ระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ (Thailand Incident Command System) เคร่ืองมอื การจัดการในภาวะฉุกเฉินของประเทศไทย เตรียมการประชมุ ประชมุ วางแผน การจดั เตรยี มแผน วางแผน (Planning Meeting) เผชญิ เหตุ การรวบรวมและแลกเปลยี่ นขอ มูล ประชมุ กําหนด และการอนมุ ัตแิ ผน ยุทธวธิ ี การรวบรวมและแลกเปลี่ยนขอมูล การบรรยายสรุป (Tactic Meeting) หวงเวลาปฏบิ ัตกิ าร Operational Period Briefing เรมิ่ ตนหว งเวลา ปฏิบัตกิ าร ประชุมกําหนด IC/UC ปฏบิ ัติตามแผน กลยทุ ธ ถา มีการ ประเมิน/ปรบั และประเมนิ ปรบั วัตถุประสงค วัตถปุ ระสงค ความกา วหนา การรวบรวมและแลกเปลี่ยนข้อ ูมล ประชมุ กําหนดกลยุทธ และ วงจรการวางแผน การเผ ิชญเห ุต ้ัขนต้น (Initial Response) การแลกเปลีย่ นขอ มลู ตามหว้ งเวลาปฏบิ ัติการ (Strategy Meeting) IC/UC กําหนด Planning P วตั ถุประสงคของเหตุการณ การประชุมการบญั ชาการรว ม บรรยายสรุปสถานการณ (Incident Briefing) บรรยายสรปุ ของหัวหนา หนว ยงาน (แลว แตก รณ)ี การเผชญิ เหตุ และ การประเมินข้นั ตน รบั แจงเหตุ เกิดเหตฉุ ุกเฉิน/ภัย กรมป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั กระทรวงมหาดไทย
ระบบบญั ชาการเหตุการณ์ (Thailand Incident Command System) เครอื่ งมือการจดั การในภาวะฉุกเฉินของประเทศไทย เตรียมการประชมุ ประชมุ วางแผน การจดั เตรียมแผน วางแผน (Planning Meeting) เผชญิ เหตุ การรวบรวมและแลกเปล่ยี นขอ มูล ประชุมกําหนด และการอนุมตั แิ ผน ยุทธวิธี การรวบรวมและแลกเปลย่ี นขอมูล การบรรยายสรุป (Tactic Meeting) หวงเวลาปฏบิ ัตกิ าร Operational Period Briefing เริ่มตน หวงเวลา ปฏิบัติการ ประชุมกําหนด IC/UC ปฏบิ ัติตามแผน กลยุทธ ถา มกี าร ประเมนิ /ปรับ และประเมนิ ปรบั วัตถุประสงค วัตถปุ ระสงค ความกาวหนา การรวบรวมและแลกเปลี่ยนข้อ ูมล ประชุมกําหนดกลยุทธ และ วงจรการวางแผน การเผ ิชญเห ุต ้ัขนต้น (Initial Response) การแลกเปลี่ยนขอ มูล ตามหว้ งเวลาปฏิบัติการ (Strategy Meeting) IC/UC กําหนด Planning P วตั ถุประสงคของเหตกุ ารณ การประชมุ การบัญชาการรว ม บรรยายสรปุ สถานการณ (Incident Briefing) บรรยายสรปุ ของหัวหนา หนว ยงาน (แลว แตกรณี) การเผชญิ เหตุ และ การประเมินขั้นตน รบั แจง เหตุ เกดิ เหตุฉุกเฉิน/ภัย
ระบบการบญั ชาการเหตุการณ์ (Thailand Incident Command System) เครอ่ื งมอื การจดั การในภาวะฉกุ เฉินของประเทศไทย เรยี บเรยี ง อังศุมาลิน องั ศสุ ิงห์ ศูนย์อำ� นวยการบรรเทาสาธารณภยั กรมป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย พิมพ์คร้งั ที่ 1 มกราคม 2566 จ�ำนวน 3,500 เล่ม จัดพิมพ์โดย กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั กระทรวงมหาดไทย พิมพ์ท ่ี บริษัท เวริ ์ค พริ้นติง้ จำ� กดั
ค�ำนำ� ปจั จบุ นั โลกเผชญิ ภยั พบิ ตั ทิ างธรรมชาติ ภยั พบิ ตั อิ นั สบื เนอ่ื งจากการกระทำ� ของมนษุ ยบ์ อ่ ยครงั้ และทวคี วามรนุ แรงขน้ึ เปน็ ลำ� ดบั โดยการเกดิ ขน้ึ ของภยั สรา้ งความสญู เสยี เสยี หายทงั้ ชวี ติ ทรพั ยส์ นิ และ สิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาลจนมิอาจประเมินมูลค่าได้ ซ่ึงพิบัติภัยแต่ละครั้งแต่ละเหตุการณ์ถือเป็น ภาวะวิกฤตหรือสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความซับซ้อน มีปัจจัยของสถานการณ์ท่ีเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่คงท่ี เวลาในการตอบโต้กับสถานการณ์มีอยู่อย่างจ�ำกัด จึงต้องแข่งกับเวลาเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ใหร้ วดเรว็ ทสี่ ดุ และตอ้ งควบคมุ มใิ หส้ ถานการณล์ กุ ลามสง่ ผลกระทบตอ่ เนอื่ ง ดงั นนั้ การจดั การเหตกุ ารณ์ ภยั พิบัติ จงึ ต้องตดั สินใจภายใต้ภาวะจ�ำกดั ในทกุ ด้านบนพ้ืนฐานของขอบเขต อ�ำนาจหน้าที่ ตามระเบยี บ กฎหมายที่ก�ำหนด ท้ังนี้ เคร่ืองมือการบริหารจัดการหน่ึงท่ีเหมาะสมต่อการจัดการในภาวะวิกฤต หรือ ภาวะฉุกเฉิน คือ “ระบบบัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command System : ICS) ซ่ึงเป็นแนวคิด ในการสงั่ การ ควบคมุ และประสานความรว่ มมอื ระหวา่ งหนว่ ยงานในการบรหิ ารสถานการณฉ์ กุ เฉนิ สาธารณภยั ระบบดังกล่าวเปน็ ระบบปฏบิ ตั ิการเพือ่ การระดมทรพั ยากรไปยังที่เกดิ เหตุ เพ่ือบรหิ ารจดั การเหตุฉุกเฉนิ ใหส้ ามารถปกป้องชีวติ ทรพั ยส์ ินและส่ิงแวดล้อมได้อย่างบรรลุเป้าหมาย และมปี ระสทิ ธิภาพ จากการตระหนกั ถงึ ความสำ� คญั ของระบบบญั ชาการเหตกุ ารณใ์ นการจดั การภาวะฉกุ เฉนิ ทเี่ ปน็ ภาวะวิกฤติดังกล่าว แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2564 - 2570 ซ่ึงเป็น กรอบแนวคดิ การปฏบิ ตั ใิ นการจดั การความเสยี่ งสาธารณภยั ของประเทศไทย จงึ ไดน้ ำ� แนวคดิ และหลกั การของ ระบบบัญชาการเหตกุ ารณ์มาบรรจุไวเ้ ป็นหลกั การส�ำคญั ของการจัดการในภาวะฉกุ เฉนิ ภายใต้ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 4 การจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ แบบบรู ณาการ รวมทง้ั กำ� หนดใหน้ ำ� ระบบบญั ชาการเหตกุ ารณม์ าใชใ้ นการบญั ชาการ และเปน็ เครอ่ื งมอื ในการสง่ั การ ควบคมุ และประสานความรว่ มมอื ของภาคสว่ นตา่ ง ๆ ในการจดั การเหตกุ ารณ์ อย่างไรก็ตาม ระบบบัญชาการเหตุการณ์ของประเทศไทยมีรากฐานการพัฒนาและประยุกต์ มาจากระบบบญั ชาการเหตุการณ์ของ Federal Emergency Management Agency (FEMA) ประเทศ สหรัฐอเมริกา โดยปรับให้สอดคล้องกับบริบทประเทศไทย ดังน้ัน เอกสารวิชาการฉบับน้ีจึงเป็น ความพยายามทจ่ี ะอธบิ ายเกย่ี วกบั หลกั การของระบบบญั ชาการเหตกุ ารณเ์ บอื้ งตน้ รวมทงั้ การประยกุ ตใ์ ช้ ระบบบญั ชาการเหตกุ ารณใ์ นบรบิ ทของไทยเปน็ สำ� คญั เพอ่ื ใหเ้ ขา้ ใจทงั้ หลกั การและบรบิ ทระบบบญั ชาการ เหตุการณ์ท่ีใช้ในประเทศไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารนี้ จะยงั ประโยชนใ์ นการสง่ ผา่ นองคค์ วามรไู้ ปยงั สว่ นราชการ หนว่ ยงาน องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ภาคเอกชน และผสู้ นใจ อันน�ำไปสู่การประยุกต์ใช้ในทางปฏิบตั ไิ ด้อยา่ งมีประสิทธิภาพตอ่ ไป นายบญุ ธรรม เลศิ สขุ ีเกษม ผูอ้ �ำนวยการกลาง
เกรน่ิ นำ� การจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ในเหตกุ ารณภ์ ยั พบิ ตั ิ เปน็ การตดั สนิ ใจในการบรหิ าร จัดการการปฏิบัติการภายใต้ภาวะจ�ำกัดในทุกด้าน เครื่องมือในการบริหารจัดการเหตุการณ์หน่ึงท่ีมี ประสิทธิภาพ คือ“ระบบบัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command System : ICS) เป็นแนวคิดในการ ส่ังการ ควบคุม และประสานความร่วมมอื ระหวา่ งหนว่ ยงานในการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉนิ สาธารณภัย โดยระบบดังกล่าวเป็นระบบปฏิบัติการเพ่ือการระดมทรัพยากรไปยังท่ีเกิดเหตุ เพ่ือบริหารจัดการเหตุ ฉกุ เฉนิ ใหส้ ามารถปกปอ้ งชวี ติ ทรพั ยส์ นิ และสงิ่ แวดลอ้ มไดอ้ ยา่ งบรรลเุ ปา้ หมาย ทงั้ น้ี แผนการปอ้ งกนั และ บรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ พ.ศ. 2564 - 2570 ซ่ึงเป็นกรอบแนวคิดการปฏบิ ัตใิ นการจดั การความเส่ยี ง สาธารณภัยของประเทศไทย ได้น�ำแนวคิดและหลักการของระบบบัญชาการเหตุการณ์มาก�ำหนดเป็น หลักการส�ำคัญของการจัดการในภาวะฉุกเฉิน ภายใต้ยุทธศาสตร์ท่ี 4 การจัดการในภาวะฉุกเฉินแบบ บรู ณาการ ซงึ่ มสี าระสำ� คญั ใหน้ ำ� ระบบบญั ชาการเหตกุ ารณม์ าใชใ้ นการบญั ชาการและเปน็ เครอ่ื งมอื ในการ สัง่ การ ควบคุมและประสานความรว่ มมอื ของภาคสว่ นตา่ ง ๆ ในการจดั การเหตุการณ์ หนงั สอื ฉบบั นมี้ ขี อบเขตเนอื้ หาเกย่ี วกบั หลกั การของระบบบญั ชาการเหตกุ ารณเ์ บอื้ งตน้ ในฐานะ ทเ่ี ปน็ เครอื่ งมอื ในการจดั การภาวะฉกุ เฉนิ รวมทง้ั การประยกุ ตใ์ ชร้ ะบบบญั ชาการเหตกุ ารณใ์ นบรบิ ทของไทย เพื่อให้เข้าใจทั้งหลักการและบริบทระบบบัญชาการเหตุการณ์ท่ีใช้ในประเทศไทย โดยแบ่งสาระส�ำคัญ ออกเปน็ 2 สว่ นหลัก ดงั นี้ สว่ นท่ี 1: การจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ และระบบบญั ชาการเหตกุ ารณข์ องประเทศไทย มเี นอื้ หา ครอบคลมุ หวั ขอ้ (1) การจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ (Emergency Management) (2) การจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ ตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2564 - 2570 (3) ระบบบญั ชาการเหตุการณ์ (Incident Command System: ICS) ประกอบด้วยความเป็นมาของระบบบัญชาการเหตุการณ์ ระบบบญั ชาการเหตกุ ารณข์ องประเทศไทย หลกั การพนื้ ฐานของการจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ ตามระบบบญั ชาการ เหตุการณ์ (Basic Incident Management Characteristics) โครงสร้างองค์กร หน้าที่ และบทบาท ความรบั ผดิ ชอบ รวมทัง้ กระบวนการวางแผนในระบบบัญชาการเหตกุ ารณ์ สว่ นที่ 2: องคก์ รปฏบิ ตั กิ ารจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ ตามแผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ พ.ศ. 2564 - 2570 ประกอบดว้ ยหวั ขอ้ (1) องคก์ รปฏบิ ตั กิ ารจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ (2) แนวทาง การจดั ตง้ั องคก์ รปฏบิ ตั กิ ารจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ (3) โครงสรา้ งขององคก์ รปฏบิ ตั กิ ารจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ และ (4) เครือ่ งมอื สนบั สนนุ การจัดการเหตุการณส์ าธารณภยั
สารบัญ หน้า คำ� นำ� เกร่นิ นำ� สารบญั สว่ นที่ 1 : การจดั การในภาวะฉกุ เฉินและระบบบญั ชาการเหตุการณข์ องประเทศไทย 1 1.1 การจดั การในภาวะฉุกเฉิน (Emergency Management) 1 1.2 การจดั การในภาวะฉุกเฉนิ ตามแผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย 1 แหง่ ชาติ พ.ศ. 2564 - 2570 3 1.3 ระบบบญั ชาการเหตุการณ์ (Incident Command System: ICS) 3 1.3.1 ความเป็นมาของระบบบญั ชาการเหตุการณ์ 4 1.3.2 ระบบบญั ชาการเหตุการณ์ของประเทศไทย 5 1.3.3 หลกั การพ้นื ฐานของการจดั การในภาวะฉุกเฉิน ตามระบบบญั ชาการเหตุการณ์ 25 (Basic Incident Management Characteristics) 49 1.3.4 โครงสรา้ งองคก์ ร หนา้ ที่ และบทบาทความรับผิดชอบ 49 1.4 กระบวนการวางแผนในระบบบญั ชาการเหตุการณ ์ 50 1.4.1 ความสำ� คญั และหลกั การวางแผนเผชญิ เหตุ 56 1.4.2 กระบวนการวางแผนเผชิญเหตุ (Planning P) 59 1.4.3 แบบฟอรม์ ICS (ICS Forms) 59 ส่วนท่ี 2 : องค์กรปฏิบตั ิการจดั การในภาวะฉุกเฉินตามแผนการปอ้ งกนั 59 และบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ พ.ศ. 2564 - 2570 64 2.1 องคก์ รปฏบิ ัตกิ ารจัดการในภาวะฉกุ เฉิน 66 2.2 แนวทางการจัดตัง้ องคก์ รปฏิบตั ิการจดั การในภาวะฉุกเฉนิ 2.3 โครงสรา้ งขององค์กรปฏบิ ตั ิการจัดการในภาวะฉุกเฉนิ 2.4 เคร่ืองมอื สนบั สนุนการจดั การเหตุการณ์สาธารณภยั สารบญั ภาพ ตอนท่ี 1 3 ภาพท่ี 1:1 หลกั การการจัดการในภาวะฉกุ เฉนิ ตามแผนการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั 7 แหง่ ชาติ พ.ศ.2564-2570 11 ภาพที่ 1:2 โครงสรา้ งองคก์ รท่ีขยายตวั จากบน-ลา่ ง (Top Down) 20 ภาพที่ 1:3 ช่วงการควบคุม (Span of Control) ภาพท่ี 1:4 ตวั อย่างการบัญชาการรว่ ม (Unified Command) กรณปี ฏิบัติการค้นหา นกั ฟตุ บอล 13 คน ทส่ี ูญหายในถำ�้ หลวงขนุ นำ�้ นางนอน จ.เชียงราย
หนา้ ภาพท่ี 1:5 สายการบงั คบั บญั ชา และเอกภาพในการบังคบั บัญชา 21 ภาพที่ 1:6 การรักษาช่วงการควบคมุ ใหเ้ หมาะสม 22 ภาพที่ 1:7 หลักการพ้นื ฐานของการจัดการในภาวะฉกุ เฉินตามระบบบญั ชาการเหตุการณ์ 24 ภาพท่ี 1:8 นยิ ามโครงสรา้ งองคก์ รระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ ์ 25 ภาพที่ 1:9 โครงสร้างองค์กรพ้ืนฐานระบบบัญชาการเหตุการณ์ของประเทศไทย 26 ภาพที่ 1:10 จุดระดมทรัพยากร 34 ภาพที่ 1:11 โครงสรา้ งสว่ นปฏิบตั ิการตามพ้ืนท ่ี 34 ภาพท่ี 1:12 โครงสร้างส่วนปฏิบัตกิ ารตามกลุม่ ภารกิจ 35 ภาพที่ 1:13 โครงสรา้ งส่วนปฏบิ ัตกิ ารตามพน้ื ที่และกลมุ่ ภารกจิ 35 ภาพท่ี 1:14 การจดั โครงสร้างสว่ นปฏบิ ตั ิการเปน็ แผนกเพือ่ จัดการช่วงการควบคมุ ให้เหมาะสม 36 ภาพที่ 1:15 การจดั รปู แบบทรัพยากรเขา้ ปฏบิ ัตกิ าร 37 ภาพที่ 1:16 โครงสร้างภายในส่วนอำ� นวยการ 40 ภาพที่ 1:17 โครงสรา้ งภายในส่วนสนบั สนนุ 44 ภาพที่ 1:18 ความสัมพันธ์เชงิ โครงสรา้ งองค์กร 45 ภาพที่ 1:19 โครงสร้างองค์กรระบบบัญชาการเหตุการณ์อยา่ งเตม็ รปู แบบ 47 ภาพที่ 1:20 วงจรการวางแผนตามหว้ งเวลาปฏบิ ตั ิการ Planning P 56 ตอนที่ 2 63 ภาพท่ี 2:1 การจดั ตง้ั องค์กรปฏิบตั ิการจัดการในภาวะฉกุ เฉนิ 66 ภาพที่ 2:2 โครงสร้างหลกั องค์กรปฏิบตั ิการจัดการในภาวะฉุกเฉนิ 77 ภาพที่ 2:3 โครงสร้างกองบญั ชาการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาตทิ ี่มกี ารสถาปนา การสนับสนนุ การปฏิบัตงิ านในภาวะฉุกเฉินอย่างเต็มรูปแบบ (Fully Activated) ตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ พ.ศ. 2564 - 2570 สารบัญตาราง ตอนที่ 1 6 ตารางที่ 1:1 ตวั อยา่ งค�ำศัพทม์ าตรฐานสำ� หรบั เรยี กต�ำแหนง่ ตามโครงสรา้ ง 27 ของระบบบัญชาการเหตกุ ารณข์ องประเทศสหรฐั อเมริกา 58 ตารางที่ 1:2 ผมู้ ีอ�ำนาจตามกฎหมายในฐานะผู้บัญชาการเหตกุ ารณ์ตามแผนการปอ้ งกัน และบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2564 - 2570 60 ตารางที่ 1:3 แบบฟอร์ม ICS ทีส่ ำ� คญั ในระบบบญั ชาการเหตุการณ ์ ของ Federal Emergency Management Agency (FEMA) ประเทศสหรฐั อเมรกิ า ตอนที่ 2 ตารางท่ี 2:1 ระดับการจดั การสาธารณภยั ผมู้ ีอ�ำนาจตามกฎหมาย และองค์กรปฏบิ ัติการจดั การ ในภาวะฉุกเฉนิ
1ส่วนท่ี การจัดการในภาวะฉุกเฉินและระบบบัญชาการเหตกุ ารณ์ ของประเทศไทย 1.1 การจดั การในภาวะฉกุ เฉิน (Emergency Management) การจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ เปน็ การดำ� เนนิ การใหเ้ กดิ การปฏบิ ตั กิ ารเผชญิ เหตเุ พอื่ ลดผลกระทบ และบรรเทาความรนุ แรงของสาธารณภยั หรอื เหตฉุ กุ เฉนิ ทคี่ าดวา่ จะเกดิ หรือเกิดขึ้น โดยมีความมงุ่ หมาย เพอ่ื รกั ษาชวี ติ และทรพั ยส์ นิ ของประชาชน เอกชน และทางราชการ รวมถงึ ควบคมุ สถานการณม์ ใิ หล้ กุ ลาม ขยายตวั จนสง่ ผลกระทบรา้ ยแรง ทงั้ นี้ การจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ เปน็ การบรหิ ารการตดั สนิ ใจภายใตเ้ วลา ขอ้ มลู และทรพั ยากรทม่ี อี ยอู่ ยา่ งจำ� กดั บนพนื้ ฐานของระเบยี บ กฎหมาย ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ดงั นน้ั การเตรยี มความพรอ้ ม รับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต้ังแต่ภาวะปกติอย่างเป็นระบบ เพ่ือให้ผู้ท่ีเก่ียวข้องในทุกระดับมีความรู้ ความเข้าใจ การประสานการปฏิบัติที่มีมาตรฐานร่วมกันจึงมีความส�ำคัญย่ิง และเคร่ืองมือในการจัดการ ในภาวะฉุกเฉินหน่ึงที่เช่ือได้ว่าสามารถน�ำมาใช้ในการจัดการในภาวะฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ ระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ (Incident Command System : ICS) ซงึ่ เปน็ ระบบทใี่ ชเ้ พอื่ การสงั่ การ ควบคมุ และประสานความรว่ มมอื ของแตล่ ะหนว่ ยงานในการบรหิ ารสถานการณฉ์ กุ เฉนิ สาธารณภยั โดยระบบดงั กลา่ ว เป็นระบบปฏิบัติการเพื่อการระดมทรัพยากรไปยังที่เกิดเหตุ และบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินให้สามารถ ปกป้องชวี ิต ทรัพย์สินและสงิ่ แวดลอ้ มได้อยา่ งบรรลุเป้าหมาย และมีประสทิ ธิภาพ 1.2 หลักการการจัดการในภาวะฉุกเฉนิ ตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ พ.ศ. 2564 - 2570 แผนการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2564 - 2570 ภายใต้ยุทธศาสตรท์ ี่ 4 การจัดการในภาวะฉุกเฉินแบบบูรณาการ ได้ก�ำหนดแนวคิดซึ่งเป็นหลักการส�ำคัญของการจัดการใน ภาวะฉกุ เฉนิ รวมทง้ั กำ� หนดใหน้ ำ� ระบบบญั ชาการเหตกุ ารณม์ าใชเ้ ปน็ เครอ่ื งมอื ในการสงั่ การ ควบคมุ และ ประสานความร่วมมือของภาคส่วนท่ีเกี่ยวข้องเพื่อให้การจัดการภาวะฉุกเฉินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแนวคดิ การจัดการในภาวะฉุกเฉนิ ประกอบดว้ ย 1.2.1 มาตรฐานการจัดการในภาวะฉุกเฉนิ (Standardization) หมายถงึ การใหม้ กี ารจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ สาธารณภยั ภายใตร้ ปู แบบ ระบบ และความเขา้ ใจ ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมต่าง ๆ ที่มีหน้าท่ีหรือ ความสามารถในการเขา้ รว่ มปฏบิ ตั งิ านเผชญิ เหตใุ นภาวะฉกุ เฉนิ สาธารณภยั ไมว่ า่ เหตกุ ารณน์ น้ั จะเปน็ ระดบั การจดั การสาธารณภยั ขนาดเล็ก (ระดับท้องถ่นิ /ระดบั อำ� เภอ) ขนาดกลาง (ระดบั จงั หวัด) ขนาดใหญ่ หรอื ขนาดร้ายแรงอย่างย่ิง (ระดับชาติ) ด้วยการน�ำระบบการบัญชาการเหตุการณ์มาใช้เพ่ือให้เกิดการสั่งการ ระบบบัญชาการเหตุการณ์ (Thailand Incident Command System) เคร่อื งมอื การจดั การในภาวะฉกุ เฉินของประเทศไทย 1
อ�ำนวยการ ควบคมุ มอบหมายภารกิจ สนับสนุนทรัพยากร และการบรู ณาการการตดิ ต่อสื่อสารระหว่าง หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องให้สามารถเชื่อมต่อพ้ืนที่และภารกิจระหว่างกันได้ทันที ภายใต้โครงสร้างองค์กร กระบวนงานและขนั้ ตอนการปฏบิ ตั ิ รปู แบบ ทรพั ยากร สญั ลกั ษณ์ รวมทง้ั การสอื่ สารทม่ี มี าตรฐานแบบเดยี วกนั 1.2.2 เอกภาพการจัดการในภาวะฉกุ เฉนิ (Unity of Direction) หมายถงึ เปน็ การจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ ทที่ กุ หนว่ ยงานหรอื ภาคสว่ นทเี่ กยี่ วขอ้ งมที ศิ ทาง การปฏิบัติในการส่ังการ อ�ำนวยการ ควบคุม ในการเผชิญเหตุสาธารณภัยที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ด้วยการก�ำหนดวตั ถปุ ระสงค์ กลยุทธ์ ยุทธวธิ ี เพอ่ื ใหม้ แี นวทางการปฏบิ ัตทิ ี่ชดั เจน ซ่ึงจะท�ำให้เจา้ หนา้ ที่ ของหนว่ ยงานตา่ ง ๆ ทเี่ ขา้ รว่ มสามารถปฏบิ ตั งิ านภายใตแ้ ผนเผชญิ เหตเุ ดยี วกนั รวมทง้ั มกี ารกำ� หนดสาย/ ล�ำดบั การบังคบั บญั ชา (Chain of Command) ทีช่ ัดเจนระหวา่ งหน่วยงานต่าง ๆ ทีเ่ ขา้ มาปฏิบตั ิหนา้ ที่ ซึง่ จะทำ� ใหก้ ารรับมอบภารกจิ และการมอบหมายหน้าท่มี เี อกภาพในการสั่งการในทกุ ระดบั ชน้ั การบงั คับ บญั ชาดว้ ย 1.2.3 ความยืดหยนุ่ ของโครงสร้างองค์กรการจดั การในภาวะฉุกเฉิน (Flexibility) หมายถึง การจัดโครงสร้างองค์กรการจัดการในภาวะฉุกเฉินที่มีความยืดหยุ่น เพ่ือให้ สามารถตอบโต้กับเหตุการณ์สาธารณภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกประเภท ทุกขนาด และความซับซ้อน ท้ังนี้ โครงสร้างองค์กรการจัดการในภาวะฉุกเฉินจะมีคุณลักษณะท่ีแตกต่างจากโครงสร้างองค์กรในภาวะปกติ เน่ืองจากมีปัจจัยของสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไม่คงท่ี ไม่ว่าจะเป็นคุณลักษณะเฉพาะของประเภทภัย ขนาดความรนุ แรงของภยั ความซบั ซอ้ นของเหตกุ ารณ์ เหตกุ ารณแ์ ทรกซอ้ น ฯลฯ ดงั นน้ั โครงสรา้ งองคก์ ร การจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ จงึ จำ� เปน็ ทจ่ี ะตอ้ งสามารถปรบั ตวั ตามสถานการณข์ องแตล่ ะเหตกุ ารณท์ เี่ กดิ ขนึ้ เพอ่ื ใหส้ ามารถรบั มอื กบั เหตกุ ารณส์ าธารณภยั นน้ั ๆ โครงสรา้ งการจดั องคก์ รในภาวะฉกุ เฉนิ ทม่ี คี วามยดื หยนุ่ ไมต่ ายตวั จะทำ� ใหเ้ กดิ การประสานการดำ� เนนิ งานระหวา่ งหนว่ ยงาน ขอบเขตอำ� นาจหนา้ ท่ี พนื้ ทร่ี บั ผดิ ชอบ รวมถึงสหวชิ าชพี ที่หลากหลาย เพือ่ จัดการเหตกุ ารณส์ าธารณภัยท่ีเกดิ ข้ึนได้อย่างรวดเรว็ มีประสิทธิภาพ และเป็นระบบ ระบบบญั ชาการเหตุการณ์ (Thailand Incident Command System) 2 เครอื่ งมือการจดั การในภาวะฉุกเฉินของประเทศไทย
หลักการการจดั การในภาวะฉุกเฉนิ 3 รูปแบบ ระบบและ 3 มีทิศทางการปฏิบัติในการ ความเขา้ ใจทีเ่ ป็น สั่งการ อ�ำนวยการ ควบคมุ มาตรฐานเดยี วกัน ในการเผชญิ เหตุที่เป็นไปใน ทศิ ทางเดียวกัน มาตรฐาน เอกภาพ ความยดื หยุ่น 3 การจดั โครงสรา้ งองคก์ รการจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ ทม่ี คี วามยืดหยุ่น ปรบั เปล่ียนตามสถานการณ์ ภาพที่ 1:1 หลกั การการจดั การในภาวะฉุกเฉนิ ตามแผนการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ พ.ศ. 2564 – 2570 1.3 ระบบบัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command System : ICS) 1.3.1 ความเปน็ มาของระบบบัญชาการเหตกุ ารณ์ แนวคิดระบบบัญชาการเหตุการณ์ถูกพัฒนาข้ึนเม่ือ 52 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่ประเทศ สหรัฐอเมริกาต้องประสบกับความสูญเสียและเสียหายอย่างร้ายแรงอันเกิดจากไฟป่าทางตอนใต้ของ รฐั แคลฟิ อรเ์ นยี ในปี พ.ศ. 2513 (ค.ศ. 1970) ซงึ่ ในเหตกุ ารณค์ รง้ั นนั้ เกดิ ขน้ึ ยาวนานกวา่ 13 วนั และแมว้ า่ หน่วยงานปฏิบัติการฉุกเฉินด้านอัคคีภัยของมลรัฐจะใช้ความพยายามอย่างสุดก�ำลัง ก็ยังประสบปัญหา ในการบรหิ ารจดั การเหตกุ ารณด์ งั กลา่ วอนั เนอื่ งมาจากการทม่ี หี ลายหนว่ ยงานมาปฏบิ ตั งิ านรว่ มกนั ทงั้ ปญั หา ในดา้ นการสงั่ การทข่ี าดเอกภาพ การสอ่ื สารทผ่ี ดิ พลาดและไมเ่ ปน็ มาตรฐาน การบรู ณาการการใชท้ รพั ยากร ในการจดั การเหตกุ ารณท์ ไี่ รป้ ระสทิ ธภิ าพ ฯลฯ ดว้ ยสภาพปญั หาทเี่ กดิ ดงั กลา่ ว ใน พ.ศ. 2514 (ค.ศ. 1971) รฐั สภาสหรัฐอเมรกิ าจึงอนุมัตงิ บประมาณให้กรมป่าไม้ (US Forest Service) พัฒนาระบบการประสานงาน ระหว่างหนว่ ยงาน และการสนบั สนนุ ทรพั ยากรการเผชญิ เหตุให้มีประสทิ ธภิ าพ ท่ีเรยี กวา่ “Fire Fighting Resources of Southern California Organized for Potential Emergencies (FIRESCOPE)” ขึน้ เพอื่ เปน็ แนวทาง (Guideline) ในการจดั การไฟป่าข้นึ ระบบบัญชาการเหตกุ ารณ์ (Thailand Incident Command System) เครอ่ื งมือการจัดการในภาวะฉุกเฉินของประเทศไทย 3
ต่อมา พ.ศ. 2544 ส�ำนักงานการจัดการภาวะฉุกเฉินกลาง (Federal Emergency Management Agency : FEMA) ได้พัฒนาปรับปรุงระบบบัญชาการเหตุการณ์จากประสบการณ์ การปฏิบัติงานเผชิญเหตุจริงในพ้ืนที่อย่างต่อเน่ืองจากระบบที่ต้องการน�ำมาใช้ในเหตุการณ์ไฟป่าพัฒนา จนเปน็ ระบบท่ีสามารถนำ� ไปจัดการภาวะฉกุ เฉนิ ได้กบั ทุกประเภทภยั (All Hazards) แตก่ ็ยงั ไมม่ ีผลบงั คบั ใช้ กับทุกมลรัฐทั่วประเทศ จนกระท่ังเกิดเหตุการณ์ 9/11 ท่ีมลรัฐนิวยอร์ก จึงได้มีค�ำสั่งประธานาธิบดี เพื่อความมัน่ คงแหง่ มาตภุ มู ิ ที่ 5 และ 8 (Homeland Security Presidential Directive : HSPD 5 & 8) ให้ทุกหน่วยงานทุกระดับในประเทศใช้ “ระบบการจัดการเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ” (National Incident Management System : NIMS) ซ่งึ มรี ะบบบญั ชาการเหตุการณ์เป็น 1 ในองค์ประกอบ ดังนั้น จงึ อาจ เรียกได้ว่าระบบบัญชาการเหตุการณ์เป็นตัวชี้วัดส�ำคัญในการน�ำ NIMS ไปสู่การปฏิบัติในการจัดการ ในภาวะฉกุ เฉนิ ในพื้นทเ่ี หตกุ ารณ์ (On Scene) อยา่ งแท้จริง สำ� หรบั ประเทศไทยนนั้ มคี วามพยายามในการนำ� แนวคดิ ระบบบญั ชาการเหตกุ ารณม์ าใช้ ในการจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ มามากกวา่ 20 ปี ซงึ่ ปรากฏในแผนปอ้ งกนั ภยั ฝา่ ยพลเรอื นแหง่ ชาติ พ.ศ. 2545 และกรมควบคุมมลพิษไดก้ ำ� หนดเปน็ แนวปฏิบัตใิ นเอกสารคูม่ อื ปฏิบตั ิการภาคสนาม สำ� หรับผูบ้ ัญชาการ ณ ท่ีเกิดเหตุอุบัติภัยสารเคมี นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้มีประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบบั ที่ 4392 (พ.ศ. 2555) เรอ่ื งกำ� หนดมาตรฐานผลติ ภณั ฑอ์ ตุ สาหกรรมการจดั การภาวะฉกุ เฉนิ ขอ้ กำ� หนด สำ� หรบั การสง่ั การและควบคมุ (ISO 22320) อยา่ งไรกต็ าม ระบบบญั ชาการเหตกุ ารณไ์ ดถ้ กู ผลกั ดนั ใหเ้ ปน็ เครอ่ื งมอื ในการจดั การสาธารณภยั อยา่ งเปน็ ทางการ เมอื่ ประเทศไทยไดพ้ ฒั นากรอบแนวคดิ และแผนการ พฒั นามาตรฐานระบบบญั ชาการเหตกุ ารณข์ องประเทศไทย (Thailand Incident Command System : TICS) และไดเ้ ขา้ รว่ มเปน็ หนง่ึ ในประเทศน�ำรอ่ งภายใตโ้ ครงการ Asian - US Cooperation Project on ICS เมอ่ื ปี พ.ศ. 2553 ซงึ่ ทำ� ใหป้ ระเทศไทยไดร้ บั การสนบั สนนุ ทางดา้ นวชิ าการเกยี่ วกบั ระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ มาอยา่ งตอ่ เนอ่ื งตลอดมา จนกระทง่ั แนวคดิ การจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ ตามระบบบญั ชาการเหตกุ ารณถ์ กู กำ� หนด ให้เป็นหลักการในการจัดการในภาวะฉกุ เฉินในแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558 เปน็ ครงั้ แรกและกำ� หนดใหใ้ ชร้ ะบบบญั ชาการเหตกุ ารณเ์ ปน็ แนวทางการปฏบิ ตั ใิ นการบญั ชาการเหตกุ ารณ์ สาธารณภยั ในแผนปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ พ.ศ. 2564 - 2570 (ฉบับปจั จบุ ัน) 1.3.2 ระบบบญั ชาการเหตุการณข์ องประเทศไทย (1) นิยามระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ คือ แนวคิดท่ีใช้ในการจัดการภาวะฉุกเฉินเพ่ือให้เกิดมาตรฐานและเอกภาพในการ สง่ั การ ควบคมุ และประสานความรว่ มมอื ระหวา่ งหนว่ ยงานทกุ ภาคสว่ น ใหเ้ ขา้ ใจและใชเ้ ปน็ แนวทางปฏบิ ตั ิ รว่ มกนั ในอนั ทจ่ี ะบรู ณาการใหเ้ กดิ ระดมทรพั ยากรไปยงั พนื้ ทเี่ กดิ เหตใุ หเ้ ปน็ ไปอยา่ งคมุ้ คา่ และมปี ระสทิ ธภิ าพ เพอ่ื ใหส้ ามารถชว่ ยเหลอื ชวี ติ ทรพั ยส์ นิ ควบคมุ สถานการณ์ และรกั ษาสง่ิ แวดลอ้ มไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ ทนั ทว่ งที โดยระบบบญั ชาการเหตกุ ารณน์ สี้ ามารถใชไ้ ดก้ บั เหตฉุ กุ เฉนิ สาธารณภยั ทกุ ประเภท ทกุ ขนาด และความซบั ซอ้ น ระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ (Thailand Incident Command System) 4 เครอื่ งมือการจัดการในภาวะฉกุ เฉนิ ของประเทศไทย
และถึงแม้ระบบบัญชาการเหตุการณ์จะถูกพัฒนาข้ึนเพ่ือใช้ในการจัดการเหตุฉุกเฉินในพ้ืนท่ีเหตุการณ์ (On Scene) แต่สำ� หรับในบริบทของประเทศไทยมีการประยกุ ตใ์ ช้โครงสรา้ งองค์กรของระบบบัญชาการ เหตุการณ์มาใช้ (ICS Like Organization Structure) กับองค์กรปฏิบัติการในการจัดการภาวะฉุกเฉิน รวมทัง้ แนวคดิ อนื่ ซง่ึ เปน็ เครอื่ งมือสนบั สนนุ การจัดการในภาวะฉุกเฉินอีกด้วย ซ่ึงจะอธิบายไวใ้ นส่วนท่ี 2 ตอ่ ไป (2) เปา้ ประสงค์ของการใชร้ ะบบบัญชาการเหตกุ ารณ์ เป้าประสงคใ์ นการใชร้ ะบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ ประกอบดว้ ย 3 ประการ คอื 1) ความปลอดภยั ของเจา้ หน้าทผี่ ้ปู ฏิบตั ิงานและผูท้ ีเ่ กย่ี วขอ้ งในเหตกุ ารณ์ทัง้ หมด 2) บรรลวุ ัตถุประสงค์เชิงยทุ ธวิธี 3) ใชท้ รพั ยากรอยา่ งคมุ้ ค่าและมปี ระสิทธภิ าพ (3) ประโยชน์ของระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ 1) สามารถใช้ในการจัดการเหตุฉุกเฉินได้ทุกรูปแบบ ทุกประเภท ทุกขนาด และ ยงั สามารถนำ� มาประยกุ ต์ใช้ในการจัดกจิ กรรมต่าง ๆ (Events) ได้อีกดว้ ย เช่น การจดั การประชุมสมั มนา การฝึกอบรม การจดั งานเล้ียงหรืองานรนื่ เริงต่าง ๆ เป็นต้น 2) เสรมิ สรา้ งใหเ้ กดิ การประสานงาน และการปฏบิ ตั ริ ว่ มกนั ระหวา่ งหนว่ ยงานตา่ ง ๆ ใหเ้ ปน็ ไปอยา่ งรวดเรว็ และเปน็ ระบบ ภายใตโ้ ครงสรา้ งการจดั การเหตกุ ารณเ์ ดยี วกนั (Common Management Structure) 3) มีกระบวนการวางแผนท่ีเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมให้เกิดการตอบโต้ ต่อเหตุการณ์ฉกุ เฉนิ เชิงรุก บนพน้ื ฐานของความปลอดภัย 4) ชว่ ยใหเ้ กดิ การบรู ณาการการสนบั สนนุ ดา้ นทรพั ยากรและการบรหิ ารแกเ่ จา้ หนา้ ที่ ผู้ปฏิบัตงิ านในภาคสนาม 5) ลดความซำ�้ ซอ้ นในการปฏบิ ตั งิ าน ทำ� ใหก้ ารปฏบิ ตั งิ านมปี ระสทิ ธภิ าพ และประหยดั 1.3.3 หลักการพ้นื ฐานของการจัดการในภาวะฉกุ เฉนิ ตามระบบบัญชาการเหตกุ ารณ์ (Basic Incident Management Characteristics) หลักการพ้ืนฐานของระบบบัญชาการเหตุการณ์เป็นคุณลักษณะส�ำคัญของการจัดการ ในภาวะฉกุ เฉนิ โดยสรุป 14 ประการ ประกอบด้วย (1) การใชค้ �ำศัพท์มาตรฐาน (Common Terminology) หมายถงึ การใชค้ ำ� ศพั ทท์ เี่ ปน็ มาตรฐานเปน็ ทรี่ บั รแู้ ละเขา้ ใจรว่ มกนั ระหวา่ งผปู้ ฏบิ ตั งิ าน ดว้ ยกัน การใช้คำ� ศพั ท์มาตรฐานจะลดความผิดพลาด ความเขา้ ใจที่ไม่ตรงกัน ทำ� ใหห้ น่วยงานตา่ ง ๆ เขา้ มา ท�ำงานร่วมกันได้อย่างราบร่ืน เน่ืองจากในเหตุการณ์ฉุกเฉิน เราไม่มีเวลาที่จะมาเรียนรู้ ภาษา ค�ำศัพท์ สัญลักษณใ์ หม่ ๆ ของแต่ละหน่วยงานไมว่ า่ จะเปน็ คำ� ศัพทท์ างเทคนคิ ศพั ทท์ ี่ใช้เฉพาะภายในหนว่ ยงาน หรอื รหสั วทิ ยุ ซง่ึ จะทำ� ใหก้ ารสอ่ื สารแลกเปลย่ี นขอ้ มลู ความเขา้ ใจระหวา่ งกนั มคี วามผดิ พลาด คลาดเคลอ่ื น ระบบบญั ชาการเหตุการณ์ (Thailand Incident Command System) เครอ่ื งมอื การจัดการในภาวะฉกุ เฉินของประเทศไทย 5
นำ� มาซง่ึ การมอบหมายหรอื รบั มอบภารกจิ ในการปฏบิ ตั งิ านเกดิ ความสบั สนขน้ึ ได้ ทงั้ น้ี คำ� ศพั ทม์ าตรฐาน ท่ใี ช้ในระบบบญั ชาการเหตุการณจ์ ะครอบคลมุ คำ� ศพั ท์มาตรฐานที่เป็นชอ่ื เรียกโครงสร้างและต�ำแหน่งตา่ ง ๆ คำ� อธิบายทรพั ยากร และพน้ื ทีป่ ฏบิ ัตกิ ารท่ีแสดงดว้ ยสัญลกั ษณต์ ่าง ๆ โครงสร้าง ตำ� แหน่ง ตำ� แหนง่ สนบั สนนุ บัญชาการ (Command) ผู้บัญชาการเหตกุ ารณ์ รองผบู้ ญั ชาการเหตุการณ์ (Incident Commander) (Deputy Incident Commander) เจ้าหน้าที่สนับสนุนการบัญชาการ เจ้าหน้าที่ (Officer) ผ้ชู ว่ ย (Assistant) (Command Staff) เจ้าหน้าทีร่ ะดบั ปฏิบตั ิงาน หวั หนา้ สว่ น (Section Chief) รองหัวหนา้ ส่วน (Deputy) (General Staff) แผนก (Branch) หวั หนา้ แผนก (Branch Director) รองหัวหนา้ แผนก (Deputy) กลมุ่ พื้นท่ี/กลุ่มภารกิจ หวั หนา้ (Supervisor) รองหัวหน้า (Deputy) (Division and Group) หน่วย/ชุดปฏบิ ตั ิการ (Unit) หัวหน้าหนว่ ย/ชุด (Unit Leader) ผู้ช่วยหัวหนา้ ชดุ (Assistant) ตารางท่ี 1:1 ตัวอย่างค�ำศัพทม์ าตรฐานสำ� หรบั เรียกตำ� แหน่งตามโครงสรา้ งของ ระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ ของประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ ในช่วงของการตอบโต้กับเหตุฉุกเฉิน การส่ือสารระหว่างผู้ปฏิบัติงาน ควรใชภ้ าษาในการสอื่ สารแบบปกตโิ ดยหลกี เลยี่ งการใชร้ หสั วทิ ยุ คำ� หรอื ภาษา ทใ่ี ชเ้ ฉพาะภายในหนว่ ยงาน ของตนเองโดยเฉพาะ เพอื่ ลดความผิดพลาด ความเขา้ ใจผดิ ได้ อย่างไรก็ตาม ค�ำศัพท์มาตรฐานส�ำหรับเรียกต�ำแหน่งตามโครงสร้างของระบบ บัญชาการเหตุการณ์ดังกล่าวของประเทศไทยในปัจจุบันยังไม่เป็นที่นิยมน�ำมาใช้เท่าที่ควร หากแต่มี การนำ� ไปใช้ในเรอื่ งของการเรยี กชอ่ื ทรพั ยากรประเภทต่าง ๆ และสัญลักษณ์ท่ีเป็นมาตรฐานเท่าน้นั (2) โครงสรา้ งองค์กรแบบโมดูลาร์ (Modular Organization) โครงสรา้ งองคก์ รแบบโมดลู ารเ์ ปน็ ลกั ษณะเดน่ ของระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ ทท่ี ำ� ให้ องคก์ รในการจัดการภาวะฉกุ เฉินมคี วามยืดหยุน่ (Flexible) และสามารถปรบั เปลย่ี นได้ตามสถานการณ์ ความจำ� เปน็ ของแตล่ ะเหตกุ ารณ์ กลา่ วคอื สามารถปรบั เปลยี่ น ขยาย เพมิ่ หรอื ลดขนาดไดต้ ามความเหมาะสม ของภัยแตล่ ะประเภท และความซบั ซ้อน ดังน้นั ภายใต้โครงสรา้ งแบบโมดลู าร์จึงไมม่ โี ครงสรา้ งที่กำ� หนด ไวต้ ายตัว ดว้ ยเหตุน้ี โครงสรา้ งองคก์ รแบบโมดลู ารน์ ี้จึงมคี วามคลอ่ งตัวสงู ทำ� ให้หน่วยงานภายใต้องค์กร สามารถประสานการท�ำงานรว่ มกันระหว่างหน่วยงานได้อยา่ งรวดเรว็ ระบบบัญชาการเหตุการณ์ (Thailand Incident Command System) 6 เครอื่ งมือการจัดการในภาวะฉุกเฉินของประเทศไทย
หลกั การสำ� คญั ของการจดั โครงสรา้ งองคก์ รในระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ ประกอบดว้ ย 1) วตั ถปุ ระสงคข์ องแตล่ ะเหตกุ ารณเ์ ปน็ ปจั จยั กำ� หนดจำ� นวน ขนาด และโครงสรา้ ง ขององคก์ ร 2) การกำ� หนดใหม้ ตี ำ� แหนง่ ตา่ ง ๆ ในโครงสรา้ งระบบบญั ชาการเหตกุ ารณจ์ ะถกู กำ� หนด และแตง่ ตงั้ ขน้ึ ตามความจำ� เปน็ ของแตล่ ะเหตกุ ารณเ์ ทา่ นน้ั กลา่ วคอื จะเปน็ ไปตามหนา้ ท/ี่ ภารกจิ ทต่ี อ้ งการ จะปฏิบตั ิ รวมทงั้ สามารถยบุ เลกิ ได้เม่อื เสร็จส้ินภารกิจหรือหมดความจ�ำเป็น 3) โครงสร้างในแต่ละส่วนที่จัดตั้งข้ึนจะต้องมีผู้รับผิดชอบชัดเจน และไม่ก�ำหนด หน้าท่ี/ภารกิจซ�้ำซ้อนหรือสวมหมวกหลายใบในระบบบญั ชาการเหตุการณ์ 4) โครงสร้างองค์กรที่จัดต้ังข้ึนจะอยู่ในรูปแบบเฉพาะกิจ หมายถึงเมื่อมีเหตุการณ์ เกดิ ขนึ้ เจา้ หนา้ ทผี่ ปู้ ฏบิ ตั งิ านจะออกจากหนา้ ทคี่ วามรบั ผดิ ชอบประจำ� มารบั บทบาทหนา้ ทค่ี วามรบั ผดิ ชอบ ภายใต้โครงสรา้ งในระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ และขึ้นการบังคับบัญชากบั หัวหน้าท่ไี ดร้ บั มอบหมาย นอกจากโครงสรา้ งองคก์ รจะเปน็ แบบโมดลู ารแ์ ลว้ การขยายตวั ของโครงสรา้ งองคก์ ร ในระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ ยงั มรี ปู แบบทข่ี ยายตวั จากบนลงลา่ ง (Top Down) หมายถงึ เมอื่ ชดุ เผชญิ เหตุ ชุดแรกไปถึงท่ีเกิดเหตุจะเป็นผู้สถาปนาระบบบัญชาการเหตุการณ์ โดยเข้าท�ำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการ เหตกุ ารณ์ และเรม่ิ การปฏบิ ตั งิ านในการระงบั เหตเุ ทา่ ทสี่ ามารถกระทำ� ไดภ้ ายใตท้ รพั ยากรทมี่ อี ยใู่ นขณะนน้ั และเมื่อมชี ุดปฏบิ ตั ิการชุดอืน่ เขา้ มาถงึ ทเี่ กิดเหตุ จะเกิดการสั่งการ แบง่ มอบภารกจิ จัดลำ� ดบั การบงั คบั บัญชาและ/หรืออาจจะมีการโอนการบังคับบัญชาให้กับชุดปฏิบัติการที่เข้ามาใหม่ (กรณีที่มีคุณสมบัติ เหมาะสมกับเหตุการณ์ที่เกิดข้ึนมากกว่า ไม่ว่าจะด้วยคุณสมบัติ ต�ำแหน่ง หรือกฎหมายเป็นผู้ก�ำหนด) และจะมีการดำ� เนนิ การไปในลักษณะนี้จนกว่าเหตกุ ารณ์จะสน้ิ สดุ ภาพท่ี 1:2 โครงสรา้ งองคก์ รท่ีขยายตัวจากบน-ลา่ ง (Top Down) ระบบบญั ชาการเหตุการณ์ (Thailand Incident Command System) เครือ่ งมือการจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ ของประเทศไทย 7
(3) การจัดการโดยยึดวตั ถปุ ระสงค์ (Management by Objective) ระบบบัญชาการเหตุการณ์ เป็นระบบที่ถูกออกแบบมาส�ำหรับทั้งการจัดการ ในภาวะฉุกเฉิน ณ พื้นท่ีเกิดเหตุ (On Scene) โดยเฉพาะ รวมถึงการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ท่ีมีการวางแผน ไว้ล่วงหน้า (Planned Events) เชน่ การจดั การประชมุ สัมมนา และยังสามารถนำ� หลกั การของระบบ บญั ชาการเหตกุ ารณไ์ ปประยกุ ตใ์ ช้ ในองคก์ รปฏบิ ตั ใิ นการจดั การภาวะฉกุ เฉนิ ดงั ทปี่ ระเทศไทยนำ� มาใชไ้ ด้ อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าการจัดการเหตุการณ์จะเป็นแบบใดก็ตาม จ�ำเป็นจะต้องมีการก�ำหนด วัตถุประสงค์ ซ่ึงเป็นเป้าหมายท่ีชัดเจนว่าต้องการด�ำเนินการเพื่ออะไร โดยมีการจัดล�ำดับความส�ำคัญ ของภารกจิ ในการปฏบิ ตั งิ านในแตล่ ะหว้ งเวลาปฏบิ ตั งิ าน (Operation Period) ไวอ้ ยา่ งชดั เจน ในเหตฉุ กุ เฉนิ นนั้ โดยปกติจะก�ำหนดหว้ งเวลาปฏิบัตกิ ารหว้ งละ 24 ชั่วโมง แต่ท้ังนจ้ี ะขน้ึ อยกู่ บั ความซับซ้อน และจำ� นวน ทรัพยากรของแต่ละเหตุการณ์ ดังนั้น ทุกเหตุการณ์ต้องมีการก�ำหนดวัตถุประสงค์ แนวทางการปฏิบัติ ทช่ี ดั เจน และตอ้ งมกี ารสอื่ สารทำ� ความเขา้ ใจใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั งิ านอยา่ งทว่ั ถงึ ตลอดเวลา เพอ่ื ใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั งิ านทราบ ทิศทางการปฏิบัติที่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน อาทิ ก�ำหนดวัตถุประสงค์เพ่ือลดระดับน�้ำในชุมชน ลง 10 เซนตเิ มตร ภายในเวลา 24 ช่วั โมง เปน็ ต้น สำ� หรบั ขน้ั ตอนสำ� คญั ในการกำ� หนดวตั ถปุ ระสงค์ ประกอบดว้ ย 6 ขน้ั ตอนหลกั ดงั น้ี l ข้ันตอนท ี่ 1 : ทำ� ความเขา้ ใจนโยบายและแนวทางของหนว่ ยงาน (Understand Agency Policies and Directions) l ขน้ั ตอนท่ี 2 : ประเมินสถานการณ์ (Assess Incident Situation) l ขน้ั ตอนที่ 3 : กำ� หนดวตั ถปุ ระสงคใ์ นการจดั การกบั เหตกุ ารณ์ (Establish Incident Objectives) l ข้ันตอนที่ 4 : เลอื กกลยทุ ธท์ เี่ หมาะสมเพอื่ ใหส้ ามารถปฏบิ ตั งิ านไดต้ ามวตั ถปุ ระสงค์ ทกี่ ำ� หนด (Select Appropriate Strategies or Strategies to Achieve Objectives) l ข้ันตอนท่ี 5 : ด�ำเนินการตามยุทธวธิ ี (Perform Tactical Directions) l ขั้นตอนท่ ี 6 : ติดตาม ประเมนิ ผลการด�ำเนนิ การ (Performance Evaluation) ดงั นน้ั จะเหน็ ไดว้ า่ การกำ� หนดวตั ถปุ ระสงค์ เปน็ จดุ เรม่ิ ตน้ และเปน็ ตวั ขบั เคลอื่ นการปฏบิ ตั กิ ารเพอ่ื ใหท้ ราบ ทิศทางการปฏิบัติงานที่ชัดเจน ท้ังนี้ ในการก�ำหนดวัตถุประสงค์มีข้อควรพิจารณาในการจัดล�ำดับ ความสำ� คัญ ในการกำ� หนดวตั ถปุ ระสงคอ์ ยู่ดว้ ยกัน 3 ประการ ประกอบดว้ ย 1) ความปลอดภัยในชวี ติ (Life Safety) 2) การควบคุมสถานการณ์ (Incident Stability) 3) การรักษาสภาพแวดลอ้ ม (Property Preservation) แตอ่ ยา่ งไรกต็ าม ถงึ แมว้ า่ การรกั ษาความปลอดภยั ในชวี ติ จะถกู กำ� หนดใหม้ คี วามสำ� คญั เปน็ ลำ� ดบั แรก แตใ่ นบางสถานการณผ์ บู้ ญั ชาการเหตกุ ารณอ์ าจตอ้ งคำ� นงึ ถงึ ความสามารถ/ขดี ความสามารถ ในการปฏบิ ตั งิ านและทรพั ยากรทมี่ อี ยู่ ซงึ่ อาจจำ� เปน็ ตอ้ งเลอื กการควบคมุ สถานการณไ์ มใ่ หล้ กุ ลามออกไป ระบบบัญชาการเหตุการณ์ (Thailand Incident Command System) 8 เคร่ืองมอื การจัดการในภาวะฉกุ เฉินของประเทศไทย
จนทำ� ใหม้ ผี ปู้ ระสบภยั บาดเจบ็ เสยี ชวี ติ เพมิ่ ขน้ึ อกี เปน็ จำ� นวนมาก อกี ทงั้ ยงั ตอ้ งเลอื กวธิ กี ารปฏบิ ตั ทิ เ่ี หมาะสม ไม่ให้เกิดผลกระทบกับสภาพแวดล้อมที่อาจก่อให้เกิดสถานการณ์อ่ืน ๆ ข้ึนมาใหม่ได้ เช่น การดับเพลิง ทเี่ กดิ จากสารเคมบี างประเภทโดยการใชน้ ำ้� ฉดี อาจทำ� ใหส้ ารเคมไี หลลงสแู่ หลง่ นำ�้ อปุ โภค บรโิ ภค หรอื ลงทอ่ ระบายนำ้� เปน็ เหตใุ หเ้ กดิ ความไมป่ ลอดภยั แกป่ ระชาชนได้ เปน็ ตน้ ดงั นนั้ การจดั การโดยยดึ วตั ถปุ ระสงค์ จงึ ตอ้ งอาศยั เครอื่ งมอื ทจี่ ะชว่ ยใหก้ ารกำ� หนด วัตถุประสงค์ ให้มีความชัดเจน เป็นรูปธรรม สามารถวัดผลส�ำเร็จได้ น่ันคือการก�ำหนดวัตถุประสงค์ แบบ “S-M-A-R-T Objectives” S : Specific (ชดั เจน) เปน็ การก�ำหนดเป้าหมายการปฏิบตั ิท่ีชดั เจน เป็นรูปธรรม รวมท้ังระบุผู้รับผิดชอบด้วย โดยหลีกเล่ียงการใช้ภาษาที่เป็นนามธรรม เช่น ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ซึง่ มรี ะดับของเกณฑ์การวัดทแี่ ตกตา่ งกัน เป็นต้น M : Measurable (วัดได)้ ก�ำหนดหนว่ ยนับที่สามารถวดั ผลสมั ฤทธิ์ของการปฏบิ ัติ ไดท้ ้ังมาตรฐานและระยะเวลา (เชิงคุณภาพและเชงิ ปรมิ าณ) A : Achievable/Attainable (สามารถปฏิบัติได้) เป็นการก�ำหนดเป้าหมาย ของการปฏิบัตงิ านทีส่ ามารถดำ� เนินการได้ภายใตข้ ีดความสามารถและทรพั ยากรทม่ี อี ยู่ในขณะน้ัน R : Realistic/Relevant (สมเหตุสมผล) มีความสมเหตุสมผลของการปฏิบัติ ทเี่ ปน็ ไปตามองคค์ วามรใู้ นการจดั การภัยแตล่ ะชนิด คือ ไมต่ ั้งสมมติฐานเกนิ กวา่ ท่จี ะสามารถด�ำเนนิ การได้ T : Timeline (ระยะเวลา) กำ� หนดระยะเวลาการปฏบิ ตั งิ านทเ่ี หมาะสม ไมน่ านเกนิ ไป หรือส้ันเกินไป (4) การวางแผนเผชญิ เหตุ (Incident Action Planning) ทุกเหตุการณ์ในระบบบัญชาการเหตุการณ์ เม่ือก�ำหนดวัตถุประสงค์ในการจัดการ เหตกุ ารณแ์ ลว้ จะตอ้ งมกี ารจดั ทำ� แผนเผชญิ เหตุ (Incident Action Plan : IAP) ขนึ้ ทกุ ครงั้ โดยในเหตกุ ารณ์ ขนาดเลก็ ทใ่ี ชเ้ วลาจดั การกบั เหตไุ มเ่ กนิ 6 ชวั่ โมง โดยปกตจิ ะไมไ่ ดจ้ ดั ทำ� แผนเผชญิ เหตเุ ปน็ ลายลกั ษณอ์ กั ษร แตเ่ ปน็ เพยี งขอ้ สงั่ การ แนวการปฏบิ ตั ิ ทผ่ี บู้ ญั ชาการเหตกุ ารณใ์ หก้ บั เจา้ หนา้ ทท่ี เ่ี กยี่ วขอ้ งโดยวาจา (Oral IAP) ซึง่ มีองคป์ ระกอบสำ� คัญ 4 ประการ ไดแ้ ก่ 1) ส่ิงท่จี ะตอ้ งท�ำ (What must be done?) 2) ใครรบั ผิดชอบ (Who is Responsible?) 3) จะสื่อสารข้อมลู กันอยา่ งไร (How information be communicate?) 4) การปฏบิ ตั หิ ากมผี ไู้ ดร้ บั บาดเจบ็ (What should be done if someone is injured?) แต่ส�ำหรับเหตุการณ์ขนาดใหญ่ หรือมีความซับซ้อนซึ่งต้องใช้เวลาและทรัพยากร ในการจดั การมากกวา่ เหตกุ ารณป์ กติ หรอื เปน็ เหตฉุ กุ เฉนิ ดา้ นสารเคมี วตั ถุอันตราย กมั มันตรงั สี จะต้อง มีการจดั ทำ� แผนเผชญิ เหตเุ ปน็ ลายลักษณอ์ ักษรใหช้ ัดเจน ระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ (Thailand Incident Command System) เคร่ืองมอื การจัดการในภาวะฉกุ เฉนิ ของประเทศไทย 9
จากที่กล่าวมาข้างต้น แผนเผชิญเหตุในระบบบัญชาการเหตุการณ์จึงเป็นแผน ที่ไม่ได้มีการจัดท�ำไว้เป็นการล่วงหน้าเหมือนแผนปฏิบัติการอ่ืน ๆ แต่จะถูกก�ำหนดหรือจัดท�ำเม่ือเกิด เหตุการณ์ขน้ึ แล้ว โดยผบู้ ญั ชาการเหตุการณจ์ ะประเมนิ ข้อมลู สถานการณ์ แนวโนม้ และทรพั ยากรท่มี ีอยู่ ในขณะนนั้ เพื่อนำ� มาจดั ท�ำแผนเผชิญเหตุ มีสาระสำ� คัญครอบคลุม 1) ลำ� ดับความสำ� คญั ของเหตกุ ารณ์ (Incident Priorities) 2) วัตถุประสงค์ของเหตุการณ์ (Incident Objectives) 3) รายละเอียดภารกิจ กลยุทธ์และยุทธวิธีท่ีต้องด�ำเนินการ รวมถึงก�ำหนดผู้รับผิดชอบท่ีชัดเจน และ 4) ห้วงเวลาปฏิบัติงาน (Operation Period) ดังน้ัน จะเห็นได้ว่าการจัดการเหตุฉุกเฉินด้วยการจัดการโดยยึดวัตถุประสงค์ ดังท่ีกล่าวมาแล้วขับเคลอื่ นโดยการใช้แผนเผชิญเหตเุ ป็นเคร่ืองมือสำ� คัญในการด�ำเนินการนัน้ เอง (5) ชว่ งการควบคุมทส่ี ามารถจัดการได้ (Manageable Span of Control) ช่วงการควบคุม (Span of Control) หมายถงึ สงิ่ ทแ่ี สดงให้ทราบว่าผู้บงั คบั บญั ชา คนหน่ึงมีขอบเขตความรับผิดชอบเพียงใด กล่าวคือ จ�ำนวนของผู้ใต้บังคับบัญชา/หน่วยงาน/ทรัพยากร ทอ่ี ยใู่ นบงั คบั บญั ชาหรอื อยภู่ ายใตข้ อบเขตความรบั ผดิ ชอบ/ควบคมุ ของผบู้ งั คบั บญั ชาคนหนง่ึ ทจี่ ะสามารถ จัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงท่ีมีเหตุการณ์น้ันเอง ท้ังนี้ การจัดให้มีช่วงการควบคุมที่เหมาะสม ก็เพื่อใหผ้ ูบ้ งั คบั บัญชาหรอื หวั หน้าสามารถกำ� กบั ควบคุม ดูแลการปฏบิ ัติงาน จัดการทรพั ยากร ตลอดจน สื่อสารกับผู้ใต้บังคับบัญชาได้อย่างทั่วถึง การสั่งการในการปฏิบัติงานจึงจะมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้ ช่วงการควบคุมจึงเป็นหัวใจส�ำคัญในการจัดการเหตุการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการจัดโครงสร้าง ขององคก์ รในระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ สำ� หรบั หลกั การกำ� หนดชว่ งการควบคมุ นนั้ ขนึ้ อยกู่ บั ปจั จยั สำ� คญั 4 ประการ ไดแ้ ก่ 1) ประเภทและขนาดของเหตกุ ารณท์ เ่ี กดิ ขนึ้ 2) ปจั จยั ความเสย่ี งอนั ตรายและความปลอดภยั 3) จำ� นวนทรัพยากรและผปู้ ฏิบตั งิ าน และ 4) ลักษณะของภารกจิ ทั้งนี้ ตามหลักการจัดการชว่ งการควบคุมที่เหมาะสมควรอยรู่ ะหวา่ ง 3 - 7 โดยช่วง การควบคุมท่เี หมาะสมที่สดุ คือ 5 หมายถงึ 1:5 (หวั หน้า 1 คนตอ่ ลกู นอ้ ง 5 คน/หนว่ ยปฏิบัติ 5 หน่วย) ดังนั้น ภายใต้โครงสร้างองค์กรแบบโมดูลาร์ไม่ว่าจะเป็นการขยายขนาดของโครงสร้างองค์กรให้ใหญ่ขึ้น หรือลดขนาดให้เล็กลงก็ตาม การจัดองค์กรจะต้องรักษาช่วงการควบคุมให้เหมาะสมตลอดเวลาเพื่อให้ จดั การเหตุการณ์เป็นไปอย่างมปี ระสิทธภิ าพ ภาพท่ี 1:3 ช่วงการควบคุม (Span of Control) ระบบบัญชาการเหตกุ ารณ์ (Thailand Incident Command System) 10 เคร่ืองมอื การจดั การในภาวะฉุกเฉินของประเทศไทย
(6) พนื้ ทป่ี ฏบิ ตั งิ านและสงิ่ อำ� นวยความสะดวก (Incident Facilities and Locations) หมายถงึ สถานทปี่ ฏบิ ตั งิ านหลกั ในระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ ซงึ่ กำ� หนดเปน็ สญั ลกั ษณ์ และชื่อเรียกมาตรฐานเพ่ือให้ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องทุกคนเข้าใจได้ตรงกันว่าสถานที่เหล่านั้นมีภารกิจ หนา้ ที่ และความรบั ผิดชอบอยา่ งไร จัดตง้ั เพอื่ วัตถุประสงคใ์ ด ประกอบด้วย 1) ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command Post : ICP) เปน็ สถานทท่ี ำ� งานของผบู้ ญั ชาการเหตกุ ารณใ์ ชใ้ นการบญั ชาการเหตฉุ กุ เฉนิ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ท้งั นใ้ี นบรบิ ทของไทยอาจก�ำหนดและให้ชอื่ ศูนยบ์ ญั ชาการเหตุการณ์ใน 2 สว่ นดว้ ยกนั กล่าวคอื l ศูนย์บญั ชาการเหตกุ ารณ์ ณ พ้ืนท่เี กิดเหตุ/พนื้ ทเี่ หตกุ ารณ์ (On Scene Incident Command Post : ICP) เปน็ ศูนย์บญั ชาการเหตกุ ารณ์ที่จดั ตงั้ ข้นึ ณ พน้ื ทเี่ กิดเหตุหรือพืน้ ท่ี เหตกุ ารณ์ ซงึ่ โดยปกติ เมอ่ื เกิดเหตกุ ารณ์ฉุกเฉนิ ขึ้นเปน็ หน้าท่คี วามรับผดิ ชอบสำ� คญั ทผ่ี ู้เผชญิ เหตุคนแรก จะตอ้ งมบี ทบาทเปน็ ผบู้ ญั ชาการเหตกุ ารณโ์ ดยจะตอ้ งสถาปนาระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ (สง่ั การ) เพอื่ ประสาน การปฏบิ ตั ิ โดยจะตอ้ งกำ� หนดลำ� ดบั การบงั คบั บญั ชา และระบบการสอ่ื สารในทเ่ี กดิ เหตทุ ช่ี ดั เจน วธิ กี ารสำ� คญั ประการหนงึ่ ในการสถาปนาระบบสงั่ การ คอื การจดั ตงั้ สถานทที่ เ่ี ปน็ ทต่ี งั้ ของ “ศนู ยบ์ ญั ชาการเหตกุ ารณ”์ เพอื่ ใชใ้ นการสงั่ การกำ� กบั ดแู ลการปฏบิ ตั งิ านในภาพรวม ในแตล่ ะเหตกุ ารณจ์ ะตอ้ งมกี ารจดั ตงั้ ศนู ยบ์ ญั ชาการ เหตุการณ์ และจัดต้ังเพียงแห่งเดียวเท่าน้ัน ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเป็นการสนธิก�ำลังจากหลาย หนว่ ยงานมารว่ มปฏบิ ตั งิ าน และมกี ารจดั โครงสรา้ งการบงั คบั บญั ชาในรปู แบบทเ่ี รยี กวา่ “การบญั ชาการรว่ ม” ก็ตาม ทัง้ น้ี ศนู ย์บัญชาการเหตุการณ์ อาจเปน็ สถานทชี่ ่วั คราว เชน่ ใตต้ ้นไม้ เตน็ ท์ ศาลา อาคาร หรือยานพาหนะ ก็ได้ แต่ควรเป็นสถานที่ท่ีสามารถสังเกตการณ์พื้นท่ีเกิดเหตุในภาพรวม ซ่ึงจะทำ� ใหผ้ ูบ้ ญั ชาการเหตุการณ์สามารถ ควบคมุ ดูแล กำ� กับ และสั่งการการปฏิบัตงิ านได้ อย่างไรกต็ าม พื้นที่ต้ังศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ควรเห็นได้ชัดเจน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย มรี ะบบการสอื่ สาร และควรอยภู่ ายในบรเิ วณทใ่ี กลเ้ คยี งกบั จดุ เกดิ เหตมุ ากทสี่ ดุ เทา่ ทจ่ี ะเปน็ ไปได้ หากแต่ ตอ้ งอยภู่ ายนอกเขตอนั ตราย หรือบรเิ วณที่มคี วามเส่ียงท่ีจะได้รับผลกระทบจากเหตกุ ารณ์ เช่น จัดตง้ั อยู่ เหนอื ลม สัญลกั ษณม์ าตรฐาน ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command Post : ICP) l ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ในบริบทของประเทศไทยอีกความหมายหน่ึง หมายความรวมถึงองค์กรปฏิบัติการในการจัดการภาวะฉุกเฉินซ่ึงมีฐานะเป็นศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน (Emergency Operation Center) ซึง่ เปน็ ศนู ย์กลางในการประสานการระดมสรรพกำ� ลงั เพื่อการปฏิบัติงาน ระบบบัญชาการเหตุการณ์ (Thailand Incident Command System) เครอ่ื งมอื การจดั การในภาวะฉุกเฉนิ ของประเทศไทย 11
ของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ณ พ้ืนท่ีเกิด/พื้นที่เหตุการณ์ด้วย และนอกจากองค์กรปฏิบัติการ ในการจัดการภาวะฉุกเฉินจะมีบทบาทในการสนับสนุนแล้ว ยังมีอ�ำนาจหน้าท่ีครอบคลุมการส่ังการ อำ� นวยการ และบญั ชาการดว้ ย ทงั้ นี้ ภายใตแ้ ผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ พ.ศ. 2564 - 2570 ไดก้ ำ� หนดกลไกขององค์กรปฏิบัติในการจัดการภาวะฉุกเฉินไว้ทุกระดับตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงระดับชาติ ส�ำหรับรายละเอยี ดในสว่ นนีจ้ ะอธบิ ายในส่วนท่ี 2 ต่อไป 2) จดุ ระดมทรพั ยากร (Staging Area : S) เปน็ สถานทท่ี ตี่ งั้ ขน้ึ เพอื่ เปน็ ทรี่ วมของทรพั ยากรทอ่ี ยใู่ นสถานะ “พรอ้ มปฏบิ ตั งิ าน” เพอ่ื รอรบั การมอบหมายภารกจิ ออกไปปฏบิ ตั งิ าน สำ� หรบั จดุ ระดมทรพั ยากรในเหตกุ ารณห์ นงึ่ ๆ อาจจดั ตงั้ ไดม้ ากกวา่ 1 แหง่ ขน้ึ อยกู่ บั ขนาด จำ� นวนของทรพั ยากร สภาพภมู ปิ ระเทศ รวมถงึ ลกั ษณะของเหตกุ ารณ์ ฉกุ เฉนิ ทเี่ กดิ ขน้ึ ในกรณที ส่ี ถานการณข์ ยายตวั ลกุ ลามจำ� เปน็ ตอ้ งใชท้ รพั ยากรในการปฏบิ ตั งิ านเพม่ิ มากขนึ้ อาจมกี ารกำ� หนดจดุ ระดมทรพั ยากรหลายแหง่ เพอ่ื ใหส้ ะดวกแกก่ ารเขา้ ปฏบิ ตั งิ านกไ็ ด้ แตท่ งั้ น้ี การจดั ตงั้ จดุ ระดมทรพั ยากรในแตล่ ะแหง่ จะตอ้ งมกี ารแตง่ ตงั้ “ผจู้ ดั การจดุ ระดมทรพั ยากร (Staging Area Manager)” เพ่ือท�ำหนา้ ท่คี วบคุม ดูแล ทรพั ยากรในจุดระดมทรัพยากรเสมอ S สญั ลกั ษณม์ าตรฐาน จดุ ระดมทรพั ยากร (Staging Area : S) ส�ำหรับข้อควรพิจารณาส�ำคัญในการก�ำหนดจุดที่เป็นสถานที่ต้ังของจุดระดม ทรพั ยากรนนั้ ควรจะกำ� หนดใหอ้ ยใู่ กลเ้ คยี งกบั บรเิ วณพน้ื ทเ่ี กดิ เหตุ เพอื่ ใหส้ ามารถสง่ ทรพั ยากรเขา้ ปฏบิ ตั งิ าน ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ทนั เวลา แต่ควรมรี ะยะหา่ งพอสมควรเพอ่ื ความปลอดภัย และพน้ จากผลกระทบ ของเหตกุ ารณท์ ่อี าจเกิดขนึ้ อยา่ งฉบั พลนั กลา่ วคอื l ระยะหา่ งจากพน้ื ทเี่ กดิ เหตุ โดยหลกั การ จดุ ระดมทรพั ยากรไมค่ วรตงั้ อยหู่ า่ ง จากสถานทเี่ กิดเหตใุ นระยะเวลาเดนิ ทางเกิน 5 นาที ซงึ่ อาจมคี วามเป็นไปได้ยากในทางปฏบิ ัตขิ นึ้ อยกู่ ับ แต่ละเหตุการณ์ แตท่ ง้ั น้ีควรอย่ใู กลก้ ับพ้นื ทป่ี ฏบิ ัตงิ านมากทสี่ ดุ เทา่ ทจ่ี ะเปน็ ไปได้ l เส้นทางในการเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุ (Access Routes) ถนนท่ีเป็นเส้นทาง เขา้ ถงึ พ้ืนทเ่ี กดิ เหตุเป็นถนนประเภทใด รองรบั รถยนต์/เครือ่ งจักรขนาดหนกั ได้ก่ีตัน มเี ส้นทางสำ� รองหรอื ไม่ หากเปน็ เสน้ ทางเลก็ เพอ่ื ความปลอดภยั ของเจา้ หนา้ ทอี่ าจกำ� หนดใหเ้ ปน็ ถนนเดนิ รถทางเดยี ว (one way) l ขนาดพื้นท่ี ต้องมีพ้ืนที่บริเวณท่ีกว้างเพียงพอที่จะสามารถรองรับทรัพยากร ทม่ี อี ยไู่ ด้ รวมถงึ การจดั การพนื้ ทส่ี ำ� หรบั เจา้ หนา้ ท่ี ขณะเดยี วกนั ควรมพี น้ื ทเี่ หลอื กวา้ งพอทจ่ี ะทำ� การขยาย บริเวณออกไปได้ ถา้ หากสถานการณข์ ยายตัวและตอ้ งการใช้ทรพั ยากรเพม่ิ มากข้ึน ระบบบัญชาการเหตกุ ารณ์ (Thailand Incident Command System) 12 เคร่อื งมอื การจดั การในภาวะฉุกเฉินของประเทศไทย
l ความปลอดภัย ควรก�ำหนดพื้นที่ตั้งที่มีความปลอดภัยจากผลกระทบท่ีอาจ เกิดจากเหตุการณ์ที่เกิดข้ึน เช่น เหตุฉุกเฉินด้านสารเคมี ควรก�ำหนดจุดระดมทรัพยากรไว้อยู่ในพื้นที่ เหนอื ลม เป็นต้น นอกจากน้ยี งั ควรก�ำหนดให้มมี าตรการด้านความปลอดภยั ในพน้ื ท่ี เชน่ ไฟฟา้ ส่องสว่าง ป้ายสญั ญาณจราจร และอื่น ๆ ทง้ั น้ี ภายใตโ้ ครงสรา้ งองคก์ รตามระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ จดุ ระดมทรพั ยากร ภายใต้การดแู ลของผู้จดั การ จะอยใู่ นการบงั คับบัญชาและความรับผิดชอบของหวั หน้าส่วนปฏบิ ัติการ 3) ฐานปฏิบตั ิการ (Base : B) เปน็ สถานทสี่ ำ� หรบั ปฏบิ ตั งิ านของเจา้ หนา้ ทปี่ ระชาสมั พนั ธ์ เจา้ หนา้ ทคี่ วามปลอดภยั เจ้าหน้าท่ีประสานงาน รวมทัง้ เจ้าหนา้ ที่ส่วนอำ� นวยการ ส่วนสนบั สนนุ ซึ่งปฏบิ ัติหน้าท่ี ณ พ้นื ทีเ่ กดิ เหตุ การจัดตั้ง “ฐานปฏิบัติการ” เพื่อเป็นสถานท่ีในการให้บริการและสนับสนุนข้อมูลต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวกับ เหตกุ ารณ์นน้ั ๆ ในเหตกุ ารณ์หนงึ่ ๆ จะมี “ฐานปฏบิ ัติการ” เพียงแห่งเดียว เช่นเดียวกบั ศนู ยบ์ ัญชาการ เหตุการณ์ (ICP) รวมทัง้ อาจมีการตง้ั ช่ือใหก้ ับฐานปฏบิ ตั กิ ารตามสถานทเี่ กิดเหตกุ ไ็ ด้ ทั้งนี้ ฐานปฏิบัติการ อาจตง้ั อยู่พื้นที่เดยี วกับศนู ยบ์ ญั ชาการเหตุการณ์ก็ได้ B สญั ลกั ษณ์มาตรฐาน ฐานปฏิบตั กิ าร (Base : B) 4) แคมป์ (Camp : C) เปน็ พนื้ ทส่ี ำ� หรบั ใชใ้ นการสนบั สนนุ เสบยี งอาหาร ทพ่ี กั สถานพยาบาลแกเ่ จา้ หนา้ ท่ี ผปู้ ฏบิ ตั งิ านซงึ่ อยใู่ นความรบั ผดิ ชอบของสว่ นสนบั สนนุ ตามโครงสรา้ งองคก์ รของระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ รวมทง้ั อาจใชเ้ ปน็ สถานท่ใี นการซ่อมบำ� รุงยานพาหนะและเกบ็ รักษาทรพั ยากรอน่ื ๆ ดว้ ย โดยเหตกุ ารณ์ หนง่ึ ๆ นน้ั อาจตงั้ แคมปข์ นึ้ ไดห้ ลายแหง่ ในเหตกุ ารณเ์ ดยี วกนั โดยตอ้ งมกี ารจดั ตงั้ ผจู้ ดั การแคมป์ ทำ� หนา้ ที่ รับผดิ ชอบการจดั การแคมปใ์ นภาพรวม ทง้ั นี้ ความหมายของแคมปต์ ามระบบบัญชาการเหตุการณ์ไม่ได้ หมายความรวมถงึ การตง้ั จดุ อพยพหรอื ศนู ยพ์ กั พงิ ชว่ั คราวสำ� หรบั ผปู้ ระสบภยั ซงึ่ เปน็ สว่ นหนง่ึ ของภารกจิ ดา้ นการปฏบิ ัติการภายใต้ความรับผดิ ชอบของสว่ นปฏิบตั ิการ C สญั ลกั ษณม์ าตรฐาน แคมป์ (Camp : C) ระบบบัญชาการเหตกุ ารณ์ (Thailand Incident Command System) เคร่อื งมอื การจดั การในภาวะฉุกเฉินของประเทศไทย 13
5) ฐานเฮลคิ อปเตอร์ (Helibase) และลานจอดเฮลิคอปเตอร์ (Helispot) ฐานเฮลิคอปเตอร์ (Helibase) เป็นสถานท่ีควบคุมการปฏิบัติการทางอากาศ เปน็ ฐานจอดเฮลคิ อปเตอรร์ ะยะยาว เพอื่ การสง่ กำ� ลงั บำ� รงุ ไมว่ า่ จะเปน็ การเตมิ นำ�้ มนั เชอื้ เพลงิ การซอ่ มบำ� รงุ เป็นตน้ H สัญลกั ษณม์ าตรฐาน เฮลิคอปเตอร์ (Helibase) ขณะทล่ี านจอดเฮลคิ อปเตอร์ (Helispot) เปน็ สถานทลี่ งจอดเพอ่ื ปฏบิ ตั งิ านของ อากาศยานในลักษณะชั่วคราวเป็นจุดรบั -ส่ง ทรพั ยากร (Drop Point : DP) อาจกำ� หนดให้มีไดม้ ากกว่า 1 จุด H-1 H-2 H-3 สญั ลกั ษณ์มาตรฐาน ลานจอดเฮลคิ อปเตอร์ (Helispot) และนอกจากพน้ื ทปี่ ฏบิ ตั กิ ารดงั ทกี่ ลา่ วมาแลว้ ในบางเหตกุ ารณอ์ าจกำ� หนดพนื้ ที่ ปฏบิ ตั ิการอน่ื ๆ อาทิ พืน้ ท่ีคัดกรองผ้บู าดเจบ็ จำ� นวนมาก (Mass Casualty Triage Areas) จุดกระจาย ทรพั ยากร (Point of Distribution) เปน็ ต้น อยา่ งไรกต็ าม การกำ� หนดใหม้ พี น้ื ทป่ี ฏบิ ตั งิ านและสง่ิ อำ� นวยความสะดวกขา้ งตน้ จะเห็นได้ว่าในเหตุการณ์ฉุกเฉินหน่ึง ๆ ไม่มีความจ�ำเป็นท่ีจะต้องก�ำหนดให้มีพื้นท่ีปฏิบัติงานและ สงิ่ อ�ำนวยความสะดวกครบทุกพ้นื ที่ ทัง้ นี้ ข้นึ อยู่กบั ลกั ษณะ ขนาด ความซับซอ้ น ความจ�ำเปน็ และระยะเวลา ในการจัดการของเหตุการณ์เป็นส�ำคัญ แต่พ้ืนท่ีท่ีมีความส�ำคัญที่สุดซึ่งในทุกเหตุการณ์ต้องมี คือ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command Post : ICP) เพ่ือเป็นศูนย์กลางการควบคุม สั่งการ การปฏิบัติการในภาพรวมของเหตกุ ารณ์ อาทิ เหตุการณ์อบุ ตั ิเหตรุ ถยนตช์ นกนั โดยไมไ่ ดม้ ผี ้บู าดเจ็บหรือ เสยี ชวี ติ จ�ำนวนมาก ๆ ไม่จ�ำเป็นตอ้ งก�ำหนดใหม้ ีฐานปฏิบตั กิ าร จุดระดมทรพั ยากร แคมป์ เปน็ ต้น ระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ (Thailand Incident Command System) 14 เคร่อื งมอื การจดั การในภาวะฉุกเฉินของประเทศไทย
(7) การจดั การทรพั ยากรอยา่ งครบวงจร (Comprehensive Resource Management) ทรัพยากรในระบบบัญชาการเหตุการณ์ หมายถึง บุคคล ชุดปฏิบัติการ วัสดุ เครอ่ื งมือ อุปกรณ์ ยานพาหนะ ฯลฯ แบง่ ออกเปน็ 2 ประเภท ตามวตั ถปุ ระสงค์ของการใช้งาน ไดแ้ ก่ l ทรัพยากรปฏิบัติการ (Tactical Resource) หมายถึง ทรัพยากรหลัก ที่ใช้ในการปฏิบัติการเพ่อื การระงับเหตุหรือแก้ปัญหาทเ่ี กิดข้นึ เช่น รถดบั เพลิง รถพยาบาล เป็นต้น l ทรพั ยากรสนบั สนนุ (Support Resource) หมายถงึ ทรพั ยากรอนื่ ใดทใี่ ชใ้ นการ สนบั สนนุ การปฏิบตั ิงาน เช่น อาหาร อปุ กรณ์เคร่ืองมือการสือ่ สาร เปน็ ตน้ อยา่ งไรกต็ าม ในบางกรณที รพั ยากรบางชนดิ สามารถกำ� หนดใหเ้ ปน็ ไดท้ งั้ ทรพั ยากร สนบั สนนุ และทรพั ยากรปฏิบัตกิ าร นอกจากนี้ ในระบบบญั ชาการเหตกุ ารณม์ กี ารกำ� หนดมาตรฐานทรพั ยากรเปน็ คำ� อธบิ าย ทรพั ยากร (Resource Description) เพอื่ ใหใ้ ชเ้ ปน็ มาตรฐานเดยี วกนั ทงั้ ประเทศ โดยคำ� อธบิ ายทรพั ยากร จะระบหุ มวดหมขู่ องทรพั ยากร (Categorizing Resources) ตามคณุ ลกั ษณะและคณุ สมบตั ขิ องทรพั ยากร ประกอบด้วย l ชนดิ (Kind) หมายถงึ คำ� อธบิ ายวา่ ทรพั ยากรคอื อะไร เชน่ รถดบั เพลงิ รถพยาบาล รถต�ำรวจ รถบรรทกุ นำ้� เปน็ ตน้ l ประเภท (Type) หมายถงึ คำ� อธบิ ายขดี ความสามารถ/ศกั ยภาพ/ขนาด ของทรพั ยากร ชนดิ นนั้ ๆ เชน่ รถบรรทกุ นำ�้ ขนาด 6,000 ลติ ร 10,000 ลติ ร 12,000 ลติ ร เปน็ ตน้ และหากเปน็ ทรพั ยากร ประเภทเจา้ หนา้ ท่/ี บุคคล/ทมี งาน จะอธบิ ายถึงคุณสมบัตแิ ละประสบการณ์ ทั้งน้ี ในระบบบัญชาการเหตุการณ์ของประเทศสหรัฐอเมริกามีการรวบรวมข้อมูล ทรัพยากรและกำ� หนดมาตรฐานของประเภท (Type) ทรัพยากรไวช้ ดั เจนไวใ้ น The Resource Typing Library Tool โดยก�ำหนดประเภทต้ังแต่ Type 1 ถึง Type 5 โดยที่ Type 1 จะเป็นทรัพยากรท่ีมี ขดี ความสามารถสูงสุด Type 5 จะเปน็ ทรพั ยากรทมี่ ขี ดี ความสามารถต่�ำสุด แตส่ ำ� หรบั ในประเทศไทยนน้ั ยังไม่มีการก�ำหนดและรวบรวมข้อมูลทรัพยากรของประเทศโดยแยกเป็นหมวดหมู่ไว้อย่างเป็นทางการ ในภาพรวม แตจ่ ะมีเฉพาะการรวบรวมข้อมลู ทรพั ยากรของแตล่ ะหน่วยงานไว้เทา่ นน้ั สำ� หรบั กระบวนการจดั การทรพั ยากรอยา่ งครบวงจร เพอ่ื ใหก้ ารใชท้ รพั ยากรในการ จดั การเหตุการณเ์ ปน็ ไปอยา่ งคุม้ คา่ และมปี ระสิทธภิ าพ ประกอบดว้ ย 4 ขัน้ ตอนหลักดว้ ยกนั กลา่ วคอื ระบบบญั ชาการเหตุการณ์ (Thailand Incident Command System) เครอ่ื งมอื การจัดการในภาวะฉุกเฉนิ ของประเทศไทย 15
1) การระบคุ วามตอ้ งการทรัพยากร (Identifying Requirement) การระบคุ วามตอ้ งการทรพั ยากรเปน็ ขน้ั ตอนแรกของกระบวนการจดั การทรพั ยากร เปน็ การระบคุ วามตอ้ งการทรพั ยากรเพอื่ ใชใ้ นการปฏบิ ตั งิ านใหเ้ ปน็ ไปตามทแ่ี ผนเผชญิ เหตกุ ำ� หนด การระบุ ความต้องการทรัพยากรต้องระบุให้ชัดเจนทั้งชนิด ประเภท และจ�ำนวนทรัพยากรที่ต้องการ การระบุ ความต้องการท่ีไม่ชัดเจน นอกจากจะท�ำให้ได้ทรัพยากรไม่ตรงตามความต้องการแล้ว ยังอาจก่อให้เกิด ความส้ินเปลืองจากการได้มาซ่ึงทรัพยากรที่ไม่ตรงตามศักยภาพที่ต้องการใช้ หรืออาจไม่สามารถใช้ ในการปฏบิ ตั งิ านได้ เชน่ ตอ้ งการเรอื ทอ้ งแบนพรอ้ มเครอื่ งยนต์ แตท่ รพั ยากรจดั สง่ มามเี พยี งเรอื ทอ้ งแบน เป็นตน้ 2) การขอรับการสนับสนุน/สั่งและการได้มาซึ่งทรัพยากร (Ordering and Acquired Resources) การขอรับการสนับสนุนทรัพยากรมีหลักการส�ำคัญ ประกอบด้วย การร้องขอ ทรัพยากรให้ได้ตรงความต้องการ และตามเวลาที่ต้องการ กล่าวคือ ต้องระบุความต้องการทั้งชนิดและ ประเภททชี่ ดั เจนดงั ทกี่ ลา่ วมาแลว้ รวมถงึ จะตอ้ งระบเุ วลาทตี่ อ้ งการใหท้ รพั ยากรมาถงึ พนื้ ทเี่ หตกุ ารณแ์ ละ พรอ้ มรบั มอบภารกจิ ออกไปปฏบิ ตั กิ ารดวั ย ดงั นนั้ จงึ จำ� เปน็ ตอ้ งมกี ารกำ� หนดขน้ั ตอนการขอรบั การสนบั สนนุ ท่ีชัดเจน ซึ่งนอกจากลดความซ�้ำซ้อนในการปฏิบัติงานแล้ว ยังก่อให้เกิดประสิทธิภาพ และความคุ้มค่า ในการบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินท่ีเกิดขึ้นอีกด้วย ทั้งน้ี ในเหตุการณ์สาธารณภัยขนาดเล็กมักใช้รูปแบบ การร้องขอสนับสนุน ณ จดุ เดยี ว (Single Point Ordering) เชน่ นายอำ� เภอขอสนบั สนุนเรือท้องแบน พรอ้ มเครอ่ื งยนต์ จำ� นวน 10 ลำ� ถงุ ยงั ชพี จำ� นวน 500 ถงุ ยารกั ษาโรค จำ� นวน 500 ชดุ ไปยงั ศนู ยบ์ ญั ชาการ เหตุการณ์จังหวัด ซ่ึงท�ำหน้าที่รวบรวมความต้องการร้องขอ จัดหา และจัดส่งไปยังสถานท่ีตามเวลาท่ี นัดหมายต่อไป ในขณะท่ีเหตุการณ์ขนาดใหญ่ท่ีต้องใช้ทรัพยากรจ�ำนวนมากและมีพื้นท่ีเกิดเหตุการณ์ กระจายหลายพื้นที่ อาจตอ้ งมกี ารขอรบั การสนบั สนนุ ทรพั ยากรไปยงั หลายจดุ (Multi Point Ordering) ซง่ึ จะเพมิ่ ความยงุ่ ยากในการขอรบั การสนบั สนนุ ทรพั ยากร ดงั นน้ั สว่ นสนบั สนนุ จงึ อาจถกู จดั ตงั้ ขน้ึ ในโครงสรา้ ง ของระบบบัญชาการเหตกุ ารณ์เพ่อื รับผดิ ชอบภารกจิ ดงั กล่าวเม่อื มคี วามจ�ำเป็น 3) การระดมทรพั ยากรและการเคลือ่ นยา้ ย (Mobilization) เมอื่ หนว่ ยงานทร่ี บั ผดิ ชอบไดร้ บั การรอ้ งขอทรพั ยากรแลว้ กระบวนการตอ่ ไป คอื การระดมทรพั ยากรใหไ้ ดต้ ามความตอ้ งการ การจดั หาทรพั ยากรอาจไดม้ าจากการสนบั สนนุ จากหนว่ ยงาน เพยี งหนว่ ยเดยี ว หากหนว่ ยงานนนั้ ๆ มที รพั ยากรทตี่ อ้ งการในจำ� นวนทเี่ พยี งพอ อยา่ งไรกต็ าม หากทรพั ยากร ที่ต้องการมีจ�ำนวนมากและหลากหลายชนิดอาจจ�ำเป็นต้องระดมทรัพยากรมาจากหลากหลายหน่วยงาน เช่น เคร่ืองสูบน�้ำ อาจต้องระดมทรัพยากรมาจากทั้งทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมชลประทาน ฯลฯ เปน็ ต้น เม่อื ได้จำ� นวนทรพั ยากรที่ตอ้ งการแลว้ การเคล่อื นยา้ ยไปยังพนื้ ท่ีเป้าหมาย ตอ้ งมคี วามชดั เจนในเร่ืองของเวลาทีต่ ้องการให้ทรพั ยากรไปถึง (Estimate Time of Arrival : ETA) และ เพอ่ื ใหก้ ารเคลอื่ นยา้ ยทรพั ยากรไปยงั พน้ื ทเ่ี หตกุ ารณ์ และจดุ ระดมทรพั ยากรทรี่ ะบไุ ว้ จงึ จำ� เปน็ ตอ้ งกำ� หนด ผู้ประสานงานใหม้ คี วามชดั เจน เพือ่ ลดขอ้ ผดิ พลาดในการเดนิ ทางเพอ่ื ใหไ้ ปถึงเป้าหมายด้วย ระบบบัญชาการเหตกุ ารณ์ (Thailand Incident Command System) 16 เคร่อื งมือการจดั การในภาวะฉกุ เฉินของประเทศไทย
4) การตดิ ตามการใชท้ รพั ยากรและการรายงาน (Tracking Resources and Report) หลังจากที่ได้รับทรัพยากรมาใช้ปฏิบัติงานตรงตามความต้องการและเวลาที่ กำ� หนดแลว้ การตดิ ตามการใชท้ รพั ยากรเปน็ กระบวนการสำ� คญั หนง่ึ ในการจดั การทรพั ยากรทท่ี ำ� ใหท้ ราบ ว่าทรัพยากรถูกใช้งานไปอย่างมีประสิทธิภาพตามแผนหรือไม่ และสามารถติดตามผลการปฏิบัติได้เป็น ระยะ การตดิ ตามการใชท้ รพั ยากรจงึ เปน็ การตดิ ตามสถานะปจั จบุ นั ของทรพั ยากรในเหตกุ ารณ์ ความถกู ตอ้ ง ของขอ้ มลู ทรพั ยากรทงั้ จำ� นวน และสถานะ เปน็ องคป์ ระกอบทส่ี ำ� คญั ในการวางแผนในการจดั การเหตกุ ารณ์ ท้ังนี้ เราสามารถแบง่ สถานะของการปฏิบัติงานของทรพั ยากร ออกไดเ้ ป็น 3 สถานะด้วยกัน ไดแ้ ก่ l ปฏิบัติงานอยู่ (Assigned) หมายถึง ทรัพยากรก�ำลังอยู่ระหว่างการออกไป ปฏิบัตหิ น้าท่ตี ามภารกจิ ท่ีได้รับมอบหมาย (Dispatch and Deploy) l พรอ้ มปฏบิ ตั งิ าน (Available) หมายถงึ ทรพั ยากรทอี่ ยใู่ นสถานะพรอ้ มใชง้ าน สามารถออกปฏิบัติงานได้ทันทีที่ได้รับมอบหมายภารกิจ ดังน้ัน เราจะพบทรัพยากรท่ีอยู่ในสถานะนี้ ณ จดุ ระดมทรพั ยากร l ไมพ่ รอ้ มปฏบิ ัติงาน (Out of Service) หมายถึง ทรัพยากรท่ไี มอ่ ยู่ในสถานะ พร้อมปฏิบัติงาน เช่น หยุดพักการปฏิบัติงาน อยู่ระหว่างการซ่อมบ�ำรุง (ช�ำรุดชั่วคราว) เป็นต้น ดังน้ัน เพอื่ ใหส้ ามารถตดิ ตามการใชท้ รพั ยากรในเหตกุ ารณท์ ไี่ ดเ้ คลอ่ื นยา้ ยมายงั พนื้ เหตกุ ารณไ์ ดท้ ง้ั หมด จงึ เปน็ หนา้ ท่ี ความรับผดิ ชอบของทรพั ยากรทีจ่ ะเข้ามาจะต้องรายงานตัว (Check in) เขา้ ปฏิบัติงานในพื้นทเ่ี หตุการณ์ อย่างเปน็ ทางการ 5) การถอนก�ำลังและการฟ้นื ฟู (Demobilize and Recovering Resources) ภายหลังท่ีทรัพยากรที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่เหตุการณ์หมดความจ�ำเป็น เน่ืองจากเสร็จส้ินภารกิจ และไม่มีการรอมอบหมายภารกิจต่อไปแล้ว ผู้บัญชาการเหตุการณ์จะอนุมัติให้ ถอนกำ� ลังทรพั ยากรนนั้ ๆ จากเหตกุ ารณ์ ทรัพยากรดังกล่าวจะต้องรายงานตัว (Check Out) ออกจาก ภารกิจ เพื่อว่าข้อมูลสถานะของทรัพยากรในภาพรวมจะได้มีความเป็นปัจจุบัน สามารถใช้เป็นข้อมูลให้ ส่วนสนับสนุนเพื่อปรับแผนการส่งก�ำลังบ�ำรุงได้ เช่น ลดปริมาณอาหารส�ำหรับเจ้าหน้าท่ีผู้ปฏิบัติงาน เปน็ ตน้ ท้งั นี้ เมอ่ื ทรพั ยากรได้ check out และออกเดินทางกลบั ต้นสงั กดั ในระบบบัญชาการเหตุการณ์ กำ� หนดให้มกี ารรายงานเมื่อทรพั ยากรดังกล่าวกลบั ถึงทีต่ ัง้ หรือตน้ สงั กัดดว้ ยความปลอดภยั ด้วย ระบบบัญชาการเหตุการณ์ (Thailand Incident Command System) เครื่องมือการจัดการในภาวะฉกุ เฉินของประเทศไทย 17
(8) การบูรณาการระบบการส่ือสาร (Integrated Communication) การสอื่ สารมคี วามสำ� คญั อยา่ งมากในการจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ การสอ่ื สารจะทำ� ให้ เกดิ การแลกเปลย่ี นขอ้ มลู การสง่ั การ มอบหมายหนา้ ท่ี ภารกจิ การควบคมุ การปฏบิ ตั ริ ะหวา่ งกนั มคี วามชดั เจน ทงั้ เปา้ หมายและแนวทางปฏิบตั ใิ หผ้ ้ทู เี่ ก่ยี วขอ้ ง ทง้ั นี้ การสือ่ สารจะทั่วถงึ ก็ตอ่ เม่ือ 1) มกี ารก�ำหนดแผนการสอื่ สารร่วมกนั (Common Communication Plan) 2) มีการก�ำหนดข้ันตอนและระบบการส่ือสารท่ีสามารถใช้ร่วมกันท้ังระบบ (Interoperable Communication System and Process) หมายความรวมถงึ การเชอ่ื มโยงขอ้ มลู ระหวา่ ง กันด้วย 3) มกี ารแลกเปลย่ี นข้อมลู ระหว่างกนั อย่างต่อเนอื่ ง ดงั นนั้ การเผชญิ เหตใุ นภาวะฉกุ เฉนิ ทม่ี หี ลายหนว่ ยงานเขา้ มารว่ มกนั ปฏบิ ตั กิ ารจำ� เปน็ ทจี่ ะตอ้ งมแี ผนการ ติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ที่เป็นที่เข้าใจร่วมกันไว้ตั้งแต่ในช่วงเวลาปกติ เพ่ือให้ทุกหน่วยงานรับรู้และ เชือ่ มต่อสัญญาณความถร่ี ว่ มกันเมอ่ื ใชใ้ นการตดิ ตอ่ ส่ือสารกันไดใ้ นภาวะฉกุ เฉิน (9) การสถาปนาการบญั ชาการและการถา่ ยโอนการบังคบั บญั ชา (Establishment and Transfer of Command) ภารกิจส�ำคัญอันดับแรกเม่ือเกิดเหตุฉุกเฉินข้ึน และมีหน่วยเผชิญเหตุเข้าไปถึง เปน็ หนว่ ยแรกจะตอ้ งทำ� หนา้ ทผี่ บู้ ญั ชาการเหตกุ ารณโ์ ดยสถาปนาการบญั ชาการเพอื่ ใหเ้ กดิ การสงั่ การ และ การมอบหมายภารกจิ ในการเผชญิ เหตใุ หม้ คี วามชดั เจน และเมอื่ มบี คุ คล/หนว่ ยงาน ทมี่ คี วามเหมาะสมมากกวา่ ในการจัดการเหตุฉุกเฉินน้ัน ๆ มาถึงอาจมีการถ่ายโอนการบังคับบัญชาไปให้บุคคล/หน่วยงานดังกล่าว บญั ชาการเหตุการณต์ อ่ ไป จงึ กลา่ วได้ว่า การถา่ ยโอนการบังคบั บญั ชา หมายถึง การมอบอำ� นาจ หน้าที่ ความรบั ผดิ ชอบ หรอื การปฏบิ ตั งิ านจากผหู้ นงึ่ สอู่ กี ผหู้ นงึ่ ทม่ี คี วามรคู้ วามสามารถเทา่ กนั หรอื สงู กวา่ หรอื มหี นา้ ทีค่ วามรบั ผดิ ชอบโดยตรงตามกฎหมาย หรอื แผนทกี่ �ำหนดไว้ อยา่ งไรกต็ าม การถ่ายโอนการบงั คบั บัญชาสามารถเกดิ ข้ึนไดห้ ลายกรณี กล่าวคอื l มีบุคคลที่มีความเหมาะสมมากกว่าเข้ามาปฏิบัติงาน (มีความรู้ ประสบการณ์) ซึ่งในระบบบัญชาการเหตุการณ์ไม่จ�ำเป็นที่ผู้รับโอนการบังคับบัญชาจะต้องเป็นผู้ที่ด�ำรงต�ำแหน่งสูงกว่า เสมอไป l มบี คุ คล/หนว่ ยงาน ทม่ี อี ำ� นาจหนา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบตามขอบเขตทก่ี ฎหมายไดก้ ำ� หนดไว้ l สถานการณ์มีการเปล่ียนแปลงตลอดเวลา ส่งผลให้ต้องปรับเปลี่ยนการบังคับ บัญชาให้เหมาะสมและสอดคล้องตามระเบียบ กฎหมายหรือแผน ดังเช่นการก�ำหนดระดับการจัดการ สาธารณภัยตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ที่ก�ำหนดผู้มีอ�ำนาจในการจัดการ สาธารณภยั ไว้ในแตล่ ะระดับต้งั แต่ระดบั ท้องถ่ินถึงระดบั ชาติ ระบบบญั ชาการเหตุการณ์ (Thailand Incident Command System) 18 เครื่องมอื การจดั การในภาวะฉกุ เฉินของประเทศไทย
l เมอื่ สถานการณม์ คี วามยดื เยอ้ื ยาวนาน และมคี วามจำ� เปน็ ตอ้ งมกี ารผลดั เปลย่ี นตวั ผบู้ ญั ชาการเหตกุ ารณห์ รอื เจา้ หนา้ ทผ่ี ปู้ ฏบิ ตั งิ านในทกุ ระดบั เพอ่ื ความตอ่ เนอ่ื งในการปฏบิ ตั งิ าน และเมอื่ เสรจ็ สิน้ ภารกจิ จะส่งมอบความรบั ผิดชอบคืนใหห้ น่วยงานเจา้ ของพน้ื ที่ l เมอ่ื สถานการณล์ ดระดบั ความรนุ แรง/ซบั ซอ้ น อาจมกี ารถา่ ยโอนการบงั คบั บญั ชา ไปยงั หนว่ ยงานทีร่ บั ผิดชอบ หรอื พ้นื ท่ี อยา่ งไรกต็ าม ขน้ั ตอนสำ� คญั ในการถา่ ยโอนการบงั คบั บญั ชาในแตล่ ะครง้ั นน้ั กค็ อื จะตอ้ ง มกี ารสรปุ สถานการณ์ (Incident Briefing) และแจง้ ผทู้ เ่ี กย่ี วขอ้ งใหท้ ราบกอ่ นโอนการบงั คบั บญั ชาทกุ ครงั้ เพอ่ื ใหผ้ มู้ ารบั การถา่ ยโอนภารกจิ เขา้ ใจสถานะของเหตกุ ารณใ์ นภาพรวมทง้ั หมดทเ่ี ปน็ ปจั จบุ นั ซง่ึ จะทำ� ให้ การจัดการเหตุการณ์ในห้วงปฏิบัติการต่อไปมีความต่อเนื่อง ท้ังน้ี การถ่ายโอนการบังคับบัญชาอาจกระท�ำ เปน็ ลายลกั ษณอ์ กั ษร หรอื ดว้ ยวาจากไ็ ด้ (แตค่ วรมกี ารบนั ทกึ เปน็ ลายลกั ษณอ์ กั ษร ในโอกาสแรกทส่ี ามารถ กระท�ำได)้ (10) การบัญชาการ (Command) โครงสรา้ งการบญั ชาการ (Command Structure) เพอ่ื บรหิ ารจดั การสถานการณ์ ฉกุ เฉนิ ตามระบบบญั ชาการเหตุการณ์ แบง่ ออกได้เป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ 1) การบญั ชาการเดยี่ ว (Single Command) เปน็ โครงสรา้ งการบญั ชาการพน้ื ฐาน ทผี่ บู้ ญั ชาการเหตกุ ารณ์จะรับผดิ ชอบบริหารจัดการเหตุการณ์ทั้งหมดโดยล�ำพงั (Single Commander) การบญั ชาการเดยี่ วมกั ใชใ้ นกรณเี หตกุ ารณฉ์ กุ เฉนิ ขนาดเลก็ หรอื เหตกุ ารณท์ ผ่ี บู้ ญั ชาการเหตกุ ารณค์ นเดยี ว สามารถบริหารจัดการได้ เช่น อุบัติเหตุทางถนนขนาดเล็ก ต�ำรวจท�ำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ในพ้ืนทเ่ี กิดเหตุ เป็นตน้ 2) การบญั ชาการรว่ ม (Unified Command) เปน็ โครงสรา้ งการจดั การเหตกุ ารณ์ ทีห่ ลายหน่วยงาน ซงึ่ มหี นา้ ทรี่ บั ผดิ ชอบด้านต่าง ๆ สามารถประสานแผนการปฏิบตั ิงานในทเ่ี กดิ เหตุร่วมกนั ภายใตว้ ตั ถปุ ระสงค์ กลยทุ ธ์ และยทุ ธวธิ กี ารปฏบิ ตั งิ านเดยี วกนั อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ โดยการบญั ชาการรว่ ม จะทำ� ใหผ้ บู้ ญั ชาการเหตกุ ารณท์ ม่ี มี ากกวา่ 1 คน สามารถรว่ มกนั ตดั สนิ ใจภายใตโ้ ครงสรา้ งการบญั ชาการเดยี วกนั (Single Command Structure) ถงึ แมจ้ ะมผี ใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาจะมาจากหลายหนว่ ยกต็ าม การบญั ชาการรว่ ม มักใช้ในเหตุการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้นโดยอาจมีความคาบเกี่ยวขอบเขตอ�ำนาจหน้าที่ของหลายหน่วยงาน หลายกฎหมาย ซ่ึงต้องอาศัยการประสานแผนการท�ำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน มาร่วมกันก�ำหนด วัตถุประสงค์ กลยุทธ์ แผนเผชิญเหตุ และโครงสรา้ งการปฏบิ ตั ิงานภายใตโ้ ครงสร้างเดียวกัน เชน่ กรณี ปฏบิ ตั กิ ารคน้ หา 13 นกั ฟตุ บอลทส่ี ญู หายไปในถำ�้ หลวงขนุ นำ�้ นางนอน จ.เชยี งราย ซงึ่ อยใู่ นเขตพน้ื ทอ่ี ทุ ยาน แห่งชาติ เป็นต้น ดังน้ัน การบัญชาการร่วมจะท�ำให้บุคคลท่ีเก่ียวข้องซ่ึงมาจากหลากหลายหน่วยงาน เกดิ การทำ� งานในลกั ษณะทมี งานเดยี วกนั สามารถลดความซำ้� ซอ้ น ขาดประสทิ ธภิ าพอนั เกดิ จากการทำ� งาน แบบตา่ งคนตา่ งทำ� ของแตล่ ะหนว่ ย ทง้ั นี้ จดุ เดน่ ของการบญั ชาการรว่ มทส่ี ำ� คญั คอื การสง่ เสรมิ ใหเ้ กดิ การ ระบบบญั ชาการเหตุการณ์ (Thailand Incident Command System) เครอื่ งมอื การจดั การในภาวะฉกุ เฉินของประเทศไทย 19
สนบั สนนุ การสนธกิ ำ� ลงั การบรู ณาการทรพั ยากร การมโี ครงสรา้ งการทำ� งานเดยี วกนั (Common System or Organizational Framework) ผ่านกระบวนการวางแผน การก�ำหนดวัตถปุ ระสงคเ์ ชิงกลยทุ ธ์ และ การก�ำหนดแนวทางปฏิบัติเชิงยุทธวิธีในการจัดการกับเหตุการณ์ร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าท่ีจากหน่วยงาน ตา่ ง ๆ การบญั ชาการณ์ร่วม (Unified Command : UC) แม่ทพั ภาค ผ้วู ่าราชการจงั หวัด อธิบดกี รมอทุ ยานฯ ผบู้ ัญชาการเหตกุ ารณ์ เอกภาพในการดำ� เนนิ งาน (Unity of Direction) ภาพท่ี 1:4 ตวั อย่างการบญั ชาการร่วม (Unified Command) กรณี ปฏบิ ัติการค้นหานักฟุตบอล 13 คน ทสี่ ูญหายในถ้าขุนน�ำ้ นางนอน จ.เชยี งราย อยา่ งไรกต็ าม ไมว่ า่ รปู แบบการบญั ชาการเหตกุ ารณจ์ ะเปน็ ในรปู แบบการบญั ชาการเดยี่ ว หรอื การบญั ชาการรว่ ม แตก่ ระบวนการใหเ้ กดิ การขบั เคลอ่ื นการบญั ชาการมเี ปา้ หมายสำ� คญั อยทู่ เี่ อกภาพ ของทิศทางการด�ำเนนิ งาน (Unity of Direction) กลา่ วคือ ผูท้ ี่เก่ยี วข้องกับเหตกุ ารณ์ทกุ คนมีทศิ ทางการ ปฏิบตั กิ ารท่ีเปน็ ไปตามวตั ถุประสงค์ กลยุทธ์ และแผนท่เี ปน็ ไปในทิศทางเดียวกนั (11) ล�ำดับ/สายการบังคับบัญชา (Chain of Command) และเอกภาพในการ บังคบั บัญชา (Unity of Command) ล�ำดับ/สายการบังคบั บญั ชา (Chain of Command) หมายถงึ ความสัมพนั ธข์ อง อำ� นาจหนา้ ที่ และความรบั ผดิ ชอบของแตล่ ะบคุ คล หรอื หนว่ ยงานทล่ี ดหลน่ั กนั ลงมาตามลำ� ดบั ชนั้ (Hierarchy) ซึ่งจะท�ำให้ทราบว่าการติดต่อสื่อสารระหว่างกันเป็นอย่างไร ใครต้องปฏิบัติตามการส่ังการของใคร และ ใครต้องรายงานต่อใคร ระบบบญั ชาการเหตุการณ์ (Thailand Incident Command System) 20 เครื่องมอื การจัดการในภาวะฉุกเฉินของประเทศไทย
ขณะทเ่ี อกภาพในการบงั คบั บญั ชา (Unity of Command) หมายถงึ การทผี่ ใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาจะตอ้ งรบั มอบภารกจิ หนา้ ทคี่ วามรับผิดชอบ และรายงานผลการปฏบิ ตั ติ ่อหวั หนา้ ลำ� ดบั เหนอื ขน้ึ ไป เพยี งผเู้ ดยี วเทา่ นนั้ หลกั การนม้ี คี วามสำ� คญั อยา่ งยง่ิ ในระบบการบญั ชาการเหตกุ ารณ์ เพราะการมผี บู้ งั คบั บญั ชา หลายคน สั่งการหลายอย่างอาจท�ำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเกิดความสับสนในการปฏิบัติงาน รวมทั้งอาจเกิด ความขดั แย้งทงั้ ในการท�ำงานและความขดั แย้งระหวา่ งผู้บังคบั บญั ชาด้วยกนั เองอกี ด้วย ดงั นน้ั ภายใตร้ ะบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ การยดึ หลกั สายบงั คบั บญั ชา และเอกภาพ ในการบังคับบัญชาจะช่วยสร้างความชัดเจน ลดความสับสน ลดความผิดพลาด รวมทั้งลดความขัดแย้ง ในการปฏบิ ตั งิ านซงึ่ จะกอ่ ใหเ้ กดิ เอกภาพของทศิ ทางการดำ� เนนิ งาน (Unity of Direction) กลา่ วคอื มกี าร ปฏบิ ตั งิ านบนพน้ื ฐานของแผนการทำ� งานเดยี วซงึ่ ในระบบบญั ชาการเหตกุ ารณก์ ค็ อื แผนเผชญิ เหตนุ น่ั เอง อำ� นาจสง่ั การ สายการบงั คับบัญชา (Chain of Command) เอกภาพในการบังคับบัญชา หวั หนา้ สว่ นปฏิบัติการ (Unity of Command) หวั หนา้ ส่วนปฏิบตั กิ าร เอกภาพในการบงั คบั บัญชา (Unity of Command) เจ้าหน้าทกี่ ูภ้ ัย ควเาจม้าปหลนอ้าดทภี่ ัย เจา้ หน้าทีก่ ชู้ ีพ ภาพท่ี 1:5 สายการบังคบั บัญชา และเอกภาพในการบังคบั บญั ชา (12) ความรับผิดชอบ (Accountability) ในระบบบัญชาการเหตุการณ์ความรับผิดชอบเป็นหลักการเบื้องต้นท่ีเจ้าหน้าท่ี ที่เกี่ยวข้องในการจัดการเหตุฉุกเฉินทุกคนต้องถือปฏิบัติ ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความเป็นมืออาชีพ (Professionalism) ประกอบด้วย 1) การรายงานตัว (Check-In / Check-Out) เจา้ หนา้ ทที่ กุ คนไมว่ า่ จะสงั กดั หนว่ ยงานใด จำ� เปน็ ตอ้ งมกี ารรายงานตวั เขา้ มา ปฏบิ ตั งิ านในรปู แบบใดรปู แบบหนงึ่ ตามความเหมาะสมตามทผ่ี บู้ ญั ชาการเหตกุ ารณก์ ำ� หนดเพอื่ รบั มอบหมาย ภารกจิ เสมอ ในเหตกุ ารณท์ เ่ี รง่ ดว่ นอาจใชว้ ทิ ยสุ อื่ สารหรอื ชอ่ งทางสอื่ สารอน่ื ใดรายงานตวั เพอื่ ขอรบั มอบภารกจิ จากผู้บัญชาการเหตกุ ารณโ์ ดยตรง หรือในเหตุการณ์ขนาดใหญ่ ที่ใชร้ ะยะเวลานานอาจมกี ารก�ำหนดสถานที่ ระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ (Thailand Incident Command System) เครอื่ งมือการจัดการในภาวะฉกุ เฉินของประเทศไทย 21
รายงานตวั ทชี่ ดั เจน เพอ่ื ใหเ้ จา้ หนา้ ทท่ี ม่ี าถงึ ไดพ้ กั ผอ่ นกอ่ นรบั มอบภารกจิ กไ็ ด้ ทง้ั นี้ การรายงานตวั (Check In) เพื่อรับมอบภารกิจจ�ำเป็นต้องแจ้งข้อมูลให้ทราบท้ังหน่วยที่สังกัด จ�ำนวนทรัพยากรท่ีน�ำมา รวมท้ัง ชื่อหัวหน้าชุดและช่องทางการประสานงาน นอกจากนี้ เมื่อปฏิบัติหน้าท่ีและภารกิจที่ได้รับมอบหมาย เสร็จสิ้นแล้ว และผู้บัญชาการเหตุการณ์อนุมัติให้ถอนก�ำลังกลับต้นสังกัดได้ เป็นหน้าที่ท่ีทรัพยากรนั้น ตอ้ งรายงานตวั เพอื่ ออกจากภารกจิ (Check Out) เพอื่ กลบั ตน้ สงั กดั รวมทง้ั เมอ่ื เดนิ ทางถงึ เปา้ หมายกต็ อ้ งแจง้ ใหท้ ราบดว้ ยเช่นกนั 2) การปฏิบตั ิตามแผนเผชญิ เหตุ (Incident Action Planning) เจา้ หนา้ ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั เหตฉุ กุ เฉนิ ทเี่ กดิ ขนึ้ ทกุ คน จะตอ้ งถอื ปฏบิ ตั ภิ ารกจิ หนา้ ท่ี ความรบั ผดิ ชอบทไี่ ดร้ บั มอบหมายตามแผนเผชญิ เหตทุ กี่ ำ� หนด ซงึ่ จะทำ� ใหก้ ารตอบโตก้ บั เหตฉุ กุ เฉนิ นนั้ ๆ เป็นไปในทศิ ทางเดียวกนั ไมใ่ ช่ต่างคนต่างท�ำตามบทบาทหน้าท่ีของหน่วยงานตน้ สงั กัดของตนเอง 3) เอกภาพการบังคับบญั ชา (Unity of Command) เจา้ หนา้ ทที่ เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั เหตฉุ กุ เฉนิ ทกุ คนจะตอ้ งรบั คำ� สง่ั จากหวั หนา้ ชดุ ปฏบิ ตั งิ าน ของตนตามโครงสรา้ งองคก์ รทกี่ �ำหนดข้นึ เฉพาะในเหตกุ ารณ์แตเ่ พียงผเู้ ดียวเทา่ นน้ั ถึงแม้วา่ หวั หน้าผ้นู ัน้ จะมาจากต่างสังกัด อาทิ โครงสร้างองค์กรตามระบบบัญชาการเหตุการณ์ก�ำหนดภารกิจการสูบน�้ำให้ เจ้าหน้าท่ีกรมชลประทานเป็นหัวหน้าชุด โดยมีทีมร่วมปฏิบัติงานท้ังเจ้าหน้าท่ีกรมชลประทานเอง กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั และองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ภายใตห้ ลกั การนเ้ี จา้ หนา้ ทร่ี ว่ มปฏบิ ตั งิ าน ทุกคนต้องรบั คำ� สงั่ การจากหวั หน้าชดุ ทเี่ ป็นเจา้ หน้าทีข่ องกรมชลประทานแต่เพียงผเู้ ดยี ว เปน็ ต้น 4) ช่วงการควบคุม (Span of Control) ผบู้ งั คบั บญั ชาในแตล่ ะระดบั ตอ้ งรกั ษาชว่ งการควบคมุ ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาทเี่ หมาะสม ตลอดเวลาเพื่อให้การกำ� กับ ควบคมุ การปฏิบตั ิงานของผใู้ ต้บังคับบัญชาเปน็ ไปอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ช่วงการควบคมุ 8 การรักษา ชว่ งการควบคมุ ใหเ้ หมาะสม ช่วงการควบคมุ 2 ชว่ งการควบคมุ 3 ภาพท่ี 1:6 การรกั ษาชว่ งการควบคุมใหเ้ หมาะสม ระบบบัญชาการเหตุการณ์ (Thailand Incident Command System) 22 เครอ่ื งมือการจดั การในภาวะฉุกเฉินของประเทศไทย
5) ติดตามการใช้ทรพั ยากร (Resource Tracking) เป็นหน้าท่ีของหัวหน้าชุดในทุกระดับที่จะต้องบันทึกและรายงานสถานะของ ทรัพยากร รวมท้ังผลการปฏิบัติ ทั้งน้ีความรับผิดชอบในส่วนน้ีเร่ิมต้นตั้งแต่ได้รับทรัพยากรมาตามท่ีได้ รอ้ งขอไป จนกระทั่งทรพั ยากรนนั้ ๆ รายงานตัวออกจากภารกิจและถอนกำ� ลังกลับตน้ สงั กัด (13) การสง่ ทรพั ยากรออกไปปฏิบัติงาน (Dispatch and Deployment) หลกั การคอื เมอื่ เกดิ เหตฉุ กุ เฉนิ ขนึ้ หนว่ ยงาน/บคุ คลจะไมอ่ อกไปปฏบิ ตั งิ านในพน้ื ท่ี เหตุการณ์หากไม่ได้รับการร้องขอ ดังน้ัน หน่วยงานต่าง ๆ จะจัดส่งทรัพยากรไปสนับสนุนผู้บัญชาการ เหตุการณ์ก็ต่อเม่ือได้รับการร้องขอรับการสนับสนุนเท่าน้ัน ทั้งน้ี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความซ้�ำซ้อนและ ลดภาระของพืน้ ทใี่ นการดแู ลทรพั ยากร และหากเมือ่ หน่วยงานได้ส่งทรัพยากรออกไปแลว้ ทรัพยากรนั้น ตอ้ งรายงานตวั เพ่อื เข้าไปเปน็ ส่วนหนึง่ ของโครงสรา้ งองค์กรจดั การเหตุการณ์ดงั ท่ีกลา่ วมาแล้วดว้ ย (14) การจดั การขอ้ มลู และขา่ วสาร (Information and Intelligence Management) ขอ้ มลู ขา่ วสาร เป็นส่งิ ท่สี �ำคญั อย่างยิ่งต่อในระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ ข้อมูลที่ ถกู ตอ้ ง มคี วามเปน็ ปจั จบุ นั มผี ลตอ่ การตดั สนิ ใจของผบู้ ญั ชาการเหตกุ ารณ์ ดว้ ยเหตนุ ้ี จงึ ตอ้ งมกี ารจดั ระบบ ในการรวบรวม วเิ คราะห์ ประเมนิ แลกเปลี่ยน และการจดั การขอ้ มลู เหตุการณท์ ีม่ ีประสทิ ธิภาพ การจดั การข้อมลู ข่าวสารในระบบบัญชาการเหตกุ ารณ์ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1) ข้อมูลข่าวสารภายในโครงสร้างองค์กร เป็นข้อมูลข่าวสารท่ีเก่ียวข้องกับ การจัดการเหตุการณ์ที่ไหลเวียนตามโครงสร้างตามสายบังคับบัญชาทั้งในแนวด่ิง (ระหว่างผู้บังคับบัญชา กับผใู้ ตบ้ ังคบั บญั ชา) และในแนวระนาบ (ระหวา่ งเจ้าหน้าทผ่ี ู้ปฏิบัตงิ าน) ผูบ้ ังคบั บญั ชาในทกุ ระดบั ต้อง จดั ใหม้ รี ะบบการถา่ ยทอด และแลกเปลยี่ นขอ้ มลู ขา่ วสารระหวา่ งกนั อยา่ งตอ่ เนอื่ งตลอดเวลาผา่ นชอ่ งทาง ต่าง ๆ ไม่วา่ จะผา่ นการประชุมยอ่ ย การแจกจ่ายบนั ทึกช่วยจำ� ช่องทางดิจิทลั เพอ่ื ให้ผู้ปฏิบัตงิ านทกุ คน เขา้ ใจสถานการณ์ (Common Situation Awareness) และมองภาพการปฏบิ ตั กิ ารทเ่ี หมอื นกนั (Common Operating Picture : COP) 2) ขอ้ มลู ขา่ วสารภายนอกองคก์ ร เปน็ ขอ้ มลู ขา่ วสารเกยี่ วกบั เหตกุ ารณท์ ส่ี ง่ ผา่ น ไปยังกลมุ่ เปา้ หมายภายนอก เชน่ การส่อื สารทำ� ความเขา้ ใจกบั ประชาชนท่ัวไป ผูป้ ระสบภยั ผูม้ ีส่วนได้ ส่วนเสยี หรือกับส่อื มวลชนทีต่ อ้ งการข้อมูลขา่ วสารทม่ี ีความเปน็ ปจั จุบันอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ทั้งนี้ ในเหตุการณ์ ขนาดใหญท่ เ่ี ปน็ ทสี่ นใจของสาธารณชน เป็นหน้าที่สำ� คัญของผู้บัญชาการเหตุการณ์ทีจ่ ะตอ้ งอนมุ ตั ิขอ้ มูล ขา่ วสารตอ่ สาธารณะดงั กลา่ ว และตอ้ งใชค้ วามระมดั ระวงั อยา่ งมากในการทจ่ี ะนำ� เสนอขอ้ มลู ทถ่ี กู ตอ้ งและ เหมาะสมกบั สถานการณข์ ณะนนั้ เพอ่ื ไมก่ อ่ ใหเ้ กดิ ความตน่ื ตระหนก ขา่ วลอื โดยเฉพาะกบั สอื่ มวลชน หรอื แมแ้ ตจ่ ะกระทบกบั การปฏบิ ตั กิ ารในภาพรวม ดงั นนั้ ภายในโครงสรา้ งองคก์ รในระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ จึงก�ำหนดให้มีการจัดตั้งเจ้าหน้าท่ีประชาสัมพันธ์ซ่ึงมีหน้าที่ความรับผิดชอบในด้านการจัดการข้อมูล ข่าวสารเป็นการเฉพาะเพ่อื เป็นชอ่ งทางในการเข้าถงึ ข่าวสารท่เี ปน็ ทางการและเชอื่ ถอื ได้ ระบบบัญชาการเหตกุ ารณ์ (Thailand Incident Command System) เคร่ืองมอื การจดั การในภาวะฉุกเฉนิ ของประเทศไทย 23
จากทกี่ ลา่ วมาขา้ งตน้ เปน็ หลกั การพนื้ ฐานสำ� คญั 14 ประการในการจดั การใน ภาวะฉุกเฉินซึ่งเป็นคุณลักษณะส�ำคัญของระบบบัญชาการเหตุการณ์ท่ีช่วยให้การจัดการในภาวะฉุกเฉิน เปน็ ไปอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ภาพที่ 1:7 หลักการพื้นฐานของการจดั การในภาวะฉุกเฉินตามระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ ระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ (Thailand Incident Command System) 24 เคร่อื งมือการจัดการในภาวะฉกุ เฉินของประเทศไทย
1.3.4 โครงสรา้ งองค์กร หน้าท่ี และบทบาทความรับผิดชอบ ในการจดั การเหตฉุ กุ เฉนิ ทกุ ๆ เหตกุ ารณจ์ ำ� เปน็ ทจี่ ะตอ้ งจดั การใหบ้ คุ ลากร และทรพั ยากร มกี ารแบง่ งานกนั ทำ� ตามภารกจิ หนา้ ที่ (Functions) ทตี่ อ้ งปฏบิ ตั เิ พอ่ื ตอบโตก้ บั เหตฉุ กุ เฉนิ ทเี่ กดิ ขน้ึ การจดั การ ให้เกิดการแบ่งงานกันท�ำของทรัพยากรตามหน้าท่ีน้ัน คือ การจัดโครงสร้างองค์กรในระบบบัญชาการ เหตกุ ารณ์ น่ันเอง องค์กร l เปน็ ที่รวมของคนซ่ึงท�ำงานร่วมกันเพื่อใหบ้ รรลเุ ป้าหมายเดียวกัน l ผูบ้ รหิ ารสงู สุดเปน็ ผกู้ �ำหนดทิศทางดว้ ยการระบเุ ปน็ วตั ถปุ ระสงค์ เป้าหมายและกลยุทธ์ l มแี ผนและระบบการท�ำงานที่บ่งบอกถึงอำ� นาจหน้าที่และขอบเขตความรับผดิ ชอบของบคุ คลและฝ่ายต่างๆ อยา่ งชัดเจน องค์ประกอบขององค์กร l บุคลากร/ทรพั ยากร l เปา้ หมายหรือวัตถุประสงค์ (Goals/Objectives) l โครงสรา้ ง (Structure) ประกอบด้วย หนา้ ที่ (Functions) แบง่ งานกันทำ� (Divistion of Work) สายการบงั คับบัญชา และเอกภาพในการบังคับบญั ชาและชว่ งของการควบคุม l การไหลเวียนของข้อมลู ข่าวสาร โครงสร้างองค์กร ICS หมายถึง รูปแบบของการแบง่ งานกนั ทำ� และการประสานการทำ� งานกันของคนในองค์กร ซง่ึ แสดงใหเ้ หน็ วา่ ใครรายงาน งานใคร ใครขน้ึ การบงั คับบัญชากบั ใครภายในระบบบญั ชาการเหตุการณ์ โดยมีวัตถุประสงค์ และเป้าหมายในการจัดการเหตุฉกุ เฉนิ ภาพที่ 1:8 นยิ ามโครงสร้างองค์กรระบบบัญชาการเหตกุ ารณ์ โครงสร้างองค์กรระบบบัญชาการเหตุการณ์ของประเทศไทยแบ่งออกเป็นหน้าที่หลัก (Factional Areas) ได้แก่ (1) ผ้บู ญั ชาการเหตุการณ์ (Incident Commander) (2) ศูนย์ข้อมูลประชาสัมพันธ์ร่วมหรือเจ้าหน้าท่ีประชาสัมพันธ์ (Joint Information Center : JIC/Public Information Officer : PIO) (3) ท่ปี รกึ ษา/ผเู้ ช่ยี วชาญ (Technical Specialist) หรอื เจา้ หนา้ ทค่ี วามปลอดภัย (Safety Officer : SO) (4) ศนู ยป์ ระสานการปฏบิ ตั หิ รอื เจา้ หนา้ ทป่ี ระสานงาน (Coordination Center/Liaison Officer : LO) (5) สว่ นปฏิบัติการ (Operation Section) (6) สว่ นอ�ำนวยการ (Planning Section) (7) สว่ นสนับสนนุ (Logistic and Administration) ระบบบญั ชาการเหตุการณ์ (Thailand Incident Command System) เครือ่ งมอื การจัดการในภาวะฉุกเฉินของประเทศไทย 25
ซงึ่ เปน็ การปรบั เอาแนวคดิ โครงสรา้ งการแบง่ หนา้ ทจี่ ากโครงสรา้ งองคก์ รระบบบญั ชาการ เหตกุ ารณข์ อง Federal Emergency Management Agency (FEMA) ประเทศสหรฐั อเมรกิ ามาประยกุ ต์ ใหส้ อดคลอ้ งกบั บรบิ ทของประเทศไทย โดยระบบของประเทศสหรฐั อเมรกิ านน้ั จะแบง่ โครงสรา้ งออกเปน็ 2 ระดับ โดยเจ้าหน้าท่ีระดับสนับสนุนการบัญชาการ (Command Staff) จะประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ ประชาสัมพันธ์ เจ้าหน้าท่ีความปลอดภัย เจ้าหน้าท่ีประสานงาน และเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติ (General Staffs) ประกอบดว้ ยหนา้ ทห่ี ลกั สว่ นปฏบิ ตั กิ าร สว่ นอำ� นวยการ สว่ นสนบั สนนุ และสว่ นการเงนิ และบรหิ าร (Finance and Administration) ผู้บญั ชาการ/ผอู้ �ำนวยการ (Incident Commander) ศูนยข์ ้อมลู ประชาสมั พันธ์รว่ ม ศูนย์ประสานการปฏบิ ัติ (Joint Information Center : JIC) (Liaison Officer) ทปี่ รึกษา/ผเู้ ช่ยี วชาญ (Technical Specialist) สว่ นปฏิบัตกิ าร สว่ นอำ� นวยการ ส่วนสนบั สนนุ (Operation Section) (Planning Section) (Logistic aSnedctAiodnm)inistrative ภาพท่ี 1:9 โครงสรา้ งองคก์ รพื้นฐานระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ของประเทศไทย ท้ังน้ี เราเรียกเจ้าหน้าที่ตามองค์ประกอบซึ่งเป็นโครงสร้างองค์กรพ้ืนฐานของ ระบบบญั ชาการเหตกุ ารณน์ วี้ า่ “ทมี จดั การเหตกุ ารณ์ (Incident Management Team)” อยา่ งไรกต็ าม โครงสรา้ งองคก์ รระบบบญั ชาการเหตกุ ารณต์ ามหนา้ ท่ี (Functional Structure) ดงั กลา่ ว มอี ำ� นาจ ภารกจิ หนา้ ที่รับผดิ ชอบซึ่งสามารถกำ� หนดออกเปน็ โครงสร้างย่อยภายใตส้ ่วนต่าง ๆ อธิบายโดยสรปุ ไดด้ งั นี้ ระบบบัญชาการเหตกุ ารณ์ (Thailand Incident Command System) 26 เครือ่ งมอื การจดั การในภาวะฉกุ เฉินของประเทศไทย
ผู้บญั ชาการเหตกุ ารณ์ (Incident Commander) ผู้บญั ชาการเหตุการณ์ (Incident Commander) คือ ผู้ทีม่ ีอ�ำนาจสูงสุดในโครงสรา้ งองคก์ รใน ระบบบญั ชาการเหตกุ ารณท์ ม่ี ีอ�ำนาจหน้าท่ีในการส่ังการ อ�ำนวยการ บัญชาการในการจัดการเหตุฉกุ เฉิน ทเี่ กดิ ขนึ้ ในภาพรวม ทง้ั น้ี ในบรบิ ทการจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ ของประเทศไทยนนั้ พระราชบญั ญตั ปิ อ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั พ.ศ.2550 และแผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ พ.ศ.2564 - 2570 ได้ก�ำหนดผมู้ ีอำ� นาจในการจัดการสาธารณภัยไว้ตามระดบั การจดั การสาธารณภยั กลา่ วคอื ระดับ การจัดการ ผูม้ อี ำ� นาจตามกฎหมาย 1 สาธารณภยั ขนาดเลก็ ผู้อ�ำนวยการท้องถ่ิน ผู้อ�ำนวยการอ�ำเภอ ผู้ช่วยผู้อ�ำนวยการ 2 สาธารณภยั ขนาดกลาง กรุงเทพมหานคร ควบคมุ สงั่ การ (มาตรา 18 19 36) ผู้อำ� นวยการจงั หวดั /ผูอ้ �ำนวยการกรุงเทพมหานคร 3 สาธารณภัยขนาดใหญ่ ควบคมุ ส่งั การ และบัญชาการ (มาตรา 15 32) ผบู้ ญั ชาการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ 4 สาธารณภยั รา้ ยแรงอยา่ งยิ่ง ควบคุม ส่งั การ และบัญชาการ (มาตรา 13) นายกรฐั มนตรี หรอื รองนายกรฐั มนตรซี ง่ึ นายกรฐั มนตรมี อบหมาย ควบคุม สั่งการ และบัญชาการ (มาตรา 31) ตารางท่ี 1:2 ผู้มีอ�ำนาจตามกฎหมายในฐานะผู้บญั ชาการเหตกุ ารณต์ ามแผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2564 - 2570 ท้ังน้ี รูปแบบในการบญั ชาการเหตุการณ์ (Incident Command) กระทำ� ไดใ้ น 2 ลกั ษณะ คือ การบัญชาการเดี่ยว และการบัญชาการร่วม ดังท่ีกล่าวมาแล้ว แต่ไม่ว่าจะเป็นการบัญชาการรูปแบบใด หลกั การสำ� คญั อยวู่ า่ ตอ้ งบญั ชาการใหเ้ กดิ เอกภาพในทศิ ทางการดำ� เนนิ การ (Unity of Direction) ซงึ่ จะทำ� ให้ ผ้ปู ฏบิ ัตทิ ี่เก่ียวข้องทกุ คนในเหตุการณ์มีแนวทาง/แนวปฏิบตั ติ ามแผนเดียวกัน 1. บทบาทหนา้ ที่ความรับผดิ ชอบ นอกจากความรับผิดชอบของผู้บัญชาการเหตุการณใ์ นการบรหิ ารจัดการเหตุการณ์ในภาพรวม แลว้ ผ้บู ัญชาการเหตุการณ์ยงั มบี ทบาทหน้าท่คี วามรับผดิ ชอบ ดงั ต่อไปน้ี 1.1 ดแู ล ควบคมุ ใหเ้ กดิ ความปลอดภยั ของเจ้าหน้าท่ที เ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั เหตุฉุกเฉนิ ทัง้ หมด 1.2 ประเมนิ สถานการณ์ รวมทง้ั รับทราบการบรรยายสรุปสถานการณ์ (Incident Briefing) จากผ้บู ญั ชาการเหตกุ ารณ์คนก่อนหนา้ (หากมกี ารถ่ายโอนอำ� นาจการบังคับบัญชา) ระบบบญั ชาการเหตุการณ์ (Thailand Incident Command System) เคร่อื งมือการจัดการในภาวะฉุกเฉินของประเทศไทย 27
1.3 ก�ำหนดวัตถุประสงค์และกลยุทธ์ในการจัดการเหตุการณ์ (Incident Objectives and Strategies) ในแตล่ ะห้วงเวลาปฏิบัตกิ าร (Operational Period) 1.4 จดั ลำ� ดบั ความสำ� คญั ของภารกจิ ตามความเรง่ ดว่ นบนพน้ื ฐานของการประเมนิ สถานการณ์ 1.5 พจิ ารณาจดั ต้ังศนู ยบ์ ัญชาการเหตุการณ์ ณ พน้ื ท่เี หตกุ ารณ์ (On Scenc Incident Command Post : ICP) ซึ่งส่วนนี้ในบริบทไทยผู้บัญชาการเหตุการณ์มีหน้าที่ต้องจัดตั้งองค์กรปฏิบัติการจัดการใน ภาวะฉุกเฉนิ ดว้ ยซ่งึ จะอธบิ ายโดยละเอยี ดในสว่ นที่ 2 ต่อไป 1.6 จัดรปู แบบโครงสร้างองค์กร ICS ทีเ่ หมาะสมกับเหตกุ ารณ์และภารกจิ ทีต่ ้องด�ำเนินการ 1.7 กำ� หนดให้มกี ารประชุมเพื่อวางแผนการดำ� เนินงาน 1.8 อนมุ ัติและเหน็ ชอบการดำ� เนนิ การตามแผนเผชิญเหตุ (Incident Action Plan) 1.9 จดั ใหม้ กี ารส่อื สารและประสานงานระหวา่ งเจ้าหน้าที่ท่ีเกย่ี วข้องกบั เหตุการณท์ ้งั หมด 1.10 ใหค้ วามเห็นชอบคำ� รอ้ งขอทรัพยากรเพม่ิ เตมิ และการสง่ มอบทรัพยากร 1.11 แจ้งหรือรายงานเรื่องราวท่ีส�ำคัญท่ีเก่ียวข้อง และผลการปฏิบัติให้ผู้อ�ำนวยการในระดับ เหนอื ขน้ึ ไปทราบ 1.12 สง่ั ใชอ้ าสาสมคั ร/บคุ ลากรอน่ื ๆ เพอ่ื สนบั สนุนการจัดการเหตกุ ารณ์ 1.13 อนุมตั /ิ อนญุ าตในการใหข้ อ้ มูลข่าวสารเก่ียวกบั เหตุการณ์แกส่ ื่อ/สาธารณชน 1.14 ออกค�ำสง่ั การถอนก�ำลังเมอื่ ทรัพยากรท่ีเขา้ มาปฏิบตั งิ านเสร็จส้นิ ภารกจิ 2. กระบวนการถ่ายโอนอ�ำนาจการบังคบั บัญชา หากมกี ารถา่ ยโอนอำ� นาจการบงั คบั บญั ชาดงั ท่กี ลา่ วมาแล้ว กระบวนการส�ำคัญในการถ่ายโอน อ�ำนาจการบังคบั บัญชา ประกอบดว้ ยข้ันตอน ดงั น้ี 2.1 ผบู้ ญั ชาการเหตกุ ารณค์ นใหมค่ วรไดร้ ว่ มประเมนิ สถานการณร์ ว่ มกบั ผบู้ ญั ชาการเหตกุ ารณ์ ซ่ึงปฏิบัตงิ านอยู่ในห้วงเวลาปฏบิ ัตกิ ารปจั จบุ ัน 2.2 การบรรยายสรุปสถานการณ์ทเี่ ปน็ ปจั จบุ ัน ซ่ึงประกอบดว้ ยสาระส�ำคญั 2.2.1 เหตุการณ์ทีเ่ กดิ ขึ้น 2.2.2 ลำ� ดบั ความสำ� คญั ของภารกจิ และวตั ถปุ ระสงคใ์ นการจดั การเหตกุ ารณ์ ณ ปจั จบุ นั 2.2.3 แผนเผชญิ เหตุทใ่ี ชอ้ ย่ใู นปจั จุบัน 2.2.4 การมอบหมายภารกจิ ใหท้ รัพยากรที่มอี ยตู่ ามแผนเผชญิ เหตุ 2.2.5 โครงสรา้ งองค์กรในการจัดการเหตุการณ์ 2.2.6 ขอ้ มลู การรอ้ งขอทรัพยากรทต่ี อ้ งการใช้ปฏบิ ตั ิตามแผนเผชญิ เหตุ 2.2.7 พน้ื ทปี่ ฏบิ ตั กิ ารทจี่ ัดต้ังขึ้น 2.2.8 สถานะของการส่อื สารระหวา่ งกัน ระบบบญั ชาการเหตุการณ์ (Thailand Incident Command System) 28 เครอื่ งมือการจดั การในภาวะฉุกเฉนิ ของประเทศไทย
2.2.9 ปัญหา อุปสรรคทีพ่ บ 2.2.10 แนวโน้มสถานการณ์ 2.2.11 การมอบหมายหน้าท่รี บั ผิดชอบ 2.3 ผบู้ ญั ชาการเหตกุ ารณค์ นใหมก่ ำ� หนดหว้ งเวลาในการถา่ ยโอนการบงั คบั บญั ชาทช่ี ดั เจนเพอื่ ใหผ้ ู้ปฏิบตั ไิ ดร้ บั ทราบอย่างทัว่ ถึง 2.4 เมอ่ื ไดถ้ า่ ยโอนการบงั คบั บญั ชาใหผ้ บู้ ญั ชาการเหตกุ ารณค์ นใหมแ่ ลว้ ตอ้ งแจง้ ใหผ้ ทู้ เี่ กยี่ วขอ้ งทราบ ท้ังหมดท้ังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติตามโครงสร้างองค์กร รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ ซ่ึงจะก่อให้เกิดความต่อเน่ือง ในการปฏิบัติ ศนู ย์ขอ้ มลู ประชาสัมพนั ธร์ ว่ มหรอื เจ้าหนา้ ทปี่ ระชาสัมพนั ธ์ (Joint Information Center : JIC / Public Information Officer : PIO) ศูนย์ข้อมูลประชาสัมพันธ์ร่วมหรือเจ้าหน้าท่ีประชาสัมพันธ์ เป็นหน้าท่ีตามโครงสร้าง ระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ ทผี่ บู้ ญั ชาการเหตกุ ารณจ์ ดั ตงั้ ขนึ้ เพอื่ สนบั สนนุ ชว่ ยเหลอื ผบู้ ญั ชาการเหตกุ ารณ์ ในด้านขอ้ มูลข่าวสาร โครงสรา้ งองคก์ รในสว่ นนี้ ผบู้ ญั ชาการเหตกุ ารณม์ หี นา้ ทแ่ี ตง่ ตง้ั เจา้ หนา้ ทป่ี ระชาสมั พนั ธ์ เพอ่ื เปน็ ศนู ยก์ ลางในการเชอื่ มประสาน รวบรวม ตรวจสอบยนื ยนั ตลอดจนเผยแพรข่ อ้ มลู เหตกุ ารณฉ์ กุ เฉนิ ทเ่ี กดิ ขน้ึ รวมทัง้ ข้อมลู อ่นื ๆ มคี วามจำ� เป็น และการสื่อสารความเสี่ยง (Risk Communication) ให้แก่สาธารณชน สอ่ื มวลชนและหนว่ ยงานตา่ ง ๆ ผา่ นการแถลงขา่ ว หรอื ชอ่ งทางการประชาสมั พนั ธอ์ นื่ ๆ อาทิ ขา่ วประชาสมั พนั ธ์ (Press Release) โซเชยี ลมเี ดีย (Social Medias) นอกจากนี้ ยังมหี นา้ ที่ในการตดิ ตามข้อมลู จากสอื่ หรอื ช่องทางการประชาสัมพันธอ์ ื่น ๆ เพ่อื รวบรวมข้อมูลทเี่ ก่ยี วขอ้ งและสง่ ข้อมูลดงั กล่าวใหแ้ กเ่ จา้ หนา้ ทตี่ าม โครงสร้างองค์กรเพ่ือใช้ประโยชน์ในการจัดการเหตุการณ์ตามหน้าที่ ตลอดจนรับผิดชอบในการจัดการ ขา่ วสาร (Information Operation) และตอบโต้ขา่ วปลอม (Fake News) ระหว่างท่เี หตุการณ์เกดิ ขน้ึ ท้ังน้ี ข้อมูลเหตุการณ์ทั้งหมดท่ีจะเผยแพร่ออกสู่สาธารณะได้น้ันต้องผ่านความเห็นชอบและ อนมุ ตั จิ ากผบู้ ญั ชาการเหตกุ ารณ์ สำ� หรบั เจา้ หนา้ ทป่ี ระชาสมั พนั ธใ์ น บริบทไทยนั้นมักคุ้นเคยและใช้คำ� ว่า “โฆษก” แทนค�ำว่าเจ้าหน้าที่ ประชาสมั พนั ธ์ เพอื่ ท�ำหน้าท่ีแถลงขา่ วหรอื ใหข้ อ้ มูลเหตุการณ์อยา่ ง เปน็ ทางการ เช่น โฆษกศนู ยบ์ รหิ ารสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของ โรคตดิ เช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 (ศบค.) รบั ผดิ ชอบแถลงข่าวเพ่ือให้ ข้อมูลข่าวสารสถานการณ์การติดเชื้อโรคติดต่อโคโรนาไวรัส 2019 รวมทงั้ การสอ่ื สารความเสย่ี ง ฯลฯ แกส่ อื่ และประชาชนทราบ เปน็ ตน้ ระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ (Thailand Incident Command System) เคร่ืองมอื การจดั การในภาวะฉุกเฉนิ ของประเทศไทย 29
และหากกรณที ผ่ี บู้ ญั ชาการเหตกุ ารณ์ ไมไ่ ดแ้ ตง่ ตง้ั เจา้ หนา้ ทป่ี ระชาสมั พนั ธอ์ ยา่ งเปน็ ทางการ ผบู้ ญั ชาการ เหตกุ ารณจ์ ะตอ้ งเปน็ ผรู้ บั ผดิ ชอบในภารกจิ นเ้ี อง เชน่ ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั เชยี งราย ทำ� หนา้ ทเ่ี ปน็ โฆษกเพอื่ ให้ข่าวสารในกรณีปฏิบัติการค้นหา 13 นักฟุตบอลท่ีสูญหายในถ้�ำหลวงขุนน้�ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ดว้ ยตนเอง สำ� หรบั เหตกุ ารณฉ์ กุ เฉนิ ขนาดเลก็ ผบู้ ญั ชาการเหตกุ ารณอ์ าจแตง่ ตง้ั เฉพาะเจา้ หนา้ ทปี่ ระชาสมั พนั ธ์ เพียงคนเดียวหรืออาจไม่ตั้งเลย ขณะที่เหตุการณ์ฉุกเฉินขนาดใหญ่ที่มีข้อมูลเหตุการณ์ซึ่งมีรายละเอียด จ�ำนวนมากอาจจดั ต้งั “ศูนยข์ อ้ มูลประชาสมั พันธ์ร่วม (Joint Information Center : JIC)” เป็นศนู ย์รวม เจา้ หนา้ ทปี่ ระชาสมั พนั ธท์ ม่ี าจากหนว่ ยงานเดยี วหรอื หลายหนว่ ยงานมาปฏบิ ตั งิ านรว่ มกนั ขน้ึ โดยผบู้ ญั ชาการ เหตุการณ์จะต้องต้ังหัวหน้าทีมเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ข้ึนรับผิดชอบเป็นผู้อ�ำนวยการศูนย์ข้อมูลและ ประชาสัมพันธ์ร่วม เพือ่ จะไดค้ วบคมุ กำ� กบั ดูแล ทศิ ทางการจดั การขอ้ มลู ข่าวสาร การใหข้ า่ วให้เปน็ ไปใน ทศิ ทางเดยี วกนั (Speaking with One Voice) บรบิ ทของไทยนนั้ แผนการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ พ.ศ.2564 - 2570 ได้กำ� หนดบทบาทหนา้ ท่นี ้ีให้กบั กรมประชาสัมพันธ์เปน็ หนว่ ยงานหลัก ท้งั น้ี หวั หนา้ ทมี เจา้ หนา้ ทป่ี ระชาสมั พนั ธอ์ าจไมจ่ ำ� เปน็ ทจ่ี ะตอ้ งมหี นา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบเปน็ โฆษกเอง แตอ่ าจมอบหมาย ผหู้ นงึ่ ผใู้ ดรบั ผดิ ชอบปฏบิ ตั หิ นา้ ทดี่ งั กลา่ วได้ และหากสถานการณฉ์ กุ เฉนิ นน้ั เกดิ ขน้ึ ตอ่ เนอื่ งเปน็ ระยะเวลา ยาวนาน อาจตงั้ รองโฆษก/ผชู้ ว่ ยโฆษกเพอ่ื แบง่ เบาภาระเพม่ิ ขนึ้ ได้ ดงั นน้ั คณุ สมบตั ขิ องเจา้ หนา้ ทป่ี ระชาสมั พนั ธ์ ท่ีจำ� เปน็ คือ ประสบการณใ์ นการทำ� งานกับระบบส่อื สารสาธารณะ การสอ่ื สารในภาวะฉกุ เฉิน (Emergency Communication) การปฏบิ ตั กิ ารขา่ วสาร (Information Operation) การจดั การระบบขอ้ มลู ขา่ วสารรว่ ม (Joint Information System) ทงั้ นี้ ผบู้ ญั ชาการเหตกุ ารณพ์ งึ ระลกึ เสมอวา่ ในเหตกุ ารณฉ์ กุ เฉนิ การควบคมุ และชแ้ี จงขอ้ มลู ขา่ วสาร ทถี่ กู ตอ้ ง ทนั ทว่ งที เหมาะสมกบั เวลา และเปน็ ขอ้ มลู ทต่ี อ้ งแยกแยะวา่ กลมุ่ บคุ คลใดควรเขา้ ถงึ ขอ้ มลู เชงิ ลกึ ระดับใดจะเป็นสิ่งส�ำคัญที่ช่วยให้การจัดการเหตุการณ์เป็นไปอย่างราบรื่น ดังนั้น การแต่งตั้งเจ้าหน้าท่ี ประชาสัมพนั ธ์ ตัง้ แตช่ ว่ งเรม่ิ ตน้ ของเหตกุ ารณ์ จงึ มีความส�ำคัญต่อผลสำ� เรจ็ ในภาพรวมของเหตกุ ารณ์ ระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ (Thailand Incident Command System) 30 เครือ่ งมอื การจัดการในภาวะฉกุ เฉินของประเทศไทย
ทปี่ รึกษา/ผเู้ ช่ยี วชาญ (Technical Specialist) โครงสรา้ งองคก์ รระบบบญั ชาการเหตกุ ารณใ์ นสว่ นนี้ เปน็ การประยกุ ตม์ าจากหนา้ ทข่ี องเจา้ หนา้ ที่ ความปลอดภัย (Safety Officer) และผู้เชี่ยวชาญ (Specialist) ของระบบบัญชาการเหตุการณ์ ของประเทศสหรฐั อเมรกิ า สำ� หรบั ในบรบิ ทของประเทศไทย “ทปี่ รกึ ษา/ผเู้ ชย่ี วชาญ (Technical Specialist)” นนั้ มหี น้าท่ีความรับผดิ ชอบครอบคลุม การให้ข้อเสนอแนะ คำ� แนะน�ำ ขอ้ มลู ทางวชิ าการ การสงั เคราะหแ์ นวโนม้ ของสถานการณ์ และเทคนคิ การปฏบิ ตั ิทเ่ี กีย่ วขอ้ งกับเหตุการณ์ รวมไปถงึ ประเด็นในดา้ นความปลอดภัย ในการปฏิบัติงานเช่นเดียวกับเจ้าหน้าท่ีความปลอดภัยด้วย เช่น กรณีการจัดการเหตุฉุกเฉินสาธารณภัย ทเี่ กี่ยวข้องกับสารเคมีและวัตถุอันตราย กัมมันตรังสี ผู้บัญชาการเหตุการณ์อาจมีความจ�ำเป็นต้องอาศัย ค�ำแนะน�ำเชิงเทคนิค วิธีปฏิบัติเฉพาะทางเพ่ือเป็นข้อมูลประกอบการสั่งการ และให้ค�ำแนะน�ำด้วย หรอื กรณเี หตอุ ทุ กภยั เจา้ หนา้ ทจ่ี ากสำ� นกั งานพฒั นาเทคโนโลยอี วกาศและภมู สิ ารสนเทศ (องคก์ ารมหาชน) หรอื GISTDA อาจมบี ทบาทในฐานะทีป่ รกึ ษา/ผ้เู ชยี่ วชาญ ทใ่ี ห้ค�ำแนะนำ� ในการบรหิ ารจดั การน�้ำ โดยใช้ ข้อมูลสารสนเทศภมู ศิ าสตรใ์ นการวิเคราะห์ คาดการณ์สถานการณ์น้ำ� เปน็ ตน้ ดงั นน้ั การแตง่ ตงั้ ทป่ี รกึ ษา/ผเู้ ชยี่ วชาญ จงึ จำ� เปน็ ตอ้ งคำ� นงึ ถงึ ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ เฉพาะดา้ นเปน็ สำ� คัญ เพราะเป็นต�ำแหนง่ ทตี่ อ้ งปฏิบตั ิงานใกลช้ ิดกบั เหตุการณ์เพือ่ ให้เกดิ ความปลอดภัย กับเจ้าหน้าท่ีผู้ปฏิบัติทั้งหมดท่ีเก่ียวข้องในภาคสนาม และยังสามารถควบคุม ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะ ในภาพรวมแกผ่ บู้ ญั ชาการเหตกุ ารณ์ ในการกำ� หนดวตั ถปุ ระสงคก์ ารปฏบิ ตั ิ เพอื่ เปน็ ขอ้ มลู ในการตดั สนิ ใจ พจิ ารณาสั่งการอีกด้วย ทงั้ นี้ หนา้ ทหี่ ลกั ของทป่ี รกึ ษา/ผเู้ ชย่ี วชาญ ทตี่ อ้ งปฏบิ ตั เิ มอื่ อยใู่ นโครงสรา้ งองคก์ รระบบบญั ชาการ เหตกุ ารณ์ในพื้นที่เหตกุ ารณ์ (On Scene) ได้แก่ (1) ปฏบิ ตั งิ านรว่ มกบั หวั หนา้ สว่ นปฏบิ ตั กิ าร เพอื่ กำ� หนดมาตรการในการลดความเสย่ี งดา้ นสขุ ภาพ และความปลอดภัยให้เจ้าหน้าท่ีผู้ปฏิบัติงานที่อาจจะเกิดข้ึนจากการก�ำหนดกลยุทธ์ และยุทธวิธี ในการเผชิญเหตุ (2) ตรวจสอบอปุ กรณป์ อ้ งกนั ภยั สว่ นบคุ คล (Personnel Protective Equipment : PPE) ของ เจา้ หนา้ ทีว่ า่ มคี วามเหมาะสม และปลอดภยั เพียงพอสำ� หรบั เหตุการณ์หรือไม่ (3) ประชุมเพอ่ื จัดทำ� แผนเผชญิ เหตรุ ว่ มกับส่วนตา่ ง ๆ ตามโครงสร้างองค์กร (4) กำ� กบั ควบคมุ การปฏบิ ตั กิ าร โดยสามารถสง่ั หยดุ การปฏบิ ตั กิ ารใด ๆ ทไ่ี มป่ ลอดภยั ผา่ นทาง ผบู้ ัญชาการเหตกุ ารณไ์ ด้ ระบบบัญชาการเหตกุ ารณ์ (Thailand Incident Command System) เครือ่ งมือการจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ ของประเทศไทย 31
(5) ตรวจสอบความปลอดภัยของพ้ืนที่ปฏิบัติการและส่ิงอ�ำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้มคี วามปลอดภัย (6) ตรวจสอบสาเหตแุ ละความรบั ผดิ ชอบ ในกรณเี กดิ อบุ ตั เิ หตขุ น้ึ จากการปฏบิ ตั งิ าน หรอื ทมี่ ตี อ่ เจา้ หน้าท่ี ส�ำหรับหน้าที่หลักของท่ีปรึกษา/ผู้เช่ียวชาญ ที่ต้องปฏิบัติเมื่ออยู่ในโครงสร้างองค์กร ICS ณ ศนู ย์บญั ชาการเหตุการณ์ซึ่งเป็นองค์กรปฏบิ ตั กิ ารจดั การในภาวะฉุกเฉนิ จะเนน้ ไปที่การใหข้ อ้ แนะนำ� ทางเทคนคิ และวชิ าการ ตลอดจนมาตรการดา้ นความปลอดภยั เพอ่ื สนบั สนนุ การปฏบิ ตั ใิ นพน้ื ทเ่ี หตกุ ารณ์ เป็นสำ� คญั ศนู ย์ประสานการปฏบิ ตั ิ (Coordination Center) เปน็ หนา้ ท่ี (Function) ในโครงสร้างระบบบัญชาการเหตุการณท์ ี่ประยกุ ตม์ าจาก “เจา้ หนา้ ที่ ประสานงาน (Liaison Officer)” ตามโครงสร้างระบบบัญชาการเหตุการณ์ของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยศนู ยก์ ารประสานการปฏบิ ตั ิ (Coordination Center) มหี นา้ ทคี่ วามรบั ผดิ ชอบประสานงาน ประสาน การปฏิบตั กิ บั หน่วยงานตา่ ง ๆ ท้ังภาครฐั ภาคเอกชน ภาคประชาชน เปรยี บเสมือนช่องทางในการติดต่อ (Point of Contact) ในภาพรวมของเหตุการณ์ท้ังหมด มีหน้าที่ท่ีจะต้องปฏิสัมพันธ์กับบุคคล หรือหน่วยงานภายนอก เช่น ประชาชนจิตอาสาประสงค์เข้ามาสนับสนุนการช่วยเหลือการปฏิบัติการ ของเจ้าหน้าที่ในการสูบน�้ำ จุดแรกที่ประชาชนจิตอาสาจะต้องเข้ามาติดต่อเพื่อขอร่วมการปฏิบัติการ คือ ศนู ยป์ ระสานการปฏิบตั ิ เปน็ ต้น หน้าท่คี วามรับผดิ ชอบหลกั ของศูนย์ประสานการปฏบิ ตั ิ ได้แก่ (1) ประสานการทำ� งานรว่ มกนั อยา่ งใกลช้ ดิ กบั หนว่ ยงานภายนอกทเี่ ขา้ มาสนบั สนนุ (Assisting Agencies) การปฏบิ ัติ (2) แจง้ ขอ้ มลู แกผ่ บู้ ญั ชาการเหตกุ ารณท์ ราบในประเดน็ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั หนว่ ยงานภายนอก และ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียท้ังหลาย (3) ประสานขอ้ มูลกบั ศูนยข์ ้อมลู ประชาสมั พนั ธร์ ่วม (4) จัดทำ� กำ� หนดการ การตอ้ นรับ บคุ คลสำ� คัญ (VIP) และการตรวจเย่ียม (5) จดั ท�ำก�ำหนดการ กจิ กรรม พบปะชมุ ชน ผูม้ ีส่วนไดส้ ่วนเสยี (หากจำ� เปน็ ) (6) จดั ทำ� ทำ� เนยี บการตดิ ตอ่ ประสานงาน ระหวา่ งหนว่ ยงานตา่ ง ๆ ทงั้ ภายในและภายนอกพน้ื ท่ี เหตุการณ์ ระบบบัญชาการเหตุการณ์ (Thailand Incident Command System) 32 เคร่อื งมือการจัดการในภาวะฉกุ เฉนิ ของประเทศไทย
สว่ นปฏิบตั ิการ (Operation Section) สว่ นปฏบิ ตั กิ าร (Operation) มหี นา้ ทป่ี ฏบิ ตั กิ ารทางยทุ ธวธิ ี (Tactics) ทงั้ หมดเพอ่ื ลดและบรรเทา ภยนั ตรายทเ่ี กดิ ขนึ้ ดว้ ยการเขา้ ควบคมุ สถานการณเ์ พอื่ รกั ษาชวี ติ และปกปอ้ งทรพั ยส์ นิ ใหก้ ลบั สภู่ าวะปกติ โดยเร็ว ส่วนปฏิบัติการเป็นโครงสร้างองค์กรในระบบบัญชาการเหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึนต่อจากผู้บัญชาการ เหตกุ ารณใ์ นทกุ เหตกุ ารณ์ และเปน็ โครงสรา้ งทม่ี ที รพั ยากรในการปฏบิ ตั งิ านมากทส่ี ดุ มหี วั หนา้ สว่ นปฏบิ ตั กิ าร (Operation Section Chief : OSC) เป็นหวั หน้าควบคมุ กำ� กบั ดูแลเจ้าหนา้ ท่ีปฏบิ ตั ิการทงั้ หมด ตำ� แหนง่ น้ี จงึ มคี วามสำ� คญั ซ่ึงต้องอาศัยบุคคลท่มี คี วามรูค้ วามสามารถ และประสบการณ์สงู ในการปฏบิ ตั ิการดา้ นน้ัน ๆ ด้วยเหตุนี้ ผู้บัญชาการเหตุการณ์จ�ำต้องพิจารณาคุณสมบัติของบุคคลที่จะได้รับการแต่งตั้งในต�ำแหน่งน้ี ใหเ้ หมาะสม อยา่ งไรก็ตาม ในช่วงแรกของการเผชญิ เหตอุ าจไม่สามารถหาบคุ คลท่ีมีคณุ สมบัตทิ ่เี หมาะสมได้ ผบู้ ัญชาการเหตุการณ์จำ� ตอ้ งปรับกลยทุ ธใ์ ห้เหมาะสมกบั สถานการณ์ไปพลางก่อน ในเบื้องตน้ และรอ้ งขอ ทรพั ยากรทม่ี คี ณุ สมบตั เิ หมาะสมเขา้ มาสนบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ านตอ่ ไป และนอกจากหวั หนา้ สว่ นปฏบิ ตั กิ าร จะเปน็ ผมู้ คี วามรู้ ประสบการณท์ เ่ี หมาะสมกบั เหตกุ ารณท์ เ่ี กดิ ขนึ้ แลว้ ยงั ตอ้ งสามารถมองเหน็ และคาดการณ์ แนวโนม้ ของสถานการณฉ์ กุ เฉนิ ทเี่ กดิ ขนึ้ ไปขา้ งหนา้ ได้ ซงึ่ เปน็ ประโยชนอ์ ยา่ งยง่ิ ในการวางแผนการปฏบิ ตั ิ ทางยุทธวธิ ีในห้วงเวลาปฏิบตั ิการต่อไป นอกจากนี้ ส่วนปฏิบัติการยังมีความแตกต่างจากส่วนงานอื่น ๆ ในเร่ืองการจัดตั้งโครงสร้าง ภายในสว่ น โดยโครงสรา้ งการปฏบิ ตั กิ ารจะพฒั นาจากระดบั ลา่ ง - บน (Bottom Up) สอดคลอ้ งกบั ความจำ� เปน็ ของแตล่ ะสถานการณเ์ ปน็ หลกั กลา่ วคอื การเผชญิ เหตเุ รม่ิ ตน้ จากเจา้ หนา้ ทเ่ี ผชญิ เหตชุ ดุ แรกทเี่ ขา้ ไปถงึ ท่ี เกิดเหตุ จะสถาปนาระบบบัญชาการเหตุการณ์โดยท�ำหน้าที่ผู้บัญชาการเหตุการณ์คนแรก และเร่ิม การเผชญิ เหตเุ ทา่ ทส่ี ามารถดำ� เนนิ การไดภ้ ายใตท้ รพั ยากรทม่ี อี ยู่ และเมอื่ มชี ดุ เผชญิ เหตเุ ขา้ มาในทเี่ กดิ เหตุ เพมิ่ ขน้ึ จงึ เรมิ่ จดั โครงสรา้ งการปฏบิ ตั งิ านเปน็ ลำ� ดบั การบงั คบั บญั ชาขน้ึ ไป จากหนว่ ยปฏบิ ตั งิ าน 1 หนว่ ย รว่ มกนั เปน็ หลายชดุ ปฏบิ ตั งิ าน หรอื ชดุ ปฏบิ ตั กิ ารผสม เมอ่ื เหตกุ ารณข์ ยายตวั ลกุ ลามมากยง่ิ ขน้ึ จงึ อาจตง้ั เปน็ กลมุ่ ภารกจิ หรอื แบง่ ความรบั ผดิ ชอบเปน็ พนื้ ท่ี และหากเมอื่ เหตกุ ารณค์ รอบคลมุ หลายพนื้ ท่ี อาจจำ� เปน็ ตอ้ งตัง้ แผนกมาควบคุมภาพรวมการปฏบิ ตั ิทง้ั หมด ทั้งนี้ พัฒนาการของโครงสรา้ งส่วนตอ้ งจัดการภายใต้ ชว่ งการควบคุมทเ่ี หมาะสมตามหลกั การจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ ด้วย 1. โครงสร้างภายในส่วนปฏิบัติการ ประกอบด้วย (จัดต้ังข้ึนตามความเหมาะสมและจ�ำเป็นในแต่ละ เหตกุ ารณ)์ 1.1 จุดระดมทรัพยากร (Staging Area) เปน็ พนื้ ทซี่ ง่ึ ทรพั ยากรทอ่ี ยใู่ นสถานะพรอ้ มปฏบิ ตั งิ าน (Available) พกั รอเพอ่ื รบั มอบภารกจิ จุดระดมทรัพยากรควรมีบริเวณท่ีกว้างขวางเพียงพอต่อจ�ำนวนทรัพยากรท่ีปฏิบัติงานในเหตุการณ์ และ ระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ (Thailand Incident Command System) เครือ่ งมอื การจดั การในภาวะฉกุ เฉนิ ของประเทศไทย 33
ควรตั้งอยู่ในบริเวณที่ไม่ห่างเกินไปจากพ้ืนที่เกิดเหตุมากเกินไป ขณะเดียวกันก็ต้องต้ังอยู่ในพื้นท่ีซึ่งมี ความปลอดภัยเพียงพอท่ีจะไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น ไม่อยู่ในพ้ืนที่ใต้ลม ทั้งนี้ จุดระดมทรพั ยากร มีผจู้ ัดการจุดระดมทรัพยากร (Staging Area Manager) เป็นผคู้ วบคุมการปฏิบัติงาน และอยู่ภายใตก้ ารบังคับบัญชาของหวั หน้าส่วนปฏิบตั กิ าร ภาพที่ 1:10 จดุ ระดมทรัพยากร 1.2 พน้ื ท่ี (Division) เปน็ การจดั โครงสรา้ งการปฏบิ ตั งิ านของสว่ นปฏบิ ตั กิ ารดว้ ยการแบง่ ความรบั ผดิ ชอบเปน็ พนื้ ทตี่ ามภมู ศิ าสตร์ (Zoning เปน็ คำ� ศพั ทท์ ม่ี กั ใชก้ นั โดยทว่ั ไป) โดยอาจใชต้ วั อกั ษรเรยี กชอ่ื พนื้ ทแ่ี ตล่ ะพน้ื ท่ี เพอื่ ใหเ้ จ้าหน้าทเี่ ผชิญเหตทุ ราบขอบเขตพนื้ ทคี่ วามรับผิดชอบของตนได้โดยงา่ ย ทง้ั นี้ ในการจัดแบง่ พนื้ ที่ จะมีความกว้างขวางมากน้อยเพียงใด ควรพิจารณาจากปริมาณงาน ความสามารถในการเข้าถึงพื้นท่ี สภาพความล�ำบากของพ้ืนท่ี รวมทั้งจ�ำนวนทรัพยากรที่ต้องใช้เป็นส�ำคัญ เช่น การดับไฟป่าแบ่งพ้ืนท่ี ปฏบิ ตั กิ ารเปน็ โซน A ฝงั่ ตะวนั ตก โซน B ฝั่งตะวนั ออก เป็นต้น ภาพท่ี 1:11 โครงสรา้ งสว่ นปฏิบัตกิ ารแบ่งตามพน้ื ที่ ระบบบัญชาการเหตกุ ารณ์ (Thailand Incident Command System) 34 เคร่อื งมือการจัดการในภาวะฉกุ เฉนิ ของประเทศไทย
1.3 กล่มุ ภารกจิ (Group) เป็นการจัดโครงสรา้ งการปฏบิ ัติงานของส่วน ดว้ ยการแบ่งตามภารกิจหน้าท่ีรบั ผิดชอบ (Functional Areas) เชน่ กลมุ่ ภารกจิ สบู นำ�้ กลมุ่ ภารกจิ ดา้ นการแพทย์ กลมุ่ ภารกจิ ดา้ นการจดั การจราจร เปน็ ตน้ ทงั้ นี้ ทรพั ยากรภายใตก้ ลมุ่ ภารกจิ ดงั กลา่ วอาจมาจากหนว่ ยงานเดยี ว หรอื มาจากหลายหนว่ ยงาน เขา้ มาปฏบิ ตั งิ านในภารกจิ เดยี วกนั กไ็ ด้ ซงึ่ ลกั ษณะการจดั รปู แบบทรพั ยากรเพอื่ การปฏบิ ตั กิ ารจะไดอ้ ธบิ าย ในรายละเอยี ดตอ่ ไป ส่วนปฏิบัติการ (Operation Section) กลมุ่ ภารกิจสบู น้ำ� กลุ่มภารกิจดา้ นการแพทย์ กลุ่มภารกิจดา้ น การจดั การจราจร ภาพท่ี 1:12 โครงสร้างส่วนปฏิบัติการตามกล่มุ ภารกจิ 1.4 พื้นทแ่ี ละกลุ่มภารกิจ (Division and Group) เป็นการจัดโครงสร้างการปฏิบัติงานของส่วนปฏิบัติการ โดยการผสมผสานการแบ่ง ความรบั ผิดชอบทัง้ ตามพนื้ ที่ (Division) และกลมุ่ ภารกจิ หนา้ ทีร่ บั ผิดชอบ (Group) ส่วนปฏบิ ตั ิการ (Operation Section) พื้นที่ A (โซนเหนอื ) กลุ่มภารกิจสบู น้ำ� กลุ่มภารกจิ ดา้ นการแพทย์ กลุ่มภารกิจด้าน การจัดการจราจร ภาพที่ 1:13 โครงสรา้ งส่วนปฏิบัตกิ ารตามพนื้ ทีแ่ ละกลุ่มภารกจิ ระบบบัญชาการเหตกุ ารณ์ (Thailand Incident Command System) เครอื่ งมือการจัดการในภาวะฉุกเฉนิ ของประเทศไทย 35
1.5 แผนก (Branch) เป็นโครงสร้างการปฏิบัติงานของส่วนปฏิบัติการที่จัดตั้งขึ้นเพ่ือจัดการช่วงการควบคุม (Span of Control) ให้มีความเหมาะสม เมื่อโครงสร้างของพื้นท่ีและกลุ่มภารกิจเกินช่วงการควบคุม (เกิน 5 ข้นึ ไป) สว่ นปฏบิ ัตกิ าร (Operation Section) กลมุ่ ภารกจิ ศูนยพ์ กั พงิ กลุ่มภารกิจดา้ นการแพทย์ กลุ่มภารกิจดา้ น กลมุ่ ภารกิจสบู น้ำ� ช่วงการควบคุม 7 การจัดการจราจร กลมุ่ ภารกจิ ฟนื้ ฟูระบบสาธารณูปโภค กล่มุ ภารกิจคน้ หาและกภู้ ยั กลมุ่ ภารกจิ โยธา สว่ นปฏบิ ตั ิการ (Operation Section) แผนกการบริการฉุกเฉิน แผนกกภู้ ยั แผนกโครงสร้างพ้ืนฐาน ชว่ งการควบคมุ 2 และ 3 และการจราจร กล่มุ ภารกิจศูนย์พักพงิ กล่มุ ภารกจิ ด้านการแพทย์ กลุ่มภารกิจค้นหาและกู้ภัย กล่มุ ภารกจิ สูบนำ้� กลุ่มภารกจิ การจัดการ กลมุ่ ภารกจิ โยธา กลุม่ ภารกจิ ฟนื้ ฟู จราจร ระบบสาธารณปู โภค ภาพท่ี 1:14 การจดั โครงสร้างสว่ นปฏบิ ตั กิ ารเป็นแผนกเพอ่ื จดั การช่วงการควบคุมใหเ้ หมาะสม 1.6 การจัดรปู แบบทรพั ยากรเข้าปฏิบตั ิการ ในระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ มรี ปู แบบในการจดั ทรพั ยากรเขา้ ปฏบิ ตั กิ ารในพน้ื ทเี่ หตกุ ารณ์ อย่ดู ว้ ยกัน 3 รูปแบบ ประกอบด้วย (1) ทรัพยากรเดีย่ ว (Single Resource) หมายถงึ เปน็ ชดุ ปฏบิ ตั กิ ารซงึ่ อาจเปน็ บคุ คล หรอื ยานพาหนะ เครอื่ งมอื วสั ดอุ ปุ กรณ์ ท่ีมีเจ้าหน้าที่ประจ�ำชุดโดยมีหัวหน้าก�ำกับ ควบคุม เช่น รถดับเพลิง 1 คันพร้อมด้วยพนักงานดับเพลิง ประจำ� รถ 4 นาย ทีม K-9 เปน็ ต้น (2) ชดุ ปฏิบตั กิ ารทมี (Strike Team) หมายถึง ชุดปฏิบัติการท่ีประกอบด้วยกลุ่มของทรัพยากรชนิดเดียวกัน หรือมีขีด ความสามารถเหมือนกัน มาปฏิบัติงานรว่ มกนั ภายใตภ้ ารกจิ เดยี วกัน และมีระบบการสอื่ สารทใี่ ช้รว่ มกนั ได้ โดยอาจมาจากหลากหลายหนว่ ยงาน/สงั กัด ทงั้ นี้ ชุดปฏบิ ัติการทมี จะอยู่ภายใต้การควบคมุ กำ� กับ ดูแล ของหวั หน้าชดุ ปฏิบัตกิ ารทมี โดยตรง เช่น รถดับเพลิง 10 คนั พรอ้ มดว้ ยพนกั งานดบั เพลงิ จากหลายสถานี ดบั เพลงิ มาร่วมกันปฏิบัติภารกจิ ดบั เพลิง ระบบบัญชาการเหตุการณ์ (Thailand Incident Command System) 36 เครอ่ื งมือการจัดการในภาวะฉุกเฉินของประเทศไทย
(3) ชุดปฏิบตั กิ ารผสม (Task Force) หมายถึง การผสมผสานของทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจที่มีชนิดและ ขีดความสามารถท่ีจะปฏิบัติภารกิจได้หลากหลายภารกิจ ซ่ึงอาจเป็นการสนธิก�ำลังทรัพยากรที่มาจาก หนว่ ยงานเดยี วกนั หรอื มาจากต่างหนว่ ยงาน โดยมีวธิ กี ารส่ือสารท่สี ามารถจะใชป้ ฏิบตั ิงานรว่ มกันได้ ภายใต้ การควบคุมดูแลของหัวหนา้ ชดุ ปฏบิ ตั กิ ารผสม ภาพท่ี 1:15 การจัดรูปแบบทรัพยากรเข้าปฏิบตั กิ าร 1.7 การปฏิบตั ิการทางอากาศ (Air Operation Branch) ในบางเหตกุ ารณอ์ าจมคี วามจำ� เปน็ ตอ้ งใชอ้ ากาศยานในการปฏบิ ตั กิ าร หวั หนา้ สว่ นปฏบิ ตั กิ าร อาจพิจารณาจัดต้ังแผนกการปฏิบัติการทางอากาศขึ้นเพื่อรับผิดชอบภารกิจเฉพาะ ซ่ึงประกอบด้วย โครงสร้างย่อย ดงั นี้ 1.7.1 กลมุ่ ภารกจิ ปฏบิ ตั กิ ารเชงิ ยทุ ธวธิ ที างอากาศ (The Air Tactical Group) รบั ผดิ ชอบ การปฏบิ ัตกิ ารเชิงยทุ ธวิธี หรอื กิจกรรมอ่ืนใดทม่ี ีการขนส่งทางอากาศ 1.7.2 กลมุ่ ภารกจิ สนบั สนนุ การปฏบิ ตั กิ ารทางอากาศ (The Air Support Group) รบั ผดิ ชอบ การสนับสนุนภาคพ้ืนใหก้ บั การปฏบิ ตั กิ ารของอากาศยาน 2. บทบาทหนา้ ที่ความรบั ผดิ ชอบหลักของหวั หน้าส่วนปฏิบัติการ 2.1 วางแผนการปฏบิ ัตกิ ารทางยทุ ธวธิ ี (Tactics) 2.2 ควบคมุ กำ� กบั ดแู ลการปฏิบตั กิ ารทางยทุ ธวิธีในทกุ ขัน้ ตอนตามแผนเผชญิ เหตุ 2.3 ดูแลความปลอดภยั ของเจา้ หน้าที่เผชญิ เหตุ ระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ (Thailand Incident Command System) เครอ่ื งมอื การจดั การในภาวะฉกุ เฉินของประเทศไทย 37
2.4 สื่อสาร และประสานงานอย่างใกล้ชิดกับผู้บัญชาการเหตุการณ์ เพ่ือให้สามารถแปลง วตั ถุประสงค์ กลยุทธ์ ไปสกู่ ารปฏบิ ัติการทางยทุ ธวธิ ที ่มี ีประสทิ ธิภาพ 2.5 พิจารณาเลือกใช้ทรัพยากรในการปฏิบัติงานที่เหมาะสม และสามารถเลือกทรัพยากร ทดแทนที่ปลอดภยั ส�ำหรับเจา้ หน้าที่เผชญิ เหตไุ ด้ 2.6 พิจารณาจดั ตั้งจุดระดมทรพั ยากร และมอบหมายหน้าทีแ่ กผ่ จู้ ัดการจดุ ระดมทรพั ยากร 2.7 ร่วมจัดทำ� แผนเผชิญเหตุ 2.8 รักษาช่วงการควบคุมท่ีเหมาะสม ระหว่างแผนก กลมุ่ ภารกจิ และพื้นท่ี 2.9 พจิ ารณาการจดั รูปแบบทรัพยากรเพือ่ เขา้ ปฏิบตั ิการตามยทุ ธวธิ ที ี่ก�ำหนด สว่ นอ�ำนวยการ (Planning Section) เปน็ โครงสรา้ งองคก์ รในระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ ทมี่ หี นา้ ทตี่ ดิ ตาม วเิ คราะห์ แนวโนม้ สถานการณ์ แจง้ เตอื นภยั ประสาน รวบรวมขอ้ มลู สถานะทรพั ยากร เพอื่ ใชใ้ นการประเมนิ ความตอ้ งการทรพั ยากร และ ความจ�ำเป็นในการสนับสนุนทรัพยากรในภาวะฉุกเฉิน รวมท้ังเป็นส่วนท่ีขับเคลื่อนให้เกิดการประชุม ส่วนต่าง ๆ เพื่อร่วมกันจัดท�ำแผนเชิญเหตุ และวางแผนการถอนก�ำลัง โดยมีหัวหน้าส่วนอ�ำนวยการ (Planning Section Chief : PSC) เป็นหวั หน้าสว่ นรบั ผิดชอบ 1. โครงสร้างภายในสว่ นอำ� นวยการ จากบทบาทหน้าท่ีรับผิดชอบของส่วนอ�ำนวยการดังท่ีกล่าวมาข้างต้น สามารถแบ่งโครงสร้าง การท�ำงานภายในส่วนอ�ำนวยการ ประกอบด้วย หน่วยสถานการณ์ (Situation Unit) หนว่ ยทรัพยากร (Resource Unit) หนว่ ยสง่ กลบั /ถอนกำ� ลงั (Demobilization Unit) และหนว่ ยเอกสาร (Document Unit) มรี ายละเอยี ดโดยสรปุ ดังน้ี 1.1 หน่วยสถานการณ์ (Situation Unit) ท�ำหน้าท่ีในการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูลข่าวสารในพื้นท่ีเกิดเหตุ และตดิ ตามสถานการณอ์ ยา่ งตอ่ เนอื่ ง รวมทงั้ การจดั เตรยี มแผนที่ แผนทส่ี ถานการณ์ (Situation Mapping) สรุปสถานการณ์ (Situation Summary) ตลอดจนการคาดการณแ์ นวโน้มของสถานการณว์ า่ มีแนวโน้ม ไปในทศิ ทางใด ขอ้ มลู สถานการณน์ จ้ี ะใชป้ ระโยชนใ์ นการวเิ คราะหแ์ ละกำ� หนดวตั ถปุ ระสงค์ กลยทุ ธ์ รวมทง้ั การจดั ลำ� ดบั ความสำ� คัญของภารกิจในการจดั การเหตกุ ารณ์ ระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ (Thailand Incident Command System) 38 เครื่องมือการจดั การในภาวะฉุกเฉนิ ของประเทศไทย
1.2 หนว่ ยทรัพยากร (Resource Unit) มีหน้าท่ีส�ำคัญในการจัดระบบทรัพยากรที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่เหตุการณ์ทั้งหมด ประกอบด้วย (1) การรบั ลงทะเบียนรายงานตัว ท้งั การรายงานตวั เพอ่ื เข้าปฏบิ ตั ิงาน (Check In) และ การรายงานตวั เพือ่ กลบั ต้นสงั กัดเมื่อเสร็จสน้ิ ภารกจิ (Check Out) (2) รวบรวม และตดิ ตามขอ้ มลู สถานะทรพั ยากรในพน้ื ทเ่ี หตกุ ารณ์ (Resource Tracking) ทั้งจำ� นวน และสถานะการปฏิบัติการ (กำ� ลงั ปฏบิ ตั งิ าน, พร้อมปฏิบตั งิ าน, ไม่พร้อมปฏบิ ัตงิ าน) (3) ประเมินความต้องการทรพั ยากร (Resource Identification and Requirement) รว่ มกับสว่ นปฏบิ ตั ิการ และสว่ นสนบั สนุน จะเหน็ ไดว้ า่ ขอ้ มลู ทรพั ยากรเปน็ ขอ้ มลู สำ� คญั สำ� หรบั ทงั้ สว่ นปฏบิ ตั กิ ารทใี่ ชใ้ นการวางแผน ยทุ ธวิธี ขณะท่สี ว่ นสนบั สนนุ ใช้ข้อมลู ทรัพยากรในการจัดหาอาหาร น้ำ� ทพี่ ัก ตลอดจนการสง่ ก�ำลงั บ�ำรงุ เช่น น�้ำมันเชื้อเพลิง ส�ำหรับที่ปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญ ใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์ด้านความปลอดภัย (ความเสย่ี งภยั ) อกี ดว้ ย ดงั นน้ั หากทมี จดั การเหตกุ ารณไ์ มส่ ามารถทราบขอ้ มลู ทรพั ยากรในภาพรวมทงั้ หมด ยอ่ มสง่ ผลตอ่ ประสทิ ธภิ าพ และประสทิ ธผิ ลในการบรหิ ารจดั การเหตกุ ารณใ์ นภาพรวม รวมทง้ั อาจกอ่ ใหเ้ กดิ ความไม่ปลอดภัยจากการทเ่ี ข้าไปปฏบิ ตั งิ านโดยไมไ่ ดร้ ายงานตวั ได้ 1.3 หน่วยส่งกลับ/ถอนก�ำลัง (Demobilization Unit) การพจิ ารณาสง่ กลบั /ถอนกำ� ลงั ทรพั ยากรทไี่ มม่ คี วามจำ� เปน็ ถอื ไดว้ า่ เปน็ การบรหิ ารจดั การ ทรัพยากรในการจัดการเหตุการณ์ที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากทรัพยากรทุกประเภทที่เข้ามาปฏิบัติการ ในพ้ืนท่ีเหตุการณ์น้ันมีค่าใช้จ่ายท่ีเกิดข้ึนเสมอ การมีทรัพยากรที่เกินความจ�ำเป็นจึงเป็นความสิ้นเปลือง และขาดความคุ้มค่า ด้วยเหตุน้ี จึงจ�ำเป็นจะต้องวางแผนการถอนก�ำลังทรัพยากรกลับไปยังต้นสังกัด ใหเ้ ปน็ ไปอยา่ งมรี ะบบระเบยี บ มขี นั้ ตอนทช่ี ดั เจน และมคี วามปลอดภยั ทง้ั นี้ หนว่ ยสง่ กลบั อาจไมไ่ ดถ้ กู จดั ตง้ั ขน้ึ ในช่วงเริ่มต้นของเหตุการณ์ แต่หากว่าสถานการณ์อยู่ในสถานะที่ควบคุมได้ หรือเมื่อไม่มีการร้องขอ ทรัพยากรน้ัน ๆ เข้ามาเพ่มิ เติม หรอื แมแ้ ตท่ รัพยากรท่ไี มไ่ ด้รับมอบภารกิจอยูใ่ นจุดระดมทรัพยากรตดิ ตอ่ กัน หลายหว้ งเวลาปฏบิ ตั กิ าร จะเปน็ ขอ้ พจิ ารณาไดว้ า่ ควรจดั ตง้ั หนว่ ยสง่ กลบั เพอ่ื จดั ทำ� แผนการถอนกำ� ลงั ได้ 1.4 หน่วยเอกสาร (Document Unit) เปน็ โครงสรา้ งการทำ� งานทร่ี บั ผดิ ชอบรวบรวม ผลติ สำ� เนา และจดั เกบ็ เอกสารทเ่ี กย่ี วขอ้ ง กับเหตุการณ์ทั้งหมด รวมทั้งจัดเตรียมแผนเผชิญเหตุ การจัดเก็บเอกสารที่ดี เป็นระบบ มีความส�ำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเหตุการณ์ส้ินสุด หากมีหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบการปฏิบัติงานในแง่มุมต่าง ๆ ไมว่ า่ จะเปน็ การใชจ้ า่ ยงบประมาณ คำ� สง่ั ประกาศตา่ ง ๆ หรอื แมแ้ ตก่ รณที เ่ี กดิ มกี ารบาดเจบ็ หรอื การรอ้ งเรยี น เอกสารเหลา่ น้ันจะช่วยใหผ้ ปู้ ฏิบัติงานใชเ้ ป็นหลกั ฐานส�ำคัญในการอา้ งองิ ทีเ่ ปน็ ทางการได้ อยา่ งไรก็ตาม ในทางปฏิบัติอาจมีการสั่งการทางวาจา แต่เพ่ือให้มีหลักฐานการปฏิบัติท่ีชัดเจน ควรท�ำการบันทึกเป็น ระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ (Thailand Incident Command System) เคร่อื งมอื การจัดการในภาวะฉุกเฉินของประเทศไทย 39
ลายลกั ษณอ์ ักษรทันทีทส่ี ามารถกระท�ำได้ ท้ังน้ี การพจิ ารณาจดั ตง้ั หน่วยเอกสาร มักเกดิ ขน้ึ ในเหตกุ ารณ์ ขนาดใหญ่ หากเปน็ เหตุการณข์ นาดเลก็ อย่างน้อยควรจดั ทำ� เป็นรายงานผบู้ ังคบั บัญชาเพอ่ื ทราบในทุก ๆ เหตกุ ารณ์ ส่วนอำ� นวยการ หน่วยสถานการณ์ หน่วยสง่ กลับ/ถอนก�ำลงั หน่วยทรัพยากร หน่วยเอกสาร ภาพที่ 1:16 โครงสรา้ งภายในส่วนอ�ำนวยการ 2. บทบาทหน้าท่ีรับผดิ ชอบของหัวหนา้ ส่วนอำ� นวยการ บทบาทหน้าทีค่ วามรบั ผิดชอบหลกั ของหัวหนา้ ส่วนอำ� นวยการ ไดแ้ ก่ 2.1 สนบั สนนุ ขอ้ มลู ทถี่ กู ตอ้ งและเปน็ ปจั จบุ นั เกยี่ วกบั สถานการณท์ เ่ี กดิ ขน้ึ และการคาดการณ์ แนวโนม้ ท่จี ะเปน็ ในชว่ งตอ่ ไป 2.2 ขับเคล่อื นการปฏิบตั ิงาน ดว้ ยการจดั ประชมุ ร่วมกับสว่ นตา่ ง ๆ ตามกระบวนการวางแผน (Planning P) ซงึ่ จะไดอ้ ธิบายตอ่ ไป เพ่ือใหไ้ ดแ้ ผนเผชิญเหตใุ นแต่ละห้วงเวลาปฏบิ ตั กิ าร 2.3 จัดทำ� แผนท่ี แผนผัง แสดงสถานการณ์ปจั จบุ ัน 2.4 รายงานพยากรณอ์ ากาศทอี่ าจส่งผลกระทบต่อเหตกุ ารณ์ 2.5 จดั เตรยี มและด�ำเนินการประชมุ วางแผน และการประชมุ อ่ืน ๆ 2.6 รวบรวม ขอ้ มูล แบบฟอรม์ จากส่วนต่าง ๆ เพื่อมาประกอบเปน็ แผนเผชญิ เหตุ 2.7 ตดิ ตาม และรายงานสถานะของทรัพยากร 2.8 จดั เก็บเอกสารทเ่ี กีย่ วข้องกับเหตกุ ารณท์ งั้ หมด 2.9 จัดท�ำแผนส่งกลับ/ถอนก�ำลัง (Demobilization Plan) ทรัพยากรท่ีไม่มีความจ�ำเป็น ซึ่งไดร้ ับการอนมุ ัตจิ ากผูบ้ ัญชาการเหตกุ ารณแ์ ล้ว ระบบบญั ชาการเหตุการณ์ (Thailand Incident Command System) 40 เครอ่ื งมือการจัดการในภาวะฉกุ เฉินของประเทศไทย
ส่วนสนบั สนนุ (Logistic and Administration) ในบริบทประเทศไทยได้มีการประยุกต์โครงสร้างองค์กรระบบบัญชาการเหตุการณ์ของ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยยุบรวมโครงสร้างหน้าท่ีของส่วนสนับสนุนและส่วนการเงินและบริหารเข้าไว้ ดว้ ยกนั เปน็ “สว่ นสนบั สนนุ (Logistic and Administration)” มหี นา้ ท่ี สนบั สนนุ การสง่ กำ� ลงั บำ� รงุ ทจ่ี ำ� เปน็ และตอบสนองการรอ้ งขอรบั การสนบั สนนุ ดา้ นงบประมาณ การเงนิ การคลงั และการรบั บรจิ าค โดยมหี วั หนา้ ส่วนสนบั สนนุ (Logistic Section Chief: LSC) รับผิดชอบ สว่ นสนบั สนนุ เปน็ โครงสรา้ งหนา้ ทใี่ นระบบบญั ชาการเหตกุ ารณท์ ม่ี คี วามสำ� คญั ยงิ่ การเผชญิ เหตุ ของสว่ นปฏบิ ตั กิ าร หรอื การทำ� งานของสว่ นอำ� นวยการ จะหยดุ ชะงกั หากไมม่ กี ารสนบั สนนุ จากสว่ นสนบั สนนุ ที่มีประสิทธิภาพ อาทิ ส่วนปฏิบัติการไม่ได้รับทรัพยากรท่ีต้องการตามท่ีร้องขอ ส่วนอ�ำนวยการไม่มี เครอ่ื งเขยี นแบบพมิ พ์ มาใชใ้ นการผลติ เอกสารตา่ ง ๆ เจา้ หนา้ ทป่ี ฏบิ ตั งิ านทกุ สว่ นไมม่ อี าหารและเครอื่ งดม่ื ในระหวา่ งการปฏบิ ตั งิ านทเ่ี พยี งพอ เปน็ ตน้ ดงั นน้ั หวั หนา้ สว่ นสนบั สนนุ จะปฏบิ ตั งิ านใกลช้ ดิ กบั ผบู้ ญั ชาการ เหตกุ ารณ์ และสว่ นตา่ ง ๆ เพือ่ จัดหาส่งิ สนบั สนุนในการปฏิบตั งิ าน อย่างไรกต็ ามผบู้ ญั ชาการเหตกุ ารณ์ ไมม่ คี วามจำ� เปน็ จะตอ้ งจดั ตงั้ สว่ นสนบั สนนุ ในทกุ เหตกุ ารณ์ การจดั ตงั้ สว่ นสนบั สนนุ จะขนึ้ อยกู่ บั ปจั จยั สำ� คญั 2 ประการ ไดแ้ ก่ ขนาดและระยะเวลาในการจดั การเหตกุ ารณ์ ในเหตกุ ารณฉ์ กุ เฉนิ ขนาดเลก็ ทผ่ี บู้ ญั ชาการ เหตกุ ารณส์ ามารถจดั การ และควบคมุ สถานการณไ์ ดใ้ นระยะเวลาไมเ่ กนิ 4 - 6 ชว่ั โมง มกั ไมม่ คี วามจำ� เปน็ ตอ้ งจดั ตง้ั สว่ นสนบั สนนุ เพราะทรพั ยากรสว่ นใหญม่ รี ะยะเวลาการปฏบิ ตั ใิ นหว้ งระยะเวลาปฏบิ ตั กิ ารดงั กลา่ ว หรอื ผบู้ ญั ชาการเหตกุ ารณอ์ าจทำ� หนา้ ท่ี ภารกจิ การสนบั สนนุ ดว้ ยตนเอง หากเหตกุ ารณฉ์ กุ เฉนิ มขี นาดใหญ่ และใชเ้ วลาในการจดั การเหตกุ ารณย์ าวนาน จงึ จำ� เปน็ ตอ้ งตง้ั สว่ นสนบั สนนุ ขน้ึ มารบั ผดิ ชอบในภารกจิ ดงั กลา่ ว 1. โครงสรา้ งภายในส่วนสนบั สนนุ โครงสร้างภายในส่วนสนับสนุนในระบบบัญชาการเหตุการณ์ของประเทศสหรัฐอเมริกา แบ่งออกเป็น 2 แผนก โดยภารกิจในด้านการเงินและการบริหารก�ำหนดไว้เป็นโครงสร้างระดับส่วน แตส่ ำ� หรบั ระบบบญั ชาการเหตกุ ารณข์ องประเทศไทยเนอ่ื งจากโครงสรา้ งองคก์ ร หนา้ ท่ี และความรบั ผดิ ชอบ ดา้ นการเงนิ บญั ชแี ละพสั ดขุ องประเทศไทยแตกตา่ งจากประเทศสหรฐั อเมรกิ าจงึ ไดร้ วมเอาภารกจิ ในสว่ น บริหารและการเงินมาผนวกไว้อยู่ภายใต้ส่วนสนับสนุนดังที่กล่าวมาแล้ว และได้จัดแบ่งโครงสร้างภายใน ออกเป็น 3 แผนก มรี ายละเอียด ดังนี้ ระบบบญั ชาการเหตุการณ์ (Thailand Incident Command System) เครอ่ื งมอื การจัดการในภาวะฉุกเฉินของประเทศไทย 41
1.1 แผนกสนับสนุน (Support Branch) ประกอบด้วยหน่วยต่าง ๆ ไดแ้ ก่ (1) หน่วยพสั ดุ (Supply Unit) มีหน้าที่ จดั ท�ำเอกสารการขอรับการสนบั สนุนทรพั ยากรตา่ ง ๆ ตามทส่ี ่วนปฏบิ ตั ิการ สว่ นอำ� นวยการ ทป่ี รกึ ษา/ผเู้ ชยี่ วชาญ ศนู ยป์ ระสานการปฏบิ ตั ิ และศนู ยข์ อ้ มลู ประชาสมั พนั ธร์ ว่ มตอ้ งการ ซึ่งในบางคร้ังหากทรัพยากรท่ีต้องการดังกล่าวไม่มี อาจจ�ำเป็นต้องจัดหามาโดยวิธีการเช่า ซื้อ หรือจ้าง โดยหนว่ ยพสั ดจุ ะตอ้ งปรกึ ษากบั หนว่ ยการเงนิ และหนว่ ยจดั ซอื้ จดั จา้ งในการดำ� เนนิ การตอ่ ไป นอกจากน้ี หนว่ ยวสั ดยุ งั ท�ำหน้าท่ีในการจดั เก็บ ดูแลรักษา วสั ดอุ ุปกรณท์ ่ีจำ� เป็นทัง้ หมดในเหตกุ ารณ์ดว้ ย (2) หน่วยสถานที่ (Facilities Unit) ในกรณที เี่ หตกุ ารณข์ ยายตวั ลกุ ลามและใชเ้ วลาในการจดั การเหตกุ ารณท์ ย่ี าวนานมากขน้ึ ทำ� ใหต้ อ้ งใชท้ รพั ยากรตา่ ง ๆ เพมิ่ มากขนึ้ เชน่ กนั ดงั นน้ั จงึ เปน็ หนา้ ทขี่ องหนว่ ยสถานทที่ จี่ ะตอ้ งวางแผนผงั ออกแบบ กอ่ สรา้ ง สถานทต่ี า่ ง ๆ ทจี่ ำ� เปน็ ในการสนบั สนนุ การจดั การเหตกุ ารณ์ เชน่ ศนู ยบ์ ญั ชาการเหตกุ ารณ์ ฐานปฏบิ ตั กิ าร แคมป์ (ทพ่ี กั โรงอาหาร หอ้ งนำ�้ ทจี่ อดรถ สถานท่ีสรุปสถานการณ)์ รวมถงึ การจดั ใหม้ ีการ รักษาความปลอดภัยบริเวณสถานท่ีดังกล่าวด้วย (3) หนว่ ยสนับสนุนภาคพื้นดิน (Ground Support Unit) มีหน้าที่รับผิดชอบด้านการขนส่ง และการสนับสนุนภาคพื้นอ่ืน ๆ ไม่ว่าจะเป็นการ ซอ่ มบำ� รงุ ยานพาหนะหรอื ทรพั ยากรตา่ ง ๆ การสนบั สนนุ นำ้� มนั เชอื้ เพลงิ และหลอ่ ลน่ื การปรบั ปรงุ เสน้ ทาง ป้ายจราจร รวมทัง้ การจัดทำ� แผนผงั การจราจรโดยรอบพน้ื ท่เี หตุการณด์ ว้ ย 1.2 แผนกบรกิ าร (Service Branch) มีหน้าที่ความรับผิดชอบสนับสนุนในด้านการส่ือสาร การบริการทางการแพทย์ และ เสบียงอาหารให้กับเจ้าหน้าที่ซึ่งเข้ามาปฏิบัติงานในพ้ืนที่เหตุการณ์ท้ังหมด ท้ังนี้ การพิจารณาจัดตั้ง แผนกบริการ เพื่อช่วยเหลือหัวหน้าส่วนสนับสนุนมักจัดตั้งข้ึนในกรณีสถานการณ์สาธารณภัยขนาดใหญ่ ที่หัวหน้าส่วนสนับสนุนมีภารกิจอ่ืน ๆ จนไม่สามารถดูแลการปฏิบัติงานด้านการบริการได้อย่างเต็มท่ี โดยแผนกบริการประกอบดว้ ยหนว่ ยย่อย ๆ ดงั นี้ (1) หน่วยสอ่ื สาร (Communication Unit) การสอ่ื สารถอื เปน็ กระดกู สนั หลงั ในการบรหิ ารจดั การเหตฉุ กุ เฉนิ เพราะถอื เปน็ ชอ่ งทาง ในการส่งผ่านข้อมูลต่าง ๆ ท่ีมีความส�ำคัญ โดยเมื่อในเหตุฉุกเฉินมีหน่วยงานเข้ามาร่วมการปฏิบัติงาน หลากหลายหน่วยงาน หากแต่ละหน่วยมีระบบการติดต่อส่ือสารของตนเองท่ีไม่สามารถเชื่อมโยงให้เกิด การท�ำงานร่วมกนั (Interoperability) ได้ กจ็ ะก่อเกิดปัญหาอปุ สรรคในการสอ่ื สารขอ้ มลู ตา่ ง ๆ ส่งผลต่อ การสง่ั การ การประสานงานในการจดั การเหตกุ ารณข์ องผบู้ ญั ชาการเหตกุ ารณใ์ นภาพรวมขาดประสทิ ธภิ าพ ระบบบัญชาการเหตุการณ์ (Thailand Incident Command System) 42 เครอื่ งมอื การจัดการในภาวะฉกุ เฉินของประเทศไทย
หน้าท่ีหลักของหน่วยส่ือสาร คอื การตดิ ตัง้ ทดสอบ อปุ กรณ์สอ่ื สาร รวมท้ังเชอื่ มต่อ ระบบสอื่ สารทม่ี อี ยขู่ องหลายหนว่ ยงานใหเ้ ปน็ ระบบสามารถใชท้ ำ� งานรว่ มกนั ได้ เปน็ ศนู ยก์ ลางการสอื่ สาร ระหวา่ งผบู้ ญั ชาการเหตกุ ารณ์ กบั เจา้ หนา้ ทที่ เ่ี กยี่ วขอ้ ง ดงั นน้ั หนว่ ยสอ่ื สารจงึ จำ� เปน็ ตอ้ งมแี ผนการสอื่ สาร ทีม่ ีประสทิ ธภิ าพ (2) หน่วยบริการทางการแพทย์ (Medical Unit) หน่วยบริการทางการแพทย์ จดั ตัง้ ขนึ้ เพอื่ จดั ทำ� แผนด้านการแพทย์ (Medical Plan) ใหบ้ รกิ ารดา้ นการแพทยเ์ ฉพาะแกเ่ จา้ หนา้ ทท่ี เี่ กย่ี วขอ้ งในเหตกุ ารณท์ เ่ี จบ็ ปว่ ยหรอื บาดเจบ็ จากการปฏบิ ตั งิ าน รวมไปถึงการเคลื่อนย้ายเจ้าหน้าท่ีเผชิญเหตุท่ีได้รับบาดเจ็บ และการประสานงานการส่งต่อด้วย ทั้งนี้ หนว่ ยบรกิ ารทางการแพทยไ์ มไ่ ดม้ ภี ารกจิ ครอบคลมุ ไปถงึ การดแู ลทางการแพทยใ์ หแ้ กผ่ ปู้ ระสบภยั ซง่ึ เปน็ หนา้ ทขี่ องกลมุ่ ภารกิจดา้ นการแพทย์ภายใตส้ ว่ นปฏิบตั ิการ (3) หน่วยเสบยี ง (Food Unit) มหี นา้ ท่ีดแู ลจัดหา แจกจ่าย อาหาร นำ้� ด่มื ทไี่ ดม้ าตรฐานและเหมาะสมตามห้วงเวลา ที่ก�ำหนดให้กับเจ้าหน้าท่ีท่ีเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ทั้งหมดในทุกพื้นท่ีปฏิบัติการ ท้ังนี้ อาจเป็นอาหารสด หรอื อาหารส�ำเร็จรปู (Meal Ready to Eat : MRE) 1.3 แผนกการเงนิ และการบรหิ าร (Finance / Administrative Branch) เป็นโครงสร้างท่ีจัดต้ังขึ้นภายใต้ส่วนสนับสนุน ที่ผู้บัญชาการเหตุการณ์พิจารณาเห็นว่า มภี ารกจิ ดา้ นการเงนิ และการบรหิ ารทจ่ี ำ� เปน็ ในการจดั การเหตกุ ารณท์ เ่ี กดิ ขนึ้ ดงั นน้ั จะเหน็ วา่ ในเหตกุ ารณ์ ขนาดเล็กและขนาดกลาง มักไม่มีการจัดตั้งหน่วยการเงินในระดับการปฏิบัติในพ้ืนท่ีภาคสนาม ส�ำหรับ โครงสร้างภายในแผนกนี้ ประกอบดว้ ย (1) หน่วยคา่ ใชจ้ า่ ย (Cost Unit) มีหนา้ ท่เี กย่ี วกับการรับเงนิ จ่ายเงิน ตรวจเอกสารการจา่ ยเงนิ เบกิ จา่ ยเงนิ ลงบญั ชี ควบคมุ การใช้จ่ายเงนิ ทง้ั หมดทเ่ี กิดขน้ึ (2) หน่วยจัดซ้อื จดั จา้ ง (Procurement Unit) มหี นา้ ทใี่ นการจดั หาทรพั ยากรทตี่ อ้ งใชใ้ นการปฏบิ ตั กิ ารในการจดั การเหตกุ ารณ์ โดย กระบวนการจดั ซ้ือจดั จา้ ง (3) หน่วยชดเชย/เรยี กสินไหมทดแทน (Compensation Claim Unit) รบั ผดิ ชอบ คำ� นวณคา่ ชดเชย และเรยี กรอ้ งคา่ สนิ ไหมทดแทนใหแ้ กเ่ จา้ หนา้ ทผี่ ปู้ ฏบิ ตั งิ าน และหนว่ ยงานทเี่ กย่ี วขอ้ ง ดงั นี้ 3.1) การชดเชย - รบั ผดิ ชอบในการตรวจสอบความถกู ตอ้ งของเอกสารเกยี่ วกบั คา่ ชดเชย ของพนกั งาน และเกบ็ บนั ทกึ การไดร้ ับบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วยทเ่ี กีย่ วกับเหตุฉุกเฉนิ 3.2) การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน - สืบสวนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน กรณที รพั ย์สนิ เสียหายทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั เหตุฉกุ เฉิน ระบบบญั ชาการเหตกุ ารณ์ (Thailand Incident Command System) เครื่องมือการจัดการในภาวะฉกุ เฉนิ ของประเทศไทย 43
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130