ชดุ หลักสตู รต้านทจุ ริตศกึ ษา ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 หนา้ 1
ชดุ หลักสตู รตา้ นทุจรติ ศกึ ษา ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 คานา ตามที่สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาแจ้งให้โรงเรียนนวมินทราชินูทิศสตรวิทยา ๒ ดาเนินการสอนตาม หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (Anti - Corruption Education) ของสานักงานคณะกรรมการปูองกันและ ปราบปรามการทจุ รติ แห่งชาตทิ ่รี ่วมจดั ทากับสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน จากนโยบายดังกลา่ ว โรงเรียนนวมนิ ทราชินทู ศิ สตรีวิทยา ๒ จงึ ได้จดั ทาชดุ การสอน เรอ่ื ง การ ปูองกนั การทุจริต ประกอบกิจกรรมเสริมหลักสตู ร “หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา” (Anti - Corruption Education) ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๕ เพอ่ื ใหผ้ ้เู รยี นเกิดความรู้ความเขา้ ใจ และทักษะในเร่ืองการคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์สว่ นรวม ความอายและความไมท่ นต่อการทจุ ริต STRONG : จิตพอเพียงตา้ นทุจริต พลเมืองและความรบั ผดิ ชอบต่อสังคม โดยเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2562 เพ่ือเป็นกลไกระยะยาวในการปลูกฝงั วิธคี ิดปูองกันการทุจริตใหแ้ ก่ผู้เรยี น รว่ มกันสร้างประเทศไทยใสสะอาด ไทยท้ังชาติต้านทุจริต คณะผจู้ ดั ทา ครูกล่มุ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม หน้า2
ชดุ หลักสูตรต้านทจุ ริตศกึ ษา ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 สารบญั หน้า เร่ือง 1 หนว่ ยท่ี 1 เร่อื ง การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนกับผลประโยชน์สว่ นรวม 2 4 ใบความรทู้ ่ี 1 เรื่อง ผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม 5 ใบงานท่ี 1 เรอ่ื ง ความแตกตา่ งของผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์สว่ นรวม 9 1๒ ใบความรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง ระบบคดิ ฐานสบิ และระบบคดิ ฐานสอง 1๔ ใบงานท่ี 2 เร่อื ง ระบบการคดิ ฐาน ๑๐ และ ฐาน 2 1๕ ๑๘ ใบความรทู้ ่ี 3 เร่ือง การขัดกันระหว่างประโยชน์สว่ นตนและและประโยชนส์ ว่ นรวม ๑๙ ใบงานท่ี 3 เรอ่ื ง การขดั กันระหว่างประโยชนส์ ว่ นตนและและประโยชนส์ ว่ นรวม 2๐ 2๑ ใบความรทู้ ี่ 4 เรื่อง ผลประโยชน์ทบั ซ้อน 2๓ หน่วยท่ี ๒ เรื่อง ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจริต 2๔ ๒๕ ใบงานที่ 5 เรอื่ ง การแตง่ กาย ๒๖ ใบงานที่ 5.๑ เรือ่ ง ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ ๒๗ หนว่ ยที่ ๓ เรือ่ ง STRONG / จติ พอเพยี งต่อตา้ นการทุจริต ๒๗ ใบงานที่ 6 เรื่อง ความพอเพยี ง และปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ๒๘ ใบความร้ทู ี่ 7 เรอ่ื ง ความโปร่งใส ๒๙ ใบงานที่ 7 เรื่อง ความโปรง่ ใสในประเทศไทย 3๐ ใบความรู้ที่ 8 เรอื่ ง รูปแบบการทจุ ริตจากผลโพลของนิด้า 3๓ ใบงานที่ 8 เรอ่ื ง โทษของการทจุ รติ ๓๔ ใบงานที่ 8.1 เร่ือง ประโยชน์สว่ นตนกบั ประโยชนส์ ่วนรวม ๓๕ ใบงานที่ 8.๒ เรื่อง ความสาคัญและประโยชนข์ องความเอ้ืออาทร ๓๕ หน่วยท่ี ๔ เรอ่ื ง พลเมอื งกับความรับผดิ ชอบต่อสงั คม ๓๖ ใบความรทู้ ่ี 9 เรื่อง เคารพสิทธขิ องตนเองและผ้อู ืน่ ๓๗ ใบงานท่ี 9 เร่อื ง เคารพสทิ ธขิ องตนเองและผ้อู ่นื ๓๘ ใบความรู้ที่ 10 เร่ือง ระเบียบ กตกิ า กฎ กฎหมาย ๓๙ ใบงานท่ี 10 เรอื่ ง ระเบยี บ กตกิ า กฎ กฎหมาย ๔๗ ใบงานท่ี 10.1 เรอื่ ง พลเมืองกับความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม ๔๘ ใบความร้ทู ี่ 11 เรอื่ ง พลเมอื งและความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม 5๒ ใบงานท่ี 11 เรือ่ ง ความรับผดิ ชอบตอ่ สงั คม ใบความรทู้ ี่ 12 เรอ่ื ง แนวทางการปฏบิ ตั ิตนเปน็ พลเมอื งดี ใบความรทู้ ่ี 13 แนวทางการสร้างเสรมิ สานึกความเปน็ พลเมอื ง : กรณีศกึ ษาประเทศไทย ใบงานท่ี 13 เรอ่ื ง ความเป็นพลเมอื งของประเทศ ใบความรู้ท่ี 14 เร่ือง พลเมอื งดีของประเทศชาติและสงั คมโลก ใบงานที่ 14 เรอื่ ง พลเมอื งโลก หน้า3
ชุดหลักสตู รต้านทุจรติ ศกึ ษา ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 หน่วยท่ี ๑ การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตน และผลประโยชน์สว่ นรวม หน้า1
ชดุ หลักสูตรตา้ นทจุ ริตศึกษา ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ใบความรู้ท่ี 1 เรื่อง ผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ผลประโยชน์ส่วนตนหรอื ผลประโยชน์สว่ นตน หมายถึง การทบ่ี คุ คลทวั่ ไปในสถานะเอกชนหรอื เจา้ หน้าท่ีของรัฐได้ทากิจกรรมหรือได้กระทาการต่างๆ เพื่อประโยชน์ส่วนตน ครอบครัว ญาติ เพื่อนหรือของ กล่มุ ในสงั คมทมี่ ีความสมั พันธ์กันในรปู แบบตา่ งๆ เช่น การประกอบอาชีพ การทาธรุ กิจ การคา้ การลงทนุ เพ่ือ หาประโยชนใ์ นทางการเงนิ หรือในทางทรพั ย์สินต่างๆ เปน็ ต้น ผลประโยชนส์ ่วนรวม หมายถึง การท่บี ุคคลใดๆ ในสถานะที่เปน็ เจ้าหน้าท่ีของรฐั (ผู้ดารงตาแหนง่ ทางการเมือง ขา้ ราชการ พนักงานรฐั วสิ าหกิจ หรอื เจ้าหน้าทข่ี องรฐั ในหน่วยงานของรฐั ) ได้กระทาการใดๆ ตามหนา้ ทห่ี รือได้ปฏบิ ตั หิ น้าทีอ่ ืน่ เปน็ การดาเนินการในอีกส่วนหนึ่งทีแ่ ยกออกมาจากการดาเนนิ การ ตาม หน้าทใ่ี นสถานะของเอกชน การกระทาการใดๆ ตามหนา้ ที่หรอื การปฏิบตั ิหน้าที่ของเจา้ หนา้ ทีข่ องรัฐจงึ มี วตั ถุประสงค์หรือเปาู หมาย เพอื่ ประโยชน์ของสว่ นรวม หรือการรักษาประโยชนส์ ่วนรวมท่ีเปน็ ประโยชน์ของรฐั การทาหน้าที่ของเจ้าหนา้ ที่ของรฐั จึงมคี วามเก่ยี วเน่ืองเชอ่ื มโยงกบั อานาจหน้าทต่ี ามกฎหมายและจะมรี ปู แบบ ของความสมั พันธ์หรือมกี ารกระทาในลักษณะตา่ งๆ กันทเี่ หมอื นหรอื คลา้ ยกับการกระทาของบุคคลในสถานะ เอกชน เพยี งแต่การกระทาในสถานะที่เปน็ เจ้าหนา้ ทข่ี องรัฐกบั การกระทาในสถานะเอกชน จะมคี วามแตกตา่ ง กันทว่ี ตั ถุประสงค์ ตัวอยา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม เรอ่ื ง ผลประโยชนส์ ว่ นตน ผลประโยชน์สว่ นรวม ๑. การรบั ผลประโยชน์ตา่ งๆ ๑. จ้างเพอื่ นทาเวรให้ ๑. ไมจ่ า้ งเพ่ือนใหท้ าเวรให้ ๒. จา้ งเพื่อนทาการบ้านให้ ๒. ไมจ่ ้างเพื่อนใหท้ าการบา้ นให้ ๓. ชวนเพื่อนไปทะเลาะกบั คู่อริแล้ว ๓. ไม่บงั คับเพ่ือนให้ทาในส่ิงที่ไม่ จงึ จะรบั เข้ากลุ่ม (บังคับเพ่ือนให้ ถกู ตอ้ ง ทำในสงิ่ ทีไ่ ม่ถูกตอ้ ง) ๔. ไม่หาเสียงเลือกต้ังกรรมการ ๔. หาเสยี งเลือกตง้ั กรรมการนักเรียน นักเรียนโดยสัญญาว่าจะแจก โดยสญั ญาวา่ จะแจกสงิ่ ของ สงิ่ ของ ๒. การทาธรุ กิจกับตัวเอง ๑. นาของมาขายเพือ่ นในห้องเรยี น ๑. ไม่นาของมาขายเพื่อนใน ห้องเรยี น ๓. การทำงานหลังจากออก ๑. ใชอ้ ทิ ธิพล เป็นหัวหน้าห้อง/พ่อแม่ ตำแหน่งสาธารณะหรือ เปน็ ผ้มู อี ิทธพิ ล/ขม่ ขเู่ พอ่ื น ๑. ไม่ใช้อิทธิพล เป็นหัวหน้าห้อง/ พ่อ แมเ่ ปน็ ผ้มู อี ทิ ธิพล/ข่มขเู่ พ่ือน หลงั เกษียณ Post-Employment หน้า2
ชดุ หลกั สตู รตา้ นทจุ รติ ศกึ ษา ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ๔. การทางานพิเศษ ๑. เลน่ การพนัน ๑. ไมเ่ ล่นการพนัน Outside Employment ๒. ค้าและเสพส่งิ เสพติดให้โทษ ๒. ไมค่ ้าและเสพสง่ิ เสพตดิ ใหโ้ ทษ or Moonlighting เรือ่ ง ผลประโยชนส์ ่วนตน ผลประโยชน์สว่ นรวม ๕. การรู้ข้อมูลภายใน ๑. รู้คะแนนสอบของเพ่ือนแล้วนามา ๑. รู้คะแนนสอบของเพ่ือนแล้วนามา Inside Information บอกตอ่ กอ่ นไดร้ ับอนญุ าต บอกต่อ เก็บไวเ้ ป็นความลับ ๖. การใช้บุคลากรหรือ ทรัพย์สินของหน่วยงานเพื่อ ๒. รู้ปัญหาท่ีเพ่ือนไม่อยากให้ใครรู้ ๒. รู้ปัญหาที่เพื่อนไม่อยากให้ใครรู้ ประโยชน์ส่วนตน Using Employer, Property for แล้วนามาบอกต่อ แล้วเกบ็ เปน็ ความลับ Private advantages ๑. ใชโ้ ทรศัพทเ์ คล่ือนท่ีชาร์ตไฟ ๑. ไม่ใช้อิทธิพล เป็นหัวหน้าห้อง/ พ่อ ๗. การนาโครงการ สาธารณะ ลงในเขตเลือกต้ัง โรงเรียน แมเ่ ปน็ ผู้มอี ทิ ธิพล/ข่มขเู่ พื่อน เพ่ือประโยชน์ทางการเมือง Pork - Barreling ๒. เปดิ พัดลมเปุาเฉพาะตนเอง ๒. ไม่เปิดพัดลมเปาุ เฉพาะตนเอง ๓. ล้างจานชามก่อน โดยใช้น้ามาก ๓. ไม่ล้างจานชามก่อน โดยใช้น้า เหลือไวน้ ้อย มาก ๔. แซงควิ ผู้อื่น เหลือไว้น้อย ๕. เอาสี หนังสือของโรงเรียนเป็นของ ๔. ไม่แซงคิวผู้อน่ื ตนเอง ๕. ไม่เอาสี หนังสือของโรงเรียนเป็น ๖. เล่นฟุตบอลไมแ่ บ่งกลุ่มอ่ืน/น้องๆ ของ เลน่ บา้ ง ตนเอง ๗. นาอุปกรณ์การเรียนส่วนกลาง ๖. เล่นฟุตบอลแบ่งกลุ่มอ่ืน/น้องๆ (ของหอ้ ง) ไปใช้ทีบ่ า้ น เล่นบา้ ง ๘. ขีดเขียนฝาผนัง เช่น ห้องน้า ๗. ไม่นาอุปกรณ์การเรียนส่วนกลาง ห้องเรยี น (ของหอ้ ง) ไปใชท้ ่ีบา้ น ๘. ไม่ขีดเขียนฝาผนัง เช่น ห้องน้า ห้องเรียน ๑. กรรมการนักเรียนเขียนโครงการ ๑. กรรมการนกั เรียนเขียนโครงการ พัฒนาห้องน้าเฉพาะชั้นท่ีกลุ่ม พัฒนาห้องน้าไม่เฉพาะช้ันท่ีกลุ่ม ตนเองอยู่ ตนเองอยู่ ๒. จัดสรรเงนิ ให้ระดับช้ัน ๒. จดั สรรเงินให้ระดับช้ัน ตนเองมากกวา่ ช้ันอ่นื ตนเองเท่าเทียมชั้นอ่ืน ๓. แผอ่ าณาเขตท่ีน่ังของตนเอง ๓. ไม่แผ่อาณาเขตทีน่ ั่งของตนเอง ให้มากกวา่ คนอนื่ ให้มากกวา่ คนอืน่ ๔. ให้ของขวญั ครูเพ่อื ใหค้ รรู ัก ๔. ไม่ให้ของขวัญครเู พ่ือให้ครูรัก หนา้ 3
ชุดหลักสตู รต้านทุจรติ ศกึ ษา ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ใบงานท่ี ๑ เร่อื ง ความแตกตา่ งของผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม ผลประโยชนส์ ่วนตน ผลประโยชน์ส่วนรวม (คะแนนเต็ม ๑๐) (คะแนนเต็ม ๑๐) ๑. คะแนน) ๒. ๑. คะแนน) ๓. ๒. ๔. ๓. ๕. ๔. ๖. ๕. ๗. ๖. ๘. ๗. ๙. ๘. ๑๐. ๙. ๑๐. หนา้ 4
ชุดหลกั สตู รต้านทจุ ริตศึกษา ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 5 ใบความรู้ท่ี 2 เรื่อง ระบบคิดฐานสิบ และระบบคดิ ฐานสอง ๑.ระบบคดิ ฐานสบิ (Analog) ความหมาย ระบบคิด “ฐานสิบ (Analog)” เป็นระบบการวิเคราะห์ขอ้ มลู ที่มีตวั เลขหลายตัว และอาจ หมายถงึ โอกาสท่จี ะเลือกไดห้ ลายทาง เกิดความทห่ี ลากหลายซับซ้อน หากนามาเปรยี บเทยี บการปฏบิ ัติงาน ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะทาให้เจ้าหนา้ ที่ของรฐั คดิ เยอะ ต้องใช้ดุลยพนิ ิตเยอะ อาจจะนาประโยชนส์ ่วนตนและ ประโยชนส์ ว่ นรวมมาปะปนกันได้ แยกประโยชน์สว่ นตนและประโยชน์ส่วนรวมออกจากกันไม่ได้ “การปฏิบัติงานแบบใช้ระบบคิดฐานสิบ (Analog)” คือ การท่ีเจ้าหน้าท่ีของรัฐยังมีระบบการคิดที่ ยังแยก เรื่องตาแหน่งหน้าท่ีกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันไม่ได้ นาประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวมมา ปะปนกัน ไปหมด แยกแยะไม่ออกวา่ สงิ่ ไหนคือประโยชน์สว่ นตนส่ิงไหนคือประโยชน์ส่วนรวม นาบุคลากรหรือ ทรัพย์สิน ของราชการมาใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน เบียดบังราชการ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน เครือญาติ หรือ พวกพ้อง เหนือกว่าประโยชน์ของส่วนรวมหรือของหน่วยงาน จะคอยแสวงหาผลประโยชน์จากตาแหน่งหน้าท่ี ราชการ กรณีเกิดการขดั แย้งระหวา่ งประโยชนส์ ว่ นตนและประโยชนส์ ว่ นรวม จะยดึ ประโยชน์สว่ นตนเปน็ หลัก ๒. ระบบคดิ ฐานสอง (Digital) ความหมาย “ฐานสอง (Digital)”เป็นระบบการวิเคราะห์ข้อมูลที่สามารถเลือกได้เพียง ๒ ทาง เท่านั้น คือ ๐ (ศูนย์) กับ ๑ (หน่ึง) และอาจหมายถึงโอกาสท่ีเลือกได้เพียง ๒ ทาง เช่น ใช่ กับ ไม่ใช่, จริง กับ เท็จ, ทา ได้ กบั ทาไม่ได้, ประโยชน์สว่ นตน กับ ประโยชนส์ ่วนรวม เป็นต้น จงึ เหมาะกับการนามาเปรียบเทียบ กับการ ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าท่ีของรัฐที่ต้องสมารถแยกเร่ืองตาแหน่งหน้าท่ีเรื่องส่วนตัวออกจากกันได้อย่าง เดด็ ขาด และไม่กระทาการทเ่ี ปน็ การขดั แข้งระหว่างประโยชน์ส่วนตนและประโยชนส์ ่วนรวม “การปฏิบัติงานแบบใช้ระบบคิดฐานสอง (Digital)”คือ การท่ีเจ้าหน้าที่ของรัฐมีระบบการคิดท่ี สามารถเรียก เลือกตาแหน่งหน้าที่กับเรื่องส่วนบุคคลออกจากการได้อย่างชัดเจนว่าส่ิงไหนถูกสิ่งใดผิด ส่ิงไหน ทาได้ส่ิงไหน ทาไม่ได้ ส่ิงไหนคือประโยชน์ส่วนตนส่ิงไหนคือประโยชน์ส่วนรวม ไม่นามาปะปนกัน ไม่นา บุคลากรหรือ ทรัพย์สนิ ของราชการมาใช้เพื่อประโยชนส์ ่วนตนไมเ่ บยี ดบังราชการ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม เครือญาติ หรือ พวกพ้อง ไมแ่ สวงหราประโยชน์จากตาแหน่งหน้าที่ราชการ ไมร่ บั ทรัพย์สนิ หรอื ประโยชน์ใดอื่น จากการปฏิบัติ หนา้ ท่ี กรณกี ารขดั กนั ระหว่างประโยชน์ส่วนตนและประโยชนส์ ว่ นรวม กจ็ ะยดึ ประโยชน์ ส่วนรวมเป็นหลัก หน้า5
ชดุ หลักสตู รตา้ นทุจริตศึกษา ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ตัวอย่างผลการพฒั นาโรงเรยี นสุจริต “ระบบคิดฐานสอง” นักเรียน การขดั กนั ระหว่าง ระบบคิด ฐาน ระบบคิดฐาน ประโยชน์สว่ นตน ๑๐ Analog 2Digital และประโยชน์ ส่วนรวม ๑.การรับ ๑.จ้างให้เพ่ือนทาเวรให้ ทาการบ้านให้ (จ้างให้ ๑.ไม่จ้างให้เพื่อนทำเวรให้ ทำ ผลประโยชน์ ตา่ งๆ ทา) การบ้าน ให้ (ไม่จ้างให้ทา ) ๒.ไม่ Accepting Benefits ๒.บังคับให้เพื่อนให้ทำในส่ิงที่ไม่ถูกต้อง เช่น บังคั บให้ เพื่อ นทา ในส่ิ งท่ีไ ม่ ชวน เพื่อนไปทะเลาะกับคู่อริจึงจะรับเข้า ถูกต้อง เช่น ชวนเพื่อนไปทะเลาะ กล่มุ ๓.หาเสียงเลือกต้ังกรรการ โดยสัญญา กับ คอู่ รจิ งึ จะรับเขา้ กลุ่ม ๓.ไม่หา ว่าจะแจก สิง่ ของ เสยี งเลือกต้ังกรรการ โดย สัญญา ๒.การทาธุรกิจกับ ๑.นาของมาขายเพื่อนในห้องเรยี น ว๑่า.นจาะขแอจงกมสาง่ิขขาอยงเพื่อนในห้องเรยี น ตนเอง (Self - Dealing) หรอื เปน็ คู่สญั ญา (Contracts) หนา้ 6
ชุดหลกั สตู รต้านทจุ รติ ศึกษา ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 การขดั กนั ระหว่าง ระบบคิด ฐาน ระบบคิดฐาน ประโยชน์สว่ นตน ๑๐ (Analog) ๒ และ ประโยชน์ (Digital) สว่ นรวม ๑.ใช้อิทธิพลเป็นหัวหน้าห้อง/พ่อแม่เป็นผลมี ๑.ไม่จ้างให้เพื่อนทำเวรให้ ทำ ๓.การทางาน หลงั จาก ออกจาก อิทธพิ ล/ ข่มข่เู พ่อื น การบ้าน ให้ (ไม่จา้ งให้ทา) ตาแหนง่ สาธารณะ หรือ หลังเกษยี ณ Post Employment ๔.การทางานพเิ ศษ ๑.เล่นการพนัน ๑.ไม่เลน่ การพนัน Outside ๒.ค้าและเสพยาเสพตดิ ให้โทษ ๒.ไม่ค้าและเสพยาเสพตดิ ให้โทษ Employme ๑.รู้คะแนนสอบของเพ่ือนแล้วนามาบอกต่อ ๑.รู้คะแนนสอบของเพื่อแต่เก็บ ๕.กnารtรtขู้ o้อมูล ภายMในoonlighti ก่อน ได้รับอนุญาต เป็น ความลับ ๒.รู้ปัญหาที่เพ่ือน ngInside ๒.รู้ปัญหาที่เพ่ือนไม่อยากให้ใครรู้ แล้วนามา ไม่อยากให้ใครรู้ แล้ว เก็บเป็น Informa tion บอกต่อ ความลบั ๖.การใช้บุคคลากร ๑.ใชโ้ ทรศพั ทเ์ คลื่อนทีช่ ารต์ ทโ่ี รงเรยี น ๑.ไม่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ ๒.เปดิ พัดลมเปุาเฉพาะตนเอง ชาร์ตที่ โรงเรียน ๒.ไม่เปิด หรือ ทรัพย์สินของ ๓.ลา้ งจานชามก่อน โดยใชน้ ามากเหลอื น้อย พดั ลมเปาุ เฉพาะตนเอง ห น ว่ ย ง า น เ พ่ื อ ประโยชนส์ ่วน บุคคล Using ๔.แซงควิ ผ้อู ่นื ๓.ล้างจานชามก่อน โดยใช้นามาก Employer, ๕.เอาสี หนังสือของโรงเรียนเป็นของตนเอง เหลอื นอ้ ย Property for ๖.เลน่ ฟุตบอลไม่แบง่ กล่มุ อนื่ /นอ้ งๆเลน่ บ้าง ๔.ไม่แซงคิวผู้อน่ื Private ๗.นาอุปกรณ์การเรียนส่วนกลาง(ของห้อง) ไป ๕.ไม่เอาสี หนังสือของโรงเรียนเป็น advantagez ใช้ที่ บา้ น ๘.ขีดเขียนฝาผนัง เชน่ หอ้ งน้า ห้องเรยี น ของ ตนเอง ๖ .ไ ม่ เ ล่ น ฟุ ต บ อ ล ไ ม่ แ บ่ ง ก ลุ่ ม อื่ น / น้องๆ เลน่ บ้าง ๗.ไม่นาอุปกรณ์การเรียนส่วนกลาง (ของ ห้อง) ไปใช้ท่ีบา้ น ๘.ไม่ขีดเขียนฝาผนัง เช่น ห้องน้า หอ้ งเรยี น หน้า7
ชดุ หลกั สตู รตา้ นทจุ ริตศกึ ษา ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 การขัดกันระหว่าง ระบบคดิ ฐาน ระบบคิดฐาน ประโยชน์ส่วนตน 10 ๒ แ ล ะ ป ร ะ โ ย ช น์ (Digital) ส่วนรวม (Analog) ๗.การนาโครงการ ๑.กรรมการนักเรียนเขียนโครงการพัฒนา ๑.กรรมการนักเรียนเขียนโครงการ สาธารณะ ลงในเขต ห้องน้าเฉพาะชน้ั ทีก่ ลุ่มตัวเองอยู่ ๒. พัฒนา ห้องน้าไม่เฉพาะชั้นที่กลุ่ม เลือง ตั้ง เพ่ือ จัดสรรเงินในระดับช้ันตัวเองมากกวา่ ช้ัน ตัวเองอยู่ ๒.จัดสรรเงินในระดับชั้น ป ร ะ โ ย ช น์ ท า ง อน่ื ตัวเองเท่าเทียมช้ัน อื่น ๓.ไม่แผ่อาณา ๓.แผ่อาณาเขตที่น่ังของตนเองมากกว่าคน เขตท่นี ่ังของตนเองมากกวา่ คนอ่ืน การเมอื ง อื่น ๔.ไมก่ ีดกันไม่ใหเ้ พื่อนเข้ากลมุ่ Pork-Barreling ๔.กีดกันไม่ใหเ้ พ่ือนเข้ากล่มุ ๕. ใหข้ องขวัญครเู พอ่ื ให้คนรกั ๕. ไมใ่ ห้ของขวญั ครเู พอ่ื ใหค้ รูรัก หน้า8
ชุดหลกั สูตรตา้ นทจุ รติ ศึกษา ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ใบงานที่ 2 เรื่อง ระบบการคดิ ฐาน ๑๐ และ ฐาน 2 คาชี้แจง : ๑. แบบทดสอบมีท้ังหมด ๑๐ ข้อ ข้อละ ๑ คะแนน ใหน้ กั เรยี นเลือกตอบ ๘ ข้อ ๒. ให้นกั เรียนเขยี นคาตอบทีต่ รงกับความคิดของนักเรียนมากทส่ี ุด ๑. นกั เรียนไม่ชอบคบกับเพอื่ นท่เี ป็นคนซื่อสัตย์ เพราะจะทาให้ตนเองถกู จากดั ดว้ ยกรอบของระเบยี บ ตลอดเวลาทาใหข้ าดความเป็นอสิ ระในการใชช้ วี ิต นกั เรียนเหน็ ด้วยหรือไม่ เพราะเหตุใด ๒. นกั เรียนมคี วามเชอ่ื วา่ “การขับรถแมจ้ ะผิดจราจรบ้าง แต่หากทาให้ประหยดั เวลาและถงึ ที่หมายก่อนใครก็ ถือวา่ ดที ส่ี ดุ แลว้ ” นักเรยี นเห็นด้วยหรือไม่ เพราะเหตุใด ๓. คาถามคุณธรรมสาหรบั นักเรียน หมายความว่าผ้ใู ดกระทาดตี ้องไดร้ บั ความดีตอบแทน แต่ถา้ หากกระทา ความชัว่ ควรได้รบั ความเหน็ ใจสงสาร เพราะเขาอาจจะทาไปเพราะความจาเป็นบางอยา่ งเพ่ือความอยู่รอด ของชวี ิต นักเรียนเห็นด้วยหรอื ไม่ เพราะเหตุใด ๔. นักเรยี นจะยกย่องบคุ คลที่ทาบุญทาทานด้วยจานวนเงนิ มาก ๆโดยไมต่ อ้ งสนใจว่าเขาทามาหากนิ อะไร ได้มาดว้ ยวธิ ที ถ่ี กู ตอ้ งสจุ ริตหรือไม่ นักเรียนเหน็ ดว้ ยหรือไม่ เพราะเหตุใด ๕. เดก็ ชายต๋องหนีออกจากบ้านโดยข่ีจกั รยานยนต์เพอ่ื เดินทางเข้ากรงุ เทพฯ ระหว่างทางเจอด่านตรวจ เดก็ ชายต๋องกลวั จะโดนตารวจจับจงึ โกหกว่า เดนิ ทางมาตามหาพ่ชี ายเน่ืองจากพ่อเสียชวี ติ นักเรียนเห็นด้วยกบั การกระทาของเด็กชายตอ๋ งหรือไม่ เพราะเหตุใด ๖. นกั เรยี นไดแ้ อบนาโทรศพั ทม์ าใชท้ โี่ รงเรียน เนอื่ งจากมีความจาเปน็ ตอ้ งตดิ ต่อกบั ผ้ปู กครองแตบ่ ังเอิญ โทรศพั ทแ์ บตเตอรีห่ มด ในช่วงพักกลางวันจงึ ขึ้นมาบนอาคารเรยี นเพ่ือชาร์จแบตเตอรีโ่ ทรศัพท์เพราะกลัว ว่าจะไม่สามารถติดตอ่ กบั ผปู้ กครองได้ นกั เรยี นคิดว่าเป็นการกระทาที่ถกู ต้องหรือไม่ เพราะเหตุใด ๗. ครูสมหมายมกั ใช้เวลาวา่ งจากชั่วโมงสอนทาธรุ กิจขายตรงผ่านโปรแกรมไลน์ในคอมพิวเตอร์ของโรงเรยี น เพอื่ เป็นการหารายได้เสริม เน่ืองจากลูกกาลงั เขา้ เรยี นต่อในมหาวิทยาลยั ต้องใช้เงินจานวนมาก นกั เรยี นคิดวา่ ครูสมหมายทาถูกต้องหรือไม่ เพราะเหตใุ ด ๘. เดก็ ชายสมบตั ิมาโรงเรียนพรอ้ มกบั คุณพ่อโดยรถยนต์ที่มีตราของคณะแพทย์ศาสตรม์ ารับ-สง่ ทป่ี ระตู ทางเข้าโรงเรยี นทกุ วนั นกั เรยี นคดิ วา่ การกระทาดงั กล่าวสมควรหรอื ไม่ เพราะเหตุใด ๙. คนขบั รถโรงเรียนเปน็ คนขยนั จะลา้ งรถของผู้อานวยการโรงเรียนเปน็ ประจา โดยใช้น้าในโรงเรยี นนกั เรียน คดิ ว่าคนขับรถโรงเรียนทาถกู ต้องหรือไม่ เพราะเหตุใด ๑๐. สมชายเป็นบตุ รของครสู ายสมร ตอนเยน็ หลงั เลกิ เรยี นสมชายตอ้ งไปนั่งรอคณุ ครสู ายสมรในห้องพกั ครู โดยนั่งเล่นคอมพิวเตอร์และเปดิ เคร่ืองปรับอากาศ นักเรยี นคดิ วา่ สมชายทาถูกต้องหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด หนา้ 9
ชดุ หลกั สูตรต้านทุจรติ ศกึ ษา ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 5 ตัวอย่างการรับผลประโยชน์ ต่างๆ ๑.๑ นายสุจริต ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ได้เดินทางไปปฏิบัติข้าราชการในพ้ืนที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซ่ึงในวัน ดังกล่าว นายรวย นายก อบต. ได้มอบงาช้างจานวนหน่ึงคู่ให้แก่ นายสุจริต เพื่อเป็นของท่ีระลึก นายสุจริตได้ มอบงาช้าง ดังกล่าวให้หน่วยงานต้นสังกัด ตรวจสอบมูลค่าพร้อมท้ังดาเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบและ กฎหมาย แต่ ต่อมา นายสุจริต พิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่สมควรรับงาช้างดังกล่าวไว้ จึงเร่งให้หน่วยงานต้น สงั กัดคืนงาชา้ ง ใหแ้ กน่ ายรวย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐๓ ประกอบประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรื่อง หลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือ ประโยชน์อ่ืนใด โดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๓ ข้อ ๗ ประกอบข้อ ๕ (๒) ได้กาหนดว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ใดได้รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดจาก บุคคลท่ีไม่ใช่ญาติซึ่งมีมูลค่าเกินกว่าสามพัน บาท แล้วประสงค์จะ รับทรัพย์สินนั้นไว้เป็นสิทธิของตน จะต้องแจ้งรายละเอียดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ ทรัพย์สินนั้นต่อผู้บังคับบัญชา หรือผู้มีอานาจแต่งตั้งถอดถอนหรือคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือ ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือประธาน วุฒิสภาหรือประธานสภาท้องถิ่นแล้วแต่กรณีในทันทีที่ สามารถกระทาได้ เสื้อ ให้วินิจฉัยว่ามีเหตุผลความ จาเป็น ความเหมาะสม และสมควรที่จะให้เจ้าหน้าท่ี ของรัฐผูน้ ั้น รับทรพั ย์สนิ นนั้ ไวเ้ ป็นสทิ ธิของตนเองหรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ปรากฏว่า เมื่อนายสุจริต ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ได้รับงาช้างแล้ว ได้ส่งให้ หน่วยงานต้นสังกัดตรวจสอบคุณภาพพร้อมทั้งดาเนินการให้ถูกต้องตามกฎระเบียบและกฎหมาย แต่ ต่อมา นายสุจริตพิจารณาเห็นว่าไม่สมควรรับงานชั้นดังกล่าวไว้ จึงส่งคืนให้นายรวยไป โดยใช้ ระยะเวลาในการ ตรวจสอบระเบียบแนวทางปฏิบัติและข้อมูลท่ีเกี่ยวข้องกับความรอบคอบ และส่งคืน งาช้าง แกนายรวยภายใน ๓ วัน จากข้อเท็จจริง จริงฟังได้ว่านายสุจริตไม่ได้มีเจตนาหรือมีความประสงค์ที่ จะรับงาช้างน้ันไว้เป็นสิทธ์ิของ ตนแต่อยา่ งใด ๑.๒ การท่ีเจ้าหน้าที่ของรัฐรับของขวัญจากผู้บริหารของบริษัทเอกชน เพ่ือช่วยให้บริษัทเอกชนรายนั้น ชนะ การประมลู รบั งานโครงการขนาดใหญ่ของรฐั ๑.๓ การที่บรษิ ัทแหง่ หนงึ่ ได้ของขวัญเปน็ ทองคามูลค่ามากกวา่ ๑๐ บาทแกเ่ จา้ หนา้ ที่ในปที ่ผี า่ นมาและปี เจ้าหนา้ ท่ีเร่งรัดคืนภาษีให้บริษัทนั้นเป็นกรณีพิเศษ โดยลดั คิวให้ก่อนบรษิ ัทอ่ืนๆ เพราะคาดว่าจะได้รับ ของขวญั อีก หนา้ 10
ชุดหลักสตู รต้านทุจริตศกึ ษา ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ๑.๔ การท่ีเจ้าหน้าที่ของรัฐไปเป็นคณะกรรมการของบริษัทเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจและได้รับความ บันเทิงในรูปแบบต่างๆ จากบริษัทเหล่าน้ัน ซ่ึงมีผลต่อ การให้คาวินิจฉัยหรือข้อเสนอแนะที่เป็นธรรมหรือ เปน็ ไปในลกั ษณะนีเ้ พ่อื ประโยชน์ ตอ่ บริษทั ผใู้ หน้ ้นั ๆ ๑.๕ เจ้าหน้าที่ของรัฐได้รับชุดไม้กอล์ฟจากผู้บริหารของบริษัทเอกชน เมื่อต้องทางานที่เกี่ยวข้อง กับ เอกชนแห่งน้ัน ก็ช่วยเหลือให้บริษัทน้ันได้รับสัมปทาน เน่ืองจากรู้สึกว่าควรตอบแทนที่เคยได้รับ ของขวัญมา หนา้ 11
ชุดหลกั สตู รต้านทุจริตศึกษา ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 5 ใบความรู้ที่ 3 เรอ่ื ง การขัดกันระหวา่ งประโยชนส์ ่วนตนและและประโยชนส์ ่วนรวม (ประเทศชาติ) การขดั กนั ระหว่างประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์ส่วนรวม (ประเทศชาติ) หมายถึง การท่ี เจา้ หนา้ ที่ของรฐั กระทาการใด ๆ ตามอานาจหน้าท่ีเพ่ือประโยชน์สว่ นรวม แต่กลับเขา้ ไปมีสว่ นไดเ้ สียกับ กจิ กรรม หรือการดาเนนิ การทีเ่ อื้อผลประโยชน์ใหก้ ับตนเองหรอื พวกพ้อง ทาให้การใช้อานาจหน้าท่เี ปน็ ไปโดย ไมส่ ุจรติ ก่อให้เกิดผลเสยี ต่อภาครฐั จรยิ ธรรมเป็นกรอบใหญ่ทางสังคมทเี่ ปน็ พืน้ ฐานของแนวคิดเกี่ยวกบั การ ขัดกันระหว่างประโยชนส์ ่วนตนกับประโยชนส์ ่วนรวมและการทจุ รติ การกระทาใดที่ผดิ ต่อกฎหมายการขัดกัน ระหว่างประโยชนส์ ว่ นตนกบั ประโยชนส์ ว่ นรวมและการทุจรติ ยอ่ มเปน็ ความผิดตอ่ จรยิ ธรรมด้วย แต่ตรงกนั ขา้ มการกระทาใดที่ฝุาฝืนจรยิ ธรรมอาจไม่เปน็ ความผดิ เกยี่ วกับการขัดกนั ระหว่างประโยชนส์ ว่ นตนกับ ประโยชนส์ ว่ นรวมและการทุจริต เชน่ การมพี ฤติกรรมส่วนตวั ที่ไมเ่ หมาะสม การมีพฤติกรรมชูส้ าว เป็นต้น รูปแบบของการขดั กันระหว่างประโยชนส์ ่วนตนและประโยชนส์ ่วนรวม ๑) การรบั ผลประโยชน์ตา่ ง ๆ (Accepting benefits) เช่น การรับของขวัญจากบริษทั ธรุ กิจ บรษิ ัท ขายยาหรืออปุ กรณก์ ารแพทย์สนับสนุนคา่ เดนิ ทางใหผ้ ูบ้ รหิ ารและเจ้าหน้าที่ไปประชุมเร่ืองอาหารและยาที่ ต่างประเทศ หรอื หน่วยงานราชการรับเงินบริจาคสร้างสานักงานจากธุรกจิ ท่ีเปน็ ลกู ค้าของหน่วยงาน หรือ แมก้ ระท่ังในการใชง้ บประมาณของ รฐั เพ่อื จดั ซอื้ จัดจา้ งแล้วเจา้ หน้าทไ่ี ด้รับของแถม หรือประโยชนอ์ นื่ ตอบ แทน เป็นตน้ ๒) การทาธุรกิจกับตนเอง (Self - dealing) หรอื เป็นคสู่ ญั ญา (Contracts) หมายถึง สถานการณ์ ทผี่ ู้ดารงตาแหน่งสาธารณะ มีส่วนได้เสยี ในสัญญาท่ีทากบั หนว่ ยงานท่ีตนสังกดั ตัวอย่างเช่น การใช้ ตาแหนง่ หนา้ ท่ีทาใหห้ น่วยงานทาสญั ญา ซ้ือสนิ ค้าจากบรษิ ัทของตนเอง หรือจ้างบริษทั ของตนเป็นทีป่ รึกษา หรือซ้ือ ทดี่ นิ ของตนเองในการจดั สรา้ งสานักงาน สถานการณ์เชน่ น้ีเกิดบทบาทท่ขี ดั แยง้ เชน่ เปน็ ท้ังผูซ้ ้อื และ ผ้ขู ายใน เวลาเดียวกนั ๓) การทางานหลงั จากออกจากตาแหน่งหนา้ ท่สี าธารณะหรือหลงั เกษยี ณ (Post -employment) หมายถงึ การที่บคุ คลลาออกจากหน่วยงานของรฐั และไปทางานในบรษิ ทั เอกชนท่ีดาเนินธุรกิจประเภทเดยี วกนั เช่น ผู้บรหิ ารหรือเจา้ หน้าทขี่ ององค์การอาหารและยา ลาออกจากงานราชการและไปทางานในบริษัทผลิตหรือ ขายยา หรอื ผบู้ รหิ ารกระทรวงคมนาคมหลงั เกษยี ณออกไปท างานเปน็ ผ้บู รหิ ารของบริษทั ธุรกจิ สื่อสาร ๔) การทางานพิเศษ (Outside employment or moonlighting) ในรปู แบบนี้มีได้ หลายลักษณะ เช่น ผู้ดารงตาแหน่งสาธารณะต้งั บรษิ ัทดาเนนิ ธรุ กจิ ท่เี ปน็ การแข่งขันกับหน่วยงานหรือองค์การ สาธารณะที่ ตนสงั กัด หรือการรบั จ้างเปน็ ท่ีปรกึ ษาโครงการ โดยอาศัยตาแหนง่ ในราชการสรา้ งความนา่ เช่ือถือ ว่าโครงการ ของผูว้ ่าจ้างจะไม่มปี ญั หาติดขัดในการพิจารณาจากหนว่ ยงานทที่ ป่ี รึกษาสังกดั อยู่ หรือในกรณที ่ี เปน็ ผู้ หนา้ 12
ชุดหลกั สตู รต้านทุจริตศกึ ษา ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 5 ตรวจสอบบัญชีของกรมสรรพากร ก็รับงานพเิ ศษเป็นทป่ี รึกษาหรอื เป็นผู้ทาบญั ชีใหก้ ับบริษัททตี่ ้องถูก ตรวจสอบ ๕) การรขู้ ้อมูลภายใน (Inside information) หมายถงึ สถานการณ์ที่ผู้ดารงตาแหน่ง สาธารณะ ใชป้ ระโยชน์จากการรู้ข้อมลู ภายในเพื่อประโยชน์ของตนเอง เชน่ ทราบว่ามกี ารตัดถนนผ่านบรเิ วณ ใด ก็จะ เข้าไปซ้ือทด่ี ินน้ันในนามของภรรยา หรือทราบวา่ จะมีการซอ้ื ขายทดี่ ินเพ่ือทาโครงการของรฐั กจ็ ะเขา้ ไป ซอื้ ทดี่ นิ น้นั เพ่ือเกง็ ก าไรและขายให้กับรฐั ในราคาทสี่ งู ข้ึน ๖) การใช้ทรัพยส์ ินของราชการเพื่อประโยชน์ธรุ กิจสว่ นตัว (Using your employer’s property for private advantage)เชน่ การนาเครื่องใช้สานกั งานตา่ งๆ กลับไปใช้ทบ่ี ้าน การนารถยนต์ราชการไป ใช้ใน งานส่วนตัว ๗) การนาโครงการสาธารณะลงในเขตเลอื กตั้งเพ่อื ประโยชนท์ างการเมือง (Pork - barreling)เชน่ การทีร่ ัฐมนตรีอนุมัตโิ ครงการไปลงพืน้ ทห่ี รอื บ้านเกิดของตนเอง หรอื การใชง้ บประมาณ สาธารณะเพื่อหาเสียง ๘) การใช้ตาแหน่งหน้าทแ่ี สวงหาประโยชน์แกเ่ ครือญาติหรือพวกพ้อง (Nepotism) “ระบบ อปุ ถัมภ์พิเศษ” เช่น การท่ีเจา้ หนา้ ทีข่ องรฐั ใชอ้ ทิ ธพิ ลหรือใช้อานาจหน้าท่ีทาใหห้ นว่ ยงานของตนเขา้ ทา สัญญากบั บรษิ ัทของพ่นี ้องของตน ๙) การใช้อิทธิพลเข้าไปมผี ลตอ่ การตัดสนิ ใจของเจ้าหน้าที่รัฐ หรือหน่วยงานของรฐั อนื่ (influence) เพื่อให้เกิดประโยชนแ์ กต่ นเองหรือพวกพ้อง เช่น เจา้ หนา้ ทข่ี องรัฐใช้ตาแหนง่ หนา้ ท่ขี ม่ ขผู่ ู้ใต้ บังคบั บญั ชาใหห้ ยดุ ทาการตรวจสอบบรษิ ทั ของเครือญาติของตน ดงั นนั้ จาเป็นอย่างย่ิงทีค่ นทกุ วัย ทุกระดับในสังคมต้องจัดการระบบการคดิ ให้สามารถแยกแยะได้ อยา่ งชัดเจน ระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม (ประเทศชาต)ิ สรา้ งสงั คมสจุ รติ ทุกฝา่ ยต้องร่วมมือกันลดพื้นทส่ี ีเทาทีเ่ กิดจากการขัดกนั ระหว่างประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์ ส่วนรวม ประเทศชาติอาจนาไปส่กู ารทจุ รติ คอรัปชั่นอยา่ งมหาศาลก่อใหเ้ กิดผลเสียหายรา้ ยแรงที่ไม่อาจ ประเมินค่าได้ตอ่ ประเทศชาตใิ นอนาคต หน้า13
ชุดหลกั สตู รต้านทจุ ริตศึกษา ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ใบงานท่ี 3 เรือ่ ง การขัดกนั ระหว่างประโยชน์สว่ นตนและและประโยชนส์ ่วนรวม(ประเทศชาต)ิ คาชี้แจง ใหน้ ักเรยี นตอบคาถามตอ่ ไปน้ี ๑. จงบอกความหมายของการขดั กนั ระหวา่ งประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม (ประเทศชาติ) ............................................................................................................................. .......................................... ..................................................................................................................................... .................................. ................................................................................................ ..................................................................... ............................................................................................................................. ........................................ ๒. การขัดกนั ระหวา่ งประโยชน์ส่วนตนและและประโยชน์ส่วนรวม(ประเทศชาติ) เกดิ จากสาเหตุอะไร ............................................................................................................................. .......................................... ............................................................................................................................. ...................... .................... ............................................................................................................................................. .......................... ๓. รปู แบบของการขัดกันระหว่างประโยชนส์ ่วนตนและประโยชนส์ ่วนรวม มีกรี่ ูปแบบ อะไรบา้ ง (ความรู้ ความจา) ทาไมบุคคลบางคนจงึ มีพฤติกรรม การกระทาที่ขัดกันระหวา่ งประโยชน์สว่ นตนและประโยชน์ ส่วนรวม ......................................................................................................................................... .............................. .................................................................................................. ..................................................................... ............................................................................................................................. .......................................... ................................................................................................................................................. ...................... ......................................................................................................... ............................................................ ๔. จงยกตัวอย่างการขัดกนั ระหวา่ งประโยชนส์ ว่ นตนและประโยชนส์ ่วนรวม ท่กี ่อใหเ้ กดิ ผลเสยี หาย รา้ ยแรงตอ่ ประเทศชาติ มา ๒ รูปแบบ ............................................................................................................................. .......................................... ........................................................................................ ............................................................................... ............................................................................................................................. .......................................... ..................................................................................................................................... .................................. ................................................................................................ ....................................................................... ............................................................................................. ....................................................................... หน้า14
ชดุ หลักสตู รตา้ นทุจริตศึกษา ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ใบความรู้ที่ 4 เรือ่ ง ผลประโยชนท์ บั ซอ้ น “ผลประโยชน์ทับซ้อน” หมายถึง สถานการณ์ท่ีเจ้าหน้าท่ีของรัฐมีผลประโยชน์ส่วนตนอยู่ และมีการใช้ อิทธิพลตามอานาจหน้าที่และความรับผิดชอบเพื่อให้เกิดผลประโยชน์ส่วนตัว โดย ก่อให้เกิดผลเสียต่อ ผลประโยชน์ส่วนรวม ผลประโยชน์ทับซ้อนมีหลากหลายรูปแบบ ไม่จากดั อยู่ใน รูปของตัวเงินหรือทรัพย์สินก็ได้ อาทิ การแต่งตั้งพรรคพวกเข้าไปดารงตาแหน่ง ในองค์กรต่างๆ ทั้งใน หน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ และบริษัท จากัดหรือการท่ีบุคคลผู้มีอานาจหน้าที่ตัดสินใจให้ญาติพี่น้อง หรือบรษิ ทั ทตี่ นมสี ว่ นได้ส่วนเสียไดร้ บั สมั ปทาน หรอื ผลประโยชน์ จากทางราชการโดยมิชอบ ฯลฯ แนวความคิดพน้ื ฐาน : ประโยชน์สาธารณะ - รัฐโดยองค์กรของรัฐเปน็ ผู้ดูแลรกั ษาประโยชน์สว่ นรวมหรอื ประโยชน์สาธารณะ - แต่ในกรณีทีป่ ระโยชนส์ ่วนตวั ของเอกชนไม่สอดคล้องกับประโยชน์สาธารณะจะต้องใหป้ ระโยชน์ สาธารณะอย่เู หนือประโยชน์สว่ นตวั ของเอกชน นยิ ามศัพทแ์ ละแนวคิดสาคญั ผลประโยชน์ส่วนตน (Private Interest) ผลประโยชน์ คือ สิ่งใดๆ ท่ีมีผลต่อบุคคล/กลุ่ม ไม่ว่าในทางบวกหรือลบ “ผลประโยชน์ส่วน ตน” ไม่ได้ ครอบคลุมเพียงผลประโยชน์ด้านการงานหรือธุรกิจของเจ้าหน้าท่ี แต่รวมถึงคนท่ีติดต่อ สมั พันธ์ด้วย เชน่ เพ่อื น ญาตคิ ่แู ข่ง ศตั รเู มอ่ื ใดเจ้าหนา้ ที่ประสงค์จะให้คนเหล่าน้ีได้หรือเสียประโยชน์ เม่อื น้นั กถ็ ือว่ามีเรอ่ื งผลประโยชน์ สว่ นตนมาเกี่ยวข้อง ผลประโยชนส์ ่วนตน มี ๒ ประเภท คือ ที่เก่ยี วกับเงิน (pecuniary) และทไี่ ม่เก่ียวกบั เงิน (non- pecuniary) ผลประโยชนส์ ่วนตนท่ีเก่ียวกับเงิน ไม่ได้เก่ียวกับการได้มาซึ่งเงินทองเท่านั้น แต่ยังเก่ียวกับ การเพม่ิ พูน ประโยชน์หรือปกป้องการสูญเสียของส่ิงท่ีมีอยู่แล้วเช่น ที่ดิน หุ้น ตาแหน่งในบริษัท รับ งานจากหน่วยงาน รวมถงึ การไดม้ าซ่ึงผลประโยชน์อื่นๆ ที่ไมไ่ ดอ้ ยูใ่ นรปู ตัวเงิน เช่นสัมปทาน ส่วนลด ของขวญั หรือของท่แี สด ง นาใจไมตรี อ่ืนๆ ผลประโยชน์ที่ไม่เ่กี่่ยวกับ่ เงิน่ เกดิ จากความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ครอบครัว หรือกิจกรรม ทางสังคม วัฒนธรรมอื่นๆ เช่น สถาบันการศกึ ษา สมาคม ลัทธิ แนวคิดมักอยู่ในรูปความลาเอียง/ อคติ/เลือกท่ีรักมักท่ีชัง และมขี อ้ สงั เกตวา่ แม้แต่ความเช่ือความคิดเหน็ สว่ นตัวก็จัดอยูใ่ นประเภทน้ี หน้า15
ชุดหลักสตู รตา้ นทจุ ริตศกึ ษา ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interests) องค์กรสากล คือ Organization for Economic Cooperation and Development (OECD) นิยามว่า เป็นความทบั ซ้อน ระหว่างผลประโยชน์ ส่วนตน และผลประโยชน์สาธารณะ ท่ีมีผลต่อการปฏิบัติหน้าท่ีของ เจา้ หนา้ ท่ีภาครฐั ดังน้ี ความสัมพันธ์ระหว่างเจา้ หน้าท่ขี องรฐั กบั รฐั มี ๒ สถานะ สถานะหน่งึ คอื เจา้ หน้าท่ีของรฐั ที่ปฏบิ ัตงิ านตามอานาจหน้าท่ซี ึง่ เป็นบุคคลที่ทางานใหก้ บั รัฐ หรอื เปน็ ตวั แทนของรฐั กบั อกี สถานะหนงึ่ คอื เจา้ หนา้ ทีข่ องรัฐซ่งึ เป็นเอกชนคนหนึ่ง ตวั อยา่ งรูปแบบของผลประโยชนท์ บั ซอ้ นที่พบบ่อยในสังคม - การหาประโยชนใ์ หต้ นเอง - การรบั ผลประโยชนจ์ ากการที่ดารงตาแหนง่ หน้าที่ - การใช้ทรัพย์สนิ ของราชการเพื่อประโยชนส์ ว่ นตน - การใชข้ ้อมูลลับของทางราชการ เพอ่ื แสวงหาประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง - การรับงานนอกแล้วส่งผลตอ่ ความเสยี หายของหน่วยงานทร่ี ับผดิ ชอบ - การทางานหลังจากออกจากตาแหน่งและเอ้ือประโยชน์ต่อบริษัท - การใหข้ องขวญั ของกานัล เพือ่ หวงั ความก้าวหน้า - การชว่ ยญาตมิ ิตรให้ไดง้ านอยา่ งไม่เปน็ ธรรมในหน่วยงานทีต่ นมีอานาจ - การซ้อื ขายตาแหน่งการจ่ายผลประโยชน์ทั้งที่เป็นตัวเงินและประโยชน์รูปแบบอ่ืน เพื่อให้ได้มาซ่ึงการ เลอื่ นระดบั ตาแหน่ง หรอื ความดคี วามชอบพเิ ศษ - ผูต้ รวจสอบบัญชีภาครัฐรับงานพิเศษเปน็ ทีป่ รึกษาหรือเป็นผู้ทาบัญชีให้กับบรษิ ัทที่ต้องถูกตรวจสอบ - เจ้าหน้าที่ของรัฐอาศัยตาแหน่งหน้าที่ทางราชการรับจ้างเป็นที่ปรึกษาโครงการเพ่ือให้บริษัทเอกชนท่ี ว่าจา้ งน้นั เกดิ ความนา่ เชอ่ื ถอื กว่าบรษิ ัทคู่แข่ง - ขา้ ราชการครทู ่สี อนไมเ่ ตม็ ที่ในเวลาราชการและตอ้ งการให้นักเรยี นไปเรียนพเิ ศษกบั ตนนอกเวลาราชการ - เจ้าหน้าท่ีของรัฐได้ทราบข้อมูลโครงการตัดถนนเข้าหมู่บ้านจึงบอกให้ ญาติพ่ีน้องไปซ้ือท่ีดิน บริเวณ โครงการ ดงั กลา่ วน้นั เพ่อื ขายใหก้ บั ราชการในราคาทสี่ งู ขน้ึ - เจ้าหน้าท่ีกระทรวงคมนาคมทราบมาตรฐาน (SPEC) วัสดุอุปกรณ์ท่ีจะใช้ในการวางโครงข่าย โทรคมนาคม แล้วใหข้ อ้ มลู กบั บรษิ ทั เอกชนทีต่ นรจู้ ัก เพื่อให้ไดเ้ ปรยี บในการประมูล - การท่ีนักการเมืองในจังหวัดขอเพ่ิมงบประมาณเพื่อนาโครงการตัดถนน สร้างสะพานลงในจังหวัด โดยใช้ ช่อื หรือนามสกลุ ของตนเปน็ ช่ือของสะพาน - การท่รี ฐั มนตรอี นุมตั โิ ครงการไปลงในพนื้ ท่ีหรอื ในบา้ นเกดิ ของตนเอง - การใชง้ บสาธารณะในการหาเสียง หนา้ 16
ชุดหลักสตู รตา้ นทจุ ริตศึกษา ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 หลกั การจัดการผลประโยชนท์ ับซอ้ น ๑. ปกปอ้ งประโยชน์สาธารณะ : การปฏิบัติหน้าทไี่ ม่ให้ผลประโยชน์สว่ นตัวมาแทรก ซอ้ น รวมถึงความเหน็ หรอื ทศั นคตสิ ว่ นบคุ คล มีความเปน็ กลาง ไม่อคติ ลาเอียง ๒. สนับสนุนความโปรง่ ใสและความพรอ้ มรบั ผิด : เปดิ โอกาสใหต้ รวจสอบ หรอื การ เปิดเผยผลประโยชน์ส่วนตัว หรอื ความสัมพนั ธ์ที่อาจมีผลตอ่ การปฏบิ ตั หิ น้าที่ ๓. สง่ เสรมิ ความรบั ผดิ ชอบส่วนบคุ คลและปฏิบัตเิ ป็นแบบอยา่ ง : การปฏิบัติตนท่ียึด หลักคุณธรรม และความเป็นมืออาชีพของเจ้าหน้าท่ีในการหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ทับซอ้ น โดยเฉพาะผบู้ ริหารต้องเป็น แบบอย่าง ๔. สร้างวฒั นธรรมองคก์ ร : สรา้ งสภาพแวดลอ้ มสนบั สนุนการหลกี เลี่ยงประโยชน์ทับ ซ้อน และสร้าง วฒั นธรรมแห่งความซอื่ สตั ย์ จุดเส่ียงของผลประโยชน์ทับซ้อน เช่น การปฏิสัมพันธ์กับภาคเอกชน การทาสัญญา จัดซื้อจัดจ้าง การ ตรวจตราเพื่อควบคุมคุณภาพมาตรฐานของการทางานหรืออุปกรณ์ การ อนุมัติ/อนุญาต การออกใบอนุญาตให้ ประกอบวิชาชีพ การกระจายงบประมาณ การปรับการ ลงโทษ การให้เงินหรือสิ่งของช่วยเหลือ ผู้เดือดร้อนการ ตัดสินข้อพิพาท การรับของขวัญของ กานัลจากผทู้ ีม่ าตดิ ต่ออนั เก่ียวข้องในการปฏบิ ตั หิ น้าท่ี หน้า17
ชดุ หลกั สูตรต้านทจุ รติ ศึกษา ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 หน่วยท่ี ๒ ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต หนา้ 18
ชุดหลักสูตรต้านทุจริตศกึ ษา ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ใบงานท่ี 5 เร่ือง การแต่งกาย คาช้แี จง ใหน้ ักเรียนตอบคาถามต่อไปน้ี ๑. การแต่งกายเครอื่ งแบบนกั เรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย มีความเหมาะสมหรอื ไม่ จงแสดงความคิดเห็น ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ...................................................................................................................................................... ๒. การแต่งกายเครื่องแบบลกู เสอื เนตรนารี มีความเหมาะสมหรือไม่ จงแสดงความคิดเหน็ ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ..................................................................................................................................................... ๓. การแต่งกายชุดพละ ของโรงเรยี นเรา มคี วามเหมาะสมหรือไม่ จงแสดงความคดิ เห็น ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ...................................................................................................................................................... หนา้ 19
ชุดหลกั สูตรตา้ นทุจรติ ศกึ ษา ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ใบงานที่ 5.๑ เรือ่ ง ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทจุ ริต ให้นกั เรียนตอบคาถาม ดงั ต่อไปนี้ ๑) นักเรียนมีความรับผดิ ชอบในชมุ นมุ ของตนเองอยา่ งไรบา้ ง ................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ๒) เมื่อนักเรียนพบเห็นเพื่อนตนเองไม่เข้าร่วมชุมนุมนักเรียนจะมีวิธีการบอกแนะนาเพื่อนอย่างไรและมี บทลงโทษอย่างไร .................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ๓) กิจกรรมชุมนมุ ของนกั เรียนมีประโยชน์ตอ่ ตนเองและสังคมอย่างไร ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. . หนา้ 20
ชดุ หลักสตู รต้านทจุ รติ ศกึ ษา ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 หนว่ ยท่ี ๓ หน้า21
ชุดหลักสูตรตา้ นทจุ ริตศึกษา ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ใบความรู้ท่ี ๖ เร่ือง ความพอเพียงและปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง “เศรษฐกจิ พอเพยี ง” เปน็ ปรชั ญาท่ีพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู ัวในรชั กาลที่ 9 ทรงมพี ระราชดารสั ชี้แนะแนวทางการดารสั ชแ้ี นะแนวทาง การดาเนนิ ชวี ติ แก่พสกนกิ รชาวไทยมาโดยตลอดนาน กว่า ๓0 ปี ต้ังแต่ ก่อนเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ และเมื่อภายหลังได้ทรงเนน้ ยา้ แนวทางแก้ไข เพื่อให้รอดพ้น และสามารถดารง อยู่ได้อย่างม่นั คงและย่ังยืน ภายใต้กระแสโลกาภวิ ัตน์ และความ เปล่ยี นแปลงต่าง ๆ ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง แนวคิดหลัก เป็นปรชั ญาทช่ี แี้ นวทางการดารงอยู่และปฏิบัตติ นของประชาชนในทกุ ระดบั ตั้งแตร่ ะดับ ครอบครวั ระดับชมุ ชน จนถงึ ระดับรัฐ ทง้ั ในการพัฒนาและบรหิ ารประเทศให้ดาเนินไปในทาง สายกลาง โดยเฉพาะการ พฒั นาเศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวทันตอ่ โลกยุคโลกาภวิ ตั น์ เปา้ หมาย มงุ่ ให้เกิดความสมดุลพร้อมรับตอ่ การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ท้ังทาง เศรษฐกิจ สังคม สงิ่ แวดลอ้ ม และวฒั นธรรม จากโลกภายนอกไดเ้ ปน็ อย่างดี หลกั การ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันทีด่ ใี นตัว พอสมควรตอ่ การมผี ลกระทบใด ๆ อนั เกิดจากการเปล่ียนแปลงทัง้ ภายนอกและภายใน เงื่อนไขพ้ืนฐาน - จะต้องอาศัยความรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่ง ในการนาวิชาการ ต่าง ๆ มา ใชใ้ นการวางแผน และการดาเนนิ การทุกขั้นตอน -การเสริมสร้างจิตใจของตนในชาติ โดยเฉพาะเจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั นกั ทฤษฎีและนักธุรกจิ ในทุกระดบั ให้สานึก คุณธรรม ความซ่ือสัตย์ สจุ ริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดาเนินชวี ิตด้วยความ อดทน ความเพียร มสี ตปิ ญั ญา และความรอบคอบ ทมี่ า : สานักงานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ,หนังสอื เศรษฐกจิ พอเพียงคืออะไร ๒๕๔๙. หมายเหตุ ศกึ ษาข้อมลู เพมิ่ เติม ศนู ยส์ ถานศึกษาพอเพยี ง มูลนิธยิ วุ สดริ คณุ เว็บไซต์ หนา้ 22
ชดุ หลักสตู รต้านทจุ ริตศกึ ษา ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ใบงานที่ 6 เรอ่ื ง ความพอเพียงและปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง คาชแี้ จง : ใหน้ ักเรยี นศกึ ษาใบความรู้ เรื่อง ความพอเพยี ง และปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง แล้ววเิ คราะห์ แนวทางการดาเนินชวี ติ ให้สอดคลอ้ งกับแนวคดิ ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ๑. ความพอประมาณ ดา้ นการเรียน อ่านหนังสอื พอประมาณแก่วยั และเวลา(ตัวอย่างการตอบคาถาม) ......................................................................................................................... ..................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ๒. ความมีเหตผุ ล ......................................................................................................................... ..................................................... .............................................................................................................................................................................. ๓. มภี มู คิ ้มุ กันทดี่ ีในตวั ท่ดี ี ......................................................................................................................... ..................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ๔. เงอื่ นไขความรู้ ......................................................................................................................... ..................................................... .............................................................................................................................................................................. ๕. เงือ่ นไขคุณธรรม ......................................................................................................................... ..................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ๖. ให้นักเรียนเขียนสรุปแนวทางการดาเนนิ ชวี ิตตามปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง - ดา้ นวัตถุ เชน่ การออมเงนิ ............................................................................................................................. ................................................. - ดา้ นสงั คม ......................................................................................................................................... ..................................... - ดา้ นสงิ่ แวดล้อม .............................................................................................................................................................................. - ดา้ นวัฒนธรรม ............................................................................................................................. ................................................. หนา้ 23
ชดุ หลกั สตู รตา้ นทุจรติ ศกึ ษา ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ใบความรู้ท่ี 7 เรือ่ ง ความโปร่งใส ความโปร่งใส (Transparency) หมายถึง การกระทาการใด ๆ ของภาครัฐท้ังในระดับ บุคคล และองคก์ รท่ผี ูอ้ น่ื สามารถมองเห็นได้ คาดเดาได้ และเข้าใจได้ ครอบคลุมถึงทุกการกระทาที่ เป็นผลจาก การตัดสินใจของผู้บริหาร การดาเนินงานทางธุรกิจ และงานสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ เช่น การมี ระบบงานและขั้นตอนการทางานที่ชัดเจน (ซึง่ จะดูได้จาก กฎระเบียบ หรือประกาศ) การมีหลักเกณฑ์ ประเมินหรือการให้คุณให้โทษที่ชัดเจน การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องอย่าง ตรงไปตรงมา ความ โปร่งใสจึงเป็นเครื่องมือที่สาคัญในการตรวจสอบความถูกต้อง และช่วย ป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริต รวมทั้งนาไปสู่การสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันทั้งระหว่างผู้ ปฏิบัติร่วมกันในองค์กรเดียวกัน ระหว่างประชาชนต่อรัฐไปจนถึงระหว่างคนในชาติด้วยกัน ดังน้ัน ทุกองค์กรไม่ว่าจะเป็นหน่วยงาน ภาครัฐหรือภาคเอกชนควรปรับปรุงกลไกการทางานให้มี ความโปร่งใส มีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่ เป็นประโยชน์อย่างตรงไปตรงมาด้วยภาษาที่เข้าใจ ง่าย เพื่อประชาชนจะได้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ โดยสะดวก และช่วยตรวจสอบความถูกต้องใน การทางานได้ ตวั อย่าง “ความโปรง่ ใส” หน้า24
ชุดหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ใบงานที่ 7 เรื่อง ความโปร่งใสในประเทศไทย คาชี้แจง : ใหน้ กั เรียนเขียนพฤตกิ รรมทแี่ สดงถึงความโปร่งใสและไม่โปร่งใสในประเทศไทย ที่นกั เรยี นไดร้ ับ ข่าวสารมาอยา่ งละ ๕ พฤติกรรม พฤติกรรมความโปร่งใส ๑. ................................................................................................................. ............ ๒. .......................................................................................................................... ... ๓. ............................................................................................................................. ๔. .......................................................................................................................... ... ๕. .......................................................................................................... ................... พฤติกรรมความไม่โปรง่ ใส ๑. .......................................................................................................................... ... ๒. ............................................................................................................................. ๓. .......................................................................................................................... ... ๔. .......................................................................................................................... ... ๕. .......................................................................................................................... ... หนา้ 25
ชุดหลกั สตู รต้านทจุ รติ ศกึ ษา ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ใบความรู้ท่ี 8 เรอ่ื ง รปู แบบการทุจรติ จากผลโพลของนดิ า้ “พฤตกิ รรมการทุจริตคอร์รปั ชนั ” ประชาชนช้ีการวิ่งเตน้ ให้ได้ตาแหน่งและซื้อตาแหนง่ ่เปน็ การทุจรติ คอร์รปั ชนั การทจุ รติ คอร์รปั ชันยา้ การตอ่ ตา้ นการทุจริตคอรร์ ัปชั่นเป็นหน้าท่ขี อง ประชาชนคนไทยทุก ๆ่คน นดิ า้ โพล การ วจความคิดเหน็ ของประชาชนทั่วประเทศ เก่ยี วกับเรอ่ื ง “พฤติกรรม การทจุ ริตคอร์รปั ชนั ” จากการ รวจพบวา่ พฤติกรรมท่ีประชาชนคดิ วา่ เป็นการทจุ รติ คอรร์ ัปชนั มากที่สดุ อันดับหน่ึง การวิ่งเต้นให้ไดต้ าแหนง่ และซ้ือตาแหนง่ (ร้อยละ ๙๔.๕๕ ) อันดับสอง การรับเงินเพ่อื ลงคะแนนเสียงใหก้ ับ นกั การเมอื ง (รอ้ ยละ ๙๓.๘๖ ) และอันดับสาม การรีดไถ จากเจ้าหนา้ ทข่ี องรฐั (รอ้ ยละ ๙๒.๑๑) ท้ังนี้ประชาชน ระบุว่าประชาชนคนไทยทกุ ๆ คนมหี น้าทในการตอ่ ต้านปญั หาการทจุ รต คอรรปั ชนั (ร้อยละ ๖๕.๔๖) ส่วนวิธีการที่จะต่อต้านการทจริตคอร์รัปชันให้ได้ผลนนั้ ประชาชน แนะ วาควรใช้กฎหมายอยางจร เนินการลงโทษผ้กระ การทจริตอย่างเด็ดขาด รวมทั้งปลูกฝังจิต นึก คณุ ธรรมจริยธรรมใหกับเยาวชนตง้ั แตว่ ัยเดก็ นอกจากน้ปี ระชาชน ยังเคยพบเหน็ พฤติกรรมการแซงคิวผอู้ น่ื มากที่สุด (ร้อยละ ๘๕.๑๖) รองลงมา เคยพบเห็นการขบั รถแทรกผู้อนื่ โดย ไมม่ กี ารต่อแถว (ร้อยละ ๘๒.๓๘) และ เคยพบเห็น การรบั เงินเพ่อื ลงคะแนน เสยี งให้กบั นักการเมอื ง (ร้อยละ ๗๑.๑๑) หน้า26
