- 32 - 3.3 พัฒนาสภาวะแวดลอ้ มของการพฒั นาวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจยั และนวตั กรรม 3.3.1 ดา้ นบุคลากรวิจยั 1) เร่งการผลิตบคุ ลากรสายวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีท่ีมคี ุณภาพและ สอดคล้องกับ ความต้องการโดยเฉพาะในสาขา STEM (วิทยาศาสตร์ (Science : S) เทคโนโลยี (Technology : T) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineer : E) และคณิตศาสตร์ (Mathematics : M)) ด้วยการ สร้างสิ่งจูงใจ การสร้างแรง บันดาลใจ การสนับสนุนทุนการศึกษา เพื่อเพ่ิมจานวนผู้สาเร็จการศึกษาในสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และพัฒนาระบบการเรียนการสอนที่เช่ือมโยงระหว่างวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM Education) ในสถานศกึ ษา รวมทั้งเร่งผลติ กาลังคนและครู วิทยาศาสตรท์ ี่มีคุณภาพ 2) เร่งสร้างนักวิจัยมืออาชีพ โดยเฉพาะอย่างย่ิงในสาขาวิศวกรรมการผลิตข้ันสูง แพทยศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) นักออกแบบ และในสาขาที่ขาดแคลนและ สอดคล้องกับ การเติบโตของอุตสาหกรรมเป้าหมายและทิศทางการพัฒนาประเทศ รวมท้ังบุคลากรท่ีเกี่ยวข้องกับการวิจัย และพัฒนานวัตกรรม ไม่ว่าจะเปน็ นักบรหิ ารจัดการงานวิจัยและนวัตกรรม นกั ถ่ายทอดเทคโนโลยี นักประเมินผล และบุคลากรด้านทรัพย์สินทางปัญญา โดยพัฒนาเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพที่ชัดเจนและพัฒนาตลาด รองรับงานสาหรับบุคลากรวิจัย โดยกาหนดเป็นเงื่อนไขให้โครงการลงทุนขนาดกลางและขนาดใหญ่จะต้องมี การทาวิจัยรองรับการดาเนินโครงการ 3) พัฒนาศักยภาพนักวิจัยให้มีทั้งความรู้และความเข้าใจในเทคโนโลยี เข้าใจตลาด และรูปแบบการทาธุรกิจ และการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้งเข้าถึงและเข้าใจความต้องการ ของผู้ใช้ประโยชน์ โดยใช้หลักการตลาดนางานวิจัย เพ่ือให้สามารถประเมินความคุ้มค่าในการลงทุนวิจัย และได้งานวิจัย ท่มี ีคณุ คา่ ในเชงิ เศรษฐกจิ และสังคม 4. แผนงำนและโครงกำรสำคัญ 4.1 โครงการส่งเสริมการจัดทามาตรฐานนวัตกรรมและส่ิงประดิษฐ์ไทย เพ่ือนาข้ึนบัญชี นวัตกรรมและส่งิ ประดิษฐ์ ยุทธศำสตร์ท่ี 9 กำรพัฒนำภำค เมือง และพืนที่เศรษฐกิจ มุ่งเน้นการพัฒนาและเร่งดาเนินการ ในประเด็นท้าทาย ได้แก่.การสร้างความเข้มแข็งของฐานการผลิตและบริการเดิมและขยายฐานการผลิต และบริการใหม่ที่สร้างรายได้สาหรับประชาชนในภาค การพัฒนาเมืองให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ การพัฒนา และฟ้ืนฟูพ้ืนที่บริเวณชายฝ่ังทะเลตะวันออกให้รองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างมีสมดุล และการบริหารจัดการพื้นที่เศรษฐกิจชายแดนให้เจริญเติบโตและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน รวมท้ังการเพิ่ม ประสิทธภิ าพกลไกการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคและเมืองให้เกดิ ผลอยา่ งเป็นรปู ธรรม 1. วัตถปุ ระสงค์ 1.1 เพ่ือกระจายความเจรญิ และโอกาสทางเศรษฐกจิ ไปสู่ภูมภิ าคอย่างทว่ั ถึงมากขน้ึ 2. เป้ำหมำยและตวั ชวี ดั 3. แนวทำงกำรพัฒนำ 3.1 กำรพฒั นำภำคเพ่ือสร้ำงโอกำสทำงเศรษฐกิจให้กระจำยตัวอย่ำงทั่วถึง 3.1.1 ภาคเหนอื พฒั นาใหเ้ ป็นฐานเศรษฐกจิ มลู ค่าสูง 1) พัฒนาการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพและความย่ังยืน มีธุรกิจบริการต่อเนื่องกับ การทอ่ งเที่ยวบรกิ ารสขุ ภาพและการศกึ ษาทีไ่ ด้มาตรฐาน รวมทง้ั ผลติ ภณั ฑ์สร้างสรรคท์ ี่สรา้ งมลู คา่ เพิ่มสงู แผนปฏิบตั ิราชการประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ฉบบั ปรับปรงุ ตามงบประมาณที่ไดร้ บั จดั สรร)
- 33 - (3) สนับสนุนเชียงใหม่ให้เป็นศูนย์กลางการผลิตและธุรกิจด้านอาหาร และสินค้าเพ่ือสุขภาพ บริการทางการแพทย์และสขุ ภาพ บริการการศึกษานานาชาติรวมทั้งผลิตภัณฑ์ สร้างสรรค์ โดยเฉพาะกล่มุ ดิจทิ ัล 3.1.2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พัฒนาให้หลุดพ้นจากความยากจน สู่เป้าหมาย การพงึ่ ตนเอง 3.1.3 ภาคกลาง พฒั นาเปน็ ศูนย์อตุ สาหกรรมสีเขยี วชัน้ นา 3.3 กำรพัฒนำพืนทีเ่ ศรษฐกิจ 3.3.1 พน้ื ท่ีบรเิ วณชายฝั่งทะเลตะวันออก 3.3.2 พน้ื ท่เี ศรษฐกิจพิเศษชายแดน 4. แผนงำนและโครงกำรสำคญั 4.1 โครงการพฒั นาและส่งเสรมิ การผลิตผลิตภณั ฑ์ยางพาราภาคใต้ 4.2 โครงการพฒั นาอตุ สาหกรรมผลิตโคเนื้อศรีวิชัยภาคใต้ฝ่ังอา่ วไทย 4.3 โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมการเพาะเล้ยี งกงุ้ และสัตว์น้าชายฝ่ังท่ีเปน็ มติ รกับสงิ่ แวดลอ้ ม ยุทธศำสตร์ท่ี 10 ควำมร่วมมือระหว่ำงประเทศเพ่ือกำรพัฒนำ ให้ความสาคัญกับการปรับปรุง กลไกภายในประเทศให้มีบูรณาการให้ความสาคัญกับกลไกที่สร้างสรรค์และเป็นธรรมและมีบูรณาการกันในระดับ อนุภูมิภาคและภูมิภาค และขณะเดียวกันก็ให้ความสาคัญกับการดาเนินการให้เกิดความชัดเจนต่อกลุ่มประเทศ เพอื่ นบ้านถงึ บทบาทของประเทศไทยจากมุมมองของการพฒั นาอนุภมู ภิ าคและภมู ิภาค 1. วตั ถุประสงค์ 1.3 เพื่อเพิ่มบทบาทของไทยในเวทีโลกด้วยการส่งเสริมบทบาทท่ีสร้างสรรค์ของไทย ในกรอบความร่วมมือต่างๆ รวมทัง้ การสนับสนุนการขับเคล่ือนการพัฒนาภายใตก้ รอบเป้าหมายการพฒั นาท่ีย่งั ยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) 2. เปำ้ หมำยและตวั ชีวดั เป้ำหมำยที่ 4 ประเทศไทยเปน็ หนุ้ สว่ นการพัฒนาทส่ี าคญั ทงั้ ในทุกระดับ ตัวชวี ดั 4.3 ความกา้ วหน้าในการดาเนินการให้เปน็ ไปตามเปา้ หมายการพัฒนาที่ย่ังยืน 3. แนวทำงกำรพัฒนำ 3.3 พัฒนำและส่งเสริมให้ไทยเป็นฐำนของกำรประกอบธุรกิจ กำรบริกำร และกำรลงทุน ท่โี ดดเดน่ ในภูมิภำค ทั้งการให้บริการทางการศึกษา บรกิ ารด้านการเงนิ บริการด้านสุขภาพ บรกิ ารด้านโลจิสตกิ ส์ และการลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนา รวมทั้งเป็นฐานความร่วมมือในเอเชีย โดยอาศัยจุดเด่นด้านภูมิศาสตร์ ท่ีตั้งของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางของความร่วมมือ และการเชื่อมต่อห่วงโซ่มูลค่า ร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศในภมู ิภาคอาเซยี น (ไทยบวกหนึง่ ) 3.6 กำรสร้ำงควำมเป็นหุน้ สว่ นกำรพฒั นำกับประเทศในอนุภมู ภิ ำค ภูมิภำค และนำนำประเทศ 3.6.1 เพิ่มบทบาทและการมีส่วนร่วมของไทยในองค์การระหว่างประเทศในการผลักดัน การพัฒนาในอนุภูมิภาคและภูมิภาค รวมทั้งประเทศกาลังพัฒนาในภูมิภาคอ่ืน ๆ โดยเฉพาะอย่างย่ิงในเร่ือง การขับเคล่ือนการพัฒนาตามเป้าหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืน การแก้ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้า การสร้างโอกาสและที่ยืนในสังคมแก่ผู้ด้อยโอกาส สตรี และผู้สูงอายุ การบริหารจัดการภัยพิบัติ การสร้างความม่ันคง ด้านพลงั งาน อาหาร และน้า และการลดการปล่อยก๊าซเรอื นกระจก เป็นต้น 3.6.2 เพ่ิมบทบาทนาของไทยในการให้ความช่วยเหลือทางการพัฒนาแก่ประเทศกาลัง พัฒนาในการพัฒนาความเชื่อมโยงด้านต่างๆ การวิจัยและพัฒนา และการพัฒนาทุนมนุษย์ ควบคู่กันไปกับ แผนปฏิบัติราชการประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ฉบบั ปรับปรุงตามงบประมาณท่ไี ดร้ ับจัดสรร)
- 34 - การขยายความร่วมมอื ระหว่าง อนุภูมิภาคและภมู ิภาคกับประเทศนอกภูมภิ าคบนหลักของการรกั ษาดุลยภาพของ การปฏิสัมพันธก์ ับกลุม่ มหาอานาจตา่ งๆ 8. ทศิ ทำงกำรพัฒนำภำคในช่วงแผนพฒั นำเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชำติ ฉบบั ท่ี 12 สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้จัดทาทิศทางการ พัฒนาภาคในระยะ แผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี 12 เพื่อเป็นเคร่ืองมือในการแปลงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 สู่การปฏิบัติ อย่าง เป็นรูปธรรม วัตถุประสงค์การจัดทาทิศทางการพัฒนาภาค ในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 เพ่ือกาหนด ทิศทาง การพัฒนาเชิงพื้นที่ตามศักยภาพภูมิสังคมของแต่ละภาคท่ีเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ฉบับท่ี 12 โดยยึดแนวคิดการพัฒนาตามหลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ สมดุล เป็นธรรม และมีภูมิคุ้มกันผลกระทบการเปล่ียนแปลงทั้งจากภายนอกและภายในประเทศ ควบคู่กับ “การ พัฒนาอย่างบูรณาการและเป็นองค์รวม ท่ีเช่ือมโยงการพัฒนาทุกมิติท้ังด้านกายภาพ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ส่ิงแวดล้อม และความม่ันคง” และ“การพัฒนาให้สอดคล้องกับภูมิสังคม” ที่แต่ละพื้นที่มีความต่าง ของศักยภาพ วถิ ชี ีวิต วัฒนธรรม อตั ลักษณธ์ รรมชาติรวมท้ัง “ความเช่ือมโยงสอดคลอ้ งกับทิศทางของ แผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี 12” ซ่ึงมีเป้าหมายและยุทธศาสตร์การพัฒนาภาค ดังนี้ 8.1 ภำคเหนือ เปา้ หมายเชิงยทุ ธศาสตร์ ภาคเหนือมที ุนทางสงั คมและวฒั นธรรมประเพณีท่ีมอี ัตลักษณ์ โดดเด่น ท่ีมกี ารฟื้นฟู สืบสานและ สร้างสรรค์พฒั นาสู่การผลิตสินค้าและบรกิ าร โดยเฉพาะเปน็ แหล่งทอ่ งเทย่ี วที่มี บริการสุขภาพและผลิตภณั ฑ์ หัตถกรรมทมี่ ีชือ่ เสียงระดบั สากล พ้ืนทเ่ี กษตรของภาคเหนือมีขนาดเล็กเหมาะสมต่อ การปรับระบบการผลิต เพ่ือสร้างคุณค่าตามแนวทางเกษตรอินทรีย์ นอกจากนี้ ทาเลท่ีต้งั ของภาคเหนอื มศี ักยภาพ ในการขยายการค่า การลงทุนและบริการเช่ือมโยงเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้าโขง และสามารถ ขยายไปสู่จีนตอนใต้และกลุ่มประเทศเอเชียใต้ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ และ ตะวันออก- ตะวันตก รวมถงึ เป็นพื้นทป่ี ่าต้นน้าทสี่ าคัญของประเทศ ดังนั้น การพัฒนาภาคเหนือสู่ความ “ม่ันคง ม่ังคั่ง ย่ังยืน” จาเป็นจะต้องนาศักยภาพทางภูมิสังคมประกอบกับปัจจัยสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และองค์ความรู้ของ สถาบันการศึกษาและองค์กรในพ้ืนท่ี มาใช้ในการต่อยอดการผลิตและบริการท่ีมีศักยภาพและโอกาสเพื่อสร้าง มลู คา่ สงู ตามแนวทางเศรษฐกจิ สร้างสรรค์ รวมทง้ั การใชป้ ระโยชน์จากการเชื่อมโยงกบั ประเทศเพือ่ นบ้าน ยุทธศาสตรก์ ารพัฒนา 1. ยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาการท่องเท่ียวและธุรกิจบริการต่อเน่ืองให้มีคุณภาพ สามารถ สร้างมูลค่าเพ่ิมอย่างยั่งยืน และกระจายประโยชน์อย่างทั่วถึง รวมทั้งต่อยอดการผลิตสินค้าและบริการท่ีมี ศักยภาพสูงด้วยภมู ปิ ญั ญาและนวัตกรรม 2 ยุทธศาสตร์ท่ี 2 ใช้โอกาสจากเขตเศรษฐกิจพิเศษ และการเช่ือมโยงกับอนุภูมิภาค GMS BIMSTEC และ AEC เพือ่ ขยายฐานเศรษฐกจิ ของภาค 3 ยุทธศาสตร์ท่ี 3 ยกระดับเป็นฐานการผลิตเกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดภัย เช่ือมโยงสู่อตุ สาหกรรมเกษตรแปรรปู ทส่ี ร้างมูลค่าเพ่มิ สูง 4 ยุทธศาสตร์ท่ี 4 พัฒนาคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาความยากจน พัฒนาระบบ ดูแล ผ้สู ูงอายุอยา่ งมสี ว่ นรว่ มของครอบครัวและชุมชน ยกระดบั ทักษะฝีมอื แรงงานภาคบรกิ าร 5 ยุทธศาสตร์ท่ี 5 อนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้าให้คงความสมบูรณ์ จัดระบบบริหาร จดั การนา้ อยา่ งเหมาะสมและเชือ่ มโยงพ้นื ท่ีเกษตรให้ทัว่ ถึง ปอ้ งกันและแกไ้ ขปญั หามลพิษหมอกควนั อย่าง ยัง่ ยืน แผนปฏบิ ตั ริ าชการประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ฉบบั ปรับปรงุ ตามงบประมาณท่ีไดร้ ับจดั สรร)
- 35 - 8.2 ภำคตะวนั ออกเฉียงเหนอื ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีปัญหาพ้ืนฐานด้านการขาดแคลนน้า ดินคุณภาพต่า ประสบ อุทกภัยและภัยแล้งซ้าซาก คนมีปัญหาท้ังในด้านความยากจน และมีปัญหาภาวะทุพโภชนาการ แต่มีความพร้อม ด้านสถาบัน การศึกษาและสถาบันวิจัย ดังน้ันการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปสู่ ความ “ม่ันคง มั่งคั่ง ย่ังยืน” จาเป็นจะต้องแก้ไขปัญหาพื้นฐานควบคู่ไปกับการพัฒนาการวิจัยเพื่อใช้ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรคใ์ นการเสริมสร้างความเข้มแขง็ ของเศรษฐกจิ ภายในภาคให้มี การเจริญเติบโตได้ อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมท้ังการแสวงหาโอกาสการนาความรู้ ทุน เทคโนโลยีและนวัตกรรม จากภายนอกมาช่วย ขบั เคลื่อนโดยการใช้ประโยชน์จากโครงการพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานด้านการคมนาคม ขนส่งขนาดใหญ่ทเี่ ช่ือมโยง ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือกบั โครงขา่ ยระบบการคมนาคมขนส่งและพื้นที่เศรษฐกจิ หลักของประเทศ รวมทัง้ การใช้ ประโยชน์จากการเช่ือมโยงและข้อตกลงกับประเทศเพ่ือนบ้านในกลุ่ม อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้าโขงที่กาลังมีการ เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วมาเสริมสร้างกิจกรรมการพัฒนาใหม่ๆ ให้แก่ภาค เพ่ือให้มีอัตราการเติบโตท่ีสูงเพียงพอ ตอ่ การลดความแตกต่างเหลอ่ื มล้ากบั พ้นื ทสี่ ว่ นอื่นๆ ของประเทศได้ ในระยะยาว เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ พัฒนาอีสานสู่มิติใหม่ให้เป็น “ศูนย์กลางเศรษฐกิจของอนุ ภมู ิภาค ลมุ่ แมน่ ้าโขง” ยุทธศำสตรก์ ำรพัฒนำ 1 ยุทธศาสตร์ที่ 1 บริหารจัดการน้าให้เพียงพอต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพ ชีวิตอย่างย่งั ยนื 2 ยุทธศาสตรท์ ี่ 2 แกป้ ัญหาความยากจนและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มรี ายได้น้อยเพื่อ ลด ความเหลอ่ื มลา้ ทางสงั คม 3 ยุทธศาสตร์ที่ 3 สร้างความเข้มแข็งของฐานเศรษฐกิจภายในควบคู่กับการ แก้ปัญหา ทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม 4 ยุทธศาสตร์ที่ 4 ใช้โอกาสจากการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งที่เช่ือมโยงพื้นท่ี เศรษฐกิจหลักภาคกลางและพ้ืนที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เพื่อพัฒนาเมือง และพ้ืนที่เศรษฐกิจ ใหม่ๆ ของภาค 8.3 ภำคกลำง และพนื ทก่ี รุงเทพมหำนคร ภาคกลางและพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นภูมิภาคที่มีบทบาทสาคัญในการเชื่อมโยงกับทุกภาค ภายในประเทศ เนื่องจากเป็นท่ีตั้งของเมืองหลวงกรุงเทพมหานคร และเป็นที่ต้ังของหน่วยงานราชการระดับ กระทรวง หน่วยงาน รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษาและวิจัยช้ันนาทุกระดับ สถาบันการรักษาพยาบาลท่ีดีที่สุด รวมทั้งสถาบันธุรกิจ และสถาบันการเงินชั้นนาของประเทศ ขณะเดียวกันภาคกลางตั้งอยู่ในพ้ืนท่ีลุ่มแม่น้าขนาด ใหญ่ที่มีความ อุดมสมบูรณ์เป็น “อู่ข้าว อู่น้า” ของประเทศ และเป็นพื้นท่ีในแนวระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ของอนุ ภูมิภาคลุ่มน้าโขง (Southern Economic Corridor) ที่เชื่อมโยงเมียนมา-ไทย-กัมพูชา-เวียดนาม ซึ่งเป็นเส้นทาง ลัดโลจิสติกส์ (Landbridge) เชื่อมโยงภูมิภาคอาเซียนกับโลกตะวันตกและโลกตะวันออก ดังน้ัน การพัฒนาภาค กลางสู่ความ “ม่ันคง มั่งคั่ง ย่งั ยนื ” จาเป็นต้องรกั ษาความมีช่ือเสียงของ กรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองชนั้ นาระดับ โลกตลอดไป ควบคู่ไปกับการใช้ศักยภาพพ้ืนฐานด้านความ อุดมสมบูรณ์ของดินและน้า และความพร้อมของ สถาบันการศึกษา/วิจัยในการยกระดับภาคการเกษตรสู่เกษตร อุตสาหกรรมท่ีใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อ ผลิตสินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูง รวมท้ังการเร่งรัดผลักดัน เส้นทางลัดโลจิสติกส์เชื่อมโยงทวาย (เมียนมา) กับ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เพื่อให้ภาคกลาง เป็นพื้นท่ี่ยุทธศาสตร์ในการเชื่อมโยงเส้นทางการค้าการ ขนส่งระหว่างทะเลตะวนั ตกและทะเลตะวันออก ในระยะยาว แผนปฏิบตั ริ าชการประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ฉบบั ปรบั ปรงุ ตามงบประมาณทีไ่ ดร้ ับจดั สรร)
- 36 - เป้ำหมำยเชิงยุทธศำสตร์ ภาคกลางมีบทบาทสาคัญในการเชื่อมโยงกับทุกภาค ภายในประเทศ เนื่องจากเป็นที่ตั้งของ กรุงเทพมหานคร สถาบันการศึกษาและวิจัยชั้นนาทุกระดับ สถาบันการ รักษาพยาบาลท่ีดีท่ีสุด นอกจากนี้ ภาคกลางยังมีแหล่งท่องเท่ียวที่มีชื่อเสียง สภาพพ้ืนที่และระบบชลประทานที่ อุดมสมบูรณ์ เป็นฐานเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมที่สาคัญของประเทศ และเป็นพ้นื ท่แี นวระเบียงเศรษฐกจิ ตอนใต้ของ อนุภูมิภาคลุ่มน้าโขง (Southern Economic Corridor) ท่ีเชื่อมโยงเมียนมา-ไทย-กัมพูชา-เวียดนาม ซึ่งเป็น เส้นทางลัดโลจิสติกส์ (Landbridge) เชื่อมโยงภูมิภาคอาเซียนกับโลกตะวันตกและโลกตะวันออก ภาคกลางจึงมี เป้าหมายทจี่ ะ “พฒั นากรุงเทพฯ สู่มหานครทนั สมัยและภาคกลางเป็นฐานการผลิตสนิ ค้าและบริการทมี่ มี ลู ค่าสูง” ยทุ ธศาสตร์การพัฒนา 1 ยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนากรุงเทพฯ เป็นมหานครทันสมัยระดับโลกควบคู่กับการพัฒนา คุณภาพชีวติ และแกไ้ ขปญั หาส่งิ แวดลอ้ มเมือง 2 ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวที่มีช่ือเสียงระดับนานาชาติและ สร้าง ความเช่ือมโยงเพ่อื กระจายการท่องเที่ยวทว่ั ท้ังภาค 3 ยุทธศาสตร์ท่ี 3 ยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมโดยใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และความคดิ สร้างสรรค์ เพ่อื ให้สามารถแขง่ ขันได้อยา่ งย่งั ยนื 4 ยุทธศาสตร์ท่ี 4 บริหารจัดการน้าและทรพั ยากรธรรมชาติเพอ่ื แกไ้ ขปัญหานา้ ท่วม ภัย แลง้ และคงความสมดุลของระบบนิเวศอยา่ งยง่ั ยืน 5 ยุทธศาสตร์ที่ 5 เปิดประตูการค้า การลงทุน และการท่องเท่ียว เช่ือมโยง เขต เศรษฐกจิ พิเศษทวาย-ภาคกลาง-ระเบียงเศรษฐกจิ ภาคตะวนั ออก 6 ยุทธศาสตร์ที่ 6 พัฒนาความเชื่อมโยงเศรษฐกิจและสังคมกับทุกภาคเพ่ือเสริมสร้าง เสถียรภาพและลดความเหลอ่ื มลา้ ภายในประเทศ 8.4 ภำคตะวนั ออก ภาคตะวันออกมีบทบาทสาคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ เน่ืองจากเป็นพ้ืนท่ี ฐานเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมหลัก (Industrial heartland) และเป็นที่ต้ังของท่าเรือน้าลึกและท่าอากาศยาน นานาชาติ เช่ือมโยงกับเศรษกิจโลก นอกจากนี้ ยังเป็นพ้ืนที่ในแนวระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ของอนุภูมิภาคลุ่มน้า โขง (Southern Economic Corridor และ Southern Coastal Economic Corridor ) ท่ีเชื่อมโยงเมียนมาร์- ไทย-กัมพูชา-เวียดนาม ซึ่งเป็นเส้นทางลัดโลจิสติกส์ (Land bridge) เช่ือมโยงภูมิภาคอาเซียนกับโลกตะวันตก และโลกตะวันออก นอกจากน้ี ภาคตะวันออกยังเป็นแหล่งผลิตอาหารสาคัญของประเทศ ได้แก่ สุกร กุ้ง ไก่ ข้าว และผลไม้ รวมถึงเป็นแหล่งท่องเท่ียวระดับนานาชาติ เนื่องจากมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ดังน้ัน การ พัฒนาภาคตะวันออกระยะต่อไป จะต้องพัฒนาต่อยอดฐานเศรษฐกิจท่ีมีอยู่ของพ้ืนที่ ระเบียงเศรษฐกิจภาค ตะวันออก (EEC) โดยใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์และการค้าบริการ ควบคู่ไปกับการใช้ ศักยภาพความอุดมสมบูรณ์ของดินและน้าและความพร้อมของสถาบันการศึกษาวิจัย ยกระดับสินค้าการเกษตร และบริการให้มีมูลคา่ สงู เพ่ือก่อให้ภาคตะวันออกเปน็ พ้ืนที่ยทุ ธศาสตรใ์ นการ ขับเคล่ือนการพฒั นาประเทศให้หลุด พ้นกบั ดกั “ประเทศรายได้ปานกลาง” เป้าหมายการเชงิ ยุทธศาสตร์ ภาคตะวันออกจะมุ่งพัฒ นาเป็นฐานเศรษฐกิจชั้นนาของอาเซียน โดยรักษา ฐานเศรษฐกิจเดิมที่มีอยู่ให้เติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่เพ่ือเพิ่มขีดความสามารถในการ แข่งขัน และสนับสนุนให้ประเทศเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ โดยเน้นการพัฒนาพ้ืนที่ที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ พื้นท่ี ฐานการ ผลิตและบริการ เมืองศนู ยก์ ลางความเจรญิ ในภมู ภิ าค และพ้ืนทีเ่ ศรษฐกิจชายแดน แผนปฏิบัตริ าชการประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศึกษาธกิ าร (ฉบับปรบั ปรงุ ตามงบประมาณท่ไี ด้รับจัดสรร)
- 37 - ยุทธศาสตร์การพัฒนา 1 ยุทธศาสตร์ท่ี 1 พัฒนาพ้ืนที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกให้เป็นเขต เศรษฐกจิ พิเศษทีด่ ีและทนั สมัยทส่ี ุดในภมู ภิ าคอาเซยี น 2 ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาภาคตะวันออกให้เป็นแหล่งผลิตอาหารท่ีมีคุณภาพและได้ มาตรฐานสากล 3 ยุทธศาสตรท์ ี่ 3 ปรับปรงุ มาตรฐานสินคา้ และธุรกิจบรกิ ารด้านการท่องเที่ยว 4 ยุทธศาสตร์ท่ี 4 พัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจชายแดนให้เป็นประตูเศรษฐกิจเชื่อมโยงกับ ประเทศเพือ่ นบ้านให้เจรญิ เตบิ โตอย่างยั่งยนื 5 ยุทธศาสตร์ที่ 5 เร่งแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติท่ีมีความวิกฤติและจัดระบบการ บริหารจดั การมลพิษให้มปี ระสทิ ธิภาพเพิ่มขึ้น 8.5 ภำคใต้ ภาคใต้มีแหล่งทอ่ งเที่ยวทางทะเลท่ีมีชอื่ เสยี งระดับโลก และแหล่งทอ่ งเที่ยวทีม่ ศี ักยภาพ สามารถ สร้างรายได้ให้กับภาคท้ังพ้ืนท่ีตอนในและชายฝง่ั ทะเลทั้งสองด้าน รวมทั้งมีระบบนิเวศชายฝั่งทเี่ ปน็ แหล่ง เพาะพันธุ์สัตว์น้าตามธรรมชาติและเหมาะกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้าชายฝ่ัง ในขณะท่ีการผลิตภาคเกษตร ได้แก่ ยางพาราและปาลม์ น้ามนั ซงึ่ เป็นแหล่งผลิตและแปรรปู ท่ีสาคัญของประเทศยงั เป็นแบบดั้งเดมิ นอกจากนี้ ภาคใต้มี ความได้เปรียบด้านสภาพที่ตั้งทางภูมศิ าสตร์ที่อยู่ใกลเ้ ส้นทางการค้าโลก สามารถเช่ือมโยง การพฒั นากบั พื้นท่ีภาค อ่ืนๆ ของประเทศ รวมทั้งภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออก ดังนั้น การพัฒนาภาคใต้ควรพัฒนาการท่องเที่ยว ให้เป็นมาตรฐานสากลเพ่ือรกั ษาความมีชื่อเสียง ของแหล่งท่องเท่ียวระดับโลก พรอ้ มกับพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่มี ศักยภาพให้เป็นท่ีรู้จักในระดับนานาชาติ ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิตและแปรรูปภาคเกษตรควบคู่กับ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อม รวมท้ังพัฒนาการเช่ือมโยงการค้า การลงทุน กับภูมิภาคต่างๆ ของโลก เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ “ภาคใต้เป็นเมืองท่องเที่ยวพักผ่อนตากอากาศระดับโลก เป็น ศูนย์กลาง ผลิตภัณฑ์ยางพาราและปาล์มน้ามันของประเทศ และเมืองเศรษฐกิจเชื่อมโยงการค้าการลงทุนกับ ภมู ิภาคอื่น ของโลก” ยทุ ธศาสตรก์ ารพัฒนา 1. ยุทธศาสตร์ท่ี 1 พัฒนาการท่องเท่ียวของภาคให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพชั้นน้า ของโลก 2. ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาอุตสาหกรรมการแปรรูปยางพาราและปาล์มน้ามันแห่งใหม่ ของประเทศ 3. ยุทธศาสตรท์ ี่ 3 พฒั นาการผลิตสินค้าเกษตรหลักของภาค 4. ยุทธศาสตร์ที่ 4 พัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานสนับสนุนการท่องเที่ยว การพัฒนา เขต อตุ สาหกรรม และการเช่อื มโยงการค้าโลก 8.6 ภาคใต้ชายแดน ภาคใต้ชายแดนพึ่งพิงภาคการเกษตร โดยมีพืชเศรษฐกิจหลัก ยางพารา ปาล์มน้ามัน และไม้ผล ซ่ึงยังใช้ รูปแบบการผลิตแบบดั้งเดิม และมีการแปรรูปข้ันต้นเพื่อการส่งออก ทาให้ได้รบั ผลกระทบจาก ความผันผวน ของราคา นอกจากนี้ภาพลักษณ์ความไม่ปลอดภัยจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ส่งผลต่อภาวะการค้า และ 6 - 16 การลงทุน อย่างไรก็ดี ภาคใต้ชายแดนเป็นแหล่งทาการประมงที่สาคัญของประเทศ เน่ืองจากมี ทรัพยากร ที่อุดมสมบูรณ์และมีแหล่งท่องเที่ยวท่ีสวยงาม รวมทั้งมีพ้ืนที่อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป และเมือง แผนปฏบิ ัตริ าชการประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ฉบับปรับปรงุ ตามงบประมาณที่ได้รบั จดั สรร)
- 38 - ชายแดน มจี ุดที่ต้ังที่ได้เปรยี บในการเชื่อมโยงการพฒั นาระหว่างพ้นื ท่ีภาคใต้และมาเลเซยี รวมทัง้ สิงคโปร์ ประกอบ กับ ปัจจุบันรัฐบาลอยู่ระหว่างดาเนินโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง ม่ังค่ัง ยั่งยืน” เพ่ือพัฒนา อุตสาหกรรมเกษตร อาเภอหนองจิก การพัฒนาการคา้ และการทอ่ งเทีย่ ว อาเภอสุไหงโก-ลก และอาเภอเบตง เพ่ือ สร้างงาน และรายได้ใหก้ ับประชาชน ควบคไู่ ปกบั การสร้างความเข้มแขง็ ใหก้ ับชมุ ชน เป้าหมายเชงิ ยุทธศาสตร์ เปน็ แหล่งผลติ ภาคเกษตรและอตุ สาหกรรมเกษตรแปรรปู ที่สาคญั ของประเทศ และเป็น เมอื ง ชายแดนเชื่อมโยงการค้าและการท่องเที่ยวกบั พืน้ ท่ีภาคใต้และการพัฒนาเศรษฐกจิ ของประเทศมาเลเซียและ สงิ คโปร์” ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นา 1 ยุทธศาสตร์ท่ี 1 พัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรเพ่ือ สร้างความมนั่ คงให้กับภาคการผลติ 2 ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาเมืองสุไหงโก-ลก และเมืองเบตง ให้เป็นเมืองการค้าและเมือง ทอ่ งเทีย่ วชายแดน 3 ยทุ ธศาสตร์ท่ี 3 เสรมิ สรา้ งความเข้มแขง็ ใหก้ บั ชมุ ชน 9. แผนกำรศึกษำแหง่ ชำติ (พ.ศ. 2560-2579) คณะรัฐมนตรีมีมติเม่ือวันท่ี 14 มีนาคม 2560 เห็นชอบแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 เพื่อใช้เป็นแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวสาหรับหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องกับการศึกษาของประเทศ ได้นาไปใช้เป็นกรอบ และแนวทางการพัฒนาการศึกษาและเรียนรู้สาหรับพลเมอื งทุกช่วงวัยต้ังแต่แรกเกิดจนตลอดชีวิต โดยจดุ มุ่งหมาย ที่สาคัญของแผนคือ การมุ่งเน้นการประกันโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา และการศึกษาเพื่อการมีงาน ทาและสร้างงานได้ ภายใต้บริบทเศรษฐกิจและสังคมของประเทศและของโลกที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม และความคิด สร้างสรรค์ รวมท้ังความเป็นพลวัตร เพ่ือให้ประเทศไทยสามารถก้าวข้ามกับดักประเทศท่ีมีรายได้ปานกลาง ไปสู่ ประเทศท่ีพัฒนาแล้ว ซ่ึงภายใต้กรอบแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 ได้กาหนดสาระสาคัญสาหรับ บรรลุเป้าหมายของการพัฒนาการศึกษาใน 5 ประการ ได้แก่ การเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา (Access) ความเท่า เทียมทางการศึกษา (Equity) คุณภาพการศึกษา (Quality) ประสิทธิภาพ (Efficiency) และตอบโจทย์บริบทท่ี เปล่ยี นแปลง (Relevancy) ในระยะ 15 ปีข้างหนา้ ดังนี้ วสิ ัยทัศน์ : คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดารงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกบั หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเปลีย่ นแปลงของโลกศตวรรษท่ี 21 วัตถุประสงค์ 1. เพือ่ พฒั นาระบบและกระบวนการจดั การศึกษาที่มีคณุ ภาพและมปี ระสทิ ธภิ าพ 2. เพื่อพฒั นาคนไทยให้เปน็ พลเมืองดี มคี ุณลักษณะ ทักษะและสมรรถนะทสี่ อดคล้องกบั บทบัญญัติ ของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และยุทธศาสตร์ชาติ 3. เพ่ือพัฒนาสังคมไทยให้เปน็ สงั คมแหง่ การเรียนรู้ และคณุ ธรรมจริยธรรม รู้จกั สามัคคี และ ร่วมมือผนึกกาลังมงุ่ สู่การพฒั นาประเทศอยา่ งยัง่ ยนื ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 4. เพือ่ นาประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศที่มรี ายได้ปานกลาง และความเหลื่อมล้าภายในประเทศลดลง ยุทธศำสตรห์ ลัก ประกอบดว้ ย ยุทธศาสตรท์ ่ี 1 การจัดการศกึ ษาเพ่ือความม่นั คงของสงั คมและประเทศชาติ แผนปฏิบัติราชการประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศึกษาธกิ าร (ฉบบั ปรับปรุงตามงบประมาณทไ่ี ดร้ ับจดั สรร)
- 39 - ยุทธศาสตร์ที่ 2 การผลิตและพัฒนากาลังคน การวจิ ัย และนวัตกรรม เพื่อสร้างขดี ความสามารถใน การแข่งขนั ของประเทศ ยทุ ธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวยั และการสรา้ งสงั คมแหง่ การเรยี นรู้ ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 4 การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเทา่ เทียมทางการศึกษา ยุทธศาสตร์ท่ี 5 การจดั การศกึ ษาเพ่ือสรา้ งเสริมคุณภาพชวี ติ ทเ่ี ปน็ มิตรกบั ส่ิงแวดล้อม ยุทธศาสตรท์ ี่ 6 การพฒั นาประสทิ ธภิ าพของระบบบรหิ ารจัดการศึกษา 10. จุดเนน้ เชิงนโยบำยของรัฐมนตรีวำ่ กำรกระทรวงศึกษำธิกำร (นายธีระเกยี รติ เจรญิ เศรษฐศิลป์) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์) ได้กาหนดจุดเน้น เชงิ นโยบายกระทรวงศกึ ษาธกิ าร โดยมีสาระสาคัญ ดงั น้ี 10.1 น้อมนำแนวพระรำชดำริ สืบสำนพระรำชปณิธำนและพระบรมรำโชบำย ด้ำนกำรศึกษำ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มาขับเคล่ือนงานด้านการศึกษาให้เกิดเป็นรูปธรรม เพราะพระราชปณิธานของพระองค์ท่าน ถือเปน็ พรอันสูงสดุ และมอบเปน็ นโยบาย เพอื่ เป็นแนวทางในการปฏิบัตแิ กห่ นว่ ยงานในสังกดั ดังน้ี 1) พระบรมราโชบายด้านการศึกษาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทร เทพยวรางกูร มีใจความสาคัญวา่ (1) \"การศึกษาต้องมุ่งสรา้ งพน้ื ฐานให้แก่ผู้เรียนใน 2 ด้าน คือ ส่งเสริมให้นกั เรียน มีทัศนคติท่ีถูกต้อง (2) การศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานชีวิตหรืออุปนิสัยที่มั่นคงเข้มแข็ง อาทิ การสร้างบุคลิก และอปุ นิสัยที่ดงี าม (Character Education)\" 2) สืบสานพระราชปณิธานด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชท่ที รงมีแนวพระราชกระแสฯ ทรงพระราชทานในวโรกาสตา่ ง ๆ เกย่ี วกับนักเรียน ครู และการศึกษา (1) นกั เรียน o “ครูต้องสอนให้เด็กนักเรียนมีน้าใจ เช่น คนเรียนเก่งช่วยติวเพ่ือนท่ีเรียนล้าหลัง มิใช่สอนให้เด็กคิดแต่จะแข่งขัน (Compete) กับเพื่อน เพ่ือให้คนเก่งได้ลาดับดี ๆ เช่น สอบได้ท่ีหน่ึงของชั้น แต่ต้องให้เด็กแขง่ ขนั กบั ตนเอง” (11 มิ.ย.2555) o “ครูไม่จาเป็นต้องมีความรู้ทางเทคโนโลยีมาก แต่ต้องมุ่งปลูกฝังความดีให้ นกั เรียน ชน้ั ต้น ตอ้ งอบรมบ่มนิสยั ให้เป็นพลเมืองดี เด็กโตก็ต้องทาเช่นกนั ” (6 มิ.ย.2555) o “เราต้องฝกึ หัดใหน้ ักเรียนร้จู ักทางานร่วมกันเป็นกลุ่มเป็นหมูค่ ณะมากข้ึน จะได้มี ความสามัคคี ร้จู กั ดแู ลชว่ ยเหลือซ่งึ กนั และกนั เออื้ เฟอ้ื เผื่อแผ่ความรแู้ ละประสบการณแ์ ก่กนั ” (5 ก.ค.2555) o “ทาเปน็ ตวั อยา่ งใหน้ กั เรยี นเปน็ คนดี นกั เรยี นรักครู ครรู กั นักเรยี น” (9 ก.ค.2555) (2) ครู o “เรื่องครูมีความสาคัญไม่น้อยกว่านักเรียน ปัญหาหน่ึง คือ การขาดครู เพราะ จานวนไม่พอ และครูย้ายบ่อย ดังน้ัน ก่อนคัดเลือกเด็กที่จะพัฒนาต้องพัฒนาครูก่อน ให้พร้อมที่จะสอนเด็ก ให้ได้ผลตามท่ีต้องการ จึงจะต้องคัดเลือกครูและพัฒนาครู ต้องต้ังฐานะในสังคมของครูให้เหมาะสม และปลูก จิตสานึกโดยใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วิธีการคือ การให้ทุนและอบรม กล่าวคือ ต้องมีความรู้ทางวิชาการ ในสาขาที่เหมาะสมท่ีจะสอน ต้องอบรมวิธีการสอนให้มีประสิทธิภาพ มีความเป็นครูที่แท้จริง คือ มีความรักความ เมตตาต่อเด็ก ควรเป็นครูท้องท่ีเพ่ือจะได้มีความผูกพันและคิดท่ีจะพัฒนาท้องถ่ินท่ีเกิดของตน ไม่คิดย้ายไปย้ายมา” (11 ม.ิ ย.2555) แผนปฏบิ ตั ิราชการประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ฉบับปรบั ปรงุ ตามงบประมาณท่ีไดร้ ับจัดสรร)
- 40 - o “ต้องปรับปรุงครู.ครูจะอายุ 40-50 ปี ก็ต้องเรียนใหม่ ต้องปฏิวัติครูอย่างจริงจัง” ( 6 มิ.ย.2555) o “ปญั หาปัจจบุ ันคือ ครมู ุ่งเขียนงานวิทยานิพนธ์ เขียนตาราสง่ ผูบ้ ริหารเพ่ือให้ได้ ตาแหน่งและเงินเดือนสูงขึ้น แล้วบางทีก็ย้ายไปที่ใหม่ ส่วนครูท่ีมุ่งการสอนหนังสือกลับไม่ได้อะไรตอบแทน ระบบไม่ยุติธรรม เราต้องเปลี่ยนระเบียบตรงจุดนี้ การสอนหนังสือต้องถือว่าเป็นความดีความชอบ หากคนใดสอนดี ซึ่งส่วนมากคือมีคุณภาพและปริมาณ ต้องมี reward” (5 ก.ค. 2555) o “ครูบางส่วนเวลาสอนนักเรียนจะสอนไม่หมดแต่เก็บไว้บางส่วน หากนักเรียน ต้องการรู้ท้ังหมดวิชา ก็ต้องเสียเงินไปสมัครเรียนพิเศษกับครูท่านนั้น จะเป็นการสอนในโรงเรียนหรือส่วนตัวก็ตาม” (5 ก.ค.2555) 10.2 กำรดำเนินกำรตำมแผนยุทธศำสตรช์ ำติ ระยะ 20 ปี 1) กระทรวงศึกษาธิการจะดาเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2561- 2580) ภายใต้วิสัยทัศน์ “ประเทศมีความม่ันคง ม่ังคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งได้กาหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฯ โดยยึดยุทธศำสตร์ชำติเป็นจุดเน้นด้ำนกำรศึกษำ ท่จี ะดำเนนิ กำร 6 ด้ำน คอื (1) ความมน่ั คง (2) การสร้างความสามารถในการแขง่ ขัน (3) การพัฒนาและเสรมิ สรา้ งศกั ยภาพคน (4) การสรา้ งโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมกนั ทางสงั คม (5) การสรา้ งการเตบิ โตบนคณุ ภาพชีวติ ทีเ่ ป็นมิตรกบั ส่งิ แวดลอ้ ม (6) การปรบั สมดลุ และพฒั นาระบบการบรหิ ารจดั การภาครัฐ 10.3 จุดเนน้ กำรดำเนินงำนของกระทรวงศกึ ษำธิกำร 1) ดาเนนิ การอยภู่ ายใต้กรอบยทุ ธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) 2) ทุกโครงการของกระทรวงศึกษาธิการต้องเน้นความโปร่งใส และต่อต้านการทุจริต คอรัปชัน่ 3) กระทรวงศึกษาธิการ ต้องมีคุณลักษณะ MM = Modernized MOE มีการดาเนินการ สอดคลอ้ งกบั รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร พทุ ธศกั ราช 2560 4) ดาเนินการเร่งด่วนตามขอ้ สงั่ การของนายกรัฐมนตรีใหเ้ ห็นผลการดาเนินการเปน็ รูปธรรม 10.4 จุดเน้นสำคัญ นโยบำย แนวทำงหลักกำรดำเนินงำนและโครงกำรสำคัญของ กระทรวงศึกษำธกิ ำร โดยยดึ กรอบยุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้านเปน็ หลักในการดาเนนิ การใหเ้ ป็นรปู ธรรม ดังน้ี 1. ด้ำนควำมมัน่ คง แนวทำงหลัก 1.1 พัฒนำหลักสูตร กระบวนกำรเรยี นกำรสอน 1.1.1 การเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักน้อมนาพระราชปณิธานและพระราช กระแสดา้ นการศึกษา พฒั นาหลักสตู ร การเรยี นการสอนวิชาทีม่ ีเนื้อหาเก่ียวประวัติศาสตร์และสถาบนั พระกษัตรยิ ์ 1.1.2 พัฒนากระบวนการเรียนการสอน เพื่อความปรองดองและสมานฉันท์ เช่น กจิ กรรมเพ่อื นช่วยเพ่อื น 1.2 กำรบริหำรจดั กำร 1.2.1 การศึกษาจงั หวดั ชายแดนภาคใตแ้ ละพนื้ ท่ีชายขอบ/ชายแดน แผนปฏบิ ตั ริ าชการประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศึกษาธกิ าร (ฉบับปรบั ปรุงตามงบประมาณท่ีได้รับจัดสรร)
- 41 - 1.2.2 ป้องกันและแก้ไขปญั หายาเสพติดในสถานศกึ ษา 2. ดำ้ นกำรผลติ พัฒนำกำลังคนและสรำ้ งควำมสำมำรถในกำรแขง่ ขนั แนวทำงทำงหลัก : ผลิต พัฒนำกำลังคนและงำนวิจัยท่ีสอดคล้องกับกำรพัฒนำ ประเทศ 2.1 การยกระดับมาตรฐาน พฒั นาหลกั สูตร ส่ือ และครูดา้ นภาษา 2.1.1 ยกระดับวิชาภาษาอังกฤษรองรับ Thailand 4.0 ในสถานศึกษาสังกัด สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐานอย่างต่อเนื่อง และสังกัดสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยจัดทา Echo English Vocational ซ่ึงเป็น Application ภาษาอังกฤษ สาหรับนักเรียนอาชีวศึกษา และการ อบรมโดย Boot Camp ตลอดจนพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของประชาชนในรูปแบบต่างๆ อาทิ หลักสูตร ภาษาอังกฤษระยะสนั้ Application และสอื่ ต่างๆ ที่หลากหลาย 2.1.2 พัฒนาวิชาภาษาจีน โดยหลักการเดียวกับวิชาภาษาอังกฤษ โดยปี 2560 จะดาเนนิ การเป็นกล่มุ เล็กโดยการสนับสนุนของสถานทตู สาธารณรฐั ประชาชนจนี 2.1.3 ขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา (STEM Education) เพื่อแก้ปัญหา ขาดแคลน บคุ ลากรสายวทิ ยาศาสตร์ของประเทศ 2.1.4 พฒั นาโรงเรยี นวทิ ยาศาสตร์ หอ้ งเรียนหลักสตู รพิเศษเพ่ือเสริมสรา้ งศกั ยภาพ การแข่งขัน 2.2 ผลิตกาลังคนรองรับ New S-Curve โดยสานพลังประชารัฐด้านการศึกษาและ จัดการศึกษา ทวิภาคีอีกรูปแบบหนึ่งโดยใช้สถานการณ์จริงจากสถานประกอบการและชุมชน “ปรับโรงงาน เป็นโรงเรียน” โดยมุ่งเน้นให้นักเรียน นักศึกษาได้ฝึกทักษะฝีมือควบคู่กับการฝึกทักษะการทางานร่วมกับผู้อ่ืน เพือ่ ให้มีสมรรถนะทเ่ี ปน็ ไปตามความต้องการของสถานประกอบการ 2.3 ปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอน เร่งรัดการพัฒนาอาจารย์ เพ่ือผลิตนวัตกรรม และเทคโนโลยี รองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย 10 อตุ สาหกรรมใหม่ 3. ดำ้ นกำรพฒั นำและเสริมสรำ้ งศักยภำพคน แนวทำงหลัก 3.1 กำรพฒั นำหลักสูตร กระบวนกำรเรยี นกำรสอน กำรวัดและประเมินผล 3.1.1 การจัดการศกึ ษาเดก็ ปฐมวยั 1) กระทรวงศึกษาธิการ รับผิดชอบดูเด็กระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงระดับ ชั้นอนุบาล 3 (เด็กอายุ 3 – 5 ปี) และจัดทามาตรฐานผู้เรียน ครู สถานศึกษาและผู้บริหารเพ่ือประกันคุณภาพ ให้แก่เดก็ ปฐมวยั ทุกสังกัด 2) หน่วยงานอนื่ อาทิ กระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบดเู ดก็ ของศนู ย์พฒั นาเดก็ เล็ก 3.1.2 การส่งเสริม ปลกู ฝงั คุณธรรม จรยิ ธรรม 1) เร่ืองคุณธรรม จริยธรรมเน้นการพัฒนาคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ในเด็ก เยาวชน และต่อยอดการสร้างความดี ซึ่งโมเดลการสร้างความดีมีหลายทางทั้งกระบวนการลูกเสือ-เนตรนารี รวมทั้งรูปแบบโรงเรยี นคณุ ธรรม โรงเรียนวถิ พี ทุ ธ และโครงการยวุ ทตู ความดี 2) รณรงคใ์ หเ้ ด็ก “เกลียดการโกง ความไมซ่ ื่อสตั ย์” 3.1.3 การพฒั นา ปรับปรงุ หลักสตู รการเรยี นการสอน 1) หลักสตู รมคี วามยดื หย่นุ ชมุ ชนท้องถ่นิ สามารถออกแบบหลักสูตรเองได้ แผนปฏบิ ตั ิราชการประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศึกษาธกิ าร (ฉบับปรับปรงุ ตามงบประมาณทีไ่ ดร้ บั จัดสรร)
- 42 - 2) ปรับปรุงหลักสูตร โดยเพ่ิม 3 วิชา ซึ่งอยู่ในกรอบเดิม ได้แก่ วิชา ภูมิศาสตร์ ICT และ Design and Technology โดยวิชา ICT และ Design and Technology เป็นการ สนับสนุนชว่ ยเหลือจากประเทศองั กฤษและประเทศสหรัฐอเมริกา 3) แก้ไขปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ เน้นกิจกรรมการอ่านโดยเฉพาะ การอ่านใหเ้ ดก็ อนบุ าลฟงั และการปรับปรุงห้องสมดุ 4) เน้นการจัดการเรียนการสอน การคิดวิเคราะห์ตามรูปแบบ Active Learning ในห้องเรียนปกติและกิจกรรมเสริม โดยกิจกรรมลดเวลาเรียน เพ่ิมเวลารู้ เป็นกิจกรรม / วิธีการย่อย รวมทงั้ การรองรบั ผลการทดสอบ PISA และ STEM Education 3.1.4 การวดั และประเมินผล 1) การวางแผนการประเมนิ ผลนกั เรียนนานาชาติ (PISA) เพ่ือใหผ้ ลคะแนนสูงขึ้น 2) การประเมินผล O – Net ในวิชาสังคมศึกษาให้สานักงานคณะกรรมการ การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน เป็นผู้ประเมิน สาหรับวิชาคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ให้สถาบันส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยเี ปน็ ผอู้ อกขอ้ สอบ 3) การออกข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ดาเนินการในรูป คณะทางานออกข้อสอบ 3.2 กำรผลิต พฒั นำครู คณำจำรยแ์ ละบุคลำกรทำงกำรศึกษำ 3.2.1 การสรรหาครู 1) โครงการผลิตครูเพ่ือพัฒนาท้องถ่ิน มอบให้ สานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐานและสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นหน่วยงานหลักดาเนินการสรรหาครู (การผลิต รูปแบบการสรรหา การบรรจุแตง่ ต้ัง การติดตามพรอ้ มการพัฒนา) 2) เปิดโอกาสใหค้ นเกง่ มาเปน็ ครู 3.2.2 ปรับเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะครูให้เป็นการเช่ือมโยงกับการเรียนการสอน เพือ่ ให้ครูอยใู่ นห้องเรยี น 3.2.3 การพฒั นาครู การอบรมครู 1) หลักสูตรในการอบรมครูให้มีความเช่ือมโยงกับการได้รับวิทยฐานะและการ ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู โดยต้องเป็นหลักสูตรที่ได้รับการอนุมัติ/เห็นชอบ รวมทั้งการพัฒนาครูด้วย ระบบ TPEP Online 2) หน่วยดาเนินการ ให้หน่วยงานกลางในการพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากร ทางการศกึ ษา ได้แก่ สถาบนั อดุ มศึกษา มหาวิทยาลัย และสถาบนั พฒั นาครู คณาจารย์และบคุ ลากรทางการศกึ ษา 4. ด้ำนกำรสร้ำงโอกำสควำมเสมอภำคและกำรลดควำมเหล่ือมลำทำงกำรศึกษำ แนวทำงหลกั : โอกำสและควำมเสมอภำคทำงกำรศึกษำ 4.1 สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาโดยยกระดับคุณภาพสถานศึกษาท่ี ต้องการความช่วยเหลือและพัฒนาเป็นพิเศษอย่างเร่งด่วน (ICU) รวมทั้งการดาเนินการตามแนวทาง No Child Left Behind คือ จัดทาข้อมูลเพื่อส่งต่อผู้เรียน การป้องกัน การติดตามเด็กออกกลางคันโดยชุมชน ผู้ปกครองร่วม รับผดิ ชอบ และคดั กรองเด็กที่มีความจาเปน็ และต้องการเป็นพิเศษ 4.2 เพ่ิมโอกาสทางการศึกษาผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล โดยบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการศึกษาให้สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกัน ทั้งด้านโครงสร้างพ้ืนฐานและระบบเครือข่าย ด้านระบบข้อมูล แผนปฏบิ ตั ิราชการประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศึกษาธกิ าร (ฉบับปรับปรงุ ตามงบประมาณทีไ่ ด้รบั จัดสรร)
- 43 - สารสนเทศเพ่ือการศึกษา ด้านส่ือและองค์ความรู้ รวมถึงการพัฒนาบุคลากรให้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์ และร้เู ท่าทันการเปลยี่ นแปลง 4.3 จัดระบบการคัดเลือกเข้าเรียนมหาวิทยาลัย (Admission) เพ่ือสร้างความเท่าเทียม ในการใชส้ ิทธเิ์ ข้าศึกษาต่อระดบั อุดมศึกษาผา่ นระบบ Clearing-House 5. ด้ำนกำรเสรมิ สรำ้ งคุณภำพชีวิตประชำชนท่เี ปน็ มติ รกบั สิ่งแวดล้อม แนวทำงหลัก : พัฒนำหลกั สูตร กระบวนกำรเรยี นกำรสอน 5.1 โครงการธนาคารขยะ โดยโรงเรียนและชุมชนร่วมคัดแยกขยะ นากลับมาใช้ ประโยชน์ 5.2 การสร้างจิตสานึกการพัฒนาอย่างยั่งยืน เช่น โรงเรียนตามพระราชดาริ : ต้นแบบ การจดั การ ส่ิงแวดล้อม 5.3 หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงโดยขยายผลบรรจุในหลักสูตรทุกระดับ 6. ดำ้ นกำรพฒั นำระบบและกำรบริหำรจดั กำร แนวทำงหลกั : พฒั นำระบบบรหิ ำรจดั กำร 6.1 เร่อื งกฎหมาย เตรียมความพร้อมเก่ียวกับกฎหมายการศึกษา เพ่ือรองรับร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. .... จานวน 12 ฉบับ ดังน้ี 6.1.1 กฎหมายหลกั 1) พ.ร.บ. การศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. .... 2) พ.ร.บ.กองทุนชว่ ยเหลือผ้ขู าดแคลนทุนทรพั ย์ พ.ศ. .... 3) พ.ร.บ. ปฏิรปู การศึกษา : จดั ตั้งคณะกรรมการใหแ้ ล้วเสร็จภายใน 60 วนั 6.1.2 กฎหมายรอง ใน พ.ร.บ. ปฏริ ูปการศกึ ษา 1) พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบบั ท่ี ..) พ.ศ. .... 2) พ.ร.บ. สภาครูและบคุ ลากรทางการศึกษา 3) พ.ร.บ. ระเบียบขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบบั ท่ี ..) พ.ศ. .... 4) พ.ร.บ. เงนิ เดือน วิทยฐานะและเงินประจาตาแหนง่ ขา้ ราชการครู 5) พ.ร.บ. การอุดมศึกษา พ.ศ. .... 6) พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน (ฉบบั ที่ ..) พ.ศ. .... 7) พ.ร.บ. การศึกษาตลอดชีวติ พ.ศ. .... 8) พ.ร.บ. เทคโนโลยเี พอื่ การศึกษา พ.ศ. .... 9) พ.ร.บ. กองทนุ พฒั นาครู พ.ศ. .... 6.2 ปรบั ปรุงระบบการบริหารงานบคุ คลของข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา 6.3 การจัดตง้ั กระทรวงอดุ มศกึ ษา ทเี่ ป็นรูปธรรม ชัดเจน 6.4 การขบั เคล่อื นนโยบายระดับพ้ืนที่ ให้สานักงานศึกษาธิการภาคและสานักงานศึกษาธิการจังหวัด เป็นฐานะในการ ขับเคลอ่ื นนโยบายเพ่ือพัฒนาคุณภาพการศึกษา 6.5 บรหิ ารจดั การโรงเรยี นแม่เหล็กและโรงเรยี นขนาดเล็ก แผนปฏิบตั ิราชการประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ฉบบั ปรบั ปรงุ ตามงบประมาณท่ีไดร้ ับจดั สรร)
- 44 - 11. แผนพัฒนำกำรศึกษำของกระทรวงศกึ ษำธิกำร ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560 – 2564) กระทรวงศึกษาธิการไดจ้ ัดทาแผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 – 2564) โดยได้น้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์มาใช้เป็นกรอบในการดาเนินงาน เพ่ือสร้าง ผลผลิต ผลลัพธ์ให้เกิดกับผู้เรียน ได้อย่างมีความสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศในช่วงของแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาตฉิ บบั ที่ 12 (พ.ศ. 2560 – 2564) โดยสาระสาคัญ ดงั น้ี วสิ ัยทศั น์ “มงุ่ พัฒนาผ้เู รียนให้มคี วามรคู้ คู่ ุณธรรม มคี ุณภาพชีวิตทด่ี ี มีความสขุ ในสงั คม” พนั ธกจิ 1. ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศกึ ษาทุกระดบั /ประเภทสูส่ ากล 2. เสริมสรา้ งโอกาสการเขา้ ถึงบรกิ ารทางการศึกษาของประชาชนอย่างทั่วถึง เทา่ เทยี ม 3. พฒั นาระบบบริหารจดั การการศึกษาตามหลกั ธรรมาภบิ าล เป้ำหมำยหลักของแผนพัฒนำฯ (Extreme Goals) 1. คณุ ภาพการศึกษาของไทยดขี ึ้น คนไทยมีคุณธรรมจริยธรรม มภี ูมิคุ้มกนั ต่อการเปล่ียนแปลง และการพฒั นาประเทศในอนาคต 2. กาลังคนได้รับการผลติ และพัฒนา เพื่อเสริมสรา้ งศักยภาพการแข่งขนั ของประเทศ 3. มอี งค์ความรู้ เทคโนโลยี นวตั กรรม สนบั สนนุ การพัฒนาประเทศอยา่ งยั่งยืน 4. คนไทยไดร้ บั โอกาสในการเรียนรู้อย่างต่อเนอื่ งตลอดชีวติ 5. ระบบบรหิ ารจดั การการศกึ ษามปี ระสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาล โดยการมมี สี ่วนร่วมจาก ทุกภาคส่วน ตัวชวี ดั ตำมเป้ำหมำยหลัก 1. ผลคะแนนสอบ PISA ในแตล่ ะวิชา 2. ร้อยละท่ีเพิ่มขึ้นของคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาหลักระดับการศึกษา ขน้ั พ้ืนฐานจากการทดสอบระดบั ชาติ 3. รอ้ ยละคะแนนเฉลี่ยของผเู้ รยี นที่มคี ุณธรรมจริยธรรม 4. ร้อยละคะแนนเฉลี่ยของผู้เรียนทุกระดับการศึกษามีความเป็นพลเมืองและพลโลก 5. สัดส่วนผ้เู รยี นระดับมธั ยมศึกษาตอนปลายประเภทอาชวี ศกึ ษาตอ่ สายสามญั 6. รอ้ ยละความพงึ พอใจของนายจ้างผูป้ ระกอบการที่มตี ่อผู้สาเร็จการศึกษาระดบั อาชวี ศึกษา และระดบั อุดมศกึ ษาที่ทางานให้ 7. ร้อยละของผสู้ าเร็จการศึกษาระดับอาชวี ศึกษาและระดับอุดมศกึ ษาได้งานทาหรือประกอบ อาชีพอสิ ระภายใน 1 ปี 8. ร้อยละของผลงานวิจยั นวตั กรรม งานสร้างสรรค์ สง่ิ ประดิษฐ์ไดร้ บั การเผยแพร/่ ตีพิมพ์ 9. รอ้ ยละขององคค์ วามรู้และส่ิงประดษิ ฐท์ ่นี าไปใชป้ ระโยชน์ หรอื แก้ไขปญั หาชุมชนท้องถน่ิ 10. จานวนปีการศกึ ษาเฉลี่ยของคนไทยอายุ 15 – 59 ปี 11. รอ้ ยละของกาลังแรงงานท่สี าเร็จการศึกษาระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ ข้ึนไป 12. รอ้ ยละของนักเรยี นตอ่ ประชากรวัยเรียนระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย อายุ 15–17 ปี 13. สดั สว่ นผเู้ รียนในสถานศกึ ษาทุกระดบั ของรัฐต่อเอกชน 14. จานวนภาคีเครอื ข่ายทีเ่ ข้ามามสี ว่ นรว่ มในการจดั /พัฒนาและส่งเสรมิ การศกึ ษา แผนปฏบิ ัติราชการประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ฉบับปรับปรุงตามงบประมาณท่ไี ดร้ บั จดั สรร)
- 45 - ยทุ ธศำสตร์ 1. พัฒนาหลกั สูตร กระบวนการเรียนการสอน การวดั และประเมินผล 2. ผลติ พัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา 3. ผลติ และพฒั นากาลังคน รวมทัง้ งานวจิ ัยที่สอดคล้องกับความต้องการของ การพัฒนาประเทศ 4. ขยายโอกาสการเข้าถึงบรกิ ารทางการศกึ ษา และการเรียนรู้อย่างตอ่ เนือ่ งตลอดชีวิต 5. สง่ เสริมและพฒั นาระบบเทคโนโลยีดิจิทลั เพ่ือการศึกษา 6. พัฒนาระบบบริหารจัดการและส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา 12. กรอบแนวทำงและยุทธศำสตร์กำรจัดสรรงบประมำณรำยจ่ำยประจำปีงบประมำณ พ.ศ. 2562 ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 จัดทาข้ึนเพ่ือให้ สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาท่ีสาคัญของร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) แผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) เป้าหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืน (พ.ศ. 2558-2573) กรอบ แนวคิดการพัฒนาประเทศไปสู่ประเทศไทย 4.0 นโยบายความม่ันคงแห่งชาติ(พ.ศ. 2560-2564) นโยบายรัฐบาล และแผนแม่บทอ่ืน ๆ รวมท้ังได้น้อมนา “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” มาเป็นแนวทางโดยคานึงถึงหลักความ พอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดี เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และให้ประเทศมีความม่ันคง ประชาชนมีความมั่งคั่ง อย่างยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ของประเทศ โดยมีหลักการสาคัญ ดงั นี้ 1. นาแนวทางการพัฒนาที่สาคัญของร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี ท้ัง 6 ยุทธศาสตร์ มากาหนดเป็นกรอบโครงสร้างยทุ ธศาสตรก์ ารจัดสรรงบประมาณ เพื่อให้สามารถแสดงความเชื่อมโยงและสอดคลอ้ ง กบั เป้าหมายของแนวทางการพฒั นาในระยะยาวได้อยา่ งเปน็ รปู ธรรม 2. กาหนดเป้าหมายและตัวช้ีวัดของยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ ให้มีความถูกต้อง ชัดเจน สอดคล้องกับเป้าหมายและตัวช้ีวัดของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 รวมท้ัง ให้ความสาคัญ กับเป้าหมายการพัฒนาทยี่ ่งั ยืน 3. นายุทธศาสตรท์ ่ี 9 การพัฒนาภาค เมอื ง และพ้ืนท่ีเศรษฐกิจของแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คม แห่งชาติ ฉบับท่ี 12 มากาหนดเป็นประเด็นยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ และกาหนดนโยบาย การจัดสรร งบประมาณทม่ี ีการระบุพื้นทด่ี าเนินการของโครงการ/กจิ กรรม ท่ีจะต้องดาเนนิ การไวใ้ ห้ชัดเจน 4. กาหนดยุทธศาสตร์ชี้นาเพ่ือเป็นทิศทางการดาเนินงานการพัฒนาในแต่ละพ้ืนท่ีระดับภาค ไว้ใน เอกสารประกอบยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ เพื่อให้ส่วนราชการใช้เป็นแนวทางในการเสนอขอจัดสรร งบประมาณลงในแต่ละภาค/พ้ืนท่ี อย่างเหมาะสม และสานักงบประมาณใช้เป็นกรอบในการพิจารณาจัดสรร งบประมาณท่มี ีการบรู ณาการงบประมาณเชงิ ยุทธศาสตรแ์ ละเชิงพ้ืนที่ ซึ่งจะส่งเสรมิ ใหเ้ กิดกระบวนการวางแผนและ พฒั นาพื้นท่ีระดบั ภาคท่มี คี วามสอดคลอ้ งกันต่อไป ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ได้กาหนดไว้ 6 ยุทธศาสตร์ และรายการคา่ ดาเนินการภาครัฐ ดงั นี้ ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ได้กาหนดไว้ 6 ยทุ ธศาสตรแ์ ละ 1 รายการค่าดาเนนิ การภาครัฐ โดยในสว่ นของกระทรวงศึกษาธิการมียุทธศาสตรท์ ่ีเก่ียวขอ้ ง ดังนี้ แผนปฏิบัติราชการประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ฉบบั ปรับปรงุ ตามงบประมาณท่ไี ด้รับจัดสรร)
- 46 - 1. ยทุ ธศำสตรด์ ้ำนควำมมัน่ คง 1.1 กำรเสรมิ สรำ้ งควำมม่ันคงของสถำบันหลกั ของชำติ นโยบำยกำรจัดสรรงบประมำณ 1.1.1 สรา้ งจิตสานึกของคนในชาตใิ ห้มีความหวงแหน และธารงไว้ซึ่งการเทิดทูน พิทักษ์ รักษาถวายพระเกียรติและถวายความปลอดภัยพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ รวมทั้งพั ฒนา ประสิทธิภาพและความเข้มแข็งของกลไกเพ่ือป้องกันและปราบปรามการล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนสนับสนุนการดาเนินงานตามพระราชประสงค์ 1.1.2 เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทและความสาคัญของสถาบัน พระมหากษตั ริย์ต่อสงั คมไทย รวมทง้ั หลักการทรงงานและแนวพระราชดารกิ ับทุกภาคส่วนและต่างประเทศ 1.1.3 กาหนดมาตรการ พร้อมส่งเสริมการดาเนินมาตรการทางกฎหมายเพื่อปกป้อง พระเกียรติยศและพระบรมเดชานุภาพของของสถาบันพระมหากษตั ริย์ รวมท้ังการเฝ้าระวังและดาเนินการต่อการ เคลื่อนไหวท่ีส่งผลกระทบต่อของสถาบันพระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ 1.2 กำรสร้ำงควำมปรองดองและสมำนฉันท์ นโยบำยกำรจดั สรรงบประมำณ 1.2.1 ปลูกฝัง สร้างความรู้ความเข้าใจในทัศนคติความเป็นไทยและวิถีชีวิตแบบ ประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษัตริยเ์ ป็นประมุข โดยคานงึ ถึงผลประโยชน์ของชาติเปน็ หลัก 1.2.2 ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับบทบาทและความสาคัญของสถาบัน พระมหากษัตรยิ ์ตอ่ สงั คมไทย รวมทั้งหลกั การทรงงานและแนวพระราชดารกิ บั ทกุ ภาคสว่ นและตา่ งประเทศ 1.2.3 สร้างความรู้ความเข้าใจสาหรับประชาชนในการอยู่ร่วมกันบนพ้ืนฐานความ แตกตา่ งทางความคดิ และอดุ มการณท์ างการเมือง 1.2.4 ส่งเสริมการให้ความรู้และสนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลท่ีถูกต้องควบคู่กับการ ดาเนนิ มาตรการทางกฎหมายเพือ่ ควบคมุ การบิดเบือนและนาเสนอข้อมลู ซง่ึ จะสง่ ผลกระทบต่อความมั่นคง 1.3 กำรรกั ษำควำมมั่นคงภำยในและควำมสงบเรยี บร้อยภำยใน ตลอดจนกำรบริหำร จัดกำรควำมมนั่ คงชำยแดนและควำมมั่นคงทำงทะเล 1.3.2 กำรขับเคล่อื นกำรแกไ้ ขปัญหำจังหวดั ชำยแดนภำคใต้ นโยบำยกำรจดั สรรงบประมำณ 1.3.2.1 จุดเนน้ การพัฒนาภาคใตช้ ายแดน 1.3.2.1.1 สนับสนุนการบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐให้เป็นระบบและมีเอกภาพ และเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการดาเนินการ โดยน้อมนาแนวทางพระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และ “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นหลัก ในการดาเนนิ งาน เพอื่ ประโยชน์และการอยรู่ ่วมกันอยา่ งสันตภิ ายใต้พหวุ ัฒนธรรม 1.3.2.1.4 พัฒนาการศึกษาให้ได้มาตรฐานสอดคล้องกับตลาดแรงงานในพ้ืนที่ และการเสรมิ สร้างความมนั่ คงของชาติ รวมทง้ั สง่ เสริมการเรยี นรู้ในลักษณะทวภิ าษา แผนปฏิบัติราชการประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศึกษาธกิ าร (ฉบบั ปรบั ปรงุ ตามงบประมาณทีไ่ ด้รบั จดั สรร)
- 47 - 1.3.4 กำรป้องกนั ปรำบปรำม และบำบัดรกั ษำผตู้ ดิ ยำเสพติด นโยบำยกำรจัดสรรงบประมำณ 1.3.4.1 สร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติดในเด็ก เยาวชน ผู้ใช้แรงงานและประชากร กลุ่มเส่ียง โดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ส่งเสริมสถาบันครอบครัว สถานศึกษา สถานประกอบการ หมู่บ้าน/ ชมุ ชนให้มีบทบาทสาคญั ในการให้ความรู้ ความเขา้ ใจและปลูกฝังค่านยิ มที่ถูกต้อง เพื่อป้องกนั ปญั หายาเสพติด 2. ยุทธศำสตรด์ ำ้ นกำรสร้ำงควำมสำมำรถในกำรแข่งขนั ของประเทศ 2.3 กำรพัฒนำผู้ประกอบกำรและเศรษฐกจิ ชุมชน พัฒนำทกั ษะผู้ประกอบกำร ยกระดับ ผลิตภำพแรงงำนและพัฒนำ SMEs สู่สำกล 2.3.1 กำรพฒั นำและยกระดบั ผลติ ภำพแรงงำน นโยบำยกำรจดั สรรงบประมำณ 2.3.1.1 ยกระดับฝีมือและศักยภาพแรงงาน โดยการมีส่วนร่วมของสถาบันการศึกษา สถานประกอบการและหน่วยงานตา่ ง ๆ โดยเฉพาะการพัฒนาสมรรถนะแรงงานใหม้ มี าตรฐานตามกรอบมาตรฐาน ฝีมือแรงงาน มาตรฐานอาชพี สอดคล้อง กบั ความต้องการของตลาดงานท้ังในประเทศและตา่ งประเทศ 2.3.2 กำรพฒั นำผู้ประกอบกำรและเศรษฐกิจชุมชน และพฒั นำ SMEs สสู่ ำกล นโยบำยกำรจัดสรรงบประมำณ 2.3.2.1 สนบั สนนุ การสร้างและพัฒนาวสิ าหกจิ เรม่ิ ตน้ และผู้ประกอบการวิสาหกจิ ขนาดกลาง และขนาดย่อมรายใหมด่ ้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งสนับสนนุ การสรา้ งองค์ความรู้ของผ้ปู ระกอบการ ฯ ทั้งในเรื่องศูนยบ์ ่มเพาะ และการให้คาปรึกษาทางธรุ กิจให้สามารถเติบโตและแข่งขันได้ในตลาดยุคใหม่ (Smart SMEs) 2.4 กำรพฒั นำพืนทเ่ี ศรษฐกิจพิเศษและเมือง พัฒนำเขตเศรษฐกจิ พเิ ศษชำยแดน และ พฒั นำระบบเมืองศูนย์กลำงควำมเจริญ 2.4.2 กำรพฒั นำระเบยี งเศรษฐกิจภำคตะวันออก นโยบำยกำรจดั สรรงบประมำณ 2.4.2.1.4 การพัฒนาศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานด้านสังคม โดยเฉพาะอย่างย่ิงการ พัฒนาบุคลากรการศึกษาให้มีการวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยี การใช้ดิจิทัลอย่างเข้มข้นข้ึน เพื่อรองรับการพัฒนา พื้นท่ีระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก รวมท้ังยกระดับระบบการให้บริการสาธารณสุข การบริการด้านอาชีวเวชศาสตร์ และเวชศาสตร์สง่ิ แวดล้อม 2.5.4 กำรพฒั นำศักยภำพดำ้ นวทิ ยำศำสตร์ เทคโนโลยี วิจยั และนวตั กรรม นโยบำยกำรจัดสรรงบประมำณ 2.5.4.7 สง่ เสริมการผลิตและพฒั นาบุคลากรดา้ นวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีทีม่ ีคุณภาพ และสอดคล้องกับความต้องการของทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง และส่งเสรมิ การสร้างความรว่ มมือระหวา่ งบุคลากร วิจัย สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย ท้ังในประเทศและต่างประเทศและหน่วยงานภาครัฐในการลงทุนวิจัยและ พัฒนานวตั กรรม 2.5.4.9 ส่งเสริมการเพ่ิมประสิทธิภาพของระบบการจัดการความรู้ ภูมิปัญญาไทย โดยพัฒนาการเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชน สร้างความตระหนัก ให้ประชาชนเรียนรู้ คิดและทา อยา่ งเป็นวิทยาศาสตร์ เพมิ่ โอกาสในการเข้าถงึ ขอ้ มูลข่าวสารทางวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี แผนปฏบิ ัตริ าชการประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศึกษาธกิ าร (ฉบับปรบั ปรงุ ตามงบประมาณทไี่ ดร้ ับจัดสรร)
- 48 - 3. ยทุ ธศำสตร์ดำ้ นกำรพัฒนำและเสริมสร้ำงศักยภำพคน 3.1 กำรพฒั นำศักยภำพคนตลอดช่วงชีวิต นโยบำยกำรจดั สรรงบประมำณ 3.1.1.2 ส่งเสริมการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะ ชีวิตและการเรียนรู้ การประกอบอาชีพและการดารงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกันและทางานกับผู้อื่นได้ภายใต้บริบทสังคม ที่เป็นพหุวัฒนธรรม รวมถงึ สร้างโอกาสทางการศึกษาสาหรับกลุ่มดอ้ ยโอกาส 3.1.1.6 ส่งเสริมการฝึกอาชีพเพื่อสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องให้แก่ผู้สูงวัย เพื่อสร้างความ มน่ั คงในชวี ิต กาหนดมาตรการจูงใจในการส่งเสริมการจ้างงานผสู้ ูงอายุ และการขยายอายงุ านในสาขาท่ขี าดแคลน 3.2 กำรยกระดับคุณภำพกำรศึกษำและกำรเรียนรู้ใหม้ คี ณุ ภำพเทำ่ เทยี มและท่ัวถงึ 3.2.1 กำรยกระดับคุณภำพกำรศกึ ษำและกำรเรียนรใู้ หม้ ีคณุ ภำพเทำ่ เทยี มและท่ัวถึง นโยบำยกำรจดั สรรงบประมำณ 3.2.1.1 ส่งเสริมการพัฒนาหลักสูตร การเรียนการสอน และกระบวนการเรียนรู้ท่ี ส่งเสรมิ การพัฒนาการอา่ น ทกั ษะ ศิลปวฒั นธรรม คณุ ธรรม พลศึกษา และคุณลักษณะ ทีจ่ าเป็นสาหรบั ผู้เรยี นใน ศตวรรษท่ี 21 ทุกระดับ ทุกประเภทการศึกษา พัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงบรู ณาการ องค์ความรูแ้ บบสหวิทยาการ การปฏิบัติจริงเอ้ือต่อการพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะการเรียนรอู้ ย่างต่อเน่ือง การสร้างสมรรถนะความเชี่ยวชาญ เฉพาะด้านในสาขาวิชาหรืออาชีพตามความถนัดและความสนใจของผู้เรียน รวมทั้งเร่งรัดการยกระดับการเรียนรู้ วิชาภาษาไทยและภาษาอังกฤษในการศึกษาทุกระดบั ทุกประเภทการศึกษา (STEMA) 3.2.1.2 ส่งเสริมการพัฒนาระบบและมาตรฐานการประเมินคุณภาพการศึกษา พัฒนา ระบบและกลไกการทดสอบ การวัดและการประเมินความรู้ ทักษะ และสมรรถนะของผูเ้ รียนในทุกระดับการศึกษา ทุกกลุ่มเป้าหมาย พฒั นาระบบคลังข้อสอบเพ่ือวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ทมี่ ีคณุ ภาพ มาตรฐาน ครอบคลมุ การ วัดความรู้ ทักษะและสมรรถนะของผู้เรียน รวมท้ังพัฒนามาตรฐานและระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษา ท้ังการประเมนิ คณุ ภาพภายในและการประเมนิ คณุ ภาพภายนอก 3.2.1.3 ส่งเสริมการผลิต และพัฒนาคุณภาพครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ให้เป็นผู้สนับสนุนการเรียนรู้ ผู้กระตุ้นแรงจูงใจ ผู้สร้างแรงบันดาลใจ ผู้ให้คาปรึกษาและชี้แนะ ตลอดจน สร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการจัดการเรียนการสอนท่ีเป็นการพัฒนาสมรรถนะครูอย่างต่อเน่ือง พัฒนา สถาบันการศึกษาที่เป็นหน่วยผลิตครูและสถานศึกษาที่เป็นหน่วยปฏิบัติการสอนให้มีคุณภาพและมาตรฐาน ในสาขาวชิ าที่สถาบันการศึกษาเชยี่ วชาญ รวมทงั้ พัฒนาศกั ยภาพครู คณาจารย์ และบคุ ลากรทางการศึกษา 3.2.1.4 พฒั นาสถาบนั ระดับอาชีวศกึ ษาและระดบั อุดมศกึ ษาใหผ้ ลติ และพัฒนากาลังคน ตามความเชี่ยวชาญและความเป็นเลิศเฉพาะด้าน ให้สอดคล้องกับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายและตามนโยบาย ของประเทศ ปรับหลักสูตรและการประเมินการศึกษาด้านวิชาชีพให้สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ สร้างเครือข่าย ความร่วมมือในการผลิตและพัฒนากาลังคนตามรูปแบบประชารัฐทั้งระหว่างองค์กรภายในและต่างประเทศ รวมทั้งจัดทาข้อมูลความต้องการของตลาดงานทั้งด้านอาชีพและสมรรถนะและติดตามการทางานของผู้สาเร็จ การศกึ ษาเพอ่ื ใช้วางแผนการผลติ กาลังคน 3.2.1.5 ส่งเสริมการพัฒนาสื่อและเทคโนโลยีดิจิทัลเพ่ือการศึกษาและการเรียนรู้ ตลอดชวี ิตท่ีมีคณุ ภาพและมาตรฐาน จัดการศึกษาทางไกลให้ครอบคลุมทุกพน้ื ที่ สนับสนุนการบูรณาการโครงข่าย สอ่ื สารโทรคมนาคมเพ่ือการศึกษา และการบูรณาการฐานข้อมูลและสารสนเทศด้านการศึกษาให้สามารถเชื่อมโยง และใช้ประโยชน์รว่ มกนั ได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ แผนปฏบิ ตั ิราชการประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศึกษาธกิ าร (ฉบบั ปรบั ปรุงตามงบประมาณทีไ่ ดร้ บั จัดสรร)
- 49 - 3.2.1.6 ส่งเสริมการขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการศึกษาและการเรียนรู้ ตลอดชีวิตอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัย (3 – 5 ปี) การจัดการศึกษากลุ่มเฉพาะ ด้าน เฉพาะทาง และกลุ่มท่ีมีความต้องการจาเป็นพิเศษ ในทุกระดับ ทุกประเภทการศึกษา เช่น โรงเรียนสาหรับ ผู้สูงวัย การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กทุกสังกัด บูรณาการฐานข้อมูลและพัฒนาระบบติดตามเด็ก ออกกลางคันและเด็กท่ีอยู่นอกระบบการศึกษา สร้างกลไกความร่วมมือพัฒนาระบบ การสะสมและเทียบโอนผล การเรียนการศึกษาในระบบและนอกระบบการศึกษาตามอัธยาศัย และประสบการณ์จากการทางาน รวมท้ังปรับ ระบบการศกึ ษาให้ผู้เรยี นสายสามัญและสายอาชีพเรียนขา้ มสายได้ ตลอดจนส่งเสริมการผลิตสื่อการอา่ น และการ เรียนรู้ที่มีคุณภาพ และราคาถูก และพัฒนาแหล่งเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ และมีชีวิตให้มีความหลากหลายเอ้ือต่อ การศึกษาและการเรียนร้ตู ลอดชีวิต 3.3 กำรปลกู ฝังระเบียบวินัย คณุ ธรรม จริยธรรม ค่ำนยิ มทีพ่ งึ ประสงค์ นโยบำยกำรจัดสรรงบประมำณ 3.3.1.1 ส่งเสริมและพัฒนากระบวนการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม ความมีวินัย จิตสาธารณะ พฤติกรรมท่ีพึงประสงค์ ค่านิยม และความเป็นไทย วางรากฐานวิถีชีวิตของคนไทย โดยส่งเสริม การเล้ียงดูในครอบครัว ฝึกให้เด็กรู้จักการพ่ึงพาตัวเอง มีความซื่อสัตย์ มีวินัย ส่งเสริมให้มีกิจกรรมการเรียน การสอนในและนอกห้องเรียนที่สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม การนาหลักธรรมทางศาสนามาใช้ในชีวิตประจาวัน ผลักดันให้มีการนาวัฒนธรรมการทางานท่ีพึงประสงค์ไปปฏิบัติ ตลอดจนเสริมสร้างค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ 3.3.1.2 ส่งเสริม พัฒนา และเผยแพร่องค์ความรูด้ ้านคุณธรรม จริยธรรมให้กับเครือข่าย ทางสงั คมใหม้ ีบทบาทและความสามารถในการปลูกฝัง ส่งเสรมิ คุณธรรม จริยธรรม 3.3.1.3 ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนของสังคม ตระหนักและร่วมกันเป็นเครือข่าย มีส่วนร่วม ในกระบวนการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม การมีวินัย จิตสาธารณะและพฤติกรรมท่ีพึงประสงค์ เพื่อสร้างสังคม ทอี่ ยู่รว่ มกนั อย่างสมานฉันท์ 3.6 กำรพฒั นำพนื ทีร่ ะดับภำคด้ำนกำรพฒั นำและเสริมสร้ำงศักยภำพคน นโยบำยกำรจดั สรรงบประมำณ 3.6.2 จดุ เนน้ การพฒั นาภาคตะวนั ออก 3.6.2.1 ส่งเสริมให้สถาบันศึกษาปรับปรุงหลักสูตร คุณภาพอาจารย์ผู้สอน ตลอดจน กระบวนการเรียน การสอนให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมของภาค เพือ่ ตอบสนองความตอ้ งการภาคการผลิต บรกิ าร การตลาดและทันกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี 4. ยุทธศำสตร์ด้ำนกำรแก้ไขปัญหำควำมยำกจน ลดควำมเหล่ือมล้ำ และสร้ำงกำร เตบิ โตจำกภำยใน 4.1 กำรสรำ้ งควำมมน่ั คงและกำรลดควำมเหลอื่ มล้ำทำงดำ้ นเศรษฐกจิ และสงั คม นโยบำยกำรจัดสรรงบประมำณ 4.1.1.15 ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ การทางานแบบมีส่วนร่วม การจัดทาแผนพัฒนา ระดับชุมชน การสร้างและพัฒนาผู้นาการเปล่ียนแปลงในชุมชน การพัฒนาอาชีพและการสร้างรายได้ โดยประยกุ ต์ใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมาเปน็ แนวทางในการพฒั นาชมุ ชน 4.4 กำรสร้ำงควำมเข้มแข็งของสถำบันทำงสังคม ทุนทำงวัฒนธรรม และควำม เข้มแข็งของชมุ ชน 4.4.1 การสรา้ งความเขม้ แข็งของสถาบันทางสงั คม ทนุ ทางวัฒนธรรม และชุมชน แผนปฏบิ ตั ิราชการประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศึกษาธกิ าร (ฉบับปรบั ปรุงตามงบประมาณท่ไี ดร้ ับจดั สรร)
- 50 - นโยบำยกำรจดั สรรงบประมำณ 4.4.1.8 ส่งเสรมิ การเรียนรู้ความแตกตา่ งทางวัฒนธรรม สรา้ งภมู คิ มุ้ กนั เด็กและเยาวชน ให้รู้เทา่ ทันสอ่ื ตลอดจนเปิดพน้ื ที่สร้างสรรค์ในชุมชนสาหรับเด็กและเยาวชน 5. ยุทธศำสตร์ด้ำนกำรจัดกำรนำและสร้ำงกำรเติบโตบนคุณภำพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อย่ำงยงั่ ยืน 5.1 กำรจดั ระบบอนรุ กั ษ์ ฟ้ืนฟู และป้องกันกำรทำลำยทรพั ยำกรธรรมชำติ 5.1.1 กำรจดั ระบบอนรุ กั ษ์ ฟน้ื ฟู และป้องกันกำรทำลำยทรพั ยำกรธรรมชำติ นโยบำยกำรจดั สรรงบประมำณ 5.1.1.3 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการปลูกจิตสานึกเยาวชนและประชาชนในการอนุรักษ์ และจดั การทรพั ยากรธรรมชาติ และการขยายเครือขา่ ยอาสาสมัครในการอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติ 5.4.1.1 สง่ เสรมิ การลดการเกิดขยะมลู ฝอยทต่ี น้ ทาง และการนาขยะไปใช้ประโยชน์ 5.4 กำรพฒั นำเมืองอุตสำหกรรมเชงิ นิเวศและเมืองทเี่ ป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 5.4.1 กำรพัฒนำเมืองอุตสำหกรรมเชิงนเิ วศและกำรจัดกำรมลพษิ และส่ิงแวดล้อม นโยบำยกำรจดั สรรงบประมำณ 5.4.1.1 ส่งเสริมให้เกิดกลไกการคัดแยกขยะเพื่อนากลับมาใช้ใหม่ให้มากท่ีสุด ส่งเสริมการ แปรรูปขยะมูลฝอยและวัตถุดิบที่เหลือจากกระบวนการผลิตเป็นพลังงานโดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ เหมาะสมกับพื้นที่ รวมถึงการจัดตั้งพื้นท่ีต้นแบบในการลดและคัดแยกขยะ ดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนท่ีได้รับ ผลกระทบ 6. ยุทธศำสตรด์ ำ้ นกำรปรับสมดุลและพัฒนำระบบบรหิ ำรจดั กำรภำครฐั 6.1 กำรปรับปรงุ โครงสรำ้ ง บทบำท ภำรกิจของหน่วยงำนภำครัฐให้มขี นำดท่เี หมำะสม นโยบำยกำรจดั สรรงบประมำณ 6.1.1.1 ปรับปรุงโครงสร้างหน่วยงานราชการให้มีประสิทธิภาพและขนาดท่ีเหมาะสมมีการ บรหิ ารงานเชิงรกุ มุ่งเนน้ ระบบการบริหารงานแนวใหมท่ ีท่ ันสมยั คล่องตวั และเกิดความคุ้มค่า 6.1.1.2 พัฒนาระบบราชการให้เป็นระบบที่โปร่งใส ปราศจากการทุจริต มีการวางระบบ ตรวจสอบและประเมินผลตามมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม และความคุ้มค่ารวมท้ังการลงโทษผู้กระทาผิด อย่างจริงจงั 6.1.1.3 พัฒนาหน่วยงานภาครัฐทุกระดับให้มีการทางานอย่างบูรณาการ เพิ่มการมีส่วนร่วม ของภาคที ุกภาคสว่ นในการบริหารจัดการภาครัฐและการติดตามตรวจสอบ 6.1.1.4 พฒั นากาลังคนภาครัฐใหม้ ศี ักยภาพ ทักษะ และสมรรถนะพรอ้ มรบั การเปลยี่ นแปลง รวมทัง้ สร้างจติ สานกึ ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม รักษาวนิ ยั และธรรมาภิบาลทยี่ ึดประโยชน์สว่ นรวม 6.2 กำรวำงระบบบรหิ ำรงำนรำชกำรแบบบรู ณำกำร 6.2.1 กำรส่งเสริมกำรกระจำยอำนำจใหแ้ กอ่ งคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่น นโยบำยกำรจัดสรรงบประมำณ 6.2.1.1 สนับสนุนการจัดบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินในด้านการศึกษา ด้านโครงสร้างพ้ืนฐาน ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพ้ืนท่ี รวมทั้ง ส่งเสริมด้านการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเพิ่มกระบวนการมี ส่วนรว่ มขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถนิ่ เอกชน และประชาสงั คม แผนปฏบิ ตั ริ าชการประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ฉบบั ปรบั ปรุงตามงบประมาณทีไ่ ดร้ บั จดั สรร)
- 51 - 6.3 กำรพัฒนำระบบบริหำรจัดกำรกำลงั คนและพัฒนำบุคลำกรภำครัฐ 6.3.1 กำรพัฒนำระบบบรหิ ำรจัดกำรกำลงั คนและพฒั นำบุคลำกรภำครัฐ นโยบำยกำรจดั สรรงบประมำณ 6.3.1.1 ปรับปรุงโครงสรา้ งองคก์ ารให้มีความทันสมยั มีระบบการทางานท่ีคล่องตัว รวดเรว็ 6.3.1.2 ส่งเสริมการปรับเปลีย่ นกระบวนทศั น์ในการทางาน โดยเน้นการคดิ ริเรม่ิ สร้างสรรค์ 6.3.1.3 พัฒนาขีดสมรรถนะของคนในองค์การ ให้มีประสทิ ธิภาพสร้างคณุ ค่าในการปฏบิ ัติ ภารกิจของรัฐ 6.4 กำรต่อตำ้ นกำรทุจริตและประพฤติมชิ อบ นโยบำยกำรจัดสรรงบประมำณ 6.4.1.1 เสริมสร้างวัฒนธรรมต้านการทุจริต โดยเสริมพลังการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ในการผลักดันให้เกิดสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริตและต้านทุจริตทุกรูปแบบและประยุกต์หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงในการปรับฐานความคิดทุกช่วงวัยให้มีสานึกในคุณธรรม ความซ่ือสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่ เหมาะสม ยึดถือผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ต้ัง สามารถแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ สว่ นรวม นาไปส่เู ศรษฐกจิ สงั คม วฒั นธรรมท่สี มดุล ยุทธศำสตรก์ ำรจัดสรรงบประมำณเพ่อื กำรพัฒนำพืนท่ีระดับภำค 1. ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณภาคเหนอื จดุ เนน้ การพฒั นา 1.3 ดา้ นการพฒั นาและเสรมิ สรา้ งศักยภาพคน 1.3.1 สนับสนุนการยกระดับคณุ ภาพการศึกษาและการเรียนรู้ให้มีคุณภาพเท่าเทียม และท่วั ถึงโดยให้ความสาคัญกบั ประเดน็ ดังน้ี 1.3.1.1 สร้างเสริมหลักสูตร กระบวนการเรียน การสอน การวัดผลและ ประเมินผลสัมฤทธ์ิทางการศึกษาในระดับช้ันมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษาและพัฒนาครูผู้สอนเพ่ือให้ สามารถจัดการเรียนการสอนให้นักเรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์ในวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทยและสังคมศึกษา 1.3.1.2 ส่งเสริมและพัฒนาคนไทยให้สามารถพูดได้หลากหลายภาษา เพ่อื รองรบั การพัฒนาทางเศรษฐกิจในพื้นท่ี เช่น ทักษะภาษาจีนในการสื่อสารกับ กลุม่ นักทอ่ งเท่ียวและการทาธุรกิจ เปน็ ต้น 1.3.1.3 ถ่ายทอดองค์ความรู้ ด้านการออกแบบ เพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เชิงศิลปะล้านนา 1.3.1.4 ส่งเสริมการนาเทคโนโลยีด้านศิลปวัฒนธรรมและความรู้ด้านการ ออกแบบร่วมสมัยมาพัฒนาการผลิตหัตถอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์ของชุมชนเพื่อสร้างมูลค่าเพ่ิมสู่งานหัตถศิลป์ โดยเฉพาะภาคเหนอื ตอนบน 2. ยทุ ธศาสตรก์ ารจดั สรรงบประมาณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จุดเน้นการพฒั นา 2.2 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขนั ของประเทศ แผนปฏิบัติราชการประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ฉบบั ปรบั ปรุงตามงบประมาณทีไ่ ดร้ บั จัดสรร)
- 52 - 2.2.5 สนับสนุนการพัฒนาและยกระดับผลิตภาพแรงงานโดยให้ความสาคัญกับ ประเดน็ ดงั น้ี 2.2.5.2 ย ก ร ะ ดั บ ก า ร ศึ ก ษ า ข อ ง แ ร ง ง า น ใน ร ะ ดั บ อ า ชี ว ศึ ก ษ า และระดับอุดมศึกษาเพ่ือพัฒนาคุณภาพให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ส่งเสริมให้มีผู้สนใจเห็น ความสาคัญและประโยชน์ในการศึกษาระดับวิชาชีพช้ันสูงและอาชีวศึกษา ส่งเสริมความร่วมมือด้านการจัดการ เรียนการสอนระหว่างสถานศึกษากับภาคเอกชนและหน่วยงานในต่างประเทศในการจัดการเรียนการสอนระบบ ทวภิ าคี ทวศิ กึ ษาและทวิวฒุ ิเพือ่ เปดิ โอกาสและสร้างทางเลือกตา่ ง ๆ ที่เหมาะสมใหแ้ กผ่ เู้ รียน 2.3 ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศกั ยภาพคน 2.3.1 สนับสนุนการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ให้มีคุณภาพเท่าเทียมและ ท่ัวถึงโดยสร้างเสริมหลักสูตร กระบวนการเรียน การสอน การวัดผลและประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาใน ระดับช้ันมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา และพัฒนาครูผู้สอนเพ่ือให้สามารถจัดการเรียนการสอนให้ นกั เรยี นมีทกั ษะการคดิ วเิ คราะหใ์ นวิชาคณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตรภ์ าษาอังกฤษ ภาษาไทยและสงั คมศกึ ษา 3. ยทุ ธศาสตรก์ ารจดั สรรงบประมาณภาคกลาง จุดเนน้ การพัฒนา 3.2 ดา้ นการสร้างความสามารถในการแขง่ ขันของประเทศ 3.2.3 สนับสนุนการพัฒนาและยกระดับผลิตภาพแรงงานโดยส่งเสริมการยกระดับ การศึกษาของแรงงานในระดับอาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพให้สอดคล้องกับสภาพ เศรษฐกิจและสังคมของภาคเพื่อตอบสนองความต้องการของภาคการผลิตบริการ การตลาดและทัน ต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปรับปรุง พัฒนาหลักสูตรให้เหมาะสมตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการจัดการเรียน การสอนระบบทวภิ าคี ทวิศึกษาและทววิ ฒุ ิเพ่ือเปดิ โอกาสและสร้างทางเลือกตา่ ง ๆ ท่เี หมาะสมให้แก่ผเู้ รียน 3.3 ดา้ นการพัฒนาและเสรมิ สรา้ งศักยภาพคน 3.3.1 สนับสนนุ การยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ให้มีคณุ ภาพเท่าเทียม และทั่วถึงโดยสร้างเสริมหลักสูตร กระบวนการเรียน การสอน การวัดผลและประเมินผลสัมฤทธ์ิทางการศึกษาใน ระดับช้ันมัธยมศึกษา และพัฒนาครูผู้สอนเพ่ือให้สามารถจัดการเรียนการสอนให้นักเรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์ วิชาคณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคมศึกษา 4. ยุทธศาสตรก์ ารจดั สรรงบประมาณภาคตะวันออก จดุ เน้นการพฒั นา 4.3 ด้านการพัฒนาและเสรมิ สร้างศกั ยภาพคน 4.3.1 สนับสนุนการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ให้มีคณุ ภาพเท่าเทียม และทั่วถึงโดยสร้างเสริมหลักสูตร กระบวนการเรียน การสอน การวัดผลและประเมินผลสัมฤทธ์ิทางการศึกษาใน ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษา อาชีวศกึ ษา อุดมศึกษาและพฒั นาครูผสู้ อนเพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอนให้นักเรียนมี ทักษะการคิดวิเคราะห์ในวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคมศึกษารวมถงึ ยกระดับ การจัดการเรยี นการสอนระดับอาชีวศกึ ษาใหส้ อดคล้องกับตลาดแรงงานในเขตเศรษฐกิจพเิ ศษภาคตะวันออก 5. ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณภาคใต้ จดุ เนน้ การพัฒนา 5.2 ดา้ นการสร้างความสามารถในการแขง่ ขนั ของประเทศ แผนปฏิบัติราชการประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ฉบบั ปรบั ปรงุ ตามงบประมาณท่ไี ด้รับจัดสรร)
- 53 - 5.2.2 สนับสนุนการพัฒนาและยกระดับผลิตภาพแรงงาน โดยให้ความสาคัญกับ ประเดน็ ดงั นี้ 5.2.2.1 ยกระดับ ก ารศึกษ าของแรงงานใน ระดับ อาชีวศึกษ า และ ระดบั อุดมศกึ ษาเพือ่ พัฒนาคณุ ภาพใหส้ อดคล้องกับความต้องการของตลาด 5.2.2.2 ส่งเสริมความร่วมมือด้านการจัดการเรียนการสอนระหว่าง สถานศึกษากาบภาคเอกชนและหน่วยงานในต่างประเทศในการจัดการเรียนการสอนระบบทวิภาคี ทวิศึกษาและ ทววิ ุฒิเพอ่ื เปดิ โอกาสและสร้างทางเลอื กตา่ ง ๆ ทีเ่ หมาะสมใหแ้ ก่ผูเ้ รยี น 5.3 ด้านการพฒั นาและเสริมสร้างศกั ยภาพคน 5.3.1 สนับสนนุ การยกระดบั คุณภาพการศกึ ษาและการเรียนรู้ให้มคี ุณภาพเทา่ เทยี ม และทั่วถึงโดยมปี ระเดน็ สาคญั ดังนี้ 5.3.1.1 สร้างเสริมหลักสูตร กระบวนการเรียน การสอน การวัดผลและ ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาในระดับช้ันมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา อุดมศึกษาและพัฒนาครูผู้สอนเพื่อให้ สามารถจัดการเรียนการสอนให้นักเรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์ในวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทยและสังคมศึกษา 5.3.1.2 ส่งเสริมให้สถานศึกษา ครู อาจารย์ เข้าไปมีส่วนร่วมในการป้องกัน และแก้ไขปัญหานักเรยี นมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอนั สมควร โดยเฉพาะในพนื้ ที่จังหวดั พงั งา สรุ าษฎร์ธานี และกระบ่ี 6. ยุทธศาสตรก์ ารจดั สรรงบประมาณภาคใตช้ ายแดน จุดเนน้ การพัฒนา 6.2 ดา้ นการสร้างความสามารถในการแขง่ ขันของประเทศ 6.2.2 สนับสนุนการพัฒนาและยกระดับผลิตภาพแรงงาน โดยให้ความสาคัญกับ ประเดน็ ดังน้ี 6.2.2.1 ส่งเสริมการยกระดับการศึกษาของแรงงานในระดับอาชีวศึกษา และ ระดับอุดมศกึ ษาเพือ่ พฒั นาคณุ ภาพใหส้ อดคล้องกับความต้องการของตลาด 6.2.2.2 ส่งเสริมความร่วมมือด้านการจัดการเรียนการสอนระหว่าง สถานศึกษากับภาคเอกชนและหน่วยงานในต่างประเทศในการจัดการเรียนการสอนระบบทวิภาคี ทวิศึกษาและ ทววิ ฒุ เิ พือ่ เปิดโอกาสและสร้างทางเลอื กตา่ ง ๆ ทีเ่ หมาะสมใหแ้ ก่ผูเ้ รยี น 6.3 ด้านการพฒั นาและเสริมสรา้ งศกั ยภาพคน 6.3.1 สนับสนุนการยกระดับคุณภาพการศกึ ษาและการเรียนรู้ให้มีคุณภาพเท่าเทียม และท่ัวถึงโดยสร้างเสริมหลักสูตร กระบวนการเรียน การสอน การวัดผลและประเมินผลสัมฤทธ์ิทางการศึกษาใน ระดบั ช้ันมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา อุดมศกึ ษา และพฒั นาครูผสู้ อนเพื่อใหส้ ามารถจัดการเรยี นการสอนให้นกั เรียนมี ทักษะการคดิ วิเคราะห์ ในวิชาคณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ ภาษาองั กฤษ ภาษาไทย และสังคมศกึ ษา สาหรับแผนงานบูรณาการ เป็นแผนงานท่ีดาเนินการให้สอดคล้องตามยุทธศาสตร์ชาติ หรือยุทธศาสตร์สาคัญ ท่ีคณ ะรัฐมน ตรีกาห นดให้ หน่ วยงานรับง บป ระมาณ ตั้งแต่สองห น่ วยงานขึ้น ไป ร่วมกัน วางแผน กาหนดเป้าหมาย ตัวช้ีวัด และแผนการปฏิบัติงานและการใช้จ่ายงบประมารณร่วมกัน เพื่อลดความ ซา้ ซ้อน มีความประหยัดและคุ้มค่าสามารถบรรลเุ ปา้ หมาย เกดิ ผลสมั ฤทธ์ิตามวัตถุประสงค์ของแผนงานบรู ณาการ และกาหนดใหก้ ารจดั ทางบประมาณเป็นลกั ษณะ Project based จานวน 24 แผนงาน 1. การขับเคล่ือนการแกไ้ ขปญั หาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 2. การจัดการปญั หาแรงงานตา่ งด้าวและการค้ามนษุ ย์ แผนปฏิบัติราชการประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ฉบบั ปรบั ปรงุ ตามงบประมาณท่ีได้รบั จดั สรร)
- 54 - 3. การป้องกัน ปราบปราม และบาบัดรักษาผตู้ ดิ ยาเสพติด 4. การพฒั นาอุตสาหกรรมศักยภาพ 5. การสรา้ งรายได้จากการท่องเทยี่ ว กีฬา และวัฒนธรรม 6. การพัฒนาศกั ยภาพการผลิตภาคการเกษตร 7. การพัฒนาผู้ประประกอบการและเศรษฐกิจชุมชน และพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อมสสู่ ากล 8. การพฒั นาพ้นื ทเ่ี ขตเศรษฐกจิ พิเศษ 9. การขับเคล่อื นเขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก 10. การพฒั นาคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ 11. การพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมดจิ ทิ ัล 12. การวิจัยและนวตั กรรม 13. การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชวี ิต 14. การยกระดบั คุณภาพการศึกษาและการเรียนรูใ้ หม้ ีคุณภาพ เท่าเทยี มและทว่ั ถึง 15. การพัฒนาระบบประกนั สุขภาพ 16. การสรา้ งความเสมอภาคเพ่ือรองรบั สังคมผู้สงู อายุ 17. การบริหารจัดการทรัพยากรนา้ 18. การพฒั นาเมอื งอตุ สาหกรรมเชิงนเิ วศและจัดการมลพษิ และสง่ิ แวดล้อม 19. การสง่ เสรมิ การกระจายอานาจใหแ้ กอ่ งค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ 20. การส่งเสริมการพัฒนาจังหวดั และกลุม่ จังหวดั แบบบรู ณาการ 21. การต่อตา้ นการทจุ รติ และประพฤตมิ ชิ อบ 22. การปฏริ ปู กฎหมายและพฒั นากระบวนการยตุ ิธรรม 23. การพัฒนาระบบการให้บริการประชาชนของหน่วยงานภาครัฐ 24. การพฒั นาพืน้ ท่รี ะดับภาค 13. ผลกำรดำเนนิ งำนสำคญั ทีผ่ ่ำนมำ 13.1 ผลกำรดำเนินงำนตำมนโยบำยรัฐบำล 1. กำรปฏิรูปครู 1. จัดตงั สถำบันคุรุพัฒนำ จัดตั้งสถาบนั คุรุพฒั นา เพือ่ รองรับการคัดเลือกหลกั สูตรพฒั นาครู โดยได้คัดเลือกผู้ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ม าร่วมเป็นคณะกรรมการพิจารณากล่ันกรองและ คัดเลอื กหลักสตู รการพัฒนาครู 2. โครงกำรคูปองพัฒนำครู การพัฒนาครูในรูปแบบครบวงจร โดยรับหลักสูตรท่ีสถาบันคุรุ พัฒนารับรอง มาคัดเลือกให้เหมาะสมกับบริบทของครูในสังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพอื่ ให้ ครูสามารถพัฒนาตนเองได้ตรงตามศักยภาพ สามารถนาความรจู้ ากการอบรมไปใช้ประโยชน์ ได้จริงในการประกอบอาชีพครู การพัฒนาครูเป็นระบบ มีคุณภาพ มีหลักสูตรที่เป็นมาตรฐานผ่านการรับรองจาก สถาบัน คุรุพัฒนา และครไู ด้พัฒนาตนเองอย่างสม่าเสมอ และสามารถนาไปใช้ในการเล่ือนวิทยฐานะได้ทุกระดับ ซึ่งผลการดาเนินงาน คือ ข้าราชการครูในสังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ทุกคนสามารถเข้า รับการพัฒนาได้ เป็นการลดความเหลื่อมล้าในโอกาสการเข้าถึงการพัฒนา จานวนครูที่ลงทะเบียนในระบบ แผนปฏิบัติราชการประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศึกษาธกิ าร (ฉบับปรบั ปรงุ ตามงบประมาณท่ไี ด้รบั จดั สรร)
- 55 - Training Obec จานวน 355,954 คน จานวนครูท่ีได้รับการอบรม จานวน 279,230 คนจานวนที่นั่งเข้าอบรม 368,415 คน จานวนหลักสูตร 1,207 หลักสูตร เดิม ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ครูได้รับการพัฒนา 175,987 คน ใช้งบประมาณ 1,219,352,611 บาท สาหรับในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ครูได้รับการพัฒนา 279,280 คน ใชง้ บประมาณ 2,127,340,415 บาท 3. กำรรับครูผู้สอนในสำขำวิชำขำดแคลน เน่ืองจากการสอบแข่งขันบรรจุบุคคลเข้ารับ ราชการครูท่ีผ่านมาจะรับเฉพาะผู้ท่ีจบการศึกษา ระบบ 5 ปี ในสาขาท่ี ก.ค.ศ.รับรอง ซึ่งทาให้บุคคลท่ีจบ การศึกษาระบบ 4 ปี ท่ีเรียนในสาขาวิชาขาดแคลนไม่สามารถมาสอบเป็นครูได้ ดังนั้น จึงเปิดโอกาสให้คนเก่งใน สาขาขาดแคลนมาสอบเปน็ ครไู ด้ เพ่อื จะได้นาความรู้และประสบการณม์ าถ่ายทอดใหก้ บั นักเรียน 4. โครงกำรพัฒนำวิทยฐำนะ ปรับระบบการพัฒนาวิทยฐานะใหส้ อดคล้องกบั ภาระงานสอน ทแ่ี ท้จริงในห้องเรียน ซ่งึ จะส่งผลถงึ คณุ ภาพเดก็ โดยตรงเป็นระบบท่ีมคี วามยตุ ิธรรมเพื่อตอบแทนครูทมี่ ีความม่งุ ม่ัน ต้ังใจสอนนักเรียนและมีการปรับปรุง พัฒนาความรู้และทักษะการสอนเพื่อประโยชน์ของเด็กเป็นท่ีต้ัง โดยได้เริ่ม ประกาศใช้หลักเกณฑ์ใหม่ ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 รายละเอียดตามหนังสือสานักงาน ก.ค.ศ. ท่ี ศธ 0206.3/ว 21 ลงวนั ที่ 5 กรกฎาคม 2560 5. โครงกำรปรบั ปรุงบำ้ นพกั ครู ซอ่ มแซมบ้านพักครูทั่วประเทศ ตั้งแตป่ ีงบประมาณ พ.ศ. 2560 – 2561 แลว้ เสรจ็ จานวน 7,311 หลงั เพื่อยกระดบั ความเปน็ อยู่ และเพ่ือสร้างขวญั กาลงั ใจแกค่ รูผู้สอน 6. อุดหนนุ เพ่ิมเงนิ เดือนให้ครโู รงเรยี นเอกชน กระทรวงศึกษาธิการเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ความเหน็ ชอบเพิม่ เงนิ สมทบเงินเดือนครโู รงเรียนเอกชน 780 ล้านบาทต่อปี หรือ 750 บาทต่อเดือน เพ่ือ ช่วยลดภาระรายจ่ายโรงเรยี นเอกชนในฐานะผู้รบั ผดิ ชอบดูแลนักเรียนกวา่ 2 ล้านคน หรือคดิ เปน็ สัดส่วน 21% ของนักเรยี นทงั้ ประเทศ 7. โครงกำรผลิตครูเพ่ือพัฒนำท้องถิ่น เพ่ือดงึ ดูดและจูงใจให้เด็กและเยาวชนที่เป็นคนดี คน เก่ง ได้เข้ามาศึกษาวิชาชีพครูในสถาบันฝ่ายผลิตท่ีมีคุณภาพ เม่ือสาเร็จการศึกษาแล้วจะได้รับการบรรจุแต่งต้ังใน ภูมิลาเนาของตนเอง เพื่อพัฒนาการศึกษาในท้องถ่ิน และลดการโยกย้าย ซ่ึงมีเป้าหมายคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ 10 รุ่น จานวน 48,374 คน โดยจะทยอยบรรจุเข้ารับราชการครูในภูมิลาเนาของตนเองต้ังแต่ พ.ศ. 2559 - 2568 ขณะน้ีได้คัดเลือกบุคคลเข้าร่วมโครงการแล้ว จานวน 8 รุ่น รวมทั้งส้ิน 24,495 คน ได้รับการบรรจุไปแล้วในปี พ.ศ. 2559 - 2560 จานวน 2 รุน่ รวม 6,371 คน อยรู่ ะหว่างการบรรจุในเดอื นตลุ าคม พ.ศ. 2561 จานวน 2,696 คน และอยู่ระหว่างการศึกษาจานวน 5 รุ่น รวม 15,428 คน โดยจะทยอยบรรจุในปี พ.ศ. 2562 - 2566 ซึ่งหลัง การบรรจุแล้วจะมีการพัฒนาครูใหม่ของโครงการอย่างต่อเน่ืองอีก 2 ปี และจะมีการจัดสรรทุนการศึกษาเพ่ือ ศกึ ษาตอ่ ในระดบั ปริญญาโท ทง้ั ในและต่างประเทศ รวมจานวน 100 ทุนในแตล่ ะรนุ่ เม่ือรบั ราชการครคู รบ 3 ปี 8. Boot Camp ร่วมมือกับ British Council พัฒนาครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษ โดยการ อบรมแบบเข้ม จานวน 3 สัปดาห์ เพื่อให้มีความรู้และทักษะในการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ปีงบประมาณ 2561 พัฒนาทักษะการสอนภาษาอังกฤษตามแนวทาง Communicative Approach สาหรับ ครูผู้สอนภาษาอังกฤษ จานวน 15 ศนู ย์ มคี รูผูส้ อนภาษาอังกฤษเขา้ รบั การอบรม จานวนทงั้ สนิ้ 10,213 คน 2. กำรเพมิ่ กระจำยโอกำสและคุณภำพทำงกำรศึกษำอย่ำงท่วั ถึง เท่ำเทียม 1. กำรพัฒนำกำรจัดกำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยจังหวัดชำยแดน ภำคใต้ โดยส่งเสริมการใช้ภาษาไทยและภาษามลายูถิ่นในการติดต่อส่ือสารในชีวิตประจาวัน และการศึกษาเพื่อ พฒั นาอาชีพ การเสรมิ สร้างความเปน็ ไทย รักชาติ สรา้ งความสมานฉันทแ์ ละมีสว่ นรว่ มในการพัฒนาตนเอง ให้กับ เป้าหมายผสู้ ูงอายุ กลุ่มสตรี จดั กจิ กรรมให้เยาวชนเกิดความสมั พนั ธ์และเสริมสร้างความสามคั คใี นหมู่คณะ พัฒนา เยาวชน ในสถาบนั ศึกษาปอเนาะดา้ นอาชพี และพัฒนาคุณภาพชีวิต แผนปฏบิ ตั ริ าชการประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ฉบบั ปรบั ปรงุ ตามงบประมาณทไี่ ดร้ บั จดั สรร)
- 56 - 2. หลักสูตรแกนกลำงสถำบันศึกษำปอเนำะ พ.ศ. 2561/ฮิจเรำะฮฺศักรำช 1439 ประกาศใช้ เม่ือวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 ซึ่งสถาบันศึกษาปอเนาะทาการสอนอิสลามสาหรับเยาวชนและ ประชาชนท่ัวไป โดยโต๊ะครูเป็นผู้สอน เดิมไม่มีหลักสูตรท่ีเป็นมาตรฐาน และได้จัดครูอาสาสมัคร กศน. ให้การ ช่วยเหลือจัดการเรียนรู้ทั้งทางด้านอาชีพและการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในสถาบันศึกษา ปอเนาะทุกแห่ง นอกจากนี้ยังได้พัฒนาผู้บริหารและผู้สอนในสถาบันศึกษาปอเนาะและศูนย์การศึกษา อิสลามประจามัสยิด (ตาดีกา) ใหส้ ามารถนาหลักสูตรไปใช้ได้อย่างมีประสิทธภิ าพไดด้ าเนนิ การพัฒนาผูบ้ ริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้เรียนโรงเรียนเอกชนในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งส้ิน 290,743 คน 3. จัดตังศูนย์ประสำนงำนกำรผลิตและพัฒนำกำลังคนอำชีวศึกษำ เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะ กิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ โครงการเมืองต้นแบบ “สามเหล่ียมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เป็นกลไกท่ีสาคัญในการ ขับเคลื่อนการผลิตและพัฒนากาลังคนอาชีวศึกษาเขตพัฒนาพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่สามารถบูรณาการ ร่วมกันทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ผลการดาเนินงานของศูนย์ฯ ประกอบด้วย หลักสูตรระยะส้ัน 71 หลักสูตร จานวนผู้จบการศึกษา 5,555 คน หลักสูตร ปวช. 55 หลักสูตร จานวนผู้จบ การศึกษา 875 คน หลักสูตร ปวส. 89 หลักสูตร จานวนผู้จบการศึกษา 2,126 คน หลักสูตร ป.ตรี 9 หลักสูตร จานวนผจู้ บการศึกษา 41 คน 4. โรงเรียนประชำรัฐจังหวัดชำยแดนภำคใต้และอำชีวศึกษำประชำรัฐ จัดให้มี สถานศึกษาระดับการศึกษาข้ันพื้นฐานและระดับอาชีวศึกษาในพื้นที่จังหวดั ชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัด ปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส สาหรับนักเรียน นักศึกษา ที่มาจากครอบครัวผู้มีรายได้น้อย (ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี) หรือเป็นผู้ถูกทอดท้ิงไม่มีผู้อุปการะ และได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเป็นสถานศึกษาในลักษณะอยู่ประจา มีที่พัก มีอาหารครบสามมื้อ โดยไม่เสีย ค่าใช้จ่าย เพ่ือสร้างโอกาสทางการศึกษา เพ่ือให้กลุ่มเป้าหมายดังกล่าวได้เข้ารับบริการทางการศึกษาอย่างทั่วถึง เพื่อให้ได้เรียนรู้ทั้งสายสามัญ หรือสายอาชีพท่ีมีคุณภาพ ตามความต้องการของผู้เรียน ในปี 2561 มีสถานศึกษา ในพนื้ ทจี่ ังหวดั ชายแดนภาคใต้ เข้าร่วมโครงการ ท้ังหมด 68 แห่ง จานวนนักเรียน/นักศกึ ษา รวมทั้งสน้ิ 4,621 คน ประกอบด้วยสถานศึกษาระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน จานวน 64 แห่ง นักเรียนจานวน 4,239 คน และระดับ อาชีวศกึ ษา จานวน 4 แห่ง นักศกึ ษาจานวน 382 คน 5. กำรแก้ปัญหำประชำกร วัยเรียนที่อยู่นอกระบบการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วยเหลือประชากรที่อยู่ในวัยเรียนในระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน (อายุ 3 – 18 ปี) ที่ไม่ได้เข้าเรียนในสถานศึกษา ให้ได้เข้ารับการศึกษาครบทุกคน โดยมีแนวทาง โดย 1) จัดทาฐานข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย ที่ไม่ได้อยู่ในระบบ การศึกษาตรวจสอบกับขอ้ มูลประชากรกระทรวงมหาดไทย เพื่อค้นหาผ้ทู ี่ไมไ่ ด้อยู่ในระบบการศึกษาเป็นรายบุคคล จาแนกเป็น รายหมู่บ้าน อาเภอ และจังหวัด 2) สารวจและตรวจสอบข้อมูลในระดับพื้นที่ 3) จัดหาท่ีเรียนให้กับ กลมุ่ เป้าหมาย ซ่งึ เดก็ เหล่าน้ีประกอบด้วย เดก็ ตกหลน่ จานวน 22,766 คน เด็กออกกลางคัน จานวน 13,933 คน เด็กพกิ าร จานวน 2,192 คน เดก็ ที่จบชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 แตไ่ มเ่ รยี นต่อ จานวน 6,358 คน 6. ติวฟรีดอทคอม ติวฟรีดอทคอมเป็นส่ือในรูปแบบ E-learning Platform ติวข้อสอบ ONET ระดับช้ัน ป.6, ม.3 และ ม.6 โดยนาติวเตอร์ชื่อดัง มาสอนเทคนิค เคล็ดลับในการเรียนรู้วิชาต่าง ๆ และ เป็นการเรียนเสริมนอกบทเรียน นอกจากน้ียังมีคลังข้อสอบต่าง ๆ ให้นักเรียนได้เตรียมความพร้อมก่อนสอบ โดย ได้รับความร่วมมือในการดาเนินการจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ท้ังนี้เพื่อท่ีจะสร้างโอกาสให้นักเรียนทุกคน เข้าถึงบทเรยี นในรูปแบบออนไลน์บนอินเทอร์เน็ต แผนปฏิบตั ริ าชการประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศึกษาธกิ าร (ฉบบั ปรบั ปรุงตามงบประมาณทไี่ ดร้ บั จดั สรร)
- 57 - 7. DLTV : โครงการการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมให้ครอบคลุมโรงเรียนขนาดเล็ก ทั่วประเทศ โดยโรงเรียนขนาดเล็กนา DLTV ไปใช้จัดการเรียนการสอน เพื่อแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษาตกต่า เนื่องจากขาดแคลนครู มีโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนโดยใช้ DLTV จานวน 15,191 แห่ง โรงเรียนในโครงการ พฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทยี ม มีคะแนนเฉล่ยี สงู กวา่ โรงเรียนทวั่ ไปรอ้ ยละ 0.18 8. DLIT การต่อยอดการศึกษาทางไกลสาหรับโรงเรียน ขนาดกลางและขนาดใหญ่ด้วยการ พัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศแก้ปัญหาความเหลือ่ มล้า และเพ่ิมโอกาสในการเข้าถึง การศึกษาท่ีมีคุณภาพ ประกอบด้วย 5 รูปแบบ คือ 1) DLIT Classroom 2) DLIT Resources การเรียนการสอน 3) DLIT Library 4) DLIT Professional Learning Community : DLIT PLC และ 5) DLIT Assessment ระยะ ต่อไปจะดาเนินการส่งผ่านวีดิทัศน์การสอนของห้องเรียนคุณภาพ 1,200 ตอน ไปยังโรงเรียนท่ัวประเทศ และ สนับสนุนเครื่องมือสร้างการเรียนรู้ DLIT (DLIT Learning Tools) ผ่านระบบ Web Application ให้กับนักเรียน ครู ตลอดจนบคุ ลากรทางการศกึ ษามากกวา่ 1 ล้านบัญชี แบบไม่มคี า่ ใช้จ่าย 9. กำรจัดกำรศึกษำสำหรับผู้อยู่นอกระบบโรงเรียน โดยเร่งจัดการศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาข้ันพื้นฐานอย่างมีคุณภาพให้กับประชากรวัยแรงงานท่ีไม่จบการศึกษาภาคบังคับ โดยในปี2560 เน้น กลุ่มเป้าหมายทหารเกณฑ์ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 มีผู้ลงทะเบียนเรียนการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน จานวน 1,145,011 คน และจะดาเนินการในเรื่องของสอบหน้าจอ (E-exam) และการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ เพอื่ เรง่ ยกระดับจานวนปีการศกึ ษาเฉลี่ยของประชาชนตอ่ ไป 10. โครงกำรศูนยฝ์ กึ อำชพี ชุมชน จัดการศึกษาอาชีพให้กับประชาชนโดยเฉพาะผู้มี รายไดน้ ้อยเพ่อื พัฒนาศักยภาพของประชาชน ในรปู แบบของกลมุ่ สนใจและชนั้ เรียนวิชาชีพ ทั้งหลักสตู รระยะส้ัน (ไม่เกิน 30 ชม.) และหลักสูตรระยะยาว (31 – 100 ชม.) ท่ีสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพ้ืนที่และความต้องการ ของประชาชน ท้ังนใี้ นแต่ละปีมผี ู้เข้ารับบริการเข้ารับการเรยี นอาชีพหลกั สตู รระยะสัน้ ท่ัวประเทศ จานวนปลี ะกว่า 500,000 คน ซ่ึง 50% สามารถนาความรู้ไปพัฒนาอาชีพตนเองได้ 15 % สามารถสร้างอาชีพใหม่ได้ ในปี 2562 กระทรวงศึกษาธิการจะมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายฝึกอาชีพให้กับผู้มีรายได้น้อยและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็น กลมุ่ เป้าหมายแรก 11. โรงเรียนประชำรัฐ เป็นโรงเรียนตามแนวนโยบายสานพลังประชารัฐที่เร่ิมดาเนินการ ตั้งแต่ปี 2559 โดยร่วมมือกับภาคเอกชนให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาสถานศึกษา เพื่อลดความเหลื่อมล้าทางการ ศึกษา ท้ังการสนับสนุนงบประมาณ บุคลากร ซ่ึงมีเป้าหมายท่ีจะพัฒนาโรงเรียน รุ่นท่ี 1 จานวน 3,351 โรงเรียน และ รนุ่ ที่ 2 จานวน 1,257 โรงเรยี น ให้เปน็ โรงเรยี นดใี กลบ้ ้าน ทีพ่ ร้อมจะรองรับโรงเรยี นเครอื ข่ายตอ่ ไป 12. โรงเรียนดีใกล้บ้ำน (แม่เหล็ก) เป็นนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการเพื่อแก้ปัญหา โรงเรียนขนาดเล็ก ลดความเหลือ่ มล้าของโรงเรยี นและยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยจบั คู่พัฒนารว่ มกับโรงเรียน ขนาดเล็กอ่ืนๆ ที่อยู่ใกล้เคียงกัน มีโรงเรียนแม่จานวน 294 โรง และโรงเรียนเครือข่าย 474 โรงเรียน (ส้ินสุด โครงการแลว้ ในปี 2561) 13. ทบทวนระบบกำรสอบคัดเลอื กในทุกระดบั ชนั ใหเ้ หมำะสม 1. การสอบคดั เลือกเขา้ ม. 1 และ ม. 4 มีนโยบายสอบคัดเลอื กระดบั ช้ัน ม. 1 และ ม. 4 ในโรงเรยี นที่มีอตั ราการแข่งขนั สงู และวัตถุประสงค์พิเศษเทา่ นัน้ สว่ นโรงเรียนทัว่ ไปรับเด็กในเขตพนื้ ที่ บรกิ าร 100% 2. การพัฒนาระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาใหม่ TCAS ได้ กาหนดแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดจากระบบการคัดเลือกนักศึกษา และเรง่ พัฒนาระบบการรับบคุ คลเข้าศึกษา แผนปฏิบตั ิราชการประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศึกษาธกิ าร (ฉบับปรับปรุงตามงบประมาณทีไ่ ด้รับจดั สรร)
- 58 - ตอ่ ในระดบั อุดมศกึ ษาใหม่ โดยเปน็ ระบบที่มีความเท่าเทยี มกันทางโอกาส เข้าถึงได้งา่ ย ลดค่าใชจ้ ่าย ไมต่ ้องวิง่ รอก สอบ มคี วามยตุ ิธรรม โปรง่ ใสตรวจสอบได้ เพ่มิ ประสิทธภิ าพในการบริหารจัดการท่เี รียนในมหาวทิ ยาลยั 3. จากการนาระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาใหม่ TCAS มา ใช้ในปกี ารศึกษา 2561 ได้มีการนาผลการดาเนินงานมาพฒั นาระบบ TCAS’2562 ดังนี้ 3.1 ลดระยะเวลาในการคดั เลือกใหส้ น้ั ลงจาก 10 เดือน คอื ตลุ าคม - กรกฎาคม เหลอื 6 เดอื นคร่ึง คือ ธันวาคม – กลางเดอื นมถิ นุ ายน 3.2 การเลอื กลาดับในรอบท่ี 3 รบั ตรงรว่ มกนั เปลี่ยนจาก 4 ตัวเลอื ก ไม่เรียงลาดบั เปน็ 6 ตัวเลอื ก แบบเรยี งลาดับ โดยสาขาวิชาภายในกลุ่มสถาบนั การแพทย์แหง่ ประเทศไทย (กสพท.) ใหถ้ ือว่า เป็น 1 ใน 6 ตวั เลอื ก และประกาศผลเพยี ง 1 อันดับ 3.3 มกี ารกาหนดระยะเวลาการสละสิทธิท์ ่ีชดั เจน เมอ่ื มีการยนื ยนั สทิ ธแ์ิ ลว้ จะสละ สทิ ธ์ิเพอ่ื สมัครและยนื ยันสทิ ธิ์รอบต่อไปทาได้เพยี ง 1 คร้ัง เพอ่ื ไมใ่ ห้กระทบสิทธ์ิผู้อืน่ 3.4 พัฒนาระบบสารสนเทศใหมท่ ง้ั หมด 3.5 ลดคา่ สมคั รสอบในรอบท่ี 3 เหลอื สาขาวชิ าละ 100 บาท และคา่ บริหารจดั การ สิทธิ์ส่วนกลาง 50 บาท 3. ปฏิรูประบบกำรบริหำรจัดกำร 1. กำรพัฒนำนวัตกรรมกำรบริหำรจัดกำรสถำนศึกษำในรูปแบบ Partnership School เพ่ือรองรับการขับเคล่ือนการปฏิรูปการศึกษาตามนโยบาย Thailand 4.0 และได้ผ่านคณะกรรมการขับเคลื่อน การปฏิรูปเพ่ือรองรับการปรับเปล่ียนตามนโยบาย Thailand 4.0 แล้ว โดยเปิดให้ภาคเอกชน ประชาสังคม และ ประชารัฐ เข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการโรงเรียนมากขึ้น เบื้องต้นผู้สนับสนุน 11 บริษัท + 1 มูลนิธิ มีโรงเรยี นเข้ารว่ ม 50 โรงเรียน (34 จังหวัด) และขยายเพม่ิ เป้าหมายอกี ในอนาคตให้ครอบคลุม 77 จงั หวัด 2. จัดตังศูนย์พัฒนำบุคลำกรกระทรวงศึกษำธิกำรในพืนท่ีจังหวัดชำยแดนใต้ เพื่อให้เป็น สถานที่ในการฝึกอบรมจัดกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดจนเพ่ืออานวยความสะดวกแก่ข้าราชการครูในการพักแรมเป็น คณะหรือเป็นศูนย์กีฬาในร่ม สาหรับบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครองในพื้นท่ีจังหวัด ชายแดนภาคใตเ้ พื่อเพิ่มประสทิ ธภิ าพในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ท้ังน้ีจะเปิดให้ใชบ้ ริการไดใ้ นปี พ.ศ. 2561 3. ดำเนินกำรทำบันทึกข้อตกลงควำมร่วมมอื กับ ปปช. และ ปปง. เพื่อร่วมดาเนนิ งานด้าน การปราบปรามทจุ ริตอย่างมปี ระสิทธิภาพมากขึ้น 4. ตังคณะกรรมกำรศึกษำธิกำรจังหวัด เพ่ือบูรณาการการทางานร่วมกันในภาพรวมของท้ัง กระทรวงใหเ้ ปน็ ไปในทศิ ทางเดียว และเหมาะสมกบั บรบิ ทของแตล่ ะจงั หวดั 5. ปรับวิธีกำรประเมินและกำรประกันคุณภำพสถำนศึกษำ ร่วมกับ สมศ. ในปี 2561 ได้ ออกกฎกระทรวงเรื่องการประกันคุณภาพการศึกษา ฉบับใหม่ ที่เกิดจากการระดมความเห็นร่วมกันจากทุกภาค ส่วน โดยการประเมินในรปู แบบใหม่ ดาเนินการโดยให้ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้ประเมินปัญหาการจัดการศึกษา ของตนเอง ซึ่งเป็นการประเมินเพ่ือให้เกิดการพัฒนา ส่งผลให้การประเมินไม่เป็นภาระต่อครู รวมถึงประหยัด ค่าจ้างบริษทั มาตรวจประเมิน ซึง่ ท่ผี ่านมาใชง้ บประมาณนับพันลา้ นบาท 6. พระรำชบัญญัติกองทุนเพ่ือควำมเสมอภำคทำงกำรศึกษำ พ.ศ. 2561 พระราชบัญญัติ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันท่ี 10 พฤษภาคม 2561 โดยในวาระเริ่มแรกคณะกรรมการส่งเสริมสังคม แห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) จะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอ ภาคทางการศึกษาและผู้จัดการ สสค.จะเป็นผู้จัดการกองทุนตามพระราชบัญญัตินี้ ไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีจะ ดาเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุนเพ่ือความเสมอภาคทางการศึกษาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน แผนปฏบิ ตั ิราชการประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ฉบบั ปรบั ปรงุ ตามงบประมาณที่ไดร้ ับจดั สรร)
- 59 - นับต้ังแต่วันที่พระราชบัญญัติน้ีมีผลใช้บังคับ โดยรับฟังข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูป การศึกษา และคณะกรรมการบริหารกองทุนเพ่ือความเสมอภาคทางการศึกษาจะต้องจัดทาแผนการใช้เงินเพ่ือ เสนอให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบเป็นรายปี โดยคาดว่าจะสามารถเร่ิมดาเนินงานได้ภายในปีงบประมาณ 2562 กลุ่มเป้าหมายใน 3 ปีแรก (2562-2564) คือให้ความช่วยเหลือผู้ขาดแคลน ทุนทรัพย์และผู้ด้อยโอกาส จานวน 4.3 ล้านคน 7. กำรประกำศใช้แผนกำรศึกษำแห่งชำติ พ.ศ. 2560 –2579 โดยผ่านความเห็นชอบจาก คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มนี าคม 2560 และสานกั งานฯ ได้จัดประชุมแถลงแผนฯ ทงั้ สว่ นกลาง และ 4 ภูมภิ าค เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว ในช่วงเดือนเมษายน – มิถุนายน 2560 และขณะนีไ้ ด้ดาเนนิ การขบั เคล่ือนแผนการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 สกู่ ารปฏบิ ตั ิ ทั้งนี้ สกศ. ได้จัดมหกรรม “ปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปประเทศ”ระหว่างวันท่ี10 – 11 กันยายน 2561 เพ่ือเป็นส่วนหน่ึงในการขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติ ณ โรงแรมเซ็นทารา บาย เซ็นทารา แจง้ วัฒนะ กรงุ เทพฯ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจากทุกภาคส่วน จานวน 2,000 คน 8. กำรสร้ำงกำรรับรู้กำรดำเนินงำนกระทรวงศึกษำธิกำร การสร้างการรับรู้การดาเนินงาน ผ่าน Social Media ได้แก่ Facebook page : ศธ 360 องศา, สพฐ., Line รวมทั้งการจัดประชุมสัมมนาเพื่อ สร้างการรับรู้เกี่ยวกับผลการดาเนินงานด้านการศกึ ษาของกระทรวงศึกษาธิการให้ภาคเอกชน/สถานประกอบการ เพื่อให้ภาคเอกชนเกิดภาพลักษณ์ท่ีดีต่อการดาเนินงานด้านการศึกษาของรัฐบาล โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจานวน 250 คน เม่ือวันที่ 31 สงิ หาคม 2561 ณ โรงแรมเดอะ สโุ กศล กรุงเทพฯ 9. กำรจัดทำแผนพัฒนำกำรศึกษำระดับภำคของกระทรวงศึกษำธิกำร การดาเนินการต่อ จากการจัดทาข้อเสนองบประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 (Pre-Ceiling) ของแผนงานพัฒนา พ้ืนท่ีระดับภาค ซ่ึงกระทรวงศึกษาธิการได้เสนอต่อที่ประชุมคณะอนุกรรมการบูรณาการนโยบายพัฒนาภาค (อ.ก.บ.ภ.) ท้ัง 6 ภาค แล้ว เพื่อให้คณะกรรมการขับเคลื่อนแผนบูรณาการด้านการศึกษาระดับภาคทั้ง 6 ภาค มีกรอบและแนวทางการจัดทาแผนบูรณาการที่มี ความสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาและแนวทางดาเนินงาน เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยการดาเนินการในทุก พื้นท่ีจะตอ้ งสอดคล้องกบั ยุทธศาสตร์การจดั สรรงบประมาณ เพ่ือการพัฒนาพ้นื ทรี่ ะดับภาค 11. ธรรมำภิบำลในสถำบันอุดมศึกษำ กาหนดให้มีการกากับ ติดตาม ตรวจสอบ และ ประเมินผลการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของสถาบันอุดมศึกษา ท้ังในส่วนของการสรรหาผู้บริหารและสภา มหาวิทยาลัย รวมทั้งเร่ืองของคุณภาพและมาตรฐานหลักสูตร การเรียนการสอน เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษามีการ บริหารจัดการท่ีมีความเข้มแข็ง มีคุณภาพ มีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับของสังคม พร้อมทั้งกระตุ้นและ ส่งเสริมสนบั สนุนใหบ้ คุ ลากรในสถาบันอดุ มศึกษา มคี ่านยิ ม/วัฒนธรรมองค์กรที่ดีในการปฏิบัตงิ าน 12. ปีแห่งกำรไร้แป๊ะเจ๊ียะ สพฐ. ร่วมกับ ปปช. ประกาศให้ปีการศึกษา พ.ศ. 2561 เป็นปีท่ี ต้องไม่มกี ารร้องเรียน เร่ืองการเรียกจา่ ยเงินแป๊ะเจี๊ยะในโรงเรียน โดยออกมาตราการป้องกันการเรียกรบั ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ตอบแทนเพ่ือโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. และมีการลงพ้ืนท่ีสุ่มตรวจอย่าง ต่อเนอื่ ง 13. กำรพัฒนำอุทยำนวิทยำศำสตร์ พระจอมเกล้ำ ณ หว้ำกอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กระทรวงศึกษาธิการได้ปฏิรูปการบริหารจัดการ เพื่อพัฒนาอุทยานวิทยาศาสตร์ฯ ณ หว้ากอ โดยบูรณาการ รว่ มกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศ ไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในการพัฒนาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านกายภาพ ด้านวชิ าการ ดา้ นการใหบ้ ริการ และดา้ นบริหารจดั การ แผนปฏบิ ตั ริ าชการประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ฉบบั ปรบั ปรุงตามงบประมาณทไี่ ด้รับจดั สรร)
- 60 - 14. กำรแกไ้ ขปัญหำนักเรียนซำซ้อนในกำรเบิกจำ่ ยเงินอุดหนนุ คำ่ ใช้จ่ำยรำยหัว ให้มีการ ตรวจสอบความซา้ ซ้อนของข้อมูลรายบุคคลนักเรยี น นักศึกษา ผู้เรยี น และบุคลากรปีการศกึ ษา 2561 ภาคเรยี นท่ี 1 โดยใช้รหสั ประจาตัวประชาชน 13 หลกั และใหส้ านกั งานศึกษาธิการจังหวดั ดาเนินการตรวจสอบข้อมูลใหแ้ ลว้ เสรจ็ ในเดือนสงิ หาคม 2561 15. โครงกำรอำหำรกลำงวัน มอบหมายศึกษานิเทศก์ สานักงานศึกษาธิการจังหวัดทุก จังหวัด ตรวจติดตามการดาเนินการอาหารกลางวันของนักเรียน โรงเรียนในจังหวัด ร่วมกับสานักงานเขตพ้ืนที่ การศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยยึดประโยชน์ของนักเรียนเป็นสาคัญ และมีแนวทางการตรวจติดตาม การดาเนินงาน ดังนี้ได้ จัดตั้งศูนย์คุ้มครองโภชนาการ ของนักเรียน แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจติดตามการ ดาเนินการอาหารกลางวันของโรงเรียน ให้ศึกษาธิการจังหวัดประสานการตรวจติดตามกับสานักงานเขตพื้นท่ี การศึกษา และส่วนราชการในจังหวัดหรือหน่วยงานอื่น และนาเสนอคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเป็นวาระ เร่งด่วนเพื่อกาหนดมาตรการป้องกันในระยะยาว และส่ังการให้โรงเรียนจัดเมนูอาหารกลางวัน โดยใช้โปรแกรม Thai School Lunch และกาหนดให้ภาวะโภชนาการของนักเรียน เป็นตัวช้ีวัดของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศกึ ษา 4. กำรผลิตและพัฒนำกำลงั คน เพ่ือเพมิ่ ศักยภำพกำรแข่งขนั 1. อำชีวศึกษำมำตรฐำนสำกล ยกระดับมาตรฐานการจัดการอาชีวศึกษาให้เทียบเท่า ประเทศที่มีศักยภาพและมีช่ือเสียงในด้านการจัดอาชีวศึกษา โดยได้ร่วมมือกับหน่วยงาน องค์การวิชาชีพ รวมท้ัง สถานประกอบการขนาดใหญ่ของประเทศเหล่านั้น ในการพัฒนานักศึกษา สถานศึกษาให้ได้รับการรับรอง มาตรฐาน อาทิ ประเทศอิสราเอลร่วมมือกบั ARAVA ประเทศอิสราเอล จัดการเรียนการสอนในสาขาเกษตรกรรม ระดับ ปวส. ในประเทศ 1 ปี และอิสราเอล 1 ปี ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เป็นการจาลองรูปแบบการ จัดการศึกษาอาชีวศึกษาของเยอรมันโดยร่วมมือกับหอการค้าเยอรมัน ไทย และภาคเอกชนเยอรมัน ในการ คัดเลือกนักศึกษา ประเทศญปี่ ุน่ เปน็ ขอ้ เสนอจาก JETRO และหอการค้าญี่ปุ่นทีจ่ ะขอให้ประเทศไทยผลติ กาลงั คน สนับสนุนภาคเอกชนญ่ีป่นุ ท่ีมาลงทุนในประเทศไทย โดยจะมีการจาลองรูปแบบ KOSEN มาใชใ้ นสถานศึกษาไทย ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจนี มีจดุ เน้น 2 ด้าน ดา้ นที่ 1 ได้แก่ การสนบั สนุนจากสถาบนั ภาษาฮัน่ ปน้ั ส่งครจู ีน มาสอนภาษา ด้านที่ 2 ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในมณฑลต่างๆ ในจีน ได้แก่ มณฑลเทียนจิน เหอเป่ย หูหนาน เป็นต้น ในการสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนสาขาที่เป็นความสนใจของทั้งสองประเทศ ประเทศ สิงคโปร์ Institute of Technical Education, Education Services (ITEES) และ Temasek Foundation International ร่วมมือกันพัฒ นาการจัดการสอนของครู (Pedagogy Development) และด้าน Design Thinking and Entrepreneurship for innovation รวมถึง มีการแลกเปลี่ยนนักศึกษาในสาขาต่าง ๆ เช่น สาขา การจัดการระบบเสียง สาขาเทคโนโลยีระบบแสงและเสียง สาขาเทคโนโลยีการเดินเรือ เป็นต้น ผลการ ดาเนินงาน ได้แก่ จานวนสถานศึกษาต้นแบบในการจัดอาชีวศกึ ษาตามมาตรฐานสากล 41 แห่ง (KOSEN 2 แห่ง / องั กฤษ 5 แห่ง / ITE สิงคโปร์ 34 แห่ง) จานวนครูท่ีได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ดา้ นการพัฒนาหลักสูตร และ การจัดการเรียนการสอนตามรูปแบบมาตรฐานสากล 309 คน และจานวนนักเรียน นักศึกษาที่ได้รับความรู้และ ทกั ษะทีจ่ าเปน็ และวิชาชีพตามหลักสตู รวิชาชีพเฉพาะ 5,941 คน 2. โครงกำรอำชวี ะอำสำ ส่งเสริมให้นักศกึ ษาอาชีวศึกษาได้ใช้ความรู้ ทักษะจากในห้องเรียน มาปฏิบตั ิงานจรงิ และได้รบั ใช้สังคมอีกทางหน่งึ ด้วย โดยสานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมกับกรมการ ขนส่งทางบก กองทุนเพ่ือความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) และภาคเอกชน จัดต้ังศูนย์อาชีวะอาสา จานวน 250 ศูนย์ อานวยความสะดวกให้ประชาชนตามเส้นทางหลักและสายรองทุกจังหวัดท่ัวประเทศในช่วง เทศกาลปีใหม่และเทศกาลสงกรานต์ เนอื่ งจากประชาชนจานวนมากใชร้ ถในการเดินทางสัญจรกลับภูมิลาเนาและ แผนปฏิบตั ริ าชการประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศึกษาธกิ าร (ฉบบั ปรบั ปรงุ ตามงบประมาณท่ีได้รบั จัดสรร)
- 61 - ท่องเท่ียวในช่วงดังกล่าว โดยมีนักเรียน นักศึกษา และคณะครู จากสถานศึกษาในสังกัดท่ัวประเทศ ประมาณ 20,000 คน ให้บริการในหลาย ๆ ด้าน อาทิ ตรวจสภาพรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เปล่ียนหลอดไฟสัญญาณ เติมนา้ กลั่นเติมน้ามันเครื่อง/น้ามันเบรก/น้ามันคลัตช์ เพ่ือรณรงค์ ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางจราจรอัน นาไปสกู่ ารบาดเจบ็ และเสียชวี ิต 3. โครงกำรผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เพื่อสร้างกาลังคนที่มีสมรรถนะสูง สาหรับอุตสาหกรรม New Growth Engine ตามนโยบาย Thailand 4.0 สนับสนุนให้สถาบันอุดมศึกษาปรับปรุง พัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอนเพื่อผลิตและพัฒนากาลังคนท่ีมีสมรรถนะสูง สาหรับอุตสาหกรรม New Growth Engine ตามนโยบาย Thailand 4.0 รวมทั้งทิศทางการพัฒนาประเทศที่มุ่งสู่อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ (First S Curve) และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S Curve) โดยมีสถาบันอุดมศึกษาท่ีผ่านการพิจารณาเข้าร่วม โครงการฯ จานวน 23 แห่ง ประกอบด้วยหลักสูตรประเภทปริญญา (Degree) 99 หลักสูตร ประเภท ประกาศนียบัตร (Non-Degree) 123 หลักสูตร ท้ังน้ี มีสถาบันอุดมศึกษาจานวน 10 แห่ง รวมจานวน 21 หลักสูตร แจ้งความประสงค์จัดการเรียนการสอนในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 โดยมีผู้เข้ารับการอบรมจานวน 920 คน รวมงบประมาณทข่ี อจัดสรรวงเงนิ 5.5 ล้านบาท 4. โครงกำรห้องเรียนอำชีพ (OBEC Career Program) เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้นักเรียน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายท่ีมีความถนัดและความสนใจต้องการจะเรียนต่อสายอาชีพได้รับการพัฒนา โดยเน้น การฝึกทักษะประสบการณ์เพ่ือเตรียมตัวเข้าสู่อาชีพเรียนจบแล้วมีอาชีพรองรับทันที สามารถสร้างอาชีพให้ สอดคล้องกับศักยภาพในพ้ืนที่ได้ โดยใน ปี 2560 มีโรงเรียนนาร่องจานวน 6 โรงเรียน อยู่ในพื้นท่ีโครงการเมือง ต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ย่ังยืน (นราธิวาส ยะลา และปัตตานี) จานวน 3 โรงเรียน และอยู่ในเขตพัฒนา เศรษฐกิจพิเศษ (เชียงราย ตาก) อีก 3 โรงเรียน ท้ังน้ี แต่ละโรงเรียนได้มีการประสานงานและวางแผนการจัดการ เรียนการสอนห้องเรียนอาชีพ ร่วมกับสถานศึกษาอาชีวศึกษาในแต่ละพื้นที่ โดยมีการส่งเสริมความรู้พ้ืนฐาน ทางด้านการบริหารจัดการ การบริหารธุรกิจขั้นพ้ืนฐาน (Basic Modern Business Administrative : BMBA) ทักษะอาชีพที่สนใจ และ สอดคล้องกับบริบทในพ้ืนที่ เติมกระบวนการแนะแนวแบบเข้ม และการเพิ่มพูน ประสบการณ์ด้วยการฝึกงานจริงในช่วงปิดภาคเรียน ควบคู่ไปกับการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมที่ดี เมื่อสาเร็จ การศึกษา ผู้เรียนจะได้รับวุฒิการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และวุฒิ การศกึ ษาตามหลักสตู รประกาศนยี บัตรวิชาชพี (ปวช.) ดว้ ย 5. กำรจัดกำรศึกษำสำหรับประชำชนในเขตพัฒนำเศรษฐกิจพิเศษ EEC โดยดาเนนิ การจัด อบรมภาษาอังกฤษและภาษาเพื่อนบ้านให้กับประชาชน รวมท้ังจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพตามความต้องการ และความเหมาะสมกับบริบทของพื้นท่ี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และอาชีพของประชาชนเพื่อให้สอดคล้องกับ การพฒั นาพ้ืนที่ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 มีผูเ้ ขา้ รับการศึกษาหลกั สูตรระยะสั้น เพ่ือการพัฒนาอาชพี จานวน 2,056 คน และในปีงบประมาณ พ.ศ.2560 มีผู้เข้ารับการอบรม จานวน 6,602 คน ซึ่งบางส่วนของผู้ท่ีผ่าน การอบรมไดม้ ีการส่งต่อไปศึกษาอาชีพระดบั สูงกับอาชีวศึกษาต่อไป 6. สร้ำงโรงเรียนเตรียมนวัตกร สร้างโรงเรียนเตรียมนวัตกร ในพื้นที่ EEC ระดับช้ัน มัธยมศึกษาตอนปลายหลักสูตร KOSEN จากญ่ีปุ่น รับนักเรียนปีละ 80 คน 6 รุ่น รวมท้ังส้ิน 540 คน และให้ทุน ไปศกึ ษาต่อท่สี ถาบนั KOSEN ประเทศญ่ีปนุ่ 7. โครงกำรอำชีวะพันธ์ุใหม่ จัดหลักสูตรอาชีวะพันธ์ุใหม่ที่เน้นผลิตช่างในอุตสาหกรรม เป้าหมายของประเทศ 5 สาขา ได้แก่ สาขาวิชาช่างอากาศยาน สาขาวิชาระบบขนส่งทางราง สาขาวิชาเมคคา ทรอนิกส์และหุ่นยนต์ สาขาวิชาหุ่นยนต์เพ่ือการอุตสาหกรรม และสาขาวิชาโลจิสติกส์ มีวิทยาลัยอาชีวะเข้าร่วม ท้ังหมด 27 แห่ง เป้าผลิต 8,500 คนใน 5 ปี โดย ฝึกอบรมและพัฒนาทักษะอาจารย์เกื้อหนุนต้นแบบ (Master แผนปฏบิ ัติราชการประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ฉบับปรับปรุงตามงบประมาณที่ไดร้ บั จดั สรร)
- 62 - Facilitator) ตามแนวทาง WIL แบบเข้มข้น ให้กับครูของ 22 วิทยาลัยในโครงการอาชีวะพันธ์ุใหม่ฯ จานวน 2 รุ่น ออกแบบและพัฒนาระบบจัดการ WIL สาหรับอาชีวศึกษา และจัดทาคู่มือแนวปฏิบัติ ในการจัด WIL แบบ เข้มขน้ จดั ทามาตรฐานสมรรถนะ อาจารย์ประจาสถานฝึกทักษะ (Site Director), อาจารย์เกือ้ หนุน (Facilitator, FA) และผู้ร่วมสอนในสถานฝึกทักษะ (Industry Mentor) ฝึกอบรมสาหรับอุตสาหกรรมเป้าหมายเร่งด่วนด้าน หุ่นยนต์อุตสาหกรรม ให้แก่ครูในวิทยาลัยท่ีจัดการเรียนการสอนสาขาเมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ และสาขา หนุ่ ยนต์เพ่อื การอุตสาหกรรม 8. สัตหีบโมเดล เป็นการขยายการเรียนรู้บนหลักการ ‘เรียนรู้-รู้จริง-ลงมือทาจริง’ ไปยัง วิทยาลัยอาชีวศึกษาในเขต EEC โดยวิทยาลัยจะเลือกสาขาวิชาใน New S-Curve ที่ตนเองมีความเช่ียวชาญและ ร่วมกับองค์กรวิชาชีพร่วมกับสถานประกอบการใน EEC ในการออกแบบหลักสูตรและ นาผู้เชี่ยวชาญจาก ผ้ปู ระกอบการมาเป็นครูพิเศษ นักเรียนอาชีวศึกษาจะได้ฝกึ งานในสถานประกอบการจริง ได้เบ้ียเล้ียงในอตั ราที่ไม่ ตา่ กวา่ ค่าแรงข้นั ตา่ ซ่ึงไดเ้ รมิ่ ดาเนินงานต้งั แตภ่ าคการศึกษาที่ 1/2561 9. กำรส่งเสริมกำรจัดกำรศึกษำโดยสถำบันอุดมศึกษำท่ีมีศักยภำพสูงจำกต่ำงประเทศมำ รองรับกำรพัฒนำพืนที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภำคตะวันออก ดาเนินการสรรหา อนุมัติ และจัดทาข้อตกลงกับ สถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศท่ีจะเข้ามาดาเนินการจัดการศึกษาในประเทศไทยอย่างมีระบบ และเกดิ ประสิทธิภาพ จานวน 5 แห่ง ภายในปี 2561 10. Smart Farmer อำชีวศึกษำ ส่งเสรมิ องค์ความรู้ ปรับระบบส่งเสริมการพัฒนาและการ ให้บรกิ ารแก่เกษตรกรใหม่ รวมท้ังสรา้ งความเขา้ ใจในการขับเคลอื่ นนโยบาย Smart Farmer ใหก้ ับเกษตรกร ในปี 2560 ได้ดาเนนิ การโดยสถาบันเกษตร 4 แหง่ มีเกษตรกรเข้าร่วมจานวน 5,600 คน 11. ขยำยและยกระดับอำชีวศึกษำทวิภำคี พัฒนาสถานศึกษาต้นแบบเพิม่ จากปีที่ผ่านมาอีก 100 แห่ง พัฒนาผูบ้ ริหาร ครูผู้สอน ครูในสถานประกอบการ และครูนิเทศเพอื่ ยกระดบั อาชีวศกึ ษาทวิภาคี จานวน รวม 288 คน มีผู้เรยี นทวิภาคี จานวน 139,727 คน มีสถานประกอบการ 35,522 แหง่ 12. กำรพัฒนำหลักสตู รกำรศึกษำระดับอำชีวศึกษำ พัฒนาหลกั สูตรท่ีจาเปน็ ต่อการพัฒนา ประเทศ ในสาขาวิชาอุตสาหกรรมเป้าหมายเร่งด่วนของประเทศ 5 สาขาวิชา ได้แก่ สาขาวิชาช่างอากาศยาน สาขาวิชาระบบขนส่งทางราง สาขาวิชาเมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ สาขาวิชาหุ่นยนต์เพื่อการอุตสาหกรรม และ สาขาวิชาโลจิสติกส์ ซึ่งจะต้องมีแนวคิดเชิงวิศวกรรม และมีทักษะเชิงวิชาชีพอย่างแท้จริง เน้นการจัดการเรียน การสอนทวิภาคีแบบเข้มข้น โดยใช้ Work Integrated Learning (WIL) แบบเข้มข้น ร่วมกับสถานประกอบการ ของภาคอุตสาหกรรมนักศึกษาจะต้องทางาน ในภาคอุตสาหกรรมอย่างน้อย 50% ของเวลาเรียน โดยมี สถานศกึ ษาอาชีวศกึ ษาร่วมดาเนินการ 22 แห่ง 13. กำรจัดกำรศึกษำด้ำนอำชพี ชำยแดนใต้เพ่อื พัฒนำกำลงั คนใหส้ อดคลอ้ งกบั กำรพฒั นำ ประเทศ จัดการศึกษาด้านอาชีพเพ่ือพัฒนาคนให้สอดคล้องกับโครงการเมืองต้นแบบ สามเหลี่ยมมั่นคง ม่ังค่ัง ยง่ั ยนื ดังนี้ 1) จัดตั้งศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากาลังคนอาชีวศึกษาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ จานวน 5 ศูนย์ ประกอบด้วย ศูนย์จังหวัดปัตตานี วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกจังหวัดปัตตานี ศูนย์ จังหวัดยะลา วิทยาลัยอาชีวศึกษายะลา ศูนย์จังหวัดสตูล วิทยาลัยเทคนิคสตูล ศูนย์จังหวัดสงขลา วิทยาลัยเทคนิคจะนะ ศูนย์จังหวัดนราธิวาส วิทยาลัยการอาชีพสุไหงโกลก เพ่ือเป็นหน่วยงานในการให้การ สนับสนุน อานวยการ บริหารจัดการการผลิตและพัฒนากาลังคนอาชีวศึกษาภายใต้ความร่วมมือของสถาน ประกอบการ ประชาสังคม ในรูปแบบประชารัฐและมีการสารวจความต้องการกาลังคนจากสถานประกอบการ เพือ่ วางแผนผลติ กาลงั คน แผนปฏิบตั ริ าชการประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ฉบับปรบั ปรุงตามงบประมาณทไ่ี ดร้ ับจดั สรร)
- 63 - 2) สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และ สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมมือกันจัดการศึกษาด้านอาชีพ และพัฒนานวัตกรรมช้ินงาน ของประชาชน อาเภอละ 1 ชน้ิ งาน รวม 44 ช้ินงาน 3) คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมมือกับนักธุรกิจผู้มีความรู้ และประสบการณ์รวมตัวกันแบบจิตอาสาในการให้คาปรึกษาแก่นักศึกษาและประชาชน ตามโครงการ “100 ที่ ปรึกษา 100 วิสาหกิจชุมชน/OTOP” ในการช่วยเหลือแนะนาการดาเนินงานท้ังในด้านการเงิน การบัญชี การตลาด การผลิต เพ่ือส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชน สู่ธุรกิจ SMEs วิสาหกิจชุมชน O-TOP เป็นการ สร้างงาน สรา้ งรายไดท้ ม่ี ัน่ คงใหก้ บั ประชาชน 4) จดั ต้งั ศูนย์บริหารการลงทุนและการประกอบธุรกิจแบบรวมที่ปรึกษา จังหวัดปัตตานี เป็นศูนย์กลางในการให้บริการ และอานวยความสะดวกแก่นักลงทุน ท้ังในด้านอาคารสถานที่ สาธารณูปโภค โครงสร้างพ้ืนฐาน ระเบียบกฎหมาย ที่เก่ียวข้องกับการประกอบธรุ กจิ ในจงั หวัดชายแดนภาคใต้ โดยการประสาน ให้ส่วนราชการท่ีเก่ียวข้องเช่น อุตสาหกรรมจังหวัด พาณิชย์จังหวัด การประปา และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หอการค้า ฯลฯ เปน็ การสร้างความม่ันใจให้นักลงทนุ และดาเนนิ การธุรกจิ ไดร้ วดเรว็ คล่องตัวขนึ้ 5) การให้บริการจัดการศึกษาด้านอาชีพ แก่เยาวชนและประชาชน ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยการจัดตั้งศูนย์ฝึกอาชีพระดับตาบล โดยสานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จานวน 326 ศูนย์ และระดับอาเภอ โดยสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจานวน 23 ศูนย์ ครอบคลมุ พื้นที่ ทกุ อาเภอของจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ (44 อาเภอ) 14. กำรพัฒนำหลักสูตรที่สอดคล้องกับควำมต้องกำรของสถำนประกอบกำร การสร้าง ภาพลักษณ์อาชีวศึกษา ตลอดจนสร้างความร่วมมือกับสถานประกอบการเพื่อร่วมจัดการเรียนการสอนด้าน อาชีวศึกษา เก่ียวกับการจัดทาหลักสูตรท่ีตอบสนองต่ออุตสาหกรรมหลัก พัฒนาครูทั้งในสถานศึกษาและสถาน ประกอบการ และผลิตนักเรียน นักศึกษาท่ีจบแล้วสามารถปฏิบัติงานได้จริงโดยส่งนักเรียน นักศึกษาไปฝึก ประสบการณ์จริงในสถานประกอบการ เพ่ือให้เกิดทักษะและสมรรถนะท่ีตรงกับความต้องการของสถาน ประกอบการ ท้งั น้ี ส่งผลให้มีผูเ้ รียนสายอาชีวศึกษาเพิ่มขน้ึ กล่าวคือ ในปี 2559 มีผู้เขา้ เรียนจานวน 287,194 คน และในปี 2560 มผี ูเ้ ขา้ ศกึ ษาต่อในสายอาชีวศึกษา จานวน 403,892 คน 15. กำรปรับภำพลักษณ์อำชีวศึกษำ โครงการ Excellent Model School โดย Re- branding พัฒนาสถานศึกษาต้นแบบ และสร้างมาตรฐานอาชีวศึกษาเพื่อผลิตนักศึกษาที่มีคุณภาพและความ เช่ียวชาญตรงความต้องการของสถานประกอบการ โดยร่วมกับสถานประกอบการ 14 บริษัท มีสถานศึกษาเข้า ร่วมโครงการ 68 แห่ง ดาเนนิ การใน 33 สาขาวชิ า/สาขางาน 16. โครงกำรจัดตังศูนย์ประสำนงำนกำรผลิตและพัฒนำกำลังคนอำชีวศึกษำเขตพัฒนำ พิเศษภำคตะวันออก จัดตั้งศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากาลังคนอาชีวศึกษาทั่วประเทศ (TVET Career Center) \"1 ศูนย์กลาง 6 ศูนย์ภูมิภาค 18 ศูนย์กลุ่มจังหวัด เพ่ือส่งเสริมการเพิ่มปริมาณผู้เรียนอาชีวศึกษา และ รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลด้านอุปสงค์ (Demand Side) และอุปทาน (Supply Side) และวางแผนกาลังคนให้ เหมาะกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ ซึ่งมีผลการดาเนินงาน คือ หลักสูตรระยะสั้น 400 หลักสูตร ผู้จบ การศึกษา 17,789 คน หลกั สูตร ปวช. 142 หลกั สูตร ผู้จบการศึกษา 16,891 คน หลักสูตร ปวส. 89 หลกั สูตร ผู้ จบการศึกษา 17,217 คน และหลักสตู ร ป.ตรี 11 หลกั สตู ร 245 คน 17. กำรศึกษำระบบโคเซ็น (KOSEN) ได้รับอนุมัติการจัดทาบันทึกความร่วมมือว่าด้วยการ พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านอุตสาหกรรม ระหว่างกระทรวงศึกษาธกิ ารและกระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี แห่งประเทศญี่ปุ่น สาระสาคัญของบันทึกความร่วมมือฯ เป็นการระบุความร่วมมือ แผนปฏบิ ตั ริ าชการประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ฉบบั ปรบั ปรงุ ตามงบประมาณทไ่ี ดร้ ับจัดสรร)
- 64 - ด้านการศึกษา ท่ีแสดงความมุ่งม่ันระหว่างไทยและญ่ีปุ่นในการผลักดันความร่วมมือเพื่อพัฒนาศักยภาพของ บุคลากรของไทยให้สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ โดยการดาเนินการสองประเด็นหลัก ได้แก่ 1) การก่อตั้ง สถาบันการศึกษารูปแบบโคเซ็น (KOSEN) ในประเทศไทย และสนับสนุนนักเรยี นนกั ศกึ ษาไทยในการไปศึกษาต่อ ณ สถาบันโคเซ็น (KOSEN) ประเทศญี่ปุ่น 2) ส่งเสริมการแลกเปล่ียนนักเรียนนักศึกษาระหว่างไทยและญ่ีปุ่นให้ เพิ่มมากขนึ้ 18. กำรป้องกันและแก้ปัญหำนักเรียน นักศึกษำทะเลำะวิวำท ได้กาหนดมาตรการ ดาเนินการดังกล่าวอย่างเข้มงวด สง่ ผลให้เหตทุ ะเลาะวิวาทของนักเรียน นกั ศึกษาลดลงอย่างต่อเนอื่ ง โดยมีข้อมูล การเกิดเหตุทะเลาะวิวาทของนักศกึ ษาอาชีวศึกษามีดงั นี้ ปี 2557 จานวน 147 ครงั้ ปี 2558 จานวน 128 คร้งั ปี 2559 จานวน 36 คร้งั และปี 2560 จานวน 33 ครั้ง 19. โครงกำรฝึกอบรมหลักสูตรวิชำชีพระยะสันฐำนสมรรถนะ Education to Employment : Vocational Boot Camp (E to E) E to E : Education to Employment ก า ร จั ด ฝึกอบรมหลักสูตรวิชาชีพระยะส้ันฐานสมรรถนะ (ระยะเวลา ไม่เกิน 2 เดือน) เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับ นักเรียน ปวช. นักศึกษา ปวส. ช้ันปีสุดท้าย และประชาชนท่ัวไปที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ให้เกิดสมรรถนะและ ความชานาญในวิชาชีพตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน ท่ีผ่านมาได้ดาเนินการจัดฝึกอบรมรวมทั้งสิ้น 3 คร้ัง มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจานวนกว่า 124,054 คน (ปี พ.ศ.2560 จานวน 60,820 คน และ ปี พ.ศ. 2561 จานวน 63,234 คน) ในสถานศึกษา ทั้งภาครัฐและเอกชนท่ัวประเทศ โดยจัดฝึกอบรมในสถานศึกษาและสถาน ประกอบการ จัดหลักสูตรเป็น 2 กลุ่ม คือ (1) หลักสูตรที่สอดคล้องกับกลไกการขับเคล่ือนเศรษฐกิจ (New Engine of Growth : S-Curve, New S-curve) (2) หลักสูตรตามความต้องการท้องถิ่น (Local Needs และ SMEs) 20. ส่งเสริมกำรวิจยั และพัฒนำ (R&D) โดยส่งเสริมให้บุคลากรวิจัยในสถาบันอุดมศึกษาไป ปฏิบัติงานเพื่อแก้ไขปัญหา และเพ่ิมขีดความสามารถในการผลิตให้กับภาคอุตสาหกรรม (Talent Mobility) และ พัฒนาบุคลากรวิจัยก่อนไปปฏิบัติร่วมกับภาคเอกชน โดยเน้นกลุ่ม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายในการพัฒนา ประเทศ ส่งเสริมการวิจัยนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ให้สามารถนาไปพัฒนาสู่การใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น หุ่นยนต์ นวัตกรรมส่ือการศกึ ษา โครงการวิจัยภาครัฐร่วมเอกชนเชิงพาณิชย์ โครงการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อ ถา่ ยทอดเทคโนโลยีสูช่ ุมชนฐานราก 5. ปฏิรปู กำรเรยี นรู้ 1. เสริมสร้ำงอดุ มกำรณร์ กั ชำติ ศำสนำและเทิดทนู สถำบนั พระมหำกษัตรยิ ไ์ ทย 1. ส่งเสริมค่านิยมของสถานศึกษาตามนโยบายคา่ นยิ มหลักของคนไทย 12 ประการ ใน ทุกระดับและประเภทการศกึ ษา 2. จดั พิมพ์หนงั สือและเผยแพร่เพอ่ื เทิดพระเกียรตสิ ถาบันพระมหากษัตรยิ ์ และพระบรม วงศานวุ งศ์อนั เปน็ การปลูกฝงั ให้เกดิ ความรักและเคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ 3. จัดการเรยี นการสอนเกี่ยวกับสถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ในวิชาประวตั ศิ าสตร์ และจดั กิจกรรมต่าง ๆ อันเปน็ การปลูกฝงั ให้เกิดความรกั ชาติ และเคารพเทิดทนู สถาบันพระมหากษตั รยิ ์ และ ประวัตศิ าสตรช์ าติไทย 4. พัฒนาครูผ้สู อนวิชาประวัติศาสตร์ รวมท้งั อบรมครู กศน. เพื่อขยายผลให้กับประชาชน ตอ่ ไป แผนปฏบิ ัตริ าชการประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศึกษาธกิ าร (ฉบบั ปรับปรงุ ตามงบประมาณท่ีไดร้ บั จดั สรร)
- 65 - 2. สง่ เสรมิ คณุ ธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย เคำรพกฎหมำยและจิตอำสำ 1. โครงการเพื่อสืบสานพระราชปณิธาน ตามรอยเบ้ืองพระยุคลบาท ของพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่10 โดยใช้การ ขบั เคล่ือนตามแนวทางของมูลนธิ ิยุวสถิรกุล โดยมีองค์มนตรี นายแพทย์เกษม วัฒนชัย เป็นประธาน ภายในกรอบ แนวคิด 5 ประการ ในการเสริมสร้างระบบคุณธรรมจริยธรรมรอบร้ัวสถานศึกษา ได้แก่ ความพอเพียง ความ กตัญญู ความซอ่ื สตั ยส์ จุ ริต ความรับผิดชอบ และอุดมการณ์คณุ ธรรม ดาเนนิ งานครอบคลุมโรงเรยี นในสังกดั สพฐ. ครบทุกโรงเรียน รวมถึงโรงเรียนสังกัดตชด. และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ มีโครงงานคุณธรรมกว่า 30,000 โครงการ และนกั เรยี นมีพฤตกิ รรมทีพ่ ึงประสงคเ์ พ่ิมขึน้ เพม่ิ ข้ึนรอ้ ยละ 93.3 2. จัดกิจกรรมให้กับโรงเรียนเพื่อใช้เป็นเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมใน โรงเรียน เช่น สร้างคนดีให้บ้านเมือง เสริมสร้างคุณธรรมให้ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา “โรงเรียน คุณธรรม” เสรมิ สรา้ งคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและความตระหนักรูใ้ นการปอ้ งกันและปราบปรามการทจุ ริต 3. จัดการเรียนรู้เร่ืองกฎหมายเบ้ืองต้น สิทธิมนุษยชน ความเป็นพลเมืองในระบอบ ประชาธิปไตยใหก้ ับผู้เรียน 3. มแี บบเรียนวชิ ำประวตั ศิ ำสตร์ชำติไทย หนำ้ ท่พี ลเมือง ศีลธรรม และคณุ ธรรมเปน็ กำร เฉพำะ 1. จดั ทาหนงั สือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐานประวตั ิศาสตร์/ หนังสือเรียนรายวิชาพ้นื ฐาน หนา้ ที่ พลเมือง วฒั นธรรม และการดาเนินชีวิตในสงั คม / หนงั สอื เรียนรายวิชาพืน้ ฐานพระพุทธศาสนา ฉบับ กระทรวงศึกษาธิการ ในลักษณะแยกเลม่ ทุกระดับในชนั้ ประถมศกึ ษา 2. จัดทาหนังสอื อ่านนอกเวลา และหนังสือเสริมการเรยี นการสอนวชิ าประวตั ศิ าสตร์ไทย สาหรับนกั เรยี น และหนังสือส่งเสริมการจัดการเรยี นร้ปู ระวัตศิ าสตร์ และจดั ทาชดุ หนงั สอื ใหค้ วามรูส้ าหรับครูใน การจดั การเรยี นรู้ โดยใช้ข่าว เหตุการณ์และวันสาคัญ 3. จั ด ก าร เรี ย น ก า ร ส อ น โด ย ให้ นั ก เรี ย น ไป ทั ศ น ศึ ก ษ า จ า ก แ ห ล่ งเรี ย น รู้ การเขา้ ร่วมโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ โครงการคุณธรรม หรอื การส่งเสริมให้นกั เรียนไปสอบนักธรรม เป็นต้น 4. โครงกำรสถำนศึกษำพอเพียง และกำรจัดกำรเรียนรู้ตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจ พอเพียงจัดต้ังศูนย์เรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ประจาตาบล จานวน 7,424 แห่ง และขยายผลสถานศึกษาพอเพียง เพ่ือให้นักเรียนและประชาชนได้รับบริการการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง และให้ศูนย์ดังกลา่ วเป็นแหล่งเรียนรู้เก่ียวกบั โครงการพระราชดาริและเรียนรู้ตามรอยพระยุคล บาทในชุมชน ท่ีผ่านมา ในปี 2560 มีนักเรียน นักศึกษา และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรม การเรียนรู้ จานวน 580,888 คน และในปี 2561 ได้ขยายผลสสู่ ถานศึกษาเอกชน จานวน 1,320 โรง ใน 18 จงั หวัดท่วั ประเทศ 5. จัดกิจกรรมลูกเสือชำยแดนใต้ เพ่ือให้เด็กและเยาวชนได้รับการพัฒนาผ่านกิจกรรม ลูกเสือ โดยมีกิจกรรมสาคัญ ๆ คือ การจัดกิจกรรมชุมนุมลูกเสือชายแดนใต้ ซ่ึงได้ดาเนินการมาอย่างต่อเน่ืองถึง 13 คร้ัง (ปี) มีลูกเสือทั้งจากทุกภูมิภาค ทั้งในและต่างประเทศ เข้าร่วมถึงปีละมากกว่า 3,000 คน จัดกิจกรรม ลูกเสือจิตอาสาให้ลูกเสือได้บาเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวมช่วยเหลือสังคม อาทิ ลูกเสือรอมฎอน ลูกเสือจิตอาสา ภาคใต้ โดยมลี กู เสือเข้าร่วมกิจกรรม ปีละประมาณ 5,000 คน 6. โครงกำรสำนฝันกำรกีฬำชำยแดนใต้ ส่งเสริมผู้ที่มีความสามารถพิเศษทางด้านกีฬาใน จงั หวดั ชายแดนภาคใต้ ได้รับการพัฒนาให้มีศักยภาพ ความร้คู วามสามารถ ทัง้ ดา้ นวิชาการ ทักษะกีฬา มีระเบียบ วินัย ปลูกฝังความเป็นไทย มีความรักชาติ มีคุณธรรมจริยธรรม ไปสู่การศึกษาต่อ และการประกอบอาชี พ ซ่ึงนับได้ว่าเป็นการนากีฬาสู่ระบบการศึกษาซ่ึงหลักสูตรการศึกษาดังกล่าว เป็นหลักสูตรรูปแบบโรงเรียนประจา แผนปฏบิ ัติราชการประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศึกษาธกิ าร (ฉบับปรบั ปรงุ ตามงบประมาณที่ได้รบั จัดสรร)
- 66 - ที่ไม่เพียงมุ่งความเป็นเลิศและฝึกฝนทักษะเพ่ือการแข่งขันหรือการเป็นนักกีฬาเท่านั้น แต่ให้นักเรียนมีทักษะกีฬา ควบคู่กับด้านวิชาการ มีคุณภาพ มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาท่ีดี รวมถึงเป็นเส้นทางเข้าสู่อาชีพเกี่ยวกับกีฬาได้ใน อนาคต โดยกระทรวงศึกษาธิการไดส้ นับสนุนทุนการศึกษาเต็มจานวนแก่นักเรียนในโครงการจนสาเร็จการศึกษา ในระดับอุดมศกึ ษา ในปีการศึกษา พ.ศ. 2560 มีนกั เรียนภายใต้โครงการสานฝันการกฬี าสู่ระบบการศึกษาจังหวัด ชายแดนใต้ จานวน 1,435 คน 7. โครงกำรห้องเรียนกีฬำ ห้องเรียนดนตรี ให้เด็กและเยาวชนท่ีมีความสามารถพิเศษ ทางด้านกฬี า และดนตรไี ดร้ บั การเสรมิ สร้างศักยภาพ โดยคัดเลือกสถานศกึ ษาเพ่ือเข้าร่วมโครงการห้องเรียนกีฬา/ ห้องเรยี นดนตรีพฒั นาหลักสตู ร จัดส่งิ อานวยความสะดวก และจดั กิจกรรมสรา้ งเสริมประสบการณ์ ใหก้ บั นกั เรยี น ที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ นักเรียนโครงการห้องเรียนกีฬาจะได้รับสวัสดิการต่างๆ โดยไม่เสีย คา่ ใช้จ่าย เชน่ ค่าอาหาร เสื้อผ้า ชุดกฬี า อุปกรณ์กีฬา การบริการศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา รถรบั ส่งการไปเรียน ระหว่างโรงเรียนและสถาบันการพลศึกษา และได้รับสิทธ์ิเข้าศึกษาต่อสถาบันการพลศึกษาตามศักยภาพของ นักเรียน ทั้งน้ี ในปี 2560 มีโรงเรียนในโครงการห้องเรียนกีฬา จานวน 9 โรงเรียน ใน 8 จังหวัด มีโรงเรียนใน โครงการห้องเรยี นดนตรี จานวน 6 โรงเรียน และในปี 2562 จะเพิม่ ให้ครบทุกภาคท่ัวประเทศ 8. โครงกำรทุนกำรศึกษำต่อ Advance Course ในสถำบัน KOSEN เพื่อสนับสนุน ทนุ การศึกษาใหส้ าหรับนักศึกษาที่ศึกษาในสถานศึกษา นาร่องหลักสูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพชั้นสงู (ต่อเนื่อง 5 ปี) ตามมาตรฐาน Kosen โดยได้จัดทาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ตามมาตรฐานโคเซ็น ใน 2 สาขาวิชา ประกอบด้วย สาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบุรี) และสาขาวิชาวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ ณ วิทยาลัยเทคนิคสุรนารี ขณะน้ีได้นักศึกษาตามเป้าหมายคือ สถานศึกษาละ 20 คน ซง่ึ นักศึกษาเหล่านจี้ ะได้รับทุนไปศึกษาต่อ ในสถาบันศึกษา Kosen ประเทศญ่ีปนุ่ ในชว่ งปี การศึกษาท่ี 4 และ 5 นอกจากนี้ยังได้มีการจัดอบรมครูของสถานศึกษานาร่อง 13 หลักสูตร ภายในปี 2560 – 2561 ขณะน้ีดาเนินการไปแล้ว 9 หลกั สูตร 9. โครงกำรพัฒนำกำรอ่ำนออกเขียนได้ อ่านคล่องเขียนคล่องและส่ือสารได้ และการ สง่ เสรมิ การรหู้ นงั สือสาหรับประชาชน พัฒนาวิธีการจัดการเรียนการสอน/สื่อ/นวัตกรรมการเรียนรู้/ เคร่ืองมือวัดและประเมินผลทางเพื่อพัฒนาการอ่านและการเขียนภาษาไทย โดยผลการทดสอบความสามารถ พ้ืนฐานของผู้เรียนระดับชาติ (NT) ของนักเรียนชั้น ป. 3 ในเร่ืองความสามารถด้านภาษา ปีการศึกษา 2560 มี คะแนนเฉล่ยี รอ้ ยละ 51.94 ซึ่งสูงกวา่ ปกี ารศึกษา 2559 และ 2558 ตามลาดบั ขณะเดียวกันยังดาเนินการในเรือ่ ง ของการส่งเสริมการรูห้ นังสือให้กับประชาชน ท้ังผู้ไม่รู้หนังสือ ผู้หลงลืมหนังสือ และคนไทยท่ีไม่รู้หนังสอื ไทย โดย ได้เข้าไปสารวจผู้ไม่รู้หนังสือในแต่ละพ้ืนท่ี และนามาสอนในหลักสูตรการรู้หนังสือไทยสาหรับผู้ใหญ่ โดยในปีท่ี ผา่ นมา สามารถดาเนนิ การได้ปีละ ประมาณ 60,000 คน 10. โครงกำรจดั หลกั สูตรกำรดแู ลผู้สูงอำยุ จัดหลักสูตรระยะสั้นที่เป็นไปตามความ ต้องการของผู้สูงอายุอย่างหลากหลาย ท้ังหลักสูตรอาชีพระยะส้ัน หลักสูตรพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เหมาะกับช่วงวัย โดยใน2559 – 2560 มีผู้สูงอายุเข้ารบั การเรียนรู้ จานวน 14,085 คนขณะเดียวกันยังได้จัดอบรมหลกั สูตรการดแู ล ผสู้ ูงอายุให้กับประชาชนเพ่ือดแู ลผู้สูงอายุในชุมชน สร้างงานสร้างอาชีพ และสนับสนุนระบบดูแลผู้สงู อายุ โดยจัด หลักสตู ร 70 ชัว่ โมง และ 420 ชัว่ โมงโดยมผี เู้ ข้ารบั การอบรมจานวน 6,420 คน 11. โครงกำรศนู ยด์ ิจิทัลชุมชนและหลักสูตร E- Commerce สำหรับประชำชน ไ ด้ ประกาศจดั ต้งั ศูนย์ดจิ ทิ ัลชมุ ชนใน กศน.ตาบล 7,424 ตาบลทัว่ ประเทศ จัดอบรมใหค้ วามรดู้ า้ นดิจิทัลพนื้ ฐาน และ E-Commerce ให้กับประชาชน ปี 2559 ประชาชนผ่านการอบรม จานวน 352,282 คน ปี 2560 316,953 คน โดยสามารถนาไปประกอบอาชพี ได้ จานวน 42,000 คน แผนปฏิบตั ริ าชการประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศึกษาธกิ าร (ฉบบั ปรบั ปรุงตามงบประมาณที่ไดร้ บั จดั สรร)
- 67 - 12. กำรขับเคล่ือนกำรเรียนรู้ STEM ศึกษำ ขับเคลื่อนในโรงเรียนสังกัด สพฐ. จานวน 9,425 โรง เพ่ิมขึ้นจากปี 2560 จานวน 4,500 โรง (20 โรง/เขต) มีโรงเรียนศูนย์ฝึกอบรมและให้คาปรึกษา หลักสูตรฝึกอบรม STEM Education ประจาจังหวัด 261 โรง เพ่ิมข้ึนจากปี 2560 จานวน 107 โรง ครอบคลุม ทุกเขต ท่ัวประเทศ โรงเรียนเอกชนเป็นโรงเรียนเครือข่ายสะเต็มศึกษาสมทบ 118 โรง ใน 42 จังหวัด ได้ขยาย การจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษาสู่สถานศึกษาให้ครอบคลุมทุกจังหวัดและทุกเขตพ้ืนที่การศึกษา จานวน 330 คน จาก 77 จังหวัด และคัดเลือกให้เป็นศูนย์การอบรมสะเต็มศึกษาจังหวัด 154 โรง พร้อมทั้งพัฒนาครูโรงเรียน เอกชนให้เป็นครพู ่ีเล้ียงประจาศนู ย์ฝกึ อบรมสะเตม็ ศึกษาจังหวดั 154 โรง 13. ปรับปรุงหนังสือแบบเรียน ให้แยกส่วนของแบบฝึกหัดออกจากหนังสือแบบเรียนจัดทา หนังสือเรียนให้แยกส่วนของแบบฝึกหัดออกจากหนังสือเรียนมีการดาเนินการแล้วทั้งฉบับกระทรวงศึกษาธิการ และฉบับของสานักพิมพ์เอกชนท่ีผ่านการตรวจและได้รับอนุญาตให้ใช้ในโรงเรียน ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ และภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้น ป.1 – ป.6 ซ่ึงท้ัง 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ดังกล่าว จะมีการจัดทาหนงั สือเรียนและแบบฝึกหัดรายวิชาพืน้ ฐาน โดยแบบฝึกหัดจะจัดทาเป็นเล่มแยกออกจาก หนังสอื เรยี น 14. ทบทวนแนวทำงกำรออกข้อสอบวดั ผลกำรศกึ ษำ ทบทวนแนวทางการออกข้อสอบใน เชิงอตั นยั เน้นการคดิ วเิ คราะห์ ดงั นี้ 1. สง่ เสริมใหส้ ถานศกึ ษาใชข้ ้อสอบอัตนยั ในช้ันเรยี นทุกระดบั ช้นั และทุกกล่มุ สาระการ เรยี นรู้ ตามประกาศ สพฐ. เรอื่ ง แนวปฏิบตั ิในการยกระดับคุณภาพนักเรยี นระดบั การศึกษาขั้นพนื้ ฐาน เมื่อวนั ท่ี 18 เมษายน 2557 ท่ีให้สถานศึกษาเพมิ่ การใช้ข้อสอบแบบเขียนตอบทงั้ การเขียนตอบแบบสน้ั และแบบยาวเมื่อจบ หนว่ ยการเรียนรู้ในการสอบระหวา่ งภาคเรยี นและการสอบปลายภาค อย่างน้อยรอ้ ยละ 30 ของการสอบแตล่ ะครัง้ 2. ส่งเสริมการตัง้ คาถามที่กระตุ้นการคดิ ในห้องเรยี น เพ่ือใหน้ กั เรียนเกดิ การเรียนรู้ พัฒนาทักษะการคิดขั้นสงู โดยมเี อกสาร “การประเมินเพือ่ เรียนรู้ การตั้งคาถามและการให้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อ ส่งเสรมิ การเรยี นรู้” ใหส้ ถานศกึ ษาใชเ้ ปน็ แนวทาง 3. การสอบ O-NET วิชาภาษาไทยช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6 มขี อ้ สอบอตั นยั ร้อยละ 20 ตง้ั แต่ปีการศึกษา 2559 – 2560 4. มีแนวปฏิบตั กิ ารวัดและประเมินผลการเรียนรตู้ ามหลกั สูตรฯ โดยมีการวดั และ ประเมินผลเปน็ ระยะ ใหค้ วามสาคญั กบั คะแนนระหวา่ งเรียนมากกว่าคะแนนปลายปี/ปลายภาค (70 : 30 หรอื 80 : 20) เพื่อใหส้ ถานศึกษาใช้เป็นแนวทาง 15. กำรจัดกำรศึกษำสำหรับเด็กปฐมวัย จัดทาแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2560 – 2564 พัฒนาหลักสูตร คัดเลือกและสนับสนุนการใช้ส่ือท่ีเหมาะกับเด็กปฐมวัย และสร้างความเข้าใจหลักสูตรการศึกษา ปฐมวัยพุทธศักราช 2560 ด้วยระบบทางไกล และประชุมปฏิบัติการชี้แจงท้ังนี้เพ่ือเพ่ิมความสาคัญกับการศึกษา ในช่วงชั้นดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยได้เร่งดาเนินการยกระดับคุณภาพการศึกษาให้เด็กปฐมวัยใน โรงเรียนเอกชนจานวน 3,273 โรง ในโรงเรยี น สพฐ. จานวน 26,461 โรง 16. โครงกำร English for allข ย า ย โค ร งก า ร English for All จ า ก ซึ่ ง น า ค รู จ า ก ต่างประเทศมาสอนภาษาอังกฤษตั้งแต่ระดับอนุบาล ทาให้เด็กมีความมั่นใจท่ีจะพูดภาษาอังกฤษและสามารถ สื่อสารได้ต้ังแต่เด็ก ขยายไปยงั โรงเรียนระดับตาบล 5 แห่ง 17. KKU Smart Learning ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยขอนแก่นกับโรงเรียนสังกัด สพฐ. พัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ ช้ัน ม.1 - 2 โดยจัดทา เนื้อหาหลักสูตรแบบออนไลน์ อบรมครู และคู่มือการ จัดการเรยี นสาหรับครู นาร่องระดับมัธยมศึกษาใน 3 วิชา ได้แก่ วิชาคณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ แผนปฏิบัติราชการประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศึกษาธกิ าร (ฉบับปรับปรงุ ตามงบประมาณทีไ่ ด้รับจัดสรร)
- 68 - มีโรงเรียนเข้าร่วมทั้งหมด 197 โรงเรียน ผู้อานวยการโรงเรียน 197 คนมีทศิ ทางในการพัฒนาครู ความต่ืนตวั และ ตระหนัก นกั เรยี นมีความสนใจและผลสัมฤทธท์ิ ี่สูงขนึ้ ระยะตอ่ ไปจะขยายให้รวมวชิ าภาษาไทย ชนั้ ม.3 และขยาย ไปสู่เด็กมัธยมในโรงเรียนขยายโอกาส และให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค รวมท้ังหมด 3,125 โรงเรียน ครู 14,476 คน และ นกั เรียน 151,420 คน ท้ังน้ี นายกรัฐมนตรอี นมุ ตั แิ ล้วเม่ือคร้ังลงพ้นื ทจี่ งั หวัดขอนแก่น 18. พืนท่ีนวัตกรรมกำรศึกษำ พ้ืนที่นวัตกรรมการศึกษาเป็นโครงการที่เพิ่มความยืดหยุ่น ในการบริการจัดการศึกษาในโรงเรียนท่เี ข้าร่วมโครงการ ทั้งในด้านหลักสูตร การบริการบุคลากร งบประมาณและ การทดสอบของเดก็ ฯลฯ กาหนดพื้นทน่ี ารอ่ งใน 3 จังหวัด คือ จังหวัดสตลู จังหวัดระยอง และจังหวัดศรีสะเกษ 19. กำรพัฒนำภำษำอังกฤษ English Assessment การประเมินภาษาอังกฤษออนไลน์ ร่วมมือด้านการจัดทาระบบประเมินภาษาอังกฤษออนไลน์ให้กับนักเรียนไทยท้ังประเทศ โดยได้เชิญ British Council มาเป็นที่ปรึกษา ในการจัดทาระบบการประเมินผลภาษาอังกฤษออนไลน์ ทั้งการประเมินผลระหว่าง เรียนหรือในขณะท่ีจัดการเรียนการสอน (Formative Assessment), การประเมินผลสรุป (Summative Assessment) เป็นต้น พร้อมจะเช่ือมโยงระบบการประเมินออนไลน์น้ีกับการอบรมครูภาษาอังกฤษแบบเข้ม (Boot Camp) ใช้แนวทางวัดความสามารถทางด้านภาษาของนักเรียนในระดับ ชั้นต่าง ๆ ทั้งประเทศ ด้วย รูปแบบการประเมินผลออนไลน์สาหรับทักษะภาษาอังกฤษ 4 ด้าน คือการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน ของนักเรียนช้ัน ป.3 ป.6 ม.3 และ ม.6 และในอนาคตจะมีการปรับการทดสอบภาษาอังกฤษระดับชาติ จาก ข้อสอบบนกระดาษเป็นการทดสอบออนไลน์ด้วย เพื่อให้การประเมินผลสอดคล้องเช่ือมโยงท้ังระบบไม่ว่าจะเป็น หลักสตู ร วธิ กี ารสอน การอบรมครู รปู แบบการประเมนิ ผล เป็นต้น การจัดทา application ในการยกระดับภาษาอังกฤษสาหรับทุกกลุ่มเพื่อรองรับThailand 4.0 โดยได้ดาเนินการในทุกกลุ่มเป้าหมาย ดังน้ี Echo English สาหรับประชาชนท่ัวไป Echo Hybrid (ใช้ คู่ขนานกับ Echo English) สาหรับนักเรียนและครู ครอบคลุมถึงระดับมัธยมศึกษาEcho V สาหรับผู้เรียน อาชวี ศึกษา บรรจุคาศพั ทแ์ ละประโยคสาหรับทางานในแต่ละสาขา เตรยี มพร้อมกอ่ นไปทางานจรงิ 20. กำรพัฒนำมหำวิทยำลัยรำชภฏั กบั กำรสนองพระบรมรำโชบำยดำ้ นกำรศกึ ษำ มหาวิทยาลยั ราชภฏั ได้กาหนดยุทธศาสตรแ์ นวทางการดาเนินการ 4 ด้าน คือ 1. ยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถ่ิน มีโครงการสาคัญที่มหาวิทยาลัยราชภัฏทาร่วมกัน ท้งั 4 ดา้ น (เศรษฐกจิ สงั คม ส่ิงแวดลอ้ มและศลิ ปวัฒนธรรม) อาทิ โครงการส่งเสรมิ และพัฒนาชุมชนทอ้ งถิ่นน่าอยู่ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกจังหวัด 420 แห่ง โครงการพัฒนาอบรมอาชีพให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ท่ัวประเทศ ตามโครงการมหาวิทยาลัยประชาชน โครงการร่วมมือกับมูลนิธิต่อต้านการทุจริตในการสร้าง “หมู่บ้านช่อสะอาด” 4) โครงการ ส่งเสริม ความรักสามัคคี ความมีระเบียบวนิ ัยเข้าใจสิทธิหน้าท่ีของตนเองและ ผู้อ่ืน 5) โครงการสร้างเครือข่าย “จิตอาสา” ของมหาวิทยาลัยราชภัฏท่ัวประเทศ จะมีอาสาสมัครไม่น้อยกว่า 380,000 คน ฯลฯ 2. ยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนาครู ในด้านการผลิตครูมีโครงการท่ีดาเนินการแล้ว และที่จะดาเนินการต่อไป อาทิ 1) พัฒนาโมเดลการผลิตครู 5 ปีให้เป็นวิชาชีพชั้นสูง 2) ที่ประชุมคณบดีคณะครุ ศาสตร์ได้ร่วมกันจัดทารายละเอียดของโมเดลการผลิตครู 5 ปี ให้เป็นวิชาชีพช้ันสูงมหาวิทยาลัยราชภัฏ 3). เร่ิมใช้หลักสูตรและกระบวนการผลิตครูคณุ ภาพสูงและครูคุณภาพเป็นเลิศตามสาขาวิชาท่ีมหาวทิ ยาลัยราชภัฏ แต่ละแห่งผลิต ฯลฯ สาหรบั ในด้านการพัฒนาครูมีโครงการท่ีจะดาเนินการต่อไป อาทิ 1) การฝกึ อบรมมาตรฐาน ความรูว้ ิชาชีพครขู องครุ สุ ภา 9 มาตรฐาน 2) การจัดอบรมพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนมีและเล่ือน ให้เป็นวิทยฐานะชานาญการพิเศษและเชี่ยวชาญ 3) จัดอบรมโครงการคูปองพัฒนาครู 4) โครงการพัฒนา แผนปฏิบตั ริ าชการประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ฉบับปรบั ปรุงตามงบประมาณที่ไดร้ บั จัดสรร)
- 69 - ศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อสร้างทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ผ่าน STEM ของนักเรียนใน โรงเรยี นขนาดเล็ก และโรงเรียนขยายโอกาสทางการศกึ ษา เป็นตน้ 3. ยุทธศาสตร์การยกระดับคุณภาพการศึกษา วางแผนแก้ไขจุดด้อยและพัฒนาจุดเด่น คอื การพฒั นาคุณภาพหลกั สูตรและการจัดการเรยี นการสอนเพอ่ื ผลติ บัณฑิตคณุ ภาพใหม้ ีงานทาตรงสาขา 4. ยุทธศาสตร์การพัฒนาการบริหารจัดการ ขับเคลื่อนการ Re-profile มหาวิทยาลัย ราชภัฏ (ประเมนิ คณุ ภาพทกุ สาขาวิชาทีเ่ ปดิ สอนเพอื่ ใหเ้ กิดมาตรฐานในการผลิตนักศึกษา) 21. กำรพัฒนำหลกั สูตรกำรศึกษำระดบั อุดมศึกษำ พัฒนาหลักสูตรที่จาเป็นต่อการ พัฒนาประเทศ เพื่อให้สามารถเปิดการเรียนการสอนในสถาบันอุดมศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ ในภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2561 การสรา้ งบัณฑิตพนั ธ์ุใหม่และกาลังคนที่มีสมรรถนะเพื่อตอบโจทย์ภาคการผลติ ตามนโยบายการ ปฏิรูปการอุดมศึกษาไทย เพ่ือผลิตและพัฒนากาลังคนที่มีสมรรถนะและศักยภาพสูง ผ่านการเรียนรู้และฝึก ประสบการณ์ในภาคอุตสาหกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 โดยเน้นสาขาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็น หลักสูตรท่ีตอบรบั 8 อุตสาหกรรมหลัก อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ หุ่นยนตเ์ พ่ืออุตสาหกรรม อุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ อตุ สาหกรรมเชอื้ เพลงิ ชวี ภาพและเคมีชีวภาพ อุตสาหกรรมการแปรรปู อาหาร และ อตุ สาหกรรมดิจทิ ัล 22. หลักสูตรต้ำนทุจริตศึกษำ จัดทาหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาและคู่มือการใช้หลักสูตร เพอื่ ขับเคล่ือนหลักสูตรสกู่ ารปฏบิ ตั ใิ นสถานศึกษา 6. ปรบั ระบบกำรใช้ ICT เพ่อื กำรศึกษำ 1. จัดหำ High Speed Internet ในโรงเรียน ยกเลิก ระบบ MOENET จากส่วนกลาง ที่ความเร็วช้าและเป็นช่องทางให้เกิดการทุจริต กระจายอานาจไปให้โรงเรียนเลือกผู้ให้บริการเครือข่าย อินเทอร์เน็ตเอง และเปิดให้เอกชนและประชารัฐเข้ามาให้บริการท่ีดีที่สุดในแต่ละโรงเรียน 99.9% ของโรงเรียน ทง้ั หมด มีอนิ เทอรเ์ นต็ ความเรว็ สงู ใชด้ ี ปัจจุบัน มีโรงเรียนสังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน (สพฐ.) จานวน 20 แห่ง ท่ียงั ไม่มรี ะบบ Hi-Speed Internet แต่มีสัญญาณอนิ เทอร์เน็ตผ่านระบบดาวเทียมอยู่แล้ว จงึ ได้ประสาน ขอความร่วมมือจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการเดินสายสัญญาณประเภทสายใยแก้วนาแสง (Fiber Optic) เพิ่มข้ึน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2561 จานวน 11 แห่ง และโรงเรียน 9 แหง่ ทเี่ หลือซ่งึ ต้ังอยใู่ น พื้นที่ห่างไกล บนภูเขา และชายขอบ กระทรวงศึกษาธิการจึงเตรียมที่จะนาเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ผา่ นคล่ืนไมโครเวฟเขา้ มาชว่ ย เพื่อทาใหท้ ุกโรงเรยี นมีอนิ เทอรเ์ นต็ ใชส้ าหรบั การเรียนรู้ 2. โครงกำร Big data กระทรวงศึกษาธิการพัฒนาระบบฐานขอ้ มลู กลางของทุกหน่วยงานใน กระทรวงศึกษาธิการ ให้สามารถรองรับการเช่ือมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับฐานข้อมูลกลางของ กระทรวงศึกษาธิการ จานวน 4 ระบบ ประกอบด้วย 1) ฐานข้อมูลทะเบียนประวัตินักเรียน นักศึกษาโรงเรียน เอกชน 2) ฐานข้อมูลทะเบียนประวัติผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา 3) ฐานข้อมูลทะเบียนประวัติ ข้าราชการพลเรือน พนักงานราชการ และบุคลากร และ 4) ฐานข้อมูลกลางทะเบียนโรงเรียน และบูรณาการ ระบบฐานข้อมูลทะเบยี นโรงเรยี น ทะเบยี นประวัติผูเ้ รียน ครู บคุ ลากรของโรงเรียน และบุคลากรทางการศกึ ษา ให้ สามารถรองรับการเช่ือมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับฐานข้อมูลกลางของกระทรวงศึกษาธิการ ได้แบบ On-Line Real Time ปรับปรุงระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยระบบทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2555 เพื่อให้สอดคลอ้ งกับการขบั เคลื่อนการปฏริ ูปการศึกษาของกระทรวงศกึ ษาธิการในภมู ิภาค และนโยบายไทย แผนปฏบิ ัติราชการประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศึกษาธกิ าร (ฉบบั ปรับปรุงตามงบประมาณทไ่ี ด้รับจัดสรร)
- 70 - แลนด์ 4.0 และบารุงรักษาระบบทะเบียนประวัติข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ให้สามารถใช้งานได้ อย่างตอ่ เนื่อง 11.2 กำรดำเนินกำรตำมมติคณะรฐั มนตรีในส่วนท่ีเกี่ยวข้องกบั กำรศึกษำ 1) มติคณะรัฐมนตรี เม่ือวันที่ 27 มีนาคม 2561 คือ \"การอนุมัตโิ ครงการเพ่ิมศกั ยภาพกาลังคน ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม\" เพื่อเตรียมความพร้อมผู้สาเร็จอาชีวศึกษาให้มีศักยภาพและขีดความสามารถ ทัน ต่อเทคโนโลยีการประกอบอาชีพท่ีมีการเปล่ียนแปลงตลอดเวลา โดยวางเป้าหมายพัฒนาสถาบันอาชีวศึกษา ต้นแบบ 20 แห่งทั่วประเทศ เพ่ือสนับสนุนการต่อยอดกลุ่มอุตสาหกรรมเดิม (First S-Curve) การเติม อุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve) และตอบสนองต่อความต้องการของประเทศไปสู่นโยบายประเทศไทย 4.0 มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพรอ้ มผู้สาเร็จอาชีวศึกษาในทุกระดับให้มีศักยภาพและขีดความสามารถสอดคล้อง กบั ความต้องการของประเทศ และทันต่อเทคโนโลยกี ารประกอบอาชีพทม่ี ีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยรว่ มมือ กับภาคส่วนต่าง ๆ พัฒนาสถานศึกษาต้นแบบในสังกัดสอศ. จานวน 20 แห่งท่ัวประเทศ ที่มีคุณภาพสาหรับการ ขยายผลต่อไป และเพื่อสนับสนุนการต่อยอดกลุ่มอุตสาหกรรมเดิม (First S-Curve) การเติมอุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve) และตอบสนองการพัฒนาประเทศตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ซ่ึงคณะกรรมการพัฒนาการ เศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติมมี ตเิ ห็นชอบโครงการฯ ในการประชมุ ครงั้ ท่ี 9/2560 เมือ่ วนั ที่ 2 สิงหาคม 2560 2) มติคณะรัฐมนตรี เม่ือวันท่ี 17 เมษายน 2561 เห็นชอบและอนุมัติให้มีการลงนามร่างความ ตกลง ระหวา่ งราชอาณาจักรไทยกับฮังการี เกย่ี วกับการดาเนินงานของมหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย ในฮังการี โดยร่วมมือกับวิทยาลัยพระพุทธศาสนาธรรมเกท (AGREEMENT BETWEEN THE KINGDOM OF THAILAND AND HUNGARY ON THE FUNCTIONING OF THE MAHACHULALONGKORNRAJAVIDYALAYA UNIVERSITY IN HUNGARY IN COOPERATION WITH THE DHARMA GATE BUDDHIST COLLEGE) 3) มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2561 ในส่วนท่ีเก่ียวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ คือ เห็นชอบในหลักการโครงการผลิตอาชีวะพันธ์ุใหม่ (สอศ.) และบัณฑิตพันธ์ุใหม่ (สกอ.) เพื่อสร้างกาลังคนที่มี สมรรถนะสูงสาหรับอุตสาหกรรม NEW Growth Engine ตามนโยบาย Thailand 4.0 และการปฏิรูปการ อุดมศกึ ษาไทย 4) มติคณะรัฐมนตรี เม่ือวันที่ 22 พฤษภาคม 2561 เห็นชอบหลักการเก่ียวกับหลักสูตรต้าน ทุจริตศึกษา (Anti-Corruption Education) และให้หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องนาหลักสูตรดังกล่าวไปพิจารณาปรับใช้ กับกลุ่มเป้าหมาย ทั้งนี้ ให้หน่วยงานที่ต้องนาหลักสูตรไปดาเนินการรับความเห็นของกระทรวงศึกษาธิการ สานักงาน ก.พ. สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และฝ่ายเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศกึ ษาไปพิจารณาดาเนนิ การต่อไป โดยให้ประสานงานกับสานักงาน ป.ป.ช. อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดาเนินการดังกล่าวบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กาหนดไว้ ทั้งน้ี หากก่อนลงนาม มีความ จาเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงถ้อยคาของร่างความตกลงฯ ในส่วนที่มิใช่สาระสาคัญ ให้ ศธ. โดยสานักงาน คณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) หารือร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) โดยกรมสนธิสัญญาและ กฎหมาย เพื่อพิจารณาดาเนินการในเรอื่ งนัน้ ๆ แทนคณะรัฐมนตรี โดยไม่ต้องนาเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพจิ ารณา อีกครง้ั 5) มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันท่ี 19 มิถุนายน 2561 เห็นชอบให้มหาวิทยาลัยอมตะ (Amata University) จัดการศึกษาหลักสูตรของมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันในประเทศไทย ที่นิคมอมตะนคร จ. ชลบุรี เพื่อรองรับการเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ใน แผนปฏบิ ัติราชการประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ฉบับปรับปรงุ ตามงบประมาณท่ไี ด้รบั จดั สรร)
- 71 - หลักสูตรการใช้หุ่นยนต์ช่วยในสายการผลิตระบบอัตโนมัติ (Future of Automation) และยานยนต์แห่ง อนาคต (Autonomous Vehicle) เปิดสอนเปน็ ภาษาองั กฤษและจีน ใชเ้ วลาศึกษา 2 ปี 6) มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เม่ือวันที่ 10 กรกฎาคม 2561 อนุมัติการจัดทาและลงนามบันทึก ความเข้าใจวา่ ด้วยความรว่ มมือดา้ นการศึกษาและการวจิ ยั กับโมรอ็ กโก มีวัตถุประสงค์เพ่อื พฒั นาความร่วมมอื ด้าน การอุดมศกึ ษาและการวิจัยทางวิทยาศาสตร์บนฐานของความเท่าเทียมกัน ผลประโยชน์ร่วมและต่างตอบแทนกัน ในการส่งเสริมความสัมพันธ์และความเข้าใจร่วมกันระหว่างผู้เข้าร่วม โดยไม่ได้สร้างภาระผูกพันที่มีผลผูกพันตาม กฎหมายใด ๆ ต่อผู้เขา้ รว่ มและไม่ถือเป็นสนธสิ ัญญา ตามกฎหมายระหวา่ งประเทศที่มีผลผกู พันตามกฎหมายใด ๆ ตอ่ ผ้เู ข้ารว่ มและไมถ่ ือเปน็ สนธสิ ญั ญาตามกฎหมายระหว่างประเทศ 7) มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เม่ือวันท่ี 17 กรกฎาคม 2561 อนุมัติงบกลาง 390 ล้านบาท เพ่ือ เป็นค่าใช้จ่ายสาหรับการดาเนินงานตามแผนปฏิบัติการการพัฒนาบุคลากร การศึกษา การวิจัย และเทคโนโลยี รองรับพื้นท่ี EEC ในปีงบประมาณ 2561 เน้น 4 แนวทางหลักดาเนินการตามแผนปฏิบัติการ คือ ผลิต บุคลากร ผู้ประกอบการเอกชนประสานงานโดยตรงกับสถาบันการศึกษา ระดมความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา ชน้ั นาทว่ั โลก และรว่ มมือกบั นกั ลงทุนเอกชนช้นั นาของโลก 8) มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันท่ี 14 สิงหาคม 2561 อนุมัติร่างกฎกระทรวงกาหนดความ ประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา และกฎกระทรวงเก่ียวกับคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รวมท้ังกฎกระทรวง การจัดตงั้ ส่วนราชการในมหาวทิ ยาลยั กาฬสินธุ์ 9) มติคณะรัฐมนตรี เม่ือวันท่ี 21 สิงหาคม 2561 อนุมัติการจัดทาบันทึกความร่วมมือว่าด้วย การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านอุตสาหกรรม ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการของไทย และกระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี แห่งประเทศญี่ปุ่น โดยการดาเนินการสองประเด็นหลัก ได้แก่ 1) การก่อต้งั สถาบันการศึกษารูปแบบโคเซน (KOSEN) ในประเทศไทย และสนับสนนุ นักเรียนนักศึกษาไทยในการไป ศกึ ษาต่อ ณ สถาบันโคเซน (KOSEN) ประเทศญ่ีปุ่น 2) ส่งเสริมการแลกเปล่ียนนักเรียนนักศึกษาระหว่างไทยและ ญปี่ ุ่นใหเ้ พิ่มมากขน้ึ 10) มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันท่ี 4 กันยายน 2561 เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติเขตพ้ืนที่ นวตั กรรมการศกึ ษา พ.ศ. …. 11) มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันท่ี 11 กันยายน 2561 อนุมัติงบเพิ่มเติมให้แก่กองทุนเพื่อความ เสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จานวนกวา่ 1,200 ล้านบาท 1 2 )ม ติ ค ณ ะ รั ฐ ม น ต รี เม่ื อ วั น ที่ 27 มี น า ค ม 2561 ใ น ส่ ว น ที่ เก่ี ย ว ข้ อ ง กั บ กระทรวงศึกษาธิการ 2 เรอื่ ง คอื มาตรการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ ริตและประพฤตมิ ชิ อบในระบบราชการ 13) มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันท่ี 20 กุมภาพันธ์ 2561 ที่เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความ เสมอภาคทางการศึกษา โดยรัฐบาลจัดสรรให้เป็นทุนประเดิมเพิ่มอีก 1,000 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์เพ่ือสร้าง ความเสมอภาคทางการศึกษา เพ่อื ใหป้ ระชาชนมีสทิ ธิที่จะรบั และเข้าถึงการศกึ ษาและพัฒนาอย่างทั่วถึง รวมท้ังให้ ความช่วยเหลือแก่เด็กและเยาวชนซ่ึงขาดแคลนทุนทรัพย์จนสาเร็จการศึกษาข้ันพื้นฐาน และศึกษา วิจัย และ พัฒนาองค์ความร้เู พื่อพัฒนาทรพั ยากรมนุษย์ แผนปฏิบตั ิราชการประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ฉบบั ปรับปรุงตามงบประมาณทไี่ ดร้ ับจดั สรร)
- 72 - 14. อำนำจหน้ำท่ีตำมกฎหมำยของกระทรวงศึกษำธิกำร 14.1 พระรำชบัญญัติระเบียบบริหำรรำชกำรกระทรวงศึกษำธิกำร พ.ศ. 2546 มาตรา 5 กาหนดให้กระทรวงศึกษาธิการมีอานาจหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ และกฎหมายว่าด้วยการ ปรบั ปรุงกระทรวง ทบวง กรม 14.2 พระรำชบัญญัติกำรศึกษำแห่งชำติ พ.ศ. 2542 มาตรา 31 ระบุ “กระทรวงมีอานาจหน้าท่ี เก่ียวข้องกับการส่งเสริมและกากับดูแลการศึกษาทุกระดับและทุกประเภท กาหนดนโยบาย แผน และมาตรฐาน การศึกษา สนับสนุนทรัพยากรเพื่อการศึกษา ส่งเสริมและประสานงานการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม และ การกีฬาเพ่ือการศกึ ษา รวมท้ังติดตามตรวจสอบและประเมินผลการจัดการศึกษาและราชการอ่ืนตามที่มีกฎหมาย กาหนดให้เป็นอานาจหน้าทีข่ องกระทรวง หรือสว่ นราชการทสี่ งั กัดกระทรวง” 14.3 คำสง่ั หัวหนำ้ คณะรักษำควำมสงบแหง่ ชำติ ที่ 28/2559 เรือ่ ง ให้จัดการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน 15 ปี โดยไม่เกบ็ ค่าใช้จ่าย (ราชกจิ จานุเบกษา เล่ม133 ตอนพิเศษ 136 ง 15 มถิ ุนายน 2559) โดยระบเุ หตุผลเพอื่ ให้ สามารถลดความเหลื่อมล้า สร้างโอกาสทางการศึกษาและความเป็นธรรมในสังคม แก้ปัญหาความยากจน ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน รวมทั้งเพื่อเป็น หลักประกันความยั่งยืนม่ันคงและเพื่อให้สามารถจัดงบประมาณสนับสนุนได้อย่างต่อเนื่อง หัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติจงึ มีคาส่ังฯ ซ่งึ สามารถสรุปเปน็ ประเดน็ สาคญั ดงั น้ี 1) ให้ส่วนรำชกำรท่ีเกี่ยวข้องตำมท่ีคณะรัฐมนตรีกำหนด เตรียมการเพ่ือให้เด็กเล็กก่อนวัย เรียนได้รับการดูแล และพัฒนาทางร่างการ จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา โดยส่งเสริมและสนับสนุน ให้องคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ และภาคเอกชนเขา้ มามีส่วนร่วมในการดาเนินการรบั ผดิ ชอบ 2) ให้ส่วนรำชกำรที่เกี่ยวข้องกับกำรจัดกำรศึกษำขันพืนฐำน ดาเนินการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปีตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษา (อนุบาล) ระดับประถมศึกษา จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.3) หรือเทียบเทา่ รวมถึงการศึกษาพิเศษแกบ่ คุ คลทีม่ ีความผิดปกติอยา่ งใดอย่างหนึ่ง และการศึกษาสงเคราะห์แก่เด็กที่ตกอยู่ในภาวะยากลาบากหรือสถานภาพท่ีด้อยกว่าเด็กทั่วไป ให้มีมาตรฐาน และคุณภาพโดยไมเ่ ก็บคา่ ใช้จา่ ย 3) ให้รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงศึกษำธิกำรโดยควำมเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี กาหนด อัตราค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาสาหรับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน 15 ปี เพื่อเสนอตามกระบวนการจัดทา งบประมาณรายจ่ายประจาปี ได้แก่ ค่าจัดการเรียนการสอน ค่าหนังสือ ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบ นักเรียน ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และค่าใช้จ่ายอื่นตามที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ โดยให้ กระทรวงศึกษาธิการจัดทาหรือปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อนามาแทนและขยายผล แล้วให้นาเสนอต่อ คณะรัฐมนตรพี ิจารณา ทง้ั นี้ ให้อตั ราค่าใช้จ่ายในการจัดการศกึ ษาตงั้ แต่ระดบั อนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน เดิม ยังคงมีผลบงั คับใชจ้ นกวา่ จะมีการกาหนดอตั ราใหม่ 14.4 คำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ท่ี 39/2559 เร่ือง การจัดระเบียบและแก้ไข ปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 133 ตอนพิเศษ 154 ง 13 กรกฎาคม 2559) โดยระบุเหตุผลเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปการศึกษาและธารงไว้ซึ่งความเป็นสถาบันวิชาการช้ันสูง ของสถาบันอุดมศึกษาแต่ละแห่ง สามารถแก้ปัญหาการผลิตบัณฑิตที่มีปัญหาด้านคุณภาพและไม่สอดคล้อง กับความต้องการของประเทศ หวั หน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคาสง่ั ฯ ซ่ึงสามารถสรุปเปน็ ประเดน็ สาคัญ ดังนี้ 1) กำรแต่งตังบุคคลให้ดำรงตำแหน่งนำยกสภำสถำบันอุดมศึกษำและกรรมกำร สภำสถำบันอุดมศึกษำ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ท่ีกาหนด เพื่อให้การดาเนินการของสถาบันอุดมศึกษา มีประสิทธิภาพสงู สดุ แผนปฏิบัติราชการประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศึกษาธกิ าร (ฉบับปรับปรงุ ตามงบประมาณทีไ่ ด้รับจดั สรร)
- 73 - 2) ให้รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงศึกษำธกิ ำรโดยคำแนะนำของคณะกรรมกำรกำรอดุ มศึกษำ มีอานาจสั่งการให้สภาสถาบันอุดมศึกษาหรือสถาบันอุดมศึกษาที่มีปัญหาในกรณี ดังน้ี 1) จัดการศึกษาไม่เป็นไป ตามมาตรฐานหลักสูตร 2) จงใจหลีกเลี่ยงหรือประวิงการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับของ สถาบันอุดมศึกษา 3) มีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต และ 4) เกิดปัญหาความขัดแย้งภายในสถาบันอุดมศึกษา จนไมส่ ามารถแก้ไขได้ โดยใหย้ บั ย้งั การรบั นิสติ นักศึกษา ปิดหลักสตู ร ยุติการจดั การศกึ ษา หรอื ดาเนินการอื่นใด 3) ให้กำหนดมำตรกำรให้สถำบันอุดมศึกษำแก้ไขเยียวยำควำมเดือดร้อนหรือเสียหำย ให้แก่นสิ ิตนักศกึ ษำ ซ่ึงได้รับผลกระทบจากการดาเนินการตามกรณีข้างต้น โดยอาจให้สถาบัน อุดมศึกษาอนื่ ร่วม ดาเนินการแกไ้ ขเยียวยาฯ ดว้ ยกไ็ ด้ 14.5 คำสั่งหัวหน้ำคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ ท่ี 19/2560 เร่ือง การปฏิรูปการศึกษาใน ภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนพิเศษ 96 ง 3 เมษายน 2560) อาศัยอานาจ ตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับช่ัวคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้าคณะ รักษาความสงบแหง่ ชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ จงึ มีคาสั่ง ดงั ต่อไปน้ี ขอ้ 1 ให้ยกเลิก (1) คาสั่งหวั หน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี 10/2559 เร่ือง การขับเคล่ือนการ ปฏริ ปู การศึกษาของกระทรวงศกึ ษาธิการในภูมิภาค ลงวนั ที่ 21 มนี าคม พุทธศักราช 2559 (2) คาส่งั หวั หน้าคณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ ท่ี 11/2559 เรอื่ ง การบรหิ ารราชการ ของกระทรวงศกึ ษาธิการในภูมิภาค ลงวันท่ี 21 มนี าคม พุทธศกั ราช 2559 (3) คาสง่ั หัวหนา้ คณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ ที่ 38/2559 เร่อื ง แก้ไขเพิม่ เติมคาส่ัง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี 10/2559 และคาส่ังหวั หนา้ คณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ ท่ี 11/2559 ลง วันท่ี 12 กรกฎาคม พุทธศักราช 2559 (4) คาสั่งหัวหนา้ คณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ ที่ 1/2560 เรือ่ ง การแก้ไขปัญหาการ บริหารงานบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการ เฉพาะขอ้ 8 ข้อ 2 ให้มีคณะกรรมกำรขับเคล่ือนกำรปฏิรูปกำรศึกษำของกระทรวงศึกษำธิกำรใน ภูมิภำค ประกอบด้วย 1) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานกรรมการ 2) รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ 3) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน 4) เลขาธิการคณะกรรมการการ อาชีวศึกษา 5) เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา 6) เลขาธิการสภาการศึกษา 7) ประธานสภาหอการค้า แห่งประเทศไทย 8) ประธานสภาอตุ สาหกรรมแหง่ ประเทศไทย 9) ปลัดกระทรวงศึกษาธกิ าร เป็นกรรมการและเลขานุการ ขอ้ 3 ใหค้ ณะกรรมกำรขับเคลื่อนตำมข้อ 2 มีอำนำจหน้ำท่ี ดงั ต่อไปนี้ (1) กาหนดทศิ ทางการดาเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการในระดับภูมิภาคหรือจังหวดั (2) โอน กิจก าร ท รัพ ย์ สิน ห นี้ และเงิน งบ ป ระม าณ ของส่วน ราช ก ารใด ในกระทรวงศึกษาธิการ ไปเป็นของส่วนราชการอื่นในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการตามบัญชีท่ีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศกาหนด รวมทั้งพิจารณาการจัดสรรงบประมาณให้แก่หน่วยงานของ กระทรวงศกึ ษาธิการในระดบั ภมู ภิ าคหรอื จงั หวัด (3) วางแผนงานเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการในระดับ ภูมิภาคหรือจงั หวดั (4) เกล่ียอัตรากาลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เงินงบประมาณและ ทรัพย์สินของส่วนราชการต่าง ๆ ของกระทรวงศึกษาธิการได้ทั้งกระทรวงโดยต้องไม่เพิ่มอัตรากาลังคนและ งบประมาณ ทง้ั น้ี เพื่อประโยชนใ์ นการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศกึ ษาธกิ ารในภมู ภิ าค แผนปฏบิ ัติราชการประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ฉบบั ปรบั ปรุงตามงบประมาณท่ไี ด้รับจัดสรร)
- 74 - การเกล่ียอัตรากาลังตามวรรคหน่ึง ให้ตัดโอนอัตราตาแหน่งและเงินงบประมาณแผ่นดินประจาอัตรา รวมตลอด ท้ังงบบุคลากรท่ีจ่ายในลักษณะเงินเดือน ค่าจ้างประจา และเงินอื่นที่เก่ียวข้อง ซ่ึงต้ังไว้สาหรับตาแหน่งท่ีเกล่ียน้ัน มาเป็นของส่วนราชการท่ีรับโอน และการโอนหรือการนารายจ่ายท่ีกาหนดไว้สาหรับส่วนราชการใดใน กระทรวงศึกษาธิการตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจาปี หรือพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย เพ่ิมเติมไปใช้สาหรับส่วนราชการท่ีรับโอน นอกเหนือจากกรณีตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญ ญัติวิธีการ งบประมาณ พ.ศ. 2502 ใหก้ ระทาได้ (5) แต่งตั้ง โอน หรือย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารเขตพ้ืนที่การศึกษาหรือผู้ปฏิบัติงานใน ตาแหน่งต่าง ๆ ในหน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการในระดับภูมิภาคหรือจังหวัด ทั้งนี้ ตามประเภทหรือระดับ ตาแหน่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศกึ ษาธิการกาหนด ในกรณีท่กี ฎหมายว่าด้วยระเบยี บขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามบี ทบัญญัติ ใด กาหนดให้องค์กรอื่นใดมีอานาจหน้าท่ีตามวรรคหน่ึง มิให้นาบทบัญญัตินั้นมาใช้บังคับแก่องค์กรซึ่งมีอานาจ หนา้ ท่ดี งั กล่าว (6) สั่งให้ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา หรือผู้ปฏิบัติงานใน ตาแหน่งต่าง ๆ ในหน่วยงานของกระทรวงศึกษาธกิ ารในระดบั ภูมภิ าคหรือจงั หวดั หยุดการปฏบิ ตั ิหน้าท่ีหรือให้พ้น จากตาแหน่ง ในกรณีท่ีผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารเขตพื้นท่ีการศึกษา หรือผู้ปฏิบัติงานผู้ใด ถูกสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าท่ีหรือถูกส่ังให้พ้นจากตาแหน่งตามวรรคหน่ึง ให้งดการจ่ายค่าตอบแทนหรือสิทธิ ประโยชน์ใด ๆ ในตาแหน่งในระหว่างท่ีถูกสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าท่ีหรือถูกส่ังให้พ้นจากตาแหน่งนับแต่วันที่ได้ รับทราบคาสง่ั (7) แต่งตงั้ คณะอนุกรรมการศกึ ษาธิการจังหวดั ตามข้อ 9 (8) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการและคณะทางานเพ่ือช่วยเหลือการปฏิบัติงานได้ ตามความจาเปน็ (9) เชิญข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานอ่ืนในหน่วยงานของรัฐ หรือ บุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบถามข้อเท็จจริง รวมท้ังเรียกเอกสารจากหน่วยงานของรัฐหรือบุคคลที่เก่ียวข้องมาเพื่อ ประกอบการพิจารณา ข้อ 4 ให้สำนักงำนปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษำธิกำร รับผิดชอบงำนธุรกำรของ คณะกรรมกำรขับเคลื่อนตำมข้อ 2 รวมทงั คณะอนุกรรมกำรและคณะทำงำนตำมข้อ 3 (8) การเบิกจ่ายเบี้ยประชุมของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทางานตามวรรค หน่ึง ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเบ้ียประชุมกรรมการ ส่วนการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายท่ีเก่ียวข้องกับการ บริหารจัดการอ่ืนท่ีจาเป็น ให้เบิกจ่ายได้ตามระเบียบของทางราชการ ท้ังน้ี ให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของ สานกั งานปลัดกระทรวง กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ข้อ 5 ให้มีสำนักงำนศึกษำธิกำรภำค จำนวนสิบแปดภำค สังกัดสำนักงำนปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษำธิกำร ตำมบัญชีท่ีรัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงศึกษำธิกำรประกำศกำหนด เพ่ือปฏิบัติภารกิจของ กระทรวงศึกษาธิการในระดับพ้ืนที่ ทาหน้าท่ีขับเคล่ือนการศึกษาในระดับภาคและจังหวัดโดยการอานวยการ ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาการศึกษาแบบร่วมมือและบูรณาการกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และหนว่ ยงานอนื่ หรอื ภาคสว่ นที่เกี่ยวขอ้ งในพ้ืนทนี่ ้ัน ๆ และใหม้ ีอานาจหนา้ ทีด่ งั ต่อไปนี้ (1) กาหนดยุทธศาสตร์และบทบาทการพัฒนาภาคต่าง ๆ ให้เชื่อมโยงและสอดคล้อง กับทิศทางการพัฒ นาประเทศ ทิศทางการดาเนินงานตา มข้อ 3 (1) นโยบายและยุทธศาสตร์ของ แผนปฏิบตั ริ าชการประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศึกษาธกิ าร (ฉบับปรับปรุงตามงบประมาณทีไ่ ดร้ ับจดั สรร)
- 75 - กระทรวงศึกษาธิการ และยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัด รวมทั้งการพัฒนาด้านอื่น ๆ ในพ้ืนที่รับผิดชอบตาม ศกั ยภาพและโอกาสของบุคคลและชมุ ชนในแต่ละพนื้ ท่ี (2) สนับสนุนการพัฒนาจังหวัดในพ้ืนท่ีรับผิดชอบเกี่ยวกับงานด้านวิชาการ การวิจัย และพฒั นา (3) กากบั ดูแล ติดตาม และประเมนิ ผลการดาเนินงานของสานักงานศึกษาธิการจังหวัด ในพื้นท่ีรับผิดชอบ (4) สนับสนุนการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการดาเนินงานตามนโยบาย และยทุ ธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการในพื้นท่ีรับผิดชอบ (5) ประสานการบริหารงานระหว่างราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้เกิดการ พัฒนาอย่างบูรณาการในระดับพ้ืนท่ีของหลายจังหวัด โดยยึดการมีส่วนร่วมและประโยชน์สุขของประชาชน เปน็ หลัก (6) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นท่ีเกี่ยวข้องหรือท่ี ไดร้ บั มอบหมาย ข้อ 6 ให้มีศึกษำธิกำรภำคเป็นผู้บังคับบัญชำข้ำรำชกำร พนักงำนรำชกำรและลูกจ้ำงใน สำนักงำนศึกษำธิกำรภำค มีอานาจหน้าท่ีรับผิดชอบการดาเนินงานของสานักงานศึกษาธิการภาค และให้มี รองศึกษาธิการภาคจานวนหนง่ึ คนเพื่อช่วยเหลืองานศึกษาธิการภาค ทั้งน้ี ผทู้ ีจ่ ะดารงตาแหน่งรองศึกษาธิการภาค ตอ้ งเป็นผู้ที่ดารงตาแหน่งข้าราชการพลเรอื นสามัญ ตาแหน่งประเภทอานวยการระดับสูง หรือศึกษาธิการจังหวัด อยู่กอ่ นวันท่ีคาส่ังนี้ใช้บังคับ ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธกิ ารเป็นผ้มู ีอานาจสั่งบรรจุศกึ ษาธิการภาค และสง่ั บรรจแุ ละ แต่งตงั้ รองศึกษาธิการภาค จากขา้ ราชการในกระทรวงศึกษาธกิ าร ข้อ 7 ในแต่ละจังหวัด ให้มีคณ ะกรรมกำรศึกษำธิกำรจังหวัด เรียกโดยย่อว่ำ “กศจ.” ประกอบด้วย (1) ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับมอบหมาย เป็นประธาน กรรมการ (2) ศกึ ษาธกิ ารภาคในพื้นท่ที ร่ี ับผิดชอบ เปน็ รองประธานกรรมการ (3) ผู้แทนสานักงานคณ ะกรรม การการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้แทนสานักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้แทนสานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ผู้แทนสานักงานคณะกรรมการ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้แทนสานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และผู้แทน สานกั งานสง่ เสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เปน็ กรรมการ (4 ) ก ร ร ม ก าร ผู้ ท ร งคุ ณ วุ ฒิ จ า น ว น ไม่ เกิ น ห ก ค น ซึ่ งรั ฐ ม น ต รี ว่ า ก า ร กระทรวงศึกษาธิการแต่งต้ังโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการขับเคล่ือนตามข้อ 2 โดยอย่างน้อยต้องมีผู้แทน องคก์ รภาคเอกชน ผ้แู ทนองคก์ รวชิ าชีพ และผู้แทนภาคประชาชน ด้านละหนง่ึ คน (5) ศกึ ษาธิการจังหวดั เปน็ กรรมการและเลขานุการ (6) รองศึกษาธิการจังหวัด เป็นผู้ช่วยเลขานุการ กศจ. อาจแต่งต้ังข้าราชการ ในสานกั งานศกึ ษาธกิ ารจงั หวดั จานวนไมเ่ กินสองคน เปน็ ผู้ชว่ ยเลขานุการดว้ ยกไ็ ด้ ขอ้ 8 ให้ กศจ. มีอำนำจหนำ้ ท่ใี นเขตจังหวัด ดงั ตอ่ ไปนี้ (1) อานาจหน้าท่ีตามท่ีกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยระเบียบ บริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ และกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศกึ ษา กาหนดให้เปน็ อานาจหนา้ ทขี่ องคณะกรรมการเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษาและ อ.ก.ค.ศ. เขตพน้ื ทก่ี ารศึกษา แผนปฏิบัตริ าชการประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ฉบบั ปรับปรงุ ตามงบประมาณทไี่ ด้รับจดั สรร)
- 76 - (2) กาหนดยุทธศาสตร์ แนวทางการจัดการศึกษา และการส่งเสริมสนับสนุนการจัด การศึกษาทกุ ระดบั และทุกประเภท ประสานและส่งเสริมการบรหิ ารและการจัดการศกึ ษาขององค์กรปกครองสว่ น ท้องถ่ิน รวมท้ังส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาของบุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชนองค์กร วิชาชพี สถาบนั ศาสนา สถานประกอบการ และสถาบนั สงั คมอนื่ ทีจ่ ดั การศกึ ษาในรูปแบบทีห่ ลากหลาย (3) พจิ ารณาและใหค้ วามเห็นชอบแผนพฒั นาการศกึ ษา (4) พิจารณาและให้ความเห็นชอบกรอบการประเมินผลการปฏิบัติงานและตัวช้ีวัดใน การดาเนินงานในลักษณ ะตัวช้ีวัดร่วมของส่วนราชการหรือหน่วยงาน และสถานศึกษาในสั งกัด กระทรวงศกึ ษาธกิ าร (5) เสนอความเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศกึ ษาตอ่ คณะกรรมการขบั เคล่อื นตามข้อ 2 (6) กากับ เร่งรัด ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานของส่วนราชการหรือ หนว่ ยงานและสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (7) วางแผนการจัดการศึกษาและพิจารณาเสนอแนะการจัดสรรงบประมาณให้แก่ สถานศึกษา (8) เสนอคณะกรรมการขับเคลื่อนตามข้อ 2 เพื่อแต่งต้ังคณะอนุกรรมการศึกษาธิการ จงั หวัด ตามข้อ 9 (9) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทางานตามความจาเป็นเพื่อช่วยเหลือการ ปฏิบัติงานของ กศจ. ซึ่งอย่างน้อยต้องมีคณะอนุกรรมการบริหารราชการเชิงยุทธศาสตร์ และคณะอนุกรรมการ เก่ยี วกบั การพฒั นาการศึกษา โดยให้นาองค์ประกอบของ อกศจ. มาใช้บังคับโดยอนโุ ลม ใน ก า ร เส น อ แ ล ะ ก า ร แ ต่ ง ต้ั ง ค ณ ะ อ นุ ก ร ร ม ก า ร ห รื อ ค ณ ะ ท า ง า น ต า ม ว ร ร ค ห นึ่ ง ต้องคานงึ ถึงวงเงินงบประมาณที่ได้รับ ความคุม้ ค่า ความประหยัด ความรวดเร็วและไม่เป็นการเพ่ิมข้ันตอนในการ ปฏบิ ัติหน้าที่โดยไมจ่ าเป็น (10) ปฏิบัติหน้าท่ีอื่นตามท่ีกฎหมายกาหนด หรือตามที่คณะกรรมการขับเคลื่อน ตามข้อ 2 มอบหมาย ข้อ 9 ให้ กศจ. เสนอคณะกรรมกำรขับเคลอื่ นตำมขอ้ 2 เพอ่ื แตง่ ตังคณะอนกุ รรมกำร ศึกษำธกิ ำรจังหวัด เรยี กโดยยอ่ ว่ำ “อกศจ.” เพ่ือชว่ ยเหลือหรอื กลนั่ กรองงานใหแ้ ก่ กศจ. เกย่ี วกบั การบรรจุ การแต่งตง้ั การโยกยา้ ย การดาเนินการทางวนิ ยั การกาหนดวิทยฐานะ หรือการกาหนดสิทธปิ ระโยชน์ตา่ ง ๆ ของ ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้ อกศจ. ตามวรรคหนึ่ง ประกอบด้วย (1) กรรมการใน กศจ. จานวนหนง่ึ คน เป็นประธานอนุกรรมการ (2) กรรมการใน กศจ. จานวนสองคน เป็นอนุกรรมการ (3) ผูอ้ านวยการสานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษาหรือผู้อานวยการสถานศึกษาในจงั หวดั จานวนสองคน เปน็ อนุกรรมการ (4) ผ้ทู รงคุณวฒุ ิ ซึง่ มิไดเ้ ป็นกรรมการใน กศจ. จานวนไมเ่ กินสามคน เป็นอนุกรรมการ (5) ศึกษาธิการจังหวัด เปน็ อนุกรรมการและเลขานุการ ในกรณีมีความจาเป็น กศจ. อาจแตง่ ต้ังข้าราชการในสานักงานศกึ ษาธกิ ารจงั หวัด จานวนไมเ่ กินสองคนเป็นผชู้ ่วยเลขานกุ ารก็ได้ แผนปฏิบตั ิราชการประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศึกษาธกิ าร (ฉบับปรับปรุงตามงบประมาณท่ีไดร้ บั จดั สรร)
- 77 - ขอ้ 10 กำรเบกิ จำ่ ยเบียประชุมของ กศจ. อกศจ. คณะอนุกรรมกำรและคณะทำงำน ตามข้อ 8 (9) เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเบ้ียประชุมกรรมการ และการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ การบริหารจัดการอ่ืน ๆ ท่ีจาเป็น ให้เบิกจ่ายได้ตามระเบียบของทางราชการ โดยเบิกจ่ายจากงบประมาณ ของสานักงานปลดั กระทรวง กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ข้อ 11 ใหม้ ีสำนักงำนศกึ ษำธกิ ำรจังหวดั สังกัดสำนกั งำนปลดั กระทรวง กระทรวงศึกษำธกิ ำร เพื่อปฏิบัติภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการเก่ียวกับการบริหารและการจัดการศึกษาตามที่กฎหมายกาหนดการ ปฏิบัติราชการตามอานาจหน้าท่ี นโยบาย และยุทธศาสตร์ของส่วนราชการต่าง ๆ ท่ีมอบหมายและให้มีอานาจ หน้าท่ีในเขตจงั หวัด ดงั ต่อไปนี้ (1) รับผิดชอบงานธุรการของ กศจ. อกศจ. คณะอนุกรรมการบริหารราชการ เชิงยุทธศาสตร์ คณะอนุกรรมการเก่ียวกับการพัฒนาการศึกษา คณะอนุกรรมการและคณะทางาน รวมทั้ง ปฏิบตั งิ านราชการทเ่ี ป็นไปตามอานาจและหน้าทขี่ อง กศจ. และตามที่ กศจ. มอบหมาย (2) จดั ทาแผนพฒั นาการศกึ ษาและแผนปฏิบัตกิ าร (3) ส่ังการ กากับ ดูแล เร่งรัด ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานของ ส่วนราชการ หรือหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการให้เป็นไปตามนโยบายของ กระทรวงศึกษาธกิ าร (4) จัดระบบ ส่งเสริม และประสานงานเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศและเทคโนโลยี ดิจิทัลเพอ่ื การศกึ ษา (5) ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาเพ่ือคนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้มีความสามารถ พเิ ศษ (6) ดาเนินงานเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศกึ ษา (7) ส่งเสริม สนับสนุน และดาเนินการเก่ียวกับงานด้านวิชาการ การนิเทศ และแนะแนว การศึกษาทกุ ระดับและทกุ ประเภท รวมทั้งติดตามและประเมินผลระบบบริหารและการจัดการศึกษา (8) ดาเนินการเก่ียวกับการตรวจสอบด้านการบริหาร การเงิน และการบัญชีของ สว่ นราชการ หรือหนว่ ยงานและสถานศึกษาในสังกดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร (9) ส่งเสรมิ และประสานงานการศาสนา ศิลปะ วฒั นธรรม และการกีฬาเพื่อการศึกษา (10) ส่งเสริม สนับสนุน และดาเนินการเกี่ยวกับการจัดการศึกษาเอกชน (11) ปฏิบัติภารกิจตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการหรือตามท่ีได้รับมอบหมาย รวมท้งั ปฏบิ ัตภิ ารกิจเกยี่ วกบั ราชการประจาทั่วไปของกระทรวงศึกษาธิการ และประสานงานต่าง ๆ ในจงั หวัด ข้อ 12 ให้มีศึกษำธิกำรจังหวัด เป็นผู้บังคับบัญชำข้ำรำชกำร พนักงำนรำชกำร และ ลกู จ้ำงในสำนักงำนศึกษำธิกำรจังหวัด อยู่ภำยใต้กำรกำกับดูแลของศึกษำธิกำรภำค มีอานาจหน้าที่รับผิดชอบ การดาเนินงานของสานักงานศึกษาธิการจงั หวัด รวมทงั้ ให้มอี านาจหน้าทต่ี ามที่กฎหมายวา่ ด้วยระเบียบข้าราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษากาหนดให้เป็นอานาจหน้าที่ของผู้อานวยการสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ประถมศึกษาและผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เฉพาะงานท่ีเก่ียวกับ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาและ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา และให้มีรองศึกษาธิการจังหวัด เพื่อชว่ ยเหลอื งานศกึ ษาธิการจงั หวดั จานวนสามคน แผนปฏิบตั ริ าชการประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ฉบบั ปรับปรงุ ตามงบประมาณทไี่ ดร้ ับจัดสรร)
- 78 - ให้ศึกษาธิการจังหวัด รองศึกษาธิการจังหวัด และข้าราชการที่ปฏิบัติงานในสานักงาน ศึกษาธิการจังหวัดเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ท้ังนี้ ให้ศึกษาธิการจังหวัดดารงตาแหน่งเทียบกับ ขา้ ราชการพลเรือนสามัญประเภทอานวยการระดับสงู และผู้ที่จะดารงตาแหนง่ ศึกษาธกิ ารจังหวดั ต้องเป็นผูท้ ่ีดารง ตาแหน่งผู้อานวยการประเภทผู้บริหารการศึกษาหรือเป็นผู้ท่ีได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่รองศึกษ าธิการภาค อย่กู ่อนวนั ทค่ี าสง่ั น้ีใชบ้ งั คบั ท้ังน้ี ตามหลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเง่อื นไข ท่ี ก.ค.ศ. กาหนด ข้อ 13 กำรบรรจุและแต่งตังข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำในจังหวัดหรือ กรุงเทพมหำนคร ตามมาตรา 53 (3) และ (4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ซึง่ แก้ไขเพ่มิ เติมโดยพระราชบัญญัติระเบยี บข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2551 ให้ศกึ ษาธิการจงั หวดั โดยความเห็นชอบของ กศจ. เปน็ ผู้มีอานาจส่งั บรรจุและแตง่ ตั้ง ข้อ 14 เพ่ือประโยชน์ในกำรบริหำรงำน กำกับดูแล และบูรณำกำรกำรศึกษำของ กระทรวงศึกษำธิกำรในจังหวัดหรือกรุงเทพมหำนคร ให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการ คณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา เลขาธิการสานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสรมิ การศึกษาเอกชน มอบอานาจเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล วชิ าการ การบรหิ าร ทัว่ ไป งบประมาณ และทรัพย์สินใหก้ ับศกึ ษาธิการจงั หวัดเป็นผู้ปฏบิ ตั ิราชการแทนในเร่อื งนั้น ให้เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนมอบอานาจในการปฏิบัติราชการตาม กฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนให้ศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้ดาเนินการแทนการมอบอานาจตามวรรคหนึ่งและ วรรคสองให้เปน็ ไปตามหลักเกณฑแ์ ละวิธกี ารที่คณะกรรมการขับเคลือ่ นตามข้อ 2 กาหนด ข้อ 15 ให้รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงศึกษำธิกำร โดยควำมเห็นชอบของคณะกรรมกำร ขบั เคล่ือนตำมขอ้ 2 กำหนดสถำนที่ตังของสำนกั งำนศกึ ษำธิกำรภำคและสำนักงำนศึกษำธิกำรจังหวัดให้แล้ว เสร็จภำยในสี่สิบห้ำวันนับแต่วันท่ีคำส่ังนีมีผลใช้บังคับ ทั้งนี้ การดาเนินการดังกล่าวต้องไม่เป็นการเพ่ิมหรือ กระทบตอ่ ภาระงบประมาณ ข้อ 16 ให้โอนบรรดำอำนำจหน้ำท่ีและกำรดำเนินกำรใด ๆ ตำมอำนำจหน้ำที่ของ ค ณ ะก รรม ก ำรขั บ เค ลื่ อ น ก ำรป ฏิ รูป ก ำรศึ ก ษ ำข อ งก ระท รว งศึ ก ษ ำธิ ก ำรใน ภู มิ ภ ำค ก ศ จ . อกศจ. คณะอนุกรรมกำร และคณะทำงำน ตามคาส่ังหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี 10/2559 เร่ือง การขับเคล่ือนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ลงวันที่ 21 มีนาคม พุทธศักราช 2559 และที่แก้ไขเพิ่ มเติม ไปเป็นอานาจหน้าท่ีของคณ ะกรรมการขับเคล่ือนการปฏิรูปการศึกษาของ กระทรวงศกึ ษาธกิ ารในภูมิภาค กศจ. อกศจ. คณะอนกุ รรมการ และคณะทางานตามคาสั่งนี้ ข้อ 17 ให้โอนบรรดำอำนำจหน้ำที่และกำรดำเนินกำรใด ๆ ตำมอำนำจหน้ำท่ีของ ศึกษำธิกำรภำค รองศึกษำธิกำรภำค ศึกษำธิกำรจังหวัด และรองศึกษำธิกำรจังหวัด ตามคาสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 11/2559 เร่ือง การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ลงวันท่ี 21 มีนาคม พุทธศักราช 2559 และที่แก้ไขเพ่ิมเติม ไปเป็นอานาจหน้าท่ีของศึกษาธิการภาค รองศึกษาธิการภาค ศกึ ษาธกิ ารจงั หวดั และรองศึกษาธกิ ารจงั หวัด ตามคาส่งั นี้ ข้อ 18 ให้โอนบรรดำอำนำจหน้ำท่ีเกี่ยวกับรำชกำร กิจกำร ทรัพย์สิน งบประมำณ สิทธิ หนี ภำระผูกพัน ข้ำรำชกำร พนักงำนรำชกำร ลูกจ้ำง และอัตรำกำลังของสำนักงำนศึกษำธิกำรภำค สำนักงำน ปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษำธกิ ำร และสำนกั งำนศกึ ษำธกิ ำรจังหวัด สำนกั งำนปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษำธิกำร ตาม คาส่ังหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 11/2559 เร่ือง การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการใน ภูมิภาค ลงวันท่ี 21 มีนาคม พุทธศักราช 2559 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม ไปเป็นของสานักงานศึกษาธิการภาค แผนปฏิบตั ิราชการประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ฉบบั ปรบั ปรุงตามงบประมาณทไี่ ด้รบั จดั สรร)
- 79 - สานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ และสานักงานศึกษาธิการจังหวัด สานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการตามคาสง่ั น้ี ข้อ 19 ให้สำนักงำนศึกษำธิกำรภำคและสำนักงำนศึกษำธิกำรจังหวัด ตามคาสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี 11/2559 เรื่อง การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ลงวันที่ 21 มีนาคม พุทธศักราช 2559 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม ท่ีมีอยู่ในวันก่อนวันท่ีคาส่ังน้ีใช้บังคับ เป็นสานักงาน ศกึ ษาธิการภาคและสานกั งานศกึ ษาธกิ ารจงั หวัด ตามคาสัง่ นี้ ข้อ 20 ให้ศึกษำธิกำรภำค รองศึกษำธิกำรภำค ศึกษำธิกำรจังหวัด และรองศึกษำธิกำร จังหวัด ตามคาสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 11/2559 เรื่อง การบริหารราชการของ กระทรวงศึกษาธกิ ารในภมู ิภาค ลงวันท่ี 21 มีนาคม พุทธศักราช 2559 และท่ีแกไ้ ขเพิ่มเตมิ ซึ่งดารงตาแหน่งอยใู่ น วันก่อนวันที่คาสง่ั น้ีมีผลใช้บังคับเป็นศึกษาธิการภาค รองศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด และรองศึกษาธิการ จังหวัดตามคาส่ังนี้ ข้อ 21 บรรดำบทบัญญัติแห่งกฎหมำย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกำศ คำสั่ง หรือมติ คณะรัฐมนตรีใด ที่อ้างถึงคณะกรรมการเขตพ้ืนท่ีการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติและกฎหมาย ว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ หรือ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ตามกฎหมายว่าด้วย ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้ถือว่าอ้างถึง กศจ. ตามคาสั่งน้ี โดยให้บทบัญญัติดังกล่าว ยงั คงมผี ลใช้บงั คับได้ต่อไปเท่าทไ่ี ม่ขดั หรือแย้งกับคาส่งั นี้ ข้อ 22 กำรยุบเลิกและกำรใดที่ได้ดำเนินกำรไปในส่วนท่ีเก่ียวข้องกับกำรยุบเลิก คณะกรรมกำรเขตพืนท่ีกำรศึกษำและ อ.ก.ค.ศ. เขตพืนท่ีกำรศึกษำ ตามคาสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ท่ี 10/2559 เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ลงวันท่ี 21 มีนาคม พุทธศักราช 2559 คาสั่งหัวหน้าคณะรกั ษาความสงบแห่งชาติ ที่ 11/2559 เรื่อง การบริหารราชการของ กระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ลงวันที่ 21 มีนาคม พุทธศักราช 2559 และคาส่ังหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ที่ 38/2559 เรื่อง แก้ไขเพ่ิมเติมคาสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี 10/2559 และคาสั่ง หัวหนา้ คณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาติ ท่ี 11/2559 ลงวนั ท่ี 12 กรกฎาคม พุทธศักราช 2559 ให้ยังคงมีผลใช้บังคับ ตอ่ ไป ข้อ 23 ในกรณีท่ีมีปัญหำเก่ียวกับกำรปฏิบัติตำมคำส่ังนี ให้เป็นไปตามคาวินิจฉัยของ คณะกรรมการขับเคลือ่ นการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศกึ ษาธิการในภมู ภิ าค ข้อ 24 ในกรณีเห็นสมควร นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษา ความสงบแห่งชาตแิ ก้ไขเปลี่ยนแปลงคาสง่ั นี้ได้ แผนปฏิบตั ริ าชการประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศึกษาธกิ าร (ฉบับปรบั ปรุงตามงบประมาณทีไ่ ด้รับจดั สรร)
ส่วนท่ี 2 สาระสาคัญของแผนปฏิบตั ิราชการประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ของกระทรวงศึกษาธิการ การศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลบริบทที่เก่ียวข้อง เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการกาหนดกรอบแนวคิด สาหรับการจัดทาแผนปฏิบัติราชการประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับปรับปรุง ตามงบประมาณท่ีได้รับจัดสรร) ฉบับนี้มีข้อมูลสาคัญ ประกอบด้วย 1) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช 2560 2) นโยบายของรัฐบาล (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี) 3) ยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561–2580) 4) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 5) แผนการปฏิรูปประเทศ 6) นโยบายความมั่นคง แห่งชาติ พ.ศ. 2558 –2564 7) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560-2564) 8) จุดเน้น นโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์) 9) แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ. 2560–2574) 10) แผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ (พ.ศ.2560–2564) 11) กรอบแนวทางและ ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 1 2) ยุทธศาสตร์การจัดสรร งบประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 13) ผลการดาเนินงานท่ีผ่านมา 14) อานาจหน้าท่ีตาม กฎหมายของกระทรวงศึกษาธิการโดยผลการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลและการระดมความคิดเห็น โดยเฉพาะการ จัดทาเป้าประสงค์หลักและตัวชี้วัดที่สอดคล้อง ได้จัดทาเป็นสาระสาคัญเพ่ือจัดทาแผนปฏิบัติราชการประจาปี งบประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศึกษาธิการ ซง่ึ รายละเอยี ด ดังน้ี วสิ ัยทศั น์ “ผเู้ รยี นไดร้ ับการพัฒนาให้มคี วามร้คู ู่คณุ ธรรมอย่างมีคณุ ภาพ ท่ัวถงึ และเสมอภาค เปน็ กาลงั คน ทมี่ ีทักษะและศกั ยภาพรองรับการพฒั นาประเทศ ที่สอดคล้องกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง และการเปล่ียนแปลงของโลกในศตวรรษท่ี 21” พันธกิจ 1. ยกระดับคณุ ภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ/ประเภทเทียบเทา่ ระดบั สากล 2. เสรมิ สรา้ งโอกาสในการเขา้ ถงึ บริการทางการศึกษาของประชาชนอยา่ งทัว่ ถงึ และเทา่ เทียม 3. เพิ่มประสทิ ธภิ าพระบบบริหารจดั การศึกษาตามหลกั ธรรมาภิบาล 4. ผลติ พฒั นาและสรา้ งเสรมิ ศกั ยภาพกาลงั คน 5. พัฒนาสิง่ ประดิษฐ์ งานวิจัย และนวัตกรรม เป้าประสงค์หลัก 1. คณุ ภาพการศึกษาของไทยดีข้ึน 2. คนไทยได้รบั โอกาสในการเรียนร้ตู ลอดชีวติ อย่างมีคณุ ภาพ 3. มรี ะบบบริหารจดั การศึกษาท่ีมีประสิทธิภาพ เน้นการมีสว่ นร่วมจากทกุ ภาคส่วนและการกระจาย อานาจสู่ภูมิภาค 4. คนไทยมคี ุณธรรมจริยธรรม มีภมู ิคุม้ กันต่อการเปล่ียนแปลงและการพฒั นาประเทศในอนาคต 5. กาลังคนได้รับการผลิตและพัฒนาทักษะใหม้ ีสมรรถนะตรงตามความต้องการของพ้นื ที่และประเทศ 6. คนไทยมอี งคค์ วามรู้ สามารถสรา้ งสรรค์ส่งิ ประดิษฐ์ พัฒนางานวิจยั เทคโนโลยแี ละนวตั กรรม เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศ แผนปฏบิ ัติราชการประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ฉบับปรับปรงุ ตามงบประมาณท่ไี ดร้ บั จัดสรร)
- 81 - ยทุ ธศาสตร์ 1 การจัดการศกึ ษาเพ่ือความมนั่ คงของชาติ 2 การผลติ และพัฒนากาลงั คน รวมทั้งงานวจิ ยั และนวัตกรรม ทสี่ อดคล้องกับความต้องการของการ พัฒนาประเทศ 3 การพัฒนา และเสรมิ สร้างศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต 4 การสรา้ งโอกาสทางการศกึ ษาต่อเน่ืองตลอดชวี ติ อย่างทัว่ ถงึ และเทา่ เทยี ม 5 การจดั การศึกษา เพื่อสร้างเสริมคณุ ภาพชวี ิตทเ่ี ปน็ มติ รกับสิง่ แวดล้อม 6 การพฒั นาระบบบริหารจัดการใหม้ ีประสิทธิภาพ กลยุทธ์ 1. จดั การศกึ ษาที่เสริมสร้างความมนั่ คงของสถาบนั หลักของชาติ และการปกครองระบบประชาธิปไตย อนั มีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมุข 2. ยกระดับคุณภาพและส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาและการสร้างอาชีพ เพื่อลดความเหลื่อมล้า สรา้ งความสมานฉันท์ และเสริมสร้างความม่ันคงในจังหวดั ชายแดนภาคใต้และพ้นื ทชี่ ายขอบ / ชายแดน 3. สรา้ งภูมิคุ้มกันและพฒั นาทักษะชีวติ เพื่อเสริมสรา้ งความมน่ั คงของบคุ คล ชมุ ชน และสังคม 4. เรง่ ผลติ และพัฒนากาลงั คนในสาขาทต่ี รงตามความต้องการในการพฒั นาประเทศและพื้นท่ี เขตเศรษฐกิจพเิ ศษ 5. ส่งเสริมการผลิตและพฒั นากาลงั คนผมู้ ีความสามารถพิเศษ ความเชยี่ วชาญและเปน็ เลิศเฉพาะด้าน อย่างต่อเน่ืองทุกระดับการศึกษา 6. พฒั นาทักษะอาชีพให้แกผ่ ้เู รยี นต้ังแต่ระดบั การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน 7. พัฒนาสิง่ ประดิษฐ์ การวจิ ัย และนวัตกรรมที่สามารถนาไปใช้ประโยชน์ไดจ้ รงิ 8. สรา้ งความเข้มแข็งของกระบวนการผลติ และพฒั นากาลังคน โดยสร้างเครือขา่ ยความรว่ มมอื ตาม รปู แบบประชารัฐท้ังระหวา่ งองคก์ รภายในและต่างประเทศ 9. พัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอน ระบบกลไก การติดตาม การวัดและ ประเมินผลการศึกษาทุกระดับ/ประเภทการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับความก้าวหน้าทางวิทยาการ และการเปลีย่ นแปลงของสงั คมโลก 10. ผลิต และพัฒนาครู อาจารย์ อย่างเป็นระบบและสอดคล้องกับความต้องการ ในการจัดการศึกษา ทกุ ระดบั /ประเภทการศกึ ษา 11. ส่งเสรมิ สนับสนุน คนทุกช่วงวยั ใหม้ ีทกั ษะ ความรู้ ความสามารถและสมรรถนะท่ไี ด้มาตรฐานและ พัฒนาคณุ ภาพชวี ิตเต็มตามศกั ยภาพอย่างเหมาะสม 12. เสริมสร้าง ปรับเปลี่ยนให้คนไทยทุกคนมีวินัย คุณธรรม จริยธรรม จิตสาธารณะ และมีพฤติกรรมที่ พึงประสงค์ตามหลักค่านิยมของคนไทย 12 ประการ และความเป็นพลเมืองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิ จ พอเพียงในระบบการศกึ ษาอยา่ งเข้มขน้ 13. ประกันโอกาสการเข้าถึงบริการทางการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐานให้แก่ผู้เรียนในทุกพ้ืนที่ ครอบคลุมถึงคนพกิ าร ดอ้ ยโอกาส และผู้มีความต้องการพิเศษ 14. ส่งเสริมและพัฒนาการจดั การศึกษา การเรียนรู้และการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ในทุกพ้ืนท่ีอย่างมีคณุ ภาพ สอดคล้องกับความสนใจและวถิ ีชวี ติ ของผูเ้ รียนทุกกลมุ่ เป้าหมาย และสามารถใหบ้ รกิ ารได้อย่างทัว่ ถึง 15. เรง่ สรา้ งระบบการเทียบโอนความรู้และประสบการณใ์ ห้เกิดผลเป็นรูปธรรม 16. จัดหาทุนและแหล่งทุนทางการศึกษา แผนปฏิบัตริ าชการประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร (ฉบบั ปรับปรงุ ตามงบประมาณที่ไดร้ ับจดั สรร)
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294