Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนจัดการเรียนรู้ชั้นประถม 3

แผนจัดการเรียนรู้ชั้นประถม 3

Description: แผนจัดการเรียนรู้ชั้นประถม 3

Search

Read the Text Version

- 48 - ใบความร้.ู ...เรอ่ื งระบบคิดฐาน 10 นำไม้กวาดของ หอ้ งเรียนไปใช้ที่บา้ น ครใู ช้น้าประปา ครูใชภ้ ารโรงลา้ งรถ โรงเรียนลา้ งรถสว่ นตัว ตวั เอง ระบบคิดฐาน 10 นักเรียนนาโทรศพั ท์ นาชอ้ น/แก้วนา้ โรงเรยี น ส่วนตวั มาชาร์ตท่ี กลับไปใช้ที่บ้าน โรงเรียน ยมื หนงั สือห้องสมดุ กลบั บ้าน แล้วไมค่ ืน

- 49 - ใบงาน เร่อื ง.....อะไรบา้ งหนอ คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนเขยี นกจิ กรรมที่ทาเพื่อผลประโยชน์ของตนเองมากกวา่ ผลประโยชนส์ ่วนรวม (ระบบคิดฐาน10) 1. 2. 3. 4. . 5. 5.

- 50 - แบบบนั ทกึ การใหค้ ะแนนใบงาน.....อะไรบา้ งหนอ เลขที่ ชือ่ -สกลุ ไดค้ ะแนน ผา่ น ไมผ่ า่ น เกณฑก์ ารให้คะแนน เขยี นถกู 1 ข้อ ได้ 2 คะแนน เกณฑ์การผ่านเกณฑ์ ไดค้ ะแนน 8 คะแนนขึ้นไป ผา่ นเกณฑ์ ไมผ่ า่ นเกณฑ์ ไดค้ ะแนน0- 7 คะแนน

- 51 - แบบประเมินคุณลกั ษณะความรบั ผดิ ชอบ ชือ่ -สกุลนักเรยี น......................................................................ชนั้ ..............................เลขท่.ี ...................... คาชี้แจง : ให้ครู สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด / ลงใน ชอ่ งทต่ี รงกับระดับคะแนน คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน อนั พงึ ประสงค์ 3 2 10 ความรบั ผดิ ชอบ ๑.มกี ารเตรียมความพร้อมในการเรยี นและการปฏิบัติงาน ๒.ปฏิบตั ิงานดว้ ยความต้งั ใจ ๓.มคี วามเพียรพยายามในการเรยี นและการปฏบิ ัติงาน รวม สรุปผลคะแนน ลงช่ือ......................................................................ผ้ปู ระเมิน (.....................................................................) ........... /................................/...................... เกณฑก์ ารให้คะแนน - พฤตกิ รรมทีป่ ฏบิ ตั ชิ ดั เจนและสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน สรปุ ผลการประเมนิ  ๘-๙ คะแนน เทา่ กับ ดีเยยี่ ม - พฤติกรรมท่ปี ฏบิ ตั ชิ ัดเจนและบ่อยคร้ัง ให้ 2 คะแนน  ๖-๗ คะแนน เทา่ กบั ดี  ๔-๕ คะแนน เทา่ กับ พอใช้ - พฤตกิ รรมท่ปี ฏบิ ัตบิ างครงั้ ให้ 1 คะแนน  ๐-๓ คะแนน เทา่ กบั ปรับปรงุ - พฤตกิ รรมทีไ่ ม่ไดป้ ฏิบตั ิ ให้ 0 คะแนน นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์การประเมินระดบั ดีขึ้นไป ถือว่าผ่าน

- 52 - คาช้แี จง ให้นกั เรยี นวาดภาพพร้อมตั้งช่ือเรอื งเกี่ยวกับการรณรงคส์ ่งเสริมการกระทาหรือ พฤติกรรมที่เหน็ แกผ่ ลประโยชนส์ ่วนรวมมากกว่าผลประโยชนส์ วนตน เรือ่ ง.................................................................................................. ผปู้ ระเมนิ ……………………………… ครผู ู้สอน

- 53 - เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน รายการประเมิน รวม การต้ังชอ่ื ความ 3.ความสวยงาม เรอื่ ง สอดคลอ้ ง ชื่อ-สกุล เนื้อหา 3213213 2 1

- 54 - แบบบนั ทกึ การให้คะแนนใบงาน การวาดภาพ เลขท่ี ชอ่ื -สกลุ ได้คะแนน ผา่ น ไม่ผา่ น เกณฑก์ ารผ่านเกณฑ์ ผา่ นเกณฑ์ ได้คะแนน รวม 7 คะแนนข้ึนไป ไม่ผ่านเกณฑ์ ไดค้ ะแนน0- 6 คะแนน

- 55 - ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ เวลา 1 ชวั่ โมง แผนการจัดการเรียนรู้ หนว่ ยที่ ๑ ชอ่ื หนว่ ย การคดิ แยกแยะประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชน์ส่วนรวม 3แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี ๗ เรื่อง ระบบคิดฐาน 10 ๑.ผลการเรยี นรู้ 1.๑. มีความรู้ ความเข้าใจเกย่ี วกับการแยกแยะผลประโยชน์สว่ นตน กับสว่ นรวมได้ 1.2. สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตน กับสว่ นรวมได้ ๒. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ นักเรียนสามารถ 1. นักเรยี นสามารถบอกความหมายระบบคิดฐาน10ได้ 2. นักเรียนสามารถคดิ แยกแยะพฤติกรรมหรอื การกระทาที่เกย่ี วข้องกับระบบคดิ ฐาน 10 ได้ 3. นาความรเู้ รือ่ ง ระบบคิดฐาน10 มาประยุกตใ์ ช้ในชีวติ ประจาวนั ได้ ๓. สาระการเรยี นรู้ 3.1 ความรู้ ระบบคิดฐาน 10 เปน็ การกระทาหรือพฤติกรรมที่ นาส่ิงของสว่ นตนและสิง่ ของสว่ นรวม นามาปะปนกนั ไปหมด โดยไม่สามารถแยกแยะได้ว่าส่ิงไหนเปน็ สิ่งของสว่ นตนและสิ่งไหนเป็นส่ิงของ สว่ นรวม การแยกระบบความคดิ ฐาน10 - เป็นกระบวนการทน่ี ักเรียนตอ้ งสามารถแยกใหเ้ ห็นไดว้ ่าการกระทาหรือพฤติกรรมใดที่นา สง่ิ ของสว่ นตนและส่งิ ของส่วนรวมนามาปะปนกันไปหมด โดยไม่สามารแยกแยะไดว้ ่าสง่ิ ไหนเปน็ สิ่งของส่วนตน ส่งิ ไหนเป็นสงิ่ ของส่วนรวม 3.2 ทักษะ / กระบวนการ (สมรรถนะทีเ่ กดิ ) 1. ความสามารถในการสื่อสาร (อ่าน ฟงั พูด เขยี น) 2. ความสามารถในการคิด (วิเคราะห์) 3.3 คณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงค์ / ค่านิยม ความรบั ผดิ ชอบ ๔. กิจกรรมการเรียนรู้ 4.1 ข้ันตอนการเรียนรู้ ข้ันท่ี ๑ เสนอสง่ิ เรา้ และระบุคาถามสาคญั ๑.๑ ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนความรู้ เรอ่ื งความหมายของระบบคิดฐาน 2 และระบบคดิ ฐาน 10 พร้อมยกตัวอย่าง ข้นั ตอนท่ี ๒ แสวงหาสารสนเทศและวิเคราะห์

