๒. ประเดน็ การบรหิ ารจดั การแอลกอฮอลท์ แ่ี ปลงสภาพเพอื่ นำ� ไปผลติ ผลติ ภณั ฑ์ ทำ� ความสะอาดมือและผลิตภณั ฑ์ฆา่ เชอื้ โรค ๑) มอบหมายให้กรมสรรพสามิต ประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ได้รับอนุญาตและ ประชาชนทราบ พรอ้ มทง้ั มีการกำ� หนดระยะเวลาให้ผูข้ อใชส้ ุราสามทบั แปลงสภาพเพื่อใช้ ในการผลิตผลิตภัณฑ์ท�ำความสะอาดมือ และผลิตภัณฑ์ท�ำความสะอาดที่มีแอลกอฮอล์ เป็นส่วนประกอบ ต้องด�ำเนินการตามวัตถุประสงค์และการขออนุญาตภายในระยะเวลา ทกี่ ำ� หนด เพอื่ ปอ้ งกนั การกกั ตนุ และขาดแคลนสรุ าสามทบั แปลงสภาพ ซงึ่ เปน็ วตั ถดุ บิ หลกั ทใ่ี ช้ในการผลิตผลิตภัณฑด์ งั กลา่ ว ๒) มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ติดตามการกระจายผลิตภัณฑ์ ท�ำความสะอาดมือและผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบจากผู้ขอใช้ สุราสามทับแปลงสภาพที่ได้รับอนุญาตจากกรมสรรพสามิต เพ่ือเป็นข้อมูลในการบริหาร จดั การผลติ ภัณฑด์ ังกลา่ ว ให้เพียงพอตอ่ ความตอ้ งการของประชาชน ทงั้ น้ี นายกรฐั มนตรใี นฐานะผอู้ ำ� นวยการศูนยบ์ รหิ ารสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ได้มีบัญชาแจ้งแนวทางการด�ำเนินการของ รฐั บาลทสี่ อดคลอ้ งกบั ขอ้ เสนอแนะของผตู้ รวจการแผน่ ดนิ ใหผ้ ตู้ รวจการแผน่ ดนิ ทราบแลว้ ผูต้ รวจการแผ่นดนิ แสวงหาข้อเท็จจรงิ จากทกุ ฝา่ ยท่ีเก่ียวข้อง 108 รายงานประจำ� ปี ๒๕๖๓
๔การแก้ไขปญั หาที่สง่ ผลกระทบต่อชมุ ชน เรอื่ งท่ี ปญั หาแนวเขตพน้ื ทที่ บั ซอ้ นในเขตอทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาแหลมหญา้ - หมเู่ กาะเสมด็ ระหวา่ ง กรมอทุ ยานแหง่ ชาติ สตั ว์ป่า และพนั ธพุ์ ืช และกรมธนารักษ์ เร่ืองร้องเรียนน้ีเป็นกรณีที่ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินได้หยิบยกขึ้นพิจารณา โดยอาศัยอ�ำนาจตามมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ผตู้ รวจการแผ่นดนิ พ.ศ. ๒๕๖๐ พิจารณาและแสวงหาข้อเท็จจรงิ โดยไมม่ ีการร้องเรยี น (Own Motion) ในกรณีปัญหาแนวเขตพนื้ ท่ีทับซ้อนในเขตอุทยานแหง่ ชาติเขาแหลมหญา้ - หมู่เกาะเสม็ด ระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมธนารักษ์ เพอื่ เสนอแนะหน่วยงานของรฐั ที่เกีย่ วข้องเพอ่ื ดำ� เนนิ การแก้ไขปัญหาดังกลา่ ว ผตู้ รวจการแผน่ ดนิ ไดล้ งพน้ื ทแี่ ละจดั ใหม้ กี ารประชมุ หารอื แกไ้ ขปญั หาเรอ่ื งรอ้ งเรยี น ร่วมกับหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ปัญหาแนวเขตพื้นท่ีทับซ้อนในเขต อุทยานแห่งชาติดังกล่าว แบ่งเป็น ๔ กลุ่ม ดังนี้ (๑) กรณีพ้ืนท่ีทับซ้อนด้านเหนือของ เกาะเสม็ด (๒) กรณพี น้ื ที่บริเวณชมุ ชน (๓) กรณีพืน้ ท่ีของราษฎรจำ� นวน ๔๙ ราย ตามมติ คณะกรรมการแกไ้ ขปญั หาการบกุ รกุ ทดี่ นิ ของรฐั ครง้ั ที่ ๗/๒๕๔๓ (มติ กบร.) และ (๔) กรณี การเช่าพนื้ ทบ่ี รเิ วณชายหาด ในการนี้ ปญั หาแนวเขตพืน้ ท่ที ับซอ้ นดงั กล่าวมคี วามเป็นมา สรุปได้ ดงั น้ี ๑. เม่ือปี พ.ศ. ๒๕๒๔ มีการตราพระราชกฤษฎีกาก�ำหนดบริเวณที่ดิน ป่าเขาแหลมเทยี น เขาเปลด็ เขาแหลมหญา้ เกาะเสมด็ และเกาะใกล้เคยี ง ในท้องทีต่ ำ� บลเพ อ�ำเภอเมืองระยอง และต�ำบลแกลง อ�ำเภอแกลง จังหวัดระยอง ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๔ (เขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า - หมู่เกาะเสม็ด) โดยมีการกันพื้นที่ ทางดา้ นเหนือออกจากแนวเขตอทุ ยานแห่งชาตเิ ขาแหลมหญ้า - หมู่เกาะเสมด็ ผู้ตรวจการแผน่ ดิน 109
๒. เมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๕๓๓ พลต�ำรวจเอก ประทนิ สันตปิ ระภพ ผู้อำ� นวยการปอ้ งกัน และปราบปรามการลักลอบท�ำลายป่าไม้ น�ำก�ำลังเข้าจับกุมด�ำเนินคดีกับผู้บุกรุกอุทยาน แหง่ ชาตเิ ขาแหลมหญา้ - หมูเ่ กาะเสม็ด จ�ำนวน ๔๔ ราย และมกี ารจับกมุ เพมิ่ เตมิ อกี ใน ปี พ.ศ. ๒๕๔๑ รวมเป็น ๔๙ ราย ซ่ึงราษฎรที่ถูกจับได้ร้องเรียนขอความเป็นธรรม ตอ่ หน่วยงานตา่ ง ๆ ว่า อยมู่ าก่อนการประกาศเขตอทุ ยาน เพราะมีการประกาศจดั ตงั้ เป็น หม่บู า้ น หมทู่ ี่ ๔ โดยมหี ลักฐานการก่อตงั้ โรงเรียนบ้านเกาะเสมด็ ขนึ้ โดยเฉพาะเมอื่ วันที่ ๒๑ ต.ค. ๒๕๑๔ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้เสด็จมาทรงเป็นประธาน เปดิ อาคารเรยี น และพระราชทานช่อื ใหม่วา่ “โรงเรียนเกาะแกว้ พศิ ดาร” ๓. เม่ือปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ส�ำนักงานป่าไม้เขตศรีราชาได้รับหนังสือกรมป่าไม้ ดว่ นทีส่ ุด ท่ี กษ ๐๗๑๒.๒/๔๔๙๙ ลงวนั ท่ี ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒ สง่ แผนปฏบิ ัติงานและ แผนการใช้จ่ายเงินประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๒ (ปม.๑๐๑ - ๑๐๔) โครงการจดั ท�ำ เคร่ืองหมายแสดงแนวเขตพ้ืนที่ป่าไม้ โดยให้ด�ำเนินการในกิจกรรมส�ำรวจออกแบบจัดท�ำ แนวฝงั หลกั เขตและร้วั ลวดหนาม ในพนื้ ทอี่ ุทยานแห่งชาตเิ ขาแหลมหญ้า - หม่เู กาะเสม็ด จังหวัดระยอง เพ่ือให้มีเคร่ืองหมายแสดงแนวเขตพ้ืนท่ีป่าไม้ที่ถาวรชัดเจน และป้องกัน การบุกรุกพ้ืนท่ีป่าไม้ ดังนั้น ส�ำนักงานป่าไม้เขตศรีราชาจึงได้มีค�ำส่ังส�ำนักงานป่าไม้ เขตศรรี าชา ที่ ๑๗๗/๒๕๔๒ ลงวนั ที่ ๒๔ มนี าคม ๒๕๔๒ เรอ่ื ง แตง่ ตง้ั คณะทำ� งานการสำ� รวจ ออกแบบจดั ทำ� เครอื่ งหมายแสดงแนวเขตพน้ื ทป่ี า่ ไมใ้ นภมู ปิ ระเทศจรงิ ของอทุ ยานแหง่ ชาติ เขาแหลมหญ้า - หมู่เกาะเสมด็ จังหวัดระยอง ขึ้น โดยให้จดั ทำ� แนวเขต ๒ แนว คอื (๑) แนวเขตตามแผนที่แนบทา้ ยพระราชกฤษฎีกา (ปี พ.ศ. ๒๕๒๔) (๒) แนวเขตตามสภาพข้อเท็จจริงเพ่ือมิให้มีการบุกรุกเพ่ิม “แนวเขตแก้ไข ปัญหาราษฎร” ๔. เมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๕๔๓ คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกท่ีดินของรฐั (กบร.) ไดม้ กี ารประชมุ เพอื่ แกไ้ ขปญั หาการบกุ รกุ ทด่ี นิ อทุ ยานแหง่ ชาตเิ กาะเสมด็ ซง่ึ เมอ่ื การประชมุ ครงั้ ที่ ๖/๒๕๔๓ เมอื่ วนั ที่ ๑๘ กนั ยายน ๒๕๔๓ ไดม้ อบหมายใหผ้ ตู้ รวจราชการสำ� นกั นายก รฐั มนตรี (ผต.นร.) ประจำ� เขตตรวจที่ ๓ (นางสนุ นั ทา กาญจนอคั รเดช) ดำ� เนนิ การตรวจสอบ 110 รายงานประจ�ำปี ๒๕๖๓
เอกสารข้อเท็จจริงและเสนอความเห็นแนวทางการแก้ไขปัญหาเร่ืองการบุกรุกที่ดิน เกาะเสมด็ และรายงานผลการดำ� เนนิ การให้ กบร. ทราบและพจิ ารณา ตอ่ มาในการประชมุ กบร. ครง้ั ท่ี ๗/๒๕๔๓ เมอ่ื วนั ที่ ๑๓ ตลุ าคม ๒๕๔๓ ผต.นร. ประจำ� เขตตรวจท่ี ๓ ไดร้ ายงาน กรณีประเด็นการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า - หมู่เกาะเสม็ดตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๔ และการรงั วดั สอบเขตอทุ ยานแหง่ ชาติเขาแหลมหญ้า - หมเู่ กาะเสม็ด เม่ือปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ปรากฏวา่ แนวเขตยงั ไมม่ คี วามชดั เจน จงึ เหน็ ควรเสนอ กบร. ใหต้ ง้ั คณะกรรมการ ขนึ้ คณะหนง่ึ โดยมกี รมธนารกั ษแ์ ละกรมปา่ ไมร้ ว่ มกนั ดำ� เนนิ การตรวจสอบแนวเขตและจดั ทำ� แผนทก่ี ายภาพใหเ้ ปน็ ฉบบั เดยี วกนั โดยมรี ายละเอยี ดของอาคารและสงิ่ ปลกู สรา้ ง ตลอดจน รายละเอยี ดของราษฎรผบู้ กุ รกุ รายแปลง ใหไ้ ดข้ อ้ ยตุ โิ ดยเรว็ ดงั นน้ั ทป่ี ระชมุ จงึ ไดม้ มี ติ ดงั น้ี (๑) กรณีปัญหาในเรื่องการรังวัดแนวเขตอุทยานท่ีมีความคลาดเคล่ือน ไม่ชัดเจน ให้แต่งตั้งคณะกรรมการ โดยมีผู้ตรวจราชการส�ำนักนายกรัฐมนตรี ประจ�ำเขต ตรวจราชการที่ ๓ เป็นประธาน ผู้แทนกรมธนารักษ์ ผู้แทนกรมป่าไม้ เป็นกรรมการ ร่วมกนั ตรวจสอบแนวเขตและจดั ทำ� แผนทก่ี ายภาพใหเ้ ปน็ ฉบบั เดียวกนั โดยมีรายละเอยี ด ของอาคารส่ิงปลูกสร้างตลอดจนรายละเอียดของราษฎรผู้บุกรุก เป็นรายแปลง โดยให้ได้ ขอ้ ยตุ โิ ดยเร็ว (๒) ในเขตพ้ืนท่ีอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า - หมู่เกาะเสม็ด เนื้อที่ ๓,๕๐๐ ไร่ ห้ามมิให้เพ่ิมจ�ำนวนราษฎรผู้ได้รับสิทธิการเช่าเพิ่มไปจากจ�ำนวน ๔๙ ราย ส่วนการจัดหาผลประโยชน์ในพ้ืนท่ีดังกล่าวนั้น ให้กรมธนารักษ์และกรมป่าไม้พิจารณา ร่วมกันก�ำหนดรายละเอียด เง่ือนไข และวิธีการเช่าให้สอดคล้องกันระหว่างระเบียบของ กรมปา่ ไมว้ า่ ดว้ ยการอนญุ าตใหเ้ ขา้ ไปดำ� เนนิ กจิ การทอ่ งเทยี่ วและพกั อาศยั ในอทุ ยานแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๓๖ และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาผลประโยชน์ในที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๒๗ สว่ นพน้ื ทน่ี อกเขตอทุ ยานเนอ้ื ท่ี ๗๐๐ ไร่ นนั้ เมอื่ กรมธนารกั ษไ์ ดท้ ำ� การสำ� รวจ รายละเอียดเก่ียวกับจ�ำนวนและเน้ือที่ของราษฎรแล้ว ให้กรมธนารักษ์ด�ำเนินการจัดหา ผลประโยชน์ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาผลประโยชน์ในท่ีราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๒๗ โดยมอบใหจ้ งั หวดั ระยองรว่ มกบั กรมธนารกั ษแ์ ละกรมปา่ ไม้ รว่ มทำ� การชแ้ี จง ผ้ตู รวจการแผ่นดิน 111
และประชาสัมพันธ์ให้ราษฎรในพ้ืนท่ีทราบ ส�ำหรับกรณีท่ีกรมป่าไม้ประสงค์จะน�ำรายได้ จากการจดั หาผลประโยชนใ์ นพน้ื ทอ่ี ทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาแหลมหญา้ - หมเู่ กาะเสมด็ ไปใชจ้ า่ ย เป็นค่าดูแลรักษาอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า - หมู่เกาะเสม็ด นั้น ให้กรมป่าไม้ ท�ำความตกลงกับกระทรวงการคลงั ต่อไป ๕. เม่ือวันที่ ๒๖ ธนั วาคม ๒๕๔๓ มีการประชมุ หารอื เรื่อง การแกไ้ ขปญั หาท่ดี นิ ราชพัสดุเกาะเสม็ด จังหวัดระยอง โดยมีผู้แทนกรมธนารักษ์ ผู้แทนกรมป่าไม้ ผู้แทน สำ� นกั งานธนารักษ์จงั หวัดระยอง เข้ารว่ มประชมุ และท่ปี ระชุมมีมติ ดงั น้ี (๑) ในเร่ืองแนวเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า - หมู่เกาะเสม็ด ให้ใช้ แนวเขตอทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาแหลมหญา้ - หมเู่ กาะเสมด็ ซง่ึ เคยปกั หลกั เขตไวใ้ นการประกาศ อทุ ยานครงั้ แรก โดยใหช้ า่ งสำ� รวจประสานงานกบั ปา่ ไมเ้ ขตและอทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาแหลมหญา้ - หมู่เกาะเสม็ด เพื่อด�ำเนินการส�ำรวจและจัดท�ำแผนท่ีกายภาพ โดยกรมป่าไม้และ กรมธนารกั ษ์ยนิ ยอมท่ีจะใช้แนวเขตทีร่ ังวัดน้เี ป็นแนวเขตอทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาแหลมหญา้ - หม่เู กาะเสมด็ (๒) ในการด�ำเนินการกับราษฎรผู้อยู่อาศัย กรมป่าไม้หรือหน่วยงานของ กรมปา่ ไม้ยังไมเ่ คยท�ำข้อตกลงใด ๆ กบั ราษฎร กรมธนารักษจ์ ึงสามารถก�ำหนดเงื่อนไขใด ๆ ในการจดั ใหเ้ ชา่ ไดต้ ามความเหมาะสม สำ� หรบั การจดั ใหเ้ ชา่ พน้ื ทท่ี อ่ี ยใู่ นเขตอทุ ยานแหง่ ชาติ เขาแหลมหญ้า - หมู่เกาะเสม็ด นอกจากจะเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังแล้ว ใหก้ รมปา่ ไม้พจิ ารณาวา่ จะเพิ่มเตมิ เงือ่ นไขใด ๆ ใหเ้ ป็นไปตามระเบยี บกรมปา่ ไม้ดว้ ย (๓) รายไดท้ เี่ กดิ จากการจดั หาประโยชนใ์ นพน้ื ทอี่ ทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาแหลมหญา้ - หมู่เกาะเสม็ด หากกรมป่าไม้ประสงค์จะน�ำไปใช้ประโยชน์อย่างอ่ืนนอกจากน�ำส่งคลัง เปน็ รายได้แผน่ ดนิ ก็ใหข้ อท�ำความตกลงกบั กระทรวงการคลังต่อไป ๖. เมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๕๔๔ คณะกรรมการตรวจสอบแนวเขตและจดั ทำ� แผนทกี่ ายภาพ บนเกาะเสม็ด ซึ่งได้รับการแต่งต้ังตามมติ กบร. คร้ังท่ี ๗/๒๕๔๓ ได้ประชุมเมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๔๔ คร้งั ท่ี ๓/๒๕๔๔ ซึง่ ทป่ี ระชมุ ไดร้ ับทราบร่วมกนั โดยมรี ายละเอยี ด ท่สี �ำคญั สรุปได้ ดังน้ี 112 รายงานประจำ� ปี ๒๕๖๓
(๑) หวั หนา้ อทุ ยานแหง่ ชาติ เขาแหลมหญ้า - หมู่เกาะเสม็ด ได้ชี้แจง ในทปี่ ระชมุ วา่ เนอ้ื ทคี่ รอบครองของผบู้ กุ รกุ ทั้ง ๔๙ ราย ได้มีการส�ำรวจเนื้อที่ไว้ เรยี บรอ้ ยแลว้ และเจา้ หนา้ ทข่ี องกรมธนารกั ษ์ มรี ายละเอยี ดอยแู่ ลว้ จากการไปตรวจสอบ เก่ียวกับอาคารและอุทยานแห่งชาติ เขาแหลมหญ้า - หมู่เกาะเสม็ด ได้ท�ำหนังสือรวบรวมรายละเอียดพ้ืนท่ีท่ีมีการรังวัด โดยมตี ารางแสดงการเปลย่ี นแปลงจำ� นวนเนอ้ื ทไ่ี วอ้ ยา่ งชดั เจน ประกอบกบั ตามนโยบายของ อธิบดีกรมป่าไม้ไม่ต้องการน�ำพ้ืนท่ีท�ำกินของราษฎรมาผนวกเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เขาแหลมหญ้า - หมู่เกาะเสมด็ ให้มีปญั หา ดงั น้ัน คณะกรรมการฯ ควรเขา้ ไปศึกษาพน้ื ท่ี เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย เนื่องจากแนวเขตของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า - หมู่เกาะเสม็ด ได้มีการปักหลักเขตไว้อย่างชัดเจนแล้ว และได้มีการช้ีแจงเพ่ิมเติมว่าพ้ืนท่ี ท่ีจะให้เช่าต้องไม่อยู่บนเขาหรือรุกล้�ำชายหาด โดยได้ใช้เส้นระดับความสูงของพื้นท่ี ท่ี ๐ - ๒๐ เมตรจากระดบั น�้ำทะเลปานกลาง เปน็ เส้นจดั แบง่ (๒) รองผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ระยองไดเ้ สนอความเหน็ วา่ หากมกี ารเสนอแกไ้ ข แผนทท่ี า้ ยพระราชกฤษฎกี า ขอใหอ้ ทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาแหลมหญา้ - หมเู่ กาะเสมด็ กนั พนื้ ท่ี ของวัด โรงเรียน สถานีอนามัย และพื้นที่ที่ราษฎรบุกรุกออกจากเขตอุทยานแห่งชาติ เขาแหลมหญา้ - หมเู่ กาะเสมด็ และใหผ้ นวกพนื้ ทป่ี า่ ทอ่ี ยนู่ อกเขตอทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาแหลมหญา้ - หม่เู กาะเสม็ด เขา้ ไปเปน็ เขตอทุ ยานแห่งชาติเขาแหลมหญา้ - หมู่เกาะเสม็ด ดว้ ย (๓) ธนารกั ษพ์ น้ื ทรี่ ะยองไดร้ ายงานการสำ� รวจแนวเขตทด่ี นิ และจดั ทำ� แผนที่ กายภาพบนเกาะเสมด็ สรปุ ไดว้ า่ ทดี่ นิ ราชพสั ดแุ ปลงเกาะเสมด็ บรเิ วณทอี่ ยนู่ อกเขตอทุ ยาน แห่งชาติเขาแหลมหญ้า - หมู่เกาะเสม็ด ได้ด�ำเนินการรังวัดตรวจสอบแนวเขตและจัดท�ำ แผนทก่ี ายภาพกนั เขตอุทยานแหง่ ชาติเขาแหลมหญา้ - หม่เู กาะเสมด็ ใหม่ ได้เนื้อท่ีทัง้ สน้ิ ๓๒๘ - ๐ - ๖๑ ไร่ มสี งิ่ ปลูกสรา้ งท้ังส้นิ ประมาณ ๓๙๔ หลงั มที ่ีดนิ ทง้ั หมด ๑๒๗ แปลง แยกประเภทการใชป้ ระโยชน์ ดังนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดนิ 113
