FASHION THINKING :CREATIVE APPROACHES TOTHE DESIGN PROCESSRED CURRENT0041-3308ARCH THESIS RMUTT 2017BY : NAWAPON CHONGPITAADVISER : ATIPAT KRITSANAPAN
CTORETAHTEIVDEEASPIGPNROPARCOHCEESSSพัฒนาการคิดแฟชั่น : แนวทางสรา้ งสรรค์ในการออกแบบ
INTRODUCTION 1-011.1 MAIN ARCHITECTURE TOPIC...........................................................1-011.2 GOAL FOR THE TOPIC.......................................................................1-111.3 BOUNDARY OF STUDY......................................................................1-111.4 STUDY PROCESS.................................................................................. 1-111.5 EXPECTED BENEFITS............................................................................1-12 RELEVANT INFORMATION 2-01 2-01 2.1 MEANING & DEFINITION 2-03 2.2 RED IS THE FIRST COLOR 2-16 2.3 RED IN CULTURE 2-25 2.4 THE ARRIVAL OF RED 2-45 2.5 WHAT IS FASHION 2-61 2.6 ...F..A...S...H...I.O....N.....& CLOTHES.......................... 2-67 2.7 ..R..E..D.....&....F..A...S...H...I.O....N........................................................... 2-69 2.8 DESIGN PRINCIPLES 2-93 2.9 CAST STUDY 2-101 2.10 CITY PLANNING 2-103 2.11 BUILDING LAW 2-113 2.12 THAILAND BUILDING CONTROL ACT ANAIYSIS OF THE PROJECT LOCATION 3-01 3.1 LOCATION ANALYSIS 3-02 3.2 SITE ANALYSIS 3-07
STUDY DETAIL OF THE PROJECT 4-014.1 BACK GROUND 4-014.2 GOAL FOR THE PROJECT 4-024.3 ABSTRACT 4-034.4 EVENT FASHION 4-054.5 ANAYSIS 4-074.6 FASHION MEDIATE 4-094.7 ORGANIZATIONC STRUCTURE 4-154.8 PROJECT ELEMENT 4-164.9 USER 4-174.10 INTERNAL ACTIVITES 4-184.11 SYSTEM WORK 4-194.12 PROJECT BUDISET 4-29 5.1 CONCEPT & ARCHITECTURAL DESIGN.......................................5-00 6.1 SUMMARY & SUGGESTION............................................................6-00 IMAGE CONTENTS A TABLE CONTENTS B BIBLIOGRAPHY.................................................................................... ..C
IMAGE CONTENTS 2.1 สีแดงและแฟชน่ั 2-01 2.2 สแี ดงและแฟชนั่ 2-02 1.1 สแี ดง 1-02 2.3 Great Red Bison of Altamira 2-04 2.4 Ships of tanum 2-05 1.2 ไดอาแกรมแสดงความสัมพนั ธก์ ารรบั รู้ระหวา่ งคนกบั สี 1-02 2.5 แสดงถงึ การใชเ้ ลอื ดในงานจติ รกรรม 2-06 2.6 Bear in the chavret cave 2-07 1.3 ภายทแี่ สดงถงึ เลือด การเสียสละ อนั ตราย ความกล้าหาญ ชีวติ 1-03 2.7 ไฟและสญั ญาณ 2-08 2.8 Sacrificial Procession 2-09 1.4 ภาพทีแ่ สดงความรอ้ น กิจกรรม ความหลวงไหล เพศ ความโกรธ 1-04 2.9 Prometheus Bringing Fire to Mortals 2-09 2.10 Lovis Jacqver Mavirice de Bonald 2-10 ความรกั ความสขุ 2.11 The God Mithras Slaying a Bull 2-11 2.12 โครงกระดกู และเคร่ืองประดับสีแดง 2-12 1.5 ภาพแสดงถงึ วฒั นธรรมการใชส้ ีแดงในประเทศจนี 1-05 2.13 Vila of Publius Fannius Synistor 2-13 2.14 Vila of the Mysteries Cubiculum 16 2-14 1.6 จิตรกรรมฝาผนงั ถ้ำ� 1-06 2.15 House of Augustus “Room of the masks” 2-14 2.16 Fragment from a Silk Cloack Dyed with kermes 2-15 1.7 ปูนแดง 1-06 2.17 สีแดง วฒั นธรรม 2-17 2.18 สแี ดงทแ่ี สดงออกถงึ เลือด ความโกรธ ความตาย การเตือนภัย 2-18 1.8 ดนิ แดง 1-06 ความตน่ื เตน้ 2-19 1.9 เลือด 1-06 2.19 ภาพวาด Hieroglyphs 2-20 2.20 Isis welcoming Thutmose IV 2-21 1.10 สัญญาณไฟสีแดง 1-07 2.21 Shangai 2-22 2.22 ประตู “โทร”ิ 2-23 1.11 ไดอาแกรมเปรยี บเทยี บการเคล่ือนที่ของสีแดงและสีอนื่ ๆ ในรูปแบบ 1-07 2.23 จติ รกรรมฝาผนัง วัดคงคาราม 2-24 2.24 เสาชิงชา้ 2-37 ของความยาวคลืน่ 2.25 โคมแดงในวัฒนธรรมจีน 2-38 2.26 ไดอาแกรมการวเิ คราะหค์ วามสมั พันธ์ของคนและโคมแดง 2-39 1.12 สแี ดง 1-08 2.27 ไดอาแกรมการวเิ คราะห์ความสัมพันธ์ของคนและโคมแดง 2 2-40 2.28 ไดอาแกรมการวเิ คราะหค์ วามสัมพันธข์ องประตู “โทร”ิ 2-41 1.13 ไดอาแกรมแสดงการเคลอ่ื นท่ขี องสีแดงทส่ี ง่ ผลกระทบต่อคน 1-08 2.29 วตั ถสุ แี ดง 2-42 2.30 เสอื้ ผ้า สแี ดง แฟช่นั 1.14 การเดนิ ทางของสแี ดง 1-09 1.15 สแี ดงและแฟชน่ั การน�ำ สมี าอยูใ่ นรูปแบบท่ีจบั ตอ้ งได้ 1-10ฤA
2.31 สแี ดงและแฟช่นั 2-44 3.1 ไดอาแกรมวเิ คราะห์ท่ีตง้ั โครงการ 3-082.32 การน�ำ สีมาทาตัวของชนเผ่าในอดีต 2-532.33 Twiggy ผู้นำ�เทรนดแ์ แฟช่ันยุค 60s 2-54 4.1 ทีต่ ั้งโครงการ 4-012.34 แฟชนั่ ยคุ 80s 2-55 4.2 Dry process bored 4-072.35 แฟช่นั ท่ีบ่งบอกถงึ ความภมู ิใจและการแสดงออกถึงฐานนะในสงั คม 2-56 4.3 Plane Truss 4-082.36 สีแดงและแฟชน่ั 2-57 4.4 Composit stael deck floor system 4-092.37 สีแดงและแฟช่นั 2-58 4.5 Curtain wall system 4-102.38 สแี ดงบนเสอื้ ผา้ 2-59 4.6 Central chiller water system 4-112.39 สีแดงและแฟชน่ั 2-60 4.7 Electrial Engineering 4-122.40 แฟช่นั ของคนบนถนน 2-61 4.8 Water pmp system 4-132.41 แฟชั่นออนไลน์ 2-62 4.9 Sprinkler system 4-142.42 แฟชั่นในปจั จบุ นั 2-63 4.10 Escalator system 4-152.43 สแี ดงและแฟชั่น 2-65 4.11 Elevator system 4-152.44 ไดอาแกรมแสดงความสัมพนั ธข์ องสแี ดงและแฟช่ัน 2-662.45 ศลิ ปะ สีแดง แฟช่ัน การสือ่ ความหมาย การถา่ ยทอดเร่ืองราว 2-67 TABLE CONTENTS 2-952.46 การจัดแสดงนทิ รรศการ ความเด่นของวตั ถทุ จ่ี ดั แสดง 2-68 2.1 ตารางเปรีบเทยี บ Case Study2.47 หอ้ งแสดงแบบธรรมดา 2-692.48 หอ้ งแสดงแบบยกพน้ื โล่ง 2-69 2.2 ตารางกฎกระทรวง ใช้บงั คับผงั เมอื งรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2556 2-992.49 หอ้ งแสดงแบบหอประชมุ ใหญ่ 2-702.50 หอ้ งแสดงแบบเฉลยี ง 2-71 2.3 ขอ้ บญั ญตั กิ รุงเทพมหานคร เร่อื งควบคุมอาคาร พ.ศ.2544 2-1012.51 ห้องจัดแสดงใช้แสงจากหลงั คา 2-722.52 ห้องจัดแสดงแบบไม่มีหน้าต่าง 2-72 2.4 กฎกระทรวง ฉบบั ที่ 55 พ.ศ.2543 2-1112.53 ห้องจดั แสดงแบบมที างเขา้ ออกหลายทาง 2-792.54 ระยะและพนื้ ทจ่ี ัดแสดง 2-852.55 ขนาดของพื้นทจี่ ดั แสดง 2-862.56 การแบง่ เนอื้ ท่ีดว้ ยแผงกนั้ ส่วน 2-872.57 ภายในหอ้ งจัดแสดงดึงดูดผ้คู นด้วยสง่ิ ทนี่ า่ สนใจ 2-882.58 Prada Transformer 2-912.59 Tokyo Fashion Museum 2-922.60 Vertical Omotesando 2-932.61 TKTS Times square 2-94 B
01 1.1 MAIN ARCHITECTURE TOPICINTRODUCTION สีเปน็ ตัวกลางในการส่อื สาร สี คอื การรบั รคู้ วามถ่ี (ความยาวคลื่น) ของแสง สามารถจับตอ้ งได้โดยผ่านการ Design สี เปรียบเหมือนสัญลักษณ์ที่มีความหมายใน ตัวเอง เม่อื คนมองเห็นสีจะเกิดการรับรคู้ วาม หมายพ้นื ฐานของสที ่เี หมอื นกัน แต่ก็สามารถ ใหค้ วามหมายของสีแตกตา่ งกันออกไปได้ ขึ้น อย่กู บั บรบิ ท(context) และองค์ประกอบ ณ ขณะนั้น สดุ ทา้ ยแลว้ สีก็ย้อนกลบั มามีอิทธพิ ล ตอ่ ความรู้สกึ และวิถชี วี ิตของคน
ภาพท่ี 1.1 สีแดง ภาพท่ี 1.2 ไดอาแกรมแสดงความสัมพนั ธ์การรับรู้ระหวา่ งคนกับสีท่ีมา : pinterest.com ที่มา : Nawapon Chongpita สแี ดงเป็นสที ม่ี คี วามเปน็ เอกลักษณแ์ ละมคี ณุ สมบัตเิ ฉพาะตวั เป็นหนึ่งใน แม่สี และเป็นสแี ท้ (Hue) เป็นสีทีไ่ มถ่ กู เจอื ปน (Pure) ไม่มีสไี หนท่จี ะผสมกนั ได้สแี ดง (ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์วฒั นาพร เข่อื นสุวรรณ, p. 256) 1-02
ภาพที่ 1.3 ภาพท่ีแสดงถงึ เลือด การเสยี สละ อันตราย ความกลา้ หาญ ชีวิต “สแี ดง” คือสีของเลือด และ ด้วยสาเหตุนี้มันจึงมีความหมายท่ีมา : ภาพยนตร์เรื่อง 300 เก่ยี วข้องกบั การเสียสละ อันตราย ความกล้าหาญ และชีวติ1-03
ภาพท่ี 1.4 ภาพทีแ่ สดงถงึ ความรอ้ น กจิ กรรม ความหลงไหล เพศ ความโกรธ ความรกั ความสขุ จากการสำ�รวจล่าสุดในสหรฐั อเมรกิ า และยุโรป แสดงให้เห็นวา่ สีแดงเปน็ สีทเี่ กี่ยวข้องอยา่ งมากกับ ความร้อน, กจิ กรรม,ความหลงใหล, เร่อื งเพศ, ความโกรธ, ความรัก และความสุข ทม่ี า : มวิ สิควีดีโอเพลง Animals ของ Maroon 5 1-04
ภาพที่ 1.5 ภาพแสดงถึงวัฒนธรรมการใชส้ แี ดงในประเทศจนี ส่วนในประเทศจีนและวัฒน ธ ร ร ม อ่ื น ๆ ใ น แ ถ บ เ อ เ ชี ยที่มา : pinterest.com ถอื วา่ สีแดง เป็นสีของความ สขุ ความเจริญ มง่ั ค่ัง1-05 (Insossidade, 2017)
ภาพที่ 1.6 จิตรกรรมฝาผนังถ�ำ้ ภาพที่ 1.9 เลือดท่มี า : engtest.net ภาพที่ 1.8 ดินแดง ที่มา : pinterest.comภาพที่ 1.7 ปูนแดง ทมี่ า : thai.alibaba.com สแี ดง เปน็ สีแรกทีม่ นุษย์เกดิ การรับรู้และน�ำ มาใช้กบั จติ รกรรมทม่ี า : pixabay.com เครื่องราง เครอื่ งประดับ และการตกแต่งในสมยั ก่อน เน่อื งจากหาได้ง่าย ในธรรมชาติ โดยไดจ้ ากแร่ธาตุ พชื และเลือด สีแดงจากดนิ จะมีความคงทน มากกวา่ สีอื่น เนอ่ื งจากสจี ากพืชเมอ่ื ถกู แสงแดดและความช้ืนจะซดี จางหาย ไปในทีส่ ุด (จรรจิรา โมน่า, p.6) 1-06
ภาพที่ 1.10 สญั ญาณไฟสีแดง ภาพท่ี 1.11 ไดอาแกรมเปรยี บเทยี บการเคลื่อนท่ขี องสแี ดงและสอี ่นื ๆ ในรปู แบบของ ความยาวคลนื่ทีม่ า : pinterest.com ทม่ี า : Nawapon Chongpita นอกจากนสี้ แี ดงยังชว่ ยใหข้ ้อความหรอื รปู ภาพดเู ดน่ ขึ้นได้ วัตถทุ ม่ี ี สแี ดงเป็นสีที่มผี ลต่อการรบั ร้ขู องมนุษย์ไดด้ ีที่สดุ เน่อื งจากสแี ดงเป็นสีสีแดงจะดูใหญข่ ึ้นและดใู กลเ้ กนิ ความเปน็ จริง สง่ ผลให้สีแดงมีความสามารถใน ท่มี คี ลน่ื ความถ่ีต�่ำ ท่สี ุดอยู่ท่ี ~ 480-405 THz และเป็นสที ่มี คี วามยาวคลน่ื มากการดึงดูดคน เพราะจะส่งผลให้คนท่ีมองเหน็ เกดิ การตอบสนองอย่างรวดเรว็ ที่สุด คือ ~ 625-740 nm (อา้ งอิงจากการคน้ พบของ เซอร์ไอแซค นวิ ตนั , 1661) สง่ตัวอย่างเช่น ปา้ ย SALE ไฟแดงตามสี่แยก (Naneur, 2010) ผลใหเ้ วลามองคนจะมองเหน็ สแี ดงกอ่ นสีอน่ื ๆ1-07
ภาพที่ 1.12 สีแดง ภาพที่ 1.13 ไดอาแกรมแสดงการเคล่อื นท่ขี องสแี ดงทีส่ ่งผลกระทบต่อคนทม่ี า : pinterest.com ที่มา : Nawapon Chongpita การเคล่ือนทเี่ รว็ ของสีแดงน้นั เป็นตัวอธบิ ายทที่ ำ�ใหส้ ามารถสัมผัสไดถ้ งึ ความเร็ว ในการรับรู้และตอบสนองของคน เมื่อสีกระทบเขา้ ทต่ี า สีจะอยู่กบั การ รบั รขู้ องคนชว่ั ขณะ และผา่ นออกไป และไดท้ งิ้ รอ่ ยรอ่ ยไวน้ ่ันคอื ความรูส้ กึ 1-08
ภาพที่ 1.14 การเดนิ ทางของสแี ดง ก า ร ม า ถึ ง ก่ อ น ข อ ง สี แ ด ง นั้ น นอกจากจะเป็นสแี รกที่มนุษยน์ ำ�มาใช้ ยังทมี่ า : pinterest.com แสดงออกได้ถึงความเร็วลักษณะพิเศษท่ีส่ง ผลต่อการรับรู้ และสง่ ผลต่อค่านิยม มมุ มอง1-09 ความเชื่อของคนในสงั คม นอกจากสีแดงสงิ่ ท่ี มีความเร็ว มผี ลต่อการรับรู้ และสง่ ผลกระทบ กับคนในรปู แบบเดยี วกนั นน้ั กค็ อื Trend และ Fashion ท่ีมกี ารเคลื่อนไหวและเปลย่ี นแปลง ตลอดเวลา เขา้ มามีผลต่อความรู้สึกและมี อิทธิพลกับคนในรูปแบบของการดำ�รงชีวิต ส่งผลให้เกดิ การยอมรับในสงั คม คงอยู่ได้ ชว่ั ขณะ มกี ารเปลี่ยนแปลงตลอด สามารถ จบั ต้องไดโ้ ดยการออกแบบ จากการรบั รู้ ด้านอารมณ์ความรูส้ กึ ให้อยู่ในรูปแบบของ สงิ่ ของ โดยมสี ีเปน็ ส่วนหน่ึงขององค์ประกอบ
ภาพท่ี 1.15 สแี ดงและแฟชั่น การน�ำ สมี าอยู่ในรปู แบบทจี่ บั ตอ้ งได้ สีแดง และ Trend, Fashion ต่างส่งผลให้คนเกดิ รสนยิ ม ค่านยิ ม ความเชอ่ื สะทอ้ นมุมมองทางสังคม สภาพเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และ แสดงออกถงึ การเปล่ยี นแปลงอย่างรวดเรว็ สะดดุ ตา ทสี่ ่งผลตอ่ การดำ�รง ชวี ติ ของมนุษย์ท่มี า : pinterest.com 1-10
1.2 1.4 STUDY PROCESSGOAL FOR THE TOPIC1. ศึกษาความเปน็ มา การเกิดขึน้ การมาถงึก่อน และคุณลักษณะพิเศษเฉพาะของสแี ดง2. ศึกษาความหมายและรปู แบบการท�ำ งานของแฟชั่น3. ศึกษาการรบั รู้ และผลกระทบของสีแดง และแฟชัน่ ท่ีมอี ิทธพิ ลซึ่งสง่ ผลตอ่ คนเศรษฐกจิ สงั คม1.3BOUNDARY OF STUDY ศกึ ษานยิ าม คำ�จำ�กัดความ การรบั ร้แู ละทฤษฎที เี่ กีย่ วข้องกบั สแี ดง เทรนและแฟชน่ั โดยศกึ ษาความเปน็ มา และกลไลการทำ�งาน ทีส่ ่งผลกระทบต่อคน สงั คมและเศรษฐกจิ1-11
1.5EXPECTED BENEFITS1. เขา้ ใจและรับรู้ ความเปน็ มา การเกดิ ขน้ึการมาถงึ กอ่ น และความพเิ ศษเฉพาะตวัของสแี ดง2. เข้าใจความหมาย ความเปน็ มา และรูปแบบ กลไลการทำ�งานของแฟชัน่3. เขา้ ใจและรับรูอ้ ิทธผิ ลและผลกระทบของสแี ดง และแฟชน่ั ท่ีส่งผลต่อคน เศรษฐกิจและสังคม 1-12
ภาพที่ 2.1 สีแดงและแฟชนั่ที่มา : pinterest.com 2.1 MEANING & DEFINI TION 2.1.1 MEANING “พฒั นา” หมายถึง ท�ำ ใหเ้ จรญิ “การคดิ ” หมาย ถึง ท�ำ ใหป้ รากฎเป็นรูป “แฟช่นั ” หมายถงึ สมัย นยิ ม, แบบหรอื วิถกี ารที่นยิ มกนั ทั่วไปในชว่ั ระยะ เวลาหน่งึ “แนวทาง” หมายถึง ทางปฏิบตั ทิ ี่วางไว้ เปน็ แนว “สร้างสรรค”์ หมายถึง สร้างใหม้ ใี ห้เป็น ชนิ้ “การออกแบบ” หมายถึง การถ่ายถอดรปู แบบจากความคดิ ออกมาเป็นผลงาน (พจนานุกรม ฉบับราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ.2554)
2.1.2 DEFINTION ภาพที่ 2.2 สแี ดงและแฟช่นั พฒั นาการคดิ แฟชนั่ : แนวทางสรา้ งสรรค์ในการออกแบบ หมายถึง การพัฒนาความคิดเก่ยี วกบั เรอ่ื งของแฟชัน่ การเปลี่ยนแปลงความคิดจากนามธรรมให้กลายเปน็ รปู ธรรม เป็นจดุ ศูนย์กลางแหง่ ใหมท่ มี่ ีเอกลกั ษณ์เฉพาะตัว เปน็ สถานที่ท่ีมกี ารรบั รู้กระจายข่าว รวบรวมเร่ืองราวทีเ่ กี่ยวกับเทรนและแฟชน่ั (Trend and Fashion) ท่มี ลี กั ษณะและกลไลในการท�ำ งานและรับรู้ ทีร่ วดเร็ว สะดุดตา เหมอื นกับ “สีแดง” เป็นสถานทใี่ หค้ นได้แสดงออก ทางความสามารถ และตัวตน เปน็ทท่ี ีท่ ำ�ให้เกิดการสะท้อน การมองดตู วั เอง การมองบุคคลอื่น กอ่ ใหเ้ กิดการวิพากษ์วจิ ารณ์เกดิ คา่ นิยม และเกดิ การยอมรับทางสงั คม เปน็กลไลท่สี ่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ก่อให้เกิดการจ้างงาน การเลิกงาน ทม่ี า : pinterest.com 2-02
RED ISTHE FIRST COLOR
ภาพที่ 2.3 Great Red Bison of Altamira (15,500-13,500 BCE, Spain คน้ พบเมือ่ ปี 1879) มนษุ ย์เริม่ ร้จู ักสีแดง ซึง่ เป็นสที ่ีแสดงถึง ท่มี า : rolfgross.dreamhosters.comความงาม เปน็ สีทอี่ ยูค่ ู่กับมนุษย์มาต้ังแตแ่ รกเรม่ิทมี่ นษุ ย์เรม่ิ แยกเฉดสีได้ โดยมุนษยน์ �ำ สีแดงไปใชก้ ับงานจติ รกรรม เครื่องประดบั และเส้อื ผา้ ความโดดเด่นของสีแดงได้รับการค้นพบอีกครงั้ ในชีวติ ประจ�ำ วันและ อารยธรรมของวัสดุในการสร้างบ้าน(อฐิ ), บนวัสดเุ ครอื่ งเรอื น(เซรามิคม เคร่อื งปน้ั ดินเผา), เสอื้ ผา้ , เครื่องสำ�อางคด์เครื่องประดับ(อัญมณ)ี และ เครือ่ งราง ทีเ่ ช่ือว่าชว่ ยให้โชคดแี ละป้องกันสิ่งชั่วรา้ ย ในขณะเดียวกันสีแดงถือเป็นตัวแทนของอำ�นาจ, สง่ิ ศกั ดส์ิ ทิ ธ์ิ เปน็ สญั ลักษณ์ของความอุดมสมบรู ณ์ (ดวงอาทิตย,์ ไฟ) บางครั้งกเ็ ตม็ ไปด้วยอ�ำ นาจเหนอื ธรรมชาติ (Michel Pastoureanu,2016, p.12) 2-04
2.2.1 THE FIRST PALETTES ภาพที่ 2.4 Ships of tanum (c. 800-750 BCE, Sweden ค้นพบอย่บู นเทอื กเขาของสวีเดน เปน็ ภาพประมาณ 200 ภาพท่ถี กู แกะสลักบนหนิ แล้วทาสีแดง เป็นภาพวาดของเรือหลายลำ�ทีม่ ุ่งหนา้ ไปยงั ดินแดนเห่งความตาย) สแี ดงมีตน้ กำ�เนดิ มาจากจติ รกรรม มีการคน้ พบตงั้ แต่สมยั ยคุ หนิ (Paleolithic) จากรูปวาดบนกำ�แพงในถำ�้ เป็นสที ไ่ี ด้มาจาก ซากศพ(เลือด) ซ่งึ มีการนำ�ไปทาปากและแกม้ (ดว้ ยเลือด)และยังคงเป็นสที ี่ใช้อยู่จนถงึ ปจั จบุ นั นี้ ดังนั้นในช่วงต้นสีแดงจึงมีบทบาทกับจติ รกรรมและเครื่องประดบั มกี ารคน้ พบวัตถุเคร่อื งประดบั ที่ทาสแี ดงในหลุมฝังศพ เปน็ วัตถทุ ี่ทำ�จากกระดกู , ฟนั ท่ถี ูกน�ำ มาสร้างเป็นเครือ่ งรางเปน็ สรอ้ ยคอ, กำ�ไล, จ้ี และยังมกี ารค้นพบช้ินสว่ นของเตียงที่ทาด้วยสแี ดง อาจเปน็ เหตุผลที่ว่าคนในยคุ โบราณมีความเชือ่ วา่ สีแดง สามารถปอ้ งกันสงิ่ ชัว่ ร้ายได้ ที่มา : commons.wikimedia.org2-05
ภาพที่ 2.5 แสดงถึงการใชเ้ ลือดกบั งานจิตรกรรม เหน็ ไดช้ ัดว่าในอดตี สแี ดงถกู ใชโ้ ดย 2-06มีหนา้ ที่ 3 อยา่ ง คือ Deictic การแสดงออกถึงความหมายทขี่ ้นึ อย่กู บั บรบิ ท(context), Pro-phylactic ใช้เพือ่ ป้องกนั ส่งิ ช่ัวร้าย, Aestheticใช้เพ่ือสนุ ทรียภาพ เห็นได้ชัดว่าในอดีตทั้งหญิงและชายก็ต่างสนใจเร่ืองราวของการปอ้ งกันตวั เอง ด้วยการใชเ้ คร่ืองราง, เครื่องประดับสีแดงมาเป็นเวลายาวนาน ที่มา : pinterest.com
ภาพที่ 2.6 Bear in the chauvet cave (33,000-29,000 BCE, Frarce เปน็ ภาพหมีที่อยใู่ นผนังห้องทมี่ กี ะโหลกศรี ษะอยบู่ นพ้ืนแสดงใหเ้ ห็นวา่ คนบูชาสัตวต์ วั น)้ีทีม่ า : ibtimes.co.uk จากการสำ�รวจถำ้�ของมนุษย์ยุคหิน ภาพทม่ี ีชื่อเสียงต่างๆ ได้รับการค้นพบการ2-07 ใชส้ ที ี่มวี ัสดุมาจากแร่ธาตุ มกี ารใช้สีด�ำ , แดง, เหลอื งนำ้�ตาลในบางคร้ัง และเม็ดสีทใ่ี ชเ้ ป็นสีด�ำ นัน้ ตรวจพบวา่ มาจากการผสมสีของพชื ท่มี สี ี แดง สีแดงมักถกู ใชเ้ นื่องจากมีการดูดซบั กับวตั ถุ ไดด้ ี ไมจ่ างหายไปเมื่อถูกแสง ตรวจพบมีการใช้ แร่ Tite แรเ่ หลก็ ทใ่ี ชไ้ ดด้ ีทส่ี ดุ กับงานจิตรกรรม ฝาผนงั (Michel Pastoureanu, 2016, p.16-17)
ภาพที่ 2.7 ไฟ สัญญาณ 2.2.2 FIRE AND BLOODทีม่ า : pinterest.com สัญลักษณ์ของไฟ ถกู แสดงออกใน ลักษณะทเี่ ป็นสแี ดงเสมอ ตั้งแตย่ ุคโบราณไฟ ถูก มองว่าเป็นพ้ืนฐานของการดำ�รงอยู่ของทุกส่ิง ทุกอย่างทีม่ ชี ีวิต สีแดงจึงเปน็ สขี องชีวติ ในฐานะทีม่ นษุ ย์ ครอบครองไฟ ใช้แสงแดดและความรอ้ นจากดวง อาทติ ย์ 2-08
ภาพที่ 2.8 Sacrificial Procession (c. 530 BCE, Athens ภาพขบวนแห่เคร่อื งปั้นดินเผา บนไม้ทถ่ี ูกแกะสลกั เป็นพเิ ศษแสดงให้เหน็ ถงึ การนำ�ของไปถวายยงั แทน่ บชู า ซ่ึงสแี ดงเปน็ สญั ลักษณข์ องการถวายสนิ คา้ )ที่มา : Red the history of a colorภาพท่ี 2.9 Prometheus Bringing Fire toMortals (c, 40 BCE, New york) เหตุการณไ์ ฟไหมใ้ นอดตี เต็มไปดว้ ยเรอ่ื งราว ของเทพเจ้ากรกี ไฟยังถอื เป็นการบูชาพระเจ้า เน่ืองจากมี ตำ�นานเล่าเกีย่ วกับทีม่ าของไฟ วา่ มนุษย์ไดค้ รอบครองไฟที่ ขโมยมากจากเทพธดิ ากรีก ไฟจงึ เป็นวัตถใุ นการบชู า2-09 ที่มา : Red the history of a color
ภาพที่ 2.10 Louis Jacques Maurice de Bonald (1787–1870 พระคารด์ นิ ลัเป็นสมณศกั ดิ์ชั้นสูงรองจากพระสันตะปาปา) ดังน้ันจึงเป็นเหตุผลที่ว่าในสมัยก่อน ประวัตศิ าสตร์ ท่ีวดั และนกั บวชชนชัน้ สงู จึงแต่งตวั ด้วย สีแดง เพราะไฟถือเป็นสอ่ื กลางท่ใี หม้ นษุ ย์ส่อื สารกับ พระเจา้ เพราะพระเจา้ เป็นเจา้ ของไฟ ซ่งึ มีความสมั พนั ธ์ กบั สแี เดงทีม่ อี ยทู่ ุกหนทกุ แห่ง ดงั นน้ั สแี ดงจงึ ถูกใชเ้ ป็น สญั ลักษณข์ องไฟ ไฟจงึ สอ่ื ถึงสิ่งทดี่ ี อุดมสมบรู ณ์ บริสุทธ์ิ การเกดิ ใหม่ แต่ในบ้างครงั้ ไฟก็หมายถงึ การทรยศ ความรนุ แรง อันตราย ซ่งึ เปน็ ศัตรขู องมุนษย์ และสิ่งมี ชวี ติ ท้ังหมดที่มา : pinterest.com 2-10
สีแดงเป็นสีท่ีมีการสื่อความ ภาพท่ี 2.11 The God Mithras Slaying a Bull (c. 260-80, Rome. ภาพแกะสลกั เป็นภาพพระเจา้ สงั หารวัว มีร่องรอยของสแี ดงทแี่ สดงให้เหน็หมายของสิ่งท่ดี ีและไม่ดี มีความเป็น ถึงการเสียลสะเลอื ดของววั )สญั ลกั ษณม์ ากกว่าสีอืน่ ๆ และยงั ทมี่ า : Red the history of a colorมีการอา้ งอิงถึงเลือด ซึ่งเหมายถงึการเกิด ความตาย ส่ิงท่หี มนุ เวยี นอยู่ในร่างกายของสิ่งมีชวี ิต เลอื ดเปน็สื่อกลางให้มนุษย์ได้ส่ือสารกับพระเจ้าในรูปแบบของการเสียสละที่ต้องใช้เลือดเป็นพิธีกรรม ซ่ึงกอ่ ใหเ้ กิดความเช่ือ, โชคลาง, เรื่องราว, ต�ำ นาน และเวทมนตร์ มีการฆา่ กนั การเสียสละของสง่ิ มชี วี ิต เพ่ือความอยู่รอดฉะน้ันเลือดจึงหมายถึงความอยู่รอดความอุดมสมบูรณ์ เชน่ เดียวกับการก่อใหเ้ กิดอันตรายและความตายได้ สีแดงจึงคล้ายกับเป็นสีโปรดของพระเจ้า และยังสอ่ื ถึงคนท่ีรำ�่ รวยและแข็งแรง2-11
ภาพท่ี 2.12 โครงกระดกู และเคร่อื งประดับสีแดง (ของผ้หู ญิงคนหนึ่งที่อาศยั อย่ใู น Herculaneum ยงั คงสวมแหวนที่น้วิ ) ทางดา้ นตะวนั ออก, อยี ิปต์, กรกี , โรมชว่ งก่อนศริสตศ์ ักราช มกี ารคน้ พบวัตถุสแี ดงที่ถูกใส่ไว้ในหลมุ ศพ เชน่ กอ้ นหนิ , เหลก็ คาร์บอน,แก้ว, ภาชนะบรรจไุ วน์, เลอื ด, ผ้า, อญั มณี, รูปป้ัน, ผลไม,้ กลีบดอกไม้ มีการใช้ดอกทานตะวันสีแดง ท่ีไมร่ ่วงโรยเป็นตัวแทนของความอมตะ(Michel Pastoureanu, 2016, p.23-29)ท่ีมา : Jonathan Blair 2-12
2.2.3 WITH PLINY AMONG THE PAINTERS ภาพท่ี 2.13 Villa of Publius Fannius Synistor (ภาพแสดงใหเ้ หน็ ถงึ การตกแตง่ ภายในที่ใชส้ ีแดง) มกี ารค้นพบรูปปัน้ รปู วาด สถาปตั ยกรรม และการตกแตง่ สว่ นใหญท่ ่นี ำ�สแี ดงไปใช้ และล่าสดุ มกี ารค้นพบห้องฝงัศพของกษตั ริย์มาซโิ ดเนยี น ทีท่ าสแี ดง แจกันถือเป็นแหล่งกำ�เนิดสัญลักษณ์ที่ใช้อ้างอิงได้กับประวตั ศิ าสตรข์ องกรีกโบราณในการศกึ ษา วา่ กนั ว่าสีแดงเป็นสีของเลือดของอเล็กซานเดรีย โดยสแี ดงท่ีใช้ท�ำ มาจากแร่Cinnabar ทมี่ รี าคาสูง ถกู สง่ มายงั กรงุ โรมในลกั ษณะท่ีเปน็อันตราย(ยาพิษ) ส่งมาในรูปแบบของแร่ ได้ถูกนำ�ไปใช้กบั ฝาผนัง ที่ส่ือใหเ้ ห็นถึง ความเบื่อหนา่ ย คึกคัก เสยี งดัง มีกลิน่เหม็น ภาพที่มีสีแดงจึงมีความชัดเจนและสอื่ ถึงความอันตราย(Michel Pastoureanu, 2016, p.30-35) ทมี่ า : Wikimedia Commons2-13
ภาพที่ 2.14 Villa of the Mysteries Cubiculum 16 (ภาพแสดงใหเ้ หน็ ถึงการตกแตง่ ภายในที่ใชส้ แี ดง) ภาพท่ี 2.15 House of Augustus “Room of the Masks”ที่มา : Wikimedia Commons 2-14
ภาพที่ 2.16 Fragment from a Silk Cloack Dyed with Kermes, (11th century?, France. สว่ นหน่งึ ของ เส้อื คลมุ ทีใ่ ชใ้ นยคุ กลาง และยุคสมัยใหม่ แสดงให้เห็นถึงการย้อมสแี ดงทตี่ ดิ ทนนาน)2.2.4 DYEING IN RED ทม่ี า : Red the history of a color มกี ารค้นพบการย้อมสแี ดงที่นำ�มาใช้กบั เสือ้ ผา้ จากรปู ของกษัตรยิ ์ และมีหลกั ฐานท่เี ปน็ ลายลักษณ์อกั ษรทว่ี า่อยี ปิ ตม์ ีวิวฒั นาการในเร่อื งของการยอ้ มผ้า และพบหลกั ฐานจากสุสาน ซง่ึ เปน็ ช้ินสว่ นของผ้าทถ่ี ูกยอ้ มด้วยสแี ดง แสดงให้เห็นการย้อมผ้าดว้ ยสีแดงทต่ี ิดทนนานมาถึงปจั จบุ นั (MichelPastoureanu, 2016, p.37)2-15
RED INCULTURE
ภาพที่ 2.17 สีแดง วฒั นธรรม 2.3 RED IN CULTURE การรับรู้เร่ืองสีขึ้นอยู่กับภูมิ หลังของผรู้ บั สาร มนุษย์ทม่ี เี ช้อื ชาติ วัฒนธรรมและอาศัยอยู่ในภูมิประเทศ ทแี่ ตกต่างกัน มกั มีความชอบหรอื ความเช่ือในสที ตี่ า่ งกัน ท่มี า : pinterest.com2-17
ภาพที่ 2.18 สแี ดง ที่แสดงถึงเลือด ความโกรธ ความตาย การเตือนภัย ความตื่นเตน้ ความเชอ่ื เกีย่ วกับสแี ดงในแตล่ ะวฒั นธรรม “อเมริกาเหนอื ” หมายถึง การเตือนภัย ต่ืนเตน้ เช้ือเชิญ เผด็ ร้อน “ละตินอเมริกา” หมายถึง ความสดชนื่ รา่ งเรงิ ดวงอาทติ ย์ “ยุโรปตะวนั ออก” หมาย ถงึ ความรกั ฤดใู บไม้ผลิ “อพั ริกา” หมายถงึ ความตาย การนอง เลอื ด “ตะวันออกกลาง” หมายถงึ ความรัก อทุ ิศ บาป เลอื ด ความ โกรธ “เอเชียแปซิฟกิ ” หมายถงึ ไฟ โชคดี ความร่าเรงิ (Peterson, and Cullen, 2000, p.8)ที่มา : ภาพยนตรเ์ รือ่ ง American Psycho 2-18
ภาพที่ 2.19 ภาพวาด Hieroglyphs (ที่เปน็ หลักฐานทางประวตั ศิ าสตรข์ องอยี ปิ ต์)2.3.1 RED EGYPT ที่มา : ar.tuhistory.com สำ�หรบั อียิปต์ สแี ดงมีความหมายในเชิงลบมากกว่าเชิงบวก เพราะสแี ดงเป็นสีของทะเลทราย การถกู เผาจากดวงอาทติ ย์สีของการรกุ ราน (ศตั รขู องอยี ิปต์) เปน็ สีทสี่ ง่ สัญญาณถึงความรนุ แรง การทำ�ลายลา้ ง และเป็นสขี อง Seth พระเจ้าทรี่ วบรวมพลังแหง่ ความชวั่ ร้าย เขาเปน็สัญลกั ษณข์ องความโหดรา้ ย ช่ือของเขาถูกเขยี นเปน็ สีแดง สามารถอ้างอิงได้จากบริบทภาพวาดของHieroglyphs ท่ีท�ำ ให้เกิดอนั ตรายรา้ ยแรง ความตาย 2-19
ภาพที่ 2.20 Isis Welcoming Thutmose IV (c, 1380 BCE, Egyptพบในปี 1903 อยบู่ รเิ วณหลมุ ฝังศพของฟาโรห์รตั โมท่สี ี่ ไม่ได้ใช้สีเหลืองและแดง เพื่อแยกมนษุ ย์กบั เทพ แตใ่ ช้เฉดสผี วิ ทต่ี ่างกันโดยเทพจะมีสีผิวสวา่ ง มนษุ ย์สมี ีผิวสคี ล้ำ�)ทีม่ า : Red the history of a color แต่บางครั้งสีแดงของอียิปต์ก็ไม่ได้ หมายถงึ ส่งิ ท่ีเลวรา้ ย บางครัง้ กห็ มายถงึ ชัยชนะ อำ�นาจ เลอื ด และการป้องกันความช่วั ร้าย ทว่ี า่ พิธีกรรมที่ยอ้ มด้วยเลอื ด เปรียบ สเมือน เลอื ดคอื น�ำ้ ตาของ ไอซสิ เทพธดิ า แห่งความสมบูรณ์ และในระหว่างยุคจักรวรรดิโบราณ ถึงยุคกรีก กม็ ีการให้ความหมายของสแี ดง ท่แี ตกต่างกนั เปน็ การให้ความหมายสแี ดงใน เชงิ บวก คอื หมายถึง ความเจรญิ รุ่งเรอื ง อำ�นาจ การบูชาเทพเจ้า เปน็ ตวั แทนของ ความอดุ มสมบูรณ์ พบได้จากการทาสรี ปู ป้นั พระเจ้า การเลือกสที ใ่ี ชเ้ ป็นลกั ษณะเดน่ จะเป็นสแี ดงเสมอ แสดงให้เหน็ วา่ สีแดงเป็นสี ของการดำ�รงอยูใ่ นโลก (Michel Pastourea- nu, 2016, p.20) 2-20
ภาพท่ี 2.21 Shanghai (The best travel photo) 2.3.2 RED CHINA สีแดงเป็นสีที่เก่ียวเน่ือง กบั ไฟ ธาตไุ ฟในแผนภมู โิ ปย้ ก่วย ของจีน หมายถึงแสงสว่าง ความ อบอ่นุ พละก�ำ ลัง และความรงุ่ โรจน์ สีแดงจึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความ โชคดีและความสุข สามารถพบการ ใช้สีแดงได้ทุกที่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ จนี วนั หยดุ อน่ื ๆ และในการพบปะ ของครอบครวั ซองอ่งั เปาซ่งึ เป็น เงินของขวัญท่ีจะได้รับในสังคม จีนช่วงวันหยุดหรือโอกาสพิเศษมี การใช้สีแดงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ ความโชคดเี ช่นกนั (th.wikipedia. org, 2015)ทม่ี า : pinterest.com2-21
ภาพท่ี 2.22 ประตู “โทร”ิ , ญ่ปี ุ่น 2-222.3.3 RED JAPAN ประตไู ม้สแี ดง มีช่อื เรยี กวา่ “โทร”ี เกิดจากลทั ธชิ นิ โต สร้างไว้เพื่อแบ่งเขตให้รู้ว่าเม่ือผ่านโทรีเข้าไปจะเป็นเขตศักด์ิสิทธิ์หรือเขตของพระเจา้ สว่ นมากจะสรา้ งไว้ทางเข้าวัด ส่วนชอ่ื โทรนี ัน้ มีคันจำ�คำ�วา่ โทริ ท่ีแปลวา่ นก เพราะแสดงถึงการสอื่ สารกบั เทพเจา้ แสดงให้เหน็ความเช่ือตั้งแต่ยุคโบราณที่ส่งผลมาถงึ ปจั จบุ ัน (Ki_Sama, 2012) ยังแสดงให้เหน็ วา่ สแี ดงถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ในการส่ือถึงเทพเจา้ ซ่งึ แสดงให้เหน็ ว่าสแี ดง ถูกใชแ้ ทนสญั ลักษณ์ของพระเจ้า ทม่ี า : pinterest.com
2.3.4 RED THAILAND ภาพท่ี 2.23 จติ รกรรมฝาผนงั วัดคงคาราม สังเกตุได้ว่าสีแดงจะอยู่ในไทยตามวัด ทุกวัดไมว่ ่าจะเปน็ การตกแต่งภายนอก หรอื จติ รกรรมฝาผนงั ภายใน กลา่ วอีกนยั ว่าวัดเป็นพ้ืนท่ีสมมุติในเวลาสมมุติฉะนั้นสีแดงนอกจะเป็นสีของเทพและชนชน้ั สงู แลว้ สีแดงในเพดานของวดั จึงหมายถึงสีอันสุกสว่าง ซ่ึงกค็ อื รงั สีความรู้ของพระพุทธเจ้าจากการตรัสรู้ที่ได้ฉาบท้องฟ้า หรอื จกั รวาลเอาไว้ท้งั หมด เปรยี บเสมือนวา่ การเดนิเขา้ ไปในวัดน้นั ประหน่ึงเปน็ การเดินทางไปในจักรวาลในช่วงเวลาการตรัสรูข้ องพระพทุ ธองค์ (ทรงยศแววหงษ์, 2009) ที่มา : หญ้าหนวดแมว2-23
ภาพท่ี 2.24 เสาชงิ ช้า, กรงุ เทพมหานคร, ไทยทม่ี า : pinterest.com เสาชงิ ช้าถกู สรา้ งข้นึ ในสมยั รชั กาลที่ 1 เนอ่ื งจาก ในการประกอบพิธีตรียัมปวายอันเป็นประเพณีของ พรหมณ์ท่ีมีมาแต่โบราณนน้ั จำ�เปน็ ต้องมี “การโลช้ ิงช้า” รวมท้ังเพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความเป็นศูนย์กลาง ของพระนคร พระราชครวู ามเทพมนุ ีได้อธิบายวา่ “การ ท่ีเสาชิงช้ามีสีแดงก็เพราะทางพราหมณ์ยึดถือตามสีของ พระอาทิตย์ในยามที่ทอแสงตอนรุ่งอรุณหรือสีหม้อใหม่ท่ี กำ�ลังสกุ แดงซึ่งเป็นสีทมี่ มี งคลสวา่ ง เจริญรงุ่ เรอื งเป็นสี ซึง่ เป็นธรรมชาติ เมือ่ กอ่ นจะใช้สชี าดทาแต่ปจั จุบันก็ใช้สที า บา้ นทัว่ ไป” (ASTVผ้จู ดั การออนไลน์, 2005) 2-24
THE ARRIVAL OF RED
จากวัฒนธรรมการรับรู้สีของมนุษย์สีแรกที่ ท่มี า : pinterest.comมนุษยร์ บั รตู้ ่อจากสขี าวและด�ำ ก็คือสีแดง ตามทฤษฎีและการค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ให้เหตุผลได้ว่าสีแดงเป็นสีของชวี ิต และการด�ำ รงอยู่ (เลือด) ซง่ึ เปน็ สีของของเหลวในรา่ งกาย ทม่ี นุษยท์ กุ คนมเี หมอื นกัน เปน็ สสี ากลท่มี ีความสำ�คัญและความหมายคล้ายกนั (Jess, 2008) 2-26
ทีม่ า : มิวสคิ วีดโี อเพลง Animals ของ Maroon 5 สีแดงเป็นสีที่ “คลุมเครอื ” อยู่ระหว่างดำ�กบั ขาว จากรูปสังเกตุได้วา่ รูปขาวดำ�จะไมส่ ามารถส่ือ เป็นสญั ลักษณ์สากลของทง้ั ชีวติ และการรกุ ราน (Jess, ความหมายไดค้ รบ ชดั เจน จะเห็นเปน็ เพยี งภาพของค่รู กั ท่ี 2008) กลา่ วคือเป็นสที ่ีมีหมายความทด่ี ี และไม่ดอี ยู่ในสี มีความปรารถนาตอ่ กนั เดยี วกนั เปน็ สีท่ผี ูกตดิ อยู่กับความรู้สกึ และอารมณ์ของ มนษุ ยม์ าต้ังแต่แรกเรมิ่ ถือเปน็ สีท่มี ีอทิ ธพิ ลต่อมนษุ ย์มาก ท่สี ดุ ทางการรบั ร้แู ละความรู้สกึ2-27
แต่พอเป็นภาพสี ซง่ึ สีแดงสามารถสอ่ื ความหมายไดถ้ งึ เลือด แสดงให้เห้นกิจกรรม เพศ ความรกั ความหลงใหล ความปรารถณาทร่ี ุนแรง ความโกรธ ความสขุซ่ึงส่งผลต่อการรับรู้ทางอารมณ์และความรู้สึกได้มากกว่ารูปท่ปี ราศจากสแี ดง 2-28
ท่ีมา : rolfgross.dreamhosters.com ท่ีมา : Red the history of a color เริ่มจากงานจติ รกกรม เครื่องราง เครอ่ื ง Great Red Bison of Altamira 15,500- The God Mithras Slaying a Bull c.ประดับ สถาปตั ยกรรมมาจนถึงเส้ือผ้า ทีแ่ สดงให้ 13,500 BCE, Spain เปน็ การค้นพบหลักฐาน ทาง 260-80, Rome. ภาพแกะสลกั เปน็ ภาพพระเจา้เห้นว่าสีแดงเป็นสีแรกที่มนุษย์เริ่มรู้จักและนำ�มาใช้ตั้งแต่ ดา้ นจิตรกรรม คน้ พบเมื่อปี 1879 เป็นหลักฐาน สังหารววั มรี อ่ งรอยของสแี ดงทแี่ สดงใหเ้ หน็ ถึงในอดตี จนถึงปัจจุบันแล้ว สีแดงยงั ถือเปน็ หลกั ฐาน ทางประวัตศิ าสตรท์ แี่ สดงแดงใหเ้ ห็นวา่ มนษุ ยเ์ ริ่มมี การเสยี ลสะเลอื ดของวัว เป็นหลกั ฐานทแี่ สดงใหเ้ หน็สำ�คัญทางประวัติศาสตร์ท่ีบ่งบอกถึงวัฒนธรรม ววิ ฒั นาการการใชส้ ี ในงานจติ กรรมฝาผนัง และสีท่ี ความเช่อื ทวี่ า่ สีแดงเป็นสัญลักษญข์ องเลือด เทพเจ้าสงั คม ค่านิยม ความเชื่อของคนในแต่ละยุค ถูกใชเ้ ปน็ สแี รกก็คือสีแดง อ�ำ นาจ และการดำ�รงอยู่2-29
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177