Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือการฝึกอบรมบุคลากรทางการลูกเสือ หลักสูตรลูกเสือช่อสะอาด

คู่มือการฝึกอบรมบุคลากรทางการลูกเสือ หลักสูตรลูกเสือช่อสะอาด

Published by ปริญญา, 2021-11-17 10:04:20

Description: คู่มือการฝึกอบรมบุคลากรทางการลูกเสือ หลักสูตรลูกเสือช่อสะอาด

Keywords: ลูกเสือ, ลูกเสือช่อสะอาด

Search

Read the Text Version

• ระบบหมู ระบบกลุม • การทดสอบเปน ขน้ั ๆ • เครอ่ื งหมายวชิ าพิเศษ • กจิ กรรมกลางแจง ๕. วธิ กี าร วิธีการที่จะบรรลุถึงจุดหมายหรืออุดมการณของคณะลูกเสือแหงชาติ คือ การจัดใหมีการฝกอบรมที่ กาวหนา สนุกสนาน ดึงดูดใจโดยอาศัยคําปฏิญาณและกฎของลูกเสือเปนบรรทัดฐาน มีผูใหญเปนผูคอยให คําแนะนํา กุศโลบายในการฝกอบรมลกู เสือ ใชหลักสําคัญดังตอไปน้ี ๕.๑ เคร่ืองแบบลูกเสือถือวาเปนเครื่องแบบท่ีมีเกียรติ เปนเครื่องหมายแหงความดี ดังน้ัน ลูกเสือจะตองพิถีพิถันในการแตงเคร่ืองแบบลูกเสือท่ีถูกตองและสะอาดเรียบรอยอยูเสมอ กับท้ังจะตอง ประพฤตปิ ฏบิ ัติตนใหสมกับท่ีไดชื่อวาเปนลูกเสือ เพื่อเปนการรักษาช่ือเสียงของตนและของคณะลูกเสือแหงชาติ สว นเจาหนา ท่ีทุกคนกค็ วรแตง เคร่ืองแบบลูกเสือในโอกาสอันควร และถือวาเคร่ืองแบบลูกเสือเปนเคร่ืองหมาย แหงความเสียสละในการทตี่ นไดม ีบทบาทในการฝก อบรมใหเ ปนพลเมอื งดี ๕.๒ คําปฏิญาณและกฎของลูกเสือ ผูกํากับพึงหมั่นฝกอบรมใหลูกเสือเขาใจและปฏิบัติตาม คําปฏิญาณและกฎของลูกเสืออยูเสมอ โดยเฉพาะในเรื่องความจงรักภักดีตอชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย ความเปนพี่นองของลูกเสือทั่วโลกและการกระทําความดีตาง ๆ โดยเนนใหเห็นวาผูเปนพลเมืองดีน้ันจะตองเปน ผูกระทาํ ความดีและใชค วามดนี ั้นใหเปน ประโยชน มใิ ชเปนคนดีโดยอยูเฉย ๆ ไมท ําอะไรเลย ๕.๓ การบําเพ็ญประโยชนตอผูอ่ืน เปนเร่ืองที่ทําใหกิจการลูกเสือมีชื่อเสียง และเปนท่ีรูจัก ของบุคคลท่ัวไป รากฐานของคติพจนของลูกเสือท้ัง ๔ ประเภท เกี่ยวของกับอุดมคติของลูกเสือในการบําเพ็ญ ประโยชนตอ ผูอ่นื “ทาํ ดที ่สี ุด” คือ การทาํ เพ่ือคนอ่นื หรือเพื่อสวนรวม เปนการกระทาํ ทด่ี ีท่สี ุด “จงเตรยี มพรอม” คอื พรอ มท่ีจะทาํ ความดี พรอ มเพอ่ื สรา ง พรอ มเพื่อสวนรวม “มองไกล” คอื มองใหเห็นเหตุผล มองใหเห็นคนอื่น มองใหเห็นสวนรวม มิใชมอง แตต ัวเองหรือผลประโยชนข องตัวเอง “บริการ” คือ การใหค วามชว ยเหลอื แกผูอ ื่น แกสวนรวม นอกจากนี้ในคําปฏิญาณและกฎของลูกเสือก็ไดระบุถึงการบําเพ็ญประโยชนตอผูอ่ืน โดยถือวา สาํ คญั มาก แหลง หรอื โอกาสท่ีลูกเสอื จะบาํ เพญ็ ประโยชนนั้น ควรเร่ิมจากส่ิงท่ีใกลตัวกอนแลวขยายใหกวางขวาง ออกไปตามวัยและความสามารถของลกู เสอื ๕.๔ การฝกอบรมทตี่ อเน่ืองกันและกา วหนาสูงขึน้ ๕.๕ ระบบหมูฝก ความรับผดิ ชอบ การเปนผูนาํ ผูตาม การปกครองระบอบประชาธิปไตย ๕.๖ ระบบเคร่ืองหมายวิชาพิเศษมีมากมายหลายอยาง ซ่ึงลูกเสืออาจเลือกเรียนเรื่องท่ีตน สนใจได และเม่ือไดผานการทดสอบแลวก็จะไดรับเครื่องหมายซ่ึงนํามาติดกับเครื่องแบบ เปนการเชิดชูเกียรติ และแสดงสมรรถภาพของตนสวนหน่งึ ๕.๗ กิจกรรมโดยเฉพาะกิจกรรมกลางแจง เชน เดินทางไกล อยูคา ยพกั แรม ๕.๘ การเลน (เกมตาง ๆ) ๕.๙ การรองเพลงและการชุมนมุ รอบกองไฟ ๑๓๘ 144

๖. แนวการพฒั นาลูกเสือ ๘ ประการ ๖.๑ พฒั นาทางกาย ๖.๒ พัฒนาทางสติปญ ญา ๖.๓ พัฒนาทางจติ ใจและศีลธรรม ๖.๔ พัฒนาในเร่ืองการสรา งคานิยมและเจตคติ ๖.๕ พัฒนาทางสัมพันธระหวางบคุ คล ๖.๖ พฒั นาทางสมั พนั ธทางสังคม ๖.๗ พฒั นาทางสัมพันธตอชุมชน ๖.๘ พัฒนาการทางดานความรับผดิ ชอบตอ สิง่ แวดลอม ๗. พลเมืองดใี นทศั นคติของการลูกเสือ ๗.๑ มคี วามจงรกั ภกั ดตี อชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ  ๗.๒ มีเกียรตเิ ช่อื ถอื ได ๗.๓ มรี ะเบียบวินัย สามารถบงั คับใจตนเองได ๗.๔ สามารถพง่ึ ตนเองได ๗.๕ เต็มใจและสามารถชว ยเหลอื ชุมชน และบําเพ็ญประโยชนต อผูอ ่นื ไดทกุ เม่อื ๘. ประโยชนของการลูกเสอื ๘.๑ เปนการศึกษานอกระบบ (NON FORMAL EDUCATION) ๘.๒ ชวยเสรมิ การศกึ ษาในโรงเรียน ในดา น • ความประพฤติ นิสัยใจคอ สติปญ ญา • ความมีระเบียบวินยั • สุขภาพและพลัง • การฝม ือและทักษะ • หนา ทพ่ี ลเมืองและการบาํ เพ็ญประโยชนตอ ผูอืน่ ๙. ทานไดอ ะไรจากการเปน ลูกเสอื ๙.๑ ไดผจญภยั (ADVENTURE) ๙.๒ มมี ติ รมากขึน้ (FRIENDSHIP) ๙.๓ มีชีวิตโลดแลนในกลางแจง (OUTDOOR LIFE) ๙.๔ มคี วามสนกุ (ENJOYMENT) ๙.๕ ไดรบั ความสมั ฤทธผิ ล (ACHIEVEMENT) ๑๐. กจิ การลูกเสือตอ งการอะไร ๑๐.๑ ตอ งการเยาวชนมาสมัครเปนลูกเสือมากขึ้น (พลเมืองดีมีคุณภาพจะมากข้นึ ) ๑๐.๒ ตองการผูบ ังคบั บัญชาท่ีมีสมรรถภาพในการฝก อบรม ๑๐.๓ ตอ งการเงนิ เพียงพอเพอื่ นํามาใชใ นการฝก อบรมและบรหิ ารกิจการลูกเสือ ๑๓๙ 145

แบบประเมนิ การปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ชอ่ื วิชา สาระสําคญั และวัตถุประสงคของคณะลูกเสือกับการสรางพลเมอื งชอสะอาด หมู............................... ขอ รายการประเมนิ ระดับคณุ ภาพ ๑ ๑ การตรงตอเวลา ๔๓๒ ๒ ระบบหมูแ ละการมีสว นรว มของสมาชกิ ๓ การสรปุ ความรทู ่ีไดรบั รวม ลงช่ือ................................................. (..................................................) ผกู าํ กบั ลูกเสือ เกณฑการประเมินผล รายการท่ปี ระเมนิ ดมี าก (๔) ระดับคณุ ภาพ/คะแนน ปรบั ปรุง (๑) ดี (๓) พอใช (๒) ปฏิบัตไิ มไดเลย ๑. การตรงตอเวลา ๑. การเขารว ม ปฏบิ ตั ิได ๒ ขอ ปฏบิ ัติได ๑ ขอ สมาชกิ ๓ คน กิจกรรมตามเวลา ใน ๓ ขอ ใน ๓ ขอ ข้ึนไป ไมไ ด /ตรงตอเวลา มสี ว นรวม ๒. ผลงานสําเรจ็ ผิด ๓ ขอ ขนึ้ ไป ตามเวลาท่กี ําหนด ๓. การนาํ เสนอใช เวลาตามที่กาํ หนด ๒. ระบบหมูแ ละ ทกุ คนมสี วนรวม สมาชกิ ๑ คน สมาชกิ ๒ คน การมีสว นรวม ไมไ ดม ีสว นรวม ไมไดม ีสว นรวม ของสมาชิก ๓. การสรุปความรู ถูกตองทุกขอ ผดิ ๑ ขอ ผดิ ๒ ขอ ท่ีไดร ับ ๑๔๐ 146

ชอ่ื วิชา การสรางจิตอาสาและบําเพ็ญประโยชน บทเรยี นท่ี ๑๔ เวลา ๙๐ นาที ขอบขา ยรายวชิ า เพ่ือใหผูเขารับการฝกอบรมสามารถมีจิตสํานึกอาสาสมัครท่ีเร่ิมจากเด็กและเยาวชนในโรงเรียนจนถึง ระดับอุดมศึกษา เปนส่งิ ทส่ี ถานศกึ ษาหลายแหงสามารถกระตุนและสงเสริม สนบั สนนุ และสรางความตระหนัก รูถึงการให และการอาสาชวยเหลือสังคม เปนการปลูกฝงคานิยมของทุกภาคสวนในการทํากิจกรรมที่เปน ประโยชนแกผูอ่ืนโดยไมหวังผลตอบแทน กอเกิดความภาคภูมิใจท่ีมีโอกาสทําประโยชนตอผูอ่ืน อันจะเปน การปลูกฝงจิตสํานึกรับผิดชอบตอสังคม และเติบโตเปนทรัพยากรท่ีมีคุณคาตอไปอีกประการหนึ่ง การทํางาน อาสาสมคั ร การสรางพืน้ ทีเ่ รียนรู การทาํ งานอาสาสมคั รโดยผานประสบการณของกิจกรรมตาง ๆ จดุ หมาย เพอื่ ใหผ เู ขารับการฝกอบรมมีจิตสาํ นึกอาสาสมัคร วัตถุประสงค เมือ่ จบบทเรยี นน้แี ลว ผเู ขา รบั การฝกอบรมสามารถ ๑. มีจติ สํานึกอาสาสมคั ร ๒. ไดร ับการปลูกฝง คา นยิ มของทุกภาคสว นในการทํากจิ กรรมท่ีเปนประโยชน กิจกรรมการสอน ๑๐ นาที ๑. นาํ เขาสูบทเรียนโดยใชเ พลงท่ีเก่ยี วของกับความรบั ผดิ ชอบ ๒๐ นาที หรอื ใชเ กม ส่ือ วีดิทศั น นทิ าน ฯลฯ ๒๐ นาที ๒. บรรยายเนื้อหานําไปสูก ารปฏิบตั งิ านของผเู ขา รับการฝกอบรม ๓๐ นาที ๓. แบง ลกู เสือเพ่ือศึกษาและปฏบิ ัตติ ามใบงาน ๑๐ นาที ๔. รายงานผลการปฏบิ ัติตามใบงาน ๕. อภปิ รายสรุป สื่อการสอน ๑. เพลง ภาพ แผนภมู ิ เกม นิทาน สอ่ื วดี ิทศั น ๒. ใบความรู ๓. ใบงาน การประเมนิ ผล ๑. การสงั เกต ๑.๑ การเขารวมกิจกรรม ๑.๒ ความรวมมือในการปฏิบตั ิกจิ กรรม ๒. การประเมนิ ๒.๑ ประเมนิ การปฏบิ ัตกิ จิ กรรมกลุม ๒.๒ แบบประเมนิ การปฏิบัตกิ ิจกรรม ๒.๓ ผา นเกณฑรอยละ ๘๐ ๑๔๑ 147

เนอ้ื หาวชิ า เนื้อหาท่ีสอดคลอ งกับวัตถุประสงคการสรา งจิตอาสาและบาํ เพ็ญประโยชน ๑. การสรา งจิตสาํ นกึ อาสาสมัครท่เี ริ่มจากเด็กและเยาวชนในโรงเรยี นจนถึงระดับอุดมศกึ ษานั้น เปนสิ่ง ท่ีสถานศึกษาหลายแหงสามารถกระตุน สงเสริม สนับสนุนและสรางความตระหนักรูถึงการใหและการอาสา ชว ยเหลือสังคม ๒. การปลูกฝงคานิยมของทุกภาคสวนในการทํากิจกรรมท่ีเปนประโยชนแกผูอ่ืนโดยไมหวัง ผลตอบแทน กอเกิดความภาคภูมิใจท่ีมีโอกาสทําประโยชนตอผูอื่น อันจะเปนการปลูกฝงจิตสํานึกรับผิดชอบ ตอ สงั คม และเติบโตเปน ทรัพยากรที่มีคณุ คาตอไป ๓. การสรางพน้ื ท่ีเรียนรูก ารทาํ งานอาสาสมัครผา นประสบการณข องกิจกรรมตา ง ๆ ๑๔๒ 148

เอกสารประกอบการสอนท่ี ๑ ความหมายของ “จติ อาสา” และ “จติ สาธารณะ” ความหมายของ “จิตอาสา” จิตอาสา หรือจิตสาธารณะ (Public Consciousness หรือ Public Mind) หมายถึง จิตสํานึกเพ่ือ สวนรวม เพราะคําวา “สาธารณะ” คือ ส่ิงท่ีมิไดเปนของผูหนึ่งผูใด จิตสาธารณะจึงเปนความรูสึกถึงการเปน เจา ของในส่งิ ท่ีเปน สาธารณะ ในสทิ ธิและหนา ทที่ จี่ ะดูแลและบํารุงรกั ษารว มกนั จิตอาสา หรือมีจิตสาธารณะ” ยังหมายรวมถึง จิตของคนท่ีรูจักความเสียสละ ความรวมมือ รวมใจ ในการทําประโยชนเพ่ือสวนรวม จะชวยลดปญหาท่ีเกิดข้ึนในสังคม ชวยกันพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อเปน หลักการในการดําเนินชีวิต ชวยแกปญหาและสรางสรรคใหเกิดประโยชนสุขแกสังคม เชน การชวยกันดูแล รักษาส่ิงแวดลอม โดยการไมท้ิงขยะลงในแหลงน้ํา การดูแลรักษาสาธารณสมบัติ เชน โทรศัพทสาธารณะ หลอดไฟฟาท่ใี หค วามสวา งตามถนนหนทาง แมแตก ารประหยัดนํ้าประปา หรือไฟฟาท่ีเปนของสวนรวม โดยใช ใหเกิดประโยชนอยางคุมคา ตลอดจนชวยกันดูแลรักษา ใหความชวยเหลือผูตกทุกขไดยาก หรือผูท่ีรองขอ ความชวยเหลือเทาท่ีจะทําได ตลอดจนรวมมือกระทําเพ่ือไมใหเกิดปญหาหรือชวยกันแกปญหา แตตองไมขัด ตอกฎหมาย เพือ่ รกั ษาประโยชนสวนรวม ราชบัณฑิตยสถาน ไดใหความหมายของ จิตสํานึกทางสังคม หรือจิตสํานึกสาธารณะวา คือ การตระหนกั รูและคาํ นงึ ถึงสว นรวมรวมกนั หรอื การคาํ นงึ ถงึ ผูอ่นื ทร่ี ว มสัมพนั ธเ ปนกลมุ เดียวกนั สํานักงานคณะกรรมการวิจัยแหงชาติ ไดใหความหมายวา การรูจักเอาใจใสเปนธุระ และเขารวมใน เรื่องของสวนรวมท่ีเปนประโยชนตอประเทศชาติ มีความสํานึกและยึดมั่นในระบบคุณธรรมและจริยธรรม ทด่ี ีงาม ละอายตอสิ่งผิด เนน ความเรียบรอย ประหยดั และมคี วามสมดุลระหวางมนุษยก บั ธรรมชาติ สรุป จิตอาสา หรือจิตสาธารณะ หรือจิตสํานึกสาธารณะ คือ จิตสํานึก (Conscious) เปนการตระหนัก รตู วั หรอื เปน จิตสวนทร่ี ูต วั รวู าทําอะไร อยูท่ไี หน เปน อยางไรขณะท่ีตนื่ อยูนั่นเอง สว นคาํ วา สาธารณะ (Public) เปนการแสดงออกเพอ่ื สังคมสวนรวม เปนการบริการชุมชน ทําประโยชน เพ่อื สังคม ถาเปน สง่ิ ของก็ตองใชประโยชนรวมกัน เม่ือนําสองคํามารวม หมายถึง การตระหนักรูตนที่จะทําสิ่งใด เพือ่ เห็นแกป ระโยชนสวนรวม จิตสาธารณะ ในโลกปจจบุ ันทมี่ ีการเปลี่ยนแปลงอยางรวดเรว็ เนือ่ งมาจากความกา วหนาของเทคโนโลยีตาง ๆ สงผล ใหประเทศไทยตองเรงพัฒนาตนเองเพื่อใหทันกับการเปลี่ยนแปลงและสามารถแขงขันกับนานาประเทศ ซง่ึ กระแสการเรงพฒั นาและเศรษฐกิจท่ีบีบรัด ไดสงผลกระทบตอวิถีชีวิตของคนในสังคมไทยใหเกิดการแขงขัน มคี า นยิ มทางวัตถุสงู เกดิ การเอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน มุงแสวงหาผลประโยชนใหกับตนมากกวาสวนรวม ขาดการพัฒนาคุณธรรมจรยิ ธรรมอยา งจรงิ จงั และตอเน่ือง ทําใหเกิดภาวะขาดสมดุลทั้งทางจิตใจและวัตถุ ดังน้ัน ความสํานึกตอสวนรวมจึงลดนอยลงทุกวัน ความเจริญทางดานวัตถุในปจจุบันทําใหสังคมมีคานิยมให ความสําคัญและแสวงหาเงินทองอํานาจมากกวาใหความสําคัญดานจิตใจ สังคมจึงกลับเสื่อมโทรมลง ปญหา มากมาย การปลูกฝงจติ ใจใหบ คุ คลมคี วามรบั ผิดชอบตอ ตนเองและสังคมจึงควรเกิดข้ึนในสังคม ดวยเหตุนี้ จึงมี การกลาวถึงคําวา \"จิตสาธารณะ\" มากขึ้น เพื่อประโยชนที่จะเปนแนวคิดตอตนเองอันจะสรางประโยชน กอใหเกิดการพัฒนาแกสังคม การปลูกฝงจิตใจใหบุคคลมีความรับผิดชอบตอตนเองและสังคมเปนการสราง คุณธรรมจริยธรรม ซ่ึงเปน เรอื่ งทเ่ี กิดจากภายใน \"จิตสาธารณะ\" เปน สง่ิ หนงึ่ ที่มีความสําคัญในการปลูกจิตสํานึก ใหคนรูจักเสียสละ รวมแรงรวมใจ มีความรวมมือในการทําประโยชนเพื่อสวนรวม ชวยลดปญหาที่เกิดขึ้นใน ๑๔๓ 149

สังคม ชวยกันพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อเปนหลักการในการดําเนินชีวิต ชวยแกปญหาและสรางสรรคใหเกิด ประโยชนสขุ แกสงั คม ความหมายของจิตสาธารณะ ความหมายของจติ สาธารณะ มีผทู ่ใี หค วามหมายไวม าก ดงั น้ี อาจารยจ ันทิรา ธนสงวนวงศ ไดใหความหมายวา จิตสาธารณะ (Public Mind) หมายถึง จิตสํานึก เพื่อสว นรวม เพราะคาํ วา “สาธารณะ” คือ ส่ิงที่มิไดเปนของผูหนึ่งผูใด จิตสาธารณะจึงเปนความรูสึกถึงการเปน เจาของในส่ิงท่ีเปนสาธารณะ ในสิทธิและหนาท่ีท่ีจะดูแลและบํารุงรักษารวมกัน เชน การชวยกันดูแลรักษา สิ่งแวดลอมโดยการไมทิ้งขยะลงในแหลงน้ํา การดูแลรักษาสาธารณะสมบัติ เชน โทรศัพทสาธารณะ หลอดไฟ ทใ่ี หแสงสวางตามถนนหนทาง แมแ ตก ารประหยัดนํ้าประปาหรือไฟฟาท่ีเปนของสวนรวม โดยใหเกิดประโยชน คุมคา ชวยดูแลรักษาใหความชวยเหลือผูตกทุกขไดยากหรือผูที่รองขอความชวยเหลือเทาท่ีจะทําได ตลอดจน รว มมอื กระทาํ เพ่อื ใหเกิดปญ หา หรอื ชวยกนั แกป ญหาแตตอ งไมข ดั ตอกฎหมาย เพ่อื รกั ษาประโยชนส วนรวม จิตสาธารณะเพ่อื สว นรวม จติ สาํ นึกเพ่ือสวนรวมน้นั สามารถกระทาํ ได โดยมีแนวทางเปน ๒ ลกั ษณะ ดงั น้ี ๑. โดยการกระทําตนเอง ตองมีความรับผิดชอบตอตนเอง เพ่ือไมใหเกิดผลกระทบและความเสียหาย ตอสวนรวม ๒. มีบทบาทตอ สงั คมในการรกั ษาประโยชนของสว นรวม เพ่ือแกปญหา สรางสรรคสังคม ซึ่งถือวาเปน ความรบั ผิดชอบตอ ตนเองและสังคม ราชบัณฑติ ยสถาน ไดใ หค วามหมายของจติ สํานกึ ทางสงั คม หรือจิตสํานกึ สาธารณะวา คือการตระหนักรู และคํานงึ ถงึ สว นรวมรว มกัน หรือการคาํ นึงถงึ ผูอ่ืนท่ีรวมสมั พนั ธเปน กลุม เดยี วกัน สํานักงานคณะกรรมการวจิ ัยแหงชาติ ไดใ หค วามหมายวา การรูจกั เอาใจใสเ ปน ธุระและเขารวมในเรื่อง ของสวนรวมท่ีเปนประโยชนตอประเทศชาติ มีความสํานึกและยึดม่ันในระบบคุณธรรมและจริยธรรมท่ีดีงาม ละอายตอ สง่ิ ผดิ เนน ความเรียบรอย ประหยดั และมคี วามสมดลุ ระหวา งมนุษยก บั ธรรมชาติ นวรินทร ตากอนทอง ไดใหความหมายวา จิตสาธารณะ คือการแสดงออกถึงความรับผิดชอบตอ สวนรวม พรอมที่จะเสียสละและอุทิศตนเพื่อประโยชนสวนรวม มีความปรารถนาท่ีจะชวยแกปญหาใหแกผูอ่ืน หรือสังคมดวยความเต็มใจ โดยพิจารณาจากความรู ความเขาใจ ความรูสึกหรือพฤติกรรมท่ีแสดงออกถึง ลักษณะดังกลาว ไมวาจะเปนดานการรับผิดชอบตอสาธารณะสมบัติและทรัพยากรธรรมชาติ ดานการทํา กิจกรรมเพอ่ื สังคม เขา รว มในเรื่องสว นรวมที่เปนประโยชนร ว มกนั ของกลุม ดานการรับรูและตระหนักถึงปญหา ที่เกิดขึ้นและมีการแกไขปญหาท่ีเกิดข้ึนในสังคมรวมกัน ซ่ึงจะเห็นไดวา จิตสาธารณะเปนคุณลักษณะที่สําคัญ อยางยิ่งในการยกระดับจิตใจของมนุษย ใหหันมามองถึงประโยชนสวนรวม ชวยเหลือซ่ึงกันและกัน รวมทั้ง รวมมือกันพัฒนาสังคมและประเทศชาติใหมีความสงบสุข และความพยายามในการปลูกฝงจิตสาธารณะให เกิดขึ้นในสังคมไทยในปจจุบัน ไดกําหนดไวในมาตรฐานการศึกษาของชาติ มาตรฐานที่ ๑ คุณลักษณะของ คนไทยที่พึงประสงค ท้ังในฐานะพลเมืองและพลโลก โดยคนไทยตองเปนคนเกง คนดี และมีความสุข ตัวบงชี้ คือ กําลังกาย กําลังใจท่ีสมบูรณ ความรูและทักษะท่ีจําเปนและเพียงพอในการดํารงชีวิต และการพัฒนาสังคม ทกั ษะการเรียนรูและการปรับตัว ทักษะทางสังคม คุณธรรม จิตสาธารณะและจิตสํานึกในความเปนพลเมืองไทย และพลโลก โดยมุง ปลูกฝงจิตสํานึกท่ีถูกตองดานตาง ๆ ใหกับผูเรียน รวมถึงการรูจักรักษาผลประโยชนสวนรวม และของประเทศชาติ และเพ่ือความมั่นใจวาคุณลักษณะท่ีพึงประสงคดังกลาวไดเกิดขึ้นกับผูเรียนในระดับ สถานศกึ ษา จึงกําหนดมาตรฐานการประกนั คณุ ภาพการศกึ ษาท้งั ภายในและภายนอกสถานศึกษา ซึ่งจะเห็นได วาพระราชบัญญัติการศึกษา หลักสูตรสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ไดใหความสําคัญกับการมีจิตสาธารณะที่เห็นแก ๑๔๔ 150

ประโยชนสวนรวม การรูจักดูแลของสวนรวม รวมถึงรูจักการรักษาผลประโยชนสวนรวมและของประเทศชาติ ถาบุคคลมีจิตสาธารณะบกพรอง มีนอยหรือขาดไป จะสงผลกระทบตอหลายระดับ ท้ังตอตนเอง ครอบครัว องคกร ชมุ ชน ประเทศชาติ และมผี ลตอระดบั โลกตามมา คําวาจิตสาธารณะในภาษาไทย เปน ศพั ทใหมทีเ่ กดิ ข้นึ ในชวงเวลาทศวรรษท่ีผานมา เปนคําท่ีใชแปลจาก ภาษาอังกฤษท่ีเรียกวา public consciousness/public mind/public minds/public service/service mind สวนคําแปลในภาษาไทย นอกจากใชวาจิตสาธารณะแลว มีคําที่ใชในความหมายเดียวกันคําอื่น ๆ คือ สํานึก สาธารณะ/จิตสาํ นกึ สาธารณะ/จติ บริการ/จิตอาสา/จติ สํานกึ ทางสังคม เปน ตน ความหมายของจิตสาธารณะหรือ Public Consciousness มีความหมายหลากหลาย โดยภาพรวม อาจสรปุ ความหมายของ จิตสาธารณะ ไดดงั นี้ ๑. จิตสาธารณะ คือ จิตสํานึกเพ่ือสวนรวม (ปทานุกรมราชบัณฑิตสถาน ๒๕๓๘ ใหความหมายไววา เปน ภาวะที่จติ ตืน่ และรูสึกตัว สามารถตอบสนองส่ิงเราจากประสาทสัมผัสทั้ง ๕ คือ รูป รส กลิ่น เสียง และส่ิง สัมผสั ได การตระหนักรู และคาํ นงึ ถึงสว นรวมรวมกนั /การคาํ นงึ ถึงผอู นื่ ทร่ี ว มสมั พันธเปนกลุมเดยี วกนั ๒. จิตสาธารณะ คือ จิตอาสาที่แสดงออกมาในรูปของพฤติกรรมท่ีเกิดข้ึนดวยความสมัครใจเพ่ือ สวนรวม โดยการแสดงออกดวยการอาสา ไมม ใี ครบงั คับ ๓. จิตสาธารณะ คอื การสาํ นกึ สาธารณะ ซึง่ หมายถึง การที่บุคคลตระหนักรูและคํานึงถึงประโยชนสุข ของสวนรวมและสงั คม เหน็ คุณคา ของการเอาใจใสดูแลรักษาสิ่งตาง ๆ ท่ีเปนของสว นรวม ๔. จติ สาธารณะ คือ จิตบริการท่ีเก่ียวกับการคิดและการปฏิบัติใหความชวยเหลือผูอื่น เปนการประพฤติ ปฏิบตั ทิ ม่ี งุ ความสุขของผอู น่ื ท่ตี งั้ อยูบ นพืน้ ฐานของความตง้ั ใจดีและเจตนาดี ๕. จิตสาธารณะ คือ จิตสํานึกทางสังคมท่ีสํานักงานคณะกรรมการวิจัยแหงชาติ ไดอธิบายวาเปน การรูจักเอาใจใสเปนธุระและเขารวมในเร่ืองของสวนรวมท่ีเปนประโยชนตอประเทศชาติ มีความสํานึกและ ยึดมั่นในระบบคุณธรรมและจริยธรรมท่ีดีงาม ละอายตอสิ่งผิด เนนความเรียบรอย ประหยัด และมีความสมดุล ระหวางมนุษยก ับธรรมชาติ จากความหมายของจิตสาธารณะที่กลาวมาแลวขางตน ทําใหเกิดประเด็นความคิดวา เราจะประยุกต การสรางจิตสาธารณะใหกับสังคมไดอยางไร สรางแลวสังคมจะไดอะไร จะเปนอะไร และสาเหตุใดจึงเปน ความจําเปนที่จะตองสรางจิตสาธารณะใหเกิดขึ้น ตอประเด็นตาง ๆ เหลาน้ี ส่ิงแรกที่เราจะตองพิจารณาก็คือ ตรวจดวู าสภาพสังคมในปจจุบัน โดยเฉพาะสังคมไทยมีสภาพการณเปนอยางไรบาง จึงจะตองนําจิตสาธารณะ มาเก่ียวของ ประเดน็ ตาง ๆ ทีค่ วรหยบิ ยกมาพจิ ารณาถึงสภาพของสังคมปจจบุ นั มีท่ีสําคัญ ๆ คอื ๑. สังคมปจจุบัน เปนสังคมแหงบริโภคนิยม ซ่ึงเนนถึงความสําคัญของวัตถุเปนหลัก ใหความสําคัญ แกมูลคามากกวาคุณคา มุงการใชประโยชนจากธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อนํามาดัดแปลงเปน เทคโนโลยีท่ีอํานวยความสะดวกสบายใหแกตน เปนสังคมที่ไหลไปตามกระแสโลกาภิวัตนของความเปนวัตถุ นิยม เปนสังคมที่เช่ือในลัทธิเอาอยางและการแขงขันเพ่ือสรางปริมาณมากกวาคุณภาพ เปนสังคมท่ีวัดกันที่ ความมั่งคง่ั แหงการมีผลผลิตทางวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยีที่เหนอื กวากัน ๒. ในดานสุขภาพ เปนสังคมท่ีมีการพัฒนาเทคโนโลยีและองคความรูทางการแพทยท่ีรุดหนา ทําให อตั ราผสู งู อายุมีจํานวนมากและในอนาคตจะเปนชนกลุมใหญของโลก ตัวอยางประเทศอังกฤษใน ค.ศ. ๒๐๓๓ ประชากรผูสูงอายุ ๕๘ ป ข้ึนไปจะเพ่ิมข้ึน ๒๓% เปนตน อยางไรก็ตามถึงแมการแพทยจะเจริญกาวหนา แตก็ ไมส ามารถรกั ษาโรคไดทัง้ หมด ทง้ั โรคติดตอ เชน หวดั นก หวดั ๒๐๐๙ และโรคไมตดิ ตอ เชน มะเร็ง จากขอมูล อัตราการตายของประชากรโลกใน ค.ศ. ๒๐๐๙ มีอัตราการตาย ๘.๒ คนตอ ๑,๐๐๐ คน ซ่ึงอัตราการตาย ๑๔๕ 151

นอกจากจะเกิดจากโรคระบาด โรคภัยไขเจ็บแลว ยังเกิดจากภัยธรรมชาติตาง ๆ เชน แผนดินไหว ดินถลม น้ําทว ม ฯลฯ ๓. สภาพแวดลอมของสังคมในปจจุบันเปนปญหาใหญของโลก ท่ีสําคัญคือเกิดมลพิษของระบบนิเวศ อันเนอ่ื งมาจากการทําลายและการใชป ระโยชนจ ากทรพั ยากรธรรมชาติทั้งท่ีทดแทนได เชน ปาไม หรือทดแทน ไมไ ด เชน พลังงาน ทาํ ใหห ลายพ้ืนทขี่ องโลกตอ งประสบภยั แลง ไฟปา ทีท่ ําใหชีวิตและทรัพยสินสูญหายไปเปน จํานวนมาก ๔. สงั คมปจจุบนั เปน สังคมท่ีมีความกาวหนาทางเทคโนโลยีข้ันสูง ไมวาจะเปนการส่ือสาร การคมนาคม การแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสาร ทําใหโลกมีความใกลชิดและไปมาหาสูกันสะดวก ติดตอส่ือสารกันไดตลอดเวลา ดวยอาศยั เทคโนโลยีคอมพวิ เตอรที่นํามาสราง/ประดิษฐ เปนนวัตกรรมตาง ๆ ที่อํานวยความสะดวกสบายใหกับ การดํารงชีวิต แตก็ทําใหมนุษยตองเรงแรงกายในการเสาะแสวงหาวัตถุตาง ๆ เหลาน้ันมาบํารุงตน จนตองยึด ระบบเงนิ ตราเปนเคร่อื งวดั ความเปน อยู ไมว าจะเปนฐานะทางสงั คม เศรษฐกจิ และการเมือง จากสภาวการณตาง ๆ ที่ปรากฏในสังคมปจจุบัน ทําใหมีผลตอสภาพจิตใจของคนในสังคม จะเห็นวา สว นใหญข องสมาชิกสงั คมโลกจะวนเวียนอยูในวงจรของสภาพจิตใจท่ีคลา ยคลึงกันในประเด็นตาง ๆ ท่ีสําคัญ คอื ๑. เปนสังคมท่ีจิตใจของคนมีความทะเยอทะยานฟุงเฟอ ดวยมุงแตการแสวงหาวัตถุมาเปนองคประกอบ สําคัญในการดําเนินชีวิต จึงเปนจิตใจที่มุงทําลายธรรมชาติ มุงทําลายลางซึ่งกันและกันเพ่ือเอาชนะแขงขันทาง เศรษฐกิจ การผลติ อาวธุ สงครามทีร่ ายแรงจึงเปนสนิ คา ท่แี ขงขันกนั ในตลาดโลก ๒. จิตใจที่ติดยึดกับความเชื่อในประสิทธิภาพของความกาวหนาทางเทคโนโลยีทางการแพทย จึงเปน สังคมที่มุงแสวงหาความพยายามเอาชนะเวลาของธรรมชาติ มีความหลงในวัตถุที่เช่ือวาจะทําใหอยูนิรันดร ดวยคตทิ ว่ี า เงนิ ตราจะบันดาลใหทกุ อยา ง ๓. สภาพจิตใจของสมาชิกในสังคมที่เต็มไปดวยความวิตกกังวล ความเครียดจากการบีบบังคับของ สภาพแวดลอม ทเ่ี ปนผลจากการประยุกตระบบบริโภคนิยมใหกบั การดาํ เนินชีวิต อัตราของคนปวยเปนโรคทาง ประสาทจงึ มีเพ่มิ ข้นึ อยา งเหน็ ไดช ัด ๔. จิตใจของคนในสังคมปจจุบันมีความเปนสวนตัวสูง เน่ืองจากการคิดยึดอยูกับเทคโนโลยีขั้นสูง คือ คอมพิวเตอร ดวยความเชื่อวาเปนเคร่ืองมือในการดําเนินชีวิตในทุก ๆ ดาน การใชเวลาสวนใหญอยูหนา คอมพิวเตอร จึงถือวาเปนการวัดความสามารถเพราะไมตองมีความรับผิดชอบใด ๆ มีความเปนโลกสวนตัวสูง และมงุ แขง ขันในดา นวัตถุมากกวาการสรา งคุณภาพใหแกชวี ติ จากสภาพจิตใจของคนในสังคมปจจุบัน ไดกอใหเกิดผลกระทบในดานตาง ๆ ทั้งดานคุณและโทษ อยหู ลายประการดว ยกนั ผลกระทบท่ีเกดิ จากการทําใหเกิดเปนสภาพสังคมท้ังทางกายภาพและทางจิตใจของคน อาจจะสรปุ ใหเ หน็ ประเดน็ ตาง ๆ ของผลกระทบ ดงั น้ี ๑. การขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ เน่ืองจากมีการนําไปใชเพื่อประโยชนของการแปรรูปและ การเปล่ียนแปลงสภาพอยางกวางขวาง สําหรับการนําไปสรางนวัตกรรมทางวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี จากการขาดแคลนดังกลาวไดสงผลกระทบตอเนื่อง คือ เกิดการแกงแยงชิงดีทรัพยากร เกิดปญหาอาชญากรรม ในรูปแบบตาง ๆ ท้ังภายในพื้นที่และขา มพืน้ ทเ่ี พ่ือแยง ชงิ ทรพั ยากร ๒. การเปล่ียนแปลงเผาพันธุของมนุษยท่ีมีประชากรสูงอายุเพิ่มข้ึน อัตราการเกิดลดและตายของ วัยทารกมสี ูง ทาํ ใหส งผลถึงปญหาการลดประชากรวัยทํางานวัยเจริญพันธุและจะสงผลถึงการสูญพันธุของมนุษย ในทีส่ ดุ ๑๔๖ 152

๓. ความเปนอัตลักษณถดถอย เนื่องจากความยินดีในกระแสโลกาภิวัตนสูง การดํารงชีวิตที่อยูบน พนื้ ฐานปจจัย ๔ และความเปนตัวตนทางวัฒนธรรมของกลุมชาติพันธุหมดไป เชน ความพยายามในการกําหนด ภาษากลาง กาํ หนดคาของเงนิ กลาง ๔. สถาบันในสังคมออนแอ จากการเปลี่ยนแปลงเปนสังคมเทคโนโลยีข้ันสูงที่คนตองมุงแสวงหา เคร่ืองมือมาบํารุงคนและดํารงสถานะในสังคมจากการวัดตรงวัตถุ ทําใหสถาบันครอบครัว สถาบันชุมชน สถาบันการเมอื ง และประเทศออ นแอ ๕. การอพยพยายถ่ิน ลัทธิขามชาตินิยม ท้ังในดานการแตงงาน การดําเนินธุรกิจ เปนประเด็นที่สงผล กระทบตอการกําหนดลักษณะของสังคม ท้ังน้ี เนื่องดวยอิทธิพลของกระแสโลกาภิวัตนและการแลกเปลี่ยน ประชากรเปนที่นิยม บางพ้ืนท่ีของโลกจึงกลายเปนที่รองรับเทคโนโลยีที่ตกรุน และประชากรท่ีบางประเทศ ตองการสงใหไ ปอยูถ่ินอื่น เปนตน จากผลกระทบเหลาน้ี จะเห็นไดวามีผลกระทบทั้งทางดีและไมดี และอาจจะเรียกไดวาผลกระทบเปน ปญ หามากกวาเปน การพัฒนา ดงั นน้ั จึงเปนภาระของสมาชิกในสังคมที่จะตองชวยกันหาทางแกไข ท่ีสําคัญที่สุด กค็ ือ จะตอ งชวยกันสรางความมีจิตสาธารณะใหเกิดข้ึนในใจของทุกคน จึงจะทําใหมีผลตอการหาหนทางแกไข ปญ หาได สรุป จิตสาธารณะ หมายถึง การตระหนักรูตนท่ีจะทําส่ิงใดเพ่ือเห็นแกประโยชนสวนรวม การคิดที่ สรางสรรค เปนกุศล และมุงทํากรรมดีท่ีเปนประโยชนตอสวนรวม คิดสรางสรรค คือ คิดในทางที่ดี ไมทําลาย บคุ คล สงั คม วัฒนธรรม ประเทศชาติและสิง่ แวดลอม ทัง้ การกระทาํ และคําพดู ทมี่ าจากความคิดท่ีดี ความสาํ คญั ของจิตสาธารณะ การทคี่ นมาอยูรวมกนั เปนสงั คม ยอมตอ งมคี วามสัมพนั ธใ นรูปแบบการพึง่ พากัน การท่ีคนในสังคมขาด จิตสาธารณะ จะมีผลกระทบตอบุคคล ครอบครัว องคกร อีกทั้งยังมีผลกระทบตอระดับชุมชน ระดับประเทศ และระดับโลก จิตสาธารณะเปนความรับผิดชอบที่เกิดจากภายใน คือ ความรูสึกนึกคิด จิตใตสํานึก ตลอดจน คุณธรรม จริยธรรมซึ่งอยูในจิตใจและสงผลมาสูการกระทําภายนอก ปญหาตาง ๆ ท่ีเกิดข้ึนจะเห็นวาเกิดจาก การขาดจติ สํานกึ ของคนสวนรวมในสังคมเปน สาํ คัญ เชน ๑. ปญ หายาเสพตดิ ซึ่งเกิดจากความเห็นแกตวั ของผูขาย ไมนึกถึงปญ หาท่ีเกดิ ขึน้ ตอไปกับสังคม ๒. ปญหามลพิษตาง ๆ ที่เกิดจากความไมรับผิดชอบ ขาดจิตสํานึก จิตสาธารณะจึงเปนส่ิงสําคัญใน สงั คม เยาวชนตอ งใหค วามสาํ คัญและตระหนักในสงิ่ น้ี ความรบั ผดิ ชอบตอตนเอง จิตสาํ นกึ ในความรบั ผดิ ชอบตอ ตนเองนับวาเปนพ้ืนฐานตอความรับผิดชอบตอตนเอง ดงั น้ี ๑. ต้งั ใจศกึ ษาเลาเรียนหาความรู ๒. รจู กั การออกกาํ ลงั กายเพอ่ื สขุ ภาพใหแข็งแรงสมบรูณ ๓. มีความประหยัดรจู กั ความพอดี ๔. ประพฤตติ วั ใหเหมาะสม ละเวน การกระทําทกี่ อใหเ กดิ ความเสอ่ื มเสยี ๕. ทาํ งานทร่ี บั มอบหมายใหสําเร็จ ๖. มคี วามรบั ผิดชอบ ตรงเวลา สามารถพ่งึ พาตนเองได ความรบั ผดิ ชอบตอสงั คม เปนการชว ยเหลือสังคม ไมทาํ ใหผอู ่ืนหรือสงั คมเดือดรอนไดรับความเสียหาย เชน ๑. มีความรับผดิ ชอบตอครอบครัว เชน เช่ือฟงพอแม ชว ยเหลืองานบาน ไมทาํ ใหพ อแมเ สยี ใจ ๒. มีความรับผิดชอบตอโรงเรียน ครูอาจารย เชน ตั้งใจเลา เรียน เช่ือฟงคําสัง่ สอนของครอู าจารย ๑๔๗ 153

ปฏบิ ตั ิตามกฎระเบียบวินยั ของโรงเรียน ชว ยรักษาทรพั ยสมบตั ิของโรงเรยี น ๓. มีความรับผิดชอบตอบุคคลอื่น เชน ใหความชวยเหลือ ใหคําแนะนํา ไมเอาเปรียบ เคารพสิทธิ ซ่ึงกันและกนั ๔. มีความรับผิดชอบในฐานะพลเมือง เชน ปฏิบัติตามกฎระเบียบของสังคม ปฏิบัติตามกฎหมาย รักษาสมบัตขิ องสวนรวม ใหความรวมมือตอสงั คมในฐานะพลเมืองดี ใหค วามชว ยเหลอื สรา งจิตสาธารณะ การสรางจิตสาธารณะเปนความรับผิดชอบในตนเอง แมวาจะไดรับการอบรมสั่งสอน ถาใจตนเอง ไมยอมรับ จิตสาธารณะก็ไมเกิด ฉะน้ัน คําวา \"ตนเปนที่พึ่งแหงตน\" จึงมีความสําคัญสวนหนึ่งในการสราง จติ สาธารณะ ถาตนเองไมเหน็ ความสาํ คัญแลว คงไมมใี ครบังคับได นอกจากใจของตนเองแลว แนวทางท่ีสําคัญ ในการสรา งจติ สาธารณะยังมีอีกหลายประการ ถาปฏิบัติไดก จ็ ะเปน ประโยชนต อ ตนเองและสังคม ดังนี้ ๑. สรางวินัยในตนเอง ตระหนักถึงการมีสวนรวมในระบบประชาธิปไตย รูถึงขอบเขตของสิทธิ เสรีภาพ หนา ท่ี ความรบั ผิดชอบตอตนเองและสงั คม ๒. ใหความสาํ คญั ตอ สิง่ แวดลอ ม ตระหนักเสมอวาตนเองคือสวนหนึ่งของสังคม ตองมีความรับผิดชอบ ในการรักษาสง่ิ แวดลอม ซงึ่ เปนเรื่องของสว นรวมท้งั ตอ ประเทศชาติและโลกใบนี้ ๓. ตระหนักถึงปญหาและผลกระทบที่เกิดข้ึนกับสังคม ใหถือวาเปนปญหาของตนเองเชนกันอยาง หลีกเลี่ยงไมได ตองชวยกันแกไข เชน ชวยกันดําเนินการใหโรงงานอุตสาหกรรมสรางบอพักนํ้าทิ้งกอนปลอย ลงสแู หลงน้าํ สาธารณะ ๔. ยึดหลักธรรมในการดําเนินชีวิต เพราะหลักธรรมหรือคําส่ังสอนในทุกศาสนาที่นับถือ สอนใหคน ทาํ ความดที ง้ั สิน้ ถา ปฏิบัติไดจ ะทาํ ใหต นเองมีความสุข นอกจากน้ียังกอใหเกิดประโยชนตอสังคมดวย ทําใหเรา สามารถอยูใ นสงั คมไดอ ยา งมีความสขุ จากการสรางจติ สาธารณะใหเ กดิ ขน้ึ หากทําไดในสังคมสวนใหญผลลัพธจะเกิดข้ึนนั้น นับวามีประโยชน อยางมากทีส่ งผลตอ คณุ ภาพชวี ติ ทด่ี ขี ึ้นของประชากร สามารถทาํ ใหสมาชิกในสังคมอยูรวมกันไดอยางเขาใจกัน มีความสขุ ไมเ บยี ดเบยี นซึ่งกันและกนั จะมีแตก ารกอใหเกดิ ความปรารถนาดีตอกนั อันจะสงผลใหชวยเหลือกัน ใหก ิจการกาวหนา และทา ยสดุ จะสงผลใหโลกทัง้ โลกมีความสงบสขุ การพฒั นาจติ สาธารณะ จติ สาธารณะเปน สง่ิ ท่ีเกดิ จากการฝก อบรมตั้งแตวัยเด็ก และจะพัฒนาไปเรื่อย ๆ จนถึงวัยรุน จนกระท่ัง เปนผูใหญ ผูใหญจึงตองเขาใจธรรมชาติของเด็ก คอยแนะนําสงเสริมในสิ่งที่ถูกที่ควร คอยชี้แนะและปลูกฝง จิตสาธารณะใหแกเด็ก นอกจากนี้ เด็กยังตองมีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบตามธรรมชาติอันเกิดข้ึนไดเอง อีกทงั้ เด็กยงั มกี ารเรียนรูดา นวนิ ยั จากวัฒนธรรม โดยอาศัยการสั่งสอน ฝกฝนจากบุคคล สิ่งแวดลอม ซ่ึงเปนกฎ ธรรมชาติของการอยรู ว มกันในสังคม การมกี จิ กรรมและใชสงิ่ ของรว มกันในสังคม การพัฒนาจิตสาธารณะใหแก เด็กในการใชสงิ่ ของรว มกัน ดูแลทรัพยสมบัตสิ วนรวม และมีนํา้ ใจแบง ปน สง่ิ ของใหแ กกันและกนั จะเห็นไดวาการพัฒนาจิตสาธารณะเปนส่ิงสําคัญ ซ่ึงตองปลูกฝงหรือเสริมสรางไวตั้งแตในวัยเด็ก เพื่อใหเขาไดรับประสบการณท่ีเพียงพอเปนพ้ืนฐานท่ีสามารถนําไปพัฒนาตนเอง โดยในการปลูกฝงนั้นควรให เด็กไดมีความรู ความเขาใจ ตระหนักถึงความสําคัญของจิตสาธารณะ รวมทั้งมีการฝกฝนใหเด็กไดปฏิบัติจริง เพ่ือใหเ ดก็ เกิดการกระทําทีเ่ ก่ียวกับการพฒั นาจติ สาธารณะอยางแทจริง จนเกิดเปนลักษณะนิสัยและควรทําให เหมาะสมกับวัย เพ่ือใหเกิดการเรียนรูที่เหมาะสมตามวัยและเกิดการพัฒนาตามลําดับ ซึ่งในการฝกอบรม ปลกู ฝง หรือพัฒนาจติ สาธารณะใหแ กเดก็ นั้น ควรมคี รหู รอื ผูใ หญคอยดูแลช้ีแนะแนวทางที่ถูกตอง เด็กจะไดยึด เปน แนวทางปฏบิ ัติท่ีถกู ตอ งเหมาะสม ๑๔๘ 154

สถาบันที่มีสวนรว มในการพฒั นาจติ สาธารณะ รัญจวน อินทรกาํ แหง ชีถ้ งึ แนวทางในการเสริมสรางจิตสาธารณะของคนในสังคม วาจะเกิดข้ึนไดจาก การคลกุ คลีอยกู ับความถูกตอง การปลูกฝง อบรม การฝกปฏิบัติ การไดเห็นตัวอยางท่ีชวนใหประทับใจ ปจจัย เหลานี้จะคอ ย ๆ โนมนําใจของบคุ คลใหเกดิ จิตสาํ นกึ ทถี่ กู ตอง และการสรางจติ สาธารณะใหเกิดข้ึนจําตองอาศัย สถาบันทางสงั คมหลายสวนเขา มารวมมือกนั อาทิ ๑. สถาบันการศึกษา การศึกษาเปนรากฐานของการพัฒนาเปนสิ่งท่ีปฏิเสธกันไมได ไมวาจะเปน การพัฒนาในรูปแบบใดจําตองเร่ิมตนดวยการศึกษา จนมีการศึกษามากพอแกสถานะแหงตนท่ีจะสามารถ ปฏิบัติงานหรือดําเนินชีวิตไปสูทิศทางท่ีประสงค การกําหนดเปาหมายของการศึกษาใหถูกตองโดยธรรมชาติ เพื่อนาํ ไปสกู ารพฒั นาทแ่ี ทจริง จึงเปน ส่ิงที่สําคัญท่ีสดุ ทีม่ ีผูมีอํานาจในการบริหารการศึกษาพึงพิจารณาใหลึกซ้ึง ใหถองแท ใหรอบคอบ ใหถูกตองดวยทัศนะท่ีกวางไกล โดยมีจุดหมายรวบยอดวาตองจัดการศึกษาเพ่ือพัฒนา คนใหมีจติ สาํ นกึ เปน มนุษยท่ีเต็มท่ี การจัดการศกึ ษาควรมุงเนนที่การสรางจิตสํานึกภายใน คือ การพัฒนาจิตใจ ท่ีเปนรากฐานของความเปนมนุษย ไมควรเนนที่การพัฒนาเพ่ือความสําเร็จในวิชาชีพท่ีปราศจากพ้ืนฐานทาง จริยธรรม เพราะอาจจะเปนการสงเสริมใหบุคคลออกไปประกอบวิชาชีพดวยจิตสํานึกผิดพลาด แลวก็ไปสราง ระบบการทํางานท่ีผิด มีการเอาเปรียบผูอื่น กอบโกย ความหลงตัวเอง ความมัวเมาวนเวียนแตในวังวนวัตถุ ท่ีอาจกอ ใหเ กดิ การประหัตประหารกนั ในทุกวงการ การใหการศึกษาแกเยาวชน ควรหยุดสรางจิตสํานึกที่นิยมในวัตถุ แตเนนการสรางจิตสํานึกในทาง จริยธรรมใหหนักแนนเขมแข็งย่ิงข้ึนทุกระดับการศึกษา ต้ังแตอนุบาลศึกษาจนถึงอุดมศึกษา เพ่ือใหเปนจิตท่ี สามารถชวยสรางระบบถูกตองเพ่ือการดํารงอยูของสังคมโดยธรรม โดยเฉพาะการเนนการฝกอบรมใหรูจัก ทําหนาท่ีอยางสุดฝมือในทุกหนาที่ ในฐานะที่เกิดมาเปนมนุษย ดวยความสํานึกวาทุกหนาท่ีมีคุณคาและ ความสาํ คญั เทา เทยี มกัน ๒. สถาบันศาสนา สถาบันทางศาสนาตอ งเปน ผนู ําในการสรางจิตสาธารณะใหเกิดข้ึน ตองนําประชาชน กลับไปสูคําสอนของพระพุทธองคที่ทรงเนนใหเห็นแกประโยชนสุขของสังคมเปนใหญ ไมบริโภคเกินความ จําเปนหรือเพราะความอยาก มีความสันโดษ พอใจทจ่ี ะมีกนิ มีอยู มีใชเทาที่จําเปน รูจักเอ้ือเฟอเผื่อแผเจือจาน แกผอู น่ื มีความเมตตาอาทรตอ กัน เห็นแกผ ูอนื่ เสมือนเห็นแกตนเอง รูจ ักหนา ท่ี ปฏิบตั หิ นา ทีใ่ หถ กู ตอง สถาบันทางศาสนาจึงมีความสําคัญอยางยิ่ง เพราะเปนสถาบันที่ไดรับการเคารพบูชาแตโบราณกาล จวบจนปจจุบัน เปนสถาบันท่ีมีอิทธิพลอยางสูงตอจิตใจของประชาชน เพราะตางไดยึดถือสถาบันน้ีเปนที่พึ่ง ทางใจมาอยางเนิ่นนาน ฉะน้ัน สถาบันทางศาสนาจึงอยูในฐานะท่ีจะชวยสรางสรรคและพัฒนาจิตใจของคน ในสังคมใหเขามาอยูความถูกตองตามทํานองคลองธรรม และวิธีการพัฒนาจิตสํานึกใหเกิดข้ึนไดอยางดีท่ีสุด กค็ ือการสอนดวยตวั เอง อันหมายถึง การที่ผูอยูในสถาบัน องคการทางศาสนา พึงตองประพฤติปฏิบัติตนใหเปน ตัวอยา งแกค นในสังคมในดา นการชว ยเหลือสวนรวม ๓. สถาบันครอบครัว ความอบอุนของสถาบันครอบครัวมีความสําคัญเปนอันดับแรก เพราะเปน จุดเริ่มตนที่ชวยใหเด็กเกิดจิตสํานึกเห็นความสําคัญของสวนรวม ความใกลชิดระหวางพอแมกับลูกจึงเปน สิ่งจําเปนอยางย่ิงในการเลี้ยงอบรมลูก เพราะความใกลชิดจะเปนส่ือท่ีทําใหเกิดความเขาใจซึ่งกันและกันและ กลายเปนเกิดความเห็นใจซ่งึ กนั และกัน สถาบันครอบครัวจึงเปนพื้นฐานของสังคม ถาครอบครัวมีแตความคลอนแคลน สังคมก็พลอย คลอนแคลนไปดวย และเด็กท่ีเติบโตจากครอบครัวท่ีคลอนแคลนจะมีจิตสํานึกที่คลาดเคล่ือน การสอนและ การอบรมของสถาบันครอบครัวควรดําเนินการใหสอดคลองประสานไปในจุดหมายเดียวกันกับการสอน ๑๔๙ 155

การอบรมของสถาบันการศึกษาและสถาบันทางศาสนา เพื่อปูพื้นฐานหรือฝงรากใหเด็กมีจิตสํานึกท่ีเปน สัมมาทฐิ ิเสียต้ังแตยังเดก็ เพื่อท่เี ดก็ จะไดเ ปนกําลังในการสรางสรรคส งั คมทม่ี คี วามรม เยน็ เปนสุข ๔. สอ่ื มวลชน ส่ือมวลชนเปนสถาบันท่ีทรงอิทธิพลอยางยิ่งในการกระจายความคิด ความรู หรือส่ิงใด ส่งิ หนง่ึ สกู ารรบั รขู องประชาชน ความรวมมือจากส่ือมวลชนจะชวยสรางความเขาใจ ชวยสรางจิตสํานึกท่ีถูกตอง ใหแกคนในสังคม เน่ืองจากส่ือมวลชนนั้นมีบทบาทและอิทธิพลอยางยิ่งตอการเสริมสรางการรับรูท่ีจะสั่งสม กลายเปนจิตสาํ นึกของคนในสงั คม การจัดการศึกษาเพ่ือความเปนพลเมือง จึงเปนเง่ือนไขเบื้องตนที่จะชวยใหคนในสังคมมีจิตสาธารณะ ที่จะนําไปสูการกอตัวของประชาสังคม การจัดการศึกษาเพ่ือความเปนพลเมืองน้ี มิไดหมายถึงกระบวนการ จัดการเรียนการสอนในหองเรียนสําหรับประชากรวัยเรียน หรือการจัดการศึกษาแบบเปนทางการในรูปแบบอ่ืน ๆ แตยังหมายถึงกระบวนการเสริมสรางการเรียนรูทางตรงอยางไมเปนทางการในชีวิตประจําวัน ซ่ึงจําเปนตอง เกี่ยวของกับเครือขายสถาบันและกระบวนการทางสังคมท่ีหลากหลายและตอเนื่อง ท้ังในสวนของ สถาบนั การศึกษา สถาบันครอบครวั องคก ารเอกชน และองคกรประชาสงั คม ฯลฯ ตวั อยางการจัดกจิ กรรมท่พี ัฒนาจิตสาธารณะ การจดั กจิ กรรมท่ีพฒั นาจติ สาธารณะของโรงเรียนสมาคมปาไมแ หง ประเทศไทยอุทศิ คือโครงการ ๕ ส. ในโรงเรยี น ซง่ึ มีรายละเอียดดังตอ ไปน้ี โครงการ โครงการ ๕ ส. ในโรงเรียน แผนงาน ขยายโอกาสและพฒั นาการศึกษา หนว ยงานทรี่ ับผิดชอบ โรงเรียนสมาคมปาไมแหง ประเทศไทยอุทิศ สนองกลยุทธ ท่ี ๓ ขอท่ี ๓ กลุมงานทีร่ ับผดิ ชอบ บริหารทัว่ ไป ผูรบั ผิดชอบโครงการ นายวทิ ยา ใจมา ระยะเวลาในการดาํ เนนิ การ เดือน พฤษภาคม ๒๕๕๓ - มีนาคม ๒๕๕๔ หลกั การและเหตผุ ล การจัดการเรียนรูเพ่ือใหนักเรียนมีคุณลักษณะตามท่ีหลักสูตรกําหนดไวเปนหนาท่ีของโรงเรียน ดังน้ัน นอกจากการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรแลว โรงเรียนจะตองจัดกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อพัฒนา คณุ ภาพชีวติ ของนกั เรยี นควบคูกันไป โรงเรียนสมาคมปาไมแหงประเทศไทยอุทิศไดนําเอากิจกรรม ๕ ส. มาเปน จุดเริ่มตนในการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาและพัฒนาคุณภาพของผูเรียนจนไดผลดีในระดับที่นาพึงพอใจ ดวยเหตุน้ี โรงเรยี นสมาคมปาไมแหงประเทศไทยอทุ ิศจงึ ดาํ เนนิ ตามโครงการนีต้ อไปอยา งตอเนอ่ื ง วัตถุประสงค ๑. เพือ่ ใหบคุ ลากรทุกคนในโรงเรียนมคี วามรูความเขา ใจในกิจกรรม ๕ ส. ๒. เพือ่ ใหโรงเรียนมสี ิ่งแวดลอ มที่ดี รมร่ืน สวยงาม สะอาด ปลอดภยั และเอือ้ ตอการจัดการเรยี นรู ๓. บคุ ลากรทุกคนมีการใชทรัพยากรอยางคุมคา ๔. การจัดการเรยี นรแู บบบูรณาการโดยสอดแทรกความรู ๕ ส. กบั ทุกสาระการเรยี นรู ๕. เพอื่ ขยายผลกิจกรรม ๕ ส. สชู ุมชน ๑๕๐ 156

ผลผลติ โรงเรยี นมีความรมร่ืน สวยงาม สะอาดเรยี บรอย ปลอดภยั และเอ้ือตอการจดั การเรียนรู ผลลพั ธ นกั เรียนรอยละ ๘๐ มีคุณลักษณะของ ๕ ส. ครบถวน ตวั ช้วี ดั เชิงปริมาณ/บคุ ลากรทุกคนในโรงเรยี นเขา รวมกจิ กรรม ๕ ส. เชิงคณุ ภาพ/บุคลากรรอยละ ๘๐ มคี ุณลักษณะของ ๕ ส. ครบถวน กิจกรรม กจิ กรรม ระยะเวลาการปฏบิ ัติงาน เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. ประชมุ ชแ้ี จงคณะครู ๕ แตงตง้ั คณะกรรมการรบั ผิดชอบ ๙ กาํ หนดรปู แบบ ๙ หลักเกณฑก ารตรวจสอบ ดาํ เนนิ การตามโครงการ ------------------------------------------------------------------------------ จดั ทาํ เอกสารตาง ๆ ------------------------------------------------------------------------------ ๒๐ จัดทาํ เอกสารใหเปน ปจ จบุ ัน ------------------------------------------------------------------------------ ๒๕ สรปุ รายงานผลการดาํ เนนิ การ รายงานผลโครงการ ๙ ๑๐ ทรพั ยากร ๓๐ คน ครู จาํ นวน งบประมาณ • คาตอบแทน - บาท • คาใชสอย - บาท • คา วัสดุ ๒๖,๒๖๓ บาท การประเมนิ ผลงาน ตวั ชวี้ ดั ความสาํ เรจ็ วิธกี ารวดั และประเมินผล • สงั เกต • สมั ภาษณ เคร่อื งมอื ที่ใช • แบบสงั เกต • แบบสอบถาม ๑๕๑ 157

ความตองการ นกั เรียน มนี สิ ัยใฝร ู รกั การอา นและการคน ควา สามารถแสวงหาความรูดวยตนเอง เปนคนดีมีคุณธรรม รูจักคิด วิเคราะห มีทักษะการใชเศรษฐกิจพอเพียงในการดํารงชีวิต สามารถใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร เพือ่ การเรยี นรู สรางงาน สรา งอาชีพ สามารถนาํ เสนอผลงานได ครู มีทักษะการใชวิชาชีพในการพัฒนาหลักสูตรใหสอดคลองกับเศรษฐกิจพอเพียง และกระบวนการ จัดการเรียนรูอยางมีประสิทธิภาพ โดยใชสื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เหมาะสมกับนักเรียน มีความกระตือรือรน สนใจ ใสใ จ ดแู ลชว ยเหลือนักเรียน ไดเ รียนรูและพัฒนาตนเองตามศักยภาพอยางเต็มกําลัง และความสามารถ ผบู ริหาร เปนผูนําในการเปล่ียนแปลงใหโรงเรียนมีการบริหารจัดการที่ดี มีความรู ความสามารถในการพัฒนา วิชาการ หลักสูตร นวัตกรรมและกระบวนการจัดการเรียนรูไปสูการปฏิบัติอยางมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน สงู สดุ แกนกั เรยี น โดยอาศัยการมสี วนรวมจากทกุ ฝา ยท่ีเกีย่ วขอ ง โรงเรียน เปนโรงเรียนขั้นดี มีคุณภาพ มีบรรยากาศและสภาพแวดลอมที่อบอุน ปลอดภัย เอ้ือตอการจัดการ เรียนรู มเี อกลักษณอนั โดดเดน เปนตนแบบของการปฏิรูปการศึกษาท่ีแทจริง ซึ่งเกิดจากการรวมคิด รวมปฏิบัติ รวมพฒั นา รว มสนบั สนุนจากผมู ีสว นเก่ยี วของและประชาสงั คม ผปู กครองและชมุ ชน ใหก ารยอมรับ เช่ือถือ มคี วามรสู กึ รว มเปน เจาของและสนบั สนนุ การดาํ เนินงานเปนของโรงเรียน ๑๕๒ 158

เอกสารประกอบการสอนที่ ๒ จาก “จิตสาธารณะ” .........สู “จิตอาสา” CSR ท่สี ามารถรังสรรคไดเ องโดยพนักงานทุกคนในองคกร ปจ จบุ นั พวกเราสวนใหญคงจะทราบกันดวี า ในการประกอบธรุ กิจ หรือการดําเนินงานขององคกร ไมวา จะเปนภาคเอกชนหรือภาครัฐก็ดี จะตองคํานึงถึงปจจัยของความสําเร็จท่ีสําคัญมากประการหนึ่ง คือ “ความรับผิดชอบตอสังคม” ซ่ึงถือเปนแนวคิดดานการบริหารจัดการธุรกิจที่ไดรับการยอมรับอยางกวางขวาง และรวดเร็วในชวงทศวรรษที่ผานมา ความรับผิดชอบตอสังคม หรือ Corporate Social Responsibility (CSR) มีพัฒนาการมาจากทวีปยุโรปและอเมริกา เปนหน่ึงในความพยายามท่ีจะทําใหการพัฒนาธุรกิจของ ภาคสว นตา ง ๆ กบั การพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ ของชมุ ชนและสงั คมเกดิ ข้นึ ควบคกู นั ไป และสามารถดํารงอยูรวมกัน ไดอยางสันติสุขและย่ังยืน ซึ่งก็คือการดําเนินธุรกิจหรือการบริหารจัดการองคกรท่ีอาศัยฐานคิดของ “การพัฒนาที่ยง่ั ยืน” (Sustainable Development) นน่ั เอง ความรับผิดชอบตอสังคม มีการนิยามไวอยางหลากหลายโดยสถาบันตาง ๆ แตในความหมายท่ีงาย ท่ีสุดนั้น ความรับผิดชอบตอสังคม คือ ความพยายามหรือความมุงมั่นอยางตอเนื่องขององคกร ในอันท่ีจะชวย พฒั นายกระดับความเปนอยูของสังคมใหดีย่ิงข้ึนไป โดยกระบวนการที่ผสานอยูในการดําเนินธุรกิจ และการใช ทรัพยากรขององคกร ทั้งน้ี ตองเปนความมุงมั่นท่ีเกิดข้ึนเอง ดวยจิตสํานึกหรือความสุจริตใจของผูบริหารและ พนักงาน ส่ิงที่อาจสรางความสับสนอยูบางใหกับผูท่ียังไมคุนเคยหรือไมไดรับผิดชอบงานดานนี้ ก็คือ คําวา “สังคม” ซ่ึงในที่น้ีจะหมายรวมถึงผูท่ีมีสวนเก่ียวของกับองคกรทั้งหมด ไดแก พนักงาน ลูกคา คูคา ชุมชนที่ องคกรต้ังอยูหรือเรียกรวมวา “สังคมใกล” และผูที่มีสวนเก่ียวของกับองคกรในทางออม หรือ “สังคมไกล” ไดแก ประชาชนทั่วไปหรือสงั คมโดยรวม คแู ขง ทางธรุ กิจ ภาคประชาสงั คม การดาํ เนนิ งานดานความรับผิดชอบ ตอสังคม จึงมีขอบเขตท่ีกวางมาก ดังน้ัน การที่องคกรใดจะดําเนินการใหเกิดประสิทธิผล จึงจําเปนตองสราง ความเปนรูปธรรมใหเกิดข้นึ ทัง้ ในดานการกําหนดเจา ภาพผรู บั ผดิ ชอบและยทุ ธศาสตรท จี่ ะใชดําเนนิ การ การแสดงความรับผดิ ชอบตอสังคมขององคก ร จึงเปนเสมือนปรากฏการณเชิงรุกท่ีองคกรใสใจ หรือให ความสําคัญตอผูมีสวนไดสวนเสียในทุกภาคสวนท่ีองคกรเก่ียวของดวย ซึ่งสามารถผสมผสานกลมกลืนไปกับ กระบวนการดําเนนิ ธรุ กิจของแตละองคกร ต้ังแตจุดเริ่มตนจนถึงจุดสุดทายของกระบวนการ เชน การวางแผน งานที่ใหความสําคัญตอผลกระทบดานส่ิงแวดลอมและสังคม การประหยัดหรือลดการใชพลังงาน การควบคุม มลภาวะ ลดการปลอยของเสีย กระบวนการนําวัสดุใชแลวกลับมาใชใหม (Re - Use) การทําธุรกิจกับคูคาที่ไม สรางผลกระทบตอส่ิงแวดลอม (Green Procurement) การดูแลพนักงานซึ่งเปนหัวใจขององคกรใหมี ความเปนอยแู ละสวัสดกิ ารท่ีเหมาะสม มีความปลอดภัยในการทํางาน การมีสวนรวมในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของชุมชนที่อยูรอบหนวยงาน รวมไปถึงการดูแลผูถือหุนดวยการบริหารตนทุนและสรางการเติบโตอยาง ตอ เนื่อง เปน ตน สง่ิ สําคญั ทีค่ วรคํานึงถึงอยูเสมอก็คือ การทําธุรกิจแบบเอาแตตัวรอดหรือตัวใครตัวมันจะไมได รับการยอมรับและไมเปนที่ตองการของสังคมอีกตอไป และหากสังคมไมสามารถดํารงอยูได องคกรธุรกิจก็ไม สามารถคงอยไู ดเชน กัน การดําเนินกิจกรรมดานความรับผิดชอบตอสังคมในภาพกวางสามารถทําได ๒ รูปแบบ คือ กิจกรรม ที่ผสานอยูในกระบวนการธุรกิจและอยูนอกกระบวนการธุรกิจ สําหรับการทํากิจกรรมสวนท่ีอยูนอก กระบวนการธุรกิจหรือการดําเนินงานขององคกรนั้น ปจจัยสําคัญที่ตองคํานึงถึงในลําดับแรก คือ การคัดเลือก ประเด็นทางสังคมที่จะนํามาตั้งเปนโจทยในการคิดโครงการหรือกิจกรรมเพื่อสังคม ซึ่งการเลือกประเด็นทาง ๑๕๓ 159

สังคมทีด่ ีน้นั ก็ควรท่ีจะใหมีความสอดคลองใน ๓ มิติ คือ วัตถุประสงคหรือพันธกิจขององคกร ความคาดหวังของ สงั คมกลุม เปา หมาย และความสนใจของผบู ริหารและพนักงาน จงึ จะกอใหเ กิดประโยชนส ูงสดุ แกท ุกฝาย ในสว นของการปฏบิ ัติการหรอื การดําเนินงานโครงการหรือกิจกรรมเพื่อชวยเหลือสังคมน้ัน ควรพยายาม ใชท รพั ยากรทม่ี ีอยูภ ายในองคก รเปนหลัก ซง่ึ ทรัพยากรหลักที่สาํ คญั กค็ ือพนักงานนน่ั เอง เราอาจคิดวาพนักงาน ทีอ่ ยใู นหนวยงานที่รับผิดชอบเร่ืองความรับผิดชอบตอสังคมเทาน้ัน เปนผูมีหนาท่ีท่ีจะตองดําเนินงานโครงการ หรือกจิ กรรมเพอ่ื ชวยเหลือสงั คมใหสาํ เร็จลุลวงตามเปา ประสงคท่ีวางไว แตแทท่ีจริงแลวหากพนักงานสวนใหญ ขององคกรไดเขามามีสวนรวมในการดําเนินกิจกรรมเพ่ือสังคม จะกอใหเกิดพลังและประสิทธิภาพสูงสุดตอ การดําเนนิ งาน แตคําถามที่ทาทายก็คือ “องคกรจะทําอยางไรจึงจะทําใหพนักงานท่ีไมมีภารกิจเกี่ยวของสนใจ เขามารว มทาํ กิจกรรมเพือ่ สงั คม” คาํ ตอบตอคําถามก็คอื เราตองสรางวัฒนธรรม “จิตสาธารณะ” ใหเกิดขึ้นภายในองคกร จิตสาธารณะ ในที่นห้ี มายถงึ การทจ่ี ิตใจของคนเรารจู ักคาํ นึงถึงภายนอกทนี่ อกเหนือไปจากตัวของเราเอง มองเห็นผูอ่ืนมากข้ึน ลึกซ้ึงข้ึน วาเขาอยูในสภาพไหน เขาตองการอะไร เริ่มเขาใจมุมมองของผูอ่ืน มองสังคม เห็นความเปนไปของ ปญหา เหน็ แนวทางทจี่ ะชว ยแกหรือบรรเทาปญ หา เริม่ มี “การให” ซ่ึงอาจอยูในรูปแบบของเงิน แรงงาน เวลา ส่ิงของ หรือแมแตอวัยวะของเรา เปนระดับของจิตใจที่สามารถพัฒนาใหเกิดข้ึนไดอยางเปนรูปธรรมในตัว บุคคล หากองคกรเห็นความสําคัญและสามารถสรางวัฒนธรรมจิตสาธารณะใหเกิดขึ้นไดภายในองคกรแลว พนักงานจะตระหนักและเร่ิมมองเห็นผูอื่น มองสังคมมากข้ึน เกิดจิตสํานึก นํ้าใจ อยากที่จะหยิบยื่น ความชวยเหลอื ใหส ังคม ชุมชน แบบเพื่อนหรอื ญาตมิ ิตรชว ยเหลือซ่งึ กนั และกนั เกิดมี “จิตอาสา” ที่จะชวยเหลือ สังคมหรอื ผูอนื่ ขึ้นไดในหลายรูปแบบ ท้ังการใหในรูปแบบตาง ๆ ตลอดไปจนถึงรวมกันคิดโครงการอาสาสมัคร เพอ่ื ชว ยเหลอื สงั คม กรณขี อง กฟผ. นน้ั เปน องคกรขนาดใหญ มพี นักงานจํานวนมาก มีหนว ยงานกระจายอยูในทุกภาคของ ประเทศ กลยุทธสําคัญประการหนึ่งที่จะทําใหกิจกรรมดานความรับผิดชอบตอสังคมมี “พลัง” มีประสิทธิภาพ สูงสดุ และสัมฤทธ์ผิ ลภายในระยะเวลาอันสนั้ นนั้ ควรที่จะพิจารณาใหความสําคัญเร่ืองการสรางวัฒนธรรมและ รณรงคเร่ือง “จิตสาธารณะ” ใหเกิดข้ึนอยางเปนรูปธรรมภายในองคกร เม่ือพนักงานสวนใหญมีจิตสาธารณะ อยูในตัว ก็จะเกิดความมีน้ําใจ ความรวมมือท่ีจะรวมกันชวยดูแลส่ิงแวดลอม สังคมและชุมชน เกิดจิตอาสาขึ้น ดวยตนเองท่ีจะรวมมือกันคนละเล็กละนอย เพ่ือชวยแกไขหรือบรรเทาปญหาตาง ๆ กิจกรรมเพ่ือชวยเหลือ สงั คมทพ่ี นกั งานจะทํานน้ั อาจไมจ ําเปนตองรอใหองคกรเปนผูกําหนดกิจกรรมใหทําแตเพียงเทาน้ัน แตพนักงาน สามารถรวมกลมุ กันคิดกิจกรรมเสริมเพิ่มข้ึนมาไดอีกทางหน่ึง ในสวนที่เห็นวาเปนความตองการของสังคมหรือ ชุมชน และพนักงานกลุมนี้มีความสนใจหรือมีความสามารถท่ีจะทําได ซึ่งเปนรูปแบบท่ีคลายกับการออกคาย อาสาของชมรมตา ง ๆ ในมหาวิทยาลยั ตัวอยางของ “พลัง” ทจ่ี ะเกิดขนึ้ หากพนักงานสวนใหญขององคกรมีจิตอาสา สมมติวา เกิดเหตุภัยพิบัติ ขึ้นในสวนใดของประเทศ แลวพนักงาน กฟผ. ซึ่งมีจํานวนกวา ๒๔,๐๐๐ คน รวมมือชวยกันคนละเล็กละนอย เชน รวมบรจิ าคเงนิ กนั เพียงคนละ ๑๐๐ บาท ถาพนกั งานสวนใหญเขารวมก็จะรวบรวมเงินไดกวา ๒ ลานบาท สงไปสมทบชวยเหลือผูท่ีไดรับความเดือดรอน หรือกรณีหากมีกิจกรรมเพื่อสังคมอ่ืนใดท่ีตองการอาสาสมัคร เขารวม ก็คาดวาจะมีผูสนใจสมัครเขารวมหลายรอยหรือนับพันคน หรือหากชวยกันปลูกตนไมคนละ ๑๐ ตน รวมกันก็จะปลูกไดกวา ๒๐๐,๐๐๐ ตน ในเวลาอันรวดเร็ว นค่ี ือตัวอยา งเลก็ นอ ยของพลังท่ีเกดิ ขนึ้ จากจิตอาสา โครงการกจิ กรรมจิตอาสามิไดเปนเพียงรูปแบบท่ีมีประสิทธิภาพของการดําเนินกิจกรรมเพ่ือสังคมของ องคก รเทานั้น แตยังเปน วธิ กี ารท่มี ปี ระสทิ ธภิ าพในการที่จะสอ่ื สารสรางความสมั พันธและเสริมสรางภาพลักษณ ท่ีดีในสายตาของชุมชนและสังคม นอกจากน้ี หากพิจารณาจากอีกมุมมองหน่ึงจะเห็นวาองคกรสามารถใช ๑๕๔ 160

ประโยชนจากโครงการกิจกรรมจิตอาสาเปนเคร่ืองมือหน่ึงในการพัฒนาสมรรถนะของพนักงาน ในดานทักษะ ภาวะผูนํา มนุษยสัมพันธและการทํางานเปนทีม และทักษะในการส่ือสาร ท้ังนี้ เพราะนอกจากผูท่ีเขารวมทํา โครงการจติ อาสาจะไดฝ ก ฝนพัฒนาจิตใจดาน “การให” ในระดับตาง ๆ แลว การทํางานในรูปแบบอาสาสมัคร ทุกคนจะมีความเสมอภาคเทาเทียมกันหมด ไมมีลําดับช้ัน ไมมีใครมีอํานาจเหนือใคร การที่จะทํากิจกรรมให บรรลุผลสําเร็จตอ งอาศยั ทักษะทางการสอื่ สารเปนหลกั และตอ งใชภ าวะความเปนผูนําตัดสินใจในประเด็นตาง ๆ อยูตลอดเวลา พนักงานบางคนเม่ืออยูในที่ทํางานไมเคยไดรับการยอมรับ แตเมื่อมารวมทํากิจกรรมและไดรับ การยอมรับจากภายนอก จะทําใหเกิดความมั่นใจในการทํางานมากขึ้น สงผลดีเมื่อกลับไปทํางานประจํา ตามปกติ กิจกรรมจิตอาสาจึงเปนเสมือนเครื่องมือที่ทรงพลังในการพัฒนาบุคลากรขององคกรอีกทางหน่ึง แตทั้งนี้ องคกรจะตองเปดโอกาสและสนับสนุนโครงการจิตอาสาของพนักงานอยางจริงจัง อาทิเชน การสนับสนุนเคร่ืองมือหรืออุปกรณ หรือการไมคิดวันท่ีทํากิจกรรมอาสาสมัครเพื่อสังคมเปนวันลา เปนตน เพอ่ื แสดงใหเหน็ ถึงความมงุ มนั่ ขององคก รในการสนับสนนุ เรือ่ งความรับผดิ ชอบตอ สงั คม กิจกรรมจิตอาสาเปนอีกมิติหนึ่งของความรับผิดชอบตอสังคม เปนการพัฒนาจากภายในองคกรสู ภายนอก โดยทรพั ยากรทีม่ คี า สูงสุดขององคก ร เปน ความรบั ผดิ ชอบตอ สังคมที่สามารถรังสรรคได โดยพนักงาน ทกุ คนในองคก ร ประเด็นมเี พยี งวา ............จะเรมิ่ ตนกันไดเ ม่อื ไหร ๑๕๕ 161

แบบประเมินการปฏิบัตกิ จิ กรรม ช่ือวิชา การสรา งจิตอาสาและบําเพ็ญประโยชน หมู............................... ขอ รายการประเมิน ๔ ระดบั คุณภาพ ๑ ๓๒ ๑ การตรงตอเวลา ๒ ระบบหมแู ละการมสี ว นรวมของสมาชิก ๓ การสรุปความรทู ่ีไดรับ รวม ลงช่ือ................................................. (..................................................) ผกู ํากบั ลูกเสือ เกณฑก ารประเมนิ ผล รายการทีป่ ระเมนิ ดมี าก (๔) ระดบั คุณภาพ/คะแนน ปรับปรงุ (๑) ดี (๓) พอใช (๒) ปฏิบตั ิไมไ ดเลย ๑. การตรงตอเวลา ๑. การเขา รวม ปฏิบตั ไิ ด ๒ ขอ ปฏิบตั ไิ ด ๑ ขอ สมาชกิ ๓ คน กจิ กรรมตามเวลา ใน ๓ ขอ ใน ๓ ขอ ขน้ึ ไป ไมได /ตรงตอ เวลา มีสวนรวม ๒. ผลงานสาํ เร็จ ผดิ ๓ ขอ ขึน้ ไป ตามเวลาทกี่ าํ หนด ๓. การนําเสนอใช เวลาตามที่กาํ หนด ๒. ระบบหมูแ ละ ทุกคนมีสว นรว ม สมาชิก ๑ คน สมาชกิ ๒ คน การมสี วนรว ม ไมไดมีสวนรวม ไมไ ดม ีสว นรว ม ของสมาชิก ๓. การสรปุ ความรู ถูกตองทุกขอ ผิด ๑ ขอ ผิด ๒ ขอ ที่ไดร บั ๑๕๖ 162

ช่ือวิชา การบริหารเครอื ขายลูกเสอื ชอสะอาดในสถานศึกษา บทเรยี นที่ ๑๕ เวลา ๙๐ นาที ขอบขายรายวชิ า เพ่ือใหผูเขารับการฝกอบรมมีความรู ความเขาใจเก่ียวกับเร่ืองนารูของ ป.ป.ช. ที่ผูกํากับลูกเสือ ชอ สะอาดควรรู ๑. การใหความรวมมอื ของ ป.ป.จ. นอย ๒. ขอบังคับวาดวยการตงั้ กองลกู เสอื ในสถานศึกษา ๓. ขอ กําหนดสําหรบั การต้งั ลูกเสือชอ สะอาดในสถานศึกษา ๔. คณุ สมบัติสําหรบั ผูกาํ กบั และรองผูกํากับลกู เสือชอสะอาด จุดหมาย เพื่อใหไ ดมาซึง่ เครือขายลูกเสือชอสะอาดที่สามารถทําหนาที่สอดสอง เสริมสราง และพัฒนาเครือขาย ลูกเสือชอ สะอาดใหม ีจํานวนมากข้นึ วัตถปุ ระสงค เม่ือจบบทเรียนนี้แลว ผูเขารับการฝกอบรมสามารถบรหิ ารเครือขายลูกเสือชอสะอาดได วิธสี อน/กิจกรรม ๑. อธิบายหลักการสรา งเครือขายลูกเสอื ชอ สะอาด ๒. แบง กลุมอภปิ รายแนวทางการสรางเครอื ขายลูกเสือชอสะอาดทีส่ ถานศึกษาตอ งการ ๓. นาํ เสนอผลการอภปิ รายกลุม ๔. สรปุ ผลการอภปิ รายเปนแนวทางการสรางเครือขายลกู เสือชอ สะอาด สื่อการสอน ๑. เอกสารประกอบการสรา งเครือขายลกู เสือชอสะอาด เรื่อง “ไดเวลา ป.ป.จ. นอ ย” ๒. ขอบงั คับวา ดว ยการตัง้ กองลูกเสือในสถานศึกษา ๓. ขอกําหนดสาํ หรับการตง้ั ลูกเสือชอสะอาดในสถานศึกษา ๔. เอกสารประกอบการพิจารณาคณุ สมบัติสําหรับผูก าํ กบั และรองผกู าํ กบั ลูกเสือชอสะอาด การประเมินผล ๑. การสังเกต : พฤติกรรมในการปฏิบตั กิ ิจกรรม และจากการทํางานเปน หมู ๒. การประเมนิ ผล : ประเมนิ ผลตามแบบที่กําหนดไวทา ยบท เนือ้ หาวชิ า ใหผบู ังคับบัญชาลูกเสือชอสะอาดศึกษาและดําเนินการจัดต้ังลูกเสือชอสะอาดในสถานศึกษา โดยศึกษา จากเอกสารประกอบ ดังตอ ไปนี้ ๑. เอกสารประกอบ เร่อื ง “ไดเวลา ป.ป.จ. นอย” ๒. ขอ บงั คับวาดว ยการต้ังกองลกู เสอื ในสถานศึกษา ๓. ขอกําหนดสาํ หรับการต้งั ลูกเสือชอ สะอาดในสถานศึกษา ๔. คณุ สมบัติสําหรับผูกาํ กับและรองผูกํากบั ลูกเสือชอสะอาด ๑๕๗ 163

เอกสารประกอบการสอนที่ ๑ เร่อื ง ไดเวลา ป.ป.จ. นอย จากรฐั บาลหน่ึงไปสูร ัฐบาลหน่ึง กระแสคอรรัปชันยงั คงกอ งกระหมึ่ ที่ไมรูจบ และดูเหมือนจะดังมากข้ึน เรื่อย ๆ ไมวาจะเปนโครงการท่ีดําเนินการไปแลวและโครงการที่คิดจะทํา เปนตนวา โครงการไทยเขมแข็ง โครงการของสํานักงานการอาชีวศึกษา ซื้อวัสดุภัณฑใหสถาบันการศึกษาในสังกัด การสอบสวนโครงการสราง โรงพักท่ัวประเทศ ที่ประมูลไดโดยบริษัทเดียวและยังไมเสร็จ โครงการรับจํานําขาวท่ีราคาเกินจริงและไม โปรงใสในการดําเนินการหลายขั้นตอน โครงการบริหารจัดการน้ํา ๓๕๐,๐๐๐ ลานบาท ท่ีไมโปรงใส รวมกับ โครงการเงนิ กู ๒.๒ ลา นลา นบาท อะไรกัน......ประเทศไทย พวกเรากงั วลใจกันไหมเม่อื องคกรความโปรงใสนานาชาติ (Transparency International) ใหคะแนน ดัชนีวัดภาพลักษณคอรรัปชันของประเทศไทยในป ๒๕๕๖ ไดคะแนน ๓๕ คะแนนจาก ๑๐๐ คะแนน (ป ๒๕๕๕ ไดคะแนน ๓๗ คะแนน) และจากฐานขอมูลหอการคาไทย พบวากระทรวงศึกษาธิการมีการทุจริต เปนอันดับ ๒ รองจากกระทรวงมหาดไทย ดังน้ัน แนวทางการแกไขปญหาการทุจริตในสถานศึกษาและ การสรางนักเรียน นักศึกษาใหเปนคนเกง คนดีท่ีไมโกง จึงสัมพันธกับปญหาทุจริตคอรรัปชัน เพราะเด็กและ เยาวชนคืออนาคตของชาติ ตองปลูกฝงบม เพาะแตเ ยาวว ยั เพ่ือใหซึมลึกติดเขาไปในใจ และสงผลตอการประพฤติ ปฏบิ ตั ติ วั ในทางทถ่ี ูกตอ งดงี าม เมื่อโตเปน ผใู หญใ นอนาคต ถึงแมวาขณะนี้เรากําลังจะมีคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตประจําจังหวัด (ป.ป.จ.) แลว แตทวา แตล ะจงั หวัดจะมี ป.ป.จ. ไดเ พียง ๓ - ๕ คน (ข้ึนอยูกบั จาํ นวนประชากร) แต ป.ป.จ. จะทํางานให มีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์ที่ยอดเย่ียมไดเพียงใด หากไมมีเครือขายมาสนับสนุนการดําเนินงาน โดยเฉพาะอยางยิ่งการปองกันและการปองปรามการทุจริตเปนหัวใจสําคัญและเปนดานแรกของการรักษา โรคราย ควรเริ่มที่เด็กและเยาวชน โดยกระทรวงศึกษาธิการควรสอดแทรกเร่ืองปญหาการทุจริตและผลกระทบ ท่ีมีตอเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองในภาพรวม และใชส่ือท่ีทันสมัยและเราใจผานกิจกรรมตาง ๆ เพื่อปลุกใจ เด็กและเยาวชนใหตื่นตัวและอายที่จะทุจริตและรังเกียจการทุจริตทุกรูปแบบ เพราะการเสริมสรางคุณธรรม จริยธรรมและวินัย โดยเฉพาะอยางย่ิงความซ่ือสัตยสุจริตจะเปนรากฐานที่แข็งแกรงใหแกสังคมไทยท่ีย่ังยืน ดงั น้นั ถึงเวลาแลว ทีเ่ ราจะสราง “ป.ป.จ. นอ ย” ขึ้นในจงั หวัดทกุ จังหวัด ๑๕๘ 164

ป.ป.จ. นอ ย คือใคร ป.ป.จ. นอ ย คอื กลมุ เด็กและเยาวชนทรี่ วมปอ งกันการทุจริตในจังหวัด ทําหนาท่ีเปนแขนขา หรือเครือขายในการปองกันและปราบปรามการทุจริต ใหคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตประจําจังหวัด (ป.ป.จ.) น่ันเอง เพราะลําพัง ป.ป.จ. แลวมิอาจทํางานใหสําเร็จลุลวงไดอยางรวดเร็ว ตองอาศัยตาขายดักกรองขอมูลและ ประสานการทํางานหลายฝาย เพ่ือใหสังคมในจังหวัดมีความโปรงใสและชอบธรรมมากข้ึน และมิใชเพียง ป.ป.จ. นอยเทาน้ัน ทีเ่ ปน แขนขา ป.ป.จ. ควรมีเครือขา ยอน่ื ๆ ทีห่ ลากหลาย รวมทัง้ ต้งั อนุกรรมการปอ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ ประจําอาํ เภอ (ป.ป.อ.) ดวย ก็จะมีประสทิ ธภิ าพในการทํางานมากข้นึ แตในทนี่ ้ีจะขอนําเสนอเฉพาะ ป.ป.จ. นอยกอน ป.ป.จ. นอย เกิดขึ้นไดอยางไร ในชวงแรก ป.ป.จ. นอยจะเกิดขึ้นเองคงยากเพราะตองผานการฝกฝนใหมีความรู ความเขาใจ และมีทกั ษะในการสอื่ สารและแสวงหาขอมูลไดอ ยางถกู ตอ ง โดยไมละเมดิ สิทธิ เสรภี าพของผูอ ื่น ดังนั้น ผูบมเพาะ ป.ป.จ. นอย จึงมีความสําคัญอยางยิ่งยวด นั่นคือ “ครู” ผูมีหัวใจสุจริต โปรงใส และละอายที่จะทุจริต การเกิด ป.ป.จ. นอย จงึ ควรดาํ เนนิ การดังแผนภาพ ป.ป.ช. หรือ ป.ป.จ. กระทรวงศกึ ษาธกิ าร โรงเรียน หลักสตู ร โครงการ/กจิ กรรม อบรมครู ป.ป.จ. ประสาน/ยกยอ ง แสดงบทบาทสมมุติ ผลิตสอื่ ป.ป.จ. นอยจงั หวัด ป.ป.จ. นอยในโรงเรยี น สอดแทรกรายวชิ า จากแผนภาพจะเหน็ ขนั้ ตอนการดาํ เนนิ งาน ดังน้ี ๗. สงเสริมใหเกิดจิตอาสา ป.ป.จ. นอย เพื่อรวมทํางาน ๑. ป.ป.ช. หรือ ป.ป.จ. รวมกับกระทรวงศึกษาธิการและ กับโรงเรยี นอนื่ ๆ โรงเรียนจดั ทาํ หลักสูตรการปอ งกนั และปราบปรามการทุจรติ ๒. อบรมครูใหตระหนักในปญหาและผลกระทบของ ๘. ต้ังเปน ป.ป.จ. นอย ประจําจังหวัดน้ัน ๆ เพื่อ การทุจรติ คอรรปั ชนั จนไดค รูทสี่ ามารถเปนแกนนาํ ได ประสานการทาํ งานกบั ป.ป.จ. ๓. ผลผลติ สือ่ ทห่ี ลากหลายและเราใจ รวมทงั้ สอดคลองกับ สถานการณ ๙. มอบเกียรติบัตรหรือประกาศยกยอง ป.ป.จ. นอยให ๔. จดั ทาํ โครงการปองกนั และปราบปรามการทุจริตเกิดข้ึน สังคมในจังหวดั รบั รู เพื่อเปนกาํ ลงั ใจแกผูกระทําความดี ในโรงเรยี น โดยมกี จิ กรรมตา ง ๆ ท่หี ลากหลาย ๕. นําไปใชหรือสอดแทรกในวิชาที่เกี่ยวของใหเด็กและ การเกิด ป.ป.จ. นอย มิไดมีจุดประสงคเพียงใหเปน เยาวชน เครือขายของ ป.ป.จ. เทาน้ัน แทจริงแลวเราตองการ ๖. ฝกเด็กและเยาวชนแสดงบทบาทสมมุติเปน ป.ป.จ. บม เพาะ “คนไมโ กง” ใหแ กสังคมไทย เพราะสํานวนไทย นอ ยในโรงเรียน ท่ีวา “ไมออนดัดงาย ไมแกดัดยาก” ยังเปนสัจจะวาจา อยูเสมอ จงึ ไดเวลา ป.ป.จ. นอย ๑๕๙ 165

เอกสารประการสอนท่ี ๒ เรอื่ ง ขอบงั คับวา ดว ยการตัง้ กองลูกเสือในโรงเรียน การจดั ตั้งกองลูกเสือ - เนตรนารีในสถานศึกษา การจัดกิจกรรมลูกเสือ - เนตรนารีในสถานศึกษาตามหลักสูตรท่ีสถานศึกษากําหนด ควรดําเนินการ ใหเปนไปตามขอบังคับคณะลูกเสือแหงชาติวาดวยการปกครอง หลักสูตรและวิชาพิเศษ พ.ศ. ๒๕๐๙ ผูบริหาร โรงเรียนและผูร บั ผิดชอบกจิ กรรมลกู เสอื ควรสํารวจขอ มูลลกู เสือ - เนตรนารี และดําเนนิ การดังน้ี ๑. รับสมัครนักเรียนและรวบรวมจํานวนลูกเสือ - เนตรนารี แตละประเภทแลวเขียนใบสมัครเขาเปน ลูกเสือ (ใชแ บบ ลส.๓) ดงั นี้ ๑.๑ กองลูกเสือสํารอง หมายถึง นักเรียนชายท่ีเรียนระดับชวงชั้นท่ี ๑ ตามหลักสูตร การศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ คือ ชั้นประถมศึกษาปที่ ๑ - ๓ ใหมีจํานวน ๒ - ๖ หมู หมูหน่ึงมีลูกเสือ ๔ - ๖ คน รวมท้ังนายหมูและรองนายหมูดวย (ขอบังคับฯ พ.ศ. ๒๕๐๙ ขอ ๗๒) กองลูกเสือสํารองมีลูกเสือ ตงั้ แต ๘ - ๓๖ คน (ขอ บังคบั ฯ พ.ศ. ๒๕๐๘ ขอ ๖) ๑.๒ กองเนตรนารีสํารอง หมายถึง นักเรียนหญิงท่ีเรียนระดับชวงชั้นท่ี ๑ ตามหลักสูตร การศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ คือ ช้ันประถมศึกษาปที่ ๑ - ๓ ใหมีจํานวน ๒ - ๖ หมู หมูหน่ึงมี เนตรนารี ๔ - ๖ คน รวมท้ังนายหมูและรองนายหมูดวย (ขอบังคับฯ พ.ศ. ๒๕๐๙ ขอ ๗๒) กองเนตรนารีสํารอง มเี นตรนารีต้ังแต ๘ - ๓๖ คน ๑.๓ กองลูกเสือสามัญ หมายถึง นักเรียนชายท่ีเรียนระดับชวงช้ันที่ ๒ ตามหลักสูตร การศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ คือ ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๔ - ๖ ใหมีจํานวน ๒ - ๖ หมู หมูหนึ่งมีลูกเสือ ๖ - ๘ คน รวมท้ังนายหมูและรองนายหมูดวย (ขอบังคับฯ ฉบับท่ี ๑๓ พ.ศ. ๒๕๒๕ ขอ ๘๔) กองลูกเสือสามัญมี ลูกเสอื ตงั้ แต ๑๒ - ๔๘ คน (ขอบังคบั ฯ พ.ศ. ๒๕๐๘ ขอ ๖) ๑.๔ กองเนตรนารีสามัญ หมายถึง นักเรียนหญิงที่เรียนระดับชวงชั้นท่ี ๒ ตามหลักสูตร การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ คือ ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๔ - ๖ ใหมีจํานวน ๒ - ๖ หมู หมูหนึ่งมี เนตรนารี ๖ - ๘ คน รวมท้งั นายหมแู ละรองนายหมดู วย กองเนตรนารีสามัญมเี นตรนารตี ัง้ แต ๑๒ - ๔๘ คน ๑.๕ กองลูกเสือสามัญรุนใหญ หมายถึง นักเรียนชายท่ีเรียนระดับชวงชั้นท่ี ๓ ตามหลักสูตร การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๔ คือ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๑ - ๓ ใหมีจํานวน ๒ - ๖ หมู หมูหน่ึงมีลูกเสือ ๖ - ๘ คน รวมทั้งนายหมูและรองนายหมูดวย กองลูกเสือสามัญรุนใหญมีลูกเสือตั้งแต ๘ - ๔๘ คน (ขอบังคับฯ ฉบบั ที่ ๑๔ พ.ศ. ๒๕๒๘) ๑.๖ กองเนตรนารสี ามัญรุน ใหญ หมายถงึ นกั เรียนหญิงท่ีเรียนระดับชวงช้ันท่ี ๓ ตามหลักสูตร การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ คือ ช้ันมัธยมศึกษาปที่ ๑ - ๓ ใหมีจํานวน ๒ - ๖ หมู หมูหนึ่งมี เนตรนารี ๔ - ๘ คน รวมท้ังนายหมแู ละรองนายหมดู วย กองเนตรนารสี ามญั รุน ใหญม เี นตรนารีตง้ั แต ๘ - ๔๘ คน ๑.๗ กองลูกเสือวิสามัญ หมายถึง นักเรียนหรือนักศึกษาชายที่เรียนระดับมัธยมศึกษาปท่ี ๔ - ๖ หรอื ประกาศนียบัตรวิชาชีพ - ประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง หรือระดับอุดมศึกษา ประกอบดวยลูกเสือ วสิ ามญั อยางนอย ๑๐ คน ไมเกนิ ๔๐ คน กองลกู เสอื วิสามัญจะแบง เปนชุดหรือหมูตามความตองการก็ได และ ควรมลี กู เสือวสิ ามญั ชดุ หรือหมลู ะ ๔ - ๖ คน รวมทง้ั นายหมูและรองนายหมูดวย ๑๖๐ 166

๑.๘ กองเนตรนารีวิสามัญ หมายถึง นักเรียนหรือนักศึกษาหญิงท่ีเรียนระดับมัธยมศึกษาปท่ี ม. ๔ - ๖ หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ - ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หรือระดับอุดมศึกษา ประกอบดวย เนตรนารีวสิ ามัญอยางนอ ย ๑๐ คน ไมเ กิน ๔๐ คน กองลกู เสอื วสิ ามัญจะแบง เปนชุดหรือหมูตามความตองการ กไ็ ด และควรมลี ูกเสอื วิสามัญชุดหรือหมูล ะ ๔ - ๖ คน รวมทั้งนายหมูแ ละรองนายหมูดว ย ๒. เริ่มทําการสอนวิชาลูกเสอื - เนตรนารีตามหลกั สตู รกําหนด ๓. มีผูบังคับบัญชาท่ีผานการฝกอบรมวิชาผูกํากับลูกเสือประเภทน้ัน ๆ อยางนอยขั้นความรูเบื้องตน ๑ คน ทําหนาท่ีเปนผูกํากับกับ มีรองผูกํากับอีก ๑ คน ขึ้นไปเปนผูชวย (วิธีปฏิบัติของสํานักงานฯ กลุมลูกเสือ ๑ กลมุ มีกรรมการกลุม ไมเกิน ๔๐ คน และกองลูกเสือ ๑ กอง มีรองผกู าํ กบั ไมเกนิ ๑๐ คน) ๔. ดาํ เนนิ การขออนุญาต โดยกรอกลงแบบคําขอตอ ไปนี้ แบบละ ๓ ชุด ๔.๑ ล.ส.๑ ใบคาํ รองขอตง้ั กลุมลกู เสอื หรอื กองลูกเสอื ๔.๒ ล.ส.๒ ใบสมัครขอเปนผูบ ังคับบัญชาลูกเสือ ๔.๓ ทําหนงั สือนําของผูบังคับบัญชา/ผูขออนุญาต สงผานหนวยงานตนสังกัดเพื่อขออนุญาต ตอผูมีอํานาจแตงตั้งแลวแตกรณี ถึงเลขาธิการสํานักงานลูกเสือแหงชาติหรือผูอํานวยการลูกเสือจังหวัด สงใบ แตงตงั้ ใหเปนเจาหนาทีล่ ูกเสือ (ลส.๑๓) ตําแหนงผกู าํ กับหรือรองผกู าํ กับมาใหโ รงเรยี น ๕. เมื่อไดรับอนุมัติใหตั้งกองไดแลว ใหทําพิธีเขาประจํากองและจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ตามปกติอยา งตอ เน่ือง (โรงเรยี นจะไดร ับ ลส.๑๑ หรือ ลส.๑๒ ใหตั้งกลุมหรือกองลูกเสือจากสํานักงานลูกเสือ แหงชาตหิ รอื สํานกั งานคณะกรรมการลูกเสือจังหวัด) ๑๖๑ 167

เอกสารประการสอนที่ ๓ เรื่อง การแตง ต้ังผูบงั คับบัญชาลกู เสอื การแตงต้ังผูบังคับบัญชาลูกเสือใหอาศัยขอบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือแหงชาติ วาดวย การแตงตัง้ ผูบังคบั บัญชาลกู เสือ ๒๕๕๓ ดังตอ ไปนี้ ขอบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสอื แหงชาติ วา ดวยการแตง ต้งั ผบู ังคบั บญั ชาลกู เสือ พ.ศ. ๒๕๕๓ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๗ (๗) และมาตรา ๔๖ วรรคสี่ แหงพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๕๑ ประกอบกับมติคณะกรรมการบริหารลูกเสือแหงชาติ ในการประชุมคร้ังท่ี ๑/๒๕๕๓ เม่ือวันท่ี ๑๕ กุมภาพันธ ๒๕๕๓ คณะกรรมการบริหารลูกเสือแหงชาติ จึงออกขอบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือ แหงชาติ วา ดว ยการแตงตั้งผูบ งั คบั บัญชาลูกเสือ ดังตอ ไปนี้ ขอ ๑ ขอบังคับน้ีเรียกวา \"ขอบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือแหงชาติ วาดวยการแตงต้ัง ผบู งั คบั บัญชาลกู เสอื พ.ศ. ๒๕๕๓\" ขอ ๒ ขอบังคับน้ีใหใ ชบงั คบั ตงั้ แตวนั ถดั จากวนั ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปน ตน ไป ขอ ๓ ใหยกเลิกขอบังคับคณะลูกเสือแหงชาติ วาดวยการปกครองหลักสูตรและวิชาพิเศษลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๐๙ ในสวนท่เี กยี่ วกบั การแตงตัง้ ผบู งั คับบัญชาลกู เสือ ตามขอบังคับนี้ ขอ ๔ ในขอบงั คบั น้ี “ผูบงั คับบญั ชาลูกเสอื ” หมายความวา ผอู าํ นวยการลูกเสือโรงเรียน รองผูอํานวยการลูกเสือโรงเรียน ผูกํากับกลุมลูกเสือ รองผูกํากับกลุมลูกเสือ ผูกํากับกองลูกเสือ รองผูกํากับกองลูกเสือ นายหมูลูกเสือ และ รองนายหมลู ูกเสอื “ผูอํานวยการสถานศึกษา” หมายความวา ผูอํานวยการหรือท่ีเรียกช่ืออยางอื่นของสถานศึกษา ซ่ึง กองลูกเสือน้ันสังกัดอยู และใหหมายความรวมถึง สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียน ศูนยการศึกษาพิเศษ ศูนยการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย ศูนยการเรียน วิทยาลัย วิทยาลัยชุมชน สถาบัน มหาวิทยาลัย หนว ยงานการศกึ ษา หรือหนว ยงานอน่ื ของรฐั หรอื เอกชน หรือสถานศึกษาทเ่ี รียกช่ืออยางอ่นื ของรัฐหรือเอกชน ท่ีมีอํานาจหนา ท่ีหรือมวี ตั ถปุ ระสงคใ นการจดั การศึกษา ขอ ๕ ผบู งั คับบัญชาลกู เสอื ตอ งมีคณุ สมบตั ิ ดังตอ ไปน้ี (๑) เปนผูสุภาพเรยี บรอย มีความประพฤติดี สมควรเปน แบบอยางท่ดี ีแกเดก็ (๒) เปนผมู ศี าสนา (๓) เปน ผไู มมโี รคซงึ่ เปน ทร่ี ังเกยี จแกส งั คม (๔) เปนผูมีสัญชาติไทย หรือถาไมมีสัญชาติไทยตองไดรับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารลูกเสือ แหง ชาติ (๕) เปนผูมคี วามเขา ใจในวตั ถุประสงค หลักการและวธิ ีการของลูกเสือ (๖) เปน ผูมอี าชีพเปนหลกั ฐานไมข ดั ตอ ศีลธรรมอันดี (๗) มอี ายแุ ละผา นการฝกอบรม ดังนี้ ๑๖๒ 168

(ก) ผูอํานวยการลูกเสือโรงเรียนใหแตงต้ังจากผูอํานวยการสถานศึกษาน้ันและตองไดรับ เครื่องหมายวูดแบดจ รองผูอํานวยการลูกเสือโรงเรียนใหแตงตั้งจากรองผูอํานวยการสถานศึกษานั้น ท่ีไดรับ มอบหมายและตอ งไดรบั เคร่อื งหมายวูดแบดจ ผูอํานวยการสถานศึกษาที่ยังไมไดรับเครื่องหมายวูดแบดจใหรักษาการตําแหนงผูอํานวยการ ลกู เสือโรงเรยี นไปกอ น และตองเขารับการฝกอบรมเพ่ือใหไดรับเคร่ืองหมายวูดแบดจภายในหนึ่งป นับแตวันที่ ดํารงตําแหนงผอู าํ นวยการสถานศกึ ษา (ข) ผูกํากับกลุมลูกเสือมีอายุไมนอยกวาย่ีสิบแปดปบริบูรณและตองไดรับเคร่ืองหมายวูดแบดจ รองผูก ํากับกลุมลูกเสือมีอายไุ มนอยกวายี่สิบหา ปบ รบิ ูรณแ ละตองไดร บั เคร่อื งหมายวดู แบดจ (ค) ผูกํากับกองลูกเสือวิสามัญมีอายุไมนอยกวายี่สิบหาปบริบูรณและตองไดรับเครื่องหมาย วูดแบดจประเภทลูกเสือวิสามัญ รองผูกํากับกองลูกเสือวิสามัญมีอายุไมนอยกวายี่สิบสามปบริบูรณ และตอง ไดร ับวฒุ ิบัตรการฝกอบรมวชิ าผกู าํ กับลกู เสือวิสามัญ ข้ันความรเู บอ้ื งตน (ง) ผูกํากับกองลูกเสือสามัญรุนใหญมีอายุไมนอยกวาย่ีสิบสามปบริบูรณและตองไดรับ เครื่องหมายวูดแบดจประเภทลูกเสือสามัญรุนใหญ รองผูกํากับกองลูกเสือสามัญรุนใหญมีอายุไมนอยกวา ยส่ี ิบเอด็ ปบ รบิ รู ณ และตองไดรบั วฒุ บิ ตั รการฝกอบรมวิชาผกู าํ กับลูกเสอื สามญั รนุ ใหญ ขน้ั ความรเู บ้อื งตน (จ) ผกู าํ กับกองลูกเสอื สามัญมีอายุไมนอยกวาย่ีสิบปบริบูรณและตองไดรับเครื่องหมายวูดแบดจ ประเภทลูกเสือสามัญ รองผูกํากับกองลูกเสือสามัญมีอายุไมนอยกวาสิบแปดปบริบูรณ และตองไดรับวุฒิบัตร การฝก อบรมวิชาผูกาํ กบั ลูกเสือสามญั ข้นั ความรูเบอื้ งตน (ฉ) ผูกํากบั กองลกู เสือสาํ รองมีอายไุ มนอ ยกวายี่สิบปบริบูรณและตองไดรับเครื่องหมายวูดแบดจ ประเภทลูกเสือสํารอง รองผูกํากับกองลูกเสือสํารองมีอายุไมนอยกวาสิบแปดปบริบูรณ และตองไดรับวุฒิบัตร การฝกอบรมวชิ าผูกํากบั ลกู เสือสํารอง ขนั้ ความรูเบือ้ งตน (ช) อายุของนายหมลู กู เสือและรองนายหมลู ูกเสือเปน ไปตามประเภทของลูกเสือนั้น ๆ ขอ ๖ ใหเลขาธิการสาํ นกั งานลูกเสือแหง ชาติ เปน ผแู ตงตั้งผบู งั คบั บญั ชาลกู เสือในกรุงเทพมหานคร โดยใหผอู าํ นวยการลูกเสอื เขตพ้นื ท่ีการศกึ ษานน้ั เปนผูเสนอชื่อ ในตาํ แหนง ตอไปน้ี (๑) ผอู ํานวยการลกู เสือโรงเรยี น (๒) รองผอู ํานวยการลกู เสอื โรงเรียน (๓) ผูก าํ กบั กลมุ ลกู เสือ (๔) รองผูกาํ กับกลุม ลกู เสือ (๕) ผูก าํ กบั กองลกู เสอื (๖) รองผกู าํ กับกองลกู เสือ สําหรับสถานศึกษาสังกัดกรุงเทพมหานคร การแตงต้ังผูบังคับบัญชาลูกเสือตามวรรคหน่ึง ใหผูอ าํ นวยการลกู เสือกรงุ เทพมหานครเปนผูแตง ตงั้ และรายงานตอ เลขาธิการสํานักงานลกู เสือแหง ชาติ ขอ ๗ ใหผูอํานวยการลูกเสือจังหวัด เปนผูแตงต้ังผูบังคับบัญชาลูกเสือตามเขตจังหวัด โดยให ผูอ าํ นวยการลกู เสอื เขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษาในจงั หวดั น้นั เปน ผูเสนอชื่อ ในตําแหนง ตอไปนี้ (๑) ผอู าํ นวยการลูกเสือโรงเรยี น (๒) รองผูอ าํ นวยการลูกเสือโรงเรียน (๓) ผกู าํ กบั กลุมลกู เสือ (๔) รองผกู ํากับกลมุ ลกู เสอื (๕) ผูกํากบั กองลูกเสือ ๑๖๓ 169

(๖) รองผูก ํากบั กองลกู เสือ สาํ หรับสถานศึกษาสงั กดั องคกรปกครองสวนทอ งถิ่น เมอื งพัทยา และองคกรปกครองสวนทองถ่ินอื่น ที่มกี ฎหมายจัดต้งั เปนรูปแบบพิเศษท่ีต้ังอยูในเขตปกครองพ้ืนที่จังหวัดใด การแตงตั้งผูบังคับบัญชาลูกเสือตาม วรรคหน่ึง ใหผูอํานวยการลูกเสือจังหวัดเปนผูแตงตั้ง โดยใหหัวหนาหนวยงานขององคกรปกครองสวนทองถิ่น นน้ั เปน ผูเสนอชื่อ ขอ ๘ การแตงตงั้ นายหมลู กู เสือและรองนายหมลู ูกเสือ (๑) ผูกํากับกองลูกเสือสํารองเปนผูแตงตั้งนายหมูลูกเสือสํารอง สําหรับรองนายหมูลูกเสือสํารอง ใหผกู ํากบั กองลกู เสือสาํ รองเปน ผแู ตงตง้ั โดยหารอื นายหมูลูกเสอื สํารองของหมนู ัน้ (๒) ผูกํากับกองลูกเสือสามัญเปนผูแตงตั้งนายหมูลูกเสือสามัญ สําหรับรองนายหมูลูกเสือสามัญ ใหผูกํากับกองลูกเสือสามญั เปน ผแู ตงตง้ั โดยหารือนายหมลู กู เสอื สามัญของหมูน้ัน ในกรณีทีต่ ้ังกองลกู เสอื ใหม ใหผูกํากับกองลูกเสือสามัญหารือลูกเสือในหมูน้ันเพ่ือแตงต้ังนายหมู และ รองนายหมู ผูกํากับกองลูกเสือสามัญอาจแตงต้ังหัวหนานายหมูหนึ่งคน และผูชวยหัวหนานายหมูหนึ่งถึงสองคน จากนายหมูลูกเสือในกองลูกเสือ โดยหารือท่ีประชุมนายหมูของกองลูกเสือน้ันเพื่อทําหนาที่ชวยใน การดําเนินงานของกองลูกเสือ (๓) ผูกํากับกองลูกเสือสามัญรุนใหญเปนผูแตงตั้งนายหมูลูกเสือสามัญรุนใหญ โดยหารือลูกเสือใน หมูน้ัน สําหรับรองนายหมูลูกเสือสามัญรุนใหญ ใหผูกํากับกองลูกเสือสามัญรุนใหญเปนผูแตงตั้ง โดยหารือ นายหมูลูกเสอื สามญั รนุ ใหญข องหมูนั้น ในกรณีที่ต้ังกองลูกเสือใหม ใหผูกํากับกองลูกเสือสามัญรุนใหญหารือลูกเสือในหมูนั้นเพื่อแตงตั้ง นายหมู และรองนายหมู ผูกํากับกองลูกเสือสามัญรุนใหญอาจแตงต้ังหัวหนานายหมูหน่ึงคน และผูชวยหัวหนานายหมูหน่ึงถึง สองคนจากนายหมูลูกเสือในกองลูกเสือ โดยหารือคณะกรรมการดําเนินงานของกองลูกเสือน้ันเพ่ือทําหนาท่ี ชว ยในการดําเนินงานของกองลกู เสอื (๔) ผูก าํ กับกองลูกเสือวสิ ามัญเปน ผูแตงต้ังนายหมูลูกเสือวิสามัญ โดยหารือลูกเสือในหมูนั้น สําหรับ รองนายหมลู กู เสือวสิ ามัญ ใหผ กู ํากบั กองลกู เสือวสิ ามญั เปนผแู ตง ต้งั โดยหารือนายหมูล กู เสือวิสามัญของหมนู ัน้ ในกรณีท่ีตั้งกองลูกเสือใหม ใหผูกํากับกองลูกเสือสามัญรุนใหญหารือลูกเสือในหมูน้ันเพื่อแตงต้ัง นายหมู และรองนายหมู ใหผูกํากับกองลูกเสือวิสามัญแตงต้ังหัวหนานายหมูหน่ึงคน และผูชวยหัวหนานายหมูหน่ึงถึงสองคน โดยหารือคณะกรรมการประจํากองของกองลูกเสอื วิสามัญเพ่ือทาํ หนา ทีช่ ว ยในการดาํ เนินงานของกองลกู เสือ ขอ ๙ ผบู งั คบั บัญชาลกู เสือพนจากตาํ แหนง เม่อื (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ยา ยสงั กัด (๔) ขาดคุณสมบตั ิ ตามขอ ๕ (๕) มเี หตุหนึ่งเหตุใดอนั ไมส ามารถปฏบิ ตั หิ นา ที่ได ขอ ๑๐ ผมู ีอาํ นาจแตงตั้งผบู ังคบั บัญชาลกู เสือตามขอ ๖ ขอ ๗ และขอ ๘ เปนผูมีอํานาจสั่งจําหนาย ผูบังคับบัญชาลูกเสือออกจากทะเบียนผูบังคับบัญชาลูกเสือ โดยใหผูเสนอชื่อตามขอ ๖ ขอ ๗ และขอ ๘ เปน ผเู สนอใหพนจากตําแหนง ๑๖๔ 170

ขอ ๑๑ การยายสังกัดในกรณีท่ีผูบังคับบัญชาลูกเสือไดเปลี่ยนตําแหนงหรือยายสังกัดหนวยลูกเสือ ใหถือวาตาํ แหนง เดมิ สิน้ สดุ ลง หรือถา ไปสงั กัดหนวยลกู เสอื อนื่ ใหด าํ เนินการแตงตง้ั เปนผบู ังคบั บญั ชาลกู เสือใหม ขอ ๑๒ ใหคณะกรรมการบริหารลูกเสือแหงชาติมีอํานาจตีความและวินิจฉัยช้ีขาดปญหาเกี่ยวกับ การปฏิบัติตามที่กําหนดไวใ นขอบงั คบั นี้ ขอ ๑๓ ใหเลขาธิการสํานักงานลูกเสือแหงชาติรักษาการใหเปนไปตามขอบังคับน้ี และใหมีอํานาจ ออกระเบยี บ ประกาศหรือคําสง่ั เพ่อื ปฏิบัติการใหเปนไปตามขอบังคับน้ี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ บริหารลูกเสอื แหงชาติ บทเฉพาะกาล ขอ ๑๔ ผูใดเปน ผูบังคับบญั ชาลูกเสอื ตามขอบงั คับคณะลูกเสอื แหงชาติ วาดวยการปกครองหลักสูตร และวิชาพิเศษลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๐๙ อยูแลวกอนวันที่ขอบังคับน้ีใชบังคับ ใหถือวาผูนั้นเปนผูบังคับบัญชาลูกเสือ อยูตอไปตามขอบงั คับนี้ ผูอํานวยการลูกเสือโรงเรียนที่ไมไดดํารงตําแหนงผูอํานวยการสถานศึกษา ใหดํารงตําแหนง ผูอาํ นวยการลกู เสอื โรงเรยี นตอไป ทั้งนไี้ มเ กินหนงึ่ ป นบั แตวันท่ีขอ บงั คับนี้มผี ลบังคับใช ผูบังคับบัญชาลูกเสือท่ียังไมไดรับเคร่ืองหมายวูดแบดจ หรือวุฒิบัตรการฝกอบรมวิชาผูกํากับลูกเสือ ขั้นความรูเบ้ืองตนตามขอ ๕ (๗) ใหเขารับการฝกอบรมเพ่ือขอรับเครื่องหมายวูดแบดจหรือวุฒิบัตร การฝก อบรมวชิ าผกู ํากบั ลกู เสือ ข้ันความรูเบื้องตน ภายในหนง่ึ ป นับแตวันที่ขอ บังคับนี้มีผลใชบ งั คับ ประกาศ ณ วันท่ี ๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ชนิ วรณ บณุ ยเกียรติ รัฐมนตรีวา การกระทรวงศกึ าธิการ ประธานกรรมการบริหารลกู เสอื แหง ชาติ ๑๖๕ 171

ขอกาํ หนดสําหรับการต้ังลูกเสอื ชอสะอาดในสถานศกึ ษา การจัดต้ังลูกเสือชอสะอาด เพ่ือใหสอดคลองกับการรณรงคปองกันและปราบปรามการทุจริต เห็นควร สงเสริมใหม ลี ูกเสือชอสะอาดเพ่ือใหเปนเสมือนเยาวชนตอตานการทุจริตและโกงในสังคม ทําหนาท่ีเปนเสมือน กองสอดแนมตามวัตถุประสงคของการเกิดกองลูกเสือ ดังนั้น การจัดตั้งลูกเสือชอสะอาดควรกําหนดคุณสมบัติ ดังนี้ ๑. ลูกเสอื ชอ สะอาดมีลกู เสือทั้ง ๔ ประเภท ประกอบดว ย • ลูกเสือสํารองชอสะอาด • ลกู เสอื สามัญชอสะอาด • ลูกเสือสามัญรนุ ใหญชอ สะอาด • ลูกเสอื วสิ ามญั ชอ สะอาด ๒. เกดิ ขึน้ ในสถานศึกษาท่ีมีกองลูกเสอื ประเภทน้ัน ๆ แลวในสถานศึกษา ๓. มีผูกํากับลูกเสือที่ผานการอบรมและรับเคร่ืองหมายตามหลักสูตรการฝกอบรมบุคลากรทาง การลกู เสือ หลักสตู รลกู เสอื ชอสะอาด ๔. ดําเนินการตัง้ ตามแนวปฏิบัติและข้นั ตอนการต้งั กองลูกเสือทั่วไป การแตงต้ังผกู าํ กบั และรองผูกํากบั ลกู เสอื ชอสะอาด การแตงตั้งผูกํากับและรองผูกํากับลูกเสือชอสะอาด ใหดําเนินการตามขอบังคับวาดวยการแตงต้ัง ผูบังคับบัญชาลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๕๓ และมคี ณุ สมบตั ดิ งั ตอไปนี้ ๑. คุณสมบัติของผูกํากับและรองผูกํากับลูกเสือชอสะอาด มีคุณสมบัติท่ัวไปเชนเดียวกับผูกํากับและ รองผูก าํ กบั กองลูกเสือเสนา ตามประเภทของลกู เสือ ๒. คุณสมบัตเิ ฉพาะของผูกํากบั และรองผูกํากบั ลกู เสือชอสะอาด • ผานการอบรม ฝกปฏิบัติเปนเวลาไมนอยกวา ๔ เดือน และไดรับการอนุมัติใหประดับ เครอื่ งหมายชอ สะอาดจากสํานกั งาน ป.ป.ช. โดยสโมสรลกู เสือ ป.ป.ช. เสนอขออนุมัติสํานักงานลกู เสือแหงชาติ • ระหวางการปฏิบตั งิ านภายใน ๔ เดือน ใหทําหนาที่รณณรงคสรางเครือขายลูกเสือชอสะอาด โดยรวบรวมผูสนใจเขารวมเปน ลกู เสือชอสะอาด โดยจัดการรบั สมัครตามประเภทของลูกเสอื อยา งนอ ย ๒ หมู • เม่ือครบกําหนด ๔ เดือน ใหรวบรวมใบสมัครลูกเสือ ทําใบสมัครแตงต้ังผูกํากับและ รองผกู าํ กับ และขอจัดต้งั ลกู เสอื ชอสะอาดในกลมุ ลูกเสือโรงเรียน ๑๖๖ 172

แบบประเมนิ การปฏิบตั กิ ิจกรรม ชือ่ วิชา การบรหิ ารเครือขา ยลูกเสือชอสะอาดในสถานศึกษา หมู............................... ขอ รายการประเมิน ๔ ระดบั คณุ ภาพ ๑ ๓๒ ๑ การตรงตอเวลา ๒ ระบบหมูและการมสี ว นรวมของสมาชกิ ๓ การสรุปความรูท ี่ไดร ับ รวม ลงช่ือ................................................. (..................................................) ผูกาํ กับลกู เสือ เกณฑก ารประเมินผล รายการทีป่ ระเมิน ดีมาก (๔) ระดับคณุ ภาพ/คะแนน ปรบั ปรงุ (๑) ดี (๓) พอใช (๒) ปฏบิ ัติไมไ ดเลย ๑. การตรงตอเวลา ๑. การเขารว ม ปฏบิ ตั ิได ๒ ขอ ปฏบิ ตั ไิ ด ๑ ขอ สมาชิก ๓ คน กจิ กรรมตามเวลา ใน ๓ ขอ ใน ๓ ขอ ขึ้นไป ไมได /ตรงตอเวลา มสี วนรว ม ๒. ผลงานสําเร็จ ผิด ๓ ขอ ขน้ึ ไป ตามเวลาท่กี ําหนด ๓. การนาํ เสนอใช เวลาตามทกี่ าํ หนด ๒. ระบบหมูและ ทุกคนมสี ว นรว ม สมาชิก ๑ คน สมาชกิ ๒ คน การมสี วนรวม ไมไ ดม ีสว นรวม ไมไ ดมสี ว นรว ม ของสมาชิก ๓. การสรุปความรู ถกู ตองทุกขอ ผดิ ๑ ขอ ผดิ ๒ ขอ ที่ไดรับ ๑๖๗ 173

ช่อื วิชา การกาํ หนดหลักสตู รและการจดั ทําแผนพัฒนากจิ กรรมลูกเสอื ชอสะอาด บทเรียนท่ี ๑๖ เวลา ๑๘๐ นาที ขอบขา ยวิชา ผเู ขา รับการฝก อบรมจะไดรับความรเู รื่องโครงสรางหลักสูตรลกู เสือชอ สะอาดทุกประเภท เพ่ือสามารถ นาํ ไปใชใ นการฝกอบรมได โดยมีเน้อื หาดงั ตอ ไปน้ี ๑. โครงสรางหลักสตู รลกู เสือสํารองชอ สะอาด ๒. โครงสรา งหลกั สูตรลูกเสอื สามญั ชอสะอาด ๓. โครงสรางหลักสูตรลกู เสือสามญั รนุ ใหญช อ สะอาด ๔. โครงสรา งหลกั สูตรลูกเสอื วสิ ามัญชอสะอาด ๕. การจัดทําแผนการสอนลูกเสือชอสะอาดทัง้ ๔ ประเภท ๖. วชิ าพเิ ศษลกู เสือชอสะอาด จุดหมาย เพื่อใหไดมาซ่ึงเครือขายลกู เสือชอสะอาด ใหสามารถทาํ หนาทส่ี อดสอ ง เสริมสรางและพัฒนาเครือขาย ลูกเสือชอสะอาดใหม ีจํานวนมากขน้ึ วัตถุประสงค เม่อื จบบทเรยี นนี้แลว ผเู ขา รับการฝกอบรมสามารถ ๑. นําหลักสูตรไปพฒั นาเปน แผนการจัดกจิ กรรมลกู เสอื ชอสะอาดได ๒. กําหนดแนวทางการจดั กิจกรรมสาํ หรับลูกเสอื ชอ สะอาด ๓. เขา ใจถงึ การสรางหลักสตู รสาํ หรบั การจัดการเรียนการสอนกจิ กรรมลูกเสือ วิธสี อน/กิจกรรม ๑. อธิบายความเปนมาของหลักสูตรลกู เสือชอสะอาดท้ัง ๔ ประเภท ๒. แบง กลมุ ผูเขารบั การฝกอบรมตามประเภทของลูกเสอื อภิปรายความเหมาะสมของหลักสูตร ๓. ใหผูเขารับการฝกอบรมแตละประเภทรางแผนการจัดกิจกรรมสําหรับลูกเสือชอสะอาด โดยนํา หลักสตู รและวชิ าพิเศษมาเปน ส่ือในการจัดทาํ แผนการจดั กิจกรรม สอ่ื การสอน ๑. วดี ิทัศนตวั อยางกิจกรรมสง เสรมิ ความซ่ือสัตย สจุ รติ ๒. Power Point ๓. โครงสรา งหลักสูตรลกู เสือสาํ รองชอ สะอาด ๔. โครงสรา งหลักสตู รลกู เสือสามัญชอ สะอาด ๕. โครงสรา งหลักสูตรลกู เสอื สามัญรนุ ใหญชอ สะอาด ๖. โครงสรา งหลักสตู รลกู เสือวิสามญั ชอสะอาด การประเมินผล ๑. การสงั เกต ๑.๑ สังเกตพฤติกรรมในการปฏิบัติกจิ กรรม ๑.๒ สังเกตจากการทํางานเปน หมู ๒. การประเมินผล : ประเมนิ ผลตามแบบที่กาํ หนดไวท ายบท ๑๖๘ 174

เนอื้ หาวิชา ๑. โครงสรางหลักสตู รลูกเสือสาํ รองชอสะอาด ๒. โครงสรา งหลกั สูตรลูกเสอื สามัญชอสะอาด ๓. โครงสรางหลักสตู รลูกเสอื สามญั รุน ใหญช อ สะอาด ๔. โครงสรางหลกั สตู รลูกเสือวสิ ามญั ชอ สะอาด ๕. การจดั ทาํ แผนการสอนลกู เสือชอ สะอาดท้ัง ๔ ประเภท ๖. วชิ าพเิ ศษลกู เสือชอ สะอาด ๑๖๙ 175

เอกสารประกอบการสอนที่ ๑ โครงสรางหลกั สตู รลกู เสือสาํ รองชอสะอาด ลําดบั ชือ่ /กจิ กรรม รูปแบบ เวลา (นาที) ๑ วตั ถุประสงคของการฝก อบรม การบรรยาย ๓๐ ๒ ปฐมนเิ ทศการฝกอบรม การบรรยาย ๙๐ ๓ ลกู เสอื สาํ รองชอสะอาดกับการจัดกิจกรรม • เพลง ๖๐ กลุมสมั พนั ธ • เกมการทดสอบ • เกมการทาํ งานเปน ทมี ๙๐ • บทบาทสมมติ ๑๒๐ ๙๐ ลูกเสือสํารองชอสะอาดกับคาํ ปฏิญาณและกฎ • การสาธติ ๙๐ ๔ ของลูกเสือสาํ รอง (ความซ่ือสัตยสจุ ริต, • บทบาทสมมติ • ระดมสมอง ๑๘๐ ความเอ้ือเฟอเผ่ือแผ) ๗๕๐ ๕ ลกู เสอื สาํ รองชอสะอาดกับการบนั เทิง (เกมเงยี บ) เกม/เพลง/การแสดงเงียบ ๖ ลกู เสอื สาํ รองชอสะอาดกับการรูจ กั เคารพกฎหมาย • บทบาทสมมติ/ละคร • ระดมสมอง ๗ ลูกเสอื สํารองชอสะอาดกับการสรา งจิตอาสา • บทบาทสมมติ • ปฏิบัติ ๘ ลกู เสือสํารองชอสะอาดกับกิจกรรมกลางแจง • การเดินทางสํารวจ (การเปด ประชุมกองพิเศษ, การเดินทางสาํ รวจ) • กจิ กรรมตามฐาน รวม ๑๗๐ 176

177

๑. วัตถปุ ระสงคของการฝกอบรม ๑.๑ เพื่อสรา งจิตสํานกึ ทดี่ ีในการปอ งกนั และปราบปรามการทจุ ริต ๑.๒ เพื่อใหผูเขารับการฝกอบรมมีความรู ความเขาใจท่ีถูกตองเกี่ยวกับการปองกันและปราบปราม การทจุ ริต ๑.๓ เพื่อใหผูเขารับการฝกอบรมมีความรู ความเขาใจ และสามารถปฏิบัติตนเปนคนซื่อสัตยสุจริต สง เสริมการปองกนั การทจุ รติ และสามารถนําไปเผยแพรใ หบ ุคคลในครอบครัว เพ่อื นและชมุ ชนได ๑.๔ เพ่ือใหผูเขารับการฝกอบรมเห็นคุณคาของตนเองและผูอ่ืน มีพฤติกรรมในทางสรางสรรคและ ดําเนินชีวิตในสงั คมไดอ ยางมีความสขุ ๒. มาตรฐานผผู า นการฝกอบรม ผูท ผี่ านการฝก อบรมมีคุณสมบัตทิ ่พี งึ ประสงค ดานความซ่ือสตั ยสุจริต เห็นความสําคัญของการปองกัน และปราบปรามการทุจริต ปฏบิ ัตติ นอยูบนวิถีชีวิตของสงั คมไทย ๓. คุณสมบตั ขิ องผเู ขา รับการฝก อบรม เปน ลกู เสอื สาํ รอง เนตรนารีสาํ รอง ๔. ระยะเวลาในการฝกอบรม จาํ นวน ๒ วนั (ไมพ กั คางคนื ) ใชเวลาจํานวน ๑๒ ชว่ั โมง ๕. คาํ อธบิ ายหลักสตู ร ตามแผนยุทธศาสตรชาติวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต ยุทธศาสตรท่ี ๑ การปลูก จิตสํานึก คานิยมคุณธรรม จริยธรรม การสรางวินัยแกทุกภาคสวน และดําเนินการใหความรูและฝกปฏิบัติ เกย่ี วกบั คุณลักษณะอันพงึ ประสงค ๘ ประการ ตามหลักสตู รการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ (ขยัน ประหยัด ซอื่ สตั ย มีวินัย สภุ าพ สะอาด สามคั คี และมีนํ้าใจ) ท่ีควรรูจัก เคารพกฎหมาย เคารพตนเองและผูอ่ืน จิตอาสา การบริการ การปฏิบัติตนตามคําปฏิญาณ และกฎของลูกเสือสํารอง การแสดงเงียบ จัดกิจกรรมสงเสริมและ พัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ความซ่ือสัตยสุจริต เพ่ือใหเห็นความสําคัญของตนเองและผูอ่ืน มีพฤติกรรมในทาง สรา งสรรค ดาํ รงไวซึง่ ความถกู ตอ ง ความยตุ ธิ รรม สามารถดํารงตนอยใู นสังคมไดอยางมคี วามสขุ ๖. กจิ กรรม/รายวิชา ๖.๑ วัตถุประสงคของการฝก อบรม ๖.๒ การปฐมนิเทศ ๖.๓ ลูกเสือสํารองชอสะอาดกบั การจดั กจิ กรรมกลุมสัมพนั ธ ๖.๔ ลูกเสือสาํ รองชอสะอาดกับคําปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื สํารอง (ความซอ่ื สัตยสจุ ริต, ความเอื้อเฟอเผื่อแผ) ๖.๕ ลูกเสือสํารองชอ สะอาดกบั การบันเทิง (เกมเงยี บ) ๖.๖ ลูกเสอื สํารองชอสะอาดกบั การรูจ กั เคารพกฎหมาย ๖.๗ ลกู เสอื สํารองชอ สะอาดกับการสรางจติ อาสา ๖.๘ ลูกเสือสํารองชอสะอาดกับกจิ กรรมกลางแจง (การเปด ประชุมกองพเิ ศษ, การเดินทางสํารวจ) ๑๗๒ 178

๗. วิธีการฝก อบรม ๗.๑ การบรรยาย ๗.๒ การสาธติ ๗.๓ บทบาทสมมติ/การแสดงละคร ๗.๔ กลุมสัมพนั ธ ๗.๕ กิจกรรมเกมเงียบ ๗.๖ กิจกรรมเดินสํารวจ ๗.๗ กิจกรรมการแจง/กิจกรรมตามฐาน ๗.๘ การระดมสมอง ๘. การประเมนิ ผล ประเมินผลจากการเขา รบั การฝกอบรมและเขา รว มกิจกรรม ประกอบดวย ๘.๑ วิธกี ารวัดผล : สังเกตพฤตกิ รรม ประเมนิ ความรู ประเมนิ ผลงาน ๘.๒ เครอ่ื งมอื วัดผล : แบบสงั เกตพฤติกรรม แบบประเมนิ ความรู แบบประเมนิ ผลงาน ๘.๓ เกณฑการประเมนิ ผล : ผา นเกณฑร อยละ ๘๐ ๙. เกณฑก ารผานหลกั สตู ร ๙.๑ เวลาเขารวมการฝก อบรมไมน อ ยกวา รอ ยละ ๘๐ ๙.๒ ผา นเกณฑก ารประเมินรายวิชาไมตาํ่ กวารอยละ ๘๐ ๙.๓ ปฏิบัติกิจกรรมของลูกเสือเพื่อขอเคร่ืองหมายลูกเสือสํารองชอสะอาด อยางนอย ๒ กิจกรรม หากไมผานเกณฑก ารประเมนิ ผลใหปฏิบัตกิ จิ กรรมอีกคร้ัง ภายในระยะเวลา ๓ เดือน ๑๐. ส่อื การฝก อบรม ๑๐.๑ สื่อโสตทัศนูปกรณ ๑๐.๒ ใบงาน ใบความรู ใบกจิ กรรม การสาธติ การแสดงบทบาทสมมติ ๑๐.๓ แผนภมู ิ รูปภาพ แผนภาพ แผนพบั ทเี่ กี่ยวกบั เนอื้ หาการปองกันและปราบปรามการทุจริต ๑๐.๔ แบบรายงานผลการเดนิ สาํ รวจ ๑๐.๕ กระดาษ A4 ๑๐.๖ อุปกรณเครื่องเขียน ปากกาเคมี สีตกแตงงานฝม ือ ๑๐.๗ เพลง/เกม ๑๐.๘ ภาพยนตร นทิ าน เมาคลลี กู หมาปา ๑๐.๙ เครือ่ งคอมพิวเตอรชนดิ พกพา ๑๐.๑๐ วีดิทศั น ๑๐.๑๑ เครอ่ื งฉายโปรเจคเตอร ๑๐.๑๒ เคร่อื งเสียง ๑๐.๑๓ เครอ่ื งดนตรี เชน กลอง ฉ่งิ ฉาบ กรบั ฯลฯ ๑๐.๑๔ เครอื่ งแตงกายและอปุ กรณประกอบการแสดง ๑๐.๑๕ บทเพลง ๑๐.๑๖ ไหมพรม ๑๗๓ 179

ตารางการฝกอบรมหลกั สูตรลูกเสอื สํารองชอสะอาด ระหวา งวนั ที่ ............เดือน................................ พ.ศ. .............. ณ คายลูกเสอื ............................................................................. วันแรกของการฝก อบรม กิจกรรม ผรู ับผิดชอบ สถานที่ เวลา นาที ๐๗.๐๐ - ๐๘.o๐ น. ๖๐ รายงานตัว ................../และคณะ หองประชุม ๐๘.๓๐ - ๑๐.๓๐ น. ๙๐ พธิ ีเปด การฝกอบรมในหอ งประชุม วทิ ยากรประจาํ วนั หอ งประชมุ ................................... • ประธานในพธิ ีจุดเทยี นธปู บชู า พระรตั นตรัย ................................... ................................... • ผูสงเทยี นชนวน ประธานฯ • ผูสงพวงมาลัย วทิ ยากรประจาํ วัน • ประธานจุดเทียนธปู สกั การะ ร. ๖ ผูร ับผดิ ชอบโครงการ • พิธถี วายราชสดดุ ี ประธานฯ • กลา วรายงาน วทิ ยากรประจําวัน หนา เสาธง • ประธานกลา วเปด พิธเี ปด การฝก อบรมหนา เสาธง ผอู ํานวยการฝก • ชักธง พธิ กี ารทางศาสนา สงบนง่ิ • ผอ.ฝกกลา วตอ นรับ, ช้ีแจง ผูอาํ นวยการฝก นอกหอ งประชมุ ................../และคณะ หอ งประชมุ วตั ถปุ ระสงคการฝกอบรม ปฐมนเิ ทศ วิทยากรประจําวนั หองอาหาร ๑๐.๓๐ - ๑๑.๓๐ น. ๖๐ ลูกเสอื สํารองชอสะอาดกับกจิ กรรม ................../และคณะ หอ งประชมุ กลุม สัมพนั ธ ๑๑.๓๐ - ๑๒.๓๐ น. ๖๐ พักรบั ประทานอาหารกลางวนั ................./และคณะ หองประชุม ๑๒.๓๐ - ๑๔.๐๐ น. ๙๐ ลกู เสือสํารองชอสะอาดกับการสราง จิตอาสา ๑๔.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ๑๒๐ ลกู เสอื สํารองชอสะอาดกับ การบันเทงิ (เกมเงียบ) หมายเหตุ พักรับประทานอาหารวา งและเครือ่ งดมื่ เวลา ๑๐.๓๐ น. และเวลา ๑๔.๓๐ น. ๑๗๔ 180

วนั ท่ี ๒ ของการฝก อบรม เวลา นาที กิจกรรม ผรู ับผิดชอบ สถานที่ หนา เสาธง ๐๘.๐๐ - ๐๘.๓๐ น. ๓๐ พธิ ีรอบเสาธง วิทยากรประจาํ วัน หอ งประชุม ผูอาํ นวยการฝกปราศรัย ผูอาํ นวยการฝก หอ งประชุม ๐๘.๓๐ - ๑๐.๐๐ น. ๙๐ ลูกเสอื สํารองชอสะอาดกับการรูจ กั ............../และคณะ เคารพกฎหมาย หอ งอาหาร ๑๐.๐๐ - ๑๑.๓๐ น. ๙๐ ลูกเสือสํารองชอสะอาดกับ …………../และคณะ หองประชุม/ คาํ ปฏิญาณและกฎของลกู เสือสํารอง สนามฝก หองประชมุ • ความซ่ือสัตยส จุ ริต • ความเอื้อเฟอเผื่อแผ หนาเสาธง ๑๑.๓๐ - ๑๒.๓๐ น. ๖๐ พักรับประทานอาหารกลางวัน วิทยากรประจาํ วนั ๑๒.๓๐ - ๑๕.๓๐ น. ๑๘๐ ลูกเสอื สาํ รองชอสะอาดกับกจิ กรรม …………../และคณะ กลางแจง • การเปด ประชุมกองพิเศษ • การเดินทางสาํ รวจ ๑๕.๓๐ - ๑๖.๐๐ น. ๓๐ พิธีปด ในหอ งอบรม วิทยากรประจาํ วัน ผอู ํานวยการฝก • ผูอํานวยการฝกปราศรยั ครง้ั สุดทา ยและใหโ อวาท • กลาวปด การฝกอบรม พิธปี ด รอบเสาธง วทิ ยากรประจาํ วัน • พธิ กี ารทางศาสนา สงบน่ิง ผูอาํ นวยการฝกและ ชกั ธงลง วิทยากรทุกคน • สามัคคีชุมนุม/จบั มือลา หมายเหตุ ๑. ตารางการฝก อบรมอาจเปล่ยี นแปลงไดตามความเหมาะสม ๒. คําวา “ลกู เสือ” หมายรวมถึง ลกู เสอื สาํ รอง เนตรนารสี าํ รอง ๓. การนัดหมายกจิ กรรมชุมนุมรอบกองไฟใหอ ยูใ นดุลยพนิ ิจของพิธกี รประจําวัน ๔. พักรบั ประทานอาหารวา งและเคร่ืองดื่ม เวลา ๑๐.๓๐ - ๑๐.๔๕ น. และ ๑๔.๓๐ - ๑๔.๔๕ น. ๑๗๕ 181

เอกสารประกอบการสอนที่ ๒ โครงสรา งหลักสูตรลูกเสือสามัญชอสะอาด ลาํ ดบั ชอ่ื วิชา/กิจกรรม รปู แบบการจัดกิจกรรม เวลา (นาที) ๑ ปฐมนิเทศการฝกอบรม รูปแบบที่ ๑ การบรรยาย ๓๐ ๒ วัตถุประสงคของการฝก อบรม รปู แบบท่ี ๑ การบรรยาย ๓๐ ๖๐ ๓ ลูกเสอื กับการเปดดวงตาใหมอยา งมีความสขุ รูปแบบท่ี ๑ กลมุ สัมพนั ธ รูปแบบที่ ๒ บทบาทสมมติ ๖๐ ๔ ลูกเสือกบั การกระทําท่ีเปด เผยโปรงใส รปู แบบท่ี ๑ การบรรยาย ๖๐ รูปแบบท่ี ๒ เกม รปู แบบที่ ๓ การอภปิ ราย ๖๐ ๖๐ ๕ ลกู เสอื กับหนา ทีพ่ ลเมืองทด่ี ี รูปแบบท่ี ๑ การบรรยาย รปู แบบท่ี ๒ เกม ๖๐ รูปแบบท่ี ๓ การถาม - ตอบ ๑๘๐ ๖ ลูกเสือกับความรบั ผิดชอบ รูปแบบท่ี ๑ การบรรยาย รปู แบบท่ี ๒ เกม ๖๐ ๙๐ ๗ ลูกเสอื กบั การเคารพสทิ ธิ เสรภี าพของตนเอง รูปแบบที่ ๑ การบรรยาย ๑๕๐ และผอู ่นื รปู แบบที่ ๒ ฐานกจิ กรรม 182 รปู แบบที่ ๑ การแสดงความ ๘ ลกู เสอื กับการยอมรบั ความคิดเหน็ ที่แตกตาง คดิ เห็น รูปแบบท่ี ๒ การอภิปราย ๙ ลกู เสอื กับความซื่อสัตยตอตนเอง ตอผูอน่ื รูปแบบที่ ๑ การอภปิ ราย และตอ ประเทศชาติ รปู แบบท่ี ๒ เกม/เพลง รูปแบบท่ี ๓ ฐานกิจกรรม ๑๐ ลูกเสือกับการสรา งพลงั คณุ ธรรมความดี รปู แบบที่ ๑ งานกลุม และการมสี ว นรวม รปู แบบที่ ๒ เกม/เพลง ๑๑ ลกู เสือกบั เสนทางสคู วามดีและการมีสว นรว ม รปู แบบท่ี ๑ เกม รปู แบบที่ ๒ ฐานกิจกรรม ๑๒ ลูกเสอื กบั การชมุ นมุ รอบกองไฟ กจิ กรรมชมุ นุมรอบกองไฟ ๑๗๖

ลาํ ดบั ช่ือวิชา/กิจกรรม รูปแบบการจัดกิจกรรม เวลา (นาที) ๑๓ ลูกเสอื กับการบําเพ็ญประโยชนเ พอ่ื สาธารณะ กิจกรรมบําเพ็ญประโยชน ๙๐ ๑๔ ลกู เสอื กับการเสนอจัดทําโครงการ/โครงงาน รูปแบบที่ ๑ งานกลมุ ๙๐ รปู แบบที่ ๒ การระดมสมอง กิจกรรมลูกเสือชอ สะอาด ปฏิบตั กิ ิจกรรมเก่ียวกับ - • ตนเอง การดาํ เนนิ การตามแนวทางลูกเสือ • เพือ่ น/สถานศึกษา ชอสะอาดหลงั จบการฝกอบรมแลว • ครอบครัว/ชมุ ชน • การขอรับเครื่องหมายลูกเสือชอสะอาด รวม ๑,๐๘๐ หมายเหตุ เวลาสามารถปรับเปลีย่ นไดตามความเหมาะสม ๑๗๗ 183

การดาํ เนนิ งานเพอ่ื ขอรบั เครือ่ งหมายลูกเสือสามัญชอสะอาด แผนภูมิการดาํ เนินงาน หลักสูตรลกู เสือสามัญชอสะอาด ดาํ เนินการฝก อบรม ๑. ปฐมนิเทศการฝกอบรม กิจกรรมในสถานศึกษา ๒. วัตถุประสงคของการฝกอบรม ๓. ลูกเสือกับการเปดดวงตาใหมอยางมคี วามสุข ๔. ลกู เสือกบั การกระทําที่เปด เผยโปรงใส ๕. ลูกเสอื กบั หนาที่พลเมืองท่ีดี ๖. ลกู เสือกบั ความรบั ผิดชอบ ๗. ลกู เสือกับการเคารพสิทธิ เสรีภาพของตนเองและผอู ื่น ๘. ลกู เสือกับการยอมรบั ความคดิ เห็นทแ่ี ตกตาง ๙. ลูกเสือกับความซ่ือสัตยตอตนเอง ตอผูอ นื่ และตอประเทศชาติ ๑๐. ลูกเสือกบั การสรางพลงั คุณธรรมความดีและการมีสว นรวม ๑๑. ลูกเสอื กบั เสนทางสคู วามดแี ละการมีสวนรว ม ๑๒. ลกู เสอื กับการชุมนุมรอบกองไฟ ๑๓. ลกู เสือกับการบําเพ็ญประโยชนเ พ่อื สาธารณะ ๑๔. ลกู เสอื กับการเสนอจัดทําโครงการ/โครงงาน การนําหลกั ความซ่ือสัตยไปใช เครื่องหมายลูกเสือสามัญชอสะอาด ปฏบิ ตั กิ จิ กรรม อยางนอย ๓ กิจกรรม ผาน ภายใน ๓ เดอื น ประเมินผล ตนเอง เพ่อื น/ ครอบครัว/ สถานศกึ ษา ชมุ ชน ไมผ า น ๑๗๘ 184

๑. วตั ถปุ ระสงคของการฝก อบรม ๑.๑ เพื่อเสริมสรางความรู ความเขาใจในเรื่องการกระทําอยางเปดเผยโปรงใส การเคารพสิทธิ เสรีภาพของตนเองและผูอ่ืน ความซ่ือสัตยสุจริต ความเปนพลเมืองที่ดี และการมีสวนรวมเกี่ยวกับการปองกัน การทุจริต การคดโกง ๑.๒ เพื่อสงเสริมคุณธรรม และสรางจิตสํานึกที่ดีในเร่ืองความซ่ือสัตยสุจริต และการปองกันการทุจริต ตามระบอบประชาธิปไตย ๑.๓ เพ่อื ปลกู ฝงคุณคาความซื่อสตั ยสจุ รติ ตอตนเอง ตอ ผูอ ่ืนและตอประเทศชาติ ๑.๔ เพื่อสรา งการมีสว นรวมในเรื่องความซอ่ื สตั ยส ุจริต และการปองกันการทจุ รติ ๒. มาตรฐานของผูผานการฝก อบรม ผูท่ีผานการฝกอบรมมีคุณสมบัติท่ีพึงประสงคในเรื่องการกระทําอยางเปดเผยโปรงใส การยอมรับ เคารพสิทธิเสรีภาพของผูอ่ืน ความซื่อสัตยสุจริต ความเปนพลเมืองท่ีดี การมีสวนรวมเก่ียวกับการปองกัน การทจุ รติ และการคดโกง การรังเกียจการทุจริตทกุ รูปแบบ ๓. คณุ สมบตั ิผเู ขารับการฝก อบรม เปนลกู เสือสามัญ เนตรนารีสามญั ยุวกาชาด และสมาชิกผบู าํ เพญ็ ประโยชนใ นระดบั เดียวกนั ๔. ระยะเวลาในการฝกอบรม จํานวน ๓ วัน ๒ คืน ๕. คําอธบิ ายหลกั สูตร เปน การเรียนรูเกย่ี วกบั หลักการสําคัญในเรอื่ งการกระทําท่ีเปดเผยโปรงใส การเคารพสิทธิเสรีภาพของ ตนเองและผูอ่ืน ยอมรับความคิดเห็นท่ีแตกตางท่ีเกิดข้ึนอยางมีความสุข โดยยึดหลักคุณธรรม ปฏิบัติตนดวย ความซื่อสัตยสุจริตทั้งตอตนเอง ผูอ่ืนและประเทศชาติ ทําใหเกิดมีความเขาใจในหนาที่และความรับผิดชอบ รวมถึงสรางการมสี วนรวมในการปอ งกนั การทุจรติ นาํ ไปสกู ารบาํ เพ็ญประโยชนต อสังคมและตอประเทศชาติ ๖. กจิ กรรม/รายวชิ า ๖.๑ ปฐมนิเทศการฝกอบรม ๖.๒ วตั ถปุ ระสงคของการฝก อบรม ๖.๓ ลูกเสอื กับการเปดดวงตาใหมอยา งมคี วามสุข ๖.๔ ลกู เสือกับการกระทําทเ่ี ปดเผยโปรง ใส ๖.๕ ลูกเสือกบั หนาที่พลเมอื งทีด่ ี ๖.๖ ลกู เสือกับความรบั ผิดชอบ ๖.๗ ลูกเสือกับการเคารพสิทธิ เสรีภาพของตนเองและผูอ่ืน ๖.๘ ลกู เสือกับการยอมรับความคิดเหน็ ท่ีแตกตาง ๖.๙ ลกู เสือกบั ความซ่ือสตั ยตอตนเอง ตอ ผูอืน่ และตอประเทศชาติ ๖.๑๐ ลกู เสือกบั การสรา งพลงั คุณธรรมความดแี ละการมสี วนรวม ๖.๑๑ ลกู เสอื กบั เสน ทางสคู วามดแี ละการมสี วนรวม ๖.๑๒ ลกู เสือกบั การชมุ นุมรอบกองไฟ ๖.๑๓ ลกู เสอื กับการบําเพญ็ ประโยชนเ พอ่ื สาธารณะ ๖.๑๔ ลกู เสอื กบั การเสนอจัดทําโครงการ ๑๗๙ 185

๗. วธิ กี ารฝกอบรม ๗.๑ การบรรยาย ๗.๒ งานกลุม ๗.๓ การระดมสมอง ๗.๔ บทบาทสมมติ ๗.๕ เกม ๗.๖ ฐานกิจกรรม ๗.๗ กจิ กรรมกลมุ สมั พันธ ๗.๘ การถาม - ตอบ ๗.๙ กจิ กรรมชมุ นุมรอบกองไฟ ๗.๑๐ กจิ กรรมบาํ เพญ็ ประโยชน ๘. การประเมินผล ประเมนิ ผลจากผเู ขารับการฝกอบรมและเขา รวมกิจกรรม ๘.๑ วธิ ีการวัดผล สังเกตพฤติกรรม ประเมนิ ความรู ประเมินผลงาน ๘.๒ เครอ่ื งมือวดั ผล แบบสังเกตพฤตกิ รรม แบบประเมนิ ความรู แบบประเมนิ ผลงาน ๘.๓ เกณฑการประเมนิ ผล ผา นเกณฑรอยละ ๘๐ ๙. เกณฑการผานหลกั สตู ร ๙.๑ เวลาเขา รว มการฝก อบรมไมต ่าํ กวารอ ยละ ๘๐ ๙.๒ ผา นการประเมนิ ทกุ วชิ าไมต า่ํ กวา รอ ยละ ๘๐ ๙.๓ ปฏิบัติกิจกรรมของลูกเสือ เพ่ือขอรับเคร่ืองหมายลูกเสือสามัญชอสะอาดอยางนอย ๓ กิจกรรม กรณไี มผานเกณฑก ารประเมนิ ผล ใหป ฏิบัติกจิ กรรมอกี คร้ังภายในระยะเวลา ๓ เดอื น ๑๐. สื่อการฝกอบรม ๑๐.๑ ส่ือโสตทัศนูปกรณ เชน เคร่อื งฉายโปรเจคเตอร คอมพิวเตอร เครื่องเสยี ง วดี ิทศั น ๑๐.๒ วสั ดุสาํ นักงาน เชน กระดาษ A4 ปากกาเคมี กระดาษ flipchart ๑๐.๓ แผนภาพ ใบความรู ใบงาน ใบกจิ กรรม แผนภูมิ รปู ภาพ เพลง เกม ๑๐.๔ เคร่ืองแตง กายประกอบการแสดง ๑๐.๕ เครือ่ งดนตรี เชน กลอง ฉิง่ ฉาบ ฯลฯ ๑๘๐ 186

กําหนดการฝก อบรมหลักสูตรลูกเสือสามัญชอสะอาด ระหวา งวนั ที่ ............เดอื น................................ พ.ศ. .............. ณ คายลูกเสอื ............................................................................. วนั ท่ี ๑ ของการฝก อบรม (วันท่ี ........ เดือน .................... พ.ศ. .............) ๐๗.๓๐ น. รายงานตัว ลงทะเบยี น/รับเอกสาร/แบงหมู ๐๘.๓๐ น. ปฐมนเิ ทศการฝกอบรมหลักสูตรลูกเสอื สามญั ชอสะอาด ๐๙.๐๐ น. พธิ ีเปด ในหองประชุม • ประธานจดุ เทียนธปู บชู าพระรัตนตรยั • พิธีถวายราชสดดุ ี • กลา วรายงาน • ประธานกลาวปราศรัยเปดการฝกอบรม พธิ ีทางลกู เสือ • พธิ รี อบเสาธง (ชกั ธงขึ้น สวดมนต สงบนิ่ง) ๑๐.๐๐ น. • ผูอํานวยการฝก อบรมกลาวปราศรัย ๑๐.๓๐ น. นัดหมาย (ท่ีพกั /สัมภาระ/เปลยี่ นชุด) ๑๐.๔๕ น. รบั ประทานอาหารวา งและเครอื่ งดื่ม ๑๑.๑๕ น. วตั ถุประสงคของการฝก อบรมหลักสูตรลกู เสือสามัญชอสะอาด ลูกเสือกับการเปด ดวงตาใหมอยางมีความสขุ ๑๒.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน ๑๓.๐๐ น. นนั ทนาการ ๑๓.๓๐ น. ลูกเสือกบั การกระทําที่เปด เผยโปรง ใส ๑๔.๓๐ น. พกั รับประทานอาหารวางและเคร่ืองดื่ม ๑๔.๔๕ น. ลกู เสือกบั หนาทพ่ี ลเมอื งท่ีดี ๑๕.๔๕ น. ลกู เสอื กบั ความรบั ผดิ ชอบ ๑๖.๔๕ น. ประชุมคณะวทิ ยากร ๑๘.๐๐ น. ชกั ธงลง/รบั ประทานอาหารเยน็ ๑๙.๐๐ น. ลกู เสอื กับการเคารพสทิ ธิ เสรภี าพของตนเองและผูอนื่ ๒๐.๐๐ น. ลูกเสอื กับการยอมรับความคิดเห็นทแี่ ตกตาง ๒๑.๐๐ น. สรปุ กจิ กรรม/นัดหมาย/พิธีการทางศาสนา/สรรเสรญิ พระบารมี/นอน วันท่ี ๒ ของการฝก อบรม (วันท่ี ........ เดือน .................... พ.ศ. .............) ๐๕.๓๐ น. ต่ืนนอน กายบริหาร ภารกิจสวนตัว ๐๗.๐๐ น. รับประทานอาหารเชา ๐๗.๓๐ น. รับการตรวจ ๐๘.๐๐ น. พธิ ีรอบเสาธง ๐๙.๐๐ น. ลกู เสือกับความซื่อสัตยตอตนเอง ตอ ผูอืน่ และตอ ประเทศชาติ (อาหารวา งและเครื่องดมื่ ในเวลา) ๑๘๑ 187

๑๒.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวนั ๑๓.๐๐ น. นันทนาการ ๑๓.๓๐ น. ลูกเสอื กับการสรางพลังคณุ ธรรมความดแี ละการมสี วนรวม ๑๔.๓๐ น. รับประทานอาหารวา งและเครอื่ งด่ืม ๑๔.๔๕ น. ลูกเสอื กับเสนทางสคู วามดีและการมีสวนรวม ๑๖.๑๕ น. นัดหมายการชุมนมุ รอบกองไฟ ๑๖.๔๕ น. ประชมุ คณะวิทยากร ๑๘.๐๐ น. ชักธงลง/รับประทานอาหารเยน็ ๑๙.๐๐ น. การชมุ นมุ รอบกองไฟ ๒๑.๐๐ น. สรปุ กิจกรรม/นัดหมาย/พธิ กี ารทางศาสนา/สรรเสรญิ พระบารมี/นอน วันที่ ๓ ของการฝก อบรม (วันท่ี ........ เดอื น .................... พ.ศ. .............) ๐๕.๓๐ น. ตื่นนอน กายบริหาร ภารกจิ สวนตัว ๐๗.๐๐ น. รบั ประทานอาหารเชา ๐๗.๓๐ น. รบั การตรวจ ๐๘.๐๐ น. พธิ รี อบเสาธง ๐๙.๐๐ น. ลูกเสือบําเพญ็ ประโยชน (กิจกรรมบําเพ็ญประโยชน... คาย/ทพ่ี กั /ปลูกตน ไม/ ...) ๑๐.๓๐ น. พกั รับประทานอาหารวางและเคร่ืองด่ืม ๑๐.๔๕ น. ลกู เสือกบั การเสนอจัดทาํ โครงการ/โครงงาน ๑๒.๐๐ น. รบั ประทานอาหารกลางวัน ๑๓.๐๐ น. ชี้แจงการจัดต้ังลูกเสือสามญั ชอสะอาดในสถานศึกษา ๑๔.๐๐ น. สรปุ อภิปราย ประเมนิ ผล พธิ ปี ดการฝก อบรม • ผูแทนผูเ ขา รบั การฝกอบรมกลาวความรูสกึ • ผอู าํ นวยการฝกอบรมประกาศผลการฝก อบรม • มอบวุฒิบตั ร • ผอู าํ นวยการฝก อบรมกลา วปราศรยั ปดการฝก อบรม • ทบทวนคําปฏญิ าณ • สวดมนต สงบน่ิง ชักธงลง ๑๕.๐๐ น. • รองเพลงสามัคคีชุมนมุ จบั มือลา เดนิ ทางกลับ หมายเหตุ ๑. ตารางการฝก อบรมอาจเปลย่ี นแปลงไดต ามความเหมาะสม ๒. คําวา “ลูกเสือ” หมายรวมถึง ลูกเสือสามัญ เนตรนารีสามัญ ยุวกาชาด และสมาชิกผูบําเพ็ญ ประโยชนท อี่ ยใู นระดบั เดียวกัน ๓. การนดั หมายกจิ กรรมชมุ นุมรอบกองไฟใหอยูในดุลยพินิจของพิธกี รประจําวนั ๔. พักรบั ประทานอาหารวา งและเคร่ืองดมื่ เวลา ๑๐.๓๐ - ๑๐.๔๕ น. และ ๑๔.๓๐ - ๑๔.๔๕ ๑๘๒ 188

เอกสารประกอบการสอนที่ ๓ โครงสรางหลักสตู รลูกเสือสามญั รุนใหญชอสะอาด ลําดบั ชือ่ วิชา กิจกรรม เวลา (นาที) ๑ ปฐมนเิ ทศการฝก อบรมหลักสูตรลูกเสือสามัญ การบรรยายประกอบสาธิต ๓๐ รนุ ใหญชอ สะอาด ๗๕ • พิธกี าร ๓๐ ๒ พิธีเปดการฝก อบรม • การบรรยายพิเศษ ๑๕๐ การบรรยายประกอบสื่อ ๓ วัตถุประสงคของการฝกอบรม ๑๕๐ • การบรรยาย ๔ ยทุ ธศาสตรช าติวา ดวยการปองกันและ • ดูวีดทิ ศั น ๙๐ ปราบปรามการทุจริตทล่ี กู เสือควรรู • อภิปรายกลมุ • ซกั ถาม ๔๕ ๕ เรื่องนา รขู อง ป.ป.ช. ทลี่ กู เสอื สามัญรุนใหญ • สรปุ ๙๕ ชอ สะอาดควรรู • การบรรยาย ๖ คําปฏิญาณและกฎของลกู เสือสามญั รนุ ใหญ • การระดมสมอง ชอ สะอาดกบั การสรางพลเมอื งดี • สรุปโดยใช Mind Mapping ๗ กลุมสัมพนั ธ • บรรยาย • เพลง/เกม ๘ วนิ ัยและความรบั ผดิ ชอบของลกู เสอื สามญั • การแสดงบทบาทสมมตุ ิ รนุ ใหญช อสะอาดในการสรางสงั คมท่ดี ี • ระดมสมอง • งานศลิ ปะ • สมดุ ทาํ ความดี • กจิ กรรมกลมุ • เพลง/เกม • การบรรยาย • การสาธิตและฝกปฏิบัติ • การระดมสมอง • การอภปิ รายกลมุ ๑ 189

ลาํ ดับ ช่อื วิชา กิจกรรม เวลา (นาที) ๙ พลเมอื งดมี ีประชาธิปไตยตามหนา ท่ี • การบรรยาย ๙๐ ท่ี ป.ป.ช. ตอ งการ • ดูวดี ทิ ศั น • การระดมสมอง ๙๐ • อภิปรายกลมุ /ซักถาม • สรุปดว ย Mind Mapping ๙๐ • การบรรยาย ๙๐ ๑๕๐ ๑๐ การสรางพลเมืองดีดว ยคานิยมของลูกเสือสามญั • การระดมสมอง ๖๐ รุนใหญชอสะอาด • วาดภาพ ๑๘๐ ๑,๔๑๕ • บทบาทสมมุติ ๑๑ ความซ่อื สัตยส ุจริตตามแนวคิดของ ป.ป.ช. • การบรรยาย • แบงกลมุ ศึกษาเปนฐาน ตามกรณีศกึ ษา • การแสดงบทบาทสมมุติ • อภิปราย/ซกั ถาม • สรปุ ๑๒ แนวคิดในการสรา งปณธิ านวาดวยลกู เสอื สามญั • การบรรยาย รุนใหญชอ สะอาด • การระดมสมอง • อภปิ ราย/สรปุ ๑๓ การชมุ นุมรอบกองไฟ กิจกรรมชุมนุมรอบกองไฟ เก่ยี วกบั วชิ ากิจกรรมท่ไี ดเ รียนรู ๑๔ แนวคดิ ในการรวมตัวเปน เครือขายลกู เสือสามญั • การบรรยาย รนุ ใหญชอสะอาด • การอภปิ รายกลุม • การนาํ เสนอ การจัดทาํ โครงการรณรงคป องกันและ • การบรรยาย ๑๕ ปราบปรามการทจุ ริต โดยเครือขา ยลกู เสือสามญั • การระดมสมอง รนุ ใหญชอสะอาด • การนาํ เสนอโครงการ รวม หมายเหตุ เวลาสามารถปรับเปลีย่ นตามความเหมาะสม ๒ 190

  การดําเนนิ งานเพอ่ื ขอรบั เครื่องหมายลูกเสือสามัญรนุ่ ใหญช่ อ่ สะอาด แผนภมู ิการดาํ เนนิ งาน หลกั สตู รลูกเสอื สามญั รนุ่ ใหญ่ช่อสะอาด ดาํ เนนิ การ ๑. ปฐมนเิ ทศการฝกึ อบรม ฝกึ อบรม ๒. พิธีเปิดการฝึกอบรม กิจกรรมในสถานศึกษา ๓. วตั ถุประสงคข์ องการฝกึ อบรม การนาํ หลัก ๔. ยทุ ธศาสตรช์ าติว่าดว้ ยการป้องกนั และปราบปรามการทุจรติ ท่ีลกู เสอื ควรรู้ ความซอื่ สตั ย์ไปใช้ ๕. เรอื่ งนา่ รู้ของ ป.ป.ช. ทล่ี กู เสอื สามัญรุ่นใหญช่ ่อสะอาดควรรู้ ๖. คาํ ปฏญิ าณและกฎของลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ชอ่ สะอาดกบั การสร้างพลเมืองดี ๗. กลุ่มสมั พนั ธ์ ๘. วินยั และความรับผิดชอบของลกู เสอื สามัญรุ่นใหญ่ชอ่ สะอาดในการสร้างสังคมท่ีดี ๙. พลเมอื งดมี ปี ระชาธิปไตยตามหนา้ ที่ท่ี ป.ป.ช. ต้องการ ๑๐. การสรา้ งพลเมอื งดดี ้วยคา่ นิยมของลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ช่อสะอาด ๑๑. ความซอื่ สตั ยส์ ุจริตตามแนวคดิ ของ ป.ป.ช. ๑๒. แนวคิดในการสร้างปณธิ านว่าด้วยลูกเสือสามัญรุ่นใหญช่ อ่ สะอาด ๑๓. การชุมนมุ รอบกองไฟ ๑๔. แนวคดิ ในการรวมตวั เปน็ เครอื ข่ายลูกเสอื สามญั ร่นุ ใหญช่ อ่ สะอาด ๑๕. การจดั ทําโครงการรณรงคป์ อ้ งกนั และปราบปรามการทุจริต โดยเครือข่ายลูกเสือ สามญั รุ่นใหญช่ ่อสะอาด ปฏบิ ตั กิ จิ กรรม อยา่ งน้อย ๓ กจิ กรรม เครื่องหมายลูกเสอื สามญั รุ่นใหญ่ช่อสะอาด ตนเอง เพ่ือน/ ครอบครัว/ ผ่าน ภายใน ๓ เดอื น สถานศกึ ษา ชุมชน ประเมนิ ผล ไม่ผา่ น 191   ๓ 

๑. วัตถปุ ระสงคข องการฝก อบรม ๑.๑ เพือ่ ใหผ ูเขา รบั การฝก อบรมตระหนักในหนา ทแี่ ละมีจติ อาสา ๑.๒ เพ่ือใหผูเขา รับการฝก อบรมมีความรู ความเขา ใจในหนา ทขี่ องพลเมืองดีมปี ระชาธปิ ไตย ๑.๓ เพ่ือใหผูเขารับการฝกอบรมมีความรู ความเขาใจ และมีสวนรวมในการปองปรามการทุจริต โดยสามารถเผยแพรใหกบั บคุ คลในครอบครวั เพอ่ื น และชมุ ชนได ๑.๔ เพื่อใหผูเขารับการฝกอบรมเรียนรูและสามารถปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวของกบั ป.ป.ช. ได ๑.๕ เพอื่ ใหผูเขารับการฝก อบรมมคี วามรแู ละสามารถปฏบิ ตั ิตนเปน คนซื่อสัตยส จุ รติ ๒. มาตรฐานผูผ านการฝก อบรม ผูท่ีผานการฝกอบรมมีคุณสมบัติที่พึงประสงคดานความซ่ือสัตย สุจริต มีจิตสํานึกและมีสวนรวม ในการปองกนั และปราบปรามการทุจริต ๓. คณุ สมบัตผิ เู ขา รบั การฝก อบรม เปนลูกเสือสามัญรุนใหญ เนตรนารีสามัญรุนใหญ ยุวกาชาด และสมาชิกผูบําเพ็ญประโยชน ระดับ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท่ี ๑ - ๓ ๔. ระยะเวลาการฝกอบรม จํานวน ๓ วัน ๒ คนื ๕. คําอธิบายหลกั สูตร เปน การเรียนรูเกย่ี วกบั กฎหมาย ระเบียบของ ป.ป.ช. ความซื่อสัตยส ุจริต การมีสวนรวมในการปองกัน และปราบปรามการทจุ รติ การมีจติ อาสา หนาที่พลเมืองท่ีมีประชาธิปไตย ประพฤติตนตามคําปฏิญาณและกฎ ของลูกเสือ ๖. กิจกรรม/รายวชิ า ๖.๑ ปฐมนเิ ทศการฝกอบรมหลักสตู รลูกเสอื สามญั รุนใหญช อ สะอาด ๖.๒ พธิ เี ปดการฝก อบรม ๖.๓ วตั ถุประสงคข องการฝกอบรมหลักสตู รลูกเสือสามญั รุนใหญช อสะอาด ๖.๔ ยทุ ธศาสตรชาตวิ า ดว ยการปองกนั และปราบปรามการทุจรติ ที่ลกู เสือควรรู ๖.๕ เร่อื งนา รูของ ป.ป.ช. ท่ลี กู เสือสามัญรนุ ใหญชอ สะอาดควรรู ๖.๖ คําปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื สามญั รนุ ใหญชอสะอาดกบั การสรา งพลเมืองดี ๖.๗ กลุมสมั พนั ธ ๖.๘ วินยั และความรับผิดชอบของลูกเสอื สามัญรุน ใหญชอสะอาดในการสรางสงั คมท่ดี ี ๖.๙ พลเมอื งดีมปี ระชาธิปไตยตามหนา ที่ท่ี ป.ป.ช. ตองการ ๖.๑๐ การสรางพลเมืองดีดว ยคา นยิ มของลกู เสือสามัญรุน ใหญชอสะอาด ๖.๑๑ ความซอ่ื สตั ยสุจรติ ตามแนวคดิ ของ ป.ป.ช. ๖.๑๒ แนวคดิ ในการสรา งปณิธานวาดวยลกู เสือสามัญรุนใหญชอ สะอาด ๖.๑๓ การชุมนุมรอบกองไฟ ๖.๑๔ แนวคดิ ในการรวมตวั เปนเครอื ขายลกู เสอื สามัญรุนใหญชอสะอาด ๖.๑๕ การจัดทําโครงการรณรงคปองกันและปราบปรามการทุจริต โดยเครือขายลูกเสือสามัญรุนใหญ ชอ สะอาด ๔ 192

๗. วิธีการฝกอบรม ๗.๑ การบรรยาย ๗.๒ การสาธิตและปฏิบัติ ๗.๓ การสอนแบบฐานเรยี นรู ๗.๔ เพลง/เกม ๗.๕ Mind Mapping ๗.๖ บทบาทสมมตุ ิ ๗.๗ กจิ กรรมกลมุ : การระดมสมอง (Brain Storming) ๗.๘ กจิ กรรมกลมุ สมั พันธ ๗.๙ กจิ กรรมชุมนมุ รอบกองไฟ ๘. การประเมนิ ผล ประเมินผลจากการเขารับการฝกอบรมและเขา รว มกิจกรรม ๘.๑ วธิ ีการวัดผล : สงั เกตพฤติกรรม ประเมนิ ความรู ประเมินผลงาน ๘.๒ เครอื่ งมือวัดผล : แบบสงั เกตพฤติกรรม แบบประเมนิ ความรู แบบประเมนิ ผลงาน ๘.๓ เกณฑการประเมินผล : ผานเกณฑรอยละ ๘๐ ๙. เกณฑการผา นหลกั สูตร ๙.๑ เวลาเขา รวมการฝก อบรมไมน อ ยกวา รอยละ ๘๐ ๙.๒ ผานเกณฑการประเมินทุกวชิ าไมต ่ํากวารอยละ ๘๐ ๙.๓ ปฏิบัติกิจกรรมของลูกเสือ เพื่อขอรับเครื่องหมายลูกเสือสามัญรุนใหญชอสะอาด อยางนอย ๓ กิจกรรม หากไมผานเกณฑการประเมนิ ผล ใหปฏิบัตกิ ิจกรรมนน้ั อกี คร้งั ภายในระยะเวลา ๓ เดอื น ๑๐. สอื่ การฝก อบรม ๑๐.๑ สอื่ โสตทัศนปู กรณ ๑๐.๒ ใบงาน ใบความรู ใบกิจกรรม การสาธิต การแสดงบทบาทสมมติ ๑๐.๓ แผนภมู ิ รูปภาพ แผน ภาพ แผน พบั ทเ่ี กย่ี วกับเน้ือหาการปอ งกันและปราบปรามการทจุ รติ ๑๐.๔ กระดาษ A4 ๑๐.๕ อุปกรณเ ครื่องเขียน ปากกาเคมี สีตกแตงงานฝม ือ ๑๐.๖ เพลง/เกม ๑๐.๗ ภาพยนตร นิทาน เก่ยี วกบั ความซ่ือสตั ย ๑๐.๘ เครือ่ งคอมพิวเตอรช นดิ พกพา ๑๐.๙ วีดิทัศน ๑๐.๑๐ เคร่ืองฉายโปรเจคเตอร ๑๐.๑๑ เคร่ืองเสยี ง ๑๐.๑๒ เครอื่ งดนตรี เชน กลอง ฉิง่ ฉาบ กรับ ฯลฯ ๑๐.๑๓ เครอ่ื งแตง กายและอุปกรณประกอบการแสดง ๑๐.๑๔ บทเพลง ๑๐.๑๕ ไหมพรม ๕ 193