37 แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 7 รหัสวิชา ก31901 รายวิชา แนะแนว ภาคเรียนที่ 1 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 4 หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 7 เร่อื ง อาชีพของฉัน กับตลาดแรงงานและอาเซียน เวลา 2 คาบ ครผู ู้สอน นายพรี พล เฉลียวศลิ ป์ โรงเรยี นรตั นโกสนิ ทรส์ มโภชบางขนุ เทียน ==================================================================== 1. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐานท่ี 2 การวางแผนดา้ นการศกึ ษา อาชพี และสงั คม 2. ตวั ชีว้ ัด 2.1 ผ้เู รียนสามารถคิดวิเคราะห์ ตดั สินใจแก้ปญั หา และวางแผนด้านการศึกษา 2.2 ผเู้ รียนสามารถคิดวเิ คราะห์ ตัดสนิ ใจ แก้ปัญหา และวางแผนด้านอาชีพ 2.3 ผู้เรียนสามารถคิดวเิ คราะห์ ตัดสินใจ แก้ปญั หา และวางแผนด้านชีวติ และสงั คม 3. สาระสาคัญ การมเี ปา้ หมายอาชพี และการศึกษาข้อมลู แนวโนม้ ความตอ้ งการอาชพี ในอนาคตรวมถงึ คุณลักษณะของ บุคคลท่ีตลาดแรงงานตอ้ งการ เปน็ แนวทางในการพัฒนานักเรียน เพ่ือเตรยี มตวั เข้าสู่โลกของงานอาชพี 4. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ดา้ นความรู้ : นักเรยี นสามารถ 1.บอกข้อมูลอาชพี ท่ีสนใจ ด้านทักษะ/กระบวนการ : นกั เรยี นสามารถ 2.บอกแนวโนม้ ความต้องการอาชพี ในตลาดแรงงาน และคณุ ลักษณะของบคุ คลท่ีตลาดแรงงานต้องการ ด้านคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ : นกั เรียน 3.บอกแนวทางการพัฒนาคุณลักษณะของตนเพ่อื เตรียมเข้าสู่งานอาชีพ 5. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ : นักเรยี น ☑ 1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ☑ 2. ซอื่ สัตย์สุจรติ ☑ 3. มีวนิ ัย ☑4. ใฝเ่ รยี นรู้ ☑5. อยู่อย่างพอเพียง ☑ 6. มุ่งม่นั ในการทางาน ☑ 7. รักความเปน็ ไทย ☑ 8. มีจติ สาธารณะ 6. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน ☑ 1. ความสามารถในการสอ่ื สาร ☑ 2. ความสามารถในการคิด ☑ 3. ความสามารถในการแก้ปญั หา ☑ 4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
38 ☑ 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 7. สาระการเรียนรู้ 7.1 ข้อมูลอาชพี ที่สอดคลอ้ งกับแนวโน้มความต้องการอาชพี ในตลาดแรงงาน 7.2 คุณลักษณะของบุคคลที่ตลาดแรงงานต้องการและแนวทางการพฒั นาคณุ ลักษณะของตนเพ่ือเตรยี ม ตวั เขา้ ส่งู านอาชีพ 8. ภาระงาน/ชน้ิ งาน ใบงาน เรอื่ ง คุณลกั ษณะของบคุ คคลท่ีตลาดแรงงานต้องการ ใบงาน เร่อื ง แบบสารวจคุณลัษณะอาชพี ของฉนั ใบงาน เรือ่ ง การวางแผนคณุ ลกั ษณะของตนเพือ่ เตรยี มเข้าส่งู านอาชพี 9. กิจกรรมการเรียนรู้ ชวั่ โมงท่ี 1 ขน้ั นาเข้าสบู่ ทเรยี น 1.ครูสนทนากบั นักเรียนเกีย่ วกบั ข้อมลู ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น ขน้ั สอน/ดาเนนิ กิจกรรม 1.ครแู จกใบความรู้ เร่ืองประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน (ASEAN Economic Community)2.แบง่ กล่มุ นักเรยี น กล่มุ ละ 5-6 คน ร่วมกนั อภิปรายแสดงความคิดเห็นเก่ยี วกับประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน ดังน้ี - ทาไมตอ้ งจดั ตัง้ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น - เดก็ ไทยจะตอ้ งมกี ารเตรียมตัวอยา่ งไรเพ่อื เตรียมความพรอ้ มในการประกอบอาชพี จงึ จะ สามารถแขง่ ขัน ในตลาดแรงงานของประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี นได้ 2.ส่งตวั แทนแสดงความคิดเห็นทเี่ ป็นมติของกลุม่ นาเสนอหน้าชั้นเรยี น ขั้นสรปุ 1.นกั เรียนสรปุ ส่งิ ทไ่ี ด้เรยี นรูจ้ ากกิจกรรมประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน และ คุณสมบตั ิพนื้ ฐานของ บคุ คลทป่ี ระชาคมเศรษฐกิจอาเซียนต้องการ ชวั่ โมงที่ 2 ขั้นนาเข้าสู่บทเรยี น
39 1. ครูเชอ่ื มโยงความรู้ขอ้ มูลประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน จากชว่ั โมงที่ผ่านมา อาเซยี นเป็นกรอบ ความรว่ มมอื ทางเศรษฐกิจทีม่ ีความใกล้ชิดกบั ประเทศไทยมากท่สี ุด และจัดเปน็ ตลาดที่สาคัญ ของประเทศไทยตลาดหน่งึ ด้วยจานวนประชากรกวา่ 580 ล้านคน ปัจจุบนั อาเซียนให้ ความสาคญั กับการจดั ตงั้ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ภายในปี 2558 โดยเรง่ รัดการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกจิ ภายในอาเซียนใหม้ ีการเคล่อื นย้ายสินค้า บริการการลงทนุ แรงงานฝีมอื อยา่ ง เสรี และการเคลอ่ื นย้ายเงนิ ทนุ ท่ีเสรีมากขน้ึ ขนั้ สอน/ดาเนนิ กจิ กรรม 1. แบง่ กลุ่มนักเรยี นนักเรียนกลมุ่ ละ 5 – 6 คน ครแู จกใบงานเรือ่ ง คุณลกั ษณะของบุคคคล ทต่ี ลาดแรงงานต้องการ 2.ส่งตัวแทนกลุ่มนาเสนอการจดั ตงั้ บริษทั /กจิ การท่ีกลมุ่ สนใจ บอกจานวนตาแหนง่ งานทีต่ อ้ งการ และ ระบุคุณสมบตั ิของบคุ คลทีต่ ้องการหนา้ ชนั้ เรียน ขัน้ สรุป 1.นักเรยี นสรุปส่งิ ทีไ่ ด้เรียนร้จู ากกิจกรรมคณุ ลกั ษณะของบคุ คลท่ีตลาดแรงงานต้องการ ชัว่ โมงที่ 3 ขน้ั นาเข้าส่บู ทเรียน 1.นักเรียนสนทนาทบทวนคุณลักษณะของอาชีพท่ีตลาดแรงงานต้องการในปัจจบุ ัน ขัน้ สอน/ดาเนนิ กจิ กรรม 1. ครูแจกใบงานเรือ่ ง แบบสารวจคุณลกั ษณะอาชีพของฉัน ใหน้ ักเรียนทุกคน และชีแ้ จงการทาใบงาน ครูเปิดโอกาสให้นกั เรียนซักถาม กอ่ นลงมอื ปฏิบตั ิ 2. เม่อื นักเรียนทาใบงานเสร็จ ใหน้ าคะแนนของกลุ่มสาขาอาชพี ท่ไี ด้จากการสารวจมาจัดอนั ดบั และบันทกึ คณุ ลกั ษณะอาชพี และอาชพี ทน่ี ักเรยี นอยากเปน็ ลงในใบงาน และสุ่มถามนักเรียน คณุ ลกั ษณะอาชพี ของนักเรยี นสอดคลอ้ งกับความต้องการของตลาดแรงงานหรอื ไม่ ขัน้ สรปุ
40 1. นกั เรียนสรปุ สิ่งทไี่ ด้เรียนรจู้ ากกจิ กรรมคณุ ลักษณะอาชพี ของฉนั ชว่ั โมงท่ี 4 ขน้ั นาเข้าสู่บทเรียน 1. นกั เรยี นชว่ ยกนั สรปุ กจิ กรรมที่ผา่ นมาจากใบงาน แบบสารวจคณุ ลักษณะอาชพี ของฉนั เพอ่ื วางแผนพัฒนาคุณลักษณะของนักเรียนแตล่ ะคนตามความต้องการของตลาดแรงงาน เพ่ือเตรยี ม ตวั เขา้ สอู่ าชีพ ขั้นสอน/ดาเนนิ กจิ กรรม 1. ครูแจกใบความรู้ เรื่อง เส้นทางการศึกษาสู่อาชพี และใบงาน เรอ่ื ง การวางแผนคุณลกั ษณะ ของตนเพอ่ื เตรยี มเขา้ สงู่ านอาชีพ ครูอธบิ าย ชแี้ จงวิธีการทาใบงาน นักเรยี นซักถามก่อนลง มือปฏิบตั ิ 2. เมอ่ื นักเรียนทาใบงานเสรจ็ สมุ่ นักเรยี น 5-6 คน มานาเสนอการวางแผนคณุ ลักษณะของ ตนเพอื่ เตรยี มเขา้ สงู่ านอาชีพ ข้ันสรุป 1. นักเรยี นสรุปสิ่งที่ได้เรียนรจู้ ากกจิ กรรมการวางแผนคณุ ลักษณะของตนเพ่อื เตรยี มเขา้ สงู่ าน อาชีพ 10. สอื่ /แหล่งเรียนรู้ ใบความรู้ เร่ือง เสน้ ทางการศกึ ษาสอู่ าชพี 11. บรู ณาการ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา เรือ่ งอาเซียน 12. การวัดผลและประเมนิ ผล ส่งิ ทีต่ ้องการวดั / วธิ ีการวัด เครือ่ งมอื วดั ผล เกณฑก์ ารวัดประเมนิ การประเมนิ ผล ประเมินผล -การสังเกต -แบบสังเกต (ผ่าน/ ไม่ผา่ น) ด้านความรู้ -นกั เรียนตอบคาถามได้ ถูกตอ้ งอยา่ งน้อยร้อยละ
41 1.บอกขอ้ มลู อาชีพท่ี 80 ของนกั เรียนในชน้ั สนใจ เรียน ด้านทกั ษะ/กระบวนการ -การสังเกต -แบบสงั เกต -นักเรียนสามารถตอบ -ใบงาน คาถามและส่งใบงานและ 1.บอกแนวโนม้ ความ -การทาใบงาน ถกู ต้องและครบถว้ น ต้องการอาชพี ใน อยา่ งนอ้ ยรอ้ ยละ 90 ตลาดแรงงาน และ ของนกั เรียนในชัน้ เรียน คุณลกั ษณะของบคุ คลที่ ตลาดแรงงานต้องการ ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึง -การสังเกต -นกั เรยี นมสี ว่ นร่วมในชั้น เรียนและตอบคาถามได้ ประสงค์ -การมีส่วนร่วมในช้นั ถูกต้องอย่างน้อยร้อยละ 90 ของนกั เรียนในช้นั 1.บอกแนวทางการพัฒนา เรยี น เรยี น คณุ ลักษณะของตนเพื่อ เตรยี มเข้าสู่งานอาชีพ
42 บันทกึ ผลหลงั การจดั กิจกรรมการเรยี นร้ทู ี่ 7 1. ผลการจัดการเรียนรู้ 2. ปัญหา/อปุ สรรค 3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางการปรับปรุง ลงชอื่ ……………………………………………………… (………………………………………………) ตาแหนง่ ครู คศ....... ความคดิ เหน็ ของหัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ลงช่อื ……………………………………………………… (……………..……………………………) ตาแหน่ง หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนร.ู้ .....................................
43 ความคิดเหน็ ของรองผอู้ านวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ ❒ เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ท่ดี ี รปู แบบถกู ตอ้ ง ❒ จดุ ประสงค์การเรียนรู้สอดคลอ้ งกบั มาตรฐาน การเรียนรู้ ตัวช้ีวัด/ผลการเรยี นรแู้ ละเรือ่ งท่สี อน ❒ กจิ กรรมการเรยี นรู้เปน็ ลาดับขน้ั ตอนและเนน้ ผเู้ รียน ❒ การวัดและประเมนิ ผลสอดคล้องกบั วัตถปุ ระสงค์ เปน็ สาคญั ❒ อนื่ ๆ/ ขอ้ เสนอแนะ ลงชื่อ ……………………………………………………… (นางสาวพนมวรรณ ตมุ่ ทอง) รองผู้อานวยการกลุ่มบริหารวชิ าการ ความคิดเหน็ ของผูอ้ านวยการโรงเรยี น ❒ ปรับปรุง ❒ พอใช้ ❒ ดี ❒ ดีมาก ❒ ดเี ย่ียม ❒ อ่ืน ๆ / ขอ้ เสนอแนะ ลงชือ่ ……………………………………………………… (นายวธิ าน พรหมสนิ ธุศกั ด์ิ) ผอู้ านวยการโรงเรียนรตั นโกสนิ ทร์สมโภชบางขนุ เทียน
44 แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 8 รหสั วิชา ก31901 รายวชิ า แนะแนว ภาคเรยี นที่ 1 ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 4 หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 8 เร่อื ง เครียด...ภัยใกลต้ วั เวลา 2 คาบ ครูผสู้ อน นายพรี พล เฉลียวศลิ ป์ โรงเรยี นรตั นโกสนิ ทรส์ มโภชบางขนุ เทยี น ==================================================================== 1. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐานที่ 3 การปรบั ตวั และอยู่รว่ มกับผู้อนื่ อยา่ งเหมาะสมและมีความสขุ 2. ตวั ชว้ี ัด 3.1 ผ้เู รยี นมีทกั ษะการจัดการกับอารมณ์และความเครยี ด 3.2 ผ้เู รยี นมที ักษะการส่อื สารและสรา้ งสัมพนั ธภาพ 3. สาระสาคญั ความเครียดเปน็ ภาวะอารมณ์ทส่ี ่งผลต่อร่างกาย และจติ ใจการรเู้ ท่าทันอารมณ์ และ สาเหตุของ ความเครียดรวมท้ังการศกึ ษาวิธีการจดั การกบั ความเครยี ดจะชว่ ยใหผ้ ู้เรียนสามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ อยา่ ง เหมาะสม 4. จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ : นกั เรยี นสามารถ 1.รแู้ ละบอกสาเหตุของความเครยี ด ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ : นกั เรียนสามารถ 2.รูแ้ ละบอกแนวทางการจดั การกับความเครียด ด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ : นกั เรียน 3.รูแ้ ละบอกแนวทางการจดั การกับความเครยี ด สามารถจัดการความเครียดอยา่ งรู้เท่าทันอารมณ์ตนเอง และช่วยเหลอื ทั้งตนเองและผอู้ ื่นได้ 5. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ : นักเรียน ☑ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ☑ 2. ซ่อื สัตยส์ ุจรติ ☑ 3. มวี ินัย ☑4. ใฝ่เรยี นรู้ ☑5. อยู่อย่างพอเพียง ☑ 6. มุ่งม่ันในการทางาน ☑ 7. รกั ความเป็นไทย ☑ 8. มีจิตสาธารณะ
45 6. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน ☑ 1. ความสามารถในการส่อื สาร ☑ 2. ความสามารถในการคิด ☑ 3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา ☑ 4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ ☑ 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 7. สาระการเรยี นรู้ สาเหตุและผลกระทบของความเครยี ด แนวทางการจัดการกบั ความเครยี ด 8. ภาระงาน/ช้นิ งาน ใบงาน เร่ืองความเครียดของฉนั แบบวัดความเครียดสวนปรงุ ใบงาน เรือ่ ง การวเิ คราะหผ์ ลจากการสารวจความเครยี ดของนักเรียน ใบงานเรอ่ื งแบบสารวจการผอ่ นคลายความเครยี ด 9. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ช่ัวโมงที่ 1 ขัน้ นาเขา้ สูบ่ ทเรียน 1.ครูนาสนทนาเร่ืองความเครยี ด โดยใหน้ ักเรยี นคิดถึงถ้อยคาท่ีแสดงถงึ ภาวะความเครียดและแสดง ท่าทางประกอบ ขั้นสอน/ดาเนนิ กิจกรรม 1.ครูแจกใบงานเรื่อง ความเครยี ดของฉัน ให้นกั เรียนทา เมอ่ื ทาเสร็จแล้วใหน้ าไปใสใ่ นกลอ่ งที่ครู เตรียมไว้ 4 กล่อง โดยใหน้ ักเรยี นจดั ประเภทความเครียดของตนเอง ดังน้ี กลอ่ งท่ี 1 ควำมเครยี ดเร่อื งกำรเรยี น กลอ่ งท่ี 2 ควำมเครยี ดเร่อื งควำมรกั กลอ่ งท่ี 3 ควำมเครยี ดเร่อื งครอบครวั กลอ่ งท่ี 4 ควำมเครยี ดเร่อื งอ่ืน ๆ 2.ครูสมุ่ ใบงำนอำ่ นใหน้ กั เรยี นฟัง และใหร้ ว่ มกนั อภิปรำยแสดงควำมคดิ เห็น ในประเดน็ ตอ่ ไปนี้ - สำเหตขุ องควำมเครยี ด - ผลกระทบของควำมเครยี ด - วธิ ีกำรจดั กำรกบั ควำมเครยี ด
46 3.ครูแจกใบความรู้เร่อื ง ความเครียด ใหน้ กั เรียนศึกษา และครอู ธบิ ายเพิม่ เตมิ ขั้นสรุป 1.ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สรปุ กจิ กรรม (แนวทางในการสรุป ภาวะความเครียดเกิดขน้ึ ไดก้ บั ทกุ คน ความเครยี ดเกิดความความคาดหวัง หรือความเป็นจรงิ ไมต่ รงกบั ส่งิ ทต่ี อ้ งการ ถา้ ความเครียดที่ เกดิ ข้ึนน้ันอยู่ในระดับที่พอดี กจ็ ะส่งผลท่ีชว่ ยใหเ้ รามีความตื่นตัวกระตอื รือรน้ ในการทางาน ถา้ ความเครียดมีอยู่ในระดับมากก็จะสง่ ผลเสยี ตอ่ รา่ งกายและจติ ใจของเราในรปู ของอาการเจ็บปว่ ย ตา่ ง ๆ ) ชัว่ โมงท่ี 2 ขนั้ นาเขา้ ส่บู ทเรียน 1. ครทู บทวนการเรยี นร้จู ากชวั่ โมงทผี่ ่านมา ขนั้ สอน/ดาเนนิ กจิ กรรม 1. ครแู จกใบงานเรอื่ ง แบบวดั ความเครยี ดสวนปรุง ชดุ 20 ขอ้ ครูอธิบาย และให้นกั เรียนทา จากนน้ั ใหน้ ักเรียนตรวจคาตอบ ครูอธิบายและแปลผล 2. ครูเก็บแบบวัดความเครียดสวนปรงุ ท่ีนกั เรยี นแต่ละคนได้ทาและแปลผลจากคะแนนที่ได้ เรียบร้อยแล้ว 3. ครแู จกใบงาน เรอ่ื งการวิเคราะห์ผลจากการสารวจความเครียดของนักเรียน ใหน้ ักเรยี นสรุปผล จากการทาแบบวัดความเครียดสวนปรงุ พรอ้ มกบั วิเคราะหส์ าเหตุของความเครยี ดและ ผลกระทบตอ่ ตนเอง 4. ครูแจกใบงาน เร่อื ง แบบสารวจการผอ่ นคลายความเครยี ดของนกั เรียน ใหน้ กั เรียนทา และ ร่วมกนั อภิปรายผล เน้นในเรอ่ื งของเทคนคิ การคลาดเครียดทีน่ กั เรียนยงั ไมร่ จู้ กั และใหน้ ักเรยี น ทารายงานเกย่ี วกับเทคนคิ การคลายเครียดดว้ ยวธิ ีตา่ ง ๆ ขัน้ สรุป 1. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรปุ กจิ กรรม 10. สอ่ื /แหลง่ เรยี นรู้ ใบความรู้ เรอ่ื ง ความเครยี ด
47 11. บรู ณาการ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สขุ ศกึ ษาและพละศึกษา 12. การวัดผลและประเมนิ ผล ส่ิงทีต่ ้องการวัด/ วิธีการวัด เครอ่ื งมือวัดผล เกณฑก์ ารวัดประเมิน การประเมนิ ผล ประเมนิ ผล -แบบสงั เกต (ผ่าน/ ไมผ่ ่าน) ด้านความรู้ -การสังเกต -นกั เรียนตอบคาถามได้ ถูกต้องอยา่ งนอ้ ยรอ้ ยละ 1.รแู้ ละบอกสาเหตุของ 80 ของนักเรียนในชั้น ความเครยี ด เรียน ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ -การสังเกต -แบบสังเกต -นกั เรยี นสามารถตอบ คาถามและสง่ ใบงานและ 1.รู้และบอกแนวทางการ -การทาใบงาน -ใบงาน แบบทดสอบครบถว้ น อย่างนอ้ ยรอ้ ยละ 90 จัดการกับความเครียด -การทาแบบทดสอบ ของนกั เรยี นในชน้ั เรียน ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ -การสงั เกต -นักเรียนมสี ่วนร่วมในชัน้ เรียนและตอบคาถามได้ ประสงค์ -การมีสว่ นรว่ มในชัน้ ถูกตอ้ งอย่างนอ้ ยร้อยละ 90 ของนักเรียนในช้นั 1.ร้แู ละบอกแนวทางการ เรยี น เรยี น จดั การกับความเครยี ด สามารถจัดการ ความเครยี ดอยา่ งรเู้ ท่าทัน อารมณต์ นเองและ ช่วยเหลือท้ังตนเองและ ผอู้ ื่นได้
48 บันทกึ ผลหลงั การจดั กิจกรรมการเรยี นร้ทู ี่ 8 1. ผลการจัดการเรียนรู้ 2. ปัญหา/อปุ สรรค 3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางการปรับปรุง ลงชอื่ ……………………………………………………… (………………………………………………) ตาแหนง่ ครู คศ....... ความคดิ เหน็ ของหัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ลงช่อื ……………………………………………………… (……………..……………………………) ตาแหน่ง หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนร.ู้ .....................................
49 ความคิดเหน็ ของรองผอู้ านวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ ❒ เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ท่ดี ี รปู แบบถกู ตอ้ ง ❒ จดุ ประสงค์การเรียนรู้สอดคลอ้ งกบั มาตรฐาน การเรียนรู้ ตัวช้ีวัด/ผลการเรยี นรแู้ ละเรือ่ งท่สี อน ❒ กจิ กรรมการเรยี นรู้เปน็ ลาดับขน้ั ตอนและเนน้ ผเู้ รียน ❒ การวัดและประเมนิ ผลสอดคล้องกบั วัตถปุ ระสงค์ เปน็ สาคญั ❒ อนื่ ๆ/ ขอ้ เสนอแนะ ลงชื่อ ……………………………………………………… (นางสาวพนมวรรณ ตมุ่ ทอง) รองผู้อานวยการกลุ่มบริหารวชิ าการ ความคิดเหน็ ของผูอ้ านวยการโรงเรยี น ❒ ปรับปรุง ❒ พอใช้ ❒ ดี ❒ ดีมาก ❒ ดเี ย่ียม ❒ อ่ืน ๆ / ขอ้ เสนอแนะ ลงชือ่ ……………………………………………………… (นายวธิ าน พรหมสนิ ธุศกั ด์ิ) ผอู้ านวยการโรงเรียนรตั นโกสนิ ทร์สมโภชบางขนุ เทียน
50 แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 9 รหัสวิชา ก31901 รายวิชา แนะแนว ภาคเรียนท่ี 1 ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 9 เรื่อง รกั ใสๆ ใส่ใจคิด เวลา 2 คาบ ครูผู้สอน นายพีรพล เฉลยี วศิลป์ โรงเรียนรตั นโกสินทร์สมโภชบางขุนเทยี น ==================================================================== 1. มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐานท่ี 3 การปรับตวั และอยูร่ ว่ มกบั ผ้อู นื่ อยา่ งเหมาะสมและมีความสขุ 2. ตัวชวี้ ัด 3.3 ผู้เรียนมที กั ษะการปฏบิ ตั ิตนอยา่ งเหมาะสมและปลอดภัยในเร่ืองเพศ 3.4 ผู้เรยี นมีทักษะการดารงชีวิตอย่างเป็นประโยชน์และปลอดภัย 3. สาระสาคัญ กำรศกึ ษำผลกระทบของกำรมีครู่ กั และกำรมีเพศสมั พนั ธท์ ่ไี มพ่ รอ้ มและไม่ปลอดภยั ท่มี ีตอ่ ชีวติ ทงั้ ดำ้ นกำรเรยี น ครอบครวั และสงั คม ยอ่ มทำใหน้ กั เรยี นเขำ้ ใจและมีแนวทำงกำรปฏบิ ตั ิตนเพ่อื หลกี เลย่ี งโอกำส เสย่ี งตอ่ กำรมีเพศสมั พนั ธท์ ่ไี มพ่ รอ้ มและไมป่ ลอดภยั 4. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ดา้ นความรู้ : นกั เรยี นสามารถ 1.บอกผลกระทบของการมีครู่ ักและการมเี พศสัมพันธท์ ่ไี ม่พร้อมและไม่ปลอดภัย ด้านทกั ษะ/กระบวนการ : นกั เรียนสามารถ 2.บอกแนวทางการปฏิบตั ิตนต่อเพอื่ นต่างเพศท่ีเหมาะสมกับวัย และการหลกี เล่ียงโอกาสเสี่ยงต่อการมี เพศสมั พนั ธ์ทไ่ี ม่พรอ้ มและไม่ปลอดภัย ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ : นักเรียน 3.บอกแนวทางการปฏบิ ัตติ นตอ่ เพ่อื นตา่ งเพศทเ่ี หมาะสมกับวัย และการหลีกเลย่ี งโอกาสเสยี่ งตอ่ การมี เพศสมั พนั ธท์ ่ีไมพ่ ร้อมและไมป่ ลอดภยั 5. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ : นกั เรียน ☑ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ☑ 2. ซื่อสตั ย์สุจรติ ☑ 3. มวี นิ ัย ☑4. ใฝเ่ รยี นรู้ ☑5. อยู่อย่างพอเพียง ☑ 6. มุ่งมั่นในการทางาน ☑ 7. รักความเปน็ ไทย ☑ 8. มจี ติ สาธารณะ
51 6. สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น ☑ 1. ความสามารถในการสื่อสาร ☑ 2. ความสามารถในการคิด ☑ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา ☑ 4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต ☑ 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 7. สาระการเรียนรู้ ผลกระทบของการมคี ่รู ักและการมเี พศสัมพันธ์ทไี่ มพ่ รอ้ มและไม่ปลอดภัย แนวทางการปฏิบตั ติ นตอ่ เพ่ือนต่างเพศที่เหมาะสมกับวัย และการหลีกเล่ยี งโอกาสเสยี่ งตอ่ การมี เพศสัมพันธ์ทีไ่ มพ่ รอ้ มและไมป่ ลอดภัย 8. ภาระงาน/ชิน้ งาน ใบงานที่ 1 เรือ่ ง love is... 9. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ชัว่ โมงที่ 1 ขั้นนาเข้าสบู่ ทเรียน 1.ครูสนทนากบั นักเรียนเกี่ยวกบั ขอ้ มูลประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น ขั้นสอน/ดาเนนิ กิจกรรม 1.ใหน้ กั เรยี นชมคลปิ วดิ โี อ เพลง “เพียงสบตำ – เดอะกิ๊ก” จำก YouTube และแสดงควำมคิดเหน็ เก่ียวกบั ภำพ และบทเพลง 2.ครูแจกใบงำนท่ี 1 เร่อื ง Love is… ใหน้ กั เรยี นทกุ คนตอบ ใหเ้ วลำ 10 นำที เสรจ็ แลว้ ใหน้ กั เรยี น เขำ้ กลมุ่ ๆ ละ ประมำณ 6-8 คน ระดมสมองตำมใบงำนท่ี 1 สรุปผลเป็นควำมคดิ เห็นของกลมุ่ ให้ เวลำระดมสมอง 10 นำที พรอ้ มกบั สง่ ตวั แทนรำยงำนหนำ้ ชนั้ 3.นกั เรยี นช่วยกบั สรุปสง่ิ ท่ไี ดร้ บั จำกกำรรำยงำนของแตล่ ะกลมุ่ ครูแจกใบควำมรูท้ ่ี 1 เร่อื ง Love is… พรอ้ มกบั สรุปเพ่มิ เติม และใหน้ กั เรยี นแบง่ กลมุ่ ตำมเพศชำย-หญิงหำขอ้ มลู เพ่อื โตว้ ำที เรอ่ื ง “กำร มีครู่ กั และมีเพศสมั พนั ธ์ ใครได้ ใครเสยี ” เตรยี มตวั แทนฝ่ำยละ 3 คนมำโตว้ ำที ฝ่ำยหญิงเป็นฝ่ำย เสนอ และฝ่ำยชำยเป็นฝ่ำยโต้ ในช่วั โมงตอ่ ไป สอบถำมควำมเขำ้ ใจและกำรนดั หมำย ขั้นสรปุ 1.นกั เรียนสรปุ สง่ิ ทไ่ี ด้เรียนรจู้ ากกิจกรรมและเตรยี มพรอ้ มในคาบตอ่ ไป
52 ชวั่ โมงท่ี 2 ขั้นนาเข้าสูบ่ ทเรยี น 1.ทบทวนการเรียนรูจ้ ากชวั่ โมงที่แล้วเกี่ยวกับความรัก ข้ันสอน/ดาเนนิ กจิ กรรม 1. จดั สถำนท่โี ตว้ ำที เรอ่ื ง “กำรมีครู่ กั และมีเพศสมั พนั ธใ์ ครได้ ใครเสยี ” แตง่ ตงั้ คณะกรรมกำร เพศละ 3 คน รวมทงั้ ครูผสู้ อน รวมเป็น 7 คน เป็นผตู้ ดั สนิ แจกตำรำงกำรใหค้ ะแนน และ นกั เรยี นจำนวน 1 คนเป็นผทู้ ่จี บั เวลำ 2.ดำเนนิ กำรจดั โตว้ ำที กำหนดเวลำ สำหรบั หวั หนำ้ ทมี ใหเ้ วลำ 5 นำที สว่ นลกู ทีม คนละ 3 นำที และหวั หนำ้ สรุป 2 นำที แจง้ ผลกำรตดั สนิ และมอบรำงวลั แกท่ ีมท่ชี นะ (กำรปรบมือให)้ 3.ครูแจกใบควำมรูท้ ่ี 3 เร่อื ง ผลกระทบตอ่ กำรมีเพศสมั พนั ธท์ ่ไี มพ่ รอ้ มและไมป่ ลอดภยั ขน้ั สรุป 1.นักเรียนร่วมกนั สรปุ ผลกระทบของการมคี ูร่ ักและการมเี พศสัมพนั ธท์ ีไ่ ม่พร้อมและไม่ปลอดภัย ครสู รุปเพมิ่ เติม 10. สือ่ /แหล่งเรียนรู้ คลิปวดี ีโอ เพลง เพียงสบตา-เดอะกิก๊ ใบความรทู้ ่ี เร่ือง ผลกระทบต่อการมเี พศสมั พนั ธ์ทไ่ี มพ่ ร้อมและไม่ปลอดภัย 11. บรู ณาการ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย สาระการเรยี นรู้สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 12. การวัดผลและประเมินผล สิ่งท่ีต้องการวัด/ วิธกี ารวัด เครือ่ งมือวดั ผล เกณฑก์ ารวัดประเมิน การประเมินผล ประเมินผล -การสังเกต -แบบสังเกต (ผ่าน/ ไมผ่ า่ น) ดา้ นความรู้ -นักเรียนตอบคาถามได้ ถกู ตอ้ งอยา่ งน้อยร้อยละ
53 1.บอกผลกระทบของการ 80 ของนกั เรยี นในชัน้ มีค่รู กั และการมี เรียน เพศสัมพนั ธ์ท่ีไม่พร้อม และไมป่ ลอดภัย -นักเรียนสามารถตอบ คาถามและส่งใบงานและ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ -การสงั เกต -แบบสงั เกต ถูกต้องและครบถ้วน อย่างน้อยรอ้ ยละ 90 1.บอกแนวทางการปฏิบัติ -การทาใบงาน -ใบงาน ของนักเรยี นในช้นั เรยี น ตนต่อเพอ่ื นต่างเพศที่ -การมีสว่ นรว่ มในช้ัน เหมาะสมกบั วัย และการ เรยี น(โตว้ าท)ี หลีกเล่ียงโอกาสเส่ยี งตอ่ การมีเพศสมั พนั ธท์ ไี่ ม่ พร้อมและไมป่ ลอดภยั ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ -การสังเกต -นักเรียนมสี ว่ นร่วมในชนั้ เรยี นและตอบคาถามได้ ประสงค์ -การมีสว่ นรว่ มในชั้น ถกู ตอ้ งอย่างน้อยรอ้ ยละ 90 ของนกั เรยี นในชน้ั 1.บอกแนวทางการปฏิบตั ิ เรยี น เรยี น ตนต่อเพอ่ื นต่างเพศที่ เหมาะสมกบั วัย และการ หลีกเลยี่ งโอกาสเสี่ยงตอ่ การมเี พศสัมพนั ธ์ที่ไม่ พร้อมและไม่ปลอดภยั
54 บันทกึ ผลหลงั การจดั กิจกรรมการเรยี นร้ทู ี่ 9 1. ผลการจัดการเรียนรู้ 2. ปัญหา/อปุ สรรค 3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางการปรับปรุง ลงชอื่ ……………………………………………………… (………………………………………………) ตาแหนง่ ครู คศ....... ความคดิ เหน็ ของหัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ลงช่อื ……………………………………………………… (……………..……………………………) ตาแหน่ง หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนร.ู้ .....................................
55 ความคิดเหน็ ของรองผอู้ านวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ ❒ เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ท่ดี ี รปู แบบถกู ตอ้ ง ❒ จดุ ประสงค์การเรียนรู้สอดคลอ้ งกบั มาตรฐาน การเรียนรู้ ตัวช้ีวัด/ผลการเรยี นรแู้ ละเรือ่ งท่สี อน ❒ กจิ กรรมการเรยี นรู้เปน็ ลาดับขน้ั ตอนและเนน้ ผเู้ รียน ❒ การวัดและประเมนิ ผลสอดคล้องกบั วัตถปุ ระสงค์ เปน็ สาคญั ❒ อนื่ ๆ/ ขอ้ เสนอแนะ ลงชื่อ ……………………………………………………… (นางสาวพนมวรรณ ตมุ่ ทอง) รองผู้อานวยการกลุ่มบริหารวชิ าการ ความคิดเหน็ ของผูอ้ านวยการโรงเรยี น ❒ ปรับปรุง ❒ พอใช้ ❒ ดี ❒ ดีมาก ❒ ดเี ย่ียม ❒ อ่ืน ๆ / ขอ้ เสนอแนะ ลงชือ่ ……………………………………………………… (นายวธิ าน พรหมสนิ ธุศกั ด์ิ) ผอู้ านวยการโรงเรียนรตั นโกสนิ ทร์สมโภชบางขนุ เทียน
ภาคผนวก ก เอกสารประกอบการสอน ใบความรู้ ใบงาน
ใบความรูก้ ิจกรรมแนะแนว หน่วยการจัดกิจกรรมการเรยี นพัฒนาได้ ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 4 ใบความรู้ เร่อื ง ข้อคิดจากบันไดเพ่อื การเรียน 8 ความสาเร็จเป็นของทกุ คนท่อี ดทน 76 และพยายาม 66 บันไดช่วยให้เราไปส่ขู ัน้ ทส่ี ูง ตามเป้าหมายที่เราต้องการ อย่าประมาทหรือขาดสติ เพราะ 5 จะทาให้ผลัดตกลงมาได้ อยา่ คดิ วา่ ตนอยขู่ นั้ ทส่ี ูงแล้ว เพราะ 4 จะทาใหเ้ ราหยุดเดนิ ขึ้นข้นั ต่อไป อาจพบอปุ สรรค อยา่ ท้อแท้ระหว่างทางต้องกา้ วผ่านไปใหไ้ ด้ 3 ต้องอดทน พยายามอย่างตอ่ เนอ่ื ง 2 ต้องออกแรงขน้ึ ดว้ ยตนเอง ยงิ่ ตอ้ งการขน้ึ ข้ันทส่ี งู กต็ อ้ งออกแรงมากขึน้ 1 การขน้ึ บนั ไดตอ้ งเร่มิ ทข่ี นั้ แรก โดยมเี ปา้ หมายและความหวัง ชอ่ื -สกุล...............................................................................................ชั้น ม.4/..........เลขท่.ี ............
ใบงานกิจกรรมแนะแนว หนว่ ยการจดั กิจกรรมการเรียนพัฒนาได้ ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4 ช่ือ-สกลุ ...............................................................................................ชน้ั ม.4/..........เลขที่............. ใบงาน เรือ่ ง การวางแผนพฒั นาการเรยี นโดยใชข้ อ้ คดิ จากบันได ขอ้ คิดจากบันได จากขอ้ คิดสกู่ ารปฏบิ ัติ 1. การขึ้นบันไดต้องเร่ิมที่บันไดข้ัน เปา้ หมายทางการเรยี นหรือสิ่งท่ีนกั เรียนคาดหวงั คือ แรก โดยมเี ปา้ หมายและความหวัง ............................................................................................................. 2. ต้องออกแรงขึ้นด้วยตนเอง ย่ิง วชิ าทฉี่ นั จะทมุ่ เทพลงั ในการเรียนใหม้ ากขน้ึ เพือ่ ให้ถึงเป้าหมาย คอื ต้องการข้ึนข้ันที่สูง ก็ย่ิงต้องออกแรง 1. มากขน้ึ ............................................................................................................. 2 .............................................................................................................. 3. ............................................................................................................. 3. ตอ้ งอดทน พยายามอย่างต่อเน่ือง ส่ิงท่ฉี นั จะทาเพือ่ การเรยี นอย่างอดทนตอ่ เนอื่ ง 3 อย่าง คอื 1. ............................................................................................................. 2. ............................................................................................................. 3. .............................................................................................................
4. อ า จพ บ อุป สรรค อ ย่ า ท้อแท้ อปุ สรรคท่ฉี ันจะจดั การใหไ้ ด้ คือ ระหวา่ งทางตอ้ งกา้ วผ่านไปใหไ้ ด้ 1. ............................................................................................................. 2. ............................................................................................................. 3. ............................................................................................................. 5. อย่าคิดวา่ ตนอยู่สูงแล้ว เพราะ จะ สิ่งทฉี่ ันทาดอี ย่แู ลว้ และจะดารงรกั ษาไว้ คอื ทาใหเ้ ราหยุดเดินข้ึนขั้นตอ่ ไป 1. ............................................................................................................. 2. ............................................................................................................. 3. .............................................................................................................
ใบงานกิจกรรมแนะแนว หนว่ ยการจัดกิจกรรมเรยี นรู้อยา่ งเข้าใจ ระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ชือ่ -สกุลนกั เรียน...............................................................................................ช้ัน ม.4/..........เลขท.่ี .......... ใบงานเรอื่ ง แบบสารวจสมรรถนะและคุณลกั ษณะตามจุดหมายของหลกั สูตร พัฒนาโดยศนู ยพ์ ฒั นาเครอื ข่ายกจิ กรรมแนะแนว สพม. 2 (โรงเรยี นสตรวี ทิ ยา ๒) ใหน้ ักเรยี นพิจารณาวา่ ที่ผ่านมานกั เรียน เคยทา สงิ่ ต่อไปนี้บ่อยครัง้ เพียงใด ข้อท่ี ข้อความ ทาเป็น ทา ทา ทา ไม่ รวม 1 ถา่ ยทอดความคดิ ความรูส้ ึก หรือความรูใ้ ห้ผู้อน่ื เขา้ ใจ ประจา บอ่ ย บาง นอ้ ย เคย คะแนน ครง้ั คร้งั ครั้ง ทา (5) (4) (3) (2) (1) 2 แลกเปลยี่ นขอ้ มูลขา่ วสารและประสบการณ์ทเ่ี ปน็ ประโยชน์ ………. กบั ผอู้ นื่ 3 เจรจาต่อรองเพ่ือขจดั และลดปญั หาความขัดแยง้ ตา่ ง ๆ 4 เลือกรบั ข้อมลู ข่าวสารด้วยหลกั เหตุผลและความถูกตอ้ ง 5 เลอื กใชว้ ธิ กี ารสือ่ สารทีเ่ หมาะสมโดยคานงึ ถงึ ผลกระทบที่ เกิดขน้ึ 6 จาแนก แยกแยะองค์ประกอบของวัตถุสิง่ ของ เรือ่ งราว หรือเหตุการณต์ า่ ง ๆ ทีเก่ียวขอ้ งกับชวี ติ และสังคม 7 หลอมรวมความคิดจากส่งิ ทอ่ี ่านหรอื เรียนรู้มาจนเกิดสง่ิ ใหม่ ………. ทเ่ี ปน็ ประโยชน์ 8 คิดสรา้ งสรรค์สง่ิ ใหมๆ่ ที่เป็นประโยชน์ จากสง่ิ ทีม่ ีอยู่เดิม 9 คดิ ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ กอ่ นการตดั สินใจแก้ไขปัญหา
ทาเป็น ทา ทา ทา ไม่ รวม ประจา บ่อย บาง นอ้ ย เคย คะแนน ข้อที่ ขอ้ ความ ครงั้ ครงั้ ครั้ง ทา (5) (4) (3) (2) (1) 10 คดิ อยา่ งเปน็ ระบบและมีข้ันตอนกอ่ นทาสิง่ ใด 11 เขา้ ใจท่ีมาของการเกิดปัญหา และการเปล่ียนแปลงต่างๆใน ชีวิต 12 ไตรต่ รอง คน้ หาส่ิงท่เี ป็นเหตุใหเ้ กดิ ความทกุ ข์ ความไม่ ………. สบายใจ 13 ใช้เหตุผล คุณธรรม และข้อมลู ในการแก้ปัญหาและ อุปสรรคต่างๆ 14 แสวงหาความรู้ มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา 15 ตัดสินใจโดยคานึงถึงผลกระทบที่เกิดขนึ้ ต่อตน ผอู้ นื่ และ ส่งิ แวดลอ้ ม 16 พัฒนาการเรยี นรู้ด้วยตนเองอยา่ งต่อเนอ่ื ง 17 สร้างความสมั พนั ธ์ ในการทางาน และอยรู่ ว่ มกนั กับผู้อน่ื ………. 18 จดั การปญั หาและความขัดแยง้ ต่าง ๆ ได้อยา่ งเหมาะสม 19 ปรบั ตวั ได้ทนั กับการเปลย่ี นแปลงของสังคมและ สภาพแวดลอ้ ม 20 หลกี เล่ียงพฤตกิ รรมท่สี ่งผลกระทบในทางไม่ดี ต่อตนเอง และผอู้ ่ืน 21 รู้จักเลือก และใชเ้ ทคโนโลยี ที่เปน็ ประโยชนต์ ่อชีวิต 22 กา้ วทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงและเลือกใชไ้ ด้อย่าง ………. เหมาะสม 23 ใช้เทคโนโลยเี พื่อการพฒั นาการเรยี นรู้ 24 ใชเ้ ทคโนโลยอี ยา่ งถกู ต้อง เหมาะสม มคี ุณธรรม
ทาเปน็ ทา ทา ทา ไม่ รวม ประจา บอ่ ย บาง น้อย เคย คะแนน ข้อที่ ขอ้ ความ คร้ัง ครง้ั ครง้ั ทา (5) (4) (3) (2) (1) 25 ใชเ้ ทคโนโลยีในการทางาน การแก้ปญั หาอยา่ งสรา้ งสรรค์ 26 รกั ชาติ มีจิตสานกึ ในความเปน็ พลเมอื งไทย 27 ศรทั ธาและยดึ มนั่ ในหลักศาสนาท่ตี นนับถือ 28 ยดึ มั่นการปกครองแบบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษตั ริย์ ………. ทรงเป็นประมขุ 29 มีความรคู้ วามเข้าใจเกย่ี วกบั ประวัติศาสตร์และความเปน็ มา ของชาติไทย 30 ปฏิบตั ิตนตามหลกั ธรรมของศาสนาท่ีตนนับถือ 31 ไมล่ กั ขโมย ไมน่ าทรัพย์สนิ และสิ่งของของผอู้ น่ื มาเป็นของ ตน 32 พูดความจริง ไมพ่ ูดโกหกหลอกลวง ………. 33 ซ่ือสตั ยใ์ นการเรียน เช่น ไมล่ อกการบ้าน ไมข่ โมยงานเพ่อื น ไมท่ จุ รติ ในการสอบ 34 ปฏิบตั ติ นอย่างซอื่ สตั ย์ อยา่ งตรงไปตรงมาท้ังกาย วาจา ใจ 35 พบสงิ่ ของท่ีผูอ้ น่ื ลืมหรือทาหายกน็ าไปคนื เจา้ ของ 36 ปฏบิ ัติตามระเบยี บของโรงเรียน สงั คม และประเทศชาติ ดว้ ยตนเอง 37 ปฏิบตั ิหน้าทต่ี ามบทบาทของตน เช่น เปน็ ลกู ท่ีดี เป็นศษิ ยท์ ี่ ………. ดี 38 ควบคุมตนเองในการดารงชวี ติ ตามหลกั ศาสนาที่ตนนบั ถอื 39 มาโรงเรียนทนั เวลา/เขา้ เรยี นตรงเวลา
ทาเปน็ ทา ทา ทา ไม่ รวม ประจา บ่อย บาง น้อย เคย คะแนน ข้อท่ี ขอ้ ความ ครัง้ คร้ัง ครั้ง ทา (5) (4) (3) (2) (1) 40 สนใจกิจกรรมการเรยี นและรบั ผิดชอบงานที่ครมู อบหมาย 41 รักการอา่ น การเขียน และการฟงั 42 สนใจแสวงหาความรจู้ ากแหลง่ เรียนรตู้ ่าง ๆ รอบตวั ………. 43 หม่ันพัฒนาตนเอง และพฒั นาศกั ยภาพท่ตี นมอี ยู่เสมอ 44 อา่ นหนงั สอื พิมพ์ วารสาร หรอื นิตยสารเป็นประจา 45 มีความกระตอื รอื รน้ ในการเรยี นและเข้าเรยี นสมา่ เสมอ 46 กนิ อยู่อย่างประหยดั พอดแี ละพอเพยี ง 47 ใช้สงิ่ ของ เครอื่ งใช้ตา่ ง ๆ อย่างพอดี ตามความจาเปน็ 48 มคี วามพอดีไม่หมกมุน่ จนเกดิ ผลเสยี เช่น ตดิ เกม ดารา นักร้อง นยิ าย ฯลฯ 49 สามารถเก็บออมเงนิ ตามฐานะ 50 ร้จู ักใชท้ รัพยากรที่มีอยู่จากัดใหม้ ีประสิทธิภาพและคุ้มค่า 51 รู้จกั วางแผนและทางานอยา่ งมขี นั้ ตอน 52 หมนั่ ตรวจสอบ และมีความละเอยี ดรอบคอบในการทางาน 53 เพียรพยายาม ขยัน อดทน ทางานทีไ่ ด้รบั มอบหมายให้ ………. สาเร็จ 54 มีความรบั ผิดชอบ ปฏบิ ัตงิ านทไี่ ดร้ ับมอบหมายจนสาเรจ็ 55 มีส่วนรว่ มในการแสดงความคดิ ในการทากิจกรรมและ ทางานร่วมกบั ผอู้ น่ื ได้ 56 มีจติ สานึกในการอนรุ กั ษ์วัฒนธรรมไทยและภมู ิปญั ญาไทย
ทาเป็น ทา ทา ทา ไม่ รวม ประจา บอ่ ย บาง นอ้ ย เคย คะแนน ขอ้ ที่ ข้อความ ครงั้ ครงั้ ครั้ง ทา (5) (4) (3) (2) (1) 57 ปฏิบัติตนตามประเพณี วฒั นธรรมและคา่ นิยมที่ดีงามของ ………. ไทย 58 มสี ่วนในการเผยแพรศ่ ิลปวัฒนธรรม ประเพณีและภูมิ ปัญญาไทย 59 รู้ และเข้าใจเก่ียวกบั ประเพณี วฒั นธรรม และภมู ปิ ญั ญา ไทย 60 เข้าชมหรอื ร่วมกิจกรรมศลิ ปวัฒนธรรมและประเพณีท่ดี งี าม ของทอ้ งถิน่ และของไทย 61 ชว่ ยเหลอื งานบา้ น ชว่ ยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ 62 ยนิ ดใี ห้ความชว่ ยเหลือผ้อู น่ื โดยไม่เรียกร้องสิ่งตอบแทน ………. 63 ใชเ้ วลาว่างอาสาทาประโยชนต์ อ่ ผู้อน่ื ชุมชน และ สง่ิ แวดล้อม 64 ช่วยเหลอื งานโรงเรียน ช่วยแบ่งเบาภาระครู 65 แบง่ ปันทรัพยส์ ิน สิ่ง ตามกาลงั เพื่อช่วยเหลือผปู้ ระสบ ปัญหา/ภัย สรปุ ผลการสารวจตนเอง ค่าเฉลีย่ ระดบั คะแน คุณภาพ ด้านทป่ี ระเมนิ รายการ ข้อ นรวม (คะแนนรวมหารด้วย 5) 1. ความสามารถในการสื่อสาร 1-5 2. ความสามารถในการคิด 6-10
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา 11-15 4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะ 16-20 ชวี ติ 5 .ความสามารถในการใช้ 21-25 สมรรถนะสาคญั เทคโนโลยี คุณลกั ษณะอนั 1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ 26-30 พงึ ประสงค์ 31-35 2. ซือ่ สตั ย์สจุ ริต 3. มีวินัย 36-40 4. ใฝ่เรียนรู้ 41-45 5. อยู่อย่างพอเพียง 46-50 6. มงุ่ มน่ั ในการทางาน 51-55 7. รกั ความเป็นไทย 56-60 8. มีจิตสาธารณะ 61-65 แนวทางการสรา้ งแบบสารวจสมรรถนะและคณุ ลกั ษณะตามจุดหมายของหลักสตู ร 1. ลกั ษณะของเคร่อื งมอื เป็นแบบตรวจสอบตนเองตามกรอบจดุ หมายของหลักสตู ร คือ สมรรถนะสาคญั 5 ด้าน และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ 8 ประการ โดยจัดทาเปน็ ข้อความประเมินดา้ นๆละ 5 ข้อ รวม 65 ขอ้ จดุ หมายท่ีประเมนิ จานวนดา้ น สมรรถนะสาคัญ 5 ดา้ น 1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 5 ข้อ 2. ความสามารถในการคดิ 5 ขอ้ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 5 ขอ้ 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ 5 ข้อ 5 .ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5 ขอ้ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 8 ประการ 1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ 5 ขอ้
2. ซือ่ สตั ยส์ ุจริต 5 ข้อ 3. มวี ินัย 5 ข้อ 4. ใฝ่เรียนรู้ 5 ขอ้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 5 ขอ้ 6. มงุ่ มั่นในการทางาน 5 ข้อ 7. รกั ความเป็นไทย 5 ข้อ 8. มีจิตสาธารณะ 5 ขอ้ 2. การตรวจคะแนน คะแนนทไ่ี ด้ ระดับการตอบ 5 ทาเปน็ ประจา 4 ทาบ่อยคร้งั 3 ทาบางคร้ัง 2 ทาน้อยครงั้ 1 ไม่เคยทา 3. การแปลความระดบั คุณภาพ ระดับคณุ ภาพตามจุดหมายของหลักสตู ร จดั ระดับเป็น 5 ระดบั โดยใช้ช่วงคะแนนเฉลยี่ ดงั นี้ ชว่ งคะแนนเฉล่ีย ระดับคณุ ภาพ 4.21 – 5.00 ดเี ย่ียม 3.41 – 4.20 ดี 2.61 – 3.40 ปานกลาง 1.81 – 2.60 ควรพฒั นา 1.00 – 1.80 ตอ้ งพัฒนาอยา่ งยงิ่ หมายเหตุ : เคร่ืองมือชดุ นีพ้ ฒั นาโดยศนู ยพ์ ัฒนาเครือขา่ ยกจิ กรรมแนะแนว สพม.2 (โรงเรียนสตรีวทิ ยา ๒)
ใบงานกจิ กรรมแนะแนว หนว่ ยการจัดกจิ กรรมเรยี นรอู้ ยา่ งเขา้ ใจ ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4 ช่อื -สกุลนกั เรยี น...............................................................................................ชน้ั ม.4/..........เลขที่........... ใบงานเร่ือง วชิ าน้เี พ่อื เธอ ให้นกั เรียนอ่านสถานการณแ์ ต่ละข้อ และพิจารณาว่าตอ้ งใช้ความรู้จากการเรียนวชิ าใด โดยเขียนเครอื่ งหมาย ลงในชอ่ งวิชา (มากกวา่ 1 ช่อง ได้) วชิ าการงานอาชีพ ภาษาไทย ขอ้ สถานการณ์ ค ิณตศาสต ์ร ท่ี ิวทยาศาสต ์ร ัสงคมศึกษา สุข- พละ ึศกษา ิศลปะ ภาษาอังกฤษ คอมฯ เกษตร ประ ิดษฐ์ งานช่าง งานบ้าน ธุร ิกจ 1 อา่ นสลากยาเวลาไม่สบาย 2 คดิ เงินทอนเวลาซ้อื ของ 3 ทดสอบหาสารพษิ ในอาหาร 4 ศึกษาภูมิประเทศ เตรียมตัวไปเทย่ี ว เหนือ 5 เลอื กทานอาหารที่มีคุณคา่ 6 ทาการ์ดให้คนสาคัญ 7 อ่านสลากยาภาษาอังกฤษ เวลาปว่ ย 8 สัง่ อาหารร้านทเี่ มนูเป็นภาษาอังกฤษ 9 ประดษิ ฐข์ องใช้ ของที่ระลึกด้วยวสั ดุตา่ ง ๆ 10 ต้องเปน็ คนอาราธนาศลี เวลาทาบญุ บ้าน 11 ปอ้ งกนั ตนเองใหป้ ลอดจากโรคระบาด 12 อ่านปา้ ยเวลาหลงทาง 13 ดูแลตนเองใหห้ ่างไกลเอดส์
วิชาการงานอาชพี ภาษาไทย ขอ้ สถานการณ์ ค ิณตศาสต ์ร ท่ี ิวทยาศาสต ์ร ัสงคม ึศกษา สุข- พละ ึศกษา ิศลปะ ภาษาอังกฤษ คอมฯ เกษตร ประ ิดษฐ์ งานช่าง งานบ้าน ธุร ิกจ 14 ตกแต่งเส้อื ผ้าให้สวยงาม 15 ทางานคอมพวิ เตอรท์ ีเ่ มนเู ปน็ ภาษาองั กฤษ 16 เตรียมป้องกันตัวก่อนเกิดภัยธรรมชาติ 17 ทาของที่ระลกึ ให้เพื่อน 18 เขยี นจดหมายลาครู 19 บอกรูปพรรณสณั ฐานของคนร้าย 20 ประดิษฐ์ช้นิ งานเพ่อื ขายหารายได้พิเศษ 21 ทาบัญชรี ายรบั รายจา่ ยแต่ละเดอื น 22 คานวณเงนิ ในการปลกู บา้ น 23 ชว่ ยบอกทางแก่ชาวต่างชาตทิ ี่หลงทาง 24 ออกแบบเสื้อผา้ ให้สวยงาม เหมาะสม 25 ซอ่ มเคร่ืองมอื เคร่อื งใชใ้ นบา้ นทีช่ ารุด 26 ทดลองวา่ แชมพูยี่ห้อไหนใช้แลว้ ไม่แพ้ 27 สงั เกตธรรมชาตเิ พือ่ รูเ้ ท่าทันสิง่ ท่จี ะ เกิดขน้ึ 28 ปลูกต้นไมช้ ว่ ยลดโลกรอ้ น 29 พิมพร์ ายงานสง่ ครู 30 เพ่มิ สมรรถภาพทางกายของตนเอง 31 รกั ษาตวั เองใหส้ ุขภาพแขง็ แรง 32 เลา่ ให้เพ่อื นฟังถึงเร่อื งราวที่ไปอบรมมา
วิชาการงานอาชพี ภาษาไทย ขอ้ สถานการณ์ ค ิณตศาสต ์ร ท่ี ิวทยาศาสต ์ร ัสงคม ึศกษา สุข- พละ ึศกษา ิศลปะ ภาษาอังกฤษ คอมฯ เกษตร ประ ิดษฐ์ งานช่าง งานบ้าน ธุร ิกจ 33 ใชช้ วี ติ เวลาไปทอ่ งเที่ยวต่างประเทศ 34 ดแู ลจัดบา้ นเรือนให้สะอาดน่าอยู่ 35 หาขอ้ มูลความรูท้ างอนิ เตอรเ์ นต 36 เพาะต้นไม้ขายหารายไดพ้ เิ ศษ 37 ตรวจดเู วลาไฟฟ้าในบา้ นดับ 38 ส่อื สารพูดคยุ กับชาวต่างชาติ 39 ทาอาหารและขนมเล้ยี งดูคนใน ครอบครัว 40 ออกแบบปกรายงานส่งครู 41 ตกแตง่ บา้ นให้น่าอยู่ 42 สเกตภาพคนร้ายเพ่อื ช่วยเหลอื ตารวจ 43 ดูแลคนป่วยในบ้าน 44 จดั การแข่งขนั กฬี าประเภทต่าง ๆ ใน โรงเรียน 45 คิดดอกเบย้ี เวลากูเ้ งินทาธรุ กจิ 46 จะจัดพธิ ที าบญุ ทบี่ า้ น 47 ทาหน้าทเ่ี ป็นทตู วัฒนธรรมไทยในตา่ ง แดน 48 คดิ คา่ นา้ มันรถแต่ละเดือน 49 เขยี นจดหมายสมคั รงาน 50 เปรียบเทยี บปริมาณและราคากอ่ นซ้ือ
วิชาการงานอาชพี ภาษาไทย ขอ้ สถานการณ์ ค ิณตศาสต ์ร ท่ี ิวทยาศาสต ์ร ัสงคม ึศกษา สุข- พละ ึศกษา ิศลปะ ภาษาอังกฤษ คอมฯ เกษตร ประ ิดษฐ์ งานช่าง งานบ้าน ธุร ิกจ 51 ตอ้ งเรยี นรู้มารยาทในการเข้าสังคม 52 ไวตอ่ การเปล่ยี นแปลงของสิ่งรอบตัว 53 เป็นไกด์นาชมสถานท่ีสาคัญตา่ ง ๆ ของ ไทย 54 คานวณเงนิ ในการแลกเปลี่ยนเงนิ ตรา 55 เขียนใบสมัครเรยี นตอ่ 56 เลอื กน้ายาล้างห้องน้าท่ไี ม่เปน็ อนั ตราย 57 เลา่ ประวตั ิศาสตร์ไทยให้ลกู หลานฟัง 58 วิเคราะหส์ ว่ นผสมของผลิตภณั ฑก์ ่อนซอ้ื 1. ชอ่ งวิชาใดท่ไี ม่มเี คร่อื งหมาย เลย………………………………………………………… 2. สิง่ ท่ีนักเรียนได้เรียนร้จู ากการทาใบงานนี้ คืออะไร …………………………………………………………………………………………………….……………………………………… …………………………………………………………….……………………………………………………………………………… 3. จากสิง่ ทไ่ี ด้เรียนรู้ นักเรยี นจะนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ ห้เกิดประโยชนอ์ ยา่ งไรในการเรยี น …………………………………………………………………………………………………….……………………………………… …………………………………………………….……………………………………………………………………………………… …………….…………………………………………………………………………………………………….……………….………
ใบงานกจิ กรรมแนะแนว หนว่ ยการจดั กจิ กรรมเรยี นรู้อยา่ งเข้าใจ ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ชือ่ -สกลุ นกั เรียน...............................................................................................ชั้น ม.4/..........เลขท.่ี .......... ใบงาน เรอ่ื ง วิชาท่ฉี ันเรียนในชน้ั ม.4 ใหร้ ะบุวชิ าที่เรียนในชัน้ ม.4 จาแนกประเภทตามโครงสร้างหลกั สูตร ดังนี้ รายวิชาท่ีเรยี น ในช้นั ม. 4 ภาคเรียนที่ 1 ที่ รหัสวิชา รายวิชาพ้นื ฐาน หนว่ ยกิต เกรด เกรดที่ ชอ่ื วิชา ครผู ู้สอน เป้าหมาย ได้ 1 รายวชิ าเพิม่ เติม หน่วยกิต เกรด เกรดท่ี 2 ชอ่ื วชิ า ครผู ู้สอน เปา้ หมาย ได้ 3 ผล ผล 4 เปา้ หมาย ท่ไี ด้ 5 6 7 8 9 10 11 12 13 ท่ี รหสั วชิ า 1 2 3 4 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ที่ ชือ่ กิจกรรม ครผู สู้ อน 1 กจิ กรรมแนะแนว 2 กิจกรรมรกั ษาดินแดน (รด.) 3 กิจกรรมชมุ นมุ 4 กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ เกรดเฉลยี่ ภาคเรยี นที่ …… ทต่ี ง้ั เป้ าหมายไว้ คือ…………………………
ชอื่ ...............................................นามสกุล.............................................ชัน้ ม.4/............เลขที่.................. ใบงาน บรหิ ารการเรียนอย่างไรใหเ้ ข้าสู่เส้นชยั จดุ มุ่งหมายทางการศึกษาของข้าพเจ้าคอื .............................................................................................................................................. พฤตกิ รรมการเรยี นท่ีไมด่ ขี องข้าพเจ้า -……………………………………………………………………............................................... -……………………………………………………………………............................................... -……………………………………………………………………............................................... -……………………………………………………………………............................................... ขา้ พเจ้าจะวธิ กี ารปรับปรุงพฤติกรรมโดย -……………………………………………………………………............................................... -……………………………………………………………………............................................... -……………………………………………………………………............................................... ข้าพเจา้ มวี ธิ ีการทจี่ ะประสบความสาเรจ็ ตามจุดม่งุ หมายทีต่ ้ังไว้ดังตอ่ ไปน้ี แบบสอบถาม
ตอนท่ี 1 ขอ้ มลู สว่ นตวั ของผู้ตอบแบบสอบถาม คำชีแ้ จง โปรดทาเครอ่ื งหมาย ลงใน ตามความเป็นจริงให้ครบถ้วน 1. เพศ ชาย หญิง 2. ภูมิลาเนา กรงุ เทพมหานคร ตา่ งจงั หวัด 3. ระดบั ผลการเรยี นในภาคเรยี นทีผ่ า่ นมา ตา่ กว่า 1.99 2.00 – 2.99 3.00 ข้นึ ไป
แบบสอบถาม ตอนที่ 2 แบบสอบถามปัญหาการปรับตวั ดา้ นการเรียน คำชี้แจง ใหน้ ักเรยี นทาเครอื่ งหมาย ลงในช่องท่ี ตรงกบั ลกั ษณะ ของนกั เรียน ตรงมากท่สี ดุ หมายถึงตรงกับลักษณะของนักเรยี นมากทีส่ ดุ ตรงมาก หมายถงึ ตรงกับลักษณะของนกั เรยี นมาก ตรงปานกลาง หมายถึงตรงกับลกั ษณะของนักเรยี นปานกลาง ตรงนอ้ ย หมายถึง ตรงกับลกั ษณะของนกั เรยี นน้อย ตรงนอ้ ยทส่ี ุด หมายถึงตรงกับลกั ษณะของนักเรียนนอ้ ยทีส่ ดุ ระดบั ความคิดเห็น ข้อความ ตรง ตรง ตรง ตรง ตรง 1.นกั เรียนนาหนงั สอื และอุปกรณก์ ารเรยี นมาพร้อมและครบ มาก มาก ปาน น้อย นอ้ ย 2.นกั เรียนเรยี นทุกวชิ าอยา่ งมคี วามสุข 3.นกั เรยี นใหค้ วามสาคัญและความสนใจทุกวิชา ทสี่ ดุ กลาง ท่ีสุด 4.นักเรียนสามารถเรียงลาดบั เน้อื หาบทเรียน ก่อน-หลัง หรอื เรียงลาดบั เหตุการณไ์ ด้ 5.นักเรยี นมีความพร้อมทีจ่ ะเรียนทกุ วชิ า 6.นักเรยี นทบทวนบทเรียนอยา่ งสมา่ เสมอ
7.นกั เรยี นจดบนั ทกึ ยอ่ หรอื ขดี เสน้ ใต้ข้อความที่สาคญั ในขณะท่ีเรียนหรือ ทบทวนบทเรียน 8.นกั เรยี นชอบนงั่ เรียนแถวหนา้ เพราะทาให้ตงั้ ใจเรียน 9.นักเรียนเรยี นหนงั สอื ดว้ ยความสนกุ ตน่ื เต้นท้าทาย 10.นักเรยี นอ่านหนงั สอื เรียนทกุ วิชาลว่ งหนา้ ก่อนเรยี นวชิ าน้นั ๆ 11.นักเรยี นไมพ่ ดู คุยกับเพื่อนในชั่วโมงเรยี น 12.นักเรียนตง้ั ใจเรยี นจณะทีอ่ าจารย์กาลังสอน 13.นักเรียนกล้าถาม –ตอบ และแสดงความคิดเห็นกบั เพอ่ื นและอาจารย์ใน ห้องเรยี น 14.หากนกั เรยี นเรยี นไมท่ นั หรือไม่เขา้ ใจนักเรียนกล้าท่ีจะถามอาจารย์ ระดบั ความคดิ เห็น ขอ้ ความ ตรง ตรง ตรง ตรง ตรง มาก มาก ปาน นอ้ ย นอ้ ย ที่สดุ กลาง ทสี่ ดุ 15.นกั เรียนทาการบ้านทุกวิชาด้วยตนเองเพ่ือท่ีจะได้เขา้ ใจ 16.นักเรียนชอบทีจ่ ะคน้ ควา้ หาความรู้เพม่ิ เตมิ 17.เมื่อนกั เรียนเรยี นไมเ่ ข้าใจก็จะไมส่ นใจเรยี นอกี ตอ่ ไป 18.เมื่อผลการเรยี นไม่ดนี กั เรียนพยายามทาใหผ้ ลการเรียนดี 19.นักเรยี นต้ังเป้าหมายทางการเรยี น 20.นักเรียนสามารถอธบิ ายเรอ่ื งทีค่ รสู อนใหเ้ พอ่ื นฟงั ได้ 21.นกั เรยี นคิดตามขณะทอี่ าจารยส์ อน
22.นักเรียนส่งการบา้ นทันตามกาหนดเวลา 23.นักเรยี นรับผิดชอบงานกลุ่มไดต้ ามบทบาทครบถว้ น 24.นักเรียนพยายามสรุปเนอื้ หาทเี่ รียนเพ่ือใหเ้ ข้าใจยิ่งข้นึ 25.นกั เรียนทาความเขา้ ใจบทเรียนท่ยี ากถึงแม้จะใชเ้ วลามากกต็ าม 26.นักเรียนสามารถปรบั ตวั ให้เรียนในวชิ าท่ไี ม่ชอบได้ 27.นักเรียนสามารถปรับตวั ใหเ้ ข้ากบั อาจารย์ผสู้ อนได้ 28.เมอื่ นักเรยี นมาโรงเรยี นไม่ทันชวั่ โมงเรยี นแตน่ กั เรียนจะติดตามวชิ าท่ี เรียนเพ่อื ใหท้ ันเพือ่ น 29.เมือ่ ไมเ่ ขา้ ใจบทเรียนนักเรยี นจะไปค้นคว้าทห่ี อ้ งสมดุ 30.แมไ้ ม่เขา้ ใจบทเรยี นนกั เรยี นก็ยงั เข้าเรยี นเสมอ
ประวัตินักเรียน คาชแี้ จง : ใหน้ ักเรียนเติมขอ้ ความในช่องว่างตามความเปน็ จรงิ ด้วยตัวบรรจงและ เขียนเครือ่ งหมาย ลงใน( ) ข้อมลู ทง้ั หมดจะเก็บเปน็ ความลับและจะนามาใชเ้ พือ่ เป็นประโยชน์สาหรบั นกั เรยี นเทา่ นั้น ติดรูปถ่ำย ขอ้ มูลสว่ นตัว ขนำด 1 นวิ้ 1. ชอ่ื -สกุล.......................................ชอ่ื เลน่ ........................เลขประจาตัว................................เกดิ วนั ..................ที่ ...........เดือน..............................พ.ศ. ................ อายุ...........................ปี เลขประจาตัวประชาชน........................................................................................................... สถานศึกษาเดมิ ...................................................................................................................... อาเภอ...........................................จังหวัด......................................คะแนนเฉล่ีย...................... 2. ท่อี ย่ปู ัจจบุ ันบ้านเลขที.่ ................................หม่ทู ี่..............ถนน/ซอย .................................ตาบล........................ อาเภอ......................................จงั หวดั ..............................................รหสั ไปรษณยี .์ ............................โทรศพั ท์ที่ สามารถติดต่อได.้ ................................................... 3. เพอื่ นสนิทช่ือ 3.1.ชอ่ื -นามสกลุ ..................................................................................ห้อง............................ ที่อย่.ู .........................................................................................โทรศพั ท.์ ............................... 3.2.ชื่อ-นามสกุล...................................................................................หอ้ ง............................ ที่อยู่..........................................................................................โทรศัพท์................................ 4. อาจารยท์ ี่สนทิ 1. ช่ือ-นามสกุล....................................................................................................................... 2.ชอื่ -นามสกุล........................................................................................................................
5. ความสามารถพเิ ศษ.............................................................................................................................................. 6. ประวัตสิ ขุ ภาพ สว่ นสงู .............................เซนติเมตร น้าหนัก................... กิโลกรัม หม่เู ลือด.............เคยแพ้ยา .........................................โรคประจาตัว 7. การเดนิ ทางจากทพ่ี ักถึงสถานศกึ ษา ( ) รถโดยสารประจาทาง ( ) เดนิ เทา้ ( ) รถจกั รยานยนต์ หมายเลขทะเบียน..............ย่ีห้อ................ รนุ่ ..............สี......................... ( ) อ่นื ๆ ระบ.ุ ............................................................... ข้อมลู ครอบครวั 1.บดิ า ชอ่ื –นามสกลุ .............................................................................อายุ............ปี อาชพี ............................ บ้านเลขท.ี่ .............................หมูท่ .ี่ ..............ถนน/ซอย........................ตาบล.....................อาเภอ.................... จงั หวัด........................................รหัสไปรษณยี ์.....................โทรศัพทท์ ่สี ามารถติดตอ่ ได้...................ท่ที างาน ..................... รายได้/เดือน.................บาท 2.มารดา ชือ่ –นามสกลุ ..........................................................................อายุ............ปอี าชพี ............................... บา้ นเลขที.่ .............................หมู่ท.่ี ..............ถนน/ซอย........................ตาบล.................อาเภอ........................... จงั หวัด........................................รหสั ไปรษณีย์.....................โทรศัพทท์ ี่สามารถตดิ ต่อได.้ ..................ที่ทางาน ..................... รายได้/เดือน.................บาท 3. มพี ี่นอ้ ง ทงั้ หมด........................คน กาลังศึกษาอย.ู่ .....................คน ทางาน................คน 4. สถานภาพครอบครวั บิดา/มารดา ( ) บิดาถึงแกก่ รรม ( ) มารดาถึงแก่กรรม ( ) อยู่ด้วยกนั ( ) หย่าร้าง ( ) อืน่ ๆ ระบุ.................... ลงช่ือ.................................................................ผู้กรอกข้อมูล (นาย/นางสาว..................................................................)
ใบความรกู้ จิ กรรมแนะแนว หน่วยการจัดกิจกรรมเรียนรู้อย่างเขา้ ใจ ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 4 ใบความรเู้ รอื่ ง “ทักษะการเรียนทม่ี ปี ระสิทธภิ าพ “ ทักษะการเรยี นท่มี ปี ระสิทธภิ าพ ประกอบดว้ ย 1.เทคนิคการอ่านตาราท่ดี ที ่ีสุด คอื เทคนคิ SQ3R :ซง่ึ มีความหมายดังตอ่ ไปน้ี S = Survey สารวจ Q = Question ต้ังคาถาม R = Read อา่ น R = Recite ทอ่ ง R = Review ทบทวน รายละเอยี ดของแตล่ ะขน้ั ตอน มีดังน้ี 1.1 สารวจ ( Servey) เม่อื เรม่ิ ศกึ ษาวิชาหนึ่งวชิ าใดในเบื้องต้นควรสารวจตาราเล่มนั้นเพ่อื ดู แนวทางกวา้ งๆของตาราเสยี กอ่ น โดยอา่ นคานา สารบญั จากนนั้ ควรสารวจบทต่างๆของหนงั สือ โดยดูย่อหน้า แรก หวั ข้อใหญ่ หัวข้อย่อยภายในบทเพอ่ื ท่ีจะไดร้ วู้ ่าหนงั สอื เลม่ นม้ี ีคณุ ค่าและตรงกับความต้องการหรือไม่ 1.2 ต้ังคาถาม (Question) เม่ือสารวจเบอ้ื งตน้ แล้ว ควรตั้งคาถาม ถามตนเองเก่ยี วกับเรื่องท่ี ผ่านสายตาวา่ มีเน้ือหาอะไรบา้ ง มีปญั หาและข้อนา่ คิดประการใด ข้อเสนอแนะในการต้งั คาถามไดแ้ ก่ ใคร ที่ ไหน ทาอะไร เม่อื ไหร่ ทาไม ทาอยา่ งไร เพื่อบังคบั ให้รู้จักไตรต่ รองกอ่ นทจ่ี ะศกึ ษาในรายละเอยี ดตอ่ ไป 1.3 อา่ น (Read) เป็นการอ่านอย่างละเอยี ด เพื่อหาคาตอบใหก้ ับคาถามท่ีต้ังไวเ้ พื่อจะเข้าใจ หัวใจของเร่ือง ประเด็นหลกั ประเด็นรอง และรายละเอยี ดปลกี ย่อย เพ่ือจะชว่ ยให้เขา้ ใจจดจาได้รวดเร็วย่งิ ขึ้น 1.4 ทอ่ ง (Recite) หลังจากอ่านจบแต่ละบท แต่ละตอน แต่ละหวั ขอ้ ให้หยุดเป็นระยะ เพื่อทบทวนวา่ อ่านอะไรไปบา้ ง เมือ่ ท่องทวนความจานีก้ ค็ อื การรวบรวมความรู้เข้าไปเกบ็ ไวใ้ นสมองอยา่ งถาวร 1.5 ทบทวน (Review) คอื การตรวจสอบความถูกต้องซง่ึ เปน็ สง่ิ สาคญั ที่ควรปฏบิ ัตอิ ยา่ ง สม่าเสมอใหเ้ ป็นกจิ นิสัย การทบทวนควรทาภายหลงั อา่ นตาราเลม่ นัน้ จบโดยเรว็ ทส่ี ุด 2. เทคนคิ การจา 2.1 พยายามทาความเข้าใจกับเนือ้ หานั้นให้ได้ จงอยา่ จาในส่ิงท่เี ราไมเ่ ข้าใจ 2.2 เชอ่ื มโยงเนื้อหาใหม่ ๆ กับสง่ิ ท่ไี ปเรยี นไปแล้ว 2.3 เลอื กจาเฉพาะเนื้อหาท่ีสาคญั 2.4 จัดเนอื้ หาอย่างมีระบบ ใชแ้ ผนภาพ แผนภมู ิ และตาราง จะชว่ ยให้จาไดง้ า่ ยข้ึน 2.5 การท่องหรอื เขียนหรือทาซา้ ๆ หลายครง้ั จะชว่ ยใหจ้ าไดม้ ากขึ้น 2.6 บทเรยี นที่ยาว ควรแบง่ เปน็ ส่วน ๆ 2.7 หลังช่ัวโมงเรียนควรบนั ทกึ ให้เร็วที่สดุ ถ้าท้งิ ไวอ้ าจจะไม่เขา้ ใจเนื้อหานัน้ เลย 3. เทคนิคการจดคาบรรยาย
3.1 ขณะฟังคาบรรยาย ควรฟังอยา่ งต้ังใจและคิดตามไปด้วย 3.2 จับประเด็นสาคัญจากคาบรรยาย 3.3 จดใหไ้ ด้เน้อื ความมากท่ีสดุ แต่ไม่ใชท่ ุกคาพูดโดยไม่กลั่นกรอง 3.4 จดให้เร็วทส่ี ุด โดยใช้สญั ลกั ษณห์ รือคายอ่ เข้าชว่ ย 3.5 ควรจดใหม้ ีระเบียบท้งั หัวขอ้ ใหญ่ และหัวข้อรอง โดยใช้ตัวเลขกากบั 3.6 การยอ่ หน้า เว้นช่องว่าง ขีดเสน้ ใต้ แบง่ ช่องไฟ จะชว่ ยใหอ้ า่ นได้ง่ายขนึ้ 3.7 เมื่อผู้บรรยายพูดเร็วเกินไป ควรเว้นว่างไว้กอ่ น การหันไปถามเพ่ือนจะทาใหท้ ั้งเขาและเรา เสียสมาธิ 3.8 ควรบันทึกครงั้ ท่ี และวันทฟี่ งั บรรยายทุกคร้ัง 3.9 จดบันทกึ วชิ าเดยี วกนั ใช้เลม่ เดยี วกนั อย่าจดปนกบั วชิ าอน่ื 3.10 ทบทวนดูบนั ทกึ คาบรรยายในวันเดียวกนั จะช่วยให้จาเร่ืองได้ดีขนึ้ 4. เทคนิคการทาบันทึกย่อ 4.1 อ่านและทาความเข้าใจ เนื้อหาที่สาคญั สรุปสาระสาคัญในแตล่ ะยอ่ หนา้ หรอื แต่ละหัวขอ้ 4.2 จดอยา่ งส้ัน และกระชับความ 4.3 จดใหค้ รอบคลมุ เน้อื หา 4.4 ใช้ภาพประกอบง่ายๆ เพ่อื ช่วยใหเ้ ข้าใจได้เร็วข้ึน 4.5 ลอกขอ้ ความท่ีอ่านลงในบันทึกยอ่ 4.6 ควรจดชื่อหนังสือ ผแู้ ตง่ ช่ือบท และระบุหน้าของตารา เพ่ือจะได้ยอ้ นกลบั ไปทบทวน รายละเอียดไดใ้ หม่ 5. การขีดเส้นใตแ้ ละจดในตารา เพ่อื เน้นความสาคญั ของเนือ้ หาในการขดี ควรใช้ปากกาสีตา่ ง ๆ เนน้ เฉพาะข้อความที่สาคัญเพื่อ ยา้ ให้เห็นถงึ ประเดน็ ที่สาคญั ของเร่ือง นอกเหนอื จากน้ีอาจเขียนวงกลมล้อมคาที่สาคญั ทา เครอื่ งหมายต่าง ๆ เช่น ส่ีเหล่ียม ดอกจนั ประกอบ อย่าหวงตาราท่ีเราเปน็ เจ้าของ การเก็บรักษาตาราให้ดู เหมอื นใหมอ่ ย่เู สมอโดยไม่ยอมขีดเขยี นนั้น นบั เป็นอปุ สรรคอย่างยง่ิ ตอ่ การเรียนรู้
ใบงานกจิ กรรมแนะแนว หน่วยการจัดกิจกรรมเรียนร้อู ยา่ งเข้าใจ ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4 1.ชอื่ -สกุลนักเรียน.........................ชั้น ม.4/....เลขท.ี่ .... 2.ช่ือ-สกลุ นักเรียน........................ช้นั ม.4/....เลขที่.... 3.ชื่อ-สกุลนกั เรยี น.........................ชัน้ ม.4/....เลขท่.ี .... 4.ชอื่ -สกุลนกั เรียน........................ชัน้ ม.4/....เลขที่.... ใบงานเรอ่ื ง “การใช้แหลง่ การเรียนรู้” คาสั่ง ให้นักเรียนจับคู่ และช่วยกันคิดหาคาตอบเก่ียวกับ การแสวงหาข้อมูลและเลือกใช้ข้อมูลจากแหล่งการ เรียนรู้ ตามประเดน็ ดงั น้ี 1. ใหน้ ักเรยี นระบุแหลง่ การเรียนรภู้ ายในโรงเรยี น แหลง่ การเรยี นรภู้ ายในโรงเรยี น ให้ความรู้ในเรอ่ื ง 1. 2. 3. 2. ใหน้ กั เรยี นระบแุ หลง่ การเรยี นรู้ภายนอกโรงเรียน แหล่งการเรยี นรภู้ ายนอกโรงเรียน ใหค้ วามรูใ้ นเรือ่ ง 1. 2. 3. 3.ใหน้ กั เรียนระบแุ หลง่ การเรียนรทู้ ่ีนกั เรยี นนิยมหรือเลือกใช้ในการแสวงหาความรู้มากทส่ี ดุ เพราะอะไร แหล่งการเรยี นรทู้ ่นี กั เรยี นนยิ มใช้ เหตุผลท่ีเลือก นิยมใช้ 1. 2. 3. 4. ให้นักเรยี นระบแุ หลง่ การเรยี นรทู้ างอนิ เตอร์เน็ตหรือเวบ็ ไซดท์ จ่ี ะเป็นประโยชน์ เวบ็ ไซด์ทน่ี า่ สนใจ ใหค้ วามรูเ้ กี่ยวกับอะไร 1 2 3
ใบความร้กู จิ กรรมแนะแนว หนว่ ยจัดกิจกรรมอาชพี ของฉนั ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ________________________________________________________________________________ ใบความรู้ เรื่อง ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community) ความเป็นมา อาเซยี น หรือสมาคมประชาชาติแหง่ เอเซีย ตะวนั ออกเฉียงใต้ เป็นองค์กรท่กี ่อตง้ั ขึน้ ตามปฏิญญา กรงุ เทพฯ เมื่อวนั ท่ี 8 สิงหาคม 2510 มีประเทศสมาชกิ รวม 10 ประเทศ คอื ไทย มาเลเซีย อนิ โดนเี ซีย ฟิลิปปนิ ส์ สงิ ค์โปร์ บูรไน ดารสุ ซาลาม กัมพชู า ลาว พม่า เวยี ดนาม วัตถุประสงคข์ องการกอ่ ตั้ง ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น หรอื ASEAN Economic Community เป็นการรวมกล่มุ ทางเศรษฐกิจของประเทศ สมาชิกอาเซยี น โดยมเี ปา้ หมายเพือ่ ส่งเสรมิ อาเซยี ใหเ้ ปน็ ตลาดและฐานผลิตรว่ มกัน มีการเคลอ่ื นย้ายสินค้า บรกิ าร และการลงทนุ แรงงานฝีมือ และเงินทุนอยา่ งเสรี ภายในปี พ.ศ.2558 (ค.ศ.2015) และไดก้ าหนด ยุทธศาสตรส์ าคญั 4 ดา้ นหลกั คอื 1) การเปน็ ตลาดเดียวและฐานการผลิตร่วมกัน ให้มกี ารเคล่ือนย้ายสินค้า บรกิ าร การลงทุน แรงงานฝีมือ และเงินทุนอย่างเสรี 2) การสร้างขดี ความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกจิ ของอาเซยี นโดยสง่ เสรมิ กรอบนโยบายด้าน เศรษฐกิจทส่ี าคญั เชน่ กรอบนโยบายการแขง่ ขันของอาเซียน สทิ ธิในทรพั ยส์ นิ ทางปัญญา นโยบายภาษแี ละการ พัฒนาโครงสร้างพน้ื ฐาน (การขนสง่ และเทคโนโลยีสารสนเทศ) เปน็ ตน้
3) การพฒั นาเศรษฐกจิ อย่างเสมอภาค เพื่อลดชอ่ งวา่ งการพฒั นาระหวา่ งประเทศสมาชิก โดยการ สนับสนนุ การพฒั นาวสิ าหกิจขนาดกลางและขนาดยอ่ ม และสง่ เสรมิ โครงการตา่ ง ๆ ภายใต้กรอบการริเรม่ิ การ รวมกลุ่มของอาเซยี น เป็นตน้ 4)การบรู ณาการการเข้ากับเศรษฐกิจโลก เน้นการปรับประสานนโยบายเศรษฐกิจของอาเซยี นที่มตี อ่ ประเทศภายนอกภูมิภาค เช่น การจัดทาเขตการค้าเสรี และการสร้างเครือข่ายด้านการผลิตและจาหน่าย ผลกระทบจากการเปิดเสรที างการคา้ ต่อตลาดแรงงานไทย ประเทศสมาชิกอาเซยี นไดร้ วมกลุ่มทางเศรษฐกจิ โดยมีเป้าหมายเพื่อจดั ตัง้ เปน็ ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน ที่มเี ป้าหมายสง่ เสริมอาเซยี นให้เป็นตลาดเดียวและฐานการผลติ ร่วมกัน ใหม้ ีการเคลอื่ นย้าย สนิ คา้ บริการ การลงทนุ แรงงานฝมี อื และเงนิ ทนุ อย่างเสรี ภายใน ปี พ.ศ.2558 (ค.ศ.2015) การจดั ต้ังประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี นในปี ค.ศ.2015 จะทาให้เศรษฐกจิ ในภมู ภิ าคมคี วามเข้มแขง็ เพราะประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี นจะเป็นแหลง่ การลงทนุ ที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เปน็ อนั ดนั ท่ี 3 โดยเปน็ รองจาก จนี และอนิ เดยี เท่านนั้ ประเทศไทยในฐานะสมาชิกของอาเซียนไดร้ ับประโยชนจ์ ากการค้ากบั ประเทศสมาชกิ อาเซียนเพิ่มสูงข้นึ โดยจาก หนึง่ ล้านล้านบาทในปี ค.ศ.2000 เป็น สองล้านล้านบาทในปี ค.ศ.2009 การจัดตั้ง ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน จะชว่ ยเสรมิ สรา้ งความเขม้ แขง็ ใหก้ บั ตลาดแรงงานไทย และสร้างโอกาสการมงี านทา แกแ่ รงงานไทยมากขน้ึ การเคลอ่ื นยา้ ยแรงงานเสรีเฉพาะแรงงานฝีมือเท่านั้น เร่มิ ต้นที่ 7 อาชพี ปจั จุบันประเทศสมาชิกอาเซยี นได้จดั ทาขอ้ ตกลงยอมรับร่วมกัน (MRAs) ใน 7 สาขาด้วยกนั คือ วิศวกรรม พยาบาล สถาปัตยกรรม การสารวจ แพทย์ ทนั ตแพทย์ และนักบัญชี ส่วนสาขาอื่น ๆ ยงั อยรู่ ะหว่างพจิ ารณา ซ่งึ ส่งผลกระทบตอ่ ตลาดแรงงานไทยคือ จากดั อยู่ในกลุ่มแรงงานฝีมอื ฉะนน้ั ตลาดแรงงานไทยจึงได้รบั ผลกระทบไม่ มากนกั โดยด้านบวกคือ ตลาดแรงงานใหญ่ข้ึน ทาใหแ้ รงงานไทยมโี อกาสได้งานทามากขน้ึ ส่วนด้านลบคือ มีการ แข่งขนั โดยแรงงานจากกลมุ่ ประเทศสมาชิกอาเซยี นมากขนึ้ ทง้ั นี้ ผลกระทบดงั กล่าวจะเป็นดา้ นบวก หรอื ดา้ นลบ มากกวา่ น้นั ขึน้ อย่กู บั ความพร้อมของแรงงานในแต่ละประเทศ และยังมีเวลาท่ีจะเตรียมความพรอ้ มของแรงงาน ไทยในการพัฒนาทักษะฝมี ือเพ่ือเข้าสตู่ ลาดแรงงานในภูมิภาคอาเซียน
ดงั น้นั จงึ เป็นโอกาสสาคญั ที่ประเทศไทยจะตอ้ งเรง่ พฒั นาศกั ยภาพและขดี ความสามารถในด้านการส่งออก โดยเฉพาะในสาขาท่ีไทยมีความพร้อมและมขี ีดความสามารถในการแขง่ ขนั สูง เช่น สาขาผลิตภัณฑ์อาหาร ผลติ ภัณฑ์ยานยนต์ ผลติ ภณั ฑอ์ เิ ลก็ ทรอนิกส์ ผลิตภณั ฑ์ไม้ ผลติ ภัณฑ์ยาง สง่ิ ทอและเครอ่ื งนงุ่ หม่ ผลติ ภัณฑ์ เกษตร ผลติ ภัณฑ์ประมง โลจสิ ตกิ ส์ รวมถึงสาขาบรกิ าร อาทิสาขาการท่องเท่ยี ว สาขาการบนิ การบริการสาขา สขุ ภาพ และสาขาเทคโนโลยสี ารสนเทศ เป็นตน้ ผลการวจิ ยั ช้ีนักเรยี น นกั ศึกษา ซ่งึ เป็นเยาวชนของไทย ยังไม่ทราบเกยี่ วกบั การเคลอื่ นย้ายแรงงานเสรี จากการสารวจของกรมการจดั หางาน โดยกองวจิ ยั ตลาดแรงงาน เรอื่ ง ความรู้ ความเขา้ ใจ เกยี่ วกับการเคลอื่ นย้ายแรงงานเสรใี นประชาคมอาเซยี น : ศึกษาเฉพาะกรณนี กั เรยี นระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ในกรงุ เทพมหานคร จานวน 736 คน ผลปรากฏว่า กลุ่มตวั อย่างสว่ นใหญ่ หรอื รอ้ ยละ 99.46 ยังไม่ทราบเร่ือง การเคล่อื นยา้ ยแรงงานเสรีในประชาคมอาเซยี น มีเพยี งร้อยละ 0.54 เท่านน้ั ทมี่ ีความรู้ ความเขา้ ใจ ดงั นัน้ ทกุ ภาค ส่วนท่เี กย่ี วข้องควรมกี ารประชาสมั พันธใ์ หค้ วามร้ใู นเรอ่ื งน้ีใหม้ ากข้ึน เพ่ือเตรียมความพร้อมท่จี ะเข้าสู่ ตลาดแรงงานเสรี ซง่ึ จะมกี ารแขง่ ขนั กนั มากขน้ึ และในขณะเดียวกันก็เป็นการขยายตลาดสาหรับแรงงานไทยเพิ่ม มากข้ึนดว้ ย นักเรยี น นักศึกษา ควรเตรยี มตัวอย่างไรบา้ ง นักเรยี น นกั ศกึ ษา จึงควรทจ่ี ะเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ เชน่ ภาษาอังกฤษ สาหรบั ใช้ใน การสอื่ สาร และการทางาน รวมทงั้ ความรู้ดา้ นวิชาการในแขนงตา่ ง ๆ และสาหรบั สาขาวชิ าหลกั ที่ได้มีการจัดทา ข้อตกลงยอมรบั รว่ มกนั แลว้ 7 สาขา คือ วศิ วกรรม พยาบาล สถาปตั ยกรรม การสารวจ แพทย์ ทนั ตแพทย์ และ นักบญั ชี เป็นสาขาทจี่ าเป็นตอ้ งมพี ื้นฐานดา้ นคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตรม์ ากอ่ น สว่ น สาขาอาชพี อนื่ ๆ ยงั อยูร่ ะหว่างการพจิ ารณา ดงั น้นั นักเรียน นักศึกษา ควรให้ความสนใจ และวางพน้ื ฐานของ ตนเองใหด้ ี มีความพรอ้ ม ที่จะหางานทา ภายหลังสาเรจ็ การศึกษาแล้ว เพราะไมเ่ พยี งแต่ทางานในประเทศเท่านน้ั หากยงั สามารถทางานในตา่ งประเทศไดอ้ กี ดว้ ย อ้างองิ : กองวิจัยตลาดแรงงาน ฝ่ายวิเคราะหต์ ลาดแรงงาน. เงอ่ื นไขเกี่ยวกบั การเคลือ่ นยา้ ยแรงงานเสรใี น ประชาคมอาเซยี น, กรงุ เทพฯ : กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน, 2555
ใบงานกิจกรรมแนะแนว หน่วยจดั กจิ ชอื่ -สกุลนักเรยี น………….………............................................................…………..………............…..ชัน้ ม.4 /... ใบงาน เรื่อง คณุ สมบตั ิของบคุ คล ภารกิจของกลุม่ ให้ชว่ ยกันต้ังบริษทั /กิจการที่กลุม่ สนใจ บอกจานวนตาแหนง่ งาน ระบุคุณสมบัตขิ อง ตัง้ บริษัท/กจิ การ ....................................... ตาแหน่ง ตาแหน่ง...................................... ...................................... จำนวน...............คน จำนวน...............คน คุณสมบตั ิ ของบุคคล คุณสมบตั ิ ของบคุ คล .......................................................... ........................................................ .......................................................... ต..า..แ...ห...น...่ง................................................................................. .ต...า..แ..ห...น...่ง.................................................................................. ...........จ..ำ...น..ว..น..................................ค...น.............. .............จ..ำ..น...ว..น. ...............คน ........................ ...........ค...ุณ...ส...ม...บ...ัต...ิ .ข...อ..ง..บ...ุค...ค...ล............ คุณสมบัติ ของบคุ คล ...... ........................................................ .......................................................... .................................................................. .......................................................... .......................................................... .ส..ม..า..ช..ิก..ก..ล..ุม่..1..…...…..…...…..…...…..…...…..…...…...…..…...…..…...…..…. …….…..เ.ล..ข..ท..่.ี...............2..…...…..…...…..…...…...…..…...…..…...…..…...…..…...…..…..….เลข ......................4..……………………….......…………………..….....เ.ล..ข..ท..่.ี ...............5..………………………………...……….…
จกรรมอาชีพของฉัน ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ....................................เลขท.่ี ....................................................... ลที่ตลาดแรงงานตอ้ งการ งบคุ คลทตี่ ้องการ เชน่ วุฒิการศกึ ษา เพศ อายุ ประสบการณ์ ความสามารถพิเศษเป็นตน้ ............................. ตาแหน่ง...................................... ตาแหน่ง จำนวน...............คน ...................................... คณุ สมบัติ ของบุคคล จำนวน...............คน .......................................................... คุณสมบัติ ของบคุ คล .......................................................... ........................................................ ..ต...า..แ...ห...น..่.ง........................................... ....................ต...า..แ...ห...น...่ง...................... ..............จ..ำ..น...ว..น...............คน ........................................................ ...........จ...ำ..น..ว..น...................คน .......ค...ณุ ...ส...ม...บ...ตั...ิ .ข...อ..ง...บ..คุ...ค...ล.......................... .........ค...ุณ....ส..ม...บ...ตั...ิ.ข...อ...ง..บ...คุ ..ค...ล............ ...... ........ ............................................................ ............................................................ ......................................................... ขท...่ี ...............3..…..…...…..…...…...…..…...…..…...…..…...…..…...…..…...…..…...…....…...เลขท.ี.่............................................................... ….เ.ล..ข..ท..ี่..................6.…...…...…..…………........…………………………..เ..ล..ข..ท..ี.่ ....................................................... .....................
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130