วชิ า บร. (PA) ๒๑๓๐๑ พพร.ศะ.๒รา๕ช๔บ๗ัญญตั ติ าํ รวจแห่งชาติ
ตําÃÒàÃÂÕ ¹ ËÅ¡Ñ ÊμÙ Ã ¹Ñ¡àÃÕ¹¹ÒÂÊÔºตําÃǨ ÇªÔ Ò ºÃ. (PA) òñóðñ ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞμÑ ÔตําÃǨáË‹§ªÒμÔ ¾.È.òõô÷ เอกสารนี้ “໚¹¤ÇÒÁÅѺ¢Í§·Ò§ÃÒª¡ÒÔ หา มมิใหผ ูหนึ่งผใู ดเผยแพร คัดลอก ถอดความ หรอื แปลสว นหนง่ึ สว นใด หรอื ทง้ั หมดของเอกสารนเ้ี พอื่ การอยา งอน่ื นอกจาก “à¾Íè× ¡ÒÃÈ¡Ö ÉÒͺÃÁ” ของขาราชการตํารวจเทาน้ัน การเปดเผยขอความแกบุคคลอ่ืนท่ีไมมีอํานาจหนาท่ีจะมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา ¡Í§ºÞÑ ªÒ¡ÒÃÈ¡Ö ÉÒ สาํ ¹¡Ñ §Ò¹ตํา¾ÃÇ.Ȩá.òËõ‹§ªöÒôμÔ
1
คาํ นาํ หลักสูตรนักเรียนนายสิบตํารวจ (นสต.) เปนหลักสูตรการศึกษาอบรมท่ีมีเปาหมาย เพื่อเสริมสรางใหบุคคลภายนอกผูมีวุฒิประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๖) หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเทา ท่ีเขารับการฝกอบรมมีความรู ความสามารถ และ ทักษะวิชาชีพตํารวจ รวมถึงพัฒนาบุคลิกภาพรางกายใหเหมาะสมสําหรับการปฏิบัติงานตํารวจ ในกลุมสายงานปองกันปราบปราม ตลอดจนเตรียมความพรอมทางดานจิตใจและวุฒิภาวะใหมี จติ สํานึกในการใหบ ริการเพื่อบําบัดทกุ ขบ าํ รุงสขุ ของประชาชนเปน สาํ คัญ กองบัญชาการศึกษา ไดรวมกับ ครู อาจารย และครูฝก ในสังกัดกองบังคับการ ฝก อบรมตาํ รวจกลาง และกลมุ งานอาจารย กองบญั ชาการศกึ ษา ศนู ยฝ ก อบรมตาํ รวจภธู รภาค ๑ - ๙ และกองบัญชาการตํารวจตระเวนชายแดน ตลอดจนผูทรงคุณวุฒิจากภายนอก จัดทําตําราเรียน หลกั สตู รนกั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจชดุ นี้ ซงึ่ ประกอบดว ยองคค วามรตู า งๆ ทจี่ าํ เปน ตอ การพฒั นาศกั ยภาพ ของนกั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจใหเ ปน ขา ราชการตาํ รวจทพ่ี งึ ประสงคข องประชาชน เพอ่ื ใชส าํ หรบั ประกอบ การเรียนการสอนนักเรียนนายสิบตํารวจใหมีความพรอมทั้งดานความรู ความสามารถ กําลังกาย และจติ ใจ จนสามารถเปน ขา ราชการตาํ รวจทป่ี ฏบิ ตั งิ านใหบ รกิ ารสงั คมและประชาชนไดอ ยา งตรงตาม ความตอ งการอยา งแทจรงิ และมคี วามพรอมในการเขา สปู ระชาคมอาเซยี น ขอขอบคุณครู อาจารย ครูฝก และผูทรงคุณวุฒิทุกทาน ที่ไดรวมกันระดมความคิด ใหคําปรึกษา คําแนะนํา ประสบการณท่ีเปนประโยชน รวมถึงการถายทอดองคความรู ท่ีเปนประโยชน จนทําใหการจัดทําตําราเรียนหลักสูตรนักเรียนนายสิบตํารวจสําเร็จลุลวงไดดวยดี ซึ่งกองบัญชาการศึกษาหวังเปนอยางย่ิงวาตําราเรียนชุดนี้คงเปนประโยชนตอการจัดการเรียน การสอนและการจดั การฝกอบรมของครู อาจารย และครฝู ก รวมตลอดถึงใชเปนคูมือการปฏบิ ัตงิ าน ของขาราชการตํารวจ อันจะสงผลทําใหสํานักงานตํารวจแหงชาติสามารถสรางความเชื่อม่ัน ศรัทธา และความผาสุกใหแกประชาชนไดอ ยา งแทจ รงิ พลตํารวจโท ( อภิรตั นยิ มการ ) ผูบ ัญชาการศกึ ษา
1
ÊÒúÞÑ ÇÔªÒ ¾ÃÐÃÒªºÞÑ ÞÑμÔตําÃǨáË‹§ªÒμÔ ¾.È.òõô÷ ˹ŒÒ คาํ นาํ ............................................................................................................................... (ก) ÊÒúÞÑ ........................................................................................................................... (ข) º··èÕ ñ ประวัตติ าํ รวจไทย.......................................................................................... ๑ ๖ ตราสญั ลกั ษณต ํารวจ...................................................................................... º··èÕ ò ความเปนมาและเจตนารมณในการตรา พ.ร.บ.ตํารวจแหง ชาต.ิ ........................ ๑๑ บทนํา............................................................................................................ ๑๕ บททั่วไป........................................................................................................ ๑๗ การจดั ระเบียบราชการในสํานักงานตาํ รวจแหงชาติ.......................................... ๑๙ ยศและช้นั ขาราชการตาํ รวจ............................................................................ ๔๒ º··Õè ó คณะกรรมการนโยบายตํารวจแหง ชาต.ิ ........................................................... ๔๗ คณะกรรมการขาราชการตํารวจ...................................................................... ๕๐ º··èÕ ô ระเบยี บขาราชการตํารวจ............................................................................... ๕๕ ตําแหนง และการกาํ หนดตําแหนง.................................................................... ๕๕ การบรรจุ การแตงตัง้ และการเลอื่ นขั้นเงินเดอื น............................................... ๕๖ เงนิ เดอื น เงนิ ประจําตาํ แหนง และเงินเพมิ่ อน่ื ................................................... ๗๑ การรักษาราชการแทนและการปฏิบัติราชการแทน............................................ ๘๐ วินัยและการรักษาวินัย................................................................................... ๘๔ การดาํ เนนิ การทางวินัย.................................................................................. ๘๘ การออกจากราชการ...................................................................................... ๙๘ การอุทธรณ การรองทุกข. ............................................................................... ๑๐๒ เครอื่ งแบบตํารวจ........................................................................................... ๑๐๓ กองทนุ เพือ่ การสบื สวนและสอบสวนคดอี าญา................................................ ๑๐๖
˹ŒÒ º·à©¾ÒСÒÅ................................................................................................................. ๑๐๙ ºÃóҹءÃÁ................................................................................................................... ๑๑๕
๑ º··Õè ñ »ÃÐÇμÑ Ôตาํ ÃǨä·Â “ตาํ รวจ” ถอื กําเนิดขึน้ มาในประเทศไทยยาวนานกวา หารอยป (ตามที่มหี ลกั ฐานปรากฏ) ผา นการแกไ ขปรบั ปรงุ เปลย่ี นแปลงเพอื่ ใหเ กดิ การพฒั นาในดา นตา งๆ ตามความเหมาะสมและสอดคลอ ง กบั สภาวะแวดลอ มทเ่ี ปลย่ี นแปลงไป เพอ่ื ใหส ามารถรบั ใชป ระเทศชาตแิ ละพน่ี อ งประชาชนชาวไทยได อยางรวดเร็วและทัว่ ถึง สมเปน “ผพู ทิ กั ษสนั ตริ าษฎร” อยา งแทจรงิ ทง้ั น้ี จากอดีตถงึ ปจ จุบัน “ตาํ รวจ” จะไดรับพระมหากรุณาธิคุณและพระเมตตาจากองคพระมหากษัตริยไทยเสมอมา ตั้งแตสมัยอยุธยา จนถงึ พระมหากษตั รยิ แ หง พระบรมราชจกั รวี งศท กุ พระองค และดว ยความสาํ นกึ ในพระมหากรณุ าธคิ ณุ แหงองคพระมหากษัตริยไทย สํานักงานตํารวจแหงชาติจึงขอรําลึกถึงพระเกียรติคุณแหงองค พระมหากษัตริยไทยทุกพระองคที่ทรงมีตอขาราชการตํารวจและสํานักงานตํารวจแหงชาติ เพ่ือแสดง ความจงรักภกั ดแี ละเพือ่ เฉลิมพระเกียรติองคพระมหากษตั ริยไ ทย ÊÁà´ç¨¾ÃкÃÁäμÃâÅ¡¹Ò¶ ¾ÃÐÁËÒ¡ÉμÑ ÃÂÔ ¼ÇÙŒ Ò§ÃÒ¡°Ò¹ “ตําÃǨä·Â” ในสมยั กรงุ ศรอี ยธุ ยา รชั สมยั ของพระเจา อทู อง ไดม กี ารจดั ระบบการปกครองแบบจตสุ ดมภ พรอ มทั้งทรงแตงต้ังตําแหนงเสนาบดี ๔ ตําแหนง คอื ๑. ขุนเวียง มหี นา ทปี่ กครองทอ งที่ ดแู ลราษฎรใหอ ยเู ยน็ เปน สขุ และปราบปรามโจรผรู า ย ๒. ขุนวงั มหี นาท่ีดูแลรักษาความเรียบรอ ยภายในวัง และพิพากษาราษฎร ๓. ขนุ คลัง มีหนา ท่เี ก็บเงินและรกั ษาผลประโยชนข องแผน ดนิ ๔. ขุนนา มหี นาท่ดี แู ลไรน าและเก็บรกั ษาเสบยี งอาหารของพระนคร ตอมาในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ไดทรงจัดระเบียบการปกครองใหม โดยทรง แยกทหารและพลเรือนออกจากกัน ฝายทหารมีสมุหกลาโหมเปนหัวหนา ฝายพลเรือนมีสมุหนายก เปน หวั หนา และทรงเปลย่ี นการปกครองแบบจตุสดมภเสยี ใหม คือ เวียง เรยี กวา พระนครบาล วงั เรยี กวา พระธรรมาธิกรณ คลัง เรยี กวา พระโกษาธบิ ดี นา เรยี กวา พระเกษตราธิการ ท้ังน้ี ไดทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหมีกิจการตํารวจข้ึน โดยอยูภายใตการดูแลของ กรมเวียง และในป พ.ศ.๑๙๙๘ สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถทรงพระกรณุ าโปรดเกลา ฯ ใหตราศกั ดินา ของขุนนางฝายตาํ รวจไวเ ชนเดียวกบั ขุนนางฝา ยอ่ืนๆ นอกจากนี้ ยงั มเี อกสารทางราชการสาํ คญั อกี หลายฉบบั ทแ่ี สดงวา บคุ คลทจ่ี ะเขา รบั ราชการ ตาํ รวจไดน นั้ จะตอ งเปน ผมู ชี าตติ ระกลู สบื เชอ้ื สายจากบรรพบรุ ษุ ทป่ี ระกอบคณุ งามความดตี อ ชาติ ศาสน กษัตริย และเปนบุคคลท่ีพระมหากษัตริยทรงไววางพระราชหฤทัย การบังคับบัญชาตํารวจในสมัย กรงุ ศรีอยธุ ยาจึงอยภู ายใตพ ระมหากษตั รยิ โดยตรง
๒ ¾ÃкҷÊÁà´¨ç ¾ÃШÍÁà¡ÅÒŒ à¨ÒŒ ÍÂËÙ‹ ÇÑ ÃªÑ ¡ÒÅ·èÕ ô ¾Ãм¾ŒÙ ÃÐÃÒª·Ò¹กาํ à¹´Ô “ตาํ ÃǨ ÊÁÑÂãËÁ‹” ประมาณปพ.ศ. ๒๔๐๐ - ๒๔๐๕ พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๔ ไดพระราชปรารภวา บานเมืองมักมีเหตุการณโจรผูรายกอกวนความสงบสุขของราษฎรอยูเนืองๆ ลําพังขาหลวงกองจับซ่ึงเปนขาราชการขึ้นกรมเมืองหรือนครบาล มิอาจสามารถระงับเหตุการณ และปราบปรามโจรผูรายใหสงบราบคาบได จึงมีพระราชดําริท่ีจะจัดตั้งกองตํารวจเชนเดียวกับ ตางประเทศ เชน สิงคโปร และอินเดีย และไดทรงแตงตั้งให กัปตันแซมมวล โจเซฟ เบิรด เอมส (Capt. S. J. Ames) ชาวองั กฤษ มาเปน ผวู างโครงการจดั ตง้ั กองตาํ รวจขน้ึ เปน ครง้ั แรกในประเทศไทย เรียกวา “กองโปลิสคอนสเตเปล” โดยจางชาวมลายูและชาวอินเดียเขามาเปนพลตํารวจเรียกวา “คอนสเตเปล” มหี นา ทีร่ ักษาการณในเขตกรงุ เทพมหานครชน้ั ใน ขึ้นอยูกบั กรมพระนครบาล ซ่งึ ถือวา เปนจดุ เร่ิมตนในความเปนปก แผน ของกิจการตาํ รวจสมยั ตอมา และเพอ่ื เปน การนอ มราํ ลกึ ถงึ พระมหากรณุ าธคิ ณุ แหง ลน เกลา ฯ รชั กาลท่ี ๔ ทที่ รงปรบั ปรงุ กจิ การตาํ รวจใหท นั สมยั ทดั เทยี มนานาอารยประเทศตะวนั ตกและเปน รากฐานกจิ การตาํ รวจในปจ จบุ นั กรมตํารวจจึงไดจัดสรางพระบรมราชานุสาวรียพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๔ ประดิษฐานบริเวณหนาอาคาร ๑ กรมตํารวจ เพ่ือใหขาราชการตํารวจและประชาชนท่ัวไปไดแสดง ความเคารพสกั การะ เมื่อวันท่ี ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ ¾Ãл ÁËÒÃÒª ¾ÃÐÁËÒ¡ÉμÑ ÃÂÔ ¼ ʌ٠ÃÒŒ § “¤ÇÒÁ໹š »¡ƒ á¼¹‹ á¡¡‹ ¨Ô ¡ÒÃตําÃǨ” ภายหลงั จากทพี่ ระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลาเจาอยหู ัว รัชกาลที่ ๕ เสด็จข้ึนครองราชยตอจากพระราชบิดา พระองคไดทรงพัฒนากิจการตาํ รวจในดา นตางๆ มากมายหลายดา น ไดแก พ.ศ.๒๔๑๔ โปรดเกลาฯ พระราชทานบรรดาศกั ดใ์ิ ห กัปตันแซมมวล โจเซฟ เบิรด เอมส เปน หลวงรฐั ยาธิบาลบญั ชา และรบั สั่งใหป รบั ปรงุ กจิ การตาํ รวจใหเ จรญิ กา วหนาขึ้น ในป พ.ศ.๒๔๑๘ โปรดเกลาฯ ใหต รา “กฎหมายโปลสิ รักษาพระนคร ๕๓ ขอ ” ซง่ึ เปนกฎหมายเกีย่ วกบั ขนบธรรมเนียม หนาที่ของโปลิส จึงพึงปฏิบัติและขอบังคับการรับสมัครบุคคลเขาเปนโปลิสหรือตํารวจ โดยกฎหมาย ดงั กลา วใชบ งั คบั ภายในและภายนอกพระนคร ตอ มาในป พ.ศ.๒๔๑๙ ทรงจดั ตง้ั “ตาํ รวจภธู ร” ขนึ้ ในรปู “ทหารโปลสิ ” เพอ่ื เปน กาํ ลงั รกั ษาความสงบเรยี บรอ ยในสว นภมู ภิ าคและใหส ามารถปฏบิ ตั กิ ารทางทหาร ไดดว ย ตอมาไดเปลย่ี นเปน “กรมกองตระเวนหวั เมอื ง” พ.ศ.๒๔๓๕ พระยาอรรคราชวราทร (ภัสดา บูรณศิร)ิ ซงึ่ เขา รบั ราชการในชวงปลายสมยั รัชกาลท่ี ๕ ไดดํารงตําแหนงเปนเจากรมกองตระเวน ผูบังคับการกรมกองตระเวน หรืออธิบดี กรมพลตระเวน ตามลําดับ ทานไดปรับปรุงแกไข ขยายหนวยงานกิจการตํารวจใหเจริญกาวหนา ตอ จากกัปตัน แซมมวล โจเซฟ เบริ ด เอมส พ.ศ.๒๔๔๐ รชั กาลที่ ๕ พระราชทานโปรดเกลา ฯ ใหน าย เอ.เย.ยาดนิ (Mr.A.J.Jardine) ดาํ รงตาํ แหนง เปน อธบิ ดกี รมกองตระเวน เดมิ เปน ชาวองั กฤษผซู ง่ึ เคยรบั ราชการเปน ผบู งั คบั การตาํ รวจ ในประเทศอนิ เดยี ไดเ ขา มารบั ราชการตาํ รวจไทยในตาํ แหนง ผชู ว ยผบู งั คบั การกองตระเวนและชกั ชวน
๓ เพอื่ นชาวองั กฤษจากอนิ เดยี มารว มงาน โดยไดป รบั ปรงุ กจิ การตาํ รวจใหก า วหนา ขนึ้ ตามแนวทางตาํ รวจ อนิ เดีย พ.ศ.๒๔๔๕ รัชกาลที่ ๕ ไดทรงลงพระปรมาภิไธยพระราชทานพระบรมราชานุญาตให จดั ตง้ั โรงเรยี นนายรอ ยตาํ รวจตามความกราบบงั คมทลู ของสมเดจ็ พระเจา บรมวงศเ ธอกรมพระยาดาํ รง ราชานภุ าพ เมอื่ วนั ที่ ๑๙ เมษายน ร.ศ.๑๒๑ (พ.ศ.๒๔๔๕) ซง่ึ ถอื เปน พระมหากรณุ าธคิ ณุ อนั ลน พน แก เหลาผูเรยี นนายรอ ยตาํ รวจและขา ราชการตํารวจทุกนาย ดวยเหตนุ ส้ี ํานกั งานตํารวจแหง ชาตจิ งึ ถือวา วนั ท่ี ๑๙ เมษายนของทุกป เปน วนั พระราชทานกาํ เนดิ โรงเรยี นนายรอยตาํ รวจ และเพือ่ นอมราํ ลกึ ถึง พระมหากรณุ าธคิ ณุ แหง องคผ พู ระราชทานกาํ เนดิ โรงเรยี นนายรอ ยตาํ รวจ ทางโรงเรยี นนายรอ ยตาํ รวจ จงึ จดั สรา งพระบรมราชานสุ าวรยี พ ระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา เจา อยหู วั รชั กาลท่ี ๕ ประดษิ ฐาน ณ โรงเรียนนายรอ ยตาํ รวจ อําเภอสามพราน จังหวดั นครปฐม เพ่ือแสดงถึงความจงรกั ภกั ดแี ละเพ่ือเปน ทเ่ี คารพสกั การะของเหลาผเู รียนนายรอ ยตํารวจ ขา ราชการตาํ รวจและพสกนิกรทวั่ ไป พ.ศ.๒๔๔๗ รชั กาลท่ี ๕ พระราชทานโปรดเกลา ฯ ให มหาอาํ มาตยโ ท อริ กิ เซน็ ต เย ลอสนั (M. Eric St. Lawson) เปนอธิบดกี รมตระเวน เดมิ เปน ชาวองั กฤษเขามารับราชการเปน ผูบงั คบั การ กรมตระเวน และไดปรับปรุงกิจการตํารวจหลายประการเริ่มต้ังแตจัดตั้งกองพิเศษซ่ึงมีระบบทํางาน คลา ยกบั กองสบื สวนคดีของตาํ รวจในลอนดอน พ.ศ.๒๔๕๖ รชั กาลที่ ๖ ทรงโปรดเกลา ฯ ใหพ ลตรพี ระยาวาสเุ ทพ (G. Schau) เปน อธบิ ดี กรมตาํ รวจภธู ร เดมิ เปน นายทหารไทยยศรอ ยเอก มบี รรดาศกั ดเิ์ ปน หลวงศลั วชิ านนเิ ทศ ตอ มาไดเ ลอ่ื นยศ เปนพลตรี ไดเล่อื นบรรดาศกั ดเ์ิ ปน พระยาวาสเุ ทพ และเม่อื พ.ศ.๒๔๔๐ ไดโ อนมารบั ราชการตํารวจ ในตําแหนงเจากรมกองตระเวนหัวเมอื ง และนบั ไดวา เปน ผจู ดั ตั้งกองตํารวจภธู ร ÃªÑ ¡ÒÅ·èÕ ö ¾ÃÐÃÒª·Ò¹ “à¤Ã×Íè §ËÁÒÂáË‹§¡ÒÃ໹š ตาํ ÃǨ” ในป พ.ศ.๒๔๕๓ พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลาเจา อยูห ัว รชั กาลท่ี ๖ ไดทรงพระกรณุ า โปรดเกลา ฯ ตราเครอื่ งหมายโลก บั ดาบเปน เครอื่ งหมายประจาํ กรมพลตระเวน และตอ มา พ.ศ.๒๔๕๔ ไดพระราชทานพระบรมราชานุญาตใหใชตราพระแสงโลเขนประกอบที่มุมธงประจํากรมตํารวจภูธร อนั เปนทมี่ าของเครื่องหมายตราโลเ ขนซงึ่ ถอื เปนสัญลกั ษณแ หง การเปน ตาํ รวจมาจนทุกวนั น้ี ทงั้ น้ี เนอ่ื งจากกจิ การตาํ รวจในยคุ แรกๆ นน้ั ไดม กี ารแบง แยกหนา ทอ่ี อกเปน ๒ สว น คอื กรมพลตระเวนกับกรมตํารวจภูธร โดยกรมพลตระเวนขึ้นกับกระทรวงพระนครรับผิดชอบดูแลพ้ืนที่ ในเขตมณฑลกรุงเทพมหานคร อนั เปนตน กาํ เนดิ ของตาํ รวจนครบาลในปจ จบุ ัน สวนกรมตํารวจภูธร รับผิดชอบพื้นที่หัวเมืองสวนภูมิภาคและขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย ซง่ึ เปน ตน กาํ เนดิ ของตาํ รวจภธู รในปจ จบุ นั พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา เจา อยหู วั รชั กาลท่ี ๖ จงึ ไดม ี พระบรมราชโองการประกาศรวมกรมพลตระเวนกับกรมตํารวจภูธรเขาเปนกรมเดียวกัน ในวันที่ ๑๓ ตลุ าคม พ.ศ.๒๔๕๘ เรยี กวา “กรมตาํ รวจภธู รและกรมพลตระเวน” โดยใหส งั กดั กบั กระทรวงพระนครบาล ดวยเหตุนจ้ี งึ ถอื วา วันท่ี ๑๓ ตลุ าคมของทุกปเปน วนั ตนกาํ เนิดของ “ตาํ รวจ”
๔ ทัง้ น้ี “กรมตาํ รวจภธู รและกรมพลตระเวน” ไดถูกเปล่ียนนามเรียกหลายครั้งจวบจนสมัย พระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหัว รัชกาลท่ี ๗ ไดทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหเปลี่ยนช่ือเรียก เปน “กรมตํารวจ” เม่ือ พ.ศ.๒๔๗๕ ตอมาไดม ี พ.ร.ฎ.โอนกรมตํารวจไปจัดต้งั เปน “สาํ นักงานตาํ รวจ แหง ชาติ” ตั้งแตวนั ที่ ๑๗ ตลุ าคม พ.ศ.๒๕๔๑ จนถึงปจ จุบนั ÃªÑ ¡ÒÅ·èÕ ù “¾Í‹ ËÅǧ¢Í§»Ç§ª¹áÅТҌ ÃÒª¡ÒÃตําÃǨ·§éÑ ÁÇÅ” พฒั นาการของกจิ การ ตาํ รวจ ไดด าํ เนนิ ตอ เนอ่ื งเรอ่ื ยมา ภายใตพ ระมหากรณุ าธคิ ณุ ของพระมหากษตั รยิ แ หง พระบรมราชจกั รวี งศ ทุกพระองค และยังคงไดรับเมตตาจากพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จ พระนางเจา ฯ พระบรมราชนิ นี าถ ดว ยดเี สมอมา นา้ํ พระราชหฤทยั และพระมหากรณุ าธคิ ณุ ทพ่ี ระบาท สมเดจ็ พระเจา อยหู วั ภมู พิ ลอดลุ ยเดช รชั กาลท่ี ๙ ทรงมตี อ สถาบนั ตาํ รวจและขา ราชการตาํ รวจทกุ นาย ท่ัวประเทศน้ันมิอาจหาส่ิงใดเปรียบเสมอเหมือนได พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว พรอมดวยสมเด็จ พระนางเจา ฯ พระบรมราชนิ นี าถ จะเสดจ็ พระราชดาํ เนนิ ทรงเยย่ี มคา ยตาํ รวจตระเวนชายแดน ตาํ รวจ พลรม และตํารวจในถ่ินทุรกันดารในทุกภาคของประเทศ พรอมกับพระราชทานสิ่งของเคร่ืองใชและ ของทร่ี ะลกึ เพอื่ เปนขวัญกําลังใจในการปฏบิ ัตหิ นา ทข่ี องบรรดาตาํ รวจในทอ งถ่ินหางไกล นอกจากนี้ หากทรงทราบถึงพระเนตรพระกรรณวาขาดแคลนส่ิงใด อันเปนอุปสรรคตอ การปฏิบัติหนาที่ก็จะทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหจัดหามาพระราชทานในทันทีดวยพระราชทรัพย สว นพระองค กอปรกบั ในคราวทโ่ี รงเรยี นนายรอ ยตาํ รวจ อาํ เภอสามพราน จงั หวดั นครปฐม ไดด าํ เนนิ การ กอ สรา งเสรจ็ สมบรู ณ เมอ่ื ป พ.ศ.๒๔๙๙ กรมตาํ รวจไดก ราบบงั คมทลู เชญิ พระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู วั และสมเดจ็ พระนางเจา ฯ พระบรมราชนิ นี าถ เสดจ็ พระราชดาํ เนนิ ทรงเปด โรงเรยี นนายรอ ยตาํ รวจแหง ใหม เมอื่ วนั ท่ี ๑๓ ตลุ าคม พ.ศ.๒๔๙๙ พระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู วั ไดพ ระราชทานกระแสพระราชดาํ รสั ในวาระนัน้ วา “โรงเรยี นนายรอ ยตาํ รวจ เปน หลกั สาํ คญั สาํ หรบั บา นเมอื ง เพราะประชาราษฎรจ กั ไดเ ปน ทพ่ี งึ่ ในยามมที กุ ขร อ น บคุ คลทจี่ ะใหผ อู น่ื เขา พงิ อาศยั ไดน นั้ จาํ เปน ตอ งเปน ผไู ดร บั การศกึ ษาดี มวี ชิ าการ และเปนผูมีศีลธรรมอันดีทุกประการ การท่ีรัฐบาลของขาพเจาไดจัดสรางโรงเรียนนายรอยตํารวจขึ้น จงึ เปน การบาํ เพญ็ กรณยี กจิ ทคี่ วรชมเชยและขออาราธนาคณุ พระศรรี ตั นตรยั อนั ประเสรฐิ จงดลบนั ดาล ใหโรงเรียนนายรอยตํารวจแหงน้ีสถิตสถาพรเปนศรีสงาแกประเทศชาติและเปนสถาบันสําคัญสําหรับ ใหการศึกษาวิชาการตํารวจแกบ รรดาผเู ขา ศกึ ษา ณ โรงเรียนแหง นโ้ี ดยทวั่ กันเทอญ” และเมอื่ ครง้ั ทก่ี รมตาํ รวจไดจ ดั สรา งพระบรมราชานสุ าวรยี พ ระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา เจาอยูหัว รัชกาลที่ ๔ เพื่อนอมรําลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองคทานที่ทรงมีตอกิจการ ตํารวจ พระบาทสมเดจ็ พระเจา อยูหัว ไดเสด็จพระราชดาํ เนินทรงประกอบพธิ เี ททองหลอ พระบรมรปู ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๑ และทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ เสด็จพระราชดําเนิน ทรงเปดพระบรมราชานุสาวรียพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว เม่ือวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ.๒๕๓๕ โดยประดษิ ฐานบริเวณหนาอาคาร ๑ สํานกั งานตํารวจแหง ชาติ เพ่ือใหขาราชการตํารวจ และประชาชนทั่วไปไดเ คารพสักการะ
๕ กจิ การตาํ รวจในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู วั รชั กาลท่ี ๙ ทถี่ อื วา เปน การปรบั เปลย่ี น คร้ังสําคัญในประวัติศาสตรตํารวจไทยก็คือการปรับโอนกรมตํารวจ กระทรวงมหาดไทยจัดตั้งเปน สํานักงานตํารวจแหงชาติ ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้เน่ืองจากภารกิจหนาท่ีและความรับผิดชอบ ของกรมตํารวจซ่ึงตองดูแลรักษาความสงบเรียบรอยของประชาชนและสังคมทั่วประเทศ ทําให กรมตาํ รวจจาํ เปน ตอ งปรบั ปรงุ ระบบการบรหิ ารและการจดั การเพอื่ ใหเ กดิ ความคลอ งตวั อนั จะสามารถ ใหบ รกิ ารประชาชนไดร วดเรว็ และมปี ระสทิ ธภิ าพมากยง่ิ ขน้ึ นอกจากนตี้ ามบทบญั ญตั แิ หง รฐั ธรรมนญู แหงราชอาณาจักรไทยฉบับปจจุบัน ไดสงเสริมใหประชาชนเขามามีสวนรวมในการตรวจสอบการใช อาํ นาจรฐั ดงั นน้ั กรมตาํ รวจจงึ ไดม กี ารปรบั ปรงุ โครงสรา งและระบบการบรหิ ารงานตาํ รวจ โดยพจิ ารณา นาํ แนวทางของตาํ รวจญีป่ นุ มาประยกุ ตใ ชใ นการปรบั ปรุง และจากการพิจารณารว มกนั ของหลายฝา ย ทเี่ กย่ี วขอ ง รวมทง้ั คณะกรรมการปฏริ ปู ระบบราชการ สาํ นกั งานคณะกรรมการขา ราชการพลเรอื น และ สาํ นกั งบประมาณจงึ ไดเ สนอคณะรฐั มนตรพี จิ ารณาโอนกรมตาํ รวจไปจดั ตงั้ เปน สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ โดยมวี ตั ถุประสงคห ลกั ๓ ประการ คือ ประการแรก ใหป ระชาชนเขา มามสี ว นรว มในการกาํ หนดนโยบายและตรวจสอบการบรหิ าร กจิ การตาํ รวจในรูปคณะกรรมการระดบั ชาติ ระดบั กรุงเทพมหานคร และระดับจงั หวัด ประการทสี่ อง กระจายอาํ นาจการบรหิ ารงานไปยงั หนว ยงานระดบั พน้ื ทไ่ี ดอ ยา งเบด็ เสรจ็ เด็ดขาด มีเอกภาพในการปกครองบงั คบั บญั ชาและอํานวยความยตุ ธิ รรมอยางแทจรงิ ประการที่สาม ตัดทอนภารกิจที่ไมเกี่ยวของกับการปองกันปราบปรามอาชญากรรม ไปใหสว นราชการอนื่ ทมี่ ีหนา ที่ความรับผิดชอบโดยตรง ดวยเหตุผลและวัตถุประสงคดังกลาว คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเม่ือวันที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๑ ใหด าํ เนนิ การปฏริ ปู กรมตาํ รวจในระยะทหี่ นงึ่ โดยตราเปน พระราชกฤษฎกี าและใหด าํ เนนิ การ ปฏิรูปในระยะที่สอง โดยออกพระราชบัญญัติปรับปรุงแกไขงานอ่ืนๆ ใหสมบูรณเต็มรูปแบบตอไป ทั้งน้ี พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวไดทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหตราพระราชกฤษฎีกา โอนกรมตํารวจ กระทรวงมหาดไทย ไปจดั ตงั้ เปน สาํ นกั งานตํารวจแหง ชาติ พ.ศ.๒๕๔๑ ซง่ึ ไดประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา เลมท่ี ๑๑๕ ตอนท่ี ๗๓ ก วันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๑ ซึ่งมีผลบังคับใชต ั้งแต วันที่ ๑๗ ตลุ าคม พ.ศ.๒๕๔๑ เปน ตน ไป ตอ มาไดป ระกาศใชพ ระราชบญั ญตั ติ าํ รวจแหง ชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ เมอ่ื วนั ที่ ๑๔ กมุ ภาพนั ธ พ.ศ.๒๕๔๗ โดยแบง สวนราชการ เปน ๒ สว นใหญ ๆ คอื ๑. สํานักงานผูบญั ชาการตาํ รวจแหงชาติ ๒. กองบัญชาการ
๖ ÃªÑ ¡ÒÅ·Õè ñð ¾ÃÐÃÒª·Ò¹ ¼ÒŒ à¤ÃèÍ× §áººÊÕ¡Ò¡Õ (ʹÇ.ðñ) áÅÐẺ½¡ƒ ¾ÃÐÃÒª·Ò¹ พระราชทาน ผา เครอ่ื งแบบสกี ากี (สนว.๐๑) โดยสํานกั งานตาํ รวจแหง ชาตริ บั พระราชทาน ผา เครือ่ งแบบสีกากี (สนว.๐๑) ณ พระทีน่ ่งั อัมพรสถาน เมอื่ เยน็ วนั ที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ เพื่อให ขา ราชการตาํ รวจทกุ นาย ใชต ดั เครอื่ งแบบตํารวจใหเ ปน รปู แบบเดยี วกนั สมเดจ็ พระเจา อยหู วั ทรงเนน ย้ํา ใหพ ระราโชบายวา “ผา พระราชทานนถี้ อื เปน เกราะคมุ ครองตาํ รวจ เปน เครอ่ื งเตอื นใจวา ตาํ รวจเปน ทพ่ี งึ่ ของประชาชน ดแู ลชวี ติ ความปลอดภยั รวมท้งั เตอื นใจวา เปนสพี ระราชทานใหป ระพฤตติ นถูกตอง ดว ยใจ เปน เครอื่ งรางคมุ ครองใหป ระพฤตปิ ฏบิ ตั เิ รยี บรอ ย” และตอ มาไดม พี ระราชวนิ จิ ฉยั เครอื่ งหมาย ประกอบเคร่อื งแบบ เม่ือ ๒๙ สงิ หาคม ๒๕๖๑ แบบฝกพระราชทาน (โรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค : รร.ทม.รอ.) พระราชทานแบบฝกบุคคลสาํ หรับการฝกใหแกกาํ ลังพลของหนวยที่มีหนาท่ีถวายพระเกียรติ ถวาย ความปลอดภัยแดองคพระมหากษัตรยิ แ ละพระบรมวงศานวุ งศ อาทิ หนว ยในพระองค, หนว ยทหาร รักษาพระองค, หนวยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค, หนวยทหารมหาดเลก็ ราชวัลลภรักษาพระองค, μíÒÃǨ และหนว ยอ่ืน ๆ ทีม่ หี นา ทด่ี ังกลา ว และเมอ่ื ๑๘ เมษายน ๒๕๖๑ สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ ไดอ นมุ ตั ใิ หท กุ หนว ยในสงั กดั ใชแ บบฝก พระราชทานเปน แบบฝก สําหรบั ขา ราชการตํารวจ และนกั เรยี น หลกั สูตรทกุ หลักสูตร μÃÒÊÞÑ Åѡɳตาํ ÃǨ ป พ.ศ.๒๔๘๓ นายกรัฐมนตรีไดออกประกาศสาํ นักนายกรัฐมนตรี เรื่องกําหนดภาพ เคร่ืองหมายราชการตามพระราชบัญญัติเคร่ืองหมายราชการ พ.ศ.๒๔๘๒ (ฉบับท่ี ๖) ลงวันที่ ๑๘ ธนั วาคม พ.ศ.๒๔๘๓ (ราชกจิ จานเุ บกษา เลม ๕๗ หนา ๙๓๔ วนั ท่ี ๒๔ ธนั วาคม พ.ศ.๒๕๘๓) กาํ หนด เครอื่ งหมายแหง กระทรวงมหาดไทย เครอื่ งหมายราชการแหง กรมตํารวจเปน รปู พระแสงดาบเขนและโล ซ่ึงเปนรูปวงกลมเสนคู ๒ ชั้น วงนอกมีลายกนกและมีคาํ วา “กรมตาํ รวจ” อยูเบ้ืองลาง วงในมีรูป หนา สิงหอยภู ายในกนกเปลว ภาพ เครื่องหมายราชการแหงกรมตาํ รวจ พ.ศ.๒๔๘๓
๗ ตอ มา ป พ.ศ.๒๕๐๖ นายกรฐั มนตรไี ดออกประกาศสาํ นกั นายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ ๔๓) เร่ืองกําหนดภาพเคร่ืองหมายราชการตามพระราชบัญญัติเคร่ืองหมายราชการ พ.ศ.๒๔๘๒ ลงวันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ.๒๕๐๖ (ราชกิจจานุเบกษา เลม ๘๐ ตอนท่ี ๓๕ วนั ที่ ๙ เมษายน ๒๕๐๖) ยกเลกิ ภาพและรายการเคร่ืองหมายของกรมตํารวจ กระทรวงมหาดไทย ตามประกาศสาํ นักนายกรัฐมนตรี เร่ืองกําหนดภาพเคร่ืองหมายราชการตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายราชการ พ.ศ.๒๔๘๒ ฉบับ ลงวนั ที่ ๑๘ ธนั วาคม พ.ศ.๒๔๘๓ และประกาศกาํ หนดภาพของหนว ยราชการแหง กรมตาํ รวจ กระทรวง มหาดไทย ไวเ ปน เครอ่ื งหมายราชการแทน เปน รปู พระแสงดาบเขนและโล ซง่ึ เปน รปู วงกลมเสน คู ๒ ชนั้ วงนอกมีลายกนกประจํายามกามปู และวงในมรี ปู หนา สิงหม ีลายกนกเปลวเพลิงประกอบ ภาพ เครือ่ งหมายราชการแหง กรมตาํ รวจ พ.ศ.๒๕๐๖ ตอ มาในป พ.ศ.๒๕๔๔ นายกรัฐมนตรีไดอ อกประกาศสํานกั นายกรัฐมนตรี เร่ืองกําหนด ภาพเครือ่ งหมายราชการตามพระราชบัญญตั ิเคร่ืองหมายราชการ พ.ศ.๒๔๘๒ (ฉบับท่ี ๑๖๘) ลงวนั ท่ี ๒๙ มถิ นุ ายน พ.ศ.๒๕๔๔ (ราชกจิ จานเุ บกษา เลม ๑๑๘ ตอนท่ี ๘๐ ง วนั ที่ ๔ ตลุ าคม ๒๕๔๔) ยกเลกิ ประกาศสาํ นกั นายกรัฐมนตรี (ฉบบั ท่ี ๔๓) เรอื่ งกําหนดภาพเครอ่ื งหมายราชการตามพระราชบัญญัติ เคร่ืองหมายราชการ พ.ศ.๒๔๘๒ ลงวันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ.๒๕๐๖ และกาํ หนดภาพเครื่องหมาย ราชการของสาํ นกั งานตํารวจแหงชาติ ไวเปน เคร่อื งหมายราชการแทน เปน รูปพระแสงดาบเขนและโล ซง่ึ เปน รปู วงกลมเสน คสู องชน้ั วงนอกเปน ลายพรรณพฤกษา วงในเปน ลายใบเทศผกู ลายเปน รปู หนา สงิ ห (ไมจ าํ กดั สแี ละขนาด) และสาํ นกั งานตํารวจแหง ชาตไิ ดก าํ หนดระเบยี บสํานกั งานตํารวจแหง ชาติ วา ดว ย ประมวลระเบยี บการตาํ รวจไมเ กย่ี วกบั คดี ลักษณะที่ ๕๗ ลกั ษณะเบ็ดเตลด็ (ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ.๒๕๕๕ ลงวนั ที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๕ ออกตามประกาศสาํ นกั นายกรฐั มนตรี (ฉบบั ที่ ๑๖๘) กาํ หนดการใช เคร่ืองหมายราชการของสํานักงานตํารวจแหงชาติและเคร่ืองหมายราชการของหนวยงานตาง ๆ ใน สํานักงานตํารวจแหงชาติ ดังน้ี
๘ ๑. การใชเ ครอื่ งหมายรปู พระแสงดาบเขนและโลข องหนว ยงานตา ง ๆ ในสาํ นกั งานตาํ รวจ แหงชาตใิ หเ ปน ไปตามระเบยี บดงั กลาว ๒. เพ่ือใหการใชเครื่องหมายรูปพระแสงดาบเขนและโลของสํานักงานตํารวจแหงชาติ ประกอบขอ ความเปน ระเบยี บเดยี วกนั ในโอกาสทต่ี อ งการกาํ หนดสญั ลกั ษณห รอื เครอ่ื งหมายเพอ่ื ทราบวา เอกสารหรอื สงิ่ ของใดเปน ของทางราชการสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ ใหใ ชเ ครอื่ งหมายรปู พระแสงดาบเขน และโลของสํานักงานตํารวจแหงชาติตามรูปในระเบียบประทับหรือตราลงในเอกสารหรือส่ิงของนั้นได การใชใหจํากัดเฉพาะแกการใชราชการของสํานักงานตํารวจแหงชาติหากหนวยงานอ่ืนนอกสํานักงาน ตาํ รวจแหง ชาตจิ ะนาํ ไปใชเ พอื่ ประโยชนใ นทางราชการ จะตอ งไดร บั อนมุ ตั จิ ากสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ กอ น ๓. การใชเครอ่ื งหมายรูปพระแสงดาบเขนและโล ใหใ ชเ ฉพาะในกจิ การของทางราชการ มิใหนําไปใชในกิจการอันเปนการสวนตัวหรือการคาหรือเพื่อประโยชนอ่ืนใดโดยมิไดรับอนุญาตจาก สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตเิ สยี กอ น ทง้ั นหี้ ากมคี วามประสงคจ ะใชเ ครอ่ื งหมายรปู พระแสงดาบเขนและโล ใหเสนอสํานักงานตํารวจแหงชาติผานหนวยงานที่มีหนาท่ีเก่ียวของกับความประสงคของผูขอใช หรือสํานักงานเลขานุการตํารวจแหงชาติ สําหรับกรณีไมมีหนวยงานเกี่ยวของโดยตรงแลวแตกรณี เพอ่ื พจิ ารณามีความเห็นและกาํ กับดแู ลการใชเคร่อื งหมายรปู พระแสงดาบเขนและโล ๔. การใชเครื่องหมายราชการของหนวยงานตางๆ ในสํานักงานตํารวจแหงชาติตาม ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่องกําหนดภาพเคร่ืองหมายราชการตามพระราชบัญญัติเครื่องหมาย ราชการ พ.ศ.๒๔๘๒ ใหใ ชใ นกจิ การของทางราชการของหนว ยงานนน้ั โดยเฉพาะ มใิ หน าํ ไปใชใ นกจิ การ อนั เปน การสว นตวั หรอื การคา หรอื เพอ่ื ประโยชนอ น่ื ใด โดยมไิ ดร บั อนญุ าตจากหวั หนา หนว ยงานเจา ของ เครอ่ื งหมายราชการนน้ั ภาพ เคร่อื งหมายราชการแหงสํานักงานตาํ รวจแหงชาติ
๙ Ẻ½ƒ¡Ë´Ñ คําถาม จงอธิบายความเปนมา ประวัติของตํารวจไทย และตราสัญลักษณตํารวจ มาพอสังเขป พรอมท้ังยกตัวอยา งประกอบคาํ อธิบาย
๑๐ àÍ¡ÊÒÃÍÒŒ §ÍÔ§ กองบัญชาการศกึ ษา, สํานักงานตาํ รวจแหงชาต.ิ (๒๕๕๗). ¤Á‹Ù ×Íตาํ ÃǨ àÅÁ‹ ñð ÇªÔ Ò ºÃ. (PA) òñóðó »ÃÐÇÑμÔ â¤Ã§ÊÌҧ ÂØ·¸ÈÒÊμÃá ÅСÒúÃÔËÒçҹสํา¹Ñ¡§Ò¹ ตาํ ÃǨá˧‹ ªÒμÔ ©ººÑ »ÃºÑ »Ãا òõõ÷. กรุงเทพฯ : โรงพิมพตํารวจ. ดหุ ยกั – แต พระนคร. ÊÒÃÒ¹¡Ø ÃÁä·Â©ººÑ ÃÒªº³Ñ ±μÔ Âʶҹ àÅÁ‹ ö. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พร งุ เรอื งธรรม. ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เร่ืองกําหนดภาพเครื่องหมายราชการตามพระราชบญั ญัติ เครือ่ งหมายราชการ พ.ศ. ๒๔๘๒ (ฉบบั ท่ี ๖). (๒๕๘๓, ๒๔ ธนั วาคม). ÃÒª¡Ô¨¨Ò¹ØມÉÒ. เลม ๕๗ หนา ๙๓๔. ประกาศสํานักนายกรฐั มนตรี (ฉบบั ท่ี ๔๓) เรือ่ งกําหนดภาพเคร่อื งหมายราชการตาม พระราชบัญญัตเิ ครือ่ งหมายราชการ พ.ศ. ๒๔๘๒. (๒๕๐๖, ๙ เมษายน). ÃÒª¡¨Ô ¨Ò¹àØ º¡ÉÒ. เลม ๘๐ ตอนที่ ๓๕ หนา ๑๘๕ – ๒๐๕. ประกาศสาํ นกั นายกรฐั มนตรี เร่อื งกาํ หนดภาพเครอื่ งหมายราชการตามพระราชบัญญัติ เคร่อื งหมายราชการ พ.ศ. ๒๔๘๒ (ฉบบั ท่ี ๑๖๘). (๒๕๔๔, ๔ ตุลาคม). ÃÒª¡¨Ô ¨Ò¹àØ º¡ÉÒ. เลม ๑๑๘ ตอนที่ ๘๐ ง หนา ๔. พระราชกฤษฎกี าโอนกรมตาํ รวจ กระทรวงมหาดไทย ไปจัดต้งั เปน สํานกั งานตํารวจแหง ชาติ พทุ ธศักราช ๒๕๔๑. (๒๕๔๑, ๑๖ ตุลาคม). ÃÒª¡Ô¨¨Ò¹àØ º¡ÉÒ. เลมที่ ๑๑๕ ตอนท่ี ๗๓ ก หนา ๑๕ – ๑๗. สาํ นกั งานเสริมสรา งเอกลักษณของชาต,ิ สาํ นักงานปลดั สํานกั นายกรฐั มนตรี. ¡ÒÃá싧¡ÒÂä·Â : ÇÔÇ²Ñ ¹Ò¡ÒèҡʹÕμʻً ˜¨¨ØºÑ¹ àÅ‹Á ò. กรงุ เทพฯ.
๑๑ º··Õè ò ¤ÇÒÁ໚¹ÁÒáÅÐà¨μ¹ÒÃÁ³ã ¹¡ÒÃμÃÒ ¾.Ã.º.ตาํ ÃǨá˧‹ ªÒμÔ ¤ÇÒÁ໹š ÁÒ ภายหลังจากท่ีรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยไดถูกตราขึ้นใชแทนรัฐธรรมนูญแหง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๓๔ ต้ังแตวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๐ ซ่ึงเปนวันท่ีประกาศใน ราชกจิ จานุเบกษา (ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๑๔ ตอนที่ ๕๕ ก วันที่ ๑๑ ตลุ าคม ๒๕๔๐) ไดมกี ารตรา พระราชกฤษฎกี าโอนกรมตาํ รวจ กระทรวงมหาดไทย ไปจดั ตงั้ เปน สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๑ (ราชกจิ จานเุ บกษา เลม ๑๑๕ ตอนท่ี ๗๓ ก วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๔๑) มผี ลใหกรมตํารวจ กระทรวง มหาดไทย โอนไปจดั ตง้ั เปน สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ ตงั้ แตว นั ท่ี ๑๓ ตลุ าคม ๒๕๔๑ ทงั้ น้ี รฐั ธรรมนญู แหงราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๓๐ วรรคสอง ไดบัญญัติใหการโอนกรมท่ีมีผลเปนการจัดต้ังกรม ขนึ้ ใหม โดยไมม กี ารกาํ หนดตาํ แหนงหรืออัตราของขาราชการหรือลูกจางเพม่ิ ขนึ้ ใหต ราเปนพระราช กฤษฎีกาได อันเปน จดุ เริ่มตน สาํ คญั ของกฎหมายตาํ รวจแหงชาติ เหตุผลในการโอนกรมตํารวจ กระทรวงมหาดไทย ไปจดั ตง้ั เปนสาํ นกั งานตํารวจแหง ชาติ ระบุไวในพระราชกฤษฎีกาดังกลาววา เปน การสมควรจดั ตง้ั สํานกั งานตํารวจแหงชาติเปนสวนราชการ มีฐานะเปนกรมไมสังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง และมีอํานาจหนาท่ีในการรักษา ความมั่นคงภายในสวนที่เก่ียวกับการปองกันและปราบปรามอาชญากรรม การตระเวนชายแดน การรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบรอยของประชาชน และอํานาจหนาท่ีอื่นตามที่กําหนด ไวในกฎหมายและใหอยใู นบังคบั บญั ชาของนายกรฐั มนตรี เมอ่ื มกี ารจดั ตงั้ สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ กย็ อ มมคี วามจาํ เปน ทตี่ อ งแกไ ขปรบั ปรงุ กฎหมาย เกี่ยวกับขาราชการตํารวจใหมีความสอดคลองตามไปดวย สํานักงานตํารวจแหงชาติจึงไดจัดทําราง กฎหมายเสนอคณะรัฐมนตรี ซึ่งการเสนอแกไขปรับปรุงกฎหมายโดยสํานักงานตํารวจแหงชาติ ซง่ึ รฐั ธรรมนญู แหง ราชอาณาจกั รไทยไดใ หค วามสาํ คญั ตอ การมสี ว นรว มของประชาชนและการคมุ ครอง สิทธิเสรีภาพของประชาชน ประกอบกับไดมีพระราชกฤษฎีกาโอนกรมตํารวจ กระทรวงมหาดไทย ไปจัดต้ังเปนสํานักงานตํารวจแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๑ ดังกลาวมาขางตน สํานักงานตํารวจแหงชาติ จึงไดมีคําส่ังท่ี ๑๑๓/๒๕๔๑ ลงวันที่ ๓๐ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๑ แตง ตง้ั คณะกรรมการพจิ ารณาปรบั ปรุง แกไ ขกฎหมายของสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ ทาํ หนา ท่ศี กึ ษา วิเคราะห พิจารณาดาํ เนินการ และเสนอ รางกฎหมายตาง ๆ ท่ีสมควรแกไขปรับปรุงหรือท่ีจะตองจัดทําข้ึนใหม ใหสอดคลองกับบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยและเปนไปตามเจตนารมณของการโอนกรมตํารวจ กระทรวง มหาดไทย ไปจดั ตงั้ เปน สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ รวมทง้ั ใหก ารปฏบิ ตั งิ านของสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ เปน ไปอยางมีประสทิ ธภิ าพ
๑๒ คณะกรรมการดังกลาวไดยกรางกฎหมายเก่ียวกับการบริหารงานของสํานักงานตํารวจ แหงชาติขนึ้ จํานวน ๕ ฉบับ คือ ๑. รางพระราชบญั ญัติตํารวจแหงชาติ พ.ศ. .... ๒. รา งพระราชบญั ญตั ิระเบยี บขา ราชการตํารวจ พ.ศ. .... ๓. รา งพระราชบญั ญัตยิ ศตํารวจ พ.ศ. .... ๔. รา งพระราชบญั ญัติระเบียบบริหารราชการแผนดนิ (ฉบับท่.ี .) พ.ศ. .... ๕. รา งพระราชบัญญตั เิ ครอื่ งแบบตํารวจ พ.ศ. .... และสํานักงานตํารวจแหงชาติไดมอบหมายใหคณะกรรมการพิจารณารางกฎหมายของสํานักงาน ตํารวจแหงชาติ ตามคําสั่งสํานักงานตํารวจแหงชาติ ท่ี ๒๔๔/๒๕๔๒ ลงวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๔๒ พจิ ารณาในรปู คณะทาํ งานรว มกบั หนว ยงานทเี่ กยี่ วกบั การปฏบิ ตั ติ ามรา งกฎหมายแตล ะฉบบั แลว เสนอ คณะรฐั มนตรเี พอ่ื พจิ ารณารา งกฎหมายดงั กลา วเมอ่ื วนั ท่ี ๑๐ มถิ นุ ายน ๒๕๔๒ ตามหนงั สอื สาํ นกั งาน ตํารวจแหงชาติ ที่ ตช ๐๐๐๒.๔๑/๖๒๓๕ ลงวันท่ี ๑๐ มิถนุ ายน ๒๕๔๒ การพจิ ารณาของคณะรฐั มนตรี ซงึ่ ขณะน้ันมีนายชวน หลีกภัย เปน นายกรัฐมนตรี ไดร บั รา งพระราชบัญญตั ิดงั กลา ว และมีการพจิ ารณาเมอ่ื วนั ท่ี ๒๒ มิถนุ ายน ๒๕๔๓ อนุมตั ิหลักการราง พระราชบัญญัติ จํานวน ๒ ฉบับ คือ รา งพระราชบญั ญตั ยิ ศตาํ รวจ พ.ศ. .... และรา งพระราชบญั ญัติ เครื่องแบบตาํ รวจ พ.ศ. .... ตอ มาเมอื่ วนั ท่ี ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๔๒ คณะรฐั มนตรไี ดอ นมุ ตั หิ ลกั การรา งพระราชบญั ญตั ิ เพิ่มเติมอีก ๓ ฉบับ คอื ๑. รา งพระราชบัญญัติตํารวจแหง ชาติ พ.ศ. .... ๒. รา งพระราชบัญญตั ิระเบยี บขาราชการตํารวจ พ.ศ. .... ๓. รา งพระราชบัญญตั ิระเบยี บบรหิ ารราชการแผน ดนิ (ฉบับที่..) พ.ศ. ... รา งพระราชบญั ญตั ทิ ้ัง ๕ ฉบับ ไดถ ูกสง ใหสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาในระหวา ง ท่ีรางพระราชบัญญัติดังกลาวยังอยูระหวางการพิจารณาของสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกานั้น สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตไิ ดม กี ารประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ ารเมอื่ วนั ท่ี ๒๒ มถิ นุ ายน ๒๕๔๔ เรอื่ งการพฒั นา สํานกั งานตาํ รวจแหงชาติ ซึง่ มีผลการพิจารณาเปน หลักการสาํ คญั ๓ ประการ คือ ประการท่ีหน่ึง ปรับปรุงโครงสรางและระบบการบริหารของสํานักงานตํารวจแหงชาติ มีการกระจายอํานาจทางการบรหิ ารสว นกลางไปยังกองบญั ชาการตางๆ ประการที่สอง จัดระบบการทํางานในรูปเครือขายท้ังแนวดิ่งและแนวราบ เพื่อให ฝายปฏบิ ัตกิ ารพ้นื ท่ีสามารถปฏบิ ตั ิงานไดอ ยางคลอ งตวั มปี ระสิทธิภาพและเปนระบบ ประการทสี่ าม พฒั นาระบบการบรหิ ารงานตาํ รวจ พรอ มทงั้ จดั ประเภทขา ราชการตาํ รวจ เปน ประเภทมยี ศและไมม ยี ศและผลการพจิ ารณาดงั กลา วไดถ กู สง ใหส าํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า เพอ่ื ประกอบการพจิ ารณารา งพระราชบญั ญตั ิท้ังหาฉบับดังกลาวดวย
๑๓ การพิจารณาของสํานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซง่ึ สาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ไดตรวจพจิ ารณารางพระราชบัญญัตทิ คี่ ณะรฐั มนตรสี ง ใหแลว ไดม ีการรวมรา งพระราชบัญญตั ติ าํ รวจ แหง ชาติ พ.ศ. .... รา งพระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บขา ราชการตาํ รวจ พ.ศ. .... รา งพระราชบญั ญตั ยิ ศตาํ รวจ พ.ศ. .... และรา งพระราชบญั ญัติเครือ่ งแบบตํารวจ พ.ศ. .... เปน รางพระราชบญั ญตั ฉิ บบั เดียว คือ รางพระราชบัญญัติตํารวจแหงชาติ พ.ศ. ... แลวเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเพ่ือใหความเห็นชอบ และยนื ยนั รา งพระราชบญั ญตั ติ าํ รวจแหง ชาติ พ.ศ. .... และรา งพระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บบรหิ ารราชการ แผน ดนิ (ฉบบั ท.่ี .) พ.ศ. .... อกี ครง้ั ตอ มาคณะรฐั มนตรี ซงึ่ มี พนั ตาํ รวจโท (ยศในขณะนนั้ ) ทกั ษณิ ชนิ วตั ร เปนนายกรัฐมนตรี ไดมีมติเม่ือวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ ๒๕๔๕ อนุมัติหลักการรางพระราชบัญญัติ ท้ังสองฉบับ และสงใหสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง แลวเสนอให คณะกรรมการประสานงานสภาผแู ทนราษฎรพจิ ารณาตอ ไป กอ นทจี่ ะเสนอสภาผแู ทนราษฎรพจิ ารณา ในวนั ท่ี ๒๐ สงิ หาคม ๒๕๔๕ นายกรัฐมนตรีไดเ สนอรา งพระราชบัญญตั ติ ํารวจแหง ชาติ พรอมดวยบันทึกหลักการและเหตุผลไปยังประธานสภาผูแทนราษฎร เพื่อนําเสนอสภาผูแทนราษฎร ดําเนนิ การใหเ ปน ไปตามรัฐธรรมนญู ในขณะเดยี วกนั มสี มาชกิ สภาผแู ทนราษฎรในขณะนน้ั ไดน าํ เสนอรา งพระราชบญั ญตั ติ าํ รวจ แหง ชาติเชนกัน จํานวนอีก ๔ ฉบับ คือ ๑. รา งพระราชบญั ญตั ติ าํ รวจแหง ชาตขิ อง นายอาํ นวย คลงั ผา สมาชกิ สภาผแู ทนราษฎร พรรคไทยรักไทย ๒. รา งพระราชบญั ญตั ติ าํ รวจแหง ชาตขิ อง พลตาํ รวจโท วโิ รจน เปาอนิ ทร และพนั ตาํ รวจเอก ทนิ วงศปลงั่ สมาชกิ สภาผูแทนราษฎรพรรคชาตไิ ทย ๓. รางพระราชบัญญัตติ ํารวจแหง ชาตขิ อง วา ทีร่ อยตรี ไพโรจน สุวรรณฉวี และคณะ จํานวน ๗ คน สมาชิกสภาผแู ทนราษฎรพรรคไทยรักไทย ๔. รา งพระราชบญั ญตั ติ าํ รวจแหง ชาตขิ อง นายประชาธปิ ไตย คาํ สงิ หน อก และนายสมชยั ฉตั รพฒั นศริ ิ สมาชกิ สภาผูแ ทนราษฎรพรรคชาตพิ ฒั นา สภาผแู ทนราษฎรเหน็ วา เปน รา งพระราชบญั ญตั ติ าํ รวจแหง ชาตทิ เี่ ปน เรอื่ งเดยี วกนั จงึ นาํ มา พจิ ารณารว มกนั และในวนั ที่ ๒ ตลุ าคม ๒๕๔๕ เวลา ๑๙.๔๐ น. สภาผแู ทนราษฎรมมี ตเิ หน็ ควรรบั หลกั การ รางพระราชบัญญตั ิตาํ รวจแหง ชาติท้ัง ๕ ฉบบั (จาํ นวนผเู ขา ประชุม ๓๗๕ คน เหน็ ดวย ๓๗๓ คน งดออกเสียง ๑ คน ไมลงคะแนนเสียง ๑ คน) และสภาผูแทนราษฎรไดต้ังคณะกรรมาธิการจํานวน ๓๕ คน เพื่อพิจารณาตามระเบียบ โดยสภาผูแทนราษฎรมีมติใหใชรางของคณะรัฐมนตรีเปนหลัก ในการพิจารณาชั้นกรรมาธิการ ตอมาสภาผูแทนราษฎรไดพิจารณาแลวมีมติเห็นชอบดวยกับรางพระราชบัญญัติตํารวจ แหง ชาติ เมอื่ วนั ท่ี ๗ พฤษภาคม ๒๕๔๖ แลว สง ใหว ฒุ สิ ภาไดพ จิ ารณาซงึ่ วฒุ สิ ภาไดพ จิ ารณาและมมี ติ แกไ ขเพิม่ เตมิ เมอื่ วันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๔๖ แลวสง คืนมายังสภาผแู ทนราษฎร ปรากฏวา สภาผูแทน
๑๔ ราษฎรไมเห็นชอบดวยกับการแกไขเพ่ิมเติมของวุฒิสภา จึงตั้งคณะกรรมาธิการรวมเพ่ือพิจารณา พระราชบญั ญตั ติ าํ รวจ จาํ นวน ๒๔ คน และสภาผแู ทนราษฎรกบั วฒุ สิ ภาไดล งมตเิ หน็ ชอบดว ยกบั รา งที่ คณะกรรมาธกิ ารรว มพจิ ารณาเสรจ็ แลว นนั้ เมอื่ วนั ท่ี ๑๙ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๖ เวลา ๑๗.๕๗ น.(จาํ นวน ผเู ขา ประชมุ ๓๒๔ คน เหน็ ดว ย ๓๒๔ คน) จงึ ถอื วา รฐั สภาไดใ หค วามเหน็ ชอบรา งพระราชบญั ญตั ติ าํ รวจ ตอ มา เลขาธิการสภาผแู ทนราษฎรไดมีหนังสือดว นทีส่ ุด ท่ี สผ ๐๐๑๔/๑๓๙๐๙ ลงวนั ที่ ๔ ธนั วาคม ๒๕๔๖ ยนื ยนั มตขิ องรฐั สภาและสง รา งพระราชบญั ญตั ดิ งั กลา วตอ เลขาธกิ ารคณะรฐั มนตรี เพื่อใหนายกรัฐมนตรีนําขึ้นทูลเกลาทูลกระหมอมถวายเพื่อพระมหากษัตริยทรงลงพระปรมาภิไธย ประกาศใชบังคับเปนกฎหมายตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีไดนําราง พระราชบัญญัติตํารวจแหงชาติ พ.ศ. ... ข้ึนทูลเกลาทูลกระหมอมถวาย เมื่อพระมหากษัตริยทรงลง พระปรมาภิไธยแลว ไดมีการประกาศในราชกิจจานเุ บกษา ฉบับกฤษฎีกา เลม ๑๒๑ ตอนท่ี ๑๘ ก วนั ที่ ๑๔ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๔๗ ดงั นน้ั พระราชบญั ญตั ติ าํ รวจแหง ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ จงึ ใชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวันท่ี ๑๔ กุมภาพันธ ๒๕๔๗ ซ่ึงเปนวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป ตามมาตรา ๒ แหง พระราชบัญญตั ิดังกลาว นน่ั คือ พระราชบัญญัติตํารวจแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ใชบังคบั ต้ังแตว นั ที่ ๑๕ กุมภาพันธ ๒๕๔๗ เปน ตนไป à¨μ¹ÒÃÁ³ã ¹¡ÒÃμÃÒ เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ีคือ โดยที่กฎหมายเก่ียวกับขาราชการ ตาํ รวจซ่ึงประกอบดว ยพระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บขาราชการตํารวจ พ.ศ.๒๕๒๑ พระราชบัญญัตวิ าดวย วนิ ยั ตาํ รวจ พ.ศ.๒๔๗๗ พระราชบญั ญตั ยิ ศตาํ รวจ พ.ศ.๒๔๘๐ และพระราชบญั ญตั เิ ครอ่ื งแบบตาํ รวจ พ.ศ.๒๔๗๗ (ฉบบั ที่ ๒) ไดใชบังคบั มาเปน เวลานานแลวทาํ ใหมีบทบัญญตั ิหลายประการไมเ หมาะสม แกการพัฒนาระบบงานของตํารวจในสภาพการณปจจุบัน ดังน้ันจึงสมควรปรับปรุงกฎหมายดังกลาว โดยนํามาบัญญัติรวมไวเปนกฎหมายฉบับเดียวใหครอบคลุมทุกเร่ืองที่เกี่ยวกับขาราชการตํารวจ โดยกําหนดใหสํานักงานตํารวจแหงชาติแบงสวนราชการเปนสํานักงานผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ และกองบัญชาการ เพื่อกระจายอํานาจไปยังกองบัญชาการมากขึ้น โดยใหมีคณะกรรมการนโยบาย ตาํ รวจแหง ชาติ (ก.ต.ช.) ทาํ หนา ทใ่ี นการกาํ หนดนโยบายการบรหิ ารราชการตาํ รวจเพอื่ เปน แนวทางการ บรหิ ารราชการและการดาํ เนินงานของขา ราชการตํารวจใหเปน ไปตามนโยบายนั้น และกําหนดใหก าร บริหารงานบุคคลเปน อาํ นาจหนาที่ของคณะกรรมการขาราชการตํารวจ (ก.ตร.) โดยเฉพาะอนั มีผลให การจดั ระบบไมว า จะเปน ในเรอ่ื งการบรหิ ารราชการ การบรหิ ารงานบคุ คล การบงั คบั บญั ชา การแตง ตง้ั และโยกยา ยหรอื การดาํ เนนิ การทางวนิ ยั เกดิ ความเปน ธรรม ความเหมาะสมและมปี ระสทิ ธภิ าพยง่ิ ขนึ้ นอกจากนไี้ ดก าํ หนดใหม ตี าํ แหนง ขา ราชการตาํ รวจประเภทไมม ยี ศและกาํ หนดตาํ แหนง พนกั งานสอบสวน แยกตางหากจากตําแหนงขาราชการตํารวจท่ีมีอยูเดิม เพื่อเปนการพัฒนางานสอบสวนซึ่งถือเปน กระบวนการยตุ ธิ รรมในเบอ้ื งตน ทสี่ าํ คญั ตลอดจนจดั ใหม กี องทนุ เพอ่ื สนบั สนนุ และพฒั นางานเกยี่ วกบั
๑๕ การสืบสวนและสอบสวนคดีอาญาอันจะทําใหการดําเนินกระบวนการยุติธรรมในสวนซึ่งขาราชการ ตาํ รวจเปนผูร บั ผิดชอบมีศกั ยภาพยิง่ ข้นึ จึงจําเปนตอ งตราพระราชบัญญัตนิ ้ี สาระสําคัญของพระราชบัญญัตติ าํ รวจแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ แบงออกไดเปน ๕ เร่อื ง คอื ๑. กําหนดใหม ตี าํ แหนง ขาราชการตํารวจประเภทมยี ศและไมม ยี ศ ๒. ปรับปรุงกระบวนการบริหารราชการและการบริหารงานบุคคลของสํานักงานตํารวจ แหง ชาตใิ หม คี วามเหมาะสมยง่ิ ขนึ้ เพอ่ื การพฒั นาระบบงานของตาํ รวจใหส อดคลอ งกบั สภาพการณใ น ปจ จุบันภายใตการดาํ เนนิ การของคณะกรรมการนโยบายตํารวจแหงชาติ (ก.ต.ช.) และคณะกรรมการ ขาราชการตํารวจ (ก.ตร.) ท้ังนี้ ยังไดมีการแบงแยกหนาที่ในการกําหนดนโยบายการบริหารราชการ ตํารวจกบั หนา ท่ีการบริหารงานบุคคลโดยคณะกรรมการทง้ั สองออกจากกันโดยเดด็ ขาดดว ย ๓. ปรบั ปรงุ การบงั คบั บญั ชา การปฏบิ ตั หิ นา ท่ี การแตง ตงั้ และการโยกยา ย ใหเ กดิ ความ เปน ธรรมยง่ิ ขนึ้ ไดแ ก การกาํ หนดใหส าํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตแิ บง สว นราชการเปน สาํ นกั งานผบู ญั ชาการ ตาํ รวจแหงชาตแิ ละกองบญั ชาการเพือ่ กระจายอํานาจไปยงั กองบญั ชาการมากขึน้ ๔. เสรมิ สรา งงานสอบสวนซงึ่ ถอื เปน กระบวนการยตุ ธิ รรมเบอ้ื งตน ใหเ กดิ ความยตุ ธิ รรม มากขน้ึ แกป ระชาชนผเู กย่ี วขอ ง ไดแ ก การกาํ หนดตาํ แหนง พนกั งานสอบสวนแยกตา งหากจากตาํ แหนง ขาราชการตํารวจทมี่ ีอยูเดิม และการจดั ใหม ีกองทนุ เพอ่ื สนบั สนุนและพัฒนางานเก่ียวกับการสืบสวน และสอบสวนคดีอาญา ๕. กาํ หนดเรอื่ งวนิ ยั กระบวนการดาํ เนนิ การทางวนิ ยั และเหตกุ ารออกจากราชการของ ขาราชการตํารวจใหเขม งวดและรวดเรว็ ยิ่งขน้ึ เพื่อใหข าราชการตาํ รวจปฏิบตั ิหนาทีด่ ว ยความซื่อสัตย และสุจริต º·นํา ÁÒμÃÒ ñ พระราชบญั ญัตนิ ้เี รยี กวา “พระราชบัญญตั ิตํารวจแหงชาติ พ.ศ.๒๕๔๗” ÁÒμÃÒ òñ พระราชบญั ญตั นิ ใี้ หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปน ตน ไป ÁÒμÃÒ ó ใหย กเลกิ (๑) พระราชบญั ญัติระเบียบขา ราชการตํารวจ พ.ศ.๒๕๒๑ ๒๘ กุมภาพันธ ๒๕๓๔ (๒) พระราชบญั ญตั ิระเบียบขาราชการตํารวจ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๑ (๓) ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบรอ ยแหง ชาติ ฉบับท่ี ๓๘ ลงวันที่ (๔) พระราชบญั ญตั ริ ะเบียบขา ราชการตํารวจ (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ.๒๕๓๕ ๑ ราชกิจจานเุ บกษา เลม ๑๒๑ ตอนท่ี ๑๘ ก หนา ๑ (๑๔ กุมภาพันธ ๒๕๔๗)
๑๖ (๕) พระราชบญั ญตั ิระเบียบขา ราชการตาํ รวจ (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ.๒๕๓๘ (๖) พระราชบัญญัตวิ าดวยวนิ ัยตาํ รวจ พุทธศักราช ๒๔๗๗ (๗) พระราชบญั ญตั วิ า ดว ยวนิ ยั ตาํ รวจแกไ ขเพมิ่ เตมิ พทุ ธศกั ราช ๒๔๗๗ (๘) พระราชบญั ญัติวา ดว ยวินยั ตํารวจ (ฉบบั ที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๗๙ (๙) พระราชบัญญัติวา ดว ยวนิ ัยตาํ รวจ (ฉบบั ท่ี ๔) พุทธศกั ราช ๒๔๘๐ (๑๐) พระราชบญั ญตั วิ า ดว ยวินยั ตาํ รวจ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๔๙๓ (๑๑) พระราชบัญญตั วิ า ดว ยวินัยตํารวจ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๔๙๕ (๑๒) พระราชบัญญัตวิ า ดว ยวินัยตํารวจ (ฉบบั ที่ ๗) พ.ศ.๒๔๙๗ (๑๓) พระราชบัญญตั ยิ ศตาํ รวจ พุทธศักราช ๒๔๘๐ (๑๔) พระราชบญั ญตั ิยศตํารวจ (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ.๒๔๙๕ (๑๕) พระราชบญั ญัติยศตํารวจ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ.๒๕๐๔ (๑๖) พระราชบญั ญัตเิ ครอ่ื งแบบตาํ รวจ พทุ ธศักราช ๒๔๗๗ (ฉบบั ท่ี ๒) (๑๗) พระราชบญั ญัติเครอื่ งแบบตํารวจ (ฉบบั ท่ี ๓) พทุ ธศกั ราช ๒๔๘๓ บรรดากฎหมาย กฎ ระเบยี บ ขอ บงั คบั หรอื คาํ สงั่ อนื่ ในสว นทไี่ ดบ ญั ญตั ไิ วแ ลว ในพระราช บัญญตั นิ ้ี หรือซ่งึ ขัดหรอื แยงกบั บทบัญญัติแหง พระราชบญั ญตั ิน้ี ใหใ ชพ ระราชบัญญตั นิ แ้ี ทน ÁÒμÃÒ ô ในพระราชบญั ญตั ินี้ “ขา ราชการตาํ รวจ” หมายความวา บคุ คลซงึ่ ไดร บั การบรรจแุ ละแตง ตงั้ ตาม พระราชบัญญัติน้ี โดยไดรับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนในสํานักงานตํารวจแหงชาติ และใหหมายความรวมถึงขาราชการในสํานักงานตํารวจแหงชาติ ซ่ึงสํานักงานตํารวจแหงชาติแตงตั้ง หรอื สง่ั ใหป ฏบิ ตั หิ นา ทรี่ าชการตาํ รวจโดยไดร บั เงนิ เดอื นจากสว นราชการ รฐั วสิ าหกจิ หรอื หนว ยงานอน่ื ของรฐั ดว ย “ประธานกรรมการ” หมายความวา ประธานกรรมการนโยบายตาํ รวจแหง ชาติ “กรรมการ” หมายความวา กรรมการนโยบายตํารวจแหง ชาติ “กองทนุ ” หมายความวา กองทนุ เพื่อการสบื สวนและสอบสวนคดอี าญา “กองบัญชาการ” หมายความรวมถึง สวนราชการท่ีเรียกชื่ออยางอ่ืนท่ีมี ฐานะเทียบกองบัญชาการดวย “กองบังคับการ” หมายความรวมถึง สวนราชการที่เรียกช่ืออยางอ่ืนที่มี ฐานะเทียบกองบังคับการดวย ÁÒμÃÒ õ ใหนายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี และมีอํานาจออก กฎกระทรวงเพอ่ื ปฏิบัติการตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี กฎกระทรวงนั้น เมอื่ ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาแลว ใหใชบ ังคบั ได
๑๗ º··èÇÑ ä» ÁÒμÃÒ ö สํานักงานตํารวจแหงชาติเปนสวนราชการมีฐานะเปนนิติบุคคลอยูใน บังคบั บัญชาของนายกรัฐมนตรี และมอี าํ นาจหนาทดี่ งั ตอไปนี้ (๑) รักษาความปลอดภัยสําหรับองคพระมหากษัตริย พระราชินี พระรชั ทายาท ผสู าํ เรจ็ ราชการแทนพระองค พระบรมวงศานวุ งศ ผแู ทนพระองค และพระราชอาคนั ตกุ ะ (๒) ดแู ลควบคมุ และกาํ กบั การปฏบิ ตั งิ านของขา ราชการตาํ รวจซงึ่ ปฏบิ ตั กิ าร ตามประมวลกฎหมายวิธพี ิจารณาความอาญา (๓) ปอ งกันและปราบปรามการกระทาํ ความผดิ ทางอาญา (๔) รักษาความสงบเรียบรอย ความปลอดภัยของประชาชนและ ความมั่นคงของราชอาณาจกั ร (๕) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกําหนดใหเปนอํานาจหนาท่ีของ ขา ราชการตาํ รวจหรอื สาํ นกั งานตํารวจแหงชาติ (๖) ชว ยเหลอื การพัฒนาประเทศตามทน่ี ายกรัฐมนตรมี อบหมาย (๗) ปฏิบัติการอ่ืนใดเพ่ือสงเสริมและสนับสนุนใหการปฏิบัติการตาม อาํ นาจหนาทต่ี าม (๑) (๒) (๓) (๔) หรอื (๕) เปน ไปอยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ ในกรณีท่ีมีกฎหมายกําหนดความผิดทางอาญาขึ้นสําหรับการกระทําใดเปนการเฉพาะ และตกอยภู ายใตอ าํ นาจหนา ทขี่ องขาราชการตาํ รวจหรอื สาํ นักงานตํารวจแหง ชาติตาม (๓) (๔) หรือ (๕) จะตราพระราชกฤษฎกี าโอนอํานาจหนา ทต่ี าม (๓) (๔) หรือ (๕) เฉพาะในสวนท่ีเกี่ยวกบั ความผดิ ทางอาญาดงั กลา วทงั้ หมดหรอื บางสว น ใหเ ปน อาํ นาจหนา ทข่ี องหนว ยงานหรอื พนกั งานเจา หนา ทอ่ี น่ื ใด ก็ได ในกรณีเชนนั้น ใหขาราชการตํารวจและสํานักงานตํารวจแหงชาติพนจากอํานาจหนาท่ีดังกลาว ทั้งหมดหรอื บางสว น และใหถ อื วา พนักงานเจา หนา ทข่ี องหนว ยงานตามทกี่ ําหนดในพระราชกฤษฎีกา ดงั กลา วเปน พนกั งานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจ พนกั งานสอบสวน หรอื พนกั งานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจ ช้ันผูใหญตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แลวแตกรณี ท้ังนี้ ตามที่กําหนดในพระราช กฤษฎกี าดังกลาว ÁÒμÃÒ ÷ò ใหสํานักงานตํารวจแหงชาติจัดระบบการบริหาร การปฏิบัติงานดานการ ปองกันและปราบปรามการกระทําความผิดทางอาญา การรักษาความสงบเรียบรอย และการรักษา ความปลอดภัยของประชาชนใหเหมาะสมกับความตองการของแตละทองถ่ินและชุมชน โดยตองให องคก รปกครองสว นทอ งถน่ิ และองคก รภาคเอกชนมสี ว นรว ม ทงั้ ในสว นทเ่ี กย่ี วกบั นโยบาย งบประมาณ และอาสาสมคั ร ตลอดจนการตดิ ตามตรวจสอบการปฏบิ ัติงานตํารวจ ท้งั น้ี ตามหลกั เกณฑและวิธกี าร ที่ ก.ต.ช. กําหนด ๒ มาตรา ๗ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยประกาศคณะรกั ษาความสงบแหง ชาติ ฉบบั ที่ ๑๑๑/๒๕๕๗ เรอื่ ง การแกไ ขเพมิ่ เตมิ กฎหมาย วา ดว ยตาํ รวจแหง ชาติ (เลม ๑๓๑ ตอนพเิ ศษ ๑๔๓ ง วันท่ี ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๗)
๑๘ *หลักเกณฑและวิธีการท่ี ก.ต.ช. กําหนดตามมาตรานี้ ไดแก ระเบียบ ก.ต.ช. วาดวย หลกั เกณฑแ ละวธิ กี ารจดั ระบบการบรหิ ารการปฏบิ ตั งิ านดา นการปอ งกนั และปราบปรามการกระทาํ ความผดิ ทางอาญา การรักษาความสงบเรียบรอยและการรักษาความปลอดภัยของประชาชนใหเหมาะสมกับ ความตองการของแตละทองถ่ินและชมุ ชน พ.ศ. ๒๕๕๙ การมีสวนรวมขององคกรปกครองสวนทองถิ่นหรือองคกรภาคเอกชนตามวรรคหน่ึง ใหเปนไปตามขอตกลงระหวางสํานักงานตํารวจแหงชาติกับองคกรปกครองสวนทองถิ่นหรือองคกร ภาคเอกชนน้นั ÁÒμÃÒ øó ขาราชการตํารวจอาจใหแบงเปนขาราชการตํารวจประเภทไมมียศดวยก็ได โดยใหต ราเปน พระราชกฤษฎกี า ขา ราชการตาํ รวจตาํ แหนง ใดหรอื ปฏบิ ตั หิ นา ทใี่ ด จะเปน ขา ราชการตาํ รวจประเภทไมม ยี ศ ใหตราเปนพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหน่ึง ในพระราชกฤษฎีกาดังกลาวใหกําหนดประเภทตําแหนง วิธีการกําหนดตําแหนง คุณสมบัติและลกั ษณะตองหา ม การบรรจุ การแตงตงั้ การบงั คบั บญั ชา วนิ ัย และการรักษาวินัย การดาํ เนินการทางวินัย การโยกยายระหวางขาราชการตํารวจประเภทมียศและ ขาราชการตํารวจประเภทไมมียศ รวมท้ังการปรับยศและปรับเงินเดือนเมื่อมีการโยกยายดังกลาว ตลอดจนการอนื่ ตามท่จี ําเปน การกาํ หนดอตั ราเงนิ เดอื น อตั ราเงนิ ประจาํ ตาํ แหนง การรบั และการจา ยเงนิ เดอื นและเงนิ ประจาํ ตาํ แหนง ของขา ราชการตาํ รวจประเภทไมม ยี ศสาํ หรบั ตาํ แหนง แตล ะประเภท ใหน าํ กฎหมายวา ดว ย ระเบียบขาราชการพลเรือน กฎหมายวาดวยระเบียบขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และ กฎหมายวา ดวยระเบยี บขาราชการพลเรอื นในสถาบันอุดมศึกษา มาใชบงั คับโดยอนุโลมตามลกั ษณะ ของประเภทตําแหนง แลวแตก รณี พระราชกฤษฎกี าตามวรรคสอง ไมม ผี ลกระทบฐานะของขา ราชการตาํ รวจทีม่ ียศอยแู ลว ในวันทพ่ี ระราชกฤษฎกี าดงั กลาวมผี ลใชบ ังคบั *พระราชกฤษฎกี า ตามมาตราน้ี ไดแ ก พระราชกฤษฎกี าขา ราชการตาํ รวจประเภทไมม ยี ศ พ.ศ.๒๕๕๘ ÁÒμÃÒ ù วัน เวลาทํางาน วันหยุดราชการตามประเพณี วันหยุดราชการประจําป และการลาหยดุ ราชการของขาราชการตาํ รวจ ใหเ ปนไปตามทีค่ ณะรัฐมนตรกี าํ หนด แตในกรณจี ําเปน เพอ่ื ประโยชนในการปฏบิ ตั ิหนาที่ ก.ต.ช. จะกาํ หนดใหขา ราชการตํารวจตองปฏิบตั ิหนา ที่ตามวันเวลา ทแี่ ตกตา งจากท่คี ณะรัฐมนตรกี าํ หนดกไ็ ด ๓ มาตรา ๘ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยประกาศคณะรกั ษาความสงบแหง ชาติ ฉบบั ที่ ๑๑๔/๒๕๕๗ เรอ่ื ง การแกไ ขเพมิ่ เตมิ กฎหมาย วาดวยตํารวจแหง ชาติ (เลม ๑๓๑ ตอนพเิ ศษ ๑๔๓ ง วนั ท่ี ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๗)
๑๙ ¡ÒèѴÃÐàºÂÕ ºÃÒª¡ÒÃã¹สํา¹¡Ñ §Ò¹ตําÃǨá˧‹ ªÒμÔ ÁÒμÃÒ ñð สํานักงานตํารวจแหง ชาติแบงสว นราชการดังตอไปน้ี (๑) สาํ นักงานผูบญั ชาการตาํ รวจแหงชาติ (๒) กองบัญชาการ การแบงสวนราชการตาม (๑) เปนกองบัญชาการหรือการจัดต้ังกองบัญชาการตาม (๒) ใหต ราเปน พระราชกฤษฎกี า และการแบง สว นราชการเปน กองบงั คบั การหรอื สว นราชการอยา งอน่ื ใหออกเปนกฎกระทรวงและใหกําหนดอาํ นาจหนาที่ไวในพระราชกฤษฎีกาหรือกฎกระทรวงน้ัน แลว แตกรณี *พระราชกฤษฎกี าตามมาตรานี้ ไดแ ก พระราชกฤษฎกี าแบง สว นราชการสาํ นกั งานตํารวจ แหงชาติ พ.ศ.๒๕๕๒ และทแ่ี กไขเพิม่ เติม *กฎกระทรวงตามมาตรานี้ ไดแก กฎกระทรวงแบงสวนราชการเปนกองบังคับการหรือ สว นราชการอยา งอื่นในสาํ นกั งานตํารวจแหง ชาติ พ.ศ.๒๕๕๒ และทีแ่ กไ ขเพิ่มเตมิ ¡ÒÃầ‹ ʋǹÃÒª¡Òà áÅзèáÕ ¡äŒ ¢à¾èÁÔ àμÁÔ ไดม ีพระราชกฤษฎีกาแบง สว นราชการสํานกั งานตํารวจแหงชาติ พ.ศ.๒๕๕๒ และทแ่ี กไ ข เพิ่มเตมิ สรุปคือใหแบง สวนราชการสาํ นักงานตาํ รวจแหงชาติ ดงั ตอไปน้ี ก. สํานักงานผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ แบงเปนสวนราชการที่มีฐานะเทียบเทา กองบญั ชาการ ดังตอ ไปนี้ (๑) สํานักงานยุทธศาสตรต าํ รวจ (๒) สํานักงานสงกําลงั บํารุง (๓) สํานกั งานกาํ ลังพล (๔) สํานักงานงบประมาณและการเงิน (๕) สาํ นักงานกฎหมายและคดี (๖) สาํ นกั งานคณะกรรมการขา ราชการตํารวจ (๗) สํานักงานจเรตาํ รวจ (๘) สาํ นักงานตรวจสอบภายใน ข. ใหจ ดั ตงั้ กองบญั ชาการหรอื สว นราชการทมี่ ฐี านะเทยี บเทา กองบญั ชาการ ดงั ตอ ไปน้ี (๑) กองบัญชาการตํารวจนครบาล (๒) - (๑๐) ตาํ รวจภธู รภาค ๑ – ๙ (๑๑) กองบญั ชาการตํารวจทอ งเทย่ี ว (๑๒) กองบญั ชาการตํารวจสอบสวนกลาง (๑๒/๒) กองบัญชาการตาํ รวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี* (* จัดตั้งตาม พระราชกฤษฎีกาแบงสวนราชการสาํ นักงานตํารวจแหงชาติ (ฉบับท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๖๓ เลมที่ ๑๓๗ ตามท่ี ๗๑ ก. วนั ที่ ๘ กนั ยายน ๒๕๖๓)
๒๐ (๑๓) กองบัญชาการตาํ รวจปราบปรามยาเสพตดิ (๑๔) กองบญั ชาการตาํ รวจสนั ตบิ าล (๑๕) สํานักงานตรวจคนเขา เมอื ง (๑๖) กองบญั ชาการตํารวจตระเวนชายแดน (๑๗) สาํ นักงานนายตํารวจราชสาํ นักประจาํ * (* ข้ึนตรงกับหนวยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค ๑ มาตรา ๑๐ แกไขเพ่ิมเติมโดย พระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค พ.ศ.๒๕๖๐ เลม ท่ี ๑๓๔ ตอนที่ ๕๑ ก วนั ที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๐) (๑๘) สํานักงานพสิ จู นห ลักฐานตํารวจ (๑๙) สํานักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สาร (๒๐) กองบญั ชาการศกึ ษา (๒๑) โรงเรียนนายรอ ยตํารวจ (๒๒) โรงพยาบาลตํารวจ ใหนายกรัฐมนตรีเปนผูประกาศกาํ หนดหนวยงานและเขตอํานาจการรับผิดชอบหรือเขต พื้นทกี่ ารปกครองของสวนราชการตาม ก. และ ข. โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา สวนการแบงสวนราชการเปนกองบังคับการหรือสวนราชการอยางอ่ืนใหออกเปน กฎกระทรวง โดยแบงสวนราชการสาํ นักงานตํารวจแหงชาติตามกฎกระทรวงแบงสวนราชการเปน กองบงั คบั การหรือสว นราชการอยา งอ่ืนในสํานกั งานตํารวจแหงชาติ พ.ศ.๒๕๕๒ และทีแ่ กไ ขเพ่มิ เติม ดงั ตอ ไปน้ี (๑) สํานกั งานผบู ัญชาการตาํ รวจแหงชาติ แบงเปนดงั ตอไปนี้ ๑.๑ สว นราชการทมี่ ฐี านะเทียบกองบัญชาการ (ก) สาํ นักงานยุทธศาสตรต าํ รวจ แบง เปน ดงั น้ี (๑) ฝายอาํ นวยการ (๒) กองยทุ ธศาสตร ประกอบดว ย ๑) ฝายอาํ นวยการ ๒) กลมุ งานวเิ คราะหแ ละกาํ หนดยุทธศาสตร ๓) กลุม งานแผนทางการบริหาร ๔) กลมุ งานขบั เคลื่อนยทุ ธศาสตร ๕) กลุมงานประเมินผลยทุ ธศาสตร ๖) กลมุ งานบรหิ ารความเสีย่ ง (๓) กองแผนงานอาชญากรรม ประกอบดว ย ๑) ฝายอํานวยการ ๒) กลมุ งานปอ งกนั และปราบปรามอาชญากรรม
๒๑ ๓) กลุมงานปองกนั อาชญากรรมพิเศษ ๔) กลุม งานการมสี วนรวมของประชาชน ๕) กลมุ งานวิเคราะหแ ละประเมินผล (๔) กองแผนงานกจิ การพิเศษ ประกอบดวย ๑) ฝา ยอาํ นวยการ ๒) กลมุ งานแผนถวายความปลอดภยั และกจิ การพิเศษ ๓) กลุมงานจิตอาสาพัฒนา ๔) กลมุ งานจิตอาสาภัยพบิ ัตแิ ละจติ อาสาเฉพาะกจิ ๕) กลุมงานขับเคล่อื นการถวายความปลอดภยั ในพ้ืนท่ี ๖) กลมุ งานวิเคราะหและประเมนิ ผล (๔/๑) กองแผนงานความมน่ั คง ประกอบดวย ๑) ฝายอาํ นวยการ ๒) กลมุ งานการรักษาความปลอดภัย ๓) กลมุ งานความม่ันคง ๔) กลมุ งานจราจร ๕) กลมุ งานการปองกนั และบรรเทาสาธารณภัยและส่ิงแวดลอ ม ๖) กลมุ งานวเิ คราะหแ ละประเมนิ ผล (๕) กองวิจยั ประกอบดว ย ๑) ฝา ยอาํ นวยการ ๒) กลมุ งานสงเสรมิ และประสานงานวจิ ยั ๓) - ๕) กลุม งานวิจยั และประเมนิ ผล ๑ - ๓ (ข) สาํ นักงานสงกาํ ลังบํารงุ แบง เปน ดังนี้ (๑) กองบังคับการอาํ นวยการ ประกอบดวย ๑) ฝา ยธรุ การและกาํ ลังพล ๒) ฝา ยยทุ ธศาสตร ๓) ฝายวิเคราะห ควบคมุ งบประมาณ และมาตรฐานพสั ดุ ๔) ฝายนติ ิการ ๕) ฝายพฒั นาและเทคโนโลยีสารสนเทศ ๖) ฝายวชิ าการและฝก อบรมดา นสงกําลังบํารงุ (๒) กองพลาธิการ ประกอบดว ย ๑) ฝา ยอํานวยการ ๒) - ๔) ฝายพลาธิการ ๑ - ๓
๒๒ (๓) กองโยธาธิการ ประกอบดวย ๑) ฝายอํานวยการ ๒) - ๔) ฝา ยโยธาธิการ ๑ – ๓ ๕) กลมุ งานวชิ าชพี และเชี่ยวชาญ (๔) กองสรรพาวุธ ประกอบดว ย ๑) ฝา ยอาํ นวยการ ๒) - ๔) ฝา ยสรรพาวธุ ๑ - ๓ (ค) สาํ นกั งานกาํ ลังพล แบง เปนดังน้ี (๑) ฝา ยอาํ นวยการ (๒) กลุมงานพฒั นาทรัพยากรบุคคล (๓) กองอตั รากาํ ลัง ประกอบดวย ๑) ฝา ยอาํ นวยการ ๒) - ๓) ฝา ยวิเคราะหตาํ แหนง ๑ – ๒ ๔) ฝา ยมาตรฐานตําแหนง ๕) ฝา ยเงินเพม่ิ และเงินประจําตาํ แหนง ๖) ฝา ยควบคมุ อตั รากาํ ลงั ๗) กลมุ งานวิเคราะหและพัฒนาระบบงาน (๔) กองทะเบียนพล ประกอบดวย ๑) ฝา ยอํานวยการ ๒) ฝา ยประวตั ิบคุ คล ๓) ฝายแตงต้ัง ๔) ฝา ยบรรจุ ๕) ฝา ยความชอบ ๖) ฝา ยประเมนิ บคุ คล (๕) กองสวัสดิการ ประกอบดวย ๑) ฝายอาํ นวยการ ๒) ฝา ยการจัดสวสั ดิการ ๓) ฝายสวสั ดิการการเงนิ ๔) ฝา ยสวัสดิการบา นพัก ๕) ฝายการฌาปนกิจสงเคราะห ๖) ฝา ยสโมสรและสนั ทนาการ ๗) ฝา ยดนตรี
๒๓ ๘) ฝายกฬี า ๙) กลุมงานอนุศาสนาจารย (ง) สํานักงานงบประมาณและการเงนิ แบง เปน ดังน้ี (๑) ฝา ยอํานวยการ (๒) ฝา ยเทคโนโลยีสารสนเทศดานงบประมาณและการเงนิ (๓) กองงบประมาณ ประกอบดวย ๑) ฝายอํานวยการ ๒) ฝายยุทธศาสตรแ ละแผนงบประมาณภาพรวม ๓) - ๘) ฝายงบประมาณ ๑ – ๖ ๙) ฝา ยวชิ าการ (๔) กองการเงิน ประกอบดว ย ๑) ฝา ยอํานวยการ ๒) - ๗) ฝา ยการเงนิ ๑ - ๖ (๕) กองบัญชี ประกอบดวย ๑) ฝายอาํ นวยการ ๒) - ๔) ฝายบญั ชี ๑ – ๓ (จ) สาํ นักงานกฎหมายและคดี แบง เปนดังน้ี (๑) ฝา ยอาํ นวยการ (๒) กองกฎหมาย ประกอบดว ย ๑) ฝายอํานวยการ ๒) กลมุ งานวิชาการ ๓) กลุม งานระเบียบการตํารวจ ๔) กลมุ งานกฎหมาย ๕) กลมุ งานสญั ญา ๖) กลมุ งานพฒั นากฎหมาย ๗) กลมุ งานประสานงานรัฐสภา ๘) ฝา ยหอ งสมุด (๓) กองคดีอาญา ประกอบดว ย ๑) ฝา ยอํานวยการ ๒) - ๕) กลุม งานตรวจสอบสาํ นวน ๑ – ๔ ๖) กลุมงานผเู ชีย่ วชาญคดีอาญา
๒๔ (๔) กองคดปี กครองและคดแี พง ประกอบดว ย ๑) ฝา ยอาํ นวยการ ๒) กลมุ งานคดีปกครอง ๓) กลุมงานคดแี พง ๔) กลมุ งานทป่ี รกึ ษา (๕) สถาบนั สง เสริมงานสอบสวน ประกอบดว ย ๑) ฝา ยอาํ นวยการ ๒) - ๓) กลุม งานสง เสริมงานสอบสวน ๑ – ๒ ๔) - ๕) กลุมงานวิชาการ ๑ - ๒ (๖) สวนตรวจสอบสํานวนคดอี ทุ ธรณแ ละฎีกา ประกอบดวย ๑) ฝา ยอาํ นวยการ ๒) ฝา ยตรวจสอบสาํ นวนคดีอทุ ธรณ ๓) ฝา ยตรวจสอบสํานวนคดฎี ีกา (ฉ) สาํ นกั งานคณะกรรมการขาราชการตํารวจ แบง เปนดังน้ี (๑) ฝายอํานวยการ (๒) กองตรวจสอบและทะเบยี นประวัติ ประกอบดวย ๑) ฝายอาํ นวยการ ๒) - ๓) ฝายการประชุม ๑ – ๒ ๔) - ๕) ฝา ยตรวจสอบงานบุคคล ๑ – ๒ ๖) ฝา ยทะเบยี นประวตั ิ ๗) ฝา ยนติ กิ าร (๓) กองมาตรฐานวนิ ัย ประกอบดว ย ๑) ฝา ยอาํ นวยการ ๒) - ๓) กลุมงานพจิ ารณา ๑ - ๒ (๔) กองอทุ ธรณ ประกอบดวย ๑) ฝา ยอาํ นวยการ ๒) - ๓) กลุม งานพิจารณา ๑ - ๒ (๕) กองรอ งทุกข ประกอบดวย ๑) ฝายอาํ นวยการ ๒) - ๓) กลมุ งานพจิ ารณา ๑ - ๒
๒๕ (ช) สํานกั งานจเรตํารวจ แบงเปน ดงั นี้ (๑) กองบังคับการอาํ นวยการ ประกอบดว ย ๑) ฝา ยธุรการและกาํ ลงั พล ๒) ฝา ยยุทธศาสตร ๓) ฝา ยสงกาํ ลงั บาํ รงุ ๔) ฝา ยติดตามประเมนิ ผล ๕) ฝา ยรับเร่ืองราวรองทุกข ๖) ศนู ยจ ริยธรรมและจรรยาบรรณ (๒) - (๑๑) กองตรวจราชการ ๑ - ๑๐ แตล ะหนว ยงาน ประกอบดว ย ๑) ฝา ยธรุ การและกําลังพล ๒) - ๓) ฝา ยสืบสวนและตรวจราชการ ๑ - ๒ (ซ) สํานักงานตรวจสอบภายใน แบง เปนดังน้ี (๑) ฝายอํานวยการ (๒) กลุมงานพัฒนาการตรวจสอบภายใน (๓) กองตรวจสอบภายใน ๑ ประกอบดวย ๑) ฝายธุรการและกําลังพล ๒) - ๕) ฝา ยตรวจสอบภายใน ๑ – ๔ ๖) ฝายตรวจสอบพเิ ศษ (๔) - (๕) กองตรวจสอบภายใน ๒ - ๓ แตละหนวยงาน ประกอบดวย ๑) ฝายอาํ นวยการ ๒) - ๔) ฝา ยตรวจสอบภายใน ๑ – ๓ ๕) ฝายตรวจสอบพเิ ศษ ๑.๒ สวนราชการทม่ี ฐี านะเทยี บกองบงั คับการ (ฌ) สํานกั งานเลขานุการตํารวจแหงชาติ ประกอบดว ย (๑) ฝายอํานวยการ (๒) - (๓) ฝา ยสารบรรณ ๑ - ๒ (๔) ฝา ยบริการการประชมุ และพิธีการ (๕) กลมุ งานวิชาการและงานสารบรรณ (ญ) กองการตางประเทศ ประกอบดว ย (๑) ฝา ยอํานวยการ (๒) - (๔) ฝายตํารวจสากลและประสานงานภมู ภิ าค ๑ - ๓ (๕) ฝา ยความรว มมือและกจิ การระหวางประเทศ
๒๖ (๖) ฝา ยสนธิสญั ญาและกฎหมาย (๗) ฝา ยพธิ กี ารและการรับรอง (๘) กลมุ งานแปลและลาม (ฎ) กองสารนิเทศ ประกอบดว ย (๑) ฝายอาํ นวยการ (๒) ฝายเฝา ฟง วิเคราะห ตดิ ตาม และรายงาน (๓) ฝา ยส่ือวทิ ยุกระจายเสยี ง (๔) ฝายส่ือวิทยุโทรทศั นแ ละสื่อสารสนเทศ (๕) ฝา ยสือ่ สง่ิ พมิ พ (๖) ฝายพพิ ธิ ภณั ฑ (ฏ) สํานกั งานคณะกรรมการนโยบายตาํ รวจแหงชาติ ประกอบดว ย (๑) ฝา ยอํานวยการ (๒) ฝา ยการประชมุ (๓) ฝายนติ กิ าร (๔) ฝายนโยบายพัฒนาองคก รและการบรหิ าร (๕) ฝา ยนโยบายสงเสริมการมีสว นรว ม (ฐ) กองบินตาํ รวจ ประกอบดว ย (๑) ฝายอาํ นวยการ (๒) ฝายสนับสนุน (๓) กลมุ งานการบนิ (๔) กลุมงานชา งอากาศยาน (๕) กลุมงานผเู ชี่ยวชาญชางอากาศยาน (๖) กลุมงานวิศวกรรมอากาศยาน (ฑ) กองวนิ ัย ประกอบดว ย (๑) ฝา ยอํานวยการ (๒) กลุม งานนติ ิกรดานสอบสวนและพิจารณาโทษ (๓) กลุมงานนติ ิกรดานการเสรมิ สรางและพฒั นาวินยั (ฒ) สถาบันฝกอบรมระหวางประเทศวาดวยการดําเนินการใหเปนไปตาม กฎหมาย ประกอบดว ย (๑) ฝายอํานวยการ (๒) ฝายวชิ าการ (๓) ฝายกิจการนักศึกษา
๒๗ (๒) กองบัญชาการตํารวจนครบาล แบง เปนดังตอ ไปน้ี (ก) กองบังคับการอํานวยการ ประกอบดว ย (๑) – (๗) ฝายอํานวยการ ๑ - ๗ (ข) กองบังคบั การตํารวจจราจร ประกอบดว ย (๑) ฝายอาํ นวยการ (๒) - (๗) กองกํากบั การ ๑ - ๖ (๘) กลุมงานสอบสวน (ค) - (ฎ) กองบังคบั การตํารวจนครบาล ๑ - ๙ แตละหนว ยงาน ประกอบดวย (๑) ฝา ยอาํ นวยการ (๒) กองกาํ กับการสบื สวนสอบสวน (๓) กลุม งานสอบสวน (๔) สถานีตํารวจนครบาล (ฏ) กองบังคบั การสบื สวนสอบสวน ประกอบดวย (๑) ฝายอาํ นวยการ (๒) - (๖) กองกํากับการสบื สวน ๑ - ๕ (๗) กองกาํ กับการวเิ คราะหขา วและเครอ่ื งมอื พเิ ศษ (๘) กลมุ งานสอบสวน (ฐ) กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัตกิ ารพิเศษ ประกอบดว ย (๑) ฝายอาํ นวยการ (๒) กองกํากับการสุนขั ตํารวจ (๓) กองกาํ กบั การมา ตาํ รวจ (๔) กองกํากับการศนู ยรวมขา ว (๕) กองกํากบั การสายตรวจ (๖) กองกํากับการตอตานการกอการรา ย (๗) กลุมงานเกบ็ กูวตั ถรุ ะเบดิ (๘) กลุม งานสตั วแพทยและสัตวบาล (ฑ) กองบงั คับการอารักขาและควบคมุ ฝงู ชน ประกอบดว ย (๑) ฝายอํานวยการ (๒) - (๓) กองกํากบั การอารกั ขา ๑ - ๒ (๔) - (๕) กองกํากับการควบคมุ ฝงู ชน ๑ - ๒ (ฒ) กองกํากับการสวสั ดิภาพเดก็ และสตรี (ณ) ศูนยฝ ก อบรม
๒๘ (๓) - (๑๑) ตํารวจภูธรภาค ๑ - ๙ แตละหนวยงาน แบง เปน ดังตอไปนี้ (ก) กองบังคบั การอํานวยการ ประกอบดวย (๑) – (๖) ฝา ยอาํ นวยการ ๑ - ๖ (ก/๑) กองบังคบั การกฎหมายและคดี* ประกอบดวย (๑) ฝายอาํ นวยการ (๒) ฝา ยกฎหมายคดีปกครองและคดีแพง (๓) กลมุ งานตรวจสอบสํานวนคดี (* กฎกระทรวงแบง สว นราชการเปน กองบงั คบั การหรอื สว นราชการอยา งอน่ื ในสาํ นกั งานตํารวจแหง ชาติ (ฉบบั ที่ ๑๕) ๒๕๖๓ เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๔๖ ก วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓) (ข) กองบงั คบั การสบื สวนสอบสวน ประกอบดว ย (๑) ฝายอาํ นวยการ (๒) - (๕) กองกํากับการสบื สวน ๑ – ๔ (๖) กองกาํ กบั การวเิ คราะหข าวและเครอ่ื งมือพเิ ศษ (๗) กองกาํ กับการปฏบิ ัติการพิเศษ (๘) กองกาํ กบั การถวายอารกั ขาและรกั ษาความปลอดภยั ใหม เี ฉพาะตาํ รวจภธู ร ภาค ๗ (ค) กองบังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต ใหมีเฉพาะตาํ รวจภูธร ภาค ๙ ประกอบดวย (๑) ฝายอํานวยการ (๒) - (๔) กองกํากบั การสบื สวน ๑ - ๓ (๕) - (๖) กองกาํ กบั การซกั ถาม ๑ - ๒ (๗) กองกํากับการเก็บกูแ ละตรวจสอบวัตถรุ ะเบิด (๘) กลุม งานสอบสวน (ง) ตาํ รวจภูธรจงั หวดั แตล ะหนว ยงานประกอบดว ย (๑) ฝา ยอํานวยการ (๒) กองกํากบั การสบื สวน (๓) กลมุ งานสอบสวน (๔) กลุมงานจราจร (๕) กองกํากับการปฏิบัติการพิเศษ ใหมีเฉพาะตํารวจภูธรจังหวัดสงขลา ตาํ รวจภูธรจังหวดั ยะลา ตํารวจภูธรจังหวดั ปตตานี และตาํ รวจภูธรจงั หวัดนราธิวาส (๖) สถานีตํารวจภูธร
๒๙ (จ) ศูนยฝกอบรม ประกอบดว ย (๑) ฝา ยอาํ นวยการ (๒) ฝายบริการการศกึ ษา (๓) ฝา ยปกครองและการฝก (๔) กลุม งานอาจารย (ฉ) กองกาํ กับการปฏบิ ัติการพิเศษ ใหม เี ฉพาะตํารวจภธู รภาค ๙ (๑๒) กองบญั ชาการตํารวจทอ งเทย่ี ว แบง เปน ดังตอไปนี้ (ก) กองบังคบั การอาํ นวยการ ประกอบดวย (๑) - (๖) ฝา ยอาํ นวยการ ๑ - ๖ (ข) - (ง) กองบังคับการตํารวจทองเทีย่ ว ๑ – ๓ แตละกองบงั คับการ ประกอบดว ย (๑) ฝา ยอํานวยการ (๒) - (๔) กองกํากับการ ๑ - ๓ (๕) ศูนยรับแจงเหตุและปฏิบัติการควบคุมส่ังการ ใหมีเฉพาะกองบังคับการ ตํารวจทอ งเทย่ี ว ๑ (จ) กองกาํ กับการควบคุมธุรกจิ นําเทีย่ วและมคั คุเทศก (๑๓) กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง แบง เปน ดงั ตอไปน้ี (ก) กองบงั คบั การอาํ นวยการ ประกอบดวย (๑) - (๑๐) ฝายอํานวยการ ๑ - ๑๐ (ข) กองบังคบั การปราบปราม ประกอบดว ย (๑) ฝา ยอํานวยการ (๒) - (๗) กองกาํ กบั การ ๑ - ๖ (๘) กองกํากบั การสนับสนนุ (๙) กลมุ งานสอบสวน (ค) กองบังคบั การตํารวจทางหลวง ประกอบดว ย (๑) ฝา ยอํานวยการ (๒) - (๙) กองกาํ กบั การ ๑ - ๘ (๑๐) กลุม งานถวายความปลอดภยั (๑๑) กลุมงานสอบสวน (ง) กองบังคับการตํารวจรถไฟ ประกอบดว ย (๑) ฝายอํานวยการ (๒) - (๖) กองกาํ กบั การ ๑ - ๕ (จ) (ยกเลกิ ) โดยกฎกระทรวงแบง สว นราชการเปน กองบงั คบั การหรอื สว นราชการ อยา งอน่ื ในสํานกั งานตาํ รวจแหงชาติ (ฉบบั ท่ี ๘) พ.ศ. ๒๕๖๐
๓๐ (ฉ) กองบงั คับการตาํ รวจนา้ํ ประกอบดวย (๑) ฝายอาํ นวยการ (๒) - (๔) กองกํากับการ ๑ - ๓ (๕) - (๑๓) กองกาํ กับการ ๔ - ๑๒ (๑๔)กลุมงานเรือตรวจการณขนาด ๑๑๐ - ๑๘๐ ฟุต (ช) กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอ ม ประกอบดวย (๑) ฝายอํานวยการ (๒) - (๗) กองกาํ กบั การ ๑ – ๖ (๘) กลุมงานสอบสวน (ซ) กองบงั คับการปราบปรามการคามนุษย ประกอบดวย (๑) ฝา ยอาํ นวยการ (๒) - (๗) กองกํากับการ ๑ - ๖ (๘) กลุมงานสอบสวน (ฌ) กองบงั คบั การปราบปรามการกระทาํ ความผดิ เกย่ี วกบั อาชญากรรมทางเศรษฐกจิ ประกอบดว ย (๑) ฝายอํานวยการ (๒) - (๖) กองกาํ กับการ ๑ - ๕ (๗) กลมุ งานสอบสวน (ญ) กองบงั คบั การปอ งกนั ปราบปรามการทจุ รติ และประพฤตมิ ชิ อบ ประกอบดว ย (๑) ฝา ยอาํ นวยการ (๒) - (๗) กองกํากบั การ ๑ - ๖ (๘) กลุมงานสอบสวน (ฎ) กองบังคับการปราบปรามการกระทาํ ความผิดเกี่ยวกับการคุมครองผูบริโภค ประกอบดวย (๑) ฝา ยอํานวยการ (๒) - (๕) กองกาํ กบั การ ๑ - ๔ (๖) กลมุ งานสอบสวน (ฏ) กองบังคับการปราบปรามการกระทาํ ความผิดเก่ียวกับอาชญากรรมทาง เทคโนโลยปี ระกอบดว ย (๑) ฝา ยอํานวยการ (๒) - (๔) กองกํากบั การ ๑ - ๓ (๕) กลุมงานสนับสนุนคดเี ทคโนโลยี (๖) กลมุ งานสอบสวน
๓๑ (ฐ) กองบังคบั การปฏบิ ัติการพิเศษ* ประกอบดว ย (๑) ฝา ยอาํ นวยการ (๒) - (๗) กองกํากบั การ ๑ – ๖ (๘) กองกาํ กบั การวเิ คราะหขาวและเครอื่ งมอื พเิ ศษ (๙) กองกํากับการตอ ตา นการกอการรา ย** (* เปล่ียนช่ือจากกองบังคับการตํารวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค ๙๐๔. **เปล่ียนช่ือจาก กองกาํ กบั การปฏบิ ตั กิ ารพเิ ศษ : กฎกระทรวงแบง สว นราชการเปน กองบงั คบั การหรอื สว นราชการอยา งอนื่ ใน ตร. (ฉบบั ที่ ๑๖) ๒๕๖๓ เลม ๑๓๗ ตอนท่ี ๖๐ ก วนั ท่ี ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๓) (๑๐) กองกํากบั การสายตรวจ (๑๓/๒) กองบญั ชาการตาํ รวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี* (* จดั ตงั้ ตาม พระราชกฤษฎีกาแบงสว นราชการสาํ นักงานตํารวจแหง ชาติ (ฉบบั ท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๖๓ เลม ที่ ๑๓๗ ตอนท่ี ๗๑ ก วันที่ ๘ กนั ยายน ๒๕๖๓) (ก) กองบงั คบั การอาํ นวยการ ประกอบดวย (๑) ฝายธรุ การและกําลังพล (๒) ฝา ยยทุ ธศาสตร (๓) ฝา ยสง กําลงั บาํ รุง (๔) ฝา ยงบประมาณและการเงนิ (๕) ฝา ยกฎหมายและวนิ ัย (๖) ฝา ยกิจการตางประเทศ (* กฎกระทรวงแบง สว นราชการเปน กองบงั คบั การหรอื สว นราชการอยา งอน่ื ในสาํ นกั งานตํารวจแหง ชาติ (ฉบับท่ี ๑๔) ๒๕๖๓ เลม ๑๓๗ ตอนท่ี ๔๙ ก วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓) (๗) ฝายเทคโนโลยีสารสนเทศ (ข) - (ฉ) กองบงั คบั การตํารวจสบื สวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ๑ - ๕ แตละกองบงั คบั การ ประกอบดวย (๑) ฝายอาํ นวยการ (๒) - (๕) ฝา ยกองกํากบั การ ๑ - ๔ (๖) กองกํากบั การวิเคราะหข า วและเครือ่ งมอื พิเศษ (๗) กลุมงานสอบสวน (ช) กองบงั คบั การตรวจสอบและวเิ คราะหอื าชญากรรมทางเทคโนโลยี ประกอบดว ย (๑) ฝายอาํ นวยการ (๒) กลุมงานตรวจพสิ จู นพยานหลักฐานดิจทิ ัล (๓) กลมุ งานสนับสนุนทางไซเบอร (๔) กลมุ งานปองกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (๕) กลมุ งานรกั ษาความม่นั คงปลอดภัยทางไซเบอร (๖) กลมุ งานตอตานการลวงละเมดิ ทางเพศตอ เด็กทางอนิ เทอรเน็ต”
๓๒ (๑๔) กองบญั ชาการตาํ รวจปราบปรามยาเสพตดิ แบง เปน ดงั ตอ ไปน้ี (ก) กองบงั คับการอํานวยการ ประกอบดวย (๑) ฝา ยธรุ การและกําลงั พล (๒) ฝายยุทธศาสตร (๓) ฝายสง กาํ ลังบํารงุ (๔) ฝา ยปองกันอาชญากรรม (๕) ฝายงบประมาณและการเงนิ (๖) ฝายกฎหมายและวนิ ยั (๗) ฝายกจิ การตา งประเทศ (๘) ฝายฝก อบรม (ข) - (จ) กองบังคบั การตํารวจปราบปรามยาเสพติด ๑ - ๔ แตล ะกองบังคับการ ประกอบดว ย (๑) ฝา ยอํานวยการ (๒) กลมุ งานสอบสวนและตรวจสอบทรัพยสนิ (๓) - (๕) กองกาํ กบั การ ๑ - ๓ (ฉ) กองบงั คบั การขาวกรองยาเสพติด ประกอบดวย (๑) ฝายอาํ นวยการ (๒) กลมุ งานการขาว (๓) กลมุ งานเทคโนโลยสี ารสนเทศ (ช) กองบงั คบั การสกัดก้ันการลาํ เลียงยาเสพติด ประกอบดวย (๑) ฝา ยอํานวยการ (๒) - (๕) กองกํากับการ ๑ - ๔ (ซ) กองกาํ กับการปฏิบัตกิ ารพเิ ศษ (๑๕) กองบัญชาการตาํ รวจสนั ตบิ าล แบง เปน ดังตอ ไปนี้ (ก) กองบงั คบั การอํานวยการ ประกอบดว ย (๑) ฝายธรุ การและกําลงั พล (๒) ฝายยทุ ธศาสตร (๓) ฝา ยสงกาํ ลงั บาํ รุง (๔) ฝายงบประมาณและการเงนิ (๕) ฝายกฎหมายและวนิ ยั (๖) ฝายกจิ การตา งประเทศ (๗) ฝา ยเทคโนโลยีสารสนเทศ (๘) ฝา ยตรวจสอบพฤตกิ ารณบุคคล
๓๓ (ข) กองบังคบั การตํารวจสนั ตบิ าล ๑ ประกอบดว ย (๑) ฝายอาํ นวยการ (๒) - (๗) กองกาํ กับการ ๑ – ๖ (ค) กองบงั คบั การตํารวจสันติบาล ๒ ประกอบดว ย (๑) ฝา ยอํานวยการ (๒) - (๖) กองกํากับการ ๑ - ๕ (ง) กองบงั คับการตํารวจสนั ติบาล ๓ ประกอบดวย (๑) ฝา ยอํานวยการ (๒) - (๗) กองกํากบั การ ๑ - ๖ (จ) กองบงั คับการตาํ รวจสนั ตบิ าล ๔ ประกอบดวย (๑) ฝา ยอํานวยการ (๒) กลุมงานวิเคราะหขาวความม่นั คงของสถาบัน (๓) กลุมงานวเิ คราะหขา วทางเศรษฐกจิ และสังคม (๔) กลุมงานวเิ คราะหข า วทางการเมือง (๕) กลมุ งานวิเคราะหข า วการกอการรายสากล (๖) กลมุ งานวเิ คราะหข า วอาชญากรรมขามชาติ (๗) กลุมงานประสานงานขา วตา งประเทศ (ฉ) ศูนยพัฒนาดานการขาว ประกอบดว ย (๑) ฝายอํานวยการ (๒) ฝายจัดการฝกอบรม (๓) ฝา ยปกครองและกิจกรรม (๔) ฝา ยวจิ ัยและพฒั นา (ช) กลมุ งานผเู ชย่ี วชาญดานการขา ว (๑๖) สาํ นกั งานตรวจคนเขาเมือง แบง เปน ดังตอ ไปน้ี (ก) กองบงั คับการอาํ นวยการ ประกอบดวย (๑) - (๖) ฝายอํานวยการ ๑ - ๖ (ข) กองบังคับการตรวจคนเขาเมอื ง ๑ ประกอบดวย (๑) ฝายอํานวยการ (๒) - (๔) กองกาํ กบั การ ๑ - ๓ (ค) กองบงั คบั การตรวจคนเขา เมือง ๒ ประกอบดว ย (๑) ฝา ยอํานวยการ (๒) ฝา ยตรวจคนเขา เมอื งขาเขา ดา นตรวจคนเขา เมอื งทา อากาศยานสวุ รรณภมู ิ (๓) ฝา ยตรวจคนเขา เมอื งขาออก ดา นตรวจคนเขา เมอื งทา อากาศยานสวุ รรณภมู ิ (๔) ฝา ยตรวจลงตรา ดา นตรวจคนเขา เมอื งทาอากาศยานสวุ รรณภูมิ
๓๔ (๕) ฝายพิธกี ารเขา เมอื ง ดา นตรวจคนเขา เมืองทาอากาศยานสุวรรณภมู ิ (๖) กองกาํ กบั การสบื สวนปราบปราม (๗) ดา นตรวจคนเขาเมืองทา อากาศยานกรงุ เทพมหานคร (๘) ดา นตรวจคนเขา เมืองทา อากาศยานเชยี งใหม (๙) ดา นตรวจคนเขาเมอื งทา อากาศยานภเู กต็ (๑๐) ดานตรวจคนเขาเมืองทา อากาศยานหาดใหญ (ง) - (ช) กองบังคบั การตรวจคนเขาเมือง ๓ - ๖ แตล ะกองบังคับการ ประกอบดวย (๑) ฝายอาํ นวยการ (๒) ฝา ยเทคโนโลยีตรวจคนเขาเมือง (๓) กองกํากบั การบรกิ ารคนตา งดาว (๔) กองกํากบั การสืบสวนสอบสวน (๕) ตรวจคนเขาเมอื งจังหวัดและดานตรวจคนเขา เมอื ง (ซ) กองบังคับการสบื สวนสอบสวน ประกอบดวย (๑) ฝายอํานวยการ (๒) - (๕) กองกํากบั การ ๑ - ๔ (๖) กองกํากับการปฏิบัตกิ ารอาชญากรรมพเิ ศษ (๗) กลุมงานสอบสวน (ฌ) ศูนยเทคโนโลยสี ารสนเทศตรวจคนเขา เมือง ประกอบดว ย (๑) ฝา ยอาํ นวยการ (๒) ฝายประมวลผล (๓) ฝายจัดการระบบและฐานขอมลู (๔) กลมุ งานวชิ าการระบบคอมพวิ เตอร (ญ) ศูนยฝก อบรมตรวจคนเขา เมือง ประกอบดวย (๑) ฝา ยอาํ นวยการ (๒) ฝา ยบริการการศกึ ษา (๓) ฝา ยฝกอบรม (๔) ฝายวิชาการ (๑๗) กองบญั ชาการตํารวจตระเวนชายแดน แบง เปนดังตอไปนี้ (ก) กองบังคบั การอํานวยการ ประกอบดว ย (๑) - (๘) ฝายอาํ นวยการ ๑ - ๘ (ข) กองบังคบั การตํารวจตระเวนชายแดนภาค ๑ ประกอบดวย (๑) ฝา ยอํานวยการ (๒) - (๕) กองกํากบั การตาํ รวจตระเวนชายแดนท่ี ๑๑ - ๑๔
๓๕ (ค) กองบังคบั การตํารวจตระเวนชายแดนภาค ๒ ประกอบดว ย (๑) ฝา ยอํานวยการ (๒) - (๕) กองกาํ กบั การตํารวจตระเวนชายแดนที่ ๒๑ - ๒๔ (ง) กองบังคบั การตํารวจตระเวนชายแดนภาค ๓ ประกอบดวย (๑) ฝายอํานวยการ (๒) - (๕) กองกาํ กับการตาํ รวจตระเวนชายแดนที่ ๓๑ - ๓๔ (จ) กองบังคับการตาํ รวจตระเวนชายแดนภาค ๔ ประกอบดวย (๑) ฝายอํานวยการ (๒) - (๕) กองกํากบั การตาํ รวจตระเวนชายแดนท่ี ๔๑ - ๔๔ (ฉ) กองบังคับการฝก พเิ ศษ ประกอบดวย (๑) ฝา ยอํานวยการ (๒) - (๑๐) กองกํากับการ ๑ - ๙ (๑๑) ศนู ยฝกสนุ ัขตาํ รวจ (ช) กองบังคับการสนับสนนุ ประกอบดว ย (๑) - (๕) ฝา ยสนบั สนนุ ๑ – ๕ (ซ) กองบังคบั การสนับสนนุ ทางอากาศ ประกอบดว ย (๑) ฝายอาํ นวยการ (๒) - (๖) กองกํากบั การ ๑ - ๕ (ฌ) ศูนยอาํ นวยการโครงการพฒั นาตามแนวพระราชดําริ (๑๘) สํานักงานนายตาํ รวจราชสาํ นกั ประจาํ * *มาตรา ๑๐ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชกฤษฎกี าจดั ระเบยี บราชการและการบรหิ ารงานบคุ คลของราชการ ในพระองค พ.ศ.๒๕๖๐ (เลมที่ ๑๓๔ ตอนที่ ๕๑ ก วันท่ี ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๐) (๑๙) สาํ นกั งานพสิ จู นห ลกั ฐานตาํ รวจ แบงเปนดงั ตอไปน้ี (ก) กองบงั คบั การอํานวยการ ประกอบดว ย (๑) ฝายธรุ การและกาํ ลังพล (๒) ฝา ยยุทธศาสตร (๓) ฝายสงกําลงั บํารุง (๔) ฝา ยงบประมาณและการเงิน (๕) ฝายกฎหมายและวินัย (๖) ฝา ยเทคโนโลยีสารสนเทศ (ข) กองพสิ ูจนห ลักฐานกลาง ประกอบดว ย (๑) ฝายอาํ นวยการ (๒) กลุมงานตรวจสถานทเ่ี กดิ เหตุ (๓) กลมุ งานตรวจเอกสาร
๓๖ (๔) กลมุ งานตรวจอาวธุ ปนและเคร่อื งกระสุน (๕) กลุม งานตรวจทางเคมี ฟส ิกส (๖) กลมุ งานตรวจยาเสพตดิ (๗) กลุมงานตรวจลายนว้ิ มอื แฝง (๘) กลมุ งานตรวจชีววทิ ยาและดเี อ็นเอ (๙) กลมุ งานตรวจพิสจู นอาชญากรรมคอมพิวเตอร (๑๐) กลุมงานผเู ชี่ยวชาญ (ค) กองทะเบยี นประวตั ิอาชญากร ประกอบดว ย (๑) ฝายอํานวยการ (๒) - (๘) ฝา ยทะเบยี นประวัตอิ าชญากร ๑ - ๗ (๙) กลุมงานผูเชี่ยวชาญ (ง) - (ฐ) ศนู ยพสิ ูจนห ลักฐาน ๑ - ๑๐ แตล ะหนว ยงาน ประกอบดว ย (๑) ฝา ยอาํ นวยการ (๒) กลมุ งานตรวจสถานทีเ่ กดิ เหตุ (๓) กลุม งานตรวจเอกสาร (๔) กลุมงานตรวจอาวธุ ปน และเคร่ืองกระสุน (๕) กลุมงานตรวจทางเคมี ฟสกิ ส (๖) กลุมงานตรวจยาเสพติด (๗) กลุมงานตรวจลายนว้ิ มือแฝง (๘) กลุมงานตรวจชีววทิ ยาและดเี อ็นเอ (๙) กลมุ งานตรวจพสิ จู นอ าชญากรรมคอมพวิ เตอร (๑๐) กลุม งานผูเ ช่ียวชาญ (๑๑) พสิ ูจนห ลกั ฐานจงั หวัด (ฑ) สถาบนั ฝกอบรมและวจิ ัยการพสิ ูจนห ลกั ฐานตาํ รวจ ประกอบดวย (๑) ฝา ยอํานวยการ (๒) ฝายฝก อบรม (๓) ฝา ยพฒั นา (๔) ฝายปกครอง (๕) กลุม งานมาตรฐาน (๖) กลมุ งานผูเช่ยี วชาญ (ฒ) กลุมงานพิสูจนเอกลกั ษณบ คุ คล (ณ) ศนู ยขอมูลวตั ถรุ ะเบิด
๓๗ (๒๐) สํานกั งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร แบง เปนดังตอ ไปนี้ (ก) กองบงั คบั การอาํ นวยการ ประกอบดวย (๑) - (๔) ฝา ยอาํ นวยการ ๑ - ๔ (ข) กองตํารวจส่ือสาร ประกอบดว ย (๑) ฝา ยอํานวยการ (๒) - (๘) ฝา ยการสือ่ สาร ๑ - ๗ (๙) กลุม งานพัฒนาเทคโนโลยีและบริหารความถ่ี (๑๐) กลมุ งานระบบวิทยกุ ระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน (ค) กองบังคับการสนบั สนุนทางเทคโนโลยี ประกอบดว ย (๑) ฝา ยอาํ นวยการ (๒) กลมุ งานฝกอบรมทางเทคโนโลยี (๓) กลมุ งานอินเทอรเ น็ต (๔) กลุมงานวจิ ยั และพฒั นานวตั กรรมทางเทคโนโลยี (๕) กลมุ งานตรวจสอบและควบคุมมาตรฐานทางเทคโนโลยี (* กฎกระทรวงแบง สว นราชการเปน กองบงั คบั การหรอื สว นราชการอยา งอนื่ ในสาํ นกั งานตํารวจแหง ชาติ (ฉบบั ที่ ๑๗) ๒๕๖๓ เลม ๑๓๗ ตอนท่ี ๗๒ ก วันที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๓) (ง) ศนู ยเทคโนโลยีสารสนเทศกลาง ประกอบดว ย (๑) ฝา ยอํานวยการ (๒) กลุม งานบรหิ ารจัดการระบบเครอ่ื งคอมพวิ เตอร (๓) กลุม งานบรหิ ารจัดการระบบฐานขอมูล (๔) กลุม งานบรหิ ารจดั การระบบเครอื ขายสารสนเทศ (๕) กลมุ งานสารสนเทศภมู ศิ าสตรแ ละส่ือประสมเพ่ือการบริหาร (๒๑) กองบญั ชาการศกึ ษา แบงเปน ดังตอ ไปนี้ (ก) กองบังคบั การอํานวยการ ประกอบดว ย (๑) - (๖) ฝา ยอาํ นวยการ ๑ - ๖ (๗) ศูนยส งเสริมจรยิ ธรรมและพัฒนาคุณธรรม (ข) สํานกั การศกึ ษาและประกันคณุ ภาพ ประกอบดว ย (๑) ฝายอาํ นวยการ (๒) ฝายยทุ ธศาสตรก ารศกึ ษา (๓) - (๔) ฝา ยพฒั นาหลกั สูตร ๑ - ๒ (๕) - (๖) ฝา ยมาตรฐานและการประกันคุณภาพ ๑ - ๒ (๗) ฝา ยวชิ าการประกันคุณภาพ
๓๘ (ค) วิทยาลยั การตํารวจ ประกอบดว ย (๑) ฝา ยอํานวยการ (๒) ฝา ยบริหารการฝกอบรม (๓) ฝา ยกจิ การการฝกอบรม (๔) ฝา ยวทิ ยบริการ (๕) ฝา ยวจิ ยั และพฒั นา (ง) กองบงั คับการฝก อบรมตํารวจกลาง ประกอบดว ย (๑) ฝายอํานวยการ (๒) ฝายบริการการฝก อบรม (๓) ฝายปกครองและกจิ การการฝกอบรม (จ) กองการสอบ ประกอบดว ย (๑) ฝา ยอํานวยการ (๒) ฝายแผนการสอบ (๓) ฝายจดั การสอบ (๔) ฝา ยวิชาการสรรหา (ฉ) (ยกเลกิ ) โดยกฎกระทรวงแบง สว นราชการเปน กองบงั คบั การหรอื สว นราชการ อยางอืน่ ในสํานักงานตาํ รวจแหง ชาติ (ฉบบั ท่ี ๖) พ.ศ. ๒๕๕๘ (ช) กลมุ งานอาจารย (ซ) ศูนยฝก ยุทธวธิ ีตํารวจกลาง* (๑) ฝา ยอํานวยการ (๒) ฝา ยสนับสนุนการฝก (๓) ฝา ยวิทยบรกิ าร (๔) ฝา ยควบคุมการฝก (* กฎกระทรวงแบง สว นราชการเปน กองบงั คบั การหรอื สว นราชการอยา งอนื่ ในสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ (ฉบบั ที่ ๑๔) ๒๕๖๓ เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๔๙ ก วนั ท่ี ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓) (๒๒) โรงเรยี นนายรอ ยตาํ รวจ การแบง สว นราชการภายในใหเ ปน ไปตามกฎหมายวา ดว ย โรงเรยี นนายรอ ยตาํ รวจ (๒๓) โรงพยาบาลตาํ รวจ แบง เปนดังตอ ไปน้ี (ก) กองบงั คับการอาํ นวยการ ประกอบดว ย (๑) ฝา ยธรุ การกาํ ลังพล (๒) ฝา ยเวชระเบียน (๓) ฝายยทุ ธศาสตร (๔) ฝายสงกาํ ลังบาํ รงุ
๓๙ (๕) ฝา ยซอ มบํารงุ (๖) ฝา ยกฎหมายและวินัย (๗) ฝา ยงบประมาณ (๘) ฝายการเงิน (๙) ฝา ยฝก อบรม (๑๐) ฝายบัญชี (ข) วทิ ยาลัยพยาบาลตํารวจ ประกอบดวย (๑) ฝายอํานวยการ (๒) - (๓) ฝา ยพฒั นา ๑ - ๒ (๔) กลุมงานอาจารย (ค) สถาบนั นติ เิ วชวทิ ยา ประกอบดวย (๑) ฝายอาํ นวยการ (๒) กลุมงานตรวจพสิ ูจนหลกั ฐานเก่ียวกบั บุคคล (๓) กลมุ งานตรวจเลอื ด ชีวเคมี และเขมาดนิ ปน (๔) กลมุ งานนิตพิ ยาธิ (๕) กลมุ งานพิเศษ (๖) กลุม งานพิษวทิ ยา (ค/๑) วทิ ยาลัยแพทยศาสตร* ประกอบดว ย (๑) ฝายอํานวยการ (๒) ฝายวทิ ยบรกิ าร (๓) ฝายการศึกษา (* กฎกระทรวงแบง สว นราชการเปน กองบงั คบั การหรอื สว นราชการอยา งอน่ื ในสาํ นกั งานตํารวจแหง ชาติ (ฉบบั ท่ี ๑๓) ๒๕๖๓ เลม ๑๓๗ ตอนที่ ๔๙ ก วันท่ี ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓) (ง) กลุม งานกุมารเวชกรรม (จ) กลุมงานจติ เวชและยาเสพตดิ (ฉ) กลมุ งานชวี เคมี (ช) กลมุ งานตา (ซ) กลมุ งานทันตกรรม (ฌ) กลมุ งานผปู ว ยนอก (ญ) กลุมงานพยาธวิ ทิ ยา (ฎ) กลมุ งานพยาบาล (ฏ) กลุมงานเภสัชกรรม (ฐ) กลุมงานโภชนาการ
๔๐ (ฑ) กลุมงานรังสวี ิทยา (ฒ) กลุมงานวสิ ัญญวี ทิ ยา (ณ) กลุมงานเวชศาสตรค รอบครัว (ด) กลมุ งานเวชศาสตรฟน ฟู (ต) กลุมงานศัลยกรรม (ถ) กลมุ งานศูนยสง กลบั และรถพยาบาล (ท) กลุมงานสงั คมสงเคราะห (ธ) กลุม งานสตู ินรเี วชกรรม (น) กลุม งานหู คอ จมูก (บ) กลมุ งานออรโ ธปด ิกส (ป) กลมุ งานอายุรกรรม (ผ) โรงพยาบาลดารารัศมี (ฝ) โรงพยาบาลนวตุ ิสมเด็จยา (พ) โรงพยาบาลยะลาสริ ิรัตนรักษ ÁÒμÃÒ ññ สาํ นักงานตาํ รวจแหงชาติ มีผูบัญชาการตํารวจแหงชาติเปนหัวหนา สวนราชการ มีอํานาจหนาที่ดงั ตอไปนี้ (๑) รับผิดชอบควบคุมราชการประจําในสํานักงานตํารวจแหงชาติ กาํ หนดแนวทางและแผนการปฏบิ ัติราชการของสํานักงานตํารวจแหง ชาติ และลําดบั ความสําคญั ของ แผนการปฏิบัติราชการประจําปของสํานักงานตํารวจแหงชาติ ใหเปนไปตามนโยบายและแนวทาง การปฏิบัติราชการที่นายกรัฐมนตรี และ ก.ต.ช. กําหนด รวมทั้งกาํ กบั เรงรัด ตดิ ตาม และประเมนิ ผล การปฏบิ ัติราชการของสว นราชการในสํานกั งานตาํ รวจแหง ชาติ (๒) เปนผูบังคับบัญชาขาราชการตํารวจในสํานักงานตํารวจแหงชาติ รองจากนายกรัฐมนตรี (๓) เปน ผรู บั ผดิ ชอบในการปฏบิ ตั ริ าชการของสาํ นกั งานผบู ญั ชาการตาํ รวจ แหงชาติ (๔)๔ วางระเบยี บหรอื ทาํ คาํ สงั่ เฉพาะเรอ่ื งไวใ หข า ราชการตาํ รวจปฏบิ ตั กิ าร เกย่ี วกบั การใชอ าํ นาจหรอื การปฏบิ ตั หิ นา ทตี่ ามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญาหรอื กฎหมายอน่ื ÁÒμÃÒ ñò ใหม จี เรตาํ รวจแหง ชาติ รองผบู ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาตหิ รอื ผชู ว ยผบู ญั ชาการ ตํารวจแหงชาติ เปนผูบังคับบัญชาขาราชการตํารวจและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการรองจาก ผบู ญั ชาการตาํ รวจแหงชาตติ ามท่ผี บู ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาตกิ ําหนดหรือมอบหมาย ๔ มาตรา ๑๑ (๔) แกไ ขเพมิ่ เตมิ โดยคําสงั่ หวั หนา คณะรกั ษาความสงบแหง ชาติ ที่ ๗/๒๕๕๙ เรอ่ื ง การกําหนดตําแหนง ของ ขาราชการตํารวจซ่ึงมีอาํ นาจหนา ทใี่ นการสอบสวน (เลม ๑๓๓ ตอนพเิ ศษ ๓๖ ง วันที่ ๕ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๕๙)
๔๑ ÁÒμÃÒ ñó ในกองบญั ชาการหนง่ึ ใหม ผี บู ญั ชาการคนหนง่ึ เปน ผบู งั คบั บญั ชาขา ราชการ ตาํ รวจและรบั ผดิ ชอบการปฏบิ ตั ริ าชการของสว นราชการนน้ั ขน้ึ ตรงตอ ผบู ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาตแิ ละ จะใหม รี องผบู ญั ชาการเปน ผบู งั คบั บญั ชาขา ราชการตาํ รวจและรบั ผดิ ชอบในการปฏบิ ตั ริ าชการรองจาก ผบู ัญชาการตามท่ีผูบญั ชาการมอบหมายดวยก็ได ความในวรรคหนึ่ง ใหใชบังคับกับสวนราชการท่ีเรียกช่ืออยางอ่ืนและมีฐานะเทียบเทา กองบญั ชาการดว ยโดยอนโุ ลม รวมทงั้ ใหห วั หนา สว นราชการดงั กลา วมอี าํ นาจหนา ทแี่ ละความรบั ผดิ ชอบ ดังเชนผูบ ญั ชาการดวย ÁÒμÃÒ ñô ผบู ัญชาการมอี ํานาจหนา ทแ่ี ละความรับผดิ ชอบดังตอ ไปน้ี (๑) บรหิ ารราชการของกองบญั ชาการใหเ ปน ไปตามกฎหมาย กฎ ระเบยี บ ขอ บงั คับ และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสาํ นักงานตํารวจแหง ชาติ (๒) ควบคมุ กาํ กบั ดแู ลบคุ ลากร การเงนิ การพสั ดุ สถานที่ และทรพั ยส นิ อนื่ ของกองบัญชาการใหเ ปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ ขอ บังคบั และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสํานักงานตาํ รวจแหง ชาติ (๓) เปน ผแู ทนสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตใิ นราชการทว่ั ไปของกองบญั ชาการ (๔) รายงานผลการปฏบิ ตั งิ านพรอ มทง้ั ปญ หาและอปุ สรรคตอ ผบู ญั ชาการ ตาํ รวจแหง ชาติทกุ สีเ่ ดือน หรือตามระยะเวลาทผี่ ูบญั ชาการตาํ รวจแหง ชาติกาํ หนด (๕) ปฏบิ ัตหิ นาท่ีอ่ืนตามกฎหมาย ระเบียบ ขอบงั คบั และประกาศของ ทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสาํ นักงานตาํ รวจแหงชาติ ในกรณที ี่มีกฎหมาย ระเบยี บ ขอบงั คบั หรือคําส่งั ใด หรือมตขิ องคณะรฐั มนตรใี นเรอ่ื งใด กําหนดใหการดําเนินการใดเปนอํานาจของอธิบดีหรือผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ ใหผูบัญชาการมี อาํ นาจเชน วา นนั้ ในฐานะเปนอธบิ ดหี รือแทนผบู ัญชาการตาํ รวจแหง ชาติ ในสวนท่ีเกี่ยวกบั การปฏิบตั ิ ราชการในกองบัญชาการ ทงั้ นี้ ตามหลกั เกณฑท ่ี ก.ต.ช. กําหนด *ระเบยี บ ก.ต.ช. ตามมาตรานี้ ไดแ ก ระเบยี บ ก.ต.ช.วา ดว ยหลกั เกณฑก ารปฏบิ ตั ริ าชการ ของผบู ญั ชาการในฐานะเปน อธบิ ดหี รอื แทนผบู ญั ชาการในฐานะเปน อธบิ ดี หรอื แทนผบู ญั ชาการตาํ รวจ แหงชาติ พ.ศ.๒๕๕๑ และที่แกไ ขเพิ่มเติม ÁÒμÃÒ ñõ ในกองบงั คบั การหนงึ่ ใหม ผี บู งั คบั การคนหนงึ่ เปน ผบู งั คบั บญั ชาขา ราชการ ตํารวจและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของกองบังคับการนั้น และจะใหมีรองผูบังคับการเปน ผบู งั คบั บญั ชาขา ราชการตาํ รวจและรบั ผดิ ชอบในการปฏบิ ตั ริ าชการรองจากผบู งั คบั การตามทผี่ บู งั คบั การ มอบหมายดว ยกไ็ ด ความในวรรคหน่ึง ใหใชบังคับกับสวนราชการที่เรียกชื่ออยางอื่นและมีฐานะเทียบเทา กองบงั คบั การดว ยโดยอนโุ ลม รวมทงั้ ใหห วั หนา สว นราชการดงั กลา วมอี าํ นาจหนา ทแี่ ละความรบั ผดิ ชอบ ดังเชน ผบู ังคับการดวย
๔๒ ผูบงั คบั การมอี าํ นาจหนาท่ี และความรบั ผดิ ชอบดงั ตอ ไปนี้ (๑) บริหารราชการของกองบังคับการใหเปนไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ขอบังคับ และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ (๒) ควบคุม กํากับ ดูแลบุคลากร การเงิน การพัสดุ สถานที่ และทรัพยสินอ่ืนของ กองบังคับการใหเ ปนไปตามกฎหมาย ระเบยี บ ขอบงั คับ และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสาํ นักงานตาํ รวจแหง ชาติ (๓) ปฏบิ ตั หิ นา ทอี่ น่ื ตามกฎหมาย ระเบยี บ ขอ บงั คบั และประกาศของทางราชการ ก.ต.ช. ก.ตร. และสาํ นักงานตํารวจแหง ชาติ ผบู งั คบั การตาํ รวจภธู รจงั หวดั มอี าํ นาจและหนา ทก่ี าํ กบั ดแู ลการปฏบิ ตั ริ าชการของขา ราชการ ตํารวจท่ีสังกัดกองบัญชาการอ่ืนและปฏิบัติราชการประจําอยูในจังหวัดน้ัน ใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคบั หรือคําสงั่ ของสาํ นกั งานตํารวจแหง ชาติ กองบญั ชาการ หรือมตขิ องคณะรฐั มนตรี หรือการสัง่ การของนายกรัฐมนตรีดว ย ในการนี้ ใหมีอํานาจสัง่ การใด ๆ เพ่ือใหเกิดการประสานงาน และความรวมมือกันในการปฏิบัติหนาท่ี หรือยับย้ังการกระทําใด ๆ ของขาราชการตํารวจในจังหวัด ที่ขัดตอกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ หรือคําส่ังของสํานักงานตํารวจแหงชาติ หรือกองบัญชาการ มตขิ องคณะรฐั มนตรี หรอื การสง่ั การของนายกรฐั มนตรไี วช ว่ั คราว แลว รายงานสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ และกองบัญชาการท่ีเกยี่ วขอ ง ท้งั นี้ ตามหลักเกณฑและวิธกี ารทีส่ าํ นกั งานตํารวจแหง ชาตกิ าํ หนด *หลักเกณฑและวิธีการที่สํานักงานตํารวจแหงชาติกําหนดตามมาตราน้ี ไดแก ระเบียบ สาํ นกั งานตํารวจแหง ชาตวิ าดวยประมวลระเบียบการตํารวจไมเก่ียวกบั คดี ลกั ษณะที่ ๒๓ การปฏิบัติ ราชการ พ.ศ.๒๕๕๗ ลงวนั ท่ี ๒๑ พฤศจกิ ายน พ.ศ.๒๕๕๗ บทท่ี ๔ เร่ืองหลกั เกณฑแ ละวิธีการให ผูบังคับการตํารวจภูธรจังหวัดมีอํานาจและหนาที่กํากับดูแลการปฏิบัติราชการของขาราชการตํารวจ ท่ีสังกัดกองบญั ชาการอน่ื และปฏิบัตริ าชการประจาํ อยูในจงั หวัด ÂÈáÅЪ¹Ñé ¢ŒÒÃÒª¡ÒÃตาํ ÃǨ ÁÒμÃÒ òô ยศตาํ รวจมตี ามลําดับดงั ตอไปนี้ พลตํารวจเอก พลตํารวจโท พลตํารวจตรี พนั ตํารวจเอก พันตาํ รวจโท พนั ตาํ รวจตรี รอ ยตํารวจเอก รอยตาํ รวจโท
๔๓ รอยตาํ รวจตรี ดาบตาํ รวจ จา สิบตาํ รวจ สิบตํารวจเอก สบิ ตาํ รวจโท สบิ ตํารวจตรี วา ท่ียศใดใหถ ือเสมือนมยี ศน้ัน ถา ผซู ึง่ มียศตํารวจเปนหญิง ใหเตมิ คําวา “หญงิ ” ทา ยยศ ตาํ รวจน้นั ดวย ÁÒμÃÒ òõ ชัน้ ขาราชการตํารวจมดี ังตอไปนี้ (๑) ชั้นสญั ญาบัตร ไดแ ก ผมู ียศตง้ั แตรอ ยตาํ รวจตรขี ้ึนไป (๒) ช้ันประทวน ไดแก ผมู ียศสบิ ตาํ รวจตรี สิบตาํ รวจโท สบิ ตาํ รวจเอก จาสบิ ตาํ รวจ และดาบตํารวจ (๓) ชัน้ พลตํารวจ ไดแก พลตํารวจสาํ รอง พลตาํ รวจสาํ รอง คอื ผูท ี่ไดร บั การบรรจเุ ปน ขาราชการตํารวจ โดยไดรับการคัดเลอื กหรอื สอบแขง ขนั เขารบั การศกึ ษาอบรมในสถานศึกษาของสํานกั งานตํารวจแหงชาติ ÁÒμÃÒ òö การแตง ตงั้ ยศตาํ รวจชนั้ สญั ญาบตั ร ใหเ ปน ไปตามหลกั เกณฑแ ละวธิ กี ารท่ี กําหนดในกฎ ก.ตร. และใหทาํ โดยประกาศพระบรมราชโองการ การแตงต้ังยศตํารวจช้ันสัญญาบัตรเปนกรณีพิเศษ อาจกระทําไดโดยประกาศ พระบรมราชโองการ ในระหวา งทยี่ งั ไมม ปี ระกาศพระบรมราชโองการแตง ตง้ั ยศตาํ รวจชน้ั สญั ญาบตั รจะแตง ตงั้ วาทยี่ ศตํารวจชนั้ สัญญาบัตรเปน การชั่วคราวก็ได โดยใหผมู อี าํ นาจดงั ตอไปนี้ เปน ผูสัง่ แตง ตง้ั (๑) ตงั้ แตวาทยี่ ศพลตํารวจตรขี น้ึ ไป ใหนายกรฐั มนตรเี ปนผสู งั่ แตง ตั้ง (๒) ตั้งแตว าท่ยี ศรอยตาํ รวจตรขี น้ึ ไป แตไ มสูงกวาวาทยี่ ศพันตาํ รวจเอก ใหผบู ญั ชาการ ตํารวจแหง ชาตเิ ปน ผูสั่งแตงตัง้ *กฎ ก.ตร. ตามมาตราน้ี ไดแก กฎ ก.ตร.วาดวยหลักเกณฑและวิธีการแตงต้ังยศ พ.ศ.๒๕๕๔ และกฎ ก.ตร.วาดว ยหลักเกณฑแ ละวธิ ีการแตงตง้ั ยศ (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ.๒๕๖๑ ÁÒμÃÒ ò÷ การแตงตั้งยศตํารวจช้ันประทวน ใหผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ หรือ ผบู งั คบั บญั ชาระดบั ผบู ญั ชาการขน้ึ ไปซง่ึ ไดร บั มอบหมายจากผบู ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาตเิ ปน ผสู ง่ั แตง ตงั้ ทงั้ นี้ ตามหลกั เกณฑและวธิ กี ารทีก่ าํ หนดในกฎ ก.ตร. การแตงต้ังยศตํารวจช้ันประทวนเปนกรณีพิเศษ ใหผูบัญชาการตํารวจแหงชาติเปนผูส่ัง แตง ตง้ั ตามหลักเกณฑและวิธกี ารท่กี ําหนดในกฎ ก.ตร. *กฎ ก.ตร. ตามมาตราน้ี ไดแก กฎ ก.ตร.วาดวยหลักเกณฑและวิธีการแตงตั้งยศ พ.ศ.๒๕๕๔ และกฎ ก.ตร.วาดว ยหลกั เกณฑและวิธกี ารแตงตง้ั ยศ (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ.๒๕๖๑
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136