุุกต์์กับั แผนเดิิมที่่�คิิดไว้้ แล้้วจึงึ ปรับั เปลี่่�ยนตามความเหมาะสม 1. ความชอบส่่วนตััวของเรา เช่น่ อยากให้บ้ ้า้ นหันั หน้้าทางทิิศเหนืือ อยากมีีหนองน้ำ�ำ� อยู่�ใกล้บ้ ้า้ น เป็็นต้้น 2. กิิจกรรมใน 1 วัันมีีอะไรบ้า้ ง อยากให้้มีีอะไรในพื้้�นที่่ข� องเราบ้า้ ง เช่น่ ตอนเช้้าอยากนั่่�งจิิบกาแฟมองแปลงดอกไม้้และทุ่�งนา กลางวัันไปหมักั ปุ๋�ย บ่า่ ยดููแลคอกสัตั ว์์ เย็็นไปลงแปลง เมื่อ�่ จิินตนาการตามความชอบแล้้วจึึงค่อ่ ยออกแบบเส้้นทางการสัญั จรให้ร้ องรับั การทำ�ำ กิิจกรรมเหล่า่ นั้้น� ซึ่ง�่ ต้อ้ งคำ�ำ นึงึ ถึงึ รายละเอียี ดตั้ง� แต่ถ่ นนรอบบ้า้ นจนถึงึ ถนนที่่ใ� ช้ส้ ัญั จรในแปลง เพื่อ�่ ทำ�ำ กิิจกรรมต่า่ ง ๆ โดยอาจแบ่ง่ ขนาดถนนตามการใช้ง้ าน เช่น่ สำ�ำ หรับั รถยนต์ ์ รถเข็น็ ทางเดิิน 3. ทำ�ำ ผังั โดยการวางตำ�ำ แหน่ง่ ของสิ่ง�่ ต่า่ ง ๆ ที่่เ� ราอยากให้ม้ ีลี งในกระดาษ โดยคำ�ำ นึงึ ถึงึ เรื่อ� งทิิศ สายลมและแสงแดดเป็น็ สำ�ำ คัญั จะช่ว่ ยทำ�ำ ให้พ้ อเห็น็ ภาพ ว่า่ สามารถจัดั วางความต้อ้ งการทั้้ง� หมด ลงในพื้้�นที่่ไ� ด้ห้ รืือไม่่ 4. เมื่่�อได้้ผัังแบบแล้้ว ค่่อยมาคำำ�นวณพื้้�นที่่�เก็็บน้ำำ��ต่่าง ๆ อัันได้้แก่่ ตุ่่�ม หนอง นา คลองไส้้ไก่่ และโคก สามารถเก็็บน้ำ�ำ� ได้้ถึึง 100% ของปริิมาณน้ำ��ำ ฝนที่่�ตกในพื้้น� ที่่�หรืือไม่่ 5. วางรููปแบบการทำำ�กิิจกรรมของแต่ล่ ะวันั ทั้้�งสััปดาห์์ ไม่่ให้ซ้ ้ำำ�� กันั จะมีกี ิิจกรรมครบเกืือบ ทุุกอย่่างที่่�จะทำำ�ในแปลง แล้ว้ นำำ�มาปรับั กัับผัังอีีกที ี ว่่ามีีความเหมาะสม สััญจรได้้สะดวกหรืือไม่่ กสิิกรรมธรรมชาติิ 148

ทิิศ แสงแดด สายลมและตำ�ำ แหน่่งที่่เ� หมาะสม ควรลงพื้้น� ที่่�เพื่อ่� สัังเกตและจดบัันทึึก การเปลี่่�ยนแปลงทิิศทางของแสงแดดและสายลมในแต่่ละช่่วงฤดููตลอดรอบปีี เพื่่�อให้้ออกแบบ ได้อ้ ย่่างเหมาะสม เข้า้ กัับทุุกช่่วงฤดููกาล - ทิิศลมหนาว โดยปกติิจะพัดั มาทางทิิศตะวันั ออกเฉียี งเหนืือ ยกเว้น้ จะมีอี าคารสููง ต้น้ ไม้ส้ ููง หรืือภููเขาที่่�บััง ทำ�ำ ให้้ลมเปลี่่�ยนทิิศ ลมหนาว พัดั พาความเย็็นมาพร้อ้ มกัับฝุ่�นละออง จึึงควรมีโี คกความสููงปานกลาง ปลููก ต้น้ ไม้เ้ พื่�อ่ ช่ว่ ยดููดซับั ฝุ่�นที่่พ� ัดั มากัับสายลม เมื่่�อเทีียบกัับตำำ�แหน่่งที่่�พัักอาศััย ไม่่ควรตั้้�งคอกสััตว์์ ลานตากข้้าว หรืือที่่�ตั้้�งของ กิิจกรรมใด ๆ ที่่�มีีกลิ่�น่ หรืือฝุ่�นมากในทิิศนี้้� นอกจากจะมีีป่่าปลููกบัังไว้บ้ ้า้ ง - ด้้านทิิศตะวันั ตกเฉียี งเหนืือ ทิิศเหนืือ ไปถึงึ ตะวันั ออกเฉียี งเหนืือ เป็็นทิิศที่่�สามารถหัันหน้า้ บ้้านไปได้้ เพราะเป็น็ ทิิศที่่ร� ับั แสงแดดน้้อยกว่่าทิิศอื่่�น ๆ - ทิิศใต้้ เป็็นทิิศที่่ร� ัับแสงแดดรัับความร้อ้ นยาวนานที่่ส� ุดุ สำำ�หรับั ประเทศไทย หากบ้า้ นหันั หน้า้ ไปทางทิิศใต้้ ควรปลููกต้้นไม้้ให้ช้ ่่วยบังั แสงจ้้าที่่�จะสะท้อ้ นเข้า้ ตััวบ้้าน - ทิิศตะวันั ตกเฉีียงใต้้ เมื่่�อเทีียบกัับตำำ�แหน่่งที่่�พัักอาศััย หากมีีหนองน้ำำ��ในตำำ�แหน่่งนี้้� จะช่่วยทำำ�ให้้บ้้านมีี ความเย็็นมากขึ้น� จากลมร้้อนที่่พ� ััดผ่า่ นหนองและพาความชื้น� จากน้ำ�ำ� มาด้ว้ ย ไม่่ควรเป็็นตำำ�แหน่่งของกิิจกรรมที่่�มีีกลิ่่�นไม่่พึึงประสงค์์ เช่่น โรงเผาถ่่าน คอกสััตว์์ โรงหมัักปุ๋�ย เพราะลมร้้อนจะพััดพากลิ่่�นเข้า้ บ้้าน ขั้้�นตอนการออกแบบผััง กำำ�หนดความต้้องการและองค์์ประกอบต่่าง ๆ ในพื้้�นที่่�ว่่า เราต้้องการให้ม้ ีีอะไรบ้้าง ตัวั อย่า่ งเช่น่ • บ้้าน • หนอง คลองไส้้ไก่่ • นา • โรงปุ๋�ย • เล้า้ เป็ด็ เล้้าไก่่ • สวนผลไม้้ • แปลงผััก • สวนดอกไม้้ นำำ�องค์์ประกอบต่่าง ๆ ลงในผััง โดยเริ่่�มต้้นลำำ�ดัับจากวางโครงสร้้าง ทางน้ำำ�� และ แนวต้้นไม้ ้ ตามรายละเอีียดขั้น� ตอนดัังนี้้� กสิิกรรมธรรมชาติิ 149

1. กำ�ำ หนดที่่ต�ั้ง� ของบ้า้ นและแนวถนนเข้า้ บ้า้ น (กรณีไี ม่ม่ ีบี ้า้ นและถนนเดิมิ หรืือต้อ้ งการแก้ไ้ ขถนน) เนื่่�องจากบ้้านเป็็นพื้้�นที่่�ส่่วนตััว การกำำ�หนดที่่�ตั้ �งของบ้้านจึึงมีีความสำำ�คััญอย่่างมาก ถ้้าต้้องการความเป็็นส่่วนตััวมาก บ้้านก็็ไม่่ควรอยู่ �ใกล้้ทางเข้้า-ออกเกิินไป บ้้านควรอยู่ �ในที่่�สููง (บนโคก) สามารถหันั หน้า้ บ้า้ นเพื่อ�่ รับั มุมุ มองที่่เ� ปิดิ กว้า้ งภายในแปลงโดยคำ�ำ นึงึ ถึงึ ทิิศทางของแสงด้ว้ ย ตััวอย่่าง หัันหน้า้ บ้้านไปทางทิิศตะวันั ออกเฉียี งใต้้ เพื่่�อสะดวกในการมองเห็็นคนเข้า้ ออกแปลง และเปิิดมุุมมองภายในแปลงให้ก้ ว้้างเพีียงพอ ทิิศนี้้เ� ป็น็ ทิิศที่่ร� ัับแสงแดดในช่่วงเช้้าถึึงสาย ๆ หลัังจากได้ต้ ำำ�แหน่ง่ บ้้านแล้้วก็ก็ ำำ�หนดแนวถนนที่่จ� ะเข้า้ ถึงึ ตััวบ้า้ น แนวถนนไม่่จำำ�เป็น็ ต้้องเป็็นเส้้นตรง การวางแนวถนนอาจจะยััง ไม่่ต้้องตััดสิินในขั้ �นตอนนี้้�ก็็ได้้ อาจจะลองวางให้้มีี ถนนเข้้าบ้า้ นได้้หลายเส้้นทางเผื่อ่� เลืือกหลัังจากเราวางองค์์ประกอบต่่าง ๆ ที่่เ� หลืือลงในผัังแล้ว้ เพื่่อ� จะได้้แนวถนนที่่�เป็็นคำ�ำ ตอบที่่�ดีที ี่่�สุดุ สวยงาม และสะดวกในการเข้า้ ถึึงพื้้�นที่่ต� ่า่ ง ๆ ในแปลง กสิิกรรมธรรมชาติิ 150

2. กำ�ำ หนดตำ�ำ แหน่ง่ หนองน้ำ��ำ และคลองไส้ไ้ ก่่ โดยดูจู ากข้อ้ มูลู การสำ�ำ รวจพื้น�้ ที่่ว� ่า่ ควรอยู่�ในตำ�ำ แหน่ง่ ใด ในการวางตำำ�แหน่่งหนองน้ำ�ำ� พิิจารณาดููว่า่ ทางน้ำ�ำ� เข้า้ -ออกอยู่่�ตรงไหน และพื้้น� ที่่ต� ่ำำ��สุดุ อยู่่�ตรงไหน ควรออกแบบให้้มีีพื้้�นที่่ร� ัับน้ำำ�� เข้้าและปล่อ่ ยออก ในพื้้น� ที่่�ที่่�ต่ำ�ำ�เป็็นแอ่่ง อาจพิิจารณา วางหนองไว้เ้ ก็บ็ น้ำำ�� ในตัวั อย่า่ งกำ�ำ หนดให้ม้ ีหี นองน้ำ��ำ 2 จุดุ และมีคี ลองไส้ไ้ ก่เ่ ชื่อ�่ มหนองน้ำ��ำ ทั้้ง� 2 จุดุ หนองน้ำ��ำ ใหญ่่ มีีคัันระบายน้ำำ��ออก ส่่วนหนองน้ำำ��ที่่�สอง เป็็นบริิเวณพื้้�นที่่�ที่่�คาดว่่าจะใช้้น้ำำ��ค่่อนข้้างมาก เช่่น ปลููกไม้้ผลหรืือพืืชผััก ข้อ้ ควรระวังั ถ้า้ ไม่ท่ ำ�ำ ทางระบายน้ำ��ำ ออก เมื่อ�่ น้ำ��ำ ล้น้ หนองน้ำ��ำ มีโี อกาสที่่น� ้ำ��ำ จะล้น้ ท่ว่ มพื้้น� ที่่� และขอบหนองน้ำำ��พัังได้้ สิ่่�งสำำ�คััญคืือต้้องปล่่อยน้ำำ��ออกไปตามทางออกของน้ำำ��ตามธรรมชาติิ (ไม่่ควรเปลี่่ย� นทางน้ำ�ำ� ออก) เพื่�่อไม่ใ่ ห้้เพื่�่อนบ้า้ นเดืือดร้อ้ น วางคลองไส้ไ้ ก่่ให้ส้ ามารถกระจายน้ำำ��และระบายน้ำ�ำ�ทั่่�วถึึงและเชื่อ�่ มต่อ่ กันั แนวถนนที่่� ตััดผ่่านคลองไส้้ไก่่ควรมีีระบบฝัังท่่อใต้้ถนนเพื่่�อให้้เป็็นทางน้ำำ��ผ่่านและคลองก็็ยัังเชื่่�อมต่่อกัันได้้ (อาจพิิจารณาทำำ�สะพานตามความเหมาะสม) กสิิกรรมธรรมชาติิ 151

3. กำ�ำ หนดแปลงนา ตัวั อย่า่ งตามแปลนนี้้ก� ำ�ำ หนดให้น้ าอยู่�ใกล้บ้ ้า้ นตามสไตล์ข์ องเจ้า้ ของที่่อ� ยากชมวิิวท้อ้ งนา ยามพัักผ่่อน ที่่�ตั้ �งของแปลงนาก็็อยู่�ในจุุดที่่�สามารถรัับลมมรสุุมที่่�จะพััดเอาฝนและความชุ่�มชื้ �น มาสู่�นา นาอยู่�ใกล้ถ้ นนเพื่อ�่ ความสะดวกในการเข้า้ ถึงึ กรณีที ี่่แ� ปลงนาอยู่�ใกล้ท้ างน้ำ��ำ ไม่ค่ วรให้้น้ำ�ำ� ระบายเข้้านาโดยตรง เนื่อ�่ งจากกิิจกรรมใน นามีที ั้้ง� ใช้น้ ้ำ��ำ และไม่ใ่ ช้น้ ้ำ��ำ เราสามารถสร้า้ งเส้น้ ทางของน้ำ��ำ โดยใช้ว้ ิิธีที ี่่ข� ุดุ ร่อ่ งน้ำ��ำ ในนาให้ใ้ หญ่แ่ ละ ลึกึ มากขึ้น� (เสมืือนคลองไส้้ไก่)่ ควรยกหััวคัันนาให้ส้ ููงและกว้้างเพื่อ�่ เก็็บกัักน้ำ�ำ� และเป็็นหัวั คัันนา ทองคำำ� ด้ว้ ยวิิธีนี ี้้�แปลงนาจะรองรับั น้ำ�ำ�ได้เ้ พีียงพอในฤดููกาลทำำ�นา ถ้า้ มีีพื้้�นที่่�มากพอ คลองไส้้ไก่ค่ วรแยกจากนาโดยมีีหััวคันั นาเป็น็ ตัวั กั้น� กสิกิ รรมธรรมชาติิ 152

4. กำำ�หนดโซน ป่า่ 3 อย่่าง ประโยชน์์ 4 อย่่าง ในผัังตัวั อย่า่ งนี้้�กำ�ำ หนดให้ ้ ป่า่ 3 อย่า่ ง ประโยชน์์ 4 อย่่าง อยู่�โซนด้า้ นเหนืือและทิิศ ตะวัันออกเฉีียงเหนืือ เพื่่�อให้้ลมพััดพาความชื้ �นจากป่่าเข้้ามาในแปลง ลดความแห้้งและหนาว เย็น็ ที่่�มากัับลมหนาว วางแนวคลองไส้้ไก่่ให้ล้ ัดั เลาะเข้า้ ไปในป่า่ เพื่่อ� นำำ�พาปุ๋�ยจากป่า่ ออกมากับั น้ำ�ำ� กำ�ำ หนดโซนไม้้ผล ให้้สะดวกต่อ่ การบำ�ำ รุงุ รัักษา และเก็บ็ เกี่ย� วผลผลิิต (ไม้้ผลส่่วนมาก เป็น็ ไม้ร้ ะดับั กลางที่่ส� ามารถอยู่�ร่วมกันั กับั ป่า่ 3 อย่า่ ง ประโยชน์์ 4 อย่า่ ง ได้)้ ในผังั ตัวั อย่า่ งนี้้เ� จ้า้ ของ ต้้องการให้้มีีสวนผลไม้้หลายหลายชนิิดแยกออกมาจากป่่า เพื่่�อสะดวกต่่อการบำำ�รุุงรัักษาและ เก็็บผลผลิิต แต่่ยัังสามารถปลููกไม้้ระดัับอื่่�น ๆ เพิ่่�มเติิมในสวนไม้้ผลได้้ กลายเป็็น ป่่า 3 อย่่าง ประโยชน์์ 4 อย่า่ ง ที่่�มีีไม้ผ้ ลเป็็นพระเอก กสิิกรรมธรรมชาติิ 153

5. กำ�ำ หนดบริิเวณที่่ต� ั้้ง� เล้า้ เป็็ด เล้้าไก่่ โรงปุ๋๋ย� ควรให้ห้ ่า่ งออกจากตัวั บ้า้ น และคำ�ำ นึงึ ถึงึ ทิิศทางลมไม่ใ่ ห้พ้ ัดั กลิ่น�่ เข้า้ มารบกวน (ไม่ว่ างขวาง ทางลม) ควรคำ�ำ นึึงถึงึ การใช้น้ ้ำ��ำ ของแต่ล่ ะพื้้�นที่่� โดยวางคลองไส้้ไก่ส่ ่่งน้ำำ��ไปให้้ถึึง กสิกิ รรมธรรมชาติิ 154

6. เพิ่่ม� • โรงจอดรถ หน้้า บ้า้ น (อาจระบุุไปในขั้น� ตอนการวางบ้้าน) • แปลงพืืชสวนครัวั ประเภทอายุุยืืน ควรอยู่�หลัังบ้้าน เพื่่�อสะดวกต่่อการเก็็บเกี่ย� วนำำ�มา ใช้้ปรุงุ อาหาร • แปลงผัักบริิเวณหน้้าบ้้าน สามารถปลููกผัักจำำ�พวกผัักกิินใบ อายุุสั้ �นต่่าง ๆ เพราะผััก ประเภทนี้้เ� มื่�่อเก็บ็ เกี่ย� วแล้้วควรปรัับสภาพแปลง เช่่น ยกร่่องขึ้�นแปลงใหม่ ่ ย่อ่ ยดิิน ผสมปุ๋�ยคอก เพื่่อ� ให้้พร้อ้ มต่อ่ การปลููกครั้�งใหม่่ จำ�ำ นวนแปลงผัักยืืดหยุ่�นได้ต้ ามความต้อ้ งการและสภาพพื้้น� ที่่� • เจ้า้ ของแปลงตัวั อย่า่ งต้อ้ งการความสวยงามสดชื่น�่ ของสวนดอกไม้ ้ จึงึ วางแนวสวนดอกไม้้ บริิเวณสองข้้างถนนทางเข้้าจนถึึงตััวบ้้าน นอกจากสวยงามเมื่่�อได้้เห็็นแล้้ว ยัังเป็็นการบริิหาร แมลงในแปลงอีีกด้้วย • ถนนสายรองเชื่อ�่ มไปยังั สวนผลไม้้และเล้า้ เป็ด็ เล้้าไก่่ โรงปุ๋�ย เพื่่�อเพิ่่�มความสะดวกใน การเข้า้ ถึึงพื้้�นที่่แ� ละกิิจกรรมต่า่ ง ๆ • เพิ่ม�่ ความร่ม่ รื่น�่ และร่ม่ เงาให้พ้ ื้้น� ที่่ด� ้ว้ ยต้น้ ไม้ใ้ หญ่บ่ ริิเวณทางแยก ต้น้ ไม้ช้ ่ว่ ยดููดซับั กลิ่น�่ จากโรงปุ๋�ย เล้้าเป็ด็ เล้้าไก่่และยัังช่ว่ ยพรางสายตาได้ด้ ้้วย กสิิกรรมธรรมชาติิ 155

7. เพิ่่ม� ทางเชื่่�อมเข้า้ พื้�น้ ที่่�อีีกฝั่่�งของทางน้ำ�ำ�ด้้วยสะพานข้า้ มไปยังั ส่่วนต่า่ ง ๆ ในผังั ตััวอย่่างวางสะพานข้า้ ม 5 จุุด จุุดที่่� 1 ข้า้ มคลองไส้ไ้ ก่ท่ ิิศใต้้เพื่อ่� เชื่อ่� มกัับพื้้น� ที่่�ติิดถนน จุดุ ที่่� 2 เชื่อ�่ มจากแปลงสวนครัวั ริิมหนองด้า้ นหลังั บ้า้ นไปยังั พื้้น� ที่่ว� ่า่ งด้า้ นทิิศตะวันั ตก ที่อ� าจจะ เพิ่�ม่ เติิมหรืือออกแบบให้้เป็น็ พื้้�นที่่ป� ลููกต้น้ ไม้้ หรืือกิิจกรรมอื่�่น ๆ ได้อ้ ีีก จุุดที่่� 3 จากแปลงผักั เชื่่อ� มต่่อกับั โซน ป่่า 3 อย่่าง ประโยชน์์ 4 อย่่าง จุดุ ที่่� 4 จากสวนผลไม้้เชื่อ�่ มต่่อกับั ป่่า 3 อย่่าง ประโยชน์์ 4 อย่่าง ด้้านทิิศตะวันั ออก จุุดที่่� 5 เชื่�่อมบริิเวณเล้้าเป็ด็ โรงปุ๋�ย ไปยังั พื้้น� ที่่�ว่า่ งด้้านทิิศตะวันั ออก ทางข้้ามสามารถลด หรืือ เพิ่่�ม ได้้ตามการใช้ง้ านและความเหมาะสม กสิกิ รรมธรรมชาติิ 156

8. เจ้า้ ของแปลงต้อ้ งการให้ม้ ีกี ิิจกรรมเพิ่่ม� เติมิ ในอนาคต เช่น่ โรงแปรรููป ลานตากผลผลิิต จึงึ เตรียี มพื้้น� ที่่ล� านกิิจกรรมเอนกประสงค์ไ์ ว้ใ้ กล้ส้ วนผลไม้้ กสิิกรรมธรรมชาติิ 157

9. ยังั มีเี นื้อ�้ ที่่ว� ่า่ งริมิ สวนดอกไม้้ เจ้า้ ของแปลงต้อ้ งการเว้น้ ไว้เ้ ป็น็ ลานเอนกประสงค์์ เพื่่อ� รองรับั กิจิ กรรมอื่่�น ๆ เช่น่ ปลููกต้น้ ไม้เ้ พิ่่�ม กสิกิ รรมธรรมชาติิ 158

ข้้อแนะนำำ�เพิ่่�มเติิม • โรงเก็็บของและโรงเก็บ็ รถ ควรจะอยู่�ใต้ห้ ลังั คาเดีียวกััน เพื่่�อความสะดวกในการใช้ง้ าน และประหยััดค่่าก่อ่ สร้า้ ง • ก ารวางตำ�ำ แหน่ง่ สิ่ง�่ ก่อ่ สร้า้ งบางครั้ง� อาจอยู่�ในทิิศที่่ไ� ม่ค่ วร แต่ส่ ามารถใช้ก้ ารออกแบบเข้า้ ช่่วยแก้้ปััญหาได้้ เช่่น วางเล้้าไก่่ในทิิศตะวัันตกเฉีียงใต้้ของบ้้าน ซึ่่�งลมร้้อนอาจพััดพากลิ่่�น ไม่่พึงึ ประสงค์เ์ ข้า้ บ้า้ น ก็ต็ ้อ้ งออกแบบเล้้าให้้หลัังคายื่น่� ยาวลงไปต่ำำ�� ๆเพื่่อ� ไม่่ให้ส้ ่่งกลิ่น�่ ตีีขึ้�นมากับั ลมมากนััก การสร้า้ ง โคก หนอง นา ในพื้น�้ ที่่�ที่่�ภูมู ิศิ าสตร์ต์ ่า่ งกันั พื้น�้ ที่่ร� าบลุ่่�ม • โคก สร้า้ งโคกบนพื้้น� ที่่ข� องตนเอง จากการนำำ�ดิินที่่�ได้้จากการขุดุ หนอง นำำ�มาถมเป็็นโคก เพื่่�อสร้า้ งที่่�อยู่�อาศััย ปลููกผััก เลี้�ยงสััตว์์ รวมทั้้ง� ปลููกต้้นไม้ต้ ามแนวทาง“ป่่า 3 อย่่าง ประโยชน์์ 4 อย่่าง” ในขณะที่่�รากจำำ�นวนมากของต้้นไม้จ้ ะช่่วยดููดซับั น้ำ��ำ ฝน เพื่่�อกัักเก็บ็ น้ำ�ำ�ไว้้ใต้้โคกเป็็นน้ำ�ำ�ใต้้ ดิินเพิ่่ม� ความชุ่�มชื้�น • หนอง ขุุดหนอง รููปร่่างคดโค้ง้ อิิสระ ไม่เ่ ป็น็ สี่เ� หลี่�ยม เพื่่�อเก็็บน้ำำ��ไว้ใ้ ช้้ยามหน้้าแล้ง้ หรืือ จำ�ำ เป็็น และสามารถใช้เ้ ป็็นที่่�รองรัับน้ำ�ำ� ยามน้ำำ��ท่ว่ มหลาก และเป็น็ แหล่ง่ ที่่อ� ยู่�อาศัยั ของปลาและ สััตว์์น้ำ��ำ อื่่�น ๆ • นา ยกหัวั คันั นาให้ก้ ว้า้ งและสููงอย่า่ งน้อ้ ย 1 เมตร เพื่อ�่ เพิ่ม�่ พื้้น� ที่่ก� ักั เก็บ็ น้ำ��ำ ไว้ใ้ นนา ขุดุ ร่อ่ งน้ำ��ำ ใกล้้หัวั คันั นาด้้านใน เป็็นที่่อ� ยู่่�ของสััตว์์น้ำ�ำ� ปลููกต้น้ ไม้้และพืืชผัักบนหัวั คัันนา ให้้รากยึึดหัวั คัันนา ให้้แข็ง็ แรงขึ้�น และเพิ่�่มพื้้�นที่่�เพาะปลููก • คลองไส้ไ้ ก่่ ขุดุ ให้ม้ ีลี ักั ษณะคดเคี้ย� ว เพื่อ�่ ให้น้ ้ำ��ำ ไหลได้้ทั่่ว� ถึึงทั้้ง� พื้้�นที่่� ช่่วยเพิ่�่มความชุ่�มชื้�น ให้้กัับผืืนดิินและต้้นไม้้โดยรอบ และยังั ช่่วยระบายน้ำ��ำ ในพื้้�นที่่�ได้อ้ ีีกด้้วย • ฝายชะลอน้ำ��ำ ช่ว่ ยชะลอและกักั เก็บ็ น้ำ��ำ ไว้ใ้ นพื้้น� ที่่� เพื่อ�่ ไม่ใ่ ห้น้ ้ำ��ำ หลากลงมาสร้า้ งความเสียี หาย กัับพื้้�นที่่�ลุ่�มด้้านล่่างและช่่วยกัักตะกอนดิินไม่่ให้้ลงมาสะสมในหนอง คลอง บึึง หรืือเขื่่�อน สำ�ำ หรัับพื้้�นที่่�กลางน้ำ��ำ ฝายชะลอน้ำ��ำ ยังั ช่่วยยกระดัับน้ำ��ำ เพื่่อ� เก็บ็ ความชุ่�มชื้น� ไว้้ในพื้้�นที่่�อีีกด้้วย กสิกิ รรมธรรมชาติิ 159

กสิกิ รรมธรรมชาติิ 160

พื้้�นที่่�สูงู บนเขา การเปลี่่ย� นเขาหัวั โล้น้ เป็น็ เขาหัวั จุกุ คืือ การประยุกุ ต์ใ์ ช้ห้ ลักั “โคก หนอง นา” ให้เ้ ข้า้ กับั พื้้�นที่่�ภููเขา ซึ่�่งจะมีปี ัญั หาและความท้า้ ทายแตกต่่างจากพื้้น� ที่่ร� าบลุ่�ม ภููเขาซึ่ง�่ เปรียี บเสมืือนโคกตามธรรมชาติิ จึงึ ไม่จ่ ำ�ำ เป็น็ ต้อ้ งสร้า้ งโคกอีกี เพราะไม่ม่ ีปี ัญั หา น้ำำ�� ท่่วม อย่า่ งไรก็ด็ ี ี พื้้�นที่่�ภููเขานั้้น� มัักจะประสบปััญหาน้ำำ�� หลาก ดิินพัังทลาย และน้ำ�ำ� ไม่่พอเพียี ง ในหน้้าแล้้ง แก้้ปััญหาได้้ด้้วย การเปลี่่�ยนจากการทำำ�หนองน้ำำ��เป็็นการกั้้�นฝายในพื้้�นที่่�ร่่องเขา หรืือในคลองไส้้ไก่่ เพื่่�อเก็็บน้ำ��ำ จากต้้นน้ำ�ำ� แทน ใช้้การทำำ�นาขั้ �นบัันไดโดยยกหััวคัันนาสููงและกว้้าง เพื่่�อเก็็บน้ำำ��ฝนที่่�ตกลงมาบนภููเขา ให้ไ้ ด้ม้ ากที่่ส� ุดุ รวมถึงึ สร้า้ งหนองเก็บ็ น้ำ��ำ ในพื้้น� ที่่ไ� ว้ด้ ้า้ นบนเพื่อ�่ ปล่อ่ ยน้ำ��ำ ผ่า่ น คลองไส้ไ้ ก่ใ่ ห้ก้ ระจาย ไปทั่่ว� พื้้น� ที่่� และปลููกแฝกเพื่่�อป้้องกันั การพัังทลายของดิิน ปัญั หาอีกี ด้า้ นของการทำ�ำ เกษตรบนภููเขา คืือ การบุกุ รุกุ พื้้น� ที่่ป� ่า่ เพื่อ�่ การทำ�ำ เกษตรเชิิงเดี่ย� ว การทำำ� โคก หนอง นา จึึงเป็็นการเพิ่่�มพื้้�นที่่�ป่่าแต่่ยัังสามารถทำำ�กิินในพื้้�นที่่�ได้้ ด้้วยการปลููกป่่า 3 อย่่าง ประโยชน์์ 4 อย่่าง ซึ่ง�่ รููปแบบนี้้�จะใช้พ้ ื้้น� ที่่�เพียี ง 10 ไร่่ สามารถให้ผ้ ลผลิิตหลากหลาย มากกว่า่ การปลููกพืืชเพียี งชนิิดเดีียว เช่น่ การปลููกข้้าวโพดทั้้�งภููเขา กสิกิ รรมธรรมชาติิ 161

ภาพสรุปุ ขั้้น� ตอนการวาดผังั ในการสำ�ำ รวจพื้น้� ที่่แ� ละการออกแบบผังั กสิกิ รรมธรรมชาติิ 162

กสิกิ รรมธรรมชาติิ 163

กสิกิ รรมธรรมชาติิ 164

ภาพตัวั อย่า่ งการออกแบบ โคก หนอง นา ด้้วยตนเอง กสิกิ รรมธรรมชาติิ 165

ภาพตัวั อย่่างผลงานการออกแบบด้้วยโปรแกรมคอมพิิวเตอร์์ ภาพผลการทดลองปลููกพืืชในพื้้�นที่่�ปกติิและพื้�น้ ที่่ท� ี่่�ออกแบบตามหลักั กสิกิ รรมธรรมชาติิ กสิกิ รรมธรรมชาติิ 166

ภาพตัวอยา่ งการูเปลีย� นแปลงข้องการูจัดิการูพน้� ทำ�ใี นรููปแบ้บ้ โคก หนอง นา กสิิกรรมธรรมชาติิ 167

หนังส้อและแหล่งอ้างองิ - “กสิ่ก่ ร็ร็มธร็ร็มช่าต้ ่ การ็แป็ลื่งป็ร็ัช่ญ่าเศึร็ษฐก่จพอเพียงสิ่ก้่ าร็ป็ฏิบ่ ัต้่แบบคนจน” - “CMS สิ่้..อย.้่ .หนี ร็อดพอดีด้วยศึาสิ่ต้ร็พ์ ร็ะร็าช่า” - “เอกสิ่าร็ป็ร็ะกอบฐานการ็เร็ยี นร็้สิ่้่ความพอเพียง” - “พอแลื่้วร็วย” - “๙ ฐานเร็ียนร็ส้ ิ่้่ความพอเพยี ง ค้่ม่อเร็าร็ักษต์ ้น้ นำ�า” จากเอไอเอสิ่ สิ่านร็กั - “ศึาสิ่ต้ร็์พร็ะร็าช่ากับการ็ออกแบบว่ถึีช่ีว่ต้ใหม่ บนฐานภ้มส่ ิ่ังคมไทำย เพอ่� ป็ร็บั ต้วั แลื่ะ เผช่ญ่ ่กับการ็เป็ลื่ี�ยนแป็ลื่งขัองโลื่ก” - http://www.gotoknow.org - http://www.rdpb.go.th/ - https://ajourneyinspiredbytheking.org/ - https://www.porpeang.org/ - http://km.rdpb.go.th/ - https://mgronline.com/ - http://brpd.ricethailand.go.th/ กสิกิ รรมธรรมชาติิ 168

ภาคผนวก ถอดรพหัรัสะพมรหะารชานชกนิพิ นธ์์

เราจะครองแผ่น่ ดินิ โดยธรรม เพื่อ�่ ประโยชน์์สุุข แห่่งมหาชน ชาวสยาม ประเด็็นที่่�จะถอดรหัสั ๑. เรื่อ่� งโดยย่อ่ และเปรีียบเทีียบพระราชนิิพนธ์์ กัับพระชาดก ๒. ถอดรหััสจากภาพปริศิ นา ๒๒๒๒๒๒๒๒๒.........๒๖๗๔๘๑๓๕๙ กถพเกภโเธมัหกาอาาืรนั้ือร้ารรดพรธงวพานกมริสำิอธิพุีย�ำหะิจีุดใัวไยาทนิใสัทปิชีน้กา่กป่�ทชา้พใูกราชทูยาร้ณรรร้ใงะก์นะณฟแ์ทรืเ์าม้ัลล้น�บั์ราสหยะฟสงพ์.ัู่าัค์ส่กง�ูปฒั ช.าใารสนหเนร้ะห.กด้เาเำมตพทป�ำืุ“ือุแเรศรอนงหะิะร่ินิร่งเยิ ทกาคสาชศัวจัรทาสใอีมา่น”�่ทดนพีุีุกตรทขีะ่์ป่�เ์ัรกีัจ่า�ย่ จชุวุบนัขินั้พิ้องนอธน์๗ม์ าหคปาตีีชนก กสิกิ รรมธรรมชาติิ 170

ที่�ม่ าของพระราชนิิพนธ์์ มเพแต ั้ส้งล�ะรดตมะะ็่จ็มรว่จทะงหะหอทาเีง่ปดธม่�ี่็ีีรี็เนา่พผมวืนอ่รลงั่อ� อันะศ์ยถูเตพ่์ูน�(ูกรว.“ีตศีขนแา้ร.า้ยสธพร๒ดใมานรง๕มชะทว่๒ส่บรา่่าาาร๐สมิิโ่ช่ิพรง�กอพมใาุลดทุดรรหีาะยี(ามงลอีเาผีถ)ู้คงนด�ุรทึคณุีึง่์)ใ่�ข์ทนทภวึ้าักร้ดัา�งรดงพจรุปสงุานัจมดชัญโิะัคถิผบั เ่ิญปลิน่าพ็ตานล็าริกิ”งเหะปเาล้ธหสราั้็ร่งัา็นหว่ รจมนดมมัาตัางเเ้กรทยน้นืั่ออ้�่้ขศท�นีงอ่อน�่ไพกมพงา่รจม่กรขีะาีาะอลมกูรมูกงอหยยุหสื้ั้ทุาอ�ามังชยแชคเนดนยาง็่นกกจ็ง่ จพ“พซึึ่พง�่งึรรพหระะนะมีรรีมะาหไปบหชาบกชาาวทนชรชณกนสีีกม(ยพฉเกดรจบิ็ัิจะ็จะบั นใบพินชพิ รราโนลระดธลเกก์ุจใ์ุโ้ให)า้มห้้เอ้ก้คหยขู่รม�หธบัารวั ะถ้รส้วรมัมนชั ไกกดกั่้บั่อา้ง่สนล่าังัยท”ีค่ก่� มว๙่ป่าัจั จึหจึงุบุาทันักรโไงดดด้ยั้ปัดมรีแีพะปกรละองรบเานืช้้�อดำเ�ำรืร่่�อิวิ ง่า่ ใน ๑๒๑ป..ร.ตะ๒๒๒๒เปสมคคต้ิรน่้ืเนคิววรื....า่อิด๒๓๑๔ฉาาิศทว็งสน็มมบำรนกนปำ�ัเัเเแเหปบัานักบามูเหรู้ท็ืคภขิากต้า็ดือ้ิศุพมัะยมุา้นวับืรงเินอืทเรอสธิไงมอลัีรปานคะณบัีรจวัยก็ีตุิใสวใา็จ์ปดุ้ัพีิชนุนม์น้าตตเุร”าเชยเมอตหมมนฟ์นรงาืื้ัหอข์้า้้าะน้รเงน้น��อัุ๑ืลกพวมตุโแืจหฟติ๖่มอาาชิูรว่ปสลาหาตูศชิงา้าะภกอ(โฎ้นิาะสพกูหคยกม(กมวลพู่ม.กธวัะ่า่ิคาหิะยัิ่าายิาาขงร.มุอาเรยสมรทุา่ขุ้ลึสรว่ช้อ้ม่บุไ้ท.เลิน� ่าซถัยิงหนยกหรัยป็คเโาสี็นนลกรรคามัลีีรบีิจัเยพะชช๔ัลาอหพกิันิสนน่ีาชยน๒ง่่า๘า�มฤ่� ดการแวเยษเกิ๐โมาีกิชตทปปืีกาวิีชดเอืช่ัิมีงัลจลร่าับดัสท๕งุ่าใเยุดชม่นแตอมลด๕กรันนิทบกกาำ้นัยีนิงำ้ั)่ก��ำำ��ป้าร่สัตท๔ติัิเเิวริย“่้ัญจน้ิาอ่ศ็าน�ิฟะภูืด็ิดงหเ้จนูพวน�้าตไเัาายิปรรคฟนัื์ิมอ่ใูฝ์อ�่ะคัหทูปเึ้เีนั้จชงึก่า้ล�ก้่็รม๒็ัด็นอขี็กะับีคคปามืบนเ์ชืแว้ยทา์นราาอ้ปแฏยศมิวมสัยลลหิังัขม่่ะัิเสา�งถิปุดั ิรวุ็สิิลน็แยิรอ์าภยร์น้)าง้ณแภษแบูยา่มูบอง่ิัิ ชงั ิกงิ ฤษ รััชกกาลทาี่ร�่ ๙อ่า่ นใหพ้ไ้ รด้ะ้อรรารชถนิรพิ สนตธ้์้อพ์ งรดะูฉูมบหัับาชพนรกะขรอางชพทราะนบทีา่ม�่ ทีีรสููปมภเดา็พจ็ พปรระะเกจ้อา้ บอยู่�หัวั คุณุ ค่า่ ของพระราชนิพิ นธ์อ์ ยู่�ที่่� “นัยั ยะ” ที่แ่� สดงไว้้ในรููปภาพ จิิตรกรรม ที่จ่� ิิตรกรทั้้�ง ๘ ท่า่ นได้้บรรจงถ่า่ ยทอดให้้สามารถ สื่�่อสาร Cเป็Oน็ DไปEตาหรมืืพอร“ะนรัยั ายชะป”ระสงค์์ได้้อย่า่ งลึกึ ซึ้้�ง (แยบคาย) ซึ่่�งเป็น็ รหัสั โพธิยิ าเลช่ัน่ัย มวิณิชีีชเามขหลมาายเรืถือึงึ สอำ�ำ ะเไภราเปป็ู็นูทตะ้น้เลย์์ วาจาอัันมีีปาฏิิหาริยิ ์์ โพธิิญาณ กสิกิ รรมธรรมชาติิ 171

๒.ภาพปริศิ นา และจิิตรกร แผนที่ห�่ น้า้ ๑๒ ๑๓ ( อ.เนติิกร ชินิ โย) บทที่�่ ๕ หน้า้ ๑๖ ๑๗ ( อ.ปัญั ญา วิจิ ินิ ธนสาร) บทที่�่ ๕ หน้้า ๑๘ ๑๙ ( อ.ปัญั ญา วิจิ ินิ ธนสาร) บทที่�่ ๒๓ หน้้า ๘๑ ( อ.พิชิ ััย นิิรันั ต์)์ บทที่่� ๒๔ หน้้า ๘๕ ( อ.พิชิ ัยั นิิรัันต์์) บทที่่� ๒๗ หน้้า ๙๗ ๑๐๐ ( อ.ประหยัดั พงษ์ค์ ำำ�) บทที่�่ ๓๓ หน้า้ ๑๒๖ ๑๒๗ ๑๒๘ (อ.ปรีีชา เถาทอง) บทที่่� ๓๔ หน้า้ ๑๓๑ ( อ.ปรีีชา เถาทอง) บทที่�่ ๓๕ หน้้า ๑๓๔ ๑๕ (อ.ปรีีชา เถาทอง) บทที่�่ ๓๖ หน้้า ๑๓๘ ๑๓๙ ( อ.ปรีีชา เถาทอง) บทที่่� ๓๗ หน้า้ ๑๔๒ ๑๔๓ ๑๔๔ (อ.ปรีีชา เถาทอง) เรืือสำ�ำ เภา เป็น็ สัญั ลักั ษณ์ข์ องลัทั ธิิ พาณิชิ ย์น์ ิยิ ม เศรษฐกิจิ แข่ง่ ขันั เสรีี หมายถึงึ ระบบทุนุ นิยิ ม บริโิ ภคนิยิ ม เสรีีนิยิ ม ประชาธิปิ ไตยแบบเลืือกตั้้ง� ระบบทุนุ นิยิ ม ที่ก�่ ำ�ำ ลังั ล่ม่ สลาย มณีีเมขลา หมายถึงึ ดาวเทีียม ๒.๑ พระราชนิิพนธ์์มหาชนก กับั “การพยากรณ์์เหตุบุ ้า้ นการณ์เ์ มืือง” ชื่อ�่ ภาพ “เหตุกุ ารณ์เ์ ผาบ้า้ นเผาเมือื ง” คำ�ำ อธิบิ ายภาพ ๑๕๗ ๑๕๘ ๒๑๔๕๓..... บเรใไัชอมอัน้่้ผา่รงูไู้้ผ้ดู�เ้้ขร้�ึ�ทบ้อ้ห้้ญ้าน�นริิงิแสิรสููุแ่้ต่ทุ้��ธอลหำิะำ�น์ะ์สนม�าเอาวดา็จงเ็กปขสี็เีอ(็นปก็กงเน็ าชชาตรลัราวัเยวแลปืืมบอิ่ร(ถิ่งกมิะต็ลิพั็อก้้ัาร�งบันร)ป(ีคหธีรแื๕าืบอต๓ุ่ง่แุ )กพท้ทวข้ มกอ.เง)พืป่่อ� รแะยช่่งาชธิิงิปิ ผไตลปยระโยชน์์ ๖. ทหารแตงโม ผู้�หันั หลัังให้ก้ ัับชาติิ ศาสนา พระมหากษัตั ริยิ ์แ์ ละประชาชน ๘๗.. กนผสู้�าาเงฒรยค่เใรา่ผหาผูาญ้ม�เบ่ด้ศี่ี้ายานนวสัเดักผนธาาาุยุรเมรกบืิะอื ิจนหงรหวะ่อา่ดคังับอสโยอลงกลไัปทั ธไิดใิ ้ห้ทญุุก่่ทีส่ั่�่่น� ยคกลเอวน้้นพมุิุทิถิธิลศาาสผนู้�าอยู่ ๙. �เบื้้�องหลััง กสิิกรรมธรรมชาติิ 172

บทที่่� ๕ หน้้า ๑๖ ๑๗ ดููคำำ�บรรยายเรื่่อ� งการเผาบ้้านเผาเมือื งหน้า้ ๑๗ บทที่ ๕ หนา๑๗ ปญ หาภายในประเทศ เสาหลัก ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย ๙. กษตั รยิ ์ กาํ ลังมีภัยสงผลกระทบตอ ความมั่นคง ๗ ชาติ ๑ ๒ ๔๘ ๑.๒ ๑.๑ ๖ ๕๓ กสิกิ รรมธรรมชาติิ 173

กสิกิ รรมธรรมชาติิ 174

ผู้้�มาปราบยุคุ เข็็ญเป็็นทั้้ง� พระ เป็น็ ทั้้ง� เทพ ใส่เ่ สื้้�อม่่วง นุ่�งกางเกงเขีียว นั่่�งบนพรมแดง กองกำำ�ลังั เสื้้�อสีีน้ำ��ำ เงินิ กสิกิ รรมธรรมชาติิ 175

๒.๒ โหรา และการพยากรณ์์ การเดิินทางไปสุุวรรณภูมู ิิ การพยากรณ์์ สำำ�หรัับออกเดิินทาง จากนครจัมั ปากะ ในวันั ที่�่ ๒๐ เมษายน ไปสุุวรรณภููมิิ ได้โ้ ดยสวััสดิิภาพ ๒๔ เมษายน พยากรณ์์ว่า่ การเดิินทาง จะบรรลุทุ ี่�ห่ มาย อัันดีีเลิิศ อย่า่ งไม่่คาดฝันั แม้้จะล่่าช้า้ ไปบ้้างและต้อ้ ง ฝ่า่ ฟันั อัันตราย นานัปั การ ๒ พฤษภาคม จะประสบภััย จากพายุุไซโคลน ทำ�ำ ให้้เรืืออัังปางลง (๒ พ.ค. ๒๕๕๑) พายุไุ ซโคลนนากีีซ ที่�่ประเทศพม่่า กสิกิ รรมธรรมชาติิ 176

๙ พฤษภาคม เป็็นวันั อุุโบสถหลังั จาก โดนพายุไุ ซโคลน พระมหาชนกว่า่ ยน้ำ�ำ� ตลอดเจ็ด็ วัันเจ็ด็ คืืน จนมาพบมณีีเมขลา มณีีเมขลาอุ้้�มพามหาชนก ไปไว้ท้ ี่่�อุุทยาน ในมิถิ ิิลานคร ที่ม�่ า ส.ค.ส. ๒๕๔๒ บุุคคลเมื่่�อกระทำ�ำ ความเพีียร แม้้จะตายก็ช็ ื่่�อว่า่ ไม่่เป็็นหนี้้�ระหว่า่ ง หมู่่�ญาติเิ ทวดา และบิดิ ามารดา อนึ่่ง� เมื่อ�่ ทำำ�กิิจอย่า่ ง ลูกู ผู้้�ชายย่อ่ มไม่่ เดืือดร้้อนในภายหลััง มณีีเมขลากล่่าวว่่า “การงานอัันใดยังั ไม่่ถึงึ ที่ส�่ ุุดด้้วยความพยายาม การงานอันั นั้้น� ก็็ไร้้ผล มีีความลำ�ำ บากเกิดิ ขึ้้น� การทำ�ำ ความพยายาม ในฐานะอัันไม่่สมควร ใด ๆ จนความตาย ปรากฏขึ้้น� ความพยายาม ในฐานะอัันไม่่สมควร นั้้น� จะมีีประโยชน์์อะไร” กสิิกรรมธรรมชาติิ 177

ท่า่ นใดถึงึ พร้อ้ ม ด้ว้ ยความพยายาม โดยธรรม ไม่จ่ มลงในห้ว้ ง มหรรณพ ซึ่่�งประมาณมิไิ ด้้ เห็น็ ปานนี้้ด� ้้วยกิิจ คืือ ความเพีียร ของบุุรุษุ ท่า่ นนั้้�น จงไปในสถานที่่� ที่่�ใจของท่า่ นยินิ ดีี นั้้�นเถิิด ๑พพ๒ั.นรั. ะปธปกมริฏิหิจะวิ ักาัตจิชาิกาศนากเกรศพศร๒รึึกษะษรฐเราากื่ิ�อ่ใชิจหงนพมิ่พิ อ่ นเพธี์ีย์ ง ปใจจไ“นดขาา้า้อร้า้ กกฏัิแับคาโิหำอกตพ�ำ่าษา่บกรรัศลิฐณัแิย์่์ข์หา่์ทฑ่อ่มวิ่งิ่างติขโบิ นทพัอ่ังตวา่ธง้คิา้อนญิมวจณง”ีราาใีหหณอเ้ัมา้สนั ขยามีลีธไุปาชุ น หใตส“โัำพ้นถน้�ำง�ึ้กึงธเสา้ิรกายิ ็ถ็จลาา๑ากลนลั๐ิบ้ั้จิัอน�ัย๐นััทันทีก่่มแ�่ค่าาหทวนร้ราจ้”ศึึวงึ กึิทิชจ่ษ่าชะานาใจลหั้งัย้ชื่อ่� ว่่า ๒.๓ พันั ธกิิจ ในพระราชนิพิ นธ์พ์ ระมหาชนก มณีีเมขลาได้ร้ ัับสั่่ง� ไว้ใ้ ห้้ มหาชนกดำ�ำ เนิินการ ดังั นี้้� ๑.ประกาศ และให้้ดำำ�เนิินการเพื่อ�่ ฟื้�้นฟูปู ระเทศโดยใช้้ ระบบเศรษฐกิิจพอเพีียง (ประกาศ ๒๕๔๐ ใช้้ในรััฐธรรมนูญู ๒๕๕๐) ๒.ปฏิิวััติกิ ารศึึกษา โดยใช้้องค์์ความรู้้� ภููมิปิ ััญญา วััฒนธรรมอัันดีีงามที่ย�่ ัังเหลืืออยู่� เพื่่�อฟื้้น� ฟููประเทศ (ตั้้ง� ปููทะเลย์ม์ หาวิชิ ชาลััย) กสิกิ รรมธรรมชาติิ 178

บทที่่� ๓๐ หน้า้ ๑๑๓ วาจาอันั มีีปาฏิิหาริยิ ์์ (พระราชดำ�ำ ริิ พระราชดำ�ำ รัสั พระบรมราโชวาท ) “สิ่่�งที่ม�่ ิไิ ด้ค้ ิดิ ไว้จ้ ะมีีก็็ได้้ สิ่่�งที่�่คิดิ ไว้้จะพิินาศก็็ได้้” “โภคะทั้้ง� หลาย ของหญิงิ ก็ต็ าม ของชายก็็ตาม มิิได้้สำ�ำ เร็จ็ ด้้วยเพีียงคิดิ เท่่านั้้�น” มีีการนำ�ำ ไปใช้้ ใน ส.ค.ส. พระราชทานปีี ๒๕๔๒ และปีี ๒๕๕๕ ๒.๔ การประยุกุ ต์ใ์ ช้ใ้ น ส.ค.ส. พระราชทาน ปีี ๒๕๔๒ ปีี ๒๕๔๕ ปีี ๒๕๔๖ ปีี ๒๕๔๗ ปีี ๒๕๕๕ ปีี ๒๕๕๘ ปีี ๒๕๕๙ ส.ค.ส. พระราชทาน ๗ ปีี ที่ท�่ รงเตืือนให้ป้ ฏิวิ ัตั ิกิ ารศึกึ ษา โดยกล่า่ วถึงึ ปูทู ะเลย์์ มหาวิชิ ชาลัยั มิถิ ิลิ า (บ้า้ นเชีียง) สถานอบรมสั่่ง� สอนให้เ้ บ็ด็ เสร็จ็ วัดั พระเชตุพุ น สถาบันั ฤษีีดัดั ตน กสิิกรรมธรรมชาติิ 179

๒.๕ เมืืองอวิิชชา มีีสาเหตุแุ ห่ง่ ความทุกุ ข์์ หรืือ อวิิชชา คืือ ความโลภ โกรธ หลง เป็น็ จุุดเริ่ม� ต้น้ ของหลัักเหตุุผล หรืือ วงจรของการเกิิดทุกุ ข์์ “ปฏิิจจสมุุปบาท” กสิกิ รรมธรรมชาติิ 180

สภาพปัญั หาและสาเหตุุ ของเมืืองอวิิชชา ที่ผ�ู่้�คนโง่่ หลงอยู่�ในโมหภูมู ิิ ไม่่รู้�เท่า่ ทััน จิิต อัันมีีตัณั หา ความโลภ โกรธ หลง เป็น็ พื้้�นฐาน ส่่งผลกระทบต่อ่ ความมีีระเบีียบเรีียบร้้อย ของบ้า้ นเมือื ง การขาดคุุณธรรมของผู้้�นำ�ำ ฯ ในทุกุ ระดัับ จนถึึงเจ้า้ หน้้าที่ข่� องรัฐั แม้ก้ ระทั่่�งผู้้�ทรงศีีล ที่�ห่ ลงติดิ เสพในกามคุณุ ไม่่ปฏิิบัตั ิกิ ิจิ ของสงฆ์์ หลงผิิด ยอมรัับนำำ�วัฒั นธรรมต่่างชาติิถืือเป็น็ สรณะ ดููถููกภูมู ิปิ ัญั ญาของชาติติ นเอง ผู้�คนเห็็นแก่ป่ ระโยชน์ส์ ่ว่ นตน ชัักชวนต่า่ งชาติิมาแย่่งชิงิ ใช้้ประโยชน์ใ์ นทรัพั ยากรธรรมชาติอิ ย่า่ งไม่่ระมัดั ระวััง ส่ง่ ผลกระทบต่่อสิ่่�งแวดล้อ้ ม ธรรมชาติิ มีีระบบอุปุ ถััมภ์์ แพร่ก่ ระจายในทุกุ ระดับั กสิิกรรมธรรมชาติิ 181

“นบั แต่อุปราช จนถงึ คนรกั ษาช้าง คนรักษาม้า และตัง� แต่คนรักษาช้าง รกั ษาม้าจนถงึ อุปราช โดยเฉพาะ “เหล่ าอมาตย์” ล้วนจารกึ ในโมหภมู ิ ทง�ั นั�น คนพวกนีข� าดความร้ทู ั�งทางวชิ าการ ท�ังความรู้ทวั� ไป คือความ สํานกึ ธรรมดา คนพวกนีไ� ม่ร้แู ม้แต่ประโยชน์ส่ วนตน คนพวกนีช� อบผลมะม่วง แต่กท็ าํ ลายต้นมะม่วง แย่งชิงทรัพยากร ต้นมะม่วงทมี� ีผล ระหว่างรฐั กับราษฎร เปรียบกบั ประเทศ ท�มี ที รัพยากรฯ อดุ มสมบรู ณ์ เป็ นที�หมายปอง ของผู้มีอาํ นาจ ขาดสขุ ลกั ษณะ มวั เมากามสขุ กสิิกรรมธรรมชาติิ 182

สาเหตุทุ ี่่ท� ำำ�ให้น้ ้ำ�ำ� ท่ว่ มมิถิ ิิลา (กรุุงเทพฯ) และการฟื้�้นฟููด้้วยศรัทั ธาใน เศรษฐกิิจพอเพีียงของภาคประชาชนนื้้ต� ่่างจากภาครัฐั โดยพิิจารณาได้้จากความศรัทั ธาและใช้เ้ ก้้าวิธิ ีีในการฟื้้น� ฟูู กสิิกรรมธรรมชาติิ 183

๒.๖ ถอดรหััส “ปูทู ะเลย์์” ปูทู ะเลย์ห์ รืือ ทศพิิศราชธรรม ภััยพิิบััติทิ ั้้�งหลายจะผ่่านพ้น้ ไปได้้ ด้้วยจะต้อ้ งรู้้�ตััวเอง รู้�เท่่าทัันทุกุ ข์์ และเหตุแุ ห่่งทุกุ ข์์ โดยใช้้ความเพีียรพระมหาชนกทรงมีีปูทู ะเลย์เ์ ป็น็ ฐาน เพื่อ�่ รองรัับช่่วยค้ำ��ำ จุุนตอนยากลำ�ำ บาก เปรีียบเสมืือนผู้้�นำ�ำ ที่�่ต้อ้ งมีีทศพิิศราชธรรม ประกอบด้ว้ ย ทาน ศีีล บริิจาคะ มัทั วะ อาชวะ ตบะ อโกธะ อวิหิ ิิงสา ขัันติิ อวิโิ รธนะ เป็น็ ฐานรองรัับ จึึงจะได้ร้ ัับการยอมรับั และมีีผู้้�คุ้้�มครอง และค้ำำ�� จุุนยามที่่�ประสบปััญหา กสิิกรรมธรรมชาติิ 184

๒.๗ “อริิยสััจสี่่�” ธรรมะของพระพุุทธเจ้า้ ในพระราชนิพิ นธ์พ์ ระมหาชนก อริยิ สัจั สี่�่ ในพระมหาชนก ๑.ทุกุ ข์์ ความกลัวั ความโง่่ ความไม่ร่ ู้้�จัก จิติ ที่แ�่ ท้จ้ ริงิ ขาดธรรมะ (หน้า้ ๑๔๒) ๒.สมุทุ ัยั เหตุแุ ห่ง่ ทุกุ ข์ค์ ืือ กิเิ ลส ตัณั หา ได้แ้ ก่่ ความโลภ โกรธ หลง ๓.นิโิ รธ หรืือ นิพิ พาน การแก้ป้ ัญั หา ให้แ้ ก้ท้ ี่เ�่ หตุุ เริ่ม� จากการมีีสติิ รู้�เท่า่ ทันั จิติ หยุดุ ที่ใ�่ ดที่ห�่ นึ่่ง� ในวงจร ปฏิจิ จสมุปุ บาท (หน้า้ ๑๔๗) ๔.มรรค มรรคมีีองค์แ์ ปด มัชั ฌิมิ าปฏิปิ ทา ทางสายกลาง ๙ วิธิ ีี ในการฟื้น�้ ต้น้ มะม่ว่ ง (หน้า้ ๑๔๔) ๕.ผล ของการปฏิบิ ัตั ิติ าม หลักั อริยิ สัจั สี่�่ และการขับั เคลื่อ�่ นเศรษฐกิจิ พอเพีียง กสิิกรรมธรรมชาติิ 185

ประเทศไทยนี้้�โชคดีี ที่�ม่ ีีในหลวง พระองค์์ ทรงเป็น็ พลังั แผ่น่ ดินิ ทรงเป็น็ ปราชญ์ท์ ี่่� เหนืือปราชญ์ท์ ั้้�งหลาย ทรงใช้ป้ รััชญาพอเพีียง นำำ�ทาง ใช้้ความเพีียร อัันบริิสุุทธิ์์� ปัญั ญาอััน เฉีียบแหลม พละกำ�ำ ลััง อัันสมบููรณ์์ และ นำ�ำ แนวทางการฟื้้�นฟูู ประเทศด้้วยศาสตร์์ พระราชา ทรงได้้จาก การทรงงานอย่า่ งหนััก เพื่่�อขจัดั ทุุกข์บ์ ำ�ำ รุุงสุขุ ให้พ้ สกนิิกรของพระองค์์ ตลอดพระชนม์ช์ ีีพ กสิิกรรมธรรมชาติิ 186

๒.๘ คำ�ำ ตอบอยู่�ที่ภ�่ าพสุดุ ท้า้ ย ภาพสุุดท้้าย แสดงกระบวนการพััฒนาในอดีีต ที่ม�่ ีีอวิิชชาเป็็นพื้้น� ฐาน ปััจจุบุ ันั จนถึึงอนาคต ที่่ม� ีีระบบเศรษฐกิจิ ใหม่่มีีคุณุ ธรรมเป็็นพื้้น� ฐาน ๑.ทุุกข์์ มิถิ ิิลาไม่ส่ ิ้้�นคนดีี ๓.นิิโรธ ยุคุ เศรษฐกิิจพอเพีียง เมือื งอริิยะ วิริ ิยิ ะ อวิชิ ชา อนุรุ ักั ษ์์ พัฒั นา คุณุ ธรรม การพัฒั นาที่ผ�่ ิดิ พลาดในอดีีตที่ม�่ ีีอวิชิ ชา มีีความเพีียรทำ�ำ ให้เ้ กิดิ ความสมดุลุ ผลของการพัฒั นาตามลำ�ำ ดับั ขั้น� คืือความ ไม่รู่้�เท่า่ ทันั กิเิ ลส เป็น็ พื้้น� ฐาน ระหว่า่ ง การอนุรุ ักั ษ์์ และการพัฒั นา ที่ม�่ ีีคุณุ ธรรมเป็น็ พื้้น� ฐาน ยุคุ ที่ป�่ ระเทศมีีคุณุ ธรรม ยุคุ หลงการพัฒั นา ยชังัายวมาิกถิ ิลจิ นา ยุคุ พเอศเรพีษียฐงกิจิ อเปย็ู่น็�เยส็ุน็ขุ เป็น็ พื้้น� ฐาน เมือื งอาริยิ ะ เพื่อ�่ สากล ที่ม�่ ีีอวิชิ ชาเป็น็ ฐาน กสิิกรรมธรรมชาติิ 187

๒.๙ เก้้าวิธิ ีีในการฟื้้น� ฟููประเทศ “เก้า้ วิธิ ีีในการฟื้น�้ ฟูตู ้น้ มะม่ว่ งที่ม�่ ีีผล” มีี “นัยั ยะ” หมายถึงึ เก้า้ วิธิ ีีในการฟื้น�้ ฟูปู ระเทศ ที่เ�่ คยอุดุ มสมบูรู ณ์แ์ ละอยู่�ในมือื ของผู้�โง่เ่ ขลา ที่เ�่ อาแต่ป่ ระโยชน์ส์ ่ว่ นตน หรืือ มหาอำ�ำ นาจที่ก�่ ำ�ำ ลังั ยึดึ ครองประเทศอยู่� โดย อันั เตวาสิกิ ะพราหมณ์์ เป็น็ ผู้้�พิจิ ารณาถอดรหัสั และนำ�ำ เสนอเก้า้ วิธิ ีี ได้แ้ ก่่ “อันั เตวาสิกิ ะพราหมณ์”์ หมายถึงึ นักั วิชิ าการที่ม�่ ีีความรู้้� แม่น่ ทฤษฎีี มีีวิญิ ญาณ ประสานเซีียน และลงมือื ปฏิบิ ัตั ิไิ ด้จ้ ริงิ เก้า้ วิธิ ีีในการฟื้น�้ ฟูปู ระเทศ ๑.เพาะเม็ด็ ต้น้ กล้า้ ของสังั คม หมายถึงึ เยาวชน หากแข็ง็ แรง โดยได้ร้ ับั การปลูกู ฝังั คุณุ ธรรมความรู้้� จนเติบิ โตเป็น็ ผู้�ใหญ่ท่ ี่ด�่ ีี ก็จ็ ะสามารถส่ง่ ผ่า่ นความดีีสู่่�รุ่่�นต่อ่ ๆ ไป ๒.ถ นอมราก หมายถึงึ รากเหง้า้ ความดีีของสังั คม หรืือ หมายถึงึ การฟื้น�้ ฟูสู ังั คม โดยการรักั ษาประวัตั ิศิ าสตร์์ วัฒั นธรรม ภูมู ิปิ ัญั ญา คุณุ ค่า่ อันั ดีีงามที่ต�่ กทอด มาจากบรรพบุรุ ุษุ ให้ค้ งอยู่� ๓.ปักั ชำ�ำ กิ่่ง� การคัดั เลืือกคนดีีในสังั คมขึ้้น� มาควรได้ร้ ับั การทำ�ำ นุบุ ำ�ำ รุงุ ส่ง่ เสริมิ ให้ม้ ีี บทบาทในการพัฒั นาและบริหิ ารบ้า้ นเมือื ง ๔.เสีียบยอด การเสริมิ คนดีีให้ม้ ีีอำ�ำ นาจเหนืือคนโง่่ คนไร้ป้ ัญั ญา จนสามารถแผ่่ อิทิ ธิพิ ลคุณุ ธรรมปกครองคนโง่เ่ ขลาและเปลี่ย�่ นแปลงขัดั เกลาคนโง่ไ่ ด้้ ๕.ต่อ่ ตา ความรู้้�ใหม่่ ๆ โลกทัศั น์์ วิธิ ีีคิดิ ใหม่่ ๆ ความคิดิ ดีี ๆ ที่เ�่ ป็น็ ประโยชน์ม์ าให้ก้ ับั คนที่ย�่ ังั งมงาย คนที่ย�่ ังั อยู่�ในอบาย ๖.ทาบกิ่่ง� คืือ การประสานเชื่อ�่ มร้อ้ ยพลังั ของ คนดีี เข้า้ ด้ว้ ยกันั โดยการเอาเรื่อ�่ งดีี ๆ มาผูกู โยงเข้า้ ด้ว้ ยกันั องค์ก์ รดีี ๆ คนดีี ๆ เข้า้ มาอยู่�เป็น็ เครืือเดีียวกันั ๗.ตอนกิ่่ง� ให้อ้ อกราก การสร้า้ งเสริมิ คนดีี ให้ม้ ีีความมั่่น� คงแข็ง็ แรงพอ เพื่อ�่ ที่จ�่ ะ สามารถขยับั ขยายไปสร้า้ งรากฐานในที่ใ�่ หม่่ ๆ ได้ด้ ้ว้ ยตนเอง ๘.รมควันั การปฏิริ ูปู อาจมิทิ ันั การ และคนบางคน กลุ่่�มคนบางกลุ่่�มก็ช็ อบ ไม้เ้ รีียว มากกว่า่ ๙.ชีีวาณูสู งเคราะห์์ การใช้ส้ ื่อ�่ สารมวลชน โดย การเร่ง่ สร้า้ ง สื่อ�่ คุณุ ธรรม ให้เ้ ข้า้ มาแทนที่ส�่ ื่อ�่ โมหจริติ ให้เ้ ร็ว็ ที่ส�่ ุดุ กสิิกรรมธรรมชาติิ 188

หน้า ๑๔๔ ความปลอดภยั ภาพของอารยะนคร ศาสตร์พระราชา ความสุข ความเจริญ เป็ นผลทีเ� กดิ ขึ�นกับสังคม ทีใ� ช้เศรษฐกิจพอเพียง รเ๕ปะ็.นกหาพวร่าืน�พงฐกฒั าานนรอทาปนําใรุรหะัก้เเษกท์แิดศลคทะวมี� กาคีามรุณสพธมัฒรดรนลุ มา เป็ นแนวทางในการ ฟื� นฟูประเทศ สมดุล สั มมาชีพ อนุรักษ์ พฒั นา การพัฒนาประเทศ การศึกษา ต้องทาํ อย่างเป็ นข�ัน ศาสนา สาธารณสุข เป็ นตอนข้ามข�ันมิได้ การพัฒนาประเทศต้อง พัฒนามนุษย์ให้มีคณุ ธรรม คาํ นึงถงึ ประโยชน์ส่วนร่วม ภาพสุดุ ท้า้ ยเป็น็ ภาพที่แ�่ สดงขั้น� ตอน กระบวนการพัฒั นาประเทศภายใต้้ ระบบเศรษฐกิจิ พอเพีียงของในหลวงรัชั กาลที่�่ ๙ อย่า่ งเป็น็ องค์ร์ วม โดยเป้า้ หมาย การพัฒั นาเพื่อ�่ ให้เ้ กิดิ สังั คมประเทศชาติทิ ี่ม�่ ีีความปลอดภัยั ความสุขุ ความเจริญิ เป็น็ อารยะนคร ยึดึ หลักั ความสมดุลุ ระหว่า่ งการอนุรุ ักั ษ์แ์ ละการพัฒั นา ควบคู่�กันั ไป กระบวนการพัฒั นาทำ�ำ เป็น็ ขั้น� เป็น็ ตอน ดังั นี้้� - การพัฒั นาประเทศต้อ้ งเริ่ม� ต้น้ จากการพัฒั นามนุษุ ย์จ์ ากฐานรากการสาธารณสุขุ การดูแู ลและโภชนาการที่ด�่ ีีตั้้ง� แต่แ่ รกเกิดิ (เด็ก็ ทารก มีีพยาบาลอยู่�ข้า้ ง ๆ ) เยาวชนเติบิ โตเป็น็ คนดีี มีีคุณุ ธรรมและความกตัญั ญูู - จ นย่า่ งเข้า้ สู่่�วัยเรีียน สู่�ระบบการศึกึ ษาที่เ�่ น้น้ คุณุ ธรรมจริยิ ธรรม และการพัฒั นาจิติ ใจ โดยมีีศาสนาเป็น็ หลักั ยึดึ และหลักั วิชิ าของอาชีีพที่ห�่ ลากหลาย ประกอบขึ้น� เป็น็ สังั คม แห่ง่ สัมั มาอาชีีพ ทุกุ คนประกอบอาชีีพแห่ง่ ตนด้ว้ ยความเที่ย�่ งตรง ซื่อ�่ สัตั ย์์ สุจุ ริติ รับั ผิดิ ชอบ - ขณะเดีียวกันั อารยะนครแห่ง่ นี้้ย� ังั อนุรุ ักั ษ์์ บำ�ำ รุงุ ศาสนาและศิลิ ปะ วัฒั นธรรมอันั ดีีงาม ของปวงประชาที่ป�่ ระกอบด้ว้ ยชนจากหลากหลายเชื้อ� ชาติิ เผ่า่ พันั ธุ์� ให้เ้ จริญิ งอกงาม - การพัฒั นาทำ�ำ เป็น็ ขั้น� เป็น็ ตอน จากขั้้น� พื้้น� ฐานสู่�ขั้น� ก้า้ วหน้า้ โดยไม่ป่ ฏิเิ สธเทคโนโลยีี กสิิกรรมธรรมชาติิ 189