ชุดหลกั สูตรตา้ นทจุ ริตศกึ ษา ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 ใบงานท่ี 8 เรอ่ื ง โทษของการทจุ ริต คาชแี้ จง ให้นกั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายกลมุ่ เพื่อนาเสนอความร้ทู ่ไี ด้รบั จากการชมวดิ ีโอ เรื่อง รู้ทันการโกง ตอนผลประโยชน์ทบั ซ้อน ภยั เงียบทาลายชาติ และรว่ มกันทาใบความรู้ ในประเดน็ ดงั ต่อไปนี้ ๑. ใหน้ ักเรียนยกตัวอยา่ งการกระทาที่เป็นการทจุ ริตคอรัปชนั่ ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ๒. ให้นักเรยี นบอกผลเสยี ท่เี กดิ จากการทจุ รติ คอรปั ช่ัน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๓. ให้นกั เรียนบอกวิธกี ารปูองกันการทจุ ริตคอรปั ชั่น ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ใบงานท่ี 8.1 เรื่อง ประโยชนส์ ่วนตนกับประโยชนส์ ่วนรวม คาช้แี จง : ให้นกั เรยี นเขยี นแนวทางในการปฏิบตั ติ นโดยคานงึ ถึงประโยชน์สว่ นตนกับประโยชน์ส่วนรวม การปฏบิ ัตติ นโดยคานึงถึงประโยชนส์ ่วนตน ๑. .......................................................................................................................... ... ๒. ............................................................................................................................. ๓. .......................................................................................................................... ... ๔. .......................................................................................................................... ... ๕. .......................................................................................................................... ... การปฏบิ ัติตนโดยคานึงถงึ ประโยชน์สว่ นรวม ๑. .......................................................................................................................... ... ๒. ............................................................................................................................. ๓. .......................................................................................................................... ... ๔. ............................................................................................................................. ๕. .......................................................................................................................... ... หนา้ 27
ชุดหลักสูตรต้านทุจรติ ศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ใบงานที่ 8.2 เรอ่ื ง ความสาคัญและประโยชน์ของความเอ้ืออาทร คาชแ้ี จง จากการท่ีนักเรยี นได้ศึกษาวิดีโอ เร่ือง \"Unsung Hero\" ให้นักเรียนรว่ มกนั อภปิ รายภายในกลมุ่ และ ตอบคาถามดังตอ่ ไปนี้ ๑. ใหน้ กั เรยี นอธิบายความสาคัญของความเอื้ออาทรทมี่ ีต่อประเทศไทย ...................................................................................................................... ....................................................... ............................................................................................................................................. ................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ๒. ใหน้ ักเรยี นบอกประโยชนข์ องความเอ้ืออาทรต่อการต่อต้านการทจุ รติ ...................................................................................................................... ....................................................... ............................................................................................................................................................................. . ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ๓. ให้นักเรียนสรปุ ข้อคิดทีไ่ ด้รบั จากการชมภาพยนตร์ เร่อื ง \"Unsung Hero\" ...................................................................................................................... ....................................................... .............................................................................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ๔. จงบอกพฤติกรรมของตนเองทบี่ ง่ บอกถงึ ความเอ้ืออาทรตอ่ สังคม ...................................................................................................................... ................................................ ....... ............................................................................................................... ............................................................... ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. หนา้ 28
ชดุ หลักสตู รตา้ นทจุ ริตศึกษา ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 5 หน่วยที่ ๔ พลเมืองกับความรบั ผิดชอบต่อสังคม หนา้ 29
ชุดหลกั สูตรตา้ นทุจรติ ศกึ ษา ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 5 ใบความรู้ที่ 9 เรอื่ ง เคารพสิทธิของตนเองและผู้อนื่ การปกครองระบอบประชาธิปไตยเป็นการปกครองท่ีมีรัฐธรรมนูญเป็นแม่บทกาหนดกรอบให้ทุกภาค ส่วนของสงั คมยดึ ถือและปฏบิ ัติร่วมกัน โดยกรอบที่สาคัญในการดารงตนอยา่ งเหมาะสมของประชาชน คือ การ ยึดมั่นในสิทธิ เสรีภาพ และหน้าท่ีตามท่ีรัฐธรรมนูญกาหนด หากประชาชนทุกคนรู้ถึงสิทธิ เสรีภาพ และ หน้าทีท่ ี่รัฐธรรมนูญบญั ญัติไว้ และตา่ งปฏิบัตไิ ดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ครบถว้ น ประชาชนในชาติก็ย่อมอยู่ร่วมกัน อย่าง มีความสขุ และชาตบิ ้านเมืองกจ็ ะพฒั นาและเจริญกา้ วหน้าได้อย่างรวดเรว็ สทิ ธขิ องตนเองและผู้อน่ื ๑. สิทธิของตนเองและผู้อืน่ ตามทบี่ ัญญัติไวใ้ นรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย การปฏบิ ตั ติ นตาม สิทธขิ อง ตนเองภายใต้กรอบของรฐั ธรรมนูญ โดยไมก่ ระทบสิทธิบคุ คลอื่นยอ่ มได้ชือ่ ว่าบุคคลน้ันเป็นผู้มสี ่วน นาพาชาติ บ้านเมืองใหพ้ ฒั นา ในที่นจ่ี ะกลา่ วถึงการปฏิบัตติ นในการรักษาและเคารพสิทธิ เสรีภาพของตนเอง และผู้อน่ื ต่อครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติตามรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทยกาหนดไว้ ดังน้ี ๑.๑่การเคารพสิทธขิ องตนเองและผอู้ นื่ ท่ีมตี อ่ ครอบครัว ครอบครวั ประกอบด้วย พ่อ แม่ และลกู ทกุ ครอบครัวมสี ิทธทิ ่ีจะไดร้ ับความคุ้มครองตาม รัฐธรรมนูญในหลาย ประเดน็ ด้วยกัน โดยเฉพาะเร่อื งการใชค้ วามรนุ แรงและการปฏิบัติอนั ไมเ่ ป็นธรรม หมายความว่าพ่อแม่ และลูก จะต้องไมใ่ ช้ความรนุ แรง หรอื ปฏบิ ัติตามกันอย่างไม่เป็นธรรม กรณีระหว่างสามี และภรรยาจะต้องเคารพและ รับฟังความคิดเห็นของกันและกัน ไม่ตัดสินปัญหาโดยใช้กาลัง กรณีระหว่างบุตร กับบิดามารดา บุตรต้อง เคารพเช่ือฟังคาสั่งสอนบุตรโดยใช้เหตุผล ไม่ใช้การแก้ไขพฤติกรรมลูกด้วยการเฆี่ยน ตี เล้ียงลูกด้วยความรัก ความเข้าใจและใช้สิทธิเสรีภาพในการแสวงหาความสุขส่วนตัว แต่ต้องอยู่ในขอบเขต และไม่ทาให้เกิดความ เดอื ดรอ้ นหรอื สร้างปัญหาใด ๆ ให้แก่บดิ ามารดา สทิ ธิในครอบครวั และความเป็นอยู่ส่วนตัว เป็นสิทธิท่ีชาวไทยทุกคนได้รับตามรัฐธรรมนูญ ทุกครอบครัวย่อมมี สิทธจิ ัดการภายในครอบครัวชองตนเอง ในการนาพาครอบครัวไปในด้านต่าง ๆ ตาม ความต้องการของตนเอง ได้ โดยจะต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย วัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของไทย รวมท้ัง จะต้องไม่เป็นการรบกวน สิทธคิ รอบครัวของบคุ คลอนื่ ๑.๒่การเคารพสิทธิของตนเองและผู้อ่ืนท่ีมีต่อชุมชนและสังคม สมาชิกทุกคนในสังคมมีสิทธิเท่า เทยี มกันในการดาเนนิ ชีวิตในสงั คม โดยสทิ ธิดัง กล่าว จะต้องไม่ละเมิดสิทธิของสมาชิกคนอ่ืนในสังคม ในท่ีน่ีขอยกตัวอย่างสิทธิของตนเองท่ีมีต่อชุมชน และสังคมท่ี สาคัญบางประการ ดงั นี้ ๑.๒.๑ เสรีภาพในเคหสถาน ชาวไทยทุกคนย่อมมีเสรีภาพในเคหสถานที่จะสามารถอาศัย และครอบครองเคหสถานของตนโดยปกตสิ ขุ ไมว่ า่ จะเกิดจากการเช่า หรอื เป็นเจ้าของกรรมสทิ ธ์ิ ซึ่งบุคคล หนา้ 30
ชุดหลกั สูตรต้านทจุ ริตศกึ ษา ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 อน่ื จะต้องใหค้ วามเคารพในสทิ ธนิ ้ี แม้แตเ่ จ้าหน้าที่ของรัฐหากจะเข้าไปดาเนินการตามกฎหมายใด ๆ เช่น การ ตรวจค้นเคหสถานของประชาชนกจ็ ะกระทามิได้ เวน้ แตจ่ ะมหี มายค้นท่ีออกโดยศาลเทา่ นน้ั ๑.๒.๒ เสรีภาพในการเดินทางและติดต่อส่ือสาร ชาวไทยทุกคนมีเสรีภาพที่จะเดินทางไปใน ท่ีต่าง ๆ บนผืนแผ่นดินไทย ได้ทุกพื้นท่ีของประเทศไทยและสามารถเลือกถิ่นที่อยู่อาศัย ณ ท่ีใดก็ได้ ภายในประเทศไทย รวมท้ังชาวไทยทุกคนสามารถที่จะติดต่อส่ือสารกับบุคคลอ่ืนไม่ว่าจะเป็นทางจดหมาย โทรศัพท์ หรอื อนิ เทอร์เน็ต ๑.๒.๓ เสรีภาพในการนับถือศาสนา สมาชิกทุกคนในสังคมมีสิทธิ เสรีภาพ ท่ีจะนับถือ ศาสนาแตกตา่ งกนั ได้ ซึ่งบคุ คลอ่ืนในสงั คมรวมทั้งรัฐจะตอ้ งให้ความเคารพสิทธเิ สรภี าพในเรื่องนี้ด้วย ๑.๒.๔ เสรีภาพในทางวิชาการ เยาวชนไทยทุกคนจะต้องได้รับการศึกษาข้ันพื้นฐานไม่น้อย กว่า ๑๒ ปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากน้ีคนไทยทุกคนยังมีสิทธิในการที่จะศึกษาค้นคว้าหรือทาวิจัยตามที่ ต้องการ โดยไมข่ ัดต่อกฎหมาย ๑.๒.๕. เสรีภาพในการชุมนุมอย่างสงบโดยปราศจากอาวุธ หมายถึง ประชาชนทุกคนมีสิทธิ เสรภี าพในการชุมนมุ แตต่ ้องเป็นไปโดยสงบปราศจากอาวธุ และจะต้องไม่รบกวนสิทธขิ องผ้อู ่นื การ ปราศจาก อาวุธน้ัน หมายรวมถึง ห้ามทุกคนที่มาร่วมชุมนุมพกพาอาวุธเข้ามาในท่ีชุมนุมโดยเด็ดขาด บุคคล น้ันจะไม่ได้ รับความคมุ้ ครองตามรัฐธรรมนูญในกรณีที่ได้กล่าวมาขา้ งตน้ ๑.๒.๖ สิทธิเสรีภาพในการอนุรักษ์และฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ทุกคนย่อมมี ส่วนร่มในการอนุรักษ์และร่วมสืบสานศิลปะหรือวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นและของประเทศชาติเพ่ือให้ ดารงอยูต่ ่อไปกบั อนชุ นรนุ่ หลงั ๑.๒.๗ เสรภี าพในการประกอบอาชพี โดยเสรีภาพในการประกอบอาชีพจะต้องไม่เอารัด เอา เปรยี บผู้อื่น เช่น ผู้ประกอบการจะตอ้ งเคารพและซื่อสัตยต์ ่อผูบ้ ริโภค และไมเ่ อาเปรียบผู้บรโิ ภค เป็นต้น นอกจากสิทธิเสรีภาพของตนเองที่พึงมีต่อชุมชนและสังคมตามท่ีได้กล่าวมาแล้วข้างต้นยังมีสิทธิ ในประเด็น อนื่ ๆ ทเ่ี กย่ี วกับสังคมและชุมชนอีกเป็นจานวนมาก เชน่ สิทธใิ นการบริโภค สิทธิในการเข้าถึงส่อื เป็นตน้ ๑.๓่การเคารพสิทธขิ องตนเองและผอู้ น่ื ทีม่ ตี ่อประเทศชาติ ๑.๓.๑ สิทธิในการมีส่วนร่วม หมายถึง สิทธิการมีส่วนร่วมในกระบวนการพิจารณาของ เจา้ หนา้ ทร่ี ัฐ เกยี่ วกับการปฏิบัติราชการด้านการปกครอง อันมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของคนในสังคม โดยตรง ๑.๓.๒ สิทธิท่ีจะฟูองร้องหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถ่ิน เช่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนตาบล องค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือองค์กรของรัฐที่เป็นนิติบุคคล ประชาชนมีสิทธิที่จะฟูองร้องหน่วยงานต่าง ๆ เหล่าน้ีให้รับผิดชอบ หากการกระทาใดหรือการละเว้นการ กระทาใด ๆ ของข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงานนั้น ส่งผลกระทบต่อการดาเนินชีวิตของ ประชาชนตอ่ ศาลปกครอง หน้า31
ชดุ หลกั สูตรตา้ นทจุ ริตศกึ ษา ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 5 ๑.๓.๓ สิทธิท่ีจะต่อต้านโดยสันติวิธี การกระทาใดจะเป็นไปเพ่ือให้ได้มาซึ่งอานาจการ ปกครอง ประเทศ โดยวิธกี ารซ่งึ มิได้เปน็ ไปตามวิถที างที่บญั ญตั ไิ ว้ในรัฐธรรมนูญ เช่น การต่อต้านการทาปฏิบัติ รัฐประหาร เปน็ สิ่งท่ีประชาชนมีสทิ ธิทจ่ี ะออกมาต่อต้านแต่ต้องเป็นไปโดยสนั ตวิ ธิ ี รฐั ประหาร หมายถงึ การใช้กาลงั เปลีย่ นแปลงคณะรฐั บาลโดยฉบั พลนั ปฏิวัติ หมายถงึ การเปลี่ยนแปลงระบอบการบริหารบา้ นเมอื ง เชน่ ปฏวิ ัตกิ ารปกครอง การปฏิบตั ติ นตามสทิ ธิของตนเองและเคารพสิทธิของผ้อู ื่นในสังคม การปฏิบตั ิตนตามสทิ ธิของตนเองและเคารพสทิ ธิของผู้อน่ื ในสังคม เปน็ ส่งิ ท่ชี ว่ ยจดั ระเบยี บใหก้ บั สังคมเพื่อให้สังคมสงบสุข โดยมีแนวทางในการปฏบิ ตั ิ ดังน้ี ๑. เคารพสทิ ธิของกนั และกนั โดยไม่ละเมดิ สทิ ธิเสรภี าพของผูอ้ ืน่ สามารถแสดงออกได้หลายประการ เช่น การแสดงความคิดเห็น การยอมรับฟังความคดิ เหน็ ของผอู้ ่นื เป็นตน้ ๒. รู้จกั ใชส้ ทิ ธิของตนเองและแนะนาให้ผู้อนื่ ร้จู กั ใช้สทิ ธขิ องตนเอง ๓. เรียนรู้และทาความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสิทธิ เสรีภาพ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เช่น สิทธิ เสรภี าพของความเปน็ มนุษย์ สิทธิ เสรีภาพในเคหสถาน เป็นตน้ ๔. ปฏบิ ตั ติ ามหนา้ ทีข่ องชาวไทยตามที่บญั ญัตไิ วใ้ นรัฐธรรมนูญ เชน่ การออกไปใชส้ ทิ ธเิ ลอื กตงั้ การ เสยี ภาษี ผลทไ่ี ดร้ บั จากการปฏบิ ตั ติ นเคารพสิทธขิ องตนเองและผู้อ่นื ถา้ ประชาชนในสังคมปฏิบัติตนตามสทิ ธิเสรีภาพทร่ี ฐั ธรรมนูญได้บัญญัติไวอ้ ยา่ งถกู ต้อง ครบถ้วน โดยท่ี จะต้องไม่ใชส้ ทิ ธเิ สรีภาพเกนิ ขอบเขต จนไปกระทบสิทธเิ สรีภาพของบคุ คลอนื่ ซึ่งผลทจ่ี ะเกดิ ข้นึ คอื ความสงบ สขุ ในสังคม และความเป็นปึกแผน่ ของชาติบ้านเมือง โดยเราสามารถแบ่งผลทเ่ี กดิ ขนึ้ กับครอบครวั สังคมและ ประเทศชาติ หากประชาชนทุกคนตา่ งเคารพสิทธแิ ละเสรภี าพของตนเองและผ้อู ่ืนได้ ดังนี้ ๑. ผลท่ีเกิดข้ึนกับประเทศชาติ หากประชาชนมีความสมัครสมานรักใคร่สามัคคี ไม่มีความแตกแยก แบ่งเป็นพวกเป็นเหล่า บ้านเมืองก็จะสงบสุขเกิดสวัสดิภาพ บรรยากาศ โดยรวมก็จะสดใสปราศจากการ ระแวงต่อกนั การดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ สามารถดาเนินไปได้อย่างราบร่ืน นักลงทุน นักท่องเท่ียวก็จะเดินทาง มาเยอื นประเทศของเราด้วยความม่ันใจ ๒. ผลท่ีเกิดขึ้นกับชุมชนหรือสังคม เมื่อประชาชนในสังคมรู้จักสิทธิของตนเอง และของคนอื่น ก็จะ นาพาให้ชุมชนหรือสังคมเกิดการพัฒนา เม่ือสังคมม่ันคง เข้มแข็งก็จะมีส่วนทาให้ประเทศชาติเข้มแข็ง เพราะ ชุมชนหรอื สังคมเปน็ สว่ นหนงึ่ ของชาติบ้านเมอื งโดยรวม ๓. ผลที่เกดิ ขึ้นกับครอบครวั ครอบครัวเป็นสถาบนั แรกของสังคม เม่อื ครอบครวั เข้มแข็งและอบรม สง่ั สอนใหส้ มาชกิ ในครอบครวั ทุกคนรบู้ ทบาท สิทธิ เสรีภาพของตนเองและปฏบิ ัตติ ามที่กฎหมายและ รฐั ธรรมนญู ไดใ้ หค้ วามค้มุ ครองไว้อย่างเครง่ ครัด โดยไม่ละเมดิ สทิ ธิ เสรีภาพของสมาชิกอ่ืนในสงั คม ก็จะ นาพาให้สังคมและประเทศชาติเข้มแข็งตามไปดว้ ย หนา้ 32
ชดุ หลกั สตู รตา้ นทจุ ริตศึกษา ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ใบงานที่ 9 ๑) ความหมายของคาวา่ การรูจ้ กั หนา้ ทข่ี องตนเอง หมายถงึ อะไร ....................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ๒) การเคารพสิทธขิ องผ้อู ืน่ หมายถงึ ....................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ๓) จงยกตัวอยา่ งเหตกุ ารณ์การเคารพสิทธิของตนเอง มาคนละ ๕ ตวั อย่าง ....................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ๔) จงยกตวั อยา่ งเหตุการณ์การเคารพสิทธิของผู้อื่น มาคนละ ๕ ตัวอยา่ ง ....................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ๕) ผลทไี่ ดร้ บั จากการปฏิบัติตน เคารพสทิ ธิของตนเองและผ้อู ื่น จะมีผลดีต่อตนเองและผ้อู น่ื อยา่ งไรบ้าง ....................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... .................. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. หน้า33
ชุดหลกั สตู รต้านทจุ ริตศกึ ษา ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 5 ใบความรู้ที่ 10 เรอ่ื ง ระเบียบ กตกิ า กฎ กฎหมาย การมีวินยั มีความสามัคคี และรู้จักหน้าท่ี ถือกันว่าเป็นคุณสมบัติสาคัญประจาตัวของคนทุกคน แต่ ใน การสร้างเสริมคุณสมบัติ ๓ ข้อน้ี จะต้องไม่ลืมว่า วินัย สามัคคี และหน้าท่ีนั้น เป็นได้ทั้งในทางบวกและ ทาง ลบ ซ่งึ ยอ่ มให้คุณหรือให้โทษได้มากเท่าๆ กัน ท้ัง ๒ ทาง เพราะฉะนน้ั เมือ่ จะอบรม จาเป็นต้องพิจารณา ให้ ถอ่ งแท้แนช่ ดั กอ่ นว่า เป็นวินยั สามัคคีและหน้าท่ีดีคือ ปราศจากโทษ เป็นประโยชน์ เป็นธรรมกติกา คือ ส่ิงท่ี บุคคลหรือคณะบุคคลสร้างข้ึน เพ่ือให้เป็นแบบแผนปฏิบัติในเร่ืองใดเร่ืองหนึ่ง เม่ือ กติกาน้ัน ได้รับ ได้รับ การยอมรับในสังคมมากขึ้น กติกานั้นก็จะกลายเป็น กติกาสากล กติกาการแข่งขันกีฬาเป็นต้น พระ ราช ดารัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... (๗๒) (พระราชทานแก่ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ วันอังคาร ๑๒ ก.ค. ๒๕๒๖) ระเบียบ หมายถึง แบบแผนท่ีวางไว้เป็นแนวปฏิบัติหรือดาเนินการ เช่น ระเบียบวินยั ระเบียบ ข้อบังคบั ต้องปฏิบัติตามระเบียบ วินยั ถกู ลาดับ ถูกที่เป็นแถวเป็นแนว มีลักษณะเรียบร้อย เช่น เขาทางาน อยา่ งมรี ะเบียบ กฎ ตาม พ.ร.บ. หมายถึง วธิ ปี ฏิบตั ิราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๕(๒) หมายความ ว่า พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง ข้อบัญญัติท้องถ่ิน ระเบียบ ข้อบังคับ หรือ บทบัญญัติอืน่ ทมี่ ผี ลบงั คับเปน็ การท่วั ไป โดยไมม่ ่งุ หมายให้ใช้บังคับแก่กรณใี ดหรือบคุ คลใดเปน็ การจาเพาะ อธิบาย กฎ หมายถึงทุกอย่างท่ีกล่าวมาแต่ต้นออกโดย หน่วยงานทางปกครอง โดยมีผลบังคับ เชน่ เดียวกับกฎหมาย อาจมีระยะเวลาหรือไม่ก็ได้ ที่เรียกว่า กฎ ก็เพราะว่า กฎ ไม่ได้ออกโดยรัฐสภา หรือ ฝุายนิติบัญญัติ มีศักดิ์ทางกฎหมายตามลาดับขั้นอยู่ในชั้น กฎ ถึงแม้ระเบียบข้อบังคับท้องถ่ินจะออกโดย สภานติ ิบัญญัตทิ อ้ งถ่ิน กม็ ีศักด์เิ ปน็ เพียง กฎ กฎหมาย หรือ พระราชบัญญัติ ถูกตราข้ึนโดยฝุายนิติบัญญัติหรือ รัฐสภา คือ สภาผู้แทน + วุฒิสภา = รัฐสภา ในประเทศที่ใช้ระบบ สองสภา ส่วนในประเทศท่ีใช้สภาเดียว ก็ทาหน้าท่ีเป็นรัฐสภาไป เลย การเสนอกฎหมาย ถึงแม้โดยหลักการจะออกโดยรัฐสภา แต่กฎหมายส่วนใหญ่ถูกเสนอขึ้นโดยฝ่าย บริหาร หรือ รัฐบาล(ในรูปแบบรัฐสภา) ในรูปแบบอื่นจะต่างไปจากนี้ กฎหมาย สมาชิกสภาผู้แทนฯ สามารถเสนอเข้าสู่สภาได้ โดยมีผู้เข้าชื่อรับรองในการเสนอร่างกฎหมายนั้น ๒๐ คน แต่กฎหมายใดเป็น กฎหมายที่เกี่ยวกับการเงิน คือ เก่ียวข้องกับงบประมาณแผ่นดิน เช่น แยกกระทรวง แยกจังหวัด เป็นต้น รา่ งกฎหมายฉบับน้นั ต้องใหน้ ายกรฐั มนตรเี ซ็นรับรองก่อนเสนอเข้าสสู่ ภา ดังนนั้ กฎหมายจงึ มีศักด์ิสูงกวา่ กฎ โดยลาดับช้ันทางกฎหมาย รัฐธรรมนูญมศี ักดสิ์ งู สุด การแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือยกเลิกกจ็ ะเลิกดว้ ยรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือ รฐั ประหารทเ่ี ปน็ วิธีนอกขนั้ ตอน กฎหมาย ถา้ จะยกเลิกก็ต้องตรากฎหมายใหมข่ นึ้ มายกเลิกเช่นกนั หน้า34
ชุดหลักสตู รต้านทจุ ริตศึกษา ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 ใบงานท่ี 10 เรอ่ื ง ระเบยี บ กตกิ า กฎ กฎหมาย คาชแ้ี จง จงตอบคาถามตอ่ ไปน้ี โดยการเขยี นอธิบายพร้อมยกเหตผุ ลประกอบ ๑. ระเบยี บ หมายถงึ อะไรจงอธบิ าย พรอ้ มทัง้ ยกตัวอยา่ งประกอบ ๒. กตกิ า หมายถึงอะไรจงอธบิ าย พรอ้ มทงั้ ยกตัวอย่างประกอบ ๓. กฎ หมายถึงอะไรจงอธบิ าย พรอ้ มทง้ั ยกตวั อย่างประกอบ ๔. กฎหมาย หมายถงึ อะไรจงอธิบาย พรอ้ มทัง้ ยกตวั อยา่ งประกอบ ๕. ถา้ คนไทยบางคนขาดระเบียบขาดระเบียบสังคมไทยจะเป็นอยา่ งไร ใบงานที่ 10.1 เรื่อง พลเมืองกบั ความรับผดิ ชอบต่อสังคม คาช้ีแจง ให้นักเรียนเติมคาตอบที่ถูกต้องลงในกระดาษคาตอบทีก่ าหนดให้ได้อย่างถกู ต้อง ๑. พลเมือง หมายถึงอะไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๒. ความรับผดิ ชอบ หมายถงึ อะไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๓. พลเมอื งดีในวิถีชวี ติ ประชาธิปไตย หมายถงึ อะไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๔. ความรับผิดชอบต่อตนเอง คืออะไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๕. ความรับผดิ ชอบต่อสังคม คอื อะไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. หน้า35
ชดุ หลกั สูตรตา้ นทุจรติ ศกึ ษา ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ใบความรู้ที่ 11 เรื่อง พลเมืองและความรับผิดชอบต่อสังคม พจนานุกรมนักเรียนฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมาย “พลเมือง” หมายถึง ชาวเมือง ชาว ประเทศ ประชาชน“วิถี” หมายถึง สาย แนว ทาง ถนน และ “ประชาธิปไตย” หมายถึง แบบการปกครอง ที่ถือมติปวง ชนเป็นใหญ่ ดังนั้น คาว่า “พลเมืองดีในวิถีชีวิตประชาธิปไตย” จึงหมายถึง พลเมืองท่ีมี คณุ ลักษณะท่ีสาคญั คอื เป็นผู้ท่ียึดม่ันในหลักศีลธรรมและคุณธรรมของศาสนา มีหลักการทางประชาธิปไตย ในการดารงชวี ิต ปฏิบัตติ นตามกฎหมายดารงตนเป็นประโยชนต์ อ่ สงั คม โดยมีการช่วยเหลือเก้ือกูลกันอันจะ ก่อให้เกดิ การ พัฒนาสงั คมและประเทศชาติ ให้เป็นสังคมและประเทศประชาธปิ ไตยอยา่ งแท้จริง พลเมอื งและความรับผิดชอบต่อสงั คม พลเมือง คือ ประชาชนท่ีนอกจากเสียภาษีและปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเมืองแล้ว ยังต้องมีบทบาท ในทางการเมือง คือ อย่างน้อยมีสิทธิไปเลือกตั้ง แต่ยิ่งไปกว่าน้ันคือมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็นต่างๆ ต่อ ทางการหรือรัฐได้ ท้ังยังมีสิทธิเข้าร่วมในกิจกรรมต่างๆ กับรัฐและอาจเป็นฝุายรุกเพื่อเรียกร้อง กฎหมาย นโยบายและกิจกรรมของรัฐตามท่ีเห็นพ้อง พลเมืองนั้นจะเป็นคนที่รู้สึกเป็นเจ้าของในสิ่งสาธารณะ มีความ กระตือรือร้นอยากมีส่วนร่วม เอาใจใส่การทางานของรัฐ และเป็นประชาชนท่ีสามารถแก้ไขปัญหาส่วนรวมได้ ในระดับหนึ่ง โดยไม่ต้องรอให้รัฐมาแก้ไขให้เท่านั้นความรับผิดชอบ คือ ลักษณะของบุคคลท่ีแสดงออกถึง ความเอาใจใส่ จดจ่อตั้งใจ มุ่งมั่นต่อหน้าที่การงาน การศึกษาเล่าเรียน และการเป็นอยู่ของตนเอง และ ผู้อยู่ ในความดูแล ตลอดจนสังคม อย่างเต็มความสามารถ เพ่ือให้บรรลุผลสาเร็จตามความมุ่งหมายในเวลาท่ี กาหนด ยอมรับผลการกระทาท้ังผลดีและผลเสียท่ีเกิดข้ึน รวมทั้งปรับปรุงการปฏิบัติงานให้ดีขึ้นเป็นความ ผกู พันในการท่จี ะปฏบิ ตั ิหน้าท่ใี ห้สาเร็จลุล่วงไปได้ และความสาเร็จน้ีเก่ียวข้องกับปัจจัย ๓ ประการ คือ พันธะ ผูกพัน หนา้ ทีก่ ารงาน และวัตถปุ ระสงคแ์ บ่งประเภทความรับผิดชอบไว้ดงั นี้ ๑. ความรับผิดชอบต่อตนเอง หมายถึง การรับรู้ฐานนะและบทบาทของตนที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคม จะต้องดารงตนให้อยู่ในฐานนะท่ีช่วยเหลือตัวเองได้ รู้จักว่าสิ่งใดถูก ส่ิงใดผิด ยอมรับผลการกระทาของ ตนเองท้ังท่ีเป็นผลดีและผลเสีย เพราะฉะน้ันบุคคลท่ีมีความรับผิดชอบในตนเองย่อมจะไตร่ตรองดูให้ รอบคอบ กอ่ นว่า ส่ิงท่ีตนเองทาลงไปนั้นจะมีผลดีผลเสียหรือไม่และจะเลือกปฏิบัติแต่ส่ิงท่ีจะก่อให้เกิดผลดี เทา่ นั้น ๒. ความรับผิดชอบต่อสังคม หมายถึง ภาระหน้าที่ของบคุ คลทจ่ี ะต้องเกยี่ วขอ้ ง และมสี ่วนร่วมตอ่ สวสั ดิภาพของสงั คมทต่ี นเองดารงอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องท่ีเกย่ี วข้องกับหลายสงิ่ หลายอยา่ ง ตัง้ แต่สังคมขนาดเลก็ จนถงึ สงั คมขนาดใหญ่ การกระทาของบุคคลใดบุคคลหนึ่งยอ่ มมีผลกระทบต่อสงั คมไม่มากกน็ ้อย บคุ คลทกุ คนจงึ ตอ้ งมภี าระหนา้ ท่ีและความรบั ผิดชอบทจ่ี ะตอ้ งปฏบิ ัตติ ่อสังคม ดงั ต่อไปน้ี ๒.๑ ความรับผิดชอบต่อหน้าท่ีพลเมือง ได้แก่ การปฏิบัติตามกฎระเบียบของสังคม การรักษา ทรัพย์สิน ของสังคม การช่วยเหลือผู้อื่น และการให้ความรว่ มมือกบั ผู้อื่น ๒.๒ ความรบั ผิดชอบต่อครอบครัว ได้แก่ การเคารพเชอื่ ฟงั ผูป้ กครอง การช่วยเหลืองานบา้ นและ การ รกั ษาชื่อเสียงของครอบครัว ๒.๓ ความรับผิดชอบต่อโรงเรียน ได้แก่ ความตั้งใจเรียน การเช่ือฟังครู–อาจารย์ การปฏบิ ตั ิตาม กฎของ โรงเรยี นและการรักษาสมบตั ิของโรงเรียน ๒.๔ ความรบั ผิดชอบต่อเพื่อน ได้แก่ การชว่ ยตกั เตอื นแนะนาเม่ือเพือ่ นกระทาผิด การชว่ ยเหลอื เพื่อน อยา่ งเหมาะสม การให้อภัยเมื่อเพ่ือนทาผิดการไม่ทะเลาะและ เอาเปรียบเพื่อน และการเคารพสิทธิซึ่ง กนั และกนั หนา้ 36
ชุดหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ใบงานที่ 11 เรอื่ ง ความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม คาชี้แจง : ใหน้ ักเรยี นเขียนความรับผิดชอบตอ่ สังคมเป็นแผนผงั ความคิด ความรบั ผิดชอบต่อสังคม หนา้ 37
ชุดหลักสูตรต้านทจุ รติ ศึกษา ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ใบความรู้ท่ี 12 เรอ่ื ง แนวทางการปฏิบัติตนเปน็ พลเมอื งดี ณฐั นนั ท์ ศริ เิ จริญ (๒๕๕๕) ไดก้ ลา่ วถึง แนวทางการปฏบิ ัติตนเป็นพลเมืองดีตามวถิ ชี วี ิต ประชาธปิ ไตยควรมีแนวทางการปฏิบตั ิตน ดงั นี้ ด้านสังคม ไดแ้ ก่ ๑) การแสดงความคิดอย่างมีเหตผุ ล ๒) การรบั ฟงั ขอ้ คดิ เหน็ ของผ้อู ่ืน ๓) การยอมรบั เมอ่ื ผู้อืน่ มีเหตผุ ลทีด่ กี ว่า ๔) การตดั สินใจโดยใชเ้ หตผุ ลมากกว่าอารมณ์ ๕) การเคารพระเบียบของสงั คม ๖) การมจี ติ สาธารณะ คือ เหน็ แก่ประโยชน์ของสว่ นรวมและรักษาสาธารณสมบัติ ดา้ นเศรษฐกจิ ได้แก่ ๑) การประหยัดและอดออมในครอบครัว ๒) การซือ่ สัตย์สจุ รติ ต่ออาชพี ท่ีทา ๓) การพัฒนางานอาชพี ใหก้ ้าวหน้า ๔) การใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ปน็ ประโยชนต์ อ่ ตนเองและสงั คม ๕) การสร้างงานและสรา้ งสรรค์สิ่งประดษิ ฐใ์ หม่ๆเพอ่ื ใหเ้ กดิ ประโยชน์ตอ่ สงั คมไทยและสงั คมโลก ๖) การเปน็ ผู้ผลติ และผ้บู รโิ ภคที่ดี มคี วามซ่ือสัตย์ ยึดม่ันในอุดมการณท์ ดี่ ีต่อชาตเิ ป็นสาคญั ดา้ นการเมอื งการปกครอง ไดแ้ ก่ ๑) การเคารพกฎหมาย ๒) การรบั ฟงั ขอ้ คิดเห็นของทุกคนโดยอดทนต่อความขัดแย้งทเี่ กิดข้นึ ๓) การยอมรบั ในเหตุผลท่ดี ีกว่า ๔) การซ่อื สตั ย์ต่อหนา้ ท่ีโดยไมเ่ ห็นแกป่ ระโยชนส์ ว่ นตน ๕) การกล้าเสนอความคิดเหน็ ต่อส่วนรวมกล้าเสนอตนเองในการทาหนา้ ท่ีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรอื สมาชิกวฒุ สิ ภา ๖) การทางานอย่างเต็มความสามารถเต็มเวลา หน้า38
ชดุ หลักสตู รตา้ นทุจริตศึกษา ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ใบความรู้ที่ 13 แนวทางการสร้างเสริมสานึกความเปน็ พลเมือง : กรณศี ึกษาประเทศไทย จากรายงานการศึกษาแนวทางการสร้างเสริมสานึกความเป็นพลเมืองแก่เยาวชน โดยสภาพัฒนา การเมอื งสถาบนั พระปกเกลา้ ร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นท่ีจัดทารายงานการศกึ ษาในระดบั พนื้ ท่ี เช่น กรณีภาคเหนอื : จังหวดั ลาปาง ๑) กจิ กรรมเพือ่ เสรมิ สร้างสานึกความเปน็ พลเมืองแกเ่ ยาวชนในจงั หวดั ลาปาง ภาพรวมของการจัดกจิ กรรมสร้างเสริมสานึกความเปน็ พลเมืองแกเ่ ยาวชนและภาพรวมของการ สนบั สนุนสง่ เสริมจากภาคสว่ นตา่ งๆ ในการจัดกจิ กรรมสร้างเสริมสานึกความเป็นพลเมืองแกเ่ ยาวชนใน จังหวัดลาปาง สว่ นใหญ่เป็นการดาเนนิ การจัดกจิ กรรมเพอ่ื การแก้ไขปัญหาและพัฒนาเด็กและเยาวชน ไม่ได้ต้งั วัตถปุ ระสงค์เพ่อื สรา้ งเสรมิ สานึกความเปน็ พลเมืองแกเ่ ยาวชนโดยตรง เหมอื นเช่นโครงการที่ไดร้ บั การ สนับสนนุ จากสถาบันพระปกเกลาที่ได้ดาเนินการในโรงเรยี นบางแหง่ ของจงั หวัดลาปาง แตอ่ ยา่ งไรก็ตามการ จดั กิจกรรมการพฒั นาเดก็ และเยาวชนต่างๆ ท่ีได้ดาเนินการในจงั หวัดลาปางนนั้ ทา้ ยทีส่ ุดแล้วก็จะส่งผลหนนุ เสรมิ เตมิ เต็มสานึกความเป็นพลเมืองของเดก็ และเยาวชนไดเ้ ชน่ กนั ในขณะเดยี วกนั ภาคสว่ นต่างๆ ที่ ดาเนนิ การสนับสนุนสง่ เสรมิ กิจกรรมการพฒั นาเด็กและเยาวชนหรอื กจิ กรรมสรา้ งเสริมสานึกความเปน็ พลเมือง แก่เยาวชน ซงึ่ ประกอบไปดว้ ย กลุ่มผปู้ ฏบิ ตั ิการกลมุ่ ผสู้ นับสนุนงบประมาณ กลุม่ ผู้สนุบสนนุ วชิ าการ องค์ ความรู้ กลมุ่ ผู้สนบั สนุนบุคลากรวทิ ยากรกลมุ่ ผสู้ นับสนนุ อาคารสถานท่ี วัสดุอุปกรณ์ และกลุม่ ผู้มีส่วนได้ สว่ น เสยี กบั การจดั กิจกรรมต่างๆ มีความรว่ มมือระหวา่ งกัน ตามภาระหน้าที่ พนั ธกิจและตามความสัมพนั ธ์ ของ ภาคส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ ๒) ปญั หาอุปสรรคและปัจจยั สู่ความสาเร็จในการสรา้ งเสรมิ สานึกความเป็นพลเมืองแกเ่ ด็ก และเยาวชน การดาเนินกิจกรรมสร้างเสริมสานึกความเป็นพลเมืองแก่เยาวชนในจังหวัดลาปาง มีปัญหา อุปสรรคและความสาเร็จเกิดขึ้นมาก จากการศึกษาข้อมูลผ่านเวทีสะท้อนในการประชุมกลุ่มย่อย สามารถ สรุปปัจจัยสาคัญท่ีเป็นปัจจัยปัญหาอุปสรรคของการดาเนินงานสร้างเสริมสานึกความเป็นพลเมืองแก่เยาวชน เกดิ จาก๓ ปจั จัย คือ ปัจจัยครอบครวั พ่อ แม่ ผปู้ กครอง ปัจจัยการสนบั สนุนของหน่วยงานองค์กรท่ี เก่ียวข้อง กับงานดา้ นเด็กและเยาวชน และปัจจัยโอกาสการเข้าถึงกิจกรรมของเด็กและเยาวชน ส่วนปัจจัย สาคัญที่เป็น ปจั จยั แหง่ ความสาเร็จน้ันเกิดจาก ๔ ปัจจัย คือ ปจั จัยพลงั เดก็ และเยาวชน ปจั จัยครอบครวั พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ปจั จัยบคุ คล หน่วยงาน องค์กร ชุมชน และปจั จัยเครอื ขา่ ยการทางาน ๓) แนวทางในการพฒั นารปู แบบกิจกรรมเพ่อื เสรมิ สรา้ งสานึกความเป็นพลเมืองแกเ่ ดก็ และเยาวชน การพัฒนาเด็กและเยาวชนเป็นงานที่ต้องอาศัยเวลาและต้องมีรูปแบบกิจกรรมท่ีเหมาะสม สอดคล้องกับบริบทการทางานของแต่ละพ้ืนท่ี ซ่ึงจาเป็นต้องมีการพัฒนารูปแบบกิจกรรมอยู่อย่างต่อเนื่อง เพ่อื ให้ เหมาะสมทันต่อสภาวการณ์ของเด็กและเยาวชน และสภาพการเปล่ียนแปลงทางสังคมท่ีส่งผลกระทบ ต่อเด็ก และเยาวชนอย่างรวดเร็ว จากการศึกษาพบว่า แนวทางการพัฒนารูปแบบกิจกรรมเพื่อสร้างเสริม สานกึ ความ เป็นพลเมอื งแก่เยาวชนในจงั หวดั ลาปาง ควรพัฒนารปู แบบกจิ กรรมโดยเนน้ การมสี ว่ นร่วมของเด็ก หนา้ 39
ชดุ หลกั สตู รต้านทุจริตศกึ ษา ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 และเยาวชน การบูรณาการกิจกรรมในพื้นท่ีระดับตาบล การพัฒนาเครือข่ายการทางานด้านเด็กและเยาวชน และการ สื่อสารสรา้ งความรู้ความเข้าใจในพ้นื ท่อี ย่างทัว่ ถึง กรณีภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื : จงั หวัดสกลนคร ๑) กิจกรรมการสรา้ งเสริมสานกึ ความเปน็ พลเมืองแกเ่ ดก็ และเยาวชนในจังหวดั สกลนคร ในรอบ ๓ ปีท่ผี ่านมา เป็นการดาเนินกิจกรรมของหนว่ ยงานท้ังภาครฐั องค์กรพัฒนาเอกชน ท่ี ทางานขับเคลื่อนการพัฒนาเดก็ และเยาวชน แต่พบวา่ เป็นกิจกรรมที่มกั จะพฒั นาแนวคิดการดาเนินงาน ท่ี เป็นลกั ษณะนโยบายส่วนกลาง เพอ่ื รองรับงบประมาณ เชน่ สานกั งานพฒั นาสงั คมและความมนั่ คงของ มนุษย์ แต่ถ้าเปน็ กิจกรรมเด่นๆ ทเี่ กิดจากมุมมองในปัญหาของเด็กและเยาวชนและผู้ที่ทางานกับเด็กและ เยาวชน จริงๆ จะเห็นวา่ ยงั ไม่ได้เกดิ ในหนว่ ยงานภาครฐั กจิ กรรมทีส่ ามารถสร้างสานึกพลเมืองเด็กและ เยาวชนท่เี ห็น ผลของการพัฒนาการสร้างสานึกความเปน็ พลเมืองแก่เด็กและเยาวชน ท่มี ีเสียงจากกลุ่มเดก็ และเยาวชน คือ กิจกรรมค่ายที่ให้โอกาสเดก็ และเยาวชนไดค้ ดิ สร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ และหลากหลาย โดย อยูภ่ ายใตก้ ารดูแล ให้คาแนะนาและได้รับการสนับสนนุ งบประมาณจากผใู้ หญ่ใจดี เชน่ กิจกรรมของชมรมคนรัก ศลิ ป์ กจิ กรรม ของกลมุ่ เด็กฮักถน่ิ สรปุ ภาพรวมผลการสนทนากลุ่มย่อยในการสรา้ งสานกึ ความเปน็ พลเมือง แก่เด็กและ เยาวชนในจังหวดั สกลนคร มีสาระสาคัญ คือ การใหน้ ิยามความหมายของเด็ก เยาวชนและผใู้ หญ่ ไม่ได้ แตกต่างกัน ส่วนสานึก พลเมืองเด็กและเยาวชนในปัจจบุ นั ควรจะมตี น้ แบบสานึกพลเมืองจากผู้ใหญ่ สว่ น สานกึ พลเมืองของเด็กและเยาวชนนน้ั ไดเ้ รียนรู้ผ่านกจิ กรรมค่ายที่มงุ่ เนน้ การพัฒนาจติ อาสา ๒) ปญั หาและอุปสรรคในการดาเนินกิจกรรมเพือ่ เสริมสร้างสานึกความเป็นพลเมืองแก่เยาวชน ในจังหวัด สกลนคร ปจั จัยทเ่ี ปน็ ปัญหาและอปุ สรรคในการเสรมิ สรา้ งสานึกพลเมืองแกเ่ ด็กและเยาวชนในพ้นื ทจี่ ังหวัด สกลนคร สรปุ ได้ดงั น้ี ๑) การขาดโอกาสในการเรยี นรู้ความเปน็ พลเมืองของเด็กและเยาวชน ๒) พ่อแม่ ผปู้ กครอง ผู้ใหญ่ในสังคม ไม่เป็นตน้ แบบที่ดีแกล่ ูกหลานขาดตน้ แบบผูใ้ หญ่ทีด่ ี ๓) สถาบันการศึกษาขาด ความเข้าใจในการสรา้ งสานึกพลเมืองแก่เดก็ และเยาวชน ผา่ นหลกั สตู รการจดั การเรยี นการสอน และ ๔) หนว่ ยงานทด่ี แู ลดา้ นเดก็ และเยาวชนขาดการประสานงาน ขาดความรู้ความเขา้ ใจในเรอ่ื งของการสร้างสานกึ พลเมอื งและทางานซา้ ซอ้ น ๓) แนวทางในการพัฒนารูปแบบกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างสานึกความเป็นพลเมืองแก่เด็กและ เยาวชน จังหวดั สกลนคร มี ๒ มมุ มอง คอื มุมมองของผ้ใู หญ่ และ มมุ มองของเด็กและเยาวชน มุมมองของผู้ใหญ่ การสร้างต้นแบบให้กับเด็กและเยาวชนผ่านสื่อต่างๆ การส่งเสริมต้นแบบคนดี โดยมีเวที แสดงความดีเชิงประจักษ์ เชิดชูความดีคนดีเพ่ือเป็นกาลังใจแก่คนทาดี โดยเร่ิมจากระดับครอบครัว และการ พฒั นาแบบผสมผสานหลกั ธรรมคาสอนกับกจิ กรรมในชวี ิตประจาวัน รวมท้ังการบรรจุหลักสูตรการ เสริมสร้าง สานึกพลเมืองแกเ่ ด็กและเยาวชนในทกุ ระดบั การศึกษาทค่ี รอบคลุมเนื้อหาทุกวชิ า ทุกมิติ มมุ มองของเดก็ และเยาวชน รปู แบบกจิ กรรมเพอื่ เสริมสร้างสานึกพลเมืองท่ีอยากเห็นและ ต้องการคือ การให้ โอกาสได้เข้าร่วมกาหนดกรอบแนวทางเพ่ือสร้างสานึกพลเมืองกับหน่วยงานที่เก่ียวข้อง โดย สอดแทรก กจิ กรรมจิตอาสาพัฒนาสาธารณะใหแ้ กเ่ ดก็ และเยาวชนอยา่ งต่อเนื่องและยงั่ ยนื หนา้ 40
ชดุ หลกั สตู รตา้ นทจุ ริตศกึ ษา ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 5 กรณีภาคใต้ : จังหวดั ยะลา บรบิ ทปญั หาส่วนใหญ่ท่ีคุกคามหรือส่งเสรมิ การสร้างสานกึ พลเมืองจงั หวัดยะลา คือ เยาวชนว่างงาน เยาวชนเลน่ การพนนั เยาวชนตดิ ยาเสพติด เยาวชนขบั รถช่ิง เยาวชนขาดการศึกษา ขาดทนุ ทรพั ย์ใน การศกึ ษา แต่ทส่ี าคญั จากผลการวิจยั พบว่า ปัญหาสาคัญในจังหวดั ยะลา คือ เยาวชนติดยาเสพตดิ และ เยาวชนได้รับการศึกษาน้อยสาหรบั ท่ีผา่ นมา การดาเนนิ งานด้านการพัฒนาเยาวชนในจงั หวดั ยะลา จากข้อมลู ประเด็น ยทุ ธศาสตร์ของจังหวดั ยะลา สรุปได้วา่ โครงการพัฒนาเยาวชนเพื่อสร้างงานโครงการจ้างงาน นักเรยี น นักศึกษาในชว่ งปดิ ภาคฤดูร้อน โครงการฝกึ อาชีพแกเ่ ยาวชนในสถาบนั การศึกษาปอเนาะ โครงการ มหกรรม เปดิ โลกการศกึ ษาและอาชพี เพ่ือการมงี านทาโครงการศนู ย์ยะลาสันตสิ ุขคืนคนดีสู่สังคม โครงการ มวลชนสานสัมพนั ธส์ านฝันสอู่ ันดามนั และ โครงการครอบครัวปูองกันภัยแก่ไขปัญหายาเสพติด ตลอดจนมี โครงการพฒั นาเยาวชนในถน่ิ ทุรกนั ดาร โครงการทูบนี ับเบอรว์ นั เปน็ ตน้ อาจกล่าวได้ว่า การสรา้ งเยาวชนให้มี สานึกพลเมือ เร่ิมตน้ จากการอบรม ดแู ล เอาใจใส่ ศึกษาให้ความรู้ของครอบครวั พ่อแม่ และญาติพนี่ ้อง การไดร้ บั การศึกษาจากสถาบันที่ เยาวชนศกึ ษาและหน่วยงานภาครัฐที่มีหนา้ ทเ่ี กี่ยวกบั เยาวชน คือ สานกั งานพฒั นาสังคมและความม่ันคงของ มนษุ ยจ์ งั หวดั ยะลา และสานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดยะลา ๑) กิจกรรมการสร้างเสรมิ สานกึ ความเป็นพลเมอื งแกเ่ ดก็ และเยาวชนในระดับพ้นื ท่จี งั หวดั ยะลา - จดั โครงการสอนภาษาไทยให้ผู้ไมร่ หู้ นังสอื หรอื ผอู้ ่านภาษาไทยไมไ่ ด้ เพอ่ื สรา้ งความภาคภูมิใจ ในความเปน็ คนไทยมีความเป็นเจา้ ของประเทศมากข้ึน - โครงการสอนภาษามลายใู หแ้ ก่ทหารพรานเพื่อให้สามารถส่อื สารสรา้ งความเข้าใจกบั ประชาชน - โครงการสานกึ รกั ษ์ทอ้ งถนิ่ เสริมสรา้ งความสมานฉันท์ เพอื่ ให้เยาวชนทากจิ กรรมร่วมกันและ เป็นโครงการท่ีส่งเสริมปลกู จติ สานึกใหเ้ ยาวชนรกั บา้ นเกิด รสู้ กึ ความเป็นเจ้าของ - โครงการนาเยาวชนสู่สนั ติเพือ่ เรยี นรวู้ ิธกี ารสร้างสนั ติภาพการจัดการความขัดแยง้ - โครงการคา่ ยเอดส์และยาเสพติด - จัดต้ังศูนย์บริการท่ีเป็นมิตรแก่เยาวชน เพ่ือให้เยาวชนมีความพอใจ มีความประทับใจรู้สึกว่า ตนเองมี ความสาคญั ทาให้มีความรักต่อประเทศชาติ - จดั เวทีประชาคมหมบู่ ้านเพอ่ื ใหเ้ ยาวชนมสี ว่ นรว่ มกับทุกฝาุ ยในการพฒั นาหรือแก้ไขปัญหา ในชมุ ชนทา ใหเ้ ยาวชนภูมใิ จและมคี วามรกั ต่อชมุ ชน - โครงการส่งเสรมิ อาชพี แกเ่ ยาวชน เพื่อใหเ้ ยาวชนเห็นชอ่ งทางอาชีพในอนาคต ใชเ้ วลาวา่ งให้ เป็น ประโยชนม์ คี วามคดิ สรา้ งสรรค์ มคี วามรับผิดชอบมากขึ้น - กิจกรรมนนั ทนาการเช่น กจิ กรรมฟตุ บอลภาคฤดูร้อน และกจิ กรรมออเครสตรา้ เพื่อสะท้อนการอยู่ ร่วมกนั - โครงการสานพลังเยาวชนนาสงั คมเข้มแข็ง - โครงการสง่ เสรมิ อาชพี ใหเ้ ดก็ และเยาวชน เช่น ปลกู ผัก เลยี้ งไก่ ซ่อมรถจกั รยานยนต์ หนา้ 41
ชุดหลกั สตู รต้านทจุ ริตศึกษา ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 5 ๒) ปัญหาและอุปสรรคในการดาเนินกิจกรรมเพ่ือเสริมสร้างสานึก ความเป็นพลเมืองแก่ เยาวชนใน จังหวดั ยะลา ปัญหาส่วนใหญ่ทค่ี กุ คามหรอื ส่งเสรมิ การสร้างสานกึ พลเมืองจังหวดั ยะลา คือ เยาวชนขาดความ รบั ผิดชอบในการรว่ มกจิ กรรมเพ่ือการพฒั นาศักยภาพและในการทาโครงการ ปัญหาความไม่เข้าใจใน วัตถุประสงค์ ของการทากจิ กรรม เยาชนขาดจติ อาสาจิตสาธารณะ ปัญหาดา้ นยาเสพตดิ งบประมาณในการ พฒั นาศักยภาพ ของเยาชนในการทาโครงการไม่ต่อเน่ือง การใชง้ บประมาณไม่โปร่งใส ขาดความเป็นอสิ ระ ๓) แนวทางในการพัฒนารูปแบบกิจกรรมการสร้างเสริมสานึกความเป็นพลเมืองแก่เด็กและ เยาวชนใน ระดับพื้นทจี่ งั หวดั ยะลา - กจิ กรรมการสรา้ งเสริมสานกึ ความเปน็ พลเมืองแก่เด็กและเยาวชน ควรดาเนินการท้งั ในระบบ และ นอกระบบโรงเรียน เน้นกิจกรรมการมสี ว่ นรว่ มและสรปุ บทเรียนร่วมกนั เพือ่ ก่อใหเ้ กดิ การเรยี นรแู้ ละ พลเมือง บอ่ ย ๆ เพื่อให้กลายเป็นวฒั นธรรมของชมุ ชนต่อไป - กจิ กรรมนอกหลักสูตร ที่ทานอกเหนือกจิ กรรมในช้ันเรียน นอกจากนี้ ยงั รวมท้ังการให้ หน่วยงาน ราชการภาคที ่มี หี นา้ ทเ่ี กย่ี วกับโครงการที่เยาวชนดาเนินการ หรอื บคุ คลที่มบี ทบาทในชุมชนมาร่วมรับรู้ เปน็ สกั ขีพยานการทางานของโครงการ โดยเนน้ วางระบบการทางานแบบเป็นทางการและลายลักษณ์อักษร มี กาหนดการทางานทีช่ ัดเจน และมคี ณะบุคคลท่ีมีหนา้ ทีเก่ียวข้องมารว่ มติดตาม ๔.๖ การศึกษาเก่ียวกับความเปน็ พลเมอื งในบรบิ ทต่างประเทศ ในหลายประเทศมกี ารส่งเสริมเรือ่ งการศกึ ษาเร่ืองความเป็นพลเมือง ซ่ึงแตล่ ะประเทศมีแนวคิดและ ประเด็นในการศึกษาท่ีแตกต่างกนั โดยเอกสารนจ้ี ะนาเสนอแนวคดิ พร้อมท้ังประเดน็ การปฏิบตั ิทน่ี า่ สนใจ ที่ เกิดขน้ึ จากการส่งเสริมด้านความเป็นพลเมือง โดยเนือ้ หาหลักนามาจากบทความของเสิศพงษ์ อดุ มพงศ์ เรื่อง การศกึ ษาเพอ่ื ความเป็นพลเมือง (Civic/Citizenship Education) ในการส่งเสริมบทบาทของภาคพลเมือง ใน การเมืองระบบตวั แทน : แนวทางที่ยั่งยนื ผ่านประสบการณ์จากตา่ งประเทศ ( ๒๕๕๘) ซ่งึ มีประเทศ ที่น่าสนใจ ดงั นี้ ประเทศญป่ี ุนญ่ีเป็นประเทศที่อยู่ในทวปี เอเชยี มรี ปู แบบของรัฐเป็นรัฐเดย่ี วและปกครองดว้ ยระบอบ ประชาธิปไตยในระบบรัฐสภามีองค์พระจักรพรรดหิ รือกษัตรยิ ์ทรงเป็นประมขุ มีนายกรัฐมนตรเี ป็นผู้นาในการ บรหิ ารประเทศเชน่ เดียวกับประเทศไทย (ชานาญ จนั ทรเ์ รอื ง, ๒๕๕๔) ในปีคศ. ๒๐๑๓ ไดร้ ับการจัดอันดบั ด้าน ความเป็นประชาธิปไตย(Democracy Ranking) เป็นอันดับ ๒๐ ของโลก (แคมป์เบลลแ์ ละคณะ Campbell et.al., ๒๐๑๓) นบั เป็นประเทศประชาธิปไตยในฝ่งั เอเชยี เพยี งไม่ก่ีประเทศที่ได้รับการประเมนิ อยู่ ในอนั ดับต้นๆ ของโลก การศึกษาเพ่ือความเปน็ พลเมืองในประเทศญ่ปี นุ คือ การพัฒนาพลเมอื งผซู้ ึง่ จะสร้าง สังคม ประชาธปิ ไตยในอนาคต ซ่ึงประชาธปิ ไตยมีทั้งทางตรงและทางอ้อมความ เป็นพลเมอื งมที ั้งรูปแบบเสรี นยิ ม และรัฐนยิ ม จึงมีความหลากหลายและความยากท่ีจะนิยามคาน้ีให้มีความหมายทค่ี รอบคลมุ ได้ใน ระดบั นโยบายเรอื่ งการศึกษาเพื่อความเปน็ พลเมืองน้นั อยภู่ ายใต้ความรบั ผิดชอบของกระทรวงหลัก ๒ กระทรวง คือ กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวสั ดกิ าร และกระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ กีฬา และ เทคโนโลยี หน้า42
ชดุ หลักสตู รตา้ นทจุ รติ ศกึ ษา ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 โดยที่รัฐบาลมกี ารกาหนดแผนนโยบายการพฒั นาเด็กและเยาวชนข้ึนในปีคศ. ๒๐๐๓ โดยได้ กล่าวถึงหลักการ สาคญั ๔ ขอ้ สาหรับการจัดการศกึ ษาเพ่ือความเปน็ พลเมืองของญป่ี นุ ประกอบดว้ ย ๑) สนบั สนุนความเป็นอสิ ระทางสงั คม ๒) สนบั สนุนให้ได้รับประสบการณ์ตามความตอ้ งการของแต่ละบุคคล ๓) ปรบั เปลีย่ นมุมมองของเยาวชนในฐานะสมาชิกทกี่ ระตอื รือรน้ ของสงั คม ๔) กระตนุ้ ให้เกิดบรรยากาศท่เี ปน็ อสิ ระและมกี ารอภปิ รายได้อย่างเปดิ กว้างในสังคม ในปีคศ. ๒๐๐๖ มีการปฏิรูปพระราชบัญญัติการศึกษาข้ันพ้ืนฐานของญี่ปุน ซึ่งนับตั้งแต่ปี คศ.๑๙๔๗ ที่ยังไม่ เคยมีการปฏริ ปู แต่หลกั การที่สาคัญประการหน่ึงที่ยังคงไว้อยู่ในพระราชบัญญัติโดยที่มิได้ มีการ เปล่ียนแปลง มีใจความสาคญั ในวรรคแรกว่า เปูาหมายของการศกึ ษาท่ีสาคัญ คอื การศึกษาจะกอ่ ให้เกดิ การ พัฒนาบุคลิกภาพโดยสมบูรณ์ พยายามอย่างหนักในการสั่งสอนขัดเกลาบุคคล มีจิตใจท่ีสดใสร่างกายท่ี สมบูรณ์เป็นผู้ซ่ึงรักในความถูกต้องและความยุติธรรม เคารพในคุณค่าของตนเอง เคารพผู้ใช้แรงงาน มีความ ตระหนักต่อความสานักรับผิดชอบอย่างลึกซึ้ง ซึมซับจิตวิญญาณท่ีเป็นอิสระในฐานะเป็นผู้สร้างสันติภาพแห่ง รัฐและสังคม ซึ่งเปูาหมายท่ีกาหนดขึ้นนั้น เป็นประเด็นสาคัญท่ีจะสนับสนุนให้ประชาชนเป็นพลเมืองอย่าง แท้จริงมีการส่งเสริมเรื่องจิตสาธารณะ ซึ่งนาไปสู่การมีส่วนร่วมอย่างอิสระในการสร้างสังคมพร้อมทั้งการ พัฒนาทศั นคตทิ ่มี ีตอ่ ความต้องการรบั ผิดชอบต่อการเติบโตของสังคม ซ่ึงปัจจุบันทาให้ประชาชนในประเทศ มี จิตสาธารณะ สามารถเห็นได้ในหลายๆ เหตุการณท์ ีเ่ กดิ ข้นึ ในประเทศญป่ี ุน การศึกษาความเป็นพลเมืองถูกบรรจุในหลักสูตรการเรียนการสอนต้ังแต่ในระดับประถมศึกษา เน้ือหาวิชา พลเมืองเป็นศูนย์กลางของการสร้างความเป็นพลเมือง โดยอาศัยฐานของการตระหนักใน ประชาธิปไตยและ ความรู้ความเขา้ ใจในสทิ ธิมนษุ ยชน และความหมายและแนวคิดในเรื่องความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ “สร้าง ความเชื่อมโยงกับครอบครัวและชุมชน สร้างให้นักเรียนมีความตระหนักว่ามนุษย์เป็น จุดเร่ิมต้นท่ีสาคัญของ สังคม สร้างให้นักเรียนมีความคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเร่ืองส่วนตัวและสังคม ความมีศักด์ิศรีของ ตนเองในระบบครอบครัวแบบร่วมสมัย ความเท่าเทียมทางเพศ และสร้างให้เยาวชน ตระหนักถึงความสาคัญ ของแบบแผนประเพณีของชีวิตในสังคม การรักษาขนบธรรมเนียมและความสานึก รับผิดชอบของแต่ละ บุคคล” ประเดน็ ศกึ ษาเกย่ี วกับหนา้ ท่พี ลเมอื งในประเทศญี่ป่นุ สาหรับประเทศญ่ีปุนเป็นประเทศท่ีเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติบ่อยคร้ัง แต่ละคร้ังมีความรุนแรง และ สรา้ งความเสยี หายตอ่ ชีวติ และทรพั ย์สินเปน็ จานวนมาก แตจ่ ากความยากลาบากจากสิ่งที่เกิดข้ึน ก็ได้ เกิดส่ิงที่ น่าสนใจจากพฤติกรรมทแ่ี สดงออกถงึ ความเป็นพลเมือง ทั้งในส่วนของความรับผิดชอบต่อสังคม จิต สาธารณะ ความมวี นิ ัย และอ่ืนๆ โดยจะนาเสนอเป็นเร่ืองราวส้ันๆ เพ่ือง่ายต่อการทาความเข้าใจ ดังนี้ โดย เนื้อหานามา จากบทความเร่ือง “เร่ืองราวดีๆ ของคนญี่ปุนยามภาวะฉุกเฉนิ ” (“เร่อื งราวดีๆ”, ๒๕๕๔) กรณีท่ี ๑ ท่ีสวนสนุกแห่งหน่ึง เกิดเหตุการณ์ซ่ึงทาให้นักท่องเที่ยวจานวนมากไม่สามารถออกไป ข้างนอกได้ และทางร้านขายของก็ได้เอาขนมมาแจกนักท่องเท่ียว มีนักเรียนชั้นมัธยมปลายหญิงกลุ่มหน่ึงไปเอา มาเป็น จานวนมาก ซ่ึงมากเกินกว่าท่ีจะบริโภคหมด ข้าพเจ้ารู้สึกทันทีว่า “ทาไมเอาไปเยอะ” แต่วินาทีต่อมา หนา้ 43
ชุดหลักสูตรต้านทุจรติ ศกึ ษา ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 5 กลายเป็นความรู้สึกต้ืนตันใจ เพราะ “เด็กกลุ่มน้ันเอาขนมไปให้เด็กๆ ซึ่งพ่อแม่ไม่สามารถไปเอาเองได้ เน่อื งจากตอ้ งอยู่ดูแลลูกจากเหตุการณ์น้ีแสดงให้เห็นถึงความเอ้ือเฟื้อ การช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน และมีความ รบั ผิดชอบตอ่ ผ้อู น่ื กรณที ี่ ๒ ในซปุ เปอรม์ ารเ์ กต็ แห่งหนงึ่ มีของตกระเกะระกะเตม็ พ้ืนเพราะแรงแผ่นดินไหว แต่คนท่ีเข้าไปซื้อของได้ช่วยกันเก็บของข้ึนไว้บนช้ัน แล้วก็หยิบส่วนที่ตนอยากซ้ือไปต่อคิวจ่ายเงิน จากเหตกุ ารณน์ ีแ้ สดงใหเ้ หน็ ถงึ ความเป็นระเบียบเรยี บรอ้ ย การชว่ ยเหลือซ่งึ กันและกนั และมี ความรับผดิ ชอบต่อผู้อื่น กรณที ่ี ๓ ในจงั หวัดจิบะเกิดแผน่ ดนิ ไหวบ้านเรือนพงั เสยี หาย ลุงคนหนึ่งที่หลบภัยอยู่ก็ได้เปรย ออกมาว่า ต่อจากน้ีไปจะเป็นอย่างไร เด็กหนุ่ม ม.ปลาย ก็ตอบ กลับไปว่า “ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องห่วง ต่อจากน้ีไป เมื่อเป็นผู้ใหญ่ พวกผมจะทาให้มันกลับมาเหมือนเดิม แนน่ อนจากเหตกุ ารณ์นีแ้ สดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อชุมชนบ้านเกิด มีความคิดท่ีจะสร้างชุมชนบ้าน เกิด กลบั มาใหเ้ หมอื นเดมิ ไม่ยอ่ ท้อตอ่ ความยากลาบาก กรณที ี่ ๔ หลังจากเกิดเหตุการณส์ นึ ามิคร้ังใหญ่ อาคารบ้านเรือนพังเสียหาย ประชาชนไม่มีที่อยู่ อาศัย และอาหารไม่เพียงพอต่อการบริโภค มีการ แจกจ่ายอาหาร ประชาชนไมม่ กี ารแยง่ อาหารกนั ประชาชนตอ่ แถวเพอ่ื รบั อาหารอยา่ งเป็นระเบียบเรยี บร้อย ประเทศสาธารณรัฐเกาหลีสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) ต้ังอยู่ทางใต้ของคาบสมุทรเกาหลี มีระบบการ ปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย โดยมีประมุขของประเทศ คือ ประธานาธิบดี ซึ่งได้รับการเลือกต้ังโดยตรง จากประชาชน ให้ เป็นหัวหน้าฝุายบริหาร และมีนายกรัฐมนตรี ซ่ึงได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีผ่าน ความเห็นชอบจาก รัฐสภา(กระทรวงการต่างประเทศ, ๒๕๕๖) เกาหลีใต้เป็นประเทศในเอเชียเพียงไม่กี่ ประเทศที่ได้รับการจัด อันดับด้านความเป็นประชาธิปไตย (Democracy Ranking) ติด ๑ ใน ๓๐ ของโลก โดยได้เป็นอันดับ ๒๖ จากการประเมินปี คศ. ๒๐๑๓ (แคมป์เบลล์และคณะ Campbell et.al., ๒๐๑๓) อาจ กล่าวได้ว่า ประเทศ เกาหลีใต้มีพัฒนาการของความเป็นประชาธิปไตยดีข้ึนมาเป็นลาดับ ท้ังความก้าวหน้าใน ดา้ นระบบการ เลอื กตง้ั และความเจรญิ ทางวฒั นธรรม ดัชนีความเป็นประชาธิปไตยขยับเพิ่มข้ึนทุกปี มีคะแนน สงู ในทกุ ดา้ น โดยเฉพาะอย่างย่ิงด้านสิทธิทางการเมืองและด้านเสรีภาพของพลเมือง จนได้รับการจัดอันดับให้ อยใู่ นกลุ่ม ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์เต็มใบ ในด้านการพัฒนาเยาวชนด้านการศึกษาเพื่อความเป็น พลเมือง นั้นมีการดาเนินการมาอย่างต่อเน่ือง มีการกาหนดค่านิยม/ส่ิงท่ีดีงามพื้นฐานท่ีเป็นองค์ประกอบของ ทกั ษะ ชีวิต ๔ ด้าน ดา้ นละ ๕ ลักษณะยอ่ ย ไดแ้ ก่ ๑) การใช้ชีวิตส่วนตัว : การเคารพตนเอง ความจริงใจ ความซ่ือสตั ย์ ความเป็นอิสระ และการ ยบั ย้ังชัง่ ใจ ๒) การใช้ชีวิตรว่ มกันในครอบครัว เพอ่ื นบ้าน และโรงเรียน : การปฏบิ ตั ิตนตามศาสนาการปฏบิ ตั ิ หนา้ ทีข่ องลกู ต่อพ่อแม่ จรรยามารยาทการอยรู่ ่วมกัน และความรักต่อโรงเรียนและบา้ นเกิด ๓) การใชช้ ีวิตในสงั คม : การปฏิบัติตนตามกฎหมายการสนใจต่อผู้อื่นการอนุรักษส์ ิ่งแวดล้อม ความ ยุตธิ รรม และการสรา้ งจติ สานกึ สาธารณะ หน้า44
ชดุ หลักสตู รตา้ นทจุ รติ ศกึ ษา ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ๔) การใช้ชวี ิตในระดบั ชาติและชาตพิ ันธุ์: ความรกั ในรฐั ความรักในชาติ การมจี ติ ใจทีม่ ่ันคง มสี ติ สมั ปชัญญะ การสร้างความสันติภายหลงั การแบ่งแยกและความรักในมนษุ ยชาติ ลักษณะสาคญั ๔ ประการนี้ ถูกปลูกฝงั มาตง้ั แตใ่ นระดบั ชัน้ ประถมศึกษา และยังส่งเสริมการ ปลูกฝงั ทักษะการคดิ และการตัดสนิ ใจเชงิ จริยธรรม (moral thinking and judgment) หรือทักษะท่ีจาเป็น ตอ่ การแก้ไขเชิงจริยธรรมในชีวิตประจาวนั อย่างถูกต้องและมีเหตผุ ล โดยสรปุ แนวคิดสาหรบั การศึกษาเพือ่ สรา้ งความเปน็ พลเมืองของเกาหลใี ต้ หมายถึง การฝึกฝน ความสามารถในการคดิ ตดั สินใจในสถานการณท์ ี่เก่ียวขอ้ งกับการเมือง และมีวตั ถุประสงค์ทจ่ี ะใหค้ วามรู้ เกี่ยวกบั ปรากฏการณ์ทางการเมืองระดับชาติและทอ้ งถน่ิ ในฐานะท่ีเป็นพลเมืองผูถ้ ืออานาจอธิปไตย (sovereign citizen) และสาหรบั การใหก้ ารศกึ ษาแกเ่ ยาวชนเกีย่ วกับการมสี ่วนร่วมทางการเมือง จะให้ ความสาคัญกบั การฝกึ ฝน ทักษะและสอนใหร้ ู้บทบาทหนา้ ท่ใี นฐานะพลเมืองทีม่ ีความสานกึ รบั ผดิ ชอบ (responsible citizen) วฒั นธรรมของคนเกาหลีใตส้ อนให้คนมรี ะเบียบวนิ ยั หากได้เคยสัมผัสหรือสังเกตคน เกาหลีใต้จะรบั รู้ ไดไ้ มว่ า่ จะเป็นท้ังทางด้านการศึกษา กฬี า หรือการใชช้ ีวติ และหากดูววิ ฒั นาการของเกาหลีใต้ นน้ั ประสบ ความสาเรจ็ ในหลากหลายด้านในเวลาอันรวดเร็ว เพราะเกาหลีใต้สอนให้มีการตื่นตวั กบั ส่ิงตา่ งๆ อยเู่ สมอ มี การปลูกฝังความรักชาติ ซึ่งเปน็ วัฒนธรรมทส่ี ืบทอดกนั มาอยา่ งยาวนาน ประเดน็ ศกึ ษาเกย่ี วกับหน้าท่ีพลเมอื งในประเทศสาธารณรัฐเกาหลี กรณีที่ ๑ กรณกี ารอัปปางของเรอื เฟอรร์ ่ขี องเกาหลใี ต้ทชี่ ่ือเซวอลซึ่งจมลงระหว่างการเดนิ ทาง จาก กรุงโซลไปยังเกาะเซจทู ั้งสาเหตุของการลม่ ของเรือความรบั ผิดชอบของกัปตนั เรอื นายลีจนู เซีย๊ ก (Lee Joon-seok) และผชู้ ่วยกปั ตนั เรอื การปฏบิ ตั ิการและการกระจายคาสั่งของลูกเรอื หลังเกิดอุบัติเหตุรวมท้งั การ กู้ภัยทีย่ งั คง ดาเนินอยูซ่ ึง่ พบศพผโู้ ดยสาร ๕๔ คนสูญหาย ๒๔๘ คน รอดชีวิต ๑๗๔ คนจากจานวนผโู้ ดยสาร และลูกเรือ ท้ังหมด ๔๗๖ คนผูเ้ สยี ชีวติ และสูญหายส่วนใหญเ่ ปน็ นกั เรียนมัธยมจากโรงเรียน Danwon High School ใน เมอื งอันซนั ชานกรงุ โซลที่ไปทัศนศึกษาถงึ ๓๕๐ คน ร้อยเอกนายแพทย์ยงยุทธ มัยลาภ ไดเ้ ขียนเรื่องท่ีน่าสนใจประเดน็ หนึง่ ไว้ คอื การปฏบิ ัตขิ องนักเรยี น ท่อี ยูบ่ นเรือ หลงั จากมีคาส่ังจากลกู เรือไปยังผูโ้ ดยสารเมื่อเกดิ เหตแุ ลว้ ก็คือ “ให้นง่ั อยู่กับทหี่ ้ามเคล่ือนไหวไป ไหน ขณะที่เจา้ หน้าท่ีกาลงั ดาเนนิ การแก้ไขปัญหากนั อยู่ซึ่งผูโ้ ดยสารจานวนมากก็ปฏิบตั ิตามคาสง่ั นี้ ” จนกระทั่งเรือเอียงและจมลงแม้ว่าจะมีเวลาถึง ๒ ชว่ั โมงกวา่ ก่อนท่ีเรอื จะจมซ่ึงผโู้ ดยสารน่าจะมีเวลาเพียง พอทีจ่ ะสามารถชว่ ยเหลือตวั เองออกมาจากเรอื ได้ซึ่งสะท้อนใหเ้ หน็ ถึงวินยั ของเดก็ ๆนักเรียนที่ฟงั คาสง่ั ของ “ผใู้ หญ่” และสะท้อนถึงความมีระเบยี บวินยั ของคนเกาหลีทีเ่ ชอื่ ฟงั คาส่งั แมต้ นทราบดีว่าอันตรายใกล้ตัวเข้า มามากแลว้ แต่ครงั้ นี้ “ผใู้ หญ่” คงประเมนิ สถานการณ์ผิดพลาดอย่างร้ายแรง มรี ายงานว่าลกู เรือได้พยายาม กระจายคาสง่ั สละเรอื ในช่วงครึ่งชว่ั โมงตอ่ มาหลังจากเกิดอุบตั ิเหตแุ ต่เข้าใจว่าคาส่งั น้ีกระจายไปไมท่ ่ัวถงึ และ เชอ่ื ว่าผู้โดยสารจานวนมากโดยเฉพาะเด็ก ๆ กย็ ังคงนั่งอยู่กับท่ี (ยงยุทธ มยั ลาภ, ม.ป.ป.) หน้า45
ชุดหลกั สูตรต้านทุจรติ ศึกษา ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 5 กรณที ่ี ๒ ประเดน็ เรอ่ื งของความรบั ผิดชอบ เห็นไดจ้ ากการลาออกและฆ่าตัวตายของข้าราชการ นกั การเมืองในประเทศหลายคนทง้ั ๆ ท่ีอาจจะไม่เกี่ยวกับความผดิ ท่ีเกดิ ข้นึ โดยตรง แตอ่ ยู่ในภาระหนา้ ทท่ี ี่ดแู ล เช่น การลาออกของนายกรัฐมนตรี ชอง ฮง วอน เพือ่ รบั ผิดชอบต่อการล่มของเรือเซลวอนและไม่สามารถ ช่วยเหลอื ไดอ้ ย่างรวดเร็ว ท้ังๆ ทน่ี ายกรฐั มนตรีไมใ่ ช่คนขบั เรอื และก็ไมใ่ ช่คนทเ่ี ขา้ ไปชว่ ยเหลอื เดอื นธนั วาคม ๒๕๔๘ นายฮูห์ จนุ ยงั ผบู้ ญั ชาการตารวจเกาหลใี ต้ ได้ยื่นหนังสือลาออกจาก ตาแหน่งเพอื่ รับผิดชอบกรณีท่ีตารวจปราบปรามกลมุ่ ผปู้ ระทว้ งจนถงึ แก่ความตายกรณีเจา้ หน้าที่ตารวจทุบตี กลุ่มเกษตรกร ที่มารวมตัวประท้วงเรื่องการเปดิ เสรขี ้าวในกรงุ โซล จนเปน็ เหตุให้มชี าวนาเสยี ชีวิต ๒ คนพร้อม กับขอโทษต่อ กรณีดงั กลา่ ว (เมธา มาสขาว, ๒๕๕๗) เดือนมีนาคม ๒๕๔๙ นายกรัฐมนตรีลี เฮชอน แห่งเกาหลีใต้ ประกาศ ลาออกจากตาแหนง่ ภายหลังจากทีเ่ ขาแอบไปรว่ มตีกอล์ฟกับกลุ่มนักธุรกิจ ท่ีเมืองปซู านเมื่อวนั ที่ ๑ มนี าคม ๒๕๔๙ แม้จะเปน็ วนั หยุดของเกาหลใี ต้ แต่ก็ฟงั ไม่ขึน้ ในขณะท่ีท้งั ประเทศกาลังประสบปัญหาเนื่องจากการ ประทว้ งของ พนักงานรถไฟ (เมธา มาสขาว, ๒๕๕๗) หนา้ 46
ชดุ หลักสูตรต้านทุจรติ ศึกษา ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 5 ใบงานที่ 13 เรื่อง ความเป็นพลเมืองของประเทศ ๑) พลเมืองโลกของประเทศ หมายถึงอะไร ........................................................................................... .............................................................................. ............................................................................................................................................................... .......... ........................................................................................................ ................................................................... ๒) จงยกตวั อยา่ งการเปน็ พลเมอื งโลกของประเทศทด่ี ี มา ๓ ตวั อยา่ ง ........................................................................................... .............................................................................. ............................................................................................................................................................... .......... ............................................................................................................................................ ............................... ๓) นักเรยี นมีความคิดเหน็ อย่างไร ตอ่ การปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีของกัปตนั Veldhuyzen van zanten ......................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................... ................................................... ............................................................................................................................. .............................................. ๔) ในฐานะท่นี ักเรียนเปน็ พลเมืองของโลก ถ้าหากนักเรียนเปน็ หนงึ่ ในผูโ้ ดยสารหรอื ญาติคนร้จู กั ของนักเรยี น อยู่ในลานี้ นักเรยี นมีความรู้สึกอย่างไรต่อเหตุการณ์น้ี ........................................................................................... .............................................................................. ............................................................................................................................................................... .......... ............................................................................................................................................ ............................... หน้า47
Search