• ระบบหมู ระบบกลุม • การทดสอบเปน ขน้ั ๆ • เครอ่ื งหมายวชิ าพิเศษ • กจิ กรรมกลางแจง ๕. วธิ กี าร วิธีการที่จะบรรลุถึงจุดหมายหรืออุดมการณของคณะลูกเสือแหงชาติ คือ การจัดใหมีการฝกอบรมที่ กาวหนา สนุกสนาน ดึงดูดใจโดยอาศัยคําปฏิญาณและกฎของลูกเสือเปนบรรทัดฐาน มีผูใหญเปนผูคอยให คําแนะนํา กุศโลบายในการฝกอบรมลกู เสือ ใชหลักสําคัญดังตอไปน้ี ๕.๑ เคร่ืองแบบลูกเสือถือวาเปนเครื่องแบบท่ีมีเกียรติ เปนเครื่องหมายแหงความดี ดังน้ัน ลูกเสือจะตองพิถีพิถันในการแตงเคร่ืองแบบลูกเสือท่ีถูกตองและสะอาดเรียบรอยอยูเสมอ กับท้ังจะตอง ประพฤตปิ ฏบิ ัติตนใหสมกับท่ีไดชื่อวาเปนลูกเสือ เพื่อเปนการรักษาช่ือเสียงของตนและของคณะลูกเสือแหงชาติ สว นเจาหนา ท่ีทุกคนกค็ วรแตง เคร่ืองแบบลูกเสือในโอกาสอันควร และถือวาเคร่ืองแบบลูกเสือเปนเคร่ืองหมาย แหงความเสียสละในการทตี่ นไดม ีบทบาทในการฝก อบรมใหเ ปนพลเมอื งดี ๕.๒ คําปฏิญาณและกฎของลูกเสือ ผูกํากับพึงหมั่นฝกอบรมใหลูกเสือเขาใจและปฏิบัติตาม คําปฏิญาณและกฎของลูกเสืออยูเสมอ โดยเฉพาะในเรื่องความจงรักภักดีตอชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย ความเปนพี่นองของลูกเสือทั่วโลกและการกระทําความดีตาง ๆ โดยเนนใหเห็นวาผูเปนพลเมืองดีน้ันจะตองเปน ผูกระทาํ ความดีและใชค วามดนี ั้นใหเปน ประโยชน มใิ ชเปนคนดีโดยอยูเฉย ๆ ไมท ําอะไรเลย ๕.๓ การบําเพ็ญประโยชนตอผูอ่ืน เปนเร่ืองที่ทําใหกิจการลูกเสือมีชื่อเสียง และเปนท่ีรูจัก ของบุคคลท่ัวไป รากฐานของคติพจนของลูกเสือท้ัง ๔ ประเภท เกี่ยวของกับอุดมคติของลูกเสือในการบําเพ็ญ ประโยชนตอ ผูอ่นื “ทาํ ดที ่สี ุด” คือ การทาํ เพ่ือคนอ่นื หรือเพื่อสวนรวม เปนการกระทาํ ทด่ี ีท่สี ุด “จงเตรยี มพรอม” คอื พรอ มท่ีจะทาํ ความดี พรอ มเพอ่ื สรา ง พรอ มเพื่อสวนรวม “มองไกล” คอื มองใหเห็นเหตุผล มองใหเห็นคนอื่น มองใหเห็นสวนรวม มิใชมอง แตต ัวเองหรือผลประโยชนข องตัวเอง “บริการ” คือ การใหค วามชว ยเหลอื แกผูอ ื่น แกสวนรวม นอกจากนี้ในคําปฏิญาณและกฎของลูกเสือก็ไดระบุถึงการบําเพ็ญประโยชนตอผูอ่ืน โดยถือวา สาํ คญั มาก แหลง หรอื โอกาสท่ีลูกเสอื จะบาํ เพญ็ ประโยชนนั้น ควรเร่ิมจากส่ิงท่ีใกลตัวกอนแลวขยายใหกวางขวาง ออกไปตามวัยและความสามารถของลกู เสอื ๕.๔ การฝกอบรมทตี่ อเน่ืองกันและกา วหนาสูงขึน้ ๕.๕ ระบบหมูฝก ความรับผดิ ชอบ การเปนผูนาํ ผูตาม การปกครองระบอบประชาธิปไตย ๕.๖ ระบบเคร่ืองหมายวิชาพิเศษมีมากมายหลายอยาง ซ่ึงลูกเสืออาจเลือกเรียนเรื่องท่ีตน สนใจได และเม่ือไดผานการทดสอบแลวก็จะไดรับเครื่องหมายซ่ึงนํามาติดกับเครื่องแบบ เปนการเชิดชูเกียรติ และแสดงสมรรถภาพของตนสวนหน่งึ ๕.๗ กิจกรรมโดยเฉพาะกิจกรรมกลางแจง เชน เดินทางไกล อยูคา ยพกั แรม ๕.๘ การเลน (เกมตาง ๆ) ๕.๙ การรองเพลงและการชุมนมุ รอบกองไฟ ๑๓๘ 144
๖. แนวการพฒั นาลูกเสือ ๘ ประการ ๖.๑ พฒั นาทางกาย ๖.๒ พัฒนาทางสติปญ ญา ๖.๓ พัฒนาทางจติ ใจและศีลธรรม ๖.๔ พัฒนาในเร่ืองการสรา งคานิยมและเจตคติ ๖.๕ พัฒนาทางสัมพันธระหวางบคุ คล ๖.๖ พฒั นาทางสมั พนั ธทางสังคม ๖.๗ พฒั นาทางสัมพันธตอชุมชน ๖.๘ พัฒนาการทางดานความรับผดิ ชอบตอ สิง่ แวดลอม ๗. พลเมืองดใี นทศั นคติของการลูกเสือ ๗.๑ มคี วามจงรกั ภกั ดตี อชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ๗.๒ มีเกียรตเิ ช่อื ถอื ได ๗.๓ มรี ะเบียบวินัย สามารถบงั คับใจตนเองได ๗.๔ สามารถพง่ึ ตนเองได ๗.๕ เต็มใจและสามารถชว ยเหลอื ชุมชน และบําเพ็ญประโยชนต อผูอ ่นื ไดทกุ เม่อื ๘. ประโยชนของการลูกเสอื ๘.๑ เปนการศึกษานอกระบบ (NON FORMAL EDUCATION) ๘.๒ ชวยเสรมิ การศกึ ษาในโรงเรียน ในดา น • ความประพฤติ นิสัยใจคอ สติปญ ญา • ความมีระเบียบวินยั • สุขภาพและพลัง • การฝม ือและทักษะ • หนา ทพ่ี ลเมืองและการบาํ เพ็ญประโยชนตอ ผูอืน่ ๙. ทานไดอ ะไรจากการเปน ลูกเสอื ๙.๑ ไดผจญภยั (ADVENTURE) ๙.๒ มมี ติ รมากขึน้ (FRIENDSHIP) ๙.๓ มีชีวิตโลดแลนในกลางแจง (OUTDOOR LIFE) ๙.๔ มคี วามสนกุ (ENJOYMENT) ๙.๕ ไดรบั ความสมั ฤทธผิ ล (ACHIEVEMENT) ๑๐. กจิ การลูกเสือตอ งการอะไร ๑๐.๑ ตอ งการเยาวชนมาสมัครเปนลูกเสือมากขึ้น (พลเมืองดีมีคุณภาพจะมากข้นึ ) ๑๐.๒ ตองการผูบ ังคบั บัญชาท่ีมีสมรรถภาพในการฝก อบรม ๑๐.๓ ตอ งการเงนิ เพียงพอเพอื่ นํามาใชใ นการฝก อบรมและบรหิ ารกิจการลูกเสือ ๑๓๙ 145
แบบประเมนิ การปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ชอ่ื วิชา สาระสําคญั และวัตถุประสงคของคณะลูกเสือกับการสรางพลเมอื งชอสะอาด หมู............................... ขอ รายการประเมนิ ระดับคณุ ภาพ ๑ ๑ การตรงตอเวลา ๔๓๒ ๒ ระบบหมูแ ละการมีสว นรว มของสมาชกิ ๓ การสรปุ ความรทู ่ีไดรบั รวม ลงช่ือ................................................. (..................................................) ผกู าํ กบั ลูกเสือ เกณฑการประเมินผล รายการท่ปี ระเมนิ ดมี าก (๔) ระดับคณุ ภาพ/คะแนน ปรบั ปรุง (๑) ดี (๓) พอใช (๒) ปฏิบัตไิ มไดเลย ๑. การตรงตอเวลา ๑. การเขารว ม ปฏบิ ตั ิได ๒ ขอ ปฏบิ ัติได ๑ ขอ สมาชกิ ๓ คน กิจกรรมตามเวลา ใน ๓ ขอ ใน ๓ ขอ ข้ึนไป ไมไ ด /ตรงตอเวลา มสี ว นรวม ๒. ผลงานสําเรจ็ ผิด ๓ ขอ ขนึ้ ไป ตามเวลาท่กี ําหนด ๓. การนาํ เสนอใช เวลาตามที่กาํ หนด ๒. ระบบหมูแ ละ ทกุ คนมสี วนรวม สมาชกิ ๑ คน สมาชกิ ๒ คน การมีสว นรวม ไมไ ดม ีสว นรวม ไมไดม ีสว นรวม ของสมาชิก ๓. การสรุปความรู ถูกตองทุกขอ ผดิ ๑ ขอ ผดิ ๒ ขอ ท่ีไดร ับ ๑๔๐ 146
ชอ่ื วิชา การสรางจิตอาสาและบําเพ็ญประโยชน บทเรยี นท่ี ๑๔ เวลา ๙๐ นาที ขอบขา ยรายวชิ า เพ่ือใหผูเขารับการฝกอบรมสามารถมีจิตสํานึกอาสาสมัครท่ีเร่ิมจากเด็กและเยาวชนในโรงเรียนจนถึง ระดับอุดมศึกษา เปนส่งิ ทส่ี ถานศกึ ษาหลายแหงสามารถกระตุนและสงเสริม สนบั สนนุ และสรางความตระหนัก รูถึงการให และการอาสาชวยเหลือสังคม เปนการปลูกฝงคานิยมของทุกภาคสวนในการทํากิจกรรมที่เปน ประโยชนแกผูอ่ืนโดยไมหวังผลตอบแทน กอเกิดความภาคภูมิใจท่ีมีโอกาสทําประโยชนตอผูอ่ืน อันจะเปน การปลูกฝงจิตสํานึกรับผิดชอบตอสังคม และเติบโตเปนทรัพยากรท่ีมีคุณคาตอไปอีกประการหนึ่ง การทํางาน อาสาสมคั ร การสรางพืน้ ทีเ่ รียนรู การทาํ งานอาสาสมคั รโดยผานประสบการณของกิจกรรมตาง ๆ จดุ หมาย เพอื่ ใหผ เู ขารับการฝกอบรมมีจิตสาํ นึกอาสาสมัคร วัตถุประสงค เมือ่ จบบทเรยี นน้แี ลว ผเู ขา รบั การฝกอบรมสามารถ ๑. มีจติ สํานึกอาสาสมคั ร ๒. ไดร ับการปลูกฝง คา นยิ มของทุกภาคสว นในการทํากจิ กรรมท่ีเปนประโยชน กิจกรรมการสอน ๑๐ นาที ๑. นาํ เขาสูบทเรียนโดยใชเ พลงท่ีเก่ยี วของกับความรบั ผดิ ชอบ ๒๐ นาที หรอื ใชเ กม ส่ือ วีดิทศั น นทิ าน ฯลฯ ๒๐ นาที ๒. บรรยายเนื้อหานําไปสูก ารปฏิบตั งิ านของผเู ขา รับการฝกอบรม ๓๐ นาที ๓. แบง ลกู เสือเพ่ือศึกษาและปฏบิ ัตติ ามใบงาน ๑๐ นาที ๔. รายงานผลการปฏบิ ัติตามใบงาน ๕. อภปิ รายสรุป สื่อการสอน ๑. เพลง ภาพ แผนภมู ิ เกม นิทาน สอ่ื วดี ิทศั น ๒. ใบความรู ๓. ใบงาน การประเมนิ ผล ๑. การสงั เกต ๑.๑ การเขารวมกิจกรรม ๑.๒ ความรวมมือในการปฏิบตั ิกจิ กรรม ๒. การประเมนิ ๒.๑ ประเมนิ การปฏบิ ัตกิ จิ กรรมกลุม ๒.๒ แบบประเมนิ การปฏิบัตกิ ิจกรรม ๒.๓ ผา นเกณฑรอยละ ๘๐ ๑๔๑ 147
เนอ้ื หาวชิ า เนื้อหาท่ีสอดคลอ งกับวัตถุประสงคการสรา งจิตอาสาและบาํ เพ็ญประโยชน ๑. การสรา งจิตสาํ นกึ อาสาสมัครท่เี ริ่มจากเด็กและเยาวชนในโรงเรยี นจนถึงระดับอุดมศกึ ษานั้น เปนสิ่ง ท่ีสถานศึกษาหลายแหงสามารถกระตุน สงเสริม สนับสนุนและสรางความตระหนักรูถึงการใหและการอาสา ชว ยเหลือสังคม ๒. การปลูกฝงคานิยมของทุกภาคสวนในการทํากิจกรรมท่ีเปนประโยชนแกผูอ่ืนโดยไมหวัง ผลตอบแทน กอเกิดความภาคภูมิใจท่ีมีโอกาสทําประโยชนตอผูอื่น อันจะเปนการปลูกฝงจิตสํานึกรับผิดชอบ ตอ สงั คม และเติบโตเปน ทรัพยากรที่มีคณุ คาตอไป ๓. การสรางพน้ื ท่ีเรียนรูก ารทาํ งานอาสาสมัครผา นประสบการณข องกิจกรรมตา ง ๆ ๑๔๒ 148
เอกสารประกอบการสอนท่ี ๑ ความหมายของ “จติ อาสา” และ “จติ สาธารณะ” ความหมายของ “จิตอาสา” จิตอาสา หรือจิตสาธารณะ (Public Consciousness หรือ Public Mind) หมายถึง จิตสํานึกเพ่ือ สวนรวม เพราะคําวา “สาธารณะ” คือ ส่ิงท่ีมิไดเปนของผูหนึ่งผูใด จิตสาธารณะจึงเปนความรูสึกถึงการเปน เจา ของในส่งิ ท่ีเปน สาธารณะ ในสทิ ธิและหนา ทที่ จี่ ะดูแลและบํารุงรกั ษารว มกนั จิตอาสา หรือมีจิตสาธารณะ” ยังหมายรวมถึง จิตของคนท่ีรูจักความเสียสละ ความรวมมือ รวมใจ ในการทําประโยชนเพ่ือสวนรวม จะชวยลดปญหาท่ีเกิดข้ึนในสังคม ชวยกันพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อเปน หลักการในการดําเนินชีวิต ชวยแกปญหาและสรางสรรคใหเกิดประโยชนสุขแกสังคม เชน การชวยกันดูแล รักษาส่ิงแวดลอม โดยการไมท้ิงขยะลงในแหลงน้ํา การดูแลรักษาสาธารณสมบัติ เชน โทรศัพทสาธารณะ หลอดไฟฟาท่ใี หค วามสวา งตามถนนหนทาง แมแตก ารประหยัดนํ้าประปา หรือไฟฟาท่ีเปนของสวนรวม โดยใช ใหเกิดประโยชนอยางคุมคา ตลอดจนชวยกันดูแลรักษา ใหความชวยเหลือผูตกทุกขไดยาก หรือผูท่ีรองขอ ความชวยเหลือเทาท่ีจะทําได ตลอดจนรวมมือกระทําเพ่ือไมใหเกิดปญหาหรือชวยกันแกปญหา แตตองไมขัด ตอกฎหมาย เพือ่ รกั ษาประโยชนสวนรวม ราชบัณฑิตยสถาน ไดใหความหมายของ จิตสํานึกทางสังคม หรือจิตสํานึกสาธารณะวา คือ การตระหนกั รูและคาํ นงึ ถึงสว นรวมรวมกนั หรอื การคาํ นงึ ถงึ ผูอ่นื ทร่ี ว มสัมพนั ธเ ปนกลมุ เดียวกนั สํานักงานคณะกรรมการวิจัยแหงชาติ ไดใหความหมายวา การรูจักเอาใจใสเปนธุระ และเขารวมใน เรื่องของสวนรวมท่ีเปนประโยชนตอประเทศชาติ มีความสํานึกและยึดมั่นในระบบคุณธรรมและจริยธรรม ทด่ี ีงาม ละอายตอสิ่งผิด เนน ความเรียบรอย ประหยดั และมคี วามสมดุลระหวางมนุษยก บั ธรรมชาติ สรุป จิตอาสา หรือจิตสาธารณะ หรือจิตสํานึกสาธารณะ คือ จิตสํานึก (Conscious) เปนการตระหนัก รตู วั หรอื เปน จิตสวนทร่ี ูต วั รวู าทําอะไร อยูท่ไี หน เปน อยางไรขณะท่ีตนื่ อยูนั่นเอง สว นคาํ วา สาธารณะ (Public) เปนการแสดงออกเพอ่ื สังคมสวนรวม เปนการบริการชุมชน ทําประโยชน เพ่อื สังคม ถาเปน สง่ิ ของก็ตองใชประโยชนรวมกัน เม่ือนําสองคํามารวม หมายถึง การตระหนักรูตนที่จะทําสิ่งใด เพือ่ เห็นแกป ระโยชนสวนรวม จิตสาธารณะ ในโลกปจจบุ ันทมี่ ีการเปลี่ยนแปลงอยางรวดเรว็ เนือ่ งมาจากความกา วหนาของเทคโนโลยีตาง ๆ สงผล ใหประเทศไทยตองเรงพัฒนาตนเองเพื่อใหทันกับการเปลี่ยนแปลงและสามารถแขงขันกับนานาประเทศ ซง่ึ กระแสการเรงพฒั นาและเศรษฐกิจท่ีบีบรัด ไดสงผลกระทบตอวิถีชีวิตของคนในสังคมไทยใหเกิดการแขงขัน มคี า นยิ มทางวัตถุสงู เกดิ การเอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน มุงแสวงหาผลประโยชนใหกับตนมากกวาสวนรวม ขาดการพัฒนาคุณธรรมจรยิ ธรรมอยา งจรงิ จงั และตอเน่ือง ทําใหเกิดภาวะขาดสมดุลทั้งทางจิตใจและวัตถุ ดังน้ัน ความสํานึกตอสวนรวมจึงลดนอยลงทุกวัน ความเจริญทางดานวัตถุในปจจุบันทําใหสังคมมีคานิยมให ความสําคัญและแสวงหาเงินทองอํานาจมากกวาใหความสําคัญดานจิตใจ สังคมจึงกลับเสื่อมโทรมลง ปญหา มากมาย การปลูกฝงจติ ใจใหบ คุ คลมคี วามรบั ผิดชอบตอ ตนเองและสังคมจึงควรเกิดข้ึนในสังคม ดวยเหตุนี้ จึงมี การกลาวถึงคําวา \"จิตสาธารณะ\" มากขึ้น เพื่อประโยชนที่จะเปนแนวคิดตอตนเองอันจะสรางประโยชน กอใหเกิดการพัฒนาแกสังคม การปลูกฝงจิตใจใหบุคคลมีความรับผิดชอบตอตนเองและสังคมเปนการสราง คุณธรรมจริยธรรม ซ่ึงเปน เรอื่ งทเ่ี กิดจากภายใน \"จิตสาธารณะ\" เปน สง่ิ หนงึ่ ที่มีความสําคัญในการปลูกจิตสํานึก ใหคนรูจักเสียสละ รวมแรงรวมใจ มีความรวมมือในการทําประโยชนเพื่อสวนรวม ชวยลดปญหาที่เกิดขึ้นใน ๑๔๓ 149
สังคม ชวยกันพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อเปนหลักการในการดําเนินชีวิต ชวยแกปญหาและสรางสรรคใหเกิด ประโยชนสขุ แกสงั คม ความหมายของจิตสาธารณะ ความหมายของจติ สาธารณะ มีผทู ่ใี หค วามหมายไวม าก ดงั น้ี อาจารยจ ันทิรา ธนสงวนวงศ ไดใหความหมายวา จิตสาธารณะ (Public Mind) หมายถึง จิตสํานึก เพื่อสว นรวม เพราะคาํ วา “สาธารณะ” คือ ส่ิงที่มิไดเปนของผูหนึ่งผูใด จิตสาธารณะจึงเปนความรูสึกถึงการเปน เจาของในส่ิงท่ีเปนสาธารณะ ในสิทธิและหนาท่ีท่ีจะดูแลและบํารุงรักษารวมกัน เชน การชวยกันดูแลรักษา สิ่งแวดลอมโดยการไมทิ้งขยะลงในแหลงน้ํา การดูแลรักษาสาธารณะสมบัติ เชน โทรศัพทสาธารณะ หลอดไฟ ทใ่ี หแสงสวางตามถนนหนทาง แมแ ตก ารประหยัดนํ้าประปาหรือไฟฟาท่ีเปนของสวนรวม โดยใหเกิดประโยชน คุมคา ชวยดูแลรักษาใหความชวยเหลือผูตกทุกขไดยากหรือผูที่รองขอความชวยเหลือเทาท่ีจะทําได ตลอดจน รว มมอื กระทาํ เพ่อื ใหเกิดปญ หา หรอื ชวยกนั แกป ญหาแตตอ งไมข ดั ตอกฎหมาย เพ่อื รกั ษาประโยชนส วนรวม จิตสาธารณะเพ่อื สว นรวม จติ สาํ นึกเพ่ือสวนรวมน้นั สามารถกระทาํ ได โดยมีแนวทางเปน ๒ ลกั ษณะ ดงั น้ี ๑. โดยการกระทําตนเอง ตองมีความรับผิดชอบตอตนเอง เพ่ือไมใหเกิดผลกระทบและความเสียหาย ตอสวนรวม ๒. มีบทบาทตอ สงั คมในการรกั ษาประโยชนของสว นรวม เพ่ือแกปญหา สรางสรรคสังคม ซึ่งถือวาเปน ความรบั ผิดชอบตอ ตนเองและสังคม ราชบัณฑติ ยสถาน ไดใ หค วามหมายของจติ สํานกึ ทางสงั คม หรือจิตสํานกึ สาธารณะวา คือการตระหนักรู และคํานงึ ถงึ สว นรวมรว มกัน หรือการคาํ นึงถงึ ผูอ่ืนท่ีรวมสมั พนั ธเปน กลุม เดยี วกัน สํานักงานคณะกรรมการวจิ ัยแหงชาติ ไดใ หค วามหมายวา การรูจกั เอาใจใสเ ปน ธุระและเขารวมในเรื่อง ของสวนรวมท่ีเปนประโยชนตอประเทศชาติ มีความสํานึกและยึดม่ันในระบบคุณธรรมและจริยธรรมท่ีดีงาม ละอายตอ สง่ิ ผดิ เนน ความเรียบรอย ประหยดั และมคี วามสมดลุ ระหวา งมนุษยก บั ธรรมชาติ นวรินทร ตากอนทอง ไดใหความหมายวา จิตสาธารณะ คือการแสดงออกถึงความรับผิดชอบตอ สวนรวม พรอมที่จะเสียสละและอุทิศตนเพื่อประโยชนสวนรวม มีความปรารถนาท่ีจะชวยแกปญหาใหแกผูอ่ืน หรือสังคมดวยความเต็มใจ โดยพิจารณาจากความรู ความเขาใจ ความรูสึกหรือพฤติกรรมท่ีแสดงออกถึง ลักษณะดังกลาว ไมวาจะเปนดานการรับผิดชอบตอสาธารณะสมบัติและทรัพยากรธรรมชาติ ดานการทํา กิจกรรมเพอ่ื สังคม เขา รว มในเรื่องสว นรวมที่เปนประโยชนร ว มกนั ของกลุม ดานการรับรูและตระหนักถึงปญหา ที่เกิดขึ้นและมีการแกไขปญหาท่ีเกิดข้ึนในสังคมรวมกัน ซ่ึงจะเห็นไดวา จิตสาธารณะเปนคุณลักษณะที่สําคัญ อยางยิ่งในการยกระดับจิตใจของมนุษย ใหหันมามองถึงประโยชนสวนรวม ชวยเหลือซ่ึงกันและกัน รวมทั้ง รวมมือกันพัฒนาสังคมและประเทศชาติใหมีความสงบสุข และความพยายามในการปลูกฝงจิตสาธารณะให เกิดขึ้นในสังคมไทยในปจจุบัน ไดกําหนดไวในมาตรฐานการศึกษาของชาติ มาตรฐานที่ ๑ คุณลักษณะของ คนไทยที่พึงประสงค ท้ังในฐานะพลเมืองและพลโลก โดยคนไทยตองเปนคนเกง คนดี และมีความสุข ตัวบงชี้ คือ กําลังกาย กําลังใจท่ีสมบูรณ ความรูและทักษะท่ีจําเปนและเพียงพอในการดํารงชีวิต และการพัฒนาสังคม ทกั ษะการเรียนรูและการปรับตัว ทักษะทางสังคม คุณธรรม จิตสาธารณะและจิตสํานึกในความเปนพลเมืองไทย และพลโลก โดยมุง ปลูกฝงจิตสํานึกท่ีถูกตองดานตาง ๆ ใหกับผูเรียน รวมถึงการรูจักรักษาผลประโยชนสวนรวม และของประเทศชาติ และเพ่ือความมั่นใจวาคุณลักษณะท่ีพึงประสงคดังกลาวไดเกิดขึ้นกับผูเรียนในระดับ สถานศกึ ษา จึงกําหนดมาตรฐานการประกนั คณุ ภาพการศกึ ษาท้งั ภายในและภายนอกสถานศึกษา ซึ่งจะเห็นได วาพระราชบัญญัติการศึกษา หลักสูตรสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ไดใหความสําคัญกับการมีจิตสาธารณะที่เห็นแก ๑๔๔ 150
ประโยชนสวนรวม การรูจักดูแลของสวนรวม รวมถึงรูจักการรักษาผลประโยชนสวนรวมและของประเทศชาติ ถาบุคคลมีจิตสาธารณะบกพรอง มีนอยหรือขาดไป จะสงผลกระทบตอหลายระดับ ท้ังตอตนเอง ครอบครัว องคกร ชมุ ชน ประเทศชาติ และมผี ลตอระดบั โลกตามมา คําวาจิตสาธารณะในภาษาไทย เปน ศพั ทใหมทีเ่ กดิ ข้นึ ในชวงเวลาทศวรรษท่ีผานมา เปนคําท่ีใชแปลจาก ภาษาอังกฤษท่ีเรียกวา public consciousness/public mind/public minds/public service/service mind สวนคําแปลในภาษาไทย นอกจากใชวาจิตสาธารณะแลว มีคําที่ใชในความหมายเดียวกันคําอื่น ๆ คือ สํานึก สาธารณะ/จิตสาํ นกึ สาธารณะ/จติ บริการ/จิตอาสา/จติ สํานกึ ทางสังคม เปน ตน ความหมายของจิตสาธารณะหรือ Public Consciousness มีความหมายหลากหลาย โดยภาพรวม อาจสรปุ ความหมายของ จิตสาธารณะ ไดดงั นี้ ๑. จิตสาธารณะ คือ จิตสํานึกเพ่ือสวนรวม (ปทานุกรมราชบัณฑิตสถาน ๒๕๓๘ ใหความหมายไววา เปน ภาวะที่จติ ตืน่ และรูสึกตัว สามารถตอบสนองส่ิงเราจากประสาทสัมผัสทั้ง ๕ คือ รูป รส กลิ่น เสียง และส่ิง สัมผสั ได การตระหนักรู และคาํ นงึ ถึงสว นรวมรวมกนั /การคาํ นงึ ถึงผอู นื่ ทร่ี ว มสมั พันธเปนกลุมเดยี วกนั ๒. จิตสาธารณะ คือ จิตอาสาที่แสดงออกมาในรูปของพฤติกรรมท่ีเกิดข้ึนดวยความสมัครใจเพ่ือ สวนรวม โดยการแสดงออกดวยการอาสา ไมม ใี ครบงั คับ ๓. จิตสาธารณะ คอื การสาํ นกึ สาธารณะ ซึง่ หมายถึง การที่บุคคลตระหนักรูและคํานึงถึงประโยชนสุข ของสวนรวมและสงั คม เหน็ คุณคา ของการเอาใจใสดูแลรักษาสิ่งตาง ๆ ท่ีเปนของสว นรวม ๔. จติ สาธารณะ คือ จิตบริการท่ีเก่ียวกับการคิดและการปฏิบัติใหความชวยเหลือผูอื่น เปนการประพฤติ ปฏิบตั ทิ ม่ี งุ ความสุขของผอู น่ื ท่ตี งั้ อยูบ นพืน้ ฐานของความตง้ั ใจดีและเจตนาดี ๕. จิตสาธารณะ คือ จิตสํานึกทางสังคมท่ีสํานักงานคณะกรรมการวิจัยแหงชาติ ไดอธิบายวาเปน การรูจักเอาใจใสเปนธุระและเขารวมในเร่ืองของสวนรวมท่ีเปนประโยชนตอประเทศชาติ มีความสํานึกและ ยึดมั่นในระบบคุณธรรมและจริยธรรมท่ีดีงาม ละอายตอสิ่งผิด เนนความเรียบรอย ประหยัด และมีความสมดุล ระหวางมนุษยก ับธรรมชาติ จากความหมายของจิตสาธารณะที่กลาวมาแลวขางตน ทําใหเกิดประเด็นความคิดวา เราจะประยุกต การสรางจิตสาธารณะใหกับสังคมไดอยางไร สรางแลวสังคมจะไดอะไร จะเปนอะไร และสาเหตุใดจึงเปน ความจําเปนที่จะตองสรางจิตสาธารณะใหเกิดขึ้น ตอประเด็นตาง ๆ เหลาน้ี ส่ิงแรกที่เราจะตองพิจารณาก็คือ ตรวจดวู าสภาพสังคมในปจจุบัน โดยเฉพาะสังคมไทยมีสภาพการณเปนอยางไรบาง จึงจะตองนําจิตสาธารณะ มาเก่ียวของ ประเดน็ ตาง ๆ ทีค่ วรหยบิ ยกมาพจิ ารณาถึงสภาพของสังคมปจจบุ นั มีท่ีสําคัญ ๆ คอื ๑. สังคมปจจุบัน เปนสังคมแหงบริโภคนิยม ซ่ึงเนนถึงความสําคัญของวัตถุเปนหลัก ใหความสําคัญ แกมูลคามากกวาคุณคา มุงการใชประโยชนจากธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อนํามาดัดแปลงเปน เทคโนโลยีท่ีอํานวยความสะดวกสบายใหแกตน เปนสังคมที่ไหลไปตามกระแสโลกาภิวัตนของความเปนวัตถุ นิยม เปนสังคมที่เช่ือในลัทธิเอาอยางและการแขงขันเพ่ือสรางปริมาณมากกวาคุณภาพ เปนสังคมท่ีวัดกันที่ ความมั่งคง่ั แหงการมีผลผลิตทางวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยีที่เหนอื กวากัน ๒. ในดานสุขภาพ เปนสังคมท่ีมีการพัฒนาเทคโนโลยีและองคความรูทางการแพทยท่ีรุดหนา ทําให อตั ราผสู งู อายุมีจํานวนมากและในอนาคตจะเปนชนกลุมใหญของโลก ตัวอยางประเทศอังกฤษใน ค.ศ. ๒๐๓๓ ประชากรผูสูงอายุ ๕๘ ป ข้ึนไปจะเพ่ิมข้ึน ๒๓% เปนตน อยางไรก็ตามถึงแมการแพทยจะเจริญกาวหนา แตก็ ไมส ามารถรกั ษาโรคไดทัง้ หมด ทง้ั โรคติดตอ เชน หวดั นก หวดั ๒๐๐๙ และโรคไมตดิ ตอ เชน มะเร็ง จากขอมูล อัตราการตายของประชากรโลกใน ค.ศ. ๒๐๐๙ มีอัตราการตาย ๘.๒ คนตอ ๑,๐๐๐ คน ซ่ึงอัตราการตาย ๑๔๕ 151
นอกจากจะเกิดจากโรคระบาด โรคภัยไขเจ็บแลว ยังเกิดจากภัยธรรมชาติตาง ๆ เชน แผนดินไหว ดินถลม น้ําทว ม ฯลฯ ๓. สภาพแวดลอมของสังคมในปจจุบันเปนปญหาใหญของโลก ท่ีสําคัญคือเกิดมลพิษของระบบนิเวศ อันเนอ่ื งมาจากการทําลายและการใชป ระโยชนจ ากทรพั ยากรธรรมชาติทั้งท่ีทดแทนได เชน ปาไม หรือทดแทน ไมไ ด เชน พลังงาน ทาํ ใหห ลายพ้ืนทขี่ องโลกตอ งประสบภยั แลง ไฟปา ทีท่ ําใหชีวิตและทรัพยสินสูญหายไปเปน จํานวนมาก ๔. สงั คมปจจุบนั เปน สังคมท่ีมีความกาวหนาทางเทคโนโลยีข้ันสูง ไมวาจะเปนการส่ือสาร การคมนาคม การแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสาร ทําใหโลกมีความใกลชิดและไปมาหาสูกันสะดวก ติดตอส่ือสารกันไดตลอดเวลา ดวยอาศยั เทคโนโลยีคอมพวิ เตอรที่นํามาสราง/ประดิษฐ เปนนวัตกรรมตาง ๆ ที่อํานวยความสะดวกสบายใหกับ การดํารงชีวิต แตก็ทําใหมนุษยตองเรงแรงกายในการเสาะแสวงหาวัตถุตาง ๆ เหลาน้ันมาบํารุงตน จนตองยึด ระบบเงนิ ตราเปนเคร่อื งวดั ความเปน อยู ไมว าจะเปนฐานะทางสงั คม เศรษฐกจิ และการเมือง จากสภาวการณตาง ๆ ที่ปรากฏในสังคมปจจุบัน ทําใหมีผลตอสภาพจิตใจของคนในสังคม จะเห็นวา สว นใหญข องสมาชิกสงั คมโลกจะวนเวียนอยูในวงจรของสภาพจิตใจท่ีคลา ยคลึงกันในประเด็นตาง ๆ ท่ีสําคัญ คอื ๑. เปนสังคมท่ีจิตใจของคนมีความทะเยอทะยานฟุงเฟอ ดวยมุงแตการแสวงหาวัตถุมาเปนองคประกอบ สําคัญในการดําเนินชีวิต จึงเปนจิตใจที่มุงทําลายธรรมชาติ มุงทําลายลางซึ่งกันและกันเพ่ือเอาชนะแขงขันทาง เศรษฐกิจ การผลติ อาวธุ สงครามทีร่ ายแรงจึงเปนสนิ คา ท่แี ขงขันกนั ในตลาดโลก ๒. จิตใจที่ติดยึดกับความเชื่อในประสิทธิภาพของความกาวหนาทางเทคโนโลยีทางการแพทย จึงเปน สังคมที่มุงแสวงหาความพยายามเอาชนะเวลาของธรรมชาติ มีความหลงในวัตถุที่เช่ือวาจะทําใหอยูนิรันดร ดวยคตทิ ว่ี า เงนิ ตราจะบันดาลใหทกุ อยา ง ๓. สภาพจิตใจของสมาชิกในสังคมที่เต็มไปดวยความวิตกกังวล ความเครียดจากการบีบบังคับของ สภาพแวดลอม ทเ่ี ปนผลจากการประยุกตระบบบริโภคนิยมใหกบั การดาํ เนินชีวิต อัตราของคนปวยเปนโรคทาง ประสาทจงึ มีเพ่มิ ข้นึ อยา งเหน็ ไดช ัด ๔. จิตใจของคนในสังคมปจจุบันมีความเปนสวนตัวสูง เน่ืองจากการคิดยึดอยูกับเทคโนโลยีขั้นสูง คือ คอมพิวเตอร ดวยความเชื่อวาเปนเคร่ืองมือในการดําเนินชีวิตในทุก ๆ ดาน การใชเวลาสวนใหญอยูหนา คอมพิวเตอร จึงถือวาเปนการวัดความสามารถเพราะไมตองมีความรับผิดชอบใด ๆ มีความเปนโลกสวนตัวสูง และมงุ แขง ขันในดา นวัตถุมากกวาการสรา งคุณภาพใหแกชวี ติ จากสภาพจิตใจของคนในสังคมปจจุบัน ไดกอใหเกิดผลกระทบในดานตาง ๆ ทั้งดานคุณและโทษ อยหู ลายประการดว ยกนั ผลกระทบท่ีเกดิ จากการทําใหเกิดเปนสภาพสังคมท้ังทางกายภาพและทางจิตใจของคน อาจจะสรปุ ใหเ หน็ ประเดน็ ตาง ๆ ของผลกระทบ ดงั น้ี ๑. การขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ เน่ืองจากมีการนําไปใชเพื่อประโยชนของการแปรรูปและ การเปล่ียนแปลงสภาพอยางกวางขวาง สําหรับการนําไปสรางนวัตกรรมทางวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี จากการขาดแคลนดังกลาวไดสงผลกระทบตอเนื่อง คือ เกิดการแกงแยงชิงดีทรัพยากร เกิดปญหาอาชญากรรม ในรูปแบบตาง ๆ ท้ังภายในพื้นที่และขา มพืน้ ทเ่ี พ่ือแยง ชงิ ทรพั ยากร ๒. การเปล่ียนแปลงเผาพันธุของมนุษยท่ีมีประชากรสูงอายุเพิ่มข้ึน อัตราการเกิดลดและตายของ วัยทารกมสี ูง ทาํ ใหส งผลถึงปญหาการลดประชากรวัยทํางานวัยเจริญพันธุและจะสงผลถึงการสูญพันธุของมนุษย ในทีส่ ดุ ๑๔๖ 152
๓. ความเปนอัตลักษณถดถอย เนื่องจากความยินดีในกระแสโลกาภิวัตนสูง การดํารงชีวิตที่อยูบน พนื้ ฐานปจจัย ๔ และความเปนตัวตนทางวัฒนธรรมของกลุมชาติพันธุหมดไป เชน ความพยายามในการกําหนด ภาษากลาง กาํ หนดคาของเงนิ กลาง ๔. สถาบันในสังคมออนแอ จากการเปลี่ยนแปลงเปนสังคมเทคโนโลยีข้ันสูงที่คนตองมุงแสวงหา เคร่ืองมือมาบํารุงคนและดํารงสถานะในสังคมจากการวัดตรงวัตถุ ทําใหสถาบันครอบครัว สถาบันชุมชน สถาบันการเมอื ง และประเทศออ นแอ ๕. การอพยพยายถ่ิน ลัทธิขามชาตินิยม ท้ังในดานการแตงงาน การดําเนินธุรกิจ เปนประเด็นที่สงผล กระทบตอการกําหนดลักษณะของสังคม ท้ังน้ี เนื่องดวยอิทธิพลของกระแสโลกาภิวัตนและการแลกเปลี่ยน ประชากรเปนที่นิยม บางพ้ืนท่ีของโลกจึงกลายเปนที่รองรับเทคโนโลยีที่ตกรุน และประชากรท่ีบางประเทศ ตองการสงใหไ ปอยูถ่ินอื่น เปนตน จากผลกระทบเหลาน้ี จะเห็นไดวามีผลกระทบทั้งทางดีและไมดี และอาจจะเรียกไดวาผลกระทบเปน ปญ หามากกวาเปน การพัฒนา ดงั นน้ั จึงเปนภาระของสมาชิกในสังคมที่จะตองชวยกันหาทางแกไข ท่ีสําคัญที่สุด กค็ ือ จะตอ งชวยกันสรางความมีจิตสาธารณะใหเกิดข้ึนในใจของทุกคน จึงจะทําใหมีผลตอการหาหนทางแกไข ปญ หาได สรุป จิตสาธารณะ หมายถึง การตระหนักรูตนท่ีจะทําส่ิงใดเพ่ือเห็นแกประโยชนสวนรวม การคิดที่ สรางสรรค เปนกุศล และมุงทํากรรมดีท่ีเปนประโยชนตอสวนรวม คิดสรางสรรค คือ คิดในทางที่ดี ไมทําลาย บคุ คล สงั คม วัฒนธรรม ประเทศชาติและสิง่ แวดลอม ทัง้ การกระทาํ และคําพดู ทมี่ าจากความคิดท่ีดี ความสาํ คญั ของจิตสาธารณะ การทคี่ นมาอยูรวมกนั เปนสงั คม ยอมตอ งมคี วามสัมพนั ธใ นรูปแบบการพึง่ พากัน การท่ีคนในสังคมขาด จิตสาธารณะ จะมีผลกระทบตอบุคคล ครอบครัว องคกร อีกทั้งยังมีผลกระทบตอระดับชุมชน ระดับประเทศ และระดับโลก จิตสาธารณะเปนความรับผิดชอบที่เกิดจากภายใน คือ ความรูสึกนึกคิด จิตใตสํานึก ตลอดจน คุณธรรม จริยธรรมซึ่งอยูในจิตใจและสงผลมาสูการกระทําภายนอก ปญหาตาง ๆ ท่ีเกิดข้ึนจะเห็นวาเกิดจาก การขาดจติ สํานกึ ของคนสวนรวมในสังคมเปน สาํ คัญ เชน ๑. ปญ หายาเสพตดิ ซึ่งเกิดจากความเห็นแกตวั ของผูขาย ไมนึกถึงปญ หาท่ีเกดิ ขึน้ ตอไปกับสังคม ๒. ปญหามลพิษตาง ๆ ที่เกิดจากความไมรับผิดชอบ ขาดจิตสํานึก จิตสาธารณะจึงเปนส่ิงสําคัญใน สงั คม เยาวชนตอ งใหค วามสาํ คัญและตระหนักในสงิ่ น้ี ความรบั ผดิ ชอบตอตนเอง จิตสาํ นกึ ในความรบั ผดิ ชอบตอ ตนเองนับวาเปนพ้ืนฐานตอความรับผิดชอบตอตนเอง ดงั น้ี ๑. ต้งั ใจศกึ ษาเลาเรียนหาความรู ๒. รจู กั การออกกาํ ลงั กายเพอ่ื สขุ ภาพใหแข็งแรงสมบรูณ ๓. มีความประหยัดรจู กั ความพอดี ๔. ประพฤตติ วั ใหเหมาะสม ละเวน การกระทําทกี่ อใหเ กดิ ความเสอ่ื มเสยี ๕. ทาํ งานทร่ี บั มอบหมายใหสําเร็จ ๖. มคี วามรบั ผิดชอบ ตรงเวลา สามารถพ่งึ พาตนเองได ความรบั ผดิ ชอบตอสงั คม เปนการชว ยเหลือสังคม ไมทาํ ใหผอู ่ืนหรือสงั คมเดือดรอนไดรับความเสียหาย เชน ๑. มีความรับผดิ ชอบตอครอบครัว เชน เช่ือฟงพอแม ชว ยเหลืองานบาน ไมทาํ ใหพ อแมเ สยี ใจ ๒. มีความรับผิดชอบตอโรงเรียน ครูอาจารย เชน ตั้งใจเลา เรียน เช่ือฟงคําสัง่ สอนของครอู าจารย ๑๔๗ 153
ปฏบิ ตั ิตามกฎระเบียบวินยั ของโรงเรียน ชว ยรักษาทรพั ยสมบตั ิของโรงเรยี น ๓. มีความรับผิดชอบตอบุคคลอื่น เชน ใหความชวยเหลือ ใหคําแนะนํา ไมเอาเปรียบ เคารพสิทธิ ซ่ึงกันและกนั ๔. มีความรับผิดชอบในฐานะพลเมือง เชน ปฏิบัติตามกฎระเบียบของสังคม ปฏิบัติตามกฎหมาย รักษาสมบัตขิ องสวนรวม ใหความรวมมือตอสงั คมในฐานะพลเมืองดี ใหค วามชว ยเหลอื สรา งจิตสาธารณะ การสรางจิตสาธารณะเปนความรับผิดชอบในตนเอง แมวาจะไดรับการอบรมสั่งสอน ถาใจตนเอง ไมยอมรับ จิตสาธารณะก็ไมเกิด ฉะน้ัน คําวา \"ตนเปนที่พึ่งแหงตน\" จึงมีความสําคัญสวนหนึ่งในการสราง จติ สาธารณะ ถาตนเองไมเหน็ ความสาํ คัญแลว คงไมมใี ครบังคับได นอกจากใจของตนเองแลว แนวทางท่ีสําคัญ ในการสรา งจติ สาธารณะยังมีอีกหลายประการ ถาปฏิบัติไดก จ็ ะเปน ประโยชนต อ ตนเองและสังคม ดังนี้ ๑. สรางวินัยในตนเอง ตระหนักถึงการมีสวนรวมในระบบประชาธิปไตย รูถึงขอบเขตของสิทธิ เสรีภาพ หนา ท่ี ความรบั ผิดชอบตอตนเองและสงั คม ๒. ใหความสาํ คญั ตอ สิง่ แวดลอ ม ตระหนักเสมอวาตนเองคือสวนหนึ่งของสังคม ตองมีความรับผิดชอบ ในการรักษาสง่ิ แวดลอม ซงึ่ เปนเรื่องของสว นรวมท้งั ตอ ประเทศชาติและโลกใบนี้ ๓. ตระหนักถึงปญหาและผลกระทบที่เกิดข้ึนกับสังคม ใหถือวาเปนปญหาของตนเองเชนกันอยาง หลีกเลี่ยงไมได ตองชวยกันแกไข เชน ชวยกันดําเนินการใหโรงงานอุตสาหกรรมสรางบอพักนํ้าทิ้งกอนปลอย ลงสแู หลงน้าํ สาธารณะ ๔. ยึดหลักธรรมในการดําเนินชีวิต เพราะหลักธรรมหรือคําส่ังสอนในทุกศาสนาที่นับถือ สอนใหคน ทาํ ความดที ง้ั สิน้ ถา ปฏิบัติไดจ ะทาํ ใหต นเองมีความสุข นอกจากน้ียังกอใหเกิดประโยชนตอสังคมดวย ทําใหเรา สามารถอยูใ นสงั คมไดอ ยา งมีความสขุ จากการสรางจติ สาธารณะใหเ กดิ ขน้ึ หากทําไดในสังคมสวนใหญผลลัพธจะเกิดข้ึนนั้น นับวามีประโยชน อยางมากทีส่ งผลตอ คณุ ภาพชวี ติ ทด่ี ขี ึ้นของประชากร สามารถทาํ ใหสมาชิกในสังคมอยูรวมกันไดอยางเขาใจกัน มีความสขุ ไมเ บยี ดเบยี นซึ่งกันและกนั จะมีแตก ารกอใหเกดิ ความปรารถนาดีตอกนั อันจะสงผลใหชวยเหลือกัน ใหก ิจการกาวหนา และทา ยสดุ จะสงผลใหโลกทัง้ โลกมีความสงบสขุ การพฒั นาจติ สาธารณะ จติ สาธารณะเปน สง่ิ ท่ีเกดิ จากการฝก อบรมตั้งแตวัยเด็ก และจะพัฒนาไปเรื่อย ๆ จนถึงวัยรุน จนกระท่ัง เปนผูใหญ ผูใหญจึงตองเขาใจธรรมชาติของเด็ก คอยแนะนําสงเสริมในสิ่งที่ถูกที่ควร คอยชี้แนะและปลูกฝง จิตสาธารณะใหแกเด็ก นอกจากนี้ เด็กยังตองมีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบตามธรรมชาติอันเกิดข้ึนไดเอง อีกทงั้ เด็กยงั มกี ารเรียนรูดา นวนิ ยั จากวัฒนธรรม โดยอาศัยการสั่งสอน ฝกฝนจากบุคคล สิ่งแวดลอม ซ่ึงเปนกฎ ธรรมชาติของการอยรู ว มกันในสังคม การมกี จิ กรรมและใชสงิ่ ของรว มกันในสังคม การพัฒนาจิตสาธารณะใหแก เด็กในการใชสงิ่ ของรว มกัน ดูแลทรัพยสมบัตสิ วนรวม และมีนํา้ ใจแบง ปน สง่ิ ของใหแ กกันและกนั จะเห็นไดวาการพัฒนาจิตสาธารณะเปนส่ิงสําคัญ ซ่ึงตองปลูกฝงหรือเสริมสรางไวตั้งแตในวัยเด็ก เพื่อใหเขาไดรับประสบการณท่ีเพียงพอเปนพ้ืนฐานท่ีสามารถนําไปพัฒนาตนเอง โดยในการปลูกฝงนั้นควรให เด็กไดมีความรู ความเขาใจ ตระหนักถึงความสําคัญของจิตสาธารณะ รวมทั้งมีการฝกฝนใหเด็กไดปฏิบัติจริง เพ่ือใหเ ดก็ เกิดการกระทําทีเ่ ก่ียวกับการพฒั นาจติ สาธารณะอยางแทจริง จนเกิดเปนลักษณะนิสัยและควรทําให เหมาะสมกับวัย เพ่ือใหเกิดการเรียนรูที่เหมาะสมตามวัยและเกิดการพัฒนาตามลําดับ ซึ่งในการฝกอบรม ปลกู ฝง หรือพัฒนาจติ สาธารณะใหแ กเดก็ นั้น ควรมคี รหู รอื ผูใ หญคอยดูแลช้ีแนะแนวทางที่ถูกตอง เด็กจะไดยึด เปน แนวทางปฏบิ ัติท่ีถกู ตอ งเหมาะสม ๑๔๘ 154
สถาบันที่มีสวนรว มในการพฒั นาจติ สาธารณะ รัญจวน อินทรกาํ แหง ชีถ้ งึ แนวทางในการเสริมสรางจิตสาธารณะของคนในสังคม วาจะเกิดข้ึนไดจาก การคลกุ คลีอยกู ับความถูกตอง การปลูกฝง อบรม การฝกปฏิบัติ การไดเห็นตัวอยางท่ีชวนใหประทับใจ ปจจัย เหลานี้จะคอ ย ๆ โนมนําใจของบคุ คลใหเกดิ จิตสาํ นกึ ทถี่ กู ตอง และการสรางจติ สาธารณะใหเกิดข้ึนจําตองอาศัย สถาบันทางสงั คมหลายสวนเขา มารวมมือกนั อาทิ ๑. สถาบันการศึกษา การศึกษาเปนรากฐานของการพัฒนาเปนสิ่งท่ีปฏิเสธกันไมได ไมวาจะเปน การพัฒนาในรูปแบบใดจําตองเร่ิมตนดวยการศึกษา จนมีการศึกษามากพอแกสถานะแหงตนท่ีจะสามารถ ปฏิบัติงานหรือดําเนินชีวิตไปสูทิศทางท่ีประสงค การกําหนดเปาหมายของการศึกษาใหถูกตองโดยธรรมชาติ เพื่อนาํ ไปสกู ารพฒั นาทแ่ี ทจริง จึงเปน ส่ิงที่สําคัญท่ีสดุ ทีม่ ีผูมีอํานาจในการบริหารการศึกษาพึงพิจารณาใหลึกซ้ึง ใหถองแท ใหรอบคอบ ใหถูกตองดวยทัศนะท่ีกวางไกล โดยมีจุดหมายรวบยอดวาตองจัดการศึกษาเพ่ือพัฒนา คนใหมีจติ สาํ นกึ เปน มนุษยท่ีเต็มท่ี การจัดการศกึ ษาควรมุงเนนที่การสรางจิตสํานึกภายใน คือ การพัฒนาจิตใจ ท่ีเปนรากฐานของความเปนมนุษย ไมควรเนนที่การพัฒนาเพ่ือความสําเร็จในวิชาชีพท่ีปราศจากพ้ืนฐานทาง จริยธรรม เพราะอาจจะเปนการสงเสริมใหบุคคลออกไปประกอบวิชาชีพดวยจิตสํานึกผิดพลาด แลวก็ไปสราง ระบบการทํางานท่ีผิด มีการเอาเปรียบผูอื่น กอบโกย ความหลงตัวเอง ความมัวเมาวนเวียนแตในวังวนวัตถุ ท่ีอาจกอ ใหเ กดิ การประหัตประหารกนั ในทุกวงการ การใหการศึกษาแกเยาวชน ควรหยุดสรางจิตสํานึกที่นิยมในวัตถุ แตเนนการสรางจิตสํานึกในทาง จริยธรรมใหหนักแนนเขมแข็งย่ิงข้ึนทุกระดับการศึกษา ต้ังแตอนุบาลศึกษาจนถึงอุดมศึกษา เพ่ือใหเปนจิตท่ี สามารถชวยสรางระบบถูกตองเพ่ือการดํารงอยูของสังคมโดยธรรม โดยเฉพาะการเนนการฝกอบรมใหรูจัก ทําหนาท่ีอยางสุดฝมือในทุกหนาที่ ในฐานะที่เกิดมาเปนมนุษย ดวยความสํานึกวาทุกหนาท่ีมีคุณคาและ ความสาํ คญั เทา เทยี มกัน ๒. สถาบันศาสนา สถาบันทางศาสนาตอ งเปน ผนู ําในการสรางจิตสาธารณะใหเกิดข้ึน ตองนําประชาชน กลับไปสูคําสอนของพระพุทธองคที่ทรงเนนใหเห็นแกประโยชนสุขของสังคมเปนใหญ ไมบริโภคเกินความ จําเปนหรือเพราะความอยาก มีความสันโดษ พอใจทจ่ี ะมีกนิ มีอยู มีใชเทาที่จําเปน รูจักเอ้ือเฟอเผื่อแผเจือจาน แกผอู น่ื มีความเมตตาอาทรตอ กัน เห็นแกผ ูอนื่ เสมือนเห็นแกตนเอง รูจ ักหนา ท่ี ปฏิบตั หิ นา ทีใ่ หถ กู ตอง สถาบันทางศาสนาจึงมีความสําคัญอยางยิ่ง เพราะเปนสถาบันที่ไดรับการเคารพบูชาแตโบราณกาล จวบจนปจจุบัน เปนสถาบันท่ีมีอิทธิพลอยางสูงตอจิตใจของประชาชน เพราะตางไดยึดถือสถาบันน้ีเปนที่พึ่ง ทางใจมาอยางเนิ่นนาน ฉะน้ัน สถาบันทางศาสนาจึงอยูในฐานะท่ีจะชวยสรางสรรคและพัฒนาจิตใจของคน ในสังคมใหเขามาอยูความถูกตองตามทํานองคลองธรรม และวิธีการพัฒนาจิตสํานึกใหเกิดข้ึนไดอยางดีท่ีสุด กค็ ือการสอนดวยตวั เอง อันหมายถึง การที่ผูอยูในสถาบัน องคการทางศาสนา พึงตองประพฤติปฏิบัติตนใหเปน ตัวอยา งแกค นในสังคมในดา นการชว ยเหลือสวนรวม ๓. สถาบันครอบครัว ความอบอุนของสถาบันครอบครัวมีความสําคัญเปนอันดับแรก เพราะเปน จุดเริ่มตนที่ชวยใหเด็กเกิดจิตสํานึกเห็นความสําคัญของสวนรวม ความใกลชิดระหวางพอแมกับลูกจึงเปน สิ่งจําเปนอยางย่ิงในการเลี้ยงอบรมลูก เพราะความใกลชิดจะเปนส่ือท่ีทําใหเกิดความเขาใจซึ่งกันและกันและ กลายเปนเกิดความเห็นใจซ่งึ กนั และกัน สถาบันครอบครัวจึงเปนพื้นฐานของสังคม ถาครอบครัวมีแตความคลอนแคลน สังคมก็พลอย คลอนแคลนไปดวย และเด็กท่ีเติบโตจากครอบครัวท่ีคลอนแคลนจะมีจิตสํานึกที่คลาดเคล่ือน การสอนและ การอบรมของสถาบันครอบครัวควรดําเนินการใหสอดคลองประสานไปในจุดหมายเดียวกันกับการสอน ๑๔๙ 155
การอบรมของสถาบันการศึกษาและสถาบันทางศาสนา เพื่อปูพื้นฐานหรือฝงรากใหเด็กมีจิตสํานึกท่ีเปน สัมมาทฐิ ิเสียต้ังแตยังเดก็ เพื่อท่เี ดก็ จะไดเ ปนกําลังในการสรางสรรคส งั คมทม่ี คี วามรม เยน็ เปนสุข ๔. สอ่ื มวลชน ส่ือมวลชนเปนสถาบันท่ีทรงอิทธิพลอยางยิ่งในการกระจายความคิด ความรู หรือส่ิงใด ส่งิ หนง่ึ สกู ารรบั รขู องประชาชน ความรวมมือจากส่ือมวลชนจะชวยสรางความเขาใจ ชวยสรางจิตสํานึกท่ีถูกตอง ใหแกคนในสังคม เน่ืองจากส่ือมวลชนนั้นมีบทบาทและอิทธิพลอยางยิ่งตอการเสริมสรางการรับรูท่ีจะสั่งสม กลายเปนจิตสาํ นึกของคนในสงั คม การจัดการศึกษาเพ่ือความเปนพลเมือง จึงเปนเง่ือนไขเบื้องตนที่จะชวยใหคนในสังคมมีจิตสาธารณะ ที่จะนําไปสูการกอตัวของประชาสังคม การจัดการศึกษาเพ่ือความเปนพลเมืองน้ี มิไดหมายถึงกระบวนการ จัดการเรียนการสอนในหองเรียนสําหรับประชากรวัยเรียน หรือการจัดการศึกษาแบบเปนทางการในรูปแบบอ่ืน ๆ แตยังหมายถึงกระบวนการเสริมสรางการเรียนรูทางตรงอยางไมเปนทางการในชีวิตประจําวัน ซ่ึงจําเปนตอง เกี่ยวของกับเครือขายสถาบันและกระบวนการทางสังคมท่ีหลากหลายและตอเนื่อง ท้ังในสวนของ สถาบนั การศึกษา สถาบันครอบครวั องคก ารเอกชน และองคกรประชาสงั คม ฯลฯ ตวั อยางการจัดกจิ กรรมท่พี ัฒนาจิตสาธารณะ การจดั กจิ กรรมท่ีพฒั นาจติ สาธารณะของโรงเรียนสมาคมปาไมแ หง ประเทศไทยอุทศิ คือโครงการ ๕ ส. ในโรงเรยี น ซง่ึ มีรายละเอียดดังตอ ไปน้ี โครงการ โครงการ ๕ ส. ในโรงเรียน แผนงาน ขยายโอกาสและพฒั นาการศึกษา หนว ยงานทรี่ ับผิดชอบ โรงเรียนสมาคมปาไมแหง ประเทศไทยอุทิศ สนองกลยุทธ ท่ี ๓ ขอท่ี ๓ กลุมงานทีร่ ับผดิ ชอบ บริหารทัว่ ไป ผูรบั ผิดชอบโครงการ นายวทิ ยา ใจมา ระยะเวลาในการดาํ เนนิ การ เดือน พฤษภาคม ๒๕๕๓ - มีนาคม ๒๕๕๔ หลกั การและเหตผุ ล การจัดการเรียนรูเพ่ือใหนักเรียนมีคุณลักษณะตามท่ีหลักสูตรกําหนดไวเปนหนาท่ีของโรงเรียน ดังน้ัน นอกจากการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรแลว โรงเรียนจะตองจัดกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อพัฒนา คณุ ภาพชีวติ ของนกั เรยี นควบคูกันไป โรงเรียนสมาคมปาไมแหงประเทศไทยอุทิศไดนําเอากิจกรรม ๕ ส. มาเปน จุดเริ่มตนในการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาและพัฒนาคุณภาพของผูเรียนจนไดผลดีในระดับที่นาพึงพอใจ ดวยเหตุน้ี โรงเรยี นสมาคมปาไมแหงประเทศไทยอทุ ิศจงึ ดาํ เนนิ ตามโครงการนีต้ อไปอยา งตอเนอ่ื ง วัตถุประสงค ๑. เพือ่ ใหบคุ ลากรทุกคนในโรงเรียนมคี วามรูความเขา ใจในกิจกรรม ๕ ส. ๒. เพือ่ ใหโรงเรียนมสี ิ่งแวดลอ มที่ดี รมร่ืน สวยงาม สะอาด ปลอดภยั และเอือ้ ตอการจัดการเรยี นรู ๓. บคุ ลากรทุกคนมีการใชทรัพยากรอยางคุมคา ๔. การจัดการเรยี นรแู บบบูรณาการโดยสอดแทรกความรู ๕ ส. กบั ทุกสาระการเรยี นรู ๕. เพอื่ ขยายผลกิจกรรม ๕ ส. สชู ุมชน ๑๕๐ 156
ผลผลติ โรงเรยี นมีความรมร่ืน สวยงาม สะอาดเรยี บรอย ปลอดภยั และเอ้ือตอการจดั การเรียนรู ผลลพั ธ นกั เรียนรอยละ ๘๐ มีคุณลักษณะของ ๕ ส. ครบถวน ตวั ช้วี ดั เชิงปริมาณ/บคุ ลากรทุกคนในโรงเรยี นเขา รวมกจิ กรรม ๕ ส. เชิงคณุ ภาพ/บุคลากรรอยละ ๘๐ มคี ุณลักษณะของ ๕ ส. ครบถวน กิจกรรม กจิ กรรม ระยะเวลาการปฏบิ ัติงาน เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. ประชมุ ชแ้ี จงคณะครู ๕ แตงตง้ั คณะกรรมการรบั ผิดชอบ ๙ กาํ หนดรปู แบบ ๙ หลักเกณฑก ารตรวจสอบ ดาํ เนนิ การตามโครงการ ------------------------------------------------------------------------------ จดั ทาํ เอกสารตาง ๆ ------------------------------------------------------------------------------ ๒๐ จัดทาํ เอกสารใหเปน ปจ จบุ ัน ------------------------------------------------------------------------------ ๒๕ สรปุ รายงานผลการดาํ เนนิ การ รายงานผลโครงการ ๙ ๑๐ ทรพั ยากร ๓๐ คน ครู จาํ นวน งบประมาณ • คาตอบแทน - บาท • คาใชสอย - บาท • คา วัสดุ ๒๖,๒๖๓ บาท การประเมนิ ผลงาน ตวั ชวี้ ดั ความสาํ เรจ็ วิธกี ารวดั และประเมินผล • สงั เกต • สมั ภาษณ เคร่อื งมอื ที่ใช • แบบสงั เกต • แบบสอบถาม ๑๕๑ 157
ความตองการ นกั เรียน มนี สิ ัยใฝร ู รกั การอา นและการคน ควา สามารถแสวงหาความรูดวยตนเอง เปนคนดีมีคุณธรรม รูจักคิด วิเคราะห มีทักษะการใชเศรษฐกิจพอเพียงในการดํารงชีวิต สามารถใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร เพือ่ การเรยี นรู สรางงาน สรา งอาชีพ สามารถนาํ เสนอผลงานได ครู มีทักษะการใชวิชาชีพในการพัฒนาหลักสูตรใหสอดคลองกับเศรษฐกิจพอเพียง และกระบวนการ จัดการเรียนรูอยางมีประสิทธิภาพ โดยใชสื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เหมาะสมกับนักเรียน มีความกระตือรือรน สนใจ ใสใ จ ดแู ลชว ยเหลือนักเรียน ไดเ รียนรูและพัฒนาตนเองตามศักยภาพอยางเต็มกําลัง และความสามารถ ผบู ริหาร เปนผูนําในการเปล่ียนแปลงใหโรงเรียนมีการบริหารจัดการที่ดี มีความรู ความสามารถในการพัฒนา วิชาการ หลักสูตร นวัตกรรมและกระบวนการจัดการเรียนรูไปสูการปฏิบัติอยางมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน สงู สดุ แกนกั เรยี น โดยอาศัยการมสี วนรวมจากทกุ ฝา ยท่ีเกีย่ วขอ ง โรงเรียน เปนโรงเรียนขั้นดี มีคุณภาพ มีบรรยากาศและสภาพแวดลอมที่อบอุน ปลอดภัย เอ้ือตอการจัดการ เรียนรู มเี อกลักษณอนั โดดเดน เปนตนแบบของการปฏิรูปการศึกษาท่ีแทจริง ซึ่งเกิดจากการรวมคิด รวมปฏิบัติ รวมพฒั นา รว มสนบั สนุนจากผมู ีสว นเก่ยี วของและประชาสงั คม ผปู กครองและชมุ ชน ใหก ารยอมรับ เช่ือถือ มคี วามรสู กึ รว มเปน เจาของและสนบั สนนุ การดาํ เนินงานเปนของโรงเรียน ๑๕๒ 158
เอกสารประกอบการสอนที่ ๒ จาก “จิตสาธารณะ” .........สู “จิตอาสา” CSR ท่สี ามารถรังสรรคไดเ องโดยพนักงานทุกคนในองคกร ปจ จบุ นั พวกเราสวนใหญคงจะทราบกันดวี า ในการประกอบธรุ กิจ หรือการดําเนินงานขององคกร ไมวา จะเปนภาคเอกชนหรือภาครัฐก็ดี จะตองคํานึงถึงปจจัยของความสําเร็จท่ีสําคัญมากประการหนึ่ง คือ “ความรับผิดชอบตอสังคม” ซ่ึงถือเปนแนวคิดดานการบริหารจัดการธุรกิจที่ไดรับการยอมรับอยางกวางขวาง และรวดเร็วในชวงทศวรรษที่ผานมา ความรับผิดชอบตอสังคม หรือ Corporate Social Responsibility (CSR) มีพัฒนาการมาจากทวีปยุโรปและอเมริกา เปนหน่ึงในความพยายามท่ีจะทําใหการพัฒนาธุรกิจของ ภาคสว นตา ง ๆ กบั การพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ ของชมุ ชนและสงั คมเกดิ ข้นึ ควบคกู นั ไป และสามารถดํารงอยูรวมกัน ไดอยางสันติสุขและย่ังยืน ซึ่งก็คือการดําเนินธุรกิจหรือการบริหารจัดการองคกรท่ีอาศัยฐานคิดของ “การพัฒนาที่ยง่ั ยืน” (Sustainable Development) นน่ั เอง ความรับผิดชอบตอสังคม มีการนิยามไวอยางหลากหลายโดยสถาบันตาง ๆ แตในความหมายท่ีงาย ท่ีสุดนั้น ความรับผิดชอบตอสังคม คือ ความพยายามหรือความมุงมั่นอยางตอเนื่องขององคกร ในอันท่ีจะชวย พฒั นายกระดับความเปนอยูของสังคมใหดีย่ิงข้ึนไป โดยกระบวนการที่ผสานอยูในการดําเนินธุรกิจ และการใช ทรัพยากรขององคกร ทั้งน้ี ตองเปนความมุงมั่นท่ีเกิดข้ึนเอง ดวยจิตสํานึกหรือความสุจริตใจของผูบริหารและ พนักงาน ส่ิงที่อาจสรางความสับสนอยูบางใหกับผูท่ียังไมคุนเคยหรือไมไดรับผิดชอบงานดานนี้ ก็คือ คําวา “สังคม” ซ่ึงในที่น้ีจะหมายรวมถึงผูท่ีมีสวนเก่ียวของกับองคกรทั้งหมด ไดแก พนักงาน ลูกคา คูคา ชุมชนที่ องคกรต้ังอยูหรือเรียกรวมวา “สังคมใกล” และผูที่มีสวนเก่ียวของกับองคกรในทางออม หรือ “สังคมไกล” ไดแก ประชาชนทั่วไปหรือสงั คมโดยรวม คแู ขง ทางธรุ กิจ ภาคประชาสงั คม การดาํ เนนิ งานดานความรับผิดชอบ ตอสังคม จึงมีขอบเขตท่ีกวางมาก ดังน้ัน การที่องคกรใดจะดําเนินการใหเกิดประสิทธิผล จึงจําเปนตองสราง ความเปนรูปธรรมใหเกิดข้นึ ทัง้ ในดานการกําหนดเจา ภาพผรู บั ผดิ ชอบและยทุ ธศาสตรท จี่ ะใชดําเนนิ การ การแสดงความรับผดิ ชอบตอสังคมขององคก ร จึงเปนเสมือนปรากฏการณเชิงรุกท่ีองคกรใสใจ หรือให ความสําคัญตอผูมีสวนไดสวนเสียในทุกภาคสวนท่ีองคกรเก่ียวของดวย ซึ่งสามารถผสมผสานกลมกลืนไปกับ กระบวนการดําเนนิ ธรุ กิจของแตละองคกร ต้ังแตจุดเริ่มตนจนถึงจุดสุดทายของกระบวนการ เชน การวางแผน งานที่ใหความสําคัญตอผลกระทบดานส่ิงแวดลอมและสังคม การประหยัดหรือลดการใชพลังงาน การควบคุม มลภาวะ ลดการปลอยของเสีย กระบวนการนําวัสดุใชแลวกลับมาใชใหม (Re - Use) การทําธุรกิจกับคูคาที่ไม สรางผลกระทบตอส่ิงแวดลอม (Green Procurement) การดูแลพนักงานซึ่งเปนหัวใจขององคกรใหมี ความเปนอยแู ละสวัสดกิ ารท่ีเหมาะสม มีความปลอดภัยในการทํางาน การมีสวนรวมในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของชุมชนที่อยูรอบหนวยงาน รวมไปถึงการดูแลผูถือหุนดวยการบริหารตนทุนและสรางการเติบโตอยาง ตอ เนื่อง เปน ตน สง่ิ สําคญั ทีค่ วรคํานึงถึงอยูเสมอก็คือ การทําธุรกิจแบบเอาแตตัวรอดหรือตัวใครตัวมันจะไมได รับการยอมรับและไมเปนที่ตองการของสังคมอีกตอไป และหากสังคมไมสามารถดํารงอยูได องคกรธุรกิจก็ไม สามารถคงอยไู ดเชน กัน การดําเนินกิจกรรมดานความรับผิดชอบตอสังคมในภาพกวางสามารถทําได ๒ รูปแบบ คือ กิจกรรม ที่ผสานอยูในกระบวนการธุรกิจและอยูนอกกระบวนการธุรกิจ สําหรับการทํากิจกรรมสวนท่ีอยูนอก กระบวนการธุรกิจหรือการดําเนินงานขององคกรนั้น ปจจัยสําคัญที่ตองคํานึงถึงในลําดับแรก คือ การคัดเลือก ประเด็นทางสังคมที่จะนํามาตั้งเปนโจทยในการคิดโครงการหรือกิจกรรมเพื่อสังคม ซึ่งการเลือกประเด็นทาง ๑๕๓ 159
สังคมทีด่ ีน้นั ก็ควรท่ีจะใหมีความสอดคลองใน ๓ มิติ คือ วัตถุประสงคหรือพันธกิจขององคกร ความคาดหวังของ สงั คมกลุม เปา หมาย และความสนใจของผบู ริหารและพนักงาน จงึ จะกอใหเ กิดประโยชนส ูงสดุ แกท ุกฝาย ในสว นของการปฏบิ ัติการหรอื การดําเนินงานโครงการหรือกิจกรรมเพื่อชวยเหลือสังคมน้ัน ควรพยายาม ใชท รพั ยากรทม่ี ีอยูภ ายในองคก รเปนหลัก ซง่ึ ทรัพยากรหลักที่สาํ คญั กค็ ือพนักงานนน่ั เอง เราอาจคิดวาพนักงาน ทีอ่ ยใู นหนวยงานที่รับผิดชอบเร่ืองความรับผิดชอบตอสังคมเทาน้ัน เปนผูมีหนาท่ีท่ีจะตองดําเนินงานโครงการ หรือกจิ กรรมเพอ่ื ชวยเหลือสงั คมใหสาํ เร็จลุลวงตามเปา ประสงคท่ีวางไว แตแทท่ีจริงแลวหากพนักงานสวนใหญ ขององคกรไดเขามามีสวนรวมในการดําเนินกิจกรรมเพ่ือสังคม จะกอใหเกิดพลังและประสิทธิภาพสูงสุดตอ การดําเนนิ งาน แตคําถามที่ทาทายก็คือ “องคกรจะทําอยางไรจึงจะทําใหพนักงานท่ีไมมีภารกิจเกี่ยวของสนใจ เขามารว มทาํ กิจกรรมเพือ่ สงั คม” คาํ ตอบตอคําถามก็คอื เราตองสรางวัฒนธรรม “จิตสาธารณะ” ใหเกิดขึ้นภายในองคกร จิตสาธารณะ ในที่นห้ี มายถงึ การทจ่ี ิตใจของคนเรารจู ักคาํ นึงถึงภายนอกทนี่ อกเหนือไปจากตัวของเราเอง มองเห็นผูอ่ืนมากข้ึน ลึกซ้ึงข้ึน วาเขาอยูในสภาพไหน เขาตองการอะไร เริ่มเขาใจมุมมองของผูอ่ืน มองสังคม เห็นความเปนไปของ ปญหา เหน็ แนวทางทจี่ ะชว ยแกหรือบรรเทาปญ หา เริม่ มี “การให” ซ่ึงอาจอยูในรูปแบบของเงิน แรงงาน เวลา ส่ิงของ หรือแมแตอวัยวะของเรา เปนระดับของจิตใจที่สามารถพัฒนาใหเกิดข้ึนไดอยางเปนรูปธรรมในตัว บุคคล หากองคกรเห็นความสําคัญและสามารถสรางวัฒนธรรมจิตสาธารณะใหเกิดขึ้นไดภายในองคกรแลว พนักงานจะตระหนักและเร่ิมมองเห็นผูอื่น มองสังคมมากข้ึน เกิดจิตสํานึก นํ้าใจ อยากที่จะหยิบยื่น ความชวยเหลอื ใหส ังคม ชุมชน แบบเพื่อนหรอื ญาตมิ ิตรชว ยเหลือซ่งึ กนั และกนั เกิดมี “จิตอาสา” ที่จะชวยเหลือ สังคมหรอื ผูอนื่ ขึ้นไดในหลายรูปแบบ ท้ังการใหในรูปแบบตาง ๆ ตลอดไปจนถึงรวมกันคิดโครงการอาสาสมัคร เพอ่ื ชว ยเหลอื สงั คม กรณขี อง กฟผ. นน้ั เปน องคกรขนาดใหญ มพี นักงานจํานวนมาก มีหนว ยงานกระจายอยูในทุกภาคของ ประเทศ กลยุทธสําคัญประการหนึ่งที่จะทําใหกิจกรรมดานความรับผิดชอบตอสังคมมี “พลัง” มีประสิทธิภาพ สูงสดุ และสัมฤทธ์ผิ ลภายในระยะเวลาอันสนั้ นนั้ ควรที่จะพิจารณาใหความสําคัญเร่ืองการสรางวัฒนธรรมและ รณรงคเร่ือง “จิตสาธารณะ” ใหเกิดข้ึนอยางเปนรูปธรรมภายในองคกร เม่ือพนักงานสวนใหญมีจิตสาธารณะ อยูในตัว ก็จะเกิดความมีน้ําใจ ความรวมมือท่ีจะรวมกันชวยดูแลส่ิงแวดลอม สังคมและชุมชน เกิดจิตอาสาขึ้น ดวยตนเองท่ีจะรวมมือกันคนละเล็กละนอย เพ่ือชวยแกไขหรือบรรเทาปญหาตาง ๆ กิจกรรมเพ่ือชวยเหลือ สงั คมทพ่ี นกั งานจะทํานน้ั อาจไมจ ําเปนตองรอใหองคกรเปนผูกําหนดกิจกรรมใหทําแตเพียงเทาน้ัน แตพนักงาน สามารถรวมกลมุ กันคิดกิจกรรมเสริมเพิ่มข้ึนมาไดอีกทางหน่ึง ในสวนที่เห็นวาเปนความตองการของสังคมหรือ ชุมชน และพนักงานกลุมนี้มีความสนใจหรือมีความสามารถท่ีจะทําได ซึ่งเปนรูปแบบท่ีคลายกับการออกคาย อาสาของชมรมตา ง ๆ ในมหาวิทยาลยั ตัวอยางของ “พลัง” ทจ่ี ะเกิดขนึ้ หากพนักงานสวนใหญขององคกรมีจิตอาสา สมมติวา เกิดเหตุภัยพิบัติ ขึ้นในสวนใดของประเทศ แลวพนักงาน กฟผ. ซึ่งมีจํานวนกวา ๒๔,๐๐๐ คน รวมมือชวยกันคนละเล็กละนอย เชน รวมบรจิ าคเงนิ กนั เพียงคนละ ๑๐๐ บาท ถาพนกั งานสวนใหญเขารวมก็จะรวบรวมเงินไดกวา ๒ ลานบาท สงไปสมทบชวยเหลือผูท่ีไดรับความเดือดรอน หรือกรณีหากมีกิจกรรมเพื่อสังคมอ่ืนใดท่ีตองการอาสาสมัคร เขารวม ก็คาดวาจะมีผูสนใจสมัครเขารวมหลายรอยหรือนับพันคน หรือหากชวยกันปลูกตนไมคนละ ๑๐ ตน รวมกันก็จะปลูกไดกวา ๒๐๐,๐๐๐ ตน ในเวลาอันรวดเร็ว นค่ี ือตัวอยา งเลก็ นอ ยของพลังท่ีเกดิ ขนึ้ จากจิตอาสา โครงการกจิ กรรมจิตอาสามิไดเปนเพียงรูปแบบท่ีมีประสิทธิภาพของการดําเนินกิจกรรมเพ่ือสังคมของ องคก รเทานั้น แตยังเปน วธิ กี ารท่มี ปี ระสทิ ธภิ าพในการที่จะสอ่ื สารสรางความสมั พันธและเสริมสรางภาพลักษณ ท่ีดีในสายตาของชุมชนและสังคม นอกจากน้ี หากพิจารณาจากอีกมุมมองหน่ึงจะเห็นวาองคกรสามารถใช ๑๕๔ 160
ประโยชนจากโครงการกิจกรรมจิตอาสาเปนเคร่ืองมือหน่ึงในการพัฒนาสมรรถนะของพนักงาน ในดานทักษะ ภาวะผูนํา มนุษยสัมพันธและการทํางานเปนทีม และทักษะในการส่ือสาร ท้ังนี้ เพราะนอกจากผูท่ีเขารวมทํา โครงการจติ อาสาจะไดฝ ก ฝนพัฒนาจิตใจดาน “การให” ในระดับตาง ๆ แลว การทํางานในรูปแบบอาสาสมัคร ทุกคนจะมีความเสมอภาคเทาเทียมกันหมด ไมมีลําดับช้ัน ไมมีใครมีอํานาจเหนือใคร การที่จะทํากิจกรรมให บรรลุผลสําเร็จตอ งอาศยั ทักษะทางการสอื่ สารเปนหลกั และตอ งใชภ าวะความเปนผูนําตัดสินใจในประเด็นตาง ๆ อยูตลอดเวลา พนักงานบางคนเม่ืออยูในที่ทํางานไมเคยไดรับการยอมรับ แตเมื่อมารวมทํากิจกรรมและไดรับ การยอมรับจากภายนอก จะทําใหเกิดความมั่นใจในการทํางานมากขึ้น สงผลดีเมื่อกลับไปทํางานประจํา ตามปกติ กิจกรรมจิตอาสาจึงเปนเสมือนเครื่องมือที่ทรงพลังในการพัฒนาบุคลากรขององคกรอีกทางหน่ึง แตทั้งนี้ องคกรจะตองเปดโอกาสและสนับสนุนโครงการจิตอาสาของพนักงานอยางจริงจัง อาทิเชน การสนับสนุนเคร่ืองมือหรืออุปกรณ หรือการไมคิดวันท่ีทํากิจกรรมอาสาสมัครเพื่อสังคมเปนวันลา เปนตน เพอ่ื แสดงใหเหน็ ถึงความมงุ มนั่ ขององคก รในการสนับสนนุ เรือ่ งความรับผดิ ชอบตอ สงั คม กิจกรรมจิตอาสาเปนอีกมิติหนึ่งของความรับผิดชอบตอสังคม เปนการพัฒนาจากภายในองคกรสู ภายนอก โดยทรพั ยากรทีม่ คี า สูงสุดขององคก ร เปน ความรบั ผดิ ชอบตอ สังคมที่สามารถรังสรรคได โดยพนักงาน ทกุ คนในองคก ร ประเด็นมเี พยี งวา ............จะเรมิ่ ตนกันไดเ ม่อื ไหร ๑๕๕ 161
แบบประเมินการปฏิบัตกิ จิ กรรม ช่ือวิชา การสรา งจิตอาสาและบําเพ็ญประโยชน หมู............................... ขอ รายการประเมิน ๔ ระดบั คุณภาพ ๑ ๓๒ ๑ การตรงตอเวลา ๒ ระบบหมแู ละการมสี ว นรวมของสมาชิก ๓ การสรุปความรทู ่ีไดรับ รวม ลงช่ือ................................................. (..................................................) ผกู ํากบั ลูกเสือ เกณฑก ารประเมนิ ผล รายการทีป่ ระเมนิ ดมี าก (๔) ระดบั คุณภาพ/คะแนน ปรับปรงุ (๑) ดี (๓) พอใช (๒) ปฏิบตั ิไมไ ดเลย ๑. การตรงตอเวลา ๑. การเขา รวม ปฏิบตั ไิ ด ๒ ขอ ปฏิบตั ไิ ด ๑ ขอ สมาชกิ ๓ คน กจิ กรรมตามเวลา ใน ๓ ขอ ใน ๓ ขอ ขน้ึ ไป ไมได /ตรงตอ เวลา มีสวนรวม ๒. ผลงานสาํ เร็จ ผดิ ๓ ขอ ขึน้ ไป ตามเวลาทกี่ าํ หนด ๓. การนําเสนอใช เวลาตามที่กาํ หนด ๒. ระบบหมูแ ละ ทุกคนมีสว นรว ม สมาชิก ๑ คน สมาชกิ ๒ คน การมสี วนรว ม ไมไดมีสวนรวม ไมไ ดม ีสว นรว ม ของสมาชิก ๓. การสรปุ ความรู ถูกตองทุกขอ ผิด ๑ ขอ ผิด ๒ ขอ ที่ไดร บั ๑๕๖ 162
ช่ือวิชา การบริหารเครอื ขายลูกเสอื ชอสะอาดในสถานศึกษา บทเรยี นที่ ๑๕ เวลา ๙๐ นาที ขอบขายรายวชิ า เพ่ือใหผูเขารับการฝกอบรมมีความรู ความเขาใจเก่ียวกับเร่ืองนารูของ ป.ป.ช. ที่ผูกํากับลูกเสือ ชอ สะอาดควรรู ๑. การใหความรวมมอื ของ ป.ป.จ. นอย ๒. ขอบังคับวาดวยการตงั้ กองลกู เสอื ในสถานศึกษา ๓. ขอ กําหนดสําหรบั การต้งั ลูกเสือชอ สะอาดในสถานศึกษา ๔. คณุ สมบัติสําหรบั ผูกาํ กบั และรองผูกํากับลกู เสือชอสะอาด จุดหมาย เพื่อใหไ ดมาซึง่ เครือขายลูกเสือชอสะอาดที่สามารถทําหนาที่สอดสอง เสริมสราง และพัฒนาเครือขาย ลูกเสือชอ สะอาดใหม ีจํานวนมากข้นึ วัตถปุ ระสงค เม่ือจบบทเรียนนี้แลว ผูเขารับการฝกอบรมสามารถบรหิ ารเครือขายลูกเสือชอสะอาดได วิธสี อน/กิจกรรม ๑. อธิบายหลักการสรา งเครือขายลูกเสอื ชอ สะอาด ๒. แบง กลุมอภปิ รายแนวทางการสรางเครอื ขายลูกเสือชอสะอาดทีส่ ถานศึกษาตอ งการ ๓. นาํ เสนอผลการอภปิ รายกลุม ๔. สรปุ ผลการอภปิ รายเปนแนวทางการสรางเครือขายลกู เสือชอ สะอาด สื่อการสอน ๑. เอกสารประกอบการสรา งเครือขายลกู เสือชอสะอาด เรื่อง “ไดเวลา ป.ป.จ. นอ ย” ๒. ขอบงั คับวา ดว ยการตัง้ กองลูกเสือในสถานศึกษา ๓. ขอกําหนดสาํ หรับการตง้ั ลูกเสือชอสะอาดในสถานศึกษา ๔. เอกสารประกอบการพิจารณาคณุ สมบัติสําหรับผูก าํ กบั และรองผกู าํ กบั ลูกเสือชอสะอาด การประเมินผล ๑. การสังเกต : พฤติกรรมในการปฏิบตั กิ ิจกรรม และจากการทํางานเปน หมู ๒. การประเมนิ ผล : ประเมนิ ผลตามแบบที่กําหนดไวทา ยบท เนือ้ หาวชิ า ใหผบู ังคับบัญชาลูกเสือชอสะอาดศึกษาและดําเนินการจัดต้ังลูกเสือชอสะอาดในสถานศึกษา โดยศึกษา จากเอกสารประกอบ ดังตอ ไปนี้ ๑. เอกสารประกอบ เร่อื ง “ไดเวลา ป.ป.จ. นอย” ๒. ขอ บงั คับวาดว ยการต้ังกองลกู เสอื ในสถานศึกษา ๓. ขอกําหนดสาํ หรับการต้งั ลูกเสือชอ สะอาดในสถานศึกษา ๔. คณุ สมบัติสําหรับผูกาํ กับและรองผูกํากบั ลูกเสือชอสะอาด ๑๕๗ 163
เอกสารประกอบการสอนที่ ๑ เร่อื ง ไดเวลา ป.ป.จ. นอย จากรฐั บาลหน่ึงไปสูร ัฐบาลหน่ึง กระแสคอรรัปชันยงั คงกอ งกระหมึ่ ที่ไมรูจบ และดูเหมือนจะดังมากข้ึน เรื่อย ๆ ไมวาจะเปนโครงการท่ีดําเนินการไปแลวและโครงการที่คิดจะทํา เปนตนวา โครงการไทยเขมแข็ง โครงการของสํานักงานการอาชีวศึกษา ซื้อวัสดุภัณฑใหสถาบันการศึกษาในสังกัด การสอบสวนโครงการสราง โรงพักท่ัวประเทศ ที่ประมูลไดโดยบริษัทเดียวและยังไมเสร็จ โครงการรับจํานําขาวท่ีราคาเกินจริงและไม โปรงใสในการดําเนินการหลายขั้นตอน โครงการบริหารจัดการน้ํา ๓๕๐,๐๐๐ ลานบาท ท่ีไมโปรงใส รวมกับ โครงการเงนิ กู ๒.๒ ลา นลา นบาท อะไรกัน......ประเทศไทย พวกเรากงั วลใจกันไหมเม่อื องคกรความโปรงใสนานาชาติ (Transparency International) ใหคะแนน ดัชนีวัดภาพลักษณคอรรัปชันของประเทศไทยในป ๒๕๕๖ ไดคะแนน ๓๕ คะแนนจาก ๑๐๐ คะแนน (ป ๒๕๕๕ ไดคะแนน ๓๗ คะแนน) และจากฐานขอมูลหอการคาไทย พบวากระทรวงศึกษาธิการมีการทุจริต เปนอันดับ ๒ รองจากกระทรวงมหาดไทย ดังน้ัน แนวทางการแกไขปญหาการทุจริตในสถานศึกษาและ การสรางนักเรียน นักศึกษาใหเปนคนเกง คนดีท่ีไมโกง จึงสัมพันธกับปญหาทุจริตคอรรัปชัน เพราะเด็กและ เยาวชนคืออนาคตของชาติ ตองปลูกฝงบม เพาะแตเ ยาวว ยั เพ่ือใหซึมลึกติดเขาไปในใจ และสงผลตอการประพฤติ ปฏบิ ตั ติ วั ในทางทถ่ี ูกตอ งดงี าม เมื่อโตเปน ผใู หญใ นอนาคต ถึงแมวาขณะนี้เรากําลังจะมีคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตประจําจังหวัด (ป.ป.จ.) แลว แตทวา แตล ะจงั หวัดจะมี ป.ป.จ. ไดเ พียง ๓ - ๕ คน (ข้ึนอยูกบั จาํ นวนประชากร) แต ป.ป.จ. จะทํางานให มีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์ที่ยอดเย่ียมไดเพียงใด หากไมมีเครือขายมาสนับสนุนการดําเนินงาน โดยเฉพาะอยางยิ่งการปองกันและการปองปรามการทุจริตเปนหัวใจสําคัญและเปนดานแรกของการรักษา โรคราย ควรเริ่มที่เด็กและเยาวชน โดยกระทรวงศึกษาธิการควรสอดแทรกเร่ืองปญหาการทุจริตและผลกระทบ ท่ีมีตอเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองในภาพรวม และใชส่ือท่ีทันสมัยและเราใจผานกิจกรรมตาง ๆ เพื่อปลุกใจ เด็กและเยาวชนใหตื่นตัวและอายที่จะทุจริตและรังเกียจการทุจริตทุกรูปแบบ เพราะการเสริมสรางคุณธรรม จริยธรรมและวินัย โดยเฉพาะอยางย่ิงความซ่ือสัตยสุจริตจะเปนรากฐานที่แข็งแกรงใหแกสังคมไทยท่ีย่ังยืน ดงั น้นั ถึงเวลาแลว ทีเ่ ราจะสราง “ป.ป.จ. นอ ย” ขึ้นในจงั หวัดทกุ จังหวัด ๑๕๘ 164
ป.ป.จ. นอ ย คือใคร ป.ป.จ. นอ ย คอื กลมุ เด็กและเยาวชนทรี่ วมปอ งกันการทุจริตในจังหวัด ทําหนาท่ีเปนแขนขา หรือเครือขายในการปองกันและปราบปรามการทุจริต ใหคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตประจําจังหวัด (ป.ป.จ.) น่ันเอง เพราะลําพัง ป.ป.จ. แลวมิอาจทํางานใหสําเร็จลุลวงไดอยางรวดเร็ว ตองอาศัยตาขายดักกรองขอมูลและ ประสานการทํางานหลายฝาย เพ่ือใหสังคมในจังหวัดมีความโปรงใสและชอบธรรมมากข้ึน และมิใชเพียง ป.ป.จ. นอยเทาน้ัน ทีเ่ ปน แขนขา ป.ป.จ. ควรมีเครือขา ยอน่ื ๆ ทีห่ ลากหลาย รวมทัง้ ต้งั อนุกรรมการปอ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ ประจําอาํ เภอ (ป.ป.อ.) ดวย ก็จะมีประสทิ ธภิ าพในการทํางานมากข้นึ แตในทนี่ ้ีจะขอนําเสนอเฉพาะ ป.ป.จ. นอยกอน ป.ป.จ. นอย เกิดขึ้นไดอยางไร ในชวงแรก ป.ป.จ. นอยจะเกิดขึ้นเองคงยากเพราะตองผานการฝกฝนใหมีความรู ความเขาใจ และมีทกั ษะในการสอื่ สารและแสวงหาขอมูลไดอ ยางถกู ตอ ง โดยไมละเมดิ สิทธิ เสรภี าพของผูอ ื่น ดังนั้น ผูบมเพาะ ป.ป.จ. นอย จึงมีความสําคัญอยางยิ่งยวด นั่นคือ “ครู” ผูมีหัวใจสุจริต โปรงใส และละอายที่จะทุจริต การเกิด ป.ป.จ. นอย จงึ ควรดาํ เนนิ การดังแผนภาพ ป.ป.ช. หรือ ป.ป.จ. กระทรวงศกึ ษาธกิ าร โรงเรียน หลักสตู ร โครงการ/กจิ กรรม อบรมครู ป.ป.จ. ประสาน/ยกยอ ง แสดงบทบาทสมมุติ ผลิตสอื่ ป.ป.จ. นอยจงั หวัด ป.ป.จ. นอยในโรงเรยี น สอดแทรกรายวชิ า จากแผนภาพจะเหน็ ขนั้ ตอนการดาํ เนนิ งาน ดังน้ี ๗. สงเสริมใหเกิดจิตอาสา ป.ป.จ. นอย เพื่อรวมทํางาน ๑. ป.ป.ช. หรือ ป.ป.จ. รวมกับกระทรวงศึกษาธิการและ กับโรงเรยี นอนื่ ๆ โรงเรียนจดั ทาํ หลักสูตรการปอ งกนั และปราบปรามการทุจรติ ๒. อบรมครูใหตระหนักในปญหาและผลกระทบของ ๘. ต้ังเปน ป.ป.จ. นอย ประจําจังหวัดน้ัน ๆ เพื่อ การทุจรติ คอรรปั ชนั จนไดค รูทสี่ ามารถเปนแกนนาํ ได ประสานการทาํ งานกบั ป.ป.จ. ๓. ผลผลติ สือ่ ทห่ี ลากหลายและเราใจ รวมทงั้ สอดคลองกับ สถานการณ ๙. มอบเกียรติบัตรหรือประกาศยกยอง ป.ป.จ. นอยให ๔. จดั ทาํ โครงการปองกนั และปราบปรามการทุจริตเกิดข้ึน สังคมในจังหวดั รบั รู เพื่อเปนกาํ ลงั ใจแกผูกระทําความดี ในโรงเรยี น โดยมกี จิ กรรมตา ง ๆ ท่หี ลากหลาย ๕. นําไปใชหรือสอดแทรกในวิชาที่เกี่ยวของใหเด็กและ การเกิด ป.ป.จ. นอย มิไดมีจุดประสงคเพียงใหเปน เยาวชน เครือขายของ ป.ป.จ. เทาน้ัน แทจริงแลวเราตองการ ๖. ฝกเด็กและเยาวชนแสดงบทบาทสมมุติเปน ป.ป.จ. บม เพาะ “คนไมโ กง” ใหแ กสังคมไทย เพราะสํานวนไทย นอ ยในโรงเรียน ท่ีวา “ไมออนดัดงาย ไมแกดัดยาก” ยังเปนสัจจะวาจา อยูเสมอ จงึ ไดเวลา ป.ป.จ. นอย ๑๕๙ 165
เอกสารประการสอนท่ี ๒ เรอื่ ง ขอบงั คับวา ดว ยการตัง้ กองลูกเสือในโรงเรียน การจดั ตั้งกองลูกเสือ - เนตรนารีในสถานศึกษา การจัดกิจกรรมลูกเสือ - เนตรนารีในสถานศึกษาตามหลักสูตรท่ีสถานศึกษากําหนด ควรดําเนินการ ใหเปนไปตามขอบังคับคณะลูกเสือแหงชาติวาดวยการปกครอง หลักสูตรและวิชาพิเศษ พ.ศ. ๒๕๐๙ ผูบริหาร โรงเรียนและผูร บั ผิดชอบกจิ กรรมลกู เสอื ควรสํารวจขอ มูลลกู เสือ - เนตรนารี และดําเนนิ การดังน้ี ๑. รับสมัครนักเรียนและรวบรวมจํานวนลูกเสือ - เนตรนารี แตละประเภทแลวเขียนใบสมัครเขาเปน ลูกเสือ (ใชแ บบ ลส.๓) ดงั นี้ ๑.๑ กองลูกเสือสํารอง หมายถึง นักเรียนชายท่ีเรียนระดับชวงชั้นท่ี ๑ ตามหลักสูตร การศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ คือ ชั้นประถมศึกษาปที่ ๑ - ๓ ใหมีจํานวน ๒ - ๖ หมู หมูหน่ึงมีลูกเสือ ๔ - ๖ คน รวมท้ังนายหมูและรองนายหมูดวย (ขอบังคับฯ พ.ศ. ๒๕๐๙ ขอ ๗๒) กองลูกเสือสํารองมีลูกเสือ ตงั้ แต ๘ - ๓๖ คน (ขอ บังคบั ฯ พ.ศ. ๒๕๐๘ ขอ ๖) ๑.๒ กองเนตรนารีสํารอง หมายถึง นักเรียนหญิงท่ีเรียนระดับชวงชั้นท่ี ๑ ตามหลักสูตร การศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ คือ ช้ันประถมศึกษาปที่ ๑ - ๓ ใหมีจํานวน ๒ - ๖ หมู หมูหน่ึงมี เนตรนารี ๔ - ๖ คน รวมท้ังนายหมูและรองนายหมูดวย (ขอบังคับฯ พ.ศ. ๒๕๐๙ ขอ ๗๒) กองเนตรนารีสํารอง มเี นตรนารีต้ังแต ๘ - ๓๖ คน ๑.๓ กองลูกเสือสามัญ หมายถึง นักเรียนชายท่ีเรียนระดับชวงช้ันที่ ๒ ตามหลักสูตร การศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ คือ ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๔ - ๖ ใหมีจํานวน ๒ - ๖ หมู หมูหนึ่งมีลูกเสือ ๖ - ๘ คน รวมท้ังนายหมูและรองนายหมูดวย (ขอบังคับฯ ฉบับท่ี ๑๓ พ.ศ. ๒๕๒๕ ขอ ๘๔) กองลูกเสือสามัญมี ลูกเสอื ตงั้ แต ๑๒ - ๔๘ คน (ขอบังคบั ฯ พ.ศ. ๒๕๐๘ ขอ ๖) ๑.๔ กองเนตรนารีสามัญ หมายถึง นักเรียนหญิงที่เรียนระดับชวงชั้นท่ี ๒ ตามหลักสูตร การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ คือ ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๔ - ๖ ใหมีจํานวน ๒ - ๖ หมู หมูหนึ่งมี เนตรนารี ๖ - ๘ คน รวมท้งั นายหมแู ละรองนายหมดู วย กองเนตรนารีสามัญมเี นตรนารตี ัง้ แต ๑๒ - ๔๘ คน ๑.๕ กองลูกเสือสามัญรุนใหญ หมายถึง นักเรียนชายท่ีเรียนระดับชวงชั้นท่ี ๓ ตามหลักสูตร การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๔ คือ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๑ - ๓ ใหมีจํานวน ๒ - ๖ หมู หมูหน่ึงมีลูกเสือ ๖ - ๘ คน รวมทั้งนายหมูและรองนายหมูดวย กองลูกเสือสามัญรุนใหญมีลูกเสือตั้งแต ๘ - ๔๘ คน (ขอบังคับฯ ฉบบั ที่ ๑๔ พ.ศ. ๒๕๒๘) ๑.๖ กองเนตรนารสี ามัญรุน ใหญ หมายถงึ นกั เรียนหญิงท่ีเรียนระดับชวงช้ันท่ี ๓ ตามหลักสูตร การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ คือ ช้ันมัธยมศึกษาปที่ ๑ - ๓ ใหมีจํานวน ๒ - ๖ หมู หมูหนึ่งมี เนตรนารี ๔ - ๘ คน รวมท้ังนายหมแู ละรองนายหมดู วย กองเนตรนารสี ามญั รุน ใหญม เี นตรนารีตง้ั แต ๘ - ๔๘ คน ๑.๗ กองลูกเสือวิสามัญ หมายถึง นักเรียนหรือนักศึกษาชายที่เรียนระดับมัธยมศึกษาปท่ี ๔ - ๖ หรอื ประกาศนียบัตรวิชาชีพ - ประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง หรือระดับอุดมศึกษา ประกอบดวยลูกเสือ วสิ ามญั อยางนอย ๑๐ คน ไมเกนิ ๔๐ คน กองลกู เสอื วิสามัญจะแบง เปนชุดหรือหมูตามความตองการก็ได และ ควรมลี กู เสือวสิ ามญั ชดุ หรือหมลู ะ ๔ - ๖ คน รวมทง้ั นายหมูและรองนายหมูดวย ๑๖๐ 166
๑.๘ กองเนตรนารีวิสามัญ หมายถึง นักเรียนหรือนักศึกษาหญิงท่ีเรียนระดับมัธยมศึกษาปท่ี ม. ๔ - ๖ หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ - ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หรือระดับอุดมศึกษา ประกอบดวย เนตรนารีวสิ ามัญอยางนอ ย ๑๐ คน ไมเ กิน ๔๐ คน กองลกู เสอื วสิ ามัญจะแบง เปนชุดหรือหมูตามความตองการ กไ็ ด และควรมลี ูกเสอื วิสามัญชุดหรือหมูล ะ ๔ - ๖ คน รวมทั้งนายหมูแ ละรองนายหมูดว ย ๒. เริ่มทําการสอนวิชาลูกเสอื - เนตรนารีตามหลกั สตู รกําหนด ๓. มีผูบังคับบัญชาท่ีผานการฝกอบรมวิชาผูกํากับลูกเสือประเภทน้ัน ๆ อยางนอยขั้นความรูเบื้องตน ๑ คน ทําหนาท่ีเปนผูกํากับกับ มีรองผูกํากับอีก ๑ คน ขึ้นไปเปนผูชวย (วิธีปฏิบัติของสํานักงานฯ กลุมลูกเสือ ๑ กลมุ มีกรรมการกลุม ไมเกิน ๔๐ คน และกองลูกเสือ ๑ กอง มีรองผกู าํ กบั ไมเกนิ ๑๐ คน) ๔. ดาํ เนนิ การขออนุญาต โดยกรอกลงแบบคําขอตอ ไปนี้ แบบละ ๓ ชุด ๔.๑ ล.ส.๑ ใบคาํ รองขอตง้ั กลุมลกู เสอื หรอื กองลูกเสอื ๔.๒ ล.ส.๒ ใบสมัครขอเปนผูบ ังคับบัญชาลูกเสือ ๔.๓ ทําหนงั สือนําของผูบังคับบัญชา/ผูขออนุญาต สงผานหนวยงานตนสังกัดเพื่อขออนุญาต ตอผูมีอํานาจแตงตั้งแลวแตกรณี ถึงเลขาธิการสํานักงานลูกเสือแหงชาติหรือผูอํานวยการลูกเสือจังหวัด สงใบ แตงตงั้ ใหเปนเจาหนาทีล่ ูกเสือ (ลส.๑๓) ตําแหนงผกู าํ กับหรือรองผกู าํ กับมาใหโ รงเรยี น ๕. เมื่อไดรับอนุมัติใหตั้งกองไดแลว ใหทําพิธีเขาประจํากองและจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ตามปกติอยา งตอ เน่ือง (โรงเรยี นจะไดร ับ ลส.๑๑ หรือ ลส.๑๒ ใหตั้งกลุมหรือกองลูกเสือจากสํานักงานลูกเสือ แหงชาตหิ รอื สํานกั งานคณะกรรมการลูกเสือจังหวัด) ๑๖๑ 167
เอกสารประการสอนที่ ๓ เรื่อง การแตง ต้ังผูบงั คับบัญชาลกู เสอื การแตงต้ังผูบังคับบัญชาลูกเสือใหอาศัยขอบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือแหงชาติ วาดวย การแตงตัง้ ผูบังคบั บัญชาลกู เสือ ๒๕๕๓ ดังตอ ไปนี้ ขอบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสอื แหงชาติ วา ดวยการแตง ต้งั ผบู ังคบั บญั ชาลกู เสือ พ.ศ. ๒๕๕๓ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๗ (๗) และมาตรา ๔๖ วรรคสี่ แหงพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๕๑ ประกอบกับมติคณะกรรมการบริหารลูกเสือแหงชาติ ในการประชุมคร้ังท่ี ๑/๒๕๕๓ เม่ือวันท่ี ๑๕ กุมภาพันธ ๒๕๕๓ คณะกรรมการบริหารลูกเสือแหงชาติ จึงออกขอบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือ แหงชาติ วา ดว ยการแตงตั้งผูบ งั คบั บัญชาลูกเสือ ดังตอ ไปนี้ ขอ ๑ ขอบังคับน้ีเรียกวา \"ขอบังคับคณะกรรมการบริหารลูกเสือแหงชาติ วาดวยการแตงต้ัง ผบู งั คบั บัญชาลกู เสอื พ.ศ. ๒๕๕๓\" ขอ ๒ ขอบังคับน้ีใหใ ชบงั คบั ตงั้ แตวนั ถดั จากวนั ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปน ตน ไป ขอ ๓ ใหยกเลิกขอบังคับคณะลูกเสือแหงชาติ วาดวยการปกครองหลักสูตรและวิชาพิเศษลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๐๙ ในสวนท่เี กยี่ วกบั การแตงตัง้ ผบู งั คับบัญชาลกู เสือ ตามขอบังคับนี้ ขอ ๔ ในขอบงั คบั น้ี “ผูบงั คับบญั ชาลูกเสอื ” หมายความวา ผอู าํ นวยการลูกเสือโรงเรียน รองผูอํานวยการลูกเสือโรงเรียน ผูกํากับกลุมลูกเสือ รองผูกํากับกลุมลูกเสือ ผูกํากับกองลูกเสือ รองผูกํากับกองลูกเสือ นายหมูลูกเสือ และ รองนายหมลู ูกเสอื “ผูอํานวยการสถานศึกษา” หมายความวา ผูอํานวยการหรือท่ีเรียกช่ืออยางอื่นของสถานศึกษา ซ่ึง กองลูกเสือน้ันสังกัดอยู และใหหมายความรวมถึง สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียน ศูนยการศึกษาพิเศษ ศูนยการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย ศูนยการเรียน วิทยาลัย วิทยาลัยชุมชน สถาบัน มหาวิทยาลัย หนว ยงานการศกึ ษา หรือหนว ยงานอน่ื ของรฐั หรอื เอกชน หรือสถานศึกษาทเ่ี รียกช่ืออยางอ่นื ของรัฐหรือเอกชน ท่ีมีอํานาจหนา ท่ีหรือมวี ตั ถปุ ระสงคใ นการจดั การศึกษา ขอ ๕ ผบู งั คับบัญชาลกู เสอื ตอ งมีคณุ สมบตั ิ ดังตอ ไปน้ี (๑) เปนผูสุภาพเรยี บรอย มีความประพฤติดี สมควรเปน แบบอยางท่ดี ีแกเดก็ (๒) เปนผมู ศี าสนา (๓) เปน ผไู มมโี รคซงึ่ เปน ทร่ี ังเกยี จแกส งั คม (๔) เปนผูมีสัญชาติไทย หรือถาไมมีสัญชาติไทยตองไดรับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารลูกเสือ แหง ชาติ (๕) เปนผูมคี วามเขา ใจในวตั ถุประสงค หลักการและวธิ ีการของลูกเสือ (๖) เปน ผูมอี าชีพเปนหลกั ฐานไมข ดั ตอ ศีลธรรมอันดี (๗) มอี ายแุ ละผา นการฝกอบรม ดังนี้ ๑๖๒ 168
(ก) ผูอํานวยการลูกเสือโรงเรียนใหแตงต้ังจากผูอํานวยการสถานศึกษาน้ันและตองไดรับ เครื่องหมายวูดแบดจ รองผูอํานวยการลูกเสือโรงเรียนใหแตงตั้งจากรองผูอํานวยการสถานศึกษานั้น ท่ีไดรับ มอบหมายและตอ งไดรบั เคร่อื งหมายวูดแบดจ ผูอํานวยการสถานศึกษาที่ยังไมไดรับเครื่องหมายวูดแบดจใหรักษาการตําแหนงผูอํานวยการ ลกู เสือโรงเรยี นไปกอ น และตองเขารับการฝกอบรมเพ่ือใหไดรับเคร่ืองหมายวูดแบดจภายในหนึ่งป นับแตวันที่ ดํารงตําแหนงผอู าํ นวยการสถานศกึ ษา (ข) ผูกํากับกลุมลูกเสือมีอายุไมนอยกวาย่ีสิบแปดปบริบูรณและตองไดรับเคร่ืองหมายวูดแบดจ รองผูก ํากับกลุมลูกเสือมีอายไุ มนอยกวายี่สิบหา ปบ รบิ ูรณแ ละตองไดร บั เคร่อื งหมายวดู แบดจ (ค) ผูกํากับกองลูกเสือวิสามัญมีอายุไมนอยกวายี่สิบหาปบริบูรณและตองไดรับเครื่องหมาย วูดแบดจประเภทลูกเสือวิสามัญ รองผูกํากับกองลูกเสือวิสามัญมีอายุไมนอยกวายี่สิบสามปบริบูรณ และตอง ไดร ับวฒุ ิบัตรการฝกอบรมวชิ าผกู าํ กับลกู เสือวิสามัญ ข้ันความรเู บอ้ื งตน (ง) ผูกํากับกองลูกเสือสามัญรุนใหญมีอายุไมนอยกวาย่ีสิบสามปบริบูรณและตองไดรับ เครื่องหมายวูดแบดจประเภทลูกเสือสามัญรุนใหญ รองผูกํากับกองลูกเสือสามัญรุนใหญมีอายุไมนอยกวา ยส่ี ิบเอด็ ปบ รบิ รู ณ และตองไดรบั วฒุ บิ ตั รการฝกอบรมวิชาผกู าํ กับลูกเสอื สามญั รนุ ใหญ ขน้ั ความรเู บ้อื งตน (จ) ผกู าํ กับกองลูกเสอื สามัญมีอายุไมนอยกวาย่ีสิบปบริบูรณและตองไดรับเครื่องหมายวูดแบดจ ประเภทลูกเสือสามัญ รองผูกํากับกองลูกเสือสามัญมีอายุไมนอยกวาสิบแปดปบริบูรณ และตองไดรับวุฒิบัตร การฝก อบรมวิชาผูกาํ กบั ลูกเสือสามญั ข้นั ความรูเบอื้ งตน (ฉ) ผูกํากบั กองลกู เสือสาํ รองมีอายไุ มนอ ยกวายี่สิบปบริบูรณและตองไดรับเครื่องหมายวูดแบดจ ประเภทลูกเสือสํารอง รองผูกํากับกองลูกเสือสํารองมีอายุไมนอยกวาสิบแปดปบริบูรณ และตองไดรับวุฒิบัตร การฝกอบรมวชิ าผูกํากบั ลกู เสือสํารอง ขนั้ ความรูเบือ้ งตน (ช) อายุของนายหมลู กู เสือและรองนายหมลู ูกเสือเปน ไปตามประเภทของลูกเสือนั้น ๆ ขอ ๖ ใหเลขาธิการสาํ นกั งานลูกเสือแหง ชาติ เปน ผแู ตงตั้งผบู งั คบั บญั ชาลกู เสือในกรุงเทพมหานคร โดยใหผอู าํ นวยการลูกเสอื เขตพ้นื ท่ีการศกึ ษานน้ั เปนผูเสนอชื่อ ในตาํ แหนง ตอไปน้ี (๑) ผอู ํานวยการลกู เสือโรงเรยี น (๒) รองผอู ํานวยการลกู เสอื โรงเรียน (๓) ผูก าํ กบั กลมุ ลกู เสือ (๔) รองผูกาํ กับกลุม ลกู เสือ (๕) ผูก าํ กบั กองลกู เสอื (๖) รองผกู าํ กับกองลกู เสือ สําหรับสถานศึกษาสังกัดกรุงเทพมหานคร การแตงต้ังผูบังคับบัญชาลูกเสือตามวรรคหน่ึง ใหผูอ าํ นวยการลกู เสือกรงุ เทพมหานครเปนผูแตง ตงั้ และรายงานตอ เลขาธิการสํานักงานลกู เสือแหง ชาติ ขอ ๗ ใหผูอํานวยการลูกเสือจังหวัด เปนผูแตงต้ังผูบังคับบัญชาลูกเสือตามเขตจังหวัด โดยให ผูอ าํ นวยการลกู เสอื เขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษาในจงั หวดั น้นั เปน ผูเสนอชื่อ ในตําแหนง ตอไปนี้ (๑) ผอู าํ นวยการลูกเสือโรงเรยี น (๒) รองผูอ าํ นวยการลูกเสือโรงเรียน (๓) ผกู าํ กบั กลุมลกู เสือ (๔) รองผกู ํากับกลมุ ลกู เสอื (๕) ผูกํากบั กองลูกเสือ ๑๖๓ 169
(๖) รองผูก ํากบั กองลกู เสือ สาํ หรับสถานศึกษาสงั กดั องคกรปกครองสวนทอ งถิ่น เมอื งพัทยา และองคกรปกครองสวนทองถ่ินอื่น ที่มกี ฎหมายจัดต้งั เปนรูปแบบพิเศษท่ีต้ังอยูในเขตปกครองพ้ืนที่จังหวัดใด การแตงตั้งผูบังคับบัญชาลูกเสือตาม วรรคหน่ึง ใหผูอํานวยการลูกเสือจังหวัดเปนผูแตงตั้ง โดยใหหัวหนาหนวยงานขององคกรปกครองสวนทองถิ่น นน้ั เปน ผูเสนอชื่อ ขอ ๘ การแตงตงั้ นายหมลู กู เสือและรองนายหมลู ูกเสือ (๑) ผูกํากับกองลูกเสือสํารองเปนผูแตงตั้งนายหมูลูกเสือสํารอง สําหรับรองนายหมูลูกเสือสํารอง ใหผกู ํากบั กองลกู เสือสาํ รองเปน ผแู ตงตง้ั โดยหารอื นายหมูลูกเสอื สํารองของหมนู ัน้ (๒) ผูกํากับกองลูกเสือสามัญเปนผูแตงตั้งนายหมูลูกเสือสามัญ สําหรับรองนายหมูลูกเสือสามัญ ใหผูกํากับกองลูกเสือสามญั เปน ผแู ตงตง้ั โดยหารือนายหมลู กู เสอื สามัญของหมูน้ัน ในกรณีทีต่ ้ังกองลกู เสอื ใหม ใหผูกํากับกองลูกเสือสามัญหารือลูกเสือในหมูน้ันเพ่ือแตงต้ังนายหมู และ รองนายหมู ผูกํากับกองลูกเสือสามัญอาจแตงต้ังหัวหนานายหมูหนึ่งคน และผูชวยหัวหนานายหมูหนึ่งถึงสองคน จากนายหมูลูกเสือในกองลูกเสือ โดยหารือท่ีประชุมนายหมูของกองลูกเสือน้ันเพื่อทําหนาที่ชวยใน การดําเนินงานของกองลูกเสือ (๓) ผูกํากับกองลูกเสือสามัญรุนใหญเปนผูแตงตั้งนายหมูลูกเสือสามัญรุนใหญ โดยหารือลูกเสือใน หมูน้ัน สําหรับรองนายหมูลูกเสือสามัญรุนใหญ ใหผูกํากับกองลูกเสือสามัญรุนใหญเปนผูแตงตั้ง โดยหารือ นายหมูลูกเสอื สามญั รนุ ใหญข องหมูนั้น ในกรณีที่ต้ังกองลูกเสือใหม ใหผูกํากับกองลูกเสือสามัญรุนใหญหารือลูกเสือในหมูนั้นเพื่อแตงตั้ง นายหมู และรองนายหมู ผูกํากับกองลูกเสือสามัญรุนใหญอาจแตงต้ังหัวหนานายหมูหน่ึงคน และผูชวยหัวหนานายหมูหน่ึงถึง สองคนจากนายหมูลูกเสือในกองลูกเสือ โดยหารือคณะกรรมการดําเนินงานของกองลูกเสือน้ันเพ่ือทําหนาท่ี ชว ยในการดําเนินงานของกองลกู เสอื (๔) ผูก าํ กับกองลูกเสือวสิ ามัญเปน ผูแตงต้ังนายหมูลูกเสือวิสามัญ โดยหารือลูกเสือในหมูนั้น สําหรับ รองนายหมลู กู เสือวสิ ามัญ ใหผ กู ํากบั กองลกู เสือวสิ ามญั เปนผแู ตง ต้งั โดยหารือนายหมูล กู เสือวิสามัญของหมนู ัน้ ในกรณีท่ีตั้งกองลูกเสือใหม ใหผูกํากับกองลูกเสือสามัญรุนใหญหารือลูกเสือในหมูน้ันเพื่อแตงต้ัง นายหมู และรองนายหมู ใหผูกํากับกองลูกเสือวิสามัญแตงต้ังหัวหนานายหมูหน่ึงคน และผูชวยหัวหนานายหมูหน่ึงถึงสองคน โดยหารือคณะกรรมการประจํากองของกองลูกเสอื วิสามัญเพ่ือทาํ หนา ทีช่ ว ยในการดาํ เนินงานของกองลกู เสือ ขอ ๙ ผบู งั คบั บัญชาลกู เสือพนจากตาํ แหนง เม่อื (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ยา ยสงั กัด (๔) ขาดคุณสมบตั ิ ตามขอ ๕ (๕) มเี หตุหนึ่งเหตุใดอนั ไมส ามารถปฏบิ ตั หิ นา ที่ได ขอ ๑๐ ผมู ีอาํ นาจแตงตั้งผบู ังคบั บัญชาลกู เสือตามขอ ๖ ขอ ๗ และขอ ๘ เปนผูมีอํานาจสั่งจําหนาย ผูบังคับบัญชาลูกเสือออกจากทะเบียนผูบังคับบัญชาลูกเสือ โดยใหผูเสนอชื่อตามขอ ๖ ขอ ๗ และขอ ๘ เปน ผเู สนอใหพนจากตําแหนง ๑๖๔ 170
ขอ ๑๑ การยายสังกัดในกรณีท่ีผูบังคับบัญชาลูกเสือไดเปลี่ยนตําแหนงหรือยายสังกัดหนวยลูกเสือ ใหถือวาตาํ แหนง เดมิ สิน้ สดุ ลง หรือถา ไปสงั กัดหนวยลกู เสอื อนื่ ใหด าํ เนินการแตงตง้ั เปนผบู ังคบั บญั ชาลกู เสือใหม ขอ ๑๒ ใหคณะกรรมการบริหารลูกเสือแหงชาติมีอํานาจตีความและวินิจฉัยช้ีขาดปญหาเกี่ยวกับ การปฏิบัติตามที่กําหนดไวใ นขอบงั คบั นี้ ขอ ๑๓ ใหเลขาธิการสํานักงานลูกเสือแหงชาติรักษาการใหเปนไปตามขอบังคับน้ี และใหมีอํานาจ ออกระเบยี บ ประกาศหรือคําสง่ั เพ่อื ปฏิบัติการใหเปนไปตามขอบังคับน้ี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ บริหารลูกเสอื แหงชาติ บทเฉพาะกาล ขอ ๑๔ ผูใดเปน ผูบังคับบญั ชาลูกเสอื ตามขอบงั คับคณะลูกเสอื แหงชาติ วาดวยการปกครองหลักสูตร และวิชาพิเศษลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๐๙ อยูแลวกอนวันที่ขอบังคับน้ีใชบังคับ ใหถือวาผูนั้นเปนผูบังคับบัญชาลูกเสือ อยูตอไปตามขอบงั คับนี้ ผูอํานวยการลูกเสือโรงเรียนที่ไมไดดํารงตําแหนงผูอํานวยการสถานศึกษา ใหดํารงตําแหนง ผูอาํ นวยการลกู เสอื โรงเรยี นตอไป ทั้งนไี้ มเ กินหนงึ่ ป นบั แตวันท่ีขอ บงั คับนี้มผี ลบังคับใช ผูบังคับบัญชาลูกเสือท่ียังไมไดรับเคร่ืองหมายวูดแบดจ หรือวุฒิบัตรการฝกอบรมวิชาผูกํากับลูกเสือ ขั้นความรูเบ้ืองตนตามขอ ๕ (๗) ใหเขารับการฝกอบรมเพ่ือขอรับเครื่องหมายวูดแบดจหรือวุฒิบัตร การฝก อบรมวชิ าผกู ํากบั ลกู เสือ ข้ันความรูเบื้องตน ภายในหนง่ึ ป นับแตวันที่ขอ บังคับนี้มีผลใชบ งั คับ ประกาศ ณ วันท่ี ๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ชนิ วรณ บณุ ยเกียรติ รัฐมนตรีวา การกระทรวงศกึ าธิการ ประธานกรรมการบริหารลกู เสอื แหง ชาติ ๑๖๕ 171
ขอกาํ หนดสําหรับการต้ังลูกเสอื ชอสะอาดในสถานศกึ ษา การจัดต้ังลูกเสือชอสะอาด เพ่ือใหสอดคลองกับการรณรงคปองกันและปราบปรามการทุจริต เห็นควร สงเสริมใหม ลี ูกเสือชอสะอาดเพ่ือใหเปนเสมือนเยาวชนตอตานการทุจริตและโกงในสังคม ทําหนาท่ีเปนเสมือน กองสอดแนมตามวัตถุประสงคของการเกิดกองลูกเสือ ดังนั้น การจัดตั้งลูกเสือชอสะอาดควรกําหนดคุณสมบัติ ดังนี้ ๑. ลูกเสอื ชอ สะอาดมีลกู เสือทั้ง ๔ ประเภท ประกอบดว ย • ลูกเสือสํารองชอสะอาด • ลกู เสอื สามัญชอสะอาด • ลูกเสือสามัญรนุ ใหญชอ สะอาด • ลูกเสอื วสิ ามญั ชอ สะอาด ๒. เกดิ ขึน้ ในสถานศึกษาท่ีมีกองลูกเสอื ประเภทน้ัน ๆ แลวในสถานศึกษา ๓. มีผูกํากับลูกเสือที่ผานการอบรมและรับเคร่ืองหมายตามหลักสูตรการฝกอบรมบุคลากรทาง การลกู เสือ หลักสตู รลกู เสอื ชอสะอาด ๔. ดําเนินการตัง้ ตามแนวปฏิบัติและข้นั ตอนการต้งั กองลูกเสือทั่วไป การแตงต้ังผกู าํ กบั และรองผูกํากบั ลกู เสอื ชอสะอาด การแตงตั้งผูกํากับและรองผูกํากับลูกเสือชอสะอาด ใหดําเนินการตามขอบังคับวาดวยการแตงต้ัง ผูบังคับบัญชาลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๕๓ และมคี ณุ สมบตั ดิ งั ตอไปนี้ ๑. คุณสมบัติของผูกํากับและรองผูกํากับลูกเสือชอสะอาด มีคุณสมบัติท่ัวไปเชนเดียวกับผูกํากับและ รองผูก าํ กบั กองลูกเสือเสนา ตามประเภทของลกู เสือ ๒. คุณสมบัตเิ ฉพาะของผูกํากบั และรองผูกํากบั ลกู เสือชอสะอาด • ผานการอบรม ฝกปฏิบัติเปนเวลาไมนอยกวา ๔ เดือน และไดรับการอนุมัติใหประดับ เครอื่ งหมายชอ สะอาดจากสํานกั งาน ป.ป.ช. โดยสโมสรลกู เสือ ป.ป.ช. เสนอขออนุมัติสํานักงานลกู เสือแหงชาติ • ระหวางการปฏิบตั งิ านภายใน ๔ เดือน ใหทําหนาที่รณณรงคสรางเครือขายลูกเสือชอสะอาด โดยรวบรวมผูสนใจเขารวมเปน ลกู เสือชอสะอาด โดยจัดการรบั สมัครตามประเภทของลูกเสอื อยา งนอ ย ๒ หมู • เม่ือครบกําหนด ๔ เดือน ใหรวบรวมใบสมัครลูกเสือ ทําใบสมัครแตงต้ังผูกํากับและ รองผกู าํ กับ และขอจัดต้งั ลกู เสอื ชอสะอาดในกลมุ ลูกเสือโรงเรียน ๑๖๖ 172
แบบประเมนิ การปฏิบตั กิ ิจกรรม ชือ่ วิชา การบรหิ ารเครือขา ยลูกเสือชอสะอาดในสถานศึกษา หมู............................... ขอ รายการประเมิน ๔ ระดบั คณุ ภาพ ๑ ๓๒ ๑ การตรงตอเวลา ๒ ระบบหมูและการมสี ว นรวมของสมาชกิ ๓ การสรุปความรูท ี่ไดร ับ รวม ลงช่ือ................................................. (..................................................) ผูกาํ กับลกู เสือ เกณฑก ารประเมินผล รายการทีป่ ระเมิน ดีมาก (๔) ระดับคณุ ภาพ/คะแนน ปรบั ปรงุ (๑) ดี (๓) พอใช (๒) ปฏบิ ัติไมไ ดเลย ๑. การตรงตอเวลา ๑. การเขารว ม ปฏบิ ตั ิได ๒ ขอ ปฏบิ ตั ไิ ด ๑ ขอ สมาชิก ๓ คน กจิ กรรมตามเวลา ใน ๓ ขอ ใน ๓ ขอ ขึ้นไป ไมได /ตรงตอเวลา มสี วนรว ม ๒. ผลงานสําเร็จ ผิด ๓ ขอ ขน้ึ ไป ตามเวลาท่กี ําหนด ๓. การนาํ เสนอใช เวลาตามทกี่ าํ หนด ๒. ระบบหมูและ ทุกคนมสี ว นรว ม สมาชิก ๑ คน สมาชกิ ๒ คน การมสี วนรวม ไมไ ดม ีสว นรวม ไมไ ดมสี ว นรว ม ของสมาชิก ๓. การสรุปความรู ถกู ตองทุกขอ ผดิ ๑ ขอ ผดิ ๒ ขอ ที่ไดรับ ๑๖๗ 173
ช่อื วิชา การกาํ หนดหลักสตู รและการจดั ทําแผนพัฒนากจิ กรรมลูกเสอื ชอสะอาด บทเรียนท่ี ๑๖ เวลา ๑๘๐ นาที ขอบขา ยวิชา ผเู ขา รับการฝก อบรมจะไดรับความรเู รื่องโครงสรางหลักสูตรลกู เสือชอ สะอาดทุกประเภท เพ่ือสามารถ นาํ ไปใชใ นการฝกอบรมได โดยมีเน้อื หาดงั ตอ ไปน้ี ๑. โครงสรางหลักสตู รลกู เสือสํารองชอ สะอาด ๒. โครงสรา งหลกั สูตรลูกเสอื สามญั ชอสะอาด ๓. โครงสรางหลักสูตรลกู เสือสามญั รนุ ใหญช อ สะอาด ๔. โครงสรา งหลกั สูตรลูกเสอื วสิ ามัญชอสะอาด ๕. การจัดทําแผนการสอนลูกเสือชอสะอาดทัง้ ๔ ประเภท ๖. วชิ าพเิ ศษลกู เสือชอสะอาด จุดหมาย เพื่อใหไดมาซ่ึงเครือขายลกู เสือชอสะอาด ใหสามารถทาํ หนาทส่ี อดสอ ง เสริมสรางและพัฒนาเครือขาย ลูกเสือชอสะอาดใหม ีจํานวนมากขน้ึ วัตถุประสงค เม่อื จบบทเรยี นนี้แลว ผเู ขา รับการฝกอบรมสามารถ ๑. นําหลักสูตรไปพฒั นาเปน แผนการจัดกจิ กรรมลกู เสอื ชอสะอาดได ๒. กําหนดแนวทางการจดั กิจกรรมสาํ หรับลูกเสอื ชอ สะอาด ๓. เขา ใจถงึ การสรางหลักสตู รสาํ หรบั การจัดการเรียนการสอนกจิ กรรมลูกเสือ วิธสี อน/กิจกรรม ๑. อธิบายความเปนมาของหลักสูตรลกู เสือชอสะอาดท้ัง ๔ ประเภท ๒. แบง กลมุ ผูเขารบั การฝกอบรมตามประเภทของลูกเสอื อภิปรายความเหมาะสมของหลักสูตร ๓. ใหผูเขารับการฝกอบรมแตละประเภทรางแผนการจัดกิจกรรมสําหรับลูกเสือชอสะอาด โดยนํา หลักสตู รและวชิ าพิเศษมาเปน ส่ือในการจัดทาํ แผนการจดั กิจกรรม สอ่ื การสอน ๑. วดี ิทัศนตวั อยางกิจกรรมสง เสรมิ ความซ่ือสัตย สจุ รติ ๒. Power Point ๓. โครงสรา งหลักสูตรลกู เสือสาํ รองชอ สะอาด ๔. โครงสรา งหลักสตู รลกู เสือสามัญชอ สะอาด ๕. โครงสรา งหลักสูตรลกู เสอื สามัญรนุ ใหญชอ สะอาด ๖. โครงสรา งหลักสตู รลกู เสือวิสามญั ชอสะอาด การประเมินผล ๑. การสงั เกต ๑.๑ สังเกตพฤติกรรมในการปฏิบัติกจิ กรรม ๑.๒ สังเกตจากการทํางานเปน หมู ๒. การประเมินผล : ประเมนิ ผลตามแบบที่กาํ หนดไวท ายบท ๑๖๘ 174
เนอื้ หาวิชา ๑. โครงสรางหลักสตู รลูกเสือสาํ รองชอสะอาด ๒. โครงสรา งหลกั สูตรลูกเสอื สามัญชอสะอาด ๓. โครงสรางหลักสตู รลูกเสอื สามญั รุน ใหญช อ สะอาด ๔. โครงสรางหลกั สตู รลูกเสือวสิ ามญั ชอ สะอาด ๕. การจดั ทาํ แผนการสอนลกู เสือชอ สะอาดท้ัง ๔ ประเภท ๖. วชิ าพเิ ศษลกู เสือชอ สะอาด ๑๖๙ 175
เอกสารประกอบการสอนที่ ๑ โครงสรางหลกั สตู รลกู เสือสาํ รองชอสะอาด ลําดบั ชือ่ /กจิ กรรม รูปแบบ เวลา (นาที) ๑ วตั ถุประสงคของการฝก อบรม การบรรยาย ๓๐ ๒ ปฐมนเิ ทศการฝกอบรม การบรรยาย ๙๐ ๓ ลกู เสอื สาํ รองชอสะอาดกับการจัดกิจกรรม • เพลง ๖๐ กลุมสมั พนั ธ • เกมการทดสอบ • เกมการทาํ งานเปน ทมี ๙๐ • บทบาทสมมติ ๑๒๐ ๙๐ ลูกเสือสํารองชอสะอาดกับคาํ ปฏิญาณและกฎ • การสาธติ ๙๐ ๔ ของลูกเสือสาํ รอง (ความซ่ือสัตยสจุ ริต, • บทบาทสมมติ • ระดมสมอง ๑๘๐ ความเอ้ือเฟอเผ่ือแผ) ๗๕๐ ๕ ลกู เสอื สาํ รองชอสะอาดกับการบนั เทิง (เกมเงยี บ) เกม/เพลง/การแสดงเงียบ ๖ ลกู เสอื สาํ รองชอสะอาดกับการรูจ กั เคารพกฎหมาย • บทบาทสมมติ/ละคร • ระดมสมอง ๗ ลูกเสอื สํารองชอสะอาดกับการสรา งจิตอาสา • บทบาทสมมติ • ปฏิบัติ ๘ ลกู เสือสํารองชอสะอาดกับกิจกรรมกลางแจง • การเดินทางสํารวจ (การเปด ประชุมกองพิเศษ, การเดินทางสาํ รวจ) • กจิ กรรมตามฐาน รวม ๑๗๐ 176
177
๑. วัตถปุ ระสงคของการฝกอบรม ๑.๑ เพื่อสรา งจิตสํานกึ ทดี่ ีในการปอ งกนั และปราบปรามการทจุ ริต ๑.๒ เพื่อใหผูเขารับการฝกอบรมมีความรู ความเขาใจท่ีถูกตองเกี่ยวกับการปองกันและปราบปราม การทจุ ริต ๑.๓ เพื่อใหผูเขารับการฝกอบรมมีความรู ความเขาใจ และสามารถปฏิบัติตนเปนคนซื่อสัตยสุจริต สง เสริมการปองกนั การทจุ รติ และสามารถนําไปเผยแพรใ หบ ุคคลในครอบครัว เพ่อื นและชมุ ชนได ๑.๔ เพ่ือใหผูเขารับการฝกอบรมเห็นคุณคาของตนเองและผูอ่ืน มีพฤติกรรมในทางสรางสรรคและ ดําเนินชีวิตในสงั คมไดอ ยางมีความสขุ ๒. มาตรฐานผผู า นการฝกอบรม ผูท ผี่ านการฝก อบรมมีคุณสมบัตทิ ่พี งึ ประสงค ดานความซ่ือสตั ยสุจริต เห็นความสําคัญของการปองกัน และปราบปรามการทุจริต ปฏบิ ัตติ นอยูบนวิถีชีวิตของสงั คมไทย ๓. คุณสมบตั ขิ องผเู ขา รับการฝก อบรม เปน ลกู เสอื สาํ รอง เนตรนารีสาํ รอง ๔. ระยะเวลาในการฝกอบรม จาํ นวน ๒ วนั (ไมพ กั คางคนื ) ใชเวลาจํานวน ๑๒ ชว่ั โมง ๕. คาํ อธบิ ายหลักสตู ร ตามแผนยุทธศาสตรชาติวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต ยุทธศาสตรท่ี ๑ การปลูก จิตสํานึก คานิยมคุณธรรม จริยธรรม การสรางวินัยแกทุกภาคสวน และดําเนินการใหความรูและฝกปฏิบัติ เกย่ี วกบั คุณลักษณะอันพงึ ประสงค ๘ ประการ ตามหลักสตู รการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ (ขยัน ประหยัด ซอื่ สตั ย มีวินัย สภุ าพ สะอาด สามคั คี และมีนํ้าใจ) ท่ีควรรูจัก เคารพกฎหมาย เคารพตนเองและผูอ่ืน จิตอาสา การบริการ การปฏิบัติตนตามคําปฏิญาณ และกฎของลูกเสือสํารอง การแสดงเงียบ จัดกิจกรรมสงเสริมและ พัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ความซ่ือสัตยสุจริต เพ่ือใหเห็นความสําคัญของตนเองและผูอ่ืน มีพฤติกรรมในทาง สรา งสรรค ดาํ รงไวซึง่ ความถกู ตอ ง ความยตุ ธิ รรม สามารถดํารงตนอยใู นสังคมไดอยางมคี วามสขุ ๖. กจิ กรรม/รายวิชา ๖.๑ วัตถุประสงคของการฝก อบรม ๖.๒ การปฐมนิเทศ ๖.๓ ลูกเสือสํารองชอสะอาดกบั การจดั กจิ กรรมกลุมสัมพนั ธ ๖.๔ ลูกเสือสาํ รองชอสะอาดกับคําปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื สํารอง (ความซอ่ื สัตยสจุ ริต, ความเอื้อเฟอเผื่อแผ) ๖.๕ ลูกเสือสํารองชอ สะอาดกบั การบันเทิง (เกมเงยี บ) ๖.๖ ลูกเสอื สํารองชอสะอาดกบั การรูจ กั เคารพกฎหมาย ๖.๗ ลกู เสอื สํารองชอ สะอาดกับการสรางจติ อาสา ๖.๘ ลูกเสือสํารองชอสะอาดกับกจิ กรรมกลางแจง (การเปด ประชุมกองพเิ ศษ, การเดินทางสํารวจ) ๑๗๒ 178
๗. วิธีการฝก อบรม ๗.๑ การบรรยาย ๗.๒ การสาธติ ๗.๓ บทบาทสมมติ/การแสดงละคร ๗.๔ กลุมสัมพนั ธ ๗.๕ กิจกรรมเกมเงียบ ๗.๖ กิจกรรมเดินสํารวจ ๗.๗ กิจกรรมการแจง/กิจกรรมตามฐาน ๗.๘ การระดมสมอง ๘. การประเมนิ ผล ประเมินผลจากการเขา รบั การฝกอบรมและเขา รว มกิจกรรม ประกอบดวย ๘.๑ วิธกี ารวัดผล : สังเกตพฤตกิ รรม ประเมนิ ความรู ประเมนิ ผลงาน ๘.๒ เครอ่ื งมอื วัดผล : แบบสงั เกตพฤติกรรม แบบประเมนิ ความรู แบบประเมนิ ผลงาน ๘.๓ เกณฑการประเมนิ ผล : ผา นเกณฑร อยละ ๘๐ ๙. เกณฑก ารผานหลกั สตู ร ๙.๑ เวลาเขารวมการฝก อบรมไมน อ ยกวา รอ ยละ ๘๐ ๙.๒ ผา นเกณฑก ารประเมินรายวิชาไมตาํ่ กวารอยละ ๘๐ ๙.๓ ปฏิบัติกิจกรรมของลูกเสือเพื่อขอเคร่ืองหมายลูกเสือสํารองชอสะอาด อยางนอย ๒ กิจกรรม หากไมผานเกณฑก ารประเมนิ ผลใหปฏิบัตกิ จิ กรรมอีกคร้ัง ภายในระยะเวลา ๓ เดือน ๑๐. ส่อื การฝก อบรม ๑๐.๑ สื่อโสตทัศนูปกรณ ๑๐.๒ ใบงาน ใบความรู ใบกจิ กรรม การสาธติ การแสดงบทบาทสมมติ ๑๐.๓ แผนภมู ิ รูปภาพ แผนภาพ แผนพบั ทเี่ กี่ยวกบั เนอื้ หาการปองกันและปราบปรามการทุจริต ๑๐.๔ แบบรายงานผลการเดนิ สาํ รวจ ๑๐.๕ กระดาษ A4 ๑๐.๖ อุปกรณเครื่องเขียน ปากกาเคมี สีตกแตงงานฝม ือ ๑๐.๗ เพลง/เกม ๑๐.๘ ภาพยนตร นทิ าน เมาคลลี กู หมาปา ๑๐.๙ เครือ่ งคอมพิวเตอรชนดิ พกพา ๑๐.๑๐ วีดิทศั น ๑๐.๑๑ เครอ่ื งฉายโปรเจคเตอร ๑๐.๑๒ เคร่อื งเสียง ๑๐.๑๓ เครอ่ื งดนตรี เชน กลอง ฉ่งิ ฉาบ กรบั ฯลฯ ๑๐.๑๔ เครอื่ งแตงกายและอปุ กรณประกอบการแสดง ๑๐.๑๕ บทเพลง ๑๐.๑๖ ไหมพรม ๑๗๓ 179
ตารางการฝกอบรมหลกั สูตรลูกเสอื สํารองชอสะอาด ระหวา งวนั ที่ ............เดือน................................ พ.ศ. .............. ณ คายลูกเสอื ............................................................................. วันแรกของการฝก อบรม กิจกรรม ผรู ับผิดชอบ สถานที่ เวลา นาที ๐๗.๐๐ - ๐๘.o๐ น. ๖๐ รายงานตัว ................../และคณะ หองประชุม ๐๘.๓๐ - ๑๐.๓๐ น. ๙๐ พธิ ีเปด การฝกอบรมในหอ งประชุม วทิ ยากรประจาํ วนั หอ งประชมุ ................................... • ประธานในพธิ ีจุดเทยี นธปู บชู า พระรตั นตรัย ................................... ................................... • ผูสงเทยี นชนวน ประธานฯ • ผูสงพวงมาลัย วทิ ยากรประจาํ วัน • ประธานจุดเทียนธปู สกั การะ ร. ๖ ผูร ับผดิ ชอบโครงการ • พิธถี วายราชสดดุ ี ประธานฯ • กลา วรายงาน วทิ ยากรประจําวัน หนา เสาธง • ประธานกลา วเปด พิธเี ปด การฝก อบรมหนา เสาธง ผอู ํานวยการฝก • ชักธง พธิ กี ารทางศาสนา สงบนง่ิ • ผอ.ฝกกลา วตอ นรับ, ช้ีแจง ผูอาํ นวยการฝก นอกหอ งประชมุ ................../และคณะ หอ งประชมุ วตั ถปุ ระสงคการฝกอบรม ปฐมนเิ ทศ วิทยากรประจําวนั หองอาหาร ๑๐.๓๐ - ๑๑.๓๐ น. ๖๐ ลูกเสอื สํารองชอสะอาดกับกจิ กรรม ................../และคณะ หอ งประชมุ กลุม สัมพนั ธ ๑๑.๓๐ - ๑๒.๓๐ น. ๖๐ พักรบั ประทานอาหารกลางวนั ................./และคณะ หองประชุม ๑๒.๓๐ - ๑๔.๐๐ น. ๙๐ ลกู เสือสํารองชอสะอาดกับการสราง จิตอาสา ๑๔.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ๑๒๐ ลกู เสอื สํารองชอสะอาดกับ การบันเทงิ (เกมเงียบ) หมายเหตุ พักรับประทานอาหารวา งและเครือ่ งดมื่ เวลา ๑๐.๓๐ น. และเวลา ๑๔.๓๐ น. ๑๗๔ 180
วนั ท่ี ๒ ของการฝก อบรม เวลา นาที กิจกรรม ผรู ับผิดชอบ สถานที่ หนา เสาธง ๐๘.๐๐ - ๐๘.๓๐ น. ๓๐ พธิ ีรอบเสาธง วิทยากรประจาํ วัน หอ งประชุม ผูอาํ นวยการฝกปราศรัย ผูอาํ นวยการฝก หอ งประชุม ๐๘.๓๐ - ๑๐.๐๐ น. ๙๐ ลูกเสอื สํารองชอสะอาดกับการรูจ กั ............../และคณะ เคารพกฎหมาย หอ งอาหาร ๑๐.๐๐ - ๑๑.๓๐ น. ๙๐ ลูกเสือสํารองชอสะอาดกับ …………../และคณะ หองประชุม/ คาํ ปฏิญาณและกฎของลกู เสือสํารอง สนามฝก หองประชมุ • ความซ่ือสัตยส จุ ริต • ความเอื้อเฟอเผื่อแผ หนาเสาธง ๑๑.๓๐ - ๑๒.๓๐ น. ๖๐ พักรับประทานอาหารกลางวัน วิทยากรประจาํ วนั ๑๒.๓๐ - ๑๕.๓๐ น. ๑๘๐ ลูกเสอื สาํ รองชอสะอาดกับกจิ กรรม …………../และคณะ กลางแจง • การเปด ประชุมกองพิเศษ • การเดินทางสาํ รวจ ๑๕.๓๐ - ๑๖.๐๐ น. ๓๐ พิธีปด ในหอ งอบรม วิทยากรประจาํ วัน ผอู ํานวยการฝก • ผูอํานวยการฝกปราศรยั ครง้ั สุดทา ยและใหโ อวาท • กลาวปด การฝกอบรม พิธปี ด รอบเสาธง วทิ ยากรประจาํ วัน • พธิ กี ารทางศาสนา สงบน่ิง ผูอาํ นวยการฝกและ ชกั ธงลง วิทยากรทุกคน • สามัคคีชุมนุม/จบั มือลา หมายเหตุ ๑. ตารางการฝก อบรมอาจเปล่ยี นแปลงไดตามความเหมาะสม ๒. คําวา “ลกู เสือ” หมายรวมถึง ลกู เสอื สาํ รอง เนตรนารสี าํ รอง ๓. การนัดหมายกจิ กรรมชุมนุมรอบกองไฟใหอ ยูใ นดุลยพนิ ิจของพิธกี รประจําวัน ๔. พักรบั ประทานอาหารวา งและเคร่ืองดื่ม เวลา ๑๐.๓๐ - ๑๐.๔๕ น. และ ๑๔.๓๐ - ๑๔.๔๕ น. ๑๗๕ 181
เอกสารประกอบการสอนที่ ๒ โครงสรา งหลักสูตรลูกเสือสามัญชอสะอาด ลาํ ดบั ชอ่ื วิชา/กิจกรรม รปู แบบการจัดกิจกรรม เวลา (นาที) ๑ ปฐมนิเทศการฝกอบรม รูปแบบที่ ๑ การบรรยาย ๓๐ ๒ วัตถุประสงคของการฝก อบรม รปู แบบท่ี ๑ การบรรยาย ๓๐ ๖๐ ๓ ลูกเสอื กับการเปดดวงตาใหมอยา งมีความสขุ รูปแบบท่ี ๑ กลมุ สัมพนั ธ รูปแบบที่ ๒ บทบาทสมมติ ๖๐ ๔ ลูกเสือกบั การกระทําท่ีเปด เผยโปรงใส รปู แบบท่ี ๑ การบรรยาย ๖๐ รูปแบบท่ี ๒ เกม รปู แบบที่ ๓ การอภปิ ราย ๖๐ ๖๐ ๕ ลกู เสอื กับหนา ทีพ่ ลเมืองทด่ี ี รูปแบบท่ี ๑ การบรรยาย รปู แบบท่ี ๒ เกม ๖๐ รูปแบบท่ี ๓ การถาม - ตอบ ๑๘๐ ๖ ลูกเสือกับความรบั ผิดชอบ รูปแบบท่ี ๑ การบรรยาย รปู แบบท่ี ๒ เกม ๖๐ ๙๐ ๗ ลูกเสอื กบั การเคารพสทิ ธิ เสรภี าพของตนเอง รูปแบบที่ ๑ การบรรยาย ๑๕๐ และผอู ่นื รปู แบบที่ ๒ ฐานกจิ กรรม 182 รปู แบบที่ ๑ การแสดงความ ๘ ลกู เสอื กับการยอมรบั ความคิดเหน็ ที่แตกตาง คดิ เห็น รูปแบบท่ี ๒ การอภิปราย ๙ ลกู เสอื กับความซื่อสัตยตอตนเอง ตอผูอน่ื รูปแบบที่ ๑ การอภปิ ราย และตอ ประเทศชาติ รปู แบบท่ี ๒ เกม/เพลง รูปแบบท่ี ๓ ฐานกิจกรรม ๑๐ ลูกเสือกับการสรา งพลงั คณุ ธรรมความดี รปู แบบที่ ๑ งานกลุม และการมสี ว นรวม รปู แบบที่ ๒ เกม/เพลง ๑๑ ลกู เสือกบั เสนทางสคู วามดีและการมีสว นรว ม รปู แบบท่ี ๑ เกม รปู แบบที่ ๒ ฐานกิจกรรม ๑๒ ลูกเสอื กบั การชมุ นมุ รอบกองไฟ กจิ กรรมชมุ นุมรอบกองไฟ ๑๗๖
ลาํ ดบั ช่ือวิชา/กิจกรรม รูปแบบการจัดกิจกรรม เวลา (นาที) ๑๓ ลูกเสอื กับการบําเพ็ญประโยชนเ พอ่ื สาธารณะ กิจกรรมบําเพ็ญประโยชน ๙๐ ๑๔ ลกู เสอื กับการเสนอจัดทําโครงการ/โครงงาน รูปแบบที่ ๑ งานกลมุ ๙๐ รปู แบบที่ ๒ การระดมสมอง กิจกรรมลูกเสือชอ สะอาด ปฏิบตั กิ ิจกรรมเก่ียวกับ - • ตนเอง การดาํ เนนิ การตามแนวทางลูกเสือ • เพือ่ น/สถานศึกษา ชอสะอาดหลงั จบการฝกอบรมแลว • ครอบครัว/ชมุ ชน • การขอรับเครื่องหมายลูกเสือชอสะอาด รวม ๑,๐๘๐ หมายเหตุ เวลาสามารถปรับเปลีย่ นไดตามความเหมาะสม ๑๗๗ 183
การดาํ เนนิ งานเพอ่ื ขอรบั เครือ่ งหมายลูกเสือสามัญชอสะอาด แผนภูมิการดาํ เนินงาน หลักสูตรลกู เสือสามัญชอสะอาด ดาํ เนินการฝก อบรม ๑. ปฐมนิเทศการฝกอบรม กิจกรรมในสถานศึกษา ๒. วัตถุประสงคของการฝกอบรม ๓. ลูกเสือกับการเปดดวงตาใหมอยางมคี วามสุข ๔. ลกู เสือกบั การกระทําที่เปด เผยโปรงใส ๕. ลูกเสอื กบั หนาที่พลเมืองท่ีดี ๖. ลกู เสือกบั ความรบั ผิดชอบ ๗. ลกู เสือกับการเคารพสิทธิ เสรีภาพของตนเองและผอู ื่น ๘. ลกู เสือกับการยอมรบั ความคดิ เห็นทแ่ี ตกตาง ๙. ลูกเสือกับความซ่ือสัตยตอตนเอง ตอผูอ นื่ และตอประเทศชาติ ๑๐. ลูกเสือกบั การสรางพลงั คุณธรรมความดีและการมีสว นรวม ๑๑. ลูกเสอื กบั เสนทางสคู วามดแี ละการมีสวนรว ม ๑๒. ลกู เสอื กับการชุมนุมรอบกองไฟ ๑๓. ลกู เสือกับการบําเพ็ญประโยชนเ พ่อื สาธารณะ ๑๔. ลกู เสอื กับการเสนอจัดทําโครงการ/โครงงาน การนําหลกั ความซ่ือสัตยไปใช เครื่องหมายลูกเสือสามัญชอสะอาด ปฏบิ ตั กิ จิ กรรม อยางนอย ๓ กิจกรรม ผาน ภายใน ๓ เดอื น ประเมินผล ตนเอง เพ่อื น/ ครอบครัว/ สถานศกึ ษา ชมุ ชน ไมผ า น ๑๗๘ 184
๑. วตั ถปุ ระสงคของการฝก อบรม ๑.๑ เพื่อเสริมสรางความรู ความเขาใจในเรื่องการกระทําอยางเปดเผยโปรงใส การเคารพสิทธิ เสรีภาพของตนเองและผูอ่ืน ความซ่ือสัตยสุจริต ความเปนพลเมืองที่ดี และการมีสวนรวมเกี่ยวกับการปองกัน การทุจริต การคดโกง ๑.๒ เพื่อสงเสริมคุณธรรม และสรางจิตสํานึกที่ดีในเร่ืองความซ่ือสัตยสุจริต และการปองกันการทุจริต ตามระบอบประชาธิปไตย ๑.๓ เพ่อื ปลกู ฝงคุณคาความซื่อสตั ยสจุ รติ ตอตนเอง ตอ ผูอ ่ืนและตอประเทศชาติ ๑.๔ เพื่อสรา งการมีสว นรวมในเรื่องความซอ่ื สตั ยส ุจริต และการปองกันการทจุ รติ ๒. มาตรฐานของผูผานการฝก อบรม ผูท่ีผานการฝกอบรมมีคุณสมบัติท่ีพึงประสงคในเรื่องการกระทําอยางเปดเผยโปรงใส การยอมรับ เคารพสิทธิเสรีภาพของผูอ่ืน ความซื่อสัตยสุจริต ความเปนพลเมืองท่ีดี การมีสวนรวมเก่ียวกับการปองกัน การทจุ รติ และการคดโกง การรังเกียจการทุจริตทกุ รูปแบบ ๓. คณุ สมบตั ิผเู ขารับการฝก อบรม เปนลกู เสือสามัญ เนตรนารีสามญั ยุวกาชาด และสมาชิกผบู าํ เพญ็ ประโยชนใ นระดบั เดียวกนั ๔. ระยะเวลาในการฝกอบรม จํานวน ๓ วัน ๒ คืน ๕. คําอธบิ ายหลกั สูตร เปน การเรียนรูเกย่ี วกบั หลักการสําคัญในเรอื่ งการกระทําท่ีเปดเผยโปรงใส การเคารพสิทธิเสรีภาพของ ตนเองและผูอ่ืน ยอมรับความคิดเห็นท่ีแตกตางท่ีเกิดข้ึนอยางมีความสุข โดยยึดหลักคุณธรรม ปฏิบัติตนดวย ความซื่อสัตยสุจริตทั้งตอตนเอง ผูอ่ืนและประเทศชาติ ทําใหเกิดมีความเขาใจในหนาที่และความรับผิดชอบ รวมถึงสรางการมสี วนรวมในการปอ งกนั การทุจรติ นาํ ไปสกู ารบาํ เพ็ญประโยชนต อสังคมและตอประเทศชาติ ๖. กจิ กรรม/รายวชิ า ๖.๑ ปฐมนิเทศการฝกอบรม ๖.๒ วตั ถปุ ระสงคของการฝก อบรม ๖.๓ ลูกเสอื กับการเปดดวงตาใหมอยา งมคี วามสุข ๖.๔ ลกู เสือกับการกระทําทเ่ี ปดเผยโปรง ใส ๖.๕ ลูกเสือกบั หนาที่พลเมอื งทีด่ ี ๖.๖ ลกู เสือกับความรบั ผิดชอบ ๖.๗ ลูกเสือกับการเคารพสิทธิ เสรีภาพของตนเองและผูอ่ืน ๖.๘ ลกู เสือกับการยอมรับความคิดเหน็ ท่ีแตกตาง ๖.๙ ลกู เสือกบั ความซ่ือสตั ยตอตนเอง ตอ ผูอืน่ และตอประเทศชาติ ๖.๑๐ ลกู เสือกบั การสรา งพลงั คุณธรรมความดแี ละการมสี วนรวม ๖.๑๑ ลกู เสอื กบั เสน ทางสคู วามดแี ละการมสี วนรวม ๖.๑๒ ลกู เสือกบั การชมุ นุมรอบกองไฟ ๖.๑๓ ลกู เสอื กับการบําเพญ็ ประโยชนเ พอ่ื สาธารณะ ๖.๑๔ ลกู เสอื กบั การเสนอจัดทําโครงการ ๑๗๙ 185
๗. วธิ กี ารฝกอบรม ๗.๑ การบรรยาย ๗.๒ งานกลุม ๗.๓ การระดมสมอง ๗.๔ บทบาทสมมติ ๗.๕ เกม ๗.๖ ฐานกิจกรรม ๗.๗ กจิ กรรมกลมุ สมั พันธ ๗.๘ การถาม - ตอบ ๗.๙ กจิ กรรมชมุ นุมรอบกองไฟ ๗.๑๐ กจิ กรรมบาํ เพญ็ ประโยชน ๘. การประเมินผล ประเมนิ ผลจากผเู ขารับการฝกอบรมและเขา รวมกิจกรรม ๘.๑ วธิ ีการวัดผล สังเกตพฤติกรรม ประเมนิ ความรู ประเมินผลงาน ๘.๒ เครอ่ื งมือวดั ผล แบบสังเกตพฤตกิ รรม แบบประเมนิ ความรู แบบประเมนิ ผลงาน ๘.๓ เกณฑการประเมนิ ผล ผา นเกณฑรอยละ ๘๐ ๙. เกณฑการผานหลกั สตู ร ๙.๑ เวลาเขา รว มการฝก อบรมไมต ่าํ กวารอ ยละ ๘๐ ๙.๒ ผา นการประเมนิ ทกุ วชิ าไมต า่ํ กวา รอ ยละ ๘๐ ๙.๓ ปฏิบัติกิจกรรมของลูกเสือ เพ่ือขอรับเคร่ืองหมายลูกเสือสามัญชอสะอาดอยางนอย ๓ กิจกรรม กรณไี มผานเกณฑก ารประเมนิ ผล ใหป ฏิบัติกจิ กรรมอกี คร้ังภายในระยะเวลา ๓ เดอื น ๑๐. สื่อการฝกอบรม ๑๐.๑ ส่ือโสตทัศนูปกรณ เชน เคร่อื งฉายโปรเจคเตอร คอมพิวเตอร เครื่องเสยี ง วดี ิทศั น ๑๐.๒ วสั ดุสาํ นักงาน เชน กระดาษ A4 ปากกาเคมี กระดาษ flipchart ๑๐.๓ แผนภาพ ใบความรู ใบงาน ใบกจิ กรรม แผนภูมิ รปู ภาพ เพลง เกม ๑๐.๔ เคร่ืองแตง กายประกอบการแสดง ๑๐.๕ เครือ่ งดนตรี เชน กลอง ฉิง่ ฉาบ ฯลฯ ๑๘๐ 186
กําหนดการฝก อบรมหลักสูตรลูกเสือสามัญชอสะอาด ระหวา งวนั ที่ ............เดอื น................................ พ.ศ. .............. ณ คายลูกเสอื ............................................................................. วนั ท่ี ๑ ของการฝก อบรม (วันท่ี ........ เดือน .................... พ.ศ. .............) ๐๗.๓๐ น. รายงานตัว ลงทะเบยี น/รับเอกสาร/แบงหมู ๐๘.๓๐ น. ปฐมนเิ ทศการฝกอบรมหลักสูตรลูกเสอื สามญั ชอสะอาด ๐๙.๐๐ น. พธิ ีเปด ในหองประชุม • ประธานจดุ เทียนธปู บชู าพระรัตนตรยั • พิธีถวายราชสดดุ ี • กลา วรายงาน • ประธานกลาวปราศรัยเปดการฝกอบรม พธิ ีทางลกู เสือ • พธิ รี อบเสาธง (ชกั ธงขึ้น สวดมนต สงบนิ่ง) ๑๐.๐๐ น. • ผูอํานวยการฝก อบรมกลาวปราศรัย ๑๐.๓๐ น. นัดหมาย (ท่ีพกั /สัมภาระ/เปลยี่ นชุด) ๑๐.๔๕ น. รบั ประทานอาหารวา งและเครอื่ งดื่ม ๑๑.๑๕ น. วตั ถุประสงคของการฝก อบรมหลักสูตรลกู เสือสามัญชอสะอาด ลูกเสือกับการเปด ดวงตาใหมอยางมีความสขุ ๑๒.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน ๑๓.๐๐ น. นนั ทนาการ ๑๓.๓๐ น. ลูกเสือกบั การกระทําที่เปด เผยโปรง ใส ๑๔.๓๐ น. พกั รับประทานอาหารวางและเคร่ืองดื่ม ๑๔.๔๕ น. ลกู เสือกบั หนาทพ่ี ลเมอื งท่ีดี ๑๕.๔๕ น. ลกู เสอื กบั ความรบั ผดิ ชอบ ๑๖.๔๕ น. ประชุมคณะวทิ ยากร ๑๘.๐๐ น. ชกั ธงลง/รบั ประทานอาหารเยน็ ๑๙.๐๐ น. ลกู เสอื กับการเคารพสทิ ธิ เสรภี าพของตนเองและผูอนื่ ๒๐.๐๐ น. ลูกเสอื กับการยอมรับความคิดเห็นทแี่ ตกตาง ๒๑.๐๐ น. สรปุ กจิ กรรม/นัดหมาย/พิธีการทางศาสนา/สรรเสรญิ พระบารมี/นอน วันท่ี ๒ ของการฝก อบรม (วันท่ี ........ เดือน .................... พ.ศ. .............) ๐๕.๓๐ น. ต่ืนนอน กายบริหาร ภารกิจสวนตัว ๐๗.๐๐ น. รับประทานอาหารเชา ๐๗.๓๐ น. รับการตรวจ ๐๘.๐๐ น. พธิ ีรอบเสาธง ๐๙.๐๐ น. ลกู เสือกับความซื่อสัตยตอตนเอง ตอ ผูอืน่ และตอ ประเทศชาติ (อาหารวา งและเครื่องดมื่ ในเวลา) ๑๘๑ 187
๑๒.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวนั ๑๓.๐๐ น. นันทนาการ ๑๓.๓๐ น. ลูกเสอื กับการสรางพลังคณุ ธรรมความดแี ละการมสี วนรวม ๑๔.๓๐ น. รับประทานอาหารวา งและเครอื่ งด่ืม ๑๔.๔๕ น. ลูกเสอื กับเสนทางสคู วามดีและการมีสวนรวม ๑๖.๑๕ น. นัดหมายการชุมนมุ รอบกองไฟ ๑๖.๔๕ น. ประชมุ คณะวิทยากร ๑๘.๐๐ น. ชักธงลง/รับประทานอาหารเยน็ ๑๙.๐๐ น. การชมุ นมุ รอบกองไฟ ๒๑.๐๐ น. สรปุ กิจกรรม/นัดหมาย/พธิ กี ารทางศาสนา/สรรเสรญิ พระบารมี/นอน วันที่ ๓ ของการฝก อบรม (วันท่ี ........ เดอื น .................... พ.ศ. .............) ๐๕.๓๐ น. ตื่นนอน กายบริหาร ภารกจิ สวนตัว ๐๗.๐๐ น. รบั ประทานอาหารเชา ๐๗.๓๐ น. รบั การตรวจ ๐๘.๐๐ น. พธิ รี อบเสาธง ๐๙.๐๐ น. ลูกเสือบําเพญ็ ประโยชน (กิจกรรมบําเพ็ญประโยชน... คาย/ทพ่ี กั /ปลูกตน ไม/ ...) ๑๐.๓๐ น. พกั รับประทานอาหารวางและเคร่ืองด่ืม ๑๐.๔๕ น. ลกู เสือกบั การเสนอจัดทาํ โครงการ/โครงงาน ๑๒.๐๐ น. รบั ประทานอาหารกลางวัน ๑๓.๐๐ น. ชี้แจงการจัดต้ังลูกเสือสามญั ชอสะอาดในสถานศึกษา ๑๔.๐๐ น. สรปุ อภิปราย ประเมนิ ผล พธิ ปี ดการฝก อบรม • ผูแทนผูเ ขา รบั การฝกอบรมกลาวความรูสกึ • ผอู าํ นวยการฝกอบรมประกาศผลการฝก อบรม • มอบวุฒิบตั ร • ผอู าํ นวยการฝก อบรมกลา วปราศรยั ปดการฝก อบรม • ทบทวนคําปฏญิ าณ • สวดมนต สงบน่ิง ชักธงลง ๑๕.๐๐ น. • รองเพลงสามัคคีชุมนมุ จบั มือลา เดนิ ทางกลับ หมายเหตุ ๑. ตารางการฝก อบรมอาจเปลย่ี นแปลงไดต ามความเหมาะสม ๒. คําวา “ลูกเสือ” หมายรวมถึง ลูกเสือสามัญ เนตรนารีสามัญ ยุวกาชาด และสมาชิกผูบําเพ็ญ ประโยชนท อี่ ยใู นระดบั เดียวกัน ๓. การนดั หมายกจิ กรรมชมุ นุมรอบกองไฟใหอยูในดุลยพินิจของพิธกี รประจําวนั ๔. พักรบั ประทานอาหารวา งและเคร่ืองดมื่ เวลา ๑๐.๓๐ - ๑๐.๔๕ น. และ ๑๔.๓๐ - ๑๔.๔๕ ๑๘๒ 188
เอกสารประกอบการสอนที่ ๓ โครงสรางหลักสตู รลูกเสือสามญั รุนใหญชอสะอาด ลําดบั ชือ่ วิชา กิจกรรม เวลา (นาที) ๑ ปฐมนเิ ทศการฝก อบรมหลักสูตรลูกเสือสามัญ การบรรยายประกอบสาธิต ๓๐ รนุ ใหญชอ สะอาด ๗๕ • พิธกี าร ๓๐ ๒ พิธีเปดการฝก อบรม • การบรรยายพิเศษ ๑๕๐ การบรรยายประกอบสื่อ ๓ วัตถุประสงคของการฝกอบรม ๑๕๐ • การบรรยาย ๔ ยทุ ธศาสตรช าติวา ดวยการปองกันและ • ดูวีดทิ ศั น ๙๐ ปราบปรามการทุจริตทล่ี กู เสือควรรู • อภิปรายกลมุ • ซกั ถาม ๔๕ ๕ เรื่องนา รขู อง ป.ป.ช. ทลี่ กู เสอื สามัญรุนใหญ • สรปุ ๙๕ ชอ สะอาดควรรู • การบรรยาย ๖ คําปฏิญาณและกฎของลกู เสือสามญั รนุ ใหญ • การระดมสมอง ชอ สะอาดกบั การสรางพลเมอื งดี • สรุปโดยใช Mind Mapping ๗ กลุมสัมพนั ธ • บรรยาย • เพลง/เกม ๘ วนิ ัยและความรบั ผดิ ชอบของลกู เสอื สามญั • การแสดงบทบาทสมมตุ ิ รนุ ใหญช อสะอาดในการสรางสงั คมท่ดี ี • ระดมสมอง • งานศลิ ปะ • สมดุ ทาํ ความดี • กจิ กรรมกลมุ • เพลง/เกม • การบรรยาย • การสาธิตและฝกปฏิบัติ • การระดมสมอง • การอภปิ รายกลมุ ๑ 189
ลาํ ดับ ช่อื วิชา กิจกรรม เวลา (นาที) ๙ พลเมอื งดมี ีประชาธิปไตยตามหนา ท่ี • การบรรยาย ๙๐ ท่ี ป.ป.ช. ตอ งการ • ดูวดี ทิ ศั น • การระดมสมอง ๙๐ • อภิปรายกลมุ /ซักถาม • สรุปดว ย Mind Mapping ๙๐ • การบรรยาย ๙๐ ๑๕๐ ๑๐ การสรางพลเมืองดีดว ยคานิยมของลูกเสือสามญั • การระดมสมอง ๖๐ รุนใหญชอสะอาด • วาดภาพ ๑๘๐ ๑,๔๑๕ • บทบาทสมมุติ ๑๑ ความซ่อื สัตยส ุจริตตามแนวคิดของ ป.ป.ช. • การบรรยาย • แบงกลมุ ศึกษาเปนฐาน ตามกรณีศกึ ษา • การแสดงบทบาทสมมุติ • อภิปราย/ซกั ถาม • สรปุ ๑๒ แนวคิดในการสรา งปณธิ านวาดวยลกู เสอื สามญั • การบรรยาย รุนใหญชอ สะอาด • การระดมสมอง • อภปิ ราย/สรปุ ๑๓ การชมุ นุมรอบกองไฟ กิจกรรมชุมนุมรอบกองไฟ เก่ยี วกบั วชิ ากิจกรรมท่ไี ดเ รียนรู ๑๔ แนวคดิ ในการรวมตัวเปน เครือขายลกู เสือสามญั • การบรรยาย รนุ ใหญชอสะอาด • การอภปิ รายกลุม • การนาํ เสนอ การจัดทาํ โครงการรณรงคป องกันและ • การบรรยาย ๑๕ ปราบปรามการทจุ ริต โดยเครือขา ยลกู เสือสามญั • การระดมสมอง รนุ ใหญชอสะอาด • การนาํ เสนอโครงการ รวม หมายเหตุ เวลาสามารถปรับเปลีย่ นตามความเหมาะสม ๒ 190
การดําเนนิ งานเพอ่ื ขอรบั เครื่องหมายลูกเสือสามัญรนุ่ ใหญช่ อ่ สะอาด แผนภมู ิการดาํ เนนิ งาน หลกั สตู รลูกเสอื สามญั รนุ่ ใหญ่ช่อสะอาด ดาํ เนนิ การ ๑. ปฐมนเิ ทศการฝกึ อบรม ฝกึ อบรม ๒. พิธีเปิดการฝึกอบรม กิจกรรมในสถานศึกษา ๓. วตั ถุประสงคข์ องการฝกึ อบรม การนาํ หลัก ๔. ยทุ ธศาสตรช์ าติว่าดว้ ยการป้องกนั และปราบปรามการทุจรติ ท่ีลกู เสอื ควรรู้ ความซอื่ สตั ย์ไปใช้ ๕. เรอื่ งนา่ รู้ของ ป.ป.ช. ทล่ี กู เสอื สามัญรุ่นใหญช่ ่อสะอาดควรรู้ ๖. คาํ ปฏญิ าณและกฎของลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ชอ่ สะอาดกบั การสร้างพลเมืองดี ๗. กลุ่มสมั พนั ธ์ ๘. วินยั และความรับผิดชอบของลกู เสอื สามัญรุ่นใหญ่ชอ่ สะอาดในการสร้างสังคมท่ีดี ๙. พลเมอื งดมี ปี ระชาธิปไตยตามหนา้ ที่ท่ี ป.ป.ช. ต้องการ ๑๐. การสรา้ งพลเมอื งดดี ้วยคา่ นิยมของลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ช่อสะอาด ๑๑. ความซอื่ สตั ยส์ ุจริตตามแนวคดิ ของ ป.ป.ช. ๑๒. แนวคิดในการสร้างปณธิ านว่าด้วยลูกเสือสามัญรุ่นใหญช่ อ่ สะอาด ๑๓. การชุมนมุ รอบกองไฟ ๑๔. แนวคดิ ในการรวมตวั เปน็ เครอื ข่ายลูกเสอื สามญั ร่นุ ใหญช่ อ่ สะอาด ๑๕. การจดั ทําโครงการรณรงคป์ อ้ งกนั และปราบปรามการทุจริต โดยเครือข่ายลูกเสือ สามญั รุ่นใหญช่ ่อสะอาด ปฏบิ ตั กิ จิ กรรม อยา่ งน้อย ๓ กจิ กรรม เครื่องหมายลูกเสอื สามญั รุ่นใหญ่ช่อสะอาด ตนเอง เพ่ือน/ ครอบครัว/ ผ่าน ภายใน ๓ เดอื น สถานศกึ ษา ชุมชน ประเมนิ ผล ไม่ผา่ น 191 ๓
๑. วัตถปุ ระสงคข องการฝก อบรม ๑.๑ เพือ่ ใหผ ูเขา รบั การฝก อบรมตระหนักในหนา ทแี่ ละมีจติ อาสา ๑.๒ เพ่ือใหผูเขา รับการฝก อบรมมีความรู ความเขา ใจในหนา ทขี่ องพลเมืองดีมปี ระชาธปิ ไตย ๑.๓ เพ่ือใหผูเขารับการฝกอบรมมีความรู ความเขาใจ และมีสวนรวมในการปองปรามการทุจริต โดยสามารถเผยแพรใหกบั บคุ คลในครอบครวั เพอ่ื น และชมุ ชนได ๑.๔ เพื่อใหผูเขารับการฝกอบรมเรียนรูและสามารถปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวของกบั ป.ป.ช. ได ๑.๕ เพอื่ ใหผูเขารับการฝก อบรมมคี วามรแู ละสามารถปฏบิ ตั ิตนเปน คนซื่อสัตยส จุ รติ ๒. มาตรฐานผูผ านการฝก อบรม ผูท่ีผานการฝกอบรมมีคุณสมบัติที่พึงประสงคดานความซ่ือสัตย สุจริต มีจิตสํานึกและมีสวนรวม ในการปองกนั และปราบปรามการทุจริต ๓. คณุ สมบัตผิ เู ขา รบั การฝก อบรม เปนลูกเสือสามัญรุนใหญ เนตรนารีสามัญรุนใหญ ยุวกาชาด และสมาชิกผูบําเพ็ญประโยชน ระดับ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท่ี ๑ - ๓ ๔. ระยะเวลาการฝกอบรม จํานวน ๓ วัน ๒ คนื ๕. คําอธิบายหลกั สูตร เปน การเรียนรูเกย่ี วกบั กฎหมาย ระเบียบของ ป.ป.ช. ความซื่อสัตยส ุจริต การมีสวนรวมในการปองกัน และปราบปรามการทจุ รติ การมีจติ อาสา หนาที่พลเมืองท่ีมีประชาธิปไตย ประพฤติตนตามคําปฏิญาณและกฎ ของลูกเสือ ๖. กิจกรรม/รายวชิ า ๖.๑ ปฐมนเิ ทศการฝกอบรมหลักสตู รลูกเสอื สามญั รุนใหญช อ สะอาด ๖.๒ พธิ เี ปดการฝก อบรม ๖.๓ วตั ถุประสงคข องการฝกอบรมหลักสตู รลูกเสือสามญั รุนใหญช อสะอาด ๖.๔ ยทุ ธศาสตรชาตวิ า ดว ยการปองกนั และปราบปรามการทุจรติ ที่ลกู เสือควรรู ๖.๕ เร่อื งนา รูของ ป.ป.ช. ท่ลี กู เสือสามัญรนุ ใหญชอ สะอาดควรรู ๖.๖ คําปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื สามญั รนุ ใหญชอสะอาดกบั การสรา งพลเมืองดี ๖.๗ กลุมสมั พนั ธ ๖.๘ วินยั และความรับผิดชอบของลูกเสอื สามัญรุน ใหญชอสะอาดในการสรางสงั คมท่ดี ี ๖.๙ พลเมอื งดีมปี ระชาธิปไตยตามหนา ที่ท่ี ป.ป.ช. ตองการ ๖.๑๐ การสรางพลเมืองดีดว ยคา นยิ มของลกู เสือสามัญรุน ใหญชอสะอาด ๖.๑๑ ความซอ่ื สตั ยสุจรติ ตามแนวคดิ ของ ป.ป.ช. ๖.๑๒ แนวคดิ ในการสรา งปณิธานวาดวยลกู เสือสามัญรุนใหญชอ สะอาด ๖.๑๓ การชุมนุมรอบกองไฟ ๖.๑๔ แนวคดิ ในการรวมตวั เปนเครอื ขายลกู เสอื สามัญรุนใหญชอสะอาด ๖.๑๕ การจัดทําโครงการรณรงคปองกันและปราบปรามการทุจริต โดยเครือขายลูกเสือสามัญรุนใหญ ชอ สะอาด ๔ 192
๗. วิธีการฝกอบรม ๗.๑ การบรรยาย ๗.๒ การสาธิตและปฏิบัติ ๗.๓ การสอนแบบฐานเรยี นรู ๗.๔ เพลง/เกม ๗.๕ Mind Mapping ๗.๖ บทบาทสมมตุ ิ ๗.๗ กจิ กรรมกลมุ : การระดมสมอง (Brain Storming) ๗.๘ กจิ กรรมกลมุ สมั พันธ ๗.๙ กจิ กรรมชุมนมุ รอบกองไฟ ๘. การประเมนิ ผล ประเมินผลจากการเขารับการฝกอบรมและเขา รว มกิจกรรม ๘.๑ วธิ ีการวัดผล : สงั เกตพฤติกรรม ประเมนิ ความรู ประเมินผลงาน ๘.๒ เครอื่ งมือวัดผล : แบบสงั เกตพฤติกรรม แบบประเมนิ ความรู แบบประเมนิ ผลงาน ๘.๓ เกณฑการประเมินผล : ผานเกณฑรอยละ ๘๐ ๙. เกณฑการผา นหลกั สูตร ๙.๑ เวลาเขา รวมการฝก อบรมไมน อ ยกวา รอยละ ๘๐ ๙.๒ ผานเกณฑการประเมินทุกวชิ าไมต ่ํากวารอยละ ๘๐ ๙.๓ ปฏิบัติกิจกรรมของลูกเสือ เพื่อขอรับเครื่องหมายลูกเสือสามัญรุนใหญชอสะอาด อยางนอย ๓ กิจกรรม หากไมผานเกณฑการประเมนิ ผล ใหปฏิบัตกิ ิจกรรมนน้ั อกี คร้งั ภายในระยะเวลา ๓ เดอื น ๑๐. สอื่ การฝก อบรม ๑๐.๑ สอื่ โสตทัศนปู กรณ ๑๐.๒ ใบงาน ใบความรู ใบกิจกรรม การสาธิต การแสดงบทบาทสมมติ ๑๐.๓ แผนภมู ิ รูปภาพ แผน ภาพ แผน พบั ทเ่ี กย่ี วกับเน้ือหาการปอ งกันและปราบปรามการทจุ รติ ๑๐.๔ กระดาษ A4 ๑๐.๕ อุปกรณเ ครื่องเขียน ปากกาเคมี สีตกแตงงานฝม ือ ๑๐.๖ เพลง/เกม ๑๐.๗ ภาพยนตร นิทาน เก่ยี วกบั ความซ่ือสตั ย ๑๐.๘ เครือ่ งคอมพิวเตอรช นดิ พกพา ๑๐.๙ วีดิทัศน ๑๐.๑๐ เคร่ืองฉายโปรเจคเตอร ๑๐.๑๑ เคร่ืองเสยี ง ๑๐.๑๒ เครอื่ งดนตรี เชน กลอง ฉิง่ ฉาบ กรับ ฯลฯ ๑๐.๑๓ เครอ่ื งแตง กายและอุปกรณประกอบการแสดง ๑๐.๑๔ บทเพลง ๑๐.๑๕ ไหมพรม ๕ 193
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261