การควบคมุ จต ส ทุ ทุ ทฺ สํ สณุ ิปุณํ ยตถฺ กามนปิ าตินํ จติ ฺตํ รกเฺ ขถ เมธาวี จติ ฺตํ คุตตฺ ํ สขุ าวห0 ฯ ข.ุ ธ. ๒ ๕ '/รา๖ / ! อ ๒ ผ มู้ ปี ัญญาพึงรกั ษาจิตชง่ึ เปนี สงิ่ ที่เห็น โต้ยากย่งิ นัก ละเอยี ด ยง่ิ นกั ชอบแตจ่ ะเล่ือนไหลไปตามกามคณุ เพราะว่าจิตที่ ควบคุมไวต้ แี ล้ว นำความส?ุ เมาให.้ ๘๕ ธรรมราวทีป
“จติ ” เป็นที่รวมของความรสู้ กี ความจำ ความนกึ คดิ และ ความรู้ความเขา้ ใจทกุ อยา่ ง มสี ภาพเปน็ ประภัสสรคอื ผดุ ผอ่ งไม่ ขนุ่ มัวมาแต่เดิม แตม่ าเศร้าหมองขนุ่ มวั ไปเพราะมีสิงอน่ื เขา้ มา เกาะกมุ เกลอื กกล้ัว สงิ นน้ั คอื กเิ ลสตณั หาอารมณต์ า่ งๆ ทา่ น เปรยี บจิตเหมือนกับนา้ํ ทีใ่ สสะอาด แตก่ ลายเปน็ น้ําแดงไป เพราะ มสี นิ ดงเขา้ มาผสม กลายเป็นนํา้ ดำเพราะมสื ดิ ำเขา้ มาผสม เปน็ ต้น เม่ือเปน็ ดังน้ี เมือ่ ใดจิตถกู กเิ ลสตณั หาอารมณ์ฟนใดเขา้ มาเกาะ กุมเกลือกกลัว้ ความประภสั สรของจิตกจ็ ะถูกบดบงั ไป ฟน'คราว ใดจติ ถกู ความรกั เขา้ มาเกาะกมุ จิตกจ็ ะกลดั กลมุ้ ด้วยไฟราคะ ความกำหนดั คราวใดถูกโลภะเขา้ มาเกาะกุม จติ กจ็ ะกระวน กระวายกระเลอื กกระสนอยากแตจ่ ะได้อยากแตจ่ ะเป็น เปน็ ต้น เวลาทจ่ี ิตหงอยเหงาเศรา้ สิม หดหูท่ อ้ แท้ ไมอ่ ยากจะทำอะไรหนกั หนาถงึ กับไมอ่ ยากจะอยเู่ ปน็ ผู้เป็นคนต่อไป กแ็ สดงวา่ ในเวลานน้ั จติ ถูกกิเลสตณั หาอารมณต์ า่ งๆ มามืบทบาทควบคุมไว้แลว้ จึงทำ ใหเ้ จา้ ของจติ แสดงอาการอยา่ งนัน้ ออกมา ดว้ ยเหตุน้ี ทา่ นจงึ วา่ จติ นีเ้ ห็นสภาพเดมิ ไดย้ าก ละเอียดอ่อนยงิ นกั ชอบแต่จะเลือ่ น ไหลไปตามกามคณุ คอื อารมณท์ ่ีดอ้ งการอยู่เสมอ ทา่ นแนะให้คนเราควบคมุ จิตของตนไวใ้ หํใด้ วิธกี ารควบ ดุมจติ นน้ั มมี ากมาย แตเ่ รยี กรวมๆ วา่ การท0าสมาธิ สง์ เปน็ วธิ ี การควบคมุ จิตโดยใขส้ ตเิ ปน็ ตวั ลอ่ื คือทำสติใหม้ ัน่ คง ตามดจู ิต ของตนอยตู่ ลอดเวลาว่ากำลงั รส้ ืกอย่างไร กำลังคดิ อะไร กำลงั รู้ อะไร ดีหรือไม่ดี ชอบหรือไม่ชอบอย่างไร เป็นด้น แกทำจติ ให้ 8TJม๘รแ๖ท๊ปป็
เหมอื นกบั ยามท่ีคอยเฝาื บา้ น สง์ ดอ้ งรู้อยูเ่ สมอวา่ ขโมยหรอื สงิ แปลกปลอมอะไรกำลงั จะเช้ามาในบา้ นบา้ ง เมอ่ื ความทุกข์เช้า มาท่ีจิต กใ็ ห้รวู้ ่าน่ีคอี ทกุ ข์ เม่ือความหดหทู่ อ้ แท้ ความผดิ หวัง ความเศร้าเสิยใจ เช้ามาทีจ่ ิต ก็ให้รูว้ ่าอะไรเปน็ อะไร ควรใหเ้ ช้า มามอื ำนาจบังคับบญั ชาจติ หรอื ไม, หรอื ต้องกำจดั ออกไปอยา่ งไร สกิ สตใิ ห้เกิดความเคยสินในเรือ่ งอยา่ งน้ี ก็จะควบคุมจติ หรือ ความรสู้ กี นกึ คดิ ต่างๆ ไต้เรือ่ ยๆ เม่ือควบดุมจติ ไต้แลว้ ความสุข ก็จะมืตามมา เพราะกเิ ลสตณั หาอารมณ์ต่างๆ ถูกกำจดั ออกไป หรือถกู ปลอ่ ยวางตว้ ยสตทิ ีร่ ูเ้ ทา่ ท้นเสยี แลว้ เหมอื น,นาที่สกปรก ด้วยสีตา่ งๆ เม่ือถูกกำจัดความสกปรกออก น้ํานัน้ กจ็ ะใสสะอาด ตามสภาพเดมิ ของตน ฉะน้ัน ความจรงิ ความสขุ ในสวี ติ นน้ั หาไดไม่ยาก ถา้ หากร้จู ัก ระวังรกษาจิตควบคมุ จติ ให้ดี โดยมิให้ไปยดึ เกาะหรือยอม ดกเป็นทาสของกเิ ลสตัณหาอารมณต์ า่ งๆ ทเี กิดขน้ึ บงั คบั จติ ให้ปล่อยวาง อะไรๆ ทเ่ี ข้ามาทำให้เกดิ ความทุกข์ระทม เสียบา้ ง ความสุซก็เขา้ มาแหนที่ได้แลว้ แตท่ ่ที กุ ข์ระทมกัน อยู่ทุกเม่ือเแอวน กเ็ พราะจิตไม1ปล่อยวางอารมณ์ตา่ ง ๆ ที่ เป็นเหตใุ ห้ทกุ ข์ระทมนน่ั เอง ถา้ ปลอ่ ยวางเสยี ได้ ทกุ ข์จะมา ทำอะไรให้เราไดเ้ ล่า. c*ci ซรวมรารทปปี
ชีวติ ทเี ปน็ จริง ทุกฃฺ เมว หิ สมฺโภติ ทกุ ฃฺ ํ ติ!}รติ เวติ จ นาณฺณตฺร ทุกฺขา สมโฺ ภติ นาณฺณตฺร ทกุ ฺขา นิรซุ ฺฌติ ฯ สํ. ส. (ร)๕ /๑๗๑/๑๘๖ ทุกขเ์ ท่านั้นเกิดขนึ้ ทกุ ข์เท่าน้นั ต้งั อยู่และเส่ือมไป นอกจาก ทุกข์แล้ว ไมมีอะไรเกดิ ขน้ึ ไมมีอะไรดบั . ๘๘ รรรมสารทิปน
พระท่านวา่ มนุษยโลกนี้ถกู อวิชชาคอื ความไม่รทู้ ุม้ ห่อครอบ คลมุ ไว้ จึงทำใหห้ ลงผดิ เข้าใจผิดไป ทำใหไ้ ม,เข้าใจรวติ ตามความ เป็นจรงิ จงึ พากันเศรา้ โศก ระทมทกุ ข์ หมองไหมใปตามๆ กนั ในเมือ่ ความจรงิ ของรวิตปรากฏขึน้ แก,ตนเองหรือแก,คนทต่ี นรกั ฟน เมือ่ ตนตอ้ งประสบกบั ความแก, ความเจ็บ หรอื คนทีต่ นรกั ตอ้ งมาตายจากไป หรือสงิ ทีต่ นหวงแหนต้องมาสญู หายไป กเ็ กิด ความกลมุ้ ใจ เกิดความเศร้าเสียใจ เกดิ ความเสยี ดาย เป็นตน้ ท่ีเปน็ ดังนี้ กเ็ พราะไม่เขา้ ใจหรือไม่รับรถู้ งึ ความเป็นจรงิ ของสงิ ตา่ งๆ นน่ั เอง อัน “ความจริง” ในโลกนี้ ทา่ นแยกไวเ้ ป็น ๒ อย่างคอื จรงิ โดยสมมติ หรอื ทีภ่ าษาพระเรยี กวา่ สมมติสจั จะ อยา่ งหนง่ึ กับ จรงิ โดยปรฟ้ตถ์ หรอื ปรม'ตถสจั จะ อยา่ งหนง่ึ ทัง้ สอง จรงิ น้ีต่างก็เปน็ จรงิ เหมอื นกัน แตจ่ ริงอย่างแรกเปน็ เรอ่ื งสมมติ เรยี กกันข้ึน เฟน้ สมมตเิ รยี กวา่ คน สตั ว์ หรอื นาย ก นาง ข เป็นตน้ สมมตอิ ย่างนีก้ ็ยอมรบั กนั ทัว่ ไป เพอ่ี สะดวกต่อการเรียกขานทำ ความเข้าใจกนั แตจ่ รงิ อยา่ งน้ีแปรเปลย่ี นหรือเปล่ียนแปลงได้ เรอ่ื ยๆ เ?เนการเปลีย่ นสอ์ เปน็ ตน้ รวิสว่ นจรงิ อกี อยา่ งหน่ึงเปน็ ความจรงิ แทๆ้ มิได้สมมติ โดย เฉพาะท่านมุ่งถึงความจริงของ ตคนเรา ขง้ึ ได้แกค่ วามเกดิ ความ แก่ ความเจบ็ ความตาย หรือความเป็นไปของเบญจขันธ์ส์งได้แก่ รา่ งกายคนเราน่ันเอง สิวติ รา่ งกายของคนเรานน้ั แทจ้ ริงแลว้ เกดิ ๘£ ซ11มสารฑปน็
ชืน้ มาจากการรวมกนั ชองรปู เวทนา สญั ญา สงั ขาร วิญญาณ สง์ เรียกวา่ เบญจฃนธ์ และเบญจขันธน์ แ่ี หละทีเ่ ป็นตวั ทกุ ข์และเปน็ ฐานท่ีตัง้ แหง่ ความทุกข์ท้ังมวล เพราะเป็นสิงท่ีแปรปรวนเปลีย่ น แปลงไป ตงั นัน้ สงิ ทีเ่ กิดมา สิงทต่ี ัง้ อยู่และสิงท่ีตับไปเลี่อมไป จริง ๆ ก็คอี ทกุ ขใ์ นเบญจขนั ธน์ ีเ่ อง นอกเหนือจากทุกข์น้ีแลว้ ไม,มีอะไรเกิด ไมม่ ีอะไรตับ นีค่ ีอความจรงิ แด,เพราะคนเราตดิ สมมตกิ ันจนแยกแยะไมอ่ อกว่าอะไรจรงิ อะไรสมมติ จงึ ทำให้ สับสนวุน่ วายไปหมด และมองไม,เห็นความจริงของ!เวติ เพราะ มองไมเ่ หน็ จงึ ต้องประสบกบั ความทกุ ข์ ความผดิ หวงั ตา่ งๆ เม่ือ สิวติ ของตนหรอื ของคนท่ีตนรักแปรเปลย่ี น หรือล้มตายไปตาม สภาพทีเ่ ปน็ จรงิ ชน้ื มา หากคนเรารจู้ ักและเขา้ ใจแยกแยะให้เห็นความจริง ของชีวติ ทงั้ สองดา้ น คือทง้ั ดา้ นสมมตแิ ละดา้ นปรมตั ถ์ ยอมรับความจริงของชวี ิตวา่ เป็นเร่อื งของทกุ ข์ในเบญจข้นธ์ ท้งั สนิ ไม่มอี ะไรอย่างอ่ืน อยา่ งอ่นื เปน็ เรื่องสมมตกิ นั ขึ้น ท้ังสิ้น เม่อื รู้อยา่ งน้แี ล้ว จะได!มย่ ึดม่ันถือatนในสิงทส่ี มมติ น้ันวา่ เปน็ ของจริงแห้ เมอ่ื คลายความยึดม่นั ถอื ม่ันได้ จติ ใจก็จะโปร่ง เบา สบาย หายทกุ ข์ร้อน หายวิตกกังวล ไม1ตอ้ งเสยี ใจ ไม,ต้องเสียนํา้ ตาไปกบั เร่ืองท่สี มมตกิ ันขนึ้ มา. (*๐ สารทปี ป็
คนไรแ้ กน่ อสาเร สารมตโิ น สาเร จาสารทสฺสโิ น เต สารํ นาธิคจฺฉนตฺ ิ มิจฉฺ าสงฺกปปฺ โคจรา ฯ ฃุ. ธ. ๒๕/๑๑/๑๗ ผ เู้ ข้าใจสิ่งที่ไม่เปน็ สาระวา่ เป็นสาระ และเห็นสงิ ทีเ่ ป็น สาระว่าไม่เป็นสาระ เขามคี วามดำริผิดเป็นอารมณ์ ยอ่ มไม่ประสบสงิ ทเ่ี ปน็ สาระ. แววม6ส๑าวทีปนิ
คนท่ีเหน็ อะไรผดิ ไปจากความเป็นจรงิ สง์ คนทัว่ ไปและ วิญญซนทัง้ หลายยอมรบั วา่ เปน็ อย่างนน้ั จรงิ ดว้ ยอำนาจของ ความคดิ ทผ่ี ดิ ๆ ทา่ นเรยี กผนู้ ัน้ วา่ คนเห็นผิดหรอื มจิ ฉาทิฐบิ คุ คล ฟน คนทีเ่ หน็ กงจักรเปน็ ดอกบวั เห็นดำเปน็ ขาว เหน็ ว่าบญุ บาป ไม,มี นรกสวรรคไํ ม1มี บญุ คณุ ของพอ่ แม่ไม่มี เปน็ ตน้ คนทีเ่ ห็น อย่างนแ้ี หละเรยี กวา่ คนเหน็ ผิด ตวั อยา่ งฟนในทางโลก คนทัว่ ไปเขาเหน็ วา่ ความขยนั อดทน ความมธั ยสั ถ์ การทำมาหากนิ โดยสจุ ริต เป็นความดี เปน็ สาระแก่นสารของสิวิต แตค่ นเหน็ ผิดกลับเหน็ วา่ มอื ใครยาว สาวไตส้ าวเอา ความสอ์ ลัตย์สจุ รติ เป็นเร่ืองของคนโง่ ทำให้เจรญิ เติบโตขา้ ลร้ วยทางลดั ไม1ได้ เป็นดน้ หรือในทางธรรม ทา่ นว่า สลื สมาธิ ปัญญา วิมตุ ิ วมิ ตุ ญิ าณทัศนะ นิพพาน เป็นสาระท่ี สำคญั ของมนุษย์ แตค่ นเห็นผดิ กลบั เหน็ วา่ เรอ่ื งน้ีเปน็ เรอ่ื งของ คนงมงาย เปน็ เรอ่ื งของคนหมดกเิ ลสแลว้ เป็นเรอ่ื งเหลวไหล ลวงโลก สง์ ทำใหล้ ังคมบ้านเมอื งอ่อนแอตกตา ทำให้คนยากจน เพราะเสยี เวลาไปกบั การปฏบิ ตั ติ ามเรือ่ งเหล่าน้ี เปน็ ดน้ คนเหน็ ผดิ มกั เขา้ ใจสงิ ท่ีไม,เปน็ สาระวา่ เปน็ สาระ เหน็ สงิ ทีเ่ ป็นสาระวา่ ไม1เปน็ สาระอย่างน้ีเสมอ ตงั นัน้ คนเห็นผิดจงึ ดำรนิ กึ คิดแต่เรือ่ งการแสวงหาความ สขุ ทางเนีอ้ หนงั เรอ่ื งปากทอ้ ง เร่ืองพยาบาทอาฆาตแคน้ เร่ือง เบยี ดเบยี นเอารัดเอาเปรยี บกนั เพีอ่ สนองความต้องการของตน ๙๒ ทรมแาฬเปป็
รใเปนว็นริตปวิตกไไตมดวิ ่ป้เลิลรัยยะสเมอบแีาคจตงึว่จไาะมมเกป่สดิ รงเะบปสส็นบขุ ทสทกุ งิ าขทง์่ีเพปคงว็นเาปสมน็าวรสิตะกดุแกยกงัอ่นวดสลขาอรคจงวรคางิวมๆาหมวขสาอขุดง ระแวง ความไม,พอใจ หรอื ความฟง้ ใ!เานราไป แม่ในยามหลับก็ นอนสะดุง้ ผวา หลับตาลงไม่คอ่ ยได้ ทัง้ ท่ีไดร้ ับผลอยา่ งน้ี เขาก็ยัง ไมไ่ ดส้ ตวิ า่ สงิ เหล่าน้ีเกดิ จากความเห็นผดิ ชองตนมาแตแ่ รก บาง ครง้ั กพ็ อใจเพียงความสขุ ความมง่ั คัง่ รารวยหรอื ความสำเรจ็ ผล รวิเปน็ ครง้ั คราว โดยเห็นวา่ น่ีแหละคอื ความสุขของ ต คนทม่ี ี ความเหน็ ผดิ เปน็ ทนุ เดิมอยู่แลว้ ยอ่ มคดิ ย่อมเห็นอะไรผิดๆ ไป ได้อยา่ งนีเ้ สมอ คนเราอาจเห็นกงจักรเปน็ ดอกบวั ไปได้ อาจมองอะไร ตรงขา้ มกบท่ีวญิ ฌูซนทืง้ หลายมองไปได้ ด้วยอำนาจของ ความเหน็ ผดิ แตเ่ มอื่ ไดร้ ับความทกุ ฃํได้รับความเดอื ดรอ้ น ขี้,น หรอื เมอ่ื มีใครมาเตือนใจใหร้ ู้ว่าตนกำลงหลงทางไป หากได้สติรู้สกึ ตวั แล้วปลอ่ ยวางความเห็นผดิ หรือละทีง๋ การกระทำทผี่ ดิ ๆ น้ันเสยี ได้ กส็ ามารถจะประสบสิงท่ีเป็น สาระท่ีแท้จริงได้ เหมือนจันทร์เพญ็ ที่ถูกเมฆดำบดบังอยู่ หากเคลอื่ นตวั พ้นจากเมฆนนั้ ได้แลว้ ความงดงามและความ สวา่ งไสวก็จะปรากฏขน้ึ หากยงไม,รูส้ ีกตํว กต็ ้องปล่อยให้ เขาเปน็ ไปตามยถากรรม. ซรรมสาร*!ปป็
กวาด‘บ้านตวั เองกอ่ น น ปเรสํ วิโลมานิ น ปเรสํ กตากต0 อตฺตโน ว อเวกเฺ ขยฺย กตานิ อกตานิ จ ฯ ฃ.ุ ธ. ๒๕/๕๐/๒๕ ไมค่ วรใสใ่ จถงึ คำก้าวร้าว?เองคนอื่น ไม่ควรไปมองการงาน ?เองคนอน่ื ว่าเ?เาทำแล้วหรอื ยงั มิไดท้ ำ ควรพิจารณาดแู ต่ การงานทท่ี ำเสร็จแล้วและทยี่ ังมิไดท้ ำ?เองตนเท่านน้ั . ทรวม{ส»า<วcทปี นี
วสิ ยั มนษุ ยป์ ุธซุ นท่ัวไป ยอ่ มอดไมไ่ ดท้ จ่ี ะพูดถึงคนอน่ื ใน ทางนินทาว่ารา้ ย ค,อนแคะ หรอื ถากถาง โดยมไิ ดต้ ะชดิ ตะขวงใจ แมแ้ ตน่ อ้ ยนดิ ว่าเรือ่ งทพ่ี ดู นน้ั จะจรงิ หรอื ไมจ่ รงิ เขาจะเสยี หาย หรือไมอ่ ยา่ งไร ขอใหใ้ ดพ้ ูดถงึ เปน็ พอใจไดค้ วามสขุ แลว้ นอก จากน้ันมักจะใสเั วลาใหห้ มดไปดว้ ยการไปบา้ นคนโน้นคนน้ีเพอ่ื สำรวจดวู า่ บา้ นน้ีเขาทำอะไรกนั มอี ะไรทีเ่ ขาทำแล้วหรอื ยงั ไมไ่ ด้ ทำบา้ ง ชอบทำตัวเปน็ ผูเ้ สย์ วชาญอวดรู้อวดฉลาดในเรือ่ งตา่ ง ๆ เทีย่ วแนะนำเขาไปเรอ่ื ยๆ วา่ ควรทำอยา่ งน้ันควรทำอยา่ งน้ีนา่ จะเปน็ อย่างนัน้ อย่างน้ี แต่เมือ่ มาดปู ูมหลงั ของผู้นัน้ แลว้ กลาย เปน็ ว่าเขาม!ี เวติ อยูอ่ ยา่ งลำบากยากจน อดอยากไม,สมบรู ณ์ บริบรู ณน์ ัก เปน็ คนวา่ งงาน ไม่ชอบทำงาน บ้าน?เองของเซาก็ สกปรกเลอะเทอะ ท้ังนีเ้ พราะใสเั วลาสว่ นใหญ่หมดไปกบั การ นนิ ทาวา่ รา้ ยหรือสบิ เร่ืองราวของผู้อน่ื แตเ่ ขากไ็ มค่ ่อยไดใ้ สใ่ จ สนใจเรือ่ งอยา่ งนีข้ องตนนกั สนใจแตเ่ รอ่ื งของชาวบ้านเป็นสว่ น ใหญ่ แตก่ ็น่าประหลาดไมน่ อ้ ย ท่ียงั มคี นยอมฟังและเส์อคำพดู ของคนประเภทนีอ้ ยู่ ทง้ั ทีต่ นเองเป็นคนท่ีมกี ารดกี ษา มีฐานะดี กวา่ คนพดู ส์งเปน็ คนหลกั ลอยเสียดว้ ยฟา้ ในทางศาสนา ทา่ นสอนวา่ คำนนิ ทา คำคอ่ นขอดแคะไค้ คำกล่าวรา้ ยของคนอน่ื นัน้ ไม1ควรจะไปใสใ่ จให้ความสำคัญมาก นกั เพราะบางครง้ั เราต้ังใจทำดีตง้ั ใจปฏบิ ตั ดิ ปี ฏิบตั ิชอบ กย็ ังมี คนท่ีไม1ชอบมาพดู ถากถางเยาะเยย้ เอา หากเราไปใสใ่ จถึงคำพูด นัน้ อาจทำใหเ้ สยี กำลงั ใจ หมดเร่ียวแรงทีจ่ ะทำตอ่ ไปหรอื ยอมแพ้ ๙ทฑมส๕าพปน็
ไปกไ็ ด้ แพ้อย่างน้ีเรียกว่าแพค้ ำพูด ไมใ่ ส่แพ้งานหรอื ความ ลำบากอะไร อนึง่ หนา้ ทีก่ ารงานของผูอ้ ่ืนทีไ่ ม1เกย่ี วขอ้ งกับตวั เรา เรา กไ็ ม,ควรจะไปกา้ วกา่ ยอยากรอู้ ยากเห็นวา่ เขาทำแลว้ หรอื ยัง เพราะ เปน็ เรอ่ื งของเขา ควรตระหนกั ใสใ่ จสำรวจตรวจดูแตห่ นา้ ท่ีการ งานของตนเท่านัน้ วา่ เราทำแลว้ หรอื ยัง มีงานอะไรจะต้องทำอกี ทท่ี ำไปแลว้ เรียบร้อยสมบรู ณห์ รือไม่ หรอื มขี อ้ ท่ีจะต้องแกใํ ขกนั อกี อยา่ งนีเ้ ปน็ ตน้ จึงจะเป็นการถูกตอ้ ง ไม1ควรเสียเวลาไปกบั เรื่องของคนอ่ืนให้มากนกั ควรสงวนเวลาไวส้ ำหรับหนา้ ทีก่ ารงาน ของตนดกี ว่า โบราณทา่ นสอนไวเ้ สมอว่า กวาดบ้านตวั เองให้ สะอาดเสยี ก่อน แล้วคอ่ ยไปดบู า้ นคนอน่ื วา่ สะอาดหรือไม่สะอาด คนดีย่อมจะไม,ยอมเสียเวลาไปกับคำพดู ทเี่ หลวไหล เพอ้ เจอ้ เล่อื นลอยของคนอน่ื และกับเรือ่ งราวของคนอน่ื ที่ไม, เกยี่ วข้องกับตว่ แตจ่ ะใหค้ วามสนใจใส่ใจถึงหน้าที่การงาน ของตัวเปน็ หลก ยอ่ มเปน็ ม้รู คู้ ณุ ค่าของเวลาเสมอ เพราะ ฉะนนั้ เขาจึงไดร้ บั ความสำเรจ็ สมหวงั ในการงาน มีความ เจรญิ รงุ่ เรอื งก้าวหนา้ ขน้ึ เร่ือย ๆ. £๖ แรรมสารทปปี
นสยคนเลว โกธโน อุปนาหี จ ปาปมฤฃี จ โย นโร วิปนนฺ ทีq i มายาวี ต0 ซณณฺ า วสโล อิติ ฯ 'ยุ. ส.ุ ๒๕/๑๑๖/๓๙๔ ผ ใู้ ดเป็นคนมกั โกร5 ซอบผูกโกรธ ซอบลบหลู่ มีความ เห็นวบิ ตั ิ เป็นคนเจา้ มายา พึงรู้เถิดวา่ ผนู้ นั้ เป็น ((คนเลว,,. £๗ ธรรมรารทีปน็
ในโลกนท้ี า่ นกำหนดไวว้ ่า คนดีคนเลวน้ันวดั กันด้วยการ กระทำของแด,ละคน มใิ สว่ ดั กันดว้ ยชาตกิ ำเนดิ วงสตั ระกูล หรอื ฐานะยศดก้ ด ผูท้ ่ีได้รบั ยกย่องวา่ เปน็ “คนต”ี เพราะเขาทำดี สว่ นผทู้ ่ีได้รบั การประณามวา่ เปน็ “คนเลว” ก็เพราะเขาทำไมด่ ี การกำหนดไว้อยา่ งนน้ี บั วา่ เปน็ ความยุตธิ รรมทีส่ ุดและถอื เปน็ ขอ้ ยุติในการท่ีจะยกยอ่ งนับถือหรือไมย่ กย่องนบั ถือใครไดเ้ ป็นอย่างดี กลา่ วโดยเฉพาะเรอ่ื งของคนเลว ทา่ นว่าคนทีจ่ ะได้สอ์ ว่า คนเลวนัน้ กเ็ พราะมอี ปุ นลิ ัยและความประพฤตทิ ค่ี นทว่ั ไปรังเกยี จ และถอื วา่ เลว ลกั ษณะนิลัยเลวท่ีวา่ นน้ั คอื - เป็นคนฟ1้ กโกรธ คอื เป็นคนโกรธง่าย ไม่พอใจอะไร ก็โกรธ เก็บความรสู้ กี โกรธไม่เป็น - เป็นคนผกู โกรธ คอื เปน็ คนทีโ่ กรธนาน เป็นคนชอบ อาฆาตคน ใหอ้ ภยั ใครไม,ได้ - เปน็ คนลบหลคู่ ณุ คน คอื เปน็ คนไม,เหน็ ความดีของ ใคร ไม,นกึ ถงึ บุญคณุ ใคร - เปน็ คนมีความเห็นวิบ'ติ คอื เปน็ คนเหน็ ผิดเปน็ ชอบ ถอื แตค่ วามคิดของตนเป็นใหญ่ ไมย่ อมรับฟงั ความเหน็ ของใคร ใครเตอื นไมไ่ ด้ - เป็นคนเจา้ มายา คอื มนี ลิ ยั โกหกหลอกลวง เปน็ คน หนา้ ไหว้หลังหลอก ไวใ้ จยาก ผู้ใดมีลกั ษณะนิลยั อยา่ งนแ้ี มเ้ พียงประการเดยี ว กเ็ ขา้ ข่าย £๘ ทรรมรารทป็ ปี
เรียกไดว้ ่าเปน็ “คนเลว” แลว้ ทา่ นเตอื นกันมาวา่ คนอยา่ งน้ี หากหา่ งได้ก็ใหห้ า่ ง หลกี ไดก้ ใ็ หห้ ลกี คบหากนั อยู่กใ็ หเ้ ลกิ เลยี เพราะสินเชา้ ใกลห้ รือไปคบหาสมาคมดว้ ย เสอ์ นิลยั อยา่ งนีจ้ ะ ลกุ ลามมาติดเข้าไดล้ กั วนั ปอ้ งกนั ไวก้ ่อนดกี ว่าแกท้ ีหลัง และท่ี ท่านแสดงลักษณะนิลัยอย่างน้ีไว้ก็เพอ่ื เตอื นใจคนเราใหล้ องสำรวจ ดูตัวเองวา่ มีเสัอนิลัยอย่างนีอ้ ยู่ในตัวบ้างหรอื ไม่ หากมอี ยูจ่ ะได้ รบี ปรบั ปรุงแก้!ขตวั เลยี ใหม่ ก่อนทีจ่ ะสายไป ความจรงิ ลกั ษณะนลิ ยั อยา่ งนม้ี ิไดเ้ ป็นกนั มาต้ังแต่เกิด แตม่ าเป็นกนั ภายหลังทง้ั สนิ ตังนน้ั ย่อมเปน็ สิงทีส่ ามารถปรบั ปรงุ เปลีย่ นแปลงหรอื แกใ้ ฃได้แน่นอน เมื่อกลับตัวกลับใจเลิกได้เม่ือไร คำปรามาสดถู กู จากคนอน่ื วา่ ตนเปน็ คนเลวกจ็ ะหมดไป เว้นไว้แต่ วา่ ตวั เองเปน็ อยา่ งนี้ แตไ่ ม,ยอมรับความจรงิ วา่ ตัวเองเปน็ ใครบอก ใครเตอื นให้ละเลกิ เลยี กไ็ ม,สนใจท่จี ะแกใ้ ฃตวั เอง อยา่ งนีย้ อ่ มจะ กลายเปน็ คนเลวถาวรไปโดยปรยิ าย ใครๆ กส็ ว่ ยไม,ได้แลว้ ดซี ว่ั เป็นของตวั เอง เปน็ ของทตี่ วั เองทำให้ตวั เองทงั้ สิ้น เม่อื ได้รบั ผลอยา่ งไร ไมค่ วรไปโทษคนอนื่ หรือส่ิงอน่ื วา่ มาทำ ใหต้ ัวเองเปน็ อยา่ งน้ันอยา่ งน้ี การโทษฟ้าดนิ โทษคนอืน่ แด่ไม่โทษตวั เอง มใิ ฟเป็นการแกไขข้อเสยิ ของตนได้อยา่ ง ถาวร อยา่ งดกี ็ทำใหส้ บายใจขน๋ึ เท่านน้ั เอง. ๙๙ ซฑมราฬปป็
สาเหตุสมองไหล อมานนา ยตถฺ สยิ า สนฺตานํ วา วิมานนา หนี สมมฺ านนา วาปี น ตตฺถ วสตี วเส ฯ (เนรซุ าดก) ชุ. ซา. ฉกกฺ . ๒๗/๘๖๔/๑๙๐ ในท่ใี ด ไมม่ กี ารนบั ถือคนดี มแี ต่การดูถูกคนตี หรือมีแต่ การยกย่องคนเลว คนตียอ่ มไมอ่ ยใู่ นที่นัน้ และทน่ี ้นั ใครๆ กไ็ มค่ วรอยู่. ๑๐๐ BTJJJสารทีปนิ
หมู่คณะหรอื วงการต่างๆ จะเจรญิ หรอื เส์อม ชน้ื อยูก่ บั คน ในหมู่คณะหรอื วงการนัน้ ๆ เปน็ พน้ื หากมคี นดอี ยูม่ ากก็เจรญิ ได้มาก หากมคี นเลวมากก็เสอ์ มมาก คนดีจงึ เปน็ หัวใจท่ีสำคัญ ของหมคู่ ณะหรอื ซองวงการมาทุกยุคทกุ สมยั และคนดที ีก่ ล่าวนน้ั คือคนท่ีมดี ี ๒ อยา่ งคอื มคี วามรู้มคี วามสามารถดี คือเปน็ คน ฉลาดรอบรหู้ น้าทก่ี ารงาน เปน็ คนทำงานดว้ ยความรบั ผดิ ชอบ ทำงานเรียบรอ้ ย สง์ เรยี กรวมๆ วา่ เปน็ คนมฝี ม็ ีอนัน่ เอง กับมี คณุ ธรรมดี คือเปน็ คนมีคืลมธี รรม มีความ!เอสัตยส์ ุจรติ ไวว้ างใจ ได้ มีความซยนั ขนั แขง็ ไม1เอารัดเอาเปรียบใคร เปน็ ดน้ คนมี ลักษณะ ๒ อย่างนีแ้ หละท่ีเรียกว่าคนดี สว่ นคนท่ีมีลักษณะตรง ขา้ มหรอื ต่างไปจากน้ี จดั อยูใ่ นประเภทคนเลวในทีน่ ้ี แต่โดยขอ้ เท็จจริงปรากฏวา่ ในหมู่คณะหรอื วงการตา่ ง ๆ มกั เกิดปญั หา คนดใี มอ่ ยากอยูห่ รอื ไมอ่ ยากทำงานในหมู่คณะ นน้ั หรือในวงการนัน้ ทำอยแู่ ลว้ กล็ าออกไปอยไู่ ปทำทีอ่ ีน่ สง์ เรา เรียกกนั ในปจั จุบนั วา่ “ปญั หาสมองไหล” ปญั หานีเ้ กดิ ชืน้ แลว้ ทำใหป้ ญั หาอน่ื ๆ ตามมาอกี มาก สง์ ดอ้ งมาพิจารณากนั วา่ ปัญหา สมองไหลนเ้ี กิดจากอะไร ทา่ นกลา่ วไวว้ ่า ปญั หาน้ีเกดิ จากสาเหตุ ต อยา่ ง คือ ๑. ไม,มีการนบถอื คนดี คอื ไม,ยกยอ่ ง ไมใ่ หเ้ กียรติ ไม, ให้โอกาสคนดไี ดแ้ สดงสิมอี เต็มท่ี ใอ. ชอบคถู กู คนดี คอื ดูถกู ความรู้ความสามารถคนดี ๑๐๑ ซรพราฬปป็
เยาะเยย้ ถากถาง กดข่ี ชดั ขวาง เหยยี บยาสำเตมิ คนดีดลอดเวลา ฅ. ยกย่องคนเลว คือ คนท่ีด้อยความรูค้ วามสามารถ ด้อยประสบการณ์ และขาดคณุ ธรรม กลบั ไดร้ ับการยกย่อง ไดร้ ับ เกียรติ ไดร้ บั โอกาส ใหเ้ จรญิ ก้าวหน้ายิงชืน้ และก้าวหน้ากวา่ คน ดีมีฮมือ เปน็ การข้ามหนา้ ข้ามตากนั เพยี งเพราะเป็นคนของตวั เป็นผู้หาประโยซนใ็ หต้ ัวไดเ้ ทา่ นน้ั ในทีใ่ ดในวงการใด มพี ฤติการณอ์ ยา่ งน้ีแม้เพยี งอยา่ งเดยี ว จะจากผูใ้ ดฝ่ายใดกต็ าม ย่อมทำให้คนดเี กดิ ความทอ้ แท้ หมด กำลงั ใจทจ่ี ะอยูใ่ นท่ีนน้ั แมว้ า่ จะรกั แสนรกั สถานทีน่ ัน้ วงการน้ัน อยา่ งไร แมจ้ ะมอี ุดมการณส์ งู ส่งอยา่ งไร แตเ่ ม่ือความอดทน ความอดกล้ันมาถึงท่ีสดุ ก็จำใจต้องจากไป และท่ีนน้ั วงการนน้ั ใครๆ ก็ไฝควรเขา้ ไปอยหู่ รอื เขา้ ไปทำงานดว้ ย เพราะอยู่ไปกร็ งั แต่จะทำใหเ้ กิดความเสยี ใจเกดิ ความท้อแท้ ทง้ั หาความเจริญ กา้ วหนา้ ไดย้ ากดว้ ย คนเรานน้ั ใฟว่าจะไฝรกั ไฝอยากสนองคุณสถานทที ี่ตน เคยอยเู่ คยอาศัย แต่เม่อื สถานที่นนั้ ไฝเปน็ ทีส่ บายใจ อยู่ อย่างไร้เกียรติหรอื หมดโอกาสท,ี จะเจริญกา้ วหน้าได้ เขาก็ ต้องจากไป ไม,ควรจะไปโทษหรอื กลา่ วหาผู้จากไปนัน้ วา่ ไม, รกั ไฝหว่ งใยหมคู่ ผะหรอื วงการของตน แตต่ อ้ งมองว่าหมู่ คณะหรือวงการนัน้ ใหอ้ ะไรเขาบ้าง อย่างน้อยไดเ้ ลี้ยงจติ ใจ เขาบา้ งหรือไม,. บรว๑ม0สา๒ฬปปิ
สิงสมมติ ยถา หิ องคฺ สมฺภาราโหติ สทฺโท รโถ อิติ เอว0 ฃนเฺ ธสุ สนฺเตสุโหติ สตฺโตติ สมมฺ ติ ฯ ส.ํ ส. ๑๙/๑๗๑/๑๘๖ เพราะช้นิ ส่วนทงั้ หลายถกู ยึตตรึงกนั ไว้ จึงมเี สยี งเรียกว่า “ รถ ,, ฉันใด เมื่อขันธ์ทงั้ หลายยงั คมุ ติดกนั อยู่ ย่อมมี สมมตวิ ่า “ สตั ว์” ฉนั น้ัน. ๑๐๓ ท-ทมสททปี น็
คำเรียกวา่ “รถ” เกดิ มชี ้ืน,1ด้ เพราะชืน้ สว่ นตา่ งๆ เปน ดุม ลอ้ ตัวถงั หลงั คา ถูกนำมาตรงึ กันเข้าไวด้ ว้ ยกนั หากวา่ แยก ชื้นสว่ นเหลา่ น้ันออกไป ความเปน็ รถก็หมดไป เหลือแตด่ มุ ลอ้ ตวั ถงั หลงั คา ฉนั ใด คำทส่ี มมตเิ รยี กวา่ “สตั ว”์ คอื บุคคล ตวั ตน เรา เขา กเ็ กดิ มีช้ืน เพราะขันธท์ ัง้ หลาย ไดแ้ ก่ รปู เวทนา ลญั ญา ลงั ขาร วญิ ญาณ ยังคุมตดิ กันอยู่ เมือ่ ขันธเ์ หลา่ นแ้ี ยกกัน เมอ่ื ไร คำเรียกวา่ ลัตว์หรอื ความเปน็ ลงั ฃารตัวตน เปน็ เรา เปน็ เขา กห็ มดไป เหลอื แต่รูป เวทนา ลัญญา ลงั ฃาร วญิ ญาณ ฉันนัน้ ข้อเปรยี บเทยี บน้ี เป็นการบอกใหเ้ รารวู้ า่ ทุกสงิ ทุกอยา่ ง ไมว่ า่ รถ เรอื ผูค้ น หรือแม้แต่ตัวเราน้ัน เป็นเรือ่ งท่ีสมมตเิ รยี ก สมมตวิ า่ เปน็ อยา่ งนน้ั อยา่ งนท้ี ัง้ นัน้ โดยเนอ้ี แหแ้ ลว้ สิงเหลา่ น้ี ไม,มตี วั ตนแหจ้ รงิ ท่สี ดุ ของท่ีสดุ รถกไ็ ม,มี เรอื ก็ไมม่ ี เขาก็ไม่มี เราก็ไมม่ ี ท่ีมอี ยกู่ ็เปน็ เรือ่ งสมมตกิ นั ถอดสมมตอิ อกแล้ว กว็ ่าง เปลา่ หาตวั หาตนไม่ได้ ความรู้อยา่ งน้ี ถา้ เราไดร้ ู้เห็นจริงๆ และ เขา้ ใจจรงิ ๆ จะทำให้เรารูเ้ ขา้ ใจเร่ืองราวของรวิตหรือลงั ขารท้ัง ของตนเองและชองผอู้ ่ีนได้อย่างแจม่ แจง้ และเมอ่ื ได้รูใด้เขา้ ,ใจ อยา่ งแจ่มแจง้ แลว้ ความยดึ มัน่ ถือม่ันว่าเป็นเขาหรือเป็นของ เราของเขาก็จะคอ่ ยๆ บรรเทา เบาบางลงเรอ่ื ยๆ จนหมดไปใน ทีส่ ุด เมอ่ื ความเปน็ เราเป็นเขาหมดไป ความทุกข์ ความเศรา้ หรอื ความวิตกกังวลตา่ งๆ กจ็ ะหมดไป การทีค่ นเรายงั ทำใจไมไ่ ด้ ในเมอ่ื !เวติ หรอื ลงั ฃารของตน ๑๐๔ ธฬมรารทชี ปี
เปลย่ี นแปรไป และอดเสยี ใจไมไ่ ส์ในเมือ่ สิวิตสง์ ขารของคนหรือ สงิ ของท่ีเรารกั หวงแหนพลัดพรากจากไป กเ็ พราะยงั ติดสมมตนิ ้ี อยู่ ยังทำความเข้าใจเร่ืองสมมติน๋ีไสไ์ ม,จรงิ คือยงั มคี วามยึดม่ัน ถือมั่นแงภาษาพระเรียกว่าอปุ าทานอยู่ หากหมดความยดึ มน่ั ถือมั่น กห็ มดความทกุ ข์ความเสยี ใจ ตงั เสน่ เม่ือคนอน่ื ทไ่ี มเ่ กีย่ วขอ้ งกบั เราตายไปหรอื ของของคนอน่ื หายไป เรารูส้ กี เฉยๆ ไม่ทุกขร์ ้อน ด้วย เพราะวา่ อุปาทานในคนในของน้ันไมม่ ีในตวั เรา เมือ่ ไม1มี อปุ าทาน ความทกุ ข์ ความเสยี ใจจงึ ไมม่ ี ทำนองเดยี วกนั หากเรา ไมม่ อี ปุ าทานในตวั เรา ในคนหรอื ในสงิ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั เรา ความ ทกุ ข์ความเศรา้ เสยี ใจก็จะไม1มีตามมา กฎธรรมดามอี ยวู่ า่ ยึดถืออะไรไวม้ าก ก็จะมที กุ ข์มาก ยึด ถอื อะไรไวน้ อ้ ย กจ็ ะมที ุกข์นอ้ ย ไม่ยึดถอื อะไรไวเ้ ลย กจ็ ะไมม่ ที กุ ข์ เลย ทา่ นจึงสอนไว้ว่า เม่ือไม1ต้องการจะมที กุ ข์ กอ็ ยา่ ไปยดึ ถอื อะไรไว้ ทีย่ ดึ ถอื ไวแ้ ลว้ กป็ ล่อยวางลงเสียบ้าง จะได้เบาสบายขน้ึ ตังน้ี เบญจขนั ธ์ของตัวเองก็เปน็ ภาระทีหนกั และก่อทกุ ฟห้ ้ มากอย่แู ล้ว ยงั ไปแบกภาระจากเบญจขนั ธ์อ่ืนเข้าไวอ้ กี มาก มาย แลว้ จะไฝให้มีทุกข์เป็นทวตี รคี ูณไดอ้ ยา่ งไรกน. ทแ๑มล๐าฬ๔ปป็
เวลาไม่คอยใคร อจฺเจนตฺ ิ กาลา ตรยนตฺ ิ รตตฺ โิ ย วโยคณุ า อนุปุพพฺ ํ ซหนุติ เอต0 ภย0 มรเณ เปกขฺ มาโน ปุณฺณานิ กยิราถ สขุ าวหานิ ฯ (อัจเจนติสตู ร) ส0. ส. ๑๕ /’๔ /(ท กาลเวลาก็ล่วงไป คนื วันกฝ็ านไป ชน้ั แห่งวยั กล็ ะลำดบั เรื่อยไป มองเหน็ ภยั ในมรณะอยู่ ฉ ะน ้ี ก็พึงทำบญุ อันจะนำสขุ มาใหเ้ ข้าไวเ้ ถิด. ๑๐๖ รวรมสาพปี น
ชวี ติ ของคนเราเหมอื นกบั การเดินทาง คีอมจี ดุ เรม่ิ ตน้ และ จุดหมายปลายทาง ทุกลมหายใจเชา้ ออกเปน็ การเดินทางไปล่จดุ หมายปลายทางท้ังสนิ แมว้ า่ รวิตในแต่ละวันจะมกี ารหยุดพกั ผอ่ น หลบั นอนบา้ ง อยู่กับทีไ่ มไ่ ด้ใปไหนบา้ ง แต่วา่ วยั หรืออายหุ าได้ รวิหยุดพักไม่ คงเดนิ ทางเรอ่ื ยไป จึงเท่ากบั วา่ ตเดนิ ทางอยตู่ ลอด เวลานัน่ อง ทง้ั น้ีกเ็ พราะสวิ ติ นัน้ หมนุ ไปตามกาลเวลาและคืนวัน ทล่ี ่วงไปผา่ นไปเรอ่ื ย ๆ กาลเวลาและคืนวันนัน้ มใิ ส่จะผา่ นลว่ งไป เฉย ๆ ยังพาเอาวยั หรอื อายขุ องคนเราผา่ นไปล่วงไปดว้ ย คือวัย ของคนเรากเ็ ดินหนา้ ละลำดับไปเรอ่ื ยๆ จากลำดบั ปฐมวยั ผา่ น ไสปุดสท่ลา้ ยำดขบัองมรชั วฌติ มิ วแยั ตบ่ แางลรว้ วเลิตยอไาปจสล่ลดั ำลดำบัดบัปนจั ฉไ๋ี ปิมวเลัยยกส็ไดง์ เ้โปด็นยลถำึงดจบัดุ หมายกอ่ นท่ีจะถงึ มัซฌิมวยั หรอื ปจั ฉมิ วัย อันจดุ หมายปลายทาง ของชวี ติ นน้ั ก็คือมรณะหรอื ความตายน่ันเอง หลงั จากมรณะกเ็ ปน็ เรือ่ งของการเดินทางในปรโลกต่อไป อนั มรณะน้ีดูออกจะนา่ กลวั อยูม่ าก ผู้คนทั่วไปไม่อยากจะ พบเจอนกั แม้?เอก็ไมอ่ ยากจะไดย้ นิ เสยี แลว้ แต่จะตอ้ งการหรอื ไมต่ ้องการกต็ อ้ งเดนิ ทางไปหาและตอ้ งพบแน่นอน ไม1มีใครหลกี หนีไปไดเ้ ลยแมแ้ ตค่ นเดยี ว เพราะฉะนัน้ เมอ่ื จะต้องพบกันแลว้ เพอ่ื จะไดใํ ม1ตอ้ งกลวั กันมาก ทา่ นจึงแนะนำใหค้ นเราทำคว่ าม ดนุ้ เคยกับมรณะเสีย ด้วยการนกึ ถงึ บอ่ ยๆ สง์ เรียกว่า มรณสติ ส์งหมายถึงให้นึกถึงมรณะเปน็ ประจำ จนมคี วามรูส้ ิกวา่ เหมือน คนกนั เองทีพ่ บหนา้ กนั บอ่ ยๆ กห็ ายกลวั กันไป ๑๐๗ DTJJ4สารทปป็
อนึง่ ก่อนทีจ่ ะไปพบกับมรณะน้ัน เพ่ีอความไมป่ ระมาท ทา่ นแนะนำให้เตรียมเสบียงใหพ้ รอ้ มเขา้ ไว้ เหมือนคนทีเ่ ดินทาง ไกลเตรยี มเสบยี งสำหรบั กนิ ใขก้ ลางทางและตอนทีถ่ ึงปลายทาง แล้ว เสบียงทท่ี า่ นใหเ้ ตรยี มนัน้ กค็ อี บุญ เพราะบญุ เป็นสงิ เดยี ว เทา่ นัน้ ทจ่ี ะอำนวยความสขุ ความสบายให้แก่คนท่ีเดินทางไปส่ ปรโลกได้ นอกจากนแ้ี ล้วเปน็ ไมม่ ี ทรพั ยส์ ม,บติ ลูกเต้า คนท่ีรกั ยศ สก์ ดีต้ า่ ง ๆ ทม่ี อี ยูไ่ มอ่ าจสว่ ยเหลือหรอื ตดิ ตามไปไตเ้ ลย อยา่ งดี กม็ าสง่ กันแค,ประดูเตาเผาเทา่ นน้ั เอง การท่ยี งั ปลอ่ ยให้วัยลว่ งเลยไปเปลา่ ๆ แม้จะอยู่ในว้ย ท่แี กแ่ ล้วโดยไมเ่ ตรียมสงสมเสบียงคือบญุ กุศลไวบ้ ้าง หรอื คดิ ว่าเมื่อตายไปแลว้ ลูกหลานเขาคงทำไปให้เอง นบั ว่าประมาท ยิงแล้ว ส่ังสมบุญไวด้ ว้ ยตนเองเร่อื ยไปนนั่ แหละเปน็ ดที สี่ ุด และถกู ต้องท่สี ุด การหวงั นาํ้ บอ่ หนา้ นนั้ โบราณเขาสอนกัน นกั วา่ ไมค่ วรประพฤติ เพราะมีแต่จะทำใหผ้ ิดหวงั อย่างเดยี ว.
วาจาอมตะ สจฺจํ เว อมตา วาจาเอส ธมโฺ ม สนนุตโน สจเฺ จ อตเฺ ค จ ธมเฺ ม จ อหุ สนุโต ปตฏิ ฺเตา ฯ (วังคสี เถรคาถา) ชุ. เถร. ๒๖/๑๒๓๘/๔๘๔ คำสตั ยเ์ ป็นวาจาทีไ่ มต่ าย ข้อธรรมนเ้ี ปน็ ข้อธรรมทีเ่ ก่าแก, สัตบุรุษทง้ั ทลายเปน็ ผมู้ น่ั คงอยโู่ นคำสัตยท์ ี'เป็นประโยชน์ และถกู ธรรม. ๑๐ฮ, ธรวมสาวทีปปี
ในบรรดาคณุ ธรรมทม่ี นุษย์เรายกย่องและให้ความสำคัญ กนั นน้ั “สัจจะ” เป็นคณุ ธรรมขอ้ หนง่ึ ทค่ี นเรายอมรับกนั วา่ มี ความสำคัญในระดับต้นๆ นัน่ คอื ว่าถา้ ใครยังรกั ษาส์จจะไวไ้ ต้ แม้ ความประพฤตอิ ยา่ งอน่ื จะต้อยไปบา้ ง กย็ ังนับวา่ เปน็ คนตนี ่าคบ หาไต้ ยังเปน็ คนน่านบั ถืออยู่ แตถ่ า้ ใครเปน็ คนทีไ่ มร่ ักษาสจั จะ ย่อมไมน่ า่ นบั ถอื ไมน่ า่ ไวว้ างใจ กลายเปน็ คนเสียเปน็ คนเลวไปเลย ทเี ดยี ว “สจั จะ” มคี วามหมายไต้หลายอยา่ ง คอื หมายถึงความ จรงิ ใจกไ็ ต้ หมายถงึ ความจริงกไ็ ต้ หมายถงึ คำพดู ทจ่ี ริงกไ็ ต้ ตาม พระบาลนี ท้ี า่ นมุ่งเฉพาะคำพูดทีจ่ รงิ ทเ่ี ป็นคำตรงคำแห้ ไม่บดิ พล้ิว เรียกอกี อยา่ งหน่ึงวา่ คำสตั ย์ อนั คำสัตยน์ แ่ี หละทา่ นวา่ เปน็ วาจาอมตะ คือเป็นวาจาทไ่ี มต่ าย คงทนอยู่ไตต้ ลอด แมผ้ ู้พดู จะ ตายจากไปแล้ว แตค่ ำพดู ของผนู้ น้ั จะยังคงอยู่ ยงั จดจำเล่าขานกัน อยู่ เทา่ กบั ว่าคำพดู ท่ีเปน็ คำลต้ ยค์ ำจรงิ น้ันยังมชี ีวติ อยู่ ไม1ตาย ตามคนพูดไปดว้ ยน่ันเอง คำสตั ยน์ น้ั ทา่ นนิยมยกย่องใหเ้ ปน็ คุณธรรมสำคญั กนั มา แตโ่ บราณ ถา้ ใครรกั ษาสจั จะไวไ้ ด้หรอื เปน็ คนทร่ี ักษาคำพดู เสมอ ซาวโลกก็ยกย่องวา่ เปน็ “คนพูดจริงทำจริง” โลกใหเ้ ครดติ คน อยา่ งนม้ี าก สตั บรุ ษุ คือคนดี ท้ังชายและหญงิ แตโ่ บราณจะดำรงอยู่ ในสัจจะนีอ้ ยา่ งม่ันคง แมม้ ีเหตุจะตอ้ งสละชีวติ หรืออวัยวะสว่ นใด ๑๑๐ แวรแสารสปื น็
ไปเพ่ีอแลกกับการรกั ษาสจั จะ ท่านยอมสละรวติ และอวยั วะดกี วา่ รวิท่ีจะเสยี สจั จะ คอื ทา่ นรกั ษาสัจจะยงิ กว่า ตย,ิ งกวา่ อวยั วะน่ัน เอง และสจั จะหรือคำสัตยท์ ีท่ ่านถอื กันน้ันมอี งค์ประกอบครบ ๒ ประการคอื เปน็ ประโยชน์ดว้ ย ถกู ต้องตามครรลองแห่งธรรม ด้วย กลT3คอื คำพูดบางอยา่ งแมจ้ ะถกู ธรรม แตไ่ ม1เปน็ ประโยชน์ แก,ใครๆ ท่านก็ไมถ่ อื กนั ไว้ คอื ไม,พดู คำพดู อย่างนัน้ ออกมา คำ พดู บางอยา่ งเปน็ ประโยชนแ์ ตไ่ มถ่ กู ธรรม ท่านกไ็ ม,ถอื และไม1พดู ทท่ี ่านไมถ่ ือและไมพ่ ดู ก็เพราะวา่ คำพดู นน้ั ๆ ไมใ่ ส่สจั จะแท้ สัจจะ แทต้ อ้ งเปน็ ประโยชน์และถูกธรรม คนดที ่านถือมัน่ คงอยอู่ ย่างน้ี จงึ ไดร้ บั ยกยอ่ งนบั ถอื ว่าเปน็ คนดี เปน็ คนทน่ี ่าเกรงใจ ท้ัง ๆ ทีการรกั ษาคำพดู เป็นสง่ิ ที่ไม่ตอ้ งลงทุนลงแรง อะไรเลย แตบ่ างคนก็ทำไมไ่ ด้ จงึ ด้องถกู ชาวโลกประผาม วา่ ขนาดคำพูดของตัวเองแท้ๆ ยังรักษาไม่ได้ แล้วจะไป รกั ษาความดอี ะไรอน่ื ไดห้ รอื จะไวํใจอะไรต่อไปได้ เมื่อเสีย ค0ๆพดู แมเ้ พยี งครง้ั เดียว ต่อไปแมจ้ ะพูดความจริงดง้ั ร้อย คร้งั ใครเขาจะเชือ่ ใครเขาจะl i t จ ม้นก็เหมอื นกับคำพูด ของเด็กเล้ียงแกะนน่ั แหละ. tm๑มส๑าร๑ทิปปี
ความสขุ จากศัล ส ีล0 รกเฺ ฃยฺย เมธาวี ปตฺฅยาโน ตโย สุเฃ ปสสํ ํ วติ ตฺ ลาภณฺจ เปจจฺ สคฺเค ปโมทนํ ฯ อุ. อิติ. ๒๕/๗๖/๓๒๑ เมอื่ ปรารถนาความสขุ ๓ อยา่ งคอื ความสรรเสริญ ๑ การ ได้ทรพั ย์ทีถกู ใจ ๑ ความบนั เทิงโนสวรรค์เม่ือละโลกนี๋ไป แล้ว ๑ ผมู้ ปี ญั ญาพงึ รกั ษาศลี เถดิ . QG)!®) ซรรมสารฑปน
“สลื ” คอื ความท่ีกายวาจาของคนเราอยู่ในสภาพปกติ กระทำสิงทเ่ี ป็นปกติ หมายถงึ การทค่ี นเราทำอะไรพดู อะไรตาม ปกตธิ รรมดานน่ั เอง เส่นปกตคิ นเราไมฆ่ า่ กนั ไม1ลกั ของกนั คนท่ี ไม่ฆา่ ผูอ้ น่ื ไม่ลักของผูอ้ ืน่ กเ็ รียกได้วา่ เปน็ คนมีคืล คือรักษาปกติ ของตนไว้ใต้ สว่ นคนท่ีฆ่าผูอ้ ืน่ ลกั ของผู้อน่ื กเ็ รยี กไดว้ า่ เป็นคน ขาดคลื เพราะเปน็ คนท่ีผิดปกตไิ ปจากผูม้ ปี กตทิ ัว่ ๆ ไป น่ีคอื ความ หมายของคลื อยา่ งกวา้ งๆ พอใหน้ กึ ภาพออก คลื นท้ี า่ นกำหนดไวเ้ ปน็ ข้อๆ เปน็ อยา่ งๆไว้ เพอ่ื ปอ้ งกัน ความประพฤติท่ไี ม1ดจี ะเข้ามาหา และป้องกันตัวเองมิไหอ้ อกไป หาความไม1ดีเสิยเอง เพราะม,ีหลายฃ้อนีเ่ อง จงึ ทำให้คนบางคน เกดิ ความทอ้ ใจไมอ่ ยากรกั ษาคืล ความจริงคลื นก๋ี เหมอื นกบั ร้ัว ลอ้ มบ้านหรอื ฝาผนงั บ้านทท่ี ำไว้เพือ่ ป้องกนั อนั ตรายจากภายนอก กบั ปอ้ งกันคนทีอ่ ยู่ขา้ งในบ้านน่ันเอง และรว้ั หรอื ฝาผนงั นน้ั เขา ก็ทำประตสู ำหรบั เขา้ ออกไว้ เพือ่ ความสะดวกในการเขา้ การออก คนที่จะเข้าจะออก หากเข้าออกทางประดกู ถ็ อี วา่ เป็นไปตามปกติ ไม,ตดิ ซดั อะไร แต่ถ้าหากใครเขา้ ออกทางหนา้ ต่างหรอื ปนี ร้ัวเขา้ มา กแ็ สดงวา่ ผนู้ ัน้ เปน็ คนผดิ ปกติไวใ้ จไมไ่ ตแ้ ลว้ คลื ก็มลี กั ษณะ เหมอื นรัว้ เหมอื นฝาผนงั นัน่ แหละ มีข้อห้ามไว้กม็ ขี อ้ ทีป่ ระพฤติ ปฏบิ ตั ติ ามไว้ฟนกัน กล,าวคอื คนรักษาคลื สามารถทำมาหากนิ โดยปกตไิ ต้ โดยไมต่ อ้ งวิตกกังวลหรอื หว่ งใยวา่ คลื จะขาดหรอื ไมบ่ รสิ ทุ ธ0ิ อะไร เพียงใหเ้ ป็นไปตามส่องตามประดเู ทา่ นน้ั ๑๑๓ ทฑมร11fillปี
คนเราทกุ คนลว้ นตอ้ งการความสขุ ด้วยกนั โดยเฉพาะ ความสขุ ทเ่ี กิดจากทีค่ นอืน่ ยกยอ่ งใหเ้ กียรติ ใหค้ วามนบั ถือ ไม่ดู หมิน่ ความสขุ ท่ีเกิดจากทรพั ยส์ ม‘บด ความสุขในสคุ ติภพหลงั จาก ตายไป ความสุขอยา่ งนีเ้ กดิ ขึน๋ !ตจ้ ากการรักษาคลื จากการ ประพฤตมิ น่ั คงอยู่ในคืล คอื ดำรงตนอยู่ตามปกตขิ องตน ทำมา หากินไปตามปกติ รกั ษากายวาจาให้เปน็ ปกติ ไม,ไปกอ่ ความทกุ ข์ ความเดอื ดรอ้ นให้ใคร ทัง้ ไม่เบียดเบยี นตัวเองใหเ้ ดอื ดรอ้ น ผูม้ ี คลื รกั ษาคลื น้ัน เมอ่ื มที รัพย์กส็ ามารถใสทั รพั ยไ์ ตอ้ ยา่ งเปดิ เผย ตามความพอใจ ไม่ตอ้ งหลบๆ สอ่ นๆ ไปไหนมาไหนกไ็ ต้ตาม สะดวก การรักษาดลี เป็นการทำความดใี ห้แก่ตัวเองท่ไึ ฝตอ้ ง ลงทนุ เพยี งแด่ลงแรงเทา่ นนั้ ถงึ กระน้ันคนกย็ ังกลัวศีลกัน อยู่ ไฝกล้ารับ ไฝกล้ารักษา เพราะเหน็ ว่าเปน็ เรอื่ งยาก จงึ ไฝไดร้ ับอานสิ งสศ์ ลี กนั จึงต้องประสบเวรภยั กนั เบียดเบยี น กนั ทำรา้ ยกัน อย่กู นั อยา่ งหวาดระแวง หาความปลอดภัย ในชวี ติ และทรพั ยส์ นิ ไมค่ อ่ ยจะได้ ดงั ท่เี ปน็ กันอปทุ กุ วันน.้ี
คบคนดีเป็นศรแี กต่ ัว นิหยี ติ ปุริโส นหิ นี เสวี น จ หาเยถ กทาจิ ตลุ ฺยเสวี เสฎ^[มุปนม0 อเุ ทติ ฃิปฺป๋ ตสมุ า อตตฺ โน อตุ ตฺ รึ ภเซถ ฯ (เสวติ ัพพสูตร) องฺ. ติก. ๒๐/๘๘๐/๑๕๙ ทกุ ยคุ ทุกสมัยมา ผู้คบกบั คนเลวย่อมเลวตาม คบกบั คน เสมอกัใ'นย่อมไมเ่ สียหาย คบกับคนที'ดียอ่ มเต'นฃนื้ ทันโต เพราะฉะน้ัน พึงคบกับคนที'ดีกวา่ ตัว. ซรว6ม)ส6า)รcท§!ปน
การคบหากนิ เปน็ เรือ่ งปกติธรรมดาของมนุษยท์ ่ัวๆ ไป เพราะมนษุ ย์เปน็ ลัตว์ลังคม คอื ต้องอยกู่ นั เป็นหม,ู เป็นพวก ตอ้ ง คบหาไปมาหาสก่ นั แตก่ ารคบหากนั นน้ั ก็มีทัง้ ทำไห้ดีขึน้ และทำ ให้เส์อมลง เพราะวา่ การคบหากันมใิ สเ่ พยี งแค่การไปไหนมาไหน ตว้ ยกนั เท่านัน้ แต่ยงั หมายรวมไปถึงการอยูด่ ้วยกนั กินนอนด้วย กัน และรวมไปถึงคบหากนั ฉนั สามภี รรยา ฉนั ครอู าจารยก์ บั ดิษย์ ฉันพีน่ ้องดว้ ย ดังนัน้ การคบหากันจึงต้องระวงั ให้มาก ยิงจะคบหา แบบต้องอยูด่ ว้ ยกนั ดว้ ยแลว้ ยงิ จะตอ้ งระวังและพถิ ีพกิ ันมากขน้ึ หลายเทา่ พระทา่ นว่า การจะคบหากนั จะตอ้ งเลือกให้ดีพจิ ารณาให้ ดใี ห้ถีถ่ ้วนรอบคอบ อย่าใจเรว็ ด่วนตัดสนิ ใจ เพราะคบคนผิด สิวติ จะอบั จน เปน็ ผลให้เลยื อนาคตไต้ คนทีต่ นไปคบน้ันจะทำใหต้ น ดกี ็'ไต้เลวก็’ไต้ เสมอตวั ก'็ไต้ ถ้าไปคบกับคนเลวกวา่ ตัว คือคบคน ทีม่ อี ุปนลิ ยั ใจคอ มคี วามประพฤติ มีกิรยิ ามารยาทท่ีต้อยกวา่ ตวั สง์ คนท่ัวไปเขารังเกยี จ แตต่ วั กลับเห็นว่าดไี ปคบหาเข้า กจ็ ะติด เขึอ้ ไมด่ นี ้ันเขา้ มาดว้ ย เหมือนไปสมส่กับคนเปน็ เอดส์ก็จะตดิ เข้ึอ เอดส์จากคนน้ัน ตรงกันข้าม ถา้ ไดค้ บกับคนดคี นทีล่ ังคมทว่ั ไป ไม1รังเกยี จ กจ็ ะเปน็ คนดี และจะพลอยมีหน้ามตื าตามเขาไปด้วย หรอื ถ้าไปคบคนท่ีเสมอกับตัว คอื คนทม่ี อี ะไรๆ เหมอื นตัว ทัง้ ความประพฤติ กริ ิยามารยาท อปุ นลิ ยั ใจคอ ก็ไมไ่ ดไ้ มเ่ ลืยอะไรอกี ทุกอย่างกเ็ หมอื นเดมิ เสน่ ถา้ ตัวเองเปน็ คนดีอยู่แลว้ ไปคบกบั คน ดดี ้วยกนั ก็เหมือนกับเอาลืฃาวกบั ลืขาวมาผสมกันน่ันแหละ ไมม่ ี ซแ๑มส๑าฬ๖ปปี
ขาวขืน้ กวา่ นน้ั ได้ แต่ถา้ ตนเองเปน็ คนเลวอยแู่ ล้ว และไปคบกบั คนเลวเหมอื นตัวอกี ก็เหมือนกับเอาสีดำกบั สดิ ำมาผสมกนั กค็ ง ไม1ดำไปกวา่ เดมิ ผ ู้ม ืปัญญารู้เห็นอยา่ งนแ้ี ลว้ กพ็ งึ เลอื กคบแตค่ นทีด่ กี วา่ ตัว เท่าน้ัน ใครมืความรตู้ กี วา่ มคี วามฉลาดดกี วา่ มคี วามประพฤติ มีกรยิ ามารยาท มดี ณุ ธรรม มีความดงี ามมากกวา่ ตวั แล้ว ก็พงึ ใฝ่ หาและคบหากับคนเสน่ น้ันเถิด จะคบในฐานะอะไรกไ็ ด้ ขอใหไ้ ด้ คบกบั คนฟนนน้ั เป็นใฟ้ได้ แต่ทั้ง ๆ ทีร้อู ยา่ งนี้ คนทีขาดป็ญญาและขาดสติกย็ งั หลงไปคบกบั คนทเ่ี ลวคนทีส่ งั คมรังเกียจอยดู่ ี โดยหารู!ฝว่า น่นั คอื ทางหายนะของตน เหมือนกบั คนท่วั ไป ท้ังๆ ทรี่ ู,้จา่ โรคเอดส์เปน็ แล้วต้องดาย กย็ ังมคี นสมัครใจทีจ่ ะเปน็ กันอยู่ ดี โลกมนุษยเ์ ราเปน็ อย่างน้แี หละ จึงต้องปลงให้ดกบา้ ง จะ ไต้สบายใจกัน จะได!ม่ต้องมาน่งั แบกโลกทั้งโลกไว้คนเดียว. แฑ๑มส๑า๗รfhKI
คนใจแคบ ลทุ ฺโธ อตฺคํ น ซานาติ ลุทฺโธ ธมฺมํ น ปสฺสติ อนฺธตม0 ตทา โหติ ย0 โลโภ สหเต นรํ ฯ ฃ.ุ อติ .ิ ๒&'/๘๘/ถต๖ คนโลภยอ่ มไฝรบั รู้ถึงเหตุ คนโลภย่อมไม่มองถึงผล ความ โลภเข้าครอบงำนรยนเมอ่ื ใด เมอื่ นั้นก็มีแตค่ วามมดื บอด. ทรใ๑มร๑าร๘ทิปนิ
โลภะหรอื ความโลภนน้ั เปน็ กิเลส เปน็ อคุศลยลู ท่ีเปน็ ราก เงา่ หรือเป็นต้นเหตุใหค้ นเราทำความสว์ อย่างหน่ึง เป็นกิเลสกลุ่ม เดยี วกบั โทสะ และโมหะ โลภะน้ีเปน็ เหตุใหค้ นเรากลายเป็นคน มืดบอด เป็นคนใจบอด เปน็ คนใจแคบ มองไมเ่ ห็นความดขี อง ใคร มองไม่เหน็ ใครว่าควรแก่การสนับสนุน ควรแกก่ ารสงเคราะห์ อนเุ คราะหห์ รอื ควรแก,การแบ่งปีนให้ ทา่ นเปรยี บเหมอื นกับความ มดื ทีท่ ำใหค้ นมองอะไรไมเ่ ห็น คนโลภหรือคนที่มืโลภะนัน้ ยอ่ ม ไมร่ บั รถู้ ึงเหตผุ ล ไมม่ องเหตผุ ล ไมเ่ ขา้ ใจเหตุผล ทั้งไมร่ ู้และไม่ เหน็ ถึงอรรถถงึ ธรรมคอื มองไมเ่ ห็นคณุ ประโยชนช์ องการใหท้ าน การแบ่งปนั กัน การเออ้ื เฟอ้ แก1กันและกัน คนโลภนจ้ี ะหนักไป ในทางทเ่ี หน็ แก,ได้ เหน็ แก1ตวั มีแด1ความเสยี ดาย มีนต,ความ ตระหนห่ี วงแหนเปน็ วลิ ํโย ท่านวา่ คนโลภนัน้ มกั แสดงอาการออก มาใหเ้ ห็นอยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ หรอื หลายๆ อยา่ งตงั ตอ่ ไปนี้ ๑. ชอบรบั มากกวา่ ชอบให้ คอื อยากได้ราไป ไม่วา่ จะ ถูกทางหรอื ไมถ่ กู ทาง พอใจเมือ่ เขาให้อะไรตน แต่จะไม่ชอบใจ เม่ือจะต้องให้ของแกใ่ ครๆ คอื ไม่ชอบ?เวยเหลือผูอ้ ่ืน ใครมาบอก บญุ กไ็ ม่ชอบ ใครมาให้ส่วยกไ็ มช่ อบ แสดงความไม1พอใจออกมา ใหเ้ หน็ ตรงกนั ข้าม หากมีใครใหอ้ ะไรกม็ ักจะดีใจจนออกนอก หนา้ ทำนองเม่ือจะไตก้ ็ตาโต เมือ่ จะเสียก็ตาเชยี วนัน่ แหละ โร. ชอบขดขวางทางบุญของผู้อนื่ คอื นอกจากตวั เอง จะไม่ชอบทำบญุ หรือความดแี ล้ว ยงั ชอบพดู ชวนคนอน่ื ไมใ่ หท้ ำ เสยี อกี เหน็ ใครเขาทำก็พดู จาเยาะเยย้ เหน็บแนม พดู ให้เขาเสยี btomtSปป็
กำลังใจ หรอื า5เดหา้ มปรามมิใหเ้ ขาทำต่อไป ทง้ั ๆ ทีส่ ิงทีเ่ ขาจะ ทำนัน้ เปน็ บญุ เปน็ ความดแี ละเปน็ ประโยชน์ทีแ่ ห้จรงิ ทำนองมือ ไมพ่ ายแต่เอาเทา้ รานํา้ ตามคำโบราณวา่ นัน่ แหละ ฅ. ชอบอิจฉารษิ ยา คอื เหน็ ใครทำความดีก็เกิดความ อจิ ฉารษิ ยา เหน็ ใครไดร้ บั ผลดีก็อิจฉารษิ ยา คนอืน่ เซาไดอ้ ะไรมา ตวั เองไม1ไดอ้ ยา่ งเขาหรอื ไดใมด่ อี ยา่ งเขา กเ็ กิดขวางหูขวางตา ไมพ่ อใจ หงุดหงิดใจ ไม่สบอารมณ์อยู่เรอ่ื ยๆ ผใู้ ดเปน็ อย่างน้ี พงึ รูเ้ ถดิ ว่าตัวเองเปน็ คนโลภ เป็นคนมี โลภะสง์ เปน็ สนมิ อยูใ่ นใจ แงจะคอยบน่ั ทอนความสขุ ทางใจให้ หมดไปเร่ือย ๆ ความโลภน้ีทำใหค้ นเราอับจน อบั จนทง้ั ทรพั ย์ อับจนท้งั พวกพอ้ ง อบั จนทง้ั โอกาส จะไม,ไดอ้ ะไรอย่างทีเ่ ขาไดก้ ัน แตค่ นโลภมกั ไม่ค่อยรู้สีกตวั ในข้อน้ี ความโลภมีอยู่ดว้ ยกนทุกคน เพยี งมากหรือนอ้ ยกว่า กันเท่านนั้ แด่ผ้ใู ดสามารถสลดิ ตัวสลดใจออกจากความโลภ ไดม้ าก ผู้นั้นกจ็ ะพบแสงสวา่ งไดม้ าก มโี อกาสหำบญุ ทำทาน ไดม้ าก ได้เสยี สละฟวยเหลือคนอ่นื ได้มาก และมีโอกาสได้ อม่ิ อกอิ่มใจกบั ผลบุญมลทานของดนไดม้ าก. ทรร©มส๒าร๐ทปี ป็
อยา่ ตัดไม้ - ทำลายปา่ วนํ ฉนิ ฺทถ มา รุกฃุ ํ วนโต ชายตี ภยํ เฉตฺวา วนณฺจ วน/]จณฺจ นพิ พฺ นา โหถ ภๆิ ฃโว ฯ ช.ุ ธ. ๒ ๕ /๑๘ ถ /๗๑ ทา่ นท้งั หลายจงตดั ปา แต่อยา่ ตดั ต้นไมภ้ ยั ย่อมเกดิ จากปา ดกู ่อนท่านผเู้ หน็ ภยั ท้งั หลาย พวกทา่ นจงตดั ปาและสิ่งทีข่ ้นึ อยูใ่ นปา แล้วเป็นผู้ใมมปี ากันเถดิ . ๑๒๑ BTJNสาวทปี นี
ป้จจบุ นนี้ เราเรยี กรอ้ งให?้ เวยกนั รกั ษาปา่ ให้ปลกู ปา่ เพราะ ต่างกเ็ ห็น และไตร้ บั พษิ ภยั จากการตัดต้นไมท้ ำลายปา่ กันบอ่ ย ขน้ึ เปน เจอนา้ํ ทว่ มบา้ ง ฝนแลง้ บ้าง อากาศร้อนจัดบา้ ง สง์ เป็น ผลพวงมาจาก การตัดตน้ ไมท้ ำลายป่ากนั ด้วยความโลภ หรอื ดว้ ยความรู้เท่าไมถ่ งึ การณ์ท้ังสนิ กว่าจะรูว้ ่าป่ามปี ระโยชนม์ ดี ุณ ตอ่ มนุษยอ์ ยา่ งไร ป่ากเ็ กอื บจะหมดโลกอยู่แลว้ ถงึ กระน้ันกต็ าม กย็ งั มีคนอีกจำนวนมากทีย่ งั เพยี รตดั ไมท้ ำลายปา่ กันอยูอ่ กี โดย อา้ งเหตุอา้ งผลมากมาย สง์ ฟงั ไตบ้ ้างไมไ่ ตบ้ า้ ง ในพระททุ ธศาสนา พระททุ ธเจา้ ทรงเปน็ นกั อนุรกั ษป์ า่ มาแตต่ ้น ทรงเห็นว่าปา่ จะอยูไ่ ตอ้ ยา่ งไร ปา่ จะหมดไปเพราะ เหตุไร เพราะตลอดพระชนมข์ องพระองค์น้ันทรงอยูก่ บั ปา่ มาโดย ตลอด จึงทรงสอนพระสาวกทัง้ หลายใหเ้ ปน็ ผูอ้ นุ่รกั ษป์ า่ ตามพระ บาลขี า้ งต้นนน้ั พระดำรสั ตอนนีต้ รัสไวเ้ ปน็ ปรศิ นาธรรมให้ขบ คดิ กัน มิใปทรงมุ่งให้ทำลายป่าตามพยญั ชนะหรอื คำตรัส โดย ทรงมงุ่ ไปอกี อย่างหน่งึ กลา่ วคอื ทรงอนญุ าตใหต้ ัดปา่ แตท่ รงหา้ ม มิใหต้ ดั ต้นไม้ ส์งดจู ะขดั กนั อยู่ แห้ทีจ่ รงิ แล้วคำวา่ “ปา่ ” ทท่ี รง อนญุ าตใหต้ ดั นน้ั ทรงหมายถงึ ปา่ คือกิเลสตา่ ง ๆ ไตแ้ ก, ราคะ โลภะ โทสะ โมหะ เป็นต้น รวมถึงสิงทีข่ ึน้ อยูใ่ นปา่ คือ เวรภยั และ บาปกรรมต่าง ๆ ทเ่ี กิดข้ึนพรอ้ มกับปา่ กิเลสหรอื เป็นผลพวงของ ป่ากเิ ลสนน้ั ๆ กเิ ลสเหล่านีร้ วมกันเขา้ กก็ ลายเป็นปา่ ไต้ เหมือน กบั ป่าจรงิ ๆ ส์งเป็นปา่ ข้ึนมาไตก้ เ็ พราะมตื น้ ไมข้ น้ึ มากๆ นน่ั เอง ปา่ จรงิ ๆ เป็นทีท่ ่ีมืพษิ ภยั มาก ฟนสโ์ ตว์รา้ ย ไขป้ า่ เปน็ ต้น สง์ อาจ ©1®๒ ซวรมสาฬปปิ
ทำอันตรายแก่ผู้เชา้ ปา่ ไดท้ กุ เมอ่ื ป่ากิเลสกฟ็ นกนั เปน็ ทเ่ี กิดแหง่ เวรภยั และทกุ ขน์ านาประการ เปนความสมหวงั ความผิดหวงั ความเศรา้ เรยใจ ความคบั แคน้ ใจ เปน็ ตน้ จงึ ทรงเน้นวา่ จงตดั ปาฟนนีเ้ ลยื ใหห้ มดไป แตต่ ้นไมจ้ ริงๆ ทรงหา้ มไว้วา่ อยา่ ตัด คอื ตอ้ งดแู ลรกั ษาไวใ่ หด้ ี ใหต้ ัดไตเ้ ฉพาะปา่ และสิงท่ีเกิดขน้ึ ในป่า เมือ่ ตัดปา่ เปน็ ต้น ไตแ้ ลว้ ก็จะเป็นผู้ไม,มปี า่ อยูห่ รอื อยู่โดยไมต่ ้อง มีปา่ การอยู่แบบนเ้ี ปน็ สขุ อยา่ งย่ิง สงบอย่างยง่ิ ไมม่ ีที'่ใดจะสุข กว่าและสงบกวา่ เมือ่ ป่ากเิ ลสหมดไปเหลอื แตต่ น้ ไมเ้ พยี งอยา่ ง เดยี ว ปา่ คอื หมู่ไ3?เป็นสงิ ท่ตี อ้ งรกั ษาไว้ เพราะปา่ คอื ชวี ติ ของมนษุ ย์ ทำใหช้ ีวติ มีความรน่ื รมย์ รม่ เยน็ แม้จะมภี ัยบ้าง กไ็ มม่ ากนัก พอหลบหลกี ไต้ แต่ปา่ คือกิเลสเป็นสิง่ ท่ตี ้องตัด ต้องถางภันไปจนกว่าจะหมด เพราะป่าแบบน้ที ำใหช้ ีวติ อบั เฉา คบั แคน้ ทุกขท์ รมาน เวียนสขุ เวยี นทุกข์ราไป ผฉู้ ลาดยอ่ ม พยายามคดั ป่าฟนน้เี ร่อื ย ๆ แต่ผู้ด้อยป้ญญากลับปลกู ป่าเซน่ นี้ขนึ้ ในตนเร่ือย ๆ และตราบใดทึ่ป่ากเิ ลสยง์ มอี ยูใ่ นจิตใจ ของมนษุ ย์ ป่าไมจ้ รงิ ๆ ก็จะถูกคัดถูกโค่นลงเร่ือยไป. ๑๒๓ DTJWtnฬปป็
คนหลกลอย หีนํ ธมฺมํ น เสเวยฺย ปมาเทน น สวํ เส มจิ ฉฺ าทิเ}เ น เสเวยฺย น สิยา โลกวฑฺฒโน ฯ ชุ.ธ. ๒๕/๑๖๗/๕'๐ ไมพ่ ึงเสพ5รรมทเ่ี ลว ไมพ่ ึงอยู่ด้วยความประมาท ไม่พึงเสพมิจฉาทิฐิ ไม่พึงเปน็ คนรกโลก. ๑๒๔ ทไทมราวทปิ น
ในโลกน้ีมหี ลายสงิ หลายอยา่ งท่ีหำใหค้ นเราตกตา ไมม่ ี ความเจริญกา้ วหนา้ ทำใหม้ แี ตค่ วามทกุ ขค์ วามคับแค้นใจตา่ งๆ และสง่ ผลพวงให้ไปอุบัติในภพภมู ิทีต่ ํ่า ทีเ่ รยี กว่าทคุ ติภมู เิ มอ่ื ตาย ไปแล้ว ในจำนวนนน้ั มีอยู่ ๔ อย่างทีท่ ่านแนะนำหรอื สก์ ชวนให้ เว้นเสีย เพ่ือปอ้ งกนั มใิ หต้ กตาและไปสท่ คุ ตภิ มู ิ หรอื เพือ่ ใหเ้ กิด สวสั ติภาพแก,ตวั ผูน้ ัน้ เอง ขอ้ แนะนำ ๔ อย่างนน้ั คอื ๑. ไฝพงึ เสพธรรมที่เลว หมายความว่า ไม่พงึ หมกมุ่น มวั เมา ตดิ ใจ ระเริงหลงอยู่ในกามคณุ หรอื กามโลกยี ์ คือรปู เสียง กลิน่ รส สม์ ผสั ส์งทางโลกถือวา่ เปน็ บอ่ เกดิ แหง่ ความสุข แตท่ าง พระถือวา่ เปน็ ธรรมท่ีเลว เป็นเรือ่ งของซาวบ้านทเ่ี ปน็ ปถุ ชุ น ไม่ เปน็ ประโยชน์ มแี ต่จะกอ่ ทกุ ขก์ อ่ โทษใหร้ าไป ผูห้ มกมุน่ อยู่ย่อม ต้องผจญทกุ ขผ์ จญเวรตอ่ ไป ไม่หมกมนุ่ อยู่กพ็ น้ ทุกขไํ ต้ 1อ. ไฝพงึ อยดู่ ว้ ยความประมาท หมายความวา่ ไม1พึง มสี วื ติ อยอู่ ยา่ งคนขาดสติ เลนิ เลอ่ เผลอตัวเผลอใจ พึงอยู่ต้วยมีสติ ควบดมุ รักษาสติ ผอู้ ยอู่ ยา่ งคนขาดสติ ก็มักจะทำอะไรโดยไมต่ ริ ตรองใหร้ อบคอบ ขาดการพิจารณา จงึ ผดิ และพลาดราไป สว่ นผู้ มีสติย่อมไมเ่ ผลอไม่ผิดไมพ่ ลาด เมอ่ื อยูด่ ว้ ยความประมาท ย่อม พลาดโอกาสทีจ่ ะทำความดีและสร้างบารมแี ก่ตนไปอยา่ งน่าเสยี ดาย ฅ. ไฝพงึ เสพมจิ ฉาทฐิ ิ หมายความวา่ ไมพ่ งึ ยดึ ถอื ความ เหน็ ท่ีผิดไปจากทำนองคลองธรรม ไม่พงึ อยูอ่ ยา่ งคนโงเ่ ขลางมงาย แต่พงึ อยูอ่ ย่างคนมปี ญั ญา มวี ิจารณญาณ พจิ ารณาถอ่ งแหเ้ สยี กอ่ นทจ่ี ะเสอ์ อะไร ยมู้ ปี ัญญายอ่ มจะไมป่ ฏเิ สธหรอื ยอมรับอะไร ๑๒๕ 0ฑมศารfSiJปี
งา่ ย ๆ กอ่ นทจ่ี ะพจิ ารณาอยา่ งถอ่ งแทแ้ ละรอบคอบถถ่ี ว้ น ๔. ไฝพงึ เป็นคนรกโลก หมายความวา่ ไมพ่ งึ ประพฤติ ตวั เปน็ คนหมกยนุ่ อยูใ่ นกามโลกีย์ เปน็ คนประมาท เปน็ คนมี มิจฉาทฐิ ิ ทา่ นว่าคนทป่ี ระพฤติฟนน้ันเปน็ คนรกโลก คอื เกดิ มา เพยี งเพ่ีอเพิม่ ประซากรโลกเท่านัน้ แตไ่ มไ่ ด้สร้างสรรค์[ลกให้ เจรญิ อะไร เพราะคนรกโลกส่วนใหญจ่ ะเปน็ คนเห็นแก,ตวั เห็น แก,ได้ ยดึ มัน่ ถอื มัน่ อยู่กับความคดิ ของตวั เองเทา่ นัน้ แตว่ สิ ัยมนษุ ยม์ กั ชอบตะแบงอยู่เรอ่ื ย ยิง่ ห้ามกเ็ หมอื นยง่ิ ยู ยิง่ บอกวา่ อยา่ ท0ากย็ ง่ิ อยากจะทำ กม็ แื ต่คนทีม่ สื ตมิ ืปญั ญาเปน็ คน ฉลาดเท่านัน้ ทีส่ ามารถยกตนใหพ้ ้นจากความตะแบงนัน้ ได้ เขาจงึ ไดร้ ับผลเปน็ ความสุขสงบเปน็ สว่ นตวั สบายไปทง้ั ชาติ เม่ือยงั ตะแบงอยู่กม็ ืทกุ ขแ์ ละรนุ่ วายตอ่ ไป เกดิ มาเปน็ คนท้ังที ยังยึดหลักอะไรไม,ได้ ปล่อยตัว ปลอ่ ยใจดามกระแสโลกเกินไป ปล่อยวนั เวลาใหล้ ว่ งเลยด้วย การหาความสุขไปรนั ๆ หรือจมปลักอยกู่ ับความคดิ ความ เหน็ ของตัวอยา่ งถอนตวไม,ขึน้ ไฝยอมรับรู้รับฟ้งอะไรทั้งส้นิ ก็ดเู หมือนวา่ จะเสียทีทีเกิดมาเป็นมนุษยก์ ะเขา บุคคลเซ่นนี้ ท่านถือวา่ เป็นคนหลกั ลอยในโลก. ๑๒๖ รรรนเทวฟ็ปป็
ท ีสดุ ของทสี ุด อาโรคฺยปรมา ลาภา สนตฺ ฎุ สปิ รม0 ธนํ ว สิ สฺ าสปรมา ณาติ นิพพฺ านํ ปรม0 ส ุฃ ํ 'อุ.ธ. ๒ ๕/โอ๐๔ /๕ ๖ ลาภ มีความไม่มีโรคเป็นเย่ยี ม ทรัพย์ มีความสนั โดษเปน็ เยย่ี ม ญาติ มคี วามคุ้นเคยเปน็ เยี่ยม สขุ มนี ิพพานเปน็ เยยี่ ม. ๑๒๗ 3รไเมสารทิปนิ
ความปรารถนาหรอื ความต้องการของมนุษย์นั้นมีมากมาย หลายอยา่ ง เพราะตา่ งจิตตา่ งใจ แตท่ ่ีมเี หมีอนกนั อยา่ งหนง่ึ กค็ ีอ ไมว่ า่ จะปรารถนาอะไรก็ตาม ลว้ นปรารถนาท่ีจะไตส้ งิ ทเ่ี ยีย่ มยอด ทัง้ สนิ ฟน เม่ือปรารถนาความสขุ กต็ อ้ งการไตส้ ฃุ ทีเ่ ย่ียมยอด ปรารถนาบตุ รธิดา กต็ อ้ งการไต้บตุ รธดิ าท่ีเย่ียมยอด เป็นต้น เพราะทุกคนตา่ งคดิ ว่า เมือ่ จะไต้จะมี จะเปน็ อะไรแลว้ กข็ อใหไ้ ด้ ให้มี ใหเ้ ปน็ ในสิงทีเ่ ย่ียมยอดสูงสุดดีท่ีสดุ ของบรรดาสงิ เหล่าน้ัน ในพระพทุ ธศาสนา ทา่ นแสดงสิงทเ่ี ป็นเย่ียมยอดกว่าสิงทั้งหลายไว้ มากมายตามความตอ้ งการของคนเปนในทน่ี ้ีแสดงไว้ ๔ อยา่ งคือ ๑. ลาภ มีความไฝมโี รคเป็นเย่ียม หมายความว่า บรรดา ลาภทีค่ นเราตอ้ งการนัน้ ไมม่ อี ะไรจะเยีย่ มยอดสงู สุดเท่ากับความ ไม,มีโรค คนไม1มีโรคเบยี ดเบียนถอื วา่ ไตล้ าภสงู สดุ แล้ว แม้ใต้เงนิ ไดท้ อง ได้ยศตก้ ดไดต้ ำแหนง่ สงู แต่มีโรคเบยี ดเบียน มแี ต่เจบ็ ปวยแบบสามวันดสี ์วนั ไข้ จะมคี วามสขุ ในสิวติ ไดอ้ ยา่ งไร เงนิ ทอง ยศศโํ กดิน้ ้ัน จะมืความหมายหรือส์วยเหลอื อะไรได้ลักเทา่ ไหร่ ใอ. ทรพั ย์ มีความสนั โดษเปน็ เยย่ี ม ส'ิ นโดษ หมายความ ว่า ความยินดพี อใจในส,ิ งทีต่ นได้ ในสงิ ทต่ี นมี ในสิงทต่ี นเปน็ ไม1ทะเยอทะยานเกนิ กวา่ เหตุ เกนิ กำลงั ไป รู้จกั พอ รู้จกั พอดี จัดเปน็ ทรัพยเ์ หมือนกนั และดกี วา่ ทรัพยท์ ง้ั ปวง เพราะทรัพย์อืน่ ๆ ทำใหค้ นเราพร่องอยู่เรอ่ื ย ไมม่ ืวนั เตม็ หวิ กระหายเรอ่ื ยไป แต่ ลันโดษทำให้คนอม่ิ ทำให้เตม็ ทำใหห้ ายหวิ จงึ ทำใหเ้ กิดสขุ ทาง พงหาได้ยาก แม้ทรพั ยอ์ ืน่ ๆ ก็ให้อย่างน้ันไม1ได้ ดงั ท่ีท่าน DT๑Jม๒ราร๘ทปิ ป็
กลา่ วไว้ว่า “รู้จ้'กพอ ก่อสุขทุกสถาน” ฅ. ญาติ มคี วามคุน้ เคยเป็นเยย่ี ม หมายความว่า ความ สนทิ สนม คนุ้ เคยกนั ปวยเหลือกนั ทำใหค้ นเราเป็นญาตกิ นั และเปน็ ญาตทิ ีเ่ ยีย่ มยอด ญาติทางสายสมั พันธห์ รอื ญาตทิ าง สายโลหิต หากไม่สนทิ สนมกนั หรือไม่?เวยเหลือกัน กเ็ หมือนกับ คนอน่ื ส'ํคนอน่ื ท่ีสว่ ยเหลอื กนั ไม1ได้ ดงั คำทว่ี า่ “ถงึ ม,ิใ?เซาตใิ ช่ เออ้ื ถ้ามคี วามเออ้ื เฟอ้ ก็เหมอื นเนือ้ อาตมา ถึงเป็นชาตเิ ปน็ เอือ้ ถา้ ไม,มคี วามเอ้ือเฟ้อ กเ็ หมอื นเน้ือในปา่ ” ส์งแสดงว่า ความเปน็ ญาติทีแ่ หจ้ รงิ นัน้ อยู่ทีก่ ารสนทิ สนมและการ?เวยเหลือกัน ๔. สุข มีนิพพานเปน็ เยยี่ ม หมายความว่า การทค่ี นเรา ดบั กเิ ลสเ?[นราคะ เปน็ ด้น ได้ ดบั ความเร่ารอ้ น กระวนกระวาย ความกระหายดว้ ยอำนาจของตณั หาได้ จนกระท่ังใจเยน็ สนิท ไม่ เร่ารอ้ นอีกต่อไป นีค้ อี ตัวนพิ พาน นพิ พานนีแ่ หละทเ่ี ปน็ ยอดแหง่ ความสขุ ทง้ั ปวง ไม,มสื ฃุ อ่นื ยง่ิ กว่า ความไม่มโี รคเป็นสุดยอดของลาภ ความสันโดษเปน็ สุดยอดของทรพั ย์ ความคุ้นเคยเป็นสดุ ยอดของญาติ นิพพาน เปน็ สดุ ยอดของความสขุ เม่อื ปรารถนาอยา่ งใด กพ็ ึงแสวงหา อย่างนน้ั ดว้ ยสติ'ซญญา ด้วยความทมั่นเพยี รเถิด จะสมหวัง ในวนั หน่งึ ขา้ งหนา้ แนน่ อน. owmrฬปปี
ร รู กษสามคค สขุ า สงฆฺ สฺส สามคุคี สมคคฺ านญจนคุ ฺคโห สมคคฺ รโต ธมมฺ ภโู จ โยคกเฺ ขมา น ธสํ ติ ฯ ช.ุ อ็ติ. ๒๕/๑๙/ ๒๗๒ ความสามัคคีของหมูค่ ณะนำความส?ุ เมาให้ การสนับสนนุ คนทสี่ ามคั คีกัน ก็นำความส?ุ เมาให้ ผู้ที่ยินดีในคนผูส้ ามคั คี กัน มั่นคงอยใู่ นธรรม ยอ่ มไมเ่ สือ่ มจากธรรมอันเปน็ แตน เกษมจากโยคะ. ทรา0มส๓าว0ทิปนิ
ความสามัคคจี ดั เปน็ ธรรมสำคญั สำหรบั ผทู้ อ่ี ยูร่ วมกันเปน็ หมู่เปน็ คณะ ความเจริญความเสอ์ มของหมคู่ ณะอยทู่ ่ีความสามคั คี เปน็ หลกั ใหญ่ ความสามัคคนี น้ั คือความพรอ้ มเพรียงกันทางกาย วาจา และใจ ของคนในหมใู่ นคณะ คือ เมอ่ื ทำอะไรกท็ ำร่วมกนั การทำร่วมกนั นน้ั จะทำพรอ้ มกนั หรอื ทำแยกกัน จะทำเหมอื น กนั หรือทำต่างกันไม,สำคญั สำคญั อยูท่ ท่ี ำอยา่ งประสานสมั พนั ธ์ กัน ไม่ขัดกัน ย่อมสำเร็จประโยชนไ์ ด้ท้ังสนิ เหมอื นรถทีแ่ ลน่ ไป ได้ เพราะสินส่วนต่างๆ ทำงานประสานสมั พันธก์ นั ทง้ั หมด โดย แต่ละอยา่ งกท็ ำหนา้ ทข่ี องตนต่างๆ กันไป การพูดการคดิ กท็ ำนอง นี้ แมจ้ ะพดู จะคิดกันไปคนละทางสองทาง แตห่ ากเปน็ ไปแบบ ประสานสมั พันธก์ นั ไมข่ ดั แย้งกนั จนตอ่ กนั ไม่ตดิ ก!็ !อวา่ เปน็ ความ สามคั คที ้งั สนิ หวั ใจของความสามัคคคี อื การประสานสัมพนั ธก์ นั ได้อยา่ งเหมาะเจาะ มใิ สว่ ่าจะต้องทำ พดู หรือคดิ เหมอื นกนั จงึ จะ เรยี กวา่ สามัคคี ความสามคั คเี สน่ นีจ้ ะทำใหส้ งิ ทท่ี ำรว่ มกนั สำเรจ็ ลลุ ว่ งไปดว้ ยดี นำประโยชน์และความสุขมาให้แก่หมู่คณะน้ันเอง ตรงกันข้าม ถ้าขดั แยง้ กัน ไม,ประสานกัน กไ็ มอ่ าจนำมาสง์ ความ สำเร็จได้ แมเ้ ปน็ เร่ืองเลก็ ๆ น้อยๆ ก็ตาม การสนับสนุนสง่ เสริมผคู้ นท่ีเขาสามัคคกี นั ไม,ทำตวั เป็น บา่ งส่างยคุ อยพดู จาใหเ้ ขาแตกคอกัน กเ็ ป็นสงิ จำเป็นสำหรับหมู่ คณะ เพราะเปน็ เหตุใหเ้ กิดประโยชน์และความสุขรว่ มกนั ได้ และ ผูท้ ีย่ ินดสี นับสนนุ ผูท้ ีส่ ามคั คีกัน สว่ ยประสานความสามัคคีใหแ้ ก่ หมู่คณะ และดำรงมัน่ อยใู่ นความยุตธิ รรม มีความเปน็ กลางอยู่ ๑๓๑ แแมรทฬปป็
ย่อมไม่เสอ์ มจากธรรมทีท่ ำใหเ้ กดิ ความเกษมคอื มรรค ผล นพิ พาน การสรา้ งความสามคั คใี นหมคู่ ณะเป็นเรอ่ื งสำคญั อยา่ งยงิ ความสามัคคนี ัน้ สรา้ งชน้ื มาไดด้ ว้ ยความจรงิ ใจต่อกนั และความ เสียสละเปน็ สำคัญ ซาดสองอย่างนีแ้ ลว้ ความสามัคคีจะเกดิ ชืน้ ได้'ยาก ทำนองเดียวกัน คตั รสู ำคญั ซองความสามัคคีกค็ ือคำพดู ระวังคำพูดไว้ได้' สามคั คกี ็ไม่แตก คำพดู ทีค่ วรระวงั คอื คำพูดซอง พวกเดยี วกนั เองทีพ่ ดู โดยซาดความระมัดระวัง กับคำพดู ซองคน อน่ี ทีพ่ ดู เพ่ือใหท้ ะเลาะและระแวงกันเอง คนในหมู่คณะจะต้อง หนกั แนน่ ในเรอ่ื งซองคำพดู ไม1หูเบา ไม่เแองา่ ย ต้องมีสติและ ปญั ญา พจิ ารณาให้ถอ่ งแท้อยูเ่ สมอ มเิ ปนนน้ั จะรกั ษาสามคั คีกัน ไว้ไมไ่ ต้ อันความสามัคคนี ส้ี ร้างยากแต่แดกง่าย เปน็ เรอื่ งที่ เปราะบางย่ิงกว่าเปลือกไข่ อาศอเพียงลมปากก็ทำใหส้ ามคั คี แดกไดแ้ ลว้ จงึ ต้องระวังลมปากใหด้ ี หากไม,ระวัง จะแดก สามคั คีกน้ เพราะเรอื่ งท่ีไฝเป็นเรอื่ งไต้ คนทีช่ อบพูดให้คนอ่ืน ทะเลาะกนั คนท่ีชอบพดู ปนื นาเปน็ ต้ว โดยไฝละอายปากและ ไฝรบั ผิดชอบมีมากในป็จจุบันนีร้ ะวังจะเปน็ เหยือ่ ของคนเข่น นโ้ี ดยไม1รตู้ วั . ๑๓๒ รทมสาาทปป็
ผูซ้ ขี้ ุมทรัพย์ น ิธ นี วํ ปวตตฺ ารํ ย0 ปสเฺ ส วซฺซทส ฺส ิน ํ น คิ คฺ ยหฺ วาทึ เมธาวึ ตาทิสํ ปณฑุ ิต0 ภเซ ฯ ขุ.ธ. ๒๕/(๗๖/๓๐ ผ ู้โตมปี ญั ญา คอยซีใ้ หเ้ หน็ ความผิด คอยวา่ กล่าวตกั เตือน เปน็ บัณฑติ พึงเห็นว่าคนเย่นน้นั เป็นเหมอื นผบู้ อกขุมทรัพย์ ใหพ้ งึ คบหาสมาคมกบั คนเยน่ น้ัน. ๑๓๓ ทใใมสาาทีปนี
คนท,ี มา๓’ยวฃอ้ งกับ!,รา ไฝทางใดกท็ างหนง่ึ นน้ั มีอยู่ ๒ ประเภท คอื คนทช่ี อบเรากบั คนท่ีขงั เรา คนทช่ี อบเรา มสี าเหตุ อยู่ ต อย่างคอื รักและปรารถนาดีตอ่ เรา ๑ เราใหผ้ ลประโยชน์ ตามทีเ่ ขาต้องการได้ ๑ เราไมไ่ ปขัดขวางผลประโยชน์ซองเขา ๑ คนท่ีขงั เราก็มสี าเหตุ ฅ อย่างฟนกัน คือ มเี วรตอ่ กนั มา ๑ เราให้ ผลประโยชนต์ ามท่ีเซาต้องการไม่ไต้ ๑ เราไปขดั ขวางผลประโยชน์ ของเขา ๑ แต่ทกุ คนก็ดเู หมอื นว่าจะมีทั้งคนทีช่ อบและคนที่ขังต้วย กันทง้ั นัน้ ดังคำโบราณว่า “คนรักเทา่ ผนื หนงั คนซังเท่าผืนเสอื่ ” น่นั แหละ เมอ่ื เปน็ ดังน้ีจะพูดวา่ คนเราหาความจรงิ ใจตอ่ กนั ยาก คบหากนั เกีย่ วขอ้ งกนั เพราะผลประโยชนเ์ ปน็ ประมาณกไ็ มผ่ ิดนัก ดังนัน้ ผู้ใดมืคนทม่ี ืความจรงิ ใจมืเมตตาธรรมมาชอบมาสนทิ สนม ดว้ ย ก็ให้ถือว่าเปน็ บญุ ตัวแท้แลว้ รักษานํา้ ใจกนั ไวใหด้ ีเถิด ไมผ่ ิด หวงั แนน่ อน มคื นประเภทหนง่ึ เปน็ ผูม้ คื วามรกั ความปรารถนาดตี อ่ ผู้ อน่ื ด้วยความจริงใจ ตอ้ งการใหผ้ อู้ น่ื อยู่เย็นเปน็ สขุ พน้ จากการอยู่ ร้อนนอนทกุ ข์ คนประเภทน้ีมืทัง้ ทีเ่ กีย่ วขอ้ งกันโดยตรง ฟนเปน็ พอ่ แม่ เปน็ ครอู าจารย์ เปน็ ญาตผิ ูใ้ หญ่ และทไ่ี ม่เกย่ี วกันโดยตรง เฟน่ พระสงฆ์ ผใู้ หญ่ ผูป้ กครอง เปน็ ตน้ คนเหลา่ นีม้ นื ิสย์ เหมอื น กนั อยอู่ ยา่ งหน่ึงคือชอบสอน ชอบแนะนำ ชอบเตอื น ชอบหา้ ม ปรามคนอน่ื ๆ วา่ ควรทำอยา่ งนัน้ อย่างน้ี ไม่ควรทำอยา่ งน้ัน อย่างนี้ หรอื ทำอย่างน้ีไม่ดี อยา่ ทำตอ่ ไป อะไรทำนองน้ี บางครัง้ รุนแรงถงึ กบั ดดุ ่าพรอ้ มกันไปกบั การแนะนำ ถา้ ผนู้ ้ันเปน็ คนมื ซฑ๑มส๓าร๔สืปCl
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256