6. การต์ นู เคลอื่ นไหว (ANIMATION CARTOON) แอนิเมชัน (animation นยิ มอา่ นในภาษาไทยวา่ แอ-นิ-เม-ช่นั ) หมายถงึ การสรา้ งภาพเคลื่อนไหวโดยการฉายภาพนิง่ หลายๆ ภาพต่อเนื่องกันดว้ ย ความเร็วสูง การใชค้ อมพิวเตอรก์ ราฟกิ ส์ในการคานวณสรา้ งภาพจะเรียก การสรา้ งภาพเคลื่อนไหว ดว้ ยคอมพิวเตอร์ หรือ คอมพิวเตอร์แอนเิ มชัน หากใช้ เทคนคิ การถ่ายภาพหรือวาดรูป แตล่ ะขณะของหนุ่ จาลองทีค่ อ่ ย ๆ ขยับ จะเรียกว่า ภาพเคลื่อนไหวแบบการเคลื่อนทีห่ ยดุ หรือ สตอปโมชัน (stop motion)
6. การต์ นู เคลอื่ นไหว (ANIMATION CARTOON)
6. การต์ นู เคลอื่ นไหว (ANIMATION CARTOON)
6. การต์ นู เคลอื่ นไหว (ANIMATION CARTOON)
6. การต์ นู เคลอื่ นไหว (ANIMATION CARTOON)
การ์ตูนแอมิเมชนั่ ในทางคอมพิวเตอร์ การจัดเก็บภาพแบบแอนิเมชนั ที่ใชก้ ันอย่าง แพรห่ ลายในอนิ เทอร์เนต็ มหี ลายรูปแบบไฟลเ์ ช่น GIF APNG MNG SVGแฟลช และไฟลส์ าหรบั เก็แอนิเมชันแสดง 6 เฟรมตอ่ เนอ่ื งกนั เมื่อนามาฉาย ต่อเนื่องกันจะเห็นเป็นภาพเคลื่อนไหว บวดี ิทศั น์ประเภทอื่นๆ ที่มา - http://www.roigoo.com/board/index.php?topic=11283.0 ท่มี า - th.wikipedia.org/wiki/แอนเิ มชนั ทมี่ า - https://sites.google.com/site/pawarisorarti3322/home/ kartun-xae-mi-me-chan-hmay-thung-xari-animation https://shorturl.asia/wQL3v
ใบงานท่ี 1 คาสง่ั : 1. ให้นกั เรยี นวาดภาพการต์ นู บุคคล ตามทนี่ กั เรยี นถนดั เป็นลกั ษณะเหมอื นจรงิ หรอื เหนอื ธรรมชาตกิ ไ็ ด้ จากความคดิ ของนกั เรยี น ด้วยดนิ สอโดยลงนา้ หนกั ใหส้ วยงาม 2. วาดลงบนกระดาษ 80 ปอนด์ ขนาด A4
หนว่ ยท่ี 2 เครอื่ งมอื พนื้ ฐานทใ่ี ชใ้ นงานเขยี น การต์ นู และภาพลอ้
1. กระดาษ (PAPER) หลักในการเลือกซือ้ กระดาษจะต้องเลือกซือ้ ทีเ่ นือ้ หนาแน่นๆไมบ่ างไป เพราะ เวลาลบจะทาให้เปน็ ขยุ ได้ แล้วก็ต้องเลือกทีม่ ีเนื้อหนาพอที่จะตัดเสน้ แลว้ เสน้ ไม่แตก ไมซ่ มึ เปื้อนหมึกหรือสีงา่ ย แตถ่ ้าเป็นในกรณีของคนทีว่ าดแลว้ นาไป ตกแต่งในคอมพวิ เตอร์ก็สามารถเลอื กซื้อกระดาษทีห่ นาเพยี ง 80 แกรมได้ ควรเลือกใชใ้ ห้เหมาะสมกบั กลวธิ ีการสรา้ งสรรค์
1. กระดาษ (PAPER) ประเภทกระดาษ 1.กระดาษเคลือบผวิ (Coated paper) คือกระดาษทถ่ี ูกนาไปเคลือบผวิ โดยสว่ นมากเราจะรู้จักในที่เรียกว่ากระดาษอารต์ ซึง่ มคี ณุ สมบัติคือเมื่อ นาไปพิมพ์จะดีสีสันทีส่ วยงาม กระดาษชนดิ นีจ้ ะใชส้ าหรับ งานพิมพ์ ออฟเซท็ งานพมิ พท์ ีไ่ ดจ้ ะมีสีใกล้เคียงกบั สีจริง สามารถนาไปเคลือบ ลามเิ นต หรือเคลือบยูวีตอ่ ได้ ในการวาดภาพจึงเหมาะสาหรับ วาดด้วยปากกาจมุ่ หมึก พกู่ ันจุ่มหมกึ และปากกาหมกึ สาเร็จรูป กระดาษเคลือบผิว มีอยู่ 2 แบบคือ
1. กระดาษ (PAPER) - กระดาษชนดิ เคลือบมนั หรือกระดาษอาร์ตมนั (Gloss paper) ใชส้ าหรบั งานพิมพ์ที่ ต้องการความมันวาว เน้นความสวยงามเปน็ พเิ ศษ ความหนาของกระดาษมีหนว่ ย เรียกวา่ ”แกรม”โดยท่ัวไปที่ใช้ในงานพมิ พ์จะมีขนาด 100, 128, 130, 160 แกรม ถ้า ขนาด 160 แกรมขึน้ ไปเราจะเรียกวา่ กระดาษอาร์ตการ์ด ใช้สาหรับพิมพ์การ์ดหรือ นามบัตร
1. กระดาษ (PAPER) - กระดาษชนดิ เคลือบด้าน หรือกระดาษอารต์ ดา้ น(Matt paper) ใช้สาหรบั งามพิมพท์ ี่ ต้องการความละเอียดออ่ นของภาพ แกรมที่โรงพมิ พ์เลือกใช้ 100, 128, 130, 160
1. กระดาษ (PAPER) 2. กระดาษแบบไมเ่ คลือบผิว ซงึ่ จะไมเ่ หมาะที่จะนาไปพมิ พ์งานที่ตอ้ งการ ความละเอียดสูง ส่วนมากจะใชก้ บั งานพมิ พ์แบบ 1 สี - กระดาษปอนด์ หรือกระดาษวาดเขยี น เหมาะในการเขียนภาพระบายสี มีแบบ กระดาษปอนด์เรียบ เหมาะสาหรบั ใช้กับสีโปสเตอร์ และสีไม้ ทาให้ไมซ่ มึ ซับน้ามากและเรว็ เกินไป และกระดาษปอนด์ หยาบมคี ุณสมบตั ิดูดซึมนา้ อยา่ งรวดเรว็ เหมาะสาหรับใชก้ บั สนี า้ ภาพเขียนที่ ออกมาจะดูชุม่ นา้ กระดาษทีใ่ ช้ควรหลีกเลี่ยงความชื้น และการมว้ นกระดาษ ทาให้กระดาษเกดิ รอยยบั และแตกหักเสียหายได้มักใชส้ าหรับวาดภาพ มี หลายขนาด เร่มิ จาก 80 ปอนด์ ขน้ึ ไป
1. กระดาษ (PAPER)
2. ปากกา (PEN) ปากกาหมึกสาเรจ็ รปู เชน่ ปากกาเขียนแบบ ปากกามาร์กเกอร์ ปากกาปลายสกั หลาด และปากกา หัวไฟเบอร์ เปน็ ต้น แบบที่มีหมึกในตัว(Pigma) ทาจากโฟมหรือสกั หลาด และมีสาลีอดั แท่งเปน็ ไสห้ มึก ปากกาชนิดนี้ใช้ไม่คอ่ ยทน หมึกหมดก็ท้งิ ไม่นยิ มนามาเติมหมึก หรืออีกชนิดหนึ่ง คือ แบบทีห่ ัวเป็นโลหะ ไส้หมกึ เปน็ หลอดพลาสตกิ สามารถเตมิ หมกึ ได้ หวั ปากกามีความคงทน
2. ปากกา (PEN) แบบจ่มุ หมกึ (G-pen) เป็นปากกา ทีแ่ ยกหัวกบั ดา้ นออกจากกนั เวลา ใชต้ ้องเสียบหัวปากกาลงไปในดา้ ม แลว้ จ่มุ หมกึ
2. ปากกา (PEN) ปากกาเขยี นแบบ เป็นเครื่องมือทีใ่ ชส้ าหรับการขีด เขียนเส้นลงในกระดาษไข ลักษณะคลา้ ปากกาหมึกซมึ เส้นที่เขยี นจะไดค้ วามหนาของเส้นตามมาตรฐาน มีหลาย ขนาดตง้ั แต่ 0.10, 0.18, 0.25, 0.35, 0.5, 0.7, 1.0, 1.4 และ 2.0 มลิ ลเิ มตร สาหรบั งานเขียนแบบท่ัวไปจะ นยิ มใช้กลุ่มเสน้ 0.5 ซง่ึ จะใชป้ ากกาเขยี นแบบจานวน 3 ดา้ ม คือปากกาขนาด 0.5, 0.35 และ 0.25 มม.
2. ปากกา (PEN)
2. ปากกา (PEN)
2. ปากกา (PEN)
2. ปากกา (PEN) ใชใ้ นการตัดเสน้ และถมดา มที งั้ หมกึ กันนา้ และ ไม่กนั นา้ ถ้ามือเราเหงื่อออกเยอะกค็ วรใช้แบบ กนั น้า สว่ นหมกึ ไม่กนั นา้ จะมีความลืน่ เหมาะ กบั การตัดเส้นมากกวา่ แตก่ ต็ อ้ งระวังไม่ให้เลอะ เหมือนกันประเภทหมกึ ทีย่ มใชใ้ นการเขียน การ์ตูน หมกึ จีน หมกึ ไม่กันน้าใช้กบั พูก่ ันจีน ขอ้ ดีคือ ราคาถูก ขอ้ เสียคือหมึกซึมงา่ ยมาก
3. หมกึ ดา (INK) หมกึ เขียนพูก่ ันญ่ปี ุ่น หมึกไม่ กันน้า ข้อดีคือมีความลื่นเหมาะ สาหรบั ตัดเส้น ข้อเสียคือเวลาลบ เส้นร่างเส้นทีต่ ัดเส้นก็จะจางไป ด้วย
3. หมกึ ดา (INK) อนิ เดียอิงค์ หมกึ กันนา้ ใช้วาดเขียนทัว่ ไป ข้อดีคือหมกึ มีความข้นสูง ราคาถูก ขอ้ เสียคือแห้งเรว็ มาก ทาใหห้ มกึ ตดิ หวั ปากกาต้องหมั่นทาความสะอาด หวั ปากกาไมเ่ ชน่ นน้ั จะทาใหห้ ัวปากกาเสือ่ มเร็ว หมกึ เขียนพู่กันญ่ปี นุ่ หมึกไมก่ นั น้า ข้อดีคือมีความลืน่ เหมาะสาหรบั ตดั เส้น ขอ้ เสียคือเวลาลบเสน้ ร่างเสน้ ทีต่ ัดเสน้ กจ็ ะจางไปดว้ ย
4. พ่กู นั (IBRUSH) ใชถ้ มดาหรือใชก้ บั สีโปสเตอร์ขาวในการตกแตง่ ตน้ ฉบับ แต่กม็ ีบางคนนามาใช้ ในการตัดเสน้ ดว้ ย พู่กันแบ่งได้เปน็ 2 ชนดิ คือหวั กลมกับหวั แบน พู่กนั ที่ เหมาะสาหรับงานการต์ ูนคือพู่กันหวั กลม ขอ้ ควรจาในการใชพ้ ู่กันคือควรแยกพูก่ ันทีใ่ ชถ้ มดากับโปสเตอรข์ าวออกจากกัน เพราะหมกึ สีดาจะทาให้สีอื่นปนเปื้อนสี และหลงั ใชพ้ ู่กันเสรจ็ ควรทาความสะอาดทันที ไมแ่ ช่ ท้งิ ไวใ้ นภาชนะใสน่ ้า เพราะจะทาให้หวั พูก่ นั งอ
5. ดินสอ (PENCIL) ในการวาดการต์ ูนเราสามารถเลือกใช้ดนิ สอชนิดใดก็ได้ตามถนดั แต่ไสค้ วรไม่ แหลมเกนิ ไปควรเปน็ ดนิ สอไสอ้ อ่ น เพราะสามารถลบเส้นที่ไมต่ ้องการออกได้ งา่ ย ดนิ สอที่เหมาะใชร้ า่ งภาพการ์ตูน ได้แก่ B, 2B และ HB ไมค่ วรใช้ดนิ สอที่มี ไส้แขง็ เพราะเวลาวาดจะขดู กระดาษเป็นรอยลกึ ทาให้ลบยาก ดินสอที่ใช้ จะต้องเปน็ สีดา แตบ่ างกรณีจะมีการใชด้ ินสอสีฟ้าในการร่างรปู แทน เพราะ เวลาตีพมิ พ์สีฟ้าจะไมป่ รากฏขึ้น ทาใหไ้ ม่ต้องเสียเวลาลบเส้นรา่ ง
5. ดินสอ (PENCIL) ดินสอดาเปน็ เครื่องเขียนข้นั พ้นื ฐานอยา่ งหน่งึ ที่มไี สท้ าด้วยแกรไฟท์ ผสมดิน เหนียว ใชใ้ นการออกแบบทัว่ ๆ ไปแบ่งออกไดด้ ังนี้ - ดินสอชนดิ หุ้มดว้ ยไม้ ( Drafting Wood ) มีตงั้ แต่ไส้แข็งไปจนถงึ ไส้ออ่ น ไดแ้ ก่ HB B 2B 3B 4B 5B 6B และEE ตามลาดับ
5. ดินสอ (PENCIL) - ดนิ สอชนิดบรรจุไส้ ( Merchanical pencil ) ไสด้ ินสอมีหลายชนดิ มีทัง้ ชนดิ เหลาไส้ และไม่เหลาไสด้ นิ สอ ทง้ั 2 ชนิดนีแ้ บ่งออกเปน็ 3 กลมุ่ คือ 1. กล่มุ แข็ง ( Hard ) เหมาะกบั งานร่างภาพหรือร่างแบบ 2. กลมุ่ ออ่ นปานกลาง ( Medium ) เหมาะกบั งานร่างภาพแรเงา 3. กลุ่มออ่ น ( Soft ) เหมาะกบั งานแรเงาเนน้ นา้ หนกั ผวิ เนน้ เงาแก่ ( เข้ม)
5. ดนิ สอ (PENCIL)
5. ดนิ สอ (PENCIL)
5. ดนิ สอ (PENCIL) https://www.pinterest.com/pin/628463322989347809/ https://www.pinterest.com/pin/2814818504708520/
6. ยางลบ (ERASER) เปน็ วสั ดุทาด้วยยางหรือพลาสติก ส่วนใหญท่ าเป็นแทง่ มี 2 ประเภทคือ - ยางลบทาดว้ ยยาง ( Rubber ) ยางลบที่ทามาจาก “ยาง” ถือว่าเปน็ ชนดิ ที่ เปน็ จุดกาเนิดของยางลบ จะมีเนือ้ สมั ผสั ที่คอ่ นขา้ งแข็งกวา่ แบบแรก ทาให้ลบ แลว้ ขีย้ างลบไมค่ ่อยมี ชว่ ยยืดอายกุ ารใช้งานไดน้ านกว่า แตข่ ้อเสียคือลบยาก ตอ้ งออกแรงในการถูถงึ จะทาความสะอาดได้หมดจด นอกจากนี้หากโดน แสงแดดมาก ๆ ประสทิ ธิภาพอาจเสื่อมลง ดงั น้นั คนทีจ่ ะซื้อยางลบประเภทนี้ จงึ ควรเลือกขนาดทีก่ ะว่าใช้หมดไดใ้ นระยะเวลาไมน่ าน
6. ยางลบ (ERASER) - ยางลบทาดว้ ยพลาสติก ( Plastic ) ทามาจาก Vinyl chloride ถือเป็น ประเภทที่พบเห็นกนั ได้ง่ายแทบจะทกุ รา้ นเครือ่ งเขียน เพราะมีใหเ้ ลือก หลากหลายรนุ่ คณุ สมบัตเิ นือ้ น่ิมลบง่าย ขีย้ างลบจบั ตัวกันง่ายหรือแบบเนือ้ แข็งหนอ่ ยอย่างไรก็ตาม ข้อเสียของประเภทนี้ คือหมดเรว็ เพราะเนือ้ นิ่ม และ ดว้ ยความที่เป็นพลาสติกถ้าไมไ่ ดใ้ ชน้ าน เนือ้ ยางลบจะเหนียวตดิ ตามที่ต่าง ๆ ได้ การเกบ็ รกั ษาเม่อื ใชเ้ สรจ็ แล้ว ควรทาความสะอาดยางลบโดยถูกบั กระดาษที่ สะอาด แลว้ เกบ็ ใส่กล่องพรอ้ มกบั ดนิ สอ
7. ไมบ้ รรทดั (RULER) ใช้ช่วยในการตีเส้นต่างๆ ตอนเลือกซือ้ ควรเลือกแบบที่มยี กขอบ เพราะตอนตี เสน้ ด้วยปากกา หมึกจะไม่ไหลลงไปกองขา้ งล่าง และควรเลือกทีม่ ีหนว่ ยสเกล ชัดเจน หลังใช้เสรจ็ ควรหมัน่ ทาความสะอาด เพราะถ้ามันมีคราบสกปรกคราบ นัน้ จะเปือ้ นงานของเราให้สกปรกไปดว้ ย
8. สี (COLOR) ดินสอสี (CRAYON) ดินสอสี เรียกกนั อีกอย่างว่า สีไม้ มีลักษณะเป็นกึ่งโปรง่ แสง เปน็ สีผงละเอียด ผสมกับขีผ้ ึ้งหรือไขสตั ว์ นามาอัดใหเ้ ปน็ แทง่ อยูใ่ น ลกั ษณะของดินสอ เพือ่ ให้เหมาะสาหรบั เด็ก ๆ ใชง้ าน มีลกั ษณะคลา้ ยกบั สชี อล์ค แตเ่ ป็นสีทีม่ รี าคาถูก เนื่องจากมีส่วนผสม อืน่ ๆ ปะปนอยูม่ าก มีเนื้อ สีนอ้ ยกวา่ ปจั จบุ นั มีการพัฒนาให้สามารถละลายนา้ หรือนา้ มนั ได้ โดยเมื่อใช้ ดนิ สอสีระบายสีแลว้ นาพูก่ ันจมุ่ นา้ มาระบายตอ่ ทาให้มีลกั ษณะคลา้ ยกบั ภาพสี นา้ ( Aquarelle ) บางชนดิ สามารถละลายได้ในนา้ มนั ซง่ึ ทาใหก้ ันนา้ ได้
8. สี (COLOR) ข้อดีของสีไม้ 1. สามารถควบคุมพื้นทีใ่ นการระบาย ได้ดีกวา่ สีเทียน สีชอลค์ สีนา้ ประเภทตา่ งๆ 2. ไม่ต้องใชอ้ ุปกรณเ์ สรมิ ยงุ่ ยากเชน่ เดียว กับสีน้า 3. พกพาสะดวก 4. มคี วามเหมาะสมในการทางานในสานกั งาน และการ present อย่างรวดเร็ว 5. สามารถแกไ้ ขไดง้ ่าย ระบายเสริมได้งา่ ย ดีกวา่ สีหมึก และปากกาเมจกิ
8. สี (COLOR) เทคนคิ การระบายสีไม้ 1. เหลาปลายดนิ สอให้แหลม จะชว่ ยให้เป็น เส้น ควบคมุ การระบายได้ แสดง เอกลกั ษณ์ของสีไม้ 2. ระบายใหเ้ ปน็ เส้นไวก้ อ่ น ไม่ควรระบายสี ไมใ้ ห้เต็มเนื้อกระดาษต้ังแต่ครง้ั แรก ควร ระบายเปน็ สว่ นๆเพื่อแกไ้ ขความไม่ สมา่ เสมอของสีเดมิ จะช่วยใหภ้ าพมีมิติ แสงเงา และความสวยงามไดม้ ากยิ่งขึน้
8. สี (COLOR) เทคนคิ การระบายสีไม้ 3. การระบายสีให้สมา่ เสมอโดยระบายเปน็ พ้นื ทีเ่ ลก็ ๆ ในการระบายสีไม้ ปญั หาที่พบ มากทีส่ ุดคือ สีไม่สม่าเสมอ ควบคุมไดย้ าก วิธี แก้ปัญหาน้ี คือการพยายามระบายให้เป็นเส้น ส้นั ๆ ทีละน้อย
8. สี (COLOR) 4. การผสมสี ผสมสีโดยใชส้ ีทีแ่ ตกต่างกนั ระบายเปน็ เส้นให้เหลือเนื้อกระดาษสีขาว ไว้ สาหรับสีทีส่ องที่จะระบายลงไป เช่นสีน้าเงิน ระบายทบั ดว้ ยสีเหลือง จนไดส้ ีเขียว ที่มีมติ ิ มากกวา่ การระบายสีเขียวโดยตรงเพียงอย่างเดียวการระบายสี โดย ใชส้ ีทีอ่ อ่ นกวา่ หรือเข้ม กว่า ระบายทบั ในสว่ นที่แสดงแสงและเงา
8. สี (COLOR)
8. สี (COLOR)
8. สี (COLOR)
8. สี (COLOR) สีโปสเตอร์ (POSTER COLOUR ) เปน็ สีน้าชนดิ หนึง่ เนือ่ งจากมีนา้ เป็นส่วนผสม นยิ มบรรจขุ วด มีเนื้อสีขน้ คอ่ นขา้ งหยาบ และมีคณุ สมบตั ทิ ึบแสง เพราะเตมิ แป้ง หรือเนื้อสีขาวลงไป เรียกว่า\"สีแป้ง\" การเขียนภาพด้วยสีโปสเตอรเ์ ปน็ งานจิต กรรมที่เปน็ กระบวนการสืบเนื่องจากการวาดภาพแรเงา เชน่ เดียวกับการเขียน ด้วยสีน้า คือเปลีย่ นจากการใชด้ ินสอระบายน้าหนักลงบนรูปรา่ ง รูปทรงที่วาด มาเปน็ การใช้สีโปสเตอร์แทนสีโปสเตอรเ์ ป็นสีที่มีลกั ษณะขนุ่ ทบึ เนือ้ สีมีลักษณะ คลา้ ยแปง้ เมอ่ื จะใชใ้ นการระบายภาพวาดจะตอ้ งผสมนา้ กอ่ นการ เขยี นสีโปสเตอร์ สามารถระบายดว้ ยพูก่ นั ซา้ ๆทีเ่ ดมิ ได้
8. สี (COLOR) นอกจากการใชพ้ ูก่ นั เกลี่ยสซี า้ ทไ่ี ดแ้ ลว้ ยังนิยมผสมกับสีขาวเมือ่ ต้องการให้สี อ่อนลง และเมือ่ ตอ้ งการให้ความจดั ของสีหม่นลงหรือเมื่อต้องการใหส้ ีน้ันมืด เขม้ ข้ึน กผ็ สมด้วยสีดา การดูแลรกั ษา เนือ่ งจากสีโปสเตอรเ์ ปน็ สีที่ค่อนขา้ งแห้งเรว็ เมือ่ เลกิ ใชง้ าน แล้วควรจะพรมนา้ หรือ ฉีดนา้ ใส่ลงในขวดสีแลว้ ปดิ ฝา จะชว่ ยยืดอายกุ ารใช้ งานใหแ้ กส่ ีโปสเตอร์ หรือหากไมไ่ ดใ้ ชส้ ีโปสเตอรม์ าเป็นเวลานาน กส็ ามารถ นานา้ มาพรมเพ่อื ป้องกันการจบั ตัวแข็งเปน็ กอ้ น
8. สี (COLOR) สีโปสเตอร์ เมือ่ เปิดฝาสีโปสเตอร์จะเหน็ วา่ มีน้ามนั ฉาบอยู่ที่ผวิ ของสี โปสเตอร์ มวี ิธีใช้อยู่ 2 อย่างคือ 1. วิธีแรก เทนา้ มนั หล่อเลี้ยงสีดา้ นบนออกไป แลว้ จงึ นามาใชง้ าน 2. วธิ ีที่ 2 คือใหใ้ ชด้ า้ มพูก่ นั คนเนื้อสีและน้ามันหล่อเลีย้ งสีให้เป็นเนือ้ สีเดียวกัน แล้วจงึ นามาใช้งาน
8. สี (COLOR) ขอ้ ดีของสีโปสเตอร์ หาซือ้ งา่ ย มรี าคาถูก เดก็ นักเรียน นกั ศกึ ษามกั จะนยิ มมา สรา้ งสรรคเ์ ปน็ ผลงาน สีโปสเตอรม์ ีคณุ สมบัตแิ หง้ เร็ว แต่ชา้ กว่าสีอคริลคิ หรือสี นา้ พลาสตกิ สามารถพกั การเขยี นและนามาเขียนต่อได้ ทาความสะอาดงา่ ย เกบ็ รกั ษาไมย่ าก ใช้วิธีฉีดน้าหล่อเลีย้ งไวใ้ นขวดสีให้ชุ่มอยู่เสมอ ขอ้ เสียของสีโปสเตอร์ เนื้อสีไมท่ นทานเหมือนสีนา้ มัน และสีอครลิ ิคหากอยูใ่ นทีอ่ ับ ชืน้ เปน็ เวลานานอาจเปน็ เชือ้ ราได้ หรือเมือ่ เกิดการโดนนา้ หยด กจ็ ะทาใหด้ า่ ง เมือ่ เกบ็ เนือ้ สีไวเ้ ป็นเวลานานหรือโดนความร้อนบ่อยๆสีอาจแหง้ ได้ ไม่สามารถนามาใชง้ านไดอ้ ีก ข้อสาคญั ควรระวงั แมลงสาปกดั แทะชนิ้ งานดว้ ย
8. สี (COLOR) https://www.pinterest.com/pi n/348254983689374184/
8. สี (COLOR) https://www.pinterest.com/pi n/348254983689374184/
8. สี (COLOR) https://www.pinterest.com/pi n/348254983689374184/
8. สี (COLOR) สีน้า (WATER COLOUR) เปน็ สีชนิดหนงึ่ มีลกั ษณะโปรง่ ใสไม่ทบึ เหมือนกบั สี โปสเตอรห์ รือสีนา้ มัน สีนา้ เปน็ สีทีม่ ีเนือ้ ละเอียดมากสามารถละลายน้าไดด้ ี ลกั ษณะของสีนา้ ทีโ่ ปรง่ ใส สีนา้ ถา้ ระบายถูไปมาดว้ ยพูก่ ันซ้าหลายๆครง้ั จะ ทาให้สีช้า สกปรก กระดาษเป็นขุยดูไมใ่ สสวย
8. สี (COLOR) ชนิดของสีน้า สีนา้ ที่นิยมนามาใช้ในการเขียนภาพระบายสี คือ 1. สีน้าชนดิ บรรจุกลอ่ ง บางทกี ็เรียกสีกอ้ นหรือสีแห้งมีลกั ษณะเป็น ผงอัดแน่นเป็นกอ้ นแขง็ บรรจสุ ีลงในแต่ละชอ่ ง เวลาใช้ นาพกู่ ันจุ่มนา้ ละลาย สีตามต้องการ 2. สีนา้ ชนิดบรรจหุ ลอด มีหลายขนาด เนื้อสีมีลกั ษณะเหลว เวลาใช้ให้ บบี สีลงบนจานผสมสี แล้วใช้พูก่ นั จมุ่ น้าละลายสีให้เขม้ หรืออ่อนตามตอ้ งการ คุณสมบตั ทิ ั่วไปของสีน้า
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255