(๓.๑) ราษฎรใช้เปน็ ที่อยอู่ าศยั และทำ� การเกษตร จ�ำนวน ๑๑ แปลง เน้อื ท่ปี ระมาณ ๒๓๘ - ๓ - ๔๙.๖ ไร่ มสี ่ิงปลูกสร้างประมาณ ๒๒๙ หลัง (๓.๒) ใชป้ ระกอบกิจการรีสอร์ทและอยอู่ าศัย จ�ำนวน ๖ แปลง เน้อื ท่ี ประมาณ ๓๖ - ๑ - ๑๗.๓ ไร่ มสี ิง่ ปลูกสร้างประมาณ ๑๑๖ หลัง (๓.๓) ใช้ในราชการจ�ำนวน ๗ แปลง เนื้อท่ีประมาณ ๓๐ - ๒ - ๖๐.๑ ไร่ มีสงิ่ ปลกู สร้างประมาณ ๒๙ หลงั (๓.๔) เปน็ ทต่ี ง้ั วดั เกาะแกว้ พิศดาร ๑ แปลง เนื้อท่ีประมาณ ๒๐ - ๓ - ๒๘ ไร่ มีสิ่งปลูกสรา้ งประมาณ ๑๘ หลัง (๓.๕) ใช้ในราชการกองทัพเรือและเป็นที่ตั้งศาลเจ้าแม่ทับทิม เน้ือท่ี ประมาณ ๑ - ๒ - ๐๖ ไร่ มีสิ่งปลกู สรา้ ง ๒ หลงั ต่อมากรมธนารักษ์ได้ให้จังหวัดระยองด�ำเนินการจัดให้เช่าท่ีราชพัสดุแปลง เกาะเสม็ดทั้งในและนอกเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า - หมู่เกาะเสม็ด และจังหวัด ระยองได้ด�ำเนินการดังกลา่ วโดยมีการเรม่ิ สญั ญาเชา่ ในวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๔๔ ๗. เมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ อทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาแหลมหญา้ - หมเู่ กาะเสมด็ ไดม้ หี นงั สอื ถงึ ธนารกั ษพ์ น้ื ทรี่ ะยอง แจง้ วา่ เพอื่ มใิ หเ้ กดิ ความผดิ พลาดคลาดเคลอื่ นในจำ� นวนพนื้ ทเ่ี ดมิ ปอ้ งกนั การจบั จองพน้ื ทอี่ ทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาแหลมหญา้ - หมเู่ กาะเสมด็ เพม่ิ เตมิ และสง่ิ กอ่ สรา้ ง เดิมท่ีเคยก�ำหนดไว้ตามระเบียบอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า - หมู่เกาะเสม็ด จึงขอ ความร่วมมือจากส�ำนักงานธนารักษ์พื้นท่ีระยองให้ทราบว่า ในการออกรังวัดพ้ืนที่ของ ช่างรังวัดขอให้แจ้งอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า - หมู่เกาะเสม็ด ทราบ และนัดหมาย วัน เวลา เพ่อื อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญา้ - หมูเ่ กาะเสม็ด จะไดแ้ จ้งให้เจา้ หน้าท่อี อกไป ร่วมตรวจสอบประสานงานต่อไป หากมีการส�ำรวจรงั วัดโดยไมม่ ีเจ้าหน้าทีอ่ ุทยานแหง่ ชาติ เขาแหลมหญ้า - หมู่เกาะเสม็ด น�ำช้ีและร่วมตรวจสอบ ขอให้การรังวัดพื้นที่ดังกล่าว ไม่ถกู ตอ้ งและยกเลิกทันที 114 รายงานประจ�ำปี ๒๕๖๓
๘. เมือ่ ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ กรมอทุ ยานแห่งชาติ สัตวป์ า่ และพันธ์พุ ชื ได้มีหนังสือถงึ กรมธนารักษ์ สรุปสาระส�ำคัญได้ว่า การขออนุญาตพัฒนาปรับปรุงหรือก่อสร้างจะต้อง ส่งเรือ่ งพร้อมแบบแปลน แผนผงั ให้กรมอทุ ยานแหง่ ชาติ สตั วป์ ่า และพันธพ์ุ ชื พจิ ารณา ให้ความเห็นชอบก่อน ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะพิจารณาในเรื่อง การอนรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม รวมทงั้ ความเหมาะสมของสภาพ ภูมิทัศน์ ตามหลักวิชาการเป็นหลัก เมื่อเห็นชอบในแบบแปลน แผนผังแล้วจะแจ้งให้ กรมธนารกั ษ์ดำ� เนนิ การในสว่ นทีเ่ ก่ียวขอ้ งตอ่ ไป ๙. เม่ือปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ในการประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุก ทดี่ นิ ของรฐั จงั หวัดระยอง (กบร. จงั หวดั ระยอง) ครัง้ ท่ี ๑/๒๕๕๑ เม่อื วันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๑ ไดน้ ำ� เรอ่ื งปญั หารอ้ งเรยี นของราษฎรบนเกาะเสมด็ เขา้ ทป่ี ระชมุ โดยในการพจิ ารณา พบวา่ ราษฎรทร่ี อ้ งเรยี นไมม่ เี อกสารหลกั ฐานใดทแี่ สดงวา่ ไดค้ รอบครองทำ� ประโยชนใ์ นทด่ี นิ มาก่อนการเป็นท่ีดินของรัฐ รวมท้ังกลุ่มผู้ร้องเรียนก็เคยถูกศาลพิพากษาว่ามีความผิด ตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ จึงไม่รับเรอ่ื งไว้พจิ ารณา ๑๐. เมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ราษฎรบางสว่ นทไี่ มย่ นิ ยอมทำ� สญั ญาเชา่ กบั กรมธนารกั ษ์ ได้ร้องเรียนเร่ืองสิทธิการครอบครองที่ดินในเกาะเสม็ดต่อนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการ สิทธมิ นุษยชนแหง่ ชาติ และผู้ตรวจการแผ่นดิน ๑๑. เมอื่ ปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ทีป่ ระชมุ คณะอนกุ รรมการแกไ้ ขปัญหาการบกุ รกุ ท่ีดนิ ของรฐั จงั หวดั ระยอง คร้ังท่ี ๒/๒๕๕๖ เมอ่ื วันที่ ๒๖ กนั ยายน ๒๕๕๖ มีมติว่า การพิสจู น์ สทิ ธิท่ีดินตามหลกั เกณฑท์ ่ี กบร. ก�ำหนดนัน้ ต้องมพี ยานหลกั ฐานว่ามีการครอบครองและ ทำ� ประโยชนทดี่ นิ แปลงนนั้ ตอ่ เนอ่ื งมากอ่ นการเปน็ ทดี่ นิ ของรฐั แตผ่ อู้ า้ งสทิ ธกิ ารครอบครอง ที่ดินบนเกาะเสม็ดไม่มีพยานหลักฐานใดที่แสดงได้ว่าตนเองได้ครอบครองที่ดินมาก่อน การเปน็ ทด่ี นิ ของรฐั ทปี่ ระชมุ กบร. จงั หวดั ระยอง จงึ มมี ตยิ นื ยนั ตามมตทิ ปี่ ระชมุ กบร. เดมิ คือ เห็นว่าที่ดินบนเกาะเสม็ดเป็นท่ีราชพัสดุทั้งเกาะ ประกอบกับกรมท่ีดินได้มีความเห็น ตอบข้อหารือของจังหวดั ระยอง ตามหนงั สอื กรมทดี่ ิน ท่ี มท ๐๕๑๖.๓๕/๒๔๙๖๔ ลงวนั ท่ี ๒๕ กันยายน ๒๕๕๖ เก่ียวกับเรื่องการสอบสวนสิทธิเพ่ือออกเอกสารสิทธิให้แก่ราษฎร ผู้ตรวจการแผ่นดนิ 115
ว่าไม่สามารถด�ำเนินการได้ เน่ืองจากราษฎรครอบครองท�ำประโยชน์โดยไม่มีหลักฐาน ส�ำหรับที่ดิน และไม่เคยด�ำเนินการให้ได้มาซ่ึงสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน แต่อย่างใด และสภาพท่ีดินเป็นเกาะ จึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะออกเอกสารสิทธิได้ การสั่งการของอดีตนายกรัฐมนตรีเป็นเร่ืองนโยบายแก้ไขปัญหา หน่วยงานผู้น�ำไปใช้ต้อง ดำ� เนินการให้เป็นไปตามระเบียบกฎมายท่เี ก่ียวข้อง ๑๒. เมอื่ ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ หนว่ ยเฉพาะกจิ ปฏบิ ตั กิ ารพเิ ศษผพู้ ทิ กั ษอ์ ทุ ยานแหง่ ชาติ และสัตวป์ า่ (พญาเสือ) อุทยานแห่งชาตเิ ขาแหลมหญา้ - หมู่เกาะเสม็ด ส�ำนักงานป้องกัน ปราบปรามและควบคมุ ไฟปา่ สำ� นกั บรหิ ารพน้ื ทอ่ี นรุ กั ษท์ ี่ ๒ (ศรรี าชา) เจา้ หนา้ ทที่ หารจาก กองพนั ทหารราบที่ ๖ กองพลนาวกิ โยธนิ ที่ ๒ เจา้ หนา้ ทสี่ ถานตี ำ� รวจภธู รเพ ไดร้ ว่ มกนั จบั กมุ ราษฎรที่บุกรุกแนวเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า - หมู่เกาะเสม็ด และได้ตรวจสอบ พน้ื ทใ่ี นเขตอทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาแหลมหญา้ - หมเู่ กาะเสมด็ ดว้ ยเครอ่ื งรบั สญั ญาณดาวเทยี ม (GPS) และปกั หลักหมุดอุทยานใหม่ ๑๓. เมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ คณะพนกั งานเจา้ หนา้ ทหี่ นว่ ยเฉพาะกจิ ปฏบิ ตั กิ ารพเิ ศษ ผูพ้ ิทกั ษอ์ ุทยานแห่งชาติและสัตวป์ ่า (พญาเสือ) กรมอทุ ยานแห่งชาติ สตั วป์ า่ และพนั ธ์ุพชื เจ้าหน้าท่ีอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า - หมู่เกาะเสม็ด ส�ำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ท่ี ๒ (ศรีราชา) เจา้ หนา้ ที่อุทยานแหง่ ชาติเขาคิชฌกฏู ได้รว่ มกันออกตรวจสอบพืน้ ท่แี ละจับกุม ราษฎรที่บุกรุกแนวเขตอทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาแหลมหญ้า - หมเู่ กาะเสม็ด ๑๔. เม่ือปี พ.ศ. ๒๕๖๓ จังหวดั ระยองได้ตรวจสอบทดี่ ิน ๒ แปลงบรเิ วณชมุ ชน พบว่า พื้นท่ีดังกล่าวมีสภาพเป็นถนนคอนกรีต และมีอาคารชั้นเดียวท่ีมีการก่อสร้างยังไม่ แล้วเสร็จ (ในส่วนของที่ถูกตรวจยึดจับกุมโดยชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพนั ธ์พุ ืช) มนี ายสรุ เกยี รติ อนิ ฉัตร เปน็ ผเู้ ช่าที่ดงั กล่าว จำ� นวน ๒ แปลง เนื้อท่ี ๒๗ - ๑ - ๒๙.๗๒ ไร่ มพี น้ื ทสี่ ว่ นทถี่ กู จบั กมุ เนอื้ ท่ี ๑๑ - ๒ - ๐๗ ไร่ และศาลจงั หวดั ระยองไดพ้ พิ ากษา เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๒ พิพากษายกฟ้อง แต่ให้จ�ำเลยและบริวารออกไปจากป่า ทเี่ กิดเหตุ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พพิ ากษายืน เมอ่ื วนั ท่ี ๑๑ เมษายน ๒๕๖๒ และอทุ ยานแหง่ ชาติ เขาแหลมหญา้ - หมเู่ กาะเสมด็ ไดอ้ อกคำ� สงั่ ทางปกครอง ตามมาตรา ๒๒ แหง่ พระราชบญั ญตั ิ อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ ขณะน้อี ยรู่ ะหวา่ งการพจิ ารณาของศาลปกครองระยอง 116 รายงานประจำ� ปี ๒๕๖๓
ผ้ตู รวจการแผ่นดนิ ได้พจิ ารณาขอ้ เท็จจรงิ และข้อกฎหมายข้างตน้ แล้วเห็นว่า ๑. กรณีแนวเขตพืน้ ทท่ี ับซอ้ นบรเิ วณด้านเหนอื ของเกาะเสมด็ จากข้อเท็จจริงปรากฏว่า กรมป่าไม้ได้มีค�ำสั่งที่ ๑๗๗/๒๕๔๒ ลงวันท่ี ๒๔ มนี าคม ๒๕๔๒ ใหจ้ ดั ทำ� แนวเขตพน้ื ทปี่ า่ ไมใ้ นภมู ปิ ระเทศจรงิ ของอทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาแหลมหญา้ - หมู่เกาะเสม็ด เพ่ือให้มีเคร่ืองหมายแสดงแนวเขตพ้ืนท่ีป่าไม้ท่ีถาวรชัดเจนและป้องกัน การบกุ รุกพืน้ ท่ปี ่าไม้ โดยส�ำนกั งานปา่ ไม้เขตศรีราชาได้มีค�ำสั่งให้จัดทำ� แนวเขต ๒ แนว คือ แนวที่ ๑ แนวเขตตามแผนทท่ี า้ ยพระราชกฤษฎกี า และแนวที่ ๒ แนวเขตตามสภาพขอ้ เทจ็ จรงิ เพอื่ ไมใ่ หม้ กี ารบกุ รกุ เพมิ่ “แนวเขตแกไ้ ขปญั หาราษฎร” แสดงใหเ้ หน็ วา่ เมอื่ ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ กรมปา่ ไมไ้ ดท้ ราบอยแู่ ลว้ วา่ มรี าษฎรอาศยั อยู่ในพ้ืนท่ีดังกล่าวมาก่อน ประกอบกับ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าคณะท�ำงานส�ำรวจ ออกแบบจัดท�ำเคร่ืองหมายแสดงแนวเขต พ้ืนท่ีป่าไม้ในภูมิประเทศจริงของอุทยาน แห่งชาติเขาแหลมหญ้า - หมู่เกาะเสม็ด ได้ส�ำรวจรังวัดเฉพาะแนวเขตตามสภาพ ขอ้ เทจ็ จรงิ และไดม้ กี ารนำ� หลกั เขตอทุ ยานมาปกั เปน็ แนวเขตแกไ้ ขปญั หาราษฎร ทำ� ใหเ้ กดิ ความคลาดเคลอ่ื นของแนวเขตตามพระราชกฤษฎกี ากำ� หนดบรเิ วณทด่ี นิ ปา่ เขาแหลมเทยี น เขาเปลด็ เขาแหลมหญา้ เกาะเสมด็ และเกาะใกลเ้ คยี ง ในทอ้ งทต่ี ำ� บลเพ อำ� เภอเมอื งระยอง และต�ำบลแกลง อ�ำเภอแกลง จังหวัดระยอง ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๔ และ แนวเขตพื้นท่ีป่าไม้ในภูมิประเทศจริง ท�ำให้ท่ีประชุม กบร. ครั้งที่ ๗/๒๕๔๓ เมื่อวันที่ ๑๓ ตลุ าคม ๒๕๔๓ มมี ตใิ หต้ ง้ั คณะกรรมการขน้ึ มารว่ มกนั ตรวจสอบแนวเขตและจดั ทำ� แผนที่ กายภาพให้เป็นฉบับเดียวกัน อีกทั้งในการประชุมของคณะกรรมการตรวจสอบแนวเขต และจัดท�ำแผนที่กายภาพบนเกาะเสม็ด เม่ือวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๔๔ ก็ไม่ปรากฏ ขอ้ เทจ็ จรงิ วา่ กรมปา่ ไมไ้ ดค้ ดั คา้ นวา่ แนวเขตดงั กลา่ วไมถ่ กู ตอ้ ง ดงั นน้ั แมจ้ ะไมม่ กี ารประกาศ ใช้หรือส่งมอบแผนท่ีดังกล่าวให้กับกรมธนารักษ์หรือการที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า - หมู่เกาะเสม็ด อ้างว่าไม่ได้ด�ำเนินการร่วมรังวัดจัดท�ำแผนที่กายภาพดังกล่าวด้วยก็ตาม ผ้ตู รวจการแผ่นดิน 117
แตก่ ารทปี่ รากฏหลกั เขตอทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาแหลมหญา้ - หมเู่ กาะเสมด็ ซง่ึ ภายหลงั อทุ ยาน แหง่ ชาตเิ ขาแหลมหญา้ - หมเู่ กาะเสมด็ อา้ งวา่ เปน็ การปกั หลกั เขตอทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาแหลมหญา้ - หมู่เกาะเสม็ดท่ีคลาดเคลื่อน ก็ย่อมท�ำให้บุคคลภายนอกหรือกรมธนารักษ์เข้าใจได้ว่า แนวเขตทก่ี รมปา่ ไมส้ ำ� รวจรงั วดั เมอื่ ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ เปน็ แนวเขตอทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาแหลมหญา้ - หมู่เกาะเสม็ด ตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ กรมธนารักษ์จึงได้น�ำแนวเขตดังกล่าวไปใช้เป็นเกณฑ์ในการจัดให้ราษฎรเช่า ท�ำให้เกิด ปัญหาการจับกุมด�ำเนินคดีกับราษฎรท่ีเช่าที่ดินกับกรมธนารักษ์ และปัจจุบันราษฎรได้มี การฟอ้ งร้องเจา้ หนา้ ที่ของรัฐ รวมถึงการร้องเรียนวา่ เจ้าหน้าทขี่ องสำ� นักงานธนารักษ์พื้นที่ ระยองปฏบิ ตั หิ นา้ ทโ่ี ดยมชิ อบ ซง่ึ ปจั จบุ นั อยรู่ ะหวา่ งการสอบสวนของคณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ดังน้ัน เพ่ือเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงสมควร น�ำแนวเขตแก้ไขปัญหาราษฎรท่ีได้มีการจัดท�ำตามค�ำส่ังของส�ำนักงานป่าไม้เขตศรีราชา ท่ี ๑๗๗/๒๕๔๒ ลงวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๔๒ มาเป็นแนวเขตในการกันพ้ืนที่ดังกล่าว ออกจากเขตอทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาแหลมหญา้ - หมเู่ กาะเสมด็ และใหก้ นั พน้ื ทนี่ อกเขตอทุ ยาน แห่งชาติเขาแหลมหญ้า - หมู่เกาะเสม็ด ที่มีสภาพเป็นป่าสมบูรณ์เข้าเป็นเขตอุทยาน แหง่ ชาตเิ ขาแหลมหญ้า - หมู่เกาะเสมด็ ดว้ ย ๒. กรณีพ้นื ทีบ่ ริเวณชุมชน จากข้อเท็จจริงปรากฏว่า พื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นชุมชนก่อนท่ีจะมีการ ประกาศใชพ้ ระราชกฤษฎกี ากำ� หนดบรเิ วณทด่ี นิ ปา่ เขาแหลมเทยี น เขาเปลด็ เขาแหลมหญา้ เกาะเสม็ด และเกาะใกล้เคียง ในท้องท่ีต�ำบลเพ อ�ำเภอเมืองระยอง และต�ำบลแกลง อำ� เภอแกลง จังหวดั ระยอง ให้เปน็ อทุ ยานแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๒๔ และจากการประชุมของ คณะกรรมการตรวจสอบแนวเขตและจัดท�ำแผนที่กายภาพบนเกาะเสม็ด ที่ได้ประชุมเมื่อ วันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๔๔ ครง้ั ท่ี ๓/๒๕๔๔ ท่ปี ระชมุ ไดร้ บั ทราบรว่ มกนั วา่ เพ่อื ไมใ่ ห้ เกดิ ปญั หาในภายหลงั หากมกี ารเสนอแกไ้ ขแผนทท่ี า้ ยพระราชกฤษฎกี ากำ� หนดบรเิ วณทดี่ นิ ปา่ เขาแหลมเทียน เขาเปล็ด เขาแหลมหญา้ เกาะเสมด็ และเกาะใกล้เคียง ในท้องท่ีต�ำบลเพ อ�ำเภอเมืองระยอง และต�ำบลแกลง อ�ำเภอแกลง จังหวัดระยอง ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๔ ขอใหอ้ ทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาแหลมหญา้ – หมเู่ กาะเสมด็ กนั พน้ื ทข่ี องวดั โรงเรยี น 118 รายงานประจำ� ปี ๒๕๖๓
สถานอี นามยั และพน้ื ทที่ ร่ี าษฎรบกุ รกุ ออกจากเขตอทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาแหลมหญา้ - หมเู่ กาะ เสม็ด ประกอบกับในการประชุมน้ี กรมธนารักษ์ได้รังวัดพื้นที่ดังกล่าวรวมเป็นพื้นที่ ทก่ี รมธนารกั ษจ์ ะดำ� เนนิ การจดั ใหร้ าษฎรเชา่ และปจั จบุ นั กรมธนารกั ษก์ ไ็ ดน้ ำ� พนื้ ทดี่ งั กลา่ ว น้ีออกมาให้ราษฎรเช่าแล้ว ซึ่งหากด�ำเนินการแก้ไขตามคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แหง่ ชาติ (คทช.) มมี ตเิ หน็ ชอบกรอบมาตรการและแนวทางการแกไ้ ขปญั หาทดี่ นิ ของราษฎร ในเขตปา่ อนรุ กั ษท์ ก่ี รมอทุ ยานแหง่ ชาติ สตั วป์ า่ และพนั ธพ์ุ ชื ไดจ้ ดั ทำ� ขนึ้ นนั้ ราษฎรทอ่ี าศยั ในพ้ืนท่ีดังกล่าวอาจมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่หลักเกณฑ์ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพนั ธพ์ุ ชื กำ� หนด จงึ สมควรกนั พนื้ ทด่ี งั กลา่ วออกจากเขตอทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาแหลมหญา้ - หมู่เกาะเสมด็ ในการน้ี กรณที ี่ดิน ๒ แปลง ทนี่ ายสรุ เกียรติ อนิ ฉตั ร ไดเ้ ช่าทรี่ าชพัสดจุ �ำนวน ๒๗ - ๒ - ๔๙.๕๐ ไร่ ซ่ึงข้อเทจ็ จริงปรากฏว่า ศาลอุทธรณภ์ าค ๒ ไดม้ ีคำ� พพิ ากษายนื ใหจ้ ำ� เลย (นายสรุ เกยี รติ อนิ ฉตั ร) และบรวิ ารออกไปจากปา่ ทเ่ี กดิ เหตุ (พนื้ ทส่ี ว่ นทถี่ กู จบั กมุ เนอื้ ที่ ๑๑ - ๒ -๐๗ ไร่) ดังนั้น จงึ สมควรกันพืน้ ท่สี ว่ นท่เี หลือจากการถูกจบั กมุ จ�ำนวน เนื้อท่ี ๑๖ - ๐ - ๔๒.๕๐ ไร่ ออกจากเขตอทุ ยานแห่งชาตเิ ขาแหลมหญ้า - หมู่เกาะเสม็ด ๓. กรณีการโอนสิทธิการเชา่ ของราษฎรที่บุกรกุ จำ� นวน ๔๙ ราย จากข้อเท็จจริงปรากฏว่า พ้ืนที่บริเวณดังกล่าวได้รับการแก้ไขตามมติ กบร. ครัง้ ท่ี ๗/๒๕๔๓ ให้ราษฎรท่ีบกุ รุกไดม้ ีสทิ ธิเชา่ ทดี่ ังกล่าวจากกรมธนารักษ์ โดยกรมป่าไม้ พจิ ารณารว่ มกนั กำ� หนดรายละเอยี ดเงอื่ นไขและวธิ กี ารเชา่ ใหส้ อดคลอ้ งกนั ระหวา่ งระเบยี บ ของกรมปา่ ไม้ ว่าด้วยการอนุญาตให้เขา้ ไปดำ� เนนิ กิจการทอ่ งเทีย่ วและพักอาศยั ในอุทยาน แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๖ และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดหาผลประโยชน์ในท่ี ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๕๒ ประกอบกับกรมป่าไมห้ รอื กรมอุทยานแหง่ ชาติ สัตว์ปา่ และพันธพ์ุ ืช ไม่ได้แจ้งสงวนสิทธิ์ในเร่ืองการโอนไว้ ดังน้ัน เพ่ือเป็นการพัฒนาศักยภาพทางเศรษฐกิจ ในพน้ื ทแี่ ละสอดคลอ้ งกบั สภาพความเปน็ ไปในสงั คม สทิ ธกิ ารเชา่ ทร่ี าชพสั ดดุ งั กลา่ วจงึ ควร ใหผ้ เู้ ชา่ สามารถโอนเปลย่ี นมอื ไดต้ ามระเบยี บกระทรวงการคลงั วา่ ดว้ ยการจดั หาผลประโยชน์ ในท่รี าชพสั ดุ พ.ศ. ๒๕๕๒ แตย่ ังคงจ�ำกดั พ้นื ท่ีเท่าเดมิ ของราษฎร ๔๙ ราย ผูต้ รวจการแผน่ ดิน 119
ในส่วนของขอบเขตพืน้ ทเี่ ชา่ ของราษฎร ๔๙ ราย น้ัน จากขอ้ เท็จจรงิ ปรากฏ วา่ ขอบเขตพน้ื ทด่ี งั กลา่ วไมช่ ดั เจน มหี ลกั เขตเชา่ สญู หายเปน็ จำ� นวนมาก และแผนทเี่ ขตเชา่ ที่จัดท�ำขึ้นระบุช่ือหลักเขตไม่ตรงกันกับท่ีตรวจสอบในแปลงท่ีดิน ดังน้ัน เห็นควรให้ กรมธนารักษ์ต้ังโครงการเพื่อด�ำเนินการลงหลักปักหลักเขตเช่าตามสัญญาเช่าของ กรมธนารักษ์ โดยให้กรมอุทยานแหง่ ชาติ สตั ว์ป่า และพนั ธ์ุพืช เข้าร่วมชีแ้ นวเขตอุทยาน แห่งชาติเขาแหลมหญา้ - หมเู่ กาะเสม็ด ๔. กรณกี ารเช่าพืน้ ทบ่ี รเิ วณชายหาด จากขอ้ เทจ็ จรงิ ปรากฏวา่ มกี ารใหเ้ ชา่ พนื้ ทชี่ ายหาด ซง่ึ เปน็ สาธารณสมบตั ขิ อง แผน่ ดนิ สำ� หรบั พลเมอื งใชร้ ว่ มกนั ตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ มาตรา ๑๓๐๔ (๒) ประกอบกบั พระราชกฤษฎกี ากำ� หนดบรเิ วณทดี่ นิ ปา่ เขาแหลมเทยี น เขาเปลด็ เขาแหลมหญา้ เกาะเสม็ด และเกาะใกล้เคียง ในท้องท่ีต�ำบลเพ อ�ำเภอเมืองระยอง และต�ำบลแกลง อ�ำเภอแกลง จงั หวดั ระยอง ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๔ ครอบคลมุ พืน้ ท่บี รเิ วณ ชายหาด อีกท้ังท่ีประชุมของคณะกรรมการตรวจสอบแนวเขตและจัดท�ำแผนท่ีกายภาพ บนเกาะเสมด็ เม่อื วนั ท่ี ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๔๔ ครั้งท่ี ๓/๒๕๔๔ ได้รับทราบรว่ มกนั วา่ พ้ืนท่ีที่จะให้เช่าต้องไม่อยู่บนเขาหรือรุกล้�ำชายหาด โดยได้ใช้เส้นระดับความสูงของพื้นที่ ที่ ๐ - ๒๐ เมตร จากระดบั นำ้� ทะเลปานกลาง เปน็ เสน้ จดั แบง่ ดงั นนั้ จงึ ควรใหก้ รมธนารกั ษ์ ตรวจสอบสัญญาเช่า และด�ำเนินการ ยกเลิกการเช่าบริเวณชายหาด เพ่ือให้ กรมอุทยานแหง่ ชาติ สัตวป์ า่ และพันธ์พุ ชื และ/หรือ หน่วยงานที่มีหน้าท่ีดูแลรักษา ตามกฎหมายเข้าไปด�ำเนินการดูแลฟื้นฟู พน้ื ท่ดี งั กล่าวต่อไป ทั้งน้ี เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการทับซ้อนกันของพ้ืนที่ด้วยการปรับปรุง แนวเขตอทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาแหลมหญา้ - หมเู่ กาะเสมด็ สามารถแกไ้ ขปญั หาความเดอื ดรอ้ น ของประชาชนทอี่ ยอู่ าศยั ทำ� กนิ มากอ่ นการประกาศเปน็ เขตอทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาแหลมหญา้ 120 รายงานประจำ� ปี ๒๕๖๓
- หมเู่ กาะเสมด็ และเปน็ การพฒั นาศกั ยภาพทางเศรษฐกจิ ในพนื้ ทแ่ี ละสอดคลอ้ งกบั สภาพ ความเปน็ ไปในสงั คม และเพอ่ื ใหก้ ารปฏบิ ตั หิ นา้ ทข่ี องหนว่ ยงานของรฐั เปน็ ไปตามรฐั ธรรมนญู กฎหมาย และหลักนติ ิธรรม ผ้ตู รวจการแผ่นดิน โดยการปรึกษาหารือและเห็นชอบรว่ มกัน ตามมาตรา ๒๖ (๓) และมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ผตู้ รวจการแผน่ ดิน พ.ศ. ๒๕๖๐ เสนอแนะตอ่ หนว่ ยงานของรฐั ท่ีเกี่ยวข้องให้ดำ� เนนิ การ ปรบั ปรุงกฎหมาย กฎ คำ� สัง่ และขัน้ ตอนการปฏิบัตงิ านท่กี อ่ ใหเ้ กิดความเดอื ดร้อนหรอื ความไม่เปน็ ธรรมแก่ประชาชน ดังตอ่ ไปน้ี ๑. กรณีแนวเขตพื้นท่ีทับซ้อนบริเวณด้านเหนือของเกาะเสม็ด ให้ กรมอทุ ยานแหง่ ชาติ สตั วป์ า่ และพนั ธพ์ุ ชื และกรมธนารกั ษ์ รว่ มกนั ตรวจสอบและปรบั ปรงุ แนวเขตอทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาแหลมหญา้ - หมเู่ กาะเสมด็ โดยใหย้ ดึ ถอื แนวเขตทกี่ รมปา่ ไมไ้ ด้ ดำ� เนนิ การมาแลว้ เมอื่ ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ และใหก้ ระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม ดำ� เนนิ การออกพระราชกฤษฎกี าปรบั ปรงุ แนวเขตอทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาแหลมหญา้ - หมเู่ กาะ เสม็ด ทั้งน้ี ให้กนั พ้นื ทป่ี า่ ไมท้ ีอ่ ยู่นอกเขตอุทยานแห่งชาตเิ ขาแหลมหญา้ - หม่เู กาะเสม็ด เข้าไปในเขตอุทยานแหง่ ชาติเขาแหลมหญ้า - หม่เู กาะเสมด็ โดยอาศัยอ�ำนาจตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ และจัดท�ำป้ายพร้อมทั้งปักหลักเขต ในพ้ืนท่ีจริงให้เป็นไปตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับค�ำวินิจฉัยและข้อเสนอแนะของ ผู้ตรวจการแผน่ ดนิ ๒. กรณพี ื้นทีบ่ ริเวณชุมชน ใหก้ รมอทุ ยานแหง่ ชาติ สตั ว์ปา่ และพนั ธพุ์ ชื ตรวจสอบและปรับปรงุ แนวเขตอุทยานแหง่ ชาติเขาแหลมหญา้ - หมเู่ กาะเสม็ด โดยให้นำ� ระวางภาพถ่ายทางอากาศ ปี พ.ศ. ๒๕๔๕ ดำ� เนนิ การตรวจสอบและกันพน้ื ท่ีทีเ่ ปน็ ชุมชน ออกจากเขตอทุ ยานแห่งชาตเิ ขาแหลมหญา้ - หมู่เกาะเสมด็ และในส่วนของทีด่ นิ จ�ำนวน ๒ แปลง ท่มี นี ายสุรเกียรติ อนิ ฉัตร เป็นผู้เชา่ ให้กรมอทุ ยานแหง่ ชาติ สัตวป์ ่า และพันธุพ์ ชื กันพื้นท่ีส่วนท่ีเหลือจากการถูกจับกุม จ�ำนวนเน้ือท่ี ๑๖ - ๐ - ๔๒.๕๐ ไร่ ออกจาก เขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า - หม่เู กาะเสม็ด ทง้ั น้ี ใหก้ ระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติ และสงิ่ แวดลอ้ มดำ� เนนิ การออกพระราชกฤษฎกี าปรบั ปรงุ แนวเขตอทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาแหลมหญา้ ผู้ตรวจการแผ่นดนิ 121
- หมู่เกาะเสม็ด โดยอาศัยอ�ำนาจตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ และจัดท�ำป้ายพร้อมท้ังปักหลักเขตในพ้ืนที่จริงให้เป็นไปตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญตั อิ ทุ ยานแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยให้แลว้ เสร็จภายใน ๑๒๐ วนั นบั แต่ วันทีไ่ ดร้ ับคำ� วนิ จิ ฉยั และข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผน่ ดิน อนึง่ เม่อื มกี ารออกพระราชกฤษฎีกาปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติ เขาแหลมหญ้า - หมู่เกาะเสมด็ โดยกันบรเิ วณพน้ื ทชี่ ุมชน วดั โรงเรยี น สถานอี นามัย ออกจาก เขตอทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาแหลมหญา้ - หมเู่ กาะเสมด็ แลว้ ใหโ้ รงเรยี นเกาะแกว้ พศิ ดารดำ� เนนิ การ ขอใชพ้ นื้ ทท่ี เี่ ปน็ ทตี่ งั้ โรงเรยี นทง้ั แปลงจากกรมธนารกั ษ์ เพอ่ื นำ� ไปใชป้ ระโยชนใ์ นทางราชการ และประชาชนตอ่ ไป ๓. กรณีพื้นที่บรเิ วณราษฎรทบ่ี กุ รกุ จ�ำนวน ๔๙ ราย ท่ไี ด้รบั การแก้ไข จากมติ กบร. ให้กรมธนารักษ์สามารถโอนสิทธิการเช่าที่ราชพัสดุบริเวณราษฎรท่ีบุกรุก จ�ำนวน ๔๙ ราย ที่ได้รับการแก้ไขจากมติ กบร. ครั้งที่ ๗/๒๕๔๓ แต่ยังคงจ�ำกัดพ้ืนท่ี เทา่ เดมิ ของราษฎร ๔๙ ราย เพอ่ื ใหเ้ ปน็ ไปตามระเบยี บกระทรวงการคลงั วา่ ดว้ ยการจดั หา ผลประโยชน์ในท่ีราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๕๒ ในการนี้ หากมีการเปล่ียนแปลงผู้เช่า ให้แจ้ง รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงรายช่ือราษฎรดังกล่าวแก่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พนั ธพ์ุ ืช ทราบ เพ่อื ดำ� เนินการตามหนา้ ทแ่ี ละอ�ำนาจต่อไป ในสว่ นของขอบเขตพน้ื ทเ่ี ชา่ เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความชดั เจนในเรอื่ งขอบเขตและ เนอ้ื ทกี่ ารเช่าใหเ้ ป็นไปตามมติ กบร. ครัง้ ท่ี ๗/๒๕๔๓ และป้องกนั มิให้มีการบุกรุกทีด่ ินอีก ให้กรมธนารักษ์จัดท�ำโครงการเพ่ือด�ำเนินการลงหลักปักหลักเขตเช่าตามสัญญาเช่าของ กรมธนารกั ษ์ โดยใหก้ รมอทุ ยานแหง่ ชาติ สัตวป์ ่า และพันธพุ์ ืช เขา้ ร่วมชี้แนวเขตอทุ ยาน แห่งชาติเขาแหลมหญ้า - หมู่เกาะเสม็ด ทั้งนี้ ให้ด�ำเนินการรังวัดและปักหลักหมุดตาม สญั ญาเชา่ โดยใช้ค่าพิกัดจากดาวเทียม (GPS) ดว้ ยระบบ RTK ใหแ้ ล้วเสรจ็ ภายในเดอื น มนี าคม พ.ศ. ๒๕๖๔ 122 รายงานประจำ� ปี ๒๕๖๓
๔. กรณพี น้ื ทบ่ี รเิ วณชายหาด ใหก้ รมธนารกั ษต์ รวจสอบสญั ญาเชา่ บรเิ วณ ชายหาด หากพบวา่ มกี ารนำ� พนื้ ทบี่ รเิ วณชายหาดใหร้ าษฎรเชา่ ขอใหด้ ำ� เนนิ การแกไ้ ขสญั ญา เช่าโดยการยกเลิกการให้เช่าพ้ืนที่ชายหาดดังกล่าว โดยให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับค�ำวินิจฉัยและข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน และให้กรมอุทยาน แหง่ ชาติ สตั วป์ า่ และพนั ธพ์ุ ชื และ/หรอื หนว่ ยงานทม่ี หี นา้ ทดี่ แู ลรกั ษาตามกฎหมายเขา้ ไป ดแู ลรักษาตอ่ ไป ประธานผตู้ รวจการแผ่นดนิ และผตู้ รวจการแผน่ ดนิ ไดล้ งพ้ืนท่แี ละจดั ให้มกี ารประชมุ หารอื แกไ้ ขปญั หาเรอ่ื งร้องเรียนร่วมกบั หน่วยงานทีเ่ กย่ี วขอ้ ง ผูต้ รวจการแผน่ ดิน 123
๕เรื่องท่ี การแกไ้ ขปัญหาพืน้ ทีท่ ับซ้อนบรเิ วณจุดผ่านแดนถาวรบา้ นห้วยโก๋น จังหวดั น่าน ประธานผตู้ รวจการแผน่ ดนิ เหน็ ชอบใหร้ บั เรอ่ื งรอ้ งเรยี นทผ่ี รู้ อ้ งเรยี นขอความอนเุ คราะห์ ให้เร่งรัดกรมทางหลวงพิจารณาการสนับสนุนการด�ำเนินการแก้ไขปัญหาพ้ืนที่ทับซ้อน บรเิ วณจดุ ผา่ นแดนถาวรบา้ นหว้ ยโกน๋ โดยทนั ทที ไ่ี ดร้ บั เรอ่ื งรอ้ งเรยี น ประธานผตู้ รวจการแผน่ ดนิ ได้มีข้อสั่งการให้ลงพื้นท่ีแสวงหาข้อเท็จจริงและประชุมหารือร่วมกับจังหวัดน่าน แขวงทางหลวงนา่ นท่ี ๒ ด่านศลุ กากรทุ่งชา้ ง ส�ำนกั จดั การทรัพยากรปา่ ไม้ท่ี ๓ สาขาแพร่ สำ� นกั งานโยธาธกิ ารและผงั เมอื งจงั หวดั นา่ น สำ� นกั งานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม จังหวัดน่าน และหอการค้าจังหวดั นา่ น โดยด่วน จากการลงพ้ืนท่ีแสวงหาข้อเท็จจริงและประชุมหารือได้ข้อมูลดังน้ี จุดผ่านแดน ถาวรบา้ นหว้ ยโกน๋ เปน็ ดา่ นพรมแดน โดยตง้ั อยตู่ รงขา้ มกบั ดา่ นสากลเมอื งเงนิ แขวงไชยบรุ ี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จังหวัดน่านได้ขอจัดต้ังเขตเศรษฐกิจพิเศษ ดา่ นชายแดนหว้ ยโกน๋ จังหวดั น่าน ต่อส�ำนกั งานคณะกรรมการพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คม แหง่ ชาติ และคณะกรรมการนโยบายเขตพฒั นาเศรษฐกจิ พเิ ศษ ตอ่ มาจงั หวดั นา่ นไดร้ บั แจง้ ผลการประชุมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษและการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ใหด้ ำ� เนนิ การขอใชพ้ นื้ ทปี่ า่ ไมบ้ รเิ วณจดุ ผา่ นแดนถาวรบา้ นหว้ ยโกน๋ เพอ่ื เปดิ เสรที างการคา้ อาเซียนใน พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งจังหวัดน่านได้รับการอนุมัติจากกรมป่าไม้ให้เข้าใช้ประโยชน์ ภายในเขตปา่ สงวนแหง่ ชาติ ตามประกาศกรมปา่ ไม้ เรอื่ ง กำ� หนดบรเิ วณพน้ื ทใ่ี หส้ ว่ นราชการ หรอื องค์การของรฐั เขา้ ใช้ประโยชน์ภายในเขตปา่ สงวนแห่งชาติ ฉบบั ที่ ๔/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๐ ให้จังหวัดน่านเข้าใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนป่าดอยภูคาและ ป่าผาแดง ในท้องทตี่ �ำบลห้วยโก๋น อ�ำเภอเฉลมิ พระเกียรติ จงั หวัดน่าน เพอ่ื พฒั นาด่านการค้า ชายแดนห้วยโก๋น - น้�ำเงิน ส�ำหรับรองรับการเปิดเสรีทางการค้าอาเซียน จ�ำนวนเนื้อท่ี ๓๕๐ ไร่ 124 รายงานประจ�ำปี ๒๕๖๓
ปัญหาพ้ืนท่ีทับซ้อนในการก่อสร้างอาคารศุลกากรที่เกิดข้ึนระหว่างด่านศุลกากร ทุง่ ชา้ ง และแขวงทางหลวงน่านที่ ๒ เกิดจากการท่กี รมทางหลวง โดยแขวงทางหลวงน่าน ที่ ๒ อยรู่ ะหวา่ งขอใชพ้ นื้ ทป่ี า่ สงวนแหง่ ชาตเิ พอื่ พฒั นาโครงขา่ ยทางหลวงเชอ่ื มโยงระหวา่ ง ประเทศ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๑ จาก กม.๔๙๙+๘๓๕ ถึง กม.๕๐๕+๙๐๐ ระยะทาง ๖,๐๖๕ เมตร (Loop ลา่ ง) จาก กม.๐+๐๐๐ ถงึ กม.๐+๓๔๐ ระยะทาง ๓๔๐ เมตร รวมระยะทางทั้งส้ิน ๖,๔๐๕ เมตร โดยมีเขตทางกว้างข้างละ ๓๐.๐๐ เมตร รวมเขต ทางกว้าง ๖๐.๐๐ เมตร คิดเป็นพ้นื ที่ ๓๘๔,๓๐๐ ตารางเมตร หรอื ๒๔๐ ไร่ ๗๕ ตารางวา รวมทง้ั ขอใชพ้ น้ื ทป่ี า่ สงวนแหง่ ชาตเิ พอื่ เปน็ สถานทกี่ องวสั ดุ และจอดเครอื่ งจกั รในการดแู ล บ�ำรุงรักษาทางหลวง จาก กม.๕๐๔+๑๐๐ ถึง กม.๕๐๔+๒๕๐ คิดเป็นพื้นที่ ๒๔,๐๐๐ ตารางเมตร หรือ ๑๕ ไร่ รวมขอใช้พื้นท่ีป่าสงวนแห่งชาติ ๒๕๕ ไร่ ๗๕ ตารางวา ขณะเดยี วกันกรมศุลกากร โดยดา่ นศุลกากรท่งุ ช้าง ได้ว่าจ้างผอู้ อกแบบในการศกึ ษาและ ออกแบบการกอ่ สร้างอาคารศุลกากร และได้ขอใช้พ้นื ทปี่ า่ สงวนแห่งชาติ จ�ำนวน ๒๑๔ ไร่ ๒๓ ตารางวา โดยไมท่ ราบวา่ แขวงทางหลวงนา่ นท่ี ๒ อยูร่ ะหว่างการขอใช้พ้นื ทปี่ า่ สงวน แหง่ ชาตเิ ชน่ กนั จงึ เปน็ เหตใุ หผ้ อู้ อกแบบทำ� การออกแบบอาคารศลุ กากรทบั ทางหลวงแผน่ ดนิ หมายเลข ๑๐๑ บริเวณช่วงสายหลัก กม.๕๐๒+๒๒๔ - กม.๕๐๕+๑๖๗ ระยะทาง ๐.๙๔๓ กโิ ลเมตร และช่วงสายรองสว่ นแยก (Loop ลา่ ง) จาก กม.๐+๐๐๐ - กม.๐+๓๔๐ ระยะทาง ๐.๓๔๐ กิโลเมตร รวมระยะทางท่ีถูกอาคารศุลกากรทับพ้ืนท่ี ระยะทาง ๑.๒๘๓ กโิ ลเมตร คดิ เปน็ พนื้ ทที่ ที่ บั ซอ้ นกนั ๓๕ ไร่ ๒ งาน ๙๐ ตารางวา ภายหลงั แขวงทางหลวง น่านที่ ๒ และด่านศุลกากรทุ่งช้าง ได้มีการประชุมหารือร่วมกับป่าไม้จังหวัดน่านเพ่ือหา แนวทางแกไ้ ขปญั หา ซง่ึ จากการประชมุ มขี อ้ สรปุ รว่ มกนั วา่ ดา่ นศลุ กากรทงุ่ ชา้ งยนิ ยอมขยบั ออกจากพื้นที่แนวทับซ้อนที่แขวงทางหลวงน่านท่ี ๒ ได้ขอใช้พื้นท่ีแล้ว โดยด่านศุลกากร ทุง่ ชา้ งได้ขอใช้พนื้ ทีป่ ่าสงวนแห่งชาติลดลงจากเดมิ เหลือ ๑๖๕ ไร่ ๓ งาน ๘๑ ตารางวา และไม่เปน็ พน้ื ทท่ี บั ซอ้ นกบั พื้นทที่ ีแ่ ขวงทางหลวงนา่ นที่ ๒ ขอใชแ้ ลว้ อยา่ งไรก็ดี ประธาน ผตู้ รวจการแผน่ ดนิ ยงั ไดม้ ขี อ้ เสนอแนะโดยเหน็ วา่ เพอ่ื เปน็ การรองรบั การเปดิ เสรที างการคา้ อาเซยี น รวมถงึ การขยายตวั ดา้ นการทอ่ งเทยี่ ว โดยจดุ ผา่ นแดนถาวรบา้ นหว้ ยโกน๋ เปน็ ประตู ดา่ นแรกในการเดนิ ทางเขา้ สปู่ ระเทศไทย จงึ มขี อ้ เสนอแนะใหห้ นว่ ยงานทเ่ี กยี่ วขอ้ งดำ� เนนิ การ ดงั ต่อไปน้ี ผตู้ รวจการแผน่ ดนิ 125
๑. ขอให้กรมทางหลวงและกรมศุลกากรพิจารณาการแก้ไขปัญหาการทับซ้อน ของพ้ืนท่ีตามแนวทางการแก้ไขปัญหาในพ้ืนที่ของจังหวัดน่าน กรมป่าไม้ แขวงทางหลวง น่านท่ี ๒ ด่านศุลกากรทุ่งช้าง เพ่ือท�ำให้โครงการพัฒนาพื้นที่ด่านถาวรห้วยโก๋นสามารถ ส�ำเร็จลงได้ด้วยความรวดเร็ว ทง้ั นี้ ขอให้รายงานผลการดำ� เนนิ การภายใน ๙๐ วัน นบั แต่ วันที่ได้รับหนังสอื ๒. ขอใหจ้ งั หวดั นา่ นพจิ ารณาการจดั สรรงบประมาณในการสนบั สนนุ การกอ่ สรา้ ง ซุ้มประตูบริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านห้วยโก๋น ซึ่งด่านศุลกากรทุ่งช้างจะเสนอรูปแบบ ซมุ้ ประตทู ่เี หมาะสมกับการใช้งานไปยงั จังหวัดน่านต่อไป ๓. ขอให้หน่วยงานที่เก่ียวข้องพิจารณาข้อเสนอของจังหวัดน่านที่จะขอรับ การสนบั สนนุ การดำ� เนนิ โครงการพฒั นาดา่ นถาวรหว้ ยโกน๋ อำ� เภอเฉลมิ พระเกยี รติ จงั หวดั นา่ น ดงั น้ี ๓.๑ ขอใหก้ ระทรวงมหาดไทยพจิ ารณาใหก้ ารสนบั สนนุ การดำ� เนนิ โครงการ พัฒนาด่านถาวรห้วยโก๋น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศในมิติ การค้าตามแนวชายแดนและการท่องเท่ียว รวมถึงรองรับโอกาสการพัฒนาจากรถไฟ ความเร็วสูงของสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้ามาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และการสร้างถนนใหม่จากชายแดนห้วยโก๋นมุ่งสู่หลวงพระบาง ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาส การพัฒนาด้านการค้าชายแดนไทย – ลาว และเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเมืองเก่าน่านและ เมอื งมรดกโลกหลวงพระบาง ๓.๒ ขอใหจ้ ังหวัดน่านในฐานะทเ่ี ป็นหน่วยงานในพนื้ ท่ี กระทรวงมหาดไทย กรมทางหลวง กรมศลุ กากร กรมปา่ ไม้ และหนว่ ยงานอื่น ๆ ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง ร่วมกนั พิจารณา หาแนวทางในการแกไ้ ขเยยี วยาและใหค้ วามชว่ ยเหลอื ตามกฎหมายและระเบยี บทเ่ี กยี่ วขอ้ ง แกร่ าษฎรทไ่ี ดร้ บั ผลกระทบจากการพฒั นาพนื้ ทด่ี า่ นถาวรหว้ ยโกน๋ ทจ่ี ะตอ้ งยา้ ยทอ่ี ยอู่ าศยั และท่ีทำ� กนิ เพ่ือมิให้เกิดปญั หาการรอ้ งเรยี นอันอาจสง่ ผลกระทบใหเ้ กิดความล่าช้าในการ ดำ� เนนิ โครงการพัฒนาดา่ นถาวรหว้ ยโก๋น 126 รายงานประจำ� ปี ๒๕๖๓
๓.๓ ขอให้ส�ำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณา บรรจเุ รอ่ื งการพฒั นาดา่ นถาวรหว้ ยโกน๋ อำ� เภอเฉลมิ พระเกยี รติ จงั หวดั นา่ น เปน็ เปา้ หมาย หนง่ึ ในการพัฒนาภาคเหนือ ทั้งนี้ ผลจากค�ำวินิจฉัยและข้อเสนอแนะของประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน หน่วยงานทเ่ี ก่ียวข้องมกี ารดำ� เนนิ การดงั ตอ่ ไปนี้ ๑. แขวงทางหลวงนา่ นที่ ๒ ดำ� เนินการขอใชพ้ ื้นทป่ี า่ สงวนแหง่ ชาตแิ ล้ว โดยอยู่ ระหว่างรอผลการพิจารณารายงานการประเมนิ ผลกระทบสิ่งแวดลอ้ ม (EIA) ซ่งึ หากได้รบั การเห็นชอบ คาดวา่ จะเริม่ ดำ� เนนิ การก่อสร้างได้ใน พ.ศ. ๒๕๖๔ ๒. กรมศุลกากรรับทราบการปรับลดพื้นที่แล้ว ซึ่งด่านศุลกากรทุ่งช้างจะเป็น ผู้ก่อสร้างอาคารพรมแดน ลานจอดสินค้า เป็นต้น โดยได้รับความเห็นชอบรายงาน การประเมนิ ผลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม (EIA) แลว้ โดยไดด้ ำ� เนนิ การขอใชพ้ น้ื ทป่ี า่ สงวนแหง่ ชาติ ผ่านจังหวัดน่านไปยังกรมป่าไม้แล้ว อยู่ระหว่างรอผลการพิจารณาของกรมป่าไม้ หาก กรมป่าไม้อนุญาตให้ใช้พื้นท่ีป่าสงวนแห่งชาติ ด่านศุลกากรทุ่งช้างจึงจะของบประมาณ ในการออกแบบ จากน้ันจึงจะของบประมาณในการก่อสร้างต่อไป โดยคาดว่าจะเริ่ม ดำ� เนนิ การก่อสร้างได้ประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๖๕ ๓. การกอ่ สรา้ งซมุ้ ประตบู รเิ วณจดุ ผา่ นแดนถาวรหว้ ยโกน๋ จงั หวดั นา่ นไดม้ อบหมาย ใหส้ ำ� นกั งานโยธาธกิ ารและผงั เมอื งจงั หวดั นา่ นดำ� เนนิ การออกแบบ ซงึ่ ดา่ นศลุ กากรทงุ่ ชา้ ง ไดน้ ำ� สำ� นกั งานโยธาธกิ ารและผงั เมอื งจงั หวดั นา่ นสำ� รวจพนื้ ทบ่ี รเิ วณทจี่ ะกอ่ สรา้ งซมุ้ ประตู แลว้ ๔. สำ� นกั งานสภาพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาตเิ หน็ วา่ จดุ ผา่ นแดนถาวร ห้วยโก๋นเป็นประตูเช่ือมโยงกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยเป็นเส้นทาง ท่ีมีศักยภาพรองรับการพัฒนาทั้งในด้านการท่องเท่ียวและการค้าชายแดน ส�ำนักงาน สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการ บรู ณาการนโยบายพฒั นาภาค (ก.บ.ภ.) ไดเ้ หน็ ดว้ ยกบั การสนบั สนนุ ใหห้ นว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ผ้ตู รวจการแผน่ ดิน 127
ร่วมกันพัฒนาจุดผ่านแดนถาวรห้วยโก๋นให้เป็นจุดผ่านแดนถาวรที่ได้มาตรฐานรองรับ การขยายตวั ของการทอ่ งเทยี่ วและการคา้ ชายแดน โดยสำ� นกั งานสภาพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาตไิ ดม้ หี นงั สอื ถงึ กระทรวงมหาดไทยแจง้ แนวทางในการสนบั สนนุ การขบั เคลอ่ื น การพัฒนาด่านหว้ ยโกน๋ ไว้แลว้ ส�ำนักงานผตู้ รวจการแผ่นดนิ ลงพื้นท่แี สวงหาข้อเท็จจรงิ และประชมุ หารือรว่ มกบั หนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วข้อง 128 รายงานประจ�ำปี ๒๕๖๓
๖เรอื่ งที่ ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากการด�ำเนินโครงการขุดลอกหนองน�้ำ สาธารณประโยชน์ ผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับการร้องเรียนจากผู้ร้องเรียนซึ่งเป็นเจ้าของท่ีดินท่ีได้รับ ผลกระทบจากการดำ� เนนิ โครงการขดุ ลอกหนองนำ�้ สาธารณประโยชนข์ องหนว่ ยงานของรฐั โดยผู้ร้องเรียนแจ้งว่า เม่ือ พ.ศ. ๒๕๕๙ องค์การบริหารส่วนต�ำบลโพธิ์ศรีสว่าง อ�ำเภอ โพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด ได้ท�ำการขุดลอกหนองน้�ำสาธารณประโยชน์ (หนองค�ำคิณี) ซ่ึงตั้งอยู่บริเวณหมู่ที่ ๑๓ ตำ� บลโพธศ์ิ รสี วา่ ง อ�ำเภอโพนทอง จังหวัดรอ้ ยเอด็ แตป่ รากฏว่า การดำ� เนนิ โครงการดงั กลา่ วกลบั มไิ ดม้ กี ารรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของผรู้ อ้ งเรยี นและประชาชน อย่างครบถ้วน โดย พ.ศ. ๒๕๖๑ ได้น�ำดินลูกรังมาถมรอบหนองน้�ำเพื่อเป็นคันกั้นน�้ำ ซึ่งผู้ร้องเรียนเห็นว่า หนองน�้ำสาธารณประโยชน์ดังกล่าวมีประชาชนสองต�ำบลท่ีอยู่อาศัย ท�ำกนิ บรเิ วณโดยรอบหนองนำ้� ได้แก่ หมู่ท่ี ๑๓ ตำ� บลโพธศิ์ รสี ว่าง และหมทู่ ่ี ๘ ตำ� บลโคก และรอบดา้ น และเมือ่ ด�ำเนินการแล้วเสร็จ ปรากฏว่า หนองน้ำ� สาธารณประโยชนด์ ังกล่าว มีขนาดใหญ่และผิดรูปไปจากเดิม รุกล้�ำท่ีดินท�ำกินของผู้ร้องเรียน อีกทั้งในการบริหาร จดั การแหลง่ นำ้� ผใู้ หญบ่ า้ นของตำ� บลโพธศิ์ รสี วา่ ง ซง่ึ เปน็ ทต่ี ง้ั ของหนองนำ�้ สาธารณประโยชน์ ดังกล่าวได้ส่ังห้ามมิให้ผู้ร้องเรียนและประชาชนอีกต�ำบลได้ใช้ประโยชน์ในหนองน�้ำ สาธารณประโยชนด์ งั เชน่ ทเี่ คยเปน็ มาในอดตี กอ่ ใหเ้ กดิ ปญั หาความเดอื ดรอ้ นแกผ่ รู้ อ้ งเรยี น และประชาชนในพน้ื ท่ี กอ่ นหนา้ นผ้ี รู้ อ้ งเรยี นไดร้ อ้ งเรยี นไปยงั หนว่ ยงานในพน้ื ทแี่ ลว้ แตป่ ญั หา ความเดอื ดรอ้ นดงั กล่าวก็ยังมไิ ดร้ ับการแกไ้ ขแตอ่ ยา่ งใด ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มอบหมายให้เจ้าหน้าท่ีประสานข้อมูลกับจังหวัดร้อยเอ็ด ซงึ่ ทางจงั หวดั รอ้ ยเอด็ ไดช้ แี้ จงขอ้ เทจ็ จรงิ เบอ้ื งตน้ วา่ โครงการขดุ ลอกหนองนำ�้ สาธารณประโยชน์ ดงั กลา่ วเปน็ โครงการทไ่ี ดร้ บั การจดั สรรงบประมาณตามนโยบายของรฐั บาลเพอื่ แกไ้ ขปญั หา ภัยแล้งและกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานราก โดยมีจังหวัดและอ�ำเภอก�ำกับดูแลการด�ำเนิน โครงการของแตล่ ะตำ� บล เมอื่ ไดท้ ราบถงึ ขอ้ เทจ็ จรงิ ดงั กลา่ ว ผตู้ รวจการแผน่ ดนิ จงึ ไดม้ อบหมาย ให้คณะเจ้าหน้าท่ี ส�ำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงบริเวณ ผตู้ รวจการแผน่ ดนิ 129
หนองน�ำ้ สาธารณประโยชน์ท่มี กี ารร้องเรยี น และประชุมพจิ ารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนให้กับผู้ร้องเรียนและประชาชนในพื้นท่ีดังกล่าวร่วมกับรองผู้ว่าราชการ จังหวัดร้อยเอ็ด เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดร้อยเอ็ด สาขาโพนทอง นายอ�ำเภอโพนทอง ผปู้ กครองทอ้ งท่ี ประชาชนของทงั้ สองตำ� บล และผรู้ อ้ งเรยี น ซงึ่ ผลการประชมุ ไดข้ อ้ สรปุ วา่ การดำ� เนนิ โครงการขดุ ลอกหนองนำ้� ดงั กลา่ วมที มี่ าจากความตอ้ งการของประชาชนในพนื้ ที่ และเป็นการด�ำเนินการตามขอบเขตของหนังสือส�ำคัญส�ำหรับท่ีหลวง และหลังจาก การขุดลอกหนองน้�ำดังกล่าวแล้วเสร็จ องค์การบริหารส่วนต�ำบลโพธ์ิศรีสว่างได้ยื่นค�ำขอ รงั วดั ตรวจสอบแนวเขตหนองนำ�้ สาธารณประโยชนต์ อ่ สำ� นกั งานทดี่ นิ จงั หวดั รอ้ ยเอด็ สาขา โพนทองแลว้ ผลปรากฏวา่ มเี นอื้ ทเ่ี ทา่ เดมิ มไิ ดม้ ขี นาดใหญแ่ ละผดิ รปู ไปจากเดมิ หรอื รกุ ลำ้� ทดี่ นิ ทำ� กนิ ของประชาชนแตอ่ ยา่ งใด และเมอ่ื หนองนำ้� ดงั กลา่ วเปน็ หนองนำ้� สาธารณประโยชน์ ประชาชนของทง้ั สองตำ� บลจงึ ยอ่ มมสี ทิ ธใิ นการใชน้ ำ�้ โดยเทา่ เทยี มกนั ไมว่ า่ จะเปน็ ประชาชน ของต�ำบลโพธ์ิศรีสว่างซ่ึงเป็นท่ีต้ังของหนองน�้ำดังกล่าวหรือต�ำบลโคกสูง แต่เน่ืองจาก ขณะนนั้ ยงั มไิ ดม้ กี ารกำ� หนดหลกั เกณฑก์ ารบรหิ ารจดั การนำ�้ อนั เปน็ ทยี่ อมรบั รว่ มกนั ระหวา่ ง ประชาชนผใู้ ชน้ ำ�้ ของทงั้ สองตำ� บล จงึ สง่ ผลใหเ้ กดิ ปญั หาขอ้ พพิ าทในเรอ่ื งการใชน้ ำ้� ระหวา่ ง ประชาชนในพ้ืนท่ี ในการน้ี ท่ีประชุมจึงได้มีมติเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยให้อ�ำเภอโพนทองแต่งต้ังคณะกรรมการบริหารจัดการหนองน้�ำสาธารณประโยชน์ (หนองคำ� คิณี) ที่มีการร้องเรยี น ประกอบดว้ ยผแู้ ทนจากอ�ำเภอ องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน ผปู้ กครองทอ้ งทข่ี องทงั้ สองตำ� บล เพอ่ื กำ� หนดหลกั เกณฑก์ ารบรหิ ารจดั การนำ�้ และควบคมุ ตรวจสอบการใชน้ ำ�้ รว่ มกนั ใหเ้ กดิ ประโยชนส์ งู สดุ แกป่ ระชาชนของทง้ั สองหมบู่ า้ น ซงึ่ ตอ่ มา อ�ำเภอโพนทองได้มีค�ำสั่งแต่งต้ังคณะกรรมการบริหารจัดการน�้ำตามมติที่ประชุมดังกล่าว แลว้ ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาแล้วเห็นว่า เร่ืองร้องเรียนดังกล่าวเป็นกรณีที่ หน่วยงานของรัฐท่ีมีหน้าที่รับผิดชอบได้ด�ำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ ผู้ร้องเรียนตามอ�ำนาจหน้าท่ีแล้ว และยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า กรณีดังกล่าวเป็นการ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือปฏิบัตินอกเหนือหน้าท่ีและอ�ำนาจตามกฎหมายที่ก่อให้เกิด ความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรมแก่ผู้ร้องเรียนหรือประชาชน จึงได้วินิจฉัยให้ยุติ 130 รายงานประจ�ำปี ๒๕๖๓
เร่ืองร้องเรียนดังกล่าว อย่างไรก็ดี ด้วยเหตุท่ีปัญหาการร้องเรียนดังกล่าวสืบเน่ืองมาจาก การท่ีผู้ร้องเรียนซ่ึงเป็นเจ้าของที่ดินท่ีมีแนวเขตที่ดินติดต่อกับหนองน�้ำสาธารณประโยชน์ มไิ ดเ้ ขา้ มามสี ว่ นรว่ มในการพจิ ารณาหรอื ทราบถงึ วตั ถปุ ระสงคแ์ ละรายละเอยี ดของโครงการ อย่างเพยี งพอเพ่ือปอ้ งกนั มิให้เกดิ ความเสยี หายในที่ดินของตน ดังนั้น ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงได้มีข้อเสนอแนะให้จังหวัดร้อยเอ็ดสั่งการไปยัง ทกุ อำ� เภอใหด้ ำ� เนนิ การกำ� ชบั กำ� นนั ผใู้ หญบ่ า้ น ใหถ้ อื เปน็ แนวทางปฏบิ ตั ิ โดยในการประชมุ ประชาคมหมู่บ้านเพื่อพิจารณาการด�ำเนินงานตามโครงการส�ำคัญของรัฐบาล กระทรวง กรม และจังหวัด จะต้องเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือได้รับผลกระทบโดยตรง จากการด�ำเนินงานตามโครงการในลักษณะเช่นน้ีเข้าร่วมประชุม หรือได้รับการชี้แจง ในภายหลงั เพ่ือปอ้ งกนั มใิ ห้เกิดการร้องเรียนในลักษณะเดียวกนั นข้ี น้ึ อกี ต่อมาผู้ร้องเรียนได้มีหนังสือขอบคุณผู้ตรวจการแผ่นดินและหน่วยงานของรัฐ ที่เก่ียวข้องท่ีได้ร่วมกันด�ำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าวให้กับผู้ร้องเรียน และประชาชนในพนื้ ที่ ผู้ตรวจการแผ่นดิน 131
สภาพพืน้ ที่ปัจจบุ ันของหนองนำ้� สาธารณประโยชน์ทีม่ กี ารร้องเรียน ตามหลักฐานหนังสอื ส�ำคญั ส�ำหรับทห่ี ลวง เนื้อทป่ี ระมาณ ๗ - ๓ - ๘๑ ไร่ ออกเม่อื วันที่ ๓ มถิ ุนายน ๒๕๔๐ การตรวจสอบข้อเท็จจริงในพ้นื ท่บี ริเวณรอบหนองนำ�้ สาธารณประโยชน์ (หนองค�ำคณิ )ี รว่ มกับรองผวู้ า่ ราชการจังหวดั นายอำ� เภอ เจา้ พนักงานท่ดี ินจงั หวดั ผปู้ กครองทอ้ งที่ และผรู้ อ้ งเรยี น เจ้าหน้าทส่ี �ำนักงานผ้ตู รวจการแผน่ ดนิ ลงพนื้ ทเี่ พื่อตรวจสอบข้อเทจ็ จรงิ ตามค�ำร้องเรยี น 132 รายงานประจำ� ปี ๒๕๖๓
๗เรอื่ งท่ี ปัญหาการจอดรถกีดขวางทางจราจร ผู้ร้องเรียนย่ืนเรื่องร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีมีการจอดรถกีดขวาง ทางเดนิ รถในซอยนวมนิ ทร์ ๔๒ เป็นระยะทางยาว ส่งผลให้เหลือทางเดินรถ ๑ ช่อง รถขับ สวนกันไม่ได้ รวมถึงมีการจอดรถกีดขวางทางเดินรถบริเวณถัดจากป้ายรถประจ�ำทาง สง่ ผลให้รถไมส่ ามารถสัญจรออกจากซอยได้สะดวก และรถประจ�ำทางจอดรบั สง่ ผโู้ ดยสาร ที่ป้ายรถประจ�ำทางไม่ได้ แม้ว่าเจ้าหน้าท่ีต�ำรวจได้เข้ามากวดขันวินัยการจอดรถยนต์ ในพื้นท่ีดังกล่าว แต่เม่ือเจ้าหน้าท่ีต�ำรวจกวดขันแล้วเสร็จในแต่ละวัน ก็มีการน�ำรถเข้ามา จอดกดี ขวางในบริเวณดังกลา่ วอีก ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สอบสวนด�ำเนินการตรวจสอบ ขอ้ เทจ็ จรงิ และจากการประสานงานกบั สถานตี ำ� รวจนครบาลในทอ้ งทที่ เ่ี กย่ี วขอ้ ง ไดค้ วามวา่ เจ้าหน้าท่ีต�ำรวจงานจราจรได้กวดขันวินัยการจอดรถยนต์ในพื้นที่ดังกล่าว และสถานี ต�ำรวจนครบาลลาดพร้าวได้เคยขอให้หน่วยงานผู้ถูกร้องเรียนพิจารณาความเหมาะสม ในการติดตั้งป้ายจราจรห้ามจอด และสถานีต�ำรวจนครบาลบึงกุ่มได้เคยขอให้ส�ำนัก การจราจรและขนสง่ กรงุ เทพมหานครดำ� เนนิ การกรณขี อบทางลบเลอื นไมช่ ดั เจน แตส่ ำ� นกั การจราจรและขนส่งฯ ยงั มไิ ดด้ ำ� เนนิ การ เจ้าหน้าท่ีสอบสวนจึงไดป้ ระสานงานไปยงั สำ� นกั การจราจรและขนสง่ ฯ เพือ่ ขอความรว่ มมือในการพิจารณาติดต้ังปา้ ยจราจรหา้ มจอด และ ทาสขี อบทางทล่ี บเลอื นไมช่ ดั เจนดว้ ย รวมถงึ ไดต้ ดิ ตามการดำ� เนนิ การของสำ� นกั การจราจร และขนสง่ ฯ ตอ่ มาสำ� นกั การจราจรและขนสง่ ฯ ไดใ้ หค้ วามรว่ มมอื โดยดำ� เนนิ การทาสขี อบทาง ขาว - แดง ห้ามหยุดห้ามจอดรถ ในระยะห่างจากปากซอยฝั่งละสิบเมตร รวมถึงติดต้ัง ป้ายบังคับจราจรห้ามหยุดห้ามจอดรถบริเวณต้นซอย ในระยะห่างจากปากซอยฝั่งละ สบิ เมตร และบริเวณทเ่ี กี่ยวขอ้ ง แลว้ เสร็จภายใน ๑ สปั ดาห์ พร้อมท้ังมีหนังสือถึงสถานี ตำ� รวจนครบาลบงึ กมุ่ เพอื่ พจิ ารณากำ� หนดประเภท เวลาของการหา้ มจอดในซอยนวมนิ ทร์ ๔๒ และมีหนังสือถึงกองบัญชาการต�ำรวจนครบาลเพ่ือพิจารณาออกข้อบังคับเจ้าพนักงาน จราจร ผูต้ รวจการแผ่นดิน 133
ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ยุติเร่ืองร้องเรียนดังกล่าวตามมาตรา ๓๗ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๐ และมี ข้อเสนอแนะให้กองบัญชาการต�ำรวจนครบาลก�ำชับสถานีต�ำรวจนครบาลบึงกุ่มให้เร่ง พจิ ารณาก�ำหนดประเภท และเวลาในการห้ามจอดรถในซอยนวมินทร์ ๔๒ เพื่อด�ำเนินการ เสนอกองบัญชาการต�ำรวจนครบาลพิจารณาออกข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรในเขต ๘กรุงเทพมหานครหา้ มจอดรถในซอยดังกล่าวโดยเร็วต่อไป เรอ่ื งท่ี การตรวจสอบการก่อสร้างร้านอาหารและโรงแรม ปิดก้ันถมล�ำคลองบางมะพร้าว จังหวัดสุราษฎรธ์ านี ผู้ร้องเรียนได้ร้องเรียนว่ามีผู้ก่อสร้างร้านอาหารและโรงแรม ปิดก้ันถมล�ำคลอง บางมะพร้าว ต�ำบลแม่น้�ำ อ�ำเภอเกาะสมยุ จังหวดั สุราษฎรธ์ านี โดยหน่วยงานท่ีเกย่ี วขอ้ ง ได้ลงพ้ืนท่ีเพื่อตรวจสอบแล้ว และประชาชนในพื้นท่ียืนยันว่า พื้นท่ีดังกล่าวเดิมมีสภาพ เปน็ ลำ� คลองสาธารณประโยชน์ ตอ่ มามกี ารกอ่ สรา้ งรา้ นอาหารและโรงแรมปดิ กน้ั ถมลำ� คลอง แตป่ ัจจบุ นั ไมป่ รากฏความคบื หนา้ ในการดำ� เนนิ การตรวจสอบเร่ืองดงั กลา่ วแตอ่ ย่างใด ผู้ตรวจการแผ่นดินไดม้ อบหมายให้เจ้าหน้าท่ีสำ� นักงานผตู้ รวจการแผ่นดนิ ลงพน้ื ท่ี เพ่ือประชุมหารือและตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหา เร่ืองร้องเรียนดังกล่าวพบว่า บริเวณท่ีได้รับการร้องเรียนมีเน้ือที่ประมาณ ๔ ไร่ ก่อสร้าง ในท่ีชายหาดสาธารณะ มีท่ีพักเป็นอาคารไม้ยกพื้นสูงเรียงรายกันถัดจากชายหาดทะเล จำ� นวน ๒๐ หลงั รา้ นอาหารติดชายหาด ๑ หลัง ด้านหลงั ของรา้ นอาหารมีรอ่ งนำ�้ คล้าย ลำ� รางมนี ำ�้ ขงั เมอ่ื ตรวจสอบตามระวางทดี่ นิ ปรากฏวา่ พน้ื ทดี่ งั กลา่ วมคี ลองสาธารณะอยจู่ รงิ และพบว่าบริเวณโรงแรมมีบุคคลและหรือนิติบุคคลได้ด�ำเนินการถมคลองและก่อสร้าง อาคารรกุ ลำ้� คลองสาธารณประโยชน์ (คลองบางมะพรา้ ว) ทรี่ าษฎรใชร้ ว่ มกนั และอยรู่ ะหวา่ ง การยื่นค�ำขอต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม เมื่อเทศบาลนครเกาะสมุยตรวจสอบ ใบอนุญาตก่อสร้างตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ พบว่ามีการก่อสร้าง อาคารผิดสถานท่ี โดยสถานท่ีก่อสร้างที่ได้รับอนุญาตอยู่บริเวณฝั่งที่ดินมีล�ำคลองก้ัน 134 รายงานประจำ� ปี ๒๕๖๓
แต่กลับก่อสร้างอาคารบริเวณฝั่งติดชายทะเล ซ่ึงไม่ตรงกับท่ีขออนุญาต ท่ีประชุมจึงมีมติ ว่าตามพระราชบัญญัติก�ำหนดแผนและข้ันตอนการกระจายอ�ำนาจให้แก่องค์กรปกครอง สว่ นทอ้ งถนิ่ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๖ (๒๗) ประกอบกับระเบียบกระทรวงมหาดไทย วา่ ดว้ ย การดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันท่ีดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๕๓ ก�ำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินมีหน้าท่ีดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันท่ีดินที่ ประชาชนใชป้ ระโยชนร์ ว่ มกนั ซง่ึ หากมผี บู้ กุ รกุ เขา้ ไปยดึ ถอื ครอบครองโดยมชิ อบดว้ ยกฎหมาย ย่อมต้องด�ำเนินการตามกฎหมายให้บุคคลดังกล่าวออกไปจากท่ีสาธารณประโยชน์น้ัน ซึ่งหากมิได้ด�ำเนินคดีแก่ผู้บุกรุกหรือผู้ท่ีเข้าไปยึดถือครอบครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และยังปรากฏว่ามีการบุกรุกและยึดถือครอบครองท่ีดินสาธารณประโยชน์อยู่ตลอดมา จะเป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามท่ีกฎหมายก�ำหนด ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายข้างต้น เมื่อตรวจสอบพบว่ามีการถมดินหรือมีสิ่งปลูกสร้างรุกล�้ำคลองบางมะพร้าวอันเป็น คลองสาธารณประโยชน์ อ�ำเภอเกาะสมุย เทศบาลนครเกาะสมุย และส�ำนักงานเจ้าท่า ภูมิภาคสาขาเกาะสมุย จึงอยู่ในฐานะผู้มีอ�ำนาจและหน้าท่ีในการดูแลรักษาและคุ้มครอง ท่ีสาธารณประโยชน์น้ัน มิให้ผู้ใดเข้ามาบุกรุกและยึดถือครอบครอง โดยด�ำเนินคดี ตามกฎหมายต่อผู้บุกรุกหรือผู้ท่ีเข้าไปยึดถือครอบครองนั้นต่อไป จากกรณีดังกล่าว ส�ำนกั งานเจา้ ท่าภมู ิภาคสาขาเกาะสมุย จึงอาศยั อำ� นาจตามความในมาตรา ๕๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ด�ำเนินการแจ้งระงับ การปลูกสร้างสิ่งล่วงล�้ำล�ำน�้ำและแจ้งเหตุอันควรกล่าวหาว่ามีการกระท�ำความผิดไปยัง ผู้ด�ำเนินกิจการ และอยู่ระหว่างการด�ำเนินการตรวจสอบแนวเขตพ้ืนท่ีร้องเรียนดังกล่าว โดยเทศบาลนครเกาะสมยุ เปน็ ผ้ยู น่ื ขอรงั วดั ไปยงั สำ� นกั งานทดี่ นิ จงั หวัดสรุ าษฎรธ์ านี สาขา เกาะสมยุ เพอ่ื หาความชดั เจนของแนวเขตทดี่ นิ และแนวคลองสาธารณประโยชนต์ อ่ ไป และ เทศบาลนครเกาะสมุยไดด้ ำ� เนนิ การใหส้ ำ� นกั งานที่ดินจงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี สาขาเกาะสมุย ตรวจสอบผงั ระวางพรอ้ มพกิ ดั ดาวเทยี มของเอกสารสทิ ธทิ ด่ี นิ โดยรอบลำ� คลองบางมะพรา้ ว บริเวณพ้ืนท่ีพิพาทถมคลองออกสู่ทะเล โดยส�ำนักงานท่ีดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขา เกาะสมยุ รว่ มกบั หนว่ ยงานทเี่ กย่ี วขอ้ งไดด้ ำ� เนนิ การรงั วดั ตรวจสอบเขตคลองบางมะพรา้ ว ในพนื้ ทพี่ พิ าทถมคลองออกสทู่ ะเล บรเิ วณโรงแรมดงั กลา่ วทยี่ ดึ ถอื ครอบครองทส่ี าธารณประโยชน์ มานานกวา่ ๒๐ ปี มเี นือ้ ท่ีประมาณ ๒ ไร่ ทั้งนี้ เทศบาลนครเกาะสมยุ ได้แจง้ ความร้องทกุ ข์ ผ้ตู รวจการแผ่นดิน 135
กล่าวโทษผู้เป็นเจ้าของอาคารท่ีพักโรงแรม ซ่ึงได้ท�ำการก่อสร้างอาคารบนท่ีดินสาธารณะ ทป่ี ระชาชนใชร้ ว่ มกนั ตอ่ พนกั งานสอบสวนสถานตี ำ� รวจภธู รเกาะสมยุ เพอื่ ดำ� เนนิ คดอี าญา โดยเดด็ ขาดกบั บุคคลดงั กล่าวหรอื บคุ คลอ่ืนท่เี กี่ยวขอ้ งให้ถึงที่สดุ แล้ว จากเหตุดังกล่าวข้างต้น เพ่ือเป็นการรักษาไว้ซ่ึงสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และประโยชน์ของประชาชนส่วนรวม ผู้ตรวจการแผ่นดินอาศัยอ�ำนาจตามมาตรา ๓๒ แหง่ พระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยผตู้ รวจการแผน่ ดนิ พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยมคี วามเหน็ และขอ้ เสนอแนะต่อหนว่ ยงานของรัฐทีเ่ กยี่ วข้องในประเดน็ ดังตอ่ ไปน้ี ๑. ขอให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีแจ้งให้อ�ำเภอเกาะสมุยและเทศบาลนครเกาะสมุย รังวัดแบง่ แยกท่ีสาธารณประโยชน์บรเิ วณคลองบางมะพรา้ ว หมู่ท่ี ๑ ต�ำบลแม่นำ�้ อ�ำเภอ เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และข้ึนทะเบียนหนังสือส�ำคัญส�ำหรับที่หลวง (นสล.) โดยระบแุ นวเขตใหช้ ดั เจน เพอ่ื ใหก้ ารปฏบิ ตั หิ นา้ ทข่ี องหนว่ ยงานของรฐั ในการปอ้ งกนั และ ขจดั ปญั หาการรกุ ลำ�้ ทสี่ าธารณประโยชนเ์ ปน็ ไปอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพตอ่ ไป โดยขอใหจ้ งั หวดั สุราษฎร์ธานีแจ้งผลการด�ำเนินการป้องกันให้ส�ำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินทราบภายใน ๖๐ วัน นบั แต่ไดร้ บั ค�ำวนิ จิ ฉยั และข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผน่ ดนิ ๒. กรณีเทศบาลนครเกาะสมุยได้ตรวจสอบพบว่า โรงแรมมีการก่อสร้างอาคาร ไม่ตรงกับสถานท่ีท่ีได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ขอให้ จังหวัดสุราษฎร์ธานีแจ้งให้อ�ำเภอเกาะสมุย และเทศบาลนครเกาะสมุย ด�ำเนินการกับ ผู้ก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่ขัดต่อกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารและบุกรุก ท่สี าธารณประโยชน์อยา่ งเด็ดขาดต่อไป ๓. ขอใหส้ ำ� นกั งานเจา้ ทา่ ภมู ภิ าคสาขาเกาะสมยุ จงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี ดำ� เนนิ การ ตรวจสอบโรงแรมดังกล่าว และบริเวณใกล้เคียงว่ามีการปรับถมพ้ืนท่ีรุกล�้ำล�ำน้�ำและ ทชี่ ายตลงิ่ หรอื ทส่ี าธารณประโยชนท์ ป่ี ระชาชนใชร้ ว่ มกนั รวมเนอ้ื ทจี่ ำ� นวนเทา่ ใด พรอ้ มทงั้ ดำ� เนนิ การแจง้ ระงบั การปลกู สรา้ งสง่ิ รกุ ลำ้� ลำ� นำ�้ และแจง้ เหตอุ นั ควรกลา่ วหาวา่ มกี ารกระทำ� ความผดิ ไปยงั ผปู้ ลกู สรา้ งสงิ่ รกุ ลำ้� ทสี่ าธารณประโยชน์ โดยใหบ้ งั คบั ใชก้ ฎหมายอยา่ งเดด็ ขาด และเทา่ เทียมกนั 136 รายงานประจ�ำปี ๒๕๖๓
๔. เทศบาลนครเกาะสมุยได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานตี ำ� รวจภธู รเกาะสมยุ เพอ่ื ดำ� เนนิ คดอี าญากบั ผเู้ ปน็ เจา้ ของอาคารทพ่ี กั โรงแรมและผทู้ ่ี เกย่ี วขอ้ ง ซง่ึ ไดท้ ำ� การกอ่ สรา้ งอาคารบนทด่ี นิ สาธารณะ ขอใหต้ ำ� รวจภธู รจงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี เรง่ รัดให้พนักงานสอบสวน สถานตี �ำรวจภูธรเกาะสมยุ สรุปสำ� นวนการสอบสวน เสนอตอ่ พนักงานอัยการ ส�ำนักงานอัยการจังหวัดเกาะสมุย ให้แล้วเสร็จภายใน ๓ เดือน นับแต่ วนั ทไี่ ดร้ ับค�ำร้องทกุ ข์กล่าวโทษ ต่อมา หน่วยงานท่ีเก่ียวข้องได้ด�ำเนินการตามค�ำวินิจฉัยและข้อเสนอแนะของ ผู้ตรวจการแผ่นดินโดยส�ำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย ได้ด�ำเนินการ ตรวจสอบพนื้ ทแี่ นวคลองบางมะพรา้ ว ตามคำ� ขอรงั วดั ของเทศบาลเกาะสมยุ และสง่ เอกสาร ให้แกส่ ถานีตำ� รวจภธู รเกาะสมุยเพือ่ ประกอบส�ำนวนคดีต่อไป ภาพการประชุมหารอื เพอื่ แก้ไขปัญหาเรอื่ งรอ้ งเรียน เม่ือวันท่ี ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ณ ทวี่ า่ การอ�ำเภอเกาะสมยุ จังหวดั สุราษฎร์ธานี และการลงพน้ื ที่ตรวจสอบขอ้ เทจ็ จริง บรเิ วณคลองบางมะพร้าว ตำ� บลแมน่ ำ้� อ�ำเภอเกาะสมุย จงั หวดั สุราษฎรธ์ านี ภาพการด�ำเนินการรงั วดั ตรวจสอบเขตคลองบางมะพรา้ วในพืน้ ทพ่ี พิ าทถมคลองออกสู่ทะเล บริเวณโรงแรม เมอ่ื วนั ท่ี ๕ สิงหาคม ๒๕๖๓ ผ้ตู รวจการแผน่ ดิน 137
๙เรื่องที่ การก่อสร้างสะพานขา้ มทางรถไฟ บรเิ วณหนา้ สนามกีฬาดอนคาน จงั หวัดเพชรบรุ ี ผ้รู อ้ งเรียนรอ้ งเรยี นวา่ การรถไฟแหง่ ประเทศไทย (รฟท.) จะด�ำเนินการกอ่ สร้าง สะพานข้ามทางรถไฟบรเิ วณหนา้ สนามกีฬาดอนคาน ตำ� บลธงชยั จงั หวัดเพชรบุรี ซง่ึ จะมี ผลกระทบในวงกว้าง ดงั น้ี ๑. การด�ำเนินการก่อสร้างส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างของอาคารตึกแถว สงู ๓ ชัน้ คร่ึง จ�ำนวน ๑๗ หอ้ ง ซึง่ ต้ังอยู่ริมถนนห่างจากจุดก่อสรา้ งไม่ถงึ ๓๐ เมตร อาจมี ผลเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและตัวสะพานยังบดบังไม่สามารถ ใช้เป็นท่ีประกอบอาชีพได้อีกต่อไป อีกท้ังด้านหลังอาคารติดรางรถไฟเสียงดัง ตึกแถวนี้ จงึ ไดร้ ับผลกระทบโดยตรงทงั้ ด้านหนา้ และด้านหลงั ๒. โครงการสร้างสะพานข้ามทางรถไฟ ประชาชนในพื้นที่ไม่ทราบเรื่องมาก่อน ไม่มีการจัดท�ำประชาพิจารณ์แต่อย่างใด ประชาชนผู้มีส่วนได้เสียโดยเฉพาะเจ้าของตึก ทงั้ ๑๗ หอ้ ง ไมท่ ราบ จงึ ถอื เปน็ การตดั สนิ ใจของหนว่ ยงานทร่ี บั ผดิ ชอบแตเ่ พยี งลำ� พงั เทา่ นน้ั ๓. การกอ่ สรา้ งสะพานในครง้ั นสี้ ง่ ผลกระทบในวงกวา้ ง ทำ� ลายภมู ทิ ศั นอ์ นั สวยงาม ของพระนครครี ี เขาหลวงและสนามกฬี าจงั หวดั เพชรบรุ ี ซงึ่ สนามกฬี าฯ มปี ระชาชนจำ� นวนมาก มาใชบ้ รกิ ารออกกำ� ลงั กาย เปน็ ทต่ี งั้ ของโรงเรยี นวดั ดอนไกเ่ ตยี้ ซง่ึ เปน็ โรงเรยี นระดบั ประถม ศกึ ษาขนาดใหญ่และมีชือ่ เสยี ง เปน็ ท่ีตงั้ ของส่วนราชการและหนว่ ยงานอนื่ ๆ ทป่ี ระชาชน ตอ้ งมาตดิ ต่อราชการ และทผี่ า่ นมาเกดิ อบุ ตั ิเหตบุ อ่ ยครั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มอบหมายให้เจ้าหนา้ ท่สี ำ� นักงานผู้ตรวจการแผ่นดินลงพนื้ ท่ี แสวงหาขอ้ เทจ็ จรงิ และจากการประชมุ รว่ มกบั หนว่ ยงานทเี่ กย่ี วขอ้ งทำ� ใหท้ ราบขอ้ เทจ็ จรงิ เพมิ่ เตมิ วา่ โครงการกอ่ สรา้ งสะพานขา้ มทางรถไฟในเขตพน้ื ทอ่ี ำ� เภอเมอื งเพชรบรุ มี จี ำ� นวน ท้งั หมด ๑๐ จุด และการกอ่ สรา้ งสะพานขา้ มทางรถไฟทั้ง ๑๐ จดุ จะมปี ญั หาเกิดขน้ึ ตอ่ ไป ในอนาคตอกี หลายประการ เนอื่ งจากถนนทจ่ี ะสรา้ งสะพานขา้ มทางรถไฟมขี นาดเลก็ ทำ� ให้ การจราจรในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรีติดขัด ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณข้างสะพาน 138 รายงานประจ�ำปี ๒๕๖๓
ไม่สามารถท�ำการค้าได้ บางแห่งจะมีการสร้างทางลอดใต้สะพานแบบบล็อกคอนกรีต (Box Underpass) ท่ีมีความสงู ไม่เพียงพอใหร้ ถบรรทกุ สามารถแลน่ ผ่านได้ ท่ีประชุมจงึ มี ความเห็นร่วมกันว่า ควรมีการรวบรวมปัญหาการด�ำเนินโครงการก่อสร้างสะพานข้าม ทางรถไฟทัง้ ๑๐ จุดเพอื่ พิจารณาดำ� เนนิ การไปในคราวเดียวกนั และจากการประชมุ หารือ ร่วมกันเพ่ือแก้ไขปัญหาดังกล่าว หน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ผู้แทนประชาชน และผู้ร้องเรียน ไดม้ คี วามเหน็ รว่ มกนั ในเบอ้ื งตน้ สรปุ วา่ ๑. มอบหมายให้เทศบาลเมืองเพชรบุรีรวบรวมปัญหาและความต้องการของ ประชาชนในพื้นที่ท่ีได้รับผลกระทบจากการด�ำเนินการก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟ ๑๐ จดุ ในเขตพืน้ ท่ีอำ� เภอเมอื งเพชรบรุ ี แลว้ จดั สง่ ข้อมูลใหจ้ ังหวดั เพชรบุรี เพื่อใหจ้ ังหวัด เพชรบุรเี สนอขอ้ มูลไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทย ภายใน ๑๕ วัน ๒. เมื่อการรถไฟแห่งประเทศไทยได้รับข้อมูลตามข้อ ๑ จากจังหวัดเพชรบุรี ใหเ้ รง่ ดำ� เนนิ การนำ� เสนอคณะกรรมการการรถไฟแหง่ ประเทศไทยและหนว่ ยงานทเี่ กยี่ วขอ้ ง เพ่ือพิจารณาปรับหรือเปล่ียนรูปแบบการก่อสร้างฯ ตามข้ันตอน และระเบียบกฎหมาย ที่เก่ียวข้องต่อไป และแจ้งผลการด�ำเนินการให้จังหวัดเพชรบุรี และส�ำนักงานผู้ตรวจการ แผน่ ดินทราบ เพอื่ แจ้งให้ผู้ร้องเรยี นและประชาชนผู้ไดร้ บั ความเดอื ดรอ้ นทราบต่อไป ๓. เหน็ ควรใหก้ ารรถไฟแหง่ ประเทศไทยพจิ ารณาใชด้ ลุ ยพนิ จิ ในการพจิ ารณาหยดุ การกอ่ สรา้ งสะพานข้ามทางรถไฟ ๑๐ จุด พรอ้ มทง้ั งานระบบรางและงานอาณัตสิ ญั ญาณ และโทรคมนาคมในพ้ืนที่อ�ำเภอเมืองเพชรบุรีไว้ก่อน ยกเว้น การก่อสร้างงานโยธา เช่น งานระบบระบายน�้ำเช่ือมต่อกับระบบสาธารณูปโภคท้องถ่ิน งานปรับสภาพพ้ืนผิวจราจร บางจุดท่ีจ�ำเป็น ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยพิจารณาตามความเหมาะสมที่จ�ำเป็นต้อง ด�ำเนินการเพอ่ื ใหโ้ ครงการฯ ดำ� เนนิ การตอ่ ไปได้ ๔. เหน็ ควรใหม้ กี ารแตง่ ตง้ั ผแู้ ทนของการรถไฟแหง่ ประเทศไทยและเทศบาลเมอื ง เพชรบุรีเป็นผู้ประสานงานร่วม กรณีเกิดปัญหาท่ีกระทบกับประชาชนในพื้นท่ีก่อสร้าง โครงการฯ ผู้ตรวจการแผ่นดิน 139
ต่อมา เทศบาลเมืองเพชรบุรีได้ด�ำเนินการรวบรวมปัญหาและความต้องการ ของประชาชนในพ้ืนท่ีที่ได้รับผลกระทบจากการด�ำเนินการก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟ ๑๐ จดุ ในเขตพนื้ ทอี่ ำ� เภอเมอื งเพชรบรุ ี จงั หวดั เพชรบรุ ี ซง่ึ ทป่ี ระชมุ มมี ตใิ หเ้ ปลยี่ นรปู แบบ การก่อสร้างรถไฟทางคู่จากเดิมแนวราบให้เป็นรถไฟทางคู่แบบยกระดับ มีระยะทาง ประมาณ ๘ กโิ ลเมตร และจดั สง่ ขอ้ มลู ใหจ้ งั หวดั เพชรบรุ ี เพอื่ ใหจ้ งั หวดั เพชรบรุ เี สนอขอ้ มลู ไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อด�ำเนินการน�ำเสนอคณะกรรมการการรถไฟ แห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพ่ือพิจารณาปรับหรือเปล่ียนรูปแบบ การกอ่ สรา้ งฯ ตามขนั้ ตอนและระเบยี บกฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ ง และเนอื่ งจากโครงการกอ่ สรา้ ง สะพานข้ามทางรถไฟ ๑๐ จุด ในเขตอ�ำเภอเมืองเพชรบุรีดังกล่าว เป็นการด�ำเนินการ ตามนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาระบบการคมนาคมในภาคใต้ การปรับแก้ไขรูปแบบ รายการก่อสร้างตามความต้องการของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ย่อมส่ง ผลกระทบตอ่ การเพม่ิ วงเงนิ การกอ่ สรา้ งตามโครงการ ซง่ึ อาจตอ้ งใหค้ ณะรฐั มนตรพี จิ ารณา ตัดสนิ ใจ แต่เน่ืองจากปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนยังไม่ได้รับการแก้ไขให้เป็น ทสี่ น้ิ สดุ ดงั นนั้ เพอ่ื ขจดั หรอื ระงบั ความเดอื ดรอ้ นหรอื อำ� นวยความเปน็ ธรรมใหแ้ กป่ ระชาชน ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงเสนอแนะต่อการรถไฟแห่งประเทศไทย คณะกรรมการการรถไฟ แหง่ ประเทศไทย และหนว่ ยงานทเี่ กย่ี วขอ้ ง รบั ความคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะของประชาชน ผู้ได้รับความเดือดร้อนจังหวัดเพชรบุรี เทศบาลเมืองเพชรบุรี และหน่วยงานที่เก่ียวข้อง ตามทรี่ ายงานไปแลว้ ไปพจิ ารณาปรบั แกไ้ ขรปู แบบรายการกอ่ สรา้ งทางรถไฟรางคเู่ พอื่ แกไ้ ข ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการด�ำเนินการก่อสร้างสะพาน ขา้ มทางรถไฟ ๑๐ จดุ ในเขตพนื้ ท่อี ำ� เภอเมอื งเพชรบรุ ี จงั หวัดเพชรบรุ ี ทงั้ นี้ ใหเ้ ป็นไปตาม ขั้นตอนและระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป และให้จังหวัดเพชรบุรีและการรถไฟ แหง่ ประเทศไทย รายงานผลความคบื หนา้ หรอื การดำ� เนนิ การใหผ้ ตู้ รวจการแผน่ ดนิ ทราบดว้ ย 140 รายงานประจ�ำปี ๒๕๖๓
ตอ่ มา การรถไฟแหง่ ประเทศไทยรายงานผลความคบื หนา้ เรอื่ ง แนวทางการแกไ้ ข ปัญหาการก่อสร้างบริเวณจุดตัดทางรถไฟ จ�ำนวน ๑๐ จุด ในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี โครงการกอ่ สรา้ งรถไฟทางคู่ ชว่ งนครปฐม – หัวหิน ปรากฏข้อเท็จจริงสรุปได้ ดังน้ี ๑. การรถไฟแห่งประเทศไทยพิจารณาเห็นว่า โครงการก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ เป็นส่วนหน่ึงของโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานด้านคมนาคม ขนสง่ ของไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๖๕ และเป็นโครงการเรง่ ดว่ นตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว ดังน้ัน เพื่อให้การพัฒนาระบบรถไฟทางคู่ โดยเฉพาะสายใต้ ช่วงนครปฐม-ชุมพร เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดชะงักหรือมีสภาพ เป็นคอขวดที่จุดใดจุดหน่ึงซ่ึงจะเป็นประโยชน์กับประชาชนผู้ใช้บริการขนส่งทางรถไฟ ในพืน้ ทภ่ี าคใตท้ ง้ั หมด กลมุ่ บริษทั ท่ีปรึกษาฯ จึงเห็นควรให้ด�ำเนนิ การก่อสร้างรถไฟทางคู่ ต่อไปตามรูปแบบในสัญญา ทั้งในส่วนของงานโยธา งานระบบรางอาณัติสัญญาณและ โทรคมนาคม ภายในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองเพชรบุรีจะเป็นงานก่อสร้างในระดับพื้นดิน ท้ังหมด ๒. การด�ำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงผ่านเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี หากให้แก้ไขแบบก่อสร้างเป็นแบบทางคู่ยกระดับ หรือให้ปรับเปล่ียนแนวทางเลี่ยง เขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี การด�ำเนินการดังกล่าวจ�ำเป็นต้องมีการส�ำรวจออกแบบและ ศกึ ษาวเิ คราะหผ์ ลกระทบสง่ิ แวดลอ้ ม (EIA) ใหม่ รวมทง้ั การรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของประชาชน และการเวนคนื ทดี่ นิ ซง่ึ มขี น้ั ตอนและรายละเอยี ดทไี่ มส่ ามารถดำ� เนนิ การไดภ้ ายใตข้ อบขา่ ย วตั ถปุ ระสงคภ์ ายใต้กรอบระยะเวลาและวงเงนิ คา่ ก่อสรา้ งของสัญญาจา้ งก่อสร้างนี้ ๓. คณะกรรมการรถไฟฯ ได้มีมติเห็นชอบแนวทางการแก้ไขปัญหาการก่อสร้าง สะพานข้ามทางรถไฟ ๑๐ จุดในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ชว่ งนครปฐม-หวั หนิ สญั ญาที่ ๒ ชว่ งหนองปลาไหล-หวั หนิ ตามทก่ี ารรถไฟแหง่ ประเทศไทย เสนอ ผูต้ รวจการแผน่ ดิน 141
๔. การรถไฟแห่งประเทศไทยพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อร้องเรียนให้ด�ำเนินการ ก่อสร้างสะพานยกระดับในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี มีผลกระทบท�ำให้เกิดค่าใช้จ่าย เพมิ่ ขึน้ เกนิ กวา่ กรอบวงเงินตามสัญญาทไ่ี ดร้ บั อนุมัตไิ ว้ และ รฟท. ไมส่ ามารถดำ� เนินการ ก่อสรา้ งใหแ้ ลว้ เสร็จได้ภายในกรอบระยะเวลาตามสญั ญา และไมส่ ามารถเปิดใหบ้ ริการได้ ตามกรอบระยะเวลาท่กี ำ� หนดไว้ ดงั นนั้ รฟท.เห็นวา่ แนวทางการคงทางผ่านเสมอระดบั (Level Crossing) พรอ้ มเครอื่ งกน้ั อตั โนมตั แิ ละตดิ ตง้ั ระบบปอ้ งกนั อบุ ตั เิ หตตุ ามมาตรฐาน ของ รฟท. และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการรถไฟฯ แล้วจะสามารถช่วยแก้ไข ปัญหาไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ จากขอ้ เสนอแนะของผตู้ รวจการแผน่ ดนิ ทำ� ใหก้ ารรถไฟแหง่ ประเทศไทย พจิ ารณา รปู แบบการกอ่ สรา้ งในแนวทางการคงทางผา่ นเสมอระดบั (Level Crossing) พรอ้ มเครอื่ งกน้ั อัตโนมัติ และติดตั้งระบบป้องกันอุบัติเหตุตามมาตรฐานของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซ่ึงเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมในห้วงเวลานี้ โดยเป็นการลดความเดือดร้อน ของประชาชนในพื้นที่ และสามารถคงวถิ ชี ีวติ ของชมุ ชนคนเพชรบุรีได้ ส�ำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดนิ ลงพ้ืนทแ่ี สวงหาข้อเทจ็ จริง 142 รายงานประจ�ำปี ๒๕๖๓
๑๐เร่ืองที่ การอนุญาตใหบ้ รษิ ัทเอกชนก่อสร้างอาคารชุดโดยมชิ อบดว้ ยกฎหมาย ผู้ร้องเรียนเป็นเจ้าของกรรมสิทธ์ิห้องชุดโครงการหน่ึงในเขตบางกะปิ จังหวัด กรงุ เทพมหานคร กล่าวอา้ งวา่ ไดร้ บั ความเดือดร้อนเสียหายไมส่ ามารถใชป้ ระโยชนห์ ้องชดุ ดังกล่าวประกอบกิจการด้านอสังหาริมทรัพย์ตามท่ีระบุในสื่อโฆษณาทางเว็บไซต์โครงการ ซ่ึงเป็นผลมาจากการปฏิบัติหรือละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายของส�ำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร และส�ำนักงานท่ีดินกรุงเทพมหานคร สาขาบางกะปิ ในการพิจารณา อนุญาตใหบ้ ริษทั เจา้ ของโครงการกอ่ สร้างอาคารชดุ ดงั กล่าว ผู้ร้องเรียนมีความประสงค์ที่จะหาสถานท่ีเพ่ือใช้เป็นส�ำนักงานส�ำหรับประกอบ ธุรกิจบริหารงานโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมด้านการตลาดและงานขายให้กับ ผปู้ ระกอบการตา่ ง ๆ ผรู้ อ้ งเรยี นจงึ ไดค้ น้ หาขอ้ มลู ทางอนิ เทอรเ์ นต็ พบวา่ มกี ารประชาสมั พนั ธ์ สื่อโฆษณาขายห้องชุดของโครงการแห่งหนึ่งใน เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็น ร้านค้าที่สามารถประกอบการค้าหรือการพาณิชย์ได้ เม่ือผู้ร้องเรียนได้พิจารณาข้อมูล ในเว็บไซต์แล้วมีความสนใจจึงซื้อห้องชุดดังกล่าว ซ่ึงผู้ร้องเรียนได้มีการประกอบกิจการ เกี่ยวกบั ด้านอสังหาริมทรัพย์มาโดยตลอด ตอ่ มาผจู้ ดั การโครงการนติ บิ คุ คลได้มีหนงั สือถึง ผรู้ อ้ งเรยี นวา่ ไดท้ ำ� การละเมดิ ขอ้ บงั คบั ของนติ อิ าคารชดุ และพระราชบญั ญตั วิ า่ ดว้ ยอาคารชดุ เนอื่ งจากหอ้ งชดุ ดงั กลา่ วเปน็ ไปเพอื่ การพกั อาศยั เทา่ นนั้ หา้ มผใู้ ดประกอบการคา้ ในอาคารชดุ และให้ผู้ร้องเรียนรื้อถอนให้ห้องชุดกลับสู่สภาพเดิมภายใน ๑๕ วัน นับตั้งแต่วันท่ีได้รับ หนงั สอื ผรู้ อ้ งเรยี นจงึ ไดน้ ำ� เอกสารทงั้ หมด ไดแ้ ก่ ใบราคาขายเอกสาร เอกสารบญั ชรี ายการ อตั ราส่วนกรรมสทิ ธิ์ในทรพั ย์สว่ นกลาง (อ.ช.๕) สำ� เนาทะเบียนบา้ น สือ่ โฆษณาในเว็บไซต์ ต่าง ๆ แผนโครงการ ซ่ึงระบวุ ่าห้องชุดสามารถประกอบการคา้ หรือการพาณิชยไ์ ด้ และน�ำไป ชแ้ี จงตอ่ คณะกรรมการและนติ บิ คุ คลทราบ ตลอดจนนติ บิ คุ คลและคณะกรรมการอาคารชดุ ได้มีการประชุมและมีมติที่ประชุมให้ผู้ร้องเรียนสามารถเปิดกิจการได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้ การดแู ลของนิตบิ คุ คลอาคารชุด รวมทงั้ นิติบคุ คลไดอ้ อกขอ้ ก�ำหนดเง่ือนไขตา่ ง ๆ เช่น ใหน้ ำ� ปา้ ยชอ่ื ของบรษิ ทั ทตี่ ดิ ไวอ้ อก และไมอ่ นญุ าตใหต้ ดิ ปา้ ยบรษิ ทั เผยแพรใ่ หบ้ คุ คลภายนอกทราบ ผู้ตรวจการแผ่นดนิ 143
จนทำ� ใหผ้ รู้ อ้ งเรยี นไมส่ ามารถประกอบกจิ การไดต้ อ่ ไป และทำ� ใหต้ อ้ งปดิ กจิ การลง ผรู้ อ้ งเรยี น ได้ท�ำหนงั สือรอ้ งเรียนไปยงั ส�ำนกั งานท่ดี นิ กรงุ เทพมหานคร สาขาบางกะปิ และกรรมการ ผมู้ อี ำ� นาจของบรษิ ทั เจา้ ของโครงการเพอื่ ขอชแี้ จงรายละเอยี ดการซอื้ อาคารชดุ วา่ เปน็ รา้ นคา้ ทสี่ ามารถประกอบการคา้ หรอื การพาณชิ ยไ์ ด้ ไมใ่ ชเ่ พอื่ การอยอู่ าศยั เทา่ นน้ั แตบ่ รษิ ทั เจา้ ของ โครงการไมม่ หี นงั สอื ชแี้ จงหรอื เรยี กผรู้ อ้ งเรยี นเขา้ ชแ้ี จงแตอ่ ยา่ งใด ตอ่ มา เจา้ พนกั งานทดี่ นิ กรุงเทพมหานคร ได้นัดหมายผู้ร้องเรียนให้เข้าพบพร้อมกับผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด เพ่อื มาให้ถอ้ ยค�ำและช้แี จงข้อเทจ็ จรงิ ณ สำ� นักงานทด่ี นิ กรงุ เทพมหานคร สาขาบางกะปิ ซงึ่ ยนื ยนั วา่ หอ้ งชดุ ของผรู้ อ้ งเรยี นเปน็ ไปเพอื่ การอยอู่ าศยั เทา่ นนั้ และอา้ งวา่ บรษิ ทั เจา้ ของ โครงการได้ท�ำบัญชีแสดงรายการอัตราสัดส่วนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนกลาง (อ.ช.๕) ห้องชุดเป็นร้านค้าท่ีสามารถประกอบการค้าหรือการพาณิชย์ได้ ทางส�ำนักงานท่ีดิน กรงุ เทพมหานคร สาขาบางกะปิ จึงหลงเชอ่ื และจดทะเบยี นให้ อกี ทงั้ กล่าวอา้ งว่าสำ� นัก การโยธา กรุงเทพมหานคร ท่ีอนุมัติแบบห้องชุดดังกล่าวเพ่ืออยู่อาศัย แต่ความจริงแล้ว มสี ภาพเปน็ รา้ นคา้ ทสี่ ามารถประกอบการคา้ หรอื การพาณชิ ยไ์ ด้ ซงึ่ บรษิ ทั เจา้ ของโครงการ ทำ� การจดทะเบยี นทก่ี รมทด่ี นิ เปน็ หอ้ งชดุ เพอ่ื อยอู่ าศยั แตก่ ารโฆษณาและทะเบยี นบา้ นระบุ เปน็ รา้ นคา้ ทส่ี ามารถประกอบการคา้ หรอื การพาณชิ ยไ์ ด้ ดงั นน้ั จากการทำ� งานของเจา้ หนา้ ทรี่ ฐั เกยี่ วกบั กรณอี นญุ าตใหก้ อ่ สรา้ งอาคารชดุ ดงั กลา่ ว จงึ เปน็ ไปเพอ่ื การรว่ มกนั กระทำ� ความผดิ โดยมเี จา้ หนา้ ทร่ี ฐั เขา้ มาเกยี่ วขอ้ ง ประกอบดว้ ยสำ� นกั การโยธา กรงุ เทพมหานคร สำ� นกั งาน ทด่ี นิ กรงุ เทพมหานคร สาขาบางกะปิ และสำ� นกั งานเขตบางกะปิ กรงุ เทพมหานคร ผรู้ อ้ งเรยี น จึงได้มาย่ืนเรื่องร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้พิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี ดังกลา่ ว ผตู้ รวจการแผน่ ดนิ ไดม้ อบหมายใหเ้ จา้ หนา้ ทสี่ ำ� นกั งานผตู้ รวจการแผน่ ดนิ ประชมุ และลงพน้ื ทต่ี รวจสอบขอ้ เทจ็ จรงิ รว่ มกบั หนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งและผรู้ อ้ งเรยี น จงึ พบประเดน็ เรื่องร้องเรียนเพิ่มเติมว่าการย่ืนรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบส่ิงแวดล้อม (EIA) ของ โครงการคอนโดดงั กล่าวนั้น กรณกี ารยืน่ รายงานการวิเคราะหผ์ ลกระทบสง่ิ แวดล้อม (EIA) ไม่ตรงกับที่ปรากฏในพ้ืนที่จริง และจากการลงพื้นที่แสวงหาข้อเท็จจริงพบว่าห้องชุดที่ ผู้ร้องเรียนเป็นเจ้าของกรรมสิทธ์ิ มีลักษณะภายนอกเป็นห้องชุดท่ีมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ 144 รายงานประจำ� ปี ๒๕๖๓
ในการพาณชิ ยห์ รอื เพอื่ การคา้ หรอื ใชเ้ ปน็ สำ� นกั งาน มใิ ชห่ อ้ งชดุ เพอื่ การพกั อาศยั แตอ่ ยา่ งใด อันสอดคล้องกับบัญชีแสดงรายการเกี่ยวกับอัตราส่วนที่เจ้าของห้องชุดแต่ละห้องชุด มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนกลาง (อช.๕) ที่บริษัทเจ้าของโครงการได้ย่ืนค�ำขอจดทะเบียน อาคารชดุ ดงั กล่าว ต่อสำ� นกั งานทด่ี ินกรุงเทพมหานคร สาขาบางกะปิ อนั ระบุไวช้ ดั เจนวา่ เป็นห้องท่ใี ชเ้ พ่อื วตั ถปุ ระสงค์เปน็ “รา้ นค้า” เน่ืองจากเรื่องร้องเรียนในเรื่องน้ีเป็นการรักษาและคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ ผตู้ รวจการแผน่ ดนิ จงึ มคี ำ� วนิ จิ ฉยั และขอ้ เสนอแนะ โดยอาศยั อำ� นาจตามความในมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๐ มีข้อเสนอแนะใหผ้ ู้วา่ ราชการกรุงเทพมหานคร ซ่งึ มีหนา้ ทแ่ี ละอ�ำนาจในการควบคุมและ กำ� กบั ดแู ลสว่ นราชการในพนื้ ทก่ี รงุ เทพมหานคร ใหป้ ฏบิ ตั ริ าชการใหถ้ กู ตอ้ งตามบทบญั ญตั ิ ของกฎหมายตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘ และแก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๖๒ รวมท้ังใหอ้ ธิบดีกรมที่ดิน และผู้บัญชาการ ต�ำรวจนครบาล พิจารณาด�ำเนินการดงั ตอ่ ไปนี้ ๑. ขอใหส้ ำ� นกั การโยธา กรงุ เทพมหานคร ดำ� เนนิ การตรวจสอบโครงการอาคารชดุ ประกอบด้วยโครงการ A ตึก ๑ และตึก ๒ และโครงการ B ตกึ ๓ และตกึ ๔ ของบรษิ ทั เอกชนดังกล่าวในประเดน็ ตามเร่ืองร้องเรียนดงั น้ี ๑) กรณีอาคารชุดโครงการ B ตึก ๓ ห้องชุดเลขท่ี ๔๖๔/๑ ความสูง ระยะดิง่ ของหอ้ งชุดสามารถทจ่ี ะใช้เปน็ ส�ำนกั งานตามท่ีบญั ญัตใิ นกฎกระทรวง ฉบบั ท่ี ๕๕ (พ.ศ. ๒๕๔๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ได้หรือไม่ อย่างใด และสภาพทางกายภาพของห้องชุดดังกล่าวมีระบบระบายอากาศและสามารถ ใช้เปน็ ทพ่ี ักอาศยั ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารหรอื ไม่ อย่างใด ๒) กรณคี วามสงู ระยะดง่ิ ของสาํ นกั งานนติ บิ คุ คลของโครงการ A ซง่ึ สาํ นกั งาน นิติบุคคลดังกล่าวต้ังอยู่ในตึก ๒ และสํานักงานนิติบุคคลของโครงการ B ตั้งอยู่ท่ีตึก ๔ สามารถใชป้ ระกอบกจิ การเปน็ สำ� นกั งานนติ บิ คุ คลไดห้ รอื ไม่ โดยพจิ ารณาตามกฎกระทรวง ฉบบั ท่ี ๕๕ พ.ศ. ๒๕๔๓ ขอ้ ๒๒ ออกตามความในพระราชบญั ญตั คิ วบคมุ อาคาร พ.ศ.๒๕๒๒ ผู้ตรวจการแผ่นดนิ 145
หรอื ไม่ อยา่ งใด หากพบวา่ การดำ� เนนิ การไมเ่ ปน็ ไปตามกฎกระทรวงฉบบั ที่ ๕๕ พ.ศ. ๒๕๔๓ ขอ้ ๒๒ ออกตามความในพระราชบัญญตั คิ วบคมุ อาคาร พ.ศ.๒๕๒๒ ขอใหส้ ำ� นักการโยธา กรงุ เทพมหานคร ดำ� เนนิ การตามอำ� นาจหน้าที่ต่อไป ๓) กรณีสระว่ายน้�ำท่ีมี ความจุ ๑๕๔ ลูกบาศก์เมตร ภายใน โครงการ B ซึ่งอยู่ในบรเิ วณตึก ๓ และตกึ ๔ ตง้ั อยทู่ ซ่ี อยลาดพรา้ ว ๑๓๐ แขวงคลองจนั่ เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร สามารถ แก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วย การควบคุมอาคารได้หรือไม่ อย่างใด โดยผรู้ อ้ งเรยี นกลา่ วอา้ งวา่ การแกไ้ ขปรบั ปรงุ การกอ่ สรา้ ง ตามมาตรา ๓๙ ทวิ แหง่ พระราชบญั ญตั ิ ควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ไม่สามารถกระท�ำได้เน่ืองจากขัดต่อกฎหมายผังเมืองและ ส่ิงแวดล้อม และการก่อสร้างสระว่ายน้�ำดังกล่าวทับกับพ้ืนท่ีจุดรวมพลและพ้ืนท่ีสีเขียว อกี ดว้ ย กรณีดงั กลา่ วมขี ้อเท็จจริงและขอ้ กฎหมายที่เกี่ยวขอ้ งประการใด ๔) กรณีการก่อสร้างรั้วคอนกรีตก้ันระหว่างโครงการ A และโครงการ B ส่งผลให้ไม่สามารถอพยพผู้คนไปมาระหว่างโครงการกรณีเกิดอัคคีภัย (จุดรวมพล) ซง่ึ การดำ� เนนิ การไมต่ รงกบั มาตรการทก่ี ำ� หนดไวใ้ นรายงานวเิ คราะหผ์ ลกระทบสงิ่ แวดลอ้ ม (EIA) สามารถปรับปรุงแก้ไขได้หรือไม่ โดยผู้ร้องเรียนกล่าวอ้างว่าการแก้ไขปรับปรุง การกอ่ สรา้ ง ตามมาตรา ๓๙ ทวิ แหง่ พระราชบญั ญตั คิ วบคมุ อาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ไมส่ ามารถ กระท�ำได้เนื่องจากขัดต่อกฎหมายผังเมืองและสิ่งแวดล้อม กรณีดังกล่าวมีข้อเท็จจริงและ ข้อกฎหมายที่เกี่ยวขอ้ งประการใด ๒. ขอใหก้ รมทดี่ นิ ดำ� เนนิ การเรง่ รดั และตดิ ตามผลการดำ� เนนิ คดกี บั บรษิ ทั เอกชน ดังกล่าว ซึ่งส�ำนักงานท่ีดินกรุงเทพมหานคร สาขาบางกะปิ ได้มอบหมายให้พนักงาน เจ้าหน้าท่ีเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สถานีต�ำรวจนครบาลลาดพร้าว ใหด้ ำ� เนนิ คดีกับบรษิ ทั เอกชนดงั กลา่ ว ในประเด็นดงั นี้ 146 รายงานประจ�ำปี ๒๕๖๓
๑) กรณแี จง้ ขอ้ ความอนั เปน็ เทจ็ แกเ่ จา้ พนกั งาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗ ๒) กรณีแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระท�ำการตามหน้าท่ีจดข้อความอันเป็นเท็จ ลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๗ ๓. ขอให้กองบัญชาการต�ำรวจนครบาลสั่งการให้สถานตี �ำรวจนครบาลลาดพรา้ ว ก�ำกับตดิ ตามและเรง่ รัดให้พนักงานสอบสวน ดำ� เนินการสอบสวนคดีอาญาตามทพี่ นักงาน ๑๑เจา้ หนา้ ท่ี ส�ำนกั งานท่ดี นิ กรงุ เทพมหานคร สาขาบางกะปิ เข้าแจ้งความรอ้ งทุกขต์ ามขอ้ ๒ เรือ่ งท่ี ปญั หาความเดอื ดรอ้ นของเกษตรกรผเู้ ลยี้ งโค กระบอื บรเิ วณพนื้ ทโ่ี ครงการแกม้ ลงิ ท่งุ ปากขอ จงั หวดั สุราษฎรธ์ านี จากค�ำร้องเรียนของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ สรุปได้ว่า กลุ่มผู้ร้องเรียน เป็นเกษตรกรผู้เล้ียงโค กระบือ ในบริเวณพ้ืนท่ีต�ำบลทรัพย์ทวีและต�ำบลท่าเรือ อ�ำเภอ บ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี มาตั้งแต่อดีต โดยเป็นการเลี้ยงแบบปล่อยในทุ่งหญ้า ตามธรรมชาติ ซง่ึ ใชพ้ น้ื ทใ่ี นการเลย้ี งสตั วค์ อ่ นขา้ งมาก ตอ่ มา เมอื่ ประมาณปลาย พ.ศ. ๒๕๖๐ จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้มีโครงการแก้มลิงทุ่งปากขอ ท�ำให้กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ ขาดแคลนพืน้ ทใี่ นการเล้ียงสัตว์ ถูกขับไล่ออกจากพ้นื ที่ โดยหนว่ ยงานของรฐั และชาวบา้ น ผู้ปลูกสวนปาล์มในพื้นท่ีดังกล่าว ท�ำให้ได้รับความเดือดร้อน ท้ังน้ี กลุ่มเกษตรกรผู้เล้ียง โค กระบอื ไดม้ กี ารรอ้ งเรยี นไปยงั ศนู ยด์ ำ� รงธรรมจงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านแี ลว้ แตไ่ มม่ คี วามคบื หนา้ แตอ่ ยา่ งใด ผตู้ รวจการแผน่ ดนิ พจิ ารณาแลว้ เหน็ วา่ เรอื่ งรอ้ งเรยี นดงั กลา่ ว สำ� นกั งานผตู้ รวจการ แผ่นดินได้มีหนังสือขอให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีตรวจสอบและช้ีแจงข้อเท็จจริงกรณีปัญหา ความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เล้ียงโค กระบือ บริเวณพื้นท่ีโครงการแก้มลิงทุ่งปากขอ ถึง ๒ คร้งั แต่ยังไม่ไดร้ ับการชแี้ จงข้อเทจ็ จรงิ จากจังหวัดสรุ าษฎรธ์ านแี ต่อยา่ งใด ประกอบกับ เรื่องร้องเรียนดังกล่าวมีประชาชนผู้ได้รับผลกระทบเป็นจ�ำนวนมาก มีหน่วยงานของรัฐ ผตู้ รวจการแผ่นดนิ 147
ทเ่ี กย่ี วขอ้ งหลายหนว่ ยงาน และเปน็ เรอื่ งทอี่ ยใู่ นความสนใจของสอ่ื มวลชนและสาธารณชน ดังนั้น เพ่ือให้ได้ข้อเท็จจริงท่ีถูกต้องครบถ้วน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาแก้ไข ปญั หาความเดอื ดรอ้ นใหก้ บั ผรู้ อ้ งเรยี นและประชาชนดว้ ยความรวดเรว็ และมปี ระสทิ ธภิ าพ ผตู้ รวจการแผน่ ดนิ จงึ ลงพนื้ ทแ่ี ละเปน็ ประธานในการประชมุ พจิ ารณาแกไ้ ขปญั หาเรอ่ื งรอ้ งเรยี น ดงั กลา่ ว รว่ มกับผู้แทนหน่วยงานท่ีเกี่ยวขอ้ งและผู้รอ้ งเรียน ณ อำ� เภอบา้ นนาเดิม จงั หวัด สรุ าษฎร์ธานี โดยผลการประชุมสรุปได้ว่า โครงการชลประทานสุราษฎร์ธานีไดร้ บั อนญุ าต ให้ด�ำเนินโครงการแก้มลิงทุ่งปากขอ เม่ือ พ.ศ. ๒๕๖๐ ในพื้นท่ีที่ดินสาธารณประโยชน์ ทุ่งปากขอ แปลงหนังสือส�ำคัญส�ำหรับท่ีหลวง ๓๐๙๗๗ ออกให้ ณ วันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๙ เน้ือท่ี ๔,๑๔๓ ไร่ ๙๐ ตารางวา โดยเป็นพ้ืนที่โครงการแก้มลิงทุ่งปากขอ ๒,๓๐๐ ไร่ ดำ� เนนิ โครงการรว่ มกบั ปศสุ ตั วจ์ งั หวดั สรุ าษฎรธ์ านแี ละประมงจงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี ซึ่งลักษณะโครงการเป็นการขุดลอกพื้นท่ีเพ่ือรองรับปริมาณน�้ำหลากบริเวณแม่น้�ำตาปี ในฤดูฝน เพื่อป้องกันปัญหาน้�ำท่วมพ้ืนท่ีการเกษตรและพื้นท่ีอยู่อาศัยในเขตพ้ืนท่ี ตำ� บลทรัพย์ทวี อ�ำเภอบา้ นนาเดิม เป็นการชะลอน�ำ้ เกบ็ น้�ำไวใ้ ชใ้ นฤดแู ลง้ และเพาะพนั ธ์ุ ปลาน�้ำจืด มีระบบประตูเปิด-ปิดเพื่อการรองรับและระบายน้�ำ มีจุดพักสัตว์พร้อมแปลง ปลูกหญ้าอาหารสัตว์ แนวเขตโครงการใช้พ้ืนที่บางส่วนของเขตพ้ืนที่ท่ีสาธารณประโยชน์ ทุ่งปากขอ ไม่ได้ด�ำเนินการทั้งแปลง โดยได้ร่นระยะแนวโครงการจากริมฝั่งแม่น้�ำตาปี เขา้ มาในพ้นื ที่แปลงท่ีดินเป็นระยะประมาณ ๓๐๐ เมตร คิดเป็นพ้ืนทตี่ ลอดแนวแม่นำ�้ ตาปี จ�ำนวนประมาณกว่า ๑,๐๐๐ ไร่ ซึ่งเป็นพื้นท่ีท่ีราษฎรกลุ่มริมฝั่งแม่น�้ำได้ครอบครอง เป็นที่อยอู่ าศัยและใช้เป็นที่ดนิ ทำ� กิน จากการส�ำรวจก�ำหนดแนวเขตท่ีสาธารณประโยชน์ทุ่งปากขอของหน่วยงาน ทเี่ กย่ี วขอ้ งพบวา่ พน้ื ทบี่ างสว่ นมกี ารบกุ รกุ ครอบครองเพอื่ ทำ� การปลกู ปาลม์ นำ้� มนั เปน็ การ บุกรุกหลังจากมีการออกหนงั สือส�ำคัญส�ำหรบั ที่หลวง ซึง่ ใหไ้ ว้ ณ วันท่ี ๒๖ มนี าคม ๒๕๒๙ คาดวา่ มกี ารบกุ รกุ ประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๕ เปน็ ตน้ มา โดยอำ� เภอบา้ นนาเดมิ ไดท้ ำ� การกวดขนั จับกุมผู้บุกรุกเป็นระยะจนเกิดเป็นปัญหากระทบกระทั่ง สร้างความไม่พอใจให้แก่ผู้บุกรุก เร่ือยมา โดยกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน�้ำมันได้กล่าวอ้างว่า เม่ือ พ.ศ. ๒๕๒๙ มีการ ออกหนงั สอื สำ� คญั สำ� หรบั ทหี่ ลวงไมต่ รงกบั ทะเบยี นหวงหา้ มเดมิ พ.ศ. ๒๔๗๕ ทำ� ใหเ้ อกสาร 148 รายงานประจำ� ปี ๒๕๖๓
ราชการแสดงวา่ กลมุ่ เกษตรกรผปู้ ลกู ปาลม์ นำ้� มนั บกุ รกุ ทส่ี าธารณะ มกี ารรอ้ งเรยี นใหต้ รวจสอบ ขอ้ เทจ็ จรงิ มาตง้ั แต่ พ.ศ. ๒๕๕๓ และปจั จบุ นั ไดย้ น่ื เรอ่ื งตอ่ คณะรฐั มนตรี โดยพลเอก ประวติ ร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับเร่ืองและอยู่ระหว่างการพิจารณา กลุ่มเกษตรกร ผู้ปลูกปาล์มน�้ำมันขอสงวนสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวจนกว่าจะมีค�ำตัดสินช้ีขาดถึงสถานะท่ีดิน โดยขอให้กลุ่มเกษตรกรผู้เล้ยี งโค กระบือ น�ำโค กระบือไปเลยี้ งในบรเิ วณอืน่ โครงการแก้มลิงทุ่งปากขอ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้พื้นท่ีเก็บกักน้�ำ ป้องกันปัญหา น�้ำท่วมและเก็บกักน้�ำเพ่ือใช้ในการเกษตรในฤดูแล้ง และช่วยแก้ไขปัญหาพ้ืนที่เลี้ยงสัตว์ แบบย่ังยืนให้แก่เกษตรกร โดยโครงการจัดให้มีพ้ืนท่ีส�ำหรับเล้ียงสัตว์ มีจุดพักสัตว์ พรอ้ มแปลงปลกู หญา้ อาหารสตั วไ์ วร้ องรบั มกี ารกอ่ สรา้ งบา้ นปลา อกี ทงั้ มโี ครงการฝกึ อาชพี อ่ืน ๆ เพื่อเพ่ิมทักษะอาชีพให้แก่เกษตรกร แต่ขณะน้ีโครงการอยู่ระหว่างด�ำเนินการ จึงท�ำให้สภาพท่ีดินไม่เหมาะสมในการปลูกหญ้าส�ำหรับการเลี้ยงสัตว์ ประกอบกับปัญหา เรอื่ งการอา้ งสิทธแิ ละสถานะของทดี่ ินจากกลุม่ เกษตรกรผู้ปลกู ปาล์มนำ้� มัน อกี ท้งั ยงั ไมไ่ ด้ รับจัดสรรงบประมาณในการด�ำเนินการบางรายการ โดยคาดว่าโครงการจะด�ำเนินการ แล้วเสร็จภายในระยะเวลาประมาณ ๒ - ๓ ปี จากข้อเทจ็ จรงิ ดังกล่าวขา้ งต้นจงึ ยงั ไม่อาจ รบั ฟงั ไดว้ า่ จงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านแี ละหนว่ ยงานทเี่ กยี่ วขอ้ งไมป่ ฏบิ ตั ติ ามกฎหมายหรอื ปฏบิ ตั ิ นอกเหนอื หนา้ ทแี่ ละอำ� นาจตามกฎหมายทก่ี อ่ ใหเ้ กดิ ความเดอื ดรอ้ นหรอื ความไมเ่ ปน็ ธรรม แก่ผู้ร้องเรียน ดงั นัน้ ปัญหาตามค�ำร้องเรียนในเรือ่ งน้ี จึงเป็นเรอ่ื งที่มิไดเ้ ป็นไปตามมาตรา ๒๒ (๒) แห่งพระราชบญั ญัติประกอบรัฐธรรมนญู วา่ ดว้ ยผู้ตรวจการแผน่ ดิน พ.ศ. ๒๕๖๐ ผูต้ รวจการแผ่นดนิ จึงวนิ ิจฉัยยตุ ิเร่ืองร้องเรียนดังกลา่ ว อนึ่ง เพ่ือเป็นการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรผู้เล้ียง โค กระบือ ผู้ตรวจการแผ่นดินมีข้อเสนอแนะให้หน่วยงานที่เก่ียวข้องด�ำเนินการแก้ไข ปัญหาใหแ้ กผ่ ้รู ้องเรียน โดยการแกป้ ญั หาเรง่ ดว่ นในเบ้ืองต้น และแกป้ ญั หาแบบยัง่ ยืน ในระยะยาว ดังน้ี (๑) การแก้ปัญหาเร่งด่วนในเบ้ืองต้น โดยขอให้นายอ�ำเภอบ้านนาเดิมและ หนว่ ยงานทเี่ กีย่ วข้องด�ำเนนิ การดังน้ี ผตู้ รวจการแผน่ ดนิ 149
(๑.๑) เปน็ คนกลางในการหารอื รว่ มกนั ระหวา่ งตวั แทนกลมุ่ เกษตรกรผเู้ ลย้ี ง โค กระบือ กับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้�ำมัน ในการท�ำข้อตกลงการใช้ประโยชน์พ้ืนที่ สาธารณประโยชนท์ ่งุ ปากขอรว่ มกนั เพอ่ื ปอ้ งกันหรอื ลดความขัดแย้ง ในระหว่างการแก้ไข ปญั หาแบบยง่ั ยนื ในระยะยาวยงั ดำ� เนินการไมแ่ ล้วเสรจ็ หรอื ยงั ไม่บรรลผุ ล (๑.๒) จดั หาพนื้ ทว่ี า่ งสำ� หรบั เลยี้ งสตั วใ์ นบรเิ วณทสี่ าธารณประโยชนท์ งุ่ ปากขอ เพือ่ มีแปลงหญ้าหรอื พืชอาหารสัตวร์ องรับการเลี้ยงโค กระบอื ของเกษตรกรท่เี ลี้ยงอยใู่ น ปจั จบุ ัน (๑.๓) ด�ำเนินการป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกที่สาธารณประโยชน์ทุ่งปากขอ เพอื่ ปลกู ปาล์มน้�ำมนั หรอื เพอื่ การอนื่ ใดเพ่มิ เติม (๑.๔) ก�ำหนดมาตรการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ และขอความร่วมมือ กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้�ำมันให้ระมัดระวังการใช้สารเคมีก�ำจัดหญ้าหรือวัชพืช ในสวนปาล์ม เพ่ือป้องกันมิให้สารเคมีไหลลงสู่แหล่งน้�ำโครงการแก้มลิงทุ่งปากขอและ แหล่งน้�ำสาธารณะ ซ่ึงอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนและประชากรสัตว์ ในแหล่งน้�ำดงั กล่าวในระยะยาว (๒) การแกป้ ญั หาแบบยงั่ ยืนในระยะยาว โดยขอให้ (๒.๑) จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยความร่วมมือของส�ำนักงานปศุสัตว์จังหวัด สรุ าษฎรธ์ านแี ละหนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง จดั ทำ� แผนพฒั นาและเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพในการเลยี้ ง โค กระบอื ของกลุ่มเกษตรกรผู้เลยี้ งโค กระบือ บรเิ วณพ้ืนทสี่ าธารณประโยชนท์ ุ่งปากขอ และพื้นที่แก้มลิงแบบบูรณาการอย่างครบวงจร เพ่ือกลุ่มเกษตรกรจะได้ประกอบอาชีพ ได้อย่างมศี ักยภาพในการแขง่ ขันและมีความม่ันคงในการประกอบอาชพี อาทิ การจัดสร้าง แปลงปลกู หญา้ หรือพืชอาหารสัตว์ การพัฒนาพนั ธุ์ การป้องกนั โรค การสร้างคอกพักสัตว์ โรงเก็บหญ้าแห้ง การรวมกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ อย่างเป็นทางการหรือพัฒนา ไปสู่การจัดต้ังกลุ่มในรูปแบบสหกรณ์ เพื่อหน่วยงานราชการจะได้น�ำงบประมาณและ ความช่วยเหลือมาให้ได้ ฯลฯ ซึ่งการจัดท�ำแผนพัฒนาและเพ่ิมประสิทธิภาพในการเลี้ยง โค กระบอื ดังกลา่ ว ในเบอ้ื งตน้ จังหวดั สรุ าษฎร์ธานีอาจจดั ทำ� เปน็ แผนงานโครงการขอรับ 150 รายงานประจำ� ปี ๒๕๖๓
การสนบั สนนุ งบประมาณ และความรทู้ างดา้ นเทคนคิ วชิ าการจากงบประมาณพฒั นาจงั หวดั หรือกลุ่มจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานส่วนกลางหรือสถาบันการศึกษา ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง (๒.๒) จังหวัดสรุ าษฎร์ธานี โดยความรว่ มมอื ระหว่างหน่วยงานทีเ่ กย่ี วขอ้ ง สนับสนุนอ�ำเภอบ้านนาเดิมในการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้�ำโครงการแก้มลิงทุ่งปากขอ ในการส่งเสรมิ หรอื สรา้ งทางเลือกใหมใ่ นการประกอบอาชีพหลัก (อาชพี การประมง) หรือ สร้างรายได้เสริมจากอาชีพประมงและความรู้ด้านเทคนิควิชาการให้แก่ กลุ่มเกษตรกร ผเู้ ลยี้ งโค กระบอื โดยจดั ทำ� เปน็ แผนงาน/โครงการระยะสนั้ และระยะยาว ขอรบั การสนบั สนนุ งบประมาณ จากงบประมาณพัฒนาจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน หน่วยงานสว่ นกลาง หรอื สถาบนั การศกึ ษาทเี่ กย่ี วขอ้ ง (๒.๓) จังหวัดสุราษฎร์ธานี รายงานผลการด�ำเนินการตามข้อ ๑ และ ๒ ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินทราบภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันท่ีได้รับค�ำวินิจฉัยและข้อเสนอแนะ ของผตู้ รวจการแผน่ ดนิ ภาพพ้ืนที่บริเวณโครงการแก้มลงิ ทุง่ ปากขอ ผตู้ รวจการแผน่ ดนิ 151
๑๒การแก้ไขปัญหาทส่ี ่งผลกระทบตอ่ บุคคล เรอ่ื งท่ี การขอเข้าดูกระดาษค�ำตอบในการทดสอบทางการศึกษาแหง่ ชาติ ผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มผู้ร้องเรียนซ่ึงเป็นผู้เข้าทดสอบ ทางการศึกษาแหง่ ชาติ จำ� นวน ๙๓ ราย วา่ ตามทส่ี ถาบนั ทดสอบทางการศึกษาแหง่ ชาติ (องคก์ ารมหาชน) (สทส.) ได้ดำ� เนนิ การจัดการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาตขิ ัน้ พนื้ ฐาน (O-NET) ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๖ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๒ ระหวา่ งวันท่ี ๒๙ กุมภาพนั ธ์ ถึง วันท่ี ๑ มนี าคม ๒๕๖๓ และประกาศผลในวนั ที่ ๒๗ มนี าคม ๒๕๖๓ การทดสอบความถนดั ทวั่ ไป (GAT) และความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (PAT) ปีการศึกษา ๒๕๖๓ ระหว่างวันที่ ๒๒ - ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ และประกาศผลสอบในวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๓ และ การทดสอบวชิ าสามัญ ๙ วชิ า ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓ ระหวา่ งวนั ท่ี ๑๔ - ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๓ และประกาศผลสอบในวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๓ ตอ่ มาทางสถาบันทดสอบทางการศึกษา แหง่ ชาติ (องคก์ ารมหาชน) ไดอ้ อกประกาศสถาบนั ทดสอบทางการศกึ ษาแหง่ ชาติ (องคก์ าร มหาชน) เรื่อง เลื่อนการให้บริการขอดูกระดาษค�ำตอบในการทดสอบทางการศึกษา ระดับชาติข้ันพื้นฐาน (O-NET) ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ปีการศึกษา ๒๕๖๒ การทดสอบ ความถนดั ทว่ั ไป (GAT) และความถนดั ทางวิชาการและวิชาชพี (PAT) ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓ และการทดสอบวิชาสามัญ ๙ วิชา ปีการศึกษา ๒๕๖๓ ลงวันท่ี ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๓ โดยประกาศดังกล่าวสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) อ้างเหตุ ในเร่ืองการป้องกันในสถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ท้ังนี้ การออกประกาศเพอื่ เลอ่ื นการใหด้ กู ระดาษคำ� ตอบฉบบั ดงั กลา่ วสง่ ผลใหผ้ ทู้ ม่ี คี วามประสงค์ จะเข้าดูกระดาษค�ำตอบของตนเองเพื่อให้เกิดความมั่นใจในผลคะแนนท่ีรับ ไม่สามารถ เขา้ ตรวจสอบได้ ซง่ึ อาจสง่ ผลกระทบตอ่ การนำ� ผลคะแนนไปใชใ้ นการยน่ื เพอ่ื สมคั รเขา้ ศกึ ษา ตอ่ สถาบันอุดมศึกษา ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓ ได้ 152 รายงานประจ�ำปี ๒๕๖๓
ทงั้ นี้ ผตู้ รวจการแผน่ ดนิ ไดพ้ จิ ารณาเรอื่ งรอ้ งเรยี นดงั กลา่ วแลว้ เหน็ วา่ เรอื่ งรอ้ งเรยี น ในกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิในการรับรู้ข้อมูลส่วนบุคคลเก่ียวกับ ผลคะแนนจากการเขา้ ทดสอบทางการศกึ ษาแหง่ ชาติ ประกอบกบั เปน็ เรอื่ งทมี่ คี วามเรง่ ดว่ น ท่ีจะต้องด�ำเนินการแก้ไขปัญหาให้ทันต่อระยะเวลาในการที่ผู้ร้องเรียนจะได้น�ำผลคะแนน จากการทดสอบทางการศกึ ษาแหง่ ชาตดิ งั กลา่ วไปใชใ้ นการยนื่ เพอื่ สมคั รเขา้ ศกึ ษาตอ่ สถาบนั อดุ มศกึ ษา ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓ ดงั นนั้ ผตู้ รวจการแผน่ ดนิ จงึ ไดป้ ระสานงานใหม้ กี ารประชมุ หารือร่วมกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กระทรวงศึกษาธิการ สถาบัน ทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวตั กรรม และท่ปี ระชุมอธกิ ารบดแี ห่งประเทศไทย เพ่อื แสวงหาขอ้ เท็จจรงิ และ แนวทางการแก้ไขและบรรเทาปัญหาความเดือดร้อน ซ่ึงจากการประชุมหารือร่วมกับ หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องดังกล่าว ผู้ตรวจการแผ่นดินได้พิจารณาข้อเท็จจริงและ ข้อกฎหมายที่เก่ียวข้องแล้วเห็นว่า เรื่องร้องเรียนในกรณีน้ีสาเหตุเกิดจากความไม่ม่ันใจ ในระบบสารสนเทศทนี่ ำ� มาใชใ้ นการตรวจและประมวลผลคะแนน จงึ มคี วามประสงคจ์ ะเขา้ ตรวจทานผลคะแนนของตนเองด้วยตนเองเพ่ือให้เกิดความม่ันใจในผลคะแนนที่จะยื่น ส�ำหรับการสมัครเข้าศึกษาต่อสถาบันอุดมศึกษา (TCAS) ในรอบที่ ๓ รับตรงร่วมกัน (Admission 1) ระหว่างวันที่ ๑๗ – ๒๗ เมษายน ๒๕๖๓ รอบท่ี ๔ รับกลางร่วมกัน (Admission 2) ระหวา่ งวันที่ ๗ – ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๓ และรอบท่ี ๕ รบั ตรงอิสระ ระหวา่ งวันท่ี ๙ – ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๓ และถงึ แม้วา่ การประกาศเลอื่ นการให้บรกิ ารขอดู กระดาษคำ� ตอบของสถาบนั ทดสอบทางการศกึ ษาแหง่ ชาติ (องคก์ ารมหาชน) มสี าเหตจุ าก การทปี่ ระเทศไทยอยใู่ นสถานการณท์ ไี่ มป่ กตจิ ากการแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 (โควิด-19) ซ่ึงรัฐบาลมีนโยบายและมาตรการเพ่ือป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ดังกล่าวก็ตาม แต่เพ่ือให้ สทศ. ท่ีจะต้องมีการจัดบริการสาธารณะอย่างต่อเน่ือง รวมท้ัง เปน็ การสรา้ งความเชอื่ มน่ั ตอ่ การปฏบิ ตั งิ านของ สทศ. ทมี่ ตี อ่ สาธารณะ ผตู้ รวจการแผน่ ดนิ จงึ อาศยั อำ� นาจตามมาตรา ๓๒ แหง่ พระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยผตู้ รวจการ แผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๐ มขี อ้ เสนอแนะในการแกไ้ ขปัญหาเรือ่ งร้องเรียนในกรณนี ี้ ดงั น้ี ผู้ตรวจการแผน่ ดิน 153
(๑) ให้ สทศ. ด�ำเนินการจัดท�ำ รายงานพรอ้ มความเหน็ ตอ่ รฐั มนตรวี า่ การ กระทรวงศกึ ษาธกิ ารเพอ่ื ขอความเหน็ ชอบ ให้ สทศ. จัดให้ผู้ที่ย่ืนเรื่องร้องเรียนต่อ ผตู้ รวจการแผน่ ดนิ ไดร้ บั สทิ ธเิ ขา้ ดกู ระดาษ คำ� ตอบตามข้อ ๑๖ ของขอ้ บงั คับสถาบัน ทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การ มหาชน) ว่าด้วยการพัฒนาและบริหารการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๕ ทั้งน้ี ขอให้ด�ำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาท่ีผู้ร้องเรียนจะน�ำผลคะแนนดังกล่าว ไปยืน่ สำ� หรบั การสมัครเข้าศกึ ษาต่อสถาบันอุดมศึกษา ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓ และพิจารณา ก�ำหนดและด�ำเนินการมาตรการปอ้ งกันการแพรร่ ะบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควดิ -19) ตามทร่ี ฐั บาลและหนว่ ยงานที่เกี่ยวข้องกำ� หนดไว้ (๒) ให้ สทศ. ดำ� เนินการจัดใหม้ กี ระบวนการสรา้ งความเช่อื ม่ันตอ่ การดำ� เนนิ การ จดั การทดสอบทางการศกึ ษา บรกิ ารสอบวดั ความรคู้ วามสามารถและการสอบวดั มาตรฐาน วิชาการและวิชาชีพ แก่สาธารณะและผู้รับบริการ และในปีต่อไปขอให้ สทศ. ได้มีการ ทบทวนและจัดเตรียมความพร้อมทั้งในส่วนแผนการรองรับในสถานการณ์ฉุกเฉิน ดังเช่นในกรณีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ใน พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยพจิ ารณาปรบั ปรงุ แกไ้ ขกฎหมายและขอ้ บงั คบั ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง และการพฒั นา ระบบให้ผู้เข้าสอบสามารถตรวจทานกระดาษค�ำตอบด้วยตนเองผ่านรูปแบบอ่ืน ๆ เช่น การน�ำระบบสารสนเทศอิเลก็ ทรอนกิ สม์ าใช้เพ่อื อำ� นวยความสะดวกใหก้ บั ผเู้ ขา้ สอบ ตอ่ มา ภายหลงั จากทผ่ี ตู้ รวจการแผน่ ดนิ ไดม้ ขี อ้ เสนอแนะไปยงั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร และสถาบนั ทดสอบทางการศกึ ษาแหง่ ชาติ (องคก์ ารมหาชน) แลว้ หนว่ ยงานของรฐั ทงั้ สอง หน่วยงานได้พิจารณาน�ำข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดินดังกล่าวไปด�ำเนินการโดยได้ จัดให้กล่มุ ผรู้ ้องเรียน จำ� นวน ๙๓ ราย เขา้ ดูกระดาษเขา้ ตอบของตนเอง ภายใตม้ าตรการ ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ตามที่รัฐบาลและ หนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ดงั นนั้ จากกรณเี รอ่ื งรอ้ งเรยี นดงั กลา่ วขา้ งตน้ จะเหน็ ไดว้ า่ ในการดำ� เนนิ 154 รายงานประจำ� ปี ๒๕๖๓
ภารกิจในการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนของผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้อาศัยแนวทางโดยค�ำนึงทั้งในเรื่องสิทธิของประชาชนตามกฎหมายท่ีรับรองไว้ หลักความต่อเนื่องของการให้บริการสาธารณะของหน่วยงานของรัฐ รวมท้ังนโยบายและ มาตรการในสถานการณ์ฉุกเฉินประกอบการมีข้อเสนอแนะเพ่ือแก้ไขปัญหาเร่ืองร้องเรียน สง่ ผลใหห้ นว่ ยงานของรฐั ใหค้ วามรว่ มมอื กบั ผตู้ รวจการแผน่ ดนิ ในการแกไ้ ขปญั หาเรอื่ งรอ้ งเรยี น ดังกล่าวเป็นอย่างดี รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้การท�ำงานของหน่วยงานของรัฐเกิด ๑๓ความเชอ่ื มั่นต่อประชาชนอกี ทางหน่งึ ด้วย เรอื่ งท่ี การน�ำที่ดินของผู้ร้องเรียน ไปขึ้นทะเบียนเป็นท่ีสงวนของกรมทางหลวง อันเป็น สาธารณสมบัตขิ องแผน่ ดนิ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๘ กรมทางหลวงจะท�ำถนนบริเวณหนา้ ทด่ี ินของผรู้ ้องเรียน จึงขอใช้ ท่ีดินของผรู้ อ้ งเรียนในการวางวัสดุ จอดพักเครอ่ื งจักร และกอ่ สร้างเพงิ ทีพ่ กั คนงาน ซง่ึ ได้ ใช้ทีด่ นิ เปน็ เวลาประมาณ ๒ ปี จงึ ได้รื้อถอนเพงิ พักออกไปจากทดี่ ินและไม่เคยกลับเขา้ มา ใช้อีก ต่อมา กรมทางหลวงได้จัดท�ำทะเบียนแสดงที่ดินนอกเขตทางหลวง (แบบ ด.๑) ใน พ.ศ. ๒๕๒๙ ทางราชการได้ท�ำการเดินส�ำรวจเพ่ือออกโฉนดท่ีดิน โดยท�ำการส�ำรวจ และสอบสวนกรรมสิทธท์ิ ี่ดนิ ทพ่ี พิ าทของผู้ร้องเรียนและไดอ้ อกโฉนดท่ดี ินใหแ้ ก่ผรู้ ้องเรยี น ใน พ.ศ. ๒๕๓๙ ต่อมาเม่อื ผู้ร้องเรยี น ทราบว่า กรมทางหลวงได้จดั ท�ำทะเบียนแสดงที่ดิน นอกเขตทางหลวง (แบบ ด.๑) ระบุว่า ท่ีดินพิพาทได้รับการอุทิศจากผู้ร้องเรียน ท้ังที่ ผู้ร้องเรียนไม่เคยอุทิศให้แต่อย่างใด จึงได้มีหนังสือขอคืนท่ีดินดังกล่าว แต่กรมทางหลวง แจง้ วา่ ทด่ี นิ ดงั กลา่ วไดต้ กเปน็ สาธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดนิ แลว้ การกลบั เขา้ ครอบครองหรอื ออกเอกสารสทิ ธิในภายหลงั กไ็ ม่ทำ� ให้กรรมสทิ ธิ์ในท่ีดนิ ทีอ่ ทุ ศิ เป็นของผู้ร้องเรยี นไดอ้ กี ผู้ร้องเรียนจึงได้ร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีขอคืนที่ดินที่ผู้ร้องเรียน อนญุ าตกรมทางหลวงใหเ้ ขา้ ใชท้ ดี่ นิ ซง่ึ ผตู้ รวจการแผน่ ดนิ ไดม้ คี ำ� วนิ จิ ฉยั โดยมขี อ้ เสนอแนะ ใหก้ รมทางหลวงยกเลกิ ทะเบยี นแสดงทดี่ นิ นอกเขตทางหลวงไดร้ บั อทุ ศิ หรอื ซอ้ื หรอื สงวน ผูต้ รวจการแผ่นดนิ 155
หรอื ขน้ึ ทะเบยี นไวใ้ ชป้ ระโยชนข์ องกรมทางหลวง แตก่ รมทางหลวงแจง้ วา่ ทด่ี นิ แปลงพพิ าท ได้ตกเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน กรมทางหลวงไม่สามารถคืนให้กับผู้ร้องเรียนได้ เนื่องจากกรมทางหลวงไดเ้ ขา้ ใช้ประโยชนใ์ นทด่ี นิ ดงั กล่าว ทด่ี ินจึงเปน็ สาธารณสมบัติของ แผน่ ดนิ และกรมทางหลวงไดน้ ำ� ทดี่ นิ ของผรู้ อ้ งเรยี นไปขน้ึ ทะเบยี นเปน็ ทส่ี งวนนอกเขตทาง ตามแบบ ด.๑ แล้ว แม้จะไม่ได้ใช้อีก ก็ไม่ท�ำให้สถานะของท่ีดินเปลี่ยนแปลงไป ที่ดิน ดังกล่าวจึงมีสภาพเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภททรัพย์สินท่ีใช้เพื่อประโยชน์ ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ตามมาตรา ๑๓๐๔ (๓) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กรมทางหลวงจงึ ไมส่ ามารถดำ� เนนิ การตามคำ� วนิ จิ ฉยั ของผตู้ รวจการแผน่ ดนิ ได้ อนั เปน็ เหตุ ให้เกดิ การร้องเรียนในครัง้ น้ี ผตู้ รวจการแผน่ ดนิ จงึ ไดเ้ ชญิ ผแู้ ทนจากกรมทางหลวง และผแู้ ทนจากกรมธนารกั ษ์ มาประชมุ หารอื เพอ่ื แกไ้ ขปญั หาเรอื่ งรอ้ งเรยี น สรปุ วา่ กรณที ด่ี นิ พพิ าททผ่ี รู้ อ้ งเรยี นอนญุ าตให้ กรมทางหลวงใชใ้ นการกอ่ สรา้ งทพี่ กั อาศยั ชวั่ คราวและกองวสั ดอุ ปุ กรณ์ ถอื เปน็ สง่ิ อน่ื อนั เปน็ อุปกรณ์งานทาง บรรดาที่ได้จัดไว้ในเขตทางหลวงและเพ่ือประโยชน์ของกรมทางหลวง ซึ่งกรมธนารักษ์และกรมทางหลวงมีแนวปฏิบัติร่วมกันโดยไม่ถือว่าเป็นท่ีราชพัสดุ ตามบันทกึ สำ� นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า เรอ่ื งเสรจ็ ที่ ๗๓๘/๒๕๕๐ เรอ่ื งสถานะของ ทดี่ นิ ทใี่ ชใ้ นราชการกรมทางหลวงประกอบกบั การขน้ึ ทะเบยี นแสดงทดี่ นิ นอกเขตทางหลวง (แบบ ด.๑) ของทดี่ นิ พพิ าทใน พ.ศ. ๒๕๒๙ นน้ั เปน็ เพยี งทะเบยี นภายในของกรมทางหลวง เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการภายในเท่านั้น ที่ดินพิพาทมิได้ข้ึนทะเบียนเป็นที่ ราชพสั ดแุ ตอ่ ยา่ งใด กรณกี รมทางหลวงมคี วามเหน็ วา่ การทผ่ี รู้ อ้ งเรยี นยนิ ยอมใหเ้ ขา้ ใชพ้ นื้ ที่ เป็นการอุทิศท่ีดินให้แก่กรมทางหลวงใช้เพื่อประโยชน์ของราชการโดยไม่มีเงื่อนไข มีผล ทำ� ใหท้ ดี่ นิ พพิ าทมสี ภาพเปน็ สาธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดนิ ประเภททรพั ยส์ นิ ใชเ้ พอ่ื ประโยชน์ ของแผน่ ดนิ โดยเฉพาะนนั้ ตามความเหน็ ของคณะกรรมการกฤษฎกี า เรอ่ื งเสรจ็ ท่ี ๔๗/๒๕๕๘ การมสี ภาพเปน็ สาธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดนิ จะตอ้ งมอี งคป์ ระกอบ ๒ ประการ คอื ทรพั ยน์ นั้ ตอ้ งเปน็ ทรพั ยข์ องแผน่ ดนิ และจะตอ้ งใชเ้ พอ่ื สาธารณประโยชนห์ รอื สงวนไวเ้ พอื่ ประโยชน์ ร่วมกัน หากไม่ครบท้ังสองประการ ทรัพย์สินน้ันไม่ถือว่าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน 156 รายงานประจ�ำปี ๒๕๖๓
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔ กรณีนี้ผู้ร้องเรียนอนุญาตให้ กรมทางหลวงใช้ในการก่อสร้างท่ีพักอาศัยและกองวัสดุอุปกรณ์ชั่วคราว เม่ือใช้เสร็จได้มี การร้ือถอนออกไปแล้ว มิได้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพ่ือประโยชน์ร่วมกัน จงึ ไม่อาจเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดนิ ได้ และเม่ือพิจารณาตามหลักการพื้นฐานของธรรมาภิบาลในองค์กรตามระเบียบ ส�ำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๒ แล้วนั้น การท่ีกรมทางหลวงเห็นว่า การให้ใช้ที่ดินดังกล่าวถือเป็นการอุทิศ ท่ีดินมีผลท�ำให้ท่ีดินกลายเป็นท่ีสาธารณะ ท�ำให้ไม่สามารถคืนท่ีดินให้แก่ผู้ร้องเรียนได้น้ัน จงึ ไมเ่ ปน็ ไปตามหลกั คณุ ธรรม หลกั ความโปรง่ ใส และหลกั ความคมุ้ คา่ เนอื่ งจากผรู้ อ้ งเรยี น มีความประสงค์ให้กรมทางหลวงใช้ท่ีดินพิพาทเพ่ืออ�ำนวยความสะดวกในการท�ำงาน เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่าน้ัน มิได้เจตนาอุทิศที่ดินให้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน แต่อย่างใด ประกอบกับเมื่อกรมทางหลวงใช้ท่ีดินพิพาทเสร็จแล้ว ได้มีการขนย้ายวัสดุ อปุ กรณต์ า่ ง ๆ ออกไปจากทดี่ นิ และมไิ ดม้ กี ารใชป้ ระโยชนใ์ นทด่ี นิ นน้ั อกี มแี ตเ่ พยี งผรู้ อ้ งเรยี น และครอบครัวเท่าน้ันท่ีเข้าอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์ในที่ดินพิพาทตลอดมาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงเม่ือ พ.ศ. ๒๕๓๙ มีโครงการเดินส�ำรวจออกโฉนดท่ีดินและสอบเขตท่ีดินทั้งต�ำบล ซ่ึงศูนย์อ�ำนวยการเดินส�ำรวจออกโฉนดท่ีดินจังหวัดมีหนังสือไปยังแขวงการทางจังหวัด เพอื่ ระวงั ชแ้ี นวเขตและรบั รองเขตทด่ี นิ แลว้ และแขวงการทางจงั หวดั ไดแ้ ตง่ ตง้ั ผแู้ ทนในการ ระวังชี้แนวเขตและลงช่ือรับรองเขตที่ดินแล้ว แต่กลับไม่มีการโต้แย้งคัดค้านการสอบสวน สิทธิดังกล่าว ท�ำให้ผู้ร้องเรียนสามารถออกโฉนดที่ดินในบริเวณพ้ืนที่พิพาทได้เต็มแปลง ดงั นนั้ เมอื่ กรมทางหลวงมไิ ดม้ กี ารเขา้ ใชป้ ระโยชนใ์ นทด่ี นิ และเพอื่ บรรเทาความเดอื ดรอ้ น ให้แก่ผู้ร้องเรียน ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงมีค�ำวินิจฉัยและมีข้อเสนอแนะให้กรมทางหลวง เพกิ ถอนการขนึ้ ทะเบยี นแสดงทดี่ นิ นอกเขตทางหลวง (แบบ ด.๑) เพอื่ ใหผ้ รู้ อ้ งเรยี นสามารถ ใช้ประโยชน์ในทด่ี นิ ของตนเองได้ต่อไป ผู้ตรวจการแผน่ ดนิ 157
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161