- 56 - ๒.๑ ครูให้นักเรยี นดรู ปู ภาพ 2 รปู ได้แก่ รปู ภาพนกั เรียนข้ามถนนทางม้าลาย และ ภาพนกั เรยี น หัวหนา้ ห้องเรียนเอาสมดุ การบา้ นเพ่ือนมาลอกเพื่อให้สง่ ทันเวลา 2.2 ให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ว่ารูปใดเป็นระบบคิดฐาน 2 และระบบคิดฐาน 10 ขนั้ ตอนที่ ๓ อภิปรายและสรา้ งความรู้ 3.1 รว่ มกันอภปิ รายจากภาพท่ีกาหนดให้ 3.2 ใหน้ ักเรียนทาใบงาน การแยกแยะพฤตกิ รรมทีเ่ ปน็ ระบบคิดฐาน 2 และ ระบบคิดฐาน 10 3.3 ครสู รปุ องค์ความรู้การแยกแยะการกระทาเปน็ เข้าข่ายระบบคดิ ฐาน 10 ระบบคิดฐาน 10 เป็นกระบวนการที่นักเรียนต้องสามารถแยกให้เห็นได้ว่าการ กระทาหรือพฤติกรรมใดท่ีนาสิ่งของส่วนตนและส่ิงของส่วนรวมนามาปะปนกันไปหมด โดย ไม่สามารถแยกแยะไดว้ า่ สง่ิ ไหนเปน็ สิ่งของสว่ นตนส่ิงไหนเป็นสิ่งของส่วนรวม อาจกล่าวได้ว่า รู้วา่ ผิดแตก่ ้อทา เพื่อประโยชนต์ อ่ ตัวเองเป็นหลัก ขน้ั ท่ี ๔ สอื่ สารและสะท้อนความคิด หากเราเจอเพื่อนที่พฤติกรรมหรือกระทาการที่เกี่ยวข้องกับระบบคิดฐาน 10 ใน ฐานะที่เราเป็นเพอื่ นเราจะแนะนาอย่างไร ขั้นท่ี 5 ประยกุ ต์และตอบแทนสังคม ให้นักเรียนเขียนบันทึกการแนะนาให้เพื่อนๆ รณรงค์เลิกทาหรือแสดงพฤติกรรมที่ เก่ยี วข้องกบั ระบบคดิ ฐาน 10 4.2 สอ่ื การเรยี นรู้ / แหล่งการเรียนรู้ 1. บัตรภาพเกีย่ วกับระบบคิดฐาน 2 และระบบคดิ ฐาน 10 2. ใบงานการแยกแยะพฤติกรรมท่ีเป็นระบบคิดฐาน 2 และระบบคิดฐาน 10 3. สไี ม/้ ปากกาเมจิก 5.การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 5.1 วธิ ีการประเมิน - ตรวจใบงานการแยกแยะพฤติกรรมที่เป็นระบบคิดฐาน 2 และระบบคิดฐาน 10 - การเขยี นรปู ภาพการรณรงค์ ต้านการกระทาที่เขา้ ข่ายพฤตกิ รรมระบบคิดฐาน 10 - สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี น 5.2.เครอื่ งมือทใี่ ชใ้ นการประเมิน - แบบบันทึกการให้คะแนนตรวจใบงานการแยกแยะพฤติกรรมท่ีเป็นระบบคิดฐาน 2 และ ระบบคดิ ฐาน 10 - แบบประเมนิ คณุ ลักษณะความรบั ผดิ ชอบ

- 57 - 5.3 เกณฑ์การประเมนิ - ใบงาน นักเรยี น ไดค้ ะแนนร้อยละ 70 ขน้ึ ไป ถอื วา่ ผา่ น - นกั เรยี นได้คะแนน พฤติกรรมความรบั ผิดชอบ 7 คะแนนขนึ้ ไปถอื ว่าผ่าน - นักเรียนผ่านเกณฑก์ ารประเมิน ระดับดขี ึ้นไปถือวา่ ผ่าน ๖. บนั ทึกหลงั สอน ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชอ่ื ................................................ ครูผสู้ อน (.................................................) ๗. ภาคผนวก - ใบงานการแยกแยะพฤตกิ รรมที่เป็นระบบคดิ ฐาน 2 และระบบคิดฐาน 10 - แบบบนั ทกึ การให้คะแนนตรวจใบงานการแยกแยะพฤตกิ รรมท่ีเป็นระบบคิดฐาน 2 และระบบคิดฐาน 10 - แบบประเมินคณุ ลกั ษณะความรบั ผดิ ชอบ

- 58 - ใบงานการแยกแยะพฤตกิ รรมทเี่ ป็นระบบคดิ ฐาน 2 และระบบคิดฐาน 10 ช่อื .................................................................................................................ชนั้ .........เลขที่.................... คาช้ีแจง ใหน้ ักเรยี นเขียนแยกแยะพฤติกรรมหรอื การกระทาใดที่เหน็ แกป่ ระโยชน์ส่วนรวม (ระบบคดิ ฐาน 2)และเหน็ แกผ่ ลประโยชน์ส่วนตน (ระบบคดิ ฐาน 10) ………………………………………………………….………………… ………………………………………………………….………………… ………………………………………………………………………….... ………………………………………………………………………….... ………………………………………………………….………………… ………………………………………………………….………………… ………………………………………………………………………….... ………………………………………………………………………….... ………………………………………………………….………………… ………………………………………………………….………………… ………………………………………………………………………….... ………………………………………………………………………….... ………………………………………………………….………………… ………………………………………………………….………………… ………………………………………………………………………….... …………………………………………………………………………....

- 59 - แบบบนั ทึกการให้คะแนนใบงานการแยกแยะพฤตกิ รรมท่ีเป็นระบบคดิ ฐาน 2 และระบบคิดฐาน 10 เลขท่ี ชื่อ-สกลุ ไดค้ ะแนน ผา่ น ไมผ่ า่ น เกณฑ์การผา่ นเกณฑ์ ผา่ นเกณฑ์ ได้คะแนน รวม 7 คะแนนข้ึนไป ไม่ผา่ นเกณฑ์ ได้คะแนน0- 6 คะแนน

- 60 - แบบประเมินคุณลกั ษณะความรบั ผดิ ชอบ ชือ่ -สกุลนักเรยี น......................................................................ชนั้ ..............................เลขที่....................... คาชี้แจง : ให้ครู สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี / ลงใน ชอ่ งทต่ี รงกับระดบั คะแนน คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน อนั พงึ ประสงค์ 3 2 10 ความรบั ผดิ ชอบ 1.มีการเตรียมความพร้อมในการเรยี นและการปฏิบัติงาน 2.ปฏิบตั ิงานดว้ ยความตัง้ ใจ 3.มคี วามเพยี รพยายามในการเรียนและการปฏบิ ัติงาน รวม สรุปผลคะแนน ลงชื่อ......................................................................ผปู้ ระเมนิ (.....................................................................) ........... /................................/...................... เกณฑก์ ารให้คะแนน - พฤตกิ รรมทีป่ ฏบิ ตั ชิ ดั เจนและสม่าเสมอ ให้ 3 คะแนน สรปุ ผลการประเมิน  ๘-๙ คะแนน เทา่ กับ ดีเยยี่ ม - พฤติกรรมท่ปี ฏบิ ตั ชิ ัดเจนและบ่อยคร้ัง ให้ 2 คะแนน  ๖-๗ คะแนน เท่ากับ ดี  ๔-๕ คะแนน เทา่ กับ พอใช้ - พฤตกิ รรมท่ปี ฏบิ ัตบิ างครงั้ ให้ 1 คะแนน  ๐-๓ คะแนน เทา่ กับ ปรับปรุง - พฤตกิ รรมทีไ่ ม่ไดป้ ฏบิ ัติ ให้ 0 คะแนน นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์การประเมินระดบั ดีขึ้นไป ถือว่าผ่าน

- 61 - แผนการจดั การเรียนรู้ หนว่ ยที่ ๑ ชอ่ื หน่วย การคดิ แยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์สว่ นรวม ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 3แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๘ เรอ่ื ง ผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม เวลา ๒ ชัว่ โมง ๑.ผลการเรยี นรู้ 1.1. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเก่ียวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กับผลประโยชนส์ ว่ นรวม 1.2. สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กับผลประโยชนส์ ว่ นรวมได้ ๒.จดุ ประสงค์การเรียนรู้ นักเรยี นสามารถ 2.๑. นักเรียนสามารถบอกความหมายของผลประโยชน์สว่ นตน กบั ผลประโยชน์ส่วนรวม 2.2. นักเรียนสามารถสามารถแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตน กบั ผลประโยชน์ส่วนรวม ๓. สาระการเรียนรู้ 3.1 ความรู้ ผลประโยชนส์ ่วนตน หมายถงึ การทบี่ คุ คลทั่วไปในสถานะเอกชนหรอื เจ้าหนา้ ท่ีของรฐั ใน สถานะเอกชนได้ทากจิ กรรมหรอื ได้การกระทาต่างๆ เพื่อประโยชน์สว่ นตน ครอบครวั ญาติ เพอ่ื นหรือของกลุ่ม ในสังคม ทีม่ ีความสมั พนั ธก์ ันในรูปแบบตา่ งๆ เชน่ การประกอบอาชีพ การค้า การลงทุน เพื่อหาประโยชน์ ในทางการเงนิ หรือในทางทรัพย์สนิ ตา่ งๆ เปน็ ตน้ ผลประโยชนส์ ว่ นรวม หมายถงึ การที่บุคคลใดๆ ในสถานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ (ผู้ดารง ตาแหนง่ ทางการเมือง ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกจิ หรอื เจ้าหนา้ ที่ของรัฐในหนว่ ยงานของรัฐ) ได้กระทา การใดๆ ตามหนา้ ที่หรอื ไดป้ ฏิบตั หิ นา้ ท่ี อันเป็นการดาเนนิ การในอกี ส่วนหนึง่ ที่แยกออกมาจากการดาเนินการ ตามหน้าทใ่ี นสถานะของเอกชน การกระทาการใดๆ ของเจ้าหน้าท่ขี องรัฐจึงมีวัตถปุ ระสงคห์ รือมเี ปา้ หมายเพ่อื ประโยชนข์ องสว่ นรวม หรอื การรกั ษาผลประโยชน์สว่ นรวม 3.2 ทักษะ / กระบวนการ (สมรรถนะทเี่ กิด) 1. ความสามารถในการส่ือสาร (อ่าน ฟัง พูด เขยี น) 2. ความสามารถในการคดิ (วเิ คราะห์ จดั กลมุ่ สรปุ ) 3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ 3.3 คุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ / ค่านิยม ๓.1 มุ่งมันในการทางาน ๓.2 มีจติ สาธารณะ ๔. กิจกรรมการเรยี นรู้ 4.1 ขั้นตอนการเรยี นรู้ ชว่ั โมงท่ี ๑ ข้นั ท่ี ๑ เสนอสง่ิ เรา้ และระบุคาถามสาคญั ๑.๑ ครูให้นักเรียนดวู ิดโี อเรอ่ื ง “แบง่ ปันคือนา้ ใจ” พร้อมตั้งคาถาม ดังนี้

- 62 - - เรื่อง แบ่งปนั คือน้าใจ กล่าวถึงเรื่องใด - นกั เรยี นคดิ ว่า เร่อื งแบ่งปนั คือน้าใจ เป็นการแสดงผลประโยชน์สว่ นรวม หรือผลประโยชนส์ ่วนตน อยา่ งไร ๑.๒ ครูสรปุ ผลประโยชน์สว่ นตน กบั ผลประโยชน์ส่วนรวมให้นักเรียนฟัง ขัน้ ตอนที่ ๒ แสวงหาสารสนเทศและวเิ คราะห์ ๒.๑ นักเรียนแบ่งกลุ่มละ 4-5 คน 2.2 ครูใหน้ ักเรียนแสดงบทบาทสมมตุ ิ เกีย่ วกับประโยชน์สว่ นรวมและประโยชน์ สว่ นตน แลว้ ออกมานาเสนอหนา้ ชั้นเรียนใชเ้ วลากล่มุ ละ 3-5 นาที ช่ัวโมงที่ ๒ ขัน้ ตอนท่ี ๓ อภปิ รายและสร้างความรู้ ๓.๑ ครแู ละนักเรยี นร่วมกันอภปิ รายจากการแสดงบทบาทสมมตุ ขิ องนักเรยี น 3.๒ สมาชิกแต่ละกล่มุ ช่วยกันสรุปความรทู้ ไ่ี ด้รบั จากการแสดงบทบาทสมมตุ ิ ๓.๓ ให้นักเรยี นทาใบงานเร่ืองผลประโยชน์สว่ นรวมกับผลประโยชนส์ ว่ นตน ข้ันที่ ๔ สื่อสารและสะท้อนความคดิ ๔.๑ ครูให้ขอ้ คิดนักเรียนวา่ สง่ิ ที่ไดเ้ รยี นรูน้ ั้นเป็นเรื่องดหี รือไม่ จรงิ หรอื ไม่จรงิ และ สรปุ ความรู้ประเด็นสาคัญ ขน้ั ที่ 5 ประยกุ ต์และตอบแทนสังคม ๕.๑ ใหน้ ักเรยี นเขียนคาขวัญ เรอ่ื ง ผลประโยชน์สว่ นรวมและผลประโยชนส์ ่วนตน ตดิ ตามป้ายนิเทศภายในโรงเรียน 4.2 สื่อการเรยี นรู้ / แหล่งการเรยี นรู้ 1. วิดีโอ แบง่ ปันคอื นา้ ใจ https://www.youtube.com/watch?v=40-cDZ77gzg ๒. ใบงาน เรอื่ ง ผลประโยชนส์ ว่ นรวมกบั ผลประโยชนส์ ว่ นตน 3. กระดาษ 4.สีไม้ 5.ปากกาเมจิก ๕. การประเมินผลการเรยี นรู้ 5.1 วธิ กี ารประเมิน - ประเมนิ ใบงานเร่ืองผลประโยชน์ส่วนรวมกบั ผลประโยชนส์ ว่ นตน - ประเมนิ ความรู้ความเขา้ ใจจากการแสดงบทบาทสมมตุ ิ - ประเมนิ การเขียนคาขวัญ - ประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (มุ่งมนั ในการทางาน, มจี ิตสาธารณะ)

- 63 - ๕.๒ เครือ่ งมือทใ่ี ชใ้ นการประเมนิ - แบบบนั ทกึ การให้คะแนนใบงาน เรื่องผลประโยชนส์ ่วนรวมกับผลประโยชน์สว่ นตน - แบบประเมินการแสดงบทบาทสมมตุ ิ - แบบประเมินการเขียนคาขวัญ - แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (มุ่งมนั ในการทางาน, มีจิตสาธารณะ) 5.3 เกณฑก์ ารประเมนิ - การทาใบงาน นักเรียนตอ้ งได้ ๗ คะแนนข้นึ ไป ถือวา่ ผ่าน - การแสดงบทบาทสมมติ ได้คะแนน 6 คะแนน ถือว่า ผา่ นเกณฑ์ - แบบประเมินการเขียนคาขวัญ ต้องได้คะแนน 7 ขนึ้ ไปถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์ - แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ต้องได้คะแนนแต่ละขอ้ ๒ ข้ึนไปถือวา่ ผ่านเกณฑ์ - นกั เรียนผ่านเกณฑ์การประเมินระดบั ดีขน้ึ ไป ถือว่าผา่ น 6.บนั ทึกหลังสอน ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ ................................................ ครผู ู้สอน (.................................................) 7.ภาคผนวก - ใบงาน เรอ่ื ง ผลประโยชน์ส่วนรวมกบั ผลประโยชน์สว่ นตน - แบบบนั ทกึ การใหค้ ะแนนใบงานเรือ่ ง ผลประโยชนส์ ว่ นรวมกบั ผลประโยชนส์ ว่ นตน - แบบประเมินการนาเสนอผลงานกลุ่ม ( การแสดงบทบาทสมมติ ) - เกณฑ์การใหค้ ะแนนการเขยี นคาขวญั /ปา้ ยเชิญชวน - ใบความรู้ เร่ือง ผลประโยชน์สว่ นรวมกับผลประโยชนส์ ่วนตน - แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (มุ่งมันในการทางาน, มีจิตสาธารณะ)

- 64 - ใบงาน เรื่อง ผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์สว่ นรวม คาสั่ง ให้นักเรียนตอบคาถามต่อไปนี้ให้ถกู ต้องลงในช่องว่างท่ีกาหนดให้ 1. ผลประโยชนส์ ว่ นตน หมายถึง…………………………………………………………………………………………..……………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ผลประโยชนส์ ว่ นรวม หมายถงึ …………………………………………………………………………………………..………………………..…………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ให้นักเรียนระบุกจิ กรรมท่ีผลประโยชน์ส่วนตน 3 กจิ กรรม 3.1……………………………………………………………………………………………………………………………………… 3.2……………………………………………………………………………………………………………………………………… 3.3……………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. ใหน้ ักเรียนระบุกิจกรรมทีผ่ ลประโยชนส์ ว่ นรวม 3 กิจกรรม 4.1……………………………………………………………………………………………………………………………………… 4.2……………………………………………………………………………………………………………………………………… 4.3………………………………………………………………………………………………………………………………………

- 65 - แบบบันทกึ การใหค้ ะแนนใบงานเร่ือง ผลประโยชนส์ ว่ นรวมกับผลประโยชนส์ ว่ นตน เลขที่ ชอ่ื -สกลุ ไดค้ ะแนน ผา่ น ไมผ่ า่ น เกณฑ์การผา่ นเกณฑ์ ผา่ นเกณฑ์ ไดค้ ะแนน รวม 7 คะแนนขึ้นไป ไมผ่ ่านเกณฑ์ ไดค้ ะแนน0- 6 คะแนน

- 66 - แบบประเมินการนาเสนอผลงานกลมุ่ ( การแสดงบทบาทสมมติ ) กลุ่มที่.............เรอ่ื ง........................................................................................................... คาชี้แจง ให้นักเรยี นประเมนิ โดยกาเครอื่ งหมาย / ลงในชอ่ งระดับคะแนนให้ตรงกับความเป็นจริงมากทสี่ ุด รายการประเมิน ระดับคะแนน รวม หมาย 321 เหตุ 1. ความเหมาะสมของบทบาทการนาเสนอ 2. ความถูกตอ้ งข้อมูล สาระ ความรู้ 3. ส่วนประกอบอ่นื ๆและความคดิ ริเริ่มสรา้ งสรรค์ คะแนนรวม ต้องได้คะแนนรวมตง้ั แต่ 6 ขน้ึ ไป จงึ จะถือวา่ ผา่ นเกณฑ์ ประเดน็ การประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน / ระดับคณุ ภาพ 3 21 1. ความเหมาะสมของ แสดงบทบาท แสดงบทบาท แสดงบทบาท เหมาะสม เสียง บทบาทการนาเสนอ เหมาะสม เสียงดังฟงั เหมาะสม เสยี งดงั เบา ลลี าประกอบ คอ่ นข้างนอ้ ย ชดั ลีลาประกอบดมี าก ปานกลาง ลีลา ประกอบดี 2. ความถูกต้อง เนอื้ หาสาระถกู ต้อง เน้ือหาสาระถูกต้อง เน้อื หาสาระถูกต้อง ขอ้ มูล สาระ ความรู้ ครบถว้ น เป็นส่วนมาก เป็นส่วนน้อย 3. สว่ นประกอบอ่นื ๆ มีการนาอปุ กรณ์มา มกี ารนาอปุ กรณ์มา มีการนาอปุ กรณ์มา และความคดิ ริเร่ิม ประกอบการนาเสนอ ดี ประกอบการนาเสนอ ประกอบการนาเสนอ สรา้ งสรรค์ มาก ดี คอ่ นข้างน้อย เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการเขยี นคาขวญั /ปา้ ยเชิญชวน (๑๐ คะแนน) (๑) การส่อื ความหมาย 4 คะแนน (๒) การใชภ้ าษา กะทัดรัด ชัดเจน ความไพเราะ ๒ คะแนน (๓) สานวนภาษาสละสลวย ถูกตอ้ งเหมาะสม ๒ คะแนน (๔) ความคิดสร้างสรรค์ ๒ คะแนน ตอ้ งไดค้ ะแนน 7 ขึ้นไปถอื ว่าผา่ นเกณฑ์

- 67 - ใบความรู้ เรอื่ งผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ประโยชนส์ ว่ นตน ผลประโยชน์ส่วนตน หมายถึง บุคคลทว่ั ไปทากิจกรรมหรอื ได้การกระทาตา่ งๆ เพ่ือประโยชน์ส่วนตน ครอบครัว ญาติ เพื่อนหรือของกลุม่ ในสงั คม ทม่ี ีความสมั พันธ์กันในรูปแบบต่างๆเช่น การแปรงฟนั ตอนพัก กลางวัน การส่งงานทนั เวลา การเข้าชั้นของนักเรียน การอ่านหนังสือห้องสมดุ เปน็ ตน้ ประโยชน์ส่วนรวม ผลประโยชนส์ ว่ นรวม หมายถงึ การที่บุคคลใดๆไดก้ ระทาการใดๆ ตามหนา้ ทห่ี รือได้ปฏบิ ัตหิ น้าท่ีมี วัตถุประสงคห์ รือมีเป้าหมายเพ่ือประโยชน์ของส่วนรวม หรอื การรักษาผลประโยชนส์ ว่ นรวม เชน่ การเข้า แถวรับบริการต่าง เข้าห้องน้าราดน้าให้สะอาดการเก็บขยะบรเิ วณรอบโรงเรยี น การทาความสะอาด ห้องเรยี น เปน็ ตน้

- 68 - แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ช่ือ-สกลุ นกั เรียน....................................................................ช้ัน..............................เลขท.่ี ...................... คาชแี้ จง : ให้ครู สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี / ลงใน ช่องท่ตี รงกบั ระดับคะแนน คุณลักษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน อนั พงึ ประสงค์ 3 2 10 มงุ่ มัน่ ในการ 1.มคี วามตง้ั ใจ และพยายามในการทางานที่ได้รับมอบหมาย ทางาน 2.มคี วามอดทนและไมท่ ้อแท้ตอ่ อปุ สรรคเพือ่ ใหง้ านสาเรจ็ 3.ร้จู กั การให้เพื่อสว่ นรวม และเพอ่ื ผอู้ ืน่ มีจิตสาธารณะ 4.แสดงออกถงึ การมีน้าใจหรอื การใหค้ วามช่วยเหลือผ้อู น่ื 5.เข้ารว่ มกจิ กรรมบาเพญ็ ตนเพ่ือสว่ นรวมเมอ่ื มโี อกาส รวม สรุปผลคะแนน ลงชอื่ ......................................................................ผูป้ ระเมิน (.....................................................................) ........... /................................/...................... เกณฑ์การให้คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏบิ ตั ิชัดเจนและสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน สรปุ ผลการประเมนิ  13-15 คะแนน เทา่ กบั ดีเย่ยี ม - พฤติกรรมท่ปี ฏิบัติชดั เจนและบอ่ ยครั้ง ให้ 2 คะแนน  10-12 คะแนน เท่ากบั ดี  7-9 คะแนน เทา่ กับ พอใช้ - พฤติกรรมที่ปฏบิ ตั บิ างครั้ง ให้ 1 คะแนน  ๐-6 คะแนน เท่ากับ ปรบั ปรงุ - พฤตกิ รรมท่ีไม่ไดป้ ฏบิ ัติ ให้ 0 คะแนน นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ประเมนิ ระดับดีขึน้ ไป ถอื ว่าผ่าน

- 69 - แผนการจัดการเรยี นรู้ หน่วยท่ี ๑ ช่อื หน่วย การคดิ แยกแยะประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 3 แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๙ เร่ือง การขัดกนั ระหว่างประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม เวลา ๒ ชว่ั โมง ๑.ผลการเรียนรู้ 1.1. มีความรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกับการแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตน กบั สว่ นรวมได้ 1.2. สามารถคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตน กบั ส่วนรวมได้ ๒.จดุ ประสงค์การเรียนรู้ นักเรยี นสามารถ 2.1. นักเรียนสามารถบอกความหมายของการขัดกันหรอื ขัดแย้งได้ ๒.2. นักเรียนสามารถแยกแยะระหว่างการขัดกนั ระหวา่ งประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม ๓. สาระการเรยี นรู้ 3.1 ความรู้ การขัดกันหรือการขัดแย้ง หมายถึง ปฏิสัมพันธ์ที่มีลักษณะของความไม่เป็นมิตรหรือตรงกันข้าม หรอื ไม่ลงรอยกันหรือความไม่สอดคลอ้ งกัน ลกั ษณะของความไม่ลงรอยกันหรือไม่สอดคล้องกันน้ีจะเกี่ยวข้อง กับประเด็นต่างๆ หลายประเด็น เช่น เป้าหมาย ความคิด ทัศนคติ ความรู้สึก ค่านิยม ความสนใจ ความสัมพันธ์ เปน็ ต้น “ความขัดแย้งกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม เกิดจากการที่ไม่สามารถ แยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวมออกจากกันได้ ซึ่งการกระทานั้นอาจจะ เกิดข้ึนอย่างรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว ทั้งเจตนาและไม่เจตนา ส่งผลให้บุคคลนั้นขาดการตัดสินใจที่เท่ียงธรรม เนื่องจากการยดึ ผลประโยชน์สว่ นตนเปน็ หลกั ผลเสียจึงเกิดกับสว่ นรวมและประเทศชาติ 3.2 ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะทเ่ี กิด) 1. ความสามารถในการสื่อสาร (อ่าน ฟัง พูด เขยี น) 2. ความสามารถในการคดิ (วเิ คราะห์ ) 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต 3.3 คุณลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์ / คา่ นยิ ม - ม่งุ ม่ันในการทางาน ๔. กจิ กรรมการเรียนรู้ 4.1 ขัน้ ตอนการเรยี นรู้ ชั่วโมงที่1 ข้นั ที่ ๑ เสนอสงิ่ เร้าและระบุคาถามสาคัญ

- 70 - ๑.๑ ครูสนทนากับนักเรียนเกยี่ วกับความหมายของการขดั แยง้ โดยยกตวั อย่างเหตุการณ์ เชน่ เด็กหญงิ เอมกิ าชอบสีชมพแู ต่วันนีค้ ณุ ครูแจกแปรงสฟี ันสเี หลืองทาให้เด็กหญิงเอมิกาไม่อยากได้แปรงสีฟนั สเี หลืองเพราะเธออยากไดส้ ีชมพูมากกว่า หรือเดก็ ชายนาธานอยากน่งั โต๊ะประจาหน้าชนั้ ดา้ นหลงั แตค่ ุณครจู ัดทีน่ ั่งใหเ้ ขาหนา้ หอ้ งเรียนเพราะเขาสายตา สนั้ แตเ่ ด็กชายนาธานไมพ่ อใจอยากนัง่ หลงั ห้องเรยี นมากกวา่ ๑.๒ ครอู ธบิ ายจากเหตุการณ์ทีย่ กตัวอย่างข้างต้น การกระทาของครูสง่ ผลให้เด็ก นกั เรยี นมคี วามรูส้ ึกไม่พอใจ รสู้ ึกอดึ อดั ใจไม่ยอมรบั ในส่ิงท่ีไดร้ ับพฤติกรรมหรือการกระทาทเ่ี กดิ ขึน้ เรยี กวา่ ความขัดแย้ง 1.๓ ใหน้ ักเรียนยกตัวอยา่ งเหตุการณ์ทเ่ี กีย่ วกบั ความขัดแย้งท่ีนอกเหนือจากที่ กล่าวมา ๑.๔ ครสู รุปความหมายของการขดั แยง้ การขัดแย้งหมายถึง การกระทาท่ีไม่ สอดคลอ้ งตอ้ งกนั ระหว่างกลุ่มทม่ี ีความสนใจตา่ งกัน หรือสภาพการณ์ที่ทาให้คนตกอย่ใู นภาวะทไี่ มส่ ามารถจะ ตัดสินใจหรอื ตกลงหาสรุปเป็นทีพ่ อใจของทั้งสองฝา่ ยได้ ช่ัวโมงที่ 2 ขัน้ ตอนท่ี ๒ แสวงหาสารสนเทศและวิเคราะห์ ๒.๑ ครูยกตวั อย่างสถานการณ์ ดังน้ี -นักเรยี นไมเ่ ขา้ แถวตอนเชา้ เพราะแดดร้อน - เดก็ ชายศักดิ์ศรีลอกการบ้านเพ่ือนเพ่ือใหส้ ่งทันเวลา จากสถานการณ์ท่ีครูยกตัวอย่างให้นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์ว่าการกระทาเช่นน้ี ขัดกัน ระหว่างประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์สว่ นรวม หรอื ไมเ่ พราะเหตใุ ด 2.2 แบ่งกลุ่มนักเรียนกลุ่มละ 3-4 คนและแจกใบความรู้เร่ือง ความขัดแย้งกัน ระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม ๒.3 ให้สมาชิกในกลุ่มช่วยกันคิดและเขียนการกระทาท่ีเก่ียวกับการขัดกันระหว่าง ประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม 5 ข้อ และสรุปลงในใบงาน เรื่อง ความขัดกันระหว่างประโยชน์ ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม และนาเสนอหนา้ ชัน้ เรยี น ข้นั ตอนที่ ๓ อภิปรายและสรา้ งความรู้ ๓.๑ ใหแ้ ต่ละกลุม่ นาเสนอผลงานพร้อมอภปิ รายหนา้ ชั้นเรยี น ๓.๒ ครูนานักเรียนอภิปรายเกี่ยวกับการกระทาที่เกิดจากการขัดแย้งกันระหว่าง ผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม ๓.๓ ครูสรุปความหมายการขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ สว่ นรวม เกิดจากการทีไ่ มส่ ามารถแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวมออกจากกัน ได้ ซ่ึงการกระทาน้ันอาจจะเกิดขึ้นอย่างรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว ทั้งเจตนาและไม่เจตนา ส่งผลให้บุคคลนั้นขาดการ ตดั สนิ ใจท่เี ทย่ี งธรรม เนื่องจากการยึดผลประโยชน์สว่ นตนเปน็ หลัก ผลเสียจึงเกิดกบั ส่วนรวม

- 71 - ข้นั ที่ ๔ ส่ือสารและสะท้อนความคดิ ครใู ห้นักเรยี นชว่ ยกนั บอกวา่ เราจะมีวธิ ีการป้องกันอยา่ งไรเพอ่ื ไมใ่ หเ้ กดิ การขัดแย้ง ระหวา่ งประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ขัน้ ที่ 5 ประยุกต์และตอบแทนสังคม เขยี นคาขวญั เชิญชวนเพ่ือลดความความขัดแยง้ เชน่ “รรู้ กั สามัคคี เป็นคนดศี รี โรงเรียน” 4.2 สื่อการเรยี นรู้ / แหล่งการเรียนรู้ 1. ใบความรู้ เร่ืองความขัดแย้งระหวา่ งประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์ ส่วนรวม 2. ใบงาน เร่ือง การกระทาที่ขัดแย้งระหวา่ งประโยชนส์ ่วนตนและ ผลประโยชน์สว่ นรวม 3. กระดาษ 4.สีไม้ 5.สเี มจิก 2. การประเมินผลการเรียนรู้ 5.1 วิธีการประเมนิ 1. ตรวจใบงาน เรอ่ื ง การกระทาที่ขัดแยง้ ระหว่างประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ ส่วนรวม ๒. สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี น (ความมุ่งม่นั ในการทางาน) 5.2.เครือ่ งมือทีใ่ ช้ในการประเมิน 1.แบบให้คะแนนการตรวจผลงาน ๒.แบบสังเกตพฤติกรรมความมุ่งม่ันในการทางาน 5.3 เกณฑ์การประเมนิ - ใบงาน นกั เรยี นได้คะแนน 7 ขนึ้ ไป ถือว่าผ่าน - พฤตกิ รรมความมุ่งม่ันในการทางาน ได้คะแนนการประเมินแต่ละข้อได้ ๒ ขนึ้ ไป ถือว่าผา่ น ๖. บนั ทึกหลังสอน ............................................................................................................................. ................................... .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชอื่ ................................................ ครูผู้สอน (.................................................)

- 72 - ๗. ภาคผนวก - ใบความรู้ - ใบงาน - แบบสงั เกตพฤติกรรมความม่งุ ม่นั ในการทางาน

- 73 - ใบความรู้ เร่อื งความหมายความขดั แยง้ ระหว่าง ประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม ความการขัดกันหรือการขัดแย้ง หมายถึง ปฏิสัมพันธ์ท่ีมีลักษณะของความไม่เป็นมิตรหรือตรงกัน ข้ามหรือไม่ลงรอยกันหรือความไม่สอดคล้องกัน ลักษณะของความไม่ลงรอยกันหรือไม่สอดคล้องกันนี้จะ เกี่ยวข้องกับประเด็นต่างๆ หลายประเด็น เช่น เป้าหมาย ความคิด ทัศนคติ ความรู้สึก ค่านิยม ความสนใจ ความสัมพนั ธ์ เป็นตน้ ความขัดแย้งกนั ระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม เกดิ จากการทไ่ี มส่ ามารถ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์สว่ นรวมออกจากกันได้ ซ่ึงการกระทานั้นอาจจะเกิดขึ้น อย่างร้ตู ัวหรอื ไมร่ ูต้ วั ทงั้ เจตนาและไม่เจตนา ส่งผลใหบ้ ุคคลนนั้ ขาดการตัดสินใจที่เทยี่ งธรรม เนือ่ งจากการยึด ผลประโยชนส์ ่วนตนเป็นหลัก ผลเสียจึงเกิด กับสว่ นรวมและประเทศชาติ

- 74 - ใบงาน.....เรื่องหมายความขัดแย้งระหวา่ งประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม กลมุ่ ที่………… คาชี้แจง ให้นักเรียนเขยี นการกระทาที่แสดงถึงความขดั แย้งระหว่างประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์ ส่วนรวม5 กิจกรรม พรอ้ มวาดภาพประกอบ

- 75 - แบบสังเกตพฤตกิ รรมนกั เรยี น เพื่อการประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ชื่อนกั เรียน.................................................... ช้นั ..............ภาคเรียนท.ี่ ...................ปกี ารศกึ ษา.......................... คาชี้แจง การบนั ทกึ ให้กาเครื่องหมาย  ลงในชอ่ งทตี่ รงกับพฤติกรรมทเ่ี กิดข้ึนจรงิ ระดับการปฏบิ ัติ ท่ี พฤติกรรม เปน็ ประจา บางคร้ัง นอ้ ยครง้ั ไมท่ าเลย/ ไมช่ ัดเจน (๓) (๒) (๑) (๐) ๑ มีความรบั ผดิ ชอบในหน้าทก่ี ารงาน ๒ ตง้ั ใจและเอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหนา้ ที่ทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย ๓ ทางานดว้ ยความเพียรพยายาม ๔ รจู้ กั แก้ปัญหาในการทางานเม่ือมีอุปสรรค ๕ อดทนเพื่อใหง้ านสาเร็จตามเปา้ หมาย ๖ ปรับปรงุ และพัฒนาการทางานใหด้ ีข้นึ ดว้ ยตนเอง รวมคะแนน/ระดบั คณุ ภาพ ผูป้ ระเมิน  ครู  พอ่ แม/่ ผ้ปู กครอง  ตนเอง  เพอ่ื น เกณฑ์การประเมนิ ลงชือ่ ...................................................ผู้ประเมนิ ระดับคุณภาพ (.................................................) ดีเยี่ยม ดี เกณฑ์การตดั สนิ ผ่าน ไมผ่ ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง ๑๕-๑๘ คะแนน และไม่มีผลการประเมนิ ข้อ ใดข้อหน่ึงตา่ กว่า ๒ คะแนน ได้คะแนนรวมระหวา่ ง ๑๑-๑๔ คะแนน และไมม่ ผี ลการประเมินข้อ ใดขอ้ หนึ่งตา่ กว่า ๐ คะแนน ได้คะแนนรวมระหวา่ ง ๖-๑๐ คะแนน และไม่มีผลการประเมนิ ข้อ ใดข้อหน่ึงตา่ กวา่ ๐ คะแนน ได้คะแนนรวมระหว่าง ๐-๕ คะแนน

- 76 - หนว่ ยท่ี 2 ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทจุ รติ

- 77 - แผนการจัดการเรยี นรู้ หน่วยท่ี ๒ ช่อื หน่วย ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๓ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๑ เรอื่ ง การทาการบา้ น เวลา ๑ ชวั่ โมง ............................................................................................................................. ................................................. ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มคี วามร้คู วามเข้าใจเกย่ี วกับความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจริต ๑.๒ ปฏิบัติตนเป็นผไู้ มท่ นและละอายตอ่ การทจุ รติ ทกุ รปู แบบ ๒. จุดประสงค์การเรยี นรู้ ๒.๑ นกั เรียนมีความละอายต่อการทุจริตในการทาการบ้าน ๒.๒ นกั เรยี นปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผ้ลู ะอายและไม่ทนต่อการทุจริต ๓. สาระการเรยี นรู้ ๓.๑ ความรู้ ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทจุ ริต (การทาการบา้ น) - ความละอาย หมายถึง รสู้ ึกอายทจี่ ะทาสงิ่ ไม่ดี ไม่ถูก - ความไม่ทน หมายถึง การแสดงออกต่อการกระทาท่ีเกิดข้ึนกบั ตนเองในลกั ษณะไม่ ยนิ ยอม ไมย่ อมรับในสิ่งท่ีเกิดขน้ึ เชน่ ไมย่ อมใหเ้ พ่ือนลอกการบ้าน และแสดงใหเ้ พ่ือนรู้ว่าตนเองไม่พอใจ โดยแสดง กรยิ าหรือบอกใหเ้ พื่อนทราบ ๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ ๑. ความสามารถในการส่ือสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓.๓ คณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ มีความซอ่ื สัตย์ ๔. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ๔.๑ ขัน้ ตอนการเรียนรู้ ๔.๑.๑ ใหน้ กั เรียนดูวดี ีโอ “สารภาพมาซะ ใครเคยทาบา้ ง” ๔.๑.๒ นกั เรยี นและครูสนทนาเกย่ี วกับวิดโี อท่ีได้ชมว่า นกั เรยี นควรประพฤตติ นเหมือนเพอื่ น ในวิดีโอหรือไม่ เพราะอะไร (ไมค่ วรเพราะ การลอกการบ้านเพ่ือนเปน็ สิง่ ทีไ่ ม่ดี เป็นการทุจรติ ต่อตนเอง) ๔.๑.๓ ครถู ามนักเรียนว่า ใครเคยลอกการบ้านเพื่อนบ้าง เพราะเหตุใดถงึ ลอกการบ้านของเพ่ือน ๔.๑.๔ ครูถามนักเรียนวา่ จะเปลยี่ นแปลงพฤติกรรมของตนเองไดห้ รอื ไม่ เพราะสิ่งท่ีนักเรียน ทาเปน็ ส่งิ ท่ีน่าละอาย นักเรียนไม่ควรประพฤติ เดก็ ดีควรประพฤตดิ ี ไม่ทาให้คนอืน่ เดือดร้อนและไม่พอใจใน พฤติกรรมท่ีไม่ดีของตนเอง ๔.๑.๕ นักเรียนทาใบงาน เรือ่ ง “ความละอาย” ๔.๑.๖ นักเรียนชว่ ยกนั สรปุ วา่ การลอกการบา้ นไม่ดีอย่างไรบา้ ง และนักเรียนจะทาอย่างไร เมอ่ื เพ่ือนลอกการบ้าน ๔.๒ ส่อื การเรยี นรู้ ๑. วิดโี อ เรือ่ ง “สารภาพมาซะ ใครเคยทาบ้าง” 2. ใบงาน

- 78 - ๕. การประเมินผลการเรยี นรู้ ๕.๑ วธิ กี ารประเมนิ ๑. ตรวจใบงานเรือ่ ง “ความละอาย” ๒. ประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ความซอ่ื สัตย์ ๕.๒ เคร่ืองมือทใ่ี ช้ในการประเมิน ๑. แบบการใหค้ ะแนนการตรวจใบงานเรื่อง “ความละอาย” ๒. แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ๕.๓ เกณฑก์ ารตัดสนิ - นกั เรยี นผ่านเกณฑ์การประเมนิ ร้อยละ ๘๐ ขนึ้ ไป -นักเรยี นผา่ นเกณฑ์การประเมินระดบั ดีข้นึ ไป ถือว่าผา่ น ๖. บนั ทึกหลงั สอน ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................................ .................................. ................................................................................................ .............................................................................. ลงชื่อ..............................ครูผสู้ อน ()

๗. ภาคผนวก - 79 - วีดโี อ เรื่อง สารภาพมาซะใครทาบ้าง https://www.youtube.com/watch?v=wp_ISK_dL4I

- 80 - ใบงาน เร่อื ง ความละอาย ช่ือ-สกลุ .................................................................ชั้น............เลขที.่ .........โรงเรียน.................. คาช้แี จง นกั เรียนทาเครอื่ งหมาย หนา้ ข้อที่ถูก และทาเครื่องหมาย  หนา้ ขอ้ ท่ีผิด ............ ๑. การทุจริตหมายถึง การแสวงหาประโยชนท์ ี่มีควรไดโ้ ดยชอบด้วยกฎหมาย สาหรบั ตนเองหรือผู้อื่น ............ ๒. วันเพญ็ ลอกการบ้านเพ่ือนทุกครัง้ ท่คี รูสง่ั เพื่อได้คะแนนเต็ม ............ ๓. การทาการบา้ นจะทาได้ดแี ละถูกต้องต้องลอกกัน ............ ๔. นเดชทาไมร่ ้ไู มเ่ ห็นขณะทเ่ี พ่ือนเอาการบ้านเพ่ือนไปลอก ............ ๕. การทจุ ริตคือการคดโกง ............ ๖. ไอร์รดาทาการบา้ นดว้ ยตวั เองถงึ จะผิดบา้ ง ............ ๗. อซิ มีนทร์บอกให้เพื่อนทาการบ้านด้วยตนเองทุกครง้ั ............ ๘. คนทลี่ อกการบ้านเพือ่ นเปน็ คนทุจรติ ต่อตนเองและผู้อนื่ ............ ๙. เมอื่ นักเรยี นเห็นเพือ่ นลอกการบา้ นจงึ ไปบอกครใู ห้ทราบ ............ ๑๐. การลอกการบ้านเพ่ือนเปน็ ส่ิงท่ีน่าละอายไม่ควรทา

- 81 - เฉลย ๑๖  ๒๗  ๓๘  ๔๙  ๕  ๑๐ 

- 82 - แบบใหค้ ะแนนการตรวจใบงาน เรื่อง ความละอาย ท่ี ชอื่ – สกลุ คะแนนที่ได้ สรปุ ผล ผา่ น ไมผ่ า่ น เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตัดสนิ ระดบั คุณภาพ ไดค้ ะแนนระหวา่ ง ๘ - ๑๐ ได้คะแนนระหว่าง ๐ - ๗ ผา่ น ไมผ่ ่าน

- 83 - แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ชอ่ื -สกุลนักเรียน......................................................................ชั้น..............................เลขท.ี่ ...................... คาชีแ้ จง : ให้ครู สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด / ลงในชอ่ งทตี่ รงกบั ระดับคะแนน คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน อันพงึ ประสงค์ 3 2 10 1.ปฏิบัติตามระแบบการสอน และไม่ลอกการบา้ น ซ่ือสัตย์สจุ ริต 2.ประพฤติ ปฏิบัติ ตรงต่อความเปน็ จริงตอ่ ตนเอง 3.ประพฤติ ปฏิบตั ิ ตรงต่อความเปน็ จรงิ ตอ่ ผู้อืน่ รวม สรปุ ผลคะแนน ลงช่ือ......................................................................ผู้ประเมิน (.....................................................................) ........... /................................/...................... เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัตชิ ดั เจนและสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน สรุปผลการประเมนิ  ๘-๙ คะแนน เทา่ กบั ดีเยยี่ ม - พฤติกรรมท่ีปฏบิ ตั ิชดั เจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน  ๖-๗ คะแนน เทา่ กบั ดี  ๔-๕ คะแนน เทา่ กบั พอใช้ - พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ัตบิ างครั้ง ให้ 1 คะแนน  ๐-๓ คะแนน เทา่ กบั ปรบั ปรุง - พฤติกรรมท่ีไมไ่ ด้ปฏบิ ตั ิ ให้ 0 คะแนน นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์การประเมินระดับดี ข้ึนไป ถือว่าผ่าน

- 84 - แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ ๒ ช่ือหนว่ ย ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๓ แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๒ เร่อื ง การทาเวร เวลา ๑ ชัว่ โมง ............................................................................................................................. ................................................. ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มีความรคู้ วามเข้าใจเกีย่ วกับความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ๑.๒ ปฏบิ ัตติ นเป็นผไู้ ม่ทนและละอายต่อการทุจรติ ทกุ รปู แบบ ๒. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๒.๑ นกั เรียนมคี วามละอายต่อการทุจรติ ในการทาเวร ๒.๒ นกั เรยี นปฏิบัติตนเปน็ ผู้ละอายและไมท่ นต่อการทจุ ริต ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ (การทาเวร) ความละอาย หมายถึง รสู้ กึ อายทจ่ี ะทาสิง่ ไมด่ ี ไมถ่ ูกไมค่ วร ความไม่ทน หมายถึง การแสดงออกต่อการกระทาที่เกิดขึน้ กบั ตนเองในลักษณะไม่ยินยอม ไม่ยอมรบั ในสิ่งท่ีเกดิ ขึน้ เช่น - เพ่ือนไมย่ อมทาเวร ก็แสดงใหเ้ พื่อนร้วู า่ ตนเองไม่พอใจ โดยการบอกใหเ้ พอ่ื นทาเวร หรอื แจ้งให้ครูทราบ การไม่ปฏบิ ัติเปน็ คนทจุ รติ ในการทาเวร คอื การรบั ผดิ ชอบในหน้าทีข่ องตนเอง โดยทาเวร ตามท่ไี ดร้ ับมอบหมายทุกครั้ง ๓.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคดิ ๓.๓ คณุ ลักษณะที่พึงประสงค์ ๑. ซ่อื สัตย์สุจรติ ๒. มุง่ ม่นั ในการทางาน ๔. กจิ กรรมการเรียนรู้ ๔.๑ ขัน้ ตอนการเรียนรู้ ชัว่ โมงท่ี ๑ ๔.๑.๑ ครูนาแผนภมู ติ ารางเวรของห้องตดิ บนกระดาน

- 85 - ๔.1.๒ ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะคนใส่ช่อื ตัวเองตามเวรทีร่ ับผดิ ชอบจนครบทุกคน ทุกเวร ๔.๑.๓ ครใู ห้นักเรยี นแบง่ กล่มุ ตามวนั ทีร่ บั ผิดชอบ ครแู จกกระดาษบรู๊ฟ ปากกาเมจิก ให้ นักเรยี นทุกกลุ่มให้นักเรียนเขียนว่าในแตล่ ะวนั ท่นี กั เรียนทาเวรนักเรยี นทาอะไรบ้าง (กวาดขยะ/เช็ดโตะ๊ /ยก เก้าอี้/ถูพน้ื /ลบกระดาน/เอาขยะในถงั ไปทิ้ง/) ครตู รวจผลงานของนักเรยี นแต่ละกลมุ่ ๔.๑.๔ ครใู หน้ กั เรียนดวู ดี โี อ “ครูทีป่ รึกษาทาเวรแทนนักเรียน” และให้นักเรียนสรุปขอ้ คิดท่ี ไดจ้ ากวีดีโอ ลงในใบงาน เรื่อง “ครูทีป่ รึกษาทาเวรแทนนักเรียน” ๔.๒ ส่ือการเรยี นรู้ ๑. แผนภมู ติ ารางเวรของห้อง ๒. กระดาษบรู๊ฟ ๓. ปากกาเมจิก ๔. วิดีโอ “ครทู ่ีปรึกษาทาเวรแทนนักเรยี น” ๕. ใบงาน เรอื่ ง “ครทู ่ปี รึกษาทาเวรแทนนักเรียน” ๕. การประเมนิ ผลการเรียนรู้ ๕.๑ วธิ กี ารประเมิน ๑. ตรวจใบงาน เร่ือง “ครทู ่ปี รกึ ษาทาเวรแทนนกั เรยี น” ๒. ประเมินคณุ ลักษณะ (ซ่ือสัตยส์ ุจริต, มงุ่ มนั่ ในการทางาน) ๕.๒ เครื่องมือท่ใี ชใ้ นการประเมนิ ๑. แบบการใหค้ ะแนนการตรวจใบงาน เรอ่ื ง “ครูท่ีปรึกษาทาเวรแทนนักเรยี น” ๒. แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ (ซอ่ื สัตย์สจุ ริต, ม่งุ มั่นในการทางาน) ๕.๓ เกณฑ์การประเมนิ ๑. การตรวจใบงาน ตอ้ งผา่ นเกณฑ์การประเมิน รอ้ ยละ ๘๐ ขน้ึ ไป ถอื วา่ ผ่าน ๒. การประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ แตล่ ะข้อต้องไดค้ ะแนน ๒ ข้ึนไปถือวา่ ผ่าน 3. นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมนิ ระดับดี ขนึ้ ไป ถือว่าผา่ น ๖. บนั ทึกหลงั สอน .................................................................................................... ............................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ลงชอ่ื ..............................ครูผสู้ อน ()

7. ภาคผนวก - 86 - คลปิ วิดีโอ เรอ่ื ง ครทู ปี่ รึกษาทาเวรแทนนกั เรียน https://www.youtube.com/watch?v=nJYXPHtWzyc

- 87 - ใบงาน เร่ือง “ครูทีป่ รกึ ษาทาเวรแทนนักเรียน” ช่อื -สกลุ ...............................................................ชน้ั ..........เลขที.่ ..........โรงเรยี น.............................. คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นดวู ีดโี อเรื่อง ครูทีป่ รึกษาทาเวรแทนนักเรยี น และตอบคาถามตามความคดิ ความรสู้ ึกของนักเรียน ( ๑๐ คะแนน) ๑. นกั เรียนรสู้ ึกอยา่ งไรเมื่อดูวิดโี อ ตอบ.......................................................................................................................... ...................... ........................................................................................................ .......................................................... ............................................................................................................................. ..................................... ......................................................................................................................................................... ......... ๒. ถ้าเหตุการณเ์ กิดขึน้ กบั เวรวันใดวนั หนง่ึ ของห้องนักเรียน นกั เรยี นจะพูดกับเพ่ือนท่ไี ม่ทาเวรอยา่ งไร ใหร้ สู้ ึกว่าสิ่งทเ่ี ขาทาไม่ถกู ต้อง ตอบ.......................................................................................................................... ....................... .................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................................... ............................................................................................................................. .....................................

- 88 - คะแนนเต็ม ๕ เกณฑ์การกรอกกระดาษคาตอบ ๕ ขอ้ ที่ เกณฑ์การให้คะแนน ๑ ตอบตรงประเดน็ ข้อความแสดงถึง ความละอายต่อการทจุ รติ ในการทาเวร ๒ สามารถบอกการปฏิบตั เิ ป็นผู้ละอาย และไมท่ นต่อการทจุ รติ

- 89 - แบบใหค้ ะแนนการตรวจใบงาน เร่ือง ครูท่ีปรึกษาทาเวรแทนนกั เรยี น ท่ี ชื่อ – สกุล คะแนนทไี่ ด้ สรปุ ผล ผ่าน ไมผ่ า่ น เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตัดสิน ระดบั คุณภาพ ไดค้ ะแนนระหวา่ ง ๘ - ๑๐ ไดค้ ะแนนระหวา่ ง ๐ - ๗ ผ่าน ไมผ่ ่าน

- 90 - แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ชื่อ-สกลุ นักเรียน......................................................................ชัน้ ..............................เลขท่ี.................... คาชแี้ จง : ให้ครู สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี / ลงใน ชอ่ งทีต่ รงกับระดับคะแนน คุณลักษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน อันพึงประสงค์ 3 2 10 ซ่ือสัตย์สุจริต 1.ปฏิบตั ติ ามระเบียบการสอน และไมล่ อกการบา้ น 2.ประพฤติ ปฏิบตั ิ ตรงต่อความเป็นจรงิ ต่อตนเอง 3.ประพฤติ ปฏิบัตติ รงตอ่ ความเปน็ จริงตอ่ ผู้อ่ืน มุง่ มั่นในการ 4.มีความตง้ั ใจ และพยายามในการทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ทางาน 5.มีความอดทนและไม่ท้อแทต้ ่ออปุ สรรคเพอ่ื ใหง้ านสาเร็จ รวม สรปุ ผลคะแนน ลงชอื่ ......................................................................ผู้ประเมิน (.....................................................................) ........... /................................/...................... เกณฑก์ ารให้คะแนน - พฤตกิ รรมทปี่ ฏบิ ัตชิ ัดเจนและสม่าเสมอ ให้ 3 คะแนน สรปุ ผลการประเมิน  ๘-๙ คะแนน เทา่ กบั ดเี ยยี่ ม - พฤติกรรมท่ีปฏบิ ัติชดั เจนและบอ่ ยคร้ัง ให้ 2 คะแนน  ๖-๗ คะแนน เทา่ กบั ดี  ๔-๕ คะแนน เทา่ กับ พอใช้ - พฤตกิ รรมท่ปี ฏิบัติบางครงั้ ให้ 1 คะแนน  ๐-๓ คะแนน เท่ากบั ปรับปรงุ - พฤติกรรมทไ่ี มไ่ ด้ปฏิบัติ ให้ 0 คะแนน นักเรยี นผ่านเกณฑก์ ารประเมินระดับดี ขน้ึ ไป ถือว่าผา่ น

- 91 - แผนการจดั การเรียนรู้ หน่วยท่ี ๒ ชือ่ หน่วย ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๓ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๓ เรือ่ ง การสอบ เวลา ๒ ช่วั โมง ............................................................................................................................. ................................................. ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มีความรคู้ วามเข้าใจเก่ียวกับความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจริต ๑.๒ ปฏบิ ัตติ นเปน็ ผู้ละอายและไม่ทนต่อการทจุ รติ ทกุ รูปแบบ ๒. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ๒.๑ นกั เรยี นรคู้ วามหมายของความละอายต่อการทจุ รติ ในการทาข้อสอบ ๒.๒ นกั เรียนปฏบิ ัติตนเป็นผลู้ ะอายและไม่ทนต่อการทจุ ริต ๓. สาระการเรยี นรู้ ๓.๑ ความรู้ ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทจุ รติ (การสอบ) ความละอาย หมายถึง รสู้ ึกอายทีจ่ ะทาสิง่ ไมด่ ี ไมถ่ ูกไม่ควร ความไม่ทน หมายถึง การแสดงออกต่อการกระทาทเ่ี กดิ ข้นึ กับตนเองในลักษณะไมย่ ินยอม ไม่ยอมรบั ในสิง่ ที่เกิดข้นึ เช่น เพอ่ื นลอกข้อสอบ ก็แสดงใหเ้ พอ่ื นรู้ว่าตนเองไม่พอใจ โดยการปิดขอ้ สอบของ ตนเอง หรือแจ้งให้ครูทราบ การไม่ปฏบิ ัตติ นเป็นคนทจุ ริตในการสอบ คือ การทาข้อสอบด้วยตนเองไม่ลอกเพ่ือน ๓.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ ความสามารถในการคิด ๓.๓ คณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ ๑. มีวินยั ๒. ซอ่ื สตั ย์สุจรติ ๔. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ๔.๑ ขัน้ ตอนการเรยี นรู้ ชัว่ โมงท่ี ๑ ๔.๑.๑ นกั เรียนทบทวนขอ้ ปฏบิ ัติตนในการสอบ ครเู ขยี นคาตอบบนกระดานเปน็ ขอ้ ๆ และให้ นกั เรยี นอ่านพร้อมกนั “ข้อปฏบิ ัตใิ นการสอบ” ๑. ไมค่ ยุ กนั ๒. ไม่ถามเพ่อื น ๓. ไม่แอบดูคาตอบ ๔. ไมใ่ ห้เพ่ือนลอกข้อสอบ ๕. ไม่อา่ นข้อสอบเสยี งดัง

- 92 - ๔.๑.๒ ใหน้ กั เรยี นดภู าพ “นักเรียนลอกข้อสอบ” และรว่ มกันสนทนาจากภาพ โดยครูถามนาว่า นักเรยี นเหน็ อะไรจากภาพบ้าง และถา้ นักเรยี นในภาพเป็นเพื่อนของนักเรียน นักเรียนจะทาอยา่ งไร (คาตอบ เหน็ เด็กนักเรียนลอกคาตอบจากแขน ซึ่งเปน็ พฤติกรรมที่น่าละอาย ไมค่ วรทา ถ้ามเี พ่ือน แบบน้คี วรบอกครหู รอื ตักเตือน ให้เพือ่ นเปล่ยี นพฤติกรรม) ช่ัวโมงที่ ๒ ๔.๑.๓ ใหน้ กั เรยี นดูวดี ีโอ เรื่อง “ลอกข้อสอบ” และตง้ั คาถามใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั ตอบปาก เปล่า ๔.๑.๔. ให้นกั เรยี นทาใบงาน เร่ือง “ลอกข้อสอบ” ๔.๑.๕ นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ วา่ การลอกข้อสอบเพื่อนเปน็ สิ่งน่าละอาย ไมค่ วรทา ๔.๒ สือ่ การเรียนรู้ ๑. ภาพ “นกั เรียนลอกข้อสอบ” ๒. วีดีโอ เรื่อง “ลอกข้อสอบ” ๓. ใบงาน เรอื่ ง “ลอกข้อสอบ” ๕. การประเมินผลการเรยี นรู้ ๕.๑ วธิ กี ารประเมนิ ๑. ตรวจใบงาน เร่อื ง “ลอกข้อสอบ” ๒. ประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (มวี นิ ยั , ซอื่ สตั ย์สุจริต) ๕.๒ เครอ่ื งมือทใ่ี ช้ในการประเมนิ ๑. ใบให้คะแนนการตรวจใบงาน เรอื่ ง “ลอกข้อสอบ” ๒. แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (มีวินัย, ซ่อื สัตย์สุจริต) ๕.๓ เกณฑ์การประเมิน ๑. การตรวจใบงาน ตอ้ งผ่านเกณฑ์การประเมนิ ร้อยละ ๘๐ ข้นึ ไป ถือว่าผา่ น ๒. นักเรยี นผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ระดับดี ขนึ้ ไป ถือวา่ ผ่าน ๖. บันทึกหลังสอน ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่ือ..............................ครูผสู้ อน ()

7. ภาคผนวก - 93 - คลปิ วีดีโอ เร่อื ง ลอกข้อสอบ https://www.youtube.com/watch?v=q2MOqup-MIs

- 94 - ใบงาน เรอื่ ง “ลอกข้อสอบ” ช่ือ-สกลุ ........................................................................ชัน้ .........เลขที่.........โรงเรียน.................................... คาชแ้ี จง ให้นกั เรียนดูวดี ีโอเร่ือง “ลอกข้อสอบ” และตอบคาถามให้ถูกต้อง ( ๑๕ คะแนน) ๑. ตมู้ ีนสิ ัยอย่างไร ตอบ.......................................................................................................................... ............................. ........................................................................................... ...................................................................... ๒. ใครลอกข้อสอบของเพ่ือน และถูกคุณครลู งโทษอยา่ งไร ตอบ.......................................................................................................................... ............................. ............................................................................................................................. ...................................... ................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................... ๓. ตวั ละครใดเป็นผ้ไู ม่อดทนต่อการทุจรติ ของตู้ เพราะเหตุใด ตอบ.......................................................................................................................... ............................. ........................................................................................................................................ ............................ ............................................................................................... ..................................................................... ............................................................................................................................. ...................................... ..................................................................................................................................... ...............................

- 95 - เฉลยใบงาน เรอื่ ง “ลอกข้อสอบ” คาชแ้ี จง ให้นักเรยี นดูวีดโี อเรื่อง “ลอกข้อสอบ” แลตอบคาถามให้ถูกต้อง ( ๑๕ คะแนน) ๑. ต้มู ีนสิ ัยอย่างไร ตอบ ไม่ซื่อสัตย์ เอาเปรยี บผู้อืน่ ๒. ใครลอกข้อสอบของเพื่อน และถูกคุณครลู งโทษอยา่ งไร ตอบ ตู้ คุณครลู งโทษโดยให้ทาข้อสอบใหม่ ๓. ตวั ละครใดเป็นผไู้ ม่อดทนต่อการทุจริตของตู้ เพราะเหตุใด ตอบ ลิงขาว เพราะ ลิงขาวไม่พอใจทต่ี ้ลู อกข้อสอบเพื่อน และพดู วา่ นเ่ี ปน็ การโกง และไม่ซื่อสตั ย์ สุจรติ

- 96 - แบบใหค้ ะแนนการตรวจใบงาน เร่ือง ลอกขอ้ สอบ ท่ี ชอื่ – สกุล คะแนนทไี่ ด้ สรปุ ผล ผา่ น ไมผ่ า่ น เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตดั สนิ ระดบั คุณภาพ ไดค้ ะแนนระหว่าง ๘ - ๑๐ ได้คะแนนระหว่าง ๐ - ๗ ผา่ น ไมผ่ ่าน

- 97 - แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ชือ่ -สกลุ นักเรยี น......................................................................ช้นั ..............................เลขท่ี....................... คาชแ้ี จง : ให้ครู สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด / ลงใน ช่องที่ตรงกบั ระดบั คะแนน คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน อันพงึ ประสงค์ 3 2 10 ซอ่ื สตั ยส์ ุจริต 1.ปฏบิ ตั ิตามระเบยี บการสอน และไมล่ อกการบา้ น 2.ประพฤติ ปฏบิ ตั ิ ตรงตอ่ ความเปน็ จรงิ ต่อตนเอง 3.ประพฤติ ปฏิบตั ติ รงตอ่ ความเปน็ จริงตอ่ ผอู้ ื่น มวี ินัย 4.เขา้ เรียนตรงเวลา 5.แตง่ กายเรียบร้อยเหมาะสมกบั กาลเทศะ 6.ปฏิบตั ิตามกฎระเบียบของหอ้ ง รวม สรุปผลคะแนน ลงชอ่ื ......................................................................ผปู้ ระเมนิ (.....................................................................) ........... /................................/...................... เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน สรปุ ผลการประเมนิ  16-18 คะแนน เทา่ กบั ดีเย่ยี ม - พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั ิชดั เจนและสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน  13-15 คะแนน เท่ากบั ดี  10-12 คะแนน เท่ากับ พอใช้ - พฤติกรรมทป่ี ฏิบตั ิชัดเจนและบอ่ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน  7-9 คะแนน เทา่ กบั ปรับปรุง ให้ 0 คะแนน - พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั บิ างคร้งั - พฤติกรรมที่ไมไ่ ดป้ ฏบิ ตั ิ นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมนิ ระดบั ดขี ึน้ ไป ถอื วา่ ผา่ น


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook