Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ธรรมสารทีปนี

ธรรมสารทีปนี

Published by Thalanglibrary, 2020-11-06 04:22:57

Description: ธรรมสารทีปนี

Search

Read the Text Version

ฟา้ ทีเ่ ขายังเรียกว่าปา่ หรอื ทีย่ งั รกั ษาความเปน็ ปา่ อยู่ไดก้ ็ เพราะว่ายงั มีตน้ ไม้อยมู่ าก ตราบใดทีต่ น้ ไมใ้ นปา่ นน้ั ยงั ขึน้ หนา แนน่ ความเป็นป่ากย็ ังคงอยู่ ตน้ ไมเ้ หลา่ น้ันแมจ้ ะตน้ เลก็ ตน้ นอ้ ย ก็มปี ระโยชน์แก,กันและกัน องิ อาคัยกนั เวลาลมพดั มาแรงๆ ก็ สว่ ยกนั ตา้ นทานผ่อนหนกั ให้เปน็ เบาได้ แตถ่ า้ ดน้ ไมใ่ ดเกดิ โดด เดย่ี วอยูใ่ นทุง่ หรืออยู่ในปา่ ใหญ่ แต่ดน้ ไม้ทง้ั เล็กท้ังใหญอ่ ่ืนๆ ถูกตัดถูกโค่นไปหมด เหลือยนื ดน้ อยเู่ พียงตน้ เดียว แม้จะเปน็ ไม้ ใหญร่ ะดบั ใดกต็ าม ไม่สัาก็จะถูกลมพดั หักโคน่ ลงจนไต้ เพราะสู้ ลมอยตู่ น้ เดียว ไหนเลยจะต้านทานลมแรงอยไู่ ดต้ ลอดไป ทา่ นเปรยี บต้นไม้ต่าง ๆ เหมือนกับญาตชิ องคนเรา คอื คนเรานน้ั ยอ่ มมญี าตมิ ากบา้ งน้อยบา้ ง ทไ่ี มม่ ญื าติเลยนัน้ เหน็ จะ ไมม่ ื เพราะความหมายของญาตใิ นท่ีนี้ มใิ สม่ งุ่ เฉพาะญาตสิ าย โลหติ เป็นพ่ีเปน็ น้องกนั ทางสายเลอื ดเท่านน้ั ยงั หมายรวมไปถงึ ญาตธิ รรม คอื ยู้ทีส่ นทิ สนมด้นเคยเป็นเพือ่ นเป็นพวกพอ้ งกันดว้ ย คนทม่ี ีญาตทิ ้ังสองประเภทนม้ี าก ๆ ยอ่ มได้เปรยี บ เหมือนกับ ตน้ ไมท้ เ่ี กดิ หนาแนน่ อยู่ในปา่ เพราะญาตนิ ้ันสามารถพีง่ พาอาตัย ไต้ สว่ ยเหลอื เกอ้ื ถูลไต้ เวลามภื ยั กส็ ามารถพากันเอาตวั รอดได้ แมจ้ ะเป็นญาตทิ ่ีมืกาลงั นอ้ ยกต็ าม เหมือนตน้ ไม้ในปา่ แมต้ น้ เล็ก ตน้ นอ้ ยก็มืกำลงั มคื วามสำคญั ทง้ั สิน อยา่ คดิ ว่าญาติทำใหต้ น เดีอดรอ้ นมากกว่า อยูค่ นเดยี วดกี วา่ อะไรทำนองน้ี เพราะคน เราต้องอยู่อาคยั กพั ) ตน้ ไมเ้ ลก็ กต็ อ้ งอาคยั ต้นไม้ทีใ่ หญก่ ว่าเปน็ ธรรมดา ตน้ ไม้ใหญก่ จ็ ะต้องอาคยั ตน้ ไมเ้ ลก็ บา้ งในบางคราว หาก ซร๑พแ๘าฬ๕ปป็

อยูโ่ ดดเด่ียวไมเ่ อาญาติไมเ่ อาพวก ไม,ฟา้ ก็จะถูก!ตดเดย่ี วเหมอื น กับตน้ ไมใ้ หญ่ทอ่ี ยกู่ ลางทุ่งนน่ั แหละ ไมน่ านก็จะถูกลมพดั โคน่ ลงจนได้ ญาติหรือพวกนัน้ คนเราจะท้ิงไมไ่ ด้ คนทีค่ ดิ วา่ ตัวเองไร้ ญาตชิ าดมติ รน้ันลองคดิ ดใู หด้ เี ถิดวา่ ตัวเองเปน็ คนทิง้ ญาตทิ ง้ิ พวก เปน็ คนทำตวั ใหไํ ร้ญาติขาดพวกเองใสห่ รอื ไม่ เพราะญาติ มิตรพวกพอ้ ง สามารถสรา้ งไดด้ ว้ ยการเสยี สละ ด้วยการมไี มตรี ด้วยการสว่ ยเหลอื เกึอ๋ ถลู กนั ดว้ ยความมนี ้ํา,ใจตอ่ กัน ขาดสิงเหลา่ นีแ้ ลว้ แมพ้ น่ี อ้ งคลานตามกันมา เขากไ็ ม่อยากนับวา่ เปน็ ญาติ ด้วย เพราะฉะนน้ั คนเราจึงต้องพึง่ พาอาตยั สง์ กันและกัน มาก บา้ งนอ้ ยบา้ ง ใครมีกำลงั มากกต็ อ้ งใหค้ นอน่ื อาตยั มากหน่อย ใคร มกี ำลงั นอ้ ย กต็ อ้ งทำตวั ใหน้ า่ สว่ ยเหลือ และส่วยเหลือตัวเองให้ มากก่อน ดูต้นไม้ในปาทีอ่ าตยั กนั และกันอยูจ่ นรกั ษาความเปน็ ปาของตนไว้ใตเ้ ปน็ แบบอยา่ งเถดิ ต้นไม้ท่ถี ูกลมพัดหักโคน่ เพราะอย่โู ดดเดีย่ วไฝมพี วก ไม่มีเพอ่ื นคอยสว่ ยต้านลมฉนั ใด คนทไ่ี ม่เอาญาตไิ มเ่ อาพวก ก็มกจะถกู ท้งิ ให้อยูเ่ ดียวดาย ว้าเหว่ และสดุ ทา้ ยกห็ มดลม ดามลำพงั เพราะไม่มใี ครสนใจจะมาแยแสดแู ลส่วยเหลือด้วย ฉันนนั้ . ๑๘๖ พวมสาฬปป็

ลนกบั ฟน้ สเจปี สนฺโต วิวทนตฺ ิ ฃปิ ปฺ ๋ สนธุ ยิ เต ปุน พาลา ปตตฺ าว ภซิ ซฺ นตฺ ิ น เต สมถมซฌฺ คู ฯ (กสั สปมันทยิ ซาดก) อ.ุ ซา.จตุฤก. ๒๗/๕๙๗/๑๓๖ ถ้าแมส้ ัตบรุ ุษท้ังหลายววิ าทถกเถียงกัน โม่ช้ากจ็ ะสมานกนั ได้ ผิดกบั พวกคนพาล ย่อมแตกกันโปเลยเหมอื นบาตรดนิ สงบกันมไิ ดเ้ ลย. ซ•ร๑าม๘สา๗วทปนี

การอยดู่ ว้ ยกนั ก็ตี การทำงานร่วมกันกด็ ี ยอ่ มจะมเี รี่องท่ี จะตอ้ งถกเถยี งหรอื ทะเลาะกนั บา้ งตามธรรมดาชองคนทย่ี งั มกื ิเลส จะให้สงบราบรี่นตลอดไปนัน้ เห็นจะไม1ได้ เพราะคนเราตา่ งจิต ตา่ งใจ มีความต้องการมคี วามคดิ เหน็ แตกตา่ งกนั การเห็นแยง้ กนั เปน็ เรอ่ื งปกติ และถา้ จะวา่ ไปแลว้ การเหน็ แย้งนัน้ อาจเปน็ สิง ดกี ไ็ ต้ เพราะการเหน็ แย้งทำใหอ้ ุกคดิ ทำให้ต้องทบทวนใหม่ แม้ จะเสยี เวลาไปบา้ งก็อาจทำใหร้ อบคอบช้ืน ไม1หละหลวมเหมือน วา่ ตามๆ กันไปโดยไม่มขื อั โตแ้ ย้งอะไร แตก่ ารถกเถยี งกนั หรอื การโตแ้ ยง้ กนั เพ่ือเอาชนะคะคานกนั นน้ั เปน็ เรอ่ื งท่ีเสียเวลา เปน็ เร่อื งไรส้ าระ และกอ่ ให้เกิดความเสียหายโดยสว่ นเดยี ว การถก เถยี งกนั ทอ่ี ผู่ในกรอบเท่านัน้ จงึ จะเป็นประโยชน์ ลตั บุรุษคอื คนดที ีย่ ดึ ถอี เหตุผลเปน็ หลกั เม่ือถกเถยี งหรือ โตแ้ ย้งกนั แลว้ กห็ าทางยุติ แล้วก็ทำงานรว่ มกนั ตอ่ ไปไต้ โดยไม่ เกบ็ เอาเรอ่ื งทีข่ ัดแย้งหรอื ถกเถยี งกนั นัน้ มาเปน็ อารมณม์ าถอื โกรธกนั ตอ่ ไป หรอื ถา้ เป็นสามภี รรยากัน หลังจากทะเลาะกนั แล้ว กด็ กี นั ลมื เรือ่ งทีท่ ะเลาะกนั ไป เพือ่ นฝูงกนั โตเ้ ถียงกนั แลว้ ก็คบ หากันเหมอื นเดมิ ไมถ่ อื โทษโกรธเคอื งอะไรกัน นค่ี อื ลกั ษณะชอง ลดั บุรษุ ส่วนคนพาลหรอื คนทเ่ี อาแตอ่ ารมณ์เอาแตใ่ จตัว เม่ือ ทะเลาะกนั แลว้ ก็แตกกนั ไปเลยตอ่ กนั ไมต่ ดิ อกี เหมือนบาตรดินท่ี ตกแตกเปน็ เสย์ งๆ แตกแลว้ กแ็ ตกไปเลย ไม,อาจเ!เอมประสานให้ เหมอื นเดิมไต้ นอกจากจะแตกกันแล้วยังก่อความไม่สงบให้แก่กัน และกัน ตามรังควานดู,กรณีต้วยความเคยี ดแคน้ สงิ ขังอกี ตา่ งหาก ซวร๑มส๘าร๘fliKI

คนพาลมลี ักษณะอยา่ งน้ี คนบางคนอาจเปน็ ผู้ใหญเ่ ป็นผู้'มีการ ฝ็กษาดมี ฐี านะดเี สยี ตว้ ยสำไป แตย่ ังมนี ลิ ัยพาลอยา่ งนอ้ี ยู่ในตัว ในหวั ใจเต็มท่ี ผใู้ หญ่เส่นนก้ี ็นบั วา่ เปน็ คนพาลแทท้ ีเดียว คนเราอยดู่ ้วยกนั ทำงานดว้ ยกนั จำต้องรับฟงั ความคดิ เหน็ ส์งมีเหตุมีผลของกันและกัน เห็นด้วยหรอื ไมเ่ หน็ ตว้ ย กฟ็ งั ไวก้ ่อน แลว้ หาเหตผุ ลมาหกั ล้างในเมอ่ื เห็นวา่ ไมถ่ กู ตอ้ ง คนดยี อ่ มจะฟัง เหตผุ ลของคนอ่ืนเสมอ ผิดกบั คนพาลสง์ มกั เอาแตใ่ จตวั เอง คดิ วา่ ตวั เองถูก ตอ้ งทะเลาะกันไปตลอดกาล หรอื ถา้ ต่างฝ่ายต่างก็ เปน็ คนพาลด้วยกนั กอ็ ยูด่ ้วยกนั ไม่ได้ ทำงานดว้ ยกนั ไม,ได้ ตอ้ ง แตกกนั ไปคนละทางสองทางเท่านัน้ ลไิ *กบิ ฟน้ ยอ่ มกระทบกนิ บ้างเปน็ ธรรมคา แตก่ ็อยู่ ดว้ ยกนได้ดว้ ยดี คนเรากเ็ หมือนก'น เมืออยู่ดว้ ยกินทำงาน ด้วยกินก็ย่อมกระทบกระทง่ํ กินหรอื ทะเลาะกินบา้ ง แต่ ควรทะเลาะกนิ อยา่ งสตบุรษุ คืออยา่ งมสื ติ แล้วก็แลว้ กินไป ไมถ่ อื เอามาเป็นอารมณ์อกี หากทะเลาะกนิ แบบคนพาลซง่ึ ทะเลาะกนิ แล้วกแ็ ดกกินไปเลย ย่อมนำแต่เรืองมาใหไ้ ม่ รจู้ บสนิ . ท■๑ท๘มสา๙ฬปป็

แค่ลมปากคน เสโล ยถา เอกฆโน วาเตน น สมรี ติ เอว0นินทฺ า ปสสํ าสุ น สมิณฺซนฺติ ปณฑฺ ติ า ฯ 'ย.ุ ธ. ๒๕'/๘๑/๓๑ ภเู ขาทนิ ลว้ นยอ่ มไมไ่ หวสะเทือนเพราะแรงลมฉันใด นัก ปราชญท์ ัง้ หลายก็ไมไ่ หวสะเทอื น เพราะคำนินทาและคำ สรรเสริญ ฉนั น้นั . ๑6๐ tm มสารทปี นิ

พระทา่ นวา่ ไวว้ ่า “คนท,ี ไฝถูกดา่ ไฝมใี นโลก” หมาย ความว่าไมม่ ีใครในโลกท่ีจะไม,ถกู ดา่ หรือถกู นนิ ทา จะโดนมาก หรือนอ้ ยเท่านัน้ เพราะเราจะไปหา้ มใครๆ ไมใ่ หด้ า่ เราไม่ได้ เมือ่ เขาอยากจะดา่ เขาก็ดา่ และดา่ ไดท้ กุ คน คนทีไ่ มพ่ ูด กถ็ กู ดา่ คนท่ี พดู มาก ก็ถูกดา่ คนทพ่ี ูดนอ้ ยหรือพูดพอประมาณ กถ็ กู ด่าเหมอื น กนั อยา่ วา่ แตค่ นเลย พระพุทธรปู ยังอยเู่ ฉยๆ ยงั ถูกมนษุ ยค์ ่อน ขอดเอาเลย ดงั คำโบราณวา่ “อันนนิ ทากาเลเหมอื นเทนาํ้ ไฝ ซอกซาเหมือนเอามดี มากรีดหิน แม้องค์พระปฏิมายงั ราดนิ มนษุ ย์เดินดินหรือจะสนิ คนนินทา,, ทำนองเดยี วกนั คนทเ่ี คย ถกู คนดา่ มาแลว้ จะไมเ่ คยมคี นเขาซมบา้ งกเ็ หน็ จะไม่มีในโลก แสดง ว่าคำนนิ ทาและคำสรรเสรญิ นเ้ี ปน็ เรือ่ งธรรมดาชองโลกจริง ๆ พระ ทา่ นจงึ เรยี ว1าเปน็ โลกธรรม เปน็ ของประจำโลก มีมานานแล้ว คำนนิ ทาและคำสรรเสรญิ นีจ้ ะมีขน้ึ ไดต้ อ้ งมีสาเหตุ กล่าว คอื เมอ่ื เซาเกลยี ดเรา หรอื เราไปซดั ขวางผลประโยชนข์ องเขา หรอื เราไมส่ ามารถทำประโยชนท์ เ่ี ขาต้องการใหใด้ เขากด็ า่ เขากน็ นิ ทา เรา แต่ถ้าเขารกั เรา หรือเราไมไ่ ปขัดขวางผลประโยชนข์ องเขา หรอื เราสามารถทำประโยชนต์ ามทีเ่ ขาต้องการไต้ เขาก็สรรเสรญิ เรา เรือ่ งมนั กม็ ีอยเู่ พยี งแค,น้ี เพราะฉะน้ัน นินทาหรอื สรรเสริญ นีจ้ งึ เอาแนไ่ มไ่ ต้ ไปยดึ ตดิ กไ็ ม่ได้ และมขี น้ึ มลี งเปลีย่ นแปลงได้ เสมอ วนั นเ้ี ขาชมเรา พรุง่ น้ีเขาอาจด่าเราก็ได้ วันนีเ้ ซาดา่ เราไว้ พรงุ่ นีเ้ ขาอาจมาชมเรากไ็ ด้ อยทู่ อ่ี ารมณข์ องเขา และอยูท่ ส่ี าเหตุ ตา่ งๆ ท่ีกลา่ วแลว้ ข้างดน้ เปน็ สำคัญ HTJM๑ร๙าร๑ท็ปนี

นักปราชญ์ทง้ั หลายเขา้ ใจเร่ืองนีด้ ี จึงไมย่ ินดยี ินรา้ ยใน เรอ่ื งนนิ ทาหรือสรรเสรญิ นัก กล่าวคอื ไม่แสดงอาการเรยใจจน เกินเหตเุ มอ่ื ถูกนินทาหรือถกู ดา่ แตก่ ็ไม่ดใี จจนเกินไปเม่ือถูกชม ถกู สรรเสริญ วางใจเปน็ กลางได้เสมอ ท่านให้ดูภูเขาทีเ่ ปน็ หนิ ลว้ นๆ เป็นตัวอยา่ ง แม้ลมจะพัดแรงแค่ไหน กพ็ ดั ให้ไหวสะเทอื น ไมไ่ ด้ คนทท่ี ำตวั ใหเ้ ปน็ เหมือนภเู ขาได้ ก็ยอ่ มจะไมฟ่ ูบลงเม่ือ ถกู ดา่ ถกู นนิ ทา และไม,ฟขู ึน้ เม่ือไดร้ บั คำชมคำสรรเสรญิ คดิ ว่า คำเหลา่ น้ีเปน็ เพียงลมปากของคน ลา้ หากไปยดึ ไปหลงเข้า กจ็ ะ ปลวิ ไปตามลมปาก ตอ้ งหวัน่ ไหว ตอ้ งทกุ ขร์ ะทม หรอื จมไมล่ ง เรือ่ ยไป เมื่อถกู นนิ ทาหรือไดร้ บการสรร!.สริญตอ้ งมสี ติ คอื ตอ้ งพิจารณาใหด้ วี า่ ท่ีเขาด่าว่านนิ ทาหรือท่เี ขาซมเขา สรรเสรญิ นนั้ มีความเปน็ จริงเพียงใด ควรปรับปรุงตวั หรือ ไม่ เพราะเมื่อคนดีซม กเ็ ป็นอันซม เมอื่ ตำหนิกเ็ ป็นอัน ตำหนิ ควรรบั พิงเป็นอย่างยิง เท่ากบเป็นกระจกเงาให้ แตถ่ ้าคนพาลตหิ รอื ซม มกเอาแน่ไมไ่ ต้ ต้องพจิ ารผาให้ รอบคอบท0ๆตว้ ให้เป็นเหมอื นถูเขาหินล้วนไวเ้ ป็นดี เพราะ ค0ๆนนิ ทาหรอื คำสรรเสรญิ ของคนพาล เอาเปน็ ประมาณ ไม่ไต.้ ©๙๒ ซฑมสาฬปป็

ตายแลว้ ไฝตาย - ตายก่อนตาย อปฺปมาโท อมต0 ปท0 ปมาโท มจฺจุโน ปท0 อปปฺ มตตฺ า น มยิ ฺยนฺติ เย ปมตตุ า ยถา มตา ฯ ขุ.ธ. ๒๕/ ๒๑/๑๙ ความไมป่ ระมาทเปน็ ทางไมต่ าย ความประมาทเป็นทางแหง่ ความตาย ผโู้ มป่ ระมาท ยอ่ มไม่ตาย ผู้ประมาทแลว้ เหมอื น คนท่ีตายแลว้ . ๑ธ,๓ ทรวมสารทีปป็

คำสอนทีเ่ ปน็ หัวใจของพระทุทธศาสนาคือคำสอนเรือ่ ง ความไมป่ ระมาท แมพ้ ระททุ ธเจา้ กอ่ นท่ีจะเสด็จปรินพิ พานกต็ รสั ไวเ้ ปน็ ปจั ฉมิ โอวาทวา่ “ทา่ นทงื้ หลายจงยงกิจทง้ื ปวงให้ถงึ พร้อมด้วยความไฝประมาทเถดิ ” ดงั นี้ เทา่ กบั วา่ ทรงสรุป ธรรมะคำสอนของพระองคไํ วท้ ค่ี วามไม,ประมาทนเ้ี อง ทา่ นเปรยี บ ไวเ้ หมอื นกับรอยเทา้ ของกัตวบํ กทกุ ประเภทในโลกปัจจุบนั ย่อม รวมลงอยูใ่ นรอยเทา้ ช้างทัง้ สนิ คอื รอยเท้าช้างมคื วามรงใหญ่ กวา่ รอยเทา้ ของสตํ ว์ท้ังปวง ธรรมะท้ังหมดกร็ วมอยใู่ นความไม่ ประมาทน้ี ความไม่ประมาทคอื ความไมอ่ ยอู่ ยา่ งปราศจากสติ หรอื จะกลา่ ววา่ เปน็ ตวั สตกิ ไ็ ด้ ในทางปฏบิ ัติ ความไม่ประมาทกับ สติเปน็ อยา่ งเดยี วกนั หมายถงึ ความไม่เผลอ ไมห่ ลงลมื นึกได้ อยู่เสมอ การทค่ี นเรามคี วามความระมดั ระวังกอ่ นทำกอ่ นพดู อะไร ไม1ให้เกิดความพลัง้ เผลอผิดพลาด เตือนใจตวั เองไดเ้ สมอ วา่ สงิ นค้ี วรทำ ส,ิ งนไ้ี ม,ควรทำ เปน็ เร่ืองซองความไม่ประมาท หรือสติทัง้ สนิ ทา่ นวา่ ความไม่ประมาทเปน็ ทางไม,ตาย คือเป็นเหตุให้ คนเราไม่เผลอไมม่ ัวเมาในแวติ เตอื นใหเ้ ห็นวา่ สวิ ิตเปน็ อย่างไร จะตอ้ งรีบทำอะไรใหเ้ ป็น่ประโยซนไว้บ้าง เมอ่ื เหน็ แลว้ ก็เตอื นให้ รบี ละเว้นความช้ว กระทำแตค่ วามดี และพยายามละความโลภ ความโกรธ ความหลงใหห้ มดไป เมอ่ื ทำไตร้ วติ ก็บริสทุ ธ้ิ และ สามารถบรรลุถงึ อมตบทคือพระนิพพานได้ในทีส่ ดุ สำหรบั คนท่ี ไม่ประมาทหรอื คนทีม่ ีสติอยู่เสมอ ย่อมสามารถประกอบกจิ ตา่ งๆ ซฑม8Tฬปปี

อนั เปน็ ประโยชน์แกต่ นและแก1ผอู้ น่ื ไดม้ าก เมอ่ื ยงั มีสวิ ติ อยู่ผูค้ น ก็ยกยอ่ งสรรเสรญิ แมส้ นิ แพไปแลว้ ผคู้ นก็ยงั กลา่ วขวญั ถงึ ผูใ้ ม่ ประมาทแม้จะตายไปแลว้ ก็ส์อว่ายงั ไม่ตาย เพราะเครอ่ื งหมาย ความดที ่ีตนทำไวย้ ังคงอยู่ ส่วนความประมาทกค็ อี ความเผลอสติ ความมว้ เมาอยใู่ น สวิ ิต ไมเ่ ห็นลจ้ ธรรมชองรวติ เม่ือเผลอไผล จึงโลดแลน่ ไปตาม กระแสจติ และกระแสโลก เมอ่ื เป็นอยา่ งน้ี กม็ แี ต1จะทำให้ตาย คอื ตายไปจากความดงี ามตา่ ง ๆ สง์ ตนควรจะได้ทำและควรจะได้รับ เปน็ ผลตอบแทน และอาจทำใหต้ วั ตายไปจรงิ ๆ ดว้ ย ฟนฃบั รถ ด้วยความประมาท ทำงานดว้ ยความประมาท พูดดว้ ยความ ประมาท เป็นดน้ ส์งลว้ นนำความวบิ ตั มิ าใหท้ ง้ั สนิ คนทีป่ ระมาท แลว้ อย่างน้ี แมจ้ ะยงั มสี ิวติ อยู่ กไ็ มต่ า่ งอะไรกบั คนท่ีตายแลว้ เพราะคนทต่ี ายแลว้ ไม1ทำความดีงาม ไม่ทำประโยชน์อะไรได้ อกี แลว้ คนดายแลว้ แต่ยงไม่ตาย ก็เพราะมีชวี ติ อยูอ่ ย่างไม, ประมาท สว่ นคนเปน็ ท่ตี ายแล้ว กเ็ พราะมชี ีวิตอยอู่ ย่าง ประมาท ผมู้ ปี ญั ญาชอบอยู่ด้วยความไม่ประมาท คนพาล ซอบอยู่ด้วยความประมาท ชวี ติ เปน็ ของเรา เราจะใหอ้ ยู่ อยา่ งไรกไ็ ด้ แตก่ ็ตอ้ งพจิ จารณาดูให้ถ่องแท้ เพราะค้าใช้ ชีวิตผดิ พลาดไป กเ็ สียทที ่ไี ดเ้ กิดมามีชีวิตกบเขาหนหนงึ่ โอกาสทจ่ี ะแกต้ วใหม่อาจไม่มีเลย. ๑๙๕ 8ฑม{ทฬปปี

เจรญิ ยศ อฏุ จานวโต สตมี โต สจุ ิกมมฺ สสฺ นิสมมฺ การโิ น สณฺณตสสฺ จ ธมมฺ ซวี โิ น อปฺปมตฺตสฺส ยโสภิวฑฺฒติฯ ฃ.ุ ธ. ๒๕'/ ๒๔./๑๙ บคุ คลผูม้ คี วามห ม่ัน เพ ยี ร มสี ติ มกี ารงานสะอาด คดิ รอบคอบก่อนทำงาน สำรวมระวงั เป ็น อ ยู่ โดยธรรม และไม่ประมาท ยอ่ มเจริญ ด้วยยศ. 01ร๑มส{>า1๖ทปี นิ

ยศ หมายถงึ การยกยอ่ งนบั ถือเกยี รตซิ องคน เป็นเครอ่ื ง กำหนดหมายฐานะหรือขันซองบุคคลว่าอยูใ่ นระดบั ใด ทา่ นแบง่ ยศออกเปน็ ฅ อยา่ งคอื อสิ ริยยศ คือ ความเปน็ ใหญ่ ยศทแ่ี สดง ถงึ ความยิงใหญ่ เกยี รติยศ คือสอ์ เสยี ง ความยกยอ่ งนบั ถือ ความมหี นา้ มตี า และบรวิ ารยศ คอื พวกพ้อง คนท่ีแวดล้อม คน ท่ีคอยสว่ ยเหลอื ยศทง้ั ฅ อยา่ งนเ้ี ปน็ ทีต่ อ้ งการซองคนท่ัวไป เพราะผมู้ ียศอยา่ งใดอย่างหนึง่ หรอื หลายๆ อยา่ ง ย่อมจะไต้รับ ความสะดวกสบาย ไต้รบั ความสำเร็จในสงิ ทีป่ รารถนามากกวา่ คน ท่ีไฝมียศ แต่การทจ่ี ะไดม้ าสง์ ยศ หรือเมือ่ ไต้มาแลว้ จะรกั ษายศไว้ ไตห้ รอื ยศจะเจริญกา้ วหนา้ ซ้ึนไปเรอ่ื ยๆ นัน้ ทา่ นว่าจะต้องทำตน ให้เปน็ คนมธี รรม ๗ ประการต้วยกัน คอื ๑. ต้องมศี วามหมน่ํ เพียร คอื เปน็ คนซยนั มีความรบั ผิดชอบในกิจตา่ งๆ ทีต่ นพงึ ทำ ไร. ต้องมสี ติ คอื รกั ษาสติ ระวงั ตวั อยู่ตลอดเวลา ควบคุม สตอิ ารมถรไต้ ฅ. ตอ้ งมกี ารงานสะอาด คืองานทีท่ ำตอ้ งเป็นงานสุจริต ไม,กอ่ ทกุ ซก์ ,อโทษใหใ้ คร ๔. ต้องคิดให้รอบคอบfiอนทำงาน คอื เปน็ คนรอบคอบ ถถ่ี ้วน พิจารณากอ่ นทำกิจเสมอ ๕. ต้องส์ารวมระวิง คอื เปน็ คนมคี ลื มีกรยิ ามารยาทดี สงบเสงย่ี มเรียบรอ้ ย ๖. ตอ้ งเปน็ อย่โู ดยธรรม คอื เปน็ คนมน่ั คงอยู่ในคลื ใน ๑๙๗ tn1Hศาฬปป็

ธรรม ยึดธรรมเปน็ หลักดำเนนิ รวิต ๗. ตอ้ งไฝประมาท คือไม,มัวเมา ไม,ปลอ่ ยวางสติ ไม่ทำ งานให้เกดิ ผิดพลาดเสยี หาย ถา้ ต้องการมียศ ฟนตอ้ งการเปน็ ใหญ่ ต้องการใหเ้ ขายกย่อง นับถือ ตอ้ งการมพี วกมากๆ ก็ตอ้ งปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ธรรมข้าง ตน้ ใหไํ ด้ เมอ่ื ทำได้ ยศท่ียังไม่มกี จ็ ะมี เมอ่ื มแี ลว้ กจ็ ะรักษาไวไ้ ด้ และจะเจรญิ ถา้ วหน้าย่ิงขน้ึ โดยลำดบั เมือ่ ไตย้ ศมาโดยลกั ษณะนี้ ยศจะอยูไ่ ดน้ าน เป็นทย่ี อมรับของคนทัว่ ไป แต่ยศท่ีได้มาโดยไม่ ชอบธรรม ไม1เปน็ ไปตามหลักธรรม ยอ่ มไม,ยง่ั ยืนถาวร และคน เขาไมย่ อมรบั กนั ถ้าหมดยศลงเมือ่ ไร ก็จะตกอับลงทันที ตอนน้ื แหละจงึ จะรวู้ า่ ยศทีไ่ ต้มาโดยไมถ่ กู ธรรมนน้ั ก่อทุกฃใํ หอ้ ยา่ งไร เพราะยศนน้ั ไมเ่ ขา้ ใครออกใคร อยูก่ บั คนดี กท็ ำใหด้ ยี ง่ิ ๆ ขน้ึ อยกู่ บั คนพาล ก็ทำใหเ้ ส์อมลง นำความหายนะมาให้ จึงไม่ควร ชะล่าใจไป จะดงั้ ใครให้มยี ศใหเ้ ปน็ ใหญ่ จะนบั ถอื ยกย่องใคร จะ ยอมตนเปน็ พรรคพวกของใคร หรือจะยินยอมใหใ้ ครเข้ามา เป็นพวก จะต้องเลอื กให้ตี จะไดไฝผดิ หวงในภายหลง้ ได้ ยศแลว้ ไฝพงึ เมายศ ไฝพึงแสวงหายศโดยไฝถกู ทาง เพราะ ยศฟนนัน้ ทำใหด้ นหมดราคาหมดศักดิ0ศรี. ธรรมร่ารฟ้ปปี

คนด ๔ ระดบ ทกฃฺ ํ คหปต0 สาธุ สํวภิ ซฺซณจฺ โภซนํ อหาโส อตถฺ ลาเภสุ อตถฺ พยุ าปตฺติ อพยุ โถ ฯ (อินทริยซาดก) ฃ.ุ ซา.อฎฐก. ๒๗/๑๒๐๙/๒๔๗ สำหรับคฤหัสถ์ ความขยันเปน็ ความดีขั้นตน้ มโี ภ?เนาหาร แล้วแนง่ ปัน เปน็ ความดขี น้ั สอง ไตล้ าภผลอะไรแลว้ ไม่หลง ระเริง เป็นความดีขั้นสาม ถงึ ความวบิ ตั ิจากลาภผล กไ็ ม่ ลำบากใจ เปน็ ความดขี ้นั ส ี่ ๑6ส 0วใมสาวทิปนี

สมัยโบราณทา่ นจดั อนั ดบั ความดซี องคนไวเ้ ปน็ ชน้ั ๆ โดย ก7คนดเอาลักษณะอปุ นลิ ยั ทผ่ี ูน้ น้ั แสดงออกมาเปน็ เกณฑก์ ำหนด ทัง้ น้ี เพ่ีอใหร้ ูว้ ่าผใู้ ดมลี ักษณะนลิ ัยอยา่ งไร เปน็ คนประเภทใด ควรคบหรือไม่ควรคบ ควรเลอื กเป็นสามีภรรยาหรอื ไม่ควรอย่างไร เปน็ ต้น จะวา่ เปน็ ตำราหมอดูแบบหน่ึงกไ็ ดั อนั ดบั ทีว่ า่ นีม้ อี ยู่ ๔ อนั ดบั ดว้ ยกนั คอื ผ ้ใู ดมคี วามซย้นหมน่ั เพยี ร ไม่เกยี จครา้ นในการงาน หนกั เอาเบาล้ ไมท่ อ้ ถอย หลงั สฟั า้ หนา้ สด์ นได้ ไม่หยบิ หย่ง มี ความรบั ผิดชอบในการทำมาหากนิ ผูน้ ้ัน!เอวา่ มคี วามดใี นระดบั ตน้ เพราะความซยนั อยา่ งนท้ี ำไดใมย่ ากนกั ผู้ใดมอี าหารหรอื มีของกนิ อะไรแลว้ คิดถึงคนอนื่ คอื คดิ ถงึ ผู้มพี ระดณุ ฟนพ,อแม่ คิดถงึ พน่ี อ้ ง คิดถงึ เพือ่ น คิดถงึ คนท่ีเคยอปุ การะตนมา เป็นตน้ ตอ้ งการใหค้ นเหล่านัน้ ไดล้ ม้ิ รส ซองนน้ั บา้ ง แล้วก็จัดแจงแจกแบ่งไปใหต้ ามมากตามน้อย คน อยา่ งนเ้ี รยี กว่าเปน็ คนมีนา้ํ ใจ มอี ปุ นลิ ัยเอ้ือเฟ้อ จดั ว่ามคี วามดี ในระดบั สอง เพราะทำไดย้ ากซึน้ ไปอีกระดบั หนง่ึ ผู้ใดไดล้ าภผลอะไรแล้วไม่หลงระเริงดีใจจนเกนิ เหตุ ฟ,น1ดย้ ศตำแหน่งมา กไ็ มแสดงอาการใ!!เซ้ึน คอื ไม,ลงิ โลดจนออก นอกหนา้ สง์ แสดงถงึ ความเปน็ คนตกอยู่ในอำนาจซองโลกธรรม ไม,อาจวางใจเฉยได้ คนทีไ่ ด้อะไรแลว้ หลงระเริง หลงติด หรอื ตก เปน็ ทาสซองสงิ นัน้ ย่อมจะทกุ ซ์ระทมเพราะผิดหวังในโอกาสต,อไป ธรร๒ม๓๐ร๐ทปี ปี

เพราะลาภย่อมดูก่ นั กับเสอ์ มลาภ หากทำใจให้เป็นกลางไม,ได้ เวลาเสอ์ มลาภจะทกุ ขร์ ะทมหนัก พอๆ กบั ดใี จเมอ่ื ไดล้ าภ ผู้ที’่ไม่ หลงระเรงิ ดใี จจนเกนิ เหตเุ มือ่ ไดล้ าภผลอยา่ งนี้ จดั ว่ามีความดีใน ระดบั สาม เพราะทำสิงทีท่ ำไดย้ ากยงิ ชืน้ ผูใดประสบกบความวบิ ดอย่างใดอยา่ งหนง่ึ เปนเส์อม ลาภทต่ี นได้มา หรือตอ้ งพลดั พรากจากคนทร่ี กั จากสิงทต่ี นรัก แต่ กไ็ มล่ ำบากใจ ไมเ่ สียใจ สามารถทำใจใหเ้ ปน็ ปกติ ตง้ั สตไิ ต้มน่ั คง คิดอยูเ่ สมอว่าสิงท่ีเกดิ ชืน้ มานน้ั กต็ อ้ งเ!เอมไปทง้ั หมด ตอ้ งพลัด พรากจากกนั ทัง้ หมด ยดึ มน่ั ถอื ม่ันอะไรไม่ไต้ลักอยา่ งเดยี ว คนท่ี ทำไตอ้ ยา่ งนีจ้ ัดวา่ มีความดีระดบั ส์ แงสงู ทีส่ ดุ เพราะทำไต้ยากยงิ ใครจะมคี วามดีระดับใด ก็ลองนำจิตใจและอปนสิ ยั ที่ แท้จรงิ ของตนข้นึ มาชัง่ กับตาช่งั มาตรฐานทีค่ นโบราณว่าไว้ ดูเถดิ ก็จะสามารถรูไดด้ ว้ ยดัวเอง และเมื่อรูแ้ ล้ว กจ็ ะได้ เกิดความภูมใิ จเมือ่ ร้วู ่าตนมีความดอี ยใู่ นระดับใด หรอื ล้า หากชั่งดแู ลว้ ยงิ ไม1ติดอนิ ดบั กจ็ ะไดย้ กระดับดัวเองให้สูง ขน้ึ เพือ่ จะได้ติดอินดบั กบเขาบ้าง ตาช่งั เครอื่ งนีม้ ีประโยชน์ อย่างนแี้ หละ. DT๒Oim0ฬ๑ปป็

ความเสอี มของสาม เสหิ ทาเรหิ ฮสนตฺ ุฏโฺ ธ เวสิยาสุ ปทสุ สุ ติ ทุสสฺ ติ ปรทาเรสุ ต0 ปราภวโต มุข0 ฯ ช.ุ ส.ุ ๒๕/๑๐๘/ฅ ๙๒ ผูใ้ มพ่ อใจด้วยภรรยา?เองตน ไปสมสู่กับหญิง?เายตวั บา้ ง กับ ภรรยา?เองผอู้ ่นื บา้ ง การกระทำเยน่ นนั้ เปน็ สาเหตแุ หง่ ความ เส ่ือ ม ?เองเขา. ๒๐๒ ททมรทวทีปน็

ในทางศาสนา ทา่ นถอื ว่าสามจี ะตอ้ งเปน็ หวั หนา้ ครอบครวั ผูเ้ ปน็ หวั หน้าครอบครัวจะตอ้ งทำหนา้ ทีช่ องตนใหส้ มบรู ณ์ ครอบ ครวั จึงจะอบอ่นุ และมคี วามสุข โดยเฉพาะต้องปฏปิ ้ตตนตอ่ ภรรยา ดว้ ยดี หน้าท่ีทีส่ ามีจะตอ้ งปฏิบัตติ ่อภรรยา คอื ต้องยกย,องนบั ถือ ภรรยาของตนใหป้ รากฏแก1สาธารณซน เปน็ การยอมรับความ เปน็ สามีภรรยากนั โดยเป็ดเผย ตอ้ งไม,ดหู มิ,นดแู คลนภรรยาของ ตน เพราะภรรยาทีถ่ ูกสามดี ถู กู เหยยี ดหยามแล้ว ใครเล่าเขาจะ มานบั ถือจะมายกยอ่ ง ถึงคนอน่ื ตง้ั รอ้ ยคนจะยกย่องภรรยาตน แตต่ นกลับดหู มิน่ เหยยี ดหยาม คำซมของคนอน่ื นน้ั จะมปี ระโยชน์ อะไร คำซมของสามแี มเ้ พียงคำเดยี ว ยอ่ มมคี ่าซโลมใจภรรยาได้ มากกวา่ คำซมของคนอืน่ ต้ังร้อยคำพนั คำ อีกทัง้ สามจี ะตอ้ งมอบ ความเปน็ ใหญใ่ นการดูแลเรอ่ื งภายในบ้านใหภ้ รรยา ใหอ้ สิ ระใน การจัดในการทำกจิ ตา่ งๆ ภายในบา้ น งานนอกบา้ นคอื งานหา รายไตค้ วรเปน็ หนา้ ท่ีชองสามี แตง่ านในบา้ นควรเปน็ หนา้ ทช่ี อง ภรรยา โบราณเขาแบ่งกนั มาอย่างน้ี แต่สมัยนต้ี ่างกนั เขาวา่ อยา่ งนน้ั จึงตอ้ งทำงานหนกั ดว้ ยกนั ทง้ั ดู่ เพราะไปแยง่ หนา้ ทก่ี นั ทำ หรอื ทำหนา้ ท่ีกนั ไฝสมบรู ณน์ ้นั เอง แมก้ ารใหก้ ำลังใจแกภ่ รรยา ดว้ ยการหาของขวัญใหใํ นโอกาสสำคญั ๆ เ?เนวนั เกดิ วนั ครบ รอบแต่งงาน เปน็ ตน้ ผเู้ ปน็ สามกี ไ็ ม,ควรมองข้ามไป เพราะ ธรรมดาผู้หญงิ ย่อมต้องการของซวญั ต้องการเครือ่ งประดบั จากสามี เรอ่ื งทส่ี ำคญั ท่ีสดุ ในสิวิตครอบครัวคอื ความแอลตั ย'ของ สามี ความรกั เดียวใจเดยี ว ไม่ประพฤตินอกใจภรรยาของตนไป ๒00) DTMMmfhld

ม ีหญิงอน่ื สามที ไ่ี มพ่ อใจดว้ ยภรรยาของตน แลว้ นอกใจภรรยา ไปหาความสขุ กบั หญงิ อืน่ จะเปน็ เพยี งครง้ั คราวหรอื ยา่ งเปดิ เผย ก็ตาม จะดว้ ยเหตใุ ดก็ตาม ถอื ว่าเป็นความเสียหายรา้ ยแรงสำหรบั สามี เปน็ การทำร้ายจติ ใจชองภรรยาอยา่ งสาหสั ทีส่ ดุ ไมม่ ีการ กระทำใดท่ีจะร้ายแรงเทา่ น้ีอกี แลว้ เพราะเป็นการฆ่ากันทัง้ เปน็ ทา่ นถอื ว่าเปน็ คนเสยี ส์โจจะทีเ่ คยใหก้ นั ไว้กอ่ นทีจ่ ะอยกู่ นิ ดว้ ยกนั คนทีเ่ สยี ส์จจะนน้ั กเ็ ป็นท่ีรก้ นั ว่าเปน็ คนทีเ่ สยี หายแค,ไหน คนเรา น้ันแมจ้ ะยากจนแมจ้ ะมีฐานะตาต้อย แตก่ ส็ ามารถมเี กยี รติม ี ดก้ ดศ๋ึ รไี ต้ ตว้ ยการมสี จํ จะและรักษาส์จจะ หากไมร่ กั ษาสจ์ จะใน เรอ่ื งครอบครวั กจ็ ะมแี ตค่ วามหายนะ มแี ตค่ วามเสอ์ มลงเร่ือยๆ สขุ ภาพจติ กเ็ สอ์ ม สวี ิต'ในครอบครัวก็เส์อม ความนยิ มจากผู้คน รอบขา้ งกเ็ สอ์ ม มันเส์อมรอบตา้ นเลยทเี ดยี ว ความซื่อสพั ตอ่ กนเปน็ หวใจของสามีภรรยา สามีท่ี แมจ้ ะบกพร่องในหน้าท่ีอ่ืนบา้ ง แต่รักษาความซ่อื สตั ยต์ ่อ ภรรยาไวใดไ้ ฝนอกใจ ไฝมก้ มากในกามคุผกฃั หญิงอืน่ จัด ว่าเป็นสามที ีด่ ีได้ และสามารถทำให้ครอบครัวอบอุ่นมีความ สขุ ได้ ที่เขาอยูก่ ันอยา่ งเป็นสขุ จนแก1จนเผา่ ก็เพราะมคี วาม ซอ่ื สตั ย์นเ่ี อง ทีเ่ ปน็ โฟทองคล้องรกั และคลอ้ งใจของกันและ กนไวต้ ลอดมา. ธฬ๒พท๐ฟ๔เ่ ปป็

คุณสมบตของคนด โย เว กตณณฺ กู ตเวทิ ธีโร กลฺยาณมิตโฺ ต ทฬหฺ ภตฺติ จ โหติ ทุกฺฃติ สสฺ สฤกจฺจ กโรติ กิจจฺ ํ ตถาวธิ ํ สปฺปุรสิ ํ วทามิ ฯ (สรภงั คซาดก) ชุ.ชา. จตุตาฬีส. ๒๗/๓๐๕๑/๕๔๒ ผ ู้มีปรีชาใด เปน็ คนกตัญ ญ กตเวที ๑ เป น็ กลั ยาณ ­ มิตรผู้มีความสนิทสนมม่นั คง ๑ ตง้ั ใจชว่ ยเหลอื ผู้มีความทุกข์ ๑ ผูเ้ ชน่ นั้นเรียกไดว้ า่ “ค น ด ี,, ๒๐๕ ทรวมสารท็ปนี

เมือ่ เอย่ ถงึ คำวา่ “คนด”ี กม็ กั จะคดิ กนั วา่ เปน็ คนทล่ี งั คม ตอ้ งการมาก หรอื เวลาเราจะไปคบหากบั ใครจะไปอยูร่ ว่ มกบั ใคร เรากจ็ ะมองกอ่ นวา่ เขาเปน็ คนดหี รอื ไม, และมักจะสงลยั กันว่าคน ดที ่ีวา่ นน้ั มีลกั ษณะอย่างไร มีอะไรเปน็ เครอ่ื งวดั วา่ เขาเป็นคนดี ขอ้ สงลัยนีม้ มี าแต่โบราณแลวั ในพระพุทธศาสนาทา่ นกใ็ หแ้ นว พิจารณาไว้หลายแนวต้วยกนั หรอื จะกล่าววา่ ท่านบอกลกั ษณะ ของคนไว้ว่าถ้าผู้ใดเปน็ อย่างนี้ ก็ให้ถือไตว้ า่ ผ,ู้นัน้ เป็นคนดี พระ บาลขี ้างตน้ นก้ี เ็ ปน็ การบอกลกั ษณะคนดไี ว้ ฅ แบบ ทัง้ ฅ แบบ นล้ี ้วนเป็นลกั ษณะของคนดที ้ังสิน คือ ผูใ้ ดเปน็ คนกตญณกู ตเวที คอื เปน็ คนทีร่ แู้ ละยอมรับ ความดที ่ีเราเรยี กว่าบญุ คณุ ของผู'้อน่ื ด้วยความสำนกึ ทเ่ี กดิ ขน้ึ เอง ในใจ และหาทางตอบแทนบุญคณุ ของเขาอยูเ่ สมอ ไม่มองขา้ ม บุญคณุ ของผ'ู้มอี ุปการะแก่ตนมากอ่ น คนอยา่ งนีเ้ แอไตว้ า่ เป็นคนดี ผใู้ ดเป็นกลั ยาณมติ รของเพอื่ นได้ คือเปน็ เพือ่ นแห้ มี ความสนิมสนมแนน่ แฟน้ เป็นเพือ่ นทม่ี ีนํา้ ใจ?เวยเหลือเพอ่ื นไดใน ยามอับจน คอยแนะนำสงิ ท่ีเปน็ ประโยซนให้รู้ หากว่าเพอ่ื นกำลัง เพลย่ี งพล้ําก็เตอื นเพอ่ื น คอยหา้ มปรามเพือ่ นมิใหห้ ลงผิดตอ่ ไป เพ่ือนทไ่ี มท่ อดท้ิงเพอ่ื น รว่ มสขุ ร่วมทุกข์กนั แม้!!วิตก็สามาถสละ ให้เพ่ือนไต้ เพ่ือนอยา่ งนีแ้ หละเรยี กวา่ เพ่ือนแห้ ผูท้ มลี กั ษณะ เพ่ือนแห้อยา่ งนีก้ เ็ !เอไตว้ า่ เปน็ คนดี ผ้ใู ดตั้งใจสว่ ยเหลอื ผ'ู้มคี วามทุกฃํได้ คือเปน็ คนมีนํา้ ใจ ๒มส๐า'r๖fhKJ

เหน็ ใครตกทกุ ขไต้ยากกย็ น่ื มอื เข้าส่วยเหลอื กลา่ วให้ยดั กค็ อี คน ทีม่ นี ํา้ ใจส่วยเหลือคนยากคนจน ส่วยเหลอื คนตกทุกขไํ ดย้ าก ส่วยเหลอื กจิ การต่าง ๆ ของหมูค่ ณะดว้ ยความต้ังใจและจรงิ ใจ ดว้ ยความเลยื สละ มิใสเ่ พ่ีอผลตอบแทน มิใส่เพอ่ี เอาหนา้ เอาตา มใิ สเ่ พอ่ี คะแนนเลยื ง เป็นตน้ คนเส่นนก้ี เ็ สอ์ ได้วา่ เปน็ คนดี และเปน็ คนดรี ะดบั สูง เป็นคนดที ่ีนา่ ยกยอ่ งสรรเสรญิ กวา่ คนดี ประเภทอืน่ ๆ เพราะทำสงิ ทท่ี ำไตย้ าก เม่ือกลา่ วว1าผมู้ ลื กั ษณะอยา่ งนีเ้ ปน็ คนดี กเ็ ทา่ กับบอกให้ รวู้ า่ คนทีข่ าดลกั ษณะนี้ หรอื คนท่ีมลื ักษณะตรงกันขา้ มจากน้ีเป็น คนไมด่ ี เมือ่ เป็นคนไมด่ กี เ็ ทา่ กบั เป็นคนเลวนัน่ เอง จะเฟืนหาคนดมี าเป็นเพอื่ นมาเป็นคู่ครอง หรือมาเป็น ตวั แทนของตน จะตอ้ งพิจารผาใหถ้ อ่ งแท้ เพราะคนด,ีน้ัน เปน็ กันไต้ดว้ ยการกระทำ มิใฟเป็นกนั ไดด้ ว้ ยปากทึ่พดู โอ้ อวดว่าฉันเปน็ คนดี เพราะคนดีดว้ ยปาก๗ นนัน้ ทำให้คนที่ เแอผิดหวง ทำให้เดอื ดรอ้ นล่มจมมามากต่อมากแล้ว. ๒๐๗ เรฑมสา'ฬเปปี

ยาอายุวฒนะ อภวิ าทนสลี สิ สฺ นจิ จฺ ํ วฑุ ฒฺ าปจายโิ น จตฺตาโร ธมุมา วฑฒฺ นฺติ อายุ วณโฺ ณ สขุ 0พล0 ฯ ข.ุ ธ. ๒๕/๑๐๙/ฅ ๗ ธรรม ๔ ประการคือ อ ายุ วรรณะ สุ'ยะ พละ ยอ่ มเจรญิ แก1 บ คุ คลผมู้ ีปกติกราบไห วผ้ ู้อ่อนน้อมต่อผู้ให ญ เ่ ป็นนจิ . ๒๐๘ ธรรมรทรทป็ น

ธรรมเนยี มไทยแทแ้ ตโ์ บราณมา ผนู้ อ้ ยต้องเคารพนบนอบ ผใู้ หญ่ อ่อนน้อมถอ่ มตนอยเู่ สมอ ผูใ้ ดอยู่ในฐานะควรไหว้กไ็ หว้ ผใู้ ดอยู่ในฐานะควรกราบกก็ ราบ เรียกวา่ เป็นคนมือออ่ นเท้าออ่ น ไม,แข็งกระดา้ ง รักษากริ ยิ ามารยาทแบบผู้ตมี ตื ระกลู เรอ่ื งน้ปี ฏบิ ต้ สบิ ๆ กนั มาจนกลายเปน็ วัฒนธรรมไทยประการหนง่ึ แงเปน็ ทเ่ี แด หน้าชตู าประเทศชาตไิ ดเ้ ปน็ อยา่ งดี ทง้ั น้ี เพราะคนไทยเราไดร้ บั อิทธิพลเรือ่ งนีม้ าจากพระพทุ ธศาสนา ในพระพทุ ธศาสนานน้ั ทา่ นสอนใหพ้ ระภกิ ษสุ ามเณรอ่อนนอ้ มถ่อมตนต,อพระเถระตาม ลำดบั ข้น สง์ เรยี กว่าตามลำดบั อาวโุ ส คอื ผูบ้ วชภายหลงั จะตอ้ ง เคารพ จะต้องกราบไหว้พระผอู้ าวโุ สกวา่ แม้จะบวชกอ่ นเพยี งวัน เดยี ว เม่ือคนไทยยอมรับนับถอื พระพุทธศาสนากถ็ อื วัฒนธรรม ทางศาสนาในขอ้ นีม้ าปฏฟิ ้ตดว้ ย และกลายเป็นวฒั นธรรมไทยไป ในทีส่ ุด ความจรงิ คนเราทกุ คนชอบคนทีอ่ อ่ นนอ้ มถ่อมตน มืลมั มา คารวะ รูจ้ ักผใู้ หญ่ ไมช่ อบคนทแ่ี ขง็ กระด้าง ขาดคารวะ ไมร่ ูจ้ กั ผหู้ ลักผูใ้ หญ่ ไม่รูท้ ีต่ าท่ีสงู หากไดพ้ บเหน็ เด็กหรอื ผูใ้ ดเปน็ คนท่ี อ่อนน้อม รู้จักกราบ รูจ้ ักไหว้ เปน็ คนเรยี บรอ้ ย มีมารยาทงาม ก็จะชอบใจให้ความเอ็นดู และดอ้ งการทีจ่ ะสนับสนนุ ให้เปน็ ใหญ่ ให้มหี นา้ มีตา ให้มยี ศตำแหนง่ ทส่ี งู ขึน้ ตรงกันขา้ ม หากเหน็ ผูใ้ ด เป็นคนแข็งกระดา้ ง มารยาทไมเ่ รียบร้อย ไม่รจู้ กั ทีต่ าท่ีสงู ขาด ลมั มาคารวะ ยอ่ มไม,ถูกใจ ไมอ่ ยากจะสนบั สนนุ ใหก้ ้าวหน้า ไม่ อยากจะใหเ้ ปน็ ใหญต่ อ่ ไป เพราะรงั เกียจกริ ยิ ามารยาทของผูน้ น้ั ๒๐๙ บฬมศารทปน

คนทผ่ี ูใ้ หญ่สนับสนุนกด็ ี คนทีม่ คี วามอ,อนนอั มถอ่ มตน ดงั กล่าวก็ตี ทา่ นว่าย,อมเจรญิ ด้วย อายุ วรรณะ สขุ ะ พละ กล่าว คือเจรญิ ด้วยอายุ คอื ทำใหม้ สี วิ ติ อยู่อยา่ งสะดวกสบาย มผี ู้,คอย อปุ ถมั ภ์ ทำให้อายยุ นี ยาว เจรญิ ด้วยวรรณะ คอื ทำใหม้ เี กยี รติ มี?เอเสียง เมอ่ื มเี กยี รตมิ ี!เอเสยี ง หน้าตาผวิ พรรณกผ็ อ่ งใส เจรญิ ด้วยสซุ ะ คอื เม่ือมรี เ็ วติ อยู่อยา่ งสะดวก ม!ี !อเสียงเกยี รตยิ ศ หน้า ตาผอ่ งใส ความสขุ กายสขุ ใจกเ็ กดิ ขน้ึ เจริญดว้ ยพละ คอื เมือ่ สขุ กายสขุ ใจด้วยเหตตุ า่ งๆ แล้ว กำลังกายกำลังใจกด็ ีขน้ึ เมอ่ื มีเกยี รตมิ ยี ศ กำลงั พวกก็ตามมา เม่ือมกี ำลังพวกมาก กม็ ี ทางหาทรพั ยส์ มบต้ ไดใม่ยาก กลายเปน็ คนมกี ำลังทรพั ย์เพม่ิ ขึน้ รวมความแลว้ อายุ วรรณะ สฃุ ะ พละ น้ันเกดิ ขึน้ มาไดเ้ พราะ อาดยั ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความรู้จกั กราบรจู้ กั ไหว้ มีลมั มา คารวะตอ่ ผ'ู้หลักผู้ใหญเ่ ป็นสำคญั คนฉลาดย่อมเก็บความฉลาด ความเขม้ แขง็ ความรอบ รู้ และคุณธรรมของตนไวข้ ้างใน แดแ่ สดงความอ่อนออกให้ คนเหน็ คอื เปน็ คนอ่อนนอก แขง็ ใน มดิ กับคนเขลา มักอวด ความแขง็ กระดา้ งออกมาข้างนอก แด่ขา้ งในอ่อนแอไมจ่ รงิ จงั อะไร คือเปน็ คนออ่ นใน แขง็ นอก ในคนสองประเภทน้ี คน ประเภทแรกเท่านนั้ ทค่ี นท่วั ไปควรนยิ มยกย่องและให้เกียรต.ิ เรรร๒มส๑าฬ0ปปี

ผูซนะสบทศตวจรง โย สหสสฺ ํ สหสฺเสน สงคฺ าเม มานเุ ส ซเิ น เอกฌจฺ เซยฺยมตฺตาน0 ส เว สงคุ ามซตุ ตฺ โม ฯ ข.ุ ธ. ๒๕/๑๐๓/๐๖ ผทู้ ่ีเอาชนะคนต้งั ลา้ นคนโนสงครามได้ กย็ งั ไม่ชือ่ ว่าเปน็ ผู้ ยอดเยีย่ มใน สงคราม สว่ นผู้ท่ีชนะตนเพยี งคนเดยี วได้ ช่อื ว่าเป็นผยู้ อดเย่ยี มในสงคราม. D-ท๒มร๑ท7๑ทีปนิ

ในสนามรบ ผูท้ ส่ี ามารถเอาชนะช้าสกื ได้ ยอ่ มได้รบั ยก ยอ่ งวา่ เป็นผูย้ อดเยีย่ มในสนามรบ หากวา่ เอาชนะช้าคืกนับลา้ น คนได้ กย็ ่ีงไดร้ บั ยกยอ่ งในสนามรบหรอื เป็นวรี บุรุษของกองทพั นเ่ี ป็นคติของชาวโลก แตใ่ นทางธรรมทา่ นวา่ ผทู้ ีเ่ อาชนะช้าคกื เห็นปานนัน้ ได้ ยงั ไม่!(อวา่ เปน็ ยอดนกั รบทแ่ี ทจ้ รงิ เพราะการ เอาชนะชา้ สิกอยา่ งนัน้ ทำไดไ้ ม่ยากนกั แต่คนทีจ่ ะได้!เอวา่ เปน็ นกั รบผูเ้ ย่ียมยอดในสงครามจรงิ ๆ ก็คือคนทีเ่ อาชนะตนได้เท่านน้ั การเอาชนะตนแมเ้ พียงคนเดียว นแ่ี หละทำไดย้ ากนกั หนา ทำได้ ยากกวา่ การเอาชนะชา้ คืกเป็นล้านคน นกั รบในสงครามทีเ่ อาชนะ ช้าคกื มาไดน้ ัน้ อาจเอาชนะตัวเองไมไ่ ดเ้ ลย หรอื อาจแพต้ วั เอง เสยี ดว้ ยช้าไป ผูช้ นะตนไดเ้ ทา่ น้ันทา่ นจงึ ยกยอ่ งวา่ เป็นผชู้ นะที่ แทจ้ รงิ คำวา่ “ตน” ทีต่ อ้ งเอาชนะนน้ั หมายถึง “จิตใจ” การเอา ชนะตนกค็ ือการเอาชนะจิตใจตวั เอง การเอาชนะจิตใจตวั เองกค็ ือ การทีส่ ามารถควบคมุ จติ ใจ ควบคมุ อารมณ์ ความคิด ความรูส้ ิก ท่ีเกิดขึน้ ในจติ ใจไต้นัน่ เอง การทีจ่ ะเอาชนะจติ ใจไต้ ก็ตอ้ งทราบ เสยี ก่อนว่า ปกตจิ ติ ใจคนเรานัน้ ตกอยู่ในอำนาจของกเิ ลส คอื ความโลภ ความโกรธ ความหลง ถูกกเิ ลสเหลา่ นบ้ี งการ ชก้ ใย อยูเ่ บอ้ี งหลังตลอดเวลา การท่ีคนเราคดิ ผดิ พดู ผดิ ทำผดิ จน เกิดทกุ ขเ์ กดิ โทษอยู่เสมอนน้ั กเ็ พราะมสี าเหตุมาจากการทไ่ี ม, สามารถเอาชนะจติ ใจตนเองได้ กล่าวคือยังไม,สามารถเอาชนะ กิเลสไดน้ ้ันเอง คนท่ีรกอบรมจติ ควบคุมจติ อยูเ่ สมอ โดยใชส้ ติ ซร๒รม{๑ทร๒สปื ป็

ล้มปขญ้ ญะกำกบั ไวใ้ หร้ ูต้ วั อยูเ่ สมอวา่ ขณะใดกเิ ลสเฟน่ ใดมาเกดิ ในจิต ควรจะกำจดั ออกไปหรือระจบั ยับยง้ั ไวอ้ ยา่ งไร ยอ่ มจะ สามารถเอาชนะกเิ ลสได้ คือสามารถควบดมุ จิตของตนได้ เม่ือ ทำไดจ้ ติ กร็ ูเ้ ทา่ ทนั กเิ ลส รวู้ ธิ ีปอ้ งกันกเิ ลส รวู้ ธิ แี กใ้ ขเมอ่ื กเิ ลส เกดิ ข้ึน เม่ือกิเลสถกู รเู้ สียอยา่ งนี้ กท็ ำอะไรจติ ไมไ่ ด้ เหมอื นขโมย ทีข่ ึน้ บา้ น เมือ่ เจ้าซองบา้ นรูต้ วั ตืน่ ข้ึนมาระวังของไว้ กข็ โมยของ อะไรไปไมไ่ ด้ รีบหนไี ปโดยเรว็ และเมอ่ื เขารูต้ วั บ่อยเขา้ กไ็ ม่ กล้าเข้ามารบกวนอกี ผทู้ ีเ่ อาชนะกเิ ลสได้ สอ์ ว่าเอาชนะใจตนเอง ได้ ตรงกนั ขา้ มคนท่ีแพอ้ ำนาจของกเิ ลส ยอ่ มถกู กเิ ลสฟน้ หวั จน หมนุ อยูร่ าไป ไม,สามารถโงหัวขึน้ ได้ ดอ้ งวิ,งด้องเด้น ต้องออกง้ิว หรอื แสดงทา่ ทางตา่ ง ๆ ตามทผ่ี กู้ ำกบั คอื กเิ ลสจะลง้ ตลอดเวลา ไมเ่ ป็นตวั ของตวั เองไต้เลย การเอาชนะคะคานคนอน่ื ไดเ้ ป็นการเพาะศตั รูเขา้ ไว้ ไมอ่ าจหมดทกุ ข์หมดความเดือดรอ้ นไปได้ วันหน้าเขาตอ้ ง มาแกแ้ ค้นเอาบ้าง ชนะคนอืน่ ยอ่ มเปน็ สขุ ไม่ไดอ้ ยา่ งนี้ แด่ เมื่อชนะจิตใจตนเองได้แลว้ จะอย่ทู ไี่ หน จะเปน็ อะไร กม็ ี ความสขุ ได้ทง้ึ ,นัน้ และกไ็ มม่ ีศัตรมู าแก้แค้นดว้ ย. รรร๒มฝ๑าิ ท๓เิ ปป็

ถึงคราวแล้วไฝแคลว้ ได้ ยทา ปราภโว โหติ โปโส ชีวิตสงฃฺ เย อถ ซาลณจฺ ปาสฌฺจ อาสซซฺ าปี น พซุ ฺฌติ ฯ (คิซฌซาดก) ช.ุ ชา.ทกุ . ๒๗/๑๗๘/ ๕’ ๖ เมื่อใด สัตว์จะมคี วามเสือ่ ม เมอ่ื ใด สัตวจ์ ะถึงความตาย เมื่อน ั้น สัตว์น ั้น แมจ้ ะติดย่ายและบว่ งอยู่ ก็ยังโมร่ ตู้ วั . ๒๑๔ 3T5JJสาวทปี นิ

วา่ กนั วา่ แร้งเป็นลัตวท์ ีบ่ ินสูงและมองเหน็ ไดไกล ขณะที่ บนิ อยู่ลิบๆ บนท้องฟา้ สอดส่ายหาซากลัตวท์ ต่ี ายแลว้ บนพ้ืนดิน ยังมองเห็นและโฉบลงมากินได้ แตเ่ มือ่ ถงึ คราวท่ีตวั เองจะตอ้ ง ตาย แมข้ ำยท่ีนายพรานทำไวเ้ พ่ีอดกั ลัตวํอน กม็ องเหน็ ไปวา่ เปน็ ซากลัตว์ บนิ โฉบลงมาตดิ ขา่ ยน้ันจนไต้ ก่อนตายไดโ้ อดครวญวา่ ลตั วโํ ลกนน้ั เม่ือถงึ คราวจะพินาศ ถึงคราวจะตอ้ งตาย แมต้ ดิ ขา่ ย ตดิ บ่วงอยูก่ ็ยังไม,รตู้ วั ว่าตดิ ข่ายติดบ่วงอยู่ และไม,รูว้ ่าตวั เองกำลงั จะพนิ าศกำลงั จะตาย นีค่ อื เรอ่ื งทเ่ี กดิ ขน้ึ แกแ่ ร้งโพธลิ ตั วใ้ นอดตี กาล เมือ่ หนั มามองดูมนุษยบ์ า้ ง กไ็ มต่ ่างอะไรกนั เลย คนบาง คนแมจ้ ะฉลาดปราดเปรือ่ ง แมจ้ ะมีสติระวงั ตนอย่างไร แมจ้ ะมอง เหน็ ทกุ ข์เห็นโทษของสิงนน้ั อยู่ แต่เมอ่ื ถงึ เวลาทจ่ี ะวบิ ตั ยิ อ่ ยยับ ถึงเวลาทีจ่ ะต้องตาย ย่อมมองเหน็ สงิ ทีม่ โี ทษน้ันว่ามีคุณ คอื เหน็ กงจกั รเป็นดอกบวั ไป ในโลกน้ีมขี า่ ยและบว่ งคอยตกั คนอยมู่ ากมาย เขน่ ตณั หา ต่างๆ อบายมุขต่างๆ ความบนั เทิงตา่ งๆ รวมทัง้ คนด้วยกัน เขน่ สามภี รรยา บตุ รธิดา เป็นตน้ สงิ เหลำน้ีลว้ นเปน็ ข่ายและบว่ งท่ี คอยดักคนและทำใหค้ นหลงเขา้ ไปติดทง้ั สนิ เม่ือใครไปตดิ เขา้ ก็ ด้ินหลดุ ไต้ยาก มแี ตจ่ ะวบิ ัตมิ แี ตจ่ ะยอ่ ยยับ หรอื กระเสิอกกระสน ดิน้ รนทุกข์ระทมไปเรอ่ื ยๆ จนกวา่ จะตาย ทส่ี ำคัญก็คือ บางคนรู้ ทัง้ รแู้ ละเขา้ ใจพษิ ภยั ของขา่ ยและบว่ งเหล,านด้ี ี แตก่ ย็ อมเข้าไปตดิ รรว๒มร๑าร๕ท็ปปิ

ดว้ ยคดิ วา่ ไมเ่ ปน็ ไร เอาตัวรอดไดแ้ น่ เปน็ ความประมาทแท้ สว่ น บางคนเข้าไปตดิ เพราะไมร่ ู้ กว่าจะรกู้ ส็ ายเสยี แลว้ ด้นิ ไมห่ ลุด แล้ว ก็ต้องรบั เวรรบั กรรมไป แด,สว่ นใหญ่แล้วเขา้ ไปตดิ เพราะ หลงเข้าใจผดิ เพราะบว่ งและขา่ ยเหล่านีไ๋ ตร้ บั การตกแต่งอยา่ ง สวยงาม มสื สี นั น่ า่ ดู'นา่ ซม น่าล้ิมลอง และนา่ สม์ ผัสทัง้ สนิ เมอ่ื หลงเขา้ ใจผิดกว็ ิ,งเข้าไปหาแล้วกถ็ งึ ความวบิ ตั ิ สง์ ไมต่ า่ งอะไรกบั แมลงเมา่ ท่ีบินเขา้ กองไฟเลย ผู้ทีฉ่ ลาดแม้จะอยู่ใกลส้ ิตกบั บว่ งและข่าย แต่ก็มีสติระวงั ตนอยู่เสมอ ไมย่ อมหลงกลลวงของบว่ งและขา่ ยน้ัน จึงสามารถ เอาตัวรอดหรอื เปน็ อสิ ระได้ บว่ งและข่ายนัน้ ไมอ่ าจผูกมัดหรอื ขงั ไว้ได้ เหมือนฟ้ามีอท่ไี ม1มแี ผล แมจ้ ะกอบยาพิษไว้ ยาพษิ กท็ ำ อนั ตรายไม,ไดฉ้ ะนน้ั นอกจากถงึ คราววบิ ตั หิ รือจะตอ้ งตายเพราะ บว่ งและขา่ ยแน่แลว้ จงึ จะทาใหห้ นา้ มดื ตามวั ไปขวั ขณะ เม่ือถึง ระตบั นัน้ กต็ ้องคิดว่าเป็นเวรเปน็ กรรมก็แล้วกนั แตก่ รณเี ปนน้ี มใิ ข่จะเกดิ ขน้ึ แกท่ ุกคน เรอื่ งกิเลสตัณหา เรอื งอบายมุข เรื่องความบันเทิง ตา่ ง ๆ เปน็ เร่อื งท่เี ราแก้ไขไฝได้ แต่เราใ}องกันตวั เองไฝให้ รับพษิ ภัยจากสงิ่ เหล่าน๋ีใด้ โดยบังคบั กายบังคับใจไฝใหย้ ินดี ไฝสนใจ ไฝเขา้ ไปใกล้ไฝแตะตอ้ ง และพยายามหลีกหนใี ห้ ไกลเท่านนั้ สิ่งเหล่านีก้ ท็ ำอันตรายเราไฝได.้ ธๆ๒พร๑ฟ๖่เปป็

กอ่ ทุกขให้เขา ตัวเราไดเ้ วร ปรทกุ ฃฺ ูปธาเนน โย ฮตฺตโน สขุ มิจฉฺ ต ิ เวรสํสคคฺ สสํ ฏฺโ;จิ เวรา โส ปริมุจจฺ ติ ฯ ข.ุ ธ. ๒๕/๒๙๑/๗๓ ผ โู้ ดหาความสุขให้ตนด้วยการกอ่ ทุกข็ให้แก,ผอู้ ่ืน ผู้นัน้ ชื่อ วา่ พวั พนั อย่กู ับเวร ยอ่ มไม่พน้ จากเวร. ธรร๒มส๑า๗ใทปี นิ

การหาความสุขให้แกต่ วั เองเปน็ เร่ีองปกตธิ รรมดาของมนษุ ย์ ทุกผู้ทุกนาม เพราะความสขุ นน้ั จะตอ้ งหาจะต้องทำจงึ จะเกิดขึน้ มาไต้ แต่การหาความสุขให้แก,ตวั เองนัน้ ควรจะเป็นไปโดยถกู ตอ้ งตามทำนองคลองธรรม เปน็ ไปโดยสจุ รติ ยตุ ิธรรม และไม, ควรไตม้ าโดยการเอารัดเอาเปรยี บผอู้ ีน่ โดยกอ่ ความทกุ ขค์ วาม ลำบากใหแ้ ก่ผูอ้ ่ืน กลา่ วคอี ไม่ยนื อยู่บนหลงั คนอน่ื เพือ่ ใหต้ ัวเอง สขุ สบาย ไมป่ ระพฤตติ นเป็นคน “ทำนาบนหลงั คน” อยา่ งที่ โบราณวา่ ไรน้ น่ั เอง การทำมาหากนิ เพอ่ื ใหใ้ ต้เงินทองกด็ ื การให้ใตม้ าสง์ ยศ ตำแหนง่ ก็ดี การทจ่ี ะให้ถึงความสำเร็จในสิงท่ีตนปรารถนาก็ดี ถา้ หากเป็นไปโดยสจุ รติ ยตุ ธิ รรม ไม่ก่อทกุ ขก์ อ่ โทษใหแ้ ก,คนอืน่ ไมเ่ หยยี บเพอ่ื นเหยยี บฝงู ไต้มาแลว้ ยอ่ มเปน็ สงิ ทน่ี า่ ภาคภมู ิใจ และจะไมเ่ ดอื ดรอ้ นในภายหลัง แตท่ เ่ี ป็นไปโดยการเอารัดเอา เปรยี บผอู้ น่ื หรือใชค้ วามไต้เปรยี บชองตนไม,วา่ จะเป็นตา้ นกำลัง กาย กำลังทรัพย์ กำลงั สตปิ ญั ญาหรอื กำลงั ฐานะยศตักดี้ ไปเอา เปรยี บผู้อืน่ สง์ ต้อยกว่าตนในทกุ ๆ ตา้ น โดยหวังผลเพียงใหส้ ิ,งท่ี ตวั เองตอ้ งการสำเรจ็ ลลุ ่วงไปเทา่ นัน้ การกระทำเปนน้ัน แมจ้ ะมี ผลทำใหต้ วั เองไตร้ ับความสำเรจ็ กจ็ รงิ แต่กส็ อ์ ว่าไต้กอ่ เวรเขา้ ไว้ กบั ผอู้ น่ื เม่ือเอารดั เอาเปรียบกอ่ ทกุ ขใ์ หค้ นอน่ื เรือ่ ย ๆ เวรกจ็ ะ พอกพนู ขึน้ เรอ่ื ย ๆ ผู้ทต่ี นก1อทกุ ขห์ รอื ทำความเดอื ดรอ้ นใหน้ ัน้ ก็ จะหาทางมาแกแ้ คน้ หาทางทำลายตนราไป หรอื หากเขาไมท่ ำ เวรนน่ั แหละกจ็ ะตามผจญ ทำใหต้ นตอ้ งเดอื ดรอ้ นตอ้ งทกุ ขใ์ น DT๒J«s๑m๘ihJปี

ภายหลังเอง เพราะเวรท่ีกล่าวถงึ น้ีเปน็ กรรมอยา่ งหน่ึง เรียกวา่ เวรกรรม คอื เปน็ ทัง้ เวรเปน็ ทง้ั กรรม เมอ่ื เปน็ เวรเป็นกรรมแลว้ การทจ่ี ะพน้ จากเวรจากกรรมนัน้ ยอ่ มไมม่ ที างเปน็ ไปได้ เพราะ เวรกรรมเมือ่ ใครกอ่ ขึน้ แล้วกเ็ ป็นของคนนั้นตลอดไปโดยไม,มีทาง หลบเลย่ี ง ความสขุ ความสำเรจ็ ทีไ่ ดม้ าด้วยการก่อทกุ ข1หค้ นอน่ื หรอื ได้มาบนคราบนา้ํ ตาหรือคำสาปแสง่ ซองคนท่ตี นไปเอารดั เอาเปรียบ น้นั จะเป็นความสฃุ ทส่ี ดส์นหรอื บรสิ ทุ ธ้ีได้อย่างไร เพราะใครๆ ก็ ตอ้ งการความสขุ ด้วยกนั เม่ือไปเอารดั เอาเปรียบ กดฃข่ี ่มเหงเขา รงั แกเขาหรือใสัส่องโหวข่ องกฎหมายไปยึดไปฟ้องร้องเอาของเซา มา โดยทเ่ี ซาไมม่ ที างตอ่ ล้ แมจ้ ะไดอ้ ะไรทต่ี ้องการจากเขามา ก็ จะกินใสขั องเขาอย่างสะดวกใจไดอ้ ย่างไร เพราะของนน้ั มีเวรมี กรรมตดิ มาดว้ ย ไมส่ าั ก็จะเปลย่ี นมอื เป็นของคนอ่ืนตอ่ ไป เพราะ มาอยา่ งไรกจ็ ะไปอย่างนัน้ นเ่ี ปน็ กฎธรรมดาของเวรกรรม คนทเี่ สียสละส่วยเหลือเกือ้ กลู ผอู้ น่ื แบ่งปน้ ความสุขให้ ผู้อื่นได้ ย่อมได้รบั ความยกยอ่ งนับถอื จากคนท่ัวไปมากเทา่ ใด คนที่เอารัดเอาเปรยี บและกอ่ ความทุกฃใํ หแ้ กผ่ ูอ้ ื่น เพื่อประ­ โยชน์สุขสว่ นตวั กย็ อ่ มได้รบั คำตำหนดิ ่าวา่ และได้รับความ รงั เกยี จจากคนทัว่ ไปมากเทา่ น้นั เหมือนก่น. |ร)๑£ 01รมสาฬิปปิ

ไกน่ อกสำนัก อมาตาปดี ุส์วฑุ่โฌ อนาจริยกุเล วสํ นายํ กาลมกาล0 วา อภซิ านๆติ กุกกุโฏ ฯ (อกาลรวชาดก) ช.ุ ชา.เอก. ๒๗/๑๑๙/๓๙ ไก่ท่มี ิได้เติบโตอยู่กับพ่อแม่ ทั้งมิได้อยู่สำนักอาจารยจ์ ึงไม่ รู้ว่าเวลาใดควรขันหรือไม่ควรชัน. ในอดีตกาล มไี กต่ วั หนง่ึ เป็นไก,กำพรา้ หากนิ อยูใ่ นปา่ ขา้ ตามลำพัง มไิ ตอั ยู่ในฝงู เหมอื นกบั ไก,ตัวอืน่ ๆ จงึ ไมไ่ ต้รับ้ การ&เก สอนอบรมในเรอ่ื งหน้าท่ีของไก่ คอื การขันใหเ้ ปน็ เวลาจากไก,พ่อ ไก่แมห่ รอื ไก1จา่ ฝงู เหมอื นไกต่ วั อน่ื ๆ แตธ่ รรมชาตชิ องไก่ยอ่ มขนั ได้ตามปกติ ไกตัวนีจ้ งึ ขนั เร่ือยโดยไม่รเู้ วลา ฟา้ กข็ นั เยน็ ก็ขนั ดึกๆ ตื่นชน้ื มาก็ขนั อกี ทำให้คนเขา้ ใจผดคดิ ว่าจวนสวา่ ง เพราะ ไกข่ นั แลว้ ทำใหต้ อ้ งตน่ื ชืน้ มาเตรียมการงานแต่ดึก แตพ่ อรู้วา่ เวลายังไม่สวา่ ง ไกข่ นั ไมถ่ กู เวลาตา่ งหาก จึงจับไกต่ ัวนัน้ เแอดเสีย โทษฐานขนั ไมถ่ กู เวลา เป็นไกท่ ่ีโตนอกลำนกั นีเ่ ป็นเรือ่ งของไก่ ตวั หนงในอดีต หนั กลบั มามองดคู นบา้ ง ก็ดูจะไม่ตา่ งอะไรกบั ไก,มากนกั คนทีโ่ ตมากบั พอ่ แม่ มืพอ่ แม่คอยอบรมบม่ นลิ ยั มาแต่เลก็ ๆ ให้ รูจ้ ักดขี ัว ใหร้ ูจ้ ักความควรไม่ควร มพื ่อแมเ่ อาใจใสด่ ูแลเรือ่ งกิรยิ า มารยาทตา่ งๆ และเม่ือโตชน้ื กไ็ ด้!ปโรงเรยี น มคี รูอาจารยค์ อย แนะนำพราสอนเรือ่ งทีค่ วรร้อกี ส่วนหนึง่ คนทม่ี ืโอกาสดอี ยา่ งน้ี ย่อมประกนั ไต้ว่าจะเปน็ คนทตี มกี ริ ยิ ามารยาทงาม รูจ้ ักทส่ี งู ท่ีตํ่า รูจ้ กั เคารพนบไหว้ รู้จกั ออ่ นนอ้ มถอ่ มตน สามารถเอาตวั รอดได้ ซรรtaม)ส1าsร>สoปื ปี

อยา่ งสบายในภายหนา้ ไมต่ อ้ งตกระกำลำบากมากนัก ตรงกัน ขา้ มกับคนทข่ี าดพอ่ ขาดแม่ ไมม่ พี อ่ แมค่ อยอบรมบม่ นสิ ย์ ไมม่ ี พอ่ แม่คอยดแู ลเอาใจใสค่ วามประพฤติ หรอื มพี ่อมแี ม่ แต่พอ่ แม่ ก็ไมอ่ บรมไมดูแลเท,าท่ีควร หรือเปน็ คนท่ีชาดครูอาจารยแ์ นะนำ พราสอน เป็นคนกำพร้า เป็นคนทีเ่ หมือนไก่ทีโ่ ตนอกสำนัก ย่อม จะเอาดีไตย้ าก ยอ่ มจะเอาตวั รอดไตย้ าก มแื ตุจ่ ะลำบากและกอ่ กรรมทำเข็ญใหค้ นอื่นโดยไม1รูต้ ัว เหมอื นไก,ทข่ี ันไม่ถูกเวลาโดย ทีไ่ ม1รเู้ พราะไม่มใี ครสอนให้ คนฟนนเ้ี ป็นคนน่าสงสารมากกว่า น่าจบ้ เแอด แตค่ นทม่ี พื อ่ มแื ม,มคี รูอาจารยค์ อยอบรมตกั เตือนแล้ว แตไ่ ม,ยอมฟงั ไม,ยอมปฏบิ ตตาม ประพฤตติ วั ทำตนไปตามใจชอบ ทำแตค่ วามเดอื ดรอ้ นใหแกค่ นอืน่ นำแตเรือ่ งรอ้ นใจมาให้พอ่ แม่ และครูอาจารย์ อยา่ งนีส้ ทิ ่ีควรถกู เสอิ ด เพราะไมส่ ามารถเอาดไี ด้ ทง้ั ๆ ทมโี อกาสดกี วา่ คนกำพรา้ ไรพ้ อ่ แมม่ ากนกั การอบรมบ่มนิสยํ ลกู หลาน การแนะนำพราสอนลกู ฝษ็ ย์ เปน็ เรือ่ งทจ่ี ำเป็นสำหรบั คนเรา ดูแต่ไก,สง์ เปน็ ส์'ตวย์ งั ตองการ การรุกอบรม ขาดการบกอบรมแล้ว ก็ตกระกำลำบากและถกู เสิอด ในทส่ี ุด แลว้ คนเลา่ ถา้ ขาดการสกิ อบรม แวติ จะลำบากลำบน ขนาดไหน อนาคตจะเป็นอย่างไร กพ็ อจะมองเหน็ ภาพกนั ได้เปน็ อยา่ งดี มีลกู มีหลานจึงต้องขยนั รกขยันอบรม เพือ่ เซาจะได้ สบายตอ่ ไป รกั ลกู รกั หลาน มิใฟเพยี งหาเงนิ เก็บไวํใหล้ กู ให้หลาน มาก ๆ เท่าน้นั หากเขาเปน็ คนไม่ดไี ฝไดร้ บั การแกฝนอบรม นสิ ัยทดี่ ีในเรอ่ื งทีต่ า่ ง ๆ แล้ว เงินทองที่ให้เขาไวน้ นั้ จะอยู่ได้ นานสกั เท่าไร ที่โบราณวา่ “หาความดีใส่หวั ลูกดีกว่าหาเงิน ใสก่ ระเปาี ลกู ,, กน็ ่าคิดไม,นอ้ ย. ธวว๒มส๒า'ฬ๑ป่ ป็

ดดวยกน เฮเต ภยิ โฺ ย สมายนฺติ สนฺธิ เตสํ น ซรี ติ โย จาธิปนนฺ ํ ซานาติ โย ซานาติ เทสนํ ฯ (กสั สปมนั ทิยซาดก) ช.ุ ชา. ๒๗/๕๔๘/๑๓๖ ผทู้ ่ยี อมรบั ความผดิ ท'ี ตน ล่วงเกนิ ไว้ และผู้ท ยอมรบั การ ขอโทษ ทั้งสองคนนยี้ ่อมสามัคคกี นั ยิงขน้ึ ความสม้ พนั ร ย ่อ ม ไ ม ่เส ่ือ ม ค ล า ย . ทไIเcรdมIรcทdIทgีป) นิ

ดเู หมอื นวา่ คนเราทกุ คนจะเคยทำผดิ และลว่ งเกินคนอน่ื ไม่ ทางใดกท็ างหนง่ึ มาแลว้ ทัง้ นน้ั เพราะไม,มใี ครทีไ่ ม,เคยทำผิด เสน่ เคยทะเลาะกันบ้าง ด่าว่ากันบา้ ง ดูถกู ดหู มน่ิ กนั มาบ้าง เคยทำ ร้ายกนั บา้ ง เป็นตน้ ยิงเมือ่ อยู่ดว้ ยกนั หรือทางานดว้ ยกนั กย็ ีง่ จะ มีเร่ีองอย่างน้ีบ่อย แตข่ ้อสำคัญก็คือ การล่วงเกนิ กันนน้ั จะด้องได้ รับการแก้ไขโดยเรว็ หากไมเ่ ปนนัน้ กจ็ ะทำใหเ้ กดิ ผลเสยิ หายใน ระยะยาว ถงึ กบั ด้องแยกกนั อยแู่ ยกกันทำงาน หรอื ถงึ กับหาทาง หํา้ หน่ั ใหบ้ รรลัยไปขา้ งหนึง่ ก็ได้ ในโลกน้ี ท่านวา่ มีคนทน่ี า่ ยกย่องอยู่ ๒ ประเภท คอื คน ทีท่ ำผิดตอ่ ผู้อ่ืนแลว้ รู้ตวั เองวา่ ทำผดิ แล้วไปขอโทษเขาดว้ ยความ สำนกึ ผดิ กับคนที่เมือ่ เซามาขอโทษแล้วยอมรบั การขอโทษของเซา โดยการใหอ้ ภยั ไม1ถอื โทษตอ่ ไป คนสองประเภทน้ีแหละท่ีนา่ ยก ย่อง เพราะการทจ่ี ะทำอย่างนไ้ี ด้มใิ สเ่ ร่ืองงา่ ย ดว้ ยวา่ คนเราสว่ น ใหญ่มที ฐิ ิมานะมคี วามถือตัวสงู ตัวเองผิดกม็ องไม่เหน็ ว่าผดิ หรอื รู้วา่ ตวั เองผดิ แตก่ ็ไมย่ อมรบั ผดิ ไม่ยอมไปขอโทษใคร โดยคิดวา่ ไมจ่ ำเปน็ จะตอ้ งงอนงอ้ ขอใหเ้ ขายกโทษให้ แม้วา่ ตวั เองจะต้อง ทุกขท์ รมานใจต่อไปกต็ าม และส่วนใหญ่มกั จะผูกใจเจ็บไวว้ ่า คน นน้ั คนน้ีเคยทำใหเ้ ราลำบาก เคยทำให้เราเจบ็ สา่ นํา้ ใจมามาก ไม่ ควรใหอ้ ภยั ไมค่ วรยกโทษให้ เมอ่ื เขามาขอโทษกใ็ หอ้ ภัยไมไ่ ต้ ดงั นั้น ผทู้ ย่ี อมรบั ผดิ แล้วไปขอโทษเขาไต้ และผู้ทีย่ อมยกโทษใหเ้ ขา ไต้ จงึ นับวา่ เปน็ คนดีทน่ี ่ายกย่องซมเชย และเม่ือท้ังสองฝา่ ยทำได้ ๒๒๓ บฬมสาฟป้ ป็

อยา่ งนี้ ก็ยอ่ มจะคนื ดกี ัน รกั ใครก่ ลมเกลยี วกนั เหมอื นเดิมหรอื ยิงกว่าเดิม ความลมั พนั ธ์หรอื มิตรไมตรกี ็กระสับแน่นยงิ ขน้ี ไม่ เส์อมได้งา่ ย ๆ เพราะต่างกร็ ใู จกันแลว้ วา่ คดิ อย่างไรตอ่ กนั โดยเฉพาะผทู้ ่ีเปน็ สามีภรรยากนั สง์ จะตอ้ งอยดู่ ้วยกนั ยาว นาน ลา้ หากรจู้ ักผอ่ นปรนรจู้ กั ผ่อนลนั ผ่อนยาว เม่ือผ่ายใดเปน็ ฝ่ายผดิ ก็ขอโทษอกี ฝ่ายหน่ึงเสยี พร้อมใหส้ จั กญั ญาวา่ จะไมท่ ำไม่ ประพฤติอยา่ งนัน้ อีก สว่ นอกี ฝา่ ยหนึง่ เม่ือเขามาขอโทษ กค็ วรจะ ใหอ้ กยั ไมถ่ อื โทษตอ่ กนั เมือ่ ตา่ งกไ็ ม,มที ิแขา้ หากนั ยอมออ่ นขอ้ ใหแ้ ก,กนั บ้าง กจ็ ะอยูด่ ว้ ยกนั ได้ยืด แม้จะทะเลาะถกเถยี งกนั บ้าง แม้จะผดิ พลาดล่วงเกนิ กนั บา้ ง เมอ่ื กลบั ตวั กลับใจใหมไ่ ด้ เมอ่ื ยก โทษให้กนั แลว้ กอ็ ยู่กินกันต่อไป รวติ ดู่กจ็ ะราบร่ืน หากต่างกถ็ อื ทเิ มานะเขา้ หากันแล้ว ก็จะระทมขมขืน่ ดว้ ยกันท้ังดู่ ไม1มคี วามรใู ดท่ีจะดีเลิศเทากับรู้ว่าตวั เองผิด แล้ว พยายามปรับปรงุ แกไขตัวเอง ไม่มีการให้ใดทีจ่ ะท0ๆใฬ้คน เราสบายใจไดเ้ ทา่ กบั การให้อภ้ย กจ็ ำเป็นจะตอ้ งสร้างความ รูแ้ ละแกการให'้ แบบน่ีไวเ้ สมอๆ แม้จะตอ้ งแนใจในตอน แรก ๆ แต่เม่ือทำปอย ๆ เข้า กจ็ ะเกิดความเคย!)นและทำ ตอ่ ไปไดเ้ ปน็ ปกตธิ รรมดา. 0วใมราวทีปปี

เอาดีไฝได้ ก ุหา ถทธฺ า ลปา สงิ คฺ ี อุนนฺ ฬา จาสมาหติ า น เต ธมเฺ ม วิรหู นตฺ ิ สมมฺ าสมฺพทุ ฺธเทสเิ ต ฯ ขุ.อิติ. ๒๕/๑๐๘/๓๖๑ คนหลอกลวง ๑ คนกระดา้ ง ๑ คนเพอ้ เจอ้ ๑ คนขโ้ี อ่ ๑ คนอวดดี ๑ คนเหลาะแหละ ๑ เห ลา่ น ีย้ ่อม เจรญิ งอกงาม ในพระธรรมวนิ ัยไม่ได้ 1ร)1ร)๕ บใใมรารทีปนี

พระธรรมวนิ ยั เปน็ คำลังสอนของพระพทุ ธเจ้า ใ!เงพระพทุ ธ เจา้ ทรงแสดงและทรงบญั ญตั ไิ วด้ แี ลว้ สำหรับเป็นขอ้ ปฏบิ ตั ิของ พระสาวกและบคุ คลท่วั ไป เม่ือปฏบิ ตั ิตามไดแ้ ล้วยอ่ มได้รบั ผลอนั สมควรแก,การปฏบิ ตั ขิ องตน อาจกลา่ วได้วา่ พระธรรมวนิ ัยก็คอื พระพทุ ธศาสนา หรือพระพทุ ธศาสนาก็คอื พระธรรมวนิ ัยนน่ั เอง เมอ่ื ผูใดปฏิบัติตามหลกั การแห่งพระธรรมวนิ ยั ได้ ผนู้ ้ันก็ย่อมจะ ไดร้ บั ผลแห่งการปฏิบตั นิ ัน้ เรยี กวา่ ได้รับความเจริญงอกงามใน พระธรรมวนิ ยั ไดบ้ รรลมุ รรคผลตา่ ง ๆ อย่างนัอยกเ็ ปน็ ผสู้ งบ ระงบั มีจิตใจปลอดโปร่งเยน็ สบาย ปลดเปลือ้ งความทกุ ข์ทางกาย และใจได้ในระดบั หน่งึ ผปู้ ฏิบตั ติ ามพระธรรมวนิ ยั และไดล้ ิม้ รส แหง่ การปฏิบัตมิ าแล้วยอ่ มทราบความข้อน้ีดี แตม่ ีบคุ คลอยปู่ ระเภทหนึง่ ทา่ นกล่าววา่ ไมอ่ าจเจรญิ งอก งามในพระธรรมวินัยน๋ีได้เลย ไมว่ า่ ผู้นน้ั จะเปน็ พระภกิ ษสุ ามเณร หรือเปน็ อบุ าสกอบุ าสกิ าก็ตาม ทัง้ น้ีเพราะเปน็ ผปู้ ระพฤตนิ อก ธรรมนอกวนิ ยั หรอื กระทาในสงิ ท่ีนอกไปจากคำลงั สอนซองพระ พทุ ธเจ้าน่ันเอง บุคคลทีก่ ลา่ วถงึ น้ีกค็ ือผทู้ ่ีมลี กั ษณะนลิ ยั หรอื ความประพฤตอิ ยา่ งน้ี คอื ๑. เป็นคนหลอกลวง คือเปน็ คนลวงโลก ตลบตะแลง เสกสรรคป์ นั แต่งสหี นา้ ทา่ ทางเก,ง ใอ. เปน็ คนกระดา้ ง คอื เปน็ คนขาดลมั มาคารวะ เปน็ คนออ่ นนอ้ มไม,เปน็ เปน็ คนด้ือ ฬว๒มร๒าฟ๖!ปป็

ฅ. เปน็ คนเพอ้ เจ้อ คอื เปน็ คนท่ีพดู ไร้สาระ พูดนอก ธรรมนอกวนิ ยั ไม่ถูกธรรมถกู วนิ ยั ๔. เป็นคนฃ๋tี อ' คือเปน็ คนฟึอบโออ้ วด ชอบแสดงตน เปน็ คนยง่ิ ใหญ่ มักใหญ่ใฝ่สูง ๕'. เป็นคนอวดดี คือเปน็ คนชอบยกตนข่มทา่ น ชอบอวด ฉลาดในทีส่ าธารณะทว่ั ไป ๖. เปน็ คนเหลาร;แหละ คอื เปน็ คนโลเลเอาแนไ่ มไ่ ด้ ไม่ มคี วามม่ันคง เหมอื นสวะลอยนา้ํ คนท่ีมืลักษณะนิลยั ๖ ประการนีแ้ มเ้ พียงอย่างใดอย่าง หนึง่ กไ็ มอ่ าจเอาดใี นพระธรรมวนิ ัยน้ีได้ เพราะเมือ่ เปน็ คนอยา่ ง นัน้ เสยี แล้วก็ยอ่ มจะประพฤตติ นนอกลู่นอกทางพระธรรมวินยั ไม่ สนใจท่ีจะปฏบิ ัติธรรมใหถ้ กู ตอ้ ง ไมส่ นใจทจ่ี ะพฒั นาจติ ใจและ ความประพฤติตวั เองใหส้ งู ขน้ึ เมือ่ ทอดทง้ิ การประพฤติธรรมอนั เปน็ หลักปฏิบตั ติ ามพระธรรมวนิ ยั เสียแลว้ โอกาสทีจ่ ะไต้บรรลุ ธรรมในระดับใดระตบั หนึง่ กย็ อ่ มจะไม่มื ลกั ษณะนิลัย ๖ ประการ นีเ้ ปน็ เหมอื นกบั กำแพงffนมิให้ผูป้ ระพฤติไตร้ บั ผลแหง่ พระธรรม วินัยหรอื ผลแหง่ พระพทุ ธศาสนาทีต่ นนบั ถอื ต้ังแตเ่ รม่ิ แรกเลยที เดยี ว พระพุทธศาสนาเป็นเรอ่ื งของคนฉลาด คนอ่อนนอ้ ม ถ่อมตน มีจิตใจทม่ี น่ํ คง มีสติระวงั ตัวระวงคำพดู อยเู่ สมอ ผู้ เป็นอยา่ งน้เี ท่านั้น จึงจะได้รบผลจากการนบั คือพระพทุ ธศาสนา ผพู้ อดีพอรา้ ย ไมจ่ ริงจงและไม1จรงิ ใจในเร่ืองการปฏิบตั ิ ไม่ อาจจะเขา้ ถึงพระศาสนาน๋ีได้อย่างแน่นอน. ทรมสารฑีปปี

วชิ าเปน็ ทรพั ย์ สพพฺ ํ สตุ มธเี ยถ หนี มุกฺกฏจฺ มซฌฺ มิ ํ สพพฺ สสฺ อตฺถํ ซาเนยยุ น จ สพพฺ ํ ปโยซเย ฯ (มูส็กซาดก) ชุ.ซา.ปณฺจก. ๒๗/๘๒๘/๑๘ถ อันวิชาความรู้ควรศึกษาทกุ อย่างไป ไม่วา่ จะเปน็ วิชาชั้นตา ชั้นสงู หรือปานกลาง ควรรู้ประโยชน์ชองวชิ าทุกอย่างที่ ศกึ ษ า แตไ่ ม่ควรใช้วิชาทกุ อย่างทีศ่ ึกษาเสมอไป. ๒๒๘ บทมสาาทิปนิ

มผี ู้กล่าววา่ “วชิ าเปน็ ทรัพย”์ คอื วชิ าความรนู้ น้ั เปน็ ทรพั ยอ์ ยา่ งหน่ึงเหมือนกับทรพั ยท์ ัว่ ไป แตท่ ่านยกยอ่ งวา่ วชิ าเป็น ทรัพยต์ กี วา่ ทรพั ย์ภายนอกนน้ั ๆ เพราะวิชาน้ันนอกจากจะใสไ่ ม่ มวี ัน'หมด และสามารถตดิ ตามไปได้ทกุ หนทกุ แหง่ โดยไม่ตอ้ งพก พาแลว้ ยงั ใสเ่ ป็นเคร่ืองมอื สำหรับหาทรพั ยภ์ ายนอกไดอ้ ีกดว้ ย ดงั นัน้ ท่านจงึ สอนใหเ้ รยี นวชิ ากนั เมือ่ เรยี นแลว้ กจ็ ะเกดิ ความรู้ ความรู้ท่ีเกดิ จากการเรียนวชิ าเรียกว่าวิชาความรู้ อันวิชาความรู้ น้ีมหื ลายระดบั คือสงู กลาง ตา แต่วชิ าใดจะอยูใ่ นระดับใดนน้ั กย็ ากทจ่ี ะกำหนดไดเ้ พราะเป็นโลกสมมติ คือแลว้ แตใ่ ครจะ สมมติขึน้ วชิ าความรู้บางอยา่ ง ในถนิ น้ีสมมตวิ ่าเป็นวิชาส่นสงู แตอ่ กี ถนิ หนง่ึ บอกว่าเปน็ วิชาส่นตา เสน่ วิชาทำเสนห่ ์ ในพระ พทุ ธศาสนากำหนดวา่ เป็นวชิ าขน้ ตา หา้ มมใิ หภ้ กิ ษกุ ระทำ แต่ใน บางทเ่ี ขาวา่ เปน็ วิชาขน้ สงู เพราะเรยี นรยู้ ากและทำใหม้ ผื ลตอบ แทนสงู เปน็ ตน้ ถึงกระนน้ั กต็ าม ทา่ นวา่ อนั วิชาความรทู้ กุ ระดบั ล้าสามารถเรยี นรไู้ ตก้ ค็ วรเรยี นรใู้ ห้มากเขา้ ไวเ้ ปน็ ดี เพราะ “รูไ้ ว้ ใฟ่วา่ ใส่บ่าแบกหาม,, ความรู้บางอย่างเปน็ เรอ่ื งต้องรู้ บางอย่าง เปน็ เรอ่ื งควรรู้ บางอยา่ งเป็นเรอ่ื งทีร่ ูก้ ็ดีไม,รูก้ ไ็ ต้ และมใิ สจ่ ะเรียน ใหร้ ูว้ ่าอะไรเป็นอะไรเทา่ นน้ั ควรจะเรยี นร้ถู งึ คณุ ประโยชน์ของวชิ า ความรูน้ ้ันตว้ ยวา่ ควรใชอ้ ยา่ งไร ใชแ้ ล้วจะมผี ลดผี ลเสยี อยา่ งไร เปน็ ตน้ ทง้ั นเ้ี พ่ือใหส้ ามารถนำไปใสไ่ ตถ้ กู ต้องและมีผลดนี น่ั เอง แต่มขี ้อแมท้ ีส่ ำคญั ในการเรียนรูว้ ชิ าการตา่ งๆ คอื วิชา 01ร๒มส๒าฬ£ปป็

ความรทู้ ่ีตนเรยี นมานน้ั ไม,ควรนำออกมาใสัทกุ อยา่ ง โดยเฉพาะ วชิ าความรทู้ ีม่ ืผลกระทบเปน็ ความเดือดร้อนเปน็ ความเสยี หายแก, ผอู้ ืน่ เปนผู้เรยี นกฎหมายยอ่ มรูข้ ์องโหว่ของกฎหมายดี แตไ่ มค่ วร ใสคั วามรู้น้ันมาหลบเลย่ี งกฎหมายเพ่ีอกิจการหรอื ผลประโยชน์ บางอย่างของตน หรอื ใสกั ฎหมายไปกดฃีร่ ังแกผอู้ ืน่ เป็นตน้ ทา่ น กำหนดไวว้ า่ วชิ าความรู้น้ันควรจะใสเั ม่ือมคี วามตอ้ งการเกดิ ขึน้ หากใสพั รา่ํ เพรือ่ ไปกอ็ าจเกิดทกุ ข์เกดิ โทษไต้ ก็เหมือนกับเงนิ ทอง หากใขใ์ ปในทางทถ่ี กู ตอ้ งก็เป็นคณุ เป็นประโชยนแ์ ก่ผู้ใสแั ละคน อ่ืน หากนำไปใขใ์ นทางทีผ่ ดิ เส่นใสวั ่าจา้ งให้ใปฆ่าคน หรอื ใขไ์ ป สอ์ ชองมนี เมามาด่ืม หรอื ใสัเลน่ การพนนั เปน็ ตน้ ยอ่ มท0าให้'เกิด ทกุ ขเ์ กดิ โทษในภายหลงั ไต้ วิชาความรทู้ กุ อย่างไม1มีคผุ ไม่มีโทษในตัว คุณและ โทษจากวิชาความรู้อยู่ท่คี นใสัเปน็ สำตัญ หากผูร้ ใู ส์วิชาไป ในทางทถึ่ ูก ก็เปน็ คณุ หากใใรไปในหางทีผ่ ดิ กเ็ ปน็ โทษ จึง ไมค่ วรไปโทษวิชาความรบู้ างอย่างว่าไมด่ ี แด่ควรโ่ ทษผทู้ ่ีใร วชิ าความร้นู ้ันไปในทางทผ่ี ิดว่าเปน็ คนไมด่ ี จึงจะคกู . ๒๓๐ แรรมสารทปี ป็

เวลาไฝคอยใคร โย ทนุธกาเ,ล ทนฺเธติ ตรณีเย จ ตารเย โยนิโส สวํ ิธาเนน สุข0 ปปโปติ ปณฑฺ โิ ต ฯ ช.ุ เถร. ๒๖/๒๙Bไ/ท๕๒ ผ ู้โดย'่ าในเวลาที่ควรสัา และรีบในเวลาที่ควรรีบ ผู้น้นั จัดว่า เป็นคนฉลาด ย่อมได้รบั ความสุขสมหวงั เพราะจัดการได้ แยบยล. การทำงานตา่ ง ๆ จะสำเร็จลุลว่ งไปด้วยความเรยี บร้อย เปน็ อันดแี ละไดร้ ับประโยชน์ตามทด่ี ้องการ หรือจะสำเรจ็ ไปอย่าง ทลุ กั ทเุ ลไฺ ม,เรยี บรอ้ ย ทง้ั ไม,ได้ผลตามทีด่ ้องการ ขน้ึ อยกู่ ับวธิ กี าร ทางานสง์ เรียกกันในปัจจบุ นั ว่า “การจัดการ” การจดการเปน็ หวั ใจของงานทกุ อย่างทีจ่ ะทำ ถา้ ใครฉลาดในการจดั การ งานกุ สำเรจ็ เรยี บร้อย ถา้ จัดการไม,เปน็ งานกข็ ลกุ ฃลกั ยงุ่ เหยงิ ทง้ั ท่ี งานนน้ั เปน็ งานธรรมดา ไม,ยงุ่ ยากอับสัอนอะไร แต่เพราะไม, เขา้ ใจในการจดั การจึงทำใหส้ ำเร็จเรยี บร้อยไม,ได้ การจดั การที่ดคี อื การจดั ระบบการทำงานใหร้ ดั กมุ มปี ระสิทธิภาพ ถอื หลักวา่ “ประหยดใหม้ าก แต่ไดผ้ ลสงู สดุ ” หรือหลัก “ลงทนุ น้อย ได้กำไรมาก” เปน็ สำคัญ การจดั การเร่ืองเวลากเ็ ป็นเรือ่ งจำเปน็ เพราะเวลาเปน็ ตัว กำหนดวา่ งานจะสำเรจ็ เรยี บรอ้ ยหรือไม, งานท่ีเสรจ็ และเรียบรอ้ ย ตามเวลาทีก่ ำหนดหรอื ทีค่ วรจะเป็น ย่อมถอื ว่าดแี ละใขไ้ ด้ งาน บางอยา่ งใขเ้ วลาน้อย ทำไม,นานก็เสรจ็ งานบางอยา่ งต้องใสเั วลา มาก เร่ืองเวลาน้ีจงึ ขน้ึ อยู่กบั งานแตล่ ะอย่างเป็นสำคญั งานใด ๒๓๑ แวๆมสาฬปป็

ต้องการเวลา ต้องการความละเอียดรอบคอบ ก็ต้องให้เวลาทำ ไมต่ ้องรบี หากรีบทำกอ็ าจสำเรจ็ แต่ไม,เรยี บรอ้ ย หรอื ทำให้เสยี หายไต้ งานอยา่ งน้ตี ้องยดึ คติ“ใราเป็นการ นานเป็นคณุ ” เปน็ หลัก แตง่ านบางอยา่ งเป็นงานรบี ด,วน ต้องเร่งทำ ชา้ ไม'ไต้ จะทำ ให้เกดิ ความล่าชา้ และความเสียหาย งานอย่างนีก้ ต็ ้องถีอคติ “ฟ้าเสยี การ นานเสียกิจ” เป็นหลกั ผู้ทเ่ี หน็ ความสำคญั ของเวลาว่ามคี า่ เขา้ ใจงานและมอง งานทะลุวา่ งานใดควรใช้เวลาทำเท่าไร เวลาทีค่ วรชา้ กช็ า้ ถอื เอา ความละเอยี ดและความสมบรู ณเ์ ปน็ หลกั แตถ่ งึ คราวทำงานทต่ี ้อง รบี กร็ ีบทำใหเ้ สรจ็ ทันเวลา คนทท่ี ำงานในลักษณะนีจ้ ัดว่าเป็น บัณฑติ คอื เป็นผู้ฉลาดในการจดั การ สามารถทำงานทกุ อยา่ งให้ สำเรจ็ ไต้ และจะไตร้ ้บุ ผลไดรั บั ประโยชน์เปน็ ความสขุ ความสมหวงั ไตท้ ุกเมอ่ื สว่ นผูท้ ่ีไม,รู้คณุ คา่ ของเวลา มกั จะอดื อาดยึดยาด ไม, รีบไม่ร้อน ปลอ่ ยไปตามอารมณ์ งานจะรีบหรือไม่รีบ ดว่ นหรือ ไม่ดว่ น กท็ ำไปเรือ่ ยๆ แบบ “ถงึ กฟ็ ้าง ไมถ่ งึ กฟ็ า้ ง” อย่างนี้ มกั จะเสยี ประโยชนไ์ ปโดยไมร่ ูต้ วั และมิใปเฉพาะในเรอ่ื งการทำ งานเทา่ น้ันทต่ี อ้ งรจู้ ักคณุ คา่ ของเวลา แมใ้ นการปฏิบัตธิ รรม ใน การคืกษาเลา่ เรียน ในการทำกจิ วัตรประจาวันหรือในการไปไหน มาไหน กต็ ้องรจู้ กั ชา้ และรูจ้ ักรีบในลกั ษณะนด้ี ว้ ย ไมอ่ ยา่ งน้ันก็ ทำให้เสียประโยชน์ทค่ี วรจะไดฟ้ นเดยี วกนั เหตุท่ีทำให้คนเรามคี วามต่างกนั อย่างหน่ึงคอื ความ กระฉับกระเฉงว่องไว ทนการ กบั ความอืดอาดยดื ยาด เฟา้ ชามเย็นชาม ไม1ทน้ การ เม่ือไมท่ น้ การกไ็ ม,ท้นกิน และหา กินไม1ทน้ กนั อุปนสิ ยั อยา่ งน๋ีดูเหมือนจะแกย้ าก แต่ถ้า พยายามแกก้ ส็ ามารถแกได้ นอกจากไม1ยอมแกเ้ ทา่ นนั้ . ๒0)19 แฑมสา'ฬเปป็

ไมม่ ีตัว กไ็ ม่มีทกุ ข์ สขุ า วริ าคตา โหติ กามานํ สมตกิ ฺกโม อสฺมมิ านสสฺ วนิ โย เอต0 เว ปรม0 สุข0 ฯ ข.ุ อุ. ๒(£7๑๑/๑๑๘ ความปราศจากราคะคอื การละกามท้งั หลายได้ เป็นความส?ุ ! การกำจัดอสั มมิ านะคือความลอื ตวั ไต้ นน่ั แหละเปน็ ความสุ?! อยา่ งยิ่ง. ๒๓๓ ธรรมสารทป็ นี

ราคะ คอื ความกำหนัดยินดี ความพอใจติดใจหลงใหล อยูก่ ับกามารมณ์ คอี รปู เสยี ง กลนิ รส และสมั ผสั ราคะนท้ี า่ น จัดวา่ เป็นใฟอยา่ งหนึง่ เรียกว่า ราคคคิ ผทู้ ย่ี ินดีพอใจและตดิ กามารมณเ์ หลา่ นแ้ี มเ้ พียงอย่างเดยี ว ก็ยอ่ มเป็นทกุ ข์เดอื ดรอ้ น เหมือนมไี ฟอยใู่ นตวั คอื เดอื ดรอ้ นเพราะต้องดิน้ รนแสวงหามา ใหใ้ ตบ้ ้าง เดอื ดรอ้ นเพราะตอ้ งดแู ลรกั ษาบา้ ง เดอื ดรอ้ นเพราะ สิงนัน้ มาสญู หายหรอื พลดั พรากจากไปบ้าง ใสแ่ ด,เท่านัน้ แมก้ าร ทะเลาะวิวาทกัน การแก่งแยง่ สงิ ดกื นั การเอารดั เอาเปรยี บกนั หรอื แมก้ ระทง่ั การลกั การขโมย การฉอ้ โกงกนั อนั เป็นบาปทจุ รติ สง์ เปน็ เหตใุ หเ้ กดิ ทกุ ข์เกิดโทษในภายหลัง สว่ นหนึง่ กม็ ืสาเหตุ มาจากผู้กระทำตกอยู่ในอำนาจราคะนีเ่ อง หากกำจัดราคะหรอื ละกามารมณ์ไตบ้ า้ ง ทำใหเ้ บาบางไต้บ้าง ก็จะมคี วามสขุ ไต้ เมอ่ื ละไต้น้อย กม็ คี วามสขุ นอ้ ย ละไต้มาก ก็มคี วามสขุ มาก ละได้ เดด็ ชาด ก็จะมแี ตค่ วามสขุ ทกุ เม่ือ ม อี ีกอยำงหนึง่ ทีท่ ำให้คนเรามที ุกข์หรือประสบทุกซํโดยไม่ ร้ตัวนัน่ กค็ ือความถอื ตวั แงพระเรยี กว่า อสั มมิ านะ คอื ความ ยดึ ถอื วา่ เปน็ ตัวและยดึ ถือสงิ ตำงๆ ทเ่ี กย่ี วกับตวั วา่ เปน็ ของตวั ไม่ เขา้ ใจวา่ แทท้ จ่ี รงิ แลว้ ตวั กไ็ ม่มี ส,ิ งทต่ี นยดึ ไว้นัน้ กไ็ มม่ ี แตค่ นไป ยดึ ถือว่ามี จงึ ต้องทกุ ขม์ ากกวา่ คนอ่ืน เวลาใครดา่ ว่า กค็ ิดวา่ เซา ด่าตวั เขาทำร้าย กค็ ิดวา่ เขาทำร้ายตวั เซานอกใจ ก็คิดวา่ เขา นอกใจตวั เขาโกงเซาไมส่ อ์ กค็ ดิ วา่ เซาโกงเซาไม!่ เอตอ่ ตวั ทกุ อยา่ ง ดึงเขา้ หาตัว มีตวั เปน็ จุดศูนยก์ ลางหมด ตัวก็เลยต้องรบั ทกุ ขท์ ุก แร๒รมส๓าฬ๔ปปิ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook