97 บรรจภุ ณั ฑ์ คอื กล่องหรอื หบี หอ่ ที่ทำข้นึ เพ่อื เกบ็ รกั ษำหรือเพอื่ กำรขนส่ง กจิ กรรมตำ่ งๆท่ีเกิดขึน้ ตลอดขบวนกำรทำงกำรตลำดที่เกี่ยวเนือ่ งกับกำรออกแบบ สรำ้ งสรรค์ภำชนะบรรจุ หรือหีบห่อให้กับผลิตภัณฑ์ หนว่ ยรูปแบบของวตั ถุภำยนอกของผลิตภัณฑ์ ทีท่ ำหนำ้ ท่ีปกป้องค้มุ ครอง หรือหอ่ หมุ้ ผลติ ภัณฑ์ภำยในไม่ให้ เกิดควำมเสียหำย สะดวกในกำรขนส่ง และเอือ้ ประโยชน์ในทำงกำรคำ้ และต่อกำรบรโิ ภค ความหมายของบรรจภุ ัณฑ์ 2 ประการกวา้ งๆ คือ 1) การบรรจุภัณฑ์ คือ ศิลปะวทิ ยำศำสตร์ และเทคโนโลยกี ำรตระเตรยี มสนิ ค้ำเพอื่ กำรขนส่งและกำรขำย 2) การบรรจุภณั ฑ์ คือวธิ ีกำรสง่ มอบผลิตภัณฑไ์ ปยังผบู้ ริโภคให้อยูใ่ นสภำพเรียบร้อยสมบรู ณ์และมรี ำคำท่ี เหมำะสม บรรจุภัณฑ์ คือ สิ่งห่อหุ้มหรอื บรรจุผลิตภณั ฑร์ วมท้งั ภำชนะทีใ่ ชใ้ นกำรขนส่งผลติ ภัณฑ์จำกแหล่ง ผผู้ ลิตไปยงั แหล่งบริโภคหรือแหล่งใช้ประโยชน์ เพอื่ วตั ถปุ ระสงคเ์ บื้องตน้ ในกำรปอ้ งกนั และรักษำผลติ ภัณฑ์ให้ คงสภำพ ตลอดจนคุณภำพใกล้เคียงกัน เมอ่ื แรกผลิตให้มำกท่ีสดุ นอกจำกนี้อำจกล่ำวไดว้ ่ำ หีบหอ่ หรือบรรจุ ภัณฑ์เป็นปจั จัยท่สี ำคัญอยำ่ งหนง่ึ ในกระบวนกำรผลติ และหีบห่อ อำจสรำ้ งข้นึ เพื่อวตั ถปุ ระสงค์ทำงดำ้ น กำรตลำด วตั ถุประสงค์ทำงดำ้ นกำรเกบ็ รกั ษำ เป็นต้น กำรนำเอำวสั ดุ เช่น กระดำษ พลำสตกิ แกว้ โลหะ ไม้ ประกอบเป็นภำชนะหอ่ หมุ้ สินค้ำ เพอ่ื ประโยชน์ในกำร ใช้สอยที่มีควำมแข็งแรง สวยงำมไดส้ ัดสว่ นที่ถูกต้องสร้ำงภำพพจน์ที่ดี มภี ำษำในกำรตดิ ต่อส่ือสำร และทำให้ เกิดควำมพงึ พอใจ จำกผ้ซู ือ้ สนิ ค้ำ นอกจำกน้ยี งั มผี ู้นยิ ำมควำมหมำยของบรรจภุ ณั ฑ์ในอีกหลำยควำมหมำย ไดแ้ ก่ กำรบรรจภุ ณั ฑ์ หมำยถงึ กำรออกแบบสร้ำงสรรคภ์ ำชนะบรรจุ หรอื หีบหอ่ ใหก้ ับผลิตภัณฑ์ กำรบรรจภุ ัณฑ์ หมำยถงึ กำรนำวัสดุ (เช่น กระดำษ แกว้ โลหะ) มำประกอบเปน็ ภำชนะ ห่อหุม้ สินคำ้ เพื่อประโยชนด์ ้ำนควำมแข็งแรง สวยงำม สร้ำงควำมพึงพอใจจำกผู้ซอ้ื สนิ คำ้ น้นั บรรจภุ ณั ฑ์ หมำยถึง ส่งิ ห่อห้มุ หรอื บรรจุผลิตภัณฑ์ รวมถึงภำชนะท่ีใชเ้ พ่ือกำรขนสง่ ผลติ ภัณฑ์ จำกแหล่ง ผลติ ไปยงั แหล่งผู้บรโิ ภค เพอื่ ประโยชน์ในกำรปอ้ งกัน รกั ษำผลิตภณั ฑ์ไม่ให้ชำรุดเสียหำย 3. ความหมายการออกแบบบรรจุภณั ฑ์ กำรออกแบบบรรจภุ ัณฑ์ (packaging design) หมำยถึง กำรกำหนดรูปแบบและโครงสรำ้ งของบรรจภุ ัณฑ์ ให้สมั พันธก์ บั หน้ำทใี่ ช้สอยของผลิตภัณฑ์ เพอื่ กำรคุ้มครองปอ้ งกนั ไม่ให้สนิ คำ้ เสยี หำยและเพ่มิ คุณค่ำด้ำน จติ วทิ ยำต่อผบู้ รโิ ภค โดยอำศัยทั้งศำสตร์และศิลป์ในกำรสรำ้ งสรรค์ วตั ถุประสงค์ของกำรออกแบบบรรจุภัณฑ์ 1.เพอ่ื สร้ำงบรรจุภณั ฑใ์ ห้สำมำรถเอ้อื ประโยชนด์ ้ำนหน้ำที่ใช้สอยได้ดี มคี วำมปลอดภัย ประหยัดและมี ประสทิ ธิภำพ 2.เพ่ือสรำ้ งบรรจภุ ัณฑใ์ หส้ ำมำรถสื่อสำรและสรำ้ งผลกระทบตอ่ ผบู้ รโิ ภคโดยใช้ควำมรแู้ ขนงศลิ ปะเขำ้ มำ สรำ้ งคุณลกั ษณะ เช่น มีเอกลกั ษณ์มีลักษณะพิเศษทด่ี งึ ดูดและสร้ำงกำรจดจำตลอดจนเข้ำถึงควำมหมำยและ คณุ ประโยชน์ของผลิตภัณฑ์
98 3.เพอ่ื ปกป้องคุ้มครองและรกั ษำคุณภำพสนิ ค้ำ 4.เป็นตวั ช้ีบ่งและสอ่ื สำรรำยละเอียดสนิ คำ้ ดึงดูดผู้บรโิ ภค แสดงถึงภำพลกั ษณ์ 5.เป็นตน้ ทุนในกำรผลติ สินคำ้ เม่ือบรรจุภณั ฑ์ดยี ่อมมีส่วนชว่ ยใหม้ ลู คำ่ สนิ คำ้ สงู ข้นึ 2.หนา้ ทข่ี องบรรจุภัณฑ์ หน้าท่ขี องบรรจภุ ณั ฑ์สามารถให้คาอธบิ ายเพมิ่ เติมได้ดังนี้ - กำรทำหน้ำทีบ่ รรจใุ ส่ ได้แก่ ใส่-หอ่ สินค้ำ ดว้ ยกำรชง่ั ตวง วัด นับ - กำรทำหนำ้ ที่ปกปอ้ งค้มุ ครอง ไดแ้ ก่ ป้องกันไมใ่ ห้สินคำ้ เสียรูป แตกหกั ไหลซมึ - กำรทำหนำ้ ท่รี ักษำคณุ ภำพอำหำร ไดแ้ ก่ กำรใช้วัสดทุ ป่ี ้องกนั อำกำศซมึ ผ่ำน ปอ้ งกันแสง ปอ้ งกนั ก๊ำซเฉอ่ื ยที่ ฉดี เข้ำไปชะลอปฏกิ ิริยำชีวภำพ ป้องกนั ควำมชืน้ จำกภำยนอก - กำรทำหนำ้ ที่ขนส่ง ได้แก่ กล่องลูกฟูก ลงั พลำสติก ซ่ึงบรรจุสินคำ้ หลำยหอ่ หรอื หนว่ ย เพ่อื ควำมสะดวกใน กำรเคลื่อนย้ำยและขนสง่ สนิ ค้ำไปยงั แหล่งผลิตหรือแหลง่ ขำย - กำรวำงจำหนำ่ ย คือ กำรนำบรรจุภัณฑท์ ม่ี ีสินค้ำอำหำรแปรรปู อยูภ่ ำยในวำงจำหน่ำยได้โดยไมจ่ ำเปน็ ต้อง เห็นสนิ คำ้ เลย สำมำรถวำงนอนหรอื วำงต้งั ได้โดยสินค้ำไมไ่ ดร้ ับควำมเสียหำย ซ่ึงควรคำนงึ ถึงขนำดท่เี หมำะสม กับช้ันวำงสนิ ค้ำด้วย - กำรรกั ษำสิ่งแวดลอ้ ม ได้แก่ 1. ใชว้ ัสดบุ รรจภุ ัณฑท์ ี่ใหป้ ริมำณขยะน้อย เปน็ วสั ดทุ ่ยี อ่ ยสลำยไดง้ ำ่ ย ในกระบวนกำรผลติ จะไมใ่ ช้ สำรทท่ี ำลำยช้ันบรรยำกำศ เป็นตน้ 2. นำบรรจุภัณฑ์เวยี นใชใ้ หม่หรือใช้ประโยชนอ์ ่ืนได้ เช่น ขวดเหล้ำ แกว้ ใสแ่ ยม เปน็ ต้น 3. หมุนเวียนนำกลับมำผลิตใหม่ คือ นำบรรจภุ ัณฑ์ทใี่ ชแ้ ลว้ ไปหลอมหรือยอ่ ยสลำยเป็นวัตถุดบิ สำหรับใช้ผลิตบรรจภุ ณั ฑ์หรอื สนิ คำ้ อนื่ ได้ - ทำหน้ำทส่ี ่งเสรมิ กำรขำยเพรำะบรรจุภัณฑ์ทอี่ อกแบบสวยงำมสำมำรถใช้เป็นส่อื โฆษณำไดด้ ว้ ยตัวเอง รวมถึง กำรออกแบบบรรจุภณั ฑเ์ พือ่ ใชเ้ ฉพำะกำล เช่น มีกำรแนบของแถมไปกบั บรรจุภัณฑ์ กำรนำรปู ภำพดำรำ เคร่ืองหมำยกีฬำท่ีไดร้ บั ควำมนยิ มมำพมิ พ์บนบรรจุภัณฑ์ จะเปน็ แนวทำงหนงึ่ ในกำรเรยี กควำมนยิ มของสินคำ้ - ทำหนำ้ ทเี่ ปน็ ฉลำกแสดงขอ้ มูลของอำหำรแปรรูป ไดแ้ ก่ ขอ้ มูลทำงด้ำนโภชนำกำร ส่วนประกอบของอำหำร วันที่ผลติ วนั ที่หมดอำยุ คำแนะนำและเครื่องหมำยเลขทะเบียนหรอื เลขอนุญำตจำกคณะกรรมกำรอำหำรและ ยำ (อย.) - ทำใหต้ ้ังรำคำขำยได้สงู ขึ้นเนื่องจำกบรรจภุ ัณฑ์ท่ีสวยงำมจะสรำ้ งมูลค่ำเพิ่มใหแ้ ก่สินค้ำ สร้ำงควำมนิยมใน สนิ ค้ำ จำกตรำและเคร่อื งหมำยกำรคำ้ ทำให้เกดิ ควำมภักดี (Loyalty) ในตัวสนิ ค้ำสง่ ผลใหข้ ำยรำคำท่ีสงู ขึ้นได้ หรอื ทีเ่ รียกวำ่ สนิ ค้ำแบรนด์เนม (Brandname) - กำรเพมิ่ ปริมำณขำย ดว้ ยกำรรวมหนว่ ยขำยปลีกในบรรจภุ ัณฑอ์ ีกช้ันหนึ่ง เชน่ นมกลอ่ ง 1 โหลในกลอ่ ง กระดำษลกู ฟกู ทีม่ ีหหู วิ้ หรอื กำรขำยขวดนำ้ ยำทำควำมสะอำดพร้อมกบั ซองน้ำยำทำควำมสะอำดเพอื่ ใช้เตมิ ใส่ ในขวดเมื่อใชน้ ำ้ ยำในขวดหมดแล้ว เปน็ ต้น - ใหค้ วำมถกู ต้องรวดเรว็ ในกำรขำย โดยกำรพมิ พ์บำร์โค้ดบนบรรจุภณั ฑ์ทำให้คนคิดเงินไมจ่ ำเป็นต้องอ่ำนปำ้ ย
99 รำคำบนบรรจุภัณฑแ์ ล้วกดเงนิ ทต่ี ้องจ่ำย แตใ่ หเ้ คร่ืองอำ่ นบำร์โคด้ ทำหนำ้ ทแี่ ทน ทำให้รวดเรว็ ขึน้ และถกู ต้อง - รว่ มมบี ทบำทในกำรรณรงค์เร่อื งตำ่ งๆ เชน่ สัญลกั ษณ์รีไซเคิล ฉลำกเขียว กฬี ำ ทอ่ งเทย่ี ว กนิ ของไทยใช้ของ ไทย เป็นต้น 3.ประเภทของบรรจุภณั ฑ์ ตำมนิยำมทก่ี ล่ำวมำแล้ว บรรจภุ ัณฑ์ทำหนำ้ ท่เี ป็นพำหะนำผลผลิตจำกกระบวนกำรผลติ ผ่ำนกำรขนย้ำย เก็บในคลังสินค้ำ ระบบกำรขนส่ง ระบบกำรจัดจำหนำ่ ย เปดิ โอกำสให้เลือกซ้อื เอ้อื อำนวยควำมสะดวกในกำร บรโิ ภคพร้อมทัง้ กำจัดซำกบรรจภุ ัณฑ์ได้ง่ำย ตารางท่ี 2 : การแยกประเภทของบรรจภุ ณั ฑ์ วิธีการ จุดมุ่งหมาย ประเภทของบรรจภุ ัณฑ์ 1 กำรออกแบบ 1.1 บรรจภุ ัณฑช์ ้ันในหรอื ปฐมภูมิ (Primary Packaging) 1.2 บรรจภุ ัณฑ์ช้นั ที่สองหรือทตุ ิยภูมิ (Secondary Packaging) 1.3 บรรจภุ ัณฑช์ ั้นท่ีสำมหรือตติยภูมิ (Tertiary Packaging) 2 วสั ดุที่ใชผ้ ลติ 2.1 เยอื่ และกระดำษ 2.2 พลำสตกิ 2.3 แก้ว 2.4 โลหะ บรรจภุ ัณฑแ์ บง่ ตามการออกแบบ ดว้ ยหลักกำรในกำรออกแบบ สำมำรถจำแนกประเภทของบรรจภุ ณั ฑ์ได้ 3 จำพวก คือ (1) บรรจภุ ัณฑ์ชนั้ ในหรอื ปฐมภมู ิ (Primary Packaging) เป็นบรรจภุ ณั ฑท์ ่ีผู้ซอ้ื จะไดส้ มั ผสั เวลำที่จะ บริโภค บรรจภุ ณั ฑ์นี้จะได้รับกำรโยนท้งิ เมอ่ื มกี ำรเปิดและบริโภคสนิ ค้ำภำยในจนหมด เช่น ซองบรรจุน้ำตำล เป็นต้น บรรจุภัณฑน์ เี้ ป็นบรรจุภณั ฑท์ ี่อยู่ช้ันในสดุ ติดกับตวั สนิ ค้ำ ในกำรออกแบบบรรจภุ ณั ฑช์ ั้นในมีปัจจยั ทต่ี ้องพิจำรณำ 2 ประกำรคอื อันดบั แรกจะตอ้ งมีกำรทดสอบจน มน่ั ใจว่ำอำหำรท่ีผลติ และบรรจภุ ัณฑ์ทีเ่ ลือกใช้จำตอ้ งเข้ำกนั ได้ (Compatibility) หมำยควำมวำ่ ตัวอำหำรจะไม่ ทำปฏกิ ริ ิยำตอ่ ผลิตภัณฑ์ ปฏกิ ริ ยิ ำท่ีเกิดขึน้ นีอ้ ำจจะเกิดจำกกำรแยกตัวของเนอ้ื วัสดุบรรจภุ ณั ฑ์เขำ้ สอู่ ำหำร (Migration) หรือกำรทำให้บรรจุภัณฑเ์ ปลี่ยนแปลงรูปทรงไปเชน่ ในกรณกี ำรบรรจอุ ำหำรใสเ่ ขำ้ ไปในบรรจุ ภัณฑข์ ณะที่อำหำรยงั รอ้ นอยู่ (Hot Filling) เมอ่ื เยน็ ตัวลงในสภำวะบรรยำกำศห้อง จะทำให้รปู ทรงของบรรจุ ภัณฑบ์ ูดเบ้ยี วได้ เหตุกำรณน์ ้จี ะพบบ่อยมำกในขวดพลำสติกทรงกระบอก ซึ่งแกไ้ ขไดโ้ ดยกำรเพิ่มร่องบนผิว ทรงกระบอกหรอื เปลี่ยนรปู ทรงเปน็ ส่เี หล่ียมมมุ มน
100 CPET บรรจภุ ัณฑ์ชน้ั ในสำหรับ บรรจุอำหำรแช่เยือกแขง็ (freezing) และเข้ำไมโครเวฟได้ นอกเหนอื จำกควำมเข้ำกนั ไดข้ องอำหำรและบรรจุภณั ฑแ์ ลว้ ปัจจยั อันดบั ตอ่ มำทต่ี อ้ งพิจำรณำ คือ บรรจุ ภณั ฑช์ ้ันในจะเป็นบรรจุภณั ฑท์ ีว่ ำงขำยบนหิ้งหรือไม่ ในกรณที ่ีบรรจุภัณฑช์ ้ันในจำต้องวำงขำยแสดงตัวบนหงิ้ กำรออกแบบควำมสวยงำม กำรสือ่ ควำมหมำยและภำพพจนจ์ ะเรมิ่ เข้ำมำมบี ทบำทในกำรออกแบบบรรจภุ ัณฑ์ บรรจภุ ัณฑ์ช้นั ในท่ที ำหน้ำท่ีวำงขำยบนหงิ้ (2) บรรจุภณั ฑช์ ั้นทีส่ องหรือทุติยภูมิ (Secondary Packaging) เป็นบรรจภุ ัณฑท์ ร่ี วบรวมบรรจภุ ณั ฑ์ ชนั้ แรกเข้ำด้วยกัน เพือ่ เหตุผลในกำรปอ้ งกันหรอื จดั จำหน่ำยสนิ คำ้ ได้มำกข้นึ หรอื ด้วยเหตผุ ลในกำรขนสง่ บรรจภุ ัณฑช์ นั้ ทีส่ องท่ีเห็นได้ท่ัวไป เช่น กล่องกระดำษแขง็ ของหลอดยำสฟี ัน ถุงพลำสตกิ ใส่ซองน้ำตำล 50 ซอง เปน็ ต้น ในกำรออกแบบบรรจุภณั ฑช์ ้ันที่สองนม้ี กั จะเป็นบรรจภุ ัณฑ์ท่ตี อ้ งวำงแสดงบนห้งิ ณ จุดขำย ดังนน้ั กำรเนน้ ควำมสวยงำมและภำพพจนข์ องบรรจุภณั ฑ์ช้นั ที่สองจงึ มีควำมจำเปน็ อย่ำงยงิ่ ตวั อยำ่ งเช่น กลอ่ งยำสีฟัน กำร ออกแบบของหลอดยำสีฟันท่ีอยูภ่ ำยในก็ไม่จำเป็นต้องออกแบบให้สอดสีหลำยสี ในทำงกลับกันถำ้ บรรจุภัณฑ์ ชั้นในไดร้ ับกำรออกแบบอย่ำงสวยงำม ในกำรออกแบบบรรจุภัณฑช์ ้นั ท่ีสองนอี้ ำจจะทำกำรเปดิ เป็นหน้ำตำ่ ง เพอ่ื ให้เห็นถงึ ควำมสวยงำมของบรรจุภณั ฑ์ชน้ั ในท่ีออกแบบมำอย่ำงดแี ล้ว ในกรณีของตัวอย่ำงถงุ พลำสตกิ ใส่ ซองนำ้ ตำล 50 ซองนั้น ถุงพลำสตกิ ที่เลือกใชไ้ มจ่ ำเป็นตอ้ งชว่ ยรกั ษำคุณภำพของน้ำตำลมำกเทำ่ ซองชนั้ ใน เนือ่ งจำกทำหน้ำทร่ี วมซองน้ำตำล 50 ซองเข้ำด้วยกนั เพือ่ กำรจัดจำหน่ำยแตต่ วั ถงุ เองตอ้ งพิมพ์สอดสอี ยำ่ ง สวยงำมเพรำะเปน็ ถุงท่วี ำงขำยบนหง้ิ ณ จุดขำย บรรจภุ ณั ฑ์ช้นั ในหรอื ปฐมภูมิ (Primary Packaging) และบรรจภุ ณั ฑ์ชั้นท่สี องหรือทตุ ิยภูมิ (Secondary Packaging) มีช่อื เรยี กอีกช่อื หนง่ึ วำ่ บรรจภุ ณั ฑเ์ พอ่ื กำรจำหน่ำยปลกี (Commercial Packaging) (3) บรรจภุ ัณฑ์ชน้ั ท่สี ำมหรอื ตติยภมู ิ (Tertiary Packaging) หนำ้ ทห่ี ลักของบรรจภุ ัณฑ์น้คี อื กำร ป้องกนั ระหว่ำงกำรขนสง่ บรรจุภัณฑข์ นส่งนี้ อำจแบง่ ยอ่ ยเปน็ 3 ประเภท คือ - บรรจุภณั ฑท์ ่ใี ช้จำกแหล่งผลติ ถึงแหล่งขำยปลีกเมื่อสินค้ำไดร้ ับกำรจัดเรียงวำงบนหิง้ หรือคลงั สินค้ำของแหล่ง ขำยปลกี แล้ว บรรจภุ ัณฑ์ขนสง่ ก็หมดหน้ำทก่ี ำรใช้งำน บรรจุภณั ฑเ์ หลำ่ น้ี เชน่ แครแ่ ละกะบะ (Pallet) เป็นต้น - บรรจภุ ัณฑ์ทีใ่ ชร้ ะหว่ำงโรงงำน เป็นบรรจุภัณฑ์ที่จัดสง่ สนิ ค้ำระหว่ำงโรงงำน ตัวอย่ำงเชน่ ลังใสซ่ องพรกิ ป่น ถงุ น้ำจิม้ เป็นผลผลิตจำกโรงงำนหน่ึงส่งไปยงั โรงงำนอำหำรสำเร็จรูปเพื่อทำกำรบรรจไุ ปพร้อมกบั อำหำรหลัก เปน็ ตน้ - บรรจภุ ณั ฑท์ ใ่ี ช้จำกแหลง่ ขำยปลีกไปยังมอื ผูอ้ ุปโภคบริโภค เชน่ ถุงต่ำงๆ ทีร่ ้ำนค้ำใส่สินคำ้ ให้ผู้ซ้อื กำรออกแบบบรรจภุ ณั ฑช์ ้ันท่ีสำมนี้ จงึ ตอ้ งคำนงึ ถึงควำมสำมำรถในกำรปอ้ งกันสนิ ค้ำระหวำ่ งกำรขนสง่
101 ส่วนขอ้ มูลรำยละเอียดบนบรรจภุ ัณฑข์ นสง่ จะช่วยในกำรจัดสง่ เปน็ ไปอยำ่ งสะดวกและถูกตอ้ ง บรรจุภัณฑช์ ้นั ท่ี สำมนี้จึงเรียกอกี ชื่อหนงึ่ วำ่ บรรจภุ ัณฑ์เพ่ือกำรขนส่ง (Distribution Packaging) ประเภทของบรรจุภัณฑ์จาแนกตามวสั ดุ บรรจภุ ณั ฑแ์ ยกตามวัสดหุ ลักที่ใช้ในการผลติ ได้ 4 ประเภท คือ เย่ือและกระดาษ นบั ไดว้ ำ่ เปน็ บรรจุภัณฑ์ท่ใี ช้มำกทส่ี ดุ และมแี นวโน้มใช้มำกยิ่งข้นึ เนื่องจำกกำรรี ไซเคิลได้งำ่ ย อันเป็นผลจำกกำรรณรงคส์ ิ่งแวดลอ้ ม กระดำษนับเปน็ วัสดบุ รรจภุ ณั ฑ์ประเภทเดียวที่สำมำรถ สร้ำงขึน้ ใหม่ไดจ้ ำกกำรปลูกป่ำทดแทน กระดำษที่ใช้ในอุตสำหกรรมบรรจภุ ณั ฑม์ ีหลำยประเภท และสำมำรถ พมิ พ์ตกแต่งไดง้ ำ่ ยและสวยงำม นอกจำกน้ียงั สะดวกต่อกำรขนส่งจำกผผู้ ลิตไปยงั ผูใ้ ช้เนื่องจำกสำมำรถพับได้ ทำให้ประหยดั คำ่ ใช้จำ่ ยในกำรขนสง่ พลาสตกิ เป็นวัสดบุ รรจุภณั ฑ์ท่อี ัตรำกำรเจริญเติบโตสูงมำก คุณประโยชนข์ องพลำสตกิ คือ มีน้ำหนกั เบำ ปอ้ งกนั กำรซมึ ผำ่ นของอำกำศและก๊ำซไดร้ ะดบั หนึ่ง สำมำรถต่อต้ำนกำรทำลำยของแบคทเี รยี และเช้ือรำ มีคุณสมบตั หิ ลำยอย่ำงท่ีสำมำรถเลือกใช้ในงำนท่เี หมำะสม พลำสตกิ บำงชนิดยังเปน็ ฉนวนกนั ควำมร้อนอกี ดว้ ย พลำสติกท่ใี ชใ้ นอตุ สำหกรรมบรรจภุ ัณฑ์มีอยู่หลำกหลำยประเภท กำรศึกษำคุณสมบัตขิ องพลำสติกแต่ละ ประเภทมคี วำมจำเปน็ อยำ่ งยิ่งที่จะทำให้บรรจุภัณฑพ์ ลำสตกิ ที่เลือกใช้สำมำรถทำหน้ำท่ไี ดอ้ ยำ่ งสมบูรณ์ แก้ว นับเป็นบรรจุภัณฑ์ทมี่ ีควำมเฉ่อื ยตอ่ กำรทำปฏิกริ ยิ ำกับสำรเคมีชวี ภำพต่ำงๆ เมื่อเทยี บกับวัสดุ บรรจภุ ัณฑอ์ ืน่ ๆ และรักษำคุณภำพสนิ คำ้ ได้ดมี ำก ข้อดขี องแกว้ คือมคี วำมใสและทำเปน็ สตี ำ่ งๆ ได้ สำมำรถทน ตอ่ แรงกดได้สูงแตเ่ ปรำะแตกงำ่ ย ในด้ำนสง่ิ แวดล้อม แก้วสำมำรถนำกลับมำใชใ้ หม่ได้ ส่งิ ที่พึงระวงั ในเรื่องกำร บรรจุ คอื ฝำขวดแก้วจะต้องเลอื กใช้ฝำท่ีไดข้ นำด และต้องสำมำรถปดิ ได้สนทิ แน่น เพอ่ื ช่วยรกั ษำคุณภำพและ ยดื อำยุของสินค้ำ โลหะ ในอตุ สำหกรรมบรรจภุ ัณฑ์อำหำร วัสดุโลหะทใี่ ช้มี 2 ชนดิ คอื - เหล็กเคลือบดีบุก เปน็ บรรจภุ ัณฑท์ แ่ี ข็งแรงป้องกันอันตรำยจำกส่งิ แวดล้อมและสภำวะอำกำศ กำรลงทุนใน กำรผลิตไมส่ งู นักและไม่สลบั ซับซ้อน สำมำรถใช้บรรจุอำหำรได้ดี เนอื่ งจำกสำมำรถปิดผนึกได้สนิทและฆ่ำเชอื้ ไดด้ ้วยควำมร้อน ในแง่ของสง่ิ แวดลอ้ มสำมำรถแยกออกจำกขยะไดง้ ่ำยด้วยกำรใช้แม่เหลก็ - อะลูมเิ นยี ม มักจะใช้ในรูปเปลวอะลูมเิ นยี มหรอื กระป๋อง มีนำ้ หนักเบำ อีกทั้งมคี วำมแข็งแรงทนตอ่ กำรซึม ผ่ำนของอำกำศ ก๊ำซ แสง และกล่นิ รสไดด้ ี ในรปู ของเปลวอะลูมเิ นยี มมกั ใช้เคลือบกบั วัสดอุ ื่นซึ่งให้ภำพลักษณ์ ท่ีดเี นอ่ื งจำกควำมเงำวับของอะลมู ิเนยี มและเป็นตัวเหนย่ี วนำควำมเย็นไดด้ ี 4.สขุ ลักษณะของบรรจภุ ัณฑ์อาหาร ภำชนะบรรจุมีหนำ้ ทีป่ ้องกนั กำรเสอ่ื มเสียระหวำ่ งกำรเกบ็ รักษำและสะดวกในกำรขนส่งภำชนะบรรจุ ชว่ ยบรรจุหอ่ ห้มุ และรวบรวมผลติ ภัณฑเ์ ข้ำดว้ ยกันเพื่อส่งใหถ้ ึงมอื ผู้บรโิ ภคในสภำพทส่ี มบูรณ์ภำชนะบรรจุ ช้ันต้นท่ีสมั ผัสกับอำหำรมีหนำ้ ทีบ่ รรจุและคมุ้ ครองผลิตภัณฑอ์ ำหำร เชน่ ถงุ พลำสตกิ ที่บรรจแุ ละห่อหุ้มคกุ กซ้ี ึ่ง มีภำชนะบรรจุช้นั ทสี่ องทำหน้ำที่คมุ้ ครองผลิตภณั ฑ์เพ่ิมขึน้ เชน่ กล่องกระดำษทใ่ี ส่ถงุ คกุ กม้ี ฉี ลำกบอกผลติ ภัณฑ์ สว่ นผสม วนั เดอื นปี สถำนท่ีผลติ นอกจำกนี้ยงั มภี ำชนะบรรจุเพื่อขำยปลีกให้ผู้บรโิ ภคโดยตรงซง่ึ ไมแ่ ขง็ แรงพอ คมุ้ ครองผลิตภัณฑ์เชน่ ถุงใหญบ่ รรจกุ ล่องคกุ กี้6 กล่อง หรอื 12 กล่อง สำหรบั ภำชนะบรรจขุ น้ั สุดท้ำย คอื ใช้
102 เพือ่ รวบรวมสนิ คำ้ ในกำรขนส่งและเก็บรกั ษำสินค้ำระหว่ำงอยู่ในคลงั สินค้ำ เชน่ กลอ่ งกระดำษใบใหญท่ ี่บรรจุ ถุงใหญ่ของคุกกไ้ี ดอ้ ีก 3-5 ถุงเปน็ ตน้ นอกจำกนี้สุขลกั ษณะบรรจุภัณฑ์อำหำรท่ีสำคัญคอื ควำมปลอดภัยของภำชนะบรรจอุ ำหำรเพรำะเม่ือ บรรจอุ ำหำรในภำชนะบรรจอุ ำหำรอำจมกี ำรทำปฏิกิริยำเกดิ ขึน้ ระหว่ำงอำหำรและภำชนะที่ใช้บรรจทุ ำให้ สำรประกอบของภำชนะบรรจุอำหำรเคล่ือนย้ำยลงมำสูอ่ ำหำรที่บรรจุไดด้ งั นัน้ จงึ ตอ้ งเลือกใชภ้ ำชนะบรรจุ อำหำรใหเ้ หมำะสมกับอำหำรแต่ละชนดิ เพอ่ื ควำมปลอดภยั ของผบู้ ริโภค 5.หลกั การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ในกำรออกแบบผลติ ภัณฑ์ และ บรรจุภัณฑ์ นอกจำกควำมสวยงำม น่ำสนใจแล้ว สงิ่ ทห่ี ลำยคนลมื ไม่ เคยนึกถงึ หรอื อำจจะไม่รเู้ ลยด้วยซ้ำ วำ่ จะตอ้ งคำนึงถงึ ส่งิ เหลำ่ นเี้ ข้ำมำรว่ มด้วยในกำรออกแบบผลิตภัณฑ์ และ บรรจุภณั ฑ์ดว้ ย ในการออกแบบผลิตภณั ฑ์ และ บรรจุภัณฑ์ มขี ั้นตอนดงั ตอ่ ไปนี้ 5.1. กาหนดกลุ่มเปา้ หมาย เป็นเรือ่ งแรก ๆ ทเี รำควรต้องรู้ว่ำสินคำ้ ของเรำเหมำะกับใคร ผปู้ ระกอบกำรต้องเขำ้ ใจควำมต้องกำรของ ตลำด ควำมต้องกำรของผบู้ ริโภค โดยกำหนดกลุ่มเป้ำหมำยใหช้ ดั เจน เพื่อท่ีจะออกแบบผลิตภณั ฑ์ และ บรรจุ ภัณฑ์ให้ตรงต่อควำมต้องกำรของกล่มุ เป้ำหมำยให้มำกทส่ี ดุ เชน่ วยั เพศ อำยุ ท่ีอยูอ่ ำศยั ลักษณะควำมชอบ ควำมต้องกำรในกำรใชส้ นิ ค้ำ กำรกำหนดกลมุ่ เป้ำหมำยนอกจำกคำนึงถึงตัวอย่ำงทก่ี ลำ่ วมำแล้ว เรยี กว่ำกล่มุ เป้ำหมำยโดยตรง เรำยัง ตอ้ งคำนงึ ถึงกลุม่ เป้ำหมำยทซ่ี ื้อแตไ่ ด้บรโิ ภคเองด้วย เชน่ ของฝำก อำหำรเดก็ นำ้ หอม เครือ่ งประดบั โดยผซู้ อ้ื อำจจะไม่ไดน้ ำไปบรโิ ภคเองแตซ่ ้ือเพรำะนำไปใหค้ นอนื่ ดังน้นั ปัจจัยเหล่ำน้ตี ้องรวมเขำ้ ไปในกำรกำหนด กลุม่ เปำ้ หมำยด้วย 5.2. กาหนดชอ่ื ตราสินค้า ช่อื สินคำ้ ก็เปรียบเหมือน “ชือ่ คน” หำกกำหนดใหเ้ รยี กยำกเกินไปกไ็ มเ่ กิดกำรจดจำเพรำะจำยำก หำก กำหนดใหเ้ ขยี นยำก-สะกดยำกกไ็ มเ่ กดิ กำรจดจำอีกเช่นกนั ส่วนมำกผู้ประกอบกำรมักจะนำชอ่ื บริษัท สถำนที่ตงั้ ชือ่ จดทะเบียน ชอ่ื ตนเอง ช่อื ท่ีเปน็ มงคล คำอ่ืน ๆ ท่ี นำมำผสมกันใหเ้ กิดคำ ชื่อที่เป็นมงคล ฯลฯ ดงั นนั้ หลักการที่ควรจาในการกาหนดชอ่ื ตราสินคา้ ควรเปน็ ดงั นี้ 1. จดจำง่ำย อำ่ นงำ่ ย เขยี นง่ำย 2. มีเอกลกั ษณ์ โดดเดน่ 3. ไมพ่ ยำยำมลอกเลียนแบรนดอ์ น่ื หรอื ทำให้เกิดควำมเขำ้ ใจผิด 4. บอกถงึ คุณสมบัติสินคำ้ 5. ไมเ่ ปน็ คำท่ีชวนให้เข้ำใจผิดไปจำกคุณสมบตั สิ ินคำ้ 6. จดทะเบียนได้ โดยไมซ่ ำ้ กับแบรนดอ์ น่ื เหล่ำนล้ี ้วนเปน็ หลักกำรคร่ำว ๆ ของกำรกำหนดชื่อตรำสินคำ้ โดยนำไปประยุกต์ใช้ตำมควำมเหมำะสม
103 5.3. วสั ดุที่ใชผ้ ลิตในการออกแบบผลิตภณั ฑ์ และ บรรจภุ ณั ฑ์ วัสดุมคี วำมสำคัญในแงข่ องควำมแข็งแรงในกำรขนสง่ สรำ้ งภำพลกั ษณ์ให้ผลติ ภัณฑ์ ปกปอ้ งผลติ ภัณฑ์ ไมใ่ หเ้ กิดควำมเสยี หำย ดังน้ันวัสดุจึงมีควำมสำคัญในกำรออกแบบผลติ ภัณฑ์ และ บรรจภุ ณั ฑเ์ ปน็ อย่ำงมำก ต้องคำนึงถงึ ควำม เหมำะสมทกุ ๆด้ำนที่เก่ียวขอ้ งกบั ผลิตภัณฑ์ของเรำ เชน่ มิตรต่อผใู้ ช้ และ ส่ิงแวดล้อม รีไซเคิลได้ ย่อยสลำยได้ ไมก่ ่อใหเ้ กดิ มลพิษ ผลิตจำกธรรมชำติ กันนำ้ แขง็ แรง คุณภำพสูงต้นทุนตำ่ ฯลฯ 5.4. รปู ทรงลักษณะบรรจขุ องบรรจภุ ัณฑ์ นอกจำกควำมสวยงำมแลว้ ควรคำนึงถึงควำมคงทนในกำรขนส่ง ภำพลกั ษณ์ของสนิ ค้ำ กำรสร้ำงควำม นำ่ สนใจ ง่ำยตอ่ กำรใช้งำน มเี อกลักษณ์แตส่ ำมำรถใช้งำนได้จรงิ 5.5. การออกแบบกราฟิก เรำลองนึกถงึ เวลำเรำเลอื กผลิตภัณฑ์ชนดิ ใดชนิดหนึ่งในตลำดดูสิครับ สนิ ค้ำออกใหม่เหมอื นกัน ชนิด เดยี วกัน ประเภทเดยี วกนั รำคำเทำ่ กนั วำงอยู่ในชั้นขำยสินคำ้ อนั เดยี วกัน อะไรคือเหตุผลว่ำเรำจะหยิบสินคำ้ ชิน้ ไหน หำกยงั จำบทควำม “สีกบั จิตวิทยำในกำรจงู ใจลูกค้ำ” (หรอื ยังไมไ่ ดอ้ ่ำน คลกิ ) จะเห็นไดว้ ำ่ ปัจจยั ใน กำรเลือกสินค้ำของผบู้ ริโภคมกั ใช้ “อำรมณ์” ในกำรเป็นตัวตดั สนิ ใจในกำรเลือกสนิ คำ้ ชน้ิ ใดช้นิ หนึง่ ดงั นน้ั กำร ออกแบบกรำฟกิ จงึ ตอ้ งคำนึงถึงควำมเหมำะสม กำรสือ่ อำรมณ์ เนือ้ เรอ่ื ง เน้ือหำ กำรรับรู้ ลวดลำย กำรใช้ ตวั อกั ษร ทมี่ ำของผลิตภณั ฑ์ รำยละเอยี ดต่ำง ๆ ของประเภทผลติ ภัณฑ์ทจ่ี ำเป็นตอ้ งใส่ลงไปดว้ ย 6.กระดาษเพื่อบรรจภุ ณั ฑอ์ าหารวา่ ง นบั ได้วำ่ เย่อื และกระดำษนำมำใช้ทำบรรจุภณั ฑ์มำกทีส่ ุด และมีแนวโนม้ ใช้มำกยิ่งขนึ้ สืบเน่ืองจำกกำร รณรงค์ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและกระดำษท่ใี ช้แล้ว สำมำรถนำกลับมำใชใ้ หมไ่ ด้งำ่ ย (Recycle) กระดำษเปน็ วสั ดบุ รรจภุ ัณฑป์ ระเภทเดียวทสี่ ำมำรถสร้ำงขน้ึ มำใหมไ่ ด้จำกกำรปลูกป่ำทดแทน กระดำษท่ีใช้ในอุตสำหกรรม บรรจุภัณฑม์ ีหลำยประเภทและสำมำรถพมิ พต์ กแตง่ ไดง้ ำ่ ยและสวยงำม ท้งั สำมำรถเคลอื บ หรอื ประกบติดกับ วัสดุชนดิ อืน่ ได้ดี นอกจำกนยี้ งั สะดวกต่อกำรขนสง่ จำกผผู้ ลิตไปยงั ผใู้ ช้เนอ่ื งจำกพับได้ ทำให้ประหยัดค่ำใช้จ่ำย ในกำรขนส่ง ตวั อยำ่ งบรรจุภัณฑจ์ ำกเย่ือ และกระดำษไดแ้ ก่ กลอ่ งกระดำษแขง็ กล่องกระดำษลกู ฟกู ถุง กระดำษ เป็นต้น ภาชนะบรรจุภัณฑท์ าดว้ ยกระดาษ ภาพท่ี 1 ภาชนะบรรจุภณั ฑท์ าด้วยกระดาษ ภำชนะบรรจุภัณฑท์ ำด้วยกระดำษ มีดงั น้ี 1. ถงุ กระดาษ มี 2 ประเภท 1.1. ใช้กระดำษท่ใี ชแ้ ลว้ ไดแ้ ก่ กระดำษหนงั สือพิมพ์มำพบั เป็นถุงใชท้ ว่ั ไป เม่อื ใชบ้ รรจุอำหำรหมึกพิมพ์
104 มโี อกำสปนเปอื้ นกับอำหำรไดง้ ำ่ ย 1.2. ถงุ กระดำษสนี ้ำตำล ทำจำกกระดำษเหนียว( Kraft Paper) ผลิตเป็นอตุ สำหกรรมมหี ลำยชนิดเชน่ ถงุ ปนู มหี ลำยช้ัน หรอื ซองสีน้ำตำลบรรจเุ อกสำรเป็นตน้ กระดำษประเภทนี้ถ้ำไม่ผ่ำนกำรฟอกจะเปน็ สี นำ้ ตำล ถ้ำฟอกจะเปน็ สีขำว 2. กล่องกระดาษแข็ง 2.1 กระดำษไมเ่ คลือบ 2.2 กระดำษเคลือบ 3. กล่องกระดาษลกู ฟกู กลอ่ งกระดำษลกู ฟูกเปน็ กลอ่ งทสี่ ำมำรถออกแบบ ให้มีรูปทรงให้เหมำะกบั ตัวสนิ ค้ำได้งำ่ ย กำรจัดเก็บ และกำรขนส่งกส็ ะดวกสบำยเพรำะสำมำรถพบั เก็บได้ มีสินคำ้ หลำยชนดิ นิยมใชก้ ล่องประเภทนเ้ี ชน่ ลงั เบยี ร์ ลงั ผลไม้ เปน็ ต้น ข้อดี มีคุณสมบัตหิ ลำยประกำรของกระดำษที่เหมำะสมต่อกำรนำมำบรรจภุ ัณฑ์และทำใหไ้ ด้รับควำมนิยม ข้อเสยี บรรจภุ ณั ฑ์ ไม่สำมำรถป้องกนั ควำมช้ืน และควำมแข็งแรงนอ้ ย กวำ่ บรรจุภัณฑช์ นดิ อื่น ๆ และ กำรนำมำประกอบวสั ดอุ นื่ ทำได้ยำก แบบฝกึ หัด/เฉลย ตอนท่ี 1 คาชแี้ จง จงเติมคำลงในช่องวำ่ งใหไ้ ดใ้ จควำมสมบูรณ์ ๑) กำรบรรจุภณั ฑ์อำหำร หมำยถึง บรรจุภัณฑเ์ ปน็ ท้งั ศำสตรแ์ ละศิลป์ทีใ่ ช้ในกำรบรรจุสินค้ำในกำรจัดจำหนำ่ ย เพอื่ สนองควำม ต้องกำรของผู้ซอื้ และหรือผู้บริโภคดว้ ยตน้ ทุนท่ีเหมำะสม ๒) ยกตัวอยำ่ งบรรจภุ ณั ฑอ์ ำหำรที่พบเจอในชีวติ ประจำวันมำอยำ่ งนอ้ ย 5 อย่ำง ขวดพลำสติก กล่องใสใส่อำหำร กระป๋องน้ำอัดลม โฟมบรรจอุ ำหำร กล่องกระดำษ กล่องลัง ฯลฯ ๓) ประโยชน์ของกำรบรรจภุ ณั ฑ์อำหำร - ใช้สำหรบั บรรจุอำหำร - ใช้สำหรับขนสง่ อำหำรได้ - ใช้สำหรับยืดอำยุของอำหำร - ใช้เพม่ิ มูลค่ำของผลิตภัณฑท์ ่บี รรจไุ ด้ ๔) ประเภทของบรรจภุ ัณฑแ์ ยกเป็นกีป่ ระเภทแบ่งตำมวสั ดไุ ดแ้ ก่อะไรบำ้ ง 4 ประเภท ได้แก่ กระดำษ แกว้ พลำสติก โลหะ ๕) จงยกตัวอยำ่ งบรรจุภัณฑท์ ี่ได้จำกธรรมชำติ เปลอื กหอย เปลือกไข่ ใบไม้ ฝกั ถ่วั เป็นต้น
105 ตอนที่ 2 คาช้ีแจง ให้นักเรียนเขียนควำมหมำย ประเภท และควำมสำคัญของกำรบรรจุภัณฑ์อำหำรลงใน กรอบข้ำงล่ำงน้ี ความหมายของบรรจุภัณฑอ์ าหาร บรรจุภณั ฑเ์ ป็นทั้งศาสตรแ์ ละศิลปท์ ่ีใช้ในการบรรจุสนิ คา้ ในการจดั จาหน่าย เพือ่ สนองความต้องการของผ้ซู ือ้ และหรือผูบ้ รโิ ภคดว้ ยต้นทนุ ทเ่ี หมาะสม ประเภทของบรรจภุ ัณฑอ์ าหาร ๒) ................พลาสตกิ ................... ๔) ..........โลหะ...................... ๑) ...............แก้ว....................... ๓) ................กระดาษ....................... ประโยชน์ของบรรจุภัณฑอ์ าหาร - ใช้สาหรบั บรรจอุ าหาร - ใช้สาหรบั ขนสง่ อาหารได้ - ใชส้ าหรับยืดอายขุ องอาหาร - ใชเ้ พิม่ มูลค่าของผลิตภัณฑท์ ีบ่ รรจไุ ด้ ววิ ัฒนาการของบรรจภุ ัณฑอ์ าหาร ๒) ......เครอ่ื งป้นั ดินเผำ........ ๔) .............โลหะ......................... ๑) .........วสั ดธุ รรมชำติ........... ๓) ......กระดำษ................ ๓) ......พลำสตกิ ................ เอกสารอ้างอิง วรนทิ ร ประทมุพงษ์. (2563). กำรเลอื กใชว้ ัตถุดบิ และอุปกรณ์หลกั กำรประกอบอำหำรวำ่ ง.สืบค้นเมื่อ 18 พฤษภำคม 2563 .จำก http://anyflip.com/bjew/luip/basic
ใบงานท่ี..4... 106 รหัสวชิ า...20404-2103.... ชอื่ วิชา......อาหารวา่ ง......... หนว่ ยที.่ .....6...... สอนคร้งั ท.ี่ ...4........ ชือ่ หนว่ ย บรรจภุ ัณฑ์และกำรเกบ็ รักษำ เวลารวม..72.ช่ัวโมง จานวน....4...ช่ัวโมง ช่อื งาน....บรรจุภัณฑ์และกำรเก็บรกั ษำ จุดประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงค์ทั่วไป - นักเรยี นรู้เกี่ยวกบั ควำมหมำย หนำ้ ท่ขี องบรรจภุ ณั ฑไ์ ด้ - นกั เรยี นบอกประเภทของบรรจภุ ณั ฑไ์ ด้ - นกั เรียนอธบิ ำยสขุ ลกั ษณะของบรรจุภณั ฑอ์ ำหำรได้ - นกั เรียนอธบิ ำยหลักกำรออกแบบบรรจุภณั ฑ์ได้ - นกั เรียนบอกกระดำษเพ่อื บรรจภุ ณั ฑอ์ ำหำรว่ำงได้ - นักเรียนอธิบำยกำรเก็บรกั ษำอำหำรได้ จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม - นักเรยี นสำมำรถแสดงรู้ควำมเข้ำใจเกยี่ วกับควำมหมำย หน้ำที่ของบรรจุภณั ฑไ์ ด้ - นักเรยี นสำมำรถบอกประเภทของบรรจภุ ณั ฑไ์ ด้ - นักเรียนสำมำรถอธบิ ำยสขุ ลกั ษณะของบรรจุภณั ฑอ์ ำหำรได้ - นักเรยี นสำมำรถอธบิ ำยหลกั กำรออกแบบบรรจุภณั ฑไ์ ด้ - นักเรยี นสำมำรถบอกกระดำษเพอื่ บรรจุภัณฑอ์ ำหำรวำ่ งได้ - นักเรยี นสำมำรถอธบิ ำยกำรเกบ็ รักษำอำหำรได้ สมรรถนะรำยหนว่ ย 1.ควำมหมำยและควำมสำคัญของบรรจุภัณฑ์ 2.หนำ้ ที่ของบรรจภุ ณั ฑ์ 3.ประเภทของบรรจภุ ณั ฑ์ 4.สุขลักษณะของบรรจภุ ัณฑ์อำหำร 5.หลกั กำรออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์ 6.กระดำษเพอ่ื บรรจุภณั ฑอ์ ำหำรวำ่ ง 7.กำรเกบ็ รักษำอำหำร เครอ่ื งมอื วสั ดุ – อปุ กรณ์ 1. หนังสอื อำหำรวำ่ ง 2. ใบควำมรูป้ ระกอบกำรเรียนกำรสอนอำหำรว่ำง 3. แบบฝึกหัด/แบบทดสอบ
107 ลาดบั ข้นั ตอนการปฏิบัติงาน 1. ให้นักศกึ ษำแบง่ กลุม่ ตำมควำมเหมำะสม เพ่ือศกึ ษำและอภปิ รำย 1.1. ศึกษำแผนกำรจดั กำรเรียนรู้หนว่ ยท่ี 4 เรอ่ื ง กำรบรรจุภณั ฑแ์ ละกำรจดั จำหน่ำย 1.2. ศึกษำเอกสำรประกอบกำรเรียนกำรสอน บทที่ 4 เรอื่ ง กำรบรรจภุ ัณฑ์และกำรจัดจำหนำ่ ย 1.3. ใหน้ กั เรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น 1.4. อธิบำยจดุ ประสงค์ของกำรเรยี น 1.5. อธบิ ำยเนื้อหำและสรุปเนื้อหำ 1.6. อบรมคุณธรรม จริยธรรม เร่อื ง ควำมตรงต่อเวลำ ควำมมวี ินยั และควำมสะอำด 1.7. มอบหมำยงำนใหผ้ ้เู รยี นศึกษำ เรอื่ ง กำรบรรจุภณั ฑ์และกำรจัดจำหนำ่ ย 2. เขยี นอภิปรำยและวิเครำะห์ใส่สมดุ 3. นำผลงำนส่งครผู สู้ อนเพื่อประเมนิ ผล ภาพประกอบ - ข้อควรระวัง ผูเ้ รียนควรตรวจสอบขอ้ มูลก่อนให้ถ่ถี ว้ น ละเอียด และรอบคอบกอ่ น เพอ่ื ป้องกันควำมผดิ พลำดก่อน กำรส่งงำน ขอ้ เสนอแนะ (ถา้ มี) นกั ศึกษำควรมีภำพประกอบกำรนำเสนองำน และสำมำรถอธบิ ำยเนือ้ หำให้สอดคล้องกับภำพใหถ้ ูกต้อง การประเมินผล (ต้องระบเุ กณฑ์การประเมินให้ชัดเจน) 1. สังเกตผู้เรียนมคี วำมสนใจ เกิดควำมเขำ้ ใจในสำระกำรเรยี นรู้ ตลอดจนแสดงควำมกระตอื รือร้นใน กำรแสดงควำมคิดเห็นและสรปุ สำระกำรเรยี นรู้ประจำหนว่ ย 2. ทำใบงำนไดอ้ ยำ่ งถูกต้อง ทันเวลำท่กี ำหนด ใบงำนสะอำดและเปน็ ระเบียบ 3. ผู้เรยี นทำแบบฝกึ หัดหลังเรียนได้ถกู ตอ้ ง โดยได้คะแนน 50% เปน็ อยำ่ งต่ำ เอกสารอ้างอิง วรนทิ ร ประทมพุ งษ์. (2563). กำรเลือกใช้วตั ถดุ ิบ และอุปกรณ์หลักกำรประกอบอำหำรว่ำง.สบื ค้น เมื่อ 18 พฤษภำคม 2563 .จำก http://anyflip.com/bjew/luip/basic
ใบกิจกรรมท.ี่ ..4.... 108 รหัสวิชา...20404-2103.... ชื่อวิชา....อาหารวา่ ง.......... หน่วยท่ี......6........ สอนคร้งั ที.่ ....4......... ชอื่ หนว่ ย บรรจภุ ัณฑ์และกำรเกบ็ รักษำ เวลารวม.72..ชว่ั โมง จานวน....4...ชั่วโมง ช่ืองาน บรรจภุ ณั ฑ์และกำรเก็บรักษำ จุดประสงค์การเรยี นรู้ จดุ ประสงคท์ ่ัวไป - นักเรยี นรู้เกี่ยวกบั ควำมหมำย หน้ำทข่ี องบรรจุภัณฑไ์ ด้ - นกั เรียนบอกประเภทของบรรจภุ ัณฑ์ได้ - นักเรียนอธบิ ำยสขุ ลักษณะของบรรจภุ ัณฑ์อำหำรได้ - นกั เรยี นอธบิ ำยหลักกำรออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์ได้ - นักเรียนบอกกระดำษเพอ่ื บรรจุภณั ฑ์อำหำรวำ่ งได้ - นกั เรยี นอธิบำยกำรเกบ็ รักษำอำหำรได้ จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม - นักเรยี นสำมำรถแสดงรูค้ วำมเข้ำใจเกี่ยวกับควำมหมำย หนำ้ ที่ของบรรจภุ ัณฑไ์ ด้ - นักเรียนสำมำรถบอกประเภทของบรรจุภณั ฑ์ได้ - นกั เรยี นสำมำรถอธบิ ำยสุขลกั ษณะของบรรจภุ ณั ฑอ์ ำหำรได้ - นกั เรียนสำมำรถอธิบำยหลกั กำรออกแบบบรรจุภัณฑไ์ ด้ - นักเรยี นสำมำรถบอกกระดำษเพอ่ื บรรจภุ ณั ฑ์อำหำรวำ่ งได้ - นักเรียนสำมำรถอธิบำยกำรเก็บรักษำอำหำรได้ สมรรถนะรำยหน่วย 1.ควำมหมำยและควำมสำคญั ของบรรจุภัณฑ์ 2.หนำ้ ท่ีของบรรจุภัณฑ์ 3.ประเภทของบรรจภุ ณั ฑ์ 4.สุขลกั ษณะของบรรจภุ ัณฑ์อำหำร 5.หลกั กำรออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์ 6.กระดำษเพ่อื บรรจภุ ัณฑ์อำหำรวำ่ ง 7.กำรเกบ็ รกั ษำอำหำร เครอื่ งมอื วสั ดุ – อุปกรณ์ 1. หนงั สอื อำหำรว่ำง 2. ใบควำมรปู้ ระกอบกำรเรยี นกำรสอนอำหำรว่ำง 3. แบบฝึกหดั /แบบทดสอบ
109 ลาดับกิจกรรม 1. ผู้เรยี นต้องใหค้ วำมสนใจในกำรศกึ ษำ เพอื่ หำเทคนิค วิธกี ำร หรือหลักกำรงำ่ ยเพอ่ื ให้หำคำตอบได้ อยำ่ งถูกต้อง และรวดเร็ว โดยกำร ตั้งใจฟงั หลักกำร เทคนคิ วธิ ีกำรท่ีครูผู้สอนสรุปในขณะที่ทำกำรสอน และนำ ข้อสงสยั ซกั ถำมครูในกำรเรยี นทุกครัง้ ทเ่ี กดิ ควำมสบั สน และไมเ่ ข้ำใจ 2. ผู้มกี ำรทบทวนบทเรยี น ตลอดเพ่ือเสริมสรำ้ งควำมเขำ้ ใจอยำ่ งแท้จรงิ 3. ผู้เรยี นหมั่นทำใบงำน แบบฝกึ หัด และแก้ไขขอ้ ท่ผี ิดให้ถูกต้องเสมอ 4. ผเู้ รยี นต้องสรำ้ งมโนภำพใหเ้ กิดควำมคิดรวบยอดในสำระกำรเรยี นรแู้ ละเทคนิควิธีกำรพร้อมกับควำม จำเป็นในกำรนำไปประยกุ ต์ใช้ใหเ้ กิดขึน้ โดยตนเองใหไ้ ดเ้ พ่ือเกดิ ควำมรคู้ วำมเข้ำใจอย่ำงแท้จริงไมใ่ ช่เกดิ จำก กำรท่องจำ 5. ผเู้ รยี นตอ้ งดำเนินกำรตำมกิจกรรมหรอื งำนที่ไดร้ ับมอบหมำย ใหเ้ สรจ็ ส้นิ ภำยในระยะเวลำทก่ี ำหนด และฝกึ ฝนตนเองเสมอ เมอ่ื ได้รบั มอบหมำยงำนมำ การประเมินผล (ตอ้ งระบเุ กณฑ์การประเมนิ ให้ชัดเจน) 1. สังเกตผูเ้ รยี นมคี วำมสนใจ เกดิ ควำมเข้ำใจในสำระกำรเรียนรู้ ตลอดจนแสดงควำมกระตอื รือรน้ ใน กำรแสดงควำมคิดเหน็ และสรปุ สำระกำรเรยี นรปู้ ระจำหน่วย 2. ทำใบงำนได้อยำ่ งถูกตอ้ ง ทันเวลำที่กำหนด ใบงำนสะอำดและเปน็ ระเบยี บ 3. ผู้เรยี นทำแบบฝึกหัดหลังเรยี นไดถ้ กู ต้อง โดยไดค้ ะแนน 50% เป็นอย่ำงตำ่ เอกสารอา้ งองิ วรนิทร ประทมุพงษ์. (2563). กำรเลือกใช้วัตถดุ บิ และอุปกรณ์หลกั กำรประกอบอำหำรวำ่ ง. สบื คน้ เมอ่ื 18 พฤษภำคม 2563 .จำก http://anyflip.com/bjew/luip/basic
110 ใบปฏบิ ตั ิงานท.่ี .4... หนว่ ยท.่ี ......6...... สอนครัง้ ท่.ี .....4...... รหัสวิชา....20404-2103.... ช่ือวชิ า......อาหารว่าง.......... จานวนรวม.72..ชั่วโมง จานวน....4.....ชวั่ โมง ชอ่ื หนว่ ย บรรจุภณั ฑ์และกำรเกบ็ รักษำ ชอ่ื งาน....บรรจภุ ัณฑแ์ ละกำรเก็บรกั ษำ จุดประสงค์การเรียนรู้ จดุ ประสงคท์ ่ัวไป - นักเรยี นรู้เกย่ี วกบั ควำมหมำย หน้ำทีข่ องบรรจภุ ัณฑ์ได้ - นกั เรียนบอกประเภทของบรรจภุ ณั ฑ์ได้ - นกั เรียนอธิบำยสขุ ลกั ษณะของบรรจุภณั ฑอ์ ำหำรได้ - นกั เรียนอธบิ ำยหลักกำรออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์ได้ - นกั เรยี นบอกกระดำษเพอ่ื บรรจภุ ัณฑ์อำหำรว่ำงได้ - นักเรยี นอธบิ ำยกำรเกบ็ รักษำอำหำรได้ จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม - นกั เรยี นสำมำรถแสดงร้คู วำมเข้ำใจเก่ยี วกบั ควำมหมำย หน้ำทขี่ องบรรจุภณั ฑ์ได้ - นกั เรียนสำมำรถบอกประเภทของบรรจุภัณฑไ์ ด้ - นกั เรยี นสำมำรถอธบิ ำยสขุ ลักษณะของบรรจุภัณฑ์อำหำรได้ - นกั เรียนสำมำรถอธบิ ำยหลักกำรออกแบบบรรจุภัณฑ์ได้ - นกั เรยี นสำมำรถบอกกระดำษเพอ่ื บรรจภุ ณั ฑอ์ ำหำรว่ำงได้ - นักเรยี นสำมำรถอธบิ ำยกำรเกบ็ รักษำอำหำรได้ สมรรถนะรำยหนว่ ย 1.ควำมหมำยและควำมสำคัญของบรรจภุ ัณฑ์ 2.หน้ำที่ของบรรจภุ ณั ฑ์ 3.ประเภทของบรรจภุ ณั ฑ์ 4.สุขลกั ษณะของบรรจุภัณฑอ์ ำหำร 5.หลักกำรออกแบบบรรจุภัณฑ์ 6.กระดำษเพื่อบรรจภุ ณั ฑอ์ ำหำรวำ่ ง 7.กำรเก็บรักษำอำหำร เครอ่ื งมือ/วัสดุ อปุ กรณ์ (จานวน ขนาด) 1. หนังสืออำหำรวำ่ ง 2. ใบควำมรปู้ ระกอบกำรเรียนกำรสอนอำหำรวำ่ ง 3. แบบฝกึ หดั /แบบทดสอบ
111 ลาดับขนั้ ตอนการปฏบิ ตั งิ าน 1. ใหน้ กั ศึกษำแบง่ กลุ่มตำมควำมเหมำะสม เพอื่ ศึกษำและอภิปรำย 1.1. ศกึ ษำแผนกำรจดั กำรเรียนร้หู นว่ ยท่ี 4 เรอ่ื ง กำรบรรจภุ ัณฑแ์ ละกำรจดั จำหนำ่ ย 1.2. ศึกษำเอกสำรประกอบกำรเรียนกำรสอน บทท่ี 4 เรอ่ื ง กำรบรรจุภณั ฑแ์ ละกำรจัดจำหนำ่ ย 1.3. ใหน้ กั เรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน 1.4. อธิบำยจดุ ประสงคข์ องกำรเรยี น 1.5. อธบิ ำยเนื้อหำและสรปุ เน้อื หำ 1.6. อบรมคุณธรรม จรยิ ธรรม เรอื่ ง ควำมตรงตอ่ เวลำ ควำมมีวนิ ยั และควำมสะอำด 1.7. มอบหมำยงำนให้ผเู้ รียนศกึ ษำ เร่อื ง กำรบรรจภุ ัณฑแ์ ละกำรจดั จำหน่ำย 2. เขียนอภปิ รำยและวเิ ครำะห์ใส่สมุด 3. นำผลงำนส่งครูผู้สอนเพอ่ื ประเมินผล ภาพประกอบ - ขอ้ ควรระวัง ผู้เรียนควรตรวจสอบขอ้ มูลก่อนให้ถ่ีถ้วน ละเอียด และรอบคอบกอ่ น เพอ่ื ปอ้ งกันควำมผดิ พลำดกอ่ น กำรสง่ งำน ขอ้ เสนอแนะ (ถ้ามี) นกั ศึกษำควรมภี ำพประกอบกำรนำเสนองำน และสำมำรถอธิบำยเนือ้ หำให้สอดคลอ้ งกับภำพให้ ถูกต้อง กำรประเมินผล (ต้องระบุเกณฑก์ ำรประเมนิ ให้ชดั เจน) 1. สงั เกตผู้เรยี นมคี วำมสนใจ เกิดควำมเขำ้ ใจในสำระกำรเรียนรู้ ตลอดจนแสดงควำมกระตอื รือรน้ ในกำร แสดงควำมคิดเห็นและสรปุ สำระกำรเรยี นรู้ประจำหนว่ ย 2. ทำใบงำนได้อยำ่ งถูกต้อง ทันเวลำท่กี ำหนด ใบงำนสะอำดและเป็นระเบียบ 3. ผเู้ รยี นทำแบบฝกึ หดั หลังเรยี นได้ถูกตอ้ ง โดยไดค้ ะแนน 50% เปน็ อย่ำงต่ำ เอกสารอา้ งอิง วรนิทร ประทมพุ งษ.์ (2563). กำรเลือกใช้วัตถุดบิ และอุปกรณ์หลักกำรประกอบอำหำรวำ่ ง. สบื คน้ เม่ือ 18 พฤษภำคม 2563 .จำก http://anyflip.com/bjew/luip/basic
ใบมอมหมายงานท่.ี ..4.... 112 หนว่ ยที.่ ....6............. รหสั วิชา..20404-2103.. ชือ่ วิชา.....อาหารว่าง............ สอนคร้งั ที่......4............. ชอ่ื หนว่ ย..........บรรจุภณั ฑ์และกำรเก็บรักษำ ช่อื งาน...........บรรจภุ ณั ฑ์และกำรเกบ็ รกั ษำ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ - นกั เรียนร้เู ก่ียวกบั ควำมหมำย หน้ำทข่ี องบรรจภุ ณั ฑไ์ ด้ - นกั เรยี นบอกประเภทของบรรจภุ ัณฑ์ได้ - นักเรียนอธบิ ำยสขุ ลักษณะของบรรจภุ ัณฑอ์ ำหำรได้ - นกั เรียนอธิบำยหลักกำรออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์ได้ - นกั เรียนบอกกระดำษเพอื่ บรรจุภณั ฑอ์ ำหำรว่ำงได้ - นักเรียนอธบิ ำยกำรเกบ็ รกั ษำอำหำรได้ แนวทางการปฏบิ ัตงิ าน 1. ให้ผเู้ รียนปฏบิ ตั ิงำนตำมใบงำน ใบกิจกรรม ใบปฏิบตั งิ ำน อยำ่ งเคร่งครัด ตำมหัวขอ้ ที่ได้รับ มอบหมำย ให้เสรจ็ ส้ินตำมระยะเวลำท่กี ำหนด พร้อมทงั้ กำรจดั ทำรำยงำน และนำเสนองำนอยำ่ งถกู ตอ้ ง ครบถ้วน เปน็ ระเบียบเรียบร้อย 2. ให้ผูเ้ รียนแบง่ หนำ้ ทกี่ ับเพือ่ นในกลุ่มใหช้ ัดเจน และสำมำรถเข้ำใจเน้ือหำตำมหัวข้อดังกลำ่ ว ได้ อย่ำงถกู ต้อง ครบถว้ น แหลง่ ค้นคว้า 1. หนงั สืออำหำรว่ำง 2. ใบควำมรูป้ ระกอบกำรเรียนกำรสอนอำหำรวำ่ ง 3. แบบฝกึ หดั /แบบทดสอบ คาถาม/ปัญหา - กาหนดเวลาส่งงาน - เอกสารอา้ งอิง วรนิทร ประทมพุ งษ์. (2563). กำรเลอื กใชว้ ัตถุดบิ และอุปกรณห์ ลักกำรประกอบอำหำรว่ำง. สบื ค้น เม่อื 18 พฤษภำคม 2563 .จำก http://anyflip.com/bjew/luip/basic
113 แบบประเมินผลงาน หน่วยการเรียนร้ทู ่ี............................................................................................................................. ชือ่ กล่มุ .........................................................................ชน้ั ................................................................ รายชอื่ สมาชิก 1............................................................................................................................... 2............................................................................................................................... 3............................................................................................................................... ข้อท่ี รายการประเมนิ คะแนน หมายเหตุ 321 1 ควำมถูกตอ้ งของเนอื้ หำ 2 ควำมประณีตสวยงำม 3 ควำมคดิ รเิ รม่ิ สร้ำงสรรค์ 4 สำระประโยชน์ 5 ................................................................. รวม ผูป้ ระเมนิ .............................................. วนั ท.่ี .............เดือน...............................พ.ศ...................
114 เกณฑก์ ารประเมนิ 1. ความถกู ต้องของเนื้อหา 3 คะแนน = มเี นื้อหำสำระสำคญั ครบถ้วน สื่อควำมหมำยชดั เจนและมีรูปภำพประกอบ 2 คะแนน = มีเนื้อหำสำระสำคญั ครบถ้วน สื่อควำมหมำยและมรี ปู ภำพไมต่ รงเนือ้ หำ 1 คะแนน = มีเนอื้ หำสำระสำคัญไม่ชัดเจน และไมค่ รบถ้วน 2. ความประณีตสวยงาม 3 คะแนน = รปู ภำพสวยงำม ตัวอกั ษรคมชัด สีสนั เหมำะสม กำรวำงรปู แบบสมดุล 2 คะแนน = รปู ภำพสวยงำม ตัวอักษรคมชัด กำรวำงรูปแบบสมดุล 1 คะแนน = รปู ภำพไม่สวยงำม กำรวำงรปู แบบสมดลุ 3. ความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ 3 คะแนน = รูปแบบกำรนำเสนอแปลกใหม่ มีกำรประยุกต์ใช้วสั ดุอุปกรณใ์ นทอ้ งถน่ิ และประหยัด 2 คะแนน = รูปแบบกำรนำเสนอแปลกใหม่ มีกำรประยุกต์ใชว้ สั ดอุ ุปกรณใ์ นทอ้ งถิ่น แตไ่ มป่ ระหยดั 1 คะแนน = รูปแบบกำรนำเสนอไม่แปลกใหม่ ไม่น่ำสนใจ 4. สารประโยชน์ 3 คะแนน = ให้ควำมคดิ รวบยอดเกยี่ วกับองคป์ ระกอบ ครอบคลมุ และชดั เจน 2 คะแนน = ใหค้ วำมคิดรวบยอดเกย่ี วกับองคป์ ระกอบ ไมค่ รอบคลมุ แต่ชดั เจน 1 คะแนน = ใหค้ วำมคดิ รวบยอดเกีย่ วกับองคป์ ระกอบ ไมค่ รอบคลมุ และไมช่ ดั เจน 5..................................................................
115 แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี............................................................................................................................. ชื่อกลมุ่ .........................................................................ช้ัน................................................................ รายช่อื สมาชิก 1............................................................................................................................... 2............................................................................................................................... 3............................................................................................................................... ขอ้ ที่ รายการประเมิน คะแนน หมายเหตุ 321 1 กำรเตรยี มควำมพรอ้ ม 2 เนื้อหำสำระ 3 รูปแบบกำรนำเสนอ 4 กำรมีส่วนรว่ มของสมำชิกในกลุ่ม 5 กำรรกั ษำเวลำ 6 ควำมสนใจของผฟู้ ัง รวม ผูป้ ระเมนิ .............................................. วนั ท.ี่ .............เดือน...............................พ.ศ...................
116 เกณฑ์การประเมนิ 1. การเตรียมความพร้อม 3 คะแนน = มกี ำรจดั เตรียมสถำนที่ ส่อื /อปุ กรณ์ไว้อย่ำงพร้อมเพรยี ง 2 คะแนน = มสี ือ่ /อุปกรณพ์ ร้อม ขำดกำรจัดเตรียมสถำนที่ 1 คะแนน = สอ่ื /อุปกรณไ์ ม่เพียงพอ ขำดกำรจดั เตรียมสถำนท่ี 2. เนื้อหาสาระ 3 คะแนน = สำระสำคัญครบถ้วน ตรงตำมจดุ ประสงค์ 2 คะแนน = สำระสำคัญไมค่ รบ ตรงตำมจุดประสงค์ 1 คะแนน = สำระสำคัญไมค่ รบ ไมต่ รงตำมจุดประสงค์ 3. รปู แบบการนาเสนอ 3 คะแนน = มีรปู แบบกำรนำเสนอที่เหมำะสม ใชเ้ ทคนิคแปลกใหม่ มีสือ่ และ ใช้เทคโนโลยีประกอบกำรนำเสนอ นำวสั ดุในท้องถิ่นมำประยกุ ต์ใช้ อยำ่ งค้มุ ค่ำและประหยดั 2 คะแนน = ใช้เทคนิคแปลกใหม่ มีสอ่ื และใช้เทคโนโลยปี ระกอบกำรนำเสนอ ขำดกำรประยุกตใ์ ช้วสั ดใุ นทอ้ งถ่ิน 1 คะแนน = เทคนิคกำรนำเสนอไม่เหมำะสม ไม่นำ่ สนใจ 4. การมสี ่วนรว่ มของสมาชิก 3 คะแนน = สมำชกิ ทุกคนมบี ทบำทและมีสว่ นรว่ มในกิจกรรมกลมุ่ 2 คะแนน = สมำชิกส่วนใหญม่ ีบทบำทและมสี ่วนร่วมในกิจกรรมกลมุ่ 1 คะแนน = สมำชกิ สว่ นนอ้ ยมบี ทบำทและมีส่วนรว่ มในกจิ กรรมกลมุ่ 5. การรกั ษาเวลา 3 คะแนน = ดำเนนิ กิจกรรมไดต้ ำมเวลำท่กี ำหนด 2 คะแนน = ดำเนนิ กิจกรรมเรว็ กว่ำเวลำทก่ี ำหนด 1 คะแนน = ดำเนินกิจกรรมชำ้ กว่ำเวลำทีก่ ำหนด 6. ความสนใจของผู้ฟงั 3 คะแนน = ผู้ฟังมำกกวำ่ รอ้ ยละ 80 สนใจ และให้ควำมรว่ มมอื 2 คะแนน = ผูฟ้ งั ร้อยละ 70 – 80 สนใจ แลใหค้ วำมร่วมมือ 1 คะแนน = ผู้ฟังน้อยกว่ำ รอ้ ยละ 70 สนใจ และให้ควำมร่วมมอื
117 แบบประเมนิ ผลงำนกลุม่ หนว่ ยกำรเรยี นรู้ท.่ี .............................................................. ท่ี รายการประเมนิ คะแนน ความคดิ เห็น 321 1 เลอื กและเตรียมวตั ถุดบิ ถูกต้องครบถว้ น 2 ผลงำนถกู ต้องตำมลำดับข้นั ตอน 3 ส่งงำนตรงเวลำ 4 กำรมีควำมประณีตรอนคอบและเป็นระเบียบ เรียบร้อยในขณะปฏบิ ตั งิ ำน รวม ผู้ประเมิน.............................................. วันที่..............เดือน...............................พ.ศ................... ระดบั คณุ ภาพ รายการประเมินผล 3=ดี 2=พอใช้ 1=ปรับปรงุ 1.เลือกและเตรียม เลอื กและเตรยี มวตั ถุดบิ เลอื กและเตรยี มวตั ถุดบิ เลอื กและเตรยี มวตั ถุดบิ วัตถดุ บิ ถกู ต้องครบถว้ น ถกู ต้องตำมลกั ษณะของ ถกู ต้องมำกกว่ำคร่งึ นอ้ ยกว่ำครึ่งหนงึ่ 2.ผลงำนถูกตอ้ ง ตำมลำดบั ข้นั ตอน งำน 3.สง่ งำนตรงเวลำ ปฏิบัตงิ ำนตำมขน้ั ตอน คุณภำพผลงำนถกู ต้อง คณุ ภำพผลงำนถกู ต้อง 4.มคี วำมประณตี รอบคอบและเปน็ ผลงำนทีไ่ ดม้ คี ณุ ภำพดี มำกกว่ำครง่ึ นอ้ ยกวำ่ ครง่ึ ระเบยี บเรียบรอ้ ยขณะ ปฏบิ ัติงำน ส่งงำนก่อนเวลำหรือตรง ส่งงำนลำ่ ชำ้ เกิน สง่ งำนลำ่ ชำ้ เกิน เวลำ กำหนดเวลำ 15 นำที กำหนดเวลำ 30 นำที ตง้ั ใจปฏิบัติงำนด้วยควำม ตง้ั ใจปฏบิ ตั ิงำนด้วยควำม ไมต่ ้ังใจปฏบิ ัติงำนและไม่ ประณีตพถิ พี ถิ ันรักษำ ประณตี พิถพี ิถันรักษำ รกั ษำควำมสะอำด ควำมสะอำดเรยี บรอ้ ย ควำมสะอำดบ้ำงบำงครง้ั สมำ่ เสมอ
118 แผนการจัดการเรยี นรู้ หน่วยท.ี่ ......5.......จำนวน......24.......ชว่ั โมง จำนวนชั่วโมงรวม .........72......ชัว่ โมง สัปดำหท์ ี่.........7-12......... ชื่อวชิ ำ...............อำหำรวำ่ ง............................................................................ ช่ือหน่วย...........อำหำรว่ำงไทย…………….. ชื่อเร่ือง.............อำหำรว่ำงไทย…………….. 1. สาระสาคัญ อำหำรวำ่ งไทย เปน็ อำหำรที่ทำจำกข้ำวและแป้งพร้อมกบั เคร่ืองเคียงท่ีมีรสเขม้ ข้น ทำเป็นไส้เค็ม น้ำจ้มิ บำ้ ง รับประทำนคู่กัน (ผสมกนั ) อำหำรวำ่ งท่มี ไี ส้ เช่น หรุ่ม ล่ำเตียง ข้ำวเกรียบปำกหม้อ สำคู สำคู ไส้หมู ช่อม่วง ปั้นสิบนง่ึ ป้นั ขลบิ ทอด กระทงทอง ฯลฯ ส่วนอำหำรว่ำงท่ใี ช้น้ำจมิ้ เชน่ ขำ้ วตังหนำ้ ตงั้ เม่ียงตำ่ ง ๆ อำหำรวำ่ งไทยไมเ่ น้นกำรรบั ประทำนกบั เครื่องดม่ื อำจรับประทำนเล่น ๆ เปน็ ของขบเคี้ยว หรอื รบั ประทำนกับเครือ่ งดื่มข้นึ อยู่กบั เวลำและโอกำส 2. สมรรถนะประจาหนว่ ย 1. บอกเคร่ืองมืออุปกรณใ์ นกำรทำอำหำรวำ่ งไทยได้ 2. อธบิ ำยสว่ นผสมอำหำรวำ่ งไทยแต่ละชนิดได้ 3. กำรประกอบอำหำรวำ่ งไทยต่ำง ๆ ตำมทีก่ ำหนดใหไ้ ด้ 4. บอกเทคนิคและขอ้ เสนอแนะกำรทำอำหำรวำ่ งไทยได้ 5. บอกชือ่ อำหำรว่ำงไทยที่นยิ มใช้ในกำรจัดเล้ยี งนำ้ ชำ 3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ . 3.1 จดุ ประสงค์ปลำยทำง 1. เพ่อื ใหน้ กั เรยี นมีควำมรคู้ วำมเขำ้ ใจและควำมร้เู กี่ยวกับอำหำรว่ำงไทยประเภทตำ่ งได้ 2. เพ่อื ให้นกั เรยี นมีกจิ นสิ ยั ในกำรเรยี นท่ดี ี 3.2 จุดประสงค์นำทำง 1. บอกเครอ่ื งมืออปุ กรณ์ในกำรทำอำหำรวำ่ งไทยได้ 2. อธิบำยสว่ นผสมอำหำรว่ำงไทยแต่ละชนิดได้ 3. กำรประกอบอำหำรวำ่ งไทยตำ่ ง ๆ ตำมทกี่ ำหนดให้ได้ 4. บอกเทคนิคและขอ้ เสนอแนะกำรทำอำหำรวำ่ งไทยได้ 5. บอกช่อื อำหำรว่ำงไทยทน่ี ยิ มใช้ในกำรจัดเลี้ยงน้ำชำ
119 4. สาระการเรยี นรู้ 1. หลักกำรประกอบอำหำรวำ่ งไทย 2. กำรเลือกวตั ถุดิบในกำรประกอบอำหำรวำ่ งไทย 3. ลกั ษณะของอำหำรว่ำงไทยแต่ละชนิด 5. กจิ กรรมการเรียนรู้ (สปั ดาห์ท่.ี ....7-12......) ข้นั ตอนการจัดการเรียนรู้ หรอื กิจกรรมครู ข้นั ตอนการเรียนรู้ หรือกจิ กรรมผู้เรียน ขน้ั เตรยี ม 1. ครชู แ้ี จงให้นกั ศึกษำทรำบถึง แนวทำงในกำร ปฏิบัตติ นเก่ียว กับกำรเรยี นกำรสอนกำร ประเมนิ ผล กำรเรียน และได้ อบรมคุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์ คอื เรื่องควำมมวี นิ ัย โดยเฉพำะกำรแต่งกำย - ฟังคำชแี้ จง กำรตรงตอ่ เวลำ กฎระเบียบกำรใช้หอ้ งปฏบิ ัติกำร - ซกั ถำมเมอ่ื มีขอ้ สงสยั กำรรกั ษำควำมสะอำดภำยในหอ้ ง - ตอบคำถำม 2. ครูสอบถำมนักเรยี นในชัน้ เรียนเรือ่ งควำมรู้ พืน้ ฐำนเกีย่ วกับเครอ่ื งมืออุปกรณ์และวัตถุดบิ ในกำร ประกอบอำหำรวำ่ ง ขน้ั สอน -นักเรยี นบอกอปุ กรณเ์ ครอ่ื งใชใ้ นกำรเตรียมอำหำรทรี่ ู้ - ครใู หน้ กั เรียนทำขอ้ สอบก่อนเรียน ซง่ึ ให้เวลำ -นกั เรียนดภู ำพพำวเวอรพ์ อยท์ตวั อย่ำงของอำหำรวำ่ ง ไทย ทำ 30 นำที เพื่อเปน็ กำรตรวจวดั ควำมรู้พืน้ -นักเรียนรับเอกสำรประกอบกำรสอนเร่ืองควำมรู้ ฐำนควำมรู้ของนกั เรยี น เกีย่ วกบั อำหำรว่ำงไทย - อธิบำยบอกเครื่องมืออุปกรณใ์ นกำรทำอำหำรว่ำง -นักเรียนฟงั ครูกล่ำวถึงหลักทั่วไปในกำรทำอำหำรวำ่ ง ไทยได้ ไทยและกำรจัดบรกิ ำรอำหำรวำ่ งไทย - อธิบำยสว่ นผสมอำหำรว่ำงไทยแตล่ ะชนิดได้ - สำมำรถกำรประกอบอำหำรวำ่ งไทยต่ำง ๆ ตำมที่ กำหนดให้ได้ - อธิบำยบอกเทคนิคและขอ้ เสนอแนะกำรทำอำหำร วำ่ งไทยได้ - อธบิ ำยบอกชอื่ อำหำรว่ำงไทยที่นิยมใช้ในกำรจดั เลย้ี งนำ้ ชำ - ครูใหน้ กั เรียนทำขอ้ สอบหลงั เรยี น ซง่ึ ใหเ้ วลำทำ 30 นำที ขัน้ สรุป
120 - ครูแจกใบงำนให้กับนกั เรียนเพือ่ ทำกำรฝึกปฏิบัติ - นกั เรียนตง้ั ใจฟงั และปฏิบตั ิตำม - ครูใหน้ ักเรียนทำแบบประเมินทำ้ ยบทประจำ - รว่ มสนทนำตำมควำมเข้ำใจของนกั ศกึ ษำ หน่วย และสง่ แบบฝกึ หดั ตำมเวลำที่กำหนด - ระดมควำมคดิ ชว่ ยกนั สรปุ พรอ้ มท้งั กำรจดบนั ทกึ - ครูประเมินผลกำรเรยี นของนกั เรยี น และนำผล - นกั เรียนตรวจข้อสอบก่อนและหลังเรียน สรปุ ผล กำรประเมินคืนให้กบั นักเรียน พรอ้ มเฉลยรว่ มกบั คะแนน นักเรียน - นกั เรยี นตอบคำถำม 10 ขอ้ ใหม่ อกี รอบ 6. ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้ - เอกสำรประกอบกำรเรยี นกำรสอนอำหำรว่ำง - หนงั สอื อำหำรวำ่ ง - ใบควำมรู้ - แบบทดสอบ 7. หลกั ฐานการเรยี นรู้ 7.1 หลกั ฐานความรู้ 1.แบบทดสอบกอ่ นเรยี น ชุดที่ 5 2.คะแนนของนกั เรียนแตล่ ะคน 7.2 หลักฐานการปฏบิ ัตงิ าน 1.สมดุ จดบนั ทกึ ของนกั เรยี น 2.บอกและแสดงควำมคิดเห็นได้ ตำมวตั ถุประสงค์ 8. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ 8.1 เครอ่ื งมอื ประเมนิ - แบบฝึกหดั /ใบงำน - แบบสังเกตจำกพฤติกรรมกำรเขำ้ ชน้ั เรียน - สงั เกตกำรณ์ปฏิบตั งิ ำนรำยบุคคล - แบบทดสอบ - แบบประเมินจิตพสิ ยั 8.2 เกณฑก์ ารประเมิน - เฉลยแบบทดสอบ - แบบประเมินจติ พิสยั 9. กิจกรรมเสนอแนะ/งานท่ีมอบหมาย (ถา้ ม)ี - 10. เอกสารอา้ งองิ วรนทิ ร ประทมพุ งษ.์ (2563). กำรเลือกใช้วัตถดุ ิบ และอปุ กรณห์ ลกั กำรประกอบอำหำรวำ่ ง.สบื คน้ เมือ่ 18 พฤษภำคม 2563 .จำก http://anyflip.com/bjew/luip/bas
121 ใบความรทู้ ี่...5..... หน่วยท.่ี ....7-12..... ภาคเรียนที่ 1/2564 รหัสวิชา 20404-2103 ชอ่ื วชิ า อำหำรว่ำง เวลารวม 72 ช่ัวโมง เวลา 24 ชัว่ โมง ชอ่ื หนว่ ย อำหำรว่ำงไทย ช่ือเร่ือง อำหำรวำ่ งไทย จุดประสงค์การเรยี นรู้ จดุ ประสงคท์ ั่วไป - นกั เรยี นรเู้ กยี่ วกบั เครอื่ งมอื อุปกรณ์ในกำรทำอำหำรว่ำงไทยได้ - นกั เรียนบอกสว่ นผสมอำหำรวำ่ งไทยแต่ละชนดิ ได้ - นกั เรยี นกำรประกอบอำหำรว่ำงไทยต่ำง ๆ ตำมท่ีกำหนดให้ได้ - นักเรียนบอกเทคนิคและขอ้ เสนอแนะกำรทำอำหำรว่ำงไทยได้ - นักเรยี นบอกช่ืออำหำรว่ำงไทยทนี่ ิยมใช้ในกำรจัดเลี้ยงน้ำชำ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม - นกั เรยี นสำมำรถแสดงรู้ควำมเข้ำใจเกยี่ วกับเครือ่ งมอื อปุ กรณ์ในกำรทำอำหำรว่ำงไทยได้ - นักเรยี นสำมำรถบอกสว่ นผสมอำหำรวำ่ งไทยแตล่ ะชนดิ ได้ - นกั เรยี นสำมำรถกำรประกอบอำหำรว่ำงไทยตำ่ ง ๆ ตำมทกี่ ำหนดให้ได้ - นกั เรียนสำมำรถบอกเทคนิคและข้อเสนอแนะกำรทำอำหำรว่ำงไทยได้ - นกั เรยี นสำมำรถบอกชื่ออำหำรว่ำงไทยที่นยิ มใช้ในกำรจัดเล้ยี งนำ้ ชำ สมรรถนะรายหนว่ ย 1. หลกั กำรประกอบอำหำรว่ำงไทย 2. กำรเลอื กวตั ถดุ บิ ในกำรประกอบอำหำรวำ่ งไทย 3. ลกั ษณะของอำหำรวำ่ งไทยแตล่ ะชนดิ เน้อื หาสาระ ความหมายและความสาคัญของอาหารว่าง อำหำรว่ำง หมำยถงึ อำหำรระหว่ำงมือ้ เปน็ อำหำรประเภทเบำๆ มีปรมิ ำณอำหำรนอ้ ยกว่ำ อำหำร ประจำ้ มือ้ อำจจะเป็นอำหำรน้ำหรืออำหำรแห้ง มที งั้ คำวและหวำน หรือเปน็ อำหำรชิน้ เลก็ ๆ ขนำดพอคำ หยิบ รบั ประทำนได้ง่ำย จัดใหส้ วยงำมน่ำรบั ประทำนเป็นทง้ั อำหำรไทยและอำหำรนำนำชำติ หรอื รับประทำนควบคู่ กับเครื่องดื่มร้อน หรือนำ้ ผลไมอ้ ย่ำงใดอย่ำงหนึ่ง ประวัติความเป็นมา 1. อำหำรวำ่ งไทยสมยั โบรำณ อำหำรวำ่ งไทยมีมำนำนตง้ั แต่สมยั โบรำณ แม่บ้ำนสมัยกอ่ นใช้เวลำว่ำงในกำรทำอำหำรว่ำงเกบ็ ไว้ โดย ใช้วสั ดุท่ีเหลือจำกอำหำรม้ือหลกั ให้เปน็ ประโยชน์ และใชว้ ัสดทุ มี่ มี ำกในฤดูกำลมำประกอบเป็นอำหำรว่ำง เช่น
122 ข้ำวตงั หนำ้ ตัง้ เม่ียงลำว เมี่ยงสม้ ขำ้ วตู ข้ำวตอกต้ัง ข้ำวเมำ่ หมี่ ขนมจีบ ปั้นสบิ ทอด เปน็ ต้น เม่ือมกี ำรตอ้ นรับ แขกก็จะน้ำอำหำรออกมำเล้ียงแขก พร้อมกับเสริ ฟ์ นำ้ ผลไม้หรอื น้ำเย็นลอยดอกมะลิ ตอ่ มำมกี ำรพบปะตดิ ต่อ กับคนตำ่ งชำติ รบั เอำวฒั นธรรมของชำตติ ำ่ งๆ เข้ำมำ จนี เป็นชนชำติท่ีใกล้ชิดกบั ไทยมำก วฒั นธรรมของจีน นยิ มด่มื ชำ ชงด่มื รอ้ นๆ ตลอดวัน ใชด้ ืม่ เองและเลี้ยงแขกดว้ ย เสิรฟ์ พร้อมขนมหวำน อำหำรวำ่ งทเ่ี ป็นของ ขนมจีน ได้แก่ ขนมงำตดั ถั่วตดั ขนมเป๊ียะ ขนมโก๋อ่อน ฟักเชือ่ ม อำหำรวำ่ งทีเ่ ป็นของคำว ได้แก่ ซำลำเปำ ขนมกยุ ชำ่ ย ขนมจีบ เปน็ ต้น 2. อำหำรวำ่ งไทยสมัยปัจจบุ ัน ในปจั จุบนั อำหำรว่ำง มีควำมจ้ำเปน็ โดยเฉพำะคนทตี่ ้องเดินทำงไกลระหว่ำงบำ้ นกบั ท่ที ้ำงำน รวมทง้ั เด็กๆ ท่ีต้องไปโรงเรียน จึงควรต้องรบั ประทำนอำหำรระหว่ำงมอื้ อำหำรว่ำงควรเปน็ อำหำรทีย่ ่อยง่ำย ทำ้ งำ่ ย รบั ประทำนแล้วไมอ่ ่ิมจนเกนิ ไป และสะดวกท่ีจะรบั ประทำน ไมย่ ุ่งยำกในเรื่องของภำชนะและกำรจดั เสิร์ฟ ควรเปน็ อำหำรที่เป็นช้ินเป็นคำ หรือถ้วยเล็กๆ ซงึ่ รบั ประทำนไดส้ ะดวก แต่ต้องคำนงึ ดว้ ยว่ำอำหำรวำ่ ง ควรจะ ประกอบด้วยอำหำรหลำยอยำ่ ง เชน่ แปง้ ไข่ น้ำตำล นม ผัก ผลไม้ เพือ่ ให้ไดค้ ณุ คำ่ อำหำรครบ เคร่ืองด่มื จะ เปน็ ร้อนหรอื เย็นกไ็ ด้ แลว้ แต่โอกำสและสถำนที่ แบบฝกึ หัด/เฉลย ตอนที่ 1 คาชี้แจง จงเตมิ คำลงในชอ่ งว่ำงใหไ้ ดใ้ จควำมสมบรู ณ์ ๑) อำหำรว่ำง หมำยถงึ อำหำรระหว่ำงมื้อ เป็นอำหำรประเภทเบำๆ มปี รมิ ำณอำหำรนอ้ ยกวำ่ อำหำร ประจำ้ มอื้ อำจจะเปน็ อำหำรนำ้ หรืออำหำรแหง้ มที ้งั คำวและหวำน หรือเป็นอำหำรช้นิ เล็กๆ ขนำดพอคำ หยิบ รบั ประทำนไดง้ ำ่ ย จัดให้สวยงำมน่ำรบั ประทำนเป็นทัง้ อำหำรไทยและอำหำรนำนำชำติ หรือรบั ประทำนควบคู่ กับเคร่อื งดืม่ ร้อน หรอื นำ้ ผลไมอ้ ยำ่ งใดอย่ำงหน่ึง ๒) ยกตวั อย่ำงอำหำรวำ่ งไทยในสมยั โบรำณ ใช้วัสดุที่มีมำกในฤดูกำล มำอยำ่ งน้อย 5 อยำ่ ง ขำ้ วตงั หน้ำต้งั เม่ียงลำว เมี่ยงส้ม ข้ำวตู ขำ้ วตอกต้ัง ข้ำวเม่ำหมี่ ๓) ใหน้ กั เรียนบอกวตั ถดุ บิ ทใี่ ช้ในกำรประกอบอำหำรว่ำงไทยมำอย่ำงน้อย 5 อย่ำง แป้ง ไข่ นำ้ ตำล นม ผัก ผลไม้ ๔) ใหน้ กั เรยี นบอกลกั ษณะรูปลักษณใ์ นกำรจดั อำหำรว่ำงไทย อำหำรชิ้นเลก็ ๆ ขนำดพอคำ หยิบ รับประทำนได้งำ่ ย จดั ใหส้ วยงำมนำ่ รบั ประทำน ๕) ใหน้ ักเรยี นบอกเคร่อื งมือ อุปกรณท์ ี่ใช้ในกำรประกอบอำหำรว่ำงไทยมำอยำ่ งน้อย 5 อยำ่ ง กระทะทองเหลอื ง พำยไม้ เขยี ง มีด โขลก เอกสารอ้างองิ วรนิทร ประทมุพงษ์. (2563). กำรเลอื กใชว้ ัตถดุ บิ และอปุ กรณ์หลกั กำรประกอบอำหำรว่ำง.สืบคน้ เม่ือ 18 พฤษภำคม 2563 .จำก http://anyflip.com/bjew/luip/basic
ใบงานที.่ .5... 123 รหสั วิชา...20404-2103.... ช่อื วิชา......อาหารวา่ ง......... หนว่ ยที่......7-12...... สอนครัง้ ที.่ ...5-10.... ชอ่ื หนว่ ย อำหำรว่ำงไทย เวลารวม..72.ชวั่ โมง จานวน...24...ชวั่ โมง ชอ่ื งาน....อำหำรวำ่ งไทย จดุ ประสงค์การเรียนรู้ จดุ ประสงค์ทั่วไป - นักเรยี นรู้เกี่ยวกบั เครอื่ งมอื อุปกรณใ์ นกำรทำอำหำรวำ่ งไทยได้ - นกั เรียนบอกสว่ นผสมอำหำรวำ่ งไทยแตล่ ะชนดิ ได้ - นักเรียนกำรประกอบอำหำรว่ำงไทยต่ำง ๆ ตำมที่กำหนดให้ได้ - นักเรียนบอกเทคนิคและขอ้ เสนอแนะกำรทำอำหำรว่ำงไทยได้ - นักเรียนบอกชื่ออำหำรวำ่ งไทยทนี่ ิยมใช้ในกำรจัดเลี้ยงน้ำชำ จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม - นกั เรยี นสำมำรถแสดงรู้ควำมเข้ำใจเกย่ี วกบั เครือ่ งมอื อุปกรณใ์ นกำรทำอำหำรว่ำงไทยได้ - นกั เรยี นสำมำรถบอกสว่ นผสมอำหำรวำ่ งไทยแต่ละชนิดได้ - นกั เรยี นสำมำรถกำรประกอบอำหำรว่ำงไทยตำ่ ง ๆ ตำมที่กำหนดใหไ้ ด้ - นกั เรียนสำมำรถบอกเทคนิคและข้อเสนอแนะกำรทำอำหำรว่ำงไทยได้ - นกั เรยี นสำมำรถบอกชื่ออำหำรว่ำงไทยท่ีนิยมใช้ในกำรจัดเล้ียงนำ้ ชำ สมรรถนะรายหน่วย 1. หลกั กำรประกอบอำหำรว่ำงไทย 2. กำรเลือกวตั ถดุ บิ ในกำรประกอบอำหำรว่ำงไทย 3. ลักษณะของอำหำรวำ่ งไทยแตล่ ะชนิด เคร่ืองมือ วัสดุ – อปุ กรณ์ 1. หนงั สอื อำหำรวำ่ ง 2. ใบควำมรูป้ ระกอบกำรเรยี นกำรสอนอำหำรวำ่ ง 3. ใบงำนอำหำรว่ำง และใบมอบหมำยงำนอำหำรว่ำงไทย 4. แบบฝกึ หดั /แบบทดสอบ 5. แบบประเมินผลงำนกำรปฏบิ ัติงำน ลาดบั ข้นั ตอนการปฏบิ ัตงิ าน 1. ให้นักศึกษำแบง่ กล่มุ ตำมควำมเหมำะสม เพื่อศึกษำและอภิปรำย 1.1. ศกึ ษำแผนกำรจดั กำรเรียนรู้หนว่ ยท่ี 5 เรือ่ ง อำหำรว่ำงไทย 1.2. ศกึ ษำเอกสำรประกอบกำรเรียนกำรสอน บทที่ 5 เรอ่ื ง อำหำรวำ่ งไทย
124 1.3. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน 1.4. อธบิ ำยจุดประสงคข์ องกำรเรียน และให้นักเรยี นศกึ ษำจำก VCD 1.5. อธิบำย ซักถำม และสรุปเนอ้ื หำ เรอื่ ง อำหำรว่ำงไทย 1.6. ใหน้ กั เรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรียน 1.7. แบง่ กลุ่มนักเรยี นออกเป็น 6 กลุ่ม ๆ ละ 5 - 6 คน ปฏบิ ัติ 1.8. ครูแจกใบงำนและใบมอบหมำยงำน อำหำรว่ำงไทย 1.9. ครูอธิบำยขน้ั ตอนในกำรปฏบิ ัติทำอำหำรว่ำงไทย 1.10. นกั เรยี นลงมือปฏบิ ัตงิ ำน 2. เขยี นอภิปรำยและวเิ ครำะหใ์ สส่ มุด 3. นำผลงำนส่งครูผู้สอนเพอื่ ประเมนิ ผล ภาพประกอบ - ขอ้ ควรระวัง ผู้เรียนควรตรวจสอบข้อมูลกอ่ นใหถ้ ถี่ ว้ น ละเอียด และรอบคอบกอ่ น เพอ่ื ปอ้ งกันควำมผิดพลำดกอ่ น กำรสง่ งำน ขอ้ เสนอแนะ (ถ้ามี) นกั ศกึ ษำควรมภี ำพประกอบกำรนำเสนองำน และสำมำรถอธิบำยเนือ้ หำให้สอดคล้องกับภำพใหถ้ ูกต้อง การประเมนิ ผล (ตอ้ งระบเุ กณฑ์การประเมนิ ใหช้ ัดเจน) 1. สังเกตผเู้ รยี นมีควำมสนใจ เกดิ ควำมเขำ้ ใจในสำระกำรเรียนรู้ ตลอดจนแสดงควำมกระตือรอื ร้นใน กำรแสดงควำมคิดเห็นและสรุปสำระกำรเรยี นรู้ประจำหนว่ ย 2. ทำใบงำนได้อยำ่ งถูกตอ้ ง ทันเวลำที่กำหนด ใบงำนสะอำดและเปน็ ระเบยี บ 3. ผู้เรยี นทำแบบฝึกหัดหลังเรียนไดถ้ ูกต้อง โดยไดค้ ะแนน 50% เป็นอยำ่ งตำ่ 4. สงั เกตกำรให้ควำมรว่ มมือในกำรปฏิบตั งิ ำน 5. สงั เกตพฤติกรรมกำรใช้เครือ่ งมือ และวัสดอุ ปุ กรณ์ขณะปฏบิ ตั ิงำน 6. สงั เกตกำรณป์ ฏิบัติงำนรำยบุคคล เอกสารอา้ งองิ วรนทิ ร ประทมุพงษ์. (2563). กำรเลือกใชว้ ตั ถดุ ิบ และอุปกรณห์ ลักกำรประกอบอำหำรว่ำง.สืบค้น เมือ่ 18 พฤษภำคม 2563 .จำก http://anyflip.com/bjew/luip/basic
ใบกิจกรรมที.่ ..5.. 125 รหสั วชิ า...20404-2103.... ช่อื วชิ า....อาหารว่าง.......... หนว่ ยท.ี่ .....7-12..... สอนคร้งั ท.่ี ...5-10.... ช่ือหนว่ ย กำรจัดตกแต่งและกำรบรกิ ำรอำหำรว่ำง เวลารวม.72..ช่วั โมง จานวน...24...ช่ัวโมง ช่ืองาน กำรจัดตกแต่งและกำรบรกิ ำรอำหำรว่ำง จุดประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงค์ทั่วไป - นกั เรยี นรเู้ กยี่ วกับเคร่อื งมอื อุปกรณใ์ นกำรทำอำหำรวำ่ งไทยได้ - นักเรียนบอกสว่ นผสมอำหำรว่ำงไทยแตล่ ะชนดิ ได้ - นกั เรยี นกำรประกอบอำหำรว่ำงไทยต่ำง ๆ ตำมท่กี ำหนดใหไ้ ด้ - นักเรียนบอกเทคนิคและข้อเสนอแนะกำรทำอำหำรว่ำงไทยได้ - นกั เรียนบอกชื่ออำหำรว่ำงไทยทน่ี ยิ มใช้ในกำรจัดเล้ียงน้ำชำ จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม - นักเรยี นสำมำรถแสดงรู้ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับเครอื่ งมืออุปกรณ์ในกำรทำอำหำรวำ่ งไทยได้ - นกั เรียนสำมำรถบอกสว่ นผสมอำหำรวำ่ งไทยแตล่ ะชนดิ ได้ - นักเรียนสำมำรถกำรประกอบอำหำรว่ำงไทยต่ำง ๆ ตำมท่กี ำหนดใหไ้ ด้ - นกั เรียนสำมำรถบอกเทคนิคและขอ้ เสนอแนะกำรทำอำหำรว่ำงไทยได้ - นกั เรยี นสำมำรถบอกช่ืออำหำรวำ่ งไทยท่ีนิยมใช้ในกำรจัดเล้ียงนำ้ ชำ สมรรถนะรายหนว่ ย 1. หลกั กำรประกอบอำหำรวำ่ งไทย 2. กำรเลือกวัตถุดิบในกำรประกอบอำหำรว่ำงไทย 3. ลักษณะของอำหำรวำ่ งไทยแตล่ ะชนดิ เครอ่ื งมือ วสั ดุ – อุปกรณ์ 1. หนงั สืออำหำรวำ่ ง 2. ใบควำมรปู้ ระกอบกำรเรียนกำรสอนอำหำรว่ำง 3. ใบงำนอำหำรว่ำง และใบมอบหมำยงำนอำหำรวำ่ งไทย 4. แบบฝกึ หัด/แบบทดสอบ 5. แบบประเมนิ ผลงำนกำรปฏบิ ัตงิ ำน ลาดับกจิ กรรม 1. ผเู้ รียนตอ้ งให้ควำมสนใจในกำรศกึ ษำ เพอ่ื หำเทคนคิ วิธกี ำร หรอื หลกั กำรงำ่ ยเพือ่ ให้หำคำตอบได้ อยำ่ งถูกตอ้ ง และรวดเร็ว โดยกำร ตง้ั ใจฟงั หลกั กำร เทคนคิ วธิ กี ำรท่ีครผู ู้สอนสรปุ ในขณะท่ีทำกำรสอน และนำ ข้อสงสัยซกั ถำมครใู นกำรเรยี นทุกคร้ังทเ่ี กดิ ควำมสบั สน และไม่เขำ้ ใจ 2. ผู้มกี ำรทบทวนบทเรยี น ตลอดเพอื่ เสรมิ สรำ้ งควำมเขำ้ ใจอย่ำงแท้จรงิ
126 3. ผู้เรียนหม่ันทำใบงำน แบบฝึกหัด และแก้ไขข้อท่ีผดิ ใหถ้ ูกต้องเสมอ 4. ผเู้ รียนตอ้ งสร้ำงมโนภำพให้เกิดควำมคดิ รวบยอดในสำระกำรเรียนร้แู ละเทคนิควิธีกำรพร้อมกบั ควำม จำเป็นในกำรนำไปประยกุ ตใ์ ชใ้ หเ้ กิดข้นึ โดยตนเองให้ได้เพ่อื เกดิ ควำมรคู้ วำมเข้ำใจอย่ำงแท้จริงไมใ่ ช่เกิดจำก กำรทอ่ งจำ 5. ผเู้ รยี นตอ้ งดำเนนิ กำรตำมกจิ กรรมหรืองำนทไี่ ด้รบั มอบหมำย ให้เสรจ็ สน้ิ ภำยในระยะเวลำทกี่ ำหนด และฝกึ ฝนตนเองเสมอ เมือ่ ไดร้ บั มอบหมำยงำนมำ การประเมินผล (ต้องระบุเกณฑก์ ารประเมินใหช้ ัดเจน) 1. สงั เกตผเู้ รียนมคี วำมสนใจ เกิดควำมเข้ำใจในสำระกำรเรยี นรู้ ตลอดจนแสดงควำมกระตือรอื ร้นใน กำรแสดงควำมคิดเหน็ และสรปุ สำระกำรเรียนรูป้ ระจำหน่วย 2. ทำใบงำนไดอ้ ยำ่ งถูกตอ้ ง ทันเวลำทก่ี ำหนด ใบงำนสะอำดและเปน็ ระเบยี บ 3. ผู้เรยี นทำแบบฝกึ หัดหลังเรยี นไดถ้ กู ตอ้ ง โดยได้คะแนน 50% เป็นอย่ำงตำ่ 4. สังเกตกำรให้ควำมร่วมมือในกำรปฏบิ ตั ิงำน 5. สงั เกตพฤตกิ รรมกำรใช้เครื่องมอื และวสั ดอุ ุปกรณ์ขณะปฏบิ ตั ิงำน 6. สังเกตกำรณ์ปฏิบัติงำนรำยบุคคล เอกสารอา้ งองิ วรนทิ ร ประทมพุ งษ์. (2563). กำรเลือกใช้วตั ถุดบิ และอุปกรณห์ ลักกำรประกอบอำหำรว่ำง. สบื คน้ เมื่อ 18 พฤษภำคม 2563 .จำก http://anyflip.com/bjew/luip/basic
127 ใบปฏบิ ตั งิ านท.ี่ .5... หน่วยท.ี่ ......7-12...... รหสั วิชา....20404-2103.... ชื่อวิชา......อาหารวา่ ง.......... สอนคร้งั ที่.....5-10...... ชือ่ หน่วย กำรจัดตกแต่งและกำรบริกำรอำหำรว่ำง จานวนรวม.72..ชัว่ โมง ชอื่ งาน มา้ ฮอ้ จานวน....24.....ชวั่ โมง จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จดุ ประสงคท์ ั่วไป - นกั เรียนร้เู กีย่ วกบั เครอ่ื งมอื อปุ กรณใ์ นกำรทำอำหำรวำ่ งไทยได้ - นกั เรียนบอกสว่ นผสมอำหำรว่ำงไทยแตล่ ะชนิดได้ - นักเรียนกำรประกอบอำหำรว่ำงไทยต่ำง ๆ ตำมที่กำหนดให้ได้ - นกั เรียนบอกเทคนิคและขอ้ เสนอแนะกำรทำอำหำรว่ำงไทยได้ - นกั เรยี นบอกชื่ออำหำรว่ำงไทยท่นี ยิ มใช้ในกำรจัดเล้ยี งน้ำชำ จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม - นักเรยี นสำมำรถแสดงรู้ควำมเข้ำใจเกย่ี วกับเคร่อื งมอื อุปกรณใ์ นกำรทำอำหำรว่ำงไทยได้ - นกั เรยี นสำมำรถบอกส่วนผสมอำหำรวำ่ งไทยแตล่ ะชนดิ ได้ - นักเรยี นสำมำรถกำรประกอบอำหำรว่ำงไทยต่ำง ๆ ตำมทีก่ ำหนดให้ได้ - นกั เรยี นสำมำรถบอกเทคนิคและข้อเสนอแนะกำรทำอำหำรว่ำงไทยได้ - นักเรยี นสำมำรถบอกช่ืออำหำรว่ำงไทยท่ีนยิ มใช้ในกำรจัดเล้ียงน้ำชำ สมรรถนะรายหน่วย 1. หลกั กำรประกอบอำหำรวำ่ งไทย 2. กำรเลือกวัตถดุ บิ ในกำรประกอบอำหำรว่ำงไทย 3. ลกั ษณะของอำหำรวำ่ งไทยแตล่ ะชนิด เคร่ืองมือ/วสั ดุ อุปกรณ์ (จานวน ขนาด) อปุ กรณ์ 1. เตำแก๊ส 1 ชดุ 8. เคร่อื งปั่นบดสับ 1 เครอ่ื ง 2. หมอ้ เคลือบหรือหมอ้ สแตนเลส 1 ใบ 9. โขลก/สำก 1 ชดุ 3. อ่ำผสมสแตนเลส 3 ใบ 4. ทัพพี 1 ดำ้ ม 5. เขยี ง มีด 1 ชดุ 6. ช้อนตวง 1 ชดุ 7. ถว้ ยตวงของเหลว 1 ใบ
128 ส่วนผสม 1. หมสู ับ 300 กรัม 6. น้ำตำลปี๊บ ½ ถว้ ย ตน้ 2. ถว่ั ลิสงค่วั ป่น 3 ช้อนโต๊ะ 7. ผกั ชีเดด็ ใบ 1 เมด็ 3. กระเทยี มสับ 5 กลีบ 8. พริกชี้ฟ้ำแดงซอย 1 4. สับปะรดหั่นสี่เหลีย่ ม 200 กรมั 9. นำ้ มนั สำหรับผดั 5. น้ำปลำ 2 ชอ้ นโตะ๊ 10. สับปะรด ส้มเขียวหวำน ลาดับขน้ั ตอนการปฏบิ ัตงิ าน 1. ตัง้ กระทะ ใสน่ ้ำมนั เลก็ นอ้ ย ใชไ้ ฟกลำง ใสก่ ระเทียมลงไปผดั จนหอม 2. ใสน่ ำ้ ตำลปีบ๊ ตำมลงไป ผัดใหล้ ะลำยพอข้นเหนียว แล้วใสห่ มูสับลงไปผัดใหส้ ุก 3. ปรงุ รสด้วยน้ำปลำ ใสถ่ ั่วลิสงค่วั ปน่ ตำมลงไป ผดั จนเหนียวเขำ้ กนั ตักข้นึ พักไว้ใหเ้ ย็น 4. ปัน้ สว่ นผสมหมูสบั ท่ีพักไว้ให้เปน็ กอ้ นกลม วำงบนสบั ปะรดห่นั สเ่ี หลี่ยม แต่งดว้ ยใบผกั ชี และพรกิ ชฟ้ี ำ้ ซอย **ขอ้ แนะนำ** - กำรเตรียมผลไมป้ อกเปลือกสับปะรดใหห้ มดตำ หน่ั เป็นชน้ิ ส่ีเหล่ยี มขนำดพอดคี ำ - ปอกเปลอื กสม้ เขยี วหวำน แกะออกเปน็ กลีบๆ ผ่ำครึ่งตำมยำวทำงดำ้ นโคง้ ลงไปลกึ พอควรทจ่ี ะใสไ่ ส้ได้ - ผลไม้ทนี่ ยิ มนำมำใช้ทำมำ้ ฮอ้ ควรเปน็ ผลไมท้ มี่ รี สเปรย้ี ว - ภาพประกอบ ขอ้ ควรระวัง ผู้เรยี นควรตรวจสอบข้อมลู กอ่ นให้ถีถ่ ้วน ละเอียด และรอบคอบก่อน เพื่อป้องกนั ควำมผิดพลำดก่อน กำรปฏบิ ัตงิ ำน ขอ้ เสนอแนะ (ถา้ มี) -
129 การประเมินผล (ต้องระบเุ กณฑก์ ารประเมนิ ให้ชัดเจน) 1. สังเกตผู้เรียนมีควำมสนใจ เกิดควำมเข้ำใจในสำระกำรเรียนรู้ ตลอดจนแสดงควำมกระตือรอื ร้นในกำร แสดงควำมคิดเหน็ และสรุปสำระกำรเรยี นร้ปู ระจำหน่วย 2. ทำใบงำนได้อยำ่ งถูกต้อง ทันเวลำท่กี ำหนด ใบงำนสะอำดและเป็นระเบียบ 3. ผ้เู รยี นทำแบบฝกึ หัดหลงั เรียนได้ถูกตอ้ ง โดยได้คะแนน 50% เปน็ อย่ำงตำ่ 4. สังเกตกำรให้ควำมรว่ มมอื ในกำรปฏบิ ัตงิ ำน 5. สังเกตพฤติกรรมกำรใช้เครือ่ งมือ และวัสดอุ ปุ กรณ์ขณะปฏิบตั ิงำน 6. สงั เกตกำรณ์ปฏิบตั ิงำนรำยบุคคล เอกสารอ้างองิ วรนทิ ร ประทมพุ งษ.์ (2563). กำรเลือกใช้วตั ถดุ บิ และอปุ กรณ์หลักกำรประกอบอำหำรวำ่ ง. สบื คน้ เมอื่ 18 พฤษภำคม 2563 .จำก http://anyflip.com/bjew/luip/basic
130 ใบปฏบิ ตั ิงานท.ี่ .5... หน่วยที.่ ......7-12...... รหสั วิชา....20404-2103.... ช่ือวิชา......อาหารวา่ ง.......... สอนครงั้ ท่.ี ....5-10...... ช่อื หนว่ ย กำรจดั ตกแต่งและกำรบริกำรอำหำรว่ำง จานวนรวม.72..ชั่วโมง ชื่องาน ล่าเตียง จานวน....24.....ช่วั โมง จุดประสงค์การเรยี นรู้ จดุ ประสงคท์ ่ัวไป - นกั เรียนรู้เกยี่ วกับเคร่ืองมืออปุ กรณใ์ นกำรทำอำหำรว่ำงไทยได้ - นกั เรยี นบอกสว่ นผสมอำหำรวำ่ งไทยแต่ละชนิดได้ - นกั เรยี นกำรประกอบอำหำรว่ำงไทยต่ำง ๆ ตำมทก่ี ำหนดใหไ้ ด้ - นักเรยี นบอกเทคนิคและขอ้ เสนอแนะกำรทำอำหำรว่ำงไทยได้ - นักเรียนบอกชื่ออำหำรว่ำงไทยทน่ี ิยมใช้ในกำรจัดเล้ยี งน้ำชำ จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม - นักเรียนสำมำรถแสดงรู้ควำมเข้ำใจเกยี่ วกับเครอื่ งมอื อุปกรณ์ในกำรทำอำหำรวำ่ งไทยได้ - นกั เรียนสำมำรถบอกสว่ นผสมอำหำรว่ำงไทยแต่ละชนดิ ได้ - นักเรยี นสำมำรถกำรประกอบอำหำรว่ำงไทยตำ่ ง ๆ ตำมท่ีกำหนดใหไ้ ด้ - นักเรยี นสำมำรถบอกเทคนิคและข้อเสนอแนะกำรทำอำหำรว่ำงไทยได้ - นกั เรียนสำมำรถบอกชื่ออำหำรวำ่ งไทยที่นิยมใช้ในกำรจัดเลี้ยงน้ำชำ สมรรถนะรายหน่วย 1. หลกั กำรประกอบอำหำรว่ำงไทย 2. กำรเลอื กวตั ถดุ ิบในกำรประกอบอำหำรว่ำงไทย 3. ลกั ษณะของอำหำรวำ่ งไทยแต่ละชนิด เครื่องมอื /วสั ดุ อปุ กรณ์ (จานวน ขนาด) อปุ กรณ์ 8. เตำแกส๊ 1 ชดุ 8. เครอื่ งป่นั บดสับ 1 เครอ่ื ง 9. หม้อเคลอื บหรือหม้อสแตนเลส 1 ใบ 9. โขลก/สำก 1 ชุด 10. อำ่ ผสมสแตนเลส 3 ใบ 10. กรวย 11. ทพั พี 1 ดำ้ ม 12. เขยี ง มีด 1 ชดุ 13. ชอ้ นตวง 1 ชุด 14. ถว้ ยตวงของเหลว 1 ใบ
131 สว่ นผสม สว่ นผสมไส้ 1. ไขไ่ ก่ 3 ฟอง รำกผกั ชหี น่ั หยำบ 1 ชอ้ นชำ 2. ไข่เปด็ 2 ฟอง กระเทยี มไทยซอย 1 ช้อนชำ 3. พรกิ ช้ฟี ำ้ แดงห่ันเส้น 1/4 ถว้ ย พริกไทยขำวปน่ 1/2 ช้อนชำ 4. ผักชเี ด็ดใบ 1/4 ถว้ ย น้ำมันพชื 1 ชอ้ นโต๊ะ 5. นำ้ มนั พชื สำหรับทำกระทะ เลก็ น้อย เนื้อหมสู ับ 1/2 ถ้วย 6. ใบผกั ชีเเละพริกชี้ฟ้ำเเดงหนั่ เส้นสำหรับตกเเต่ง เนื้อกงุ้ สบั 1/2 ถ้วย น้ำปลำ 1/2 ช้อนโต๊ะ นำ้ ตำลทรำย 1 ช้อนโตะ๊ ถั่วลิสงคัว่ บบุ พอเเตก 1/4 ถว้ ย ลาดบั ข้นั ตอนการปฏิบัติงาน 1. ทำไส้โดยโขลกรำกผักชี กระเทยี ม และพรกิ ไทย เข้ำดว้ ยกนั ใหล้ ะเอียดเตรียมไว้ ตงั้ กระทะนำ้ มันบน ไฟกลำงจนรอ้ นใส่เครอ่ื งที่โขลกลงผัดใหม้ กี ลิน่ หอม ใสเ่ นื้อหมูและเนอ้ื กุ้งลงผดั จนสุก ปรุงรสดว้ ยน้ำปลำ น้ำตำล ผัดให้เขำ้ กัน ใสถ่ ่ัวลิสง ผัดพอเขำ้ กนั และแหง้ ปดิ ไฟตักใส่ถ้วย พักไว้ 2. ทำไข่ฝอยโดยผสมไขไ่ กแ่ ละไขเ่ ป็ดเข้ำด้วยกัน ในอ่ำงผสม ตีใหเ้ ข้ำกนั ตงั้ กระทะบนไฟกลำง ใช้ กระดำษทชิ ชชู ุบน้ำมนั ทำงบำงๆ ให้ท่ัวกระทะพอเริ่มร้อนลดเป็นไฟอ่อน นำมือจ่มุ ลงในชำมผสมไข้ แลว้ โรย เป็นตำรำงลงบนกระทะพอสกุ ใชส้ อ้ มแซะ พกั ใสจ่ ำนไว้ ทำจนหมด คลุมดว้ ยผ้ำขำวบำงเพ่อื ไม่ใหไ้ ข่แห้ง 3. วำงไข่ดำ้ นเรียบลงบนเขียง จำกนั้นตดั ใหเ้ ปลี่ยนสีเ่ หลีย่ ม วำงพริกชี้ฟ้ำหั่นเส้นและใบผกั ชี ตักไสท้ ี่ผดั ลง ตรงกลำง พบั ไขแ่ ผ่นเข้ำมำให้เปน็ ชิ้นส่เี หล่ียม ทำจนหมด จดั ตกแตง่ ใหส้ วยงำน จัดเสิรฟ์ **ขอ้ แนะนำ** - ภาพประกอบ
132 ข้อควรระวัง ผู้เรียนควรตรวจสอบข้อมลู กอ่ นให้ถถ่ี ้วน ละเอยี ด และรอบคอบก่อน เพ่ือปอ้ งกันควำมผดิ พลำดกอ่ น กำรปฏิบตั งิ ำน ขอ้ เสนอแนะ (ถ้าม)ี - การประเมนิ ผล (ต้องระบเุ กณฑก์ ารประเมินให้ชัดเจน) 1. สงั เกตผเู้ รยี นมคี วำมสนใจ เกิดควำมเขำ้ ใจในสำระกำรเรยี นรู้ ตลอดจนแสดงควำมกระตอื รือรน้ ในกำร แสดงควำมคิดเหน็ และสรุปสำระกำรเรียนรูป้ ระจำหนว่ ย 2. ทำใบงำนได้อยำ่ งถูกต้อง ทันเวลำที่กำหนด ใบงำนสะอำดและเปน็ ระเบียบ 3. ผูเ้ รยี นทำแบบฝึกหดั หลังเรยี นได้ถกู ต้อง โดยไดค้ ะแนน 50% เป็นอยำ่ งต่ำ 4. สังเกตกำรให้ควำมรว่ มมอื ในกำรปฏิบัติงำน 5. สังเกตพฤติกรรมกำรใช้เครื่องมือ และวัสดอุ ปุ กรณ์ขณะปฏิบตั งิ ำน 6. สังเกตกำรณ์ปฏบิ ตั ิงำนรำยบุคคล เอกสารอ้างองิ วรนทิ ร ประทมุพงษ.์ (2563). กำรเลอื กใช้วัตถุดิบ และอปุ กรณ์หลกั กำรประกอบอำหำรวำ่ ง. สืบคน้ เม่อื 18 พฤษภำคม 2563 .จำก http://anyflip.com/bjew/luip/basic
133 ใบปฏบิ ตั ิงานที.่ .5... หน่วยท.่ี ......7-12...... รหสั วชิ า....20404-2103.... ช่ือวชิ า......อาหารว่าง.......... สอนคร้งั ท่ี.....5-10...... ชื่อหน่วย กำรจดั ตกแต่งและกำรบรกิ ำรอำหำรวำ่ ง จานวนรวม.72..ชัว่ โมง ช่ืองาน หรุ่ม จานวน....24.....ชั่วโมง จดุ ประสงค์การเรียนรู้ จดุ ประสงคท์ ่ัวไป - นกั เรยี นรู้เกยี่ วกับเครอ่ื งมืออุปกรณใ์ นกำรทำอำหำรว่ำงไทยได้ - นกั เรียนบอกสว่ นผสมอำหำรว่ำงไทยแต่ละชนดิ ได้ - นักเรียนกำรประกอบอำหำรว่ำงไทยต่ำง ๆ ตำมที่กำหนดให้ได้ - นักเรียนบอกเทคนิคและขอ้ เสนอแนะกำรทำอำหำรว่ำงไทยได้ - นักเรยี นบอกชื่ออำหำรว่ำงไทยทนี่ ิยมใช้ในกำรจัดเล้ียงน้ำชำ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม - นักเรยี นสำมำรถแสดงรู้ควำมเข้ำใจเก่ียวกับเครอ่ื งมืออปุ กรณ์ในกำรทำอำหำรว่ำงไทยได้ - นักเรียนสำมำรถบอกสว่ นผสมอำหำรว่ำงไทยแต่ละชนดิ ได้ - นกั เรียนสำมำรถกำรประกอบอำหำรว่ำงไทยตำ่ ง ๆ ตำมทก่ี ำหนดให้ได้ - นักเรียนสำมำรถบอกเทคนิคและข้อเสนอแนะกำรทำอำหำรว่ำงไทยได้ - นกั เรยี นสำมำรถบอกชื่ออำหำรวำ่ งไทยท่ีนิยมใช้ในกำรจดั เล้ียงน้ำชำ สมรรถนะรายหนว่ ย 1. หลกั กำรประกอบอำหำรวำ่ งไทย 2. กำรเลอื กวตั ถดุ บิ ในกำรประกอบอำหำรวำ่ งไทย 3. ลักษณะของอำหำรว่ำงไทยแตล่ ะชนิด เคร่อื งมือ/วสั ดุ อปุ กรณ์ (จานวน ขนาด) อุปกรณ์ 1. เตำแก๊ส 1 ชุด 8. เครอื่ งป่นั บดสบั 1 เคร่ือง 2. หมอ้ เคลือบหรือหมอ้ สแตนเลส 1 ใบ 9. โขลก/สำก 1 ชุด 3. อ่ำผสมสแตนเลส 3 ใบ 10. กรวย 4. ทัพพี 1 ด้ำม 5. เขียง มีด 1 ชดุ 6. ช้อนตวง 1 ชุด 7. ถ้วยตวงของเหลว 1 ใบ
134 สว่ นผสม สว่ นผสมไส้ 7. ไขไ่ ก่ 3 ฟอง รำกผักชหี น่ั หยำบ 1 ช้อนชำ 8. ไขเ่ ปด็ 2 ฟอง กระเทียมไทยซอย 1 ชอ้ นชำ 9. พรกิ ชฟี้ ้ำแดงหนั่ เสน้ 1/4 ถว้ ย พริกไทยขำวปน่ 1/2 ช้อนชำ 10. ผักชเี ด็ดใบ 1/4 ถ้วย นำ้ มันพืช 1 ช้อนโตะ๊ 11. น้ำมันพืชสำหรับทำกระทะ เลก็ นอ้ ย เนื้อหมูสบั 1/2 ถว้ ย 12. ใบผกั ชีเเละพรกิ ชีฟ้ ำ้ เเดงหัน่ เสน้ สำหรับตกเเต่ง เน้ือกุ้งสบั 1/2 ถว้ ย น้ำปลำ 1/2 ชอ้ นโตะ๊ น้ำตำลทรำย 1 ช้อนโต๊ะ ถัว่ ลิสงควั่ บบุ พอเเตก 1/4 ถ้วย ลาดับขั้นตอนการปฏิบัตงิ าน 1. ทำไส้โดยโขลกรำกผักชี กระเทยี ม และพรกิ ไทย เข้ำด้วยกันใหล้ ะเอยี ดเตรยี มไว้ ตัง้ กระทะนำ้ มนั บน ไฟกลำงจนร้อนใส่เคร่อื งทโ่ี ขลกลงผดั ให้มกี ลน่ิ หอม ใสเ่ น้อื หมูและเน้อื กงุ้ ลงผดั จนสกุ ปรุงรสด้วยนำ้ ปลำ นำ้ ตำล ผดั ให้เข้ำกนั ใสถ่ ่ัวลิสง ผดั พอเข้ำกนั และแห้งปิดไฟตักใสถ่ ้วย พกั ไว้ 2. ทำไข่ฝอยโดยผสมไข่ไก่และไข่เป็ดเข้ำดว้ ยกัน ในอ่ำงผสม ตีใหเ้ ข้ำกัน ต้ังกระทะบนไฟกลำง ใช้ กระดำษทิชชชู ุบนำ้ มันทำงบำงๆ ใหท้ ัว่ กระทะพอเริม่ รอ้ นลดเป็นไฟออ่ น นำมอื จุ่มลงในชำมผสมไข้ แลว้ กอไข่ เป็นแผน่ กลมลงบนกระทะพอสุกใช้สอ้ มแซะ พกั ใส่จำนไว้ ทำจนหมด คลมุ ด้วยผ้ำขำวบำงเพือ่ ไมใ่ ห้ไข่แหง้ 3. วำงไข่ด้ำนเรยี บลงบนเขยี ง จำกนั้นตัดใหเ้ ปล่ยี นแผน่ วงกลม ตกั ไส้ที่ผัดลงตรงกลำง พับไข่แผ่นเข้ำมำ ใหเ้ ปน็ ชิ้นสเี่ หลย่ี ม วำงพริกชีฟ้ ำ้ หนั่ เส้นและใบผักชี ทำจนหมด จัดตกแต่งให้สวยงำน จดั เสริ ์ฟ **ข้อแนะนำ** - ภาพประกอบ
135 ข้อควรระวัง ผู้เรียนควรตรวจสอบข้อมลู กอ่ นให้ถถ่ี ้วน ละเอยี ด และรอบคอบก่อน เพ่ือปอ้ งกันควำมผดิ พลำดกอ่ น กำรปฏิบตั งิ ำน ขอ้ เสนอแนะ (ถ้าม)ี - การประเมนิ ผล (ต้องระบเุ กณฑก์ ารประเมินให้ชัดเจน) 1. สงั เกตผเู้ รยี นมคี วำมสนใจ เกิดควำมเขำ้ ใจในสำระกำรเรยี นรู้ ตลอดจนแสดงควำมกระตอื รือรน้ ในกำร แสดงควำมคิดเหน็ และสรุปสำระกำรเรียนรูป้ ระจำหนว่ ย 2. ทำใบงำนได้อยำ่ งถูกต้อง ทันเวลำที่กำหนด ใบงำนสะอำดและเปน็ ระเบียบ 3. ผูเ้ รยี นทำแบบฝึกหดั หลังเรยี นได้ถกู ต้อง โดยไดค้ ะแนน 50% เป็นอยำ่ งต่ำ 4. สังเกตกำรให้ควำมรว่ มมอื ในกำรปฏิบัติงำน 5. สังเกตพฤติกรรมกำรใช้เครื่องมือ และวัสดอุ ปุ กรณ์ขณะปฏิบตั งิ ำน 6. สังเกตกำรณ์ปฏบิ ตั ิงำนรำยบุคคล เอกสารอ้างองิ วรนทิ ร ประทมุพงษ.์ (2563). กำรเลอื กใช้วัตถุดิบ และอปุ กรณ์หลกั กำรประกอบอำหำรวำ่ ง. สืบคน้ เม่อื 18 พฤษภำคม 2563 .จำก http://anyflip.com/bjew/luip/basic
136 ใบปฏบิ ัตงิ านที.่ .5... หนว่ ยท่ี.......7-12...... รหัสวิชา....20404-2103.... ชอ่ื วิชา......อาหารวา่ ง.......... สอนคร้ังท.่ี ....5-10...... ชือ่ หน่วย กำรจัดตกแตง่ และกำรบริกำรอำหำรวำ่ ง จานวนรวม.72..ชว่ั โมง ชือ่ งาน ชอ่ ม่วง จานวน....24.....ช่วั โมง จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จุดประสงค์ท่ัวไป - นกั เรยี นรูเ้ กย่ี วกบั เครอื่ งมืออุปกรณ์ในกำรทำอำหำรว่ำงไทยได้ - นักเรียนบอกสว่ นผสมอำหำรวำ่ งไทยแตล่ ะชนิดได้ - นักเรยี นกำรประกอบอำหำรว่ำงไทยต่ำง ๆ ตำมท่กี ำหนดใหไ้ ด้ - นกั เรยี นบอกเทคนิคและข้อเสนอแนะกำรทำอำหำรว่ำงไทยได้ - นักเรยี นบอกช่ืออำหำรวำ่ งไทยท่ีนิยมใช้ในกำรจัดเลี้ยงน้ำชำ จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม - นกั เรียนสำมำรถแสดงรู้ควำมเข้ำใจเก่ยี วกบั เคร่ืองมอื อุปกรณใ์ นกำรทำอำหำรวำ่ งไทยได้ - นักเรียนสำมำรถบอกสว่ นผสมอำหำรวำ่ งไทยแตล่ ะชนิดได้ - นกั เรียนสำมำรถกำรประกอบอำหำรว่ำงไทยต่ำง ๆ ตำมทก่ี ำหนดให้ได้ - นักเรียนสำมำรถบอกเทคนิคและข้อเสนอแนะกำรทำอำหำรว่ำงไทยได้ - นักเรยี นสำมำรถบอกชื่ออำหำรว่ำงไทยที่นยิ มใช้ในกำรจดั เลีย้ งน้ำชำ สมรรถนะรายหน่วย 1. หลักกำรประกอบอำหำรว่ำงไทย 2. กำรเลือกวัตถดุ ิบในกำรประกอบอำหำรว่ำงไทย 3. ลกั ษณะของอำหำรว่ำงไทยแตล่ ะชนิด เครอื่ งมือ/วสั ดุ อปุ กรณ์ (จานวน ขนาด) อุปกรณ์ 1. เตำแกส๊ 1 ชดุ 8. เคร่อื งปน่ั บดสบั 1 เครือ่ ง 2. กะทะเทปลอน 1 ใบ 9. โขลก/สำก 1 ชดุ 3. อ่ำงผสมสแตนเลส 3 ใบ 10. แหนบจับจบี ชอ่ มว่ ง 1 อัน 4. ทัพพี 1 ดำ้ ม 5. เขียง มีด 1 ชุด 6. ช้อนตวง 1 ชดุ 7. ถว้ ยตวงของเหลว 1 ใบ
137 ส่วนผสม ตวั แปง้ 1. แป้งข้ำวจ้ำว 250 กรมั 5. นำ้ ดอกอญั ชญั 2 ถว้ ย 6. กะทิ 1/8 ถว้ ย 2. แปง้ มนั 25 กรัม 7. เกลอื 1/2 ชอ้ นชำ 8. น้ำมันพืช 1/2 ชอ้ นโต๊ะ 3. แป้งท้ำวยำยมอ่ ม 25 กรัม 4. นำ้ มะนำว 1 ชอ้ นชำ ส่วนผสมไสข้ องขนมช่อมว่ ง 1.เน้อื หมูติดมนั สับ 250 กรัม 7.นำ้ ตำลทรำย ¼ ถว้ ย กับอีก 1 ช้อนโต๊ะ 2.ถวั่ ลิสงบบุ พอแตก 120 กรัม 8.น้ำปลำ 1 ช้อนโต๊ะ 3.รำกผักชี 2 รำก 9.ซอี ๊ิวขำว 2 ชอ้ นโตะ๊ 4.พริกไทยป่น ¼ ช้อนชำ 10.นำ้ มนั หอย 1 ชอ้ นโตะ๊ 5.กระเทียม 1 – 2 หัว 11.นำ้ มนั พชื 3 ชอ้ นโต๊ะ 6.หอมใหญ่สับละเอยี ด 1/2 ถว้ ย 12.นำ้ มนั กระเทยี มเจียว 1/4 ถ้วย ลาดบั ขัน้ ตอนการปฏบิ ัติงาน 1. รำกผักชี กระเทียม พรกิ ไทยโขลกให้เขำ้ กัน นำไปผดั ในกระทะให้หอม โดยใช้น้ำมนั พืชเล็กนอ้ ย ใส่หมู ลงไปผัดจนสุกปรุงรสดว้ ยเครอื่ งปรงุ รสต่ำงๆ ชิมรสตำมชอบ ยกลงแล้วพักไว้ 2. ทำตวั แปง้ โดยนำแป้งขำ้ วจ้ำว แป้งทำ้ วยำยม่อม แปง้ มัน เกลอื นำ้ มนั พชื กะทิ ผสมเข้ำด้วยกัน ผสมน้ำ ดอกอัญชญั และนำ้ มะนำวเขำ้ ดว้ ยกัน เทลงในส่วนผสมแป้งคนให้เป็นเนื้อเดยี วกัน 3. เทใสก่ ระทะกวนจนแปง้ สุกรอ่ นจำกกระทะ ยกลงท้งิ ไว้จนเรมิ่ อุ่น นำมำนวดมืออกี คร้ัง จำกนน้ั นำมำปนั้ เปน็ กอ้ นเลก็ ๆ ใหม้ ขี นำดเท่ำๆกัน 4. นำไสข้ นมทผี่ ดั ไว้มำหอ่ จับจีบให้สวยงำม นำไปนงึ่ ในนำ้ เดอื ดระยะเวลำ 8 – 10 นำที จดั ใส่จำน ทำ ด้วยน้ำมันหอมเจียว กนิ แกลม้ กบั ผกั สดและพรกิ ข้หี นู **ขอ้ แนะนำ** - กำรกวนแป้งตอ้ งกวนด้วยไฟอ่อนเพรำะจะทำใหแ้ ป้งจะเกำะตวั ดี และมสี ที ี่สม่ำเสมอกนั ภาพประกอบ
138 ข้อควรระวัง ผู้เรียนควรตรวจสอบข้อมลู กอ่ นให้ถถ่ี ้วน ละเอยี ด และรอบคอบก่อน เพ่ือปอ้ งกันควำมผดิ พลำดกอ่ น กำรปฏิบตั งิ ำน ขอ้ เสนอแนะ (ถ้าม)ี - การประเมนิ ผล (ต้องระบเุ กณฑก์ ารประเมินให้ชัดเจน) 1. สงั เกตผเู้ รยี นมคี วำมสนใจ เกิดควำมเขำ้ ใจในสำระกำรเรยี นรู้ ตลอดจนแสดงควำมกระตอื รือรน้ ในกำร แสดงควำมคิดเหน็ และสรุปสำระกำรเรียนรูป้ ระจำหนว่ ย 2. ทำใบงำนได้อยำ่ งถูกต้อง ทันเวลำที่กำหนด ใบงำนสะอำดและเปน็ ระเบียบ 3. ผูเ้ รยี นทำแบบฝึกหดั หลังเรยี นได้ถกู ต้อง โดยไดค้ ะแนน 50% เป็นอยำ่ งต่ำ 4. สังเกตกำรให้ควำมรว่ มมอื ในกำรปฏิบัติงำน 5. สังเกตพฤติกรรมกำรใช้เครื่องมือ และวัสดอุ ปุ กรณ์ขณะปฏิบตั งิ ำน 6. สังเกตกำรณ์ปฏบิ ตั ิงำนรำยบุคคล เอกสารอ้างองิ วรนทิ ร ประทมุพงษ.์ (2563). กำรเลอื กใช้วัตถุดิบ และอปุ กรณ์หลกั กำรประกอบอำหำรวำ่ ง. สืบคน้ เม่อื 18 พฤษภำคม 2563 .จำก http://anyflip.com/bjew/luip/basic
139 ใบมอมหมายงานท่.ี .5... หนว่ ยท.ี่ ....7-12........... รหัสวิชา..20404-2103.. ช่อื วชิ า.....อาหารว่าง............ สอนคร้งั ที.่ .....5-10....... ชอื่ หน่วย..........อำหำรว่ำงไทย จานวนรวม.72..ชั่วโมง ช่อื งาน...........อำหำรวำ่ งไทย จานวน....24.....ช่ัวโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ - นักเรยี นรู้เกยี่ วกบั เครื่องมืออุปกรณ์ในกำรทำอำหำรวำ่ งไทยได้ - นักเรยี นบอกสว่ นผสมอำหำรวำ่ งไทยแตล่ ะชนดิ ได้ - นกั เรยี นกำรประกอบอำหำรว่ำงไทยต่ำง ๆ ตำมท่ีกำหนดให้ได้ - นกั เรยี นบอกเทคนิคและข้อเสนอแนะกำรทำอำหำรว่ำงไทยได้ - นักเรียนบอกชื่ออำหำรวำ่ งไทยทน่ี ยิ มใช้ในกำรจัดเลย้ี งน้ำชำ แนวทางการปฏบิ ัติงาน 1. ให้ผ้เู รยี นปฏบิ ตั ิงำนตำมใบงำน ใบกิจกรรม ใบปฏบิ ตั งิ ำน อยำ่ งเคร่งครัด ตำมหวั ขอ้ ที่ได้รบั มอบหมำย ให้เสรจ็ ส้ินตำมระยะเวลำท่ีกำหนด พรอ้ มท้ังกำรจัดทำรำยงำน และนำเสนองำนอย่ำงถกู ต้อง ครบถ้วน เป็นระเบียบเรียบร้อย 2. ใหผ้ ้เู รยี นแบง่ หนำ้ ทกี่ บั เพ่ือนในกล่มุ ให้ชดั เจน และสำมำรถเขำ้ ใจเนอ้ื หำตำมหัวข้อดงั กลำ่ ว ได้ อย่ำงถกู ตอ้ ง ครบถ้วน แหลง่ ค้นคว้า 1. หนงั สอื อำหำรว่ำง 2. ใบควำมร้ปู ระกอบกำรเรยี นกำรสอนอำหำรวำ่ ง 3. ใบงำนอำหำรว่ำง และใบมอบหมำยงำนอำหำรว่ำงไทย 4. แบบฝึกหัด/แบบทดสอบ คาถาม/ปัญหา - กาหนดเวลาส่งงาน - เอกสารอ้างอิง วรนทิ ร ประทมพุ งษ์. (2563). กำรเลอื กใช้วัตถุดิบ และอปุ กรณห์ ลกั กำรประกอบอำหำรวำ่ ง. สืบค้น เม่อื 18 พฤษภำคม 2563 .จำก http://anyflip.com/bjew/luip/basic
140 แบบประเมินผลงาน หน่วยการเรียนร้ทู ่ี............................................................................................................................. ชือ่ กล่มุ .........................................................................ชน้ั ................................................................ รายชอื่ สมาชิก 1............................................................................................................................... 2............................................................................................................................... 3............................................................................................................................... ข้อท่ี รายการประเมนิ คะแนน หมายเหตุ 321 1 ควำมถูกตอ้ งของเนอื้ หำ 2 ควำมประณีตสวยงำม 3 ควำมคดิ รเิ รม่ิ สร้ำงสรรค์ 4 สำระประโยชน์ 5 ................................................................. รวม ผูป้ ระเมนิ .............................................. วนั ท.่ี .............เดือน...............................พ.ศ...................
141 เกณฑ์การประเมนิ 1. ความถกู ตอ้ งของเนื้อหา 3 คะแนน = มเี นื้อหำสำระสำคญั ครบถ้วน สื่อควำมหมำยชัดเจนและมีรปู ภำพประกอบ 2 คะแนน = มีเนื้อหำสำระสำคัญครบถ้วน สือ่ ควำมหมำยและมรี ปู ภำพไมต่ รงเน้อื หำ 1 คะแนน = มีเนอื้ หำสำระสำคญั ไม่ชัดเจน และไมค่ รบถว้ น 2. ความประณีตสวยงาม 3 คะแนน = รปู ภำพสวยงำม ตวั อักษรคมชัด สีสนั เหมำะสม กำรวำงรูปแบบสมดุล 2 คะแนน = รปู ภำพสวยงำม ตัวอกั ษรคมชัด กำรวำงรปู แบบสมดุล 1 คะแนน = รปู ภำพไมส่ วยงำม กำรวำงรูปแบบสมดลุ 3. ความคิดรเิ ร่ิมสร้างสรรค์ 3 คะแนน = รูปแบบกำรนำเสนอแปลกใหม่ มีกำรประยุกตใ์ ช้วสั ดุอุปกรณใ์ นทอ้ งถน่ิ และประหยดั 2 คะแนน = รูปแบบกำรนำเสนอแปลกใหม่ มีกำรประยกุ ต์ใชว้ ัสดุอปุ กรณใ์ นท้องถนิ่ แตไ่ มป่ ระหยัด 1 คะแนน = รูปแบบกำรนำเสนอไม่แปลกใหม่ ไมน่ ำ่ สนใจ 4. สารประโยชน์ 3 คะแนน = ให้ควำมคิดรวบยอดเกยี่ วกับองค์ประกอบ ครอบคลุมและชัดเจน 2 คะแนน = ใหค้ วำมคดิ รวบยอดเก่ียวกับองคป์ ระกอบ ไมค่ รอบคลมุ แต่ชัดเจน 1 คะแนน = ใหค้ วำมคดิ รวบยอดเกี่ยวกับองคป์ ระกอบ ไม่ครอบคลมุ และไมช่ ัดเจน 5..................................................................
142 แบบประเมินการนาเสนอผลงาน หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี............................................................................................................................. ชื่อกลมุ่ .........................................................................ชั้น................................................................ รายช่อื สมาชิก 1............................................................................................................................... 2............................................................................................................................... 3............................................................................................................................... ขอ้ ที่ รายการประเมิน คะแนน หมายเหตุ 321 1 กำรเตรยี มควำมพรอ้ ม 2 เนื้อหำสำระ 3 รูปแบบกำรนำเสนอ 4 กำรมีส่วนรว่ มของสมำชิกในกลุ่ม 5 กำรรกั ษำเวลำ 6 ควำมสนใจของผฟู้ ัง รวม ผู้ประเมิน.............................................. วันที.่ .............เดือน...............................พ.ศ...................
143 เกณฑ์การประเมิน 1. การเตรียมความพร้อม 3 คะแนน = มกี ำรจดั เตรียมสถำนที่ สอ่ื /อปุ กรณ์ไว้อยำ่ งพร้อมเพรยี ง 2 คะแนน = มสี ือ่ /อุปกรณพ์ ร้อม ขำดกำรจัดเตรียมสถำนท่ี 1 คะแนน = สอ่ื /อุปกรณไ์ ม่เพียงพอ ขำดกำรจดั เตรียมสถำนที่ 2. เนื้อหาสาระ 3 คะแนน = สำระสำคัญครบถ้วน ตรงตำมจดุ ประสงค์ 2 คะแนน = สำระสำคัญไมค่ รบ ตรงตำมจุดประสงค์ 1 คะแนน = สำระสำคัญไมค่ รบ ไมต่ รงตำมจุดประสงค์ 3. รปู แบบการนาเสนอ 3 คะแนน = มีรปู แบบกำรนำเสนอที่เหมำะสม ใชเ้ ทคนิคแปลกใหม่ มีสือ่ และ ใช้เทคโนโลยีประกอบกำรนำเสนอ นำวสั ดุในท้องถิ่นมำประยกุ ต์ใช้ อยำ่ งค้มุ ค่ำและประหยดั 2 คะแนน = ใช้เทคนิคแปลกใหม่ มีสื่อและใช้เทคโนโลยปี ระกอบกำรนำเสนอ ขำดกำรประยุกตใ์ ช้วสั ดใุ นทอ้ งถ่ิน 1 คะแนน = เทคนิคกำรนำเสนอไม่เหมำะสม ไม่นำ่ สนใจ 4. การมสี ่วนร่วมของสมาชิก 3 คะแนน = สมำชกิ ทุกคนมบี ทบำทและมีส่วนรว่ มในกิจกรรมกลมุ่ 2 คะแนน = สมำชิกส่วนใหญม่ ีบทบำทและมสี ่วนร่วมในกจิ กรรมกลมุ่ 1 คะแนน = สมำชกิ สว่ นนอ้ ยมบี ทบำทและมีส่วนรว่ มในกจิ กรรมกลมุ่ 5. การรกั ษาเวลา 3 คะแนน = ดำเนนิ กิจกรรมไดต้ ำมเวลำท่กี ำหนด 2 คะแนน = ดำเนนิ กิจกรรมเรว็ กว่ำเวลำทก่ี ำหนด 1 คะแนน = ดำเนินกิจกรรมชำ้ กว่ำเวลำทีก่ ำหนด 6. ความสนใจของผู้ฟงั 3 คะแนน = ผู้ฟังมำกกวำ่ รอ้ ยละ 80 สนใจ และให้ควำมรว่ มมือ 2 คะแนน = ผูฟ้ งั ร้อยละ 70 – 80 สนใจ แลใหค้ วำมร่วมมือ 1 คะแนน = ผู้ฟังน้อยกว่ำ รอ้ ยละ 70 สนใจ และใหค้ วำมรว่ มมอื
144 แบบประเมนิ ผลงำนกลุม่ หนว่ ยกำรเรยี นรู้ท.่ี .............................................................. ท่ี รายการประเมนิ คะแนน ความคดิ เห็น 321 1 เลอื กและเตรียมวตั ถุดบิ ถูกต้องครบถว้ น 2 ผลงำนถกู ต้องตำมลำดับข้นั ตอน 3 ส่งงำนตรงเวลำ 4 กำรมีควำมประณีตรอนคอบและเป็นระเบียบ เรียบร้อยในขณะปฏบิ ตั งิ ำน รวม ผู้ประเมิน.............................................. วันที่..............เดือน...............................พ.ศ................... ระดบั คณุ ภาพ รายการประเมินผล 3=ดี 2=พอใช้ 1=ปรับปรงุ 1.เลือกและเตรียม เลอื กและเตรยี มวตั ถุดบิ เลอื กและเตรยี มวตั ถุดบิ เลอื กและเตรยี มวตั ถุดบิ วัตถดุ บิ ถกู ต้องครบถว้ น ถกู ต้องตำมลกั ษณะของ ถกู ต้องมำกกว่ำคร่งึ นอ้ ยกว่ำครึ่งหนงึ่ 2.ผลงำนถูกตอ้ ง ตำมลำดบั ข้นั ตอน งำน 3.สง่ งำนตรงเวลำ ปฏิบัตงิ ำนตำมขน้ั ตอน คุณภำพผลงำนถกู ต้อง คณุ ภำพผลงำนถกู ต้อง 4.มคี วำมประณตี รอบคอบและเปน็ ผลงำนทีไ่ ดม้ คี ณุ ภำพดี มำกกว่ำครง่ึ นอ้ ยกวำ่ ครง่ึ ระเบยี บเรียบรอ้ ยขณะ ปฏบิ ัติงำน ส่งงำนก่อนเวลำหรือตรง ส่งงำนลำ่ ชำ้ เกิน สง่ งำนลำ่ ชำ้ เกิน เวลำ กำหนดเวลำ 15 นำที กำหนดเวลำ 30 นำที ตง้ั ใจปฏิบัติงำนด้วยควำม ตง้ั ใจปฏบิ ตั ิงำนด้วยควำม ไมต่ ้ังใจปฏบิ ัติงำนและไม่ ประณีตพถิ พี ถิ ันรักษำ ประณตี พิถพี ิถันรักษำ รกั ษำควำมสะอำด ควำมสะอำดเรยี บรอ้ ย ควำมสะอำดบ้ำงบำงครง้ั สมำ่ เสมอ
145 แผนการจัดการเรียนรู้ หนว่ ยท.่ี ......6.......จำนวน......12.......ชว่ั โมง จำนวนช่ัวโมงรวม .........72......ชัว่ โมง สปั ดำห์ที.่ ......13-15......... ช่ือวิชำ...............อำหำรวำ่ ง............................................................................ ช่อื หนว่ ย...........อำหำรวำ่ งจนี …………….. ชอ่ื เร่อื ง.............อำหำรวำ่ งจีน…………….. 1. สาระสาคัญ อำหำรว่ำงจนี คนจนี เรียกรวม ๆ วำ่ ติ่มซำ มีหลำยชนิด แตท่ เี่ ป็นหลกั นิยมมักเป็นอำหำรทมี่ ไี สท้ ี่ หลำกหลำยหอ่ ด้วยแปง้ ปรงุ สกุ ด้วยกำรน่งึ หรอื ทอด รบั ประทำนเปน็ ของว่ำงระหว่ำงม้ือ ซง่ึ เตมิ เปน็ ส่วน หนึง่ ของกำรดื่มชำอกี ด้วย 2. สมรรถนะประจาหนว่ ย 1. บอกเครื่องมอื อุปกรณ์ในกำรทำอำหำรวำ่ งจนี ได้ 2. อธบิ ำยส่วนผสมอำหำรว่ำงจีนแต่ละชนิดได้ 3. กำรประกอบอำหำรว่ำงจนี ต่ำง ๆ ตำมท่กี ำหนดใหไ้ ด้ 4. บอกเทคนิคและข้อเสนอแนะกำรทำอำหำรว่ำงจนี ได้ 5. บอกช่ืออำหำรว่ำงจีนที่นยิ มใช้ในกำรจดั เลี้ยงน้ำชำ 3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ . 3.1 จดุ ประสงคป์ ลำยทำง 1. เพือ่ ใหน้ ักเรียนมีควำมรู้ควำมเขำ้ ใจและควำมรู้เกีย่ วกบั อำหำรวำ่ งจีนประเภทตำ่ งได้ 2. เพือ่ ใหน้ กั เรียนมกี ิจนสิ ัยในกำรเรียนที่ดี 3.2 จุดประสงค์นำทำง 1. บอกเครื่องมืออุปกรณ์ในกำรทำอำหำรวำ่ งจนี ได้ 2. อธิบำยสว่ นผสมอำหำรว่ำงจนี แต่ละชนดิ ได้ 3. กำรประกอบอำหำรว่ำงจนี ต่ำง ๆ ตำมทกี่ ำหนดให้ได้ 4. บอกเทคนิคและขอ้ เสนอแนะกำรทำอำหำรวำ่ งจนี ได้ 5. บอกช่อื อำหำรวำ่ งจีนทน่ี ยิ มใช้ในกำรจัดเลยี้ งนำ้ ชำ 4. สาระการเรยี นรู้ 1. หลักกำรประกอบอำหำรวำ่ งจนี 2. กำรเลือกวัตถุดบิ ในกำรประกอบอำหำรวำ่ งจนี 3. ลกั ษณะของอำหำรว่ำงจนี แต่ละชนดิ
146 5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สัปดาห์ท่.ี ....13-15......) ขนั้ ตอนการจัดการเรียนรู้ หรอื กจิ กรรมครู ขั้นตอนการเรียนรู้ หรือกิจกรรมผู้เรยี น ขั้นเตรียม 1. ครูชีแ้ จงใหน้ กั ศึกษำทรำบถงึ แนวทำงในกำร ปฏบิ ัตติ นเกยี่ ว กับกำรเรยี นกำรสอนกำร ประเมินผล กำรเรยี น และได้ อบรมคุณลักษณะที่พึง ประสงค์ คอื เรือ่ งควำมมวี ินยั โดยเฉพำะกำรแตง่ กำย - ฟังคำช้แี จง กำรตรงต่อเวลำ กฎระเบยี บกำรใช้หอ้ งปฏิบัตกิ ำร - ซกั ถำมเมอื่ มีขอ้ สงสยั กำรรกั ษำควำมสะอำดภำยในห้อง - ตอบคำถำม 2. ครสู อบถำมนักเรยี นในชน้ั เรียนเร่ืองควำมรู้ พืน้ ฐำนเกยี่ วกบั เคร่อื งมอื อปุ กรณ์และวตั ถดุ บิ ในกำร ประกอบอำหำรวำ่ ง ขั้นสอน - ครูใหน้ ักเรยี นทำขอ้ สอบกอ่ นเรียน ซง่ึ ให้เวลำทำ 30 นำที เพอ่ื เปน็ กำรตรวจวดั ควำมรพู้ ืน้ ฐำนควำมรู้ของนักเรยี น - อธบิ ำยบอกเคร่ืองมอื อุปกรณใ์ นกำรทำอำหำรว่ำง -นักเรียนบอกอุปกรณเ์ ครอ่ื งใชใ้ นกำรเตรียมอำหำรทร่ี ู้ จีนได้ -นักเรียนดูภำพพำวเวอร์พอยท์ตวั อยำ่ งของอำหำรว่ำง - อธบิ ำยส่วนผสมอำหำรวำ่ งจนี แต่ละชนดิ ได้ จีน - สำมำรถกำรประกอบอำหำรว่ำงจีนต่ำง ๆ ตำมท่ี -นักเรียนรับเอกสำรประกอบกำรสอนเรอ่ื งควำมรู้ กำหนดใหไ้ ด้ เก่ยี วกับอำหำรวำ่ งจีน - อธิบำยบอกเทคนิคและข้อเสนอแนะกำรทำอำหำร -นกั เรยี นฟังครูกลำ่ วถึงหลักทัว่ ไปในกำรทำอำหำรวำ่ ง วำ่ งจีนได้ จนี และกำรจดั บริกำรอำหำรวำ่ ง - อธบิ ำยบอกช่อื อำหำรวำ่ งจนี ทน่ี ิยมใช้ในกำรจัด เล้ียงนำ้ ชำ - ครูให้นักเรียนทำขอ้ สอบหลังเรียน ซึ่งให้เวลำทำ 30 นำที ข้ันสรปุ - นกั เรยี นตงั้ ใจฟงั และปฏบิ ัติตำม - ครแู จกใบงำนใหก้ บั นักเรยี นเพ่อื ทำกำรฝกึ ปฏิบัติ - รว่ มสนทนำตำมควำมเขำ้ ใจของนักศึกษำ - ครูให้นักเรียนทำแบบประเมนิ ท้ำยบทประจำ - ระดมควำมคดิ ช่วยกนั สรุป พรอ้ มท้ังกำรจดบันทึก หนว่ ย และส่งแบบฝกึ หดั ตำมเวลำที่กำหนด - นักเรียนตรวจขอ้ สอบกอ่ นและหลงั เรียน สรุปผล - ครปู ระเมนิ ผลกำรเรยี นของนกั เรยี น และนำผล คะแนน กำรประเมินคนื ให้กบั นกั เรียน พรอ้ มเฉลยร่วมกบั - นกั เรยี นตอบคำถำม 10 ข้อ ใหม่ อีกรอบ นักเรยี น
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204