Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนประจำปีงบประมาณ2564

แผนประจำปีงบประมาณ2564

Published by Aisara Deemak, 2021-06-08 04:03:07

Description: แผนประจำปีงบประมาณ2564

Search

Read the Text Version

แผนปฏิบัติการ ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564 . สานกั งานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 เอกสารลาดบั ท่ี 2/2564 กลมุ่ นโยบายและแผน สานกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษาลาปาง เขต 3

คำนำ แผนปฏิบัติการประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564 นี้ จัดทาข้ึนโดยความร่วมมือจากทุกกลุ่มงาน ในสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา มีส่วนร่วมในการวางแผนและดาเนินการ เพ่ือใช้เป็นเครื่องมือในการดาเนินงาน ขับเคลื่อนกลยุทธ์สู่ความสาเร็จตามเป้าหมาย โดยมีสาระสาคัญประกอบด้วยวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ กลยุทธ์ โครงการ กิจกรรม และงบประมาณ โดยวิเคราะห์ความสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช 2560 แผนแมบ่ ทภายใต้ยทุ ธศาสตรช์ าติ (พ.ศ.2561 – 2580) แผนปฏิรูปประเทศดา้ นการศึกษา นโยบายของรัฐบาล นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ นโยบายของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และนโยบายของสานักงานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 เพ่ือใหก้ ารพฒั นาคุณภาพการศึกษา ในความรับผิดชอบ มคี ณุ ภาพ เกดิ ประสิทธภิ าพและประสิทธิผลสูงสดุ โดยมุง่ ส่เู ปา้ หมายสุดท้ายคือการพัฒนา ให้นกั เรยี นได้รับโอกาสทางการศึกษาอยา่ งทั่วถึงและมีคุณภาพเต็มตามศกั ยภาพท่เี ทา่ เทยี มกัน ขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทาแผนปฏิบัติการ ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ฉบับน้ี สาเรจ็ ลุล่วงไปด้วยดี สานกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3

สำรบัญ หนำ้ คำนำ 1 ส่วนท่ี 1 สภาพปจั จุบัน ปัญหา และความต้องการในการพัฒนา 3 - สภาพทั่วไป 10 - ปัญหา อุปสรรค และความตอ้ งการในการพฒั นา 14 สว่ นท่ี 2 บริบททเี่ ก่ยี วข้องกบั การจัดทาแผนปฏิบัตกิ าร ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564 14 สานักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 15 - ยุทธศาสตรช์ าติ 20 ปี (พ.ศ.2561 – 2580) 15 - แผนแม่บทภายใต้ยทุ ธศาสตรช์ าติ 16 - แผนการปฏริ ปู ประเทศ 16 - แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560 – 2564) 19 - นโยบายและแผนระดบั ชาติว่าด้วยความมนั่ คงแหง่ ชาติ (พ.ศ.2562 – 2565) - นโยบายรฐั บาล (พลเอกประยุทธ์ จันทรโ์ อชา) 21 - นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ 30 - นโยบายสานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน สว่ นที่ 3 สาระสาคญั ของแผนปฏบิ ัตกิ าร ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564 39 สานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศกึ ษาลาปาง เขต 3 - ความสอดคล้องกับแผน 3 ระดับ 40 - ทศิ ทางการดาเนนิ งานของสานกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาลาปาง เขต 3 ส่วนที่ 4 โครงการ/กจิ กรรม 49 - สรุปโครงการตามแผนปฏิบัติการประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564 - รายละเอยี ดโครงการตามแผนปฏิบัตกิ ารประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564 54 กลยทุ ธ์ท่ี 1 จดั กำรศกึ ษำเพ่อื ควำมมนั่ ของของมนษุ ยแ์ ละของชำติ (1) โครงการน้อมนาพระบรมราโชบายดา้ นการศึกษาของในหลวงรัชกาลท่ี 10 สู่การปฏิบัติ (2) โครงการจดั การศึกษาเพื่อปอ้ งกนั และแก้ไขปัญหาภยั คุกคามรปู แบบใหม่ กลยุทธ์ที่ 2 จัดกำรศกึ ษำเพ่ือเพิ่มควำมสำมำรถในกำรแขง่ ขันของประเทศ (3) โครงการพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาเพื่อเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขนั

สำรบญั (ต่อ) หนำ้ 61 กลยุทธ์ที่ 3 พัฒนำและเสรมิ สรำ้ งศกั ยภำพทรัพยำกรมนุษย์ 69 (4) โครงการยกระดับคุณภาพการศึกษา (5) โครงการพัฒนาขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและยกย่องเชิดชเู กยี รติ 86 97 ขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา 102 กลยุทธ์ที่ 4 สรำ้ งโอกำสในกำรเข้ำถงึ บริกำรกำรศึกษำท่ีมคี ณุ ภำพ มีมำตรฐำน 107 112 และลดควำมเหล่ือมลำทำงกำรศึกษำ (6) โครงการสร้างโอกาสทางการศึกษาและลดความเหลื่อมล้าทางการศึกษา 118 (7) โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรยี นพน้ื ทีส่ ูงในถิ่นทุรกนั ดาร (8) โครงการยกระดบั และพัฒนาคณุ ภาพโรงเรียนขนาดเล็ก กลยุทธ์ท่ี 5 จัดกำรศกึ ษำเพือ่ พฒั นำคณุ ภำพชวี ิตท่เี ปน็ มติ รกับสงิ่ แวดลอ้ ม (9) โครงการจดั การศึกษาเพื่อพฒั นาคณุ ภาพชีวิตทเี่ ปน็ มิตรกบั สง่ิ แวดล้อม กลยุทธท์ ี่ 6 พฒั นำระบบกำรบริหำรจดั กำรศึกษำ (10) โครงการพฒั นาประสิทธิภาพการบรหิ ารจดั การ สพป.ลาปาง เขต 3 กลยุทธ์ท่ี 7 พัฒนำระบบเทคโนโลยดี จิ ิทลั (Digital Technology) มำใชใ้ นกำรบริหำรจัดกำรศกึ ษำ (11) โครงการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศและระบบเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) ภำคผนวก - คาสงั่ สานกั งานเขตพืน้ ที่การศกึ ษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 ที่ 241/2563 ลงวนั ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 เรอ่ื งแต่งตัง้ คณะกรรมการพจิ ารณางบประมาณ โครงการ และจดั ทาแผนปฏิบตั ิการประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564 สานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษา ประถมศึกษาลาปาง เขต 3 - คาสั่งสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 ที่ 182/2563 ลงวันที่ 14 กันยายน พ.ศ.2563 เร่ืองแต่งตง้ั คณะกรรมการประชุมเชิงปฏิบตั กิ าร จัดทาแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน และแผนปฏิบตั ิการ ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564 สานักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 - คณะผจู้ ดั ทา

1 สว่ นที่ 1 สภาพปัจจุบนั ปัญหา และความตอ้ งการในการพัฒนา  1. สภาพทั่วไป 1.1 ทตี่ ั้ง สำนักงำนเขตพ้ืนที่กำรศึกษำประถมศึกษำลำปำง เขต 3 เป็นส่วนรำชกำรสังกัดสำนักงำน คณะกรรมกำรกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน กระทรวงศึกษำธิกำร ทำหน้ำท่ีส่งเสริม กำกับ ติดตำมกำรดำเนินงำน สถำนศึกษำ ในเขตอำเภอแจ้ห่ม อำเภอวังเหนือ และอำเภอเมืองปำน ตั้งอยู่เลขที่ 359 ตำบลแจ้ห่ม อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปำง อยู่ห่ำงจำกจังหวัดลำปำงข้ึนไปทำงทิศเหนือ ตำมเส้นทำงถนนสำยลำปำง – แจ้ห่ม ประมำณ 54 กโิ ลเมตร อำคำรทีท่ ำกำรเป็นอำคำรเรยี นแบบ 004 สรำ้ ง พ.ศ. 2516 2 ชนั้ 12 หอ้ ง อาณาเขตติดตอ่ ของสานักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 ทิศเหนอื มอี ำณำเขตติดต่อกบั จังหวัดพะเยำ , จงั หวดั เชยี งรำย ทิศใต้ มอี ำณำเขตตดิ ต่อกบั อำเภอเมอื ง จังหวดั ลำปำง ทิศตะวันตก มอี ำณำเขตตดิ ต่อกับจังหวัดเชียงรำย , จังหวดั เชยี งใหม่ ทิศตะวนั ออก มอี ำณำเขตติดต่อกับอำเภองำว จังหวัดลำปำง , จังหวดั พะเยำ ลกั ษณะภูมิประเทศ สภำพพ้ืนท่ีโดยทั่วไปของสำนักงำนเขตพ้ืนที่กำรศึกษำประถมศึกษำลำปำง เขต 3 ประกอบด้วย โรงเรียนในเขตอำเภอแจ้ห่ม อำเภอวังเหนือ และอำเภอเมืองปำน มีพื้นที่ท้ังหมด 3,248.47 ตำรำงกิโลเมตร สภำพของพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขำมีป่ำไม้ล้อมรอบ พื้นที่ป่ำไม้ร้อยละ 61 ของพื้นที่ทั้งหมด มีที่รำบลุ่ม บริเวณท่ีรำบใกล้แม่น้ำเป็นบำงส่วน มีแม่น้ำสำยสำคัญไหลผ่ำน คือ แม่น้ำวัง แม่น้ำสอย แม่น้ำมอญ แม่น้ำปำน และแม่น้ำตุ๋ย ประชำชนส่วนใหญ่ประกอบอำชีพเกษตรกรรม มีประชำกรจำนวน 116,187 คน (ชำยจำนวน 57,999 คน หญงิ จำนวน 58,188 คน) ลกั ษณะภูมิอากาศ จำกลักษณะพ้ืนท่ีของจังหวัดที่เป็นแอ่งคล้ำยก้นกระทะ จึงทำให้อำกำศร้อนอบอ้ำวเกือบตลอดปี ฤดูร้อนร้อนจัด และหนำวจัดในฤดูหนำว มีอุณหภูมิเฉล่ียสูงสุด 41.6 องศำเซลเซียส เฉล่ียต่ำสุด 10.5 องศำเซลเซียส ปริมำณน้ำฝนวัดได้ 1,105.0 มลิ ลเิ มตรตอ่ ปี ลักษณะภมู ิอำกำศแบ่งออกได้เปน็ 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน เร่ิมประมำณต้นเดือนมีนำคมจนถึงปลำยเดือนพฤษภำคม อำกำศจะร้อนอบอ้ำวมำก เดือนทม่ี ีอำกำศร้อนที่สุดคอื เดือนเมษำยน ฤดฝู น เรม่ิ ประมำณกลำงเดือนพฤษภำคม ฤดูหนำว เร่ิมประมำณเดือนพฤศจิกำยนจนถึงเดือนกุมภำพันธ์ อำกำศจะหนำวเย็นมำก ช่วงทม่ี ีอำกำศหนำวจัดคอื เดอื นมกรำคม

2 1.2 ข้อมูลพนื้ ฐาน โรงเรยี นในสังกัด จำนวน 92 โรงเรยี น 1 สำขำ - เปดิ สอนชน้ั อนุบำล – ประถมศึกษำ 79 โรงเรยี น - เปดิ สอนชนั้ อนุบำล – ช้ัน ม.ต้น 13 โรงเรียน (โรงเรียนท่ีจดั กำรเรียนกำรสอนจริง จำนวน 68 โรงเรียน ทเี่ หลอื เป็นโรงเรียนท่มี ำเรียนรวม แต่ยงั ไม่สำมำรถดำเนนิ กำรเลิกสถำนศึกษำข้นั พื้นฐำนได้) ด้านการปกครอง สำนักงำนเขตพื้นท่ีกำรศึกษำประถมศึกษำลำปำง เขต 3 มีพ้ืนท่ตี ั้งอยใู่ นเขตปกครอง ดังน้ี • อำเภอ 3 อำเภอ • ตำบล 20 ตำบล • หมบู่ ำ้ น 202 หมู่บ้ำน • จำนวนครัวเรือน 42,353 ครวั เรือน • จำนวนประชำกร 116,187 คน • องค์กำรบริหำรสว่ นตำบล 17 แหง่ • เทศบำลตำบล 6 แหง่ (ขอ้ มูล ณ เดือนธันวำคม 2563 : สำนักบริหำรกำรทะเบยี น กรมกำรปกครอง) ดา้ นการศึกษา 96 แหง่ สถานศึกษา 92 แห่ง (1 สำขำ) - แหง่ • สถำนศกึ ษำของรัฐ 2 แหง่ 2 แหง่ • สถำนศึกษำของเอกชน 6,356 คน 1,273 คน • สถำนศึกษำของสงฆ์ 4,534 คน 549 คน • สถำนศกึ ษำสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ นกั เรยี น 497 คน 461 คน • ระดบั ปฐมวยั คน 4 • ระดับประถมศึกษำ คน 1 คน • ระดบั มธั ยมศึกษำตอนต้น 31 (ขอ้ มลู ณ วันที่ 9 ธันวำคม 2563) ข้าราชการ • ขำ้ รำชกำรครู • ผูอ้ ำนวยกำรสำนักงำนเขตพ้ืนท่กี ำรศึกษำ/ รองผอู้ ำนวยกำรสำนักงำนเขตพ้ืนท่กี ำรศึกษำ • ศึกษำนเิ ทศก์ • บคุ ลำกรทำงกำรศึกษำอ่นื ม.38 ค.(2)

3 ลูกจา้ ง 220 คน • ลกู จำ้ งช่ัวครำวสำนักงำนเขตพื้นทก่ี ำรศึกษำ 20 คน • พนักงำนรำชกำร 19 คน • ครธู ุรกำร 85 คน • ครูรำยเดอื น ขัน้ วิกฤต 22 คน • ครูพีเ่ ลีย้ งเด็กพิกำร 23 คน • บคุ ลำกรดำ้ นวิทยำศำสตรแ์ ละคณิตศำสตร์ 11 คน • นกั กำรภำรโรง 40 คน (ข้อมลู ณ เดือนมกรำคม 2564) 2. ปญั หา อุปสรรค และความตอ้ งการในการพฒั นา กำรวิเครำะหส์ ภำพแวดลอ้ ม (SWOT) ของสำนักงำนเขตพ้ืนที่กำรศกึ ษำประถมศกึ ษำลำปำง เขต 3 ท้งั สภำพแวดล้อมภำยนอกและสภำพแวดลอ้ มภำยใน ปรำกฏดังนี้ กำรวิเครำะห์สภำพแวดลอ้ มภำยนอก โดยวเิ ครำะห์แบบ C-PEST C : ด้ำนพฤตกิ รรมของลูกค้ำ ประเดน็ ทีเ่ ปน็ โอกำส 1. ผปู้ กครองให้กำรสนับสนนุ กำรจัดกำรศึกษำของโรงเรยี น ส่งผลดีตอ่ กำรขบั เคล่ือนกำรจดั กำรศึกษำ 2. ชมุ ชน องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น ภำคเอกชนและภำครัฐบำล เป็นภำคีเครือขำ่ ยท่ดี ี ในกำรส่งเสรมิ สนับสนุน มีสว่ นรว่ มในกำรจัดกำรศึกษำ ประเดน็ ท่เี ปน็ อปุ สรรค 1. ผปู้ กครองสว่ นหนง่ึ ที่มฐี ำนะดี มีคำ่ นิยมส่งบุตรหลำนเข้ำเรียนในโรงเรียนท่ีมีชื่อเสียง สง่ ผลให้ จำนวนนักเรียนในเขตบริกำรของโรงเรยี นลดลง 2. นกั เรียนท่มี คี วำมตอ้ งกำรจำเป็นพิเศษมีจำนวนมำก ส่งผลต่อกำรจดั กำรศึกษำ 3. ประชำชนมีควำมร้ใู นดำ้ นกฎหมำยกำรศึกษำน้อย ยงั ไม่เห็นควำมสำคญั เทำ่ ท่คี วร สง่ ผลต่อ กำรมีส่วนร่วมในกำรจดั กำรศึกษำ P : ด้ำนกำรเมอื งและกฎหมำย ประเดน็ ที่เปน็ โอกำส 1. รฐั ธรรมนญู แห่งรำชอำณำจักรไทย พ.ศ.2560 , พระรำชบัญญัติกำรศึกษำแหง่ ชำติ พ.ศ.2542 และท่ีแก้ไขเพม่ิ เตมิ , พระรำชบญั ญัตกิ ำรศึกษำภำคบงั คับ พ.ศ.2545 และพระรำชบัญญัตกิ องทนุ เพ่ือควำมเสมอภำค ทำงกำรศึกษำ พ.ศ.2561 กำหนดให้ประชำชนทุกคน ไดร้ บั กำรศึกษำขน้ั พ้ืนฐำน ไมน่ อ้ ยกว่ำ 12 ปี โดยไมต่ ้องเสยี คำ่ ใชจ้ ำ่ ย ส่งผลใหผ้ เู้ รยี นได้รับโอกำสทำงกำรศึกษำอย่ำงทั่วถงึ 2. กำรปฏริ ูประบบบริหำรภำครัฐ และกำรปฏิรูปกำรศึกษำในทศวรรษที่ 2 สง่ ผลให้มีกำรปรับเปลี่ยน กำรบริกำรทำงกำรศกึ ษำเปน็ ไปในทิศทำงทด่ี ี 3. นโยบำยของยุทธศำสตรช์ ำติ 20 ปี แผนกำรศึกษำแห่งชำติ 20 ปี แผนกระทรวงศึกษำธิกำร และสำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขน้ั พนื้ ฐำน สนับสนุนและเอื้อต่อกำรจดั กำรศึกษำ 4. นโยบำยรัฐบำลกำหนดให้มกี ำรกระจำยอำนำจให้องค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่นมีส่วนรว่ ม ในกำรจัดกำรศกึ ษำ ทำให้โรงเรยี นไดร้ บั กำรสนบั สนนุ กำรจดั กำรศึกษำ

4 5. กำรปรบั เปลี่ยนระบบงบประมำณโดยอิงยุทธศำสตรช์ ำติ (SPBB) มีควำมชัดเจนในกำรกำหนด ตวั ช้วี ัดในกำรพัฒนำ 6. รฐั บำลกำหนดโครงกำรสนับสนนุ ค่ำใช้จ่ำยในกำรจดั กำรศกึ ษำต้ังแต่ระดบั อนบุ ำลจนจบ กำรศึกษำขั้นพน้ื ฐำน ส่งผลใหโ้ รงเรียนสำมำรถจดั กำรศึกษำได้อยำ่ งทว่ั ถงึ และมคี ุณภำพ ประเด็นที่เปน็ อปุ สรรค 1. นโยบำยด้ำนกำรศกึ ษำของรฐั บำลปรับเปลยี่ นบ่อย ขำดควำมต่อเนื่อง เปน็ อปุ สรรคต่อ กำรกำหนดทิศทำงกำรจดั กำรศึกษำ 2. นโยบำยของหน่วยเหนือ ไมส่ อดคล้องกับบริบทของโรงเรยี นและแก้ไขปัญหำระดับพน้ื ที่ได้ ไม่ครอบคลมุ 3. ประกำศกระทรวงศึกษำธกิ ำร เรือ่ งกำรสง่ เด็กเขำ้ เรียนในสถำนศึกษำ พ.ศ.2546 โรงเรียน บำงสว่ นดำเนินกำรไม่เป็นไปตำมประกำศทีก่ ำหนดไว้ ทำใหเ้ ดก็ ตกหลน่ และขำดโอกำสทำงกำรศึกษำ E : ด้ำนเศรษฐกิจ ประเดน็ ทเี่ ปน็ โอกำส 1. กำรปรบั เปล่ยี นประเทศไทยไปสปู่ ระเทศไทย 4.0 โดยกำรปรับโครงสร้ำงทำงเศรษฐกิจ ของประเทศ ส่งผลใหเ้ ศรษฐกิจมแี นวโน้มดขี นึ้ 2. โครงกำรสวัสดิกำรแห่งรัฐ ทำให้ผปู้ กครองมรี ำยไดม้ ำกขึ้น สง่ ผลดีตอ่ กำรสนับสนุนกำรศึกษำ ของนักเรียน 3. โครงกำรสนับสนุนค่ำใช้จ่ำยในกำรจัดกำรศึกษำตั้งแต่ระดับอนุบำลจนจบกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน ทำให้ผเู้ รยี นได้รบั โอกำสทำงกำรศึกษำอยำ่ งท่วั ถึง ผูป้ กครองลดภำระคำ่ ใช้จ่ำยสำหรับบุตรหลำน ประเด็นทเี่ ป็นอปุ สรรค 1. ผปู้ กครองสว่ นใหญ่มรี ำยไดต้ ำ่ ฐำนะยำกจน กำรสนบั สนุนกำรศกึ ษำได้ไม่เต็มท่ี ส่งผลให้ นกั เรียนบำงคนขำดโอกำสทำงกำรศึกษำ 2. ไมม่ ตี ลำดแรงงำนขนำดใหญใ่ นทอ้ งถ่ิน ทำให้เกดิ ภำวะกำรว่ำงงำน 3. คำ่ ครองชีพที่สงู ข้นึ มีผลกระทบต่อผู้ปกครอง สง่ ผลตอ่ กำรจดั กำรศึกษำ S : ด้ำนสงั คมและวัฒนธรรม ประเด็นทีเ่ ปน็ โอกำส 1. เป็นสงั คมเกษตรกรรม มีกำรนำเทคโนโลยีสมยั ใหมม่ ำใช้และเป็นต้นแบบ ส่งเสรมิ กจิ กรรม กำรเรียนกำรสอน 2. สถำบันทำงศำสนำ มีบทบำทในกำรส่งเสรมิ คณุ ธรรม จริยธรรมในสถำนศกึ ษำ 3. สภำพชมุ ชนเปน็ แหลง่ เรยี นรทู้ ่สี ำคัญ มีขนบธรรมเนยี มประเพณแี ละวถิ ชี ีวิตทีเ่ อื้อต่อ กำรจัดกำรศึกษำ ประเดน็ ที่เป็นอปุ สรรค 1. ปัญหำส่งิ เสพตดิ ในชมุ ชน เป็นปัจจยั เสี่ยงต่อประชำกรวัยเรยี น 2. อตั รำกำรเกิดของประชำกรลดลง สง่ ผลใหม้ ีโรงเรยี นขนำดเล็กเพ่ิมขน้ึ 3. ค่ำนยิ มด้ำนวัตถุ สง่ ผลกระทบต่อวถิ ีชีวิตของผู้เรยี น 4. แนวโนม้ ครอบครัวมีอตั รำกำรหย่ำร้ำงสงู ส่งผลต่อกำรเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้เรียน 5. วถิ ีกำรดำรงชีวติ ของชุมชน มคี ่ำนยิ มที่ไม่เหมำะสม สง่ ผลตอ่ กำรเลียนแบบพฤติกรรม

5 T : ด้ำนเทคโนโลยี ประเด็นทีเ่ ป็นโอกำส 1. กำรสนบั สนนุ ใหโ้ รงเรียนเขำ้ รว่ มโครงกำรตำมนโยบำยของรัฐบำล ส่งผลให้โรงเรียนมแี หล่งเรยี นรู้ และมีสอื่ ทีท่ ันสมัย 2. ควำมกำ้ วหน้ำทำงเทคโนโลยี ทำให้กำรสื่อสำรท่วั ถึง ครอบคลุมทกุ พน้ื ทขี่ องชุมชน อำนวย ควำมสะดวกในกำรปฏบิ ตั งิ ำนของเขตพ้ืนท่ีกำรศึกษำและโรงเรียน ให้มีควำมสะดวกและคล่องตัวมำกยิง่ ขน้ึ 3. เอกชนสนับสนุนระบบสญั ญำณอนิ เตอร์เนต็ ให้กบั โรงเรยี น สง่ ผลให้เขำ้ ถึงสอื่ ควำมร้ทู ำงกำรศึกษำ ได้อยำ่ งสะดวกรวดเรว็ ประเด็นทเ่ี ป็นอปุ สรรค 1. ควำมกำ้ วหน้ำทำงเทคโนโลยี เกม อินเตอร์เน็ต ท่ีไมเ่ หมำะสม ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมผเู้ รยี น 2. กำรใชเ้ ทคโนโลยที ่ไี ม่ค้มุ ค่ำต่อกำรจดั กำรเรียนรู้ กำรวิเครำะหส์ ภำพแวดล้อมภำยใน โดยวิเครำะหแ์ บบ 7S S1 : ดำ้ นโครงสรำ้ ง ประเดน็ ที่เป็นจุดแขง็ 1. โครงสร้ำงกำรบริหำรสำนักงำน กล่มุ เครือข่ำย รวมถึงโรงเรียน เปน็ ระบบ 2. โรงเรยี นมีควำมพรอ้ มในกำรบริหำรจดั กำร 3. กลุ่มเครอื ขำ่ ยโรงเรยี น มสี ่วนร่วมในกำรบรหิ ำรจดั กำรศึกษำรว่ มกบั เขตพ้นื ที่กำรศกึ ษำ 4. เขตพื้นท่ีกำรศึกษำสำมำรถบรหิ ำรจัดกำรเป็นไปตำมมำตรฐำนสำนักงำนเขตพ้ืนท่ี ดำเนินงำน ตำมระเบียบกฎหมำยที่กำหนด มกี ำรกำหนดบทบำท คุณลักษณะ ควำมรับผดิ ชอบ มอบหมำยงำนชดั เจน 5. กำรปรับเพ่มิ กลุม่ งำนในเขตพน้ื ท่ีกำรศึกษำ เปน็ 9 กลุ่ม กับ 1 หน่วย เพ่ือเพ่ิมประสทิ ธภิ ำพ ในกำรปฏิบตั ิงำนของบุคลำกร ประเดน็ ทเ่ี ป็นจุดอ่อน 1. เขตพน้ื ที่กำรศึกษำขำดกระบวนกำรมสี ่วนรว่ มในกำรตดั สินใจของกลมุ่ เครือข่ำยโรงเรียน 2. กำรดำเนินงำนของศนู ยพ์ ัฒนำวิชำกำรกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ ยังไมเ่ ปน็ ระบบ ขำดบุคลำกร ในกำรขบั เคลือ่ น ขำดกำรประสำนงำน ขำดกำรกำกบั ตดิ ตำม S2 : ด้ำนกลยุทธข์ องหน่วยงำน ประเดน็ ทีเ่ ป็นจุดแข็ง 1. กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกจิ เปำ้ ประสงค์ กลยุทธ์ ตวั ชีว้ ดั ชัดเจน และสอดคล้องกับบริบทของ หนว่ ยงำน ทกุ ฝำ่ ยมีสว่ นร่วมในกำรดำเนนิ กำร 2. กำรจัดทำโครงกำร/กิจกรรม สอดคล้องกบั กลยทุ ธ์ของหน่วยเหนือ โดยใช้กระบวนกำร มสี ่วนร่วมของผมู้ ีส่วนเกยี่ วข้อง 3. กำรวำงแผนกำรจัดกำรศกึ ษำ เกดิ จำกกำรมีสว่ นร่วมของผู้มีส่วนได้สว่ นเสยี 4. กลยทุ ธ์ของเขตพน้ื ท่ีกำรศึกษำมีเป้ำหมำยทส่ี ง่ ถงึ ผ้เู รยี นโดยตรง ประเด็นที่เป็นจดุ อ่อน 1. โครงกำรบำงโครงกำรยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์ เน่ืองจำกมีข้อจำกบั ด้ำนงบประมำณ ระยะเวลำ และกลมุ่ เป้ำหมำย 2. กำรติดตำมประเมินผลกำรดำเนนิ งำน ขำดควำมต่อเน่ือง ไมเ่ ปน็ ไปตำมปฏิทนิ ท่ีกำหนด รวมถึงขำดเครอ่ื งมอื ทีช่ ัดเจน

6 S3 : ด้ำนระบบในกำรดำเนินงำนของหน่วยงำน ประเดน็ ทีเ่ ป็นจุดแขง็ 1. เขตพนื้ ที่กำรศึกษำมีกำรกำหนดขั้นตอน แนวทำงและคู่มือกำรปฏบิ ตั งิ ำนที่ชัดเจน มีระบบ กำรควบคุมภำยในท่มี ปี ระสิทธิภำพ รองรบั กำรกระจำยอำนำจ 2. เขตพน้ื ท่ีกำรศึกษำมีกำรบริหำรจดั กำร และมีระบบควบคุมดำ้ นงบประมำณอย่ำงมีคุณภำพ กำรใช้จำ่ ยเงินเป็นไปตำมทกี่ ำหนด 3. เขตพนื้ ท่ีกำรศึกษำมรี ะบบกำรสรรหำและคัดเลือกบคุ ลำกรทชี่ ัดเจนโปร่งใส ตรวจสอบได้ บริหำรอัตรำกำลังตำมแผนอตั รำกำลัง 4. เขตพ้นื ที่กำรศกึ ษำและโรงเรยี น มรี ะบบควบคุมใชว้ สั ดุ อุปกรณอ์ ยำ่ งคมุ้ ค่ำและเตม็ ศกั ยภำพ 5. โรงเรียนมีระบบกำรประกันคณุ ภำพภำยในทมี่ ีประสทิ ธิภำพ 6. เขตพ้นื ท่กี ำรศึกษำและโรงเรยี น มีระบบกำรตดิ ตอ่ สื่อสำรเทคโนโลยสี ำรสนเทศท่หี ลำกหลำย สนบั สนุนกำรดำเนนิ งำน 7. เขตพื้นท่ีกำรศึกษำ มีระบบกำรจดั ตั้งงบประมำณ (ปร.4 ปร.5 ปร.6) อยำ่ งมีประสิทธภิ ำพ 8. เขตพ้ืนท่ีกำรศึกษำ มรี ะบบกำรฝึกอบรม สัมมนำ เพื่อเพ่ิมศักยภำพให้กับบคุ ลำกรอย่ำงต่อเน่ือง 9. เขตพื้นท่ีกำรศึกษำ มีระบบกำรบริกำรที่ดี อำนวยควำมสะดวกใหผ้ รู้ ับบริกำรอย่ำงทัว่ ถึงและ มคี ุณภำพ ประเด็นที่เป็นจดุ อ่อน 1. โรงเรยี นบำงแหง่ ยังไมใ่ ชแ้ ผนเปน็ เคร่ืองมือในกำรดำเนนิ งำน 2. ระบบกำรจดั เก็บข้อมูลหรือคลังข้อมูลของเขตพื้นทีก่ ำรศึกษำ ไม่เป็นปัจจุบัน ไม่สะดวกตอ่ กำรใชง้ ำน และทนั ต่อควำมต้องกำรใช้ 3. กำรใหบ้ ริกำรข้อมูลสำรสนเทศแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่มปี ระสิทธภิ ำพ 4. กำรส่งเสริมกำรสร้ำงองค์ควำมรู้ในหนว่ ยงำน (KM) ขำดกำรมสี ว่ นร่วมและไม่มคี วำมต่อเนอ่ื ง 5. ระบบงำนสำรบรรณระหว่ำงเขตพ้ืนท่กี ำรศึกษำและโรงเรยี น ช้ำและขำดควำมตอ่ เนื่อง S4 : ด้ำนแบบแผนหรือพฤติกรรมในกำรบริหำรจดั กำร ประเด็นที่เปน็ จดุ แขง็ 1. ผบู้ รหิ ำรและบุคลำกรในเขตพ้นื ที่กำรศึกษำ มีควำมสำมำรถในกำรบริหำรจดั กำรเชงิ กลยทุ ธ์ ได้อยำ่ งมปี ระสทิ ธิภำพ มคี ุณธรรมและจรยิ ธรรม มที ักษะกำรสง่ั กำร กำรควบคุมกำรจูงใจ สะท้อนถึงวัฒนธรรม หน่วยงำน 2. ผู้บรหิ ำร กระจำยอำนำจตัดสนิ ใจให้บคุ ลำกรไดใ้ ช้ศักยภำพท่มี อี ยู่ ปฏบิ ตั ิงำนอยำ่ งเต็มควำมรู้ ควำมสำมำรถ และสมรรถนะท่กี ำหนด 3. กำรบรหิ ำรจัดกำรโรงเรยี นขนำดเลก็ ของเขตพื้นทก่ี ำรศึกษำเปน็ ไปอย่ำงมปี ระสทิ ธภิ ำพ ประเด็นท่ีเปน็ จดุ อ่อน 1. ผู้บรหิ ำรสว่ นหน่งึ ยงั ใชก้ ำรบรหิ ำรแบบเดมิ ยังไมเ่ ป็นผู้นำทำงวชิ ำกำร 2. ผบู้ รหิ ำรขำดกำรส่งเสริมกำรวิจยั และพฒั นำนวตั กรรมใหม่ ๆ เพอ่ื นำมำใชใ้ นกำรบรหิ ำร จัดกำรองค์กร 3. รูปแบบกำรบริหำรจัดกำรของทมี บรหิ ำร ไม่เอื้อต่อกำรบริหำรจดั กำรของเขตพื้นท่ีกำรศึกษำ และโรงเรยี น

7 S5 : ดำ้ นบุคลำกร/สมำชกิ ในหน่วยงำน ประเดน็ ท่เี ปน็ จดุ แข็ง 1. ผู้บริหำรกำรศกึ ษำและผบู้ ริหำรโรงเรยี นไดร้ บั กำรพัฒนำตำมสมรรถนะ ด้วยวธิ กี ำรท่ีหลำกหลำย 2. ครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำได้รบั กำรพฒั นำตำมสมรรถนะ 3. ครแู ละบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำ ได้รบั กำรเสรมิ สรำ้ งควำมรู้เรอ่ื งระเบยี บ กฎหมำย ส่งเสรมิ วนิ ัย คุณธรรมจริยธรรม และจรรยำบรรณวิชำชพี 4. บคุ ลำกรในเขตพ้ืนที่กำรศึกษำมีควำมรู้ ควำมสำมำรถตำมมำตรฐำนกำหนดตำแหนง่ มำตรฐำนวชิ ำชพี และบทบำทหนำ้ ที่ 5. มีกำรสง่ เสริม สร้ำงขวญั กำลงั ใจใหแ้ ก่ครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำด้วยรูปแบบและวธิ กี ำร ที่หลำกหลำย ประเดน็ ทเ่ี ป็นจดุ อ่อน 1. อตั รำกำลงั ครูในโรงเรียน ไม่สอดคล้องกบั สภำพควำมเป็นจริงในกำรจัดกำรเรยี นกำรสอน โดยเฉพำะโรงเรยี นขนำดเล็ก มีครูสอนไม่ครบชั้น 2. ครมู ีภำระงำนอน่ื ที่ต้องรับผิดชอบนอกเหนือจำกงำนสอน 3. อตั รำกำลังของบุคลำกรในเขตพื้นท่ีและโรงเรียน ไม่เพยี งพอกับภำรกิจงำน เนื่องจำกแนวโนม้ กำรเกษยี ณอำยุรำชกำร และมกี ำรย้ำยออกเพ่ิมสูงขน้ึ 4. กำรปรบั อัตรำกำลงั ลกู จำ้ งประจำของโรงเรยี น (นักกำรภำรโรง) สง่ ผลต่อกำรบริหำรจดั กำร ของเขตพ้นื ทกี่ ำรศกึ ษำและโรงเรยี น S6 : ดำ้ นทกั ษะ ควำมรู้ ควำมสำมำรถของหน่วยงำน ประเด็นทีเ่ ป็นจดุ แขง็ 1. บุคลำกรมศี ักยภำพและควำมรบั ผดิ ชอบต่อหน้ำท่ี สำมำรถปฏิบัตหิ นำ้ ท่ที ่ีไดร้ ับมอบหมำย ได้อย่ำงมปี ระสิทธภิ ำพ 2. บุคลำกรมีควำมรู้ ควำมสำมำรถและทักษะในกำรปฏิบัติงำนตำมสมรรถนะ/มำตรฐำนวิชำชีพ ประเด็นที่เปน็ จุดอ่อน 1. ครแู ละบุคลำกรทำงกำรศึกษำส่วนใหญ่ ขำดควำมรู้และทกั ษะด้ำนกำรส่อื สำรภำษำอังกฤษ รวมถึงภำษำทีใ่ ช้ในกลมุ่ อำเซียน 2. ขำดแคลนบุคลำกรท่มี ีควำมรู้ ควำมสำมำรถและทักษะด้ำน ICT ด้ำนงำนก่อสรำ้ ง และ งำนวิจัยทำงกำรศึกษำ 3. บคุ ลำกรสว่ นใหญข่ ำดควำมตอ่ เน่ืองในกำรจัดทำแผนพัฒนำตนเอง 4. ครูไม่สำมำรถจัดกำรเรียนรู้ให้นักเรียนมีผลสมั ฤทธท์ิ ำงกำรเรยี น (NT , O-NET) ตำมเป้ำหมำย ทเ่ี ขตพื้นทก่ี ำรศกึ ษำกำหนด เนื่องจำกโรงเรยี นขนำดแคลนครู 5. ครบู ำงสว่ นไม่ใชแ้ ผนกำรจัดกำรเรยี นรูแ้ ละยังไม่ปรบั เปลยี่ นวธิ กี ำรจัดกำรเรียนกำรสอน 6. บุคลำกรในเขตพ้นื ที่กำรศึกษำ ไมม่ ีกำรจดั ทำแผนพฒั นำตนเอง S7 : ดำ้ นค่ำนิยมรว่ มกันของสมำชกิ ในหนว่ ยงำน ประเด็นที่เปน็ จุดแข็ง 1. ครูและบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำ อนรุ ักษศ์ ลิ ปวัฒนธรรม ประเพณไี ทยและทอ้ งถน่ิ 2. ครูและบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำ มีจิตสำนึกในกำรรักษำควำมสะอำดและอนรุ ักษส์ งิ่ แวดล้อม 3. บคุ ลำกรสว่ นใหญม่ คี ่ำนยิ มในกำรทำงำนแบบมุ่งผลสมั ฤทธิ์ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และ

8 ทำงำนเปน็ ทีม มจี ิตสำธำรณะ ประเดน็ ทีเ่ ปน็ จุดอ่อน 1. คำ่ นิยมองคก์ ร ไม่มีกำรนำไปสกู่ ำรปฏิบัตทิ ่ีแท้จริง 2. ครแู ละบุคลำกรทำงกำรศึกษำบำงสว่ น มีคำ่ นิยมฟุง้ เฟ้อ 3. บคุ ลำกรในเขตพืน้ ทก่ี ำรศึกษำ ขำดควำมเชอื่ มนั่ ขำดกำรประสำนกำรทำงำนทด่ี ีในกำร ดำเนินงำน 2. การประเมนิ สถานภาพของหน่วยงาน จำกกำรวิเครำะห์สภำพแวดล้อม (SWOT) ของสำนักงำนเขตพ้ืนท่ีกำรศึกษำประถมศึกษำ ลำปำง เขต 3 ทัง้ สภำพแวดล้อมภำยนอกและสภำพแวดล้อมภำยใน พบวำ่ จะตอ้ งดำเนินงำนเพอื่ ยกระดับและพัฒนำ คุณภำพกำรศึกษำให้ตอบสนองต่อพระบรมรำโชบำยด้ำนกำรศึกษำของในหลวงรัชกำลที่ 10 ยุทธศำสตร์ชำติ 20 ปี (พ.ศ.2561 – 2580) แผนแม่บทภำยใต้ยุทธศำสตร์ชำติ (พ.ศ.2561 – 2580) แผนปฏิรูปประเทศด้ำนกำรศึกษำ นโยบำยรัฐบำล นโยบำยกระทรวงศึกษำธิกำร และนโยบำยของสำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน ทั้งนี้ เพือ่ เตรยี มควำมพร้อมก้ำวเข้ำสปู่ ระเทศไทย 4.0 เชน่ กำรนอ้ มนำพระบรมรำโชบำยด้ำนกำรศึกษำของในหลวง รัชกำลที่ 10 สู่กำรปฏิบัติ รักในสถำบันหลักของชำติ ยึดมั่นกำรปกครองในระบอบประชำธิปไตยอันมีพระมหำกษัตริย์ ทรงเปน็ ประมขุ มีทัศนคติท่ีดีตอ่ บ้ำนเมือง เปน็ พลเมอื งที่ดขี องชำติ กำรพัฒนำผ้เู รียนทกุ คนให้มคี ุณลักษณะและ ทักษะกำรเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 เพิ่มศักยภำพนักเรียนให้อ่ำนออกเขียนได้ กำรยกระดับผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน 5 กลุ่มสำระวิชำหลัก ทักษะภำษำอังกฤษ และภำษำอำเซียน สร้ำงโอกำสให้กับประชำกรวัยเรียนอย่ำงท่ัวถึง กำรพัฒนำกำรจัดกำรศึกษำโรงเรียนขนำดเล็ก โรงเรียนพื้นท่ีสูงในถ่ินทุรกันดำร กำรพัฒนำครูและบุคลำกร ทำงกำรศึกษำ ให้มีควำมรู้ควำมสำมำรถตำมมำตรฐำนกำหนดตำแหน่งและมำตรฐำนวิชำชีพ ทักษะภำษำอังกฤษ ทักษะด้ำน ICT และทักษะในกำรจัดกำรเรียนกำรสอนที่หลำกหลำย โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ กำรจัดกำรศึกษำ เพ่ือพัฒนำคุณภำพชีวติท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อมทั้งในสถำนศึกษำและสำนักงำนเขตพื้นท่ีกำรศึกษำ กำรบริหำร จัดกำรสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ กลุ่มเครือข่ำยสถำนศึกษำ และองค์คณะบุคคลของสำนักงำนเขตพ้ืนท่ีกำรศึกษำ ตลอดถึงกำรเพ่ิมประสิทธิภำพระบบเครือข่ำยคอมพิวเตอร์ DLTV DLIT เพ่ือกำรเรียนรู้ และกำรบริหำรจัดกำร สำรสนเทศ (Big Data) และพัฒนำระบบเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) เพ่ือกำรวำงแผนบริหำร จัดกำรศึกษำ ตลอดจนส่งเสริมให้ทุกภำคสว่ นเขำ้ มำมสี ่วนร่วมในกำรจดั กำรศึกษำ

10 สว่ นท่ี 2 บรบิ ทท่ีเก่ียวข้องกบั การจัดทาแผนปฏิบัติการ ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564 สานกั งานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3   ยุทธศาสตรช์ าติ (พ.ศ.2561 – 2580) วสิ ยั ทศั น์ประเทศไทย “ประเทศไทยมคี วามมั่นคง มัง่ คัง่ ยั่งยนื เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ดว้ ยการพัฒนาตามปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง” หรอื เป็นคติพจน์ประจำชำติว่ำ “มนั่ คง ม่งั คง่ั ยัง่ ยืน” เพอ่ื สนองตอบตอ่ ผลประโยชนแ์ หง่ ชำติ อันได้แก่ กำรมีเอกรำช อธิปไตย กำรดำรงอยู่อย่ำงม่ันคงและยั่งยืนของสถำบันหลักของชำติและปรำศจำกภัยคุกคำม ทุกรปู แบบ กำรอยู่รว่ มกันในชำติอยำ่ งสนั ตสิ ุขเป็นปึกแผน่ มคี วำมมัน่ คงทำงสังคมท่ำมกลำงพหุสังคมและกำรมีเกียรติ และศักดิ์ศรีของควำมเป็นมนุษย์ควำมเจริญเติบโตของชำติ ควำมเป็นธรรมและควำมอยู่ดีมีสุขของประชำชน ควำมยั่งยืนของฐำนทรัพยำกรธรรมชำติสิ่งแวดล้อม ควำมมั่นคงทำงพลังงำนและอำหำร ควำมสำมำรถในกำรรักษำ ผลประโยชน์ของชำตภิ ำยใตก้ ำรเปลย่ี นแปลงของสภำวะแวดล้อมระหวำ่ งประเทศและกำรอยู่ร่วมกนั อยำ่ งสันติ ประสำนสอดคลอ้ งกันดำ้ นควำมม่นั คงในประชำคมอำเซียนและประชำคมโลกอย่ำงมีเกยี รตแิ ละศักด์ศิ รี ความมั่นคง หมำยถึง กำรมีควำมม่ันคงปลอดภัยและกำรเปล่ียนแปลงทั้งภำยในประเทศและ นอกประเทศในทุกระดับ ทั้งระดับประเทศ สังคม ชุมชม ครัวเรือน และปัจเจกบุคคล และมีควำมมั่นคงในทุกมิติ ท้ังมิติทำงกำรทหำร เศรษฐกิจ สังคม ส่ิงแวดล้อม และกำรเมือง เช่น ประเทศมีควำมมั่นคงในเอกรำชและอธิปไตย มีกำรปกครองระบอบประชำธิปไตยที่มีพระมหำกษัตริย์ทรงเป็นประมุข สถำบันชำติ ศำสนำ พระมหำกษัตริย์ มีควำมเข้มแข็งเป็นศูนย์กลำงและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชำชน มีระบบกำรเมืองท่ีม่ันคงเป็นกลไกที่นำไปสู่ กำรบริหำรประเทศที่ต่อเนื่องและโปร่งใสตำมหลักธรรมำภิบำล สังคมมีควำมปรองดองและสำมัคคี สำมำรถผนึก กำลังเพ่ือพัฒนำประเทศ ชุมชนมีควำมเข้มแข็ง ครอบครัวมีควำมอบอุ่น ประชำชนมีควำมมั่นคงในชีวิต มีงำน และรำยได้ที่มั่นคงพอเพียงกับกำรดำรงชีวิต มีกำรออมสำหรับวัยเกษียณ ควำมม่ันคงของอำหำร พลังงำนและน้ำ มีทอ่ี ยูอ่ ำศยั และควำมปลอดภัยในชีวติ ทรพั ยส์ นิ ความมั่งค่ัง หมำยถึง ประเทศไทยมีกำรขยำยตัวของเศรษฐกิจอย่ำงต่อเน่ืองและมีควำมย่ังยืน จนเข้ำสู่กลุ่มประเทศรำยได้สูง ควำมเหล่ือมล้ำของกำรพัฒนำลดลง ประชำกรมีควำมอยู่มีมีสุข ได้รับผลประโยชน์ จำกกำรพัฒนำอย่ำงเทำ่ เทียมกนั มำกข้ึน และมีกำรพฒั นำอยำ่ งทว่ั ถงึ ทุกภำคส่วน มีคณุ ภำพชีวิตตำมมำตรฐำน ขององค์กำรสหประชำชำติ ไม่มีประชำชนที่อยู่ในภำวะควำมยำกจน เศรษฐกิจในประเทศมีควำมเข้มแข็ง ขณะเดียวกันต้องมีควำมสำมำรถในกำรแข่งขันกับประเทศต่ำง ๆ ทั้งในตลำดโลกและตลำดภำยในประเทศ เพื่อให้สำมำรถสร้ำงรำยได้ท้ังจำกภำยในและภำยนอกประเทศ ตลอดจนมีกำรสร้ำงฐำนเศรษฐกิจและสังคม แหง่ อนำคต เพอ่ื ใหส้ อดรบั กับบริบทกำรพฒั นำทเ่ี ปล่ียนแปลงไป และประเทศไทยมบี ทบำทท่สี ำคัญในเวทีโลก และมีควำมสัมพันธ์ทำงเศรษฐกิจและกำรค้ำอย่ำงแน่นแฟ้นกับประเทศในภูมิภำคเอเชีย เป็นจุดสำคัญของ กำรเชื่อมโยงภูมิภำค ท้ังกำรคมนำคมขนส่ง กำรผลิต กำรค้ำ กำรลงทุนและกำรทำธุรกิจ เพื่อให้เป็นพลังในกำรพัฒนำ นอกจำกน้ียังมีควำมสมบูรณ์ในทุนท่ีจะสำมำรถสร้ำงกำรพัฒนำต่อเนื่องไปได้ ได้แก่ ทุนมนุษย์ ทุนทำงปัญญำ ทนุ ทำงกำรเงิน ทนุ ทเ่ี ป็นเครอ่ื งมือเครอ่ื งจักร ทนุ ทำงสังคม และทนุ ทรัพยำกรธรรมชำติและสิง่ แวดล้อม

11 ความยั่งยืน หมำยถึง กำรพัฒนำท่ีสำมำรถสร้ำงควำมเจริญ รำยได้ และคุณภำพชีวิตของ ประชำชนให้เพิ่มขึ้นอย่ำงต่อเน่ือง ซ่ึงเป็นกำรเจริญเติบโตของเศรษฐกิจท่ีอยู่บนหลักกำรใช้ กำรรักษำและกำรฟ้ืนฟู ฐำนทรัพยำกรธรรมชำติอย่ำงย่ังยืน ไม่ใช้ทรัพยำกรธรรมชำติจนเกินพอดี ไม่สร้ำงมลภำวะต่อสิ่งแวดล้อมจนเกิน ควำมสำมำรถในกำรรองรับและเยียวยำของระบบนิเวศ กำรผลิตและกำรบริโภคท่ีเป็นมิตรกับส่งิ แวดล้อมและ สอดคล้องกับเป้ำหมำยกำรพัฒนำท่ีย่ังยืน ทรัพยำกรธรรมชำติมีควำมอุดมสมบูรณ์มำกข้ึนและส่ิงแวดล้อม มคี ุณภำพดขี นึ้ คนมีควำมรับผดิ ชอบต่อสังคม มคี วำมเออ้ื อำทร เสยี สละเพ่ือผลประโยชนส์ ว่ นรวม รัฐบำลมนี โยบำย ที่มงุ่ ประโยชน์ส่วนรวมอย่ำงย่ังยืนและให้ควำมสำคญั กับกำรมีส่วนรว่ มของประชำชนและทกุ ภำคสว่ น ในสงั คม ยึดถอื และปฏบิ ัติตำมหลกั ปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียง เพอื่ กำรพฒั นำอย่ำงสมดุล มเี สถยี รภำพและยั่งยนื ประเดน็ ยุทธศาสตรช์ าติ เพ่ือให้ประเทศไทยสำมำรถยกระดับกำรพัฒนำให้บรรลุตำมวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความม่ันคง มั่งค่ัง เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และเป้ำหมำยกำรพัฒนำ ประเทศข้ำงต้น จึงจำเป็นต้องกำหนดยุทธศำสตร์กำรพัฒนำประเทศระยะยำวที่จะทำใหป้ ระเทศมีควำมมั่นคง ในเอกรำชและอธิปไตย มีภูมิคุ้มกันต่อกำรเปล่ียนแปลงจำกปัจจัยภำยในและภำยนอกประเทศในทุกมิติทุกรูปแบบ และทุกระดับ ภำคเกษตรกรรม ภำคอุตสำหกรรม และภำคบริกำรของประเทศ ได้รับกำรพัฒนำยกระดับไปสู่ กำรใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในกำรสร้ำงมูลค่ำเพ่ิมและพัฒนำกลไกท่ีสำคัญในกำรขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ที่จะสร้ำงและเพ่ิมศักยภำพในกำรแข่งขันของประเทศ เพื่อยกระดับฐำนรำยได้ของประชำชนในภำพรวมและ กำรกระจำยผลประโยชน์ไปสู่ภำคส่วนต่ำง ๆ ไดอ้ ย่ำงเหมำะสม คนไทยได้รับกำรพัฒนำใหเ้ ปน็ คนดี เกง่ มวี ินยั คำนงึ ถึงผลประโยชนส์ ่วนรวมและมีศักยภำพในกำรคิดวิเครำะห์ สำมำรถ “รู้ รับ ปรับใช้” เทคโนโลยีใหม่ได้อย่ำง ต่อเน่ือง สำมำรถเข้ำถึงบริกำรพื้นท่ี ระบบสวัสดิกำรและกระบวนกำรยุติธรรมได้อย่ำงเท่ำเทียมกัน โดยไม่มีใคร ถกู ทิง้ ไวข้ ้ำงหลัง กำรพัฒนำประเทศในช่วงระยะเวลำของยุทธศำสตร์ชำติ จะมุ่งเน้นกำรสร้ำงสมดุลระหว่ำง กำรพัฒนำควำมม่ันคง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยกำรมีส่วนร่วมของทุกภำคส่วนในรูปแบบ “ประชำรัฐ” โดยประกอบด้วย 6 ยุทธศำสตร์ ได้แก่ ยุทธศำสตร์ชำติด้ำนควำมม่ันคง ยุทธศำสตร์ชำติด้ำนกำรสรำ้ งควำมสำมำรถ ในกำรแข่งขัน ยุทธศำสตร์ชำติด้ำนกำรพัฒนำและเสริมสร้ำงศักยภำพทรัพยำกรมนุษย์ ยุทธศำสตร์ชำติ ด้ำนกำรสร้ำงโอกำสและควำมเสมอภำคทำงสังคม ยุทธศำสตร์ชำติด้ำนกำรสร้ำงกำรเติบโตบนคุณภำพชีวิต ที่เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม และยุทธศำสตร์ชำติด้ำนกำรปรับสมดุลและพัฒนำระบบกำรบริหำรจัดกำรภำครัฐ โดยแต่ละยทุ ธศำสตรม์ ีเป้ำหมำยและประเดน็ กำรพัฒนำ ดงั นี้ 1. ยทุ ธศาสตร์ด้านความมน่ั คง ยุทธศำสตร์ชำติด้ำนควำมมั่นคง มีเป้ำหมำยกำรพัฒนำท่ีสำคัญ คือ ประเทศชำติม่ันคง ประชำชน มีควำมสุข เน้นกำรบริหำรจัดกำรสภำพวะแวดล้อมของประเทศให้มีควำมมั่นคง ปลอดภัย เอกรำช อธิปไตย และมคี วำมสงบเรียบร้อยในทุกระดบั ตัง้ แตร่ ะดบั ชำติ สังคม ชมุ ชน มงุ่ เนน้ กำรพัฒนำคน เครื่องมือเทคโนโลยี และระบบฐำนข้อมูลขนำดใหญ่ ให้มีควำมพร้อมสำมำรถรับมือกับภัยคุกคำมและภัยพิบัติได้ทุกรูปแบบ และ ที่อำจจะเกิดขึ้นในอนำคต ใช้กลไกกำรแก้ไขปัญหำแบบบูรณำกำร ทั้งกับส่วนรำชกำร ภำคเอกชน ประชำสังคม และองค์กรที่ไม่ใช่รัฐ รวมถึงประเทศเพ่ือนบ้ำน และมิตรประเทศท่ัวโลก บนพ้ืนฐำนของหลักธรรมำภิบำล เพ่ือเอื้ออำนวยประโยชน์ต่อกำรดำเนินกำรของยุทธศำสตร์ชำติด้ำนอ่ืน ๆ ให้สำมำรถขับเคลื่อนไปได้ตำมทิศทำง และเป้ำหมำยทีก่ ำหนด

12 2. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มีเป้ำหมำยกำรพัฒนำท่ีมุ่งเน้นกำรยกระดับศักยภำพของประเทศในหลำกหลำยมิติบนพ้ืนฐำน แนวคิด 3 ประกำร ได้แก่ (1) “ต่อยอดอดีต” โดยมองกลับไปที่รำกเหง้ำทำงเศรษฐกิจ อัตลักษณ์วัฒนธรรม ประเพณีวิถีชีวิต และจุดเด่นทำงทรัพยำกรธรรมชำติที่หลำกหลำย รวมท้ังควำมได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของ ประเทศในด้ำนอื่น ๆ นำมำประยุกต์ผสมผสำนกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพ่ือให้สอดรับกับบริบทของเศรษฐกิจ และสังคมโลกสมัยใหม่ (2) “ปรับปัจจุบัน” เพื่อปูทำงสู่อนำคต ผ่ำนกำรพัฒนำโครงสร้ำงพ้ืนฐำนของประเทศ ในมิติต่ำง ๆ ท้ังโครงข่ำยระบบคมนำคมและขนส่ง โครงสร้ำงพ้ืนฐำนวิทยำศำสตร์ เทคโนโลยีและดิจิทัล และ กำรปรับสภำพแวดล้อมให้เอ้ือต่อกำรพัฒนำอุตสำหกรรมและบริกำรอนำคตและ (3) “สร้ำงคุณค่ำใหม่ในอนำคต” ด้วยกำรเพ่ิมศักยภำพของผู้ประกอบกำร พัฒนำคนรุ่นใหม่ รวมถึงปรับรูปแบบธุรกิจ เพื่อตอบสนองต่อควำม ต้องกำรของตลำด ผสมผสำนกับยุทธศำสตร์ที่รองรับอนำคตบนพื้นฐำนของกำรต่อยอดอดีตและปรับปัจจุบัน พร้อมทั้งกำรส่งเสริมและสนับสนุนจำกภำครัฐ ให้ประเทศไทยสำมำรถสร้ำงฐำนรำยได้และกำรจ้ำงงำนใหม่ ขยำยโอกำสทำงกำรค้ำและกำรลงทุนในเวทีโลก ควบคู่ไปกับกำรยกระดับรำยได้และกำรกินดีอย่ดู ีรวมถึงกำรเพม่ิ ขึ้น ของช้ันกลำงและลดควำมเหลอ่ื มลำ้ ของคนในประเทศไดใ้ นครำวเดียวกัน 3. ยุทธศาสตร์ชาตดิ ้านการพัฒนาและเสรมิ สรา้ งศกั ยภาพทรัพยากรมนุษย์ มีเป้ำหมำยกำรพัฒนำท่ีสำคัญเพื่อพัฒนำคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และ มีคุณภำพ โดยคนไทยมีควำมพร้อมทั้งกำย ใจ สติปัญญำ มีพัฒนำกำรที่ดีรอบด้ำนและมีสุขภำวะท่ีดีในทุกช่วงวัย มีจิตสำธำรณะ รับผิดชอบต่อสังคมและผู้อ่ืน มัธยัสถ์อดออม โอบอ้อมอำรี มีวินัย รักษำศีลธรรม และ เป็นพลเมืองดีของชำติ มีหลักคิดที่ถูกต้อง มีทักษะท่ีจำเป็นในศตวรรษที่ 21 มีทักษะสื่อสำรภำษำอังกฤษและ ภำษำท่ีสำม และอนุรักษ์ภำษำท้องถิ่น มีนิสัยรักกำรเรียนรู้และกำรพัฒนำตนเองอย่ำงต่อเนื่องตลอดชีวิต สู่กำรเป็นคนไทยท่ีมีทักษะสูง เป็นนวัตรกร นักคิด ผู้ประกอบกำร เกษตรกรยุคใหม่และอ่ืน ๆ โดยมีสัมมำชีพ ตำมควำมถนดั ของตนเอง 4. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสรา้ งโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม มีเป้ำหมำยกำรพัฒนำท่ีให้ควำมสำคัญกับกำรดึงเอำพลังงำนของภำคสว่ นตำ่ ง ๆ ทั้งภำคเอกชน ประชำสังคม ชุมชน ท้องถ่ิน มำร่วมขับเคลื่อน โดยกำรสนับสนุนกำรรวมตัวของประชำชนในกำรร่วมคิดร่วมทำ เพื่อส่วนรวม กำรกระจำยอำนำจและควำมรับผิดชอบไปสูก่ ลไกบริหำรรำชกำรแผ่นดินในระดับท้องถ่ิน กำรเสริมสรำ้ ง ควำมเข้มแข็งของชุมชนในกำรจัดกำรตนเอง และกำรเตรียมควำมพร้อมของประชำกรไทย ทั้งในมิติสุขภำพ เศรษฐกิจ สังคม และสภำพแวดล้อม ให้เป็นประชำกรท่ีมีคุณภำพ สำมำรถพ่ึงพำตนเอง และทำประโยชน์ แก่ครอบครัว ชุมชน และสังคมให้นำนที่สุด โดยรัฐให้หลักประกันกำรเข้ำถึงบริกำรและสวัสดิกำรท่ีมีคุณภำพ อย่ำงเปน็ ธรรมและทัว่ ถงึ 5. ยุทธศาสตรช์ าตดิ า้ นการสร้างการเตบิ โตบนคุณภาพชีวิตที่เปน็ มิตรกบั สิ่งแวดล้อม มีเป้ำหมำยกำรพัฒนำที่สำคัญเพ่ือนำไปสู่กำรบรรลุเป้ำหมำยกำรพัฒนำท่ีย่ังยืนในทุกมิติ ท้ังด้ำนสังคม เศรษฐกิจ ส่ิงแวดล้อม ธรรมำภิบำล และควำมเป็นหุ้นส่วนควำมร่วมมือระหว่ำงกัน ทั้งภำยใน และภำยนอกประเทศอย่ำงบรู ณำกำร ใช้พื้นทเ่ี ปน็ ตัวตั้งในกำรกำหนดกลยุทธ์และแผนงำน และกำรให้ทุกฝ่ำย ที่เกี่ยวข้องได้เข้ำมำมีส่วนร่วมในแบบทำงตรงใหม้ ำกท่ีสดุ เท่ำที่จะเป็นไปได้ โดยเป็นกำรดำเนินกำรบนพ้ืนฐำน กำรเติบโตร่วมกัน ไม่ว่ำจะเป็นทำงเศรษฐกิจ ส่ิงแวดล้อม และคุณภำพชีวิต โดยให้ควำมสำคัญกับกำรสร้ำงสมดุล ทง้ั 3 ดำ้ น อนั จะนำไปสู่ควำมยง่ั ยืนเพ่ือคนร่นุ ตอ่ ไปอย่ำงแทจ้ ริง

13 6. ยุทธศาสตร์ชาตดิ า้ นการปรบั สมดุลและพัฒนาระบบการบรหิ ารจัดการภาครัฐ มีเป้ำหมำยกำรพัฒนำที่สำคัญเพ่ือปรับเปลี่ยนภำครัฐท่ียึดหลัก “ภำครัฐของประชำชน เพือ่ ประชำชน และประโยชน์สว่ นรวม” โดยภำครัฐต้องมขี นำดทเี่ หมำะสมกบั บทบำทภำรกจิ แยกแยะบทบำท หน่วยงำนของรัฐที่ทำหน้ำท่ีในกำรกำกับหรือในกำรให้บริกำรในระบบเศรษฐกิจที่มีกำรแข่งขัน มีสมรรถนะสงู ยดึ หลกั ธรรมำภิบำล ปรับวัฒนธรรมกำรทำงำนใหม้ งุ่ ผลสัมฤทธิแ์ ละผลประโยชน์สว่ นรวม มคี วำมทนั สมัย และ พร้อมท่ีจะปรับตัวให้ทันต่อกำรเปล่ียนแปลงของโลกอยู่ตลอดเวลำ โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งกำรนำนวัตกรรม เทคโนโลยี ข้อมูลขนำดใหญ่ ระบบกำรทำงำนที่เป็นดิจิทัลเข้ำมำประยุกต์ใช้อย่ำงคุ้มค่ำและปฏิบัติงำนเทียบได้กับมำตรฐำนสำกล รวมทั้งมีลักษณะเปิดกว้ำง เชื่อมโยงถึงกันและเปิดโอกำสให้ทุกภำคส่วนเข้ำมำมีส่วนร่วมเพ่ือตอบสนองควำมต้องกำร ของประชำชนได้อย่ำงสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส โดยทุกภำคส่วนในสังคมต้องรว่ มกันปลูกฝังค่ำนิยมควำมซ่ือสัตย์ สุจริต ควำมมัธยัสถ์ และสร้ำงจิตสำนึกในกำรปฏิเสธไม่ยอมรับกำรทุจริตประพฤติมิชอบอย่ำงสิ้นเชิง นอกจำกนั้น กฎหมำยต้องมีควำมชัดเจน มีเพียงเท่ำท่ีจำเป็น มีควำมทันสมัย มีควำมเป็นสำกล มีประสิทธิภำพ และนำไปสู่ กำรลดควำมเหล่ือมลำ้ และเอ้ือต่อกำรพัฒนำ โดยกระบวนกำรยุตธิ รรม มกี ำรบริหำรท่ีมีประสิทธภิ ำพเป็นธรรม ไมเ่ ลือกปฏบิ ัตแิ ละกำรอำนวยควำมยตุ ิธรรมตำมหลักนิติธรรม  แผนแม่บทภายใต้ยทุ ธศาสตรช์ าติ แผนแม่บทภำยใต้ยุทธศำสตร์ชำติ เป็นแผนแม่บทเพื่อบรรลุเป้ำหมำยตำมที่กำหนดไว้ ในยุทธศำสตร์ชำติ ซึ่งแผนแม่บทภำยใต้ยุทธศำสตร์ชำติ เป็นแผนท่ีจัดทำไว้เพ่ือให้บรรลุเป้ำหมำยตำม ยุทธศำสตร์ชำติ โดยจะมีผลผกู พนั ต่อหน่วยงำนของรัฐทเ่ี กี่ยวข้อง จะตอ้ งปฏิบัตเิ ปน็ เปน็ ไปตำมน้นั รวมทงั้ กำร จัดทำงบประมำณรำยจ่ำยประจำปีงบประมำณจะต้องสอดคล้องกับแผนแม่บทภำยใต้ยุทธศำสตร์ชำติ ซ่ึง ประเด็นแผนแม่บทภำยใต้ยุทธศำสตร์ชำติ 23 ประเด็น ประกอบด้วย 1) ควำมม่ันคง 2) กำรต่ำงประเทศ 3) กำรพัฒนำกำรเกษตร 4) อุตสำหกรรมและบริกำรแห่งอนำคต 5) กำรท่องเท่ียว 6) กำรพัฒนำพื้นท่ีและ เมืองน่ำอยู่อัจฉริยะ 7) โครงสร้ำงพ้ืนฐำนระบบโลจิสติกส์และดิจิทัล 8) ผู้ประกอบกำรและวิสำหกิจขนำดกลำง และขนำดย่อมยุคใหม่ 9) เขตเศรษฐกิจพิเศษ 10) กำรปรับเปล่ียนค่ำนิยมและวัฒนธรรม 11) กำรพัฒนำ ศักยภำพคนตลอดช่วงชีวิต 12) กำรพัฒนำกำรเรียนรู้ 13) กำรสร้ำงให้คนไทยมีสุขภำวะท่ีดี 14) ศักยภำพกำรกีฬำ 15) พลังทำงสังคม 16) เศรษฐกิจฐำกรำก 17) ควำมเสมอภำคและหลักประกันทำงสังคม 18) กำรเติบโตอย่ำง อย่ำงยืน 19) กำรบริหำรจัดกำรน้ำท้ังระบบ 20) กำรบริกำรประชำชนและประสิทธิภำพภำครัฐ 21) กำรต่อต้ำน กำรทจุ รติ และประพฤติมิชอบ 22) กฎหมำยและกระบวนกำรยุตธิ รรม 23) กำรวจิ ัยและพัฒนำนวตั กรรม  แผนการปฏริ ปู ระเทศ แผนกำรปฏิรูปประเทศ จัดทำข้ึนเพ่ือกำหนดกลไก วิธีกำรและข้ันตอนกำรปฏิรูปประเทศ ในด้ำนต่ำง ๆ โดยกำรปฏิรูปประเทศต้องดำเนินกำรเพ่ือให้บรรลุเป้ำหมำยตำมที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย ประเทศชำติมีควำมสงบเรียบร้อย มีควำมสำมัคคี สังคมมีควำมสงบสุข เป็นธรรมและมีโอกำส อันทัดเทียมกัน เพ่ือขจัดควำมเหล่ือมล้ำ มีคุณภำพชีวิตที่ดี และมีส่วนร่วมในกำรพัฒนำประเทศ ทั้งน้ีกำรปฏิรูป ประเทศต้องสอดคล้องและเป็นไปในทิศทำงเดยี วกันกับยุทธศำสตร์ชำติ ซงึ่ แผนกำรปฏิรปู ระเทศประกอบด้วย 12 ด้ำน ได้แก่ 1) ด้ำนกำรเมอื ง 2) ด้ำนกำรบรหิ ำรรำชกำรแผน่ ดิน 3) ด้ำนกฎหมำย 4) ดำ้ นกระบวนกำรยตุ ธิ รรม 5) ด้ำนเศรษฐกิจ 6) ดำ้ นทรพั ยำกรธรรมชำตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม 7) ด้ำนสำธำรณสขุ 8) ดำ้ นสื่อสำรมวลชนและ เทคโนโลยีสำรสนเทศ 9) ด้ำนสังคม 10) ด้ำนพลังงำน 11) ด้ำนกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรทุจริตและ ประพฤติมิชอบ 12) ด้ำนกำรศึกษำ โดยแผนกำรปฏิรูปประเทศด้ำนกำรศึกษำ มีแผนงำนเพ่ือกำรปฏิรูป 7 เรื่อง ได้แก่ 1) ระบบกำรศึกษำและกำรเรียนรู้โดยรวมของประเทศ โดยพระรำชบัญญัติกำรศึกษำแห่งชำติฉบับใหม่

14 และกฎหมำยท่ีเกีย่ วข้อง 2) กำรพฒั นำเดก็ เล็กและเด็กก่อนวัยเรยี น 3) กำรลดควำมเหล่ือมล้ำทำงกำรศึกษำ 4) กลไกและระบบกำรผลิต คัดกรอง และพัฒนำผู้ประกอบวิชำชีพและอำจำรย์ 5) กำรจัดกำรเรียนกำรสอน เพอ่ื ตอบสนองกำรเปล่ียนแปลงในศตวรรษที่ 21 6) กำรปรับโครงสร้ำงของหน่วยงำนในระบบกำรศึกษำ เพ่ือบรรลุ เป้ำหมำยในกำรปรับปรุงกำรจัดกำรเรียนกำรสอน และ 7) กำรปฏิรูปกำรศึกษำและกำรเรียนรู้โดยกำรพลิกโฉม ด้วยระบบดจิ ิทลั  แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี 12 (พ.ศ.2560 – 2564) แผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ.2560 – 2564) ได้กำหนดวัตถุประสงค์ และเป้ำหมำย รวมท้ังยุทธศำสตร์กำรพัฒนำ 10 ยุทธศำสตร์ โดยมี 6 ยุทธศำสตร์ตำมกรอบยุทธศำสตร์ชำติ พ.ศ.2561 – 25680 และอีก 4 ยุทธศำสตร์เพ่ิมเติม คือ 1) กำรเสริมสร้ำงและพัฒนำศักยภำพทุนมนุษย์ 2) กำรสร้ำงควำมเป็นธรรมและลดควำมเหลื่อมล้ำในสังคม 3) กำรสร้ำงควำมเข้มแข็งทำงเศรษฐกิจและแข่งขัน ได้อย่ำงย่ังยืน 4) กำรเติบโตท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อมเพื่อกำรพัฒนำที่ย่งั ยืน 5) กำรเสริมสร้ำงควำมม่ันคงแห่งชำติ เพอ่ื กำรพัฒนำประเทศสู่ควำมม่งั คง่ั และยัง่ ยืน 6) กำรบรหิ ำรจัดกำรในภำครัฐ กำรป้องกันกำรทจุ ริต ประพฤติ มิชอบและธรรมำภิบำลในสงั คมไทย 7) กำรพัฒนำโครงสร้ำงพื้นฐำนและระบบโลจิสติกส์ 8) กำรพัฒนำวิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม 9) กำรพัฒนำภำค เมือง และพื้นท่ีเศรษฐกิจ และ 10) ควำมร่วมมือระหว่ำง ประเทศเพื่อกำรพฒั นำ  นโยบายและแผนระดบั ชาตวิ ่าดว้ ยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ.2562 – 2565) นโยบำยและแผนระดับชำติว่ำด้วยควำมมั่นคงแห่งชำติ (พ.ศ.2562 – 2565) เป็นนโยบำย และแผนหลักของชำติท่ีเป็นกรอบหรือทิศทำงกำรดำเนินกำรป้องกัน แจ้งเตือน แก้ไข หรือระงับยับย้ังภัยคุกคำม เพ่ือธำรงไว้ซงึ่ ควำมมัน่ คงแห่งชำติ โดยกำหนดให้คณะรัฐมนตรหี รอื หนว่ ยงำนของรฐั ใช้เป็นกรอบแนวทำงหรือ ดำเนินกำรตำมอำนำจหน้ำท่ี ในกำรจัดทำแผนกำรบริหำรรำชกำรแผ่นดิน แผนนิติบัญญัติ กำรกำหนด ยุทธศำสตร์หรือแผนด้ำนควำมม่ันคงเฉพำะเร่ือง แผนเตรียมควำมพร้อมแห่งชำติ แผนบริหำรวิกฤตกำรณ์ที่เก่ียวข้อง กบั ควำมมั่นคงแห่งชำติ หรือกำหนดแผนงำนหรือโครงกำรที่เกี่ยวกับนโยบำยและแผนระดับชำติ ว่ำดว้ ยควำมมั่นคง แห่งชำติหรือกำรปฏิบัติรำชกำรอ่ืนใดให้สอดคล้องกับนโยบำยและแผนระดับชำติว่ำด้วยควำมมั่นคงแห่งชำติ ซึ่งมีแผนระดับชำติว่ำด้วยควำมม่ันคงแห่งชำติ 19 แผน ได้แก่ 1) กำรเสริมสร้ำงควำมม่ันคงของมนุษย์ 2) กำรข่ำวกรอง และกำรประเมินสถำนกำรณ์ด้ำนควำมมั่นคง 3) กำรเสริมสร้ำงควำมมั่นคงของสถำบันหลักของชำติภำยใต้กำรปกครอง ระบอบประชำธปิ ไตยอันมีพระมหำกษัตริยท์ รงเป็นประมุข 4) กำรพัฒนำระบบกำรเตรยี มควำมพร้อมแห่งชำติ 5) กำรพัฒนำศักยภำพกำรป้องกันประเทศ 6) กำรสร้ำงควำมสำมัคคีปรองดอง 7) กำรป้องกันและแก้ไขปัญหำ ควำมไม่สงบในจังหวัดชำยแดนภำคใต้ 8) กำรบริหำรจัดกำรผู้หลบหนีเข้ำเมือง 9) กำรป้องกันและแก้ไขปัญหำ กำรคำ้ มนุษย์ 10) กำรปอ้ งกันและปรำบปรำมยำเสพติด 11) กำรเสรมิ สรำ้ งควำมมั่นคงของชำติจำกภัยทุจริต 12) กำรรักษำควำมมั่นคงพื้นที่ชำยแดน 13) กำรรักษำควำมมั่นคงทำงทะเล 14) กำรป้องกันและแก้ปัญหำ ภัยคุกคำมข้ำมชำติ 15) กำรป้องกันและแก้ไขปัญหำควำมมั่นคงทำงไซเบอร์ 16) กำรรักษำดุลยภำพสภำวะ แวดล้อมระหว่ำงประเทศ 17) กำรรักษำควำมม่ันคงทำงพลังงำน 18) กำรรักษำควำมม่ันคงด้ำนอำหำรและน้ำ 19) กำรรกั ษำควำมม่ันคงด้ำนทรัพยำกรธรรมชำตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม

15  นโยบายรัฐบาล (พลเอกประยุทธ์ จันทรโ์ อชา) คำแถลงนโยบำยของรฐั บำล (พลเอกประยุทธ์ จันทรโ์ อชำ นำยกรัฐมนตรี) แถลงตอ่ รัฐสภำ วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎำคม 2562 โดยรัฐบำลได้กำหนดนโยบำยในกำรบริหำรรำชกำรแผ่นดิน จำแนกเป็น นโยบำยหลกั 12 ด้ำน และนโยบำยเร่งดว่ น 12 เรอ่ื ง ซง่ึ นโยบำยหลัก 12 ด้ำน ประกอบด้วย 1) กำรปอ้ งกัน และเชิดชูสถำบันพระมหำกษัตริย์ 2) กำรสร้ำงควำมม่ันคงและควำมปลอดภัยของประเทศและควำมสงบสุข ของประเทศ 3) กำรทำนบุ ำรุงศำสนำ ศิลปะและวัฒนธรรม 4) กำรสร้ำงบทบำทของไทยในเวทโี ลก 5) กำรพัฒนำ เศรษฐกิจและควำมสำมำรถในกำรแข่งขันของไทย 6) กำรพัฒนำเศรษฐกิจและกำรกระจำยควำมเจริญสู่ภูมิภำค 7) กำรพฒั นำสร้ำงควำมเข้มแข็งจำกฐำนรำก 8) กำรปฏริ ูปกระบวนกำรเรียนรู้และกำรพัฒนำศักยภำพของคนไทย ทุกช่วงวัย 9) กำรพัฒนำระบบสำธำรณสุขและหลักประกันทำงสังคม 10) กำรฟื้นฟูทรัพยำกรธรรมชำติและ กำรรักษำส่ิงแวดล้อมเพื่อสร้ำงกำรเติบโตอย่ำงยั่งยืน 11) กำรปฏิรูปกำรบริหำรจัดกำรภำครัฐ 12) กำรป้องกัน และปรำบปรำมกำรทุจริตและประพฤติมิชอบ และกระบวนกำรยุติธรรม และนโยบำยเรง่ ด่วน 12 เรื่อง ได้แก่ 1) กำรแก้ไขปัญหำในกำรดำรงชีวิตของประชำชน 2) กำรปรับปรุงระบบสวัสดิกำรและพัฒนำคุณภำพชีวิต ของประชำชน 3) มำตรกำรเศรษฐกิจเพ่ือรองรับควำมผันผวนของเศรษฐกิจโลก 4) กำรให้ควำมช่วยเหลือ เกษตรกรและพัฒนำนวัตกรรม 5) กำรยกระดับศักยภำพของแรงงำน 6) กำรวำงรำกฐำนระบบเศรษฐกิจ ของประเทศสู่อนำคต 7) กำรเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษท่ี 21 8) กำรแก้ไขปัญหำทุจริตและประพฤติมิชอบ ในวงรำชกำรท้ังฝ่ำยกำรเมืองและฝ่ำยรำชกำรประจำ 9) กำรแก้ไขปัญหำยำเสพติดและสร้ำงควำมสงบสุข ในพื้นท่ีชำยแดนภำคใต้ 10) กำรพัฒนำระบบกำรให้บริกำรประชำชน 11) กำรจัดเตรียมมำตรกำรรองรับ ภัยแล้งและอุทกภัย 12) กำรสนับสนุนให้มีกำรศึกษำ กำรรับฟังควำมเห็นของประชำชน และกำรดำเนินกำร เพื่อแก้ไขเพ่มิ เตมิ รัฐธรรมนูญ  นโยบายกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เพื่อให้กำรดำเนินกำรจัดกำรศึกษำและกำรบริหำรจัดกำรศึกษำของกระทรวงศึกษำธิกำร เป็นไปด้วยควำมเรียบร้อย บรรลุเป้ำหมำย อำศัยอำนำจตำมควำมในมำตรำ 8 และมำตรำ 12 แห่งพระรำชบัญญัติ ระเบียบบริหำรรำชกำรกระทรวงศึกษำธิกำร พ.ศ.2546 รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงศึกษำธิกำร จึงประกำศนโยบำย และจุดเน้นของกระทรวงศึกษำธิกำร ประจำปีงบประมำณ พ.ศ.2564 เพื่อให้ส่วนรำชกำรในสังกัดกระทรวงศึกษำธิกำร ยึดเป็นกรอบกำรดำเนินงำนในกำรจัดทำแผนและงบประมำณรำยจ่ำยประจำปีงบประมำณ พ.ศ.2564 พร้อมทั้ง ขับเคล่ือนกำรดำเนินงำนด้ำนกำรศึกษำให้มีคุณภำพ ประสทิ ธิภำพในทุกมิติ เพื่อมุง่ เปำ้ หมำยคือผู้เรียนทุกช่วงวัย ดงั นี้ หลกั การตามนโยบาย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564 1. ปรับร้ือและเปล่ียนแปลงระบบกำรบริหำรจัดกำร โดยมุ่งปฏิรูปองค์กำรเพื่อหลอมรวม ภำรกิจและบุคลำกร เช่น ด้ำนกำรประชำสัมพันธ์ ด้ำนกำรต่ำงประเทศ ด้ำนเทคโนโลยี ด้ำนกฎหมำย ฯลฯ ท่ีสำมำรถลดกำรใช้ทรัพยำกรทับซ้อน เพ่ิมประสิทธิภำพและควำมเป็นเอกภำพ รวมทั้งกำรนำเทคโนโลยีดิจิทัล เขำ้ มำช่วยในกำรบรหิ ำรงำนและกำรจัดกำรศกึ ษำรองรบั ควำมเป็นรฐั บำลดจิ ทิ ลั 2. ปรับรื้อและเปลี่ยนแปลงระบบกำรบริหำรทรัพยำกร โดยมุ่งปฏิรูปกระบวนกำรวำงแผน/ โครงกำรแบบร่วมมือและบูรณำกำร ท่ีสำมำรถตอบโจทย์ของสังคมและเป็นกำรพัฒนำท่ียั่งยืน รวมท้ังกระบวนกำร จดั ทำงบประมำณท่ีมปี ระสิทธิภำพและใช้จำ่ ยอย่ำงค้มุ ค่ำ ส่งผลใหภ้ ำคส่วนต่ำง ๆ ทัง้ ภำครัฐ ภำคเอกชน และ นำนำชำติ เชื่อมนั่ และรว่ มสนบั สนุนกำรพฒั นำคณุ ภำพกำรศึกษำมำกยง่ิ ขนึ้

16 3. ปรับร้อื และเปลี่ยนแปลงระบบกำรบริหำรจัดกำรและพัฒนำกำลังคนของกระทรวงศึกษำธิกำร โดยมุ่งบริหำรจัดกำรอัตรำกำลังให้สอดคล้องกับกำรปฏิรูปองค์กำร รวมทั้งพัฒนำสมรรถนะและควำมรู้ควำมสำมำรถ ของบคุ ลำกรภำครฐั ใหม้ คี วำมพร้อมในกำรปฏิบตั งิ ำนรองรบั ควำมเปน็ รัฐบำลดิจทิ ลั จดุ เน้นประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564 1. กำรพัฒนำและเสริมสร้ำงศกั ยภำพทรพั ยำกรมนุษย์ 1.1 กำรจัดกำรศึกษำเพือ่ คณุ วุฒิ - จัดกำรศึกษำทุกระดับ ทุกประเภท โดยใช้หลักสูตรฐำนสมรรถนะ รวมท้ังแนวทำง กำรจัดกำรเรียนร้เู ชิงรุกและกำรวัดประเมินผลเพอ่ื พัฒนำผูเ้ รียน ท่ีสอดคล้องกบั มำตรฐำนกำรศึกษำแห่งชำติ - ส่งเสริมกำรพฒั นำกรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่นและหลักสูตรสถำนศึกษำตำมควำม ต้องกำรจำเป็นของกลมุ่ เป้ำหมำยและแตกต่ำงหลำกหลำยบรบิ ทของพืน้ ท่ี - พัฒนำผู้เรียนให้มีทักษะกำรคิดวิเครำะห์ สำมำรถแก้ไขสถำนกำรณ์เฉพำะหน้ำ ได้อยำ่ งมีประสทิ ธิภำพ โดยจดั กำรเรยี นรู้เชิงรกุ (Active Learning) จำกประสบกำรณ์จรงิ หรอื จำกสถำนกำรณ์ จำลองผ่ำนกำรลงมือปฏิบัติ ตลอดจนจัดกำรเรียนกำรสอนในเชิงแสดงควำมคิดเห็นเพื่อเปิดโลกทัศน์มุมมอง รว่ มกันของผูเ้ รียนและครูใหม้ ำกข้นึ - พัฒนำผู้เรียนให้มีควำมรอบรู้และทักษะชีวิต เพ่ือเป็นเคร่ืองมือในกำรดำรงชีวิต และสร้ำงอำชีพ อำทิ กำรใชเ้ ทคโนโลยดี ิจิทัล สขุ ภำวะและทัศนคตทิ ี่ดตี ่อกำรดูแลสขุ ภำพ 1.2 กำรเรยี นรู้ตลอดชีวิต - จัดกำรเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับประชำชนทุกช่วงวัย เน้นส่งเสริมและยกระดับทักษะ ภำษำอังกฤษ (English for All) - สง่ เสริมโอกำสกำรเข้ำถึงกำรศึกษำเพื่อทักษะอำชีพและกำรมงี ำนทำ ในเขตพัฒนำ พิเศษเฉพำะกิจจังหวัดชำยแดนภำคใต้และเขตพื้นที่พิเศษ (พื้นที่สูง พื้นท่ีตำมแนวตะเข็บ ชำยแดน และพ้ืนที่ เกำะแก่ง ชำยฝัง่ ทะเล ทั้งกลุ่มชนตำ่ งเช้ือชำติ ศำสนำ และวฒั นธรรม กลุ่มชนชำยขอบ และแรงงำนต่ำงด้ำว) - พฒั นำครใู ห้มีทักษะ ควำมรู้ และควำมชำนำญในกำรใช้เทคโนโลยดี ิจทิ ลั ปญั ญำประดิษฐ์ และภำษำอังกฤษ รวมท้ังกำรจัดกำรเรียนกำรสอนเพื่อฝึกทักษะกำรคิดวิเครำะห์อย่ำงเป็นระบบและมีเหตุผล เปน็ ขนั้ ตอน - พัฒนำสมรรถนะและควำมรู้ควำมสำมำรถของบุคลำกรกระทรวงศึกษำธิกำร ให้มี ควำมพร้อมในกำรปฏิบัติงำนรองรับควำมเป็นรัฐบำลดิจิทัลอย่ำงมีประสิทธิภำพ โดยจัดให้มีศูนย์พัฒนำสมรรถนะ บคุ ลำกรระดับจงั หวัดทั่วประเทศ 2. กำรพัฒนำกำรศกึ ษำเพ่อื ควำมมัน่ คง - พัฒนำคุณภำพกำรศึกษำในพ้ืนท่ีจังหวัดชำยแดนภำคใต้ โดยน้อมนำยุทธศำสตร์พระรำชทำน “เข้ำใจ เข้ำถึง พัฒนำ” เปน็ หลกั ในกำรดำเนนิ กำร - เฝ้ำระวังภัยทุกรูปแบบท่ีเกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู และสถำนศึกษำ โดยเฉพำะภัยจำกยำเสพติด อำญชำกรรมไซเบอร์ กำรคำ้ มนุษย์ - ส่งเสริมให้ใช้ภำษำท้องถิ่นร่วมกับภำษำไทย เป็นส่ือจัดกำรเรียนกำรสอนในพื้นที่ท่ีใช้ ภำษำอย่ำงหลำกหลำย เพื่อวำงรำกฐำนให้ผู้เรียนมีพัฒนำกำรด้ำนกำรคิดวเิ ครำะห์ รวมท้ังมีทักษะกำรสื่อสำร และใชภ้ ำษำท่สี ำมในกำรตอ่ ยอดกำรเรียนร้ไู ด้อยำ่ งมปี ระสทิ ธภิ ำพ - ปลูกฝังผู้เรียนให้มีหลักคิดท่ีถูกต้องด้ำนคุณธรรม จริยธรรม และเป็นผู้มีควำมพอเพียง วนิ ัย สุจรติ จติ อำสำ โดยใชก้ ระบวนกำรลกู เสอื และยุวกำชำด

17 3. กำรสรำ้ งควำมสำมำรถในกำรแข่งขนั - สนับสนุนใหส้ ถำนศึกษำอำชีวศึกษำผลติ กำลงั แรงงำนที่มีคุณภำพตำมควำมเป็นเลิศของ แตล่ ะสถำนศึกษำและตำมบริบทของพืน้ ท่ี รวมท้งั สอดคล้องกับควำมต้องกำรของประเทศท้ังในปจั จุบันและอนำคต - สนบั สนุนใหส้ ถำนศึกษำอำชวี ศึกษำบริหำรจัดกำรอย่ำงมีคุณภำพ และจดั กำรเรียนกำรสอน ด้วยเคร่ืองมือปฏิบัติท่ีทันสมัยและสอดคล้องกับเทคโนโลยี โดยเน้นให้ผู้เรียนมีทักษะกำรวิเครำะห์ข้อมูล (Data Analysis) และทกั ษะกำรส่อื สำรภำษำตำ่ งประเทศ 4. กำรสรำ้ งโอกำสและลดควำมเสมอภำคทำงกำรศกึ ษำ - พัฒนำแพลตฟอรม์ ดิจทิ ลั เพอ่ื กำรเรียนรู้ และใชด้ ิจิทลั เป็นเคร่อื งมอื กำรเรยี นรู้ - ศึกษำและปรับปรุงอัตรำเงินอุดหนุนค่ำใช้จ่ำยต่อหัวในกำรจัดกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน ให้สอดคล้อง กบั สภำพเศรษฐกจิ และบทบัญญัตขิ องรัฐธรรมนูญ - ระดมสรรพกำลังเพื่อส่งเสริมสนับสนุนโรงเรียนนำร่องพื้นท่ีนวตั กรรมกำรศึกษำ เพื่อลด ควำมเหลอ่ื มลำ้ ทำงกำรศกึ ษำใหส้ อดคลอ้ งพระรำชบัญญัติพื้นทน่ี วัตกรรมกำรศึกษำ พ.ศ.2562 5. กำรจดั กำรศึกษำเพ่อื เสริมสร้ำงคุณภำพชีวิตที่เปน็ มติ รกับสง่ิ แวดล้อม - เสริมสร้ำงกำรรับรู้ ควำมเข้ำใจ ควำมตะหนัก และส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรม ทพี่ งึ ประสงคด์ ำ้ นสิง่ แวดลอ้ ม - ส่งเสริมกำรพัฒนำสิง่ ประดิษฐ์และนวัตกรรมท่ีเปน็ มิตรกับสิง่ แวดล้อม ให้สำมำรถเป็นอำชีพ และสรำ้ งรำยได้ 6. กำรปรบั สมดุลและพัฒนำระบบกำรบริหำรจัดกำร - ปฏิรูปองค์กำรเพื่อลดควำมทับซ้อน เพิ่มประสิทธิภำพและควำมเป็นเอกภำพของหน่วยงำน ท่ีมีภำรกจิ ใกล้เคียงกนั เชน่ ด้ำนประชำสัมพันธ์ ด้ำนต่ำงประเทศ ดำ้ นเทคโนโลยี ดำ้ นกฎหมำย เปน็ ต้น - ปรับปรุงกฎหมำยและระเบียบที่เป็นอุปสรรคและข้อจำกัดในกำรดำเนินงำน โดยคำนึงถึง ประโยชน์ของผเู้ รียนและประชำชน ตลอดจนกระทรวงศกึ ษำธกิ ำรโดยรวม - สนับสนุนกจิ กรรมกำรปอ้ งกันและปรำบปรำมกำรทจุ รติ และประพฤตมิ ิชอบ - พัฒนำระบบฐำนขอ้ มูลด้ำนกำรศึกษำ (Big Data) - พัฒนำระบบกำรบริหำรจัดกำรและพัฒนำกำลังคนของกระทรวงศึกษำธิกำร ให้สอดคล้อง กบั กำรปฏิรูปองคก์ ำร - สนับสนุนให้สถำนศึกษำเป็นนิติบุคคล เพื่อให้สำมำรถบริหำรจัดกำรศึกษำที่มีคุณภำพ ไดอ้ ย่ำงอิสระและมีประสทิ ธภิ ำพ ภำยใตก้ รอบแนวทำงของกระทรวงศึกษำธกิ ำร - จัดต้ังหน่วยงำนวำงแผนทำงกำรเงิน (Financial Plan) ระดับจังหวัด เพื่อพัฒนำคุณภำพ ชีวิตบุคลำกรของกระทรวงศกึ ษำธกิ ำร - ส่งเสริมโครงกำร 1 ตำบล 1 โรงเรียนคุณภำพ โดยเน้นปรับสภำพแวดล้อมทั้งภำยในและ ภำยนอกบรเิ วณโรงเรียนให้เอ้อื ตอ่ กำรเสริมสรำ้ งคณุ ธรรม จริยธรรม และจิตสำธำรณะ

18  นโยบายสานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน วสิ ยั ทศั น์ สร้ำงคุณภำพทนุ มนษุ ย์ ส่สู ังคมอนำคตทีย่ ่ังยืน พันธกิจ 1. จัดกำรศึกษำเพ่ือเสริมสร้ำงควำมม่ันคงของสถำบันหลักของชำติและกำรปกครองในระบอบ ประชำธิปไตยอันมพี ระมหำกษตั รยิ ท์ รงเป็นประมขุ 2. พฒั นำผู้เรยี นใหม้ คี วำมสำมำรถควำมเป็นเลศิ ทำงวิชำกำรเพ่อื สรำ้ งขดี ควำมสำมำรถในกำร แขง่ ขัน 3. พฒั นำศักยภำพและคุณภำพผ้เู รยี นใหม้ ีสมรรถนะตำมหลักสตู รและคุณลกั ษณะ ใน ศตวรรษท่ี 21 4. สร้ำงโอกำส ควำมเสมอภำค ลดควำมเหลื่อมล้ำ ให้ผู้เรียนทุกคนได้รับบริกำรทำงกำรศึกษำ อย่ำงท่วั ถึงและเท่ำเทียม 5. พฒั นำผูบ้ รหิ ำร ครู และบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำใหเ้ ปน็ มอื อำชีพ 6. จัดกำรศึกษำเพื่อพัฒนำคุณภำพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยึดหลักปรัชญำของเศรษฐกิจ พอเพยี ง และเปำ้ หมำยกำรพัฒนำท่ยี ัง่ ยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) 7. ปรับสมดุลและพัฒนำระบบกำรบริหำรจัดกำรศึกษำทุกระดับ และจัดกำรศึกษำโดยใช้เทคโนโลยี ดจิ ทิ ัล (Digital Technology) เพ่อื พัฒนำมุง่ สู่ Thailand 4.0 เป้าหมาย 1. ผู้เรียนมีควำมรักในสถำบันหลักของชำติ และยึดมั่นกำรปกครองระบอบประชำธิปไตย อันมีพระมหำกษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้ำนเมือง มีหลักคิดท่ีถูกต้อง และเป็นพลเมืองดีของชำติ มีคุณธรรม จริยธรรม มีค่ำนิยมที่พึงประสงค์ มีจิตสำธำรณะ รับผิดชอบต่อสังคมและผู้อ่ืน ซื่อสัตย์ สุจริต มัธยัสถ์ อดออม โอบออ้ มอำรี มีวินยั รักษำศลี ธรรม 2. ผเู้ รียนท่มี ีควำมสำมำรถพเิ ศษดำ้ นวิทยำศำสตร์ คณิตศำสตร์ ศลิ ปะ ดนตรี กฬี ำ ภำษำและ อนื่ ๆ ไดร้ บั กำรพฒั นำอยำ่ งเต็มตำมศกั ยภำพ 3. ผู้เรียน เป็นบุคคลแห่งกำรเรียนรู้ คิดริเริ่มและสร้ำงสรรค์นวัตกรรม มีควำมรู้ มีทักษะ มีสมรรถนะตำมหลักสูตร และคุณลักษณะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 มีสุขภำวะท่ีเหมำะสมตำมวัย มีควำมสำมำรถ ในกำรพ่ึงพำตนเอง ตำมหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง และกำรเป็นพลเมืองพลโลกที่ดี (Global Citizen) พร้อมก้ำวสู่สำกล นำไปสกู่ ำรสร้ำงควำมสำมำรถในกำรแขง่ ขนั ของประเทศ 4. ผูเ้ รยี นทม่ี คี วำมต้องกำรจำเป็นพเิ ศษ (ผู้พกิ ำร) กล่มุ ชำติพันธ์ุ กลมุ่ ผดู้ ้อยโอกำสและกลุ่มท่ี อยใู่ นพน้ื ทีห่ ำ่ งไกลทุรกันดำร ไดร้ ับกำรศึกษำอย่ำงท่ัวถึง เทำ่ เทียม และมคี ุณภำพ 5. ผูบ้ รหิ ำร ครู และบุคลำกรทำงกำรศึกษำเป็นบุคคลแห่งกำรเรียนรู้ มคี วำมรูแ้ ละจรรยำบรรณ ตำมมำตรฐำนวิชำชีพ 6. สถำนศึกษำจัดกำรศึกษำเพื่อกำรบรรลุเป้ำหมำยกำรพัฒนำอย่ำงย่ังยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) และเสรมิ สรำ้ งคณุ ภำพชวี ิตทเ่ี ปน็ มิตรกับสงิ่ แวดล้อม ตำมหลกั ปรัชญำของเศรษฐกิจ พอเพียง 7. สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำน สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ สถำนศึกษำ มีสมดุมในกำรบริหำรจัดกำรเชิงบูรณำกำร มีกำรกำกับ ติดตำม ประเมินผล มีระบบข้อมูลสำรสนเทศที่มีประสิทธิภำพ และกำรรำยงำนผลอยำ่ งเปน็ ระบบ ใช้งำนวจิ ยั เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมในกำรขบั เคล่อื นคณุ ภำพกำรศึกษำ

19 นโยบาย สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน ได้กำหนดนโยบำยประจำปีงบประมำณ พ.ศ.2564 โดยยึดหลักของกำรพัฒนำที่ย่ังยืน และกำรสร้ำงควำมสำมำรถในกำรแข่งขันของประเทศในอนำคต เป็นแนวทำง ในกำรจดั กำรศึกษำจดั กำรศึกษำข้นั พื้นฐำน และสอดคล้องกับยุทธศำสตร์ชำติ พ.ศ.2561 – 2580 แผนแม่บท ภำยใต้ยทุ ธศำสตรช์ ำติ (พ.ศ.2561 - 2580) แผนปฏริ ปู ประเทศดำ้ นกำรศึกษำ แผนพัฒนำเศรษฐกจิ และสังคม แห่งชำติ ฉบบั ที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2565) แผนกำรศึกษำแหง่ ชำติ พ.ศ.2560 – 2579 และมงุ่ สู่ Thailand 4.0 ดังนี้ นโยบำยที่ 1 ด้ำนกำรจัดกำรศึกษำเพอ่ื ควำมมั่นคงของมนุษย์และของชำติ นโยบำยที่ 2 ดำ้ นกำรจดั กำรศึกษำเพื่อเพม่ิ ควำมสำมำรถในกำรแข่งขนั ของประเทศ นโยบำยท่ี 3 ดำ้ นกำรพัฒนำและเสริมสร้ำงศกั ยภำพทรพั ยำกรมนุษย์ นโยบำยที่ 4 ดำ้ นกำรสร้ำงโอกำสในกำรเข้ำถงึ บริกำรกำรศึกษำทมี่ คี ุณภำพ มีมำตรฐำนและลดควำมเหลอื่ มลำ้ ทำงกำรศึกษำ นโยบำยท่ี 5 ด้ำนกำรจดั กำรศึกษำเพ่อื พฒั นำคุณภำพชวี ติ ท่เี ปน็ มิตรกบั สิ่งแวดล้อม นโยบำยที่ 6 ด้ำนกำรปรบั สมดลุ และพฒั นำระบบกำรบรหิ ำรจัดกำรศึกษำ

21 ส่วนที่ 3 สาระสาคัญของแผนปฏิบตั กิ าร ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564 สานกั งานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาลาปาง เขต 3   ความสอดคล้องกับแผน 3 ระดบั มติคณะรัฐมนตรีจากการประชุมวันท่ี 4 ธันวาคม 2560 เห็นชอบการจาแนกแผนออกเป็น 3 ระดับ ไดแ้ ก่ แผนระดับท่ี1 ยุทธศาสตร์ชาติ เป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศ ใช้เป็นกรอบในการจัดทา แผนต่าง ๆ ใหส้ อดคล้องและบูรณาการกัน แผนระดบั ท่ี 2 ไดแ้ ก่ แผนแม่บทภายใต้ยทุ ธศาสตรช์ าติ แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ แผนการปฏริ ูประเทศ และแผนความมัน่ คง แผนระดบั ท่ี 3 หมายถงึ แผนที่จดั ทาขึ้นเพอ่ื สนับสนุนการดาเนนิ งานของแผนระดบั ที่ 1 และ 2 ให้บรรลุเป้าหมายท่ีกาหนดไว้ หรือจัดข้ึนตามท่ีกฎหมายกาหนด หรือจัดทาขึ้นตามพันธกรณีหรืออนุสัญญา ระหว่างประเทศ ซ่ึงแผนระดับที่ 1 และแผนระดับที่ 2 เป็นแผนที่สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแหง่ ชาติ เสนอ ดังน้ัน สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 จึงได้ศึกษาและวิเคราะห์ ความสอดคลอ้ ง เชอ่ื มโยงกับแผนทัง้ 3 ระดับ ดังน้ี แผนระดับที่ 1 ยุทธศาสตร์ชาติ 1. ยทุ ธศาสตร์ชาติดา้ นการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนษุ ย์ 1.1 เป้าหมาย คนไทยเป็นคนดี คนเกง่ มคี ุณภาพ พร้อมสาหรบั วถิ ชี วี ติ ในศตวรรษท่ี 21 1.2 ประเด็นยุทธศาสตร์ การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ท่ีตอบสนองต่อการเปลยี่ นแปลง ในศตวรรษที่ 21 1.3 การบรรลเุ ป้าหมายตามยุทธศาสตรช์ าติ สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 มีวิสัยทัศน์ คือ ผู้เรียนมีคุณภาพ สู่สังคมในศตวรรษท่ี 21 อย่างย่ังยืน ซ่ึงสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์ และยังมีการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพผู้เรียนท่ีหลากหลาย ทั้งในระดับก่อนประถมศึกษา ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ผู้เรียนพิการ ผู้เรียนด้อยโอกาส ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ มีการขับเคลื่อนการพัฒนา การศึกษา การพัฒนาหลักสูตรกระบวนการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล การพัฒนาการเรียนการสอน ภาษาต่างประเทศ และเสริมสร้างศักยภาพครู การยกระดับและพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาต่าง ๆ ให้สามารถ จดั การเรียนรไู้ ดเ้ ต็มตามศกั ยภาพ ทงั้ ทักษะวชิ าการ ทักษะชีวิต ทกั ษะอาชีพ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 2. ยุทธศาสตร์ชาตดิ า้ นการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 2.1 เปา้ หมาย สรา้ งความเปน็ ธรรม และลดความเหล่อื มล้าในทกุ มติ ิ 2.2 ประเด็นยทุ ธศาสตร์ การลดความเหลือ่ มลา้ สรา้ งความเป็นธรรมในทกุ มติ ิ 2.3 การบรรลเุ ปา้ หมายตามยทุ ธศาสตรช์ าติ

22 สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 มีการสร้างความเสมอภาค ทางการศึกษา โดยสามารถให้บริการทางการศึกษาแก่ประชากรวัยเรียนในเขตพ้ืนท่ีบริการครบร้อยละ 100 มกี ารสง่ เสริมระบบการดแู ลช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษา การแนะแนวการศกึ ษาตอ่ และอาชีพ สร้างโอกาส และลดความเหลื่อมล้าทางการศึกษาสาหรับกลุ่มผู้ด้อยโอกาส โรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนพ้ืนท่ีสูงในถิ่นทุรกันดาร เพ่ือให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างท่ัวถึงและมีคุณภาพ การพัฒนาสื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือการศึกษา โดยส่งเสริมการจัดการศึกษาด้านเทคโนโลยที างไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) และเทคโนโลยีสารสนเทศทางไกล ผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ (DLIT) เพ่ือสร้างความเป็นธรรม และลดความเหล่ือมล้าในการเข้าถึงบริการ ทางการศกึ ษาทีม่ ีคณุ ภาพ 3. ยุทธศาสตร์ชาตดิ ้านความม่ันคง 3.1 เป้าหมาย บ้านเมอื งมีความมั่นคงในทกุ ติติและทุกระดบั 3.2 ประเดน็ ยุทธศาสตร์ การป้องกนั และแกไ้ ขปญั หาทม่ี ีผลกระทบต่อความมน่ั คง 3.3 การบรรลเุ ป้าหมายตามยุทธศาสตรช์ าติ สานกั งานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 มีการน้อมนาพระบรมราโชบาย ด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวิชราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทัศนคติท่ีดีต่อบ้านเมือง มีหลักคิดที่ถูกต้อง เป็นพลเมอื งดขี องชาติ มีคุณธรรมจริยธรรม มคี ่านยิ มอนั พงึ ประสงค์ มีจิตสาธารณะ จิตอาสา รบั ผดิ ชอบต่อครอบครัว ผอู้ ื่น และสังคมโดยรวม เพื่อให้เกิดความสมานฉนั ท์ รรู้ กั สามัคคี มคี วามเขา้ ใจซ่ึงกนั และกัน อยู่ร่วมกนั อยา่ งสันติสุข การตดิ ตาม ดูแลชว่ ยเหลอื กลุ่มเด็กและเยาวชนทม่ี ปี ัญหายาเสพติดหรือปญั หาภัยคุกคามทุกรปู แบบ แผนระดับท่ี 2 1. แผนแม่บทภายใตย้ ุทธศาสตรช์ าติ 1.1 ประเด็นการพัฒนาการเรยี นรู้ 1.1.1 เปา้ หมายระดับประเดน็ ของแผนแม่บท เป้าหมายท่ี 1 คนไทยมีการศึกษาที่มีมาตรฐานสากลเพิ่มขึ้น มีทักษะท่ีจาเป็นของโลก ในศตวรรษท่ี 21 สามารถในการแก้ปัญหา ปรับตัว ส่ือสาร และทางานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผลเพ่ิมขึ้น มนี ิสัยใฝเ่ รียนรอู้ ย่างตอ่ เนอื่ งตลอดชีวติ เป้าหมายท่ี 2 คนไทยได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพตามความถนัดและความสามารถ ของพหุปัญญาดีขึน้ การบรรลเุ ป้าหมาย สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 มีแผนการดาเนินการ ให้บรรลุเป้าหมาย และการพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล ให้กับผู้เรียน ทุกระดับและทุกกลุ่ม ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและมีมาตรฐาน เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างท่ัวถึง พร้อมทั้ง มีทักษะและศักยภาพในการประกอบอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ การขับเคลื่อนการพัฒนา การศึกษาท่ีย่ังยืน โดยความเหมาะสมกับบริบทของพ้ืนที่ที่หลากหลาย รวมถึงแนวโน้มของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป และความสอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ รวมถึงการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ และ ทักษะทจี่ าเป็นในศตวรรษท่ี 21 และการเสริมสร้างศักยภาพครใู หม้ ีความพรอ้ มในการจัดการเรยี นการสอน 1.1.2 แผนย่อยการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง ในศตวรรษที่ 21

23 แนวทางการพัฒนา การพัฒนาหลักสูตร การวัด การประเมินผล การพัฒนาครู การพัฒนาโรงเรยี นใหม้ คี ุณภาพ เป้าหมายของแผนย่อย คนไทยมกี ารศึกษาที่มีมาตรฐานสากลเพ่ิมข้ึน มที ักษะทจ่ี าเป็น ของโลกศตวรรษท่ี 21 สามารถในการแก้ปัญหา ปรบั ตัว สือ่ สาร และทางานรว่ มกับผู้อืน่ ได้อยา่ งมปี ระสิทธผิ ลเพ่มิ ข้ึน มีนสิ ยั ใฝเ่ รียนรู้อย่างตอ่ เนื่องตลอดชีวติ การบรรลเุ ปา้ หมาย - สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 มีแผนการดาเนินการ ให้บรรลุเป้าหมาย และการพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล ให้กับผู้เรียน ทุกระดับและทุกกลุ่ม ได้รับการศึกษาท่ีมีคุณภาพและมีมาตรฐาน เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างทั่วถึง พร้อมทั้ง มีทักษะและศักยภาพในการประกอบอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ การขับเคล่ือนการพัฒนา การศึกษาท่ีย่ังยืน โดยความเหมาะสมกับบริบทของพ้ืนท่ีท่ีหลากหลาย รวมถึงแนวโน้มของสังคมท่ีเปล่ียนแปลงไป และความสอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ รวมถึงการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ และ ทักษะท่ีจาเป็นในศตวรรษท่ี 21 และการเสริมสร้างศักยภาพครูให้มีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอน การยกระดับคุณภาพโรงเรียนคุณภาพของชุมชน และการจัดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ มีสภาพแวดล้อมท่ีเอื้อต่อ การสง่ เสรมิ การเรียนรู้ ท้ังอาคารสถานที่ แหล่งเรยี นรู้ และวัสดอุ ุปกรณ์ด้านการจดั การศึกษา 1.1.3 แผนยอ่ ยการตระหนักถงึ พหปุ ัญญาของมนุษยท์ ี่หลากหลาย แนวทางการพัฒนา การพฒั นาหลกั สูตร การวัด การประเมิน การพัฒนาครู การพฒั นา คุณภาพสถานศึกษา เป้าหมายของแผนย่อย ประเทศไทยมรี ะบบข้อมลู เพ่ือการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพ ตามพหุปญั ญา เพอ่ื ประโยชน์ในการพัฒนาและการส่งต่อการพัฒนาให้เตม็ ตามศักยภาพเพ่ิมขึ้น การบรรลุเป้าหมาย สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 มีแผนการดาเนินการ ให้บรรลุเป้าหมาย และการพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล ให้กับผู้เรียน ทุกระดับและทุกกลุ่ม ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและมีมาตรฐาน เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างทั่วถึง พร้อมท้ัง มีทักษะและศักยภาพในการประกอบอาชีพท่ีสอดคล้องกับความต้องการของประเทศ การขับเคลื่อนการพัฒนา การศึกษาที่ย่ังยืน โดยความเหมาะสมกับบริบทของพื้นท่ีท่ีหลากหลาย รวมถึงแนวโน้มของสังคมที่เปล่ียนแปลงไป และความสอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ รวมถึงการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ และ ทักษะท่ีจาเป็นในศตวรรษที่ 21 และการเสริมสร้างศักยภาพครูให้มีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอน การส่งเสรมิ เดก็ ทม่ี คี วามสามารถพิเศษด้านวทิ ยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ทศั นศลิ ป์ นาฏศลิ ป์ ดนตรี และกฬี า 1.2 ประเด็นการพัฒนาศกั ยภาพคนตลอดชว่ งชีวติ 1.2.1 เปา้ หมายระดับประเดน็ ของแผนแมบ่ ท เป้าหมาย คนไทยทุกช่วงวัยมีคุณภาพเพิ่มข้ึน ได้รับการพัฒนาอย่างสมดุล ท้ังด้าน ร่างกาย สติปญั ญา และคุณธรรม จรยิ ธรรม เปน็ ผทู้ ่ีมคี วามรู้และทักษะในศตวรรษท่ี 21 รักการเรยี นรู้อย่างต่อเนื่อง ตลอดชวี ิต การบรรลุเป้าหมาย สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 ได้ดาเนินการพัฒนาผู้เรียน ตั้งแตร่ ะดบั ก่อนประถมศกึ ษา จนถึงมธั ยมศึกษาตอนตน้

24 1.2.2 แผนยอ่ ยการพัฒนาเด็กตงั้ แต่ช่วงการตง้ั ครรภ์จนถงึ ปฐมวัย แนวทางการพัฒนา ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาในระดับก่อนประถมศึกษา ทมี่ คี ณุ ภาพ เป้าหมายของแผนย่อย เด็กเกิดอย่างมีคุณภาพมีการพัฒนาการสมวัย สามารถ เขา้ ถึงบรกิ ารท่มี คี ณุ ภาพมากขนึ้ การบรรลเุ ปา้ หมาย สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 ได้ดาเนินการพัฒนาผู้เรียน ต้ังแตร่ ะดบั ก่อนประถมศึกษา จนถงึ มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ 1.2.3 แผนยอ่ ยการพฒั นาช่วงวัยเรยี น/วัยร่นุ แนวทางการพฒั นา การสง่ เสรมิ การจัดการศึกษาใหน้ กั เรียนระดบั การศึกษาภาคบงั คบั เปา้ หมายของแผนย่อย วัยเรียน/วัยร่นุ มีความร้แู ละทกั ษะในศตวรรษท่ี 21 ครบถ้วน รู้จักคิด วิเคราะห์ รักการเรียนรู้ มีสานึกพลเมือง มีความกล้าหาญทางจริยธรรม มีความสามารถในการ แกป้ ญั หา ปรบั ตัว สอ่ื สาร และทางานร่วมกบั ผู้อ่ืนไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธผิ ลตลอดชีวิตดีขนึ้ การบรรลเุ ปา้ หมาย สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 มแี ผนการดาเนินการให้บรรลุ เป้าหมาย รวมถึงการส่งเสริมการพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลายให้เอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชวี ิต การพัฒนาส่ือการเรียนรู้ในการจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน การส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน การขับเคลื่อนงานแนะแนว ในสถานศึกษาเพื่อการศึกษาต่อและการมีงานทา การขับเคล่ือนให้นักจิตวิทยาโรงเรียนประจาเขตพื้นท่ีการศึกษา การขับเคล่ือนการดูแลช่วยเหลือและคุ้มครองนักเรียน และการขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ส่สู ถานศกึ ษา 1.3 ประเดน็ ความเสมอภาคและหลักประกันทางสังคม 1.3.1 เป้าหมายระดบั ประเดน็ ของแผนแม่บท เป้าหมาย คนไทยทกุ คนได้รบั การค้มุ ครองและมหี ลักประกันทางสังคมเพิ่มขน้ึ การบรรลเุ ปา้ หมาย สานักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 มรี ะบบใหค้ วามช่วยเหลือ ผูเ้ รียนกลมุ่ เปา้ หมายทต่ี อ้ งการความช่วยเหลือพเิ ศษ 1.3.2 แผนย่อยมาตรการแบบเจาะจงกลมุ่ เปา้ หมายเพ่ือแก้ปัญหาเฉพาะกลุ่ม แนวทางการพัฒนา จัดให้มีระบบสนับสนุนช่วยเหลอื ผูเ้ รยี น โดยเฉพาะผู้ทต่ี อ้ งการ ความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เป้าหมายของแผนย่อย มีระบบและกลไกในการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมาย ทตี่ ้องการความชว่ ยเหลือเปน็ พเิ ศษไดค้ รอบคลมุ มากยิง่ ข้นึ การบรรลเุ ปา้ หมาย สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 ส่งเสริมและสนับสนุน การจัดการศึกษาสาหรับเด็กพิการ เด็กด้อยโอกาส ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนานักเรียนโรงเรียนพ้ืนที่สูงในถ่ินทุรกันดาร ส่งเสริมการจัดการศึกษาด้านเทคโนโลยีทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) และเทคโนโลยีทางไกลผ่านเทคโนโลยี สารสนเทศ (DLIT)

25 1.4 ประเด็นความม่ันคง 1.4.1 เป้าหมายระดบั ประเด็นของแผนแมบ่ ท เป้าหมาย ประเทศชาตมิ ีความม่ันคงในทุกมิติ และทุกระดบั เพ่มิ ขึ้น การบรรลุเปา้ หมาย สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 ส่งเสริมและสนับสนุน การจัดการศึกษาให้เกิดความสมานฉันท์ อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ป้องกันเด็กและเยาวชนจากยาเสพติดและ ภัยคุกคามทกุ รปู แบบ และแก้ไขปญั หาเพ่อื ใหเ้ ด็กกลับตวั และกลับคืนสสู่ ังคม 1.4.2 แผนยอ่ ยการป้องกนั และแก้ไขปญั หาทีม่ ีผลกระทบต่อความม่นั คง แนวทางการพัฒนา พัฒนาการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์วิถีชีวิต วัฒนธรรม ให้เกิดความสมานฉันท์ และรู้รักสามัคคี มีความเข้าใจซ่ึงกันและกัน อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข มีคณุ ภาพตามมาตรฐาน และเสริมสรา้ งภูมคิ มุ้ กันป้องกันยาเสพติดให้กลมุ่ เด็กและเยาวชน พัฒนากระบวนการ ติดตาม ดแู ล ชว่ ยเหลือกลุ่มเดก็ และเยาวชนทม่ี ปี ญั หายาเสพตดิ เป้าหมายของแผนย่อย ปัญหาความม่ันคงท่ีมีอยู่ในปัจจุบัน ได้รับการแก้ไขจนไม่ สง่ ผลกระทบต่อการบรหิ ารและพฒั นาประเทศ การบรรลุเป้าหมาย สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาลาปาง สเขต 3 ส่งเสริมและสนับสนุน การจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์วิถีชีวิต วัฒนธรรม เพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ และรู้รักสามัคคี มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข มีคุณภาพตามมาตรฐาน ผู้เรียนในเขตบริการได้รับ การศึกษาอย่างเสมอภาค ท่ัวถึง และมีคุณภาพ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันยาเสพติดให้กลุ่มเด็กและเยาวชน พฒั นากระบวนการติดตาม ดูแล ช่วยเหลือกลมุ่ เด็กและเยาวชนท่มี ปี ญั หายาเสพตดิ 1.5 ประเด็นการปรับเปลย่ี นคา่ นยิ มและวฒั นธรรม 1.5.1 เป้าหมายระดับประเดน็ ของแผนแมบ่ ท เป้าหมาย คนไทยมีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมท่ีดีงามและมีความรัก และภูมิใจ ในความเป็นไทยมากข้ึน นาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดารงชีวติ สังคมไทยมีความสุขและ เปน็ ทีย่ อมรับของนานาประเทศมากข้ึน การบรรลเุ ป้าหมาย สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 ส่งเสริมให้นักเรียน ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา ตระหนักรู้ เข้าใจ และมีกระบวนการคิดอย่างมีเหตุผล เป็นคนดี รู้สึกผิดชอบช่ัวดี ภมู ิใจในการทาความดี และสรา้ งเครือขา่ ยการทางานรว่ มกนั 1.5.2 แผนย่อยการปลูกฝังคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และการเสริมสร้างจติ สาธารณะ และการเป็นพลเมืองท่ีดี แนวทางการพัฒนา ส่งเสริมให้มีการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และ เสริมสร้างจติ สาธารณะ จติ อาสา และการเป็นพลเมืองทดี่ ีแก่ผูเ้ รยี น ผ้บู ริหาร ครูและบุคลากรทางการศกึ ษา เปา้ หมายของแผนย่อย คนไทยเป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ มีความพร้อมในทุกมติ ิตามมาตรฐาน และสมดุลทั้งด้านสติปัญญา คุณธรรม จริยธรรม มีจิตวิญญาณท่ีดี เข้าใจในการปฏิบัติตน ปรับตัวเข้ากับ สภาพแวดลอ้ มดีข้ึน

26 การบรรลเุ ปา้ หมาย สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 ส่งเสริมใหน้ ักเรียน ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา ตระหนักรู้ เข้าใจ และมีกระบวนการคิดอย่างมีเหตุผล เป็นคนดี รู้สึกผิดชอบชั่วดี ภมู ใิ จในการทาความดี และสร้างเครือข่ายการทางานร่วมกนั 1.6 ประเดน็ การตอ่ ต้านทุจริตและประพฤติมชิ อบ 1.5.1 เปา้ หมายระดับประเดน็ ของแผนแม่บท เปา้ หมาย ประเทศไทยปลอดการทุจรติ และประพฤติมชิ อบ การบรรลุเป้าหมาย สานักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 สง่ เสริมการจัดการเรยี นร้เู กย่ี วกับ วฒั นธรรมและพฤตกิ รรมซ่อื สัตยส์ จุ รติ 1.5.2 แผนยอ่ ยการป้องกันการทุจรติ และประพฤตมิ ิชอบ แนวทางการพฒั นา สง่ เสริมให้มกี ารปลกู ฝังวฒั นธรรมและพฤตกิ รรมซอื่ สัตย์สุจริต เป้าหมายของแผนย่อย ประชาชนมวี ฒั นธรรมและพฤติกรรมซอ่ื สัตยส์ ุจรติ การบรรลเุ ป้าหมาย สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 ส่งเสริมให้ผู้บริหาร ครู และบคุ ลากรทางการศกึ ษา มีธรรมาภิบาล ซอ่ื สตั ย์สุจรติ 2. แผนปฏริ ปู ประเทศดา้ นการศกึ ษา 2.1 เร่ืองการปฏิรปู การพฒั นาเดก็ เลก็ และเด็กก่อนวยั เรียน 2.1.1 ประเด็นการพัฒนาระบบดูแล พัฒนา และการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กปฐมวัย ได้รบั การพฒั นาร่างกาย จติ ใจ วนิ ยั อารมณ์ สังคม และสตปิ ญั ญาให้สมกับวยั 2.1.2 กิจกรรมและเป้าหมายกิจกรรม : การสนับสนุนการยกระดับคุณภาพการจัด การศึกษากอ่ นประถมศกึ ษา 2.2 เร่ืองการปฏริ ปู เพ่ือลดความเหลื่อมลา้ ทางการศึกษา 2.2.1 ประเดน็ 1) การจัดการศึกษาสาหรับบุคคลพิการ บุคคลท่ีมีความสามารถพิเศษ และ บุคคลที่มคี วามตอ้ งการจาเปน็ พิเศษ 2) การดาเนินการเพื่อลดความเหลอ่ื มล้าทางการศึกษา 3) การยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาในพ้ืนที่ห่างไกล หรือสถานศึกษา ทีต่ ้องมีการยกระดบั คณุ ภาพอยา่ งเรง่ ด่วน 2.2.2 กิจกรรมและเป้าหมายกิจกรรม : การจัดการศึกษาเด็กพิการเรียนร่วม การยกระดับ และพัฒนา โรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรียนพื้นที่สูงในถ่ินทุรกันดาร และการส่งเสริมการจัดการศึกษาด้านเทคโนโลยี ทางไกลผ่านดาวเทยี ม (DLTV) และเทคโนลีทางไกลผา่ นเทคโนโลยสี ารสนเทศ (DLIT) 2.3 เรื่องการปฏิรูปกลไกลและระบบการผลิต คัดกรอง และพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครู และอาจารย์ 2.3.1 ประเดน็ การพฒั นาวิชาชพี ครู 2.3.2 กิจกรรมและเป้าหมายกิจกรรม : การพัฒนาศักยภาพครูให้มีความพร้อมในการ จัดการเรยี นการสอน และทกั ษะที่จาเปน็ ในศตวรรษท่ี 21

27 2.4 เร่อื งการปฏิรปู การจดั การเรยี นการสอนเพื่อตอบสนองการเปลย่ี นแปลงในศตวรรษที่ 21 2.4.1 ประเด็น 1) การปรับหลักสูตร พร้อมกระบวนการจัดการเรียนการสอนและการประเมิน เพอื่ พัฒนาการเรยี นรู้ เปน็ หลกั สูตรฐานสมรรถนะ 2) ระบบการประกัน การประเมนิ และการรองรับคุณภาพการศึกษา 3) ระบบความปลอดภยั และระบบสวัสดิภาพของผู้เรียน 4) การจัดการศึกษาเพื่อเสรมิ สรา้ งคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม 2.4.2 กิจกรรมและเป้าหมายกิจกรรม : การพัฒนาหลักสูตรกระบวนการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล การยกระดับและพฒั นาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรยี นพ้นื ทีส่ ูงในถนิ่ ทุรกันดาร ส่งเสริมระบบดูแลช่วยเหลอื นักเรียน และการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม เพ่ือให้นักเรียน ผู้บริหาร ครูและ บคุ ลากรทางการศึกษา ตระหนักรู้ เข้าใจ และมกี ระบวนการคดิ อยา่ งมีเหตุผล เปน็ คนดี รู้สกึ ผดิ ชอบชั่วดี ภมู ใิ จ ในการทาความดี และสรา้ งเครอื ขา่ ยการทางานร่วมกนั 2.5 เรอื่ งการปฏริ ูปการศึกษาและการเรยี นรโู้ ดยการผลิกโฉมด้วยระบบดจิ ิทลั 2.5.1 ประเดน็ การปฏิรูปการเรียนรดู้ ว้ ยดิจิทัลผ่านแพลตฟอรม์ การเรยี นรู้ดว้ ยดิจทิ ัล แหง่ ชาติ 2.5.2 กิจกรรมและเป้าหมายกิจกรรม : การส่งเสรมิ การจดั การศึกษาด้านเทคโนโลยี ทางไกลผา่ นดาวเทยี ม (DLTV) และเทคโนโลยที างไกลผา่ นเทคโนโลยสี ารสนเทศ (DLIT) 3. แผนการปฏิรปู ประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามทุจรติ และประพฤตมิ ชิ อบ 3.1 เรื่องการปอ้ งกันและเฝา้ ระวงั 3.1.1 ประเด็นการเร่งสร้างการรับรู้และจิตสานึกของประชาชนในการต่อต้านการทุจริต และประพฤตมิ ิชอบ โดยความร่วมมอื ระหวา่ งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม 3.1.2 กิจกรรมและเป้าหมายกิจกรรม : การสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมในการต่อต้าน การทจุ ริต 4. แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบบั ที่ 12 4.1 ยุทธศาสตร์ท่ี 1 การเสรมิ สรา้ งและพัฒนาศักยภาพทนุ มนษุ ย์ 4.1.1 เป้าหมายระดบั ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 1 คนไทยส่วนใหญม่ ที ศั นคตแิ ละพฤติกรรมตาม บรรทัดฐานทีด่ ขี องสงั คมเพิม่ ขึ้น 4.1.2 เป้าหมายระดับยุทธศาสตร์ท่ี 2 คนในสังคมไทยทุกช่วงวัยมีทักษะ ความรู้ และความสามารถเพม่ิ ข้นึ 4.1.3 เป้าหมายระดับยุทธศาสตร์ท่ี 3 คนไทยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพสูงตาม มาตรฐานสากล และสามารถเรียนรดู้ ้วยตนเองอยา่ งต่อเนือ่ ง 4.2 ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 2 การสร้างความเปน็ ธรรมและลดความเหล่อื มล้าในสังคม 4.2.1 เป้าหมายระดับยุทธศาสตร์ท่ี 1 ลดปัญหาความเหล่ือมล้าด้านรายได้ของกลุม่ คน ทมี่ ีฐานะทางเศรษฐกิจสังคมทแี่ ตกตา่ งกัน และแกไ้ ขปญั หาความยากจน 4.2.2 เป้าหมายระดับยุทธศาสตร์ท่ี 2 เพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการพื้นฐานทางสังคม ของภาครฐั

28 4.3 ยุทธศาสตร์ท่ี 4 การเติบโตที่เปน็ มิตรกบั ส่งิ แวดลอ้ มเพือ่ การพัฒนาอยา่ งย่ังยนื 4.3.1 เป้าหมายระดับยุทธศาสตร์ที่ 4 เพิ่มประสิทธิภาพการลดก๊าซเรือนกระจกและ ขีดความสามารถในการปรบั ตัวตอ่ การเปล่ียนแปลงสภาพภูมอิ ากาศ 4.4 ยุทธศาสตร์ที่ 5 การเสริมสร้างความม่ันคงแห่งชาติเพ่ือการพัฒนาประเทศสู่ความ มัง่ คง่ั และยงั่ ยืน 4.4.1 เป้าหมายระดับยุทธศาสตร์ที่ 1 ปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ใหเ้ ปน็ สถาบันหลักของประเทศ 4.5 ยุทธศาสตร์ที่ 6 การบริหารจัดการในภาครัฐ การป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบ และธรรมาภบิ าลในสังคมไทย 4.5.1 เป้าหมายระดบั ยุทธศาสตรท์ ี่ 3 เพิ่มคะแนนดัชนีการรบั รู้การทจุ ริตให้สงู ขนึ้ 5. นโยบายและแผนระดบั ชาติวา่ ดว้ ยความมน่ั คงแห่งชาติ 5.1 นโยบายความมั่นคงแหง่ ชาตทิ ่ี 8 เสริมสรา้ งความเข้มแข็งและภูมิคุ้มกนั ความม่นั คงภายใน 5.2 นโยบายความมนั่ คงแหง่ ชาติท่ี 9 เสริมสร้างความมัน่ คงของชาตจิ ากภัยการทุจริต แผนระดบั ที่ 3 1. แผนปฏิบัตริ าชการระยะ 3 ปี (พ.ศ.2563 – 2565) ของกระทรวงศกึ ษาธิการ 1.1 เร่อื งท่ี 1 การจัดการศกึ ษาเพือ่ ความม่นั คงของสังคมและประเทศชาติ 1.2 เรื่องที่ 2 การผลิตและพัฒนากาลังคน การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสร้างขีดความสามารถ ในการแขง่ ขนั ของประเทศ 1.3 เรื่องท่ี 3 การพฒั นาศักยภาพคนทกุ ช่วงวยั และการสรา้ งสังคมแหง่ การเรียนรู้ 1.4 เรื่องท่ี 4 การสร้างโอกาสความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศกึ ษา 1.5 เรื่องที่ 5 การพฒั นาประสทิ ธิภาพของระบบบรหิ ารจัดการศึกษา 2. แผนปฏบิ ตั ิราชการระยะ 3 ปี (พ.ศ.2563 – 2565) ของสานักงานคณะกรรมการ การศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน 2.1 เรื่องท่ี 1 การจดั การศกึ ษาเพือ่ ความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ 2.2 เรื่องที่ 2 การจดั การศึกษาเพื่อเพ่ิมขดี ความสามารถในการแข่งขนั ของประเทศ 2.3 เรอ่ื งที่ 3 การพัฒนาและเสริมสรา้ งศักยภาพทรพั ยากรมนุษย์ 2.4 เร่อื งที่ 4 การสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการการศึกษาที่มคี ุณภาพ มีมาตรฐาน และ ลดความเหลอ่ื มลา้ ทางการศึกษา 2.5 เร่ืองที่ 5 การจดั การศกึ ษาเพื่อพฒั นาคณุ ภาพชีวติ ท่ีเป็นมติ รกบั ส่งิ แวดลอ้ ม 2.6 เรอ่ื งท่ี 6 การปรับสมดุลและพฒั นาระบบการบรหิ ารจัดการศกึ ษา

29  ทิศทางการดาเนนิ งานของสานักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 วิสัยทัศน์ ผ้เู รยี นมคี ุณภาพ สู่สังคมในศตวรรษท่ี 21 อยา่ งย่งั ยนื พันธกจิ 1. จัดการศึกษาระดบั ปฐมวยั และการศึกษาภาคบังคบั เพอ่ื เสรมิ สร้างความมัน่ คงของสถาบันหลัก ของชาตแิ ละการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตริย์เป็นประมขุ 2. พัฒนาศักยภาพผู้เรียน เพ่ือเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ให้มคี วามรู้ ทกั ษะวิชาการ ทกั ษะชีวติ และทักษะวชิ าชพี คุณลักษณะในศตวรรษท่ี 21 3. สร้างโอกาส ความเสมอภาค ลดความเหล่ือมล้าให้กับผู้เรียนทุกคนได้รับบริการทางการศึกษา อย่างท่ัวถึงและเท่าเทียม 4. ส่งเสรมิ การพฒั นาผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศกึ ษาใหเ้ ป็นมืออาชีพ 5. ส่งเสริมการจดั การศกึ ษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชวี ิตท่ีเป็นมิตรกับสิง่ แวดล้อม ยึดหลักปรชั ญาของ เศรษฐกจิ พอเพียง และเปา้ หมายการพัฒนาที่ย่ังยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) 6. พัฒนาระบบบริหารจัดการแบบบูรณาการและส่งเสริมให้ทุกภาคส่วน มีส่วนร่วมในการจัด การศกึ ษา 7. สง่ เสรมิ การใชเ้ ทคโนโลยีดิจิทลั มาใชใ้ นการบรหิ ารจดั การศึกษา (Digital Technology) เป้าประสงค์ 1. ผูเ้ รยี นมคี วามรกั ในสถาบนั หลักของชาติ และยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธปิ ไตยอันมี พระมหากษัตรยิ ท์ รงเปน็ ประมขุ เปน็ พลเมอื งดีของชาติ มีคุณธรรม จรยิ ธรรม มีค่านิยมทพ่ี ึงประสงค์ มีจติ สาธารณะ รับผดิ ชอบต่อสังคม 2. ผู้เรยี นที่มคี วามสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ ศลิ ปะ ดนตรี กฬี า ภาษาและอน่ื ๆ ไดร้ ับการพฒั นาอยา่ งเตม็ ตามศกั ยภาพ 3. ผู้เรียนเป็นบุคคลแหง่ การเรียนรู้ คิดริเร่ิมและสร้างสรรค์นวัตกรรม มีความรู้ มีทักษะ มีสมรรถนะ ตามหลกั สตู ร และคุณลักษณะของผ้เู รียนในศตวรรษท่ี 21 มสี ุขภาวะทเ่ี หมาะสมตามวยั มีความสามารถในการพ่งึ พา ตนเอง ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปน็ พลเมอื งพลโลกที่ดี (Global Citizen) 4. ผู้เรียนทม่ี ีความตอ้ งการจาเป็นพิเศษ (ผู้พกิ าร) กลมุ่ ชาตพิ นั ธ์ุ กล่มุ ผู้ดอ้ ยโอกาสและกลุ่มท่ีอยูใ่ น พน้ื ทีห่ ่างไกลทุรกันดาร ไดร้ ับการศึกษาอยา่ งท่วั ถงึ เท่าเทียม และมคี ุณภาพ 5. ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา เป็นบุคคลแห่งการเรยี นรู้ มีความรู้ และจรรยาบรรณ ตามมาตรฐานวิชาชพี 6. สถานศึกษาจัดการศึกษาเพ่ือการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) และสร้างเสริมคุณภาพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม ตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง 7. สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา และสถานศึกษา มีสมดุลในการบริหารจัดการเชิงบูรณาการ มีการกากบั ติดตาม ประเมินผล มีระบบข้อมูลสารสนเทศท่มี ปี ระสิทธภิ าพ และการรายงานผลอยา่ งเปน็ ระบบ

30 กลยทุ ธ์ กลยทุ ธท์ ี่ 1 จดั การศกึ ษาเพอ่ื ความม่นั คงของมนุษยแ์ ละของชาติ กลยุทธท์ ี่ 2 จดั การศกึ ษาเพอื่ เพม่ิ ความสามารถในการแขง่ ขันของประเทศ กลยทุ ธท์ ี่ 3 พฒั นาและเสริมสร้างศกั ยภาพทรพั ยากรมนุษย์ กลยทุ ธ์ท่ี 4 สร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการการศึกษาที่มีคุณภาพ มมี าตรฐานและลดความ เหล่ือมลา้ ทางการศกึ ษา กลยุทธ์ท่ี 5 จดั การศกึ ษาเพ่ือพฒั นาคณุ ภาพชีวิตท่ีเปน็ มิตรกบั สง่ิ แวดลอ้ ม กลยทุ ธท์ ี่ 6 พฒั นาระบบการบรหิ ารจดั การศกึ ษา กลยทุ ธท์ ่ี 7 พฒั นาระบบเทคโนโลยีดจิ ทิ ัล (Digital Technology) มาใช้ในการบรหิ ารจดั การศึกษา เปา้ ประสงค์และตวั ชีว้ ดั กลยทุ ธ์ที่ 1 จดั การศึกษาเพื่อความม่ันคงของมนษุ ยแ์ ละของชาติ เป้าประสงค์ 1. ผู้เรียนทุกคนมีพฤติกรรมท่ีแสดงออกถึงความรักในสถาบันหลักของชาติ ยึดม่ันการปกครอง ในระบบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมุข 2. ผู้เรียนทุกคนมีทัศนคติท่ีดีต่อบ้านเมือง มีหลักคิดท่ีถูกต้อง เป็นพลเมืองดีของชาติ มีคุณธรรมจริยธรรม มีค่านิยมอันพึงประสงค์ มีจิตสาธารณะ มีจิตอาสา รับผิดชอบต่อครอบครัว ผู้อ่ืน และ สงั คมโดยรวม ซ่อื สตั ย์ สุจริต มธั ยสั ถ์ อดออม โอบอ้อมอารี มีวนิ ัย และรักษาศีลธรรม 3. ผู้เรียนทุกคนมีความรู้ ความเข้าใจ และมีความพร้อมสามารถรับมือกับภัยคุกคามทุกรูปแบบ ท่ีมีผลกระทบต่อความม่ันคง เช่น ภัยจากยาเสพติด ความรุนแรง การคุกคามในชีวิตและทรัพย์สิน การค้า มนษุ ยอ์ าชญากรรมไซเบอร์ และภัยพิบตั ิตา่ ง ๆ เปน็ ต้น 4. ผู้เรียนกลุ่มชาติพันธ์ุ กลุ่มผู้ด้อยโอกาส และกลุ่มที่อยู่ในพ้ืนท่ีสูง ห่างไกลทุรกันดาร ได้รับบริการ ด้านการศึกษาขัน้ พนื้ ฐานทม่ี ีคณุ ภาพ และเหมาะสมตรงตามความตอ้ งการ สอดคลอ้ งกบั บริบทของพนื้ ท่ี ตัวช้วี ัด 1. ร้อยละของผูเ้ รียนที่มีพฤติกรรมท่ีแสดงออกถึงความรักในสถาบนั หลักของชาติ ยึดมั่นการปกครอง ระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษัตรยิ ท์ รงเปน็ ประมขุ 2. ร้อยละของผู้เรียนที่มีพฤติกรรมท่ีแสดงออกถึงการมีทัศนคติท่ีดีต่อบ้านเมือง มีหลักคิด ที่ถูกต้อง เป็นพลเมืองดีของชาติ มีคุณธรรม จริยธรรม มีค่านิยมท่ีพึงประสงค์ มีคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสาธารณะ มีจิตอาสา รับผิดชอบต่อครอบครัว ผู้อื่น และสังคมโดยรวม ซ่ือสัตย์ สุจริต มัธยัสถ์ อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย และรักษาศีลธรรม 3. ร้อยละของผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ และมีความพร้อมสามารถรับมือกับภัยคุกคามทุกรูปแบบ ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง เช่น ภัยจากยาเสพติด ความรุนแรง การคุกคามในชีวิตและทรัพย์สิน การค้า มนษุ ยอ์ าชญากรรมไซเบอร์ และภัยพิบตั ิตา่ ง ๆ เปน็ ตน้ 4. ร้อยละของผู้เรียนกลุ่มชาติพันธ์ุ กลุ่มผู้ด้อยโอกาส และกลุ่มท่ีอยู่ในพื้นท่ีสูง ห่างไกล ทุรกันดาร ได้รับบริการด้านการศึกษาข้ันพื้นฐานที่มีคุณภาพ และเหมาะสมตรงตามความต้องการ สอดคล้อง กับบรบิ ทของพื้นที่

31 5. จานวนสถานศึกษาที่น้อมนาพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวิชราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไปพัฒนาผู้เรยี น ใหม้ ีคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ตามทีก่ าหนดได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ 6. จานวนสถานศึกษาที่จัดบรรยากาศสิ่งแวดล้อม และจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียน แสดงออกถึงความรักในสถาบันหลกั ของชาติ ยึดมน่ั การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข 7. ร้อยละของโรงเรียนวิถีพุทธที่ผ่านการประเมินผลการดาเนินการ 29 ประการ สู่ความเปน็ โรงเรียนวถิ พี ุทธ กลยทุ ธท์ ี่ 2 จดั การศึกษาเพอื่ เพมิ่ ความสามารถในการแข่งขนั ของประเทศ เป้าประสงค์ 1. ผู้เรยี นทกุ ระดับมที ักษะทจี่ าเป็นในศตวรรษท่ี 21 2. ผ้เู รยี นมีความเปน็ เลิศตามความถนัดและความสนใจ นาไปสกู่ ารพัฒนาทักษะวิชาชีพ 3. ผู้เรยี นไดร้ ับโอกาสเข้าสูเ่ วทกี ารแข่งขันระดบั นานาชาติ ตวั ชวี้ ัด 1. จานวนผูเ้ รียนท่ีมีความเป็นเลิศทางดา้ นวิชาการ มีทกั ษะความรู้ทส่ี อดคล้องกบั ทักษะท่จี าเป็น ในศตวรรษท่ี 21 2. ผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ผ่านการประเมินสมรรถนะท่ีจาเป็นด้านการรู้เรื่องการอ่าน (Reading Literacy) ด้านการรู้เร่ืองคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) และด้านการรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ (Scientific Literacy) ตามแนวทางการประเมิน PISA 3. รอ้ ยละของผเู้ รยี นทม่ี ศี กั ยภาพ ไดร้ บั โอกาสเขา้ สเู่ วทกี ารแขง่ ขนั ระดับนานาชาติ 4. ร้อยละของสถานศกึ ษาทจี่ ดั การเรยี นรทู้ ่ใี หผ้ ูเ้ รียนไดเ้ รียนรู้ผ่านกจิ กรรมการปฏิบัติจริง (Active Learning) 5. ร้อยละของสถานศกึ ษาทมี่ กี ารจดั การเรยี นร้ใู ห้ผ้เู รยี นในลักษณะของ STEM ศึกษา 6. ร้อยละของสถานศึกษาที่จัดการเรียนรู้ตามกระบวนการเรียนรู้บนั ได 5 ข้ัน (IS : Independent Study) 7. ร้อยละของสถานศึกษาทจ่ี ดั การเรียนรู้ และบรรยากาศส่งิ แวดลอ้ มทสี่ ง่ เสรมิ สนบั สนุนให้ผเู้ รยี น ได้เรยี นร้แู ละฝกึ ทักษะดา้ นภาษาอังกฤษและภาษาท่ี 3 ไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ กลยทุ ธท์ ่ี 3 พัฒนาและเสริมสรา้ งศักยภาพทรพั ยากรมนุษย์ เป้าประสงค์ 1. พัฒนางานตามหลักสูตรปฐมวัยและหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน เพ่ือให้ สอดคลอ้ งกับแนวโน้มการพัฒนาของประเทศ 2. ผู้เรียนได้รับการพัฒนาตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตร และมีทักษะความสามารถที่สอดคล้อง กับทักษะที่จาเป็นในศตวรรษที่ 21 มีความยืดหยุ่นทางด้านความคิด สามารถทางานร่วมกับผู้อื่นได้ ภายใต้สังคม ท่เี ป็นพหุวฒั นธรรม รวมถงึ การวางพื้นฐานการเรยี นร้เู พือ่ การวางแผนชวี ิตท่เี หมาะสมในแต่ละช่วงวยั และนาไป ปฏิบตั ไิ ด้

32 3. ผเู้ รยี นได้รับการพฒั นาใหม้ คี วามรู้และทักษะนาไปสู่การพฒั นานวัตกรรม 4. ผู้เรยี นไดร้ ับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ เช่ือมโยงสอู่ าชีพและการมงี านทา มที ักษะอาชีพ ที่สอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของประเทศ 5. ผู้เรียนได้รับการพัฒนาให้มีศักยภาพในการจัดการสุขภาวะของตนเองให้มีสุขภาวะท่ีดี สามารถดารงชีวิตอย่างมคี วามสขุ ทัง้ ด้านรา่ งกายและจติ ใจ 6. ครู เปลี่ยนบทบาทจาก “ครผู ู้สอน” เป็น “Coach” ผใู้ ห้คาปรกึ ษาขอ้ เสนอแนะการเรียนรู้ หรอื ผอู้ านวยการการเรียนรู้ 7. ครู มีความรู้ความสามารถในการจัดการเรียนการสอนและเป็นแบบอย่างด้านคุณธรรมและ จรยิ ธรรม ตวั ช้ีวัด 1. ผู้เรียนทุกระดับมีสมรรถนะสาคัญตามหลักสูตร มีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 (3R8C) 2. ร้อยละของผู้เรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 ท่ีมีคะแนนผลการทดสอบความสามารถพ้ืนฐาน ระดับชาติ (NT) ผา่ นเกณฑ์ที่กาหนด 3. ร้อยละของผู้เรียนท่ีมีคะแนนผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) มากกวา่ ร้อยละ 50 ในแต่ละวิชาเพม่ิ ขึน้ จากปีการศกึ ษาที่ผ่านมา 4. ร้อยละของผู้เรียนท่ีจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีทักษะ การเรียนรู้ ท่ีเช่ือมโยงสู่อาชีพและการมีงานทา ตามความถนัดและความต้องการของตนเอง มีทักษะอาชีพ ทส่ี อดคล้องกบั ความตอ้ งการของประเทศ วางแผนชีวติ และวางแผนทางการเงินที่เหมาะสมและนาไปปฏบิ ัตไิ ด้ 5. ผู้เรียนทุกคนมีทักษะพ้ืนฐานในการดารงชีวิต สามารถดารงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข มีความยดื หยุ่นทางด้านความคดิ สามารถทางานรว่ มกบั ผ้อู ื่นได้ ภายใตส้ งั คมท่เี ปน็ พหวุ ัฒนธรรม 6. ผู้เรียนทุกคนมีศักยภาพในการจัดการสุขภาวะของตนเองให้มีสุขภาวะที่ดี สามารถดารงชีวิต อย่างมคี วามสขุ ทั้งด้านร่างกายและจติ ใจ 7. ครูท่ีมีการเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้สอน” เป็น “Coach” ผู้ให้คาปรึกษาข้อเสนอแนะการเรียนรู้ หรอื ผอู้ านวยการการเรยี นรู้ 8. สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา มีระบบการติดตามและตรวจสอบคุณภาพการศึกษาตามระบบ การประกนั คุณภาพ 9. ร้อยละของสถานศึกษาท่มี ผี ลการประเมินภายนอกในระดบั ดีขึน้ ไป 10. สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา มีการยกย่องเชิดชูเกียรติครูและบุคลากรทางการศึกษา สคู่ วามเป็นมอื อาชพี

33 กลยุทธ์ท่ี 4 สรา้ งโอกาสในการเข้าถงึ บริการการศกึ ษาท่ีมคี ุณภาพ มีมาตรฐานและลดความเหล่ือมลา้ ทางการศกึ ษา เปา้ ประสงค์ 1. สถานศึกษาจัดการศึกษาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายโลกเพ่ือการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Global Goals for Sustainable Development) 2. สถานศกึ ษากบั องคก์ รปกครองส่วนท้องถนิ่ ภาคเอกชน และหน่วยงานท่ีเกี่ยวขอ้ งในระดบั พื้นที่ รว่ มมอื ในการจัดการศึกษา 3. สถานศกึ ษามีคุณภาพ และมีมาตรฐานตามบริบทของพน้ื ท่ี 4. งบประมาณและทรัพยากรทางการศึกษามีเพียงพอและเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพ ขอ้ เท็จจริง โดยคานงึ ถงึ ความจาเปน็ ตามสภาพพ้ืนทีภ่ ูมิศาสตร์ สภาพทางเศรษฐกจิ และทีต่ ั้งของสถานศึกษา 5. งบประมาณเพ่ือเป็นค่าใช้จ่าย และงบลงทุนแก่สถานศึกษาเหมาะสม เพ่ือให้สถานศึกษา บรหิ ารงาน จดั การศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ 6. พัฒนาระบบการติดตาม สนับสนุนและประเมินผล เพ่ือสร้างหลักประกันสิทธิการได้รับ การศกึ ษา ทม่ี คี ุณภาพ 7. โรงเรียนขนาดเล็ก ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือ สามารถบริหารจัดการโรงเรียนได้อยา่ งมี คณุ ภาพ ตัวช้วี ัด 1. ประชากรวัยเรียนทุกคนได้รับสิทธิและโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐานเท่าเทียมกัน ศึกษาต่อ ในระดบั ทส่ี ูงข้ึน หรือมีความรู้ ทักษะพ้ืนฐานในการประกอบอาชีพ 2. ผู้เรียนทุกคนได้รับการจัดสรรงบประมาณอุดหนุนอย่างเพียงพอ และเหมาะสม สอดคล้องกับ สภาพข้อเท็จจริง โดยคานึงถึงความจาเป็นตามสภาพพื้นที่ภูมิศาสตร์ สภาพทางเศรษฐกิจ และที่ตั้งของ สถานศึกษา และความตอ้ งการจาเปน็ พิเศษสาหรับผพู้ ิการ 3. สถานศึกษามีระบบการดูแลช่วยเหลือและคุ้มครองนักเรียนและการแนะแนวท่ีมี ประสทิ ธภิ าพ 4. สถานศึกษามีระบบข้อมูลประชากรวัยเรียนและสามารถนามาใช้ในการวางแผนจัดการ เรียนร้ใู ห้แกผ่ ูเ้ รยี นได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ 5. สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา มีการส่งเสริม สนับสนุน การมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ข้ันพ้ืนฐานของบุคคล ครอบครัว เอกชน องค์กร ชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรวิชาชีพ สถาบนั ศาสนาสถานประกอบการและสถาบันสงั คมอ่นื 6. รอ้ ยละของผูเ้ รียน มี ID Plan และ Portfolio เพื่อการศึกษาตอ่ และการประกอบอาชีพ 7. ร้อยละของโรงเรียนขนาดเล็ก ท่ีได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือ สามารถบริหารจัดการโรงเรียน ไดอ้ ย่างมีคณุ ภาพ

34 กลยทุ ธ์ท่ี 5 จดั การศึกษาเพอ่ื พัฒนาคณุ ภาพชวี ิตทเี่ ปน็ มติ รกบั สงิ่ แวดล้อม เป้าประสงค์ 1. สถานศึกษา นักเรียน ได้รับการส่งเสริมดา้ นความรู้ การสร้างจิตสานึกด้านการผลิตและบริโภค ที่เปน็ มิตรกับส่งิ แวดลอ้ ม 2. สถานศึกษาสามารถนาเทคโนโลยีมาจัดทาระบบสารสนเทศการเก็บข้อมูลด้านความรู้ เรือ่ งฉลากสเี ขยี วเพื่อสิง่ แวดล้อม ฯลฯ และสามารถนามาประยุกต์ใช้ในทุกสถานศึกษาตามแนวทาง Thailand 4.0 3. สถานศกึ ษามีการจัดทานโยบายจดั ซือ้ จัดจา้ งที่เปน็ มติ รกบั ส่ิงแวดล้อม 4. สถานศกึ ษามกี ารบรู ณาการหลกั สตู ร กจิ กรรมเรื่องวงจรชีวติ ของผลิตภัณฑ์การผลติ และบรโิ ภค สู่การลดปริมาณคารบ์ อนในโรงเรียนคารบ์ อนตา่ สู่ชุมชนคารบ์ อนตา่ 5. สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา และสถานศึกษา มีการปรับปรุงและพัฒนาเป็นหน่วยงาน ต้นแบบสานักงานสีเขียว (GREEN OFFICE) เพื่อให้มีบริบทที่เป็นแบบอย่าง เอื้อหรือสนับสนุนการเรียนรู้ของ นักเรียนและชมุ ชน 6. สถานศึกษา ส่งเสริมความรแู้ ละสร้างจิตสานึกและจัดการเรียนรู้การผลิตและบริโภคที่เปน็ มิตร กับสิง่ แวดล้อม 7. สถานศกึ ษาตน้ แบบนาขยะมาใช้ประโยชนเ์ พ่อื ลดปริมาณขยะ 8. มสี ถานศึกษานวัตกรรมตน้ แบบในการนา 3RS มาประยกุ ต์ใช้ในการผลิตและบรโิ ภคที่เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อม ตัวช้ีวัด 1. สถานศึกษาจัดกิจกรรมให้ความรู้ที่ถูกต้องและสร้างจิตสานึกด้านการผลิตและบริโภค ที่เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม นาไปปฏิบัติใช้ที่บ้านและชุมชน เช่น การส่งเสริมอาชีพที่เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม การลดใชส้ ารเคมจี ากปุ๋ยและยาฆ่าแมลง ฯลฯ 2. สถานศึกษามีการนาขยะมาใช้ประโยชน์ในรูปผลิตภัณฑ์และพลังงานเพ่ือลดปริมาณขยะ และส่งเสรมิ การคดั แยกขยะในชมุ ชนเพือ่ ลดปรมิ าณคาร์บอนที่โรงเรยี นและชุมชน 3. สถานศึกษามีการบูรณาการเร่ืองการจัดการขยะแบบมีส่วนร่วมและการนาขยะมาใช้ประโยชน์ รวมทั้งสอดแทรกในสารถการเรียนรู้ทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง 4. นักเรียนเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ มีการขยายผลแหล่งเรียนรู้ นักเรียน โรงเรียน ชุมชน เรียนรู้ด้านการลดใช้พลังงาน การจัดการขยะและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพ่ือเป็นแหล่งเรียนรู้และตัวอย่างรูปแบบ ผลิตภณั ฑท์ ่ีเปน็ มิตรกบั สิ่งแวดลอ้ ม 5. นักเรียนและสถานศึกษามีการเก็บข้อมูลเปรียบเทียบการลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ ในการดาเนินกิจกรรมประจาวันในสถานศึกษาและที่บ้าน และข้อมูลของ Carbon Footprint ในรูปแบบ QR CODE และ Paper less 6. ครูมีความคิดสร้างสรรค์ สามารถพัฒนาสื่อ นวัตกรรมด้านการสรา้ งจิตสานึกด้านการผลิตและ บรโิ ภค ท่ีเปน็ มติ รกบั ส่งิ แวดลอ้ มได้ 7. ครูและนักเรียนสามารถนาสื่อนวัตกรรมที่ผ่านกระบวนการคิด มาประยุกต์ใช้ในโรงเรียน การจดั การเรียนรู้ และประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตประจาวนั และชมุ ชนได้ตามแนวทาง Thailand 4.0

35 8. สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาและสถานศึกษามีการปรับปรุงและพัฒนาบุคลากรและสถานที่ ให้เป็นสานักงานสีเขียวต้นแบบ มีนโยบายการจัดซ้ือจัดจ้างที่เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของ นกั เรยี นและชมุ ชน กลยุทธ์ที่ 6 พัฒนาระบบการบริหารจดั การศกึ ษา เปา้ ประสงค์ 1. สถานศึกษาหรือกลุ่มสถานศึกษา มีความเป็นอิสระในการบริหารและจัดการศึกษา ครอบคลุม ด้านการบริหารวชิ าการ ด้านการบริหารงบประมาณ ด้านการบริหารงานบคุ คล และด้านการบริหารงานทว่ั ไป 2. สานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษา ปรับเปลีย่ นเป็นหนว่ ยงานท่ีมีความทนั สมยั พรอ้ มปรับตัวให้ ทันต่อการเปล่ียนแปลงของโลกอยู่ตลอดเวลา เป็นหน่วยงานท่ีมีหน้าที่สนับสนุน ส่งเสริม ตรวจสอบ ติดตาม เพอ่ื ให้สถานศึกษา สามารถจดั การศกึ ษาไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ 3. สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาและสถานศึกษา มีความโปร่งใส ปลอดการทุจริตและ ประพฤติมิชอบ บรหิ ารจดั การตามหลักธรรมาภบิ าล 4. สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา มีกระบวนการและวิธีการงบประมาณ ดา้ นการศึกษา เพื่อเพ่มิ คุณภาพและประสทิ ธภิ าพการจัดการศึกษา โดยการจดั สรรงบประมาณตรงสผู่ ู้เรียน ตวั ชว้ี ดั 1. สถานศึกษาได้รบั การกระจายอานาจการบรหิ ารจัดการศึกษาอย่างเปน็ อสิ ระ 2. สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ได้รับการพัฒนาให้เป็นหน่วยงานที่มีความทันสมัย ยืดหยุ่น คล่องตัวสูง พร้อมที่จะปรับตัวให้ทันต่อการเปล่ียนแปลงของโลกอยู่ตลอดเวลา เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่สนับสนุน สง่ เสรมิ ตรวจสอบ ติดตาม เพ่อื ให้สถานศกึ ษาสามารถจดั การศึกษาได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ ครอบคลมุ ทุกตาบล 3. สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาและสถานศึกษาทุกแห่ง มีความโปร่งใส ปลอดการทุจริตและ ประพฤตมิ ิชอบ บรหิ ารจดั การตามหลกั ธรรมาภบิ าล 4. สานักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษาและสถานศึกษา ผา่ นการประเมินคณุ ธรรมและความโปร่งใส ในการดาเนินงานของหนว่ ยงานภาครัฐ (Integrity & Transparency Assessment : ITA) 5. สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา มีการติดตาม ตรวจสอบประเมินผล และนิเทศการจัด การศกึ ษาทีม่ ีประสทิ ธิภาพ ตามภารกจิ หลกั 4 ด้าน และการนานโยบายสกู่ ารปฏบิ ัติ 6. สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ใช้แผนเป็นเคร่ืองมือในการบริหารและจัดการศึกษา และ มีการวางแผนการใช้งบประมาณอย่างเปน็ ระบบ 7. สานักงานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาและสถานศึกษา ใช้กระบวนการจดั การความรู้ (Knowledge Management : KM) และการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) และนาองคค์ วามรู้มาพัฒนาตนเอง พัฒนางานและพฒั นาองคก์ ารโดยใชก้ ระบวนการวิจัย กลยุทธ์ที่ 7 พัฒนาระบบเทคโนโลยดี ิจิทลั (Digital Technology) มาใชใ้ นการบริหารจดั การศึกษา เปา้ ประสงค์ 1. สานักงานเขตพนื้ ที่การศึกษาและสถานศึกษา นาเทคโนโลยีดิจทิ ลั (Digital Technology) มาเปน็ เครื่องมือใหผ้ เู้ รียนได้มโี อกาสเขา้ ถึงบรกิ ารด้านการศึกษาไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ 2. สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาและสถานศึกษา พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) มาใชใ้ นการเพมิ่ ประสทิ ธิภาพการบรหิ ารและการจดั การเรยี นการสอนอย่างเป็นระบบ

36 3. สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาและสถานศึกษา ใช้และพัฒนาเครือข่ายครูและบุคลากร ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) ในการสร้างระบบและเพ่ิมประสิทธิภาพ การบริหารจดั การศึกษา ตัวชีว้ ัด 1. ผู้เรียนได้รับการสนับสนุน วัสดุ อุปกรณ์ และอุปกรณ์ดิจิทัล (Digital Device) เพ่ือใช้เป็น เครือ่ งมือในการเรียนรู้อย่างเหมาะสม เพียงพอ 2. ครูได้รับการสนับสนุน วัสดุ อุปกรณ์ และอุปกรณ์ดิจิทัล (Digital Device) เพ่ือใช้เป็น เคร่ืองมือในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ใหแ้ ก่ผู้เรยี น 3. สถานศึกษาได้รับการพัฒนาให้มีมาตรฐานอย่างเหมาะสมตามบริบท ด้านประเภท ขนาด และพืน้ ท่ี 4. สถานศึกษานาเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) มาใช้เป็นเครื่องมือในการจัด กิจกรรมการเรยี นรูใ้ หแ้ กผ่ ู้เรียนไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ 5. สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา นานวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) มาใช้ในการบริหารจัดการและตดั สนิ ใจ 6. สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาและสถานศึกษาทุกแห่ง มีระบบฐานข้อมูลสารสนเทศ วชิ าการ ผเู้ รียน ครู บคุ ลากรทางการศึกษา สถานศึกษา หน่วยงานในสงั กัด 7. สถานศึกษาทุกแห่งมีข้อมูลผู้เรียนรายบุคคลท่ีสามารถเช่ือมโยงกับข้อมูลต่าง ๆ นาไปสู่ การวเิ คราะห์ เพ่อื วางแผนการจดั การเรยี นรู้สูผ่ เู้ รียนได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ (Big Data Technology) 8. สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาและสถานศึกษาทุกแห่ง มีแพลตฟอร์มดิจิทัล (Digital Platform) เพ่อื สนบั สนนุ ภารกิจด้านบริหารจัดการศึกษา 9. สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา มีข้อมูลสารสนเทศที่เป็นระบบ ความมั่นคงปลอดภัยใน cyber มีการประชาสัมพันธ์ ลดข้ันตอนและระยะเวลาการให้บริการ ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีความพึงพอใจ ในการบริหารและจดั การศกึ ษา รวมทัง้ การใหบ้ รกิ าร 10. สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาและสถานศึกษา มีเครือข่ายครูและบุคลากรด้านนวัตกรรม และเทคโนโลยีดิจทิ ัล (Digital Technology) ในการสรา้ งระบบและเพ่ิมประสทิ ธิภาพการบริหารจดั การศึกษา

สรุปโครงการเพื่อการพฒั นาคณุ ภาพการศึก ที่ โครงการ กลยุทธ์ท่ี 1 จัดการศึกษาเพื่อความม่นั คงของมนุษย์และของชาติ 1 โครงการน้อมนาพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของในหลวงรัชกาลท่ี 10 สู่การปฏิบัติ 2 โครงการจัดการศึกษาเพื่อปอ้ งกันและแก้ไขปญั หาภยั คุกคามรูปแบบใหม่ กลยุทธ์ท่ี 2 จัดการศึกษาเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขนั ของประเทศ 3 โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเพ่ือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน กลยุทธ์ท่ี 3 พฒั นาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 4 โครงการยกระดับคุณภาพการศึกษา 5 โครงการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กลยุทธ์ท่ี 4 สร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการการศึกษาท่ีมีคุณภาพ มีมาตรฐานและลดคว 6 โครงการสร้างโอกาสทางการศึกษาและลดความเหล่ือมลาทางการศึกษา 7 โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนพืนที่สงู ในถ่ินทุรกันดาร 8 โครงการยกระดับและพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก กลยุทธ์ที่ 5 จัดการศกึ ษาเพื่อพฒั นาคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิง่ แวดล้อม 9 โครงการจัดการศึกษาเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีเปน็ มิตรกับสิ่งแวดล้อมในองค์กร กลยุทธท์ ่ี 6 พฒั นาระบบการบริหารจัดการศึกษา 10 โครงการพัฒนาประสทิ ธิภาพการบริหารจัดการ สพป.ลาปาง เขต 3 กลยุทธท์ ี่ 7 พัฒนาระบบเทคโนโลยีดจิ ิทัล (Digital Technology) มาใช้ในการบริหารจ 11 โครงการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศและระบบเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) รวมงบประมาณทังสนิ

กษา ประจ้าปีงบประมาณ พ.ศ.2564 งบประมาณ ผู้รับผดิ ชอบ งบโครงการ งบ อบจ./งบอ่ืนๆ รวมงบประมาณ กลุ่มสง่ เสรมิ การจดั การศกึ ษา 173,800 70,000 243,800 กลุ่มสง่ เสรมิ การจดั การศึกษา 85,500 85,500 กลุ่มนเิ ทศฯ 314,700 300,000 614,700 กลุ่มนเิ ทศฯ 294,160 294,160 39 กลุ่มพัฒนาครูฯ 480,000 480,000 วามเหล่ือมล้าทางการศกึ ษา กลุ่มสง่ เสรมิ การจดั การศึกษา 173,120 173,120 190,000 190,000 กลุ่มนโยบายและแผน 160,000 160,000 กลุ่มนโยบายและแผน กลุ่มสง่ เสริมการจัดการศึกษา 206,200 206,200 กลุ่มนโยบายและแผน 1,007,520 1,007,520 จัดการศกึ ษา 370,000 370,000 3,455,000 370,000 3,825,000 กลุ่มส่งเสรมิ การศึกษาทางไกลฯ





40 โครงการ น้อมนำพระบรมรำโชบำยด้ำนกำรศึกษำของในหลวงรชั กำลท่ี 10 ส่กู ำรปฏบิ ตั ิ หน่วยงานรบั ผดิ ชอบโครงการ กลุ่มส่งเสริมกำรจดั กำรศึกษำ , กลุ่มนเิ ทศ ติดตำมและประเมนิ ผล กำรจดั กำรศึกษำ และกลุม่ อำนวยกำร ผ้รู บั ผิดชอบโครงการ สำนักงำนเขตพน้ื ที่กำรศึกษำประถมศึกษำลำปำง เขต 3 นำยชยพล ศรปี ระดิษฐ์ , นำยพเิ ชษฐ์ วงค์สวสั ด์ิ , นำยอภนิ ันทิชัย แกระหนั ลกั ษณะโครงการ นำงขวัญใจ ชะเอม , นำงวรำภรณ์ พำนธงรกั ษ์ , นำงสำวบูรณี ภกั ดีณรงค์ ระยะเวลาดาเนินการ นำงสำวจรยิ ำ ขดั แก้ว และนำงโชติกำ ใจเฉยี บ สอดคล้องกับยุทธศาสตรช์ าติ ( ) ใหม่ ( / ) ต่อเน่ือง สอดคลอ้ งกับแผนแม่บท ตุลำคม 2563 – กนั ยำยน 2564 สอดคลอ้ งกับนโยบาย สพฐ. ยทุ ธศำสตรท์ ่ี 1 ด้ำนควำมมมนั่ คง สอดคล้องกับกลยุทธ์ สพป. ประเด็นที่ 12 กำรพฒั นำกำรเรียนรู้ นโยบำยที่ 1 ดำ้ นกำรจัดกำรศกึ ษำเพ่ือควำมมัน่ คงของมนุษยแ์ ละของชำติ กลยทุ ธ์ที่ 1 จดั กำรศึกษำเพื่อควำมม่นั คงของมนษุ ย์และของชำติ 1. หลกั การและเหตผุ ล ยุทธศำสตร์ชำติด้ำนควำมมั่นคง มีเป้ำหมำยกำรพัฒนำที่สำคัญ คือ ประเทศชำติมั่นคง ประชำชนมีควำมสุข เน้นกำรบริหำรจัดกำรสภำวะแวดล้อมของประเทศให้มีควำมมั่นคง ปลอดภัย เอกรำช อธิปไตย และมีควำมสงบเรียบร้อยในทุกระดับ ต้ังแต่ระดับชำติ สังคม ชุมชน มุ่งเน้นกำรพัฒนำ คน เครื่องมือ เทคโนโลยี และระบบฐำนข้อมูลขนำดใหญ่ให้มีควำมพร้อมสำมำรถรับมือกับภัยคุกคำม และภัยพิบัติได้ทุกรูปแบบ และทุกระดับควำมรุ่นแรง ควบคู่ไปกับกำรป้อง กันและแก้ไขปัญหำด้ำน ควำมมั่นคงที่มีอยู่ในปัจจุบัน และที่อำจจะเกิดขึ้นในอนำคต ใช้กลไกกำรแก้ไขปัญหำแบบบูรณำกำร ทั้งกับส่วนรำชกำร ภำคเอกชน ประชำสังคม และองค์กรที่ไม่ใช่รัฐ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้ำน และ มิตรประเทศทั่วโลกบนพื้นฐำนของหลักธรรมำภิบำล เพื่อเอื้ออำนวยประโยชน์ต่อกำรดำเนินกำรของ ยุทธศำสตร์ชำติด้ำนอื่น ๆ ให้สำมำรถขับเคลื่อนไปได้ตำมทิศทำงและเป้ำหมำยท่ีกำหนด สมเด็จพระเจ้ำอยู่หัวมหำวชิรำลงกรณ บดินทรเทพยวรำงกูร ทรงตอบรับเป็น พระมหำกษัตริย์ เม่ือวันท่ี 1 ธันวำคม 2559 ควำมว่ำ “เพื่อสืบสำนพระรำชปณิธำน และเพ่ือประโยชน์ ของประชำชนชำวไทย ท้ังปวง” กอปรกับพระรำชปณิธำนด้ำนกำรศึกษำของพระบำทนสมเด็จ พระ ปรมินทรมหำภูมิพลอดุลยเดช บรมนำถบพิตร คือ กำรสร้ำงคนดี สมเด็จพระเจ้ำอยู่หัวฯ จึงทรง มีรำ โชบำย เพื่อสืบสำนพระรำชปณิธำนแห่งองค์พระบรมชนกนำถในกำรสร้ำงคนดีให้แก่บ้ำนเมือง โดยทรง มุ่งให้กำรศึกษำต้องสร้ำงพื้นฐำนแก่นักเรียน 4 ด้ำน ประกอบด้วย (1) กำรมีทัศนคติที่ถูกต้อง ต่อ บ้ำนเมือง (2) กำรมีพื้นฐำนชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม (3) กำรมีงำนทำ-มีอำชีพ และ (4) กำรเป็นพลเมือง ดี ดังนั้น เนื่องในวโรกำสที่สมเด็จพระเจ้ำอยู่หัวมหำวชิรำลงกรณ บดินทรเทพยวรำงกูร เสด็จเถลิงถวัลย์ สิริรำชสมบัติเป็นพระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัว รัชกำลที่ 10 แห่งพระบรมรำชจักรีวงศ์ สำนักงำนเขต พื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำลำปำง เขต 3 จึงขอพระรำชทำนพระบรมรำชำนุญำต น้อมนำพระรำ โชบำยด้ำนกำรศึกษำ มำเป็นหลักชัยในกำรสร้ำงนักเรียนเป็นคนดีและพัฒนำให้เป็น คนเก่ง สู่กำร ปฏิบัติตำมรอยพระยุคลบำท อย่ำงเป็นรูปธรรม

41 จิตอำสำ คือ ผู้ที่มีจิตใจเป็นผู้ให้อำจจะเป็นกำรให้สิ่งของให้ควำมช่วยเหลือด้วยกำลัง แรงกำย แรงสมอง ซึ่งเป็นกำรเสียสละ สิ่งที่ตนเองมีแม้มี แม้กระทั่งเวลำเพื่อเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้แก่ส่วนรวม งำนจิตอำสำเป็นอีกช่องทำงหนึ่ง ในกำรพัฒนำยกระดับจิตใจให้เยำวชนคนรุ่นใหม่ ให้มีควำมเข้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ หันมำทำกิจกรรมเพื่อสังคมมำกขึ้น เพรำะงำนจิตอำสำเป็นที่เยำวชน ได้หันมำทำควำมเข้ำใจในตนเองและสังคมเพิ่มมำกข้ึน ในปัจจุบันปัญหำสังคมเริ่มทวีควำมรุนแรงมำกขึ้นทั้งทำงครอบครัว ชุมชนและสังคม หำกไม่รีบแก้ไขให้ทันท่วงที สังคมจะตกอยู่ภำยใต้ควำมสับสนวุ่นวำย ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีนัก แต่กำรสร้ำง จิตสำธำรณะให้เกิดขึ้นในหมู่เยำวชนได้มำกเท่ำไร สังคมแห่งกำรแบ่งปันเอื้ออำทรก็ยิ่งมีมำกขึ้นเท่ำนั้น นอกจำกจะช่วยให้เยำวชนเหล่ำนี้ได้ปลดปล่อยพลังที่มีในตนเองแล้ว ยังเป็นกำรสร้ำงคุณลักษณะให้มี ผลดีต่อสังคมอีกด้วย สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ ประถมศึกษำลำปำง เขต 3 ตระหนักในเรื่องกำรมีจิตอำสำ จึงจัดทำกิจกรรมจิตอำสำพระรำชทำน ตำมแนวพระรำชดำริหลักสูตรจิตอำสำ 904 หลักสูตรพ้ืนฐำน ซ่ึงเป็นกิจกรรมเสริมสร้ำงคุณธรรม กำรมี จิตอำสำในสถำนศึกษำ และกำหนดให้โรงเรียนในสังกัดสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำ ลำปำง เขต 3 พัฒนำยกระดับจิตใจให้เยำวชนคนรุ่น ใหม่ให้มีควำมเข้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ หันมำ ทำกิจกรรมเพื่อสังคมมำกขึ้น เพรำะงำนจิตอำสำเป็นที่ที่เยำวชนได้หันมำทำควำมเข้ำใจในตนเองและ สังคมเพ่ิมมำกขึ้น 2. วัตถุประสงค์ 2.1 เพ่ือส่งเสริมให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อบ้ำนเมือง มีโอกำสทำหน้ำท่ีเป็นพลเมืองดี และ มีพื้นฐำนชวี ิตที่มน่ั คงและมคี ุณธรรม 2.2 เพ่ือส่งเสริม สนับสนุนให้นักเรียนมีทักษะชีวิต ทักษะกำรเรียนรู้ ทักษะทำงสังคม ทักษะ อำชีพ และควำมรู้เท่ำท่ีจำเป็น เสริมสร้ำงให้นักเรียนรับรู้และค้นพบควำมสำมำรถของตนเองด้ำนกำรประกอบ อำชพี ใหน้ กั เรียนมีพ้ืนฐำนชวี ิตทมี่ ่ันคง 2.3 เพือ่ สร้ำงจติ สำนึกในด้ำนจติ สำธำรณะหรอื จติ อำสำให้แก่นักเรยี นและฝึกกจิ กรรม จิต สำธำรณะอยำ่ งต่อเนื่อง และมพี ฤตกิ รรมจิตสำธำรณะหรือจติ อำสำอย่ำงถำวร มพี น้ื ฐำนในกำรอย่รู ว่ มกับสังคม อย่ำงเปน็ สขุ ตำมหลกั ธรรมำภบิ ำล 2.4 เพอ่ื ขับเคลอื่ นแนวทำงดำเนินงำนตำมหลกั ปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียง 2.5 เพื่อขบั เคล่ือนเพ่ือพฒั นำกำรประเมนิ ตนเอง 29 ประกำรสู่ควำมเปน็ โรงเรียนวถิ ีพุทธ

42 3. เปา้ หมาย 3.1 เชงิ ปรมิ าณ (1) โรงเรียนในสังกัดทุกโรงเรียนน้อมนำพระบรมรำโชบำยด้ำนกำรศึกษำของในหลวง รัชกำลที่ 10 สกู่ ำรปฏิบัติ (2) ผู้เรียนทุกช่วงวัยมีควำมรักสถำบันหลักของชำติ และยึดม่ันกำรปกครองระบอบ ประชำธิปไตย อนั มพี ระมหำกษตั รยิ ์ทรงเป็นประมขุ (3) ผ้เู รยี นรับรู้ขดี ควำมสำมำรถของตน เพื่อเปน็ แนวทำงในกำรประกอบอำชพี (4) ข้ำรำชกำร ลูกจ้ำง ในสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ ผู้บริหำรครูและนักเรียนในสังกัด สำนักงำนเขตพืน้ ทีก่ ำรศกึ ษำประถมศึกษำลำปำง เขต 3 (5) สถำนศึกษำ จำนวน 92 แห่ง ในสังกัดสำนักงำนเขตพื้นท่ีกำรศึกษำประถมศึกษำลำปำง เขต 3 ท่ีได้รับกำรประเมินให้เป็นสถำนศึกษำแบบอย่ำงกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้และกำรบริหำรจัดกำรตำม หลกั ของปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง (6) สถำนศึกษำ จำนวน 92 แห่ง ในสงั กดั สำนักงำนเขตพ้นื ท่ีกำรศึกษำประถมศกึ ษำลำปำง เขต 3 3.2 เชงิ คณุ ภาพ ข้ำรำชกำร ลูกจ้ำง ในสำนักงำนเขตพื้นท่ีกำรศึกษำ ผู้บริหำรครูและนักเรียนในพ้ืนที่รับผิดชอบ สำนักงำนเขตพ้ืนท่ีกำรศึกษำประถมศึกษำลำปำง เขต 3 มีควำมรู้ควำมเข้ำใจพระรำโชบำยด้ำนกำรศึกษำ ของพระบำทสมเด็จพระปรเมนทรรำมำธิบดีศรีสินทรมหำวสิชรำลงกรณพระวิชรเกล้ำเจ้ำอยู่หัว สู่กำรปฏิบัติ และปลุกจิตสำนึกควำมรักชำติ ศำสนำ และเทิดทูนพระมหำกษัตริย์ ในพ้ืนท่ีรับผิดชอบอย่ำงเป็นรูปธรรม รวมถึง กำรน้อมนำปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียง โดยกำรนำหลักคิด หลักปฏิบัติตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง มำบูรณำกำรในกำรบริหำรจดั กำร กำรเรียกำรสอน ตลอดจน กำรประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวนั 4. วิธกี ารดาเนินงาน ระยะเวลาดาเนินงาน ผู้รบั ผดิ ชอบ ธ.ค. 2563 - ส.ค. 2564 นำงขวัญใจ ชะเอม ที่ กจิ กรรม/ข้นั ตอนการดาเนินงาน 1 กิจกรรมท่ี 1 ฝึกอบรมทบทวนผ้บู ังคบั บัญชา ลูกเสอื ข้นั ตอนการดาเนนิ งาน 1. แจง้ ประชำสมั พนั ธใ์ หท้ ุกโรงเรยี นส่ง ผู้บงั คับบัญชำลูกเสอื เข้ำรบั กำรฝกึ อบรมฯ โรงเรียนละ 1 คน 2. แตง่ ตั้งคณะกรรมกำรดำเนินงำน 3. ประชมุ คณะกรรมกำรดำเนินงำน

43 4. วธิ ีการดาเนนิ งาน (ตอ่ ) ที่ กิจกรรม/ขั้นตอนการดาเนนิ งาน ระยะเวลาดาเนินงาน ผูร้ ับผิดชอบ 4. ดำเนนิ กำรฝกึ อบรมตำมหลักสูตร 2 วัน 1 คืน 5. ดำเนนิ กำรติดตำมและประเมินผล 6. สรุปรำยงำนผล 2 กจิ กรรมท่ี 2 จติ สาธารณะ จติ อาสา ธ.ค. 2563 - ก.ย. 2564 นำงขวญั ใจ ชะเอม ขนั้ ตอนการดาเนินงาน นำงวรำภรณ์ พำนธงรกั ษ์ 1. แต่งต้งั คณะกรรมกำรดำเนินงำน และคณะ 2. ประชมุ คณะกรรมกำรดำเนนิ งำน 3. แจง้ โรงเรียนทกุ โรงเรยี นส่งตวั แทน สภำนักเรยี น (ประธำนฯ , รองประธำนฯ , ครูผูค้ วบคมุ ) เพอ่ื เข้ำร่วมกจิ กรรมศกึ ษำดูงำน โครงกำรอันเนื่องมำกจำกพระรำชดำริ “โครงกำรฟำร์มตัวอย่ำงบ้ำนแม่ตำ” 4. เลือกตั้งคณะกรรมกำรสภำนักเรยี น ระดบั เขตพืน้ ที่กำรศึกษำ 5. สรุปรำยงำนผล 3 กจิ กรรมที่ 3 ฝึกอบรมลูกเสือต้านภยั ยาเสพติด ธ.ค. 2563 - ก.ย. 2564 นำงขวัญใจ ชะเอม ข้นั ตอนการดาเนนิ งาน นำงวรำภรณ์ พำนธงรกั ษ์ 1. แจง้ โรงเรยี นขยำยโอกำสทำงกำรศึกษำ และคณะ ทกุ โรงเรียนในสงั กดั สง่ ลูกเสือโรงเรียนละ 8 คน ผู้บงั คบั บญั ชำลูกเสือ 1 คน เข้ำรบั กำรฝกึ อบรม 2. แต่งต้ังคณะกรรมกำรดำเนินงำน 3. ประชมุ คณะกรรมกำรดำเนินงำน 4. ดำเนินกำรฝกึ อบรมตำมหลักสตู ร 2 วัน 1 คนื 5. ดำเนนิ กำรติดตำมประเมนิ ผล 6. สรปุ รำยงำนผล 4 กิจกรรมที่ 4 การขบั เคลื่อนการดาเนนิ งาน ม.ี ค. - พ.ค. 2564 นำงสำวบูรณี ภกั ดณี รงค์ ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ข้ันตอนการดาเนนิ งาน 1. แต่งต้ังคณะกรรมกำร 2. ประชุมคณะกรรมกำร

44 4. วิธกี ารดาเนินงาน (ตอ่ ) ระยะเวลาดาเนินงาน ผู้รบั ผิดชอบ มี.ค. - พ.ค. 2564 นำงสำวบูรณี ภักดณี รงค์ ท่ี กจิ กรรม/ขน้ั ตอนการดาเนนิ งาน 3. จัดประชมุ เชิงปฏิบตั ิกำรกำรขบั เคล่ือนกำร ม.ค. - ก.ย. 2564 นำงสำวจริยำ ขัดแก้ว ดำเนนิ งำนตำมหลักปรชั ญำเศรษฐกิจพอเพียง นำงโชตกิ ำ ใจเฉยี บ 4. สรปุ และรำยงำนผลกำรดำเนนิ งำน 5 กจิ กรรมท่ี 5 การขบั เคลอื่ นเพ่อื พัฒนา การประเมนิ ตนเอง 29 ประการ สคู่ วามเปน็ โรงเรียนวถิ ีพทุ ธ ขน้ั ตอนการดาเนินงาน 1. แต่งตง้ั คณะกรรมกำร 2. ประชมุ คณะกรรมกำร 3. จดั ทำเอกสำรทบทวนกำรดำเนนิ งำน กำรประเมนิ ตนเอง 29 ประกำร สู่ควำมเปน็ โรงเรียนวิถีพทุ ธ 4. สรุปและรำยงำนผลกำรดำเนนิ งำน 6 กจิ กรรมที่ 6 ส่งเสริมสนบั สนนุ วันสาคัญ ของไทย ขั้นตอนการดาเนนิ งาน - จดั ทำป้ำยประชำสมั พนั ธ์กิจกรรมวนั สำคัญ ต่ำง ๆ จำนวน 12 ครัง้ 5. ระยะเวลาและสถานทดี่ าเนนิ การ 5.1 ระยะเวลำดำเนินกำร ตลุ ำคม 2563 – กนั ยำยน 2564 5.2 สถำนทีด่ ำเนนิ กำร - โรงเรยี นในสงั กดั สำนกั งำนเขตพื้นท่ีกำรศกึ ษำประถมศึกษำลำปำง เขต 3 - “โครงกำรฟำร์มตวั อย่ำงบำ้ นแมต่ ำ” อำเภอเสริมงำม จังหวัดลำปำง - หอ้ งประชุม สำนักงำนเขตพ้นื ที่กำรศึกษำประถมศึกษำลำปำง เขต 3 6. งบประมาณ 6.1 งบประมำณจำนวน 243,800 บำท - งบประมำณจำก สพป.ลำปำง เขต 3 จำนวน 173,800 บำท - งบประมำณจำก สพฐ. จำนวน 70,000 บำท 6.2 รำยละเอยี ดกำรใช้งบประมำณ

45 งบประมาณ (60,000) กจิ กรรม กจิ กรรมที่ 1 ฝกึ อบรมทบทวนผ้บู ังคบั บญั ชาลูกเสอื 2,000 ค่าใช้จา่ ย 1,400 1. ประชุมคณะกรรมกำรดำเนนิ งำน วิทยำกร เจำ้ หน้ำที่ฯ 32,000 1.1 ค่ำอำหำรกลำงวนั 1 มอื้ ๆ ละ 100 บำท จำนวน 20 คน 1.2 ค่ำอำหำรวำ่ งและเคร่ืองด่มื 2 มื้อ ๆ ละ 35 บำท จำนวน 20 คน 11,200 2. ดำเนนิ กำรฝึกอบรมทบทวนผบู้ งั คบั บญั ชำลกู เสอื 2.1 คำ่ อำหำรสำหรับผเู้ ขำ้ รับกำรฝกึ อบรม วทิ ยำกร และเจ้ำหน้ำที่ท่ีเก่ยี วข้อง 12,000 จำนวน 4 ม้อื ๆ ละ 100 บำท จำนวน 80 คน 1,400 2.2 คำ่ อำหำรว่ำงและเครื่องด่ืม 4 มื้อ ๆ ละ 35 บำท สำหรับผู้เข้ำรับกำรฝึกอบรม (75,000) วิทยำกร และเจ้ำหนำ้ ท่ที ่ีเกีย่ วขอ้ ง จำนวน 80 คน 3. คำ่ สมนำคณุ วิทยำกร 21,000 4. คำ่ วสั ดุ 14,700 กิจกรรมท่ี 2 จติ สาธารณะ จติ อาสา คา่ ใช้จ่าย 8,800 1. คำ่ อำหำรกลำงวนั 1 มือ้ ๆ ละ 100 บำท จำนวน 210 คน 17,600 2. คำ่ อำหำรวำ่ งพร้อมเคร่อื งด่ืม 2 มอ้ื ๆ ละ 35 บำท จำนวน 210 คน 3. ค่ำพำหนะสำหรับนำตวั แทนสภำนักเรยี นไปศึกษำดงู ำน 2,000 3.1 พนื้ ท่อี ำเภอแจห้ ่ม จำนวน 22 โรงเรยี น ไป-กลับ เทยี่ วละ 200 บำท 2,800 3.2 พืน้ ท่ีอำเภอวังเหนือ จำนวน 22 โรงเรยี น ไป-กลบั เทีย่ วละ 400 บำท 1,500 3.3 พ้นื ทีอ่ ำเภอเมืองปำน จำนวน 19 โรงเรียน 600 - ตำบลหวั เมือง 5 โรงเรยี น ไป-กลับ เทีย่ วละ 200 บำท 6,000 - ตำบลแจ้ซ้อน 7 โรงเรยี น ไป-กลับ เท่ียวละ 200 บำท - ตำบลบำ้ นขอ 5 โรงเรยี น ไป-กลับ เที่ยวละ 150 บำท - ตำบลทงุ่ กวำ๋ ว 2 โรงเรียน ไป-กลับ เที่ยวละ 150 บำท 4. คำ่ วัสดุ

46 6. งบประมาณ (ต่อ) งบประมาณ กจิ กรรม (70,000) กิจกรรมที่ 3 ฝึกอบรมลูกเสือตา้ นภัยยาเสพตดิ 2,000 คา่ ใชจ้ ่าย 1,400 1. ประชุมคณะกรรมกำรดำเนินงำน วทิ ยำกร เจ้ำหนำ้ ทฯี่ 44,000 1.1 คำ่ อำหำรกลำงวัน 1 มอื้ ๆ ละ 100 บำท จำนวน 20 คน 1.2 คำ่ อำหำรว่ำงและเครื่องดมื่ 2 มื้อ ๆ ละ 35 บำท จำนวน 20 คน 15,400 2. ดำเนินกำรฝึกอบรมลกู เสือต้ำนภัยยำเสพติด 2.1 คำ่ อำหำรสำหรบั ลูกเสือ เนตรนำรี ผบู้ ังคับบญั ชำลูกเสือ วิทยำกร และ 7,200 เจำ้ หน้ำทท่ี ่เี ก่ียวข้อง 4 มือ้ ๆ ละ 100 บำท จำนวน 110 คน (25,300) 2.2 ค่ำอำหำรว่ำงและเครื่องดืม่ 4 มื้อ ๆ ละ 35 บำท สำหรบั ลูกเสือ เนตรนำรี ผ้บู งั คบั บญั ชำลกู เสอื วิทยำกร และเจำ้ หน้ำท่ีทเ่ี กี่ยวข้อง จำนวน 110 คน 7,200 3. ค่ำสมนำคุณวิทยำกร 1,200 กจิ กรรมที่ 4 การขับเคลอ่ื นการดาเนนิ งานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2,000 ค่าใชจ้ า่ ย 4,900 1. คำ่ สมนำคุณวทิ ยำกร ชั่วโมงละ 1,200 บำท 6 ช่วั โมง (1 วัน) 7,000 2. ค่ำท่ีพักวทิ ยำกร วนั ละ 1,200 บำท จำนวน 1 คน (1 วัน) 3,000 3. คำ่ พำหนะวทิ ยำกร (1,500) 4. ค่ำอำหำรว่ำงและเครื่องดมื่ จำนวน 70 คน จำนวน 2 มื้อ ๆ ละ 35 บำท (1 วนั ) 5. ค่ำอำหำรกลำงวนั จำนวน 70 คน จำนวน 1 มื้อ ๆ ละ 100 บำท (1 วนั ) 1,500 6. คำ่ วัสดุและเอกสำรเพื่อกำรอบรม (12,000) กจิ กรรมท่ี 5 การขบั เคลอื่ นเพอ่ื พัฒนาการประเมนิ ตนเอง 29 ประการ ส่คู วามเปน็ โรงเรยี นวถิ พี ุทธ 12,000 คา่ ใช้จา่ ย 243,800 - ค่ำเอกสำร กิจกรรมที่ 6 สง่ เสริมสนบั สนนุ วันสาคัญของไทย ค่าใช้จ่าย - ค่ำจดั ทำปำ้ ยประชำสัมพันธ์กจิ กรรมวันสำคญั ของไทย ปี 2564 จำนวน 12 ครัง้ รวม หมายเหตุ สำมำรถถัวจำ่ ยได้ทุกรำยกำร

47 7. การวิเคราะห์ความเสย่ี งของโครงการ 7.1 ปัจจยั ควำมเส่ียง - ระยะเวลำในกำรดำเนินงำนตำมแผนงำนท่ีระบุไว้ในกำรดำเนินกำร บุคลำกรไม่สำมำรถ เข้ำร่วมกจิ กรรมไดใ้ นกำรจดั กจิ กรรม - บุคลำกรทำงกำรนิเทศมีไม่เพียงพอกำรนิเทศ ติดตำม กำรดำเนินงำนของสถำนศึกษำ อำจจะไมท่ ่วั ถงึ 7.2 แนวทำงกำรบรหิ ำรควำมเสี่ยง - วำงแผนและกำหนดปฏทิ นิ กำรดำเนินงำนอย่ำงชัดเจน - นิเทศบูรณำกำรโดยใช้พื้นที่เป็นฐำน โรงเรียนนิเทศภำยในอย่ำงต่อเนื่อง และกำกับติดตำม โดยคณะกรรมกำรนเิ ทศภำยนอกจำกสำนกั งำนเขตพนื้ ที่กำรศึกษำประถมศึกษำลำปำง เขต 3 8. ตัวชี้วดั และคา่ เป้าหมาย คำ่ เป้ำหมำย ร้อยละ 90 ตัวชวี้ ัด รอ้ ยละ 80 - ร้อยละของผเู้ ข้ำรับกำรอบรมสำมำรถนำหลกั กำร วัตถุประสงค์ และวธิ กี ำร ของลกู เสือ ไปจดั กจิ กรรมกำรเรียนกำรสอนไดอ้ ยำ่ งมปี ระสิทธิภำพ รอ้ ยละ 80 - ร้อยละของขำ้ รำชกำร ลูกจำ้ งในสำนกั งำน ผูบ้ ริหำร ครู และบคุ ลำกร ร้อยละ 80 ทำงกำรศกึ ษำในพน้ื ทร่ี บั ผิดชอบสำนกั งำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศกึ ษำ ร้อยละ 80 ลำปำง เขต 3 มคี วำมรู้ควำมเข้ำใจพระรำโชบำยดำ้ นกำรศึกษำ ของพระบำทสมเดจ็ พระปรเมนทรรำมำธบิ ดีศรสี นิ ทรมหำวชริ ำลงกรณ พระวชิรเกลำ้ เจำ้ อยหู่ ัว สู่กำรปฏิบตั ิ และปลุกจิตสำนกึ ควำมรักชำติ ศำสนำ และเทดิ ทนู พระมหำกษัตรยิ ์ ในพ้ืนท่รี บั ผิดชอบอย่ำงเปน็ รปู ธรรม - นกั เรียนเข้ำร่วมอบรม มคี วำมรู้และเข้ำใจทักษะชีวิต มีประสบกำรณ์ สำมำรถนำไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั และรับรูข้ ดี ควำมสำมำรถของตน เพือ่ เป็นแนวทำงในกำรประกอบอำชีพได้ - สถำนศึกษำจำนวน 92 แหง่ ในสงั กัดสำนกั งำนเขตพื้นท่กี ำรศกึ ษำประถม ศึกษำลำปำง เขต 3 สำมำรถจดั กิจกรรมกำรเรียนรแู้ ละกำรบริหำรจดั กำร ตำมหลักของปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง - สถำนศึกษำจำนวน 92 แห่ง ในสังกดั สำนักงำนเขตพื้นท่กี ำรศึกษำประถม ศกึ ษำลำปำง เขต 3 สำมำรถดำเนินกำรประเมนิ ตนเอง 29 ประกำร สู่ควำมเป็นโรงเรียนวิถพี ทุ ธ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook