-1-
เอกสารประกอบหลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนชมุ ชนประชานกิ รอํานวยเวทย พุทธศกั ราช 2564 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง 2560) กลุมสาระการเรียนรู สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม สาํ นกั งานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2 สาํ นักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร -2-
คํานาํ กลมุ สาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ไดจัดทําหลักสูตรกลุมสาระการเรียนรูสังคม ศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมฉบับนี้ ซึ่งเปนเอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนชุมชนประชานิกร อํานวยเวทย พุทธศักราช 2564 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 เพื่อเปน เปาหมายในการพัฒนาคณุ ภาพผูเรยี น และกระบวนการจัดการเรียนรู เพ่ือเปนกรอบและทิศทางในการจัดการ เรียนการสอน ใหตรงตามมาตรฐานตัวช้ีวัดและสาระการเรียนรูของกลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โดยพิจารณาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) หลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นชมุ ชนประชานกิ รอาํ นวยเวทย ซึ่งมอี งคป ระกอบ ดังนี้ - วิสยั ทศั น หลักการ จุดมงุ หมาย - สมรรถนะสาํ คัญของผเู รยี น - สาระและมาตรฐานการเรียนรู - คุณภาพผเู รียน - ตวั ช้ีวัดและสาระการเรยี นรูแ กนกลาง - รายวชิ าที่เปด - คําอธิบายรายวิชาและโครงสรางรายวชิ าพน้ื ฐานและเพิม่ เติม - สือ่ /แหลงเรยี นรู - การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู คณะผจู ดั ทําขอขอบคุณผูม สี ว นรว มในการพัฒนาและจัดทําหลักสตู รกลมุ สาระการเรียนรูสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมฉบับน้ี จนสาํ เรจ็ ลุลว งเปนอยางดี และหวังเปน อยางย่ิงวา จะเกิดประโยชนต อ การ จดั การเรยี นรูใ หแ กผเู รยี นตอไป กลุมสาระการเรียนรูสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ผูจ ดั ทํา -3-
สารบญั หนา คํานํา 1 สารบัญ 1 วสิ ัยทัศน 1 หลกั การ 2 จดุ มุงหมาย 3 สมรรถนะสําคัญของผเู รียน 3 ทําไมตองเรียนสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 4 เรยี นรอู ะไรในสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 5 สาระและมาตรฐานการเรยี นรู 7 ทกั ษะกระบวนการสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 8 คณุ ภาพผูเรียน 11 โครงสรางเวลาเรยี น 75 ตวั ช้วี ดั และสาระการเรยี นรูแกนกลาง 133 คําอธิบายรายวชิ าและโครงสรางรายวชิ าพื้นฐาน 134 ส่ือและแหลงการเรยี นรู 136 การวัดและประเมินผลการเรียนรู ภาคผนวก -4-
เอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนชมุ ชนประชานิกรอํานวยเวทย พทุ ธศกั ราช 2564 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) กลุมสาระการเรียนรู สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม วิสัยทศั น กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชวยใหผูเรียนมีความรูความเขาใจ การดํารงชีวิตของมนุษย ทั้งในฐานะปจเจกบุคคล การอยูรวมกันในสังคม การปรับตัวตามสภาพแวดลอม การจัดการทรัพยากรท่ีมีอยูอยางจํากัด เขาใจถึงการพัฒนาเปล่ียนแปลงตามยุคสมัย กาลเวลา ตามเหตุปจจัย ตางๆ เกิดความเขาใจในตนเองและผูอื่น มีความอดทน อดกล้ัน ยอมรับในความแตกตางและมีคุณธรรม สามารถนําความรไู ปปรบั ใชในการดําเนินชวี ติ เปน พลเมอื งดีของประเทศชาตแิ ละสังคมโลก หลักการ กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมวาดวยการอยูรวมกันในสังคมที่มี ความสัมพันธกันและมีความแตกตางกันอยางหลากหลาย เพ่ือชวยใหสามารถปรับตนเองกับบริบท สภาพแวดลอม เปนพลเมืองดีมีความรับผิดชอบ มีความรูทักษะ คุณธรรม และคานิยมที่เหมาะสม โดยได กาํ หนดสาระตางๆไวดังนี้ ศาสนา ศลี ธรรมและจริยธรรม แนวคดิ พื้นฐานเกีย่ วกบั ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หลกั ธรรมของ พระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ การนําหลักธรรมคําสอนไปปฏิบัติในการพัฒนาตนเอง และการอยู รวมกันอยางสันติสุข เปนผูกระทําความดีมีคานิยมท่ีดีงาม พัฒนาตนเองอยูเสมอ รวมทั้งบําเพ็ญประโยชนตอ สงั คมและสวนรวม หนาที่พลเมอื ง วัฒนธรรม และการดาํ เนนิ ชวี ติ ระบบการเมอื งการปกครองในสังคมปจจุบัน การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ลักษณะและความสําคัญ การเปน พลเมืองดีความแตกตางและความหลากหลายทางวัฒนธรรม คานิยม ความเช่ือ ปลูกฝงคานิยมดาน ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข สิทธิหนาท่ี เสรีภาพการดําเนินชีวิตอยางสันติสุขใน สังคมไทยและสงั คมโลก เศรษฐศาสตรการผลติ การแจกจา ย และการบรโิ ภคสนิ คาและบริการ การบรหิ ารจดั การทรัพยากรทีม่ ี อยูอยางจํากัดอยางมีประสิทธิภาพ การดํารงชีวิตอยางมีดุลยภาพ และการนําหลักเศรษฐกิจ พอเพียงไปใชใน ชวี ิตประจําวัน ประวตั ศิ าสตรเวลาและยุคสมยั ทางประวัติศาสตรวิธีการทางประวตั ิศาสตรพฒั นาการของมนุษยชาติ จากอดีตถึงปจจุบัน ความสัมพันธและเปลี่ยนแปลงของเหตุการณตางๆ ผลกระทบท่ีเกิดจากเหตุการณสําคัญ ในอดตี บุคคลสําคญั ท่ีมีอิทธิพลตอการเปล่ียนแปลงตางๆในอดีต ความเปนมาของชาติไทย วัฒนธรรมและภูมิ ปญ ญาไทย แหลงอารยธรรมท่ีสําคญั ของโลก -1-
ภูมิศาสตรลกั ษณะของโลกทางกายภาพ ลกั ษณะทางกายภาพ แหลงทรพั ยากร และภูมิอากาศของ ประเทศไทย และภมู ิภาคตางๆ ของโลก การใชแผนที่และเคร่ืองมือทางภูมิศาสตรความสัมพันธกันของส่ิงตางๆ ในระบบธรรมชาติการเชื่อมโยงระหวางกัน ความสัมพันธของมนุษยกับสภาพแวดลอมทางธรรมชาติ และส่ิงที่ มนุษยสรางขึน้ การนําเสนอขอ มูลภมู สิ ารสนเทศ การอนุรักษสิง่ แวดลอมเพ่ือการพฒั นาท่ียงั่ ยืน จดุ มุงหมาย กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม มุงพัฒนาผูเรียนใหเปนคนดีมีปญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาตอและประกอบอาชีพ และผูเรียนมีคุณภาพตามเกณฑของคุณภาพผูเรียน เม่อื จบการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน ดังนี้ 1. มคี ุณภาพตามเกณฑของคณุ ภาพผูเรียนกลมุ สาระการเรยี นรสู ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 2. มีคุณธรรม จริยธรรม และคานิยมท่ีพึงประสงค เห็นคุณคาของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตาม หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาทีต่ นนับถอื ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง 3. มคี วามรู ความสามารถในการสื่อสาร การคดิ การแกป ญหา การใชเทคโนโลยี และมีทักษะชีวติ 4. มีสขุ ภาพกายและสขุ ภาพจิตที่ดี มสี ขุ นสิ ยั และรักการออกกาํ ลงั กาย 5. มีความรักชาติ มีจิตสานึกในความเปนพลเมืองไทยและพลโลก ยึดม่ันในวิถีชีวิต และการปกครอง ตามระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ท รงเปนประมขุ 6. มีจิตสานึกในการอนุรักษวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทย การอนุรักษและพัฒนาส่ิงแวดลอม มีจิตสาธารณะท่มี ุงทําประโยชนแ ละสรางสง่ิ ทด่ี งี ามในสังคม และอยูรวมกันในสังคมอยา งมคี วามสขุ สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรียน กลุมสาระการเรียนรูสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม มุงพัฒนาผเู รยี นใหม ีคณุ ภาพตามมาตรฐาน การเรียนรูซง่ึ เปน การพัฒนาผูเรียนใหบ รรลุมาตรฐานการเรียนรูทก่ี ําหนดนั้น จะชวยใหผเู รยี นเกิดสมรรถนะ สาํ คญั 5 ประการ ดังนี้ 1. ความสามารถในการส่ือสาร เปนความสามารถในการรบั และสง สาร มีวัฒนธรรมในการใชภ าษา ถายทอดความคิด ความรูความเขาใจ ความรูสึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสาร และประสบการณอันจะเปนประโยชนตอการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาตอรองเพื่อ ขจดั และลดปญ หาความขดั แยง ตา ง ๆ การเลือกรับหรือไมรับขอมูลขาวสารดวยหลักเหตุผลและความ ถูกตอง ตลอดจนการเลือกใชวิธีการส่ือสาร ท่ีมีประสิทธิภาพโดยคํานึงถึงผลกระทบที่มีตอตนเองและ สงั คม 2. ความสามารถในการคิด เปนความสามารถในการคิดวิเคราะห การคิดสังเคราะห การคิด อยาง สรางสรรค การคิดอยางมีวิจารณญาณ และการคิดเปนระบบ เพื่อนําไปสูการสรางองคความรูหรือ สารสนเทศเพอ่ื การตัดสนิ ใจเก่ยี วกบั ตนเองและสังคมไดอยางเหมาะสม -2-
3. ความสามารถในการแกปญหา เปนความสามารถในการแกปญหาและอุปสรรคตาง ๆ ท่ีเผชิญได อยา งถกู ตอ งเหมาะสมบนพืน้ ฐานของหลกั เหตุผล คุณธรรมและขอมูลสารสนเทศ เขาใจความสัมพันธ และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณตาง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู ประยุกตความรูมาใชในการ ปอ งกนั และแกไขปญหา และมีการตดั สนิ ใจทมี่ ีประสิทธิภาพโดยคํานึงถึงผลกระทบท่ีเกิดข้ึนตอตนเอง สังคมและสง่ิ แวดลอม 4. ความสามารถในการใชท ักษะชวี ติ เปน ความสามารถในการนาํ กระบวนการตา งๆ ไปใชใ น การดําเนินชีวิตประจําวัน การเรียนรูดวยตนเอง การเรียนรูอยางตอเนื่อง การทํางาน และการอยู รวมกันในสังคมดวยการสรางเสริมความสัมพันธอันดีระหวางบุคคล การจัดการปญหาและความ ขัดแยงตาง ๆ อยางเหมาะสม การปรับตัวใหทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดลอม และการรูจักหลีกเลีย่ งพฤติกรรมไมพ ึงประสงคท ส่ี ง ผลกระทบตอตนเองและผูอืน่ 5. ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี เปน ความสามารถในการเลือก และใช เทคโนโลยีดานตาง ๆ และ มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคม ในดานการเรียนรู การสื่อสาร การทํางาน การแกป ญหาอยา งสรา งสรรค ถูกตอง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม ทาํ ไมตองเรียนสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชวยใหผูเรียนมีความรูความเขาใจ การดํารงชีวิตของมนุษย ทั้งในฐานะปจเจกบุคคลและการอยูรวมกันในสังคม การปรับตัวตามสภาพแวดลอม การจดั การทรัพยากรท่ีมอี ยอู ยา งจาํ กัด เขาใจถึงการพัฒนาเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย กาลเวลา ตามเหตุ ปจจัย ตางๆ เกิดความเขาใจในตนเองและผูอื่น มีความอดทน อดกลั้น ยอมรับในความแตกตางและมี คุณธรรม สามารถนําความรไู ปปรบั ใชใ นการดําเนนิ ชีวิต เปน พลเมืองดขี องประเทศและสงั คมโลก เรยี นรอู ะไรในสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม วาดวยการอยูรวมกันในสังคมที่มี ความสัมพันธกัน และมีความแตกตางกันอยางหลากหลาย เพ่ือชวยใหสามารถปรับตนเองกับบริบท สภาพแวดลอม เปนพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ มีความรู ทักษะ คุณธรรม และคานิยมท่ีเหมาะสม โดย ได กําหนดสาระตางๆ ไวด ังนี้ ศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม แนวคดิ พืน้ ฐานเกย่ี วกบั ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หลกั ธรรมของ พระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ การนําหลักธรรมคําสอนไปปฏิบัติในการพัฒนาตนเองและการอยู รวมกันอยา งสนั ตสิ ุข เปนผูกระทําความดี มีคานิยมที่ดีงาม พัฒนาตนเองอยูเสมอ รวมทั้งบําเพ็ญประโยชนตอ สงั คมและสวนรวม -3-
หนา ท่พี ลเมือง วฒั นธรรม และการดาํ เนนิ ชีวิต ระบบการเมอื งการปกครองระบอบ ประชาธปิ ไตย อันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ลักษณะและความสําคัญ การเปนพลเมืองดี ความแตกตางและความ หลากหลายทางวฒั นธรรม คานยิ ม ความเชือ่ ปลูกฝงคานยิ มดานประชาธปิ ไตย อันมี พระมหากษัตริยทรงเปน ประมุข สทิ ธิ หนาที่ เสรภี าพ การดําเนินชวี ิตอยา งสันติสุขในสังคมไทยและสังคม โลก เศรษฐศาสตร การผลิต การแจกจา ย และการบรโิ ภคสนิ คา และบริการ การบริหารจัดการ ทรัพยากรที่มีอยูอยางจํากัดอยางมีประสิทธิภาพ การดํารงชีวิตอยางมีดุลยภาพและการนําหลักเศรษฐกิจ พอเพยี งไปใชในชีวติ ประจําวนั ประวตั ิศาสตร เวลาและยุคสมัยทางประวัตศิ าสตร วิธกี ารทางประวตั ิศาสตร พฒั นาการของ มนุษยชาติจากอดีตถึงปจจุบัน ความสัมพันธและการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณตางๆในอดีต ความเปนมา ของชาตไิ ทย วฒั นธรรมและภูมปิ ญญาไทย แหลงอารยธรรมที่สําคัญของโลก ภูมิศาสตร ลกั ษณะทางกายภาพของโลก แหลง ทรพั ยากร และภมู อิ ากาศของประเทศไทยและ ภูมิภาคตางๆของโลก การใชแผนท่ีและเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร ความสัมพันธกันของสิ่งตางๆในระบบ ธรรมชาติ ความสมั พนั ธข องมนษุ ยก ับสภาพแวดลอ มทางธรรมชาติ และส่ิงที่มนุษยสรางข้ึน การนําเสนอขอมูล ภมู ิสารสนเทศ การอนุรักษสง่ิ แวดลอ มเพอ่ื การพฒั นาที่ยั่งยนื สาระและมาตรฐานการเรยี นรู สาระที่ 1 ศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม มาตรฐาน ส 1.1 รูและเขาใจประวัตคิ วามสาํ คัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาท่ตี นนับถอื และศาสนาอืน่ มศี รัทธาทถี่ ูกตอ งยึดมนั่ และปฏบิ ัตติ าม หลกั ธรรม เพอ่ื อยูรวมกันอยางสันติสขุ มาตรฐาน ส 1.2 เขา ใจ ตระหนักและปฏบิ ัติตนเปนศาสนิกชนทดี่ ี และธาํ รงรักษา พระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาทีต่ นนบั ถอื สาระที่ 2 หนา ท่ีพลเมือง วฒั นธรรม และการดําเนินชวี ิตในสงั คม มาตรฐาน ส 2.1 เขาใจและปฏบิ ัติตนตามหนาทข่ี องการเปนพลเมอื งดีมีคานยิ มทดี่ ีงามและ ธํารงรกั ษาประเพณแี ละวัฒนธรรมไทย ดํารงชีวติ อยรู วมกนั ในสังคมไทย และสังคมโลกอยางสันตสิ ุข มาตรฐาน ส 2.2 เขาใจระบบการเมืองการปกครองในสงั คมปจจุบนั ยดึ ม่ัน ศรทั ธาและธํารง รกั ษา ไวซ งึ่ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตริยท รงเปน ประมขุ สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร มาตรฐาน ส.3.1 เขา ใจและสามารถบริหารจัดการทรพั ยากรในการผลิตและการบรโิ ภค การใชท รัพยากรทม่ี ีอยจู าํ กดั ไดอยา งมปี ระสทิ ธภิ าพและคมุ คา รวมทั้ง -4-
เขา ใจ หลักการของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เพอ่ื การดํารงชีวิตอยา งมีดลุ ยภาพ มาตรฐาน ส.3.2 เขา ใจระบบ สถาบันทางเศรษฐกจิ ตาง ๆ ความสัมพนั ธทางเศรษฐกิจ และความจาํ เปน ของการรว มมอื กนั ทางเศรษฐกิจในสงั คมโลก สาระท่ี 4 ประวัติศาสตร มาตรฐาน ส 4.1 เขา ใจความหมาย ความสาํ คัญของเวลาและยคุ สมัยทางประวัตศิ าสตร สามารถใชวิธกี ารทางประวตั ศิ าสตรมาวิเคราะหเหตุการณตางๆอยางเปน ระบบ มาตรฐาน ส 4.2 เขา ใจพัฒนาการของมนษุ ยชาตจิ ากอดีตจนถึงปจ จุบัน ในดานความสมั พนั ธ และการเปล่ยี นแปลงของเหตกุ ารณอ ยางตอเนอื่ ง ตระหนกั ถึงความสาํ คญั และสามารถวเิ คราะหผ ลกระทบที่เกดิ ขนึ้ มาตรฐาน ส 4.3 เขาใจความเปนมาของชาติไทย วฒั นธรรมภูมิปญญาไทย มีความรกั ความภูมิใจและธาํ รงความเปนไทย สาระท่ี 5 ภูมศิ าสตร มาตรฐาน ส 5.1 เขาใจลกั ษณะทางกายภาพของโลกและความสมั พนั ธของสรรพส่งิ ซึ่งมผี ล ตอ กันใชแผนท่ีและเครื่องมอื ทางภูมิศาสตรใ นการคน หา วเิ คราะหแ ละ สรปุ ขอ มลู ตามกระบวนการทางภูมิศาสตร ตลอดจนใชภูมสิ ารสนเทศอยาง มปี ระสทิ ธิภาพ มาตรฐาน ส 5.2 เขา ใจปฏสิ ัมพนั ธระหวา งมนุษยกบั สง่ิ แวดลอ มทางกายภาพที่กอ ใหเกดิ การสรางสรรคว ิถกี ารดําเนนิ ชีวติ มจี ติ สํานึกและมสี วนรวมในการจัดการ ทรัพยากรและส่ิงแวดลอ มเพอ่ื การพฒั นาทีย่ ่ังยนื ทกั ษะกระบวนการสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม กลุมสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม เปน กลมุ สาระการเรยี นรูท ่ีผเู รยี นทุกคนในระดับ ประถมศึกษา และมธั ยมศึกษาตองเรียน ทั้งนี้เพราะกลมุ สาระการเรยี นรูนีว้ าดวย การอยูรวมกันบนโลกที่มีการ เปล่ียนแปลง อยา งรวดเรว็ ตลอดเวลา การเช่ือมโยงทางเศรษฐกิจซ่ึงแตกตางกันอยางหลากหลาย การปรับ ตนเองกับบริบท สภาพแวดลอ ม ทาํ ใหเปน พลเมืองท่ีรบั ผดิ ชอบ มีความสามารถทางสังคม มีความรูทักษะ คุณธรรมและคานิยม ทเี่ หมาะสม โดยใหผูเรยี นเกิดความเจรญิ งอกงามในแตล ะดา นดังนี้ 1. ดานความรู กลุมสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม จะใหความรูแกผูเรียนในเนื้อหาสาระ ความคิดรวบยอด และหลักการสําคัญๆในสาขาวิชาตางๆทางสังคมศาสตรไดแก ภูมิศาสตรประวัติศาสตรรัฐศาสตรจริยธรรม สังคมวิทยา เศรษฐศาสตรกฎหมาย ประชากรศึกษา และส่ิงแวดลอมศึกษา ตามขอบเขตที่กําหนดไวในแตละ ระดบั ช้ัน โดยจดั การเรียนรูในลกั ษณะบรู ณาการหรอื สหวิทยาการ -5-
2. ดานทักษะและกระบวนการ ในการเรียนสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมนั้น ผูเรียนควรจะไดพัฒนากระบวนการตางๆ จน เกดิ ทักษะ และกระบวนการ ดงั น้ี o ทักษะการคิด เชน การสรุปความคิด การแปลความ การวิเคราะหหลักการและการนําไปใช ตลอดจนการคิดอยา งมวี จิ ารณญาณ o ทักษะการแกปญหา ตามกระบวนการทางสังคมศาสตรกระบวนการสืบสอบ เชน ความสามารถในการ ต้งั คาํ ถามและการตง้ั สมมตฐิ านอยา งมีระบบ การรวบรวมและวิเคราะห ขอมูล การทดสอบสมมตุ ิฐานและสรปุ เปนหลักการ o ทกั ษะการเรียนรูเ ชน ความสามารถในการแสวงหาขอ มูลความรูโดยการอาน การฟง และการ สงั เกต ความสามารถในการส่ือสารโดยการพูด การเขียน และการนําเสนอ ความสามารถใน การตีความ การสรางแผนภูมิแผนท่ี ตารางเวลา และการจดบันทึก รวมทั้งการใชเทคโนโลยี และสือ่ สารสนเทศตา งๆ ใหเ ปน ประโยชนในการแสวงหาความรู o ทักษะกระบวนการกลุม เชน ความสามารถในการเปนผูนําและผูตามในการท างานกลุม มี สวนรวมในการ กําหนดเปาหมายการทํางานของกลุม ปฏิบัติหนาที่ตามที่ไดรับมอบหมาย ดวยความรับผิดชอบ สรางสรรคผลงาน ชวยลดขอขัดแยงและแกปญหาของกลุมไดอยางมี ประสทิ ธิภาพ 3. ดา นเจตคติและคา นยิ ม กลุมสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม จะชวยพัฒนาเจตคติและคานิยม เกี่ยวกับประชาธิปไตย และความเปนมนุษย เชน รูจักตนเอง พึ่งตนเอง ซื่อสัตยสุจริต มีวินัย มีความกตัญูรักเกียรติภูมิแหงตน มี นสิ ัยในการเปน ผูผลติ ที่ดีมคี วามพอดีในการบริโภค เห็นคุณคาของการทํางาน รูจักคิดวิเคราะหการทํางานเปน กลุม เคารพสิทธขิ องผอู ื่น เสียสละ เหน็ แกป ระโยชนสวนรวม มีความผูกพันกับกลุมรักทองถ่ิน รักประเทศชาติ เห็นคณุ คา อนุรกั ษและพฒั นาศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดลอ ม ศรทั ธาในหลักธรรมของศาสนาและการปกครอง ของศาสนา และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ทรงเปน ประมุข 4. ดา นการจัดการและการปฏบิ ตั ิ กิจกรรมการเรียนในกลุมสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม จะชวยใหผูเรียนเกิดทักษะในการ ทํางานเปนกลุม สามารถนําความรูทักษะ คานิยมและเจตคติท่ีไดรับการอบรมบมนิสัยมาใชในการแกปญหา ตางๆท่ีเกิดข้ึนในชีวิตประจําวันของผูเรียนได เมื่อมองในภาพรวมๆ แลวจะพบวาความสําคัญของกลุมสังคม ศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม นอกจากจะชวยใหผูเรียนมีความรูในเรื่องตางๆ ท่ีเกี่ยวของกับสภาพแวดลอม ท้ังทาง ธรรมชาติ และสังคมวฒั นธรรม มีทักษะกระบวนการตางๆ ท่ีสามารถนาํ มาใชป ระกอบการตัดสินใจอยาง รอบคอบในการ ดําเนินชวี ิต และมีสว นรว มในสังคมทีม่ กี ารเปล่ียนแปลงตลอดเวลาในฐานะพลเมืองดีแลว ยัง ชวยใหนําความรู ทางจริยธรรม หลักธรรมทางศาสนามาพัฒนาตนเองและสังคมไดทําใหผูเรียนสามารถดํารงชีวิตในสังคมได อยา งมคี วามสุข -6-
คุณภาพผูเรียน รายวชิ าพน้ื ฐาน จบชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี 3 มีความรูเร่ืองเก่ียวกับตนเองและผูท่ีอยูรอบขาง ตลอดจนสภาพแวดลอมในทองถ่ินท่ีอยูอาศัย และ เช่ือมโยงประสบการณไปสูโลกกวาง มีทักษะกระบวนการและมีขอมูลท่ีจําเปนตอการพัฒนาใหเปนผูมีคุณธรรม จริยธรรมประพฤติปฏิบัติ ตามหลักคําสอนของศาสนาท่ีตนนับถือ มีความเปนพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ การอยูรวมกันและ การทํางานกับผูอ นื่ มีสว นรวมในกิจกรรมของหอ งเรยี นและไดฝ ก หดั ในการตดั สนิ ใจ มีความรูเรื่องราวเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน และชุมชนในลักษณะการบูรณาการ ผูเรียนได เขาใจแนวคิดเกี่ยวกับปจจุบันและอดีตมีความรูพ้ืนฐานทางเศรษฐกิจไดขอคิดเก่ียวกับรายรับรายจาย ของครอบครวั เขาใจถึงการเปนผูผ ลติ ผบู ริโภค รูจกั การออมข้นั ตน และวธิ กี ารเศรษฐกจิ พอเพียง รูและเขาใจในแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หนาที่พลเมือง เศรษฐศาสตร ประวัติศาสตร และภูมศิ าสตร เพ่ือเปนพ้นื ฐานในการทําความเขา ใจในขัน้ สูงตอ ไป จบชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 6 มีความรูเร่ืองของจังหวัดภาคและประเทศของตนเอง ท้ังเชิงประวัติศาสตร ลักษณะทางกายภาพ สังคม ประเพณีและวัฒนธรรม รวมท้ังการเมืองการปกครอง และสภาพเศรษฐกิจโดย เนนความเปน ประเทศไทย มคี วามรูแ ลความเขาใจในเร่ืองศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม ปฏิบัติตนตามหลักคําสอนของศาสนาท่ีตน นับถือ รวมท้ังมีสวนรวมศาสนพิธีและพิธีกรรมทางศาสนามากย่ิงขึ้น ปฏิบัติตนตามสถานภาพ บทบาท สิทธิ หนาที่ในฐานะพลเมืองดีของทองถิ่น จังหวัด ภาคและประเทศ รวมท้ังไดมีสวนรวมใน กจิ กรรมตามขนบธรรมเนยี มประเพณวี ัฒนธรรมของทองถิน่ ตนเองมากยิ่งข้ึน จบชั้นมธั ยมศึกษาปท ่ี 3 มีความรูเกี่ยวกับความเปนไปของโลก โดยการศึกษาประเทศไทยเปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาค ตาง ๆ ในโลก เพอ่ื พัฒนาแนวคิดเรอื่ งการอยูรว มกนั อยา งสนั ติสขุ มีทักษะท่ีจําเปนตอการเปนนักคิดอยางมีวิจารณญาณ ไดรับการพัฒนาแนวคิดและขยาย ประสบการณ เปรียบเทียบระหวางประเทศไทยกับประเทศในภูมิภาคตาง ๆ ในโลก ไดแก เอเชีย โอเชยี เนยี แอฟรกิ า ยุโรป อเมริกาเหนือ อเมรกิ าใต ในดา นศาสนา คุณธรรม จริยธรรม คานิยม ความ เช่ือ ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม การเมืองการปกครอง ประวัติศาสตร และภูมิศาสตร ดวยวธิ ีการทางประวัตศิ าสตรแ ละสงั คมศาสตร รแู ละเขา ใจแนวคดิ และวเิ คราะหเหตุการณในอนาคตสามารถนํามาใชเปนประโยชนในการดําเนินชีวิต และวางแผนการดําเนนิ งานไดอยางเหมาะสม -7-
โครงสรางเวลาเรยี น กลุมสาระการเรียนรสู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ระดับชนั้ เวลาเรียน รวม ป.1 รายวชิ าพื้นฐาน รายวิชาเพม่ิ เติม 160 ป.2 160 ป.3 80 80 160 ป.4 200 ป.5 80 80 200 ป.6 200 รวม 80 80 1,080 ม.1 240 ม.2 120 80 240 ม.3 240 รวม 120 80 720 รวมทั้งสิ้น 1,800 120 80 600 480 160 80 160 80 160 80 480 240 1,080 720 -8-
โครงสรางหลกั สูตรระดับประถมศึกษา กลมุ สาระการเรยี นรสู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ปการศึกษา ระดบั ช้นั รหสั ชือ่ รายวิชา นก. ช.ม./ ช.ม./ป วชิ า สัปดาห ป.1 สาระพ้ืนฐาน 1 40 ป.2 ส11101 1 1 40 ป.3 ส11102 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 1 1 1 40 ป.4 ส12101 1 1 40 ป.5 ส12102 ประวตั ิศาสตร 1 1 1 40 ป.6 ส13101 1 1 40 ส13102 สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม 2 2 1 80 ป.1 ส14101 1 2 40 ป.2 ส14102 ประวตั ศิ าสตร 2 2 1 80 ป.3 ส15101 1 2 40 ป.4 ส15102 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 3 2 1 80 ป.5 ส16101 1 2 40 ป.6 ส16102 ประวัติศาสตร 3 1 1 40 ส11231 สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 4 1 1 40 ส11221 1 1 40 ส12231 ประวตั ิศาสตร 4 1 1 40 ส12221 1 1 40 ส13231 สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 5 1 1 40 ส13221 1 1 40 ส14231 ประวัติศาสตร 5 1 1 40 ส14221 1 1 40 ส15231 สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 6 1 1 40 ส15221 1 1 40 ส16231 ประวตั ศิ าสตร 6 1 1 40 ส16221 สาระเพิ่มเตมิ 1 หนา ทีพ่ ลเมือง 1 การปองกันการทุจรติ 1 หนา ที่พลเมือง 2 การปอ งกนั การทุจรติ 2 หนาที่พลเมือง 3 การปองกันการทจุ ริต 3 หนา ที่พลเมือง 4 การปองกันการทจุ ริต 4 หนา ทพ่ี ลเมือง 5 การปองกันการทจุ ริต 5 หนาที่พลเมือง 6 การปองกนั การทจุ รติ 6 -9-
โครงสรา งหลกั สูตรระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน กลมุ สาระการเรยี นรสู ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ช้นั รหัสวิชา ชอ่ื รายวิชา นก. ช.ม./ รหสั วชิ า ชอ่ื รายวชิ า นก. ช.ม./ สปั ดาห สปั ดาห สาระพ้ืนฐาน สาระพนื้ ฐาน ม.1 ส21101 สังคมศึกษา 1 1.5 60 ส21103 สงั คมศึกษา 2 1.5 60 ส21102 ประวัตศิ าสตร 1 0.5 20 ส21104 ประวตั ศิ าสตร 2 0.5 20 ม.2 ส22101 สังคมศึกษา 3 1.5 60 ส22103 สังคมศึกษา 4 1.5 60 ส22102 ประวัติศาสตร 3 0.5 20 ส22104 ประวัติศาสตร 4 0.5 20 ม.3 ส23101 สังคมศึกษา 5 1.5 60 ส23103 สงั คมศึกษา 6 1.5 60 ส23102 ประวตั ศิ าสตร 5 0.5 20 ส23104 ประวัตศิ าสตร 6 0.5 20 สาระเพ่มิ เติม สาระเพม่ิ เติม ม.1 ส21231 หนาทีพ่ ลเมือง 1 0.5 20 ส21232 หนาท่ีพลเมือง 2 0.5 20 ส21221 การปอ งกนั การทุจริต 1 0.5 20 ส21222 การปอ งกันการทจุ รติ 2 0.5 20 ม.2 ส21233 หนาท่ีพลเมือง 3 0.5 20 ส21234 หนา ท่ีพลเมือง 4 0.5 20 ส21223 การปอ งกนั การทจุ ริต 3 0.5 20 ส21224 การปองกันการทุจรติ 4 0.5 20 ม.3 ส21235 หนา ทีพ่ ลเมือง 5 0.5 20 ส21236 หนาท่ีพลเมือง 6 0.5 20 ส21225 การปอ งกนั การทจุ รติ 5 0.5 20 ส21226 การปองกนั การทุจรติ 6 0.5 20 หมายเหตุ :: รายวชิ าเพมิ่ เตมิ ในกลุมสาระสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรยี นสามารถจัดรายวิชา เพมิ่ เติมไดตามบรบิ ทของโรงเรียน - 10 -
ตวั ชี้วดั และสาระการเรียนรูแกนกลาง สาระที่ 1 ศาสนา ศลี ธรรม จรยิ ธรรม มาตรฐาน ส 1.1 รู และเขาใจประวตั ิ ความสาํ คัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนา ทีต่ นนับถือและศาสนาอ่นื มีศรัทธาทถ่ี ูกตอ ง ยึดมัน่ และปฏิบัติตามหลักธรรมเพ่ืออยูร ว มกันอยางสนั ติสุข ชน้ั ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นรูแกนกลาง ป.1 1. บอกพุทธประวตั ิ หรือประวตั ขิ อง พุทธประวตั ิ ศาสดาทีต่ นนบั ถือโดยสงั เขป ประสูติ ตรัสรู ปรินิพพาน 2. ชนื่ ชมและบอกแบบอยา งการดําเนนิ สามเณรบณั ฑติ ชวี ติ และขอ คดิ จากประวตั ิสาวก ชาดก/ วัณณปุ ถชาดก เร่อื งเลา และศาสนิกชนตัวอยางตามท่ี กําหนด สุวัณณสามชาดก พระบาทสมเด็จ พระเจา อยหู ัวภมู พิ ล อดลุ ยเดช เจาพระยาสุธรรมมนตรี (หนูพรอม) 3. บอกความหมาย ความสําคัญ และ พระรัตนตรัย เคารพพระรตั นตรัย ปฏบิ ตั ิตามหลักธรรม ศรัทธา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ โอวาท 3ในพระพทุ ธศาสนา หรอื หลักธรรม โอวาท 3 ของศาสนาท่ตี นนบั ถือตามที่กําหนด ไมทาํ ช่วั o เบญจศลี ทําความดี ° เบญจธรรม ° สงั คหวัตถุ 4 ° กตัญูกตเวทตี อ พอแม และครอบครวั ° มงคล 38 - ทาํ ตัวดี - วางา ย - รับใชพ อแม ทําจิตใหบ รสิ ทุ ธิ์ (บรหิ ารจติ และเจริญ ปญญา) พทุ ธศาสนสุภาษิต อตตฺ า หิ อตตฺ โน นาโถ ตนแลเปน ทพี่ ่งึ ของตน มาตา มติ ฺตํ สเก ฆเร มารดาเปนมิตรในเรือนของตน - 11 -
ช้นั ตวั ช้วี ัด สาระการเรยี นรแู กนกลาง 4. เหน็ คณุ คาและสวดมนต แผเ มตตา ฝกสวดมนตแ ละแผเ มตตา มีสติท่ีเปนพื้นฐานของสมาธใิ น รคู วามหมายและประโยชนของสติ พระพทุ ธศาสนา หรอื การพัฒนาจิตตาม ฟง เพลงและรองเพลงอยา งมีสติ แนวทางของศาสนาทต่ี นนบั ถือ เลนและทํางานอยา งมีสติ ตามท่กี าํ หนด ฝก ใหมสี ตใิ นการฟง การอาน การคดิ การ ถามและการเขียน ป.2 1. บอกความสาํ คญั ของพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาเปนเอกลักษณของ ชาติ หรือศาสนาทต่ี นนับถือ ไทย 2. สรุปพทุ ธประวตั ิตงั้ แตป ระสตู ิจนถงึ การ สรุปพทุ ธประวัติ ออกผนวชหรือประวตั ศิ าสดาที่ตนนับถือ ตามท่ีกําหนด ประสตู ิ o เหตกุ ารณหลงั ประสูติ 3. ชื่นชมและบอกแบบอยา งการดาํ เนนิ o แรกนาขวัญ ชีวิตและขอคดิ จากประวัติสาวก ชาดก/ o การศึกษา เร่ืองเลา และศาสนิกชนตัวอยางตามท่ี o การอภิเษกสมรส กาํ หนด o เทวทตู 4 o การออกผนวช สามเณรราหุล วรุณชาดก วานรนิ ทชาดก สมเด็จพระญาณสังวร (ศุข ไกเ ถือ่ น) สมเดจ็ พระญาณสงั วร สมเด็จพระสงั ฆราช (เจริญ สวุ ฑฒฺ โน) 4. บอกความหมาย ความสาํ คัญ และ พระรัตนตรยั เคารพพระรัตนตรัย ปฏบิ ตั ิตามหลักธรรม ศรทั ธา โอวาท 3 ในพระพุทธศาสนา หรือ หลักธรรมของศาสนาท่ีตน โอวาท 3 นับถอื ตามท่ีกําหนด ไมท าํ ชัว่ ° เบญจศีล ทําความดี ° เบญจธรรม ° หิริ-โอตตัปปะ ° สงั คหวตั ถุ 4 ° ฆราวาสธรรม 4 ° กตญั ูกตเวทตี อ ครู อาจารย และ โรงเรยี น ° มงคล 38 - กตญั ู - 12 -
ชั้น ตวั ช้วี ัด สาระการเรยี นรูแกนกลาง - สงเคราะหญาติพ่ีนอ ง ทําจติ ใหบ ริสทุ ธ์ิ (บริหารจติ และเจรญิ ปญ ญา) พทุ ธศาสนสภุ าษติ นมิ ิตตฺ ํ สาธุรูปานํ กตญฺ กตเวทิตา ความกตญั ญ กตเวทเี ปนเครอ่ื งหมาย ของคนดี พรฺ หฺมาติ มาตาปตโร มารดาบิดาเปนพรหมของบตุ ร 5. ช่นื ชมการทําความดขี องตนเอง บุคคล ตวั อยางการกระทําความดีของตนเองและ ในครอบครัวและในโรงเรียน ตามหลกั บคุ คลในครอบครวั และในโรงเรียน (ตาม ศาสนา สาระในขอ 4) 6. เหน็ คณุ คา และสวดมนต แผเมตตา ฝกสวดมนตไหวพ ระและแผเ มตตา มีสติที่เปนพ้นื ฐานของสมาธใิ นพระพทุ ธ- รูความหมายและประโยชนของสติและ ศาสนา หรือการพฒั นาจติ ตามแนวทาง ของศาสนาทต่ี นนบั ถือ ตามท่ีกาํ หนด สมาธิ ฝกสมาธิเบ้อื งตน ฝก สติเบื้องตน ดวยกิจกรรมการเคลอื่ นไหว อยางมสี ติ ฝกใหมสี มาธิในการฟง การอา น การคดิ การถาม และการเขยี น 7. บอกชื่อศาสนา ศาสดา และความสําคัญ ชือ่ ศาสนา ศาสดา และคมั ภีรของศาสนาตาง ของคมั ภีรข องศาสนาทตี่ นนับถอื และ ๆ ศาสนาอื่นๆ พระพุทธศาสนา o ศาสดา : พระพทุ ธเจา o คัมภรี : พระไตรปฎ ก ศาสนาอสิ ลาม o ศาสดา : มฮุ มั มัด o คมั ภรี : อลั กรุ อาน คริสตศาสนา o ศาสดา : พระเยซู o คัมภีร : ไบเบิล ศาสนาฮินดู o ศาสดา : ไมม ีศาสดา o คัมภีร : พระเวท พราหมณะ อุปนิษัท อารณั ยกะ - 13 -
ช้ัน ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรแู กนกลาง ป.3 1. อธิบายความสําคัญของพระพทุ ธศาสนา ความสัมพันธของพระพทุ ธศาสนากับการ หรอื ศาสนาทต่ี นนับถือ ในฐานะทเ่ี ปน ดาํ เนนิ ชีวิตประจําวัน เชน รากฐานสาํ คัญของวัฒนธรรมไทย การสวดมนต การทําบญุ ใสบาตร การแสดงความเคารพ การใชภาษา 2. สรปุ พุทธประวตั ติ ้งั แตการบําเพ็ญเพียร จนถงึ ปรนิ พิ พาน หรือประวตั ิของศาสดาที่ พระพุทธศาสนามีอทิ ธิพลตอการสรางสรรค ตนนบั ถือตามท่ีกาํ หนด ผลงานทางวฒั นธรรมไทยอันเกดิ จาก ความศรทั ธา เชน วดั ภาพวาด 3. ชนื่ ชมและบอกแบบอยางการดําเนนิ พระพุทธรปู วรรณคดี สถาปต ยกรรมไทย ชวี ิตและขอคดิ จากประวตั สิ าวก ชาดก/ เรอื่ งเลาและศาสนกิ ชนตวั อยาง ตามที่ สรุปพทุ ธประวัติ (ทบทวน) กาํ หนด การบาํ เพ็ญเพียร ผจญมาร 4. บอกความหมาย ความสาํ คัญของ ตรัสรู พระไตรปฎก หรอื คมั ภีรของศาสนาท่ีตน ปฐมเทศนา นบั ถือ ปรินพิ พาน สามเณรสังกจิ จะ อารามทสู กชาดก มหาวาณชิ ชาดก สมเด็จพระพฒุ าจารย (โต พรฺ หมฺ รสํ ี) สมเดจ็ พระเจาตากสนิ มหาราช ความสําคัญของพระไตรปฎก เชน เปน แหลงอา งอิง ของหลักธรรมคาํ สอน - 14 -
ชั้น ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรแู กนกลาง 5. แสดงความเคารพพระรตั นตรัย และ พระรัตนตรัย ปฏิบัติตามหลักธรรมโอวาท 3 ใน ศรัทธา พระพทุ ธศาสนา หรือหลกั ธรรมของศาสนา โอวาท 3 ที่ตนนับถือตามทก่ี าํ หนด ไมทาํ ชั่ว ° เบญจศลี ทาํ ความดี ° เบญจธรรม ° สติ-สมั ปชัญญะ ° สังคหวตั ถุ 4 ° ฆราวาสธรรม 4 ° อตั ถะ 3 (อัตตตั ถะ, ปรตั ถะ, อุภยัตถะ) ° กตัญูกตเวทีตอ ชุมชน, ส่งิ แวดลอ ม ° มงคล 38 - รจู กั ให - พดู ไพเราะ - อยใู นส่งิ แวดลอ มท่ีดี ทาํ จติ ใหบริสทุ ธ์ิ (บรหิ ารจติ และเจริญ ปญ ญา) พุทธศาสนสุภาษิต ททมาโน ปโย โหติ ผูใหยอมเปน ที่รกั โมกโฺ ข กลฺยาณิยา สาธุ เปลง วาจาไพเราะใหสําเร็จประโยชน 6. เห็นคณุ คาและสวดมนต แผเมตตา ฝกสวดมนต ไหวพระ สรรเสรญิ คณุ พระ มสี ติทเ่ี ปน พน้ื ฐานของสมาธิใน รัตนตรัยและแผเ มตตา พระพทุ ธศาสนา หรือการพฒั นาจิต ตามแนวทางของศาสนาท่ีตนนบั ถือ รูค วามหมายและประโยชนข องสตแิ ละ ตามท่กี ําหนด สมาธิ รูประโยชนของการฝกสติ ฝก สมาธิเบ้อื งตนดวยการนบั ลมหายใจ ฝกการยืน การเดนิ การนั่ง และ การนอน อยางมสี ติ ฝกใหมสี มาธิในการฟง การอาน การคิด การถาม และการเขยี น 7. บอกชอื่ ความสาํ คัญและปฏบิ ตั ติ น ชือ่ และความสาํ คัญของศาสนวัตถุ ไดอยางเหมาะสมตอศาสนวตั ถุ ศาสนสถานและ ศาสนบุคคล - 15 -
ชนั้ ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรูแกนกลาง ศาสนสถาน และศาสนบคุ คลของศาสนา ในพระพทุ ธศาสนา ศาสนาอิสลาม อื่นๆ ครสิ ตศาสนา ศาสนาฮนิ ดู การปฏบิ ัติตนทีเ่ หมาะสมตอศาสนวตั ถุ ศาสนสถานและศาสนบุคคลในศาสนาอื่น ๆ ป.4 1. อธิบายความสําคัญของพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนา ในฐานะทเ่ี ปน หรอื ศาสนาท่ตี นนับถือ ในฐานะเปน ศนู ย เคร่อื งยึดเหนี่ยวจติ ใจ รวมจติ ใจของศาสนิกชน เปนศูนยร วมการทาํ ความดี และพัฒนา จิตใจ เชน ฝก สมาธิ สวดมนต ศึกษาหลักธรรม เปน ท่ปี ระกอบศาสนพิธี (การทอดกฐิน การทอดผาปา การเวยี นเทียน การทาํ บญุ ) เปน แหลง ทาํ กิจกรรมทางสังคม เชน การจดั ประเพณีทอ งถ่ิน การเผยแพรขอมูล ขา วสารชมุ ชนและการสง เสริมพัฒนาชุมชน 2. สรุปพุทธประวตั ิต้ังแตบ รรลธุ รรมจนถงึ สรุปพุทธประวัติ (ทบทวน) ประกาศธรรม หรือประวัตศิ าสดาที่ตนนบั ตรัสรู ถือตามทก่ี ําหนด ประกาศธรรม ไดแ ก 3. เหน็ คุณคา และปฏบิ ัติตนตาม ° โปรดชฎิล แบบอยา งการดาํ เนนิ ชีวติ และขอ คิดจาก ° โปรดพระเจาพมิ พิสาร ประวัติสาวก ชาดก/เรอ่ื งเลา และ ° พระอัครสาวก ศาสนกิ ชนตัวอยา ง ตามทกี่ ําหนด ° แสดงโอวาทปาฏโิ มกข พระอรุ เุ วลกสั สปะ กฏุ ทิ สู กชาดก มหาอกุ กสุ ชาดก สมเดจ็ พระมหติ ลาธเิ บศร อดลุ ยเดชวกิ รม พระบรมราชชนก สมเดจ็ พระศรีนครินทราบรมราชชนนี 4. แสดงความเคารพ พระรัตนตรยั พระรัตนตรยั ปฏบิ ตั ติ ามไตรสิกขาและหลกั ธรรมโอวาท o ศรัทธา 4 3 ในพระพุทธศาสนา หรือหลักธรรมของ ศาสนาทต่ี นนบั ถือตามท่กี ําหนด พระพุทธ ° พุทธคณุ 3 พระธรรม ° หลกั กรรม พระสงฆ ไตรสิกขา - 16 -
ชั้น ตัวชว้ี ัด สาระการเรียนรแู กนกลาง ศีล สมาธิ ปญ ญา โอวาท 3 ไมทําชว่ั o เบญจศลี o ทจุ ริต 3 ทาํ ความดี o เบญจธรรม o สุจรติ 3 o พรหมวิหาร 4 o กตัญูกตเวทตี อ ประเทศชาติ o มงคล 38 - เคารพ - ถอมคน - ทาํ ความดีใหพรอมไวกอน ทําจิตใหบริสทุ ธิ์ (บรหิ ารจิตและเจรญิ ปญ ญา) พุทธศาสนสุภาษติ สขุ า สงฺฆสสฺ สามคคฺ ี ความพรอมเพรยี งของหมูใหเ กดิ สุข โลโกปตถฺ มภฺ ิกา เมตตฺ า เมตตาธรรม คํา้ จนุ โลก 5. ช่ืนชมการทําความดขี องตนเอง บุคคล ตัวอยางการกระทาํ ความดีของตนเองและ ในครอบครวั โรงเรียนและชุมชนตามหลัก บคุ คลในครอบครัว ในโรงเรยี น และในชุมชน ศาสนา พรอมทงั้ บอกแนวปฏบิ ตั ใิ นการ ดาํ เนนิ ชวี ติ 6. เหน็ คณุ คาและสวดมนต แผเมตตา สวดมนตไ หวพ ระ สรรเสรญิ มสี ติท่เี ปนพน้ื ฐานของสมาธใิ น คุณพระรัตนตรยั และแผเมตตา พระพทุ ธศาสนา หรือการพัฒนาจิต รูค วามหมายของสติสัมปชญั ญะ สมาธแิ ละ ตามแนวทางของศาสนาที่ตนนบั ถอื ปญ ญา ตามทีก่ ําหนด รูว ธิ ปี ฏบิ ตั ขิ องการบรหิ ารจิตและเจรญิ ปญญา ฝกการยืน การเดิน การน่ัง และการนอน อยางมีสติ ฝก การกําหนดรูความรสู ึก เม่ือตาเหน็ รปู หู ฟงเสียง จมูกดมกล่ิน ล้ินลมิ้ รส กายสัมผัส ส่งิ ท่มี ากระทบ ใจรบั รูธ รรมารมณ ฝก ใหมีสมาธิในการฟง การอาน การคดิ การ ถาม และการเขียน - 17 -
ชนั้ ตัวชีว้ ัด สาระการเรียนรแู กนกลาง 7. ปฏิบตั ติ นตามหลกั ธรรมของศาสนาที่ หลกั ธรรมเพ่อื การอยูรว มกนั อยา งสมานฉนั ท ตนนับถือ เพ่อื การอยรู ว มกนั เปน ชาติได เบญจศลี – เบญจธรรม อยา งสมานฉันท ทจุ รติ 3 – สุจริต 3 พรหมวิหาร 4 มงคล 38 - เคารพ - ถอมตน - ทําความดใี หพรอมไวกอน พุทธศาสนสุภาษิต : ความพรอมเพรยี ง ของหมูใหเกิดสุข เมตตาธรรมคํา้ จุนโลก กตญั ูกตเวทีตอ ประเทศชาติ 8. อธบิ ายประวตั ิศาสดาของศาสนาอน่ื ๆ ประวัติศาสดา โดยสงั เขป พระพุทธเจา มุฮัมมัด พระเยซู ป.5 1. วิเคราะหความสาํ คัญของ มรดกทางวัฒนธรรมทไ่ี ดรบั จาก พระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาท่ีตนนบั ถือ ใน พระพุทธศาสนา ฐานะที่เปนมรดกทางวฒั นธรรมและหลกั o มรดกทางดานรูปธรรม เชน ในการพัฒนาชาติไทย ศาสนสถาน โบราณวตั ถุ สถาปต ยกรรม o มรดกทางดา นจติ ใจ เชน หลกั ธรรมคาํ สงั่ สอน ความเชอื่ และคุณธรรมตา ง ๆ การนําพระพุทธศาสนาไปใชเปนแนวทางใน การพฒั นาชาติไทย o พฒั นาดานกายภาพ และส่งิ แวดลอม เชน ภาวนา 4 (กาย ศลี จติ ปญ ญา) ไตรสิกขา (ศีล สมาธิ ปญญา)และอรยิ สัจสี่ o พัฒนาจติ ใจ เชน หลักโอวาท 3 (ละความช่ัว ทําดี ทาํ จิตใจใหบรสิ ุทธ์ิ) และการบรหิ ารจติ และเจริญปญญา 2. สรปุ พทุ ธประวตั ิตง้ั แตเ สด็จ สรปุ พทุ ธประวัติ (ทบทวน) กรุงกบิลพัสดจุ นถงึ พทุ ธกิจสาํ คัญ โปรดพระพุทธบดิ า (เสด็จกรงุ กบลิ พัสดุ) หรือประวตั ิศาสดาทต่ี นนบั ถือตามที่ พทุ ธกิจสําคัญ ไดแ ก โลกัตถจรยิ า ญาตัตถ กําหนด จริยา และพทุ ธตั ถจริยา 3. เหน็ คณุ คา และประพฤตติ นตาม พระโสณโกฬิวสิ ะ แบบอยา งการดําเนนิ ชวี ิตและขอ คิดจาก จฬู เสฏฐชิ าดก ประวตั ิสาวก ชาดก/เร่ืองเลา และ วัณณาโรหชาดก - 18 -
ชั้น ตวั ชี้วัด สาระการเรียนรูแกนกลาง ศาสนิกชนตวั อยา ง ตามท่ีกําหนด สมเด็จพระสงั ฆราช (สา) อาจารยเ สถียร โพธนิ ันทะ 4. อธิบายองคป ระกอบ และความสําคัญ องคประกอบของพระไตรปฎก ของพระไตรปฎ ก หรือคัมภรี ของศาสนาท่ี พระสตุ ตนั ตปฎก ตนนบั ถอื พระวนิ ัยปฎก 5. แสดงความเคารพพระรัตนตรยั พระอภธิ รรมปฎก และปฏิบตั ิตามไตรสิกขาและหลักธรรม ความสาํ คญั ของพระไตรปฎก โอวาท 3 ในพระพุทธศาสนาหรอื หลักธรรมของศาสนาท่ตี นนับถอื พระรัตนตรยั ตามท่กี ําหนด o ศรทั ธา 4 พระพุทธ o พุทธจริยา 3 พระธรรม o อริยสจั 4 o หลักกรรม พระสงฆ ไตรสิกขา ศลี สมาธิ ปญ ญา โอวาท 3 ไมทาํ ช่ัว o เบญจศลี o อบายมุข 4 ทําความดี o เบญจธรรม o บญุ กริ ยิ าวตั ถุ 3 o อคติ 4 o อิทธิบาท 4 o กตัญูกตเวทีตอ พระพุทธศาสนา o มงคล 38 - ใฝรู ใฝเ รยี น - การงานไมอากูล - อดทน ทําจิตใหบ รสิ ทุ ธ์ิ (บรหิ ารจิตและเจริญ ปญ ญา) พทุ ธศาสนสุภาษติ วิริเยน ทกุ ขฺ มจเฺ จติ คนจะลว งทุกขไ ดเพราะความเพยี ร - 19 -
ชนั้ ตวั ชว้ี ดั สาระการเรยี นรูแกนกลาง ปญฺ า โลกสฺมิ ปชฺโชโต ปญ ญา คอื แสงสวางในโลก 6. เห็นคณุ คา และสวดมนตแ ผเมตตา สวดมนตไหวพ ระ สรรเสรญิ มสี ติทเ่ี ปน พ้นื ฐานของสมาธใิ น คุณพระรัตนตรยั และแผเ มตตา พระพุทธศาสนา หรือการพัฒนาจิตตาม แนวทางของศาสนาที่ตนนบั ถือตามที่ รูความหมายของสตสิ ัมปชญั ญะ สมาธิ กาํ หนด และปญ ญา 7. ปฏบิ ัติตนตามหลักธรรมของศาสนาท่ี รูว ธิ ปี ฏิบัติและประโยชนของการบริหารจิต และเจริญปญญา ฝก การยนื การเดิน การนง่ั และ การนอน อยางมีสติ ฝกการกาํ หนดรคู วามรสู ึก เมอ่ื ตา เห็นรูป หูฟง เสียง จมูกดมกลนิ่ ลิน้ ลม้ิ รส กายสมั ผสั สิ่งทม่ี ากระทบใจรับรธู รรมารมณ ฝก ใหมีสมาธใิ นการฟง การอาน การคดิ การถามและการเขยี น โอวาท 3 ตนนบั ถือ เพอ่ื การพฒั นาตนเองและ สิง่ แวดลอ ม ป.6 1. วิเคราะหความสําคัญของพระพทุ ธ- พระพทุ ธศาสนาในฐานะเปน ศาสนาประจํา ศาสนาในฐานะเปนศาสนาประจาํ ชาติ ชาติ เชน เปนเอกลกั ษณของชาติไทย หรือความสาํ คัญของศาสนาท่ีตนนบั ถอื เปนรากฐานทางวฒั นธรรมไทย เปนศนู ย รวมจติ ใจ เปน มรดกทางวฒั นธรรมไทย และเปน หลักในการพัฒนาชาตไิ ทย 2. สรุปพุทธประวตั ิตงั้ แตปลงอายุสังขาร สรปุ พทุ ธประวัติ (ทบทวน) จนถึงสังเวชนียสถาน หรือประวัตศิ าสดาที่ ปลงอายสุ งั ขาร ตนนบั ถอื ตามที่กาํ หนด ปจ ฉิมสาวก ปรนิ พิ พาน การถวายพระเพลิง แจกพระบรมสารีริกธาตุ สงั เวชนียสถาน 4 3. เหน็ คณุ คา และประพฤติตนตาม พระราธะ แบบอยางการดาํ เนินชีวติ และขอคิดจาก ทฆี ีตโิ กสลชาดก ประวัติสาวก ชาดก/เรือ่ งเลา และ สัพพทาฐิชาดก ศาสนกิ ชนตวั อยา งตามที่กําหนด พอขุนรามคาํ แหงมหาราช - 20 -
ชั้น ตวั ช้ีวัด สาระการเรียนรแู กนกลาง สมเด็จพระมหาสมณเจากรม-พระปรมานุ ชติ ชิโนรส 4. วเิ คราะหความสาํ คัญและเคารพ พระรัตนตรยั พระรัตนตรัย ปฏบิ ตั ิตามไตรสกิ ขาและ o ศรทั ธา 4 หลักธรรมโอวาท 3 ในพระพุทธศาสนา หรือหลกั ธรรมของศาสนาที่ตน พระพทุ ธ นบั ถอื ตามทีก่ ําหนด o พุทธกจิ 5 พระธรรม o อริยสัจ 4 o หลักกรรม พระสงฆ ไตรสกิ ขา ศีล สมาธิ ปญ ญา โอวาท 3 ไมทําช่วั o เบญจศลี o อบายมุข 6 o อกุศลมูล 3 ทาํ ความดี o เบญจธรรม o กุศลมลู 3 o พละ 4 o คารวะ 6 o กตัญกู ตเวทตี อพระมหากษัตรยิ o มงคล 38 - มวี ินยั - การงานไมมีโทษ - ไมป ระมาทในธรรม ทาํ จิตใหบรสิ ุทธ์ิ พุทธศาสนสุภาษิต สจเฺ จน กติ ฺตึ ปปฺโปติ คนจะไดเ กียรตดิ ว ยสจั จะ ยถาวาที ตถาการี พูดเชนไร ทําเชนน้ัน 5. ชื่นชมการทําความดีของบุคคลใน ตวั อยางการกระทําความดขี องบุคคลใน ประเทศตามหลักศาสนา พรอมทัง้ บอก ประเทศ แนวปฏบิ ัติในการดาํ เนินชวี ิต - 21 -
ชนั้ ตวั ชวี้ ัด สาระการเรยี นรแู กนกลาง 6. เหน็ คณุ คาและสวดมนตแ ผเมตตา และ สวดมนตไหวพ ระ สรรเสริญ บรหิ ารจิตเจรญิ ปญ ญา มสี ตทิ ี่เปนพืน้ ฐาน คุณพระรัตนตรัยและแผเ มตตา ของสมาธิในพระพุทธศาสนา หรอื การ พฒั นาจิตตามแนวทางของศาสนา รคู วามหมายของสติสมั ปชญั ญะ ที่ตนนับถือ ตามที่กาํ หนด สมาธิและปญญา รวู ธิ ีปฏิบัติและประโยชนของ การบริหารจติ และเจริญปญ ญา ฝกการยืน การเดนิ การนง่ั และ การนอนอยางมสี ติ ฝกการกาํ หนดรูค วามรสู ึกเมอื่ ตาเห็นรูป หูฟงเสียง จมูกดมกลน่ิ ล้นิ ลิม้ รส กาย สมั ผสั ส่งิ ทมี่ ากระทบ ใจรับรูธรรมารมณ ฝก ใหม สี มาธิในการฟง การอาน การคิด การถาม และการเขียน 7. ปฏบิ ัติตนตามหลักธรรมของศาสนา หลักธรรม : อริยสจั 4 หลักกรรม ทตี่ นนับถือ เพื่อแกปญหาอบายมขุ และ สิ่ง โอวาท 3 : เบญจศีล – เบญจธรรม เสพติด อบายมุข 6 อกุศลมลู 3 กศุ ลมลู 3 8. อธิบายหลกั ธรรมสาํ คัญของศาสนาอนื่ ๆ หลกั ธรรมสาํ คัญของศาสนาตาง ๆ โดยสังเขป พระพทุ ธศาสนา : อรยิ สจั 4 โอวาท 3 ฯลฯ ศาสนาอิสลาม : หลกั ศรทั ธา หลักปฏิบัติ หลักจรยิ ธรรม คริสตศาสนา : บญั ญัติ 10 ประการ 9. อธบิ ายลกั ษณะสาํ คญั ของศาสนพิธี ศาสนพิธขี องศาสนาตาง ๆ พิธีกรรมของศาสนาอืน่ ๆ และปฏิบัตติ นได พระพทุ ธศาสนา อยา งเหมาะสมเมื่อตองเขารวมพธิ ี o ศาสนพิธที เี่ ปนพทุ ธบญั ญัติ เชน บรรพชา อุปสมบท o ศาสนพธิ ีที่เกย่ี วเนื่องกับพระพทุ ธศาสนา เชน ทําบุญพธิ เี นื่องในวันสําคัญทางศาสนา o ศาสนาอิสลาม เชน การละหมาด การถือศีลอด การบําเพ็ญฮจั ญ ฯลฯ o คริสตศาสนา เชน ศีลลางบาป ศลี อภยั บาป ศลี กําลงั ศลี มหาสนทิ ฯลฯ o ศาสนาฮินดู เชน พิธีศราทธ พธิ บี ชู าเทวดา ม.1 1. อธบิ ายการเผยแผพ ระพุทธศาสนา หรือ การสังคายนา ศาสนาทต่ี นนบั ถือสูประเทศไทย การเผยแผพระพุทธศาสนาเขา สปู ระเทศไทย - 22 -
ชั้น ตัวชีว้ ัด สาระการเรยี นรแู กนกลาง 2. วเิ คราะหความสําคัญของ ความสาํ คัญของพระพทุ ธศาสนาตอ สงั คมไทยใน พระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาท่ตี นนบั ถือ ที่ ฐานะเปน มีตอ สภาพแวดลอ มในสังคมไทย รวมทั้ง การพัฒนาตนและครอบครัว ศาสนาประจําชาติ สถาบันหลกั ของสังคมไทย สภาพแวดลอ มท่กี วางขวาง และ ครอบคลุมสังคมไทย การพฒั นาตนและครอบครวั 3. วเิ คราะหพทุ ธประวตั ติ ้ังแตประสตู ิจนถงึ สรุปและวิเคราะห พุทธประวตั ิ บําเพญ็ ทุกรกิริยา หรอื ประวัตศิ าสดาที่ ประสตู ิ ตนนบั ถือตามที่กาํ หนด เทวทูต 4 การแสวงหาความรู 4. วเิ คราะหแ ละประพฤติตนตาม การบําเพ็ญทุกรกริ ยิ า แบบอยา งการดาํ เนนิ ชวี ิตและขอคิดจาก ประวตั ิสาวก ชาดก/เรอื่ งเลา และศาสนกิ พทุ ธสาวก พุทธสาวิกา ชนตวั อยางตามท่ีกําหนด พระมหากัสสปะ พระอบุ าลี อนาถบิณฑิกะ 5. อธบิ ายพทุ ธคณุ และขอธรรมสําคญั ใน นางวสิ าขา กรอบอรยิ สัจ 4 หรอื หลกั ธรรมของ ชาดก ศาสนาทตี่ นนับถือ ตามทกี่ าํ หนด เหน็ คุณคาและนําไปพฒั นาแกปญหาของ อมั พชาดก ตนเองและครอบครวั ตติ ติรชาดก พระรตั นตรยั พุทธคณุ 9 อรยิ สัจ 4 ทกุ ข (ธรรมท่ีควรรู) o ขันธ 5 - ธาตุ 4 สมทุ ัย (ธรรมทีค่ วรละ) o หลกั กรรม - ความหมายและคณุ คา o อบายมุข 6 นิโรธ (ธรรมทคี่ วรบรรลุ) o สขุ 2 (กายิก, เจตสิก) o คหิ ิสุข มรรค (ธรรมที่ควรเจรญิ ) o ไตรสิกขา o กรรมฐาน 2 - 23 -
ชั้น ตวั ชี้วัด สาระการเรียนรแู กนกลาง o ปธาน 4 o โกศล 3 o มงคล 38 -ไมค บคนพาล - คบบัณฑิต - บูชาผคู วรบูชา พทุ ธศาสนสภุ าษติ ยํ เว เสวติ ตาทิโส คบคนเชน ใดเปนคนเชน นนั้ อตฺตนา โจทยตฺตานํ จงเตอื นตน ดว ยตน นิสมมฺ กรณํ เสยฺโย ใครครวญกอนทาํ จึงดี ทรุ าวาสา ฆรา ทุกขฺ า เรือนท่คี รองไมด นี ําทกุ ขมาให 6. เหน็ คณุ คา ของการพฒั นาจิต เพื่อการ โยนโิ สมนสกิ าร เรยี นรูและการดาํ เนินชีวิต ดวยวิธคี ดิ แบบ วธิ ีคิดแบบคณุ คาแท – คุณคา เทียม โยนิโสมนสกิ ารคือวธิ คี ิดแบบคุณคา แท – วธิ คี ิดแบบคณุ - โทษและทางออก คุณคา เทียม และวธิ ีคดิ แบบคุณ – โทษ และทางออก หรือการพัฒนาจติ ตาม แนวทางของศาสนาท่ตี นนบั ถือ 7. สวดมนต แผเมตตา บรหิ ารจติ และ สวดมนตแ ปล และแผเ มตตา เจรญิ ปญ ญาดว ยอานาปานสติ หรือตาม แนวทางของศาสนาท่ตี นับถือตามท่ี วิธีปฏบิ ตั แิ ละประโยชนของการบรหิ ารจิตและ กาํ หนด เจริญปญญา การฝก บรหิ ารจิตและเจริญ ปญญาตามหลักสตปิ ฎ ฐานเนนอานาปานสติ นําวธิ ีการบรหิ ารจติ และเจรญิ ปญ ญาไปใชใ น ชวี ิตประจําวัน 8. วเิ คราะหแ ละปฏิบัติตนตามหลักธรรม หลักธรรม (ตามสาระการเรยี นรูข อ 5) ทางศาสนาท่ีตนนบั ถือ ในการดํารงชีวติ แบบพอเพียง และดูแลรักษาส่งิ แวดลอ ม เพอ่ื การอยรู วมกนั ไดอยา งสนั ตสิ ุข 9. วเิ คราะหเหตุผลความจาํ เปนท่ีทกุ คน ศาสนิกชนของศาสนาตา ง ๆ มีการประพฤติ ตอ งศึกษาเรยี นรูศาสนาอื่นๆ ปฏบิ ัติตนและวิถกี ารดําเนินชวี ิต แตกตา งกันตามหลักความเชื่อและคาํ สอน ของ ศาสนาท่ีตนนบั ถือ - 24 -
ชนั้ ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรูแ กนกลาง 10. ปฏบิ ัตติ นตอศาสนิกชนอื่นใน การปฏิบตั ิอยา งเหมาะสมตอศาสนิกชนอน่ื ใน สถานการณตางๆไดอ ยางเหมาะสม สถานการณต างๆ 11. วิเคราะหก ารกระทาํ ของบคุ คลท่ีเปน ตวั อยางบคุ คลในทองถน่ิ หรือประเทศท่ปี ฏบิ ตั ิ แบบอยา งดานศาสนสมั พนั ธ และนําเสนอ ตนเปน แบบอยางดานศาสนสัมพันธหรอื มี แนวทางการปฏบิ ัติของตนเอง ผลงานดา นศาสนสมั พนั ธ ม.2 1. อธิบายการเผยแผพ ระพุทธศาสนา หรอื การเผยแผพ ระพทุ ธศาสนาเขาสูประเทศเพื่อน ศาสนาทต่ี นนับถือสปู ระเทศ บานและการนับถือพระพุทธ -ศาสนาของ เพ่อื นบา น ประเทศเพื่อนบานในปจจุบัน 2. วิเคราะหความสาํ คัญของพระพุทธ- ความสําคญั ของพระพุทธศาสนาทชี่ ว ย ศาสนา หรือศาสนาทต่ี นนบั ถือที่ชว ย เสรมิ สรางความเขา ใจอนั ดีกับประเทศเพื่อน เสริมสรางความเขา ใจอนั ดีกับประเทศ บา น เพอื่ นบาน 3. วเิ คราะหค วามสําคัญของ ความสําคญั ของพระพุทธศาสนาตอ สงั คมไทย พระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาท่ีตนนับถือใน ในฐานะเปน ฐานะทีเ่ ปน รากฐานของวฒั นธรรม รากฐานของวฒั นธรรม เอกลกั ษณของชาติและมรดกของชาติ เอกลกั ษณและ มรดกของชาติ 4. อภปิ รายความสําคัญของพระพทุ ธ - ความสาํ คญั ของพระพุทธศาสนากับ ศาสนา หรือศาสนาท่ีตนนับถือกับ การพฒั นาชุมชนและการจัดระเบียบสงั คม การพัฒนาชุมชนและการจัดระเบยี บสังคม 5. วิเคราะหพ ทุ ธประวัติหรือประวัติศาสดา สรุปและวเิ คราะห พุทธประวตั ิ ของศาสนาทต่ี นนับถือตามที่กําหนด การผจญมาร การตรัสรู การสั่งสอน 6. วิเคราะหและประพฤตติ นตาม พระสารีบุตร แบบอยา งการดําเนนิ ชวี ิตและขอคิดจาก พระโมคคัลลานะ ประวัตสิ าวก ชาดก/เรอ่ื งเลา และ นางขุชชุตตรา ศาสนิกชนตวั อยางตามที่กําหนด พระเจา พิมพิสาร มิตตวนิ ทุกชาดก ราโชวาทชาดก 7. อธบิ ายโครงสรา ง และสาระสงั เขปของ โครงสราง และสาระสงั เขปของ พระไตรปฎ ก หรอื คัมภรี ข องศาสนาทต่ี น พระวนิ ยั ปฎ ก พระสตุ ตันตปฎก นับถอื และพระอภิธรรมปฎก - 25 -
ชั้น ตัวชว้ี ดั สาระการเรยี นรูแกนกลาง 8. อธิบายธรรมคณุ และขอ ธรรมสาํ คญั ใน พระรัตนตรัย กรอบอรยิ สจั 4 หรอื หลักธรรมของศาสนา ทต่ี นนับถือ ตามท่ีกาํ หนด เห็นคุณคา ธรรมคุณ 6 และนาํ ไปพัฒนา แกป ญ หาของชมุ ชนและ อรยิ สัจ 4 สงั คม ทุกข (ธรรมท่คี วรรู) o ขันธ 5 - อายตนะ สมทุ ยั (ธรรมที่ควรละ) o หลกั กรรม - สมบตั ิ 4 - วบิ ตั ิ 4 o อกศุ ลกรรมบถ 10 o อบายมุข 6 นิโรธ (ธรรมทคี่ วรบรรลุ) o สขุ 2 (สามิส, นริ ามสิ ) มรรค (ธรรมท่ีควรเจรญิ ) o บุพพนิมิตของมชั ฌิมาปฏปิ ทา o ดรุณธรรม 6 o กุลจิรัฏฐิตธิ รรม 4 o กุศลกรรมบถ 10 o สตปิ ฏ ฐาน 4 o มงคล 38 - ประพฤติธรรม - เวนจากความชัว่ - เวนจากการดื่มน้าํ เมา พทุ ธศาสนสุภาษติ กมฺมนุ า วตตฺ ตี โลโก สตั วโ ลกยอ มเปนไป ตามกรรม กลฺยาณการี กลยฺ าณํ ปาปการี จ ปาปกํ ทาํ ดไี ดดี ทําชวั่ ไดชว่ั สุโข ปฺุญสสฺ อุจจฺ โย การส่ังสมบญุ นาํ สขุ มาให ปูชโก ลภเต ปูชํ วนฺทโก ปฏวิ นฺทนํ ผูบ ูชาเขา ยอ มไดร ับการบูชาตอบ ผไู หวเขายอมไดร บั การไหวตอบ - 26 -
ชนั้ ตวั ชวี้ ดั สาระการเรียนรูแกนกลาง 9. เห็นคุณคา ของการพัฒนาจิตเพือ่ การ พัฒนาการเรียนรูดวยวธิ คี ิดแบบโยนโิ ส- เรียนรแู ละดาํ เนนิ ชีวิต ดวยวิธคี ิดแบบ มนสิการ 2 วิธี คอื วิธีคิดแบบอุบายปลกุ เรา โยนิโสมนสิการคอื วธิ คี ดิ แบบอุบายปลกุ คณุ ธรรม และวธิ คี ิดแบบอรรถธรรมสัมพนั ธ เรา คณุ ธรรม และวธิ ีคิดแบบอรรถธรรม สัมพนั ธ หรือการพฒั นาจิตตามแนวทาง สวดมนตแปล และแผเมตตา ของศาสนาที่ตนนับถอื 10. สวดมนต แผเ มตตา บริหารจิตและ เจริญปญ ญาดวยอานาปานสติ หรอื ตาม รูแ ละเขา ใจวิธีปฏบิ ตั ิและประโยชนของการ แนวทางของศาสนาที่ตนนับถือ บรหิ ารจิตและเจริญปญ ญา ฝกการบริหารจติ และเจริญปญ ญาตามหลัก สตปิ ฎฐาน เนน อานาปานสติ นําวธิ กี ารบรหิ ารจติ และเจริญปญ ญา ไปใชใน ชวี ิตประจาํ วนั 11.วิเคราะหก ารปฏบิ ัติตนตามหลักธรรม การปฏบิ ัตติ นตามหลกั ธรรม ทางศาสนาท่ีตนนบั ถือ เพ่ือการดํารงตน อยา งเหมาะสมในกระแสความเปลยี่ นแปลง ของโลก และการอยูรว มกันอยา งสันตสิ ุข ม.3 1. อธิบายการเผยแผพระพุทธศาสนา หรือ การเผยแผพระพทุ ธศาสนาเขาสปู ระเทศตา ง ๆ ศาสนาท่ีตนนบั ถือสูประเทศตางๆ ทั่วโลก ท่ัวโลก และการนับถือพระพุทธศาสนาของ ประเทศเหลาน้ันในปจ จุบัน 2. วิเคราะหค วามสาํ คัญของ ความสําคญั ของพระพุทธศาสนาในฐานะที่ชวย พระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือใน สรางสรรคอารยธรรมและความสงบสุขใหแก ฐานะท่ชี วยสรางสรรคอารยธรรม และ โลก ความสงบสุขแกโลก 3. อภปิ รายความสาํ คัญของ สมั มนาพระพุทธศาสนากบั ปรชั ญาของ พระพุทธศาสนา หรือศาสนาท่ตี นนบั ถือ เศรษฐกิจพอเพยี งและการพัฒนาอยางยัง่ ยืน กบั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งและ การพัฒนาอยางยง่ั ยืน 4. วิเคราะหพทุ ธประวตั ิจากพระพุทธรูป ศึกษาพุทธประวตั ิจากพระพุทธรปู ปาง ตาง ๆ ปางตางๆ หรอื ประวัตศิ าสดาท่ตี นนบั ถือ เชน ตามท่กี ําหนด o ปางมารวชิ ัย o ปางปฐมเทศนา o ปางลีลา o ปางประจาํ วนั เกิด สรปุ และวิเคราะหพ ุทธประวตั ิ - 27 -
ชั้น ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรแู กนกลาง 5. วิเคราะหและประพฤตติ นตาม ปฐมเทศนา แบบอยา งการดําเนินชวี ิตและขอ คิดจาก โอวาทปาฏโิ มกข ประวัติสาวก ชาดก/เร่ืองเลา และ ศาสนิกชนตวั อยา ง ตามทก่ี ําหนด พระอัญญาโกณฑญั ญะ พระมหาปชาบดีเถรี พระเขมาเถรี พระเจา ปเสนทิโกศล 6. อธิบายสังฆคณุ และขอธรรมสําคญั ใน นนั ทวิ ิสาลชาดก กรอบอริยสัจ 4 หรอื หลักธรรมของ สวุ ณั ณหังสชาดก ศาสนาที่ตนนับถือตามทีก่ ําหนด พระรตั นตรัย สงั ฆคณุ 9 อรยิ สัจ 4 ทกุ ข (ธรรมทคี่ วรรู) o ขันธ 5 -ไตรลักษณ สมทุ ยั (ธรรมที่ควรละ) o หลักกรรม - วัฏฏะ 3 - ปปญจธรรม 3 (ตณั หา มานะ ทฎิ ฐ)ิ นิโรธ (ธรรมท่ีควรบรรลุ) o อตั ถะ 3 มรรค (ธรรมท่คี วรเจริญ) o มรรคมีองค 8 o ปญ ญา 3 o สปั ปรุ สิ ธรรม 7 o บุญกิริยาวัตถุ 10 o อุบาสกธรรม 7 o มงคล 38 - มศี ลิ ปวิทยา - พบสมณะ - ฟง ธรรมตามกาล - สนทนาธรรมตามกาล พทุ ธศาสนสุภาษิต อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย ชนะตนนน่ั แลดกี วา ธมฺมจารี สขุ ํ เสติ - 28 -
ชั้น ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นรแู กนกลาง ผปู ระพฤตธิ รรมยอ มอยเู ปน สุข ปมาโท มจฺจโุ น ปทํ ความประมาทเปนทางแหงความตาย สสุ ฺสสู ํ ลภเต ปฺญํ ผฟู งดวยดยี อมไดปญ ญา เรอื่ งนา รจู ากพระไตรปฎก : พุทธปณธิ าน 4 ในมหาปรินพิ พานสตู ร 7. เหน็ คณุ คา และวิเคราะหการปฏิบตั ติ น การปฏิบตั ิตนตามหลักธรรม ตามหลักธรรมในการพฒั นาตน เพ่ือเตรียมพรอมสําหรบั การทํางาน และการมีครอบครัว 8. เห็นคณุ คา ของการพัฒนาจิตเพอื่ การ พฒั นาการเรียนรูดวยวิธีคิดแบบ เรียนรูและดําเนนิ ชวี ติ ดวยวธิ คี ิดแบบ โยนโิ สมนสิการ 2 วธิ ี คือ วิธคี ดิ แบบอริยสจั โยนิโสมนสกิ ารคอื วิธีคดิ แบบอริยสจั และ และวธิ คี ิดแบบสืบสาวเหตปุ จ จัย วิธีคดิ แบบสืบสาวเหตุปจ จัย หรอื การพัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนาทต่ี น นบั ถือ 9. สวดมนต แผเมตตา บริหารจิตและ สวดมนตแ ปล และแผเ มตตา เจริญปญญาดวยอานาปานสติ หรือตาม รูแ ละเขา ใจวิธปี ฏิบตั ิและประโยชนข องการ แนวทางของศาสนาท่ตี นนบั ถือ บรหิ ารจิตและเจริญปญญา ฝก การบรหิ ารจิตและเจรญิ ปญญาตามหลัก สตปิ ฎฐานเนนอานาปานสติ นําวธิ ีการบริหารจิตและเจรญิ ปญญาไปใชใน ชีวิตประจาํ วนั 10. วิเคราะหค วามแตกตางและยอมรับวถิ ี วิถกี ารดาํ เนนิ ชวี ิตของศาสนกิ ชนศาสนาอนื่ ๆ การดําเนนิ ชวี ิตของศาสนิกชนในศาสนา อ่นื ๆ - 29 -
สาระท่ี 1 ศาสนา ศลี ธรรม จรยิ ธรรม มาตรฐาน ส 1.2 เขาใจ ตระหนกั และปฏิบตั ติ นเปนศาสนิกชนท่ีดี และธํารงรักษาพระพุทธศาสนา หรอื ศาสนาทต่ี นนับถือ ช้ัน ตวั ชว้ี ดั สาระการเรียนรูแ กนกลาง ป.1 1. บําเพญ็ ประโยชนตอ วัด หรือศาสน การบําเพ็ญประโยชนต อวดั หรอื ศาสนสถาน สถานของศาสนาที่ตนนับถือ การพัฒนาทําความสะอาด การบริจาค การรว มกจิ กรรมทางศาสนา 2. แสดงตนเปนพทุ ธมามกะ หรอื แสดงตน การแสดงตนเปนพทุ ธมามกะ เปนศาสนิกชนของศาสนาทต่ี นนับถือ ขน้ั เตรยี มการ ขั้นพิธกี าร 3. ปฏิบตั ิตนในศาสนพิธี พธิ ีกรรม และวนั ประวัตโิ ดยสงั เขปของวนั สาํ คัญทาง สาํ คญั ทางศาสนา ตามที่กําหนดไดถ ูกตอ ง พระพุทธศาสนา วนั มาฆบูชา วันวสิ าขบูชา วนั อาสาฬหบชู า วนั อฏั ฐมีบูชา การบชู าพระรัตนตรยั ป.2 1. ปฏิบตั ติ นอยางเหมาะสมตอสาวกของ การฝก ปฏบิ ัติมรรยาทชาวพทุ ธ ศาสนาท่ตี นนับถือ ตามทกี่ าํ หนดไดถูกตอ ง การพนมมือ การไหว การกราบ การนัง่ การยืน การเดนิ 2. ปฏิบตั ิตนในศาสนพธิ ี พธิ ีกรรม และวนั การเขา รว มกิจกรรมและพิธีกรรม ท่เี ก่ยี วเนอื่ ง สาํ คญั ทางศาสนา ตามท่ีกําหนดไดถ ูกตอง กับวันสําคญั ทางพทุ ธศาสนา ระเบียบพิธกี ารบูชาพระรัตนตรยั การทาํ บุญตักบาตร ป.3 1. ปฏิบัตติ นอยา งเหมาะสมตอสาวก ฝกปฏบิ ตั มิ รรยาทชาวพทุ ธ ศาสนสถาน ศาสนวัตถขุ องศาสนาท่ีตนนบั การลุกขน้ึ ยนื รบั ถือ ตามทก่ี ําหนดไดถูกตอง การตอนรบั การรับ – สง สงิ่ ของแกพ ระภิกษุ มรรยาทในการสนทนา การสาํ รวมกิรยิ ามารยาทการแตง กายที่ เหมาะสมเมือ่ อยใู นวดั และพุทธสถาน การดูแลรักษาศาสนวัตถุและศาสนสถาน - 30 -
ชน้ั ตวั ชวี้ ดั สาระการเรยี นรูแกนกลาง 2. เห็นคณุ คา และปฏบิ ัตติ นในศาสนพิธี การอาราธนาศีล พิธกี รรม และวันสาํ คัญทางศาสนา ตามท่ี การสมาทานศลี กําหนดไดถูกตอง เครอ่ื งประกอบโตะหมูบ ชู า การจัดโตะ หมูบ ูชา 3. แสดงตนเปน พทุ ธมามกะ หรอื แสดงตน ความเปนมาของการแสดงตนเปน พทุ ธมามกะ เปนศาสนิกชนของศาสนาทตี่ นนบั ถอื การแสดงตนเปนพุทธมามกะ ข้นั เตรียมการ ขนั้ พธิ ีการ ป.4 1. อภปิ รายความสาํ คัญ และมสี วนรว มใน ความรูเบอื้ งตนและความสําคญั ของศาสนสถาน การบาํ รงุ รกั ษาศาสนสถานของศาสนาท่ี การแสดงความเคารพตอ ศาสนสถาน ตนนบั ถอื การบาํ รุงรกั ษาศาสนสถาน 2. มีมรรยาทของความเปน ศาสนิกชนทดี่ ี การปฏิบัตติ นทเี่ หมาะสมตอพระภิกษุ ตามทก่ี ําหนด การยนื การเดนิ และการน่ังท่เี หมาะสมใน โอกาสตาง ๆ 3. ปฏิบตั ติ นในศาสนพธิ ี พิธีกรรมและวัน การอาราธนาศีล สาํ คญั ทางศาสนา ตามท่ีกาํ หนดไดถ ูกตอ ง การอาราธนาธรรม การอาราธนาพระปรติ ร ระเบียบพิธแี ละการปฏิบัตติ นในวันธรรมสวนะ ป.5 1. จัดพธิ ีกรรมตามศาสนาทตี่ นนับถอื อยา ง การจดั พธิ ีกรรมที่เรียบงาย ประหยดั เรียบงา ย มปี ระโยชน และปฏบิ ัติตนถกู ตอง มปี ระโยชน และถูกตอ งตามหลกั ทางศาสนาท่ี ตนนับถือ 2. ปฏิบตั ิตนในศาสนพิธี พิธีกรรม และวนั การมีสวนรว มในการจัดเตรียมสถานที่ สาํ คัญทางศาสนา ตามท่ีกาํ หนด และ ประกอบศาสนพิธี พธิ กี รรมทางศาสนา อภปิ รายประโยชนทีไ่ ดร ับจากการเขา รว ม พธิ ีถวายสังฆทาน เคร่ืองสังฆทาน กิจกรรม ระเบียบพิธใี นการทาํ บุญงานมงคล ประโยชนของ การเขา รว มศาสนพธิ ี พิธีกรรม ทางศาสนา หรือกิจกรรมในวันสาํ คญั ทาง ศาสนา 3. มมี รรยาทของความเปน ศาสนิกชนท่ดี ี การกราบพระรัตนตรัย ตามทก่ี ําหนด การไหวบิดา มารดา คร/ู อาจารย ผทู ่เี คารพนบั ถอื การกราบศพ ป.6 1. อธิบายความรูเกี่ยวกับสถานท่ีตางๆ ความรูเ บอื้ งตน เกยี่ วกบั สถานทีต่ าง ๆภายในวัด ในศาสนสถาน และปฏิบตั ิตนไดอ ยา ง เชน เขตพุทธาวาส สังฆาวาส เหมาะสม การปฏบิ ตั ิตนที่เหมาะสมภายในวดั - 31 -
ช้ัน ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรูแกนกลาง 2. มมี รรยาทของความเปน ศาสนิกชนทด่ี ี การถวายของแกพระภิกษุ ตามทก่ี ําหนด การปฏบิ ตั ิตนในขณะฟงธรรม การปฏิบตั ติ นตามแนวทางของพทุ ธศาสนิกชน เพอ่ื ประโยชนต อ ศาสนา 3. อธบิ ายประโยชนของการเขารว มใน ทบทวนการอาราธนาศีล อาราธนาธรรม และ ศาสนพธิ ี พธิ ีกรรม และกิจกรรมใน อาราธนาพระปรติ ร วนั สําคัญทางศาสนา ตามท่ีกําหนด และ พธิ ีทอดผาปา ปฏบิ ตั ติ นไดถูกตอง พิธีทอดกฐนิ ระเบยี บพธิ ใี นการทําบญุ งานอวมงคล การปฏิบตั ติ นทถ่ี ูกตองในศาสนพิธีพธิ กี รรม และวันสาํ คัญทางศาสนา เชน วนั มาฆบูชา วันวิสาขบูชา วนั อัฐมีบูชา วนั อาสาฬหบูชา วันธรรมสวนะ ประโยชนข องการเขารวมในศาสนพธิ ี/พธิ ีกรรม และวนั สําคัญทางศาสนา 4. แสดงตนเปนพุทธมามกะ หรือแสดงตน การแสดงตนเปนพทุ ธมามกะ เปน ศาสนกิ ชนของศาสนาทตี่ นนับถือ ° ขัน้ เตรียมการ ° ขนั้ พิธกี าร ม.1 1. บาํ เพ็ญประโยชนต อศาสนสถานของ การบาํ เพ็ญประโยชน และ ศาสนาท่ีตนนบั ถือ การบาํ รงุ รักษาวดั 2. อธบิ ายจริยวตั รของสาวกเพอ่ื เปน วิถีชีวิตของพระภิกษุ แบบอยา งในการประพฤติปฏิบตั ิ และ บทบาทของพระภกิ ษใุ นการเผยแผ ปฏิบตั ติ นอยางเหมาะสมตอสาวกของ พระพทุ ธศาสนา เชน การแสดงธรรม ปาฐกถา ศาสนาที่ตนนับถือ ธรรม การประพฤติตนใหเปนแบบอยาง การเขา พบพระภกิ ษุ การแสดงความเคารพ การประนมมือ การไหว การกราบ การเคารพ พระรตั นตรัย การฟง เจรญิ พระพุทธมนต การฟงสวด พระอภิธรรม การฟง พระธรรมเทศนา 3. ปฏบิ ตั ติ นอยางเหมาะสมตอบคุ คลตางๆ ปฏิบัตติ นอยา งเหมาะสมตอเพื่อนตามหลัก ตามหลักศาสนาที่ตนนับถือ ตามท่ี พระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนบั ถือ กําหนด 4. จดั พิธีกรรม และปฏิบตั ติ นใน การจัดโตะหมบู ชู าแบบหมู 4 หมู 5 หมู 7หมู 9 ศาสนพิธี พิธกี รรมไดถูกตอง การจุดธปู เทียน การจดั เครือ่ งประกอบโตะหมู บูชา คาํ อาราธนาตางๆ - 32 -
ช้ัน ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรูแ กนกลาง 5. อธิบายประวัติ ความสาํ คัญ และ ปฏบิ ตั ิ ประวตั แิ ละความสําคัญของวันธรรมสวนะ วัน ตนในวนั สาํ คญั ทางศาสนา ทตี่ น เขา พรรษา วันออกพรรษา วนั เทโวโรหณะ นบั ถอื ตามทีก่ ําหนด ไดถ ูกตอง ระเบยี บพธิ ี พธิ เี วยี นเทยี น การปฏบิ ัติตนในวัน มาฆบูชา วนั วสิ าขบูชา วันอฏั ฐมบี ชู า วัน อาสาฬหบชู า วันธรรมสวนะและเทศกาล สาํ คัญ 1. ปฏบิ ัติตนอยา งเหมาะสมตอบคุ คล การเปน ลูกที่ดีตามหลกั ทศิ เบื้องหนา ในทิศ 6 ตาง ๆ ตามหลกั ศาสนาทต่ี นนับถอื ตามท่ี ม.2 กาํ หนด 2. มีมรรยาทของความเปนศาสนกิ ชนทดี่ ี การตอ นรบั (ปฏิสันถาร) ตามทก่ี ําหนด มรรยาทของผูเปน แขก ฝก ปฏบิ ตั ริ ะเบียบพธิ ี ปฏิบตั ิตอพระภิกษุ การยนื การใหท ่นี ั่ง การเดนิ สวน การสนทนา การรับสิง่ ของ การแตง กายไปวดั การแตงกายไปงานมงคล งานอวมงคล 3. วเิ คราะหคณุ คาของศาสนพธิ ี และ การทําบุญตักบาตร ปฏบิ ัติตนไดถูกตอ ง การถวายภตั ตาหารสิ่งของท่ีควรถวายและ สงิ่ ของตองหามสาํ หรบั พระภิกษุ การถวายสงั ฆทาน เครอ่ื งสังฆทาน การถวายผาอาบน้าํ ฝน การจัดเคร่ืองไทยธรรม เครอ่ื งไทยทาน การกรวดนาํ้ การทอดกฐนิ การทอดผาปา 4. อธิบายคําสอนท่ีเก่ยี วเน่อื งกับ หลักธรรมเบือ้ งตน ที่เกยี่ วเน่ืองใน วันสําคัญทางศาสนา และปฏิบัติตน วันมาฆบูชา วนั วิสาขบชู า ไดถ ูกตอง วนั อัฏฐมบี ูชา วนั อาสาฬหบูชา วันธรรมสวนะและเทศกาลสาํ คญั ระเบยี บพิธีและการปฏบิ ัตติ น ในวันธรรมสวนะ วนั เขา พรรษา วนั ออกพรรษา วนั เทโวโรหณะ 5. อธิบายความแตกตา งของศาสนพิธี ศาสนพิธี/พธิ กี รรม แนวปฏบิ ตั ิของศาสนาอื่น ๆ พิธีกรรม ตาม แนวปฏิบัติของศาสนาอ่ืน ๆ เพอ่ื นาํ ไปสูการยอมรับ และความเขา ใจ ซ่งึ กนั และกัน - 33 -
ช้นั ตวั ชวี้ ัด สาระการเรยี นรูแ กนกลาง ม.3 1. วิเคราะหหนาทีแ่ ละบทบาทของสาวก หนาทข่ี องพระภิกษุในการปฏิบัติ และปฏิบตั ติ นตอสาวก ตามท่ีกําหนดได ตามหลักพระธรรมวนิ ยั และจริยวตั รอยาง ถูกตอง เหมาะสม การปฏิบตั ติ นตอ พระภกิ ษุในงาน ศาสนพิธที บ่ี าน การสนทนา การแตงกาย มรรยาทการพดู กับพระภิกษุตามฐานะ 2. ปฏิบตั ติ นอยางเหมาะสมตอบุคคล ตา ง การเปน ศิษยทีด่ ี ตามหลักทิศเบ้ืองขวา ในทิศ 6 ๆ ตามหลกั ศาสนา ตามท่ีกาํ หนด ของพระพุทธศาสนา 3. ปฏิบัตหิ นา ท่ขี องศาสนิกชนทีด่ ี การปฏบิ ัติหนา ท่ชี าวพุทธตามพทุ ธปณธิ าน 4 ในมหาปรนิ ิพพานสตู ร 4. ปฏบิ ตั ติ นในศาสนพิธพี ิธกี รรมไดถูกตอง พธิ ีทําบญุ งานมงคล งานอวมงคล การนิมนตพระภิกษุ การเตรยี มทีต่ งั้ พระพทุ ธรูปและเครอ่ื งบูชา การวงดาย สายสิญจน การปูลาดอาสนะ การเตรียมเครอ่ื ง รับรอง การจุดธปู เทยี น ขอ ปฏิบตั ิในวันเลีย้ งพระ การถวายขา วพระ พทุ ธ การถวายไทยธรรมการกรวดนา้ํ 5. อธิบายประวัตวิ นั สาํ คัญทางศาสนา ประวัตวิ นั สําคัญทางพระพทุ ธศาสนาใน ตามท่กี ําหนดและปฏิบัติตนไดถ กู ตอง ประเทศไทย วันวิสาขบูชา (วันสาํ คญั สากล) วันธรรมสวนะและเทศกาลสาํ คัญ หลกั ปฏบิ ตั ิตน : การฟง พระธรรมเทศนา การแตง กายในการประกอบ ศาสนพิธที ่ีวัด การงดเวนอบายมุข การประพฤตปิ ฏบิ ตั ิในวนั ธรรมสวนะและ เทศกาลสาํ คญั 6. แสดงตนเปนพุทธมามกะ หรอื การแสดงตนเปน พทุ ธมามกะ แสดงตนเปน ศาสนิกชนของศาสนา ข้นั เตรียมการ ทต่ี นนบั ถือ ขัน้ พธิ กี าร 7. นําเสนอแนวทางในการธาํ รงรักษา การศกึ ษาเรยี นรเู รื่ององคป ระกอบของ ศาสนาทีต่ นนบั ถือ พระพทุ ธศาสนา นําไปปฏบิ ตั ิและเผยแผต าม โอกาส การศึกษาการรวมตวั ขององคกรชาวพทุ ธ การปลกู จติ สํานกึ ในดา นการบาํ รุงรกั ษาวัดและ พทุ ธสถานใหเ กิดประโยชน - 34 -
สาระที่ 2 หนาที่พลเมอื ง วฒั นธรรม และการดาํ เนินชวี ติ ในสังคม มาตรฐาน ส 2.1 เขา ใจและปฏบิ ัตติ นตามหนา ที่ของการเปน พลเมืองดี มคี า นิยมที่ดีงามและธาํ รงรักษา ประเพณแี ละวฒั นธรรมไทย ดาํ รงชวี ติ อยรู ว มกันในสังคมไทยและสงั คมโลกอยา งสนั ติสขุ ชัน้ ตวั ชว้ี ดั สาระการเรียนรูแ กนกลาง ป.1 1. บอกประโยชนและปฏบิ ตั ติ นเปน การเปน สมาชิกท่ดี ีของครอบครัวและโรงเรยี น สมาชิกที่ดขี องครอบครัวและโรงเรียน เชน กตญั ูกตเวทีและเคารพรับฟง คาํ แนะนําของพอแม ญาติผูใ หญ และครู รูจ กั กลา วคาํ ขอบคุณ ขอโทษ การไหว ผูใหญ ปฏิบัติตาม ขอตกลง กติกา กฎ ระเบยี บ ของครอบครวั และโรงเรียน มสี วนรวมในกจิ กรรมของครอบครัวและ โรงเรยี น มีเหตุผลและยอมรับฟงความคดิ เห็นของ ผูอ นื่ มีระเบียบ วินัย มีน้ําใจ ประโยชนข องการปฏิบัตติ นเปนสมาชิก ทดี่ ีของครอบครัวและโรงเรียน 2. ยกตวั อยา งความสามารถและความดี ลกั ษณะความสามารถและลกั ษณะ ความดีของ ของตนเอง ผูอ่นื และบอกผลจาก ตนเองและผอู ่ืน เชน การกระทํานัน้ - ความกตญั ูกตเวที - ความมรี ะเบียบวนิ ัย - ความรบั ผิดชอบ - ความขยัน - การเอื้อเฟอ เผื่อแผและชวยเหลือผูอ ื่น - ความซื่อสตั ยส จุ ริต - ความเมตตากรุณา ผลของการกระทาํ ความดี เชน - ภาคภูมใิ จ - มีความสขุ - ไดร ับการช่นื ชม ยกยอง ป.2 1. ปฏิบตั ิตนตามขอตกลง กติกา กฎ ขอ ตกลง กติกา กฎ ระเบียบ หนา ท่ที ่ีตอ ง ระเบียบและหนาทท่ี ่ตี องปฏบิ ัติใน ปฏบิ ัติในครอบครวั โรงเรยี น สถานทส่ี าธารณะ ชีวิตประจาํ วัน เชน โรงภาพยนต โบราณสถาน ฯลฯ - 35 -
ช้นั ตวั ชีว้ ัด สาระการเรียนรูแกนกลาง 2. ปฏิบตั ิตนตนตามมารยาทไทย มารยาทไทย เชน การแสดงความเคารพ การยืน การเดิน การนั่ง การนอน การทักทาย การรับประทาน 3. แสดงพฤติกรรมในการยอมรบั ความคดิ การยอมรับความแตกตางของคนในสงั คม ใน ความเช่อื และการปฏิบัตขิ องบุคคลอ่นื ที่ เร่ือง ความคิด ความเช่อื ความสามารถและ แตกตางกันโดยปราศจากอคติ การปฏบิ ัติตนของบุคคลอื่นท่ี แตกตา งกัน เชน - บุคคลยอ มมคี วามคิดท่มี เี หตผุ ล - การปฏิบัตติ นตามพธิ ีกรรมตามความเช่อื ของบุคคล - บุคคลยอมมีความสามารถแตกตางกัน - ไมพูดหรือแสดงอาการดถู กู รงั เกียจผอู นื่ ในเร่อื งของรปู รางหนา ตา สีผม สผี วิ ท่ีแตกตางกนั 4. เคารพในสทิ ธิ เสรีภาพของผอู ื่น สิทธิสว นบคุ คล เชน - สทิ ธิแสดงความคดิ เห็น - สทิ ธเิ สรภี าพในรา งกาย - สทิ ธิในทรัพยส ิน ป.3 1. สรปุ ประโยชนแ ละปฏิบัตติ นตาม ประเพณีและวฒั นธรรมในครอบครวั ประเพณแี ละวฒั นธรรมในครอบครัวและ เชน การแสดงความเคารพและการเชอ่ื ฟง ทอ งถน่ิ ผใู หญ การกระทํากิจกรรมรวมกัน ในครอบครวั ประเพณีและวัฒนธรรมในทอ งถ่ิน เชน การเขา รว มประเพณที างศาสนา ประเพณีเกี่ยวกบั การ ดาํ เนนิ ชีวิต ประโยชนข องการปฏิบตั ติ นตาม ประเพณีและวฒั นธรรมในครอบครวั และ ทองถน่ิ 2. บอกพฤติกรรมการดาํ เนนิ ชวี ติ ของ พฤติกรรมของตนเองและเพื่อน ๆ ตนเอง และผูอนื่ ท่ีอยใู นกระแสวัฒนธรรม ในชวี ติ ประจําวัน เชน การทกั ทาย ท่หี ลากหลาย การทําความเคารพ การปฏบิ ัตติ าม ศาสนพิธี การรับประทานอาหาร การใชภาษา (ภาษาถ่นิ กับภาษาราชการ และภาษาอืน่ ๆ ฯลฯ ) สาเหตุที่ทาํ ใหพฤตกิ รรมการดําเนินชีวิตใน ปจจบุ ันของนักเรยี น และผูอ่ืนแตกตา งกนั - 36 -
ช้ัน ตวั ช้ีวดั สาระการเรยี นรูแกนกลาง 3. อธบิ ายความสาํ คญั ขอวันหยุดราชการที่ วันหยดุ ราชการที่สําคญั เชน สําคญั - วันหยดุ เกีย่ วกบั ชาติและพระมหากษัตริย เชน วันจักรี วนั รฐั ธรรมนญู วันฉัตรมงคล วนั เฉลมิ พระชนมพรรษา - วันหยดุ ราชการเกีย่ วกบั ศาสนา เชน วนั มาฆบูชา วันวิสาขบชู า วันอาสาฬหบชู า วันเขา พรรษา - วันหยดุ ราชการเกีย่ วกบั ประเพณแี ละ วัฒนธรรม เชน วันสงกรานต วันพืชมงคล 4. ยกตัวอยางบุคคลซึง่ มผี ลงานท่ีเปน บคุ คลที่มีผลงานเปนประโยชนแกชมุ ชนและ ประโยชนแกชมุ ชนและทองถ่ินของตน ทอ งถนิ่ ของตน ลกั ษณะผลงานทเี่ ปน ประโยชนแ กช มุ ชนและ ทองถน่ิ ป.4 1. ปฏบิ ตั ิตนเปน พลเมอื งดีตามวิถี การเขารว มกิจกรรมประชาธิปไตยของชมุ ชน ประชาธปิ ไตยในฐานะสมาชิกท่ีดขี อง เชน การรณรงคก ารเลอื กต้งั ชมุ ชน แนวทางการปฏบิ ัตติ นเปนสมาชิกท่ีดีของ ชมุ ชน เชน อนุรักษส ิง่ แวดลอม สาธารณสมบัติ โบราณวัตถแุ ละโบราณสถาน การพัฒนาชมุ ชน 2. ปฏิบตั ติ นในการเปนผูนาํ และผูต าม ที่ การเปนผูนําและผตู ามที่ดี ดี - บทบาทและความรับผิดชอบของผูน ํา - บทบาทและความรับผิดชอบของผูต ามหรือ สมาชิก - การทาํ งานกลุมใหม ีประสทิ ธิผลและ ประสทิ ธภิ าพ และประโยชนข องการทํางาน เปนกลุม 3. วิเคราะหส ิทธพิ ืน้ ฐานที่เด็กทกุ คน สทิ ธพิ ืน้ ฐานของเด็ก เชน สิทธทิ ีจ่ ะมชี วี ติ สิทธิ พงึ ไดรับตามกฎหมาย ที่จะไดรับการปกปอ ง สิทธิ ทีจ่ ะไดรับการ พฒั นา สทิ ธทิ จี่ ะมีสวนรวม 4. อธบิ ายความแตกตางทางวัฒนธรรม วฒั นธรรมในภาคตางๆ ของไทยที่แตกตางกนั ของกลุม คนในทอ งถ่นิ เชน การแตงกาย ภาษา อาหาร 5. เสนอวธิ ีการทจ่ี ะอยรู วมกนั อยา ง ปญ หาและสาเหตขุ องการเกิดความขัดแยง ใน สนั ติสขุ ในชีวติ ประจําวนั ชวี ติ ประจาํ วนั แนวทางการแกป ญ หาความขดั แยงดว ยสนั ติวธิ ี - 37 -
ช้นั ตัวช้วี ัด สาระการเรียนรแู กนกลาง ป.5 1. ยกตวั อยา งและปฏบิ ัติตนตาม สถานภาพ บทบาท สทิ ธเิ สรีภาพ สถานภาพ บทบาท สิทธเิ สรีภาพ และ หนา ท่ีของพลเมอื งดี เชน เคารพ เทดิ ทนู หนาทใี่ นฐานะพลเมืองดี สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ อนุรักษ ทรัพยากรธรรมชาติ อนรุ ักษศิลปวฒั นธรรม ปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย คณุ ลกั ษณะของพลเมืองดี เชน เห็นแก ประโยชนสวนรวมมากกวา ประโยชนสว นตน มีความรบั ผดิ ชอบ เสียสละ 2. เสนอวธิ ีการปกปอ งคุม ครองตนเองหรือ เหตกุ ารณท ล่ี ะเมดิ สิทธิเด็กในสังคมไทย ผูอืน่ จากการละเมิดสิทธเิ ด็ก แนวทางการปกปองคุมครองตนเองหรอื ผูอ่นื จากการละเมิดสทิ ธิเด็ก การปกปองคมุ ครองสทิ ธิเดก็ ในสังคมไทย 3. เห็นคณุ คาวฒั นธรรมไทยที่มีผลตอ การ วัฒนธรรมไทย ทม่ี ผี ลตอการดาํ เนนิ ชวี ิตของคน ดําเนินชีวิตในสังคมไทย ในสังคมไทย คุณคาของวฒั นธรรมกับการดําเนินชีวติ 4. มีสว นรว มในการอนุรกั ษและเผยแพร ความสาํ คญั ของภมู ปิ ญญาทองถ่ิน ภูมปิ ญ ญาทองถิ่นของชุมชน ตวั อยางภมู ปิ ญญาทองถิ่นในชมุ ชนของตน การอนรุ ักษและเผยแพรภมู ปิ ญญาทองถ่ินของ ชมุ ชน ป.6 1. ปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายที่เก่ยี วของกบั กฎหมายท่เี ก่ียวของกับชีวติ ประจาํ วันเชน ชวี ิตประจําวนั ของครอบครวั และชมุ ชน - กฎหมายจราจร - กฎหมายทะเบียนราษฎร - กฎหมายยาเสพตดิ ใหโทษ - เทศบัญญตั ิ ขอบัญญัติ อบต. อบจ. ประโยชนข องการปฏบิ ัติตนตามกฎหมาย ดงั กลา ว 2. วิเคราะหการเปล่ียนแปลงวฒั นธรรม ความหมายและประเภทของวฒั นธรรม ตามกาลเวลาและธํารงรักษาวัฒนธรรม การเปล่ยี นแปลงวฒั นธรรมตามกาลเวลาท่ีมี อนั ดงี าม ผลตอ ตนเองและสังคมไทย แนวทางการธํารงรกั ษาวัฒนธรรมไทย 3. แสดงออกถงึ มารยาทไทยไดเหมาะสม ความหมายและสาํ คัญของมารยาทไทย ถกู กาลเทศะ มารยาทไทยและมารยาทสังคม เชน การแสดงความเคารพ การยนื การเดนิ การน่งั การนอน การรับของสง ของ การรับประทาน อาหาร การแสดงกริ ิยาอาการ การทักทาย การสนทนา การใชคาํ พดู - 38 -
ช้นั ตัวชีว้ ัด สาระการเรียนรูแ กนกลาง 4. อธบิ ายคุณคา ทางวฒั นธรรมทีแ่ ตกตา ง ประโยชนแ ละคณุ คา ทางวัฒนธรรม กนั ระหวางกลุมคนในสงั คมไทย ความแตกตางทางวัฒนธรรมระหวางกลมุ คน ภาคตา งๆ ในสงั คมไทย แนวทางการรักษาวฒั นธรรม 5. ติดตามขอมลู ขาวสาร เหตุการณตาง ๆ ขอมลู ขา วสาร เหตกุ ารณต าง ๆ เชน วิทยุ ในชวี ติ ประจําวัน เลอื กรับและใชขอมูล โทรทัศน หนงั สอื พมิ พ แหลง ขาว ขาวสารในการเรียนรูไดเ หมาะสม ตา ง ๆ สถานการณจรงิ ประโยชนจ ากการติดตามขอมูล ขาวสาร เหตุการณตางๆ หลกั การเลอื กรบั และใชข อมลู ขาวสารจากสื่อ ตา งๆ รวมท้ังสอ่ื ทไี่ รพรมแดน ม.1 1. ปฏิบตั ติ ามกฎหมายในการคมุ ครอง กฎหมายในการคุมครองสิทธิของบุคคล สทิ ธขิ องบคุ คล - กฎหมายการคมุ ครองเด็ก - กฎหมายการศึกษา - กฎหมายการคุมครองผบู ริโภค - กฎหมายลิขสทิ ธิ์ ประโยชนของการปฏบิ ัติตนตามกฎหมายการ คุมครองสทิ ธขิ องบุคคล 2. ระบคุ วามสามารถของตนเอง บทบาทและหนา ที่ของเยาวชนท่มี ตี อสงั คมและ ในการทาํ ประโยชนต อสังคมและ ประเทศชาติ โดยเนน จิตสาธารณะ เชน เคารพ ประเทศชาติ กติกาสงั คม ปฏิบตั ิตนตามกฎหมาย มสี วนรวม และรบั ผิดชอบในกิจกรรมทางสังคม อนุรักษ ทรพั ยากรธรรมชาติ รกั ษาสาธารณประโยชน 3. อภปิ รายเกย่ี วกับคุณคา ทางวฒั นธรรม ความคลา ยคลงึ และความแตกตา งระหวาง ทเ่ี ปน ปจจัยในการสรางความสัมพันธท ่ดี ี วัฒนธรรมไทยกบั วัฒนธรรมของประเทศใน หรอื อาจนําไปสูความเขาใจผิดตอ กัน ภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต วฒั นธรรมท่ีเปนปจจัยในการสราง ความสมั พนั ธที่ดี หรืออาจนําไปสคู วามเขาใจ ผดิ ตอกัน 4. แสดงออกถึงการเคารพในสิทธิของ วธิ ปี ฏิบัตติ นในการเคารพในสทิ ธขิ องตนเอง ตนเองและผูอ่นื และผอู ื่น ผลทไ่ี ดจ ากการเคารพในสทิ ธิของตนเองและ ผอู น่ื - 39 -
ช้นั ตวั ชวี้ ดั สาระการเรียนรแู กนกลาง ม.2 1. อธบิ ายและปฏบิ ัติตนตามกฎหมายที่ กฎหมายท่ีเก่ียวของกบั ตนเอง ครอบครวั เชน เก่ยี วขอ งกับตนเอง ครอบครัว ชมุ ชนและ - กฎหมายเกยี่ วกบั ความสามารถของผเู ยาว ประเทศ - กฎหมายบตั รประจาํ ตวั ประชาชน - กฎหมายเพง เกยี่ วกบั ครอบครวั และมรดก เชน การหมัน้ การสมรส การรบั รองบตุ ร การรบั บุตรบุญธรรม และมรดก กฎหมายท่เี กย่ี วกับชมุ ชนและประเทศ - กฎหมายเกยี่ วกับการอนรุ กั ษธรรมชาติและ สิ่งแวดลอ ม - กฎหมายเก่ียวกบั ภาษีอากร และกรอกแบบ แสดงรายการ ภาษีเงนิ ไดบุคคลธรรมดา - กฎหมายแรงงาน 2. เหน็ คุณคา ในการปฏิบตั ติ นตาม สถานภาพ บทบาท สทิ ธิ เสรภี าพ หนาทีใ่ น สถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรภี าพ หนาท่ี ฐานะพลเมืองดตี ามวิถีประชาธปิ ไตย ในฐานะพลเมืองดตี ามวถิ ปี ระชาธิปไตย แนวทางสงเสริมใหป ฏิบัติตนเปนพลเมืองดี ตามวิถีประชาธปิ ไตย 3. วเิ คราะหบทบาท ความสําคญั และ บทบาท ความสาํ คญั และความสัมพันธของ ความสมั พันธของสถาบนั ทางสังคม สถาบันทางสงั คม เชน สถาบันครอบครวั สถาบนั การศึกษา สถาบันศาสนา สถาบนั เศรษฐกิจ สถาบนั ทางการเมอื งการปกครอง 4.อธิบายความคลา ยคลึงและความ ความคลายคลงึ และความแตกตา งของ แตกตา งของวัฒนธรรมไทย และ วัฒนธรรมไทย และวฒั นธรรมของประเทศใน วฒั นธรรมของประเทศในภูมิภาคเอเชีย ภูมภิ าคเอเชียวัฒนธรรม เปน ปจจยั สําคัญใน เพอื่ นําไปสูความเขาใจอันดรี ะหวางกัน การสรา งความเขาใจอนั ดีระหวางกัน ม.3 1. อธบิ ายความแตกตา งของการกระทํา ลักษณะการกระทาํ ความผดิ ทางอาญา และโทษ ความผดิ ระหวา งคดอี าญาและคดแี พง ลักษณะการกระทําความผิดทางแพง และโทษ ตัวอยา งการกระทาํ ความผิดทางอาญา เชน ความผดิ เกี่ยวกับทรัพย ตัวอยางการทาํ ความผิดทางแพง เชน การทาํ ผิดสัญญา การทาํ ละเมิด 2. มสี ว นรวมในการปกปอ งคุมครองผูอน่ื ความหมาย และความสําคญั ของสทิ ธิ ตามหลักสทิ ธิมนุษยชน มนุษยชน การมีสว นรว มคุม ครองสิทธมิ นุษยชนตาม รัฐธรรมนญู แหงราชอาณาจกั รไทยตามวาระ และโอกาสท่ีเหมาะสม - 40 -
ชั้น ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรแู กนกลาง 3. อนรุ ักษว ฒั นธรรมไทยและเลือกรบั ความสาํ คัญของวัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมสากลทเี่ หมาะสม ภมู ปิ ญ ญาไทยและวฒั นธรรมสากล การอนุรักษวฒั นธรรมไทยและ ภมู ิปญ ญาไทยที่ เหมาะสม การเลอื กรับวัฒนธรรมสากลทเ่ี หมาะสม 4. วิเคราะหป จจยั ทกี่ อใหเกดิ ปญ หาความ ปจ จยั ที่กอ ใหเกดิ ความขัดแยง เชน การเมือง ขดั แยง ในประเทศ และเสนอแนวคิดใน การปกครอง เศรษฐกจิ สังคม ความเช่ือ การลดความขัดแยง สาเหตปุ ญหาทางสงั คม เชน ปญหาส่งิ แวดลอม ปญหายาเสพติด ปญ หา การทุจรติ ปญหา อาชญากรรม ฯลฯ แนวทางความรว มมือในการลดความขัดแยง และการสรางความสมานฉันท 5. เสนอแนวคดิ ในการดาํ รงชีวติ อยางมี ปจ จัยทส่ี งเสริมการดํารงชวี ติ ใหม ีความสขุ เชน ความสุขในประเทศและสังคมโลก การอยรู วมกันอยางมี ขนั ติธรรม หลักปรชั ญา ของเศรษฐกิจพอเพียง เห็นคุณคาในตนเอง รูจักมองโลกในแงดี สรางทักษะทางอารมณ รจู กั บริโภคดว ยปญญา เลอื กรับ-ปฏิเสธขาว และวตั ถตุ า งๆ ปรบั ปรุงตนเองและส่ิงตางๆใหด ี ข้นึ อยเู สมอ - 41 -
สาระที่ 2 หนาทพี่ ลเมือง วฒั นธรรม และการดาํ เนนิ ชีวิตในสังคม มาตรฐาน ส 2.2 เขาใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปจจุบัน ยึดมน่ั ศรัทธาและธาํ รงรกั ษา ไวซง่ึ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปน ประมุข ชัน้ ตัวชี้วัด สาระการเรยี นรูแกนกลาง ป.1 1. บอกโครงสรา ง บทบาทและหนาท่ีของ โครงสรางของครอบครวั และความสมั พนั ธของ สมาชิกในครอบครวั และโรงเรียน บทบาท หนา ที่ของสมาชิกในครอบครวั โครงสรา งของโรงเรียน ความสัมพันธของบทบาท หนา ทขี่ องสมาชกิ ในโรงเรียน 2. ระบุบทบาท สิทธิ หนา ทีข่ องตนเองใน ความหมายและความแตกตางของอาํ นาจตาม ครอบครัวและโรงเรยี น บทบาท สิทธิ หนาท่ใี นครอบครวั และโรงเรียน การใชอ าํ นาจในครอบครัวตามบทบาท สทิ ธิ หนาท่ี 3. มสี ว นรว มในการตดั สนิ ใจและทาํ กิจกรรมตามกระบวนการประชาธปิ ไตยใน กิจกรรมในครอบครัวและโรงเรียนตาม ครอบครัว เชน การแบง หนาท่ีความรับผดิ ชอบ กระบวนการประชาธปิ ไตย ในครอบครัว การรับฟง และแสดงความคิดเหน็ กิจกรรมตามกระบวนการประชาธปิ ไตยใน โรงเรียน เชน เลอื กหัวหนา หอง ประธานชุมนุม ประธานนักเรียน ป.2 1. อธิบายความสมั พันธของตนเอง และ ความสมั พันธของตนเอง และสมาชกิ ใน สมาชกิ ในครอบครัวในฐานะเปน สวนหนงึ่ ครอบครัวกับชมุ ชน เชน การชว ยเหลอื กจิ กรรม ของชุมชน ของชมุ ชน 2. ระบุผมู บี ทบาท อํานาจในการตัดสินใจ ผูม บี ทบาท อํานาจในการตดั สนิ ใจ ในโรงเรียน และชมุ ชน ในโรงเรียน และชมุ ชน เชน ผบู ริหารสถานศกึ ษา ผูนาํ ทองถิน่ กาํ นนั ผูใหญบ าน ป.3 1. ระบบุ ทบาทหนา ทีข่ องสมาชกิ ของ บทบาทหนาท่ีของสมาชิกในชุมชน ชุมชนในการมีสวนรวมในกิจกรรมตาง การมีสว นรว มในกจิ กรรมตา ง ๆ ตาม ๆ ตามกระบวนการประชาธปิ ไตย กระบวนการประชาธิปไตย 2. วิเคราะหความแตกตา งของ การออกเสยี งโดยตรงและการเลือกตวั แทนออก กระบวนการการตดั สินใจในช้ันเรียน/ เสียง โรงเรยี นและชุมชนโดยวธิ กี ารออกเสยี ง โดยตรงและการเลือกตวั แทนออกเสียง - 42 -
ช้ัน ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นรูแกนกลาง 3. ยกตัวอยา งการเปลยี่ นแปลงในชั้น การตดั สินใจของบุคคลและกลุมทมี่ ีผลตอ การ เรียน/โรงเรยี นและชมุ ชนทเ่ี ปนผลจากการ เปลี่ยนแปลงในชั้นเรยี น โรงเรยี น และชมุ ชน ตดั สินใจของบุคคลและกลุม - การเปลี่ยนแปลงในชน้ั เรยี น เชน การเลอื กหวั หนา หอ ง การเลอื ก คณะกรรมการหอ งเรียน - การเปล่ียนแปลงในโรงเรียน เชน เลอื ก ประธานนักเรยี น เลอื กคณะกรรมการนักเรยี น การเปลย่ี นแปลงในชมุ ชน เชน การเลอื ก ผใู หญบาน กํานนั สมาชิก อบต. อบจ. ป.4 1. อธบิ ายอาํ นาจอธิปไตยและความสาํ คญั อํานาจอธิปไตย ของระบอบประชาธปิ ไตย ความสาํ คญั ของการปกครองตามระบอบ ประชาธิปไตย 2. อธบิ ายบทบาทหนา ทีข่ องพลเมืองใน บทบาทหนาท่ีของพลเมืองในกระบวนการ กระบวนการเลือกต้ัง เลอื กตั้ง ทั้งกอนการเลือกต้ัง ระหวางการ เลือกต้ัง หลังการเลือกตงั้ 3. อธิบายความสําคญั ของสถาบัน สถาบันพระมหากษัตรยิ ในสังคมไทย พระมหากษัตริยตามระบอบประชาธปิ ไตย ความสาํ คัญของสถาบันพระมหากษตั ริยใน อันมีพระมหากษัตริยทรงเปน ประมุข สังคมไทย ป.5 1. อธิบายโครงสราง อาํ นาจ หนาที่และ โครงสรา งการปกครองในทองถิ่น เชน อบต. ความสําคัญของการปกครองสว นทองถิ่น อบจ. เทศบาล และการปกครองพิเศษ เชน พทั ยา กทม. อํานาจหนาที่และความสาํ คัญของการปกครอง สว นทองถ่นิ 2. ระบุบทบาทหนาที่ และวิธีการเขา ดาํ รง บทบาทหนา ท่ี และวิธกี ารเขา ดํารงตาํ แหนง ของ ตาํ แหนงของผบู รหิ ารทองถน่ิ ผบู รหิ ารทอ งถ่ิน เชน นายก อบต. นายกเทศมนตรี นายก อบจ. ผูวาราชการ กทม. 3. วิเคราะหป ระโยชนท ี่ชมุ ชน จะไดร ับ องคกรปกครองสวนทองถน่ิ กับบรกิ าร จากองคก รปกครองสวนทองถิน่ สาธารณประโยชนในชมุ ชน ป.6 1. เปรียบเทยี บบทบาท หนาที่ของ บทบาท หนา ท่ี ขององคกรปกครองสวนทองถ่ิน องคกรปกครองสวนทองถน่ิ และรัฐบาล และรัฐบาล 2. มสี วนรวมในกิจกรรมตา งๆ ท่ีสงเสรมิ กิจกรรมตางๆ เพ่ือสง เสริม ประชาธปิ ไตย ใน ประชาธปิ ไตยในทองถ่ินและประเทศ ทองถ่ินและประเทศ - 43 -
ช้ัน ตวั ชวี้ ดั สาระการเรียนรูแกนกลาง 3. อภปิ รายบทบาท ความสาํ คัญในการใช การมีสวนในการออกกฎหมาย ระเบียบ กติกา สิทธอิ อกเสียงเลอื กต้ังตามระบอบ การเลอื กตง้ั ประชาธิปไตย สอดสองดูแลผูม ีพฤตกิ รรมการกระทําผดิ การ เลือกต้งั และแจง ตอเจา หนาทผ่ี ูรบั ผิดชอบ ตรวจสอบคุณสมบตั ิ การใชส ทิ ธอิ อกเสยี งเลือกต้งั ตามระบอบ ประชาธปิ ไตย ม.1 1. อธิบายหลักการ เจตนารมณ หลักการ เจตนารมณ โครงสราง และ โ ค ร ง ส ร า ง แ ล ะ ส า ร ะ สํ า คั ญ ข อ ง สาระสําคัญของรัฐธรรมนญู แหง ราชอาณาจักร รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย ไทย ฉบับปจ จบุ นั ฉบับปจจุบนั โดยสังเขป 2. วิเคราะหบ ทบาทการถวงดุลของอํานาจ การแบงอํานาจ และการถว งดลุ อํานาจอธปิ ไตย อธปิ ไตยในรัฐธรรมนูญแหง ราชอาณาจักร ทั้ง 3 ฝา ย คือนิติบัญญัติ บริหาร ตลุ าการ ไทย ฉบับปจจบุ นั ตามท่รี ะบใุ นรัฐธรรมนญู แหง ราชอาณาจกั รไทย ฉบับปจจุบัน 3. ปฏิบตั ติ นตามบทบัญญัติของ การปฏิบตั ติ นตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแหง รฐั ธรรมนูญแหง ราชอาณาจักรไทย ฉบบั ราชอาณาจักรไทยฉบบั ปจจบุ ัน เกยี่ วกับสทิ ธิ ปจ จุบนั ทเ่ี ก่ยี วของกับตนเอง เสรภี าพและหนาที่ ม.2 1. อธบิ ายกระบวนการในการตรา กระบวนการในการตรากฎหมาย กฎหมาย - ผมู สี ทิ ธเิ สนอรา งกฎหมาย - ขน้ั ตอนการตรากฎหมาย - การมสี วนรวมของประชาชนใน กระบวนการตรากฎหมาย 2. วเิ คราะหขอมูล ขา วสารทางการเมือง เหตุการณ และการเปล่ียนแปลงสาํ คญั ของระบอบ การปกครองทีม่ ผี ลกระทบตอสงั คมไทย การปกครองของไทย สมัยปจ จุบนั หลกั การเลือกขอมูล ขาวสาร ม.3 1. อธิบายระบอบการปกครองแบบตางๆ ระบอบการปกครอง แบบตางๆ ที่ใชในยคุ ที่ใชใ นยคุ ปจ จุบนั ปจจบุ นั เชน การปกครองแบบ เผดจ็ การ การปกครองแบบประชาธปิ ไตย เกณฑการตัดสนิ ใจ 2. วเิ คราะห เปรยี บเทียบระบอบการ ความแตกตาง ความคลา ยคลึงของการปกครอง ปกครองของไทยกับประเทศอื่นๆ ที่มกี าร ของไทย กบั ประเทศอน่ื ๆ ทม่ี ี ปกครองระบอบประชาธิปไตย การปกครองระบอบประชาธิปไตย - 44 -
ชนั้ ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรูแกนกลาง 3. วิเคราะหรฐั ธรรมนูญฉบับปจ จบุ นั ใน บทบญั ญตั ิของรัฐธรรมนูญในมาตราตางๆ ท่ี มาตราตา งๆ ท่ีเกี่ยวของกับการเลอื กต้ัง เกีย่ วของกับการเลอื กตั้ง การมีสว นรวม และ การมีสวนรว ม และการตรวจสอบการใช การตรวจสอบการใชอํานาจรัฐ อาํ นาจรัฐ อาํ นาจหนาท่ีของรัฐบาล 4. วิเคราะหประเด็น ปญหาที่เปน บทบาทสําคัญของรฐั บาลในการบริหารราชการ อปุ สรรคตอ การพัฒนาประชาธิปไตยของ ประเทศไทยและเสนอแนวทางแกไ ข แผนดนิ ความจาํ เปน ในการมรี ฐั บาลตามระบอบ ประชาธปิ ไตย ประเดน็ ปญหาและผลกระทบทีเ่ ปน อปุ สรรคตอ การพัฒนาประชาธปิ ไตยของประเทศไทย แนวทางการแกไขปญหา สาระท่ี 3 เศรษฐศาสตร มาตรฐาน ส 3.1 เขา ใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลติ และการบรโิ ภค การใชทรัพยากร ที่ มีอยจู ํากัดไดอยางมีประสิทธิภาพและคุมคา รวมท้ังเขาใจหลกั การของเศรษฐกจิ พอเพียง เพอ่ื การดํารงชวี ิตอยา งมีดุลยภาพ ช้ัน ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรูแกนกลาง ป.1 1. ระบสุ ินคา และบริการที่ใชประโยชนใน สนิ คา และบรกิ ารท่ีใชอยูในชีวิตประจาํ วัน เชน ชวี ิตประจําวัน ดนิ สอ กระดาษ ยาสฟี น สนิ คา และบรกิ ารท่ีไดมาโดยไมใ ชเ งนิ เชน มีผใู หหรอื การใชข องแลกของ สินคาและบริการท่ีไดมาจากการใชเ งินซื้อ ใชประโยชนจ ากสนิ คาและบริการใหคมุ คา 2. ยกตัวอยางการใชจายเงนิ ในชวี ติ การใชจ า ยเงนิ ในชวี ติ ประจําวันเพื่อซื้อสนิ คา และ ประจําวันทไ่ี มเ กินตวั และเห็นประโยชน บริการ ของการออม ประโยชนของการใชจา ยเงนิ ทไ่ี มเกินตวั ประโยชนของการออม โทษของการใชจา ยเงินเกินตัว วางแผนการใชจา ย 3. ยกตัวอยา งการใชทรพั ยากรใน ทรพั ยากรทใ่ี ชใ นชวี ิตประจําวนั เชน ดนิ สอ ชีวิตประจาํ วันอยา งประหยัด กระดาษ เส้อื ผา อาหาร ทรพั ยากรสวนรวม เชน โตะ เกาอ้ี นักเรียน สาธารณูปโภคตาง ๆ วธิ กี ารใชท รพั ยากรทัง้ ของสวนตัวและ สว นรวมอยางถูกตอง และประหยัดและคุมคา - 45 -
ช้นั ตัวชีว้ ดั สาระการเรยี นรูแกนกลาง ป.2 1. ระบทุ รพั ยากรที่นาํ มาผลติ สนิ คาและ ทรพั ยากรท่ีนํามาใชในการผลิตสนิ คาและบริการ บริการท่ีใชใ นชวี ติ ประจําวนั ทใ่ี ชใ นครอบครวั และโรงเรียน เชน ดนิ สอและ กระดาษทีผ่ ลติ จากไม รวมทัง้ เครือ่ งจักรและ แรงงานการผลติ ผลของการใชท รัพยากรในการผลติ ทีห่ ลากหลาย ทีม่ ตี อ ราคา คุณคา และประโยชนข องสินคา และ บริการ รวมทง้ั สิ่งแวดลอ ม 2. บอกท่มี าของรายไดและรายจายของ การประกอบอาชีพของครอบครวั ตนเองและครอบครัว การแสวงหารายไดท ส่ี จุ ริตและเหมาะสม รายไดและรายจา ยในภาพรวมของครอบครัว รายไดและรายจา ยของตนเอง 3. บนั ทึกรายรบั รายจายของตนเอง วธิ กี ารทําบญั ชรี ายรับรายจายของตนเองอยา ง งาย ๆ รายการของรายรบั ที่เปน รายไดท เ่ี หมาะสม และ ไมเ หมาะสม รายการของรายจายท่เี หมาะสมและไมเ หมาะสม 4. สรปุ ผลดีของการใชจ า ยทเ่ี หมาะสมกบั ทม่ี าของรายไดทีส่ ุจรติ รายไดและการออม การใชจ ายทเ่ี หมาะสม ผลดีของการใชจ า ยที่เหมาะสมกบั รายได การออมและผลดขี องการออม การนําเงินที่เหลอื มาใชใหเกิดประโยชน เชน การชว ยเหลอื สาธารณกศุ ล ป.3 1. จําแนกความตองการและความจําเปน สินคา ที่จําเปนในการดาํ รงชีวติ ที่ เรียกวาปจจยั 4 ในการใชสินคา และบริการในการดํารง สนิ คา ทเ่ี ปนความตองการของมนุษยอ าจ เปน ชีวติ สนิ คา ทจ่ี าํ เปน หรือไมจ าํ เปน ตอการดาํ รงชีวติ ประโยชนแ ละคุณคา ของสินคา และบริการ ที่สนองความตอ งการของมนุษย หลักการเลือกสนิ คา ท่จี าํ เปน ความหมายของผผู ลิตและผูบริโภค 2. วเิ คราะหการใชจ ายของตนเอง ใชบัญชีรบั จา ยวิเคราะหก ารใชจ ายทจี่ ําเปน และ เหมาะสม วางแผนการใชจ ายเงินของตนเอง วางแผนการแสวงหารายไดท ส่ี ุจรติ และเหมาะสม วางแผนการนําเงนิ ทเี่ หลือจา ยมาใชอยา ง เหมาะสม - 46 -
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146