Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การสืบสวนสอบสวน

การสืบสวนสอบสวน

Published by mrnok, 2021-03-29 11:18:13

Description: การสืบสวนสอบสวน

Search

Read the Text Version

๑๔๔ ÃÙ»¶‹Ò ´ŒÒ¹¢ŒÒ§ ´ÒŒ ¹μç áÅдŒÒ¹à©Õ§ (เขยี นชื่อนามสกุลดา นหลังรูป แลว ติดดวยลวดเยบ็ กระดาษ) ลายนว้ิ หวั แมมอื ซา ย รหัสลายพิมพน ้ิวมือเด่ียว ลายน้ิวหวั แมมอื ขวา สาํ นวนการสืบสวน หมายเลขภาพถา ย ......................................... ลายมอื ชอื่ ผูต อ งหา ..........................................

๑๔๕ การทาํ สาํ นวนการสืบสวนเปนการบันทึกการสืบสวนไวในทุกขั้นตอน นับแตเร่ิมรับแจง หรือรับทราบเหตุแหงคดี การตรวจสถานที่เกิดเหตุ การวางแผนงานสืบสวน การดาํ เนินงานสืบสวน การตรวจคนการจับกุมและการติดตามผลการดาํ เนินคดีจนถึงท่ีสุดแลวเก็บรวบรวมไวเปนแฟมขอมูล แหงคดหี รือสํานวนการสืบสวน ในแตละคดีพรอมเอกสารและพยานหลักฐานทเ่ี กี่ยวขอ ง ñ. ÇμÑ ¶Ø»ÃÐʧ¤¢ ͧ¡ÒÃทําสํา¹Ç¹¡ÒÃÊ׺Êǹ ๑. เพอื่ ใชเ ปน ขอ มลู ในการสบื สวนและตดิ ตามจบั กมุ ผกู ระทาํ ผดิ ในคดที ง้ั กรณคี ดี ท่ไี มรตู วั และคดที ี่รตู ัวผูกระทาํ ผิดแตเรียกหรือยงั จบั กมุ ตวั คนรายไมไ ด ๒. เพื่อใชเปนขอมูลในการสืบสวนขยายผลคดีใหมีความครบถวนสมบูรณ มากทสี่ ุด ทั้งในกรณขี องผูร ว มกระทําผดิ อ่นื ที่ยงั ไมร ูตวั พยานหลกั ฐานท่ียังไมส ามารถตรวจพบใหครบถวน ทรพั ยสินที่ถกู ประทษุ รา ยยงั ไมไ ดค นื ท้ังหมด ขอ เท็จจรงิ ในคดีบางสวนท่ยี งั ไมท ราบแนช ัด เชน สาเหตุ หรือแรงจูงใจในการกระทําผิด เปนตน รวมทั้งพฤติการณแหงการกระทําผิดในคดีอื่นนอกเหนือจาก ความผิดในคดีทสี่ ืบสวนของผูต องหาหรือผกู ระทําผดิ ๓. เพ่ือใหผูสืบสวนรับผิดชอบคดีใชเปนขอมูลในการทบทวนข้ันตอนและลําดับ เหตุการณในการดําเนินงานสืบสวนคดีท้ังหมดเพ่ือใชประโยชนในการเปนพยานใหปากคําในชั้น สอบสวนซึ่งนับเปนสวนสําคัญในการพิจารณาสั่งฟองหรือไมฟองของพนักงานสอบสวนหรืออัยการ และใชเ ปนขอมูลเบกิ ความในช้นั พจิ ารณาของศาลวาจําเลยมคี วามผิดหรอื ยกฟอ งในชน้ั ศาล ๔. เพื่อใชเปนกรณีศึกษาในการสืบสวนคดีอื่น ๆ ใหประสบความสาํ เร็จมากขึ้น หรือประสบความสาํ เร็จรวดเร็วยิ่งข้ึน รวมท้ังนําขอมูลในสํานวนการสืบสวนไปใชประโยชนในการ ปองกันปราบปรามอาชญากรรมใหมีประสิทธิภาพมากข้ึน เชน การศึกษาถึงแผนประทุษกรรมของ คนราย หรือพฤติกรรมของเหยอ่ื อาชญากรรมในแตล ะประเภท เปนตน เพอ่ื การวางแผนงานหรือหา มาตรการปองกันอาชญากรรมที่มปี ระสทิ ธภิ าพและประสทิ ธิผลใหม ากย่งิ ขน้ึ ตอ ไป ò. û٠ẺáÅÐÇÔ¸¡Õ ÒèѴทําสํา¹Ç¹¡ÒÃÊº× Êǹ ¤ÇÃดําà¹Ô¹¡Òô§Ñ ¹éÕ ๑. จัดเก็บรวบรวมไวเปนลักษณะแบบพิมพทั้งในระบบแฟมเอกสารและระบบ สารสนเทศทม่ี นั่ คงแขง็ แรงและปอ งกัน โดยจาํ กดั ผูเขาถึงขอ มลู ในสาํ นวนการสบื สวนเฉพาะเจาหนาที่ ทเ่ี กี่ยวขอ งเทา นนั้ ๒. มีการจัดเรียงลําดับหมวดหมูเอกสารประเภทตาง ๆ ในสํานวนไวอยางเปน ระบบเพอ่ื ความสะดวกในการตรวจสอบ โดยมแี ผน เอกสารระบหุ วั ขอ เรอ่ื งหรอื ประเภทของเอกสารคน่ั ไวดา นหนาในแตล ะสว นใหเรียบรอ ย ๓. บนั ทกึ ในสาํ นวนการสบื สวน ตอ งระบชุ อ่ื และตาํ แหนง ผบู นั ทกึ วนั เวลาทบี่ นั ทกึ และลงลายมือชอื่ ของผูบนั ทกึ ไวทา ยบันทึกเพื่อเปนหลกั ฐานดว ย ๔. ผูรับผิดชอบสํานวนการสืบสวนควรเปนนายตํารวจช้ันสัญญาบัตร โดยมีการ สง - รบั มอบสาํ นวนการสบื สวนอยา งเปน ทางการทกุ ครงั้ เมอ่ื มกี ารเปลยี่ นแปลง หรอื โยกยา ยตาํ แหนง หนา ทผ่ี รู บั ผดิ ชอบสาํ นวนการสืบสวน ๕. สํานวนการสืบสวนถือเปนสวนหน่ึงของการตรวจสอบติดตามและประเมินผล การปฏบิ ัติงานของฝา ยสบื สวน

๑๔๖ ó. àÍ¡ÊÒÃã¹สํา¹Ç¹¡ÒÃÊº× Êǹ ¤ÇûÃСͺ´ŒÇ ๑. บนั ทกึ การรบั ทราบเหตุหรอื สาํ เนาบันทกึ ประจําวนั รับคํารองทกุ ข บันทึกการรายงานเหตุคดีของพนักงานสอบสวน บันทึกของพนักงานสืบสวน ที่แสดงท่ีมาของการรับทราบเหตุหรือคดีอาญาท่ีเกิดขึ้น เชน การสืบทราบโดยพนักงานสืบสวนเอง การรับแจงเบาะแสจากประชาชน องคกร หนวยงานหรือส่ือสารมวลชนที่นอกเหนือไปจากการรับ แจงความรองทุกขของพนกั งานสอบสวนตามปกติ ๒. สาํ เนาบันทึกคําใหก ารผูใ หถ อยคํา สําเนาบนั ทึกคําใหการผเู สียหายหรอื พยาน หรือบุคคล ทพ่ี นักงานสืบสวนได บนั ทกึ ไวแนบในสํานวนการสืบสวนเพ่ือทราบรายละเอยี ดการกระทาํ ผดิ ๓. บนั ทึกการตรวจสอบเหตเุ บื้องตน (กรณียังไมแ นวาเปนคดอี าญาหรือไม) บันทึกของพนักงานสืบสวนที่แสดงรายละเอียดการตรวจสอบเหตุเบ้ืองตน หลงั รบั ทราบเหตตุ ามขอ ๑ กรณยี งั ไมแ นว า เหตดุ งั กลา วจะเปน คดอี าญาหรอื ไม ซง่ึ ควรตอ งระบวุ นั เวลา ผปู ฏิบตั ิ บุคคลหรือสถานที่ วิธีปฏบิ ตั ิ และผลสรปุ การตรวจสอบอยางครบถว น ๔. บนั ทกึ การตรวจสถานทเ่ี กดิ เหตุ พรอ มแผนทแ่ี ละภาพถา ยรอ งรอยพยานหลกั ฐาน ทีเ่ กย่ี วขอ ง บันทึกของพนักงานสืบสวนท่ีแสดงรายละเอียดของการตรวจสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งตอ งระบุวันเวลา ระยะเวลา ผรู วมปฏบิ ัติ สถานที่ ลักษณะสภาพทีเ่ กดิ เหตุโดยทวั่ ไป และเฉพาะจุดที่ สาํ คัญของคดี วิธกี ารและเครื่องมืออุปกรณทีใ่ ชใ นการตรวจ รองรอยพยานหลักฐานทตี่ รวจพบ และ ผลสรุปของพฤติการณแหงคดีภายหลังการตรวจสถานท่ีเกิดเหตุเสร็จสิ้น พรอมแผนท่ีและภาพถาย ของสถานทีแ่ ละพยานหลักฐานตางๆ ทเี่ ก่ียวขอ ง รวมทัง้ นาํ สําเนาบนั ทึกการตรวจสถานท่ีเกดิ เหตุ ของพนกั งานสอบสวนมาประกอบดว ย ๕. บันทึกการประชมุ วางแผนการสบื สวน บันทึกของพนักงานสืบสวนที่แสดงรายละเอียดของการประชุมวางแผน การสบื สวนในแตล ะครง้ั ซงึ่ ตอ งระบถุ งึ สถานท่ี วนั เวลา ระยะเวลา ผเู ขา รว มประชมุ ประเดน็ การพจิ ารณา และผลสรปุ ของการประชมุ ในแตละประเด็น ๖. บันทึกการสืบสวน พรอมเอกสารหรือภาพถายของบุคคล/สถานที่ หรือรอ งรอยพยานหลกั ฐานทเี่ ก่ียวขอ ง บันทึกของพนักงานสืบสวนท่ีแสดงรายละเอียดการปฏิบัติในการสืบสวน แตละคร้ัง ในทุกข้ันตอนของการสืบสวน ซึ่งควรตองระบุถึงวันเวลา ผูรวมปฏิบัติ สถานท่ี วิธีการ และผลการปฏิบตั พิ รอมเอกสารหลกั ฐาน ภาพถายหรือพยานหลักฐานอืน่ ๆ ประกอบ ๗. สาํ เนาบันทกึ ขอหมายคน สําเนาบันทึกขอหมายคนของพนักงานสืบสวนหรือพนักงานสอบสวนที่แสดง รายละเอียดของเหตุผลและความจําเปนของผูรองขอตอศาลที่จะตรวจคนสถานท่ีเพื่อพบรองรอย พยานหลักฐานในคดี พรอมสาํ เนาหมายคนในแตล ะครงั้

๑๔๗ ๘. สําเนาบันทึกการตรวจคน พรอมแผนที/่ แผนผังและภาพถายประกอบ สําเนาบันทึกการตรวจคนของพนักงานสืบสวนหรือพนักงานสอบสวนที่แสดง รายละเอียดของการตรวจคนในแตละครั้งระหวางการสืบสวน ซ่ึงควรตองระบุถึงวันเวลา สถานที่ ผรู ว มปฏิบัติ วธิ ีการผลการตรวจคน และรอ งรอยพยานหลักฐานท่ตี รวจพบพรอมแผนท่ี แผนผังหรือ ภาพถายสถานทแ่ี ละสิง่ ของท่เี กีย่ วของ ๙. สาํ เนาบนั ทกึ การตรวจยดึ สิ่งของ/ของกลาง พรอมภาพถาย (หากม)ี สําเนาบันทึกของพนักงานสืบสวนหรือพนักงานสอบสวนท่ีแสดงรายละเอียด ของการตรวจยึดส่ิงของหรือของกลางในคดี พรอมภาพถายประกอบ ซึ่งควรตองระบุถึงวันเวลา สถานที่ ผูรวมปฏิบัติ รายการทรัพยหรือสิ่งของ มูลคาของทรัพยหรือส่ิงของและวัตถุประสงคของ การตรวจยดึ พรอมภาพถายประกอบ ๑๐. บญั ชที า ยสํานวนการสืบสวน บัญชีทายสํานวนการสืบสวนของพนักงานสืบสวนท่ีแสดงรายการเอกสาร ประเภทตาง ๆ ทั้งหมดในสํานวนการสืบสวน โดยมีการเรียงลําดับของประเภทเอกสารตามข้ันตอน การปฏิบัติจริง รวมทั้งควรจะตองระบุเจาของผูรับผิดชอบเอกสารและจํานวนแผนของเอกสารแตละ ประเภทดวย ๑๑. ขอ มลู การวิเคราะหคดี (หากม)ี เชน ๑. ขอ มูลการวเิ คราะหการใชโทรศัพท ๒. ขอมลู การวเิ คราะหค วามสมั พันธข องบุคคล ๓. ขอ มูลการขา วกรอง ๔. แผนที่สงั เขปและตาํ แหนงท่อี ยู เวลา ของคนรา ย เปนตน ºÑÞª·Õ ÒŒ Âสาํ ¹Ç¹¡ÒÃÊº× Êǹ ๑. บนั ทึกการรับทราบเหตุหรือสาํ เนาบันทกึ ประจําวนั รับคํารองทุกข ๒. สําเนาบันทกึ คาํ ใหการผูเสียหาย/พยาน ๓. บันทึกการตรวจสอบเหตุเบือ้ งตน (กรณยี งั ไมแ นวา เปน คดอี าญาหรือไม) ๔. บันทึกการตรวจสถานท่ีเกิดเหตุ พรอมแผนที่และภาพถายรองรอยพยานหลักฐาน ทเี่ กย่ี วขอ ง ๕. บนั ทกึ การประชมุ วางแผนการสบื สวน ๖. บันทึกการสืบสวน พรอมเอกสารหรือภาพถายของบุคคล/สถานท่ี หรือรองรอย พยานหลักฐานท่ีเกี่ยวของ ๗. สาํ เนาบนั ทกึ ขอหมายคน ๘. สําเนาบนั ทึกการตรวจคน พรอ มแผนท่ี/แผนผงั และภาพถายประกอบ ๙. สาํ เนาบันทึกการตรวจยดึ ทรพั ย/ ของกลาง พรอ มภาพถาย (หากม)ี ๑๐. บัญชีทายสํานวนการสบื สวน ๑๑. ขอมลู การวิเคราะหค ดี (หากมี)

๑๔๘

๑๔๙

๑๕๐

๑๕๑ ǰ ǰ ǰ ǰ ǰ ǰ ǰ ǰ ǰ ǰ ǰ ǰ

๑๕๒ àÍ¡ÊÒûÃСͺคําÃÍŒ §¢ÍËÁÒ¤¹Œ /¨Ñº ขอบังคับของประธานศาลฎีกา วาดวยหลักเกณฑและวิธีการเกี่ยวกับการออกคําสั่ง หรอื หมายอาญา พ.ศ. ๒๕๔๘ ¢ÍŒ ù พนกั งานฝา ยปกครอง หรอื ตาํ รวจ หรอื เจา พนกั งานอนื่ ซงึ่ รอ งขอใหศ าลออกหมายจบั หรอื หมายคน จะตอ งเปน ผูมอี าํ นาจหนาทเี่ กี่ยวขอ งกับการสบื สวนหรือสอบสวนคดที ่รี องขอออกหมายน้นั และตองพรอ มที่จะมาใหผ พู พิ ากษาสอบถามกอนออกหมายไดทันที ในกรณีที่พนักงานฝายปกครองหรือเจาพนักงานอ่ืนเปนผูรองขอ ผูน้ันตองดํารงตําแหนง ตงั้ แตระดับสามขึ้นไป ในกรณีท่เี ปนตํารวจ ผูน้ันตอ งมยี ศตั้งแตชน้ั รอยตํารวจตรีขนึ้ ไป ¢ŒÍ ññ คาํ รอ งขอใหศ าลออกหมายคน ตองมรี ายละเอียดและเอกสารประกอบดังตอ ไปนี้ (๑) ตอ งระบลุ ักษณะสิง่ ของท่ีตอ งการหาและยดึ หรอื ช่ือตัว ชื่อสกลุ รปู พรรณ อายุ ของบุคคลที่ตองการหา และสถานท่ีท่ีจะคน ระบุบานเลขที่ ชื่อตัว ช่ือสกุลและสถานะของเจาของ หรอื ผคู รอบครองเทา ทที่ ราบ หากไมส ามารถระบบุ า นเลขทท่ี จี่ ะคน ได ใหท าํ แผนทขี่ องสถานทที่ จ่ี ะคน และบริเวณใกลเคียงแทน (๒) ตองระบุเหตุท่ีจะออกหมายคน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๖๙ พรอมสําเนาเอกสารซ่ึงสนับสนนุ เหตแุ หง การออกหมายคน (๓) แนบแบบพมิ พห มายคน ทกี่ รอกขอ ความครบถว นแลว พรอ มสาํ เนา รวมทงั้ เอกสาร อน่ื ทีเ่ กี่ยวขอ ง เชน บนั ทึกคํารองทุกข หนงั สอื มอบอํานาจใหรอ งทกุ ข เปน ตน มาทา ยคํารอง ¢ÍŒ ñõ การรองขอใหออกหมายคน ผูรองขอตองเสนอพยานหลักฐานท่ีนาเชื่อวาบุคคล หรอื สิ่งของท่คี นหาอยใู นสถานท่ีทจ่ี ะคน และ ๑๕.๑ กรณีคน หาสง่ิ ของ (๑) สิ่งของนั้นจะเปนพยานหลักฐานประกอบการสอบสวน ไตสวน มลู ฟอ ง หรอื พจิ ารณา (๒) สิ่งของนั้นมีไวเปนความผิด หรือไดมาโดยผิดกฎหมายหรือมีเหตุ อันควรสงสัยวาไดใชหรือตง้ั ใจจะใชในการกระทําความผิด หรอื (๓) เปนสิ่งของซึ่งตองยึดหรือริบตามคําพิพากษาหรือตามคําส่ังศาล ในกรณีที่จะพบหรือจะยดึ โดยวธิ ีอน่ื ไมไ ดแลว ๑๕.๒ กรณีคน หาบคุ คล (๑) บคุ คลนนั้ ถูกหนว งเหน่ียวหรอื กกั ขงั โดยมิชอบดวยกฎหมาย หรือ (๒) มีหมายใหจ บั บคุ คลนน้ั àÍ¡ÊÒûÃСͺ¡ÒâÍËÁÒ¤Œ¹ Á´Õ §Ñ ¹éÕ - รายงานการสบื สวน - แผนท่แี ละภาพถา ยสถานทท่ี ่จี ะเขาทาํ การตรวจคน - คาํ รองขอออกหมายคน

๑๕๓ (คํารอง) ท่ี................/๒๕........... ขอออกหมายคน รับคํารอ ง ศาล.................................................................... เรยี กสอบ วนั ท่.ี .............เดอื น....................................พุทธศักราช ๒๕.............. .............................ผูพิพากษา ความอาญา .................................................................ผูร อ ง ขา พเจา ...........................................................ตาํ แหนง ................................................ อายุ..............ป อาชพี รบั ราชการ สถานท่ที ํางาน............................................................................. แขวง/ตาํ บล................................เขต/อาํ เภอ.....................................จงั หวดั .................................... โทรศพั ท. ..................................ขอยน่ื คาํ รอ งขอออกหมายคน ตอ ศาล ดงั มขี อ ความทจ่ี ะกลา วตอ ไปนี้ ขอ ๑ ดว ยปรากฏจากการสบื สวน/สอบสวนของ.......................................................... .........................................................................................................................................ทราบวา ทบี่ า นเลขท.่ี ...................หมทู .่ี .......................ซอย..............................ถนน...................................... แขวง/ตําบล....................................เขต/อําเภอ..................................จงั หวัด.................................. เจา ของบา นหรอื ผปู กครอง....................................................................อาย.ุ .................................ป อาชีพ....................................................................ตําแหนง................................................ มพี ฤติการณกระทําความผิดท่เี ก่ียวกับเหตุแหงการออกหมายคน คอื ................................................ ........................................................................................................................................................ ..................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................... รายละเอียดขอ มลู และพยานหลักฐานพรอ มแผนที่สงั เขป ปรากฏตามเอกสารท่ีแนบมาพรอมนี้

๑๕๔ ขอ ๒ ผูร องประสงคจ ะทําการตรวจคนบานหรือสถานทดี่ งั กลาว เพื่อ พบและยึดสง่ิ ของซ่ึงจะเปน พยานหลักฐานประกอบการสอบสวน ไตสวนมลู ฟอ งหรอื พิจารณา พบและยดึ สงิ่ ของซง่ึ มไี วเ ปน ความผดิ หรอื ไดม า โดยผดิ กฎหมาย หรอื ไดใ ชห รอื ตงั้ ใจจะใชใ นการ กระทําความผิด พบและยึดส่งิ ของตามคาํ พพิ ากษาหรอื คาํ ส่งั ศาลตามสาํ เนาคาํ พพิ ากษาหรือคาํ สั่งท่ีแนบมาพรอ มนี้ พบบุคคลทถ่ี กู หนว งเหนี่ยวหรือกักขงั โดยมิชอบดว ยกฎหมาย หรือ พบบุคคลที่ถกู ออกหมายจับตามสาํ เนาหมายจบั ท่แี นบมาพรอมน้ี จงึ ขอใหศ าลออกหมายคน ใหแ ก. ...................................................................................................... ซง่ึ เปน หวั หนา ชดุ ในการตรวจคน เพอ่ื เขา ตรวจคน ในวนั ท.่ี ..................................................................... ...................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ต้งั แตเวลา.....................................................นาฬกา ถึง เวลา.......................................นาฬก า ติดตอกันไปจนกวา จะเสร็จส้ินการตรวจคน ในการยืน่ คาํ รอ งนี้ ผรู อ งไดมอบหมายให. ...................................................................... ........................................................ตาํ แหนง ...............................................ซงึ่ เปน ผใู ตบ งั คบั บญั ชา เปนผนู ําคาํ รอ งมาย่นื ตอศาล และหากศาลเรยี กสอบถามเมื่อใด ผูรอ งพรอ มจะมาใหศาลสอบในทนั ที ผูร อ ง เคย ไมเ คย รอ งขอใหศ าล........................................................................... ออกหมายคน บา นขา งตน โดยอาศยั เหตแุ หง การรอ งขอเดยี วกนั น้ี หรอื เหตอุ น่ื (ระบ)ุ ............................ ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... และศาลมคี าํ สงั่ ............................................................................................................................... ควรมิควรแลว แตจะโปรด ลงช่อื .........................................ผรู อ ง

๑๕๕ หมายคน ท.่ี ................./๒๕........... ã¹¾ÃлÃÁÒÀÔä¸Â¾ÃÐÁËÒ¡ÉÑμÃÂÔ  ศาล....................................................................... วนั ท.ี่ ...................เดอื น...........................พทุ ธศกั ราช ๒๕.......... ความอาญา ..........................................................................................................ผูร อง หมายถงึ ......................................................................................................................................... ดว ยศาลเหน็ มเี หตสุ มควรใหค น สถานท/่ี บา นเลขท.่ี ......................................................... หมทู .ี่ ........................ตรอก/ซอย.....................................................ถนน........................................ ตาํ บล/แขวง..............................................อาํ เภอ/เขต..............................จงั หวดั ............................. ตามแผนท่สี ังเขปแนบทาย เพอื่ พบและยดึ สง่ิ ของ.................................................................................................... ซ่งึ จะเปน พยานหลกั ฐานประกอบการสอบสวน ไตส วนมลู ฟองหรือพจิ ารณา ซง่ึ มีไวเปนความผดิ หรือไดมาโดยผดิ กฎหมาย หรอื ไดใช หรอื ตั้งใจจะใชในการกระทําความผดิ ตามคาํ พิพากษาหรือคาํ สัง่ ของศาล เพื่อพบ * ..................................................................................................................... บุคคลท่ถี กู หนว งเหนีย่ วหรือกักขงั โดยมชิ อบดว ยกฎหมาย บุคคลท่ีถูกออกหมายจับ ตามหมายจับเลขท.ี่ ...............................ลงวันท.่ี ............................. .................................ซง่ึ ออกโดย..................................................................................................... จงึ ออกหมายคน น้ใี ห.................................................................................................... ตําแหนง......................................................................................................................มอี าํ นาจคน สถานที่/บา นขางตน ไดในวันที.่ ..................เดือน...................................พุทธศกั ราช......................... เวลา....................................นาฬก า ถงึ เวลา.............................นาฬก า ตดิ ตอกันไปจนกวา จะเสรจ็ ส้นิ การตรวจคน เมอื่ คน ไดต ามหมายนแี้ ลว ใหส ง ..................................................................................... ........................................................................................................................................................ พรอ มบญั ชกี ารคน และบญั ชสี ง่ิ ของ (ถา ม)ี ไปยงั ................................................................................. เพ่อื จัดการตามกฎหมายตอ ไป .................................................................................ผูพพิ ากษา หมายเหตุ : ใหร ะบุชอ่ื หรือรปู พรรณบุคคลหรอื ลักษณะสง่ิ ของท่ีตอ งการคน

๑๕๖ กรณีมีเหตุอันสมควรที่จะออกหมายคน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๖๙ ( ) อนุญาตใหออกหมายคนตามขอ โดยใหคนวันที่............เดอื น.............................. พุทธศักราช...................... ต้ังแตเวลา..........................นาิกา ถึง เวลา.............................นาิกา ติดตอกันไปจนกวา จะเสรจ็ สน้ิ การตรวจคน และใหส งบนั ทึกการตรวจคนตอศาลภายใน................วัน ใหถ า ยสาํ เนา................................................................................................................ ..................................................................................................................................................... เพ่ือเก็บไวกบั คาํ รอ งและสาํ เนาหมาย ไดอา นคําสั่งใหผูรอ งฟงโดยชอบแลว /อานแลว ....................................................ผพู ิพากษา ....................................................ผรู อง

๑๕๗ รายงาน คดีหมายเลขดาํ ท่.ี ...................../๒๕.......... กระบวน พิจารณา คดีหมายเลขแดงที.่ ................../๒๕........... ศาล..................................................................... วันท่ี................เดือน...............................พทุ ธศกั ราช ๒๕.......... ความอาญา ...........................................................................................................................ผรู อง ผูพิพากษาออกนัง่ พิจารณาคดนี ้เี วลา.............................นาฬกา วนั น.้ี ................................................................ตาํ แหนง ............................................... ............................................................................ใหยน่ื คาํ รองขอใหศ าลออกหมายคน สอบพยานผูรองซึ่งเบิกความประกอบพยานหลักฐานท่ีแนบมาพรอมคํารอง จํานวน...........................ปาก คดีเสร็จส้นิ การไตสวน ใหรอฟง คาํ สัง่ /อานแลว ....................................................ผพู ิพากษา บันทึก/อา น ....................................................ผรู อ ง คาํ ส่งั พเิ คราะหพ ยานหลกั ฐานของผรู อ งแลว เหน็ วา ................................................................ ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................

๑๕๘ ö.ò àÍ¡ÊÒÃËÁÒÂÍÒÞÒ ประมวลกฎหมายวิธพี ิจารณาความอาญา ÁÒμÃÒ ùò “หามมิใหคนในที่รโหฐานโดยไมมีหมายคนหรือคําส่ังของศาล เวนแต พนกั งานฝายปกครองหรือตํารวจเปนผูคน และในกรณีดังตอ ไปน้ี (๑) เมื่อมีเสียงรองใหชวยมาจากขางในที่รโหฐาน หรือมีเสียงหรือพฤติการณอื่นใด อันแสดงไดว า มเี หตรุ ายเกิดขนึ้ ในทร่ี โหฐานนนั้ (๒) เม่อื ปรากฏความผิดซ่ึงหนากําลังกระทาํ ลงในท่รี โหฐาน (๓) เมื่อบุคคลท่ีไดกระทําความผิดซ่ึงหนา ขณะที่ถูกไลจับหนีเขาไปหรือมีเหตุ อนั แนนแฟนควรสงสยั วา ไดเ ขาไปซกุ ซอ นตวั อยใู นท่รี โหฐานนนั้ (๔) เมอ่ื มพี ยานหลกั ฐานตามสมควรวา สง่ิ ของทม่ี ไี วเ ปน ความผดิ หรอื ไดม าโดยการกระทาํ ความผิดหรือไดใชหรือมีไวเพื่อจะใชในการกระทําความผิด หรืออาจเปนพยานหลักฐานพิสูจนการกระทํา ความผิดไดซอนหรืออยูในนั้น ประกอบท้ังตองมีเหตุอันควรเชื่อวาเน่ืองจากการเน่ินชากวาจะเอา หมายคน มาไดสงิ่ ของนนั้ จะถูกโยกยา ยหรอื ทาํ ลายเสยี กอน (๕) เมอื่ ทรี่ โหฐานนนั้ ผจู ะตอ งถกู จบั เปน เจา บา น และการจบั นน้ั มหี มายจบั หรอื จบั ตาม มาตรา ๗๘ การใชอํานาจตาม (๔) ใหพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจผูคนสงมอบสําเนาบันทึก การตรวจคนและบัญชีทรัพยที่ไดจากการตรวจคน รวมท้ังจัดทําบันทึกแสดงเหตุผลที่ทําใหสามารถ เขาคนไดเปนหนังสือใหไวแกผูครอบครองสถานที่ที่ถูกตรวจคน แตถาไมมีผูครอบครองอยู ณ ท่ีนั้น ใหสงมอบหนังสือดังกลาวแกบุคคลเชนวานั้นในทันทีท่ีกระทําได และรีบรายงานเหตุผลและ ผลการตรวจคน เปน หนังสอื ตอ ผบู ังคบั บญั ชาเหนือขึ้นไป” ÁÒμÃÒ ñðó “ใหเ จา พนกั งานผคู น บนั ทกึ รายละเอยี ดแหง การคน และสง่ิ ของทค่ี น ไดน น้ั ตองมบี ญั ชีรายละเอยี ดไว” บันทึกการคนและบัญชีสิ่งของน้ันใหอานใหผูครอบครองสถานที่ บุคคลในครอบครัว ผูตองหา จาํ เลย ผูแทนหรอื พยานฟง แลว แตก รณี แลวใหผนู น้ั ลงลายมือชื่อรับรองไว ÁÒμÃÒ ñðô เจา พนกั งานทค่ี น โดยมหี มาย ตอ งรบี สง บนั ทกึ และบญั ชดี งั กลา วในมาตรา กอนพรอมดวยสิ่งของที่ยึดมา ถาพอจะสงได ไปยังผูออกหมายหรือเจาพนักงานอ่ืนตามที่กําหนด ไวใ นหมาย ในกรณีท่ีคนโดยไมมีหมายโดยเจาพนักงานอื่น ซ่ึงไมใชพนักงานสอบสวนใหสงบันทึก บัญชแี ละสง่ิ ของไปยงั พนักงานสอบสวนหรือเจา หนาที่ใดซ่งึ ตอ งการส่งิ เหลา น้นั

๑๕๙ ป.จ.ว.ขอ.................เวลา..................น. คดีอาญาท.่ี .......................................... บญั ชขี องกลางลําดบั ที่.......................... º¹Ñ ·Ö¡¡ÒÃμÃǨ¤¹Œ â´ÂäÁÁ‹ ÕËÁÒ¤Œ¹μÒÁ ».ÇÔÍÒÞÒ Á.ùò (ô) สถานทบี่ นั ทกึ ................................................................................................................................... วนั /เดอื น/ปท บี่ นั ทกึ ........................................................................................................................ วัน/เดือน/ป ทีต่ รวจคน ................................................................................................................... สถานทต่ี รวจคน .............................................................................................................................. นามเจา พนกั งานตาํ รวจทท่ี าํ การตรวจคน ............(.ย..ศ..ช..อ่ื ..น..า..ม..ส..ก.ุล...ต..ํา..แ.ห..น..ง...ส.งั..ก..ดั .)............................................ ...................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ไดร ว มกนั ตรวจคน สถานทด่ี งั กลา วขา งตน เนอื่ งจากซงึ่ มพี ยานหลกั ฐานตามสมควรวา ทรพั ยท มี่ ไี วเ ปน ความผดิ หรือไดม า โดยการกระทาํ ความผดิ หรือไดใ ชห รอื มไี วเพอื่ จะใชใ นการกระทําความผิด หรือ อาจใชเปนพยานหลักฐานพิสูจนการกระทําความผิดไดซอนอยูหรืออยูในน้ัน และมีเหตุอันควรเช่ือวา หากเนินชา กวา จะเอาหมายคน มาไดท รพั ยน ั้นจะถูกโยกยา ยหรือทําลายเสยี กอน โดยม.ี .................... ...................................(ร..ะ.บ..ชุ..อ่ื ...น..า..ม..ส.ก..ุล...อ..า..ย.ุ.ท..่อี..ย..ขู ..อ..ง..ผ..คู ..ร.อ..บ..ค..ร..อ..ง.ห..ร.อื..ผ..ูน..ํา..ก.า..ร.ต..ร..ว.จ..ค..น..)............................................. ..................................................................................................................................................... .......................................................................................................................เปน ผนู าํ การตรวจคน ผลการตรวจคน ปรากฏวา ...........(.พ..บ...ห..ร.ื.อ..ไ..ม..พ...บ..ท..ร..ัพ...ย..ต..า..ม..เ..ห..ต..ุท..ี่.เ.ข..า..ต..ร..ว..จ..ค..น...โ.ด...ย..ไ.ม...ม..ีห..ม...า..ย..ค..น....ถ..า..พ..บ..ใ..ห..ร.ะ..บ..ุว..า. พ..บ..ท..ร.พั..ย..ต .า..ม.เ.ห..ต..ุท..เี่ ข..า .ต..ร.ว.จ..ค..น ..ซ..งึ่ .ม..ีร.า..ย.ล..ะ.เ.อ..ีย.ด..ต..า.ม..บ..ญั ..ช.ีท..ร..ัพ.ย..ท..แี่ .น..บ..ท..า.ย..บ..ัน.ท..กึ..ก.า..ร.ต..ร.ว.จ..ค.น..น..้ี).............................................. เสรจ็ ส้นิ การตรวจคน เวลา..........................................น. อนงึ่ ในการตรวจคน ครงั้ น้ี เจา พนกั งานตาํ รวจผตู รวจคน มไิ ดท าํ ใหท รพั ยส นิ ของผใู ดเสยี หาย สูญหาย หรือเสื่อมคาแตประการใด และมิไดเอาทรัพยสินของผูหน่ึงผูใดมาเปนประโยชนของตนเอง แตอ ยางใด ไดอ า นบนั ทกึ นใ้ี หผ นู าํ การตรวจคน ฟง แลว รบั วา ถกู ตอ ง และไดม อบสาํ เนาบนั ทกึ การตรวจคน กบั บัญชีทรัพย (ถาม)ี ใหผูนาํ การตรวจคน ไวแ ลว จงึ ใหลงชือ่ ไวเปน หลกั ฐาน (ลงชอื่ )..................................................เจา บานหรือผูค รอบครอง/ผูน าํ การตรวจคน (ลงชอื่ )..................................................ผูตรวจคน/บันทึก/อา น ตําแหนง ................................................ (ลงช่ือ)..................................................ผูตรวจคน ไดรับสําเนาบนั ทกึ การตรวจคน น้ไี วแลว (ลงชื่อ).(...........................)...เจา บานหรือผูครอบครอง ......../........./........

๑๖๐ ºÑÞªÕ·Ã¾Ñ Â» ÃСͺºÑ¹·Ö¡¡ÒÃμÃǨ¤¹Œ â´ÂäÁ‹ÁËÕ ÁÒ¤¹Œ μÒÁ ».ÇÍÔ ÒÞÒ Á.ùò(ô) ลาํ ดับ รายการทรัพยสนิ จํานวน/น้าํ หนกั ราคา สภาพ/ตาํ หนิ จุดท่พี บ หมายเหตุ ขา ฯ ขอรบั รองวา ทรพั ยต ามรายการดงั กลา วขา งตน เปน ทรพั ยท ผ่ี ตู รวจคน พบและยดึ ไวต าม บันทกึ การตรวจคนจริง อานใหฟงแลว รบั วาถกู ตอ ง จงึ ใหลงชอ่ื ไวเ ปนหลักฐาน (ลงชื่อ)........................................................ผคู รอบครอง/ผนู าํ การตรวจคน (ลงช่ือ)........................................................ผตู รวจคน/บันทึก/อา น (ลงชือ่ )........................................................ผตู รวจคน ไดรบั สาํ เนาบญั ชีนไ้ี วแ ลว (ลงช่ือ).(....................................).เจาบานหรอื ผคู รอบครองสถานที่ ......../........./........

๑๖๑ ป.จ.ว.ขอ ................เวลา................น. คดอี าญาท่.ี ....................................... บัญชีของกลางลําดบั ท.ี่ ...................... ºÑ¹·¡Ö ¡ÒÃμÃǨ¤Œ¹ สถานทีบ่ ันทึก......................... วันท่ี.................................................................. บนั ทกึ นที้ ําขนึ้ เมอ่ื เวลา..........................น. เพอ่ื แสดงวา เจา พนกั งานตํารวจประกอบดว ย (ระบยุ ศ ชอ่ื และตาํ แหนง )............................................................................................................... ...................................................................................................................................................... มหี มายคน ของศาล....................................................ท.่ี ..................../๒๕........................................ ไดท าํ การตรวจคน ...............บา นเลขท.ี่ .............หม.ู ...........ตรอก/ซอย....................ถนน................... ตาํ บล/แขวง...........................อาํ เภอ/เขต...........................จงั หวดั .......................เพอื่ พบสง่ิ ของทม่ี ไี ว ไดม า หรอื ไดใ ชใ นการกระทาํ ผดิ โดยม.ี ...........................................เปน ผนู าํ ตรวจคน ผลการตรวจคน (พบหรอื ไมพ บอยา งไร)..................................................................................................................... .................................................................สถานทพี่ บ.................................................................... ตามบัญชรี ายละเอยี ดสงิ่ ของ (ถาม)ี แนบบันทึกน้ี จับกมุ ..................................................................ผตู อ งหาหรือจาํ เลย เรม่ิ ตรวจคน เวลา...............................น. สน้ิ สดุ การตรวจคน เวลา.................................น. ในการตรวจคน ครง้ั นี้ เจา พนกั งานตํารวจไมไ ดทาํ รายรา งกายผูใ ด และมิไดท ําใหท รัพยสิน เสียหาย สูญหาย เส่ือมคาหรือไรประโยชน และมิไดยึดทรัพยอื่นมาเปนประโยชนสวนตนหรือผูอ่ืน แตอยา งใด อานใหฟ ง แลวรับวาถูกตอ ง จงึ ลงชอื่ ไวเปน หลักฐาน ลงชือ่ ..........................................ผนู าํ ตรวจคน (........................................) ลงช่ือ..........................................ผตู รวจคน (........................................) ลงช่ือ..........................................ผตู รวจคน (........................................) ลงช่ือ..........................................ผตู รวจคน (........................................) ลงชอื่ ..........................................พยาน (........................................) ลงชือ่ ..........................................พยาน (........................................) ลงช่ือ..........................................บนั ทึก/อาน (........................................) ไดร ับสาํ เนาบนั ทกึ การตรวจคนน้ไี วแ ลว (ลงช่อื ).(...........................)...เจาบานหรือผูครอบครอง ......../........./........

๑๖๒ ºÑÞªÕÃÒÂÅÐàÍÂÕ ´Ê§èÔ ¢Í§á¹ºº¹Ñ ·Ö¡¡ÒÃμÃǨ¤¹Œ สงิ่ ของดงั รายละเอยี ดขา งทา ยน้ี ตรวจคน พบเมอ่ื วนั ท.่ี ....................................................................... ทบ่ี า นเลขท.่ี .................หม.ู ...............ตรอก/ซอย..................ตาํ บล/แขวง..........อาํ เภอ/เขต............... จงั หวดั ..............................................โดยม.ี ....................................................................ผนู าํ ตรวจคน

๑๖๓ ป.จ.ว.ขอ...................เวลา...................น. คดอี าญาท่.ี ............................................. บญั ชีของกลางลําดบั ท่ี............................. ºÑ¹·Ö¡¡ÒèºÑ สถานทที่ าํ การบนั ทกึ ......................................................................................................................... วนั /เดอื น/ป/ ทบ่ี นั ทกึ ......................................................................................................................... วนั /เดอื น/ปท จ่ี บั .............................................................................................................................. สถานทจ่ี บั ท.ี่ ...............................บา นเลขท.ี่ ....................................ตรอก/ซอย................................ แขวง/ตาํ บล.....................................เขต/อาํ เภอ......................................จงั หวดั ................................ นามเจา พนกั งานตาํ รวจทจ่ี บั ......................(ร..ะ.บ..ชุ..ื่อ...ส..ก..ลุ ..ต..าํ..แ.ห..น..ง..แ.ล..ะ..ส..งั .ก..ัด..)............................................... ......................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ ......................................................................................................................................................... ไดร ว มกนั ทําการจบั ตวั ๑. ..ร..ะ.บ..ุช..่ือ...ต..วั ...ช..ื่อ..ร..อ..ง..ช..อ่ื...ส..ก..ุล...ส..ัญ...ช..า..ต..ิ.อ..า..ย..ขุ..อ..ง..ผ..ูถ..กู..จ..บั...ก..ร..ณ...ีม..ีห...ม..า..ย..จ..บั ..ใ.ห...ร.ะ..บ...ุว.า.. ผถู กู จับท่ี ๑ .......ผ.ู.ถ..ูก..จ..ับ..ต..า..ม...ห..ม..า..ย..จ..ับ...ข..อ..ง..ศ..า..ล..ใ.ด..ล...ง.ว..ัน...ท..่ีเ.ท...า.ใ..ด....พ..ร..อ..ม...ก..ับ..แ..ส..ด...ง.ห..ม..า..ย..จ..ับ. .......ต..อ ..ผ..ถู..ูก..จ..ับ..)..................................................................................... ๒. ............................................................................................ ผูถ กู จับที่ ๒ ๓. ............................................................................................ ผถู กู จบั ที่ ๓ ๔. ............................................................................................ ผูถกู จบั ท่ี ๔ ๕. ............................................................................................ ผูถกู จับที่ ๕ พรอ มดว ยของกลางม.ี ..................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ตาํ แหนง ทพ่ี บของกลาง (ระบใุ หช ดั เจน).............................................................................................. ......................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ โดยกลา วหาวา ...........(.แ..จ..ง.ใ..ห..ท..ร..า..บ..ถ..ึง..ข.อ...เ.ท..็จ..จ..ร.ิง..เ.ก..ี่ย..ว..ก..ับ..ก..า..ร..ก..ร.ะ..ท..าํ..ท..ี่ก..ล..า..ว..ห..า..ว.า..ผ..ูถ..ูก..จ..ับ..ไ..ด..ก..ร.ะ..ท..ํา..ผ..ิด..แ..ล..ว..จ..ึง.แ..จ..ง. ฐ..า..น..ค..ว.า..ม..ผ..ดิ .ใ..ห..ท ..ร.า..บ..).............................................................................................................................. ........................................................................................................................................................ ......................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ .........................................................................................................................................................

๑๖๔ พรอ มทัง้ แจงใหผูถกู จบั ทราบดว ยวา ผูถูกจับมสี ทิ ธทิ จ่ี ะไมใหก ารหรือใหก ารก็ได และถอยคําของผูถูกจบั นั้น อาจใชเปนพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได และมีสิทธิที่จะพบและปรึกษาทนายความหรือผูซึ่ง จะเปนทนายความ ผูถ กู จบั รับทราบขอ กลา วหาและสทิ ธขิ องผูถ ูกจบั ดังกลา วขา งตน แลว ขอใหก าร .... (.ร..ับ..ส.า..ร.ภ..า..พ..,..ป..ฏ..เิ .ส..ธ.,..ภ..า.ค..เ.ส..ธ..).................................................................................................................. (ถาถอยคําน้ันเปนคํารับสารภาพของผูถูกจับวาตนไดกระทําความผิด หามมิใหรับฟงเปนพยานหลักฐาน แตถ า เปนถอยคําอน่ื ใชเ ปนพยานหลกั ฐานในการพิสูจนความผิดของผถู กู จบั ได) วนั /เดอื น/ป ทเ่ี กดิ เหต.ุ ...................................................เวลา......................................................น. อนงึ่ ในการจบั ครง้ั นี้ เจา พนกั งานตาํ รวจมไิ ดท าํ ใหท รพั ยส นิ ของผใู ดเสยี หาย สญู หาย หรอื เสือ่ มคา แตประการใด และมไิ ดทาํ ใหผใู ดไดร ับอันตรายแกก ายหรือจติ ใจแตอยา งใด ไดอา นบนั ทกึ น้ีใหผ ูถูกจับฟง แลว รบั รองวา ถกู ตอ ง จึงใหล งช่อื ไวเปน หลักฐาน (ลงช่ือ)...................................................ผถู กู จบั (ลงช่อื )...................................................ผถู ูกจบั (ลงช่ือ)...................................................ผถู ูกจับ (ลงช่อื )...................................................ผถู กู จับ (ลงช่อื )...................................................ผถู ูกจบั (ลงชอื่ )...................................................ผูถูกจบั (ลงชือ่ )...................................................ผจู บั /บนั ทกึ /อา น ตําแหนง ................................................ (ลงช่ือ)...................................................พยาน (ลงชื่อ)...................................................พยาน ไดร บั สําเนาบันทกึ จับน้ีไวแ ลว (ลงชอ่ื )...............................................................ผูตองหา ( .................................................... ) ............/.............../...........

๑๖๕ ºÑ¹·¡Ö ¡ÒèѺâ´ÂÃÒɮà สถานท่บี ันทกึ ............................................... วนั ท.ี่ ..................เดอื น...................................พ.ศ.๒๕............ วันน้ีเวลาประมาณ.....................น. ราษฎรผูจับ ชื่อ....................................................... อาย.ุ ...................ป อาชพี .............................................ทอี่ ย.ู ...........เลขท.่ี ................หม.ู ................ ถนน....................................................................ตาํ บล/แขวง.......................................................... อาํ เภอ/เขต..........................................................จงั หวดั ................................................................. ไดจ บั .................................................................................................................อาย.ุ ..................ป ทอ่ี ยเู ลขท.ี่ ...................หม.ู ......................ตาํ บล................................................................................ อาํ เภอ.................................................................จงั หวดั ................................................................. หมายเลขบตั รประจําตวั ประชาชน.................................................................................. ....................................................................................................................................................... พรอ มดว ยของกลาง....................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... พฤติการณแหงการจบั ................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... เจาพนักงานผูร ับมอบตัวผถู กู จบั คือ.............................................................................. ตาํ แหนง .......................................................................................................................................... ไดแ จงขอกลาวหาแกผ ถู ูกจับวา ...................................................................................... ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... และไดแ จง รายละเอยี ดแหง การจบั ใหผ ถู กู จบั ทราบวา ...................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... .........................................................................................................................................................

๑๖๖ สถานทถี่ กู จบั ................................................................................................................................... ตาํ บล/แขวง............................................................อาํ เภอ/เขต........................................................ จงั หวดั ....................................................................เมอ่ื วนั ท.ี่ ........................เดอื น......................... พ.ศ.๒๕.......... เวลาประมาณ.................................................น. ซง่ึ การกระทําดงั กลาวของผูถ ูกจบั เปนความผดิ ตามกฎหมายท่ีมโี ทษทางอาญา เจา พนกั งานผรู บั มอบตวั ผถู กู จบั ไดแ จง ใหผ ถู กู จบั ทราบวา ผถู กู จบั มสี ทิ ธทิ จ่ี ะไมใ หก าร หรอื ใหการก็ได และถอยคาํ ของผถู กู จับอาจใชเ ปน พยานหลักฐานในการพจิ ารณาคดไี ด ผูถ กู จับทราบแลว ไมยอมใหก าร ขอใหก ารชั้นศาล ใหก าร รบั สารภาพ ปฏิเสธ โดยมีรายละเอียดวา....................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... เจา พนกั งานผรู บั มอบตวั ผถู กู จบั คอื ................................................................................................. ตําแหนง............................................................ไดแจงสทิ ธใิ หผถู ูกจบั ซง่ึ ถูกควบคุมทราบวา ผูถูกจับ ๑. มีสิทธิแจง หรือขอใหเจาพนักงานแจงใหญาติ หรือผูซึ่งผูถูกจับไววางใจทราบถึง การถูกจับและสถานท่ที ีถ่ กู ควบคุมในโอกาสแรก ๒. มีสิทธพิ บและปรึกษาผูซ ึง่ จะเปน ทนายความเปนการเฉพาะตัว ๓. มสิี ทิ ธใิ หท นายความ หรอื ผซู งึ่ ตนไวว างใจเขา ฟง การสอบปากคาํ ตนไดใ นชน้ั สอบสวน ๔. มสี ิทธไิ ดรบั การเยยี่ ม หรือตดิ ตอ กับญาตไิ ดตามสมควร ๕. มีสิทธไิ ดร ับการรักษาพยาบาลเมือ่ เกดิ การเจบ็ ปวย อนึ่ง เจา พนกั งานผูร บั มอบตัวผถู กู จบั ไดจดั ใหผ ูถูกจบั สามารถติดตอ กับ ผูถ ูกจบั ไดร อ งขอใหเจาพนกั งานผรู ับตวั ผถู กู จับเปนผแู จงใหตดิ ตอ กบั ญาติ คอื ..............................................โทร.......................... ผซู ง่ึ ผถู กู จบั ไวว างใจ คอื ........................โทร..........................

๑๖๗ ซึง่ สามารถตดิ ตอ ได ไมได และไดด ําเนินการใหกบั ผูถกู จับโดย..................................................... .......................................................................................เพ่ือแจงใหทราบถึงการจับ และสถานที่ ควบคุมไดในโอกาสแรกเมื่อผูถูกจับมาถึงท่ีทําการของพนักงานสอบสวนโดยเร็ว โดยไมไดเรียก คา ใชจา ยใดๆ จากผูถูกจบั เจาพนักงานผรู ับมอบตัวผถู กู จบั มไิ ดท าํ หรอื จัดใหทําการใดๆ ซึง่ เปนการใหค ําม่นั สัญญา ขูเ ข็ญ หลอกลวง ทรมาน ใชก าํ ลงั บงั คบั หรอื กระทําการโดยมชิ อบดว ยประการใดๆ ไดอา นบันทึกนี้ ใหผ ูถกู จบั ฟงแลว รบั รองวา ถูกตอง จึงใหลงลายมอื ชือ่ ไวเปนหลกั ฐาน (ลงชื่อ)..............................................ราษฎรผจู ับ (..............................................) (ลงชอ่ื )..............................................ผูถ กู จับ/รบั ทราบสิทธิ (............................................) (ลงชอื่ )..............................................ผรู บั มอบตวั ผถู กู จบั /บนั ทกึ /อา น

๑๖๘

๑๖๙ º··èÕ ÷ á¹Ç·Ò§¡ÒÃÊº× Êǹ¤´áÕ μÅ‹ лÃÐàÀ· ÷.ñ á¹Ç·Ò§¡ÒÃÊº× Êǹ¤´Õ»ÃзØÉÃŒÒÂμ‹ÍªÕÇμÔ Ã‹Ò§¡Ò ก. การรับแจงเหตุเบื้องตน ๑. รบี ไปทเ่ี กดิ เหตุทันที ๒. บนั ทกึ วนั เวลา การรบั แจง เหตุ และวธิ ีการรบั แจงเหตไุ ว ๓. ระบุผูแจง เหตุ (หากมี) และผูรับแจงเหตุ ข. สถานทเี่ กดิ เหตุ ๑. กนั บุคคลอ่ืน ออกจากทีเ่ กิดเหตุ จัดแนวกั้นที่เกิดเหตปุ ฏบิ ัติตามวิธีการรักษา สถานท่เี กิดเหตุ ๒. ใหผบู งั คบั บญั ชาตรวจท่ีเกดิ เหตุ รว มกับวิทยาการ หรือนิติวิทยาศาสตร ๓. จดั ทําแผนท่ีคราว ๆ ของทเี่ กดิ เหตไุ ว พรอมทง้ั ถายภาพเก็บไว ๔. สาํ รวจสภาพศพ เวลาตาย ลกั ษณะบาดแผล ลกั ษณะการเกดิ บาดแผล รอ งรอย การพนั ธนาการ อาวธุ สง่ิ ของทที่ าํ ใหเ กดิ บาดแผล ลกั ษณะการตอ สขู ดั ขนื รอ งรอยตอ สขู ดั ขนื ลกั ษณะ เลอื ด ปรมิ าณเลอื ด คราบเลือด การกระจายของเลือด ๕. สบื สวนหาขา วในท่เี กดิ เหตุ เสาะหาพยาน และเจรจาขอใหพ ยานใหความรวมมือ ใชว ิธีการซักถามปากคํา ๖. สืบสวนรอบบริเวณท่ีเกิดเหตุ ถึงเสนทาง บานใกลเคียง พยานหลักฐานเพ่ิมเติม ยานพาหนะ ๗. ไมใ หขา วกบั ส่ือมวลชน เปนหนา ทขี่ องผูบังคับบญั ชาหรอื โฆษก ค. การสบื สวน ๑. กําหนดประเดน็ ของคดี และสืบหาตัวละคร (ผเู กย่ี วของ) ในแตละประเดน็ ๒. จดั นกั สืบอยา งนอ ย ๒ นาย ไปรับผิดชอบตามประเด็นท่ีตั้งไว ใหรบั ผดิ ชอบ สบื สวนหาขา ว ๓. จดั นักสืบตรวจเช็คขอมูลจากฐานขอ มูลที่เกีย่ วของ เชน ทะเบียนราษฎร ปน , รถ ขอมูลการสือ่ สาร ฯลฯ ของตวั ละคร (ผูเกีย่ วของ) ในคดี โดยกาํ หนดวนั ใหกลบั มารายงานใหช ัดเจน ๔. สาํ หรบั คดใี หญห รอื อกุ ฉกรรจส าํ คญั จดั ตง้ั ทมี งาน มกี ารนดั หมายระดมสมอง และสรรพกาํ ลงั เพื่อดาํ เนินการอยางตอ เนือ่ ง ๕. ประสานขอมูลจากหนวยงานท่ีเกี่ยวของ เร่ืองการตรวจพิสูจนหลักฐาน เชน กองพสิ ูจนหลักฐาน, วิทยาการ, นติ ิเวช ฯลฯ

๑๗๐ ๖. สืบสวนความเชื่อมโยงจากขอมูลการสื่อสารของตัวละคร ผูตองสงสัย กอนเกดิ เหตุ ขณะเกดิ เหตุ และหลงั เกดิ เหตุ เพื่อทราบถึงการเดนิ ทาง และเชอื่ มโยงไปยังตัวละครอ่ืน หรอื หาตวั คนรายจนพบ ๗. จัดทาํ แผนผงั การเชอ่ื มโยงและความตอ เนอ่ื ง ทั้งระบบเครอื ญาติ การสอื่ สาร ความสัมพนั ธไ วใ นแฟมคดี ๘. กรณีสืบสวนตัวคนรายหรือกลมุ คนราย ใหสืบสวนถึงจุดออน จุดแข็ง ปมเดน ปมดอยของคนราย ไวเปนแนวทางและขอมูลในการสืบสวนติดตามจับกุม - จุดแข็ง ปมเดน คือ สังกัดผูมีอิทธิพล จบกฎหมาย อดีตตํารวจ-ทหาร ปราดเปรียว มคี วามรู ฐานะทางเศรษฐกิจและสงั คมดี ฯลฯ - จดุ ออ น ปมดอ ย คอื ชอบมวั่ สมุ การพนนั ชอบเจา ชู หว งครอบครวั มปี ญ หา ทางการเงิน การศกึ ษาตาํ่ ฯลฯ ๙. ประชมุ สรปุ วเิ คราะห และประเมนิ ผลจากการสบื สวน เพอ่ื วางแผนดาํ เนนิ งาน ตอ ไป เชน วางแผนตรวจคน วางแผนจบกุม ๑๐. การเขียนรายงานการสืบสวนควรทําเปนระยะๆ จัดทําแฟมคดีเพื่อรวบรวม ขอ มลู จากการสบื สวน ง. การวเิ คราะหค ดี การวเิ คราะหค ดีโดยการใชผ งั แสดงการเชอื่ มโยง Mind map ผังมโนภาพ หรือ แผนที่ความคิด หรือ ไมดแม็ป (Mind map) คือ ไดอะแกรม ท่ีแสดงใหเห็นถึงความเชื่อมโยงของมโนภาพท่ีสัมพันธกันรูปแบบหนึ่ง โดยปกติจะใชรูปวงกลมแทน มโนภาพหรือความคิด และเสนลูกศรแทนลักษณะและทิศทางของความสัมพันธนั้น มีคํากาํ กับไววา วงกลมแทนมโนภาพของอะไร เสนลูกศรแทนความสัมพันธในลักษณะและทิศทางใด ในบางครั้ง มีการใชก ารเนน และแจกแจงเนือ้ ความดวยสีและการวาดรูปประกอบ เปนวิธีหน่ึงทีช่ ว ยบนั ทึกความคดิ เพ่ือใหเห็นภาพความคิดที่หลากหลายมุมมองที่กวาง และชัดเจนกวาการบันทึกที่โดยยังไมจัด ระบบระเบยี บความคดิ ใดๆ อกี ทงั้ เปน วธิ กี ารทส่ี อดคลอ งกบั โครงสรา งทางการคดิ ของมนษุ ยท บี่ างชว ง มนษุ ยจ ะสญู เสยี สมาธิ และความจดจอ ไปโดยอตั โนมตั ขิ ณะทก่ี าํ ลงั คดิ เรอื่ งใดเรอื่ งหนง่ึ การทาํ ใหส มอง ไดคิดไดทํางานตามธรรมชาตินั้น มีลักษณะเหมือนตนไมที่แตกก่ิงกานออกไปเรื่อยๆ สามารถ ทาํ การระดมความคิด Brain Storm ได ตัวอยางของผังมโนภาพ

๑๗๑ การเขียนผงั มโนภาพ ๑. เปาหมายสามารถใชผังเชอ่ื มโยงเปนตวั ชว ยในการวิเคราะหค ดอี าชญากรรม หรือ ใชใ นการสืบสวน ๒. จุดประสงค ๒.๑ สามารถอธิบายประโยชนของการใชผังเชื่อมโยงในการวิเคราะห คดีอาชญากรรม ๒.๒ สามารถใชผ งั เชอื่ มโยงวเิ คราะหค ดอี าชญากรรม (กรณศี กึ ษา) ไดอ ยา งเขา ใจ ๓. คาํ จํากัดความของการวเิ คราะหค ดอี าชญากรรม ๓.๑ การดาํ เนนิ การอยา งมขี น้ั ตอนตอ ขอ มลู ดบิ ซง่ึ ไดม าจากการจดั เกบ็ และรวบรวม จากเทคนิคและวธิ ีการสบื สวน ๓.๒ ใชหลักการวิเคราะหจากความมีเหตุผลที่เหมาะสม ประสบการณ และ จินตนาการ ๓.๓ เพอื่ กําหนดแนวทางการดําเนินการสบื สวน ๓.๔ ใหไดมาซึ่งคาํ ตอบสุดทายคือ ใครคือคนราย มันอยูท่ีไหน และจะใช หลกั ฐานอะไรยนื ยนั การกระทาํ ผิดของคนรา ย

๑๗๒ ๔. คาํ จาํ กดั ความของผังแสดงการเช่อื มโยง ๔.๑ เปนเครอื่ งมือสาํ หรับจัดเตรยี มขอ มลู ใหก บั การวเิ คราะหคดี ๔.๒ เปนการวาดภาพขอมลู ที่แสดงความสมั พันธ ทางตรงและทางออม ระหวา ง ส่ิงตา งๆ ในคดี ๔.๓ ใชแ สดงความเขมขน ของความสมั พนั ธ ๔.๔ ใชแ สดงขอ มลู จาํ นวนทมี่ มี าก ซบั ซอ น ใหเ หน็ ภาพทชี่ ดั เจนในรปู แบบทตี่ คี วาม ออกมาไดงายยง่ิ ขึน้ ๕. การวเิ คราะหคดอี าชญากรรมโดยใชผ งั แสดงเชื่อมโยง ผูเสียหาย ผูตองสงสัย สถานที่เกิดเหตุอาชญากรรม การขาวทางการสืบสวน และพยานหลักฐานอ่ืนๆ ในคดี คือ พื้นฐานสาํ คัญท่ีสุดในการสืบสวนและดาํ เนินคดีที่จะประสบ ความสาํ เร็จหากไมมีการจัดการความเชื่อมโยงสิ่งตาง ๆ ขางตน นักสืบอาจมองภาพคดีไมออก และไมอ าจตง้ั รปู การสบื สวนได ñšêĎ Ăš ÜÿÜÿĆ÷ ÿëćîìĊđę ÖĉéđĀêč ÖćøÿČïÿüîÙéĊ ñĎšđÿ÷Ċ Āć÷ ó÷ćîĀúÖĆ åćî ๖. ประโยชนของการใชผ งั เช่ือมโยง ในการวเิ คราะหคดี ๖.๑ เชอ่ื มโยง คน สถานท่ี ส่ิงของ วนั ที่ เวลา เหตุการณ ๖.๒ ลดการทาํ งานซํา้ ซอน โดยหน่ึงคดีอาจมีผูสืบสวนหลายคนแบงหนาท่ีกัน ออกไปทาํ งาน เม่ือใชผ งั เชอ่ื มโยงจะทําใหส ามารถตอ ยอดการสบื สวนทีด่ ําเนินการไปแลวไดท ันที

๑๗๓ ๖.๓ ทําใหผูสืบสวนทํารายงานสรุปไดชัดเจน กะทัดรัด เนนภาพรวมของคดีได งา ยกวา ๖.๔ ชี้ใหเห็นถึงสิ่งท่ีขาดหายไปในการดําเนินการสืบสวน ซึ่งอาจเปนชองทาง ในการคนหาความจริงทางคดี ๖.๕ เพิม่ ความนาเช่อื ถือ แสดงถึงความเปนมืออาชีพใหก บั ผสู ืบสวน ๖.๖ มองภาพรวมทางคดีไดอยางชัดเจน แมขอมูลที่ไดจากการสืบสวนจะมี ปริมาณมาก ๗. การสรา งผงั แสดงความเช่อื มโยง ๗.๑ รวบรวมขอ มูลดบิ ทั้งหมด ๗.๒ แยกขอ มลู ท่มี อี อกเปนชน้ิ ๆ ๗.๓ เลือกจุดศูนยกลางการเชื่อมโยง อาจเปนบุคคล องคกร หรือเหตุการณที่มี ความเชื่อมโยงมากทสี่ ดุ เปน จุดศนู ยกลาง ๗.๔ นาํ ขอมูลดบิ ท่ีถกู แยกเปน ช้ินมาใสไวในผังพรอมกําหนดความสมั พนั ธ ๗.๕ การวาดผงั เบือ้ งตน สัญลักษณตา งๆ ในการเขียนผังความสมั พนั ธ แทน บคุ คล แทน สถานท่ี หรือองคกร แทน ความเช่อื มโยงแบบไมยนื ยนั แทน ความเชือ่ มโยงแบบยืนยนั แทน เร่ืองราว / เหตกุ ารณ / การขา ว

๑๗๔ ๗.๖ มองภาพรวมของผังเราจะพบสิ่งท่ีเราตองการรูในการสืบสวนอีกมากมาย ใหน าํ สิง่ ท่เี ราตอ งการรูเ หลานน้ั ไปกาํ หนดเปน แนวทางการสืบสวน ๗.๗ กลบั ไปทําขอ ๑ ลงมาอีก ทาํ ซ้ําแลวซํา้ เลา จนกวาจะไดคําตอบหรอื สง่ิ บง ชี้ ยืนยนั วา ใครคอื คนรา ย ๗.๘ ผงั ท่ดี ีตอ งมคี าํ อธิบายท่มี มุ ลา งขวาของผัง ประกอบดวย ๗.๘.๑ ชื่อผงั เชน การสบื สวนเหตุมือปน สุโขทยั ๗.๘.๒ วนั เดอื นป ทีด่ ําเนินการแกไขคร้งั ลาสดุ ๗.๘.๓ ชื่อผจู ดั ทาํ ÷.ò á¹Ç·Ò§¡ÒÃÊº× Êǹ¤´Õ»ÃÐ·ÉØ ÃÒŒ ÂμÍ‹ ·Ã¾Ñ  ก. การรบั แจงเหตุเบ้ืองตน ๑. รีบไปท่ีเกิดเหตุ ปฏิบัติตามหลักการตรวจท่ีเกิดเหตุ รวมกับวิทยาการพิสูจน หลกั ฐาน ๒. แจงตําหนิรูปพรรณคนราย ยานพาหนะ ทรัพยถูกประทุษราย หรือให รายละเอยี ดแกส ายตรวจในการตรวจ และประสานงานหนว ยทเ่ี กย่ี วขอ งในการสกดั กนั้ คนรา ยหลบหนี ข. สถานทเี่ กิดเหตุ ๑. รวมตรวจท่ีเกิดเหตุกับพนักงานสอบสวน เจาหนาท่ีวิทยาการ เก็บและตรวจ หลกั ฐานท่พี บ ๒. ศกึ ษาตําหนิรูปพรรณทรัพย และแผนประทษุ กรรมคนราย ๓. จดั ทําแผนทท่ี ีเ่ กดิ เหตุ และถายรูปไวประกอบการสืบสวน ๔. หาพยานหลกั ฐานในทเี่ กดิ เหตุ รอบ ๆ ทเ่ี กดิ เหตทุ กุ ประเภท เชน มกี ลอ งวดิ โี อ วงจรปด ในบริเวณใกลเ คียงหรอื ไม มใี ครเห็นบาง ๕. แจงขอมูลเพิ่มเติมเก่ียวกับทรัพยและตําหนิรูปพรรณคนราย ใหผูเก่ียวของ ในการสกัดกน้ั ตดิ ตามจบั กุม ค. การสบื สวน ๑. ประสานหนวยงานท่ีเกี่ยวของในเร่ืองการหาขาว เชน ศูนยปราบปราม การโจรกรรมรถ ทางหลวง เจา หนา ทชี่ ายแดน แหลงรับซ้อื ขาย โรงรับจํานํา ตลาดมดื ๒. ตรวจสอบพฤตกิ รรมคนรา ย, ทเี่ กดิ เหตุ มเี หตแุ อบแฝงนอกเหนอื จากประสงค ตอ ทรพั ยอยา งอ่ืนหรือไม ๓. การสบื สวนแบงเปน ๒ แนวทาง - เร่ิมจากตนทาง คือ ผูตองสงสัย ผูเก่ียวของ ผูใกลชิดทรัพย ผูมีประวัติ นา ตรวจสอบ แกงคนราย บคุ คลพน โทษคดเี กี่ยวกบั ทรัพย แผนประทุษกรรมของคนราย - เริ่มจากปลายทาง คือ สืบสวนจากแหลงรับซื้อ อูซอมรถ เต็นทขายรถ ผูซอื้ ขายตลาดมดื แหลงใชเงนิ บอ นการพนนั สถานบันเทงิ แหลงม่วั สุม

๑๗๕ ๔. มอบหมายนกั สบื ตรวจเชค็ ขอ มลู ทเ่ี กยี่ วขอ ง เชน ทะเบยี นตา งๆ ประกนั สงั คม ประกันภัย การเงิน การสื่อสาร ฯลฯ ของผูตองสงสัย หรือผูเกี่ยวของ โดยกาํ หนดเวลาใหนักสืบ กลับมารายงานผล ๕. ระหวางสบื สวน ตอ งประสานขอมูลเพ่มิ เติมกบั เจา หนา ที่วทิ ยาการ ตลอดถงึ ความคืบหนา การตรวจพิสจู นต าง ๆ เพ่อื แจงเปน ขอมลู ท่ีทันสมัยเพมิ่ เตมิ แกนักสืบในการปฏบิ ตั ิ ๖. สบื สวนพฤติกรรมบคุ คลตองสงสัย แหลงตอ งสงสยั ขยายไปเรอ่ื ย ๆ โดยเช็ค จากขอ มลู พยานหลกั ฐานทม่ี ี ประวตั อิ าชญากร แผนประทษุ กรรม การขา ว จากทกุ แหลง หากประเมนิ ผลดี ผลเสยี และหลกั ฐาน ใหต รวจคน จดุ ตองสงสัยหาของกลาง ๗. มีการประชุมประเมินผลการดําเนินการอยางตอเนื่อง เมื่อพนกําหนด ระยะเวลาของการสอบสวนคดี ใหม อบหมายเรื่องใหนกั สบื รับผิดชอบโดยตรง ๘. เขียนรายงานการสืบสวนเปนระยะๆ และตงั้ แฟมคดีสืบสวน ÷.ó á¹Ç·Ò§¡ÒÃÊ׺Êǹ¤´àÕ ¡ÕèÂÇ¡ºÑ ÍÒªÞÒ¡ÃÃÁ·Ò§¤ÍÁ¾ÔÇàμÍÏ สามารถจาํ แนกออกเปน ๒ ประเภท ๖.๓.๑ การกระทาํ ใดๆ กต็ าม ทเ่ี กยี่ วกบั การใชค อมพวิ เตอร อนั ทาํ ใหเ หยอื่ ไดร ับความเสียหาย และทําใหผ ูกระทาํ ไดรับผลตอบแทน (Computer Related Crime) ขอสังเกต : สวนใหญจะเปนการใชคอมพิวเตอรเปนเคร่ืองมือในการกระทําความผิด ในคดีอาชญากรรมท่วั ไป ๖.๓.๒ การกระทําผิดกฎหมายใด ๆ ซ่ึงจะตองใชความรูเกี่ยวของกับ คอมพิวเตอรม าประกอบการกระทาํ ผิด ซงึ่ ยากแกก ารสบื สวน ตดิ ตาม จบั กุม (Computer Crime) ขอสังเกต : สวนใหญจะมีการบุกรุก หรือเจาะเขาสูระบบคอมพิวเตอร Server (Intrusion) ลักษณะการกระทําความผิดรปู แบบเดมิ ( ผา นทาง เวบ็ ไซต, เว็บบอรด, หอ งสนทนา, ICQ, MSN E-mail, SMS ) - หมิ่นประมาท - กอ ความเดอื ดรอนราํ คาญใหผ อู นื่ , ขูวางระเบดิ - ฉอโกงโดยการหลอกวาจะขายสินคาราคาถูก หรือสินคาผิดกฎหมาย เชน CD, ยาสลบ - เผยแพรภาพลามกอนาจาร, ภาพลามกเด็ก, ภาพตดั ตอ , ภาพแอบถา ย - ใชเปนชองทางในการเลนการพนัน เชน พนนั ฟตุ บอล, ขายบริการทางเพศ - ขโมยขอ มูลสาํ คัญ, บตั รเครดติ , รหัสผานตา งๆ - แอบอา งเปน บคุ คลอน่ื - การละเมดิ ลขิ สิทธิ์

๑๗๖ ลกั ษณะการกระทาํ ความผดิ รปู แบบใหม - การดักจับขอ มูล หรอื การเจาะระบบเพอื่ ขโมยขอมูลสําคัญ - เปลีย่ นหนาเวบ็ เพจหรอื เวบ็ ปลอม (Web defacing) - การโจมตเี ครือ่ งคอมพวิ เตอรเ ปาหมาย - Virus, Worm, Trojan, Backdoor บตั รเครดิต, รหัสผา นตา งๆ - การใหบรกิ ารโทรทางไกลระหวา งประเทศผา นทางเครือขา ยอินเทอรเ น็ต - การซุกซอ นแอบแฝงขอมูล หรอื โปรแกรมไวในไฟลรูปภาพ Steganography ข้ันตอนการปฏิบัติของเจาหนาท่ีตํารวจกรณีมีผูแจงความเบ้ืองตน เร่ืองการกระทําผิด เกีย่ วกับอาชญากรรมคอมพิวเตอร ๑. เมื่อไดรับแจงเหตุเก่ียวกับอาชญากรรมคอมพิวเตอรใหรีบติดตอใหผูเสียหาย แจงความรองทุกขตอพนักงานสอบสวน เชนเดียวกันกับคดีอาญาปกติ เพราะตองดําเนินการตาม กระบวนการสอบสวน ไมวาจะเปนการรองทุกข กลาวโทษ ขออนุญาตออกหมายคน หมายจับ สง ของกลางตรวจพสิ จู นย ังหนว ยงานท่ีเก่ียวของ ๒. กรณเี ปนเหตุปจ จุบันดวน เชน มีภาพลามกอนาจารปรากฏบนอนิ เทอรเ น็ต ใหรีบ จดั เกบ็ (save) หนา จอ หรอื ถา ยรปู หนา จอไวเปนหลักฐาน โดยใหปรากฏ วนั เวลาบนจอคอมพิวเตอร ซ่งึ มักปรากฏอยูทม่ี ุมลางดา นขวามือ และปรากฏ URL ท่ีอยขู องเว็บที่ปรากฏการกระทําผดิ ๓. การเก็บหลักฐานเครื่องอุปกรณคอมพิวเตอร ใหเหมือนกับการเก็บหลักฐาน ทางกายภาพปกติ เชน อาจมีรอยน้ิวมือแฝง อยูท่ีอุปกรณคอมพิวเตอร หรือรหัสลับ (password) ซุกซอ นอยูใ นบรเิ วณโตะ หรอื ใตเกาอ้ี หรือกระดาษในกระเปา สตางค เปน ตน ๔. หากพบเว็บไซตที่ผิดกฎหมาย สามารถแจงตรงไดท่ีเว็บไซตของ สํานักงานตํารวจ แหง ชาติ www.police.go.th หัวขอ แจง เว็บไซตท ผี่ ิดกฎหมาย ๕. หากตอ งการรายละเอยี ดเพม่ิ เตมิ สามารถตดิ ตอ ไดท ี่ ศนู ยต รวจสอบและวเิ คราะห การกระทําผิดทางเทคโนโลยี กองบัญชาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สํานักงานตํารวจ แหงชาติ หมายเลขโทรศัพท ๐-๒๒๐๕-๒๖๒๗-๘ ÊÃ»Ø ¡ÒÃดาํ à¹¹Ô ¡Òà - คนหา/ขอ หมายเลข IP และวัน เวลา (แปลง TimeZone) จาก website หรือ Email header - ตรวจสอบวา IP เปนของ ISP ใด จากเวบ็ ไซตท่ใี หข อมลู ไดแ ก www.checkdo- main.com, www.geektools.com แลวทําหนงั สอื ไปสอบถาม ISP นัน้ ๆ - ISP แจงผลการตรวจสอบ จะทราบหมายเลขโทรศัพทในการเช่ือมตออินเทอรเน็ต ตามวันและเวลาท่ีเกิดเหตุ ตรวจสอบชื่อและท่ีอยูของเจาของโทรศัพท เพื่อออกหมายเรียก มาสอบสวนตอ ไป

๑๗๗ ¡ÒÃÊº× ¤¹Œ ¢ÍŒ ÁÅÙ ·Ò§ Internet / Website ñ. àÇçºä«μ (Website) URL (Uniform Resource Locator) หมายถงึ ทอี่ ยู (Address) ของขอ มลู ตา งๆ ในอินเทอรเ น็ตโดยมรี ูปแบบ http://www.address.com เปนตน DNS (Domain Name System) เปนฐานขอมูลและระบบการจัดการชื่อ ในเครอื ขายใหเปน ระบบ เพื่อการเช่อื มโยงขอมูลขา วสารไดอ ยางถกู ตอง โดยมีกลไกเปน ระบบจดั การ แปลงขอมูลชอื่ และหมายเลข IP address เพอ่ื ใหม ีการเรยี กคน ไดอยา งรวดเร็ว ¡ÒÃÊ׺¤Œ¹¢ŒÍÁÙÅ·Ò§ Internet / Website แบง ไดเปน ๒ ประเภท ๑. โดเมน ๒ ระดับ ชอ่ื โดเมน. ประเภทของโดเมน ๒. โดเมน ๓ ระดับ ช่อื โดเมน. ประเภทของโดเมน . ประเทศ โดเมนเนม ๒ ระดับ จะประกอบดวย www. ช่ือโดเมน.ประเภทของโดเมน ประเภทของโดเมน คือ คํายอ ขององคก ร โดยประเภทขององคก รทพี่ บบอย มดี งั ตอไปน้ี .com คือ บรษิ ทั หรอื องคก รพาณิชย .org คือ องคกรเอกชนทไี่ มแสวงผลกาํ ไร .net คอื องคกรทเ่ี ปนเกตเวย หรือจุดเชอื่ มตอเครือขา ย .edu คอื สถาบันการศึกษา .gov คอื องคก รของรัฐบาล .mil คือ องคก รทางทหาร â´àÁ¹à¹Á ó ÃдºÑ จะประกอบดว ย www. ชอ่ื โดเมน. ประเภทของโดเมน. ประเทศ เชน www.ru.ac.th, www.nectec.or.th, www.google.co.th »ÃÐàÀ·¢Í§Í§¤¡ ÷¾èÕ ººÍ‹ ¤×Í .co คือ บรษิ ทั หรอื องคก รพาณชิ ย .go คอื องคก รของรฐั บาล .or คอื องคก รเอกชนทีไ่ มแสวงผลกําไร .ac คือ สถาบนั การศกึ ษา .net คือ องคก รทใ่ี หบริการเครือขา ย μÑÇÂÍ‹ ¢Í§»ÃÐà·È·Õèμ§Ñé ¢Í§Í§¤¡ à .th คอื ประเทศไทย .uk คือ ประเทศอังกฤษ .au คือ ประเทศออสเตรเลยี .cn คือ ประเทศจีน .jp คือ ประเทศญีป่ นุ IP /DNS เปรียบเทียบ Internet Protocol Address (IP) --> เปรยี บไดกับบา นเลขท่ี ๕๘.๙๗.๔๓.๑๗๑ คอมพิวเตอรเ ขาใจ Domain Name System (DNS) --> เปรยี บไดกับ ชื่อรานคา จํางา ยกวา ตวั เลข www.police.go.th

๑๗๘ IPAddress คอื หมายเลขประจาํ เครอ่ื งคอมพวิ เตอร ทใี่ ชใ นการอา งองิ ทอี่ ยขู องเครอื่ ง คอมพิวเตอรในระบบเครือขาย ซึ่งประกอบดวยตัวเลข ๔ ชุด โดยมีเครื่องหมายจุดคั่นระหวางชุด เชน ๑๙๒.๑๖๘.๑๐๐.๑ หรอื ๑๒๕.๒๕.๑๐๐.๓๔ เปนตน การเรียกชมหนาเวบ็ ไซต ÷.ô á¹Ç·Ò§¡ÒÃÊ׺Êǹ¤´ÂÕ Òàʾμ´Ô การสืบสวนที่เกี่ยวกับยาเสพติดใหโทษ นับเปนการสืบสวนในคดีท่ีมีความยุงยาก ซับซอนอยางย่ิง และเปนการสืบสวนที่จําเปนตองอาศัยเทคนิคและวิธีการสมัยใหมเขามาใชสูง เนอื่ งจากเปน อาชญากรรมประเภททม่ี อี ทิ ธพิ ล มลี กั ษณะทเ่ี ปน ขบวนการแกง อาชญากรรม กลมุ คนรา ย

๑๗๙ กม็ กั จะจัดอยูในประเภท white shirt มีขอบขา ยดําเนนิ งานอยา งกวางขวาง มกี ารวางแผนปฏิบตั ไิ ว ลว งหนา เปน อยา งดี เพอ่ื หลกี เลยี่ งการสบื สวนตดิ ตามจบั กมุ ของเจา หนา ท่ี ทาํ นองเดยี วกบั การประกอบ อาชญากรรมขององคก ารอาชญากร (Organized Crime) เปน อาชญากรรมทไี่ มม เี อกชนเปน ผเู สยี หาย แตเ ปน อาชญากรรมทรี่ ฐั เปน ผเู สยี หาย เปน การรว มกนั ประกอบอาชญากรรมแบบสมรรู ว มคดิ ระหวา ง ผูผลิต ผูจําหนายและผูเสพ ที่มีแผนดําเนินการอยางรอบคอบ ท้ังยังไดรับความชวยเหลือรวมมือ จากผูมีอิทธิพลหลายฝายพยายามพัฒนาการดําเนินการใหมีความกาวหนาเหนือความสามารถ ของเจา หนา ทรี่ ฐั อยตู ลอดเวลาและเมอ่ื เจา หนา ทจ่ี บั บคุ คลดงั กลา วได กไ็ มย อมซดั ทอด หรอื เลา ความจรงิ ถงึ วธิ ีการลกั ลอบแหลง ผลติ หรอื จําหนายแกเจาหนา ท่ี จงึ จําเปนที่เจา หนาท่จี ะตอ งหม่ันศึกษาวธิ กี าร ของคนรายอยางตอเน่ืองตลอดเวลา รวมทั้งจะตองมีความสามารถในการรูจักใชเทคนิคสมัยใหมเขามา ทําการสืบสวนอยางเปนระบบ ทั้งเปนเร่ืองที่ทุกฝายที่เกี่ยวของตองใหความรวมมือกันอยางจริงใจ เปน เรอื่ งทจี่ ะตอ งสง เสรมิ อบรมเจา หนา ทใ่ี หม คี วามไหวพรบิ ศกึ ษาถงึ วธิ กี าร เลห เ หลยี่ มลกั ลอบจาํ หนา ย ยาเสพตดิ และสาํ นกึ ในความรบั ผดิ ชอบทจ่ี ะตอ งปอ งกนั ปราบปราม ภยั อนั ตรายชวั่ รา ยของยาเสพตดิ ทม่ี ตี อ มนษุ ยช าติ รวมทงั้ ใหร างวลั แกส ายสบื และปอ งกนั ความปลอดภยั แกผ ใู หข า วแกเ จา หนา ทท่ี กุ กรณี การลักลอบจําหนายรายยอยใหแกผูเสพน้ันสวนใหญมักเปนยาเสพติดประเภท ยาบา ยาไอซ ยาอี และกัญชา และมีขอบขายดําเนินงานในเขตเมืองยานอุตสาหกรรม บริเวณชุมชนแออัด แหลงสลัม หัวเมอื งชายทะเล และกลมุ บุคคลที่ใชแรงงาน รวมถงึ ผทู ่เี ปนเด็กนักเรยี น และบคุ คลวยั รุน ท่ีมปี ญ หา ทางครอบครวั หรอื บคุ คลจาํ พวกประสาทออ น งา ยตอ การชกั จงู หรอื ความรไู มถ งึ การณ หรอื อยากลอง เปนตน á¹Ç·Ò§¡ÒÃÊº× Êǹ¤´ÂÕ Òàʾμ´Ô ÁÕËÅѡ㹡Òû¯ºÔ ÑμμÔ ÒÁ¢é¹Ñ μ͹´Ñ§μÍ‹ 仹Õé การเรม่ิ ตน สบื สวนคดยี าเสพตดิ ควรเรม่ิ จากการหาขา วในชมุ ชน คน หาผเู สพ ผจู าํ หนา ย รายยอย วางแผนเขาตรวจคน จับกุม นําตัวมาสอบสวนขยายผลเครือขายท่ีเก่ียวของ เพราะผูเสพ มีพยานหลักฐานความผิดอยูในรางกาย งายตอการจับกุมมากที่สุด จากน้ันจึงสืบสวนรวบรวมขอมูล ไปยงั รายใหญต อไป ๑. จัดทําแฟมการสืบสวนคดีเครือขายการผลิต, การลําเลียง, การจําหนายโดยแยก แตล ะแฟม ๒. ตรวจสอบทะเบยี นราษฎร, ภาพถายของบคุ คลในเครือขา ย ๓. ตรวจสอบเบอรโทรศัพทบา น มอื ถือของบคุ คลในเครือขา ย ๔. ตรวจสอบการใชโทรศัพทต ามขอ ๓ ๕. แผนผังการใชโ ทรศพั ทจากขอ ๔ ๖. จดั ทาํ ความถก่ี ารใชโ ทรศพั ทจ ากขอ ๔ ๗. ตรวจสอบความเกีย่ วของเก่ยี วพนั ของบคุ คลตามขอ ๖

๑๘๐ ๘. ทาํ แผนผงั ความเกย่ี วของเก่ียวพนั ตามขอ ๒ ๙. ถา ยรปู สถานที่สําคญั ตามการตรวจสอบขอมลู ตามขอ ๒ และขอ ๗ ๑๐. ตรวจสอบภาพถายบุคคลจากทะเบียนราษฎรต ามขอ ๗ ตรวจสอบการใชบ ตั รใน โครงการสวสั ดิการของรัฐ และตรวจสอบทะเบยี นรถจักรยานยนต, รถยนต, อาวธุ ปน ๑๑. จดั ทําแผนผังเครือขายใหปรากฏรายละเอียดท้งั หมด ๑๒. วิเคราะหวาบุคคลใดมีหนาท่ีความรับผิดชอบใดในองคการตามแผนผังเครือขาย ของการผลิต, การลําเลียง, การจาํ หนา ย ๑๓. จัดทาํ รายงานการหาขอ มลู ทกุ ครัง้ ที่ปฏบิ ัติงานในคดี ๑๔. ตรวจสอบทรัพยสินของผูเก่ียวของในองคการเครือขายเพื่อใชมาตรการยึดทรัพย ของ ปปง. และ ป.ป.ส. ตรวจสอบบัญชกี ารเงินขยายเครือขายทีเ่ กยี่ วขอ ง ๑๕. ประสานพนกั งานสอบสวนเพอ่ื ขอออกหมายจบั ในกรณจี บั กมุ บคุ คลใดบคุ คลหนงึ่ ในเครอื ขา ยได โดยการใชวิธีการสะกดรอยติดตามความเคลื่อนไหว ๑๖. เมอ่ื จบั กมุ ผตู อ งหารายใดได ใหเ ขยี นบนั ทกึ คาํ รบั สารภาพดว ยลายมอื ของผตู อ งหาเอง โดยใหป รากฏถึงหนาที่และประโยชนทไ่ี ดร บั จากการคา ยาเสพติด ๑๗. กาํ หนดหนา ท่บี คุ คลในชดุ จบั กมุ วา ผูใดจะเปน พยานในคดี ๑๘. ซักซอ มความเขาใจรายละเอียดในคดีกอ นการเปน พยาน ๑๙. เม่ือผลการตรวจพสิ ูจนข องกลางออกมา ใหทําเรอ่ื งขอเบกิ เงนิ รางวัลครงึ่ แรก ๒๐. เมอ่ื อัยการสั่งฟอ งผูตอ งหา ใหท าํ เร่ืองขอเบกิ เงินรางวลั ครึ่งหลัง ๒๑. ติดตามจับกุมผูตองหาท่ีเหลือในเครือขายประสานพนักงานสอบสวน ออกหมายจับ ผทู เี่ กย่ี วของท่เี หลือ ๒๒. สงรายงานบุคคลที่เกี่ยวของ เพ่ือข้ึนบัญชีเปนบุคคลท่ีมีพฤติการณคายาเสพติด ให ป.ป.ส.ทราบ ๒๓. จดั ทาํ บัญชีผจู าํ หนายยาเสพติดในเขตรบั ผิดชอบ รวมทั้งผูเสพ ผูลําเลยี ง ผผู ลิต ผูส นบั สนนุ นายทุนหรือผอู ยเู บือ้ งหลัง ๒๔. ดาํ เนนิ การสืบสวนถงึ เครอื ขายของผูจาํ หนา ย ญาตพิ นี่ องและคนใกลชิด ๒๕. ตองหม่ันบันทึกคําใหการของผูถูกจับกุมในคดียาเสพติด ท่ีใหการซัดทอด ถึงผูจําหนายไวใ นฐานะพยาน เพ่ือเปน พยานหลักฐานในการจับกุมผูจาํ หนายตอไปในอนาคต

๑๘๑ μÇÑ Í‹ҧ¼§Ñ à¤ÃÍ× ¢Ò‹ ¤¹ÃŒÒ¤´ÂÕ Òàʾμ´Ô ทมี ผูผ ลติ ระดบั แสน ทมี การลําเลียง ระดับหม่นื - รบั -สงยา ผูจําหนาย ระดบั พัน - รับจางเปดบัญชี รายใหญ - รบั -โอนเงิน ทีม ผูจําหนาย ระดบั เมด็ (แถว) รายยอย ระดับ ๑๐ ระดบั ๑๐๐ (ถุง) ผูเ สพ ผเู สพ ผเู สพ

๑๘๒

๑๘๓ º··Õè ø ÃÐàºÂÕ º·èÕà¡ÕèÂÇ¢ŒÍ§¡ºÑ ¡ÒÃÊº× Êǹ การสืบสวน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามิไดระบุเขตอํานาจของ เจาพนักงานในการสืบสวนไวแตอยางใด แตอยางไรก็ดีไดมีคาํ พิพากษาฎีกาท่ี ๑๔๐/๒๔๙๐ วางแนวทางไววาตาํ รวจมีอาํ นาจสืบสวนคดีอาญาไดท่ัวราชอาณาจักร สวนพนักงานฝายปกครอง มีอาํ นาจสืบสวนจํากดั เฉพาะในเขตที่ตนประจําอยู การสืบสวนคดีอาญา แมความมุงหมายในการดาํ เนนิ การก็เพ่ือประโยชนข องสว นรวม ซ่ึงเปนการกระทาํ ของเจาพนักงานฝายปกครองหรือตาํ รวจ อันเปนการรักษาความสงบเรียบรอยของ สังคมก็ตาม การท่ีประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามิไดกาํ หนดหลักเกณฑวิธีการเกี่ยวกับ การสืบสวนคดีอาญาเอาไว จึงทาํ ใหบางครั้งการปฏิบัติหนาที่กอนท่ีจะมีการกระทาํ ความผิดเกิดข้ึน หรือเปนการกระทําภายหลังทเ่ี กิดเหตุ การสบื สวนกเ็ ปนการใชดลุ พินจิ ของเจา พนักงานแตล ะบคุ คลวา จะใชวิธีการอยางไรเพ่ือใหไดมาซ่ึงพยานหลักฐานตางๆ เพ่ือทราบถึงรายละเอียดของการ กระทาํ ความผดิ ดงั นน้ั ขอบเขตหรอื เงอื่ นไขของการใชอ าํ นาจของเจา พนกั งานในการสบื สวนคดอี าญานนั้ ควรจะตอ งมคี วามชัดเจนเพ่ือมิใหไ ปกระทบสทิ ธเิ สรีภาพของประชาชนเกนิ สมควร ดังน้ัน สํานักงานตํารวจแหงชาติจึงไดวางกรอบแนวทางการปฏิบัติในการสืบสวน คดีอาญาไวเ พ่ือเปน แนวทางในการปฏิบตั ขิ องเจาพนกั งานตาํ รวจ ดงั นี้ ø.ñ ÃÐàºÕºà¡èÂÕ Ç¡Ñº¡ÒÃÊ׺Êǹ ¡ÒÃÊ׺Êǹ (»ÃÐÁÇÅÃÐàºÕº¡ÒÃตาํ ÃǨà¡ÕèÂǡѺ¤´Õ Å¡Ñ É³Ð ò º··Õè ñ) ขอ ๕ การสบื สวนนน้ั หมายความถงึ การแสวงหาขอ เทจ็ จรงิ และหลกั ฐานซง่ึ พนกั งาน ฝายปกครองหรือตํารวจไดปฏิบัติไปตามอํานาจหนาท่ี เพื่อรักษาความสงบเรียบรอยของประชาชน และเพื่อที่จะทราบรายละเอียดแหงความผิดดังท่ีกลาวไวในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา การสบื สวนนจ้ี ะทาํ บนั ทกึ ไวเ ปน การเตอื นความทรงจาํ กไ็ ด หากเปน ประเดน็ สาํ คญั ใหบ นั ทกึ การสบื สวน ไวเ สมอ การบันทึกนี้ หมายความเฉพาะ บันทึกฝายเดียวของผูสืบสวน ซ่ึงบางกรณีท่ีเห็นวา เปนประโยชน ในการประกอบสํานวนการสอบสวนใหติดรวมไวในสํานวนการสอบสวนหรือนําสง พนกั งานสอบสวน ในกรณที ผ่ี สู อบสวนมไิ ดท าํ หนา ทเ่ี ปน พนกั งานสอบสวนเพอ่ื รวมไวใ นสาํ นวนบนั ทกึ น้ี ใหร ะบุ สถานท่ี วนั เดอื น ป ทที่ าํ นามและตาํ แหนง ของเจา พนกั งานผทู าํ บนั ทกึ โดยอนโุ ลมเชน เดยี วกบั การทําบนั ทึกในการสอบสวน แตใ หพ ึงระลกึ วา ผูทาํ บนั ทึกนี้หาจาํ กัดวา ตองเปน ผูมีอาํ นาจสอบสวน ไมแมจ ะเปน นายสบิ พลตาํ รวจกต็ อ งกระทําเชนเดียวกัน

๑๘๔ ขอ ๖ เมื่อกฎหมายใหอํานาจพนักงานฝายปกครองและตํารวจมีหนาที่รักษา ความสงบเรยี บรอ ยของประชาชนเชน นี้ ตํารวจจงึ มอี ํานาจและหนา ท่สี ืบสวนคดีอาญา และเหตกุ ารณ ทง้ั หลายทีเ่ ก่ียวแกความสงบเรียบรอ ยไดท่วั ราชอาณาจกั ร ขอ ๑๐ ขา ราชการตํารวจซงึ่ ไมใ ชเ จา ของทอ งทท่ี มี่ อี าํ นาจทาํ การสอบสวน หากมคี วาม ประสงคจะสืบสวนคดีอาญาที่ไดรองทุกขไวตอพนักงานทองท่ีใด ใหเจาหนาท่ีตาํ รวจผูน้ันขอหนังสือ จากผูบังคับบัญชาต้ังแตหัวหนาสถานท่ี หรือเทียบเทาข้ึนไปเปนหลักฐานถึงเจาของทองที่แหงคดีน้ัน เพ่ือใหความรูและความสะดวก ซึ่งเจาของทองที่ไดรับหนังสือมอบหมายแนะนาํ เชนวาน้ีก็ใหความ รวมมือเพ่ือประโยชนเกิดผลแกคดีน้ัน ๆ เวนแตผูดํารงตําแหนงดังกลาวแลว หรือผูรักษาการแทน ขึ้นไปจะไปติดตอ ดว ยตนเองกไ็ มตอ งใชหนังสือ ø.ò ÃÐàºÂÕ ºà¡ÂèÕ Ç¡Ñº¡ÒèѺ/¤¹Œ /¤Çº¤ÁØ ¡ÒèѺ¡ØÁ¾ÃÐÀÔ¡ÉØÊÒÁà³Ã (»ÃÐÁÇÅÃÐàºÕº¡ÒÃตําÃǨà¡èÕÂǡѺ¤´Õ ÅÑ¡É³Ð ó º··èÕ õ) ขอ ๓๙ ในกรณีที่พระภิกษุสามเณรในพระพุทธศาสนากระทําความผิดอาญาน้ัน ไมมีกฎหมายในท่ีใดบัญญัติหามมิใหทําการจับกุมแตประการใด เจาพนักงานคงทําการจับกุมได เชนเดียวกับบุคคลท่ัวไป แตใหพึงระลึกไววาพระภิกษุสามเณรน้ันเปนที่เคารพกราบไหวของ พุทธศาสนิกชน การกระทําใดๆ ตอพระภิกษุสามเณรนั้นจะตองกระทําดวยความเคารพ สุภาพและ ออนโยนในทุกกรณี แตถาทําการจับกุมตัวมาไดแลวถาจําเปนจะตองควบคุม ใหปฏิบัติตามระเบียบ ที่วาดวยการควบคมุ ตอไป ¡ÒèѺ¡ØÁ¢ŒÒÃÒª¡ÒêéѹÊÑÞÞÒºÑμÃáÅЪéѹμÃÕ¢Öé¹ä» (»ÃÐÁÇÅÃÐàºÕº¡ÒÃตําÃǨ à¡ÂèÕ Ç¡Ñº¤´Õ ÅÑ¡É³Ð ó º··èÕ ö) ขอ ๔๒ เมอื่ ขา ราชการชน้ั สญั ญาบตั รและชน้ั ตรี หรอื เทยี บเทา ขน้ึ ไป ตอ งหาคดอี าญา ใหปฏบิ ัตดิ งั น้ี ๑. การจับหรือออกหมายจับขาราชการประจําการต้ังแตชั้นสัญญาบัตรช้ันตรี หรอื เทยี บเทา ขนึ้ ไป ซง่ึ ตอ งหาวา กระทาํ ผดิ อาญานนั้ กอ นทจี่ ะทาํ การจบั กมุ หรอื ออกหมายจบั ใหข อรบั ความเหน็ ชอบจากผบู ังคบั บญั ชากอ น คอื ก. ในกรงุ เทพมหานคร ใหขอรับความเหน็ ชอบจากผูบังคบั การ หรือผูรกั ษาการแทน ข้ึนไป ข. ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร ใหขอรับความเห็นชอบจากผูวาราชการ จังหวัด หากผูวาราชการจังหวัดไมเห็นชอบดวยใหรายงานขออนุมัติไปยังผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ หรอื รองผบู ญั ชาการตาํ รวจแหงชาติ

๑๘๕ ค. การจับกุมขาราชการช้ันพิเศษหรือเทียบเทาขึ้นไป ทั้งในกรุงเทพมหานคร และในตางจังหวัด ใหขอรับความเห็นชอบจากปลัดกระทรวงมหาดไทยเวนแตเปนกรณีสําคัญ ซง่ึ ถา ไมท ําการจบั กมุ ทนั ที อาจกอ ใหเ กดิ ความเสยี หายหรอื ผลรา ยอยา งอน่ื ขนึ้ ได เชน กรณที ขี่ า ราชการ ผนู นั้ กาํ ลงั อาละวาดหรอื จะกอ การรา ย หรอื กาํ ลงั จะหลบหนหี รอื เปน กรณที ผ่ี บู งั คบั บญั ชาของผนู นั้ เอง ขอใหจ บั หรือกาํ ลังกระทาํ ความผดิ ซ่ึงหนา หรือจับตามหมายศาล เปนตน กใ็ หท ําการจบั กมุ ไดทันที ๒. ถา นายตํารวจช้ันผบู ังคบั การ หรอื ผูรักษาการแทนข้นึ ไปในกรงุ เทพมหานคร หรอื ผูวาราชการจังหวัด หรือผูรักษาการแทนขึ้นไปในจังหวัดอ่ืนนอกจากกรุงเทพมหานครเปนผูจับเอง หรือส่ังใหจับไมตองขอรับความเห็นชอบจากผูใด เวนแตกรณีการจับตาม ๑. (ค) เม่ือไดมีการจับกุม ขา ราชการดงั กลา วนแี้ ลว ในกรงุ เทพมหานคร ใหร ายงานสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตทิ ราบและใหพ นกั งาน สอบสวนเจาของคดีแจงผูบังคับบัญชาของผูถูกจับไดทราบดวย สวนในจังหวัดอ่ืนใหรายงาน ผวู า ราชการจงั หวดั หรอื ผรู กั ษาการแทนทราบ แลว ใหเ ปน หนา ทข่ี องผวู า ราชการจงั หวดั หรอื ผรู กั ษาการแทน ทจี่ ะแจง ผบู งั คบั บญั ชาของผถู กู จบั ทราบดว ย สาํ หรบั กรณกี ารจบั ตามขอ ๑. (ค) นอกจากจะตอ งปฏบิ ตั ิ การรายงานดังกลาวขางตนแลว ใหรายงานปลัดกระทรวงมหาดไทยทราบ และใหพนักงานสอบสวน รายงานสํานักงานตาํ รวจแหงชาติทราบ อกี ทางหนง่ึ ดว ย ¡ÒÃᨌ§¢ŒÍ¡Å‹ÒÇËÒ ¡ÒèѺ ¡ÒäØÁ¢Ñ§ ËÃ×Í¡ÒÃÍÍ¡ËÁÒÂàÃÕ¡μÑÇÊÁÒªÔ¡ ÊÀÒ¼áŒÙ ·¹ÃÒÉ®ÃËÃÍ× ÊÁÒª¡Ô Ç²Ø ÊÔ ÀÒ (»ÃÐÁÇÅÃÐàºÂÕ º¡ÒÃตาํ ÃǨà¡ÂÕè Ç¡ºÑ ¤´Õ Å¡Ñ É³Ð ó º··Õè ÷) ขอ ๔๓ เน่อื งจากรฐั ธรรมนญู แหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๖ บัญญตั ิ ใหรัฐธรรมนูญเปนกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือขอบังคับ ขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ บทบัญญตั ินั้นเปน อนั ใชบังคับมิได และตามมาตรา ๑๓๑ ไดบญั ญัติถงึ ขอ หา ม และขอพึงปฏิบัติสําหรับตํารวจและพนักงานสอบสวนเก่ียวกับการจับการคุมขังหรือการออกหมายเรียกตัว สมาชกิ สภาผแู ทนราษฎรหรอื สมาชกิ วฒุ สิ ภาไวห ลายประการอนั เปน การบญั ญตั ถิ งึ การปฏบิ ตั ทิ แ่ี ตกตา ง ไปจากการปฏบิ ตั ติ อ บคุ คลทวั่ ไปทมี่ ไิ ดเ ปน สมาชกิ สภาผแู ทนราษฎรหรอื สมาชกิ วฒุ สิ ภาซงึ่ สามารถสรปุ หลกั การปฏิบตั ขิ องตาํ รวจและพนกั งานสอบสวนไดดังนี้ (๑) ในระหวางสมยั ประชุม ๑.๑ ในระหวางสมัยประชุม หามมิใหจับ คุมขัง หรือหมายเรียกตัวสมาชิก สภาผูแทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา ไปทําการสอบสวนในฐานะที่สมาชิกผูนั้นเปนผูตองหาในคดีอาญา เวนแตในกรณีท่ีไดรับอนุญาตจากสภาที่ผูน้ันเปนสมาชิก หรือในกรณีท่ีจับในขณะกระทําความผิด ขอ หา มดงั กลา วขา งตน ไมใ ชเ อกสทิ ธเิ์ ฉพาะตวั ของผทู เ่ี ปน สมาชกิ สภาผแู ทนราษฎรหรอื สมาชกิ วฒุ สิ ภา ท่ีจะสละไดดวยตนเอง เพราะเปนขอหามท่ีมีวัตถุประสงคเพื่อประโยชนสวนรวมของประเทศชาติ การปฏิบัติของตํารวจหรือพนักงานสอบสวนในเรื่องน้ีจะตองพิจารณาโดยละเอียดรอบคอบวามี หลักฐานการไดรับอนุญาตจากสภาท่ีผูนั้นเปนสมาชิกอยูหรือไม การไดรับอนุญาตจากสภา หมายความถงึ การไดร บั อนุญาตโดยมตขิ องสภาที่ผูนน้ั เปน สมาชิกเทา น้ัน กาํ หนดใหผดู าํ รงตําแหนง ระดับ

๑๘๖ ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ หรือรองผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ เปนผูพิจารณาลงนามในหนังสือ ขออนุญาตหมายเรียกตัวสมาชิกสภาผูแทนราษฎรตอประธานสภาผูแทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา ตอประธานวฒุ สิ ภา ๑.๒ ในระหวา งสมยั ประชมุ เมอ่ื มกี ารจบั ตวั สมาชกิ สภาผแู ทนราษฎรหรอื สมาชกิ วุฒิสภาในขณะกระทําความผิด ใหหัวหนาหนวยงานช้ันตนของผูที่จับสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือ สมาชกิ วฒุ สิ ภา รายงานไปยงั ประธานแหง สภาทผี่ นู นั้ เปน สมาชกิ และผบู ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาตทิ ราบ โดยพลันเมื่อไดรายงานใหประธานสภาที่ผูนั้นเปนสมาชิกทราบดังกลาวแลวและประธานสภาที่ผูน้ัน เปนสมาชิกสั่งใหปลอยผูถูกจับ ใหจัดการปลอยผูถูกจับไปโดยพลันแลวใหรายงานผูบัญชาการตํารวจ แหง ชาติทราบ ๑.๓ ในระหวางสมัยประชุมหากสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา ซง่ึ เปน ผตู อ งหา และสภาทผ่ี นู น้ั เปน สมาชกิ อยไู มอ นญุ าตใหจ บั หรอื หมายเรยี กตวั สมาชกิ ผนู น้ั มาทาํ การ สอบสวนในฐานะผูตองหาหรือยังอยูในระหวางการพิจารณาของสภาแตสมาชิกผูนั้นเขาหาพนักงาน สอบสวนเองใหพ นกั งานสอบสวนเพยี งแจง ขอ หากลา วหาใหท ราบ และทาํ การสอบสวนไวเ ปน ผตู อ งหา แตหามมิใหจับสมาชิกผูน้ัน เม่ือพนักงานสอบสวนผูรับผิดชอบในการสอบสวน เห็นวาการสอบสวน เสร็จส้ินแลวและเห็นควรส่ังฟองผูตองหา ใหทําความเห็นวาควรส่ังฟองสงไปพรอมกับสํานวนยัง พนักงานอัยการเชนเดียวกับสํานวนที่รูตัวผูกระทําความผิดแตจับตัวยังไมได โดยไมตองสงสํานวน พรอ มกบั ผูต องหาไปยังพนักงานอยั การ (๒) นอกสมัยประชุม นอกสมัยประชุม การแจงขอกลาวหา การจับ การคุมขัง การปลอยตัวช่ัวคราว หรอื การออกหมายเรยี กตวั สมาชกิ สภาผแู ทนราษฎรหรอื สมาชกิ วฒุ สิ ภาสามารถดาํ เนนิ การไดต ามปกติ เชน เดียวกนั กบั บุคคลท่มี ิไดเ ปน สมาชกิ สภาผแู ทนราษฎรหรอื สมาชิกวุฒสิ ภา ขอ ๔๔ ในกรณีสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาถูกควบคุมอยูในระหวาง สอบสวนกอนสมัยประชุม เมื่อถึงสมัยประชุม พนักงานสอบสวนสามารถควบคุมผูถูกจับตอไปได แตตองปลอยตัวไปทันทีเม่ือประธานแหงสภาที่ผูนั้นเปนสมาชิกรองขอการปลอยตัวดังกลาว ใหม ผี ลบงั คบั ตง้ั แตว นั สงั่ ปลอ ยถงึ วนั สดุ ทา ยแหง สมยั ประชมุ ดงั นนั้ เมอ่ื สน้ิ สดุ วนั สดุ ทา ยแหง สมยั ประชมุ พนกั งานสอบสวนตอ งจดั การนําตวั ผูถูกปลอ ยมาควบคมุ ตวั ไวต ามกฎหมายตอ ไป ¡ÒèѺ¡ØÁ·ÙμҹطÙμáÅС§ÊØÅμ‹Ò§»ÃÐà·È (»ÃÐÁÇÅÃÐàºÕº¡ÒÃตําÃǨà¡ÕèÂǡѺ¤´Õ Å¡Ñ É³Ð ó º··èÕ ø) ขอ ๔๕ บรรดาบุคคลซ่ึงมีตําแหนงในทางทูตานุทูตน้ัน อยูในความคุมกันเด็ดขาด จากการจบั กมุ หรอื การพจิ ารณาทกุ อยา ง บคุ คลเชน วา นคี้ อื อคั รราชทตู อปุ ทตู และเลขานกุ ารกบั ผชู ว ย ประจําสถานทูตตามลักษณะของเอกสิทธ์ิอันนี้ถึงแมวาบุคคลซึ่งมีตําแหนงในทางทูตานุทูตดังกลาวแลวน้ัน จะยอมตนเปนจําเลยใหพิจารณาก็พิจารณาไมได ขอความดังกลาวแลวในขอนี้ตํารวจตองใชความ

๑๘๗ ระมัดระวังอยางเปนนิตย เพราะวาการจับกุมบุคคลในตําแหนงทูตานุทูตยอมถือกันวา เปนการดูถูก ดูหม่ินตอประเทศซึ่งเปนตําแหนงทูตานุทูตของบุคคลเหลานั้น ถาหากวาบังเอิญมีบุคคลเชนน้ีคนใด ถกู จับกมุ ตาํ รวจตอ งปลอ ยตัวโดยพลนั ขอ ๔๖ ความคุมกัน อยางเดียวกับที่กลาวมาน้ี พึงไดแก ภริยาและบุตรของบุคคล ในตําแหนงทูตานุทูต และคําวาบุคคลในตําแหนงทูตานุทูตนั้น ไมหมายความเฉพาะแตอัครราชทูต หรืออปุ ทตู หมายความตลอดถงึ เลขานกุ ารและผูช วยประจาํ สถานทูตดว ย ขอ ๔๗ ตามประเพณรี ะหวางประเทศทใ่ี ชก นั อยทู ัว่ ไป ความคุมกันจากอาํ นาจตํารวจ ซ่ึงเปนสิทธิแกอัครราชทูตหรืออุปทูตน้ัน ยอมแผไปถึงลูกจางทุกช้ันของเขาดวยจะเปนเสมียน หรือนักการ หรือคนเฝา หรือคนใชก็ตาม สิทธิอันนี้ไดใหแกอัครราชทูตและอุปทูต โดยความที่เห็น แกท างอธั ยาศยั ไมตรแี ละเขาจะยอมสละสทิ ธนิ นั้ เสยี หรอื ไมต ามแตเ ขาจะเหน็ สมควรกไ็ ด เพราะฉะนนั้ ลูกจา งเชน วาน้เี ปนอนั ที่จะถูกจับกุม หรือเอาตัวไปชําระไมได นอกจากอคั รราชทตู หรืออุปทตู ซึ่งเปน นายจางยินยอมใหทําได ดังน้ันกอนความยินยอมนี้จะใหโดยนายจางสงตัวลูกจางใหแกตํารวจ หรอื ศาลหรอื โดยไลล กู จา งนน้ั ออกจากงานของตนกไ็ ด ลกู จา งคนใดซง่ึ ไดถ กู ไลอ อกจากการเปน ลกู จา ง เชนนี้ พึงถูกจับกุมและชําระสําหรับความผิดใดๆ ที่ไดกระทําในเวลาที่ตนเปนลูกจางของอัครราชทูต หรอื อปุ ทตู นนั้ ได ถา ผใู ดทต่ี าํ รวจจบั กมุ อา งตนวา เปน ลกู จา งของสถานทตู หรอื อคั รราชทตู หรอื อปุ ทตู ใดๆ ใหต ํารวจปลอ ยตวั ทันที หรอื ตํารวจสงสยั วาความท่ีอางน้ันไมจริง ก็ใหทาํ การสอบถามสถานทตู ทีเ่ กย่ี วของโดยพลัน ขอ ๔๘ บรรดาสถานที่และบริเวณ ซงึ่ เปน สาํ นักของทูต หรอื สถานทูตใดๆ นั้น อยใู น ความคุมกันจากอํานาจตํารวจแหงทองถ่ินท้ังส้ิน ตํารวจจะเขาไปในสถานท่ีหรือบริเวณเหลาน้ัน เพ่ือกระทําการจับกุมหรือทอดบัตรหมายหรือกระทําการตรวจคนหรือการยึดอยางใดๆ ไมไดเปนอันขาด นอกจากย่ืนคําขอรองตอบุคคลในตําแหนงทูตานุทูต และไดรับความยินยอมของผูนั้นเสียกอนแลว จึงจะเขา ไปกระทาํ การดังกลา วแลวนนั้ ได ขอ ๔๙ กงสุล รองกงสุล และผูรับมอบหมายในกิจการกงสุลน้ันไมมีสิทธิที่จะไดรับ ความคุมกันจากอํานาจตํารวจ เวนไวแกบุคคลน้ันๆ มีตําแหนงในทางทูตเพิ่มอยูดวย เฉพาะใน ประเทศไทย เจาพนกั งานฝา ยการกงสลุ นี้มีตําแหนงทูตานุทูตเพิ่มอยดู ว ยโดยมาก ดวยเหตุนใ้ี นข้นั ตน ตํารวจพึงสันนิษฐานไวกอนในทุกกรณีวา บุคคลเหลานั้นมีฐานะในทางทูตานุทูตอยูดวยและใหปฏิบัติการ แกเขาตามสมควรแกฐานะนั้น ถาและปรากฏข้ึนภายหลังวาผูใดไมไดมีตําแหนงในทางทูตานุทูต จะฟองรองผูนั้นก็ไมยาก บรรดาหนังสือราชการหรือที่เก็บหนังสือราชการของตําแหนงกงสุลอยูใน ความคมุ กนั จากการตรวจคน และยึดทง้ั สิ้น ขอ ๕๐ ปญหาท้ังปวงในเร่ืองความคุมกันของบุคคลในตําแหนงทูตานุทูตหรือ ในเร่อื งยอมสละสิทธิ์แหงความคมุ กันนัน้ ถามีข้นึ บอกมาโดยทางราชการตา งประเทศ ก็คงจะระงบั ได โดยไมล าํ บาก เพราะฉะนนั้ ตาํ รวจจงึ พงึ หลกี เลย่ี งการทจี่ ะยกปญ หาเชน นนั้ ขน้ึ วา กลา วโดยตรงกบั บคุ คล

๑๘๘ ในตาํ แหนงทูตานุทูตหรือสถานทูตและใหนาํ เร่ืองซ่ึงอยูในประเภทเชนนี้ทุกๆ เร่ืองใหกระทรวง การตางประเทศทราบโดยพลัน ในการที่จะตองเจรจากับสถานทูตหรือบุคคลในตําแหนงทูตานุทูต ยอ มเปน ธรุ ะของกระทรวงการตา งประเทศทงั้ สน้ิ วธิ ดี าํ เนนิ การดงั กลา วขา งตน นี้ มขี อ ยกเวน อยขู อ เดยี ว คือ ถาตํารวจไดพบเห็นบุคคลผูใดซึ่งรับความคุมกันจากอํานาจตํารวจโดยอัธยาศัยไมตรีทางทูต เชนกลาวมาน้ัน ในขณะท่ีกระทําความผิดทางอาญาอยางรายแรงอันอาจเปนเหตุใหเกิดอันตราย แกชีวิต หรือทรัพยภายนอกบริเวณของสถานทูตแลว ใหตํารวจจับกุมและกักตัวบุคคลผูน้ันได แตใน กรณเี ชน นตี้ าํ รวจตอ งรบี บอกกลา วใหส ถานทตู ทเี่ กยี่ วขอ งและกระทรวงการตา งประเทศทราบเหตทุ นั ที และถา ทตู หรอื สถานทตู ทเ่ี กย่ี วขอ งขอใหส ง ตวั บคุ คลผนู นั้ ตาํ รวจกต็ อ งปฏบิ ตั ติ ามคาํ ขอนด้ี ว ยนอกจาก ขอยกเวนท่ีวาน้ีแลว การท้ังปวงท่ีเกี่ยวกับการจับกุมหรือการพิจารณาบุคคลผูมีสิทธิรับความคุมกัน ทางทตู นน้ั ตอ งจดั การกับทางกระทรวงการตางประเทศทงั้ สน้ิ ขอ ๕๑ กระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงการตางประเทศไดทําความตกลงกัน ใหสํานักงานตํารวจแหงชาติออกบัตรประจําตัวใหแกบุคคลในคณะทูตซ่ึงประจําอยูในราชอาณาจักรไทย คนละ ๑ ฉบับ เพื่อแสดงแกเจาพนักงานในขณะมีกรณีเกี่ยวของเกิดข้ึน จักไดปฏิบัติการใหเปนไป โดยสมควรแกอัธยาศัยไมตรี บัตรน้ีมีลักษณะเปนเลมสมุดปกแข็งพับสองมีตราครุฑและอักษรไทย ท่ีหนา ปกวา บตั รประจาํ ตวั บุคคลในคณะทตู ฯลฯ กระทรวงมหาดไทย ภายในเลมดา นในของหนา ปก มีที่ปดรูปของผูถือบัตร คือ ผูถือบัตรจะตองปดรูปถายและลงลายมือช่ือของตนกํากับไวดวย และมกี ระดาษเปน แบบพมิ พ ๑ แผน บอกนามและตาํ แหนง แหง ทอี่ ยขู องผถู อื บตั รกบั แจง วธิ ปี ฏบิ ตั ขิ อง เจาหนาท่ีปรากฏอยูดานหน่ึงเปนภาษาไทย อีกดานหน่ึงเปนภาษาอังกฤษและมีลายมือชื่อของ ผูบัญชาการตาํ รวจแหง ชาตลิ งนามกาํ กบั บัตรนม้ี ีขนาดกวาง ๘.๕ เซนตเิ มตร ยาว ๑๑.๘ เซนตเิ มตร เม่ือเจาพนักงานตํารวจและอําเภอท่ีเก่ียวของไดพบเห็นบุคคลท่ีมีบัตรประจําตัวแสดงวาเปนบุคคลใน คณะทูตน้ีแลวใหใชมรรยาทอันสุภาพและผอนผันหรือยกเวนใชอํานาจซ่ึงจะตองกระทําอันเกี่ยวดวย เอกสิทธ์ิ และความคุมครองของคณะทูตใหการเปนไปในทางสมควรแกอัธยาศัยไมตรีและกฎหมาย ระหวางประเทศทุกประการ ¡ÒèѺ¡ØÁºØ¤¤Åã¹Í§¤¡ÒÃÊË»ÃЪҪÒμÔ (»ÃÐÁÇÅÃÐàºÕº¡ÒÃตําÃǨà¡ÕèÂǡѺ¤´Õ ÅÑ¡É³Ð ó º··èÕ ù) ขอ ๕๒ กระทรวงการตา งประเทศแจง วา สมชั ชาใหญแ หง สหประชาชาตไิ ดม มี ตริ บั รอง อนุสัญญาทั่วไปวาดวยเอกสิทธิ์และความคุมกันแหงสหประชาชาติ และใหเชิญประเทศสมาชิกแหง องคการสหประชาชาติเขาเปนภาคี อนุสัญญาน้ีเปนผลสืบเน่ืองมาจากความจําเปนท่ีจะใหงานของ องคก ารสหประชาชาตบิ รรลผุ ลสาํ เรจ็ สมความมงุ หมายเปน การสมควรทอ่ี งคก ารสหประชาชาตติ ลอดจน บรรดาพนักงานเจาหนาที่ขององคการจะไดรับฐานะและผลปฏิบัติเปนพิเศษบางประการจากประเทศ ที่เปน สมาชิก ซ่งึ ในสาระสาํ คัญ ไดแ ก

๑๘๙ (๑) การกําหนดใหสหประชาชาตมิ สี ภาพเปนนิตบิ คุ คล (๒) การละเมดิ มไิ ดแ หง สหประชาชาติ (๓) สิทธิในการใชรหสั ทําการสือ่ ขาวสารโดยผสู อ่ื สารเฉพาะ (๔) การใชหนังสือเดินทางของสหประชาชาติซึ่งยังผลใหผูถือไดรับความสะดวกในการ เดินทางเปนพเิ ศษ (๕) ความคุมกนั จากการดําเนนิ ตามกระบวนกฎหมายตอ การกระทาํ ใด ๆ ในหนา ที่ (๖) ความยกเวน จากกฎหมายทีเ่ กยี่ วดวยการเงนิ การภาษี การเขาเมือง การทะเบยี น คนตางดา ว และการรบั ใชช าติ (๗) ความสะดวกอนื่ ๆ บรรดาทอ่ี าํ นวยแกบ คุ คลในคณะทตู เทยี บตามตาํ แหนง กระทรวง การตางประเทศไดแจงดวยวาประเทศไทยในฐานะท่ีเปนสมาชิกแหงองคการสหประชาชาติมีความ ผูกพันตามกฎบัตรสหประชาชาติในอันที่จะตองใหเอกสิทธ์ิและความคุมกันแกสหประชาชาติ ผูแทน ประเทศสมาชิก ตลอดจนพนักงานเจาหนาที่ขององคการดวย จึงไดเสนอใหคณะรัฐมนตรีพิจารณา ซ่ึงคณะรัฐมนตรีเห็นชอบและใหดําเนินการตามขอเสนอของกระทรวงการตางประเทศไดแลว ฉะน้ัน ระหวางเวลาท่ีองคการตาง ๆ ของสหประชาชาติ หรือสาขาขององคการเหลานี้มาต้ังทําการอยูใน ประเทศไทย บรรดาสถานท่ีและบริเวณซึ่งเปนสํานักงานหรือสํานักสาขาขององคการสหประชาชาติ จงึ ถอื เสมอื นเปน สถานทตู และคณะเจา หนา ทท่ี เี่ กยี่ วขอ งกบั องคก ารสหประชาชาตทิ กุ คนมฐี านะเสมอื น เปนคณะทูตานุทูต ตํารวจจึงตองปฏิบัติการอยางเดียวกับสถานทูตและคณะทูตานุทูตดังกลาวแลว ในบทกอ น แตเ อกสิทธิ์ทีใ่ หแ กบคุ คลในองคก ารสหประชาชาติน้ี ใหเ ฉพาะในเวลาปฏิบัติหนา ท่เี ทานนั้ เม่ือผูน้ันพนจากหนาท่ีที่เก่ียวกับองคการสหประชาชาติแลว ก็ยอมทําการจับกุมและตรวจคน ไดอ ยา งเดยี วกับบคุ คลสามญั อนื่ ๆ ¡ÒèѺ¡ØÁ¼ÙŒ¡ÃÐทํา¼Ô´ã¹àÃ×Íμ‹Ò§»ÃÐà·È (»ÃÐÁÇÅÃÐàºÕº¡ÒÃตําÃǨà¡ÕèÂǡѺ¤´Õ ÅÑ¡É³Ð ó º··Õè ñð) ขอ ๕๓ การจบั กมุ ผกู ระทาํ ความผดิ ในเรอื คา ขายตา งประเทศ ทมี่ สี นธสิ ญั ญาทางไมตรี กับประเทศไทยและเขามาในนานน้าํ ไทย ใหป ฏบิ ัตดิ ังตอไปนี้ (๑) ถา เกดิ การกระทาํ ผดิ ขน้ึ ในเรอื คา ขายตา งประเทศทม่ี สี ญั ญาทางพระราชไมตรี และ เปนความผิดเล็กนอยผูกระทําผิดเปนเจาพนักงานเรือลําน้ันเองหรือมิใชก็ตาม ควรจะหามปราม ใหงดเวนการกระทําหรือวากลาวระงับเสีย ถายังขัดขืนจงทําการจับกุม แตกอนจะจับกุมควรแจงให นายเรือทราบกอน เวนแตกรณีที่ไมอาจแจงกอนได แตในกรณีท่ีนายเรือขอรองใหจับก็ใหจับไดทันที โดยไมตองวากลาวหา มปรามการทจี่ ะถือวา อยางไรเปนเร่ืองเล็กนอย ใหพ งึ ถอื ปฏบิ ัติเปนคตนิ ยิ มของ ประเทศของเจาของทาตางๆ เชน เร่ืองลักเลนการพนันที่ไมสําคัญ หรือพนักงานเรือดวยกันกอการวิวาท ทํารายกันเองบาดเจ็บเล็กนอย หรือทําผิดตอกันเองเปนเรื่องเล็กนอยภายในวงการบังคับบัญชาของ นายเรอื ทจ่ี ะวา กลา วกนั ได หรอื ความผดิ เลก็ นอ ยอนื่ ใดอนั บคุ คลภายนอกมไิ ดเ กย่ี วขอ งดว ย หรอื บคุ คล ภายนอกเกี่ยวของแตมิไดขอใหดําเนินการฟองรองจะไกลเกลี่ยใหระงับกันเสียไดโดยอาศัยคตินิยม ระหวางประเทศ

๑๙๐ (๒) ถาความผิดท่ีเกิดข้ึนเปนเรื่องสําคัญจะเปนความผิดที่เกิดขึ้นระหวางคนเรือกับคน ภายนอกหรือไมก็ตาม ใหจบั กุมไดตามระเบียบ (๓) ถาจะตองจับกุมในความผิดเล็กนอย ใหเจาพนักงานตํารวจชั้นสัญญาบัตรหรือ เทยี บเทา ชน้ั สญั ญาบตั รเปน ผจู บั กมุ ถา เปน คดสี าํ คญั หรอื รา ยแรงและจะตอ งทาํ การจบั กมุ โดยรบี ดว น หรอื เปน กรณที ี่นายเรือขอรอ งใหจ ับจึงใหต ํารวจทัว่ ไปทําการจบั กมุ ได (๔) การจับกุมพยายามอยาใหเปนไปในทางท่ีจะนํามาซึ่งความเสื่อมเสียตออัธยาศัย ไมตรอี นั ดตี อประเทศเจาของเรือ ใหก ระทาํ โดยสุภาพ เมือ่ จับกมุ แลวก็ใหแจงใหนายเรือทราบและรีบ แจง ใหกงสลุ ของประเทศเจา ของเรือทราบโดยเร็วทีส่ ดุ ทจี่ ะทําได (๕) การแจงตอ นายเรอื ใหต าํ รวจผจู บั เปนผแู จง สวนการแจง ตอกงสลุ ใหส ารวัตรหรือ ผูแทนของสถานีตํารวจทเ่ี ปนเจาของทองถน่ิ แจงและใหรบี รายงานตามลําดบั จนถึงผบู ัญชาการตํารวจ แหง ชาติทราบโดยเรว็ ดว ย ขอ ๔๕ เมอ่ื มพี นกั งานเรอื หรอื ลกู เรอื หรอื บคุ คลใดๆ อนั อยใู นฐานะเปน คนประจาํ เรอื ตา งประเทศท่ีมสี ัญญาทางไมตรกี บั ประเทศไทย หลบหนีไปจากเรือ ณ เมืองทาใดๆ ของประเทศไทย หากเจา พนกั งานกงสลุ แหง รฐั เจา ของเรอื นน้ั ไดท าํ คาํ ขอรอ งเปน ลายลกั ษณอ กั ษร แสดงหลกั ฐานขอให ชว ยเหลอื จบั กมุ คนประจาํ เรอื ทห่ี ลบหนี หรอื ขอใหค วบคมุ ตวั ไวเ มอ่ื จบั ไดแ ลว โดยออกเงนิ คา ใชจ า ยให จนกวาเจาหนาที่กงสุลจะไดมีโอกาสสงตัวคนที่หลบหนีกลับไปยังบานเมืองของเขาก็ดี ใหเจาหนาที่ ตาํ รวจจับกมุ สงใหและปฏิบัติตามคําขอรอ งของเจาพนกั งานกงสลุ แตถ า ผทู ่หี ลบหนีนน้ั ไดกระทําความผิด อาญาอยางใดในประเทศไทยดวย ใหจับกุมตัวมาดําเนินคดีและปฏิบัติตามคําพิพากษาจนเสร็จส้ิน คดเี สียกอ นแลว จึงสงตวั ผูน ั้นใหก งสลุ จัดการตอไป ¡ÒèѺ¡ØÁ¾¹Ñ¡§Ò¹Ã¶ä¿ (»ÃÐÁÇÅÃÐàºÕº¡ÒÃตําÃǨà¡ÕèÂǡѺ¤´Õ ÅÑ¡É³Ð ó º··èÕ ññ) ขอ ๕๕ พนักงานรถไฟนั้น บางจําพวกมีหนาที่ตองปฏิบัติเก่ียวกับการเดินรถโดยตรง บางจําพวกมีหนาที่ปองกันภยันตรายในเวลาที่รถไฟแลนผานซ่ึงตองประจําทําหนาที่ตลอดเวลา ถา ตาํ รวจทาํ การจบั กมุ และควบคมุ ตวั พนกั งานรถไฟทตี่ อ งหาคดอี าญา โดยยงั มทิ นั ไดจ ดั ใหผ ใู ดปฏบิ ตั ิ หนาที่แทนผูที่ถูกจับกุมแลว อาจเกิดภยันตรายแกประชาชนหรือเกิดอุบัติเหตุขบวนรถไฟชนบุคคล หรือยานพาหนะไดจึงวางระเบียบเกี่ยวกับการจับและกักตัวพนักงานรถไฟผูตองหาวากระทําความผิด ในคดีอาญาไววา การจับและการกักตัวพนักงานรถไฟน้ันตํารวจผูจับจะตองแจงแกผูบังคับบัญชาของ ผูตองหาทราบเพื่อจัดคนอ่ืนทําหนาที่แทนตามเง่ือนไขในหัวขอสําคัญดังตอไปน้ี พนักงานรถไฟ ซ่ึงตองหาวากระทําความผิดอาญา ซ่ึงจะถูกจับและจะตองแจงแกผูบังคับบัญชาเพื่อใหจัดหาผูอ่ืน ทําหนา ทแ่ี ทนนนั้ แบงออกเปน ๒ ประเภท คอื (๑) ประเภทอยกู บั ท่ี ไดแ ก พนกั งานผมู หี นา ทป่ี ระจาํ การอยตู ามสถานรี ถไฟ คอื สารวตั ร เดนิ รถ สารวตั รรถจกั ร นายสถานี พนกั งานโทรเลข พนกั งานหอกญุ แจ พนกั งานกลบั กญุ แจ (พนกั งาน หอกญุ แจ กบั พนกั งานกลับกุญแจ ๒ ตําแหนง นี้ ไมห มายความถึงคนกลบั กญุ แจตามสถานีรถไฟยอยๆ) พนักงานตรวจรถ พนักงานสูบนา้ํ นายตรวจเอก นายตรวจทาง พนักงานเปดปดประตูกั้นถนนผาน ทางรถไฟ ท้งั ชนิดทีใ่ ชเ ครอ่ื งกลไกและชนดิ ทีเ่ ปนแผงไสเลอ่ื น

๑๙๑ (๒) ประเภทประจาํ รถ ไดแ ก พนกั งานผมู หี นา ทป่ี ระจาํ อยบู นขบวนรถไฟ คอื พนกั งาน ขบั รถ ชางเครือ่ ง ชางไฟ พนกั งานรักษารถ พนักงานหา มลอ เม่อื พนกั งานรถไฟ ๒ ประเภทดงั กลาว ขา งตนตอ งหาคดีอาญา ในการจบั กุมใหเ จาหนา ท่ีปฏิบตั ิดงั นี้ (ก) ใหแจงแกผูบังคับบัญชาของผูตองหาทราบวา ผูตองหาน้ันถูกจับในคดีเร่ืองอะไร จะขอรบั ตัวไปจดั การเม่ือใด เพ่อื เขาจะไดจดั หาคนแทนกนั เมอ่ื ไดร บั อนุญาตแลว จงึ นาํ ตัวผูตอ งหาไป จัดการตามหนาท่ี การขออนุญาตในขอนี้ การรถไฟแหงประเทศไทยรับรองจะจัดการใหโดยเร็วท่ีสุด เทา ทีจ่ ะกระทําได (ข) เมื่อสอบสวนแลวถามีความจําเปนจะตองกกั ตัวผูตองหาไวตอไปดวยความจําเปน ประการใดใหแ จง แกผ ูบังคบั บญั ชาของผูตอ งหานั้นใหทราบอกี คร้ังหนง่ึ (ค) การแจง ตาม (ก) และ (ข) แกผ บู งั คบั บญั ชาของพนกั งานของทงั้ ๒ ประเภท ดงั กลา ว มาแลวน้นั ใหแจง ตามตําแหนงท่ีระบุไวในบัญชซี ง่ึ แนบอยทู ายขอความในบทน้ี (ฆ) หนาที่การแจง ถาแจงในขณะจับกุมตาม (ก) เม่ือผูบังคับบัญชาของผูตองหานั้น อยใู กล เชน พนกั งานโทรเลขทอ่ี ยรู ว มกบั นายสถานใี หผ จู บั เปน ผแู จง และแจง ดว ยวาจา ถา ผบู งั คบั บญั ชา อยูหางไกลใหแจงทางโทรเลขโดยใหผูถูกจับนั้นเองติดตอกับนายสถานีรถไฟใชโทรเลขของการรถไฟแจงไป แตถานายสถานีถูกจับเอง ผูชวยนายสถานีอยูก็ใหผูชวยนายสถานีเปนผูโทรเลข ถาไมมีผูชวย นายสถานีก็ใหนายสถานีผูที่จะตองถูกจับเปนผูโทรเลขเอง และใหถือเอาโทรเลขท่ีผูบังคับบัญชาของ ผูตองหาตอบมาน้ันเปนหลักฐาน สวนการแจงตาม (ข) เม่ือสอบแลวใหผูสอบสวนเปนผูแจง และแจง ทางหนงั สอื (ง) ถาพนักงานทําการตามหนาที่บนขบวนรถตําแหนงใด ตามท่ีระบุไวในประเภท ๑ ซงึ่ ไปกบั ขบวนรถจะตอ งถกู จบั กมุ ในระหวา งทางทไ่ี ปถงึ ยงั ไมถ งึ สถานที พี่ กั หากไมม เี จา หนา ทอี่ น่ื ทาํ การ แทนได ก็ใหคุมตัวผูกระทําผิดนั้นไวใหทําการตามหนาท่ีตลอดไปจนถึงสถานีรถไฟแหงใดแหงหนึ่ง ซ่ึงมีผูจะทําการแทนไดเสียกอนจึงคอยนําตัวผูตองหาไปแจงขอรับตัวจากผูบังคับบัญชาของผูตองหา เม่ือไดรับอนุญาตแลว จึงใหนําตัวไปจัดการ เวนแตพนักงานรถไฟน้ันไดแสดงใหเห็นเดนชัดวาจะหลบหนี และไดละทง้ิ หนาทท่ี ่ตี นประจาํ แลวจงึ ใหจ ับกมุ ไดโดยไมตอ งรอใหถ งึ สถานีหรอื มีคนแทน (จ) เมอื่ มกี ารจบั กมุ พนกั งานรถไฟดงั กลา วแลว ขา งตน ใหแ จง เหตผุ ลตลอดจนการทไ่ี ด จบั ไปแลว ใหกระทรวงมหาดไทยไดทราบดวย ขอ ๕๖ การจบั กมุ พนกั งานรถไฟดงั กลา วแลว ถา เปน คดไี มส าํ คญั รา ยแรงหากเจา หนา ท่ี ผูทําการจับกุมหรือผูอํานวยคดีเห็นวาไมจําเปนตองทําการจับกุมในทันทีจะแจงใหผูบังคับบัญชาของ ผูตองหาทราบเสียกอน แลวจึงทําการจับกุม หรือนําตัวมาจัดการสอบสวนในภายหลังก็ทําได ใหพ จิ ารณาตามเหตกุ ารณเ ปน เรอื่ ง ๆ ไป และใหพ งึ เขา ใจวา การจบั กมุ พนกั งานรถไฟทตี่ อ งปฏบิ ตั ติ าม ระเบียบดังกลาวแลวน้ี หมายความเฉพาะพนักงานเหลาน้ันท่ีจะตองถูกจับในขณะกําลังกระทําการ ตามหนาท่ีอันเกี่ยวกับการเดินรถไฟโดยตรงซ่ึงถาจับไปไมมีผูทําการแทนจะเปนเหตุใหเกิดภยันตราย

๑๙๒ แกป ระชาชนน้นั และมไิ ดหมายความถงึ พนักงานท่มี ไี วส ํารอง หรอื ท่ีประจําตามโรงงานของการรถไฟ ทวั่ ไป ซง่ึ ในขณะนน้ั มิไดท าํ การแทนในตาํ แหนง อันเก่ยี วดว ยการเดนิ รถโดยตรง โดยพนักงานเหลา นนั้ เม่ือถกู จบั ไปแมไ มม คี นแทน กไ็ มทําใหเกดิ ภยนั ตรายแกประชาชนอยา งใด ¡ÒèѺ¡ØÁä»ÃɳՏºØÃØÉáÅФ¹¢ÑºÃ¶ºÒ§»ÃÐàÀ· (»ÃÐÁÇÅÃÐàºÕº¡ÒÃตําÃǨ à¡ÂèÕ Ç¡Ñº¤´Õ Å¡Ñ É³Ð ó º··Õè ñò) ขอ ๕๗ ไปรษณียบุรุษ คนขับรถรับสงไปรษณียภัณฑ คนขับรถราง คนขับรถของ การไฟฟากรุงเทพฯ และคนขับรถของกองไฟฟานครหลวงสามเสนมีความจําเปนท่ีจะตองปฏิบัติงาน ในหนาทเ่ี พอ่ื รบั ใชประชาชนโดยรบี ดว นอยูเ สมอ หากบุคคลเหลา นี้ถกู จบั กุมตวั ไปดําเนนิ คดโี ดยทันที ในเหตุเล็กนอยในขณะปฏิบัติหนาท่ีแลว อาจเกิดความเสียหายแกหนาท่ีการงานท่ีผูนั้นปฏิบัติอยูได จงึ ใหการปฏิบัติในการจบั กมุ บุคคลดังกลาวไวแลวเปนพิเศษ ดังตอไปนี้ (๑) ถาเปนคดีลหุโทษหรือเทียบเทาลหุโทษ เชน ผิดพระราชบัญญัติจราจรทางบก เปน ตน ใหจ ดชอื่ นามสกลุ และภมู ลิ าํ เนาทอี่ ยอู าศยั หรอื สถานทที่ าํ การงานของผนู นั้ ไว เพอ่ื ใหส ามารถ ตามตัวไดสะดวกเม่ือตองการตัว แลวใหผอนผันปลอยตัวผูตองหาน้ันไป เพื่อใหปฏิบัติหนาท่ี ใหเสร็จสิน้ กอน แลว จึงใหมาแกคดี (๒) ถาเปน คดีนอกจากที่กลาวมาแลว ใน (๑) และพนักงานสอบสวนมคี วามจาํ เปนท่จี ะ ตอ งกกั ตวั ผตู อ งหาไว เพอื่ ดําเนนิ คดตี อ ไป ใหพ นกั งานสอบสวนรบี แจง ไปยงั ผบู งั คบั บญั ชาทผ่ี ตู อ งหานนั้ อยใู นสงั กัดทราบโดยเรว็ ที่สุด เพ่ือใหจัดคนอืน่ ทําหนาทีแ่ ทนผูทถ่ี กู จับ (๓) ขอ ผอ นผนั ดงั กลา วมาแลว ใหใ ชเ ฉพาะแกผ ตู อ งหาซงึ่ กระทําความผดิ อาญาในขณะ ปฏิบตั ิหนาท่เี ทา นน้ั อนึ่ง คนขับรถนาํ ผบู าดเจ็บหรือปว ยเจบ็ สงสถานพยาบาลโดยรีบดว นก็ใหอนุโลม ผอนผันการจับกุมตามความในขอ น้ดี ว ย ¡ÒèºÑ ¡ÁØ ¤¹¢Í·Ò¹ ¤¹à»¹š âäàÃÍé× ¹áÅФ¹·¾Ø ¾ÅÀÒ¾ (»ÃÐÁÇÅÃÐàºÂÕ º¡ÒÃตาํ ÃǨ à¡ÕÂè ǡѺ¤´Õ ÅÑ¡É³Ð ó º··èÕ ñó) ขอ ๕๘ เน่ืองจากทางราชการตองการควบคุมคนขอทาน และคนเปนโรคเร้ือน มิให เทย่ี วเรร อ น และทาํ การขอทานอนั เปน การกอ ความเดอื ดรอ นและเปน ทนี่ า รงั เกยี จแกส าธารณชน จงึ ได ประกาศใชพ ระราชบญั ญตั คิ วบคมุ การขอทาน พ.ศ.๒๔๘๔ และพระราชบญั ญตั โิ รคตดิ ตอ พ.ศ.๒๕๒๓ ทง้ั กระทรวงมหาดไทย กไ็ ดก าํ หนดใหม สี ถานสงเคราะหเ พอ่ื ทาํ หนา ทสี่ งเคราะหค นขอทานและคนเปน โรคเรอ้ื นขึน้ ไวด วยคือ (๑) ใหก รมประชาสงเคราะหม หี นา ทคี่ วบคมุ ดาํ เนนิ การปฏบิ ตั เิ กยี่ วกบั สถานสงเคราะห สาํ หรับคนชราภาพ (๒) ใหก ระทรวงสาธารณสขุ มหี นา ทค่ี วบคมุ ดําเนนิ การปฏบิ ตั เิ กยี่ วกบั สถานสงเคราะห สําหรบั คนวิกลจริต คนพิการ และคนมีโรค (๓) ใหสถานอาชีพสงเคราะห อําเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ในความควบคุมของ กรมประชาสงเคราะหเ ปน สถานสงเคราะหสําหรับคนชราภาพ

๑๙๓ (๔) ใหบรรดาโรงพยาบาลโรคจิตในความควบคุมของกระทรวงสาธารณสุขเปนสถาน สงเคราะหส าํ หรบั คนวิกลจริต (๕) ใหส ถานสงเคราะหท พุ พลภาพ อาํ เภอพระประแดง จงั หวดั สมทุ รปราการ ในความ ควบคุมของกรมประชาสงเคราะห เปนสถานสงเคราะหสําหรับคนพิการ และคนมีโรคอื่นนอกจาก โรคเรอื้ น (๖) ใหโ รงพยาบาลโรคเรอื้ น อาํ เภอพระประแดง จงั หวดั สมทุ รปราการ ในความควบคมุ ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสขุ เปน สถานสงเคราะหส ําหรับคนมีโรคเรือ้ น ขอ ๕๙ การควบคุมคนขอทาน คนเปนโรคเร้ือนและคนทุพพลภาพนี้เปนหนาที่ของ กรมประชาสงเคราะหและสํานักงานตํารวจแหงชาติปฏิบัติรวมกันโดยสํานักงานตํารวจแหงชาติเปน ผูดําเนินการจับกุม และกรมประชาสงเคราะหเปนผูควบคุมอบรมและดําเนินการอ่ืนๆ ทั้งนี้ตาม พระราชกฤษฎกี าใหใชพระราชบัญญัตคิ วบคุมการขอทาน พ.ศ.๒๔๘๔ กําหนดใหใ ชเ ฉพาะภายในเขต กรุงเทพมหานครเทานน้ั ตอ มาเม่อื ๑๐ พฤศจกิ ายน ๒๔๙๖ นี้ ไดมีพระราชกฤษฎีกาใหใชพ ระราช บัญญตั คิ วบคุมการขอทาน พ.ศ.๒๔๘๔ ท่วั ราชอาณาจกั รแลว ขอ ๖๐ อาศัยอํานาจตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการขอทานและพระราช บัญญัติโรคติดตอ ตํารวจจึงมีอํานาจทําการจับกุมคนขอทานและคนเปนโรคเรื้อนได แตเมื่อทําการ จับกุมขอทาน คนเปนโรคเร้ือนและคนทุพพลภาพไดแลว ตองจัดสงตัวไปยังสถานสงเคราะหตางๆ ของกรมประชาสงเคราะห และกรมอนามัย ตามท่ีไดท าํ ความตกลงไวแลว ดงั ตอไปนี้ คือ (๑) คนขอทานที่มีรางกายแข็งแรงสามารถประกอบการงานได ไมเจ็บปวยและไม ทุพพลภาพ ใหนาํ สง ยังสถานสงเคราะหคนชรา อาํ เภอปากเกรด็ จงั หวัดนนทบุรี (๒) คนขอทานท่ีปวยเจ็บดวยโรคอ่ืนๆ นอกจากโรคเร้ือนและคนทุพพลภาพใหนําสง สถานสงเคราะหคนทุพพลภาพ อาํ เภอพระประแดง จงั หวดั สมุทรปราการ (๓) คนขอทานท่ีเปนโรคเรื้อน ใหนําสงยังโรงพยาบาลโรคเรื้อน อําเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ สวนเด็กอนาถาซึ่งเปนคนขอทานใหปฏิบัติตามระเบียบท่ีวาดวยการปฏิบัติ เกี่ยวกบั เด็กนักเรยี นและเด็กอนาถาโดยเฉพาะเพ่อื ความสะดวกในการจัดสง ใหดําเนินการดงั ตอ ไปน้ี ก. ใหสถานีตํารวจนครบาลตางๆ ที่จับกุมคนขอทานไดนําตัวบุคคลเหลาน้ัน สง ยงั สถานตี าํ รวจนครบาลพลบั พลาไชยเฉพาะในกรณที ผ่ี ถู กู จบั อยใู นเกณฑท จี่ ะตอ งสง ตวั ไปยงั โรงเรยี น ประชาสงเคราะห และสถานสงเคราะหคนชรา อาํ เภอปากเกรด็ จงั หวดั นนทบรุ ี แตถาผถู กู จับกมุ อยู ในเกณฑท่ีจะตองถูกสงตัวไปยังสถานสงเคราะห คนทุพพลภาพหรือโรงพยาบาลโรคเร้ือน อําเภอ พระประแดง จังหวดั สมทุ รปราการ ใหน ําตวั สงยังสถานตี ํารวจนครบาลปากคลองสาน ข. เมอื่ สถานตี าํ รวจนครบาลพลบั พลาไชยหรอื ปากคลองสานแลว แตก รณรี วบรวม ตวั บุคคลทจี่ ะนาํ สง สถานสงเคราะหด ังกลา วแลว ไดจ ํานวนพอสมควร เชน ประมาณ ๑๐-๒๐ คน แลว ใหติดตอขอยานพาหนะรับสงจากกรมประชาสงเคราะหควรติดตอไปในวันและเวลาทําการของทาง ราชการ แตทั้งน้ใี หร ะมัดระวงั ในเรือ่ งอาํ นาจการควบคมุ ตวั บคุ คลท่ถี กู จับกุมดวย


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook