Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รายรับ-รายจ่าย

รายรับ-รายจ่าย

Published by ปาริชาต งดงาม, 2021-12-03 08:38:15

Description: 12345

Search

Read the Text Version

141 7. ความสมั พันธร ะหวางสุโขทยั กบั หวั เมืองมอญเปนไป 2 ลักษณะ คือ ก. การคา และศาสนา ข. การปกครองและเปนรัฐกนั ชน ค. ขยายอาณาเขต และปองกันอาณาเขต เหตุผล …………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………… 11. หลังสมัยพอขนั รามคําแหงมหาราช เมอื งนครศรีธรรมราชมีฐานะอยางไร ก. ยงั คงเปนประเทศราชตอไป ข. เปน อสิ ระไมข น้ึ กบั อาณาจกั รใด ค. ตกอยูใตอ าํ นาจของอยธุ ยา เหตผุ ล …………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………… 12. ปญหาในเรือ่ งใดของสโุ ขทยั ที่เปนชองทางใหอ ยธุ ยาสามารถครอบครองสุโขทยั ได อยา งเบ็ดเสร็จ ก. สุโขทัยมีศตั รรู อบทศิ ข. สุโขทยั สนับสนุนดานวฒั นธรรมมากเกินไป ค. สุโขทยั เกดิ การขัดแยง ในการขน้ึ ครองราชย เหตผุ ล …………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………

142 13. การทีช่ าวเมอื งเหนือใหค วามจงรักภกั ดตี อ สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ นาจะเปน เพราะเหตผุ ลใด ก. เปนเชือ้ สายราชวงศสุโขทยั ข. เสด็จมาประทบั วงั พษิ ณโุ ลก ค. ถกู ทัง้ 2 ขอ เหตุผล …………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………… ******************************************************

แผนการสอนที่ 2 143 ความสัมพันธระหวางประเทศของไทยในสมยั สโุ ขทัย (2 คาบ) ลักษณะความสัมพนั ธกบั รฐั อนื่ ท่ีอยูห างไกลในทวปี เอเชยี อันไดแ ก - ลงั กา - จนี ความคดิ รวบยอด จดุ มงุ หมายในการสรางความสมั พันธร ะหวา งประเทศของสโุ ขทยั คือ การขยาย อาํ นาจ การรักษาความมั่นคง การปองกนั การรกุ ราน การหวังผลประโยชนท างการคา และการผูก ไมตรกี ับรฐั อนื่ จุดประสงคป ลายทาง เพอ่ื ใหน กั เรยี น 1. มคี วามรู ความเขาใจเกยี่ วกับความสมั พนั ธระหวา งประเทศในสมยั สุโขทัย 2. มคี วามตระหนักถงึ ความสําคัญของการสรางความสัมพันธก บั ดนิ แดนท่ีอยูห า ง ไกลในทวีปเอเชยี ในสมยั สโุ ขทัย จุดประสงคน ําทาง เพื่อใหน ักเรยี น 1. ระบุลกั ษณะของความสัมพันธระหวางอาณาจักรสโุ ขทยั กับดนิ แดนทอ่ี ยหู า ง ไกลในทวีปเอเชยี ได 2. บอกความสําคัญของการสรางความสมั พนั ธร ะหวา งอาณาจักรท่ีอยหู างไกล ในทวปี เอเชียในสมยั สโุ ขทัยได เน้ือหา ลักษณะความสัมพันธกับรฐั อื่นท่ีอยูหา งไกลในทวปี เอเชยี 1. ลงั กา สโุ ขทัยกบั ลงั กามีความสัมพนั ธทางดา นวฒั นธรรมผา นทางพระพทุ ธศาสนา ซ่งึ มีสว นท่ที ําใหพ ระพุทธศาสนาไดกลายมาเปน ศาสนาประจําชาติของเราจนทุกวนั น้ี

144 2. จนี สโุ ขทยั มีความสมั พันธใ นลักษณะของการคา ระบบรฐั บรรณาการ ซ่งึ สุโขทัย ไดร ับผลประโยชนตอบแทนอยางมาก รวมไปถงึ การไดร บั การถา ยทอดความรูบางดา นดว ย เชน การเดนิ เรอื สาํ เภา การทาํ เคร่ืองสงั คโลก เปนตน กจิ กรรมการเรียนการสอน 1. ครูนาํ แผนทีแ่ สดงอาณาเขตของอาณาจกั รสโุ ขทยั และอาณาจกั รท่อี ยใู นทวปี เอเชยี มาใหน กั เรียนดู พรอมทัง้ ซักถามนักเรียนวา มอี าณาจกั รใดบา งทอี่ ยู หางไกลกับสโุ ขทยั 2. ครูใหนักเรียนลองยกตวั อยา งอาณาจกั รทีอ่ ยหู า งไกลจากสโุ ขทยั วา มีอาณาจกั ร ใดบา ง และลกั ษณะความสัมพนั ธกบั อาณาจักรนัน้ ๆ เปน ไปในลกั ษณะใด จากนั้นครูสรปุ บนกระดาน 3. ครบู อกนกั เรียนถงึ ความสําคัญของการสรางความสัมพนั ธก ับดินแดนตา งๆ และลักษณะของความสัมพันธน ั้น 4. ครูบรรยายเร่ืองความสมั พนั ธร ะหวา งประเทศในสมยั สโุ ขทยั กบั อาณาจกั รท่ี อยหู า งไกลในทวปี เอเชยี ไดแก ลงั กา และจี น นกั เรียนชวยกนั สรุป ความรูทีไ่ ดจ ากการฟง บรรยาย ครูเขียนสรปุ เน้อื หาบนกระดาน นกั เรยี น บันทึกลงในสมดุ จดงาน ( คาบท่ี 2 ) 5. ครแู จกแบบฝก หดั เร่อื ง “ ลักษณะความสมั พนั ธระหวางประเทศของไทยใน สมัยสโุ ขทัยกบั อาณาจกั รทอ่ี ยหู า งไกลในทวีปเอเชยี ” ใหน ักเรยี นแตละคน โดยครใู หเ วลา 15 นาที 6. ครสู ุมเรียกนักเรียนเพื่อตอบคาํ ถามในแบบฝกหัดท่ีกําหนดให จากนน้ั ครู สรปุ พรอ มทง้ั อธบิ ายเพิม่ เตมิ ส่ือการเรียนการสอน แผนท่ีแสดงอาณาเขตของอาณาจักรสุโขทยั และอาณาจกั รที่อยูในทวีปเอเชีย

145 การประเมินผล 1. ประเมนิ จากการมีสวนรวมในการเรยี นการสอน อันไดแก การตอบคาํ ถาม การทํางานกลมุ การอภปิ ราย การวเิ คราะห การสรปุ เนอ้ื หาความรู 2. ประเมนิ จากการมอบหมายงาน ไดแ ก การทาํ แบบฝกหดั เร่อื ง “ ความ สมั พนั ธระหวางอาณาจกั รสุโขทัยกบั อาณาจกั รทอ่ี ยหู างไกลในทวปี เอเชีย ”

146 แบบฝกหัด ความสมั พนั ธร ะหวางประเทศของไทยในสมัยสุโขทยั เรือ่ ง “ ความสัมพนั ธร ะหวางอาณาจกั รสโุ ขทยั กับอาณาจักรทีอ่ ยหู า งไกลในทวปี เอเชีย ” ตอนที่ 1 ใหนกั เรียนเติมขอความลงในชอ งวางใหถกู ตองและสมบรู ณ 1. พระพุทธสหิ ิงค แสดงถงึ ความสัมพันธระหวางสโุ ขทยั กับ…………………………… 2. พระพุทธศาสนาทีไ่ ทยไดร บั จากลังกาจะเปน นกิ าย……………………………………. 3. ตํานานชนิ กาลมาลีปกรณ แสดงถงึ ความสมั พนั ธร ะหวา งสุโขทัยกบั ลงั กา ในดา น…... ………………………………………………………………………………………… 4. การสรางรอยพระพุทธบาทจําลองของสโุ ขทยั สรางขึน้ ตามแบบอยา งจาก………….. ………………………………………………………………………………………… 5. พระมหาเถรศรีศรัทธาราชจฬุ ามณี มคี วามสําคัญ คอื ………………………………… ………………………………………………………………………………………… 6. ผลจากการมีสัมพนั ธไมตรีกบั ลงั กาในสมัยสโุ ขทยั คือ………………………………... …………………………………………………………………………………………. 7. รูปแบบการคา ของสโุ ขทัยและจนี มีลักษณะ……………………………………………. ………………………………………………………………………………………… 8. อุตสาหกรรมขนาดเลก็ ทสี่ โุ ขทยั ไดเรยี นวิธกี ารทาํ มาจากจนี คือ …………………….. ………………………………………………………………………………………… 9. ในชวงสรา งรฐั สโุ ขทัย ราชวงศ ……………………………………….ของจนี กาํ ลงั แผข ยายอทิ ธพิ ลเขา มา 10. ความสมั พนั ธใ นลักษณะของการสงเครือ่ งราชบรรณาการใหป ระโยชนต อสุโขทยั หลายประการ ดงั นี้ 1. ……………………………………………………………………………… 2. ……………………………………………………………………………… 3. ……………………………………………………………………………… 4. ………………………………………………………………………………

147 ตอนท่ี 2 ใหนักเรยี นกากบาทตวั อกั ษรหนาขอความทถ่ี กู ตอ ง 1. ขอ ใดเปน จดุ มงุ หมายสูงสุดในการสรา งความสัมพนั ธระหวางสโุ ขทยั และจนี ก. เพื่อขยายอาณาเขต ข. เพอ่ื เผยแผว ฒั นธรรม ค. เพือ่ รกั ษาความมน่ั คง ง. เพือ่ ประโยชนท างเศรษฐกิจ 2. ผลสาํ คัญท่ีสดุ ในการทส่ี โุ ขทยั มีความสมั พันธก ับลงั กาคอื ขอใด ก. ไดผลกาํ ไรจากการคา ขาย ข. พระพุทธศาสนาประดษิ ฐานอยา งมั่นคง ค. รฐั ท่อี ยูใกลเคยี งยอมเปน ไมตรีดวย ง. เปนการคานอาํ นาจกบั จนี 3. การสรา งรอยพระพทุ ธบาทจําลองที่เขาสมุ นกฏุ เมืองสโุ ขทยั เปน ผลมาจากความสมั พนั ธ ระหวางสโุ ขทยั กบั รัฐใด ก. มอญ ข. ลังกา ค. นครศรธี รรมราช ง. ลา นนา 4. โดยภาพรวมความสมั พันธร ะหวางสุโขทยั กบั รัฐใกลเ คยี งเปน แบบใด ก. แขงขันแยง ชิงความเปน ใหญ ข. เปน ศัตรตู อ กนั ค. ตางคนตางอยู ง. สโุ ขทัยยอมออนนอ ม 5. ลักษณะความสัมพันธร ะหวา งสโุ ขทยั กับจนี ขอใดถูกทส่ี ดุ ก. การคา และสงคราม ข. การคาและรัฐบรรณาการ ค. การคาและศาสนา ง. การคา และวัฒนธรรม

148 6. ขอใดทแ่ี สดงใหเห็นวาสโุ ขทัยกบั ลงั กามคี วามสัมพนั ธอันดตี อ กนั ก. พระพุทธศาสนาลทั ธลิ ังกาวงศ ข. พระพทุ ธสิงหลปฏิมากร ค. การคา ระหวางเมืองทา ของสุโขทยั กบั ลงั กา ง. การติดตอทางการทตู ระหวางสโุ ขทยั กับลังกา 7. ความสัมพนั ธก บั รัฐใดทสี่ โุ ขทยั จาํ เปน ตองเครือ่ งราชบรรณาการไปให ก. จนี และลา นนา ข. อยธุ ยาและจนี ค. ลา นนาและมอญ ง. มอญและนครศรธี รรมราช 8. ลังกาตง้ั อยูท ิศใดของสโุ ขทยั ก. ทิศเหนอื ข. ทิศตะวนั ตก ค. ทิศตะวนั ออก ง. ทศิ ตะวนั ออกเฉียงเหนอื 9. ในตํานานชนิ กาลมาลีปกรณ ไดก ลาวถึงกษัตรยิ ส องพระองคค อื ขอ ใด ก. พระเจานครศรธี รรมราชกบั พระเจาอโศกมหาราช ข. พระเจา ฟา รว่ั และพอ ขุนรามคาํ แหงมหาราช ค. พอ ขนุ มังรายและพอ ขุนรามคําแหงมหาราช ง. พระเจานครศรีธรรมราชกับพระเจากรุงลงั กา 10. เช้ือพระวงศข องกษัตริยส โุ ขทัยพระองคใดทเ่ี ดนิ ทางไปศกึ ษาพระไตรปฎ กท่ีลงั กา ก. พญาลไิ ทย ข. พระเจา โรจนราช ค. พระมหาสามสี งั ฆราช ง. พระมหาเถรศรีศรทั ธาราชจุฬามณี 11. มีหลักฐานทเี่ ปน หลักศลิ าจารกึ หลายแหง ท่ีปรากฏความสัมพนั ธระหวา งสโุ ขทยั กับลังกา ยกเวน ขอใด ก. ศลิ าจารกึ หลกั ที่ 1 ข. ศลิ าจารกึ หลักท่ี 2 ค. ศลิ าจารึกวัดศรชี มุ ง. ศิลาจารึกเขากบดานที่ 2

149 12. ขอ ใดเปน ลกั ษณะความสมั พนั ธร ะหวา งสุโขทัยกบั ลงั กา ก. ลังกาถายทอดพระพุทธศาสนาใหส โุ ขทยั ข. สโุ ขทัยถายทอดวฒั นธรรมและประเพณใี ห ค. สโุ ขทัยใหค วามชวยเหลอื ดานการปกครอง ง. ลังกาตอ งสง เคร่อื งราชบรรณาการใหส ุโขทยั 13. ลงั กาไดถ ายทอดพระพุทธศาสนาใหส โุ ขทัย โดยผานเมืองใด ก. ลานนาและมอญ ข. พุกามและลา นนา ค. นครศรีธรรมราชและพกุ าม ง. มอญและนครศรธี รรมราช 14. พระพทุ ธศาสนานิกายใดท่ีสโุ ขทยั รบั มาจากลงั กา ก. มหายาน ข. หนิ ยาน ค. อาจารยิ วาท ง. สยามวงศ 15. หลักฐานใดทร่ี ะบถุ ึงความสมั พันธระหวางสุโขทัยกบั ลังกา ก. ศิลาจารกึ ข. จดหมายเหตจุ นี ค. พงศาวดารสโุ ขทยั ง. ตาํ นานชินกาลมาลปี กรณ 16. จากหลักฐานในขอ 16 ไดร ะบวุ า สโุ ขทยั ไดท ลู ขอพระพทุ ธรปู สาํ คัญซึ่งพระเจา กรงุ ลงั กาก็ ทรงพระราชทานใหต ามประสงค พระพุทธรปู ดงั กลาวตรงกับขอ ใด ก. พระพุทธชินราช ข. พระพุทธสหิ งิ ค ค. พระศรศี ากยมนุ ี ง. พระพุทธชินสหี 

150 17. สงิ่ ใดทย่ี นื ยันชดั เจนวาสุโขทยั มคี วามสมั พันธอันดกี บั ลังกา ก. กษตั ริยลงั กาไดทูลขอพระพทุ ธรูปสาํ คัญจากสุโขทยั ข. กษตั รยิ สุโขทยั ไดข อพระไตรปฎกจากลังกามาไวที่สุโขทยั ค. พระภกิ ษุสงฆเ ชอื้ พระวงศไ ดเ สด็จไปศึกษาพระไตรปฏกที่ลังกา ง. พระภกิ ษสุ งฆล ังกาไดเดนิ ทางมาเผยแผศ าสนาทส่ี ุโขทัย 18. ความสัมพนั ธร ะหวางสโุ ขทัยและจนี เริ่มในสมยั ใด ก. พระมหาธรรมราชาท่ี 1 ( ลิไทย ) ข. พระมหาธรรมราชาที่ 2 ค. พระมหาธรรมราชาท่ี 3 ง. พอขุนรามคําแหงมหาราช 19. เพราะเหตุใดจนี จึงตดิ ตอคาขายกบั สโุ ขทัย ก. หวงั จะซอื้ ของปาหายากจากสโุ ขทัย ข. สโุ ขทยั เปน รฐั ท่มี ศี ักด์ศิ รีเสมอกับจีน ค. เอาไวเ ปน พนั ธมิตรยามเกิดศกึ ง. สุโขทยั แสดงความออ นนอมตอจนี 20. สันนษิ ฐานวา สโุ ขทยั ไมไ ดสงเคร่ืองราชบรรณาการใหจีนในภายหลงั เพราะเหตใุ ด ก. สุโขทัยเขม แขง็ จึงเรมิ่ แขง็ ขอตอ จนี ข. สโุ ขทยั ถูกผนวกรวมเขากบั อยุธยา ค. จนี ตอ งตกอยภู ายใตอทิ ธพิ ลของตะวนั ตก ง. จนี ไมสนใจรฐั บรรณาการเพราะมีมลู คานอ ย ************************************

151 ภาคผนวก จ คณุ ภาพของเคร่อื งมือที่ใชก ารเกบ็ รวบรวมขอ มูล “ คณุ ภาพของแบบวัดความสามารถทางการคดิ อยางมวี จิ ารณญาณ ”

152 ตารางที่ 8 คา ความยากงาย ( p ) และคา อาํ นาจจําแนก ( r ) เปน รายขอของแบบวดั ความ สามารถทางการคิดอยางมวี ิจารณญาณ จาํ นวน 40 ขอ กอ นการทดลองของนกั เรียน กลุม ตวั อยา ง ขอ ที่ ความยากงาย ( p ) อํานาจจําแนก ( r ) 1 0.40 0.22 2 0.31 0.29 3 0.55 0.27 4 0.57 0.44 5 0.74 0.33 6 0.51 0.28 7 0.38 0.43 8 0.40 0.57 9 0.32 0.36 10 0.70 0.26 11 0.61 0.60 12 0.37 0.35 13 0.40 0.44 14 0.38 0.40 15 0.78 0.23 16 0.68 0.45 17 0.24 0.23 18 0.35 0.36 19 0.40 0.58 20 0.47 0.24 21 0.64 0.23 22 0.31 0.50 23 0.45 0.25 24 0.34 0.47 25 0.61 0.43 26 0.60 0.49 27 0.64 0.31

153 28 0.54 0.56 29 0.29 0.39 30 0.61 0.24 31 0.36 0.42 32 0.52 0.49 33 0.51 0.61 34 0.52 0.26 35 0.71 0.27 36 0.36 0.46 37 0.65 0.51 38 0.31 0.29 39 0.44 0.23 40 0.61 0.42

154 ตารางที่ 9 คา ความยากงาย ( p ) และคา อาํ นาจจําแนก ( r ) เปน รายขอของแบบวดั ความ สามารถทางการคิดอยางมวี ิจารณญาณ จาํ นวน 40 ขอ หลังการทดลองของนกั เรียน กลุม ตวั อยา ง ขอ ที่ ความยากงาย ( p ) อํานาจจาํ แนก ( r ) 1 0.43 0.27 2 0.21 0.30 3 0.31 0.39 4 0.40 0.27 5 0.48 0.24 6 0.43 0.27 7 0.30 0.24 8 0.45 0.24 9 0.43 0.27 10 0.70 0.25 11 0.51 0.24 12 0.33 0.66 13 0.43 0.27 14 0.31 0.21 15 0.48 0.30 16 0.48 0.33 17 0.25 0.30 18 0.36 0.21 19 0.30 0.30 20 0.39 0.21 21 0.43 0.27 22 0.31 0.21 23 0.43 0.27 24 0.31 0.21 25 0.51 0.24 26 0.48 0.30 27 0.51 0.24

155 28 0.42 0.33 29 0.22 0.27 30 0.36 0.30 31 0.36 0.30 32 0.48 0.33 33 0.24 0.24 34 0.48 0.33 35 0.42 0.33 36 0.36 0.46 37 0.42 0.33 38 0.39 0.21 39 0.42 0.33 40 0.51 0.24

156 ภาคผนวก ฉ คะแนนการคดิ อยา งมวี ิจารณญาณของนักเรียนกอ นเรยี นและหลังเรยี น โดยจาํ แนกตามจดุ มงุ หมาย

157 ตารางท่ี 10 แสดงคะแนนการคิดอยา งมีวจิ ารณญาณของนักเรยี นกลุมทดลองโดยจาํ แนกตาม จุดมงุ หมายของแบบวดั การคดิ อยา งมวี จิ ารณญาณ โดยจดุ มุงหมายที่ 1) วดั ความสามารถในการพจิ ารณาความนา เชอ่ื ถอื ของแหลงขอ มลู และการสงั เกต (คะแนนเตม็ 10) 2) วัดความสามารถในการนริ นยั (คะแนนเต็ม 10) 3) วัดความสามารถในการอปุ นยั (คะแนนเต็ม 10) 4) วัดความสามารถในการระบขุ อ ตกลงเบอื้ งตน (คะแนนเต็ม 10) กลุมทดลอง กอ นเรยี น หลังเรยี น ตามลําดับเลขท่ี 12341234 1 2 8 5 3 2 10 8 10 7 3 4 55238877 5 6 77769897 7 8 5 6 2 3 10 10 6 6 9 10 65337877 11 12 66557766 13 14 65557766 15 16 55328977 17 18 65545576 19 8 7 7 6 10 8 9 7 66668887 7 6 6 6 10 9 8 7 67658787 10 10 5 5 8 8 7 7 8 7 6 5 10 7 6 7 66347755 66448884 65558777 66548877

158 กลุมทดลอง กอ นเรยี น หลงั เรียน ตามลําดับเลขที่ 12341234 20 21 76668686 22 23 77659767 24 25 66448557 26 27 77557575 28 29 77558685 30 31 8 6 8 6 10 7 6 5 32 33 86468787 34 35 65436545 77558685 66656666 76668877 87778887 87658995 76669755 8 6 6 4 10 8 7 8 87448878

159 ประวัตผิ ูเขียนวิทยานพิ นธ นางสาวอารียา ศิโรดม เกิดวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2520 ที่กรงุ เทพมหานคร สาํ เร็จการศกึ ษาปรญิ ญาตรคี รศุ าสตรบัณฑติ สาขามธั ยมศกึ ษา (มัธยม-สังคม) วชิ าเอกสงั คมศกึ ษา และจติ วิทยาการปรกึ ษาและแนะแนว คณะครศุ าสตร จุฬาลงกรณมหาวทิ ยาลยั ในปก ารศึกษา 2541 และเขา ศึกษาตอ ในหลกั สูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนสงั คมศึกษา ภาควชิ า มธั ยมศกึ ษา จฬุ าลงกรณม หาวิทยาลยั


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook