Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore สีฟ้า-แผนแม่บทการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย

สีฟ้า-แผนแม่บทการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย

Published by Ratree RUANGTHAI, 2019-08-07 03:51:42

Description: สีฟ้า-แผนแม่บทการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย

Search

Read the Text Version

ต่อวิถีชีวิตระหว่างวันของเด็กปฐมวัย วัยเรียนและวัยรุ่น เป็นอย่างมาก การมีมาตรการท่ีสนับสนุนให้ได้ เคลอื่ นไหวรา่ งกายระหว่างทอ่ี ยู่ในโรงเรยี น จะสง่ ผลตอ่ สขุ ภาพกาย จติ ใจ สังคม และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การดาเนนิ การสง่ เสริมกจิ กรรมทางกาย การจัดการเรียนการสอนที่เน้นให้นักเรียนนั่งเรียนในห้องเรียนตลอดทั้งวัน และการไปเรียนพิเศษ หลังเลิกเรียนต่อ เป็นการทาให้พฤติกรรมเนือยนิ่งของเด็กมีมากขึ้น การสารวจการมีกิจกรรมทางกายของเด็ก และเยาวชนไทย (Thailand Report Card for Children and Youth 2016) 9 ตัวชี้วัด โดยศูนย์วิจัย กิจกรรมทางกาย พบว่า เด็กไทยมีกิจกรรมทางกายต่าในหลายด้าน เช่น การเล่นอย่างกระฉับกระเฉง การมกี จิ กรรมทางกายทวั่ ไปในแต่ละวัน พฤติกรรมเนือยนิ่ง เปน็ ตน้ การจัดการเรียนการสอนผ่านวชิ าพลศกึ ษา เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ท่ีผ่านมา มีการดาเนินการส่งเสริมกิจกรรมทางกายผ่านการกาหนดหลักสูตร การเรียนการสอนที่เน้นการเคลื่อนไหวร่างกายของเด็ก ในสถานศึกษาหลายแห่ง โดยความร่วมมือ ของกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ สานักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาวะ กรุงเทพมหานคร และภาคเอกชน ในศูนย์เด็กเตาะแตะ ศูนย์พัฒนาเด็ก ซ่ึงมีจานวนทั้งหมด 27,065 แห่ง ดูแลเด็ก 1,763,510 คน แต่ยังไม่มีข้อมูลความครอบคลุมของการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในแต่ละศูนย์ พัฒนาเด็ก และระยะเวลาการมีกิจกรรมทางกายท่ีจัดให้กับเด็กปฐมวัยในแต่ละวัน และโครงการโรงเรียน ส่งเสริมสุขภาพ เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนทางด้านสุขภาพ โดยมีเกณฑ์มาตรฐาน 10 องค์ประกอบ อันมีเรื่องการออกกาลังกาย กีฬาและนันทนาการ เป็นหน่ึงในเกณฑ์ (แต่ไม่บังคับ) และยังไมม่ ีข้อมูลชัดเจนว่า โรงเรียนใดเลือกเกณฑ์การออกกาลังกาย จากโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ท้ังหมด 33,491 แหง่ 35 ภาพที่ 12 กิจกรรมทางกายในสถานศึกษาของวยั เด็ก 35 ศูนย์เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร สานักปลัดกระทรวงศกึ ษาธิการ. สถิติการศึกษา พ.ศ.2558. 51

แนวทางการพฒั นา การมีกิจกรรมทางกาย และการลดพฤติกรรมเนือยน่ิง สามารถทาเพิ่มเติมระหว่างการเรียน หรือเวลาว่างภายในสถานศึกษา นอกจากช่ัวโมงพลศึกษาได้หลายทาง อาทิ การเรียนนอกห้องเรยี น การเรียน เกษตรกรรม ดนตรี กิจกรรมนอกหลักสูตร กิจกรรมจิตอาสา การทากิจกรรมชมรม กิจกรรมส่งเสริมทักษะ อาชีพ การเดินเปลี่ยนอาคารเรียน เดินขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ การออกกาลังกายหน้าเสาธงตอนเช้าการ ทาความสะอาดห้องเรียน การทากิจกรรมอาสา การเดินหรือขี่จักรยานไปโรงเรียน หรือการจัดสรรเวลาให้เด็ก ได้ออกกาลังกาย หรือเล่นอิสระ รวมถึงการมีกิจกรรมทางกายที่บ้าน หลังเลิกเรียน เช่น ช่วยพ่อแม่ทาความ สะอาดบ้าน ทาสวน ล้างรถ รดน้าต้นไม้ ปลูกผักสวนครัว ที่สอดคล้องกับชีวิตประจาวันของเด็กและบริบทพ้ืนที่ นอกจากน้ี เกณฑ์การออกกาลังกาย ในโครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพยังเป็นเกณฑ์ตามความสมัครใจ และ เกณฑ์ยังเน้นเฉพาะการออกกาลังกายในเวลาว่างเป็นหลัก โรงเรียน ทุกแห่งควรดาเนินการส่งเสริมกิจกรรม ทางกายและการลดพฤติกรรมเนือยน่ิงในชีวิตประจาวันของเด็ก รวมถึงการพัฒนาระบบการติดตามและ ประเมินผลการมีกิจกรรมทางกายในโรงเรียน การวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้การส่งเสริมกิจกรรมทางกายใน กลมุ่ วัยน้ี และในสถานศึกษา ซง่ึ ควรตอ้ งไดร้ บั การพฒั นาการดาเนินงานตอ่ ไป 2. การส่งเสริมการมกี จิ กรรมทางกายสาหรบั วยั ทางาน ในสถานประกอบการ วยั ทางาน และสถานประกอบการ ประชากรวัยทางาน เปนประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศ ผลการสารวจภาวะการทางานของประชากร ของสานักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีข้ึนไป มีประมาณ 56 ล้านคน เป็นผู้ที่อยู่ในกาลังแรงงาน 38 ล้านคน ส่วนผู้ท่ีอยู่นอกกาลังแรงงานหรือผู้ที่ไม่พร้อมทางาน 18 ล้านคน ได้แก่ แม่บ้าน นักเรียน คนชรา ทั้งนี้ผู้มีงานทา ประกอบด้วยผู้ทางานในภาคเกษตรกรรม 10 ล้านคน และนอกภาคเกษตรกรรม 27 ล้านคน 36 จะเห็นได้ว่าอาชีพในสังคมไทยมีความหลากหลาย แต่ละอาชีพมีวิถีชีวิตและลักษณะการเคล่ือนไหวร่างกาย ท่ีแตกต่างกัน อันต้องได้รับการส่งเสริมกิจกรรมทางกายท่ีแตกต่างกันตามบริบท ส่วนสถานที่ทางาน หรือสถานประกอบการ หมายถึง สถานที่ประกอบกิจการใดๆ ซึ่งมีการกาหนดขอบเขตที่ตั้งไว้อย่างชัดเจน มีการดาเนินงานโดยเจ้าของที่เป็นบคุ คลหรือนิติบุคคลในทุกประเภทอุตสาหกรรม เป็นส่ิงแวดล้อมที่มีอิทธิพล ตอ่ วิถชี ีวิตของผู้ใหญ่อย่างมาก เช่นเดียวกบั ที่สถานศกึ ษามีตอ่ เด็ก การดาเนินการสง่ เสริมกจิ กรรมทางกาย ที่ผ่านมา มีการดาเนินการเพ่ือกระตุ้นให้วัยทางานได้มีกิจกรรมทางกายในสถานที่ทางาน เช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข และสานักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ผ่านโครงการ สถานที่ทางานมีความสุข (Happy Workplace) สถานท่ีทางานน่าอยู่ น่าทางาน (Healthy Workplace) 36 สานกั งานสถติ ิแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร. สรปุ ผลการสารวจภาวะการทางานของประชากร เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2559. 52

สถานท่ีทางานส่งเสริมสุขภาพ (CSR in Health) สถานท่ีทางานปลอดโรค ปลอดภัย กายใจเป็นสุข และการเตรียมพร้อมก่อนเกษียณ เป็นต้น ซ่ึงได้ดาเนินการโดยอาศัยความสมัครใจของสถานประกอบการ เป็นสาคัญ และเน้นการส่งเสริมสุขภาพในภาพรวม โดยผลการดาเนนิ การที่ผ่านมา สถานประกอบการเข้าร่วม โครงการองค์กรแห่งความสุข (Happy Workplace) จานวน 8,000 องค์กร37 และเข้าร่วมโครงการสถานที่ ทางานนา่ อยู่ น่าทางาน (Healthy Workplace) 3,000 องคก์ ร38 เปน็ ตน้ แนวทางการพฒั นา การดาเนินการส่งเสริมสุขภาพในสถานประกอบการดังกล่าว ควรได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง และขยายผลต่อไป เนื่องจากจานวนสถานประกอบการในประเทศไทย มีถึง 437,407 แห่ง 39 และควรให้มาตรการการส่งเสริมกิจกรรมทางกายระหว่างวัน เป็นมาตรการสาคัญในโครงการส่งเสริมสุขภาพ ในสถานประกอบการ ไม่ใช่เป็นเพียงมาตรการตามความสมัครใจเท่าน้ัน รวมถึงการปรับสภาพแวดล้อม สถานประกอบการให้เออ้ื ตอ่ การขยับมากขึน้ เชน่ การออกแบบทางเดินระหว่างอาคารท่ีมีความร่มรน่ื สวยงาม น่าเดิน ออกแบบการทางานให้มีการเดินระหว่างอาคารในระหว่างวัน การมีป้ายชวนให้ใช้บันได แทนการใช้ลิฟท์ การจัดที่จอดรถให้ไกลจากอาคารมากข้ึน การจัดห้องอาบน้าหรือที่จอดจักรยาน สาหรับผู้ปั่นจักรยานมาทางาน การเพ่ิมพ้ืนที่ในการออกกาลังกายในสถานที่ทางาน การจัดเวลาพักให้ขยับ ร่างกาย การลุกยืนทางาน การลุกยืนประชุม รวมถึงพัฒนามาตรการต่างๆ เพ่ิมเติม เช่น มาตรการทางภาษี สาหรับสถานประกอบการท่ีส่งเสริมกิจกรรมทางกายให้พนักงาน และระบบการติดตามและประเมินผล การมีกิจกรรมทางกายในสถานประกอบการ การวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้การส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ในกลมุ่ วัยน้ี ซ่งึ มคี วามหลากหลายของอาชีพ อนั ควรต้องได้รับการพฒั นาในการดาเนินงานต่อไป ภาพที่ 13 ลุกขยบั ในสถานประกอบการ บรษิ ทั Mill Con ภาพท่ี 14 การประชุมกระฉบั กระเฉง กรมอนามัย 37 สานักงานกองทุนสนับสนุนการสรา้ งเสรมิ สุขภาพ. โครงการองค์กรแห่งความสุข. 2560. 38 สานักอนามัยสิง่ แวดล้อม กรมอนามยั . โครงการสถานท่ที างาน น่าอยู่ น่าทางาน. 2560. 39 สานกั เงินสมทบ สานกั งานประกนั สงั คม เดือนเมษายน 2560 53

ภาพท่ี 15 กจิ กรรมทางกายระหว่างการทางานในกระทรวงสาธารณสขุ 3. การส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายสาหรับประชาชนทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะผู้สูงวัย ในชุมชน กีฬามวลชน การคมนาคมและการผงั เมือง ผู้สงู วัย ประชาชนทุกวัย กบั ชมุ ชน กีฬามวลชน การคมนาคมและการผังเมือง ประชากรผู้สูงวัยไทย คิดเป็นร้อยละ 12 จากประชากรท้ังหมด และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงข้ึน ผู้สูงวัย ต้องประสบกับการเปล่ียนแปลงทางจิตใจ และร่างกายเข้าสู่ภาวะเสื่อมมากกว่าการเจริญเติบโต ท้ังทางระบบ ประสาท ท่ีมีความบกพร่องในการรับรู้ ปฏิกิริยาตอบสนองช้าลง ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ท่ีมีขนาด กล้ามเนื้อและความยืดหยุ่นลดลง เสี่ยงต่อการล้มมากข้ึน โดยองค์การอนามัยโลกพบว่า แต่ละปี ผู้สูงวัย มีการหกล้มที่ต้องรับการรักษา ถึง 37 ล้านคร้ัง และนาไปสู่การเสียชีวิตถึง 4 แสนราย โดยกิจกรรมทางกาย เป็นส่วนสาคัญในการป้องกันการล้ม รวมถึงการชะลอภาวะเสื่อมทางสุขภาพ โดยเฉพาะกิจกรรมที่ทาร่วมกับ ครอบครัว ชมรมหรอื ชมุ ชน ซง่ึ ช่วยใหผ้ ู้สูงอายุไดเ้ หน็ ถงึ คุณคา่ ของตนเองมากขนึ้ ดว้ ย 40 ส่วนชุมชน เป็นสถานท่ีท่ีประชาชนทุกกลุ่มวัย ใช้ชีวิตอยู่ ไม่น้อยไปกว่าสถานศึกษา สถานที่ทางาน โดยเป็นสถานที่ ที่ประชาชนใช้เวลายามว่างจากการทางาน ออกมาพบปะเพื่อนฝูง ใช้เวลากับครอบครัว หรือ ชมรมต่างๆ รวมถึงการจัดหาสถานท่ีที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย เช่น สวนสาธารณะ ฟิตเนส สนามกีฬา 40 องค์การอนามยั โลก. WHO global report on falls prevention in older age. 2007. 54

สถานที่ท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจ หรือออกกาลังกาย หรือการจัดระบบคมนาคมขนส่ง ให้มีการขนส่ง สาธารณะ ทางเท้า ทางจักรยาน การมีทางเชื่อมต่อสถานที่ต่างๆ หรือการจัดวางสถานท่ีสาคัญ ในการใช้ ชีวิตประจาวัน ในระยะที่เดินหรือปั่นจักรยานได้ หรือการจัดกิจกรรมการกีฬามวลชนสาหรับประชาชนทุกคน เช่น งานเดนิ /ว่งิ /ปั่นเพอ่ื สุขภาพ เปน็ ตน้ การดาเนินการส่งเสรมิ กจิ กรรมทางกาย ท่ีผ่านมา การส่งเสริมกิจกรรมทางกายในชุมชน ได้รับการดาเนินการโดยหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท่ีมีการจัดหาสถานท่ีออกกาลังกายหลากหลายให้ประชาชนมีทางเลือกในการใช้ เวลาว่าง ผ่านการออกกาลังกายด้วยตนเองหรือชมรม และการสนับสนุนงบประมาณผ่านโครงการต่างๆ เช่น โครงการกีฬามวลชน โครงการกีฬาและนันทนาการของกลุ่มนักเรียน เยาวชน โดยการดาเนินการจากภาครัฐ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ สานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และกองทุนสร้างเสริมสุขภาพตาบล จากสานกั งานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) รวมถึงจากเครือข่าย กีฬาเพอื่ สุขภาพมากมาย เชน่ สมาพนั ธเ์ ดินว่ิงเพื่อสุขภาพแหง่ ประเทศไทย เครอื ขา่ ยจกั รยาน เครือข่ายสมาคม กีฬา ชมรมออกกาลังกายต่างๆ ชมรมผู้สูงอายุ โรงเรียนผู้สูงอายุ กลุ่มอาชีพ กลุ่มภูมิปัญญาท้องถ่ิน เป็นต้น ซ่งึ พบวา่ มปี ระชาชนให้ความสนใจกับการมกี ิจกรรมเดนิ ว่งิ ปน่ั จักรยาน เพื่อสุขภาพมากข้ึน เห็นได้จากจานวน งานเดิน ว่ิง ป่ัน ท่ีเพิ่มมากขึ้นและครอบคลุมหลายพื้นท่ีในประเทศ รวมถึงจานวนประชาชนหลากหลายกลุ่ม วัยท่ีเข้าร่วม โดยเฉพาะวัยรุ่น และครอบครัว โดยจานวนองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินในปัจจุบัน แบ่งเป็น เทศบาล จานวน 2,440 แห่ง องค์การบริหารส่วนจังหวัด 76 แห่ง องค์การบริหารส่วนตาบล 5,335 แห่ง และองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ รปู แบบพิเศษ (กรุงเทพมหานคร และเมอื งพัทยา) 2 แหง่ ในด้านการคมนาคมขนสง่ และการผังเมือง ได้มีการดาเนินการผลกั ดนั เรื่องการเดนิ และป่ันจักรยานใน ชีวิตประจาวัน สู่นโยบายสาธารณะของประเทศไทย ผา่ นทางสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ โดยมชี มรมจักรยานเพื่อ สุขภาพแห่งประเทศไทยเป็นองค์กรท่ีสนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อน ร่วมกับสานักงานกองทุนสนับสนุนการ สร้างเสริมสุขภาพ กระทรวงคมนาคม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงสาธารณสุข และองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น และได้รับการดาเนินการต่อยอดในหลายพื้นที่ของประเทศไทย เพ่ือส่งเสริมการเดินทาง ด้วยการเดิน หรือใช้จักรยานสัญจรในชีวิตประจาวัน ผ่านการจัดสภาพแวดล้อมและผังเมืองให้เอ้ือต่อการใช้ ชีวิตให้กระฉับกระเฉง เช่น ฟุตบาท ทางจักรยาน การจากัดความเร็วของรถยนต์ การวางผังเมือง ให้สถานท่ีสาคัญอยู่ในระยะท่ีเดินหรือป่ันจักรยานได้และกระจายในแต่ละชุมชน หรือการพัฒนาระบบขนส่ง สาธารณะใหม้ คี วามหลากหลาย ครอบคลมุ มีคุณภาพ และเปน็ มติ รตอ่ สงิ่ แวดล้อม 55

แนวทางการพัฒนา ภาพท่ี 16 สภาพแวดลอ้ มทเ่ี อื้อต่อการกิจกรรมทางกายในชุมชน การดาเนินการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในชุมชน ระบบคมนาคม การผังเมือง การกีฬามวลชน ทง้ั หมดข้างต้น ควรได้รับการสนับสนุนอยา่ งตอ่ เน่ือง และจาเปน็ ตอ้ งมกี ารพัฒนามาตรการต่างๆ เพมิ่ เติม เช่น การพัฒนาสถานที่ออกกาลังกายให้เข้าถึงได้ง่าย มีบรรยากาศจูงใจให้ประชาชนมาใช้บริการ การปรบั ระเบียบ การดาเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมกิจกรรมทางกาย การออกกาลังกาย การกีฬามวลชน หรือการใช้ งบประมาณสาหรับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน นาไปปรับใช้ได้สะดวก ไม่มีอุปสรรค การสนับสนุนองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีการบริหารจัดการส่งเสริมกิจกรรมทางกายที่ดี การพัฒนามาตรการทางภาษีสาหรับ อุปกรณ์ออกกาลังกายและจักรยาน การส่งเสริมการขนส่งมวลชน การจากัดการใช้ยานพานะท่ีใช้เช้ือเพลิง การผังเมือง และการพัฒนาระบบสนับสนุนต่างๆ เช่น การวิจัยความคุ้มค่า ในการลงทุน การติดตามและ ประเมินผล เป็นตน้ ในการดาเนินงานตอ่ ไป 4. การส่งเสรมิ กจิ กรรมทางกายสาหรบั ประชาชนทุกกล่มุ วัย ในระบบบริการสาธารณสขุ ระบบบรกิ ารสาธารณสขุ ระบบบริการสาธารณสุข มีบทบาทสาคัญในการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกาย ท้งั ในประชาชนทั่วไป หรือผู้ที่เจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง การให้บริการสุขภาพที่ครอบคลุมทั้งการตรวจคัดกรองภาวะสุขภาพ ทางกายเบ้ืองต้น การให้คาแนะนาการมีกิจกรรมทางกายท่ีเหมาะสม และมีการกาหนดเป้าหมาย รูปแบบ และวิธีการมีกิจกรรมทางกายเพยี งพอที่เหมาะกับผรู้ บั บรกิ าร เป็นสิง่ สาคัญ 56

การดาเนนิ การส่งเสรมิ กจิ กรรมทางกาย ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุข ได้ดาเนินคลินิกไร้พุง (Diet and Physical Activity Clinic: DPAC) และคลินิกโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในสถานพยาบาลรัฐท่ัวประเทศ เพ่ือการปรับเปล่ียนพฤติกรรมผู้ที่ป่วย เป็นโรคไม่ติดต่อเร้ือรัง หรือผู้ที่เป็นโรคอ้วน ด้วยหลักการ 3 อ. ได้แก่ อาหาร ออกกาลังกาย และอารมณ์ โดยมีการดาเนินการในระดับโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลท่ัวไป และโรงพยาบาลชุมชน จานวน 782 แห่ง จาก 838 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 98 และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล จานวน 7,224 แห่ง จาก 9,785 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 75 41 แนวทางการพัฒนา อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์ของโรคไม่ติดต่อเรอื้ รังท่ีทวีความรุนแรงขึ้น จากการที่ประชาชนมีชีวิต ที่ยืนยาวและการเข้าสู่สังคมสูงอายุ มาตรการรักษาอาจไม่เพียงพอ และต้องเน้นการส่งเสริมป้องกัน ก่อนท่ีประชาชนจะป่วยให้มากขึ้น เช่น การคัดกรอง สร้างความตระหนัก และการให้คาแนะนาการมีกิจกรรม ทางกายท่ีเพียงพอให้กับประชาชนทุกคนท่ีเข้ามาใช้บริการในสถานบริการสาธารณสุข การเป็นตัวอย่าง การมีกิจกรรมทางกายโดยบุคลากรสาธารณสุข การมีอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) กระตุ้นให้ ประชาชนในหมู่บ้านมีพฤติกรรมกิจกรรมทางกายท่ีเพียงพอและมีพฤติกรรมเนือยน่ิงลดลงก่อนท่ีจะเจ็บป่วย การนางบประมาณกองทุนสร้างเสริมสุขภาพตาบลของสานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น มาใช้ในการจัดกิจกรรมออกกาลังกายต่างๆ ให้มากข้ึน และการพัฒนาระบบสนับสนุน การส่งเสรมิ กิจกรรมทางกายในมิติต่างๆ ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง 5. การพภัฒานพาทร่ี 1ะ7บบแสพนทับย์แสลนะนุบกคุ ลารากสรง่ สเสาธรามิ รกณจิ สกขุ รนรมาอทอากงกกาาลยงั กายบนดาดฟา้ โรงพยาบาล 41 กรมอนามยั . การดาเนนิ การคลินิกไร้พุง (Diet and Physical Activity Clinic: DPAC). 2560. 57

5. ระบบสนบั สนนุ การสง่ เสริมกจิ กรรมทางกาย การสรา้ งองค์ความรู้และวิจยั กจิ กรรมทางกาย การพัฒนาระบบเฝา้ ระวงั การพัฒนาศักยภาพบคุ ลากร ท่ีเก่ียวข้องกับการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย การสื่อสารรณรงค์สู่ประชาชน และนโยบายส่งเสริม กจิ กรรมทางกาย มีความสาคัญตอ่ ความสาเร็จของการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย การดาเนินการส่งเสรมิ กิจกรรมทางกาย และขอ้ ควรพฒั นา 5.1 การสร้างองค์ความร้แู ละวิจัยกิจกรรมทางกาย การวิจัยส่วนใหญ่ในประเทศ เน้นด้านการออกกาลังกาย หรือการกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ ในขณะท่ี องค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายที่ต้องได้รับการสนับสนุนเพื่อพัฒนาให้มีหลักฐานทางวิชาการชัดเจนเพิ่มขึ้น อาทิ องค์ความรู้ด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในกลุ่มวัย เช่น แนวทางการมีกิจกรรมทางกายของหญิง ต้ังครรภ์ ทารกแรกเกิด เด็กปฐมวัย อาชีพต่างๆ อาทิ เกษตรกร ชาวประมง พนักงานบริษัท พนักงานขับรถ กลุ่มพิเศษ อาทิ สมณะ หรือผู้พิการ เป็นต้น รวมถึงการวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์ ในแง่ความคุ้มค่า ในการลงทุนส่งเสริมการขนส่งมวลชน การวางผังเมือง มลภาวะ ภาระทางสุขภาพ การวิจัยเชิงปฏิบัติการ ในประชากร การประเมินผลนโยบาย เทคโนโลยีการติดตามการมีกิจกรรมทางกาย เช่น แอพลิเคชัน ในโทรศัพท์มือถือ หรือนาฬิกา ยังมีจากัด โดยในช่วง 5 ปีท่ีผ่านมา ศูนย์วิจัยกิจกรรมทางกาย (Physical Activity Research Center: PARC) ได้รับการจัดตั้งข้ึนโดยสานักงานกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อทาหน้าท่ีพัฒนางานวิจัยและการให้ทุนวิจัยด้านกิจกรรมทางกาย เน้นการวิจัยเพ่ือ ปรับเปล่ียนพฤติกรรมกิจกรรมทางกายของทุกกลุ่มวัย และในพ้ืนท่ี และทางานร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ในการสร้างองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกาย รวมถึงจัดการประชุมวิชาการกิจกรรมทางกายระดับชาติ (National Conference on Physical Activity) ครัง้ แรก ในประเทศไทย ปี พ.ศ.2558 เพื่อเปน็ การยกระดับ การวิจัยกิจกรรมทางกายในประเทศ ซึ่งหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องควรร่วมกันสร้างระบบการวิจัย และพัฒนาการ สรา้ งองคค์ วามรูด้ ้านกิจกรรมทางกายในมติ ิทีย่ ังขาดต่อไป 5.2 การพฒั นาระบบเฝา้ ระวังการมีกิจกรรมทางกาย ในประเทศไทยมีหลายหน่วยงานที่สารวจระดับกิจกรรมทางกายในประชากรไทย อาทิ สานักงานสารวจสุขภาพประชาชนไทยด้วยการตรวจร่างกาย กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย สานักโรคไม่ติดตอ่ เร้ือรงั กรมควบคุมโรค สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล สานักงานสถิติ แห่งชาติ ในช่วง 10 ปี ท่ผี ่านมา โดยอ้างอิงแบบสอบถามขององค์การอนามัยโลก Global Physical Activity Questionnaire: GPAQ และ International Physical Activity Questionnaire: IPAQ อย่างไรก็ตา ม กลุ่มประชากรที่ได้รับการสารวจยังไม่ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะวัย 0 - 5 ปี และผลการ สารวจของแต่ละหน่วยงานยังไม่สอดคล้องกัน รวมถึงยังต้องการการสารวจพฤติกรรมเนือยน่ิงให้ละเอียดมาก ขึ้น นอกจากน้ีในระดับนานาชาติมีการสารวจกิจกรรมทางกายด้วยเคร่ืองติดตามการเคลื่อนไหว เพ่ือให้ได้ 58

ข้อมลู ที่มคี วามถกู ต้อง แม่นยา มากข้ึน ซ่งึ ในประเทศไทยกาลังพัฒนาเครื่องตดิ ตามการเคล่ือนไหวให้มรี าคาถูก และมีประสิทธิภาพในการวัดโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรรว่ มกนั สร้างและพฒั นาระบบการเฝา้ ระวังการมกี ิจกรรมทางกายของคนไทยในมิตทิ ี่ยังขาดต่อไป 5.3 การพัฒนาศักยภาพบคุ ลากรทเี่ กยี่ วข้องกับการส่งเสริมกจิ กรรมทางกาย ประเด็นการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเป็นเรื่องใหม่ของสังคมไทย ท่ีผ่านมาหน่วยงานที่เก่ียวข้อง เน้นการส่งเสริมการกีฬาและการออกกาลังกายท่ีมีรูปแบบและแบบแผนชัดเจน การจะนาองค์ความรู้ การส่งเสริมกิจกรรมทางกายถ่ายทอดไปสู่ประชาชน บุคลากรในหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องกับการส่งเสริม กิจกรรมทางกายจาเป็นต้องมีการทางานร่วมกันในการพัฒนาองค์ความรู้ รูปแบบ และวิธีการถ่ายทอด การส่งเสริมกิจกรรมทางกายให้มีความชัดเจน เป็นระบบ รวมถึงบุคลากรในหน่วยงานส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค สถาบันการศึกษา ไปจนถึงท้องถิ่น ต้องได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เพื่อไปถึง ประชาชนตอ่ ไป 5.4 การสอื่ สารรณรงคส์ ปู่ ระชาชน การส่ือสารรณรงค์ที่ผ่านมา เน้นการส่งเสริมการกีฬาและการออกกาลังกายที่มีรูปแบบและแบบแผน ชัดเจน สว่ นการสือ่ สารรณรงคเ์ ร่ืองกิจกรรมทางกาย ดาเนินการโดย สานกั งานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเทยี่ วและกฬี า กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานภาคีเครอื ขา่ ย โดยการพัฒนาข้อความสอื่ สาร อาทเิ ชน่ “เมืองปน่ั ไดป้ น่ั ดี” “ขยบั เท่ากบั เรม่ิ ออกกาลงั ” “กา้ วเดินประเทศไทย 9,999 ก้าว” “ฆาตกรคือเก้าอ้ี” “ออกมาเล่น 60 นาที ทุกวัน” “ท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรม เก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง” เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ความรับรู้ความหมายของกิจกรรมทางกายของประชาชนและหน่วยงาน ที่เก่ียวข้องยังมีจากัด กลยุทธ์การสื่อสารยังขาดความตอ่ เน่ือง และการร่วมมือกันจากทกุ หน่วยงานที่เก่ียวข้อง รวมถึงช่องทางการรับรู้สื่อของประชาชนในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น การส่ือสารรณรงค์จาเป็น ต้องมีการประสานความร่วมมือกันจากทุกหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง ต้ังแต่การพัฒนาประเด็น เนื้อหา ช่องทาง ให้มคี วามดึงดูดใจและทันสมัย เพ่อื ให้ประชาชนทกุ กลมุ่ ได้รับข้อมลู ได้ทว่ั ถึงและครอบคลมุ ต่อไป 5.5 นโยบายการสง่ เสริมกิจกรรมทางกาย นโยบายของประเทศไทยท่ีผ่านมา เน้นส่งเสริมการกีฬาและการออกกาลังกายที่มีแบบแผนชัดเจน เป็นหลัก ในขณะท่ีนโยบายการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ซึ่งประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงได้ยังมีไม่มาก หน่วยงาน ท่ีเกย่ี วข้องจาเป็นต้องมกี ารวางแผนการดาเนนิ การสง่ เสริมกิจกรรมทางกายรว่ มกัน โดยผ่านกระบวนการจดั ทา แผนแม่บทการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย คณะกรรมการพัฒนาร่างแผนแม่บทส่งเสริมกิจกรรมทางกาย การขับเคลื่อนแผนแม่บท และจัดทาแผนปฏิบัติการ เพื่อให้นโยบายส่งเสริมกิจกรรมทางกายมีความชัดเจน ตรงเปา้ หมาย มสี ว่ นร่วม และไปถงึ ประชาชนต่อไป 59

จากการทบทวนสถานการณ์ แนวโนม้ และทิศทาง การสง่ เสริมกิจกรรมทางกายในประเทศไทยขา้ งต้น พบว่า สถานการณ์การมีกิจกรรมทางกายและพฤติกรรมเนือยนิ่งของคนไทย ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ รว่ มกบั การดาเนินการส่งเสริมกิจกรรมทางกายของหนว่ ยงานท่เี กี่ยวข้อง มีความหลากหลาย และเนน้ ที่ภารกิจ เฉพาะของตนเอง ไม่ได้มีการกาหนดทศิ ทาง ประสานการทางาน หรือแลกเปล่ียนข้อมลู การดาเนินงานร่วมกัน ทาให้ทิศทาง เป้าหมาย การส่งเสริมกิจกรรมทางกายในมิติต่างๆ ยังขาดความชัดเจน จึงจาต้องมีกรอบ และกลไกการประสานการดาเนินการส่งเสรมิ กจิ กรรมทางกายรว่ มกนั ตอ่ ไป 2.3 การวเิ คราะห์จดุ แข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis และ TOWS Matrix) ข้อมูลในบทท่ี 1 และบทท่ี 2 สามารถนามาวิเคราะห์หาจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค ดว้ ยวิธี SWOT Analysis โดยพิจารณาข้อมูลแบ่งเป็นสภาพแวดล้อมภายในและภายนอก และ TOWS Matrix เพื่อกาหนดแผนแม่บทการส่งเสริมกิจกรรมทางกายท่ีเหมาะสมกับบริบทประเทศไทย ได้ผลการวิเคราะห์ สภาพแวดลอ้ มภายในและภายนอกของการส่งเสรมิ กจิ กรรมทางกายระดบั ชาติ ดงั น้ี 1. สภาพแวดลอ้ มภายในประเทศ ภาพลักษณข์ องประเทศไทยในระดบั โลก ในบทนา และบทที่ 2 หัวข้อ 2.2 ผลการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในระยะที่ผ่านมา พบว่า ในปี พ.ศ.2553 ประเทศไทยได้ร่วมลงนามกฎบัตรโตรอนโตในการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ต่อมา ในปี พ.ศ.2559 ประเทศไทยเป็นผู้นาโลก ในการผลักดันวาระการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายเข้าสู่เวที การประชุมสมัชชาอนามัยโลก ซึ่งเป็นสุดยอดการประชุมด้านสุขภาพขององค์การอนามัยโลก โดยการจัด ประชุมคู่ขนานในการประชุมสมัชชาอนามัยโลกครั้งท่ี 69 ด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย การเป็นเจ้าภาพ การประชุมนานาชาติว่าด้วยกิจกรรมทางกายและสุขภาพคร้ังที่ 6 (International Congress on Physical Activity and Health 2016: ISPAH 2016) อันเป็นการประชุมวิชาการด้านกิจกรรมทางกายระดับ นานาชาติ ท่ีจัดเป็นคร้ังแรกในทวีปเอเชีย และในปี พ.ศ.2560 การเป็นผู้นาโลก ในการผลักดันการจัดทา แผนปฏิบัติการส่งเสริมกิจกรรมทางกายระดับโลก ในการประชุมคณะกรรมการบริหารองค์การอนามัยโลก ครั้งท่ี 140 เพ่ือนาเข้าสู่การพิจารณาและรับรองโดยประเทศสมาชิกองค์การอนามัยโลก ในปี พ.ศ.2561 ตอ่ ไป จากการวิเคราะห์พบว่า ประเทศไทยเป็นผูน้ าในการส่งเสริมกจิ กรรมทางกายในระดับโลก ซ่ึงสามารถ กาหนดจุดแขง็ ดงั นี้ จดุ แข็ง 1. ภาพลักษณข์ องประเทศไทยในการเปน็ ผนู้ าการส่งเสริมการมีกจิ กรรมทางกายในระดับโลก 60

กฎหมาย นโยบาย องค์กรทเ่ี กย่ี วข้อง และประชาชน สภาพแวดล้อมภายในประเทศจากบทที่ 2 (หัวข้อท่ี 2.2) ภาคผนวกท่ี 3 ได้อธิบายกฎหมาย นโยบาย และองคก์ รทเ่ี กีย่ วขอ้ ง ดงั นี้ ร่างรัฐธรรมนูญปี พ.ศ.2559 ฉบับประชามติ มาตรา 55 และ 71 แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการสร้างประเทศไทย ให้ม่ันคง ม่ังคั่ง และย่ังยืน นาไปสู่ประเทศไทย 4.0 และนโยบายของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้มีคาสั่งให้บุคลากร ในหน่วยงานราชการ ร่วมกันออกกาลังกายทุกวันพุธ เพ่ือให้มีการตื่นตัวในการทางาน สร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และสร้างกระแสการออกกาลังกายอย่างสม่าเสมอ ให้เป็นแบบอย่างการดาเนินชีวิตประจาวัน ของประชาชน พระราชบัญญัติท่ีเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ได้แก่ พระรา ชบัญญัติการกีฬา แห่งประเทศไทย ท่ีส่งเสริมการออกกาลังกาย การกีฬา และนันทนาการ แต่ยังไม่ครอบคลุมประเด็น การมีกิจกรรมทางกาย พระราชบัญญัติกาหนดแผนและข้ันตอนการกระจายอานาจให้กับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 ได้กาหนดนโยบายการดาเนินงาน การบริหารงบประมาณ ในด้านสุขภาพ สถานที่ออกกาลังกาย ชมรมออกกาลังกาย การผังเมือง ทางจักรยาน ทางเดินเท้า การเรียนการสอน ในศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียน สถานท่ีทางาน ชุมชน พระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ทส่ี ง่ เสรมิ การสร้างสุขภาวะ และพระราชบญั ญัติอนื่ ๆ หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง จานวน 10 หน่วยงาน ซ่ึงมีหน้าที่และบทบาทต่อการส่งเสริม การมีกิจกรรมทางกายที่คล้ายกันและแตกต่างกัน หน่วยงานท่ีส่งเสริมกิจกรรมทางกายให้กับประชาชน ในรูปแบบต่างๆ ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข สานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กระทรวงการ ท่องเท่ียวและกีฬา สถาบันพลศึกษา กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สาหรับหน่วยงานที่ส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ในด้านสภาพแวดล้อม ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข (กรมอนามัย) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงคมนาคม องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน (อปท.) เป็นหน่วยงานปฏิบัติที่ส่งเสริมกิจกรรมทางกายให้กับชุมชน และประชาชนในพ้ืนท่ีรับผิดชอบ ทั้งการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในประชาชนและการสร้างสภาพแวดล้ อม ท่ีเอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย ซึ่งในปัจจุบันมีจานวนองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน จานวน 7,583 แห่ง โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังมีการสนับสนุนชมรมออกกาลังกาย กลุ่มอาชีพ ในพ้ืนท่ีหลายชมรม/กลุ่ม และยังมีกองทุนกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถ่ินหรือพ้ืนท่ีสาหรับสนับสนุนกิจกรรม ด้านการ สง่ เสรมิ สขุ ภาพในชุมชนดว้ ย 61

ในด้านพฤติกรรมของประชาชนในการมกี ิจกรรมทางกาย พบว่า แนวโนม้ ระดับการมีกจิ กรรมทางกาย เพียงพอเพิ่มข้ึนเล็กน้อย แสดงว่าประชาชนให้ความสนใจความสุขภาพเพิ่มขึ้น แต่ ก็มีระยะเวลา การมีพฤติกรรมเนือยนิ่งเพิ่มขึ้นเช่นกันเน่ืองจากการใช้โซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะจากโทรศัพท์มือถือท่ีเป็น สาเหตใุ ห้ประชาชน อยู่กบั หนา้ จอเป็นเวลานาน จากการวิเคราะห์กฎหมาย นโยบาย และองค์กรท่ีเกี่ยวข้อง พบว่า ประเทศไทยมีผู้นาระดับประเทศ ที่ให้ความสาคัญกับการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย มีนโยบายหรือกฎหมายท่ีสนับสนุนให้ดาเนินงานส่งเสริม กิจกรรมทางกาย มีหน่วยงานที่ดาเนินงานส่งเสริมกิจกรรมทางกายให้กับประชาชนทั้งในระดับส่วนกลาง และทอ้ งถิ่น หน่วยงานที่มีบคุ ลากรท่มี ีความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาและพลศึกษา ซ่งึ สามารถนาความรู้ นั้นมาประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมกิจกรรมทางกายได้ เช่น กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัย เป็นต้น หน่วยงานในระดับชุมชน (อปท.) ให้การสนับสนุน ชมรมออกกาลังกาย กลุ่มอาชีพ งบประมาณ และสถานท่ีจัดกิจกรรม จึงทาให้ในชุมชนมีกิจกรรมทางกาย อย่างตอ่ เน่ือง แต่ยงั เน้นในรปู แบบออกกาลังกายหรือกีฬาเป็นหลกั จึงทาให้เจ้าหนา้ ท่ีท้ังสว่ นกลางและท้องถิ่น ขาดความเข้าใจในการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย สาหรับการจัดทาแผนงาน/โครงการ แต่ละกระทรวงจัดทา แผนงาน/โครงการเพ่ือเสนอของบประมาณดาเนินการแบบแยกส่วน ไม่ได้บูรณาการไปในทิศทางเดียวกัน อย่างไรก็ตาม การดาเนินการที่ผ่านมา ก็ส่งผลให้ประชาชนมีระดับการมีกิจกรรมทางกายเพียงพอเพิ่มข้ึน แสดงว่าประชาชนให้ความสนใจในด้านสุขภาพเพิ่มข้ึน แต่มีระยะเวลาการมีพฤติกรรมเนือยนิ่งเพิ่มข้ึนเช่นกัน แสดงใหเ้ หน็ ว่าประชาชนยังไม่เข้าใจหรือตระหนกั ในโทษของการมีพฤตกิ รรมเนือยนง่ิ จากการวเิ คราะห์ดงั กลา่ ว สามารถกาหนดจดุ แข็ง จุดอ่อน ดงั น้ี จดุ แข็ง 1. นโยบาย และกฎหมาย ท่ีเก่ียวข้องกับการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ทั้งการทางาน การเดินทาง และนันทนาการ 2. มีหน่วยงานท่ีรับผิดชอบส่งเสริมกิจกรรมทางกาย และหน่วยงานทางวิชาการศึกษาวิจัย ดา้ นกจิ กรรมทางกาย ในมิตทิ คี่ รอบคลมุ กจิ กรรมทางกายในชีวติ ประจาวนั 3. มีบุคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านกิจกรรมทางกาย ทงั้ ในหน่วยงานในกระทรวงที่เกี่ยวข้อง หนว่ ยงานอิสระ และมหาวิทยาลยั 4. มีงบประมาณท่ีให้หน่วยงานราชการสามารถจัดทาแผนงานด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย สาหรับในท้องถ่ินมีงบประมาณที่สนับสนุน ทั้งจากเทศบัญญัติและกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดบั ท้องถิ่น หรือพนื้ ท่ี 62

5. มีหน่วยงานในระดับท้องถ่ินท่ีมีศักยภาพในการขับเคลื่อนการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกาย สู่ชุมชน 6. มเี ครือขา่ ย ชมรมเก่ยี วกับกจิ กรรมทางกายในระดับท้องถ่ิน ทีม่ กี จิ กรรมทางกายเป็นประจา 7. ประชาชน่ให้ความสนใจในการดแู ลสุขภาพเพ่มิ ขนึ้ รวมท้งั เรื่องการออกกาลังกาย จดุ ออ่ น 1. การดาเนินงานกิจกรรมทางกายของหน่วยงานต่างๆ ยังขาดการบูรณาการร่วมมือกันไปในทิศทาง เดยี วกัน 2. บุคลากรในการดาเนินงานส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายส่วนใหญ่ ยังมีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ การกีฬา หรือพลศึกษา แต่ยังเน้นไปที่การกีฬาเพ่ือความเป็นเลิศ หรือการออกกาลังกายที่มีแบบแผนชัดเจน ยงั ไมค่ รอบคลุมความรู้ของกจิ กรรมทางกาย ทปี่ ระชาชนทกุ กลุ่มสามารถมีได้ในชวี ิตประจาวนั 3. ยังไม่มีรูปแบบการส่งเสริมกิจกรรมทางกายด้านสภาพแวดล้อมโดยตรง และยังไม่มีหลักสูตร ที่พัฒนาศักยภาพของบุคคลากรในด้านสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นการมีกิจกรรมทางกาย เช่น สถาปัตยกรรม ออกแบบพื้นท่ี การวางผังเมอื งและชมุ ชน เป็นต้น 4. เจ้าหน้าที่ในระดับท้องถิ่น ยังขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องการกิจกรรมทางกายเพ่ือที่จะส่งเสริม ใหก้ บั ประชาชนในพน้ื ท่ี และในหนว่ ยงานตา่ งๆ เช่น สถานศกึ ษา สถานทท่ี างาน สถานบริการสาธารณสขุ 5. ประชาชนยังขาดความตระหนักต่อผลกระทบต่อสุขภาพจากการมีพฤติกรรมเนือยน่ิง เปน็ เวลานานๆ การพัฒนาวิชาการกิจกรรมทางกาย ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยกิจกรรมทางกาย (Physical Activity Research Center: PARC) โดยการสนับสนุนจากสานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ได้รับการจัดตั้งขึ้น เพ่ือทาหน้าท่ี พัฒนาการวิจัยและให้ทุนวิจัยด้านกิจกรรมทางกาย เน้นการวิจัยเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกิจกรรมทางกาย ของทุกกลุ่มวัย และในพ้ืนท่ี และทางานร่วมกับมหาวิทยาลัย เพ่ือพัฒนาวิชาการด้านการส่งเสริม กิจกรรมทางกายของประเทศไทย นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีการจัดประชุมวิชาการกิจกรรมทางกาย ระดับชาติ เพ่ือให้นกั วชิ าการหรือหน่วยงานต่างๆ นาเสนอผลงานวชิ าการ ซง่ึ ผลการศกึ ษาวิจยั ส่วนใหญ่เน้นใน ด้านของรูปแบบการออกกาลังกาย กีฬา การลดโรคเร้ือรัง แต่ยังไม่ครอบคลุมประเด็นอื่นๆของ กิจกรรมทางกาย นอกจากน้ี มีการสารวจระดับกจิ กรรมทางกายในประชากรไทยจากหลายหน่วยงาน อาทเิ ช่น สานักงานสารวจสุขภาพประชาชนไทยด้วยการตรวจร่างกาย กรมอนามัย กรมควบคุมโรค สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล สานักงานสถิติแห่งชาติ ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา 63

อย่างไรก็ตาม กลุ่มประชากรท่ีได้รับการสารวจยังไม่ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะวัยแรกเกิด - 5 ปี และผลการสารวจของแตล่ ะหนว่ ยงานยงั ไมส่ อดคลอ้ งกัน จากการวเิ คราะหด์ งั กล่าว สามารถกาหนดจดุ แขง็ จุดออ่ น ดังนี้ จดุ แขง็ 1. มีหน่วยงานวชิ าการทีท่ าหนา้ ทีใ่ นการพัฒนาองค์ความรูด้ ้านกจิ กรรมทางกาย 2. มีระบบเฝา้ ระวงั การมีกจิ กรรมทางกายของประชาชนไทยอย่างต่อเน่ือง 3. มีการพัฒนาวชิ าการด้านการสง่ เสริมกิจกรรมทางกาย และการถ่ายทอดผลงานทางวิชาการ ในทีป่ ระชมุ ทง้ั ในระดบั ชาติและระดับหน่วยงาน จดุ อ่อน 1. การศึกษาวิจัยด้านการมีกิจกรรมทางกายในปัจจุบัน มีเร่ืองรูปแบบการมีกิจกรรมทางกาย การลด ปัญหาโรคเรื้อรัง แต่ยังขาดในด้านอื่นๆ เช่น ด้านส่ิงแวดล้อมท่ีเอ้ือต่อการมีกิจกรรมทางกาย อาชีพ วิถีชีวิต เศรษฐกจิ สง่ิ แวดลอ้ ม สงั คม และวฒั นธรรม เป็นตน้ 2. การสารวจระดับการมีกิจกรรมทางกายของประชาชนไทย ยังไม่ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะวยั 0 - 5 ปี และผลการสารวจของแต่ละหน่วยงานยงั ไมส่ อดคล้องกนั 2. สภาพแวดลอ้ มภายนอกประเทศ กระแสการขบั เคล่อื นกิจกรรมทางกายระดับโลก จากการทบทวนสถานการณ์ แนวโน้ม และทิศทางการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในต่างประเทศ ในบทที่ 1 และ 2 หัวข้อที่ 2.1 ผ่านแผนยุทธศาสตร์กิจกรรมทางกายโลก ปี ค.ศ.2004 ปฏิญญากรุงเทพฯ ว่าดว้ ยกจิ กรรมทางกายเพอ่ื สุขภาวะโลกและการพัฒนาทีย่ ่ังยนื การจัดทาแผนปฏิบตั กิ ารลดโรคไมต่ ิดตอ่ เร้อื รัง ระดับโลก ปี ค.ศ.2011 การตง้ั เปา้ หมายการพัฒนาทย่ี ่ังยืน (SDGs) ให้บรรลุภายใน ปี ค.ศ.2030 การลงทุน ด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย 7 ประการ แผนยุทธศาสตร์ จาก 15 ประเทศ (สหรัฐอเมริกา แคนาดา คอสตาริกา ชิลี เม็กซิโก อาร์เจนตินา เวเนซูเอล่า นอร์เวย์ สเปน ไอร์แลนด์ สก็อตแลนด์ มาเลเซีย สิงคโปร์ มัลดีฟส์ และออสเตรเลีย) โดยพบว่า การขับเคล่ือนกิจกรรมทางกายในระดับโลก ส่งผลเชิงบวก ต่อการ ขับเคล่ือนกิจกรรมทางกายในประเทศ อาทิ การนาแผนยุทธศาสตร์ระดับโลก องค์ความรู้ การวิจัยจาก ต่างประเทศ ท่ีมคี วามหลากหลายของรูปแบบกิจกรรมทางกาย เทคโนโลยี สภาพแวดล้อมที่เอ้อื ต่อการสง่ เสริม กจิ กรรมทางกาย มาประยกุ ตใ์ ช้ในประเทศได้ จากการวิเคราะห์ดงั กล่าว สามารถกาหนดโอกาสและอปุ สรรค ดังนี้ 64

โอกาส 1. กระแสการขบั เคลอ่ื นการส่งเสรมิ กิจกรรมทางกายในระดับโลก 2. องค์ความรู้ งานวิจัยกิจกรรมทางกายจากต่างประเทศมีความหลากหลายและทันสมัย สามารถ นามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นประเทศไทยได้ เทคโนโลยี จากการทบทวนสถานการณ์ แนวโน้ม และทิศทางการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในบทที่ 1 และ 2 พบว่า ปัจจุบันโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและการขยายตัวของสังคมเมือง ทท่ี าให้คนสามารถเขา้ ถึงเคร่ืองใช้ไฟฟ้าและส่ิงอานวยความสะดวกในวิถชี ีวิต ตลอดจนลักษณะของการทางาน ที่เปล่ียนไปจากการการใช้แรงงานมาสู่เครื่องจักรและเครื่องทุ่นแรงในทุกอุตสาหกรรม การใช้รถยนต์ส่วนตัว การบริการจัดส่งสินค้าถึงบ้าน การใช้คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ อินเตอร์เน็ต ทาให้มนุษย์มีการขยับ และเคลื่อนไหวรา่ งกายลดลง ส่งผลให้ประชากรโลกมีภาวะน้าหนักเกนิ หรือโรคอ้วน จากความไมส่ มดุลระหว่าง พลงั งานทใี่ ช้กับพลงั งานท่ีไดร้ ับจากอาหาร ในขณะเดียวกัน เทคโนโลยีสง่ ผลดตี ่อการมกี จิ กรรมทางกายเชน่ กัน เช่น แอพพลิเคช่ันกว่า 50,000 รายการท่ีเกี่ยวกับสุขภาพและการออกกาลังกาย เครื่องออกกาลังกาย อุปกรณ์และเคร่ืองแต่งกาย สาหรับออกกาลังกายท้ังในร่มและกลางแจ้ง เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมี กิจกรรมทางกายเพ่ิมข้ึน และพบว่ารูปแบบการออกกาลังกายในร่มเช่น ฟิตเนส สนามฟุตซอล ฯลฯ ยงั ไมม่ กี ฎหมายควบคุมการดาเนนิ งานให้มีคณุ ภาพของสถานประกอบการเอกชนดงั กล่าว จากการวเิ คราะหด์ งั กล่าวสามารถกาหนดโอกาสและอุปสรรค ดงั น้ี โอกาส 1. มีเทคโนโลยีที่ช่วยส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายท่ีทันสมัยเช่น เคร่ืองออกกาลังกายทั้งในร่มและ กลางแจ้ง แอพพลิเคชั่น เคร่อื งแตง่ กาย อุปกรณ์การเลน่ ตา่ งๆ อุปสรรค 1. เทคโนโลยที ีอ่ านวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจาวันส่งผลให้ประชาชนมกี ิจกรรมทางกายลดลง และมีพฤตกิ รรมเนอื ยนิ่งในระหวา่ งวันเพิ่มขน้ึ 2. ไม่มกี ฎหมายควบคุมการดาเนนิ งานใหม้ ีคณุ ภาพของสถานประกอบการในภาคเอกชน เช่น ฟิตเนส ฟตุ ซอล ฯลฯ 65

สภาพภมู ิอากาศ สภาพภูมิอากาศของโลกในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะมีอุณหภูมิสูงข้ึน โดยพบว่าในช่วงปี 100 ปี ที่ผ่านมา อุณหภูมิผิวพื้นของโลก เพ่ิมขึ้นโดยเฉล่ีย 0.74 องศาเซลเซียส สาเหตุจากภาวะเรือนกระจก สาหรับประเทศไทย มกี ารศกึ ษาทั้งในเชิงสถิติและการคาดการณ์โดยแบบจาลองภมู ิอากาศ ข้อมูลการตรวจวัด ที่ผิวพ้ืนและในบรรยากาศจากสถานีอุตุนิยมวิทยาทั่วประเทศ บ่งชี้ว่าอุณหภูมิในประเทศไทย ในรอบ 55 ปี ที่ผ่านมา (พ.ศ. 2498 – 2552) เพ่ิมสูงขึ้นอย่างมีนัยสาคัญ โดยค่าเฉล่ียรายปีของอุณหภูมิเฉล่ียมีแนวโน้ม เพิ่มขึ้น 0.95 องศาเซลเซียส ซึ่งอัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉล่ียต่อทศวรรษของไทย (0.174 องศา เซลเซียสต่อทศวรรษ) มีอัตราการเพิ่มขึ้นสูงกว่าของโลก (0.126 องศาเซลเซียสต่อทศวรรษ) นอกจากนี้ สภาพของมลภาวะทางอากาศและคุณภาพอากาศ พบว่า เกินค่ามาตรฐาน และอยู่ในระดับที่มีผลกระทบ ต่อสุขภาพ และประเทศไทยยังได้รับผลกระทบจากหมอกควันจากไฟไหม้ป่าจากประเทศอินโดนีเซียปกคลุม ภาคใตต้ อนล่างของประเทศไทย ซง่ึ เกดิ ข้ึนใน ปี พ.ศ.2558 และ 2559 42 จากการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวพบว่า สถานการณ์ด้านภูมิอากาศในระดับโลกและประเทศไทย ที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นทุกปี และจากมลภาวะทางอากาศที่เป็นพิษจากการใช้เช้ือเพลิง การจราจร อุตสาหกรรม ไฟป่า มีผลกระทบต่อการมีกิจกรรมทางกายกลางแจ้ง ส่งผลเสียต่อระบบหายใจจากฝุ่นละออง โดยส่งผลลบ และเป็นอุปสรรคต่อการมีกจิ กรรมทางกาย อปุ สรรค 1. ภาวะโลกร้อนทาให้อุณหภูมิของประเทศไทยสูงข้ึนทุกปี ส่งผลให้ประชาชนมีกิจกรรมทางกาย ลดลง เน่อื งจากความรอ้ นทาใหร้ า่ งกายเสียเหงอ่ื เหนอื่ ยงา่ ย และมผี ลตอ่ สขุ ภาพผวิ หนัง 2. สภาวะมลพิษทางอากาศในประเทศไทย ท่ีมีค่าเกินมาตรฐาน ส่งเกิดผลเสียต่อสุขภาพ โดยเฉพาะ ในชว่ งท่รี ่างกายตอ้ งการออกซิเจนเพ่มิ ข้ึนจากการมีกจิ กรรมทางกาย 3. สถานการณ์ไฟไหม้ป่าจากประเทศเพ่ือนบ้าน ส่งผลต่อประชาชนท่ีได้รับผลกระทบไม่สามารถ มกี ิจกรรมทางกายกลางแจ้งได้ ท้ังน้ี จากการวิเคราะห์หาจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค ด้วยวิธี SWOT Analysis โดยพิจารณา ข้อมูลแบ่งเป็นสภาพแวดล้อมภายในและภายนอก ดังกล่าว สามารถสรุปเป็นตาราง จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค ดังตารางที่ 2 และ TOWS Matrix ดังตารางท่ี 3 ตอ่ ไปน้ี 42 สานักงานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม. แผนแม่บท รองรบั การเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ.2558-2593. 2558. 66

ตารางท่ี 2 สรุปจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุป จุดแข็ง 1. ภาพลกั ษณ์ของประเทศไทยในการเป็นผู้นาการสง่ เสริมการมกี ิจกรรมทางกายในระดับโลก 2. นโยบาย และกฎหมาย ทีเ่ ก่ียวข้องกบั การสง่ เสรมิ กิจกรรมทางกาย ทง้ั การทางาน การเดินทาง และนนั ทนาการ 3. มีหน่วยงานทรี่ บั ผดิ ชอบส่งเสริมกิจกรรมทางกาย และหนว่ ยงานทางวชิ าการศกึ ษาวิจยั ด้านกิจกรรมทางกาย ในมิตทิ คี่ รอบคลมุ กจิ กรรมทางกายในชวี ติ ประจาวนั 4. มบี ุคลากรทมี่ ีความรู้ ความเชย่ี วชาญดา้ นการมีกจิ กรรมทางกายทงั้ ในหนว่ ยงานในกระทรวงที่เก่ียวขอ้ ง หน่วยงานอสิ ระ และมหาวิทยาลัย 5. มงี บประมาณที่ให้หน่วยงานราชการสามารถจดั ทาแผนงานดา้ นการส่งเสรมิ การมีกจิ กรรมทางกาย โดยในท้องถ่นิ มงี บประมาณจากเทศบญั ญตั แิ ละกองทนุ หลักประกนั สขุ ภาพในระดับท้องถน่ิ 6. มหี นว่ ยงานในระดบั ท้องถ่นิ ทมี่ ศี ักยภาพในการขบั เคลอื่ นการส่งเสรมิ การมกี ิจกรรมทางกายสู่ชุมชน 7. มเี ครอื ข่าย ชมรมเกยี่ วกับกจิ กรรมทางกายในระดับทอ้ งถิ่น ที่มกี จิ กรรมทางกายเปน็ ประจา 8. ประชาชน่ใหค้ วามสนใจในการดแู ลสขุ ภาพเพมิ่ ขนึ้ รวมทงั้ เรอื่ งการออกกาลงั กาย 9. มรี ะบบสารวจขอ้ มูลการมีกจิ กรรมทางกายของประชาชนไทยอย่างตอ่ เน่ือง 10. มีการพฒั นาวชิ าการด้านการส่งเสรมิ กจิ กรรมทางกาย และการถ่ายทอดผลงานทางวชิ าการในการประชมุ ระดับชาตแิ ละระดับหนว่ ยงาน โอกาส 1. กระแสการขบั เคล่ือนการสง่ เสริมกจิ กรรมทางกายในระดับโลก 2. องคค์ วามรู้ งานวจิ ยั กิจกรรมทางกายจากต่างประเทศมีความหลากหลายและทนั สมัยสามารถนามาประยุกต์ ใช้ในประเทศไทยได้ 3. มีเทคโนโลยีท่ีช่วยส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่ทันสมัยเช่น เครื่องออกกาลังกายทั้งในร่มและกลางแจ้ง แอพพลิเคชน่ั เคร่ืองแต่งกาย อปุ กรณ์การเลน่ ตา่ งๆ

ปสรรค ของการสง่ เสรมิ กจิ กรรมทางกาย จุดออ่ น 1. การดาเนนิ งานกจิ กรรมทางกายของหนว่ ยงานตา่ งๆ ยังขาดการบูรณาการรว่ มมือกันไปในทศิ ทางเดยี วกัน 2. บุคลากรในการดาเนินงานสง่ เสรมิ การมีกจิ กรรมทางกายส่วนใหญย่ ังมคี วามรดู้ ้านวทิ ยาศาสตร์การกีฬา หรือพลศกึ ษา ทเี่ น้นด้านกฬี าเพอ่ื ความเป็นเลิศ หรอื การออกกาลังกายทมี่ แี บบแผน 3. ยงั ไม่มรี ูปแบบการส่งเสริมกิจกรรมทางกายดา้ นสภาพแวดลอ้ มโดยตรง และยงั ไม่มหี ลกั สตู รท่ีพฒั นาศกั ยภาพ ของบุคคลากรในด้านสภาพแวดล้อมทก่ี ระต้นุ การมกี ิจกรรมทางกาย เชน่ สถาปตั ยกรรมออกแบบพ้นื ท่ี การวางผงั เมืองและชุมชน เปน็ ตน้ 4. เจา้ หนา้ ท่ใี นระดบั ทอ้ งถ่นิ ยังขาดความรคู้ วามเข้าใจเรอื่ งการกจิ กรรมทางกายเพ่ือทีจ่ ะสง่ เสรมิ ให้กบั ประชาชนในพื้นที่ และในหนว่ ยงานตา่ งๆ เชน่ สถานศึกษา สถานทีท่ างาน สถานบรกิ ารสาธารณสขุ 5. ประชาชนยังขาดความตระหนกั ถึงผลเสียตอ่ สุขภาพจากการมพี ฤติกรรมเนือยนง่ิ เป็นเวลานาน จากการใชเ้ ทคโนโลยี 6. การศึกษาวิจยั ดา้ นการมีกิจกรรมทางกายในปจั จบุ นั มีเรือ่ งรปู แบบการมีกจิ กรรมทางกาย การลดปัญหา โรคเรอ้ื รัง แตย่ ังขาดในดา้ นอน่ื ๆ เชน่ ดา้ นสงิ่ แวดลอ้ มที่เอ้ือตอ่ การมกี จิ กรรมทางกาย อาชพี วถิ ีชวี ติ และ เศรษฐกจิ เป็นตน้ 7. การสารวจระดับการมกี จิ กรรมทางกายของประชาชนไทย ยงั ไมค่ รอบคลุมประชาชนทุกกล่มุ วัย โดยเฉพาะ วยั แรกเกิด - 5 ปี และผลการสารวจของแตล่ ะหนว่ ยงานยงั ไมส่ อดคลอ้ งกนั อุปสรรค 1.เทคโนโลยีที่อานวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจาวันส่งผลให้ประชาชนมพี ฤติกรรมเนือยน่ิงในระหว่างวัน เพม่ิ ขึ้น 2. ยังไมม่ ีกฎหมายควบคมุ การดาเนนิ งานใหม้ ีคณุ ภาพของสถานประกอบการในภาคเอกชน เชน่ ฟติ เนส ฟุต ซอล ฯลฯ 3. ภาวะโลกร้อนทาใหอ้ ณุ หภมู ขิ องประเทศไทยสงู ข้นึ ทกุ ปี สง่ ผลใหป้ ระชาชนมีกิจกรรมทางกายลดลง 4. สภาวะมลพิษทางอากาศในประเทศไทยมีคา่ เกนิ มาตรฐาน สง่ ผลเสยี ต่อสุขภาพ 5. สถานการณ์ไฟไหม้ปา่ จากประเทศเพือ่ นบ้านสง่ ผลต่อประชาชนที่ได้รบั ผลกระทบ ไมส่ ามารถมีกจิ กรรมทาง กายกลางแจง้ ได้ 67

TOWS Matrix ตารางท่ี 3 TOWS Matrix ของ จุดแขง็ (S S1 ภาพลกั ษณข์ องประเทศไทยในการเป็น S2 มนี โยบาย และกฎหมาย ท่เี กยี่ วขอ้ งกบั S3 มีหน่วยงานที่รับผดิ ชอบส่งเสรมิ และศกึ S4 มบี ุคลากรท่ีมีความรู้ ความเชยี่ วชาญด้า S5 มีงบประมาณที่ให้หนว่ ยงานจัดทาแผน S6 มีหน่วยงานในระดับทอ้ งถ่ินที่มศี ักยภาพ S7 มเี ครอื ขา่ ย ชมรมเก่ียวกับกิจกรรมทาง S8 ประชาชน่ให้ความสนใจในการดูแลสขุ ภ S9 มีระบบสารวจข้อมลู PA ของประชาชน S10 การพัฒนาวชิ าการ PA และการถ่ายท โอกาส(O) กลยทุ ธ์เชงิ รุก O1 กระแสการขบั เคลือ่ น PA ระดบั โลก - พัฒนาองคค์ วามรู้ วจิ ยั ถ่ายทอด (S3 O2 องคค์ วามรู้ งานวจิ ยั PA จากต่างประเทศ - การส่ือสาร ใหค้ วามรู้ (S3 S4 S8 O1 O3 มีเทคโนโลยีท่ชี ว่ ยสง่ เสริม PA ที่ทนั สมยั - สนับสนุนการพัฒนาองค์กรต้นแบบ O2) อปุ สรรค (T) - สร้างและพฒั นาเครือขา่ ยสง่ เสริม PA T1 เทคโนโลยที ่อี านวยความสะดวกในการใชช้ ีวิตประจาวัน กลยทุ ธ์เชิงป้องก T2 ยงั ไม่มกี ฎหมายควบคุมสถานประกอบการเอกชน T3 ภาวะโลกรอ้ นทาให้อุณหภูมิของประเทศไทยสูงขึน้ - พฒั นากฎหมายและมาตรฐาน (S2 T2 T4 สภาวะมลพิษทางอากาศในประเทศไทย - พัฒนาระบบเฝ้าระวงั (S9 T1 T2 T5 T5 สถานการณไ์ ฟไหม้ป่าจากประเทศเพ่อื นบ้าน - กาหนดนโยบาย (S2 T1 T3 T4 T5

งการส่งเสรมิ กิจกรรมทางกาย S) จุดอ่อน (W) นผู้นาการส่งเสริม PA ระดับโลก W1 การดาเนนิ งาน PA ของหนว่ ยงานขาดการบูรณาการ บการส่งเสริม PA W2 บุคลากรในการดาเนนิ งานส่งเสริม PA มีความรูไ้ ม่ครอบคลุม กษาวิจยั PA W3 ยงั ไม่มีรปู แบบการส่งเสรมิ PA ดา้ นสภาพแวดล้อมโดยตรง าน PA W4 เจ้าหน้าที่ในระดบั ทอ้ งถิน่ ยังขาดความรู้ความเข้าใจ PA นงานดา้ นการสง่ เสรมิ PA W5 ประชาชนยังขาดความตระหนักตอ่ พฤตกิ รรมเนอื ยน่ิง พในการขบั เคลอื่ น PA W6 การศกึ ษาวจิ ัย PA ในปจั จุบันไม่ครอบคลมุ ทกุ ด้าน งกายในระดับท้องถ่ิน W7 การสารวจระดับการมี PAของประชาชนไทย ยงั ไม่ครอบคลุม ภาพเพ่ิมขนึ้ ประชาชนทกุ กลมุ่ และผลการสารวจของแตล่ ะหน่วยงานยังไม่ นไทยอยา่ งต่อเนือ่ ง สอดคล้องกัน ทอดผลงานทางวชิ าการ (SO) กลยทุ ธเ์ ชิงแกไ้ ข (WO) S4 S10 O2) - พัฒนาองค์ความรู้ วจิ ยั จัดหลกั สูตร (W6 O2) 1 O3) - พัฒนาเคร่ืองมอื ในการสารวจ PA พฤติกรรมเนอื ยนงิ่ (W7 O2) บ ชุมชนต้นแบบ (S1 S6 O1 - พฒั นาบุคลากรพนื้ ที่ (W4 O2 O3) - พัฒนาบุคลากรส่วนกลาง (W2 W6 O3 O4) (S2 S6 S7 O1) - การสอ่ื สาร รณรงค์ (W5 O1 O2 O3) กนั (ST) กลยุทธเ์ ชงิ รับ (WT) 2) - จัดระบบการสื่อสาร (W5 T1) 5) - จัดระบบสนบั สนนุ การวิจัย องค์ความรู้ (W6 T1 T2 T3) ) 68

การทบทวนการดาเนินการส่งเสริมกิจกรรมทางกายท่ีผ่านมา และการวิเคราะห์ SWOT และ TOWS Matrix ทาให้เห็นช่องว่างการดาเนินการ และแนวทางการพัฒนาการส่งเสริมกิจกรรมทางกายที่จะต้อง ตอบสนองประชาชนทุกกลุ่มวัย สภาพแวดล้อม และการพัฒนาระบบการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ด้วยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน อันควรได้รับการพัฒนาเป็นวิสัยทัศน์ เป้าหมาย และแผนแม่บท การสง่ เสริมกิจกรรมทางกาย บทต่อไป จะนาเสนอวิสัยทศั น์ เป้าหมาย และยุทธศาสตร์ของแผนแม่บทการส่งเสริมกจิ กรรมทางกาย 69

บทที่ 3 วิสยั ทศั น์ เปา้ หมาย และยุทธศาสตร์ของแผนแมบ่ ทการส่งเสรมิ กจิ กรรมทางกาย เนื้อหาในบทน้ี จะนาเสนอวิสัยทัศน์ เป้าหมาย และยุทธศาสตร์ของแผนแม่บทการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ท่ีสอดคล้องกับสถานการณ์ แนวโน้มทิศทาง และการดาเนินงานส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ในระดับโลกและใน ประเทศไทย จากบทที่ 1 และ 2 ที่ผา่ นมา ดงั ตอ่ ไปน้ี 3.1 วิสยั ทัศนก์ ารสง่ เสริมกจิ กรรมทางกาย การจัดทาแผนแม่บทการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เป็นการดาเนินการในช่วงเวลาที่สาคัญในการปฏิรูป ประเทศไทย ให้ก้าวไปสู่การเป็นประเทศที่มีความม่ันคง ม่ังค่ัง และยั่งยืน โดยประชาชนทุกภาคส่วนของสังคม เข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิรูป จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยให้ความสาคัญกับการกาหนดยุทธศาสตร์ การพฒั นาประเทศในระยะยาวในอีก 20 ปีข้างหน้า อันจะนาพาประเทศไปสู่ ประเทศไทย 4.0 โดยมีแผนแม่บท การส่งเสริมกจิ กรรมทางกายเป็นสว่ นหนงึ่ ในการขบั เคลื่อนประเทศ โดยวัตถุประสงค์หลักของการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย คือ การให้กิจกรรมทางกายเป็นส่วนสาคัญ ของวิถีชีวิตประชาชนทุกกลุ่มวัย โดยมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและเอ้ือให้มีกิจกรรมทางกายตามบริบทไทย ในแตล่ ะพน้ื ท่ี ผา่ นการมสี ่วนรว่ มของทกุ ภาคส่วนในสังคม จึงได้กาหนดวิสัยทัศน์การสง่ เสรมิ กิจกรรมทางกาย ดังน้ี “ประชาชนมวี ิถีชวี ิตท่ีกระฉับกระเฉง ดว้ ยกจิ กรรมทางกาย ภายใต้สภาพแวดลอ้ มท่เี หมาะสม” ภาพท่ี 18 โมเดลแผนยุทธศาสตร์การส่งเสรมิ กิจกรรมทางกาย 70

3.2 เป้าประสงค์ 3.2.1 ประชาชน อายุ 18 ปีข้นึ ไป มกี จิ กรรมทางกายเพยี งพอ 3.2.2 ประเทศไทยมกี ารจดั สภาพแวดล้อมทเี่ ออื้ ตอ่ การมีกิจกรรมทางกาย 3.3 ตัวชวี้ ัด 3.3.1 ประชาชนทกุ กล่มุ วัยมีกจิ กรรมทางกายเพยี งพอ 3.3.1.1.ประชาชนอายุ 18 ปีขึน้ ไป มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ ร้อยละ 8043 3.3.2 ทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินในประเทศไทย มีการจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพ (Built Environment/ Healthy Space) ทั้งในบริเวณเปิดโล่งและในอาคาร ซึ่งเกี่ยวข้องกับการผังเมือง ระบบขนส่ง สาธารณะ การใช้ประโยชน์พืน้ ที่ทีไ่ ดร้ บั การออกแบบเพือ่ สนบั สนนุ การสรา้ งโอกาสการมีกิจกรรมทางกายอยา่ งเท่า เทียม ภายใต้กฎระเบียบข้อตกลงร่วมกัน อาทิ สนามเด็กเล่น ทางเท้า พ้ืนท่ีชุมชน ฯลฯ รวมไปถึงสถานที่ทาง ธรรมชาติท่ีไดร้ ับการจัดการ และการจัดกิจกรรมเพอ่ื สง่ เสริมกิจกรรมทางกาย รายละเอียดตวั ช้ีวดั ในภาคผนวกที่ 1 3.4 ยทุ ธศาสตร์แผนแมบ่ ท เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ “ประชาชนมีวิถีชีวิตที่กระฉบั กระเฉง ด้วยกิจกรรมทางกาย ภายใต้สภาพแวดล้อม ที่เหมาะสม” ในระยะเวลา 13 ปีข้างหน้า จึงได้กาหนดยุทธศาสตร์แผนแม่บทการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย 3 ยุทธศาสตร์ ดงั นี้ ยุทธศาสตรท์ ี่ 1 การส่งเสริมกิจกรรมทางกายประชาชนทุกกลุม่ วัย ยทุ ธศาสตร์ที่ 2 การสง่ เสรมิ สภาพแวดล้อมใหเ้ อ้ือตอ่ การมกี จิ กรรมทางกาย ยุทธศาสตรท์ ่ี 3 การพัฒนาระบบสนบั สนนุ การส่งเสริมกิจกรรมทางกาย โดย ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 1 การสง่ เสรมิ กจิ กรรมทางกายประชาชนทุกกลุ่มวัย จะสาเรจ็ ได้ประชาชนต้องมีความ รอบรู้และความตระหนักด้านกิจกรรมทางกาย จนนาไปสู่การมีพฤติกรรมที่กระฉับกระเฉง มีกิจกรรมทางกายท่ี 71

เพียงพอในชีวิตประจาวนั ผา่ นการสนับสนนุ การสง่ เสริมโดยหน่วยงานในพืน้ ท่แี ละส่วนกลาง จาก ยุทธศาสตรท์ ่ี 2 การส่งเสริมสภาพแวดล้อมใหเ้ ออ้ื ต่อการมีกิจกรรมทางกาย ในสถานท่ี องค์กร ชุมชน ท่ีประชาชนแต่ละกลุ่มวยั ใช้ ชีวิตประจาวันในสถานท่ีนั้น และ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาระบบสนับสนุนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย อัน ได้แก่ การสร้างองค์ความรู้และวิจัยกิจกรรมทางกาย ระบบเฝ้าระวังการมีกิจกรรมทางกาย การส่ือสารรณรงค์ และนโยบายส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ผ่านกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้ กระบวนการพัฒนาการวิจัย และ กระบวนการพัฒนามาตรฐาน กฎหมาย เน้นท่ีหน่วยงานส่วนกลางท่ีเก่ียวข้องต้องมีการพัฒนาระบบสนับสนุน กิจกรรมทางกายเหล่าน้ี เพ่ือนาไปสู่การถ่ายทอดและพัฒนาศักยภาพหน่วยงานในพ้ืนที่เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย ทั้งในสถานศึกษา สถานประกอบการ สถานบริการสาธารณสุข และชุมชน ใน ยุทธศาสตร์ท่ี 2 และประชาชนทุกกลุ่มวัย (เด็กปฐมวัย วัยเรียน วัยรุ่น วัยทางาน และวัยสูงอายุ) มีกิจกรรมทาง กายเพียงพอ ในยุทธศาสตร์ที่ 1 บรรลุตามวิสัยทัศน์การส่งเสริมกิจกรรมทางกาย “ประชาชนมีวิถีชีวิตที่ กระฉับกระเฉง ดว้ ยกิจกรรมทางกาย ภายใตส้ ภาพแวดลอ้ มที่เหมาะสม” ดงั แผนภาพ ต่อไปนี้ 72

ภาพท่ี 19 แผนทที่ างเดนิ ยุทธศาสตร์การส่งเสรมิ กิจกรรมทางกาย 73

บทท่ี 4 แผนแมบ่ ทการสง่ เสรมิ กจิ กรรมทางกาย (พ.ศ.2560-2569) ยุทธศาสตร์ที่ 1 การส่งเสริมกิจกรรมทางกายประชาชนทุกกลมุ่ วัย ข้อมูลจากการสารวจพัฒนาการด้านกล้ามเน้ือมัดใหญ่ของเด็กปฐมวัย อายุแรกเกิด - 5 ปี จากกระทรวง สาธารณสุข ปี พ.ศ.2560 พบว่า เด็กปฐมวัย รอ้ ยละ 5.8 มปี ญั หาพัฒนาการของกลา้ มเนอ้ื มัดใหญ่ 44 และข้อมูล การสารวจระดับกิจกรรมทางกายในประชากรไทยจากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ.2559 พบว่าประชาชนไทย อายุตัง้ แต่ 6 ปขี นึ้ ไป รอ้ ยละ 62 มกี ิจกรรมทางกายเพยี งพอ และมรี ะยะเวลา การมีพฤติกรรมเนือยน่ิงในแต่ละวัน ที่ไม่รวมเวลานอนหลับ เกือบ 14 ชั่วโมงต่อวัน 45 การจะส่งเสริมให้ ประชาชนทุกกลุ่มวัยมีกิจกรรมทางกายเพิ่มข้ึนและลดพฤติกรรมเนือยน่ิงลง จึงควรมีการตั้งเป้าประสงค์ ตัวชี้วัด/ เปา้ หมาย กลยุทธ์ และหนว่ ยงานรับผิดชอบ ดงั นี้ 1.1 เปา้ ประสงค์ ประชาชนทุกกลุ่มวัย ได้แก่ เด็กปฐมวัย วัยเรียน วัยรุ่น วัยทางาน และวัยสูงอายุ มีกิจกรรมทางกาย ทีเ่ พียงพอ 1.2 ตัวชี้วดั /เป้าหมาย 1.2.1 ประชาชน แรกเกดิ - 5 ปี มเี กณฑ์พฒั นากลา้ มเนอ้ื มัดใหญเ่ ปน็ ปกติ ร้อยละ 95 1.2.2 ประชาชน อายุ 6 ปี – 17 ปี มีกจิ กรรมทางกายเพยี งพอ ร้อยละ 40 1.2.3 ประชาชน อายุ 18 ปีขนึ้ ไป มกี จิ กรรมทางกายเพยี งพอ ร้อยละ 80 1.2.3 ระยะเวลาเฉลีย่ พฤติกรรมเนือยนิ่งของประชาชน อายุ 6 ปีขึน้ ไป ไมเ่ กิน 13 ชว่ั โมงตอ่ วัน 45 กระทรวงสาธารณสขุ . ผลการสารวจการเฝา้ ระวงั และส่งเสรมิ พัฒนาการเดก็ ปฐมวยั (DSPM). 2560 46 สถาบนั วจิ ัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลยั มหดิ ล. รายงานการสารวจการมกี จิ กรรมทางกายของคนไทย. 2559. 74

1.3 กลยุทธ์ 1.3.1 พฒั นาองค์ความรู้วิจัย - พัฒนาแนวทางปฏิบัติหรือคาแนะนา (Guideline) การมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ และเหมาะสม การลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง การใช้พลงั งานในชีวิตประจาวันและการนอนหลับ ในแต่ละกลุ่มวัย กลุ่มพิเศษ และอาชีพหลักของประชาชน รวมถึงการปรับสภาพแวดล้อม เช่น บา้ น เป็นตน้ - พัฒนางานวิจัยเก่ียวกับกิจกรรมทางกายในแต่ละกลุ่มวัย ในด้านรูปแบบการมีกิจกรรมทางกาย ปัจจยั ที่เอื้อต่อการมีกจิ กรรมทางกายในทุกกลมุ่ วยั กลุ่มพิเศษ และกลมุ่ อาชีพ - พัฒนารูปแบบ และแนวทางการสื่อสารท่ีมีประสิทธิภาพต่อการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ทกุ กลมุ่ วยั กลุม่ พิเศษ และกลมุ่ อาชพี 1.3.2 พัฒนากฎหมาย/มาตรฐาน - จัดทาและเผยแพร่เกณฑ์มาตรฐาน/ข้อแนะนา ปริมาณการใช้พลังงานของกลุ่มวัยและกลุ่ม อาชพี - พัฒนามาตรฐาน/ข้อแนะนา และส่งเสริมให้สถานท่ีสาหรับการมีกิจกรรมทางกายท้ังของ ภาครฐั และเอกชนไดม้ าตรฐาน - พัฒนากฎหมายที่เอื้อต่อการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายและควบคุมมาตรฐานต่างๆ ท่ีเกยี่ วข้องกับการมีกิจกรรมทางกายได้อยา่ งปลอดภัยและส่งผลดตี ่อสุขภาพ - มาตรการทางภาษี เพอื่ จูงใจใหม้ ีกิจกรรมทางกาย 1.3.3 พฒั นาศกั ยภาพบุคลากรให้มีกิจกรรมทางกายในหนว่ ยงานของพ้ืนท่ี - พัฒนาบุคลากรแกนนาในระดับเขต/จังหวัด/ชุมชน เพ่ือให้มีศักยภาพในการถ่ายทอดการ ส่งเสรมิ การมีกจิ กรรมทางกายสู่ชมุ ชนและประชาชน ในรปู แบบต่างๆ - ดาเนินการและผลักดันให้เกิดความร่วมมือการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในทุกกลุ่มวัยและ อาชีพ และกลุ่มเฉพาะ/พิเศษ (เด็กพิเศษ คนพิการ โรคเร้ือรัง ต่างด้าว สมณะ/นักบวช มุสลิม) ในสถานท่ตี ่างๆ โดยมรี ูปแบบกิจกรรมทีช่ ัดเจน - สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ พฒั นาศักยภาพการมีกิจกรรมทางกายให้กบั แกนนา ในชมุ ชน หรอื ชมรมออกกาลังกาย - การติดตามและประเมินผลการดาเนินการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายในทุกกลุ่มวัยของ หน่วยงานในแต่ละพนื้ ท่ี 75

1.3.4 การส่อื สารใหค้ วามรูเ้ รือ่ งกจิ กรรมทางกายผ่านชอ่ งทางต่างๆ - พัฒนารูปแบบส่ือการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายทุกกลุ่มวัย และสื่อสารเผยแพร่ทาง ชอ่ งทางต่างๆ - พัฒนาแนวทางการสือ่ สารการส่งเสริมการมีกจิ กรรมทางกายส่ปู ระชาชนท่ีมีประสิทธิภาพ - สนับสนุนสื่อการสอนการมีกิจกรรมทางกายทุกกลุ่มวัยและอาชีพให้กับองค์กรปกครองส่วน ท้องถนิ่ เพ่อื เผยแพร่ลงสู่ชุมชน - มรี ะบบประเมนิ ผลการสื่อสารการส่งเสริมการมกี จิ กรรมทางกาย 1.4 หนว่ ยงานรับผิดชอบ กระทรวงสาธารณสขุ กระทรวงการทอ่ งเที่ยวและกีฬา กระทรวงศกึ ษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพฒั นาสงั คมและความม่ันคงของมนุษย์ กระทรวงกลาโหม กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม กระทรวงดจิ ติ อลเพือ่ เศรษฐกจิ และสงั คม สานกั งานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ศนู ยว์ จิ ยั กิจกรรมทางกาย มหาวิทยาลัย สื่อสารมวลชน รายละเอยี ดตัวช้ีวดั ในภาคผนวกที่ 2 ยทุ ธศาสตร์ 2 การส่งเสรมิ สภาพแวดล้อมใหเ้ อ้อื ต่อการมีกจิ กรรมทางกาย สถานศึกษา นับตั้งแต่ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียนมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และมหาวิทยาลัย ถือเป็นสิ่งแวดล้อมที่มีอิทธิพลต่อการมีกิจกรรมทางกายระหว่างวันของเด็กปฐมวัย วัยเรียน และวัยรุ่น โดยผลการสารวจพบว่า นักเรียนประมาณร้อยละ 26 มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ 46 ท่ีผ่านมา มีการ ดาเนินการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในศูนย์เด็กเตาะแตะ ศูนย์พัฒนาเด็ก ซึ่งมีจานวนทั้งหมด 27,065 แห่ง ดูแล เด็ก 1,763,510 คน แต่ยังไม่มีข้อมูลความครอบคลุมของการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในแต่ละศูนย์พัฒนาเด็ก และระยะเวลาการมีกจิ กรรมทางกายท่ีจัดใหก้ ับเดก็ ปฐมวัยในแต่ละวัน และโครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ เพื่อ พัฒนาเดก็ และเยาวชนทางด้านสุขภาพ โดยมเี กณฑม์ าตรฐาน 10 องคป์ ระกอบ อันมเี ร่อื งการออกกาลังกาย กฬี า และนันทนาการ เป็นหน่ึงในเกณฑ์ (แต่ไม่บังคับ) และยังไม่มีขอ้ มูลชัดเจนวา่ โรงเรียนใดเลือกเกณฑ์การออกกาลังกาย จากโรงเรยี นทเี่ ขา้ ร่วมโครงการโรงเรยี นส่งเสริมสขุ ภาพ ทง้ั หมด 33,491 แห่ง47 47 ศูนยเ์ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร สานักปลดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. สถิติการศกึ ษา พ.ศ.2558. 48 สถาบันวจิ ัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลยั มหดิ ล. รายงานการสารวจการมีกจิ กรรมทางกายของคนไทย. 2559. 76

สถานท่ีทางานหรือสถานประกอบการ เป็นส่ิงแวดล้อมท่ีมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของผู้ใหญ่ เช่นเดียวกับ ที่สถานศึกษามีต่อเด็ก ที่ผ่านมา มีการดาเนินการเพ่ือส่งเสริมมีกิจกรรมทางกาย ในสถานที่ทางาน เช่น โครงการ องค์กรแห่งความสุข (Happy Workplace) จานวน 8,000 องค์กร48 และเข้าร่วมโครงการสถานที่ทางานน่าอยู่ น่าทางาน (Healthy Workplace) 3,000 องค์กร49 โดยกระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสขุ และ สสส.เป็นต้น ระบบบริการสาธารณสขุ มีบทบาทสาคัญในการให้บริการสุขภาพท่ีครอบคลุมทั้งการตรวจคัดกรองภาวะ สุขภาพทางกายเบ้ืองต้น การให้คาแนะนาการมีกิจกรรมทางกาย การกาหนดเป้าหมาย รูปแบบ และวิธีการ มีกิจกรรมทางกายเพียงพอที่เหมาะกับผรู้ ับบริการ ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสขุ ได้ดาเนนิ คลินิกไร้พงุ (Diet and Physical Activity Clinic: DPAC) และคลินิกโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในบริการสาธารณสุขภาครัฐทั่วประเทศ เพื่อการปรับเปล่ียนพฤติกรรมผู้ที่ป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือผู้ท่ีเป็นโรคอ้วน ด้วยหลักการ 3 อ. ได้แก่ อาหาร ออกกาลังกาย และอารมณ์ โดยมีการดาเนินการในระดับโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชน จานวน 782 แห่ง จาก 838 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 98 และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตาบล จานวน 7,224 แห่ง จาก 9,785 แห่ง คิดเปน็ ร้อยละ 75 50 ส่วนชุมชน เป็นสถานที่ที่ประชาชนทุกกลุ่มวัย ใช้ชีวิตอยู่ ไม่น้อยไปกว่าสถานศึกษา สถานท่ีทางาน โดย เป็นสถานที่ท่ีประชาชนใช้เวลายามว่างจากการทางาน ออกมาพบปะเพื่อนฝูง ใช้เวลากับครอบครัว หรือชมรม ต่างๆ รวมถึงการจัดหาสถานที่ท่ีเอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย เช่น สวนสาธารณะ ฟิตเนส สนามกีฬา สถานท่ี ท่องเที่ยว พักผอ่ นหย่อนใจ หรือออกกาลังกาย หรือการจัดระบบคมนาคมขนส่ง ให้มีการขนส่งสาธารณะ ทางเท้า ทางจักรยาน การมที างเชื่อมต่อสถานท่ีตา่ งๆ หรือการจัดวางสถานท่ีสาคัญ ในการใช้ชีวิตประจาวัน ในระยะท่เี ดิน หรือป่ันจักรยานได้ หรือการจัดกิจกรรมการกีฬามวลชนสาหรับประชาชนทุกคน เช่น งานเดิน/วงิ่ /ป่ันเพื่อสุขภาพ เปน็ ต้น โดยจานวนองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินในปัจจุบัน แบ่งเป็นเทศบาล จานวน 2,440 แห่ง องค์การบริหารส่วน จังหวัด 76 แห่ง องค์การบริหารส่วนตาบล 5,335 แห่ง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ (กรุงเทพมหานคร และเมืองพทั ยา) 2 แหง่ การจะส่งเสริมสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายท้ังในสถานศึกษา สถานท่ีทางาน สถานบริการสาธารณสุขและชุมชน จึงควรมีการต้ังเป้าประสงค์ ตัวช้ีวัด/เป้าหมาย และกลยุทธ์ ในการมีองค์กร และชมุ ชนท่ีสง่ เสรมิ การส่งเสรมิ กิจกรรมทางกาย ดังน้ี 2.1 องค์กรท่สี ง่ เสรมิ การส่งเสรมิ กจิ กรรมทางกาย 2.1.1 เป้าประสงค์ มีองคก์ รส่งเสริมกจิ กรรมทางกาย 49 สานกั งานกองทนุ สนับสนนุ การสรา้ งเสรมิ สุขภาพ. โครงการองคก์ รแห่งความสขุ . 2560. 50 สานักอนามยั สิ่งแวดลอ้ ม กรมอนามยั . โครงการสถานทที่ างาน น่าอยู่ นา่ ทางาน. 2560. 51 กรมอนามยั . การดาเนนิ การคลนิ กิ ไร้พุง (Diet and Physical Activity Clinic: DPAC). 2560. 77

2.1.2 ตวั ชวี้ ดั /เป้าหมาย 2.1.2.1: ศูนยพ์ ัฒนาเด็ก มีการส่งเสรมิ กจิ กรรมทางกาย ทุกแหง่ 2.1.2.2: สถานศกึ ษา มกี ารสง่ เสริมกจิ กรรมทางกาย ทกุ แห่ง 2.1.2.3: สถานประกอบการ มีการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย จานวน 10,000 แห่ง 2.1.2.4: สถานบริการสาธารณสุขภาครัฐ มีการส่งเสรมิ กจิ กรรมทางกาย ทุกแห่ง 2.1.3 กลยทุ ธ์ 2.1.3.1 พฒั นาองคค์ วามร้วู ิจยั - พัฒนาแนวทางการมีกิจกรรมทางกายในสถานศึกษา ท่ีมีรูปแบบของกิจกรรมทางกาย ที่หลากหลาย ให้เลือกตามความเหมาะสมของบริบทในแต่ละศูนย์พัฒนาเด็ก โรงเรียน และ มหาวิทยาลยั และการจัดสภาพแวดล้อมที่เอ้อื ตอ่ การมีกิจกรรมทางกาย - พัฒนาองค์ความรู้และวิจัยการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในสถานประกอบการ ออกแบบ กิจกรรม และจัดทารูปแบบ ให้เหมาะกับบริบทของอาชีพ ในสถานประกอบการทุกระดับ และการจัดสภาพแวดลอ้ มท่ีเอือ้ ตอ่ การมีกจิ กรรมทางกาย - พัฒนาองค์ความรู้และวิจัยการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในสถานบริการสาธารณสุข ในด้านแนวทางการดูแลผู้มารับบริการ และรูปแบบการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในสถาน บรกิ ารสาธารณสุข และการจัดสภาพแวดล้อมท่เี อ้อื ตอ่ การมกี จิ กรรมทางกาย 2.1.3.2 พฒั นากฎหมาย/มาตรฐาน/ข้อแนะนา - จดั ทารปู แบบ/ขอ้ แนะนา/มาตรฐาน สถานศกึ ษาส่งเสริมกิจกรรมทางกาย - จดั ทารปู แบบ/ขอ้ แนะนา/มาตรฐาน สถานประกอบการส่งเสรมิ กจิ กรรมทางกาย - จัดทารปู แบบ/ข้อแนะนา/มาตรฐาน สถานบริการสาธารณสขุ สง่ เสรมิ กจิ กรรมทางกาย - พัฒนากฎหมายท่ีเอื้อต่อการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายในสถานศึกษา สถาน ประกอบการ และสถานบริการสาธารณสขุ เช่น ภาษีจูงใจ - สร้างความเข้าใจการใชก้ ฎหมายที่เอ้ือต่อการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกาย กับสถานศึกษา สถานประกอบการ และสถานบรกิ ารสาธารณสุข 2.1.3.3 พัฒนาศักยภาพบุคลากรที่เก่ียวข้องกับการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในหน่วยงาน ของพ้ืนท่ี - พัฒนาหลักสูตรการศึกษา/การฝึกอบรม การส่งเสริมกิจกรรมทางกายในศูนย์พัฒนาเด็ก โรงเรียน มหาวิทยาลยั สาหรับครูผู้ดแู ล ผู้ฝกึ สอน แกนนา 78

- ส่งเสริม พัฒนา ครู นักเรียน และนักศึกษา ท่ีเป็นแกนนากิจกรรมทางกาย ให้มีศักยภาพใน การถ่ายทอดความรู้ จัดกิจกรรมการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในศูนย์พัฒนาเด็ก โรงเรียน มหาวิทยาลยั - สื่อสาร/ถ่ายทอด/อบรม ความรู้การส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ให้ผู้บริหาร ครู บุคลากร ในสถานศกึ ษา รวมถึงผู้ปกครอง - มีการส่งเสริม บุคลากร แกนนากิจกรรมทางกาย ให้มีศักยภาพในการถ่ายทอดความรู้ จัดกิจกรรมการสง่ เสริมกิจกรรมทางกายในสถานประกอบการ - ส่ือสาร/ถ่ายทอด/อบรม ความรู้การส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ให้ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ พนกั งานในสถานประกอบการ - พัฒนาหลักสูตรการศึกษา/การฝึกอบรม การส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ในระบบบริการ สาธารณสุข สาหรบั บุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุข - พัฒนาศักยภาพ บุคลากรสาธารณสุข แกนนาการกิจกรรมทางกาย ให้มีศักยภาพในการ ถา่ ยทอดความรู้ จัดกิจกรรมการส่งเสริมกจิ กรรมทางกายในสถานบริการสาธารณสขุ - ติดตามประเมินผลการมีกิจกรรมทางกายในสถานศึกษา สถานประกอบการ และสถาน บริการสาธารณสขุ 2.1.3.4 สนบั สนนุ การพฒั นาองค์กรส่งเสรมิ กจิ กรรมทางกาย - สนับสนุนให้มีการพัฒนาสถานศึกษาส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ในศูนย์พัฒนาเด็ก โรงเรียน และมหาวทิ ยาลัย - สนับสนุนให้มีการพัฒนาสถานประกอบการส่งเสรมิ กจิ กรรมทางกาย - สนับสนุนให้มีการพัฒนาสถานบริการสาธารณสุขส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เช่น มีกลไกหรือ นโยบายการมีกจิ กรรมทางกายของบคุ ลากรและผรู้ ับบริการทช่ี ัดเจน เปน็ ตน้ - จัดประชุมมหกรรมองค์กรส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ได้แก่ สถานศึกษา สถานประกอบการ และสถานบรกิ ารสาธารณสขุ ปลี ะ 1 ครง้ั - ติดตามและประเมนิ ผลการดาเนินการส่งเสริมกิจกรรมทางกายขององค์กร 2.1.3.5 สร้างและพัฒนาเครือข่ายการมีส่วนรว่ มกับการส่งเสริมกจิ กรรมทางกาย - สร้างเครือข่ายการสง่ เสรมิ กิจกรรมทางกายในสถานศกึ ษา ทั้งในระดบั ครอบครวั ชุมชน และ ภาคเอกชน เพื่อสร้างความร่วมมือในการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เช่น การใช้สถานท่ี รว่ มกัน หรอื จัดกจิ กรรมรว่ มกนั - สร้างความรว่ มมือเครือขา่ ยสถานประกอบการ ในการกาหนดนโยบาย ข้อแนะนา มาตรฐาน การส่งเสริมกจิ กรรมทางกายในสถานประกอบการ - สร้างความร่วมมือในการทางานของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานบริการสาธารณสุข ในกระทรวงสาธารณสขุ และกระทรวงอนื่ ๆ ในการส่งเสริมกจิ กรรมทางกาย 79

- ประสานการทางานระหวา่ งหนว่ ยงานส่วนกลางและพนื้ ท่ี 2.2 ชุมชนสง่ เสรมิ กิจกรรมทางกาย 2.2.1 เป้าประสงค์ มีชุมชนส่งเสรมิ กจิ กรรมทางกาย 2.2.2 ตัวชี้วดั /เปา้ หมาย องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นมกี ารสง่ เสริมกจิ กรรมทางกาย ทกุ แห่ง 2.2.3 กลยทุ ธ์ 2.2.3.1 พัฒนาองคค์ วามรวู้ จิ ยั และถ่ายทอด - พัฒนาองค์ความรู้และวิจัย แนวทาง รูปแบบการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ในชุมชน ทส่ี อดคล้องกับบริบทของพนื้ ท่ีและกลุม่ วัย - พัฒนาองค์ความรู้และวิจัย แนวทาง รูปแบบการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในสถานท่ีและ อปุ กรณ์ การวางผงั เมอื งและการคมนาคมทส่ี อดคล้องกับบริบทพื้นที่และกลมุ่ วยั 2.2.3.2 พัฒนากฎหมายและมาตรฐาน - พัฒนากฎหมายและมาตรฐาน สถานท่ีออกกาลังกาย และ สถานประกอบกิจการ ดา้ นการออกกาลังกายทง้ั ภาครฐั และเอกชน - ส่งเสริมให้มีการใช้มาตรฐานของสถานท่ีในการมีกิจกรรมทางกาย ในหน่วยงานภาครัฐและ เอกชน - พัฒนากฎหมายและมาตรฐาน ในการกาหนดผังเมือง และการคมนาคมท่ีส่งเสริมการ มกี ิจกรรมทางกาย - พฒั นามาตรการจูงใจทางผงั เมือง และการคมนาคม ท่เี อ้อื ตอ่ การมีกิจกรรมทางกาย 2.2.3.3 พัฒนาศักยภาพบุคลากรที่เก่ียวข้องกับการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในหน่วยงาน ของพ้นื ที่ - ส่งเสริมพัฒนาศกั ยภาพบุคลากรของหนว่ ยงานในพน้ื ที่ ให้สามารถจัดกจิ กรรมในการส่งเสริม กิจกรรมทางกายในชุมชน และทาสภาพแวดล้อมภายในบา้ นท่ีเอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย - ส่งเสริมการมีกจิ กรรมทางกายของหน่วยงาน กิจกรรมทางกายมวลชน ในพืน้ ที่ - ส่งเสริม พัฒนาศักยภาพของบุคลากรในหน่วยงานในพื้นที่ ให้มีความรู้ในการออกแบบ ผงั เมือง การเดินทาง สง่ิ แวดลอ้ มพนื้ ฐาน ทเ่ี ออ้ื ต่อการมกี จิ กรรมทางกาย 80

2.2.3.4 สนับสนนุ การพัฒนาเมือง/ชุมชนสง่ เสรมิ กจิ กรรมทางกาย - สนับสนุนให้มีชุมชนส่งเสริมกิจกรรมทางกายในรูปแบบท่ีเหมาะสมกับบริบทของพ้ืนท่ีและ มีการบรหิ ารจดั การทด่ี ีให้เกดิ ความยั่งยนื - ชุมชนมีการจัดหา พัฒนา สถานที่และอุปกรณ์การมีกิจกรรมทางกาย รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ทเ่ี พยี งพอและเหมาะสมสาหรบั ประชากรทุกกลุม่ - ส่งเสริมและควบคุม สถานท่ีในการมีกิจกรรมทางกายท้ังในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ใหไ้ ด้มาตรฐานตามท่กี าหนด - การพัฒนาเมือง มีการวางแผน/ผัง/ออกแบบ เมือง พ้ืนที่ ย่าน ที่มีระบบ ในการเช่ือม เส้นทางสัญจร พนื้ ที่สาธารณะ ความปลอดภยั สะดวกสบาย ร่มรื่น - สนับสนุนให้องค์กรปกคองส่วนท้องถิ่นมีการกาหนดนโยบายที่ส่งเสริมให้ประชาชน มกี จิ กรรมทางกายในการเดินทาง เช่น การเดนิ ปั่นจักรยานในวถิ ชี ีวติ ประจาวัน 2.2.3.5 พัฒนาเครือข่ายสร้างการมสี ่วนร่วมกับการส่งเสรมิ กจิ กรรมทางกาย - สร้างเครือข่ายส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายของหน่วยงานในพ้ืนท่ีทุกระดับ รวมทั้งแกนนา ในแตล่ ะชุมชน - ส่งเสริมให้เครือข่ายมีส่วนร่วมการดาเนินงานส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ในด้านผังเมือง คมนาคม และสภาพแวดล้อมท่เี อ้อื ตอ่ การส่งเสรมิ กจิ กรรมทางกายในพน้ื ท่ี 2.3 หน่วยงานรบั ผดิ ชอบ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สานักงานกองทุน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ศูนย์วิจัยกิจกรรมทางกาย สานักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ มหาวิทยาลัย สถาบนั อาศรมศลิ ป์ สภาวชิ าชีพ ภาคเอกชน รายละเอยี ดตัวชว้ี ัด ในภาคผนวกที่ 2 ยทุ ธศาสตร์ 3 การพฒั นาระบบสนับสนุนการสง่ เสริมกิจกรรมทางกาย 3.1การพัฒนาระบบสนับสนุนการสรา้ งองค์ความรู้และวิจยั กจิ กรรมทางกาย การวิจัยส่วนใหญ่ในประเทศ เน้นไปทางการออกกาลังกาย หรือการกีฬาเพ่ือความเป็นเลิศ องค์ความรู้ ด้านกิจกรรมทางกายจาเป็นต้องได้รับการสนับสนุนเพ่ือพัฒนาให้มีหลักฐานทางวิชาการชัดเจนเพ่ิมข้ึน อาทิ องค์ความรู้ด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในกลุ่มวัย ในอาชีพ ในบริบทต่างๆ ภูมิปัญญาในพื้นท่ี รวมถึง การวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์ ความคุ้มค่าในการลงทุน การขนส่งมวลชน การวางผังเมือง มลภาวะ ภาระทาง 81

สุขภาพ การวจิ ัยเชิงปฏิบัติการ ในประชากร การประเมนิ ผลนโยบาย เทคโนโลยกี ารติดตามการมกี ิจกรรมทางกาย หน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง จงึ ควรร่วมกันสร้างระบบการสร้างองค์ความรู้และวจิ ัยดา้ นกิจกรรมทางกายที่มีความชัดเจน และครอบคลุมมติ ิตา่ งๆของการส่งเสรมิ กจิ กรรมทางกาย โดยมเี ป้าประสงค์ ตวั ช้ีวัด/เปา้ หมาย และกลยทุ ธ์ ดังน้ี 3.1.1 เป้าประสงค์ มรี ะบบสนบั สนุนการสร้างองค์ความรู้ และวจิ ยั กจิ กรรมทางกาย 3.1.2 ตัวชว้ี ดั /เป้าหมาย มีระบบสนับสนุนการสรา้ งองค์ความรู้ และวิจยั กจิ กรรมทางกาย ที่มคี วามชัดเจนและครอบคลมุ มิตติ ่างๆ ของการสง่ เสรมิ กจิ กรรมทางกาย 1 ระบบ 3.1.3 กลยุทธ์ 3.1.3.1. พัฒนาหน่วยงานสนับสนนุ การผลติ องค์ความรู้และวิจยั กจิ กรรมทางกาย - กาหนดหน่วยงานรบั ผิดชอบด้านการสร้างองค์ความรู้และวิจัยกิจกรรมทางกาย - ผลักดันกรอบการวิจยั ระดบั ชาติ ใหม้ ีประเดน็ กจิ กรรมทางกาย - จัดทาแนวทางการขอและจัดสรรงบประมาณสนับสนุนที่เพียงพอและย่ังยืนต่อการสร้าง องคค์ วามร้แู ละวจิ ยั 3.1.3.2. พัฒนากระบวนการกาหนดมาตรฐานการวจิ ัย - มีการกาหนดเป้าหมาย และประเด็นการวิจัยเพื่อการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ครอบคลุม ทุกมติ ิท่ีสาคญั อย่างมสี ่วนร่วม - กาหนดมาตรฐานการวจิ ยั ให้ไดม้ าตรฐานและเปน็ ทย่ี อมรบั ทางวชิ าการ - ส่งเสริมใหห้ นว่ ยงานทที่ าวิจยั ไดม้ ีการพฒั นาการทาวจิ ยั ให้ได้มาตรฐาน - สนับสนุนองคค์ วามรูใ้ นดา้ นระเบยี บวิธีวิจัย ใหห้ นว่ ยงานท่ีทาวิจยั และนักวจิ ยั ชุมชน - สนับสนุนอปุ กรณ์และเทคโนโลยใี นการทาวจิ ยั กิจกรรมทางกาย ใหห้ น่วยงานทท่ี าวิจัย - รวบรวมขอ้ มูลงานวิจัย/นวัตกรรมกิจกรรมทางกายท้งั ภายในและภายนอกประเทศ 3.1.3.3. พัฒนาการนางานวิจยั ไปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์ - เผยแพร่ผลงานวชิ าการ งานวิจยั ในสื่อส่ิงพิมพ์ เว็ปไซต์ ช่องทางต่างๆ ท่ีใหป้ ระชาชนค้นคว้า ได้งา่ ย - จดั ทาค่มู ือ แนวทาง รูปแบบ การนาผลการวจิ ัยไปใช้ปฏบิ ัติแบบเข้าใจงา่ ย สาหรับหนว่ ยงาน หรือประชาชน 82

- จัดทากลุ่มเป้าหมายหรือพื้นที่ตัวอย่างในการนาผลวิจัยไปใช้ เพ่ือนาผลไปขยายในพื้นท่ีหรือ กลมุ่ เปา้ หมายอืน่ ๆ - นาผลการวิจัยท่ีได้มาตรฐานกาหนดเป็นนโยบายในระดับชาติ ระดับจังหวัด เพ่ือขับเคลื่อน ส่กู ารปฏิบัติ 3.1.3.4. พัฒนาเครอื ข่ายการทาวิจัย - พฒั นาเครือข่ายการวิจัย ภายใน/นอกประเทศ โดยการสร้างความสัมพนั ธ์ หรือประสานงาน ทางวิชาการอย่างต่อเนอ่ื ง - มพี ืน้ ที่สื่อสารแลกเปลี่ยนการทาวจิ ยั เวทีการแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหว่างเครือขา่ ย โดยเฉพาะ ผูว้ ิจยั และผ้กู าหนดนโยบายหรือขับเคลอื่ น 3.2 การพัฒนาระบบสนบั สนนุ การเฝา้ ระวงั การมีกจิ กรรมทางกาย ในประเทศไทยมีหลายหน่วยงานที่สารวจระดับกิจกรรมทางกายในประชาชน อาทิ สานักงานสารวจ สุขภาพประชาชนไทยด้วยการตรวจร่างกาย กองกิจกรรมทางกายเพ่ือสุขภาพ กรมอนามัย สานักโรคไม่ติดต่อ เร้อื รงั กรมควบคุมโรค สถาบนั วิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล สานักงานสถติ ิแห่งชาติ ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา โดยอ้างอิงแบบสอบถามขององค์การอนามัยโลก Global Physical Activity Questionnaire: GPAQ และ International Physical Activity Questionnaire: IPAQ อย่างไรก็ตาม กลุ่มประชากรท่ีได้รับการสารวจ ยังไม่ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะวยั แรกเกิด - 5 ปี และสถานทตี่ ่างๆ และผลการสารวจของแต่ละ หน่วยงานยังไม่สอดคล้องกัน ซ่ึงหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องควรร่วมกันสร้างและพัฒนาระบบการเฝ้าระวัง การมกี จิ กรรมทางกายของประชาชนในมิติทีย่ งั ขาดต่อไป โดยมีเป้าประสงค์ ตวั ชี้วดั /เป้าหมาย และกลยทุ ธ์ ดังนี้ 3.2.1 เปา้ ประสงค์ มีระบบเฝ้าระวงั การมีกจิ กรรมทางกายและพฤติกรรมเนือยนิง่ ท่ีครอบคลุมทุกกลุ่มวยั และสถานท่ี 3.2.2 ตัวชว้ี ดั /เป้าหมาย มีระบบเฝ้าระวังการมีกิจกรรมทางกายและพฤติกรรมเนือยน่ิง ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มวัย และสถานที่ การจัดเก็บ วิเคราะห์ และแปลผลข้อมูลกิจกรรมทางกายเพ่ือที่จะใช้ในการวางแผนดาเนินการ และประเมินผล โครงการ และนาผลท่ีไดไ้ ปเผยแพร่ให้แกผ่ ทู้ ม่ี ีสว่ นเกี่ยวข้องไดใ้ ช้ประโยชน์ 1 ระบบ 3.2.3 กลยุทธ์ 3.2.3.1 พัฒนาระบบเฝา้ ระวงั สถานการณก์ จิ กรรมทางกายและพฤติกรรมเนือยนิง่ - จัดระบบสารวจ/เฝ้าระวัง สถานการณ์การมีกิจกรรมทางกาย/พฤติกรรมเนือยน่ิงของ ประชาชนทกุ กลุ่มวัย ในระดบั ประเทศ ภูมิภาค จังหวดั 83

- จัดระบบสารวจ/เฝ้าระวัง การบริหารจดั การสง่ เสรมิ กจิ กรรมทางกาย/ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง ผา่ นการมสี ่งิ แวดลอ้ มที่เอื้อตอ่ การมกี จิ กรรมทางกายขององค์กร และชุมชน - สารวจสมรรถภาพทางกายของประชาชนทกุ กลมุ่ วัยในระดับประเทศ - กาหนดหน่วยงานหลักและหน่วยงานร่วม ในการเก็บข้อมูลการวิเคราะห์ การใช้ข้อมูลให้ เป็นไปในทศิ ทางเดยี วกนั - พฒั นาตัวชีว้ ดั การเฝ้าระวงั กิจกรรมทางกาย/พฤตกิ รรมเนือยนิ่ง ในกล่มุ วยั และชมุ ชน - พัฒนาศักยภาพหน่วยงาน ในการเฝ้าระวังกิจกรรมทางกายในพ้ืนท่ี เพื่อได้ข้อมูลท่ีถูกต้อง และทนั สมยั 3.2.3.2 พฒั นามาตรฐาน/เครอื่ งมือ การเฝา้ ระวังกิจกรรมทางกาย/พฤตกิ รรมเนอื ยน่งิ - ศึกษามาตรฐานจากภายนอกและภายในประเทศเพ่ือวิเคราะห์ออกแบบเครื่องมือ การเฝา้ ระวงั ทีเ่ ชื่อถอื ไดแ้ ละเหมาะสมกบั ประเทศไทย - พัฒนาเคร่ืองมือการเฝ้าระวังกิจกรรมทางกาย/พฤติกรรมเนือยน่ิง ให้เหมาะสมกับบริบท พน้ื ท่ี และมคี วามเช่อื ถอื ได้ 3.2.3.3 การนาขอ้ มูลไปใช้ (Utilization) - จัดทาระบบการวิเคราะห์ข้อมูลและการรายงานผล ไปยังหน่วยงานที่เก่ียวข้อง ในระดบั ประเทศเพอ่ื การตดั สินใจเชิงนโยบาย - พัฒนาการส่ือสารขอ้ มูล เพ่ือการนาไปใช้ประโยชนใ์ นพน้ื ท่ี ชมุ ชน - มีมาตรการรองรับ การจดั การผลของข้อมูลการเฝา้ ระวงั ในหน่วยงานท่เี กีย่ วข้อง/รบั ผิดชอบ ในพนื้ ที่ 3.3 การพฒั นาระบบสนับสนนุ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การจะนาองค์ความรู้การส่งเสริมกิจกรรมทางกายถ่ายทอดไปสู่ประชาชน บุคลากรในหน่วยงาน ที่เก่ียวข้องกับการส่งเสริมกิจกรรมทางกายจาเป็นต้องมีการทางานร่วมกันในการพัฒนาองค์ความรู้ รูปแบบ และวิธีการถ่ายทอดการส่งเสริมกิจกรรมทางกายให้มีความชัดเจน เป็นระบบ รวมถึงบุคลากรในหน่วยงาน ส่วนกลาง ส่วนภมู ภิ าค สถาบันการศกึ ษาไปจนถึงทอ้ งถ่ินตอ้ งได้รับการพัฒนาศกั ยภาพดา้ นการสง่ เสรมิ กจิ กรรม ทางกายเพื่อไปถึงประชาชนต่อไป ซ่ึงหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องควรร่วมกันพัฒนาระบบส่งเสริมศักยภาพบุคลากรด้าน กจิ กรรมทางกาย โดยมเี ปา้ ประสงค์ ตัวชีว้ ดั /เป้าหมาย และกลยทุ ธ์ ดังน้ี 3.3.1 เป้าประสงค์ มรี ะบบการพฒั นาศักยภาพด้านการส่งเสรมิ กิจกรรมทางกาย 84

3.3.2 ตวั ช้ีวดั /เปา้ หมาย มีระบบพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ท้ังการพัฒนาองค์ความรู้ รปู แบบ และวธิ กี ารถ่ายทอดการส่งเสรมิ กิจกรรมทางกายส่วนกลาง สว่ นภมู ิภาค สถาบันการศกึ ษาไปจนถึงทอ้ งถ่ิน 1 ระบบ 3.3.3 กลยทุ ธ์ 3.3.3.1 พฒั นาหลักสูตรกจิ กรรมทางกายสาหรบั บุคลากร - มีการกาหนดแนวทางการพัฒนาหลักสูตรกิจกรรมทางกาย สาหรับบุคลากรในกระทรวง ทเ่ี ก่ียวข้องกบั การสง่ เสริมกิจกรรมทางกาย - จดั ทาคมู่ ือ/สอ่ื การสอน การสง่ เสริมกจิ กรรมทางกาย สาหรับบคุ ลากร 3.3.3.2 พัฒนาศักยภาพบุคลากรและนกั ศึกษา - พัฒนาศักยภาพบุคลากรในกระทรวงที่เก่ียวข้อง ในด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ผ่านการอบรม/ถา่ ยทอด - เพ่ิมหลักสูตรกิจกรรมทางกาย ในคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา/พลศึกษา/สถาปัตยกรรม/ สง่ิ แวดล้อม/ผังเมือง - ประเมินความรู้ และศักยภาพของบุคลากรท่ีได้รับการพัฒนาศักยภาพการส่งเสริม กิจกรรมทางกาย 3.4 พัฒนาระบบสนบั สนุนการสอื่ สารรณรงคก์ จิ กรรมทางกาย การสื่อสารรณรงค์ท่ีผ่านมา เน้นการส่งเสริมการกีฬาและการออกกาลังกายที่มีรูปแบบและแบบแผน ชัดเจน ส่วนการส่ือสารรณรงค์เรื่องกิจกรรมทางกาย ดาเนินการโดย สานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานภาคีเครือข่าย โดยการพัฒนาข้อความสื่อสาร เช่น “เมืองป่ันได้ป่ันดี” “ขยับเท่ากับเร่ิมออกกาลัง” “ก้าวเดินประเทศไทย 9,999 ก้าว” “ฆาตกรคือเก้าอี้” “ออกมาเล่น 60 นาทีทุกวัน” “ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง” เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ความรับรู้ความหมายของกิจกรรมทางกายของประชาชนและหน่วยงานที่เก่ียวข้องยังมี จากัด กลยุทธก์ ารสื่อสารยังขาดความต่อเน่ือง รวมถึงช่องทางการรบั รูส้ ่ือของประชาชนในปจั จบุ ันเปล่ยี นแปลงไป ดังน้ัน การส่ือสารรณรงค์จาเป็นต้องมีการประสานความร่วมมือกันจากทุกหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง ตั้งแต่การพัฒนา ประเด็น เนื้อหา ช่องทางให้มีความดึงดูดใจและทันสมัย เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มได้รับข้อมูลได้ทั่วถึงและ ครอบคลุมต่อไป 85

3.4.1 เปา้ ประสงค์ มรี ะบบการส่อื สารรณรงค์ดา้ นกจิ กรรมทางกาย 3.4.2 ตวั ชว้ี ดั /เปา้ หมาย มีระบบการส่ือสารรณรงค์กิจกรรมทางกายให้กับประชาชน ตั้งแต่การพัฒนาประเด็น เน้ือหา ช่องทาง และการวางแผนการสอื่ สาร 1 ระบบ 3.4.3 กลยทุ ธ์ 3.4.3.1 พฒั นาเนื้อหาและรูปแบบ สาหรับการส่อื สารรณรงค์กจิ กรรมทางกาย - จัดทาเน้ือหาการสื่อสารรณรงค์การมีกิจกรรมทางกายทุกกลุ่มวัย อาชีพ สถานท่ี สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีกจิ กรรมทางกาย - พัฒนาแนวทาง/รูปแบบ การส่ือสารรณรงค์ส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เช่น อินโฟกราฟิกส์ ผา่ นโซเซยี ลมเี ดีย อนิ เตอรเ์ น็ต ข่าว รายการโทรทัศน์ นติ ยสาร - จัดอบรมสือ่ สารมวลชน เก่ยี วกับเรอื่ งการสง่ เสริมกจิ กรรมทางกาย 3.4.3.2 สอื่ สารกิจกรรมทางกาย - กาหนดชว่ งเวลาการส่ือสารกิจกรรมทางกาย - ส่ือสารผ่านทางส่อื สารมวลชน (วิทยุ โทรทศั น์ หนงั สอื พมิ พ์. นิตยสาร) - สอ่ื สารผา่ นทางโซเซยี ลมเี ดีย/ โซเซยี ลเนต็ เวริ ์ค/ ออนไลน์ - จดั งานรณรงค์กจิ กรรมทางกายระดบั ชาติ - ส่งเสริมให้สื่อมวลชนพัฒนาบทบาท การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ด้านกิจกรรมทางกาย 3.5 พัฒนาระบบสนบั สนนุ นโยบาย นโยบายการส่งเสริมกิจกรรมทางกายของประเทศไทยมายังมีไม่มาก เน้นที่ผ่านมานโยบายการส่ือสาร รณรงค์เป็นหลัก หน่วยงานที่เก่ียวข้องจาเป็นต้องมีการพัฒนานโยบาย ผ่านการวางแผนการดาเนินการ และ ขับเคล่ือนยุทธศาสตร์การส่งเสริมกิจกรรมทางกายร่วมกัน ในรูปแบบคณะกรรมการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย แห่งชาติ เพ่ือให้นโยบายส่งเสริมกิจกรรมทางกายมีความชัดเจน ตรงเป้าหมาย มีส่วนร่วม และไปถึงประชาชน ตอ่ ไป 3.5.1 เป้าประสงค์ มีนโยบายสง่ เสรมิ กจิ กรรมทางกาย เพ่ือขบั เคล่ือนการดาเนินจากหนว่ ยงานทุกภาคส่วนลงสู่ทอ้ งถ่ิน 86

3.5.2 ตวั ชีว้ ดั /เปา้ หมาย กลไกคณะกรรมการอานวยการและคณะกรรมการบริหารส่งเสริมกิจกรรมทางกาย แห่งชาติ ได้รบั การจดั ต้งั เพ่อื กาหนดนโยบาย และนโยบายไดร้ บั การนาไปสู่การปฏบิ ตั ิ 3.5.3 กลยทุ ธ์ 3.5.3.1 พฒั นานโยบาย - จัดตั้งคณะกรรมการในการกาหนดนโยบายระดับชาติ โดยมีหน่วยงานต่างๆ ที่เก่ียวข้องกับ การสง่ เสรมิ กิจกรรมทางกาย - กาหนดนโยบายระดับชาติด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกายท่ีครอบคลุมทุกกลุ่มวัย ไปสู่หน่วยงานท่เี กีย่ วข้องในทุกระดบั - มีระบบการประสานนโยบายและยุทธศาสตรไ์ ปส่กู ารปฏิบตั ิท่ชี ดั เจน - สร้างความรู้ ความเข้าใจให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสาคัญและพร้อมร่วมผลักดัน นโยบายและยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติ - การปรับบทบาทภาครัฐ ให้เน้นท่ีการกาหนดนโยบาย กากับ ดูแล ติดตาม การประเมินผล การสนับสนุน งบประมาณวิชาการ และสนับสนุนให้ภาคเอกชน และธุรกิจชุมชน องค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ เปน็ ผดู้ าเนินการส่งเสรมิ กจิ กรรมทางกาย - การสรา้ งความร่วมมอื ในการขบั เคล่อื นนโยบายและยุทธศาสตร์ของภาคีเครอื ขา่ ยการพฒั นา ท้งั ภาครัฐและเอกชน - การเสริมสร้างบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ให้สามารถดาเนินงานตาม แผนยุทธศาสตร์อยา่ งมีประสิทธิภาพ 3.6 หนว่ ยงานรบั ผดิ ชอบ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง กระทรวงดิจิตอลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม สานักงานคณะกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สานักงานประกัน สขุ ภาพแห่งชาติ สานักงานคณะกรรมการวจิ ยั แห่งชาติ (วช.) สานักงานกองทุนสนบั สนุนการวิจยั (สกว.) ศูนย์วิจัย กิจกรรมทางกาย มหาวทิ ยาลัย สถาบันอาศรมศิลป์ ส่ือสารมวลชน สภาวชิ าชีพ ภาคเอกชน สาหรับรายละเอยี ดตัวชีว้ ดั ท้ังหมด อยู่ในภาคผนวกท่ี 2 ในบทต่อไป จะนาเสนอการแปลงแผนแม่บทการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 256๑ – 25๗๓) ไปสกู่ ารปฏิบตั ิ และการติดตามและประเมินผล 87

บทท่ี 5 การแปลงแผนไปสูก่ ารปฏิบัติ และการติดตามประเมินผล สาหรับเนื้อหาในบทนี้ จะนาเสนอการแปลงแผนแมบ่ ทการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (พ.ศ. 256๑ – 25๗๓) ไปสู่การปฏิบัติ และการติดตามและประเมินผล เพ่ือให้สามารถนาไปสู่การปฏิบัติ ได้อย่างเป็นรูปธรรม และ สามารถประเมินผลสัมฤทธ์ิของแผน ตามตัวช้ีวัด และเป้าหมาย ได้อยา่ งมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ซึง่ จาเป็น ท่ีจะต้องมีกระบวนการประสานเพ่ือการแปลงแผนไปสู่การปฏิบัติในระดับพ้ืนท่ี และประสานความร่วมมือจาก หน่วยงานภาคส่วนต่างๆ ในการปรับปรุงและพัฒนาระบบการบริหารจัดการ ให้เอ้ือต่อการดาเนินงานส่งเสริม กิจกรรมทางกายในทกุ ระดบั อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ ดังตอ่ ไปนี้ 5.1 การแปลงแผนไปส่กู ารปฏบิ ตั ิ แผนแม่บทการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (พ.ศ. 25– 25๗๓) จะสามารถนาไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็น รูปธรรม จาเป็นต้องมกี ระบวนการแปลงแผนไปสู่การปฏบิ ัตโิ ดยหน่วยงานทุกระดับทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และ ส่วนท้องถิ่น มาตรการการดาเนินงานท่ีกาหนดไว้ในแผนแม่บทฯหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องสามารถนาไปพิจารณาจัดทา แผนปฏิบัตกิ าร ทีส่ อดคล้องกบั บริบทของตนเองได้ ภายหลังจากคณะรฐั มนตรใี ห้ความเห็นชอบกับแผนแม่บทฯ ท้ังนี้ คณะกรรมการพัฒนานโยบายการส่งเสริมกิจกรรมทางกายแห่งชาติ ซ่ึงเป็นกลไกระดับประเทศ มีบทบาทหน้าที่ในการกาหนดนโยบาย ทิศทาง และยุทธศาสตร์ สนับสนุน ส่งเสริม การดาเนินงานส่งเสริม กิจกรรมทางกายของประเทศ ที่เช่ือมโยงกับแผนงานขององค์กรระหว่างประเทศ ตลอดจนกากับดูแล ติดตาม ประเมนิ ผลการดาเนินงานตามแผนแมบ่ ทฯ ตามแนวทาง ดงั ต่อไปนี้ 5.1.1 การบรู ณาการการดาเนนิ งานตามแผนแม่บทการส่งเสรมิ กิจกรรมทางกาย ของหนว่ ยงานในระดบั ตา่ งๆ 1) ราชการสว่ นกลาง เพื่อให้ได้ประโยชน์จากการมีและการใช้แผนแม่บทฯไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง จาเป็นต้องมีกลไก ระดับชาติที่รับผิดชอบในการบริหารจัดการแผนแม่บทฯ โดยมีคณะกรรมการอยู่ 2 ชุด มีองค์ประกอบและหน้าท่ี ในการดาเนนิ งาน ดงั น้ี ก. คณะกรรมการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย มีลักษณะเป็นคณะกรรมการที่ดาเนินการ ในเชิงกาหนด นโยบาย กาหนดแนวทาง การบริหาร การกากับติดตาม การดาเนินการตามแผนแม่บทการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ซ่ึง 88

ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีปลัดกระทรวง เป็นเลขานุการ คณะกรรมการพฒั นารา่ งแผนแมบ่ ทการส่งเสรมิ กิจกรรมทางกาย มบี ทบาทหน้าที่ ดงั น้ี (1) ให้คาปรึกษาในการกาหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ แนวทาง มาตรการ ในการจัดทาแผนแม่บท การส่งเสรมิ กิจกรรมทางกาย ให้สอดคลอ้ งกบั แนวนโยบายระดับชาติ ตลอดจนเสนอแนะนโยบายตอ่ คณะรัฐมนตรี (2) อานวยการ ส่ังการ เร่งรัด สนับสนุน กากับ ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการทางาน ของคณะทางาน ส่วนราชการ องค์กรที่เก่ียวข้อง เพ่ือให้เป็นไปตามนโยบาย ยุทธศาสตร์ แนวทางและมาตรการ ท่กี าหนดไว้ (3) กาหนดกรอบ แนวทางในการทางาน ติดตาม และให้ข้อเสนอแนะในการจัดทาแผนแมบ่ ทการส่งเสริม กิจกรรมทางกาย (4) แตง่ ต้งั คณะกรรมการ คณะอนกุ รรมการอ่นื ๆ ทเ่ี กีย่ วขอ้ ง ข. คณะกรรมการบริหารแผนแม่บทการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เพื่อประสิทธิภาพในการบริหารงาน และการกากับติดตามผลการดาเนินงานตามแผนแม่บท ให้มีคณะกรรมการบริหารแผนแม่บทคณะหน่ึง ประกอบด้วย ปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้อานวยการ เลขาธิการ จากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เลขาธิการ สานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ผู้จัดการกองทุน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมวิชาชีพ ภาคเอกชน และอื่นๆ โดย อธิบดี เป็น เลขานุการ และผู้อานวยการกอง/สานัก เป็นผู้ช่วยเลขานุการ คณะกรรมการบริหารแผนแม่บท มีอานาจหน้าท่ี ดงั ตอ่ ไปนี้ (1) วางแผน บูรณาการ การดาเนินงานส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกาย เพ่ือการจัดทาแผนแม่บทการ ส่งเสรมิ กจิ กรรมทางกาย (2) กาหนดนโยบาย ทิศทาง แผนแม่บทการมกี ิจกรรมทางกาย รวมท้ังติดตาม ประเมนิ ผลและรายงานผล การดาเนนิ งานเป็นระยะต่อเนือ่ ง (3) ประสานหน่วยงาน องค์กร ภาคีเครือข่ายท่ีเก่ียวข้อง ในการปฏิบัติงานตามนโยบาย ทิศทาง ยทุ ธศาสตร์ แนวทางและมาตรการท่ีกาหนดไว้ (4) ให้ขอ้ เสนอแนะ ข้อคดิ เห็นในการจดั ทาแผนแม่บทการส่งเสรมิ กจิ กรรมทางกาย 89

(5) แสวงหาความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนท่ีเกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรพัฒนา เอกชน ภาคประชาสังคม/ประชาชน ในการมีส่วนรว่ มและสนบั สนุนการปฏิบัตงิ านให้บังเกิดผลสาเร็จเปน็ รูปธรรม ชัดเจนอยา่ งตอ่ เนอ่ื งและยงั่ ยืน (6) ให้คาปรึกษา ข้อเสนอแนะนา ดาเนินการด้านวิชาการ และสนับสนุนการดาเนินการ ของคณะกรรมการบริหารแผนแมบ่ ทการสง่ เสริมกิจกรรมทางกาย นอกจากน้ี คณะกรรมการบริหารแผนแม่บทการส่งเสริมกิจกรรมทางกายแห่งชาติ ยังมีบทบาท ในการนาแผนแม่บทการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย กาหนดเป็นแผนแม่บทของหน่วยงาน หรือภารกิจ และจัดทา แผนปฏิบัติราชการประจาปีของหน่วยงาน เสนอขอจัดทางบประมาณ เพื่อดาเนินการต่อไป โดยกระทรวง สาธารณสุขเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงาน ช้ีแจงสาระสาคัญพร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ สร้างความเข้าใจ และใหค้ าแนะนาแก่ส่วนราชการอืน่ ๆ สนับสนนุ เชิงนโยบายและการดาเนินงาน ตามแผนแม่บทฯ 2) ราชการส่วนภูมิภาค ศูนย์อนามัย สานักงานสาธารณสุขจังหวัด และหน่วยงานที่เก่ียวข้องในระดับจังหวัด เป็นหน่วย ประสานงานการนาแผนแม่บทฯ ไปจัดทาแผนปฏิบัติการประจาปีระดับจังหวัด โดยผ่านกลไกการจัดทาแผน ยทุ ธศาสตร์การพฒั นากลมุ่ จังหวดั (เขต) และจงั หวัด และร่วมกนั จัดทาฐานขอ้ มูลระดบั จงั หวัดเก่ยี วกับสถานการณ์ ด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกายระดับจังหวัด เพ่ือใช้เป็นข้อมูลสาหรับการจัดทาแผนปฏิบัติการกิจกรรมทางกาย ระดับจังหวัดและถ่ายทอดการนาแผนปฏิบัติการสู่ระดับอาเภอโดยผ่านคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับ อาเภอ(พชอ.)เพอื่ ผลกั ดนั นาไปสกู่ ารปฏิบตั ใิ นระดบั ท้องถ่นิ 3) ราชการส่วนท้องถนิ่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กาหนดประเด็นและแนวทางการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกาย ตอบสนอง ความต้องการของชุมชน เพ่ือจัดกาหนดในแผนพัฒนาท้องถิ่น 4 ปี และเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจาปี และกาหนดประเด็นแนวทางการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายเพื่อให้ชุมชนสามารถเขียนโครงการเสนอ ของบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น นอกจากนีย้ ังมีบทบาทในการจัดทาฐานข้อมูลระดับท้องถ่ิน เก่ียวกับการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกาย การมีกิจกรรมทางกายท่ีพอเพียงของประชาชนในพ้ืนท่ี เพื่อใช้เป็นข้อมูลสาหรับการจัดทาเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจาปี หรือใช้กลไกการจัดตั้งคณะทางาน ระดับท้องถ่ิน เพื่อทาหน้าท่ีจัดทาโครงการ และติดตามผลการดาเนินงาน ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุน ให้อาสาสมัครสาธารณสขุ (อสม.) ชมุ ชน และประชาชน มสี ่วนรว่ มในการดาเนนิ งานสง่ เสรมิ การมกี จิ กรรมทางกาย ในพืน้ ท่ี 90

4) ภาคเอกชน สนับสนุนและดาเนินการตามหลักการความรับผิดชอบต่อสังคมเก่ียวกับมาตรฐานของสถานประกอบการ ของผู้ประกอบการการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในทุกระดับ โดยคานึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน ผู้รับบริการ มีการจัดการที่โปร่งใสเป็นธรรม และมีบทบาทร่วมกับภาครัฐ นอกจากน้ี หน่วยงานด้านสื่อมวลชน ควรมีบทบาท ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร และการดาเนินงานภายใต้แผน แม่บทฯ ให้กับประชาชน และหน่วยงานต่างๆ ท่ีเก่ียวข้อง และสะท้อนข้อมูลจากประชาชน และชุมชนให้หน่วยงานที่ เกย่ี วข้องได้รับทราบ เพื่อใชป้ ระกอบการปรับปรงุ ดาเนินงานใหม้ ีประสิทธิภาพมากข้ึน ดังน้ัน ในการจัดทาและการดาเนินนโยบายหรือแผนขององค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ จะต้องสอดคล้อง กับแผนแม่บทฯ ที่ได้ประกาศใช้ นอกจากน้ียังเป็นกลไกในการบูรณาการ แผนต่างๆ ให้สอดคล้องกับแผนแม่บทฯ และจัดสรรงบประมาณ หรือทรัพยากร อย่างสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการดาเนินการตามแผน แม่บทฯ ซ่ึงมคี วามเก่ียวขอ้ งกบั องคก์ ร หรอื หน่วยงานของรัฐหลายระดับ ดังปรากฏในแผนภาพตอ่ ไปนี้ 91

ภาพที่ 20 แนวคิดการถา่ ยทอดยุทธศาสตร์สูก่ ารปฏบิ ตั ิ และประเมินผลยุทธศาสตร์ในแตล่ ะระดับ จากแผนภาพ การขับเคล่อื นแผนแม่บทฯ และการแปลงแผนแม่บทฯ ส่แู ผนปฏบิ ัตกิ ารประจาปี มขี ้นั ตอนดังนี้ (1) ตรวจสอบยุทธศาสตร์และกรอบแนวคิดแผนงาน และโครงการ ของหน่วยงาน ในแต่ละยุทธศาสตร์ ของแผนแม่บทฯ โดยพิจารณา ในส่วนท่ีเก่ียวข้องกับบทบาทของหน่วยงานหรือองค์กรของตนเอง หน่วยงานหนึ่ง อาจเกย่ี วข้องมากกว่าหนึง่ ยุทธศาสตร์ ตามภาคผนวกท่ี 3 โดยหน่วยงานต่างๆ ควรพจิ ารณายุทธศาสตร์แผนแม่บทฯ ว่ามีความเกี่ยวข้องกับภารกิจของหน่วยงาน ในเร่ืองใดบ้าง ซ่ึงอาจเก่ียวข้องได้มากกว่า 1 ยุทธศาสตร์ หน่วยงาน ที่มสี ่วนเกย่ี วข้องมหี นว่ ยงานใดบ้าง ซง่ึ อาจมไี ด้มากกวา่ 1 หน่วยงาน (2) การจัดทาแผนปฏิบัติการในระดับต่างๆ แผนปฏิบัติการจะเป็นเคร่ืองมือสาคัญในการประสาน การ ดาเนินงานของหน่วยปฏิบัติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายของแผนแม่บทฯ แผนปฏิบัติการของกระทรวง และหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องแสดงใหเ้ ห็นผู้รับผิดชอบ การดาเนินงานตามกลยุทธ์ แผนงาน/โครงการ มาตรการ และ จะต้องใช้ทรัพยากรเท่าใดในช่วงเวลาของการใช้แผน มีท้ังกิจกรรมที่อยู่ภายใต้หน่วยงานเดียวกัน และกิจกรรมท่ี 92

เก่ียวข้องกันหลายหน่วยงาน ซ่ึงแผนงานปฏิบัติการท่ีอยู่ภายใตห้ น่วยงานเดียวกันในแตล่ ะแผนงาน โครงการ และ มาตรการ หน่วยงานท่ีเกี่ยวขอ้ งพิจารณากาหนดวงเงนิ ที่ต้องการใช้ทั้งจากงบประมาณแผน่ ดินและแหล่งอ่ืนๆ โดย ชีใ้ ห้เหน็ แผนงานและโครงการทสี่ นับสนุนแผนแม่บทฯ ส่วนกจิ กรรมที่เก่ียวข้องกนั หลายหนว่ ยงาน ในการพจิ ารณา การจดั ทาแผนงาน โครงการ และมาตรการสนับสนนุ แตล่ ะยทุ ธศาสตร์จาเปน็ ตอ้ ง มกี ลไกการทางานในรูปแบบของ คณะกรรมการหรือคณะทางานท่ีมีผู้แทน จากทุกหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องเข้าร่วม ซึ่งอาจเป็นกลไกท่ีมีเดิมอยู่แล้ว เพื่อให้มีการทางานเป็นระบบ ลดความซับซ้อน และเกิดความต่อเนื่องในการทางาน คณะกรรมการท่ีจัดตั้งข้ึน ร่วมกันพิจารณาจัดสรรงบประมาณแผ่นดิน และจากแหล่งอื่นๆ ให้แก่ หน่วยงานแต่ละแห่งตามเนื้องานที่ต้อง ดาเนินการ รวมทั้งทาหน้าที่ประสานงานพิจารณาแนวทางจัดทาเครื่องมือชี้วัด ของแผนงานแต่ละโครงการ เพื่อวัดผลสาเร็จและผลกระทบของแผนงานและโครงการ เม่ือการจัดทาแผนและโครงการแล้วเสร็จ แต่ละ หน่วยงานจะนาแผนงาน โครงการและมาตรการท่ีเกี่ยวข้อง รวมท้ังงบประมาณจากแหล่งต่างๆ ไปกาหนดใน แผนปฏิบัตกิ ารของกระทรวงท่สี งั กัดโดยตรง (3) ทบทวนแผนแม่บทฯ เพ่ือปรับแผนงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในระยะ 5 ปี เน่ืองจากทิศทาง และแนวโน้มการเปล่ียนแปลงของนโยบายระดับประเทศ ระดับชาติ รวมถึงรองรับการเปลี่ยนแปลงของสังคม ที่จะส่งผลกระทบต่อการพัฒนากิจกรรมทางกาย โดยคณะกรรมการบริหารแผนแม่บทฯจัดประชุมเชิญหน่วยงาน ต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องร่วมกนั พจิ ารณาการปรับเปล่ียนแผนแม่บทฯ โดยพิจารณาสภาพแวดล้อมทง้ั ภายในภายนอกและ ผลการดาเนินงานตา่ งๆ 5.1.2 สร้างความรู้ ความเข้าใจ ใหก้ บั ภาคีการพัฒนา โดยเน้นการประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ เพ่ือเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้สังคมในวงกว้าง และจัดให้มีกระบวนการเผยแพร่ความรู้และสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพ่ือให้เกิดความเข้าใจ ในสาระสาคัญของแผนแม่บทฯ โดยเฉพาะภารกิจและบทบาทท่ีภาคส่วนต่างๆสามารถสนับสนุนการปฏิบัติการ ตามแผนแม่บทฯ ให้แก่ผู้บริหารของหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง เพื่อจะได้นาไปกาหนดเป็นกรอบ แผนงานและโครงการ วางแผนด้านงบประมาณและกาหนดเป็นแผนปฏบิ ัติการใหส้ อดคล้องกับระยะเวลาตามแผน แม่บทฯ 93

5.1.3 เสริมสร้างศกั ยภาพบุคลากรในการดาเนินงานสง่ เสริมกจิ กรรมทางกาย เพือ่ ให้บุคลากรที่มหี น้าท่ดี าเนินงานภายใต้แผนแม่บทฯ มีขดี ความสามารถในการดาเนนิ งานเพ่ิมขึ้นและทัน กับสถานการณ์ โดยดาเนินการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ทุกระดับ ท้ังส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ให้มีความรู้ ความเข้าใจในการแปลงแผนแม่บทฯ ไปสู่การปฏิบัติ และมีความสามารถในการจัดเตรียม วิเคราะห์ และบรหิ ารจัดการโครงการดา้ นการสง่ เสริมกิจกรรมทางกายได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ 5.1.4 เสรมิ สร้างความเข้มแข็งกลไกทป่ี รึกษาภาคประชาชน เพื่อขับเคล่ือนการพัฒนาในระดับพ้ืนที่ ตั้งแต่ระดับจังหวัด อาเภอ และท้องถ่ิน โดยเฉพาะกรรมการร่วม ภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการให้ข้อคิดเห็นต่อการดาเนินนโยบาย ยุทธศาสตร์ แนวทางการพัฒนา และการบริหารจัดการการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกาย รวมทั้งการติดตามประเมินผล ท่ีสามารถสะท้อนความพึงพอใจของประชาชน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงการดาเนินงานภาคราชการ และภาคท้องถิน่ ใหม้ ปี ระสิทธิภาพ ตอบสนองความต้องการ และประโยชน์โดยรวมต่อประชาชนไดอ้ ย่างแทจ้ รงิ 94

5.2 การตดิ ตามประเมินผล เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์การดาเนินงานตามแผนแม่บทการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (พ.ศ. 256๑ – 25๗๓) ใหท้ าการติดตาม ประเมนิ ผล โดยมกี ารดาเนนิ งานในด้านต่างๆ ดงั ปรากฏในแผนภาพตอ่ ไปนี้ ภาพที่ 21 แนวคิดการติดตามประเมินผลการขบั เคลือ่ นยุทธศาสตร์ของแผนแมบ่ ทฯ จากแผนภาพการติดตามประเมนิ ผลการขับเคลือ่ นแผนยุทธศาสตร์ของแผนแมบ่ ทฯ โดยมขี ัน้ ตอนดังน้ี 1) ให้ความสาคัญกับการติดตามความก้าวหน้า การประเมินผลสาเร็จ และผลกระทบของการ ดาเนินงาน ภายใต้ประเด็นยุทธศาสตร์ของแผนแม่บทฯ เพ่ือจัดทารายงานเสนอรัฐบาลทราบการดาเนินงาน ตามเป้าหมายทก่ี าหนดไว้ในแต่ละปหี รือแตล่ ะช่วงเวลา 95

2) จัดตั้งคณะกรรมการติดตามผล เพื่อติดตามประเมินผลการดาเนินงานตามเป้าหมายและมาตรการ ภายใต้แผนแมบ่ ทฯ กาหนดแนวทาง ตดิ ตามและประเมินผลการดาเนินงาน โดยประสานความร่วมมือกับส่วนราชการ และหน่วยงานท่ีรับผิดชอบ การส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายภายใต้แต่ละยุทธศาสตร์ของแผนแม่บทฯ พร้อม รายงานผลการดาเนินงาน ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะในการปรับปรุง การดาเนินงานเพ่ือให้บรรลุเป้าหมาย ของแผนฯ ต่อคณะกรรมการส่งเสริมกจิ กรรมทางกายแหง่ ชาติ และรฐั บาลตอ่ ไป 3) พัฒนาฐานข้อมูล โดยทบทวนข้อมูลสารสนเทศท่ีมีอยู่เปรียบเทียบกับ เป้าหมายและยุทธศาสตร์ ของแผนแม่บทฯ และ ภารกิจของหน่วยงานมีระบบสร้างเครือข่ายท่ีเข้าถึงได้ง่าย และใช้ประโยชน์สะดวก เพื่อให้ ทุกฝ่ายมีข้อมูลท่ีทันสมัย ถูกต้อง และแม่นยาในการใช้ประโยชน์ต่อการวางแผนในระดับต่างๆ ให้มีความสัมพันธ์ สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น รวมท้ังสนับสนุนการจัดทาฐานข้อมูลระดับชุมชนและท้องถิ่นซ่ึงเป็นข้อมูล ข่าวสารที่บ่งชี้ศักยภาพบุคคล ชุมชน ในการพัฒนาการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายอย่างเป็นระบบภายใต้ กระบวนการมสี ่วนรว่ มจากทุกภาคสว่ นท่ี เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ 4) ส่วนราชการและหน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องทาการประเมินผลตามตัวช้ีวัดท่ีกาหนดตามแนวทาง ของแต่ละยทุ ธศาสตร์ของแผนแมบ่ ทฯ ไม่นอ้ ยกวา่ ปลี ะ 1 ครั้ง และรายงานผลต่อคณะกรรมการบรหิ ารแผนแมบ่ ท การสง่ เสรมิ กิจกรรมทางกาย เพ่อื ทาการประเมินผลตามการดาเนนิ งานของแผนแมบ่ ทฯ ตามตวั ชี้วดั เป้าประสงค์ หลัก และควรนาข้อมูล การประเมินผลไปใช้พัฒนาและใช้ประโยชน์ในการพัฒนาการดาเนินงานส่งเสริมกิจกรรม ทางกาย 5) จัดทารายงานการประเมินผลการดาเนนิ งานประจาปี รายงานปีที่ ๓ ๖ ๙ และ ๑๓ ปี (สิน้ สดุ โครงการ) คณะกรรมการบรหิ ารแผนแม่บทฯ รวบรวมผลการประเมนิ ประเมินผลตามตัวชว้ี ัดที่กาหนดตามแนวทางของแต่ละ ยุทธศาสตร์ของส่วนราชการและหน่วยงานในระดับต่างๆ เพื่อนาไปวิเคราะห์และสรุปผลส่งให้คณะกรรมการ สง่ เสริมกิจกรรมทางกาย และรัฐบาลต่อไป นอกจากน้ี ให้มีการประชาสัมพนั ธ์ผลการประเมินผ่านช่องทางและสื่อ ตา่ งๆ ตามความเหมาะสม 96

ภาคผ ภาคผนวกท่ี 1: แนวทางการประเมินการดาเนินงานตามตัวช้ีวัด ตัวช้วี ดั นยิ ามศัพท์ 1. รอ้ ยละ 95 ของเด็ก แรกเกิด - 5 ปี มี เด็กแรกเกดิ จนถงึ 5 ปี มีพัฒนาการกล้ามเนอ้ื มัดใหญ่ กระท พัฒนาการกล้ามเนอ้ื มดั ใหญ่เปน็ ปกติ (Gross Motor Development) ผ่านเกณฑ์ ตามคมู่ ือ ปฐมว 2. ร้อยละ 80 ของ เฝ้าระวังและสง่ เสรมิ พฒั นาการเด็กปฐมวยั เด็กป ประชาชน อายุ 6 ปี ขึ้น ไป มกี ิจกรรมทางกาย (Developmental Surveillance and Promotion Prom เพียงพอ Manual: DSPM) สขุ ภา ต่อเน ประชาชนไทยตง้ั แต่อายุ 6 ปีขึน้ ไปมีระดบั ทางกาย การส เพยี งพอตามเกณฑ์ขององคก์ ารอนามัยโลก (World หน่วย Health Organization: WHO) ดังน้ี 1. - เดก็ (อายุ 6-17 ปี) อยา่ งนอ้ ย 60 นาทีต่อวัน สาหรับ กจิ กรรมทางกายระดับปานกลาง/หนัก และมีการออก แรงเพื่อสร้างเสริมกลา้ มเน้อื กระดูก และขอ้ ตอ่ ด้วย 2. - วัยผใู้ หญ่ (อายุ 18-64 ป)ี อยา่ งนอ้ ย 150 นาทีต่อ สปั ดาห์ สาหรับกจิ กรรมทางกายระดับปานกลาง และ/ 3. หรอื อยา่ งนอ้ ย 75 นาทีตอ่ สปั ดาห์ สาหรับกจิ กรรม ทางกายระดับหนัก โดยให้มีกิจกรรมทางกายอยา่ ง ตอ่ เนื่องในแตล่ ะครง้ั มากกวา่ 10 นาทีขน้ึ ไป และมีการ 4. ออกแรงเพ่อื สรา้ งเสริมกล้ามเนอื้ กระดูก และข้อตอ่ อยา่ งน้อยสปั ดาห์ละ 2 คร้งั - วัยสูงอายุ (อายุตัง้ แต่ 65 ปีขนึ้ ไป) มีขอ้ แนะนา โดยค เชน่ เดียวกบั ประชากรวยั ผู้ใหญ่ แตใ่ ห้เพิ่มเตมิ การฝึก ระดับ

ผนวก แนวทางการประเมิน หนว่ ยงานผ้รู บั ผิดชอบ ทรวงสาธารณสขุ มหี นว่ ยงานทท่ี าการสารวจพฒั นาการเด็ก - กระทรวงสาธารณสุข วยั ตามรปู แบบของคู่มือเฝา้ ระวังและสง่ เสริมพัฒนาการ (กรมอนามัย กรมสขุ ภาพจติ ) ปฐมวัย (Developmental Surveillance and motion Manual: DSPM) 2 หน่วยงานคอื กรม าพจติ และกรมอนามัย ซ่งึ ได้เฝา้ ระวังเปน็ ประจาอยา่ ง ือ่ ง สารวจการมีกจิ กรรมทางกายของประชาชนไทยมี - กระทรวงสาธารณสุข ยงานท่ีทาการสารวจอยา่ งตอ่ เนือ่ ง 4 หน่วยงาน คอื (กรมอนามยั กรมควบคมุ โรค) สถาบนั วจิ ยั ประชากร มหาวิทยาลัยมหดิ ล สารวจทุก 1 - กระทรวงการท่องเทย่ี วและ ปี โดยใช้เคร่อื งมอื WHO GPAQ (WHO Global กีฬา (กรมพลศกึ ษา) Physical Activity Questionnaire) - มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล สานักงานสถติ ิแห่งชาติ สารวจทุก 4 ปี โดยใช้เครอื่ งมอื - สานักงานกองทนุ สนับสนุนการ WHO GPAQ สรา้ งเสริมสุขภาพ (สสส.) สานกั งานสารวจสขุ ภาพประชาชนไทยด้วยการตรวจ - สานกั งานสถิติแหง่ ชาติ รา่ งกาย สถาบนั วจิ ยั ระบบสุขภาพ สารวจทุก 5 ปี โดยใช้ - สานกั งานสารวจสขุ ภาพ เคร่ืองมือ WHO GPAQ ประชาชนไทยด้วยการตรวจ สานักโรคไมต่ ิดตอ่ กรมควบคมุ โรค สารวจทกุ 1 - 2 ปี รา่ งกาย โดยใช้เครอ่ื งมือ US CDC (US Center of Disease Control) และ WHO GPAQ คณะกรรมการบริหารการสง่ เสรมิ กจิ กรรมทางกาย บชาตจิ ะเชญิ หน่วยงานท่เี กยี่ วขอ้ งในการสารวจกิจกรรม 97


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook