Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดการเรียนรู้ ภาษาไทย ชั้น ม.2 ธนากร 004

แผนการจัดการเรียนรู้ ภาษาไทย ชั้น ม.2 ธนากร 004

Published by Thanakorn Hekuntod, 2022-01-18 05:25:19

Description: แผนการจัดการเรียนรู้ ภาษาไทย ชั้น ม.2 ธนากร 004

Search

Read the Text Version

๙๗ แบบทดสอบ จงตอบคำถามตอ่ ไปน้ี ลงในชอ่ งวา่ งใหถ้ ูกตอ้ ง ๑. การเขยี นบรรณานุกรมประกอบไปด้วย. ............................................................................. ............................................................................................................................................. ............................................................................................................................................. ๒. ราชบณั ฑติ ยสถาน. พจนานกุ รมศพั ทว์ รรณกรรมไทย. ........................................................ ยเู นยี น อุลตรา้ ไวโอเลต็ . ๒๕๕๐. ๓. จณิ หน์ ภิ า ศรที ุมมา........................................................................................................... ............................................................................................................................................. ๔. การเขียนบรรณานกุ รมออนไลนป์ ระกอบไปดว้ ย. ................................................................ ............................................................................................................................................. ๕. ภาษาทใี่ ชใ้ นการเขยี นรายงานการศึกษาค้นควา้ ควรมลี กั ษณะอยา่ งไร. ............................... ............................................................................................................................................. ............................................................................................................................................. ............................................................................................................................................. ............................................................................................................................................. ชอ่ื - นามสกลุ ...................................................................................................................... ชน้ั ...................................... เลขท่ี ...................................... โรงเรยี น .............................................................................................................................. แผนการจัดการเรียนรู้ เร่ือง การเขียนรายงานการศกึ ษาค้นควา้

๙๘ แบบทดสอบก่อน – หลังเรียน ๑. เรยี งความเป็นงานเขียนทมี่ ีลักษณะอย่างไร ๖. การเขยี นเรียงความเร่ืองภัยจากโรคเอดส์ ควรเขียนสรปุ ก. เปน็ งานเขยี นทผี่ ู้เขยี นเขียนขึ้นตามจนิ ตนาการ จบด้วยวิธีใดจงึ จะเหมาะสม และเกดิ ประโยชน์ตอ่ ผอู้ ่าน ข. เป็นงานเขยี นท่เี น้นการให้ความรตู้ ามหลกั วชิ า ก. สรปุ ด้วยการอธิบายใหเ้ ข้าใจภัยจากโรคเอดส์ ค. เปน็ งานเขียนที่เน้นโครงสรา้ งหรอื องค์ประกอบ ข. สรุปดว้ ยการชี้ใหเ้ หน็ ภัยที่เกิดจากโรคเอดส์ ง. เปน็ งานเขียนที่มุ่งถา่ ยทอดความรู้ ความคิด ค. สรุปด้วยการสง่ั สอน และฝากให้คดิ และประสบการณ์ของผู้เขยี น ง. สรปุ ด้วยการฝากคำถามให้คดิ ๒. การกำหนดหวั ข้อในการเขยี นเรยี งความ จะต้องคำนงึ ๗. การเขียนเรียงความที่ดี จะต้องมีลกั ษณะอยา่ งไร ถงึ สง่ิ ใดเปน็ อนั ดบั แรก ก. เขียนดว้ ยภาษาระดับทางการ ก. จะเขียนเรื่องอะไร ข. เขียนให้เกดิ เอกภาพและจินตนาการ ข. จะหาข้อมูลการเขียนทใ่ี ด ค. เขยี นเนอื้ เรื่องที่แบ่งได้เป็นสัดสว่ นชัดเจน ค. จะใชเ้ วลาในการเขียนเทา่ ใด ง. เขยี นอยา่ งมเี อกภาพ สัมพันธภาพ และสารัตถภาพ ง. จะเป็นเรอ่ื งที่นา่ สนใจหรือไม่ ๘. “กุหลาบ เป็นไมต้ ดั ดอกท่ีมีการปลกู เป็นการค้ากนั ๓. การเขียนเรยี งความในลกั ษณะการส่ังสอนอบรม คอื แพรห่ ลายทว่ั โลกมานานแล้ว” เปน็ การเขียนคำนำ เรียงความประเภทใด เรียงความโดยใชก้ ลวิธีใด ก. เรยี งความเชิงบรรยาย ก. เร่มิ ตน้ ดว้ ยคำถาม ข. เรียงความเชิงโนม้ น้าวใจ ข. เร่มิ ตน้ ด้วยการอธิบาย ค. เรยี งความเชงิ แสดงความรู้ ค. เริ่มตน้ ด้วยการเลา่ เร่อื ง ง. เรยี งความเชิงพรรณนาโวหาร ง. เริม่ ตน้ ดว้ ยการใหค้ วามหมาย ๔. การเขยี นเรียงความในลักษณะการเลา่ ประสบการณ์ ๙. การเขยี นเรียงความ ควรเลือกเรื่องที่จะเขียนอย่างไร คือเรียงความประเภทใด ก. เลอื กเร่ืองทีค่ นในสังคมกำลังสนใจ ก. เรียงความเชงิ บรรยาย ข. เลือกเรื่องท่ีสนใจ และหาข้อมูลได้ง่าย ข. เรยี งความเชงิ โน้มน้าวใจ ค. เลอื กเร่ืองที่ล้ีลับและไม่มีใครพสิ ูจนไ์ ด้ ค. เรียงความเชิงแสดงความรู้ ง. เลอื กเร่ืองไกลตวั และมีความแปลกใหม่ ง. เรยี งความเชงิ พรรณนาโวหาร ๑๐. การพัฒนางานเขียนเรยี งความให้มคี วามถกู ต้องสมบูรณ์ ๕. การพจิ ารณาเนือ้ หาสาระในการเขียนเรียงความ มีหลักใน ทส่ี ุด ผู้เขยี นจะต้องทำส่งิ ใดก่อน การพจิ ารณาอย่างไร ก. ศกึ ษาตัวอยา่ งงานเขยี นอยา่ งหลากหลาย ก. พิจารณาจากการสะกดคำ การใช้คำ ข. สรปุ เร่อื งราวแนวคิดท่ีมีผเู้ ขียนเอาไว้ ข. พิจารณาจากการใชป้ ระโยคท่ีกระชับ เขา้ ใจงา่ ย ค. เลยี นแบบงานเขียนของผู้อน่ื ค. พิจารณาจากจดุ ประสงคท์ ่ีต้งั ไว้และความสอดคล้อง ง. วางแผนการเขยี นดว้ ยตนเอง ของเน้ือเรอื่ ง ง. พิจารณาจากการใชส้ ำนวนโวหารท่สี อดคล้อง และสอ่ื ความหมายไดด้ ี แผนการจดั การเรยี นรู้ เรื่อง การเขียนรายงานการศึกษาค้นควา้

๙๙ ๑๑. การเขียนเชงิ วิชาการ มลี กั ษณะอยา่ งไร ๑๖. การเรียบเรยี งข้อมูลเพื่อนำเสนอเปน็ รายงานท่ีถกู ต้อง ก. เขียนเป็นระบบแบบแผน ใช้ภาษาท่ีเปน็ ทางการ ใหป้ ฏบิ ตั อิ ยา่ งไร ข. เขียนตรงไปตรงมา มุง่ เสนอข้อคดิ เห็นเปน็ สำคญั ก. เขียนสรปุ ข้อมลู ทค่ี น้ ควา้ มา ค. เขยี นอย่างมหี ลกั การ ใช้ภาษาท่ีถูกต้องประณีต ข. นำข้อมูลทจ่ี ดบนั ทึกไว้มาตัดต่อใหส้ ัมพนั ธก์ นั สวยงาม ค. เรยี บเรยี งข้อมูลที่คน้ คว้ามาโดยใช้สำนวนผู้เขียนเอง ง. เขยี นแสดงความคดิ เห็นเป็นระบบ ใชภ้ าษาท่ีกระชับ ง. เขยี นแสดงความคดิ เห็นโดยใช้ข้อมูลที่ค้นคว้า รัดกมุ มาเป็นสว่ นประกอบ ๑๒. สว่ นประกอบของรายงานเชงิ วชิ าการ ส่วนใดมี ๑๗. ดัชนีในรายงานเชงิ วิชาการ เปน็ เรอื่ งเก่ยี วกับอะไร ความสำคัญน้อยท่ีสุด ก. บัญชีคำ ก. ปกใน ข. บอกลำดบั เนื้อหา ข. คำนำ ค. รายละเอียดในการลำดบั เนื้อหา ค. สารบัญ ง. แสดงจดุ ประสงค์ในการเขียนรายงาน ง. ใบรองปก ๑๘. ขอ้ ใดเป็นขั้นตอนแรกของการเขยี นรายงานเชงิ วชิ าการ ๑๓. เชงิ อรรถเขียนอยูใ่ นสว่ นใดของรายงาน ก. วางโครงเรือ่ ง ก. สว่ นทา้ ย ข. เลอื กหวั ข้อรายงาน ข. ส่วนหนา้ ค. กำหนดจดุ มุง่ หมาย ค. ภาคผนวก ง. ค้นควา้ และรวบรวมข้อมลู ง. สว่ นเนอื้ หา ๑๙. การกำหนดวา่ จะเขยี นเร่ืองอะไร เขยี นแนวไหน และ ๑๔. ขอ้ มลู ภาคสนามมที ่ีมาอย่างไร ประเด็นใด จดั อยู่ในข้นั ตอนใดของการเขียนรายงานเชิง ก. ตำราทม่ี ีผู้เขียนขึน้ วชิ าการ ข. เอกสารท่ีมีผ้รู วบรวมไว้ ก. วางโครงเร่อื ง ค. การสงั เกต สมั ภาษณ์ ทดลอง ข. เลอื กหวั ข้อรายงาน ง. จารึก จดหมายเหตุท่ีไปสบื คน้ มา ค. กำหนดจุดม่งุ หมาย ง. ค้นคว้าและรวบรวมข้อมลู ๑๕. วิธีการบันทึกข้อมูลเพื่อนำมาใชป้ ระกอบการเขียนรายงาน เชงิ วิชาการนิยมใช้วธิ ีใด ๒๐. งานเขียนข้อใด ไม่ใช่การเขียนเชิงวิชาการ ก. จดบันทึกตามความเป็นจริง ก. การเขียนบันทึก ข. บนั ทกึ เสียงการสนทนา ข. รายงานการวจิ ัย ค. บนั ทกึ รูปภาพทั่วไป ค. รายงานการทดลอง ง. เขยี นบันทกึ รายวนั ง. สารคดเี ชิงวชิ าการ ตงั้ ใจทาขอ้ สอบนะคะ ครเู ป็นกาลงั ใจให้ แผนการจดั การเรียนรู้ เรื่อง การเขยี นรายงานการศกึ ษาค้นควา้

๑๐๐ แผนการจัดการเรยี นรู้ เรื่อง พูดวิเคราะห์ วิจารณ์ จากเรือ่ งทฟี่ งั และดู

๑๐๑ แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี ๔ ตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรสั โคโรนา่ ๒๐๑๙ (Covid-19) หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เร่อื ง แลกเปล่ียนพจิ ารณ์ จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๔ เรื่อง พูดวเิ คราะห์ วิจารณ์ จากเร่ืองทฟ่ี ังและดู เวลา เรียน ๑ คาบ รหสั วชิ า ท ๒๒๑๐๒ ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๒ ผ้สู อนนายธนากร เหขนุ ทด กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ๑. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ช้ีวัด มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด ความรูส้ กึ ในโอกาสตา่ ง ๆ อย่างมีวจิ ารณญาณ และสร้างสรรค์ ตวั ชีว้ ดั ท ๓.๑ ม.๒/๓ วิเคราะห์และวิจารณ์เร่ืองท่ีฟัง และดูอย่างมีเหตุผลเพ่ือนำข้อคิดมาประยุกต์ใช้ ในการดำเนนิ ชวี ิต ๒. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ดา้ นความรู้ (K) ๑. วิเคราะหแ์ ละวจิ ารณ์เรื่องทีฟ่ ัง และดอู ย่างมีเหตุผลเพื่อนำข้อคดิ มาประยุกต์ใช้ในการดำเนนิ ชีวิต ๒. อธบิ ายหลักการพูดวิเคราะห์ วิจารณ์ จากเร่ืองท่ีฟงั และดไู ด้ ๓. เปรยี บเทยี บการวเิ คราะห์ วจิ ารณ์ จากเร่อื งทฟี่ ังและดู ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P) ๑. นำเสนอการวเิ คราะหแ์ ละวจิ ารณเ์ รอื่ งท่ีฟัง และดูอย่างมเี หตผุ ลเพอื่ นำข้อคดิ มาประยุกต์ใช้ใน การดำเนนิ ชวี ติ ๒. พดู วเิ คราะห์ วิจารณ์ จากเรอื่ งท่ีฟังและดูได้ ๓. มสี ่วนรว่ มในการวิเคราะห์ วิจารณ์ จากเร่ืองที่ฟังและดู ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A) ๑. มีวนิ ยั ๒. ใฝเ่ รียนรู้ ๓. ม่งุ มนั่ ในการทำงาน ๔. ตระหนักเห็นถงึ ความสำคัญของการพดู ในชวี ิตประจำวัน แผนการจัดการเรยี นรู้ เรื่อง พดู วิเคราะห์ วิจารณ์ จากเรอ่ื งท่ีฟงั และดู

๑๐๒ ๓. สาระสำคัญ การฟัง การดู และการพูด การฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ การพูดแสดงความคิดเห็น ความรู้สึก พูด ลำดบั เรือ่ งราวต่าง ๆ อยา่ งเปน็ เหตุเป็นผล การพูดในโอกาสต่าง ๆ ทงั้ เป็นทางการและไมเ่ ป็นทางการ การพูดเพื่อ โนม้ นา้ วใจ วรรณคดีและวรรณกรรม วิเคราะห์วรรณคดแี ละวรรณกรรมเพือ่ ศึกษาข้อมมูล แนวความคิด คุณค่าของ งานประพันธ์ และเพื่อความเพลดิ เพลิน การเรียนรูแ้ ละทำความเข้าใจ บทเห่ บทร้องเล่นของงเด็ก เพลงพื้นบ้านที่ เป็นภูมิปัญญาที่มีคุณค่าของไทย ซึ่งได้ถ่านทอดความรู้สึกนึกคิด ค่านิยม ขนบธรรมเนียมประเพณี เรื่องราวของ สังคมในอดีต และความงดงามของภาษา เพื่อให้เกิดความซาบซ้ึและภูมิใจในบรรพบุรุษทีไ่ ด้สัง่ สมสบื ทอดมาจนถึง ปจั จบุ นั หลักการใช้ภาษาไทย ศึกษาธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของภาษาไทย การใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องเหมาะสม กบั โอกาสและบุคคล การแต่งบทประพันธก์ ประเภทตา่ ง ๆ และอทิ ธิพลของภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย ข้อมูลสารสนเทศ เรื่องราว ข้อเท็จจรงิ ข้อมูล หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งทีส่ ามารถส่ือความหมายด้วยการพูดบอก เล่า บันทึกเป็นเอกสาร รายงาน หนังสือ แผนที่ แผนภาพ ภาพถ่าย บันทึกด้วยภาพและเสียง บันทึกด้วยเครื่อง คอมพวิ เตอร์ เป็นการเก็บเรอ่ื งราวตา่ ง ๆ บันทึกไวเ้ ป็นหลกั ฐานดว้ ยวิธีการตา่ ง ๆ ๔. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น ✓ ความสามารถในการส่ือสาร ✓ ความสามารถในการคิด ✓ ความสามารถในการแกป้ ัญหา ✓ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ✓ ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ๕. สาระการเรียนรู้ การพดู วเิ คราะห์ วิจารณ์ จากเร่ืองท่ีฟงั และดู เป็นการแยกแยะสว่ นทจี่ ะพิจารณาออกเป็นส่วนย่อย ใหม้ ี ความสมั พันธก์ ันเปน็ ประเด็น ๆ เพื่อทำความเข้าใจให้แจม่ แจ้ง หลงั จากนน้ั ประเมินคา่ โดยการแสดงความคดิ เหน็ แยกแยะข้อดี ข้อเสีย จากเร่อื งทฟ่ี ังและดู หากผ้เู รยี นรหู้ ลกั การและแนวทางในการปฏบิ ตั ิจะทำให้ผ้เู รียนสามารถ พดู วิเคราะห์ วิจารณ์ จากเรื่องตา่ ง ๆ ทีไ่ ด้ฟังและดูไดถ้ ูกต้องและเหมาะสม ๖. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ข้นั ท่ี ๑ ขั้นเตรยี มความพร้อมในการเรียน กจิ กรรมการเรียนร้ทู ่ี ๑ เรื่อง สำนวน สุภาษิต เกีย่ วกับการฟงั การดู และการพดู (เวลาท่ีใช้ ๑ ช่วั โมง) กจิ กรรมนำส่กู ารเรยี น ๑. นักเรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน เรือ่ ง การฟัง การดู และการพดู ๒. ครูแจ้งผลการเรียนรู้ วธิ กี ารประเมนิ และเกณฑก์ ารประเมนิ ให้นักเรยี นทราบ แผนการจดั การเรียนรู้ เรื่อง พดู วิเคราะห์ วจิ ารณ์ จากเรอ่ื งทฟ่ี ังและดู

๑๐๓ ๓. ครูสนทนาซักถามนักเรียนเกย่ี วกับขอ้ คดิ หรอื คติประจำใจในการฟัง การดู และการพดู ข้นั ท่ี ๒ ข้ันการสำรวจและค้นควา้ ๑.ใหน้ ักเรยี นอธิบายความหมายของสำนวน และแนวคดิ ทไ่ี ด้จากสำนวนโดยศกึ ษาและวิเคราะหค์ ำและ ความหมายอย่างสมเหตสุ มผล (ความรู้และความมีเหตผุ ล) ๒. ครแู บ่งกลุม่ นกั เรียนตามความเหมาะสมโดยใชก้ ระบวนการการทำงานกลุ่มตามความสามารถ (ความ พอประมาณ ขัน้ ที่ ๓ ข้นั การอธิบายและลงข้อสรปุ ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มแสดงความร้คู วามคดิ เหน็ ในหวั ข้อต่อไปนี้ ๒. ความสำคญั ของการฟงั และการดู ๓. จุดมงุ่ หมายของการฟังและการดูและประเภทของการฟังและการดู ๔. ลักษณะการฟงั และการดูที่ดี ๕. ลำดับขนั้ การฟงั และการดู ๖. นักเรียนนำเสนอความคิดของกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดซึ่งกันและกันสังเกตการทำงานของ แตล่ ะกลมุ่ (คุณธรรม) ขน้ั ท่ี ๔ ขั้นการประเมนิ ผล ๑. นกั เรยี นสรุปเรอ่ื งท่ีนกั เรียนไดฟ้ งั และแลกเปล่ยี นความรกู้ ับกลุ่มของเพื่อนลงในสมดุ (ความรแู้ ละความมี เหตผุ ล) ๒. นกั เรยี นศึกษาจากใบความรู้ที่ครูแจก(ความรู้) ๓. ครูแจกใบงานที่ ๑ เรื่อง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี เพื่อประกอบใบงานที่ ๒ เรื่องการฟังสารอย่าง สมั ฤทธิ์ผล(ความรู)้ ๔. ครแู จกใบงานท่ี ๓ เรื่อง การดูอย่างสัมฤทธ์ผิ ล ๕. ครูเปิดโอกาสให้นักเรยี นซักถามข้อสงสัยในสิง่ ที่เรียน (คณุ ธรรม) ๗. ส่ือและแหลง่ การเรยี นรู้ ๗.๑ สอื่ การเรียนรู้ ๑. PowerPoint เร่ือง การพูดวิเคราะห์ วจิ ารณ์ จากเรื่องทฟ่ี ังและดู ๒. ใบความรู้ เร่ือง หลักการพูดวเิ คราะห์ วิจารณ์ จากเร่ืองทฟ่ี ังและดู ๗.๒ แหลง่ การเรยี นรู้ ๑. มลู นิธิการศกึ ษาทางไกลผา่ นดาวเทียม ในพระบรมราชูปถมั ภ์ (DLTV) ๒. หนงั สอื เรยี น สาระความรูพนื้ ฐาน รายวชิ า ภาษาไทย แผนการจดั การเรียนรู้ เร่ือง พดู วิเคราะห์ วิจารณ์ จากเร่อื งที่ฟังและดู

๑๐๔ ๘. ชน้ิ งาน/ภาระงาน (หลักฐาน/ร่องรอยแสดงความรู)้ ๑. ใบงาน เรือ่ ง ดู ฟัง กอ่ นวิเคราะห์ วจิ ารณ์ ๒. ใบงานท่ี ๑ – ใบงานที่ ๑๕ ๙. การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีการวดั ผล เครอื่ งมือวดั เกณฑก์ ารประเมนิ ผล สงิ่ ท่ีวดั ถาม-ตอบ ในชน้ั เรยี น คำถามจากบทเรยี น ตอบคำถามซักถามได้ ผลจากการสงั เกต ดา้ นความรู้ (K) พฤติกรรมวิเคราะหแ์ ละ วจิ ารณเ์ ร่อื งที่ฟงั และดู วธิ กี ารวิเคราะห์และ แบบประเมินวิเคราะห์ อยา่ งมเี หตผุ ลร้อยละ ๘๐ ขน้ึ ไปถือวา่ ผา่ น ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) วิจารณ์เร่ืองท่ีฟัง และดู และวจิ ารณ์เร่ืองท่ีฟงั เกณฑ์ อย่างมีเหตุผล และดูอย่างมเี หตผุ ล ผา่ น/ไม่ผา่ น ดา้ นคุณลกั ษณะ (A) การเขา้ เรยี นสม่ำเสมอ แบบสังเกตคุณลกั ษณะ อันพึงประสงค์ เกณฑก์ ารประเมนิ วธิ ีการ เคร่ืองมือที่ใช้ เกณฑ์ ๑) ด้านความรู้ ใช้คำถาม คำถาม ตอบคำถามซักถามได้ รายการประเมิน ๑. วเิ คราะหแ์ ละวิจารณ์ เรอ่ื งที่ฟงั และดูอยา่ งมี เหตผุ ลเพอื่ นำข้อคิดมา ประยกุ ตใ์ ช้ในการดำเนนิ ชีวติ ๒. อธบิ ายหลักการพูด วเิ คราะห์ วิจารณ์ จากเรื่อง ทฟี่ งั และดูได้ ๓. เปรียบเทยี บการ วเิ คราะห์ วิจารณ์ จากเร่ือง ท่ีฟงั และดู แผนการจัดการเรียนรู้ เร่ือง พูดวิเคราะห์ วิจารณ์ จากเรื่องที่ฟงั และดู

๑๐๕ ๒) ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ รายการประเมิน วธิ ีการ เครือ่ งมือทีใ่ ช้ เกณฑ์ ๑. นำเสนอการวเิ คราะห์ แบบประเมินการวิเคราะห์ ผลจากการสังเกต และวจิ ารณเ์ รือ่ งที่ฟงั และดู และวิจารณ์เร่ืองที่ฟัง พฤติกรรมการวิเคราะห์ และดูอย่างมีเหตุผล และวิจารณ์เร่ืองที่ฟัง อย่างมเี หตผุ ลเพ่ือนำข้อคดิ และดูอย่างมีเหตุผลร้อย มาประยุกต์ใช้ในการดำเนนิ ละ ๘๐ ขึ้นไปถือว่าผ่าน ชวี ิต สงั เกตวิธกี ารวิเคราะห์ เกณฑ์ ๒. พดู วเิ คราะห์ วจิ ารณ์ และวิจารณ์เร่ืองท่ีฟัง จากเรอ่ื งทฟ่ี งั และดูได้ และดูอย่างมีเหตุผล ๓. มสี ว่ นรว่ มในการ วิเคราะห์ วิจารณ์ จากเร่ือง ทฟี่ ังและดู ๓) ดา้ นคุณลักษณะ รายการประเมิน รายการประเมิน วธิ ีการ เครื่องมือทใ่ี ช้ ๑. มีวินยั ๒. ใฝ่เรยี นรู้ ได้ผลจากการสงั เกต คณุ ลกั ษณะแต่ละขอ้ ไม่ ๓. มุ่งมัน่ ในการทำงาน สังเกตคุณลักษณะ แบบสังเกตคุณลกั ษณะอนั ตำ่ กวา่ ระดับ ๒.๕ ๔. ตระหนกั เห็นถึง พึงประสงค์ ความสำคญั ของการพูดใน ชวี ติ ประจำวัน เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมการเรียนโดยมีเกณฑ์การให้คะแนน ระดับ ๓๐ - ๒๒ แปลว่า ดเี ยยี่ ม ระดบั ๒๑ - ๑๓ แปลว่า ดี ระดบั ๑๒ - ๔ แปลวา่ พอใช้ ระดับ ๓ แปลว่า ควรปรับปรุง แผนการจัดการเรยี นรู้ เร่ือง พูดวเิ คราะห์ วิจารณ์ จากเรอ่ื งที่ฟงั และดู

๑๐๖ บนั ทึกผลหลงั การสอน ปัญหาและอปุ สรรค ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ........................................................................................................................................................................... ......... .......................................................................................................................... .......................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................................. ....................................... ........................................................................................... ......................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................. .................................................................................................... ................... ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข ............................................................................................................. ....................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................. .................................................. .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... .............................................................................................................................................................................. ...... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ................................................................................................................................................ .................................... ลงช่อื ..................................................ครผู สู้ อน (นายธนากร เหขุนทด) ตำแหน่งครู แผนการจัดการเรียนรู้ เร่ือง พูดวิเคราะห์ วจิ ารณ์ จากเรอื่ งทฟ่ี งั และดู

๑๐๗ แบบบนั ทึกการสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมรายบคุ คล คำช้ีแจง ให้ทำเคร่ืองหมาย √ ลงในช่องว่างรายการประเมินตามคุณภาพการปฏิบัติงานของนักเรยี น พฤติกรรม / ระดับคะแนน ที่ ชอื่ -สกุล ความสนใจใน การมีส่วน การตอบ การยอมรับ ทำงานตามท่ี การทำ ร่วมในการ คำถาม กิจกรรม แสดงความ ฟงั ความ ได้รับ รวม คดิ เหน็ คิดเห็นผูอ้ นื่ มอบหมาย ๓๒๑๓๒๑๓๒๑๓๒๑๓๒๑ เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การประเมนิ คะแนนเตม็ ๑๕ คะแนน ระดับ ๓ หมายถงึ มพี ฤติกรรมระดบั ดี คะแนน ๑๓ – ๑๕ หมายถงึ ดี ระดบั ๒ หมายถึง มีพฤติกรรมระดบั ปานกลาง คะแนน ๙ - ๑๒ หมายถงึ ปานกลาง ระดบั ๑ หมายถึง มีพฤติกรรมระดบั ปรับปรุง คะแนน ๕ - ๘ หมายถงึ ปรับปรงุ เกณฑก์ ารผ่าน ๙ คะแนน ลงชื่อ............................................................ผปู้ ระเมิน (.......................................................) วันที.่ ..........เดือน...............................พ.ศ.............. แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง พดู วิเคราะห์ วิจารณ์ จากเรอื่ งท่ีฟงั และดู

๑๐๘ นิยาม ตัวช้ีวัด พฤตกิ รรมบ่งช้ี และเกณฑ์การให้คะแนน ******************* ขอ้ ที่ ๑ รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ นยิ าม รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงการเป็นพลเมืองดีของชาติ ธำรงไว้ซึ่งความ เปน็ ชาตไิ ทย ศรัทธา ยึดมัน่ ในศาสนา และเคารพเทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษัตริย์ ผู้ที่รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ คือ ผู้ที่มีลักษณะซึ่งแสดงออกถึงการเป็นพลเมืองดีของชาติ มีความสามัคคี ปรองดอง ภูมิใจ เชิดชูความเป็นชาติไทย ปฏิบัติตนตามหลักศาสนาที่ตนนับถือ และแสดงความจงรักภักดีต่อ สถาบันพระมหากษัตรยิ ์ ตวั ช้วี ัดและพฤติกรรมบง่ ชี้ พฤติกรรมบ่งชี้ ตวั ชว้ี ดั ๑.๑.๑ ยืนตรงเคารพธงชาติ รอ้ งเพลงชาติ และอธิบายความหมายของเพลง ๑.๑ เปน็ พลเมอื งดขี องชาติ ชาติไดถ้ กู ตอ้ ง ๑.๑.๒ ปฏิบตั ิตนตามสทิ ธิและหน้าท่ีพลเมอื งดขี องชาติ ๑.๒ ธำรงไวซ้ งึ่ ความเป็นชาติไทย ๑.๑.๓ มีความสามัคคี ปรองดอง ๑.๒.๑ เข้ารว่ ม สง่ เสรมิ สนับสนุนกจิ กรรมท่สี รา้ งความสามัคคี ปรองดอง ท่ี เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน ชมุ ชน และสงั คม ๑.๒.๒ หวงแหน ปกปอ้ ง ยกย่องความเป็นชาติไทย ตัวช้วี ดั และพฤติกรรมบง่ ชี้ พฤติกรรมบ่งชี้ ตวั ชี้วัด ๑.๓.๑ เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาทตี่ นนับถือ ๑.๓ ศรัทธา ยึดมั่น และปฏบิ ัติตน ๑.๓.๒ ปฏบิ ัติตนตามหลักของศาสนาทตี่ นนับถือ ตามหลักของศาสนา ๑.๓.๓ เปน็ แบบอยา่ งที่ดีของศาสนิกชน ๑.๔ เคารพเทิดทนู สถาบนั ๑.๔.๑ เขา้ ร่วมและมสี ่วนรว่ มในการจัดกจิ กรรมท่เี ก่ียวกับสถาบัน พระมหากษัตริย์ พระมหากษัตรยิ ์ ๑.๔.๒ แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธคิ ุณของพระมหากษัตรยิ ์ ๑.๔.๓ แสดงออกซง่ึ ความจงรักภักดีตอ่ สถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ เกณฑ์การใหค้ ะแนน (ใชข้ ้อมูลการเขา้ ร่วมกิจกรรมหน้าเสาธงของนักเรียนเปน็ เกณฑ์พจิ ารณา) พฤตกิ รรมบ่งชี้ ไมผ่ ่าน (๐) ผา่ น (๑) ดี (๒) ดีเย่ียม (๓) ตาม ขอ้ ๑.๑ – ๑.๔ ไมเ่ ข้ารว่ มกจิ กรรม เข้าร่วมกจิ กรรม เข้าร่วมกิจกรรม เขา้ รว่ มกจิ กรรม หนา้ เสาธง หรอื หนา้ เสาธงร้อยละ หน้าเสาธงรอ้ ยละ หนา้ เสาธงรอ้ ยละ ๘๐ ๕๐ - ๕๙ ๖๐ - ๗๙ ขึน้ ไป แผนการจัดการเรยี นรู้ เร่ือง พูดวิเคราะห์ วิจารณ์ จากเรอื่ งทฟ่ี งั และดู

๑๐๙ พฤตกิ รรมบ่งช้ี ไมผ่ า่ น (๐) ผา่ น (๑) ดี (๒) ดีเยย่ี ม (๓) เขา้ รว่ มกจิ กรรม ตำ่ กวา่ รอ้ ยละ ๕๐ หมายเหตุ ข้อมลู นไ้ี ด้รับจากงานระบบการดแู ลช่วยเหลือนักเรยี น (งานบคุ คล,งานกจิ การนกั เรียน) ข้อท่ี ๒ ซ่ือสตั ย์สจุ ริต นยิ าม ซื่อสัตย์สุจริต หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงการยึดมัน่ ในความถูกต้อง ประพฤติตรงตามความเปน็ จรงิ ตอ่ ตนเองและผอู้ ่ืน ท้งั ทางกาย วาจา ใจ ผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต คือ ผู้ที่ประพฤติตรงตามความเป็นจริงทั้งทางกาย วาจา ใจ และยึดหลักความ จริง ความถูกตอ้ งในการดำเนนิ ชวี ติ มคี วามละอายและเกรงกลัวต่อการกระทำผดิ ตวั ชวี้ ดั และพฤติกรรมบง่ ชี้ พฤติกรรมบ่งชี้ ตัวชี้วัด ๒.๑.๑ ใหข้ อ้ มูลทถ่ี กู ต้องและเปน็ จริง ๒.๑ ประพฤตติ รงตามความเป็น ๒.๑.๒ ปฏบิ ัตติ นโดยคำนงึ ถึงความถูกต้อง ละอาย และเกรงกลวั ต่อการกระทำ จริงตอ่ ตนเองท้งั ทางกาย ผิด วาจา ใจ ๒.๑.๓ ปฏบิ ตั ิตามคำมัน่ สัญญา ๒.๒ ประพฤติตรงตามความเป็น ๒.๒.๑ ไม่ถือเอาสิง่ ของหรอื ผลงานของผู้อ่นื มาเปน็ ของตนเอง จริงตอ่ ผู้อน่ื ทงั้ ทางกาย วาจา ใจ ๒.๒.๒ ปฏิบตั ิตนต่อผูอ้ ่นื ด้วยความซื่อตรง ๒.๒.๓ ไม่หาประโยชน์ในทางทไี่ ม่ถูกต้อง เกณฑก์ ารให้คะแนน (ใชข้ ้อมลู จากการสงั เกตตามสภาพจริงของครผู ู้สอน) พฤตกิ รรมบ่งช้ี ไม่ผา่ น (๐) ผ่าน (๑) ดี (๒) ดีเยี่ยม (๓) ตามข้อ ๒.๑ – ๒.๒ ไม่ให้ข้อมูลทีถ่ กู ตอ้ ง ให้ข้อมลู ท่ีถูกตอ้ ง ใหข้ อ้ มูลที่ถูกตอ้ ง ใหข้ ้อมลู ท่ีถูกตอ้ งและ เปน็ จรงิ และเป็นจรงิ และเปน็ จรงิ และเปน็ จรงิ ไมน่ ำส่ิงของและผลงาน ของผู้อน่ื มาเป็นของ มีพฤติกรรมนำ ไมน่ ำสง่ิ ของและ ไม่นำส่งิ ของและ ตนเอง ปฏบิ ัติตนต่อผ้อู ่นื ดว้ ยความซ่ือตรง เป็น ส่ิงของและผลงาน ผลงานของผู้อนื่ มา ผลงานของผู้อน่ื มา แบบอย่างทด่ี ดี า้ นความ ซ่อื สัตย์ ของผู้อ่นื มาเป็นของ เป็นของตนเอง เป็นของตนเอง ตนเอง ปฏิบัตติ นต่อผู้อ่นื ด้วยความซื่อตรง แผนการจดั การเรียนรู้ เร่ือง พดู วิเคราะห์ วจิ ารณ์ จากเรื่องที่ฟังและดู

๑๑๐ หมายเหตุ ข้อมูลนีไ้ ดร้ บั จากงานกิจการนักเรยี น (สมุดบันทกึ การทำความดีของนกั เรยี น,สมุดบนั ทกึ ความดีของ โรงเรียน) ข้อท่ี ๓ มวี ินัย นิยาม มีวินัย หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงการยึดมั่นในข้อตกลง กฎเกณฑ์ และระเบียบ ข้อบังคับของ ครอบครัว โรงเรียน และสังคม ผู้มีวินัย คือ ผู้ที่ปฏิบัติตนตามข้อตกลงกฎเกณฑ์ และระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว โรงเรียน และ สังคมเป็นปกตวิ สิ ัย ไม่ละเมิดสทิ ธขิ องผู้อ่นื ตัวชี้วดั และพฤตกิ รรมบ่งช้ี พฤตกิ รรมบ่งช้ี ตัวชว้ี ัด ๓.๑.๑ ปฏิบัติตามขอ้ ตกลง ข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคับของครอบครัว ๓.๑ ปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลง โรงเรยี น และสังคม ไม่ละเมิดสิทธขิ องผู้อนื่ กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของ ๓.๑.๒ ตรงตอ่ เวลาในการปฏิบัตกิ จิ กรรมต่าง ๆ ในชีวติ ประจำวัน และ ครอบครัว โรงเรียน และสงั คม รับผดิ ชอบในการทำงาน เกณฑ์การให้คะแนน (ใช้ขอ้ มูลจากการสงั เกตตามสภาพจริงของครผู ู้สอน) พฤติกรรมบ่งช้ี ไมผ่ ่าน (๐) ผ่าน (๑) ดี (๒) ดเี ยีย่ ม (๓) ตามข้อ ๓.๑ ไมป่ ฏิบัติตนตาม ปฏบิ ตั ติ นตาม ปฏิบตั ติ นตาม - ปฏบิ ตั ติ นตามขอ้ ตกลง ข้อตกลง กฎเกณฑ์ ข้อตกลง กฎเกณฑ์ ข้อตกลง กฎเกณฑ์ กฎเกณฑ์ ระเบียบ ระเบียบ ข้อบงั คบั ระเบียบ ข้อบงั คับ ระเบียบ ข้อบงั คบั ข้อบังคับของโรงเรยี น ของโรงเรียน และ ของโรงเรียน ตรง ของ ตรงต่อเวลา และ ไมล่ ะเมดิ สทิ ธิของ ตอ่ เวลาในการ ในการปฏิบตั ิ ผูอ้ ืน่ ปฏิบัตกิ ิจกรรม กิจกรรมและ - ตรงตอ่ เวลาในการ รบั ผดิ ชอบในการ ปฏิบตั ิกิจกรรมและ ทำงาน รับผดิ ชอบในการทำงาน หมายเหตุ ข้อมลู นไี้ ดร้ ับจากงานกจิ การนักเรียน (กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบงั คบั ของโรงเรียน,แบบบันทกึ การสอน, แบบบันทกึ กจิ กรรมโฮมรมู , แผนการจัดการเรยี นรู้ เร่ือง พูดวิเคราะห์ วิจารณ์ จากเรอ่ื งท่ีฟงั และดู

๑๑๑ ข้อที่ ๔ ใฝ่เรียนรู้ นิยาม ใฝ่เรยี นรู้ หมายถึง คณุ ลักษณะที่แสดงออกถงึ ความตัง้ ใจ เพียรพยายามในการเรยี น แสวงหาความรู้จาก แหล่งเรียนรทู้ ั้งภายในและภายนอกโรงเรยี น ผู้ที่ใฝ่เรียนรู้ คือ ผู้ที่มีลักษณะแสดงออกถึงความตั้งใจ เพียรพยายามในการเรียนและเข้าร่วมกิจกรรม การเรียนรู้ แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการเลือกใช้สื่อ อย่างเหมาะสม บนั ทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ สรปุ เปน็ องคค์ วามรู้ แลกเปลีย่ นเรียนรู้ ถ่ายทอด เผยแพร่ และนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวนั ได้ ตัวชี้วัดและพฤติกรรมบง่ ช้ี ตวั ช้วี ดั พฤติกรรมบ่งชี้ ๔.๑ ต้ังใจ เพียรพยายามในการ ๔.๑.๑ ต้ังใจเรียน เรยี น และเขา้ ร่วมกิจกรรมการ ๔.๑.๒ เอาใจใสแ่ ละมีความเพียรพยายามในการเรียนรู้ เรยี นรู้ ๔.๑.๓ สนใจเข้ารว่ มกิจกรรมการเรียนรตู้ ่างๆ ๔.๒ แสวงหาความรจู้ ากแหล่ง ๔.๒.๑ ศึกษาคน้ คว้าหาความร้จู ากหนงั สอื เอกสาร ส่ิงพิมพ์ ส่อื เทคโนโลยี เรียนรู้ต่างๆ ทงั้ ภายในและภายนอก ต่างๆ แหลง่ เรียนรทู้ ้งั ภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลือกใชส้ อื่ ได้อย่าง โรงเรียน ดว้ ยการเลอื กใชส้ ่ืออย่าง เหมาะสม เหมาะสม บนั ทึกความรู้ วิเคราะห์ ๔.๒.๒ บนั ทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบจากส่งิ ทเ่ี รียนรู้ สรปุ เป็นองค์ความรู้ สรุปเป็นองค์ความรู้ แลกเปลี่ยน ๔.๒.๓ แลกเปลย่ี นเรยี นร้ดู ้วยวิธกี ารต่างๆ และนำไปใชใ้ นชีวิตประจำวนั เรยี นรู้ และนำไปใช้ใน ชวี ิตประจำวันได้ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน (ใชข้ ้อมูลจากการสังเกตตามสภาพจริงของครูผสู้ อน) พฤติกรรมบ่งชี้ ไมผ่ ่าน (๐) ผ่าน (๑) ดี (๒) ดเี ย่ียม (๓) ตามข้อ ๔.๑ – ๔.๒ ไม่ต้ังใจเรยี น เขา้ เรยี นตรงเวลา เข้าเรียนตรงเวลา เข้าเรียนตรงเวลา ตัง้ ใจ ไม่ศึกษาคน้ คว้าหา ตั้งใจเรียน เอาใจ ตั้งใจเรยี น เอาใจ เรยี น เอาใจใส่ในการ ความรู้ ใสใ่ นการเรยี น ใส่ในการเรยี น เรยี น และมสี ว่ นร่วมใน และมีส่วนร่วมใน และมสี ว่ นร่วมใน การเรียนรู้ และเข้าร่วม การเรยี นรู้ และเข้า การเรยี นรู้ และเข้า กจิ กรรมการเรียนรู้ต่างๆ ร่วมกิจกรรมการ รว่ มกิจกรรมการ ท้งั ภายในและภายนอก เรียนรู้ต่างๆ เป็น เรียนร้ตู า่ งๆ โรงเรยี นเป็นประจำ บางคร้ัง บอ่ ยครงั้ หมายเหตุ ข้อมูลนไ้ี ด้รบั จากแผนการจดั การเรยี นรู้,บันทึกหลังสอน,แบบสังเกตพฤติกรรม แผนการจดั การเรยี นรู้ เร่ือง พดู วิเคราะห์ วิจารณ์ จากเรื่องทีฟ่ ังและดู

๑๑๒ ขอ้ ที่ ๕ อยู่อยา่ งพอเพียง นิยาม อยู่อย่างพอเพียง หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงการดำเนินชีวิตอย่างพอประมาณ มีเหตุผล รอบคอบ มคี ณุ ธรรม มีภมู ิค้มุ กนั ในตัวท่ีดี และปรับตัวเพื่ออยู่ในสังคมไดอ้ ยา่ งมีความสขุ ผู้ที่อยู่อย่างพอเพียง คือ ผู้ที่ดำเนินชีวิตอย่างประมาณตน มีเหตุผล รอบคอบ ระมัดระวัง อยู่ร่วมกับ ผอู้ ืน่ ดว้ ยความรบั ผดิ ชอบ ไมเ่ บยี ดเบียนผ้อู ่ืน เห็นคณุ ค่าของทรัพยากรตา่ งๆ มีการวางแผนป้องกนั ความเสี่ยง และ พรอ้ มรับการเปล่ยี นแปลง ตัวชีว้ ดั และพฤติกรรมบ่งชี้ พฤตกิ รรมบ่งชี้ ตัวชวี้ ดั ๕.๑.๑ ใชท้ รัพยส์ ินของตนเอง เชน่ เงิน สิ่งของ เครื่องใช้ ฯลฯ อย่างประหยดั ๕.๑ ดำเนินชวี ติ อย่างพอประมาณ ค้มุ คา่ และเกบ็ รักษาดูแลอยา่ งดี รวมท้ังการใช้เวลาอย่างเหมาะสม มเี หตผุ ล รอบคอบ มีคุณธรรม ๕.๑.๒ ใชท้ รัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด คุ้มคา่ และเกบ็ รักษาดูแล อย่างดี ๕.๒ มภี ูมคิ ุ้มกันในตัวท่ดี ี ปรับตัว ๕.๑.๓ ปฏิบัติตนและตัดสินใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตุผล เพือ่ อยู่ในสงั คมได้อย่างมีความสขุ ๕.๑.๔ ไม่เอาเปรยี บผู้อนื่ และไม่ทำให้ผู้อน่ื เดอื ดรอ้ น พร้อมใหอ้ ภยั เม่ือผ้อู ื่น กระทำผิดพลาด ๕.๒.๑ วางแผนการเรียน การทำงาน และการใชช้ วี ติ ประจำวนั บนพืน้ ฐานของ ความรู้ ขอ้ มูล ข่าวสาร ๕.๒.๒ รู้เทา่ ทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม ยอมรับและ ปรบั ตวั เพ่อื อยูร่ ว่ มกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข เกณฑ์การใหค้ ะแนน (ใช้ข้อมลู จากการสงั เกตตามสภาพจรงิ ของครูผูส้ อน) พฤตกิ รรมบ่งช้ี ไมผ่ ่าน (๐) ผ่าน (๑) ดี (๒) ดีเยีย่ ม (๓) ตามข้อ ๕.๑ – ๕.๒ ใช้เงินและของใช้ ใชท้ รัพย์สนิ ของ ใช้ทรพั ยส์ ินของ ใช้ทรัพยส์ ินของตนเอง สว่ นตัวและ ตนเองและ ตนเองและ และทรัพยากรของ สว่ นรวมอยา่ งไม่ ทรัพยากรของ ทรพั ยากรของ ส่วนรวมอยา่ งประหยดั ประหยัด ส่วนรวมอย่าง สว่ นรวมอยา่ ง ค้มุ คา่ เกบ็ รักษาดแู ล ไมม่ ีการวาง ประหยัด คมุ้ ค่า ประหยดั คุ้มค่า อย่างดี ไม่เอาเปรียบ แผนการเรยี นและ เกบ็ รกั ษาดแู ล เก็บรักษาดูแล ผู้อืน่ และไมท่ ำใหผ้ ู้อน่ื การใช้ อยา่ งดี อย่างดี ไมเ่ อา เดือดรอ้ น ชวี ิตประจำวนั เปรียบผู้อน่ื ใชค้ วามร้ขู ้อมูลข่าวสาร ใชค้ วามรู้ข้อมลู ในการ วางแผนการเรยี น ข่าวสารในการ วาง การทำงาน และใชใ้ น ชวี ติ ประจำวัน แผนการจดั การเรียนรู้ เร่ือง พูดวิเคราะห์ วิจารณ์ จากเร่ืองท่ฟี งั และดู

๑๑๓ พฤติกรรมบ่งช้ี ไม่ผา่ น (๐) ผา่ น (๑) ดี (๒) ดีเยี่ยม (๓) แผนการเรยี น และ การทำงาน หมายเหตุ ข้อมลู นี้ได้รับจากงานกจิ การนักเรยี น แบบเยย่ี มบ้าน,แบบบนั ทกึ การออม,แผนการจัดการเรียนรู้,ชมุ นุม รักการออม ขอ้ ท่ี ๖ มุง่ ม่นั ในการทำงาน นิยาม มุ่งมั่นในการทำงาน หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงความตั้งใจ และรับผิดชอบในการทำหน้าที่ การงานด้วยความเพยี รพยายาม อดทน เพอ่ื ใหง้ านสำเรจ็ ตามเปา้ หมาย ผู้ที่มุ่งมั่นในการทำงาน คือ ผทู้ มี่ ลี ักษณะซึง่ แสดงออกถึงความตง้ั ใจปฏิบัติหน้าที่ท่ีได้รับมอบหมายด้วย ความเพียรพยายาม ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ ในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่กำหนด ดว้ ยความรบั ผิดชอบ และมคี วามภาคภูมใิ จในผลงาน ตัวชว้ี ดั และพฤตกิ รรมบง่ ช้ี ตัวช้ีวดั พฤตกิ รรมบ่งชี้ ๖.๑ ตง้ั ใจและรบั ผิดชอบในการ ๖.๑.๑ เอาใจใสต่ อ่ การปฏิบัติหน้าทีท่ ีไ่ ด้รบั มอบหมาย ปฏิบัติหนา้ ทก่ี ารงาน ๖.๑.๒ ตง้ั ใจและรบั ผดิ ชอบในการทำงานใหแ้ ล้วเสรจ็ ๖.๑.๓ ปรับปรุงและพฒั นาการทำงานดว้ ยตนเอง ๖.๒ ทำงานดว้ ยความเพยี รพยายาม ๖.๒.๑ ทมุ่ เททำงาน อดทน ไมย่ อ่ ท้อต่อปญั หาและอปุ สรรคในการทำงาน และอดทนเพื่อใหง้ านสำเร็จตาม ๖.๒.๒ พยายามแก้ปญั หาและอุปสรรคในการทำงานใหแ้ ล้วเสรจ็ เปา้ หมาย ๖.๒.๓ ชน่ื ชมผลงานดว้ ยความภาคภมู ิใจ เกณฑ์การใหค้ ะแนน (ใชข้ อ้ มูลจากการสงั เกตตามสภาพจริงของครผู ู้สอน) พฤติกรรมบ่งชี้ ไมผ่ ่าน (๐) ผา่ น (๑) ดี (๒) ดีเยยี่ ม (๓) ตามข้อ ๖.๑ – ๖.๒ ไม่ตงั้ ใจปฏิบัติ ต้งั ใจและ ตงั้ ใจและ ต้งั ใจและรับผดิ ชอบใน หน้าท่กี ารงาน รบั ผิดชอบในการ รับผดิ ชอบในการ การปฏบิ ตั หิ น้าที่ที่ได้รบั ปฏบิ ตั ิหน้าทท่ี ่ี ปฏบิ ัติหนา้ ทีท่ ี่ มอบหมายใหส้ ำเรจ็ มี ไดร้ ับมอบหมายให้ ไดร้ ับมอบหมายให้ การปรบั ปรงุ และ สำเร็จ สำเร็จ มีการ พฒั นาการทำงานใหด้ ีข้นึ ปรบั ปรุงและ ภายในเวลาที่กำหนด พัฒนาการทำงาน ให้ดขี นึ้ หมายเหตุ ข้อมลู นี้ไดร้ บั จากแผนการจดั การเรียนร้,ู แบบสังเกตพฤติกรรม,สอบถาม แผนการจดั การเรียนรู้ เร่ือง พดู วเิ คราะห์ วิจารณ์ จากเร่อื งทฟี่ งั และดู

๑๑๔ ข้อที่ ๗ รกั ความเป็นไทย นิยาม รักความเป็นไทย หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงความภาคภูมิใจ เห็นคุณค่า ร่วมอนุรักษ์สืบทอด ภูมิปัญญาไทย ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะและวัฒนธรรม ใช้ภาษาไทยในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องและ เหมาะสม ผู้ที่รักความเป็นไทย คือ ผู้ที่มีความภาคภูมิใจ เห็นคุณค่า ชื่นชม มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ สืบทอด เผยแพร่ภูมิปัญญาไทย ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะและวัฒนธรรมไทย มีความกตัญญูกตเวที ใช้ภาษาไทยใน การส่อื สารอย่างถกู ตอ้ งเหมาะสม ตัวชีว้ ดั และพฤติกรรมบ่งชี้ ตัวชว้ี ดั พฤตกิ รรมบ่งชี้ ๗.๑ ภาคภมู ิใจในขนบธรรมเนยี ม ๗.๑.๑ แตง่ กายและมมี ารยาทงดงามแบบไทย มีสมั มาคารวะ กตญั ญูกตเวที ประเพณี ศลิ ปะ วฒั นธรรมไทย ต่อผมู้ พี ระคุณ และมีความกตญั ญกู ตเวที ๗.๑.๒ รว่ มกจิ กรรมทีเ่ กย่ี วขอ้ งกบั ประเพณี ศลิ ปะ และวัฒนธรรมไทย ๗.๑.๓ ชักชวน แนะนำให้ผอู้ ่ืนปฏบิ ัตติ ามขนบธรรมเนยี มประเพณี ศลิ ปะและ วัฒนธรรมไทย ๗.๒ เห็นคุณค่าและใช้ภาษาไทยใน ๗.๒.๑ ใชภ้ าษาไทยและเลขไทยในการส่ือสารได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม การสอ่ื สารได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสม ๗.๒.๒ ชักชวน แนะนำให้ผ้อู ่ืนเห็นคณุ ค่าของการใช้ภาษาไทยท่ีถูกต้อง ๗.๓ อนุรักษแ์ ละสืบทอดภูมปิ ัญญา ๗.๓.๑ นำภูมปิ ญั ญาไทยมาใช้ใหเ้ หมาะสมในวถิ ชี วี ติ ไทย ๗.๓.๒ รว่ มกจิ กรรมที่เก่ยี วขอ้ งกบั ภูมิปัญญาไทย ๗.๓.๓ แนะนำ มีสว่ นรว่ มในการสืบทอดภูมิปญั ญาไทย เกณฑ์การให้คะแนน (ใช้ข้อมูลจากการสงั เกตตามสภาพจริงของครผู ู้สอน) พฤตกิ รรมบ่งช้ี ไมผ่ ่าน (๐) ผ่าน (๑) ดี (๒) ดเี ยี่ยม (๓) ตามข้อ ๗.๑ – ๗.๓ ไม่มีสัมมาคารวะตอ่ มสี มั มาคารวะตอ่ มสี ัมมาคารวะต่อ มสี ัมมาคารวะ ต่อครู อาจารย์ ปฏบิ ัตติ นเป็น ครอู าจารย์ ครอู าจารย์ ครูอาจารย์ ผู้มมี ารยาทแบบไทย ใชภ้ าษาไทย เลขไทยใน ใช้ภาษาไทย เลข ปฏิบตั ติ นเป็นผู้มี การสื่อสารได้ถกู ต้อง เข้ารว่ มกจิ กรรมที่ ไทยในการส่ือสาร มารยาทแบบไทย เกี่ยวข้องกบั ภูมปิ ัญญาไทย ได้ถูกต้อง ใชภ้ าษาไทย เลข และมีส่วนรว่ มในการสบื ทอดภมู ปิ ัญญาไทย ไทยในการสือ่ สาร ไดถ้ ูกต้อง เข้ารว่ มกจิ กรรมท่ี เกีย่ วข้องกับ ภูมปิ ญั ญาไทย แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง พดู วิเคราะห์ วจิ ารณ์ จากเร่อื งทฟี่ ังและดู

๑๑๕ หมายเหตุ ข้อมลู นไ้ี ด้รบั จากงานกจิ กรรมท่เี ก่ียวกับประเพณี ศลิ ปะ และวัฒนธรรมไทย,แหลง่ เรยี นรภู้ ูมิปญั ญา ไทย,แบบสงั เกตพฤติกรรม ขอ้ ที่ ๘ มีจิตสาธารณะ นยิ าม มีจิตสาธารณะ หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรมหรือสถานการณ์ที่ ก่อใหเ้ กดิ ประโยชนแ์ กผ่ ู้อืน่ ชุมชน และสังคม ด้วยความเต็มใจ กระตอื รอื ร้น โดยไมห่ วงั ผลตอบแทน ผู้ที่มีจิตสาธารณะ คือ ผู้ที่มีลักษณะเป็นผู้ให้และช่วยเหลือผู้อื่น แบ่งปันความสุขส่วนตนเพื่อทำ ประโยชน์แก่ส่วนรวม เข้าใจ เห็นใจผู้ที่มีความเดือดร้อน อาสาช่วยเหลือสังคม อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยแรงกาย สติปัญญา ลงมอื ปฏบิ ตั เิ พ่ือแกป้ ัญหา หรือรว่ มสร้างสรรค์ส่งิ ท่ดี งี ามใหเ้ กิดในชุมชน โดยไม่หวังส่ิงตอบแทน ตวั ชีว้ ดั และพฤตกิ รรมบง่ ช้ี ตัวชว้ี ัด พฤตกิ รรมบ่งช้ี ๘.๑ ชว่ ยเหลอื ผอู้ ่นื ดว้ ยความเต็มใจ ๘.๑.๑ ชว่ ยพอ่ แม่ ผู้ปกครอง ครทู ำงานด้วยความเตม็ ใจ และพงึ พอใจโดยไมห่ วังผลตอบแทน ๘.๑.๒ อาสาทำงานใหผ้ ูอ้ ืน่ ด้วยกำลงั กาย กำลังใจ และกำลังสติปัญญาโดยไม่ หวังผลตอบแทน ๘.๑.๓ แบ่งปันสง่ิ ของ ทรัพย์สนิ และอ่นื ๆ และช่วยแก้ปญั หาหรือสร้าง ความสุขใหก้ บั ผู้อื่น ๘.๒ เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเ่ี ป็น ๘.๒.๑ ดแู ล รักษาสาธารณสมบัตแิ ละสิ่งแวดล้อมด้วยความเต็มใจ ประโยชนต์ อ่ โรงเรียน ชุมชน และ ๘.๒.๒ เข้ารว่ มกจิ กรรมทีเ่ ปน็ ประโยชนต์ อ่ โรงเรยี น ชมุ ชน และสังคม สังคม ๘.๒.๓ เขา้ ร่วมกจิ กรรมเพ่ือแกป้ ญั หาหรือร่วมสรา้ งส่ิงทีด่ ีงามของส่วนรวม ตามสถานการณ์ทเี่ กิดขึ้นดว้ ยความกระตอื รือร้น เกณฑ์การให้คะแนน (ใช้ข้อมลู การเข้ารว่ มกิจกรรมการดูแลเขตพน้ื ท่ขี องนักเรียนเป็นเกณฑ์พจิ ารณา) พฤติกรรมบ่งชี้ ไม่ผา่ น (๐) ผา่ น (๑) ดี (๒) ดีเยี่ยม (๓) ตามข้อ ๘.๑ – ๘.๒ เขา้ ร่วมกิจกรรม เขา้ ร่วมกจิ กรรม เข้ารว่ มกิจกรรม เข้าร่วมกจิ กรรมการดูแล การดแู ลรักษา การดแู ลรกั ษา การดูแลรกั ษา รกั ษาเขตพ้ืนท่ีท่ตี น เขตพนื้ ท่ี ทีต่ น เขตพนื้ ท่ที ตี่ น เขตพ้ืนที่ท่ีตน รับผดิ ชอบ ร้อยละ ๘๐ รับผดิ ชอบ ต่ำกวา่ รับผดิ ชอบ ร้อยละ รบั ผิดชอบ ร้อยละ ข้นึ ไป ร้อยละ ๕๐ ๕๐ - ๕๙ ๖๐ - ๗๙ หมายเหตุ ข้อมลู นี้ได้รับจากงานดแู ลเขตพืน้ ที่ของโรงเรียน (กลมุ่ บรหิ ารท่วั ไป) ,แบบบันทกึ การทำจิตสารธารณะ แผนการจดั การเรยี นรู้ เร่ือง พูดวิเคราะห์ วจิ ารณ์ จากเร่อื งทฟ่ี งั และดู

สรุปผลการประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ๑๑๖ หมายเหตุ ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๒ ภาคเรยี นที่ ........... ปกี ารศกึ ษา .............. จำนวนนักเรยี น ผลการประเมนิ คณุ ลกั ษะอันพึงประสงค์ (คน) ดเี ย่ยี ม ดี ผา่ น ไม่ผ่าน (๓) (๒) (๑) (๐) ลงชือ่ .................................................................. ผู้รายงาน (................................................................) ครทู ่ีปรกึ ษา .................../ .................../ ................... ลงชื่อ.................................................................. ผู้รายงาน (................................................................) ครูท่ีปรกึ ษา .................../ .................../ ................... แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง พูดวเิ คราะห์ วิจารณ์ จากเรือ่ งทฟ่ี งั และดู

๑๑๗ แบบสรุปผลการประเมินคณุ ลักษณะที่พึงประสงค์ นักเรยี นชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๒ ภาคเรียนท่ี ......... ปีการศึกษา .............. ท่ี ชอ่ื - สกุล ผลการประเมนิ รายข้อ (ระดับคณุ ภาพ) คะแนนรวม สรุปผลการ ๑ ๒๓๔๕๖๗๘ ประเมิน แผนการจดั การเรยี นรู้ เรื่อง พูดวเิ คราะห์ วจิ ารณ์ จากเรอ่ื งทฟ่ี ังและดู

๑๑๘ แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ นกั เรียนชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๒ ช่ือ – สกุล ............................................................................................................................. .. เลขท่ี ................... ภาคเรยี นท่ี........ ภาคเรียนท่ี........ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงคแ์ ละตัวช้ีวัด ดีเยี่ยม ดี ่ผาน ไ ่มผ่าน ีดเย่ียม ดี ผ่าน ไ ่มผ่าน ๓๒๑๐๓๒๑๐ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ๑.๑ ชอบเขา้ ร่วมกิจกรรมแสดงความรกั ชาติ เชน่ เชญิ ธง ยนื ตรงเคารพ ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... ธงชาติ รอ้ งเพลงชาติ รกั ษาช่อื เสียงและหวงแหนสมบัตขิ องชาติ ๑.๒ ชอบเขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนา และปฏบิ ัตติ ามหลักธรรมของ ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... ศาสนา เช่น รกั ษาศีล ปฏบิ ัตธิ รรม ๑.๓ ชอบเขา้ รว่ มกจิ กรรมเพอื่ แสดงความจงรกั ภักดตี อ่ พระมหากษตั รยิ ์ ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... สรปุ การรักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ๒. ซ่อื สัตย์สุจริต ๒.๑ ให้ข้อมูลที่ถกู ตอ้ งและเป็นจริง ไมโ่ กหก ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... ๒.๒ ไมถ่ อื เอาส่ิงของหรือผลงานของผอู้ ่นื มาเป็นของตนเองไมล่ ักขโมย ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... ๒.๓ ไมห่ าผลประโยชน์ในทางทไี่ มถ่ ูกต้อง ไม่คดโกง ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... สรุป ความซอื่ สัตย์สุจริต ๓. มวี นิ ัย ๓.๑ ปฏบิ ตั ติ นตามข้อตกลง กฎระเบียบของครอบครัว โรงเรียนและสังคม ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... ๓.๒ ตรงตอ่ เวลาและรบั ผดิ ชอบในการเรยี น การปฏิบัตงิ าน ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... ๓.๓ ปฏิบัติตนในกิจวตั รประจำวันโดยไมล่ ะเมดิ สทิ ธิผู้อืน่ ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... สรุป ความมีวินัย ๔. ใฝเ่ รยี นรู้ ๔.๑ ตั้งใจ เพยี รพยายามในการเรียนสนใจเขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรียนรู้ตา่ ง ๆ ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... ๔.๒ แสวงหา ศกึ ษา คน้ ควา้ ความร้จู ากแหลง่ การเรยี นรูต้ า่ ง ๆ ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... ๔.๓ บันทกึ ความร้วู เิ คราะห์ตรวจสอบ แลกเปล่ียนเรยี นรู้ ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... สรปุ การใฝเ่ รยี นรู้ ๕. อย่อู ยา่ งพอเพียง ๕.๑ ใช้ทรัพย์สินของตนเองและของส่วนรวมอย่างประหยัด คุ้มค่า ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... รวมทัง้ ใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม ๕.๒ ปฏิบัตติ นและตดั สนิ ใจด้วยความรอบคอบมีเหตุผล ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... 5.3 วางแผนการเรียนการทำงานบนพนื้ ฐานของความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... มภี ูมิคมุ้ กนั ในตวั ท่ดี ี สรุป การอยู่อย่างพอเพียง แผนการจดั การเรียนรู้ เรื่อง พูดวิเคราะห์ วจิ ารณ์ จากเรือ่ งทีฟ่ ังและดู

๑๑๙ แบบประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ นกั เรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๒ ช่ือ – สกุล ............................................................................................................................. .. เลขที่ ................... ภาคเรียนท.ี่ ....... ภาคเรียนท่.ี ....... คุณลักษณะอนั พงึ ประสงคแ์ ละตวั ช้วี ดั ดีเ ่ียยม ดี ผ่าน ไม่ผ่าน ดีเ ่ียยม ดี ผ่าน ไ ่มผ่าน ๓๒๑๐๓๒๑๐ ๖. ม่งุ ม่ันในการทำงาน ๖.๑ ตง้ั ใจและรับผดิ ชอบในการทำงานให้สำเร็จ ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... ๖.๒ ทุม่ เททำงาน อดทนไม่ยอ่ ทอ้ ต่อปัญหาและอุปสรรค ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... ๖.๓ ปรับปรุงพฒั นาการทำงานและผลงานดว้ ยตนเอง ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... ...... สรปุ ความม่งุ มนั่ ในการทำงาน ๗. รกั ความเปน็ ไทย ๗.๑ ปฏิบตั ติ ามขนบธรรมเนยี ม ประเพณี ศลิ ปะ วัฒนธรรมไทย ...... ...... ...... ...... ๗.๒ ใช้ภาษาไทย เลขไทยในการสือ่ สารไดอ้ ยา่ งถูกต้อง ...... ...... ...... ...... ๗.๓ รว่ มกิจกรรมทเ่ี กี่ยวข้องกบั ภมู ิปญั ญาไทย นำมาใชใ้ ห้เหมาะสมใน ...... ...... ...... ...... วถิ ชี ีวิต สรปุ รักความเป็นไทย ๘. มจี ิตสาธารณะ ๘.๑ ช่วยเหลอื ผู้อน่ื แบ่งปนั สง่ิ ของ อาสาทำงานให้ดว้ ยความเต็มใจ ไม่ ...... ...... ...... ...... หวงั ผลตอบแทน ๘.๒ เขา้ ร่วมกจิ กรรมทีเ่ ปน็ ประโยชน์ตอ่ โรงเรยี น ชุมชนและสงั คม ...... ...... ...... ...... ๘.๓ ดแู ลรักษาสาธารณสมบัติและสิ่งแวดล้อมด้วย ความเตม็ ใจ ...... ...... ...... ...... สรุป การมจี ติ สาธารณะ สรุปคะแนนรวม ระดบั คณุ ภาพ ลงชื่อ .................................................. ผ้ปู ระเมิน แผนการจัดการเรียนรู้ เร่ือง พดู วิเคราะห์ วจิ ารณ์ จากเรื่องทีฟ่ งั และดู

๑๒๐ เกณฑ์การให้คะแนน - การให้ และกรอกคะแนนคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ของแตล่ ะข้อตามตัวชีว้ ดั ใหก้ รอกเป็นตวั เลข ระดบั ๐, ๑, ๒ และ ๒ ซึ่ง ตัวเลขมคี วามหมาย ดงั น้ี ระดับคณุ ภาพ ๓ หมายถงึ ระดบั ดเี ย่ยี ม ระดับคณุ ภาพ ๒ หมายถึง ระดบั ดี ระดับคณุ ภาพ ๑ หมายถึง ระดบั ผ่าน ระดบั คณุ ภาพ ๐ หมายถึง ระดบั ไม่ผา่ น คะแนนสรปุ แต่ละขอ้ คุณลกั ษณะฯ ๘ – ๙ คะแนน อยใู่ นเกณฑ์ ระดบั ๓ ๖ – ๗ คะแนน อยูใ่ นเกณฑ์ ระดับ ๒ ต่ำกวา่ ๕ คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ระดบั ๑ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน (ระดบั คุณภาพ) คะแนน ๒๐ - ๒๔ หมายถึง ระดบั คุณภาพ ดเี ยยี่ ม (๓) ระดบั คุณภาพ ดี (๒) คะแนน ๑๒ - ๑๙ หมายถงึ ระดับคณุ ภาพ ผา่ น (๑) ระดับคุณภาพ ไมผ่ ่าน (๐) คะแนน ๘ - ๑๑ หมายถงึ คะแนน ๐ - ๗ หมายถงึ แผนการจดั การเรยี นรู้ เร่ือง พดู วิเคราะห์ วิจารณ์ จากเรื่องท่ีฟงั และดู

๑๒๑ เกณฑ์วเิ คราะหแ์ ละวจิ ารณ์เร่ืองทีฟ่ ัง และดูอย่างมีเหตุผลเพ่อื นำข้อคิดมาประยกุ ต์ใช้ในการดำเนนิ ชีวติ รายการประเมนิ ระดบั คุณภาพของเกณฑ์ / ระดบั คะแนน ๑. สรปุ สาระสำคัญที่ ๔ (ดีมาก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช้) ๑ (ปรบั ปรุง) ไดจ้ ากการฟังและดูสื่อ สรุปสาระสำคัญที่ได้ สรุปสาระสำคญั ที่ได้ สรปุ สาระสำคัญที่ได้ ไมส่ ามารถสรุป จากการฟงั และดสู อ่ื ได้ สาระสำคญั จากการ กระชับ ชดั เจน จากการฟงั และดูสือ่ ได้ จากการฟงั และดูส่อื ได้ ฟังและดสู ื่อได้ ค่อนข้างดี พอใช้ ๒. เลา่ เร่อื งได้ เลา่ เรอ่ื งตามลำดับ เล่าเรอ่ื งตามลำดับ เล่าเร่อื งตามลำดับ เล่าเรื่องตามลำดับ ตามลำดบั เหตกุ ารณ์ เหตุการณ์ไดถ้ ูกต้อง เหตุการณ์ได้ถูกตอ้ ง เหตกุ ารณ์ได้พอใช้ เหตุการณ์ไมถ่ ูกต้อง ระดบั ดีมาก ระดบั ดี สับสนบา้ งเลก็ นอ้ ย ๓. บอกคณุ คา่ ข้อคดิ ที่ บอกคณุ คา่ ข้อคิดท่ีได้รับ บอกคุณค่าข้อคดิ ท่ีไดร้ ับ บอกคณุ คา่ ข้อคิดท่ี สบั สน ไดร้ บั จากการฟังและดู จากการฟงั และดูสื่อ ได้ จากการฟังและดูสื่อ ได้ ไดร้ บั จากการฟังและดู สอ่ื ๓ ข้อ ๒ ขอ้ ส่อื ได้ ๑ ขอ้ ไมส่ ามารถบอก คุณคา่ ข้อคดิ ท่ีไดร้ บั ๔. วิเคราะห์ วจิ ารณ์ วเิ คราะห์ วจิ ารณ์เรื่องท่ี วเิ คราะห์ วจิ ารณ์เรอื่ งที่ วิเคราะห์ วิจารณ์เรอ่ื ง จากการฟงั และดสู อ่ื เร่อื งท่ีฟงั และดู ฟังและดูได้อยา่ งมี ฟงั และดไู ด้อยา่ งมี ทฟี่ ังและดูไดอ้ ย่างมี ได้ เหตผุ ล น่าเชือ่ ถอื เหตุผล น่าเชื่อถือ เหตผุ ล น่าเชือ่ ถือพอใช้ ๕. บอกประโยชน์การ ค่อนข้างดี วเิ คราะห์ วจิ ารณ์ นำไปใช้ใน บอกประโยชนก์ าร บอกประโยชน์การ บอกประโยชนก์ าร เร่อื งท่ีฟงั และดูไม่ได้ ชีวติ ประจำวนั นำไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั นำไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั นำไปใช้ใน ไม่มีเหตุผล ไม่ ได้ ๓ ขอ้ ได้ ๒ ข้อ ชวี ติ ประจำวนั ได้ ๑ ขอ้ น่าเชื่อถอื บอกประโยชนก์ าร นำไปใช้ใน ชีวิตประจำวนั ไม่ได้ เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ ช่วงคะแนน ๑๗-๒๐ ๑๓-๑๖ ๑๐-๑๒ ๑-๙ ระดับคุณภาพ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง พดู วเิ คราะห์ วจิ ารณ์ จากเรือ่ งทีฟ่ ังและดู

๑๒๒ แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย จัดทำโดย นายธนากร เหขุนทด ข้อ รายการประเมนิ ระดับคณุ ภาพ ๕๔๓๒๑ ๑ หน่วยการเรยี นรมู้ ีความสมบูรณ์ เหมาะสมและมีรายละเอียดทีส่ อดคล้องสัมพนั ธ์กัน ๒ แผนการจดั การเรยี นร้สู อดคล้องสัมพนั ธก์ ับหนว่ ยการเรียนรูท้ ่กี ำหนดไว้ ๓ แผนการจดั การเรียนรู้มีองค์ประกอบสำคัญครบถ้วนรอ้ ยรัดสัมพนั ธก์ นั ๔ การเขียนสาระสำคัญในแผนถูกตอ้ ง ๕ จุดประสงค์การเรียนรูส้ ่ตู วั ช้ีวัดมคี วามชดั เจนครอบคลมุ เน้ือหาสาระ ๖ จดุ ประสงค์การเรียนรู้พัฒนานกั เรยี นดา้ นความรู้ ทักษะกระบวนการและเจตคติ ๗ จุดประสงค์การเรียนรเู้ รียงลำดับพฤติกรรมจากงา่ ยไปยาก ๘ กำหนดเนื้อหาสาระเหมาะสมกบั คาบและเวลา ๙ กจิ กรรมการเรียนรสู้ อดคลอ้ งกับจดุ ประสงค์และเนื้อหาสาระ ๑๐ กจิ กรรมการเรยี นรสู้ อดคล้องกบั จดุ ประสงค์และระดับช้นั ของนกั เรียน ๑๑ กจิ กรรมการเรยี นรู้มคี วามหลากหลายและสามารถปฏิบัตไิ ด้จริง ๑๒ กิจกรรมการเรยี นรู้เปน็ กิจกรรมที่สง่ เสริมกระบวนการคิดของนกั เรยี น ๑๓ กจิ กรรมเน้นใหน้ ักเรียนเรียนรู้จากการปฏบิ ัตจิ ริง ๑๔ กิจกรรมการเรียนรูส้ อดคลอ้ งแทรกคุณธรรมและค่านยิ มท่ีดีงาม ๑๕ วัสดุอุปกรณ์ ส่ือและแหลง่ เรยี นรูม้ คี วามหลากหลาย ๑๖ วัสดอุ ปุ กรณ์ ส่อื และแหลง่ เรยี นรู้เหมาะสมกับเนือ้ หาสาระ ๑๗ นักเรียนไดใ้ ช้สือ่ และแหลง่ เรียนรู้ดว้ ยตนเอง ๑๘ นักเรียนทำช้นิ งานทีไ่ ดใ้ ชค้ วามรู้ ความคิดมากกว่าการทำตามทค่ี รกู ำหนดหรือการทำแบบฝกึ หดั ท่วั ไป ๑๙ มีการวัดและประเมนิ ผลทส่ี อดคลอ้ งกับจุดประสงค์การเรียนรู้ ๒๐ นกั เรียนไดม้ ีสว่ นร่วมในการวดั และประเมนิ ผล ระดบั คุณภาพของผลงาน ๕ หมายถงึ คณุ ภาพในระดบั ดีมาก ๔ หมายถงึ คณุ ภาพในระดบั ดี ๓ หมายถึง คณุ ภาพในระดับพอใช้ ๒ หมายถงึ คณุ ภาพในระดับดีควรปรบั ปรุง ๑ หมายถงึ คณุ ภาพในระดบั ท่ไี ม่ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ สรุปการจดั ทำแผนการจดั การเรียนรู้น้ี (สรุปจากระดับคุณภาพจาก MODE) อยู่ในระดับคุณภาพ.................... ลงชอ่ื .........................................รองผู้อำนวยการฝา่ ยบรหิ ารงานวิชาการ (..................................) ............./...................../……… แผนการจดั การเรียนรู้ เรื่อง พูดวิเคราะห์ วจิ ารณ์ จากเรอื่ งท่ีฟงั และดู

๑๒๓ ใบงานท่ี ๑ ให้นกั ศึกษาตอบคำถามต่อไปนี้ 1. ความหมายของการฟังและการดู ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. บอกจดุ มงุ่ หมายของการฟังและการดู มา 3 ข้อ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ใหผ้ ้เู รียนใช้วิจารณญาณให้รอบคอบวา่ เม่อื ฟงั ข้อความโฆษณานี้แล้ว น่าเชือ่ ถือหรือเป็นความจริงมากน้อย เพียงไร “ครมี ถนอมผวิ ชว่ ยให้ผวิ น่ิม ผิวท่มี รี ้ิวรอยเหี่ยวยน่ จะกลับเต่งตึงเปลง่ ปลั่ง ผวิ ทอ่ี อ่ นเยาวใ์ นวยั เด็กจะกลับคืนมา คุณสภุ าพสตรโี ปรดวางใจ และเรยี กใชค้ รีมถนอมเน้ือ” ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… แผนการจดั การเรียนรู้ เร่ือง พูดวิเคราะห์ วิจารณ์ จากเรอื่ งทฟ่ี งั และดู

๑๒๔ ใบงานท่ี ๒ 1. ใหผ้ ้เู รียนบันทึกกิจกรรมในชวี ติ ประจำวันเกยี่ วกับสิง่ ที่ได้ฟังและดู ซ่งึ คดิ วา่ นา่ สนใจ 2 รายการ โดยแยกประเภท ตามจดุ มงุ่ หมายของการฟงั หรือดู พร้อมทั้งสรุปประโยชนท์ ีไ่ ดร้ ับอย่างส้นั ๆ ลำดับท่ี วนั /เดือน/ปี ช่ือเรื่องท่ีฟังหรือดู ประเภทตามจดุ มุง่ หมายของการฟังหรือดู ประโยชน์ทีไ่ ด้รบั 2. นักศึกษาดูขา่ วจากโทรทัศน์หรอื ฟังจากวทิ ยุ 1 ข่าวแลว้ ใชห้ ลักการฟังและดูอย่างมวี ิจารญาณพจิ ารณาวา่ ตาม ประเดน็ ดงั น้ี หวั ขอ้ ข่าว......................................................................... แหลง่ ที่มา........................................................................วัน..............เดอื น............................ป.ี ............. เนื้อหาขา่ ว ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… วเิ คราะห์ (ใคร ทำอะไร ทีไ่ หน อย่างไร) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… แผนการจัดการเรียนรู้ เร่ือง พดู วิเคราะห์ วิจารณ์ จากเร่อื งทีฟ่ ังและดู

๑๒๕ ขอ้ วินจิ ฉัย (ความน่าเชอ่ื ถือของขา่ วมีมากน้อยเพียงใด เพราะอะไร) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ประเมนิ ค่า (ขา่ วมปี ระโยชน์ มีขอ้ ดี ขอ้ เสยี อย่างไร) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… แผนการจดั การเรียนรู้ เร่ือง พูดวิเคราะห์ วิจารณ์ จากเรอื่ งทฟ่ี งั และดู

๑๒๖ ฉ ใบงานท่ี ๓ 1. ใหน้ ักเรยี นบอกข้อปฏบิ ัตใิ นการฟังเพื่อจบั ใจความมาพอสงั เขป ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ให้นักศึกษาบอกมารยาทในการฟงั การดมู า 5 ข้อ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ใหน้ ักศกึ ษาเขียนคำพดู ตามสถานการณท์ ่กี ำหนดใหต้ ่อไปนี้ 1. เขยี นคำขอบคุณส้นั ๆ ที่เพื่อนคนหนึ่งเกบ็ กระเป๋าสตางค์ทีต่ กหายมาให้เรา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. เขียนคำอวยพรวันเกิดของเพือ่ น ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. เขยี นคำกล่าวแสดงความยินดีในโอกาสทีเ่ พ่ือนสอบสมั ภาษณ์เข้าทำงานได้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. เขยี นคำแนะนำตนเองให้กลุ่มผเู้ รยี น ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. ให้นักศึกษายกตวั อย่างกระทำท่ีมีมารยาทในการพดู มา 5 ตวั อย่าง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… แผนการจดั การเรยี นรู้ เร่ือง พูดวิเคราะห์ วิจารณ์ จากเรอ่ื งทฟี่ ังและดู

๑๒๗ ใบงานที่ ๔ 1. นักศึกษาจงเติมบทสนทนาทางโทรศัพทต์ ่อไปน้ีใหส้ มบรู ณ์ ผ้โู ทร : ............................ผมขอพูดกับคุณวฒุ คิ รับ ผู้รบั : ............................คณุ วุฒไิ มอ่ ยู่ไปต่างจงั หวดั ค่ะ............................................................ ผโู้ ทร : ............................ผมอยากทราบวา่ ใครเปน็ ผ้รู ับสายครับ ผ้รู บั : ดฉิ ันวยิ ดานอ้ งสาววฒุ ิ คะ่ ผู้โทร : ............................ผมขอฝากข้อความไว้ด้วยครับวา่ ...................................................... ผรู้ ับ : คะ่ ................................................................................................................................. ผโู้ ทร : ……………………………………………………………….……………………………………………………… 2. ให้ผเู้ รยี นศึกษาคน้ คว้าเพิ่มเตมิ จาก TV. VCD. หรือประสบการณจ์ รงิ เพ่อื หาตัวอยา่ งบุคคลที่มี ลักษณะการพูดดเี ปน็ ที่ประทบั ใจ จำนวน 3 คน และสรปุ ตามแบบบนั ทกึ ต่อไปน้ี ชอื่ - นามสกลุ นักพดู สถานที่พูด เรอ่ื งท่ีพดู จดุ มงุ่ หมาย ลักษณะเด่น 1. ของการพูด ทป่ี ระทบั ใจ 2. 3. แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง พูดวเิ คราะห์ วิจารณ์ จากเรอ่ื งที่ฟังและดู

๑๒๘ ใบงานที่ ๕ ใหน้ กั ศึกษาตอบคำถามต่อไปน้ี 1. การอา่ นในใจมจี ดุ มุ่งหมายอย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. บอกหลักการอ่านในใจ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… 3.ให้นักศกึ ษาบอกหลกั การอ่านออกเสยี ง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… 4. นกั ศึกษาต้องการเปน็ คนอ่านเร็ว ควรเร่มิ ต้นฝึกฝนอย่างไรตอบมาเปน็ ข้อ ๆ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. ในการอ่านท่ดี ี ควรมีมารยาทอย่างไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… 6. ใหน้ กั ศึกษาตอบคำถามต่อไปนสี้ ือ่ อิเลก็ ทรอนิกส์ช่วยให้เกดิ การเรยี นรู้ตลอดชีวิตได้แก่อะไรบา้ ง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… 7. อ่านอยา่ งไรจงึ จะเรียกวา่ เปน็ การอ่านวเิ คราะห์วจิ ารณ์ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 8. นักศกึ ษาต้องการเป็นคนที่มีนิสยั รักการอ่านควรจะฝึกฝนตนเองอยา่ งไร ให้บอกมาเป็นขอ้ ๆ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… แผนการจดั การเรียนรู้ เรื่อง พูดวเิ คราะห์ วิจารณ์ จากเรื่องทฟี่ งั และดู

๑๒๙ ใบงานที่ ๖ 1. ให้นกั ศกึ ษารวบรวมคำที่มักเขียนผิดตามส่ือ รา้ นค้า โฆษณา และทีส่ าธารณะตา่ ง ๆ มาจำนวน 15 คำ พร้อมทั้ง แก้ไขใหถ้ กู ตอ้ งดว้ ย คำท่เี ขยี นผดิ คำทีแ่ กไ้ ข คลนี คิ คลินกิ 2. ให้นกั ศึกษาฝกึ เขียนเรียงความโดยเลือกใช้คำนำจะเป็นบทร้อยกรอง, นำดว้ ยคำถาม,ขอ้ ความสภุ าษิตที่นา่ สนใจ หรอื หวั ข้อท่ีกำลังเปน็ เรื่องทน่ี ่าสนใจอยา่ งใดอยา่ งหนึ่ง และสรุปตามที่ได้ศึกษา รวมถงึ เลือกใช้โวหารแบบต่าง ๆ ในเนือ้ หาท่เี รียนตามความเหมาะสม หวั ข้อตอ่ ไปน้ี 1. “บา้ นคือวมิ านของเรา” ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… 2. “วชิ าเหมอื นสนิ ค้าอันมคี ่า” ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………… แผนการจัดการเรยี นรู้ เรื่อง พดู วิเคราะห์ วจิ ารณ์ จากเรอ่ื งท่ีฟงั และดู

๑๓๐ ใบงานท่ี ๗ 1. ใหน้ ักศกึ ษาเลือกย่อความมา 2 รูปแบบ ตามที่ศกึ ษามา เช่น บทความ จดหมาย โอวาท นทิ าน ซง่ึ แตล่ ะรปู แบบมแี บบการขน้ึ ตน้ เฉพาะให้ถกู ต้อง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ให้นกั ศกึ ษาบอกหลกั การย่อความตามท่ีไดศ้ ึกษา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ใหน้ ักศึกษาเขยี นแสดงความคดิ เหน็ เร่ืองใดเร่ืองหนึ่งตามความสนใจของนักศกึ ษา อย่างนอ้ ย 10 บรรทัด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง พูดวเิ คราะห์ วจิ ารณ์ จากเรอ่ื งทีฟ่ ังและดู

๑๓๑ ใบงานท่ี ๘ 1. ให้นกั ศกึ ษาแยกคำท่ีกำหนดใหต้ ามประเภทของคำ ผลไม้ รฐั บาล อคั คภี ัย พลเรอื น ศิลปกรรม รูปธรรม วทิ ยาลยั มหาชน พระเนตร พุทธกาล นพเก้า คหกรรม สญั ญาณ นโยบาย ภมู ศิ าสตร์ ลูกนำ้ นาฬกิ า หมอดู สนุ ทรพจน์ อุทกภยั ทัศนาจร รอ้ นรน ทะมดั ทะแมง แม่ยาย บรมครู คบั แคบ ภัตตาคาร เติบโต ซูบผอม ธนาคาร คำมลู ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… คำประสม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… คำซอ้ น ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… คำสมาส ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… คำสมาสแบบสนธิคำ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… แผนการจัดการเรยี นรู้ เรื่อง พดู วเิ คราะห์ วจิ ารณ์ จากเร่อื งทีฟ่ งั และดู

๑๓๒ ใบงานที่ ๙ 1. ใหน้ กั ศึกษาพิจารณาประโยคตอ่ ไปน้ีว่าเป็นประโยคชนดิ ใด 1. วันนีอ้ ากาศร้อนมาก เปน็ ประโยค............................................................................................. 2. ฉันดใี จท่เี ธอมีความสขุ เป็นประโยค............................................................................................. 3. พ่อซื้อนาฬิกาเรือนใหม่ให้ฉนั เป็นประโยค............................................................................................. 4. พ่ีชอบสเี ขียวแต่น้องชอบสีฟ้า เปน็ ประโยค............................................................................................. 5. รายการราตรีสโมสรใหค้ วามบันเทงิ แกผ่ ู้ชม เปน็ ประโยค............................................................................................. 6. นายขาวไถนาทส่ี ุพรรณบุรี เปน็ ประโยค............................................................................................. 7. สมพรและสมสมยั เดนิ ทางไปเชยี งใหม่ เปน็ ประโยค............................................................................................. 8. ปรชี าขน้ึ ตน้ ไม้หลงั บ้านหรือไม่ก็กวาดขยะอยู่หน้าบ้าน เป็นประโยค............................................................................................. 9. คนท่ีปราศจากโรคภัยไข้เจ็บเป็นคนโชคดี เปน็ ประโยค............................................................................................. 10. สรพงษ์เดนิ ทางไปสงขลาเพ่ือแสดงภาพยนตร์ เป็น เป็นประโยค............................................................................................. แผนการจัดการเรียนรู้ เร่ือง พูดวเิ คราะห์ วจิ ารณ์ จากเร่อื งทีฟ่ ังและดู

๑๓๓ ใบงานท่ี ๑๐ 1. ใหน้ กั ศึกษายกตวั อย่างการใชเ้ ครื่องหมายวรรคตอนตามท่ีกำหนดดังนี้ 1. จุลภาค (‚) ตวั อยา่ ง........................................................................................... 2. ปรัศนี (?) ตวั อยา่ ง........................................................................................... 3. อัศเจรยี ์ (!) ตวั อย่าง........................................................................................... 4. นขลิขิต (......) ตัวอย่าง........................................................................................... 5. อญั ประกาศ (“.......”) ตวั อยา่ ง........................................................................................... 6. ไม้ยมก (ๆ) ตัวอยา่ ง........................................................................................... 8. บพุ สญั ญา (,,) ตวั อย่าง........................................................................................... 9. ยติภงั ค์ ( _ ) ตัวอยา่ ง........................................................................................... 10. มหัพภาค (.) ตวั อยา่ ง........................................................................................... 2. ใหน้ กั ศกึ ษารวบรวมคำสภุ าพและคำราชาศัพท์ทใี่ ชแ้ ละพบเห็นในชวี ิตประจำวันอย่างน้อย 30 คำ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… แผนการจัดการเรยี นรู้ เร่ือง พดู วเิ คราะห์ วิจารณ์ จากเรือ่ งท่ฟี งั และดู

๑๓๔ ใบงานที่ ๑๑ 1. ใหน้ กั ศึกษาจบั คสู่ ำนวนให้ตรงกบั ความหมาย __________ 1 เกยี่ วโยงกันไปเป็นทอดๆ ก. ผกั ชีโรยหนา้ __________ 2 ไม่มหี นทางไป ข. จับปลาสองมอื __________ 3 ทำจนสุดความสามารถ ค. ขม้ินกับปูน __________ 4 รนหาเรือ่ งเดือดรอ้ น ง. ชงิ สุกกอ่ นหา่ ม __________ 5 ทำดีแตเ่ พยี งผิวเผนิ จ. แกวง่ เทา้ หาเส้ยี น __________ 6 ปลอ่ ยทิ้งไป ฉ. จนตรอก __________ 7 น่ิงเฉยไมเ่ ดือดร้อน ช. หญา้ ปากคอก __________ 8 ทำอย่างลวกๆ ทำพอเสร็จไปคราวหน่ึงๆ ซ. ทง้ิ ทวน __________ 9 พดู ไม่ออกเพราะเกรงจะมภี ัยแกต่ นหรืออนื่ ฌ. แขวนนวม __________10 อยากได้สองอย่างพร้อมๆ กนั ญ. มวยลม้ __________11 คุ้นเสยี จนมองข้ามไป ฎ. ลอยแพ __________12 เลิก, หยุด ฐ. พระอฐิ พระปนู ฑ. สุกเอาเผากนิ ฒ. งกู นิ หาง ณ. นำ้ ท่วมปาก 2. ใหน้ กั ศกึ ษาเขียนคำพังเพยใหต้ รงกับความหมายท่ีกำหนดให้ 1. ชอบโทษผอู้ น่ื โดยไม่ดูตัวเอง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ไมช่ ว่ ยแลว้ ยงั กีดขวางผู้อ่นื ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. การลงทนุ ไม่คมุ้ คา่ กบั ผลที่ได้รับ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. ชอบรือ้ ฟน้ื เรื่องเก่าๆ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. เปน็ คนชอบสุรยุ่ สุร่าย ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง พดู วเิ คราะห์ วิจารณ์ จากเรื่องท่ฟี ังและดู

๑๓๕ ใบงานที่ ๑๒ ใหน้ กั ศึกษาวิเคราะหโ์ คลงโลกนิตติ อ่ ไปนี้แล้วตอบคำถาม ก้านบัวบอกลึกตน้ื ชลธาร มรรยาทสอ่ สนั ดาน ชาติเชอ้ื โฉดฉลาดเพราะคำขาน ควรทราบ หยอ่ มหญ้าเห่ยี วแหง้ เร้ือ บอกรา้ ยแสลงดนิ คำเอกบงั คับ 7 ท่ี ลกึ ____ ____ ____ ____ ____ ____ คำโทบังคับ 4 ที่ ตน้ื ____ ____ ____ สัมผัสบังคบั ____ ____ ____, ____ ____ 2. บทประพนั ธ์ต่อไปน้ีเป็นคำประพันธ์ประเภทใด ถงึ กลางวนั สรุ ยิ นั แจ่มประจกั ษ์ ไม่เหน็ หนา้ นงลกั ษณ์ย่งิ มดื ใหญ่ ถงึ ราตรีมีจันทร์อนั อำไพ ไม่เหน็ โฉมประโลมใจใหม้ ืดมน (ววิ าห์พระสมทุ ร) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ขึน้ กกตกทุกข์ยาก แสนลำบากจากเวยี งชัย มันเผอื กเลือกเผาไฟ กนิ ผลไม้ไดเ้ ปน็ แรง รอนรอนอ่อนอัสดง พระสุริยงเย็นยอแสง ชว่ งด่งั นำ้ คร่ังแดง แฝงเมฆเขาเงาเมรธุ ร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. นักศึกษาเขียนประโยคภาษาทางการ และไมเ่ ปน็ ทางการอย่างละ 3 ประโยค ภาษาทางการ 1. …………………………………………………………………… 2. …………………………………………………………………… 3…………………………………………………………………… ไม่เป็นทางการ 1. …………………………………………………………………… 2. …………………………………………………………………… 3. …………………………………………………………………… แผนการจัดการเรียนรู้ เร่ือง พดู วเิ คราะห์ วจิ ารณ์ จากเร่ืองทฟี่ งั และดู

๑๓๖ ใบงานที่ ๑๓ 1. ให้นักศึกษาสรุปลักษณะของวรรณคดีและวรรณกรรมมาพอสงั เขป “วรรณคดี” มลี ักษณะดังนี้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… “วรรณกรรม” มลี ักษณะดังนี้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ใหน้ กั ศึกษาบอกหลกั การและแนวทางการพจิ ารณาวรรณคดีมาเปน็ ข้อ ๆ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. การท่ีนกั ศึกษาจะพินจิ คุณค่าวรรณคดแี ละวรรณกรรมมีกี่ประเดน็ อะไรบา้ ง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. การทนี่ ักศึกษาพจิ ารณาคุณค่าวรรณคดีดา้ นวรรณศิลป์คือการสรา้ งความงดงามไพเราะสละสลวยของภาษากวี การสรรคำทำไดอ้ ยา่ งไรบ้าง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… แผนการจัดการเรียนรู้ เร่ือง พดู วเิ คราะห์ วิจารณ์ จากเรื่องท่ฟี ังและดู

๑๓๗ ใบงานท่ี ๑๔ 1. ให้นกั ศกึ ษาวิเคราะห์โคลงสีส่ ภุ าพต่อไปนวี้ ่ามีคณุ ค่าด้านใดบ้าง อธบิ ายพอเข้าใจ ความรู้ดยู ิง่ ลำ้ สนทรพั ย์ คิดคา่ ควรเมืองนบั ยิง่ ไซร้ เพราะเหตุจักอยู่กบั กายอาต มานา โจรจักเบียนบ่ได้ เรง่ รู้เรียนเอา คณุ คา่ ด้าน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ใหน้ กั ศึกษาอา่ นหนงั สอื วรรณคดีที่กำหนดให้ศึกษาแลว้ พจิ ารณาวรรณคดแี ตล่ ะเรอื่ งในด้าน วรรณศิลปแ์ ละดา้ นสงั คม แตล่ ะเร่ืองให้สาระข้อคิดในการดำเนินชวี ติ อย่างไรบา้ ง ไดแ้ ก่เร่ือง (เลอื กทำ 1 เรื่อง) 1.1 สามก๊ก 1.2 ราชาธิราช 1.3 กลอนเสภาขนุ ช้างขนุ แผน 1.4 กลอนบทละครเรื่องรามเกียรติ์ คุณค่าทไี่ ดร้ บั จากเร่ือง ด้านวรรณศลิ ป์ 1. การสรรคำ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. การเลน่ ซำ้ คำ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. การหลากคำ หรอื คำไวพจน์ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… แผนการจัดการเรยี นรู้ เร่ือง พูดวเิ คราะห์ วจิ ารณ์ จากเรือ่ งทีฟ่ ังและดู

๑๓๘ ดา้ นสงั คม 1. วฒั นธรรมและประเพณี ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. การแสดงสภาพชีวติ ความเป็นอยแู่ ละค่านยิ มของบรรพบุรุษ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. การเขา้ ใจธรรมชาติของมนุษย์ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. เปน็ หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. การสอดแทรกมมุ มองของกวี ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… แผนการจดั การเรียนรู้ เรื่อง พดู วเิ คราะห์ วจิ ารณ์ จากเรอื่ งทีฟ่ ังและดู

๑๓๙ ใบงานที่ ๑๕ 1. ใหน้ ักศึกษาคิดว่า คำวา่ “เพลงพ้นื บ้าน” ความหมายว่าอยา่ งไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. “เพลงพนื้ บ้าน” มีอะไรบ้าง และในท้องถิ่นของนักศึกษามีการละเล่นพน้ื บา้ นอะไรบ้าง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. “เพลงพ้ืนบ้าน” ในชุมชนหรือท้องถนิ่ แตล่ ะภาคมีความเหมือนกันหรือแตกตา่ งอย่างไรบา้ ง ยกตัวอย่างประกอบ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. ให้นักศึกษาคน้ คว้าบทเพลงกลอ่ มเดก็ ท่ีมอี ยู่ในท้องถ่นิ ของตน บันทึกไวพ้ ร้อมทง้ั แปลความหมายหรืออธิบายคำ ภาษาถิน่ น้นั ๆ บทเพลงกลอ่ มเด็ก ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… แผนการจดั การเรยี นรู้ เรื่อง พูดวเิ คราะห์ วจิ ารณ์ จากเรื่องทฟี่ ังและดู

๑๔๐ แผนการจดั การเรยี นรู้ เร่ือง วรรณกรรมท้องถ่ิน

๑๔๑ แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๕ ตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา่ ๒๐๑๙ (Covid-19) หน่วยการเรียนรูท้ ี่ ๕ เรอื่ ง วรรณคดใี นวรรณกรรม จำนวน ๑.๕ หน่วยกติ แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ ๕ เร่อื ง วรรณกรรมท้องถนิ่ เวลา เรยี น ๒ คาบ รหสั วชิ า ท ๒๒๑๐๒ ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๒ ภาคเรียนที่ ๒ ผู้สอนนายธนากร เหขุนทด กลุม่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ๑. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ดั มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดี และวรรณกรรมไทยอย่าง เห็นคณุ ค่าและนำมาประยุกต์ใชใ้ นชีวิตจรงิ ตวั ชวี้ ัด ท ๕.๑ ม.๒/๒ วิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถิ่นที่อ่าน ๒. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) ๑. วิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถ่ินท่ีอ่าน ๒. อธิบายรายละเอยี ดจากเร่ืองที่อ่านได้ ๓. บอกข้อคดิ จากวรรณกรรมและวรรณกรรมท้องถ่ิน ด้านทักษะและกระบวนการ (P) ๑. วิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถ่ินท่ีอ่าน ๒. สรุปความและอา่ นจับใจความสำคญั ได้ ๓. อธิบายรายละเอียดจากเร่ืองท่ีอา่ นได้ ดา้ นคณุ ลักษณะ (A) ๑. มีวินยั ๒. ใฝเ่ รียนรู้ ๓. มุง่ มน่ั ในการทำงาน ๔. ตระหนกั ถึงการวิเคราะห์ วิจารณ์ ทด่ี ี ๓. สาระสำคัญ การอ่าน การอ่านออกเสียงคำ ประโยค การอ่านบทร้อยแก้ว คำประพันธ์ชนืดต่าง ๆ การอ่านในใจเพ่ือ สร้างความเข้าใจ และการคดิ วิเคราะห์ สงั เคราะหค์ วามรู้จากส่งิ ที่อ่าน เพ่ือนำไปปรับใชใ้ นชีวิตประจำวนั แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง วรรณกรรมท้องถ่ิน

๑๔๒ การฟัง การดู และการพูด การฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ การพูดแสดงความคิดเห็น ความรู้สึก พูด ลำดบั เร่ืองราวตา่ ง ๆ อย่างเป็นเหตุเป็นผล การพูดในโอกาสต่าง ๆ ท้ังเปน็ ทางการและไม่เป็นทางการ การพูดเพ่ือ โน้มน้าวใจ หลักการใช้ภาษาไทย ศึกษาธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของภาษาไทย การใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องเหมาะสม กบั โอกาสและบคุ คล การแตง่ บทประพนั ธ์กประเภทต่าง ๆ และอทิ ธิพลของภาษาต่างประเทศในภาษาไทย วรรณคดีและวรรณกรรม วิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อศึกษาข้อมมูล แนวความคิด คุณค่าของ งานประพันธ์ และเพื่อความเพลดิ เพลิน การเรียนรูแ้ ละทำความเข้าใจ บทเห่ บทร้องเล่นของงเด็ก เพลงพื้นบ้านท่ี เป็นภูมิปัญญาที่มีคุณค่าของไทย ซึ่งได้ถ่านทอดความรู้สึกนึกคิด ค่านิยม ขนบธรรมเนียมประเพณี เรื่องราวของ สังคมในอดีต และความงดงามของภาษา เพื่อให้เกิดความซาบซึ้และภูมิใจในบรรพบุรุษที่ได้สัง่ สมสืบทอดมาจนถึง ปจั จุบนั ข้อมูลสารสนเทศ เรื่องราว ข้อเท็จจริง ข้อมูล หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่สามารถสื่อความหมายด้วยการพูดบอก เล่า บันทึกเป็นเอกสาร รายงาน หนังสือ แผนที่ แผนภาพ ภาพถ่าย บันทึกด้วยภาพและเสียง บันทึกด้วยเครื่อง คอมพิวเตอร์ เป็นการเก็บเรอื่ งราวตา่ ง ๆ บนั ทึกไวเ้ ป็นหลักฐานด้วยวธิ กี ารตา่ ง ๆ ๔. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน ✓ ความสามารถในการสื่อสาร ✓ ความสามารถในการคิด ✓ ความสามารถในการแกป้ ญั หา ✓ ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ๕. สาระการเรียนรู้ อ่านออกเสยี งบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองจบั ใจความสำคัญสรุปความและอธบิ ายรายละเอียดจากเรื่องที่ อา่ น อ่านหนงั สือ บทความหรือคำประพันธ์อยา่ งหลากหลายและประเมินคุณค่า หรอื แนวคดิ ที่ได้จากการอ่านเพ่ือ นำไปแกป้ ัญหาในชีวิตอธบิ ายคณุ ค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมทีอ่ ่าน วิเคราะห์และวจิ ารณว์ รรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถิ่นที่อ่านพร้อมยกเหตผุ ล สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่านไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงท่องจำ บทอาขยานตามที่กำหนด และบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ กลอนสุภาพหรือกลอนแปด คำประพันธ์ที่ เรียบเรียงเข้าเป็นคณะเป็นกลอนหลักของกลอนทั้งหมดเพราะเป็นพื้นฐานของกลอนหลายชนิดหากเข้าใจฉัน ลกั ษณ์กลอนสุภาพกส็ ามารถเข้าใจกลอนอ่ืนๆ ได้งา่ ยขน้ึ ๖. กิจกรรมการเรยี นรู้ ข้นั ท่ี ๑ ขน้ั เตรียมความพร้อมในการเรยี น ๑. นำเข้าสบู่ ทเรียนโดยการดูวิดทิ ัศน์ เรือ่ ง ความรเู้ บ้ืองต้นเก่ยี วกับวรรณกรรมท้องถิน่ จำนวน ๑๐ ข้อ (๕ นาท)ี แผนการจดั การเรยี นรู้ เร่ือง วรรณกรรมท้องถิ่น

๑๔๓ ขั้นท่ี ๒ ขั้นการสำรวจและค้นคว้า ๑. ครสู นทนากับนักเรียนเกยี่ วกับประสบการณ์ตา่ งๆ ของนกั เรียนทม่ี ีต่อวรรณกรรมท้องถน่ิ เช่น การร้อง เพลงกล่อมเด็ก การเล่นลิเก การร้องกันตรึม เจรียง การเล่านิทาน การเล่นปริศนาคำทาย โดยการให้ตัวแทน ออกมาเลา่ ประสบการณใ์ หเ้ พื่อนฟงั (๒๐ นาท)ี ขั้นท่ี ๓ ขั้นการอธบิ ายและลงขอ้ สรุป ๑. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงประสบการณ์ทีเ่ พื่นออกมาเล่า และนำสนทนาซักถามถึงถึงข้อสรุป เกี่ยวกับความหมายของวรรณกรรมท้องถิ่น จากนั้นให้นักเรียนศึกษาเกี่ยวกับความรู้เบื้องต้นของวรรณกรรม ทอ้ งถิ่น จากเอกสารประกอบการเรียนลำดับท่ี ๑ ซ่งึ ประกอบด้วย (๒๕ นาท)ี ๑.๑ ความหมายและความแตกต่างระหวา่ งวรรณกรรมแบบฉบบั กบั วรรณกรรมท้องถิ่น ๑.๒ ลักษณธเฉพาะของวรรณกรรมท้องถิน่ ๑.๓ ประเภทของวรรณกรรมท้องถนิ่ ๑.๔ คณุ คา่ และประโยชนข์ องวรรณกรรมท้องถิน่ ขั้นที่ ๔ ข้ันการประเมินผล ๑. นักเรียนแบ่งกลุ่มทำงานโดยศึกษาวรรณกรรมท้องถิ่น และวรรณกรรมแบบฉบับแล้วหาข้อแตกต่าง ระหวา่ งวรรณกรรมท้องถิน่ กบั วรรณกรรมแบบฉบับจากใบงาน ๗. ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้ ๗.๑ สอ่ื การเรยี นรู้ ๑. PowerPoint เรอ่ื ง วรรณกรรมท้องถนิ่ ๒. ใบความรู้ เรื่อง วรรณกรรมทอ้ งถ่นิ ๓. ใบความรู้ เรื่อง การพนิ ิจวรรณคดี ๗.๒ แหล่งการเรยี นรู้ ๑. มลู นธิ กิ ารศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชปู ถมั ภ์ (DLTV) ๒. หนังสือเรยี น สาระความรูพน้ื ฐาน รายวชิ า ภาษาไทย ๘. ชนิ้ งาน/ภาระงาน (หลักฐาน/ร่องรอยแสดงความร)ู้ ๑. ใบงาน เรือ่ ง การพนิ จิ วรรณคดที ้องถิน่ ๒. ใบงาน เรอื่ ง ถอดคำประพันธ์หลักศลิ าจารึกหลกั ที่ ๑ แผนการจัดการเรียนรู้ เร่ือง วรรณกรรมท้องถิ่น

๑๔๔ ๙. การวดั และประเมินผล วธิ กี ารวัดผล เคร่ืองมือวัด เกณฑ์การประเมินผล สงิ่ ท่ีวดั ถาม-ตอบ ในชนั้ เรียน คำถามจากบทเรียน ตอบคำถามซักถามได้ ผลจากการสังเกต ด้านความรู้ (K) แบบประเมินวเิ คราะห์ พฤติกรรมการวเิ คราะห์ และวจิ ารณ์ และวิจารณ์ ร้อยละ ๘๐ ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) วิธกี ารวเิ คราะหแ์ ละ ขนึ้ ไปถือวา่ ผ่านเกณฑ์ วจิ ารณ์ แบบสังเกตคุณลักษณะ อนั พงึ ประสงค์ ผ่าน/ไม่ผา่ น ดา้ นคุณลักษณะ (A) การเข้าเรยี นสม่ำเสมอ เกณฑก์ ารประเมนิ วิธกี าร เคร่อื งมือที่ใช้ เกณฑ์ ๑) ด้านความรู้ ใช้คำถาม คำถาม ตอบคำถามซักถามได้ รายการประเมิน ๑. วเิ คราะหแ์ ละวจิ ารณ์ วรรณคดี วรรณกรรม และ วรรณกรรมท้องถน่ิ ท่ีอา่ น ๒. อธิบายรายละเอยี ดจาก เรื่องท่ีอา่ นได้ ๓. บอกข้อคดิ จาก วรรณกรรมและวรรณกรรม ท้องถ่นิ ๒) ด้านทักษะและกระบวนการ รายการประเมิน วิธกี าร เคร่อื งมอื ท่ีใช้ เกณฑ์ ๑. วเิ คราะห์และวจิ ารณ์ สังเกตวธิ กี ารวิเคราะห์ แบบประเมินการวเิ คราะห์ ผลจากการสงั เกต วรรณคดี วรรณกรรมและ และวจิ ารณ์ และวจิ ารณ์ พฤติกรรมการวเิ คราะห์ วรรณกรรมท้องถ่นิ ทอี่ ่าน และวิจารณ์ ร้อยละ ๘๐ ๒. สรุปความและอา่ นจบั ข้ึนไปถือว่าผ่านเกณฑ์ ใจความสำคัญได้ ๓. อธิบายรายละเอยี ดจาก เร่ืองท่ีอา่ นได้ แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง วรรณกรรมท้องถ่ิน

๑๔๕ ๓) ดา้ นคณุ ลกั ษณะ รายการประเมนิ รายการประเมิน วิธีการ เครื่องมือที่ใช้ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรยี นรู้ แบบสงั เกตคุณลักษณะอนั ไดผ้ ลจากการสังเกต พงึ ประสงค์ คณุ ลักษณะแต่ละขอ้ ไม่ ๓. มุง่ ม่นั ในการทำงาน สงั เกตคุณลักษณะ ต่ำกวา่ ระดับ ๒.๕ ๔. ตระหนักถงึ การวเิ คราะห์ วิจารณ์ ทด่ี ี เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมการเรียนโดยมเี กณฑ์การใหค้ ะแนน ระดับ ๓๐ - ๒๒ แปลว่า ดเี ยีย่ ม ระดบั ๒๑ - ๑๓ แปลว่า ดี ระดบั ๑๒ - ๔ แปลว่า พอใช้ ระดับ ๓ แปลวา่ ควรปรับปรุง แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง วรรณกรรมท้องถิ่น

๑๔๖ บันทึกผลหลงั การสอน ปญั หาและอปุ สรรค ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ........................................................................................................................................................................... ......... .......................................................................................................................... .......................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................................. ....................................... ........................................................................................... ......................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................. .................................................................................................... ................... ข้อเสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข ............................................................................................................. ....................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................. .................................................. .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... .............................................................................................................................................................................. ...... ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ........................................................................... ...................................................................................... ................... ลงช่อื ..................................................ครูผสู้ อน (นายธนากร เหขนุ ทด) ตำแหน่งครู แผนการจดั การเรยี นรู้ เร่ือง วรรณกรรมท้องถิ่น


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook