Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

Published by tamonwan, 2018-11-10 01:43:21

Description: การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

Search

Read the Text Version

คํานํา21ST Century Skills

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 คํานําทกั ษะแหง อนาคตใหมในศตวรรษท่ี 21 (21ST Century Skills) เปนทักษะที่จําเปนตอการดํารงชีวิตของประชาชนคนไทย ในฐานะการเปนพลเมืองของโลก ที่มีการดํารงชีวิตทามกลางโลกแหงเทคโนโลยี โลกของเศรษฐกิจและการคา โลกาภิวตั นกับเครือขาย ความสมดุลยของส่ิงแวดลอมและพลังงาน ความเปนสังคมเมือง ความเปนสังคมผูสูงอายุ และความเปนโลกสวนตัวอยูกับตัวเอง ซ่ึงคนไทยยังติดกับดัก และวงั วนของการเปนผใู ช ผูบริโภค และผูซือ้ ขาดการประมาณตนในการใชใ หเหมาะสมพอเพียงตอเนื้องานตกเปนทาสทางความคิด ไมสามารถเปนผูริเริ่มสรางสรรคพัฒนาตอยอดการใชงาน และกาวไมผานไปสูการเปนผูคิดนวัตกรรม สรางและผลิตภัณฑ นําไปใชเพ่ือดํารงชีวิตในสังคมอยางมีคุณภาพอยางเหมาะสม พอเพียงตามลักษณะการใชงาน นําไปสูการแลกเปล่ียนใหสังคมและประเทศอื่นใชงาน เกิดการสรางกลยุทธการขาย ในลักษณะอาชีพตาง ๆ ที่มีเทคโนโลยีสอดแทรกเขาไปในระบบการทํางานและการดํารงคชีวิต เกิดเปนธุรกิจและการประกอบการ สรางดุลยดานการคาในเวทีการแขงขันที่มีการสง สาร รับสารในความเปนโลกาภิวตั น สรางเครอื ขา ย พนั ธมิตรทางการคา และการแลกเปลีย่ นจําหนา ยสินคาท่ีมีการกีดกนั ของกลุม พันธมิตรกับประเทศที่มีผูผลิตท่ีไมคาํ นึงถึงความสมดุลยของสภาพแวดลอมและพลังงาน สิ่งเหลาน้ีมีอิทธิพลตอคุณภาพชีวิต ทามกลางการเกิดการเปล่ียนแปลงความเปนสังคมเมือง แทรกอยูในความเปนชนบท มีการใชเทคโนโลยีส่ิงอํานวยความสะดวก มีการรับ-สงขอมูลขาวสารและสารสนเทศในรูปแบบตาง ๆ แบบเขาถึงทุกท่ี ทุกเวลา อยางกวางขวาง ขอมูลโดยเฉพาะขอมูลขาวสารดานสุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย พัฒนาอยางมีประสิทธิภาพ ทําใหคนอายุยืนข้ึนเกิดเปนสังคมคนแกม ีสัดสว นกับคนวัยทํางานเปลีย่ นแปลงอยางรวดเร็ว และภายใตความเปนโลกเทคโนโลยีและโลกาภวิ ัตน คนขาดกาลเทศะการใชเ ทคโนโลยี ท่ีมีการผลิตและพัฒนาใชงานอยางตอเนือ่ ง เกิดเปนสังคมกมหนา สิง่ เหลา นเี้ ปนโจทยท จ่ี ะจัดการศึกษารองรับความเปน ศตวรรษท 21 กนั อยางไร เพื่อทําใหคนไทยมีคุณลักษณะดานการเรียนรู ท่ีสามารถปรับตัวไดอยางชาญฉลาดเทาทัน มีภาวะความเปนผูนําดานการทํางาน ที่สามารถช้ีนําตนเองในการพัฒนาการสรางงานและอาชีพ และตรวจสอบการเรียนรูของตนเองไดอยางมีสติ และดานศีลธรรม ท่ีใหความเคารพซึ่งกันและกัน มีความสื่อสัตย และเปนพลเมอื งทมี่ ีคณุ คา เอกสารแนวทางการจัดการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 จึงจัดกระทําขึ้นเพ่ือใชในโครงการศึกษาและพัฒนาโรงเรียนในโครงการทักษะการเรียนรูใ นศตวรรษท่ี 21 เพื่อศึกษารูปแบบ กระบวนการจัดการเรียนรูของโรงเรียนในลักษณะท่ีแตกตางกัน ภายใตตัวแบบสนับสนุนท่ีจัดทําแนวทางไวใหเปนกรอบการจดั การเรยี นรูในศตวรรษท่ี 21 1

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 สารบญัเรอ่ื ง หนาตอนที่ 1 ตัวแบบการเรียนรใู นศตวรรษที่ 21 5 มองอดีตปรับเปล่ยี นกระบวนทศั นใ นอนาคต 9 กรอบความคิดการเรียนรใู นศตวรรษท่ี 21 10 ทกั ษะแหง อนาคต 17 ระบบสนบั สนนุ การเรียนรสู าํ หรบั ศตวรรษที่ 21 27ตอนท่ี 2 แนวทางการจดั การเรียนรูในศตวรรษท่ี 21 28 การนาํ ระบบสนบั สนนุ และทักษะการเรยี นรูใ นศตวรรษสูก ารปฏิบตั ิ 37 หนวยท่ี 1 การรูจ ักชมุ ชน ถิ่นฐาน ภูมิลาํ เนา 52 หนวยท่ี 2 การสรา งแรงบนั ดาลใจใฝอ ยากรู 57 หนว ยท่ี 3 การเจาะลึกถึงแกน ความรู 61 หนว ยที่ 4 การตกตะกอนความรูค ูความภาคภูมิใจ หนวยที่ 5 การประมวลความงดงามทางจริยธรรมในศตวรรษที่ 21 82 83ตอนท่ี 3 แบบฟอรมสนบั สนนุ แนวทางการจัดการเรียนรใู นศตวรรษที่ 21 แบบฟอรมการรจู ักชมุ ชน ถน่ิ ฐาน ภูมลิ ําเนา 84 ตารางที่ 1 การจดั ทําคลงั ทะเบียนแหลง เรียนรูและอาชีพ ตารางท่ื 2 การวางแผนจัดโปรแกรมการเรียนในรายวชิ าเพิ่มเตมิ 85 ตารางที่ 3 การวิเคราะหส ัดสวนเวลา คะแนน และประเภทของตัวชว้ี ัด มาตรฐานรายวิชา 86 ตารางท่ี 4 การจัดทาํ หนวยจดั ประสบการณร ะดับชัน้ และหนวยเรยี นรู บูรณาการ 87 ตารางท่ี 5 การวางแผนการจัดตารางสอนคาบเรยี นปกติ และ คาบเรียนรูบรู ณาการ 88 แบบฟอรม การเจาะลึกถึงแกนความรู ตารางท่ี 6 การจัดทาํ ใบความรู และเตรยี มแหลงสาระความรูใ หนกั เรียนสืบคน 89 รวบรวมความรู ตารางที่ 7 แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรภู าคทฤษฎีความรูในหองเรียน (ดานพทุ ธิพสิ ัย) ตารางท่ี 8 แผนการจดั กิจกรรมการเตรยี มสํารวจ การสาํ รวจ และรายงานผล การสํารวจ ในหนว ยจัดประสบการณ 2

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21ตารางท่ี 9 แบบรายงานผลการจดั ประสบการณ ใบกิจกรรมท่ี 1 การเตรียมสาํ รวจและการสาํ รวจหนวยจดั ประสบการณ 90ตารางที่ 10 แผนการจดั กิจกรรมอภปิ รายกลุม เพ่อื ตั้งสมมตฐิ านคาํ ตอบในหนว ยจัดประสบการณ 91ตารางท่ี 11 แผนผงั การเรียนรู เพอื่ การสืบคนทฤษฎคี วามรูพิสจู นสมมติฐานคําตอบ ในหนวยจดั ประสบการณของคณะครู 92ตารางที่ 12 แบบรายงานผลการอภปิ รายกลุม ใบกิจกรรมท่ี 2 สมมตฐิ านคาํ ตอบของคาํ ถามอยากรู และแผนผังการเรยี นรูของนักเรียน 93แบบฟอรมการประมวลความงดงามทางจริยธรรมในศตวรรษท่ี 21ตารางท่ี 13 แผนการจดั กิจกรรมมอบหมายงานสบื คน ทฤษฎคี วามรูพสิ จู นสมมติฐานคาํ ตอบ ในหนวยเรียนรูบ ูรณาการตารางที่ 12 94ตารางท่ี 14 แบบรายงานการจดั ประสบการณการสบื คน รวบรวมความรูใบกิจกรรมที่ 3 95ตารางท่ี 15 แผนการจดั กิจกรรมวัดผลประเมนิ ผลการเรยี นรภู าคทฤษฎีความรู 96ตารางที่ 16 บันทึกผลการวัดผลประเมินผลดา นทฤษฎีความรเู ปนรายวิชา 97แบบฟอรมการตกตะกอนความรคู ูค วามภาคภูมิใจตารางท่ี 17 แผนการจดั กิจกรรมการจดั ทํา Project-Based Learning: PBLในหนว ยเรยี นรบู รู ณาการ 98ตารางที่ 18 แบบรายงานการจัดประสบการณข องนักเรียนแบบกลุมและรายบคุ คล ในการทํา Project-Based 100ตารางท่ี 19 แบบประเมินระดับขัน้ พฤติกรรมดานทักษะพิสยั จติ พิสัย คุณลกั ษณะและสมรรถนะ การจดั กจิ กรรม Project-Based Learningในหนว ยเรยี นรูบูรณาการ ของนักเรียน 101ตารางท่ี 20 แบบประเมินระดบั ข้ันพฤติกรรมดานทักษะพิสยั จติ พสิ ยั คุณลักษณะและสมรรถนะ การจดั กิจกรรม Project-Based Learningในหนวยเรียนรบู ูรณาการ ของคณะครู 104แบบฟอรมการประมวลความงดงามทางจริยธรรมในศตวรรษที่ 21ตารางท่ี 21 ตารางท่ี 21 แผนการจดั กจิ กรรมพัฒนาผูเรยี นตามหลักสูตรและเสริมหลกั สตู ร 105ตารางท่ี 22 ตารางท่ี 22 แบบประเมินระดบั ข้ันพฤติกรรมดา นคณุ ลักษณะและสมรรถนะ 106 3

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 108 110ภาคผนวก 114 ขนั้ ตอนการจัดทําโครงงาน 122 การเรยี นรโู ดยใชโ ครงงานเปน ฐาน (Project-based Learning : PBL) การเรยี นการสอนโดยใชโครงงานวทิ ยาศาสตรแหลงอา งอิง 4

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 มองอดีตปรับเปล่ียนกระบวนทัศนใ นอนาคต พฤติกรรมการบรโิ ภคและดําเนินชีวติ ของประชาชนคนไทยทม่ี ีการปลกู ฝงถา ยทอดการเรียนรูมาตั้งแตอดีตจากยุคเกษตรกรรม มีผลผลิตเปน พืชผัก ผลไม กระบวนการผลิตใชแรงงานคนและสตั ว การดาํ รงชวี ติ มีความรว มมอื ชวยเหลอื กนั ทักษะที่ใชแ ละถกู ปลกู ฝงถา ยทอดกันมา คอื ทักษะอาชีพเปนหลักสําคัญ ตอมาเม่ือเขาสูยุคสังคมอุตสาหกรรม ผลผลิตถึงแมนยังคงเปนพืชผัก ผลไม แตมีการใชเทคโนโลยีเขามาใชในกระบวนการผลิตตามแบบชาวตะวันตก วิถีชีวิตของคนไทยเริ่มเปลี่ยนไป ทักษะการเรียนรูถูกปลูกฝงใหคิดตาม ทําตามกระบวนการของการใชเทคโนโลยีท่มี ีผูอ่ืนคิดและพัฒนามาใหใชซึ่งเปนทักษะในแนวทางของโรงงานอุตสาหกรรม จึงเห็นไดชัดวาคนไทยเริม่ ขาดความคิดสรางสรรคเ ปนอยางมาก ตอมาเขายุคโลกาภิวัตนเทคโนโลยีเขามามีบทบาทตอวิถีการดําเนินชีวิตมากข้ึน การคิดผลิตนวัตกรรมเปนไปแบบแขงขันกันในกลุมประเทศท่ีพัฒนาแลว แยงความไดเปรียบในเวทีการแขงขันทางเศรษฐกิจโลก สงผลใหประเทศท่ีไมสงเสริมการคิดผลิตนวัตกรรมมีวิถีการดํารงชีวิตเปล่ียนแปลงอยางรุนแรง เกดิ การไลต ามการใชเทคโนโลยีใหม ๆ โดยไมคํานึงถึงความพอเหมาะกับลักษณะของการใชง านความเปนทาสทางความคิด และสูญเสียความสมดุลทางเศรษฐกิจ จึงเกิดชองวางมากข้ึนกลายเปนผูบริโภคซื้อ และใชตามกระแสของโลกแหงความชวนเช่ือ ทักษะการดําเนินชีวิตจึงเปล่ียนไปจากเดิมอยางมาก มีการพ่ึงพาและเดินตามเทคโนโลยี จากผูอื่นคิดใหใช ขอนาคิดก็ คือ ทักษะที่ลดหายไปอยางมากกค็ ือความคิดสรา งสรรค และการผลติ นวตั กรรมข้ึนมาใช และนําไปแลกเปล่ียนกันในเวทีการแขงขันในโลกเศรษฐกิจลดลงอยางเห็นไดชัด สําหรับการเปล่ียนผานเขาสูศตวรรษท่ี 21 ซึ่งเปนยุคผลผลิตนิยมจะเปนยุคแขงขันกันคิดนวัตกรรมท่ีตอบสนองใชในชีวิตประจําวัน และชีวิตการทํางานทุกกลมุ อาชีพ ซึ่งถือเปนเจาความคิดและผูนําการสรางผลผลิต สูเวทีการคาและแขงขันเวทีเศรษฐกิจโลก ถาพลเมืองของประเทศใดเปนเพียงผูบริโภคซ้ือเพียงอยางเดียว ไมเปนผูคิดและสรางผลิตภัณฑใหม ๆ ผลท่ีเกิดข้ึนตามมาจะเปนอยางไร ทาสความคิด และทาสทางเศรษฐกิจ จะเกิดข้ึนกับพลเมืองหรือไม แลวประเด็นเหลานี้จะถูกนําไปปรับบทบาทของผูท่ีเก่ียวของกับการจัดการศึกษากันอยางไร ท่ีจะสงผลตอพฤติกรรม 5

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21ของคนไทยจากการเปนผูบริโภคนิยมมาเปนผูคิดผลิตนวัตกรรม ในการเขาสูยุคผลผลิตนิยม การสรางทักษะการคิดเชิงสรางสรรค ประดิษฐสรางสรรคนวัตกรรมข้ึนใชพัฒนาคุณภาพชีวิตอยางพอเพียงเหมาะสมกับลกั ษณะการใชงานในการเขาสูศตวรรษที่ 21 ปรากฏการที่มีบทบาทตอการเปลี่ยนแปลงทักษะการดําเนินชีวิตในโลกศตวรรษที่ 21(Global Megatrends, 2009; Canton, 2006; ยอรซ ฟรีดแมน, 2011; ;วิจารณ พานิช, 2555) ใน 7เร่ือง ซึ่งทุกคนตองตระหนักที่จะนําไปสูเหตุผลและประเด็นการการปรับเปล่ียนบทบาทครู วิธีการเรียนของนักเรียน การจัดหลกั สตู รสถานศกึ ษาและพัฒนาแหลงเรียนรู และบทบาทชองชมุ ชน ทอ งถ่นิ มดี ังนี้ 1. โลกเทคโนโลยี (Technologicalization) ในชีวิตความเปนอยูประจําวัน และชีวิตการทํางาน คนจะใชและพ่ึงพาเทคโนโลยีเปนหลัก โดยเฉพาะเทคโนโลยีขาวสารและการคมนาคม(Information and communication technology) ดังนั้นทักษะดานเทคโนโลยีจึงมีความสําคัญเปนอยางมากและหลีกเล่ียงไมไดในศตวรรษที่ 21 ซ่ึงตองพัฒนาทักษะสําหรับเทคโนโลยีกับคน 2 กลุม คือกลุมคนกลุมท่ี 1 ใชเทคโนโลยีในการทํางาน และดําเนินชีวิตประจําวันอยางรูเทาทัน กลุมคนกลุมที่ 2ทํางานใหบริการและคิดพัฒนาผลติ ภัณฑ ตลอดจนสรา งนวัตกรรมท่ีตอบสนองความตอ งการใชง านอยา งเหมาะสมตอคุณภาพชีวิตในสภาพจริง ซึ่งในกลุมที่ 2 คนไทยยังตองสรางและพัฒนาทักษะความคิดเชิงสรางสรรคและพัฒนานวัตกรรมของคนไทยขึ้นใชเอง และนําไปแลกเปลี่ยนการใชงานในเวทีเศรษฐกิจโลก 2. โลกเศรษฐกิจและการคา (Commercialization & Economy) เปนผลสืบเน่ืองมาจากความเปนโลกเทคโนโลยีท่ีมีการคิดพัฒนานวัตกรรมข้ึนใชงานในการดําเนินชีวิตประจําวันและชีวิตการทํางานของทุกอาชีพ มีการพัฒนาเทคนิคการเรียนรูทักษะการใชงาน เกิดการสรางกลยุทธการขาย จนเกิดการแขงขันในเวทีเศรษฐกิจโลก ในเม่ือผลิตภัณฑท่ีเปนเทคโนโลยีใหม ๆ มีความเก่ียวของและจําเปนตอชีวิตความเปนอยู ทุกคนจึงพยายามเรียนรูทักษะการใชงานเพ่ือแขงขันในดานประสิทธิภาพการทํางาน ความเกี่ยวของกับสภาพแวดลอมทางเศรษฐกิจที่เนนการขายเปนหลัก จึงมีความจําเปนตองพัฒนาทักษะทางการคาท่ีมีจิตวิญญาณของผูประกอบการ (Entrepreneurial spirit)ของการคาในรูปแบบใหม ๆ ที่เนนเทคโนโลยี เนนผลผลิตในเชิงนวัตกรรมท่ีตองอาศัยเทคนิคและความชาํ นาญใหม ๆ มากข้ึน 6

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 3. โลกาภิวัตนกับเครือขาย (Globalization and Network) สืบเน่ืองจากสภาพแวดลอมทางเศรษฐกจิ ที่เนนการขายเปนหลัก การส่ือสาร ส่ือความหมาย และการเลือกเครือขายวิธีการส่ือสารตองมีความถูกตอง รวดเร็ว ไมจํากัดสถานท่ี ซ่ึงความเปนโลกาภิวัตนจะถูกนํามาเปนตัวชวยไดอยางรวดเร็ว ทุกท่ี ทุกเวลาดึงโลกกวางใหแคบเล็กลงมา ถือเปนอิทธิพลท่ีทําใหคนในศตวรรษที่21 ตองสรางทกั ษะการเรียนรูไดม ากมายหลายชอ งทาง โดยเฉพาะเรอื่ งเครือขายท่ีจับมือในกลุมเดียวกันท่ีตองสรางความรวมมือกันทํางาน แลกเปล่ียนความรูในเชิงพัฒนาคุณภาพชีวิต และการทํางานปรากฏการณท่ีเกิดขึ้นในโลกศตวรรษท่ี 21 ก็คือ การพึ่งพากันในระดับโลกจะมีมากขึ้นในเร่ืองการดําเนินชีวิตและแกไขปญหาของโลก การเปนพลเมืองของโลกดิจิทัล และการเปนประชาธิปไตย ความตอ งการผูประกอบการท่ีมีความคิดสรางสรรคในการทํางานคิดงานใหม ข้ึนมา และความสัมพันธระหางบุคคลแบบออนไลน ซ่ึงในโลกเทคโนโลยีเครือขาย และธุรกิจตองการผูประกอบการท่ีเปนผูสรางสรรคมากขนึ้ 4. สิ่งแวดลอมและพลังงาน (Environmentalization and Energy) เปนผลจากในศตวรรษท่ีผานมาโลกไดพัฒนาการใชเทคโนโลยีท่ีนําเอาทรัพยากรมาใชโดยไมคํานึงถึงการสูญเสียสภาพความสมดุลของสภาพแวดลอม ปญหาจากสภาพแวดลอมจึงเกิดขึ้นมากมายหลายเหตุการณดังน้ันความใสใจท่ีจะคืนความสมดุลทางธรรมชาติ และสภาพแวดลอมจึงเกิดขึ้น การเรียนรูและแกปญหาจะเปนการชวยเหลือกัน หรือทํางานรวมกันมากข้ึน โดยใชความเปนโลกาภิวัตนกับเครือขายกีดกันสําหรับผูที่ไมใหความรวมมือ และทางตรงขามผลิตภัณฑท่ีชวยรักษาสมดุลทางธรรมชาติและสิง่ แวดลอมกจ็ ะรว มมือกันในเชิงธุรกิจการคา และเชงิ การสรางพันธมติ ร 5. ความเปนเมือง (Urbanization) สืบเน่ืองจากการเขาถึงขอมูลขาวสาร การรูเทาทัน สอ่ื สารสนเทศในความเปนโลกาภิวัตน ทําใหลดชองวางของสังคมชนบทลง การซอื้ ขายสนิ คา ธุรกิจการคา การใชเทคโนโลยีตาง ๆ เกิดขึ้นเหมือนสังคมเมือง สิ่งท่ีเกิดขึ้นชัดเจนก็คือ เศรษฐกิจ และชีวิสมัยใหมท่ียึดโยงอยูกับการคาและบริการท่ีตั้งอยูบนวิถีชีวิตสมัยใหม ท่ีตองอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่แขง กันผลิตนาํ มาใชใ หม ๆ กันมากขน้ึ นาํ ไปสูการเปน Global cities มากข้นึ และชดั เจนข้ึน 7

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 6. คนจะอายุยืนข้ึน (Ageing & Health) ความกาวหนาการคิดคนผลิตภัณฑทางยาการรักษาพยาบาล รวมถงึ เทคโนโลยีทางการแพทยเฉพาะทาง พัฒนาอยางไมมีท่ีสน้ิ สุด ประกอบกับคนเขาถึงองคความรู ความรูเทาทัน ส่ือ สารสนเทศในความเปนโลกาภิวัตนทําใหคนดูแลสุขภาพ และปองกัน รักษาโรคเฉพาะทางอยางแมนตรง ทําใหคนอายุยืนมากขึ้น เกิดเปนสังคมของผูสูงอายุ การดําเนินชีวิต และวิถีชีวิตจะเปลี่ยนไป คนสูงอายุยังมีพลังสมองและทํางานไดอยู คนรุนใหมมีนอยลง จึงเกิดการสรางสงั คมการอยูรว มกนั ของคนรุน ใหมก บั คนรนุ เกา ทีม่ คี ณุ ภาพชีวิตผสมผสานกันไดอ ยางลงตัวไมถ ูกทอดทง้ิ เกิดเปนกลมุ ปญ หาใหมจากผสู ูงอายุ 7. อยูกับตัวเอง (Individualization) หรือสังคมกมหนา เปนผลสืบเน่ืองมาจากความเจริญทางดานเทคโนโลยี และความเปนโลกาภิวตั น การสนทนาระหวางบุคคล หรือกลุมคนที่รูจักกนั จะใชผ านทางเทคโนโลยีมากกวามาพบหนากัน ปฏิสัมพันธซ่ึงหนาลดนอยลง นักเรียนจะเขาชัน้ เรียนนอยลงแตค ยุ กนั ผานชอ งทางเทคโนโลยกี นั มากขน้ึ ขอ สรุปจากปรากฏการที่เกดิ ขึ้นในศตวรรษท่ี 21 คอื คนไทยจะตองเรียนรูเทคโนโลยีใหม เพ่ือการกาวใหทันผลิตภัณฑที่ถูกวางตลาด ใชหรือไม หรือจะมองกาวขามเทคโนโลยีใหมเหลาน้ันไป แลวพัฒนาตอยอดการสรางผลิตภัณฑใหมข้ึนใชเอง คนไทยจะตองเรียนรูและซื้อนวัตกรรมที่ประเทศที่พัฒนาแลวคิดคนใหใช หรอื จะเปนผูคิดพัฒนานวัตกรรมที่สอดคลองกับบริบทของสังคม ถิ่นฐานของเราเองข้ึนใชเอง คนไทยเปนผูรับรูขอมูลสารสนเทศ เพื่อส่ือสาร รวมมือกับระดับนานาชาติ หรือเปนผูรูเทาทันสารสนเทศ ส่อื เทคโนโลยี นําไปใชเปนประเด็นสาระสําคัญสรา งความรวมมือ เพื่อพัฒนานวัตกรรม และส่ิงใหมในดานการผลิตและดานเศรษฐกิจการคา คนไทยจะเปนผูเรียนรูและพัฒนาตนเองได พรอมรับการเปล่ียนแปลง ตามทันการเปลี่ยนแปลงสินคาใหม ๆไดเรอื่ ยไป หรอื เปนผูรจู กั ตวั เองและพัฒนาเพอื่ เปนตัวของตัวเอง พรอมกําหนดการเปลย่ี นแปลงและออกแบบสินคาใหมสูตลาดไดเสมอ ซ่ึงหมายความวาคนไทยจะเปนผูซ้ือ (Consumer) หรือจะเปนผูผ ลิต (Producer) นนั่ เอง การจัดการเรียนการสอน และการปลูกฝงสังคมทางบานในปจจุบันปลูกฝงวัฒนธรรมการรับในตัวเด็กไทย ในส่ิงเหลานี้ใชหรือไม คือ เช่ือตามท่ีไดฟง ขาดความมั่นใจในตัวเอง ไมแสวงหาขอ มูลสารสนเทศท่ีเชื่อถือได ขาดความกระตอื รือรน ตดิ รูปแบบเดิม ๆ เปนผูบริโภค ทําอะไรแคพ อผานไมอดทน ไมชอบทํางานหนัก ชอบทํางานคนเดียว ไมนึกถึงสวนรวม เอาตัวรอดเกง ขาดคุณธรรมจริยธรรม ไมสนใจสันติวิธี และขาดอัตลักษณไทย แลวการจัดการเรียนการสอน และการปลูกฝงสังคมทางบานในยุคศตวรรษท่ี 21 จะปลูกฝงวัฒนธรรมการสรางในตัวเด็กไทย ในสิ่งเหลานี้ไดอยางไร คือรูจักคิดวิเคราะห มีความคิดสรางสรรค มีความมั่นใจในตนเอง แสวงหาความรู รูเทาทันสาระสนเทศในการสรางองคความรูดวยตนเอง คิดสรางสรรค เรียนรูเปนผูประกอบการ และผูผลิต มุงความเปนเลิศอดทน ทํางานหนัก ทํางานไดเปนทีม รับผิดชอบตอสวนรวม คํานึงถึงสังคม มีคุณธรรม ยึดม่ันในสันติ 8

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21ธรรม และมีความเปนไทย (ไพฑูรย สินลารัตน (2557) ทักษะแหงศตวรรษที่ 21 ตองกาวใหพนกับดักของตะวันตก) การเรียนรูตองไมใชสถานการณสมมติในหองเรียน แตตองออกแบบการเรียนรูใหไดเรียนในสภาพที่ใกลเคียงชีวิตจริงที่สุด และควรเปนบริบทหรือสภาพแวดลอมในขณะเรียนรู เกิดการส่ังสมประสบการณใหม เอามาโตแยงความเชื่อหรือคานิยมเดิม ทําใหละจากความเช่ือเดิมหันมายึดถือความเช่ือ หรือคานิยมใหม ที่เรียกวากระบวนทัศนใหม ทําใหเปนคนที่มีความคิดเชิงกระบวนทัศนที่ชัดเจน และเกิดการเรียนรูเชิงกระบวนทัศนใหมได ทั้งน้ีจําเปนตองมีความสามารถในการรับรูขอมูลหลักฐานใหม และนํามาสังเคราะหเปนความรูเชิงกระบวนทัศนใหม ขอสําคัญสําหรับคนท่ีจะเรียนรูไดตองเกิดประเด็นคําถามอยากรกู อนจึงจะอยากเรียน ไมใชค รูอยากสอนเพียงฝายเดยี วแตนักเรียนยังไมมีประเด็นท่ีไมอยากรู ดังนั้นการออกแบบการสถานการณการเรียนรูจึงควรใชบริบทสภาพแวดลอมท่ีนกั เรียนคุนเคยและรูจัก ซึ่งก็คือสภาพของครอบครวั ชุมชน และทองถิน่ ของนกั เรียนนั่นเอง สิ่งทีไ่ ดจากคําถามอยากรูของนักเรียนจะทําใหครูเห็นความแตกตางของพื้นฐานความรูและพื้นฐานประสบการณเดมิ ของนักเรียนไดเปนรายบคุ คล กรอบความคดิ การเรยี นรูในศตวรรษท่ี 21 กรอบความคิดเพ่ือการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 มีเปาหมายไปที่ผูเรียน เกิดคุณลักษณะในศตวรรษท่ี 21 โดยผเู รยี นจะใชความรใู นสาระหลักไปบรู ณาการสัง่ สมประสบการณกบั ทักษะ 3 ทกั ษะเพ่ือการดํารงชีวิตในศตวรรษที่ 21 คือ ทักษะดานการเรียนรูและนวัตกรรม ทักษะสารสนเทศ ส่ือและเทคโนโลยี และทักษะชีวิตและอาชพี ซึ่งการจัดการศึกษาจะใชระบบสงเสริมการเรยี นรใู นศตวรรษท่ี 21 9

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21หาระบบ คือ ระบบมาตรฐานการเรียนรู ระบบการประเมินผลทักษะการเรียนรู ระบบหลักสูตรและวธิ กี ารสอน ระบบการพฒั นางานอาชพี และระบบแหลงเรยี นรแู ละบรรยากาศการเรยี นรู ทักษะแหง อนาคตใหม การปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนรูของนักเรียน เพื่อใหบรรลุผลลัพธท่ีสําคัญและจําเปนตอตัวนักเรียนอยางแทจริง มุงไปท่ีใหนักเรียนสรางองคความรูดวยตนเอง ตองกาวขามสาระวิชาไปสูการเรียนรเู พือ่ การดาํ รงชีวิตในศตวรรษท่ี 21 ครูตอ งไมสอนหนังสือไมนําสาระที่มีในตาํ รามาบอกบรรยายใหนักเรียนจดจําแลวนําไปสอบวัดความรู ครูตองสอนคนใหเปนมนุษยที่เรียนรูการใชทักษะเพื่อการดาํ รงชวี ิตในศตวรรษที่ 21 เปนผูอ อกแบบการเรียนรู และอํานวยความสะดวก (facilitate) ในการเรียนรูใหนักเรยี นเรียนรจู ากการเรียนแบบลงมือทํา โดยมปี ระเดน็ คําถามอยากรเู ปนตวั กระตุนสรางแรงบนั ดาลใจใหอยากเรียน ที่จะนําไปสูการกระตือรือรนที่จะสืบคน รวบรวมความรูจากแหลงตาง ๆ มาสนับสนุนหรือโตแยงขอสมมติฐานคําตอบท่ีคุนเคย พบเจอจากประสบการณเดิมใกลตัว สรางเปนกระบวนทัศนใหมแทนของเดิม การเรยี นรูแบบน้เี รียกวา Project-Based Learning: PBL ทกั ษะการรูสาระเน้ือหา 1. พืน้ ฐานการเรยี นรูสาระวชิ าหลัก ทักษะการอาน (Reading) ทักษะการเขียน (Writing) และทักษะการคํานวณ(Arithmetic) ถือเปนทักษะพื้นฐานที่มีความจําเปนที่จะทําใหรูและเขาใจในสาระเนื้อหาของ 8 กลุมสาระการเรียนรู ท่ีแสดงความเปนสาระวิชาหลักของทักษะเพ่ือดํารงชีวิตในศตวรรษท่ี 21 ไดแก ภาษาแมและภาษาโลก ศิลปะ คณิตศาสตร เศรษฐศาสตร วิทยาศาสตร ภูมิศาสตร ประวัติศาสตร และรัฐความเปนพลเมืองดี ซึ่งหลกั สูตรการศึกษาข้ันพน้ื ฐานไดจดั ทําสาระเนือ้ หาไดครบคุมท้ัง 8 กลมุ สาระการเรยี นรูแลว 10

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 2. ความรเู ชงิ บรู ณาการสําหรบั ศตวรรษท่ี 21 ถึงแมนนักเรียนจะสอบวัดความรู ความสามารถ ไดตามเกณฑการจบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานวาดว ยระเบียบการวัดผลประเมินผลตามหลักสูตรการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐานไดแ ลว กต็ ามคงไมเพียงพอในโลกยุคศตวรรษท่ี 21 จึงตองมีการสอดแทรกความรูเชิงบูรณาการเขาไปในสาระเนื้อหาของ 8 กลุมสาระการเรียนรู เพอื่ ใชเ ปน พน้ื ฐานความรูท กั ษะเพ่ือการดาํ รงชีวติ ในศตวรรษที่ 21 ดังน้ี 2.1 ความรูเกย่ี วกบั โลก (Global Awareness) เปนการสรางความรูความเขา ใจและกําหนดประเด็นสําคญั ตอการสรางความเปนสังคมโลก การขับเคล่ือนเชิงวฒั นธรรม ศาสนา และวิถีชีวิตท่ีอยูรว มกันไดอยางเหมาะสมในบริบททางสังคมท่ีตางกันรอบดาน และสรางเขาใจความเปนมนุษยดวยกนั ในดา นเชอ้ื ชาตแิ ละวัฒนธรรม การใชว ัฒนธรรมทางภาษาทตี่ างกันไดอยา งลงตัว 2.2 ความรูดานการเงิน เศรษฐกิจ ธุรกิจและการเปนผูประกอบการ (Financial, Economic, Business and Entrepreneurial Literacy) เปนการสรางความรูและ วิธีการที่เหมาะสมสําหรับการสรางตัวเลือกเชิงเศรษฐศาสตร หรือเศรษฐกิจ มีความเขาใจบทบาทใน เชิงเศรษฐศาสตรท่ีมีตอสังคม และใชทักษะการเปนผูประกอบการในการยกระดับ และเพ่ิม ประสิทธผิ ลดานอาชพี 2.3 ความรูดา นการเปนพลเมอื ท่ีดี (Civil Literacy) เปนการสรางประสิทธิภาพ การมีสวนรวมทางสังคม ผานวิธีสรางองคความรู และความเขาใจในกระบวนการทางการเมืองการ ปกครองท่ีถูกตอง และนําวิถีแหงความเปนประชาธิปไตยไปสูสังคมในระดับตางๆ ที่เขาใจตอวิถีการ ปฏิบตั ิทางสงั คมแหง ความเปนพลเมืองท้งั ระดบั ทองถิน่ และสากล 2.4 ความรูดานสุขภาพ (Health Literacy) เปนการสรางความรูความเขาใจขอมูลสารสนเทศ ภาวะสุขภาพอนามัย และนําไปใชในการพัฒนาคุณภาพชวี ิต ใหเขาใจวิธีปองกันแกไขและเสริมสรางภูมิคุมกันที่มีตอภาวะสุขอนามัย หางไกลจากภาวะความเสี่ยงจากโรคภัยไขเจ็บ ใชประโยชนขอมูลสารสนเทศในการเสริมสรางความเขมแข็งทางดานสุขภาพอนามัยไดอยางเหมาะสมกับบุคคล เฝาระวังดานสขุ ภาพอนามัยสว นบุคคลและครอบครวั ใหเ กิดความเขมแข็ง รูและเขาใจในประเด็นสําคัญของการเสริมสรา งสขุ ภาวะท่ดี ีระดบั ชาตแิ ละสากล 2.5 ความรูดานสิ่งแวดลอม (Environmental Literacy) เปนการสรางภูมิรู และเขาใจการอนรุ ักษและปองกันสภาพแวดลอม และมีสวนรวมอนุรักษและปอ งกันสภาพแวดลอม มี ภูมิรูและเขาใจผลกระทบจากธรรมชาติท่ีสงผลตอสังคม สามารถวิเคราะหประเด็นสําคัญดาน สภาพแวดลอมทางธรรมชาติ และกําหนดวิธีการปองกันแกไข และอนุรักษรักษาสภาพแวดลอม สราง สังคมโดยรอบใหเ กิดความรว มมือในการอนุรกั ษและพัฒนาทรัพยากรสง่ิ แวดลอม 11

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ทักษะเพ่ือดาํ รงชวี ติ ในศตวรรษที่ 21 3. ทกั ษะการเรยี นรแู ละนวัตกรรม โลกยุคศตวรรษท่ี 21 มีการเปล่ียนแปลงท่ีรวดเร็ว พลิกผัน รุนแรง และคาดไมถึงตอการดํารงชีวิต ดังนั้นคนในยุคศตวรรษที่ 21 จึงตองมีทักษะสูงในการเรียนรูและปรับตัว การสรางทักษะการเรียนรแู ละนวัตกรรม จะใชกระบวนการ Project-Based Learning: PBL โดยเริ่มจากการนําบริบท สภาพแวดลอมเปนตัวการสรางแรงกดดันใหนักเรียนต้ังคําถามอยากรู ใหมากตามประสบการณพื้นฐานความรทู ส่ี ่ังสมมา และตัง้ สมมติฐานคําตอบตามพ้นื ฐานความรูและประสบการณของตนเองทีไ่ มมีคาํ วา ถกู หรือผิด นําไปสูการแลกเปลีย่ นประเดน็ ความคิดเหน็ กับกลุมเพ่ือน เพื่อสรปุ หาสมตฐิ านคาํ ตอบที่มีความนาจะเปนไปไดมากที่สุด โดยมีการพิสูจนยืนยันสมมติฐานคําตอบจากการไปสืบคน รวบรวมความรูจากแหลงอางอิงที่เช่ือถือได มาสนับสนุน หรือโตแยงไดเปนคําตอบท่ีเรียกวาองคความรู เรียกวาการเรียนแกนวิชา ซึ่งไมใชเปนการจดจําแบบผิวเผิน แตการรูแกนวิชาหรือทฤษฎีความรูจะสามารถเอาไปเชื่อมโยงกับวิชาอื่น ๆ เกิดแรงบันดาลใจอยากพัฒนางาน สรางผลงานที่เก่ียวกับการการพัฒนาคุณภาพชีวิต ที่เรียกวาความคิดเชิงสรางสรรค นําทฤษฎีความรูมาสรางกระบวนการและวิธีการผลิตสรางผลงานใหมท เี่ ปน ประโยชนตอ บคุ คล และสงั คมทเี่ รียกวา พัฒนานวัตกรรม 3.1 การคิดอยางมีวิจารณญาณและการแกปญหา (Critical Thinking andProblem Solving) เปนการสรางทักษะการคดิ ในแบบตา ง ๆ ดังนี้ (1) แบบเปนเหตุเปนผล ทั้งแบบอุปนัย (inductive) และแบบอนุมาน(deductive) (2) แบบใชการคิดกระบวนการระบบ (systems thinking) โดยวิเคราะหปจ จัยยอ ยมปี ฏิสัมพนั ธก นั อยา งไร จนเกดิ ผลในภาพรวม (3) แบบใชวิจารณญาณและการตัดสินใจ ที่สามารถวิเคราะหและประเมินขอมูลหลักฐาน การโตแยง การกลาวอางอิง และความนาเชื่อถือ วิเคราะหเปรียบเทียบและประเมินความเห็นประเด็นหลัก ๆ สังเคราะหและเชื่อมโยงระหวางสารสนเทศกับขอโตแยง แปลความหมายของสารสนเทศและสรุปบนฐานของการวิเคราะห และตีความและทบทวนอยางจริงจังในดานความรู และกระบวนการ (4) แบบแกปญหา ในรูปแบบการฝกแกปญหาท่ีไมคุนเคยหลากหลาย ในแนวทางท่ยี อมรับกนั ทั่วไป และแนวทางที่แตกตา งจากการยอมรับ รูปแบบการตัง้ คําถามสาํ คัญที่ชว ยทําความกระจา งในมมุ มองตาง ๆ เพ่ือนาํ ไปสูทางออกที่ดกี วา 3.2 การส่ือสารและความรวมมือ(Communication and Collaboration)ความเจริญกาวหนาของเทคโนโลยีดิจิตอล และเทคโนโลยีการส่ือสาร (digital and communicationtechnology) ทําใหโลกศตวรรษที่ 21 ตองการทักษะของการสื่อสารและความรวมมือท่ีกวางขวางและลกึ ซ้งึ ดงั นี้ 12

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 (1) ทักษะในการส่ือสารอยางชัดเจน ตั้งแตการเรียบเรียงความคิดและมุมมอง (idea) สื่อสารเขาใจงาย ในหลายแบบ ทั้งการพูด เขียน และกิริยาทาทาง การฟงอยางมีประสิทธิภาพ นําไปถายทอดสื่อสาร ความหมายและความรู แสดงคุณคา ทัศนคติ และความตั้งใจ การส่ือสารเพื่อการบรรลุเปาหมายการทํางาน การส่ือสารดวยหลากหลายภาษาและสภาพแวดลอมที่หลากหลายอยางไดผ ล (2) ทกั ษะความรวมมือกบั ผอู ่ืน ต้ังแตการทํางานใหไดผลราบรื่นที่เคารพและใหเกียรติผรู วมงาน มีความยืดหยุนและชวยเหลือประนีประนอมเพ่ือการบรรลุเปาหมายรวมกัน มีความรบั ผดิ ชอบรว มกับผรู วมงาน และเห็นคุณคาของบทบาทของผูรวมงาน 3.3 ความคิดสรางสรรคและนวตั กรรม (Creativity and Innovation) ทักษะทางดานน้ีเปนเร่ืองของการนจินตนาการมาสรางข้ันตอนกระบวนการโดยอางองิ จากทฤษฎคี วามรเู พือ่ นําไปสูการคน พบใหมเ กิดเปนนวัตกรรมท่ีใชตอบสนองความตองการในการดํารงชวี ติ ที่ลงตัว และนําไปสูก ารเปนผผู ลติ และผปู ระกอบการตอไป ทกั ษะดา นนไ้ี ดแก (1) การคิดอยางสรางสรรค ท่ีใชเทคนิคสรางมุมมองอยางหลากหลาย มีการสรา งมุมมองทีแ่ ปลกใหมอาจเปน การปรับปรงุ พัฒนาเพียงเล็กนอย หรือทาํ ใหมที่แหวกแนวโดนสนิ้ เชงิ ที่เปดกวางในความคิดเห็นที่รวมกันสรางความเขาใจ ปรับปรุง วิเคราะห และประเมินมุมมอง เพื่อพัฒนาความเขาใจเก่ยี วกับความคิดอยา งสรา งสรรค (2) การทํางานรวมกับผูอื่นอยางสรางสรรค ในการพัฒนา ลงมือปฏิบัติ และส่ือสารมุมมองใหมกับผูอ่ืนอยูเสมอ มีการเปดใจและตอบสนองมุมมองใหม ๆ รับฟงขอคิดเห็น และรวมประเมินผลงานจากกลุมคณะทํางาน เพ่ือนําไปปรับปรุงพัฒนา มีการทํางานดวยแนวคิดหรือวิธีการใหมๆ และเขา ใจขอจาํ กดั ของโลกในการยอมรับมุมมองใหม และใหม องความลม เหลวเปน โอกาสการเรยี นรู (3) การประยุกตสูนวัตกรรม ที่มีการลงมือปฏิบัติตามความคิดสรางสรรคใหไดผลสําเร็จทเ่ี ปนรูปธรรม 13

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 4. ทกั ษะชวี ติ และงานอาชีพ การเรียนรูท่ีจะปรับตัวไดอยางดีในสภาวะการเปลี่ยนแปลง หรือมีภัยคุกคามไดอยางชาญฉลาดถือเปนเร่ือสําคัญในการดํารงชีวิตท่ีมีทักษะชีวิตในโลกศตวรรษที่ 21 และการคิดสรางผลิตภัณฑใหมเพื่อตอบสนองการดํารงชีวิตเฉพาะบริบท สภาพแวดลอมท่ีตางกันไป นําไปสูการเผยแพรเทคนิควิธีการใชและพัฒนาทักษะใช เกิดเปนกลยุทธการขายเกิดผูประกอบการในงานอาชีพตาง ๆ ซึ่งเปนทักษะงานอาชีพท่ีตองมีการสงเสริมใหมีเทาทันในยุกตการเปล่ียนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21ทักษะชวี ิตและทกั ษะงานอาชพี จงึ ควรมกี ารพัฒนาส่งิ ตอ ไปนี้ 4.1 ความยืดหยุนและความสามารถในการปรับตัว (Flexibility andAdaptability) เปนทักษะเพื่อการเรียนรู การทํางานและการเปนพลเมืองในศตวรรษที่ 21 ซ่ึงตองทําเพ่ือการบรรลุเปาหมายแบบมีหลักการ และไมเล่ือนลอยภายใตการเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็ว และไมคาดคดิ ท้ังมีขอจาํ กดั ดา นทรพั ยากร เวลา และการมีคแู ขง โดยใชวิกฤตใหเปนโอกาส ในดา นการปรับตัวตอการเปลีย่ นแปลง เปนการปรับตัวใหเขากับบทบาทที่แตกตางไป งานท่ีมีกําหนดการท่ีเปลี่ยนไป และบริบทที่เปลี่ยนไป ในดานความยืดหยุน เปนการนําเอาผลลัพธที่เกิดขึ้นมาใชประโยชนอ ยางไดผล มีการจัดการเชิงบวกตอคําชม คําตําหนิ และความผิดพลาด สามาถนําความเห็นและความเชื่อท่ีแตกตางหลากหลายท้ังของคณะทาํ งาน หรือขา มวัฒนธรรมคณะทํางาน มาทําความเขาใจ ตอรอง สรา งดุลยภาพและทาํ ใหงานลุลวง ดงั นั้นความยืดหยุนจึงทาํ เพอ่ื การบบลผุ ลงานไมใ ชเ พ่อื ใหทุกคนสบายใจ 4.2 การริเริ่มสรางสรรคและกํากับดูแลตนเองได (Initiative and Self-Direction) เปนทักษะทส่ี ําคัญมากในการทํางานและดาํ รงชวี ติ ในโลกศตวรรษที่ 21 ที่ตองมกี ารกาํ หนดเปาหมายโดยมีเกณฑความสําเรจ็ ท่ีเปนรูปธรรม และนามธรรม มีความสมดุลระหวางเปา หมายระยะส้ันท่ีเปนเชงิ ยุทธวิธี และเปาหมายระยะยาวท่ีเปน เชิงยุทธศาสตร มกี ารคํานวณประสิทธิภาพการใชเ วลากับการจัดการภาระงาน การทํางานตองทํางานสําเรจ็ ไดดวยตนเอง โดยกําหนดตวั งาน ติดตามผลงาน และลําดับความสําคัญของงานไดเอง นอกจากน้ันการทํางานยังตองฝกทักษะการเปนผูเรียนรูไดดวยตนเองที่มีการมองเห็นโอกาสเรียนรูสิ่งใหม ๆ เพ่ือขยายความเชี่ยวชาญในงานของตนเอง มีการริเร่ิมการพฒั นาทักษะไปสูระดับอาชีพ แสดงความเอาใจใสจริงจังตอการเรียนรู และทบทวนประสบการณในอดีต เพื่อคดิ หาทางพัฒนาในอนาคต 4.3 ทักษะสังคมและสังคมขามวัฒนธรรม (Social and Cross-CulturalSkills) เปนทักษะทําใหคนในศตวรรษที่ 21 สามารถทํางานและดํารงชีวิตอยูในสภาพแวดลอมและผูคนท่ีมีความแตกตางหลากหลายไดอยางไมแปลกแยก ทําใหงานสําเร็จ การพัฒนาทักษะนี้จะทําให เกิดปฏิสัมพันธกับผูอื่นอยางเกิดผลดีในเรื่อกาลเทศะ เกิดการทํางานในทีมที่แตกตางหลากหลายอยางไดผลดี ที่มีการเคารพความแตกตางทางวัฒนธรรม ตอบสนองความเห็นและคุณคาท่ีแตกตางอยางใจกวาง เพ่ือยกระดับความแตกตางทางสังคมและวัฒนธรรมสูการสรางแนวความคิด วิธีทํางานใหม สูคณุ ภาพของผลงาน 14

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 4.4 การเปนผูสรางผลงานหรือผลผลิตและความรับผิดชอบเช่ือถือได(Productivity and Accountability) เปนการกําหนดขั้นตอนวิธีการทํางานในการสรางชิ้นงานผลงาน หรือผลิตภัณฑ อยางมีหลักการตามทฤษฎีความรูท่ีตองมีทักษะความชํานาญการ ซ่ึงเปนเรื่องของการจัดการโครงการ ท่ีมีการกําหนดเปาหมายและวิธีการบรรลุเปาหมายภายใตขอจํากัดที่มีอยู โดยการกําหนดลําดับความสําคัญ วางแผน และการจัดการ ผลิตภัณฑ และผลงาน ที่ไดจาการผลิตตองมีคุณภาพเพื่อแสดงถึงทักษะการทํางานอยางเปนระบบจากผูท่ีมีความเช่ียวชาญการผลิต นําไปใชประโยชนแกบุคคล ชุมชนไดอยางไมมผี ลกระทบทางลบ แตถา มีจะตองออกมายอมรบั ขอบกพรอ งอยางไมป ดบัง อันนําไปสูการปรับแกไข หรอื ยกเลกิ เพอ่ื แสดงจรยิ ธรรมท่เี ปน บรรทดั ฐานทางสงั คม 4.5 ภาวะผูนําและความรับผิดชอบ (Leadership and Responsibility) ใน ศตวรรษท่ี 21 มีความตองการภาวะผูนําและความรบั ผิดชอบแบบกระจายบทบาท จากการรับผดิ ชอบ ตอตนเอง รับผิดชอบการทํางานแบบประสานสอดคลองเปนคณะทํางาน และรับผิดชอบแบบสราง เครือขายรวมมือแบบพันธมิตรการทํางาน เพ่ือไปสูเปาหมายของผลงานรวมกัน ซ่ึงตองพัฒนาทักษะ มนุษยสัมพันธ และทักษะการแกปญหาในการชักนําผูอ่ืนใหเห็นเปาหมายรวมกัน และทําใหผูอ่ืนเกิด พลังในการทํางานใหบรรลุผลสําเร็จรวมกัน เกิดแรงบันดาลใจใหผูอ่ืนใชศักยภาพหรือความสามารถ สูงสุด โดยการทําตัวอยางท่ีไมถือผลประโยชนของตนเองเปนที่ต้ัง และไมใชอํานาจโดยขาดจริยธรรม และคณุ ธรรม ถอื ประโยชนส ว นรวมเปน ทีต่ ้งั 5. ทักษะดานสารสนเทศ ส่อื และเทคโนโลยี การรับรูส่ิงตาง ๆ ท่ีเกิดขึ้นแลวตอบสนอง รับสิ่งที่รับรูมาเปนกระบวนทัศนใหมทันที แสดงถึงการขาดทักษะการคิดแบบขาดวิจารณญาณ ผลท่ีเกิดข้ึนก็จะตกอยูภายใตการชวนเช่ือและไมสามารถกําหนดตนเองได การสรางทักษะดานสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี เพื่อใหเกิดการเทาทนั ไมต กอยูภายใตการถูกชักจงู ชวนเช่ือ 5.1 การรูเทาทันสารสนเทศ (Information Literacy) การับรูคําบอกเลาจากเพื่อน ผูอื่น รวมถึงครูผูสอน หรือแมนแตสมมติฐานคําตอบท่ีหารือกันในกลุมอภิปราย เปนเพียงความคิดเห็นที่รอการพิสูจน ยืนยันคําตอบที่เปนจริงจากสารสนเทศท่ีไดจากการสืบคน รวมรวมจากแหลง 15

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21อางอิงท่ีเช่ือถือไดมาผานกระบวนการคิดแบบขาดวิจารณญาณ สนับสนุน หรือโตแยงพิสูจนความเปนจริงสรางเปนความรู และองคความรูท่ีไดจากการเรียนรู ซ่ึงตองใชทักษะในการเขาถึงแหลงความรูไดอยา งรวดเร็วและกวา งขวาง มที ักษะการประเมินความนาเช่ือถือของขอ มูลสารสนเทศ และทกั ษะในการใชอ ยางสรา งสรรค 5.2 การรูเทาทันส่ือ (Media Literacy) การรับสารจากสื่อ และสื่อสารออกไปในยุค media คนในศตวรรษท่ี 21 จะตองมีความสามารถใชเครื่องมือผลิตส่ือ และสื่อสารออกไป หรือแมแตการรับเขามาในรูป วิดีโอ (video) ออดิโอ (audio) พอดคาสท (podcast) เว็บไซด (website)และอ่ืน ๆ อีกมากมาย แตการรับรูจากแหลงส่ือเหลานั้นถาขาดการเทาทัน ขาดการคิดอยางมีวจิ ารณญาณ ก็จะตกอยภู ายใตก ารถูกชักจงู ชวนเช่ือไดเชน กัน จึงตอ งสรางทกั ษะการวิเคราะหสอ่ื ใหเ ทาทันวัตถุประสงคของตัวส่ือ และผลิตส่ือนั้นอยางไร มีการตรวจสอบแหลงอางอิงท่ีเชื่อถือได และเทาทันตอการมีอิทธิพลตอความเช่ือและพฤติกรรมอยางไร และมีขอขัดแยงตอจริยธรรมและกฎหมายท่ีเกี่ยวของหรือไม อยางไร ในเรื่องการสรางผลิตภัณฑส่ือ ตองมีความเทาทันตอการเลือกใชเคร่ืองมือที่พอเพียงพอเหมาะกับวัตถุประสงคการใชงาน และเหมาะสมกับสภาพแวดลอมความแตกตางหลากหลายดา นวัฒนธรรม 5.3 ก า ร รู ทั น เท ค โน โล ยี (ICT: Information, Communication andTechnology Literacy) ในโลกยุคศตวรรษที่ 21 เปนโลกเทคโนโลยีที่มีการแขงขันกันผลิต และนํามาสูการสราง กลยุทธการขายสูกลุมผูบริโภคที่ตองการความทันสมัยอยูตลอดเวลา ซึ่งถาขาดความเทาทันการใชเทคโนโลยีจะกลายเปนผูซ้ือ แตไมอยากจะเรียนรูการเปนผูผลิต เพื่อนําไปใชงานท่ีพอเพียงเหมาะสมกบั งาน การถูกชกั จูง ชวนเชื่อ ใหเ ปนผูซ ้ือก็จะงา ยข้ึน ผลการสูญเสียงบประมาณ และการขาดดุลทางเศรษฐกิจจะตามมา ดังนั้นทักษะความเทาทันดานเทคโนโลยีจึงเปนทักษะที่จําเปนในศตวรรษที่21 ทําใหคนรูจักผลิตใชและนําไปแลกเปล่ียนใชในเวทีการคา เกิดการสรางงานสรางรายได รวมถึงการใชเ ทคโนโลยีเพอ่ื การเรียนรูใหเ กิดการสืบคน รวมรวมความรพู สิ จู นสมมตฐิ านคําตอบในการใชทักษะการคดิ แบบมีวิจารณญาณ มากกวา ท่ีจะใชเพื่อการบันเทงิ ในแบบสังคมกมหนา จงึ ควรใชเทคโนโลยีเพ่ือการวิจัย จัดระบบ ประเมิน และส่ือสารสารสนเทศ ใชส่ือสารเชื่อมโยงเครือขาย และ Social networkอยางถูกตองเหมาะสม เพื่อการเขา ถึง การจัดการ การผสมผสาน ประเมนิ และสรางสารสนเทศ เพ่ือทําหนาที่ในเศรษฐกิจฐานความรู ทั้งน้ีตองคํานึงถึงการปฏิบัติตามคณุ ธรรมและกฎหมายท่ีเกี่ยวของกับการเขาถึงและใชเทคโนโลยสี ารสนเทศ 6. คณุ ลกั ษณะในศตวรรษท่ี 21 ทักษะพื้นฐานจําเปนในการอาน เขียน และคิดคํานวณ เปนตัวการที่ทําใหคนในศตวรรษที่ 21 รูจักใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารเปนเคร่ืองมือในการสืบคน รวมรวมความรูใชกระบวนการคิดอยางมีวิจารณญาณใหเกิดการเทาทันสื่อ สารสนเทศที่จะพิสูจนยืนยันส่ิงที่ตน และสังคมอยากรูไดอยางชาญฉลาดไมถูกชวนเช่ือ ชักนําอยางงมงาย เกิดเปนแรงบันดาลใจสรางจิตนาการอยากพัฒนา อยากผลิต สรางผลิตภัณฑ หรือนวัตกรรมข้ึนใชในการดํารงชีวิตในสังคม และนําไป 16

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21แลกเปล่ียนกบั สงั คมอื่นเกิดเปนรายได บนเวทีฐานเศรษฐกจิ ความรู ทมี ีความรับผิดชอบตอกฎ กติกา ในข้ันตอนการผลิต และมีความรับผิดชอบตอผลท่ีเกิดขึ้น ถาผลิตภัณฑ ผลผลิต มีคุณภาพไมดี ภาพโดยสรุปก็คือ ทักษะการดํารงชีวิตของคนในศตวรรษที่ 21 ซงึ่ จะถูกหลอหลอมตกผลึกเปน ผทู ีส่ ามารถนําทางชีวิตตนเองไดอยางมีคุณภาพชีวิต และเกิดเปนคุณลักษณะของคนในศตวรรษท่ี 21 สิบคุณลักษณะ คือเปนนักคิดวิเคราะห นักแกปญหา นักสรางสรรค นักประสานความรวมมือ รูจักใชขอมูลและขาวสารเรียนรูดวยตนเอง นักส่ือสาร ตระหนักรับรูสภาวะของโลก เปนพลเมืองทรงคุณคา และมีพ้ืนฐานความรูเศรษฐกจิ และการคลัง ซงึ่ สรุปเปนคุณลกั ษณะใน 3 ดาน ดงั นี้ 1. คณุ ลักษณะดา นการทาํ งาน ไดแก การการปรับตัว และความเปน ผนู ํา 2. คุณลักษณะดานการเรียนรู ไดแก การช้ีนําตนเอง การตรวจสอบการเรียนรูของ ตนเอง 3. คณุ ลักษณะดานศีลธรรม ไดแก ความเคารพผูอ น่ื ความสือ่ สตั ย สาํ นกึ พลเมือง ระบบสนบั สนนุ การเรียนรสู าํ หรบั ศตวรรษที่ 21 การออกแบบกิจกรรมการเรียนรูที่ใหนักเรียนสรางองคความรูดวยตนเอง โดยมีครูเปนผูอํานวยความสะดวกชวยใหนักเรียนไดสืบคนรวบรวมความรูจากแหลงอางอิงที่เชื่อถือได สรางกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรูกับกลุมเพ่ือน นําไปสูการไดคําตอบที่มีทฤษฎีความรูรองรับ เกิดจินตนาการสรางกระบวนการพัฒนางานที่เปนประโยชนตอการดํารงชีวิตของตน และคนในสังคม วางแผนการทํางาน สืบคน สรางข้ันตอนและกระบวนการตามการอางอิงของทฤษฎีความรู และพิสูจน 17

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21สมมติฐานคําตอบ สรุปเปนขอคนพบใหมในรูปผลงาน หรือนวัตกรรม เปนกระบวนการท่ีนําไปสูการพัฒนาทักษะพื้นฐานการสรางความรู ทักษะการดํารงชีวิต และพัฒนาคุณลักษณะของพลเมืองในศตวรรษที่ 21 ซงึ่ ตองมีระบบมาใชสนับสนนุ การเรยี นรู ดงั ตอ ไปนี้ 1. ระบบมาตรฐานการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 (21st Century Standards)จุดเนน คอื (1) เนนทักษะ ความรูและความเช่ียวชาญที่เกิดกับผูเรียน การออกแบบกิจกรรมการเรยี นรู จึงเนนไปที่เรยี นรจู ากการลงมือปฎบิ ัติในรูปแบบ Project-Based Learning: PBL ท่ีถูกกระตุนใหนักเรียนเกิดคําถามอยากรูแบบใชปญหาเปนฐาน (Problem-Based Learning) เกิดความตองการสืบคนหาคําตอบท่ีถูกอางอิงดวยทฤษฎีความรู โดยมีการแลกเปล่ียนเรียนรูกับกลุมเพ่ือน และรว มกันลงมือปฏิบัติเพ่ือพิสูจนยืนยันสมมติฐานคําตอบ เกิดจิตนาการพัฒนาผลงาน และนวัตกรรมท่ีทําใหการดาํ รงชวี ิตมคี ณุ ภาพ (2) สรางความรูความเขา ใจในการเรยี นท่ีมกี ารบรู ณาการความซา้ํ ซอนสาระเนอ้ื หา รายวิชาใน 8 กลุมสาระการเรียนรทู ้ังในรายวชิ า และขา มรายวิชา รวมทัง้ บูรณาการสาระเน้ือหาความรใู นศตวรรษท่ี 21 เขา ไปดวย การออกแบบกิจกรรมการเรยี นรูจึงตองจดั ทาํ หนวยการเรียนรูบูรณาการขนึ้ เพ่อื นําตัวชี้วัดมาตรฐานรายวชิ าของรายวิชาทมี่ สี าระเนื้อหาซํ้าซอ น หรอื เปนเรอ่ื งเดียวกนั นําไปบูรณาการกับบริบท สภาพแวดลอมของชุมชน ภูมิลําเนาถ่ินฐาน ที่เปนสถานการท่ีนักเรียนรูจักและคนุ เคยทําใหเ ชื่อมโยงความคิดไปสูความจําไดง า ยข้ึน โดยเฉพาะการกระตุนคําถามอยากรู (3) มุง เนน การสรา งความรูแ ละเขา ใจในเชงิ ลึกมากกวาการสรา งความรแู บบผิวเผิน กิจกรรมการเรยี นรจู งึ ตองออกแบบใหเกิดการแลกเปล่ยี นเรยี นรูกับกลุมเพ่ือนในเชงิ การอภปิ รายกลุม ตั้งแตคําถามถามอยากรู สมมติฐานคําตอบ เพ่ือชวยกันสืบคนทฤษฎีความรูที่มีแหลงอางอิงเช่ือถือไดมาอภิปรายสนับสนุน หรือโตแยงย่ืนยันคําตอบท่ีเปนจริง รวมถึงการใชทฤษฎีความรูสรางกระบวนการทดลอง หรือปฏิบัติเพ่ือพัฒนาชิ้นงาน ผลงาน หรือนวัตกรรม ซึ่งเปนการฝกทักษะการเขาถึงสารสนเทศและพัฒนาการคิดแบบมวี ิจารณญาณ ซึ่งจะทําใหเกิดความรูและเขาใจในเชิงลึกมากวาการบอกเลา เรอื่ งใหน ักเรียนจดจาํ (4) ยกระดับความสามารถผูเรียนดวยการใหขอมูลท่ีเปนจริง การใชส่ือหรือเคร่ืองมือท่ีมีคุณภาพจากการเรียนรูในสถานศึกษา การทํางานและในการดํารงชีวิตประจําวัน ผูเรียนไดเรียนรูอยางมีความหมายและสามารถแกไขปญหาท่ีเกิดขึ้นได การออกแบบกิจกรรมเนนไปท่ี การใหนักเรียนไดสืบคน เขาถึงทฤษฎีความรูแบบเทาทันสารสนเทศ และส่ือ ที่ไดจากแหลงอางอิงที่เชื่อถือไดซึ่งจะทําใหนักเรียนมีทักษะการเทาทันสารสนเทศ สื่อ เทคโนโลยี ไมถูกชวนเชื่อ หรือชักจูงแบบไมมีเหตุผล โดยสืบคนจากหนังสือ หรือใหเทคโนโลยีการสืบคนแบบอิเล็กทรอนิกส ไดอยางมีทักษะการใชงาน (5) ใชหลักการวัดประเมินผลที่มีคุณภาพระดับสูง การออกแบบและเลือกใชเครื่องมือวัดผลประเมินผลตองสอดคลองกับการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู และตัวช้ีวัดมาตรฐาน 18

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21รายวิชา ซ่ึงจําแนกเปนการวัดประเมินผลความรู ความสามารถเกี่ยวกับทฤษฎีความรู (Knowledge)หรือดานพุทธิพิสัย (Cognitive domain) การวัดประเมินผลทักษะการปฎิบัติ (Skill) เปนการวัดระดับคุณภาพของทักษะการปฏิบัติตามขั้นตอนกระบวนการทํางาน และวัดระดับคุณภาพของผลงาน ดานทักษะพิสัย (psychomotor domain) และการวัดผลประเมินผลเจตนคติ (Attitude) ดานจิตพิสัย(Affective domain) 2. ระบบการประเมินทักษะในศตวรรษที่ 21 (Assessment of 21st CenturySkills) จดุ เนน คือ (1) สรางความสมดุลในการประเมินผลเชิงคุณภาพ โดยการใชแบบทดสอบมาตรฐาน สําหรับการทดสอบยอยและทดสอบรวมใหใชในการประเมินผลในชัน้ เรยี น สวนแบบทดสอบมาตรฐานน้ัน จุดมุงหมายในการใชประโยชน จําแนกได 3 ประเภท คือ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิ(Achievement Test) เปนแบบทดสอบท่ีใชวัดปริมาตรความรูความสามารถ ทักษะเก่ียวกับดานวิชาการท่ีไดเรียนรูมาวารับรูไวไดมากนอยเพียงไร แบบทดสอบความถนัด (Aptitude Test) เปนแบบทดสอบท่ีใชวัดความสามารถท่ีเกิดจากการสะสมประสบการณที่ไดเรียนรูมาในอดีต สวนมากใชในการทํานายสมรรถภาพของบุคคลวาสามารถเรียนไปไดไกลเพียงไร โดยมีจุดมุงหมาย เพ่ือพยากรณอนาคตขอเท็จจริงทั้งในปจจุบัน และประสบการณในอดีต ใชนํามาเปนรากฐานการทํานาย ใน 2ลกั ษณะ คอื แบบทดสอบวดั ความถนัดทางการเรียน (Scholastic Aptitude Test) ใชวัดเพื่อทํานายวาเด็กแตละคน จะสามารถเรียนตอไปในแขนงใดจึงจะดีและจะเรียนไปไดมากเพียงใด และ แบบทดสอบความถนัดเฉพาะอยางหรือความถนัดพิเศษ (Specific Aptitude Test) หมายถึง แบบทดสอบวัดความถนัดท่ีเกี่ยวกับอาชีพหรือความสามารถพิเศษท่ีนอกเหนือ จากความสามารถดานวิชาการ เชน ความถนัดเชิงกล ความถนัดทางดานดนตรี ศิลปะ การแกะสลัก กีฬา เปนตน ซึ่งความถนัดประเภทน้ีมีความสัมพันธกับความถนัดทางการเรียน สวนจุดมุงหมายการใชประโยชนของแบบทดสอบมาตรฐานประเภทที่ 3 คือ แบบทดสอบวัดบุคลิกภาพ (Personal Social Test) มหี ลายประเภท คือ แบบทดสอบวัดทัศนคติ (Attitude Test) ใชวัดทัศนคติของบุคคล ที่มีตอบุคลส่ิงของ การกระทํา สังคม ประเทศศาสนา แบบทดสอบวดั ความสนใจ อาชพี และแบบทดสอบวัดการปรบั ตัว ความม่ันใจ (2) เนนการนําประโยชนของผลสะทอนจากการปฏิบัติของผูเรียนมาปรับปรุงการแกไขงาน ผลลัพธที่เกิดจากการออกแบบกิจกรรมการเรียนรูแบบ Project-BasedLearning: PBL จําเปนตองมีการติดตามความกาวหนาของระดับคุณภาพการปฏิบัติตามขั้นตอนในแตละกระบวนการ และวัดระดับคุณภาพของผลงาน หรือผลิตภัณฑ เพื่อตรวจสอบการติดขัด หรือความกาวหนาตามทฤษฎีการรับรู และทฤษฎีการปฏิบัติ ซ่ึงเปนจดุ สําคัญของครูในศตวรรษที่ 21 ตองมีเครื่องมือวัดผล และจัดเก็บขอมูลนักเรียนเปนรายบุคคล นําไปวิเคราะหเปรียบเทียบ และแยกแยะ จัดกลุมคุณภาพ นําไปออกแบบการปรับปรุงแกไข หรือสนับสนุนตอยอดความกาวหนาของนักเรียนเปนกลมุ หรือรายบคุ คลตอ ไป 19

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 (3) ใชเทคโนโลยีเพ่ือยกระดับการทดสอบวัดและประเมินผลใหเกิดประสิทธิภาพสูงสุด การติดตามความกาวหนาของทฤษฎีการรับรู และทฤษฎีการปฏิบัติ รวมถึงความรูความสามารถ ในศตวรรษท่ี 21 เนนการวัดผลประเมินผลพฤติกรรมการปฏิบัติ และเจตนคติ ในการปฏิบตั ิกจิ กรรมตามการออกแบบกิจกรรมการเรยี นรูที่ครูมีการออกแบบไว อยางเขา ถึงขอ มลู พฤติกรรมที่รวดเร็ว และกวางขวางทงั้ เร่ืองสถานท่ี และเวลา เครอ่ื งมือการวดั ผล และเทคโนโลยีเชิงระบบทีน่ ํามาใชสนับสนุนการติดตามความกาวหนา และวิเคราะหผล เก็บรวบรวมผลจึงตองเหมาะสม และใชไดตรงลักษณะของการใชงาน ที่สามารถใหนักเรียนรายงานผลการรับรูสภาพของปญหา ผลขอสรุปการอภิปรายสมมติฐานคําตอบของคําถามอยากรู ผลขอสรุปของผังมโนทัศนการไดมาซึ่งการคนหาคําตอบผลขอคนพบเชิงคุณภาพของนักเรียนเปนรายกลุม และรายบุคคล มีการบันทึกผลงาน ภาพ เสียง หรือวิดีโอ และอ่ืน ๆ ไดอยางดี เครื่องมือเชิงระบบอีกอยางคือ คลังขอสอบท่ีสามารถจัดเก็บ วิเคราะหผลความรู ความสามารถของนกั เรยี น ตามตัวชี้วัดมาตรฐานรายวิชา สามารถช้ีจดุ ออนของการเรียนรูไ ดร ายตวั ชี้วัดมาตรฐานรายวิชา ท้งั ภาพรวมทุกคน และรายบุคคล ที่นําไปแกไขกระบวนการเรียนรู ท้ังรูปแบบกิจกรรม เคร่ืองมือท่ีใชในการเรียนรู ขอบกพรองของนักเรียน หรือแมกระท่ังของครู และระดับความยาก งายของขอสอบ และถา เปน ระบบที่ลดงานครเู ชิงเอกสารไดแ ลว ครจู ะมีเวลาไป เตรยี มการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู และตดิ ตามความกาวหนา ของผูเรยี นไดม ากข้นึ โดยเฉพาะการลดการกรอกใบ ปพ.5 (4) สรางและพัฒนาระบบแฟมสะสมงาน (Portfolios) ของผูเรียนใหเปนมาตรฐานและมีคุณภาพ ผลจากการใชเคร่ืองมือท่ีมีประสิทธิภาพในการติดตาม วิเคราะห จัดเก็บสารสนเทศเชิงคุณภาพของนักเรียนเปนรายกลุม และรายบุคคล รวมถึงการเก็บผลสัมฤทธ์ิภาพรวมทุกวิชา และภาพรวมเฉพาะทางความสามารถตามโปรแกรมการเรียนของนักเรียนรายบคุ คล เก็บผลการวัดความถนัดทางการเรียนของโปรแกรมการเรียน และความถนัดเฉพาะทางดานอาชีพ เก็บผลการวัดบุคลิกภาพท่ีมีตอการทํางานท่ีถูกออกแบบกิจกรรมการทํางานในหนวยบูรณาการเฉพาะทางสําหรับโปรแกรมการเรียน หรือกิจกรรมบรกิ ารสาธารณประโยชนในวนั สําคัญของชาติ และของทกุ ศาสนา เก็บชิ้นงาน ผลงานของนักเรียนรายบุคคล ท่ีถูกสรางและพัฒนาเปนระบบแฟมสะสมงาน (Portfolios) มีการนําเทคโนโลยีมาสนับสนุนการวิเคราะห จัดเก็บ และนําเสนอรายงาน ท่ีนําไปสูการมองเห็นภาพความสามารถ ความถนัด และบุคลิกภาพของนักเรียนทั้งตัว อันจะเปนประโยชนของแกการตัดสินใจในการวางเสนทางการศึกษาตอ สูการประกอบอาชีพ ของนักเรียน เปนชอมูลประกอบการพิจารณาของผูปกครอง และผูท่ีเกี่ยวของไดอยา งแมนยํา ไมเกิดการหลงทางกับนักเรียน 3. ระบบหลักสูตรและการสอนในศตวรรษที่ 21 (21st Century Curriculum& Instruction) จดุ เนน (1) การสอนใหเกิดทักษะการเรียนในศตวรรษท่ี 21 มุงเนนเชิงสหวิทยาการของวิชาแกนหลัก โดยการสอนเปดโอกาสใหนักเรียนไดรวมมือกันคนควา หรือศึกษาส่ิงท่ีสนใจ และนักเรียนกับครจู ะตอ งรว มมือกันออกแบบกจิ กรรมการเรียนรูอาจเปนกลุมเล็กๆ หรอื ศกึ ษาเปนรายบุคคลก็ได เพ่ือใหเกิดการเชื่อมโยงหลายรายวิชาเขาดวยกัน ไมใชแตดานเนื้อหาวิชา แตยังรวมถึงวิธีการสอน 20

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21ของครูอีกดวย ถาครูสอนแยกเปนรายวิชาจะทําใหการเรียนการสอนไมตอเนื่อง ลักษณะของหลักสูตรแบบสหวิทยาการ จะตองจัดตารางเวลาใหมากพอแกการเรียนรู นั่นคือลดเวลาฟงบรรยายแตมาเพิ่มกิจกรรมการเรียนรู การศึกษาหาความรูตองเปนไปอยางอิสระภายใตการแนะนําของครู การศึกษาเพื่อเสริมสรางน้ัน ครูตองใชเวลาใหเหมาะสม เพ่ือเสริมสรางรากฐานความรูใหนักเรียน โดยตองมีความตอบสนองความสนใจของนักเรียนที่ตางกัน ซ่ึงองคประกอบเหลานี้ ทําใหครูคนพบความสามารถ และความสนใจของนักเรียน และเปดโอกาสใหนักเรียนไดพัฒนาทักษะตางๆ ของตนใหกาวหนาตอไปหลักสูตรเชิงสหวิทยาการจะรวมเนื้อหาหลายวิชามาอยูในหนวยการเรียนรูแบบบูรณาการ และการทําโครงงานจะจัดตารางเรียนในคาบการจัดกิจกรรมการเรียนรู และเน้ือหาวิชาจะตองจัดใหเอื้อตอการเรียนการสอนท่เี ก่ียวกับวิถีชีวติ ประจําวนั ของนกั เรยี นมากยิ่งขน้ึ นักเรยี นจะใชเวลาเรียนรูทักษะของวิชาตางๆ และใชเวลาประยุกตทักษะเหลานั้นไปใชกับกิจกรรมในชีวิตจริง ซึ่งหลักสูตรเชิงสหวิทยาการจะแบงวิธีการสอนเปน 2 แบบ คือ การสอนทางตรง [Direct Teaching] สําหรับทักษะพื้นฐานที่จําเปนของแตละวิชาหลักโดยเฉพาะสาระเนื้อหารที่ยุงยาก ซับซอน จะใชการเรียนรูในหองเรียนปกติ และการสอนทางออม [Indirect Teaching] สําหรับบทเรียนท่ีนักเรียนนําทักษะพ้ืนฐานมาใชในการทํากิจกรรมที่ตองใชค วามรูจากหลาย ๆ วิชา ตารางการเรียนรูจะจัดในหองเรียนรวม หรือลานกิจกรรม และสถานที่ฝกทักษะประสบการณ สวนบทบาทของครูผูสอนควรพยายามใหนักเรียนเขารวมโครงการใหมากที่สุดนักเรียนตองเรียนรูจากกิจกรรมและอุปกรณตาง ๆ ที่จัดให การเรียนของนักเรียนตองใชวิธีหลากหลายเชน การเรียนอยางอิสระ การเรียนรวมกันเปนกลุมๆ การเรียนรูจากวัสดุอุปกรณ และการเรียนรูจากประสบการณ รวมทั้งการเรียนจากแบบเรียนดวย บทบาทของครูในตารางคาบกิจกรรมตองไมน่ังอยูเฉยๆ ตองเดินไปสังเกตการทํางานของนักเรียน และรวมฟงการอภิปรายของนักเรียนทุกกลุม ครูตองเขาไปรวมกิจกรรมกลุมตามที่นักเรียนรองขอ วิธีการสอนแบบนี้ ครูมีบทบาทเปนผูแนะนํา ผูจัดการ และผูอํานวยความสะดวกเทานั้น โดยโครงงานอาจตอ งการใชการสอนหลายรูปแบบ เพ่ือสนองความตองการหรือความสนใจของนักเรียนแตละคน สิ่งสําคัญในการสอนเชิงสหวิทยาการก็คือ เปนการเนนผูเรียนเปนสําคัญ โดยครูตองสนใจวาเด็กแสดงความเปนตัวของตนเอง และแสดงตอผูอ่ืนอยางไรบาง รวมทั้ง ตองสนใจวาเดก็ ไดเรียนรูอ ะไรบาง สรางโอกาสที่จะประยุกตท ักษะเชงิ บูรณาการขามสาระเน้ือหา และสรางระบบการเรียนรูที่เนนสมรรถนะเปนฐาน (Competency-based) สรางนวัตกรรมและวิธีการเรียนรูในเชิงบูรณาการท่ีมีเทคโนโลยีเปนตัวเกื้อหนุน การเรียนรูแบบสืบคน และวิธีการเรียนจากการใชปญหาเปน ฐาน (Problem-based) เพอ่ื การสรางทกั ษะขน้ั สูงทางการคิดแบบมีวจิ ารณญาณ (2) สรางโอกาสที่จะประยุกตทักษะเชงิ บูรณาการขามสาระเน้ือหา และสรางระบบการเรียนรทู ่ีเนนสมรรถนะเปนฐาน (Competency-based) การนาํ ทักษะพ้ืนฐานท่ีจําเปน ของแตละวิชาหลัก อันไดแก สาระความรูในศตวรรษท่ี 21 และสาระความรูใน 8 กลุมสาระการเรียนรูกระตุนใหนักเรียนสรางทักษะการปฏิบัติในสภาพแวดลอมจริง เปนการนําไปสูระบบการเรียนรูที่เนนสมรรถนะเปน ฐาน ที่เนน ความสามารถในการปฏิบัติ (Performance) ภายใตเง่ือนไข (Condition) การใชเคร่ืองมือ วัสดุ อุปกรณท่ีระบุไว ใหไดมาตรฐาน (Standard) ตามเกณฑการปฏิบัติ (Performance 21

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21Criteria) และมีหลักฐานการปฏิบัติ (Evidence) รวมไปถึงการประเมินผลและการตรวจสอบได ท่ีสอดคลองกับการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู จะมีการกําหนดเกณฑความสามารถที่ผูเรียนพึงปฏิบัติไดตามหลักสูตร ที่เรียกวา เกณฑความสามารถ จัดทําขึ้นเพื่อความแนใจวาผูท่ีจบการศึกษาระดับหน่ึง ๆจะมีทักษะและความสามารถในดานตางๆ ตามท่ีตองการ เปนหลักสูตรท่ีไมไดมุงเรื่องความรูหรือเน้ือหาวิชาท่ีอาจมีความเปลี่ยนแปลงไดตามกาลเวลา แตจะมุงพัฒนาในดานทักษะ ความสามารถ เจตคติและคานิยม อันจะมีประโยชนตอชีวิตประจําวัน และอนาคตของผูเรียนในอนาคต หลักสูตรนี้มีโครงสรางแสดงใหเห็นถึงเกณฑความสามารถในดานตาง ๆ ที่ตองการใหผูเรียนปฏิบัติในแตละระดับการศึกษา และในแตละระดับช้ัน ทักษะและความสามารถจะถูกกําหนดใหมีความตอเนื่องกัน โดยใชทักษะและความสามารถท่ีมีในแตละระดับเปนฐานสําหรับเพิ่มพูนทักษะและความสามารถในระดับตอไป การจัดหลักสูตรการเรียนการสอนในหลักสูตรแบบฐานสมรรถนะ จึงมีกรอบมาตรฐานสมรรถนะเปนตัวกําหนดความรู และ ทักษะ ที่คาดหวังวาผูเรียนจะสามารถปฏิบัติภาระงาน และกิจกรรมตาง ๆไดเมื่อเรียนจบหลักสูตร และสามารถวดั และประเมินผลไดตามเกณฑการปฏิบัติที่กําหนด องคประกอบของมาตรฐานสมรรถนะ ประกอบดวย หนวยสมรรถนะ (Unit of Competence / Competency) เปนขอบขา ยกวางๆ ของงาน (Job) ในอาชีพหนึ่ง ๆ ที่ตองปฏิบัติตามลักษณะของโปรแกรมการเรียน โดยใชความรูและทกั ษะ หรอื อาจรวมถงึ เจคติ สมรรถนะยอย (Element of Competence) เปนภาระงาน (Task) ยอยท่ีประกอบขน้ึ ภายใตง านในหนวย สมรรถนะน้นั ๆ เกณฑการปฏิบัติ (Performance Criteria) เปนกิจกรรมยอย ๆ (sub-task)ภายใตสมรรถนะยอย ซ่ึงเปนผลการเรียนรู (Learning Outcomes) ท่ีคาดหวังวาผูเรียนจะสามารถปฏบิ ตั ิไดเมอ่ื เรยี นจบหลักสตู ร เง่ือนไข/ขอบเขตการปฏิบัติ (Conditions /Range of Variables) การปฏิบัติภายใตเง่ือนไขท่ีกําหนด อาจรวมถึงวัสดุ (Materials) เครื่องมือ (Tools) หรือ อุปกรณตาง ๆ(Equipment) ที่กําหนดให (หรือไมใหใช) เพ่ือใหการปฏบิ ตั ิงานน้นั สาํ เร็จ เมื่อไดกรอบมาตรฐานสมรรถนะแลว การจัดหลักสูตรการเรียนการสอน การกําหนดเน้ือหา และกิจกรรมการเรียนการสอน จะสรางขึ้นภายใตกรอบมาตรฐานสมรรถนะท่ีกําหนดและจะเช่ือมโยงกับการวดั และประเมนิ ผล ซ่ึงอาจเรียกวา การทดสอบวัดตามสมรรถนะ (CompetencyTest) (3) สรางนวัตกรรมและวิธีการเรียนรูในเชิงบูรณาการท่ีมีเทคโนโลยีเปนตัวเก้ือหนนุ การเรียนรแู บบสืบคน และวธิ ีการเรียนจากการใชป ญหาเปนฐาน (Problem-based) เพื่อการสรา งทักษะข้นั สงู ทางการคิด กระบวนการจดั การเรียนรูในศตวรรษที่ 21 เนนไปท่ีการจัดการเรียนรูแบบProject-Based Learning: PBL ที่ใชพ้ืนฐานการเรียนรูโดยใชปญหาเปนฐาน (Problem-based) ที่ใชปญหาเปนตัวกระตุนใหผูเรียนเกิดความตองการที่จะใฝหาความรูเพ่ือแกปญหา โดยเนนผูเรียนเปนผู 22

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21ตัดสนิ ใจในส่ิงทีต่ องการแสวงหาความรู และรูจกั การทํางานรว มกันเปน ทีมภายในกลุมผเู รียน โดยผสู อนมสี ว นรวมนอยที่สุด ซง่ึ การเรยี นรูจ ากปญ หาอาจเปนสถานการณจ ริง มขี ้ันตอน ดงั นี้ ขนั้ ทาํ ความเขา ใจคาํ ศัพท ขอความทป่ี รากฎอยูใ นปญ หาใหชัดเจน โดยอาศัยความรูพ้ืนฐานของสมาชิกในกลุมหรือการศึกษาคนควาจากเอกสารตําราหรือส่ืออื่นๆ (Clarifyingunfamiliar terms) ขั้นระบุปญหาหรือขอมูลสําคัญรวมกัน โดยทุกคนในกลุมเขาใจปญหาเหตกุ ารณ หรอื ปรากฎการณใ ดท่กี ลาวถงึ ในปญหา (Problem definition) ขัน้ ระดมสมองวิเคราะหป ญหาตางๆ และหาเหตผุ ลมาอธบิ าย (Brainstorm)โดยอาศัยความรูเดมิ ของสมาชิกกลุม เปน การชวยกันคดิ อยางมีเหตุมีผล สรุปรวบรวมความรแู ละแนวคิดของกลุม เกีย่ วกับกลไกการเกดิ ปญหา เพอ่ื นําไปสกู ารสรา งสมมติฐานทีส่ มเหตุสมผลเพื่อใชแ กป ญหา ข้ั น วิ เค ร าะ ห ป ญ ห า (Analyzing the problem) เพ่ื อ อ ธิ บ า ย แ ล ะต้ังสมมติฐานที่เช่ิอมโยงกันกับปญหาตามท่ีไดระดมสมองกัน แลวนําผลการวิเคราะหมาจัดลําดับความสําคญั โดยใชพืน้ ฐานความรูเ ดิมของผเู รยี น การแสดงความคดิ อยา งมเี หตผุ ล ข้ันกําหนดวัตถุประสงคการเรียนรู (Fomulating learning issues) เพ่ือคน หาขอมลู ท่ีจะอธิบายผลการวิเคราะหท่ีตัง้ ไว ผูเรยี นสามารถบอกไดวา ความรูสวนใดรแู ลว สวนใดตองกลับไปทบทวน สว นใดยงั ไมรหู รอื จําเปนตอ งไปคนควาเพิ่มเตมิ ขั้นเรียนรูดวยตนเอง (Self-study) ในการพัฒนาทักษะการเรียนรูดวยตนเอง โดยการคน ควารวบรวมสารสนเทศจากส่ือและแหลง การเรียนรูตางๆ ขัน้ รายงานผล (Reporting) โดยการรายงานขอมูลสารสนเทศใหมท่ีไดเขามาจากกลุมผูเรียนนํามาอภิปราย วิเคราะห สังเคราะห ตามวัตถุประสงคที่ต้ังไว แลวนํามาสรุปเปนหลกั การและแนวทางเพื่อนาํ ไปใชโ อกาสตอ ไป การจัดกระบวนการเรียนรูแบบ Project-Based Learning: PBL ที่ใชพื้นฐานการเรียนรูโ ดยใชปญหาเปนฐาน (Problem-based) ตองมีการบูรณาการ ผสมผสานความรใู นสาขาวิชาตางๆ เขาดวยกัน และผสมผสานกระบวนการสอน กระบวนการเรียนรู ปลูกฝงคุณธรรม คานิยมอันดีงามโดยคํานึงถึง ความแตกตางระหวางบุคคล ความสามารถทางสติปญญา ซึ่งเปนการบูรณาการความรขู องวชิ าตาง ๆ (บูรณาการหลักสูตร) บูรณาการความรูและกระบวนการเรยี นรู (บูรณาการกระบวนการเรียนการสอน) บูรณาการพัฒนาการทางความรูและพัฒนาการทางจิตใจ (จิตพิสยั ) เนน ทั้งความรู และเจตคติคา นิยม ความสนใจ สนุ ทรียภาพ บูรณาการความรแู ละการกระทาํ เนนท้งั ความรูและทักษะพิสัย บรู ณาการส่ิงท่ีเรียนในโรงเรียนกับส่ิงทเ่ี ปนอยูในชีวติ ประจําวันของผูเรียน และบูรณาการสิ่งท่ีเรียนในโรงเรียนตองมีความหมายและมีคุณคาตอชีวิต สามารถนําไปพัฒนาคุณภาพชีวิตใหสูงขึ้น โดยการจัดการเรียนรูแบบบูรณาการ (Learning Integration) อาจจัดได 2 ลักษณะ คือ การบูรณาการภายในวิชา(Intradisciplinary) และการบูรณาการระหวางวิชา (Interdisciplinary) ท่ีเนนไปท่ีรูปแบบบูรณาการแบบสหวิทยาการ (Multidisciplinary Instruction) ที่ครูตงั้ แต 2 คนขึ้นไปสอนตางวิชากนั มาวางแผน 23

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21เพื่อสอนรวมกัน โดยกําหนดวาจะสอนหัวเรื่อง ความคิดรวบยอด ปญหาเดียวกัน ตางคนตางแยกกันสอนตามแผนการสอนของตน แตมอบหมายใหผูเรียนทํางานหรือโครงงานรวมกัน ซ่ึงจะชวยเชื่อมโยงความรูสาขาวิชาตาง ๆ เขาดวยกันจนสรางชิ้นงานได ครูแตล ะวิชากําหนดเกณฑเพ่ือประเมินผลชิ้นงานของผูเรยี นในสวนวิชาท่ตี นสอน การจัดการประสิทธิภาพในการการจัดกระบวนการเรียนรูแบบ Project-BasedLearning: PBL ในโลกศตวรรษที่ 21 จะมีการนําเทคโนโลยีเปนตัวเกื้อหนุน การเรียนรูแบบสืบคนเพื่อใหเขาถึงองคความรูอยางรวดเร็ว และกวางขวาง เกื้อหนุนการมอบหมายกิจกรรมการทํางาน และติดตามความกาวหนาของนักเรียนเปนรายกลุม และรายบุคคล เก้ือหนุนการรายงานผลความกาวหนาตามขั้นตอน และกระบวนการการจัดกิจกรรมการเรียนรู ตลอดจนรายงานผลผลลัพธ หรือผลงานทั้งนักเรียน และของครู นอกจากนั้นยังตองนําเทคโนโลยีมาใชเก้ือหนุนระบบการวัด ผลประเมินผลการเรียนรูทั้งดานความรู ความสามารถ ดานทักษะกระบวนการ และดานบุคลิกภาพของนักเรียน ซ่ึงนําไปจัดทําระบบแฟมสะสมงาน (Portfolios) ของผูเรียน เพ่ือใชเปนขอมูลการตัดสินใจการศึกษาตอ และการวางเสน ทางสกู ารประกอบอาชพี หลักสําคัญของการจัดการเรียนรู แบบ Project-Based Learning: PBL มุงเนนเชิงสหวิทยาการ ท่ีนําสาระความรูจากวิชาหลัก มาใชจริงในวิถีการดํารงชีวิตของตัวนักเรียน และสังคมถิ่นฐาน ครูจําเปนตองนําบริบท สภาพแวดลอมและ อาชีพในชุมชน ถ่ินฐานที่เกี่ยวของกับวิถีการดํารงชีวติ มาเปน ปจ จัยกระตุน ในการนําทฤษฎีความรู และวิถีการดาํ รงชีวติ สรางจินตนาการพัฒนาและคิดนวัตกรรมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคล และสังคม ถิ่นฐาน ในการจัดทําผลงาน โครงงานหรือการศึกษาคนควาอิสระ อันจะนําไปสูการพัฒนาทักษะการดํารงชีวิต สรางคุณลักษณะผูสรางหรือผลิต ควบคไู ปกับผูซอื้ หรอื ผบู ริโภค (4) บูรณาการแหลงเรียนรู (Learning Resources) จากชุมชนเขามาใชในโรงเรียน นอกเหนือจากแหลงเรียนรูที่เปนแหลงขอมูลขาวสาร สารสนเทศ และประสบการณ ที่สนับสนุนสงเสริมใหผูเรียนใฝเรียน ใฝรู แสวงหาความรูและเรียนรูดวยตนเองตามอัธยาศัย อยางกวางขวางและตอเนื่อง เพื่อเสริมสรางใหผูเรียนเกิดกระบวนการเรียนรู และเปนบุคคลแหงการเรียนรูหัวใจการจัดการเรียนรูแบบ Project-Based Learning: PBL จะใชแหลงเรียนรูท่ีเปนบริบทสภาพแวดลอม ของชุมชน ถิ่นฐาน เปนสถานที่จัดประสบการณใหกับผูเรียน ใชสรางแรงบันดาลใจกระตุนคําถามอยากรู เน่ืองจากเปนสภาพ และสถานการณท่ีเกิดข้ึนจริง และนักเรียนรูจัก คุนเคยวิธีการจัดแหลงเรียนรูในชุมชน ถิ่นฐาน ตองมีการจัดแบงพื้นท่ีการเรียนรูใหสอดคลองกับระดับของการศึกษา และสอดคลองกบั สาระเนอื้ หาในระดับการเรยี นรู กลาวคือ ระดบั ประถมศึกษาจะเรยี นรใู นส่ิงท่ีใกลตัวเกี่ยวกับบานและครอบครัว ระดับมัธยมศึกษาตอนตนจะเรียนรูในสิ่งที่เกี่ยวของกับงานอาชีพท่ีมีอิทธิพลมาจากสภาพส่ิงแวดลอมของชมุ ชน ถิน่ ฐาน โดยมัธยมศึกษาปท่ี 1 ความรูจักบริบท และอาชีพในชุมชน ทองถ่ินที่สําคัญใหไดมากท่ีสุด สวนมัธยมศึกษาปที่ 2 จะเรียนรูบริบท และอาชีพที่ตนสนใจ 2หรือ 3 อาชีพ แตมีรายละเอียดลึกมากข้ึน ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 3 จะเรียนรูในพื้นฐานวิชาของ 24

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21งานอาชีพที่รองรับสาขาของสถาบันการศึกษาตอ ท้ังระดบั อาชีวะ และสายสามัญ ท่จี ะถูกวัดประเมินผลดวยแบบทดสอบวัดความถนัด และวัดบุคลิกภาพ เพื่อทํานายและเปนขอมูลการเลือกตัดสินใจในการศึกษาตอและสูเสนทางการประกอบอาชีพในอนาคต สําหรับมัธยมศึกษาตอนปลายเมื่อนักเรียนตัดสินใจเลือกโปรแกรมการเรียนที่เปดพ้ืนฐานวิชารองรับการศึกษาตอในสาขาของสถาบันที่เปดรองรับการประกอบอาชีพในกลุมอาชีพตาง ๆ ใน 10 กลุมตามหลักสากล การจัดแหลงเรียนรูที่สอดคลองกับอาชีพของโปรแกรมการเรียนจะมีความหมายตอการเรียนรูในสถานการณจริงเปนอยางมาก และจะทําใหน ักเรียนสรางแรงบันดาลใจ มีคาํ ถามอยากรูไปถงึ อาชพี ตาง ๆ ในแตละกลุมทเี่ ปนกลุมอาชีพตามหลักสากล ทําใหแหลงเรียนรูจะไมจํากัดไวเพียงทองถิ่น แตจะเปนแหลงเรียนรูที่ไกลตัวออกไปเปนระดับภมู ิภาค ระดบั ประเทศ และระดบั ความเปนสากล บทบาทของแหลงเรียนรูในการใหการศกึ ษา ใหความรู ความเขา ใจแกผูเรียน ท้ังในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย คือ แหลงเรียนรูตองสามารถตอบสนองการเรียนรูท่ีเปนกระบวนการ (Process of Learning) การเรียนรูโดยปฏิบัติจริง (Learning by doing) ทั้งการเรียนรูของคนในชุมชนที่มีแหลงเรียนรูของตนเองอยูแลว และการเรียนรูของคนอ่ืน ๆ ท้ังในระบบ นอกระบบและตามอัธยาศัย เปนแหลงทํากิจกรรม แหลงทัศนศึกษา แหลงฝกงาน และแหลงประกอบอาชีพของผูเรียน เปนแหลงสรางกระบวนการเรียนรูใหเกิดขึ้นโดยตนเอง เปนหองเรียนทางธรรมชาติ เปนแหลงศึกษา คนควา วิจัย และฝกอบรม เปนองคกรเปด ผูสนใจสามารถเขาถึงขอมูลไดอยางเต็มท่ีและท่ัวถึงสามารถเผยแพรขอมูลแกผูเรียนในเชิงรกุ เขาสูทุกกลมุ เปาหมายอยางท่ัวถึง ประหยดั และสะดวก มีการเช่ือมโยงและแลกเปล่ียนขอมูลระหวางกัน มีสื่อประเภทตาง ๆ ประกอบดวย ส่ือส่ิงพิมพ สื่ออเิ ลคทรอนกิ ส เพ่อื เสรมิ กจิ กรรมการเรียนการสอนและการพัฒนาอาชีพ 4. ร ะ บ บ ก า ร พั ฒ น า ท า ง วิ ช า ชี พ ใน ศ ต ว ร ร ษ ที่ 21 (21st CenturyProfessional Development) การจัดการเรียนรูมุงเนนเชิงสหวิทยาการของวิชาแกนหลัก ไปสูกระบวนการปฏิบัติในวิถีชีวิตจริง โดยใชกระบวนการเรียนรูแบบ Project-Based Learning: PBLคุณลักษณะอันพึงประสงคของครูในศตวรรษท่ี 21 จึงตองมีความรูในเน้ือหาที่สอนอยางลึกซึ้ง มีความรูและเชี่ยวชาญในการสอน สามารถพัฒนาหลักสูตรได วางแผนการสอนและแบบเรียนที่เนนผูเรียนเปนสําคัญ มีการคิดคน ดําเนินการสอนท่ีผูเรียนทุกคนสามารถเรียนรูได ใหนักเรียนเรียนรูจากการสืบเสาะหาความรู ชวยใหนักเรียนเขาใจธรรมชาติของวิทยาศาสตร คณิตศาสตร และเทคโนโลยี และเปดโอกาสใหนักเรียนไดพัฒนาเจตนคติ ทักษะตาง ๆ ที่ชวยใหผูเรียนมีการเรียนรูท่ียั่งยืน ซ่ึงตองตระหนักและเนนทักษะ และพฒั นาครใู นเรื่องตอ ไปนี้ (1) สรางครูใหเปนผูที่มีทักษะความรูความสามารถในเชิงบูรณาการ การใชเครอ่ื งมือและกําหนดยุทธศาสตรสูการปฏิบัติในช้ันเรียน และสรา งใหครมู ีความสามารถในการวิเคราะหและกําหนดกิจกรรมการเรยี นรูไดเ หมาะสม (2) สรางความสมบูรณแบบในมิติของการสอนดวยเทคนิควิธีการสอนท่ีหลากหลาย 25

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 (3) สรา งใหค รเู ปน ผูมีทักษะความรคู วามสามารถในเชิงลึกเก่ียวกับการแกป ญหาการคิดแบบวจิ ารณญาณ และทักษะดา นอน่ื ๆท่ีสาํ คญั ตอวิชาชีพ (4) สรางสมรรถนะทางวิชาชีพใหเกิดข้ึนกับครูเพื่อเปนตัวแบบ (Model) แหงการเรยี นรขู องชัน้ เรยี นที่จะนําไปสูการสรางทกั ษะการเรยี นรใู หเกิดขึ้นกับผเู รยี นไดอ ยางมคี ุณภาพ (5) สรางใหครูเปนผูท่ีมีความสามารถวิเคราะหผูเรียนไดท้ังรูปแบบการเรียนสตปิ ญญา จุดออน จดุ แขง็ ในตัวผูเ รียน และสามารถวจิ ัยเชงิ คุณภาพทม่ี ุงผลตอ คณุ ภาพของผูเรยี น (6) ชวยใหครูไดเกิดการพัฒนาความสามารถใหสูงขึ้น เพื่อนําไปใชสําหรับการกําหนดกลยุทธท างการสอน และจดั ประสบการณท างการเรยี นไดเ หมาะสมกบั บรบิ ททางการเรยี นรู (7) สนับสนุนใหเกิดการประเมินผูเรียนอยางตอเนื่อง เพ่ือสรางทักษะและเกิดการพฒั นาการเรยี นรู (8) แบงปนความรูระหวางชุมชนทางการเรียนรู โดยใชชองทางหลากหลายในการสื่อสารใหเกดิ ขึน้ (9) สรา งใหเ กดิ ตัวแบบทีม่ ีการพัฒนาทางวชิ าชีพไดอยางม่ันคงและยงั่ ยืน 5. ระบบสภาพแวดลอมทางการเรียนรูในศตวรรษท่ี 21 (21st CenturyLearning Environment ) (1) สรางสรรคแนวปฏิบัติทางการเรียน การรับการสนับสนุนจากบุคลากรและสภาพแวดลอมทางกายภาพที่เกอื้ หนุน เพอ่ื ชวยใหการเรยี นการสอนบรรลผุ ล (2) สนับสนุนทางวิชาชีพแกชุมชนท้ังในดานการใหการศึกษา การมีสวนรวมการแบง ปนสง่ิ ปฏิบัติท่ีเปน เลศิ ระหวางกนั รวมทั้งการบูรณาการหลอมรวมทกั ษะหลากหลายสูการปฏิบัติในชัน้ เรยี น (3) สรางผูเรียนเกิดการเรียนรูจากสิ่งท่ีปฏิบัติจริงตามบริบท โดยเฉพาะการเรยี นแบบโครงงาน (4) สรางโอกาสในการเขาถึงส่ือเทคโนโลยี เคร่ืองมือหรือแหลงการเรียนรูท่ีมีคุณภาพ (5) ออกแบบระบบการเรียนรูท่ีเหมาะสมทั้งการเรียนเปนกลุมหรือการเรียนรายบคุ คล นาํ ไปสูการพัฒนาและขยายผลสชู ุมชนท้ังในรปู แบบการเผชิญหนาหรอื ระบบออนไลน 26

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การนาํ ระบบสนบั สนนุ และทักษะการเรียนรูในศตวรรษไปสกู ารปฏบิ ัติ การจดั กระบวนการเรียนรูในรปู แบบ Project-Based Learning: PBL ท่ีถูกกระตุนใหนักเรียนเกดิ คําถามอยากรูแบบใชป ญหาเปนฐาน (Problem-Based Learning) เกดิ ความตอ งการสบืคนหาคาํ ตอบที่ถูกอา งอิงดว ยทฤษฎีความรู โดยมีการแลกเปลี่ยนเรียนรกู บั กลุมเพอ่ื น และรวมกนั ลงมือปฏิบัติเพือ่ พสิ จู นย นื ยนั สมมติฐานคาํ ตอบ เกดิ จติ นาการพัฒนาผลงาน และนวัตกรรมที่ทําใหการดํารงชวี ิตมีคณุ ภาพในโลกแหงอนาคตของศตวรรษที่ 21 ไดนาํ ข้ันตอนของ QSCCS มาทาํ กรอบลงสูการปฏิบัติ ดงั น้ี กระบวนการใน 5 ขั้นตองของ QSCCS ประกอบดวย ขั้นที่ 1 Learn to Questionไดแกการเตรียมหลักสูตรและแหลงเรียนรู การเตรียมบทบาทครู การสํารวจชุมชนสรางแรงบันดาลใจและการระดมความคิดเห็นแลกเปลี่ยนเรียนรู ข้ันท่ี 2 Learn to Search ไดแก การสืบคน วิเคราะหจําแนกแยกแยะขอมูลท่ีถูกตอง และการออกแบบการเรียนรูรวมกัน ขั้นท่ี 3 Learn to Constructไดแก การลงมือปฏิบัติ จากการเรยี นรู การทดลอง การสรางช้ินงาน การเรียนรูจากผูเช่ียวชาญและของจริง และการแลกเปลี่ยนเรียนรู ขั้นที่ 4 Learn to Communicate ไดแก การสรุปขอมูลเพ่ือนําเสนอส่ือสารในรูปแบบตาง ๆ และข้ันที่ 5 Learn to Service ไดแก การประยุกต ตอยอดองคความรูเพื่อสงั คม ซึง่ ขัน้ ตอนดงั กลา วนําไปจัดทําเปน 5 หนวยการปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี 27

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 1. หนวยท่ี 1 การรจู ักชมุ ชน ทอ งถน่ิ ภูมลิ ําเนา ประกอบดวย 1.1 การจดั ทาํ คลงั ทะเบยี นแหงเรียนรู และคลงั ทะเบยี นอาชีพ 1.2 การจดั ทาํ โปรแกรมการเรียนสเู สน ทางการศกึ ษาตอ และการประกอบอาชีพ 1.3 การจัดทําหนว ยจดั ประสบการณระดบั ชนั้ 1.4 การวิเคราะหต ัวชว้ี ดั และเตรียมการจกั ารเรยี นรูบูรณาการ 1.5 การจดั ทาํ ตารางเรียนรายวชิ าและตารางเรียนรวม 2. หนว ยท่ี 2 การสรางแรงบันดาลใจใฝอ ยากรู ประกอบดว ย 2.1 การจัดทาํ หนวยการเรียนรบู รู ณาการ 2.2 การจดั กิจกรรมการเรียนรูภาคปฏิบัตหิ อ งเรียนรวม 2.3 การจัดกิจกรรมการเรยี นรูภ าคทฤษฎคี วามรูหองเรียนปกติ 2.4 การเตรยี มแผนการเรยี นรแู ละเอกสารการเรียนรู 3. หนว ยท่ี 3 การเจาะลกึ ถงึ แกน ความรู ประกอบดวย 3.1 การใชบ รรณานุกรมนําทางสูการสืบคน 3.2 การวางแผนการสืบคน วิเคราะหห าขอ เทจ็ จรงิ 3.3 การลงมอื ปฏิบตั ิพสิ ูจนความจรงิ 3.4 การวางแผนขัน้ ตอนการผลติ ผลงานบรกิ ารสงั คม 4. หนวยที่ 4 การตกตะกอนความรูสคู วามภาคภูมใิ จ ประกอบดวย 4.1 การสรา งแรงบนั ดาลใจในประโยชนของสงั คม 4.2 การสรา งกระบวนงานผลิตผลงานและนวตั กรรม 4.3 การจดั การความรู นําเสนอและสอ่ื สาร 5. หนวยท่ี 5 การประมวลความงดงามทางจริยธรรมในศตวรรษที่ 21 ประกอบดวย 5.1 การวัดผลประเมินผลความเจริญงอกงามดานพุทธิพิสัย จิตพิสัย และทักษะ พสิ ยั 5.2 ทกั ษะ และคานยิ ม จากกจิ กรรมตามหลักสูตร และเสรมิ หลกั สูตร 5.3 การจัดทาํ แฟมสะสมงานสูเสน ทางการศกึ ษาตอ และการประกอบอาชีพ หนวยปฏบิ ตั ทิ ี่ 1 การรจู กั ชมุ ชน ถน่ิ ฐาน ภมู ิลาํ เนา หลักสูตรสถานศึกษามุงหวังการนําเอาบริบท สภาพแวดลอม และการประกอบอาชีพของประชาชนในชุมชน ถ่ินฐาน และภูมิลําเนามาเปนสถานการกระตุนใหนักเรียนไดรูจัก เกิดประเด็นสนใจอยากรู นําไปสูการสืบคนรวบรวมทฤษฎีความรู 8 กลุมสาระการเรียนรูตามหลักสูตร และความรูเชิงบูรณาการในศตวรรษท่ี 21 โดยใชทักษะในศตวรรษท่ี 21 สรางกระบวนการคิด การปฏิบัติ และแกปญหา ใหเกิดการเรียนรูในทักษะการทํางาน และทักษะชีวิต รวมถึงการรูเทาทันส่ือ เทคโนโลยี 28

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21สารสนเทศ นําไปสูการจุดประกายความสนใจใหอยากรู อยากสรางจินตนาการปฏิบัติในเรื่องที่ไกลตัวออกไปสคู วามรตู ามหลกั สากล 1. การจดั คลงั ทะเบียนแหลงเรยี นรู และคลงั ทะเบียนอาชพี สถานศึกษาดําเนินการสํารวจสภาพบริบท สภาพแวดลอม และการประกอบอาชีพในชุมชน ถิ่นฐาน และภูมิลําเนาเพ่ือนําขอมูลมาใชวิเคราะหปจจัยภายนอกที่เปนความตองการและเอื้อตอการพัฒนาทรัพยากรคนในทองถิ่นท่ีสอดคลองกับปจจัยภายในท่ีมีความพรอม หรือเตรียมข้ึนมาไดของสถานศึกษา จัดทําเปนโครงสรางหลักสูตรสถานศึกษาท่ีมีการจัดทําโปรแกรมการเรียนได 29

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21สอดคลองกับกลุมอาชีพของทองถ่ิน และสถาบันการศึกษาตอ รวมถึงสอดคลองกับการใชแหลงเรียนรูและแหลงจัดประสบการณทั้งของทองถิน่ ชุมชน และของสถานศึกษา ซ่ึงสถานศึกษานํามาจัดเก็บในรูปคลงั ทะเบยี นแหลง เรียนรู 3 ดาน และคลงั ทะเบียนกลมุ อาชพี ของทอ งถ่ินอีกทีห่ น่งึ 1.1 คลงั ทะเบียนแหลงเรียนรู แบงเปน 3 ดาน ไดแก ดานกายภาพ ดา นชีวภาพ และดานวถิ ีชุมชน (1) ดานกายภาพ เปนเร่ืองเกี่ยวกับสิ่งท่ีไมมีชีวิต เปนสภาพแวดลอมที่อยูรอบ ๆ ตัวเรา ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ลักษณะทางกายภาพเชงิ ภมู ิศาสตรในพื้นท่ชี ุมชน ถ่ินฐาน และภูมิลําเนา ไดแกปรากฏการณทางดาราศาสตร เกิดฤดูกาล กลางวัน กลางคืน ขางขึ้นขางแรม น้ําขึ้นน้ําลง จันทรุปราคาและสุริยุปราคา เปนผลมาจากปรากฏการณทางดาราศาสตร โลกโคจรรอบดวงอาทิตย ดวงจันทรหมุนรอบตัวเอง ขณะเดียวกันก็โคจรรอบโลก และโคจรรอบดวงอาทิตย ปรากฎการณทางภูมิประเทศเกิดลักษณะของแผนดินมีลักษณะสูง ๆ ตํ่า ๆ เปนภูเขา ที่ราบ ท่ีราบสูง แมน้ํา หนอง บึง ลักษณะภูมิประเทศแตละแบบ จะมีความสําคัญตอการดํารงชีวิตของประชากร บริเวณท่ีราบลุมหรือที่ราบริมฝงแมน้ํา มักมีผูคนอาศัยอยูอยางหนาแนน ทําการประมง และทําการเพาะปลูกเปนอาชีพหลักปรากฎการณทางภูมิอากาศ เกิดลักษณะอากาศเกิดข้ึนเปนประจําในทองถิ่น ในระยะเวลาหนึ่งที่ยาวนานพอสมควร เกิดลักษณะอากาศประจําถ่ิน ไดแก อณุ หภมู ิ ปริมาณน้ําฝน ลม และทิศทางลม เปนตน ปรากฎการณทางภูมิธรณี เกิดลักษณะของหินและแรธาตุ ซ่ึงพบไดอยูท่ัวไปตามผิวเปลือกโลก แรสวนมากจะเกดิ รวมกับหนิ ชนิดตาง ๆ เมื่อหินผุพังทลาย แรจะถูกกระแสนํา้ พัดลงมาสูทตี่ ่ําเพ่ือไปรวมกับกระแสแร ปรากฎการณทางภูมิปฐมพี เกดิ ลกั ษณะของดนิ ชนิดตาง ๆ ดินเกดิ จากวตั ถธุ รรมชาติที่ทบั ถมปกคลุมผิวโลก เชน เศษดิน ซากพืช ซากสัตว แรธาตุตาง ๆ เปนตน ดินในแตละพ้ืนที่จะมีคุณสมบัติแตกตางกัน การอุมนํ้า สีของดิน ความอุดมสมบูรณ ปรากฎการณทางภูมิอุทก เกิดแหลงนํ้าธรรมชาติแมน้ํา ลําคลอง หวย บึง หนอง ทะเล ทะเลสาบ ปจจัยที่ควบคุมภูมิอุทก ไดแก ลักษณะภูมิประเทศฤดูกาลปริมาณนํ้าฝน ปรากฎการณทางภูมิพฤกษ เกิดลักษณะของชนิดและพรรณไมประจําถ่ินท่ีขึ้นเองตามธรรมชาติ ตามอิทธพิ ลของภมู อิ ากาศ ภูมปิ ระเทศ (2) ดา นชวี ภาพ เปนเร่ืองสืบเน่ืองมาจากส่ิงที่ไมมีชีวิตเกิดการรวมกลุม อยูอาศัยของสิ่งมีชีวิตตาง ๆ อันเนื่องมาจากความหลากหลายทางชีวภาพมีอยูระหวางสายพันธุ ระหวางชนิดพันธุ และระหวางระบบนิเวศ ไดแก ความหลากหลายทางชีวภาพระหวางสายพันธุ ที่เกิดจากความแตกตางระหวางพันธุพืชและสัตวตางๆ ท่ีใชในการเกษตร ความแตกตางหลากหลายระหวางสายพันธุ ทําใหสามารถเลือกทางการเกษตร สายพนั ธุป ศุสัตว และสัตวปก เพอ่ื ใหเหมาะสมตามความตอ งการของตลาดความหลากหลายระหวา งชนดิ พนั ธุ สามารถพบเห็นไดโดยท่ัวไปถึงความแตกตางระหวางพชื และสัตวแตละชนิด ไมวาจะเปนสัตวที่อยูใกลแบบสัตวเลี้ยง หรือส่ิงมีชีวิตที่อยูในปาเขาลําเนาไพร โดยมีพื้นท่ีธรรมชาติเปนแหลงที่อยูอาศัยของสิ่งมีชีวิตที่แตกตางหลากหลาย แตวามนุษยไดนําเอาส่ิงมีชีวิตมาใช 30

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21ประโยชนทางการเกษตร และอุตสาหกรรม ความหลากหลายระหวางระบบนิเวศเปนความหลากหลายทางชีวภาพซึ่งซับซอน สามารถเห็นไดจากความแตกตางระหวางระบบนิเวศประเภทปาดงดิบ ทุงหญาปาชายเลน ทะเลสาบ บึง หนอง ชายหาด แนวปะการัง ตลอดจนระบบนิเวศท่ีมนุษยสรางขึ้น เชน ทุงนา อางเก็บนํ้า หรือแมกระทั้งชุมชนเมอื งของเราเอง ในระบบนิเวศเหลา นี้ ส่ิงมีชีวิตก็ตา งชนิดกัน และมีสภาพการอยูอาศัยแตกตางกัน ความแตกตางหลากหลายระหวางระบบนิเวศ ทําใหโลกมีถ่ินที่อยูอาศัยเหมาะสมสําหรับสิ่งมีชีวิตชนิดตางๆ ระบบนิเวศแตละประเภทใหประโยชนแกการดํารงชีวิตของมนุษยแตกตางกัน หรืออีกนัยหนึ่งใหบริการทางสิ่งแวดลอม' (environmental service) ตางกันดวย อาทิ ปาไมทําหนาท่ีดูดซับนํ้า ไมใหเกิดนํ้าทวมและการพังทลายของดิน สวนปาชายเลนทําหนาที่เก็บตะกอนไมใหไปทบถมจนบริเวณปากอาวต้ืนเขิน ตลอดจนปองกันการกัดเซาะบริเวณชายฝงจากกระแสลมและคลื่นดวย (3) ดานวิถีชุมชน เปนเร่ืองเก่ียวกับวิถีชีวิตหรือการดําเนินชีวิตที่เกิดจากมนุษยสรางข้ึน ในดานศิลปวัฒนธรรม อนั เปนความงดงามและสนุ ทรยี ภาพทางศิลปวัฒนธรรม ทางดานอัครศิลปน วรรณศิลปทัศนศิลป หรือศิลปะสถาปตยกรรม ศิลปะการแสดง เพลงพ้ืนบาน ภาพยนต ดานสถาปตยกรรมและวิศวกรรม เร่ืองการกอสราง ปติมากรรมตาง ๆ จติ กรรม ดานการดําเนินชีวิตความเปนอยเู กิดกติกา ขอ งตกลง กฎ ระเบียบรวมกัน เกิดเปนวัฒนธรรม ประเพณี ตามความเชื่อตาง ๆ ท่ีแตกตางกันไปในแตละถิ่นฐานที่ตั้ง สรุปตามที่กลาวมา คือ สถาปตยกรรมการกอสราง วัฒนธรรมรวมสมัย มรดกทางวฒั นธรรม วฒั นธรรมพนื้ บาน ภูมปิ ญญามรดกทางปญ ญา การละเลนในอดีต 1.2 คลงั ทะเบยี นกลุม อาชีพ เปนไปตามการจัดเก็บประเภทอาชีพตามมาตรฐานสากล ตามที่สํานักงานสถติ ิแหงชาติไดดําเนินการจดั ทําขึน้ โดยมวี ัตถปุ ระสงคเ พื่อนาํ ไปใชในโครงการสํามะโน และสํารวจตาง ๆของสํานักงานสถิติแหงชาติ ในการดําเนินการจัดต้ังคณะทํางานมาตรฐานสถิติ และคณะทํางานยอยจัดทํามาตรฐานการจําแนกขอมูลสถิติ (อาชีพ) ขึ้น เพ่ือพิจารณาจัดประเภทอาชีพของประเทศใหเปนมาตรฐานสากล โดยใชเอกสาร International Standard Classification of Occupations (ISCO-88)ขององคการแรงงานระหวางประเทศ (ILO) เปนหลักในการพิจารณา ซึ่งผูใชขอมูลสถิติอาชีพสามารถนําไปเปรียบเทียบกับขอมูลของประเทศอ่ืนท่ีใชมาตรฐานเดียวกันได ดังมีโครงสรา งของการจัดประเภทอาชพี และรายละเอยี ดโครงสรา งของการจดั ประเภทอาชพี ดงั นี้ 31

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โครงสรางของการจัดประเภทอาชีพตามมาตรฐานสากล (http://service.nso.go.th/nso/knowledge/standard/page2.htm)ดังตารางแสดงประเภทอาชพี จาํ นวนหมวด หมูและรหัสอาชีพ ประเภทอาชีพ หมวด หมู รหัสอาชพี1.ผูบัญญตั กิ ฎหมายขา ราชการระดับอาวุโสและผูจดั การ 3 8 332. ผปู ระกอบวิชาชีพดานตาง ๆ 4 18 553. ชา งเทคนคิ สาขาตาง ๆ และผปู ระกอบวชิ าชีพอื่น ๆทีเ่ ก่ียวของ 4 21 734. เสมียน 2 7 235. พนกั งานบรกิ าร และพนักงานขายในรา นคาและตลาด 2 9 236. ผูปฏิบัตงิ านทีม่ ฝี มือในดานการเกษตรและการประมง 2 6 177. ผูปฏบิ ัตงิ านในธุรกจิ ดา นความสามารถทางฝม ือและธุรกิจอืน่ ๆ ทเ่ี ก่ียวของ 4 16 708. ผูป ฏบิ ัตกิ ารเครอ่ื งจกั รโรงงานและเคร่อื งจกั ร และผูป ฏิบตั ิงานดา นการ 3 20 70ประกอบ 3 10 259. อาชพี ข้นั พื้นฐานตา ง ๆ0. กองกําลังทหารติดอาวุธตา ง ๆ (สามเหลา ทพั ) 11 1รวม 28 116 390 โครงสรางของรหัสอาชีพ ใชแทนดว ยเลขรหัส 4 ตัว ซ่ึงแสดงถึง ประเภทอาชีพ หมวดหมแู ละรหสั อาชพี ไดด งั ตัวอยางตอไปน้ี ชอื่ รหสั อาชพี เลขรหัสประเภท ผูบ ญั ญัติกฎหมาย ขาราชการระดบั อาวโุ สและผจู ัดการ 1อาชีพหมวด ผูบัญญตั ิกฎหมายและขา ราชการระดับอาวุโส 11หมู ผูบญั ญัติกฎหมาย 111รหัสอาชีพ ผบู ัญญตั กิ ฎหมาย 1110 32

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 ตัวอยาง รายละเอียดโครงสรางของการจัดประเภทอาชีพตามมาตรฐานสากล(http://service.nso. go.th/nso/knowledge/standard/page3.htm) มีดังน้ี ประเภทที่ 1 : ผบู ัญญตั ิกฎหมาย ขา ราชการระดบั อาวโุ ส และผูจ ดั การ ประเภทที่ 2 : ผปู ระกอบวิชาชีพดา นตา ง ๆ ประเภทท่ี 3 : ชา งเทคนคิ สาขาตา ง ๆ และผปู ระกอบวชิ าชพี อ่นื ๆ ท่ีเกี่ยวขอ ง ประเภทท่ี 4 : เสมยี น ประเภทที่ 5 : พนักงานบรกิ าร และพนักงานขายในรา นคา และตลาด ประเภทท่ี 6 : ผูปฏิบตั ิงานทมี่ ฝี มือในดา นการเกษตรและการประมง ประเภทท่ี 7 : ผูป ฏิบัตงิ านในธุรกิจดา นความสามารถทางฝมือและธุรกจิ อน่ื ๆ ที่เกีย่ วของ ประเภทที่ 8 : ผูปฏิบตั กิ ารเคร่อื งจักรโรงงานและเครอ่ื งจกั ร ประเภทท่ี 9 : อาชพี ขั้นพ้ืนฐานตา ง ๆ หมวด91 : อาชีพข้ันพ้นื ฐานตา ง ๆ ในดา นการขายและการใหบ ริการ หมู 911 : ผูป ฏิบัติงานดานการจาํ หนา ยสินคาขา งถนนและผปู ฏบิ ตั งิ านอืน่ ๆ ที่เกย่ี วของ รหสั อาชพี 9111 : ผูปฏิบตั งิ านจาํ หนายอาหารตามขางถนน ทาํ หนา ที่จดั หาอาหารและเครื่องด่ืมไวเ พ่ือการจําหนาย โดยเคลอ่ื นยา ยไปตาม สถานที่ตาง ๆ ท่ีมีลกู คา เชน สวนสาธารณะ สถานีขนสง บานพักอาศยั ฯลฯ ขายอาหารตลอดจนเคร่ืองดม่ื ทง้ั รอ นและเยน็ รวมถึงการจําหนายผกั สด ผลไม ไอศกรีม ฯลฯ เชน คนเรขายเครื่องดื่ม อาหารตามขา งถนน คนเรขายเคร่ืองดื่ม อาหารวางตามโรงภาพยนตร โรงละคร สถานีขนสง สวนสาธารณะ คนเรขายยาคูลท คนเรข ายนมสด รหสั อาชีพ 9112 : ผปู ฏิบตั ิงานจําหนา ยสินคา ทีไ่ มใชอ าหารตามขางถนน รหสั อาชพี 9113 : ผูปฏบิ ัติงานขายสนิ คา แบบเคาะประตูเรยี กและแบบผา นทางโทรศัพท หมู 912 : ผปู ฏบิ ัติงานดา นการทําความสะอาดรองเทาและอาชีพขัน้ พ้ืนฐานตาง ๆ หมู 913 : ผูชวยปฏิบตั งิ านดานการทํางานบานและผชู วยปฏบิ ัติงานอ่ืน ๆ ท่ีเก่ยี วของ ผปู ฏบิ ัติ งานดา นการทําความสะอาดและซักรีดเสื้อผา หมู 914 : ผปู ฏบิ ัติงานดูแลในดา นการดแู ลรกั ษาอาคาร สงิ่ ปลูกสราง ผปู ฏิบตั ิงานทาํ ความสะอาด หนาตางและผูป ฏิบตั งิ านทําความสะอาดอนื่ ๆ ท่เี กี่ยวของ หมู 915 : ผปู ฏิบัติงานสงขา วสาร ผูปฏิบัติงานขนกระเปา เดนิ ทาง ผปู ฏบิ ัติงานเฝา เปด – ปด ประตู และผปู ฏิบัติงานอืน่ ๆที่เกยี่ วขอ ง หมู 916 : ผูปฏิบตั งิ านเกบ็ รวบรวมขยะและผใู ชแ รงงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ หมวด92 : ผใู ชแ รงงานทางดานการเกษตร การประมงและผใู ชแ รงงานอ่นื ๆ ทเี่ ก่ียวขอ ง หมวด93 : ผูใชแ รงงานในดานการทาํ เหมืองแร การกอสรา ง การผลติ และการขนสง 33

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 ประเภทที่ 0 : กองกําลังทหารติดอาวธุ ตาง ๆ (สามเหลา ทพั ) 2. การจดั ทําโปรแกรมการเรยี นสูเ สน ทางการศกึ ษาตอ และการประกอบอาชีพ จากการวิเคราะหปจจัยเอื้อตอโอกาสของบริบท สภาพแวดลอมของชุมชน ถ่ินฐานและภูมิลําเนาท่ีมีตอการประกอบอาชีพในกลุมอาชีพประเภทตาง ๆ ทําใหสถานศึกษามีขอมูลในการตัดสินใจในการเปดโปรแกรมการเรียน บรรจุเขาไปในโครงสรางหลักสูตร อันเปรียบเสมือนเข็มทิศนําทางใหกับนักเรียนไดเรียนรูและรูจักการประกอบอาชีพในชุมชน ถิ่นฐานในระดับช้ันมัธยมศึกษาปที่ 1และปท่ี 2 สามารถตัดสนิ ใจเลอื กเขาสลู กู ลมุ อาชีพตามความถนดั และสนใจในระดับชั้นมัธยมศึกษาปท ี่ 3ทําใหตัดสินใจศึกษาตอในโปรแกรมการเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพสายอาชีวศึกษา และศึกษาตอในสาขาระดบั อุดมศึกษาเพ่ือการประกอบอาชีพรองรับการกลับมาพัฒนาถิ่นฐาน และภูลําเนาตอไป ดังนั้นการเปดวิชาเพ่ิมเติมในโปรแกรมการเรียนจึงมีความหมายที่สําคัญอยางย่ิงในการเลือกสาขาการศึกษาตอสูเสนทางประกอบอาชีพของตัวนักเรียนเปนรายบุคคล(Carrier Parts) ซ่ึงจําเปนตองจัดเก็บขอมูลสารสนเทศดานความรู ความสามารถ สมรรถนะ และคุณลักษณะตามหลักสูตรจาก ปพ. 5 และคุณลักษณะของนักเรียนในศตวรรษท่ี 21 รวมถึงผลงานของนักเรียนจาการเรียนรู เพ่ือการสงตอจากระดับช้ันหน่ึงไปอีกระดับชั้นหนึ่ง รวมถึงใชเปนขอมูลการตัดสนิ ใจในการรบั เขาศกึ ษาตอ ในสาขาอาชพี ของตา งสถาบันตอ ไป 3. วิเคราะหส ัดสวนเวลาและประเภทของตัวชี้วัดมาตรฐานรายวิชา 34

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 หลักการจัดทําหนวยการเรียนรูบูรณาการ คือการนําเอาหนวยการเรียนรูของรายวิชาในระดับชั้นเดียวกัน หรือขามระดับชั้น มาออกแบบกิจกรรมการเรียนรูแบบสหวิทยาการ หรือออกแบบหนวยการเรียนรูบูรณาการ โดยเร่ิมจากครูท่ีไดรับมอบหมายใหจัดการเรียนรูในรายวิชาและระดับช้ัน จะทําการวิเคราะหตัวช้ีวัดมาตรฐานรายวิชา หรือผลการเรียนรู ในรายวิชาท่ีครูผูสอนรับผิดชอบ จัดกลุมของตัวชี้วัดมาตรฐานรายวิชา กําหนดเปนหนวยการเรียนรู โดยที่ตัวช้ีวัดมาตรฐานรายวิชาแตละตัวจะตองนํามาวิเคราะหประเภทของการวัดและการเรียนรู วาเปนประเภทความรู(Cognitive domain) ประเภททักษะการปฏิบัติ (psychomotor domain) หรือประเภทเจตนคติ(affective domain) ซ่ึงความสําคัญในการจัดกระบวนการเรียนรูครูตองวิเคราะห และตอบใหไดวาสัดสวนเวลา และนํ้าหนักคะแนน ในการจัดหนวยการเรียนรูจะใหน้ําหนักระหวางภาคทฤษฎีความรูหรือ Knowles กับภาคปฎิบัติที่เนน ทักษะกระบวนการ (Skills) ท่ีใชประเมินสมรรถนะ(psychomotordomain) และคุณลักษณะ(affective domain) เปนสัดสวนอยางละเทาไร ทั้งนี้เวลาจะเปนไปตามหนวยการเรียน และคาบเวลาของโครงสรางหลักสตู ร คือ 1 คาบตอสปั ดาห เทากับ 0.5 หนวยการเรียนและ 20 คาบตอสัปดาห เทากับ 1 ภาคเรียน โดยตัดคาบแรกที่เปนการช้ีแจงโครงการสอนของการจัดการเรียนรู และตัดคาบการสอบกลางภาค และปลายภาคเรยี นออก 2 สัปดาห ที่เหลอื จงึ จะวิเคราะหเปนนํ้าหนักเวลา และคะแนนของแตละตัวชี้วดั มาตรฐานรายวิชา และวเิ คราะหน ํ้าหนกั เวลาและคะแนนของประเภทของการวดั และการเรียนรูประเภทความรู และประเภททกั ษะกระบวนการ ครูผูรับผิดชอบการจัดการเรียนรูในแตละระดับช้ันจะตองวิเคราะหสาระสําคัญรายวิชาของแตละหนวยการเรียนรู เพื่อวิเคราะหหาความเกี่ยวของสัมพันธกันระหวางสาระเน้ือหา(Content) กับฐานการจัดประสบการณ โดยเฉพาะกระบวนการในหนวยการเรียนรูบูรณาการ นํามาใชเปนสถานการกระตุนเขาสูหนวยการเรียนรู และออกแบบการจัดกิกรรมการเรียนรูอีกทีหนึ่ง แสดงวาหนวยการเรียนรูของรายวิชาใดสามารถนําไปวางไวหนวยเรียนรูบูรณาการเดียวกันไดก็จะทําการจัดทําหนวยการเรียนรูบูรณาการได สําหรับตัวช้ีวัดมาตรฐานรายวิชาท่ีมีสาระเนื้อหาที่มีความซับซอนยุงยากแกการทําความเขาใจ ครูยังคงเลือกไมนําไป บูรณาการ เลือกท่ีจะช้ีแนะกระตุนสรางกระบวนการเรียนรูในหอ งเรยี นไดเชน กัน 4. การจัดทาํ หนวยจัดประสบการณร ะดับช้นั และหนวยเรยี นรูบูรณาการ 35

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 หลังจากสถานศึกษาจัดทําคลังทะเบียนแหลงเรียนรูที่เปนบริบท สภาพแวดลอมของชมุ ชน ทองถ่ิน และตดั สินใจเปดโปรแกรมการเรียนที่เปนเสนทางการศึกษาตอ สูการประกอบอาชีพของนักเรยี นในอนาคตแลว สถานศกึ ษาตองเตรียมแหลง จัดประสบการณเ ชงิ บูรณาการณของระดับช้ันตาง ๆที่จะไดใชเปนสถานการณ หรือสถานท่ีสรางแรงบันดาลใจเกิดคําถามอยากรูในบริบท สภาพแวดลอมท่ีเปนชุมชน ถ่ินฐาน และภูมิลําเนาของเขา ตามหลักการเรียนรูจากส่ิงไกลตัวไปสูส่ิงท่ีไกลตัวออกไปเพื่อใหค รใู ชเ ปนกุศโลบายกระตนุ เชื่อมโยงเขาสตู วั ช้ีวัดมาตรฐานรายวชิ า ของสาระสาํ คัญรายวชิ าตาง ๆ สถานศึกษาตองวางแผนการจัดแหลงประสบการณใหนักเรียนแตละระดับช้ันไดเรียนรู โดยเม่ือศึกษาจบประโยคการศึกษาแลวนักเรียนจะไดรูจักบริบท สิ่งแวดลอม และการประกอบอาชีพในชุมชน ถ่ินฐาน และภูมิลําเนาของตนไดมากท่ีสุด แหลงจัดประสบการณเปนการ บูรณาการแหลงเรียนรูดานกายภาพ ดานชีวภาพ และดานวิถีชุมชนไวในพ้ืนที่หรือสถานที่ตั้งเดียวกัน ซึ่งจะเปนท่ีซ่ึงครูใชออกแบบกิจกรรมการลงพื้นที่ภาคสนามสํารวจสรางแรงบันดาลใจใหนักเรียนตั้งเปนคําถามที่อยากรู เมื่อสถานศึกษากําหนดชื่อแหลงจัดประสบการณ และระดับช้ันท่ีใชจัดประสบการณไดครอบคลุมแลว สถานศึกษาจะตองพัฒนาและจัดทําหนวยเรียนรูบูรณาการในแตละหนวย (ฐานการเรียนรูเชิงบูรณาการ) โดยจําลองสถานการณของแหลงเรียนรูแบบตาง ๆ เปนฐานจัดประสบการณยอยๆ แสดงใหเห็นขั้นตอนหรือกระบวนการ ต้ังแตเกิด หรือมีทรพั ยากรในแหลง เรียนรู การอนรุ ักษดูแลหรือนําไปใชประโยชนจากแหลงเรียนรู การสรางกระบวนการผลิตในการนําไปสูการแปรรูป การสรางมูลคาเพิ่มและกระบวนการของผูประกอบการทางธุรกิจการคา หรือในรูปแบบอ่ืน ๆ ท่ีเปนการจัดประสบการณใ หกบั นักเรยี นอยางหลากหลาย 5. การจดั ทาํ ตารางเรยี นรายวชิ า และตารางเรยี นรวม เมื่อครูและฝายบริหารรูจํานวนคาบเวลาของภาคทักษะกระบวนการ และจํานวนคาบเวลาภาคทฤษฎีความรูท้ังแบบที่ไมเลือกบูรณาการ และเลือกนําไปบูรณาการ สถานศึกษาจะตองวางแผนการจัดตารางสอนใน 2 แบบ คือ 1. แบบไมบูรณาการใชกับสาระเน้อื หาภาคทฤษฎีความรทู ี่มคี วามซับซอ นยุงยากตอการทําความเขาใจจะตองจัดตารางสอนใหมีการจัดการเรียนรูในหองเรียนที่มีการนําความรูจากการสืบคนมาแนะนําทําความเขาใจในหองเรียนท่ีมีครูเปนผูกระตุนแนะนําและมีการใหรายงานการจัด 36

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21ประสบการณและความรูท่ีไดจากการสืบคนและการเรียนเรียนรูเพ่ือผูตรวจสอบความรูรวมถึงการปรับซอมใหเปนไปตามสาระของตวั ชว้ี ดั มาตรฐานรายวิชา 2. แบบบูรณาการใชกับสาระเน้ือหาภาคทฤษฎีความรูที่นักเรียนอาน สืบคน ทําความเขาใจเองได และภาคทักษะกระบวนการ หรือภาคปฏบิ ตั ิ โดยจดั ตารางสอนจัดกระบวนการเรียนรูในหองเรียนรวม หรือ Study Room เปนสถานที่ใชช้ีแจงการทํากิจกรรมภาคสนาม หรือภาคปฏิบัติเพื่อลงสูการปฏิบัติในการสืบคนรวบรวมความรูและกลับมาบันทึกรายงานการจัดประสบการณ ลงไปปฏิบัติการสํารวจในแหลงจัดประสบการณ สรางแรงบันดาลใจตั้งคําถามอยากรู และกลับมาเขียน และบันทึกการรายงานประเด็นคําถามอยากรู พรอมหลักฐานอางอิง รวมถึงจัดกิจกรรมกลุม แลกเปลี่ยนประเด็นความรูระหวางนักเรียนดวยกัน จัดกิจกรรมอภิปรายกลุมในประเด็นคําถามที่อยากรูกับกระทูท่ีครูสรา งจากสาระสาํ คญั รายวิชา จัดกิจกรรมตดิ ตามสรปุ ผลความกาวหนา การสืบคนรวบรวมความรู การตดิ ตามแกไขขอติดขัดและประเด็นปญหาของนักเรียนรายบุคคลหรือกลุมที่มีประเด็นแบบเดียวกัน เปนตน หนวยท่ี 2 การสรา งแรงบนั ดาลใจใฝอยากรู เมื่อครูทุกรายวิชาท่ีไดรับมอบหมายใหจัดการเรียนการสอนจะทําการวิเคราะหตัวชี้วัดมาตรฐานรายวิชาถึงน้ําหนักเวลาและคะแนน และประเภทของการเรียนรูดานความรู(Knowles) ดานทักษะกระบวนการ (Skills) ทั้งแบบ psychomotor domain และแบบ affectivedomain เพ่ือจัดทําหนวยการเรียนรูของรายวิชา ซึ่งเวลาท้ังหมดของทุกหนวยการเรียนรูรวมกับเวลา 37

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21สอบกลางภาค และปลายภาค รวมถึงเวลาการช้ีแจงโครงการสอนแลว ตองไดเทากับเวลาตามหนวยกิตของโครงสรางรายวิชา จากน้ันใหพิจารณาบริบท สภาพแวดลอม และลักษณะอาชีพของหนวยจัดประสบการณท่ีสถานศึกษากําหนดใหแตละระดับช้ันไดเรียนรู ใหครูพิจารณานํากลุมตัวชี้วัดมาตรฐานรายวิชาหรอื หนวยการเรียนรูไปวางไวท่ีหนวยบูรณาการ ที่เปนหนวยยอยของหนวยจัดประสบการณในแตละระดับชั้น โดยวิเคราะหตามความสอดคลองของสาระเนื้อหาของตัวชี้วัดมาตรฐานรายวิชา กับสภาพบรบิ ท และกระบวนการในแตละหนวยเรยี นรูบรู ณาการ ซึง่ ในหนว ยเรียนรูบรู ณาการจะมีกลุมของตวั ชี้วัดท่ีมาจากหลายรายวิชา ท่ีจะมีการออกแบบกิจกรรมการเรียนรูรวมกับกลุมครูผูสอนไปสูกิจกรรมการสรางทักษะกระบวนการตอไป สําหรับตัวชวี้ ัดมาตรฐานรายวิชาท่ีเปนทฤษฎีความรูท่ีซับซอนยุงยากใหกันคาบเวลาไวเพ่ือออกแบบการจัดการเรียนรูที่จะช้ีแนะกระตุนสรางกระบวนการเรียนรูในหองเรียนตอ ไป 1. การจดั ทําหนว ยการเรียนรูบรู ณาการ หนวยจัดประสบการณเปนอาณาเขตพ้ืนท่ีท่ีรวมแหลงเรียนรูหลาย ๆ ส่ิงที่ถูกผูกโยงเปนเร่ืองราวที่เปนลักษณะเดน หรือจุดขายของทองถ่ินที่ มีการบูรณาการของแหลงเรียนรูดานกายภาพ ดานชีวภาพ และดา นวิถีชมุ ชนเขา ไวดว ยกัน โดยสถานศกึ ษาจะเปนผูกาํ หนดใหแตละระดบั ช้ันไดรูจัก และเรียนรูในบริบท สภาพแวดลอม และอาชีพของชุมชน ทองถ่ินของแตละหนวยจัดประสบการณท่ีแตกตางกันไปจากระดับชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 1 จะเรียนรูในส่ิงใกลตัวท่ีเปนเร่ืองความเปนอยูในชีวิตประจําวันในบาน ในชุมชน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 จะเรียนรูในสิ่งท่ีไกลตัวออกไปในระดับทอ งถ่นิ รวมถึงกลุมอาชีพท่ีทาํ ใหเ กิดคุณภาพชีวิตในทองถ่ินของนักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปท่ี3 จะเรียนรูในสิ่งที่เปนสากลในระดับจังหวัดและภูมิภาค รวมถึงกลุมอาชีพที่สรางงานสรางรายไดของทองถ่ินและจังหวัด เพ่ือนําไปสูเสนทางการศึกษาตอ และลูทางการประกอบอาชีพของนักเรียนใน 38

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21อนาคตทั้งดานสายอาชีวะ และสายสามัญ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 จะเรียนรูในส่ิงท่ีเปนสากลในระดับจังหวัดและภูมิภาคเชนเดียวกับมัธยมศึกษาปท่ี 3 แตจะมีการเช่ือมโยงไปสูความเปนสากลในระดับประเทศ รวมถึงความเปนเฉพาะดานตามโปรแกรมการเรียนของนักเรียนเพื่อเชื่อมโยงไปสูสถาบันการศึกษาตอของนักเรียน ระดับช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 5 จะเรยี นรูในส่ิงท่ีเปนสากลเชนเดยี วกับช้ันมัธยมศึกษาปท ่ี 4 แตเ นนการเชื่อมโยงไปสูการศึกษาเปรยี บเทียบในระดับความเปน สากลโลก ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปท่ี 6 จะเรียนรใู นส่ิงท่ีนักเรียนสนใจ และถนัดตามสิ่งท่ีนักเรียนไดเลือกเรยี นในวิชาเลือกใหไดมากท่ีสุดโดยยึดหลักเกณฑความสอดคลองรองรับสาขาการศึกษาตอในสถาบันที่จะนําไปสูการประกอบอาชีพในอนาคต หนวยจัดประสบการณระดับช้ันจะใชเปนสถานการณกระตุนในการสรางแรงบนั ดาลใจใหนักเรียนเกิดนานาคําถามอยากรูในส่ิงท่ีเกิดขึน้ ทุก ๆ เร่ืองในชุมชน ทองถิ่นของนักเรยี น ซึ่งทีมคณะครูของระดับชั้นจะตองเตรียมใบกิจกรรมการมอบหมายงานการลงสํารวจพื้นท่ีในสภาพจริงหรือที่เรียกวาภาคสนาม เพ่ือใหนักเรียนไปสัมผัส และถูกกระตุนดวยแหลงจัดประสบการณจริงเกิดสารพัดคําถามอยากรู เพื่อนําไปสูการจัดกิจกรรมกลุมแลกเปลี่ยนความเห็น ตั้งเปนสมมติฐานคําตอบท่ีเปนไปไดมากที่สุด และจัดทําผังมโนทัศนแสดงความเชื่อมโยงเก่ียวของกับสาระสําคัญรายวิชาตาง ๆตามประเด็นกระทูท่ีคณะครูตั้งขึ้น เพื่อใหนักเรียนอภิปรายเช่ือมโยงไปสูสาระเนื้อหาที่จะเรียนรูในรายวชิ าตา ง ๆ ตอไป 1. การเตรียมการสํารวจ ทีมคณะครูจะเตรียมใบกิจกรรมมอบหมายงานใหนักเรียนศึกษาความรูเบ้ืองตนจากคลังทะเบียนแหลงเรียนรู และคลังทะเบียนแหลงอาชีพ เพื่อใหนักเรียนไดสืบคน และรวบรวมความรูทั้งประสบการณเดิมและความรูจากที่สืบคนทําใหรูจักและเขาใจความเปนทอ งถ่ินของตนเองมากขึ้น พรอ มกับต้ังประเด็นเบ้ืองตนในสิ่งที่อยากรูและรายงานสิง่ ท่อี ยากรูใหกับทีมคณะครูเพ่ือใหครูไดวิเคราะหพื้นประสบการณเดิมและความรูเดิมของนักเรียนเปนรายบุคคลและจําแนกกลมุ ประเภทที่รูจกั และสนใจทีใ่ กลเ คยี งกัน 2. การสํารวจสรางแรงบันดาลใจ ทีมคณะครูมอบหมายกิจกรรมการทํางานตอเน่ืองมาจากใบกิจกรรมการเตรียมตัวสํารวจเปนการช้ีแจงขอปฏิบัติใหนักเรียนลงไปสํารวจพ้ืนท่ี เพ่ือไปตรวจสอบส่ิงท่ีนักเรียนอยากรูจากประสบการณเดิมและการสืบคน รวมท้ังการพบส่ิงใหมเกิดคําถามอยากรูใหม ซ่ึงในข้ันน้ีคําถามอยากรูข องนักเรียนไมม ีผิด ไมมถี ูก ถือเปนขอ คดิ เห็น และเปน สงิ่ ทค่ี รูจะไดขอมูลสะทอนกลับถึงประสบการณเดิม และพ้ืนฐานความรูเดิมของนักเรียนเปนรายบุคคลที่สามารถนํามาจําแนกเปนกลุมประสบการณของนักเรียนได นอกจากน้ันยังเปนการช้ีแจงใหนักเรียนไดทราบกําหนดการ การเตรียมตัว อุปกรณ เครื่องมือท่ีจําเปน และเรื่องความปลอดภัยในการลงภาคสนามการสรา งแรงบนั ดาลใจ 3. การายงานคําถามอยากรู ทีมคณะครูยังคงมีการมอบหมายกิจกรรมการทํางานตอเนื่องกันมา โดยเฉพาะการรายงานคําถามท่ีอยากรูที่ไดจากการเขาไปเห็นและสัมผัสในสถานการณจริง การรายงานสามารถทําไดทั้งรูปแบบรายงานเอกสาร รายงานผานระบบ email 39

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21รายงานผานระบบ online แบบ Block ชนิดตาง ๆ รวมถึงการแนบขอมูลอางอิงการลงพื้นที่จัดประสบการในรูปแบบ ภาพ เสียง วีดีโอ เปนตน ซึ่งจะนําไปใชเปนขอมูลการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรูกันตอไป 2. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรภู าคปฏิบัตหิ อ งเรียนรวม หองเรียนรวม เปนหองหรือพื้นท่ีท่ีใชจัดกิจกรรมกลุม มีมิติท่ีสะดวกคลองตัวตอการปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมกลมุ แบบหลากหลาย ใชเ ปน สถานทชี่ แี้ จงมอบหมายกิจกรรมการทาํ งานใชเ ตรยี มกิจกรรมการทาํ งานของนกั เรียน การสรุปงานกลุม การตดิ ตามชีข้ อ เสนอแนะความกาวหนา ของกจิ กรรมการดําเนินงานของนักเรียนเปนกลุม และรายบุคคล ดังนั้นโตะ เกาอ้จี ึงตองเหมาะสมกับการจัดกิจกรรมกลมุ หรืออาจใชเปน พ้ืนท่ีสะอาดสามารถนงั่ กับพ้นื ในการทํากิจกรรมกลมุ ก็ได อุปกรณเครอ่ื งมือชว ยการสืบคน และบนั ทกึ ผลการปฏบิ ัติงานจึงควรมเี ทาที่จําเปน เม่ือนักเรียนลงปฏิบัติกิจกรรมการสรางแรงบันดาลใจภาคสนามนักเรียนจะเกิดการรับรูที่จะนําไปสูความตระหนักในเร่ืองราวของสิ่งแวดลอม สังคมวัฒนธรรมของชุมชน ถิ่นฐานบทบาทของทีมคณะครูจะใชใบกิจกรรมมอบหมายการทํางานกลุมเพ่ือใหนักเรียนนําสารพันคําถามท่ีอยากรูมาแลกเปล่ียนประสบการณกัน และจัดกลุมประเด็นคําถามอยากรูตามกลุม ตามเกณฑท่ีเปนขอ สรุปรวมกัน นําไปสูการนําเสนอผลการอภิปรายกลุม ซึ่งทีมคณะครูจะทําหนาท่ีเชื่อมโยงกลุมคําถามอยากรูที่นักเรียนนําเสนอไปสรางความสัมพันธเชื่อมโยงกับสาระสําคัญของรายวชิ าของครปู ระจําวชิ าแตละคน การนําเสนอความเช่ือมโยงของครูควรใชแผนภาพ หรือ mine map เพ่ือใหนักเรียนเห็นวาสิ่งท่ีนักเรียนสงสัยอยากรูคือหัวเร่ืองของสาระเนื้อหาของรายวิชาใดตามหลักสูตร และเปนประเด็นคําถามท่ีจะนําไปใชจัดกิจกรรมการสืบคนรวบรวมความรูกันตอไป ขอสําคัญที่ครูตองตรวจสอบก็คือคําถามที่นกั เรียนอยากรูนนั้ ครอบคลมุ ตวั ชว้ี ัดมาตรฐานรายวิชาท่ตี นรบั ผิดชอบหรอื ไม ครคู วรเติมเต็มและสรปุ ใหนกั เรียนบันทึก หรือจดั ทําแผนภาพความเชื่อมโยงเก็บเปนแผนผงั การเรยี นรขู องนักเรยี นเปน รายบุคคล 1. การแลกเปล่ียนคําถามอยากรูระหวางนักเรียนนั้น ทีมคณะครูจะใชใบกจิ กรรมการมอบหมายงานใหแลกเปล่ยี นประเด็นคําถามอยากรูของนักเรียนแตละคนพรอมกบั ใหเพื่อนแสดงความคิดเห็นในรูปแบบจัดกลุมอภิปราย หรือรูปแบบผานระบบ online แบบ Block ชนิดตาง ๆความมุงหมายเพื่อใหนักเรยี นไดนําประสบการณเดิม และความรูเดิมมาใชแลกเปลีย่ นกับเพ่ือน ๆ ซึ่งถือวานักเรียนจะไดเรียนรูประสบการณใหมจากเพ่ือนอีกทีหน่ึง และการเรียนรูในข้ันน้ีเปนเพียงขอคิดเห็น 40

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21ยังไมใชขอเท็จจริงท่ีถูกยืนยันอางอิงจารสารสนเทศท่ีเชื่อถือได กิจกรรมกลุมตอจากการแลกเปลี่ยนคําถามอยากรู คือ การใหนักเรียนหารือตั้งเกณฑการจับกลุม หรือพวก ของคําถามอยากรู ในข้ันนี้นักเรียนจะไดฝกทักษะการคิดวิเคราะห และสังเคราะหในข้ันพื้นฐาน ผลงานกลุมควรใหนักเรียนนําเสนอแลกเปลีย่ นเรยี นรูแบบขา มกลุมอีกทหี น่งึ 2. การต้ังกระทูแทนสาระสําคัญรายวิชา เปนบทบาทครูประจําวิชาจะทําการวิเคราะหสาระสําคัญรายวิชา ประกอบไปดวยตัวช้ีวัดมาตรฐานรายวิชาอะไรบาง และเมื่อจัดทําเปนหนว ยการเรยี นรแู ลวไดก ่หี นวยการเรยี นรู เมอ่ื นําไปจดั ทําหนวยบูรณารรว มกับรายวชิ าอน่ื แลวอยภู ายใตชื่อหนวยบูรณาการอะไร เนื้อหาสาระและกระบวนการของหนวยบูรณาการใหมมีความเก่ียวของและสอดแทรกกันไดอยางไร ซ่ึงครูควรลงไปสํารวจพื้นท่ี ท่ีใชเปนแหลงจัดประสบการณกอนหนานักเรียนเพ่ือนําสิ่งท่ีครูพบเห็นมาเตรียมการจัดทําชุดคําถามกระตุนความสนใจของนักเรียนภายใตสาระสําคัญรายวิชา คําถามกระตุนความสนใจก็คือคําถามที่ครูอยากรูและมีความสัมพันธเก่ียวของกับสาระเนื้อหาของตัวช้ีวดั มาตรฐานรายวิชาของครูผสู อน จากนั้นครปู ระจําวิชาตอ งเตรียมวางแผนการจดั กิจกรรมการอภิปรายกลุมของนักเรียน โดยใหนักเรียนนํากลุมคําถามอยากรู ท่ีจัดกลุมหรือพวกไวกอนหนานั้น มาอภิปรายแสดงความสัมพันธเกี่ยวของกับสาระสําคัญรายวิชาใดไดบาง โดยครูรายวิชานําสาระสําคัญรายวิชามาสรา งเปนกระททู ม่ี ปี ระเด็นการอภิปรายเปนประเด็นหัวเร่อื งตามตัวช้วี ดั มาตรฐานรายวชิ า 3. การอภิปรายคําถามอยากรูภายใตกระทู ทีมคณะครูช้ีแจงกิจกรรมการอภิปรายกลมุ ภายใตกระทตู ามกรอบประเด็นของหัวเร่ืองที่กําหนด โดยใหนกั เรียนนํากลุมคาํ ถามที่อยากรูมาอภิปรายความสัมพันธเกี่ยวของกับกระทูใดไดบาง ซึ่งข้ันตอนน้ีจะทําใหครูเห็นพื้นฐานความรูเดิมและประสบการณเดิมของนักเรียนเปน รายบุคคลและรายกลุมท่ีตองทําการบันทึกขอมูลขอ คนพบเก็บไวเพือ่ เตรียมการใหขอ เสนอแนะ หรือสงเสริมเปน กรณไี ป นกั เรยี นอาจอภิปรายความสัมพนั ธเ กีย่ วของของคําถามอยากรูกับกระทูไดไมครบทุกกระทู ดังน้ันครูควรใชคําถามกระตุนที่ไดเตรียมไวเปนตัวชวยใหนักเรียนต้ังคําถามอยากรูใหมเพื่อการอภิปรายใหเขาประเด็นกระทู หรือบางคําถามอยากรูของนักเรียนอาจจะไมตรงกับของครูทั้งหมดครูตองบันทึกประเด็นเหลานี้ไวเน่ืองจากเปนส่ิงที่นักเรียนมีมุมมองจากพ้ืนฐานประสบการณท่ีแตกตางจากของครู ซึ่งคําถามอยากรูของนักเรียนท่ีนําไปวางพรอมอภิปรายภายใตกระทูแตละกระทูครูตองวิเคราะหตรวจสอบวาครอบคลุมหัวเรื่อง หรือตัวชี้วัดมาตรฐานรายวิชาหรือยัง เพื่อการเติมเต็มใหกับนักเรียนไดเห็นภาพรวมท้ังหมด และมอบหมายกิจกรรมกลุมหรือรายบุคคล ในการเขียนแผนภาพ หรือ mine map ช่ือวิชา กระทู และคําถามท่ีอยากรูที่ไดขอสรุปเปนภาพรวมแลว ซึ่งจะเปนแผนการสืบคนและรวบรวมความรูของนักเรียน ในการนําสารสนเทศ พรอมบรรณานุกรมที่นาเช่ือถือไดมาอางอิงจากขอสรุปท่ีไดจากการอภิปรายที่เปนเพียงระดับความคิดเห็นนํามายืนยันการเปนระดับขอเท็จจริงตามทฤษฎีความรู ขอสรุปการอภิปรายท่ีไมมีสารสนเทศมาอางอิงหรือมีสารสนเทศท่มี าโตแยง ก็จะถูกปรบั ตกไป 4. การติดตาม วิเคราะหสรุปผลความกาวหนาของนักเรียน เปนการติดตามตรวจสอบพ้ืนฐานความรูเดิม และพ้ืนฐานประสบการณเดิมของนักเรียนท่ีเหมือน หรือแตกตางกันไปใน 41

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21แตละบุคคล ซึ่งครูจะเปนผูบันทึกจํานวนความเหมือน และจํานวนความแตกตาง พรอมกับประเด็นท่ีนักเรียนมองไดมากกวากรอบกระทู หรือมองไมครอบคลุมกระทู ที่ครูตองใชคําถามกระตุนหรือเติมเต็มให การบันทึกรายละเอียดของนักเรียนบางบุคคลควรกระทําอยางย่ิงในกรณีท่ีนักเรียนตองเติมเต็มใหเปนอยางมาก หรอื นกั เรียนที่ไมตองเติมเตม็ แตพบแววท่ีจะสงเสริมตอยอดในลักษณะความสนใจทีพ่ ิเศษและแตกตางจากกรณีท่ัว ๆ ไป นอกจากการติดตามตรวจสอบดังกลาวแลว การตรวจงานแผนผังการเรียนรู หรอื mine map ของนักเรียนรายบุคคล จะทําใหครูเห็นแผนผังการเรียนรูของนักเรียน และจะไดชวยสนับสนุนสงเสริมความกางหนาการเรียนรูไดชัดเจนขึ้น นอกจากน้ีเครื่องมือวัดคุณภาพการปฏิบัติงานท่ีนักเรียนแสดงออกตามกระบวนการท่ีหมอบหมายไวตามใบกิจกรรมถือวามีความสําคัญตอการเกดิ ทักษะการปฏบิ ัติ ทจ่ี ะนาํ ไปสกู ารประเมินสมรรถนะ และคณุ ลกั ษณะของนักเรียนเปนรายบุคคล 5. การเฉลยเร่ืองที่จะเรียน (สาระสําคัญรายวิชา) และหัวเรื่องท่ีจะสืบคน(ตัวชี้วัดมาตรฐานรายวิชา) เปนกระบวนการสรางแผนผังการเรียนรู ต้ังแตช่ือเร่ืองที่จะเรียนรู และหัวเรื่องที่จะทําการสืบคนรวบรวมสรางองคความรู ซึ่งครูผูสอนรายวิชาจะชวยเติมเต็มคําถามที่นักเรียนอยากรู ซึ่งคอื การเติมประเด็นใหครอบคลุมตัวชี้วัดมาตรฐานรายวิชาตา ง ๆ หรืออีกนยั ก็คือเปนการบอกหัวเร่ืองที่จะทําการสืบคนภายใตสาระสําคัญรายวิชา ซ่ึงครูตองสรุปใหนักเรียนเห็นวาขอสรุปจากการอภิปรายประเด็นกระทูกับคําถามอยากรูนั้น เปนเพียงความคิดเห็นยังไมใชขอเท็จจริงหรือทฤษฎีความรูหรือแมนแตประเด็นการเติมเต็มของครูผูสอนก็ใหถือวาเปนเพียงความคิดเห็น การจะยืนยันวาเปนทฤษฎีความรูตองมีการสืบคนรวบรวมขอมูลสารสนเทศจากแหลงท่ีเชื่อถือไดมายืนยังและถูกกํากับดวยแหลงอางอิง หรือบรรณานุกรมกอนจึงจะสรุปวาเปนขอเท็จจริงที่ใชนําไปสรางกระบวนการวิเคราะหสังเคราะหส รา งเปน องคค วามรูตอ ไป ขอสรุปการอภิปรายทม่ี กี ารโตแยงจากขอ มลู สารสนเทศทเ่ี ช่ือถอื วาเปนเพียงขอคิดเหน็ เทานั้น กระบวนการข้ันนี้จะทําใหน ักเรียนเปน บุคคลท่ีมีคุณลักษณะการรเู ทาทัน ส่ือสารสนเทศไมตกอยูในโลกของสังคมชวนช่ือ และการที่นักเรียนไดลงปฏิบัติไปสํารวจพ้ืนที่ในชุมชน ถ่ินฐานของนักเรียนก็จะทําใหเห็นภาพที่คุนเคยรูจักใกลตัวไดรูจักชุนชน ถิ่นฐาน และกลุมอาชีพเกิดความรกั หวงแหน และคุณคาของธรรมชาติ ทรัพยากร ส่งิ แวดลอ ม สงั คมวัฒนธรรมของภูมิลาํ เนาถิ่นฐาน เขาหลกั การการเรยี นรูจากสิ่งใกลตัวทีค่ ุน เคยรจู กั เกิดแรงบนั ดาลใจอยากรู และสืบคน ในสิ่งท่ีไกลตัวออกไปเกิดความรใู หม และไกลตวั ออกไปอีกไปสคู วามเปนสากล เม่ือการเรยี นรูมกี ารเช่ือมโยงไปสูทฤษฎีความรูของ 8 กลุมสาระ และความรูในโลกศตวรรษท่ี 21 ก็จะเกิดเจตคติที่ดีอนุรักษ และพัฒนากระบวนการหรือคุณภาพของผลผลิต มีจินตนาการสรางกระบวนการพัฒนานําไปสูการเปนผูประกอบการ เละเห็นเสนทางการศกึ ษาตอ และลทู างการประกอบอาชีพอาชีพตอ ไป 42

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 3.การจัดกิจกรรมการเรยี นรูภาคทฤษฎคี วามรหู อ งเรียนปกติ หอ งเรียน เปนสถานที่ใชเรียนรูภาคทฤษฎคี วามรูสาํ รับตัวชี้วดั มาตรฐานรายวิชาที่เปน Knowles ซง่ึ มีความจําเปนสําหรับสาระเน้ือหาของตัวช้ีวัดที่มคี วามซบั ซอ นยุงยาก ทค่ี รูจําเปนตองมีกระบวนการกระตุน ชี้แนะใหเรียนรูไปพรอมกับการช้ีแนะ แตทั้งนี้ตองหลีกเลี่ยงการบรรยายใหมากใหใชวิธีการกระตุน สืบคน และใชกระบวนการกลุมสรางขอสรุปรวมกันโดยครูเปนผูสรางเงื่อนไขและกระตุนใหเห็นประเด็นการเช่ือมโยง จนไดขอสรุป และคนพบ ตัวชวยท่ีสําคัญคือใบความรูและแหลงอางอิง รวมถึงบรรณานุกรมที่เกี่ยวของ รูปแบบใบความรูอาจเปนเอกสาร หรือเอกสารอิเล็กทรอนิกสเชน ใบความรูแ บบ ส่ือ On-Demand วิดีโอการใหความรูเน้อื หาสาระของแตละตัวช้ีวดั ทม่ี ีการบันทึกไวกอนลวงหนา นอกจากน้นั ยงั ใชเ ปนที่สรุปงาน และใชวดั ผลความรูภาคทฤษฎีความรู 4. การเตรยี มแผนการเรียนรแู ละเอกสารการเรยี นรู การเตรียมเอกสารการสอน เปน ผลตอเน่ืองมาจากกระบวนการจัดทาํ แผนการเรียนรูท ีอ่ งิ กระบวนการเรียนรูแบบ QSCCS ไดแ ก 43

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 1. ใบความรูและแหลงอางอิง เปนเอกสารสิ่งพิมพ หรือเอกสารอิเล็กทรอนิกส ใชแนะนําสาระเนื้อหาความรูเบื้องตนพอสังเขปท่ีเก่ียวของกับการจัดการเรียนรูในหนวยการเรียนรู และหนวยบูรณาการ สวนรายละเอียดสมบูรณจะถูกแสดงอางอิงในรูปเชิงอรรถ และบรรณานุกรมแบบหลากหลาย ทั้งบรรณานุกรมแบบเอกสารส่ิงพิมพ หรือบรรณานุกรมแบบอิเล็กทรอนิกส ถูกกํากับไวเพ่ือใหนักเรียนนําไปสืบคน รวบรวมความรูแบบละเอียด กอนเขาสูกิจกรรมอภิปรายกลุม หรือกิจกรรมออกแบบกระบวนการทาํ งาน สามารถจาํ แนกใบความรเู ปน 2 ลักษณะ คอื 1.1 ใบความรูท่ีแสดงสาระเนื้อหาความรูของหนวยจัดประสบการณ ท่ีจะทําใหน ักเรียนรจู กั แหลงเรียนรแู ละการประกอบอาชีพของชมุ ชน ทอ งถน่ิ ดานกายภาพ ดานชีวภาพ ดา นวิถีชุมชน ซ่ึงจะเช่ือมโยงไปสูแหลงเรียนรูในระดับจังหวัด ประเทศ และของโลก ตลอดจนความรูในโลกศตวรรษท่ี 21 ไดตอไป 1.2 ใบความรทู ี่แสดงเนื้อหาสาระความรูของตัวชว้ี ัดมาตรฐานรายวชิ าของแตละหนว ยการเรยี นรู 2. ใบมอบหมายกิจกรรมการทํางาน ใชช้ีแจงและทําความตกลงกับนักเรียนในการเขารวมกิจกรรมการทํางานต้ังแตวิธีการทํากิจกรรม สถานที่ วัน เวลาการทํากิจกรรม การรายงานผลและประเมินผลการรวมกิจกรรมและนําเสนอผลของช้ินงาน ผลงาน ตลอดจนเง่ือนไขหรือขอบเขตการปฏิบตั เิ รือ่ งความปลอดภัยและการปฏบิ ตั ติ น ใบมอบหมายกจิ กรรมการทํางานประกอบดวย 2.1 ใบมอบหมายกิจกรรมการสํารวจพ้ืนที่หนวยจัดประสบการณ ตองครอบคลุมถึงการมอบหมายการเตรียมศึกษาความรูเบื้องตนของแหลงเรียนรูตาง ๆ ในพ้ืนที่หนวยจัดประสบการณวัตถุประสงคเพื่อใหน ักเรียนรูจกั รักและหวงแหนในแหลง เรียนรตู าง ๆ ของชมุ ชน ถ่ินฐานท้ังการสืบคนและลงไปสัมผัสหาชื่อแหลงเรียนรูท่ีมีอยูในพ้ืนที่จัดประสบการณและกําหนดประเด็นคําถามอยากรูจากการไดรูจักและรับรูพรอมวางแผนการลงสํารวจแหลงเรียนรูจริง มอบหมายการลง 44

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21พนื้ ท่ีสาํ รวจแหลงเรยี นรูจริง เพ่อื ใหสังเกตมองประเด็นทีเ่ กิดขึ้นตามประเด็นคําถามอยากรใู นแผนการลงสํารวจแหลงเรียนรูจริงท้ังอดีต ปจจุบัน และในอนาคต รวมถึงคําถามอยากรูท่ีเกิดข้ึนใหม เพ่ือตัง้ สมมติฐานคําตอบจากการศึกษาและไดพบเห็น พรอมสงรายงานคําถามอยากรูและสมมติฐานคาํ ตอบแนบภาพ เสยี ง วดี โี อ หรอื แบบอนื่ ๆ แลวแตกรณตี ามเง่ือนไขระยะเวลา 2.2 ใบมอบหมายกิจกรรมอภิปรายกลุมประเด็นคําถามอยากรู วัตถุประสงคเพ่ือใหแลกเปลี่ยนประสบการณระหวางนักเรียนดวยกัน และแสดงความคิดเห็นในประเด็นการตั้งสมมติฐานคําตอบของเพื่อนในกลุมพรอมหาขอสรุปคําถามอยากรูและสมมติฐานคําตอบตาง ๆรวมถึงการมอบหมายใหนําเสนอผลขอสรุปของแตละกลุม เพื่อชวยกับสรุปเปนภาพรวมของคําถามอยากรแู ละสมมติฐานคาํ ตอบ 2.3 ใบมอบหมายกิจกรรมการทําแผนผังการเรียนรู กําหนดชื่อเร่ือง และหัวเรื่องในการเรียนรู วัตถุประสงค เพื่อกําหนดเกณฑการจัดกลุมคําถามอยากรู และอภิปรายสมติฐานคาํ ตอบในประเด็นท่ีเก่ียวของกับกระทูที่ครูผูสอนรายวิชากําหนดข้ึนสําหรับจัดหมวดหมูช่ือเรื่องและหัวเร่ืองภายใตกระทู ซ่ึงเมื่อไดขอสรุปแลวทีมคณะครูจะใหนักเรียนเขียนแผนผังความคิดใหเปนกรอบการเรียนรู จากตัวชี้วัดมาตรฐานรายวิชาคือหัวเรื่องท่ีแทนดวยคําถามอยากรู และสมมติฐานคําตอบ ซ่ึงจะอยูภายใตกระทูที่แทนดวยชื่อเร่ืองหรือสาระสําคัญรายวิชา ของชื่อวิชาท่ีจะสืบคน ศึกษาเรียนรู โดยจะแสดงดว ยชอ่ื ครูผูส อนทจ่ี ะชว ยชแ้ี นะการสรา งองคความรูใ หกบั นักเรยี น 3. ขอสอบ ใชวัดความรู (Knowles) สําหรับตัวช้ีวัดมาตรฐานรายวิชาท่ีเปนCognitive domain ตามระดับการวัดของ Bloom’s Taxonomy ดานพุทธิพิสัยจากความจํา ความเขาใจ การนําไปใช การวิเคราะห การสังเคราะห และการประเมิน ซึ่งควรใชลักษณะของขอสอบเปนแบบหลากหลาย โดยเลือกใชใหเหมาะสมกับสถานการณของตัวช้ีวัดมาตรฐานรายวิชา เชนแบบปรนัยจับคู เติมคํา และอัตนัย เปนตน การจัดทําขอสอบตองคํานึงถึงความเที่ยงเชิงเน้ือหา (ContentValidity) ซึ่งสามารถตรวจสอบไดระหวางความสอดคลองของขอกระทงของคําถามกับสาระเน้ือหาของตัวช้ีวัดมาตรฐานรายวิชา การสรางขอสอบทุกครั้งตองถูกระบุดวยตัวช้ีวัดมาตรฐานรายวิชา เก็บเขาสูคลังขอสอบ การใชขอสอบวัดความรูเพ่ือใชสอบวัดกลางภาคเรียน และปลายภาคเรียน ตองสอดคลองกับตัวช้ีวัดมาตรฐานรายวิชาของแตละหนวยการเรียนรู และควรมีขอ สอบที่ใชตรวจสอบองคความรูของนักเรยี นกอ นทาํ การสอบวัดทุกคร้งั เพอ่ื ตรวจสอบวามีนกั เรยี นคนใดทยี่ ังทําขอสอบของตัวช้วี ัดมาตรฐานรายวิชาในตัวชี้วัดใดที่ยังไมผาน จะไดทําการซอ มเสรมิ กอนการสอบวัดจริง การซอมเสรมิ อาจกระทําไดอีกทางหน่ึงคอื นําขอสอบสําหรบั ตวั ช้วี ัดทน่ี ักเรียนสอบไมผา นใหดเู ฉลย แนวการคิดคาํ ตอบ แหลง อางอิงเพื่อการศึกษาเพ่ิมเติม ดังนั้นการออกขอสอบเพื่อนําเขาสูคลังขอสอบจึงตองมี เฉลยแสดงการใชทฤษฎีความรู และวิธคี ดิ คําตอบ พรอมแหลง อางอิงทกุ คร้งั ท่สี รางขอสอบ 4. แบบวัดการปฏิบัติ ใชวัดผลของการแสดงทักษะ (Skill) และกระบวนการเรียนรู สําหรับตัวชี้วัดท่ีเปนแบบ affective domain และแบบ psychomotor domain ของBloom’s Taxonomy ดานจิตพิสัยจากการรับรู การตอบสนอง การสรางคานิยม การจัดระบบ และ 45

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21การสรางลักษณะนิสัยตามคานิยมที่ยึดถือ ดานทักษะพิสัยจากทักษะการเลียนแบบ (Imitation) การปฏิบัติไดโดยลําพัง (Manipulation) การปฏิบัติไดถูกตองแมนยํา (Precision) การปฏิบัติอยางตอเนื่องและผสมผสาน (Articulation) และการปฏิบัติโดยอัตโนมัติเปนธรรมชาติ (Naturalization) ทั้งดานจิตพิสยั และทักษะพิสัยในการออกแบบกิจกรรมการทํางานใหนักเรียนไดปฏิบัติจริงจะถูกสะสมตกตะกอนไปสูการประเมินการเกิดคุณลักษะดานตาง ๆ ใน 8 คุณลักษณะตามหลักสตู รการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน และประเมินการเกิดสรรถนะดานตาง ๆ ใน 5 สมรรถนะตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และประเมินคุณลักษณะของผูเรียนในศตวรรษท่ี 21 การสรา งแบบวดั การปฏิบัตจิ ะทําใน 2 ระดบั การเกิด คือ 4.1 การวัดระดับการเกิดคุณภาพของพฤติกรรมการแสดงออกของนักเรียนจากระดับนอยไปสูมาก ตามขั้นตอนกระบวนการของ QSCCS ที่จะนําไปสูการเกิดคุณลักษณะของผูเรียนในศตวรรษท่ี 21 จากการตั้งประเด็นความสนใจ (Learn to Question) การสืบคนและรวบรวมความรู (Learn to Search) การลงมือปฏิบัติและยืนยันคําตอบ (learn to Construct) การสรุปขอมูลและนําเสนอ (Learn to Communicate) และการประยุกตตอยอดความรูเพื่อสังคม (Learn toService) วัตถุประสงคการวัดก็เพ่ือตรวจวัดการเกิดคุณลักษณะดา นจติ พิสัย และการเกดิ สมรรถนะดานทักษะพสิ ัย จากสิ่งที่นกั เรียนคนุ เคย รูจักในสิ่งแวดลอมใกลตัวทเี่ ปนภูมลิ ําเนาถ่ินฐานของตวั นกั เรียนเองเกิดคุณคาความรักและหวงแหนนําทฤษฎีความรูใน 8 กลุมสาระ และความรูในศตวรรษที่ 21 สรางกระบวนการพัฒนาสิ่งเหลานั้นใหดํารงอยูได หรือพัฒนาใหดีขึ้นเกิดเปนนวัตกรรมใหมท่ีนํามาพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีเก่ียวกับสิ่งแวดลอม และคุณภาพงานอาชีพตอไป ถึงแมนการวัดระดับการเกิดคุณภาพของพฤติกรรมการแสดงออกของนักเรียนยังไมไดวัดทักษะ และจิตพิสัยตามตัวช้ีวัดของมาตรฐานรายวิชาก็ตาม แตเปนการตรวจสอบสรา งความม่นั ใจการตกผลึกของคุณลักษณะและสมรรถนะที่เกิดมาจากบริบท สภาพแวดลอมใกลตัวที่เปนภูมิลําเนาถิ่นฐานของตัวนักเรียนสรางแรงบันดาลใจใหอยากรูอยากพัฒนาในสิ่งท่ไี กลตัวออกไปสูในระดับจงั หวัด ประเทศ และความเปนสากลตอไป ดงั นน้ั ผลของการวัดจึงทําใหครูผูสอนไดรูจักนักเรียนเปนรายบุคคลอันจะนําผลมาปรับแกซอมเสริม เรงรัดใหนักเรียนทุกคนเขารวมกิจกรรมตามกระบวนการ QSCCS จนไดระดับคุณภาพการเกิดพฤติกรรมในระดับ 4 หรือดีมาก และถามนี ักเรยี นบางคนมีระดบั คณุ ภาพไมถึงระดบั 4 ก็ควรใหมจี าํ นวนที่นอ ยไมเ กินรอ ยละ 5 หรือถามีมากเปนรอยละ 10 หรือรอยละ 20 ตามลําดับก็ถือเปนการวัดระดับคุณภาพของครูและทีมคณะครูอกี ทีหนึ่ง ขอ สําคัญครูและทีมคณะครูตองเห็นความสําคัญของการเขารวมกิจกรรมของนักเรยี นและตองติดตามชวยเหลือใหนักเรียนมีระดับคุณภาพ 4 หรือ 3 เทาน้ันจึงจะมีสิทธิขอรับการวัดและประเมินคณุ ภาพชิ้นงาน ผลงาน และผลจากทักษะการปฏิบตั ิตามตวั ชว้ี ัดมาตรฐานรายวิชาได และใหน ําผลระดับคุณภาพ 4 หรือ 3 มาเปนสวนประกอบการใหคะแนนของชิ้นงานผลงาน พรอมกับแจงขอตกลงกับนักเรยี นถอื เปน ขอ ปฏิบตั ิรว มกัน ขนั้ ที่ 1 การตงั้ ประเดน็ ความสนใจ (Learn to Question) 1. รจู ักและแสดงออกถึงความสนใจในประเดน็ ที่มาจากบริบท สภาพแวดลอ ม ในชุมชนและทองถ่ิน 46

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 2. แสดงรอ งรอยหลักฐานการมปี ระสบการณการรบั รใู นบรบิ ท สภาพแวดลอ มของชมุ ชนและทอ งถน่ิ 3. แสดงรอ งรอยหลกั ฐานการไปสํารวจรวบรวมประเดน็ สนใจในบริบท สภาพแวดลอมของชุมชนและทองถ่ิน 4. นําประเด็นบอกเลาใหผูอืน่ ไดรบั รู โดยแสดงจากพน้ื ฐานความรูและ ประสบการณเ ดิมได 5. นาํ เสนอและแลกเปล่ยี นความคิดเหน็ ในประเดน็ สนใจของตนเองและของ ผูอ่ืน เพื่อใหเกดิ ประเด็นสนใจใหมเพิ่มข้นึ 6. นาํ ประเด็นสนใจมาอภปิ รายแลกเปล่ียนเรียนรภู ายไดกระทูจากการใช ความรูและประสบการณทม่ี ี 7. นําเสนอประเดน็ คําถามตามหัวขอกระทูเพ่ือเตรยี มการสบื คนรวมรวม ความรูเกณฑระดับคุณภาพ ระดับ 1 หมายถึง เกิดขอ 1 และขอ 2 ระดับ 2 หมายถงึ เกิดขอ 3 และขอ 4 ระดบั 3 หมายถงึ เกดิ ขอ 5 ระดับ 4 หมายถึง เกิดขอ 6 และขอ 7ข้นั ที่ 2 การสืบคน และรวบรวมความรู (Learn to Search) 1. รวบรวมแหลงอา งอิงและบรรณานกุ รม ท่ีสอดคลองกับหัวขอประเดน็ คาํ ถาม 2. กาํ หนดหัวขอในการสืบคน จากประเดน็ คําถาม โดยมีแหลง อางองิ และ บรรณานกุ รมเปน กรอบการสืบคน 3. วางแผนการสบื คนขอมลู ความรโู ดยใชแหลง อา งองิ และบรรณานุกรมเปน ตัวกาํ หนดสถานทแี่ ละระยะเวลาการสืบคน อยางมปี ระสทิ ธิภาพ 4. วิเคราะหขอมูลจากการสบื คน เปน ขอ สรุปความรู แตละแหลงอางองิ และ บรรณานกุ รมทีส่ อดคลอ งกบั หัวขอท่ีสืบคน 5. วิเคราะหข อสรปุ ความรูในแตละประเดน็ คาํ ถามเพื่อหาขอสนับสนนุ และขอ โตแ ยง 6. สงั เคราะหองคความรูจากขอ สรุปเชิงสนับสนุนเปน คาํ ตอบของประเดน็ คาํ ถาม 7. สงั เคราะหป ระเดน็ แนวทางการแกป ญ หาจากขอโตแยง ของประเดน็ คาํ ถาม 8. กําหนดหัวขอการปฏิบัติหรอื การทดลองเพ่ือการยืนยันคาํ ตอบจากองค ความรูและแนวทางการแกป ญหาทส่ี ังเคราะหได 47

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 9. สื่อสารขอคน พบและรองรอยหลักฐานการทาํ งานอยา งเปน ระบบ ตาม เงอ่ื นไข ขอตกลงเกณฑร ะดับคุณภาพ ระดบั 1 หมายถึง เกดิ ขอ 1 และขอ 2 ระดับ 2 หมายถึง เกดิ ขอ 3 ระดบั 3 หมายถึง เกิดขอ 4 และขอ 5 ระดบั 4 หมายถึง เกิดขอ 6, 7, 8 และขอ 9ขั้นท่ี 3 ลงมอื ปฏิบัติและยนื ยันคําตอบ (learn to Construct) 1. นําหวั ขอการปฏิบตั ิหรือการทดลองเพื่อการยืนยนั คาํ ตอบมาสราง สมมตฐิ าน 2. ความถูกตอ งและนา เชื่อถือของสมมตฐิ าน มคี วามสอดคลองอยภู ายใต ขอบเขตของขอเท็จจรงิ ท่ปี รากฏและเปนคาํ ตอบท่ไี ดรบั การยอมรับวา ถกู ตองและนาเชื่อถือ โดยผา นกระบวนการพสิ ูจน ตรวจสอบ หลายๆ ครั้ง 3. นําประเด็นแนวทางการแกปญหามาจดั ระบบการควบคุมกระบวนการ ทดลองหรือปฏบิ ัติได 4. ออกแบบกรอบแนวคดิ กระบวนการทดลองหรือปฏบิ ตั ิ 5. กาํ หนดวธิ กี ารและขัน้ ตอนการทดลองหรือปฏบิ ตั ไิ ดต ามกรอบแนวคิด 6. กําหนดและใชว ัสดุ อปุ กรณ เครอื่ งมือ และสถานท่ีในการทดลองหรือ ปฏบิ ตั ิตาขน้ั ตอนไดอยางมปี ระสทิ ธภิ าพ 7. มกี ระบวนการควบคุมและแนวทางการแกป ญ หาในสถานการณต า งๆ 8. มกี ารบนั ทึกผลในกระบวนการทดลองหรอื การปฏบิ ัติแตล ะขนั้ ตอนตาม เง่อื นไขและขอ ตกลง 9. สรุปผลการทดลอง หรือการปฏิบตั ิ ใหสอดคลองกับสมมตฐิ าน และมี ขอเสนอแนะแนวทางปญ หาการแกป ญ หาเกณฑร ะดบั คุณภาพ ระดับ 1 หมายถึง เกิดขอ 1 และขอ 2 ระดับ 2 หมายถึง เกดิ ขอ 3 และขอ 4 ระดบั 3 หมายถึง เกิดขอ 5, 6 และขอ 7 ระดบั 4 หมายถึง เกดิ ขอ 8 และขอ 9ข้ันท่ี 4 สรุปขอ มลู และนาํ เสนอ (Learn to Communicate) 1. เขยี นโครงรา งการนําเสนอขอคน พบจากผลการทดลองหรอื การปฏบิ ัติได ถูกตองตามหลักวิธีการเขยี นรายงาน 48

แนวทางจดั การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 2. มกี ารรวบรวม เรยี บเรียงสาระความรทู ่ีแสดงถึงขอคน พบท่ีเปน ชนิ้ งาน หรอื ผลงานจากการทดลองหรอื ปฏบิ ัตไิ ดอยางเชื่อมโยงกนั และเปน ตาม โครงรา งการนําเสนอ 3. มแี หลง อา งอิง และบรรณานุกรม สอดคลอ งกับประเด็นสาระความรูท่ี คนพบอยา งถูกตอง 4. มวี ิธกี ารนาํ เสนอชิ้นงาน หรอื ผลงานจากการทดลองหรือการปฏิบตั ไิ ดอ ยาง หลากหลายและสรางสรรค 5. มีการเผยแพรผลงานสสู าธารณะ เกณฑร ะดับคณุ ภาพ ระดับ 1 หมายถึง เกดิ ขอ 1 ระดับ 2 หมายถงึ เกดิ ขอ 2 ระดบั 3 หมายถงึ เกดิ ขอ 3 ระดบั 4 หมายถงึ เกิดขอ 4 และขอ 5 ขน้ั ท่ี 5 ประยกุ ตต อยอดความรูเ พ่ือสังคม (Learn to Service) 1. นําประเด็นที่ไดจ ากสง่ิ ทเ่ี รียนรู และขอคน พบนาํ ไปจดั ทาํ กิจกรรม รวมกบั ผูอนื่ ในหลักสูตรและเสริมหลักสูตร 2. มกี ารสรางโครงการบริการสาธารณประโยชนรวมกันกบั กลุมท่ีสนใจใน หลักสตู รและเสริมหลักสตู ร 3. กาํ หนดขอปฏบิ ัติของกจิ กรรมบรกิ ารสาธารณะประโยชนท ถี่ ูกตอ งชัดเจน ตามกฎ ระเบยี บขอปฏิบตั ิของโรงเรียนและสังคม 4. ปฏิบัติกจิ กรรมบริการสาธารณะประโยชน ไดตามโครงการทกี่ าํ หนดในแต ละขนั้ ตอน 5. มกี ารประเมนิ ผลและรองรอยหลักฐานผลการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม 6. นาํ เสนอ เผยแพรป ระโยชนท่ไี ดร บั ตอชมุ ชนและสังคม นําไปสกู ารขยาย ผลไดอ ยางกวางขวาง เกณฑร ะดับคณุ ภาพ ระดบั 1 หมายถงึ เกิดขอ 1 ระดับ 2 หมายถงึ เกิดขอ 2 ระดบั 3 หมายถึง เกิดขอ 3, และขอ 4 ระดบั 4 หมายถงึ เกดิ ขอ 5 และขอ 6 4.2 การวัดระดับการเกิดคุณภาพชิ้นงาน ผลงาน และผลจากทักษะการปฏิบัติตามตัวช้ีวัดมาตรฐานรายวิชาท่ีเปนตัวช้ีวัดแบบ affective domain และแบบ psychomotor 49


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook