สารบัญ 1 ความเปน มาเครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณ 1กําเนดิ เครอ่ื งราชอสิ ริยาภรณใ นยุโรป 3 กาํ เนดิ เครื่องราชอิสรยิ าภรณในเอเชีย 4กาํ เนิดเครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณใ นไทย 16ประเภทเครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณไ ทยเคร่ืองราชอสิ ิรยาภรณสาํ หรับพระราชทานแกประมุขของรฐั 16 เครือ่ งราชอิสรยิ าภรณสําหรับบาํ เหน็จความชอบในราชการแผน ดนิ 17 22เคร่อื งราชอสิ รยิ าภรณส าํ หรบั พระราชทานเปน บาํ เหนจ็ ความชอบในพระองคพระมหากษัตริย 23 เหรียญราชอิสริยาภรณท ่นี บั เปนเคร่อื งราชอิสริยาภรณลกั ษณะเคร่ืองราชอสิ รยิ าภรณไ ทย 45 เครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณ 45 เหรียญราชอสิ สริยาภรณ 52หลกั เกณฑก ารขอพระราชทานเครอ่ื งราชอิสรยิ าภรณ 54คณุ สมบัติของขาราชการผูขอพระราชทานเครอื่ งราชอสิ ริยาภรณ 55 คุณสมบตั ขิ องลูกจา งประจาํ ผูขอพระราชทานเคร่ืองราชอิสรยิ าภรณ 59 60คุณสมบัติของพนกั งานราชการผขู อพระราชทานเครอื่ งราชอิสริยาภรณ เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
การแตง กาย เครอื่ งแบบ และการประดบั เครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณ 61หลกั เกณฑสาํ หรบั การแตง เครือ่ งแบบและการประดบั เครื่องราชอิสรยิ าภรณ 61 เคร่อื งแบบ 62 84ลาํ ดบั เกยี รติเครอื่ งราชอิสรยิ าภรณ 88 การประดบั เครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณ 93การประดับเครอ่ื งหมายเขม็ พระราชทาน 98อางอิงระเบียบสํานกั นายกรัฐมนตรวี า ดว ยการขอพระราชทานเครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณ 99อนั เปนทีเ่ ชดิ ชูยิ่งชางเผือกและเครอ่ื งราชอิสริยาภรณอ นั มเี กียรติยศยงิ่ มงกฎุ ไทยพ.ศ. 2536 145 172 ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษตั ริย ทรงเปนประมขุ ฉบับท่ี 33 187 188ระเบียบสํานักนายกรฐั มนตรีวา ดวยการขอพระราชทานเครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณ 190อนั เปนที่เชดิ ชูยง่ิ ชางเผอื กและเคร่อื งราชอิสริยาภรณอ นั มเี กียรติยศยิง่ มงกฎุ ไทย 193(ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2552 หนงั สอื สํานักงานปลัดกระทรวงการคลงั ที่ กค 0205.1/สบค.2215 ลงวนั ที่ 11 พฤษภาคม 2553หนังสอื สาํ นกั เลขาธกิ ารคณะรัฐมนตรี ท่ี นร 0508/ว(ท) 2640ลงวันที่ 6 พฤษภาคม 2553 หนังสอื สํานกั เลขาธกิ ารคณะรฐั มนตรี ที่ นร 0508/ว(ท) 4079 ลงวนั ท่ี 9 กรกฎาคม 2553หนังสือสาํ นักเลขาธกิ ารคณะรฐั มนตรี ที่ นร 0508/ว(ท) 2487ลงวนั ที่ 31 มนี าคม 2554เครื่องราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
หนงั สือสํานกั เลขาธกิ ารคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0508/ว(ท) 3301 194 ลงวันที่ 29 เมษายน 2554 195พระราชกฤษฎกี าการปรบั เงนิ เดือนขน้ั ต่ําขน้ั สูงของขาราชการพลเรือนสามญั 199 หนงั สอื สาํ นกั เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ท่ี นร 0508/ว(ท) 5387 200 ลงวนั ที่ 11 กรกฎาคม 2556 201หนังสอื สํานกั เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ท่ี นร 0508/ว(ท) 3428ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2555 202 หนังสือสาํ นักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ท่ี นร 0508/ว(ท) 1063 204 ลงวนั ท่ี 19 กมุ ภาพนั ธ 2557 206หนังสือสํานักเลขาธกิ ารคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0508/ว(ท) 1062 207ลงวนั ท่ี 19 กมุ ภาพันธ 2557 206 พระราชบญั ญตั เิ หรียญจักรมาลา และเหรยี ญจักรพรรดมิ าลา พทุ ธศกั ราช 2484 221หนงั สือสํานกั เลขาธกิ ารคณะรัฐมนตรี ท่ี นร 0508/ว(ท) 5480 229ลงวันที่ 15 กรกฎาคม 2556 238 250 พระราชบญั ญตั ิเครอื่ งแบบขาราชการฝา ยพลเรอื นพุทธศักราช 2478 252กฎสํานกั นายกรัฐมนตรี ฉบับท่ี 71 (พ.ศ. 2523) ออกตามความในพระราชบญั ญตั ิเคร่อื งแบบขา ราชการฝายพลเรอื นพทุ ธศักราช 2478 กฎสํานกั นายกรฐั มนตรี ฉบับท่ี 94 (พ.ศ. 2523) ออกตามความในพระราชบัญญตั ิ เครื่องแบบขาราชการฝายพลเรือนพทุ ธศกั ราช 2478ระเบยี บสาํ นักนายกรฐั มนตรี วา ดว ยเครือ่ งแบบลูกจางประจํา ระเบยี บสาํ นกั นายกรัฐมนตรี วาดวยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547ประกาศคณะกรรมการบริหารพนกั งานราชการ เรือ่ ง เครอ่ื งแบบพธิ กี ารของพนกั งานราชการพ.ศ. 2552 ระเบียบสาํ นักนายกรฐั มนตรี วา ดว ยการประดบั เครอ่ื งราชอิสรยิ าภรณไทย พ.ศ. 2541เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
หนงั สือสํานกั เลขาธกิ ารคณะรฐั มนตรี ท่ี นร 0508/ว 64 266ลงวันที่ 29 กมุ ภาพันธ 2555 269 271 หนงั สอื สํานกั เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0106/ว 1003 ลงวันท่ี 21 พฤษภาคม 2555หนงั สือสํานักเลขาธกิ ารคณะรฐั มนตรี ท่ี นร 0106/2137ลงวนั ท่ี 26 มนี าคม 2555เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
หรือท่ีเรียกกันเปนภาษาสามัญวา ตรา คือ ส่ิงที่ควาเครมอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณ เปนเคร่ืองหมายแสดงเกียรติยศและบําเหน็จ ความชอบ เปนของพระมหากษัตริยทรงสรางขึ้น สําหรับพระราชทานเปนบําเหน็จความชอบในราชการ ประเทศชาติ ศาสนา ประชาชน หรือสวนพระองค นอกจากน้ัน ยังหมายความรวมถึงเหรียญท่ีระลึกที่ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหสรางในโอกาสตาง ๆเปนเพ่อื ใหบคุ คลท่วั ไปใชป ระดบั ไดอยา งเครื่องราชอสิ รยิ าภรณมา เคร่ืองราชอิสริยาภรณในปจจุบัน เปนเคร่ืองหมายประดับเสื้อซึ่งนิยมกันทั่วไป แมประเทศซึ่งไมมี พระมหากษัตริยทรงเปนประมุขก็นิยมใช โดยถือวาเปนสิ่งสงเสริมเกียรติของบุคคลผูมีผลงานดีเดน ตอ สว นรวมใหเ ปน แบบอยางทค่ี วรยึดถอื มใิ ชเปน เครื่องหมายแบงแยกชนชั้นแตอ ยางใด กําเนดิ เครื่องราชอสิ รยิ าภรณใ นยโุ รป การแสดงความสําคัญของบุคคลในแตละประเทศมีลักษณะแตกตางกัน ขึ้นอยูกับวัฒนธรรม ประเพณี ศาสนา เชน ชาวตะวันออกจะแสดงความสําคัญของบุคคลจากเคร่ืองใชสวนตัว อาวุธ และพาหนะ แตชาวยุโรปจะแสดงความสําคัญที่เส้ือ ซ่ึงเปน การพัฒนามาจากการแตงกายของอัศวิน ท่ีตองสวม เส้ือเกราะที่ทําดวยโลหะทั้งตัว รวมถึงใบหนาและศีรษะ จึงไมสามารถบอกไดวาเปนผูใด ดังน้ัน อัศวินจึงนิยมใสเสื้อกั๊ก ป ก ต ร า ป ร ะ จํ า ต ร ะ กู ล ห รื อ สั ญ ลั ก ษ ณ ป ร ะ จํ า ตั ว เมื่อสงครามครูเสดเกิดขึ้นคร้ังแรก พ.ศ. 1638 (ค.ศ. 1095) ชาวคริสตแยงชิงดินแดนปาเลสไตนที่ถือวาเปนถิ่นกําเนิด ของพระเยซูใหรอดพนจากการครอบครองของชาวมุสลิม บรรดากษัตริยและผูมียศศักดิ์ทั้งหลายในยุโรป ไดพากัน รับอาสาไปเปนทหารครูเสดกันหลายประเทศ ซ่ึงแตละคณะ มีเคร่ืองหมายของตนเองแตกตางกัน พระสันตะปาปาจึงคิดทําเคร่ืองหมายใหแกบรรดาอัศวินนักรบ ผมู คี วามกลา หาญเหลา น้นั ดว ยการใชส ัญลกั ษณเ ครอื่ งหมาย “กางเขน” เพอื่ แสดงถงึ ความเปน พวก ฝาย หรือคณะเดียวกัน ใหปรากฏการณเกิดสงครามนี้นับเปนคร้ังแรกที่ทหารไดทํางานรวมกับพระ พวกอัศวินเล่ือมใสในการทํางานของพระ ซึ่งนอกจากปฏิบัติตนทางศาสนาแลว ยังอุทิศตนทําประโยชน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
ใหแกสังคม เชน สงเคราะหผูเจ็บปวย ดังนั้น ยามวางจากการรบพวกอัศวินจึงเขาไปชวยพระทํางานดา นสังคมสงเคราะห พระในสมัยน้ันแบงคณะไปตามความนิยมในการถือศีลและพันธกรณีตอสังคม ตางเรียกช่ือคณะของตนตามชื่อนักบุญที่คณะเล่ือมใส และเรียก คณะของตนวา “Order”บ า ง ส ม ร ภู มิ ท่ี ต้ั ง ข อ ง ห น ว ย ท ห า ร มิ ไ ด อ ยู ใ ก ล กั บ วั ดแตพวกอัศวินยังประสงคจะทํางานสังคมสงเคราะหโดยลําพัง จึงต้ังคณะทํางานเรียกวา Order เชนเดียวกับ ของพระ จึงเกิด Order ของพระ และ Orderของอัศวินท่ีทํางานสังคมสงเคราะหขึ้น สําหรับ Orderของอัศวิน ผูท่ีทํางานก็คือ Knight และทหารชั้นรองลงมาตลอดจนเจาหนาที่ซ่ึงเปน พลเรือน เมื่อสงครามครูเสดคร้ังตอ ๆ มามีผูเขารวมรบมากขึ้น ดังนั้น เคร่ืองหมายกางเขนจึงเปนท่ีแพรหลายและเปนความหมายของสากลวา หมายถงึ ความกลา หาญในสงครามและไดพฒั นามาเปน เหรยี ญกลา หาญของหลายชาติ หลังสงครามศาสนาเสร็จส้ินไปแลว พ.ศ. ๑๘๓๔ (ค.ศ. ๑๒๙๑) คณะอัศวินซึ่งสวนมากมีพระเจาแผนดินเปนผูนําไดเลิกทําสงครามและรวมตัวกันอยูในประเทศของตนเอง ไดเปล่ียนมาเปนขาราชบริพารผูจงรักภักดีตอพระมหากษัตริยและประเทศชาติ ซ่ึงเครื่องหมายตาง ๆ ของอัศวินแตแรกเปนรูปกางเขน ภายหลังประดิษฐตกแตงใหงดงามแตกตางตามยศชั้น ดังน้ันตอมาเคร่ืองหมายแสดงตาํ แหนง หรอื บาํ เหนจ็ ความชอบ ความกลา หาญ จงึ เปน สงิ่ ซ่ึงไดรับพระราชทานจากพระเจาแผนดิน เครื่องหมายเหลาน้ีไดกลายมาเปนเคร่ืองราชอิสริยาภรณ เพราะไดรับพระราชทานจากพระเจาแผนดินดังนั้น คําวา Order จึงมีความหมายอีกอยางหนึ่งวา “ตระกูล”ของเคร่ืองราชอิสรยิ าภรณ เครื่องราชอิสริยาภรณของชาวยุโรปมีกําเนิดมาเปนเวลาชานานในประเทศตาง ๆ เชน ประเทศโปรตุเกส สรางขึ้นเพือ่ เปนบําเหน็จความกลาหาญในการทําสงครามระหวางชาวโปรตุเกสกับผูนับถือศาสนาอิสลามผูรุกรานประเทศ เคร่ืองราชอิสริยาภรณของโปรตุเกสชื่อ The Order of Aviz นับเปนเครื่องราชอิสริยาภรณที่เกาแกที่สุดของยุโรป สรางสมัยพุทธศตวรรษท่ี ๑๗ ตรงกับ พ.ศ. ๑๖๘๓ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
(ค.ศ. ๑๑๔๐) ซ่ึงเปนชวงระยะกอนการสรางกรุงสุโขทัย เปนราชธานี นอกจากน้ีโปรตุเกสยังมีเคร่ืองราชอิสริยาภรณ ชื่ อ The order of the Tower and the Sword และเคร่ืองราชอิสริยาภรณช่ือ The Order of Christ ซ่ึงสรางในพุทธศตวรรษท่ี 19 หรือในประเทศเดนมารกไ ด ใ ช รู ป ช า ง เ ป น เ ค รื่ อ ง ห ม า ย ข อ งเ ค ร่ื อ ง ร า ช อิ ส ริ ย า ภ ร ณ ใ น พ .ศ . ๒ ๐ ๕ ๑(ค.ศ. ๑๕๐๘) ซึ่งตรงกับสมัยพระรามาธิบดีท่ี ๒ แหงกรุงศรีอยุธยา ถือเปนเคร่ืองราชอิสริยาภรณช้ันสูงสุดมีชน้ั เดยี ว คอื The Order of the Elephant การใชเคร่ืองราชอิสริยาภรณตามแบบอยางประเทศตะวันตกนั้น เกิดขึ้นในประเทศไทยเปน ประเทศแรกในเอเชยี ตอ จากนนั้ ประเทศญ่ปี ุนและประเทศจนี จงึ ไดค ิดคน เครื่องราชอิสริยาภรณข้ึน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
กาํ เนดิ เครื่องราชอสิ รยิ าภรณใ นไทย ความเปนมาของเคร่ืองราชอิสริยาภรณไทย ตามหนังสือตํานานเคร่ืองราชอิสริยาภรณสยาม ในนิพนธของสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ กรมพระยาดํารงราชานุภาพ แบงออกเปน ๓ สมัย ไดแก สมัยกอน พ.ศ. ๒๔๐๐ สมัยหลัง พ.ศ. ๒๔๐๐ ถึง พ.ศ. ๒๔๘๔ และสมัยหลัง พ.ศ. ๒๔๘๔ ถึงปจจุบัน แตสําหรับกรณีน้ีจะขอกลาวถึงโดยแบงออกเปน 2 ชวงเวลา คือ สมัยกอน พ.ศ. ๒๔๐๐ และสมัย หลัง พ.ศ. ๒๔๐๐ ถึงปจจุบัน เนื่องจากเครื่องราชอิสริยาภรณอันเปนที่เชิดชูย่ิงชางเผือก เครื่องราชอิสริยาภรณอันมีเกียรติยศย่ิงมงกุฎไทย เคร่ืองราชอิสริยาภรณอันเปนที่สรรเสริญย่ิงดิเรกคุณาภรณ และเหรียญอิสริยาภรณสําหรับพระราชทานเปนบําเหน็จความชอบในราชการ - เหรียญจักรพรรดิมาลา ถือกําเนิดขึ้นระหวางชวงเวลาดังกลาวอยางตอเนื่อง โดยไดมีการเปล่ียนแปลงและปรับปรุงตามลําดับเวลา กลา วคอื เครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณไ ทยสมยั กอ น พ.ศ. ๒๔๐๐ นับเปนเวลาหลายศตวรรษมาแลวที่ประเทศไทยไดมีเครื่องหมายแสดงเกียรติยศและบําเหน็จ ความชอบที่เรียกกันวา เคร่ืองยศ ซึ่งพระมหากษัตริยทรงสรางข้ึนสําหรับพระราชทานแกพระบรมวงศานุวงศ เจานาย ขุนนางท่ีไววางพระราชหฤทัยใหปฏิบัติพระราชภารกิจตางพระเนตรพระกรรณ เมื่อไดรับแตงต้ัง ใหดํารงตําแหนงใดหรือเม่ือกระทําความดีความชอบในทางราชการหรือสวนพระองค เคร่ืองยศนี้จะเปน สงิ่ สาํ คัญแสดงตาํ แหนง ท่ลี าํ ดบั ยศศกั ดิ์ของบุคคลเหลา น้นั ไดแก แหวน สงั วาล ลูกประคาํ ทอง พานหมาก ทองคํา กานํ้าทองคํา โตะทองคํา ดาบฝกทอง ฉัตรเคร่ืองสูง ยานพาหนะ เครื่องนุงหม หมวก เปนตน ผูไดรับพระราชทานจะแตงและนําเครื่องยศเขาไปใช ในงานสําคัญ ๆ ตอหนาพระท่ีน่ังได เชน งานออกมหาสมาคม ท้ังนี้ เคร่ืองแสดงเกียรติยศ และบําเหน็จความชอบทั้งหลายใชสําหรับประดับ กับตัวหรือนําพาไปเคียงขางตัว ไมใชประดับกับเส้ือ อยางในปจจุบัน อยางไรก็ตามจากหลักฐาน ทางประวัติศาสตรและโบราณคดี ในบรรดา เคร่ืองยศ ซ่ึงไดแก สายพระสังวาลและแหวนทองคํา เปนตนเคาหรือหลักเกณฑที่มาแหงพัฒนาการของ เ ค ร่ื อ ง ร า ช อิ ส ริ ย า ภ ร ณ แ ล ะ ก า ร พ ร ะ ร า ช ท า น เครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณข องพระมหากษัตริย เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
ในสมัยกรุงศรีอยุธยาไดมีเครื่องราชูปโภคสําหรับพระพิชัยสงครามอยางหน่ึง เรียกวาพระสังวาลพระนพ เปน สายพระสงั วาล ใชส วมเฉยี งพระอังสาซา ยหรือขวา มลี กั ษณะเปนสรอ ยออนทาํ ดวยทองคําลวนเรียงกัน ๓ สาย สายหนึ่งยาวประมาณ ๑๒๔ เซนติเมตร มีดอกประจํายามทําดวยทองคําประดับนพรัตนหนึ่งดอก เม่ือมีการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเสด็จขึ้นประทับพระท่ีน่ังภัทรบิฐ(พระท่ีนั่งสําหรับพระมหากษัตริย เสด็จข้ึนประทับทรงรับเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ เครื่องบรมราชูปโภคอันเปนโบราณมงคล พระแสงอัษฎาวุธ และพระแสงราชศาสตราวุธในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก) พราหมณจะทูลเกลาฯ ถวาย พ ร ะ สั ง ว า ล นี้ สํ า ห รั บ พ ร ะ ม ห า ก ษั ต ริ ย ท ร ง ส ว ม พ ร ะ อ ง ค ก อ น ที่ จ ะ ท ร ง รั บ เ ค รื่ อ ง อิ ส ริ ย ย ศ อ่ื น ๆ เปนราชประเพณีสืบมาจนถึงพระสังวาลพระนพ ปจจุบันเคร่อื งราชอสิ รยิ าภรณไ ทยสมัยหลงั พ.ศ. ๒๔๐๐ ถงึ ปจ จุบนั1. รชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา เจา อยหู วั (พ.ศ. ๒๔๐๐ - พ.ศ. ๒๔๑๑)พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว (รัชกาลที่ ๔) ทรงเขาพระทัยเก่ียวกับวัฒนธรรมของชาวตะวันตกอยางลึกซึ้ง เม่ือไดทรงทราบวาพระมหากษัตริยของชาวยุโรปมีประเพณีการประดับเครื่องหมายแสดงพระเกียรติยศที่ฉลองพระองคพ ร ะ อ ง ค จึ ง ท ร ง มี พ ร ะ ร า ช ดํ า ริ ที่ จ ะ ท ร ง ส ร า งเคร่ืองหมายแบบตะวันตกจากรูปแบบของส่ิงท่ีเปนมงคลด้ังเดิมของไทย เชน พลอย ๙ ชนิด หรือนพรัตน และจากแบบอยางของตราประทับหนังสือราชการ ซงึ่ แสดงถึงเครอื่ งหมายแทนพระองคพระมหากษัตริย เชน ดวงตราไอราพตด า ร า ไ อ ร า พ ต เ ป น ด า ร า ด ว ง แ ร กซ่ึ ง พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ พ ร ะ จ อ ม เ ก ล า เ จ า อ ยู หั ว ดวงตราไอราพตทรงสรางขึ้นสําหรับเปนเคร่ืองทรงของพระมหากษัตริย เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
โดยทรงนําแบบอยางมาจากลวดลายของตรา อันหมายถึง องคพระมหากษัตริย ซ่ึงเรียกวาพระราชลญั จกร ไอราพตเปน รปู ชา ง ๓ เศียร มีฉัตรเครอ่ื งสูงขา งละ ๒ คนั ประกอบอยทู างดา นซายและขวา ดาราไอราพต (เคร่ืองตน )ดาราไอราพต (องคร อง) ต อ ม า ท ร ง พ ร ะ ก รุ ณ า โ ป ร ด เ ก ล า ฯ ใ ห ส ร า งเครื่องราชอิสริยาภรณหรือเครื่องประดับสําหรับยศอื่น ๆเปนลําดับมา เชน ดารานพรัตน – ใชประดับท่ีเส้ือแ ส ด ง ย ศ อ ย า ง สู ง สํ า ห รั บฉลองพระองค เปนเคร่ืองตนและพระราชทาน ดารานพรัตน พระบรมวงศานุวงศ ดาราชางเผือก – ซึ่งเปน เครื่องหมายหมายถึงแผนดิน ดาราชา งเผอื ก สยาม ดาราตราตําแหนง - สําหรับ ขาราชการชั้นผูใหญท่ีมีตําแหนงสําคัญ เชน ตําแหนงดาราตราราชสีห พระสมุหพระกลาโหม (ดาราตราราชสหี ) เปน ตน เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
เคร่ืองหมายดังกลาวน้ี ภาษาสากลเรียกวา Star พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวทรงบัญญัติศัพทวา “ดารา” และยังคงใชคํานี้ในการเรียกดารา ซึ่งเปนสวนประกอบของเครือ่ งราชอสิ ริยาภรณไทยสําหรับชนั้ ท่ี ๒ ข้ึนไปจนถงึ ช้ันสายสะพายมาจนถึงปจ จบุ ัน2. รัชสมยั พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา เจา อยูหวั (พ.ศ. ๒๔๑๑ - พ.ศ. ๒๔๕๓), รัชสมยั พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูห วั (พ.ศ. ๒๔๕๓ - พ.ศ. ๒๔๖๘), รชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา เจาอยหู ัว (พ.ศ. ๒๔๖๘ - พ.ศ. ๒๔๗๗), รัชสมัยพระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรมหาอานันทมหดิ ล (พ.ศ.๒๔๗๗ - พ.ศ. ๒๔๘๙), รชั สมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช (พ.ศ. ๒๔๘๙ – ปจจุบัน), พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหสราง ปรับปรุงและเพิ่มเติมดารา ตราตําแหนง และเครื่องประดับสําหรับยศ ซ่ึงใหเรียกวา “เครื่องราชอิสริยยศ”และตอมาเปลี่ยนเรียกวา “เครื่องราชอิสริยาภรณ” มาจนถึงปจจุบัน คร้ังน้ันเครื่องราชอิสริยาภรณอันเปนท่ีเชิดชูยิ่งชางเผือก หรือเดิมเรียกวา “เครื่องราชอิสริยยศชางเผือกสยาม” ยังรวมอยูกับเครื่องราชอิสริยาภรณอันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย (เครื่องราชอิสริยยศมงกุฎสยาม) จึงทรงมีพระราชดําริใหรวบรวมเครื่องราชอิสริยาภรณแตละตระกูลท่ีกระจัดกระจายปะปนกันจัดใหเปนหมวดหมูและแกไขใหสมบูรณข้ึน แลวตราเปนพระราชบัญญัติเฉพาะแตละตระกูล นอกจากน้ีไดทรงสถาปนาเหรียญจักรพรรดิมาลาข้ึนในป พ.ศ. ๒๔๓๘ โดยมรี ายละเอียด ดงั น้ี ก. เคร่ืองราชอิสริยาภรณอ ันเปนท่เี ชดิ ชยู ่ิงชางเผือก (The Most Exalted Order of the White Elephant) พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวทรงพระราชดําริใหสรางดาราชางเผือกข้ึนกอน ตอมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหแกไขดาราชางเผือกดังกลาวโดยเปลี่ยนขอบดาราจากรัศมี ๑๖ แฉก มาเปนรัศมีกลีบดอกบัว และเปล่ียนรูปพระมหามงกุฎมาเปนรูปพระจุลมงกุฎ รวมท้ังไดทรงสรางสายสะพายประกอบดาราชางเผือก เรียกวา “เคร่ืองราชอิสริยยศความชอบอยางสงู สุดชางเผือกสยาม” โดยลําดบั ดงั น้ี ป ชน้ั ตรา พ.ศ. ๒๔๑๒ มหาวราภรณ < จุลวราภรณ < นภิ าภรณ < ภูษนาภรณ พ.ศ. ๒๔๑๖ มหาวราภรณ < จุลวราภรณ < นภิ าภรณ < ภูษนาภรณ < ทิพยาภรณ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
มหาวราภรณ จลุ วราภรณนภิ าภรณ ภษู นาภรณ จลุ วราภรณ พ.ศ. ๒๔๑๖มหาวราภรณ พ.ศ. ๒๔๑๖ เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
ภษู นาภรณ พ.ศ. ๒๔๑๖ นภิ าภรณ พ.ศ. ๒๔๑๖ทพิ ยาภรณ พ.ศ. ๒๔๑๖ จลุ วราภรณ พ.ศ. ๒๔๓๒ พ .ศ . ๒ ๔ ๓ ๒ โ ป ร ด เ ก ล า ฯ ใ ห มี ป ร ะ ก า ศ พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ เ ค รื่ อ ง ร า ช อิ ส ริ ย า ภ ร ณแกไขเพิ่มเติม โดย ๑) เปล่ียนชื่อจาก “เครื่องราชอิสริยยศความชอบอยางสูงสุดชางเผือก”เปน “เคร่ืองราชอิสริยาภรณอันเปนท่ีเชิดชูย่ิงชางเผือก” ๒) เปล่ียนหลักการพระราชทานซ่ึงแตกอนพระราชทานใหเปนสิทธิ์ เปนพระราชทานใหประดับเปนเกียรติ เมื่อผูรับพระราชทานวายชนมทายาทตองสงคืน และ ๓) สําหรับกรณีไดรับพระราชทานเลื่อนช้ันสูงขึ้น ก็ใหสงดวงตราช้ันตํ่ากวาคืนสาํ หรับ “หนงั สอื คําประกาศสําหรบั ดวงตรา” ใหเ รียกวา “ประกาศนียบตั ร” พ.ศ. ๒๔๔๕ ไดทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหสรางเหรียญทองชางเผือก (ร.ท.ช.)และเหรียญเงินชางเผือก (ร.ท.ง) สําหรับพระราชทานแกขาราชการพลเรือนที่ไมมีสัญญาบัตรเชน มหาดเล็ก นายเวร เสมียน และผูมีบรรดาศักด์ิระดับขุน หมื่น และขาราชการทหารช้ันตํ่ากวา เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
สัญญาบัตร รวมท้ังกํานัน ผูใหญบานในหัวเมือง ท่ีทรงพระราชดําริเห็นสมควรโดยไมมีประกาศนียบัตรดังนน้ั นับแต พ.ศ. ๒๔๔๕ เปนตนมาเครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณชางเผือกจงึ มี ๗ ชนั้ พ.ศ. ๒๔๕๒ ไดทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหตราพระราชบัญญัติเคร่ืองราชอิสริยาภรณชางเผือก ร .ศ . ๑ ๒ ๘ ขึ้ น ใ ห ม เ พื่ อ เ ป ลี่ ย น รู ป แ บ บ ข อ ง เ ค รื่ อ ง ร า ช อิ ส ริ ย า ภ ร ณ แ ล ะ แ ก ไ ข ลํ า ดั บ ช้ั น เ ค ร่ื อ ง ร า ช อิ ส ริ ย า ภ ร ณ ใ ห บ ริ บู ร ณ ง ด ง า ม ขึ้ น เ ช น เ พิ่ ม ช้ั น สู ง สุ ด โ ด ย ใ ห มี ชื่ อ ว า มหาปรมาภรณชางเผือก โดยกําหนดรูปลักษณะ ทใ่ี ชอ ยูจนปจ จบุ นั ฯลฯมหาปรมาภรณ พ.ศ. ๒๔๕๒ ส มั ย พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ พ ร ะ ม ง กุ ฎ เ ก ล า เ จ า อ ยู หั ว ท ร ง พ ร ะ ก รุ ณ า โ ป ร ด เ ก ล า ฯ ใ ห ป รั บ ป รุ ง แ พ ร แ ถ บของเครื่องราชอิสริยาภรณชางเผือก ชั้นสูงสุดมหาปรมาภรณชางเผือก โดยเพิ่มขอบสีสายสะพายและเพิ่มขนาดร้ิวสีท่ีขอบสายสะพายของชั้นท่ี ๑ มหาวราภรณ และใหตราพระราชกําหนดช้ันยศเสนอความชอบสําหรบั พระราชทานเครื่องราชฯ เพ่ือกาํ หนดหลกั เกณฑก ารขอพระราชทานฯ ตง้ั แตช ้ันท่ี ๕จนถงึ ชนั้ ที่ ๒ สาํ หรับพระราชทานแกข า ราชการพลเรอื น โดยเทียบช้ันยศกับฝายทหารดว ย พ.ศ. ๒๔๖๑ โปรดเกลา ฯ ใหแ กนามบัญญัติ โดยเรยี งตามลําดบั ชนั้ ดงั นี้ช้นั สูงสดุ มหาปรมาภรณชา งเผอื ก ม.ป.ช. ชอ่ื เดิม -ชน้ั ที่ ๑ ประถมาภรณชางเผอื ก (ป.ช.) ช่อื เดิม มหาวราภรณชนั้ ท่ี ๒ ทวตี ิยาภรณชางเผอื ก (ท.ช.) ชื่อเดมิ จลุ วราภรณชนั้ ที่ ๓ ตริตาภรณช างเผือก (ต.ช.) ช่ือเดมิ นิภาภรณช้ันที่ ๔ จตั ุรถาภรณช างเผือก (จ.ช.) ชอ่ื เดมิ ภูษนาภรณชนั้ ที่ ๕ เบญจมาภรณชางเผอื ก (บ.ช.) ชือ่ เดมิ ทิพยาภรณชัน้ ที่ ๖ เหรียญทองชางเผือก (ร.ท.ช.) ชอื่ เดิม -ช้นั ที่ ๗ เหรียญเงินชางเผอื ก (ร.ง.ช.) ชอ่ื เดิม - พ.ศ. ๒๔๖๖ โปรดเกลาฯ ใหแกไขการประดับสายสะพายเคร่ืองราชอิสริยาภรณมหาปรมาภรณช า งเผอื ก ซง่ึ เดิมสะพายบาขวาเฉยี งลงทางซา ย ใหเ ปล่ียนเปน สะพายบา ซายเฉยี งลงขวา เครื่องราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
สมัยพระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ใน พ.ศ. ๒๔๘๔ ไดมีประกาศพระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณอันเปนท่ีเชิดชูย่ิงชางเผือก ซึ่งเปนฉบับที่ยังคงใชอยูในปจจุบัน โดยมีรายละเอียดดงั นี้ ๑. พระราชทานแกผูกระทําความดีความชอบเปนประโยชนแกราชการหรือสาธารณชนตามท่ีทรงพระราชดาํ ริเหน็ สมควร ๒. เจานายหรอื ผมู เี กยี รติของตางประเทศ อาจไดรบั พระราชทานฯ ๓. การแบง ชั้น การเรยี กชอ่ื และรปู ลกั ษณะของเคร่ืองราชฯ เปน ไปตามพระราชบญั ญัติฉบับกอ น และใหยกเลกิ เฉพาะสงั วาลสําหรับเครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณนี้ ๔. กําหนดใหม เี ครอ่ื งราชฯ สาํ หรบั พระราชทานแกส ตรีขนึ้ ดวย ๕. ผไู ดรับพระราชทานเครื่องราชฯ ตั้งแตชัน้ เบญจมาภรณขนึ้ ไป ใหไ ดร ับพระราชทานประกาศนียบัตรทรงลงพระปรมาภิไธยประทบั พระราชลญั จกรเปน สําคัญดว ยข. เครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณอนั เปนเกียรตยิ ศย่ิงมงกฎุ ไทย(The Most Noble Order of the Crown of Thailand) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหสรางขึ้นสําหรับพระราชทานผูมีความชอบในราชการแผนดิน เม่ือแรกสรางมีเพียง ๓ ช้ัน และรวมอยูกับตราชางเผือกตอ มา ป พ.ศ. ๒๔๑๖ ไดต ราเปน พระราชบญั ญัติขึน้ ตางหากรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว ไดทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหสรางเครื่องราชอิสริยาภรณอันเปนเกียรติยศย่ิงมงกุฎไทย ซึ่งเดิมมีช่ือวา “เคร่ืองราชอิสริยยศความชอบอยางสูงสุดมงกุฎสยาม” ขึ้น เมื่อจุลศักราช ๑๒๓๑ (พ.ศ. ๒๔๑๒) โดยจัดแบงออกเปน ๑) มหาสุราภรณ๒) จุลสุราภรณ ๓) ภัทราภรณ ตอมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๖ ไดจัดแบงเปน ๕ชั้น ไดแก ช้ันท่ี ๑ มหาสุราภรณ (ม.ส.ม.) ช้ันท่ี ๒ จุลสุราภรณ (จ.ม.)ชนั้ ที่ ๓ มณั ฑนาภรณ (ม.ม.) ช้นั ท่ี ๔ ภทั ราภรณ (ภ.ม.) และชั้นท่ี ๕ วิจิตราภรณ (ว.ม.)จลุ สรุ าภรณ (จ.ม.) มหาสรุ าภรณ (ม.ส.ม.) เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
มณั ฑนาภรณ (ม.ม.) ภทั ราภรณ (ภ.ม.) วจิ ติ ราภรณ (ว.ม.) จลุ สรุ าภรณ พ.ศ. ๒๔๓๒ พ.ศ. ๒๔๓๒ ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหมีประกาศพระราชบญั ญัติเครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณเพม่ิ เติม ดงั น้ี ๑ ) เ ป ลี่ ย น ชื่ อ จ า ก “เ ค ร่ื อ ง ร า ช อิ ส ริ ย ย ศ ค ว า ม ช อ บ อ ย า ง สู ง สุ ด ม ง กุ ฎ ส ย า ม ”เปน “เครือ่ งราชอิสรยิ าภรณอ ันมีเกียรตยิ ศยิ่งมงกฎุ สยาม” ๒) เปลยี่ นหลักการพระราชทาน ซ่ึงแตเดมิ พระราชทานเปน สิทธิ เปน พระราชทานใหป ระดับเปน เกยี รตยิ ศ เม่ือผรู บั พระราชทานวายชนม ทายาทตอ งสง คืน พ.ศ. ๒๔๔๕ ไดทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหสรางเหรียญของเครื่องราชอิสริยาภรณตระกูลน้ีอีก ๒ ชนดิ เรยี กวา “เหรยี ญทองมงกุฎสยาม” อักษรยอวา ร.ท.ม. และ “เหรียญเงนิ มงกุฎสยาม” อักษรยอวา ร.ง.ม. สําหรับพระราชทานแกขาราชการพลเรือนท่ีไมมีสัญญาบัตร เชน มหาดเล็ก นายเวรเสมียนและผูมีบรรดาศักด์ิระดับขุน หม่ืน และขาราชการทหารช้ันตํ่ากวาสัญญาบัตร รวมท้ังกํานัน ผูใหญบานในหวั เมือง ท่ที รงพระราชดํารเิ หน็ สมควรโดยไมม ีประกาศนียบัตร เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
พ.ศ. ๒๔๕๒ ไดมีการเปลี่ยนแปลงท่ีสําคัญ คือ การแกไขรูปลักษณของเคร่ืองราชอิสริยาภรณท้ัง ๗ ชั้นใหม กลาวคือ ดานหนาของดวงตราแฉกกลีบบัวเปลี่ยนเปนกระจังเงินใหญสี่ทิศ มีรัศมีทองสับหวางอยูโดยรอบ ตอนกลางซึ่งเคยมีรูปพระจุลมงกุฎอยูบนพานรอง เปลี่ยนเปนรูปพระมหามงกุฎในลายหวานลอม เบื้องบนเคยเปนก่ิงใบไมทอง ๓ ใบ ติดหวงหอยแพรแถบ เปล่ียนเปนพระจุฬาลงกรณ(พระจลุ มงกฎุ ) สวนดาราก็เปลย่ี นรูปรางอยางดวงตรา แตไ มมีพระจุฬาลงกรณอยูเ บือ้ งบน ซ่ึงรปู ลักษณะนี้เปนรูปลกั ษณะเครือ่ งราชอิสรยิ าภรณท ี่พระราชทานสบื เนื่องกนั มาจนถงึ ปจจบุ ัน รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว เม่ือ พ.ศ. ๒๔๖๑ ไดทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯใหเพิ่มเติมเคร่ืองราชอิสริยาภรณช้ันสูงสุด โดยใหเรียกวา “เคร่ืองราชอิสริยาภรณอันมีเกียรติยศยิ่งมหาวชริ มงกุฎ” อกั ษรยอวา ม.ว.ม. และใหเ ปลี่ยนนามบัญญัติ ดงั นี้ชน้ั ที่ ๑ ประถมาภรณม งกฎุ สยาม (ป.ม.) ช่อื เดมิ มหาสุราภรณชน้ั ท่ี ๒ ทวตี ิยาภรณมงกุฎสยาม (ท.ม.) ชื่อเดิม จลุ สุราภรณช้ันท่ี ๓ ตริตาภรณมงกฎุ สยาม (ต.ม.) ช่อื เดมิ มัณฑนาภรณช้ันท่ี ๔ จตั รุ ถาภรณม งกฎุ สยาม (จ.ม.) ช่อื เดมิ ภทั ราภรณช้ันที่ ๕ เบญจมาภรณม งกุฎสยาม (บ.ม.) ชื่อเดมิ ทิพยาภรณ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พ.ศ. ๒๔๘๔ ไดมีประกาศพระราชบัญญัติเคร่อื งราชอิสริยาภรณต ระกูลนีใ้ หม ดงั นี้ ๑. เปลย่ี นชอื่ เคร่อื งราชอิสริยาภรณเปน “เคร่ืองราชอิสรยิ าภรณอนั มเี กยี รติยศยิ่งมงกฎุ ไทย” ๒. พระราชทานแกผูกระทําความดีความชอบเปนประโยชนแกราชการหรือสาธารณชนตามที่ทรงพระราชดาํ ริเหน็ สมควร ๓. เจานายหรือผมู ีเกยี รติของตา งประเทศ อาจไดรับพระราชทานฯ ๔. การเรยี กช่อื แตล ะชัน้ คงเปน ไปตามเดมิ เปลย่ี นแตค ําวา สยาม เปน ไทย ตามชื่อประเทศ ๕. ยกเลิกการใชหรอื พระราชทานสังวาล ๖. พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณตระกลู นีส้ ําหรบั สตรี ๗. ผูไดรับพระราชทานเครื่องราชฯ ต้ังแตชั้นเบญจมาภรณขึ้นไป จะไดรับพระราชทานประกาศนียบัตรทรงลงพระปรมาภิไธยประทบั พระราชลัญจกรเปนสาํ คญั พ.ศ. ๒๔๙๘ โปรดเกลาฯ ใหตราพระราชกฤษฎีกากําหนดเครื่องหมายสําหรับประดับแพรแถบใชกับเคร่ืองแบบขาราชการ และเคร่ืองหมายดุมเสื้อใชประดับชุดสากลของเคร่ืองราชอิสริยาภรณมงกุฎไทยและเคร่ืองราชอิสริยาภรณตระกูลอ่ืน ไดแก มหาจักรีบรมราชวงศ นพรัตนราชวราภรณ จุลจอมเกลา เครื่องราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
และชางเผือก และใน พ.ศ. ๒๕๒๘ กําหนดใหผูไดรับพระราชทานเคร่ืองราชอิสริยาภรณมงกุฎไทยและตระกูลอ่ืน ๆ สามารถประดับเคร่ืองหมายท่ีใชเปนดุมเส้ือขณะแตงชุดไทย สําหรับสตรีใหประดับไดเฉพาะกับชดุ ไทยเรือนตน ชุดไทยจิตรลดา ชดุ ไทยอมรินทร และชดุ ไทยบรมพมิ านค. เคร่ืองราชอิสรยิ าภรณอนั เปนทส่ี รรเสรญิ ยิ่งดเิ รกคณุ าภรณ(The Most Admirable Order of the Diredgunabhorn) เดิมการขอพระราชทานเคร่ืองราชอิสริยาภรณสําหรับบุคคลซ่ึงกระทําความดีความชอบอันเปนประโยชนแกประเทศ ศาสนาและประชาชนจากเคร่ืองราชอิสริยาภรณอันเปนท่ีเชิดชูย่ิงชางเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณอันมีเกียรติยศย่ิงมงกุฎไทย แตเนื่องจากบุคคลซ่ึงกระทําความดีความชอบอันเปนประโยชนแกประเทศ ศาสนา และประชาชนนั้นมากขึ้นเปนลําดับ ดังน้ันพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระบรมราชานุญาตใหสรางข้ึนเม่ือวันท่ี๒๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ นามวา “เครื่องราชอิสริยาภรณอันเปนที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ”สําหรับพระราชทานแกผูกระทําความดีความชอบอันเปนประโยชนแกประเทศ ศาสนา และประชาชนตามทีท่ รงพระราชดาํ รเิ หน็ สมควรง. เหรียญราชอสิ ริยาภรณส าํ หรบั พระราชทานเปนบําเหนจ็ ความชอบในราชการแผน ดินเหรยี ญจกั รพรรดิมาลา (The Chakrabarti Mala Medal) รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว ทรงสถาปนาเหรียญน้ีข้ึน เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๖เน่ืองในการพระราชพิธีรัชฎาภิเษกสมโภชสิริราชสมบัติครบ ๒๕ ป สําหรับพระราชทานเปนบําเหน็จความชอบแกผูปฏิบัติราชการดี โดยไมจํากัดยศศักดิ์ตามแตพระราชอัธยาศัย มี ๓ ชนิด คือ ทองคํากะไหลทอง และเงนิ ซง่ึ มเี กยี รตยิ ศเสมอกนั เหรียญมีลักษณะเปนรูปจักร ดานหนา มีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวทรงพระมหาพิชัยมงกุฎ ยอดมีรัศมีและพวงมาลัยใบชัยพฤกษวงรอบ ท่ีขอบจักรมีอักษรวา “จุฬาลงกรณบรมราชาธิราช สยามินทร” ดานหลังขอบจักรมีอักษรแสดงคุณของผูไดร ับพระราชทานและศกที่ทรงสรา งวา“สําหรับปรนนิบัติราชการดี รัตนโกสินทรศก ๑๑๒”ที่กลางเหรียญมีอักษรวา “พระราชทานแก”โดยจะโปรดเกลา ฯ ใหจ ารึกนามผไู ดรับพระราชทานหอ ยกบั แพรแถบสเี หลืองริมชมพู หอ ยกับเข็ม เครื่องราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
มีอักษรวา “ราชสุปรีย” ไมมีประกาศนียบัตรเน่ืองจากไดจารกึ นามผทู ่ีไดรบั พระราชทานไวท ก่ี ลางเหรียญแลว พ.ศ. ๒๔๓๘ มีพระราชนิยมพระราชทานเหรียญจั ก ร พ ร ร ดิ ม า ล า แ ก เ จ า น า ย ที่ ไ ด รั บ พ ร ะ ร า ช ท า นพระสุพรรณบัฏ (แผนทองจารึกพระนามของเจา นาย) และขุนนางที่ไดรับพระราชทานสัญญาบัตรมาครบ ๒๘ ป เปนบําเหน็จท่ีรับราชการยั่งยืนมั่นคงนาน (ทํานองเดียวกับเหรียญจักรมาลาท่ีพระราชทานแกฝายทหาร กลาวคือ รับราชการประจําการรวมกันเปนเวลาไมนอยกวา ๑๕ ปนับตั้งแตอายุครบ ๑๘ ปบริบูรณหรือวันขึ้นทะเบียนกองประจาํ การ) รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๔ ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯใหตราพระราชบัญญัติขึ้นใหม โดยกําหนดพระราชทานสําหรับขาราชการพลเรือนท่ีรับราชการมาไมตํ่ากวา๒๕ ป นับต้ังแตเ ขา รบั ราชการใหเปน บําเหน็จที่รับราชการม่ันคงย่ิงยืนนานทํานองเดียวกบั เหรียญจักรมาลาและแกไขรูปเหรียญใหเปนคูกันกับเหรียญจักรมาลาฝายทหาร กลาวคือ มีลักษณะเปนรูปจักรดานหนามีรูปพระครุฑพาหอยูในวงจักร และดานหลังมีรูปชางอยูในวงจักร มีอักษรจารึกวา “บําเหน็จแหง ความย่ังยืนและมัน่ คงในราชการ” ขา งบนมีเขม็ วชริ าวุธหอ ยกับแพรแถบสีแดง ขอบสเี ขยี วกับสเี หลืองมีเข็มเงินบนแพรแถบจารึกอักษรวา “ราชสุปรีย” รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลเม่ือ พ.ศ. ๒๔๘๔ ไดตราพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลาข้ึนใหม ซึ่งกําหนดลักษณะ วิธีการประดับเหรียญการพระราชทาน การสงคืนหรือเรียกคืน ตลอดจนการนับเวลาราชการของขาราชการพลเรอื น ซึง่ ยงั คงใชอยจู นปจจบุ นั ตา งกันทไี่ มมี “เข็มราชสปุ รีย” ประดับบนแพรแถบ รัชสมัยพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เม่ือ พ.ศ. ๒๕๐๗ ใหตราพระราชบัญญัติฉบับที่ ๓ กําหนดความหมายของคําวา “ทหารและตํารวจ” “ขาราชการพลเรือน” เพ่ือใหสิทธิแกพนักงานเทศบาลและขาราชการอัยการ สําหรับสตรี ใชหอยกับแพรแถบผูกเปนรูปแมลงปอ ประดับท่ีหนา บาซาย เครื่องราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
แบงออกเปน 4 ประเภท ไดแ กประ เคร่อื งราชอสิ ริยาภรณส ําหรับ เครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณไทย พระราชทานแกประมขุ ของรฐั เครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณสาํ หรับบําเหนจ็ ความชอบในราชการแผนดนิ เครื่องราชอสิ ริยาภรณส ําหรับ พระราชทานเปน บาํ เหน็จความชอบในพระองคพ ระมหากษัตริย และเหรียญราชอสิ ริยาภรณทีน่ ับเปนเภทเคร่อื งราชอิสริยาภรณ เคร่อื งราชอสิ รยิ าภรณส าํ หรบั พระราชทานแกป ระมขุ ของรัฐ เครอ่ื งราชอิสรยิ าภรณสาํ หรับพระราชทานแกป ระมขุ ของรฐั ณ ปจจุบันมีเพียงชนิดเดียว คือ เคร่ืองราชอิสริยาภรณ อั น เ ป น มงคลย่ิงราชมิตราภรณ (ร.ม.ภ.) - (The Most Auspicious Order of the Rajamitrabhorn) พระบาทสมเด็จ พระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณา ใ ห ส ร า ง ข้ึ น เ มื่ อ พ .ศ . ๒ ๕ ๐ ๕ เ พื่ อ พ ร ะ ร า ช ท า น ป ร ะ มุ ข ข อ ง ประเทศตาง ๆ ซ่ึงมีสัมพันธไมตรี กับประเทศไทยเปน การเฉพาะแทน เคร่ืองราชอิสริยาภรณสกุลอื่น ๆ ซ่ึงเคย พระราชทานมาแลว ในอดตี เครื่องราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
เคร่อื งราชอสิ รยิ าภรณส ําหรบั บาํ เหนจ็ ความชอบในราชการแผน ดิน เคร่ืองราชอิสริยาภรณสาํ หรบั บําเหนจ็ ความชอบในราชการแผน ดิน 1) เคร่ืองขัตติยราชอิสริยาภรณอันมีเกียรติคุณรุงเรืองย่ิงมหาจักรีบรมราชวงศ (ม.จ.ก.) -(The Most Illustrious Order of the Royal House of Chakri) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวทรงพระกรุณาใหสรางเม่ือ พ.ศ. ๒๔๒๕ เพ่ือระลึกถึ ง พ ร ะ ม ห า ก รุ ณ า ธิ คุ ณ ข อ ง พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริยของราชวงศจักรี ท่ีไดสถาปนากรุงเทพมหานครเปนราชธานีมาเปนเวลาครบ ๑๐๐ ป สําหรับพระราชทานแกพระบรมวงศานุวงศ ซ่ึงสืบเน่ืองโดยตรงในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช และผูซ่ึงพระบรมวงศานุวงศดังกลาวไดเ สกสมรสดวย 2) เครื่องราชอิสริยาภรณอันเปนโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ (น.ร.) – (The Ancientand Auspicious Order of the Nine Gems) พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว ทรงพระกรุณาใหสรางดารานพรัตนข้ึนเม่ือ พ.ศ. ๒๓๙๔ต อ ม า ใ น รั ช ก า ล ข อ ง พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ พ ร ะจุลจอมเกลาเจาอยูหัวไดทรงสรางดวงตรามหานพรัตน สําหรับ หอยสายสะพาย และแหวนนวรัตนสําหรับพระราชทานพระราชวงศฝายหนาและฝายใน ตลอดจนขา ราชการชั้นผูใหญซ่ึงเปน พุทธมามกะ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
3) เคร่ืองราชอสิ รยิ าภรณจ ลุ จอมเกลา (The Most Illustrious Order Of Chula Chom Klao) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว ทรงพระกรุณาใหสรางขึ้นเม่ือ พ.ศ. ๒๔๑๖ เนื่องในโอกาสที่พระมหากษัตริยราชวงศจักรีไดปกครองประเทศไทยติดตอกันมาถึง ๙๐ ปดวยความสงบสุขพระองคจึงทรงพระกรุณาใหสรางเคร่ืองราชอิสริยาภรณจุลจอมเกลานี้ข้ึน ซึ่งเปนพระนามของพระองคและใชแพรแถบสีชมพูอนั เปนสีของวันพระราชสมภพ คือ วันอังคาร แบง ออกเปน ฝายหนา (บุรษุ )ช้ัน ท่ี ๑ ปฐมจุลจอมเกลา วิเศษ (ป.จ.ว .)และปฐมจุลจอมเกลา (ป.จ.)ช้ัน ที่ ๒ ทุติ ยจุลจอมเกลาวิเศษ (ท .จ.ว .)และทตุ ิยจุลจอมเกลา (ท.จ.)ชั้น ท่ี ๓ ตติยจุลจอมเกลาวิเศษ (ต.จ.ว .)ตติยจุลจอมเกลา (ต.จ.) และตตยิ านจุ ลุ จอมเกลา(ต.อ.จ.) ฝายใน (สตรี)ชนั้ ที่ ๑ ปฐมจลุ จอมเกลา (ป.จ.)ช้ันที่ ๒ ทุติยจุลจอมเกลาวิเศษ (ท.จ.ว.)และทตุ ิยจุลจอมเกลา (ท.จ.)ชั้นที่ ๓ ตตยิ จลุ จอมเกลา (ต.จ.)ชั้นที่ ๔ จตุตถจุลจอมเกลา (จ.จ.) 4) เครื่องราชอสิ ริยาภรณอนั มีศักดร์ิ ามาธิบดี (The Honourable Order of Rama) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว ทรงพระกรุณาใหสรางขึ้นเม่ือ พ.ศ. 2461สําหรับพระราชทานใหแกผูซึ่งทําความชอบพิเศษเปนประโยชนย่ิงแกราชการทหาร ไมวายามสงบหรอื ยามสงคราม ตามท่ีทรงพระราชดําริเหน็ สมควร ไดแ ก เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
ช้ันที่ 1 เสนางคะบดี (ส.ร.) ช้ันท่ี 2 มหาโยธนิ (ม.ร.)ชัน้ ที่ 3 โยธนิ (ย.ร.) ชั้นท่ี 4 อัศวิน (อ.ร.)ชั้นท่ี 5 เหรียญรามมาลา ชัน้ ที่ 6 เหรยี ญรามมาลา (ร.ม.)เข็มกลากลางสมร (ร.ม.ก.)๕) เครื่องราชอิสริยาภรณอันเปนที่เชิดชูยิ่งชางเผือก (The Most Exalted Order ofthe White Elephant) พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว ทรงพระกรุณาใหสรางขึ้นเม่ือ พ.ศ. 2404 แตมิไดกําหนดใหมีสายสะพาย ตอมา พ.ศ. 2412 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวไดทรงกําหนดช้ันสายสะพายประกอบเคร่อื งราชอิสริยาภรณ จํานวน 8 ช้ัน ดังนี้ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
ชั้นสูงสุด มหาปรมาภรณช า งเผอื ก (ม.ป.ช.)ชนั้ ที่ 1 ประถมภรณชา งเผอื ก (ป.ช.)ชั้นที่ 2 ทวตี ิยาภรณช า งเผือก (ท.ช.)ชั้นท่ี 3 ตรติ าภรณชางเผือก (ต.ช.)ชั้นที่ 4 จัตุรถาภรณชา งเผือก (จ.ช.)ชัน้ ที่ 5 เบญจมาภรณช า งเผือก (บ.ช.)ชน้ั ท่ี 6 เหรียญทอง (ร.ท.ช.)ชัน้ ที่ 7 เหรียญเงนิ (ร.ง.ช.) ๖) เคร่ืองราชอิสริยาภรณอันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย (The Most Noble Order ofthe Crown of Thailand) พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว ทรงพระกรุณาใหสรางขึ้นเม่ือ พ.ศ. 2412 สําหรับพระบรมวงศานวุ งศ ขา ราชการ ประชาชน ชาวตางประเทศ ไดแกชน้ั สูงสดุ มหาวชิรมงกฎุ (ม.ว.ม.)ช้ันท่ี 1 ประถมภรณมงกุฎไทย(ป.ม.)ช้ันที่ 2 ทวีติยาภรณมงกุฎไทย(ท.ม.)ช้ันท่ี 3 ตริตาภรณมงกุฎไทย(ต.ม.)ช้ันที่ 4 จัตุรถาภรณมงกุฎไทย(จ.ม.)ชัน้ ที่ 5 เบญจมาภรณมงกฎุ ไทย (บ.ม.)ช้นั ท่ี 6 เหรียญทอง (ร.ท.ช.)ชน้ั ท่ี 7 เหรียญเงิน (ร.ง.ช.) เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
7) เคร่ืองราชอิสริยาภรณอันเปนท่ีสรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ (The Most AdmirableOrder of the Direkgunabhorn) พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช ทรงพระกรุณาใหสรางเมื่อ พ.ศ. 2534 สําหรบัพระราชทานแกผูกระทําความดีความชอบ อันเปนประโยชนแกประเทศ ศาสนา และประชาชน ตามท่ีทรงพระราชดําริเห็นสมควร กลาวคือ บุคคลสัญชาติไทยท่ีไดกระทําความดีความชอบซ่ึงยังมีชีวิตอยูและเปนผทู ่ีมผี ลงานอันเปน ประโยชนแกประเทศ ศาสนา และประชาชน เชน การบรจิ าคทรัพยสนิ ใหแ กว ดั บริจาคท่ีดินเพ่อื สาธารณประโยชน เปน ตน โดยแบงเปน 7 ชั้น คอื ชนั้ ท่ี 1 ปฐมดิเรกคณุ าภรณ (ป.ภ.) ช้ันท่ี 2 ทุตยิ ดิเรกคุณาภรณ (ท.ภ.) ช้นั ท่ี 3 ตติยดิเรกคณุ าภรณ (ต.ภ.) ชัน้ ท่ี 4 จตตุ ถดิเรกคุณาภรณ (จ.ภ.) ช้นั ท่ี 5 เบญจมดเิ รกคุณาภรณ (บ.ภ.) ช้นั ท่ี 6 เหรยี ญทองดเิ รกคุณาภรณ (ร.ท.ภ.) ชน้ั ที่ 7 เหรียญเงนิ ดเิ รกคุณาภรณ (ร.ง.ภ.) ๘) เครื่องราชอิสริยาภรณอันเปนสิริยิ่งรามกีรติลูกเสือสดุดีช้ันพิเศษ (The Boy ScoutCitation Medal - Special Class) พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลย เดช ทรงพระกรุณาใหสรางขึ้นเม่ือ พ.ศ. 2530 มีช้ันเดียว สําหรับพระราชทานผูมีอุปการคุณแกก ิจการ ลกู เสือ ซง่ึ ไดร ับพระราชทานเหรียญลูกเสือสดุดีชนั้ ที่ 1 มาแลว และใหการชวยเหลือกิจการลูกเสือตอเนื่อง มา 5 ป เครื่องราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
เครือ่ งราชอิสริยาภรณสาํ หรับพระราชทานเปนบาํ เหนจ็ ความชอบในพระองคพ ระมหากษตั ริย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว ทรงพระกรุณาใหสรางเคร่ืองราชอิสริยาภรณสําหรับ พระราชทานเปนบําเหน็จความชอบในพระองคพระมหากษัตริย สําหรับพระราชทานขาราชการท่ีมี ความจงรักภกั ดีและทรงพระกรณุ าใชสอยใกลชิด ซึ่งปจ จบุ นั ไดพ นสมัยพระราชทานแลว ไดแก 1) เครอื่ งราชอิสริยาภรณตราวชิรมาลา (The Vajira Mala order)2) เครือ่ งราชอิสรยิ าภรณต รารัตนวราภรณ (The Ratana Varabhorn order of Merit)ฝา ยหนา (บรุ ษ) ฝา ยใน (สตร)ี เครื่องราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
3) เคร่อื งราชอิสรยิ าภรณตราวัลลภาภรณ (The Vallabhabhorn order)ฝา ยหนา (บรุ ษ) ฝา ยใน (สตร)ี เหรยี ญราชอสิ รยิ าภรณท น่ี บั เปน เครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณ เหรียญราชอสิ รยิ าภรณท น่ี ับเปน เรื่องราชอสิ รยิ าภรณ แบงเปน ๔ ประเภท โดยเรยี งลาํ ดับ ดังนี้ 1) เหรียญที่พระราชทานเปนบําเหน็จความชอบในราชการสงครามหรือพระราชทานเปนบําเหน็จความชอบในความกลาหาญ ไดแ ก๑. เหรียญกลา หาญ (The Bravery Medal) เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
๒. เหรยี ญชยั สมรภมู ิ (The Victory Medal)สงครามมหาเอเชยี บรู พา สงครามรว มรบกบั สหประชาชาติ ณ ประเทศเกาหลี การรบ ณ สาธารณรฐั เวียดนาม๓. เหรยี ญพทิ ักษเสรชี น ช้ันท่ี ๑ (Freeman Safeguarding Medal - First Class)๔. เหรียญพิทักษเสรีชน ชั้นท่ี ๒ ประเภทท่ี ๑ (Freeman Safeguarding Medal - Second Class,First Category) เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
๕. เหรยี ญราชนิยม (The Rajaniyom Medal)๖. เหรียญปราบฮอ (The Haw Campaign Medal)๗. เหรียญพระราชทานสงครามยโุ รป (The War Medal of B.E. 2461) เครื่องราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
๘. เหรียญพทิ กั ษรฐั ธรรมนูญ (The Safeguarding the Constitution Medal)๙. เหรียญพิทักษเสรีชน ช้ันที่ ๒ ประเภทท่ี ๒ (Freeman Safeguarding Medal - Second Class,Second Category)๑๐. เหรียญศานติมาลา (The Santi Mala Medal) เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
๒) เหรยี ญทพี่ ระราชทานเปนบําเหน็จความชอบในราชการแผน ดิน ไดแก๑. เหรียญดุษฎีมาลาหรือเข็มศิลปวิทยา (The Dushdi Mala Medal)๒. เหรยี ญชว ยราชการเขตภายใน (The Medal of Service rendered in the Interior)๓. เหรยี ญราชการชายแดน (The Border Service Medal) เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
๔. เหรยี ญจกั รมาลา (The Chakra Mala Medal)๕. เหรยี ญจักรพรรดมิ าลา (The Chakrabarti Mala Medal)๖. เหรียญศารทูลมาลา (The Saratul Mala Medal) เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
๗. เหรียญบษุ ปมาลา (The Pushpa Mala Medal)๘. เหรยี ญลกู เสือสรรเสรญิ ช้ันท่ี ๑ (Boy Scout Commendation Medal - First Class)๙. เหรียญลกู เสอื สรรเสริญ ช้นั ที่ ๒ (Boy Scout Commendation Medal - Second Class) เครื่องราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
๑๐. เหรยี ญลูกเสอื สรรเสริญ ชน้ั ที่ ๓ (Boy Scout Commendation Medal - Third Class)๑๑. เหรียญลกู เสอื สดดุ ี ชัน้ ท่ี ๑ (Boy Scout Citation Medal – First Class)๑๒. เหรียญลูกเสือสดุดี ช้นั ท่ี ๒ (Boy Scout Citation Medal – Second Class) เครื่องราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
๑๓. เหรียญลกู เสือสดดุ ี ช้นั ท่ี ๓ (Boy Scout Citation Medal – Third Class)๑๔. เหรยี ญลูกเสอื ยงั่ ยืน 3) เหรียญท่ีพระราชทานเปนบําเหน็จความชอบในพระองคพระมหากษัตริย ไมเกี่ยวกับตําแหนงราชการ ไดแ ก๑. เหรียญรตั นาภรณ (The Royal Cypher Medal) รัชกาลท่ี ๔ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
๒. เหรียญรตั นาภรณ รัชกาลท่ี ๕ หรือเหรียญดุษฎีมาลาเขม็ ราชการในพระองค๓. เหรียญรตั นาภรณ รัชกาลที่ ๖๔. เหรียญรัตนาภรณ รชั กาลที่ ๗ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
๕. เหรยี ญรตั นาภรณ รชั กาลท่ี ๘๖. เหรียญรัตนาภรณ รชั กาลที่ ๙ชน้ั ที่ 1 ชน้ั ท่ี 2 ชน้ั ท่ี 3ชนั้ ที่ 4 ชน้ั ที่ 5 เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
๗. เหรียญราชรจุ ิ (The Rajaruchi Medal) รัชกาลท่ี ๕๘. เหรยี ญราชรจุ ิ รชั กาลที่ ๖๙. เหรยี ญราชรจุ ิ รชั กาลท่ี ๗ เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
๑๐. เหรยี ญราชรจุ ิ รชั กาลท่ี ๙เหรยี ญทอง เหรยี ญเงนิ ๔) เหรียญสําหรับพระราชทานเปนที่ระลึกในโอกาสสําคัญตาง ๆ ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถจดั หามาประดับไดต ามหลกั เกณฑท่ีกฎหมายกาํ หนด๑. เหรียญสตพรรษมาลา (The Centenary Medal)๒. เหรยี ญรชั ฎาภิเศกมาลา (The Silver Jobilee Medal) เครื่องราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
๓. เหรยี ญประพาสมาลา (The Prabas Mala Medal)๔. เหรียญราชินี (The Queen’s Medal)๕. เหรยี ญทวีธาภเิ ศก (The Dvidhabhisek Medal) เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
๖. เหรียญรัชมงคล (The “Record Reign” Medal)๗. เหรียญรัชมังคลาภิเศก (The “Forty years Reign” Medal)๘. เหรียญบรมราชาภิเษก (The Coronation Medal) รชั กาลที่ ๖ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
๙. เหรยี ญบรมราชาภเิ ษก รชั กาลที่ ๗๑๐. เหรียญบรมราชาภเิ ษก รชั กาลที่ ๙ เหรยี ญทอง เหรียญเงนิ๑๑. เหรียญชยั (Chai Medal) เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
๑๒. เหรยี ญเฉลิมพระนคร ๑๕๐ ป (150 Years Commemoration of Bangkok Medal)๑๓. เหรียญงานฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ (The 25th Buddhist Century Celebration Medal)๑๔. เหรียญท่ีระลึกในการเสด็จพระราชดําเนินเยือนสหรัฐอเมริกาและทวีปยุโรป (The CommemorativeMedal of the Royal State Visits to the United States of America and Europe) เครื่องราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
๑๕. เหรียญรัชดาภเิ ษก (The Silver Jubilee Commemorative Medal of 2514 B.E.)๑๖. เหรียญที่ระลึกพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร(Commemorative Medal of the Elevation of H.R.H. Prince Vajiralongkorn’sInvestiture of the Crown Prince)๑๗. เหรยี ญสนองเสรีชน (The Serving Free People Medal) เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
๑๘. เหรียญท่ีระลึกพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี(Commemorative Medal of the Elevation of H.R.H. Princess Sirindhorn’s Investitureof the Princess Maha Chakri)๑๙. เหรียญที่ระลึกสมโภชกรุงรัตนโกสินทร ๒๐๐ ป (Commemorative Medal on the Occasion ofthe Rattanakosin Bicentennail) เครื่องราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
๒๐. เหรียญเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจาสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระชนมายุ ๕๐ พรรษา(Commemorative Medal on the Occasion of the 50th Birthday Anniversary of HerMajesty Queen Sirikit)๒๑. เหรียญเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระชนมายุ ๘๔ พรรษา(Commemorative Medal on the Occasion of the 84th Birthday Anniversary of H.R.H.Somdej Phra Sri Nakarindra Boromarajajonnani)๒๒. เหรียญเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหามงคลสมัย พระราชพิธีเฉลิมพระชนมายุ ๖๐ พรรษา (Commemorative Medal on the Occasion of the 60th BirthdayAnniversary of His Majesty King Bhumibol Adulyadej)๒๓. เหรียญเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหามงคลสมัย พระราชพิธีรั ช มั ง ค ล า ภิ เ ษ ก (Commemorative Medal on the Occasion of the Longest ReignCelebrations)๒๔. เหรียญเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจาสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในมหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา ๕ รอบ (Commemorative Medal on the Occasion of the 60th BirthdayAnniversary of Her Majesty Queen Sirikit)๒๕. เหรียญเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหามงคลสมัยพระราชพิธีกาญจนาภเิ ษก (Commemorative Medal on the Occasion of the 50th Anniversary (GoldenJubilee) of His Majesty’s Accession to The Throne) เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
๒๖. เหรยี ญเฉลมิ พระเกียรติสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช เน่อื งในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ (Commemorative Medal on the Occasion of the His Majestythe king’s 6th Cycle Birthday Anniversary 5th December 1999)๒๗.เหรียญเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระพระนางเจาสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ (Commemorative Medal on the Occasion of the HerMajesty Queen Sirikit 6th Cycle Birthday Anniversary 12th August 2004)๒๘. เหรียญเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสพระราชพิธีฉ ล อ ง ศิ ริ ร า ช ส ม บั ติ ค ร บ ๖ ๐ ป (Commemorative Medal on the Occasion of the 60thAnniversary of His Majesty’s Accession to The Thorne)๒๙. เหรยี ญกาชาดสดุดี ช้ันพเิ ศษ๓๐. เหรียญกาชาดสดดุ ี ชั้นท่ี ๑๓๑. เหรยี ญกาชาดสดดุ ี ชน้ั ที่ ๒๓๒. เหรียญกาชาดสรรเสริญ (The Red Cross Medal of Merit)๓๓. เหรียญกาชาดสมนาคณุ ช้นั ที่ ๑ (The Red Cross Medal of Appreciation, First Class) เครื่องราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
๓๔. เหรยี ญกาชาดสมนาคณุ ช้ันท่ี ๒ (The Red Cross Medal of Appreciation, Second Class)๓๕. เหรียญกาชาดสมนาคุณ ชัน้ ที่ ๓ (The Red Cross Medal of Appreciation, Third Class) เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
สํ า ห รั บ ข า ร า ช ก า ร พ ล เ รื อ น ลู ก จ า ง ป ร ะ จํ าลักเคร่ืองราชอิสรยิ าภรณ และพนักงานราชการ (กรมสรรพากร) ในปจจุบัน แบงเปน 2 ประเภท คือ เครอื่ งราชอิสริยาภรณ และเหรียญราชอิสริยาภรณษ เครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณณะ เครื่องราชอิสริยาภรณแบงออกเปน 2 ตระกูล ไดแก เคร่ืองราชอิสริยาภรณอันเปนท่ีเชิดชูยิ่งชางเผือก และเครื่องราชอิสริยาภรณอันมีเกียรติยศย่ิงมงกุฎไทย โดยหากผูไดรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ หรือทายาทซึ่งเปนผูเก็บรักษาเคร่ืองราชอิสริยาภรณทั้งสองตระกูลตองสงคืนเน่ืองจากเหตุตางๆ เชน ไดรับ เครื่องราชอิสริยาภรณในช้ันตราที่สูงข้ึน เกษียณอายุราชการ ไมประสงคเก็บรักษา หรือผูไดรับพระราชทาน ถึงแกกรรม ฯลฯ และไมสามารถนําสงคืนเครื่องราชอิสริยาภรณดังกลาวไดดวยเหตุตางๆ เชน ชํารุด สญู หาย ฯลฯ จะตอ งชดใชเปนตัวเงินตามราคาชดใชค นื ซ่ึงราคาดงั กลา วจะมกี ารปรบั ขนึ้ ทกุ ๆ 3 ปโดยประมาณ เครอ่ื งราชอิสรยิ าภรณอนั เปนทีเ่ ชดิ ชยู ่ิงชา งเผือก ๑. ชนั้ สงู สดุ มหาปรมาภรณช า งเผอื ก (ม.ป.ช.) บุรษุ ดวงตรา ดานหนาเปนรูปชางไอราพตลงยาสีขาวอยูบนพื้นทองในดอกบัว บาน กลีบลงยาราชาวดี สีชมพูสลับแดงเกสรเงินรอบนอก มีกระจังทอง ลงยาราชาวดีสีเขียวสี่ทิศ มีรัศมีเปลวเงิน ตามระหวาง ดานหลัง เปนอักษรพระปรมาภิไธยยอในพระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว “ม.ป.ร.” ลงยาราชาวดีสีแดง เบื้องบนมีอุณาโลมเงิน และพระมหามงกุฎ ทองมีรศั มี ดวงตราน้หี อยกบั สายสะพาย ดารา ลายกลางดานหนา เหมือนอยางดวงตราแตขนาดยอมกวา ซอนอยบู นรศั มเี งิน จาํ หลกั เปนเพชรสรง สแี่ ฉก รศั มีทองสี่แฉก สายสะพาย แพรแถบสีแดงริมเขียว มีริ้วเหลืองริ้วนํ้าเงินขนาดเล็กควบคั่นท้ังสองขาง มีขนาดกวาง ๑๐ เซนติเมตร สะพายบาซา ยเฉียงลงทางขวา ราคาชดใชคนื (ปจจบุ ัน) กรณีชาํ รุด สูญหาย หรือไมประสงคน ําสง คืน เปน จํานวนเงนิ 41,560.- บาท เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ | ส่วนสารสนเทศและขอ้ มูลบุคคล กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมสรรพากร
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279