Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ธรรมสารทีปนี

ธรรมสารทีปนี

Published by Thalanglibrary, 2020-11-06 04:22:57

Description: ธรรมสารทีปนี

Search

Read the Text Version

ปญั ญา เป็นคนตมื ีสืลมีธรรม มาวา่ กลา่ วตกั เตือนเรา กพ็ งึ รูเ้ ถิด ว่าผู้นัน้ เปน็ คนทีร่ กั และหวังดดี ,อเราจรงิ ๆ หากไม,รกั ไม1หวงั ดดี ,อ เราหรือวา่ เกลยี ดขง้ เรา เขาจะมาเลยี เวลาเตอื นเราสอนเราทำไม ควรจะคดิ ให้ใตอ้ ยา่ งนี้ ควรจะขอบคณุ เขาเลยี ตว้ ยสำไป แต่กม็ ี คนไม,น้อยทีไ่ มพ่ อใจทค่ี นอืน่ มาเตอื นมาสอนหรอื ดดุ า่ วา่ กลา่ วตน คนอย่างนีก้ ม็ กั จะถูกทอดทิง้ ไม,มโี อกาสไต้รใู้ ต้เหน็ สงิ ดีๆ ในสิวติ สิวติ จึงมแี ตค่ วามผิดพลาดรา่ํ ไป คนทเ่ี ขาวา่ กลา่ วตกั เตือนเราหรอื สไ์ ห้เรามองเห็นความผดิ พลาดหรือขอ้ บกพร่องของเราเอง ส์งทำดว้ ยความหวังดี ปรารถนา ดเี ป็นทีต่ ัง้ พระทำนใหม้ องคนเส่นนัน้ ว่าเป็นคนทบ่ี อกขุมทรัพย์ ให้แก,เรา เพราะคำเตือนสตหิ รอื คำแนะนำของเขานน้ั มคี า่ เทียบ ไดก้ ับเงนิ ทองหรือยิ่งกว่านัน้ บางทีขอ้ บกพร่องผดิ พลาดของตวั เอง เราก็มองไม,เห็นและคดิ ไมถ่ ึง จงึ ตอ้ งอาส'ัยคนอืน่ สว่ ยบอก,ให้ เมอื่ มีคนอื่นมาเป็นกระจกใหม้ องเห็นตัวเองไดซ้ ดั เจน ก็นบว่าโซคดไี ม,นอ้ ยแลว้ ไฉนจงึ ไปโกรธกระจกและคิดจะ หนีกระจกเสยิ เล่า โกรธกระจกหรือหนีกระจกไปพนแล้ว ความผิดพลาดและความบกพรอ่ งของต'วจะหมดไปไดห้ รอื . ซว๑พร๓าฬ๙ปปี

มจั จุราชไมป่ รานใี คร อซฺเซว กจิ จฺ มาตปปฺ ๋ โก ซณณฺ า มรณํ สุเว น ห ิ โน สงคฺ รนเฺ ตน มหาเสเนน มจจฺ ุนา ฯ (ภัทเทกรัตตสูตร) ม.อุ. ๑๔/๒๗๒/๓๑๗ พงึ รบี ทำกจิ ทีค่ วรทำเสียวนั นี้ ใครเล่าจะรูใ้ ตว้ ่าความตายจะ ม าถงึ ใน วนั พ ร่งุ น ้มี จั จุราชผู้มพี วกพ อ้ งมากห าไต้ผอ่ น ผนั ค ว า ม ต า ย ใ ห ้พ ว ก เร า ไ ม ่. ๑๓๖ ธรวมลารทปี นี

พวกเราทเ่ี กดิ มาทกุ คนนีก้ ำลังเดนิ ทางไปสจ่ ดุ หมายสดุ ทา้ ย ชองรวิตกนั ทัง้ สนิ ไม,มใี ครหยดุ ไม่มีใครพกั อยู่กลางทางได้ ตอ้ ง เดินไปเร่ือยๆ จนกว่าจะถงึ จดุ หมาย เหมอื นดวงอาทติ ยเ์ ดนิ เรอ่ื ย ไปจนกวา่ จะตกดิน อนั จุดหมายชองสวิ ิตนน้ั กค็ อื ความตายทเ่ี รา ขนานนามกนั ว่า “มจั จุราช” ทุกคนทีเ่ กดิ มาไม่มีใครไตร้ บั สทิ ธิ พเิ ศษจากมจั จรุ าช ทง้ั มัจจรุ าชก็ไม,เคยให้สทิ ธเิ ปนนน้ั แกใ่ คร ไม่ รบั สนิ บนของใคร ไม่เห็นแก,หนา้ ใครทง้ั สนิ ยตุ ธิ รรมและเท่ียง ตรงทส่ี ุดกว่าทุกสงิ ในโลก เมอ่ื ถึงเวลาของใคร กม็ าครา่ รวติ ของ ผู้นน้ั ไปทนั ที แต่ถงึ กระนัน้ มัจจรุ าชก็ยงั ใจดีและปรานีมนษุ ยอ์ ยู่ คอื กอ่ นจะมาเอาสิวิตไปนัน้ ไต้ส่งบริวารมาเตือนให้รูต้ ัวกอ่ นเสมอ บรวิ ารของมัจจุราชทถ่ี ูกสง่ มานน้ั คอื พยาธกิ บั ชรา หรอื ความเจ็บ ปว่ ยกบั ความแก1 ทง้ั สองน้ีเป็นบริวารมือฟ้โายมือขวาชองมัจจุราช แอลตั ย์ตอ่ มจั จรุ าชเสมอ ดังนัน้ เม่ือพยาธหิ รือชราอย่างใดอยา่ ง หน่ึงหรือท้ังสองอยา่ งปรากฏแก1ผใู้ ด ผู้นน้ั พึงรูเ้ ถดิ วา่ มจั จรุ าช มาเตอื นใหร้ ้ตู วั แลว้ จะทำอะไรกใ็ หรบๆ ทำเสยี อย่าไต้มวั ประมาท หรอื มวั โอเ้ อ้อยู่ แต่คนเราสว่ นใหญแ่ มจ้ ะถูกเตอื นอยา่ งน้ีแล้ว กย็ ังไมค่ อ่ ย รู้สิกตัวนกั บางทรี ูต้ วั อยู่ แตก่ พ็ ยายามดิน้ รนหาทางกลบเกลือ่ น หรือหลบหนีบรวิ ารชองมจั จรุ าชกนั เปน็ การใหญ่ แม้กระนน้ั ก็ อาจหลบหนไี ตเ้ พียงยวั ระยะเวลาหน่ึงเทา่ นน้ั ท้ายทส่ี ดุ มัจจรุ าชก็ พบจนไต้ ไดโอกาสเมอ่ื ไร ถงึ เวลาเมอ่ื ไร มจั จุราชกจ็ ะปลดิ รพ ทันทไี ม,ว่าจะเปน็ กลางวันหรอื กลางคืน ไม1วา่ จะอยู่ในนา้ํ หรอื ธรร๑มสOา)ว๗ท!ี }ป็

บนบก ไฝวา่ จะอยู่ทบ่ี ้านหรือกลางถนน มัจจรุ าชจะไฝเลือกเวลา และสถานท่ี หมดเวลาของผนู้ ้ันแลว้ กน็ าสวี ติ ไปทันทโี ดยไมฟ่ ัง ใครทั้งสิน เม่ือรู้ดงั นแ้ี ลว้ จึงไม,ควรประมาท ไม1ควรปล่อยวนั เวลาให้ ล่วงเลยไปโดยไมไ่ ดท้ ำอะไรใหเ้ ปน็ ร้นเป็นอนั ควรรบี เรง่ ทำสงิ ท่ี ควรทำและเปน็ ประโยชน์ตอ่ ตนเองและผูอ้ ีน่ เลยื ในวันนีแ้ ละเต้ียว น้ี เสน่ รบี สกิ ษาเล่าเรียน รบี ตัง้ เน้ีอตัง้ ตวั รบี ทำบญุ ทำQFIล เปน็ ต้น ไม,ควรผดั วนั ประกนั พรงุ่ ตอ่ ไป จะมวั รอฤกษ์รอยาม รอให้ อายมุ ากกว่าน้ีเลืยก,อน หรอื รอให้รรรวยรอใหพ้ รอ้ มเลยื กอ่ น ก็ อาจจะสายเกินไป เพราะวนั พรุง่ น้ีเราก็ไมร่ วู้ า่ จะยังม!ี เวิตอยูอ่ กี หรือไม่ คนที1มัวประมาทมัวรอโนน่ รอนอ่ี ยู่ หรือมวั ผัดวันมดั เวลาอยู่ กม็ ักจะหมดโอกาสท่ีจะทำสิงทคี วรทำ เมือ่ ถึงเวลา เรี่ยวแรงกจ็ ะหมดไปเรอื่ ยๆ อายุก็มากข้ึนเรอ่ื ยๆ แมอ้ ยาก จะท0ากท็ ำไม,ไหว แม้ขอเวลาขอโอกาสให้แข็งแรง ใหอ้ าการ ดขี ้นึ เพอ่ื มาท0ๆความดีทำบุญทำกุศลก่อนไป มจั จุราชกไ็ ม่ ยอม เพราะหมดเวลาไปแลว้ และเตือนใหร้ ูล้ ว่ งหนา้ มานาน แล้ว จึงต้องไปดามอำนาจซองมัจจุราช และไปอย่างมอื เปล่า ไม่มหื ลักประกันอะไรเลย. ทร&แ

ผ ทู้ รยศเพ่ือน ยสฺส รุกฺฃสสฺ ฉายาย นสิ ีเทยยฺ สเยยฺย วา นตสสฺ สาข0 ภณเุ ซยยฺ มิตฺตทุพโฺ ภ หิ ปาปโก ฯ (วิธ,รซาดก) ข.ุ ซา. มหา. ๒๘/๒๕'๘๔/๓๖๒ ได้น่งั หรอื นอนที่ร่มเงาต้นไฝได ไม่พึงหักรานกงิ ฃองต้น ไม้นั้น เพ ราะผ้ทู ำเยน่ น ัน้ ชอื่ ว่าเปน็ ผ้ทู รยศเพ ่อื น และเปน็ คนบาป. ๑๓ธ, อรวมสาวทปี น

ความกตญญ คอื ความสำนกึ รบู้ ุญคุณของคนหรอื สิงตา่ ง ๆ ทีเ่ คยทำเคยให้อปุ การะแก,ตนมา หรอื ทเ่ี คยส่วยใหต้ นพน้ จาก ความทกุ ขเ์ ดอื ดร้อนมาได้ จดั วา่ เปน็ คณุ ธรรมหลักในเบือ้ งด้น ของคนเรา ความกตญั ญน้ีจะคอยพยงู อปุ ถมั ภค์ ้ําจนุ ผู้ทีป่ ฏบิ ตั ไิ ว้ พรอ้ มท้ังคอยรองรบั ความเจรญิ กา้ วหนา้ ตา่ งๆ ของผู้นัน้ ไว้ ฟาน เปรียบความกตญั ญไวเ้ หมือนกบั เสาเขม็ หรอื เสาหลกั ของอาคาร ท้ังหลาย ส์งคอยพยงุ และรับนํา้ หนกั อาคารท้ังหลงั ไว้ ม ใิ สเ่ ฉพาะคนเทา่ นัน้ ทค่ี นเราจะด้องกตัญญตอบ แมล้ ัตว์ ดน้ ไม้ ภเู ขา แม่นา้ํ สำคลอง จนกระทัง่ บ้านเมอื งท่ีตนอาลัยอยู่ สง์ เรียกรวม ๆ วา่ ธรรมชาตแิ ละสิงแวดล้อมส์งคนเราได้พง่ึ พาอาลยั ไม,โดยตรงกโ็ ดยออ้ ม คนเรากค็ วรตอ้ งกตัญณตู อบด้วยเหมอื นกนั คือต้องรู้ว่าธรรมชาติและสิงแวดล้อมต่าง ๆ มดี ุณตอ่ ตนเองอย่างไร และตนเองจะตอ้ งปฏบิ ัตติ ,อส,ิ งเหลา่ น้ีอย่างไร การแสดงความ กตญั ญตอ่ ธรรมชาตแิ ละสงิ แวดลอ้ มท่ีจะตอ้ งทำคอื ป้องกันมิให้ ถกู ทำลายให้เสียหายหรอื เสียสภาพไป รกั ษาแต่ละอยา่ งใหค้ ง สภาพไว้ มใิ หเ้ ปลย่ี นแปลงหรอื หมดสนิ ไปโดยน้ํามอื มนษุ ย์หรอื โดย นา้ํ มอื ของตนเอง เปน็ ต้น การกตญั ญตอ่ สงิ เหลา่ น้ี เปน็ การกตญั ญ ตอ่ ตนเองโตยออ้ ม ในทางศาสนา ทา่ นยกเรือ่ งการแสดงความกตัญญตอ่ ดน้ ไมไวเ้ ปน็ ตวั อยา่ ง คือเมือ่ ตนเองไตอ้ าลยั ได้นัง่ นอนอยูใ่ ต้ ด้นไม1้ ดแล้วไดร้ ับความสุขความสบายแม้เพียฬ่วคร้งั ส์วคราว หรือ ทรม๑ส๔าฬ๐ปป็

ไตอ้ าศยั ลกู อาศยั ดอกอาศยั ใบมาทำเปน็ อาหาร แม้ก,ิ งของตน้ ไม้ นั้นก็ไมพงหักราน ใครหกั รานกงิ หรอื โค่นล้มตน้ ไมน้ ั้น ทา่ นถือวา่ “เปน็ คนทรยศเพือ่ น” และ “เป็นคนบาป” เพราะทา่ นถอื วา่ ธรรมชาตแิ ละสงิ แวดล้อมทกุ อยา่ งเป็นเพอ่ื นทด่ี ฃี องคนเรา ส์งให้ ประโยชน์แก1คนเราตลอดมา ได้อาศยั บ้าน แตไ่ ม,ดแู ลบา้ นใหด้ ี ปล่อยใหบ้ ้านสกปรก รกรงุ รงั ไดอ้ าศยั ตน้ ไม้ แตช่ อบตดั ต้นไมท้ ำลายป่า ไตอ้ าศยั แม่นํา้ ล0าคลองแต่ชอบทิง้ ขยะมูลฝอยลงไปทำใหส้ กปรกเน่าเหมน็ ได้ อาศยั อากาศหายใจ แต่สร้างมลพษิ ให้แก,อากาศ ไตอ้ าศยั ถนน สญั จรไปมา แตช่ อบทิง้ ขยะลงบนถนน ไต้อาศยั เมอื งอย่ แตช่ อบ กอ่ ความเดอื ดรอ้ นวุน่ วายให้เกิดแก,เมอื ง ชอบทำใหเ้ มอื งลม่ จม จะไมเ่ รยี กวา่ เป็นคนเนรคณุ ธรรมชาตสิ ิงแวดล้อมไตอ้ ยา่ งไร เม่ือ เปน็ คนเนรคณุ เพือ่ นอยา่ งน้ี ถึงคราวท่ีเพ่ือนลงโทษเอาบา้ ง จะไป รอ้ งอทุ ธรณเ์ อากะใคร และใครจะปวยใครไตส้ กั เท่าใด ต้นไม้ ภเู ขา แม่น้าํ ลำคลอง ถนน และบานเมือง ทีอ่ ยู่ อๆศย้ ลว้ นเปน็ องคป์ ระกอบของ?)วิด ทีทำให้ชวี ิตสดชืน่ ให้ ความสุขสบายให้ความสะดวกแกค่ นเรา ถ้าคนเรายงั เห็นแก่ ตวั ยงั มกง่ายเก่ยี วกบธรรมซาติส่งแวดลอ้ มอยู่ คนเราก็จะยงิ่ เดอื ดรอ้ นมากข้ึนทุกวัน คงโทษใครไมไ่ ด้นอกจากโทษตวเอง. ธร®สาฬป็ ปื

ทางสายเดยวกน ทหรา จ มหนตฺ า จ เย พาลา เย จ ปณฑฺ ติ า สพฺเพ มจฺจวุ สํ ยนฺติ สพฺเพ สจจฺ ุปรายนา ฯ ฃุ.ส.ุ ๒๕'/๔๘๔/๔๙๑ ทง้ั เดก็ ทง้ั ผใู้ หญ่ ทง้ั คนโง่ ทัง้ คนฉลาด ลว้ นตอ้ งไปสอู่ ำนาจ แห่งความตาย มีความตายรออยขู่ า้ งหน้าทัง้ สน้ิ . ๑๔๒ ทใวมสารทปิ ปี

เมือ่ คดิ พจิ ารณาใหด้ ี จะเห็นได้ว่า สวิ ติ หรอื อายขุ องคนเรา น้ีลันอยูไ่ ดไมน่ านนัก ไม่ถึงรอ้ ยปก็ จ็ ะตอ้ งตายกันหมด ท่ีเกนิ กว่า ร้อยปกี น็ บั ตวั ไต้ ทอ่ี ายขุ องคนเราลนั อย่างน้ี กเ็ พราะอนั ตรายที่ จะทำให้อายุสนิ สดุ ลงมีมากมาย ฟนโรคภยั ไข้เจบ็ การไมด่ แู ล สุขภาพให้ดี ความประมาท อบายมขุ และอบุ ัตเิ หตตุ ่างๆ รวมไป ถงึ กรรมท่ีเจา้ ของสิวิตเคยทำไวด้ ้วย เหตุเหล่าน้ีลว้ นเปน็ ตัว,บ่ัน ทอนอายใุ หล้ น้ ลงทง้ั สนิ ตงั นัน้ ทา่ นจงึ สอนใหค้ นเรามีสติ อยา่ ประมาท ตอ้ งระวงั อนั ตรายเหล่านใ้ี ห้ดี คอื อยา่ ไปสร้างหรืออย่า ไปทำใหม้ ันเกดิ ขน้ึ ไต้เปน็ ดี เพราะถา้ ไม,ระวงั ความตายกจ็ ะมาถงึ เร็วกว่ากำหนด ตังท่ีเห็นๆ กันอยู่ เสน่ อายุยงั ไมม่ ากแตก่ ็ตาย เพราะถกู โรคเบยี ดเบยี นบา้ ง ตายเพราะอุบตั ิเหตบุ ้าง ตายเพราะ ประมาทบา้ ง เมอ่ื เอย่ ถงึ เร่ืองตายแล้ว คนสว่ นใหญม่ กั จะไม่อยากไต้ยนิ รรตเเรพววอ้อ่ื รติติงงามนมขะแีอคีี้กคนง็ตววรน่า้อาวมมองติ ตแนกดกาลแียย1กวั อ่เปต'ทตม็นา้อกุจยทะงสเไ่ีสวิจแมิตบ็ุดต่กส่ลเหพแัวำารหลตกาะารจะยบัตะค้อคกตวงนลา้วตมา่ทยาวตมไ่ียวามอไ่ายปง่ตสเเป้ริวหะิต็นโน็ มคดจวาอืยดุ า่ทเกเสฉมหาุดพือ่รรหเราือดะวา้คนิ ยคิตนทขวนทอาา้ีเงกม่ีเงขไิดรตา้ปไวใาสดจยติ ้์ ความตายก็ไม1ผดิ เกิดมาเท่าไรก็ตอ้ งตายเทา่ นัน้ ไมซ่ าดและไม่ เกินไปกวา่ นี้ ทุกคนไม,วา่ จะอยใู่ นวัยใด ไม่ว่าจะเป็นคนโง1หรอื ฉลาด ไม่ว่าจะเป็นคนม่งั มหี รือยากจน ลว้ นจะต้องไปส่อำนาจความ ตายทง้ั สนิ คนเราแม้จะแตกต่างกันทางต้านฐานะ ความรู้ คณุ ธรรม ทฑ๑ม๔สา๓ฬปปี

หรอื ยศตกั ด้ี แตม่ ีสงิ หนง่ึ ทีม่ เี ทา่ เทียมกนั และได้รับเหมอื นกันคือ ความตายนีเ่ อง ความตายนท้ี ำใหค้ นเราเสมอภาคกัน ผูท้ ีเ่ ข้าใจเรอ่ื งน้ีดียอ่ มจะไม,ประมาท มีสตนิ กึ ถึงความตาย ทจ่ี ะมาถึงตวั เองอยเู่ สมอ พร้อมกันนน้ั กเ็ รง่ ทำสงิ ทีเ่ ปน็ ความดี งามไว้ ลงั สมความดงี ามไวเ้ รือ่ ยๆ เพราะไม่ร้วา่ ตัวเองจะตอ้ งตาย เมือ่ ไร เตรยี มตัวไวก้ อ่ นเปน็ ดี ตายแล้วจะ1โดไม่!ปมีอเปล่า ตรง กันขา้ มกบั คนท่ีประมาท จะกลัวตาย ไม1อยากฟงั ’โมอ่ ยากพูดถึง เรือ่ งตาย คนฟนน้ีจงึ หวาดผวาสะดุ้งตกใจเสมอเมือ่ พูดถงึ ความ ตาย หรอื เม่ือมใี ครมาทกั วา่ จะตอ้ งตาย ก็เดอี ดร้อนดน้ิ รน หา ทางแก้หาทางกนั ใหต้ ัวหลดุ พน้ จากความตายวนุ่ วายไปหมด การ บนบานศาลกล่าว การเสน่ สรวงบชู า การสะเดาะเคราะห์ การสิบ ชะตา เปน็ ตน้ กเ็ กิดขน้ึ เพราะเหดุแหง่ ความกลวั ตายของคนท้ังสิน ไหนๆ กจ็ ะต้องดายแนน่ อนแลว้ จะมัวประมาทมวั เมา ปล่อยชวี ิตให้สนุกสนาน เอาแดก่ ินเอาแตเ่ ท่ยี ว เอาแด่ เลน่ อยไู่ ย ไฉนจงึ ไม่รีบแสวงหาสิงท่จี ะติดตามตนไปได้ และ เปน็ ท่พี งึ่ แfiตนไดห้ ลง้ จากทึต่ วเองตายไปแล้วกันเล่า.

มากมาจากนอย มาวมณฺเณถ ปณุ ฺณสฺส น มตุต0 อาคมิสฺสติ อุทพินุทุนปิ าเตน ฮทุ กมุ โภ'ปี ปรู ติ อาปรู ติ ธโี ร ปุณณฺ สฺส โถก0โคก0ปี อาจนิ ํ ฯ ฃ.ุ ธ. ๒๙/๑๒๑/๔๐ ไมค่ วรดูหมิ่นบญุ ว่ามปี ระมาณนอ้ ย คงไมม่ าถงึ ตน แมห้ มอ้ น ํ้ายังเตม็ เปียมไดด้ ้วยนา้ํ ที่ห ยดลงมาทลี ะหยด ฉนั โด ผ ู้ม ี ปัญญาสงั่ สมบุญไว้ทีละน้อย ๆ ก็ย่อม เต็ม เป ยี ม ดว้ ยบ ญุ ได้ ฉนั นนั้ . ธรรoมtสcาร<ท§:ปี นี

ธรรมดา วา่ ชองมากน้นั ก็มาจากของนอ้ ยทร่ี วมๆ กนั เขา้ นน่ั เอง เฟน้ คนทม่ี เื งินทองมากๆ ก็เพราะได้เก็บสะสมไว้ทีละนอ้ ยๆ คนมีความรู้มากกเ็ พราะไดฝ้ ก็ ษาหาความรมู้ าเรอ่ื ย ๆ บญุ ก็๗น เดยี วกนั ถา้ ได้ทาส์งสมไวเ้ รือ่ ยๆ ไม่ทำๆ หยดุ ๆ แมจ้ ะทำอยา่ ง ละไม่มาก แต่ก็ทำเร่ือยไป โดยไม,คดิ วา่ บุญทต่ี นทำอยา่ งน้ันจะ สญู เปล่าจะไม่ใหผ้ ลอะไร คิดแตเ่ พยี งว่าขอใหใํ ดท้ ำ แม้จะเพยี ง เลก็ ๆ น้อยๆ ก็ฃอใหม้ สี ว่ นร่วมดว้ ยกแ็ ลว้ กนั เม่ือทำไปเฟน้ นีบ้ ุญ ของผนู้ น้ั กจ็ ะเพ่ิมพนู มากย่งิ ขน้ึ ไมน่ านนกั บุญของเขากจ็ ะเต็มเใ!เยม สามารถอำนวยประโยซนใ้ หเ้ ปน็ ความสขุ ความเจรญิ ยง่ิ ๆ ขน้ึ ไป ได้ เหมอื นกบั น้ําทห่ี ยดจากก๊อกน้ําทีล่ ะหยดๆ หรือนํา้ ฝนทต่ี กลง มาทลี ะเมด็ ๆ สง์ ดูแลว้ เหมอื นจะไมม่ าก แตเ่ มอ่ื มภื าชนะเฟ้นข้น หรอื บาตรรองรับนํา้ นัน้ ไว้ น้ําท่ีหยดลงมาหรอื ฝนท่ีตกลงมาเรือ่ ย ๆ โดยไมห่ ยดุ น้ันกจ็ ะเพ่ิมขึน้ ๆ จนเตม็ ขันเตม็ บาตร สามารถนำมาด่ืม กนิ หรอื ใสปั ระโยชน์อืน่ ได้ เพราะฉะนน้ั ทา่ นจึงบอกวา่ อยา่ ไดด้ หู มน่ิ บุญท่ีตนเองทำ ไว้เลก็ ๆ นอ้ ยๆ นน้ั จะมาใหผ้ ลแก,ตนไดอ้ ย่างไร หรอื อยา่ ไดค้ ิดวา่ ทำไปแลว้ เมอ่ื ไรจงึ จะใหผ้ ลตอบแทน ขอให้ทำบุญไปเร่ือยๆ เถิด เมอ่ื บญุ นัน้ เตม็ บรบิ ูรณแ์ ลว้ ก็จะนำผลอนั เป็นสุขมาให้ คนท่ีไม,คิด ทำบญุ หรอื ไมอ่ ยากทำบญุ ตา่ งหากทม่ี วั คิดโน่นคดิ นี่ มวั คดิ เลก็ คดิ นอ้ ยเกีย่ วกบั เร่ืองบญุ แล้วก็ไม,ทำบญุ หรือบางคนอยากทำบุญ เหมือนกัน แตม่ ัวคิดมากหรอื คดิ หยมุ หยมิ เกินไปจนพลาดโอกาส ทำบญุ ไป การทำบญุ นน้ั ทา่ นสอนใหเ้ ลือกทำก็จรงิ แต่มใิ ฟ้เลอื ก ๑๔๖ เรรรมสาฬปปิ

จนกระทง่ั ไมไ่ ดท้ ำ ควรเลอื กท่ีดที ่ีสดุ เทา่ ทม่ี อี ยู่หรอื เท่าทีจ่ ะหาได้ เหมือนทท่ี า่ นสอนให้เลอื กรบั ประทานอาหารทีม่ ปี ระโยชน์ แต่ เม่ือหาอยา่ งนน้ั ไมไ่ ด้ แมอ้ าหารทม่ี ปื ระโยชนน์ ้อย ก็ด้องรับ ประทานไปเพือ่ ประทังสิวิต มใิ สป่ ลอ่ ยใหอ้ ดจนตายไป วนั เวลาท่ีล่วงเลยไปน้ันไดพ้ าเอา!เวติ ของเราไปด้วย โอกาส ทจ่ี ะทำบญุ กน็ ้อยลงไปด้วย จะมาโหมทำบญุ กนั ในตอนแก่หรือ ตอนใกลจ้ ะสนิ ลมน้ันจะไปทนั อะไร จะทำบุญได้ส์กเทา่ ไร เหมือน เอาภาชนะไปรองน้ําเม่ือฝนใกลจ้ ะหยดุ ตกแลว้ จะไปไดน้ ํ้าฝนกกั ก่ีมากนอ้ ยกัน ผูฉ้ ลาดกลวั พลาดโอกาสทำบุญ จึงสัง่ สมบุญมาเรอ่ื ย ๆ แมจ้ ะทำไม่มาก แด่กท็ ํๆอยูอ่ ยา่ งไฝขาดสาย บญุ ของm ก็ เพ่ิมพนู ขน้ึ เร่อื ย ๆ จนเต็มเปยี ม เขากอ็ ุ่นใจสบายใจไดว้ ่าชีวติ นีไ๋ ดส้ ะสมเสบียงไวแ้ ล้ว แม้จะต้องตายไป กไ็ ฝกลวั ว่ๆภพชาติ ต่อไปจะลำบากและวา้ เหว่ เพราะมเี พ่อื นคือบุญตามไปดว้ ย แล้ว. ซฬ๑มส๔าร๗ท็ปน^็

ขออางของคนเกยจคราน อติสีต0 อตอิ ณุ หฺ 0 อตสิ ายมิท0 อทุ อติ ิ วสิ สฺ เ]จกมุมนเต อตฺถา อจเฺ จนฺติ มานเว ฯ (สงิ คาลกสูตร) ที.ปาฏิ. ๑๑/ใอ ๕'(ภ/ใอ๐๕ ประโยชนท์ ้ังหลายย่อมผ่านเลยคนท่ีชอบอา้ งว่า หนาวเกินไป รอ้ นเกินไป เวลานีเ้ ยน็ เสยี แลว้ ดังนี้เป็นตน้ แลว้ ทงิ้ การงาน เสยี . ทใไ๑มร๔า1๘ทิปนิ

อนั วา่ ประโยชนห์ รือทรพั ยส์ มบตั ิทง้ั หลายนน้ั มอี ยูท่ กุ หน ทกุ แหง่ บนผนื แผน่ ตนิ น้ี ดงั ทา่ี 5เดว่า “หรพย็ในดินสินในนา,, ทกุ คนท๓่ี ดมามีสิทธเิ ท่าเทยี มกันในการทีจ่ ะได้เป็นเจา้ ของทรัพย์ สนิ เหลา่ นี้ แด1เพราะคนเรามคี วามแตกตา่ งกันในด้านสตปิ ญั ญา ความสามารถ ความขยนั เป็นดน้ ส์งเปน็ เคร่ืองมอื สำคญั ในการ หาประโยชนเ์ หลา่ นน้ั จงึ เป็นเจา้ ของทรพั ยส์ นิ เหล่านไ๋ี ม่เทา่ เทยี ม กนั การทีจ่ ะได้เปน็ เจ้าของนัน้ จะตอ้ งลงทนุ ลงแรง ต้องอาคยั ความมานะบากบน่ั ต้องก้ม ๆ เงยๆ หลงั สฟู้ า้ หนา้ สูด้ นิ แขนขา ตอ้ งต่อสู!้ ม,ว่างานหนกั งานเบา และตอ้ งใสเั วลามาก บางคร้ังถงึ ครึง่ คอ่ น,สีวติ จึงจะมสี ทิ ธเ้ี ปน็ เจา้ ของทรัพยเ์ หลา่ น้ันไต้มาก สว่ น คนท่ีหยบิ หยง่ ไม่ต่อสั ไมม่ ัน่ คง จติ ใจท้อแท้ มอื เท้าออ่ นปวก เปยี ก คดิ แตจ่ ะรวยทางลดั เอาแต่เพอ้ ฝนั แต่ไม่ลงมอื ทำอะไร ใท้เปน็ สนิ เปน็ อัน มนี ต1อยากใต้ แตไ่ มก่ ล้าสงู้ าน ชอบแต่จะอา้ ง ร้อนอา้ งหนาว อา้ งฟา้ อ้างเยน็ อยรู่ าไป ปลอ่ ยใหง้ านการตา่ งๆ ท่ีรับผดิ ชอบค่ังคา้ ง ไม่สำเรจ็ ลงไต้ ชอบทง้ิ งานท้ิงการราไป คน อยา่ งนย้ี อ่ มเปน็ ไปไมไ่ ตท้ จ่ี ะได้เชยชมทรพั ย์!นดนิ สินในนํา้ ตาม ทด่ี อ้ งการ ลังเกตดเู ถิด คนยคุ นีช้ อบแต่ความสบาย ชอบให้ตัวสบาย ชอบทำงานทส่ี บายๆ จึงมนี ลิ ยั ไมค่ อ่ ยสูง้ าน ไมค่ อ่ ยมีความรับ ผดิ ชอบ ทิง้ งานทีต่ นตอ้ งทำเหมอื นท้ิงขยะ คอื ไม่แยแสไม่สนใจ วา่ จะเกดิ ผลเสยี แก'ตนหรอื คนอ่ืนอย่างไร แมจ้ ะทำอะไรก็อดทน ไม,นาน ตอ้ งการให้ไตผ้ ลเร็วๆ ไม่อาจจะรอนานเปน็ สบิ ปย็ ี่สบิ ปีได้ บรร๑มส๔าฬรรปปี

หากบอกวา่ ต้องทำงานเหน็ดเหนอ่ื ยอยา่ งนไ๋ี ปหา้ ปสี ิบปีจึงจะได้ ผล กห็ มดกำลงั ใจ เกดิ ความทอ้ แท้ ไม,อยากจะทำงาน เมือ่ เปน็ อย่างนี้ จึงสมัครใจทจ่ี ะเปน็ ลูกจ้างเป็นลูกน้องคนอน่ี ราไป เพราะ สบายดี ไม,ต้องรับผิดชอบอะไรมาก ไม,ตอ้ งเหนอ่ื ยมาก ไม,ต้อง คิดอะไรมาก รอคอยฟงั แตค่ าลังว่าเขาจะใหท้ ำอะไรอย่างไรเทา่ น้ัน สมองมกื เ็ หมือนไม่มเี พราะไม่ไดใช้ เพราะคนสว่ นใหญเ่ ปน็ อยา่ งน้ี คนจนจงึ มมื าก คนยากจงึ เตม็ เมอื ง แตม่ ืคนอกี ส่วนหน่ืงส์งก็เปน็ สว่ นนอ้ ย ทีค่ ดิ จะใหต้ ัวเองพน้ จากภาวะอยา่ งนัน้ จึงมานะอดทน บากบ่ัน ใชส้ ตปิ ญั ญา ใชม้ นั สมอง คดิ ทำให้ตวั เองก้าวหน้าอยู่ เรอ่ื ยไป ยอมล้มลกุ คลกุ คลาน ยอมลำบากเหนอ่ื ยยาก ยอมอด มอ้ื กนิ มือ้ มุง่ แต่จะหาทรัพยํในดินสินในนา้ํ ไต้มากกว่าคนประเภท แรก คนอย่างนีถ้ งึ จะลำบากอยา่ งไร ในท่ีสูดก็จะสขุ สบายไปตลอด ทรัพย็ในดินสินใน'นาน้ันจะวิง่ มาหาคนทฉี่ ลาด คนทีมี ความพาก!,พียรพยายาม และก้มหวั ใหแ้ กแ่ ผ่นดนิ เทา่ น้ัน คน ทหี่ ยิบหย่ง คนทีเหน็ แก่ความสบาย คนทไี่ ม่ชอบใสัความคดิ อะไร ทรัพยส์ มบตยอ่ มจะไม,วิงมาหา แม้ทรพั ยท์ ีม่ อี ยู่แล้วก็ จะวงิ หนีคนอย่างนีไ๋ ปเรือ่ ย ๆ จนหมดไปในท่สี ุด. M1๑มf๕tาฬ๐ปปี

ปากหอยปากป ู ด ทุ นติ วาจาย ชนา อสณฺณตา สเรหิ สงฺคามคตํว กุณซฺ รํ สตุ ฺวาน วาๆยํ ผรสุ ํ อทุ รี อ0 อธวิ าสเย ภกิ ฺฃุ อทุแฬิตโฺ ต ฯ (สนุ ทรสี ตู ร) ชุ.อ.ุ ๒๕/๓๘/๑๗๒ คนท่ไี ม่สำรวม ชอบที่มแทงผู้อ่นึ ด้วยคำพูด เหมอื นทหารข้า$กทิ่มแทงข้างที่ออก$กลว้ ย ปีกศรฉะนั้น ภิกษุไลย้ ินคำทยาบคายที่เขาพูด แล้ว พึงอดกลั้นให้ไล้อย่าประทุษร้ายตอบ. แฑ๑ม<ส£า£ฬ๑!!ปี

ในโลกของเรานม้ี คี นอยปู่ ระเภทหนง่ึ ชอบจบั กลุม่ นินทา ชาวบา้ น ชอบพดู ถงึ เรอ่ื งของคนอน่ื โดยไมค่ ำนงึ วา่ เรอ่ื งทิพ่ ูดถงึ ifนจะจริงหรอื ไม1จริงอย่างไร จะเสียหายตอ่ ผถู้ กู พดู ถึงอยา่ งไร หรือไม, ขอใหใ้ ต้พูดเปน็ พอใจ คนประเภทนีล้ ังคมเรยี กวา่ “พวก ปากหอยปากป”ู ผลาญเวลาทำมาหากินของตวั เองไปอยา่ งนา่ เสยี ดาย แต่สว่ นใหญเ่ ขากไ็ ม,คอ่ ยรู้สีกตวั กนั นัก ถ้าไตพ้ ดู ถงึ คน อน่ื นินทาคนอน่ื แลว้ เปน็ สบายใจ ยงิ เป็นเร่ืองปกปดิ ล้ีลับของคน อืน่ ทีเ่ จ้าตวั เขาใฝอยากจะเปิดเผย ยิงเป็นลาภปากชองคนประเภท นี้ โลกนีด้ ูเหมือนว่าจะไม1เคยว่างเวน้ จากคนเหลา่ นเ้ี ลย มมื าทกุ ยคุ ทุกสมัย แมในสมัยพระพทุ ธกาล องค์พระลมั มาลมั พทุ ธเจา้ เอง ก็เคยถูกชุบสิบนินทามาแลว้ บอ่ ยครัง้ กรณอี ยา่ งน้ี ทางพระศาสนาสอนว่า เมือ่ คนล่วนหนง่ึ ไม่ คอ่ ยสำรวมปาก มกั พดู โดยไมค่ ดิ หนา้ คิดหลัง ชอบใข้ปากพูดทิ่ม ตำคนอื่นโดยไมล่ ะอายและไมก่ ระดากปาก ผฟู้ งั กต็ อ้ งอดทนใหไ้ ด้ เหมอื นทหารในสงครามใขล้ กู ศรหรอื หอกดาบทม่ิ แทงขา้ งฝ็กของ ตตั รคู ฝ่ ก็ ขา้ งสกื จำต้องทนตอ่ ลกู ศรหอกดาบทถ่ิ กู ทม่ิ แทงมาจาก ส์ทิศให้ไต้ ถา้ ทนไม,ไต้วิงหนไี ปเสยี กจ็ ะทำใหพ้ ่ายแพ้แกข่ า้ สกื หากทนไต้ก็จะประสบข้ยชนะในทิส่ ุด ในสนามรบเปน็ ฟนไร แม้ ในสนามสิวติ กเ็ ป็นฟนนน้ั ผทู้ จ่ิ ะทำงานใหญ่ ผ้ทู ีต่ อ้ งการความสำเรจ็ ในสิวติ ต้องทำตวั ใหเ้ หมือนขา้ งสกื ตอ้ งอดทนต่อคำหยาบคาย คำพดู ทิไ่ ม1ปรารถนา ๑๔าร๒ฟป้ ป็

ดี คำพดู ทีท่ ำให้เกดิ ความทอ้ แท้ จากคนทีไ่ มส่ ำรวมปากใหใํ ต้ ต้องไม่ยอมแพ้แก1ลมปากอยา่ งนน้ั เพราะแค,ลมปากคนยังยอม แพเ้ สยี แล้ว จะเอาชนะอปุ สรรคอะไรอยา่ งอืน่ ไต้ เมือ่ ไตย้ ินเขา ดา่ วา่ เสยี ดสกี ระทบกระเทยี บ ต้องคิดไว้เสมอวา่ นน่ั เปน็ เร่ืองซอง ปากคน เอามาเปน็ อารมถn มไ่ ต้ เพราะถา้ ขนื เกบ็ มาไว่ในใจ อาจ ทำใหห้ วั เสยี หรือทำให้เปน็ บา้ ไปไต้ เม่ือเปน็ อยา่ งนน้ั ผูพ้ ูดก็จะ หวั เราะเยาะชอบใจไปเท่านน้ั เอง และตอ้ งทำใจใหม้ ัน่ คง ไม,โกรธ ตอบ ไมโ่ ตต้ อบ ไม่แสดงอาการไม1พอใจใหเ้ ขาเหน็ ในกรณอี ย่าง นต้ี อ้ งวางเฉยอยา่ งเดยี วเท่านัน้ เปน็ คนไฝควรให้ลมปากคนพาลมาทำลายความตั้งใจ และการงานของตวั เองโดยใช่เหตุ เราไปหา้ มเขามใิ ห้พูดไม่ ได้ แตเ่ ราสามารถ!เองกนั ไดด้ ้วยการไม1นำคำพดู ของเขามา ใส่ใจเสยี เทา่ นน้ั ลมปากนั้นก็จะผา่ นไปเหมือนลมพด สำคัญ เพยี งระวิงอย่าใหค้ วั เองเปน็ อยา่ งทเ่ี ขาพูด และระวิงควั เอง อยา่ เป็นคนพาลท่ีเท่ยี วนนิ ทาซาว'บานเสยี เองเทา่ นน้ั เป็น <เ1ซฬ เด0/. ownftH!

คนภเู ขา ทูเร สนฺโต ปกาเสนตฺ หิ มิ วนฺโตว ปพพฺ โต ฮสนฺเตตถฺ น ทสิ สฺ นฺติรตตฺ ิฃิตฺตา ยถา สรา ฯ ข.ุ ธ. ๒๕/๓๐๔/๗๕ ค น ด ี แม้จะอยไู่ กลกป็ รากฏซดั เจน เห มือน ภูเขาห มิ าลยั ส่วนคนไมด่ ี แม จ้ ะน ั่งอ ยู่ตรงน ค้ี น ก ม็ องไม ่เห ็น เหมอื น ลกู ศรทีถ่ กู ยิงไปตอนกลางคนื . ซวไ©มลtfาtาcทีปน

ภูเขาหมิ า^ยน้ันเปน็ ทร่ี ูก้ นั วา่ เปน็ ภเู ขาทีใ่ หญ่และสงู ทีส่ ดุ ในโลก คนส่วนหนึง่ นบั ถอื วา่ เปน็ เทพแห่งภเู ขา เปน็ ทส่ี ถติ อยู่ แหง่ วิมานของพวกเทพตา่ ง ๆ คนทีอ่ ยูไ่ กลนบั รอ้ ยกโิ ลเมตรก ็ สามารถมองเหน็ ใตเ้ หมอื นอยใู่ กล้ สว่ นลกู ศรหรอื ลกู ธนทู ่ีถูกยิงไป ตอนกลางคนื พอหลดุ จากคนั ไปเทา่ น้ัน แมจ้ ะอยูใ่ กลส้ ายตา ก็ มองไม,เห็นแลว้ เพราะความมดื ทา่ นนำสองสิงนม้ี าเปรียบระหวา่ ง คนดกี ับคนไมด่ ี คือคนดแี มจ้ ะอยูไ่ กลกเ็ หมือนอยใู่ กล้ สว่ นคน ไม่ดี แมจ้ ะอยูใ่ กล้ กเ็ หมอื นอยู่ไกล คอื คนบางคนมีผูค้ นนยิ มยกย่อง มผื ู้ตอ้ งการพบเห็นอยาก เขา้ ใกล้ อยากพดู จาดว้ ย อยากคบหาสมาคมดว้ ย แม้จะอยไู่ กลๆ กด็ ัน้ ดน้ ไปหา แอเสยี งเกียรติคณุ ขจรขจายใปในทีต่ ่างๆ หรอื บาง คนเวลาเขามกี ารปนู บำเหน็จรางวลั กัน แมจ้ ะอยูห่ า่ งไกล แมจ้ ะ ไม่ถูกเสนอสอ์ ให้เลอื กใหพ้ จิ ารณา แต่กไ็ ดร้ บั บำเหน็จรางวลั ได้ รบั เกยี รติ ได้รบั ยกย่องจากผูพ้ จิ ารณา โดยอาศยั สิอเสยี งเกยี รติคณุ ท่ีขจรขจายไปนัน่ เอง ส่วนบางคนแมจ้ ะอยู่ใกลๆ้ หรือทำงานด้วย กันเสยี ดว้ ยโ?าไป แตก่ ฎ็ กเมนิ เฉย ถูกมองข้ามไปเสีย ไม,ไดร้ บั ความสนใจจากใครๆ ทำใหต้ ้องมานง่ั บน่ นอ้ ยอกนอ้ ยใจ มานัง่ โทษคนน้ันคนน้ี โทษดวงโทษวาสนาใหว้ นุ่ ไป ความจริง เร่ืองอยา่ งนท้ี า่ นว่ามสี าเหตมุ าจากความเปน็ คน ดหี รือไม่ดขี องคนผู้นัน้ เองเปน็ สำคญั คนดใี นทัศนะของท่านคือ คนทม่ี คี ุณธรรม เป็นผู้ประพฤตอิ ยู่ในธรรมอย่างเสมอตน้ เสมอ บรร๑มท๕ฬ๕เปปิ

ปลาย ฟนเปน็ คนมเี หตมุ ีผล รู้จกั ประมาณ รูจ้ กั ตนเอง รู้จักกาละ เทศะ มคื วามส์อลัตย์ ไว้ใจไต้ มคี วามเสยิ สละ ไมเ่ ห็นแก,ตวั เปน็ ด้น คนดอี ยา่ งนีแ้ หละทีท่ า่ นเปรยี บไว'้เหมือนกบั ภเู ขาหิมาลยั อยู่ ทไ่ี หนคนกน็ ยิ มยกยอ่ ง ใหค้ วามไวว้ างใจ มอบงานใหญ่ให้ทำ สว่ นคนท่ีชาดคณุ ธรรมต่างๆ ข้างดน้ แถมยงั เปน็ คนทีห่ นา้ ไหว้ หลงั หลอก ตอ่ หนา้ อย่างหนึง่ ลับหลงั อย่างหนง่ึ หาความเคารพ หาความยำเกรงไมไ่ ด้ คนเส่นนท้ี า่ นเปรยี บเหมอื นกบั ลกู ศรหรอื ลกู ธนู อยู่ท่ีไหนคนกร็ งั เกยี จไม่อยากใหเ้ ปน็ ใหญ่ ไมอ่ ยากให้ความ สำคญั จงึ กลายเป็นคนทถ่ี ูกมองขา้ มไปเรือ่ ย ๆ มตื ัวตนอยกู่ ็ เหมือน'1ม่มี คนทีม่ คี ณุ วฒุ ิคฮื มีความรู้ดี กับคนท่ีมีคุณภาพคอื มคี วาม สามารถดีนน้ั หากไม่มีคุณธรรม ก็ยงั ไมน่ ับวา่ เปน็ คนดไี ด้ เม่ือไม่ เปน็ คนดกี ต็ กอยูล่ กั ษณะเหมือนกบั ลูกศรธนเู สน่ กนั เมือ่ ถกู มอง ขา้ มไป กต็ อ้ งพจิ ารณาตนเองใหด้ วี ่าบกพร่องคณุ ธรรมอะไร เม่อื ตอ้ งการจะใหเ้ ขาสนับสนนุ ใหเ้ จริญกา้ วหนา้ ตอ้ ง การให้เขายกย่องให้เกียรติ กต็ ้องทำตนให้เหมอื นภเู ขาเขา้ ไว้ หากทำตนเทมือนลกู ศรลกู ธนูอยู่ คนเขากจ็ ะเมนิ ไฝยก ยอ่ ง ไฝใหเ้ กยี รติอะไร เพราะมองไฝเหน็ ความดอี ะไรในตว้ มูน้ ้ันท่พี อจะยกย่องให้เกียรติได้. 0«ม๑ส๕าพ๖เ็ ปป็

ลูกกตญณู โย มาตรํ ปีตริ วา มจโฺ จ ธมเฺ มน โปสติ อิเธว นํ ปสสํ นฺติ เปจจฺ สคฺเค ปโมทติ ฯ (สวุ รรณสามซาดก) ช.ุ ซา. มหา. ๒๘/๕๒๒/๑๙๖ ผทู้ ี่ปรนนิบัติเลี้ยงดบู ดิ ามารดาตาม5รรมเนียม บัณฑิตย่อม สรรเสรญิ เขาตายไปแลว้ ยอ่ มบันเทิงอยบู่ นสวรรค.์ ๑๕๗ ธรรมสาวทปี น

ธรรมเนยี มเกา่ อย่างหนึง่ ท่ีถอื ปฏบิ ตั กิ ันมาคอื ผเู้ ป็นลูกจะ ตอ้ งเลีย้ งพอ่ เล้ียงแมข่ องตนใฺ หด้ ใี หม้ คี วามสขุ ไม,ทำใหพ้ ่อแมต่ ้อง เดอื ดรอ้ น ไม,ทง้ิ ใหอ้ ยูอ่ ยา่ งเงยี บเหงาวา้ เหว,ตามลำพงั ทั้งนี้เพราะ พอ่ แมเ่ คยเลย้ี งตนมาแลว้ เคยเสยี สละเพอ่ี ตนมามากแลว้ เมือ่ ทา่ นอายมุ ากข้ึนกเ็ ป็นหนา้ ทีข่ องลกู ทีจ่ ะตอ้ งเลีย้ งพอ่ เลย้ี งแม่ตอบ แทน การเลีย้ งพอ่ เล้ียงแม่น้ันจะตอ้ งเล้ียงทัง้ รา่ งกายและจติ ใจ คือ ไม1ให้พอ่ แมอ่ ดอยากใมใ่ หล้ ำบาก อย่างท่ีโบราณวา่ “เม่อื ท่านยัง ดี ก็ปรนนบิ ัตริ ับใช้ เม่ือท่านเจบ็ ไข้ ก็ดูแลรกั ษา เม่ือทา่ น มรณา กจ็ ดํ การศพให้” ประพฤตติ ัวให้ดี ให้ทา่ นหมดห่วงและ สบายใจ ไมท่ า่ ใหท้ า่ นตอ้ งนา้ํ ตาตกหรอื สำใจเพราะการกระทำ และคำพดู ชองตน ลกู ท่ีเล้ียงพอ่ เลีย้ งแม่ไดอ้ ย่างนท้ี ่านเรยี กว่า “ลกู กต้ญญ” ลูกทีท่ อดทิง้ พอ่ แม่ ไม่เอาใจใส่พอ่ แม่ ท่านเรยี กว่า “ลกู อกต้ญญ” ลูกทีท่ ำรา้ ยรา่ งกายหรอื จติ ใจพอ่ แม่ ทำพอ่ แม่ ใหเ้ สยี ใจสำใจ ทา่ นเรยี กว่า “ลูกเนรคณุ ” ลกู ทีน่ บั วา่ เป็นลกู กตญั ญทแ่ี ทน้ ้ัน คือลูกทร่ี ูแ้ ละปฏบิ ัติ ตามธรรมเนียม ต อยา่ งคอื ๑. รู้ว่าพอ่ แมม่ ีอุปการะต่อตนอย่างไร คอื รูว้ ่าทา่ นเคย ทำ เคยให้ เคยเลีย้ งดตู นมาอยา่ งไร ๒. รู้ว่าพอ่ แมต่ ้องการอะไรจากตน คอื รถู้ ึงจติ ใจชอง ทา่ น รคู้ วามประสงค์ชองทา่ นว่าทา่ นต้องการจะให้ตนทำอะไร เพราะพอ่ แมจ่ ะไม1พดู ถึงความประสงคช์ องตนในฃ้อน้ี ลกู จะตอ้ ง ๑ศ๕าใ๘ทปี ปิ

รู้เอาเอง ฅ. รู้ว่าตนจะตอ้ งตอบแทนฟอนฝอยา่ งไร คอื เมือ่ รสู้ อง อย่างข้างตน้ แลว้ กท็ ำตอบแทนคือ เลย้ี งดูทา่ นท้ังร่างกายและ จิตใจ สว่ นจะเลีย้ งดตู อบแทนอยา่ งไรก็จะตอ้ งรูด้ ว้ ยตนเอง ลูกท่ีรูท้ ัง้ สามอย่างนแ้ี หละทีเ่ รยี กวา่ ลกู กตัญญ ลูกกตญ้ ญ นัน้ เมือ่ ยงั มีสวิ ิตอยู่ ผู้คนท่ัวไปกย็ กย่องสรรเสรญิ วา่ เปน็ คนดี น่า คบหาสมาคมด้วย และลกู หลานกจ็ ะถอื เอาเป็นแบบอยา่ งตอ่ ไป พอตวั เองแก,เฒ่าลง ลูกหลานกจ็ ะเลย้ี งดตู นฟนนน้ั บ้าง เพราะเหน็ ตัวอยา่ งมาอยา่ งนน้ั กลายเปน็ ธรรมเนยี มไปโดยปรยิ าย สว่ นลูก อกตญั ญและลูกเนรคุณนน้ั เป็นทีร่ ังเกยี จชองผคู้ นท่ัวไป ไม1มีใคร อยากไว้วางใจเพราะอาจนำความเสยี ใจมาใหใ้ นภายหลงั ชนาด พอ่ แมฃ่ องเขาแทๆ้ เขายงั อกตญั ญหรือเนรคุณได้ ประสาอะไรกบั คนอื่น ทำไมเขาจะทำฟนนน้ั ไมไ่ ดในเมอ่ื สบโอกาส ลกู เปนนัน้ พอแก่เฒา่ ลงกม็ กั จะถูกลูกหลานทอดท้ิง ปลอ่ ยใทว้ า้ เหว่ทกุ ฃใํ จ อยตู่ ามลำพงั จะบอกจะพูดอะไรก็ไมไ่ ด้ เพราะตนเองกเ็ คยทำ อย่างน้ันกบั พอ่ แม่มาแล้ว เป็นกงเกวยี นกำเกวยี นท่ีหลีกเล่ียงไมไ่ ด้ หำบญุ ใส่บาตรหรอื กราบไหว้พระซ่งึ อยู่ในวดั ไต้บุญ ไต้ความดีอย่างไร เลย่ี งดูพ่อแม่ กราบไหว้พ่อแม่ ก็ย่อมได้ บุญไตค้ วามดีอยา่ งนนั้ เพราะพอ่ แม่กเ็ ปน็ พระเฟนเดียวกนั คอื เปน็ พระประจำตัวประจำบา้ นของลูก ๆ ท่านยกย่องพ่อ แมว่ ่าเปน็ พระอรหนั ตข์ องลูกเสยิ ด้วยซํ้าไป. บฑมศาฬปปิ

ชา้ เสียการ นานเสียกจิ อภิตฺถเรค กสยุ าเณ ปาปา จติ ตุ ํ นวิ ารเย ทนฺธํ หิ กรโต ปุณฺณํ ปาปสฺมึ รมตี มโน ฯ ชุ.ธ. ๒๕'/๑๑๖/๓๙ พ งึ รบี ท ำความดี พ ึงห ักห า้ มใจจากบาป เพ ราะเมือ่ ท ำบ ญุ ช ้าอ ยู่ ใจกจ็ ะยินดีในบาป. ๑๖๐ ทรรมราใทีปนิ

ใจหรอื ความคดิ ซองคนเรา เปน็ ไปเร็ว เปลีย่ นแปลงง่าย กลบั กลอกอยูเ่ สมอ เต้ียวชอบเตย้ี วฟง้ เค้ียวดีเคีย้ วรา้ ย แลว้ แต่ เหตุการณ์แลว้ แต่อารมณ์ทีม่ ากระทบ เพราะฉะนัน้ การควบคมุ ใจ จึงเปน็ เรอ่ื งยาก แต่กส็ ำคญั แงจะตอ้ งทำให้ใต้ เพราะถา้ ควบคุม ใจไต้ ก็มีแต1ผลดไี ม1มีเสีย คนทค่ี วบดุมใจไต้ก็จะควบดุมสตคิ วบ ดมุ อารมณไ์ ตด้ ี และจะไมผ่ ดิ พลาดพล้ังเผลอส์งทำใหเ้ กิดความ เสยี หายภายหลัง ในขณะเดยี วกันกส็ ามารถทำความดงี ามตา่ ง ๆ ไต้ ส่วนคนท่ีควบคุมใจไม่ไต้ก็มกั จะทำอะไรตามใจชอบ จึงต้อง เดือดรอ้ นอยู่รํา่ ไป การทำบญุ หรอื การทำความดตี อ้ งอาคยั ใจเปน็ หลกั ถ้าใจยนิ ดที จ่ี ะทำจงึ ทำไต้ ถ้าใจไมย่ ินดที จ่ี ะทำกท็ ำไม,ได้ หรอื หากจำเปน็ จะต้องทำกท็ ำอยา่ งเสยี ไมไ่ ต้ การทำบาปหรือ ความฟ้วกเ็ ปนกัน ถา้ ใจอยากจะทำกท็ ำไตง้ า่ ย ถ้าใจไม1อยากทำ กร็ งั เกยี จทจ่ี ะทำ ใจของคนเปน็ สำคัญตอ่ การทำบุญความดแี ละ การทำบาปความฟว้ ของคนเราอยา่ งนี้ ความดเี ปน็ สงิ ทีค่ นเราพงึ ทำ เพราะจะเป็นเหตใุ หค้ นเรา อยกู่ นั อยา่ งมคี วามสขุ เมอ่ื ใดใจซองเราอยากจะทำบญุ อยากจะ สว่ ยเหลอื ผอู้ น่ื อยากจะบรจิ าคทาน อยากจะรกั ษาคลิ หรอื อยาก จะเจรญิ ภาวนา ก็จงรีบทำเสียในขณะนัน้ อยา่ ปลอ่ ยให้เวลาผ่าน ไปมาก ขณะเดยี วกนั กพ็ งึ ระวงั ใจหรือความคดิ ทจ่ี ะทำบญุ น้ันไว้ ให้ดี ระวงั อย่าใหบ้ าปเกิดชืน้ มาเป็นมารทำลายความคดิ เ?เนนน้ั ไต้ บาปทีจ่ ะเกดิ ชน้ื มาในขณะนน้ั กค็ ีอ ความโลภ ความตระหน่ี ความเสยี ดาย หรอื คิดโน่นคดิ น่ีจนต้องเปล่ียนความต้ังใจ เพราะ ซฑ๑มศ๖า๑ฬปป็

โดยปกติเมือ่ ใจบุญเกดิ ขน้ึ ใจบาปกม็ ักจะผดุ ข้ึนมาเป็นมารผจญ อยู่เสมอ จึงต้องระวังใจบาปใหด้ ี ในเม่ือใจบุญเกดิ ข้ึนกบั เรา เมอ่ื ใจอยากจะทำบญุ แลว้ หากปลอ่ ยใหเ้ น่ีนข้าไป มวั โอ้เอผ้ ัดโน่นผดั นอ่ี ยู่ ใจบญุ นน้ั ก็จะคอ่ ยๆ จางไปหรอื แปรเปลย่ี นไป ทา้ ยทส่ี ดุ ก็ ไมไ่ ต้ทำ คนทม่ี วั โอ้เอข้ ก้ ขา้ ในเร่ืองทำความดนี ี้ พลาดโอกาสทำ บญุ มามากตอ่ มากแลว้ เพราะใจถกู บาป!!งเปน็ มารเขา้ มาขดั ขวาง เลยเปล่ียนใจไม่ทำ ดังนน้ั เมือ่ คดิ ว่าจะทำบญุ อะไรแลว้ กร็ บื ทำ ทนั ทีอยา่ ขก้ ขา้ อย่าผัดวันประกันพรุง่ รบี ทำเสยี ก,อนทใ่ี จบาปจะ เกิดขน้ึ คนทีเ่ ขาทำบญุ ทำความดไี ต้ และบางคนทำไตม้ ากทำได้ บอ่ ยเสยี ด้วยกเ็ พราะเขาสามารถตดั ใจทำโดยไม่ขก้ ขา้ และรักษา ใจบุญนัน้ ใวอ้ ย่างมัน่ คงไมค่ ลอนแคลน ไมป่ ลอ่ ยใหใ้ จบาปเขา้ มา ทำลายมาขัดขวางทางบญุ ของตน มารหรือใจบาปก็เลยทำอะไร เขาไมไ่ ด้ ถา้ เราทำได้เหมอื นเขา เรากท็ ำบุญทำความดไี ดเ้ ?เน เดยี วกัน รีบทำความดีเสยี แตว่ ้นนี้เต้ยี วน้ี และท0าใปเรอื่ ย ๆ ก็ จะสงั่ สมบญุ ใตม้ าก มวั ซกั ชา้ โอเ้ ออ้ ยู่ วนเวลากห็ มดไป อายุ ก็ผ่านไป บุญความดีก็ไม่เพ่มิ พูนขึ้น ชีวติ จะมีค่าอะไรหากไฝ ไตท้ ำความดไี วบ้ ้าง เพราะค่าของรวิตกด็ ีอบญความดีทึ่ตน ทาเวนเอง. พพ๑ร๖าฟ๒เ่ ปป็

คนไมน่ ่าคบ อกตณณฺ มุ กตตฺ ารํ กตสฺส อปฺปฏกิ ารก0 ยสมฺ ึ กตณฺณตุ า นตถฺ ิ นริ ตถฺ า ตสสฺ เสวนา ฯ (ซ'วสกณุ ซาดก) ข.ุ ซา.จตุๆก. ๒๗/๙๓๒/๑๓ถ ผ ู้ที'โม่สำนึกถึงบญุ คณุ ?เองใคร ๑ ผทู้ 'ี ไม ่เคยท ำความ ดี ใหแ้ ก1ใคร ๑ ผู้ทไี ม,ตอบ แท น บ ุญ ค ุณ ท 'ี เข าเค ยท ำไว้ ๑ คน ๓ ป ระเภ ท น ีเ้ ป ็น คน น ่าตำห น ิ ความกตญั ญ ไม่มใี น ผ้ใู ด การคบ ห ากับ ผู้น ้นั ย่อมป วยการเป ล่า. ๑๖๓ ธรรมสารทปิ น็

ทา่ นวา่ ในหมู่มนษุ ย์นน้ั มบี คุ คลท่ีหาใต้ยากและเปน็ ได้ ยากอยู่ ๖ ประเภทคอื บุพการี ผู้ท่ีทำความดแี ก่ผอู้ ืน่ ก่อนโดยไม่ หวงั ตอบแทน ทำตว้ ยนา้ํ ใจเมตตา เสน่ พ่อแม่ ครูอาจารย์ เปน็ ต้น กบั กตญั ญูกตเวที ผูท้ ีร่ ู้สำนกึ ในบญุ คุณของบุพการีน้ันๆ วา่ เคย ทำเคยให้อะใรแก,ตนมา แล้วหาโอกาสตอบแทนบญุ คุณของท่าน เฟนลกู ทร่ี ู้สำนึกในบญุ คณของพ่อแมแ่ ล้วตอบแทนบญุ คุณทา่ น เป็นตน้ คนทเ่ี ป็นบพุ การี ชอ่ื วา่ หาได้ยาก เพราะคนเราส่วนใหญ่ ถูกครอบงาด้วยโลภะ ความตระหนี่ ความเสยี ดาย ความเห็นแก่ ตวั จงึ ไมอ่ ยากสว่ ยเหลือเกือ้ กลใคร เมอ่ื ใครทำไดจ้ ึงช่ือว่าเป็นผู้ หาได้ยาก สว่ นกตญั ญกตเวทชี ืน้ ช่ือวา่ หาใตย้ าก เพราะคนสว่ น ใหญ่ถกู ครอบงำดว้ ยอวิชชา ทำให้มีดมน ไม่รูด้ ีรูช้ อบ ไม่เหน็ บญุ คณุ ซองใคร ไมค่ ดิ ท่ีจะตอบแทนบญุ คุณใคร คนทีส่ ามารถรูแ้ ละ ตอบแทนบุญคุณคนอ่นื ไดจึงชอ่ื วา่ หาได้ยาก คนสองประเภทนเ้ี ป็น บคุ คลทีน่ า่ ยกย่องนา่ นบั ถอื อย่างแหจ้ ริง ตรงกันข้าม ยังมีบคุ คลอยู่ ต ประเภทท่ีนา่ ตำหนิ ไม่นา่ ยกย่องดว้ ยประการท้ังปวง คอื ๑. คนทึใ่ ฝรสู้ ำนกึ ในบุญคุผฃองใคร คอื คนทซ่ี าดความ กตัญญหรือคนอกตญั ญนน่ั เอง คนเส่นนีจ้ ะไมย่ อมรบั รูบ้ ญุ คุณ หรอื ความสามัคคซี องใคร แมแ้ ตบ่ ุญคุณซองพอ่ ซองแมต่ น ใอ. คนท่ึไฝเคยทำความดแี กใ่ คร คอื คนที่ขาดความเปน็ บุพการนี น่ั เอง คนเส่นนีม้ ักเปน็ คนใจแคบ ไมน่ ิยมสงเคราะห์ B «๑มร๖าฬ๔ปปี

อนุเคราะหใคร ต้องการอยูแ่ บบตัวใครตวั มนั ยุง่ เฉพาะเรื่องของตวั 61. คนทไี ม1ดอบแทนบญุ คุผที่เขาเคยทำไว้ คอื คนท่ี ขาดความกตเวทนี ่ันเอง คนเส่นน้ีแม้จะรูว้ า่ ใครเคยมีบุญคณุ แก่ ตน กม็ กั จะเพกิ เฉยเสยี ทำเปน็ ,โม,รู้ หรอื หลกี เลย่ี งทจ่ี ะตอบแทน คุณเขา คนสามประเภทน้ีทา่ นว่าเปน็ คนน่าตำหนิและนา่ รังเกียจ จดั อยู่ในประเภทคนเหน็ แก,ตวั คนใจแคบ คดิ เอาแตไ่ ต้ จงึ ไม,นา่ คบหาสมาคมด้วย ไม,นา่ อยู่กนิ ดว้ ย เพราะป่วยการเปลา่ เมือ่ คบ กนั หรอื อยกู่ นิ ดว้ ยกนั เขายอมมาคบกับเราเพราะหวังประโยชน์ จากเราเทา่ นัน้ เวลาเรามที กุ ข์ เขาก็จะหนีหนา้ ท่านว่าเหมือนนก กาทบ่ี นิ มาจบั ตน้ โพตน้ ไทรเวลาทีม่ ผี ลดกเทา่ นัน้ เมือ่ หมดผลแล้ว ก็บินจากไป และคนเปนนีท้ า่ นวา่ แมจ้ ะยกแผ่นดนิ ให้ทง้ั หมดก็ ไม,อาจทำใหเ้ ขาพอใจไตเ้ ลย เกิดมาแลว้ เปน็ คนยากจน เปน็ คนโงไ่ ม่ฉลาด เป็นคน ดาดอ้ ยด้อยวาสนา หรือเปน็ คนไม,หลอ่ ไม่สวยเหมอื นคนอ่นื ก็ไมใ่ ฟเปน็ เหฅุใหน้ ่าตำหนิอะไร ขออย่าเป็นคนอกตญํ ญไมร่ ู้ สำนกึ ในบญุ คณุ ของใคร หรือเป็นคนใจแคบไมเ่ คย?เวยเหลือ ใคร หรือเป็นคนไมเ่ คยตอบแทนบญุ คณุ ใครกแ็ ล้วกน เพราะ ถ้าเปน็ อยา่ งนนั้ กส็ มควรท่จี ะถกู ตำหนิ และจะเปน็ คนหาดใี น ด้วไมไ่ ด้เลย. ทแ๑มส๖!ฬ๕ปป็

คนโงท่ 1ี แทจ้ ริง โย พาโล มณณฺ ตี พาลยฺ 0 ปณฺฑโิ ต วาปี เตน โส พาโล จ ปณฑฺ ิตมานี ส เว พาโลติ วุจจฺ ติ ฯ 'ย.ุ ธ. ๒๕/ ๖๓/๒๗ คนโง่ท'ี รตู้ ัวว่าโง่ ยงั น ับว่าเป น็ บ ัณ ฑ ิตไดบ้ ้าง แตค่ นท'ี โง่ สำคัญ ตัววา่ เปีน บณั ฑ ิต นนั่ แหละเรียกไตว้ ่าคนโง่แท้. ๑๖๖ ธรรมสารทป็ นิ

คนโง, สง์ ตามภาษาพระเรยี กวา่ “คนพาล,, หมายถงึ คน ทีด่ อ้ ยการสกิ ษา มคี วามรคู้ วามสามารถนอ้ ย มีประสบการณน์ ้อย เปน็ คนทำอะไรไม,คอ่ ยเปน็ ไม,คอ่ ยถูก ส่วนคนฉลาด ภาษาพระ เรียกว่า “บณ้ ฑติ ” หมายถึงผคู้ งแก1เรยี น รู้อะไรมาก ทำอะไรได้ มาก เข้าใจอะไรไดต้ กี วา่ คนโง, ผูI้ ด ปกติเปน็ คนโง่ใมฉ่ ลาด แตก่ ็รูส้ ืกอยเู่ สมอวา่ ตัวเองไม่ ฉลาด จึงสงบเสงย่ี มเจียมตวั เมือ่ ไมร่ ู้อะไรกพ็ ยายามไตถ่ าม ไม่ อายใคร ผู้นน้ั ยงั นา่ ยกยอ่ งวา่ เปน็ บัณฑติ ไดบ้ า้ ง เพราะค,าทีร่ ู้ ตวั เองดแี ละยอมรบั วา่ ตวั เป็นคนโง,น่ันเอง คนฟนนีย้ ่อมมโี อกาส เป็นบัณฑติ เปน็ คนฉลาดได้จรงิ ๆ ในอนาคต เพราะคนเส่นน้ัน มกั จะชอบแสวงหาความรูใ้ นเรือ่ งต่างๆ อยูเ่ รอ่ื ยๆ ชอบถามชอบ ลังสมประสบการณ์ใหแ้ กต่ วั เอง ในทส่ี ดุ ก็เป็นคนฉลาดเฉลียว มี ประสบการณ์สงู ทนั คนทนั เหตกุ ารณไ์ ด้ บางคนพฒั นาตัวเอง จนกระทง่ั รมู้ าก ฉลาดมากกว่าผู้ทไ่ี ดร้ บั ปรญิ ญาเปน็ บัณฑิตจริง ๆ เลยี ด้วยปา้ ไป ส่วนผ้ใู ด ปกตกิ ็เป็นคนโง,ไมฉ่ ลาด แต่ไมร่ ูต้ วั เอง หรอื รู้ แตไ่ ม่ยอมรบั สภาพของตวั อย่างนัน้ ท้ังยงั สำคญั ตวั ผดิ คิดวา่ ตวั เองฉลาด ชอบอวดฉลาดเพีอ่ ใหค้ นอ่ืนเขา้ ใจว่าตนเปน็ คนฉลาด หรอื บางคราวอยากจะรู้เรือ่ งนน้ั เรือ่ งน้ี แตก่ ไ็ ม่ยอมถามใคร กลวั เขาจบั ใด้วา่ ตวั เองโง, จึงเงยี บอยไู่ มย่ อมถาม คนเสน่ นีแ้ หละเรยี ก ไดว้ า่ คนโงแ่ ห้ และมกั จะเป็นคนโง1ไปทัง้ ชาติ เพราะคนโง่ลักษณะ ซรร๑มส๖า๗รทชนิ

นม้ี กั จะมที เิ มานะสูง ไม,ยอมสิกษาหาความรูเ้ พม่ิ เตมิ ไม่ยอม พฒั นาตัวเองใหฉ้ ลาดขึน้ สงั เกตดเู ถดิ มคี นเปน็ จำนวนไม่นอ้ ยท่ี ชอบคุยโตโออ้ วด คุยฟง้ ใต้สารพดั เรือ่ งเหมือนรอบรทู้ ุกอยา่ ง ชอบ วา่ คนโน้นคนนี้ ชอบแสดงความคิดเหน็ วา่ คนน้ันควรทำอยา่ งน้ี คนน้ีควรทำอยา่ งน้ัน ฟังดูแล้วนา่ เแอถอื ทัง้ นัน้ แตใ่ น!เวติ จรงิ ของ เขานน้ั ยงั อดอยากปากแหง้ อยู่ ยกั หน้าใมถ่ ึงหลัง ยงั เอาตวั เอง แทบไมร่ อด แต่ก็อวดฉลาดอวดรูอ้ ยู่ราไป คนอยา่ งนจ้ี ะไมเ่ รยี กวา่ คนโง,แห้แลว้ จะให้เรยี กวา่ อะไร แมัคนทีเ่ คยเรียนเคยรไู้ ดร้ บั ยกย่องว่าเปน็ บณั ฑติ มปี ริญญา มาแลว้ แต่ไมช่ อบพฒั นาความรู้ ไม,ชอบพฒั นาตวั เอง กนิ แตข่ อง เกา่ ราไป หรอื เมอ่ื สงลัยอะไรก็ไมย่ อมถามใคร กลัวเขาจะหาว่าไม่ รู้ คดิ แตเ่ พียงวา่ เรยี นมาแลว้ รูม้ าแลว้ จะต้องเรียนจะด้องรู้อะไร กันอีก หรือจะตอ้ งไปฟังใคร จะตอ้ งไปอา่ นไปถามอะไรใครอกี คนฟนน้ีก็เขา้ ขำยเปน็ คนโงแ่ ท้ใต้ฟนเดยี วกนั ใครมลี กั ษณะคน โง,แหอ้ ยูใ่ นตวั บ้างก็ลองพจิ ารณาดกู นั เอาเอง เม่ือไฝฐ1ฝฉลาด แต่เกบ็ ปากเกบ็ คำไวไฝแสดงให้เขารู้ ผูค้ นเขาก็ไฝร้วู า่ เราโงห่ รอื ฉลาด แตเ่ ม่ือไม,รูไม,ฉลาด กลบิ พ่นความโงค่ วามไฝฉลาดออกมาทางปาก ผู้คนเขากเ็ หน็ ธาตุ แท้ภายในว่าเป็นโพรงใหญห่ รือเล็ก และเขากจ็ ะหวั เราะเยาะ อยใู่ นใจ น่าขายหน้าไฝนอ้ ยเลย. 0รา๑มส๖า๘รThJu

ผ รู้ กั ษาทรัพยํไวได้ อฎุ ฺจาตา กมมฺ เธยฺเยสุ อปุปมตุโต วิธานวา สม0 กปIุ ปติ ชวี ิต0 สมฺภตํ อนุรกฺฃติ ฯ (ทีฆฮานสุ ูตร) อง.ฺ อฎ*จิก. ๒(ท/'๕๔/๓๐๙ ผู้มคี วามขยนั โนหนา้ ที่การงาน ไมป่ ระมาทพลง้ั เผลอ เข้าใจ จัดการ เลี้ยงปวี ติ พอเหมาะพอควร ยอ่ มรักษ าท รพั ยส์ มบ ัตทิ ่ี หามาไวได.้ ๑๖๙ ธรรมลารทีปนี

ทรพั ยส์ มบ้ตเป็นปจั จยั จำเป็นอย่างหน่ึงสำหรบั ผู้ดำรงสวิ ติ อยูใ่ นโลก เพราะสามารถอำนวยความความสุขและความสะดวก สบายต่างๆ ใหใ้ ต้ ถา้ มมี าก ความขาดแคลนในรวิตกม็ นี ้อย ถา้ มนี อ้ ย ความขาดแคลนใน!เวติ กจ็ ะมมี าก การหาทรพั ยส์ มบัตจิ ึง เปน็ สิงท่ีคนเราหลีกเล่ียงใม,ไต้ แต่การหาน้ันมีหลายวธิ ดี ว้ ยกัน สง์ เราเรยี กกนั วา่ อา!!พ ทุกอา!เพลว้ นทำใหม้ ีรายได้ คือทำใหม้ ี ทรัพยส์ มบตั ิเกิดชืน้ ทง้ั สนิ แตค่ วามสำคัญของทรัพย์สมบ้ตมใิ ด้ชืน้ อยู่กับรายได้หรอื รายรับเพยี งอย่างเดยี ว แมร้ ายจา่ ยและรายเหลือ ก็สำคญั ไม,น้อย ถงึ จะมรี ายไดม้ าก แต่กม็ ีรายจ่ายมาก ไม,มรี าย เหลือ ความขาดแคลนกเ็ กิดช้ืนได้ มรี ายไดน้ ้อย แต่รายจา่ ยไม่ มาก และมีเหลือเกบ็ อกี ตา่ งหาก รายเหลือน่ีแหละทีจ่ ะเปน็ หลกั ประกนั ความเปน็ อยู่ของสิวติ ได้ ดงั นัน้ การดำรงสิวิตท่ีถูกตอ้ ง จะตอ้ งใหม้ ที รพั ยเ์ หลืออยู่ คอื ตอ้ งพยายามรกั ษาทรพั ยใํ หม้ ีเหลอื เชา้ ไว้ วธิ ีท่ีจะทำให'้ทรัพยเ์ หลอื น้ัน มีหลายวธิ ีด้วยกนั คือ ๑. ขยนในหนา้ ที่การงาน คือ ขยนั หาทรัพยส์ มบตั ใิ ห้ มากชน้ื เม่ือมรี ายจ่ายมาก ก็ตอ้ งเพม่ิ รายใตด้ ว้ ยการหาเพ่ิมชืน้ นัน่ คอื ต้องขยนั เพ่ิมช้ืน ถงึ จะลำบากเพ่ิมชืน้ ก็ต้องยอม เพราะวา่ ถ้าใม1ขยนั ใม่ทำงานเพิม่ ช้ืนรายใตก้ ไ็ ม,เพม่ิ ถ้าขยนั รายไต้กเ็ พ่ิม รายไตท้ เ่ี พม่ิ นจ้ี ะทำใหม้ เี งนิ เหลอื ใต้บา้ ง และจะไม่ตอ้ งยักทนุ ที่ มีอยแู่ ลว้ ออกไป หากกนิ ใฟ้'แตข่ องเกา่ ไม่ยาั กจ็ ะหมดไปโดยใม่ รูต้ วั เม่ือหมดแลว้ อาจหมดเลยกไ็ ต้ แตเ่ มอ่ื มีรายไต้เพ่ิมช้ืน กต็ อ้ ง ซท๑มส๗าฬ๐ปป็

ระวงั มใิ หร้ ายจา่ ยเพิม่ เปน็ เงาตามตัวดว้ ย ๒. ไม,ประมาทพลื้งเผลอ คอื มสี ตคิ วบดมุ รายจา่ ย ทุกๆ อยา่ ง ควรจา่ ยหรอื ไม,ควรจา่ ยอยา่ งใร ต้องคิดใหร้ อบคอบ กอ่ นจา่ ยเสมอ ถา้ เปน็ คนมอื เตบิ ใจเตบิ หาเท่าไรกใ็ มเ่ หลือและ ไมพ่ อ คนท่ีประมาทพล้ังเผลอ อาจผลาญทรัพย์สมบตั ิของตระกลู ให้หมดไปโดยไม่รูต้ ัวกไ็ ต้ ฅ. เข้าใจจัดการ คอื มคื วามฉลาดในการจัดการทรพั ย์ สมบตั ทิ ีม่ ือยูแ่ ละท่ีหาไต้ รจู้ กั แบง่ สรรปันส่วนวา่ ควรจา่ ยอะไร ควรจา่ ยเท่าไร ความเกบ็ เทา่ ไร รวมไปถงึ การนำทรัพย์ทม่ี อื ยูไ่ ป ลงทุนทำกิจการต่าง ๆ เพีอ่ เพ่ิมรายไต้ หรอื รจู้ กั เก็บงำสงิ ของ รู้จักใชส้ ิงของให้คงทนถววร ไม1ใหเ้ ลืยหายงา่ ย ๔. เลีย้ งปว็ ติ พอเหมาะพอควร คอื รู้จกั กินรู้จกั ใช้ ไม่ ใหฝ้ ดื เคอื งจนเดือดรอ้ น แต่ก็ไม่ฟม่ เฟอื ยจนเกินตวั อยูใ่ นระตบั ประหยัดและมธั ยสั ถ์ ไม่ใซม่ มื ากใชม้ าก มนี อ้ ยใช้น้อย เพราะ ลักษณะฟนน้ันจะทำใหใม,มเี หลอื อยใู่ นฝา่ ยฟม่ เฟอื ย การแกป้ ้ญหาเรื่องเศรษฐกจิ ของตนนัน้ ดูออกจะไฝยาก นกั เมอ่ื คนเรามีระเบียบวินยั ในการดูแลจัดการทรพั ย์ของตน ดแู ลเรอื่ งรายรบั รายจา่ ยและรายเหลอื ให้ดี ปฏบิ ตั ติ ามหลกั เพมิ่ รายรับ ลดรายจ่ายอยา่ งเคร่งครัดเขา้ ไว้ ความยากจน จะมีไคอ้ ย่างไรกนั . DTOWmftJil

หลกพุทธศาสน์ สพฺพปาปสสฺ อกรณํ กสุ ลสสฺ ปู สมปฺ ทา สจิตตฺ ปรโิ ยทปนํ เอต0พทุ ธฺ าน สาสนํ ฯ (มหาปทานสูตร) ท.ี มหา. ๑๐/๙๐/๕๗ การไม่ทำบาปทง้ั ปวง ๑ การทำความดีให ้ถงึ พ ร้อม ๑ การ ทำจิต?เองตนให้ผ่องใส ๑ น้ีเปน็ คำสอน?เองพระพุทรเจา้ ท ุก พ ร ะ อ ง ค ์. ๑(ท)๒ บใรมร'ททปี นิ

ศาสนาทกุ ศาสนาในโลก ย่อมมคี ำสอนสำหรับเปน็ แนว ปฏบิ ัตสิ ำหรบั ศาสนิกในศาสนานน้ั ๆ สง์ เหมอื นกนั บ้างแตกต่าง กนั บ้าง แมใ้ นศาสนาพทุ ธกม็ คื าสอนท่ีเปน็ หลักอยู่เปนกัน คำ สอนทีเ่ ปน็ หลกั นัน้ มี ฅ ประการคอื ๑. สอนใหไม่หำบาปทง้ั ปวง หมายความว่า ข๋นึ สอ์ วา่ บาปหรอื ความสวั แลว้ ลว้ นเป็นความใมด่ ที ุกอยา่ ง เพราะมโี ทษ ทกุ อยา่ ง แม้ทำเพยี งอย่างเดียวกใ็ หโ้ ทษไต้ เหมอื นกบั ยาพษิ จะ มาในรูปลักษณะใดก็ตาม กล็ ว้ นมโี ทษทัง้ สิน ผูด้ ่ืมยาพิษแม้เพยี ง อยา่ งเดยี วกท็ ำใหต้ ายไต้ ไอ. สอนให้หำความดี หมายความวา่ ความดีนัน้ มีมาก อยา่ งกจ็ ริง แตล่ า้ ทำไตจ้ ริงๆ เพยี งอย่างเดียว ก็สามารถพาตัวให้ อยู่ดีมสื ุขไต้ตามสมควร ฅ. สอนให้หำจติ ใหผ้ อ่ งใส หมายความวา่ สอนให้บก ฝนจิตให้เข้มแข็ง ใหส้ ามารถควบคมุ จติ และกำหนดทศิ ทางของ จติ หรอื ความคดิ ใหอ้ ยใู่ นกรอบใหใ้ ต้ เพราะทกุ ขท์ ุกอย่างเกดิ ท่ี จติ สง์ ตกอยู่ในอำนาจของกเิ ลส คอื ความโลภ ความโกรธ ความ หลง อยา่ งใดอย่างหนึง่ หรือทกุ อย่าง จติ ทีอ่ ยูใ่ นอำนาจกเิ ลสจะใม่ เปน็ อสิ ระ จะถูกครอบงำจะถกู บงั คบั ให้ทำตามอำนาจกเิ ลสราไป ความทุกขก์ เ็ กดิ ราไป จติ ทีป่ ลอดจากกเิ ลสจะเปน็ อิสระเป็นไทแก่ ตวั และโปร่งเบา ใส สะอาด บรสิ ทุ ธ้ี ธรรมะของพระพทุ ธเจ้าทกุ พระองคลํ ว้ นอยูใ่ นกรอบของ ๑๗®> บแมสาฬปป็

หลกั ฅ อยา่ งน้ีทง้ั สนิ ทรงเน้นเรอ่ื งการ?เกจติ โดยเฉพาะ จน สามารถเอาชนะกเิ ลสไดเ้ ปน็ สำคญั การจะพ้นทกุ ข์ทัง้ มวลได้ การ จะบรรลุมรรคผลอย่างใดอยา่ งหนง่ึ จนถงึ บรรลุนิพพานได้ ก็เพราะ สามารถเอาซนะตดั กเิ ลสได้หมดนัน่ เอง และคำสอนในเรือ่ งจิตน้ี ถอื ว่าโดดเดน่ หรอื เป็นหวั ใจของศาสนาพุทธเลยทเี ดียว อาจกลา่ ว ไดว้ า่ คำสอนเรอ่ื งจติ เปน็ ตวั ศาสนาพทุ ธแท้ๆ ตงั น้ัน การทีจ่ ะพูด วาศาสนาพทุ ธกเ็ หมือนกับศาสนาอ่ืนส์งตา่ งก็สอนใหค้ นละยัวทำ ดีเหมอื นกนั จึงยงั ไม,ถกู ต้องนัก หากศาสนาพทุ ธสอนเพยี งให้ละ ยวั ทำดเี ท่านัน้ แลว้ กไ็ มจ่ ำเปน็ ตอ้ งอาคยั ความตรัสรูข้ องพระพุทธ เจ้า เพราะแม้พ่อแม่ ครูอาจารย์ หรอื ผ้หู ลกั ผใู้ หญก่ ส็ อนใหล้ ะส์ว ทำดไี ต้ และสอนกนั มากอ่ นพระพุทธเจา้ เสยี อีก และเม่ือว่าอย่างนน้ั พระพทุ ธเจา้ ก็จะไม่ต่างจากบุคคลเหลา่ น้ีเพราะสอนไตแ้ ค,ระดับ นเ้ี หมอื นกนั สง์ มิใส่เส่นนัน้ เลย ผู้นับคอื ศาสนาพทุ ธจำเป็นตอ้ งรเู้ รื่องน้ีอยา่ งซัดเจน จึง จะเขา้ ถงึ ศาสนาและได้รับผลจากการนบั ถือศาสนาอยา่ งแท้ จรงิ ไฝต้องตดิ อยเู่ พียงแคโมท่ า่ ซวทำแด่ความดเี ท่านน้ั เพราะ ทำแคน่ ั้นชวี ติ กย็ งั ไมห่ มดทุกฃไดจ้ รงิ ๆ การทำจติ ใหห้ มดกเิ ลส เทา่ นนั้ จงึ จะหมดทุกฃไํ ด้ ผแู้ กจิต นอกจากจะเข้าถึงศาสนา ไดแ้ ล้ว ยงจะสามารถเหน็ พระพทุ ธเจ้าไดอ้ ยา่ งแจม่ แจ้งชัดเจน อกี ดว้ ย. ธรพ๑ส๗าฬ๔ปป็

ผูอบุ ตมาเพอซวยมนษุ ย พหนู ํ วต อตถฺ าย อปุ ฺปชุซนตฺ ิ ตถาคตา นํอ ติ ฺถ ี ปุรสิ านณฺจ เย เต สาสนการกา ฯ (วงั คีสเถรคาทา) ชุ. เถร. ๒๖/๑๒๖๕/๔๘๗ พระตถาคตเจ้าท้ังหลายเสด็จอุบตขน้ื มา กเ็ พ่ีอประโยชนแ์ ก่ คนหมมู่ าก ทั้งสตรแี ละบุรุษผทู้ ที่ ำตามคำสัง่ สอน. ๑๗๕ ธรรมสารทปนิ

“พระตถาคต” หมายถึงพระพุทธเจา้ ผู้เป็นพระบรมศาสดา ผทู้ ีต่ รสั รู้ธรรมดว้ ยพระองค์เองกอ่ นแลว้ ทรงสง์ สอนใหผ้ ูอ้ น่ื รูต้ าม ดว้ ย พระตถาคตทุกพระองค์เสดจ็ อบุ ตั ฃิ น้ี มาในโลก ล้วนเปน็ ประโยชนแ์ ก,ซาวโลกท้ังมวล ทรงแสดงธรรมอันเปน็ หลกั ดำเนิน รวติ ทรง “ชท้ี างบรรเทาทกุ ข์ ชีส้ ุขเกษมศานต๙ิ ชท้ี างพระ นฤพาน ใหพ้ น้ โศกวโิ ยคภยั ” แก,ทกุ คน การลงั สอนชาวโลก ถอื วา่ เปน็ งานหลกั ของพระตถาคตทกุ พระองค์ แตซ่ าวโลกหาได้ รบั ประโยซนจ์ ากธรรมะทท่ี รงแสดงแลว้ ทุกคนไม่ เพราะทกุ คนมิใ?! วา่ จะรับฟังคำลังสอนไปเสยิ ท้ังหมด ยงั มคี นจำนวนมากทป่ี ฏเิ สธ ไม,ยอมรบั ฟังหรอื ฟงั แลว้ แต่ไม่สนใจท่ีจะนำไปปฏบิ ัติตาม จงึ ไม่ ได้รับประโยชน์อะไรจากธรรมะเลย เหมอื นคนท่ีมโี รคประจำตวั อยู่ แต่ไมย่ อมรบั ว่าตัวเองมีโรคหรือไมย่ อมฟังคำของหมอวา่ จะ ตอ้ งปฏิบัติตัวอย่างไรหรือจะต้องทานยาอะไรจึงจะหายจากโรคนัน้ ได้ คนเ?!นน้ีย่อมจะหายจากโรคนน้ั ไมไ่ ด้ พระตถาคตหรอื พระพทุ ธเจา้ ทกุ พระองค์ทรงเปน็ แตเ่ พียง ผบู้ อกทางใหเ้ ท่าน้ัน ว่าทางนีค้ วรเดนิ ทางนไ๋ี มค่ วรเดนิ ผฟู้ งั จะ ต้องตดั สนิ ใจเอาเองวา่ จะเดนิ หรอื ไมเ่ ดิน ถา้ เสอ์ และตดั สนิ ใจเดนิ ไปตามทางทีค่ วรเดนิ ก็จะพบความสุขสวสั ดีดว้ ยตนเอง ถ้าไม1เสอ์ ไมย่ อมเดินกจ็ ะไม่ไดพ้ บเห็นสงิ ดๆี ในสวิ ิต ถ้าไมเ่ แอและดือ้ เดนิ ไปตามทางทีไ่ มค่ วรเดนิ ก็จะพบความวบิ ตั คิ วามทกุ ข์เดือดรอ้ น ดว้ ยตนเอง ขอ้ แมท้ ้ังหลายมีอยอู่ ยา่ งน้ี พระพทุ ธเจ้าหรอื ใครก็ตาม ไม,อาจบังคบั ใหค้ นเราขึ้นสวรรคห์ รือลงนรกได้ อยูท่ ีต่ วั ผูน้ น้ั เองวา่ แรร๑มส๗าร๖fhJปี

จะสรา้ งเหตใุ หต้ นเองขึน้ สวรรคห์ รือลงนรก เรยี กว,าตวั เองเท่านัน้ เป็นคนสรา้ งสวรรค์หรอื นรกใหแ้ ก,ตวั เอง ขอ้ สงสโ์ ยทีว่ า่ ในประเทศไทยมีคนนบั ถือศาสนาพทุ ธมาก ทส่ี ดุ แตท่ ำไมจงึ ยังทกุ ขย์ าก ลำบากลำบน ยงั มีการเบยี ดเบยี นฆา่ แกงกันอยู่หรือยังหาลันติไม,ไดจ้ รงิ ๆ กม็ คี ำตอบอยูท่ ่ีขอ้ แมข้ า้ งตน้ คนนับถอื ศาสนาพุทธมมี ากก็จรงิ แตค่ นทท่ี ำตามหลักศาสนา พุทธหรอื ทำตามคำสอนฃองพระพทุ ธเจา้ จรงิ ๆ มนี ้อย ตังนน้ั ผู้ ทไ่ี ดร้ ับประโยชน์จากศาสนาพุทธจงึ มีน้อย เปน็ ’1ปตามขอ้ แม้ที่ ทา่ นว่าไวแ้ ลว้ ว่า “ศาสนการกบุคคล,, คือผูท้ ำตามคำลงั สอนเทา่ น้นั จงึ จะไดป้ ระโยชนจ์ ากพระตถาคต ผ้ทู จะไดร้ ับประโยชนจ์ ากธรรมะค0าสั่งสอนของพระ พุทธเจ้า คอื ผทู้ ร่ึ ู้แล้วทำดามทรี่ ูไ้ ฝวา่ สตรีหรือบรุ ษุ มสี ิทธิเท่า เทียมกนั ในการที่จะปฏิบดธรรม และในการทีจ่ ะไดร้ บั มลแท่ง ธรรมอันเหมาะสมแกก่ ารปฏิบตั ิธรรมของตน เพราะธรรม ของพระพทุ ธเจา้ ไฝเลอื กท่ีรักผลักท่ซี ังในการใหผ้ ล ใครทำ ใครได้ ใครไฝทำ กไ็ ม,ได้ ยุติธรรมทสี่ ดุ จะเลือกทางใคก็ เชิญดามสบาย เพราะพระคถาคดเจ้าทง้ั หลายทรงแนะนำ ท้ังเหตุและผลไวใํ หแ้ ลว้ . รใร๑ม๗สา๗พปี ปิ

ช้างเผือกในหม่คู น โย โหติ พยฺ ตโฺ ต จ วสิ ารโท จ พหุสสฺ โุ ต ธมมฺ ธโร จ โหติ ธมมฺ สฺส โหติ อนุธมฺมจารี ส ตาทโิ ส วจุ จฺ ติ สงฆฺ โสภโณ ฯ (โสภณสูตร) อง.ฺ จตกุ กุ . ๒๑/๗/๑๐ ผ ทู้ เี่ ป็นคนฉลาด ๑ เป็นคนแกลว้ กลา้ ๑ เป็นพหูสตู ๑ เป็น ผู้ทรงธรรม ๑ เป็นผู้ประพฤติธรรมเหมาะสมแก่5รรม ๑ ผมู้ ี ลกั ษณะเย่นนเี้ รยี กว่า ลังฆโสภณ. ๑๗๘ ทรามราใทป็ นี

การปรบั ปรุงตวั เองอยูเ่ สมอ เปน็ สงิ จำเปน็ สำหรับคนเราใน ยคุ ปจั จบุ ัน หากผใู้ ดไม่ปรับปรงุ ตัวเอง กจ็ ะกลายเป็นคนล้าหลัง ไมท่ นั โลก ไม่ทนั คน หากนิ ไมท่ นั เพอ่ื น และจะเปน็ อยูอ่ ย่าง ลำบาก การปรบั ปรงุ ตวั เปน็ การพัฒนาตนอยา่ งหนง่ึ เทา่ กับยก ระตบั ตวั เองใหส้ งู ขน้ึ แตก่ ารปรบั ปรุงพัฒนาตนนน้ั จะต้องยึดหลัก ไว้เปน็ สำคัญ กล่าวคือผู้ปรารถนาจะปรบั ปรงุ พัฒนาตวั เองจะต้อง &เกฝนทำตนให้มลี กั ษณะ ๕ ประการ คือ ๑. ใหเ้ ป็นคนฉลาด คอื พฒั นาตวั เองใหม้ ีไหวพรบิ ดี ทนั คน ทันเหดุการณ์ ฉลาดในการทำกจิ ตา่ งๆ ฉลาดในการา5เด ฉลาดในสงิ ท่ีควรและไม่ควร กลา่ วคือสามารถทำสามารถจดั การ ไต้นัน่ เอง ๒. ใหเ้ ป็นคนแกลว้ กล้า คอื ใหเ้ ปน็ คนกลา้ ทำกล้าพดู ในสิงทีถ่ ูกตอ้ งและเปน็ ประโยชน์ มีความองอาจ จิตใจมัน่ คง ไม่ หว่ันไหวในการประกอบกจิ ต่าง ๆ ฅ. ให้เปน็ พหสู ูต คือใหเ้ ปน็ คนมีความรู้ ใฝร่ ู้อยู่เสมอ ขยนั อา่ นขยนั ฟงั เรอ่ื งท่ีมปี ระโยชน์ ๔. ให้เปน็ ผูท้ รงธรรม คอื ใหเ้ ปน็ คนมธี รรมประจำใจ มน่ั คงอยูใ่ นธรรม ในระเบยี บวนิ ยั ๕. ใหเ้ ปน็ ผปู้ ระพฤตธิ รรม คือปฏบิ ัตกิ ิจใดๆ กย็ ดึ ธรรมเปน็ หลกั ใหถ้ กู ตอ้ งตามธรรม ตามระเบียบวินยั ไมม่ กั งา่ ย สกุ เอาเผากินหรอื ทำยอ่ หยอ่ นไมจ่ รงิ จงั คือเปน็ สจุ ริตในทกุ อยา่ ง ธรร๑มส๗าร£ทปี นี

ผู้ทส่ี ามารถปรบั ปรงุ หรอี พฒั นาตวั เองใหไ้ ดอ้ ยา่ งนี้ ทา่ น เรยี กว,าเป็น “สงฆโสภณ” คือเป็นยู'งดงามในหมูค่ ณะ และเปน็ ผู้ ทำหมคู่ ณะใหง้ ดงาม เป็นเครอ่ื งประตบั วงการหรือหมูค่ ณะนัน้ ๆ ทำให้หมู่คณะนน้ั ๆ งามสง่ามีตกั ติ๙ศรี ทัง้ สามารถนำความเจรญิ มาให้แก,หมคู่ ณะไต้ดว้ ย เปน็ ส์างเผือกประจำหมู่คณะทีเดียว ตัง นน้ั เม่ือหมูค่ ณะใดวงการใด ยงั ใม,มสี ัางเผอื กฟนนี,้ประจำอยู่ ก็ ตอ้ งเร่งพฒั นาคนของตนให้มาก เมือ่ มีอยแู่ ลว้ กต็ ้องรกั ษาไว้ให้ดี ถ้าสัางเผอื กมอี ันตอ้ งจากหมคู่ ณะไปจะด้วยลกั ษณะใดก็ตาม จะ ไดไม่ตอ้ งมาน่ังเสียใจดว้ ยความเสยี ดายกัน ช้างเผอื กในหมชู่ า้ ง เกิดเอง เปน็ เอง และหาได้ยาก แด่ชา้ งเผอื กในหมู่ดน สามารถแกฝนและปรบั ปรุงพฒนาให้ เปน็ ขนึ้ มาไดแ้ ละไฝยๆกนก อย่ทู วึ่ ่ๆอุปนิสยั และเลือดรกั ดี ของผ้นู ัน้ จะเข้มช้นเพียงไรเท่านนั้ คนท่เี จริญกา้ วหนา้ ในหน้าท่ี การงาน สำเร็จในซวี ดิ และงามสง่ามีศกดึศ๋ รอี ย่ใู นหมูค่ ณะ น้นั ล้วนผ่านการพฒนาปรับปรุงตวมาดแี ล้วทั้งนน้ั . ๑๘๐ ซรพสารทปป็

ไฟสุมอก อๆโกจฺฉิ ม0 อวธิ ม0 อซินิ ม0 อหาสิ เม เย จ ต0อปุ นยหฺ นตฺ ิ เวรํ เตสํ น สมฺมติ ฯ ฃุ.ธ. ๒๕/๔/๑๖ คนเหล่าใดผูกเวรกนั ไว้ว่า ค น น ี้เค ยด ่าเรา คน น เ้ี คยฆ ่าเรา คนน้ีเคยชนะเรา คนนี้เคยลักของ?เองเรา ด ัง น ี้ เวรของคน เหล่าน้ันยอ่ มระงับลงไมไ่ ด้. ธรรGม)สCา*รGท)ปน

“เวร” เปน็ เร่ืองของใจทเ่ี ปน็ ทุจรติ เกิดจากความโกรธ ความไม,พอใจในเมือ่ มผี ใู้ ดผูห้ นง่ึ มาทำให้ตนไม่พอใจ แลว้ เก็บ ความรส้ ีกไม1พอใจนน้ั ไว้ไม่ยอมลืม นานเขา้ กก็ ลายเปน็ เวรไปใน ท่ีสดุ คนท่ีผกู เวร คือคนที่คิดว,าคนอืน่ เคยทำให้'ตนไดร้ ับทกุ ข์ เดือดรอ้ น หรอื ทำใหเ้ สียหาย ฟน ใครเคยด่าวา่ ตนไว้ ก็เกบ็ ความ แคน้ ไว้ในใจ ใครเคยทำรา้ ยตนไว้ กเ็ ก็บความแคน้ ไวใ้ นใจ หรือ ใครเคยเอาชนะตนไว้ เคยลัก เคยฉอ้ โกงตนไว้ ก็เกบ็ ความแค้นไว้ ในใจ ความคิดแคน้ เคอื งทีเ่ กบ็ ไว้นึแ่ หละจะจบั ตวั แน่นข้ึนเรอ่ื ย ๆ กลายเป็นเวรไปในท่ีสดุ เม่ือเป็นเวรแลว้ ก็กรุน่ อยูใ่ นใจเหมอื นไฟ สมุ อก เผาลนจิตใจใหค้ ิดเคืองขนุ่ อยู่ตลอดเวลา แมเ้ พียงไดย้ นิ แอคนนน้ั อาการไมพ่ อใจกเ็ กดิ ข้ึนทนที การผูกเวรไวเ้ ท่ากบั ผูก ความทกุ ซไํ วก้ บั ตวั เทา่ กบั ผกู เตาไฟไวใ้ นใจ มีแตจ่ ะทำใหท้ กุ ข์ และทำให้ใจรอ้ นราไป บางรายทัง้ ทีค่ นท่ีเคยดา่ วา่ เคยทำร้าย เคยชนะ เคยลกั ของของตนไป หรือคนทเ่ี คยหลอกลวงเคยทำให้ ตวั เองสา่ ใจนน้ั เขาลืมไปแลว้ ไปอยู่ท่ีอืน่ แลว้ แตต่ วั เองยังเกบ็ เรือ่ งเหลา่ นไ๋ี ว้ และมานง่ั ทกุ ขํใจเคอื งขนุ่ อยคู่ นเดยี ว จะเรยี กว่า มานัง่ บา้ อยูค่ นเดียวกไ็ ม่ผดิ นกั พอเก็บกดไวน้ านเข้า กร็ ะเบิด ออกมาด้วยการไปแกแ้ คน้ หรอื ขา้ ระความแค้นกนั เสยี ทหี นึง่ คน ท่ีผกู เวรไวม้ กั ถอื คตวิ า่ “แคน้ ต้องชำระ,, เป็นสรณะทางใจเสมอ จงึ ตามล่าตามลา้ งกันไม1สนิ สุด น่าอนาถแท้ ทา่ นว่า เวรน้ันระงบั ไม,ได้ดว้ ยการจองเวร เหมอื นกบั เอา นา้ํ โคลนมาลา้ งภาชนะทส่ี กปรก ภาชนะนน้ั กส็ ะอาดไปไม่ได้ ม ี ๑๘๒ ทฑมราฬปปี

แตจ่ ะสกปรกยิง่ ขึน้ แตเ่ วรยอ่ มระงับไดด้ ว้ ยการไม่จองเวร การไม่ จองเวรจะเกดิ ข้ึนไดก้ ด็ ้วยการใหอ้ ภยั ไม่ถือโทษโกรธเคอื งกนั ต่อ ไป เมอ่ื ใหอ้ ภยั ได้ เวรก็หมด แตก่ ารใหอ้ ภยั นก้ี ็เป็นเรอ่ื งทท่ี ำได้ ยาก บรรดาการใหท้ ง้ั ปวง การใหอ้ ภยั เป็นสงิ ทท่ี ำได้ยากทีส่ ดู ให้ ข้าวของเงนิ ทอง ใหส้ มบตั ติ า่ งๆ แมม้ รี าคาแพง กย็ งั ให้กนั ง่าย กว่าการใหอ้ ภยั แต่ให้อภัยให้กันไม,ค่อยได้ ถึงอย่างนน้ั กต็ าม ก็ ต้อง?เกใหอ้ ภัยกันไว้ เพราะการใหอ้ ภัยเทา่ น้ันจงึ จะปลดเปล้ือง ความทุกชํใจ ความเคยี ดแค้น ความเคืองขุน่ ท่ีตนมตี อ่ บคุ คลอ่ืน ไตอ้ ยา่ งเด็ดขาด ใหอ้ ภยั ไตแ้ ล้ว การคิดแกแ้ คน้ กห็ มดไป จติ ใจ กป็ ลอดโปรง่ เป็นอิสระ ไม1ต้องร้อนอีกตอ่ ไป บางคนใหอ้ ภัยกัน ไต้แลว้ กลบั มาคบหาสนิทสนมกันเหมือนไม,มเี ร่ืองบาดหมางกัน มาก่อน อย่างนีเ้ รียกวา่ หมดเวรจริงๆ นา่ สน์ ชมยงิ นกั เวรทผึ่ ูกก้นไว้ มใิ ?เนำความทกุ ข์มาให้เฉพาะในซาติ ปจั จุบนั เทา่ นัน้ เวรยงติดดามคนทม่ี ีเวรตอ่ ก้นขา้ มภพขา้ ม ชาตไิ ปดว้ ย คนทเ่ี คยมีเวรต่อกน้ มาในอดีต แมเ้ พียงไดย้ ิน ซอื่ ก็เกลยี ดก้นเลียแลว้ หรอื เมือ่ ฝา่ ยใดฝา่ ยหน่งึ ไดดั ี กเ็ กดิ อๆการไม่พอใจข้นึ มา ทื้ง ๆ ทไ่ี ม1เคยรู้จักเกีย่ วขอ้ งก้นเลย เวรมีฤทรทํๆลายมากมายและยาวนานถงึ เพยี งนี้ กไ็ มร่ วู้ า่ จะ ผกู เวรกน้ ไว้ทำไม. ทรร๑มส๘าร๓ทปี ป็

ม ีญาติไว้พึง่ พา สาธู สมฺพหลุ า ณาตี อปี รุกฺขา อรณฺณซา วาโต วหติ เอกฏุรํ พรฺ หนตฺ มฺปี วนปปฺ ตึ ฯ (รุกชธมั มซาดก) ช.ุ ซา.เอก. ๒๗/๗๔/ ๒๔ ม ีญ าติมากๆ เป ็น การดี เหมอื นต้นไมเ้ กิดรวมกันอยใู่ นปา หลายๆ ต้น ต้นไมท้ อ่ี ยโู่ ดดเดี่ยว ถงึ จะใหญโ่ ตระดบั เจ้าปา ลมก็พดั ให้หกั โค่นลงไต.้ ๑๘๔ ฑร1มสารทีปนี


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook