แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 5 เร่ือง แผนจัดการเรียนรูท้ ี่ 5 เร่อื ง หน้าทีช่ าวพุทธและมารยาทชาวพทุ ธ รายวิชา สังคมพน้ื ฐาน รหสั วิชา ส 21101 ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2562 น้าหนกั เวลาเรยี น 1.5 (นน./นก.) เวลาเรยี น 3 ชว่ั โมง/สัปดาห์ เวลาทใี่ ช้ในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ 4 ช่ัวโมง .......................................................................................................................................................... 1. สาระสาคัญ (ความเข้าใจท่ีคงทน) การปฏิบัตติ นต่อบุคคลตา่ งๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม เป็นมารยาทอนั ดงี ามของชาวพทุ ธ 2. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ชวี้ ดั ช้นั ปี/ผลการเรียนร/ู้ เปา้ หมายการเรยี นรู้ ส 1.1 ม1/6 เห็นคุณค่าของการพฒั นาจิต เพือ่ การเรยี นรู้และการดาเนนิ ชีวิตดว้ ยวธิ ีคดิ แบบโยนิโสมนสิการ คือ วิธคี ดิ แบบคุณค่าแท้-คณุ คา่ เทียม และวธิ คี ดิ แบบคุณ-โทษ และทางออก หรือการพฒั นาจิตตามแนวทางของศาสนาทีต่ นนับ ถือ ส 1.2 ม1/3 ปฏิบตั ติ นอย่างเหมาะสมตอ่ บุคคลต่างๆ ตามหลักศาสนาท่ตี นนบั ถือตามทีก่ าหน 3.1 เน้ือหาสาระหลัก : Knowledge เรอ่ื ง หน้าท่ีชาวพทุ ธและมารยาทชาวพุทธ 1. มารยาทชาวพุทธ 1) การเขา้ พบพระภกิ ษุ และการปฏิบัติตนในเขตวัด 2) การแสดงความเคารพพระรตั นตรัย 3) การฟังสวดพระอภิธรรม 4) การฟังพระธรรมเทศนา 5) การฟงั เจรญิ พระพทุ ธมนต์ 2. การปฏบิ ัตติ นอย่างเหมาะสมตอ่ เพ่ือนตามหลกั พระพุทธศาสนา 1) ทศิ 6 – ทศิ เบืองซ้าย 2) มิตรแท้ มติ รเทียม 3. วธิ ีคิดแบบโยนิโสมนสกิ าร 1) วธิ ีคดิ แบบคณุ ค่าแท้-คณุ คา่ เทียม 2) วธิ คี ิดแบบคุณ-โทษ และทางออก 3.2 ทกั ษะ/กระบวนการ : Process ทากจิ กรรมรายบคุ คล รายกล่มุ ในการศึกษาเรยี นรู้ตาม เนอ้ื หา 3.3 คณุ ลักษณะทีพ่ ึงประสงค์ : Attitude ประพฤติตนตามแบบอย่างการดาเนนิ ชวี ติ ทีด่ ีในสังคมอยา่ งมี ความสขุ 4. สมรรถนะสาคญั ของนกั เรยี น 4.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร 4.2 ความสามารถในการคิด 4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ 5. คณุ ลกั ษณะของวิชา - ความรบั ผดิ ชอบ - ความรอบคอบ - กระบวนการกล่มุ 6. คณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงค์
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ 2. ซอ่ื สัตย์สุจริต 3. มีวินยั 4. ใฝเ่ รียนรู้ 5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 6. มุ่งมัน่ ในการทางาน 7. รกั ความเปน็ ไทย 8. มีจิตสาธารณะ 7. ชิน้ งาน/ภาระงาน : หน้าที่ชาวพุทธและมารยาทชาวพทุ ธ 7.1 เรอ่ื ง 1. มารยาทชาวพทุ ธ 1) การเขา้ พบพระภิกษุ และการปฏบิ ตั ิตนในเขตวัด 2) การแสดงความเคารพพระรัตนตรยั 3) การฟงั สวดพระอภิธรรม 4) การฟงั พระธรรมเทศนา 5) การฟังเจริญพระพุทธมนต์ 2. การปฏิบตั ิตนอย่างเหมาะสมต่อเพื่อนตามหลักพระพทุ ธศาสนา 1) ทศิ 6 – ทิศเบอื งซา้ ย 2) มิตรแท้ มติ รเทียม 3. วิธีคดิ แบบโยนิโสมนสิการ 1) วิธีคิดแบบคณุ ค่าแท้-คุณค่าเทยี ม 2) วธิ ีคดิ แบบคณุ -โทษ และทางออก 8. กิจกรรมการเรียนรู้ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. วเิ คราะห์การปฏบิ ตั ติ นตามหลักการคิดแบบคุณค่าแท้-คณุ คา่ เทยี มได้ 2. วเิ คราะหก์ ารปฏิบตั ติ นตามหลักการคิดแบบคุณ-โทษ และทางออกได้ 3. ปฏิบตั ติ นตอ่ พระภิกษุและปฏบิ ัตติ นในเขตวดั ไดอ้ ย่างเหมาะสม 4. แสดงความเคารพต่อพระรัตนตรัยได้อย่างถูกตอ้ ง 5. ปฏิบตั ิตนในการฟงั สวดพระอภิธรรม ฟงั พระธรรมเทศนา ฟังเจริญพระพทุ ธมนตไ์ ด้ 6. ปฏบิ ตั ติ นอยา่ งเหมาะสมต่อเพอ่ื น และรจู้ ักคบมิตร
ขนั้ นาเข้าสูบ่ ทเรียน/ข้นั ต้ังคาถาม (วิธีสอนโดยการแสดงบทบาทสมมุติ/วิธสี อนแบบกระบวนการกลมุ่ ) ชว่ั โมงท่ี 1 - 2 1. ใหน้ ักเรยี นเล่าความประทับใจหรือความภาคภูมใิ จในมารยาทของชาวพุทธไทย พรอ้ มอธิบายเหตุผล ซ่ึงนักเรียน อาจเล่าหลายลักษณะ คือ มคี วามออ่ นน้อมแสดงถึงความสัมมาคารวะ เช่น การไหวผ้ อู้ าวโุ ส หรือผู้ท่ีเคารพนับถอื เม่ือเดินผ่านผู้ใหญท่ งั ยนื และนั่งก็ต้องคอ้ มตัว ฟงั พระเทศนห์ รอื แสดงธรรมดว้ ยอาการสารวม 2. ครูอธบิ ายให้นกั เรียนเขา้ ใจวา่ มารยาทชาวพุทธนันเป็นวฒั นธรรมทด่ี งี ามทพี่ ทุ ธศาสนกิ ชนไทย ได้ปฏิบัติสบื ทอด กันมาจนถงึ ปัจจุบนั ซ่งึ มารยาทชาวพทุ ธทีน่ ักเรียนควรศกึ ษาและปฏิบัติให้ถกู ต้อง ในเร่ืองต่อไปนี 1) การเข้าพบพระภกิ ษุและการปฏบิ ัติตนในเขตวัด 2) การแสดงความเคารพพระรตั นตรัย 3) การฟงั สวดพระอภธิ รรม 4) การฟงั พระธรรมเทศนา 5) การฟงั เจริญพระพทุ ธมนต์ 3. ครูให้นกั เรียนดูซดี ี หรอื ภาพ หรอื ให้ตวั แทนนกั เรยี นสาธิตการปฏบิ ตั ิตนเก่ยี วกบั มารยาทชาวพุทธในข้อ 2 และ ใหน้ กั เรียนฝกึ ปฏิบัติตาม ครูเสนอแนะเพ่ิมเตมิ เป็นรายบคุ คลหรอื เป็นกลมุ่ ยอ่ ยตามความเหมาะสม 4. นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ กลมุ่ ละ 5-7 คน ตามความสมคั รใจ และให้จับสลากเพ่อื แสดงบทบาทสมมตุ ิตามทีค่ รูกาหนดให้ กลมุ่ ละ 1 เรือ่ ง 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มเรียกผแู้ สดงบทบาทสมมุติตามบทบาทในเรอื่ งที่กลุม่ จับสลากได้ และฝึกซอ้ มบทบาทตามความ เหมาะสม หรือตามสถานการณ์ท่ีกาหนด โดยสมาชกิ ของกล่มุ จะมีบทบาทในการแสดงทุกคน แต่ละคนมสี ว่ นรว่ มใน การเสนอแนะบทบาทของเพือ่ นขณะทาการฝึกซ้อม และรว่ มกนั แกป้ ัญหาท่เี กิดขึน 6. เมอ่ื สมาชิกแต่ละกล่มุ มีความพรอ้ มในการแสดงแล้ว อาจใหม้ กี ารฝึกซอ้ มใหญก่ ่อนการแสดงและจบั เวลาในการ แสดงดว้ ย เพอ่ื ใหก้ ารแสดงอยใู่ นกาหนดเวลาที่ครูกาหนด ชวั่ โมงท่ี 3 1. ครซู ักถามถึงความพรอ้ มในการแสดงบทบาทสมมุตขิ องนกั เรียนแตล่ ะกล่มุ แลว้ ใหน้ ักเรยี นแต่ละกลุ่มจับสลาก เพ่ือแสดง 2. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ออกมาแสดงบทบาทสมมุติตามลาดับท่ีจับสลากได้ ซึ่งบทบาทสมมุติ จะมีบทบาทครอบคลุม ในเร่ืองต่อไปนี 1) การเขา้ พบพระภิกษแุ ละการปฏิบัติตนในเขตวดั 2) การแสดงความเคารพพระรัตนตรัย 3) การฟงั สวดพระอภธิ รรม 4) การฟังพระธรรมเทศนา 5) การฟังเจริญพระพทุ ธมนต์ 3. ในขณะที่กลมุ่ หนึ่งแสดงบทบาทสมมตุ ิ ใหก้ ลมุ่ อืน่ สังเกตการแสดงและประเมนิ เพื่อนตามแบบประเมินทค่ี รแู จกให้ และใหก้ ลุ่มผแู้ สดงได้ประเมินตวั เองด้วย ครูผู้สอนเป็นผู้ประเมนิ การแสดงบทบาทสมมุตขิ องทกุ กลุ่ม 4. เมื่อจบการแสดงของกลมุ่ หน่งึ ครูใหก้ ลมุ่ อน่ื ๆช่วยกนั เสนอแนะข้อคดิ เหน็ ในการพฒั นาการปฏิบตั ติ นหรอื บทบาท
การแสดง โดยมคี รูเป็นผ้ชู แี นะเพมิ่ เติม 5. เมอ่ื จบการแสดงของทุกกลุ่มแล้ว ครูและนักเรียนรว่ มกันสรปุ ข้อคิดท่ไี ด้จากการปฏบิ ัติตนตามมารยาทชาวพุทธ และใหน้ ักเรยี นทุกคนนาไปปฏิบัติในชีวิตประจาวัน ชั่วโมงท่ี 3 - 4 1. ครูทบทวนความรเู้ ดมิ เกยี่ วกับหนา้ ที่ชาวพุทธ และมารยาทชาวพทุ ธ ดว้ ยคาถาม เช่น - ชาวพทุ ธมีหนา้ ทีบ่ าเพญ็ ประโยชน์ และบารงุ รักษาวดั ได้โดยวธิ ีใดบ้าง การกระทาดังกล่าวเป็นประโยชน์อยา่ งไร - พระภิกษสุ งฆม์ หี น้าท่อี ะไรบา้ ง ผลของการทาหน้าทขี่ องท่านเป็นประโยชนต์ อ่ ใครบ้างอธบิ ายเหตผุ ล - นักเรียนปฏบิ ัติตนอยา่ งไร ทแี่ สดงวา่ เปน็ ชาวพทุ ธทด่ี ี 2. ครูอธิบายใหน้ กั เรียนเข้าใจว่า นอกจากการปฏิบัติตนตามหนา้ ที่ชาวพุทธดังที่กล่าวมาแล้วนันชาวพทุ ธควรปฏบิ ตั ิ ตนอยา่ งเหมาะสมตามหลักพระพทุ ธศาสนา เรอื่ ง ทิศ 6 ในหัวขอ้ ทิศเบืองซา้ ย (อตุ รทิศหรือทิศเหนือ) และมติ ร แท้ มิตรเทยี ม และวิธคี ิดแบบโยนิโสมนสิการ (วธิ ีคิดแบบคุณคา่ แท้-คุณค่าเทียม และวิธคี ดิ แบบคุณ-โทษ และ ทางออก) 3. ครูให้นักเรียนกลมุ่ เดิมร่วมกันศกึ ษาความร้เู กี่ยวกับการปฏบิ ัติตนต่อเพือ่ นตามหลักพระพุทธศาสนาในเรอ่ื งทศิ 6 หวั ข้อ ทิศเบอื งซา้ ย และมิตรแท้ มิตรเทียม พรอ้ มกบั ทาใบงานท่ี 2.1 เร่อื ง คน้ หาผปู้ ฏบิ ัติดี 4. ครแู ละนกั เรียนช่วยกนั เฉลยคาตอบในใบงาน ในกรณที ก่ี ลมุ่ ใดมีการตอบนอกเหนอื จากท่ีเฉลย ให้เสนอต่อชนั เรยี น และใหท้ กุ คนช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง 5. นักเรยี นและครชู ว่ ยกนั สรปุ ผลดีจากการปฏบิ ัติตนอยา่ งเหมาะสมต่อเพอ่ื น และการเลือกคบมิตรแท้ 6. ครูใหน้ กั เรียนทาใบงานท่ี 2.2 เรื่อง การคดิ ของฉนั 7. ครมู อบหมายให้นักเรยี นปฏบิ ตั ิตนตามหนา้ ท่ีชาวพทุ ธ และมารยาทชาวพทุ ธแลว้ รายงานผลต่อครูผู้สอนในเวลา 1-2 เดอื น หรือตามความเหมาะสม นกั เรยี นทาแบบทดสอบหลังเรยี น ประจาหน่วยการเรียนรทู้ ่ี 5 9. สอื่ การเรยี นการสอน / แหล่งเรียนรู้ จานวน สภาพการใชส้ ื่อ 1 ชุด ขนั ตรวจสอบความรเู้ ดิม รายการส่ือ 1 ชดุ ขนั สารวจและค้นพบ 1.หนังสอื เรยี น พระพุทธศาสนา ม.1 1 ชุด ขนั ขยายความรู้ 2. หนังสอื คน้ ควา้ เพิ่มเตมิ 1) สมทรง ปญุ ญฤทธิ.์ มารยาทชาวพุทธ. กรงุ เทพมหานคร: ธรรมสภา, 2539. 3. 3. ใบงานท่ี 2.1 เรือ่ ง ค้นหาผปู้ ฏิบัตดิ ี ใบงานท่ี 2.2 เร่อื ง การคดิ ของฉัน
10. การวดั ผลและประเมนิ ผล เปา้ หมาย หลกั ฐานการเรยี นรู้ วธิ วี ัด เครือ่ งมอื วัดฯ ประเดน็ / การเรียนรู้ ช้ินงาน/ภาระงาน การตรวจผลงาน เกณฑ์การให้ การตรวจผลงาน เกณฑ์การประเมินผลงาน 1.วิเคราะหก์ าร ใบงาน นกั เรยี น คะแนน การสงั เกต ผ่านระดับดีขนึ ไป ปฏิบตั ติ นตาม หลกั การคิดแบบ ใบงาน เกณฑ์การประเมนิ ผลงาน ผา่ นระดับดีขึนไป คุณค่าแท้-คณุ ค่า นักเรียน เทยี มได้ - วิเคราะห์ การปฏิบตั ิตนตาม หลักการคดิ แบบคุณ- แบบบนั ทึก แบบบนั ทกึ การสงั เกต ผ่านระดับดขี ึนไป โทษ และทางออกได้ พฤติกรรม รายบคุ คล 2.เสนอแนวทางการ และรายกลมุ่ ปฏบิ ัตติ นตามหลกั มงคล (การไมค่ บคน พาล การคบบณั ฑติ การบชู าผู้ควรบชู า) และนาไปปฏบิ ัตไิ ด้ 3. ปฏบิ ตั ติ นในการ ฟงั สวดพระ อภธิ รรม ฟงั พระ ธรรมเทศนา ฟัง เจริญพระพทุ ธมนต์ ได้ 6. ปฏิบัตติ นอย่าง เหมาะสมต่อเพอื่ น และรูจ้ ักคบมิตร
11. การบูรณาการตามจดุ เน้นของโรงเรียน (ตวั อยา่ ง) หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจ ครู ผู้เรียน พอเพยี ง พอดดี า้ นเทคโนโลยี พอดดี ้านจติ ใจ 21. ความพอประมาณ รจู้ ักใช้เทคโนโลยีมาผลติ สื่อที่ มจี ติ สานึกทดี่ ี เอืออาทร 22. ความมีเหตุผล เหมาะสมและสอดคลอ้ งเนือหาเป็น ประนีประนอม นกึ ถึงประโยชน์ 23. มีภมู คิ มุ กันในตัวท่ดี ี ประโยชน์ตอ่ ผูเ้ รียนและพฒั นาจากภูมิ ส่วนรวม/กลมุ่ ปัญญาของผเู้ รียน - ยดึ ถอื การประกอบอาชีพด้วยความ ไมห่ ยุดนิ่งท่หี าหนทางในชวี ติ หลุดพ้น ถูกตอ้ ง สุจรติ แม้จะตกอยู่ในภาวะขาด จากความทกุ ข์ยาก (การคน้ หาคาตอบ แคลน ในการดารงชีวติ เพ่ือให้หลุดพ้นจากความไม่ร้)ู ภูมปิ ัญญา : มคี วามรู้ รอบคอบ และ ภมู ิปัญญา : มีความรู้ รอบคอบ และ ระมดั ระวัง ระมดั ระวัง สร้างสรรค์ 24. เงอื่ นไขความรู้ ความรอบรู้ เรื่อง งานและกาลงั ความรอบรู้ เรือ่ ง งานและกาลงั ท่เี กย่ี วขอ้ งรอบด้าน ความรอบคอบที่ กรณที ีเ่ กิดงาน ปริมาณท่ีเกี่ยวขอ้ ง การ จะนาความร้เู หลา่ นนั มาพิจารณาให้ คานวณสตู รท่ีต้องใช้ สามารถนา เชือ่ มโยงกนั เพ่อื ประกอบการวางแผน ความรู้เหลา่ นันมาพิจารณาให้เชอ่ื มโยง การดาเนนิ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ กนั สามารถประยกุ ต์ ให้กับผู้เรยี น ใช้ในชวี ติ ประจาวัน 25. เงอ่ื นไขคุณธรรม มีความตระหนักใน คุณธรรม มี มีความตระหนักใน คุณธรรม มี ความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ และมีความอดทน ความซ่ือสัตย์สุจริตและมีความอดทน มคี วามเพียร ใชส้ ติปัญญาในการ มีความเพียร ใชส้ ติปัญญาในการ ดาเนนิ ชีวิต ดาเนินชีวิต สวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น ครู ผูเ้ รยี น งานและกาลัง งานและกาลงั - ปจั จัยท่มี ผี ลตอ่ การเกิดงาน งานและกาลัง - การเกดิ งานแต่ละกรณี - ปริมาณท่ีเกยี่ วขอ้ งกับการเกิดงาน - ระบปุ ัจจยั ทีม่ ีผลตอ่ การเกิดงาน - การเกดิ กาลัง การ - ทดลองเปรียบเทยี บการเกิดงาน ไดเ้ ปรยี บ และ และ เชิงกล กาลัง กาลัง พรอ้ มคานวณปรมิ าณที่ ส่งิ แวดลอ้ ม ครู เกี่ยวข้อง ผ้เู รยี น
งานและพลงั งาน งานและพลังงาน งานและพลงั งาน - การเลือกใช้อย่างถกู วิธี - การเลือกใช้อย่างถูกวธิ ี/ เทคนิค - ยกตัวอยา่ งการใช้อปุ กรณ์/ - การอนรุ ักษส์ งิ่ แวดล้อม วธิ กี าร เคร่อื งใช้ไฟฟา้ อย่างถูกวิธี - กระบวนการการอนุรักษ์ - แสนอแนะแนวทางอนรุ กั ษ์ ส่ิงแวดลอ้ ม ส่งิ แวดล้อม ลงชอ่ื ..................................................ผูส้ อน (นายศรีมลู สมบุตร)
แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน คาชีแ้ จง : ให้ ผู้สอน ประเมินการนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทกี่ าหนด แล้วขดี ลงในช่อง ท่ีตรงกับระดบั คะแนน ลาดบั ที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน 4321 1 ความถกู ตอ้ งของเนือหา 2 ความคิดสร้างสรรค์ 3 วธิ ีการนาเสนอผลงาน 4 การนาไปใช้ประโยชน์ 5 การตรงตอ่ เวลา รวม ลงชอื่ .................................................... ผู้ประเมิน ................ /................ /................ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 4 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ผลงานหรือพฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพร่องบางส่วน ให้ 2 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ผลงานหรือพฤตกิ รรมมขี อ้ บกพร่องเป็นสว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ผลงานหรือพฤตกิ รรมมขี ้อบกพร่องมาก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรงุ
แบบสังเกตพฤติกรรม การทางานกลุ่ม ชือ่ กลุ่ม ชัน คาช้แี จง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในชอ่ ง ท่ตี รงกับระดับคะแนน ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน 4321 1 การแบ่งหน้าท่กี นั อยา่ งเหมาะสม 2 ความรว่ มมือกันทางาน 3 การแสดงความคิดเหน็ 4 การรบั ฟงั ความคดิ เห็น 5 ความมีนาใจช่วยเหลอื กนั รวม ลงช่อื .................................................... ผูป้ ระเมิน ................ /................ /................ เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 4 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยครั้ง ให้ 2 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้งั ให้ 1 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมน้อยคร้ัง 18 - 20 ดมี าก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรงุ
แบบประเมิน คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ คาชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในชอ่ ง ท่ีตรงกบั ระดับคะแนน คุณลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน อนั พึงประสงค์ด้าน 4321 1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเมือ่ ไดย้ ินเพลงชาติ ร้องเพลงชาตไิ ด้ และอธิบายความหมายของ กษตั รยิ ์ เพลงชาติ 2. ซือ่ สัตย์ สุจรติ 1.2 ปฏิบตั ติ นตามสิทธิและหน้าที่ของนักเรยี น 3. มวี ินยั รับผิดชอบ 1.3 ใหค้ วามรว่ มมือ รว่ มใจ ในการทางานกบั สมาชิกในชันเรียน 4. ใฝเ่ รียนรู้ 5. อยอู่ ยา่ งพอเพียง 1.4 เข้าร่วมกจิ กรรมท่ีสร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชนต์ อ่ โรงเรียนและชุมชน 1.5 เข้าร่วมกจิ กรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตนตามหลักของศาสนา 1.6 เขา้ รว่ มกิจกรรมท่ีเกี่ยวกบั สถาบันพระมหากษตั ริยต์ ามที่โรงเรียน และ ชมุ ชนจัดขนึ 2.1 ใหข้ อ้ มลู ท่ีถกู ต้อง และเปน็ จรงิ 2.2 ปฏิบัติในสง่ิ ท่ีถกู ต้อง ละอาย และเกรงกลวั ที่จะทาความผิด ทาตามสญั ญาท่ี ตนให้ไวก้ ับเพ่ือน พอ่ แมห่ รือผ้ปู กครอง และครู 2.3 ปฏบิ ัตติ ่อผูอ้ ื่นดว้ ยความซอ่ื ตรง 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คับของครอบครัว และ โรงเรยี น มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏิบตั กิ จิ กรรมต่างๆ ในชีวิตประจาวนั 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรยี นรูต้ า่ งๆ 4.2 มีการจดบันทกึ ความรู้อย่างเปน็ ระบบ 4.3 สรปุ ความร้ไู ดอ้ ยา่ งมเี หตผุ ล 5.1 ใช้ทรพั ยส์ ินของตนเอง เชน่ สงิ่ ของ เคร่อื งใช้ ฯลฯ อย่างประหยัด คมุ้ ค่า และเก็บรกั ษาดแู ลอย่างดี และใช้เวลาอยา่ งเหมาะสม 5.2 ใชท้ รัพยากรของสว่ นรวมอย่างประหยัด ค้มุ คา่ และเก็บรักษาดูแลอยา่ งดี 5.3 ปฏบิ ัตติ นและตัดสินใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตผุ ล 5.4 ไม่เอาเปรียบผู้อนื่ และไม่ทาให้ผู้อื่นเดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภัยเม่ือผู้อืน่ กระทา ผิดพลาด \\
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน อนั พงึ ประสงค์ด้าน 4321 5.5 วางแผนการเรียน การทางานและการใช้ชวี ติ ประจาวันบนพืนฐานของ 6. ม่งุ ม่นั ในการ ความรู้ ขอ้ มลู ขา่ วสาร ทางาน 5.6 รู้เทา่ ทันการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และสภาพแวดล้อม ยอมรบั และปรบั ตวั 7. รกั ความเปน็ ไทย อยรู่ ว่ มกับผู้อืน่ ไดอ้ ยา่ งมีความสุข 8. มีจิตสาธารณะ 6.1 มคี วามตังใจและพยายามในการทางานที่ได้รบั มอบหมาย 6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แท้ต่ออปุ สรรคเพือ่ ใหง้ านสาเรจ็ 7.1 มจี ิตสานกึ ในการอนรุ ักษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย 7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย 8.1 รจู้ กั ชว่ ยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน 8.2 อาสาทางาน ชว่ ยคดิ ช่วยทา และแบง่ ปันส่ิงของใหผ้ ูอ้ ่นื 8.3 รจู้ ักดแู ล รกั ษาทรพั ย์สมบตั แิ ละสง่ิ แวดล้อมของห้องเรียน โรงเรยี น ชมุ ชน 8.4 เข้าร่วมกิจกรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเรยี น ลงชอื่ .................................................... ผปู้ ระเมิน ................ /................ /................ เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 4 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครง้ั ให้ 2 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั ให้ 1 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยคร้ัง 191 - 108 ดมี าก 73 - 90 ดี 54 - 72 พอใช้ ต่ากวา่ 54 ปรบั ปรงุ
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน ดา้ นความรู้ ด้านสมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ดา้ นอน่ื ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤติกรรมทีม่ ีปัญหาของนักเรียนเปน็ รายบุคคล (ถ้าม)ี ) ปัญหา/อปุ สรรค แนวทางการแกไ้ ข ความเหน็ ของผูบ้ รหิ ารสถานศึกษาหรอื ผู้ท่ีได้รบั มอบหมาย ขอ้ เสนอแนะ ลงชอื่ ) ( ตาแหน่ง
แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน คาชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน ประเมินการนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทกี่ าหนด แล้วขีด ลงในช่อง ท่ีตรงกับระดับคะแนน ลาดบั ที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน 4321 1 ความถกู ตอ้ งของเนือหา 2 ความคดิ สรา้ งสรรค์ 3 วิธีการนาเสนอผลงาน 4 การนาไปใชป้ ระโยชน์ 5 การตรงตอ่ เวลา รวม ลงชือ่ .................................................... ผู้ประเมิน ................ /................ /................ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 4 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ผลงานหรือพฤติกรรมสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพร่องบางส่วน ให้ 2 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพรอ่ งเปน็ สว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี ้อบกพรอ่ งมาก 18 - 20 ดมี าก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรงุ
แบบสังเกตพฤติกรรม การทางานกลุ่ม ชือ่ กลุ่ม ชัน คาช้แี จง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในชอ่ ง ท่ตี รงกับระดับคะแนน ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน 4321 1 การแบ่งหน้าท่กี นั อยา่ งเหมาะสม 2 ความรว่ มมือกันทางาน 3 การแสดงความคิดเหน็ 4 การรบั ฟงั ความคดิ เห็น 5 ความมีนาใจช่วยเหลอื กนั รวม ลงช่อื .................................................... ผูป้ ระเมิน ................ /................ /................ เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 4 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้งั ให้ 1 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมน้อยคร้งั 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรงุ
แบบประเมิน คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คาช้แี จง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในช่อง ท่ีตรงกับระดบั คะแนน คุณลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน อันพึงประสงค์ดา้ น 4321 1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเม่อื ไดย้ ินเพลงชาติ รอ้ งเพลงชาติได้ และอธบิ ายความหมายของ กษตั รยิ ์ เพลงชาติ 2. ซอ่ื สัตย์ สจุ ริต 1.2 ปฏบิ ัตติ นตามสิทธิและหนา้ ท่ีของนักเรยี น 3. มีวนิ ยั รบั ผิดชอบ 1.3 ให้ความรว่ มมอื รว่ มใจ ในการทางานกับสมาชิกในชนั เรียน 4. ใฝ่เรยี นรู้ 5. อยู่อยา่ งพอเพียง 1.4 เขา้ รว่ มกิจกรรมทส่ี ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชนต์ ่อ โรงเรียนและชุมชน 1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏบิ ตั ิตนตามหลักของศาสนา 1.6 เขา้ ร่วมกิจกรรมทเี่ ก่ียวกบั สถาบันพระมหากษัตรยิ ต์ ามทโ่ี รงเรยี น และ ชมุ ชนจัดขึน 2.1 ให้ข้อมูลท่ีถกู ตอ้ ง และเป็นจรงิ 2.2 ปฏบิ ัติในส่งิ ท่ีถกู ต้อง ละอาย และเกรงกลัวทจี่ ะทาความผิด ทาตามสัญญาที่ ตนใหไ้ ว้กบั เพ่ือน พ่อแม่หรือผู้ปกครอง และครู 2.3 ปฏบิ ตั ติ ่อผ้อู ื่นด้วยความซ่อื ตรง 3.1 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว และ โรงเรยี น มีความตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตา่ งๆ ในชวี ิตประจาวัน 4.1 แสวงหาขอ้ มูลจากแหลง่ การเรียนรูต้ า่ งๆ 4.2 มีการจดบันทึกความรอู้ ยา่ งเป็นระบบ 4.3 สรปุ ความรู้ไดอ้ ย่างมีเหตุผล 5.1 ใช้ทรัพย์สินของตนเอง เชน่ สงิ่ ของ เครอ่ื งใช้ ฯลฯ อย่างประหยัด คุ้มคา่ และเก็บรกั ษาดูแลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอย่างเหมาะสม 5.2 ใช้ทรัพยากรของสว่ นรวมอยา่ งประหยัด คุ้มค่า และเก็บรกั ษาดแู ลอย่างดี 5.3 ปฏิบัตติ นและตัดสนิ ใจด้วยความรอบคอบ มีเหตุผล 5.4 ไมเ่ อาเปรยี บผูอ้ นื่ และไมท่ าให้ผ้อู ่นื เดอื ดรอ้ น พรอ้ มให้อภยั เม่อื ผูอ้ ่นื กระทา ผิดพลาด
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน อนั พงึ ประสงค์ด้าน 4321 5.5 วางแผนการเรียน การทางานและการใช้ชวี ติ ประจาวันบนพืนฐานของ 6. ม่งุ ม่นั ในการ ความรู้ ขอ้ มลู ข่าวสาร ทางาน 5.6 รู้เทา่ ทนั การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั และปรบั ตวั 7. รกั ความเปน็ ไทย อยรู่ ว่ มกับผู้อืน่ ไดอ้ ยา่ งมีความสุข 8. มีจิตสาธารณะ 6.1 มคี วามตังใจและพยายามในการทางานทีไ่ ด้รับมอบหมาย 6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แท้ต่ออปุ สรรคเพือ่ ใหง้ านสาเรจ็ 7.1 มจี ิตสานกึ ในการอนรุ กั ษ์วฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย 7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย 8.1 รจู้ กั ชว่ ยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครูทางาน 8.2 อาสาทางาน ชว่ ยคดิ ช่วยทา และแบง่ ปันสงิ่ ของใหผ้ ูอ้ ่นื 8.3 รจู้ ักดแู ล รกั ษาทรพั ย์สมบตั แิ ละสง่ิ แวดล้อมของห้องเรียน โรงเรยี น ชมุ ชน 8.4 เข้าร่วมกิจกรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น ลงชอื่ .................................................... ผปู้ ระเมิน ................ /................ /................ เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 4 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยคร้ัง ให้ 2 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั ให้ 1 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยคร้ัง 191 - 108 ดมี าก 73 - 90 ดี 54 - 72 พอใช้ ต่ากวา่ 54 ปรบั ปรงุ
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน ดา้ นความรู้ ด้านสมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ดา้ นอน่ื ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤติกรรมทมี่ ีปัญหาของนักเรียนเปน็ รายบุคคล (ถ้าม)ี ) ปญั หา/อปุ สรรค แนวทางการแกไ้ ข ความเหน็ ของผูบ้ รหิ ารสถานศึกษาหรอื ผู้ท่ีได้รบั มอบหมาย ขอ้ เสนอแนะ ลงชอื่ ) ( ตาแหน่ง
แบบประเมินแผนการจดั การเรียนรู้ หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 5 แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 5 เรอื่ ง หน้าทชี่ าวพุทธและมารยาทชาวพทุ ธ รายวิชา สังคมพนื้ ฐาน รหสั ส 21101 ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ชอ่ื -สกลุ ครูผู้สอน นายศรีมูล สมบุตร ********************* คาชแ้ี จง แบบประเมนิ แผนการจดั การเรียนรู้ ฉบบั นี มีวตั ถุประสงค์เพอื่ ให้ท่านซงึ่ เปน็ ผนู้ ิเทศได้กรุณาพิจารณาความ เหมาะสม และความสอดคล้องระหว่างองค์ประกอบตา่ ง ๆ ของแผนการจดั การเรียนรู้ แบบประเมนิ แบ่งเปน็ 2 ตอน คอื ตอนท่ี 1 แบบประเมินความเหมาะสมของแผนการจัดการเรียนรู้เป็นการพจิ ารณาองคป์ ระกอบตา่ ง ๆ ของ แผนการจัดการเรียนร้วู ่ามีความเหมาะสมเพยี งใด ตอนท่ี 2 แบบประเมินความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ เป็นการพจิ ารณาองคป์ ระกอบตา่ ง ๆ ของ แผนการจดั การเรยี นรูว้ า่ มีความสอดคลอ้ งกนั เพยี งใด ตอนท่ี 1 แบบประเมนิ ความเหมาะสมของแผนการจัดการเรยี นรู้ คาชแ้ี จง โปรดทาเครื่องหมาย √ ในช่องระดบั ความเหมาะสมทตี่ รงกบั ความคดิ เหน็ ของท่าน และขอความกรุณา เขียนข้อเสนอแนะอนื่ ๆ เพือ่ เปน็ แนวทางในการปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้ตอ่ ไป ขอ้ รายการประเมนิ ระดับความคดิ เห็น ใช่ ไมใ่ ช่ 1 แผนการจัดการเรยี นรมู้ ีองค์ประกอบสาคัญครบถ้วนตามแบบฟอร์มท่ีโรงเรยี นกาหนด √ 2 การเขียนสาระสาคัญในแผนการจัดการเรียนรูม้ คี วามถูกต้อง √ 3 จุดประสงค์การเรียนรู้ระบุพฤตกิ รรมชดั เจน สามารถวัดได้ √ 4 สาระการเรยี นร้คู รบถว้ น สมั พันธก์ บั ตวั ชีวดั /ผลการเรียนร/ู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ √ 5 ระบวุ ิธีการวดั ผลประเมินผลอยา่ งชดั เจน √
6 ระบุเครือ่ งมอื สาหรับการวดั ผลประเมินผลอยา่ งชัดเจน √ 7 ระบุเกณฑ์การวัดผลประเมินผลอย่างชดั เจน √ 8 กจิ กรรมการเรยี นร้มู คี วามเหมาะสม ครบถ้วนทุกขนั ตอนตามวธิ ีสอน หรือกระบวนการ √ หรอื เทคนคิ การสอนท่ีระบไุ วใ้ นแผนการจัดการเรียนรู้ √ 9 ระบกุ ารใช้ส่อื นวัตกรรม/แหล่งเรยี นรสู้ มั พนั ธ์สอดคลอ้ งกับกจิ กรรมการเรยี นรู้ √ 10 มีหลกั ฐานประกอบ เชน่ สือ่ ใบกิจกรรม ใบความรู้ เครือ่ งมอื วดั ฯ ทีป่ รากฏใน แผนการจดั การเรียนรู้ครบถว้ น ตอนท่ี 2 แบบประเมนิ ความสอดคลอ้ งองคป์ ระกอบของแผนการจัดการเรยี นรู้ คาชแี้ จง โปรดทาเครอื่ งหมาย / ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ความคิดเหน็ ของทา่ น ขอ้ ท่ี รายการประเมนิ สอดคล้อง ไมแ่ น่ใจ ไม่สอดคลอ้ ง (1) (0) (-1) 1 การเขียนสาระสาคญั มคี วามสัมพนั ธ์สอดคล้องกับตวั ชีวัด/ผลการ √ เรียนรู/้ จุดประสงค์การเรียนรู้ 2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นร้มู คี วามสอดคลอ้ งสมั พนั ธ์กับ √ สาระการเรยี นรู้ 3 หลกั ฐานการเรยี นร้มู คี วามสัมพนั ธ์ สอดคลอ้ งกบั สาระ การเรยี นรู้ √ ตวั ชีวดั /ผลการเรยี นรู้ จดุ ประสงค์การเรยี นร/ู้ กิจกรรมการเรียนรู้ 4 วิธีการวัดผลประเมินผลมคี วามสัมพันธ์กับสาระการเรียนรู้ ตัวชวี ัด/ √ ผลการเรียนรู้ 5 เครื่องมือวดั ผลประเมินผล มคี วามสัมพันธ์กับคุณลักษณะอันพงึ √ ประสงคข์ องผ้เู รียน 6 เครอื่ งมอื วัดผลประเมนิ ผล มคี วามสมั พันธ์กบั สมรรถนะท่สี าคญั ของ √ ผ้เู รยี น 7 กจิ กรรมการเรียนรมู้ คี วามสมั พนั ธส์ อดคล้องกบั สาระการเรียนรู้ √
ตัวชวี ดั /ผลการเรียนรู้ √ √ √ 8 กิจกรรมการเรยี นรู้มคี วามสัมพนั ธ์สอดคลอ้ งกับคุณลกั ษณะอนั พงึ √ ประสงคข์ องผูเ้ รียน √ 9 กิจกรรมการเรียนรู้มีความสมั พันธส์ อดคลอ้ งสมรรถนะทีส่ าคัญของ √ ผูเ้ รยี น 10 สื่อ-นวตั กรรม/อปุ กรณ/์ แหล่งเรยี นรู้ มคี วามสมั พนั ธส์ อดคล้องกบั กิจกรรมการเรยี นรู้ 11 แผนการจัดการเรียนรูม้ กี จิ กรรมบรู ณาการกบั งานสวนพฤกษศาสตร์ โรงเรียน 12 แผนการจดั การเรยี นรู้มีกจิ กรรมบรู ณาการกับหลกั ปรชั ญาของ เศรษฐกจิ พอเพยี ง 13 แผนการจดั การเรยี นรมู้ ีกิจกรรมบรู ณาการกบั งานส่ิงแวดล้อม เกณฑก์ ารประเมิน ความสอดคล้องของแผนการจดั การเรยี นรู้ ค่าความสอดคลอ้ งต้องมคี า่ ตังแต่ 0.50 ขนึ ไป ความเหมาะสมของแผนการจดั การเรยี นรู้ คะแนนระหว่าง 1 - 4 ระดบั คุณภาพ ตอ้ งปรับปรงุ คะแนนระหวา่ ง 5 - 8 ระดับคณุ ภาพ พอใช้ คะแนนระหวา่ ง 9 - 13 ระดบั คณุ ภาพ ดี
ผังมโนทัศน์ รายวชิ า สงั คมพ้ืนฐาน รหัสวชิ า ส 21101 ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 6 เร่ือง วันสาคญั ทางพระพทุ ธศาสนา และศาสนพิธี จานวน 4 ชั่วโมง : 5 คะแนน ชือ่ เร่อื ง วันสาคัญทางพระพทุ ธศาสนา และศาสนพิธี หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 เรื่อง วนั สาคัญทางพระพทุ ธศาสนา และศาสนพิธี 3 จานวน 4 ชวั่ โมง : 5 คะแนน
แผนการจดั การเรียนรู้ หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 6 แผนจดั การเรยี นรทู้ ี่ 6 เรื่องวันสาคญั ทางพระพทุ ธศาสนา และศาสนพิธี รายวชิ า สงั คมพน้ื ฐาน รหัสวชิ า ส 21101 ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 น้าหนักเวลาเรยี น 1.5 (นน./นก.) เวลาเรยี น 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ เวลาท่ใี ชใ้ นการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ 4 ช่วั โมง 1. สาระสาคญั (ความเข้าใจท่คี งทน) พทุ ธศาสนิกชนทุกคนควรปฏิบัติตนไดอ้ ย่างถกู ต้องในศาสนพิธีของวันสาคัญทางพระพทุ ธศาสนา 2. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวช้วี ดั ชั้นป/ี ผลการเรยี นร้/ู เป้าหมายการเรยี นรู้ ส 1.2 ม 1/5 อธิบายประวตั ิ ความสาคญั และปฏบิ ตั ติ นในวันสาคัญทางศาสนาที่ตนนับถือตามท่ีกาหนดได้ ถกู ต้อง 3.1 เนอ้ื หาสาระหลัก : Knowledge วันสาคญั ทางพระพทุ ธศาสนา และศาสนพธิ ี 1. ประวัตแิ ละความสาคัญของวนั มาฆบูชา วันวิสาขบชู า วันอฏั ฐมีบูชา วันอาสาฬหบชู า วันเขา้ พรรษา วัน ออกพรรษาและวนั ตกั บาตรเทโวโรหณะ และวนั ธรรมสวนะ 2. การปฏบิ ัติตนในวันมาฆบชู า วนั วิสาขบชู า วันอัฏฐมีบชู า วนั อาสาฬหบชู า วนั เขา้ พรรษา วันออก พรรษาและวันตกั บาตรเทโวโรหณะ และวันธรรมสวนะ 3.2 ทักษะ/กระบวนการ : Process ทากจิ กรรมรายบคุ คล รายกลุม่ ในการศึกษาเรยี นรู้ตามเนอ้ื หา 3.3 คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์ : Attitude ประพฤติตนตามแบบอย่างการดาเนนิ ชีวติ ท่ีดีในสังคมอยา่ งมี ความสุข 4. สมรรถนะสาคญั ของนกั เรยี น 4.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร 4.2 ความสามารถในการคิด 4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต 5. คณุ ลักษณะของวิชา - ความรับผิดชอบ - ความรอบคอบ - กระบวนการกลมุ่ 6. คุณลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ 2. ซอ่ื สตั ยส์ ุจริต 3. มวี นิ ัย 4. ใฝเ่ รยี นรู้ 5. อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง 6. มุง่ ม่นั ในการทางาน 7. รกั ความเปน็ ไทย 8. มจี ติ สาธารณะ
7. ชน้ิ งาน/ภาระงาน : 7.1 เรอื่ ง วันสาคัญทางพระพุทธศาสนา และศาสนพิธี - ใบงานที่ 1.1 ใหศ้ กึ ษาเร่ือง วิเคราะหค์ วามสาคญั ของศาสนาพิธี (ทาหนงั สือเลม่ เล็ก) - แบบฝึกทักษะที่ 1 นาเสนอ ศาสนพธิ ีทางศาสนา 8. กจิ กรรมการเรยี นรู้ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. อธิบายประวตั ิความเป็นมาของวันสาคญั ทางพระพุทธศาสนาได้ 2.วเิ คราะห์ความสาคญั ของวันสาคญั ทางพระพทุ ธศาสนาได้ 3.ปฏบิ ตั ิตนในพธิ กี รรมของวันสาคญั ทางพระพทุ ธศาสนาได้ ข้ันนาเข้าสู่บทเรยี น/ข้นั ต้ังคาถาม (วธิ ีสอนแบบโมเดลซปิ ปา/วิธีสอนโดยการจัดการเรียนร้แู บบร่วมมอื : เทคนิค Jigsaw) นักเรยี นสวดมนตบ์ ชู าพระรตั นตรัยและทาสมาธกิ ่อนเรยี น ชวั่ โมงที่ 1 - 2 1. ครูทบทวนความรูเ้ ดมิ ของนกั เรยี นด้วยการสนทนาและซกั ถามนกั เรียนเก่ยี วกบั วนั สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนา ดงั นี - นกั เรียนเคยไปรว่ มพธิ กี รรมในวนั สาคัญทางพระพทุ ธศาสนาในวันใดบ้าง - พธิ กี รรมสาคัญในวนั สาคัญทางพระพุทธศาสนาทนี่ ักเรยี นไปรว่ มพธิ นี นั มขี ันตอนสาคัญอยา่ งไร - นักเรยี นรสู้ ึกอย่างไรทีม่ ีโอกาสไปรว่ มกิจกรรมในวันสาคัญทางพระพุทธศาสนา 2. ครแู บ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลมุ่ ละ 7 คน คละกนั ตามความสามารถ และให้สมาชกิ ในกล่มุ แต่ละคนมหี มายเลข ประจาตวั คอื หมายเลข 1-7 เรยี กกลมุ่ นีว่า กลมุ่ บ้านหรือกลมุ่ เดมิ แต่ละหมายเลขแยกย้ายกันไปเข้ากลุ่มใหม่ ซงึ่ เรียกวา่ กลมุ่ ผเู้ ชี่ยวชาญ เพื่อศกึ ษาความรู้ตามหัวข้อที่ครูกาหนดไวใ้ นใบงาน 3. นักเรยี นกลมุ่ ผูเ้ ช่ยี วชาญแต่ละหมายเลขจะรว่ มกนั ศกึ ษาและทาความเขา้ ใจกบั ความรู้ใหม่ และเชื่อมโยงกับ ความรูเ้ ดมิ ทีม่ อี ยู่ ในขนั นีนักเรียนจะใชก้ ระบวนการต่างๆ สร้างองค์ความรูด้ ว้ ยตวั เอง เชน่ กระบวนการคดิ กระบวนการกลุ่ม ในการอภปิ รายและสรปุ ความเขา้ ใจเกยี่ วกับขอ้ มูลนันๆ ซง่ึ จาเป็นตอ้ งอาศัยการเชื่อมโยงกบั ความร้เู ดิม 4. นกั เรยี นช่วยกันทาใบงานที่ 1.1 เร่อื ง วนั สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนา ซึ่งแตล่ ะหมายเลขจะรับผิดชอบ กลุม่ ละ 1 เร่อื ง ตามหวั ข้อเรอื่ ง ดังนี กลุ่มหมายเลข 1 เรือ่ ง วนั มาฆบูชา กลุม่ หมายเลข 2 เรื่อง วนั วิสาขบชู า กลมุ่ หมายเลข 3 เร่อื ง วนั อัฏฐมีบชู า กลุ่มหมายเลข 4 เรอ่ื ง วันอาสาฬหบูชา กลมุ่ หมายเลข 5 เร่อื ง วันเข้าพรรษา กลมุ่ หมายเลข 6 เรือ่ ง วันออกพรรษาและวันตักบาตรเทโวโรหณะ กลมุ่ หมายเลข 7 เรื่อง วันธรรมสวนะ
ชั่วโมงที่ 3 - 4 (ขันตอนการเรียนรตู้ อ่ จากชวั่ โมงที่ 2) 1. เมือ่ สมาชกิ กลุ่มผู้เชีย่ วชาญศึกษาความรแู้ ละทาใบงาน จนมคี วามเข้าใจชัดเจนดีแลว้ ก็ให้แยกยา้ ยกลบั ไปยังกลุ่ม เดมิ หรือกลุ่มบ้าน แลว้ ผลดั กันเล่าความรู้ความเข้าใจในข้อมูลทไี่ ด้ศึกษาและทาใบงานใหเ้ พอ่ื นหมายเลขอื่นๆ ฟัง และสรา้ งความเข้าใจไปดว้ ยกัน 2. ครใู ห้นักเรยี นชว่ ยกันสรปุ ความรู้ทีไ่ ด้รับมาทังหมด ทังความร้เู ดิมและความรูใ้ หม่ เพ่ือชว่ ยใหน้ กั เรียนจดจาส่งิ ที่ เรยี นได้ง่าย และให้นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกันสรุปองคค์ วามรู้ในประเดน็ สาคญั ลงในใบงานท่ี 1.2 เรื่อง จดั ระเบียบ ความรู้ 3. ให้นักเรียนแต่ละคนในกลุ่มเขา้ ร่วมกิจกรรมหรอื พิธกี รรมในวนั สาคญั ทางพระพุทธศาสนาในวันใดวันหนงึ่ แลว้ รายงานผลการปฏิบัตกิ จิ กรรมตามประเดน็ ท่คี รูกาหนด หรือให้นกั เรยี นออกแบบการนาเสนอตามความคดิ ของ นกั เรียนแต่อยใู่ นเกณฑท์ ี่ครกู าหนด 4. ครเู ลือกผลงานของนักเรียนทเ่ี ปน็ แบบอย่างทด่ี ีติดป้ายนิเทศหน้าชนั เรยี น หรือจดั เปน็ นิทรรศการตามความ เหมาะสม 9. สอ่ื การเรียนการสอน / แหลง่ เรยี นรู้ จานวน สภาพการใชส้ ื่อ รายการสอ่ื 1 ชดุ ขันตรวจสอบความรูเ้ ดมิ 1.หนงั สือเรยี น พระพุทธศาสนา ม.1 1 ชุด ขนั สารวจและคน้ พบ 1 ชุด ขนั ขยายความรู้ 2.ใบงานที่ 1.1 เรอื่ ง วนั สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนา 3. แบบฝกึ ทักษะ 1 เรอื่ ง ความสาคญั ของพิธกี รรม ของศาสนาต่อการดารงชวี ติ (บตั รคาส่ัง) 10. การวัดผลและประเมินผล เปา้ หมาย หลกั ฐานการเรียนรู้ วิธวี ดั เคร่ืองมอื วดั ฯ ประเดน็ / การเรยี นรู้ ชิ้นงาน/ภาระงาน การตรวจผลงาน เกณฑ์การให้ เกณฑ์การประเมนิ ผลงาน 1.อธบิ ายประวัติ ใบงาน นกั เรียน คะแนน ความเป็นมาของวัน ผา่ นระดบั ดีขึนไป
สาคญั ทาง ใบงาน การตรวจผลงาน เกณฑ์การประเมินผลงาน ผา่ นระดบั ดีขึนไป พระพทุ ธศาสนาได้ แบบบนั ทึก นกั เรยี น 2.วิเคราะห์ การสังเกต แบบบันทึกการสงั เกต ผ่านระดับดีขนึ ไป ความสาคัญของวนั พฤติกรรม รายบุคคล สาคัญทาง และรายกลมุ่ พระพุทธศาสนาได้ 3.ปฏบิ ตั ิตนใน พธิ ีกรรมของวนั สาคัญทาง พระพทุ ธศาสนาได้ 11. การบูรณาการตามจดุ เนน้ ของโรงเรยี น (ตวั อย่าง) หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจ ครู ผเู้ รยี น พอเพยี ง พอดีด้านเทคโนโลยี พอดดี ้านจติ ใจ 26. ความพอประมาณ รจู้ กั ใชเ้ ทคโนโลยมี าผลิตสอ่ื ท่ี มีจติ สานึกท่ีดี เอืออาทร 27. ความมเี หตุผล เหมาะสมและสอดคลอ้ งเนือหาเป็น ประนีประนอม นึกถงึ ประโยชน์ 28. มภี มู คิ ุมกนั ในตวั ท่ดี ี ประโยชนต์ ่อผู้เรียนและพัฒนาจากภูมิ ส่วนรวม/กลมุ่ ปญั ญาของผเู้ รยี น - ยดึ ถือการประกอบอาชีพดว้ ยความ ไมห่ ยดุ นิ่งทีห่ าหนทางในชีวิต หลุดพน้ ถกู ตอ้ ง สุจริต แม้จะตกอยใู่ นภาวะขาด จากความทกุ ข์ยาก (การคน้ หาคาตอบ แคลน ในการดารงชีวติ เพือ่ ใหห้ ลดุ พน้ จากความไมร่ ู้) ภูมปิ ัญญา : มคี วามรู้ รอบคอบ และ ภูมิปญั ญา : มคี วามรู้ รอบคอบ และ ระมัดระวัง ระมัดระวัง สร้างสรรค์ 29. เง่อื นไขความรู้ ความรอบรู้ เรอ่ื ง งานและกาลงั ความรอบรู้ เรื่อง งานและกาลัง ทเ่ี กย่ี วข้องรอบด้าน ความรอบคอบท่ี กรณที เ่ี กิดงาน ปริมาณที่เก่ียวขอ้ ง การ จะนาความรเู้ หล่านันมาพิจารณาให้ คานวณสตู รที่ต้องใช้ สามารถนา เชื่อมโยงกัน เพอ่ื ประกอบการวางแผน ความรเู้ หลา่ นนั มาพจิ ารณาให้เชือ่ มโยง การดาเนินการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ กัน สามารถประยกุ ต์ ใช้ในชวี ติ ประจาวัน
ให้กับผ้เู รยี น 30. เงอ่ื นไขคุณธรรม มีความตระหนกั ใน คุณธรรม มคี วาม มีความตระหนกั ใน คุณธรรม มีความ สวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น ซ่ือสตั ยส์ จุ รติ และมีความอดทน มีความเพียร ซื่อสตั ย์สุจริตและมีความอดทน มคี วามเพียร งานและกาลงั ใช้สติปัญญาในการดาเนินชีวิต ใช้สตปิ ัญญาในการดาเนินชวี ติ - การเกิดงานแต่ละกรณี - การเกดิ กาลัง การไดเ้ ปรยี บ ครู ผเู้ รยี น เชิงกล งานและกาลัง งานและกาลัง สิ่งแวดลอ้ ม - ปจั จยั ทมี่ ผี ลตอ่ การเกดิ งาน - ระบุปัจจัยทม่ี ผี ลต่อการเกดิ งาน - ปรมิ าณท่เี กี่ยวข้องกับการเกิดงานและ - ทดลองเปรยี บเทยี บการเกิดงานและ งานและพลงั งาน - การเลือกใช้อย่างถกู วิธี กาลงั กาลัง พร้อมคานวณปรมิ าณทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง - การอนุรักษส์ ง่ิ แวดลอ้ ม ครู ผเู้ รียน งานและพลงั งาน งานและพลังงาน - การเลอื กใช้อยา่ งถูกวิธี/ เทคนิควิธีการ - ยกตัวอยา่ งการใช้อุปกรณ/์ เคร่ืองใช้ไฟฟ้า - กระบวนการการอนรุ กั ษส์ งิ่ แวดลอ้ ม อย่างถกู วิธี - แสนอแนะแนวทางอนุรกั ษส์ ิ่งแวดล้อม ลงช่ือ..................................................ผ้สู อน (นายศรมี ลู สมบตุ ร)
แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน คาชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน ประเมินการนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทกี่ าหนด แล้วขดี ลงในช่อง ท่ีตรงกับระดับคะแนน ลาดบั ที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน 4321 1 ความถกู ตอ้ งของเนือหา 2 ความคดิ สรา้ งสรรค์ 3 วิธีการนาเสนอผลงาน 4 การนาไปใชป้ ระโยชน์ 5 การตรงตอ่ เวลา รวม ลงชือ่ .................................................... ผู้ประเมิน ................ /................ /................ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 4 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ผลงานหรือพฤติกรรมสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพร่องบางสว่ น ให้ 2 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องเปน็ สว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี ้อบกพรอ่ งมาก 18 - 20 ดมี าก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรงุ
แบบสังเกตพฤติกรรม การทางานกลุ่ม ชือ่ กลุ่ม ชัน คาช้แี จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกับระดับคะแนน ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 4321 1 การแบง่ หน้าท่กี นั อยา่ งเหมาะสม 2 ความรว่ มมอื กันทางาน 3 การแสดงความคิดเหน็ 4 การรบั ฟงั ความคดิ เห็น 5 ความมนี าใจชว่ ยเหลอื กนั รวม ลงช่อื .................................................... ผูป้ ระเมิน ................ /................ /................ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 4 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครั้ง ให้ 2 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้งั ให้ 1 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยคร้งั 18 - 20 ดมี าก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรงุ
แบบประเมิน คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ คาชี้แจง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกับระดับคะแนน คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน อันพงึ ประสงค์ด้าน 4321 1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่ือไดย้ ินเพลงชาติ ร้องเพลงชาติได้ และอธิบายความหมายของ กษัตริย์ เพลงชาติ 2. ซ่ือสัตย์ สุจริต 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสิทธแิ ละหนา้ ท่ีของนกั เรียน 3. มีวนิ ัย รบั ผิดชอบ 1.3 ใหค้ วามร่วมมอื รว่ มใจ ในการทางานกบั สมาชิกในชนั เรยี น 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 1.4 เข้าร่วมกจิ กรรมท่สี ร้างความสามัคคี ปรองดอง และเปน็ ประโยชนต์ อ่ โรงเรยี นและชมุ ชน 1.5 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทีต่ นนบั ถอื ปฏบิ ัติตนตามหลักของศาสนา 1.6 เข้าร่วมกิจกรรมท่เี ก่ยี วกับสถาบันพระมหากษตั รยิ ต์ ามทีโ่ รงเรียน และ ชุมชนจัดขนึ 2.1 ให้ขอ้ มลู ทถ่ี กู ตอ้ ง และเป็นจรงิ 2.2 ปฏิบตั ใิ นสิ่งทถี่ กู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ท่จี ะทาความผดิ ทาตามสญั ญาท่ี ตนให้ไว้กบั เพ่ือน พ่อแม่หรือผูป้ กครอง และครู 2.3 ปฏบิ ัติตอ่ ผู้อื่นดว้ ยความซอ่ื ตรง 3.1 ปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บังคับของครอบครวั และ โรงเรยี น มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมตา่ งๆ ในชีวติ ประจาวัน 4.1 แสวงหาข้อมลู จากแหล่งการเรยี นรู้ต่างๆ 4.2 มกี ารจดบันทกึ ความรอู้ ย่างเป็นระบบ 4.3 สรปุ ความร้ไู ด้อยา่ งมีเหตผุ ล 5.1 ใชท้ รัพยส์ นิ ของตนเอง เชน่ สง่ิ ของ เครอื่ งใช้ ฯลฯ อยา่ งประหยัด คุ้มคา่ และเกบ็ รกั ษาดูแลอย่างดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม 5.2 ใชท้ รัพยากรของสว่ นรวมอยา่ งประหยัด คุ้มค่า และเกบ็ รักษาดแู ลอยา่ งดี 5.3 ปฏิบัติตนและตัดสนิ ใจดว้ ยความรอบคอบ มีเหตุผล 5.4 ไม่เอาเปรยี บผู้อ่ืน และไมท่ าใหผ้ ูอ้ ืน่ เดือดรอ้ น พร้อมให้อภยั เมือ่ ผู้อน่ื กระทา ผดิ พลาด คณุ ลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321 5.5 วางแผนการเรียน การทางานและการใชช้ วี ิตประจาวันบนพืนฐานของ ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร
6. ม่งุ มัน่ ในการ 5.6 รู้เท่าทนั การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และสภาพแวดล้อม ยอมรับและปรบั ตวั ทางาน อยรู่ ว่ มกบั ผ้อู ื่นได้อย่างมีความสขุ 7. รักความเปน็ ไทย 6.1 มีความตังใจและพยายามในการทางานท่ไี ดร้ ับมอบหมาย 6.2 มีความอดทนและไมท่ อ้ แท้ต่ออปุ สรรคเพื่อใหง้ านสาเรจ็ 8. มจี ิตสาธารณะ 7.1 มีจติ สานึกในการอนุรกั ษว์ ัฒนธรรมและภูมปิ ัญญาไทย 7.2 เห็นคณุ คา่ และปฏบิ ตั ิตนตามวัฒนธรรมไทย 8.1 รจู้ ักช่วยพอ่ แม่ ผู้ปกครอง และครทู างาน 8.2 อาสาทางาน ชว่ ยคิด ช่วยทา และแบง่ ปันสงิ่ ของให้ผูอ้ น่ื 8.3 ร้จู ักดูแล รกั ษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อมของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชุมชน 8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน ลงชอ่ื .................................................... ผปู้ ระเมิน ................ /................ /................ เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 2 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ให้ 1 คะแนน 191 - 108 ดมี าก ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครั้ง 73 - 90 ดี 54 - 72 พอใช้ ต่ากว่า 54 ปรบั ปรงุ
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน ดา้ นความรู้ ด้านสมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ดา้ นอน่ื ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤติกรรมทมี่ ีปัญหาของนักเรียนเปน็ รายบุคคล (ถ้าม)ี ) ปญั หา/อุปสรรค แนวทางการแกไ้ ข ความเหน็ ของผูบ้ รหิ ารสถานศึกษาหรอื ผู้ท่ีได้รบั มอบหมาย ขอ้ เสนอแนะ ลงชอื่ ) ( ตาแหน่ง
แบบประเมนิ แผนการจัดการเรียนรู้ หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 6 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 เรอื่ ง วันสาคญั ทางพระพทุ ธศาสนาและศาสนพธิ ี รายวชิ า สงั คมพ้ืนฐาน รหสั ส 21101 ช้ัน มัธยมศึกษาปที ่ี 1 ชอื่ -สกุลครผู ูส้ อน นายศรมี ูล สมบุตร ********************* คาช้ีแจง แบบประเมินแผนการจัดการเรยี นรู้ ฉบับนี มวี ัตถุประสงค์เพ่ือใหท้ ่านซง่ึ เปน็ ผนู้ ิเทศไดก้ รณุ าพิจารณาความ เหมาะสม และความสอดคลอ้ งระหว่างองคป์ ระกอบตา่ ง ๆ ของแผนการจดั การเรยี นรู้ แบบประเมินแบ่งเปน็ 2 ตอน คือ ตอนท่ี 1 แบบประเมนิ ความเหมาะสมของแผนการจดั การเรยี นร้เู ป็นการพจิ ารณาองคป์ ระกอบต่าง ๆ ของ แผนการจดั การเรียนรวู้ ่ามคี วามเหมาะสมเพียงใด ตอนท่ี 2 แบบประเมนิ ความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ เป็นการพิจารณาองคป์ ระกอบตา่ ง ๆ ของ แผนการจัดการเรียนรู้ว่ามคี วามสอดคล้องกนั เพยี งใด ตอนที่ 1 แบบประเมนิ ความเหมาะสมของแผนการจัดการเรียนรู้ คาชแ้ี จง โปรดทาเคร่ืองหมาย √ ในชอ่ งระดับความเหมาะสมท่ตี รงกับความคดิ เหน็ ของทา่ น และขอความกรณุ า เขียนข้อเสนอแนะอนื่ ๆ เพือ่ เปน็ แนวทางในการปรับปรุงแผนการจัดการเรยี นร้ตู อ่ ไป ขอ้ รายการประเมิน ระดบั ความคดิ เหน็ ใช่ ไมใ่ ช่ 1 แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบสาคญั ครบถ้วนตามแบบฟอรม์ ทโี่ รงเรียนกาหนด √ 2 การเขยี นสาระสาคญั ในแผนการจัดการเรียนรมู้ คี วามถกู ต้อง √ 3 จุดประสงคก์ ารเรยี นรูร้ ะบพุ ฤตกิ รรมชดั เจน สามารถวัดได้ √ 4 สาระการเรยี นร้คู รบถ้วน สัมพันธก์ ับตัวชวี ดั /ผลการเรียนร/ู้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ √
5 ระบวุ ิธีการวัดผลประเมินผลอย่างชัดเจน √ 6 ระบุเครอ่ื งมือสาหรบั การวัดผลประเมินผลอยา่ งชัดเจน √ 7 ระบุเกณฑก์ ารวัดผลประเมินผลอย่างชดั เจน √ 8 กิจกรรมการเรียนรู้มคี วามเหมาะสม ครบถ้วนทุกขนั ตอนตามวิธีสอน หรอื กระบวนการ √ หรอื เทคนคิ การสอนท่รี ะบุไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้ √ 9 ระบกุ ารใชส้ ือ่ นวัตกรรม/แหล่งเรยี นรสู้ มั พนั ธส์ อดคล้องกบั กจิ กรรมการเรยี นรู้ √ 10 มหี ลกั ฐานประกอบ เชน่ ส่อื ใบกิจกรรม ใบความรู้ เคร่ืองมือวดั ฯ ทปี่ รากฏใน แผนการจัดการเรียนรคู้ รบถ้วน ตอนที่ 2 แบบประเมินความสอดคลอ้ งองค์ประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู้ คาชี้แจง โปรดทาเครื่องหมาย / ลงในชอ่ งทต่ี รงกับความคดิ เห็นของทา่ น ขอ้ ท่ี รายการประเมิน สอดคลอ้ ง ไมแ่ นใ่ จ ไม่สอดคล้อง (1) (0) (-1) 1 การเขยี นสาระสาคญั มีความสมั พันธ์สอดคล้องกบั ตัวชวี ัด/ผลการ √ เรยี นรู/้ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 2 จดุ ประสงค์การเรียนรู้มคี วามสอดคลอ้ งสัมพันธก์ ับ √ สาระการเรียนรู้ 3 หลกั ฐานการเรียนร้มู ีความสมั พันธ์ สอดคล้องกบั สาระ การเรยี นรู้ √ ตัวชวี ัด/ผลการเรยี นรู้ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู/้ กจิ กรรมการเรียนรู้ 4 วิธีการวดั ผลประเมนิ ผลมคี วามสัมพนั ธก์ ับสาระการเรียนรู้ ตัวชวี ัด/ √ ผลการเรียนรู้ 5 เคร่ืองมือวดั ผลประเมนิ ผล มคี วามสมั พันธ์กบั คณุ ลักษณะอันพงึ √ ประสงคข์ องผเู้ รียน 6 เครือ่ งมือวดั ผลประเมนิ ผล มคี วามสัมพนั ธ์กับสมรรถนะท่สี าคัญของ √ ผ้เู รยี น
7 กิจกรรมการเรียนรมู้ คี วามสมั พนั ธส์ อดคลอ้ งกบั สาระการเรียนรู้ √ √ ตัวชวี ัด/ผลการเรียนรู้ √ √ 8 กจิ กรรมการเรียนรู้มคี วามสัมพนั ธ์สอดคลอ้ งกบั คุณลักษณะอนั พงึ √ ประสงคข์ องผู้เรียน √ 9 กิจกรรมการเรียนรู้มีความสมั พนั ธส์ อดคลอ้ งสมรรถนะทีส่ าคญั ของ √ ผู้เรยี น 10 สอ่ื -นวัตกรรม/อปุ กรณ/์ แหล่งเรียนรู้ มคี วามสัมพนั ธ์สอดคล้องกับ กิจกรรมการเรยี นรู้ 11 แผนการจัดการเรยี นร้มู ีกิจกรรมบรู ณาการกบั งานสวนพฤกษศาสตร์ โรงเรยี น 12 แผนการจัดการเรียนรมู้ ีกิจกรรมบรู ณาการกบั หลักปรชั ญาของ เศรษฐกจิ พอเพียง 13 แผนการจดั การเรียนรูม้ กี จิ กรรมบรู ณาการกบั งานสิ่งแวดลอ้ ม เกณฑ์การประเมิน ความสอดคล้องของแผนการจัดการเรยี นรู้ ค่าความสอดคลอ้ งตอ้ งมคี ่าตังแต่ 0.50 ขนึ ไป ความเหมาะสมของแผนการจัดการเรียนรู้ คะแนนระหว่าง 1 - 4 ระดบั คุณภาพ ต้องปรับปรงุ คะแนนระหว่าง 5 - 8 ระดับคณุ ภาพ พอใช้ คะแนนระหว่าง 9 - 13 ระดับคณุ ภาพ ดี
ผังมโนทัศน์ รายวิชา สังคมพื้นฐาน รหสั วิชา ส 21101 ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 7 เรอ่ื ง การบรหิ ารจติ และการเจริญปัญญา จานวน 4 ชว่ั โมง : 5 คะแนน ช่ือเร่อื ง การบรหิ ารจติ และการเจรญิ ปัญญา หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 7 เรื่อง การบริหารจิตและการเจริญ ปัญญา 3 จานวน 4 ชัว่ โมง : 5 คะแนน แผนการจดั การเรยี นรู้
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 7 แผนจัดการเรียนร้ทู ี่ 7 เรอื่ ง การบรหิ ารจิตและการเจริญปัญญา รายวชิ า สงั คมพ้นื ฐาน รหสั วชิ า ส 21101 ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2562 น้าหนักเวลาเรยี น 1.5 (นน./นก.) เวลาเรียน 3 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ เวลาทใ่ี ชใ้ นการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ 4 ชั่วโมง 1. สาระสาคญั (ความเขา้ ใจที่คงทน) การใชว้ ธิ คี ิดแบบคุณค่าแท้-คณุ ค่าเทียม วธิ คี ดิ แบบคุณ-โทษ และทางออก ในการดาเนนิ ชวี ิตนนั ย่อมส่งผลดีตอ่ การ ตัดสินใจกระทาการต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง 2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชว้ี ดั ช้ันปี/ผลการเรียนรู้/เป้าหมายการเรียนรู้ ส 1.1 ม.1/6 เห็นคุณคา่ ของการพัฒนาจติ เพ่อื การเรียนรแู้ ละการดาเนินชวี ติ ดว้ ยวธิ คี ดิ แบบโยนิโสมนสิการ คอื วธิ ีคดิ แบบคุณคา่ แท้-คุณค่าเทยี ม และวิธีคิดแบบคณุ -โทษ และทางออก หรอื การพัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนาที่ ตนนับถอื 3.1 เน้ือหาสาระหลกั : Knowledge การบรหิ ารจิตและการเจรญิ ปญั ญา 1. การเจรญิ ปัญญา - สุตมยปญั ญา : ปญั ญาเกิดจากการฟงั - จิตตามยปัญญา : ปญั ญาเกิดจากการคดิ - ภาวนามยปัญญา : ปญั ญาเกิดจากการลงมอื ทา 2. การเจรญิ ปัญญาโดยการคิดแบบโยมนสิการ - การคดิ แบบคุณค่าแท้-คณุ คา่ เทยี ม - การคดิ แบบคุณ-โทษ และทางออก 3.2 ทักษะ/กระบวนการ : Process ทากิจกรรมรายบคุ คล รายกลมุ่ ในการศกึ ษาเรียนรู้ตามเนอ้ื หา 3.3 คณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค์ : Attitude ประพฤตติ นตามแบบอย่างการดาเนินชวี ติ ที่ดีในสังคมอยา่ งมี ความสขุ 4. สมรรถนะสาคญั ของนกั เรียน 4.1 ความสามารถในการส่อื สาร 4.2 ความสามารถในการคดิ 4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ 5. คณุ ลักษณะของวิชา - ความรับผดิ ชอบ - ความรอบคอบ - กระบวนการกลมุ่ 6. คุณลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ซ่ือสัตยส์ จุ ริต 3. มวี ินัย 4. ใฝ่เรยี นรู้ 5. อยูอ่ ย่างพอเพยี ง 6. มุ่งมัน่ ในการทางาน
7. รักความเป็นไทย 8. มจี ิตสาธารณะ 7. ชน้ิ งาน/ภาระงาน : 7.1 เร่อื ง การบริหารจติ และการเจริญปัญญา - ใบงานที่ 1.1 ให้ศึกษาเรือ่ ง การบริหารจติ และการเจรญิ ปญั ญา (ทาหนงั สอื เลม่ เลก็ ) - แบบฝึกทกั ษะที่ 1 นาเสนอ เร่ืองการบรหิ ารจติ และการเจริญปญั ญา 8. กิจกรรมการเรยี นรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธบิ ายความหมายของวธิ คี ิดแบบคณุ ค่าแท้-คุณค่าเทียม และวิธคี ดิ แบบคุณ-โทษ และทางออกได้ 2. วิเคราะหผ์ ลการคิดแบบคุณคา่ แท้-คณุ ค่าเทยี ม และวธิ ีคดิ แบบคุณ-โทษ และทางออก และนาไปใชใ้ นการดาเนินชวี ติ ได้ ข้ันนาเขา้ สบู่ ทเรียน/ขน้ั ตง้ั คาถาม (วิธสี อนแบบธรรมสากจั ฉา) นักเรียนสวดมนต์บูชาพระรัตนตรยั และทาสมาธิก่อนเรียน ชั่วโมงที่ 1 - 2 1. ครูนาข่าวตวั อยา่ งบุคคลที่ประสบความสาเร็จในดา้ นต่างๆ มาเล่าใหน้ กั เรยี นฟัง เชน่ นักศกึ ษา นกั ร้อง นกั แสดง นักธุรกจิ นักการเมือง ครชู แี นะให้นักเรยี นเข้าใจว่า บุคคลดังกล่าวประสบความสาเรจ็ ได้นนั เน่ืองจากไดก้ ารพฒั นา ปัญญา ซ่งึ สามารถทาได้ 3 ทาง คือ 1) สตุ มยปัญญา : ปัญญาเกดิ จากการฟัง 2) จินตามยปญั ญา : ปญั ญาเกิดจากการคดิ 3) ภาวนามยปัญญา : ปัญญาเกดิ จากการลงมือทา 2. ให้นักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 5-7 คน ตามความสมคั รใจ แลว้ ให้แต่ละกลุ่มแสวงหาความรู้เกีย่ วกับเรือ่ ง การเจริญ ปัญญา โดยการคิดแบบโยนโิ สมนสิการ ซึง่ ในบทเรียนนขี อยกการคิด 2 อยา่ ง คอื การคิดแบบคณุ ค่าแท้-คณุ ค่าเทยี ม และการคดิ แบบคุณ-โทษ และทางออก โดยให้อ่านข้อมลู จากหนงั สอื เรียน และใบความร้ทู ่ี 2.1 เร่ือง วธิ ีคดิ ตาม แนวพุทธธรรม : วธิ ีคิดแบบโยนโิ สมนสกิ าร 3. สมาชิกในกล่มุ แต่ละกล่มุ สนทนาแลกเปลย่ี นความรู้เก่ยี วกบั การคิดแบบคุณค่าแท้-คุณคา่ เทยี ม และการคดิ แบบ คุณ-โทษ และทางออก ในประเด็นเกย่ี วกบั ความหมาย และตวั อยา่ งวธิ ีคิด 4. ครใู หน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มชว่ ยกันวเิ คราะห์และประเมินคา่ ความรตู้ ามหัวข้อในใบงาน 5. ครูสุ่มเรยี กนักเรยี นออกมานาเสนอผลงานหนา้ ชันเรียน ประมาณ 2-3 กลุม่ และให้กลมุ่ อื่นท่ีมีผลงานแตกตา่ ง ออกมานาเสนอเพ่ิมเติม 6. ครูและนักเรียนช่วยกันสรปุ ความหมายและประโยชน์ ของการใชก้ ารคดิ แบบคุณค่าแท้-คณุ ค่าเทียม และการคิด แบบคุณ-โทษ และทางออก พร้อมกับนาไปปฏิบตั ิในชวี ติ ประจาวัน ชั่วโมงท่ี 3 - 4 1. ครูทบทวนความรู้ของนกั เรยี นเก่ียวกบั การคิดแบบคณุ ค่าแท้-คุณค่าเทียม และการคิดแบบคุณ-โทษ และทางออก
2. ครใู หน้ กั เรียนกลมุ่ เดมิ ผลัดกนั เลา่ ประสบการณ์ ในชวี ิตของตนเองทีเ่ คยตดั สินใจกระทาสง่ิ ต่างๆ ท่ีแสดงถึงความ สอดคลอ้ งกบั การคิดแบบคณุ ค่า-คณุ ค่าเทยี ม และการคดิ แบบคุณ-โทษ และทางออก พรอ้ มกับบอกผลดีที่เกิดขนึ ต่อ ตนเอง 3. นักเรียนชว่ ยกันสรุปบนั ทกึ ประสบการณข์ องนกั เรยี นในขอ้ 2 ลงในใบงานท่ี 2.2 เรือ่ ง รูจ้ ักคดิ 4. นกั เรียนแต่ละกลุม่ รายงานผลการทาใบงานตอ่ ชันเรียน โดยมีครูช่วยชีแนะความถกู ตอ้ ง 5. นักเรียนและครูชว่ ยกนั สรุปคณุ ค่าและประโยชน์ของการรจู้ กั คดิ แบบคุณคา่ แท้ คุณค่าเทียม และการคิดแบบคุณ- โทษ และทางออก 6. ครมู อบหมายใหน้ กั เรียนนาการคดิ ในข้อ 5 ไปใช้ในการดาเนนิ ชวี ิต และรายงานผลตามแบบบันทึกการปฏบิ ตั ิ ตนในการนาการคดิ แบบคุณค่าแท้-คณุ ค่าเทยี ม การคดิ แบบคุณ-โทษ และทางออก ไปใช้ในการตัดสินใจ โดยใชเ้ วลา 1-2 เดือน หรอื ตามความเหมาะสม นกั เรยี นทาแบบทดสอบหลังเรียน ประจาหนว่ ยการเรียนที่ 7 9. ส่ือการเรียนการสอน / แหลง่ เรียนรู้ จานวน สภาพการใชส้ ือ่ 1 ชุด ขันตรวจสอบความร้เู ดิม รายการสอื่ 1 ชุด ขันสารวจและค้นพบ 1.หนงั สือเรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.1 1 ชดุ ขนั ขยายความรู้ 2. หนังสือค้นคว้าเพิ่มเติม 1) ญาณสงั วร,สมเด็จพระ (เจริญ สุวฑฒ โน). หลักพระพุทธศาสนา. กรุงเทพมหานคร : ประกายพริก , 2526. 2) วศนิ อินทสระ , หลกั ธรรมอันเปน็ หวั ใจ พระพทุ ธศาสนา. กรงุ เทพมหานคร : บริษทั เอ.ไอ. เอ. จากดั (เครอื นาทอง) , 2548. 3. แบบฝกึ ทักษะ 1 เรือ่ ง วธิ ีคิดตามแนวพทุ ธธรรม : วิธีคดิ แบบโยนโิ สมนสิการ และ รจู้ ักคิด การบริหารจติ
10. การวดั ผลและประเมนิ ผล เปา้ หมาย หลกั ฐานการเรยี นรู้ วิธีวัด เครื่องมือวดั ฯ ประเดน็ / การเรยี นรู้ ชิน้ งาน/ภาระงาน การตรวจผลงาน เกณฑ์การให้ เกณฑก์ ารประเมินผลงาน 1.อธิบายความหมาย ใบงาน การตรวจผลงาน นกั เรยี น คะแนน ผ่านระดับดขี ึนไป ของวิธีคิดแบบคุณคา่ แท้-คุณคา่ เทียม และ ใบงาน เกณฑ์การประเมนิ ผลงาน ผา่ นระดับดขี นึ ไป วิธคี ดิ แบบคุณ-โทษ นกั เรยี น และทางออกได้ 2. อธิบาย แบบบันทกึ การสังเกต แบบบนั ทึกการสังเกต ผา่ นระดับดีขนึ ไป ความหมายของวิธี คดิ แบบคุณค่าแท้- พฤติกรรม รายบคุ คล คณุ ค่าเทยี ม และวธิ ี และรายกลมุ่ คดิ แบบคุณ-โทษ และทางออกได้ 3. การเจริญปญั ญา โดยการคิดแบบโย มนสิการ - การคิดแบบ คณุ ค่าแท้-คุณคา่ เทียม - การคดิ แบบ คณุ -โทษ และ ทางออก
11. การบูรณาการตามจุดเน้นของโรงเรยี น (ตัวอยา่ ง) หลักปรัชญาเศรษฐกจิ ครู ผูเ้ รยี น พอเพยี ง พอดดี า้ นเทคโนโลยี พอดีด้านจิตใจ 31. ความพอประมาณ รู้จกั ใชเ้ ทคโนโลยมี าผลติ สอื่ ที่ มจี ิตสานึกที่ดี เอืออาทร 32. ความมเี หตุผล เหมาะสมและสอดคล้องเนอื หาเปน็ ประนีประนอม นึกถงึ ประโยชน์ ประโยชนต์ อ่ ผู้เรยี นและพฒั นาจากภมู ิ ส่วนรวม/กลุ่ม 33. มภี ูมคิ มุ กันในตวั ท่ีดี ปญั ญาของผู้เรียน 34. เงอ่ื นไขความรู้ - ยดึ ถือการประกอบอาชีพดว้ ยความ ไม่หยดุ นง่ิ ที่หาหนทางในชีวติ หลุดพ้น 35. เง่ือนไขคณุ ธรรม ถูกต้อง สุจริต แม้จะตกอยู่ในภาวะขาด จากความทกุ ขย์ าก (การค้นหาคาตอบ สวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน แคลน ในการดารงชวี ิต เพอื่ ใหห้ ลดุ พ้นจากความไมร่ ้)ู งานและกาลัง - การเกดิ งานแตล่ ะกรณี ภมู ปิ ญั ญา : มคี วามรู้ รอบคอบ และ ภมู ปิ ญั ญา : มีความรู้ รอบคอบ และ - การเกิดกาลงั การไดเ้ ปรียบ เชงิ กล ระมดั ระวัง ระมัดระวัง สร้างสรรค์ ความรอบรู้ เรอ่ื ง งานและกาลัง ความรอบรู้ เรื่อง งานและกาลัง ทีเ่ กยี่ วข้องรอบดา้ น ความรอบคอบที่ กรณีทีเ่ กิดงาน ปริมาณที่เกีย่ วขอ้ ง การ จะนาความรเู้ หลา่ นนั มาพจิ ารณาให้ คานวณสูตรที่ต้องใช้ สามารถนา เชอื่ มโยงกนั เพอื่ ประกอบการวางแผน ความรู้เหลา่ นันมาพจิ ารณาให้เช่อื มโยง การดาเนินการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ กนั สามารถประยุกต์ ใหก้ ับผูเ้ รยี น ใชใ้ นชวี ิตประจาวนั มคี วามตระหนกั ใน คณุ ธรรม มคี วาม มคี วามตระหนักใน คณุ ธรรม มคี วาม ซื่อสัตย์สจุ รติ และมคี วามอดทน มีความเพียร ซอ่ื สัตย์สจุ ริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สตปิ ัญญาในการดาเนินชีวิต ใชส้ ตปิ ญั ญาในการดาเนินชีวติ ครู ผเู้ รยี น งานและกาลัง งานและกาลงั - ปัจจัยท่มี ผี ลตอ่ การเกดิ งาน - ระบุปัจจัยที่มีผลตอ่ การเกดิ งาน - ปรมิ าณทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั การเกิดงานและ - ทดลองเปรยี บเทยี บการเกิดงานและ กาลงั กาลงั พร้อมคานวณปริมาณทเี่ กีย่ วขอ้ ง สง่ิ แวดลอ้ ม ครู ผู้เรียน งานและพลังงาน งานและพลังงาน งานและพลงั งาน - การเลือกใชอ้ ยา่ งถูกวธิ ี - การเลือกใชอ้ ย่างถกู วธิ ี/ เทคนิควธิ กี าร - ยกตวั อย่างการใชอ้ ปุ กรณ์/เครื่องใช้ไฟฟา้ - การอนุรกั ษ์สง่ิ แวดลอ้ ม - กระบวนการการอนุรกั ษส์ ง่ิ แวดล้อม อย่างถูกวธิ ี - แสนอแนะแนวทางอนรุ กั ษ์สงิ่ แวดลอ้ ม ลงช่ือ..................................................ผูส้ อน (นายศรีมลู สมบุ
แบบประเมิน การนาเสนอผลงาน คาชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน ประเมินการนาเสนอผลงานของนกั เรยี นตามรายการทกี่ าหนด แล้วขดี ลงในช่อง ท่ีตรงกับระดับคะแนน ลาดบั ที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน 4321 1 ความถกู ต้องของเนือหา 2 ความคดิ สรา้ งสรรค์ 3 วิธีการนาเสนอผลงาน 4 การนาไปใช้ประโยชน์ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชือ่ .................................................... ผู้ประเมิน ................ /................ /................ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 4 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ผลงานหรือพฤติกรรมสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีขอ้ บกพร่องบางสว่ น ให้ 2 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ผลงานหรือพฤติกรรมมีขอ้ บกพร่องเปน็ สว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน ผลงานหรอื พฤติกรรมมขี อ้ บกพรอ่ งมาก 18 - 20 ดมี าก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรงุ
แบบสงั เกตพฤตกิ รรม การทางานกลุ่ม ชือ่ กลุ่ม ชัน คาช้แี จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในชอ่ ง ท่ตี รงกับระดบั คะแนน ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน 4321 1 การแบง่ หนา้ ท่กี นั อยา่ งเหมาะสม 2 ความร่วมมือกันทางาน 3 การแสดงความคิดเหน็ 4 การรบั ฟังความคดิ เห็น 5 ความมนี าใจช่วยเหลอื กนั รวม ลงช่อื .................................................... ผูป้ ระเมิน ................ /................ /................ เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 4 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยครั้ง ให้ 2 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้งั ให้ 1 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมน้อยคร้งั 18 - 20 ดมี าก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรงุ
แบบประเมิน คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ คาชี้แจง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกับระดับคะแนน คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน อันพงึ ประสงคด์ ้าน 4321 1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเม่อื ไดย้ ินเพลงชาติ ร้องเพลงชาติได้ และอธิบายความหมายของ กษตั ริย์ เพลงชาติ 2. ซือ่ สัตย์ สุจริต 1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหนา้ ท่ีของนกั เรียน 3. มวี นิ ัย รบั ผดิ ชอบ 1.3 ใหค้ วามรว่ มมือ รว่ มใจ ในการทางานกบั สมาชิกในชนั เรียน 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 1.4 เข้าร่วมกิจกรรมท่สี ร้างความสามัคคี ปรองดอง และเปน็ ประโยชนต์ อ่ โรงเรียนและชุมชน 1.5 เขา้ ร่วมกิจกรรมทางศาสนาทีต่ นนบั ถอื ปฏบิ ัติตนตามหลักของศาสนา 1.6 เข้าร่วมกิจกรรมท่เี ก่ยี วกับสถาบันพระมหากษตั รยิ ต์ ามทีโ่ รงเรยี น และ ชุมชนจัดขึน 2.1 ให้ขอ้ มูลทถี่ ูกต้อง และเป็นจรงิ 2.2 ปฏิบตั ิในส่ิงที่ถูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลวั ท่จี ะทาความผดิ ทาตามสญั ญาท่ี ตนให้ไว้กับเพื่อน พ่อแม่หรือผูป้ กครอง และครู 2.3 ปฏบิ ตั ติ ่อผู้อน่ื ด้วยความซอ่ื ตรง 3.1 ปฏิบัตติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบงั คับของครอบครวั และ โรงเรยี น มีความตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมตา่ งๆ ในชีวติ ประจาวนั 4.1 แสวงหาขอ้ มูลจากแหล่งการเรยี นรู้ต่างๆ 4.2 มกี ารจดบนั ทึกความรอู้ ย่างเป็นระบบ 4.3 สรปุ ความรู้ได้อย่างมีเหตผุ ล 5.1 ใชท้ รพั ย์สินของตนเอง เชน่ สง่ิ ของ เครอื่ งใช้ ฯลฯ อยา่ งประหยัด คุ้มคา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอย่างดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม 5.2 ใชท้ รัพยากรของสว่ นรวมอยา่ งประหยัด คุ้มค่า และเกบ็ รักษาดแู ลอยา่ งดี 5.3 ปฏิบัติตนและตัดสินใจดว้ ยความรอบคอบ มีเหตุผล 5.4 ไม่เอาเปรียบผู้อ่นื และไมท่ าใหผ้ ูอ้ ืน่ เดือดร้อน พร้อมให้อภยั เมือ่ ผู้อน่ื กระทา ผดิ พลาด คุณลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน อนั พงึ ประสงคด์ า้ น 4321 5.5 วางแผนการเรียน การทางานและการใชช้ วี ติ ประจาวนั บนพืนฐานของ ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร
6. ม่งุ มัน่ ในการ 5.6 รู้เท่าทนั การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และสภาพแวดล้อม ยอมรับและปรบั ตวั ทางาน อยรู่ ว่ มกบั ผ้อู ื่นได้อย่างมีความสขุ 7. รักความเปน็ ไทย 6.1 มีความตังใจและพยายามในการทางานท่ไี ดร้ ับมอบหมาย 6.2 มีความอดทนและไมท่ อ้ แท้ต่ออปุ สรรคเพื่อใหง้ านสาเร็จ 8. มจี ิตสาธารณะ 7.1 มีจติ สานึกในการอนุรกั ษว์ ัฒนธรรมและภูมปิ ัญญาไทย 7.2 เห็นคณุ คา่ และปฏบิ ตั ิตนตามวัฒนธรรมไทย 8.1 รจู้ ักช่วยพอ่ แม่ ผู้ปกครอง และครทู างาน 8.2 อาสาทางาน ชว่ ยคิด ช่วยทา และแบ่งปันสงิ่ ของให้ผูอ้ น่ื 8.3 ร้จู ักดูแล รกั ษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อมของหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชุมชน 8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน ลงชอ่ื .................................................... ผปู้ ระเมิน ................ /................ /................ เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 2 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ให้ 1 คะแนน 191 - 108 ดมี าก ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครั้ง 73 - 90 ดี 54 - 72 พอใช้ ต่ากว่า 54 ปรบั ปรงุ
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน ดา้ นความรู้ ด้านสมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ดา้ นอน่ื ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤติกรรมทมี่ ีปัญหาของนักเรียนเปน็ รายบุคคล (ถ้าม)ี ) ปญั หา/อปุ สรรค แนวทางการแกไ้ ข ความเหน็ ของผูบ้ รหิ ารสถานศึกษาหรอื ผู้ท่ีได้รบั มอบหมาย ขอ้ เสนอแนะ ลงชอื่ ) ( ตาแหน่ง
แบบประเมินแผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 7 แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 7 เรอื่ ง การบรหิ ารจิต และการเจรญิ ปัญญา รายวิชา สังคมพื้นฐาน รหัส ส 21101 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ช่อื -สกุลครผู ู้สอน นายศรมี ลู สมบตุ ร ********************* คาช้ีแจง แบบประเมนิ แผนการจัดการเรียนรู้ ฉบับนี มีวัตถุประสงคเ์ พอื่ ใหท้ ่านซึ่งเป็นผนู้ เิ ทศได้กรณุ าพจิ ารณาความ เหมาะสม และความสอดคลอ้ งระหว่างองค์ประกอบตา่ ง ๆ ของแผนการจัดการเรียนรู้ แบบประเมนิ แบง่ เป็น 2 ตอน คอื ตอนที่ 1 แบบประเมนิ ความเหมาะสมของแผนการจัดการเรยี นรู้เป็นการพิจารณาองค์ประกอบตา่ ง ๆ ของ แผนการจดั การเรียนรวู้ า่ มีความเหมาะสมเพยี งใด ตอนที่ 2 แบบประเมินความสอดคลอ้ งของแผนการจัดการเรยี นรู้ เปน็ การพจิ ารณาองค์ประกอบต่าง ๆ ของ แผนการจดั การเรยี นร้วู า่ มีความสอดคลอ้ งกันเพียงใด ตอนที่ 1 แบบประเมนิ ความเหมาะสมของแผนการจดั การเรียนรู้ คาชแี้ จง โปรดทาเคร่ืองหมาย √ ในช่องระดบั ความเหมาะสมที่ตรงกบั ความคดิ เหน็ ของทา่ น และขอความกรณุ า เขยี นข้อเสนอแนะอื่น ๆ เพอ่ื เปน็ แนวทางในการปรบั ปรงุ แผนการจัดการเรยี นรูต้ ่อไป ข้อ รายการประเมิน ระดบั ความคิดเห็น ใช่ ไมใ่ ช่ 1 แผนการจัดการเรียนรู้มอี งคป์ ระกอบสาคัญครบถ้วนตามแบบฟอรม์ ที่โรงเรยี นกาหนด √ 2 การเขียนสาระสาคญั ในแผนการจัดการเรยี นรูม้ คี วามถกู ตอ้ ง √ 3 จุดประสงคก์ ารเรยี นรรู้ ะบพุ ฤติกรรมชัดเจน สามารถวัดได้ √ 4 สาระการเรยี นรคู้ รบถว้ น สัมพันธ์กับตัวชีวดั /ผลการเรยี นร้/ู จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ √ 5 ระบวุ ิธีการวัดผลประเมนิ ผลอย่างชดั เจน √
6 ระบุเครือ่ งมอื สาหรับการวดั ผลประเมนิ ผลอย่างชัดเจน √ 7 ระบเุ กณฑ์การวัดผลประเมินผลอย่างชดั เจน √ 8 กิจกรรมการเรยี นร้มู คี วามเหมาะสม ครบถ้วนทุกขันตอนตามวิธสี อน หรือกระบวนการ √ หรอื เทคนคิ การสอนที่ระบไุ วใ้ นแผนการจดั การเรียนรู้ √ 9 ระบกุ ารใช้ส่อื นวัตกรรม/แหล่งเรยี นรูส้ ัมพนั ธ์สอดคล้องกับกิจกรรมการเรยี นรู้ √ 10 มีหลกั ฐานประกอบ เชน่ สือ่ ใบกิจกรรม ใบความรู้ เครอื่ งมอื วัด ฯ ทีป่ รากฏใน แผนการจดั การเรียนรู้ครบถว้ น ตอนท่ี 2 แบบประเมนิ ความสอดคลอ้ งองคป์ ระกอบของแผนการจัดการเรยี นรู้ คาชแ้ี จง โปรดทาเคร่อื งหมาย / ลงในชอ่ งท่ตี รงกบั ความคิดเหน็ ของทา่ น ขอ้ ท่ี รายการประเมิน สอดคล้อง ไมแ่ น่ใจ ไม่สอดคลอ้ ง (1) (0) (-1) 1 การเขียนสาระสาคญั มคี วามสัมพันธส์ อดคล้องกับตัวชวี ัด/ผลการ √ เรียนรู/้ จุดประสงค์การเรียนรู้ 2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นร้มู คี วามสอดคล้องสมั พันธ์กับ √ สาระการเรียนรู้ 3 หลกั ฐานการเรียนร้มู คี วามสัมพนั ธ์ สอดคล้องกบั สาระ การเรียนรู้ √ ตวั ชีวดั /ผลการเรยี นรู้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนร/ู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้ 4 วิธีการวัดผลประเมินผลมคี วามสมั พันธก์ บั สาระการเรียนรู้ ตวั ชีวัด/ √ ผลการเรียนรู้ 5 เครื่องมือวดั ผลประเมินผล มคี วามสัมพันธก์ ับคุณลักษณะอันพึง √ ประสงคข์ องผเู้ รียน 6 เครอื่ งมอื วัดผลประเมนิ ผล มคี วามสัมพนั ธ์กับสมรรถนะท่ีสาคัญของ √ ผ้เู รยี น 7 กจิ กรรมการเรียนรมู้ คี วามสัมพนั ธส์ อดคล้องกับสาระการเรียนรู้ √
ตัวชวี ดั /ผลการเรียนรู้ √ √ √ 8 กิจกรรมการเรยี นรู้มคี วามสัมพันธส์ อดคล้องกบั คณุ ลกั ษณะอนั พงึ √ ประสงคข์ องผูเ้ รียน √ 9 กิจกรรมการเรียนรู้มีความสมั พนั ธ์สอดคลอ้ งสมรรถนะทีส่ าคัญของ √ ผูเ้ รยี น 10 สื่อ-นวตั กรรม/อปุ กรณ/์ แหล่งเรยี นรู้ มคี วามสัมพนั ธส์ อดคล้องกบั กิจกรรมการเรยี นรู้ 11 แผนการจัดการเรียนรูม้ กี ิจกรรมบรู ณาการกับงานสวนพฤกษศาสตร์ โรงเรียน 12 แผนการจดั การเรยี นรู้มีกจิ กรรมบรู ณาการกบั หลกั ปรัชญาของ เศรษฐกจิ พอเพยี ง 13 แผนการจดั การเรยี นรมู้ ีกิจกรรมบรู ณาการกบั งานส่งิ แวดล้อม เกณฑก์ ารประเมิน ความสอดคล้องของแผนการจดั การเรยี นรู้ ค่าความสอดคลอ้ งต้องมคี า่ ตังแต่ 0.50 ขนึ ไป ความเหมาะสมของแผนการจัดการเรยี นรู้ คะแนนระหว่าง 1 - 4 ระดบั คุณภาพ ตอ้ งปรบั ปรงุ คะแนนระหวา่ ง 5 - 8 ระดับคณุ ภาพ พอใช้ คะแนนระหวา่ ง 9 - 13 ระดบั คณุ ภาพ ดี
ผังมโนทัศน์ รายวชิ า สังคมพื้นฐาน รหัสวชิ า ส 21101 ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 8 เรอื่ ง การปฏิบตั ติ นตามหลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา จานวน 4 ชว่ั โมง : 5 คะแนน ชื่อเรื่อง การปฏบิ ตั ติ นตามหลักธรรมทาง พระพทุ ธศาสนา หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 8 เรอ่ื ง การปฏิบัติตนตามหลักธรรมทาง พระพุทธศาสนา จานวน……………ชวั่ โมง 3 จานวน 4 ชัว่ โมง : 5 คะแนน
แผนการจดั การเรียนรู้ หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 8 แผนจัดการเรยี นรูท้ ่ี 8 เร่ือง การปฏิบัตติ นตามหลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา รายวิชา สังคมพ้นื ฐาน รหัสวชิ า ส 21101 ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2562 นา้ หนักเวลาเรียน 1.5 (นน./นก.) เวลาเรียน 3 ช่ัวโมง/สัปดาห์ เวลาทีใ่ ชใ้ นการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ 4 ช่วั โมง 1. สาระสาคญั (ความเข้าใจทคี่ งทน) มงคลในหวั ขอ้ ไม่คบคนพาล คบบัณฑิต บูชาผู้ควรบูชา จดั เปน็ ธรรมทคี่ วรเจริญ (มรรค) ซงึ่ พทุ ธศาสนกิ ชนทกุ คนพงึ นาไปปฏิบัติ 2. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวช้ีวัดชั้นป/ี ผลการเรยี นร้/ู เปา้ หมายการเรยี นรู้ ส.1.1 ม 1/5 อธบิ ายพุทธคณุ และขอ้ ธรรมสาคัญในกรอบอรยิ สัจ 4 หรือหลักธรรมของศาสนาที่ตนนบั ถือ ตามทก่ี าหนด เหน็ คุณคา่ และนาไปพฒั นาแกป้ ญั หาของตนเองและครอบครวั 3.1 เนื้อหาสาระหลกั : Knowledge การปฏบิ ัติตนตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา มงคล - การไม่คบคนพาล - การคบบณั ฑิต - การบูชาผู้ควรบูชา 3.2 ทกั ษะ/กระบวนการ : Process ทากจิ กรรมรายบุคคล รายกลุ่ม ในการศกึ ษาเรยี นรู้ตามเนอ้ื หา 3.3 คุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ : Attitude ประพฤตติ นตามแบบอย่างการดาเนินชีวติ ท่ีดีในสงั คมอยา่ งมี ความสขุ 4. สมรรถนะสาคญั ของนกั เรยี น 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคดิ 4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต 5. คณุ ลักษณะของวิชา - ความรบั ผดิ ชอบ - ความรอบคอบ - กระบวนการกลุ่ม 6. คณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ซอ่ื สตั ยส์ จุ ริต 3. มีวินยั 4. ใฝเ่ รียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุ่งมนั่ ในการทางาน 7. รักความเปน็ ไทย 8. มีจิตสาธารณะ 7. ช้ินงาน/ภาระงาน :
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221