Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การสืบสวนสอบสวน

การสืบสวนสอบสวน

Published by mrnok, 2021-03-29 11:18:13

Description: การสืบสวนสอบสวน

Search

Read the Text Version

๑๙๔ ค. หากสถานีตํารวจใดมียานพาหนะพอท่ีจะนาํ ตัวบุคคลเหลานี้ สงยังสถาน สงเคราะหตางๆ ไดเองโดยไมตองติดตอขอยานพาหนะจากกรมประชาสงเคราะหก็ใหจัดการนําสง ไปยังสถานสงเคราะหนัน้ ๆ ไดโดยตรง ง. ในจังหวดั อนื่ นอกจากกรงุ เทพมหานคร ใหส ถานตี าํ รวจท่ีจับกมุ คนขอทานได สง สถานสงเคราะห หรอื โรงพยาบาลทท่ี างราชการตง้ั ขนึ้ เพอ่ื สงเคราะหบ คุ คลเหลา นี้ ซง่ึ ตงั้ อยใู กลเ คยี ง ตามทท่ี างราชการกาํ หนด ขอ ๖๑ บุคคลท่ีมีสภาพเปนคนจรจัดและไรอาชีพ ซึ่งมีนิสัยอันธพาลมิใชคนขอทาน โดยแทจ รงิ ไมอ ยใู นความหมายของคนขอทานทจ่ี กั ตอ งสง ไปยงั สถานสงเคราะห อนงึ่ ผทู าํ การขอทาน ท่จี ะสง ไปยังสถานสงเคราะหและโรงเรียนประชาสงเคราะหน น้ั ใหสอบสวนใหไ ดความแนช ดั เสยี กอ น วาเปนผูทําการขอทานตามความหมายแหงพระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน และพระราชบัญญัติ โรคตดิ ตอ มฉิ ะนน้ั กไ็ มอ ยใู นความตอ งการของทางราชการ ทจี่ ะใหจ บั กมุ มาใหค วามสงเคราะหด งั กลา ว ขา งตน ขอ ๖๒ การนาํ ตวั คนขอทาน คนเปน โรคเรอื้ น และคนทพุ พลภาพสง ยงั สถานสงเคราะห ตามความในขอ กอ นนนั้ ใหแ ยกประเภทสง ใหเ ปน การถกู ตอ ง มฉิ ะนน้ั ยอ มจะเปน เหตกุ อ ความลาํ บาก แกสถานสงเคราะหท่ีรับตัวบุคคลเหลาน้ันไวในอันที่จะตองดําเนินการจัดสงไปยังสถานสงเคราะห ท่ีถกู ตองอีกช้นั หนึ่ง ขอ ๖๓ สถานสงเคราะหตางๆ ของกรมประชาสงเคราะห อาจมีเปล่ียนแปลงและ เพม่ิ เตมิ มากขน้ึ อกี ในโอกาสตอ ไป การจับกมุ บคุ คลประเภทตางๆ ซงึ่ อยูใ นขายทีท่ างราชการตองการ สงเคราะหจ ึงตอ งปฏบิ ัตติ ามความเหมาะสมของทองถิ่นและกาลสมัยดว ย ¡ÒèѺ¡ØÁºØ¤¤Å·èÕ໚¹ÂÒÁཇҷÃѾËÃ×Íʶҹ·Õè (»ÃÐÁÇÅÃÐàºÕº¡ÒÃตําÃǨ à¡èÕÂÇ¡ºÑ ¤´Õ ÅÑ¡É³Ð ó º··Õè ñõ) ขอ ๖๖ เมอื่ มผี กู ลา วหาบคุ คลทเ่ี ปน ยามเฝา ทรพั ย หรอื สถานทก่ี ระทาํ ความผดิ อาญา ซึง่ จาํ เปน ตองทาํ การจับกมุ ใหป ฏบิ ตั ใิ นการจบั กมุ ดังตอ ไปน้ี (๑) ถา คนยามท่ีกาํ ลังเฝา รกั ษาทรพั ยห รอื สถานที่ ตอ งหาวากระทําความผิด ทางอาญา เจาพนักงานจําเปนตองจับตัวไปดําเนินคดีทันทีแลว เม่ือจะจับกุมตัวคนยามนั้นไป ใหบอกกลาวตอเจาของทรัพยหรือเจาของสถานท่ีใหเขามีเวลาจัดการในเร่ืองการเฝารักษาทรัพย หรือสถานทเี่ สียกอ น (๒) ถา ผเู ปน เจา ของทรพั ยห รอื สถานทยี่ งั จดั หาคนเฝา แทนตวั คนยามผจู ะถกู จับกุมนน้ั ยงั ไมทันทว งที ใหจ ดั ตาํ รวจเฝาทรพั ยหรือสถานท่นี ัน้ แทนใหเ ปน การชั่วคราวและบอกกลาว ใหผูเปนเจาของทรัพยหรือเจาของสถานที่รับจัดการรักษาโดยเร็ว อยาจับเอาตัวคนยามไปโดยมิไดมี ผูใดเฝารักษาทรัพยหรือสถานท่ีแทนเปนอันขาด การรักษาทรัพยหรือสถานท่ีของตํารวจแทนบุคคล ผูเปนยามดังกลาวน้ีใหจัดการใหเจาของทรัพยหรือสถานที่ใสกุญแจอาคาร หรือสถานท่ีเก็บทรัพยนั้น เสียใหเรียบรอยกอน แลวใหจัดการประทับตราประจําคร้ังหรือส่ิงอื่นใดไวเพื่อปองกันการเปดหรือ ทําลายเขาไปยังสถานท่ีหรือทรัพยนั้น ใหตํารวจมีหนาท่ีเพียงรักษากุญแจและดวงตราหรือส่ิงอื่นใด ดงั กลา วนี้มใิ หถ ูกทาํ ลายเทา นัน้

๑๙๕ ¡ÒÃμÃǨ¨Ñº¼ÙŒ¡ÃÐทํา¼Ô´¡®ËÁÒ«Öè§ÍÂÙ‹ã¹Ë¹ŒÒ·èբͧ¡ÃÁÊÃþÊÒÁÔμ (»ÃÐÁÇÅ ÃÐàºÕº¡ÒÃตําÃǨà¡ÕèÂÇ¡ºÑ ¤´Õ ÅÑ¡É³Ð ó º··èÕ ñö) ขอ ๖๗ การตรวจจับผูกระทําผิดกฎหมายเก่ียวกับยาเสพติดใหโทษฝน กัญชา พืชกระทอม และการตรวจจับผูกระทําผิดกฎหมายซึง่ อยใู นหนาทขี่ องกรมสรรพสามิต เชน สุรา ยาสบู ยานตั ถุ ไพ ภาษไี มข ดี ไฟ ภาษเี ครอื่ งขดี ไฟ ภาษเี ครอ่ื งดม่ื และภาษซี เี มนต เฉพาะในเขตกรงุ เทพมหานคร ไมวา คดีน้ันจะมีขอ หาอ่ืนใดปะปนอยหู รอื ไมกต็ าม ใหเจาพนักงานตาํ รวจผูจบั ปฏิบัตดิ งั ตอ ไปน้ี (๑) ถาผูจับไมใ ชเจาหนา ทต่ี ํารวจนครบาลทองท่ที เ่ี กดิ เหตุ ใหนําตวั ผูตองหา และของกลางไปแจง ลงรายงานประจาํ วนั ทส่ี ถานตี าํ รวจนครบาลทอ งทท่ี เี่ กดิ เหตกุ อ น เวน แต ตาํ รวจนาํ้ ตาํ รวจรถไฟเฉพาะหนว ยทม่ี เี ขตอาํ นาจการรบั ผดิ ชอบในการสอบสวน ใหแ จง ใหส ถานตี าํ รวจนครบาล ทองท่ีทราบ สําหรับของกลางถามีจํานวนมากหรือเปนของใหญโตไมสะดวกในการนําไปยังสถานี ตํารวจนครบาลทองท่ที ีเ่ กดิ เหตุ จะนาํ แตบญั ชไี ปแสดงกไ็ ดถา (ก) ในกรณีตรวจจับผูกระทําผิดกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดใหโทษฝน กญั ชา พชื กระทอ ม ใหต าํ รวจผจู บั นาํ สง ยงั แผนก ๒ กองกาํ กบั การ ๗ กองปราบปราม จดั การสอบสวน ดําเนินคดี (ข) ในกรณีตรวจจับผูกระทําผิดกฎหมายซึ่งอยูในหนาท่ีของกรม สรรพสามติ เชน สรุ า ยาสบู ยานตั ถุ ไพ ภาษไี มข ดี ไฟ ภาษเี ครอื่ งขดี ไฟ ภาษเี ครอ่ื งดมื่ และภาษซี เี มนต ใหต าํ รวจผูจับนาํ สงยังแผนก ๕ กองกาํ กบั การ ๑ กองปราบปราม จัดการสอบสวนดําเนนิ คดี (๒) ในกรณที เี่ จา พนกั งานตาํ รวจประจาํ สถานตี าํ รวจนครบาลทอ งทท่ี เ่ี กดิ เหตุ เปนผูจับกุมเอง หรือมีเจาหนาที่หนวยอื่นรวมกันจับกุมดวยและจะมีตัวผูตองหาหรือไมก็ตาม เมื่อไดจัดการลงประจําวันแลว ใหรีบนําผูตองหาและของกลางสงใหแผนก ๒ กองกํากับการ ๗ กองปราบปราม หรือแผนก ๕ กองกํากับการ ๑ กองปราบปราม ตามท่ีกลาวไวใน (๑) (ก.) (ข.) แลวแตกรณีโดยไมชักชา แลวใหพนักงานสอบสวนกองปราบปรามจัดการสอบสวนดําเนินคดีทันที เพราะกองปราบปรามเปนผูรับผิดชอบในเรื่องน้ี เฉพาะของกลางถามีเปนจํานวนมากหรือเปน ของใหญโ ต ไมสามารถนําสงไดท ันภายในกําหนดดงั กลา วขางตน หรือเปนของทอ่ี ยใู นสภาพท่ีไมอ าจ นําเคล่ือนที่ไปไดงาย จะเก็บรักษาไวยังสถานีตํารวจนครบาลทองที่หรืออายัดไวตามควรแกกรณี โดยนาํ สงแตบ ญั ชีไปกอนก็ได (๓) เมื่อแผนก ๒ กองกํากับการ ๗ กองปราบปราม หรือแผนก ๕ กองกาํ กับการ ๑ กองปราบปราม ไดรับตัวผูตองหาและของไวตามความในขอหานี้แลวใหพิจารณา จัดใหพนักงานสอบสวนจัดการสอบสวนดําเนินคดีไปตามระเบียบ เมื่อคดีถึงที่สุดแลวใหแจงผลคดี ใหสถานตี าํ รวจเจา ของทองทีท่ ่เี กดิ เหตทุ ราบดว ยโดยเร็ว (๔) การตรวจจับผูกระทําผิดกฎหมายดังกลาวในบทนี้ในจังหวัดอ่ืนนอกจาก กรงุ เทพมหานคร ใหด าํ เนนิ การอยา งเดยี วกบั การตรวจจบั ผกู ระทาํ ผดิ ทางอาญาอ่ืน

๑๙๖ ¡ÒÃμÃǨ¤¹Œ Ã¶ä¿ (»ÃÐÁÇÅÃÐàºÂÕ º¡ÒÃตาํ ÃǨà¡èÂÕ Ç¡Ñº¤´Õ ÅѡɳРô º··èÕ õ) ขอ ๘๗ การตรวจคนรถไฟ ใหป ฏิบตั ดิ ังน้ี (๑) ตามปกตติ อ งแจงใหน ายสถานี พนักงานรักษารถ หรอื เจา พนกั งานประจาํ ขบวนรถไฟทราบกอน แตถาขบวนรถน้ันมีเจาหนาท่ีตํารวจหรือเจาพนักงานของกระทรวง ทบวง กรมในรัฐบาลควบคุมมาทั้งขบวนหรือเฉพาะหลังโดยเฉพาะเปนพิเศษ ซ่ึงจะตรวจคนแลวแจงให เจา พนกั งานผคู วบคมุ รถคนั นนั้ ทราบ แทนการแจง เจา พนกั งานรถไฟดงั กลา วแลว เวน แตเ มอื่ มเี หตกุ ารณ อันควรเชื่อไดวาเจาพนักงานรถไฟ หรือเจาพนักงานของกระทรวง ทบวง กรมในรัฐบาลที่ควบคุม รถมาน้ัน จะมีสวนเก่ียวของกับการกระทําผิดอยูดวยจะทําการตรวจคนทันทีโดยไมตองแจงกอนก็ได แตเมื่อทาํ การตรวจคน แลว ตองรบี แจงใหทราบโดยเรว็ (๒) ตาํ รวจทจี่ ะทาํ การตรวจคน ตอ งแตง เครอ่ื งแบบใหเ รยี บรอ ยเวน แตใ นกรณี จําเปนจึงไมตองแตง แตตองแสดงถึงความเปนเจาพนักงานตํารวจ และอํานาจในการตรวจคน ใหผูเกี่ยวขอ งทราบในโอกาสแรกท่ีสามารถจะแสดงได เชน แสดงบตั รประจําตวั เปนตน ขอ ๘๘ การตรวจคน รถบนรถจา ยเงนิ เดอื นของการรถไฟแหง ประเทศไทย ควรจะกระทาํ ตอ เม่ือไมม ีทางอน่ื ทจ่ี ะกระทําไดดกี วา เทานั้น ไมควรกระทาํ ใหเ ปนการพรํ่าเพรือ่ ขอ ๘๙ การตรวจคนรถตูองคการรับสงสินคาและพัสดุภัณฑท่ีบรรจุใบยาของ โรงงานยาสบู กรมสรรพสามติ ชนดิ มปี ระกนั พเิ ศษ ซงึ่ มวี ธิ กี ารบรรทกุ เปน พเิ ศษเพอื่ กนั นาํ้ มใิ หร ว่ั เขา ไป ทําใหใบยาเปยก เสียหายไดน้ันใหพนักงานฝายปกครอง หรือตํารวจอายัดและควบคุมรถบรรทุก ใบยาน้ันไปทาํ การตรวจคน ณ สถานีรถไฟกรงุ เทพฯ ขอ ๙๐ พนักงานสรรพสามิตมีอํานาจท่ีจะทําการตรวจคนของตองหามตามพระราช บัญญตั ติ างๆ ทเี่ ปนอาํ นาจและหนาท่ขี องกรมสรรพสามิต เชน สรุ า ยาสูบ และยาฝน เปนตนไดไ มว า ผูท่ีจะถูกคนจะเปนราษฎรสามัญทหาร หรือตํารวจก็ตามและถาเจาพนักงานสรรพสามิตตองการ ความชว ยเหลอื จากทหาร หรอื ตาํ รวจใหช ว ยปฏบิ ตั กิ ารตามอาํ นาจและหนา ทแี่ ลว กใ็ หร ว มมอื ชว ยเหลอื โดยเต็มกําลัง ¡Ò䌹¢Í§¼Ô´¡®ËÁÒÂã¹àÃ×ͤŒÒ¢ÒÂμ‹Ò§»ÃÐà·ÈáÅÐàÃ×ͤŒÒ¢ÒªÒ½˜›§ (»ÃÐÁÇÅÃÐàºÂÕ º¡ÒÃตําÃǨà¡ÕèÂÇ¡ºÑ ¤´Õ Å¡Ñ É³Ð ô º··Õè ÷) ขอ ๙๒ การตรวจคนของตองหามในเรือคาขายตางประเทศ และเรือคาขายชายฝง ซ่ึงเกี่ยวกับหนาท่ีของกรมศุลกากรน้ันตามปกติเปนหนาที่ของเจาหนาท่ีกรมศุลกากรดําเนินการ โดยเฉพาะเวน แตจ ะไดม กี ารกระทาํ ผดิ กฎหมายอาญาเกดิ ขนึ้ เฉพาะหนา หรอื มผี รู อ งขอความชว ยเหลอื จึงใหเจาหนาท่ีตํารวจขึ้นไปดําเนินการจับกุมหรือระงับเหตุรายบนเรือได เจาหนาท่ีตํารวจอาจทําการ ตรวจคนเรอื ตา งประเทศเพ่ือจบั ของหนภี าษีศลุ กากร หรอื ของตองหา ม ตองจาํ กดั โดยทาํ การรวมกับ เจาหนาท่ีศุลกากร ฉะนั้นกอนลงเรือตางประเทศเพ่ือตรวจคนใหเจาหนาที่ตํารวจติดตอแจงเหตุ เจาหนาทศ่ี ุลกากรกอ นดงั น้ี

๑๙๗ ก. ทา กรงุ เทพฯ ใหแ จง แกส ารวตั รเวรทกี่ รมศลุ กากร แตใ นกรณที จี่ าํ เปน จะตอ งปฏบิ ตั ิ โดยดว น จะรอแจง ตอ สารวตั รเวรไมทนั ก็ใหแจง ตอ เจาหนา ทศี่ ุลกากรประจาํ เรอื ทจี่ ะตรวจคน แลวให รวมกันทําการตรวจคนไดแตในเชาวันรุงขึ้นเจาหนาที่ตํารวจผูเปนหัวหนาทําการตรวจคนน้ันจะตอง แจงเหตทุ ่ีทาํ การตรวจคน ใหก รมศลุ กากรไดทราบ ข. ทา ภมู ภิ าค ใหแ จง แกน ายดา นหรอื ผรู กั ษาการแทน แตใ นกรณที จ่ี าํ เปน จาํ ตอ งปฏบิ ตั ิ โดยดว น จะรอแจง แกน ายดา นหรอื ผรู กั ษาการแทนไมท นั กใ็ หแ จง ตอ เจา หนา ทศ่ี ลุ กากรประจาํ เรอื ทจี่ ะ ตรวจคน แลวใหรวมกันทําการตรวจคนได แตในเชาวันรุงข้ึนเจาหนาท่ีตํารวจผูเปนหัวหนาทําการ ตรวจคนจะตองแจงเหตุผลที่ทาํ การตรวจคนใหนายดาน หรือผูรักษาการแทนทราบ อยางไรก็ดี ขณะเมื่อเรืออยูนอกเขตทาศุลกากร หรือกําลังเดินทางอยูในทะเล เจาหนาท่ีตาํ รวจยอมทําการตรวจคน ไดต ามปกติ ทงั้ น้ีไมเปน การตัดอาํ นาจของตาํ รวจนาํ้ ซึ่งไดกําหนดอาํ นาจและหนาที่ไวเปนพเิ ศษ ¡ÒÃμÃǨ¤Œ¹¢Í§ตาํ ÃǨ˹‹ÇÂÍ×è¹·èÕäÁ‹ãª‹ตาํ ÃǨ਌Ңͧ·ŒÍ§·Õè (»ÃÐÁÇÅÃÐàºÕº¡Òà ตาํ ÃǨà¡ÕÂè Ç¡ºÑ ¤´Õ Å¡Ñ É³Ð ô º··èÕ ø) ขอ ๙๓ ถาตํารวจหนวยอ่ืนนอกจากตํารวจเจาของทองที่ หรือตํารวจซ่ึงปฏิบัติหนาที่ โดยเฉพาะจะทําการตรวจคนบุคคลหรือสถานท่ีในทองท่ีของสถานีตํารวจใดหรือในเขตอํานาจของ ตาํ รวจซ่ึงปฏบิ ตั ิหนาท่เี ฉพาะกจิ การอันใดอันหนง่ึ เชน ตํารวจรถไฟ และตํารวจนํ้า เปนตน ตอ งแจง ใหตํารวจเจาของทองที่ที่จะทําการตรวจคนหรือตํารวจซ่ึงมีเขตอํานาจและเขตพ้ืนที่นั้นทราบลวงหนากอน ถาไมสามารถจะแจงใหทราบลวงหนาได ก็ใหรีบแจงในขณะเขาทําการตรวจคน ถาไมสามารถแจง ในขณะทําการตรวจคนไดก็ใหรีบแจงโดยเร็วท่ีสุดภายหลังท่ีไดทําการตรวจคนแลว ท้ังนี้ เพื่อปองกัน มใิ หเ กดิ ความเขา ใจผดิ อนั อาจเกดิ ผลรา ยขนึ้ ได แตก ารตรวจคน จบั กมุ ผกู ระทาํ ผดิ ซง่ึ หนา นน้ั ใหต าํ รวจ ทุกหนวยที่ประสบเหตุเขาทําการตรวจคนจับกุมไดทันที โดยไมตองแจงใหตํารวจทองที่หรือตํารวจ ท่ีมีเขตอํานาจและเขตพื้นท่นี ้ันทราบกอน เมื่อตรวจคน และจับกุมผกู ระทาํ ความผดิ ไดแ ลว ใหร ีบนาํ ตัว พรอมดวยพยานหลักฐานสงสถานีตํารวจเจาของทองท่ี หรือพนักงานสอบสวนท่ีมีอํานาจและหนาที่ ดําเนินคดตี อไป ขอ ๙๓/๑ การปฏิบัติการตรวจคนของเจาหนาท่ีตํารวจในการปราบปรามผูหลีกเลี่ยง ภาษีอากร ฝา ยศุลกากรในเคหสถานหรอื สถานการคาในกรุงเทพมหานคร ๑. ทุกคร้ังท่ีเจาหนาที่ตํารวจจะทําการคนเคหสถาน บริษัท หางรานหรือ สถานการคาใดๆ เพื่อใหไดมาซ่ึงสินคาท่ีหลบหนีภาษีฝายศุลกากรและบัญชี หรือเอกสารอันอาจใช เปนหลักฐานอางอิงการกระทาํ ผิดเกี่ยวกับสินคาหนีภาษี หรือเกี่ยวกับการสําแดงเท็จหลีกเล่ียงภาษี อากร ฝายศุลกากรจะตองเสนอหลักฐานท่ีสืบสวนพรอมดวยเหตุผลในการตรวจคนใหผูบังคับการ หรือผูรักษาการแทนพจิ ารณาสัง่ การ เมื่อไดร ับอนมุ ตั แิ ลว จึงจะทาํ การตรวจคน ได ๒. การสืบสวนสอบสวนและการตรวจคนตามขอ ๑. น้ัน ใหกองทะเบียน คนตางดาวและภาษีอากรมีอํานาจหนาท่ีโดยเฉพาะ แตถาเจาหนาท่ีตํารวจในหนวยอ่ืนสืบสวนได ขอเท็จจริงมาก็ใหมีอํานาจหนาที่ตรวจคนได ในการนี้อาจขอใหเจาหนาท่ีกองทะเบียนคนตางดาว

๑๙๘ และภาษอี ากรไปรว มปฏบิ ตั ดิ ว ยกไ็ ด และภายหลงั ไดต รวจคน ยดึ ของกลางหรอื อายดั ของไวแ ลว ใหม อบ ของกลางพรอ มทงั้ บนั ทกึ การตรวจคน และบนั ทกึ การอายดั สง มอบใหก บั พนกั งานสอบสวนกองทะเบยี น คนตา งดา วและภาษอี ากรสอบสวนดาํ เนนิ การตอ ไปสาํ หรบั ของกลางทยี่ ดึ ไดใ หก องทะเบยี นคนตา งดา ว และภาษอี ากรนาํ สง ไปเกบ็ รกั ษาไว ณ กรมศลุ กากร แตถ า เปน กรณมี ตี วั ผตู อ งหา ใหน าํ ของกลางพรอ ม ผูตองหาและบันทึกการตรวจคนจับกุมใหพนักงานสอบสวนกองทะเบียนคนตางดาวและภาษีอากร ภายใน ๒๔ ชั่วโมง ๓. ในการตรวจคน ตามขอ ๑. ไมว า การตรวจคนนั้นจะมีหมายหรอื ไมก ็ตาม จกั ตอ งมเี จา หนา ทต่ี าํ รวจทอ งทตี่ าํ แหนง สารวตั รหรอื ผรู กั ษาการแทนหรอื เจา หนา ทตี่ าํ รวจชนั้ สญั ญาบตั ร ท่ีมียศตั้งแตชั้นรอยตํารวจตรีขึ้นไปที่ไดรับมอบหมายจากสารวัตรหรือผูรักษาการแทนซ่ึงสถานท่ี ถูกตรวจคนน้ันต้ังอยูไปรวมทําการตรวจคนดวยทุกคร้ัง และจะตองบันทึกผลการจับกุมตรวจคนไวใน สมดุ เบด็ เสรจ็ ประจาํ วนั เปน หลักฐานทัง้ ไปและกลับ ๔. เมื่อไดดําเนินการตรวจคนไดผลหรือไมประการใดตองรีบรายงานให ผบู งั คบั บญั ชาตามลาํ ดบั ชน้ั จนถงึ ผบู ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาตหิ รอื ผรู กั ษาการแทนทราบ ในรายงานนนั้ ใหบ รรยายโดยยอ ถงึ พฤตกิ ารณต า งๆ ในการไปดาํ เนนิ การตรวจคน ตลอดจนของกลาง เชน สมดุ บญั ชี เอกสารและหลักฐานอ่ืนใด หรือสินคาตางๆ ที่เจาหนาที่ตํารวจไดอายัดหรือยึดไว ท้ังน้ี ใหรายงาน โดยดวน (คําสง่ั ตร. ท่ี ๗๑๐/๒๕๒๓ ลงวนั ท่ี ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๒๓) ขอ ๙๓/๒ การตรวจคน ในสถานท่ีราชการ รฐั สภา ไมว าจะมหี มายคนหรือไมก ต็ าม กอนทําการตรวจคนเจาหนาที่ตํารวจจะตองดําเนินการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานตามประมวล กฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญาใหไ ดค วามแนชัด โดยอาศัยเหตุแหงการทจี่ ะตรวจคน ไดต าม ป.ว.ิ อ. เมอื่ จะเขา ทาํ การตรวจคน ใหส ารวตั รหรอื ผรู กั ษาการในตาํ แหนง หรอื ผรู กั ษาราชการแทน หรอื ผปู ฏบิ ตั ิ ราชการแทน แจงใหเลขาธิการรัฐสภาโดยทางวาจาหรือลายลักษณอักษรทราบกอน จึงจะเขาทําการ ตรวจคนได สวนหัวหนาในการตรวจคนจะตองมีนายตํารวจช้ันสัญญาบัตรที่มียศต้ังแตนายรอยตํารวจตรี ขนึ้ ไปเปน ผคู วบคมุ ทาํ การตรวจคน และจะตอ งบนั ทกึ ผลการตรวจคน จบั กมุ ไวใ นสมดุ เบด็ เสรจ็ ประจาํ วนั เปนหลักฐานท้ังกอนและภายหลังการตรวจคนเม่ือตรวจคน และจับกุมผูกระทําผิดไดแลวใหรีบนําตัว พรอมดวยพยานหลักฐานสงพนักงานสอบสวนที่มีอํานาจและหนาที่ดําเนินการตอไป การตรวจคน ในสถานทรี่ าชการอ่นื ๆ ไมว า จะมหี มายคน หรือไมกต็ ามกอ นทําการตรวจคนเจา หนา ทตี่ ํารวจจะตอ ง ดําเนินการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานตาม ป.วิ.อ.ใหไดความแนชัด โดยอาศัยเหตุแหงการที่จะ ตรวจคนไดตาม ป.วิ.อ.ดังกลาว เม่ือสืบสวนไดความอยางไรใหสารวัตรหรือผูรักษาการในตําแหนง หรือผูรักษาราชการแทน หรือผูปฏิบัติราชการแทนแจงขอความรวมมือไปยังหัวหนาสวนราชการน้ัน เพ่ือขอเขาทาํ การตรวจคน นอกจากกรณีที่มคี วามจาํ เปน ไมสามารถแจง กอนทาํ การตรวจคน ได กใ็ หร ีบแจง โดยเร็วท่สี ุดภายหลังท่ีไดท าํ การตรวจคนแลว ทั้งน้ี เพอื่ ปอ งกนั มิใหเกดิ ความเขา ใจผิด อนั อาจเกดิ ผล เสียหายขึ้นได สวนหัวหนาในการตรวจคนนั้นจะตองมีนายตํารวจชั้นสัญญาบัตรท่ีมียศตั้งแต

๑๙๙ นายรอยตาํ รวจตรีข้ึนไปเปนผูควบคุมทําการตรวจคนและจะตองบันทึกผลการตรวจคนจับกุม ไวในสมุดเบ็ดเสร็จประจําวันเปนหลักฐานท้ังกอนและภายหลังการตรวจคน เม่ือตรวจคน และจบั กมุ ผกู ระทาํ ผดิ ไดแ ลว ใหร บี นาํ ตวั พรอ มดว ยพยานหลกั ฐานสง พนกั งานสอบสวนผมู อี าํ นาจและ หนา ทด่ี ําเนนิ การตอ ไป ¡ÒÃ㪌à¤Ã×èͧ¾Ñ¹¸¹Ò¡Òà (»ÃÐÁÇÅÃÐàºÕº¡ÒÃตําÃǨà¡èÕÂǡѺ¤´Õ ÅѡɳРö º··èÕ ô) ขอ ๑๔๖ การจะใชเครื่องพันธนาการ คือ กุญแจมือกับโซรอยในการควบคุมผูตองหาน้ัน เจาพนักงานตํารวจหาจําเปนตองใชพร่ําเพรื่อทุกกรณีไมเพราะเคร่ืองพันธนาการใชสําหรับปองกัน แกผูทอี่ าจจะหลบหนีที่ควบคุมเปนสว นใหญ กอนที่จะใชเคร่อื งพันธนาการ จงึ ควรพเิ คราะหต ามหลกั ดงั ตอไปนี้ (๑) การกระทําผิด จะตองพิเคราะหวาการกระทําผิดของผูนั้นตองเปน อกุ ฉกรรจม หนั ตโทษหรอื วา มคี วามผดิ เพยี งเลก็ นอ ย ถา ความผดิ นน้ั เปน ความผดิ ทจ่ี ะตอ งมโี ทษจาํ คกุ มกี าํ หนดนานปแ ลว การทจี่ ะพยายามหลบหนกี ม็ มี ากกวา เหตเุ ลก็ ๆ นอ ยๆ ถา ไมใ ชบ คุ คลทม่ี หี ลกั ฐาน อนั สมควรหรอื ไมแ นใจวาจะไมห ลบหนแี ลว กค็ วรใชกญุ แจมือได (๒) บุคคล มบี ุคคลบางจาํ พวกที่ควรจะใหเกียรติ เชน ก. ขา ราชการท่ีรบั ราชการมหี ลักฐานมนั่ คง ข. พระภิกษุสามเณร นักพรตตาง ๆ ค. ทหารสวมเครือ่ งแบบ ฆ. ชาวตา งประเทศช้ันผดู ี ง. หญิง คนชรา เด็ก คนพกิ าร และคนปวยเจ็บซงึ่ ไมส ามารถจะหลบหนี ไดด ว ยกาํ ลงั ตนเอง จ. พอคาคฤหบดี ซึ่งมีช่ือเสียงและมีหลักฐานการทํามาหากินโดยสุจริต บุคคลดังกลาวแลวน้ี ถาไมไดกระทําความผิดเปนอุกฉกรรจมหันตโทษหรือไมไดแสดงกิริยาจะขัดขืน หรือหลบหนอี ยางไรแลว ไมควรใชกญุ แจมอื โดยเฉพาะเด็กอายุตา่ํ กวา ๑๔ ป ถาไมไดกระทําความผดิ ทมี่ อี ตั ราโทษจาํ คกุ เกนิ กวา ๑๐ ป และเฉพาะหญงิ คนชรา เดก็ คนพกิ าร และคนปว ยเจบ็ ซงึ่ ไมส ามารถ จะหลบหนีไดด ว ยกําลงั ตนเอง หา มใชเ ครื่องพนั ธนาการเปน อนั ขาด (๓) สถานท่ี ใหพิเคราะหถึงสถานท่ีท่ีจะควบคุมไป หากเปนทางเปล่ียวไมมี ละแวกบานผูคนหรือมีบางก็เล็กนอย เชน ทางในปา ในทุง เปนตน มีโอกาสที่ผูตองหาจะหลบหนี หรือทาํ อนั ตรายแกผ ูควบคุมไดง า ย เชนนแี้ มจะใสกญุ แจมือก็ควร (๔) เวลา หากเปนเวลาค่ําคืนหรือจําเปนตองพักคางคืน ณ ที่ใดท่ีหน่ึง ในระหวา งทางซง่ึ ไมม ที ค่ี วบคมุ เพอื่ ปอ งกนั การหลบหนแี ละการตอ สู เจา พนกั งานจะใชก ญุ แจมอื กค็ วร

๒๐๐ (๕) กิริยาความประพฤติเจาพนักงานจะตองสังเกตดูวาความประพฤติ เปนอยางไร บุคคลท่ีเปนพาลมาแตเดิมก็ดี เคยตองอาญาในการทุจริตมาแลวก็ดี หรือเคยหลบหนี การควบคุมของเจาพนักงานก็ดี มีอาการกิริยาแสดงออกทําใหสงสัยวาจะมีหรือจะคิดกระทํารายตอ เจาพนักงานผคู วบคุมกด็ ี เจา พนกั งานจะใสกญุ แจมือบคุ คลเหลา นีก้ ็ควร ขอ ๑๔๗ การใสกุญแจมือผูตองหานั้น ผูใสจะตองตรวจดูใหกุญแจมือพอดีกับขอมือ ผูตองหา คือ ตองไมใหหลวมหรือคับเกินไป เพราะถาหลวมมากก็จะหลุดจากขอมือไดงาย ถาคับมากไป กจ็ ะเปน การทรมานผตู อ งหา เมอ่ื ใสก ญุ แจมอื แลว ในกรณที ม่ี คี วามจาํ เปน จะมโี ซร อ ยสาํ หรบั ถอื ควบคมุ ไปก็ได ใหผตู อ งหาเดินหนาผูควบคุมถือชายโซเ ดินตามหลงั หรอื เดินไปขา งๆ ¡ÒÃนาํ ¼ÙŒ¶Ù¡¤Çº¤ØÁà´Ô¹·Ò§ (»ÃÐÁÇÅÃÐàºÕº¡ÒÃตาํ ÃǨà¡ÕèÂǡѺ¤´Õ ÅѡɳРö º··èÕ õ) ขอ ๑๔๘ วธิ กี ารควบคมุ ระหวางเดนิ ทาง ใหป ฏิบัตดิ ังน้ี (๑) ในกรุงเทพมหานคร หรือในจังหวัดอื่นในตําบลที่มีประชาชน อยหู นาแนน โดยปกติจะพาผูต องหา จําเลย หรือผตู องขัง ซึ่งตอ งจองจาํ ดวยเครื่องพันธนาการเดินไปตาม ถนนหนทาง หรือโดยสารยานพาหนะสาธารณะที่มีผูโดยสารอ่ืนปะปนอยูดวยน้ันไมควรกระทํา เพราะเปนการประจานและนาอับอายแกผูถูกควบคุมจะควบคุมเดินทางก็ใหหายานพาหนะเฉพาะ ซึ่งไมเ กยี่ วแกป ระชาชนทีจ่ ะรวมไปดว ยได เวน แตบ างกรณที ่ีไมม ที างหลีกเลยี่ งตามเหตุผลทีก่ ลา วนไี้ ด แตก็ตองเปนหนาท่ีของผูท่ีจัดใหควบคุมไปบันทึกเหตุผลแหงความจําเปนท่ีไมมีทางหลีกเล่ียง เชน ทางที่จะไปน้ันคบั แคบจาํ ตองพาเดนิ ไป เปน ตน (๒) ถาจะควบคุมพาผูตองหาหรือผูตองขังไปยังสถานที่หน่ึงท่ีใดใหใช ยานพาหนะตามแตก รณดี งั ตอ ไปน้ี ก. ในกรุงเทพมหานคร การควบคุมพาผูตองหาก็ดี หรือจําเลยหรือ ผูต องขัง กด็ ใี หไปมาในหนาท่ีทก่ี จิ ราชการของตํารวจโดยตรง ใหใชยานพาหนะของตํารวจแตละหนวย ทเี่ ปนผูควบคุม ข. ถา การควบคมุ ผตู อ งขงั หรอื จําเลยนน้ั เปน หนา ทข่ี องกรมราชทณั ฑ หรือกรมประชาสงเคราะห ทางการตํารวจเปนแตมีหนาท่ีดําเนินการควบคุม ใหใชยานพาหนะของ กรมราชทณั ฑห รือกรมประชาสงเคราะหต ามควรแกก รณี ค. ถาตํารวจภูธรควบคุมผูตองหาหรือจาํ เลยหรือผูตองขังจากตาง จังหวัดสงยังตาํ รวจนครบาลหรือตาํ รวจสอบสวนกลาง ใหเปนหนาท่ีของผูบัญชาการตาํ รวจนครบาล หรือผบู ัญชาการตํารวจสอบสวนกลางแลวแตกรณเี ปน ผูจ ดั รถรบั และสง ฆ. ถาตาํ รวจภูธรควบคมุ ผตู อ งหา หรือจาํ เลย หรอื ผตู องขัง เพยี งแต ผานทองท่ขี องตํารวจนครบาล ใหผ บู ญั ชาการตาํ รวจนครบาลจัดรถรับสงตามที่ผูควบคุมรอ งขอตกลง (๓) การขอยานพาหนะในการควบคมุ น้ใี ห ก. บอกกลา วขอทําความตกลงกันลว งหนาโดยกาํ หนดวนั เวลา ตาํ บล สถานทที่ ีจ่ ะใหจ ดั รถไปรบั ตรงไปยังทผี่ ูม หี นา ทีจ่ ัดรถรับสง

๒๐๑ ข. ถา เกดิ การจาํ เปน ทไ่ี มม โี อกาสบอกตกลง ใหไ ปรบั ไดล ว งหนา ใหห วั หนา ผคู วบคมุ หาทางติดตอ เมอื่ ถงึ ปลายทาง ค. ถา ไมส ามารถจะตดิ ตอ ขอรถดงั กลา วใน ก. และ ข. ใหห วั หนา ผคู วบคมุ นาํ ตวั ผูถูกควบคมุ ฝากยังสถานตี าํ รวจท่ใี กลท ่สี ดุ แลวจดั การติดตอกันไป ฆ. ถาหากวันเวลาคลาดเคล่ือน ซึ่งอาจจะเกิดข้ึนในระหวางเดินทาง เปน หนา ทีข่ องผจู ัดรถรับสง ติดตามวนั กําหนดระยะเวลาไปแลวคอ ยรบั สง ตอ ไป ง. การติดตอขอยานพาหนะเพ่ือรับผูถูกควบคุมน้ีถาไดพยายามดําเนินการ ทุกทางแลวแตไมสําเร็จก็ใหหาเชารถโดยเฉพาะเทาท่ีจําเปนได เวนแตการควบคุมผูวิกลจริตนั้น จําเปน ตองหายานพาหนะเปน พิเศษทุกคราวไป ขอ ๑๔๙ การจดั กาํ ลงั ตาํ รวจและอาวธุ ทจี่ ะใชใ นการควบคมุ ผตู อ งหา หรอื จาํ เลย หรอื ผูต องขงั (๑) ใหเ ปน หนา ทขี่ องผจู ดั พจิ ารณาพเิ คราะหจ ดั การควบคมุ อยา ใหห ลบหนี ไดเทานั้น อยาใชตํารวจฟุมเฟอยจนเกินกวาความจําเปน แตอยางไรก็ดี หลักการพิจารณาใหอาศัย แนวทางดงั ตอไปนีป้ ระกอบดว ย คือ ก. ขอหาหรอื โทษของผจู ะถูกควบคมุ หนกั เบาประการใด ข. ลกั ษณะความประพฤตขิ องผูถูกควบคมุ ค. กาลเวลาและระยะทางทีจ่ ะควบคมุ ฆ. สถานทท่ี ่จี ะควบคมุ ผา นไป ง. ยานพาหนะทใี่ ชโ ดยสารในการควบคมุ จ. จาํ นวนตาํ รวจทจี่ ะจดั นน้ั พอทจี่ ะผลดั เปลยี่ นระมดั ระวงั ตามสมควร หรอื ไม (๒) อาวธุ ปน ทจี่ า ยแกผ คู วบคมุ ใหจ า ยพอเหมาะแกเ หตกุ ารณแ ละโดยปกติ ไมค วรจา ยกระสนุ เกนิ กวา ปน กระบอกละ ๑๐ นดั ถา ถงึ ตอ งใชป น กลจงึ จา ยตามอตั ราของปน กล ๑ ตบั เวนแตการควบคุมน้ีผิดปกติธรรมดา จึงตองใชอาวุธและกระสุนเปนพิเศษกวาที่กําหนดน้ีก็ตองไดรับ อนุญาตจากผบู งั คับบัญชาสงู สุด ณ ทน่ี นั้ กอน (๓) หามมิใหผูมีหนาที่ควบคุมพาผูถูกควบคุมแวะเวียนไปในท่ีใดๆ สวน ผูตองขังหรือจําเลยคนใดถึงกับจะตองใชตรวนหรือไมนั้น ใหเปนหนาที่ของผูบัญชาการหรือพัศดี เรอื นจาํ กบั นายตาํ รวจชน้ั หวั หนา สถานหี รอื ผรู กั ษาการแทนในตาํ แหนง นน้ั ๆ รว มกนั พจิ ารณาเปน รายๆ วา รายใดสมควรใชต รวนจองจําไดก ็ใหใ ช ขอ ๑๕๐ การควบคุมผูตอ งขงั จําเลย หรือผตู อ งหาท่ใี ชเครือ่ งพนั ธนาการ เดินทางกด็ ี หรือถูกควบคุมอยูในสถานท่ีก็ดี เปนหนาที่ของเจาพนักงานผูรับผิดชอบจะตองระมัดระวังใหความ ปลอดภัยแกผูถูกคุกคามโดยเต็มความสามารถ เชน ผูถูกควบคุมถูกใสกุญแจมือจะพาขามน้ํา

๒๐๒ โดยเรือควรจะใสกุญแจมือขางเดียวรอยโซถือปลายโซไว หรือเกิดอัคคีภัยใกลสถานท่ีควบคุม จนมองเห็นไดวาไมปลอดภัยแกผูถูกควบคุม ใหรีบหาทางแยกยายผูถูกควบคุมใหพนเขตอันตราย เปนตน ¤ Ç Ò Á ÃÑ º ¼Ô ´ ª Í º ã ¹ ¡ Ò Ã ¤ Ç º ¤Ø Á à ‹ Ç Á ¡Ñ ¹ Ã Ð Ë Ç ‹ Ò § ½ † Ò Â » ¡ ¤ Ã Í § á Å Ð ตํ า Ã Ç ¨ (»ÃÐÁÇÅÃÐàºÂÕ º¡ÒÃตาํ ÃǨà¡ÂèÕ Ç¡ºÑ ¤´Õ Å¡Ñ É³Ð ö º··èÕ ö) ขอ ๑๕๑ การควบคมุ ผตู อ งขงั หรอื จาํ เลยหรอื ผตู อ งหา ในกรณที พี่ นกั งานฝา ยปกครอง และตํารวจไดจ บั กมุ หรือควบคุมรว มกนั นนั้ ใหเจาพนักงานท้ัง ๒ ฝา ยรับผดิ ชอบในการควบคมุ รว มกนั นอกจากจะมขี อเทจ็ จรงิ หรือมเี หตผุ ลพิสจู นไดว า ผูใ ดไมต อ งรบั ผิด (๑) เมอ่ื ไดค วบคมุ มาถงึ สถานทที่ าํ การแลว ถา ไดม อบหมายใหเ จา พนกั งาน ตาํ รวจเปนผูควบคุมโดยมหี ลกั ฐานตอกันไวแลว ใหค วามรบั ผดิ ชอบตกอยแู กตํารวจฝายเดยี ว (๒) การหลบหนีของผูตองคุมขัง เกิดจากความบกพรองของผูควบคุม โดยปลอยปละละเลยในการควบคุม ใหสอบสวนพิจารณาโทษทางวินัย ถาเปนการเสียหายรายแรง ใหสง ตัวไปดําเนินคดีตามกฎหมาย ¡ÒèѺ¡ØÁ·ËÒà (»ÃÐÁÇÅÃÐàºÕº¡ÒÃตําÃǨà¡èÕÂǡѺ¤´Õ ÅѡɳРòð º··èÕ ñ ËÁÇ´ ó ¡ÒèѺ¡ØÁ ¡ÒäǺ¤ØÁáÅСÒÃÃºÑ μÇÑ ·ËÒÃ令Ǻ¤ØÁ ¢ŒÍ ñó) ในกรณที ม่ี คี าํ สงั่ หรอื หมายของศาลใหจ บั ทหารผใู ด ใหพ นกั งานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจ แจง ใหผ บู งั คบั บญั ชาของทหารผนู นั้ ทราบในโอกาสแรกเวน แตเ ปน การกระทาํ ความผดิ ซงึ่ หนา หรอื มเี หตุ จําเปนอยางอ่ืนที่กฎหายใหจับไดโดยไมตองมีหมาย หรือมีเหตุอันควรเชื่อวาทหารผูนั้นจะหลบหนี การจับกุมตามหมายในการจับกุมทหารผูใด ใหพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจแจงใหทหารผูน้ันไปยัง ท่ีทําการของพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจ หากไมยอมไปขัดขวาง หรือมีเหตุอันควรเชื่อวาจะหลบหนี ใหจับกุมไดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๓๗ โดยอาจรองขอใหสารวัตรทหารชวยควบคุมตัวผูนั้นไปสงพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจก็ได หากทหารมีจํานวนมากใหพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจรีบแจงใหฝายทหารทราบโดยเร็ว เพอ่ื มาชว ยระงบั เหตแุ ละรว มมอื ในการจบั กมุ ทหารผกู ระทาํ ผดิ ไปดาํ เนนิ คดใี นการจบั กมุ ตามวรรคหนงึ่ หากทหารผูนั้นสวมเครื่องแบบอยูใหปฏิบัติตามขอ ๑๔ โดยอนุโลม และหลีกเลี่ยง การใชเ ครอื่ งพนั ธนาการ เวน แตม คี วามจาํ เปน อยา งยง่ิ และมใิ หใ ชอ าวธุ ระหวา งการจบั กมุ โดยไมจ าํ เปน ถาเปนกรณีทหารและตํารวจหรือพนักงานฝายปกครองกําลังกอการวิวาทกันใหรีบรายงาน ผูบังคับบัญชาของแตละฝายทราบทันที และใหผูบังคับบัญชาท่ีเก่ียวของรีบออกไประงับเหตุโดยเร็ว สวนการดาํ เนนิ การขน้ั ตอไปใหปฏบิ ัตติ ามความในวรรคกอน ขอ ๑๔ การควบคมุ ตัวทหาร การควบคุมตัวทหารท่ีถูกหาวากระทําความผิดอาญาและถูกจับกุมตัวไปยัง ทท่ี าํ การของพนกั งานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจ ใหเ ปน ไปตามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญา ถาทหารทถี่ ูกจับกมุ และควบคุมตวั สวมเครื่องแบบใหพ นักงานฝา ยปกครองหรอื ตํารวจดาํ เนินการดงั นี้

๒๐๓ (๑) แนะนําใหทหารผูน้ันทราบถึงเกียรติของเครื่องแบบทหารและขอให พิจารณาวาจะถอดเครอื่ งแบบหรือไม (๒) ถาทหารไมยอมถอดเคร่ืองแบบ ใหแจงฝายทหารทราบเพื่อจัดสง เจาหนาที่ฝายทหารมาแนะนําใหทหารถอดเคร่ืองแบบแลวดาํ เนินการตามวรรคแรก หากฝายทหาร ไมมาภายในระยะเวลาอันสมควรหรือระยะเวลาที่กําหนดหรือดาํ เนินการใดๆ แลวไมเปนผล ใหพนักงานฝายปกครองหรือตาํ รวจปฏิบัติตามวรรคแรกได และบันทึกเหตุผลไว แลวแจงเหตุน้ัน ใหฝ า ยทหารทราบ ¡ÒÃμÃǨ¤¹Œ ·ËÒà (»ÃÐÁÇÅÃÐàºÕº¡ÒÃตาํ ÃǨà¡ÕÂè ǡѺ¤´Õ ÅѡɳРòð º··Õè ñ ËÁÇ´ ô) ขอ ๑๗ การตรวจคนตวั บุคคล การตรวจคนตัวทหารใหผูมีอํานาจหนาที่ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญาขอ ๑๘ การตรวจคนสถานท่ีและท่ีรโหฐานการตรวจคนสถานที่และท่ีรโหฐาน ของทหารท่ีไมเกี่ยวกับราชการทหารใหเปนไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และ รฐั ธรรมนญู มาตรา ๒๓๘ การตรวจคน สถานทแ่ี ละทร่ี โหฐานอนั เปน เขตทตี่ งั้ ทหารหรอื ของทางราชการ ทหาร นอกจากจะตอ งปฏบิ ตั ติ ามวรรคกอ นแลว ใหผ มู อี าํ นาจหนา ทใ่ี นการตรวจคน แจง ใหผ บู งั คบั บญั ชา หรอื ผูร ับผดิ ชอบเขตทตี่ ัง้ ทหารน้ันสงผูแทนไปอยใู นการตรวจคนดว ย ขอ ๑๙ การตรวจคน ยานพาหนะ การตรวจคนยานพาหนะของทหารไมวาจะเปนของสวนตัวหรือทางราชการ ทหารหรือการคนตัวทหารที่อยูในยานพาหนะน้ันไมวาจะสวมเคร่ืองแบบหรือไมก็ตาม ใหผูมีอํานาจ หนาท่ปี ฏบิ ตั ิตาม ป.ว.ิ อ. และรัฐธรรมนญู และใหท หารผคู รอบครองหรอื ควบคมุ ยานพาหนะใหค วาม รวมมือและความสะดวกจนกวาการตรวจคน จะเสร็จสน้ิ การตรวจคน ยานพาหนะของทางราชการ เชน รถสงคราม เครือ่ งบิน เรอื ซึง่ ชักธงราชนาวี ขณะปฏิบัตหิ นาทีร่ าชการ และมีนายทหารชัน้ สัญญาบตั ร ควบคมุ ยานพาหนะนนั้ มา ผมู อี าํ นาจหนา ทตี่ รวจคน จะตรวจคน ไดต อ เมอ่ื มหี นงั สอื อนมุ ตั จิ ากผบู งั คบั บญั ชา ยานพาหนะน้ันๆ ตั้งแตผูบัญชาการกองพลหรือเทียบเทาขึ้นไป การตรวจคนยานพาหนะของ ทางราชการทหารอนั ผบู งั คบั บญั ชาฝา ยทหารผเู ปน หวั หนา ของหนว ยนนั้ มหี นงั สอื รบั รองวา จะเปน เหตุ ใหก ารปฏบิ ัตกิ ารยุทธพึงเสียเปรยี บ ใหงดการตรวจคน ขอ ๒๐ การตรวจคน สิ่งของราชการลับ ในการตรวจคนถาไดรับแจงจากฝายทหารวาส่ิงของใดเปนราชการลับทางทหาร ใหด ําเนนิ การดงั นี้ (๑) เม่ือนายทหารช้ันสัญญาบัตรท่ีเจาหนาท่ีเกี่ยวของทําหนังสือรับรอง กาํ กบั สงิ่ ของนนั้ และแจง ใหพ นกั งานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจทราบ ใหผ มู อี าํ นาจหนา ทต่ี รวจคน งดเวน การตรวจเฉพาะสง่ิ ของดงั กลา ว แลว ทาํ บนั ทกึ เหตงุ ดเวน การตรวจคน พรอ มทง้ั ลงชอ่ื รบั รองทกุ ฝา ยแลว รีบรายงานผูบ งั คบั บญั ชาทราบ

๒๐๔ (๒) ถาผูมีอํานาจหนาที่ตรวจคนซ่ึงมีตาํ แหนงตั้งแตชั้นปลัดอาํ เภอหรือ หวั หนา สถานตี าํ รวจขน้ึ ไปยงั ตดิ ใจสงสยั ทจ่ี ะตรวจคน ใหท าํ เครอ่ื งหมายลงชอื่ ทกุ ฝา ยปด ผนกึ หรอื กาํ กบั ไวท่ีหีบหอหรือภาชนะบรรจุส่ิงของนั้นแลวจัดสงสิ่งของน้ันไปยังสถานท่ีปลายทางตามท่ีตกลงกัน เพอ่ื รว มกนั แตง ตง้ั คณะกรรมการเปด ตรวจสงิ่ ของนน้ั ตอ ไปสง่ิ ของใดอาจกอ ใหอ นั ตรายแกผ ตู รวจคน หรอื กอ ใหเ กดิ ความเสยี หายอนั จะทาํ ใหท างราชการไดร บั ความเสยี หาย ไมว า จะเปน สง่ิ ของราชการลบั หรอื ไมก ต็ าม ใหดําเนินการตามวรรคกอนโดยอนุโลมการตรวจคนสิ่งของใดอันผูบังคับบัญชาฝายทหารผูเปน หัวหนาของหนวยนั้นมีหนังสือรับรองวาจะเปนเหตุใหการปฏิบัติการยุทธวิธีพึงเสียเปรียบใหงด การตรวจคน ขอ ๒๑ การประสานการตรวจคน ในการตรวจคน ตัวบุคคล สถานท่ี และทร่ี โหฐาน ยานพาหนะหรอื ส่งิ ของตามหมวดน้ี ใหกระทาํ ในเวลาและสถานทอี่ ันสมควร โดยใชความสภุ าพนมุ นวล ตามควรแกกรณี ถามสี ารวตั รทหารอยู ณ สถานที่หรือบรเิ วณทจี่ ะตรวจคนใหผูม ีอํานาจหนา ทตี่ รวจคน ประสาน โดยขอสารวัตรทหารมารว ม เปน พยานในการตรวจคน ดว ย แตถ า ไมม หี รอื มแี ตส ารวตั รทหารไมย นิ ยอมรว มเปน พยานกใ็ หบ นั ทกึ ไว และเมื่อผูมีอํานาจหนาท่ีตรวจคนดาํ เนินการเสร็จแลวใหทําบันทึกพรอมกับใหทุกฝายลงช่ือรับรอง และตางยึดถือไวฝายละหนึง่ ฉบบั

๒๐๕ àÍ¡ÊÒÃสาํ ËÃѺÈÖ¡ÉÒ¤¹Œ ¤ÇŒÒà¾èÁÔ àμÁÔ กระทรวงยตุ ธิ รรม. (๒๕๖๐). ดาวนโ หลดแบบฟอรม , เขา ถงึ ไดจ าก : http://www.moj.go.th/news/๕- page๘๗.html (วันทค่ี นขอมูล : ๑ กันยายน ๒๕๖๐ ) กองคดอี าญา สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาต.ิ หนงั สอื กองคด(ี สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาต)ิ ท่ี ๐๐๐๐๔.๖/๑๓๗๘ ลงวันท่ี ๙ มีนาคม ๒๕๔๘ เร่ือง á¹Ç·Ò§»¯ÔºÑμÔμÒÁ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞÑμÔᡌä¢à¾èÔÁàμÔÁ ».ÇÔÍÒÞÒ (©ºÑº·èÕ òò) ¾.È.òõô÷ กองบัญชาการศึกษา สํานักงานตํารวจแหงชาติ คูมือตํารวจ หลักสูตรนักเรียนนายสิบตํารวจ วชิ าการสืบสวนสอบสวน พ.ศ.๒๕๖๐ ฝา ยวชิ าการสตู รไพศาล. (๒๕๕๗). »ÃÐÁÇÅÃÐàºÂÕ º¡ÒÃตาํ ÃǨà¡ÂèÕ Ç¡ºÑ ¤´,Õ สํานักพิมพส ูตรไพศาล สทิ ธศิ ักดิ์ รน่ื สําราญ.,พ.ต.ท. (๒๕๕๗). àÍ¡ÊÒÃตําÃÒÇªÔ Ò¡ÒÃÊº× Êǹ ËÅ¡Ñ ÊÙμùѡàÃÕ¹¹ÒÂÊÔºตําÃǨ สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาต.ิ คาํ สงั่ สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ ที่ ๕๓๗/๒๕๕๕ ลงวนั ท่ี ๒๗ กนั ยายน ๒๕๕๕ เรื่อง ¡ÒÃกํา˹´อํา¹Ò¨Ë¹ŒÒ·Õè¢Í§ตําÃǨã¹Ê¶Ò¹ตÕ าํ ÃǨ อดลุ ย แสงสงิ แกว., พล.ต.อ. (๒๕๕๗). ¤ÙÁ‹ ×Í¡Òý¡ƒ ͺÃÁ¢ÒŒ ÃÒª¡ÒÃตาํ ÃǨ·Õ軯ԺμÑ Ô˹ŒÒ·è§Õ Ò¹Êº× Êǹ ã¹Ê¶Ò¹ตÕ าํ ÃǨ, âç¾ÔÁ¾ต ําÃǨ อุเทน นยุ พิน.,พ.ต.อ. (๒๕๕๘). ËÅ¡Ñ ¡®ËÁÒÂสาํ ËÃѺ¡ÒÃÊ׺Êǹ¤´ÍÕ ÒÞÒ, โรงพมิ พม ลิ เลี่ยนแนร.

๒๐๖ จัดพมิ พโ ดย โรงพิมพตํารวจ ถ.เศรษฐศิริ ดุสติ กรงุ เทพฯ ๑๐๓๐๐ โทรศัพท ๐-๒๖๖๘-๒๘๑๑-๓ โทรสาร ๐-๒๒๔๑-๔๖๕๘

“เปนองคกรบังคับใชกฎหมายที่นําสมัย ในระดับมาตรฐานสากล เพ�อใหประชาชนเช�อมั่นศรัทธา” พลตํารวจเอก สุวัฒน แจงยอดสุข ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook