ONIE MODEL กษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 ษาตามอธั ยาศัยอำเภอแมว่ าง มธั ยมศึกษาตอนตน้ เวลา 6 ชว่ั โมง การจดั กระบวนการเรยี นรู้ สอื่ และ หลกั ฐานการ แหล่งเรยี นรู้ วัดและ ประเมนิ ผล ขั้นท่ี 1 กำหนดสภาพปญั หาความตอ้ งการในการ - หนังสือเรยี น - ใบงาน / เรียนรู้ (O : Orientation) - ใบงาน/ ช้นิ งาน -ครแู ละผเู้ รยี น ร่วมพูดคุย ซกั ถาม แลกเปลีย่ น ชิ้นงาน - อนิ เทอร์เน็ต เรียนรู้ เกีย่ วกบั ประเด็นบุญคณุ ของ - หอ้ งสมดุ พระมหากษัตริยไ์ ทยในสมัยต่างๆ ขน้ั ท่ี 2 ขั้นแสวงหาขอ้ มูลและจดั การเรยี นรู้ (N : New way of learning) ครูให้ผเู้ รียนศกึ ษาค้นคว้าตามเน้อื หาการเรยี นรจู้ าก แหลง่ เรียนรู้ โดยการเรียนรแู้ บบ Active Learning ดงั น้ี หนังสอื เรียน อินเตอรเ์ นต็ / ห้องสมุด ขัน้ ที่ 3 ปฏบิ ตั ิและนำไปประยกุ ตใ์ ช้ (I : Implementation) -ครูและผู้เรียนช่วยกนั สรปุ และมอบหมายให้ผเู้ รยี น ทำใบงาน/ชนิ้ งาน ขัน้ ที่ 4 ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ (E : Evaluation) -ครปู ระเมนิ ผลการเรียนรจู้ ากใบงาน
แผนการเรียนรู้โดย หลักสูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั กา ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการ แผนการจัดการเรียนรู้ คร้ังท่ี 10 รายวิชาประวัตศิ าสตรช์ าตไิ ทย (สค22020 ) ระดับ รายวชิ า/หวั เร่ือง ตัวชี้วัด เนอ้ื หา . ประวัติศาสตรช์ าติ 1. บอกเลา่ วัฒนธรรมไทยสมัยกรงุ ศรี เรอื่ งที่ 3 วัฒนธรรมไทย ไทย หน่วยการเรียนรู้ อยธุ ยา และกรงุ ธนบรุ ี การแต่งกาย การ 3.1 วัฒนธรรมการแตง่ กายใน ท่ี 2 มรดกไทยสมยั ใชภ้ าษา อาหารไทย และการละเล่น สมัยกรุงศรีอยธุ ยา กรงุ ศรอี ยุธยาและกรุง เปน็ ต้น 3.2 ภาษาในสมยั กรุงศรอี ยธุ ย ธนบรุ ี 2. ยกตัวอย่างวรรณกรรมในสมัยกรุงศรี 3.3 อาหารไทยในสมัยกรงุ ศร อยุธยา และกรงุ ธนบรุ ี อยธุ ยา 3.4 การละเลน่ สมัยกรงุ ศรีอย และกรงุ ธนบรุ ี เรื่องท่ี 4 ศิลปะไทย 4.1 วรรณกรรมสมยั กรุงศรอี ย 4.1.1 ลลิ ิตโองการแช่งนา้ หรือ ประกาศแชง่ น้าโคลงห้า 4.1.2 มหาชาติคาหลวง 4.1.3 ลลิ ิตยวนพา่ ย 4.1.4 ลลิ ิตพระลอ 4.1.5 กาพยม์ หาชาติ 4.1.6 หนังสือจินดามณี
ยใช้ ONIE MODEL ส่อื และ หลักฐานการ ารศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 แหล่งเรียนรู้ วดั และ รศึกษาตามอธั ยาศยั อำเภอแม่วาง บมัธยมศึกษาตอนตน้ เวลา 6 ชว่ั โมง ประเมนิ ผล การจัดกระบวนการเรียนรู้ ข้ันที่ 1 กำหนดสภาพปัญหาความต้องการในการ - หนังสอื เรียน - บันทกึ การ น เรียนรู้ (O : Orientation) - บนั ทกึ การ เรยี นรู้ -ครูและผ้เู รียน รว่ มพูดคุย ซกั ถาม แลกเปล่ียน เรยี นรู้ ยา เรยี นรู้ เกี่ยวกับประเด็นวัฒนธรรมไทยและศิลปะ - อนิ เทอรเ์ น็ต รี ไทยในสมัยกรงุ ศรีอยุธยาและกรุงธนบรุ ี ขั้นท่ี 2 ขั้นแสวงหาข้อมลู และจัดการเรยี นรู้ (N : - ห้องสมดุ ยุธยา New way of learning) ครใู หผ้ ู้เรียนศึกษาคน้ ควา้ ตามเนื้อหาการเรยี นรู้จาก แหล่งเรยี นรู้ โดยการเรียนรู้แบบ Active ยธุ ยา Learning ดงั น้ี หนงั สือเรียน อนิ เตอรเ์ นต็ / อ หอ้ งสมดุ ขนั้ ที่ 3 ปฏบิ ตั แิ ละนำไปประยกุ ต์ใช้ (I : Implementation) -ครแู ละผู้เรยี นชว่ ยกันสรุปและมอบหมายใหผ้ ้เู รยี น จดบนั ทึกการเรียนรู้ ขั้นที่ 4 ประเมินผลการเรียนรู้ (E : Evaluation) -ครูประเมนิ ผลการเรียนรจู้ ากบนั ทกึ การเรยี นรู้
แผนการเรยี นรู้โดย หลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดับกา ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการ แผนการจดั การเรียนรู้ คร้ังที่ 11 รายวิชาประวัติศาสตรช์ าติไทย (สค22020 ) ระดับ รายวชิ า/หวั เร่อื ง ตวั ช้ีวัด เนือ้ หา . ประวตั ิศาสตรช์ าติ 1. เลา่ เหตกุ ารณ์ท่ีสำคัญทาง เรื่องท่ี 1 สงครามชา้ งเผือก ไทย หนว่ ยการเรยี นรู้ ประวตั ิศาสตร์ในสมยั กรุงศรอี ยธุ ยาและ เรอื่ งที่ 2 การเสียกรุงศรีอยธุ ย ที่ 3 บทเรียนจาก กรุงธนบุรี ครั้งท่ี 1 เหตุการณ์ทาง 2. เลอื กแนวทางในการนำบทเรียนจาก เรือ่ งที่ 3 สงครามยทุ ธหัตถีขอ ประวัติศาสตร์สมัย เหตุการณท์ างประวตั ิศาสตร์ที่ไดม้ าปรบั สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กรุงศรอี ยธุ ยาและกรงุ ใชใ้ นการดำเนินชวี ิต เรอ่ื งที่ 4 การเสียกรุงศรีอยุธย ธนบรุ ี ครง้ั ที่ 2 เรื่องท่ี 5 การกอบกู้เอกราชข สมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ มหารา
ยใช้ ONIE MODEL ารศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 รศกึ ษาตามอัธยาศยั อำเภอแม่วาง บมัธยมศึกษาตอนตน้ เวลา 6 ชวั่ โมง การจดั กระบวนการเรียนรู้ ส่อื และ หลกั ฐานการ แหลง่ เรยี นรู้ วัดและ ประเมนิ ผล ขั้นท่ี 1 กำหนดสภาพปัญหาความตอ้ งการในการ - หนังสอื เรยี น - แบบทดสอบ ยา เรยี นรู้ (O : Orientation) - แบบทดสอบ -ครแู ละผเู้ รยี น รว่ มพูดคุย ซักถาม แลกเปล่ียน - อนิ เทอรเ์ น็ต อง เรียนรู้ เกย่ี วกบั ประเดน็ เหตกุ ารณท์ าง ประวัตศิ าสตร์สมยั กรุงศรอี ยธุ ยาและกรงุ ธนบุรี - ห้องสมดุ ยา ขัน้ ท่ี 2 ขน้ั แสวงหาข้อมลู และจดั การเรียนรู้ (N : New way of learning) ของ ครใู หผ้ เู้ รียนศึกษาค้นคว้าตามเน้ือหาการเรียนรู้จาก าช แหล่งเรียนรู้ โดยการเรียนรูแ้ บบ Active Learning ดังนี้ หนงั สือเรยี น อนิ เตอร์เน็ต/ ห้องสมดุ ขน้ั ที่ 3 ปฏบิ ัติและนำไปประยกุ ตใ์ ช้ (I : Implementation) -ครูและผูเ้ รยี นชว่ ยกนั สรุปและมอบหมายให้ผเู้ รยี น ทำแบบทดสอบ ขัน้ ท่ี 4 ประเมินผลการเรยี นรู้ (E : Evaluation) -ครูประเมินผลการเรยี นรู้จากแบบทดสอบ
แผนการเรยี นรโ้ รายวิชาภาษาองั กฤษใน ครง้ั ท
โู ดยใช้ ONIE MODEL นชีวิตประจาวนั (พต21001) ที่ 12-16
แผนการเรยี นรูโ้ ดย หลักสูตรการศกึ ษานอกระบบระดับกา ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการ แผนการจัดการเรียนรู้ คร้ังที่ 12 เรือ่ ง การแสดงความรูส้ ึกตา่ งๆ (Expression of feeling รายวิชา/หัว ตัวชีว้ ัด เนอ้ื หาการเรยี นรู้ เรอ่ื ง การแสดง ใช้ภาษาองั กฤษในการแสดง 1. คำ วลี ประโยค บทสนทนาท่ีแสดงอารมณ์ ความรู้สกึ ความรู(้ ดใี จ/เสยี ใจ/เข้าใจ/ ความรู้สกึ ตา่ งๆ ตา่ งๆ พอใจ/ไม่พอใจ/ให้กำลังใจ/ 1.1 พอใจ/ไมพ่ อใจ (Expression สนใจ/ไมส่ นใจ) - That’s great./ That’s bad. - How of feelings) wonderful! - How awful! - I am so pleased to hear that. - I am afraid I don’t like it.- I love/like/enjoy it. - I am disappointed to see that. etc. 1.2 สนใจ/ไมส่ นใจ - I’m interested in....................... - I’m not interested in....................... - I don’t care (about that).................... - I have no idea. etc. - I’m interested in....................... - I’m not interested in....................... - I don’t care (about that)....................
ยใช้ ONIE MODEL ารศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 รศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอแม่วาง gs) พต 21001 ระดับ มัธยมศึกษาตอนตน้ เวลา 6 ช่วั โมง การจดั กระบวนการเรียนรู้ สื่อแหลง่ เรียนรู้ หลักฐานการวดั และการประเมนิ ผล ข้ันที่ 1 การกำหนดสภาพปัญหา ความ -หนังสอื เรียน -ใบงาน 5 คะแนน ตอ้ งการในการเรียนรู้ -อินเตอรเ์ นต็ -ใบงาน ครทู กั ทายผู้เรียน พูดคยุ สนทนาเกีย่ วกับการ ดำเนินชีวติ ในสงั คมปัจจบุ นั นี้ ซง่ึ เป็นสง่ิ ท่ีสำคัญ ของการดำเนนิ ชีวิตประจำวนั จะตอ้ งอาศยั หลัก ปจั จัยพื้นฐาน ทา่ นมคี วามคิดเหน็ อยา่ งไรบ้าง เกี่ยวกับการพูดแสดงความคิดเห็นและความ ตอ้ งการในสถานการณ์ตา่ งๆ มคี วามสำคญั สำหรับบุคคลแต่ละบุคคลเปน็ อยา่ งมากจะตอ้ งมี การพูดแสดงความคิดเหน็ และความต้องการเพื่อ เปน็ การแลกเปลีย่ นเรยี นรู้ ดงั นน้ั ถา้ หากท่าน ได้รับมอบหมายให้พดู แสดงความคิดเห็นและ แสดงความต้องการ กับบุคคลตา่ งชาตใิ น สถานการณต์ ่างๆ ท่านคิดวา่ จะตอ้ งใช้ภาษาใน การพดู แสดงความรสู้ ึก - พอใจ/ไม่พอใจ ทา่ นจะพดู อยา่ งไร - สนใจ/ไม่สนใจ ทา่ นจะพูดอย่างไร
แผนการเรยี นรู้โดย หลักสตู รการศึกษานอกระบบระดบั กา ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการ แผนการจัดการเรียนรู้ คร้ังท่ี 12 เร่ือง การแสดงความร้สู ึกต่างๆ (Expression of feeling รายวชิ า/หวั ตัวชี้วัด เนื้อหาการเรียนรู้ เรอ่ื ง อ ข ข แ ป เ
ยใช้ ONIE MODEL ารศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 รศกึ ษาตามอัธยาศยั อำเภอแม่วาง gs) พต 21001 ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น เวลา 6 ชว่ั โมง การจดั กระบวนการเรยี นรู้ สอื่ แหล่งเรียนรู้ หลักฐานการวดั และการประเมนิ ผล - ให้กำลังใจ/เห็นใจ/ปลอบใจ ท่านจะพดู อยา่ งไร - ดีใจ/เสียใจ ท่านจะพูดอยา่ งไร ข้นั ที่ 2 การแสวงหาข้อมลู และการเรยี นรู้ 1.ผู้เรียนศึกษาคน้ ควา้ จากหนงั สือเรยี น และสืบคน้ ขอ้ มูลเพิ่มเติมจากอนิ เตอรเ์ นต็ เก่ยี วกบั ประโยคการ แสดงความรู้สกึ ดงั น้ี - การพูดแสดงความรู้สกึ พอใจ/ไม่พอใจ - การพูดแสดงความรูส้ ึก สนใจ/ไม่สนใจ - การพดู แสดงความรู้สึก ให้กำลังใจ/เห็นใจ/ ปลอบใจ - การพูดแสดงความรู้สกึ ดีใจ/เสียใจ 2.ครูให้ผเู้ รยี นหาความหมายของประโยค ใบงาน เรื่อง การหาความหมายของประโยค
แผนการเรยี นร้โู ดย หลักสตู รการศึกษานอกระบบระดับกา ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการ แผนการจดั การเรยี นรู้ ครั้งที่ 12 เรือ่ ง การแสดงความรสู้ กึ ตา่ งๆ (Expression of feeling รายวชิ า/หวั ตวั ชวี้ ัด เนื้อหาการเรยี นรู้ เรือ่ ง
ยใช้ ONIE MODEL ารศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551 รศกึ ษาตามอธั ยาศยั อำเภอแมว่ าง gs) พต 21001 ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ เวลา 6 ชว่ั โมง การจดั กระบวนการเรยี นรู้ สอ่ื แหล่งเรยี นรู้ หลกั ฐานการวดั และการประเมนิ ผล ข้นั ท่ี 3 การปฏบิ ัติและการนำไปประยกุ ตใ์ ช้ 1.ครใู ห้ผเู้ รยี นฝกึ การพดู สนทนาเกีย่ วกับการ แสดงความรสู้ ึก คำ วลี ประโยค บทสนทนาที่ แสดงอารมณค์ วามรู้สึกตา่ งๆ - พอใจ/ไม่พอใจ - สนใจ/ไม่สนใจ - ให้กำลังใจ/เห็นใจ/ปลอบใจ - ดีใจ/เสียใจ 2.ครูให้ผูเ้ รียนแลกเปลีย่ นเรียนรรู้ ่วมกนั และ ทำใบงาน เรอ่ื ง การแสดงความรู้สกึ ต่างๆ (Expression of feelings) และ ใบงาน เร่ือง การหาความหมายของประโยค ขน้ั ที่ 4 การประเมินผล 1.ครสู รุปองคค์ วามรู้ 2.ครูประเมนิ ผลการเรยี นรูจ้ ากใบงาน
แผนการเรยี นรโู้ ดย หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดบั กา ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการ แผนการจดั การเรยี นรู้ ครั้งที่ 13 เร่ือง การพดู แสดงความคิดรปู แบบต่างๆ (Expression of พต 21001 ระดับ มธั ยมศึกษาตอนต้น เวลา 6 ชัว่ โม รายวชิ า/หัว ตวั ชีว้ ัด เนอ้ื หาการเรยี นรู้ เร่อื ง การพูดแสดง พดู แสดงความคิดเห็น ภาษาเพอ่ื แสดงความคิดเหน็ ความตอ้ งการ ความคดิ และแสดงความ 1.การแสดงความคิดเหน็ (เหน็ ด้วย/ไมเ่ ห็นด้วย/ รูปแบบตา่ งๆ ต้องการในสถานการณ์ ยอมรับ/ไมย่ อมรับ) (Expression of ต่างๆ A: The weather in Bangkok is hotel than opinion, Singapore. Ideas/ B: I think so./ I don’t think so. /I agree wishes/ with you. offering A: Living in Bangkok is not so pleasant, helps,etc.) don’t you think that. ? B: Yes, but living in rural areas is less convenient. etc. 2. การแสดงความต้องการและตอบรบั เชน่ - I'd like some more coffee. - I want to go to...................... - I wish you should go with me. - I need....................... - Yes................please do. / Sure. etc.
ยใช้ ONIE MODEL ารศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 รศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอแมว่ าง f opinion,Ideas/wishes/offering helps,etc.) มง การจดั กระบวนการเรียนรู้ สอื่ แหลง่ เรียนรู้ หลกั ฐานการวดั และการประเมินผล ขนั้ ท่ี 1 การกำหนดสภาพปญั หา ความ -คลปิ วีดีโอ -ใบงาน ต้องการในการเรียนรู้ -หนงั สอื เรยี น ครูทักทายผู้เรยี น พูดคยุ สนทนาเก่ยี วกับการ -อินเตอรเ์ นต็ ดำเนินชีวิตในสังคมปัจจบุ นั น้ี ซงึ่ เป็นส่ิงทส่ี ำคญั -ใบงาน ของการดำเนินชีวติ ประจำวันจะต้องอาศยั หลัก ปจั จยั พ้ืนฐาน ทา่ นมคี วามคดิ เหน็ อย่างไรบา้ ง เกีย่ วกับการพดู แสดงความคิดเหน็ และความ ต้องการในสถานการณ์ตา่ งๆ มีความสำคญั สำหรับบุคคลแตล่ ะบุคคลเปน็ อย่างมากจะต้อง มกี ารพูดแสดงความคิดเหน็ และความต้องการ เพ่อื เปน็ การแลกเปล่ยี นเรียนรู้ ดงั นัน้ ถ้าหาก ทา่ นได้รบั มอบหมายให้พูดแสดงความคดิ เหน็ และแสดงความต้องการ กับบุคคลตา่ งชาติใน สถานการณ์ต่างๆ ทา่ นคิดว่าจะต้องใช้ภาษาใน การพดู แสดงความคิดเห็น เห็นดว้ ย /ไมเ่ หน็ ด้วย/ยอมรบั / และการแสดงความตอ้ งการ และตอบรบั อยา่ งไรบา้ ง
แผนการเรียนรโู้ ดย หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับกา ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการ แผนการจัดการเรยี นรู้ ครั้งที่ 13 เรื่อง การพูดแสดงความคิดรูปแบบตา่ งๆ (Expression of พต 21001 ระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น เวลา 6 ช่ัวโม รายวิชา/ ตัวชี้วัด เนือ้ หาการเรียนรู้ หวั เรือ่ ง 3.การแสดงความช่วยเหลอื และบริการผูอ้ ืน่ รวมทง้ั ตอบรับ เช่น - What can I do for you? - Can I help you? - Need some help? - If you need anything, please tell me. / let me know. - Certainly. - Yes, of course. - I'm afraid....................... - Sorry, but......................... 4. การกล่าวขอบคุณและตอบรับ เช่น - Thank you for your help. - Thank you every much for your kindness. - Thank you for your invitation. etc. 5.การพดู ขออนุญาตและตอบรับ - May I interrupt you for a moment?
ยใช้ ONIE MODEL ารศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 รศึกษาตามอัธยาศยั อำเภอแมว่ าง f opinion,Ideas/wishes/offering helps,etc.) ส่ือแหล่งเรียนรู้ หลกั ฐานการวดั มง และการประเมนิ ผล การจดั กระบวนการเรียนรู้ โดยตอบคำถามดังต่อไปน้ี 1.การแสดงความคดิ เหน็ 1.2 เหน็ ดว้ ย ทา่ นจะพดู อยา่ งไร 2.2 ไมเ่ ห็นดว้ ย ทา่ นจะพดู อย่างไร 2.การแสดงความต้องการ และตอบรบั / ท่านจะพูดแสดงความตอ้ งการ และตอบรับ อย่างไร 3.แสดงความชว่ ยเหลือและบริการผู้อืน่ รวมท้งั การตอบรับ ทา่ นจะพดู อยา่ งไร ข้นั ที่ 2 การแสวงหาข้อมลู และการเรียนรู้ 1.ครูให้ผู้เรยี นดูคลปิ จาก Youtube : (กศน.) English in daily life ตอน การพูด แสดงความคิดเห็นรปู แบบตา่ งๆ https://www.youtube.com/watch?v=im A_1Pv_QuY หรอื ใหผ้ เู้ รยี นสแกนคิวอาร์โค้ด
รายวชิ า/ ตวั ช้วี ัด เนือ้ หาการเรียนรู้ หัวเร่ือง - May I come in? - Can I borrow your pen? - (It's) my pleasure. - Don't mention it. - Yes, you can. etc. 6. การพดู ขอโทษและตอบรับ - I'm very sorry to be late. - I'm lost your box, I'm so sorry. - I'm terrible sorry for................. - Sorry, it's my fault. - Please forgive me for being late. - Forget it. - Don't worry. - It doesn't matter. etc. 7. การพูดแทรกอยา่ งสภุ าพ เชน่ - Excuse me, sir. Could you speak louder? - Excuse me, madam. - Could you show me that book? etc.
การจดั กระบวนการเรียนรู้ สอ่ื แหลง่ เรียนรู้ หลักฐานการวดั และการประเมินผล 2.ผเู้ รียนศึกษาค้นคว้าจากหนังสือเรียน เกยี่ วกับการแสดงความคิดเหน็ ความตอ้ งการ และตอบรบั ดงั นี้ 2.1 การแสดงความเหน็ ดว้ ย /การแสดง ความไม่เห็นดว้ ย 2.2 การแสดงความต้องการ และตอบรบั 2.3 การแสดงความช่วยเหลอื และบริการ ผอู้ ่นื รวมทัง้ การตอบรบั 3.ครใู ห้ผ้เู รียนคน้ คว้าตวั อย่างการพูดสนทนา เก่ียวกบั การแสดงความคิดเหน็ ความต้องการ และตอบรบั การแสดงความชว่ ยเหลือและ บริการผ้อู ่ืน รวมทง้ั การตอบรับ จาก อนิ เตอร์เนต็ ขั้นที่ 3 การปฏบิ ัตแิ ละการนำไปประยกุ ต์ใช้ ครแู ละผเู้ รียนรว่ มกันหาความหมายฝึกพดู สนทนาโตต้ อบ การแสดงความคดิ เห็น ความ ตอ้ งการและตอบรบั การแสดงความชว่ ยเหลอื และบริการผู้อ่นื รวมท้งั การตอบรบั และให้ ผเู้ รยี นจบั คูแ่ สดงบทบาทสมมติในการพูด ตาม
รายวิชา/ ตวั ชี้วัด เนื้อหาการเรียนรู้ หัวเร่อื ง
การจดั กระบวนการเรียนรู้ สื่อแหล่งเรยี นรู้ หลกั ฐานการวัด และการประเมนิ ผล ใบงานเร่ือง การแสดงความคิดเหน็ (เห็นด้วย/ ไมเ่ ห็นด้วย/ยอมรบั / ไมย่ อมรบั ขั้นท่ี 4 การประเมินผล 1.ครูสรปุ องคค์ วามรู้ 2.ครูประเมนิ ผลการเรียนรจู้ ากใบงาน
แผนการเรียนรู้โดย หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดบั กา ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการ แผนการจดั การเรียนรู้ คร้ังที่ 14 เร่ือง ประโยคตา่ งๆ ในภาษาองั กฤษ (Different Types o วชิ า/หัวเรอื่ ง ตัวช้ีวัด เนอ้ื หาการเรียนรู้ ประโยคต่างๆ รู้จกั ลักษณะของประโยต 1. ประโยคคำถาม ในภาษา ในภาษาองั กฤษ คำท่ีใช้ในการต้งั คำถาม ได้แก่ Who, When, องั กฤษ (ประโยคบอกเลา่ / (Different ประโยคคำถาม/ประโยค Where, Why, What, Whom, How เชน่ Types of ปฏเิ สธ/ประโยคคำส่ัง/ English ประโยคอทุ าน) และ - What is your name. ? Sentences) สามารถนำไปใช้ใน - Where do you teach. ? ชีวิตประจำวนั - When did he leave school. ? - How do you like it. ? etc. 2. ประโยคปฏิเสธ รปู แบบประโยคปฏเิ สธและคำกรยิ าที่ใช้ เช่น - They are not farmer. - He doesn’t like Bobby. - I don’t want to go with him. etc. 3. ประโยคคำสง่ั รูปแบบประโยคคำสั่ง/กลมุ่ คำทใ่ี ช้และตัวอย่าง ประโยค เช่น - Come here. - Let’s go now.
ยใช้ ONIE MODEL ารศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 รศึกษาตามอธั ยาศยั อำเภอแม่วาง of English Sentences) พต 21001 ระดับ มัธยมศกึ ษาตอนต้น เวลา 6 ชวั่ โมง การจัดกระบวนการเรียนรู้ ส่ือแหล่ง หลกั ฐานการวดั เรียนรู้ และการประเมินผล ขั้นที่ 1 การกำหนดสภาพปญั หา ความ - ใบงาน - บนั ทึกการเรยี นรู้ - ใบงาน ตอ้ งการในการเรียนรู้ - อนิ เตอรเ์ น็ต - แบบทดสอบ ครูทักทายผ้เู รียน พดู คุยสนทนาเก่ียวกบั การ สอบถามขอ้ มูลส่วนตวั ของผ้เู รียน ท่านมคี วามคิด เห็นอยา่ งไรบา้ ง เก่ียวกบั ประโยคคำถามใน สถานการณต์ ่างๆ มีความสำคัญสำหรบั บคุ คลแต่ ละบุคคลเปน็ อยา่ งมาก เพ่ือเปน็ สรา้ งความรจู้ กั กบั เพ่ือนชาวต่างชาติ ดงั น้ัน ถา้ หากท่านไดร้ บั มอบหมายใหพ้ ูดสนทนา กบั บุคคลตา่ งชาติ ทา่ น คิดว่าจะตอ้ งใช้ประโยคคำถาม การพูดสนทนา โตต้ อบอย่างไรบา้ ง โดยใช้ประโยคคำถาม ดงั ต่อไปน้ี 1.ประโยคการใช้ Who จะใช้ประโยคในการตั้ง คำถามอยา่ งไร 2.ประโยคการใช้ When จะใชป้ ระโยคในการตัง้ คำถามอย่างไร 3.ประโยคการใช้ Where จะใช้ประโยคในการตัง้ คำถามอย่างไร
แผนการเรยี นรู้โดย หลักสูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั กา ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการ แผนการจดั การเรียนรู้ ครั้งที่ 14 เรอื่ ง ประโยคตา่ งๆ ในภาษาอังกฤษ (Different Types o รายวิชา/หัว ตวั ชว้ี ัด เนอื้ หาการเรียนรู้ เร่ือง - Open the door, please. - Please sit down. - Come hear right now. etc. 4. ประโยคอุทาน รูปแบบประโยคอุทานและตวั อย่าง ประโยค เชน่ - Oh! My god. - Oh, my god. ! - How marvelous. ! - What a wonderful party. !
ยใช้ ONIE MODEL ารศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 รศกึ ษาตามอธั ยาศัยอำเภอแม่วาง of English Sentences) พต 21001 ระดับ มัธยมศกึ ษาตอนตน้ เวลา 6 ชัว่ โมง การจัดกระบวนการเรยี นรู้ ส่อื แหล่งเรียนรู้ หลักฐานการวดั และการประเมนิ ผล 4.ประโยคการใช้ Why จะใช้ประโยคในการตัง้ คำถามอย่างไร 5.ประโยคการใช้ What จะใช้ประโยคในการต้ัง คำถามอยา่ งไร 6.ประโยคการใช้ Whom จะใช้ประโยคในการตงั้ คำถามอยา่ งไร 7.ประโยคการใช้ How จะใช้ประโยคในการต้งั คำถามอยา่ งไร ขั้นที่ 2 การแสวงหาข้อมลู และการเรียนรู้ 1.ผเู้ รยี นสืบค้นข้อมลู เพิ่มเติมจากอนิ เตอร์เน็ต เกย่ี วกบั ประโยคคำถาม คำทีใ่ ช้ในการตง้ั คำถาม ได้แก่ Who, When, Where, Why, What, Whom, How 2. ผเู้ รียนค้นควา้ ตัวอย่างประโยคคำถามการใช้ Who, When, Where, Why, What, Whom, How
แผนการเรียนรู้โดย หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดับกา ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการ แผนการจดั การเรยี นรู้ ครั้งที่ 14 เร่ือง ประโยคตา่ งๆ ในภาษาองั กฤษ (Different Types o รายวชิ า/หัว ตัวช้วี ัด เนือ้ หาการเรยี นรู้ เร่ือง
ยใช้ ONIE MODEL ารศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 รศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอแม่วาง of English Sentences) พต 21001 ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ เวลา 6 ชัว่ โมง การจัดกระบวนการเรียนรู้ ส่ือแหลง่ เรียนรู้ หลักฐานการวดั และการประเมนิ ผล 3.ผูเ้ รียนเรียนร้เู พม่ิ เติมจากลงิ ค์จาก Youtube : https://www.youtube.com/watch?v=Qiks c8ks1CU หรือให้ผเู้ รยี นสแกนคิวอารโ์ ค้ด ขัน้ ที่ 3 การปฏิบตั แิ ละการนำไปประยกุ ต์ใช้ 1.ผเู้ รยี นอ่านประโยคคำถามการใช้ Who, When, Where, Why, What, Whom, How 2. ผูเ้ รยี นทำใบงานเร่ือง เร่ือง ประโยคคำถาม การใช้ Who, When, Where, Why, What, Whom, How ใบงานเรอ่ื ง ประโยคปฏิเสธและคำกรยิ า ประโยคคำสั่ง และประโยคอทุ าน
แผนการเรียนรู้โดย หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดับกา ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการ แผนการจดั การเรยี นรู้ ครั้งที่ 14 เร่ือง ประโยคตา่ งๆ ในภาษาองั กฤษ (Different Types o รายวชิ า/หัว ตัวช้วี ัด เนือ้ หาการเรยี นรู้ เร่ือง
ยใช้ ONIE MODEL ารศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 รศกึ ษาตามอัธยาศยั อำเภอแม่วาง of English Sentences) พต 21001 ระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น เวลา 6 ชั่วโมง การจดั กระบวนการเรียนรู้ สอื่ แหล่งเรยี นรู้ หลักฐานการวัด และการประเมินผล ขั้นที่ 4 การประเมนิ ผล 1.ครสู รปุ องค์ความรู้ 2.ครปู ระเมนิ ผลการเรียนรจู้ ากใบงาน
แผนการเรียนรู้โดย หลักสูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั กา ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการ แผนการจดั การเรยี นรู้ คร้ังท่ี 15 เรอ่ื ง ประโยคความรวมCompound Sentence พต 210 รายวชิ า/หวั เรือ่ ง ตัวชีว้ ัด เนอ้ื หาการเรยี นรู้ ประโยคความรวม รู้จักลกั ษณะของ 1. ส่วนประกอบของ Compound Compound Compound Sentence Sentence Sentence และสามารถนำไปใชใ้ น 2.ประโยค 2 ประโยคมารวมกันดว้ ยคำเชือ่ ม ท่เี หมาะสม คือ and, but, or เชน่ ชีวิตประจำวัน - We tried our best but we lost the game. - Both they and we tried hard. . 3.การเชอ่ื มประโยคใหเ้ ป็น Compound Sentence โดย ใช้เครอ่ื งหมาย/คำเชอื่ ม ต่อไปน้ี 3.1 , (Comma) + คำสนั ธาน เช่น - They tried their best, yet they didn’t succeed. 3.2 ; (Semicolon) ใช้ในกรณที ่ีมี เครื่องหมายอ่นื ๆ อยูด่ ้วยหลายแหง่ เช่น - I also bought her a new car ; I have not - yet, Correlative Conjunction
ยใช้ ONIE MODEL ารศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 รศกึ ษาตามอัธยาศัยอำเภอแม่วาง 001 ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น เวลา 6 ชั่วโมง การจดั กระบวนการเรียนรู้ ส่ือแหล่งเรยี นรู้ หลกั ฐานการวัด และการประเมินผล ข้นั ท่ี 1 การกำหนดสภาพปัญหา ความ - ใบงาน - แบบทดสอบ ตอ้ งการในการเรียนรู้ - อินเตอร์เนต็ - ใบงาน 1.ครูแนะนำตัวอยา่ งประโยคในภาษาอังกฤษ - แบบฝึกหดั (ประโยคบอกเล่า/ประโยคคำถาม/ประโยค ปฏเิ สธ/ประโยคคำส่ัง/ประโยคอุทาน)และ สามารถนำไปใช้ในชวี ิตประจำวันเข้าใจและใช้ ภาษาในการสอื่ สารในชีวิตประจำวัน 2.ครูและผเู้ รียนทำความเขา้ ใจเรอ่ื งโครงสรา้ ง ประโยคภาษาองั กฤษ 3.ครแู ละผูเ้ รยี นร่วมกนั วางแผนการจดั กจิ กรรม t ขั้นท่ี 2 การแสวงหาขอ้ มลู และการเรยี นรู้ 1.ครูใหค้ วามรู้เร่ืองโครงสร้างประโยค ภาษาอังกฤษ (ประโยคบอกเล่า/ประโยค คำถาม/ประโยคปฏเิ สธ/ประโยคคำสง่ั /ประโยค อุทาน) และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เข้าใจและใช้ภาษาในการ สอื่ สารในชวี ติ ประจำวันให้ผู้เรียนศกึ ษาตามใบ
รายวชิ า/หวั เรื่อง ตวั ชี้วัด เน้ือหาการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ คำตอ่ ไปนี้ both…….and….. either….or…….. neither……nor…….. not only……….but also…………. เชน่ - Nether did he listen, nor did he improve. - Not only the English teacher get him a bad grade, but also the social teacher did so.
การจัดกระบวนการเรียนรู้ สอื่ แหล่งเรียนรู้ หลักฐานการวดั และการประเมนิ ผล ความรู้ เพอื่ สรา้ งความเขา้ ในการโครงสรา้ ง 2.ครูให้ผู้เรียน เรยี นรเู้ พิม่ เติมจาก ลงิ ค์Youtube : https://www.youtube.com/watch?v=RSc -tt6ckEA หรือใหผ้ ้เู รียนสแกนคิวอาร์โค้ด m ขัน้ ท่ี 3 การปฏบิ ตั ิและการนำไปประยุกต์ใช้ ครใู หผ้ ู้เรยี นทำใบงานเรอื่ ง ประโยคความ รวม (Compound Sentence) ขน้ั ท่ี 4 การประเมินผล 1.ครูสรุปองคค์ วามรู้ 2.ครปู ระเมินผลการเรยี นรู้จากใบงาน
แผนการเรียนรโู้ ดย หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั กา ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการ แผนการจดั การเรียนรู้ คร้ังท่ี 16 เร่ือง Past Tense พต 21001 ระดับ มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ รายวิชา/หัว ตัวชว้ี ัด เนื้อหาการเรียนรู้ เร่ือง Past Tense ใช้ Past Tense ใน 1. Past Simple Tense รปู แบบต่างๆ ได้ Past Simple Tense Subject + V2 Subject + +V3 1.1 เหตุการณ์ที่เกดิ ขึน้ ในอดตี และจบลงไปแล กอ่ นพูดประโยคน้นั เชน่ - He spoke. - She came here yesterday. 1.2 แสดงการกระทำที่กระทำเป็นประจำในอด โดยมีคำท่ีแสดงความบอ่ ย ความเป็นประจำ อยู่ดว้ ย เช่น - He always got up late whe he was young. 2. Past continuous tense Subject + + V ing + conj. + Subject V2 กล่าวถงึ เหตกุ ารณ์ 2 อย่าง ในอดตี โดยขณะท เหตกุ ารณ์หน่ึงดำเนนิ อย่มู อี ีกเหตุการณแ์ ทรกเข มา
ยใช้ ONIE MODEL ารศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 รศึกษาตามอัธยาศยั อำเภอแม่วาง น เวลา 6 ชัว่ โมง การจัดกระบวนการเรยี นรู้ ส่อื แหลง่ เรียนรู้ หลกั ฐานการวดั และการประเมินผล ข้ันท่ี 1 การกำหนดสภาพปัญหา ความ ต้องการในการเรยี นรู้ - ใบงาน - บนั ทึกการเรียนรู้ ครรู ว่ มพูดคุยกับผู้เรียนเร่ือง การใช้ - อินเตอร์เน็ต - ใบงาน ลว้ ภาษาอังกฤษสำหรบั การส่ือสารเรอ่ื งราวที่ผา่ น มาแลว้ ในอดตี จะต้องใช้อดีตกาล (Past Tense) เพือ่ ใหส้ ามารถใช้ภาษาอังกฤษสำหรับ ดตี การฟงั พูด อา่ น เขียนเรื่องราวในอดตี ได้ตรง ตามความต้องการ อย่างไรบ้าง โดยให้ผ้เู รียน en ตอบคำถามดังต่อไปน้ี 1. Past Simple Tense - กรณเี หตกุ ารณ์ทีเ่ กดิ ขนึ้ ในอดีต และจบลงไป + แลว้ ก่อนพดู ประโยคน้นั ท่านจะพดู ประโยค อย่างไรใหถ้ กู ต้อง กบั เรอ่ื งราวที่เกดิ ขึ้น - กรณที ่แี สดงการกระทำทีก่ ระทำเปน็ ประจำใน ท่ี อดีต โดยมคี ำทีแ่ สดงความบอ่ ย ความเป็น ขา้ ประจำอยดู่ ้วย ทา่ นจะพูดประโยคอย่างไรให้ ถกู ตอ้ ง กบั เรื่องราวที่เกิดขึ้น
แผนการเรยี นรูโ้ ดย หลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดับกา ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการ แผนการจัดการเรียนรู้ ครั้งที่ 16 เรอื่ ง Past Tense พต 21001 ระดับ มธั ยมศึกษาตอนตน้ วิชา/หัวเร่อื ง ตวั ช้วี ัด เน้อื หาการเรยี นรู้ - เหตุการณ์ท่ดี ำเนินอยู่ ใช้ Past continuous tense - เหตุการณท์ ่ีเกิดใหม่แทรกเข้ามาใช้Past simple tense - คำที่เช่ือมเหตุการณ์ทส่ี องเข้าด้วยกัน คือ when หรือ while เชน่ - I was reading a book when she came in. - While I was reading a book, she came in.
ยใช้ ONIE MODEL ารศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 รศกึ ษาตามอธั ยาศัยอำเภอแม่วาง น เวลา 6 ชัว่ โมง สือ่ แหล่งเรยี นรู้ หลกั ฐานการวดั และการประเมนิ ผล การจัดกระบวนการเรยี นรู้ ขนั้ ท่ี 2 การแสวงหาขอ้ มลู และการเรียนรู้ 1. ให้ผู้เรียนศกึ ษาคน้ ควา้ ขอ้ มูลจาก t อนิ เตอรเ์ น็ต/แหล่งเรียนรู้ ใช้ Past Tense ใน รปู แบบต่างๆได้ เกยี่ วกับ Past simple อ Tense 2. กรณเี หตุการณ์ที่เกิดขน้ึ ในอดีต - กรณีท่แี สดงการกระทำที่กระทำเป็นประจำ ในอดตี - คน้ คว้าตัวอย่างการใช้ Past Simple Tense ในรูปแบบต่างๆ 3.ผู้เรยี นเรยี นรเู้ พ่ิมเตมิ จากลิงค์จาก Youtube : https://www.youtube.com/watch?v=lY gYVyYtCxw หรอื ใหผ้ ูเ้ รียนสแกนควิ อาร์โค้ด
แผนการเรยี นรู้โดย หลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดบั กา ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการ แผนการจดั การเรียนรู้ คร้ังท่ี 16 เรอ่ื ง Past Tense พต 21001 ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ รายวิชา/หวั ตวั ช้วี ัด เนือ้ หาการเรยี นรู้ เรอ่ื ง
ยใช้ ONIE MODEL ารศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 รศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอแมว่ าง น เวลา 6 ช่ัวโมง การจดั กระบวนการเรียนรู้ ส่ือแหล่งเรยี นรู้ หลกั ฐานการวัด และการประเมนิ ผล ขั้นท่ี 3 การปฏบิ ตั ิและการนำไป ประยกุ ต์ใช้ ครใู หผ้ เู้ รยี นทำใบงาน - เร่อื ง ทบทวนการใช้ Present Simple Tense, Present Continuous Tense และ Future Simple Tense - เรอ่ื ง Past Simple Tense - เรอ่ื ง Past Continuous Tense ข้นั ท่ี 4 การประเมินผล 1.ครสู รปุ องคค์ วามรู้ 2.ครูประเมินผลการเรยี นร้จู าก ใบงาน
แผนการเรียนรโู้ ด วิชาอาชญากรรมบนโลก ครงั้ ท
ดยใช้ ONIE MODEL กออนไลน์ (สค0200037) ที่ 17-19
แผนการเรียนรู้โดย หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดบั กา ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการ แผนการจดั การเรยี นรู้ ครั้งท่ี 17 รายวชิ า อาชญากรรมบนโลกออ ครงั้ ที่ วชิ า/หวั เรือ่ ง ตัวชว้ี ัด เน้อื หาการเรียนรู้ 1 อาชญากรรม 4. อธิบายสาเหตุของ - สาเหตขุ องปญั หา ขั้น ออนไลน์ ปัญหา อาชญากรรม อาชญากรรมออนไลน์ อาช วเิ ค ออนไลน์ได้ และบอก และแนวทางการปอ้ งกนั แ น ว ท า ง ก า ร ป้ อ ง กั น ปัญ จ าก อ าช ญ าก ร ร ม -บทลงโทษการกระทำ เหต ความผดิ ตาม พ.ร.บ. การ ออนไลนไ์ ด้ ทาง 5. อธิบายวิธีการท า คอมพวิ เตอร์ พ.ศ.2560 กอ่ งาน ของระบบ ข้นั คอมพิวเตอร์ วิธีการ 1 อาช เจาะหรือทำลาย ระบบ และ คอ ค อ ม พิ ว เต อ ร์ ข อ ง อาชญากรรม ออนไลน์ และวิธีการป้องกันจาก อาชญากรรมออนไลน์ ได้ 6. บอกบทลงโทษการ
ยใช้ ONIE MODEL ารศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 รศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอแมว่ าง อนไลน์ (สค0200037) ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ เวลา 6 ช่ัวโมง การจัดกระบวนการเรยี นรู้ หลกั ฐานการวดั สอื่ แหลง่ เรยี นรู้ และการ ประเมนิ ผล นที่ 1 กำหนดสภาพปัญหาการเรียนรู้ - แบบเรียนวิชา 1.ใบงาน/ชิ้นงาน 1. ครกู ล่าวทกั ทายผู้เรยี นพร้อมเปดิ ประเด็น อาชญากรรมบน ชญากรรมออนไลนท์ ี่นกั ศึกษาเคยเห็น และ โลกออนไลน์ คราะห์ปัญหา นำเขา้ สบู่ ทเรยี น ระดับ ม.ต้น 2. ครตู ง้ั คำถาม ถามผูเ้ รยี นว่า สาเหตุของ -.อินเตอรเ์ น็ต ญหาอาชญากรรมออนไลน์ เพ่อื วิเคราะห์ว่า ตุใดและมีแนวทางการป้องกันอยา่ งไรแลว้ ทำ รส่มุ เรียกให้ผู้เรยี นตอบคำถามประเดน็ แนว งการป้องกันอาชญากรรมออนไลน์ 3. ครเู ปดิ โอกาสให้ผู้เรยี นซักถามขอ้ สงสัย อนเข้าสูบ่ ทเรียนในข้ันตอ่ ไป นที่ 2 แสวงหาข้อมูลและจัดการเรียนรู้ 1. ครแู จกใบความรู้ เรอื่ ง สาเหตุของปัญหา ชญากรรมออนไลน์ และแนวทางการป้องกนั ะบทลงโทษการกระทำความผดิ ตาม พ.ร.บ. อมพิวเตอร์ พ.ศ.2560
ครั้งท่ี วิชา/หวั เรื่อง ตัวช้วี ัด เนอ้ื หาการเรียนรู้ ก ร ะ ท ำ ค ว า ม ผิ ด ต า ม 2 พ .ร .บ .ค อ ม พิ ว เต อ ร์ ออ พ.ศ.2560 ได้ ข้ัน 1 ออ ขน้ั
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115